Issuu on Google+

R O

ผูจัดทํา

รหัสนักศึกษา 08530117

2. นศภ.พิทยาทร ชวาลิต

รหัสนักศึกษา 08530125

3. นศภ.อันธิฌา เชาวนสวน

รหัสนักศึกษา 08530193

LP

AK

1. นศภ.พัชรพล เฟองประยูร

รหัสนักศึกษา08530209

SI

4. นศภ.ปรวีร เจะมะ

AR M

AC

Y

คณะเภสัชศาสตร มหาวิทยาลัยศิลปากร

PH

N

โรคที่พบในผูสูงอายุ


LP

AK

O

R

N

ภาวะสมองเสือ่ ม

สาเหตุของโรคสมองเสื่อม

SI

สมองเสือ่ ม เปนภาวะที่ความสามารถทางสติปญญาลดลง คิดและจําไมได เปนโรคที่มักพบในผูสูงอายุ ทําใหผูที่เปน มีอาการหลงลืม การใชภาษาผิดปกติ และพฤติกรรมรวมถึงอารมณเปลี่ยนไป

อาการเริม่ แรก

AC

Y

เกิดไดจากหลายสาเหตุ ทั้งที่แกไขไดและแกไขไมได เชน โรคอัลไซเมอร, โรคหลอดเลือดสมอง, โรคพารกนิ สัน, ขาด ฮอรโมนธัยรอยด, เนือ้ งอกสมอง, โพรงน้ําในสมองขยายตัว, โรคติดเชื้อบางชนิด เชน ซิฟลิสและเอดส เปนตน แตโรคอัลไซเมอร เปนโรคสมองเสื่อมที่พบบอยที่สุด โดยเฉลี่ยผูปวยที่เปนโรคอัลไซเมอร จะอยูไดนาน 8-10 ป

AR M

อาการเริม่ แรก มักเปนการลืมเรื่องราวที่เพิ่งเกิดขึ้นใหมๆ ไมนาน ในขณะที่ความจําเรื่องเกาๆ ในอดีตจะยังดีอยู ผูปวย อาจถามซ้ําเรื่องที่เพิ่งบอกไป หรือพูดซ้ําเรื่องที่เพิ่งเลาใหฟง นอกจากนั้นยังอาจมีอาการอื่นๆ เชน วางของแลวลืม, ทําอะไรที่ เคยทําประจําไมได, สับสนเรือ่ งวัน เวลา สถานที,่ นึกคําพูดไมคอยออก หรือใชคําผิดๆ แทน, มีอารมณ พฤติกรรม และ บุคลิกภาพ ที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม, การตัดสินใจแยลง, ไมสามารถมีความคิดริเริ่มใหมๆ ได อาการตางๆ เหลานี้จะคอยเริ่ม เปลีย่ นแปลง จนทําใหเกิดปญหาตอการทํางาน และกิจวัตรประจําวัน ซึ่งการที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงไดเร็ว หรือชาก็ขึ้นกับ ระดับความสามารถเดิม การศึกษาและหนาที่เดิมของผูปวย รวมถึงความชางสังเกต และเอาใจใสของญาติดวย

PH

การวินิจฉัยโรค

เมื่อมาพบแพทยและสงสัยวา จะเปนโรคสมองเสื่อม แพทยจะดําเนินการหลายอยางดังนี้ เพื่อใหการวินิจฉัยโรคนี้ 1. ซักประวัติและตรวจรางกาย การซักประวัติตองการรายละเอียด ของอาการของผูปวยอยางมาก และผูปวย


มักใหประวัติไมได เนื่องจากหลงลืม จึงควรมีญาติ หรือผูดูแลผูปวยที่อยูกับผูปวยมานาน และทราบ รายละเอียดอยางดี

N

2. ตรวจเบื้องตนวามีอาการซึมเศราหรือไม

R

3. ทดสอบความจํา

AK

5. ตรวจเอ็กซเรยสมอง อาจเปนเอ็กซเรยคอมพิวเตอร หรือคลื่นแมเหล็กไฟฟา

O

4. ตรวจเลือด เพื่อหาสาเหตุอื่น ที่อาจทําใหความจําไมดีได เชน ธัยรอยดทํางานนอยไป เกลือแรผิดปกติ ขาด สารอาหารบางอยาง โรคซิฟล สิ เปนตน

การรักษา

LP

ในปจจุบันยังไมยารักษาใหหายขาด แตยาบางตัวอาจชวยลดอาการของผูปวยได

1. รักษาสาเหตุทต่ี รวจพบ เชน ถาเกิดจากเนื้องอกหรือโพรงน้ําในสมองขยายตัว อาจตองผาตัดสมอง ถาเกิด จากขาดฮอรโมน ก็รบั ประทานยาทดแทน เปนตน

SI

2. รักษาเรื่องความจําเสื่อม : ยากลุม cholinesterase inhibitors สามารถชะลออาการของ ผูปวยโรคสมอง เสื่อมบางชนิดได ซึ่งจะไดผลดีเมื่อใหในผูปวยที่มีอาการระยะแรกๆ แตยานี้ไมไดทําใหโรคนี้หายไป แตชะลอ การการเปลีย่ นแปลงของโรค นอกจากนั้นวิตะมินอี เปนยาที่ชวยชะลอการดําเนินโรคเชนกัน

