Page 1

06

อธิชา มัญชุนากร กาบูล็อง : ¼¡µÄ«…–³œ²¨²ŽŸ©°—³¡°——•kž°œ«—¶¥¯“—k¼’ˆ–±¡…¥¯—k

นาแปลกไหมที่ ‘วรรณกรรม’   ที่ ถู ก เ ขี ย น ขึ้ น ใ น ยุ ค ส มั ย นี  ้

ไม ค อ ยสร า งความรู สึ ก ‘รวมสมัย’   ใหกับผูคนที่รวมอยู ในยุ ค เดี ย วกั น อย า งที่ มั น ควร     จะเปน  

เพราะถาหากเราเอยถึง ‘วรรณกรรมรวมสมัย’   จาก

ฝมือของบรรดานักเขียนรุนกลางและรุนใหม ทั้งจาก   ในและนอกบานของเราแลว   นักอานยุคเกาหลายทาน   คงส า ยหน า กั น ให ค วั่ ก   ด ว ยค า ที่ มั น ดู เ ป น งานเขี ย น ประเภทฉาบฉวยและกร า งเกรี ย น   แตกต า งจาก วรรณกรรมยุคเกาที่พวกเขาคุนเคย   ในขณะที่เด็กรุนใหม หลายคนก็ ค งเบ ป าก   พร อ มกั บ หั น หน า เข า หาจอ คอมพิวเตอร   เพื่อบริโภคขอมูลขาวสารที่รวดเร็วทันใจ กวาจากโลกการอานแบบออนไลนกันเปนทิวแถว       ทว า   อธิ ช า   มั ญ ชุ น ากร   กาบู ล็ อ ง   (นามสกุ ล   หลั ง สุ ด เป น ของสามี ช าวฝรั่ ง เศสของเธอ)   หญิ ง สาว   ไฟแรงวั ย กลางเก า กลางใหม ค นนี้   เป น หนึ่ ง ในคนที่   ไมเห็นดวยกับคำกลาวนี้ครับ  

จากเด็กสาวลูกหลานชาวแกลงที่ลองลอยไรความฝน   ปราศจากความ ทะเยอทะยาน   และไมเคยมีความรักหรือฝงใจในสิ่งหนึ่งสิ่งใดเปนพิเศษ   (ยกเวนนิสัยรักการอานที่ติดตัวมาตั้งแตเล็กๆ)  เธอคอยๆ  กลายมาเปนผูหญิง ผูตองปะทะกับชีวิตในหลายรูปแบบ   ไมวาจะเปนการเรียนแบบเริ่มจากศูนย ที่เอกศิลปะการละคร   คณะอักษรศาสตร   จุฬาฯ   การทดลองทำงานมา สารพัดอยาง   และการเดินทางไปใชชีวิต   (และแปลงรางเปนหนอนหนังสือ)   อยูตางแดนที่ประเทศฝรั่งเศสนานนับป   จนกระทั่งมาสิ้นสุดการคนหาลงที่ แวดวงนักแปลดวยคำชักชวนสั้นๆ  จากรุนพี่ที่เคารพรักอยาง  คมสัน  นันทจิต ในทายที่สุด       ตลอด   5   ปที่ผานมา   ชื่อของเธอไดกลายมาเปนที่รูจักของนักอาน     ในฐานะของนักแปลหนังสือฝรั่งเศสรวมสมัยที่มีผลงานออกมาแลวนับไมถวน ทั้งหนังสือรักโรแมนติกผลงานของ   มารค   เลอวี   (Marc   Levy)   เจาพอ เบสตเซลเลอรของฝรั่งเศส   อยาง   ‘ปาฏิหาริยรักตางภพ’,   ‘เจ็ดวันเพื่อหนึ่ง นิรันดร’,   ‘ทุกสิ่งอันที่เรามิเคยเอื้อนเอยตอกัน’   ฯลฯ   งานเขียนขมอมหวาน ไดใจของ  อันนา  กาวาลดา  (Anna  Gavalda)  นักเขียนมือทองของฝรั่งเศส อีกคน  ในเลม  ‘ฉันเคยรัก’,  ‘เพียงเรามีกันแคนั้นพอ’  และงานของ  มารแต็ง   ปาจ  (Martin  Page)  นักเขียนหนุมไฟแรงเจาของความคิดประหลาดเจาคารม ในเลม  ‘ทำอยางไรใหโง’,  ‘ปนศิลปอใหเปนศิลปน’  และ  ‘ช้ำจนชิน’  เปนตน     ทั้งนี้   ยังรวมไปถึงบทบาทในการเปนบรรณาธิการของสำนักพิมพเล็กๆ   ที่เธอเปนผูกอตั้งมาไดราว   2   ปกวา   ภายใตชื่อละมุนหูวา   ‘กำมะหยี่’   (ซึ่ง ไปพองเสียงกับคำวา   Gamme   Magie   ในภาษาฝรั่งเศส-อันแปลวา   Magic   Collection-พอดี)  ซึ่งทยอยออกหนังสือแปลของ  ฮารูกิ   มุราคามิ   (Haruki   Murakami)  มาแลวหลายเลม  ทั้งยังมีชื่อเสียงในการตีพิมพหนังสือแปลกๆ   อยาง  นิยายภาพชุด  ‘แพรซโพลิส’,  หนังสือมิตรเกย   อยาง  ‘รหัสลับ  เกเก   วินชี’   และลาสุดกับ   ‘แชมชา’   ของ   มิลาน   คุนเดอรา   (Milan   Kundera)  

