Page 1

http://www.thaigov.go.th

ข่าวที่ 01/04 วันที่ 26 เมษายน 2554

วันนี้ เมือ่ เวลา 09.00 น. ณ อาคารรัฐสภา นายอภิสทิ ธิ ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็ นประธานการ ประชุมคณะรัฐมนตรี จากนัน้ นายศุภชัย ใจสมุทร นายวัชระ กรรณิการ์ และนายมารุต มัสยวาณิช รองโฆษกประจํา สํานักนายกรัฐมนตรี ได้แถลงข่าวผลการประชุมคณะรัฐมนตรี สรุปสาระสําคัญได้ดงั นี้ เศรษฐกิ จ 1. เรือ่ ง การประกาศพืน้ ทีพ่ เิ ศษเพือ่ การท่องเทีย่ วอย่างยังยื ่ นอุทยานประวัตศิ าสตร์สโุ ขทัย – ศรีสชั นาลัย – กําแพงเพชร 2. เรือ่ ง การประกาศพืน้ ทีพ่ เิ ศษเพือ่ การท่องเทีย่ วอย่างยังยื ่ นจังหวัดเลย 3. เรือ่ ง แผนแม่บทการบริหารการพัฒนาพืน้ ทีพ่ เิ ศษเมืองพัทยาและพืน้ ทีเ่ ชือ่ มโยง 4. เรือ่ ง การจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างราคานํ้ามันพืชปาล์มกรณีการผลิต 40,000 ตันต่อเดือน 5. เรือ่ ง การขยายเวลาพํานักในประเทศไทยโดยไม่ตอ้ งมีวซี ่าของนักท่องเทีย่ วชาวญีป่ นุ่ 6. เรือ่ ง การกําหนดอัตราค่างจ้างตามมาตรฐานฝีมอื 7. เรือ่ ง ขอทบทวนการกําหนดอัตราการจัดเก็บเงินสงเคราะห์ ตามพระราชบัญญัตกิ องทุน สงเคราะห์การทําสวนยางและเรือ่ ง ขอทบทวนการให้สทิ ธิชาํ ระเงินสงเคราะห์ (Cess) ในอัตราเดิมตามมติคณะรัฐมนตรี เมือ่ วันที่ 3 สิงหาคม 2553 8. เรือ่ ง การขอเปลีย่ นแปลงการนํากําลังการผลิตไปตัง้ ทีใ่ หม่ การขอนํากําลังการผลิตไปตัง้ ที่ ใหม่และการขอขยายกําลังการผลิต 9. เรือ่ ง การปรับบัญชีโครงสร้างอัตราเงินเดือน และปรับเพิม่ เงินเดือนของพนักงานธนาคารเพือ่ การเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สังคม 10. เรือ่ ง 11.

เรือ่ ง

12.

เรือ่ ง

13. 14.

เรือ่ ง เรือ่ ง

15. 16. 17.

เรือ่ ง เรือ่ ง เรือ่ ง

การทบทวนการกําหนดประเภทและขนาดโครงการของหน่วยงานของรัฐทีต่ อ้ งเสนอ รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิง่ แวดล้อม ตามมติคณะรัฐมนตรีเกีย่ วกับปา่ อนุรกั ษ์ เพิม่ เติม (วันที่ 13 กันยายน 2537) ขออนุ มตั ดิ าํ เนินการโครงการเพิม่ ปริมาณนํ้าในอ่างเก็บนํ้าเขือ่ นแม่กวงอุดมธารา จังหวัดเชียงใหม่และขอผ่อนผันมติคณะรัฐมนตรีในการเข้าใช้พน้ื ทีล่ มุ่ นํ้าชัน้ ที่ 1 ขอรับการสนับสนุนงบประมาณในการบูรณะและซ่อมแซมโบราณสถานทีไ่ ด้รบั ความ เสียหายเนื่องจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ขออนุมตั โิ ครงสร้าง กลไกการจัดการและการอภิบาลระบบการแพทย์ฉุกเฉินทุกระดับ การให้ความช่วยเหลือผูป้ ระกอบการก่อสร้างในเขตจังหวัดทีม่ ปี ระกาศสถานการณ์ ฉุกเฉินทีม่ คี วามร้ายแรง ซึง่ ออกตามความในพระราชกําหนดการบริหารราชการใน สถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 การปรับภารกิจและโครงสร้างของสํานักงานสภาความมันคงแห่ ่ งชาติ การจูงใจให้ประชาชนเข้าเป็ นผูป้ ระกันตน การดําเนินการให้ความช่วยเหลือผูป้ ระสบอุทกภัยและดินถล่มในภาคใต้ของ คณะกรรมการอํานวยการ กํากับ ติดตาม การช่วยเหลือผูป้ ระสบอุทกภัย ดินโคลนถล่ม วาตภัย และคลื่นเซาะชายฝงั ่


2 18. 19. 20.

เรือ่ ง มาตรการแก้ไขปญั หาแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองทัง้ ระบบ เรือ่ ง มติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติครัง้ ที่ 3 พ.ศ. 2553 มติ 2 ความเป็ นธรรมในการเข้าถึง บริการสุขภาพของคนพิการ เรือ่ ง ขออนุ มตั ขิ ยายระยะเวลาก่อสร้างโครงการชลประทานขนาดใหญ่ จํานวน 2 โครงการ

ต่างประเทศ 21. เรือ่ ง การลงนามกรอบความร่วมมือหุน้ ส่วนระหว่างไทยกับสหประชาชาติ ปี ค.ศ. 20122016 การศึกษา 22. เรือ่ ง การจัดตัง้ สถาบันอาชีวศึกษาตามพระราชบัญญัตกิ ารอาชีวศึกษา พ.ศ. 2551 23. เรือ่ ง ข้อเสนอของสภานักเรียน ประจําปี 2554 แต่งตัง้ 24. เรือ่ ง แต่งตัง้

1. แต่งตัง้ กงสุลกิตติมศักดิ ์สาธารณรัฐไซปรัสประจําประเทศไทย 2. แต่งตัง้ กรรมการอื่นในคณะกรรมการบริหารกองทุน ตามพระราชบัญญัติ อ้อย และนํ้าตาลทราย พ.ศ. 2527 3. แต่งตัง้ ข้าราชการพลเรือนสามัญประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒ ิ (กระทรวงการคลัง) 4. แต่งตัง้ กรรมการกํากับกิจการพลังงาน จํานวน 3 ราย (กระทรวงพลังงาน) 5. แต่งตัง้ คณะกรรมการแก้ไขปญั หาการขาดแคลนแรงงาน 6. แต่งตัง้ กรรมการผูท้ รงคุณวุฒใิ นคณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แห่งชาติ 7. แต่งตัง้ ข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดาํ รงตําแหน่งประเภทบริหารระดับสูง (กระทรวงการท่องเทีย่ วและกีฬา) 8. แต่งตัง้ กรรมการผูท้ รงคุณวุฒใิ นคณะกรรมการนวัตกรรมแห่งชาติแทนตําแหน่งทีว่ า่ ง 9. แต่งตัง้ ประธานกรรมการและกรรมการสํานักงานส่งเสริมการจัดประชุมและ นิทรรศการ (องค์การมหาชน) ********************************* เอกสารชุดนี้ เป็ นเอกสารข่าวสรุปผลการประชุมคณะรัฐมนตรีเท่านัน้ สําหรับมติ คณะรัฐมนตรีอย่างเป็ นทางการกรุณาตรวจสอบทีส่ าํ นักเลขาธิ การคณะรัฐมนตรี โทร . 0 2280-9000 สํานักโฆษกขอเชิ ญติ ดตามการถ่ายทอดสดการแถลงข่าวผลการประชุมคณะรัฐมนตรี ทุกวันอังคาร หรือวันทีม่ ีการประชุม ทางสถานี วิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ทาง F.M. 92.5 ในเขตกรุงเทพมหานคร ส่วนต่างจังหวัด รับฟังได้ทางสถานี วิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยประจําจังหวัด และติ ดตามมติ คณะรัฐมนตรีทีส่ าํ คัญได้ทางรายการ “เจาะลึก ครม.” ทางสถานี วิทยุโทรทัศน์ แห่งประเทศไทย ทุกวันอังคารในเวลา 21.00-22.00 น. หากท่านใดประสงค์จะขอรับข่าวการประชุมคณะรัฐมนตรีสมัครได้ทาง www.thaigov.go.th


3 เศรษฐกิ จ 1. เรื่อง การประกาศพื้นที่ พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยังยื ่ นอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย – ศรีสชั นาลัย – กําแพงเพชร คณะรัฐมนตรีเห็นชอบข้อเสนอขององค์การบริหารการพัฒนาพืน้ ทีพ่ เิ ศษเพือ่ การท่องเทีย่ วอย่างยังยื ่ น (องค์การมหาชน) (อพท.) ตามทีร่ องนายกรัฐมนตรี (พลตรีสนัน่ ขจรประศาสน์) เสนอ ดังนี้ 1. เห็นชอบการประกาศพืน้ ทีพ่ เิ ศษเพื่อการท่องเทีย่ วอย่างยังยื ่ นอุทยานประวัตศิ าสตร์สุโขทัย–ศรีสชั นาลัย ่ น กําแพงเพชร ตามร่างประกาศคณะกรรมการบริหารการพัฒนาพืน้ ทีพ่ เิ ศษเพือ่ การท่องเทีย่ วอย่างยังยื 2. ให้หน่ วยงานทีเ่ กีย่ วข้องให้ความร่วมมือและสนับสนุ น อพท. ในการจัดทําแผนแม่บทการบริหารการ พัฒนา พืน้ ทีพ่ เิ ศษเพือ่ การท่องเทีย่ วอย่างยังยื ่ นอุทยานประวัตศิ าสตร์สโุ ขทัย – ศรีสชั นาลัย - กําแพงเพชร 2. เรื่อง การประกาศพืน้ ที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยังยื ่ นจังหวัดเลย คณะรัฐมนตรีเห็นชอบข้อเสนอขององค์การบริหารการพัฒนาพืน้ ทีพ่ เิ ศษเพื่อการท่องเทีย่ วอย่างยังยื ่ น (องค์การมหาชน) (อพท.) โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารการพัฒนาพืน้ ทีพ่ เิ ศษเพื่อการท่องเทีย่ วอย่าง ยังยื ่ น (กพท.) ตามทีร่ องนายกรัฐมนตรี (พลตรี สนัน่ ขจรประศาสน์) เสนอ ดังนี้ 1. เห็นชอบการประกาศพื้นที่พเิ ศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยังยื ่ นจังหวัดเลย ตามร่างประกาศคณะ กรรมการบริหารการพัฒนาพืน้ ทีพ่ เิ ศษเพือ่ การท่องเทีย่ วอย่างยังยื ่ น 2. ให้หน่ วยงานทีเ่ กี่ยวข้องให้ความร่วมมือและสนับสนุ น อพท. ในการจัดทําแผนแม่บทฯ เพื่อให้การ บริหารการพัฒนาพืน้ ทีพ่ เิ ศษเพื่อการท่องเทีย่ วอย่างยังยื ่ นจังหวัดเลยบรรลุผลตามวัตถุประสงค์ เป้าหมาย และสนับสนุ น นโยบายรัฐบาลในการพัฒนามาตรฐานคุณภาพการท่องเทีย่ วของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพเป็ นรูปธรรม 3. เรื่อง แผนแม่บทการบริ หารการพัฒนาพืน้ ที่พิเศษเมืองพัทยาและพืน้ ที่เชื่อมโยง คณะรัฐมนตรีเห็นชอบแผนแม่บทการบริหารการพัฒนาพืน้ ทีพ่ เิ ศษเมืองพัทยาและพืน้ ทีเ่ ชื่อมโยง พร้อม ขยาย เขตพื้นที่พเิ ศษเมืองพัทยาและพื้นที่เชื่อมโยงเพิม่ เติม ตามที่รองนายกรัฐมนตรี (พลตรี สนัน่ ขจร ประศาสน์) เสนอ ในส่วน กรอบวงเงินลงทุนตามแผนแม่บทฯ จํานวน 132 โครงการ วงเงินรวมทัง้ สิน้ 15,007.36 ล้านบาท นัน้ คณะรัฐมนตรีเห็นชอบใน หลักการ และให้องค์การบริหารการพัฒนาพืน้ ทีพ่ เิ ศษเพื่อการท่องเทีย่ วอย่าง ยังยื ่ น (องค์การมหาชน) ดําเนินการจัดทําแผนปฏิบตั กิ ารและรายละเอียดวงเงินค่าใช้จ่ายของแต่ละโครงการในแต่ละด้าน นอกจากนี้ ในส่วนของงบประมาณทีจ่ ะดําเนินการและกฎหมายกําหนดให้เป็ นอํานาจหน้าทีข่ องเมืองพัทยาและองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น เห็นควรให้เมืองพัทยาและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็ นผูเ้ สนอขอตัง้ งบประมาณ และให้นับ รวมอยู่ในสัดส่วนเงินอุดหนุ นทีร่ ฐั บาลจัดสรรเป็ นรายได้ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ ด้วย ตามความเห็นของสํานัก ่ น (องค์การมหาชน) และหน่วยงานทีเ่ กีย่ วข้อง งบประมาณ ทัง้ นี้ ให้องค์การพัฒนาพืน้ ทีพ่ เิ ศษเพือ่ การท่องเทีย่ วอย่างยังยื รับความเห็นของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงคมนาคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อม กระทรวงมหาดไทย สํานักงาน ก.พ.ร. สํานักงบประมาณ และสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ ไปพิจารณาดําเนินการในส่วนทีเ่ กีย่ วข้องด้วย สาระสําคัญของเรื่อง อพท. รายงานว่า 1. อพท. ได้จดั ทําแผนแม่บทฯ ด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนของสังคม โดยกําหนด กรอบ แนวคิด และจัดให้มกี ารประชุมชี้แจง แนะนํ า รับฟงั ความคิดเห็น จัดประชุมกลุ่มย่อย ร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน และ ภาคประชาชน เพื่อนําข้อมูลมาจัดทําร่างแผนแม่บทฯ หลังจากนัน้ ได้จดั ให้มปี ระชุมร่วมกับ เมืองพัทยาและพื้นที่เชื่อมโยง เพื่อปรับปรุงแก้ไข ประชาสัมพันธ์ให้ขอ้ มูลข่าวสารการจัดทําแผนแม่บทฯ ตลอดระยะเวลาดําเนินโครงการฯ และหารือกับสมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต 2 จนเป็ นทีเ่ ข้าใจร่วมกัน จึง ได้ให้ความเห็นชอบแผนแม่บทฯ 2. สาระสําคัญของแผนแม่บทฯ การจัดทําแผนแม่บทการบริหารการพัฒนาพืน้ ทีพ่ เิ ศษพัทยาและพืน้ ที่ เชื่อมโยงได้ศกึ ษาสภาพแหล่งท่องเที่ยว เศรษฐกิจ สังคม สิง่ แวดล้อม และข้อกฎหมายต่าง ๆ ของเมืองพัทยาและ


