Issuu on Google+

เรียน ทานผูบริหาร ขอเรียนสงสรุปขอมูลดานธุรกิจเกษตรและอาหาร และประเด็นที่นาสนใจ (ประจําวันที่ 10 - 14 มกราคม 2554) ดังนี้ มติ ครม. วันที่ 11 มกราคม 2554 เรื่องที่เกี่ยวของ 1. ปญหาขาดแคลนผลปาลมน้ํามันและน้ํามันปาลมดิบ ในเดือน ม.ค. 54 ผลผลิตปาลมน้ํามันคาดวาจะมีปริมาณ 109,927 ตัน เมื่อรวมกับสต็อก ณ สิ้น เดือน ธ.ค.53 จะมีปริมาณ 189,993 ตัน ขณะที่มีความตองการใช 111,000 ตัน (ใชเปนน้ํามันบริโภค ภายใน 76,000 ตัน ผลิตไบโอดีเซล 35,000 ตัน) คาดวาจะมีสต็อกคงเหลือ ณ สิ้นเดือน ม.ค.54 ปริมาณ 78,993 ตัน มีปริมาณสต็อกต่ํากวาปกติ 120,000 ตันตอเดือน สําหรับปญหาโรงงานกลั่นน้ํามันปาลมบริสุทธิ์ขาดแคลนน้ํามันปาลมดิบ คณะกรรมการนโยบายปาลมน้ํามัน แหงชาติ มีมติใหนําเขาน้ํามันปาลมดิบแยกไข ปริมาณ 30,000 ตัน (โดยนําเขาใหเสร็จภายในวันที่ 31 ม.ค. 2554) โดยมอบหมายใหองคการ คลังสินคาเปนผูนําเขาและจัดสรรใหสมาชิกสมาคมโรงกลั่นน้ํามันปาลม 2. การคาระหวางประเทศของไทย ม.ค.-พ.ย. 2553 - การสงออก มีมูลคา 5,661,023.9 ลานบาท เพิ่มขึ้นจากชวงเดียวกันของปกอน รอยละ 20.1 โดยเพิ่มขึ้นทุกหมวดสินคา เชน สินคาเกษตรเพิ่มขึ้นทั้งปริมาณ และมูลคาโดยเฉพาะ ยางพารา มันสําปะหลัง

อาหารทะเลแชแข็ง อาหาร

กระปองและแปรรูป กุงแชแข็งและแปรรูป และไกแชแข็งและแปรรูป - การนําเขา มีมูลคา 5,348,135.3 ลานบาท เพิ่มขึ้นจากชวงเดียวกันของปกอน รอยละ 29.8 มีการนําเขาเพิ่มขึ้นทุกหมวดสินคา คือ สินคาเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น รอยละ 27.8 สินคาทุน เพิ่มขึ้นรอยละ 31.6 สินคาวัตถุดิบกึ่ง สําเร็จรูป เพิ่มขึ้นรอยละ 49.4 สินคาอุปโภคบริโภค เพิ่มขึ้นรอยละ 29.0 และสินคายานพาหนะและอุปกรณ เพิ่มขึ้นรอยละ 80.0 - ดุลการคา เดือน พ.ย. 2553 ไทยเกินดุล มูลคา 5,523.3 ลานบาท สงผลใหในระยะ 11 เดือน ไทยเกินดุลการคาสะสมมูลคา 312,888.6 ลานบาท