 (."13*-


CONTEMPORARY LITERARY WORKS

ดิฉันเชื่อใน เกียรติยศ ของวรรณกรรมรวมสมัย โดยเธอจะคอยชักใยบริหารและประสานงาน (บางครั้ง   ก็สลับหมวกมาแปลเองดวย)   ผานทางอินเตอรเน็ต และการสื่อสารของโลกยุคไรพรมแดน   ตรงดิ่งจาก เมื อ งบั ง กาลอร   ประเทศอิ น เดี ย   อั น เป น   ‘บ า น’       ที่เธอกับครอบครัวพำนักอาศัยกันอยูในปจจุบัน       หลายคนอาจจะเคยอ า นผลงานแปลของเธอ     กันมาบางแลว   แตคราวนี้เราอยากใหคุณลองอาน ความเชื่อที่ซุกซอนอยูในตัวหนังสือของเธอถัดจากนี้ กันดูสักหนอย  

เผื่ อ ว า คุ ณ จะเริ่ ม มองเห็ น ถึ ง คุ ณ ค า ของ   ‘วรรณกรรมรวมสมัย’  เหมือนอยางที่เธอเห็นบาง



¾’ «–²ˆ°Ÿ¯‹ˆ¶—°¡°˜·£Ã«… ดิฉันเชื่อในเกียรติยศของวรรณกรรมรวมสมัย   หึหึหึ   ฟงดูอหังการกาวราวดี เนอะ  แตดิฉันเชื่อจริงๆ  นะ     จะวาไปแลวตนตอความเชื่อในความยิ่งใหญของวรรณกรรมรวมสมัย ของดิฉันมาจากความเชื่อสวนตัวในความดีงามของโลกรวมสมัย  โลกปจจุบัน ที่เราๆ  กำลังย่ำเทา  อาศัยหลับนอน  กินดื่ม  ตกหลุมรัก  อกหักกันอยู   โลกที่ อะไรๆ   ดูกาวแบบพรวดพราดขาดความละเมียดละไม   ติดจะเกรียนกวนใจ ขามหัวผูใหญ   ไรรากแลวยังอวดดีนี่ละ   คำตัดสินพวกนี้มักจะมาจากพวกคน ที่เกากะโหลกกะลา   ชวยสังเกตกันนิดหนึ่งนะคะวาดิฉันใชคำวา   เกา   ไมใช     คำวา  แก  เพราะมีคนแก  เอย...ผูมีอายุเยอะหลายคนที่ไมเกา  คนเกาๆ  พวกนี  ้

