Issuu on Google+


สารสโมสรโรตารีแก่นจันทน์ ปีที่ 17 ฉบับที่ 23 ปีบริหาร 2551-2552 รายงานการประชุมปกติประจำสัปดาห์ วันที ่10/03/2552

รายงานการประชุมปกติประจำสัปดาห์ สโมสรโรตารีแก่นจันทน์ http://www.ganchan.org ณ ห้องประชุมชั้น 3 สำนักงานตลาดกลางผักและผลไม้จังหวัดราชบุรี ครั้งที่ 23 วันที่ 3 มีนาคม 2552 เวลา 20.00 น.- 21.00 น. ผู้เข้าร่วมประชุม

1. นย.สมภพ ชุติชัยศักดา 2. นยก.สุนทร ตันจันทร์พงค์ 3. นยล.สุทธิรักษ์ สุกใส 4. อน.พรเลิศ วิเศษย์วิทย์สกุล 5. อน.นคร ศรีวิลัย 6. อน.วิเชียร คุตตวัส 7. อน.พิชัย ชินะชัชวารัตน์ 8. อน.ปัญญา ไกรสิงห์เดชา 9. อน.น.พ.กมิล ปั้นประสงค์ 10. อน.น.พ.อนุชิต นิติธรรมยง 11. อน.สุธีร์ อัตถศาสตร์

12. อน.ชัยยงค์ นันทชัยพร 13. รทร.จุฬานันท์ จินดา 14. รทร.สี วรรณเทวี 15. รทร.วิเชียร รักพงษ์ไทย 16. รทร.ณรงค์ศักดิ์ จงศิริ 17. รทร.จ.ส.อ.ปรีชา ชนะบวรบุตร 18. รทร.นิพนธ์ ตำนานทอง 19. รทร.ปราโมทย์ อานามวัฒน์ 20. รทร.ทิวา ปิตาวรานนท์ 21. รทร.มนต์ชัย จิตติเลิศวุฒิ 22. รทร.เสน่ห์ มณเฑียร

วาระที่ 1 นายกฯ/ประธานแจ้งให้ทราบ -สโมสรโรตารีท่าเรือ-กาญจนบุรี ส่งหนังสือขอบคุณที่ร่วมเป็นเกียรติในพิธีก่อตั้งสโมสรอินเตอร์แรคท์ เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2552 -อผภ.รศ.ดร.เสาวลักษณ์ รัตนวิชช์ ผู้ประสานงานโครงการทูลเกล้าถวายเงินสมทบทุนการศึกษา มูลนิธิอานันทมหิดล ส่งเอกสารแจ้งให้ทราบเกี่ยวกับการขอพระราชทานพระบรมราโชวาท ทูลเกล้าฯ ถวายเงินสมทบทุนการศึกษามูลนิธิอานันทมหิดล

1


-สโมสรโรตารีโพธิ์เสด็จ-นครศรี ขอเชิญร่วมทำบุญสร้างศาลาปลายทาง ณ วัดยางประดูหอม หมู่ที่ 1 ต.นาเรียง อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช -สำนักงานเทศบาลเมืองราชบุรี ส่งเอกสารขอขอบคุณที่ทางสโมสรฯได้ร่วมบริจาคเงิน 5,000 บาท ในงานราชบุรีไชน่าทาวน์ เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2551 วาระที่ 2 เลขานุการแจ้งข่าวสาร -ได้รับสารสโมสรจากสโมสรต่างๆ จำนวน 18 ฉบับ ดังนี้  ได้รับสารสโมสรจากสโมสรโรตารีมณีกาญจน์ // บ้านแพ้ว // ป่าเลไลยก์ // บ้านโป่ง สโมสรละ 1 ฉบับ  ได้รับสารสโมสรจากสโมสรโรตารีหัวหิน // ราชบุรี // ปทุมวัน // พลอยราชบุรี จำนวน 2 ฉบับ  ได้รับสารสโมสรจากสโมสรโรตารีปราณบุรี // สุพรรณบุรี สโมสรละ 3 ฉบับ  ได้รับสารสโมสรทางe-mail จากสโมสรโรตารีเพชรบุรี // ภูเก็ตเซ้าท์ // อันดามัน สโมสรละ 1 ฉบับ วาระที่ 3 ปฎิคมแนะนำแขก - ไม่มี วาระที่ 4 กิจกรรมสโมสรเดือนมีนาคม 2552 -กิจกรรมมอบขาเทียมในวันที่ 6 มีนาคม 2552 เวลา 10.00 น. แต่งกายชุดสีฟ้า -วันเสาร์ที่ 14-15 มีนาคม 2552 จะมีการประชุมประจำปีโรตารีสากลภาค 3330 ณ โรงแรมริเวอร์ นครปฐม วาระที่ 5 สนเทศโรตารี/สนเทศทั่วไป - โดย อน.น.พ.กมิล ปั้นประสงค์ เรื่อง สรุปมาตราธรรมนูญสโมสร 4มาตรา จาก 17 มาตรา และ ข้อบังคับ 8 มาตรา จาก 14 มาตรา วาระที่ 6 ความเห็น/ข้อเสนอแนะจากสมาชิกและผู้เข้าร่วมประชุม -รทร.จุฬานันท์ รับเป็นนายกรับเลือก ซึ่งจะทำหน้าที่นายกสโมสรในปีบริหาร 2555-2556