มติ ครม. วันที่ 18 มกราคม 2554 เรื่องที่เกี่ยวของ 1.การปองกันปญหาผลกระทบของคาเงินบาทตอราคาสินคาเกษตรและการสงออก กระทรวงพาณิชยไดเชิญผูประกอบการสินคา มาหารือถึงผลกระทบและแนวทางแกปญหาจากสภาวะ เงิ น บาทที่ แ ข็ ง ค า ขึ้ น ส ง ผลให ผู ส ง ออกมี ร ายได ล ดลง และขี ด ความสามารถการแข ง ขั น ลดลงเมื่ อ เปรียบเทียบกับคูแขงขันสําคัญ คือ จีน เวียดนาม เกาหลีใต โดยมีแนวทางแกไขปญหาดังนี้ (1) กลุมผูสงออกสินคาเกษตรและสินคาเกษตรแปรรูป ไดแก เสนอขอลดราคาอาหารสัตว ใหภาครัฐสนับสนุนน้ําตาลทรายราคาพิเศษ สําหรับการผลิตเพื่อการสงออก ชอใหชะลอการปรับราคาเหล็กแผนผลิตกระปอง ขอใหรับฝากหรือจํานําเงินดอลลารสหรัฐ จากผูสงออกในรูป สินเชื่อ OD การกําหนดอัตราดอกเบี้ยต่ําชดเชยคาดอกเบี้ย กําหนดระยะเวลาปลอดดอกเบี้ย ยกเวนคาธรรมเนียม รักษาเสถียรภาพเงินบาท และ ใหความชวยเหลือผูสงออกทั้งระบบ (2) กลุมผูสงออกสินคาอุตสาหกรรม ไดแก เสนอขอชดเชยคาภาษีอากรสินคาสงออกที่ผลิตในราชอาณาจักร (มุมน้ําเงิน) ลดอัตราเงิน สมทบเขากองทุนประกันสังคม ขอใหเอกชนสามารถถือครองเงินสกุลเหรียญสหรัฐฯ ไดยาวนานขึ้น 2. ที่ประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ครั้งที่ 14/2553 ครม.รับทราบภาพรวมราคาสินคาอุปโภคบริโภคของประเทศ และมอบหมายใหกระทรวงพาณิชย ติดตาม และ กํากับดูแลการปรับ ราคาสินคา โดยเฉพาะสินคาที่มีแนวโนมปรับราคาเพิ่มขึ้น ไดแก (1) น้ํามันพืช (2) ผลิตภัณฑนมพาสเจอรไรซ และ (3) เครื่องแบบนักเรียน และเรงพิจารณาราคาที่เหมาะสม ตอไป

เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวของ ƒ เยอรมันสั่งปดฟารม 4,700 แหงหลังจากที่พบสารไดออกซินในอาหารสัตว ในขณะที่เกาหลีใตสั่งระงับการขายผลิตภัณฑอาหาร สัตวทุกชนิดที่สงมาจากเยอรมัน หลังเกิดเหตุการณไขปนเปอนสารพิษไดออกซิน (รายละเอียดหนา 6) ขอแสดงความนับถือ พรศรี เหลารุจิสวัสดิ์


สินคาไกเนื้อและเปด

ประจํา สัปดาหที่ 2/2554

อียู จะเปน Net Importer สัตวปกในป 2016 จากรายงานของคณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission on agricultural markets) ระบุวาตั้งแตป 2016 เปนตนไป สหภาพยุโรป (27) จะกลายเปน net importer สําหรับเนื้อสัตวปก โดยในป 2016 จะเริ่มเปนปที่มีการนําเขาสูงกวาการสงออก โดยจะ สูงกวาประมาณ 35,000 ตัน และในป 2020 การนําเขาจะสูงกวาการสงออก 155,000 ตัน ทั้งนี้ภาพรวมแนวโนมสถานการณสัตวปกของอียู ป 2009-2020 เปนไปตามตาราง

หนวย : ' 000 ตัน 2009

2010

2011

2012

2013

2014

2015

2016

2017

2018

2019

2020

11,663 11,646 11,922 11,996 12,058 12,116 12,181 12,256 11,352 12,387 12,448 12,466 ผลผลิ ต 849 814 796 794 815 811 829 845 856 871 880 891 นําเขา 940 878 966 951 908 889 844 810 790 761 768 736 ส งออก 11,572 11,584 11,753 11,832 11,970 12,057 12,204 12,338 12,464 12,559 12,630 12,707 บริโภครวม บริโภค/ตอ คน/ป (กก.) 23.25 23.18 23.44 23.51 23.71 23.80 24.02 24.22 24.41 24.53 24.62 24.72

