Issuu on Google+

าวสถานการณ์ ธรุ กิ จเกษตรและอาหารในปั จุบนั แถลงข่แถลงข่ าวสถานการณ์ ธุรกิจเกษตรและอาหารในป จั จุบนั และแนวโน้มจในอนาคต และแนวโน้ มในอนาคต 20 กุมภาพั นธ์ 2556 โดย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม ครัง้ ที ่ 18 20 กุมภาพันธ์ 2556

สรุปภาวะอุตสาหกรรมอาหารไทยปี 2555 และแนวโน้ มปี 2556 1. สรุปสถานการณ์อตุ สาหกรรมอาหารในปี 2555 ดัชนี ผลผลิ ตอุตสาหกรรมอาหารในปี 2555 หดตัวลงร้อยละ 2.6 หดตัวลงเป็ นครังแรกในรอบ ้ 4 ปี ตามทิศทางภาคส่งออกทีไ่ ด้รบั ผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะเศรษฐกิจประเทศคูค่ า้ หลักอย่าง สหรัฐฯ และกลุม่ ประเทศในยุโรปทีช่ ะลอตัว โดยอุตสาหกรรมทีเ่ น้นส่งออกหดตัวลงมากถึงร้อยละ 9.0 จาก การหดตัวของ 2 กลุม่ อุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ อุตสาหกรรมแปรรูปสัตว์นำ้า (กุง้ ) และผักผลไม้ (สับปะรด) ซึง่ นอกจากภาวะเศรษฐกิจแล้ว การต้องเผชิญกับภาวะโรคระบาดในช่วงปลายปี ทำาให้อุตสาหกรรมกุง้ ขาดแคลนวัตถุดบิ ในการแปรรูป ส่วนกลุม่ อุตสาหกรรมทีเ่ น้นจำาหน่ายในประเทศยังขยายตัวเพิม่ ขึน้ ร้อยละ 5.3 ตามภาวะเศรษฐกิจ ภายในประเทศทีฟ่ ้ืนตัวหลังจากประสบปญั หาน้ำาท่วมในปี ก่อนหน้า โดยอุตสาหกรรมทีข่ ยายตัวเพิม่ ขึน้ อาทิ เครือ่ งปรุงรส ทีก่ ารผลิตขยายตัวเพิม่ ขึน้ ร้อยละ 9.7 ตามความต้องการบริโภคทัง้ ในและต่างประเทศทีข่ ยาย ตัว กลุม่ เนื้อสัตว์ ขยายตัวเพิม่ ขึน้ ร้อยละ 8.9 เนื่องจากผูป้ ระกอบการรายใหญ่หลายรายเพิม่ กำาลังการผลิต เพือ่ ทำาตลาดทัง้ ในและต่างประเทศเพิม่ ขึน้ กลุม่ อาหารสัตว์ ขยายตัวเพิม่ ขึน้ ร้อยละ 6.5 ตามความต้องการ ของอุตสาหกรรมเลีย้ งสัตว์ทข่ี ยายตัว ภาพรวมการส่งออกอาหารไทยปี 2555 ขยายตัวเพิ่ มขึน้ เล็กน้ อย โดยมีมลู ค่าส่งออก 971,689 ล้านบาท ขยายตัวเพิม่ ขึน้ ร้อยละ 0.8 โดยสินค้าส่งออกหลัก 10 กลุม่ จากทัง้ หมด 13 กลุม่ ขยายตัวเพิม่ ขึน้ และในจำานวนนี้มสี นิ ค้า 6 จาก 10 กลุม่ ทีม่ อี ตั ราขยายตัวของการส่งออกค่อนข้างสูง (มากกว่าร้อยละ 10) ได้แก่ น้ำาตาลทราย (+11.7%), ปลาทูน่ากระป๋องและแปรรูป (+19.1%), ไก่และสัตว์ปีก (+10.3%), ผักผลไม้ สด (+21.7%), อาหารสัตว์ (+16.6%) และปลากระป๋องและปลาแปรรูป (+22.7%) ส่วนกลุม่ สินค้าทีม่ ลู ค่าส่งออกลดลงมีเพียง 3 กลุม่ ได้แก่ ข้าว (-27.1%), กุง้ แช่แข็งและกุง้ แปรรูป (-12.5%) และผักผลไม้แปรรูป (-7.3%) อย่างไรก็ตาม สินค้าอาหารส่งออกทัง้ สามกลุม่ ดังกล่าวเป็ นสินค้าส่ง ออกสำาคัญของไทยในอันดับที่ 1, 3 และ 6 ตามลำาดับ โดยมีสดั ส่วนส่งออกรวมกันสูงถึงร้อยละ 30 ดังนัน้ การหดตัวของทัง้ 3 กลุม่ สินค้า จึงส่งผลกระทบมากทำาให้ภาพรวมส่งออกอาหารไทยในปี 2555 ขยายตัว เพียงเล็กน้อย สำาหรับสินค้าอาหารส่งออกสูงสุด 5 อันดับแรกของไทยในปี 2555 ได้แก่ ข้าว (14.6%), น้ำาตาลทราย (12.5%), กุง้ (9.9%), ปลาทูน่ากระป๋องและแปรรูป (8.4%) และไก่และสัตว์ปีก (7.4%) Page 1 of 7