ศศิมาพร จามรีย์ ลงชื่อ………………………………ผู ้บันทึก

2

ลงชื่อ............................................ผู้ตรวจ


เกร็ดความรู้

กินผักบุ้งแล้วตาหวานจริงหรือ

เชื่อหรือเปล่าว่า "กินผักบุ้งแล้วตาจะหวาน" เหมือนอย่างที่คนสมัยก่อนมักพูดกันทีเล่นทีจริง ถ้าอย่างนั้นเต่าที่กินผักบุ้งก็คง ตาหวานกันทุกตัวอย่างนั้นสิ แล้วที่จริงแล้วกินอะไรถึงบำรุงสายตา นายแพทย์คำนูณ อธิภาส ผู้อำนวยการศูนย์เลสิกกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ หัวเราะร่วนก่อนให้คำตอบว่า จริงๆ แล้ว ตาของคนเราต้องการวิตามินหลายชนิด "ผักบุ้งอย่างเดียวคงไม่พอนะ" เริ่มตั้งแต่ "วิตามินเอ" ที่มีผลต่อเรตินาหรือจอรับภาพ ผิวกระจกตา ผิวเยื่อบุ ขณะที่ "วิตามินซี" ก็จะเกี่ยวข้องกับน้ำตา ผิวกระจกตา และเส้นใยคอลลาเจนในตาดำ ส่วน "วิตามินบี" จะมีผลต่อความไวของประสาทเกี่ยวกับการส่งสัญญาณไปยังสมอง "ด้วยความที่เราต้องการวิตามินเยอะมาก ดังนั้น จึงต้องรับประทานพืชผักหลายชนิด อย่าง แครอท หรือผักบุ้งก็จะประกอบด้วย วิตามินหลายอย่าง แต่ผมคงไม่ได้เจาะจงว่าให้กินผักบุ้งอย่างเดียว ควรจะกินอาหารหลายๆ อย่าง ให้ครบหมวดหมู่ตามที่ ร่างกายต้องการจะดีกว่า" คุณหมอยิ้มแถมด้วยคำอธิบายเล็กๆ เกี่ยวกับความเชื่อที่ว่า หากสายตาสั้นตอนเด็ก แก่ตัวไปสายตา ก็จะยาว ทำให้สายตากลับมาสมดุลปกติ "อาการสายตายาวแบบผู้สูงอายุ หรือที่เรียกว่า presbyopia คือ 'ดูไกลชัดแต่ดูใกล้ไม่ชัด' มักจะเริ่มเกิดขึ้นในช่วงอายุ 40 ปี หลายคนคิดว่าพอสายตายาวในตอนแก่แล้ว จะทำให้สายตาสั้นที่มีอยู่เดิมก่อนหน้านี้หายไปได้ จริงๆ แล้วไม่ถูกต้อง เพราะ สายตาสั้นของเก่าก็จะยังอยู่เหมือนเดิม แต่จะเกิดอาการสายตายาวเกิดซ้อนขึ้นมาด้วย นั่นยิ่งทำให้แย่มากกว่าเดิมเสียอีก จึงควรเข้ารับการรักษา อาจต้องหาแว่นตามาสวม หรือใช้วิธีการรักษาอื่นๆ ก็ว่ากันไป" แต่ดูเหมือนคนส่วนใหญ่จะเลือกที่จะใช้แว่นตา หรือคอนแทคเลนส์มากกว่าวิธีอื่น อาจด้วยราคาที่ถูก และคิดว่าตาก็ดีๆ อยู่แล้ว ทำไมต้องไปทำอะไรกับมันให้วุ่นวาย ต่างจากมุมมองของจักษุแพทย์ที่เห็นว่าแม้สายตาสั้น-ยาว จะเป็นตาที่มีสุขภาพดีจริง แต่ถือว่ามีความผิดปกติที่น่าจะได้รับการแก้ไข "คนทั่วไปมองว่าสายตาสั้นนิดยาวหน่อยเป็นเรื่องธรรมชาติ ก็ตาดีๆ อยู่ จะไปทำอะไรกับมันทำไม จริงๆ สายตาสั้น ยาว เอียง เป็นตาที่มีสุขภาพดี แต่ถ้าในวงแพทย์จะถือว่าเป็นความผิดปกติ สมมติเรามีสายตาสั้น 500 ระยะใกล้ที่มองเห็นได้ชัดที่สุดต้อง 20 เซนติเมตร นั่นทำให้สมรรถภาพในการมองเห็นของเราด้อยลงไป" การเข้ารับการรักษาให้ตามองเห็นได้ชัดเจนในระยะที่สมควรจะเป็น จึงเป็นการแก้ความผิดปกติ บางคนอาจมองว่าเป็นการ เสริมความงามให้กับตัวเองเกินไปหรือเปล่า คุณหมอหยุดคิดก่อนจะทิ้งท้ายว่า "ก็เป็นส่วนหนึ่งนะ อย่างปัจจุบันคนอเมริกัน ทำเลสิคไปแล้ว 4 ล้านคน เหตุผลเหมือนกันเลยคือ..ไม่อยากใส่แว่น" ตรงกันข้ามบางคนอาจคิดว่า ใส่แว่นแล้วดูคงแก่เรียน และน่าเชื่อถือก็มี

