Page 1

บทสรุปผู้บริหาร ด้านรายได้

• เดื อนพฤศจิ กายน 2553 รัฐ บาลจัดเก็บรายได้สุ ทธิ 144,622 ล้ านบาท สู งกว่าประมาณการ 17,128 ล้านบาท หรือร้อยละ 13.4 (สูงกว่าเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 12.0) เป็นผลจากการที่ เศรษฐกิจขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับเงินบาทที่แข็งค่าส่งผลให้มีการนําเข้ารถยนต์เป็น จํ า นวนมาก โดยภาษี ที่ จั ด เก็ บ ได้ สู ง กว่ า เป้ า หมายที่ สํ า คั ญ ได้ แ ก่ ภาษี เ งิ น ได้ นิ ติ บุ ค คล ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีสรรพสามิตรถยนต์ และอากรขาเข้า นอกจากนี้ ภาษีเบียร์ ภาษีสุรา และภาษี ยาสูบ ยังจัดเก็บได้สูงกว่าประมาณการ เนื่องจากผู้ประกอบการคาดว่าจะมีการปรับเพิ่มอัตราภาษี จึงเร่งชําระภาษี • ในช่วง 2 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2554 (ตุลาคม – พฤศจิกายน 2553) รัฐบาลจัดเก็บ รายได้สุทธิ 268,268 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 23,527 ล้านบาท หรือร้อยละ 9.6 (สูงกว่า ช่วงเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 9.6 ) เป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ 3 กรมจัดเก็บภาษีหลัก ยังจัดเก็บรายได้สูงกว่าประมาณการ

ด้านรายจ่าย

• เดือนพฤศจิกายน 2553 รัฐบาลเบิกจ่ายเงินรวมทั้งสิ้น 223,152 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นการ เบิกจ่ายงบประมาณประจําปีงบประมาณ 2554 จํานวน 207,201 ล้านบาท (เป็นรายจ่ายประจํา 196,444 ล้านบาท และรายจ่ายลงทุน 10,757 ล้านบาท) คิดเป็นอัตราการเบิกจ่ายร้อยละ 24.7 ของวงเงินงบประมาณ 2,070,000 ล้านบาท และมีการเบิกจ่ายเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปี จํานวน 15,951 ล้านบาท • ในช่วง 2 เดื อนแรกของปีงบประมาณ 2554 (ตุล าคม – พฤศจิกายน 2553) รัฐบาลเบิ ก จ่ายเงินรวมทั้งสิ้น 430,604 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นการเบิกจ่ายงบประมาณประจําปีงบประมาณ 2554 จํานวน 401,319 ล้านบาท (เป็นรายจ่ายประจํา 386,401 ล้านบาท และรายจ่ายลงทุน 14,918 ล้านบาท) คิดเป็นอัตราการเบิกจ่ายร้อยละ 19.4 ของวงเงินงบประมาณ 2,070,000 ล้านบาท และมีการเบิกจ่ายเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปี จํานวน 29,285 ล้านบาท • เมื่อรวมกับการเบิกจ่ายเงินจากโครงการลงทุนภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 อีก จํานวน 10,244 ล้านบาท ส่งผลให้ในช่วง 2 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2554 รัฐบาลมีการเบิก จ่ายเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจทั้งสิ้น 440,848 ล้านบาท

ฐานะการคลังรัฐบาล

• ดุลการคลังตามระบบกระแสเงินสด ในช่วง 2 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2554 รัฐบาลมีรายได้ นําส่งคลัง 249,864 ล้านบาท และมีการเบิกจ่ายงบประมาณจากงบประมาณปีปัจจุบันและปีก่อน รวม 430,604 ล้านบาท ส่งผลให้ดุลเงินงบประมาณขาดดุลจํานวน 180,740 ล้านบาท เมื่อรวมกับ ดุลเงินนอกงบประมาณที่ขาดดุล 45,105 ล้านบาท ทําให้ดุลเงินสดขาดดุลทั้งสิ้น 225,845 ล้านบาท รัฐบาลได้ชดเชยการขาดดุลโดยการออกพันธบัตร จํานวน 36,021 ล้านบาท ส่งผลให้ดุลเงินสด หลังการกู้เงินขาดดุลทั้งสิ้น 189,824 ล้านบาท

1 สํานักนโยบายการคลัง


• ดุลการคลังของรัฐบาลตามระบบ สศค. ในช่วง 2 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2554 รัฐบาลมี รายได้ ทั้ ง สิ้ น 269,629 ล้ า นบาท และมี ร ายจ่ า ยทั้ ง สิ้ น 430,456 ล้ า นบาท ส่ ง ผลให้ ดุ ล เงิ น งบประมาณขาดดุลทั้งสิ้น 160,826 ล้านบาท เมื่อรวมกับดุลบัญชีเงินนอกงบประมาณที่เกินดุล 25,047 ล้านบาท และรายจ่ายจากเงินกู้ต่างประเทศและโครงการไทยเข้มแข็ง จํานวน 51 และ 10,244 ล้านบาท ตามลําดับ แล้วทําให้ดุลการคลังของรัฐบาลขาดดุลทั้งสิ้น 146,075 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 1.5 ของ GDP

ฐานะการคลัง อปท.

• ฐานะการคลั ง ขององค์ ก รปกครองส่ ว นท้ อ งถิ่ น ณ ไตรมาสที่ 4 ประจํ า ปี ง บประมาณ 2553 ประมาณการว่าจะมีรายได้รวม 76,272 ล้านบาท (รายได้ที่จัดเก็บเอง 7,874 ล้านบาท รายได้จาก การจัดสรรภาษีที่รัฐบาลจัดเก็บและแบ่งให้ 52,928 ล้านบาท และรายได้จากเงินอุดหนุน 15,470 ล้านบาท) และคาดว่ามีรายจ่าย จํานวน 73,150 ล้านบาท ส่งผลให้ดุลการคลังของ อปท. เกินดุล 3,122 ล้านบาท • ฐานะการคลังขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประจําปีงบประมาณ 2553 มีรายได้ จํานวน 348,915 ล้านบาท (รายได้ที่จัดเก็บเอง 37,030 ล้านบาท รายได้จากการจัดสรรภาษีที่รัฐบาลจัดเก็บและแบ่งให้ 171,900 ล้านบาท และรายได้จากเงินอุดหนุน 139,895 ล้านบาท) และมีรายจ่ายรวมทั้งสิ้น 390,171 ล้านบาท ส่งผลให้ดุลการคลังของ อปท. ขาดดุล 41,257 ล้านบาท

สถานะหนี้สาธารณะ

• หนี้สาธารณะคงค้างของรัฐบาล ณ สิ้นเดือนตุลาคม 2553 มีจํานวน 4,201.3 พันล้านบาท คิดเป็น ร้อยละ 41.7 ของ GDP โดยร้อยละ 91.3 ของหนี้สาธารณะคงค้างเป็นหนี้ในประเทศ และส่วนที่เหลือ ร้อยละ 8.7 เป็นหนี้ต่างประเทศ • หนี้ระยะยาวมีจํานวน 4,063.6 พันล้านบาท ส่วนหนี้ระยะสั้นมีจํานวน 137.8 พันล้านบาท คิดเป็น ร้อยละ 96.7 และ 3.3 ของหนี้สาธารณะคงค้าง ตามลําดับ

กรอบความยั่งยืนทางการคลัง (60 - 15 – 0 – 25)

• กระทรวงการคลังได้กําหนดกรอบความยั่งยืนทางการคลัง โดยมีตัวชี้วัดประกอบด้วย สัดส่วนหนี้ สาธารณะคงค้างต่อ GDP ไม่เกินร้อยละ 60 ภาระหนี้ต่องบประมาณไม่เกินร้อยละ 15 จัดทํางบประมาณ สมดุล และสัดส่วนงบลงทุนต่องบประมาณไม่ต่ํากว่าร้อยละ 25 • กรอบความยั่งยืนในระยะปานกลาง (ปีงบประมาณ 2554 – 2558) - รัฐบาลยังสามารถรักษาสัดส่วนหนี้สาธารณะคงค้างต่อ GDP ไม่ให้เกินร้อยละ 60 ไว้ได้ แม้ว่ารัฐบาลจะต้องมีการกู้ยืมเพิ่มสูงขึ้นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในภาวะที่เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว ทั้งในส่วนของ การขาดดุลงบประมาณรายจ่ายประจําปี และการกู้ยืมเพื่อดําเนินการแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งฯ - รัฐบาลยังสามารถรักษาสัดส่วนภาระหนี้ต่องบประมาณไม่ให้เกินร้อยละ 15 - รัฐบาลไม่สามารถจัดทํางบประมาณสมดุลในปีงบประมาณ 2554 ได้ เนื่องจากยังมีความ จําเป็นต้องจัดทํางบประมาณแบบขาดดุล เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และจากสภาวการณ์ในปัจจุบันคาดว่า จะต้องจัดทํางบประมาณแบบขาดดุลอย่างต่อเนื่องระหว่างปีงบประมาณ 2554 – 2558

สํานักนโยบายการคลัง 2


- รัฐบาลไม่สามารถรักษาสัดส่วนงบลงทุนต่องบประมาณรายจ่ายให้ไม่ต่ํากว่าร้อยละ 25 ในปีงบประมาณ 2554 ได้ แต่จะยังคงเป้าหมายการรักษาตัวชี้วัดดังกล่าวตั้งแต่ปี 2555

การดําเนินกิจกรรมกึ่งการคลังผ่าน SFIs ของรัฐบาล รัฐบาลได้ดําเนินมาตรการกิจกรรมกึ่งการคลังผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจโดยการปล่อยสินเชื่อให้ โครงการต่างๆ ซึ่งในปัจจุบันได้มีการปล่อยสินเชื่อเพื่อสนับสนุนมาตรการต่างๆ เช่น มาตรการเพื่อสนับสนุน กิจการ SMEs มาตรการเพื่อสนับสนุนผู้มีรายได้น้อยให้มีที่อยู่อาศัย และมาตรการเพื่อสนับสนุนการ ประกอบอาชีพระดับฐานราก ผลการปล่อยสินเชื่อและค้ําประกันสินเชื่อ ในไตรมาส 3 ปี 2553 (เดือนกรกฎาคม – กันยายน 2553) มีจํานวน 53,941.4 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วร้อยละ 10.5 และมีการปล่อย สิน เชื่ อ และการค้ํ า ประกันสิ น เชื่อ สะสมตั้ง แต่ เริ่ ม โครงการ จนถึง ณ สิ้ น ไตรมาส 3 ปี 2553 จํ า นวน 1,087,183.7 ล้านบาท ทั้งนี้ ณ สิ้นไตรมาสที่ 3 ปี 2553 มียอดสินเชื่อคงค้าง จํานวน 353,214.8 ล้านบาท โดยเป็นหนี้ ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) จํานวน 33,436.7 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 9.5 ของยอดสินเชื่อคงค้าง และ มีภาระค้ําประกันหนี้จัดชั้นด้อยคุณภาพ (NPGs) ของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) จํานวน 4,537.1 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 6.9 ของยอดค้ําประกันคงค้าง

การกระจายอํานาจทางการคลังให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

• ความคืบ หน้าการพิ จารณาทบทวนหลักเกณฑ์ก ารจัดสรรภาษีและเงิ น อุดหนุนทั่วไปให้ แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 คณะกรรมการกระจายอํ า นาจให้ แ ก่ อ งค์ ก รปกครองส่ ว นท้ อ งถิ่ น เมื่ อ การประชุ ม วั น ที่ 16 พฤศจิกายน 2553 ได้กําหนดหลักเกณฑ์การจัดสรรภาษีและเงินอุดหนุนทั่วไปให้แก่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น (อปท.) สําหรับปีงบประมาณ 2554 ดังนี้ 1. การจัดสรรภาษีที่รัฐจัดเก็บและแบ่งให้ ให้จัดสรรตามหลักเกณฑ์เช่นเดียวกับในปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 แต่อย่างไรก็ดี ได้ปรับแนวทางปฏิบัติการจัดสรรภาษีมูลค่าเพิ่มตาม พ.ร.บ.กําหนดแผนฯ เพื่อให้ อปท. ได้รับเงินจัดสรรที่เร็วขึ้น คือ เปลี่ยนจากการจัดสรรราย 2 เดือน เป็นรายเดือน โดยให้กรมสรรพากร ทําเรื่องขอถอนเงินกับกรมบัญชีกลางในครั้งเดียว แทนการขออนุมัติถอนเงินทุกงวดที่มีการจัดสรร สําหรับ การส่งมอบเงินภาษีมูลค่าเพิ่มเพื่อกระจายให้ อปท. เปลี่ยนจากส่งให้กระทรวงมหาดไทย เป็นส่งมอบให้กรม ส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นแทน เพื่อลดขั้นตอนการขออนุมัติ นอกจากนี้ ได้ริเริ่มให้นําส่งเงินภาษีฯ ให้ อปท. แต่ละแห่งผ่านระบบบริหารการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์ (GFMIS) ซึ่งจะต้องเตรียม ความพร้อมต่อไป 2. การจั ดสรรเงินอุ ดหนุ นทั่ วไป จํานวนทั้งสิ้ น 80,029 ล้านบาท แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ เงิ น อุดหนุน ตามอํ า นาจหน้ าที่ (จํ า นวน 52,062.6 ล้ านบาท) และเงินอุ ดหนุ น เพื่อดํ าเนิ นภารกิจ ถ่ า ยโอน (จํานวน 27,966.4 ล้านบาท) โดยจัดสรรตามหลักเกณฑ์เดียวกับปีที่ผ่านมา

3 สํานักนโยบายการคลัง


มติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับภาคการคลังที่สําคัญ ระหว่างวันที่ 7 – 28 ธันวาคม 2553 1. เรื่อ ง โครงการสิ น เชื่ อเพื่ อ ช่ว ยเหลื อผู้ ป ระกอบอาชี พ อิ ส ระรายย่ อ ยที่ไ ด้รั บ ผลกระทบจาก อุทกภัยและวาตภัยปี 2553 คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2553 เห็นชอบโครงการสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบ อาชีพอิสระรายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยและวาตภัย ปี 2553 เพื่อให้ผู้ประกอบอาชีพอิสระราย ย่ อยมี แ หล่ งเงิ นทุ นสํ าหรั บฟื้น ฟู ความเสี ย หาย สามารถประกอบอาชี พสร้ างรายได้ อย่า งต่อ เนื่อง โดย ดําเนินการผ่านธนาคารออมสิน ในวงเงินสินเชื่อ 2,000 ล้านบาท (ต่อรายไม่เกิน 50,000 บาท) ระยะการ กู้ยืมสูงสุดไม่เกิน 5 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 0.5 ต่อเดือนตลอดอายุสัญญา และในการประชุมเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2553 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบโครงการสินเชื่อเพื่อ ช่วยเหลื อผู้ ประกอบอาชี พอิสระย่ อยที่ ได้ รั บผลกระทบจากอุท กภัยและวาตภัย ปี 2553 เพื่ อปรั บปรุ ง ซ่อมแซมบ้านเรือน อุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ หรือเป็นทุนหมุนเวียน ผ่านธนาคารอิสลามแห่งประเทศ ไทย (ธอท.) ในวงเงิน 500 ล้านบาท โดยวงเงินสินเชื่อต่อรายไม่เกิน 100,000 บาท ระยะเวลาการให้สินเชื่อ ไม่เกิน 5 ปี อัตรากําไรหรือค่าธรรมเนียมคงที่ ร้อยละ 0.5 ต่อเดือนและไม่ต้องมีหลักประกัน ทั้งนี้ เงินที่ใช้ ในการปล่อยสินเชื่อของโครงการฯ ให้ ธอท. เป็นผู้จัดหาเอง 2. เรื่อง การแข็งค่าของเงินบาท คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2553 เห็นชอบแนวทางการดําเนินงานของหน่วยงาน ภาครั ฐ ที่ได้ รับ ประโยชน์ จ ากการแข็ งค่ า เงิ น บาทจากค่ าใช้ จ่า ยที่ เกี่ ย วกั บเงิ น ตราต่า งประเทศ จํ า นวน 61,106.27 ล้านบาท และจากรายจ่ายที่ต้องจ่ายเป็นเงินตราต่างประเทศ จํานวน 14,380.58 ล้านบาท โดย ให้หน่วยงานภาครัฐที่ได้รับประโยชน์นําเงินที่ประหยัดได้ไปดําเนินภารกิจที่เป็นนโยบายสําคัญของรัฐบาลที่อยู่ ในความรับผิดชอบของหน่วยงานนั้นๆ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาอุทกภัยและอุบัติภัยอื่นๆ เป็นลําดับแรก 3. เรื่อง โครงการไปรษณีย์เพื่อสินเชื่อรายย่อย คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2553 เห็นชอบหลักการในการจัดตั้งบริษัทในเครือของ บริษัทไปรษณีย์ไทย จํากัด (ปณท) เพื่อดําเนินโครงการไปรษณีย์เพื่อสินเชื่อรายย่อย สําหรับโครงการ ดังกล่าวเป็นการเพิ่มโอกาสการเข้าถึงแหล่งทุนของประชาชนผู้มีรายได้น้อย และช่วยแก้ไขปัญหาหนี้นอก ระบบตามนโยบายรัฐบาล ทั้งนี้ ให้ ปณท. จัดตั้งบริษัทในเครือโดยถือหุ้นร้อยละ 100 ทุนจดทะเบียนจัดตั้ง บริษัท 50 ล้านบาท จาก ปณท. และให้กระทรวงการคลังพิจารณาจัดหาเงินทุนหมุนเวียนสําหรับดําเนิน โครงการฯ โดยวงเงิ น กู้ แ ละอั ต ราดอกเบี้ ย จะขึ้ น กั บ การพิ จ ารณารู ป แบบของผลิ ต ภั ณ ฑ์ ซึ่ ง จะมี ค วาม หลากหลายให้เ หมาะสมกั บกลุ่ ม เป้าหมาย ในเบื้องต้น ให้ดําเนินการนําร่องให้ ทั่วทุกภาคของประเทศ ประมาณ 10 สาขา 4. เรื่อง แหล่งเงินทุนโครงการก่อสร้างโรงงานผลิตยาสูบแห่งใหม่ คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2553 อนุมัติหลักการให้โรงงานยาสูบใช้แหล่งเงินทุนจาก เงินรายได้ดําเนินโครงการก่อสร้างโรงงานผลิตยาสูบแห่งใหม่ โดยให้กระทรวงการคลังพิจารณาความ เหมาะสมของอัตราการนําส่งใหม่ (เดิมนําส่งร้อยละ 88 ของกําไรสุทธิ) ตั้งแต่การพิจารณาพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําปี 2555 เป็นต้นไป

สํานักนโยบายการคลัง 4


5. เรื่อง เป้าหมายของนโยบายการเงินประจําปี 2554 คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2553 อนุมัติเป้าหมายของนโยบายการเงินประจําปี 2554 ไว้ที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเฉลี่ยรายไตรมาสอยู่ระหว่าง 0.5 – 3.0 ต่อปี หากอัตราเงินเฟ้อฯ ดังกล่าวออก นอกเป้าหมาย ให้คณะกรรมการนโยบายการเงินชี้แจงถึงสาเหตุ แนวทางแก้ไข และระยะเวลาในการแก้ไข นอกจากนี้ให้มีการหารือร่วมกันระหว่างกระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นประจําทุก ไตรมาสหรือเมื่อมีเหตุจําเป็น เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนโยบายการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ 6. เรื่ อ ง มาตรการลดภาระค่ า ครองชี พ ของประชาชน (ตั้ ง แต่ วั น ที่ 1 มกราคม 2554 – 28 กุมภาพันธ์ 2554) คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2553 อนุมัติให้ขยายระยะเวลาดําเนินมาตรการลดภาระ ค่าครองชีพของประชาชนจนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2554 ซึ่งประกอบไปด้วยมาตรการลดค่าใช้จ่ายไฟฟ้า ของครัวเรือน มาตรการลดค่าใช้จ่ายเดินทางรถโดยสารประจําทาง มาตรการลดค่าใช้จ่ายเดินทางโดยรถไฟ ชั้น 3 ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายในการขยายระยะเวลาการดําเนินมาตรการฯ ประมาณ 3,085.88 ล้านบาท 7. เรื่อง มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการควบรวมกิจการ กรณีการยกเว้นภาษีเงินได้สําหรับเงิน ปันผล คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2553 เห็นชอบมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการควบรวม กิจการ กรณีการยกเว้นภาษีเงินได้สําหรับเงินปันผล และอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความ ในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่..) พ.ศ. .... โดยร่างกฎหมายดังกล่าว เป็นการยกเว้น ภาษีเงินได้สําหรับเงินปันผลที่ได้จากบริษัทที่ตั้งขั้นตามกฎหมายไทย หรือเงินส่วนแบ่งกําไรที่ได้จากกองทุน รวมที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ 8. เรื่อง กําหนดให้มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการปรับปรุงโครงสร้างองค์กรเป็นมาตรการถาวร คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2553 เห็นชอบมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการปรับปรุง โครงสร้างองค์กรเป็นมาตรการถาวร รวมทั้งอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวล รั ษ ฎากร ว่ า ด้ ว ยการยกเว้ น รั ษ ฎากร (ฉบั บ ที่ . .) พ.ศ. ....โดยร่ า งกฎหมายดั ง กล่ า ว เป็ น การยกเว้ น ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ ให้แก่ผู้ประกอบกิจการที่เป็นบริษัทมหาชนจํากัด หรือ บริษัทจํากัดที่เป็นบริษัทในเครือเดียวกัน สําหรับมูลค่าของฐานภาษี รายรับ หรือการกระทําตราสารที่เกิด จากการโอนกิจการบางส่วนให้แก่กัน 9. เรื่อง การขยายระยะเวลาการให้สิทธิประโยชน์ในการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2553 เห็นชอบการขยายระยะเวลาการให้สิทธิประโยชน์ ในการปรั บ ปรุ ง โครงสร้ า งหนี้ ทั้ ง ด้ า นภาษี อ าการและค่ า ธรรมเนี ย ม ได้ แ ก่ การยกเว้ น ภาษี เ งิ น ได้ ภาษี มู ล ค่ า เพิ่ ม ภาษี ธุ ร กิ จ เฉพาะ อากรแสตมป์ และลดหย่ อ นค่ า ธรรมเนี ย มการโอนและการจํ า นอง อสังหาริมทรัพย์ เหลือร้อยละ 0.01