AC

Y

3. รักษาปญหาเกี่ยวกับพฤติกรรมจากโรค ผูปวยโรคอัลไซเมอร มักมีปญหาเรื่องพฤติกรรมตางๆ ดวยเชน เอะอะวุนวาย เห็นภาพหลอน ไมรว มมือกับญาติในการดูแล เปนตน การแกไขปญหานี้ ตองใชการ ปรับเปลีย่ นรูปแบบการดูแล ในบางรายที่ไมไดผล อาจตองใชยาเพื่อลดอาการ

AR M

4. การดูแลผูดูแลผูปวย ผูดูแลผูปวยควรไดรับขอมูลเกี่ยวกับโรค การดูแลแกไขปญหาตางๆ ที่เกิดขึ้น ผูดูแล ผูปวยโรคนี้ มักมีความเครียดและทุกขใจมาก จึงควรมีระบบการเผยแพรขอมูลความรูใหผูดูแล การโทรศัพท ชวยเหลือ ระหวางทีมบุคลากรแพทยและพยาบาล กับผูดูแล หรือระหวางผูดูแลดวยกัน การจัดอบรมทักษะ การดูแลผูปวย การใหผูดูแลมีชวงพัก เพื่อคลายเครียด เปนตน นอกจากนั้น ผูดูแลผูปวยควรมีสุขภาพที่ดี ทั้ง ทางกายและจิต เนื่องจากมีผลตอการดูแลผูปวย และผลตอสุขภาพของผูดูแลเอง ผูดูแลควรไดพบปะพูดคุย กับผูอื่นบาง รูวิธีการดูแลสุขภาพของตนเอง และไดตรวจสุขภาพประจําป เปนตน

การปองกัน

PH

ในปจจุบันยังไมมีขอมูลเพียงพอ สําหรับการปองกันโรคนี้ อยางไรก็ตาม การปฏิบัติตัวบางอยาง อาจชวยใหสมองมี ความจําที่ดีได ไดแก 1. หลีกเลี่ยงยาหรือสาร ที่จะทําใหเกิดอันตรายแกสมอง เชน การดืม่ เหลาจัด การรับประทานยาโดยไมจาํ เปน


2. การฝกฝนสมอง ไดแก การพยายามฝกใหสมองไดคิดบอยๆ เชน อาจหนังสือ เขียนหนังสือบอยๆ คิดเลข ดู เกมสตอบปญหา ฝกหัดการใชอปุ กรณใหมๆ เปนตน

R

4. การพูดคุย พบปะผูอื่นบอยๆ เชน ไปวัด, ไปงานเลี้ยงตางๆ หรือเขาชมรมผูสูงอายุ เปนตน

N

3. ออกกําลังกายสม่ําเสมอ สัปดาหละ 3-5 ครั้ง เชน เดินเลน, รํามวยจีน เปนตน

O

5. ตรวจสุขภาพประจําป หรือถามีโรคประจําตัวอยูเดิม ก็ตองติดตามการรักษาเปนระยะ เชน การตรวจหา ดูแล และรักษาโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน เปนตน 7. พยายามมีสติในสิ่งตางๆ ที่กําลังทํา และฝกสมาธิอยูตลอดเวลา

AK

6. ระมัดระวัง เรื่องอุบัติเหตุตอสมอง ระวังการหกลม เปนตน

PH

AR M

AC

Y

SI

LP

8. พยายามไมคิดมาก ไมเครียด หากิจกรรมตางๆ ทําเพื่อคลายเครียด เนื่องจากความเครียด และอาการซึมเศรา อาจทําใหจําอะไรไดไมดี


LP

AK

O

R

N

โรคเบาหวาน

เบาหวาน เปนความผิดปกติของรางกายที่มีการผลิตฮอรโมนอินซูลินไมเพียงพอ หรือรางกายเกิดภาวะดื้ออืนซูลิน อัน

SI

สงผลทําใหระดับน้ําตาลในกระแสเลือดสูงกวาปกติโรคนี้มีความรุนแรงสืบเนื่องมาจากการที่รางกายไมสามารถใชน้ําตาลได อยางเหมาะสม โดยปกติน้ําตาลจะเขาสูเซลลรางกายเพื่อใชเปนพลังงานภายใตการควบคุมของฮอรโมนอินซูลิน ในผูปวยที่ เปนโรคเบาหวานจะไมสามารถทํางานไดอยางมีประสิทธิภาพ ผลที่เกิดขึ้นทําใหระดับน้ําตาลในเลือดสูงขึ้นมาก ในระยะยาวจะ

ชนิดและสาเหตุ

AC

แทรกซอนทีร่ นุ แรงได

Y

มีผลในการทําลายหลอดเลือด ทําลายระบบประสาทสวนปลาย ถาหากไมไดรบั การรักษาอยางเหมาะสม อาจนําไปสูส ภาวะ