4 พืน้ ที่ เชื่อมโยงผ่านกระบวนการมีสว่ นร่วมตามข้อ 1 แล้วจึงจัดทําเป็ นข้อเสนอและแผนพัฒนาในด้านต่างๆ 4 แผนงาน โดย สรุปสาระสําคัญ ดังนี้ 2.1 พัฒนาระบบคมนาคมขนส่ง เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพการจราจร ประกอบด้วย โครงการ ก่อสร้างทางลอดทางแยกถนนสุขมุ วิท ถนนเชื่อมมอเตอร์เวย์ รถโดยสารประจําทางขนาดเล็ก (Shuttle Bus) และท่า เทียบเรือเมืองพัทยา – เกาะล้าน จํานวน 12 โครงการ 2.2 ฟื้นฟูและสร้างระบบสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ เพื่อเตรียมความพร้อมในการรองรับการ ท่องเที่ยว ได้แก่ การขยายระบบนํ้ าประปา ระบบการระบายนํ้ าป้องกันนํ้ าท่วม ระบบรวมและบําบัดนํ้ าเสีย การ ก่อสร้าง โรงคัดแยกและศูนย์กําจัดขยะมูลฝอย รวมถึงการศึกษาเพื่อการพัฒนาเมืองท่องเทีย่ วทีม่ นี วัตกรรมสี เขียว อาทิ โครงการศึกษาการนํานํ้ าทีผ่ า่ นการบําบัดแล้วกลับมาใช้ใหม่ หรือการผลิตนํ้าประปาจากนํ้าทะเลด้วยระบบ Reverse Osmosis และ โครงการศึกษาการใช้พลังงานทดแทน จํานวน 14 โครงการ 2.3 พัฒนาแหล่งท่องเทีย่ วใหม่เมืองพัทยาและถนนเชื่อมโยง ประกอบด้วย โครงการพัฒนาปรับปรุง ฟื้ นฟูชายหาดเมืองพัทยา โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมตลาดเก่านาเกลือ โครงการพัฒนาเส้นทาง ท่องเทีย่ วเชื่อมโยงในพืน้ ทีต่ ่างๆ จํานวน 4 เส้นทาง คือ 1) เส้นทางท่องเทีย่ วเชิงวัฒนธรรมชุมชน เริม่ ต้นทีว่ ดั หนอง เกตุใหญ่มงุ่ สูท่ ศิ ใต้ไปสิน้ สุดทีบ่ า้ นอําเภอ 2) เส้นทางวิถชี ุมชนและศาสนา เริม่ จากวัดท่ากระดาน ไปทางทิศตะวันออก ไปสิน้ สุดทีอ่ ่างเก็บนํ้าห้วยลึก 3) เส้นทางวิถชี ุมชนและวัฒนธรรม เริม่ จากหมูบ่ า้ นชาวประมงนาเกลือลงไปทางทิศใต้ไป สิน้ สุดทีช่ ุมชนชากแง้วและบ้านอําเภอ และ 4) เส้นทางเพื่อการศึกษาธรรมชาติ ดํานํ้าดูประการัง เกาะล้าน เกาะไผ่ ซึง่ แต่ละเส้นทางจะผ่านทัง้ พืน้ ทีพ่ เิ ศษเมืองทยาและพืน้ ทีเ่ ชื่อมโยง เป็ นการกระจายนักท่องเทีย่ วไปในพืน้ ทีเ่ ชื่อมโยง ได้ ท่องเทีย่ วเชิงธรรมชาติ ประวัตศิ าสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม ศาสนา ศึกษากิจกรรมพืน้ บ้าน ภูมปิ ญั ญาท้องถิน่ ตลอดจน การใช้จา่ ยซือ้ ผลิตภัณฑ์ของคนในท้องถิน่ นอกจากนี้ยงั มีโครงการศึกษาการปรับปรุงกฎหมายเขตสถานบริการ 2.4 การพัฒนาในพืน้ ทีเ่ ชื่อมโยงทัง้ 9 แห่ง เพื่อเตรียมความพร้อมในการกระจายนักท่องเทีย่ วไปสู่ พืน้ ที่ เชื่อมโยง โดยจัดทําโครงการสนับสนุ นการท่องเที่ยวในพืน้ ที่เชื่อมโยงทัง้ 9 แห่ง รวมถึงเกาะล้านและเกาะไผ่ ประกอบด้วย โครงการฟื้ นฟู สภาพแวดล้อม การปรับปรุงสภาพถนน เส้นทางจักรยาน ไฟส่งสว่าง ป้ายบอกทาง การจราจร ป้ายแสดงแหล่งท่องเทีย่ ว การพัฒนาจุดชมวิว แหล่งท่องเทีย่ วทางธรรมชาติ การส่งเสริมการเพาะปลูก พืชผักปลอดสารพิษ สําหรับพืน้ ทีบ่ างละมุงมีพน้ื ทีร่ าชพัสดุขนาดใหญ่เหมาะสมทีจ่ ะพัฒนาเป็ นสถานทีจ่ ดั ประชุมระดับ นานาชาติหรืออาคารแสดงสิน้ ค้าการพัฒนาพืน้ ทีท่ อ่ งเทีย่ วเชื่อมโยง มีโครงการต่างๆ จํานวน 90 โครงการ 4. เรื่อง การจ่ายเงิ นชดเชยส่วนต่างราคานํ้ามันพืชปาล์มกรณี การผลิ ต 40,000 ตันต่อเดือน คณะรัฐมนตรีรบั ทราบและอนุมตั ใิ นหลักการ ตามที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ประธาน คณะกรรมการนโยบายปาล์มนํ้ามันแห่งชาติเสนอ ดังนี้ 1. รับทราบการปรับแก้ไขมติ กนป. เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2554 ตามข้อ 1.1 (6) จาก “รัฐชดเชยส่วนต่าง ของราคาจําหน่ ายนํ้ามันพืชปาล์มชนิดบรรจุขวด 1 ลิตร (47.00 บาทต่อลิตร) กับต้นทุนการผลิตในอัตราลิตรละ 1.79 บาท ตัง้ แต่ วันที่ 10 เมษายน 2554 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2554 ให้กบั โรงกลันนํ ่ ้ ามันปาล์มในจํานวน 40,000 ตันนํ้ามัน ปาล์มดิบต่อเดือน และให้โรงงานสกัดนํ้ ามันปาล์ม ต้องรับซื้อผลปาล์มนํ้ ามันจากเกษตรกร ในจํานวนที่สอดคล้องกับ ปริมาณนํ้ามันปาล์มดิบ ตามเงือ่ นไขข้อ 1.1(4)” เป็ น “รัฐชดเชยส่วนต่างของราคาจําหน่ ายนํ้ามันพืชปาล์มกับต้นทุน การผลิ ตในอัตราลิ ตรละ 1.79 บาท ทัง้ ชนิ ดบรรจุขวด ถุง และปี๊ บ ตัง้ แต่ วนั ที่ 10 เมษายน 2554 ถึงวันที่ 30 มิ ถนุ ายน 2554 ให้กบั โรงกลันนํ ่ ้ามันปาล์ม ในจํานวน 40,000 ตันนํ้ามันปาล์มดิ บต่อเดือน และให้โรงงานสกัด นํ้ ามันปาล์มต้ องรับซื้ อผลปาล์มนํ้ ามันจากเกษตรกรในจํานวนที่ สอดคล้ องกับปริ มาณนํ้ ามันปาล์มดิ บตาม เงื่อนไข ข้อ 1.1(4)” 2. อนุ มตั เิ งินงบประมาณรายจ่ายประจําปี งบประมาณ พ.ศ. 2554 งบกลางรายการเงินสํารองจ่าย เพื่อ กรณี ฉุ กเฉินหรือจําเป็ นให้กรมการค้าภายใน เพื่อเป็ นค่าใช้จ่ายดําเนินการจ่ายชดเชยส่วนต่างของราคาจําหน่ าย นํ้ามันพืชปาล์มกับ ต้นทุนการผลิตในอัตราลิตรละ 1.79 บาททัง้ ชนิดบรรจุขวด ถุง และปี๊ บ ตัง้ แต่วนั ที่ 10 เมษายน 2554 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2554 ให้กบั โรงกลันนํ ่ ้ ามันปาล์มในจํานวน 40,000 ตันนํ้ามันปาล์มดิบต่อเดือน หรือคิดเป็ น ล้านลิตรต่อเดือน วงเงินรวม 139.62 ล้านบาท (นํ้ามันปาล์มบริสุทธิ ์ 26 ล้าน นํ้ามันปาล์มบริสุทธิ ์ประมาณ 26 ลิตรต่อเดือน × 3 เดือน × 1.79 บาทต่อลิตร) โดยมอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ขอตกลงรายละเอียดค่าใช้จ่ายกับสํานัก งบประมาณ เมื่อกระทรวงพาณิชย์ขอตกลงรายละเอียด ค่าใช้จ่ายกับสํานักงบประมาณแล้ว ให้ดําเนินการต่อไป ได้โดยไม่ตอ้ งนําเสนอคณะรัฐมนตรีอกี


5 5. เรื่อง การขยายเวลาพํานักในประเทศไทยโดยไม่ต้องมีวีซ่าของนักท่องเที่ยวชาวญี่ปนุ่ คณะรัฐมนตรีอนุ มตั หิ ลักการให้นักท่องเทีย่ วชาวญี่ปุ่นได้รบั การยกเว้นการตรวจลงตรา และ visa on arrival ของคนต่างด้าวทีต่ อ้ งการเข้าราชอาณาจักรจากพํานักได้ไม่เกิน 30 วัน เป็ นจํานวน 90 วัน มีกําหนดระยะเวลา รวม 6 เดือน เริม่ ตัง้ แต่วนั ที่ 1 พฤษภาคม-31 ตุลาคม 2554 ตามทีก่ ระทรวงการท่องเทีย่ วและกีฬา (กก.) เสนอ สาระสําคัญของเรื่อง กก. รายงานว่า 1. จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิในประเทศญีป่ นุ่ สร้างความเสียหายร้ายแรงแก่ประเทศญีป่ นุ่ ซึง่ จะต้องใช้งบประมาณจํานวนมากในการเร่งบูรณะฟื้ นฟูประเทศและเศรษฐกิจ รวมทัง้ ต้องใช้ระยะเวลาพอสมควรเพื่อให้ บ้านเมืองและสภาพจิตใจของประชาชนในประเทศญี่ปุ่นกลับสู่ภาวะปกติ ส่งผลกระทบทําให้ประเทศไทยมีแนวโน้ ม สูญ เสีย รายได้ด้า นการท่ อ งเที่ย วเข้า ประเทศในปี 2554 คิด เป็ น มูล ค่ า ประมาณ 15,000-20,000 ล้า นบาท จาก นักท่องเทีย่ วญีป่ นุ่ ทีค่ าดว่าจะเดินทางมายังประเทศไทยลดลงจากทีค่ าดการณ์ไว้เดิม 2. ความช่วยเหลือจากมิตรประเทศในสถานการณ์เช่นนี้ มีแนวโน้ มจะนํ าไปสู่ความร่วมมือระหว่าง ประเทศที่แน่ นแฟ้นต่อไปในอนาคต ทัง้ นี้ โดยคํานึงถึงมนุ ษยธรรมเพื่อรองรับแผนการขยายการลงทุนในอุตสาหกรรม ต่าง ๆ ไปในต่างประเทศ และเพื่อกระจายความเสีย่ งจากภัยธรรมชาติรา้ ยแรงในประเทศญีป่ ุ่นเอง รวมไปถึงการขยาย ทีพ่ ํานักอาศัยระยะยาวไปยังต่างประเทศของประชากรสูงวัยในประเทศญี่ปุ่นทีน่ ับวันจะเพิม่ ขึน้ จํานวนมาก ซึ่งมีความ ปลอดภัยและมีคา่ ใช้จา่ ย ในการดูแลทีต่ ่าํ กว่าในประเทศญีป่ นุ่ 3. นับ เป็ น โอกาสที่เ อื้อ ต่ อ ประเทศไทยที่มีค วามได้เ ปรีย บด้า นความพร้อ มของทรัพ ยากรด้า นการ ท่องเทีย่ ว บุคลากรทีเ่ หมาะกับงานด้านบริการ และค่าครองชีพทีต่ ่ํากว่าประเทศทีพ่ ฒ ั นาแล้ว รวมทัง้ ในประเทศเพื่อน บ้านหลายประเทศ การขยายตลาดท่องเทีย่ วพํานักระยะยาว จึงไม่เพียงช่วยแก้ไขปญั หาโอเวอร์ซบั พลายในธุรกิจด้านที่ พัก และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของไทย รวมทัง้ ปญั หาคนว่างงาน แต่ยงั ช่วยเพิม่ พูนรายได้ดา้ นการท่องเทีย่ วจํานวนมาก เข้าประเทศ อย่างต่อเนื่อง และก่อให้เกิดการขยายตัวของธุรกิจทีเ่ กีย่ วข้องตามมาอย่างกว้างขวาง 4. กก. ได้จดั ประชุมหารือหน่ วยงานทีเ่ กี่ยวข้อง ประกอบด้วย ผูแ้ ทนจากสํานักงานปลัดกระทรวงการ ท่ อ งเที่ย วและกีฬ า กรมการท่อ งเที่ย ว กองบัง คับ การตํ า รวจท่ อ งเที่ย ว กรมการกงสุ ล กรมเอเชีย ตะวัน ออก กรม สนธิสญ ั ญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทย สํานักงานตรวจคนเข้าเมือง สํานักงานสภาความ มันคงแห่ ่ งชาติ สํานักข่าวกรองแห่งชาติ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ สภาอุตสาหกรรมท่องเทีย่ วแห่งประเทศไทย สมาคมส่งเสริมการท่องเทีย่ วไทย-ญีป่ นุ่ และสมาคมไทย บริการท่องเทีย่ ว เมื่อวันอังคารที่ 12 เมษายน 2554 โดยทีป่ ระชุมได้ตระหนักถึงความสําคัญในการให้ความช่วยเหลือ จากผลกระทบทีเ่ กิดขึน้ จากเหตุการณ์ดงั กล่าว รวมทัง้ การสร้างความสัมพันธ์ทด่ี รี ะหว่างกันทัง้ ด้านมนุ ษยธรรม ความ มันคง ่ และประกอบกับนักท่องเทีย่ วชาวญีป่ นุ่ เป็ น ตลาดหลักทีส่ าํ คัญของไทย 6. เรื่อง การกําหนดอัตราค่างจ้างตามมาตรฐานฝี มือ คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้กระทรวงแรงงาน (รง.) นําประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่อง อัตราค่าจ้างตาม มาตรฐานฝี มอื ลงวันที่ 19 เมษายน 2554 ประกาศในราชกิจจานุ เบกษา ทัง้ นี้ ให้มผี ลใช้บงั คับเมื่อพ้นกําหนดเก้าสิบวัน นับ แต่วนั ประกาศในราชกิจจานุ เบกษาเป็ นต้นไป เพื่อให้นายจ้าง ลูกจ้าง และหน่ วยงานที่เกี่ยวข้องได้มี ระยะเวลาเตรียมความพร้อมปฏิบตั ิตามประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่องอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝี มอื ซึ่งสรุป มาตรฐานฝี มอื แรงงานแห่งชาติ (ความรู้ ทักษะฝี มอื และความสามารถที่สําคัญ) และอัตราค่าจ้างมาตรฐาน ฝีมอื รวม 11 สาขาวิชาชีพ ดังนี้ หน่วย:บาท/วัน มาตรฐานฝี มือแรงงานแห่งชาติ (ความรู้ ทักษะฝี มือ และความสามารถ)

