Page 1

รายงานการประชุ มเตรียมการเพือ่ จัดทําท่ าทีไทยภาคเกษตรสํ าหรับการประชุ มเอเปค ประจําปี ๒๕๕๔ การประชุ ม APEC SOM ครั้งที่ ๑/๒๕๕๔ และการประชุมทีเ่ กีย่ วเนื่อง วันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ณ ห้ องประชุมชู ประกอบ ชั้น ๘ สํ านักงานเศรษฐกิจการเกษตร --------------------------------รายชื่อผู้เข้ าร่ วมประชุ ม ๑. นางดวงหทัย ด่านวิวฒั น์ กรมการข้ าว ๒. นางดารา เจตนะจิตร ๓. นางสาวภคินี อัครเวสสะพงศ์ ๔. นางสาวรสคนธ์ แก้วสะอาด ๕. นางสยุมพร ปทุมพงศ์ กรมชลประทาน ๖. นางสุภาพร วงษ์วีระขันธ์ กรมประมง ๗. นางมาลินี วิชชาวุธ ๘. นายสมิท ธรรมเชื้อ ๙. นางสาวณัฐรี ยา เกียรติไพบูลย์ กรมปศุสัตว์ ๑๐. นางมณี นุช จิตรหลัง กรมพัฒนาทีด่ นิ ๑๑. นางกรี ยาภรณ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ๑๒. นายวิศิษฐ์ งามสม ๑๓. นางสาวฆริ กา คันธา กรมวิชาการเกษตร ๑๔. นางสาวเสริ มสุ ข สลักเพ็ชร์

รองเลขาธิการสํานักงานเศรษฐกิจการเกษตร ประธานการประชุม ที่ปรึ กษาอธิบดีกรมการข้าว นักวิชาการเกษตรชํานาญการพิเศษ นักวิเทศสัมพันธ์ชาํ นาญการ เศรษฐกรชํานาญการ ผูเ้ ชี่ยวชาญด้านวิเคราะห์เศรษฐกิจ ผูอ้ าํ นวยการกองประมงต่างประเทศ นักวิชาการประมงชํานาญการพิเศษ เศรษฐกรปฏิบตั ิการ นักวิเทศสัมพันธ์ชาํ นาญการ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชํานาญการ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชํานาญการ นักวิชาการเกษตรปฏิบตั ิการ ผูอ้ าํ นวยการสํานักวิจยั และพัฒนาวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยว และแปรรู ปผลิตผลการเกษตร นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบตั ิการ

๑๕. นางสาวฐิราภรณ์ ปิ่ นทองพันธุ์ กรมส่ งเสริมการเกษตร ๑๖. นางอรสา ดิสถาพร ผูเ้ ชี่ยวชาญด้านส่ งเสริ มและจัดการการผลิตพืชผัก ไม้ดอก ไม้ประดับ และพืช สมุนไพร ๑๗. นางสุ นิสา บุญญะปฏิภาค หัวหน้าฝ่ ายวิเทศสัมพันธ์ ๑๘. นางสาวชมัยภรณ์ ถนอมศรี เดชชัย นักวิเทศสัมพันธ์ชาํ นาญการ


กรมส่ งเสริมสหกรณ์ ๑๙. นายปรี ชา วงศ์สกุลเกียรติ นักวิเทศสัมพันธ์ชาํ นาญการพิเศษ กรมหม่ อนไหม ๒๐. นางสาวทิพรรณี เสนะวงศ์ นักวิชาการเกษตรชํานาญการพิเศษ สํ านักงานการปฏิรูปทีด่ นิ เพือ่ เกษตรกรรม ๒๑. นางสาววิลาวัณย์ จันทนา เจ้าหน้าที่ปฏิรูปที่ดิน สํ านักการเกษตรต่ างประเทศ ๒๒. นางสาวศิริลกั ษณ์ สุ วรรณรังษี ผูอ้ าํ นวยการสํานักการเกษตรต่างประเทศ กรมเศรษฐกิจระหว่ างประเทศ กระทรวงการต่ างประเทศ ๒๓. นางสาวรัชนี เอื้อไพโรจน์กิจ นักการทูตชํานาญการ ๒๔. นางสาวสุ วรรณี อรุ ณสวัสดิ์วงศ์ นักการทูตชํานาญการ กรมเจรจาการค้ าระหว่ างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ๒๕. นางสาวจันทรา ศิริอุทยั กร นักวิชาการพาณิ ชย์ชาํ นาญการ ๒๖. นางสาวพรศิริ สาครวรรณภักดี นักวิชาการพาณิ ชย์ชาํ นาญการ สํ านักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ๒๗. นางอารี ยา สุ ภาพ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชํานาญการ สํ านักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุ ข ๒๘. นางสาวจิรารัตน์ เทศะศิลป์ นักวิชาการอาหารและยาชํานาญการ ๒๙. นางสิ ตานันท์ พูนผลทรัพย์ เภสัชกรชํานาญการ สํ านักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่ งแวดล้ อม ๓๐. นางสิ ริกลุ บรรพพงศ์ ผูอ้ าํ นวยการสํานักความหลากหลายทางชีวภาพ สภาหอการค้ าแห่ งประเทศไทย ๓๑. นางสาวนพวรรณ ฉลองพันธรัตน์ ผูช้ ่วยรองประธานคณะกฎระเบียบและการค้าระหว่างประเทศ ๓๒. นางสาวฐิดา เนียมถนอม ผูจ้ ดั การส่ วนงานประสานงานต่างประเทศ สภาอุตสาหกรรมแห่ งประเทศไทย ๓๓. นางสาวปิ ยะนุช มาลากุล ณ อยุธยา รองเลขาธิการ สายงานองค์กรระหว่างประเทศ ๓๔. นางสาวอภิสรา ชัยกิตติศิลป์ เจ้าหน้าที่องค์กรระหว่างประเทศ ฝ่ ายเลขานุการ ๓๕. นางสาวทัศนีย ์ เมืองแก้ว ๓๖. นางกาญจนา แดงรุ่ งโรจน์ ๓๗. นางสาวศุทธภัค พันธุ์ภาไพ

นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชํานาญการพิเศษ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชํานาญการ เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน

ผู้ไม่ เข้ าร่ วมประชุ ม ๑. ผูแ้ ทนสํานักงานมาตรฐานสิ นค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ


๒. ผูแ้ ทนสํานักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง เริ่มประชุ มเวลา ๐๘.๔๕ น. ๑. เรื่องทีป่ ระธานแจ้ งให้ ทปี่ ระชุมทราบ ประธานแจ้งว่า ด้วยเอเปค หรื อ Asia Pacific Economic Cooperation จะจัดให้มีการประชุม เจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปค (APEC Senior Officials Meeting: SOM) ครั้งที่ ๑/๒๕๕๔ และการประชุมที่เกี่ยวเนื่ อง ระหว่างวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ - ๑๒ มี นาคม ๒๕๕๔ ณ กรุ งวอชิ งตัน ดี ซี ประเทศสหรั ฐอเมริ กา สํานักงาน เศรษฐกิจการเกษตรในฐานะที่เป็ น Focal Point ภาคการเกษตรภายใต้กรอบความร่ วมมือทางเศรษฐกิจเอเปค จะต้อง จัดทําท่าทีประเทศไทยในภาคเกษตรเพื่อใช้ประกอบการหารื อในการประชุ มของคณะทํางานความร่ วมมื อด้าน เทคนิคการเกษตร หรื อ Agricultural Technical Cooperation Working Group (ATCWG) ครั้ งที่ ๑๕ ระหว่า ง วันที่ ๒-๔ มี นาคม ๒๕๕๔ และการประชุ ม การเข้า สู่ ต ลาด หรื อ Market Access Group (MAG) ครั้ งที่ ๑/ ๒๕๕๔ ระหว่างวันที่ ๕-๖ มีนาคม ๒๕๕๔ โดยการประชุ ม ฯ จะหารื อ เกี่ ย วกับ ทิ ศ ทางและแผนการทํา งาน ในปี ๒๕๕๔ และผลการทํา งานในปี ๒๕๕๓ ของคณะทํา งานความร่ ว มมื อ ด้า นเทคนิ ค การเกษตร การ ติ ด ตามผลการปฏิ บ ตั ิ ง านตามปฏิ ญ ญาเอเปคว่า ด้ว ยความมัน่ คงด้า นอาหาร รวมทั้ง เรื่ อ งความคื บ หน้า เกี่ ย วกับ ความร่ ว มมื อ ด้า นการค้า และการลงทุน ในกรอบความร่ ว มมื อ ทางเศรษฐกิ จ เอเปค นอกจากการ ประชุมข้างต้นซึ่ งผูแ้ ทน สศก. จะเข้าร่ วมประชุม ยังมีการประชุมที่เกี่ยวข้องกับภาคเกษตรในกรอบเอเปคซึ่ ง หน่วยงานของไทยควรร่ วมหารื อจัดทําท่าทีไทยร่ วมกัน จึงได้จดั การประชุมเตรี ยมการเพื่อจัดทําท่าทีไทยภาค เกษตรสําหรับการประชุมเอเปคประจําปี ๒๕๕๔ การประชุม APEC SOM ครั้งที่ ๑/๒๕๕๔ และการประชุมที่ เกี่ยวเนื่อง วาระที่ ๒ เรื่องเพือ่ ทราบ ๒.๑ ผลการประชุ ม Agricultural Technical Cooperation Working Group (ATCWG) ครั้งที่ ๑๔ ณ กรุ งปักกิง่ สาธารณรัฐประชาชนจีน ฝ่ ายเลขานุ การได้รายงานว่ า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เห็ นชอบให้ผูแ้ ทนสํานักงาน เศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เข้าร่ วมการประชุม Agricultural Technical Cooperation Working Group (ATCWG) ครั้ง ที่ ๑๔ ระหว่างวันที่ ๑๕-๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๓ ณ กรุ งปั กกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีสาระสําคัญของการ ประชุมฯ สรุ ปได้ดงั นี้ ๑. การประชุมครั้ งนี้ มีผูเ้ ข้าร่ วมประชุ มจาก ๑๗ เขตเศรษฐกิ จ ได้แก่ ออสเตรเลี ย บรู ไน แคนาดา ชิลี จีน อินโดนีเซี ย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย เม็กซิ โก ปาปั วนิวกินี ฟิ ลิปปิ นส์ สิ งคโปร์ จีน(ไทเป) ไทย สหรัฐอเมริ กา และเวียดนาม สําหรับประเทศไทยประกอบด้วยผูแ้ ทนสํานักงานเศรษฐกิจการเกษตร และผูแ้ ทน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เข้าร่ วมประชุ มฯ โดยมี นาย Huajun Tang จากจี นทําหน้าที่ เป็ นประธาน Lead Shepherd Office (LSO)