โรคเบาหวานชนิดที่ 1 สาเหตุของโรคเบาหวาน[4] ชนิดที่ 1 เกิดจากภูมิตานทานของรางกายทําลายเซลลที่สราง

AR M

อินซูลินในตับออน ทําใหรางกายหยุดการสรางอินซูลิน ดังนั้นผูปวยเบาหวานชนิดที่ 1 จึงจําเปนตองฉีดอินซูลิน เพื่อควบคุม

น้ําตาลในเลือดระยะยาว แมนักวิทยาศาสตรยังไมสามารถอธิบายอยางแนชัดวา ทําไมภูมิคุมกันของรางกายจึงทําลายเซลล ของตับออน แตเราก็ทราบวาปจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงใหกับโอกาสการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 1 คือ การไดรบั สารพิษ,การติดเชื้อ

,การแพนมวัวโดยเฉพาะในเด็กเล็ก โรคเบาหวานชนิดที่ 2 สาเหตุที่แทจริงยังไมทราบชัดเจน แตมีสวนเกี่ยวของกับพันธุกรรม นอกจากนี้ ยังมี

PH

ความสัมพันธกับภาวะน้ําหนักตัวมาก การขาดการออกกําลังกาย และวัยที่เพิ่มขึ้น เซลลของผูปวยโรคเบาหวานชนิ���ที่ 2 รางกายยังคงมีการสรางอินซูลิน แตทํางานไมเปนปกติเนื่องจากมีภาวะดื้อตออินซูลิน ทําใหเซลลที่สรางอินซูลินคอยๆถูก


ทําลายไป บางคนเริ่มมีภาวะแทรกซอนโดยไมรูตัว และตองการยาในการรับประทาน และบางรายตองใชอินซูลินชนิดฉีด เพื่อ

N

ควบคุมน้ําตาลในเลือด

2. ปสสาวะกลางคืนบอยขึ้น (ระหวางชวงเวลาที่เขานอนแลวจนถึงเวลาตื่นนอน) 4. เหนื่อยงายไมมีเรี่ยวแรง

AK

3. หิวน้ําบอยและดื่มน้ําในปริมาณที่มากๆ

O

1. ปสสาวะมากขึ้นและบอยครั้งขึ้น

R

อาการ

5. น้ําหนักตัวลดโดยไมทราบสาเหตุ โดยเฉพาะถาหากน้ําหนักเคยมากมากอน 6. ติดเชื้อบอยกวาปกติ เชน ติดเชื้อทางผิวหนังและกระเพาะอาหาร

LP

7. สายตาพรามองเห็นไมชัดเจน 8. เปนแผลหายชา

SI

โดย เบาหวานชนิดที่ 2 อาจจะมีอาการเหลานี้บางอยาง หรืออาจไมมีอาการเหลานี้เลย

หมายเหตุ ผูปวยเบาหวาน ในระยะแรก มักไมพบอาการผิดปกติใดๆ ยกเวนจะมีระดับน้ําตาลในเลือดสูงกวาคนปกติเทานั้น

Y

อาการแทรกซอน

1.ภาวะแทรกซอนทางสายตา (Diabetic retinopathy)

AC

เกิดจากการที่น้ําตาลเขาไปใน endothelium ของ หลอดเลือดเล็กๆ ในลูกตา ทําใหหลอดเลือดเหลานี้มีการสรางไกล โคโปรตีนซึ่งจะถูกขนยายออกมาเปน Basement membrane มากขึ้น ทําให Basement membrane หนา แตเปราะ หลอด เลือดเหลานี้จะฉีกขาดไดงาย เลือดและสารบางอยางที่อยูในเลือดจะรั่วออกมา และมีสวนทําให Macula บวม ซึ่งจะทําใหเกิด

AR M

Blurred vision หลอดเลือดที่ฉีกขาดจะสรางแขนงของหลอดเลือดใหมออกมามากมายจนบดบังแสงที่มาตกกระทบยัง Retina ทําใหการมองเห็นของผูปวยแยลง 2. ภาวะแทรกซอนทางไต (Diabetic nephropathy) พยาธิสภาพของหลอดเลือดเล็กๆ ที่ Glomeruli จะทําให Nephron ยอมให albumin รัว่ ออกไปกับ filtrate ได

PH

Proximal tubule จึงตองรับภาระในการดูดกลับสารมากขึ้น ซึ่งถาเปนนานๆ ก็จะทําใหเกิด Renal failure ได ซึ่งผูปวยมักจะ

เสียชีวิตภายใน 2- 3 ป นับเขาสูภาวะไตวายระยะสุดทาย หากไมไดรับการรักษาอยางถูกวิธี


3. ภาวะแทรกซอนทางระบบประสาท (Diabetic neuropathy)

N

หากหลอดเลือดเล็กๆ ที่มาเลี้ยงเสนประสาทบริเวณปลายมือปลายเทาเกิดพยาธิสภาพ ก็จะทําใหเสนประสาทนั้นไม จึงเปนอาหารอยางดีใหกับเหลาเชื้อโรค และแลวแผลก็จะเนา และนําไปสู Amputation ในที่สุด

O

4. โรคหลอดเลือดหัวใจ (Coronary vascular disease)

R

สามารถนําความรูสึกตอไปได เมื่อผูปวยมีแผล ผูปวยก็จะไมรูตัว และไมดูแลแผลดังกลาว ประกอบกับเลือดผูปวยมีน้ําตาลสูง

6.โรคของหลอดเลือดสวนปลาย (Peripheral vascular disease)

LP

7. แผลเรือ้ รังจากเบาหวาน (Diabetic ulcer)

AK

5.โรคหลอดเลือดสมอง (Cerebrovascular disease)

การดูแลปองกันโรคเบาหวาน

1. ควบคุมน้ําตาลในเลือดใหอยูในเกณฑปกติและแกไขปจจัยเสี่ยงอื่นๆ การรักษาจําเปนจะตองทํางานรวมกันระหวาง

SI

ผูปวย แพทย ผูใหคําแนะนําเรื่องโรคเบาหวาน โภชนาการและยา การรักษานี้จะชวยใหเกิดความสมดุลทั้งในดาน โภชนาการ การออกกําลังกาย และการใชยารักษา

2. ควรเจาะระดับน้ําตาลในเลือดสม่ําเสมอ ใหปรึกษาแพทยวาควรเจาะชวงใด และบอยแคไหนถึงจะดีที่สุด

การรักษา

AC

ผลิตภัณฑยาเหลานี้

Y

3. ยาบางชนิดหรือยาสมุนไพรอาจมีผลตอการควบคุมน้ําตาลในเลือด จะตองตรวจสอบกับแพทยและเภสัชกรกอนเลือก

PH

AR M

การรักษาโรคเบาหวานในผูสูงอายุมีเปาหมาย คือ 1. ควบคุมระดับน้ําตาลในเลือดใหอยูในระดับที่เหมาะสมตลอดชีวิต คือประมาณ 140 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ซึ่งเปนระดับที่ ผูปวยมีความเสี่ยงนอยตอการเกิดภาวะน้ําตาลต่ําในเลือด แตอยางไรกตามปจจุบันเราไดใชคาน้ําตาลแบบ ฮีโมโกลบินเอวันซีในการประเมินผูปวยเบาหวาน คาฮีโมโกลบินเอวันซี ที่เหมาะสมคือต่ํากวารอยละ 7

2. ปองกันหรือชะลอโรคแทรกซอนที่เกิดขึ้น (สมอง ใจ ไต ตา ชา แผล) 3. เพิ่มคุณภาพชีวิตของผูปวย คือใหมีชีวิตอยูไดอยางปกติสุขและมีคุณภาพ 4. นอกจากนี้เรายังจําเปนตองควบคุมระดับความดันโลหิต โดยระดับความดันโลหิจที่เหมาะสม คือ นอยกวา 130/90 มิลลิเมตร ปรอท และระดับไขมันในเลือดใหอยูในระดับปกติอีกดวย โดยดูจากระดับไขมันความหนาแนนต่ํา ตอง นอยกวา 100 มิลลิกรัม/เดซิลิตร


ดังนั้นการรักษาโรคเบาหวานจะตองอาศัยการควบคุมอาหาร การออกกําลังกาย และการใชยา ซึ่งทั้งนี้ตองการกําลังใจ

N

ของผูสูงอายุและความรวมมือจากญาติพี่นองหรือผูดูแล การใชยารักษาจะเริ่มเมื่อผูปวยสูงอายุไมสามารถควบคุมระดับ น้ําตาลในเลือดใหบรรลุเปาหมายดวยการควบคุมอาหารและการออกกําลังกาย การใชยาจึงมีความสําคัญมากตอชีวิตผูปวย

R

เบาหวานในปจจุบันซึ่งมีวิถีชีวิตที่แตกตางจากในอดีต โดยทั่วไปแพทยจะใหยาที่เหมาะสมคือออกฤทธิ์ไมแรงและหมดฤทธิ์เร็ว เริ่มจากขนาดยาต่ําๆ กอน มีวิธีการใชยาที่งายและเกิดผลขางเคียงนอยที่สุด อยางไรก็ตามผูปวยที่ใชยาจะตองควบคุมอาหาร

O

และออกกําลังกายรวมดวยเสมอ ผูจะตองใชยาตลอดชีวิตเพื่อควบคุมระดับน้ําตาลและอาการของโรคเบาหวานตามเปาหมาย

PH

AR M

AC

Y

SI

LP

AK

ที่กําหนด ปญหาจึงอยูที่วาจะทําอยางไรผูปวยสูงอายุจึงจะอยูกับโรคเบาหวานและการใชยาอยางมีความสุข


LP

AK

O

R

N

โรคตอหิน

ตอหิน (glaucoma) เปนโรคตาซึ่งคนที่เปนสวนใหญมักไมทราบวาตัวเองปวยเปนโรคนี้ โดยเฉพาะในระยะแรกๆ พอ ขึ้นอยูกับความรุนแรงของโรคในแตละบุคคล

SI

ทราบวาเปน ตอหิน ตาก็มักจะใกลบอดแลว ที่อันตรายที่สุดคือ ถาไมไดรับการรักษาอยางถูกตองตาจะบอดในที่สุด ไมชาก็เร็ว