แถลงข่าวสถานการณ์ธุรกิจเกษตรและอาหารในปจั จุบนั และแนวโน้มในอนาคต 20 กุมภาพันธ์ 2556

สำาหรับตลาดส่งออกของไทยในปี 2555 พบว่า การส่งออกไปยังตลาดภายในภูมภิ าค อาทิ อาเซียน ญีป่ ุน่ และจีน ยังขยายตัวดีในอัตราร้อยละ 9.7, 5.8 และ 19.1 ตามลำาดับ ส่วนตลาดหลักอย่างสหรัฐฯ และ สหภาพยุโรปทีป่ ระสบปญั หาเศรษฐกิจชะลอตัวเป็ นสาเหตุหลักทีท่ าำ ให้การส่งออกอาหารไทยหดตัวลงร้อยละ 9.8 และ 6.4 ตามลำาดับ ซึง่ ส่งผลทำาให้สนิ ค้าออกสำาคัญของไทยในตลาดดังกล่าวหดตัวลงตามไปด้วยโดย เฉพาะกุง้ และผักผลไม้แปรรูป (สับปะรด) ทัง้ นี้ อาเซียนยังคงเป็ นตลาดส่งออกอาหารอันดับ 1 ของไทย โดย มีสดั ส่วนร้อยละ 22.4 รองลงมาได้แก่ ญีป่ ุน่ (15.3%), สหรัฐฯ (11.5%), สหภาพยุโรป (10.9%), แอฟริกา (9.7%), และจีน (8.8%) ซึง่ เป็ นตลาดส่งออกอันดับ 2-6 ของไทย ตามลำาดับ

2. สถานการณ์สินค้าอาหารไทยในตลาดโลกในปี 2555  ส่วนแบ่งตลาดอาหารโลก แม้วา่ ในปี 2555 ไทยจะส่งออกสินค้าอาหารเพิม่ ขึน้ แต่สว่ นแบ่ง ตลาดอาหารโลกของไทยยังคงทีอ่ ยูท่ ร่ี อ้ ยละ 2.57 เช่นเดียวกับปี ก่อนหน้า ขณะเดียวกันไทยก็ ยังดำารงสถานะเป็ นประเทศผูส้ ง่ ออกอาหารอันดับ 12 ของโลกไว้ได้เช่นเดิม แต่เมือ่ พิจารณา ลงลึกไปทีส่ นิ ค้าส่งออกหลัก 7 รายการ จะพบว่า มีสนิ ค้ามากกว่าครึง่ นันคื ่ อ 4 ใน 7 รายการ ได้แก่ ข้าว กุง้ ทูน่าแปรรูป และสับปะรด เริม่ สูญเสียศักยภาพในการแข่งขัน พิจารณาได้จาก ส่วนแบ่งตลาดโลกทีล่ ดลง โดยเฉพาะข้าวทีไ่ ทยเคยเป็ นผูส้ ง่ ออกอันดับ 1 มายาวนาน แต่ในปี 2555 ไทยตกมาเป็ นผูส้ ง่ ออกอันดับ 3 ของโลก รองจากอินเดีย และเวียดนาม ส่วนการส่งออก กุง้ ทูน่าแปรรูป และสับปะรด แม้ไทยจะรักษาความเป็ นผูน้ ำาตลาดโลกไว้ได้ แต่สว่ นมีสว่ นแบ่ง ตลาดโลกมีแนวโน้มลดลง ส่วนสินค้าส่งออกหลัก 3 รายการทีไ่ ทยมีสว่ นแบ่งในตลาดโลกเพิม่ ขึน้ ได้แก่ น้ำาตาลทราย ผลิตภัณฑ์มนั สำาปะหลัง และไก่  โครงสร้างสิ นค้าอาหารส่งออกของไทย โครงสร้างสินค้าอาหารส่งออกของไทยยังไม่ เปลีย่ นแปลงนัก รูปแบบสินค้าส่งออกส่วนใหญ่ยงั คงเป็ นสินค้าอาหารสดและแปรรูปเบือ้ ง ต้นคิดเป็ นสัดส่วนร้อยละ 58 ส่วนสินค้าอาหารสำาเร็จรูปมีเพียงร้อยละ 38 ของอาหารส่งออก ทัง้ หมด ซึง่ รูปแบบสินค้าทีไ่ ทยส่งออกจะคล้ายๆ กับสินค้าอาหารของจีนทีม่ สี ดั ส่วนของการส่ง ออกอาหารสำาเร็จรูปใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ตาม เมือ่ เทียบกับประเทศคูแ่ ข่งอื่นๆ อาทิ บราซิล มาเลเซีย อินโดนีเซีย และอินเดีย พบว่าอาหารสำาเร็จรูปของไทยมีสดั ส่วนสูงกว่ามากถึง 2 เท่าตัว ซึง่ แนวโน้มดังกล่าวแสดงให้เห็นพัฒนาการทีก่ า้ วหน้าไปอีกก้าวของอุตสาหกรรม อาหารไทย ทีส่ ามารถยกระดับสินค้าไปสูส่ นิ ค้าเพิม่ มูลค่าเพือ่ ตอบสนองผูบ้ ริโภคขัน้ สุดท้ายได้ โดยตรงไม่แพ้สนิ ค้าประเทศพัฒนาอย่างญีป่ ุน่ และยุโรป แต่จุดอ่อนของสินค้าอาหารของไทย คือยังคงเป็ นสินค้าทีผ่ ลิตตามคำาสังซื ่ อ้ และไม่มตี ราสินค้าเป็ นของตนเอง ซึง่ เป็ นโจทย์ใหญ่ท่ี ต้องดำาเนินนโยบายปรับปรุงแก้ไขต่อไป