๒. วัตถุประสงค์การประชุม คือ การหารื อเกี่ยวกับ ๑) Terms of Reference (TOR) และ แผนงานรายปี /หลายปี ของ ATCWG ๒) โครงการภาคเกษตรที่ขอรั บการสนับสนุนทางการเงินจากเอเปค ประจําปี ๒๕๕๓ และ ๓) การดําเนินงานในนามของ ATCWG เพื่อสนับสนุนการประชุมรัฐมนตรี ความมัน่ คง อาหารเอเปค (Ministerial Meeting on Food Security: MMFS) ครั้งที่ ๑ ซึ่ งจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๑๖-๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๓ ณ ประเทศญี่ปุ่น ๓. ผลการประชุมในส่วนที่เกี่ยวข้องสรุ ปได้ดงั นี้ ๓.๑ การพิจารณา TOR และแผนงานรายปี /หลายปี ของ ATCWG ๓.๑.๑ ที่ประชุมร่ วมหารื อเกี่ยวกับ TOR ของ ATCWG กันอย่างกว้างขวางแต่ยงั ไม่ สามารถสรุ ปในรายละเอียดได้ โดยที่ประชุมมีมติให้ LSO ปรับแก้ไขตามความเห็นของทุกเขตเศรษฐกิจ แล้วแจ้ง เวียนร่ างที่แก้ไขแล้วให้ทุกเขตเศรษฐกิจพิจารณาให้ความเห็นชอบ ๓.๑.๒ ที่ประชุมเห็นชอบให้จดั ตั้งคณะทํางานเฉพาะกิจ (Task Force) เพื่อร่ วมกันปรับปรุ ง TOR และร่ างแผนงานอนาคตรายปี /หลายปี ของ ATCWG โดยต้องสอดคล้องกับสิ่ งที่ MMFS จะตกลงกัน นอกจากนี้ ที่ประชุมยังหารื อเกี่ยวกับการจัดตั้งเว็บไซท์ของ ATCWG เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเทคโนโลยีการเกษตร โดยที่ประชุมเห็นชอบในหลักการแต่เห็นควรต้องระบุรายละเอียดข้อมูลของเว็บไซท์ในการประชุมครั้งหน้า ๓.๒ โครงการภาคเกษตรที่ขอรับการสนับสนุนทางการเงินจากเอเปคประจําปี ๒๕๕๓ ๓.๒.๑ ที่ประชุมรับทราบโครงการภาคเกษตรที่ได้รับความเห็นชอบจากเอเปคเมื่อปี ที่ ผ่านๆ มาและดําเนิ นงานเสร็ จสิ้ นแล้ว รวมถึงโครงการภาคเกษตรที่ได้รับความเห็นชอบจากเอเปคในรอบแรกของปี ๒๕๕๓ ซึ่ งมี ๒ โครงการ คือ Workshop on Ease of Doing Business in the Agricultural Sector (สหรัฐอเมริ กา) และ Enhancing Food Security through a Regional Approach and Wide Stakeholder Participation to Plant Biosecurity (มาเลเซีย) ๓.๒.๒ ผูแ้ ทนจากเขตเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องรวมถึงไทยได้นาํ เสนอโครงการภาคเกษตรที่ ขอรับการสนับสนุนทางการเงินจากเอเปคสําหรับรอบที่ ๒ ประจําปี ๒๕๕๓ โดยผูแ้ ทนไทย (สํานักงานเศรษฐกิจ การเกษตร) ได้นาํ เสนอโครงการ “Enhancement of ocean capacity on carbon absorption via shellfish restoration as biological source of carbon capture” ซึ่ งกรมประมงเป็ นผูร้ ั บผิดชอบโครงการ และผูแ้ ทนไทย (มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ) ได้นาํ เสนอโครงการ “APEC Mycotoxin Assessment Network” ซึ่ งนําเสนอต่อเอเป คในรอบที่ ๒ เดือนกรกฎาคม ๒๕๕๓ อย่างไรก็ตาม ทั้งสองโครงการไม่ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากเอเปค ๓.๓ การดําเนินงานในนามของ ATCWG เพื่อสนับสนุน MMFS ๓.๓.๑ ที่ประชุมรับทราบเกี่ยวกับการจัด Workshop on Ease of Doing Business in the Agricultural Sector ที่สหรัฐอเมริ กาจัดร่ วมกับเอเปค ระหว่างวันที่ ๑๖-๑๗ กรกฎาคม ๒๕๕๓ และการจัด APEC Food Security Forum ที่มีจีน (ไทเป) เป็ นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ ๑๘-๒๐ กรกฎาคม ๒๕๕๓ ทั้งนี้ ผลการหารื อจาก APEC Food Security Forum จะนําเสนอใน MMFS ด้วย ๓.๓.๒ ที่ประชุมร่ วมกันพิจารณาร่ างเอกสารความมัน่ คงอาหารซึ่ งจัดทําในนามของ ATCWG เพื่อนําเสนอ MMFS โดยจีนและสหรัฐอเมริ กาเป็ นผูร้ ่ าง ที่ประชุมรวมถึงผูแ้ ทนไทยได้ร่วมกัน ปรับแก้ในรายละเอียด ซึ่ งที่ประชุมมีมติให้ LSO ปรับปรุ งและแจ้งเวียนร่ างเอกสารตามความเห็นทุกเขต


เศรษฐกิจเพื่อให้ความเห็นชอบแล้ว โดย LSO ได้นาํ เสนอต่อการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปค ครั้งที่ ๓/๒๕๕๓ ซึ่ งจัด ขึ้ น เมื่อเดือนกันยายน ๒๕๕๓ ณ เมืองเซนได ประเทศญี่ป่ ุ น อย่า งไรก็ดี เอกสารทั้ง สองฉบับไม่ได้ นําเสนอต่อ MMFS ๓.๓.๓ ที่ประชุมรับทราบเอกสารที่จะใช้ประกอบร่ างเอกสารความมัน่ คงอาหารซึ่งจัดทํา ในนามของ ATCWG ใน ๓ ประเด็น ดังนี้ ๑) “Role of developed economies in ensuring food security in the APEC region” ซึ่ งนําเสนอโดยออสเตรเลีย ๒) “What are the capacity building needs and challenges for developing economies” ซึ่ งนําเสนอโดยผูแ้ ทนไทย (สศก.) และ ๓) “Improving Food Markets in APEC Economies: Can the cost of food be lowered?” ซึ่ งนําเสนอโดยนาย Philip Gaetjens (APEC Policy Support Unit) ๓.๔ กําหนดการประชุม ATCWG ครั้ งที่ ๑๕ สหรัฐอเมริ การับเป็ นเจ้าภาพการประชุม ATCWG ครั้งที่ ๑๕ ระหว่างวันที่ ๒-๔ มีนาคม ๒๕๕๔ ณ กรุ งวอชิงตัน ดีซี มติทปี่ ระชุ ม