 (."13*-


CONTEMPORARY LITERARY WORKS

เปนพวกหวนไหโหยหาอดีต นิยมชื่นชมสิ่งเกาๆ   ตองของเกา เทานั้นถึงจะดี  เด็กสมัยนี้  คนสมัยนี้  วรรณกรรมสมัยนี้รึ  ไมเขาทา   ไมลึกซึ้ง   ของดีตองโนน   งานสมัยโนน   เด็กเมื่อวานซืนจะหาญมา ทำงานดีเทียบเทาคนรุนกอนไดยังไง     แตดิฉันชอบยุคที่ทั้งยุงเหยิงและเรียบงายในเวลาเดียวกันยุคนี  ้ ชอบอยางออกหนาออกตาดวย   ไมเพียงเพราะดิฉันเปนคนยุคนี้   ถาไมชอบยุคนี้จะไปชอบยุคไหน   แตเปนเพราะดิฉันวาโลกรวม สมัยมีลักษณะเดนที่นาภาคภูมิใจ   มีความไดเปรียบมากมายที่ สมัยอื่นๆ   ไมมี   เปนสมัยที่คนหูตาเปดกวางถูกครอบงำนอยกวา ยุคอื่นๆ   โลกไรพรมแดนดวยอินเตอรเน็ต   มนุษยไมเคยใกลชิดกัน มากขนาดนี้   โลกไมเคยเล็กขนาดนี้มากอน   คนทุกมุมโลกฟงเพลง จากไอพ็อดรุนเดียวกัน   คนทั้งโลกเห็นตึกเวิลดเทรดถลมตอหนา ตอตาพรอมกัน   คนทั้งโลกรวมกันลุนวาประธานาธิบดีของสหรัฐ   อเมริกาจะเปนคนผิวดำหรือเปลา   คนทั้งโลกรวมมือรวมใจกัน ชวยผูประสบเหตุแผนดินไหวในเฮติหนึ่งวันหลังเกิดเหตุ       จุ ด สำคั ญ ที่ ท ำให ดิ ฉั น รั ก ยุ ค นี้ เ ป น พิ เ ศษเข า ทำนองความ ยุติธรรมที่แทคือความยุติธรรมที่เอื้อประโยชนใหกับตัวเองอยูนิดๆ   คื อ ถ า ดิ ฉั น เกิ ด ในยุ ค ก อ นหน า นี้   ดิ ฉั น จะไม มี ท างมี ชี วิ ต ที่ ดิ ฉั น   พึงพอใจอยูในขณะนี้   ไมสามารถทำงานไดอยางทุกวันนี้   ทั้งใน     งานแปลที่ตองหาขอมูลตางๆ   อยางงายดายเพียงขยับนิ้วลงบน ปุ ม แป น พิ ม พ   ไหนจะงานชั ก ใยบริ ห ารสำนั ก พิ ม พ ใ นเมื อ งไทย   ตรวจตนฉบับ  ตรวจเลยเอาตและหนาปกจากหนาจอคอมพิวเตอร   จากจุดตางๆ   ของโลกทั้งจากประเทศฝรั่งเศส   หรือจากประเทศ อินเดียที่ดิฉันพักอาศัยอยูในปจจุบัน   ยิ่งชวงหลังๆ   พอมีโทรศัพท มือถือที่รับอีเมลไดดวยเนี่ย   ขนาดนั่งรถหัวโยกหัวคลอนอยูใน หุบเขาสูงเสนทางวกวนคดเคี้ยวในดารจีลิ่ง   ดิฉันยังสามารถตรวจ