Page 2 of 7


แถลงข่าวสถานการณ์ธุรกิจเกษตรและอาหารในปจั จุบนั และแนวโน้มในอนาคต 20 กุมภาพันธ์ 2556

 โครงสร้างตลาดอาหารของไทย อาหารไทยพึง่ พิงตลาดภายในภูมภิ าคมากขึน้ โดยเฉพาะ กลุม่ ประเทศทีไ่ ทยมีความตกลงทางการค้า (Asean+6) ตลาดใหม่หลายๆ ตลาดในกลุม่ ประเทศดังกล่าว เช่น จีน CLMV มีอตั ราขยายตัวสูง ส่งผลให้สว่ นแบ่งตลาดเพิม่ ขึน้ ค่อนข้าง มาก และเมือ่ รวมกันแล้วมีขนาดตลาดใกล้เคียงตลาดหลัก ซึง่ ตลาดเหล่านี้กาำ ลังจะเป็ นตลาดที่ มีศกั ยภาพของไทยในอนาคตอันใกล้ ทีผ่ า่ นมา ตลาดดังกล่าวเป็ นตลาดรองรับสินค้าอาหารสด สินค้าแปรรูปขัน้ ต้น หรือสินค้าบริโภคพืน้ ฐานเป็ นส่วนใหญ่ แต่ปจั จุบนั เศรษฐกิจของหลายๆ ประเทศเติบโตขึน้ อย่างรวดเร็ว คนชัน้ กลางซึง่ เป็ นกลุม่ กำาลังซือ้ หลักเริม่ มีสดั ส่วนมากขึน้ ใน สังคม ทำาให้สนิ ค้าอาหารแปรรูปเพิม่ มูลค่า หรือสินค้าคุณภาพดีมรี าคาแพงขึน้ มาอีกระดับ เริม่ มีชอ่ งทางการตลาด ส่วนตลาดเดิมอย่างสหรัฐฯ ยุโรป อัตราขยายตัวทีต่ า่ำ ทำาให้มสี ดั ส่วนลดลง ไปมาก แต่ยงั มีบทบาทสำาคัญในฐานะเป็ นตลาดอาหารแปรรูปเพิม่ มูลค่าและราคาสูง ขณะที่ ตลาดอาหารเฉพาะกลุม่ เช่น ตลาดอาหารฮาลาล มีสดั ส่วนส่งออกมากกว่าร้อยละ 20 และมี อัตราขยายตัวเฉลีย่ ในช่วง 5 ปีทผ่ี า่ นมาสู���กว่าร้อยละ 12 นับเป็ นตลาดทีม่ ศี กั ยภาพสำาหรับ ประทศไทยอนาคน