รับทราบ

๒.๒ ผลการประชุ มรัฐมนตรีความมั่นคงอาหารเอเปค ครั้งที่ ๑ ณ ประเทศญี่ปุ่น ฝ่ ายเลขานุ การได้รายงานว่า รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และคณะได้เดินทางเข้า ร่ วมการประชุมรัฐมนตรี ความมัน่ คงอาหารเอเปค ครั้งที่ ๑ ซึ่ งจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๑๕-๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๓ ณ เมืองนิอิ กาตะ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อให้การรับรองปฏิญญานิ อิกาตะว่าด้วยความมัน่ คงอาหารเอเปค (The Niigata Declaration on APEC Food Security) โดยสรุ ปสาระสําคัญการประชุมฯ ดังนี้ ๒.๑.๑ รัฐมนตรี วา่ การกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้กล่าวแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในที่ประชุม เกี่ยวกับเป้ าหมายร่ วม ๒ ด้าน ตามปฏิญญาฯ คือ - เป้ าหมายร่ วมที่ ๑ การพัฒนาภาคการเกษตรอย่ างยั่งยืน โดยให้ความเห็นว่า การพัฒนา การเกษตรอย่างยัง่ ยืนต้องมีองค์ประกอบที่สาํ คัญ ๒ ประการ คือ ๑) การบริ หารจัดการนํ้าสําหรับการเกษตรโดย การ พัฒนาระบบชลประทาน เพื่อเพิ่มผลิตภาพและบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก และ ๒) การพัฒ นาทรั พ ยากรมนุ ษ ย์ท้ ัง ในด้ า นเทคโนโลยี ก ารเกษตรและการสร้ า งจิ ต สํ า นึ ก ในการอนุ รั ก ษ์ ทรัพยากรธรรมชาติแก่ท้ งั เกษตรกรรุ่ นปั จจุบนั และเกษตรกรรุ่ นใหม่ให้มีความพร้อม - เป้าหมายร่ วมที่ ๒ การอํานวยความสะดวกด้ านการลงทุน การค้ าและการตลาด ได้กล่าว สนับสนุนในหลักการโดยรวมของการลงทุนภาคเกษตรอย่างรับผิดชอบ (Responsible Agricultural Investment: RAI) ที่ยกร่ างโดย FAO UNCTAD และ World Bank เนื่ องจากมีความสอดคล้องกับนโยบายด้านการลงทุนของประเทศ รวมทั้งได้กล่าวยินดีตอ้ นรับการลงทุนจากต่างประเทศที่สอดคล้องกับกฎหมายภายในประเทศของไทย และเชื่ อว่า การลงทุ นจากต่ างประเทศจะเกิ ดประโยชน์ ในแง่ ของการถ่ ายทอดเทคโนโลยี เงิ นทุ น และการจ้างงาน แต่ ใน ขณะเดียวกันจะต้องไม่ให้เกิ ดผลกระทบในเรื่ องการถือครองที่ดิน มีการแบ่งปั นผลประโยชน์ที่เป็ นธรรม และไม่ ทําลายวิถีชีวิตของชุมชนท้องถิ่น รวมถึงความมัน่ คงอาหารภายในเขตเศรษฐกิจนั้นๆ โดยไทยได้เสนอให้อา้ งอิงการ พัฒนาความมัน่ คงด้านอาหารและพลังงานชีวภาพภายใต้กรอบความร่ วมมืออาเซี ยนบวกสาม รวมทั้งเสนอโครงการ สํารองข้าวในกลุ่มประเทศอาเซี ยนบวกสามเป็ นกรณี ตวั อย่างเรื่ องการเตรี ยมความพร้ อมเพื่อรองรับภัยพิบตั ิไว้ใน ปฏิญญาฯ


๒.๑.๒ ที่ประชุมได้ร่วมรับรองปฏิญญานิ อิกาตะว่าด้วยความมัน่ คงอาหารเอเปค โดยมีการปรับแก้ เล็กน้อยในส่ วนที่ไม่ใช่สาระสําคัญ โดยประเทศไทยได้นาํ เสนอแผนงาน/โครงการไว้ใน APEC Food Security Action Plan ที่แนบท้ายปฏิญญานิอิกาตะฯ จํานวน ๗ โครงการ ข้ อคิดเห็นของทีป่ ระชุ ม ผู้แทนสภาหอการค้าแห่ งประเทศไทย (นางสาวนพวรรณ ฉลองพันธรัตน์) ได้สอบถาม ๒ ประเด็น คือ ๑) ไทยได้มีการนําเสนอโครงการเกี่ ยวกับการลงทุ นภาคเกษตรต่ อเอเปคหรื อไม่ และ ๒) สภาหอการค้าฯ มี ความเห็นว่าประเด็นเรื่ องความมัน่ คงอาหารเป็ นเรื่ องที่เกิดจากปั ญหาด้านตลาดมากกว่าการผลิต ซึ่ งฝ่ ายเลขานุการ ได้ช้ ี แจงว่า ไทยไม่ได้นาํ เสนอโครงการเรื่ องการลงทุนภาคเกษตรแต่ญี่ปุ่นได้นาํ เสนอการจัดประชุ มเพื่อหารื อ ระหว่างสมาชิ กเอเปคในเรื่ องดังกล่ าว ส่ วนเรื่ องความมัน่ คงอาหารนั้น สศก. เห็นด้วยกับสภาหอการค้าฯ แต่ เนื่องจากเรื่ องดังกล่าวอยูใ่ นความรับผิดชอบของกระทรวงพาณิ ชย์ ทําให้โครงการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่แนบท้ายปฏิญญานิ อิกาตะส่ วนใหญ่อยูภ่ ายใต้เป้ าหมายร่ วมที่ ๑ อย่างไรก็ตาม ฝ่ ายเลขานุการได้เสนอขอหารื อที่ ประชุมในวาระที่ ๓.๒ ว่าไทยควรจะนําเสนอโครงการด้านการค้าสิ นค้าเกษตรเพิ่มเติมอย่างไร ประธาน สอบถามกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ถึงความคืบหน้าของ RAI ซึ่ งผูแ้ ทน กต. (นางสาวสุ วรรณี อรุ ณสวัสดิ์วงศ์) ชี้แจงว่า ขณะนี้ ยงั อยูร่ ะหว่างการแจ้งเวียนเอกสารให้สมาชิก แสดงความคิดเห็นโดยน่าจะสรุ ปหลักการดังกล่าวช่วงปลายปี ๒๕๕๔ รวมทั้งในขณะนี้ มีเรื่ อง Land Tenure ที่ FAO จะสรุ ปความเห็ น ภายในปี นี้ เช่ น กัน ซึ่ งแม้ว่ า จะไม่ ผูก มัด แต่ ก็ อ าจถู ก กดดัน ทางการทู ต ให้ต ้อ งปฏิ บ ัติ ต าม เช่นเดียวกับเรื่ องความรับผิดชอบทางสังคมของธุรกิจ (Corporate Social Responsible: CSR) มติทปี่ ระชุ ม

รับทราบ

๒.๓ การเป็ นเจ้ า ภาพประชุ ม เอเปคประจํ า ปี ๒๕๕๔ ของสหรั ฐ อเมริ ก า และประเด็ น ที่ สหรัฐอเมริกาให้ ความสํ าคัญ ฝ่ ายเลขานุ การได้รายงานว่า สศก. ได้รับแจ้งจากกรมเศรษฐกิ จระหว่างประเทศ กระทรวงการ ต่างประเทศ และกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ (จร.) เกี่ยวกับสรุ ปผลการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปคอย่างไม่ เป็ นทางการ เมื่ อเดื อนธันวาคม ๒๕๕๓ ณ มลรั ฐฮาวาย สหรั ฐอเมริ กา ว่า ในปี ๒๕๕๔ สหรั ฐอเมริ กาจะให้ ความสําคัญกับ ๓ เรื่ องหลัก คือ ๑) การรวมตัวกันทางเศรษฐกิจในภูมิภาค เป็ นการวางรากฐานเรื่ องการค้าการลงทุน เพื่อเตรี ยมตัวทุกเขตเศรษฐกิจในการเข้าร่ วม Free Trade Area of Asia-Pacific (FTAAP) ได้แก่ การอํานวยความ สะดวกและสร้างศักยภาพให้แก่ SMEs การปฏิรูปโครงสร้างด้านต่างๆ (ไม่ได้กล่าวถึงภาคเกษตรในขณะนี้ ) การ ปรับพิธีการ ศุลกากรให้ง่ายและสะดวกขึ้น การปรับปรุ งความสะดวกในการดําเนินธุรกิจ (Ease of Doing Business: EoDB) ๒) การสร้างการเจริ ญเติบโตอย่างยัง่ ยืน เพื่อเป็ นการเชื่อมโยงประเด็นด้านสิ่ งแวดล้อมกับการค้า ได้แก่ การขยายการใช้ และแลกเปลี่ ยนเทคโนโลยีที่เป็ นมิ ตรกับสิ่ งแวดล้อม การลดอุปสรรคทางการค้าและการลงทุนของสิ นค้าและ บริ การด้านสิ่ งแวดล้อม (Environmental Goods and Services: EGS) การลดการอุดหนุนพลังงาน fossil การ