และอนุมัติงานที่สงมาใหดูจาก เมื อ งไทยได และที่ ป ระทั บ ใจ ที่ สุ ด และเป น เหตุ ก ารณ ที่ เ ล า ซ้ ำ ได จ นถึ ง ชั่ ว ลู ก ชั่ ว หลานคื อ รู จั ก ตั ว ตนในด า นอื่ น ๆ   การส ง อี เ มลประมู ล ลิ ข สิ ท ธิ์   ของเธอไดมากขึ้นที่บล็อก   1Q84   ระหวางนั่งรอเครื่องบิน www.aticha.bloggang. ที่สนามบินกัลกัตตา     com   และติ ด ตามความ   สวนความเชื่อในเกียรติเคลื่ อ นไหวของสำนั ก ยศของวรรณกรรมร ว มสมั ย   พิมพกำมะหยี่ไดที่   www.   อั น เป น ความเชื่ อ ที่ ต อ งใช ค ำ     gammemagie.com     ยืดยาวยิ่งนี้เกิดจากการคลุกคลี   จั บ ต อ งหนั ง สื อ มาตลอดชี วิ ต   อานหนังสือตั้งแตวรรณคดีเกาแกรุนพระอภัยมณี   ลิลิตพระลอ เรื่อยมา   อานดะไปหมด   นิยายน้ำเนาเบาๆ   ก็ชอบ   หนังสือกำลัง ภายใน  สืบสวนสอบสวนเนี่ยถึงขั้นติดหนับ  นิยายหนักๆ  ประเภท อานจบเลมแลวอึ้งไปหลายวันเพราะอานไมรูเรื่องและไมรูวาจะ หัวเราะหรือรองไหดีก็อานได   สำหรับหนังสือระดับวรรณกรรมที่ได รับการตีตราแลววาสุดยอดอยูในรายการ   ‘ตองอาน’   อยางเปน ทางการนั้นก็อานอยูบาง   ชื่นชมนั้นก็ชื่นชมอยู   แตไมไดชื่นชอบ     หัวปกดิน  ชอบหนังสือประเภทอานเจอโดยบังเอิญแลวชอบมากกวา     จุดเริ่มตนที่ทำใหหันมาเปนแฟนวรรณกรรมรวมสมัยจริงๆ   เกิดขึ้นตอนที่ไปเควงควางอยูที่ฝรั่งเศส   นอกจากริเปดหนังสือ ฝรั่งเศสอานเพื่อฝกภาษาแลว   ยังไดยินไดเจอที่ไหนไมรูวา   ถาอยู ประเทศไหนแล ว ไม ไ ด อ า นหนั ง สื อ ที่ เ ขี ย นโดยคนประเทศนั้ น       ถื อ ว า ไม ไ ด ท ำความรู จั ก กั บ วั ฒ นธรรมในประเทศนั้ น จริ ง ๆ       พอเรี ย นภาษาฝรั่ ง เศสได ถึ ง จุ ด หนึ่ ง ก็ เ ริ่ ม สอดส า ยสายตาหา หนังสือฝรั่งเศสอาน   ตอนแรกเริ่มดวยหนังสือเลมดังที่ไมหนา     มากนักแตหนักมากคือ   L’Étranger   (คนนอก)   ของ   อัลแบรฺต   กามู ส   (Albert   Camus)   ซึ่ ง เป น หนั ง สื อ ที่ อ า นในภาษาไทย     ยังแทบจะไมรูเรื่อง  แลวนังคนนี้ยังกระแดะทำหัวสูงอานจากภาษา ฝรั่งเศสงูๆ  ปลาๆ  ในตอนนั้น  หลังจากนั้นก็อานสะเปะสะปะเรื่อย มา   จนเจอเลม   ‘Je   voudrais   que   quelqu’un   m’attende   quelque   part’   (อยากใหใครสักคนรอฉันอยูที่ไหนสักแหง)   งาน รวมเรื่องสั้นของ  อันนา  กาวาลดา  นักเขียนรวมสมัยของฝรั่งเศส   เปนเรื่องราวของคนฝรั่งเศสสมัยปจจุบัน   อานแลวเขาใจ   อาน แลวขำ   อานแลวเศรา   อานแลวรองไห   อานแลวรูเรื่องและรูจริงๆ   แบบพูดไดเต็มปากเต็มคำถองแทดวย       จุดนี้เองที่ทำใหดิฉันเริ่มตนทำงานแปลเลมแรกดวยงานของ นักเขียนรวมสมัย   สนใจนำเสนองานของคนใหมๆ   และตอมา     จั ด พิ ม พ แ ต ง านของนั ก เขี ย นยุ ค นี้   หรื อ ถ า เป น งานเก า ก็ มี ก าร ตีความจากคนรุนนี้ดวยเปนหลัก   ประกอบกับงานแปลฝรั่งเศส     ในเมืองไทยชวงกอนที่ดิฉันจะมาเริ่มทำสวนใหญจะเปนงานเกาๆ   ขั้นคลาสสิก   ประเภทขึ้นหิ้ง   หยิบลงมาอานทีตองปดฝุนปรับตัว ปรับใจทั้งเรื่องราวยอนยุคและฉากหลังโบร่ำโบราณ   ภาวะที่ใน ตลาดหนังสือชวงนั้นแทบจะไมมีงานฝรั่งเศสรวมสมัยวางแผงเลย เป น จุ ด แข็ ง ที่ ดี ใ นการนำเสนองานแนวนี้ ไ ปยั ง สำนั ก พิ ม พ ต า งๆ       แตก็นั่นละ   ถาดิฉันขาดความเชื่อความชอบในงานประเภทนี้เปน ทุ น เดิ ม แล ว   คงไม ส ามารถนำเสนออย า งมั่ น อกมั่ น ใจมากจน บรรณาธิการสำนักพิมพตางๆ  เชื่อตามจนยอมพิมพได  

FYI

คุณคิดวาคำวา ‘ความเชื่อ’, ‘ความเชื่อมั่น’ และ ‘ศรัทธา’ สำหรับคุณแลวมีความแตกตางกันอยางไร

ความเชื่อไมตองอาศัยอะไรมาก แคเห็นวาดี   สมควรเชื่อก็พอ   ความเชื่อมั่น   นอกจากเห็นวาควรเชื่อแลว   ยังตองเปนการ เห็นตางจากความเห็นของคนอื่นๆ   มีการเสียดทานมากกวา   สวนศรัทธา   เปนภาวะของการทุมเทแรงใจ   บางครั้งแรงกาย   หรือชีวิต  เปนขั้นสูงสุดของความเชื่อ  

คุณรูไดอยางไร วาความเชื่อหนึ่งๆ เปนความเชื่อที่ ‘ถูก’ หรือ ‘ผิด’

ความเชื่อที่ถูกคือความเชื่อที่ไมทำรายตัวเองและไมทำราย   ผูอื่น  ถาความเชื่อนั้นทำรายตัวเองและผูอื่น  ถือเปนความเชื่อ   ที่ผิด    

คุณมีวิธีตรวจสอบความเชื่อของตัวเองอยางไร

ความเชื่อของดิฉันไมไดทำรายใคร และดิฉันยังมีความสุขที่จะ เชื่อ  และสุขที่จะทำงานตามความเชื่อนั้นอยู    

คุณตรวจสอบความเชื่อของตัวเองสม่ำเสมอแคไหน นานๆ ครั้งคะ  ตรวจบอยๆ  ไมไหว  เสียเวลาทำงาน  

