Page 1

สารปวย วารสารรายเดือนเพื่อเชิดชูเกียรติ และรวมรำลึกในโอกาส 100 ปชาตกาล ดร.ปวย อึ๊งภากรณ

ปที่ 1 ฉบับที่ 7 พฤศจิกายน 2558

ปลายปากกาปญญาชนสยาม :

สาระของความเปนปวย ............................................................. มองปวย :

อาจารยปวย... คนพิเศษสุดในความทรงจำ ...................................................................... บันทึกรำลึกปวย :

ปวย อึ๊งภากรณ อนุสรณีย – สังคมไทยกำลังหิวความดี ................................................................... ปาฐกถา 100 ป :

รัฐไทยกับการพัฒนาเศรษฐกิจ

ปฏิทินเชิดชูสามัญชนผูยึดมั่นในความดีและคุณธรรม

“ปวย อึ๊งภากรณ”

สามารถอานฉบับยอนหลังไดที่เว็บไซต www.tualumni.tu.ac.th Cover-puay-7 November.indd 1

24/10/2558 18:13:52


สารบัญ / CONTENTS ปฏิทินกิจกรรม ปลายปากกาปญญาชนสยาม

1

เรื่องจากปก

2

“My Dream สิ่งที่ผมปรารถนา” ปฏิทินเชิดชูสามัญชนผูยึดมั่นในความดีและคุณธรรม “ปวย อึ๊งภากรณ”

สาระของความเปนปวย (ตอนจบ)

ปาฐกถา 100 ป คณะเศรษฐศาสตร

6

ปฏิทินแหงความรื่นรมย : ชีวิตทางวัฒนธรรมของ ปวย อึ๊งภากรณ ความหวัง ความรักในสัจจะและความดี เสนทางแหงความรื่นรมยในแบบของอาจารยปวย

ปวยเสวนาสัญจร

จับวิบัติ

มองปวย

19

อาจารยปวย… คนพิเศษสุดในความทรงจําของ ศิโรช อังสุวัฒนะ

บันทึกรําลึกปวย

22

ปวย อึ๊งภากรณ อนุสรณีย – สังคมไทยกําลังหิวความดี

9

ชาติพันธุและความเปนอื่นในสังคมไทยและอาเซียน

บทความพิเศษ

14

12

คนที่นารูจัก

25

99 ป ฉลบชลัยย พลางกูร

ลูกผูชายชื่อ “ปวย”

28

กวีนิพนธ

32

(คน) ใจยักษ

บทบรรณาธิการ

อาจารยดิเรก ชัยนาม เอกอัครราชทูต ณ กรุงลอนดอน ตัดสินใจลาออกทันทีเมื่อทราบวาเกิดรัฐประหาร 8 พฤศจิกายน 2490 โดยอาจารยปวยเขียนเลาเหตุการณตอนนี้เอาไววา ที่อาจารยดิเรกไปดํารงตําแหนงนี้ก็เพื่อเจรจาปญหาตางๆ กับอังกฤษ ที่สืบเนื่องมาจากสงครามโลกครั้งที่ 2 เพราะอาจารยดิเรกเปนเสรีไทยชั้นอาวุโส จึงรูจักเจาหนาที่ผูใหญของอังกฤษอยูมาก อาจารยปวยเห็นวา อาจารยดิเรกไมจําเปนตองลาออก เพราะเอกอัครราชทูตเปนตําแหนงขาราชการประจํา และทานก็เพิ่ง ดํารงตําแหนงไดไมนาน กําลังจะเริ่มเห็นผลของงานที่เริ่มไว นอกจากนี้ในทางสวนตัวแลว อาจารยดิเรกไมใชคนรํ่ารวย เวลานั้นทานพาบุตร ไปดวย 3 คน เปนโอกาสที่จะใหบุตรชายของทานไดเลาเรียนดีๆ โดยไมตองชักเนื้อมากนัก ถากลับเมืองไทยแลว ก็นาคิดวาจะจัดการปญหานี้ อยางไร แตอาจารยดิเรกไมไดคํานึงถึงเรื่องสวนตัวเหลานี้เลย ตามวิสัยของผูที่มุงแตประโยชนสวนรวมเปนใหญ ที่สําคัญ การลาออกอยางหาญกลาในครั้งนี้ ยอมถูกจะเพงเล็งจากรัฐบาลใหมที่มาจากการรัฐประหาร วาการลาออกนี้จะเทากับ การประทวงการรัฐประหาร และสนับสนุนคณะ “ปรีดี-ธํารง” ซึ่งเปนรัฐบาลกอนหนาหรือไม แตอาจารยดิเรกสรุปขอตัดสินใจของทานเพียงสั้นๆ วา “สําคัญที่เกียรติ” เพราะถาอยูในตําแหนงโดยรัฐบาลใหมไมไววางใจ ก็เทากับดานอยูในตําแหนง ประเทศใดเขาจะมานับถือ และยังจะดํารงตําแหนงลอยนวลอยูไดอยางไรในเมื่อพรรคพวกของทานในกรุงเทพฯ ซึ่งรวมเสี่ยงตายกันมาในขบวนการเสรีไทย ถูกเบียดเบียนบีฑา ตกอับไรวาสนา แตกฉานซานเซ็น ความกลาหาญทางจริยธรรมอยางนี้เอง ที่จับใจอาจารยปวย และทานก็เลือกที่จะใชชีวิตการทํางานแบบที่ “ไมพะวงรักษาเกาอี้” ตราบจนพนจากตําแหนงอธิการบดีธรรมศาสตร ไปในเหตุการณอันหนาเศราเมื่อ 39 ปที่แลว นึกถึงเรื่องนี้ทีไร ก็ตองยืมคําของ “ศรีดาวเรือง” มาเอยดังๆ วา “คนอยางนี้…มีอีกไหม” กษิดิศ อนันทนาธร ขอเขียนตางๆ ในวารสารเลมนี้ เปนความคิดเห็นสวนบุคคลของผูเขียน เจาของและบรรณาธิการไมจําเปนตองเห็นพองดวยเสมอไป เจาของ: คณะกรรมการเตรียมงาน 100 ป ชาตกาล ศ.ดร.ปวย อึ๊งภากรณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร ที่ปรึกษา: ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย สุลักษณ ศิวรักษ บุญสม อัครธรรมกุล บรรณาธิการ: กษิดิศ อนันทนาธร กองบรรณาธิการ: มนธีร กรกําแหง วันฟาใหม เทพจันทร ปยะดา รัตนกูล ธนวันต บุตรแขก ศิลปกรรม: ธิดาพร วงษสําราญ แยกสี/พิมพ: บริษัทฐานการพิมพ จํากัด สํานักงาน ติดตอ: สํานักงานเลขานุการคณะกรรมการเตรียมงาน 100 ป ชาตกาล ศ.ดร.ปวย อึ๊งภากรณ เลขที่ 2 ถนนพระจันทร เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200 โทรศัพท 0-2613-3777 โทรสาร 0-2613-2043 E-mail: tualumnioff@gmail.com http:// www.alumni.tu.ac.th www.facebook.com/ สู 100 ปชาตกาล ปวย อึ๊งภากรณ

Inside-puay November 58.indd 1

24/10/2558 18:16:10


ปฏิทินกิจกรรม

ปาฐกถา 100 ป ปวย อึ๊งภากรณ

ณ ห้องประชุมชั้น 5 คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เวลา 13.30-15.30 น. ครั้งที่ 5 วันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2558 หัวข้อ “รัฐไทย กับการพัฒนาเศรษฐกิจ” โดย ดร.สมเกียรติ ตัง้ กิจวานิชย์ ประธาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) หมายเหตุ ปาฐกถา 100 ปี ป๋วย อึ๊งภากรณ์ จัดขึ้นเนื่องในวาระ ร�าลึก 100 ปี ชาตกาลของ ศ.ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ โดยคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้คัดเลือกบุคคลผู้สืบสานปณิธานอาจารย์ป๋วย ในแวดวงต่างๆ เพื่อแสดงปาฐกถาต่อสาธารณะในหัวข้อที่สะท้อนถึง ความคิด ชีวิต และจิตวิญญาณของอาจารย์ป๋วย ก�าหนดจัดขึ้นเป็นประจ�า ทุกเดือนๆ ละครั้ง ตั้งแต่เดือนเมษายน 2558 ถึง มกราคม 2559

งานสัมมนาวิชาการประจําป พ.ศ.2558 / ค.ศ.2015

ASEAN กับ EU/OAS ความเหมือนและความตาง : ข้อพึงสําเหนียกจากเอเชียและยุโรปกับลาตินอเมริกา วันศุกร์ที่ 4 ธันวาคม 2558 ณ ห้องประชุม Auditorium C ASEAN ชั้น 10 อาคารไซเบอร์ เวิลด์ ทาวเวอร์ ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ จัดโดย มูลนิธโิ ครงการต�าราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ร่วมกับ มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย รายละเอียดเพิ่มเติม โทรศัพท์ 0-2424-5768 และ 09-8257-6867 (คุณกิตสุนี/ คุณนภิสา)

1  ส า ร ป๋ ว ย Inside-puay November 58.indd 1

25/10/2558 23:08:25


ปลายปากกาปญญาชนสยาม ส. ศิวรักษ

สาระของความเปน

ปวย

(ตอนจบ)*

* เรียบเรียงจากปาฐกถาในงานแถลงข่าว “100 ปี ร้อยกิจกรรม สานปณิธาน อาจารย์ป๋วย” ที่คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2558 ส า ร ป๋ ว ย  2

Inside-puay November 58.indd 2

25/10/2558 23:08:26


III

ถ้าคุณอ่านรายงานการตรวจบ้านเมืองตาม ชนบทของกรมหลวงด�ำรงราชานุภาพในรัชกาลที่ 5 ก็จะเห็นข้อความข้อนี้อย่างชัดเจน เช่น “ตั้งแต่เข้ามณฑลอุดรมา ได้ไปเที่ยวตาม หมู่บ้านราษฎรตามทางที่ผ่านมาหลายแห่ง บางแห่ง เป็นบ้านใหญ่ตั้งมาช้านานหลายชั่วคน ลองไต่ถาม ถึงประเพณีการสมาคมของชาวบ้านเหล่านี้ ตามที่ พวกชาวเมืองเขาชี้แจง ได้ความประหลาดน่าพิศวง อย่าง 1 “คือชาวบ้านเหล่านี้ครัวหนึ่งก็มีบ้านอยู่แห่ง 1 มีเหย้าเรือนพอกันอยู่ และมียุ้งฉางข้าวเก็บไว้พอกิน ปี 1 ในลานบ้านปลูกพริก มะเขือ ข่า ตะไคร้ ส�ำหรับ ต้ม แกง นอกบ้านมีสวนผลไม้เช่น กล้วย, อ้อย, หมาก, มะพร้าว และมีเนื้อนาและโคกระบือพอท�ำได้ข้าวกิน ทุกครัวเรือน ถึงฤดูท�ำนาก็ช่วยกันท�ำนาทั้งชาย หญิง เด็ก ผู้ใหญ่ สิ้นฤดูนาผู้ชายไปเที่ยวหาของขาย ผู้หญิง อยู่บ้านเลี้ยงไหมและทอผ้าส�ำหรับท�ำเครื่องนุ่งห่ม เศษอาหารที่เหลือบริโภคใช้เลี้ยงไก่และสุกรไว้ขาย “การกินอยู่ของชาวบ้านแถวนี้ท�ำได้เองเกือบ ไม่ต้องซื้อหาสิ่งอันใด สิ่งที่ต้องซื้อก็คือเครื่องเหล็ก เช่น จอบ, เสียม, มีดพร้า เป็นต้น และเครื่องถ้วยชาม

บางทีกซ็ อื้ ด้ายทอผ้าหรือผ้าผืน และของอืน่ ๆ ทีช่ อบใจ ซึ่งพ่อค้าหาไปขาย เงินทองที่จะใช้ซื้อหาก็มีพอเพียง เพราะมีโคกระบือที่ออกลูกเหลือใช้และมีหมูและไก่ที่ เลีย้ งไว้ดว้ ยเศษอาหารเหลือบริโภค ขายได้เงินซือ้ ของ ที่ต้องการได้พอปรารถนา “ต่างครัวต่างอยู่เป็นอิสระแก่กัน ไม่มีใครเป็น บ่าว ไม่มีใครเป็นนายใคร ลูกบ้านอยู่ในปกครองของ ผู้ที่เป็นหัวหน้าครัวของตน แล้วก็มีผู้ใหญ่บ้านและ ก�ำนันต่อขึ้นไป ดูปกครองง่ายดาย แต่ว่าทั้งต�ำบลนั้น จะหาเศรษฐีที่มั่งมีเงินตั้งแต่ 200 บาทขึ้นไปไม่มีเลย คนยากจนถึงขัน้ ต้องเป็นบ่าวคนอืน่ ก็ไม่มเี ลยสักคนเดียว คงอยู่กันมาเช่นนี้นับด้วยร้อยปีแล้ว เพราะเหตุว่าพวก ชาวบ้านท�ำไร่หาเลี้ยงตัวได้ โดยไม่จ�ำเป็นต้องใช้เงิน ความรู้สึกต้องการเงินไม่รุนแรง เงินก็ไม่มีอ�ำนาจเหมือน ในเมืองที่ว่าเป็นศิวิไลซ์ จึงไม่ใคร่มีใครสะสม แต่จะว่า ยากจนก็ไม่ได้ เพราะเลี้ยงตัวได้โดยผาสุกไม่อัตคัต” 1 นั่นเป็นสมัยรัชกาลที่ 5 แม้รัชกาลปัจจุบัน ผมก็เขียนเรื่อง ป้าแปลก ไว้เป็นอุทาหรณ์ของคนซึ่ง พึ่งตนเองโดยมีเศรษฐกิจอย่างพอเพียงให้เห็นไว้เป็น ตัวอย่างด้วยแล้ว ดังอาจหาได้จากหนังสือ คันฉ่องส่อง ตัวตน ของผม 2

1

“เรื่องเที่ยวต่างๆ ภาค 4 ว่าด้วยเรื่องเที่ยวมณฑลนครราชสีมา มณฑลอุดร และมณฑลร้อยเอ็ด พ.ศ.2449 ร.ศ.125” ใน การเสด็จตรวจราชการหัวเมือง ของ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาด�ำรงราชานุภาพ (กรุงเทพฯ: สถาบันด�ำรงราชานุภาพ กระทรวงมหาดไทย, 2555), หน้า 413-414 (จัดย่อหน้าใหม่โดยบรรณาธิการ) 2 โปรดดู ส. ศิวรักษ์, “ป้าแปลก” ใน คันฉ่องส่องตัวตน (กรุงเทพฯ: ศยาม, 2546), หน้า 79-86

3  ส า ร ป๋ ว ย Inside-puay November 58.indd 3

26/10/2558 8:27:39


IV อาจารย์ป๋วยเป็นลูกจีน เรียนเก่ง สมกับเป็น ลูกจีนที่มีความสามารถ ไปเรียนเมืองนอก แต่ก็รัก ความเป็นไทย รักอิสรภาพ และยังเข้าร่วมขบวนการ เสรีไทย เมือ่ ท่านกระโดดร่มมาลงทีช่ ยั นาท เพือ่ ติดต่อ กับอาจารย์ปรีดี พนมยงค์ หัวหน้าขบวนการเสรีไทย แล้วท่านถูกจับ ถูกล่ามโซ่ไว้ที่ศาลาวัดวังน�้าขาว ท่าน เจอยายแก่คนหนึ่ง มาคุยกับท่าน และบอกว่าท่าน หน้าเหมือนลูกของแก ยายแก่คนนั้นเอาน�้าเอาอาหาร มาให้ท่านกิน ท่านบอกเลยว่า รู้สึกว่าความอบอุ่นของ แม่แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณนั้นเลยทีเดียว ประเด็นก็คือ นี่เป็นจุดหนึ่งที่ส�าคัญว่า ท่านไปเรียนเมืองนอก ต้อง