สนับสนุนพันธุ์พืชที่ทนสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป และการผลักดันสิ นค้า Remanufacturing และ ๓) ความ ร่ วมมือและการประสานด้านกฎระเบียบ ได้แก่ การลดอุปสรรคที่เกิดจากการใช้กฎระเบียบและมาตรฐานต่างๆ มติทปี่ ระชุ ม

รับทราบ

วาระที่ ๓ เรื่องเพือ่ พิจารณา ๓.๑ การพิจารณาจัดลําดับความสํ าคัญของท่ าทีไทยภาคเกษตรในภาพรวมสํ าหรับการประชุ ม เอเปค ประจําปี ๒๕๕๔ ฝ่ ายเลขานุ การได้เสนอให้ที่ ประชุ มพิ จารณาจัดลําดับการดําเนิ นงานภาคเกษตรที่ ไทยควร ดําเนินงานตามความสําคัญในแต่ละการประชุม ดังนี้ ๓.๑.๑ การประชุมทีอ่ ยู่ภายใต้ Committee on Trade and Investment (CTI) - การประชุ ม Market Access Group (MAG) ครั้ งที่ ๓๗ ซึ่ งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๕-๖ มีนาคม ๒๕๕๔ โดยการประชุมดังกล่าวจะหารื อกันเรื่ องการเข้าสู่ ตลาดของสิ นค้าเกษตรและอุตสาหกรรม โดย มีประเด็นที่ภาคเกษตรเกี่ยวข้องได้แก่ ๑. อุปสรรคทางการค้ าที่มิใช่ ภาษีของสิ นค้ าเกษตรและอาหาร ในช่วง ๒-๓ ปี ที่ผ่านมานิวซี แลนด์ แคนาดา และไทยได้ร่วมกันเสนอโครงการเกี่ยวกับเรื่ องดังกล่าว โดยนิ วซี แลนด์ซ่ ึงเป็ นเจ้าของโครงการได้นาํ เสนอ Workshop on Non-Tariff Measures and Non-Tariff Barriers Affecting Trade in Food and Agricultural Products ต่อ เอเปคในปี ๒๕๕๓ และจัดการประชุมขึ้นเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๕๓ ในระหว่างการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโส เอเปค ครั้ งที่ ๓/๒๕๕๓ณ เมืองเซนได ประเทศญี่ปุ่น ในส่ วนของไทยกรมประมงได้มอบหมายให้รองอธิ บดี กรม ประมง (นางนันทิยา อุ่นประเสริ ฐ) เป็ นผูบ้ รรยายเกี่ยวกับอุปสรรคทางการค้าของสิ นค้าประมง ซึ่ งไทยได้เสนอให้ สมาชิกเอเปคร่ วมกันหารื อแนวทางในการบริ หารจัดการตาม Illegal, Unreported, and Unregulated (IUU) Fishing อย่างมีประสิ ทธิ ภาพและไม่ส่งผลกระทบต่อความมัน่ คงอาหาร และต่อมานิ วซี แลนด์ได้จดั ทําเอกสารความคืบหน้า ของ MAG Workshop on Non-Tariff Measures and Non-Tariff Barriers Affecting Trade in Food and Agricultural Products เสนอให้ผทู ้ ี่เกี่ยวข้องพิจารณา ก่อนนําเสนอในการประชุม MAG ครั้งที่ ๑/๒๕๕๔ ซึ่ งจะจัดขึ้นในวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๕๔ ในการนี้ สศก. ได้หารื อกับกรมประมงและ จร. เพื่อปรับปรุ งเอกสารดังกล่าว และได้ดาํ เนินการ แก้ไขแล้วจัด ส่ งให้นิ ว ซี แลนด์เ มื่ อวันที่ ๒ กุม ภาพันธ์ ๒๕๕๔ ทั้ง นี้ สหรั ฐอเมริ กาก็มีการปรั บแก้เ อกสาร ดังกล่าวเช่นกัน อย่างไรก็ดี นิวซี แลนด์ยงั ไม่ได้จดั ส่ งร่ างเอกสารที่ปรับปรุ งล่าสุดแต่อย่างใด ๒. การเปิ ดเสรี สินค้ าและบริ การด้ านสิ่ งแวดล้ อม (Environmental Goods and Services: EGS) ขณะนี้เอเปคได้รับรองแผนการปฏิบตั ิงานในเรื่ องดังกล่าวแล้ว และคาดว่าในปี นี้สหรัฐอเมริ กาจะผลักดันเรื่ องนี้ สําหรับภาคเกษตรของไทยยังไม่มีขอบเขตการพิจารณาว่าสิ นค้าใดเป็ น EGS แม้ว่าจะได้หารื อกับหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องเป็ นระยะๆ แล้วแต่ยงั ไม่คืบหน้า ฝ่ ายเลขานุการได้เสนอที่ประชุมพิจารณา ๑) ให้ความเห็นเกี่ยวกับร่ างเอกสารฯ ที่ปรับแก้โดย สหรัฐอเมริ กา ๒) ขอทราบท่าทีจากกรมประมงว่ามีแผนงานในการดําเนินงานต่อเนื่องเรื่ อง IUU อย่างไร และ ๓) ขอทราบความเห็นที่ประชุมเกี่ยวกับการกําหนดสิ นค้า EGS ภาคเกษตร


ข้ อคิดเห็นของทีป่ ระชุ ม ๑) ที่ ป ระชุ ม ร่ วมกัน พิ จ ารณาร่ างเอกสารฯ ที่ ป รั บ แก้โ ดยสหรั ฐ อเมริ กาโดยไม่ ข ัด ข้อ งกับ สหรัฐอเมริ กาในวรรคที่ ๓ (Workshop Topics) ๗ (Transparency) ๑๐ (New Issues) ส่ วนที่เหลือเห็นควรให้ยืน ตามร่ างเดิมของนิวซี แลนด์และร่ างแก้ไขของไทยในวรรคที่ ๘ (Sectoral Approaches) รายละเอียดปรากฏตาม เอกสารแนบ ๒) ผูแ้ ทนกรมประมง (นายสมิท ธรรมเชื้อ) แจ้งยืนยันว่า กรมประมงจะนําเสนอโครงการเรื่ อง IUU ในการประชุมเข้าสู่ตลาด และ/หรื อการประชุมคณะทํางานด้านประมง ๓) ผูแ้ ทนสํานักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (นางอารี ยา สุ ภาพ) รายงานที่ประชุมเกี่ยวกับขอบเขต สิ นค้า EGS ของกระทรวงอุตสาหกรรมซึ่ งจัดทําขึ้นเมื่อปี ๒๕๔๙ มีจาํ นวน ๖ ข้อ คือ ๑) เป็ นสิ นค้าสําเร็ จรู ป (Final Product) ที่มีวตั ถุประสงค์กาํ จัด/บําบัดของเสี ยที่ก่อให้เกิดมลภาวะและเพื่อป้ องกันมลพิษ ๒) เป็ นสิ นค้า สิ่ งแวดล้อมที่เป็ นที่ยอมรับโดยทัว่ ไป (global acceptance) ๓) หากเป็ นสิ นค้าที่สามารถนําไปใช้งานได้หลาย ประเภท (multiple use) จะต้องเป็ นสิ นค้าที่มีการนําเข้ามาใช้ดา้ นสิ่ งแวดล้อมมากกว่าการใช้งานเพื่อประโยชน์ อื่นๆ ๔) ไม่รวมสิ นค้าที่จดั อยูใ่ นหมวดสิ นค้าที่เป็ นมิตรต่อสิ่ งแวดล้อม (Energy Preferably Product : EPPs) วิธีการผลิตที่เป็ นมิตรต่อสิ่ งแวดล้อม (Product Processing Methods : PPMs) และเศษของเสี ยของการผลิต (Waste and Scrap Utilization) ๕) เป็ นสิ นค้าที่สามารถกําหนดพิกดั ศุลกากรได้ และระบบศุลกากรของไทย สามารถตรวจสอบลงไปในรายละเอียดในแต่ละพิกดั ย่อยของแต่ละรายสิ นค้าได้ และ ๖) ไม่กระทบต่อ ภาคอุตสาหกรรมของไทย ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมได้พิจารณารายการสิ นค้าสิ่ งแวดล้อมตามกรอบองค์การ การค้าโลกแล้วจาก ๔๐๐ กว่ารายการเหลือเพียง ๓ รายการ ได้แก่ พิกดั ๘๔๒๑๒๑ (Filter or purifying machinery and apparatus for filtering or purifying water) ๘๔๒๑.๓๙.๙๐ (Catalytic Converter) และ ๙๖๐๓๑๐ (Brooms and brushes consisting of twigs or other vegetable) ซึ่ งในการพิจารณาครั้งนั้นเห็นว่าประเทศที่เสนอ รายการสิ นค้าสิ่ งแวดล้อมเป็ นการเสนอสิ นค้าที่ ตอ้ งการส่ งออกมากกว่าต้องการแก้ปัญหาสิ่ งแวดล้อมอย่าง แท้จริ ง ในการนี้ ที่ประชุมได้หารื อถึงความเป็ นไปได้ในการกําหนดขอบเขต EGS ภาคเกษตรกันอย่างกว้างขวาง แต่ยงั ไม่ได้ขอ้ สรุ ป ผู้แทนกรมการข้ าว (นางดารา เจตนะจิตร) แจ้งข้อมูลผลวิจยั เบื้องต้นค่า Carbon Footprint ของ ข้าวอินทรี ยม์ ีค่าสู งกว่าข้าวทัว่ ไป ซึ่ งหากพิจารณาเรื่ องการปลดปล่อยปริ มาณคาร์ บอน สิ นค้าเกษตรอินทรี ยจ์ ึง อาจไม่เข้าข่ายสิ นค้าสิ่ งแวดล้อม ประธานได้มอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการจัดการประชุมหารื อในเรื่ องนี้ต่อไป มติทปี่ ระชุ ม