5 สํานักนโยบายการคลัง


10. เรื่อง การขอตั้งงบประมาณเพื่อจัดตั้งหน่วยระวังภัยทางเศรษฐกิจของอาเซียน คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2553 อนุมัติให้สํานักงานเศรษฐกิจการคลังเบิกจ่าย งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 งบกลาง รายการเงินสํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือ จําเป็น จํานวน 4,490,000 บาท หรือ 144,352 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนําไปชําระเงินสําหรับการจัดตั้งหน่วย ระวังภัยทางเศรษฐกิจของอาเซียน (Macroeconomic and Finance Surveillance Office : MFSO)

สํานักนโยบายการคลัง 6


สถานการณ์ด้านการคลัง รวมทั้งปี งบประมาณ 2553 I รายได้ 1. ตามหน่วยงาน 1.1 กรมสรรพากร (อัตราเพิ่มจากปีที่แล้ว%) 1.2 กรมสรรพสามิต (อัตราเพิ่มจากปีที่แล้ว%) 1.3 กรมศุลกากร (อัตราเพิ่มจากปีที่แล้ว%) 1.4 รัฐวิสาหกิจ (อัตราเพิ่มจากปีที่แล้ว%) 1.5 หน่วยงานอื่น (อัตราเพิ่มจากปีที่แล้ว%) - ส่วนราชการอื่น - กรมธนารักษ์ 1.6 รวมรายได้จัดเก็บ (อัตราเพิ่มจากปีที่แล้ว%) 1.7 รวมรายได้สุทธิ (หลังหักอปท.) (อัตราเพิ่มจากปีที่แล้ว%) 2. ตามฐานภาษี 2.1 เงินได้ (อัตราเพิ่มจากปีที่แล้ว%) 2.2 การบริโภค (อัตราเพิ่มจากปีที่แล้ว%) 2.3 การค้าระหว่างประเทศ (อัตราเพิ่มจากปีที่แล้ว%) II รายจ่าย 1.รายจ่ายรัฐบาลจากงบประมาณ (อัตราเพิ่มจากปีที่แล้ว%) 1.1 งบประมาณปีปัจจุบัน (อัตราเพิ่มจากปีที่แล้ว%) 1.2 งบประมาณปีก่อน 2. รายจ่ายของกองทุนนอกงบประมาณ (15 กองทุน) 1/ - รายจ่าย - เงินให้กู้ยืมสุทธิ 3. รายจ่ายจากเงินกู้ต่างประเทศ (อัตราเพิ่มจากปีที่แล้ว%) 4. รายจ่ายของอปท. 5. รายจ่ายลงทุนของรัฐวิสาหกิจ III ดุลการคลัง 1. ดุลการคลังตามระบบกระแสเงินสด 2. ดุลการคลังภาครัฐบาลตามระบบ สศค. 2/ - รัฐบาล - อปท. IV ยอดหนี้สาธารณะ 1. หนี้รัฐบาลกู้ตรง 2. หนี้รัฐวิสาหกิจ 3. หนี้ของหน่วยงานภาครัฐอื่น 4. หนี้ FIDF 5. รวม 6. หนี้คงค้าง/GDP (ปีปฏิทิน)% 7. หนี้ที่เป็นภาระงบประมาณ/GDP (ปีปฏิทิน)%

ก.ค.-53

ปีงบประมาณ 2553 ส.ค.-53 ก.ย.-53

หน่วย : พันล้านบาท ปีงบประมาณ 2554 รวม ต.ค. 53 พ.ย. 53 ต.ค พ.ย 53

1,264.6 11.1 405.9 39.4 97.1 21.0 91.6 5.7 135.8 55.1 131.9 3.9 1,995.0 18.4 1,678.9 19.0 730.5 7.3 907.6 25.6 93.7 20.7 1,784.4 (6.9) 1,627.9 (9.1) 156.5

83.6 19.7 34.6 19.4 8.3 20.3 7.6 (10.4) 4.0 26.8 3.9 0.1 138.1 17.7 118.0 17.1

222.6 27.1 32.7 17.6 8.0 22.2 9.0 55.9 9.3 (14.2) 9.1 0.2 281.6 24.6 245.4 21.0

80.6 17.6 32.3 13.0 8.0 2.9 9.3 (7.0) 4.0 (31.9) 3.6 0.4 134.2 11.1 84.7 4.3

79.3 9.8 32.5 3.8 7.6 (2.2) 18.0 29.4 4.8 (11.0) 4.7 0.1 142.3 8.9 123.6 6.9

100.5 17.8 36.3 8.0 9.1 0.1 5.7 21.9 13.7 6.0 13.3 0.3 165.2 13.5 144.6 12.0

179.8 (21.9) 68.8 (31.8) 16.7 (34.3) 23.7 12.0 18.5 (19.8) 18.0 0.4 307.4 (23.3) 268.3 (23.1)

37.6 25.2 77.5 16.7 8.0 22.1

175.7 28.7 76.7 19.3 7.8 23.0

34.7 26.3 74.6 10.2 7.9 2.8

34.1 11.1 74.3 5.0 7.5 (1.2)

52.1 21.8 81.2 9.6 8.9 5.7

86.3 17.3 155.4 7.4 16.4 2.5

142.6 (13.1) 135.1 (14.9) 7.5

110.1 (22.5) 103.3 (24.5) 6.8

192.7 (2.1) 182.4 (2.4) 10.3

207.5 (129.6) 194.1 (142.2) 13.3

223.2 (18.3) 207.2 (24.7) 16.0

430.6 (54.4) 401.3 (63.0) 29.3

302.6 279.6 23.0 1.0 (18.0) (97.1)

22.0 20.9 1.2 0.1 (15.5)

15.9 12.8 3.1 (106.8)

26.8 25.0 1.8 (232.9)

21.9 20.1 1.8 (43.4)

22.1 18.0 4.1 (174.9)

44.0 38.1 5.9 (568.3)

(12.0)

42.8

35.5

(108.0)

(117.8)

(225.8)

(16.1)

135.6

(88.5)

(66.6)

79.4

146.0

2,909.6 1,280.4 61.6 4,251.6 42.2 31.3

2,993.5 1,271.6 61.1 4,226.7 42.4 31.6

2,907.5 1,261.2 62.1 4,230.7 42.0 30.5

2,891.7 1,247.6 62.1 4,201.3 41.7 30.3

(88.5) 2,907.5 1,261.2 62.1 4,230.7 42.0 30.5

หมายเหตุ 1/ ประกอบด้วย กองทุนประกันสังคม กองทุนเงินทดแทน กองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง กองทุนหมุนเวียนการผลิตเหรียญกษาปณ์และการทําของ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา กองทุนเงินทุนค่าธรรมเนียมผ่านทาง กองทุนส่งเสริมวิสาหกิจ กองทุนอ้อยและน้ําตาล กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง กองทุนส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน กองทุนเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กองทุนช่วยเหลือเกษตรกร กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ กองทุนสนับสนุนการวิจัย 2/ ดุลการคลังภาครัฐบาลตามระบบสถิติเพื่อการศึกษาและวิเคราะห์นโยบายการคลัง (สศค.) เป็นผลรวมของดุลการคลังรัฐบาล และดุลการคลังของ อปท. รวบรวมโดย : ส่วนนโยบายการคลังและงบประมาณ สํานักนโยบายการคลัง สํานักงานเศรษฐกิจการคลัง

7 สํานักนโยบายการคลัง


สถานการณ์ด้านรายได้ • เดือนพฤศจิกายน 2553 รัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิ 144,622 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 17,128 ล้านบาท หรือร้อยละ 13.4 (สูงกว่าเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 12.0) ตารางสรุปรายได้รัฐบาลเดือนพฤศจิกายน 2553* หน่วย: ล้านบาท เทียบปีนี้กับ เทียบปีนี้กับ ที่มาของรายได้ ปีนี้ ประมาณการ ปีที่แล้ว (%) (%) กรมสรรพากร 100,485 15.9 17.8 กรมสรรพสามิต 36,275 10.9 8.0 กรมศุลกากร 9,061 13.4 0.1 รัฐวิสาหกิจ 5,688 22.9 21.9 หน่วยงานอืน่ 13,673 -4.6 6.0 รายได้สทุ ธิ** 144,622 13.4 12.0 หมายเหตุ * ตัวเลขเบื้องต้น ณ วันที่ 8 ธันวาคม 2553 ** รายได้สุทธิหลังหักการจัดสรร อปท.

เดือนพฤศจิกายน 2553 รัฐบาลจัดเก็บ รายได้สุทธิ 144,622 ล้านบาท สูงกว่าประมาณ การ 17,128 ล้านบาท หรือร้อยละ 13.4 (สูงกว่าเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 12.0) เป็นผลจากการที่เศรษฐกิจขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทําให้การจัดเก็บภาษีโดยรวมสูงกว่าเป้าหมาย ในอัตราค่อนข้างสูง ประกอบกับเงินบาทที่แข็งค่า ส่งผลให้มีการนําเข้ารถยนต์เป็นจํานวนมาก ภาษีที่จัดเก็บได้สูงกว่าเป้าหมายที่สําคัญ ได้แก่ ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษี สรรพสามิตรถยนต์ และอากรขาเข้า จัดเก็บได้ สูงกว่าประมาณการ 9,824 3,298 2,195 และ 1,118 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 35.8 7.9 39.9 และ 14.4 ตามลําดับ นอกจากนี้ ภาษีเบียร์ ภาษีสุรา และภาษียาสูบ ยังจัดเก็บได้สูงกว่า ประมาณการร้อยละ 12.8 9.1 และ 7.1 ตามลําดับ เนื่องจากผู้ประกอบการคาดว่าจะมี การปรับเพิ่มอัตราภาษีจึงเร่งชําระภาษี (รายละเอียดตามตารางที่ 1)

ผลการจัดเก็บรายได้รัฐบาลประจําปีงบประมาณ 2554 (เดือนตุลาคม 2553 - พฤศจิกายน 2553) ล้านบาท 300,000 250,000 200,000 150,000

144,622 123,641

100,000 50,000 0 ตค.

พ.ย.

ธ.ค.

ม.ค.

ก.พ. จัดเก็บ 53

มี.ค.

เม.ย. ปมก. 54

พ.ค.

มิ.ย.

ก.ค.

ส.ค.

ก.ย.

จัดเก็บ 54

สํานักนโยบายการคลัง 8


ในช่วง 2 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2554 (ตุลาคม – พฤศจิกายน 2553) รัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิ 268,268 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 23,527 ล้านบาท หรือร้อยละ 9.6 (สูงกว่าช่วงเดียวกันปีทแี่ ล้วร้อยละ 9.6)

ผลการจัดเก็บรายได้แยกตามหน่วยงาน จัดเก็บสรุปได้ ดังนี้

ƒ กรมสรรพากร จัดเก็บได้รวม ตารางสรุปรายได้รัฐบาล 179,762 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ ปีงบประมาณ 2554 (ตุลาคม 2553 – พฤศจิกายน 2553)* 18,485 ล้านบาท หรือร้อยละ 11.5 (สูงกว่า หน่วย: ล้านบาท ช่วงเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 14.1) ภาษีที่จดั เก็บ เทียบปีนี้กับ เทียบปีนี้กับ ได้สูงกว่าประมาณการที่สําคัญ ได้แก่ ที่มาของรายได้ ปีนี้ ประมาณการ ปีที่แล้ว ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่มสูงกว่า (%) (%) ประมาณการ 11,586 และ 4,056 ล้านบาท กรมสรรพากร 179,762 11.5 14.1 กรมสรรพสามิต 68,810 6.9 6.0 หรือร้อยละ 26.9 และ 4.9 ตามลําดับ ทั้งนี้ กรมศุลกากร 16,700 3.9 -1.0 ภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บจากการนําเข้า รัฐวิสาหกิจ 23,706 8.1 27.5 จัดเก็บได้สูงกว่าประมาณการร้อยละ 12.6 หน่วยงานอื่น 18,460 2.6 1.0 รายได้สุทธิ ** 268,268 9.6 9.6 และภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บจากการบริโภค หมายเหตุ: * ตัวเลขเบื้องต้น ณ วันที่ 8 ธันวาคม 2553 ในประเทศจัดเก็บได้ สูงกว่าประมาณการ ** รายได้สุทธิหลังจัดสรรให้ อปท. ร้อยละ 4.4 ล้านบาท 300,000

ผลการจัดเก็บรายได้ของ 3 กรมในสังกัดกระทรวงการคลัง ปีงบประมาณ 2554 (เดือนตุลาคม 2553 - พฤศจิกายน 2553) จัดเก็บ 53 ประมาณการ 54 จัดเก็บ 54

265,272 241,735 239,316

250,000

200,000

179,762 161,277 157,525

150,000

100,000 64,926 64,378 68,810 50,000 16,865 16,080 16,700 0 กรมสรรพากร

กรมสรรพสามิต

9 สํานักนโยบายการคลัง

กรมศุลกากร

รวม 3 กรม

ƒ กรมสรรพสามิต จัดเก็บได้รวม 68,810 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 4,432 ล้านบาท หรือร้อยละ 6.9 (สูงกว่าช่วงเดียวกัน ปีที่แล้วร้อยละ 6.0) เป็นผลจากการนําเข้า รถยนต์ที่เพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากการแข็งค่าของ เงินบาท รวมทั้งรถในประเทศยังมียอดจําหน่ายใน ระดับสูง ทําให้จัดเก็บภาษีสรรพสามิตรถยนต์สูง กว่าประมาณการ 3,267 ล้านบาท หรือร้อยละ 30.0 นอกจากนี้ผู้ประกอบการเกี่ยวกับการผลิต สุราและยาสูบคาดว่าอาจจะมีการปรับเพิ่มอัตรา ภาษีเบียร์ ภาษีสุรา และภาษียาสูบ จึงมีการเร่ง ชําระภาษี ส่งผลให้จัดเก็บภาษีดังกล่าวได้สูงกว่า ประมาณการ 680 674 และ 109 ล้านบาท หรือ ร้อยละ 7.0 9.6 และ 1.3 ตามลําดับ อย่างไร ก็ดี ผลกระทบจากการเกิดอุทกภัยในหลาย จังหวัดทําให้ปริมาณความต้องการใช้น้ํามันเพื่อ การขนส่งคมนาคมลดลง ส่งผลให้การจัดเก็บ ภาษีน้ํามันต่ํากว่าประมาณการ 560 ล้านบาท


ƒ กรมศุลกากร จัดเก็บได้รวม 16,700 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 620 ล้านบาท หรือร้อยละ 3.9 (ต่ํากว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้ว ร้อยละ 1.0) เนื่องจากจัดเก็บอากรขาเข้า ได้สูงกว่าประมาณการ 723 ล้านบาท หรือ ร้อยละ 4.6 อย่างไรก็ดี การขยายตัวของมูลค่า การนําเข้าเริ่มชะลอตัวลงจากปีงบประมาณ 2553 ทั้งในรูปของดอลลาร์สหรัฐฯ และเงินบาท ซึ่งมีค่าเฉลี่ยเท่ากับร้อยละ 30.3 และ 23.3 ตามลําดับ โดยในเดือนตุลาคม 2553 อัตราการ ขยายตัวของมูลค่าการนําเข้าในรูปของดอลลาร์ สหรัฐฯ เท่ากับร้อยละ 13.5 ประกอบกับค่าเงิน บาทที่แข็งค่าขึน้ ส่งผลให้อัตราการขยายตัวของ มูลค่าการนําเข้าในรูปเงินบาท เท่ากับร้อยละ 3.6 ƒ รัฐวิสาหกิจ นําส่งรายได้ 23,706 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 1,772 ล้านบาท หรือร้อยละ 8.1 (สูงกว่าช่วงเดียวกันปีทแี่ ล้ว ร้อยละ 27.5) เป็นผลจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิต แห่งประเทศไทย และการไฟฟ้านครหลวงนําส่ง รายได้จากกําไรสุทธิปี 2553 สูงกว่าประมาณการ 2,039 และ 1,379 ล้านบาท ตามลําดับ อย่างไร ก็ดี การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ทยอยนําส่งรายได้ จํานวน 3,545 ล้านบาท ออกเป็น 3 งวด โดยเริ่ม ชําระงวดแรกในเดือนพฤศจิกายน 2553 จํานวน 1,000 ล้านบาท (จากทีป่ ระมาณการว่าจะนําส่ง 2,923 ล้านบาทในเดือนตุลาคม 2553) และ กสท โทรคมนาคม จํากัด (มหาชน) จ่ายเงินปัน ผลต่ํากว่าประมาณการ 803 ล้านบาท ƒ หน่วยงานอื่น จัดเก็บรายได้รวม 18,460 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 467 ล้านบาท หรือร้อยละ 2.6 (สูงกว่าช่วงเดียวกัน ปีที่แล้วร้อยละ 1.0) เนื่องจากจัดเก็บรายได้จาก กิจการสัมปทานปิโตรเลียมสูงกว่าประมาณการ 459 ล้านบาท

สํานักนโยบายการคลัง 10


ƒ การคืนภาษีของกรมสรรพากร จํานวน 35,472 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 2,051 ล้านบาท หรือร้อยละ 6.1 โดยเป็นการคืน ภาษีมูลค่าเพิ่ม 29,398 ล้านบาท และการคืน ภาษีอื่น 6,074 ล้านบาท (รายละเอียดตามตารางที่ 2)

11 สํานักนโยบายการคลัง


ตารางที่ 1 ผลการจัดเก็บรายได้รัฐบาลเบื้องต้น เดือนพฤศจิกายน 2553

1/ หน่วย : ล้านบาท

ที่มาของรายได้

ปีนี้

ปีที่แล้ว

เปรียบเทียบปีนี้กับปีที่แล้ว

ปมก.ตามเอกสาร

จํานวน

งปม.ทั้งปีเท่ากับ

ร้อยละ

เปรียบเทียบปีนี้กับ ปมก. เอกสาร งปม.

จํานวน

ร้อยละ

1,650,000 ล้านบาท

100,485

85,297

15,188

17.8

86,710

13,775

15.9

14,092 37,272 781 44,973 2,605 738 24 36,275

13,343 28,856 624 40,515 1,286 655 18 33,593

749 8,416 157 4,458 1,319 83 6 2,682

5.6 29.2 25.2 11.0 102.6 12.7 33.3 8.0

13,937 27,448 1,141 41,675 1,847 644 18 32,702

155 9,824 (360) 3,298 758 94 6 3,573

1.1 35.8 (31.6) 7.9 41.0 14.6 33.3 10.9

12,431 4,701 4,085 5,629 7,701 1,073 169 182 167 83 54

12,279 4,203 3,889 5,428 6,113 1,077 147 166 164 86 41

152 498 196 201 1,588 (4) 22 16 3 (3) 13

1.2 11.8 5.0 3.7 26.0 (0.4) 15.0 9.6 1.8 (3.5) 31.7

12,521 4,391 3,745 4,991 5,506 1,019 104 159 138 81 47

(90) 310 340 638 2,195 54 65 23 29 2 7

(0.7) 7.1 9.1 12.8 39.9 5.3 62.5 14.5 21.0 2.5 14.9

9,061

9,053

8

0.1

7,990

1,071

13.4

8,908 35 118

8,453 5 595

455 30 (477)

5.4 591.6 (80.1)

7,790 8 192

1,118 27 (74)

14.4 332.3 (38.4)

145,821

127,943

17,878

14.0

127,402

18,419

14.5

4. รัฐวิสาหกิจ

5,688

4,667

1,021

21.9

4,627

1,061

22.9

5. หน่วยงานอื่น

13,673

12,900

773

6.0

14,328

(655)

(4.6)

12,634 266 145,510

690 83 19,672

5.5 31.2 13.5

14,029 299 146,357

(705) 50 18,825

(5.0) 16.7 12.9

14,736 12,053 2,683 854 834 129,086

3,864 3,947 (83) 136 136 15,536

26.2 32.7 (3.1) 15.9 16.3 12.0

17,096 15,000 2,096 916 851 127,494

1,504 1,000 504 74 119 17,128

8.8 6.7 24.0 8.1 14.0 13.4

1. กรมสรรพากร 1.1 1.2 1.3 1.4 1.5 1.6 1.7

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ อากรแสตมป์ รายได้อื่น

2. กรมสรรพสามิต 2.1 ภาษีน้ํามันฯ 2.2 ภาษียาสูบ 2.3 ภาษีสุราฯ 2.4 ภาษีเบียร์ 2.5 ภาษีรถยนต์ 2.6 ภาษีเครื่องดื่ม 2.7 ภาษีเครื่องไฟฟ้า 2.8 ภาษีรถจักรยานยนต์ 2.9 ภาษีแบตเตอรี่ 2.11 ภาษีอื่น2/ 2.12 รายได้อื่น 3. กรมศุลกากร 3.1 อากรขาเข้า 3.2 อากรขาออก 3.3 รายได้อื่น

รวมรายได้ 3 กรม

5.1 ส่วนราชการอื่น 5.2 กรมธนารักษ์

รวมรายได้จัดเก็บ (Gross)

13,324 349 165,182

3/

หัก 1. คืนภาษีของกรมสรรพากร - ภาษีมูลค่าเพิ่ม - ภาษีอื่นๆ 2. จัดสรรรายได้จาก VAT ให้ อบจ. 3. เงินกันชดเชยภาษีสําหรับสินค้าส่งออก

รวมรายได้สุทธิ (Net) 5/ หมายเหตุ

1/

18,600 16,000 2,600 990 970 144,622

4/

4/ 4/

ตัวเลขเบื้องต้น ณ วันที่ 8 ธันวาคม 2553 2/

ภาษีไพ่ แก้วฯ เครื่องหอม เรือ พรม สนามม้า สนามกอล์ฟ สารทําลายชั้นบรรยากาศโอโซน ไนท์คลับและดิสโก้เธค สถานอาบน้ําหรืออบตัวและนวด 3/ ข้อมูลจากระบบ GFMIS 4/ ตัวเลขคาดการณ์ 5/ รายได้สุทธิก่อนการจัดสรรให้อปท. จัดทําโดย : ส่วนนโยบายการคลังและงบประมาณ สํานักนโยบายการคลัง สํานักงานเศรษฐกิจการคลัง


ตารางที่ 2 ผลการจัดเก็บรายได้รัฐบาลเบื้องต้น ปีงบประมาณ 2554

1/

( ตุลาคม 2553 - พฤศจิกายน 2553 ) หน่วย : ล้านบาท

ที่มาของรายได้

ปีนี้

ปีที่แล้ว

เปรียบเทียบปีนี้กับปีที่แล้ว

ปมก.ตามเอกสาร

จํานวน

งปม.ทั้งปีเท่ากับ

ร้อยละ

เปรียบเทียบปีนี้กับ ปมก. เอกสาร งปม.