กลับมารับใช้บา้ นเมือง ซึง่ ก็คอื การรับใช้คนยากคนจน ต้องอุทิศชีวิตทั้งหมดเพื่อรับใช้คนยากคนจน ข้อนีน้ ะครับ คนมองไม่เห็นคุณงามความดีของ ท่าน ท่านได้รับเชิญเป็นประธาน Asia Development Bank คนแรก ได้รับเชิญไปเป็นรองประธานด้าน สิ่งแวดล้อมของ UN ได้รับเชิญจากมาเลเซียไปเป็น ผู้ตรวจการธนาคารต่างๆ แต่ท่านก็มุ่งมั่นที่จะรับใช้ บ้านเมืองนี้ และแล้วบ้านเมืองนี้ก็เนรคุณท่าน อีกนัยหนึง่ ความเปนไทย คือมุง่ รับใช้คนยากไร้ คนยากคนจน ไม่ได้มุ่งที่ความมั่งคั่งทางเศรษฐทรัพย์ พร้อมกันนั้น ความเป็นจีนของท่านก็ ไม่ได้หายไป

ส า ร ป๋ ว ย  4

Inside-puay November 58.indd 4

25/10/2558 23:08:27


ตอนท่านเป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ผมไป กินข้าวเย็นกับท่าน ที่จริงมีห้องอาหารพิเศษนะครับ บริกรต้องใส่ถุงมือ แต่งชุดโก้ๆ แต่เราไปกินข้าวต้มกุ๊ย กันครับ ตอนทีท่ า่ นไปเป็นศาสตราจารย์รบั เชิญทีเ่ คมบริดจ์ ผมกับภรรยาไปหาท่านที่ลอนดอน ท่านขับรถพาผม กับเมียไปที่เคมบริดจ์ ท่านถามว่า “สุลักษณ์อยากกิน อะไร” ผมตอบว่า “มาเมืองฝรัง่ ก็อยากกินอาหารฝรัง่ ” อาจารย์ปว๋ ยตอบว่า “ดัดจริต เดีย๋ วจะต้มข้าวต้มให้กนิ ” นี่คือ ความเป็นจีน เป็นลูกจีน และไม่เคยรังเกียจ ก�ำพืดตัวเอง อี ก เรื่ อ งหนึ่ ง ที่ ผ มอยากจะเล่ า เมื่ อ ท่ า น เป็นใหญ่เป็นโตแล้ว ท่านไปเป็นกรรมการสภากาชาด คุณต้องเข้าใจนะครับ สภากาชาดก็คล้ายๆ สภาขุนนาง พวกที่เข้าไปเป็นกรรมการ ล้วนเป็นเจ้าใหญ่นายโต คุณหญิงคุณนาย มีอื้อจื่อเหลียง เศรษฐีคนส�ำคัญใน เวลานัน้ เป็นคนจีนเพียงคนเดียว อือ้ จือ่ เหลียงอุทศิ เงิน ให้สภากาชาดมากมาย เช่น สร้างสวางนิวาศ ทีต่ งั้ ตาม พระนามาภิไธยของสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ครั้งหนึ่ง อื้อจื่อเหลียงกระซิบกับอาจารย์ป๋วยว่า “ป๋วย ลือ้ ต้องรูน้ ะว่าพวกนีเ้ ห็นเราเป็นเจ๊ก” อาจารย์ปว๋ ยตอบ ว่า “ครับ อาแปะ ผมก็เจ๊ก เราเป็นเจ๊กด้วยกัน แต่เรา ไม่อายที่เกิดมาเป็นลูกเจ๊กที่สามารถท�ำคุณประโยชน์ ให้กับประเทศนี้”

V

อาจารย์ป๋วย เป็นคนที่อุทิศตนท�ำคุณงาม ความดีไว้ให้ประเทศนี้ และถูกเนรคุณไม่ต่างจาก อาจารย์ปรีดี พนมยงค์ น่าที่พวกเราจะชี้ชวนให้คน รุน่ ใหม่ คนในสังคมทัง้ หลาย เห็นคุณค่าของท่านทัง้ สอง

พูดกันตามตรงนะครับ งาน 100 ปี อาจารย์ปว๋ ย จัดง่าย กว่างาน 100 ปี อาจารย์ปรีดี เมื่อปี พ.ศ.2543 มาก เพราะอาจารย์ป๋วยในเวลานี้ ไม่มีศัตรูเหลืออยู่แล้ว อาจารย์ปรีดียังมีศัตรูเหลืออยู่ครับ แอบแฝงแทบทุก หนแห่ง จึงท�ำได้ยาก ผมต้องขอขอบคุณ คุณสมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทีก่ รุณารับโครงการ เตรียมงาน 100 ปี อาจารย์ป๋วย ที่ผมเริ่มไว้ตั้งแต่ พ.ศ.2555 แต่ผมอยากจะเรียนเตือนท่านอธิการบดี นิดนึงว่า เมื่อตอนผมเริ่มงานนั้น ท่านอดีตอธิการบดี นริศ ชัยสูตร ซึ่งเวลานั้นเป็นอธิบดีกรมธนารักษ์ ช่วย ให้เราสามารถมีโครงการ “สวนศิลป์อาจารย์ป๋วย” ที่ ตลาดน้อย เยาวราช บ้านเกิดของท่าน ผมอยากจะ ฝากให้ทางธรรมศาสตร์วางแผนให้คนรุ่นใหม่เข้าไป มีส่วนร่วมในพื้นที่ดังกล่าวในระยะยาวด้วยนะครับ พร้อมกันนั้น วัดปทุมคงคาที่อาจารย์ป๋วยเคย บวชเณร ปัจจุบันเป็นที่เก็บอัฐิท่าน เมียท่าน แม่ท่าน และยายท่าน ซึ่งผมเคยไปตั้ง “ป๋วยเสวนาคาร” จัด กิจกรรมเรื่อยมาเป็นสิบปีแต่บัดนี้ก็ได้คืนวัดไปแล้วนั้น ถ้าธรรมศาสตร์สามารถจะโยงใยสวนศิลป์ที่จะเกิดขึ้น บริเวณนั้น พร้อมๆ กับฟื้นวัดนี้ขึ้นมาให้มีชีวิตชีวา เป็นวนา เป็นอารามทีม่ คี วามหมาย ผมว่าจะเป็นเกียรติ แก่อาจารย์ปว๋ ย ดังทีช่ าวชัยนาท ทัง้ ผูว้ า่ ราชการจังหวัด นายอ�ำเภอ นายกเทศมนตรีและคณะ จะร่วมกันฟืน้ ฟู อนุสรณ์สถานของอาจารย์ปว๋ ยขึน้ ทีบ่ ริเวณฝัง่ ตรงข้าม วัดวังน�้ำขาวที่ท่านเคยถูกคุมขัง เมื่อคราวที่มาปฏิบัติ งานเสรีไทย n

n

n

5  ส า ร ป๋ ว ย Inside-puay November 58.indd 5

25/10/2558 23:08:28


ปาฐกถา 100 ป กองบรรณาธิการ

ปฏิทินแหงความรื่นรมย : ชีวิตทางวัฒนธรรมของ ปวย อึ๊งภากรณ ความหวัง ความรักในสัจจะและความดี เสนทางแหงความรื่นรมยในแบบของ

อาจารยปวย

“กล่าวกว้างๆ บทบาทในฐานะ ‘ผู้สืบทอด’ ที่ส�าคัญของอาจารย์ป๋วยก็คือ สืบทอดเจตนารมณ์ประชาธิปไตย สมบูรณ์ ทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และ วัฒนธรรม มาจากผู้ที่เป็นทั้ง MENTOR และ IDOL คนส�าคัญใน ชีวิตการงานของท่าน บุคคลผู้นั้นคือ รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์ อุดมคติเรื่อง สันติประชาธรรม และ สวัสดิการสังคม ที่ปรากฏใน คุณภาพแห่งชีวิต ปฏิทินแห่งความหวัง จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน ของอาจารย์ป๋วยนั้น ว่าไปแล้วก็เหมือนเป็นส่วนต่อขยาย [EXTENSION] ที่สืบสาน มาจากหลัก 6 ประการของคณะราษฎร เมื่อ พ.ศ.2475 และรวมทั้งหลักคิดใน เค้าโครงการเศรษฐกิจ หรือ “สมุด ปกเหลือง” ของอาจารย์ปรีดี พนมยงค์ ที่เคยกล่าวมาตั้งแต่เมื่อปี พ.ศ.2476 ว่า ‘..อาศัยหลักโซเชียลิสม์ ไม่ ใช่ คอมมูนิสต์ คือถือว่ามนุษย์ที่เกิดมาย่อมต้องเป็นเจ้าหนี้และลูกหนี้ต่อกัน..มนุษย์ต่างมีหนี้ทางจริยธรรมต่อกัน จึงต้อง ร่วมประกันภัยต่อกัน และร่วมในการประกอบเศรษฐกิจ’ ” คุณสุชาติ สวัสดิ์ศรี บรรณาธิการนิตยสารช่อการะเกด ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ กล่าวไว้ ส า ร ป๋ ว ย  6

Inside-puay November 58.indd 6

25/10/2558 23:08:29


ความจริง ความงามและความดี ซึง่ เรือ่ งนีผ้ มมีขอ้ พิสจู น์ตวั ว่าอาจารย์ป๋วยยกให้ความจริงคือความรักในสัจจะนั้น มาก่อนอย่างอื่น” คุณสุชาติบอกว่าความเป็น ป๋วย อึ๊งภากรณ์ นั้น เบ้าหลอมชีวิตทางวัฒนธรรมของท่านไม่ว่าจะเป็น วัฒนธรรมทางโครงสร้าง เชิงปัจเจก ในเชิงอุดมคติหรือ ในเชิงความเป็นจริง มาจากเบ้าหลอม 5 ประการด้วยกัน นั่นก็คือ แม่ ยาย ครู เพื่อนและภรรยา ที่เป็นเบ้าหลอม ให้เป็นอาจารย์ป๋วย ส่วนบทบาทชีวติ ทางวัฒนธรรมของอาจารย์ปว๋ ย นั้นมีอยู่ 3 บทบาท นั่นก็คือ ประการแรก คือชีวิตผู้สร้าง ประการที่สอง คือชีวิตของผู้รับ หรือจะเรียกว่าผู้รื่นรมย์ คุณสุชาติ สวัสดิ์ศรี องค์ปาฐกในงานปาฐกถา แสวงหาก็เป็นได้ ประการสุดท้าย คือชีวติ ทางวัฒนธรรมของ เนื่องในวาระร�าลึก 100 ปี ชาตกาล ของ ศ.ดร.ป๋วย ผูส้ บื ทอด ผูป้ ระสานงาน ผูส้ ร้างเครือข่าย และผูห้ นุนเสริม อึ๊งภากรณ์ ครั้งที่ 7 ในหัวข้อ “ปฏิทินแหงความรื่นรมย์ : “ผูส้ ร้างคืออะไร อาจารย์ปว๋ ยในฐานะผูส้ ร้างสรรค์ ชีวิตและวัฒนธรรมของป๋วย อึ๊งภากรณ์” เมื่อวันที่ 19 มีความคิดสร้างสรรค์ ไม่แตกต่างไปจากกวี นักเขียน นักศิลปิน ตุลาคม 2558 ณ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัย ทัง้ หลาย คือลึกๆ ไปแล้วผมคิดว่าอาจารย์ปว๋ ยมีจติ ใจเป็น ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ กล่าวว่าอาจารย์ป่วยมีความ ศิลปินไม่แตกต่างไปจากอาจารย์ปรีด ี พนมยงค์ อาจารย์ปว๋ ย รื่นรมย์ทางดนตรี ศิลปะ ดังจะเห็นได้จากข้อเขียนที่ ชอบดูหนัง โดยเฉพาะหนังนอกกระแส ฟังเพลง โดยเฉพาะ อาจารย์ปว๋ ยเขียนไว้วา่ “นักเศรษฐศาสตร์มกั จะเพ่งเล็งแต่ เพลงไทยเดิม ชอบอ่านหนังสือ เยีย่ งสามัญชนคนธรรมดา เฉพาะแต่เศรษฐกิจ และถ้าเป็นเช่นนีจ้ ะนับว่ามีการพัฒนา ทัว่ ๆ ไป บทบาทในฐานะผูส้ ร้างของอาจารย์ปว๋ ยนัน้ เพราะ ที่สมบูรณ์มิได้ จ�าต้องพิจารณาเลยไปถึงการพัฒนาทาง ท่านรักภาษาไทยและวรรณคดีไทย หมายความว่าท่าน สังคมด้วยซึง่ หมายถึงการศึกษา การสาธารณสุข คุณปู การ เป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่ให้ความสนใจเรื่องความงาม ท่าน จากนั้นนักเศรษฐศาสตร์ควรค�านึงถึงหลักใหญ่ในชีวิตคือ เห็นความงามว่ามันเป็นตัวแปรที่อยู่ระหว่างความจริงกับ ความงาม ศิลปะ กวีนิพนธ์และดนตรี ต้องอยู่ในข่ายแห่ง การพัฒนาขั้นส�าคัญด้วย” นี่เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า อาจารย์ป๋วยนั้น ให้ความส�าคัญกับเรื่องความงามของ ศิลปะ นอกจากเรื่องความดีและความจริง “ผมอยากรูว้ า่ ท่านอาจารย์ปว๋ ย ท่านมีความรืน่ รมย์ ในชีวิตอย่างไรบ้าง ท่านดูหนัง ฟังเพลง หรือดูต�าราที่ ไม่ใช่เศรษฐศาสตร์บ้างหรือเปล่า มีอะไรที่หล่อหลอมให้ ท่านใช้ชีวิตเรียบง่าย มีอุดมคติในเรื่องสันติประชาธรรม ที่ชื่นชอบ เชื่อมั่นในเรื่องเสรีภาพ สันติภาพและศักดิ์ศรี ในความเป็นมนุษย์ เหมือนที่ท่านเคยกล่าวว่ามนุษย์ท่ีมี คุณภาพ คือมนุษย์ที่เชื่อมั่นในสัจจะ ซึ่งท่านหมายถึง

7  ส า ร ป๋ ว ย Inside-puay November 58.indd 7

25/10/2558 23:08:30


ความดี ผมมีความรู้สึกว่าจิตวิญญาณของอาจารย์ป๋วยใน ฐานะของผู้สร้างนั้นก็ไม่น่าจะแตกต่างไปจากจิตวิญญาณ ของความเป็นนักเขียน นักหนังสือพิมพ์ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์” ส่วนบทบาทในชีวิตวัฒนธรรมของท่านในการ สืบทอด ผู้ประสานงาน ผู้สร้างเครือข่าย ผู้หนุนเสริม อาจารย์ป๋วยนั้น เป็นผู้สืบทอดที่ส�าคัญของอาจารย์ปรีดี พนมยงค์ ทั้งเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม อีกทัง้ เป็นผูห้ นุนเสริม ทัง้ ในเรือ่ งของการศึกษาและสนับสนุน ให้เกิดองค์กรเอกชนต่างๆ มากมาย คุณสุชาติกล่าวว่า หลัง 6 ตุลา อาจารย์ป๋วย คงจะมีความรู้สึกที่ ไม่เข้าใจว่าท�าไมสังคมไทยถึงกลับ ไปสู่สังคมขวาจัดที่มีแต่เรื่องโง่ๆ บ้าๆ ไร้สาระมากขึ้น ทุกๆ วัน และในปี 2559 นี้ ก็จะครบ 100 ปี ชาตกาล ของท่าน ซึ่งคุณสุชาติคิดว่าสิ่งที่ท่านต้องการนั้น ไม่น่า จะเป็นการสร้างอนุสาวรีย์เพื่อที่จะให้นกมาขี้รดหรือ ให้นักศึกษามาจุดธูปปักบูชา แต่สิ่งที่ท่านต้องการก็คือ สัจจะ ความจริง ความงาม ความหวัง ความรื่นรมย์ สิ่งที่ ท่านต้องการก็คือท่านอยากจะให้พูดถึงความล้มเหลว ของท่านในสังคมนี้ เพราะความล้มเหลวของท่านใน สังคมนี้ ก็คือความล้มเหลวของเราทุกคน