ที่มา ...nationejobs หนังสือพิมพ์สยามดารา

3


หลวงพ่อพระมหาไหล โฆสโก วัดป่าหนองคู อ. นาเชือก จ. มหาสารคาม การปฏิบัติธรรมเจริญสติภาวนาแนวการเคลืื่อนไหว

ธรรมะเพื่อคุณ

ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย คือพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ซึ่งเป็นที่พึ่ง เป็นสรณะอันสูงสุดในชีวิต ขอโอกาสพระเถรานุเถระ พระวิปัสสนาจารย์ ตลอดจน กระทั่งสหธรรมมิกและลูกเณรขอเจริญในธรรมแก่ผู้สนใจในธรรมทุกท่านวันนี้หลัง จากการทำวัตรเย็นแล้ว เราก็จะได้มีรายการพิเศษ เรียกว่าปฏิบัติธรรมน้อมระลึกนึกถึง คุณขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้เราย้อนไปเมื่อ 2589 ปีที่ผ่านมา ก็คืนวัน เพ็ญเดือนหก นี้แหละ เป็นคืนที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ได้ตรัสรู้ อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ แล้วทีนี้ในวันนี้ จะได้พูดถึงเรื่องของอริยสัจ คืออริยสัจ ๔ ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัม พุทธเจ้าของเรา พระองค์ได้ตรัสรู้ในตอนเช้า (หลังทำวัตรเช้า) ได้พูดถึงเรื่องญาณทั้งสามคือ บุพเพนิวาสญาณ จุตูปปาตญาณ และอาสวักขยญาณ บางคนอาจสงสัยว่า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ตรัสรู้อะไรกัน แน่ บางคนก็ว่า พระองค์ตรัสรู้ด้วยโพชชงค์ ๗ บางที่ก็บอกว่าตรัสรู้ด้วยโพธิขัติขิยธรรม ๓๗ประการ บางที่ก็บอกว่า ตรัสรู้ด้วยญาณทั้งสาม แล้วบางคนก็บอกว่าตรัสรู้ด้ว���อริยสัจ ๔ บางคนก็บอกว่าตรัสรู้ด้วยมรรคมีองค์ ๘ แล้วทีนี้ ถ้าหากว่าเราพูดกัน บางทีเราอาจจะเห็นเป็นคนละเรื่องกัน อย่าง โพชชงค์ ๗ มรรค ๘ อริยสัจ ๔ หรือญาณ ๓ แต่ ความจริงแล้ว มันก็รวมอยู่ในที่เดียวกัน แต่ต่างสถานที่ ต่างหมวด ก็เลยบัญญัติเรียกกันไปคนละอย่างก่อนที่จะพูด ถึงอริยสัจจ์ ๔ ก็อยากจะเริ่มต้นมาจากมรรค ๘ เพราะ มรรค์มีองค์ ๘ นี้เป็นหลักที่พระองค์ได้ดำเนินมาจนกระทั่ง บรรลุอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ แล้วถ้าพูดถึงมรรค ๘ บางทีเราก็จะเกิดความสงสัยว่า เอ๊ะ มรรค ๘ มีอะไรบ้าง ถ้า หากเราจะพูดกว้างๆมันก็กว้าง ตั้งแต่สัมมาทิฐิสัมมาสังกัปปะ สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ สัมมาวา ยามะ สัมมาสติ และสัมมาสมาธิ แล้วถ้าหากเราจะพูดย่อลงมาอีก ก็คือ ศีล สมาธิ ปัญญา ถ้าหากเราจะพูดลงมาก็คือ มรรคมีหนทางอันเดียว คือกายกับใจของเรานี้ มีหนทางเส้นเดียวที่จะต้องดำเนินเดินไป การเดินก็ได้พูดตั้งแต่วัน แรกแล้วว่า กรรมฐานมีกายกับใจ เป็นกรรมทา กายกับใจเป็นอารมณ์ กายกับใจเป็นทางเดิน มีสติเป็นผู้ทำกรรมฐาน เป็นผู้กำหนดรู้อารมณ์ สติเป็นผู้เดินตามทางคือ รูปและนามในปัจจุบันนี้เรียกว่า มัชฌิมาปฏิปทา แล้วตัวนี้แหละ เรียกว่ามรรคมีองค์ ๘ทีนี้มรรคมีองค์ ๘ นี้จะเริ่มต้นด้วยสัมมาทิฐิก่อน คือเริ่มต้นจากปัญญา แล้วทีนี้บางทีเราก็อาจ สงสัยว่า เอ๊ะ บางแห่ง เป็น ศีล สมาธิ ปัญญา แต่ในหลักของมรรค ๘ ทำไมเอาปัญญาขึ้นมาไว้ก่อน ก็เพราะว่าหลัก ของการปฏิบัตินั้น เริ่มจากความรู้สึก คือเริ่มจากตัวสติไปก่อน อย่างเช่นที่เราปฏิบัติกันนี้ เราเอามือวางไว้ที่เข่าทั้งสอง เราก็รู้ ตัวรู้นี้แหละ เป็นตัวปัญญาในเบื้องต้น แต่เรายังไม่เรียกปัญญา เราเรียกกันว่า สติ แต่ความจริงก็คือหน่อแห่ง ปัญญา นั่นเอง แล้วถ้าเราไม่ใช้ปัญญาในเบื้องต้นนี่ มันจะเดินไปไหนถึงไหม ไม่ว่าจะปฏิบัติแบบไหนก็ตาม จะ