จํานวน

ร้อยละ

1,650,000 ล้านบาท

1. กรมสรรพากร

179,762

157,525

22,237

14.1

161,277

18,485

11.5

30,693 54,650 947 86,730 5,164 1,533 45 68,810

28,064 44,869 629 79,925 2,625 1,375 38 64,926

2,629 9,781 318 6,805 2,539 158 7 3,884

9.4 21.8 50.6 8.5 96.7 11.5 18.4 6.0

28,988 43,064 1,537 82,674 3,668 1,307 39 64,378

1,705 11,586 (590) 4,056 1,496 226 6 4,432

5.9 26.9 (38.4) 4.9 40.8 17.3 15.4 6.9

24,454 8,777 7,669 10,371 14,154 2,140 314 351 325 162 93

24,630 8,154 6,993 9,877 11,886 2,226 283 315 325 172 65

(176) 623 676 494 2,268 (86) 31 36 (10) 28

(0.7) 7.6 9.7 5.0 19.1 (3.9) 11.0 11.4 (5.8) 43.1

25,014 8,668 6,995 9,691 10,887 2,097 205 300 278 162 81

(560) 109 674 680 3,267 43 109 51 47 12

(2.2) 1.3 9.6 7.0 30.0 2.1 53.2 17.0 16.9 14.8

16,700

16,865

(165)

(1.0)

16,080

620

3.9

16,403 36 261 265,272

16,031 12 822 239,316

372 24 (561) 25,956

2.3 200.0 (68.2) 10.8

15,680 16 384 241,735

723 20 (123) 23,537

4.6 125.0 (32.0) 9.7

4. รัฐวิสาหกิจ

23,706

18,590

5,116

27.5

21,934

1,772

8.1

5. หน่วยงานอื่น

18,460 18,039 421 307,438

18,280 17,914 366 276,186

180 125 55 31,252

1.0 0.7 15.0 11.3

17,993 17,599 394 281,662

467 440 27 25,776

2.6 2.5 6.9 9.2

28,049 23,907 4,142 1,704 1,636 244,797

7,423 5,491 1,932 184 174 23,471

26.5 23.0 46.6 10.8 10.6 9.6

33,421 30,000 3,421 1,828 1,672 244,741

2,051 (602) 2,653 60 138 23,527

6.1 (2.0) 77.6 3.3 8.3 9.6

1.1 ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 1.2 ภาษีเงินได้นิติบุคคล 1.3 ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม 1.4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม 1.5 ภาษีธุรกิจเฉพาะ 1.6 อากรแสตมป์ 1.7 รายได้อื่น

2. กรมสรรพสามิต 2.1 ภาษีน้ํามันฯ 2.2 ภาษียาสูบ 2.3 ภาษีสุราฯ 2.4 ภาษีเบียร์ 2.5 ภาษีรถยนต์ 2.6 ภาษีเครื่องดื่ม 2.7 ภาษีเครื่องไฟฟ้า 2.8 ภาษีรถจักรยานยนต์ 2.9 ภาษีแบตเตอรี่ 2.10 ภาษีอื่น 2/ 2.11 รายได้อื่น

3. กรมศุลกากร 3.1 อากรขาเข้า 3.2 อากรขาออก 3.3 รายได้อื่น

รวมรายได้ 3 กรม

5.1 ส่วนราชการอื่น 5.2 กรมธนารักษ์

รวมรายได้จัดเก็บ (Gross)

3/

หัก 1. คืนภาษีของกรมสรรพากร - ภาษีมูลค่าเพิ่ม - ภาษีอื่นๆ 2. จัดสรรรายได้จาก VAT ให้ อบจ. 3. เงินกันชดเชยภาษีสําหรับสินค้าส่งออก

รวมรายได้สุทธิ (Net) หมายเหตุ

35,472 29,398 6,074 1,888 1,810 268,268

4/

4/ 4/

1/ ตัวเลขเบื้องต้น ณ วันที่ 8 ธันวาคม 2553 2 / ภาษีไพ่ เครื่องแก้ว เครื่องหอม พรม สนามม้า สนามกอล์ฟ สารทําลายชั้นบรรยากาศโอโซน ไนท์คลับและดิสโก้เธค สถานอาบน้ําหรืออบตัวและนวด 3 / ข้อมูลจากระบบ GFMIS 4 / เดือนตุลาคม 2553 เป็นตัวเลขจริง

ที่มา กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร กรมธนารักษ์ กรมบัญชีกลาง และสํานักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ จัดทําโดย : ส่วนนโยบายการคลังและงบประมาณ สํานักนโยบายการคลัง สํานักงานเศรษฐกิจการคลัง


สถานการณ์ด้านรายจ่าย • พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ 2554 ซึ่งได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 127 ตอนที่ 60 ก เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2553 ได้กําหนดวงเงินงบประมาณรายจ่ายจํานวน 2,070,000 ล้านบาท สูงกว่าวงเงินปีงบประมาณ 2553 ร้อยละ 21.8 โดยแบ่งเป็นรายจ่ายประจํา 1,661,482 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.9 รายจ่ายลงทุน 345,617 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 60.7 รายจ่ายชําระคืนต้นเงินกู้ 32,555 ล้านบาท และมีการตั้งงบประมาณรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง 30,346 ล้านบาท โครงสร้างงบประมาณ 1. วงเงินงบประมาณรายจ่าย (สัดส่วนต่อ GDP) - รายจ่ายประจํา (สัดส่วนต่องบประมาณ) - รายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง (สัดส่วนต่องบประมาณ) - รายจ่ายลงทุน (สัดส่วนต่องบประมาณ) - รายจ่ายชําระคืนต้นเงินกู้ (สัดส่วนต่องบประมาณ) 2. รายรับ (สัดส่วนต่อ GDP) - รายได้ - เงินกู้ 3. ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP)

ปีงบประมาณ 2553 เพิ่ม/ลด จํานวน ร้อยละ 1,700,000 -12.9 17.5 1,434,710 1.7 84.4 -100.0 214,369 -50.1 12.6 50,921 -20.0 3.0 1,700,000 -12.9 17.5 1,350,000 -15.9 350,000 0.8 9,726,200 7.5

ปีงบประมาณ 2554 เพิ่ม/ลด จํานวน ร้อยละ 2,070,000 21.8 20.0 1,661,482 15.9 80.3 30,346 100.0 1.5 345,617 60.7 16.6 32,555 -36.1 1.6 2,070,000 21.8 20.0 1,650,000 22.2 420,000 20.0 10,358,400 6.5

ที่มา : งบประมาณโดยสังเขป ประจําปีงบประมาณ 2554 สํานักงบประมาณ

สํานักนโยบายการคลัง 14


• คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2553 เห็นชอบการกําหนดเป้าหมายการเบิกจ่าย งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 ที่อัตราร้อยละ 93.0 และกําหนดเป้าหมายการ เบิกจ่ายรายจ่ายลงทุนไว้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 72.0 ของวงเงินงบประมาณรายจ่ายลงทุน โดยได้กําหนด เป้าหมายการเบิกจ่ายรายไตรมาส ดังนี้ ไตรมาสที่ 1 2 3 4

เป้าหมายการ เบิกจ่าย แต่ละไตรมาส (ล้านบาท) 414,000 496,800 496,800 517,500

เป้าหมายการเบิกจ่าย เป้าหมายอัตรา เบิกจ่าย อัตรา สะสม ณ สิ้นไตรมาส การเบิกจ่ายสะสม สะสม เบิก (ล้านบาท) ณ สิ้นไตรมาส (ล้าน จ่าย (%) บาท) % 414,000 20 910,800 44 1,407,600 68 1,925,100 93

• เดือนพฤศจิกายน 2553 รัฐบาลมีการเบิกจ่ายเงินงบประมาณปี 2554 จํานวน 207,201 ล้านบาท สูงกว่าเดือนเดียวกันของ ปีที่แล้ว 41,085 ล้านบาท หรือร้อยละ 24.7 และมี การเบิกจ่ายเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปี 15,951 ล้านบาท ทําให้มีการเบิกจ่ายรวมทั้งสิน้ 223,152 ล้านบาท

- การเบิกจ่ายงบประมาณประจําปีงบประมาณ 2554 จํานวน 207,201 ล้านบาท แบ่งเป็น รายจ่ายประจํา จํานวน 196,444 ล้านบาท และรายจ่ายลงทุน จํานวน 10,757 ล้านบาท - การเบิกจ่ายเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปี มีจํานวน 15,951 ล้านบาท

• ในช่วง 2 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2554 (ตุลาคม - พฤศจิกายน 2553) ในช่วง 2 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2554 - การเบิกจ่ายงบประมาณประจําปีงบประมาณ รัฐบาลได้เบิกจ่ายเงินแล้ว จํานวน 401,319 ล้านบาท 2554 จํานวน 401,319 ล้านบาท คิดเป็น สูงกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้ว 155,059 ล้านบาท หรือ อัตราการเบิกจ่าย ร้อยละ 19.4 ของวงเงิน ร้อยละ 63.0 และมีการเบิกจ่ายเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปี งบประมาณ 2,070,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 29,285 ล้านบาท ทําให้มีการเบิกจ่ายรวมทั้งสิ้น รายจ่ายประจํา จํานวน 386,401 ล้านบาท 430,604 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 22.4 ของวงเงินงบประมาณรายจ่าย ประจําหลังโอนเปลี่ยนแปลง (1,725,423 ล้านบาท) รายจ่ายลงทุน จํานวน 14,918 ล้านบาท คิดเป็น ร้อยละ 4.3 ของวงเงินงบประมาณรายจ่ายลงทุน หลังโอนเปลี่ยนแปลง (344,577 ล้านบาท) - การเบิกจ่ายงบกลาง มีจํานวน 38,836 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 14.6 ของงบประมาณงบกลาง (265,763 ล้านบาท) 15 สํานักนโยบายการคลัง


- สําหรับการเบิกจ่ายงบประมาณตามหน่วยงาน หน่วยงานที่มีการเบิกจ่ายสูงที่สุด 3 อันดับแรก คือ กระทรวงแรงงาน มีการเบิกจ่าย 23,638 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 83.0 หน่วยงานอิสระ ตามรัฐธรรมนูญ 8,469 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 44.1 และรัฐวิสาหกิจ 48,060 ล้านบาท คิดเป็น ร้อยละ 41.6 - ในขณะที่หน่วยงานที่มีการเบิกจ่ายต่ําสุด 3 อันดับสุดท้าย คือ จังหวัด มีการเบิกจ่าย 36 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 0.2 กระทรวงคมนาคม 3,923 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 4.9 และ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 1,629 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 7.1 - การเบิกจ่ายเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปี มีจํานวน 29,285 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 17.9 ของเงิน กันไว้เบิกเหลื่อมปี (163,968 ล้านบาท)

การเบิกจายรายจายประจํา รายจายลงทุน และเงินกันไวเบิกเหลื่ อมป (รายเดือน)

ล านบาท 300,000 200,000 100,000 0

ต.ค. 53

พ.ย. 53

รายจายประจํา

189,957

196,444

รายจายลงทุน

4,161

10,757

เงินกันไวเ บิกเหลื่อมป

13,334

15,951

ล านบาท

ธ.ค. 53

ม.ค. 54

ก.พ. 54

มี.ค. 54

เม.ย. 54

พ.ค. 54

มิ.ย. 54

ก.ค. 54

ส.ค. 54

ก.ย. 54

การเบิกจายงบประมาณประจําปงบประมาณ 2554 (สะสม)

2,000,000 1,500,000 1,000,000 500,000 0

ต.ค. 53

พ.ย. 53

ธ.ค. 53

ม.ค. 54

ก.พ. 54

มี.ค. 54

เม.ย. 54

พ.ค. 54

มิ.ย. 54

ก.ค. 54

ส.ค. 54

ก.ย. 54

พ.ศ. 2553

80,143

246,259

396,155

530,141

699,523

829,176

965,763

1,083,822

1,207,018

1,342,146

1,445,468

1,627,875

พ.ศ. 2554

194,118

401,319

สํานักนโยบายการคลัง 16


• รัฐบาลมีการเบิกจ่ายเงินจากโครงการลงทุน ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 ในเดือนพฤศจิกายน 2553 จํานวน 5,359 ล้านบาท

- เดือนพฤศจิกายน 2553 มีการเบิกจ่ายเงินจาก โครงการลงทุนภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 จํานวน 5,359 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 1.5 ของ วงเงินที่ได้รับอนุมัติ จํานวน 349,960 ล้านบาท1 - การเบิกจ่ายเงินจากโครงการลงทุนภายใต้แผน ปฏิบัติการไทยเข้มแข็งสะสมจนถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน 2553 มีจํานวนทั้งสิ้น 244,645 ล้านบาท2 คิดเป็น ร้อยละ 69.9 ของวงเงินที่ได้รับอนุมัติ จํานวน 349,960 ล้านบาท - สําหรับสาขาที่มีการเบิกจ่ายสะสมสูงสุด 3 อันดับ แรก คือ สาขาการประกันรายได้และการดําเนินงาน อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง มีการเบิกจ่าย 39,513 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 98.8 ของวงเงินที่ได้รับอนุมัติ (40,000 ล้านบาท) สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 178 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 96.4 ของวงเงินที่ได้รับ การอนุมัติ (185 ล้านบาท) และสาขาสิ่งแวดล้อม 664 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 96.3 ของวงเงินที่ได้รับอนุมัติ (689 ล้านบาท) - ในขณะทีส่ าขาที่มีการเบิกจ่ายสะสมต่ําสุด 3 อันดับ คือ สาขาพัฒนาด้านสาธารณสุข พัฒนาโครงสร้าง พื้นฐาน 1,196 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 8.1 ของวงเงิน ที่ได้รับอนุมัติ (14,692 ล้านบาท) สาขาโครงสร้าง พื้นฐานด้านการท่องเที่ยว 759 ล้านบาท คิดเป็น ร้อยละ 23.1 ของวงเงินที่ได้รับอนุมัติ (3,282 ล้านบาท) และสาขาพัฒนาด้านสาธารณสุข พัฒนาบุคลากร 502 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 26.0 ของวงเงินที่ได้รับอนุมัติ (1,928 ล้านบาท) - สําหรับสาขาที่ยังไม่มีการเบิกจ่าย ได้แก่ สาขา พลังงาน มีวงเงินที่ได้รับอนุมัติ 174 ล้านบาท

1

เปนวงเงินที่ไดรับการอนุมัติตามพระราชกําหนดใหอํานาจกระทรวงการคลังกูเงินเพื่อฟนฟูและเสริมสรางความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. 2552 รอบที่ 1 จํานวน 199,960 ลานบาท และรอบที่ 2 จํานวน 150,000 ลานบาท 2

เปนการเบิกจายจากโครงการลงทุนภายใตแผนปฏิบัติการไทยเขมแข็ง จนถึงสิ้นสุดปงบประมาณ 2553 จํานวน 234,401 ลานบาท

17 สํานักนโยบายการคลัง


• รัฐบาลมีการเบิกจ่ายเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ - ในช่วง 2 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2554 (เดือนตุลาคม 2553 - พฤศจิกายน 2553) มีการ ทั้งสิน้ 440,848 ล้านบาท เบิกจ่ายเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ จํานวนทัง้ สิ้น 440,848 ล้านบาท แบ่งเป็นงบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณ 2554 จํานวน 401,319 ล้านบาท เงินกันไว้เบิกเหลื่อมปี จํานวน 29,285 ล้านบาท และโครงการลงทุนไทยเข้มแข็ง 2555 จํานวน 10,244 ล้านบาท

สํานักนโยบายการคลัง 18


รายงานผลการเบิกจ่ายเงินโครงการภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 วัตถุประสงค์ / สาขา 1. สร้างความมั่นคงทางด้านอาหารและพลังงานฯ

วงเงินที่ได้รับ อนุมัติ

เบิกจ่าย สะสม ณ 30 พ.ย. 53

ร้อยละของ การเบิกจ่าย สะสม

59,503.3

39,491.8

66.4

1.1 สาขาทรัพยากรน้ําและการเกษตร

59,503.3

39,491.8

66.4

2. ปรับปรุงบริการสาธารณะขั้นพื้นฐานฯ

74,781.1

46,404.4

62.1

46,586.5

39,422.0

84.6

174.3

-

-

-

-

-

3,281.7

759.2

23.1

14,691.5

1,196.0

8.1

9,172.9

4,185.3

45.6

2.7 สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

185.0

178.3

96.4

2.8 สาขาสิ่งแวดล้อม

689.2

663.7

96.3

5,394.3

1,932.3

35.8

3.1 สาขาพัฒนาการท่องเที่ยว

5,394.3

1,932.3

35.8

4. สร้างฐานรายได้ใหม่ของประเทศฯ

1,330.6

1,061.5

79.8

4.1 สาขาเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์

1,330.6

1,061.5

79.8

51,981.4

28,705.0

55.2

51,981.4

28,705.0

55.2

1,927.7

502.0

26.0

1,927.7

502.0

26.0

106,542.1

85,552.0

80.3

7.1 สาขาการลงทุนในระดับชุมชน

106,542.1

85,552.0

80.3

8. อื่น ๆ ตามที่คณะรัฐมนตรีกําหนด

40,000.0

39,512.6

98.8

40,000.0

39,512.6

98.8

341,460.4

243,161.7

71.2

8,500.0

1,483.4

17.5

349,960.4

244,645.1

69.9

2.1 สาขาขนส่ง 2.2 สาขาพลังงาน 2.3 สาขาการสื่อสาร 2.4 สาขาโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยว 2.5 สาขาพัฒนาด้านสาธารณสุข พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 2.6 สาขาสวัสดิภาพของประชาชน

3. สร้างศักยภาพในการหารายได้จากการท่องเที่ยว

5. ยกระดับคุณภาพการศึกษาและการเรียนรู้ 5.1 สาขาการศึกษา 6. ปฏิรูปคุณภาพระบบสาธารณสุขฯ 6.1 สาขาพัฒนาด้านสาธารณสุข พัฒนาบุคลากร 7. สร้างอาชีพและรายได้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตฯ

8.1 สาขาการประกันรายได้และการดําเนินงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวม สํารองจ่ายตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการบริหาร รวมทั้งสิ้น ข้อมูล ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2553

19 สํานักนโยบายการคลัง


ฐานะการคลังรัฐบาล ดุลการคลังตามระบบกระแสเงินสด1 2 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2554 (เดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2553) 2 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2554 รัฐบาลมีรายได้ • เดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2553 ดุลการคลังของรัฐบาลตามระบบกระแส นําส่งคลัง 249,864 ล้านบาท และมีการเบิกจ่าย เงินสดขาดดุล 225,845 ล้านบาท คิดเป็น งบประมาณจากงบประมาณปีปัจจุบันและปีก่อนรวม 430,604 ล้านบาท ส่งผลให้ดุลเงินงบประมาณขาดดุล ร้อยละ 2.2 ของ GDP 2 จํานวน 180,740 ล้านบาท เมื่อรวมกับดุลเงินนอก งบประมาณที่ขาดดุลจํานวน 45,105 ล้านบาท ทําให้ดุลเงินสดขาดดุลทั้งสิ้น 225,845 ล้านบาท โดยรัฐบาลชดเชยการขาดดุลโดยการออกพันธบัตร จํานวน 36,021 ล้านบาท ส่งผลให้ดลุ เงินสดหลังการกู้ เงินขาดดุลทั้งสิ้น 189,824 ล้านบาท ดุลการคลังตามระบบกระแสเงินสด หน่วย: ล้านบาท

2 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2554 รายได้ รายจ่าย ปีปัจจุบนั ปีก่อน ดุลเงินงบประมาณ ดุลเงินนอกงบประมาณ ดุลเงินสดก่อนกู้ กู้เพื่อชดเชยการขาดดุล ดุลเงินสดหลังกู้

ปีงบประมาณ 2554 ปีงบประมาณ 2553 249,864 233,945 430,604 278,954 401,319 246,259 29,285 32,694 -180,740 -45,009 -45,105 -68,220 -225,845 -113,229 36,021 31,000 -189,824 -82,229

เปรียบเทียบ จํานวน 15,919 151,650 155,060 -3,409 -135,731 23,115 -112,616 5,021 -107,395

