Page 1

ชื่อเรื่องการวิจัย

การพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้ชุดแบบฝึกเสริมทักษะ ของนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปีที่ 1/1

ผู้วิจัย

นางสายชล หัสดี

ตาแหน่ง

ครูผู้สอน

วุฒิการศึกษา

ปริญญาตรี ศิลปะศาสตร์บัณฑิต ภาษาอังกฤษ

สถานที่ติดต่อ

วิทยาลัยเทคโนโลยีศรีธนาพณิชยการ เชียงใหม่ โทร. 082-1933638

ปีที่จัดทานวัตกรรม

ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2554 ระหว่างวันที่ 1 – 30 พฤศจิกายน 2554

ลักษณะนวัตกรรมสื่อ

วิจัยการเรียนการสอน

ความเป็นมาและความสาคัญของปัญหา ในโลกยุคปัจจุบันนี้ วิชาภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศที่มีความสาคัญยิ่ง ซึ่งหลักสูตรมุ่งเน้น ให้ผู้เรียนมีความสามารถด้านการฟัง พูด อ่าน เขียน และมีเจตคติที่ดีต่อวิชาภาษาอังกฤษ สามารถใช้ภาษา เพื่อการสื่อสารในสถานการณ์ต่างๆ ได้ถูกต้องตามหลักภาษา เข้าใจวัฒนธรรมที่หลากหลายมีความพร้อมที่ จะเข้าสู่สังคมของเจ้าของภาษาได้อย่างเหมาะสม และสามารถถ่ายทอดวัฒนธรรมไทยสู่สังคมโลกได้ โดย ใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อกลาง ทักษะการอ่านเป็นทักษะการส่งสารที่สาคัญมากทักษะหนึ่ง เพราะเป็นเครื่องมือที่จะนาไปสู่ความรู้ ทั้งปวง ทาให้ได้รับรู้ข่าวสาร ช่วยเสริมสร้างความคิดและประสบการณ์ และช่วยให้เกิดความเพลิดเพลิน ต่างๆ ทักษะการอ่านจึงเป็นทักษะที่เป็นประโยชน์ที่สุดสาหรับการแสวงหาความรู้ เพื่อนาไปใช้ ปรับปรุง และพัฒนาคุณภาพชีวิตและสังคม โดยเฉพาะในปัจจุบันโลกมีความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาการมากมาย การ อ่านจึงเป็นเครื่องมือสาคัญที่จะทาให้บุคคลก้าวหน้าทันต่อเหตุการณ์ และความเจริญก้าวหน้าของโลก จากการวัดและประเมินผลสัมฤทธิ์ด้านการเรียนภาษาอังกฤษ ของนักเรียนระดับประกาศนีย บัตร วิชาชีพ ชั้นปีที่ 1/1 พบว่า นักเรียนร้อยละ 70 มีความสามารถด้านทักษะการอ่านในระดับต่ากว่าเกณฑ์ ไม่ สามารถอ่านจับใจความจากเรื่องที่อ่านได้ จากการสอบถามพบว่า นักเรียนไม่ได้รับการฝึกทักษะจากการ อ่านสื่อต่างๆ ส่วนใหญ่จะเป็นการฝึกอ่านตามบทเรียนเท่านั้น แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านเป็นเครื่องมือที่จาเป็นต่อการฝึกทักษะทางภาษาของนักเรียน และการฝึก แต่ละทักษะนั้นควรมีหลายๆ แบบ เพื่อนักเรียนจะได้ไม่เบื่อ แบบฝึกหัดนอกจากเป็นเครื่องมือสาคัญ ต่อการ