1. กลุ่มสาขาอาชีพช่างเครือ่ งกล ได้แก่


6

1.1 ช่างสีรถยนต์ ระดับ 1 หมายถึง สามารถเตรียมผิวงานเพือ่ งานพ่นสีพน้ื ทุกประเภท โป๊สบี นผิวโลหะผิวโค้ง และโป๊จบั สัน พ่นสีพน้ื และกันสนิมใต ระดับ 2 หมายถึง ต้องทดสอบผ่านระดับ 1 และสามารถซ่อมสีและพ่นสีจริงแห้งเร็วและแห้งช้า ใช้สารอุดรอยต่อและตะเข็บ เตรีย ซึม ระดับ 3 หมายถึง ต้องทดสอบผ่านระดับ 2 และสามารถเทียบสี ผสมสีและซ่อมรอยต่อสี อบสีโดยใช้เทคโนโลยีระดับสูง ประเมินร ซ่อมสีตามลักษณะงาน 1.2 ช่างเคาะตัวถังรถยนต์ ระดับ 1 หมายถึง สามารถเคาะ ตัดเหล็ก ขึน้ รูป ยํ้าหมุดในงานพืน้ ฐานการเคาะตัวถังตกแต่งตัวถังจากอุบตั เิ หตุทเ่ี สียหายเล็กน ง่าย ๆ ถอดประกอบและปรับหาตําแหน่งทีเ่ หมาะสมของประตู ฝากระโปรง ระดับ 2 หมายถึง ต้องทดสอบผ่านระดับ 1 และสามารถปะผุ เปลีย่ นและตกแต่งงานตัวถังรถยนต์ทุกชิน้ ส่วน ถอดประกอบช เฉพาะจุดทีเ่ กีย่ วข้องกับการเคาะตัวถัง เช่น ชุดคอนโซลหน้า เป็ นต้น รวมทัง้ ซ่อม และเชื่อมชิน้ งานพลาสติก ระดับ 3 หมายถึง ต้องทดสอบผ่านระดับ 2 และสามารถเชื่อมวัสดุอ่นื ๆ นอกเหนือจากเหล็กและพลาสติก ประเมินราคาค่าแรงใน โครงรถยนต์ในทุกสภาพ 1.3 ช่างซ่อมรถยนต์ ระดับ 1 หมายถึง สามารถบริการรถยนต์เบือ้ งต้น เช่น เปลีย่ นหลอดไฟ เปลีย่ นแบตเตอรี่ เปลีย่ นถ่ายนํ้ ามันเครื่อง นํ้ ามันเฟื อ ปรับตัง้ ระยะฟรีคนั เหยียบเบรก คันเหยียบคลัตซ์ ไล่ลมเบรก เป็ นต้น ระดับ 2 หมายถึง ต้องทดสอบผ่านระดับ 1 และสามารถปรับแต่งเครือ่ งยนต์เบนซินและเครื่องยนต์ดเี ซล บริการระบบส่งถ่ายกําล และเครือ่ งล่างรถยนต์ เช่น ถอดและประกอบกระปุกเกียร์ ชุดคลัตซ์ เปลีย่ นผ้าเบรก ตัง้ ศูนย์ลอ้ ประเมินราคาซ่อมทัวไป ่ ั ระดับ 3 หมายถึง ต้องทดสอบผ่านระดับ 2 และสามารถตรวจสอบหาสาเหตุและแก้ไขข้อขัดข้องของปญหาในระบบทีซ่ บั ซ้อนข อัตโนมัติ ระบบเบรก ABS ระบบจุดระเบิดอิเล็กทรอนิกส์ 2. กลุ่มสาชาอาชีพภาคบริการ ได้แก่ 2.1 ผูป้ ระกอบอาหารไทย ระดับ 1 หมายถึง ผูท้ ม่ี ฝี ีมอื มีความรูพ้ น้ื ฐานในการปฏิบตั งิ านสามารถทําอาหารไทยตามตํารับอาหารได้ ระดับ 2 หมายถึง ผูท้ ม่ี ฝี ี มอื มีความรู้ ความสามารถ ทักษะและประสบการณ์ในการปรุงประกอบอาหารไทยในร้านอาหารทีม่ รี าย น้อยกว่าร้อยละ 50 และได้รบั มาตรฐาน Clean Food Good Taste จากกระทรวงสาธารณสุข หรือเทียบเท่า/สูงกว ราคาต้นทุนได้ 2.2 พนักงานนวดไทย ระดับ 1 หมายถึง ผูท้ ม่ี คี วามสามารถในการนวดไทยเพือ่ ผ่อนคลายและรูข้ อ้ ห้าม ข้อควรระวังในการนวด พร้อมทัง้ มีสขุ ภาพร่างก ต่อจรรยาบรรณ จริยธรรม ในการประกอบอาชีพ ระดับ 2 หมายถึง ผูท้ ม่ี คี วามสามารถในการนวดไทยเพือ่ ผ่อนคลาย บรรเทาอาการปวดเมื่อยทัวไปอย่ ่ างน้อย 10 รายการ และรูข้ ในการนวด พร้อมทัง้ มีสขุ ภาพร่างกายและจิตใจไม่ขดั ต่อจรรยาบรรณ จริยธรรม ในการประกอบอาชีพ ระดับ 3 หมายถึง ผูท้ ม่ี คี วามสามารถในการนวดไทยเพื่อผ่อนคลาย บรรเทาอาการปวดเมื่อยทัวไป ่ สามารถวินิจฉัย บําบัดรักษ การแพทย์แผนไทยและรูข้ อ้ ห้ามข้อควรระวังในการนวด พร้อมทัง้ มีสุขภาพร่างกาย และจิตใจไม่ขดั ต่อจรรยาบรรณ จริยธรร วิชาชีพการแพทย์แผนไทย และมีใบประกอบโรคศิลปะตามพระราชบัญญัตกิ ารประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2542 2.3 นักส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวมสปาตะวันตก (หัตถบําบัด) ระดับ 1 หมายถึง การส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวมแบบพืน้ ฐานทีบ่ ุคคลทัวไปสามารถดู ่ แลตนเองและผูอ้ ่นื ได้ภายใต้คาํ แนะนําและ ผูท้ ม่ี คี วามรูค้ วามสามารถ ระดับ 2 หมายถึง การดูแลส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวมทีต่ อ้ งมีความรูค้ วามสามารถและความชํานาญในระดับทีส่ ามารถบรรเท เบือ้ งต้น และให้ไปรักษาตนเองต่อได้ ทัง้ นี้ มิใช่เป็ นการประกอบโรคศิลปะ 3. กลุ่มสาขาอาชีพช่างไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และคอมพิวเตอร์ ได้แก่ 3.1 ช่างซ่อมไมโครคอมพิวเตอร์ ระดับ 1 หมายถึง ผูท้ ส่ี ามารถประกอบ ติดตัง้ อุปกรณ์และโปรแกรมในระบบคอมพิวเตอร์ ระดับ 2 หมายถึง ผูท้ ผ่ี า่ นการทดสอบระดับ 1 และสามารถติดตัง้ วิเคราะห์และแก้ไขระบบคอมพิวเตอร์ทงั ้ ระบบ Lan และ Netwo ระดับ 3 หมายถึง ผูท้ ผ่ี า่ นการทดสอบระดับ 2 และสามารถออกแบบ ติดตัง้ วางระบบ Network ทีม่ คี วามปลอดภัยสูง 3.2 ช่างไฟภายในอาคาร


7

ระดับ 1 หมายถึง ผูท้ ส่ี ามารถเดินสายไฟฟ้าด้วยเข็มขัดรัดสาย ติดตัง้ และประกอบต่อสายไฟและแผนจ่ายไฟระบบ 1 เฟส ระดับ 2 หมายถึง ผูท้ ผ่ี า่ นการทดสอบระดับ 1 และสามารถติดตัง้ ร้อยท่อระบบไฟ 1 เฟส และ 3 เฟส รวมทัง้ สามารถตรวจหาเหต แผงเมนซ์สวิตซ์ได้ ระดับ 3 หมายถึง ผูท้ ผ่ี า่ นการทดสอบระดับ 2 และสามารถติดตัง้ วิเคราะห์แก้ไขข้อขัดข้อง บํารุงรักษามอเตอร์ไฟฟ้า หม้อแปลง วงจรอัตโนมัติ ระบบสัญญาณเตือนภัย และวงจรควบคุมอาคาร 3.3 ช่างไฟฟ้าอุตสาหกรรม ระดับ 1 หมายถึง ผูท้ ส่ี ามารถอ่านแบบไฟฟ้าแสงสว่างในโรงงาน เดินสาย ต่อสาย และติดตัง้ มอเตอร์ไฟฟ้า ตามแบบทีก่ าํ หนด ระดับ 2 หมายถึง ผูท้ ผ่ี า่ นการทดสอบระดับ 1 และสามารถติดตัง้ และเดินสายไฟฟ้าในท่อโลหะ แผงควบคุมมอเตอร์ และแผงเค แผงจ่ายไฟ ระดับ 3 หมายถึง ผูท้ ผ่ี า่ นการทดสอบระดับ 2 และสามารถติดตัง้ ตรวจซ่อม และบํารุงรักษาวงจรควบคุมมอเตอร์กระแสไฟสลับ ไฟตรง (DC) หม้อแปลงไฟฟ้าทัง้ 1 เฟส และ 3 เฟส 3.4 ช่างเครือ่ งปรับอากาศในบ้านและการพาณิชย์ขนาดเล็ก ระดับ 1 หมายถึง ผูท้ ส่ี ามารถเดินและติดตัง้ ท่อสารทําความเย็น ท่อนํ้าทิง้ และต่อวงจรไฟฟ้าในเครือ่ งปรับอากาศ ระดับ 2 หมายถึง ผูท้ ผ่ี า่ นการทดสอบระดับ 1 และสามารถติดตัง้ ตรวจซ่อม ส่วนประกอบและอุปกรณ์เครือ่ งปรับอากาศ 1 เฟส แ ระดับ 3 หมายถึง ผูท้ ผ่ี า่ นการทดสอบระดับ 2 และสามารถควบคุม ติดตัง้ เครื่องปรับอากาศตามรายละเอียดและแบบทีก่ ําหนด ของอุปกรณ์ ซ่อมและปรุงแต่งอุปกรณ์ของเครื่องปรับอากาศ วินิจฉัยหาสาเหตุและตรวจซ่อมข้อขัดข้องทางระบบไฟฟ้า ระบ ธรรมดา และอิเล็กทรอนิกส์ทใ่ี ช้ในเครือ่ งปรับอากาศ 3.5 ช่างอิเล็กทรอนิกส์ (โทรทัศน์) ระดับ 1 หมายถึง ผูท้ ส่ี ามารถประกอบ และติดตัง้ วงจรอิเล็กทรอนิกส์ วงจรเรียงกระแสแบบเครื่องคลื่น เต็มคลื่น และบริดจ์ สา ติดตัง้ อุปกรณ์ สายอากาศของเครื่องโทรทัศน์ สามารถใช้เครื่องมือตรวจวัดในการปฏิบตั ิงาน สามารถวิเคราะห์หาข้อบกพร่อ เครือ่ งรับโทรทัศน์ขนั ้ พืน้ ฐานได้ ระดับ 2 หมายถึง ผูท้ ผ่ี ่านการทดสอบระดับ 1 และสามารถประกอบ และติดตัง้ สายอากาศเครื่องรับโทรทัศน์ แผงสายอากา สามารถปรับแต่งสัดส่วนของภาพทางความกว้างและความสูง ปรับแต่งเพียวริตแ้ี ละคอนเวอร์เจน ปรับแต่งเกรย์สเกล ปรับแต่งชาว ใช้เครือ่ งมือทีเ่ หมาะสม (ทีวี แพทเทิล เจนเนอร์เรเตอร์ เอชวี-มิเตอร์ ออสซิโลสโคบ) และสามารถค้นหาสาเหตุและทําการซ่อมโทร 7. เรื่อง ขอทบทวนการกําหนดอัตราการจัดเก็บเงิ นสงเคราะห์ ตามพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์การทํา สวนยาง และเรื่อง ขอทบทวนการให้สิทธิ ชาํ ระเงิ นสงเคราะห์ (Cess) ในอัตราเดิ มตามมติ คณะรัฐมนตรี เมื่อ วันที่ 3 สิ งหาคม 2553 คณะรัฐมนตรีเห็นชอบในหลักการให้มกี ารทบทวนการกําหนดอัตราการจัดเก็บเงินสงเคราะห์ ตาม พระราชบัญญัตกิ องทุนสงเคราะห์การทําสวนยาง และเรื่อง ขอทบทวนการให้สทิ ธิชาํ ระเงินสงเคราะห์ (Cess) ตามมติ คณะรัฐมนตรี เมือ่ วันที่ 3 สิงหาคม 2553 โดยให้ยดึ หนักการ 2 ข้อ ดังต่อไปนี้ 1. กรณีกาํ หนดให้ผสู้ ง่ ออกยางนอกราชอาณาจักรทีไ่ ด้ทาํ สัญญาซือ้ ขายล่วงหน้าไปต่างประเทศก่อนวันที่ 4 มิถุนายน 2553 และสัญญาซือ้ ขายล่วงหน้าในตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทยมีกําหนดส่งมอบสินค้าจนถึง วัน ที่ 31 มกราคม 2554 ให้ย่ืน หลัก ฐานที่เ ชื่อ ถือ ได้ต่ อ สํา นัก งานกองทุ น สงเคราะห์ก ารทํา สวนยาง เพื่อ นํ า เสนอ คณะกรรมการสงเคราะห์การทําสวนยางอนุ มตั กิ ่อน เมื่อผูส้ ง่ ออกรายใดได้รบั อนุ มตั แิ ล้วจึงจะชําระเงินสงเคราะห์ในอัตรา เดิมนัน้ ให้ระบุให้ชดั เจนว่า หลักฐานที่เชื่อถือได้มคี วามหมายและขอบเขตเพียงใด โดยให้รวมถึงการมียางในสต๊อคอยู่ แล้ว เนื่ อ งจากกรณี ด ัง กล่ า วมีเ จตนารมณ์ ท่ีจ ะให้ก ารช่ ว ยเหลือ ผู้ส่ ง ออกที่ไ ด้ดํ า เนิ น การจัด ซื้อ ยางและส่ ง ออกไป ต่างประเทศอย่างถูกต้องและได้รบั ความเสียหายแล้วในช่วงเวลาทีก่ าํ หนดเท่านัน้ 2. ผูส้ ่งออกยางทีไ่ ด้รบั สิทธิตามมติคณะรัฐมนตรีดงั กล่าวให้เพิม่ เติมผูส้ ่งออกยางทีม่ ยี างในสต๊อคแต่ยงั ไม่มสี ญ ั ญาซือ้ ขายล่วงหน้า ณ วันทีค่ ณะรัฐมนตรีได้มมี ติแต่ได้มกี ารส่งออกยางไปนอกราชอาณาจักรจริง โดยเป็ นไปตาม หลักการในข้อ 1 ทัง้ นี้ ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รบั หลักการดังกล่าวข้างต้นไปหารือกับสํานักงานคณะกรรมการ กฤษฎีกาและหน่ วยงานอื่นทีเ่ กีย่ วข้อง เพื่อดําเนินการปรับปรุงประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กําหนดอัตรา เงินสงเคราะห์ทผ่ี สู้ ง่ ยางออกนอกราชอาณาจักรต้องชําระเงินสงเคราะห์ตามพระราชบัญญัตกิ องทุนสงเคราะห์การทําสวน