ตอหิน เปนหนึ่งในกลุมโรคตอ ตามที่คนเรียกกันโดยทั่วๆ ไป ที่พบบอยๆ มีตอกระจก ตอเนื้อ ตอลม และตอหิน แต

Y

ตอหิน เปนตอเพียงชนิดที่ไมมีตัวตอใหเห็น เพราะ ตอหิน เปนกลุมโรคที่มีการทําลายขั้วประสาทตา ซึ่งเปนตัวนํากระแสการ มองเห็นไปสูสมอง ซึ่งเมื่อขั้วประสาทตาถูกทําลายจะมีผลทําใหสูญเสียลานสายตา เมื่อเปนมากๆ ก็สูญเสียการมองเห็นใน

AC

ที่สุด ซึ่งเปนการสูญเสียชนิดถาวร ไมสามารถรักษาใหกลับคืนมามองเห็นได สาเหตุของตอหิน

AR M

ตอหิน เกิดจากการทําลายขั้วประสาทตา อาจเกิดขึ้นโดยไมมีสาเหตุปจจัยภายนอก หรืออาจพบรวมกับโรคทางตา

อื่นๆ ที่แทรกซอนมาจากอุบัติเหตุหรือการผาตัดรักษาโรคอื่นๆ ในดวงตา หรือแมแตเกี่ยวพันกับโรคทางกายอื่นๆ ถือเปนปจจัย เสี่ยงในตัวบุคคลนั้นๆ ที่ทําใหเกิดการเสื่อมของขั้วประสาทตา ปจจัยเสี่ยงที่สําคัญที่สุดของ ตอหิน และเปนปจจัยอยางเดียวที่ควบคุมเปลี่ยนแปลงได ก็คือ ความดันในลูกตาที่เพิ่ม

สูงขึ้น ซึ่งอาจจะเพิ่มสูงขึ้นเองตามธรรมชาติ เนื่องจากความเสื่อมขางในลูกตา หรือเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากยาที่ใช จากอุบัติเหตุ

PH

หรือจากการผาตัด น้ําหลอเลี้ยงภายในลูกตา โดยปกติลูกตาจะมีการสรางน้ําหลอเลี้ยงภายใน ซึ่งสรางจากบริเวณดานหลังของมานตา แลวไหลออกมาทาง
ชอง

ดานหนา กอนที่จะระบายออกไปทางทอระบายบริเวณมุมตา ในภาวะปกติ ปริมาณของน้ําหลอเลี้ยงที่สรางขึ้นจะสมดุลกับ


ปริมาณที่ไหลออกจากลูกตา ซึ่งจะไมทําใหเกิดการคั่งคางของน้ําภายในลูกตา ความดันภายในก็ปกติ แตถาหากมีการอุดตัน

N

บร���เวณที่ทอระบาย จะทําใหความดันตาเพิ่มสูงขึ้นได

R

ชนิดของ โรคตอหิน

ตอหิน ชนิดมุมปด พบไดรอ ยละ 10 ของทั้งหมด เกิดจากความผิดปกติของโครงสรางลูกตา ทําใหเกิดการอุดกั้นของน้ํา

O

หลอเลี้ยงในลูกตา กรณีที่เกิดขึ้นเฉียบพลัน ผูปวยจะมีอาการปวดตา ตาแดง ตามัว เมื่อมองไปที่ดวงไฟจะเห็นเปนวงกลมจา

รอบดวงไฟ อาการอาจรุนแรงมากจนเกิดอาการคลื่นไสอาเจียน และมักไมหายดวยการรับประทานยาแกปวด ถาไมรักษาตาจะ

AK

บอดอยางรวดเร็วภายในเวลาเปนวันๆ สวนชนิดเรื้อรังผูปวยมักไมทราบและไมมีอาการ บางคนอาจมีอาการปวดเล็กนอยเปน ครัง้ คราว เปนๆ หายๆ อยูห ลายป และไดรบั การรักษาแบบโรคปวดศีรษะโดยไมทราบวาเปน ตอหิน

LP

ตอหิน ชนิดมุมเปด พบไดรอ ยละ 60-70 ของทั้งหมด เกิดจากเนื้อเยื่อสวนที่ทําหนาที่กรองน้ําหลอเลี้ยงลูกตาผิดปกติ ทํา ใหความดันตาเพิ่มสูงขึ้น และทําลายขั้วประสาทตาในที่สุด แบงเปนชนิดความดันตาสูง และชนิดความดันตาปกติ ผูปวยจะไม มีอาการปวดตาหรือตาแดง สังเกตพบวาสายตาคอยๆ มัวลง อาจสังเกตเห็นการเปลีย่ นแปลงในระยะเปนเดือนหรือเปนป หาก รักษาสายตาไวได

SI

ไมไดรับการวินิจฉัย และรักษาทันทวงทีจะทําใหตาบอดไดในที่สุด แตถาไดรับการวินิจฉัยไดอยางถูกตอง และรวดเร็วก็มักจะ