เรียนทักษะทางภาษาของนักเรียนแล้ว ยังมีประโยชน์สาหรับครู ทาให้ทราบพัฒนาการทางทักษะนั้นๆ ซึ่งจะ ได้ปรับปรุงแก้ไขได้ทันที ดังนั้นผู้วิจัย ซึ่งเป็นครูผู้สอนวิชาภาษาอังกฤษในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้น ปีที่ 1/1 จึงมี ความสนใจที่จะสร้างชุดแบบฝึกเสริมการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อช่วยให้ นักเรียนได้อ่านจากสื่อที่หลากหลาย และเพื่อพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษ และจะนาผลที่ได้จากการศึกษามาพัฒนาการเรียนการ สอนภาษาอังกฤษต่อไป วัตถุประสงค์ของการวิจัย เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องการพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้ชุด แบบฝึกเสริมทักษะให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 คาถามการวิจัย 1. ทาอย่างไรให้ผู้เรียนมีคะแนนเรื่องการพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษสูงขึ้น 2. วิธีการใดสามารถแก้ปัญหาผู้เรียนมีคะแนนต่าได้ดีที่สุด สมมุติฐานของการวิจัย เทคนิควิธีการสอนโดยให้ผู้เรียนใช้ ชุดแบบฝึกเสริมทักษะทาให้คะแนนการเรียนรู้เรื่องการอ่านจับ ใจความภาษาอังกฤษโดยใช้ชุดแบบฝึกเสริมทักษะผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 60 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการวิจัยครั้งนี้ 1. ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องการพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความสาคัญภาษาอังกฤษ โดยใช้ชุดแบบฝึกเสริมทักษะ ผ่านเกณฑ์ที่กาหนด 2. ผู้เรียนมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร 1 3. ครูผู้สอนได้นวัตกรรมการเรียนการสอนประเภทเทคนิควิธีการโดยใช้ ชุดแบบฝึกเสริมทักษะ การอ่านจับใจความภาษาอังกฤษของนักเรียน ที่ผ่านการวิจัยทดลองใช้แล้ว เป็นแนวทางในการ พัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนต่อไป กรอบแนวคิดในการวิจัย 1. ยึดหลักการเรียนรู้โดยเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ นาความรู้ใหม่เชื่อมโยงความรู้เดิม 2. ใช้วิธีการสอนโดยใช้ชุดแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษ 3. ขอบเขตของการวิจัย ขอบเขตด้านเนื้อหา - ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง เป็นนักเรียนระดับชั้น ปวช. 1/1 จานวน 20 คน - ตัวแปรที่ใช้ศึกษา ตัวแปรต้น ได้แก่ การจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดแบบฝึกเสริมทักษะของนักเรียนระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปีที่ 1/1 ในการเรียนรู้ของผู้เรียน