ที่มา : www.worldpoultry.net และ Prospects for Agricultural Markets and Income in the EU 2009-2020 ,by EU Commission (DG-Agriculture and Rural Development) สถานการณในป 2009 ในป 2009 สถานการณเนื้อสัตวปกจะคลายกับป 2008 คือเนื้อสัตวปกเปนสินคาชนิดเดียวที่มีผลผลิตเพิ่มขึ้น เนื่องจากมี ความสามารถในการแขงขันดานราคา และมีความไดเปรียบในดานการเขาถึงผูบริโภคไดงายกวาเนื้อสัตวชนิดอื่น แตอยางไรก็ตามใน ไตรมาสสุดทายของ ป 2009 ราคาเนื้อสัตวปกลดลง เนื่องจากเนื้อสุกรมีความสามารถในการแขงขันมากขึ้น การผลิต ในป 2009 อียูผลิตเนื้อไกไดประมาณ 11.7 ลานตัน เพิ่มขึ้นจากปกอนหนาประมาณ 0.7 % การนําเขา มีการนําเขาเพียง 849,000 ตัน ลดลงจากปกอนเกือบ 2% เนื่องจากผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ ถดถอย นอกจากนี้ยังเปลี่ยนจากการนําเขาเนื้อหนาอกที่มีราคาแพง มาเปนชิ้นสวนอื่นที่ราคาถูกกวา เพิ่มขึ้นจากปกอนหนา 3% โดยสงออกได 940,000 ตัน การสงออก การบริโภค คอนขางคงที่ คืออยูที่ประมาณ 11.6 ลานตัน แนวโนมป 2020 จากสถานการณในป 2009 คาดวาสถานการณสัตวปกจะตองใชระยะเวลาในการฟนตัว สวนแนวโนมในป 2020 จะเปนดังนี้ การบริโภค ความตองการบริโภคจะเพิ่มขึ้นเปน 12.7 ลานตัน หรือเพิ่มประมาณ 10% สวนอัตราการบริโภคตอคน ตอป จะเทากับ 24.72 กิโลกรัม ซึ่งสูงกวาป 2009 ประมาณ 6% การผลิต ป 2020 จะผลิตได 12.466 ลานตันจะเพิ่มจากป 2009 ประมาณ 7% การสงออก ถูกจํากัดดวยการแข็งคาของเงินยูโร ทําใหการสงออกลดลงจาก 940,000 ตัน ในป 2009 เหลือ 736,000 ตันในป 2020 หรือลดลงประมาณ 22 % การนําเขา คาดวาป 2020 จะมีการนําเขารวม 891,000 ตัน เพิ่มจากป 2009 ประมาณ 5% ดังนั้นสหภาพยุโรป จะคอยๆ สูญเสียสถานะการเปน net exporter และกาวสูสถานะการเปน net importer ในป 2020 โดย การนําเขาจะสูงกวาการสงออก 155,000 ตัน นอกจากการแข็งคาของเงินยูโรและความตองการบริโภคที่สูงขึ้นแลว อีกปจจัยที่ทําใหอียู เปลี่ยนสถานภาพเปน net importer คือการที่ตนทุนการผลิตของอียูเองสูงขึ้น