3. แนวโน้ มส่งออกอาหารไทยในปี 2556 แนวโน้มการส่งออกอาหารไทยในปี 2556 คาดว่าจะมีมลู ค่า 1,030,000 ล้านบาท ขยายตัวเพิม่ ขึน้ ร้อยละ 6.0 โดยมีปจั จัยสนับสนุนจากเศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะเศรษฐกิจเอเชียทีเ่ ริม่ ฟื้นตัว นอกจากนี้ การรวมกลุม่ ทางเศรษฐกิจในบริบทต่างๆ ทัง้ ในรูปของการค้าเสรีและหุน้ ส่วนเศรษฐกิจทีเ่ กิดขึน้ ภายใน ภูมภิ าค มีสว่ นสำาคัญทีช่ ว่ ยผลักดันการค้าภายในภูมภิ าคให้ขยายตัวมากขึน้ ส่วนปจั จัยเสีย่ งสำาคัญมาจาก แนวโน้มการแข็งค่าของเงินบาท รวมทัง้ ต้นทุนการผลิตทีเ่ พิม่ ขึน้ จากการปรับขึน้ ค้าจ้างขัน้ ต่าำ 3.1 สิ นค้าดาวเด่นและกลุ่มสิ นค้าส่งออกที่เสี่ยงต่อการหดตัวในปี 2556 สิ นค้าส่งออกที่คาดว่าจะเป็ นดาวเด่น ในปี 2556 (ส่งออกขยายตัวสูงกว่าค่าเฉลีย่ คาดการณ์สง่ ออก ปี 2556 คือ 6%) ประกอบด้วย 6 กลุม่ ได้แก่ (1) ไก่และสัตว์ปีก คาดว่าจะมีมลู ค่าส่งออกกว่า 82,000 ล้านบาท เพิม่ ขึน้ ร้อยละ 14.5 โดยได้รบั แรงหนุนจากการทีส่ หภาพยุโรปอนุญาตให้นำาเข้าไก่สดจากไทยได้ในช่วงครึง่ หลังของปี ทผ่ี า่ น มา รวมทัง้ ตลาดหลักในญีป่ ุน่ และเกาหลีใต้อาจเปิ ดตลาดไก่สดให้กบั ไทยในอนาคตอันใกล้ ขณะทีไ่ ก่สุกปรุงแต่งซึง่ เป็ นสินค้าหลักยังทำาตลาดได้ต่อเนื่องทัง้ ยุโรปและญีป่ ุ น่ เนื่องจาก สินค้ามีคณ ุ ภาพได้รบั ความเชือ่ มันจากลู ่ กค้า (2) มันสำาปะหลัง หากวัตถุดบิ หัวมันสดมีปริมาณเพียงพอ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนซึง่ เป็ น ตลาดใหญ่ของมันสำาปะหลังจะเป็ นปจั จัยผลักดันการส่งออกมันสำาปะหลังให้ขยายตัวเพิม่ ขึน้ Page 3 of 7


แถลงข่าวสถานการณ์ธุรกิจเกษตรและอาหารในปจั จุบนั และแนวโน้มในอนาคต 20 กุมภาพันธ์ 2556