4


ปฏิบัติแบบยุบหนอ-พองหนอ ก็ต้องใช้ตัวความรู้สึก เข้าไปจับตรงที่ยุบที่พอง จะใช้วิธีดูลมหายใจออก หายใจเข้า ก็ต้องเอาสติไปรู้สึกที่ลมกระทบ คืออาศัยความรู้สึกเป็นเบื้องต้น อาศัยความรู้สึกเป็นตัวนำ เรียกว่า อาศัยปัญญา เป็นตัวนำ พระองค์จึงยกสัมมาทิฐิขึ้นเป็นเบื้องต้น สัมมาทิฐิ แปลว่า เห็นถูกการ เห็นถูกคือเห็นอย่างไร ก็คือการเห็นอยู่ที่กายที่ใจนี่เอง ไม่ใช่ไปเห็นที่อื่น ถ้าไปเห็นที่อื่นนอกจากเห็นที่ กายที่ใจแล้วนี่ วิธีนั้นเป็นวิธีที่ปฏิบัติผิด วิธีไหนก็ตามถ้ามาเห็นกายเห็นใจ มาดูความรู้สึกที่กายที่ใจแล้ว วิธีนั้นเป็นวิธีที่ถูกต้องทั้งหมดฉะนั้นหลักของสัมมาทิฐิ ถึงบอกว่าการเห็นถูก เห็นถูกคือเห็นกายเห็นใจ แล้วในหลักท่านบอกว่า เป็นอริยสัจ ๔ คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ทุกข์ก็อยู่ที่กายที่ใจของเรา สมุทัยก็ อยู่ที่ใจของเรานิโรธก็อยู่ที่ใจ มรรคก็อยู่ที่กายที่ใจของเรานี่เอง ถ้าหากว่าเห็นที่กายที่ใจ ก็แสดงว่า เห็น ถูกหรือเห็นทุกข์ ถ้าเห็นทุกข์มันเกิดขึ้นทางกาย ก็เรียกว่าเป็นทุกข์กาย ถ้าเห็นทุกข์เกิดขึ้นที่ใจ ก็เรียกว่า เป็นทุกข์ใจ คือมันมีทุกข์สองอย่าง ทุกข์กาย ทุกข์ใจ แต่ทุกข์สองอย่างนี้ มันก็เนื่องถึงกันและกันอยู่เสมอ ถ้าหากว่าตราบใด กายและใจมันไม่แยกออกจากกันแล้ว มันก็สะเทือนถึงกันตลอดเพราะมันเป็นสะพาน เชื่อมโยงถึงกันและกันระหว่างกายกับใจ ฉะนั้น การปฏิบัติจึงยกเอาตัวนี้ขึ้นมาเป็นหลักในการปฏิบัติ ก่อน ว่าให้เรารู้อยู่ที่กายของเราเพราะว่า อย่างหลักของหลวงพ่อเทียนนี่น่ะ ท่านให้เราพิจารณาง่ายๆ คือ พิจารณาจากส่วนหยาบไปสู่ส่วนละเอียด ส่วนหยาบก็คือกาย แต่ถ้าเป็นวิธีแบบ ยุบหนอ-พองหนอ หรือ พุทโธ นับจากส่วนละเอียดมาหาส่วนหยาบ การที่ดูส่วนหยาบเข้าไปถึงส่วนละเอียดนี่ มันดูง่าย เพราะ การที่เรามาฝึกนี่ เรายังไม่มีสมาธิแนบแน่น