ทั้ ง นี้ ความรื่ น รมย์ ข องอาจารย์ ป ๋ ว ยนั้ น ก็ คื อ ความหวัง ความหวังทีอ่ ยากจะเห็นบ้านเมืองก้าวไปข้างหน้า อย่างมีเสรีภาพ ประชาธิปไตยและความมีศักดิ์ศรีของ มนุษย์ ท่านต้องการเห็นแผ่นดินมีความงอกงาม สมบูรณ์ ต้องการเห็นบ้านเมืองมีขอื่ มีแป ราษฎรทุกพืน้ ที ่ ทุกระดับ มีส่วนร่วมอย่างเสมอกันไม่ว่ายากดีมีจนอย่างไรก็ตาม อาจารย์ป๋วยนั้นไม่ต้องการการปกครองคณาธิปไตยและ ท่านเห็นว่าการท�ารัฐประหารเป็นหนทางแห่งหายนะ และประชาธิปไตยที่สมบูรณ์คือทางออกทางเดียวเท่านั้น ท่านอยากจะเห็นสันติประชาธรรม อยากเห็นสังคมเปิด ที่มีเสรีภาพที่เป็นทั้งวิถีและวิธีปฏิบัติที่พร้อมจะก้าวไป ข้างหน้า ไม่หน้าไหว้หลังหลอก ความหวังของอาจารย์ ป๋วยที่แท้จริงนั้น นั่นก็คือการออกไปให้พ้นจากอ�านาจ นิยม ทั้งความคิดขวาจัดและซ้ายจัด โดยมีกติกาของ ค�าว่าประชาธิปไตย ทัง้ การเมือง เศรษฐกิจและวัฒนธรรม มาเป็นตัวบ่งชี้นั่นเอง คุณสุชาติ สวัสดิ์ศรี กล่าวใน ตอนท้ายว่า “ถ้าหากจะรักอาจารย์ป๋วย ก็จงรักอย่างคน ธรรมดาที่ไม่ธรรมดา ไม่ใช่รักท่านแบบเทวดา” n

n

n

ส า ร ป๋ ว ย  8

Inside-puay November 58.indd 8

25/10/2558 23:08:31


ป๋วยเสวนาสัญจร ทีมป๋วยเสวนาคารสัญจร

ชาติพันธุ และ ความเปนอื่น ในสังคมไทย และ อาเซียน

ผู้ร่วมฟังการเสวนาให้ความสนใจ ชมนิทรรศการ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์

บรรยากาศในห้องเสวนา

วันที่ 18 กันยายน 2558 ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม จัดกิจกรรม ป๋วยเสวนาคารสัญจร ครั้งที่ 4 ในหัวข้อ “ชาติพันธุ์และความเป็นอื่นในสังคมไทยและอาเซียน” ณ ห้องประชุมแม่น�้า คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ภายในงานมีนิทรรศการประวัติชีวิตและการท�างานของ อาจารย์ป๋วย และมีการเปิดวีดิทัศน์ “จากครรภ์มารดาสู่เชิงตะกอน” และ “คิดถึงอาจารย์ป๋วย” เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้รับชม ผศ.ดร.นิตยา วรรณกิตร์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการและประกันคุณภาพการศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้กล่าวเปิดเสวนาว่า “วันนี้ในฐานะตัวแทนมหาวิทยาลัยรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ร่วมจัดงานป๋วย เสวนาคารสัญจรครั้งนี้ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้นิสิตและบุคคลที่สนใจทั่วไปได้เรียนรู้อุดมการณ์และงานของอาจารย์ป๋วย

9  ส า ร ป๋ ว ย Inside-puay November 58.indd 9

25/10/2558 23:08:33


บุญสม อัครธรรมกุล ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายศิษย์เก่าสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มอบของที่ระลึกให้ ผษ.ดร.นิตยา วรรณกิตร์ รองคณบดี คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ประธานกล่าวเปิดงาน

ผ่านวิทยากรที่จะพูดคุยเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนและความ เท่าเทียมในประเด็นคนชาติพันธุ์ ในสังคมไทย หวังว่างาน ครัง้ นีจ้ ะเป็นประโยชน์ และน�ำไปปรับใช้ในชีวติ ของทุกท่านได้” ด้าน บุญสม อัครธรรมกุล ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่าย ศิษย์เก่าสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้บอกเล่าประวัติ ของอาจารย์ป๋วยว่าเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลต่อการศึกษาไทย ในขณะทีท่ า่ นด�ำรงต�ำแหน่งผูว้ า่ การธนาคารแห่งประเทศไทย ท่านเจรจากับผู้มีอ�ำนาจให้ท่านท�ำหน้าที่นี้เพียงครึ่งเวลา และรับเงินเดือนเพียงครึ่งเดียว เพื่อน�ำเวลาอีกครึ่งหนึ่งมา เป็นคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเงินเดือนน้อยกว่าผู้ว่าการฯ หลายเท่าตัว ท่านบอกว่า ประเทศนี้จะพัฒนาไม่ได้หากไม่พัฒนาคน ปัจจัยการผลิต ทั้งหลายไม่มีอะไรส�ำคัญเท่ากับมนุษย์ นอกจากนี้ อาจารย์ป๋วย ยังให้แนวคิดด้านสิทธิ มนุษยชนในหลายประเด็น ได้แก่ “ไม่ว่าปัญหาเศรษฐกิจ สังคม หรือการเมืองเกี่ยวกับประชาธิปไตยก็ดี แต่ถ้าเราจะ แก้แนวใหม่แล้ว เราต้องอาศัยความเคารพระหว่างผูป้ กครอง กับผูถ้ กู ปกครอง ไม่วา่ ประชาชนจะมีการศึกษาต�ำ่ สักเพียงใด ยากจนสักเพียงใด ผมเห็นว่าสิ่งส�ำคัญที่ท�ำให้อยู่ร่วมกันได้ อย่างสันติสุขคือการเคารพสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ของแต่ละคนอย่างเท่าเทียมกัน” “มนุษ ย์เราแต่ละคนมีร่างกายและปัญหาสมอง ไม่เสมอกัน เมื่อเริ่มต้นก็มีความอยุติธรรมเสียแล้ว ก็เป็น หน้าทีข่ องสังคมทีจ่ ะปัดเป่าความไม่เสมอภาคให้นอ้ ยลงทีส่ ดุ เท่าที่จะเป็นไปได้ เหมือนที่ประธานาธิบดีแมกไซไซบอกว่า ใครเกิดมามีน้อยควรได้รับมากจากกฎหมาย ธรรมะข้อนี ้ คือเมตตากรุณา ซึ่งเป็นธรรมะส�ำคัญของสังคม เพราะ สมรรถภาพเพียงอย่างเดียวอาจท�ำให้เกิดความอยุตธิ รรมได้”

บุญสม อัครธรรมกุล ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายศิษย์เก่าสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บรรยายหัวข้อ “แนวคิดและบทบาทด้านสิทธิมนุษยชน กับความเท่าเทียมของ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์”

และ “ความยุติธรรมเป็นฝาแฝดของมนุษยธรรม” จะเห็นได้วา่ อาจารย์ปว๋ ยให้ความส�ำคัญในเรือ่ งสิทธิมนุษยชน และความเท่าเทียมทั้งในเชิงเศรษฐกิจและสังคม ด้าน อาจารย์งามศุกร์ รัตนเสถียร จากสถาบัน สิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล พูดคุย ถึงความเป็นอื่นและความเป็นไทย โดยได้ยกตัวอย่างว่า อาจารย์ป๋วยซึ่งเป็นคนจีน อาจถูกเรียกว่าลูกเจ๊ก นี่คือ ตัวอย่างความเป็นไทยที่แบ่งแยกชาติพันธุ์อื่น ฉะนั้นเรื่อง ชาติพันธุ์มิใช่เรื่องของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่เป็น การกระท�ำกับคนชาติพันธุ์อื่นๆ เช่น คนชาติพันธุ์ที่ชายแดน ไทยพม่าซึ่งมีกลุ่มย่อยมากมาย ในแต่ละกลุ่มย่อยก็มีกลุ่ม ย่อยลงไปอีก เช่น กลุ่มโรฮิงญา “การแบ่งแยกชาติพันธุ์นั้นเป็นกระบวนการที่อยู ่ ในชีวิตเรามานาน การจ�ำกัดค�ำว่า ‘คนไทย’ คือคนที่พูด ภาษาไทย มีบัตรประชาชน นับถือพุทธ แต่งชุดไทย พอถูก ก�ำหนดเช่นนั้นผ่านรัฐ ผ่านสื่อ ผ่านการท่องเที่ยว ผ่านการ ห้ามพูดภาษาถิน่ ในโรงเรียนท�ำให้เราไม่เห็นคนชาติพนั ธุอ์ นื่ ๆ

วงเสวนา “ชาติพันธุ์และความเป็นอื่น ในสังคมไทยและอาเซียน”

ส า ร ป๋ ว ย  10

Inside-puay November 58.indd 10

25/10/2558 23:08:34


ในสายตา เช่น พื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้เขาเป็นชาติพันธุ์มลายู ใช้ภาษายาวี นับถือศาสนาอิสลาม แต่ถูกนโยบายผูกขาด ความเป็นไทยตั้งแต่สมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ช่วงหนึ่ง เคยห้ามนุ่งโสร่ง ห้ามใส่หมวกมุสลิม ห้ามพูดภาษามลายู ห้ามเรียนในโรงเรียนของเขา สิง่ เหล่านีก้ อ่ ให้เกิดความรุนแรง หรือคนกะเหรี่ยงจะเข้าไปใช้ทรัพยากรก็ไม่ได้เพราะเขาไม่ม ี บัตร หรือค�ำถามว่า ‘คุณเป็นคนไทยหรือเปล่า’ ก็เป็นการ ตีกรอบว่าถ้าใครอยู่นอกกรอบนี้ เราจะไม่ดูแล เรากลัวว่า เขาจะมาคุกคาม คนไทยมุสลิมจึงถูกตีตราว่าเป็นผู้ก่อความ รุนแรง คนกะเหรี่ยง คนโรฮิงญา จึงไม่เท่ากับคนไทย หรือ คนอีสานก็ไม่เท่ากับคนภาคกลาง นี่คือกระบวนการที่ท�ำให้ เขาเป็นคนอื่น” ด้าน ปิยนุช โคตรสาร ตัวแทนจาก แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย บอกเล่าถึงประสบการณ์ การรณรงค์เพือ่ คุม้ ครองสิทธิผลู้ ภี้ ยั ชาวโรฮิงญาผ่านสือ่ สังคม ออนไลน์ แต่โดนโจมตีจากเพจชื่อดังเพจหนึ่ง ท�ำให้สื่อสนใจ ประเด็นนี้เป็นพิเศษ ซึ่งทางแอมเนสตี้ได้ท�ำงานด้านสิทธิใน ประเด็นอื่นๆ ด้วย ได้แก่ การเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักสิทธิ มนุษยชนในประเทศจีน กรณีอุ้มหายในสามจังหวัดภาคใต้ กรณี ทนายสมชาย นีละไพจิตร และ นายบิลลี่ (นายพอละจี รักจงเจริญ) เป็นต้น “ในขณะที่เราก�ำลังจะก้าวสู่ AEC คนเหล่านี้เขา ก็อยู่ในอาเซียนเหมือนกันกับเรา แต่เรากลับไม่สนใจว่าจะ กระท�ำอย่างไรกับเรือ่ งนีอ้ ย่างจริงจัง เขาถูกเพิกถอนสัญชาติ จากประเทศของเขา ท�ำให้เขาอยู่ไม่ได้และต้องขึ้นเรือกันมา หลายพันคน เราอยู่ในยุคที่ไม่มพี รมแดน หลักสิทธิมนุษยชน จะท�ำให้เรากับเขาไม่ใช่คนอืน่ ขอให้อย่าหมางเมินเขา เพราะ ถ้าสิทธิของเขาถูกละเมิดได้ เราก็ถูกละเมิดได้เหมือนกัน ช่วยกันรับฟัง ตรวจสอบ ตั้งค�ำถาม ท�ำสิ่งที่ท�ำได้” นอกจากนี้ “ความเป็นอื่น” ก็ ไม่ได้กระท�ำกับ คนชาติพันธุ์เท่านั้น แต่ยังท�ำงานใกล้ตัวเรามาก คุณปิยนุช กล่าวต่อไป “เราถูกฝังเรื่องเหล่านี้ผ่านสื่อและวัฒนธรรม บางครั้งพวกเราก็ท�ำเรื่องนี้เองโดยไม่รู้ตัว ดิฉันเป็นคน มหาสารคาม แล้วคนเรียกเราว่า ‘เสี่ยว’ เราก็ไม่รู้เพราะค�ำ ว่า ‘เสี่ยว’ ภาษาอีสานแปลว่า ‘เพื่อน’ หรือว่าเราอาจจะเคย ล้อคนอื่นว่าด�ำ ล้อคนพูดไม่ชัด เราท�ำไปโดยไม่รู้ตัวว่าเรา ได้ยัดเยียดให้เขาเป็นคนอื่น” ส�ำหรับ สมชาย หอมละออ นักกฎหมายสิทธิ มนุษยชนได้เปรียบเทียบให้เห็นภาพว่า ถ้ามีใครวิ่งมาและ ขอเข้ามาในบ้านเพื่อหลบคนที่จะมาท�ำร้าย เราจะให้เข้ามา