Y

ตอหิน ชนิดแทรกซอน เกิดเนื่องจากมีความผิดปกติอยางอื่นของดวงตา เชนการอักเสบ ตอกระจกที่สุกมาก อุบัติเหตุตอ ดวงตา เนื่องจากการใชยาหยอดตาบางชนิด และภายหลังการผาตัดตา เชนเปลี่ยนกระจกตา หรือการผาตัดตอกระจก

AC

ตอหิน ในทารกและเด็กเล็ก พบเกิดรวมกับความผิดปกติตั้งแตแรกคลอดของดวงตา อาจมีความผิดปกติทางรางกายรวม ดวย โรคนี้ถายทอดทางพันธุกรรมแบบลักษณะดอย (autosomal recessive) หากทั้งพอ และแมเปนพาหะ ลูกจะมีโอกาสเปน โรคนี้รอยละ 25 ตอหิน ในเด็กทารกมักพบตั้งแตแรกเกิด แมอาจสังเกตวาลูกมีขนาดลูกตาใหญกวาเด็กปกติ กลัวแสง กระจก

AR M

ตาหรือสวนของตาดําจะไมใสจนถึงขุนขาว และมีน้ําตาไหลมาก หากพบตองรีบพาเด็กเขารับการรักษา ตอหิน ชนิดเม็ดสี เปน ตอหินชนิดมุมเปดที่ถายทอดทางกรรมพันธุ พบในคนสายตาสั้นอายุ 20-30 ป
การที่สายตาสั้นทําใหมานตาเกิดเปนสวนโคง

เนื้อเยื่อชั้นสรางเม็ดสีกระทบกับเลนส ทําใหเม็ดสีอุดตัน การไหลเวียนของน้ําหลอเลี้ยงลูกตาติดขัด และความดันตาเพิ่มสูงขึ้น

PH

ปจจัยเสี่ยงที่ทําใหเกิดโรค ตอหิน 1. อายุ คนที่มีอายุมากจะมีโอกาสเปน ตอหิน มากกวาคนที่มีอายุนอย ตอหิน บางชนิดเกิดในเด็กแรกเกิด หรือกลุมเด็ก เล็กไดเชนกัน แตพบไมบอยเทาผูสูงอายุ ตอหิน ชนิดมุมเปดพบมากในคนที่มีอายุมากกวา 40 ป 2. ความดันในลูกตา คนที่มีความดันในลูกตาสูงจะมีโอกาสเกิดโรค ตอหิน ไดมาก


3. ประวัตคิ รอบครัว หากมีสมาชิกภายในครอบครัว หรือบรรพบุรษุ เปนตอหินก็จะมีโอกาสเปน ตอหิน มากขึน้ และควร

N

ไดรบั การตรวจเปนระยะๆ 4. สายตาสั้นมากหรือยาวมาก พบวาคนที่มีสายตาสั้นมากๆ จะมีโอกาสเสี่ยงเปนโรค ตอหิน ชนิดมุมเปดมากกวาคน

R

ปกติ และในคนที่สายตายาวมากๆ โดยมีขนาดของลูกตาเล็กกวาปกติ ก็จะมีโอกาสเปน ตอหิน ชนิดมุมปด

5. โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง และความผิดปกติทางเลือดและเสนเลือด ปจจุบันมีหลักฐานชี้บงวา

O

ความเขมขนของเลือดที่ผิดปกติอาจสัมพันธกับโรค ตอหิน โรคของเสนเลือดที่เกี่ยวของกับภาวะภูมิคุมกันผิดปกติ หินได 6. ผูที่ใชยาสเตียรอยดติดตอกันเปนเวลานาน

LP

7. การไดรับอุบัติเหตุที่ลูกตามากอน และโรคตาบางชนิด

AK

เชน โรคลูปส ก็เปนปจจัยเสี่ยง ที่จะมีความผิดปกติของเสนเลือดที่หลอเลี้ยงขั้วประสาทตา และทําใหเกิดเปนโรคตอ

อาการของตอหิน

โรคตอหิน สวนใหญเปนชนิดไมมอี าการ การดําเนินของโรคจากเริม่ เปน จนถึงการสูญเสียการมองเห็น ใชเวลานานเปน

SI

ปๆ โดยเฉพาะอยางยิ่งตอหินที่เกิดจากความเสื่อม ซึ่งไมมีอาการใดๆ จนกระทั่งสูญเสียการมองเห็น ซึ่งใชเวลา 5 - 10 ป จะเร็ว หรือชาขึ้นอยูกับวาจะตรวจพบตอหินระยะใด เชน พบตั้งแตระยะเพิ่งเริ่มเปน จะสามารถคุมไวได และอาจจะไมสูญเสียการ

AC

เวลาเปนเดือน ก็จะตาบอดได

Y

มองเห็น แตถาตรวจพบตอหินระยะที่เปนมากแลวหรือระยะทายๆ ก็อาจสูญเสียการมองเห็นไดในเวลาอันรวดเร็วเชนภายใน