ร้อยละ 6.8 54.4 63.0 -10.4 301.6 -33.9 99.5 16.2 130.8

                                                                 1

ดุลการคลังตามระบบกระแสเงินสด เปนดุลการคลังที่แสดงใหเห็นผลกระทบตอเงินคงคลังและการกูเงินเพื่อชดเชยการขาดดุล

2

GDP ปปฏิทิน 2553 เทากับ 10,072.3 พันลานบาท และคาดการณ GDP ปปฏิทิน 2554 เทากับ 10,777.3 พันลานบาท

สํานักนโยบายการคลัง 22


ดุลการคลังของรัฐบาลตามระบบ สศค.3 2 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2554 (ตุลาคม-พฤศจิกายน 2553) • ในช่วง 2 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2554 รัฐบาลมีรายได้ทั้งสิน้ 269,629 ล้านบาท และมีรายจ่ายทั้งสิน้ 430,456 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 2.7 และ 4.3 ของ GDP ตามลําดับ

ด้านรายได้ รัฐบาลมีรายได้ทั้งสิ้น 269,629 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 9.6 โดยประกอบด้วยรายได้ในงบประมาณ 269,399.84 ล้านบาท (ก่อนจัดสรรภาษีมลู ค่าเพิ่มให้ อปท.) และเงินช่วยเหลือจากต่างประเทศ 229.16 ล้านบาท ด้านรายจ่าย รัฐบาลมีรายจ่ายทั้งสิ้น 430,456 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 58.9 ประกอบด้วยรายจ่ายจากงบประมาณปีปัจจุบันและ ปีก่อน (ไม่รวมรายจ่ายชําระคืนต้นเงินกู้ 430,226.84 ล้านบาท รายจ่ายเงินช่วยเหลือจากต่างประเทศ 229.16 ล้านบาท)

• ดุลเงินงบประมาณ ขาดดุลทั้งสิน้ 160,826 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 1.6 ของ GDP

ดุลเงินงบประมาณ ขาดดุลทั้งสิ้น 160,826 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 1.6 ของ GDP ในขณะเดียวกันปีที่แล้ว ขาดดุล 24,824 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 0.3 ของ GDP

• ดุลบัญชีเงินนอกงบประมาณ เกินดุล 25,047 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 0.3 ของ GDP

บัญชีเงินนอกงบประมาณ ประกอบด้วยเงินฝากนอก งบประมาณ และกองทุนนอกงบประมาณ มีรายได้ รวมทั้งสิ้น 76,015 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกัน ปีที่แล้วร้อยละ 51.5 มีรายจ่ายจํานวน 45,119 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 23.6 และมี เงินให้กู้หักชําระคืน 5,849 ล้านบาท ทําให้ดุลบัญชี เงินนอกงบประมาณเกินดุลทัง้ สิ้น 25,047 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 0.3 ของ GDP

                                                                 3

ดุลการคลังตามระบบ สศค. เป็นดุลการคลังที่สะท้อนเม็ดเงินที่แท้จริงที่ส่งกระทบต่อเศรษฐกิจ

23 สํานักนโยบายการคลัง


• ดุลการคลังของรัฐบาล ขาดดุลทั้งสิ้น 146,075 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 1.5 ของ GDP

ดุลเงินงบประมาณที่ขาดดุลรวมกับดุลบัญชีเงินนอก งบประมาณที่เกินดุล และเมือ่ หักรายจ่ายจากเงินกู้ ต่างประเทศและรายจ่ายจากโครงการไทยเข้มแข็งแล้ว จํานวน 51 ล้านบาท และ 10,244 ล้านบาท ตามลําดับ ทําให้ดุลการคลังขาดดุล จํานวน 146,075 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 1.5 ของ GDP ในขณะที่ช่วงเดียวกันปีที่แล้ว ขาดดุล 21,444 ล้านบาท สําหรับดุลการคลังเบื้องต้นของ รัฐบาล (Primary Balance) ซึ่งเป็นดุลการคลังที่สะท้อนถึง ผลการดําเนินงานของรัฐบาลและทิศทางของนโยบายการคลัง ของรัฐบาลอย่างแท้จริง (ไม่รวมรายได้และรายจ่ายดอกเบี้ย และการชําระคืนต้นเงินกู้) ขาดดุลทั้งสิ้น 133,110 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 1.3 ของ GDP ในขณะที่ช่วงเดียวกันปีที่แล้ว ขาดดุล 1,834 ล้านบาท

             ดุลการคลังเบือ้ งตนตามระบบ สศค.  หนวย: ลานบาท ปงบประมาณ

พ.ย. 53

พ.ย. 52

เปรียบเทียบ

ล านบาท % of GDP ล านบาท % of GDP ล านบาท

รอ ยละ

ต.ค.53 - พ.ย. 53

ต.ค.52 - พ.ย. 52

เปรียบเทียบ

ล านบาท % of GDP ล านบาท % of GDP ล านบาท

รอ ยละ

รัฐบาล 1. รายได 2. รายจาย 3. ดุล งบประมาณ (1-2) 4. รายจายจากเงินกูตางประเทศ 5. รายจายจากไทยเข็มแข็ง (TKK) 6. ดุล บัญชีนอกงบประมาณ (6.1-6.2-6.3) 6.1 รายได 6.2 รายจาย 6.3 เงินใหกูหักชําระคืน 7. ดุล การคลั งของรัฐบาล (3-4-5+6) 8. ดุล การคลั งเบื้อ งตนของรัฐบาล

145,333 223,063 (77,730) 33 5,359 3,699 28,852 21,059 4,094 (79,423) (70,627)

1.5 2.2 (0.8) 0.0 0.1 0.0 0.3 0.2 0.0 (0.8) (0.7)

จัดทําโดย : สํานักนโยบายการคลัง สํานักงานเศรษฐกิจการคลัง         

129,712 182,880 (53,168) (44) 3,830 824 19,317 15,208 3,286 (56,131) (44,044)

1.3 15,621 1.8 40,183 (0.5) (24,562) (0.0) 76 0.0 1,529 0.0 2,875 0.2 9,535 0.2 5,851 0.0 809 (0.6) (23,292) (0.4) (26,582.9)

12.0 22.0 46.2 (174.9) 39.9 349.1 49.4 38.5 24.6 41.5 60.4

269,629 430,456 (160,826) 51 10,244 25,047 76,015 45,119 5,849 (146,075) (133,110)

2.7 246,050 4.3 270,875 (1.6) (24,824) 0.0 (11) 0.1 5,194 0.3 8,564 0.8 50,181 0.5 36,499 0.1 5,118 (1.5) (21,444) (1.3) (1,834)

2.7 3.0 (0.3) (0.0) 0.1 0.1 0.6 0.4 0.1 (0.2) (0.0)

9.6 23,579 58.9 159,581 (136,002) 547.9 62 (568.3) 97.2 5,050 192.5 16,483 51.5 25,834 23.6 8,621 14.3 730 (124,631) 581.2 (131,276) 7,156.4

สํานักนโยบายการคลัง 24


ดุลการคลังของภาคสาธารณะตามระบบงบประมาณ งบกระแสเงินสด และตามระบบ สศค. ปีงบประมาณ 2552 – 2553 หนวย: ลานบาท

2553p

ปงบประมาณ จํานวน

รัฐบาล 1. รายได 2. รายจาย - รายจายปปจจุบัน (อัตราการเบิกจาย : %) - รายจายปกอ น - รายจายจากเงินคงคลัง 3. ดุลงบประมาณ (1-2) 4. ดุลนอกงบประมาณ 5. รายจายจากเงินกูตางประเทศ 6. รายจายจากไทยเข็มแข็ง (TKK) 7. บัญชีนอกงบประมาณ(6.1-6.2-6.3) 7.1 รายได 7.2 รายจาย 7.3 เงินใหกหู กั ชําระคืน 8. ดุลการคลังของรัฐบาล (3+4-5+6) องคกรปกครองสวนทองถิ่น 9. รายรับ (8.1+8.2) 9.1 รายได 9.2 เงินชวยเหลือจากรัฐบาล 10. รายจาย 11. ดุลการคลัง (8-9) 12. ดุลการคลังของภาครัฐบาล (7+10) GDP (พันลานบาท)

% of GDP

เอกสารงบประมาณ

1,350,000.0 1,700,000.0 1,700,000.0

(350,000.0)

(350,000.0)

10,072,300.0

13.4 16.9 16.9

(3.5)

(3.5)

จํานวน

2554E

% of GDP

งบกระแสเงินสด 1/

16.7 17.7 16.2

(100,821.0) 3,733.0

(1.0) 0.0

10,072,300.0

% of GDP

ระบบ สศค.

1,683,592.0 1,784,413.0 1,627,875.0 95.8 156,538.0

(97,088.0)

จํานวน

1.6

(1.0)

17.4 17.6 16.1

(20,408.5)

(0.2) 0.0 2.2 0.1 3.6 3.3 0.2 (2.3)

348,914.6 209,019.4 139,895.2 390,171.4 (41,256.8) (273,563.9) 10,072,300.0

% of GDP

เอกสารงบประมาณ

1,755,256.3 1,775,664.8 1,619,126.8 95.2 156,538.0

878.9 219,528.9 8,509.2 359,486.2 327,977.1 22,999.8 (232,307.1)

จํานวน

1,650,000.0 2,070,000.0 2,070,000.0

(420,000.0)

% of GDP

16.4 20.6 20.6

(4.2)

(4.2)

1,720,000.0 2,035,834.0 1,925,100.0 93.0 110,734.0

17.1 20.2 19.1

(315,834.0) 30,346.0

(3.1) 0.3

(285,488.0)

1.1

(2.8)

10,777,300.0

1,790,000.0 2,032,000.0 1,921,266.0 92.8 110,734.0

17.8 20.2 19.1

(242,000.0)

(2.4) 0.0 1.1 0.0 3.7 3.5 0.2 (3.5)

900.0 115,559.6 3,000.0 375,000.0 350,000.0 22,000.0 (355,459.6)

417,450.0 243,550.0 173,900.0 417,450.0 (355,459.6) 10,777,300.0

หมายเหตุ 1. ดุลการคลังตามระบบงบกระแสเงินสดเปนการแสดงรายได(รวมคา Premium และรายไดจากการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ แตไมรวมรายรับจากการกูเ งินเพื่อชดเชยการขาดดุลและรายไดจากภาษีมลู คาเพิ่ม ที่โอนใหแกอปท.) และรายจายทั้งหมดจากบัญชีเงินคงคลัง 2. ระบบ สศค. มีรายการปรับปรุงรายไดเพิ่มเติมจากระบบกระแสเงินสด คือ มีการหักรายไดจากการขายทรัพยสิน รายไดจากการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ รายไดสวนเกินพันธบัตร เงินเหลือจายสงคืน รายไดเงินกูร ับคืน และรวมเงินภาษีที่จดั สรรให อปท. และเงินชวยเหลือจากตางประเทศ ตั้งแตปงบประมาณ 2546 เปนตนมา 3. ระบบ สศค. มีการปรับปรุงทางดานรายจาย คือ มีการหักรายจายชําระคืนตนเงินกูข องรัฐบาลออก และตั้งแตปงบประมาณ 2546 เปนตนมารวมรายจายเงินชวยเหลือจากตางประเทศ และเงินภาษีที่จดั สรรใหอปท. 4. บัญชีนอกงบประมาณประกอบดวย เงินฝากนอกงบประมาณ เงินทุนหมุนเวียน และกองทุนนอกงบประมาณ ทั้งนี้ ไดบันทึกขอมูลตามเกณฑคงคาง สําหรับกองทุนน้ํามันไดเริ่มบันทึกรายจายชดเชยน้ํามันตามเกณฑคงคางตั้งแตเดือนมกราคม 2547 เปนตนมา 5. รายไดตามระบบกระแสเงินสดบันทึกอยูในระบบ cash basis สวนรายไดตามระบบ สศค. บันทึกอยูในระบบ acrual basis 6. รายจายจากเงินกูต างประเทศปงบประมาณ 2553 ยังไมนบั รวมการกูเ งินเพื่อฟนฟูเศรษฐกิจและพัฒนาโครงสรางพื้นฐาน (โครงการไทยเขมแข็ง) จัดทําโดย สํานักนโยบายการคลัง สํานักงานเศรษฐกิจการคลัง ที่มา กรมบัญชีกลาง สํานักงานบริหารหนีส้ าธารณะ ธนาคารแหงประเทศไทย และ สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ

25 สํานักนโยบายการคลัง

% of GDP

ระบบ สศค.

3.5 2.1 1.4 3.9 (0.4) (2.7) 10,777,300.0

จํานวน

งบกระแสเงินสด 1/

1.6 (420,000.0)

จํานวน

1.1

4.1 2.4 1.7 4.1 (3.5)


ฐานะการคลังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รายงานการคลังท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ประจําไตรมาสที่ 4 ปีงบประมาณ 2553 1. ฐานะการคลังของ อปท. ไตรมาสที่ 4 ปีงบประมาณ 2553 (เดือนกรกฎาคม-กันยายน 2553) 1.1 ด้านรายได้ ประมาณการรายได้รวมของ อปท. จํานวน 7,853 แห่ง เป็นเงิน 76,272 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 0.4 ทั้งนี้ รายได้ของ อปท. ประกอบด้วย 1) รายได้ที่จัดเก็บเอง จํานวน 7,874 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 10 ของรายได้รวม ลดลงจาก ไตรมาสเดียวกันปีที่แล้ว 520 ล้านบาท หรือร้อยละ 6 สําหรับรายได้ที่ อปท. จัดเก็บเอง แยกเป็นรายได้จาก ภาษีอากร 5,864 ล้านบาท และรายได้ที่ไม่ใช่ภาษีอากร 2,010 ล้านบาท 2) รายได้จากการจัดสรรภาษีที่รัฐบาลจัดเก็บและแบ่งให้ จํานวน 52,928 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 69 ของรายได้รวม เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันปีที่แล้ว 11,663 ล้านบาท หรือร้อยละ 28 3) รายได้จากเงินอุดหนุน จํานวน 15,470 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 20 ของรายได้รวม ลดลงจาก ไตรมาสเดียวกันปีที่แล้ว 10,880 ล้านบาท หรือร้อยละ 41 (รายละเอียดตามตารางที่ 1) ตารางที่ 1 เปรียบเทียบรายได้ของ อปท. ไตรมาสที่ 4 ประจําปีงบประมาณ 2553 และ 2552

ประเภท

หน่วย : ล้านบาท เปรียบเทียบ

ไตรมาส 4 1)

1)

ปีงบประมาณ 2553 ปีงบประมาณ 2552 1. รายได้จัดเก็บเอง 7,874.29 8,394.29 (ร้อยละของรายได้รวม) 10.32 11.04 1.1 รายได้จากภาษีอากร 5,864.29 5,636.85 (ร้อยละของรายได้จัดเก็บเอง) 74.47 67.15 1.2 รายได้ที่ไม่ใช่ภาษีอากร 2,010.00 2,757.44 (ร้อยละของรายได้จัดเก็บเอง) 25.53 32.85 52,928.05 41,264.65 2. รายได้จากการจัดสรรภาษีที่รัฐบาลจัดเก็บและแบ่งให้ (ร้อยละของรายได้รวม) 69.39 54.29 3. รายได้จากเงินอุดหนุนรัฐบาล 15,469.98 26,350.37 (ร้อยละของรายได้รวม) 20.28 34.67 รวม 76,272.32 76,009.31 (ร้อยละของรายได้รวม) 100.00 100.00

จํานวน (520.00)

ร้อยละ (6.19)

227.44

4.03

(747.44)

(27.11)

11,663.40

28.26

(10,880.39)

(41.29)

263.01

0.35

1) ข้อมูลปีงบประมาณ 2552-2553 จากศูนย์ขอ้ มูลการคลังท้องถิน่ สศค. โดยจัดเก็บจาก อปท.จํานวน 600 แห่ง จาก 7,853 แห่ง

สํานักนโยบายการคลัง 26


1.2 ด้านรายจ่าย ประมาณการรายจ่ายของ อปท.จํานวน 7,853 แห่ง โดยพิจารณาจากข้อมูล การให้สินเชื่อและเงินฝากสุทธิของ อปท. ในระบบธนาคาร เป็นเงิน 73,150 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาส เดียวกันปีที่แล้ว 32,955 ล้านบาท หรือร้อยละ 82 ซึ่งเป็นผลการจากการเร่งรัดการใช้จ่ายและการเพิ่มขึ้น ของรายจ่ายเพื่อการลงทุนโดยแยกรายละเอียด ดังนี้ 1) รายจ่ายงบกลาง เบิกจ่าย 6,915 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 9 ของรายจ่ายรวม เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันปีที่แล้ว 2,261 ล้านบาท หรือร้อยละ 49 2) รายจ่ายประจํา เบิกจ่ายจํานวน 31,333 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 43 ของรายจ่ายรวม เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันปีที่แล้ว 3,924 ล้านบาท หรือร้อยละ 14 3) รายจ่ายเพื่อการลงทุน เบิกจ่ายจํานวน 27,653 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 38 ของ รายจ่ายรวมเพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันปีที่แล้ว 22,717 ล้านบาท หรือร้อยละ 460 4) รายจ่ายพิเศษ เบิกจ่ายจํานวน 5,523 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 8 ของรายจ่ายรวม เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันปีที่แล้ว 3,913 ล้านบาท หรือร้อยละ 243 5) รายจ่ายกันไว้เบิกเหลื่อมปี เบิกจ่ายจํานวน 1,726 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 2 ของ รายจ่ายรวมเพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันปีที่แล้ว 141 ล้านบาท หรือร้อยละ 9 (รายละเอียดตามตารางที่ 2) ตารางที่ 2 เปรียบเทียบรายจ่าย ของ อปท. ไตรมาสที่ 4 ประจําปีงบประมาณ 2553 และ 2552

ประเภท 1. รายจ่ายงบกลาง (ร้อยละของรายจ่ายรวม) 2. รายจ่ายประจํา (ร้อยละของรายจ่ายรวม) 3. รายจ่ายเพื่อการลงทุน (ร้อยละของรายจ่ายรวม) 4. รายจ่ายพิเศษ (ร้อยละของรายจ่ายรวม) 5. รายจ่ายกันไว้เบิกเหลื่อมปี (ร้อยละของรายจ่ายรวม) รวม (ร้อยละของรายจ่ายรวม)

หน่วย : ล้านบาท เปรียบเทียบ

ไตรมาสที่ 4 ปีงบประมาณ 25531) ปีงบประมาณ 25521) 6,914.56 9.45 31,333.44 42.83 27,653.17 37.80 5,523.25 7.55 1,726.04 2.36 73,150.46 100.00

4,653.72 11.58 27,409.52 68.19 4,936.28 12.28 1,610.33 4.01 1,585.26 3.94 40,195.11 100.00

จํานวน

ร้อยละ

2,260.84

48.58

3,923.92

14.32

22,716.89

460.20

3,912.92

242.99

140.78

8.88

32,955.35

81.99

ที่มา : เป็นตัวเลขประมาณการจากศูนย์ขอ้ มูลการคลังท้องถิน่ สศค. โดยพิจารณาจากการให้สินเชือ่ และเงินฝากสุทธิของ อปท. ในระบบธนาคาร (NET CLAIMS ON BANKING SYSTEM) 1) ข้อมูลปีงบประมาณ 2552-2553 จากศูนย์ขอ้ มูลการคลังท้องถิน่ สศค. โดยจัดเก็บจาก อปท.จํานวน 600 แห่ง จาก 7,853 แห่ง

27 สํานักนโยบายการคลัง


1.3 ดุลการคลัง ประมาณการจากการให้สินเชื่อและเงินฝากสุทธิของ อปท. ในระบบธนาคาร โดยมีดุลการคลังเกินดุล 3,122 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสเดียวกันปีที่แล้ว 32,692 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 91 (รายละเอียดตามตารางที่ 3 และรูปที่ 1) ตารางที่ 3 เปรียบเทียบดุลการคลังของ อปท. ไตรมาสที่ 4 ประจําปีงบประมาณ 2553 และ 2552 ประเภท

หน่วย : ล้านบาท เปรียบเทียบ

ไตรมาสที่ 4 1)

1)

ปีงบประมาณ 2553 ปีงบประมาณ 2552 1. รายได้ 76,272.32 76,009.31 1.1 รายได้ที่จัดเก็บเอง 7,874.29 8,394.29 1.2 รายได้จากการจัดสรรภาษีที่รัฐจัดเก็บหรือแบ่งให้ 52,928.05 41,264.65 1.3 รายได้จากเงินอุดหนุน 15,469.98 26,350.37 2. รายจ่าย 73,150.46 40,195.11 2.1 รายจ่ายงบกลาง 6,914.56 4,653.72 2.2 รายจ่ายประจํา 31,333.44 27,409.52 2.3 รายจ่ายเพื่อการลงทุน 27,653.17 4,936.28 2.4 รายจ่ายพิเศษ 5,523.25 1,610.33 2.5 รายจ่ายกันไว้เบิกเหลื่อมปี 1,726.04 1,585.26 3. ดุลการคลัง 3,121.86 35,814.20

จํานวน 263.01 (520.00) 11,663.40 (10,880.39) 32,955.35 2,260.84 3,923.92 22,716.89 3,912.92 140.78 (32,692.34)

ร้อยละ 0.35 (6.19) 28.26 (41.29) 81.99 48.58 14.32 460.20 242.99 8.88 (91.28)

ที่มา : เป็นตัวเลขประมาณการจากศูนย์ขอ้ มูลการคลังท้องถิน่ โดยพิจารณาจากการให้สินเชือ่ และเงินฝากสุทธิของ อปท. ในระบบธนาคาร (NET CLAIMS ON BANKING SYSTEM) 1) ข้อมูลปีงบประมาณ 2552-2553 จากศูนย์ขอ้ มูลการคลังท้องถิน่ โดยจัดเก็บจาก อปท.จํานวน 600 แห่ง จาก 7,853 แห่ง