สินคาสุกร

ประจํา สัปดาหที่ 2/2554

เกาหลีใตระงับนําเขาเนือ้ สุกร / สัตวปกจากเยอรมัน

ฟลิปปนสนําเขาเนื้อหมู ป 2553 เพิ่มขึ้น

เมื่ อ วั น ที่ 7 มกราคม 2554 เกาหลี ใ ต ร ะงั บ การนํ า เข า เนื้อสุกรและเนื้อสัตวปกจากเยอรมนี เนื่องจากมีความกังวลสาร Dioxin ซึ่งเปนสารกอมะเร็งชนิดหนึ่ง ผลิตภัณฑที่เกี่ยวของไดแก ไข เนื้อสุกร เนื้อสัตวปก โดยการระงับนําเขาครั้งนี้เริ่มขึ้นอยาง ไมเปนทางการเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2554 และจะบังคับใชจนกวา จะแนใจวาเนื้อสัตวดังกลาวจากเยอรมนีมีความปลอดภัย อนึ่งสาร Dioxin สามารถปนเปอนผานกระบวนการเผา ไหมในอุตสาหกรรมและกระบวนการทางเคมี ซึ่งหากไดรับสาร นี้ในปริมาณมากจะเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งได (ที่มา : มกอช.)

สํานักงานอุตสาหกรรมสัตวประจําฟลิปปนส (BAI) ระบุ วาจากสถิติป 2553 ฟลิปปนสนําเขาเนื้อสุกรเพิ่มขึ้น 34% โดยขอมูล เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2553 ระบุวา มีการนําเขาเนื้อสุกรเพิ่มในป 2553 เพิ่มขึ้นเปน 172,626 ตันจากเดิมในป 2552 นําเขา 114,365 ตัน ตัวเลขของ BAI ชี้วาการนําเขาเนื้อสุกรไดแก เนื้อตัดแตง เนื้อสามชั้น เนื้อถอดกระดูก เครื่องใน และหนังมีการนําเขาเพิ่มขึ้น อยางตอเนื่อง (ที่มา : มกอช.)

อุตสาหกรรมสุกรของประเทศเกาหลีใต 2552 ผลิต (พันตัว) 14,916 ผลิต (พันตัน) 1,062 นําเขา (พันตัน) 390 บริโภค (พันตัน) 1,480 บริโภค (กก./คน/ป) 30.5

2553 2554 (f) 15,382 15,497 1,097 1,140 380 410 1,524 1,550 31.3 31.8

ที่มา: USDA

สหรัฐฯ ชิลี แคนาดา ฝรั่งเศส เบลเยี่ยม เดนมารก ออสเตรีย เนเธอรฯ สเปน โปแลนด ฮังการี อื่นๆ รวม ที่มา : USDA

2552 8,587 27 26,400 28,959 34,196 16,196 114,365

(หนวย : ตัน) % Share 52 7.51 0.02 23.08 25.32 29.90 14.16 100.00

ที่มา: USDA

การนําเขาเนื้อสุกรของประเทศเกาหลีใต ประเทศ

การนําเขาชิ้นสวนสุกรของฟลิปปนส รายการ 2551 สามชั้น 7,782 เนื้อสุกรถอดกระดูก 475 มัน 29,777 เครื่องใน 27,986 เนื้อสุกรตัดแตง 29,107 หนัง 14,239 รวม 109,366

2551

2552

102,354 91,157 32,058 43,233 58,145 58,358 19,540 14,572 15,875 11,410 2,900 12,263 17,375 14,849 11,671 11,541 21,070 19,424 71 5,612 12,166 5,546 37,570 12,057 330,975 300,022

% Share 52 30.38 14.41 19.45 4.86 3.80 4.09 4.95 3.85 6.47 1.87 1.85 4.02 100.00

(หนวย : ตัน) การนําเขาเนื้อสุกรของฟลิปปนส % เพิ่มลด ประเทศ 2551 51/52 -10.94 แคนาดา 31,725 34.86 สหรัฐฯ 29,575 0.37 เยอรมัน 13,728 -25.42 เกาหลีใต 6,558 -28.13 ฝรั่งเศส 9,359 322.86 เบลเยี่ยม 5,073 -14.54 สเปน 5,774 -1.11 ออสเตรเลีย 1,478 -7.81 7804.23 เนเธอรฯ 2,081 -54.41 เดนมารก 3,187 -67.91 อื่นๆ 828 -9.30 รวม 109,366 ที่มา: USDA