๑) เห็นชอบให้ฝ่ายเลขานุการนําร่ างที่ร่วมกันพิจารณาไปเสนอในการประชุม MAG ๒) มอบหมายกรมประมงดําเนินการโครงการเกี่ยวกับ IUU เพื่อนําเสนอ MAG ต่อไป ๓) มอบหมายให้สาํ นักงานเศรษฐกิจการเกษตรจัดประชุมเพื่อกําหนดขอบเขต EGS ภาคเกษตร

- การประชุ ม Sub-Committee on Standards and Conformance (SCSC) ซึ่ งมีกาํ หนดจะจัดขึ้นใน ช่วงเวลาการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปค ครั้ งที่ ๑/๒๕๕๔ โดยมีประเด็นที่ จร. ต้องการทราบความคืบหน้าการ ดําเนิ นงานในเรื่ องมาตรฐานสิ นค้าเกษตรและอาหารและความปลอดภัยอาหารของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงสาธารณสุข ซึ่ งเห็นว่าน่าจะเป็ นเรื่ องที่ไทยในฐานะผูส้ ่งออกสิ นค้าเกษตรและอาหารลําดับต้นๆ ของโลก ควรผลักดันในการประชุมเอเปค ปี ๒๕๕๔ ซึ่ งจะสอดคล้องกับการให้ความสําคัญงานของสหรัฐอเมริ กา โดยขณะนี้


สหรัฐอเมริ กาได้จดั ตั้ง APEC Regulatory Cooperation Advancement Mechanism on Trade-Related Standards and Technical Regulations (ARCAM) เป็ นผลสําเร็ จในระหว่างการประชุมผูน้ าํ เอเปค ครั้งที่ ๑๘ ที่จดั ขึ้น ณ เมืองโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเดื อนพฤศจิ กายน ๒๕๕๓ โดยกลไกดังกล่าวจะมี การนําเสนอมาตรฐานต่างๆ ให้ที่ประชุม CTI พิจารณาแล้วจึงสั่งการให้ SCSC ดําเนิ นการต่อไป ในการนี้ ฝ่ ายเลขานุ การได้เสนอให้ที่ประชุมพิจารณาว่า ไทย สามารถ ใช้กลไกดังกล่าวในการช่ วยเสริ มสร้ างสมรรถนะของภาคการผลิตของไทยจากเอเปค โดยหน่ วยงานภายใน กระทรวงเกษตรฯ อาจร่ วมกับสถาบันการศึกษาหรื อสํานักงานวิจยั ต่างๆ ในการนําเสนอโครงการ จึงขอทราบ ความเห็นที่ประชุมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการประชุม SCSC ว่าควรกําหนดท่าทีไทยในเรื่ องที่เกี่ยวกับ มาตรฐานสิ นค้าเกษตรและอาหารในเรื่ องใด และอย่างไร ข้ อคิดเห็นของทีป่ ระชุ ม ผูแ้ ทนสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรื อ อย. (นางสาวจิ รารัตน์ เทศะศิลป์ ) แจ้งว่า ไม่มี ผูเ้ ข้าร่ วมประชุมและยังไม่มีความเห็นในเรื่ องดังกล่าว ผูแ้ ทน จร. (นางสาวจันทราฯ) แจ้งข้อมูลเพิ่มเติมว่า กลไก ARCAM กําหนดให้ดาํ เนินการได้ปีละ ๑ โครงการ โดยในปี นี้ ได้ปิดการรับสมัครแล้ว ซึ่ งมีสหรัฐอเมริ กาเสนอ Smart Grid และออสเตรเลียเสนอ Submarine Cable ในการประชุม CTI จะได้หารื อเพื่อคัดเลือกโครงการต่อไป อย่างไรก็ดี ที่ประชุมเห็นว่า ไทยสามารถหารื อร่ วมกันถึงการนําเสนอโครงการในปี หน้าต่อไป มติทปี่ ระชุ ม มอบหมายให้สาํ นักงานเศรษฐกิจการเกษตรหารื อกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการนําเสนอมาตรฐาน ด้านการเกษตรหรื ออาหารในปี หน้าต่อไป ๓.๑.๒ การประชุ ม High Level Policy Dialogue on Agricultural Biotechnology (HLPDAB) จะ จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๑-๒ มีนาคม ๒๕๕๔ เป็ นการประชุมที่สหรัฐอเมริ กาได้จดั ตั้งขึ้นเพื่อใช้ในการผลักดันเรื่ อง เทคโนโลยีทางชีวภาพ โดยมีเป้ าหมายเพื่อเป็ นเวทีการหารื อระหว่างผูบ้ ริ หารระดับสูง อย่างไรก็ดี ที่ผา่ นมาไม่ค่อย มี ผูบ้ ริ ห ารระดับสู งเข้าร่ วมการประชุ ม ดังกล่ าวเท่ าที่ ควร มี ล ักษณะเฉพาะตรงที่ เ ป็ นการประชุ มที่ สหรั ฐ ฯ สนับสนุ นค่าใช้จ่ายให้ผูเ้ ข้าร่ วมประชุมส่ วนใหญ่ เพื่อให้จาํ นวนผูเ้ ข้าร่ วมครบองค์ประชุม ซึ่ งจะมีผลต่อการ ตัดสิ นใจในระหว่างการประชุ ม รวมทั้งการประเมิ นผลเพื่อปฏิ รูปโครงสร้ างเอเปคโดยหลายปี ที่ผ่านมามี การ พิจารณาในระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสเพื่อยุบรวมการประชุมที่คล้ายกัน ในกรณี น้ ี คือการพิจารณายุบรวม HLPDAB และ Agricultural Technical Cooperation Working Group หรื อ ATCWG เข้าด้วยกัน สําหรับวาระการประชุมในปี นี้ สหรัฐฯ ได้เสนอให้มีการหารื อในเรื่ อง Policies to Advance Agricultural Biotechnology Solutions for Food Security and Climate Change in APEC โดยในส่ วนของประเทศไทยเท่าที่ได้รับการประสานงานในเบื้องต้นจะมีผแู้ ทนจาก สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่ งแวดล้อม กรมวิชาการเกษตร และสํานักงานมาตรฐานสิ นค้า เกษตรและอาหารแห่งชาติ เข้าร่ วมการประชุม ฝ่ ายเลขานุการได้เสนอให้ที่ประชุมพิจารณาให้ความเห็นของที่ประชุม ในการกําหนดท่าทีการประชุมดังกล่าวที่จะเป็ นประโยชน์สูงสุ ดต่อไทยในภาพรวม เนื่ องจากเรื่ องดังกล่าวจะมีผลต่อ โครงสร้างการผลิตของไทยในอนาคต เพื่อนําเสนอต่อผูบ้ ริ หารระดับสูงของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต่อไป