รูปที่ 1 เปรียบเทียบดุลการคลังของ อปท. ไตรมาสที่ 4 ประจําปีงบประมาณ 2553 และ 2552

สํานักนโยบายการคลัง 28


2. ฐานะดุลการคลังของ อปท. ประจําปีงบประมาณ 2553 2.1 ด้า นรายได้ อปท. มีร ายได้ 348,915 ล้า นบาท เพิ่ม ขึ้น จากปีที่แ ล้ว 29,166 ล้านบาท หรือร้อยละ 9 ประกอบด้วย รายได้ที่ อปท. จัดเก็บเอง 37,030 ล้านบาท รายได้จากการจัดสรรภาษีที่ รัฐบาลจัดเก็บและแบ่งให้ 171,990 ล้านบาท และรายได้จากเงินอุดหนุน 139,895 ล้านบาท 2.2 ด้านรายจ่าย อปท. มีรายจ่ายโดยพิจารณาจากการให้สินเชื่อและเงินฝากสุทธิของ อปท. ใน ระบบธนาคาร รวมทั้ งสิ้ น 390,171 ล้ านบาท เพิ่ มขึ้ นจากปี ที่ แล้ ว 76,167 ล้ านบาท คิ ดเป็ นร้ อยละ 24 ประกอบด้วย รายจ่ายเพื่อการลงทุน 171,028 ล้านบาท รองลงมาคือ รายจ่ายประจํา 135,451 ล้านบาท รายจ่ายพิเศษ 31,167 ล้านบาท รายจ่ายงบกลาง 28,495 ล้านบาท และรายจ่ายกันไว้เบิกเหลื่อมปี 24,030 ล้านบาท ตามลําดับ 2.3 ดุลการคลัง อปท. ขาดดุลการคลัง 41,257 ล้านบาท ขณะที่ปีที่แล้วเกินดุล 5,744 ล้านบาท (รายละเอียดตามตารางที่ 4 และรูปที่ 2) ตารางที่ 4 เปรียบเทียบดุลการคลังของ อปท. ประจําปีงบประมาณ 2553 และ 2552 ประเภท 1. รายได้ 1.1 รายได้ที่จัดเก็บเอง 1.2 รายได้จากการจัดสรรภาษีที่รัฐจัดเก็บหรือแบ่งให้ 1.3 รายได้จากเงินอุดหนุน 2. รายจ่าย 2.1 รายจ่ายงบกลาง 2.2 รายจ่ายประจํา 2.3 รายจ่ายเพื่อการลงทุน 2.4 รายจ่ายพิเศษ 2.5 รายจ่ายกันไว้เบิกเหลื่อมปี 3. ดุลการคลัง

ปีงบประมาณ 25531) 348,914.61 37,029.84 171,989.59 139,895.18 390,171.40 28,495.27 135,451.12 171,027.75 31,167.58 24,029.68 (41,257)

25521) 319,748.16 35,881.63 141,715.16 142,151.37 314,003.97 24,116.32 124,857.92 114,930.41 30,781.49 19,317.83 5,744.19

หน่วย : ล้านบาท เปรียบเทียบ จํานวน 29,166.45 1,148.21 30,274.43 (2,256.19) 76,167.43 4,378.95 10,593.20 56,097.34 386.09 4,711.85 (35,512.81)

ร้อยละ 9.12 3.20 21.36 (1.59) 24.26 18.16 8.48 48.81 1.25 24.39 (618.24)

ที่มา : เป็นตัวเลขประมาณการจากศูนย์ขอ้ มูลการคลังท้องถิน่ โดยพิจารณาจากการให้สินเชือ่ และเงินฝากสุทธิของ อปท. ในระบบธนาคาร (NET CLAIMS ON BANKING SYSTEM) 1) ข้อมูลปีงบประมาณ 2552-2553 จากศูนย์ขอ้ มูลการคลังท้องถิน่ โดยจัดเก็บจาก อปท.จํานวน 600 แห่ง จาก 7,853 แห่ง

29 สํานักนโยบายการคลัง


รูปที่ 2 เปรียบเทียบดุลการคลังของ อปท. ประจําปีงบประมาณ 2553 และ 2552

สํานักนโยบายการคลัง 30


สถานการณ์ด้านหนี้สาธารณะ หนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือนตุลาคม 2553 หน่วย : ล้านบาท

• หนี้สาธารณะคงค้าง เท่ากับ 4,201.3 พันล้าน บาท คิดเป็นร้อยละ 41.7 ของ GDP ลดลงจากเดือน ที่แล้ว 29.4 พันล้านบาท โดยเป็นหนี้คงค้างที่เป็น ภาระงบประมาณ ต่อ GDP เท่ากับร้อยละ 30.3 และแยกเป็นหนี้ใน ประเทศร้อยละ 91.3 ส่วนที่เหลือร้อยละ 8.7 เป็นหนี้ต่างประเทศ • หนี้คงค้างที่ลดลง เป็นผลจากหนีร้ ัฐบาลกู้ โดยตรงและหนี้ของ รัฐวิสาหกิจลดลง 15.8 และ 13.6 พันล้านบาท ตามลําดับ • หนี้ที่รัฐบาลกู้โดยตรง ลดลง 15.8 พันล้านบาท เมื่อเทียบกับเดือนที่แล้ว โดยหนี้ในประเทศลดลง 16.2 พันล้านบาท มี สาเหตุหลักจากการไถ่ ถอนตั๋วเงินคลัง ในขณะที่ หนี้ต่างประเทศเพิ่มขึน้ 0.4 พันล้านบาท

31 สํานักนโยบายการคลัง

1. รวมหนี้ที่รฐั บาลกู้โดยตรง หนีท้ ี่รัฐบาลกู้โดยตรง-ต่างประเทศ หนีท้ ี่รัฐบาลกู้โดยตรง-ในประเทศ 2. รวมหนี้ของรัฐวิสาหกิจ

หนี้ที่รฐั บาลค้ําประกัน-ต่างประเทศ หนี้ที่รฐั บาลค้ําประกัน-ในประเทศ หนี้ที่รฐั บาลไม่ค้ําประกันต่างประเทศ** หนี้ที่รฐั บาลไม่ค้ําประกันในประเทศ** 3. หนี้ของหน่วยงานภาครัฐอื่น * หนีท้ ี่รัฐบาลค้ําประกัน-ในประเทศ หนีท้ ี่รัฐบาลไม่ค้ําประกัน-ในประเทศ 4. หนี้กองทุนเพื่อการฟืน้ ฟูฯ FIDF 5. ยอดหนี้สาธารณะคงค้างรวม (1+2+3+4) GDP หนี้สาธารณะคงค้างรวมต่อ GDP (%) หนี้คงค้างที่เป็นภาระงบประมาณต่อ

ณ 30 ก.ย. 53 2,907,482.31 54,187.63 2,853,294.68 1,261,162.00 168,194.86 543,670.78 140,141.73

ณ 31 ต.ค. 53 2,891,655.40 54,561.28 2,837,094.12 1,247,576.10 171,667.03 535,969.31 139,157.49

409,154.63

400,782.27

62,100.43 62,092.20 4,230,744.74 4,201,323.70 10,072,300 42.0 30.5

GDP (%) หมายเหตุ * หน่วยงานภาครัฐอื่น ได้แก่ สํานักงานคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้าน และชุมชนเมืองแห่งชาติและสถาบันบริหารกองทุนพลังงาน ** ไม่รวมหนี้ของรัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงิน ที่มา สํานักงานบริหารหนี้สาธารณะ

10,072,300 41.7 30.3


หนี้สาธารณะ ณ 31 ตุลาคม 2553 • หนี้ของรัฐวิสาหกิจลดลง 13.6 พันล้านบาท เมื่อเทียบ กับเดือนก่อน เนื่องจากมีการ ชําระคืนเงินกู้มากกว่าการ เบิกจ่ายเงินกู้ โดยรัฐวิสาหกิจ ที่มีการชําระคืนเงินกู้สุทธิ ที่สําคัญ ได้แก่ บมจ.การบินไทย และ การเคหะแห่งชาติ จํานวน 5.2 และ 3.5 พันล้านบาท ตามลําดับ ในขณะที่ รฟม. และ บมจ.ท่าอากาศยานไทยฯ เบิกจ่ายเงินกู้สุทธิ 1.8 และ 1.1 พันล้านบาท ตามลําดับ

จํานวน ร้อยละ (%)

หน่วย : พันล้านบาท หนี้ในประเทศ หนี้ต่างประเทศ 3,835,937.90 365,385.80 91.30 8.70

หนี้สาธารณะ ณ 31 ตุลาคม 2553 หนี้ระยะยาว จํานวน 4,063,649.81 ร้อยละ (%) 96.72

หนี้ระยะสัน้ 137,773.89 3.28

สํานักนโยบายการคลัง 32


กรอบความยั่งยืนทางการคลัง กระทรวงการคลังได้กําหนดกรอบความยั่งยืนทางการคลัง เพื่อเป็นแนวทางในการดําเนินนโยบาย ทางการคลังที่สอดคล้องกับสถานะเศรษฐกิจการเงินและการคลังของประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อรักษา เสถียรภาพด้านการคลังในระยะปานกลางและระยะยาว ซึ่งกรอบความยั่งยืนทางการคลังประกอบด้วย ตัวชี้วัดและเป้าหมาย (60-15-0-25) ดังนี้ o o o o

ยอดหนี้สาธารณะคงค้างต่อ GDP ไม่เกินร้อยละ 60 ภาระหนี้ต่องบประมาณไม่เกินร้อยละ 15 การจัดทํางบประมาณสมดุล สัดส่วนงบลงทุนต่องบประมาณรายจ่ายไม่ต่ํากว่าร้อยละ 25

สํานักงานเศรษฐกิจการคลังไดจัดทําการวิเคราะหความยั่งยืนทางการคลังในระยะปานกลาง เพื่อใชเปนแนวทางในการประเมินและรักษาความยั่งยืนทางการคลัง โดยมีผลการวิเคราะห ระหว่างปีงบประมาณ 2554-2558 (รายละเอียดตามตาราง) ซึ่งสรุปได้ดังนี้ o สามารถรักษาสัดส่วนหนี้สาธารณะคงค้างต่อ GDP ไม่ให้เกินร้อยละ 60 o สามารถรักษาสัดส่วนภาระหนี้ต่องบประมาณไม่ให้เกินร้อยละ 15 o ไม่ ส ามารถจั ด ทํ า งบประมาณสมดุ ล ในปี ง บประมาณ 2554 เนื่ อ งจากจํ า เป็ น ต้ อ งจั ด ทํ า งบประมาณแบบขาดดุล เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งจากสภาวการณ์ในปัจจุบันคาดว่าจะมีการ จัดทํางบประมาณแบบขาดดุลอย่างต่อเนื่องระหว่างปีงบประมาณ 2554 – 2558 o ไม่ ส ามารถรั ก ษาสั ด ส่ ว นงบลงทุ น ต่ อ งบประมาณรายจ่ า ยให้ ไ ม่ ต่ํ า กว่ า ร้ อ ยละ 25 ใน ปีงบประมาณ 2554 อย่างไรก็ดี จะยังคงเป้าหมายที่จะรักษาตัวชี้วัดดังกล่าวตั้งแต่ปี 2555 เพื่อการพัฒนา และการขยายตัวของเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

33 สํานักนโยบายการคลัง


ตารางสรุปผลการวิเคราะห์และสมมติฐาน ตัวชี้วัด 1. ยอดหนี้สาธารณะคงค้างต่อ GDP 2. ภาระหนี้ต่องบประมาณ 3. การจัดทํางบประมาณสมดุล 4. สัดส่วนงบลงทุนต่องบประมาณรายจ่าย สมมติฐานสําคัญในการประมาณการ - อัตราขยายตัวของเศรษฐกิจไทย (Real GDP) ร้อยละ - GDP Deflator - Revenue Buoyancy ในประมาณการรายได้

ปีงบประมาณ เป้าหมาย 2554 F 2555 F 2556 F 2557 F 2558 F ไม่เกินร้อยละ 60 42.5 44.2 45.2 45.6 45.6 ไม่เกินร้อยละ 15 10.5 11.7 12.1 12.3 12.4 สมดุล ไม่สมดุล ไม่สมดุล ไม่สมดุล ไม่สมดุล ไม่สมดุล ไม่ต่ํากว่าร้อยละ 25 16.5 25.0 25.0 25.0 25.0 4.0 2.5 1.29

4.5 3.0 1.10

4.5 3.0 1.10

4.5 3.0 1.10

4.5 3.0 1.10

สํานักนโยบายการคลัง 34


การดําเนินกิจกรรมกึ่งการคลัง ผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐบาล ไตรมาสที่ 3 ปี 2553 (เดือนกรกฎาคม – กันยายน 2553) รัฐบาลมีการดําเนินมาตรการ กิจกรรมกึ่งการคลังผ่านสถาบัน การเงินเฉพาะกิจในโครงการต่าง ๆ ที่สําคัญอย่างต่อเนื่อง โดยมีผลการ ดําเนินงาน ณ สิ้นไตรมาสที่ 3 ปี 2553 ดังนี้ ● สินเชื่อและการค้าํ ประกันสินเชื่อ ในไตรมาสที่ 3 ปี 2553 มีการอนุมัติ จํานวน 53,941.4 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของ ปีที่แล้ว จํานวน 6,328.4 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 10.5 • สินเชื่อสะสมและการค้ําประกัน สินเชื่อสะสมนับตั้งแต่เริ่มโครงการ จนถึง ณ สิน้ ไตรมาสที่ 3 ปี 2553 มีจํานวน 1,087,183.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ผ่านมาจํานวน 53,941.4 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 5.2 โดยมีโครงการสนับสนุนกิจการ SMEs อนุมัติสนิ เชื่อสูงสุดจํานวน 628,892.9 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 57.9 ของยอดสินเชื่อสะสม โครงการ สนับสนุนผู้มรี ายได้น้อยให้มีที่อยู่ อาศัยจํานวน 202,561.7 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 18.6 ของยอดสินเชื่อ สะสม และโครงการสนับสนุนการ ประกอบอาชีพระดับฐานรากจํานวน 255,729.1 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 23.5 ของยอดสินเชื่อสะสม 35 สํานักนโยบายการคลัง

กิจกรรมกึ่งการคลัง จําแนกตามประเภทกิจกรรม หนวย : ลานบาท

อัตราการ เปลี่ยนแปลง จากไตรมาส 3 / 2552

การอนุมัติสินเชื่อและค้ําประกันสินเชื่อ โครงการ กลุ่มสนับสนุน กิจการ SMEs โครงการสินเชื่อ สําหรับกิจการ SMEs โครงการค้ําประกัน สินเชื่อให้แก่ SMEs กลุ่มสนับสนุนผู้มี รายได้น้อยให้มีที่อยู่ อาศัย โครงการปล่อยสินเชือ่ ของธนาคารอาคาร สงเคราะห์ โครงการบ้านออมสิน เพื่อประชาชน โครงการบ้านเอื้อ อาทร (เพื่อ ประชาชนกู้ซื้อบ้าน) กลุ่มสนับสนุนการ ประกอบอาชีพ ระดับฐานราก โครงการธนาคาร ประชาชน โครงการวิสาหกิจ ชุมชน* รวม

ยอดสะสม จากเริ่มดําเนินโครงการ

ยอดการอนุมัติ ในไตรมาส

ไตรมาส 3/2553

ไตรมาส 2/2553

628,892.9

593,402.2 35,490.7 28,642.9

23.9

532,858.0

509,694.7

23,163.3

23,571.1

-1.7

96,034.9

83,707.5

12,327.4

5,071.8

143.1

202,561.7

194,792.2

7,769.6 18,367.1

-57.7

147,389.3

144,785.0

2,604.3

14,659.4

-82.2

2,944.0

2,944.4

-

-

-

52,228.0

47,062.7

5,165.3

3,707.7

39.3

245,048.0 10,681.1

13,259.8

-19.4

255,729.1

ไตรมาส 3/2553

ไตรมาส 3/2552

ร้อยละ

73,486.5

69,799.8

3,686.7

5,789.8

-36.3

182,242.6

175,248.2

6,994.4

7,470.0

-6.4

1,087,183.7 1,033,242.3 53,941.4 60,269.8

-10.5

หมายเหตุ * โครงการวิสาหกิจชุมชนของ ธ.ก.ส. เป็นการรายงานข้อมูลการอนุมัติสินเชื่อของลูกค้า วิสาหกิจรายย่อยทั่วไป ซึ่งเป็นการนับซ้ํากับลูกค้าในโครงการสินเชื่อสําหรับกิจการ SMEs


• หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) ลดลงจากไตรมาสทีผ่ ่านมา โดยมียอด NPLs จํานวน 33,436.7 ล้านบาท เมื่อ เทียบกับยอดสินเชื่อคงค้างจํานวน 353,214.8 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 9.5 และมีภาระค้ําประกันหนี้จัดชั้น ด้อย คุณภาพ (NPGs) ของบรรษัทประกัน สินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) จํานวน 4,537.1 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 6.9 ของยอดค้ําประกันคงค้าง

หนี้ไมกอใหเกิดรายไดของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ หนวย : ลานบาท

สิ้นไตรมาสที่ 3/2553 สินเชื่อ โครงการ NPLs คงค้าง 1. กลุ่มสนันสนุนกิจการ SMEs 1.1 สินเชื่อสําหรับกิจการ SMEs 175,737.6 26,782.8 สินเชื่อ SMEs (ธพว.) 73,539.9 19,085.4 สินเชื่อ SMEs (ธสน.) 13,921.0 2,136.4 สินเชื่อ SMEs (ธนาคารออมสิน) 42,190.7 1,815.4 สินเชื่อ SMEs (ธ.ก.ส.) 46,086.0 3,745.6 1.2 การค้ําประกันสินเชื่อ (บสย.) 66,234.5 4,537.1 2. กลุ่มสนับสนุนผู้มีรายได้น้อยให้มีที่ อยู่อาศัย 105,571.7 1,247.6 โครงการบ้านเอื้ออาทร 35,436.6 237.4 โครงการบ้าน ธอส.-กบข ระยะที่ 3 27,119.9 485.6 โครงการบ้าน ธอส.-กบข ระยะที่ 4 10,160.3 156.9 โครงการบ้าน ธอส.-กบข ระยะที่ 5 9,059.5 112.4 โครงการบ้าน ธอส.-กบข ระยะที่ 6 16,055.9 88.1 โครงการบ้าน ธอส. - สปส. 2,643.6 70.1 โครงการบ้านมิตรภาพสปส. - ธอส. 5,095.9 97.1 เพื่อทีอ่ ยู่อาศัยของผู้ประกันตน 3. กลุ่มสนับสนุนการประกอบอาชีพ 71,905.5 5,406.3 ระดับฐานราก โครงการธนาคารประชาชน 20,089.5 1,058.5 โครงการวิสาหกิจชุมชน 51,816.0 4,347.8 รวมทั้งหมด 353,214.8 33,436.7 (ยกเว้นการค้ําประกันสินเชื่อ SMEs ของ บสย.)