ไม่มีสมาธิเพียงพอที่จะดูส่วนละเอียดให้เห็นโดยชัดได้ ขณะที่เรายกมือ ตะแคงมือขึ้น ยกขึ้นมาหยุด แล้วเอามาที่ใต้สะดือ เอามือเข้า เอามือออกนี้ เรายังกำหนด ไม่ได้ชัด เรียกว่าขนาดมันหยาบๆขนาดนี้ เรายังกำหนดไม่ค่อยได้ ใหม่ๆ แต่อาศัยว่าการเคลื่อนไหว มัน เป็นส่วนที่หยาบ เห็นได้ง่าย ถ้าหากเราพยายามอยู่ในส่วนนี้ไปเรื่อยๆ เราจะค่อยเห็น รู้สึกมากเข้าๆไปอีก รู้สึกมากเข้าในการยกมือสร้างจังหวะ เอามือเข้าเอามือออก แล้วก็รู้สึกชัดในการที่เราเดินไป ขณะเท้า กระทบพื้นนี่ พอเรารู้ในส่วนนี้มันชัดเท่านั้นเอง แล้วเราก็จะรู้ขยายออกไปถึงส่วนย่อยของอวัยวะต่างๆ เช่นการเหยียดแขน คู้แขน การลืมตา อ้าปาก กลืนน้ำลาย กระพริบตา การเคี้ยวอาหาร รู้ขยายออกไปๆ ในอิริยาบทย่อยๆ เราลุก เราก็รู้ เรานั่งเราก็รู้เรายืนเราก็รู้ เราเดินเราก็รู้ เราจะไปจับอะไร ทำอะไร มันก็รู้ โดยอัติโนมัติถ้าหากเรารู้ชำนาญในส่วนใหญ่ๆแล้ว ในอิริยาบทใหญ่แล้ว มันค่อยรู้ลึกลงไปๆ เราก็จะ ไปถึงการเห็นความคิด ความคิดมันเกิดขึ้น แต่ทีแรกเราจะไม่เห็น ความคิดมันเกิดขึ้น ๑๐๐ เรื่อง เราจะ เห็น ๒-๓ เรื่อง แต่ถ้าเรามีความรู้สึกมากขึ้น เราก็จะเห็นความคิดถี่ขึ้น ความคิด ๑๐๐ เรื่องก็จะเห็น ๕ เรื่อง

หลวงพ่อพระมหาไหล โฆสโก วัดป่าหนองคู อ. นาเชือก จ. มหาสารคาม

5


กิจกรรมสโมสร

กิจกรรมสโมสรโรตารีแก่นจันทน์ ปีบริหาร 2551-2552

บรรยากาศ surprise นย.เอื้องฟ้า (สร.ลัดหลวง) เนื่องในวันเกิด

นย.รุ่น 104 ร่วมแสดงความยินดี ในการประชุมใหญ่ ภาค 3330 รร.ริเวอร์ นครปฐม 16 มีนาคม 2552

สมาชิกสโมสรโรตารีแก่นจันทน์ร่วมแสดงความยินดีกับ 2 รางวัลที่ได้รับ

นย.สมภพ ชุติชัยศักดา รับรางวัลประชาสัมพันธ์อันดับ1 จาก ผวภ.รัตน์มณี ตันยิ่งยง

นย.สมภพ ชุติชัยศักดา สโมสรโรตารีแก่นจันทน์ รับรางวัล โครงการบำเพ็ญประโยชน์ดีเด่นอันดับ 3 ร่วมกับ นย.ทพ.สุเทพ ทัศนานุตริยกุล สโมสรโรตารีป่าเลไลยก์