ซึง่ ทีผ่ า่ นมาอุตสาหกรรมมันสำาปะหลังมักประสบปญั หาผลผลิตมีไม่เพียงพอมากกว่าปญั หา ทางด้านการตลาด (3) อาหารสัตว์เลีย้ ง จำาพวกอาหารสุนขั และแมวเป็ นหลัก คาดว่าจะมีมลู ค่าส่งออก 27,300 ล้าน บาท เพิม่ ขึน้ ร้อยละ 6.7 โดยสินค้าดังกล่าวของไทยค่อนข้างมีศกั ยภาพในการแข่งขัน เนื่องจากเป็ นอุตสาหกรรมทีน่ ำาเศษเหลือ (By product) จากการผลิตอุตสาหกรรมทูน่าและ ปลาทะเลกระป๋องมาแปรรูปเป็ นสินค้ามูลค่าเพิม่ สำาหรับสุนขั และแมว ซึง่ สินค้าทีไ่ ด้จาก อุตสาหกรรมดังกล่าวมีคณ ุ ภาพค่อนข้างสูง จึงได้รบั ความนิยมจากเจ้าของสัตว์เลีย้ ง (4) ปลากระป๋องและปลาแปรรูป คาดว่าจะมีมลู ค่าส่งออก 27,000 ล้านบาท เพิม่ ขึน้ ร้อยละ 12.8 โดยมีปจั จัยสนับสนุนจากการหันมาทำาตลาดในภูมภิ าครวมทัง้ ตลาดในกลุม่ ประเทศกำาลัง พัฒนานอกภูมภิ าคอย่างแอฟริกา ตะวันออกกลางของผูผ้ ลิตไทย ประกอบกับเศรษฐกิจโลก ยังคงไม่แน่นอนทำาให้ผบู้ ริโภคยังคงระมัดระวังการใช้จ่าย สินค้าดังกล่าวของไทยทีม่ ตี ลาดทัว่ โลกจึงมีแนวโน้มส่งออกสดใส (5) เครือ่ งปรุงรส (ซอสพริก ซอสถัวเหลื ่ อง น้ำาปลา น้ำามันหอย พริกแกงสำาเร็จรูป ผงปรุงรส ฯลฯ) คาดว่าจะมีมลู ค่าส่งออกกว่า 17,000 ล้านบาท เพิม่ ขึน้ ร้อยละ 9.6 โดยมีปจั จัยบวกจากการที่ สินค้ากลุม่ นี้จากไทยค่อนข้างมีเอกลักษณ์ มีคณ ุ ภาพเป็ นทีเ่ ชือ่ ถือของผูบ้ ริโภคทัง้ ในตลาดผู้ บริโภคทีเ่ ป็ นชาวเอเชียในกลุม่ ประเทศเพือ่ บ้าน และเอเชียทีอ่ าศัยอยูน่ อกภูมภิ าค รวมถึงผู้ บริโภคชาติตะวันตก โดยสินค้าทีส่ ง่ ออกส่วนใหญ่เป็ นเครือ่ งปรุงรสแบบไทยไปยังกลุม่ เป้า หมายทีเ่ ป็ นร้านอาหารไทย และร้านค้าปลีก รวมทัง้ เครือ่ งปรุงรสแบบเอเชีย (Asian style) ที่ มีต่างชาติโดยเฉพาะญีป่ ุน่ เข้ามาลงทุนเพือ่ ผลิตเพือ่ ส่งกลับไปยังประเทศของตนรวมทัง้ ไปยัง ประเทศทีส่ ามอีกด้วย ปจั จุบนั ตลาดเครื่องปรุงรสของไทยส่วนใหญ่ (31%) อยูใ่ นอาเซียนโดย เฉพาะฟิลปิ ปินส์ กัมพูชา และเมียนมาร์ รองลงมาคือยุสหภาพยุโรปมีสดั ส่วนร้อยละ 19 ญีป่ ุน่ ร้อยละ 14 สหรัฐฯร้อยละ 13 และออสเตรเลียอีกร้อยละ 7 ั บนั ราคาวัตถุดบิ ทูน่าทีป่ รับตัวลดลง (6) ทูน่าแปรรูป มีแนวโน้มเติบโตดีทุกสภาพเศรษฐกิจ ปจจุ รวมทัง้ เงินบาททีแ่ ข็งค่าส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมทูน่า เพราะมีสดั ส่วนนำาเข้าวัตถุดบิ จากต่าง ประเทศสูงถึงร้อยละ 90 สิ นค้าส่งออกที่เสี่ยงต่อการหดตัว ในปี 2556 ประกอบด้วย 2 กลุม่ ได้แก่ น้ำาตาลทราย และผักผล ไม้สด เนื่องจากภัยแล้งทำาให้นำ้าตาลจากอ้อยมีคณ ุ ภาพลดลง ประกอบกับตลาดน้ำาตาลทีส่ าำ คัญของไทยอย่าง จีนมีแนวโน้มลดการนำาเข้าน้ำาตาลลงจากผลผลิตในประเทศมีปริมาณเพิม่ ขึน้ จึงทำาให้อุตสาหกรรมน้ำาตาล ของไทยน่าจะชะลอตัวลงเล็กน้อยในปีน้ี ส่วนการส่งออกผักผลไม้สดก็อาจได้รบั ผลกระทบจากภัยแล้งเช่นกัน Page 4 of 7


แถลงข่าวสถานการณ์ธุรกิจเกษตรและอาหารในปจั จุบนั และแนวโน้มในอนาคต 20 กุมภาพันธ์ 2556