8 ยาง พ.ศ. 2503 ซึง่ แก้ไขเพิม่ เติมโดยพระราชบัญญัตกิ องทุนสงเคราะห์การทําสวนยาง (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2530 ให้ถูกต้อง เหมาะสม ชัดเจน เป็ นไปตามหลักการดังกล่าวข้างต้นให้แล้วเสร็จโดยด่วน แล้วดําเนินการต่อไปได้ 8. เรื่อง การขอเปลี่ยนแปลงการนํากําลังการผลิ ตไปตัง้ ที่ใหม่ การขอนํ ากําลังการผลิ ตไปตัง้ ที่ใหม่และการขอ ขยายกําลังการผลิ ต คณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามทีก่ ระทรวงอุตสาหกรรมเสนอดังนี้ กระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) ขอให้นําเสนอคณะรัฐมนตรีพจิ ารณา ดังนี้ 1. ให้บริษทั อุตสาหกรรมนํ้าตาลสุพรรณบุรี จํากัด นํากําลังการผลิต 31,772 ตันอ้อยต่อวัน ตามทีไ่ ด้รบั อนุญาตแล้ว ไปตัง้ ใหม่ท่ี อําเภอเทิง จังหวัดเชียงราย หรือ อําเภอจุน จังหวัดพะเยา 2. ให้บริษทั นํ้าตาลไทยกาญจนบุรี จํากัด นํากําลังการผลิต 2,000 ตันอ้อยต่อวัน ไปตัง้ ใหม่ท่ี อําเภอพร เจริญ จังหวัดบึงกาฬ และขยายกําลังการผลิตเป็ น 20,000 ตันอ้อยต่อวัน 3. ให้บริษทั อุตสาหกรรมมิตรเกษตร จํากัด เปลีย่ นแปลงสถานทีต่ งั ้ จากทีไ่ ด้รบั อนุ ญาตให้นําเครื่องจักร ทีม่ กี ําลังการผลิต 3,000 ตันอ้อยต่อวัน ไปตัง้ ใหม่ทอ่ี าํ เภอลานสัก จังหวัดอุทยั ธานี และขยายกําลังการผลิตเป็ น 25,000 ตันอ้อยต่อวัน เปลีย่ นไปตัง้ ใหม่ท่ี อําเภอสว่างอารมณ์ จังหวัดอุทยั ธานี และมีกาํ ลังการผลิต 25,000 ตันอ้อยต่อวัน ตามที่ ได้รบั อนุ ญาตแล้ว 4. ให้บริษทั นํ้ าตาลเอราวัณ จํากัด ขยายกําลังการผลิต จาก 20,117 ตันอ้อยต่อวัน เป็ น 27,000 ตัน อ้อยต่อวัน 9. เรื่อง การปรับบัญชีโครงสร้างอัตราเงิ นเดือน และปรับเพิ่ มเงิ นเดือนของพนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและ สหกรณ์การเกษตร คณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามทีก่ ระทรวงการคลังเสนอ ดังนี้ 1. เห็นชอบการปรับโครงสร้างอัตราเงินเดือนและปรับเพิม่ เงินเดือนพนักงานธนาคารเพือ่ การเกษตร และ สหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ตามมติคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (ครส.)ในคราวประชุมครัง้ ที่ 3/2554 เมือ่ วันที่ 21 มีนาคม 2554 2. เห็นชอบให้ ธ.ก.ส. ดําเนินการตามแนวทางการปรับเพิม่ ประสิทธิภาพองค์กรโดยเคร่งครัด เพือ่ สร้าง รายได้ ให้ครอบคลุมค่าใช้จา่ ยทีเ่ กิดขึน้ เพือ่ มิให้กระทบต่อฐานะการเงินของ ธ.ก.ส. ในระยะยาว รวมทัง้ ต้องมีการประเมินวัดผล งานรายบุคคลให้สอดคลัองกับการประเมินผลงานทัง้ องค์กร และรายงานให้กระทรวงการคลังทราบความคืบหน้าของการ ดําเนินการด้วย บัญชีโครงสร้างอัตราเงินเดือนและปรับเพิม่ เงินเดือนของพนักงาน ธ.ก.ส. มีดงั นี้ หน่วย : บาท ขัน้ ตํา่ ขัน้ สูง ระดับ 14 รองผูจ้ ดั การ 110,000 220,000 13.5 ผูช้ ว่ ยผูจ้ ดั การ 76,000 176,000 ่ 13 ผูอ้ าํ นวยการฝาย 60,600 140,000 ่ 12.5 รองผูอ้ าํ นวยการฝาย / ผูอ้ าํ นวยการสํานัก 54,000 133,000 12 ผูช้ ว่ ยผูอ้ าํ นวยการสํานัก / ผูอ้ าํ นวยการกอง 47,200 124,000 11 ผูช้ ว่ ยผูอ้ าํ นวยการ 41,220 112,500 10 ผูจ้ ดั การสาขา / ผูบ้ ริหารทีม 36,000 101,000 9 ผูช้ ว่ ยผูจ้ ดั การสาขา 29,870 92,500 8 หัวหน้าหน่วย/หัวหน้าการเงิน 25,550 85,500 7 พนักงาน 7 16,000 78,500 6 พนักงาน 6 14,000 63,000 5 พนักงาน 5 12,500 56,500 4 พนักงาน 4 11,000 50,000


9 3 2 บ3 บ2 บ1

พนักงาน 3 9,000 39,000 พนักงาน 2 8,600 35,500 พนักงานบริการ 3 8,000 32,200 พนักงานบริการ 2 7,600 30,500 พนักงานบริการ 1 7,500 28,800 ทัง้ นี้ การปรับเพิม่ เงินเดือน ให้ปรับเพิม่ ในอัตราร้อยละของค่ากลาง (Mid Point) ทีเ่ ท่ากันทุก ระดับตามโครงสร้างเงินเดือนใหม่ เพื่อให้พนักงานในระดับเดียวกันได้รบั การปรับเงินเดือนในจํานวนเงินทีเ่ ท่ากัน โดย กําหนดวงเงินไม่เกินร้อยละ 5 ของฐานเงินเดือนพนักงาน และหากปรับเพิม่ เงินเดือนแล้ว มีพนักงานทีม่ เี งินเดือนตํ่ากว่า ขัน้ ตํ่าของระดับตาม โครงสร้างใหม่ ให้ปรับเข้าสู่อตั ราขัน้ ตํ่าของโครงสร้างใหม่ โดยให้มผี ลบังคับใช้ตงั ้ แต่วนั ที่ 1 มกราคม 2554 สังคม 10. เรื่อง การทบทวนการกําหนดประเภทและขนาดโครงการของหน่ วยงานของรัฐที่ ต้องเสนอรายงานการวิ เคราะห์ ผลกระทบ สิ่ งแวดล้อม ตามมติ คณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับป่ าอนุรกั ษ์เพิ่ มเติ ม (วันที่ 13 กันยายน 2537) คณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามมติคณะกรรมการสิง่ แวดล้อมแห่งชาติ เรื่อง การทบทวนการกําหนดประเภท และขนาดโครงการของหน่ วยงานของรัฐที่ต้องเสนอรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิง่ แวดล้อม ตามมติคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับ ป่าอนุ รกั ษ์เพิม่ เติม (13 กันยายน 2537) และกลไกการดําเนินงานด้านการวิเคราะห์ผลกระทบ สิง่ แวดล้อมของโครงการต่างๆ ตามทีก่ ระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อมเสนอ สาระสําคัญของเรื่อง คณะกรรมการสิง่ แวดล้อมแห่งชาติในการประชุมครัง้ ที่ 6/2553 เมือ่ วันที่ 2 ธันวาคม 2553 มีมติเห็นชอบ เรือ่ ง การทบทวนการกําหนดประเภทและขนาดโครงการของหน่วยงานของรัฐทีต่ อ้ งเสนอรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบ สิง่ แวดล้อม ตามมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับป่าอนุ รกั ษ์เพิม่ เติม (13 กันยายน 2537) และกลไกการดําเนินงานด้านการ วิเคราะห์ ผลกระทบสิง่ แวดล้อมของโครงการต่างๆ ดังนี้ 1) โครงการที่ต้องจัดทํารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิง่ แวดล้อม (environmental impact assessment) 1.1) โครงการเขือ่ นเก็บกักนํ้าหรืออ่างเก็บนํ้าทีม่ พี น้ื ทีโ่ ครงการอยู่ในพืน้ ทีป่ ่าอนุ รกั ษ์เพิม่ เติมตัง้ แต่ 500 ไร่ ขึน้ ไป 1.2) โครงการโรงไฟฟ้าพลังนํ้าประเภทเขือ่ นเก็บกักนํ้ามีอ่างเก็บนํ้า และประเภทฝายนํ้าล้นไม่มอี ่างเก็บนํ้า ทีม่ กี าํ ลังการผลิตตัง้ แต่ 10 เมกะวัตต์ขน้ึ ไป 1.3) โครงการสายส่งไฟฟ้าแรงสูงทีก่ ่อสร้างจากโรงไฟฟ้าซึง่ อยูใ่ นข่ายต้องเสนอรายงานตามมาตรา 46 แห่งพระราชบัญญัตสิ ่งเสริมและรักษาคุณภาพสิง่ แวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ทีผ่ ่านพืน้ ทีป่ ่าอนุ รกั ษ์เพิม่ เติม ให้ เสนอรวมไปกับรายงานของโรงไฟฟ้านัน้ 1.4) โครงการสํารวจปิ โตรเลียมโดยวิธวี ดั ความไหวสะเทือนตามกฎหมายว่าด้วยปิ โตรเลียม 1.5) โครงการทีเ่ ข้าข่ายโรงงานจําพวกที่ 3 ตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน 2) โครงการทีต่ อ้ งจัดทํารายงานผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบือ้ งต้น (initial environmental examination) 2.1) โครงการเขือ่ นเก็บกักนํ้าหรืออ่างเก็บนํ้าทีม่ พี น้ื ทีโ่ ครงการอยูใ่ นพืน้ ทีป่ า่ อนุ รกั ษ์เพิม่ เติมตัง้ แต่ 50 ไร่แต่ไม่ถงึ 500 ไร่ 2.2) โครงการโรงไฟฟ้าพลังนํ้าประเภทเขื่อนเก็บกักนํ้ามีอ่างเก็บนํ้า และประเภทฝายนํ้ าล้นไม่มี อ่างเก็บนํ้า ทีม่ กี าํ ลังการผลิตตัง้ แต่ 200 กิโลวัตต์ขน้ึ ไปแต่ไม่ถงึ 10 เมกะวัตต์ 2.3) โครงการก่อสร้างสายส่งไฟฟ้าแรงสูงหรือขยายแรงดันไฟฟ้าเฉพาะกรณีทม่ี กี ารขยายพืน้ ทีร่ ศั มี ความปลอดภัยของแนวสายส่ง (right of way) ทีผ่ า่ นพืน้ ทีป่ า่ อนุรกั ษ์เพิม่ เติม 2.4) โครงการก่อสร้างหรือขยายถนน และโครงการก่อสร้างคันทางใหม่เพิม่ จากคันทางเดิมทีม่ อี ยู่ แล้ว ทีผ่ า่ นพืน้ ทีป่ า่ อนุ รกั ษ์เพิม่ เติม 2.5) โครงการก่อสร้างท่อลําเลียงต่างๆ หรือระบบชลประทานทีผ่ า่ นพืน้ ทีป่ า่ อนุ รกั ษ์เพิม่ เติมตัง้ แต่ 5 กิโลเมตรขึน้ ไป


10 2.6) โครงการสํารวจแร่ตามกฎหมายว่าด้วยแร่ 2.7) โครงการทําเหมืองแร่ตามกฎหมายว่าด้วยแร่ เฉพาะกรณีการขอต่ออายุประทานบัตร 2.8) โครงการทีเ่ ข้าข่ายโรงงานจําพวกที่ 2 ตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน 3) โครงการทีต่ อ้ งจัดทํารายการข้อมูลด้านสิง่ แวดล้อม (environmental checklist) พร้อมมาตรการ ป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิง่ แวดล้อม และมาตรการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิง่ แวดล้อม และโครงการทุกชนิดทีไ่ ม่ เข้าข่ายประเภทและขนาดของโครงการทีต่ ้องจัดทํารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิง่ แวดล้อม หรือรายงานผลกระทบ สิง่ แวดล้อม เบื้องต้น ให้จดั ทํารายการข้อมูลด้านสิง่ แวดล้อม พร้อมมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบ สิง่ แวดล้อม และมาตรการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิง่ แวดล้อม 4) กลไกในการดําเนินงานด้านการวิเคราะห์ผลกระทบสิง่ แวดล้อมของโครงการต่างๆ ดังนี้ 4.1) โครงการที่ต้องจัดทํารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิง่ แวดล้อมและโครงการที่ต้องจัดทํา รายงานผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบื้องต้นให้เสนอคณะกรรมการผู้ชํานาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบ สิง่ แวดล้อม โครงการของหน่วยงานของรัฐทีเ่ กีย่ วข้อง เป็ นผูพ้ จิ ารณาให้ความเห็นชอบ 4.2) โครงการที่ต้ อ งจัด ทํ า รายการข้อ มูล ด้า นสิ่ง แวดล้อ ม พร้อ มมาตรการป้ องกัน และแก้ไ ข ผลกระทบ สิง่ แวดล้อมและมาตรการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิง่ แวดล้อม เสนอให้กรมป่าไม้พจิ ารณาให้ ความเห็นชอบ 4.3) การจัดทํารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิง่ แวดล้อม และรายงานผลกระทบสิง่ แวดล้อม เบื้องต้น ให้นําแนวทางการจัดทํารายงานตามเอกสารท้ายประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อม เรื่อง กํา หนดประเภทและขนาดของโครงการหรือ กิจ การซึ่งต้อ งจัด ทํา รายงานการวิเ คราะห์ผ ลกระทบสิ่ง แวดล้อม และ หลักเกณฑ์ วิธกี าร ระเบียบปฏิบตั ิ และแนวทางการจัดทํารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิง่ แวดล้อม มาใช้โดยอนุโลม ทัง้ นี้ หน่วยงานเจ้าของโครงการจะต้องปฏิบตั ติ ามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิง่ แวดล้อม และมาตรการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิง่ แวดล้อม ที่กําหนดไว้ในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิง่ แวดล้อม หรือ รายงาน ผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบือ้ งต้น ทีไ่ ด้รบั ความเห็นชอบ และจัดทํารายงานผลการปฏิบตั ติ ามมาตรการเสนอ ต่อสํานักงานนโยบายแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อมและกรมปา่ ไม้ อย่างน้อยปีละ 2 ครัง้ 11. เรื่อง ขออนุมตั ิ ดาํ เนิ นการโครงการเพิ่ มปริ มาณนํ้ าในอ่างเก็บนํ้ าเขื่อนแม่กวงอุดมธารา จังหวัดเชี ยงใหม่ และขอผ่อนผันมติ คณะรัฐมนตรีในการเข้าใช้พืน้ ที่ล่มุ นํ้าชัน้ ที่ 1 คณะรัฐมนตรีอนุ มตั ติ ามทีก่ ระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) เสนอดังนี้ 1. อนุ มตั ใิ ห้ กษ. โดยกรมชลประทานเริม่ ดําเนินการโครงการเพิม่ ปริมาณนํ้ าในอ่างเก็บนํ้ าเขื่อนแม่กวง อุดมธารา จังหวัดเชียงใหม่ ในปี งบประมาณ พ.ศ. 2555 รวมทัง้ อนุ มตั ิแผนการดําเนินงานโครงการ ระยะเวลา 6 ปี (ปี งบประมาณ พ.ศ. 2555 – 2560) ใช้กรอบวงเงินทัง้ สิน้ 15,000 ล้านบาท โดยกรมชลประทานจะดําเนินการเตรียม ความพร้อมโครงการ ด้านการจัดหาทีด่ นิ และก่อสร้างส่วนประกอบอื่นในปี งบประมาณ พ.ศ. 2554 2. ผ่อนผันให้ กษ. โดยกรมชลประทานสามารถใช้พน้ื ทีล่ ุ่มนํ้าชัน้ ที่ 1 ในการดําเนินการก่อสร้างโครงการ ได้ 3. อนุ ม ัติ ใ ห้ ก รมชลประทาน สํ า นั ก งานนโยบายและแผนทรัพ ยากรธรรมชาติ แ ละสิ่ง แวดล้ อ ม สํานักงบประมาณ (สงป.) และหน่ วยงานทีเ่ กีย่ วข้อง ร่วมดําเนินการตามแผนปฏิบตั กิ ารป้องกันแก้ไขและลดผลกระทบ สิง่ แวดล้อมและติดตามตรวจสอบผลกระทบสิง่ แวดล้อมอย่างเคร่งครัด 4. มอบหมายให้ สงป. รับไปพิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุ นการดําเนินงานโครงการให้เป็ นไป ตามเป้าหมายและระยะเวลาทีก่ าํ หนด 12. เรื่อง ขอรับการสนั บสนุ นงบประมาณในการบูรณะและซ่ อมแซมโบราณสถานที่ ได้ รบั ความเสี ยหาย เนื่ องจากเหตุการณ์แผ่นดิ นไหว คณะรัฐมนตรีอนุ มตั ิให้กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากรเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจําปี งบประมาณ พ.ศ. 2554 งบกลาง รายการเงินสํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเป็ น ภายในวงเงิน 66,400,000 บาท เพื่อเป็ นค่าใช้จ่ายในการบูรณะซ่อมแซมโบราณสถานทีไ่ ด้รบั ความเสียหายเนื่องจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว โดยให้กรม ศิลปากรขอทําความตกลงในรายละเอียดกับสํานักงบประมาณ ตามความเห็นของสํานักงบประมาณต่อไป


