Issuu on Google+

การเจรจา FTA ไทย-สหภาพยุโรปกับความมั่นคงทางอาหาร: เรื่อง “ความมั่นคงทางอาหาร” เป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจและห่วงใยทั้งในระดับประชาคม โลกและในประเทศไทย เนื่องจากมีแนวโน้มความเปลี่ยนแปลงหลายด้านที่จะส่งผลกระทบบั่นทอน ความมั่นคงทางอาหารในปัจจุบันและในอนาคต ตัวอย่างเช่น การเพิ่มขึ้นของประชากรโลก ราคา อาหารที่สงู ขึ้น ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ฯลฯ การเจรจาจัดทำาความตกลง FTA ระหว่างประเทศไทยกับสหภาพยุโรปก็มีประเด็นเชื่อมโยงกับเรื่องความมั่นคงทางอาหารที่ควรให้ความ สนใจพิจารณาเป็นอย่างยิ่ง เนื่องมาจากข้อเรียกร้องของสหภาพยุโรปเกี่ยวกับการคุ้มครองทรัพย์สิน ทางปัญญาในกรณีการคุ้มครองพันธุ์พืช และผลของความตกลง FTA ต่อการขยายตัวของระบบ การเกษตรเชิงเดี่ยว ขอทำาความเข้าใจร่วมกันว่า “ความมั่นคงทางอาหาร” เกิดขึ้นและดำารงอยู่อย่างมั่นคงและยั่งยืนได้ ต้องมีปัจจัยเอื้ออำานวยสนับสนุนหลายด้านประกอบกัน ปัจจัยที่กล่าวถึงกันอยู่มากโดยทั่วไป ได้แก่ (1) การมีอาหารในปริมาณที่เพียงพอ สามารถตอบสนองกับความต้องการ จำานวนประชากรที่เพิ่มขึ้น ได้ (2) มีอาหารที่ปลอดภัย ไม่ก่อให้เกิดปัญหาผลกระทบด้านสุขภาพต่อผู้บริโภค (3) มีการเข้าถึง และระบบกระจายอาหารอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม หากมีอาหารปริมาณมากและปลอดภัย แต่ไม่ สามารถเข้าถึงได้เนื่องจากราคาสูง หรือระบบกระจายอาหารถูกผูกขาด หรือในบางช่วงเกิดปัญหา เนื่องจากภัยธรรมชาติ ก็เป็นปัจจัยสำาคัญที่มผ ี ลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหาร แต่นอกเหนือจากปัจจัย 3 ด้านข้างต้นแล้ว ความมั่นคงทางอาหารยังขึ้นอยู่กับปัจจัยเกื้อหนุนสำาคัญอีก 3 ด้านที่ไม่ค่อยได้กล่าวถึงและให้ความสำาคัญ ได้แก่ (1) การมีระบบการผลิตทางการเกษตรที่หลาก หลาย มีการปลูกพืชหลากหลายชนิดพันธุ์ มีระบบนิเวศการเกษตรหลากหลายรูปแบบ หากมีปัญหา โรคหรือแมลงศัตรูพืชแพร่ระบาด หรือมีปัญหาความแปรปรวนของภูมิอากาศ จะยังคงมีผลผลิต ทางการเกษตรที่ให้ผลผลิตเพียงพอ (2) ฐานความหลากหลายทางชีวภาพ มีความหลากหลายของ ชนิดพันธุ์พืช สัตว์ จุลินทรีย์ เพื่อเป็นฐานของการนำามาปรับปรุงให้ได้พันธุ์ที่ดีมากขึ้น (3) เกษตรกร สามารถเข้าถึงและแลกเปลี่ยนพันธุกรรมพืชและทรัพยากรพันธุกรรมอื่นๆ ได้อย่างสะดวก เพื่อการเก็บ รักษาพันธุกรรมไว้ปลูกในฤดูถัดไป และนำาพันธุกรรมที่เก็บรักษาไว้ไปแลกเปลี่ยนกับชุมชนเกษตร อื่นๆ เพื่อการอนุรักษ์และปรับปรุงพันธุ์ เป็นการอนุรักษ์พันธุ์พืชพื้นเมืองและช่วยปรับปรุงให้ได้พันธุ์ พืชชนิดใหม่ๆ ข้อเรียกร้องและผลกระทบจากการทำาความตกลง FTA ที่อาจส่งผลกระทบต่อปัจจัยเกื้อหนุนความ มั่นคงทางอาหารที่ควรพิจารณาระมัดระวังอย่างยิ่ง คือ ข้อเรียกร้องจากสหภาพยุโรปต่อการปรับ เปลี่ยนระบบกฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืชของประเทศไทยให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติตามอนุสัญญา คุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ (UPOV 1991) ซึ่งจะมีระบบการคุ้มครองคล้ายคลึงกับระบบสิทธิบัตร ข้อเรียก ร้องดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อการจำากัดสิทธิของเกษตรกรในการเก็บรักษาพันธุ์พืชเพื่อใช้ปลูกในฤดู ถัดไป หรือเพื่อการแลกเปลี่ยนและปรับปรุงพันธุ์ รวมทัง้ ผลกระทบต่อระบบและกฎเกณฑ์ในการแบ่ง ปันผลประโยชน์จากการใช้พันธุกรรมพืชของไทยอย่างเป็นธรรม ผลกระทบในอีกด้านหนึ่งของการทำาความตกลง FTA ต่อความมั่นคงทางอาหาร คือ ผลต่อการปรับ เปลี่ยนและขยายระบบการผลิตไปสู่การผลิตทางการเกษตรแบบเชิงเดี่ยวเพื่อการส่งออกมากขึ้น เพื่อ ให้ได้ผลผลิตที่มีคุณลักษณะและได้มาตรฐานตอบสนองต่อความต้องการของตลาดมากที่สุด มีรายงาน การศึกษาของสำานักงานเลขาอนุสัญญาความหลากหลายทางชีวภาพที่ระบุว่า ระบบการเกษตรแบบ เชิงเดีย ่ วเป็นสาเหตุสำาคัญในลำาดับต้นๆ ของปัญหาการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ทำาให้ พันธุ์พืชพื้นเมือง พันธุ์พืชท้องถิ่นสูญหายไปเนื่องจากไม่เป็นที่ต้องการของตลาด ประกอบกับเป็นการ ผลิตที่ใช้สารเคมีทางการเกษตรในปริมาณสูง ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ห่วงโซ่อาหาร และส่งผลต่อ ความหลากหลายทางชีวภาพในท้ายทีส ่ ุด


ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารบางเรื่องเป็นปัจจัยที่ควบคุมหรือแก้ไขได้ยาก เช่น การ เปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ แต่ปัจจัยจากเรื่องการเปลี่ยนระบบการคุ้มครองพันธุ์พืช การรักษาระบบการ ผลิตทางการเกษตรที่หลากหลาย เป็นเรื่องที่ดแ ู ลจัดการได้ ในการเจรจาความตกลง FTA กับสหภาพ ยุโรป จึงไม่ควรที่จะยอมรับข้อเรียกร้องที่จะสร้างปัจจัยเสี่ยงที่สง่ ผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหาร ของประเทศไทย (และของโลก) มากขึ้น ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ กรกฎาคม 2556


[Title will be auto-generated]