 (."13*-


ดวยความเชื่อของดิฉันกับการที่สำนักพิมพเชื่อดิฉัน เกิดผลสัมฤทธิ์ เปนเสียงตอบรับที่ออกมาในระดับที่ถือวาดีมาก  ทำใหดิฉันผันตัวมาเปนนักแปล   อิสระแบบเต็มตัว   และมีคิวหนังสือแปลยาวเหยียดขามปไมตองกลัวอดตาย ถายังมีแรงแปลอยู   สวนหนึ่งดิฉันเชื่อวา   คนอานของดิฉันเองก็คงหัวเราะ   รองไห   เขาใจหนังสือรวมสมัยจริงๆ   เหมือนดิฉันตอนที่อานหนังสือในภาษา ฝรั่งเศส   จริงอยูวาหนังสือแปลชวยตัดอุปสรรคทางภาษาไปไดเปลาะหนึ่ง   แตอุปสรรคทางบริบทในเรื่องก็มีสวนสำคัญ   บริบทในหนังสือสวนใหญที่ดิฉัน เลือกมาทำจะเปนเหตุการณในยุคปจจุบันที่ถึงแมจะเกิดที่ประเทศอื่น   แตคน อานไทยในยุคเดียวกันอานแลวเขาใจได   มีความแตกตางทางวัฒนธรรมและ พื้นหลังที่แตกตางของยุคสมัยนอยกวางานที่ขึ้นชื่อวาเดนดังยุคกอนหนา       นาเศราใจอยูนิดๆ   ที่อาจจะเปนดวยเหตุผลของความงายไมตองปนกระได แกะรอยประวัติศาสตรอานนี้เอง   งานหนังสือรวมสมัยจึงไมคอยไดรับการ ยกยองวาเปนงานชั้นดี   เหมือนกับมีการดูหมิ่นดูแคลน   มีการกดหนังสือ ประเภทนี้อยูกลายๆ  วาไมยิ่งใหญเทียบเทางานของคนที่ตายไปแลว  ไมนำเสนอ   แนวความคิดที่ตายไปแลว  ไมเอยถึงเหตุการณที่ตายไปแลว       ความเชื่อของดิฉันในเรื่องนี้พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ   มาชวงหลังเปลี่ยนสลับ หมวกมาทำสำนักพิมพ   ความเชื่อในคุณคาของหนังสือที่ตัวเองเลือกยิ่งตอง เขมขนขึ้น   เพราะไมเพียงแคแรงกายแรงใจในการอาน   คัดเลือก   นำเสนอ และแปลให ดี ที่ สุ ด เท า นั้ น   ยั ง มี เ รื่ อ งการลงทุ น ทางการเงิ น เข า มามี ส ว น เกี่ยวของดวย  หากงานสำนักพิมพที่ออกหนังสือที่มีกลุมนักอานติดตามกลุม เล็กๆ  อยางสำนักพิมพกำมะหยี่ที่เลือกทำงานตามความเชื่อของดิฉัน  ถึงแม ความเสี่ยงทางธุรกิจมีแววขาดทุนหรือทุนจมดิ่งจมยาวจมนานจะสูง   มีสิ่ง ตอบแทนทางจิตใจที่เราภาคภูมิใจปลาบปลื้มอยูอยางหนึ่งคือ   เราไดติดตอ สื่ อ สารกั บ นั ก เขี ย นที่ เ ราชื่ น ชอบผลงานในสถานะคนกั บ คน   ทำงานแบบ     ใหเกียรติ   จายคาลิขสิทธิ์ถูกตอง   ไมลักกินขโมยกินแอบแปลแอบพิมพ   เรารู วานักเขียนของเรามีชีวิตอยูที่ไหนสักแหงในโลกเดียวกันใบนี้ในขณะนี้   เขาจะ เปดไฟลดูหนาปกที่ทีมงานของเราตั้งใจทำสงใหดูเพื่ออนุมัติ   เขาจะไดเห็น   ไดหยิบจับผลงานหนังสือที่เราจัดพิมพเสร็จแลว   เขาจะหยิบปากกาจรดลง

คนสวนใหญมักบอกวาตนเองเชื่อใน ‘ความ จริง’, ‘ความงาม’ และ ‘ความดี’ (หรือบางที ก็ ‘ความรัก’) สำหรับคุณสามสี่สิ่งนี้คืออะไร และคุณเชื่อมั่นในสิ่งเหลานี้แคไหน

ความจริง ความงาม  และความดีเปนสิ่งไมเที่ยงแท   ความจริงของคนหนึ่งอาจไมใชความจริงของอีกคน หนึ่ง   ความงามเปนสิ่งที่แปรผันตามรสนิยมของ แตละคนเชนกัน   ความดีในบางครั้งอาจเปนความ ไม ดี ข องอี ก คน   ดิ ฉั น เลยไม ค อ ยเชื่ อ ในสามสิ่ ง นี  ้ สักเทาไหร   แตเชื่อในความรัก   ดิฉันคิดวาความรัก เปลี่ยนโลกได   เพราะความรักเปลี่ยนแปลงคนได   แต มี ข อ แม ว า ต อ งเป น ความรั ก ที่ แ ท จ ริ ง ต อ ผู อื่ น   ไม ใ ช ค วามรั ก ที่ เ ห็ น แก ตั ว   มุ ง หวั ง เป น เจ า ข า ว เจาของ  