NPLs ratio 15.2 % 26.0 % 15.3 % 4.3 % 8.1 % 6.9 % 1.2 % 0.7 % 1.8 % 1.5 % 1.2 % 0.5 % 2.7 % 1.9 % 7.5 % 5.3 % 8.4 % 9.5 %

สํานักนโยบายการคลัง 36


การกระจายอํานาจทางการคลัง ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ความคืบหน้าการพิจารณา ทบทวนหลักเกณฑ์การจัดสรรภาษี และเงินอุดหนุนทั่วไปให้แก่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิน่ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2554

การประชุมคณะกรรมการการกระจายอํานาจ ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ครั้งที่ 3/2553 เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2553 ได้พิจารณาหลักเกณฑ์ การจัดสรรภาษีและเงินอุดหนุนทั่วไปให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในปีงบประมาณ พ.ศ.2554 ผลสรุปได้ ดังนี้ 1. การจัดสรรภาษีที่รัฐจัดเก็บและ แบ่งให้ ให้จัดสรรตามหลักเกณฑ์เช่นเดียวกับใน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 ดังนี้ 1.1 ภาษีมูลค่าเพิ่ม 1 ใน 9 จัดสรร เป็นรายเดือนตามผลการจัดเก็บของหน่วยงานที่ รับผิดชอบ ให้แก่เมืองพัทยา กทม. เทศบาล และ อบต. โดยในส่วนที่กรมสรรพากรจัดเก็บใน กทม. ให้จัดสรร ให้ กทม. ในเขตจังหวัดให้จัดสรรให้เทศบาลและ อบต. ตามเกณฑ์ประชากร สําหรับส่วนที่กรมสรรพสามิตและ กรมศุลกากรจัดเก็บ จัดสรรให้ กทม. เทศบาล และ อบต. ตามเกณฑ์ประชากร โดยในส่วนที่จัดเก็บได้ใน พื้นที่เมืองพัทยาให้จัดสรรตรงให้เมืองพัทยา 1.2 ภาษีธุรกิจเฉพาะ จัดสรรให้ อปท. เป็นรายเดือน โดยภาษีที่จัดเก็บได้ในเขตพื้นที่ กทม. และเมืองพัทยาให้จัดสรรให้ กทม. และเมือง พัทยา ส่วนที่จดั เก็บได้ในเขตจังหวัดให้จัดสรรให้ เทศบาลและ อบต. ตามเกณฑ์ประชากร 1.3 ภาษีและค่าธรรมเนียมรถยนต์ จัดสรรเป็นรายเดือนให้ กทม. และ อบจ. ตามผลการ จัดเก็บใน กทม. และในพื้นที่จังหวัดนั้น ๆ 1.4 ภาษีสุราและสรรพสามิต จัดสรรเป็นรายเดือนให้แก่ กทม. เมืองพัทยา เทศบาล และ อบต. ตามเกณฑ์ประชากร 1.5 ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน สิทธิและนิตกิ รรมเกีย่ วกับอสังหาริมทรัพย์ จัดสรรเป็น รายเดือนโดยจัดเก็บในท้องถิน่ ใดให้เป็นรายได้ของถิ่นนัน้

37 สํานักนโยบายการคลัง


1.6 ภาษีมูลค่าเพิ่มตาม พ.ร.บ. กําหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอํานาจให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 ให้ กรมสรรพากรส่งมอบเงินภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 19.70 ของภาษีมูลค่าเพิ่มที่จดั เก็บตามประมวล รัษฎากร หลังหักส่วนที่ต้องจ่ายคืนผู้เสียภาษีแล้ว โดย จัดสรรตามสัดส่วนที่ อปท. แต่ละแห่งได้รับจัดสรรในปี ที่ผ่านมา ทั้งนี้ แนวทางปฏิบัติการจัดสรร ภาษีมูลค่าเพิ่มตาม พ.ร.บ. กําหนดแผนฯ ซึง่ เป็น ประเภทภาษีที่ อปท. ได้รับการจัดสรรเป็นสัดส่วน สูงสุด ได้มีการเปลี่ยนแปลงเพื่ออํานวยความสะดวก ให้แก่ อปท. ให้ได้รับเงินที่จัดสรรให้เร็วกว่าเดิม คือ - เปลี่ยนจากการจัดสรรราย 2 เดือน เป็นรายเดือน - กรมสรรพากรจะทําเรื่องขอถอนเงิน กับกรมบัญชีกลาง โดยขออนุมัติหลักการถอนเงินเพียง ครั้งเดียวแทนการที่จะต้องขออนุมัติถอนเงินทุกงวด การจัดสรร - กรมสรรพากรส่งมอบเงิน ภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เพื่อจัดสรรให้แก่ อปท. ซึ่งแตกต่างจากปีที่ผ่านมาที่ กําหนดส่งมอบให้กระทรวงมหาดไทย ซึ่งจะเป็นการลด ขั้นตอนที่กรมส่งเสริมฯ จะต้องขออนุมัติการจัดสรรเงิน ภาษีกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย - มีการริเริ่มให้กรมสรรพากรนําส่ง เงินภาษีฯ ให้ อปท. แต่ละแห่งโดยตรงผ่านระบบ บริหารการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์ (GFMIS) ซึ่งจะต้องมีการเตรียมความพร้อม โดยกรมบัญชีกลางจัดฝึกอบรมให้กับ อปท. ก่อน 2. การจัดสรรเงินอุดหนุนทัว่ ไป จํานวน 80,028.99 ล้านบาท แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 2.1 เงินอุดหนุนตามอํานาจหน้าที่ จํานวน 52,062.62 ล้านบาท โดยเงินจํานวนนี้จัดสรร เป็น 2 ส่วน

สํานักนโยบายการคลัง 38


ส่วนที่ 1 ร้อยละ 93 ร้อยละ 10 จัดสรรให้ อบจ. โดย จัดสรรให้แต่ละ อบจ. ในสัดส่วนเดียวกับปีที่ผ่านมา ร้อยละ 90 จัดสรรให้แก่เทศบาล และ อบต. โดยสัดส่วนระหว่างเทศบาลกับ อบต. คิดโดยนําเงินอุดหนุนทั่วไปปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 เทศบาลที่ยกฐานะมาจาก อบต. ในปี 2553 มารวมกับ เงินอุดหนุนทั่วไปของเทศบาลอื่น ในปีงบประมาณ เดียวกันแล้วคํานวณหาสัดส่วนระหว่างเทศบาล กับ อบต. - การจัดสรรให้เทศบาลแต่ละ แห่งจัดสรรโดยร้อยละ 50 แบ่งเท่ากันทุกแห่ง และอีก ร้อยละ 50 ตามเกณฑ์ประชากร ทั้งนี้ เทศบาลที่ยก ฐานะจาก อบต. ในปี 2553 หากได้รับเงินอุดหนุน ทั่วไปเพิ่มขึ้นจากปีก่อนเกินกว่าร้อยละ 50 ให้ได้รับการ จัดสรรเพิ่มร้อยละ 50 - การจัดสรรระหว่าง อบต. แต่ละแห่งร้อยละ 60 แบ่งเท่ากันทุกแห่งและอีกร้อยละ 40 แบ่งตามเกณฑ์ประชากร ส่วนที่ 2 ร้อยละ 7 จัดสรรให้ อปท. ที่มีค่าใช้จ่ายในการจัดบริการสาธารณะขั้น พื้นฐานของ อปท. มากกว่ารายได้ของ อปท. โดยไม่รวม เงินอุดหนุนตามสัดส่วนของส่วนต่างที่เกิดขึ้นโดยใช้ วิธีการคํานวณเช่นเดียวกันกับปีงบประมาณที่ผ่านมา 2.2 เงินอุดหนุนเพื่อดําเนินภารกิจถ่าย โอนและอื่น ๆ จํานวน 27,966.37 ล้านบาท ให้จัดสรร ตามหลักเกณฑ์ที่จัดสรรในปีที่ผ่านมา โดยมีรายการ ต่อไปนี้ - เงินอุดหนุนสําหรับการ ชดเชยค่าโดยสารรถไฟครึ่งราคาของบุคลากรท้องถิ่น - เงินอุดหนุนสําหรับสนับสนุน การบริการสาธารณสุข - เงินอุดหนุนสําหรับสนับสนุน อาหารเสริม (นม) - เงินอุดหนุนสําหรับสนับสนุน อาหารกลางวัน 39 สํานักนโยบายการคลัง


การบริหารสนามกีฬา

เงินอุดหนุนสําหรับสนับสนุน

- เงินอุดหนุนสําหรับสนับสนุน การสงเคราะห์เบี้ยยังชีพผู้ป่วยเอดส์ - เงินอุดหนุนสําหรับสนับสนุน ศูนย์บริการทางสังคม - เงินอุดหนุนสําหรับสนับสนุน สถานสงเคราะห์คนชรา - เงินอุดหนุนสําหรับส่งเสริม ศักยภาพการจัดการศึกษาท้องถิ่น สําหรับการดําเนินการขั้นตอนต่อไป ประธานคณะกรรมการการกระจายอํานาจให้แก่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นจะลงนามในประกาศคณะกรรมการ การกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อดําเนินการจัดสรรภาษีและเงินอุดหนุนทั่วไปให้แก่ อปท. ตามหลักเกณฑ์ข้างต้นต่อไป

สํานักนโยบายการคลัง 40


มติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับภาคการคลังที่สําคัญ มติคณะรัฐมนตรีวันที่ 7 ธันวาคม 2553 1. โครงการสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพอิสระรายย่อยที่ได้รบั ผลกระทบจากอุทกภัยและ วาตภัยปี 2553 คณะรั ฐ มนตรี เ ห็ น ชอบโครงการสิ น เชื่ อ เพื่ อ ช่ ว ยเหลื อ ผู้ ป ระกอบอาชี พ อิ ส ระรายย่ อ ยที่ ไ ด้ รั บ ผลกระทบจากอุทกภัยและวาตภัย ปี 2553 ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยธนาคารออมสินเป็นผู้ดําเนิน โครงการสินเชื่อนี้ เพื่อให้ผู้ประกอบอาชีพอิสระรายย่อยมีแหล่งเงินทุนสําหรับฟื้นฟูความเสียหายได้รวดเร็วขึ้น และสามารถประกอบอาชีพสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีวงเงินสินเชื่อ 2,000 ล้านบาท สิ้นสุดวันรับ คําขอกู้ 31 มกราคม 2554 วงเงิ นสินเชื่อต่อรายไม่เกิน 50,000 บาท ให้กู้ยืมสูงสุดไม่เกิน 5 ปี อัตรา ดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 0.5 ต่อเดือนตลอดอายุสัญญากู้โดยไม่ต้องมีหลักประกัน ทั้งนี้ ให้ธนาคารออมสินแยกบันทึกบัญชีการดําเนินงานตามโครงการนี้ออกจากการดําเนินงานปกติ (Public Service Account: PSA) เพื่อขอรับการชดเชยความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต 2. การแข็งค่าของเงินบาท คณะรัฐมนตรีเห็นชอบแนวทางการดําเนินงานของหน่วยงานที่ได้รับประโยชน์จากการแข็งค่าเงิน บาท ตามที่สํานักงบประมาณเสนอ ดังนี้ 1. รายการค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับเงินตราต่างประเทศ จํานวน 61,106.27 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะได้ ประโยชน์สุทธิจากการแข็งค่าของเงินบาท จํานวน 5,834.10 ล้านบาท ส่วนใหญ่ประมาณร้อยละ 62.80 หรือจํานวน 38,373.02 ล้านบาท เป็นรายจ่ายเพื่อจัดหาวัสดุอุปกรณ์/ครุภัณฑ์ที่นําเข้าจากต่างประเทศ (Import Content) โดยเฉพาะรายการค่าใช้จ่ายในการจัดหายุทโธปกรณ์ ดังนั้น จึงเห็นควรกําหนดแนวทาง ให้หน่วยงานภาครัฐที่ได้รับประโยชน์ในกรณีดังกล่าว เสนอรัฐมนตรีเจ้าสังกัดเพื่อนําเงินประหยัดได้ไป ดําเนินภารกิจที่เป็นนโยบายสําคัญของรัฐบาลที่อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงาน โดยเฉพาะการแก้ไข ปัญหาอุทกภัย หรืออุบัติภัยอื่น ๆ เป็นลําดับแรก 2. สําหรับรายจ่ายที่ต้องจ่ายเป็นเงินตราต่างประเทศ ซึ่งมีจํานวน 14,380.58 ล้านบาท เช่น นักเรียนทุนรัฐบาล ค่าใช้จ่ายงบดําเนินงานในต่างประเทศ ค่าบํารุงสมาชิกองค์การระหว่างประเทศ ซึ่ง เงินตราต่างประเทศดังกล่าวจะต้องนําไปใช้ในช่วงเวลาที่หน่วยงานภาครัฐดําเนินการจริง ดังนั้น กรณีที่ หน่วยงานได้ประโยชน์จากอัตราแลกเปลี่ยน ให้ดําเนินการตามแนวทางเดียวกันกับข้อ 1 ทั้งนี้ หากหน่วยงานภาครัฐใดได้มีการตรวจสอบแล้วพบว่าได้รับประโยชน์จากอัตราแลกเปลี่ยน เช่นกรณีข้างต้น ก็ให้ดําเนินการตามแนวทางดังกล่าวเช่นกันด้วยตามที่สํานักงบประมาณเสนอ 3. โครงการไปรษณียเ์ พื่อสินเชื่อรายย่อย คณะรัฐมนตรีเห็นชอบและอนุมัติตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ดังนี้ 1. เห็นชอบหลักการในการจัดตั้งบริษัทในเครือของบริษัทไปรษณีย์ไทย จํากัด (ปณท) เพื่อดําเนิน โครงการไปรษณีย์เพื่อสินเชื่อรายย่อย 2. อนุมัติร่างบันทึกข้อตกลงร่วมระหว่างกระทรวงการคลังและกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสาร ตามที่เสนอเพื่อจะได้ดําเนินการต่อไป 3. เห็นชอบให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารร่วมกับ ปณท รับไปดําเนินการในการ จัดตั้งบริษัทในเครือและดําเนินการจัดทํารายละเอียดแผนธุรกิจโครงการดังกล่าวต่อไป 41 สํานักนโยบายการคลัง


ทั้งนี้ ให้กระทรวงการคลังรับความเห็นของสํานักงานอัยการสูงสุด ธนาคารแห่งประเทศไทย และ สํานักงบประมาณ ไปประกอบการพิจารณาดําเนินการด้วย โครงการดังกล่าวเป็นการเพิ่มโอกาสการเข้าถึงแหล่งทุนของประชาชนผู้มีรายได้น้อยและช่วยแก้ไข ปัญหาหนี้นอกระบบตามนโยบายรัฐบาล โดย ปณท. จัดตั้งบริษัทในเครือโดยถือหุ้นร้อยละ 100 ทุนจดทะเบียน จัดตั้งบริษัท 50 ล้านบาท จาก ปณท. โดยให้ กค. เป็นผู้พิจารณาจัดหาเงินทุนหมุนเวียนสําหรับดําเนิน โครงการฯ ตามความเหมาะสม โดยวงเงิ น กู้ แ ละอัต ราดอกเบี้ย จะขึ้น อยู่ กับ การพิ จ ารณารู ป แบบของ ผลิ ต ภั ณ ฑ์ ซึ่ ง ควรมี ค วามหลากหลายให้ เ หมาะสมกั บ กลุ่ ม เป้ า หมาย สํ า หรั บ การชํ า ระคื น เงิ น กู้ อ าจจะ พิจารณาให้ชําระเป็นรายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือน ส่วนหลักประกันในการกู้เงินอาจจะมีรูปแบบที่ แตกต่ างกันไปขึ้ นอยู่กับความสามารถในการชําระหนี้ของผู้กู้ หรือประเภทของผลิตภั ณฑ์ ในเบื้ องต้น เห็นสมควรดําเนินการในลักษณะนําร่องให้ทั่วทุกภาคของประเทศไทยประมาณ 10 สาขา โดยให้บริษัทใน เครือของ ปณท. มีสิทธิในการใช้สถานที่และเครือข่ายที่ทําการไปรษณีย์ของ ปณท. ได้ มติคณะรัฐมนตรีวันที่ 14 ธันวาคม 2553 1. แหล่งเงินทุนโครงการก่อสร้างโรงงานผลิตยาสูบแห่งใหม่ คณะรัฐมนตรีอนุมัติตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ทั้ง 2 ข้อ ดังนี้ 1. อนุมัติหลักการให้โรงงานยาสูบใช้แหล่งเงินลงทุนจากเงินรายได้ของโรงงานยาสูบในการดําเนิน โครงการก่อสร้างโรงงานผลิตยาสูบแห่งใหม่ โดยให้กระทรวงการคลังเป็นผู้พิจารณาความเหมาะสมของการ ลดอัตราการนําส่งรายได้แผ่นดินของโรงงานยาสูบจากอัตราที่กําหนดไว้เดิม คือ ร้อยละ 88 ของกําไรสุทธิ โดยคํานึงถึงความสอดคล้องระหว่างแผนการลงทุนกับผลประกอบการจริงของโรงงานยาสูบ โดยเริ่มจาก การพิจารณาพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี 2555 เป็นต้นไป 2. อนุมัติหลักการการปรับแผนการดําเนินการโครงการฯ โดยยังคงเป้าหมายวงเงินลงทุน และ ผลประโยชน์ที่ได้รับ ตามที่คณะรัฐมนตรีได้เคยมีมติไว้เดิม (25 ธันวาคม 2550) ตามที่โรงงานยาสูบเสนอ และมอบหมายให้สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเพื่อพิจารณาตามขั้นตอน ต่อไป ทั้งนี้ ให้กระทรวงการคลังดําเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายและระเบียบหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ต่ อ ไป โดยให้ รั บ ความเห็ น ของสํ า นั ก งานคณะกรรมการพั ฒ นาการเศรษฐกิ จ และสั ง คมแห่ ง ชาติ แ ละ สํานักงบประมาณ ไปพิจารณาดําเนินการด้วย 2. โครงการอาสาสมัครที่ปรึกษาทางการเงินครัวเรือน (หมอหนี้) คณะรั ฐ มนตรีเ ห็น ชอบในหลั ก การและแนวทางการดํ า เนิ น การโครงการอาสาสมั ค รที่ป รึก ษา ทางการเงินครัวเรือน (หมอหนี้) ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อสร้างและพัฒนาบุคลากรอาสาสมัครใน การทําหน้าที่ให้ความช่วยเหลือแนะนําให้ประชาชนให้มีความรู้ โดยคัดเลือกจากผู้มีศักยภาพ เช่น ผู้นํา ชุมชน เป็นต้น เพื่อเป็นคนกลางในการสื่อสาร และเสริมสร้างวัฒนธรรมด้านการออม ซึ่งมีหน้าที่หลักในการ ให้ คํ า ปรึ ก ษา/วางแผนในการแก้ ไ ขปั ญ หาหนี้ สิ น ของคนในชุ ม ชน รวมถึ ง การให้ ค วามรู้ ใ นการจั ด ทํ า “บัญชีครัวเรือน” และเป็นสื่อกลางการเชื่อมโยงแหล่งเงินทุนในชุมชน โดยมีสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่เข้า ร่วมโครงการ ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารออมสิน ซึ่งมี เป้าหมายในการดําเนินการดังนี้ 1. ธ.ก.ส. สร้างอาสาสมัครที่ปรึกษาทางการเงินครัวเรือน (หมอหนี้) 26,000 ราย ในปี 2554 2. ธนาคารออมสิ น สร้ า งอาสาสมั ค รที่ ป รึ ก ษาทางการเงิ น ครั ว เรื อ น (หมอหนี้ ) 62,000 ราย ในปี 2554 สํานักนโยบายการคลัง 42


3. การพิจารณากําหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่าํ ปี 2554 คณะรัฐมนตรีเห็นชอบประกาศคณะกรรมการค่าจ้างเรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ํา (ฉบับที่ 5) ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2553 ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ ตามมาตรา 79 (3) และมาตรา 88 แห่งพระราชบัญญัติ คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2551 โดยกําหนดเพิ่มอัตราค่าจ้างขั้นต่ําเป็นเงินวันละ 159-221 บาท ตามแต่ละท้องที่ และให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่ วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2554 เป็นต้นไป 4. โครงการสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพอิสระย่อยที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยและวาตภัย ปี 2553 คณะรัฐมนตรีเห็นชอบโครงการสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพอิสระย่อยที่ได้รับผลกระทบ จากอุทกภัยและวาตภัย ปี 2553 ตามที่กระทรวงการคลัง โดยธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.) เสนอ เพื่อใช้ปรับปรุงซ่อมแซมบ้านเรือน อุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ หรือเป็นทุนหมุนเวียน มีวงเงิน 500 ล้านบาท สิ้นสุดวันขอรับคําขอสินเชื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2554 วงเงินสินเชื่อต่อรายไม่เกิน 100,000 บาท โดย มีระยะเวลาการให้สินเชื่อไม่เกิน 5 ปี อัตรากําไรหรือค่าธรรมเนียม อัตราคงที่ร้อยละ 0.50 ต่อเดือนตลอด อายุสัญญาแต่ไม่เกิน 5 ปี โดยไม่ต้องมีหลักประกัน ทั้งนี้ ให้ ธอท. แยกบันทึกบัญชีการดําเนินการตาม โครงการนี้ออกจากการดําเนินงานปกติ (Public Service Account: PSA) เพื่อขอรับความเสียหายที่อาจจะ เกิดขึ้นในอนาคตจากรัฐบาล และเงินที่ใช้ในการปล่อยสินเชื่อของโครงการฯ ธอท. เป็นผู้จัดหาเอง มติคณะรัฐมนตรีวันที่ 21 ธันวาคม 2553 1. เป้าหมายของนโยบายการเงินประจําปี 2554 คณะรั ฐ มนตรี อ นุ มั ติ เ ป้ า หมายของนโยบายการเงิ น ประจํ า ปี 2554 ตามที่ รั ฐ มนตรี ว่ า การ กระทรวงการคลังและคณะกรรมการนโยบายการเงินได้เห็นชอบร่วมกันในการเสนอเป้าหมายฯ ดังนี้ 1. เป้าหมายของนโยบายการเงิน ประจําปี 2554 ไว้ที่ อั ตราเงิ นเฟ้อพื้น ฐานเฉลี่ ย รายไตรมาส ระหว่างร้อยละ 0.5-3.0 ต่อปี 2. กําหนดให้มีการหารือร่วมกันระหว่างกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นประจํา ทุกไตรมาสและเมื่อมีเหตุจําเป็น เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของนโยบายการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ 3. กําหนดให้คณะกรรมการนโยบายการเงินต้องชี้แจงเมื่ออัตราเงินเฟ้อพื้นฐานออกนอกเป้าหมาย โดยต้องชี้แจงถึงสาเหตุ แนวทางแก้ไข และระยะเวลาที่ใช้แก้ไขปัญหา โดยให้รายงานความคืบหน้าของการ แก้ไขปัญหาเป็นระยะ 4. กําหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและคณะกรรมการนโยบายการเงินตกลงร่วมกันเพื่อ แก้ไขเป้าหมายของนโยบายการเงินได้ก่อนนําเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา 2. มาตรการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน (ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2554 – 28 กุมภาพันธ์ 2554) คณะรัฐมนตรีอนุมัติให้ขยายระยะเวลาดําเนินมาตรการลดภาระค่าครองชีพของประชาชนจนถึง วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2554 ดังนี้ 1.มาตรการลดค่าใช้จ่ายไฟฟ้าของครัวเรือน ดําเนินการผ่าน กฟน. และ กฟภ. โดยภาครัฐรับภาระ ค่าใช้จ่ายการใช้ไฟฟ้าสําหรับครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 90 หน่วยต่อเดือน และสําหรับผู้เช่าอาศัยในอาคารชุด หรือห้องเช่าที่ผู้ประกอบการถูกต้องตามกฎหมาย ที่มีราคาเช่าไม่เกิน 3,000 บาท/ห้อง/เดือน และใช้ไฟฟ้าเฉลี่ย ไม่เกิน 90 หน่วย/เดือน/ห้อง และได้ลงทะเบียนไว้กับ กฟน. และ กฟภ.