ผู้ร่วมเสวนาถ่ายภาพร่วมกัน

หรือไม่ ส่วนใหญ่เราจะให้เข้ามา เพราะเราค�ำนึงของความ ปลอดภัยของเขา หากเราโดนแบบนี้ เราก็ต้องขอเข้าไป หลบในบ้านใครสักคน หลักการนี้คือหลักของเมตตาธรรม หากเราอยู่ในสังคมที่คนรังเกียจเดียดฉันท์และไม่เกื้อกูลกัน สังคมย่อมไม่มีความสุข เช่นเดียวกับคนโรฮิงญา เขาคือ คนทีว่ งิ่ หนีภยั ประหัตประหาร เป็นผูล้ ภี้ ยั ถ้าโลกนี้ไม่ยอมรับ ให้เขามีสิทธิผู้ลี้ภัย โลกก็ที่ไม่น่าอยู่ กติการะหว่างประเทศ จึงก�ำหนดให้มีสิทธิผู้ลี้ภัย เมื่อเขาเข้ามาแล้วจะผลักดันเขา ออกไปก็ไม่ได้จนกว่าภัยมหันต์เหล่านั้นจะหมดไป นี่คือ กฎหมายที่เป็นลายลักษณ์อักษรและกฎหมายประเพณี “ประเด็นเรื่องชาติพันธุ์นั้น ประเทศไทยเรามีคน หลายชาติพนั ธุ์ แต่เราอาจจะไม่รสู้ กึ มากนักเพราะไม่คอ่ ยเห็น แต่เราจะรู้สึกมากถ้าเราเป็นคนกลุ่มน้อย วันหนึ่งหากเรา เป็นคนที่ต้องอพยพไปอยู่อเมริกา ญี่ปุ่น หรือสิงคโปร์ แล้ว เราไม่ได้รับการยอมรับให้มีศักดิ์ศรีเท่ากับเขา เราจะไม่ม ี ความสุขเลย เราจะรูซ้ งึ้ ในเรือ่ งนี้ บางคนทีเ่ คยอยูต่ า่ งประเทศ อาจเคยมีประสบการณ์เหล่านี้” “จริงๆ แล้ว สันติสขุ เป็นยอดปรารถนาของมวลมนุษย์ และสิทธิมนุษยชนเป็นพื้นฐานของความสงบสุข ฉะนั้นเรา จึงเคารพ ปกป้อง และส่งเสริมสิทธิมนุษยชน หากคนมลายู ถูกจับกุมและกล่าวหาว่าเป็นผู้ก่อการร้ายเขาจะต้องไม่ถูก เลือกปฏิบัติ ไม่ถูกคุมขังในห้องมืดและพบกับทนายความได้ เราต้องช่วยกันปลูกฝังให้ลกู หลานมีทศั นคติที่ไม่เลือกปฏิบตั ิ เช่น ผมเคยเห็นพาดหัวข่าวว่า ‘พม่ายึดมหาชัยแล้ว’ เรา ก็นึกว่ามีคนงานพม่าสไตร์คนายจ้าง แต่พออ่านเนื้อข่าว ปรากฏว่า ATM มีภาษาพม่า แต่ภาษาอังกฤษก็มีใน ATM เรากลับไม่พาดว่าฝรั่งยืดเมืองไทยแล้ว” n

n

n

11  ส า ร ป๋ ว ย Inside-puay November 58.indd 11

25/10/2558 23:08:34


บทความพิเศษ ลลิต ศรีธรา

จับวิบัติ

ตัวอยางที่ 1 A: B:

ตัวอยางที่ 2 C: D:

“หนูวารัฐบาลนี้บริหารไมดีเลย ดูผลงานสิ เศรษฐกิจพัง สิ่งแวดลอมก็เนา การศึกษา ก็ยํ่าอยูกับที่” “บริหารดีแลว เธอจะไปรูอะไร ก็เธอยังประสบการณนอยถึงมองแบบนั้น พอเธอ โตกวานี้ เขาใจโลกมากกวานี้ เดี๋ยวก็รูเองแหละ วาบริหารดีอยูแลว” “ฉันไมชอบเลยที่คนออกมาปดถนนเรียกรองใหรัฐบาลลาออก มันไมถูกนะ” “พูดอยางนี้แสดงวาเปนฝงรัฐบาลนะสิ”

การเติบโตมาในสังคมทีข่ าดการถกเถียงทางวิชาการ ในชีวิตประจ�าวันท�าให้ยากที่จะเข้าใจปัญหาการใช้เหตุผล ในบทสนทนาและในสื่อต่างๆ เมื่อผู้เขียนมองย้อนกลับไป จ�าได้ว่าตนเองเคยยอมรับข้อโต้แย้งที่ใช้ตรรกะวิบัติ แล้วน�า ไปพูดต่อซ�้าๆ โดยไม่พิจารณาก่อนเลยว่าสมเหตุสมผลจริง หรือไม่ ยิ่งคิดก็ยิ่งละอาย เพราะการถกเถียงโต้แย้งควรหา ค�าตอบหรือทางแก้ปัญหาจากการพิจารณาหลักฐาน และ

เหตุผลต่างๆ แทนที่จะจ�าไปพูดต่อโดยไม่คิดเอง เมื่อผู้เขียน ได้ศกึ ษาตรรกะวิบตั กิ ร็ สู้ กึ ตืน่ เต้นมาก ราวกับได้ดวงตาคู่ใหม่ ทีค่ มชัดขึน้ หลายเท่า และพบว่าตรรกะวิบตั เิ ป็นตัวการส�าคัญ ที่ท�าให้เราถกเถียงกันไม่ค่อยรู้เรื่อง ตรรกะวิบัติ (Logical fallacy) คือการอ้างเหตุผล ที่ไม่ได้นา� ไปสูข่ อ้ สรุปทีก่ ล่าวอ้าง พูดง่ายๆ ก็คอื การใช้เหตุผล ที่ไม่สมเหตุสมผล เหตุผลกับข้อสรุปที่ให้อาจไม่เกี่ยวอะไร

ส า ร ป๋ ว ย  12

Inside-puay November 58.indd 12

25/10/2558 23:08:37


กันเลย ผู้เขียนได้ยกตัวอย่างข้างบนไว้สองตัวอย่าง เชื่อว่า ผู้อ่านคงรู้สึกคุ้นๆ กับข้อโต้แย้งท�านองนี้ ในตัวอย่างแรก A ต�าหนิการบริหารประเทศของ รัฐบาล เนือ่ งจากผลงานไม่ดที งั้ ในด้านเศรษฐกิจ สิง่ แวดล้อม และการศึกษา แต่ B กลับตอบโต้ที่ลักษณะส่วนตัวของคน ที่หนึ่ง (อายุน้อย ประสบการณ์น้อย) ซึ่งเป็นการถกเถียง ที่ไม่ตรงประเด็น การโจมตีบุคคลหรือลักษณะส่วนตัวของ คู่โต้แย้งเป็นตรรกะวิบัติประเภทที่พบบ่อยมาก มีชื่อเรียก ภาษาลาตินว่า “Ad hominem” แปลเป็นภาษาอังกฤษว่า “To the man” เราจะเห็นได้ว่าการที่ A อายุและประสบการณ์ น้อย ไม่ได้ทา� ให้ขอ้ โต้แย้งทีว่ า่ “รัฐบาลนีบ้ ริหารประเทศไม่ด”ี เป็นจริงน้อยลงเลย ถ้า B อยากใช้เหตุผลที่ดีโจมตีข้อโต้แย้ง ของ A ก็ต้องตอบโต้ให้ตรงประเด็น เช่น เถียงว่าเศรษฐกิจ ไม่ได้พัง สิ่งแวดล้อมไม่ได้เน่า หรือการศึกษาก�าลังพัฒนา อาจให้หลักฐานสนับสนุนเพิ่มเติมด้วย ในตัวอย่างทีส่ อง C กล่าวว่าตนไม่ชอบการปิดถนน ของผู้คนที่ประท้วงให้รัฐบาลลาออก และมองว่าสิ่งที่ท�าเป็น สิ่งผิด แต่ D ด่วนสรุปว่าคนที่หนึ่งเป็นฝั่งรัฐบาล ทั้งๆ ที่ C เพียงแค่ต�าหนิหนึ่งการกระท�าของคนกลุ่มหนึ่งที่ต่อต้าน รัฐบาล นีเ่ ป็นตัวอย่างของตรรกะวิบตั ปิ ระเภท “Non sequitur” หรือ “It does not follow” แปลเป็นไทยได้ว่า “ไม่เชื่อมโยง” กล่าวคือ เหตุผลกับข้อสรุปไม่เชื่อมโยงกัน การต�าหนิการ กระท�าของผู้ประท้วงในกรณีนี้ไม่ได้น�าไปสู่ข้อสรุปว่าผู้พูด อยู่ฝั่งรัฐบาล แลวมันเปนปญหาอยางไร? ทําไมตองหนักใจ? การใช้ตรรกะวิบัติน�าไปสู่ความสับสนและความ ขัดแย้งมากมาย ตรรกะวิบัติหลายประเภทท�าให้เราถกเถียง กันไม่ตรงประเด็น พอถกเถียงไม่ตรงประเด็นเราก็เห็นภาพ ปัญหาไม่ชดั จึงไม่สามารถแก้ปญั หาได้ตรงจุด นอกจากนีย้ งั มีตรรกะวิบตั อิ กี หลายประเภททีท่ า� ให้เราเข้าใจกันและกันผิด

น�าความคิดของผู้อื่นไปบิดเบือน สร้างความขัดแย้ง ความ เกลียดชัง บางครั้งน�าไปสู่ความรุนแรงก็มี ถึงเวลาแล้วที่เรา ต้องร่วมมือกันหลีกเลี่ยงการใช้ตรรกะวิบัติให้มากที่สุดเท่าที่ จะท�าได้ เนือ่ งจากผูเ้ ขียนและเพือ่ นๆ เห็นว่าตรรกะวิบตั เิ ป็น อุปสรรคใหญ่ที่ยับยั้งความเจริญของประเทศ และยังไม่ค่อย มีการท�าความรู้จักกับตรรกะวิบัติในสังคมไทย จึงได้ร่วมกัน ริเริม่ โครงการ “จับวิบตั ิ Fallacies Thailand” โดยท�าแฟนเพจ ในเฟซบุก๊ และช่องในยูทปู เผยแพร่ความรูเ้ กีย่ วกับตรรกะวิบตั ิ เน้นให้ดูง่าย มีความบันเทิง ให้ความรู้สึกเป็นกันเอง โดนใจ คนรุ่นใหม่ จนถึงปจจุบันนี้ มีคลิปวีดีโอเผยแพรความรู้เรื่อง ตรรกะวิบัติ แล้ว 4 ตอน ดังนี้ ตอนที่ 1 : Ad Hominem การโจมตีบุคคล ตอนที่ 2 : Slippery Slope ทางเนินชันที่ลื่น ตอนที่ 3 : Straw Man หุ่นฟาง ตอนที่ 4 : Cherry Picking เก็บเชอร์รี่/สอยมะม่วง หากสนใจเข้าร่วมทีมโปรดติดต่อผ่านข้อความทาง แฟนเพจ หรืออีเมล Fallacies.th@gmail.com กรุณา like และ subscribe! จับวิบัติ Fallacies Thailand จับวิบัติ Fallacies Thailand n

n

n

13  ส า ร ป๋ ว ย Inside-puay November 58.indd 13

25/10/2558 23:08:39


เรื่องจากปก กองบรรณาธิการ

“My Dream สิ่งที่ผมปรารถนา” ปฏิทินเชิดชูสามัญชนผูยึดมั่นในความดีและคุณธรรม

“ปวย อึ๊งภากรณ” อีกไมกี่เดือนก็ครบรอบ “100 ป ชาตกาล ศ.ดร.ปวย อึ๊งภากรณ” โดย หลายหน ว ยงานได ผ นึ ก กํ า ลั ง ร ว มกั น จั ด กิ จ กรรมหลากหลายรู ป แบบ เพื่ อ เชิ ด ชู ผลงานอาจารยปวย ซึ่งจะครบวาระ 100 ป ในวันที่ 9 มีนาคม 2559 ในฐานะที่ทาน เปนผูสรางคุณูปการใหแกสังคมไทย บนพื้นฐานของความรู ความจริง คุณธรรม ความซื่อสัตยสุจริต การบริหารงานโดยการยึดหลักการเพื่อประโยชนสวนรวม ส า ร ป๋ ว ย  14

Inside-puay November 58.indd 14

25/10/2558 23:08:41


หนึง่ ในกิจกรรมเพือ่ ร่วมร�าลึกวาระ 100 ปี ชาตกาล ของท่าน ก็คือการจัดท�าปฏิทิน 100 ปี ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ภายใต้แนวคิด “My Dream สิ่งที่ผมปรารถนา” มุ่งหมาย เพือ่ น�าเสนอเรือ่ งราวชีวติ ผลงาน และแนวคิดของอาจารย์ ป๋วยในด้านต่างๆ ในฐานะสามัญชนผู้ยึดมั่นในความดี ความซื่อตรง และคุณธรรม เพื่อให้สังคมและคนรุ่นใหม่ ได้รู้จัก และยึดเป็นแบบอย่างในการด�าเนินชีวิตต่อไป ดร.สุภาพ พัสออง บรรณาธิการผู้รับผิดชอบ ดูแลการจัดท�าปฏิทิน 100 ปี ป๋วย อึ๊งภากรณ์ บอกเล่าถึง รายละเอียดในการจัดท�าปฏิทินว่าจริงๆ แล้วในส่วนของ ปฏิทินนี้ท�ากันมา 4 ปีแล้ว แต่โดยส่วนตัวเพิ่งเข้ามาร่วมงาน ปีนเี้ ป็นปีแรก ส�าหรับแนวคิดในการจัดท�าปฏิทนิ นัน้ ก็เพือ่ จะเผยแพร่สิ่งซึ่งเป็นผลงานชีวิตของอาจารย์ป๋วยทั้งทาง ความคิด ทางผลงาน ทุกอย่างที่เป็นอาจารย์ป๋วย ซึ่งเป็น ผู้ที่มีครบทุกเรื่องในเรื่องของความที่เป็นคนสมบูรณ์ เป็น แบบอย่างของผู้น�าในสังคมไทย วัตถุประสงค์ที่ท�าก็เพื่อ จะเผยแพร่สิ่งต่างๆ เหล่านี้ ให้สังคมไทยในปัจจุบันได้ รู้จกั ท่านมากขึน้ ถึงแม้ว่าท่านจะจากไปหลายปีแล้ว แต่ท่าน ก็เป็นบุคคลในประวัตศิ าสตร์ทตี่ อ้ งการสืบทอดประวัตศิ าสตร์ ทางความคิดของท่านสู่สังคม

อึง๊ ภากรณ์ มีการจัดกิจกรรมต่างๆ จ�านวนมาก ซึง่ กิจกรรม เหล่านี้ได้จัดมาเป็นระยะเวลา 3 ปี และก็มีโครงการที่ เตรียมงานนี้ ซึ่งเป็นโครงการที่บุคคลซึ่งร่วมสมัยหรือว่า บุคคลซึ่งเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์ป๋วยที่ได้ร่วมมือกันใน ทุกสาขาอาชีพ และโครงการนี้ก็ด�าเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง ปฏิทินเป็นหนึ่งเรื่อง ในจ�านวนนับร้อย

การดีไซนปฏิทินเปนแบบไหน? รูปแบบของปฏิทินก็ท�าเป็นแบบปฏิทินตั้งโต๊ะ มีหน้าที่บอกวันที่เพื่อประโยชน์ ใช้สอยและด้านหลังของ ปฏิทนิ ก็จะเป็นสาระจากความคิดของอาจารย์ปว๋ ยในเรือ่ ง ปฏิทินแห่งความหวัง เป็นปฏิทินแห่งชีวิตและความหวัง ของการเกิดมาเป็นมนุษย์ ว่าหวังอะไรบ้าง อย่างความหวัง ของอาจารย์ป๋วยนั้นเป็นบทความที่มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จัก กันว่าสื่อความหวังของคนธรรมดาสามัญว่าเกิดมาแล้ว พึงที่จะได้รับอะไร มีสิทธิที่ติดมากับตัว พึงได้รับการเลี้ยงดู ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ของมารดา ได้รับฝกฝนอบรม ได้รับ การศึกษาเมือ่ พ้นวัยทีอ่ ยู่ในครรภ์มารดามาแล้ว จนเติบโต เป็นผู้เป็นคน มีอาชีพเลี้ยงตัวเอง จนจบถึงวัยเข้าสู่เชิง ตะกอน คนๆ หนึ่งควรจะมีอะไร ควรจะได้รับอะไร อันนี้ ก็มีข้อความอยู่ทั้งในปกของปฏิทิน ทั้งในปกที่ถ่ายทอด การนําเสนอแนวคิดและผลงานของทาน ถึงความเป็นอาจารย์ป๋วยและส่วนแถบบนของปฏิทินก็จะ ทําไมตองเปนปฏิทินมาเปนสวนหนึ่ง โค้ดเอาข้อความของอาจารย์ป๋วยมาสองสามประโยค ในการนําเสนอ? เพื่อเน้นว่าแต่ละเรื่องแต่ละช่วงของชีวิต อุดมคติของการ ปฏิทนิ เป็นหนึง่ ในสิบในร้อยเรือ่ ง ในการน�าเสนอ เป็นมนุษย์ ที่มีเสรี มีคุณภาพชีวิตที่ดีตามสมควรนั้นพึงมี มีละคร มีหนัง มีดนตรี มีศิลปะ มีวิชาการ และอีกมากมาย อะไรบ้าง ก็เปิดดูได้ในแต่ละหน้าของปฏิทิน และปีหน้าก็จะครบ 100 ปี ชาตกาลของอาจารย์ป๋วย