นักคิดในโลกกลุมหนึ่งที่เชื่อวา มนุษยเกิดมา พรอมกับความดีงามในตัว แตยังคนไมพบ ความดี ง ามนั้ น อี ก กลุ ม หนึ่ ง เชื่ อ ว า มนุ ษ ย เต็ ม ไปด ว ยความชั่ ว ร า ย ต อ งการการ ขัดเกลาเพื่อขจัดความชั่วรายออกไป คุณ เชื่อแบบไหนมากกวากัน

เชื่อแบบแรกมากกวา แตเห็นแบบหลังมากกวา   ต น ตอเกิ ด จากความอ อ นแอซึ่ ง เป น คุ ณ สมบั ต  ิ พื้ น ฐานของคน   การพิ สู จ น ค วามเชื่ อ อย า งแรก       การจะก า วขึ้ น แท น ไปสู ค วามดี ง ามได ต อ งอาศั ย ความกลาหาญเด็ดเดี่ยว   มั่นคงไมคลอนแคลนจาก สิ่งเราตางๆ  ลึกๆ  แลว  ดิฉันเชื่อวาไมมีใครอยากชั่ว   ใครๆ   ก็ อ ยากได ชื่ อ ว า เป น คนดี   หรื อ อย า งน อ ย     พูดกับตัวเองไดอยางเต็มปากเต็มคำวา   ฉันเปน   คนดี   แต ด ว ยภาวะจำเป น บี บ บั ง คั บ   ทั้ ง จาก ภายนอก   ด ว ยสถานการณ ต รงหน า และภายใน   ความทะเยอทะยาน   ปมด อ ยลึ ก ๆ   ความโลภ   ความเห็ น แก ตั ว   ทำให ต อ งทำเลว   เป น ภาวะ ปราชัยที่ทำไดงายกวาการดึงดันเพื่อกาวพนผุดขึ้น สูผิวน้ำแหงความดี   เพราะเหตุนี้กระมัง   ทำใหดิฉัน เห็นฉากหนาพื้นผิวของมนุษยวาเลวรอการขัดเกลา   มากกวา  แตถึงจะเห็นเยอะ  แตก็ยังไมเชื่อนะคะ  

I Believe In หนังสือ The Lord of the Rings (1954-1955, เจ. อาร . อาร . โทลเคียน) สะทอนความมหัศจรรย

ของมนุษยไดอยางชัดเจนที่สุด ในเรื่อง นี้มีเพียงคนจากเผาพันธุมนุษยเทานั้น ที่มีเฉดสีหลากหลายและสามารถเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาได   ไดเห็นวาคนที่ นาจะดีอาจจะเลวได  และคนที่ดูชั่วรายอาจเปลี่ยนมาทำความดีได    

สำหรั บ คุ ณ ความเชื่ อ ต อ งการ ‘เหตุ ผ ล’ หรือไม และสำหรับคนทั่วไป คุณคิดวาความเชื่อ ของพวกเขาตองการ ‘เหตุผล’ หรือไม

How to Believe

ต อ งการสิ ค ะ ไม อ ย า งนั้ น ดิ ฉั น คงไม มี อ ะไรมา สาธยายถึงความเชื่อของตัวเองเปนวรรคเปนเวร แบบน้ำทวมทุงอยูตรงนี้ได   สำหรับคนทั่วไป   ไมวา ความเชื่ อ จะไร ส าระดู ง มงายในสายตาคนอื่ น ๆ   ขนาดไหน   ลึกๆ   แลวตองมีเหตุผลมารองรับไมวา จะเปนเหตุผลที่ฟงดูงี่เงา   โงเขลา   เห็นแกตัว   หรือ รายกาจขนาดไหน    

•เชื่อในความมหัศจรรยที่เกิดจากความไมแนนอนของมนุษย •เชื่อในทัณฑทรมานในความเจ็บปวดในการฝกฝนสิ่งตางๆ  ทั้งกิจกรรม นอกและในการทำงานวาเปนเสนทางที่นำไปสูความสำเร็จ  เพชรน้ำงาม ตองผานการเจียระไน  ดาบชั้นดีตองผานการตีอยางหนัก     •ไมเชื่อในความเปนกลางของขาวตางๆ  จากสื่อ   •ไมเชื่อคำพูดของใครถาไมเห็นผลงานกอน    