11 13. เรื่อง ขออนุมตั ิ โครงสร้าง กลไกการจัดการและการอภิ บาลระบบการแพทย์ฉุกเฉิ นทุกระดับ คณะรัฐมนตรีอนุ มตั โิ ครงสร้าง กลไกการจัดการและการอภิบาลระบบการแพทย์ฉุกเฉินทุกระดับ และ เห็นชอบให้หน่วยงานทีเ่ กีย่ วข้องถือปฏิบตั แิ ละดําเนินการในส่วนทีเ่ กีย่ วข้อง เพือ่ ให้การดําเนินงานและการบริหารจัดการ ระบบการแพทย์ฉุกเฉินที่มคี ุณภาพได้มาตรฐาน โดยครอบคลุมพื้นที่อย่างทัวถึ ่ ง ทัง้ ในเขตเมือง เขตชนบท และ ท้องถิน่ ห่างไกล ตามที่ รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงสาธารณสุขเสนอ สาระสําคัญของโครงสร้างกลไกการจัดการและการอภิ บาลระบบการแพทย์ฉุกเฉิ นทุกระดับ มี ดังนี้ 1.โครงสร้า ง กลไกการจัด การ และการอภิบ าลระบบการแพทย์ฉุ ก เฉิ น ส่ ว นกลางหรือ ระดับ ชาติ มีคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน (กพฉ.) ซึง่ มีรฐั มนตรีวา่ การกระทรวงสาธารณสุขเป็ นประธาน มีบทบาทหน้าทีใ่ นการ กํา หนดนโยบายและทิศ ทางการพัฒ นาระบบการแพทย์ฉุ ก เฉิ น ระดับ ชาติ และมีอํา นาจหน้ า ที่ต ามมาตรา 11 แห่ง พระราชบัญญัตกิ ารแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2551 โดยมีสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) เป็ นสํานักงานเลขานุ การ มีเลขาธิการ สพฉ. เป็ นผูบ้ ริหาร 2. โครงสร้าง กลไกการจัดการและการอภิบาลระบบการแพทย์ฉุ กเฉิ นส่ วนภู มิภาคหรือระดับจังหวัด มีคณะอนุ กรรมการการแพทย์ฉุกเฉินจังหวัด ซึ่งเป็ นคณะอนุ กรรมการภายใต้ กพฉ. ตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติ การแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2551 มีบทบาทหน้าทีใ่ นการกําหนดนโยบายและแผนในการดําเนินงานระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน ในระดับจังหวัด ประสานความร่วมมือระหว่างหน่ วยงานต่างๆ แก้ไขปญั หาระหว่างหน่วยงานทีเ่ กีย่ วข้อง และปฏิบตั หิ น้าทีอ่ ่นื ตามทีไ่ ด้รบั มอบหมายจาก กพฉ. โดยมีผวู้ า่ ราชการจังหวัดเป็ นประธานและนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด เป็ นอนุกรรมการและ เลขานุการ 3. โครงสร้าง กลไกการจัดการและการอภิบาลระบบการแพทย์ฉุกเฉิน กรุงเทพมหานคร เนื่องจาก กรุ ง เทพมหานครมีรูป แบบการปกครองพิเ ศษจึง กํา หนดโครงสร้า ง กลไกการจัด การฯ เป็ น อีก หนึ่ ง รูป แบบโดยมี คณะอนุ ก รรมการการแพทย์ฉุ ก เฉิ น กรุ ง เทพมหานคร เป็ น คณะอนุ ก รรมการภายใต้ กพฉ. ตามมาตรา 12 แห่ ง พระราชบัญญัตกิ ารแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2551 มีบทบาทหน้าทีใ่ นการกําหนดนโยบายและแผนในการดําเนินงานระบบ บริการการแพทย์ฉุกเฉินในเขตกรุงเทพมหานคร ประสานความร่วมมือระหว่างหน่ วยงานต่างๆ แก้ไขปญั หาระหว่าง หน่ วยงานทีเ่ กี่ยวข้อง และปฏิบตั หิ น้าทีอ่ ่นื ตามทีไ่ ด้รบั มอบหมายจาก กพฉ. โดยมีผวู้ ่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็ น ประธานอนุ กรรมการ และผูอ้ าํ นวยการสํานัก การแพทย์กรุงเทพมหานครเป็ นอนุกรรมการและเลขานุการ 4. โครงสร้าง กลไกการจัดการและการอภิบาลระบบการแพทย์ฉุกเฉินส่วนท้องถิน่ เป็ นการส่งเสริมให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ เข้ามามีบทบาทในการดําเนินงานและบริหารจัดการระบบการแพทย์ฉุกเฉินในระดับท้องถิน่ เพื่อให้ผปู้ ่วยฉุ กเฉินได้รบั การคุม้ ครองสิทธิในการเข้าถึงระบบการแพทย์ฉุกเฉินอย่างทัวถึ ่ งครอบคลุม หรือพืน้ ที่ พืน้ ทีท่ วประเทศ ั่ 14. เรื่อง การให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการก่อสร้างในเขตจังหวัดที่ มีประกาศสถานการณ์ ฉุกเฉิ นที่มีความ ร้ายแรง ซึ่งออกตามความในพระราชกําหนดการบริ หารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิ น พ.ศ. 2548 คณะรัฐมนตรีรบั ทราบและเห็นชอบตามทีก่ ระทรวงการคลังเสนอ ดังนี้ 1. รับทราบผลการพิจารณาให้ความช่วยเหลือผูป้ ระกอบการก่อสร้างตามมติคณะกรรมการว่าด้วยการ พัสดุ (กวพ.) เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2554 ในการพิจารณาให้ความช่วยเหลือผูป้ ระกอบการก่อสร้างในเขตจังหวัดทีม่ ี ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทีม่ คี วามร้ายแรง ซึ่งออกตามความในพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ในช่วงเดือนเมษายน – พฤษภาคม 2553 2. ให้ร ฐั วิส าหกิจ และหน่ ว ยงานอื่น ของรัฐ นํ า หลัก เกณฑ์แ ละเงื่อ นไขในการพิจ ารณาการให้ค วาม ช่วยเหลือ ผูป้ ระกอบการก่อสร้างในเขตจังหวัดทีม่ ปี ระกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทีม่ คี วามร้ายแรง ซึ่งออกตามความใน พระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ไปถือปฏิบตั ใิ นแนวทางเดียวกันกับส่วนราชการ ตามที่ กวพ. มีมติเพื่อให้เกิดความเป็ นธรรมในการพิจารณาให้ความช่วยเหลือแก่ผปู้ ระกอบการก่อสร้างของหน่ วยงาน ภาครัฐ เนื่องจากระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และทีแ่ ก้ไขเพิม่ เติมใช้บงั คับกับส่วนราชการ ซึง่ ไม่ครอบคลุมถึงรัฐวิสาหกิจและหน่วยงานอื่นของรัฐ สาระสําคัญของเรื่อง กระทรวงการคลัง (กค.) รายงานว่า


12 1. สืบเนื่องจากมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 18 มกราคม 2554 กวพ. ได้มกี ารประชุมเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2554 พิจารณาการให้ความช่วยเหลือผูป้ ระกอบการก่อสร้างในเขตจังหวัดที่มปี ระกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มคี วาม ร้ายแรงซึง่ ออกตามความในพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ในช่วงระหว่างเดือน เมษายน – เดือนพฤษภาคม 2553 และมีมติ ดังนี้ 1.1 การพิจารณาให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการก่อสร้างในเขตจังหวัดที่มปี ระกาศ สถานการณ์ ฉุ กเฉินที่มคี วามร้ายแรงซึ่งออกตามความในพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ ฉุ กเฉิน พ.ศ. 2548 โดยการให้ความช่วยเหลือผูป้ ระกอบการก่อสร้างมีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการประกอบการ พิจารณา ดังนี้ 1.1.1 การพิจารณาให้ความช่วยเหลือนี้ใช้กบั สัญญาจ้างก่อสร้างของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐ 1.1.2 เป็ นการให้ความช่วยเหลือเฉพาะในเขตจังหวัดที่มกี ารประกาศสถานการณ์ ฉุ กเฉินทีม่ คี วามร้ายแรงซึ่งออกตามความในพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 โดย ช่วงระยะเวลาทีใ่ ห้ความช่วยเหลือ คือในช่วงระหว่างวันที่ 7 เมษายน 2553 ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2553 1.1.3 ให้ขยายระยะเวลาออกไปอีกจํานวน 45 วัน โดยมิตอ้ งใช้ดุลยพินิจ 1.1.4 ผูป้ ระกอบการก่อสร้างทีม่ สี ทิ ธิได้รบั การพิจารณาขยายระยะเวลาก่อสร้าง ต้อง เป็ นผูร้ บั จ้างทีไ่ ด้ลงนามในสัญญาจ้างก่อสร้างกับส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่ วยงานอื่นของรัฐ โดยมีผลบังคับใช้กบั สัญญา ดังนี้ 1) สัญญาจ้างก่อสร้างทีไ่ ด้ลงนามไว้กบั ทางราชการก่อนวันที่ 7 เมษายน 2553 และ ณ วันที่ 7 เมษายน 2553 ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2553 สัญญาดังกล่าวยังมีนิตสิ มั พันธ์อยูแ่ ละยังมิได้มกี ารส่งมอบ งานงวด สุดท้าย หรือสัญญาดังกล่าวยังมีนิติสมั พันธ์อยู่ แต่ได้มกี ารส่งมอบงานงวดสุดท้ายแล้วในช่วงวันที่ 7 เมษายน 2553 ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2553 ให้ขยายระยะเวลาสัญญาออกไปอีก 45 วัน ในกรณีอายุสญ ั ญาก่อสร้างน้อย กว่า 45 วัน ก็ให้ขยายเวลาได้ เท่ากับอายุสญ ั ญาเดิม 2) สัญญาจ้างก่อสร้างทีไ่ ด้ลงนามไว้กบั ทางราชการตัง้ แต่วนั ที่ 7 เมษายน 2553 ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2553 ให้ขยายระยะเวลาสัญญาออกไปอีก 45 วัน ในกรณีอายุสญ ั ญาก่อสร้างน้อยกว่า 45 วัน ก็ให้ขยายเวลาได้เท่ากับอายุสญ ั ญาเดิม 1.1.5 ผูป้ ระกอบการก่อสร้างในเขตจังหวัดทีม่ กี ารประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทีม่ คี วาม ร้ายแรง ซึง่ ออกตามความในพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ในช่วงระหว่างวันที่ 7 เมษายน 2553 ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2553 จะต้องยื่นคําร้องขอรับการช่วยเหลือต่อหน่วยงานคู่สญ ั ญาภายใน 30 วัน คณะรัฐมนตรีมมี ติในการพิจารณาให้ความช่วยเหลือในเรือ่ งดังกล่าว นับแต่วนั ที่ 1.1.6 กรณีท่มี คี ่าควบคุมงานและหรือค่าจ้างที่ปรึกษาให้ผูร้ บั จ้างเป็ นผูร้ บั ภาระค่า ควบคุมงานและหรือค่าจ้างทีป่ รึกษาสําหรับระยะเวลาทีไ่ ด้ขยายออกไป 1.1.7 กรณีทเ่ี ข้าหลักเกณฑ์ทจ่ี ะได้รบั การช่วยเหลือดังกล่าว หากการขยายระยะเวลา ออกไป มีผลทําให้ผรู้ บั จ้างไม่ถูกปรับ ก็ให้งด ลดค่าปรับ หรือคืนเงินค่าปรับ ตามความเป็ นจริงแล้วแต่กรณี 1.1.8 ในกรณีทห่ี น่ วยงานในเขตจังหวัดทีม่ กี ารประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทีม่ คี วาม ร้ายแรง ซึ่งออกตามความในพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 หากหน่ วยงานได้ พิจ ารณาขยายระยะเวลา งดหรือ ลดค่ า ปรับ ด้ว ยเหตุ ด ัง กล่ า ว โดยได้ใ ช้ดุ ล ยพินิ จ พิจ ารณาให้ต ามระเบีย บสํา นั ก นายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และทีแ่ ก้ไขเพิม่ เติม หรือระเบียบอื่น หรือข้อบังคับอื่นของหน่วยงาน นัน้ ๆ ไปแล้ว ให้หน่วยงานพิจารณา ดังนี้ กรณีท่ี 1 กรณีสญ ั ญาจ้างก่อสร้างทีม่ รี ะยะเวลาตามสัญญามากกว่าหรือเท่ากับ 45 วัน หากหน่ วยงานได้ใช้ดุลยพินิจตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และทีแ่ ก้ไขเพิม่ เติม หรือ ระเบียบอื่น หรือข้อบังคับอื่นของหน่วยงานนัน้ ๆ ไปแล้ว โดยหน่วยงานได้พจิ ารณาขยายเวลา งดหรือลดค่าปรับให้ไม่ถงึ จํานวน 45 วัน ก็ให้เพิม่ ระยะเวลา โดยขยายระยะเวลา งดหรือลดค่าปรับออกไปให้ครบ จํานวน 45 วัน แต่หาก หน่ วยงานได้พจิ ารณาขยายระยะเวลา งดหรือลดค่าปรับให้มากกว่า 45 วัน ก็ให้เป็ นไปตามทีห่ น่ วยงานได้ใช้ดุลยพินิจ พิจารณาให้ตามเหตุอุปสรรคทีเ่ กิดขึน้ จริง ตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และที่ แก้ไขเพิม่ เติมหรือระเบียบอื่น หรือข้อบังคับอื่นของหน่วยงานนัน้ ๆ ต่อไปได้