15  ส า ร ป๋ ว ย Inside-puay November 58.indd 15

25/10/2558 23:08:43


แตละหนาของปฏิทินสื่อถึงอะไรบาง ในความเปนอาจารยปวย? เราก็เลือกเรื่องราวต่างๆ ที่เราคิดว่ามันจะเป็น ประโยชน์ต่อสังคม และผลงานของอาจารย์ป๋วยมีอยู่ ในเกือบทุกเรื่องตั้งแต่ชีวิตในวัยเด็ก ในวัยเยาว์ที่อยู่ใน ครอบครัวกับแม่และคนอื่นๆ แล้วก็ชีวิตทางวิชาชีพ ชีวิต ทางการงาน ไปจนถึงวัยที่ต้องพักผ่อนคือวัยเกษียรจน ถึงเวลาที่ท่านจากไป ท่านก็ฝากเรื่องราว แนวความคิด แนวทางการด�าเนินชีวิตที่เป็นประโยชน์ต่อคนในสังคม โดยรวมไว้มากและเราได้น�าบันทึกเหล่านี้มาพิมพ์ ไว้ใน หน้าหลังของปฏิทินในแต่ละเดือน เพื่อว่าผู้ที่เป็นเจ้าของ ปฏิ ทิน จะได้อ ่านและสามารถศึกษาถึง เรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับชีวิตของท่าน มีการปรัชญา หรือแนวคิดในดานไหน ของอาจารยปวยมาพิมพไวในปฏิทินบาง? มีทุกเรื่อง และเรามีการจัดเรียบเรียงเรื่องราว ในแต่ละเดือน ตามคอนเซ็ปต์ “จากครรภ์มารดาถึงเชิง ตะกอน” คือเรียงตามแต่ละช่วงวัยของแต่ละชีวิต

ภาพที่นํามาตีพิมพ ในปฏิทินเปนภาพเกา แลวภาพที่นํามาประกอบ มีวธิ หี รือเทคนิคการจัดภาพยังไงใหดนู า สนใจ? นํามาจากไหน อยางไรบาง? เราเน้นในเรื่องประโยชน์การใช้สอย ประโยชน์ เราไม่สามารถถ่ายภาพใหม่ได้ เราจึงเลือกมา ทางการเรียนรู้ทางความคิดมากกว่า แล้วอย่างปฏิทิน จากที่มีในประวัติศาสตร์ ถึงแม้อาจจะไม่ใช่ภาพที่ดีที่สุด ในปัจจุบนั ก็มกั จะนิยมแบบนีจ้ ดั ภาพให้ดูไม่นา่ เบือ่ ให้สอื่ สาร แต่ว่าเป็นภาพเท่าที่เราสามารถหาได้ มาจากสิ่งพิมพ์ กับคนทุกกลุ่มอาชีพทุกวัยได้ ก็ดูออกไปทางอนุรักษ์นิยม มาจากคอลเลคชั่น และมาจากสมุดภาพอาจารย์ป๋วย มากสักหน่อย (หัวเราะ) ที่ผู้คนรุ่นก่อนหน้านี้ได้บันทึกเอาไว้ ในนี้เราก็ได้อ้างอิง ไว้ว่าภาพเหล่านี้มาจากที่ไหนบ้าง ภาพหนาปกทําไมถึงเลือกเภาพทีอ่ าจารยปว ย ซึ่งนั่งอยูกับอาจารยปรีดี? อืม…ทั้งสองท่านเป็นวีรบุรุษ สามัญชน ซึ่งคนรุ่นผมและรุ่นใหม่ๆ ควรจะได้ศึกษาวิธีคิด ความคิดและ ผลงานของทั้งสองท่าน ควรจะน�าเอา สิ่งที่ท่านเหล่านี้สร้างสรรค์เอาไว้มา สืบทอดต่อในวิถชี วี ติ ประจ�าวัน ท�าไม เราถึงเลือกภาพนี้ เพราะทั้งสองท่าน เป็นตัวแทนของความปรารถนาที่ ยิ่งใหญ่ของคนสามัญ คือต้องการ ประชาธิ ป ไตย ต้ อ งการเสรี ภาพ ส า ร ป๋ ว ย  16

Inside-puay November 58.indd 16

25/10/2558 23:08:45


ต้ อ งการความสั น ติ สุ ข ความยุ ติ ธ รรมที่ เ ท่ า เที ย มกั น ต้องการพัฒนาความรุ่งเรืองให้แก่สังคม นี่คืออุดมคติ ของท่านทั้งสอง แต่เนื่องจากว่าท่านทั้งสองเป็นสมาชิก ของเสรีไทย ซึ่งเป็นคณะของประชาชนในยุคหนึ่งที่ต่อสู้ เพื่อรักษาเอกราชของชาติไทยในยุคที่เกิดสงครามโลก และญี่ปุ่นได้เข้ามายึดประเทศไทย และทั้งสองท่านก็เป็น ที่รักและยกย่องของพวกเราตลอดมา ภาพนี้จึงเหมือน เป็นตัวแทนความปรารถนาของเราที่อยากเห็นว่าสามัญชน ให้ความส�าคัญกับสิ่งเหล่านี้ ภาพนี้สื่อความหมายไดลึกซึ้ง จึงนํามาใชเปนภาพหนาปก? ครับ…คือสังคมไทยเราขาดวีรบุรุษและวีรบุรุษ ที่เรามีนั้นยังพูดไม่ได้เต็มปาก เพราะคนที่สามารถจะ เป็นตัวแทน แรงบันดาลใจ ความใฝ่ฝันหรือที่เรียกว่า My Dream เรียกว่าสิ่งที่ปรารถนาของประชาชนนั้น ทั้ง สองท่านคือตัวแทนที่พูดได้เต็มปาก พูดได้ว่าท่านทั้งสอง เป็นที่เคารพนับถือได้เต็มปาก

สังคมไทยไม่มี น้อยมาก นี่แหละ เราจึงอยากน�าเรื่องราว ดีๆ จากอาจารย์ป๋วยมาถ่ายทอดให้สังคมไทยได้ศึกษา ได้เรียนรู้ แต่ ใครจะคิดว่าเราน�าความคิดของอาจารย์ ป๋วย มายัดเยียดให้รึเปล่า ก็คิดได้นะ แต่ทุกคนเลือกได้ นี่ครับ ว่าจะรับหรือไม่รับ ก็เป็นเรื่องปกติ ปฏิทินมีวางจําหนายที่ไหนบางคะ? ส�าหรับตอนนี ้ ปฏิทนิ ป๋วย 2559 “สิง่ ทีผ่ มปรารถนา” สามารถหาซื้อได้ที่ มูลนิธิเสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป โดยติดต่อ คุณพัชรศิริ ยิ้มเมือง 08-6763-6644 หรือ 0-2860-1221 ในราคาชุดละ 80 บาท (รายได้เข้ามูลนิธิ เสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป เพื่อโครงการอาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์) ผมเข้าใจว่าในร้านหนังสือต่างๆ อย่างเช่น ศึกษิตสยาม สวนเงินมีมา ก็มีวางจ�าหน่าย เบื้องต้นนี่ เราก็พิมพ์มา 10,000 ฉบับ

ดร.สุภาพ พัสออง ยังพูดถึงอาจารย์ป๋วยใน ตอนท้ายว่า “ความดีของอาจารย์ป๋วย ความจริงมันยั่งยืนนะ เป็นของแท้ ไม่ ใช่ของปลอม ซึ่งสังคมไทยเรานั้นชอบ คิดวาผูที่ไดอานเรื่องราวในปฏิทินนี้ จะใหแงคิดหรือประโยชนอะไรใหกับพวกเขาบาง? อะไรที่ปลอม ของแท้ของจริงมักจะไม่ค่อยมีโอกาสได้รับ อย่างน้อยทีส่ ดุ เขาก็ตระหนักได้วา่ คุณค่าแบบอย่าง การเชิดชู อาจารย์ป๋วยเอง ตอนที่ท่านมีชีวิตอยู่ ท่านก็ ในประวัตศิ าสตร์ ความเป็นมาไม่นานมานีม้ สี ามัญชนคนหนึง่ ไม่ได้ต้องการการยกย่องเชิดชูอะไร แล้วก็บุคคลรอบตัว ชื่อ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ เป็นบุคคลที่สร้างสรรค์ผลงานในด้าน ท่านและครอบครัวก็แท้จริงไม่ได้ประสงค์จะให้ อาจารย์ ความดีงามไว้เป็นแบบอย่างแก่ประเทศไทยและผู้คนใน ป๋วย เป็นวีรบุรุษหรือเป็นปูชนียบุคคลแต่อย่างใด แต่ว่า ปัจจุบัน ก็จะได้แง่คิดตั้งแต่เรื่องกว้างๆ มาจนถึงเรื่องเล็กๆ ความคิด ผลงาน และการด�าเนินชีวติ ของท่านเป็นแบบอย่าง แม้กระทัง่ คุณค่าของการใช้ชวี ติ สิง่ ทีแ่ ม่เลีย้ งดูอบรมมา ท่าน ซึง่ สะท้อนอุดมคติอย่างหนึง่ เป็นอุดมคติทที่ า่ นปรารถนา ก็บอกว่าแม่สอนว่า ไม่ได้เลี้ยงลูกให้คดในข้อ งอในกระดูก และพวกเราเองก็ปรารถนา นัน่ ก็คอื การปรารถนาเสรีภาพ สอนให้ลูกเป็นคนที่ซื่อสัตย์ สุจริต อาจารย์ป๋วยได้รับการ ความเป็นมนุษย์นั้นต้องมีอิสระ มีเสรี และต้องมีความสันติ ปลูกฝังความคิดอย่างนี้มาตั้งแต่เยาว์วัย โตขึ้นจึงเป็นคนที่มี ความผาสุก ความอยู่ดีกินดี ซึ่งอาจารย์ป๋วยท่านมองเห็นว่า ประโยชน์ต่อสังคมและตนเอง นี่ก็เป็นเพียงแค่บางตัวอย่าง สังคมไทยนั้นขาดความยุติธรรม มีความเลื่อมล�้าระหว่าง แต่ยังมีอีกเยอะ หากใครสนใจที่จะศึกษาและน�ามาใช้ในชีวิต ชนบทกับเมือง ระหว่างคนชั้นสูงกับคนชั้นสามัญ และ เรือ่ งนีก้ ย็ งั เป็นเรือ่ งใหญ่ไปอีกนาน ซึง่ กระตุน้ ให้เราเห็นว่า ประจ�าวันของตนเองบ้าง สังคมต้องท�าอะไรสักอย่างในการต้องลงมือในหลายๆ เรื่อง ดูจากปฏิทินแลว เพื่อสังคมและประเทศชาติของเราจะพัฒนาไปในทิศทาง เห็นไดวามีทุกเรื่องราวที่ผูคนจะจดจํา ที่ดีขึ้น” และนํามาปรับใชในการดําเนินชีวิตได? มีครบทุกเรื่องเลย ครบรส อาจารย์ป๋วยมีชีวิต n n n ที่สมบูรณ์เพื่อคนอื่น เป็นชีวิตที่เรียบง่ายด้วย อย่างนี้

17  ส า ร ป๋ ว ย Inside-puay November 58.indd 17

25/10/2558 23:08:46


“My Dream

A calendar to celebrate100 years of AjarnPuey’s legacy” The upcoming March 9, 2016, will mark the 100-year anniversary of AjarnPuey’s birth. Dr.Supab Pasoong, the calendar’s editor, says this calendar serves as an important reminder of how AjarnPuey is a perfect role model for younger Thai generations.

Why have we chosen to showcase his ideas and achievements with a calendar? AjarnPuey’s legacy has been showcased in a variety of areas and activities in the past three years, and these events will continue until March 2016. Making the “My Dream” calendar is one of these activities.

What will the design of this calendar be like? This will be a desktop calendar, and its cover will showcase both AjarnPuey and AjarnPridi, true heroes of Thai society. Inside the calendar, on each back page, there will be significant stories or quotations from AjarnPuey. We have paid special attention in choosing relevant historical photos, and have arranged them in modern layout, to make them appeal to everyone.

How is AjarnPuey’s identity reflected in each page of the calendar? The editorial team has tried to select a variety of AjarnPuey’s life aspects, from his childhood, to his professional life,his work for Thai society, his retirement period, and his death. This presentation chronologically follows all his major ideas in the story, “From Womb to Tomb”.

Where can we get this calendar? The first 10,000 “My Dream” calendars are available at the SathirakosesNagapradipa Foundation (SNF) by contacting K.Pacharasiri Yimmeung at (mobile) 08-6763-6644 or 0-2860-1221. The calendar costs 80 Baht, and the profits will go to SNF for future activities related to AjarnPuey.

n ส า ร ป ว ย

Inside-puay November 58.indd 18

n

n

18 26/10/2558 8:30:05


มองป๋วย กองบรรณาธิการ

อาจารยปวย…

คนพิเศษสุดในความทรงจํา ของ

ศิโรช อังสุวัฒนะ

ความซื่อสัตยสุจริต และอุดมการณตอตานคอรรัปชัน คือคุณลักษณะอันโดดเดนหนึ่งของ อาจารยปวย อึ๊งภากรณ ที่ใครๆ ก็นิยมยกยอง ใหความนับถือความศรัทธา ยกใหทานเปนบุคคลตนแบบ ของสังคมไทย และในยุคที่ประเทศไทยกําลังเผชิญหนากับปญหาการคอรรัปชันที่ลุกลามเปนวงกวางในแทบ ทุกแวดวงสังคมนั้นคุณลักษณะหรือความเปนบุคคลตนแบบของอาจารยปวย จึงถูกนํามากลาวถึง เพื่อกระตุน จิตสํานึกและเพื่อเปนแบบอยางในการสรางบรรทัดฐานที่ดีงามใหกับคนในสังคมปจจุบัน ด้วยความศรัทธาในความเป็นคนธรรมดาติดดิน ที่ยิ่งใหญ่ของอาจารย์ป๋วย ศิโรช อังสุวัฒนะ กรรมการมูลนิธิ เสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป อดีตอาจารย์ประจ�าโครงการ พัฒนาลุ่มแม่น�้าแม่กลอง จึงขันอาสาท�างานในโครงการที่ เกี่ยวข้องกับอาจารย์ป๋วยเพื่อเป็นการร�าลึกถึงท่าน ซึ่งหนึ่ง ในนั้นก็คือ โครงการเกี่ยวกับการตอต้านคอร์รัปชัน “ตอนผมเป็นอาจารย์อยู่ธรรมศาสตร์ ผมประทับใจ ทีว่ า่ ท่านเป็นคนธรรมดาเหลือเกิน แต่เป็นคนยิง่ ใหญ่คอื ไม่ใช่ เป็นคนใหญ่คนโตหรือผู้มีอ�านาจวาสนาอะไร แต่ท่านเป็น คนติดดิน ท่านไปไหนท่านก็เดินไปท่านเป็นกันเอง เราก็รสู้ กึ ว่าท่านเป็นคนที่น่ารัก ยิ่งตอนมาอยู่มาเรียนรู้และเข้าใจ อาจารย์ป๋วยมากยิ่งขึ้น ก็ตอนมาอยู่มูลนิธิเสฐียรโกเศศ-