กลุ่มสิ นค้าที่คาดว่าจะประคองตัวให้ขยายตัวเพิ่ มขึน้ ได้ สินค้าส่งออกทีเ่ หลืออื่นๆ คาดว่าจะ สามารถประคองตัวให้ขยายตัวเพิม่ ขึน้ ได้ แต่จะเพิม่ ไม่มาก เช่น กุง้ (ปริมาณส่งออกลดลง แต่มลู ค่าเพิม่ ตาม ราคาวัตถุดบิ ) ผักผลไม้แปรรูป ปลาแช่แข็ง และปลาหมึก ส่วนการส่งออกข้าวแม้คาดว่าในปี 2556 มีแนว โน้มขยายตัวเพิม่ ขึน้ กว่าร้อยละ 20 (8 ล้านตัน) แต่เมือ่ เทียบกับศักยภาพการส่งออกทีเ่ คยทำาได้ 10 ล้านตัน ในอดีต จึงถือว่าสินค้าข้าวยังไม่ใช่ดาวเด่น 3.2 ผลกระทบจากการแข็งค่าของเงิ นบาทต่อการส่งออกอาหารของไทย โดยหลักการแล้ว กลุม่ อุตสาหกรรมทีไ่ ม่มกี ารนำาเข้าปจั จัยการผลิตจากต่างประเทศเลย มีโอกาสทีจ่ ะได้รบั ผลกระทบจากการแข็ง ค่าของเงินบาทมากกว่ากลุม่ อุตสาหกรรมทีม่ กี ารนำาเข้าปจั จัยการผลิตจากต่างประเทศ ดังนัน้ เงินบาทต่อ ดอลลาร์สหรัฐฯ ทีแ่ ข็งค่าขึน้ ทุกๆ 1 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ จะกระทบต่อการส่งออกสินค้าอาหารแต่ละ ประเภทแตกต่างกันไป ขึน้ อยูก่ บั ความเข้มข้นของสัดส่วนวัตถุดบิ นำาเข้า (Import content)  จากการศึกษาพบว่า อาหารเป็ นหนึ่งในอุตสาหกรรมทีม่ กี ารใช้วตั ถุดบิ ภายในประเทศมากกว่า การนำาเข้า ดังนัน้ โดยรวมแล้วสินค้าอาหารส่งออกมักจะได้รบั ผลกระทบมากว่าอุตสาหกรรมที่ มีสดั ส่วนนำาเข้าวัตถุดบิ สูงอย่างยานยนต์ หรือไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์  เดิมคาดการณ์ว่าการส่งออกอาหารไทยจะมีมลู ค่า 1,030,000 ล้านบาท เพิม่ ขึน้ ร้อยละ 6.0 (กรณีฐาน) ซึง่ อยูภ่ ายใต้ขอ้ สมมติคา่ เงินบาทเฉลีย่ ทัง้ ปี เท่ากับ 29.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ แต่หากเงินบาทแข็งค่าขึน้ 1 บาท (มาอยูท่ ่ี 28.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ) คาดว่าการส่งออก จะลดลงจากกรณีฐานประมาณ 20,400 ล้านบาท หรือลดลงประมาณ 2% นันคื ่ อ การส่งออก อาหารไทยจะมีมลู ค่า 1,009,600 ล้านบาท ขยายตัวเพิม่ ขึน้ ร้อยละ 3.9  สินค้าอาหารทีค่ าดว่าจะได้รบั ผลกระทบมากทีส่ ุดจากการแข็งค่าของเงินบาท 5 อันแรก ได้แก่ (1) ผลิตภัณฑ์มนั สำาปะหลัง (เงินบาทแข็งค่าขึน้ ทุกๆ 1 บาท จะส่งผลทำาให้มลู ค่าส่งออก ผลิตภัณฑ์มนั สำาปะหลังลดลงจากเดิม 3.8%), (2) ข้าว (มูลค่าส่งออกลดลงจากเดิม 3.5%), (3) ผักผลไม้แปรรูป (มูลค่าส่งออกลดลงจากเดิม 3.1%), (4) ปลาแปรรูป (มูลค่าส่งออกลดลงจาก เดิม 3.0%), (5) กุง้ และเครือ่ งปรุงรส (มูลค่าส่งออกลดลงจากเดิม 2.4% เท่ากันทัง้ กุง้ และ เครือ่ งปรุงรส) ทัง้ นี้ หากเงินบาทแข็งค่ามาอยูท่ ่ี 28.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ จะส่งผลทำาให้ การส่งออกสินค้า 2 กลุม่ ได้แก่ กุง้ และปลาแช่แข็งมีมลู ค่าลดลงในปี 2556 จากทีค่ าดว่าจะ ขยายตัวเป็ นบวก 3.3 ผลกระทบจากการปรับขึน้ ค่าจ้าง 300 บาท ต่อผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมอาหาร จากการทีส่ ถาบันอาหารได้ดาำ เนินการสำารวจความคิดเห็นของภาคธุรกิจอุตสาหกรรมอาหารจำานวน 86 ราย ในช่วงระหว่างวันที่ 18-23 มกราคม 2556 พบว่า ผูป้ ระกอบการในภาคในภาคอุตสาหกรรมอาหารส่วนใหญ่ มีตน้ ทุนการผลิต (เฉพาะทีเ่ กิดจากจากการปรับขึน้ อัตราค่าจ้างขัน้ ต่าำ 300 บาท) เพิม่ ขึน้ เฉลีย่ ร้อยละ 14.1 หากจำาแนกตามขนาดกิจการพบว่า ผูป้ ระกอบการ SMEs มีตน้ ทุนเพิม่ ขึน้ ร้อยละ 17.3 มากกว่ารายใหญ่ท่ี Page 5 of 7