43 สํานักนโยบายการคลัง


2. มาตรการลดค่าใช้จ่ายเดินทางรถโดยสารประจําทาง ดําเนินการผ่าน ขสมก. โดยภาครัฐ รับภาระค่าใช้จ่ายการจัดรถโดยสารประจําทางธรรมดาให้บริการแก่ประชาชนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย 3. มาตรการลดค่าใช้จ่ายเดินทางโดยรถไฟชั้น 3 ดําเนินการผ่าน รฟท. โดยภาครัฐรับภาระ ค่าใช้จ่ายการจัดรถไฟชั้น 3 เชิงสังคม และรถไฟชั้น 3 ระยะทางไกล ในขบวนรถเชิงพาณิชย์ ให้บริการแก่ ประชาชนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ค่าใช้จ่ายในการขยายการดําเนินมาตรการฯดังกล่าว ประมาณ 3,085.88 ล้านบาท ทัง้ นีใ้ ห้รฐั วิสาหกิจ ที่ร่วมดําเนินการสามารถกู้เงินเพื่อชดเชยรายได้จากการดําเนินการตามมาตรการลดภาระค่าครองชีพของ ประชาชนในช่วงขยายระยะเวลา และให้สํานักงบประมาณพิจารณาจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจําปี เพื่อชําระคืนเงินต้น ดอกเบี้ยเงินกู้ และค่าใช้จ่ายในการกู้เงินให้กับรัฐวิสาหกิจทั้ง 4 แห่งต่อไป มติคณะรัฐมนตรีวันที่ 28 ธันวาคม 2553 1. มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการควบรวมกิจการ กรณีการยกเว้นภาษีเงินได้สําหรับเงินปันผล คณะรัฐมนตรีเห็นชอบมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการควบรวมกิจการ กรณีการยกเว้นภาษีเงินได้ สําหรับเงินปันผล และอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการ ยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ และให้ส่งสํานักงานคณะกรรมการ กฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วดําเนินการต่อไปได้ ร่างกฎหมายดัง กล่ าว เป็นการยกเว้นภาษี เงิ นได้ สํ าหรับเงิน ปัน ผลที่ได้จ ากบริษัท ที่ตั้งขึ้ น ตาม กฎหมายไทยหรือเงินส่วนแบ่งกําไรที่ได้จากกองทุนรวมที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาด หลักทรัพย์ ให้แก่ 1. บริษัทมหาชนจํากัดหรือบริษัทจํากัดใหม่อันได้ควบเข้ากันหรือเป็นผู้รับโอนจากการโอนกิจการ ทั้งหมดให้แก่กัน เป็นจํานวนกึ่งหนึ่งของเงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งกําไรที่ได้รับ 2. บริษัทตามข้อ 1. ที่เป็นบริษัทจดทะเบียนหรือเป็นบริษัทที่ถือหุ้นในบริษัทผู้จ่ายเงินปันผลเป็น จํานวนไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบห้าของหุ้นทั้งหมดที่มีสิทธิออกเสียง โดยบริษัทผู้จ่ายเงินปันผลไม่ได้ถือหุ้นใน บริษัทนั้นไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อมเป็นจํานวนเท่ากับเงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งกําไรที่ได้รับ ทั้งนี้ บริษัทตามข้อ 1. และ 2. ได้ถือหุ้นหรือหน่วยลงทุนที่ก่อให้เกิดเงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่ง กําไรไม่น้อยกว่าสามเดือนนับแต่วันที่ได้หุ้นหรือหน่วยลงทุนนั้นมาจนถึงวันที่มีเงินได้ดังกล่าว และยังคงถือ หุ้นหรือหน่วยลงทุนนั้นต่อไปอีกไม่น้อยกว่าสามเดือนนับแต่วันที่มีเงินได้โดยให้นับระยะเวลาระหว่างที่ บริษัทมหาชนจํากัดหรือบริษัทจํากัดเดิมอันได้ควบเข้ากันหรือเป็นผู้โอนกิจการที่ต้องจดทะเบียนเลิกได้ถือ หุ้นหรือหน่วยลงทุนนั้นรวมด้วย (ร่างมาตรา 3 เพิ่มเติมมาตรา 5 เตวีสติ) 2. การกู้เงินของธนาคารอาคารสงเคราะห์ในปีงบประมาณ 2554 จํานวน 18,000 ล้านบาท คณะรัฐมนตรีอนุมัติ และเห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ดังนี้ 1. อนุมัติให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กู้เงินในประเทศในปีงบประมาณ 2554 จํานวน 18,000 ล้านบาท ประกอบด้วยการกู้เงินเป็นเงินทุนหมุนเวียน จํานวน 11,000 ล้านบาท และการกู้เงินเพื่อ ทดแทนพันธบัตรเดิมที่ครบกําหนด 7,000 ล้านบาท 2. อนุมัติให้กระทรวงการคลังเป็นผู้พิจารณาการกู้เงิน วิธีการกู้เงิน เงื่อนไข และรายละเอียดต่าง ๆ ของการกู้เงิน และการค้ําประกันในแต่ละครั้งได้ตามความเหมาะสมและจําเป็น 3. เห็นชอบให้ ธอส. จัดให้มีแผนงานและแนวทางในการบริหารจัดการ NPL อย่างเป็นระบบ รวมทั้ งมีมาตรการในการพิ จารณาอนุมัติสินเชื่ อที่เข้มงวดอย่ างระมัดระวัง นอกจากนี้ ควรศึกษาแนว ทางการลดการพึ่งพาการค้ําประกันพันธบัตรของกระทรวงการคลัง โดยการพิจารณาหาทางเลือกอื่นในการ จัดหาแหล่งเงินทุนเพื่อสนับสนุนการดําเนินงาน เช่น การทํา Securitization สินเชื่อที่อยู่อาศัยในระยะยาว ที่เหมาะสมด้วย

สํานักนโยบายการคลัง 44


3. กําหนดให้มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการปรับปรุงโครงสร้างองค์กรเป็นมาตรการถาวร คณะรัฐมนตรีเห็นชอบกําหนดให้มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการปรับปรุงโครงสร้างองค์กรเป็น มาตรการถาวร และอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการ ยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ และให้ส่งสํานักงานคณะกรรมการ กฤษฎีกาตรวจพิ จารณาเป็นเรื่องด่วน แล้วดําเนินการต่อไปได้ โดยมาตรการดั งกล่ าว เป็นการยกเว้น ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ ให้แก่ผู้ประกอบกิจการซึ่งเป็นบริษัทมหาชนจํากัดหรือ บริษัทจํากัดที่เป็นบริษัทในเครือเดียวกัน สําหรับมูลค่าของฐานภาษี รายรับหรือการกระทําตราสารที่เกิดขึ้น หรือเนื่องมาจากการที่ผู้ประกอบกิจการดังกล่าวโอนกิจการบางส่วนให้แก่กัน ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และ เงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกําหนด 4. การขยายระยะเวลาการให้สิทธิประโยชน์ในการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ คณะรัฐมนตรีเห็นชอบการขยายระยะเวลาการให้สิทธิประโยชน์ในการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ โดย เป็นการให้สิทธิประโยชน์ภาษีอากรและค่าธรรมเนียมในการปรับปรุงโครงสร้างหนี้แก่หนี้ที่ถูกจัดชั้นเป็นหนี้ ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ตามหลักเกณฑ์ของสถาบันการเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทย และหนี้ที่ถูกจัดชั้นเป็น สินทรัพย์จัดชั้นสงสัยจะสูญที่กันสํารองครบร้อยละ 100 และตัดออกจากบัญชีแล้วภายในวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 ดังนี้ 1. ด้านภาษีอากร ยกเว้นภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ ให้แก่ ลูกหนี้ของสถาบันการเงิน สําหรับเงินได้ที่ได้รับจากการปลดหนี้ของสถาบันการเงินหรือการทําตราสาร ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ 2. ด้านค่าธรรมเนียมการโอนและการจํานองอสังหาริมทรัพย์ ให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายที่ดินและตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุด ร้อยละ 0.01 ราคาประเมินทุนทรัพย์ในการ ปรับปรุงโครงสร้างหนี้สําหรับลูกหนี้และเจ้าหนี้ โดยส่วนที่เกินจํานวนเงินที่นําไปชําระหนี้ดังกล่าวให้เรียก เก็บตามอัตราปกติ ทั้งนี้ ให้ส่งสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้องเป็นเรื่องด่วน แล้ว ดําเนินการต่อไป 5. การขอตั้งงบประมาณเพื่อจัดตั้งหน่วยระวังภัยทางเศรษฐกิจของอาเซียน คณะรัฐมนตรีอนุมัติให้สํานักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง เบิกจ่ายงบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 งบกลาง รายการเงินสํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเป็น จํานวน 4,490,000 บาท หรื อ 144,352 ดอลลาร์ ส หรั ฐ ตามที่ สํ า นั ก เลขาธิ ก ารอาเซี ย นได้ มี ห นั ง สื อ ถึ ง กระทรวงการคลั งไทย เพื่ อ นํ า ไปชํ าระเงิ นสํ าหรั บ การจั ดตั้ ง หน่ ว ยระวั งภั ย ทางเศรษฐกิ จ ของอาเซี ย น (Macroeconomic and Finance Surveillance Office: MFSO) ได้ โดยทําการเบิกจ่ายในลักษณะงบ รายจ่ า ยอื่ น ตามความเห็ น ของสํ า นั ก งบประมาณ และให้ ก ระทรวงการคลั ง รั บ ความเห็ น สํ า นั ก งาน คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ไปพิจารณาดําเนินการด้วย

45 สํานักนโยบายการคลัง


สถิติด้านการคลัง


ผลการจัดเก็บรายได้รัฐบาลตั้งแต่ปี 2533 จนถึงปัจจุบัน (ฐานข้อมูลรายปี) (หน่วย: ล้านบาท) กรมสรรพากร ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม ภาษีการค้า ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ อากรแสตมป์ รายได้อื่นๆ กรมสรรพสามิต ภาษีน้ํามันฯ ภาษียาสูบ ภาษีสุราฯ ภาษีเบียร์ ภาษีรถยนต์ ภาษีเครื่องดื่ม ภาษีเครื่องไฟฟ้า ภาษีรถจักรยานยนต์ ภาษีแบตเตอรี่ ภาษีการโทรคมนาคม ภาษีอื่นๆ รายได้อื่นๆ กรมศุลกากร อากรขาเข้า อากรขาออก รายได้อื่นๆ รวม 3 กรม หน่วยงานอื่น ส่วนราชการอื่น กรมธนารักษ์ รายได้จากการขายหุ้นให้กองทุนวายุภักษ์ เงินจากการยุบเลิกทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยน แปรรูปรัฐวิสาหกิจ รัฐวิสาหกิจ รวมรายได้จัดเก็บ หัก 1.คืนภาษีของกรมสรรพากร - ภาษีมลู ค่าเพิ่ม - ภาษีอื่นๆ 2. จัดสรรรายได้จาก VAT ให้อบจ. 3. เงินกันชดเชยการส่งออก รวมรายได้สุทธิ จัดสรรให้ อปท. ตาม พรบ.กําหนดแผนฯ รวมรายได้สุทธิหลังหักจัดสรร GDP (ปีปฏิทิน) รายได้สุทธิหลังจัดสรรต่อ GDP (ร้อยละ) หมายเหตุ : ข้อมูล GDP ปี 2553 -2554 จากสํานักนโยบายมหภาค สํานักงานเศรษฐกิจการคลัง ที่มา : กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร สํานักงบประมาณ กรมธนารักษ์ และกรมบัญชีกลาง จัดทําโดย : ส่วนโยบายการคลังและงบประมาณ สํานักนโยบายการคลัง สํานักงานเศรษฐกิจการคลัง

2533

2534

2535

2536

2537

2538

2539

192,488 39,338 58,900 1,794 88,035

237,308 48,913 75,032 2,870 106,183

3,780 642 73,279 32,014 13,636 13,754 6,625 5,142

3,691 620 92,493 44,415 15,904 15,734 7,973

261,042 52,945 87,273 2,884 37,783 66,614 9,629 3,781 134 102,028 41,346 15,490 15,247 7,818 15,713 5,125 301

300,805 57,237 103,975 3,448 2,739 112,582 16,764 3,876 184 125,789 43,711 15,638 16,679 9,478 34,350 5,158 546

366,957 67,651 133,268 3,603 1,441 134,791 21,227 4,752 224 138,670 46,131 19,708 19,272 12,262 34,515 5,636 899

444,512 86,190 157,078 3,196 1,082 163,122 28,311 5,284 249 155,308 53,501 20,717 19,759 15,131 38,147 6,598 1,190

508,832 109,396 172,235 3,430 572 184,227 33,410 5,286 276 167,160 58,005 24,057 21,548 17,360 37,343 6,845 1,729

1,813 295 91,025 89,869 55 1,102 356,792 48,147 29,527

1,927 316 93,196 91,998 13 1,185 422,997 53,977 30,225

695 294 86,246 85,082 11 1,153 449,316 76,048 42,896

73 157 105,910 104,651 11 1,247 532,504 75,603 36,701

136 111 116,872 115,540 14 1,318 622,499 85,047 41,794

156 109 128,548 127,124 9 1,415 728,368 86,775 41,250

153 119 129,543 128,212 6 1,324 805,535 89,756 40,650

18,620 404,939

23,752 476,974

33,152 525,364

38,902 608,106

43,253 707,546

45,525 815,143

49,106 895,291

41,432 38,354 3,078

48,723 45,330 3,393

52,937 49,143 3,794

37,813 34,148 3,665

10,348 556,326

6,262 652,561

7,108 755,098

7,473 850,005

404,939

6,224

476,974

525,364

404,939 476,974 525,364 556,326 652,561 755,098 850,005 2,183,545 2,506,635 2,830,914 3,165,222 3,629,341 4,681,212 4,611,041 18.5 19.0 18.6 17.6 18.0 16.1 18.4


ผลการจัดเก็บรายได้รัฐบาลตั้งแต่ปี 2533 จนถึงปัจจุบัน (ฐานข้อมูลรายปี) (หน่วย: ล้านบาท) กรมสรรพากร ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม ภาษีการค้า ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ อากรแสตมป์ รายได้อื่นๆ กรมสรรพสามิต ภาษีน้ํามันฯ ภาษียาสูบ ภาษีสุราฯ ภาษีเบียร์ ภาษีรถยนต์ ภาษีเครื่องดื่ม ภาษีเครื่องไฟฟ้า ภาษีรถจักรยานยนต์ ภาษีแบตเตอรี่ ภาษีการโทรคมนาคม ภาษีอื่นๆ รายได้อื่นๆ กรมศุลกากร อากรขาเข้า อากรขาออก รายได้อื่นๆ รวม 3 กรม หน่วยงานอื่น ส่วนราชการอื่น กรมธนารักษ์ รายได้จากการขายหุ้นให้กองทุนวายุภักษ์ เงินจากการยุบเลิกทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยน แปรรูปรัฐวิสาหกิจ รัฐวิสาหกิจ รวมรายได้จัดเก็บ หัก 1.คืนภาษีของกรมสรรพากร - ภาษีมูลค่าเพิ่ม - ภาษีอื่นๆ 2. จัดสรรรายได้จาก VAT ให้อบจ. 3. เงินกันชดเชยการส่งออก รวมรายได้สุทธิ จัดสรรให้ อปท. ตาม พรบ.กําหนดแผนฯ รวมรายได้สุทธิหลังหักจัดสรร GDP (ปีปฏิทิน) รายได้สุทธิหลังจัดสรรต่อ GDP (ร้อยละ) หมายเหตุ : ข้อมูล GDP ปี 2553 -2554 จากสํานักนโยบายมหภาค สํานักงานเศรษฐกิจการคลัง ที่มา : กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร สํานักงบประมาณ กรมธนารักษ์ และกรมบัญชีกลาง จัดทําโดย : ส่วนโยบายการคลังและงบประมาณ สํานักนโยบายการคลัง สํานักงานเศรษฐกิจการคลัง

2540

2541

2542

2543

2544

2545

518,620 115,137 162,655 5,322 264 195,813 34,286 4,734 408 180,168 63,983 29,816 22,763 21,383 32,295 7,519 1,765 129 168

498,966 122,945 99,480 5,316 342 232,388 35,241 2,992 263 155,564 65,373 28,560 20,257 23,191 8,557 7,023 1,003 538 442

452,317 106,071 108,820 10,872 186 201,976 21,311 2,824 258 163,892 66,584 26,655 22,800 24,992 13,941 6,484 904 482 419

461,322 91,790 145,554 10,739 126 192,510 17,015 3,351 236 168,822 64,832 28,134 8,276 26,438 26,781 7,444 1,104 791 444

499,711 101,136 149,677 17,154 84 215,158 12,852 3,408 242 177,600 64,124 32,310 8,933 29,991 30,330 8,100 1,429 932 713

544,281 108,371 170,415 19,128 99 228,196 13,715 4,122 236 208,153 68,840 31,697 22,290 31,650 41,560 7,748 1,793 1,224 582

204 142 104,160 102,704 8 1,448 802,947 106,101 38,102

481 139 69,338 67,108 17 2,213 723,868 91,813 42,518

474 158 68,095 66,994 36 1,064 684,303 109,042 52,679

579 3,999 87,195 85,338 75 1,782 717,338 100,257 56,182

525 213 92,838 91,359 82 1,397 770,149 104,617 45,482

556 212 98,629 96,326 163 2,139 851,062 108,375 46,965 2,483

627,682 117,309 208,859 21,773 45 261,306 12,757 5,348 286 246,641 73,605 33,289 25,676 36,987 56,474 8,621 2,347 1,581 591 6,420 813 239 111,819 110,054 216 1,549 986,142 118,485 50,772 3,599

68,000 909,049

49,295 815,681

56,364 793,346

44,075 817,595

59,135 874,766

1,065 57,862 959,437

64,114 1,104,627

58,400 55,313 3,087

74,660 63,858 10,802

7,073 843,576

7,559 733,462

75,325 64,655 10,670 2,994 5,916 709,111

57,036 47,358 9,679 3,198 7,278 750,082

77,920 65,682 12,239 3,732 7,698 785,416

843,576 733,462 4,732,610 4,626,447 17.8 15.9

2546

79,902 80,150 65,769 69,261 14,133 10,888 4,109 5,042 8,234 10,501 867,192 1,008,934 16,525 40,604 709,111 750,082 785,416 850,667 968,330 4,637,079 4,922,731 5,133,502 5,450,643 5,917,369 15.3 15.2 15.3 15.6 16.4


ผลการจัดเก็บรายได้รัฐบาลตั้งแต่ปี 2533 จนถึงปัจจุบัน (ฐานข้อมูลรายปี) (หน่วย: ล้านบาท) กรมสรรพากร ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม ภาษีการค้า ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ อากรแสตมป์ รายได้อื่นๆ กรมสรรพสามิต ภาษีน้ํามันฯ ภาษียาสูบ ภาษีสุราฯ ภาษีเบียร์ ภาษีรถยนต์ ภาษีเครื่องดื่ม ภาษีเครื่องไฟฟ้า ภาษีรถจักรยานยนต์ ภาษีแบตเตอรี่ ภาษีการโทรคมนาคม ภาษีอื่นๆ รายได้อื่นๆ กรมศุลกากร อากรขาเข้า อากรขาออก รายได้อื่นๆ รวม 3 กรม หน่วยงานอื่น ส่วนราชการอื่น กรมธนารักษ์ รายได้จากการขายหุ้นให้กองทุนวายุภักษ์ เงินจากการยุบเลิกทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยน แปรรูปรัฐวิสาหกิจ รัฐวิสาหกิจ รวมรายได้จัดเก็บ หัก 1.คืนภาษีของกรมสรรพากร - ภาษีมูลค่าเพิ่ม - ภาษีอื่นๆ 2. จัดสรรรายได้จาก VAT ให้อบจ. 3. เงินกันชดเชยการส่งออก รวมรายได้สุทธิ จัดสรรให้ อปท. ตาม พรบ.กําหนดแผนฯ รวมรายได้สุทธิหลังหักจัดสรร GDP (ปีปฏิทิน) รายได้สุทธิหลังจัดสรรต่อ GDP (ร้อยละ) หมายเหตุ : ข้อมูล GDP ปี 2553 -2554 จากสํานักนโยบายมหภาค สํานักงานเศรษฐกิจการคลัง ที่มา : กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร สํานักงบประมาณ กรมธนารักษ์ และกรมบัญชีกลาง จัดทําโดย : ส่วนโยบายการคลังและงบประมาณ สํานักนโยบายการคลัง สํานักงานเศรษฐกิจการคลัง

2547

2548

2549

772,236 135,155 261,890 31,935

937,149 147,352 329,516 41,178

1,057,200 170,079 374,689 56,524

316,134 20,024 6,820 278 275,773 76,996 36,325 26,181 42,749 65,012 9,350 2,859 1,641 763 12,625 993 280 106,122 103,635 267 2,220 1,154,132 135,747 49,086 2,976 25,075

385,718 26,304 6,816 266 279,395 76,458 38,193 28,620 45,483 58,760 10,106 3,712 1,849 762 13,935 1,121 398 110,403 106,917 285 3,202 1,326,948 147,472 60,664 3,210

417,772 30,623 7,268 244 274,095 70,742 35,657 29,143 44,207 59,810 10,765 3,525 2,010 1,178 15,523 1,169 367 96,232 93,633 314 2,285 1,427,528 153,996 73,500 3,330

2550

2551

2552

2553

1,119,194 192,795 384,619 65,735

1,276,080 204,847 460,650 74,033

434,272 34,406 7,137 230 287,231 76,944 41,824 33,298 52,088 55,844 11,735 3,727 1,665 1,426 7,229 1,183 269 90,625 88,169 345 2,112 1,497,050 206,724 80,593 3,052

503,439 25,133 7,724 254 278,303 67,211 41,832 36,816 53,465 57,822 12,391 3,769 1,673 1,708 111 1,196 309 99,602 96,944 501 2,157 1,653,985 183,659 77,546 4,682