2552 42,617 36,809 8,789 8,736 6,518 3,464 2,386 1,929 1,368 1,238 511 114,365

(หนวย : ตัน) % Share % เพิ่มลด 2552 51/52 37.26 34.33 32.19 24.46 7.69 -35.98 7.64 33.21 5.70 -30.36 3.03 -31.72 2.09 -58.68 1.69 30.51 1.20 -34.26 1.08 -61.15 0.45 -38.29 100.00 4.57


คาวัตถุดิบอาหารสัตว ประจํ าสัปงใช ดาหที่ 2/2554 ส.ผูผลิตอาหารสัตวชี้วัตถุดิบสําคัสิญนราคาแพงจากสภาพอากาศ/พลั งงานแย ราคาขาวโพด, ถั่วเหลือง พุงสวนทางขาวสาลี ภาวะการซื้อขายที่ตลาดสินคาโภคภัณฑ CBOT เมื่อวันศุกรที่ 14 ม.ค. 54 ราคาขาวโพด และถั่วเหลืองปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากการคาดการวาสภาพอากาศที่ แปรปรวนจะทําใหผลผลิตในอารเจนตินาลดลง หนุนใหราคาธัญพืชทั้ง 2 ชนิดพุงแตะ สถิติสูงสุดในรอบ 29 เดือน สวนทางกับราคาขาวสาลีที่รวงสูงสุดในรอบ 1 สัปดาห เทรดเดอรกลาววา การปรับลดคาดการณอุปทานของกระทรวงเกษตรสหรัฐ (USDA) ยังคงมีอิทธิตอการซื้อขาย ซึ่งเปนแรงหนุนใหราคาขาวโพด และถั่วเหลืองปรับตัวสูงขึ้น และสภาพอากาศที่แปรปรวนใน อารเจนตินาก็เปนปจจัยหนุนอีกประการหนึ่ง USDA รายงานวา ผลผลิตขาวโพดของสหรัฐลดลง 4.9% ในป 2553 สงผลใหยอดสตอกกอนฤดูเก็บเกี่ยวป 2554 ลดลลงสูระดับ ต่ําสุดในรอบ 15 ป โดย USDA ไดปรับลดประมาณการณผลผลิตถั่วเหลืองลงอีก 1.4% ทั้งนี้ พยากรณอากาศระบุวา แมวามีฝนตกในอารเจนตินาในชวงสุดสัปดาห ซึ่งชวยลดความวิตกกังวลเกี่ยวกับปริมาณผลผลิตธัญพืชที่ ลดลงไดระดับหนึ่ง แตคาดวาอากาศจะกลับมารอนอบอาวอีกครั้งในชวง 2-3 สัปดาหหนา สวนตลาดขาวสาลี เทรดเดอรกลาววา ความวิตกกังวลตอการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจจีนและความกังวลที่ลดนอยลงเกี่ยวกับ ผลกระทบของสภาพอากาศที่หนาวเย็นตอผลผลิตขาวสาลีของสหรัฐ ไดกระตุนแรงเทขายอยางหนัก โดยคาดวาสภาพอากาศที่อบอุน (ที่มา : อินโฟเควสท) เวียดนาม อาจสงออกขาวสูงกวา 6 ลานตัน ในป 2554 หนังสือพิมพตวยเจ ของเวียดนามรายงานวา การสงออกขาวของเวียดนามในป 2554 อาจเพิ่มขึ้นสูงกวาที่เคย คาดการณไววา จะสงออกไดราว 6 ลานตัน โดยความสามารถในการสงออกที่เพิ่มขึ้นในเวียดนาม ซึ่งเปนผูสงออกขาวรายใหญที่สุดอันดับสองของโลก รอง จากไทยนั้น อาจชวยลดแรงกดดันของราคาขาวเอเชียบางสวนที่คาดวาจะปรับสูงขึ้นในปนี้ลง ซึ่งคาดวาความตองการทั่วโลกจะเพิ่มขึ้น ขณะที่การผลิตอาจลดลง (ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ) ปศุสัตวรัสเซียแบกรับราคาธัญพืชเลี้ยงสัตวไมไหว ตองทําลายสัตวทิ้ง ผลกระทบจากคลื่นความรอน และความแหงแลงในรัสเซีย ทําใหเกษตรกรหลายคนตองทําลายฝูงปศุสัตวของตนทิ้ง เนื่องจาก ราคาธัญพืชเลี้ยงสัตวสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งความเสียทรวงพาณิ หายจากการเก็ ญพืชไดนนอคยลงนี ้ ทําใหรัฐบาลรัสเซียตองยกเลิกการสงออก ชย ตับ้งศูเกีน่ยยวผลผลิ แกไขปตญธัหาราคาสิ าเกษตร ธัญพืชเปนการชั่วคราว ตั้งแตกลางเดือนสิงหาคม 2553 – กรกฎาคม 2554 และ ไดหันมาเพิ่มพื้นที่ปลูกธัญพืชฤดูใบไมผลิเพื่อชดเชยความ เสียหายของพื้นที่เพาะปลูกที่ไดรับผลกระทบจากความแหงแลงในฤดูหนาวแลว และในปจจุบันรัสเซียเตรียมนําเขาธัญพืชเลี้ยงสัตวสูงถึง 3 ลานตันเพื่อบรรเทาปญหาการขาดแคลนผลผลิตในประเทศซึ่งลดลง 38% ทั้งนี้ คาซัคสถาน ยูเครน และสหภาพยุโรป กําลังหารือกับ รัสเซียเพื่อที่จะจําหนายธัญพืชใหรัสเซีย ในป 2554 (ที่มา : ABC)


เศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ของไทยและตางประเทศ

ประจําสัปดาหที่ 2/2554

ระวังวิกฤตอาหารในแอฟริกา-เอเชีย องคการอาหารและการเกษตร (FAO) ไดเผยแพรรายงานวิเคราะหภาพรวมตลาด อาหารโลกฉบับลาสุดที่ออกมาในเดือนพฤศจิกายน 2553 ซึ่งระบุวา ภาวะราคาสินคาเกษตรที่ผันผวน และการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและ โรคพืช จัดเปนสาเหตุสําคัญที่ทําใหการผลิตพืชผลการเกษตรในป 2553 ตกต่ํา ซึ่งจะกลายเปนสัญญาณบงชี้ถึงวิกฤตอาหารที่จะเกิดขึ้นในป 2554 โดยเฉพาะในทวีป แอฟริกาและเอเชีย จากปญหาน้ําทวมในปากีสถานและจีนในป2553 และความแหงแลงที่เกิดขึ้นในรัสเซียมีผลใหสตอกขาวสาลี ขาวโพด และอาหารชนิด อื่น ๆ ลดลงจากปกอนหนา จนทําให FAO คาดการณวา ราคาสินคาเกษตรเพื่อเปนอาหารในป 2554 จะเพิ่มสูงขึ้นกวา 40% ในชวงตนป ขณะที่เงิน เฟอจากราคาอาหารยังคงอยูระดับ 15% รายงานฉบับนี้ยังเตือนวา ประเทศผูนําเขาอาหารในโลกจะตองเผชิญกับคาใชจายดานอาหารที่สูงขึ้นอยางไมอาจหลีกเลี่ยงได เนื่องจาก ปริมาณสํารองของพืชผลการเกษตรในประเทศผูผลิตลดลง และราคาอาหารที่สูงขึ้น จะสงผลรุนแรงกวาที่เคยเกิดขึ้น หลังการเพิ่มขึ้นของราคา สินคาเกษตรที่เคยทําสถิติไวในป 2551 พรอมกับคาดการณภาวะสินคาเกษตรเปนรายชนิด ดังตอไปนี้ 1) ขาว การคาขาวในตลาดโลกจะมีการหดตัวลงในบางเดือน แตโดยภาพรวมแลว ยังมีแนวโนมจะเพิ่มปริมาณมากขึ้น ขณะที่ราคาเพิ่มขึ้น ปานกลาง ทามกลางผลกระทบจากราคาพืชผลชนิดอื่น ๆ และการออนคาลงของเงิ! นดอลลารสหรัฐ จากราคามาตรฐานขาวขาวไทย 100% ชั้น B เมื่อป 2552 ซึ่งมี ราคาลดลงในเดือนกรกฎาคม มาอยูท่ี 465 ดอลลารสหรัฐ/ตัน และเพิ่มขึ้นไปยืนอยูที่ 510 ดอลลารสหรัฐ/ตัน ในเดือนตุลาคม 2553 สะทอนใหเห็นถึงยอดขายขาวที่กลับมาและการแข็งคาของเงินบาท แตเมื่อเปรียบเทียบราคาปตอป กลับพบวา ราคาขาวขาวไทย 100 ชั้น B ในเดือน ตุลาคม ป 2551 มีราคาสูงกวา โดยอยูที่ 535 ดอลลารสหรัฐ/ตัน สวนยอดการสั่งซื้อและสงมอบขาวในเดือนมกราคม 2554 นาจะเพิ่มขึ้นกวา 40% เมื่อเปรียบเทียบกับปริมาณสงออกขาวในเดือนกรกฎาคม ป 2553 2) น้ํ���ตาล การผลิตในป 2554 จะเพิ่มขึ้นในระดับ 168.8 ลานตัน หรือเพิ่มขึ้นจากปกอนหนา 7.7% เปนผลใหมีการผลิตน้ําตาลมากกวา ความตองการบริโภค ขณะที่การคาดการณดานการคาน้ําตาลในตลาดโลก คาดวาจะลดลง 5% แมจะมีราคาอยูในระดับที่ดีอยูก็ตาม แรงกดดันจากราคาสินคาโภคภัณฑในโลกที่ยังไมสิ้นสุด เตือนใหประเทศผูนําเขาอาหารตองระมัดระวังในเรื่องคาใชจาย เตรียมพรอม รับมือกับสถานการณสินคาอาหารขาดแคลนในป 2554 ซึ่งมีความเปนไปไดที่จะเกิดขึ้น" รายงาน FAO ระบุ สวนปริมาณธัญพืชในตลาดโลก มี แนวโนมลดลงถึง 7% ตามการคาดการณของ FAO ขาวบารเลย ลดลง 35% ขาวโพด ลดลง 12% และ ขาวสาลี ลดลง 10% อยางไรก็ตาม ปริมาณสํารองขาวในตลาดโลกยังมีแนวโนมเพิ่มขึ้น 6% ขณะที่ราคาสินคาเกษตรหลายรายการจะเพิ่มขึ้น หาก พิจารณาปจจัยดานการผลิตที่เกิดขึ้นเมื่อ 6 เดือน2553 โดยเฉพาะการลดลงของการผลิตที่เปนผลจากสภาพอากาศแปรปรวนในหลายประเทศผู เพาะปลูกพืชอาหาร ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ


เยอรมันสั่งปดฟารม 4,700 แหงหลังพบสารไดออกซินในอาหารสัตว สํานักขาวตางประเทศรายงานวานนี้ (7มกราคม) วารัฐบาลเยอรมันไดสั่งปดฟารมกวา 4,700 แหง หลังจากที่พบวา อาหารสัตวจํานวนมากปนเปอนดวยสารไดออกซิน โดยเจาหนาที่ยืนยันวาระดับของการปนเปอนจะไมสงผลตออันตรายตอ มนุษย และการสั่งปดฟารมก็เพื่อเปนการปองกันไวกอนเทานั้น สําหรับสาเหตุของการปนเปอน ขณะนี้เชื่อกันวาสารพิษดังกลาวเกิดขึ้นหลังจากที่อาหารสัตวถูกจัดสงออกมาโดย บริษัทแหงหนึ่งทางตอนเหนือของเยอรมัน ซึ่งเปนผูใสสารเติมแตงเขาไปในอาหารสัตว โดยมีการตราจพบสารไดออกซิน ตั้งแตเมื่อชวงปลายเดือนธันวาคม แตปญหาเพิ่งจะขยายออกในวงกวางขึ้นในชวงสัปดาหนี้เมื่อเจาหนาที่จากเยอรมันกลาว วามีอาหารกวา 3,000 ตันที่ปนเปอนสารไดออกซิน ทางกระทรวงเกษตรของเยอรมันกลาวในวันพฤหัสบดีวาฟารมตางๆ ที่ถูกสั่งปดจะไมไดรับอนุญาตใหทําการ ขนสงจนกวาพวกเขาจะถูกตรวจสอบและทําใหแนใจวาไมมีการปนเปอนของสารพิษ ดวยสหภาพยุโรปไดออกมากลาวเตือนวาไขที่มาจากฟารมตางๆ ที่ไดรับผลกระทบจากสารไดออกซินซึ่งผาน กระบวนการทําใหเปนผลิตภัณฑตางๆ นั้น ไดถูกสงเขาไปยังประเทศอังกฤษแลว โดยนายเฟเดริค วินเซนต โฆษกกรรมาธิการดานสุขภาพของยุโรปกลาวกับผูสื่อขาววา “ไขที่ปนเปอนเหลานั้นได ผานกระบวนการตางๆ และก็ถูกสงออกไปยังอังกฤษ โดยเปนผลิตภัณฑที่ผานการพาสเจอไรซพรอมสําหรับการบริโภค แลวประมาณ 14 ตัน”

เกาหลีใตและสโลวเกีย สั่งระงับการขายผลิตภัณฑอาหารสัตวทุกชนิดที่สงมาจากเยอรมนี เกาหลีใตและสโลวเกีย สั่งระงับการขายผลิตภัณฑอาหารสัตวทุกชนิดที่สงมาจากเยอรมนีหลังเกิดเหตุไขปนเปอน สารพิษไดออกซินในเยอรมนี และแพรกระจายไปในหลายประเทศในยุโรป สวนที่ประเทศเยอรมันเองไดมีการปดฟารมเลี้ยงสัตว 4,700 แหง เพื่อตรวจสอบสารไดออกซิน หลังพบสารพิษ ดังกลาวปนเปอนในอาหารสัตวหลายชนิด เชนเดียวกับอังกฤษ และเนเธอรแลนดที่สั่งสอบสวนการปนเปอนของสารได ออกซินในไขที่นําเขามาจากเยอรมนี กระทรวงเกษตรของเยอรมันรายงานวา ขณะนี้ยังไมมีรายงานปญหาดานสุขภาพที่เกิด

6 6


ขึ้นกับไขปนเปอนไดออกซินดังกลาว แตตองระงับการจําหนายผลิตภัณฑจากสัตวในฟารมเอาไวกอน เพื่อเปนการปองกัน เอาไวกอน โดยจะมีการตรวจสอบผลิตภัณฑเนื้อและนมในฟารมวา มีสารพิษไดออกซินปนเปอนหรือไม หลังเจาหนาที่เชื่อ วาอาหารเลี้ยงสัตวปกและหมู ถึง 150,000 ตัน ปนเปอนกรดไขมันที่ใชในโรงงานอุตสาหกรรมถูกสงไปยังฟารมปศุสัตวทั่ว ประเทศเยอรมัน ทั้งนี้กรดไขมันดังกลาวมีสารไดออกซินปนเปอนซึ่งอาจกอใหเกิดโรคมะเร็งได

67


2011_wk2_agri-biz