ตัวแปรตาม ได้แก่ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องการพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความ ภาษาอังกฤษของนักเรียนผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 นิยามศัพท์เฉพาะ ชุดแบบฝึกเสริมทักษะการอ่าน หมายถึง แบบฝึกหัดการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษที่ประกอบด้วย สื่อการอ่านที่หลากหลาย ได้แก่ เนื้อเรื่องสั้นๆ , บทสนทนาสั้นๆ และข้อความสั้นๆ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 หมายถึง ผลการเรียนรู้จากการทาแบบทดสอบวัดผล สัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ผ่านเกณฑ์ได้คะแนนตั้งแต่ 5 คะแนนขึ้นไป มีจานวนตั้งแต่ 17 คน จากจานวนเต็ม 20 คน เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้ทาการศึกษา ค้นคว้าเอกสารและรายงานวิจัยที่เกี่ยวข้องตามหัวข้อต่อไปนี้ 1. แนวคิดทฤษฎีและหลักการที่เกี่ยวข้อง 2. งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 1. แนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัย 1.1 ความหมายของแบบฝึกเสริมทักษะการอ่าน สุไร พงษ์ทองเจริญได้ศึกษาผลการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านออกเสียงคาศัพท์ภาษาอังกฤษพบว่า ข้อดีของการอ่านประเภทนี้คือ สามารถตรวจข้อบกพร่องของผู้อ่านได้อย่างชัดเจน สุภัทรา อักษรนุเคราะห์ ได้ศึกษาผลการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านคาศัพท์ภาษาอังกฤษพบว่า การ อ่านเป็นกระบวนการทางจิตภาษาศาสตร์ในขณะที่อ่าน สมองจะคาดหวังหรือทานายสิ่งที่อ่าน และสิ่งที่นาย ไว้ตรงกับสิ่งที่อ่าน สมองจะยอมรับสิ่งที่อ่านนั้น แต่ถ้าสิ่งที่ทานายไว้ไม่ตรงกับสิ่งที่อ่าน สมองจะทานาย สิ่งที่อ่านใหม่ กระบวนการนี้จะดาเนินการไปเรื่อยๆ การอ่านจะสิ้นสุดลงเมื่อสมองยุติการอ่าน แต่การ สิ้นสุดการอ่านนั้นไม่ได้หมายความว่าผู้อ่านจะเข้าใจความหมายในสิ่งที่อ่านทุกครั้งไป นักเรียนจานวนร้อยละ 80 ของนักเรียนทั้งหมดมีความสามารถในการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษ ได้ ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 90 ของคะแนนเดิมมีพัฒนาการเรียนรู้ การอ่านจับใจความสาคัญ ภาษาอังกฤษ ได้ สูงขึ้น ซึ่งเมื่อพิจารณาจากคะแนนหลังเรียนเปรียบเทียบกับคะแนนก่อนเรียนจะเห็นว่า นักเรียนทุกคนมี คะแนนสูงขึ้นกว่าคะแนนก่อนเรียนทุกคน เนื่องจากการอ่านจับใจความสาคัญภาษาอังกฤษ จากแบบฝึก เสริมทักษะการอ่านทาให้นักเรียนอ่านจับใจความสาคัญภาษาอังกฤษได้อย่างถูกต้อง 1.2 ทฤษีพื้นฐานของการสอนโดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะการอ่าน การสร้างแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านมีพื้นฐานมาจากทฤษฏีการเรียนรู้อย่างมีความหมายของออซู เบล ( Ausubel.1968 : 15 ) ซึ่งมีแนวคิดว่าครูควรจะสอนสิ่งที่สัมพันธ์กับความรู้ ที่นักเรียนมีอยู่เดิม ความรู้ที่ มีอยู่เดิมนี้จะอยู่ในโครงสร้างของความรู้ ซึ่งเป็นข้อมูลที่สะสมอยู่ในสมองและมีการจัดระบบไว้เป็นอย่างดี มีการเชื่อมโยงระหว่างความรู้เก่าและความรู้ใหม่อย่างมีระดับชั้น


การจัดการเรียนการสอนโดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะการอ่าน การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะการอ่าน มี 5 ขั้นตอน ดังนี้ 1. ขั้นนาเข้าสู่บทเรียนและสารวจความรูพ้ ื้นฐาน สอนจะต้องทาการตรวจสอบความรู้พื้นฐานของผู้เรียนเกี่ยวกับเรื่องที่จะให้ผู้เรียนเรียนรู้ ซึ่ งอาจทา ได้โดยให้ผู้เรียนทาแบบทดสอบหรือการตั้งคาถามให้ผู้เรียนตอบ 2. ขั้นเสริมความรูพ้ ื้นฐานที่ผู้เรียนยังขาด ผู้สอนจะต้องเสริมความรูพ้ ื้นฐานที่ผู้เรียนยังขาด ซึ่งจะใช้วิธีการอธิบายโดยใช้สื่อต่าง ๆ ประกอบก็ ได้ 3. ขั้นสอนให้เกิดความเข้าใจการอ่านจับใจความ ในกรณีที่ผู้เรียนยังขาดความรูพ้ ื้นฐานผู้สอนจะต้องเสริมให้ผู้เรียน ซึ่งจะใช้วิธีการอธิบายโดยใช้สื่อ ต่าง ๆ ประกอบก็ได้ 4. ขั้นสอนให้เกิดการเรียนรู้ ผู้สอนจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้ผู้เรียนเข้าใจการอ่านจับใจความ โดยให้ผู้เรียนศึกษาเนื้อหาที่สาคัญ จากบทเรียนจากการอ่านโดยใช้สื่อที่หลากหลาย 5. ขั้นสรุป ให้ผู้เรียนสรุป ใจความสาคัญของเรื่องที่ได้อ่าน และผู้สอนร่วมกับผู้เรียนช่วยกันวิเคราะห์สรุป เนื้อหาจากชุดแบบฝึกเสริมทักษะการอ่าน งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง สุไร พงษ์ทองเจริญได้ศึกษาผลการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านออกเสียงคาศัพท์ภาษาอังกฤษพบว่า ข้อดีของการอ่านประเภทนี้คือ สามารถตรวจข้อบกพร่องของผู้อ่านได้อย่างชัดเจน สุภัทรา อักษรนุเคราะห์ ได้ศึกษาผลการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านคาศัพท์ภาษาอังกฤษพบว่า การ อ่านเป็นกระบวนการทางจิตภาษาศาสตร์ในขณะที่อ่าน สมองจะคาดหวังหรือทานายสิ่งที่อ่าน และสิ่งที่นาย ไว้ตรงกับสิ่งที่อ่าน สมองจะยอมรับสิ่งที่อ่านนั้น แต่ถ้าสิ่งที่ทานายไว้ไม่ตรงกับสิ่งที่อ่าน สมองจะทานาย สิ่งที่อ่านใหม่ กระบวนการนี้จะดาเนินการไปเรื่อยๆ การอ่านจะสิ้นสุดลงเมื่อสมองยุติการอ่าน แต่การ สิ้นสุดการอ่านนั้นไม่ได้หมายความว่าผู้อ่านจะเข้าใจความหมายในสิ่งที่อ่านทุกครั้งไป วิธีดาเนินการวิจัย ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ประชากรที่ใช้ในการวิจัยเป็นนักเรียนระดับชั้น ปวช. 1/1 สาขางานการบัญชี ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2554 วิทยาลัยเทคโนโลยีศรีธนาพณิชยการ เชียงใหม่ จานวน 20 คน


เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 1. แผนการจัดการเรียนรู้เรื่องการอ่านจับใจความสาคัญภาษาอังกฤษโดยใช้ชุดแบบฝึกเสริมทักษะ ที่ ผู้วิจัยสร้างขึ้น 2. นวัตกรรมที่ใช้ได้แก่ วิธีการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดแบบฝึกเสริมทักษะของผู้เรียน 3. เอกสารส่วนประกอบของนวัตกรรม ได้แก่ เอกสารชุดแบบฝึกเสริมทักษะ - แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิท์ างการเรียนจานวน 1 ฉบับ การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย มีขั้นตอนการสร้าง ดังนี้ 1. ศึกษาค้นคว้าเอกสาร แนวคิด หลักการ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดแบบฝึกเสริม ทักษะการอ่าน, ศึกษาหลักสูตรและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเขียนแผนการสอน ,กาหนด จุดประสงค์การเรียนรู้ 2. สร้างแผนการสอนเรื่องการพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้ชุดแบบฝึกเสริม ทักษะการอ่าน ซึ่งประกอบด้วย จุดประสงค์การเรียนรู้เชิงพฤติกรรม,เนื้อหาที่ใช้สอน, กิจกรรมการ จัดการเรีย นรู้ (ขั้ นน าเข้ า สู่บ ทเรีย น ขั้นด าเนิน การสอนและขั้น สรุป ), สื่อ การสอนและการ ประเมินผล (ทุกขั้นตอนจัดตามลาดับขั้นตอนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ ซึ่ง ประกอบด้วย ขั้นนาเข้สู่ บทเรียน , ขั้นเสริมความรูพ้ ื้นฐานที่ผู้เรียนยังขาด , ขั้นสอน, ขั้นสร้างแบบฝึกทักษะการอ่าน และขั้น สรุป) 3. นาแผนการสอนไปให้หัวหน้าหมวดวิชาสามัญตรวจสอบ 4. จัดทาเอกสารชุดแบบฝึกเสริมทักษะเรื่องการพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้ ชุดแบบฝึกเสริมทักษะ 5. จัดทาชุดแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจานวน 3 ชุด และสร้างแบบประเมินการทางานตามแบบฝึกชุด ละ 10 คะแนน พิจารณาจาก ความถูกต้องในการอ่านจับใจความสาคัญจากเรื่องที่อ่าน 10 คะแนน 6. สร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแบบปรนัยเลือกตอบ 7. นาแผนการสอนและเอกสารประกอบการสอน (ใบความรู้) ไปใช้ในการวิจัย วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล 1. จากการทาแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านโดยใช้ชุดแบบฝึกเสริมทักษะ 2. จากการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ วิธีวิเคราะห์ข้อมูล 1. หาค่าเฉลี่ยและค่าร้อยละจากการวัดผลงานจากการใช้ชุดแบบฝึกเสริมทักษะการอ่าน 2. หาค่าร้อยละของผู้ที่ผ่านเกณฑ์จากการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 1. ค่าเฉลี่ย