ตอหิน ชนิดมุมปดที่มีอาการเฉียบพลัน ผูปวยจะมีอาการดังนี้ 1. อาการปวดตา

AR M

2. เมื่อมองไปที่ดวงไฟจะเห็นเปนวงกลมจารอบดวงไฟ 3. ตาแดงทันทีทนั ใด

4. ปวดมากจนคลื่นไสอาเจียนตองมาโรงพยาบาล 5. ปวดศีรษะมากในตอนเชา

PH

6. ความดันตาเพิ่มขึ้นอยางทันทีทันใด 7. กระจกตาบวมหรือขุน

อยาง ไรก็ตาม คนทั่วไปจะไมทราบวาตัวเองนั้นเริ่มเปน ตอหิน ยกเวนตองมาใหจักษุแพทยตรวจ โดยเฉพาะ
อยางยิ่ง

ในกลุม ตอหิน ที่เปนระยะเรื้อรังจากความเสื่อมที่คอย เปนคอยไป


LP

AK

O

R

N

โรคความดันโลหิตสูง

โรคความดันโลหิตสูง หรือแพทยบางทานเรียกวา ภาวะความ ดันโลหิตสูง (Hypertension หรือ High blood

SI

pressure) เปนโรคพบไดบอ ยมากอีกโรคหนึง่ ในผูใ หญ พบไดสงู ถึง ประมาณ 25-30% ของประชากรโลกที่เปนผูใหญทั้งหมด โดยพบในผูชายบอยกวาในผูหญิง และพบไดสูงขึ้นในผูสูงอายุ ในบางประเทศ พบโรคนี้ไดสูงถึง 50% ของผูมีอายุตั้งแต 60 ป

Y

ขึ้นไป สวนในเด็กพบโรคนี้ไดเชนกัน แตพบไดนอยกวาในผูใหญมาก

โรคความดันโลหิตสูง คือ ภาวะมีความดันโลหิต วัดไดสูงตั้งแต 140/90 มิลลิเมตร–ปรอท ขึน้ ไป ทัง้ นีค้ วามดันโลหิต

สาเหตุ

AC

ปกติ คือ 90-119/60-79 มม.ปรอท

AR M

โรคความดันโลหิตสูงแบงตามสาเหตุไดเปน 2 ชนิด คือ ชนิดไมทราบสาเหตุแนชัด (Essential hypertension) ซึ่งพบ

ไดสูงถึง 90-95% ของผูปวยโรคความดันโลหิตสูงทั้งหมด และชนิดทราบสาเหตุ (Secondary hypertension) ซึ่งพบได ประมาณ 5-10% ของโรคนี้ ดังนั้น โดยทั่วไป เมื่อกลาวถึง “โรคความดันโลหิตสูง” จึงหมายถึง “โรคความดันโลหิตสูงชนิดยังไม ทราบสาเหตุ”

โรคความดันโลหิตสูงชนิดไมทราบสาเหตุ เชื่อวา นาเกิดจากหลายๆปจจัยรวมกัน ที่สําคัญ คือ อิทธิพลของเอ็นไซม

PH

(Enzyme, สารเคมีที่มีหนาที่เรงปฏิกิริยาเคมีตางๆ) ทีเ่ รียกวา เรนิน (Renin) และฮอรโมนแองจิโอเท็นซิน (Angiotensin) จากไต

ซึ่งสารทั้งสองชนิดนี้จะทํางานรวมกับตอมหมวกไต และกับตอมใตสมองในการควบคุม น้ํา เกลือแรโซเดียม และการบีบตัวของ หลอดเลือด ในรางกาย ทั้งหมดเพื่อการควบคุมความดันโลหิต ซึ่งเรียกวา กระบวนการ Renin-Angiotensin system


นอกจากนั้น กลไกการเกิดความดันโลหิตสูงยังขึ้นกับ

N

1. พันธุกรรม เพราะพบโรคไดสงู ขึน้ ในคนทีม่ ปี ระวัตคิ รอบครัวเปนโรคนี้

2. เชื้อชาติ เพราะ พบโรคไดสูงในคนอเมริกันผิวดํา เมื่อเปรียบเทียบกับคนอเมริกันผิวขาว และชาวแมกซิกันอเมริกัน

R

3. การกินอาหารเค็ม เพราะเกลือโซเดียม หรือ เกลือทะเลเปนตัวอุมน้ําในเลือด จึงชวยเพิ่มปริมาตรของเลือดที่ไหลเวียน

O

จึงสงผลใหความดันโลหิตสูงขึ้น

4. และกระบวนการของรางกายที่สงผลตอสมดุลและการทํางานของเกลือแรแคลเซียมในรางกาย

AK

สวนโรคความดันโลหิตสูงชน���ดรูสาเหตุโรคไตเรื้อรัง จากโรคของหลอดเลือดที่หลอเลี้ยงไต เชน อักเสบ หรือ ตีบ จากการติดสุรา จากมีฮอรโมนบางชนิดในรางกายผิดปกติ เชน จากเนื้องอกบางชนิดของตอมหมวกไต หรือ ของตอมใตสมอง มักเกิดจากโรค

ปจจัยเสี่ยงสําคัญที่ทําใหเกิดโรคความดันโลหิตสูง

LP

ตางๆที่สงผลตอหลอดเลือด ตอหัวใจ และตอสมดุลของ ฮอรโมน และ/หรือ เกลือแรในรางกาย ทีพ่ บบอย เชน จาก