 (."13*-


CONTEMPORARY LITERARY WORKS

บนสัญญาลิขสิทธิ์ที่มีลายเซ็นของดิฉันอยูในนั้นดวย ทุกครั้งที่เห็นลายเซ็นของมุ ราคามิหรื อคุ นเดอรา     บนสั ญ ญาซื้ อ ลิ ข สิ ท ธิ์ เ คี ย งคู ล ายเซ็ น ของตั ว เอง       ใจดิฉันจะเตนตึกตักราวกับเปนสาวรุนยามแรกรัก ทุกทีไป     การยืนยันความเชื่อไมวาจะเปนความเชื่อใน เรื่องใด   สิ่งที่ทำไดคือการเชื่อตอไปดวยการยืนหยัด ปฏิบัติตามความเชื่อนั้น   ในกรณีของดิฉันคือทำงาน ออกหนังสือรวมสมัยตอไปไมทางใดก็ทางหนึ่ง   ถามี วั น หนึ่ ง ดิ ฉั น ไม ท ำธุ ร กิ จ สำนั ก พิ ม พ แ ล ว   ก็ ไ ม ไ ด หมายความวาจะเลิกเชื่อในหนังสือรวมสมัย   แตจะ เปนการเลิกเชื่อในธุรกิจสำนักพิมพและศักยภาพ ของตัวเองในการบริหารสำนักพิมพเสียมากกวา       และถาวันนั้นมีจริง  ก็จะยังคงพยายามนำเสนอ   หนั ง สื อ ร ว มสมั ย ด ว ยการเป น แม ย ก   อ า นและ ทำงานแปลตอไปเรื่อยๆ  คะ  

I Believe In Gattaca (1997, แอนดรูว นิคโคล)  

คุณคิดวา ‘ความเชื่อ’ หรือ ‘ศรัทธา’ นำเราไปสูปญญาไดไหม หรือ วาในบางครั้ง ก็เปนไดเพียงอุปสรรค

ถาเปนความเชื่อในสิ่งที่ดี หรือศรัทธาในสิ่งที่มีประโยชน   คิดวาสามารถนำไปสู ป ญ ญาได ค ะ   แต ก็ ถู ก เหมื อ นกั น ว า บางครั้ ง ความเชื่ อ ก็ เ ป น อุ ป สรรค   แต อุปสรรคนี่ละคะที่ชวยสรางคุณคาใหความเชื่อนั้น    

ระหวางความเชื่อแบบ ‘ความเชื่อมั่น’ และความเชื่อแบบ ‘เชื่องมงาย’ คุณคิดวาเสนแบงของมันอยูตรงไหน

อยูตรงผลลัพธของความเชื่อนั้น อยูที่วาเปนความเชื่อมั่นตออะไร   สิ่งนั้นเปน สิ่งที่ดีหรือไม   เชื่อแลวทำรายตนเองและผูอื่นหรือไม   ความเชื่อมั่นนั้นอาจเปน ความเชื่ อ มั่ น ในสิ่ ง ที่ เ ป น ไปไม ไ ด ก็ ไ ด ห รื อ เป น ไปได ย าก   เพราะไม อ ย า งนั้ น       เราไมเรียกวาความเชื่อมั่น   ถาสิ่งที่เชื่อมั่นเปนไปในทางดี   เชน   เชื่อวาลูกคนที่ เรียนไมเกง  มีความสามารถอื่นที่สามารถเอาตัวรอดไดนอกชั้นเรียน  ทำใหเด็ก ไมรูสึกวาผลการเรียนคือคำตอบทุกอยางของชีวิตและมีกำลังใจฝกฝนทักษะ เฉพาะตัวของตน   และไมรูสึกดอยกวาคนอื่น   นี่คือความไมงมงาย   แตเปนการ เชื่อมั่นในสิ่งที่คนอื่นสายหนามองไมลึกไมไกลเอง   ขณะที่ความเชื่องมงาย       เชน   เชื่อวาทำบุญรอยลานแลวจะขึ้นสวรรคชั้นที่ลานเจ็ดโดยนำทรัพยสิน   ที่ครอบครัวมีความจำเปนตองใชไปบริจาค   เปนความเชื่อในสิ่งที่เปนไปไมได หรือพิสูจนไมไดในสายตาคนอื่นก็จริง  แตเปนความเชื่อที่งมงายเพราะนำความ เดือดรอนมาสูครอบครัว  

คุณคิดอยางไรกับคำกลาวที่วา ‘ไมเชื่ออยาลบหลู’

เปนหนังที่ทำใหมั่นใจวาความ อ อ นด อ ย อ อ นแอของมนุ ษ ย   ไม ไ ด มี แ ต ข อ เสี ย   การที่ เ รา     ไมสมบูรณแบบเปนแรงผลักดัน ที่เขมแข็งรุนแรงที่สุด  สามารถทำใหเราเอาชนะ   อุปสรรคและความเปนไปไมไดตางๆ    