2. ค่าร้อยละ ผลการวิจัย (Research Results) ผู้วิจัยนาเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลเป็น 3 ตอน ดังนี้ ตอนที่ 1 หาค่าเฉลี่ยและค่าร้อยละจากการวัดผลงานจากการใช้ชุดแบบฝึกเสริมทักษะการอ่าน ตอนที่ 2 หาค่าร้อยละของผู้ที่ผ่านเกณฑ์จากการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ ตอนที่ 1 หาค่าเฉลี่ยและค่าร้อยละจากการวัดผลงานจากการใช้ชุดแบบฝึกเสริมทักษะการอ่าน ตารางที่ 1 แสดงคะแนนจากการวัดผลงานจากการใช้ชุดแบบฝึกเสริมทักษะการอ่าน เรื่องการพัฒนา ทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้ชุดแบบฝึกเสริมทักษะการอ่าน ของนักเรียน ระดับชั้น ปวช. 1/1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2554 วิทยาลัยเทคโนโลยีศรีธนาพณิชยการ เชียงใหม่ จานวน 20 คน เลขที่ คะแนน เลขที่ คะแนน 1 5 11 8 2 6 12 7 3 8 13 6 4 7 14 8 5 4 15 6 6 8 16 7 7 7 17 8 8 7 18 3 9 8 19 6 10 6 20 7 จากตารางที่ 1 แสดงให้เห็นว่า คะแนนจากการวัดผลงานจากการใช้ชุดแบบฝึกเสริมทักษะการอ่าน นักเรียนได้คะแนนสูงสุด 8 คะแนน ต่าสุด 3 คะแนน ตารางที่ 2 แสดงค่าเฉลี่ยและค่าร้อยละของการวัดผลงานจากการใช้แบบฝึกเสริมทักษะการอ่าน เรื่อง การพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้ชุดแบบฝึกเสริมทักษะ ของ นักเรียนระดับชั้น ปวช. 1/1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2554 วิทยาลัยเทคโนโลยีศรีธนา พณิชยการเชียงใหม่ จานวน 20 คน ประชากร (คน) คะแนนเต็ม คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ ผลงานการใช้แบบฝึกเสริม 20 10 7 70.00 ทักษะการอ่าน


จากตารางที่ 2 พบว่าคะแนนจากการวัดผลงานจากการใช้ชุดแบบฝึกเสริมทักษะได้คะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 7 หรือร้อยละ 70.00 ตอนที่ 2 หาค่าร้อยละของผู้ที่ผ่านเกณฑ์จากการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ ตารางที่ 3 แสดงคะแนนที่ได้จากการวัดผลสัมฤทธิท์ างการเรียน เรื่องการพัฒนาทักษะการอ่านจับ ใจความสาคัญภาษาอังกฤษโดยใช้ชุดแบบฝึกเสริมทักษะ ของนักเรียนระดับชั้น ปวช. 1/1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2554 วิทยาลัยเทคโนโลยีศรีธนาพณิชยการ เชียงใหม่ จานวน 20 คน เลขที่ คะแนน เลขที่ คะแนน 1 6 11 5 2 8 12 7 3 4 13 6 4 7 14 8 5 7 15 9 6 8 16 8 7 4 17 7 8 5 18 7 9 7 19 4 10 6 20 7 จากตารางที่ 2 แสดงให้เห็นว่า คะแนนวัดผลผลสัมฤทธิท์ างการเรียน นักศึกษาได้ คะแนนสูงสุด 9 คะแนน ต่าสุด 4 คะแนน ผ่านเกณฑ์จานวน 17 คนคิดเป็นร้อยละ 82.40 สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ ผลการวิเคราะห์ข้อมูล 1. ผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากการวัดผลงานการใช้ชุดแบบฝึกเสริมทักษะ ของนักเรียนระดับชั้น ปวช. 1/1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2554 วิทยาลัยเทคโนโลยีศรีธนา พณิชยการ เชียงใหม่ พบว่าจากคะแนน เต็ม 10 คะแนน นักศึกษาได้คะแนน สูงสุด 8 คะแนน ต่าสุด 4 คะแนน คิดเป็นค่าเฉลี่ยเท่ากับ 7 หรือร้อยละ 70.00 2. ผลการหาค่าร้อยละของผู้ที่ผ่านเกณฑ์จากการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรูข้ องนักเรียน