13 กรณีท่ี 2 กรณีสญ ั ญาทีม่ รี ะยะเวลาตามสัญญาน้อยกว่า 45 วัน หากหน่ วยงานได้ใช้ดุลย พินิจตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และทีแ่ ก้ไขเพิม่ เติม หรือระเบียบอื่น หรือข้อบังคับอื่น ของหน่ วยงานนัน้ ๆ ไปแล้ว โดยหน่ วยงานได้พจิ ารณาขยายเวลา งด หรือลดค่าปรับให้น้อยกว่าระยะเวลาตามสัญญา เดิม ก็ให้เพิม่ ระยะเวลา โดยขยายระยะเวลา งดหรือลดค่าปรับออกไปให้ครบเท่ากับอายุสญ ั ญาเดิมแต่หากหน่วยงานได้ พิจารณาขยายระยะเวลา งดหรือลดค่าปรับให้มากกว่าระยะเวลาของอายุสญ ั ญาเดิมก็ให้เป็ นไปตามทีห่ น่วยงานได้ใช้ดุลย พินิจพิจารณาให้ตามเหตุอุปสรรคทีเ่ กิดขึน้ จริงตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และทีแ่ ก้ไข เพิม่ เติมหรือระเบียบอื่น หรือข้อบังคับอื่นของหน่วยงานนัน้ ๆ ต่อไปได้ 1.1.9 ให้ กวพ. ตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และที่ แก้ไขเพิม่ เติม มีอํานาจหน้ าที่ในการตีความและวินิจฉัยปญั หาเกี่ยวกับการปฏิบตั ิในการพิจารณาให้ความช่วยเหลือ ดังกล่าว 2. เพื่อความเป็ นธรรมในการพิจารณาให้ความช่วยเหลือแก่ผปู้ ระกอบการก่อสร้างของหน่วยงานภาครัฐ ในภาพรวม เห็นควรแจ้งเวียนให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่ วยงานอื่นของรัฐถือปฏิบตั ิ เพื่อให้เป็ นไปแนวทาง เดียวกัน 15. เรื่อง การปรับภารกิ จและโครงสร้างของสํานักงานสภาความมันคงแห่ ่ งชาติ ่ คณะรัฐมนตรีเห็นชอบในหลักการขอปรับและจัดสรรอัตรากําลังข้าราชการของสํานักงานสภาความมันคง แห่งชาติตามโครงสร้างใหม่ เพือ่ ส่งให้คณะกรรมการกําหนดเป้าหมายและนโยบายกําลังคนภาครัฐ (คปร.) พิจารณา ต่อไป 16. เรื่อง การจูงใจให้ประชาชนเข้าเป็ นผูป้ ระกันตน คณะรัฐมนตรีเห็นชอบการจัดสรรเงินอุดหนุ นให้สาํ นักงานกองทุนประกันสังคม จากงบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 งบกลาง รายการเงินสํารองจ่ายเพือ่ กรณีฉุกเฉินหรือจําเป็ น ในกรอบวงเงินไม่เกิน 469,200,000 บาท โดยให้สาํ นักงานกองทุนประกันสังคมจัดทําแผนปฏิบตั งิ านและแผนใช้จา่ ยงบประมาณเป็ นรายเดือน และให้เสนอขอทําความตกลงในรายละเอียดกับสํานักงบประมาณต่อไป 17. เรื่อง การดําเนิ นการให้ ความช่ วยเหลื อผู้ประสบอุทกภัยและดิ นถล่ มในภาคใต้ ของคณะกรรมการ อํานวยการ กํากับ ติ ดตาม การช่วยเหลือผูป้ ระสบอุทกภัย ดิ นโคลนถล่ม วาตภัย และคลื่นเซาะชายฝัง่ คณะรัฐมนตรีอนุ มตั แิ ละรับทราบตามทีน่ ายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการอํานวยการ กํากับ ติดตามการช่วยเหลือผูป้ ระสบอุทกภัยเสนอ ดังนี้ 1. อนุ มตั ทิ บทวนมติคณะรัฐมนตรีเมือ่ วันที่ 12 เมษายน 2554 ซึง่ อนุ มตั กิ รอบวงเงินงบประมาณเพื่อ ฟื้นฟูเส้นทางคมนาคมทีไ่ ด้รบั ความเสียหายจากอุทกภัยและดินถล่มในภาคใต้ จํานวนทัง้ สิน้ 935,364,032 บาท (เก้าร้อย สามสิบห้าล้านสามแสนหกหมื่นสีพ่ นั สามสิบสองบาทถ้วน) โดยให้ใช้งบประมาณดังกล่าวจากเงินงบกลาง รายการเงิน สํารองจ่ายเพือ่ กรณีฉุกเฉินหรือจําเป็ น พ.ศ. 2554 2. อนุ มตั ิการเพิม่ เติมหลักเกณฑ์การจ่ายเงินช่วยเหลือแก่ผูป้ ระสบอุทกภัยและดินถล่มในภาคใต้ ครัวเรือนละ 5,000 บาท ให้ครอบคลุมถึงผูป้ ระสบคลื่นรมแรงเกิดคลื่นเซาะชายฝงั ่ ทัง้ นี้ โดยไม่เพิม่ กรอบจํานวน ครัวเรือน และกรอบวงเงินงบประมาณ ตามทีค่ ณะรัฐมนตรีได้มมี ติอนุมตั ไิ ว้เมือ่ วันที่ 4 เมษายน 2554 3. อนุ มตั ใิ ห้กระทรวงสาธารณสุขบรรจุแผนการจัดสร้างอาคารผูป้ ่วย 7 ชัน้ ขนาด 144 เตียง ของ โรงพยาบาลท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช วงเงิน 94,518,500 บาท ไว้ในคําของบประมาณรายจ่ายประจําปี งบประมาณ พ.ศ. 2555 จํานวน 18,900,000 บาท และผูกพันข้ามปี งบประมาณ 4. อนุ มตั กิ รอบวงเงินงบประมาณจากเงินงบกลาง รายการเงินสํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเป็ น ั ่ น้ ทีภ่ าคใต้ ให้แก่ พ.ศ. 2554 เพือ่ ฟื้นฟูความเสียหายจากเหตุอุทกภัย ดินโคลนถล่ม คลื่นลมแรงเกิดคลื่นเซาะชายฝงในพื หน่วยงาน ต่าง ๆ จํานวน 7 หน่วยงาน รวมกรอบวงเงินงบประมาณทัง้ สิน้ 2,196.1833 ล้านบาท 5. รับทราบผลดําเนินการให้ความช่วยเหลือผูป้ ระสบภัยของ คชอ. 18. เรื่อง มาตรการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวหลบหนี เข้าเมืองทัง้ ระบบ


14 ั หาแรงงานต่ า งด้า วหลบหนี เ ข้า เมือ งทัง้ ระบบ ตามที่ คณะรัฐ มนตรีเ ห็น ชอบมาตรการแก้ไ ขป ญ กระทรวง แรงงาน (รง.) เสนอ ดังนี้ 1. มาตรการการเปิ ดจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวหลบหนี เข้าเมืองที่ลกั ลอบทํางานอยู่ในประเทศ ไทย ดําเนินการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองทีอ่ ยู่ในประเทศไทยซึง่ มีผปู้ ระสงค์จะจ้างงาน รวมทัง้ ผูต้ ดิ ตามซึง่ เป็ นบุตรอายุไม่เกิน 15 ปี โดยใช้มาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัตคิ นเข้าเมือง พ.ศ. 2522 ผ่อนผันให้อยู่ ในราชอาณาจักรเป็ นการชัวคราวเพื ่ ่อรอการส่งกลับไม่เกิน 1 ปี และไม่ต้องปฏิบตั ิตามมาตรา 54 แห่ง พระราชบัญญัตดิ งั กล่าว และใช้มาตรา 5 และมาตรา 8/2 แห่งพระราชบัญญัตกิ ารจดทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 และแก้ไขเพิม่ เติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551 จัดทําทะเบียนประวัตริ าษฎรคนต่างด้าว รวมทัง้ ใช้มาตรา 13 แห่ง อนุ ญาตให้ทํา งานชัวคราวในระหว่ ่ า งการรอการ พระราชบัญญัติก ารทํา งานของคนต่ า งด้าว พ.ศ. 2551 ส่งกลับ ทัง้ นี้ ให้หน่วยงานทีเ่ กีย่ วข้องร่วมกันพิจารณากําหนดรายละเอียดก่อนเริม่ ดําเนินการ 2. มาตรการป้องกันสกัดกัน้ และการปราบปราม จับกุม ดําเนินคดีแรงงานต่างด้าวหลบหนี เข้าเมืองเน้ นดําเนินการในการสกัดกัน้ และป้องกันการเข้ามาใหม่อย่างเด็ดขาด จริงจังและต่อเนื่องทัง้ ก่อนการ จดทะเบียน ระหว่างการจดทะเบียน และหลังสิน้ สุดการจดทะเบียนและเน้นการปราบปราม จับกุม และดําเนินคดี ตามกฎหมายอย่ า งเด็ด ขาดจริง จัง ทัง้ นายจ้า ง ผู้ใ ห้ท่ีพ กั พิง ผู้ท่ีเ กี่ย วข้อ ง และแรงงานต่ า งด้า วที่ไ ม่ม าเข้า ระบบ รวมทัง้ เน้นการดําเนินการมิให้มกี ารลักลอบกลับเข้ามาใหม่อกี หากพบว่าแรงงานต่างด้าวลักลอบกลับเข้ามา ซํ้าอีกต้องถูกดําเนินคดีและ ลงโทษตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และพร้อมจะทําบัญชีรายชื่อห้ามมิให้เข้าประเทศ 3. มาตรการนํ าเข้าแรงงานต่างด้าวรายใหม่อย่างถูกกฎหมายดําเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อ วันที่ 20 ธันวาคม 2548 โดยเร่งรัดดําเนินการนําเข้าแรงงานต่างด้าวอย่างถูกกฎหมายจากประเทศพม่า ลาวและ กัมพูชาให้สามารถตอบสนองความต้องการของนายจ้างผูป้ ระกอบการได้อย่างทันท่วงที 4. มาตรการปรับโครงสร้างคณะกรรมการบริหารแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง (กบร.) โดยการ ปรับปรุงแก้ไขระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการบริหารแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง พ.ศ. 2544 แก้ไข เพิม่ เติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2546 และแก้ไขเพิม่ เติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2553 ให้ครอบคลุมการบริหารจัดการแรงงานต่าง ด้าวหลบหนีเข้าเมือง ทัง้ ระบบรวมทัง้ ปรับโครงสร้าง กบร. ให้มคี ณะอนุ กรรมการทัง้ ในส่วนกลาง และในระดับ จังหวัด 5. มาตรการยกระดับหน่วยงานเลขานุการ กบร. เพือ่ ให้สามารถดําเนินการบริหารจัดการแรงงานต่าง ด้าวหลบหนีเข้าเมืองได้อย่างเบ็ดเสร็จทัง้ ระบบโดยการยกระดับสถานะสํานักบริหารแรงงานต่างด้าวขึน้ เป็ นหน่วยงาน ระดับกรม สังกัดกระทรวงแรงงาน ให้มหี น่ วยงานทัง้ ในส่วนกลาง และระดับจังหวัด โดยให้กระทรวงแรงงาน และ สํานักงาน ก.พ.ร. ร่วมพิจารณาความเป็ นไปได้ในการดําเนินการดังกล่าวต่อไป 19. เรื่อง มติ สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครัง้ ที่ 3 พ.ศ. 2553 มติ 2 ความเป็ นธรรมในการเข้าถึงบริ การสุขภาพของ คนพิ การ คณะรัฐมนตรีรบั ทราบมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติครัง้ ที่ 3 พ.ศ. 2553 มติ 2 เกี่ยวกับเรื่อง ความเป็ น ธรรมการเข้าถึงบริการสุขภาพของคนพิการ และมอบหมายหน่ วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดําเนินการตามมติท่เี กี่ยวข้อง ต่อไป ตามที่ สํานักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) เสนอ สาระสําคัญของเรื่อง สช. รายงานว่า มติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครัง้ ที่ 3 พ.ศ. 2553 มติ 2 เกีย่ วกับเรื่อง ความเป็ นธรรมใน การ เข้าถึงบริการสุขภาพของคนพิการ มีรายละเอียดสรุปได้ ดังนี้ 1.1 ให้คณะกรรมการพัฒนาระบบการเงินการคลังด้านสุขภาพแห่งชาติ ตระหนักถึงความสําคัญ ของ ความแตกต่างเหลื่อมลํ้าของสิทธิประโยชน์ และกลไกการจ่ายค่าบริการในการดูแลสุขภาพคนพิการของหลักประกันสุขภาพ ต่างๆ ที่ทําให้คนพิการไม่สามารถเข้าถึงบริการสุขภาพได้ตามความจําเป็ น โดยให้จดั ทําข้อเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรี หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ร่วมกับสํานักงานประกันสังคม กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง เพื่อให้สาํ นักงาน กระทรวงสาธารณสุข พัฒนาระบบการคลังเพื่อการดูแลสุขภาพคนพิการให้มคี วามเสมอภาค โดยมีแนวคิดและการบริหาร จัดการทีส่ อดคล้องกัน ซึง่ มีขอ้ เสนอเบือ้ งต้น ดังนี้ 1.1.1 ร่วมกันพัฒนาชุดสิทธิประโยชน์ ได้แก่ บริการ รายการอุปกรณ์เครื่องช่วยความ พิการ ยา และเวชภัณฑ์ทไ่ี ม่ใช่ยา ให้เป็ นระบบทีม่ มี าตรฐานเดียวกัน และให้มกี ารพิจารณาทบทวน ปรับปรุง อย่างน้อยปี