นาคะประทีปของอาจารย์สุลักษณ์ ศิวรักษ์ อาจารย์สุลักษณ์ ก็จะพูดถึงอาจารย์ป๋วย เล่าเรื่องต่างๆ ของท่านในสิ่งที่เรา ไม่รเู้ ลย ก็ยงิ่ ให้รสู้ กึ ว่าอยากจะท�างานอะไรเพือ่ เป็นการระลึก ถึงท่านในหลายๆ ด้านด้วยกัน เลยอาสาท�างานที่เกี่ยวข้อง กับอาจารย์ป๋วย โดยเรามีโครงการที่เกี่ยวกับการต่อต้าน คอร์รัปชัน ด้วยมองเห็นว่าท่านเป็นบุคคลที่คนไทยทุกคน ควรจะถือไว้เป็นตัวอย่าง ควรจะด�าเนินรอยตาม และในยุค ปัจจุบันผมก็เห็นว่ามีน้อยคนนักที่จะมีความเป็นผู้น�า และ เป็นบุคคลที่คนรุ่นใหม่ควรจะเดินตาม ก็เลยคิดท�าเรื่อง ต่อต้านคอร์รัปชัน ซึ่งอาจารย์สุลักษณ์ก็เริ่มโครงการ 100 ปี อาจารย์ป๋วย มาเมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว ภายใต้โครงการของมูลนิธิ เสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป”

19  ส า ร ป๋ ว ย Inside-puay November 58.indd 19

25/10/2558 23:08:48


มีพลัง จนท�าให้ไม่เพียงแต่นกั ศึกษา คณาจารย์ทกุ คนก็อยาก จะท�างาน อยากจะทุม่ เทให้กบั นักศึกษา ทุม่ เทให้กบั กิจกรรม ของมหาวิทยาลัย ทุกคนอยากออกไปช่วยเหลือชาวบ้าน ในชนบท เป็นบรรยากาศที่เรียกว่า “มหาวิทยาลัย” จริงๆ นักศึกษาก็ตื่นตัวที่จะออกไปช่วยสังคมมาก แต่น่าเสียดาย ที่ช่วงนั้นในแง่ของการเมือง วิสัยทัศน์ของผู้น�าบ้านเราใน ด้านการเมืองกลับไม่เข้าใจในสิ่งที่อาจารย์ป๋วย หรือคนอื่น ที่ต้องการเห็นสังคมไทยก้าวหน้าเป็นอย่างไร “พอเขาไม่เข้าใจก็เกิดปฏิกิริยาไม่พอใจ เมื่อมี ความดี ความงาม ความจริง ปฏิกิริยาก็ท�าให้เกิดความกดดันหลายด้าน สิทธิเสรีภาพ คือนิยามความเปน ‘ปวย’ ในการจะแสดงความคิ ด เห็ นมั น ก็ ส ะท้ อ นถึ ง สิ่ ง ต่ า งๆ ที่ คุณศิโรชเล่าถึงในสมัยที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นักศึกษาท�าด้วย บางอย่างเขาไม่เห็นว่ามันถูกต้อง ปัญหา ให้นักศึกษาไปท�างานพัฒนาชนบทในระยะสั้นๆ ว่านักศึกษา มันก็ยงิ่ เพิม่ ขึน้ ไป ซึง่ สมัยนีผ้ มว่ามันมีอะไรคล้ายๆ อย่างนัน้ จะไปประจ�าอยู่ตามหมู่บ้าน และเข้าไปสร้างความสัมพันธ์ เหมือนกันนะ สังคมแต่ละส่วนมันปิดกั้นตัวเองที่จะเรียนรู้ กับชาวบ้าน แต่ตอนนั้นเหตุการณ์บ้านเมืองก็ไม่ค่อยสงบ หรือเข้าใจอีกส่วนหนึ่งของสังคม หรืออีกหลายๆ ส่วน เมื่อ มีแรงต่อต้านค่อนข้างมาก สิ่งที่ท�าให้คุณศิโรชประทับใจใน ปิดกั้นแล้วก็ ไม่สามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้อย่าง ตัวอาจารย์ป๋วยก็คือ อาจารย์ป๋วยจะขับรถไปเยี่ยมนักศึกษา เต็มที ่ ก็ออกมาในรูปความขัดแย้ง อาจารย์ปว๋ ยนอกจากเรียน เกือบทุกอาทิตย์ อัสสัมชัญแล้ว ท่านไปอยู่อังกฤษ ผมว่าท่านได้เรียนรู้อะไร “ท่านเหนื่อยท่านก็พักก็นอน ก็กินข้าวกับเรา ไม่มี เยอะมากเกี่ยวกับเสรีประชาธิปไตย ซึ่งสมัยนี้ก็บอกว่ามัน พิธีรีตองอะไรเลย จากบุคคลที่เรียนจบในระดับปริญญาเอก ล้าสมัยไปแล้ว แต่ผมเองเป็นคนโบราณ ผมถือว่าความเป็น เศรษฐศาสตร์ แต่พยายามที่จะศึกษาท�าความเข้าใจถึงชาวบ้าน เสรีประชาธิปไตย มันยังมีทิศทางของมันที่สังคมไทยน่าจะ ธรรมดาสามัญ ผมคิดว่าท่านมีความคิดอ่านลึกซึง้ มากในเรือ่ ง ปรับตัวยอมรับ เพราะการที่เราเป็นเสรีประชาธิปไตยท�าให้ ของเศรษฐศาสตร์ คือท่านมองว่าภาพใหญ่นั้นจ�าเป็นต้อง เรามีความอดทน มีความเผือ่ แผ่ มีความเข้าใจ ถ้าไม่เช่นนัน้ ลงลึกไปถึงชาวบ้าน ถ้าชาวบ้านอยู่ไม่ได้ ตัวเศรษฐศาสตร์ เราก็จะไม่มีความอดกลั้น ฟังคนอื่นไม่ได้นะ ผิดหมด ถึง ทัง้ หมดก็อยู่ไม่ได้ เราก็เลยคิดว่าเราอยากลองดูเราก็เรียนจบ เขาผิด เราก็ต้องยอมรับฟังและก็ชี้แจงให้ฟัง แต่เดี๋ยวนี้ ปริญญาตรีมา แต่ไม่เคยภาคปฏิบตั พิ อเข้าไปท�าให้เราเข้าใจ คนบางคนพูดกันไม่ได้นะ ผมว่ามันก็แปลกประหลาดนะ ชาวนาชาวไร่มากขึ้น และมีความรู้สึกเอื้ออาทร สมัยก่อนที่ ว่าท�าไมพูดกันไม่ได้ ญาติพี่น้องพูดกันไม่ได้ ผมอาจจะมี เราเคยอยูก่ รุงเทพฯ อยูด่ กี นิ ดี เราเข้าไปเห็นความยากล�าบาก ความเห็นแตกต่าง แต่ผมไม่มีความอาฆาตแค้นเป็นการ ของเขา ท�าให้รู้ว่ามันมีหลายอย่างในสังคมไทยที่ต้องแก้ไข ส่วนตัว ผมยังรักใคร่เขาอยู่ แต่ตอนนี้รู้สึกเราหมดไป เมื่อ ถ้าไม่แก้ไขประเทศชาติอยู่ไม่ได้ และก็มีอาจารย์ป๋วยเป็น หมดไปแล้วสังคมเราก็ยิ่งเป็นสังคมอ�านาจนิยม ท�าไมเรา บุคคลผู้น�า ซึ่งเราสามารถเดินตามได้โดยไม่ผิดหวัง ถ้าขาด พูดกันไม่ได้” อาจารย์ปว๋ ย เราก็คงไม่รวู้ า่ จะไปในทิศทางไหน เพราะฉะนัน้ ที่อาจารย์สุลักษณ์พูดเสมอถึงความดี ความงาม ความจริง จากลุมนํ้าแมกลอง แสดงให้เห็นถึงอาจารย์ปว๋ ยนัน่ แหละ เพราะท่านมีทงั้ ความดี คุ ณ ศิ โ รชยั ง เล่ า ถึ ง การที่ นั ก ศึ ก ษาและอาจารย์ ความงาม และความจริง ท่านเอาความจริงออกมาแจงให้ เข้าไปท�าโครงการพัฒนาชนบทที่ลุ่มน�้าแม่กลองว่า เป็น เรารู้ว่า ไอ้นี่ไม่ถูกต้องนะ เราต้องกล้าเผชิญกับมัน ต้องกล้า ความร่วมมือที่ค่อนข้างหลากหลาย มีหลายคณะจากหลาย แก้ไขมัน อันนี้ท่านไม่กลัว เราก็ไม่กลัวด้วย เราเป็นข้าราชการ มหาวิทยาลัยเข้าร่วม แต่เมื่อเห็นว่าผู้ใหญ่ของเราเป็นบุคคลที่น่านับถืออย่างนี้ “การที่เราจะไปพัฒนาไปหาชาวบ้านเรามีการวาง เราก็ไม่กลัวแล้ว” วัตถุประสงค์วา่ จะเข้าไปท�าอะไร เราต้องการยกระดับชาวบ้าน คุณศิโรชยังย้อนความทรงจ�าถึงธรรมศาสตร์ ใน แต่การยกระดับก็ต้องพึ่งพาความรู้ ซึ่งเรามองว่าต้องมาจาก ห้วงเวลาทีม่ อี าจารย์ปว๋ ยว่า ช่วงนัน้ ในธรรมศาสตร์คกึ คักมาก มหาวิทยาลัย ซึ่งในอุดมการณ์แล้วน่าจะเป็นผู้รู้ในแง่เชิง ส า ร ป๋ ว ย  20

Inside-puay November 58.indd 20

25/10/2558 23:08:50


สังคมไทย ที่แม้จะอยู่ในสิ่งที่คุ้นเคย แต่เรากลับไม่รู้จัก อะไรเลย หรือรู้อะไรเกี่ยวกับชุมชนหรือสิ่งรอบตัวเรา น้อยมาก

วิชาการมากทีส่ ดุ แต่อาจจะขาดในแง่เชิงปฏิบตั ิ เราเอาความรู้ เข้าไปให้ชาวบ้านเพื่อพัฒนาตรงนั้น ถ้าในแง่ของรัฐศาสตร์ ให้ความรู้เรื่องการปกครอง ในแง่ของการสื่อสารมวลชน ก็คือในแง่ของการประชาสัมพันธ์ข่าวสาร อันนี้ส�าคัญมาก ที่ชาวบ้านจะได้รับข่าวสาร สามารถวิเคราะห์ข่าวสารและ ใช้มันให้เป็นประโยชน์ เราจะมีคล้ายๆ ห้องสมุด หรือ ศาลาที่จะมีหนังสือพิมพ์ หนังสือให้ชาวบ้าน สามารถ มาอ่านได้ และมีมหาวิทยาลัย 3 แห่ง คือ ธรรมศาสตร์ เกษตรศาสตร์ มหิดล มาท�างานร่วมกัน มหิดลมีบทบาท เรื่องแพทย์ เรื่องพื้นฐานของการมีชีวิตที่ปลอดจากโรคภัย ไข้เจ็บ ร่างกายแข็งแรงเพื่อจะมีชีวิตอยู่ด้วยดีได้ บทบาท ของธรรมศาสตร์ก็คือ เรื่องของการกระจายอ�านาจการ ปกครอง ให้ความรู้ชาวบ้าน และเกษตรศาสตร์ก็ให้ความรู้ ในเรื่องของการท�างานด้านการเกษตร มีการส่งนักวิชาการ ไปร่วมให้ความรู้ชาวบ้าน ถ้าโครงการนี้ท�าต่อในปัจจุบัน ผมว่ามันน่าจะเป็นประโยชน์ ได้นะ เพราะบรรยากาศทาง ด้านการเมืองดีกว่าสมัยก่อนมาก อยากให้มหาวิทยาลัย ต่างๆ เข้ามามีบทบาทในเรื่องนี้มากขึ้น หลานของผมเรียนที่โรงเรียนนานาชาติ ผมชอบ มากก็คือ นักเรียนที่จะจบปีสุดท้ายจะมีวิชาหนึ่ง ให้นักเรียน ไปสัมผัสชนบท ไปท�าวิจัย ไปสัมภาษณ์ และก็ท�าจริงๆ ต้อง กลับมาเขียนรายงาน นี่แค่ระดับมัธยมนะ และเป็นโรงเรียน นานาชาติเป็นหลักสูตรหนึ่งที่ต้องผ่าน ถ้าไม่ผ่านไม่จบนะ ระดับมัธยมของเรามีอย่างนี้ไหม เดี๋ยวนี้ในต่างประเทศเขา ให้ความส�าคัญเรื่องนี้มาก โดยเฉพาะในยุโรปที่ให้นักศึกษา ได้ออกไปสัมผัสชนบท ระดับมัธยมเลยนะ ไม่ ใช่ ในระดับ มหาวิทยาลัย” คุณศิโรชยังเล่าถึงสมัยเรียนที่นิวซีแลนด์ปีสุดท้าย ซึ่ ง จะมี วิ ช าหนึ่ ง ที่ ไ ม่ มี การสอนอะไรเลยทั้ ง ปี แต่ จ ะให้ นักศึกษาออกไปศึกษาชุมชนรอบโรงเรียนในเรื่องอะไรก็ได้ หากมีปัญหาอะไรก็มาปรึกษากับอาจารย์ แล้วพอสิ้นปีเวลา สอบก็ให้เขียนเป็นรายงานเลย ซึ่งจะต่างจากการเรียนรู้ของ