เห็นดวยคะ ความเชื่อใครก็เปนของคนนั้น  มีศักดิ์ศรี   เปนจริงในสายตาคนเชื่อ เทาๆ  กัน  คนเราไมควรลบหลูกันไมวาเรื่องความเชื่อ  ความเห็น  รสนิยม  หรือ เรื่องอื่นใดก็ตาม  

คุณคิดวา ความเชื่อแบบไหนที่กำลังเปนปญหาใหญของสังคมไทย ในตอนนี้ ความเชื่อเรื่องสี

คุณคิดอยางไรกับความเชื่อมั่นใน ‘สิ่งที่เปนไปไมได’ เหมือนในเพลง The Impossible Dream ในละครเพลงเรื่อง ดอน กิโฆเต แมน ออฟ ลามันชา

I Don’t Believe ดิฉันไมเชื่อวาเงินซื้อทุกอยางได เงินสามารถ ซื้อความสะดวกสบาย   ซื้อตั๋วเครื่องบินชั้นหนึ่ง สามารถยื ด กายนอนได ย าวเหยี ย ด   ได กิ น อาหารชุ ด พิ เ ศษ   มี เ หล า ชั้ น ดี ก ว า ใครๆ   มา บริ ก าร   แต เ งิ น ซื้ อ เพื่ อ นแท   ซื้ อ ความสุ ข ใจ       ซื้อความสงบสุข   การใหอภัย   ความพอใจไมได   เงินซื้อใบประกาศฯ  ซื้อชื่อเสียงได  แตซื้อทักษะ ความสามารถและความภาคภูมิใจการลงแรงกาย   แรงใจไมได   ดิฉันเรียนรูความไมเชื่อในขอนี้จาก ภาวะของการไมขาดเงิน   การมีเงินใชจายโดย ไมตองคิดคำนวณหลายตลบก็ไมเลวนักหรอก   สามารถตัดความอึดอัดบางสวนไปได   แตใน ขณะเดี ย วกั น   ดิ ฉั น ได เ รี ย นรู ว า   ถึ ง จะมี เ งิ น       แตไมมีเวลา  ไมมีใจ  ไมมีความสม่ำเสมอ  ไมมี ความออนโยนตอคนอื่น   ไมมีความรับผิดชอบ   ที่สำคัญคือไมมีวินัยตอตนเอง   เอาเงินมากอง ทวมหัว  ก็ยังมีสิ่งที่ซื้อไมได      

คิดวาความเชื่อมั่นกับสิ่งที่เปนไปไมไดเปนของคูกันคะ สิ่งที่เปนไปไมไดทำให ความเชื่อมั่นเปนความเชื่อมั่นที่แทจริง  ถาเชื่อมั่นในสิ่งที่เปนไปไดงายๆ  หรือมี ความเปนไปไดสูง   เชน   เมื่อเห็นฟาครึ้มจึงเชื่อมั่นวาฝนจะตก   ดิฉันไมเชื่อวา เปนความเชื่อมั่น  มันงายไป  ไมทาทาย  ไมสนุก  ไมมีลุน  

ระหวาง ‘เชื่อในสิ่งที่ทำ’ กับ ‘ทำในสิ่งที่เชื่อ’ คุณเลือกอยางไหน และ คุณคิดวาอยางไหนมีพลังขับเคลื่อนมากกวากัน

ดิฉันเปนคนทำงาน ดิฉันไมใชคนชางฝน   ดังนั้น   ดิฉันจึงเชื่อในสิ่งที่ทำคะ       และเห็ น ว า การเชื่ อ ในสิ่ ง ที่ ท ำมี พ ลั ง ขั บ เคลื่ อ นมากกว า การทำในสิ่ ง ที่ เ ชื่ อ   เพราะดิฉันเชื่อในการลงมือทำกอน   เมื่อทำแลว   เห็นชัดแจงแลวจึงเชื่อหรือ   ไมเชื่อก็จะไดรูกันไป   การเชื่อในสิ่งที่ทำ   ในกรณีที่ทำแลวเชื่อจะเปนความเชื่อ   ที่ไดรับพิสูจนแลวอยางเปนรูปธรรม  

คุณคิดวาความเชื่อถูกขับเคลื่อนโดยความกลัวไดไหม และความเชื่อ แบบนี้มีคุณคาไดหรือไม

ความเชื่อมากมายถูกขับเคลื่อนดวยความกลัวซึ่งก็ไมใชเรื่องผิดแปลกตรงไหน ถาความเชื่อนั้นทำใหคนดำรงตนเหมาะสมไมเบียดเบียนผูอื่นก็ถือวามีคุณคาคะ  



(."13*-

What I believe  

สัมภาษณ์เจ้าสำนักพิมพ์กำมะหยี่

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you