15 ละ 1 ครัง้ เพื่อให้ครอบคลุมบริการสุขภาพและอุปกรณ์เครื่องช่วยความพิการทีจ่ าํ เป็ นและเหมาะสมสําหรับคนพิการแต่ละ ประเภทอย่างเพียงพอและครอบคลุม 1.1.2 ออกหรือปรับปรุง กฎหมาย ระเบียบ กฎเกณฑ์ ทีม่ อี ยู่ให้เอือ้ ต่อการสนับสนุ นให้ หน่วยงานทัง้ ภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรด้านคนพิการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ เข้าเป็ นหน่ วยร่วมจัดบริการสุขภาพ สําหรับคนพิการ 1.1.3 พัฒนาให้เกิดการจัดตัง้ กองทุนดูแลคนพิการในระดับพื้นที่ เช่น ระดับจังหวัด อําเภอ ตําบล โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมจากกองทุนสุขภาพระดับตําบล โดยขอให้มตี วั แทนคนพิการมีส่วนร่วมอย่างมี คุณภาพ เสมอภาคและเป็ นธรรม 1.2 ให้คณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวติ คนพิการแห่งชาติพจิ ารณา มอบหมายให้ คณะอนุ กรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวติ คนพิการประจําจังหวัด และคณะอนุ กรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพ ชีวติ คนพิการกรุงเทพมหานคร ดําเนินการ ดังนี้ 1.2.1 บูรณาการประเด็นการพัฒนาสุขภาพคนพิการ เข้ากับแผนพัฒนาคุณภาพชีวติ คนพิการประจําจังหวัด โดยให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาคุ ณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติท่ีใช้อยู่ในขณะนัน้ ให้บรรจุใน แผนพัฒนา ยุทธศาสตร์ระดับจังหวัด โดยเน้นกระบวนการมีสว่ นร่วมอย่างมีประสิทธิภาพจากทุกภาคส่วน โดยมี หลักการสําคัญดังนี้ (1) มุ่ ง เน้ น ความเป็ น ธรรมในการเข้า ถึง สิท ธิแ ละสวัส ดิก ารตามกฎหมาย ด้านบริการสุขภาพของคนพิการ ทัง้ ระหว่างประเภทความพิการ พืน้ ทีอ่ ยู่อาศัย สถานภาพทางเศรษฐกิจและสิทธิประกัน สุขภาพ ด้วยมาตรการต่างๆ เช่น สนับสนุ นค่าใช้จ่ายหรือพาหนะในการเดินทางปรับปรุงอาคารและสภาพแวดล้อมทาง กายภาพและ สิง่ อํานวยความสะดวกสาธารณะให้คนพิการทุกประเภทเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้จริง จัดบริการ ผูด้ ูแล/ผูช้ ่วยคนพิการ อาสาสมัครพาเข้ารับบริการ ล่ามภาษามือ และการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารสุขภาพ รวมทัง้ การมีชอ่ งทางด่วนสําหรับการเข้ารับบริการ จัดหน่วยบริการเชิงรุกลงพืน้ ที่ เป็ นต้น (2) มุง่ ตอบสนองปญั หาความจําเป็นด้านสุขภาพเฉพาะทีไ่ ด้มาตรฐานและ ครอบคลุม ตามแต่ละประเภทความพิการ โดยจัดให้มบี ริการทีเ่ พียงพอ ในด้านการสร้างเสริมสุขภาพโดยเฉพาะการตรวจ สุขภาพประจําปี ทัง้ การตรวจในส่วนทีเ่ กีย่ วกับความพิการและการตรวจสุขภาพทัวไป ่ การป้องกันโรค การรักษาพยาบาล การฟื้นฟู สมรรถภาพ และอุปกรณ์เครือ่ งช่วยความพิการทีจ่ าํ เป็ นและเหมาะสม รวมทัง้ การส่งต่อเพือ่ การรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพ ตามแต่กรณี (3) เชื่อมต่อฐานข้อมูลคนพิการระหว่างหน่วยงานหลัก โดยมีสาํ นักงานพัฒนา สังคมและความมันคงของมนุ ่ ษย์จงั หวัดเป็ นหน่วยประสานงานหลัก (4) เชื่อมโยงข้อมูลทีเ่ กีย่ วข้อง เช่น กฎหมาย ระเบียบ ประกาศ ระหว่าง หน่วยงานทีเ่ กีย่ วข้อง 1.2.2 พิจารณาจัดสรรงบประมาณ เพือ่ การลงทุนและดําเนินการพัฒนาสุขภาพ คนพิการระดับจังหวัดอย่างเป็ นระบบ ตามแผนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวติ คนพิการประจําจังหวัด 1.2.3 สนับสนุ นให้กลไกวิชาการและเครือข่ายองค์กรด้านคนพิการ ศึกษาสาเหตุ ความพิการและร่วมกันกํากับติดตามการปฏิบตั ติ ามกฎหมายและนโยบายของรัฐบาล ในเรือ่ งทีเ่ กีย่ วกับสิทธิคนพิการของ หน่วยปฏิบตั งิ านในพืน้ ที่ โดยเฉพาะอย่างยิง่ เรือ่ งการจัดสิง่ อํานวยความสะดวก การบริการและความช่วยเหลือ อื่น ๆ ทีจ่ าํ เป็ นสําหรับคนพิการ 1.3 ให้สถาบันสร้างเสริมสุขภาพคนพิการ สถาบันวิจยั ระบบสาธารณสุขและสถาบันการศึกษา ดําเนินการพัฒนาศักยภาพการวิจยั เพือ่ สร้างความรูใ้ นการพัฒนาคุณภาพชีวติ คนพิการให้มากขึน้ 1.4 ให้กระทรวงสาธารณสุข จัดทําแผนพัฒนาระบบบริการฟื้ นฟู สมรรถภาพคนพิการทาง การแพทย์เพือ่ พัฒนาศักยภาพของสถานบริการในทุกสังกัด เร่งผลิตและกระจายกําลังคนให้เหมาะสม 1.5 ให้ก ระทรวงที่เ กี่ย วข้อ ง ได้แ ก่ กระทรวงการพัฒ นาสัง คมและความมันคงของมนุ ่ ษ ย์ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงแรงงาน กระทรวงคมนาคม กระทรวง เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กระทรวงการท่องเที่ยวและการกีฬา พิจารณากําหนดตัวชี้วดั ระดับกระทรวง ที่ เกีย่ วข้องกับการพัฒนาคุณภาพชีวติ คนพิการ และติดตามและประเมินผล อย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 5 ปี


16 1.6 ให้คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ พิจารณาแต่งตัง้ คณะกรรมการสุขภาพคนพิการ เพื่อทํา หน้าทีเ่ ชื่อมประสานหน่ วยงานและองค์กรภาคีเครือข่ายต่างๆ ในการจัดสมัชชาสุขภาพเฉพาะประเด็นว่าด้วยสุขภาพคน พิการ ขับเคลื่อนและติดตามการดําเนินงานตามมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคน พิการสูก่ ารปฏิบตั ขิ องฝา่ ยต่างๆ อย่างเป็ นระบบและต่อเนื่อง รวมถึงการสนับสนุ นการสร้างและจัดการความรูท้ เ่ี กีย่ วข้อง 1.7 ให้เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ รายงานความก้าวหน้ าต่ อสมัชชาสุขภาพ แห่งชาติ ครัง้ ที่ 5 ครัง้ ที่ 7 และครัง้ ที่ 9 20. เรื่อง ขออนุมตั ิ ขยายระยะเวลาก่อสร้างโครงการชลประทานขนาดใหญ่ จํานวน 2 โครงการ คณะรัฐมนตรีอนุ มตั ติ ามทีก่ ระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) เสนอทัง้ 2 ข้อดังนี้ 1. อนุ มตั ิขยายระยะเวลาก่ อสร้างโครงการคลองสีย ดั จังหวัดฉะเชิงเทรา จากเดิมระยะเวลา 18 ปี (ปี งบประมาณ พ.ศ. 2537 – 2554) เป็ นระยะเวลา 19 ปี (ปี งบประมาณ พ.ศ. 2537 – 2555) โดยไม่เพิม่ วงเงินค่า ก่อสร้างของโครงการ 2. อนุ มตั ขิ ยายระยะเวลาก่อสร้างโครงการเขื่อนแควน้อยอันเนื่องมาจากพระราชดําริ จังหวัดพิษณุโลก จากเดิมระยะเวลา 9 ปี (ปี งบประมาณ พ.ศ. 2546–2554) เป็ นระยะเวลา 10 ปี (ปี งบประมาณ พ.ศ. 2546-2555) โดยไม่ เพิม่ วงเงินค่าก่อสร้างของโครงการ และให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รบั ความเห็นของสํานักงบประมาณและสํานักงาน คณะกรรมการพัฒนา การเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติไปพิจารณาดําเนินการในส่วนทีเ่ กีย่ วข้องต่อไปด้วย ต่างประเทศ 21. เรื่อง การลงนามกรอบความร่วมมือหุ้นส่วนระหว่างไทยกับสหประชาชาติ ปี ค.ศ. 2012-2016 คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างกรอบความร่วมมือหุน้ ส่วนระหว่างไทยกับสหประชาชาติ ปี ค.ศ. 2012-2016 (United Nations Partnership Framework: UNPAF 2012-2016) และเห็นชอบให้ปลัดกระทรวงการต่างประเทศลงนาม ร่าง UNPAF 2012-2016 ตามทีก่ ระทรวงการต่างประเทศเสนอ ทัง้ นี้ หากมีความจําเป็ นต้องแก้ไขปรับปรุงร่าง UNPAF 2012-2016 ในส่วนทีไ่ ม่ใช่สาระสําคัญก่อนมีการลงนาม ให้กระทรวงการต่างประเทศสามารถดําเนินการได้โดยไม่ตอ้ ง นําเสนอคณะรัฐมนตรีพจิ ารณาอีกครัง้ การศึกษา 22. เรื่อง การจัดตัง้ สถาบันอาชีวศึกษาตามพระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา พ.ศ. 2551 คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้มกี ารจัดตัง้ สถาบันการอาชีวศึกษาทางด้านการเกษตรอุตสาหกรรมยานยนต์ เทคโนโลยีก ารจัด การโรงแรม และพาณิ ช ย์ น าวี โดยให้ ก ระจายไปทุ ก ภาคของประเทศ และมอบหมายให้ กระทรวงศึกษาธิการจัดทําแผนการใช้ทรัพยากรร่วมกันของสถาบันการอาชีวศึกษาทีจ่ ะจัดตัง้ ขึน้ มาใหม่ทอ่ี ยู่ในลักษณะ ของกลุ่มสถาบันเดียวกัน ทัง้ ด้านสถานศึกษา ด้านบุคลากร ด้านหลักสูตรการเรียนการสอน ด้านงบประมาณ และด้าน การบริหารจัดการ เพื่อมิให้เกิดความซํ้าซ้อนและสามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรร่วมกันได้ โดยให้รบั ความเห็นของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารไปประกอบการจัดทําแผนดังกล่าวด้วย ทัง้ นี้ การจัดตัง้ สถาบันการอาชีวศึกษาดังกล่าวต้องดําเนินการตามหลักเกณฑ์ทก่ี ฎหมายกําหนดและเมือ่ กระทรวงศึกษาธิการดําเนินการ เสร็จแล้ว ให้ส่งผลการดําเนินการให้สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาดําเนินการการยกร่างกฎกระทรวงการ จัดตัง้ สถาบันการอาชีวศึกษา เพือ่ เสนอคณะรัฐมนตรีพจิ ารณาอีกครัง้ หนึ่ง 23. เรื่อง ข้อเสนอของสภานักเรียน ประจําปี 2554 คณะรัฐมนตรีรบั ทราบข้อเสนอของสภานักเรียน ประจําปี 2554 ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ และเห็นชอบให้สว่ นราชการทีเ่ กีย่ วข้องพิจารณาให้การสนับสนุนตามความเหมาะสมและจําเป็ นตามอํานาจหน้าทีต่ ่อไป สาระสําคัญของเรื่อง กระทรวงศึกษาธิการ รายงานว่า ตามทีน่ ายกรัฐมนตรีได้ให้สภานักเรียน ซึง่ ประกอบด้วย ผูแ้ ทนสภา นักเรียนจากทุกจังหวัด รวมทัง้ นักเรียนทีม่ คี วามต้องการพิเศษ(นักเรียนพิการ) นักเรียนจากโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ พร้อมครูทป่ี รึกษา และผูร้ บั ผิดชอบงานโครงการสภานักเรียน จํานวน 250 คน เข้าคารวะและนํ าเสนอผลการประชุม สภานักเรียน เมือ่ วันที่ 8 มกราคม 2554 เวลา 10.00 - 11.00 น. ณ ตึกสันติไมตรี ทําเนียบรัฐบาล


17 ประเด็น ดังนี้

กระทรวงศึก ษาธิก ารแจ้งว่ า ในปี 2554 สภานัก เรีย นได้เ สนอประเด็น ป ญั หาและแนวทางแก้ไ ข 5