แถลงข่าวสถานการณ์ธุรกิจเกษตรและอาหารในปจั จุบนั และแนวโน้มในอนาคต 20 กุมภาพันธ์ 2556

ต้นทุนเพิม่ ขึน้ ร้อยละ 12.7 แต่หากจำาแนกตามประเภทธุรกิจพบว่า อุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ ผักผลไม้ รวมทัง้ สัตว์นำ้า (อาหารทะเล) มีตน้ ทุนการผลิตเพิม่ ขึน้ ไม่แตกต่างกันมากนัก โดยมีคา่ เฉลีย่ เพิม่ ขึน้ ประมาณร้อยละ 15-16 ซึง่ ทัง้ สามกลุม่ เป็ นอุตสาหกรรมรายสาขาทีม่ กี ารใช้แรงงานเข้มข้น ค่าจ้างแรงงานทีเ่ พิม่ ขึน้ จึงกระทบ ต่ออุตสาหกรรมดังกล่าวมากกว่าอาหารในสาขาอื่นๆ1 ทีม่ ตี น้ ทุนเพิม่ ขึน้ เพียงร้อยละ 12.2 ซึง่ ผลกระทบทีจ่ ะ ตามมาอันเนื่องมาจากการปรับตัวของผูป้ ระกอบการเพือ่ บรรเทาผลกระทบจากมาตรการดังกล่าว ได้แก่ อุตสาหกรรมอาหารจะใช้เครือ่ งจักรแทนแรงงานคนมากขึน้ (ร้อยละ 51 ของผูต้ อบแบบสำารวจ) รองลงมา ได้แก่ ความเข้มงวดในการทำางานเพือ่ การเพิม่ ผลิตภาพแรงงานคิดเป็ นสัดส่วนร้อยละ 40 อันดับ 3 คือ การ ปรับราคาสินค้า (31%) อันดับ 4 คือ ลดชัวโมงการทำ ่ างาน (24%) และอันดับ 5 คือ การลดคนงาน (22%) ส่วนการย้ายฐานการผลิตและการปิดกิจการมีน้อยมาก รวมกันประมาณร้อยละ 3-4