ระดับชั้น ปวช. 1/1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2554 วิทยาลัยเทคโนโลยีศรีธนาพณิชยการ เชียงใหม่ พบว่า นักศึกษาได้คะแนนสูงสุด 9 คะแนน ต่าสุด 4 คะแนน ผ่านเกณฑ์จานวน 17 คน คิดเป็น ร้อยละ 82.40

อภิปรายผล 1. จากการที่ผู้เรียนสามารถสรุปใจความสาคัญภาษาอังกฤษจากเรื่องที่อ่านโดยใช้ชุดแบบ ฝึกเสริมทักษะ คิดเป็นค่าเฉลี่ยเท่ากับ 7 หรือร้อยละ 70.00 อาจเนื่องมาจากการที่ผู้เรียนได้มีโอกาสในการคิด วิเคราะห์และสรุปใจความสาคัญในระบบตามขั้นตอนได้คิดและลงมือปฏิบัติอย่างเป็นกระบวนการได้เรียนรู้ การเขียนสรุปใจความสาคัญช่วยในการสรุปความเข้าใจของตนเองเกิดเป็นความคิดรวบยอด (องค์ความรู้) ได้ด้วยตนเอง 2. จากการที่ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านเกณฑ์จานวน 17 คน คิดเป็นร้อยละ 82.40 มีผลมาจากการที่ผู้เรียนได้เรียนรู้กระบวนการในการทาแบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ โดยใช้ชุดแบบฝึก เสริมทักษะที่หลากหลายจนเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง ข้อเสนอแนะ 1. แผนการเรียนรู้โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ชุดแบบฝึกเสริมทักษะ เรื่องการพัฒนา ทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้ชุดแบบฝึกเสริมทักษะ ที่สร้างขึ้นนั้น ผู้สอน สามารถนาไป ใช้สอนและเขียนแผนการจัดการเรียนรู้เรื่องอื่นๆ เพื่อให้การเรียนรู้เป็นไปอย่าง มีประสิทธิภาพและแก้ไขปัญหานักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่าได้ 2. ผู้เรียนควรได้ฝึกทักษะการสร้างความคิดรวบยอดอย่างต่อเนื่อง จะทาให้ผู้เรียนได้เกิดการ เรียนรู้ด้วยตนเองและรู้จักที่จะนาไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวัน 3. ผู้สอนควรจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการคิดวิเคราะห์ในรายวิชาอื่น ๆ จะทาให้ ผู้เรีย น เห็น ความส าคั ญของการคิดวิเ คราะห์เรื่องราวที่ไ ด้อ่าน และนาไปปฏิบัติไ ด้อย่ างมี ประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผล


เอกสารอ้างอิง ทวี โอมาก . ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร 1 . กรุงเทพฯ : เอมพันธ์ จากัด , 2546 สาลี่ ศิลปสธรรม. วิจัยภาษาอังกฤษแบบง่ายๆสไตล์ครูสาลี่. กรุงเทพฯ:สื่อไทยพัฒน์, 2544 สุไร พงษ์ทองเจริญ . www.thaiedresearct.org.online. วันที่ 19 สิงหาคม 2554 สุภัทรา อักษรานุเคราะห์ . www.pds.ac.th. วันที่ 23 กรกฎาคม 2554 ไมตรี บุญทศ. คู่มือการทาวิจัยในโรงเรียน. กรุงเทพฯ:สุวีริยาสาส์น, 2549.

งายวิจัยตัวอย่าง  
Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you