คำภีร์เลือกสามีจ้า อะแฮ่ม.. เริ่มกันเลยนะ อย่ารอช้า เดี๋ยวขึ้นคานไม่รู้ด้วย 1. ถ้าคุณคิดจะมัดใจชายด้วยเสน่ห์ปลายจวักเพียงอย่างเดียว คุณคิดผิดถนัด 2.อย่าไว้ใจผู้ชายที่ชอบคุยโอ้อวดว่า เขาเป็นพระราชาของครอบครัว ถ้าเขาโกหกเรื่องนี้ได้ เรื่องอื่นก็ไม่น่าไว้วางใจ 3. ถ้าคุณอยากคบผู้ชายที่รู้จักเอาใจ จงหาแฟนไม่หล่อ พวกนี้มีความพยายาม 4. หัวใจผู้ชายส่วนใหญ่เหมือนห้องขังในเรือนจำ ต่อให้มีสักกี่ห้องก็ไม่พอใส่นักโทษ 5. ได้แฟนเด็กหรือแก่ก็เหมือนกัน เพราะพวกผู้ชายไม่ค่อยรู้จักโต 6. ระวังผู้ชายที่มีข้ออ้างทาลิปมันกับรองพื้นทุกครั้ง และใช้เวลาแต่งตัวหน้ากระจกนานกว่าคุณ 7. งานบ้านที่ไม่เคยสำเร็จ คืองานที่แม่บ้านออกปากให้สามีช่วย 8. หากคบกันไปนานๆ คุณจะพบว่าผู้ชายส่วนใหญ่นิสัยเหมือนกัน ต่างกันก็เพียงใบหน้า แต่อย่างน้อย ก็ช่วยให้คุณจำแฟนคุณได้ 9. ผู้ชายมีนิสัยคล้ายแมว ชอบตักที่อบอุ่น รื้อข้าวของกระจุยกระจาย ดื้อเงียบ และบางครั้งก็ย่อง เข้ามาในห้องนอนตอนดึกๆ 10. เมิ่อไรก็ตามที่คุณพบชายในอุดมคติ เข้ากันได้ ให้เกียรติผู้หญิง มีทุกอย่างพร้อมสำหรับร่วมชีวิตคู่คุณจะพบว่า เขามีภรรยาแล้ว 11. ผู้ชายเกลียดคำสองคำ.. "อย่า" และ "หยุด" แต่พอใจเมื่อนำมาใช้ร่วมกัน 12. สามีก็เหมือนเด็กทารก จะดูน่ารักเป็นพิเศษถ้าไม่ใช่ของเรา 13. การทำหน้าไร้เดียงสา ใช้ได้ผลเฉพาะก่อนแต่งงาน ========== ++ คำเตือน : ++ 1) โปรดอ่านคู่มือนี้ทุกครั้งก่อนเลือกสามี 2) ผู้ชาย (บางคน) อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ 3) โปรดระวัง ผู้ชาย (แท้ๆ) มีน้อย ใช้สอยอย่างประหยัด ขอขอบคุณบทความ จาก First Magazine 8


เรื่อง ฮา..ฮา

9


สรรหามาฝากชาวโรตารี

แสบร้อนที่มือเพราะพริกขี้หนู ทำไงดี??? เคยใช่ม๊า หั่น ซอย หรือว่าเด็ดพริกขี้หนู แล้วสิ่งที่ได้มากกว่าความเผ็ด ของอาหาร ก็คือความร้อนแสบไปทั่วบริเวณนิ้ว หรือมือที่สัมผัสกับพริกขี้หนูที่ ฤทธิ์ไม่พริกขี้หนูเอาเสียเลย แก้ได้ไม่ยากค่ะ วิธีแรกท่านว่าให้นำเกลือแกงก็ เกลือเค็มๆที่เราใช้ปรุงอาหารนี่ล่ะค่ะ สักหนึ่งช้อนแกง ลูบลงบนมือถูไปถูมาความ แสบร้อนก็จะคลายลงค่ะ อีกวิธีนึงท่านว่าแทนที่จะใช้เกลือแกง ให้ใช้แป้งค่ะ จะแป้งเด็กทาตัว หรือแป้งหมี่ที่เราใช้ทำอาหารก็ได้ ลูบถู ไปตรง บริเวณที่รู้สึกแสบร้อน สักครู่ก็จะรู้สึกดีขึ้นค่ะ ส่วนวิธีไหนจะได้ผลดีกว่ากัน ใครลองแล้วได้ผลว่าอย่างไรก็ช่วยกันเมล์มาบอกเว็บคุ๊กกี้เธอด้วยนะคะ