4. บทสรุป ั บนั อุตสาหกรรมอาหารของไทยตกอยูใ่ นสถานการณ์ถกู กดดันจากปจั จัยภายในประเทศทีท่ าำ ให้ผู้ ปจจุ ประกอบการส่วนใหญ่มตี น้ ทุนการผลิตสูงขึน้ ทัง้ การปรับขึน้ ค่าจ้าง 300 บาท การปรับโครงสร้างราคา พลังงาน การแข็งค่าของเงินบาท ขณะทีป่ จั จัยกดดันจากต่างประเทศอันเนื่องมาจากภาวะการแข่งขันกับ ประเทศคูแ่ ข่งทีไ่ ด้เปรียบด้านต้นทุนการผลิต รวมทัง้ ต้องเผชิญกับข้อกีดกันทางการค้าของประเทศคูค่ า้ หลัก ในประเทศพัฒนา จนส่วนแบ่งตลาดโลกอาหารสำาคัญของไทยหลายรายการมีแนวโน้มลดลง อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะเศรษฐกิจเอเชียทีก่ าำ ลังมีบทบาทสำาคัญต่ออุตสาหกรรมอาหารไทยเพิม่ ขึน้ เรือ่ ยๆ ประกอบกับสินค้าส่งออกของไทยบางส่วนเริม่ กระจายไปสูต่ ลาดภายในภูมภิ าคมากขึน้ จะเป็ นแรงหนุน ให้การส่งออกอาหารไทยในปี 2556 ขยายตัวเพิม่ ขึน้ สำาหรับสถานการณ์อุตสาหกรรมอาหารไทยในปี ทผ่ี า่ น มารวมทัง้ แนวโน้มทีจ่ ะเกิดขึน้ กับอุตสาหกรรมอาหารไทย มีประเด็นสำาคัญทีค่ วรดำาเนินมาตรการในการ รับมือ เพือ่ เพิม่ ขีดความสามารถในการแข่งขันให้ภาคอุตสาหกรรมทัง้ ในระยะสัน้ และระยะยาว พอสรุปได้ ดังนี้ ั 1. ผูป้ ระกอบการ SMEs ได้รบั ผลกระทบจากการปรับค่าจ้างขัน้ ต่าำ มากกว่ารายใหญ่ รวมทัง้ มีปญหา/ ข้อจำากัดในการปรับตัว ซึง่ ภาครัฐควรมีมาตรการทีเ่ ป็ นรูปธรรมในการบรรเทาผลกระทบกับผูป้ ระกอบการ เหล่านี้ 2. สินค้าอาหารของไทยหลายรายการเริม่ สูญเสียส่วนแบ่งตลาดโลก จำาเป็ นต้องวิเคราะห์ปญั หาและ อุปสรรคเพือ่ ดำาเนินมาตรการทีย่ งยื ั ่ น ในการดึงส่วนแบ่งตลาดอาหารโลกในกลุม่ สินค้าทีส่ ญ ู เสียไปกลับคืน

1

อาหารในสาขาอื่นๆ ทีม่ กี ารสำารวจ เช่น ผลิตภัณฑ์นม น้ำามันพืช แป้งมันสำาปะหลัง ขนมอบกรอบ เบเกอรี่ เครือ่ งปรุงรส เป็ นต้น ซึง่ ส่วนใหญ่มกี ารนำาเครื่องจักรมาช่วยในการผลิตได้ในสัดส่วนทีม่ ากกว่าเมือ่ เทียบกับอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ ผักผลไม้ รวมทัง้ สัตว์นำ้า (อาหารทะเล)

Page 6 of 7


แถลงข่าวสถานการณ์ธุรกิจเกษตรและอาหารในปจั จุบนั และแนวโน้มในอนาคต 20 กุมภาพันธ์ 2556

3. แนวโน้มตลาดอาหารในภูมภิ าคขยายตัวดีกว่าตลาดหลักในประเทศพัฒนา ซึง่ ไทยควรแสวงหา ช่องทางการตลาดในภูมภิ าค เช่น ตลาดจีน กลุม่ ประเทศ CLMV ทีต่ ลาดกำาลังเติบโตตามภาวะเศรษฐกิจที่ ขยายตัวสูง ชนชัน้ กลางซึง่ เป็ นกำาลังซือ้ หลักมีสดั ส่วนเพิม่ ขึน้ อย่างรวดเร็ว เพือ่ กระจายความเสีย่ งจากการ พึง่ พิงตลาดหลักรวมทัง้ ขยายการเติบโตของธุรกิจโดยรวม 4. หลายอุตสาหกรรมมักจะประสบปญั หาด้านวัตถุดบิ ทำาให้อุตสาหกรรมไม่สามารถเติบโตได้ตาม ศักยภาพ จึงควรมีแนวทางในการสร้างมูลค่าเพิม่ ให้กบั สินค้าเพือ่ ลดข้อจำากัดทีเ่ กิดจากป ญั หาการขาดแคลน วัตถุดบิ ทีเ่ ริม่ จะทวีความรุนแรงขึน้ ในอนาคต 5. ต้นทุนการผลิตภายในประเทศเริม่ สูงขึน้ รวมทัง้ ประชากรมีรายได้สงู ขึน้ ทำาให้ถกู ตัดสิทธิพเิ ศษ ทางการค้า ซึง่ การวิจยั และพัฒนารูปแบบสินค้าตอบสนองตลาดเฉพาะกลุม่ เพือ่ ลดการแข่งขันกับสินค้าใน ตลาดล่างทีเ่ ต็มไปด้วยคู่แข่งทีม่ ตี น้ ทุนต่าำ รวมทัง้ แนวโน้มทีไ่ ทยกำาลังจะถูประเทศพัฒนาระงับสิทธิพเิ ศษ ทางการค้า (GSP) ในอนาคตอันใกล้ …………………………………………….

Page 7 of 7


Press_3_INT