-๙ข้ อคิดเห็นของทีป่ ระชุ ม ผู้แทนกรมวิชาการเกษตร (นางสาวเสริ มสุ ข สลักเพ็ชร์ ) ชี้แจงว่า ประเทศไทยมีนโยบายชัดเจน ว่า ในปั จจุบนั ยังไม่อนุญาตให้ดาํ เนินการเรื่ อง Genetically Modified (GM) Plants เชิงการค้า แต่ให้มีการวิจยั ได้ กรมวิชาการเกษตรมีการนําเทคนิคด้าน Biotechnology และ Molecular biology มาใช้สนับสนุนงานวิจยั สาขา วิจัยสาขาวิชาอื่ นๆ รวมทั้งการปรั บปรุ งพันธุ์โดยเฉพาะไม้ดอกไม้ประดับ ผู้แทนสํ านักงานนโยบายและแผน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่ งแวดล้ อม (นางสิ ริกลุ บรรพพงศ์) ชี้แจงว่า สํานักงานฯ ในฐานะผูป้ ระสานงานหลักของ อนุสญ ั ญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ (Convention on Biological Diversity) และพิธีสารคาร์ ตาเฮนาว่า ด้วยความปลอดภัยทางชีวภาพ (Cartagena Protocol on Biosafety) ซึ่ งรับผิดชอบเรื่ องความปลอดภัยทางชีวภาพ ได้มีการดําเนินการร่ วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่ออนุวตั การพิธีสารฯ มาอย่างต่อเนื่ อง โดยในส่วนที่เกี่ยวข้อง กับ การจัด ทํา กฎระเบี ย บ ได้มี ก ารจัด ทํา ร่ า งพระราชบัญ ญัติ ว่ า ด้ว ยความปลอดภัย ทางชี ว ภาพของ เทคโนโลยีชีวภาพสมัยใหม่ พ.ศ. .... โดยคณะกรรมการจัดทําร่ างกฎหมายความปลอดภัยทางชีวภาพ ซึ่ งร่ าง พระราชบัญญัติฯ ดังกล่าวผ่านความเห็นชอบในหลักการจากคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2551 และ ขณะนี้อยูร่ ะหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะพิเศษ) โดยได้เสนอกฎหมายในเรื่ องนี้ ดว้ ยแล้ว ขณะนี้ อยูใ่ นการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็ นปี ที่ ๓ โดยล่าสุ ดคณะกรรมการกฤษฎีกาให้รวมเรื่ อง risk assessment เอาไว้ดว้ ย ซึ่ งหากในอนาคตมีการดําเนิ นงานให้มีพืช GM แล้วทําให้เกิดผลกระทบต่อความ หลากหลายทางชีวภาพจะต้องมีกระบวนการเยียวยา ผู้แทน กต. (นางสาวสุ วรรณี ฯ) เพิ่มเติมว่า ไทยสามารถใช้ เรื่ องผลกระทบความหลากหลายทางชี วภาพเป็ นเหตุผลในการปฏิ เสธพืช GMOs ผู้แทนสภาหอการค้ าฯ (นางสาวนพวรรณฯ) เห็นว่า เทคโนโลยีชีวภาพและ GMOs จะเป็ นทางเลือกของไทยในการผลิตอาหารใน อนาคต ผู้แทนสภาอุตสาหกรรมฯ (นางสาวปิ ยะนุช มาลากุล ณ อยุธยา) มีท่าทีไม่ขดั กับสภาหอการค้าฯ แต่มีขอ้ กังวลในเรื่ องการตรวจสอบย้อนกลับเนื่ องจากยังคงมีประเทศผูน้ าํ เข้าสําคัญบางประเทศที่ยงั คงมีท่าทีกงั วลใน เรื่ อง GMOs อย่างไรก็ดี เห็นว่าควรสนับสนุ นในการทําวิจยั ต่อไป แต่อาจไม่จาํ เป็ นต้องเปิ ดเผยให้ต่างประเทศ รับทราบก็ได้ ผู้แทน กวก. (นางสาวเสริ มสุ ขฯ) ชี้แจงว่ากังวลเรื่ องการปนเปื้ อนมากกว่าเนื่องจากหากประเทศคู่คา้ เช่น EU ตรวจเจอก็จะตรวจทุกครั้ง ผู้แทน อย. (นางสาวจิรารัตน์ฯ) แจ้งว่า หน่วยงานดําเนิ นการเรื่ องการติดฉลากของ สิ นค้า ซึ่ง EU จะเน้นเรื่ องนี้เพื่อเป็ นทางเลือกให้ผบู ้ ริ โภค มติทปี่ ระชุ ม เห็นชอบให้กาํ หนดท่าทีเรื่ องเทคโนโลยีชีวภาพและ GMOs ทางการเกษตรว่าไม่ขดั ข้องในการทํา วิจยั การตรวจสอบย้อนกลับ การปนเปื้ อน และการทํา risk assessment แต่ยงั ไม่มีนโยบายที่จะนํา GM Plant มาใช้เชิง การค้า โดยขอให้นาํ เรื่ องการก่อให้เกิดผลกระทบต่อความหลากหลายทางชี วภาพของพืช GMOs มาเป็ นเหตุผล ประกอบ ๓.๑.๓ การประชุ มที่อยู่ภายใต้ SOM Steering Committee on Economic and Technical Cooperation (SCE)


- การประชุ ม Agricultural Technical Cooperation Working Group (ATCWG) ครั้งที่ ๑๕ ฝ่ าย เลขานุการได้รายงานที่ประชุมว่า การประชุม ATCWG จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๒-๔ มีนาคม ๒๕๕๔ โดยจะเป็ นการ ประชุมหารื อเกี่ยวกับความร่ วมมือในภาคเกษตร สําหรับประเทศไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมาย ให้ผูแ้ ทน สศก. เข้าร่ วมการประชุมเป็ นประจํา และในบางครั้งจะมีผูแ้ ทนจากมหาวิทยาลัยเข้าร่ วมเพื่อนําเสนอ โครงการด้วย ซึ่ งในระยะหลังหลายเศรษฐกิจที่มีอิทธิพลทางเศรษฐกิจสูง (เช่น จีน สหรัฐอเมริ กา และญี่ปุ่น) เริ่ ม เข้ามามีบทบาทในการประชุมมากขึ้น จีนซึ่ งขณะนี้ ทาํ หน้าที่เป็ นหัวหน้ากลุ่ม (Lead Shepherd’s Office: LSO) เป็ นปี สุ ดท้ายจะต้องส่ งต่องานให้ LSO ใหม่ ซึ่ งจากการประสานงานกับจีนทราบอย่างไม่เป็ นทางการว่า สหรัฐอเมริ กาไม่ ประสงค์สมัครในตําแหน่ งดังกล่ าว อย่างไรก็ดี หากไม่ มี เขตเศรษฐกิ จใดเสนอตัวก็อาจมี การเปลี่ ยนแปลงได้ นอกจากนี้ เขตเศรษฐกิจที่อาจสมัครเป็ น LSO ได้แก่ จีนไทเป ญี่ปุ่น และรัสเซี ย (โดยรัสเซี ยจะเป็ นเจ้าภาพการประชุมเอเปคในปี หน้า) สําหรับการประชุมครั้งนี้ จะมีเลขาธิ การ สศก. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่ วมการประชุมในฐานะผูแ้ ทนไทย โดย สศก. ได้นําเสนอเอกสารประกอบการประชุ ม ๒ ฉบับ ซึ่ งเป็ นการรายงานเกี่ ยวกับโครงการที่ ไทยได้รั บ ความเห็นชอบจากเอเปคปี ๒๕๕๒ และ ๒๕๕๓ (มหาวิทยาลัยเชียงใหม่นาํ เสนอทั้งสองโครงการผ่านทาง สศก.) คือ ๑) ATC ๑๖/๒๐๐๙A Biofuels from Agricultural and Agro-Industrial Wastes ได้รับการอนุมตั ิเงินสนับสนุน จากเอเปค ๗๗,๘๙๑ เหรี ยญสหรัฐ เพื่อจัดการประชุมวิชาการนานาชาติ (Symposium) เมื่อเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๓ ณ โรงแรมแคนทารี่ ฮิลล์ เชียงใหม่ และ ๒) ATC๐๘/๒๐๑๐A APEC-ATCWG Biofuels Network Annual Symposium and Biotrade/Technical Training Workshop ได้รับการอนุมตั ิเงินสนับสนุนจากเอเปค ๑๐๘,๓๑๑ เหรี ยญสหรัฐ จะ จัดการประชุมวิชาการและการประชุมเชิงปฏิบตั ิการ ระหว่างวันที่ ๒๙ พฤษภาคม – ๕ มิถุนายน ๒๕๕๔ ณ สถานที่เดิม สําหรับการพิจารณาโครงการรอบแรกของเอเปค ATCWG ได้นาํ เสนอ ๕ โครงการ คือ ๑) Development of Unified informational and statistic agricultural portal of APEC members (รัสเซี ย) ๒) Promotion of Indigenous Vegetables for Coping with Climate Change and Food Security in APEC (จีนไทเปและไทยเป็ น ผูส้ นับสนุนร่ วม) ๓) Seminar-Workshop on the Assessment of Good Animal Husbandry Practices in APEC Member Economies (ฟิ ลิปปิ นส์) ๔) Workshop to Assess and Improve Agricultural Data Collection and Dissemination by APEC Member Economies (สหรัฐฯ) และ ๕) APEC Dialogue on Strengthening APEC Collaboration in Global Biodiversity Preservation and the Sharing of Genetic Resources (สหรัฐฯ) ในการนี้ ฝ่ ายเลขานุการได้เสนอขอให้ที่ประชุมพิจารณา ๑) แผนงานและแนวทาง ด้านนโยบายของ ATCWG ๒) การนําเสนอโครงการภาคเกษตรของไทยในรอบที่ ๒ และ ๓ ของปี ๒๕๕๔ และ ๓) การพิจารณาเลือก LSO สําหรับปี ๒๕๕๕ – ๒๕๕๖ ข้ อคิดเห็นของทีป่ ระชุ ม ที่ประชุมไม่ขดั ข้องต่อร่ างแผนงานและแนวทางด้านนโยบายของ ATCWG ที่ฝ่ายเลขานุการนําเสนอ ผู้แทน กต. (นางสาวสุ วรรณี ฯ) ชี้แจงข้อมูลการนําเสนอโครงการเอเปคในรอบที่ ๑ ว่าอยูร่ ะหว่างการพิจารณา ของ SCE และคาดว่าจะทราบผลการพิจารณาในเดือนมีนาคม ๒๕๕๔ ผู้แทนกรมพัฒนาที่ดินหรื อ พด. (นายวิศิษฐ์