อาจารยปวยคือคนพิเศษสุด ในมุมมองถึงอาจารย์ป๋วย คุณศิโรชมองว่าอาจารย์ ป๋วยนั้น เปนคนพิเศษสุด “ท่านเป็นคนธรรมดาสามัญทีเ่ ป็นคนไทยแท้ ปัจจุบนั เราจะเห็นว่าคนที่เป็นคนไทยแท้หายากเต็มที เราจะเป็นคน ต่างชาติกันซะหมดไม่เป็นคนไทยเลย ไม่ว่าจะรสนิยมก็ดี หรือความซื่อสัตย์สุจริตก็น้อยลง ความขยันขันแข็งก็รู้สึกว่า มีบ้างไม่มีบ้าง และการเอื้ออาทรกับผู้ที่ด้อยกว่าก็ฉาบฉวย ไม่จริงจัง หลายๆ เรื่องผมอยากจะถือว่าอาจารย์ป๋วยเป็น บุคคลตัวอย่างที่เราควรจะเดินรอยตาม ซึ่งการที่มูลนิธิ เสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป จัดโครงการต่อต้านคอร์รัปชัน ก็เพราะมองเห็นว่าท่านเป็นคนที่ท�างานเป็นข้าราชการด้วย ความสุจริต ทั้งที่ท่านสามารถจะกอบโกยเงินมหาศาลได้ เป็นผู้ว่าแบงก์ชาติ หรืออยู่ธรรมศาสตร์ หรือเป็นหน่วยงาน ต่างๆ แต่ท่านไม่เคยเลย และเมื่อท่านเสียชีวิตท่านก็ไม่ได้ มีทรัพย์สินเงินทองมากเท่าไหร่ “แต่สิ่งที่ท่านมี ท่านมีความสุข คนเราเดี๋ยวนี้มี ความรู้สึกว่าไม่ต้องการความสุขนะ ต้องการเงินต้องการ วาสนา เรากลับไปอย่างนี้ได้ไหม กลับไปเป็นสังคมไทยที่ ต้องการความสุขความพอเพียง และท�าสิ่งที่ดีที่สุด คือมี ทั้งความดี ความงาม ความจริง ซึ่งความดีก็คือเราเข้าใจ ในเรื่องการปฏิบัติตนที่เหมาะสม ง่ายๆ เลย ศีล 5 ความจริง คือพูดในสิ่งที่ถูกต้องที่ควรจะพูดที่ควรจะท�า บางคนอาจ ไม่กล้าเพราะกลัวว่าจะมีผลกระทบกับอาชีพของตัวเอง หรือ ความก้าวหน้าในชีวิตการท�างาน แต่อาจารย์ป๋วยท่านกล้า และคนก็ฟังท่าน เพราะท่านพูดความจริง ความจริงมันไม่ตาย ความงามก็คือเห็นท่านแล้วรู้สึกประทับใจ ไม่มีใครน่าประทับใจ เท่าอาจารย์ปว๋ ย ท่านเป็นคนทีน่ า่ รักมาก ถ่อมตัว ไม่กา้ วร้าว ไม่ท�าตัวหยิ่งยโส เพราะฉะนั้นทุกคนเข้าถึงท่านได้ พูดคุย กับท่านได้และท่านจะให้ค�าแนะน�า นั่นคือความงามที่ไม่ใช่ การมีเสือ้ ผ้าสวยงาม แต่งตัวหล่อ มีทรัพย์สนิ เงินทองมากมาย แต่มันมาจากภายในจิตใจที่จะพึงปฏิบัติต่อบุคคลอื่นที่เป็น เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน อันนี้ผมประทับใจอยากท�างานกับท่าน ถึงท่านจะไม่อยู่กับเราแล้ว แต่สิ่งที่ประทับใจเกี่ยวกับท่านผมก็ ยังมีอยู่ ก็อยากจะท�าอะไรให้ท่าน” คุณศิโรชกล่าวทิ้งท้าย n

n

n

21  ส า ร ป๋ ว ย Inside-puay November 58.indd 21

25/10/2558 23:08:51


บันทึกรําลึกป๋วย นพ.ประเวศ วะสี

ปวย อึ๊งภากรณ อนุสรณีย สังคมไทยกําลังหิว

*

ความดี

กรณีอสัญกรรมของอาจารย์ป๋วย เข้ามากระตุ้นต่อมไตให้ระลึกถึงความดี จึงเกิด แซ่ซ้องขานรับทั้งแผ่นดิน มนุษยและสังคมขาดความดีไมได เพราะความดีเป็นพลังชีวิตและพลังที่ขับเคลื่อนสังคม ชีวิตที่ขาดความดีและ สังคมที่ขาดความดีย่อมหมดก�าลังที่จะยึดเหนี่ยวบูรณาการให้มีความเป็นหนึ่งเดียวกัน จะแตกกระจายหรือแตกสลาย (โซเชียล ดิสอินติเกรชั่น) ลง * ที่มา - มติชนรายวัน ประจ�าวันพุธที่ 18 สิงหาคม 2542, หน้า 19 ส า ร ป๋ ว ย  22

Inside-puay November 58.indd 22

25/10/2558 23:08:53


สังคมไทยแตกสลายเพราะขาดพลังแห่งความดี สังคมไทยท�าลายคนดีจนจะ สูญพันธุ์ปล่อยให้มนุษย์ตะกวดเพ่นพ่านเต็มไปหมด กรณีโคตรโกง ค้ายาเสพย์ติด ค้าน�้ามันเถื่อน ซื้อเสียง ขายเสียง ตกเขียว ขายตัว รวมหัวคอร์รัปชั่น ฉ้อราษฎร์ บังหลวง ใส่ร้ายป้ายสี ไม่สุจริต ไม่รักชาติ ไม่รักประชาชน ไม่มีปัญญา คือภาพที่ผู้คน เห็นแล้วท้อถอย ห่อเหี่ยว เบื่อหน่าย ตรงข้ามกับภาพของอาจารย์ป๋วยที่ให้พลังแห่ง ความดี อาจารยปวยทํางานเกี่ยวกับเงินใหญ แตตนเองมีนอยและระวัง ใหมีนอย แตใหญดวยความดีอยางนอย 7 ประการ กลาวคือ 1. อาจารยปวยมีจิตใหญ ที่หวังหรือฝันเห็นมนุษย์ทั้งหมดมีความดีและ ความงาม โดยใช้ความจริงสร้างสังคมสันติประชาธรรม 2. และเพราะจิตใจใหญ่อันนั้น อาจารยปวยจึงรักชาติสุดจิตสุดใจ ไม่มี กรณีใดๆ ที่จะท�าให้ขายชาติขายแผ่นดินได้เลย 3. อาจารยปวยรักเพื่อนมนุษยและเคารพศักดิ์ศรีความเปนคน โดยเฉพาะของคนยากจน เพราะอาจารย์ป๋วยตระหนักดีว่า การเคารพศักดิ์ศรีความ เป็นคนของคนทุกคนคือศีลธรรมพื้นฐาน ถ้าปราศจากศีลธรรมพื้นฐานนี้ประเทศเจริญ ไม่ได้ อาจารย์ป๋วยจึงตั้งมูลนิธิบูรณะชนบท ท�าโครงการลุ่มแม่น�้าแม่กลอง และพร�่าสอน ให้ลูกศิษย์น�าวิชาเศรษฐศาสตร์มารับใช้เพื่อนมนุษย์ ไม่ใช่รับใช้อ�านาจเงิน 4. อาจารยปว ยมีความสุจริตทัง้ ไตรทวาร ไม่หน้าไหว้หลังหลอก ไม่แทง ข้างหลัง ไม่โกงไม่กิน ไม่ร่วมมือกับคนโกงกิน จะพลิกดูทั้งข้างหน้าและข้างหลัง ข้างใน ข้างนอก ก็จะพบแต่ความสุจริต ไม่มีความกะล่อนหน้าไหว้หลังหลอก 5. อาจารยปวยมีปญญาและความสามารถสูง ความดีอย่างเดียวโดย ไม่เก่งก็แก้ปัญหาของประเทศไม่ได้ ความเก่งโดยไม่ดีก็พาประเทศล่มจม อาจารย์ป๋วย เป็นทั้งคนดีและคนเก่ง เพราะสัมผัสอยู่กับความจริง ไม่มีอคติด้วยผลประโยชน์ส่วนตัว และเรียบร้อยตลอดเวลา ลองนึกภาพว่า คนอย่างนี้ถ้าเป็นนายกรัฐมนตรีจะเป็นอย่างไร 6. อาจารยปวยมีความกลาหาญทางจริยธรรม กล้าพูด กล้าคัดค้าน ในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง 7. อาจารยปวยมีความอดทนอดกลั้นหรือขันติธรรมสูงยิ่ง ต่อความ ล่วงล�้าก�้าเกินและความอยุติธรรมทั้งหลายที่มีต่อตัวท่าน ไม่ท�าร้ายคนที่ท�าร้ายท่าน นี่แหละคนในอุดมคติในทางพุทธศาสนา คนไทยควรรับรู้ว่า เราเกิดมาร่วมสมัยกับคนไทยที่มีอุดมคติที่ยิ่งใหญ่คนหนึ่ง ควรที่จะน�ามาเป็นกรียะที่สร้างพลังทางอุดมคติในสังคมไทย เพราะอุดมคติท�าให้สังคม 23  ส า ร ป๋ ว ย Inside-puay November 58.indd 23

25/10/2558 23:08:53


มีชีวิต สังคมที่ขาดอุดมคติก็เหมือนสังคมที่ตายแล้ว มีแต่ซากที่สลักหักพัง สังคมที่ อ�านาจเงินเป็นใหญ่ย่อมท�าลายอุดมคติลง เช่น ในสังคมไทยและสังคมโลก เป็นสังคม ที่ไร้วิญญาณแบบที่ฝรั่งพูดว่า “พระเจ้าตายเสียแล้ว” (ก็อดอีสเดท) ฉะนั้น การระลึกถึงความดีของอาจารย์ป๋วย ไมใชฉวยอาจารย์ป๋วยไปใช้หา ประโยชน์เข้าตัว เช่น สร้างอนุสาวรีย์แล้วมีชื่อเสียง โดยไม่ได้เปลี่ยนแปลงตัวเอง ไม่เอา วิญญาณแห่งความดีของอาจารย์ป๋วยมาเข้าในตัว และก่อให้เกิดความดีในตัวเองทั้ง 7 ประการ อย่างที่อาจารย์ป๋วยเป็นตัวอย่างให้ดู อนุสรณที่ดีที่สุดสําหรับอาจารยปวย คือ คนไทยทุกคนนําเอาวิญญาณ แหงความดีของทานอาจารยมาอัดฉีดเขาไปในตัวเอง กอใหเกิดการเปลี่ยนแปลง ตัวเอง เปนพลังทางอุดมการณของชาติ ใหชาติหลุดพนจากความมอยเปลี้ยใน ปจจุบัน มีพลังของชาติที่จะรวมกันสรางสังคมสันติประชาธรรมตามอุดมคติของ ทานอาจารยปวย อึ๊งภากรณ

ยามนีป้ ระเทศแก้ปญั หาไม่ได้ดว้ ยการน�าเข้า แต่แก้ได้ดว้ ยการสร้างเอง สร้างพลัง อุดมคติ

รัฐบาลที่ดีควรเปนผูนําในการสรางพลังอุดมคติ เรามีคนไทยรวมสมัยที่เปน พลังแหงอุดมคติอยูแลว คือ ปรีดี เงื่อม ปวย ประยุทธ ถาคนไทยไดศึกษาจนเขาถึง อุดมคติของทานเหลานี้ พลังแหงการฟนฟูชีวิตฟนฟูชาติและมนุษยชาติจะพึงบังเกิด n

n

n

หมายเหตุ - ปรีดี หมายถึง ดร.ปรีดี พนมยงค์, เงื่อม หมายถึง ท่านพุทธทาสภิกขุ, ประยุทธ หมายถึง พระพรหมคุณาภรณ์ (ประยุทธ ปยุตฺโต) ส า ร ป๋ ว ย  24

Inside-puay November 58.indd 24

25/10/2558 23:08:54


99 ป

คนที่นารูจัก กษิดิศ อนันทนาธร

ฉลบชลัยย พลางกูร

คุณจ�ากัด และครูฉลบชลัยย์ พลางกูร

I “ฉันต้องสนับสนุนเขา เพราะเขาท�าเพื่อชาติมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ทุกอย่างท�าเพื่อชาติมานานแล้ว มีใคร ถามว่า ท�าไมไม่รั้งเขาไว้ ฉันรั้งเขาไว้ไม่ได้ ฉันต้องสนับสนุนเขา การที่เขาท�างานเสรีไทยท�าให้เขามีโอกาสรับใช้ชาติ ถ้าเขาพลาดไป เขาคงเสียใจมาก เพราะฉะนั้นฉันจึงไม่กล้าขัดหรอก ต้องคอยสนับสนุน” 1 นี่คือค�าตอบของครูฉลบชลัยย์ ต่อค�าถามที่ว่า ท�าไมไม่รั้งคุณจ�ากัด พลางกูร เลขาธิการขบวนการเสรีไทยไว้ ไม่ให้ไปในการเดินทางไปเจรจากับฝ่ายสัมพันธมิตรที่เมืองจุงกิง ประเทศจีน ทั้งๆ ที่รู้ว่าเสี่ยงอันตรายมากเพียงใด ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 หลายคนอาจทราบว่าแล้ว ครูฉลบคือหญิงผู้เสียสละสามีไป “เพื่อชาติ เพื่อ humanity” เมื่อ พ.ศ.2486 แต่อาจไม่ทราบว่า เธอเองก็เป็นเสรีไทยผู้หนึ่งด้วยเช่นกัน ดังที่หัวหน้าขบวนการเสรีไทยบันทึกเอาไว้ว่า “เมื่อได้ส่งนายจ�ากัด พลางกูร ไปจุงกิง แล้วส่งนายสงวน ตุลารักษ์ ตามไปอีกนั้น เราได้ก�าหนดรหัสที่ ข้าพเจ้าเคยใช้สมัยอภิวัฒน์ ๒๔ มิถุนาฯ ซึ่งเป็นรหัสระหว่างกันเอง มิใช่ระหว่างสัมพันธมิตร ก็ต้องอาศัยภรรยา ของข้าพเจ้าเป็นผู้ช่วยเข้าและออกรหัสนั้น ซึ่งนางฉลบชลัยย์ พลางกูร ได้ช่วยบ้างบางครั้ง” 2 1 2

ให้สัมภาษณ์นักข่าว Thai PBS เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2556 หลังชมการแสดงละครเวที เพื่อชาติ เพื่อ humanity ในโอกาส 72 ปี ศ.ดร.ฉัตรทิพย์ นาถสุภา ณ โรงละครสดใส พันธุมโกมล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปรีดี พนมยงค์, โมฆสงคราม (กรุงเทพฯ: มูลนิธิปรีดี พนมยงค์, 2558), หน้า 284

25  ส า ร ป๋ ว ย Inside-puay November 58.indd 25

25/10/2558 23:08:55


คุณจํากัด และครูฉลบชลัยย พลางกูร

สมเด็จฯ กรมพระยาภาณุพันธุวงศวรเดช ตั้งชื่อใหวา “ฉลบชลัยย” ซึ่งแปลวา “ระคนดวยนํ้าเปนใหญ”

II คุณจํากัดและครูฉลบ ไดรวมกันตั้งโรงเรียน ดรุโณทยาน ขึ้นเพราะเชื่อวา การศึกษา จะชวยใหลูกหลานของเรา ฉลาดทันโลก เขาใจประชาธิปไตย เปนอารยะ และจะตองไมสอน ใหเด็กมีวิชาดีอยางเดียว แตตองสอนใหเขาเปนพลเมืองดี มีจิตใจรักประเทศชาติ มีจิตสํานึก ชวยเหลือชาวบานอีกดวย 3 แมเมื่อคุณจํากัดจากโลกนี้ไปแลว ครูฉลบยังสานตอโรงเรียนที่รัก ของทานเรื่อยมา จนชราภาพเขาครอบงํา จึงปดตัวลงไปในที่สุดเมื่อไมนานมานี้ ครูฉลบเปนครูผูถือประโยชนของเด็กมากอนสิ่งอื่นเสมอ แมเมื่อทานปวยหนักจน ไมอาจมายืนสอนได ทานถึงกับลากโซฟามานอนสอนเอาเลยทีเดียว 4 นอกจากนี้ทานยังใสใจ ลูกศิษยของทานอยางมาก เชนที่คุณทิพถวิล ชาตาคม เลาในงานเปดตัวหนังสือ ชลาลัยย วา ครูจะไมใชไมบรรทัดตีเด็ก แตจะใชมือตี เพราะทุกครั้งที่ตี ครูจะเจ็บไปพรอมกับเด็กดวย หรืออยางเชนความจําอันเปนเลิศของครูที่สามารถจดจําไดวา ลูกศิษยคนไหนชื่ออะไร เปนลูกใคร พี่นองกับใคร แมกระทั่งจนปจจุบันนี้ เปนตนวา จินตลา จาริต จิตริยา จาตุรี จีรติ พิรุณา ลูกทั้ง 6 คน ของ ศ.จิตติ ติงศภัทิย กับคุณหญิงตลับ 3