1,138,565 198,095 392,172 90,712 431,775 18,099 7,488 223 291,221 91,059 43,936 37,982 48,993 49,278 12,186 3,111 1,608 1,479 0 1,062 528 80,288 77,187 404 2,697 1,510,074 174,224 83,761 3,822

101,430 1,837,643

86,641 1,684,297

1,264,584 208,374 454,565 67,599 502,176 22,892 8,735 243 405,862 152,825 53,381 42,398 58,831 77,202 14,245 1,615 1,979 1,947 1,039 400 97,148 93,512 169 3,467 1,767,594 227,371 131,950 3,868 91,553 1,994,966

36,951 6,000 52,611 1,289,880

1,484 82,114 1,474,420

77,165 1,581,524

86,129 1,703,775

2554 (1 เดือน) 79,124 16,590 17,388 167 41,734 2,439 784 22 32,532 12,023 4,076 3,584 4,741 6,452 1,067 145 168 158 79 39 7,638 7,494 1 142 119,294 21,805 3,720 68 18,017 141,099

115,574 131,220 162,951 181,793 202,716 199,408 222,709 16,800 96,947 109,625 138,206 150,035 173,994 157,838 170,280 15,300 18,627 21,594 24,745 31,758 28,723 41,570 52,429 1,500 6,368 7,451 9,172 9,514 11,625 9,040 11,942 930 11,226 12,421 12,399 10,416 12,044 11,160 13,518 840 1,156,713 1,323,328 1,397,002 1,502,051 1,611,258 1,464,690 1,746,797 122,529 47,726 58,400 57,312 57,592 65,420 53,832 67,886 1,108,986 1,264,928 1,339,691 1,444,460 1,545,837 1,410,858 1,678,911 122,529 6,489,476 7,092,893 7,850,193 8,529,836 9,075,493 9,050,715 10,128,000 10,888,000 17.1 17.8 17.1 16.9 17.0 15.6 16.6 1.1


โครงสร้างงบประมาณ ปีงบประมาณ

2532

2533

2534

2535

2536

2537

1. วงเงินงบประมาณ

285,500.0

335,000.0

387,500.0

460,400.0

560,000.0

625,000.0

(สัดส่วนต่อ GDP)

16.9

16.7

16.1

17.6

17.9

17.9

(อัตราเพิ่ม)

17.2

17.3

15.7

18.8

21.6

11.6

210,571.8

227,541.2

261,932.2

301,818.2

351,060.8

376,382.3

(สัดส่วนต่อ GDP)

12.5

11.3

10.9

11.5

11.2

10.8

(สัดส่วนต่องบประมาณ)

73.8

67.9

67.6

65.6

62.7

60.2

(อัตราเพิ่ม)

13.3

8.1

15.1

15.2

16.3

7.2

53,592.4

82,043.2

105,647.6

130,652.6

171,606.7

212,975.6

3.2

4.1

4.4

5.0

5.5

6.1

(สัดส่วนต่องบประมาณ)

18.8

24.5

27.3

28.4

30.6

34.1

(อัตราเพิ่ม)

32.9

53.1

28.8

23.7

31.3

24.1

21,335.8

25,415.6

19,920.2

27,929.2

37,332.5

35,642.1

7.5

7.6

5.1

6.1

6.7

5.7

22.9

19.1

(21.6)

40.2

33.7

(4.5)

1.4 รายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง

-

-

-

-

-

-

(สัดส่วนต่องบประมาณ)

-

-

-

-

-

-

2. ประมาณการรายได้

262,500.0

310,000.0

387,500.0

460,400.0

534,400.0

600,000.0

(สัดส่วนต่อ GDP)

15.5

15.5

16.1

17.6

17.1

17.1

9.4

18.1

25.0

18.8

16.1

12.3

(23,000.0)

(25,000.0)

0.0

0.0

(25,600.0)

(25,000.0)

(1.4)

(1.2)

0.0

0.0

(0.8)

(0.7)

1.1 รายจ่ายประจํา

1.2 รายจ่ายลงทุน (สัดส่วนต่อ GDP)

1.3 รายจ่ายชําระต้นเงินกู้ (สัดส่วนต่องบประมาณ) (อัตราเพิ่ม)

(อัตราเพิ่ม) 3. การขาดดุล/เกินดุล (สัดส่วนต่อ GDP) 4. ผลิตภัณฑ์รวมของประเทศ

1,690,500.0 2,005,254.0 2,400,000.0 2,620,000.0 3,130,000.0 3,499,000.0

(GDP) ที่มา : งบประมาณโดยสังเขป สํานักงบประมาณ ประจําปีงบประมาณ 2539-2552 ตารางที่ 1-1 รวบรวมโดย : สํานักนโยบายการคลัง สํานักงานเศรษฐกิจการคลัง หมายเหตุ : 1. ปีงบประมาณ 2533 ได้มีการจัดทํางบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม จํานวน 1,507.5 ล้านบาท


โครงสร้างงบประมาณ ปีงบประมาณ

2538

2539

2540

2541

2542

2543

1. วงเงินงบประมาณ

715,000.0

843,200.0

944,000.0

830,000.0

825,000.0

860,000.0

(สัดส่วนต่อ GDP)

17.4

18.0

18.1

16.4

16.5

16.7

(อัตราเพิ่ม)

14.4

17.9

12.0

(10.3)

3.1

4.2

434,383.3

482,368.2

528,293.4

519,505.8

586,115.1

635,585.1

(สัดส่วนต่อ GDP)

10.6

10.3

10.1

10.2

11.7

12.4

(สัดส่วนต่องบประมาณ)

60.8

57.2

56.0

62.6

71.0

73.9

(อัตราเพิ่ม)

15.4

11.0

9.5

(0.2)

14.4

8.4

253,839.8

327,288.6

391,209.7

279,258.1

233,534.7

217,097.6

6.2

7.0

7.5

5.5

4.7

4.2

(สัดส่วนต่องบประมาณ)

35.5

38.8

41.4

33.6

28.3

25.2

(อัตราเพิ่ม)

19.2

28.9

19.5

(26.5)

(8.9)

(7.0)

26,776.9

33,543.2

24,496.9

31,236.1

5,350.2

7,317.3

3.7

4.0

2.6

3.8

0.6

0.9

(24.9)

25.3

(27.0)

27.5

(82.9)

36.8

1.4 รายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง

-

-

-

-

-

-

(สัดส่วนต่องบประมาณ)

-

-

-

-

-

-

2. ประมาณการรายได้

715,000.0

843,200.0

925,000.0

782,020.0

800,000.0

750,000.0

(สัดส่วนต่อ GDP)

17.4

18.0

17.8

15.4

16.0

14.6

(อัตราเพิ่ม)

19.2

17.9

9.7

(15.5)

2.3

(6.3)

3. การขาดดุล/เกินดุล

0.0

0.0

0.0

(47,980.0)

0.0

0.0

0.0

(0.9)

1.1 รายจ่ายประจํา

1.2 รายจ่ายลงทุน (สัดส่วนต่อ GDP)

1.3 รายจ่ายชําระต้นเงินกู้ (สัดส่วนต่องบประมาณ) (อัตราเพิ่ม)

(สัดส่วนต่อ GDP) 4. ผลิตภัณฑ์รวมของประเทศ

(25,000.0) (110,000.0) (0.5)

(2.1)

4,099,000.0 4,684,000.0 5,205,500.0 5,073,000.0 5,002,000.0 5,137,000.0

(GDP) ที่มา : งบประมาณโดยสังเขป สํานักงบประมาณ ประจําปีงบประมาณ 2539-2552 ตารางที่ 1-1 รวบรวมโดย : สํานักนโยบายการคลัง สํานักงานเศรษฐกิจการคลัง หมายเหตุ : 1. ปีงบประมาณ พ.ศ. 2540 เป็นตัวเลขที่ปรับลดจาก พ.ร.บ.ที่ประกาศใช้จํานวน 984,000 ล้านบาท 2. ปีงบประมาณ พ.ศ. 2541 เป็นตัวเลขที่ปรับลดและปรับเพิ่มจาก พ.ร.บ.ที่ประกาศใช้จํานวน 923,000 ล้านบาท


โครงสร้างงบประมาณ ปีงบประมาณ 1. วงเงินงบประมาณ (สัดส่วนต่อ GDP)

2544

2545

2546

910,000.0 1,023,000.0

2547

2548

2549

999,900.0 1,163,500.0 1,250,000.0 1,360,000.0

17.5

19.3

17.2

18.0

17.4

17.5

5.8

12.4

(2.3)

16.4

7.4

8.8

679,286.5

773,714.1

753,454.7

836,544.4

881,251.7

958,477.0

(สัดส่วนต่อ GDP)

13.0

14.6

13.0

12.9

12.2

12.3

(สัดส่วนต่องบประมาณ)

74.6

75.6

75.4

71.9

70.5

70.5

6.9

13.9

(2.6)

11.0

5.3

8.8

218,578.2

223,617.0

211,493.5

292,800.2

318,672.0

358,335.8

4.2

4.2

3.6

4.5

4.4

4.6

24.0

21.9

21.2

25.2

25.5

26.3

0.7

2.3

(5.4)

38.4

8.8

12.4

12,135.3

25,668.9

34,951.8

34,155.4

50,076.3

43,187.2

1.3

2.5

3.5

2.9

4.0

3.2

65.8

111.5

36.2

(2.3)

46.6

(13.8)

1.4 รายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง

-

-

-

-

-

-

(สัดส่วนต่องบประมาณ)

-

-

-

-

-

-

2. ประมาณการรายได้

805,000.0

823,000.0

(สัดส่วนต่อ GDP)

15.5

15.5

14.2

16.4

17.4

17.5

7.3

2.2

0.2

28.9

17.5

8.8

(105,000.0) (200,000.0) (174,900.0)

(99,900.0)

0.0

0.0

(1.5)

0.0

0.0

(อัตราเพิ่ม) 1.1 รายจ่ายประจํา

(อัตราเพิ่ม) 1.2 รายจ่ายลงทุน (สัดส่วนต่อ GDP) (สัดส่วนต่องบประมาณ) (อัตราเพิ่ม) 1.3 รายจ่ายชําระต้นเงินกู้ (สัดส่วนต่องบประมาณ) (อัตราเพิ่ม)

(อัตราเพิ่ม) 3. การขาดดุล/เกินดุล (สัดส่วนต่อ GDP) 4. ผลิตภัณฑ์รวมของประเทศ

(2.0)

(3.8)

825,000.0 1,063,600.0 1,250,000.0 1,360,000.0

(3.0)

5,208,600.0 5,309,200.0 5,799,700.0 6,476,100.0 7,195,000.0 7,786,200.0

(GDP) ที่มา : งบประมาณโดยสังเขป สํานักงบประมาณ ประจําปีงบประมาณ 2539-2552 ตารางที่ 1-1 รวบรวมโดย : สํานักนโยบายการคลัง สํานักงานเศรษฐกิจการคลัง หมายเหตุ : 1. ปีงบประมาณ 2547 ได้มีการจัดทํางบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม จํานวน 135,500 ล้านบาท 2. ปีงบประมาณ 2548 ได้มีการจัดทํางบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม จํานวน 50,000 ล้านบาท


โครงสร้างงบประมาณ ปีงบประมาณ 1. วงเงินงบประมาณ (สัดส่วนต่อ GDP) (อัตราเพิ่ม) 1.1 รายจ่ายประจํา (สัดส่วนต่อ GDP) (สัดส่วนต่องบประมาณ) (อัตราเพิ่ม) 1.2 รายจ่ายลงทุน (สัดส่วนต่อ GDP) (สัดส่วนต่องบประมาณ) (อัตราเพิ่ม) 1.3 รายจ่ายชําระต้นเงินกู้ (สัดส่วนต่องบประมาณ) (อัตราเพิ่ม) 1.4 รายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคง คลัง (สัดส่วนต่องบประมาณ) 2. ประมาณการรายได้ (สัดส่วนต่อ GDP) (อัตราเพิ่ม) 3. การขาดดุล/เกินดุล (สัดส่วนต่อ GDP) 4. ผลิตภัณฑ์รวมของประเทศ (GDP)

2550

2551

2552

2553

2554

1,566,200.0 1,660,000.0 1,951,700.0 1,700,000.0

2,070,000.0

18.6

18.0

22.4

17.5

20.0

15.2

6.0

17.6

(12.9)

21.8

1,135,988.1 1,213,989.1 1,411,382.4 1,434,710.1

1,662,604.2

13.5

13.1

16.2

14.8

16.1

72.5

73.1

72.3

84.4

80.3

18.5

6.9

16.3

1.7

15.9

374,721.4

400,483.9

429,961.8

214,369.0

344,495.1

4.5

4.3

4.9

2.2

3.3

23.9

24.1

22.0

12.6

16.6

4.6

6.9

7.4

(50.1)

60.7

55,490.5

45,527.0

63,676.1

50,920.9

32,554.6

3.5

2.7

3.3

3.0

1.6

28.5

(18.0)

39.9

(20.0)

(36.1)

-

-

46,679.7

-

30,346.1

-

-

2.4

-

1.5

1,420,000.0 1,495,000.0 1,604,639.5 1,350,000.0

1,650,000.0

16.9

16.2

18.4

13.9

15.9

4.4

5.3

7.3

(15.9)

22.2

(146,200.0) (165,000.0) (347,060.5) (350,000.0)

(420,000.0)

(1.7)

(1.8)

(4.0)

(3.6)

(4.1)

8,399,000.0 9,232,200.0 8,712,500.0 9,726,200.0

10,358,400.0

ที่มา : งบประมาณโดยสังเขป สํานักงบประมาณ ประจําปีงบประมาณ 2539-2553 ตารางที่ 1-1 รวบรวมโดย : สํานักนโยบายการคลัง สํานักงานเศรษฐกิจการคลัง หมายเหตุ : 1. ปีงบประมาณ 2552 ได้มีการจัดทํางบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม จํานวน 116,700 ล้านบาท และเป็นปีแรกที่มีการตั้ง งบประมาณรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง จํานวน 46,679.7 ล้านบาท


ตารางฐานะการคลังตามระบบกระแสเงินสดของรัฐบาล ปีงบประมาณ 1. รายได้นําส่งคลัง (Revenue) 2. รายจ่าย (Expenditure) - ปีปัจจุบัน (Current Year) - ปีก่อน (Carry Over) 3. ดุลเงินงบประมาณ (Budgetary Balance) 4. ดุลเงินนอกงบประมาณ (Non Budgetary Balance) 5. ดุลเงินสดก่อนกู้ (Cash Balance Before Financing) 6. กู้เพื่อชดเชยการขาดดุล (Financing) 7. ดุลเงินสดหลังกู้ (Cash Balance After Financing) ที่มา: กรมบัญชีกลาง จัดทําโดย: สํานักงานเศรษฐกิจการคลัง

2524 110,392 132,212

2525 113,848 155,281

2526 136,608 171,033

2527 147,872 187,024

2528 159,199 209,830

-21,820 8,940 -12,880 14,682 1,802

-41,433 15,404 -26,029 26,422 393

-34,425 3,838 -30,587 34,082 3,495

-39,152 5,498 -33,654 30,000 -3,654

-50,631 7,568 -43,063 47,000 3,937


ตารางฐานะการคลังตามระบบกระแสเงินสดของรัฐบาล ปีงบประมาณ 1. รายได้นําส่งคลัง (Revenue) 2. รายจ่าย (Expenditure) - ปีปัจจุบัน (Current Year) - ปีก่อน (Carry Over) 3. ดุลเงินงบประมาณ (Budgetary Balance) 4. ดุลเงินนอกงบประมาณ (Non Budgetary Balance) 5. ดุลเงินสดก่อนกู้ (Cash Balance Before Financing) 6. กู้เพื่อชดเชยการขาดดุล (Financing) 7. ดุลเงินสดหลังกู้ (Cash Balance After Financing) ที่มา: กรมบัญชีกลาง จัดทําโดย: สํานักงานเศรษฐกิจการคลัง

2529 166,123 211,968

-45,845 -1,512 -47,357 46,000 -1,357

2530 193,525 223,746 203,043 20,703 -30,221 -11,624 -41,845 42,000 155

2531 245,030 220,694 198,687 22,007 24,336 -56,780 -32,444 42,660 10,216

2532 309,536 269,351 247,401 21,950 40,185 -13,471 26,714 12,981 39,695

2533 394,509 312,320 280,841 31,479 82,189 -35,525 46,664 25,000 71,664

2534 464,900 362,464 316,509 45,955 102,436 -51,816 50,620 0 50,620


ตารางฐานะการคลังตามระบบกระแสเงินสดของรัฐบาล ปีงบประมาณ 1. รายได้นําส่งคลัง (Revenue) 2. รายจ่าย (Expenditure) - ปีปัจจุบัน (Current Year) - ปีก่อน (Carry Over) 3. ดุลเงินงบประมาณ (Budgetary Balance) 4. ดุลเงินนอกงบประมาณ (Non Budgetary Balance) 5. ดุลเงินสดก่อนกู้ (Cash Balance Before Financing) 6. กู้เพื่อชดเชยการขาดดุล (Financing) 7. ดุลเงินสดหลังกู้ (Cash Balance After Financing) ที่มา: กรมบัญชีกลาง จัดทําโดย: สํานักงานเศรษฐกิจการคลัง

2535 499,004 448,322 386,246 62,076 50,682 -7,086 43,596 0 43,596

2536 557,783 529,619 462,744 66,875 28,164 -12,375 15,789 0 15,789

2537 655,989 598,798 511,937 86,861 57,191 -61,898 -4,707 0 -4,707

2538 760,138 670,553 569,384 101,169 89,585 -7,647 81,938 0 81,938

2539 850,177 777,246 652,261 124,985 72,931 5,897 78,828 0 78,828

2540 844,249 906,641 742,598 164,043 -62,392 -52,753 -115,145 0 -115,145


ตารางฐานะการคลังตามระบบกระแสเงินสดของรัฐบาล ปีงบประมาณ 1. รายได้นําส่งคลัง (Revenue) 2. รายจ่าย (Expenditure) - ปีปัจจุบัน (Current Year) - ปีก่อน (Carry Over) 3. ดุลเงินงบประมาณ (Budgetary Balance) 4. ดุลเงินนอกงบประมาณ (Non Budgetary Balance) 5. ดุลเงินสดก่อนกู้ (Cash Balance Before Financing) 6. กู้เพื่อชดเชยการขาดดุล (Financing) 7. ดุลเงินสดหลังกู้ (Cash Balance After Financing) ที่มา: กรมบัญชีกลาง จัดทําโดย: สํานักงานเศรษฐกิจการคลัง

2541 727,393 848,029 687,102 160,927 -120,636 -18,565 -139,201 0 -139,201

2542 709,927 838,711 710,262 128,449 -128,784 30,827 -97,957 40,000 -57,957

2543 748,105 859,761 760,863 98,898 -111,656 -9,759 -121,415 107,925 -13,490

2544 769,448 901,529 812,044 89,485 -132,081 30,736 -101,345 104,797 3,452

2545 848,707 1,003,600 917,767 85,833 -154,893 4,471 -150,422 170,000 19,578


ตารางฐานะการคลังตามระบบกระแสเงินสดของรัฐบาล ปีงบประมาณ 1. รายได้นําส่งคลัง (Revenue) 2. รายจ่าย (Expenditure) - ปีปัจจุบัน (Current Year) - ปีก่อน (Carry Over) 3. ดุลเงินงบประมาณ (Budgetary Balance) 4. ดุลเงินนอกงบประมาณ (Non Budgetary Balance) 5. ดุลเงินสดก่อนกู้ (Cash Balance Before Financing) 6. กู้เพื่อชดเชยการขาดดุล (Financing) 7. ดุลเงินสดหลังกู้ (Cash Balance After Financing) ที่มา: กรมบัญชีกลาง จัดทําโดย: สํานักงานเศรษฐกิจการคลัง

2546 966,841 979,506 898,300 81,206 -12,665 -28,098 -40,763 76,000 35,237

2547 1,127,153 1,140,110 1,052,660 87,450 -12,957 -55,018 -67,975 90,000 22,025

2548 1,264,928 1,244,063 1,139,775 104,288 20,865 -56,180 -35,315 0 -35,315

2549 1,339,691 1,395,283 1,270,739 124,544 -55,593 93,090 37,497 0 37,497

2550 1,444,718 1,574,967 1,470,839 104,127 -130,249 -28,439 -158,687 146,200 -12,487


ตารางฐานะการคลังตามระบบกระแสเงินสดของรัฐบาล หน่วย: ล้านบาท ปีงบประมาณ 1. รายได้นําส่งคลัง (Revenue) 2. รายจ่าย (Expenditure) - ปีปัจจุบัน (Current Year) - ปีก่อน (Carry Over) 3. ดุลเงินงบประมาณ (Budgetary Balance) 4. ดุลเงินนอกงบประมาณ (Non Budgetary Balance) 5. ดุลเงินสดก่อนกู้ (Cash Balance Before Financing) 6. กู้เพื่อชดเชยการขาดดุล (Financing) 7. ดุลเงินสดหลังกู้ (Cash Balance After Financing) ที่มา: กรมบัญชีกลาง จัดทําโดย: สํานักงานเศรษฐกิจการคลัง

2551 1,545,837 1,633,404 1,532,479 100,925 -87,568 8,822 -78,746 165,000 86,254

2552 1,409,653 1,917,129 1,790,862 126,266 -507,476 131,190 -376,286 441,061 64,775

2554 (2 เดือนแรก) 2553 1,683,592 249,864 1,784,413 430,605 1,627,875 401,320 156,538 29,285 -100,821 -180,741 3,733 -45,105 -97,088 -225,845 232,575 36,021 135,487 -189,824

รายงานสถานการณ์ด้านการคลังปีงบประมาณ2555  

รายงานสถานการณ์ด้านการคลังปีงบประมาณ2555

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you