งามสม) แจ้งว่า พด. ร่ างข้อเสนอโครงการแล้วโดยจะจัดส่ งให้ สศก. ต่อไป ฝ่ ายเลขานุ การแจ้งว่า สศก. จะได้ นําเสนอโครงการของ พด. และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในรอบที่ ๒ ของปี นี้ ผู้แทนกรมส่ งเสริ มการเกษตร (นางสุ นิสา บุญญะปฏิภาค) แจ้งต่อที่ประชุมว่ากรมส่ งเสริ มการเกษตรอยู่ระหว่างร่ างข้อเสนอโครงการ สําหรับการ เลือก LSO ผู้แทน กต. (นางสาวสุวรรณี ฯ) และผู้แทน จร. (นางสาวพรศิริ สาครวรรณภักดี) แจ้งว่า ในเวทีเอเปค จีน และจี นไทเปมีความสัมพันธ์อนั ดีต่อกัน อย่างไรก็ดี ขอให้พิจารณาเป็ นกรณี ๆ ไป โดยที่ประชุมเห็นว่า หากจีนไม่ ขัดข้อง ไทยน่าจะสนับสนุนจีนไทเปได้ มติทปี่ ระชุ ม

๑) ไม่ขดั ข้องต่อร่ างแผนงานและแนวทางด้านนโยบายของ ATCWG ที่ฝ่ายเลขานุการนําเสนอ ๒) มอบหมายให้ สศก. นําเสนอโครงการของ พด. และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในรอบที่ ๒ ๓) มอบหมายให้ สศก. พิจารณาตามสถานการณ์โดยหากจีนไม่ขดั ข้อง ไทยสามารถสนับสนุนจีนไทเป

- การประชุ ม Fishery Working Group (FWG) ส่ วนใหญ่จะจัดขึ้นตามที่มีผเู ้ สนอตัวเป็ นเจ้าภาพ การประชุม เป็ นเวทีการหารื อเพื่อสร้างเสริ มความร่ วมมือด้านการเพาะเลี้ยงและการจับสัตว์น้ าํ ไม่มีการหารื อในด้าน การค้าสิ นค้าประมง และเป็ นอีกการประชุ มหนึ่ งที่อยู่ในแผนปฏิ รูปโครงสร้ างของเอเปคเพื่อยุบรวมกับ Marine Resource Conservation Working Group (MRCWG) และในระยะหลังโครงการที่นาํ เสนอเอเปคจะไม่ค่อยได้รับ ความเห็นชอบจึงอาจมีความเสี่ ยงสูงที่จะถูกยุบรวมกับ MRCWG ทั้งนี้ เมื่อเดือนตุลาคม ๒๕๕๓ เปรู เป็ นเจ้าภาพ The Third Ocean-Related Ministerial Meeting (AOMM๓) โดยมีรัฐมนตรี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติของเขต เศรษฐกิ จเอเปคเข้าร่ วมการประชุ ม และได้อา้ งอิ งผลการประชุ มดังกล่ าวไว้ในปฏิ ญญานิ อิกาตะฯ ด้วย ฝ่ าย เลขานุการเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาแนวทางการดําเนินงานของ FWG ในส่วนของไทยที่จะดําเนินการในปี ๒๕๕๔ ข้ อคิดเห็นของทีป่ ระชุ ม ผู้แทนกรมประมง (นายสมิ ทฯ) แจ้งว่า ในวันที่ ๗-๘ มีนาคม ๒๕๕๔ ณ กรุ งวอชิ งตัน ดี ซี จะมีการ ประชุม Extraordinary Meeting เพื่อพิจารณาเรื่ องการยุบรวมคณะทํางานทั้งสองกลุ่มด้วย โดยกรมประมงไม่ได้ส่ง ผูแ้ ทนเข้าร่ วมการประชุ ม สําหรั บการประชุ ม FWG ในปี นี้ มีกาํ หนดจะจัดขึ้นในเดื อนมิ ถุนายน ที่ ประเทศ อินโดนีเซีย ซึ่งในปี นี้กรมประมงจะนําเสนอโครงการที่เคยนําเสนอต่อที่ประชุม ATCWG เมื่อปี ที่แล้วอีกครั้งหนึ่ง มติทปี่ ระชุ ม

เห็นชอบให้กรมประมงดําเนินการตามที่ได้นาํ เสนอ

๓.๒ การพิจารณานําเสนอโครงการของไทยภายใต้ แผนปฏิบัติการความมั่นคงอาหารเอเปค (Action Plan on APEC Food Security) เพิม่ เติมตามเป้ าหมายร่ วมที่ ๒ ของปฏิญญานิอกิ าตะว่ าด้ วยความมั่นคงอาหารเอเปค ความเป็ นมา ประเทศไทยในฐานะสมาชิกเอเปค ได้ให้การรับรองปฏิญญานิอิกาตะว่าด้วยความมัน่ คงด้านอาหาร ในการประชุ มระดับรั ฐมนตรี ความมัน่ คงอาหารเอเปค ที่เมื องนิ อิกาตะ ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ ๑๖-๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๓ ปฏิญญาดังกล่าวประกอบด้วย ๒ เป้ าหมายร่ วม คือ เป้ าหมายร่ วมที่ ๑: การพัฒนาภาคการเกษตร อย่างยัง่ ยืน และเป้ าหมายร่ วมที่ ๒: การอํานวยความสะดวกด้านการลงทุน การค้าและการตลาด โดยที่ผา่ นมาไทยได้ เสนอ