4

อางอิงจากบทละครเวทีเรื่อง เพื่อชาติ เพื่อ humanity ของ ศ.ดร.ฉัตรทิพย นาถสุภา และอัจฉรา วติวุฒิพงศ ซึ่งเปนเรื่องราวของคุณจํากัด พลางกูร ในการปฏิบัติภารกิจเสรีไทยในประเทศจีนเพื่ออิสรภาพและอธิปไตยของชาติ ที่อาจารยฉัตรทิพยเขียนขึ้นโดยใหใกลเคียงกับความ เปนจริงมากที่สุด ทิพถวิล, ชลาลัยย (กรุงเทพฯ: แสงดาว, 2558), หนา (11)

ส า ร ป ว ย

Inside-puay November 58.indd 26

26 26/10/2558 8:36:39


ครูฉลบชลัยย กับผูที่มาทําบุญ แดคุณจํากัด พลางกูร และผูเสียชีวิตในเหตุการณ 6 ตุลาคม 2519

บรรยากาศงาน รําลึก 100 ป ชาตกาล จํากัด พลางกูร ณ ทําเนียบทาชาง เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2557

ครูฉลบชลัยยกับอาจารยปรีดีและทานผูหญิงพูนศุข

III ที่ยกมาขางตนนั้น พอเปนตัวอยางเล็กๆ นอยๆ สําหรับเรื่องราวของคนที่ยิ่งใหญอยางครูฉลบ โดยที่ยังไมได กลาวถึงความสัมพันธกับครอบครัวของ ฯพณฯ รัฐบุรุษอาวุโส 5, การอุปถัมภผูตองภัยทางการเมืองไมวาลูกๆ ของ สี่รัฐมนตรี หรือนักศึกษาในเหตุการณ 6 ตุลาคม 2519 ตลอดจนความกลาหาญทางจริยธรรมที่ครูฉลบกลาแสดงออก อยูเสมอๆ นาดีใจที่วาระ 99 ป ชาตกาลของทาน ยังมีคนระลึกถึงทานอยูไมนอย เปนตนวา จะมีการเปดอาคาร จํากัด - ฉลบชลัยย ที่มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย ในวันที่ครูฉลบมีอายุ 99 ปบริบูรณ หรืออยางที่ไดเอยไปแลววา มีนวนิยาย ชลาลัยย ปรากฏขึ้นในบรรณพิภพ จากปลายปากกาของ ทิพถวิล ศิษยดรุโณทยาน รุน 16 ที่เขียนขึ้นจากเรื่องจริงทั้งสิ้น และผานการตรวจของครูฉลบมาแลว โดยที่นวนิยายเรื่องนี้ นักเขียนรุนใหมอยาง ขุนเขา สินธุเสน เขจรบุตร ถึงกับปรารภวา หนังสือประเภท HOW - TO สามารถบอกคุณไดวาทําอยางไรใหรวย ทําอยางไรใหมีความสุข แตบอกคุณไมไดวาจะมี 10 วิธีใด ใหคุณรักชาติ เสียสละเพื่อชาติ แตหนังสือ ชลาลัยย จะบอกคุณได ผานชีวิตอันเปนอมตะของคุณจํากัดและครูฉลบ ในปหนา อาจารยปวยจะมีชาตกาลครบศตวรรษในวันที่ 9 มีนาคม สวนของครูฉลบจะมาถึงในวันที่ 19 พฤศจิกายน นาที่ผูซึ่งเคารพรักครูฉลบจะลุกขึ้นมาทําอะไรเพื่อทานกันอีกมากๆ ครับ ที่สําคัญคือ อาจารยปวย จากพวกเราไป 16 ปแลว แตครูฉลบยังอยูกับพวกเรา n 5

n

n

โปรดดูใน ปาจารยสาร ปที่ 39 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม – สิงหาคม 2558

27 Inside-puay November 58.indd 27

ส า ร ป ว ย

26/10/2558 8:38:54


ลูกผูชายชื่อ “ปวย” 2457

2477

2457 - 2461 สงครามโลกครั้งที่ 1

2476

เป็นนักศึกษารุ่นแรกของมหาวิทยาลัย วิชาธรรมศาสตร์และการเมือง

เป็นมาสเตอร์ สอนวิชาค�านวณและ ภาษาฝรั่งเศส โรงเรียนอัสสัมชัญ

2481

2467

สอบได้ทุนไปเรียนที่ LSE มหาวิทยาลัยลอนดอน

เข้าโรงเรียน โรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก

2480

ส�าเร็จการศึกษาเป็น ธรรมศาสตรบัณฑิต

2477

นายปรีดี พนมยงค กอตั้งมหาวิทยาลัย วิชาธรรมศาสตรและการเมือง และดํารง ตําแหนงผูประศาสนการ

2459

9 มีนาคม 2459 เกิดที่บ้าน ตลาดน้อย กรุงเทพฯ เป็นบุตรคนที ่ 4 ของนางเซาะเซ็ง แซ่เตียว และนายซา แซ่อึ้ง

2475

คณะราษฎรเปลี่ยนแปลงการปกครอง

2482

จอมพล ป. เริ่มนโยบายรัฐนิยม

ส า ร ป๋ ว ย  28

Inside-puay November 58.indd 28

25/10/2558 23:09:00


คําวา

“ปวย” แปลตรงตัวไดวา “พูนดินที่โคนตนไม”

แตมีความหมายกวางขวางออกไปอีก คือ “บํารุง” “หลอเลี้ยง” “เพาะเลี้ยง’ และ “เสริมกําลัง”

ปวย อึ๊งภากรณ (2512)

2484

นายปรีดี พนมยงค และคณะ กอตั้งขบวนการเสรีไทยเพราะไมเห็นดวยกับการประกาศสงคราม ของรัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม

2487

กระโดดร่มลักลอบเข้าประเทศไทยเพื่อปฏิบัติงานลับของเสรีไทย

2484

2489

จบปริญญาตรีสาขา วิชาเศรษฐศาสตร์ และการคลัง ผลการเรียนสูงสุด เป็นอันดับหนึ่ง ในบรรดาเกียรตินิยม

แต่งงานกับมาร์เกร็ท สมิท เรียนต่อปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยลอนดอน

2490

รัฐประหารโดย พลโทผิน ชุณหวัณ

2488

2484

2484 - 2488 สถานการณ สงครามโลก ครั้งที่ 2 ในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟค

กลับไปเจรจากับรัฐบาลอังกฤษ ให้ยอมรับขบวนการเสรีไทย ได้รับยศพันตรีแห่งกองทัพบกอังกฤษ

14 สิงหาคม 2488 ญี่ปุนประกาศยอมแพสงคราม

2485

ร่วมก่อตั้งคณะเสรีไทยขึ้น ในอังกฤษ ได้ชื่อจัดตั้งว่า นายเข้ม เย็นยิ่ง

16 สิงหาคม 2488 นายปรีดี พนมยงค ลงนามประกาศสันติภาพ ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจาอยูหัวอานันทมหิดล

29  ส า ร ป๋ ว ย Inside-puay November 58.indd 29

25/10/2558 23:09:01


“การยอมรับความชั่วนั้นเปนความชั่วอยูในตัว (toleration of evil is evil itself)” ปวย อึ๊งภากรณ (2511)

2505

เป็นผู้อ�านวยการส�านักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง

2500

2494

จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต ยึดอํานาจ รัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม

เปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัย วิชาธรรมศาสตรและการเมือง เปนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร มีจอมพล ป. พิบูลสงคราม เปนอธิการบดีคนแรก

2492

กลับเมืองไทย เข้ารับราชการ ต�าแหน่งเศรษฐกร กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง

2492

นายปรีดี พนมยงค และขบวนการ ประชาธิปไตย 26 กุมภาพันธ ซึ่งตองการฟนฟู การปกครองใหเปน ประชาธิปไตย ประสบความลมเหลว

2491

จบปริญญาเอกด้วยวิทยานิพนธ์ เรื่อง เศรษฐศาสตร์ว่าด้วยการ ควบคุมดีบุก

2502

เป็นผู้อ�านวยการ ส�านักงบประมาณ ส�านักนายกรัฐมนตรี

2496

เป็นรองผู้ว่าการธนาคาร แห่งประเทศไทย

2502

2495

เป็นผู้ว่าการธนาคาร แห่งประเทศไทย

ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วย ฝ่ายวิชาการ ของปลัด กระทรวงการคลังและ กรรมการธนาคาร แห่งประเทศไทย

2504

เริ่มใชแผนพัฒนาเศรษฐกิจและ สังคมแหงชาติฉบับที่ 1

2499

เป็นที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจการคลัง ประจ�าสถานเอกอัครราชทูตไทยในอังกฤษ

ส า ร ป๋ ว ย  30

Inside-puay November 58.indd 30

25/10/2558 23:09:02


“การที่จะเกิดประชาธิปไตยไดตองใหคนเกลียดเผด็จการ เวลานี้คนยังไมไดเกลียด เผด็จการ เพราะเหตุวา หนึ่ง มีความกลัวเผด็จการ เลยไมแสดงทาวาเกลียด สอง บางคนนั้นนึกวาเผด็จการดีกวาอยางอื่นซึ่งเราเคยกันมาแลว”

2506

ปวย อึ๊งภากรณ (2520)

จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต ถึงแกอสัญกรรม จอมพลถนอม กิตติขจร ขึ้นเปนนายกรัฐมนตรี

2507

เป็นคณบดี คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

2518

ได้รับการเสนอชื่อและได้รับเลือกให้เป็น อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์คนที่ 10

2519 2508

ได้รับรางวัล แมกไซไซ สาขาบริการ สาธารณะ

ลี้ภัยการเมืองออกนอกประเทศ

2513

ลาพักไปสอน ที่ ม.ปริ๊นชตัน สหรัฐอเมริกา

2520

เดือนกันยายน ล้มป่วยด้วยอาการ เส้นโลหิตในสมองแตก ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายที่ประเทศอังกฤษ

2519

2510

เหตุการณ 6 ตุลาคม

ร่วมก่อตั้ง มูลนิธิบูรณะชนบท แห่งประเทศไทย

2512

2530

เดินทางกลับมาเยี่ยม บ้านเกิดที่เมืองไทย ครั้งแรก

2516

ก่อตั้งโครงการ บัณฑิตอาสาสมัคร

เหตุการณ 14 ตุลาคม

2515

กุมภาพันธ์ 2515 เกิดจดหมาย เปิดผนึกของนายเข้ม เย็นยิ่ง ถึงพี่ท�านุ เกียรติก้อง แห่งหมู่บ้าน ไทยเจริญ แสดงจุดยืน สนับสนุน ให้ใช้ระบอบประชาธิปไตย ในการแก้ปัญหาของประเทศ

Inside-puay November 58.indd 31

2542

28 กรกฎาคม ถึงแก่กรรมอย่างสงบ ที่บ้าน ณ กรุงลอนดอน รวมอายุได้ 83 ปีเศษ

31  ส า ร ป๋ ว ย 25/10/2558 23:09:04


กวีนิพนธ วันฟาใหม เทพจันทร

(คน) ใจยักษ อนาถางามความรัก ออมขวัญตีนเขาเฝาเยาวพักตร พิศุทธิ์สดใสไพศาล แมยักษรักลูกนอยนิดหนอยอยางไร หรือนางยักษีผีเสื้อสมุทร บํารุงบําเรอเธอนั่งนอนกิน ฟูมฟกปกใจพิสมัยเสมอ ยักษใหญไหจะลมทั้งยืน ใครจะรูใจพันธุรัต ผีเสื้อสมุทร มารํ่าไหจนอกแตกตายไป ขาใครครวญวรรณคดี ยักษรายวารายลายหนาตา เพราะมนุษยแนงนอยหนาใส ใจยักษกวายักษใหญมากมาย อนาถอานหนานํ้าตายักษรวง รักแทอยูที่ใจใครกัน อโหสิกรรมก็ใหได เกิดมาใชชาติใหแกวตา แมแกวเมียขวัญอาสัญชีพ ขามศพคนรักยักษไป

พันธุรัตยักษิณีมีศักดิ์ รักพระสังขมนุษยสุดใจ กวางปานมหาสมุทรยิ่งใหญ อยางนั้นไดเทียบคาฟาเสมอดิน สุดรักพระอภัยมณีอยูไมรูสิ้น ยินเสียงปพี่สุขทุกวันคืน ชั่วเผลอพอลูกกลับเปนอื่น สะอื้นมิสะกดอดอาลัย สุดแสนทรมานปานไหน เพราะมอบใจรักมนุษยสุดชีวา อันเขาแตงไวมีคุณคา อุรามาแยกแตกตาย ไมซื่อสัตยตัดสวาทขาดหาย สิ้นสลายสายใยยึดผูกพัน ลงหวงทะเลสิงขรขันธ มั่นสมัครสมานทุกกาลเวลา ไมเปนบาปตอคนรักนักหนา ทรมานเอาตามความสาใจ เพราะจะรีบหลีกทางให นี้คือรัก และให ไมเอาคืน

ส า ร ป๋ ว ย  32

Inside-puay November 58.indd 32

25/10/2558 23:09:10


สมุดบันทึกนิทานมูลนิธิเด็ก

๒๕๕๙

Inside-puay November 58.indd 33

24/10/2558 18:14:49


วัยที่เราศึกษาอยูในมหาวิทยาลัยเปนวัยที่ดีที่สุดในชีวิตของมนุษยทั้งชายและหญิง วั ย หนุ  ม วั ย สาวเป น วั ย ที่ ชื่ น บาน กํ า ลั ง วั ง ชาก็ แ ข็ ง กล า สติ ป  ญ ญาก็ เ ฉี ย บแหลมที่ สุ ด ใน อายุขัย พวกเราเพิ่งพนวัยเด็กมา และวัยเด็กนั้นก็ทุเรศเพราะไมเดียงสา และพวกเราก็ยังไมบรรลุ ถึงวัยผู ใหญ วัยผู ใหญนั้นทุเรศเพราะมีเรื่องกวนใจตองรับผิดชอบจุกจิก การประกอบอาชีพ ก็เต็มไปดวยอุปสรรครกใจ ไฉนเลาเราจะปลอยโอกาสแหงวัยหนุมสาวใหลวงพนไปโดยเปลาประโยชน อีกไมชาเราหวัง จะได รั บ ยกย อ งเป น เศรษฐศาสตร บั ณ ฑิ ต เราได ถื อ โอกาสรั บ และแสวงหาวิ ช าความรู  ที่ จ ริ ง ที่ แนนแฟนสมกับที่จะเปนบัณฑิตจริงๆ หรือ? หรือเราจะเกาะโชคใหนําชื่อบัณฑิตมาสูเรา โดยภายใน สมองของเรายังกลวงอยู มีแตความทองจําบวกดวยโชค? เราไดถือโอกาสหรือเปลาที่จะฝกฝน ความคิ ด ของเราด ว ยการอ า น การฟ ง การคิ ด ทบทวนและการสร า งพลั ง แห ง ความคิ ด ของ มนุ ษ ย ขึ้ น แก ตั ว เรา? เราจะถื อ โอกาสหรื อ ไม ที่ จ ะป ก เข็ ม แห ง ความคิ ด ของเราไปสู  ทิ ศ แห ง ธรรมะ ซึ่งเปนทิศเดียวที่มีความสวางแหงชีวิตและเกียรติ? เรามีเครื่องมือพรอมในวัยนี้ เรามีโอกาสเดียว…เสียดายโอกาส

ที่มา : อนุสรณเศรษฐศาสตร (2509) Inside-puay November 58.indd 34

24/10/2558 18:15:29

Puay november 58 ebook  
Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you