1. พันธุกรรม โอกาสมีความดันโลหิตสูง จะสูงขึ้นเมื่อมีคนในครอบครัวเปนโรคนี้

SI

2. โรค เบาหวาน เพราะกอใหเกิดการอักเสบ ตีบแคบของหลอดเลือดตางๆ รวมทั้งของไต

3. โรคอวน และน้ําหนักตัวเกิน เพราะเปนสาเหตุสําคัญของโรคเบาหวาน และโรคหลอดเลือดตางๆตีบจากภาวะไขมัน เกาะผนังหลอดเลือด

Y

4. โรคไตเรื้อรัง เพราะจะสงผลถึงการสรางเอ็นไซมและฮอรโมนที่ควบคุมความดันโลหิตดังกลาวแลว

AC

5. โรคนอนหลับแลวหยุดหายใจ (Sleep apnea)

6. สูบบุหรี่ เพราะสารพิษในควันบุหรี่สงผลใหเกิดการอักเสบ ตีบตันของหลอดเลือดตาง รวมทั้งหลอดเลือดไต และ หลอดเลือดหัวใจ

7. การติดสุรา ซึ่งยังไมทราบชัดเจนถึงกลไกวาทําไมดื่มสุราแลวจึงเปนปจจัยเสี่ยงตอการเกิดความดันโลหิตสูง แต

AR M

การศึกษาตางๆใหผลตรงกันวา คนที่ติดสุรา จะสงผลใหหัวใจเตนแรงกวาปกติ และมีโอกาสเปนโรคความดันโลหิตสูง ถึงประมาณ 50% ของผูติดสุราทั้งหมด

8. กินอาหารเค็มสม่ําเสมอ ตอเนื่อง ดังเหตุผลดังไดกลาวแลว

9. ขาดการออกกําลังกาย เพราะเปนปจจัยเสี่ยงตอโรคอวนและโรคเบาหวาน

PH

10. ผลขางเคียงจากยาบางชนิด เชน ยาในกลุมสเตียรอยด

อาการของโรค ความสําคัญของโรคความดันโลหิตสูงคือ เปนโรคที่มักไมมีอาการ และจากการที่เปนโรคเรื้อรังที่รุนแรงถาไมสามารถ

ควบคุมโรคได แตมักไมมีอาการ แพทยบางทานจึงเรียกโรคความดันโลหิตสูงวา “เพชฌฆาตเงียบ (Silent killer)” ทั้งนี้สวนใหญ


ของอาการจากโรคความดันโลหิตสูง เปนอาการจากผลขางเคียง เชน จากโรคหัวใจ และจากโรคหลอดเลือดในสมอง หรือ เปน

N

อาการจากโรคทีเ่ ปนปจจัยเสีย่ ง เชน อาการจากโรคเบาหวาน หรือ จากโรคอวน หรือเปนอาการจากโรคทีเ่ ปนสาเหตุ เชน โรค เนื้องอกตอมใตสมอง (ปวดศีรษะ และตาเห็นภาพไมชัด)

R

อยางไรก็ตาม ผูปวยบางคนอาจมีอาการจากตัวความดันโลหิตสูงเองได โดยอาการที่อาจพบได เชน ปวดศีรษะ มึนงง

O

วิงเวียน สับสน และเมื่อมีอาการมากอาจโคมา และเสียชีวิตได

AK

การรักษาโรคความดันโลหิตสูง

แนวทางการรักษาโรคความดันโลหิตสูง คือ การใหยาลดความดันโลหิต การรักษาควบคุมโรคที่เปนปจจัยเสี่ยงและ เปนสาเหตุ การรักษาและปองกันผลขางเคียงจากโรคความดันโลหิตสูง และการรักษาประคับประคองตามอาการ

LP

การใหยาลดความดันโลหิต ซึ่งมีหลากหลายชนิด ทั้งชนิดกินและชนิดฉีด ขึ้นกับความรุนแรงของอาการ การรักษาโรค ทีเ่ ปนปจจัยเสีย่ ง เชน รักษาโรคเบาหวาน การรักษาโรคทีเ่ ปนสาเหตุ เชน รักษาโรคไตเรือ้ รัง หรือ รักษาโรคเนือ้ งอกตอมใต สมอง การรักษาผลขางเคียงจากโรคความดันโลหิตสูง เชน การรักษาโรคไตเรื้อรัง (โรคไตเปนไดทั้งสาเหตุ และผลขางเคียงจาก

PH

AR M

AC

Y

SI

โรคความดันโลหิตสูง) การรักษาประคบประคองตามอาการ เชน กินยาคลายเครียด และการพักผอนอยางพอเพียง เปนตน


แหลงอางอิง

N

http://www.yourhealthyguide.com/article/ao-alzheimer-condition.htm

R

http://haamor.com/th/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B

O

8%B1%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%AB%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8

AK

%AA%E0%B8%B9%E0%B8%87/ http://www.yourhealthyguide.com/article/ad-diabete-control.htm

PH

AR M

AC

Y

SI

LP

http://health.kapook.com/view756.htm


โรคที่มักพบในผู้สูงอายุ