โครงการอยูใ่ นแผนปฏิบตั ิการความมัน่ คงอาหารเอเปคซึ่ งแนบท้ายปฏิญญานิ อิกาตะ จํานวน ๗ โครงการ เสนอ โดย สํานักงานเศรษฐกิจการเกษตร จํานวน ๑ โครงการ กรมส่ งเสริ มการเกษตร จํานวน ๑ โครงการ กรมพัฒนาที่ดิน จํานวน ๑ โครงการ กรมปศุสัตว์ จํานวน ๒ โครงการ คณะเกษตรมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จํานวน ๑ โครงการ และคณะอุตสาหกรรมเกษตรมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จํานวน ๑ โครงการ โดย ๖ โครงการอยูใ่ นเป้ าหมายร่ วมที่ ๑ และอีก ๑ โครงการของกรมปศุสัตว์อยู่ในเป้ าหมายร่ วมที่ ๒ ฝ่ ายเลขานุ การได้เสนอให้ที่ประชุ มพิจารณาการ นําเสนอโครงการเพิม่ เติมภายใต้เป้ าหมายร่ วมที่ ๒ เพิ่มเติมในเรื่ องการอํานวยความสะดวกด้านการลงทุน การค้า และการตลาด ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจประสานกับหน่วยงานที่ทาํ งานวิชาการ เช่น มหาวิทยาลัย หรื อศูนย์วิจยั เพื่อเสนอโครงการร่ วมกัน ในสาขาที่สามารถเสนอโครงการได้ดงั นี้ คือ ๑) Promoting investment in agriculture ๒) Facilitating trade in food and agriculture products ๓) Strengthening confidence in agricultural markets ๔) Improving agribusiness environment และ ๕) Improving food safety practice ข้ อคิดเห็นของทีป่ ระชุ ม ผู้แทนสภาอุตสาหกรรมฯ (นางสาวปิ ยะนุชฯ) ให้ความเห็นว่าอาจพิจารณาความเป็ นไปได้ที่จะมี ความร่ วมมือเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ในเรื่ องต่างๆ เช่น (1) การทํา Smart Agriculture (2) กลไกการพัฒนาที่สะอาด (Clean Development Mechanism:CDM) และ (3) แผนปฏิบตั ิการ เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรื อนกระจกในระดับประเทศ (Nationally Appropriate Mitigation Action: NAMA) ตาม ความสมัครใจโดยอาจเป็ นในแง่ของการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างประเทศสมาชิกเอเปค ก็ได้ ทั้งนี้ ขอให้ฝ่าย เลขาฯ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมด้วยว่าจะเป็ นไปได้หรื อไม่ ผู้แทนสภาหอการค้ าฯ (นางสาวนพวรรณฯ) แจ้งว่า จะ ขอหารื อในคณะกรรมการเกษตรและอาหารของสภาหอการค้าฯ ในเรื่ องนี้และจะแจ้งฝ่ ายเลขานุการต่อไป มติทปี่ ระชุ ม มอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการรวบรวมโครงการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วนําเสนอปลัดกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ในโอกาสต่อไป วาระที่ ๔ เรื่องอืน่ ๆ ๔.๑ Workshop on Food Security (วันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔) ฝ่ ายเลขานุ การได้รายงานว่า กระทรวงเกษตร ป่ าไม้ และประมงของญี่ปุ่น ได้กาํ หนดจัดประชุมเชิ ง ปฏิบตั ิการด้านความมัน่ คงอาหาร (Workshop on Food Security) ในวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ณ กรุ งโตเกียว โดยได้เชิญคณะทํางานความร่ วมมือด้านเทคนิ คการเกษตร (Agricultural Technical Cooperation Working Group: ATCWG) เข้าร่ วม ซึ่ ง Workshop ดังกล่าวเป็ นโครงการที่ญี่ปุ่นเสนอไว้ในแผนปฏิบตั ิการความมัน่ คงด้านอาหาร แนบท้ายปฏิญญานิอิกาตะฯ มีวตั ถุประสงค์เพื่อหารื อเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อความมัน่ คง ด้านอาหารของสมาชิกเอเปค รวมทั้งการติดตามผลการปฏิบตั ิงานตามแผนปฏิบตั ิการแนบท้ายปฏิญญานิ อิกาตะฯ ซึ่ ง สศก. จะส่งผูอ้ าํ นวยการศูนย์สารสนเทศการเกษตร และผูแ้ ทนจากสํานักเศรษฐกิจการเกษตรระหว่างประเทศเข้า ร่ วม ประเด็นการหารื อเกี่ ยวกับแนวทางการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อความมัน่ คงด้านอาหาร ญี่ ปุ่นได้ป้อน ประเด็นคําถามที่สมาชิกเอเปคจะต้องให้ความเห็นใน ๔ ประเด็นดังนี้ ๑) What is the basic principle of the


“Information Platform” and why? ๒) What kind of information should be shared through this “Information Platform” and why? ๓) What is “Information Platform” used for? Who are the users? และ ๔) How is information integrated into this platform? ฝ่ ายเลขานุการเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาให้ความเห็นเพื่อนําไปรวบรวมกับความเห็น ด้านสารสนเทศการเกษตรของ สศก. แล้วนําเสนอในที่ประชุมต่อไป ข้ อคิดเห็นของทีป่ ระชุ ม ผู้ แ ทนกรมประมง (นายสมิทฯ) แจ้งความกังวลเกี่ ยวกับรายละเอี ยดและระดับของข้อมูล โดย ข้อมูลประมงจะมีในฐานข้อมูลของ FAO แล้ว และไม่ควรนําเสนอข้อมูลที่ซ้ าํ ซ้อนกัน ผู้แทน จร. (นางสาวพรศิริฯ) แจ้งขอกลับไปหารื อผูเ้ กี่ ยวข้องและจะแจ้งขอคิดเห็นให้ฝ่ายเลขานุ การ โดยสอบถามเกี่ ยวกับการเปิ ดให้ทุก ประเทศหรื อ เฉพาะสมาชิ กเอเปคเข้าไปในระบบข้อมูลได้ ผู้แทนกรมส่ งเสริ มสหกรณ์ (นายปรี ชา วงศ์สกุลเกียรติ ) ให้ ความเห็นว่าไม่น่ากังวลในเรื่ องการมีระบบข้อมูลแต่สมควรพิจารณาถึงชนิ ดสิ นค้าที่จะบรรจุไว้ในระบบข้อมูล มากกว่า ฝ่ ายเลขานุการชี้แจงว่า ขณะนี้ จะเปิ ดเผยข้อมูลที่จดั ทําใน ASEAN Food Security Information System (AFSIS) ซึ่ งเป็ นระบบเปิ ดที่ทุกคนสามารถเข้ามาดูขอ้ มูลได้ โดยประเทศที่เข้ามาดูขอ้ มูลมากที่สุดคือ สหรัฐอเมริ กา ผู้แทนกรมส่ งเสริ มการเกษตร (นางสุ นิสาฯ) ให้ความเห็นว่า หากจะใส่ ขอ้ มูลวิจยั ก็สามารถนําเสนอในส่ วนของ Abstract ได้ มติทปี่ ระชุ ม

มอบหมายฝ่ ายเลขานุการรวบรวมข้อมูล โดยขอทราบความเห็นภายในวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

๔.๒ International Conferences for Sharing Information on Food Standards and Resource and Environmental Conservation (วันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๕๔) ฝ่ ายเลขานุการได้รายงานว่า จร. ได้ประสานเป็ นการภายในว่า International Life Sciences Institute (ILSI) Japan ร่ วมกับ ILSI Focal Point in China, ILSI Korea และ ILSI Southeast Asia Region โดยการ สนับสนุนของกระทรวงเกษตร ป่ าไม้ และประมง ของญี่ปุ่น ได้กาํ หนดจัด International Conferences for Sharing Information on Food Standards and Resource and Environmental Conservation (จัดภายใต้ APEC SCSC) ในวันที่ ๔ มี นาคม ๒๕๕๔ ณ โรงแรมปทุมวัน ปริ๊ นเซส กรุ งเทพมหานคร การจัดประชุ มดังกล่าวมี ว ตั ถุประสงค์เพื่อ แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับมาตรฐานสิ นค้าอาหาร การริ เริ่ มมาตรฐานสิ นค้าอาหารใน ภูมิภาค ประเด็นเรื่ องอาหารปลอดภัย รวมทั้งกรณี ศึกษาเรื่ องการอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่ งแวดล้อม โดยจากการ ประสานงานภายในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทราบว่า สํานักงานมาตรฐานสิ นค้าเกษตรและอาหารแห่ งชาติจะ พิจารณาส่ งผูแ้ ทนร่ วมบรรยายและเข้าร่ วมประชุม จึงขอเสนอที่ประชุมเพื่อโปรดทราบ มติทปี่ ระชุ ม รับทราบ เลิกประชุ มเวลา ๑๒.๓๐ น. .................................................................. (นางกาญจนา แดงรุ่ งโรจน์) นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชํานาญการ ผูจ้ ดรายงานการประชุม

................................................................... (นางสาวทัศนีย ์ เมืองแก้ว) นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชํานาญการพิเศษ ผูต้ รวจรายงานการประชุม

/apec_som_170211_adjusted  

http://www.foodfti.com/images/trade_environment/monthly_meeting/2011/april/apec_som_170211_adjusted.pdf

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you