แหล่งที่มา :http://lifestyle.kingsolder.com/food/food.asp

10


ครบเครื่อง เรื่อง ICT

เส้นทางสู่นักไอซีที โดย..รทร.วีระพจน์ รัตนรัตน์ สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่านบทความนี้เขียนไว้ต้อนรับการปิดเทอมหลายคนได้เลื่อนชั้นบางคนก็ ได้เลื่อนช่วงชั้นเวลาปิดเทอมเยาวชนก็จะนึกถึงการไปเที่ยว ไปเยี่ยมญาติ มีกิจกรรมมากมายที่จัดขึ้น ในช่วงปิดเทอม เกมส์คอมพิวเตอร์ เป็นกิจกรรมหนึ่งที่เยาวชนนึกถึงเป็นอันดับแรกและน่ากลัวจน รัฐบาลมีมาตรการมากมายเพื่อหาวิธีลดละการเล่นเกมส์ ในอีกมุมหนึ่งมองแบบสร้างสรรค์การเล่น เกมส์เป็นช่องทางหนึ่งที่เยาวชนเริ่มย่างก้าวสู้เส้นทางนักไอซีทีถ้าเรารู้จักวิธีจัดการบริหารแนะนำ พัฒนาต่อยอดความรู้ในสาขาความรู้ด้านไอซีทีมีวิชาแตกแขนงมากมายเยาวชนหลายคนถูกพัฒนา จนเก่งและสามารถนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์เคยมีตัวอย่างมีนักเรียนที่ชอบเล่นเกมส์หลังจาก ที่ได้พูดคุยก็เริ่มให้ความรู้อย่างอื่นต่อมาเริ่มติดตั้งโปรแกรมเองได้เริ่มจากโปรแกรมที่เขาชื่นชอบและ ฝึกให้ติดติ้งโปรแกรมอื่นๆจนมีความชำนาญด้านซอฟต์แวร์พัฒนาจากเด็กเล่นเกมส์กลายเป็นเด็ก ดูแลควบคุมโปรแกรมหลังจากนั้นเราพัฒนาต่อถึงขั้นซ่อมด้านฮาร์ดแวร์ และระบบอินเทอร์เน็ต นี่แค่ตัวอย่างหนึ่งในอีกหลายกรณีที่น่าศึกษาปัญหาทุกวันนี้ในด้านไอซีทีมันเป็นงานละเอียดอ่อน คนจะแก้ปัญหาต้องเข้าใจศึกษาให้ดีเสียก่อนอย่าแก้ปัญหาตามกระแสข่าว การแก้ปัญหาต้องอาศัย ความร่วมมือจากผู้ปกครอง โรงเรียน หน่วยงานของรัฐ ทุกวันนี้แก้ปัญหาแบบตัดวงจรเป็นการแก้ ปัญหาระยะสั้น อีกมุมหนึ่งถ้าเราแก้ปัญหาเชิงบริหารจัดการทำให้เยาวชนรุ้จักเวลารู้ว่าตัวเองมีความ สามารถมากกว่าเล่นเกมส์รู้ว่ามีสิ่งดีๆอีกมากมายในคอมพิวเตอร์ เยาวชนที่รักการเรียนรู้ด้านไอซีที ยังมีอีกมากมายอย่าทำให้คนเหล่านี้หมดกำลังใจหลายคนกำลังฝึกฝนทักษะเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ ในการเรียนและครอบครัว เส้นทางสู่นักไอซีทีมีมากมายแต่เป้าหมายเดียวกันคือได้รู้จักการเลือกใช้ อย่างเหมาะสมและแก้ปัญหาด้านไอซีทีอย่างมีความสุขและคุณธรรม

ที่มา www.krupus.com

11


นายกใหม่หัดเขียน

ปีบริหาร 2551-2552 นี้ สโมสรโรตารีแก่นจันทน์ ไม่น้อยหน้าสโมสรอื่นๆในการประชุมใหญ่ภาค 3330 ที่ รร.ริเวอร์ จ.นครปฐม เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2552 ที่ผ่านมา คว้ามา 2 รางวัล คือรางวัล ประชาสัมพันธ์ดีเด่นอันดับ 1 และ รางวัล โครงการ บำเพ็ญประโยชน์ดีเด่นอันดับ 3 ในกลุ่มที่มีสมาชิกตั้งแต่ 36 คนขึ้นไป ต้องขอแสดงความยินดีกับ ประธานโครงการประชา สัมพันธ์ (รทร.มนต์ชัย จิตติเลิศวุฒิ) และ ประธานโครงการบำเพ็ญประโยชน์ (อน.วิเชียร คุตตวัส) สำหรับผลงานที่ยอดเยี่ยม ของท่านทั้ง 2 ในปีบริหารนี้ * บรรยากาศในงานแจกรางวัล แม้พิธีกรจะประกาศแบบจืดชืดไปหน่อย แต่ก็ไม่ได้ทำให้สมาชิกที่ ไปร่วมงานลดความตื่นเต้นกับการประกาศเรียกชื่อสโมสรโรตารีแก่นจันทน์แต่อย่างใด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รทร.ปราโมทย์ เฮดัง กว่าเพื่อนในงานประชุมใหญ่ภาค เมื่อได้ยินเสียงประกาศรับรางวัลที่ 1 ฝ่ายประชาสัมพันธ์ในงานคืนนั้น * สโมสรโรตารีป่าเล ไลยก์ (โดย นย.ทพ.สุเทพ ทัศนานุตริยกุล) สโมสรคู่มิตร 1 ใน 5 ของสโมสรโรตารีแก่นจันทน์ ได้รับรางวัลที่ 3 ด้านโครงการบำ เพ็ญประโยชน์เท่ากันกับสโมสรโรตารีแก่นจันทน์ ผู้ว่าการภาคบอกว่า คะแนนเท่ากันเป๊ะทั้ง 2 สโมสร เลยให้คู่เลย ทำเอาเป็น ปลื้มกันทั้ง 2 สโมสร รวมทั้ง สโมสรคู่มิตรอีก 3 สโมสร ( สโมสรโรตารีสมุทรสงคราม (โดย นย.กอบชัย พฤทธิพัฒนพงศ์), สโมสรโรตารีเพชรบุรี (โดย นย.กรัณย์ สุทธารมณ์) และ สโมสรโรตารีลัดหลวง (โดย นย.เอื้องฟ้า เปี่ยมสวัสดิ์) ก็ได้รับรางวัลกัน ทั่วหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นย.กรัณย์ สุทธารมณ์ สโมสรโรตารีเพชรบุรี กวาดไปทั้งสิ้น 6 รางวัล และเป็นรางวัลชนะเลิศรวมทั้ง 4 แนวทางอีกด้วย ยังความปลื้มใจมายังสโมสรโรตารีแก่นจันทน์ ที่ได้จดเป็นคู่มิตรกับท่านนายก ขอแสดงความยินดีกับคู่มิตรทั้ง 4 ด้วยนะครับ* แอนน์นายกรับเลือก กัญญลักษณ์ สุกใส เข้าร่วมงานประชุมใหญ่ภาคด้วย เห็นเอาการเอางานเป็นพิเศษ จดยิ๊กๆ ทุกอย่างที่เกี่ยวกับปีบริหารหน้า เห็นที นย.สุทธิรักษ์ สุกใส จะได้มือดีไว้ช่วยงานปีหน้าเป็นที่เรียบร้อย * นย.สมภพ มัวแต่เม้าท์ กับสมาชิกในงานประชุมใหญ่ภาค พิธีกรเรียกไปรับรางวัลที่ 3 ด้านโครงการบำเพ็ญประโยชน์ ตกใจรีบขึ้นไปรับลืมเชิญประธาน โครงการบำเพ็ญประโยชน์ (อน.วิเชียร คุตตวัส) ขึ้นไปบนเวทีด้วย ขออภัยอย่างยิ่งครับท่านอดีตนายก * ปีนี้ เห็นสภาอดีตนายก ทำงานกันแข็งขันกว่าทุกปีที่ผ่านมา ช่วยกันแก้ไขปัญหาน้อยใหญ่ให้สโมสรโรตารีแก่นจันทน์ดำเนินกิจกรรมรุดหน้าไปอย่างไม่ หยุดยั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หัวเรือใหญ่ ท่าน อดีตสว.อน.นภินทร ศรีสรรพางค์ ที่มาช่วยกำกับดูแลสโมสรให้เรียบร้อยในทุกๆ เรื่อง ขอบพระคุณจริงๆครับ * นยล.สุทธิรักษ์ กำลังฟิตจัด เรียกประชุมกรรมการบริหารปีหน้ากันอย่างแข็งขัน ท่าทางสโมสร โรตารีแก่นจันทน์ ปีหน้าจะรุ่งโรจน์ต่อเนื่องไปอีกเป็นแน่แท้ * สโมสรโรตารีราชบุรี (โดย นย.ณัฐสิทธ์ คูสุรัตน์) และสโมสรโร ตารีพลอยราชบุรี (โดย นย.จินดา ศุขสายชล) ก็ได้รับรางวัลกันถ้วนทั่ว สรุปปีนี้ทุกสโมสรในเขตพื้นที่ 16 ขนรางวัลกลับสโมสร กันอย่างครบถ้วน ท่านผู้ช่วยผู้ว่าการภาคพื้นที่ 16 (อน.วิโรจน์ ลลิตเกียรติกุล) เป็นปลื้มเห็นๆ เพราะทุกสโมสรผลงานเพียบ



สารสโมสรโรตารีแก่นจันทน์ ฉบับที่ 23