ประเด็นที่ 1 เรื่องการให้ความรูเ้ รื่องเพศศึกษา โรงเรียนให้ความรูเ้ รื่องเพศศึกษายังไม่ครอบคลุมทุก กลุ่มเป้าหมาย จึงทําให้เกิดผลกระทบต่อการเรียนการสอนของนักเรียนในปจั จุบนั เช่น การมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร การท้องในวัยเรียน นักเรียนออกจากสถานศึกษากลางคัน การทําแท้งทีผ่ ดิ กฎหมาย สภานักเรียนได้เสนอแนวทางแก้ไข ดังนี้ 1. โรงเรียนควรให้ความรูเ้ รือ่ งเพศศึกษาทุกช่วงชัน้ ตามพัฒนาการของนักเรียน 2. ภาครัฐและเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม ให้การสนับสนุ นในการจัดกิจกรรมให้ความรู้เ รื่องที่เกี่ยวกับ เพศศึกษา 3. ให้พ่อแม่ ผูป้ กครอง มีเวลาให้บุตรหลานในปกครอง ร่วมสนทนา แนะนํ า ในเรื่องเพศศึกษาอย่าง ถูกต้อง เพือ่ เป็ นอีกทางหนึ่งในการดูแลนักเรียน 4. รัฐบาลควรให้ความสําคัญและเป็ นนโยบายเร่งด่วนเพือ่ จะได้ลดปญั หาดังกล่าว ประเด็นที่ 2 เรื่องปญั หาความรุนแรงในสังคมไทย ปจั จุบนั สื่อต่างๆ ทัง้ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ อินเตอร์เน็ตและสือ่ อื่นๆ เผยแพร่ภาพการใช้ความรุนแรง การล่วงละเมิดทางเพศของเด็ก สตรี และการทะเลาะวิวาทของ วัยรุน่ ปญั หาดังกล่าวหลายหน่วยงานพยายามเข้ามาช่วยแก้ปญั หา แต่ยงั ไม่ประสบผลสําเร็จ สภานักเรียนได้เสนอแนวทางแก้ไข ดังนี้ 1. ให้สภานักเรียนมีบทบาทในการดําเนินงานแก้ไขปญั หา ร่วมกับหน่ วยงานทีเ่ กี่ยวข้องทัง้ ภาครัฐและ เอกชน พร้อมทัง้ สนับสนุนให้สภานักเรียนสร้างเครือข่ายเพือ่ ร่วมดูแล และร่วมแก้ไขปญั หา 2. รัฐบาลบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดในการแก้ปญั หา 3. ภาครัฐและเอกชน เข้ามาทํางานร่วมกับสภานักเรียน ในการแก้ไขปญั หาต่างๆ ประเด็นที่ 3 เรื่องความเสื่อมโทรมของสถาบันครอบครัว ผลกระทบจากภาวะทางเศรษฐกิจ พ่อแม่ ผูป้ กครองต้องทํางานนอกบ้านและให้ลูกอยู่บา้ นลําพัง ทําให้เด็กขาดความรักความอบอุ่น ขาดทีพ่ ง่ึ ทางด้านจิตใจ และ หันไปพึง่ สื่อ ได้แก่ โทรทัศน์ เว็บไซต์ วีดโี อเถื่อน โดยเฉพาะรายการโทรทัศน์ตามเคเบิ้ลทีวี ซึ่งหน่ วยงานภาครัฐไม่ สามารถตรวจสอบได้ และ เด็กนิ ย มเที่ย วสถานบันเทิงต่ า งๆ ซึ่งมีอยู่ใ นแหล่งชุ มชน ที่พกั อาศัย และใกล้ สถานศึกษา สภานักเรียนได้เสนอแนวทางแก้ไข ดังนี้ 1. สภานัก เรียนร่ว มกับสมาคมผู้ปกครอง และเครือข่ายของแต่ ละโรงเรียน ร่ว มกันดูแลช่ว ยเหลือ นักเรียนทีไ่ ด้รบั ผลกระทบจากปญั หาดังกล่าว โดยให้หน่ วยงานทางภาครัฐ เช่น กระทรวงการพัฒนาสังคมและความ มันคงของมนุ ่ ษย์ ออกหน่วยให้บริการตามชุมชนให้ความรูท้ าํ ความเข้าใจกับพ่อแม่ผปู้ กครอง 2. กระทรวงศึกษาธิการ โดยสํานักงานเขตพืน้ ทีก่ ารศึกษาทุกเขต สภานักเรียน ร่วมกับสื่อท้องถิน่ เช่น วิทยุชุมชน จัดตัง้ ศูนย์รบั ปรึกษาปญั หาต่างๆ ของเด็กและเยาวชนในชุมชนเพือ่ ลดความเสีย่ ง 3. รัฐบาลบังคับใช้กฎหมายกับผูก้ ระทําผิดทางด้านสือ่ อย่างเด็ดขาด 4. รัฐบาลส่งเสริมสนับสนุ นให้ภาคเอกชนมีการผลิตรายการโทรทัศน์ สื่อต่างๆ เพื่อเด็กและเยาวชน โดยไม่ได้เลือกเฉพาะช่องใดช่องหนึ่ง ประเด็นที่ 4 เรื่องความสมานฉันท์ ในอดีตสังคมไทยเป็ นสังคมที่มคี วามเอื้ออาทร เป็ นสังคมแห่ง รอยยิ้ม มีความรักความสามัคคี แต่ปจั จุบนั สังคมไทยเริม่ เปลี่ยนไป เนื่องมาจากภาวะเศรษฐกิจ สังคม การเมือง เกิดความขัดแย้งทางด้านความคิด สภานักเรียนได้เสนอแนวทางแก้ไข ดังนี้ 1. สร้างจิตสํานึก ปลูกฝงั ให้เด็กมีจติ สาธารณะ โดยรัฐบาลต้องให้ความสําคัญและสนับสนุ นการจัด กิจกรรม ส่งเสริมความสมานฉันท์ในทุกพืน้ ที่ 2. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมและจิตสํานึกของเด็ก โดยสภานักเรียนภายใต้การสนับสนุ นของสํานักงานเขต พืน้ ทีก่ ารศึกษาทุกเขต และรัฐบาลโดยกระทรวงศึกษาธิการต้องให้การสนับสนุ นการจัดกิจกรรม สนับสนุ นงบประมาณ เพือ่ จะได้ดาํ เนินงานอย่างต่อเนื่อง 3. รัฐบาลส่งเสริมให้ชุมชนจัดกิจกรรมที่หลากหลาย เพื่อทําให้เกิดความสมานฉันท์ขน้ึ ในทุกภาคส่วน ของสังคม


18 ประเด็นที่ 5 เรื่องการขาดบุคลากรด้านคณิตศาสตร์สาํ หรับคนพิการ ทําให้นักเรียนพิการ ไม่เข้าใจ สือ่ การสอนการเรียน สภานักเรียนได้เสนอแนวทางแก้ไข ดังนี้ 1. รัฐบาลส่งเสริมสนับสนุนการผลิตสือ่ ทางการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ สําหรับคนพิการ 2. รัฐบาลส่งเสริม สนับสนุนการผลิตบุคลากรด้านคณิตศาสตร์สาํ หรับผูพ้ กิ าร ให้มากขึน้ และเพียงพอ 3. รัฐบาลส่งเสริม สนับสนุ นให้โรงเรียนในเขตพืน้ ทีก่ ารศึกษาทุกเขต ให้โอกาสนักเรียนพิการ ได้เข้า เรียนร่วมในทุกระดับชัน้ ทัง้ นี้ เห็นควรให้หน่ วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาให้การสนับสนุ นตามความเหมาะสมและจําเป็ นตาม อํานาจหน้าที่ ดังนี้ 1. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมันคงของมนุ ่ ษย์ขอความร่วมมือกับหน่ วยงานทีเ่ กี่ยวข้องช่วย สนับสนุ นการดําเนินงานตามข้อเสนอสภานักเรียนทีเ่ กีย่ วกับการพัฒนาสังคม การสร้างความเป็ นธรรมและความเสมอ ภาคในสังคม การส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพและความมันคงในชี ่ วิต สถาบันครอบครัวและชุมชน การ แก้ปญั หาเรือ่ งการท้องไม่พร้อมและเรือ่ งอื่นๆ ทีเ่ กีย่ วข้อง 2. กระทรวงสาธารณสุขขอความร่วมมือกับหน่ วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยสนับสนุ นการดําเนินงานตาม ข้อเสนอสภานักเรียนในการให้ความรูเ้ รื่องเพศศึกษา การป้องกัน การแก้ไขปญั หาทีเ่ กิดขึน้ กับนักเรียนและเรื่องอื่นๆ ทีเ่ กีย่ วข้อง 3. สํานักงานตํารวจแห่งชาติขอความร่วมมือกับหน่วยงานทีเ่ กีย่ วข้องช่วยสนับสนุ นการดําเนินงานตาม ข้อเสนอสภานักเรียนเกีย่ วกับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทุกประเภท ตลอดจนรักษาความสงบเรียบร้อยใน พืน้ ที่ เช่น ควบคุมดูแลการเปิ ดสถานเริงรมย์ใกล้กบั สถานศึกษา การจับกลุ่มมัวสุ ่ มของเด็กในวัยเรียน การป้องกัน และปราบปรามยาเสพติดทีเ่ ข้าไปในสถานศึกษาและเรือ่ งอื่นๆ ทีเ่ กีย่ วข้อง 4. กองบัญชาการกองทัพบกขอความร่วมมือกับหน่วยงานทีเ่ กีย่ วข้องช่วยสนับสนุ นการดําเนินงานตาม ข้อเสนอสภานักเรียน ในการสร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึน้ ในทุกท้องถิน่ ภูมภิ าคของประเทศไทย ทัง้ จากความขัดแย้ง ทางการเมือง ความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยการใช้กจิ กรรม และวัฒนธรรมเป็ นตัวเชื่อม ส่งเสริม สนับสนุ นการจัดกิจกรรม สร้างจิตสํานึกให้เด็กๆ โดยฝึ กการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมค่ายของสภานักเรียน ภายใต้การ สนับสนุ นของกองบัญชาการกองทัพบกในทุกๆ ด้าน และเรือ่ งอื่นๆทีเ่ กีย่ วข้อง 5. กระทรวงมหาดไทยขอความร่ว มมือกับ หน่ ว ยงานที่เ กี่ย วข้อ งช่ว ยสนับ สนุ น การดํา เนิ น งานตาม ข้อเสนอสภานักเรียน ทัง้ ด้านการเมือง การปกครอง สังคม สร้างความสมานฉันท์ความเสมอภาคให้เกิดขึน้ ในสังคม และเรือ่ งอื่นๆ ทีเ่ กีย่ วข้อง 6. คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มี อํานาจหน้าทีด่ ําเนินการจัดสรรคลื่นความถี่ และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการ โทรคมนาคมให้เกิดประโยชน์ สูงสุดแก่ประชาชนขอความร่วมมือช่วยสนับสนุ นการดําเนินงานตามข้อเสนอแนะสภา นักเรียน ในการหาพืน้ ทีส่ าํ หรับเด็ก เยาวชน และครอบครัว โดยไม่เลือกเฉพาะสถานีใดสถานีหนึ่ง 7. กระทรวงเทคโนโลยีส ารสนเทศและการสื่อ สาร ขอความร่ว มมือ กับ หน่ ว ยงานที่เ กี่ย วข้อ งช่ว ย สนับสนุ นการดําเนินงานตามข้อเสนอสภานักเรียน ทีเ่ กีย่ วกับการวางแผน ส่งเสริม พัฒนาและดําเนินกิจกรรมเกีย่ วกับ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ตามทีม่ กี ฎหมาย เช่น เรื่องสื่อโฆษณาทางโทรทัศน์ วิทยุทไ่ี ม่เหมาะสม และเรื่อง อื่นๆ ทีเ่ กีย่ วข้อง 8. กระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานในสังกัด ทีเ่ กีย่ วกับการส่งเสริมและกํากับดูแลการศึกษาทุกระดับ และทุกประเภท โดยเฉพาะการขาดแคลนบุคลากร ขาดแคลนสื่อการเรียนการสอนของนักเรียนพิการ และมาตรฐาน การศึกษา สนับสนุ นทรัพยากรเพื่อการศึกษาส่งเสริมและประสานงานด้านศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และการกีฬาเพื่อ การศึกษา รวมทัง้ การติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการศึกษาอย่างทัวถึ ่ ง 24. เรื่อง แต่งตัง้

แต่งตัง้

1. แต่งตัง้ กงสุลกิ ตติ มศักดิ์ สาธารณรัฐไซปรัสประจําประเทศไทย


19 คณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามทีร่ ฐั บาลสาธารณรัฐไซปรัสเสนอแต่งตัง้ นายปณิธิ วสุรตั น์ ให้ดํารงตําแหน่ ง กงสุลกิตติมศักดิ ์สาธารณรัฐไซปรัสประจําประเทศไทย ตามทีก่ ระทรวงการต่างประเทศเสนอ พ.ศ. 2527

2. แต่ งตัง้ กรรมการอื่นในคณะกรรมการบริ หารกองทุน ตามพระราชบัญญัติอ้อยและนํ้ าตาลทราย

คณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอแต่งตัง้ นางอุไร ร่มโพธิหยก ที่ปรึกษาด้าน พัฒนาระบบบัญชี (นักบัญชีทรงคุณวุฒ)ิ ผูแ้ ทนกระทรวงการคลัง เป็ นกรรมการในคณะกรรมการบริหารกองทุน ตาม พระราชบัญญัตอิ อ้ ยและนํ้าตาลทราย พ.ศ. 2527 แทนตําแหน่งทีว่ า่ งลง ทัง้ นี้ ตัง้ แต่วนั ที่ 26 เมษายน 2554 เป็ นต้นไป

3. แต่งตัง้ ข้าราชการพลเรือนสามัญประเภทวิ ชาการระดับทรงคุณวุฒิ (กระทรวงการคลัง) คณะรัฐมนตรีอนุมตั ติ ามทีก่ ระทรวงการคลังเสนอแต่งตัง้ นางสาวสุทธิรตั น์ รัตนโชติ รองอธิบดี กรมบัญชีกลาง ให้ดาํ รงตําแหน่ง ทีป่ รึกษาด้านพัฒนาระบบการเงินการคลัง (นักวิชาการคลังทรงคุณวุฒ)ิ กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ตัง้ แต่วนั ที่ 30 ธันวาคม 2553 ซึง่ เป็ นวันทีม่ คี ุณสมบัตคิ รบถ้วนสมบูรณ์ ทัง้ นี้ ตัง้ แต่วนั ทีท่ รงพระ กรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตัง้ เป็ นต้นไป 4. แต่งตัง้ กรรมการกํากับกิ จการพลังงาน จํานวน 3 ราย (กระทรวงพลังงาน) คณะรัฐมนตรีอนุมตั ติ ามทีก่ ระทรวงพลังงานเสนอแต่งตัง้ กรรมการกํากับกิจการพลังงาน จํานวน 3 ราย แทนกรรมการชุดเดิมซึง่ ต้องออกจากตําแหน่งโดยการจับสลากตามพระราชบัญญัตกิ ารประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 จํานวน 3 รายดังนี้ 1. นายบุญส่ง เกิดกลาง สาขาพลังงานด้านกิจการไฟฟ้า 2. นายพิสษิ ฐ์ สุนทรีรตั น์ สาขาอื่นทีเ่ ป็ นประโยชน์ต่อกิจการพลังงานในสาขารัฐศาสตร์การปกครอง สังคม และสิง่ แวดล้อม 3. นายสรร วิเทศพงษ์ สาขาการเงินการบัญชี ทัง้ นี้ ตัง้ แต่วนั ทีท่ รงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตัง้ เป็ นต้นไป 5. แต่งตัง้ คณะกรรมการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงาน คณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามทีก่ ระทรวงแรงงานเสนอการแต่งตัง้ คณะกรรมการแก้ไขปญั หาการขาดแคลน แรงงาน โดยมีองค์ประกอบและอํานาจหน้าที่ ดังนี้ องค์ประกอบ รัฐ มนตรีว่ า การกระทรวงแรงงาน เป็ น ประธานกรรมการ ปลัด กระทรวงแรงงาน เป็ น รองประธาน กรรมการ กรรมการประกอบด้วย ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เลขาธิการ คณะกรรมการพัฒ นาการเศรษฐกิจ และสัง คมแห่ง ชาติ เลขาธิก ารคณะกรรมการการศึก ษาขัน้ พื้น ฐาน เลขาธิก าร คณะกรรมการการอาชีว ศึก ษา เลขาธิก ารคณะกรรมการการอุ ด มศึก ษา เลขาธิก ารสภาการศึก ษา เลขาธิก าร คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ผูว้ ่าการการเคหะแห่งชาติ รองปลัดกระทรวงแรงงาน (หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านส่งเสริม ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ) อธิบดีกรมพัฒนาฝี มอื แรงงาน อธิบดีกรมสวัสดิการและคุม้ ครองแรงงาน เลขาธิการสํานักงานประกันสังคม ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ประธานสภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย ประธานสภาองค์การลูกจ้างสภาศูนย์กลางแรงงานแห่งประเทศไทย ประธานสภาองค์การลูกจ้างแรงงานเสรีแห่งชาติ โดยมีอธิบดีกรมการจัดหางาน เป็ น กรรมการและเลขานุ การ รองอธิบดี กรมการจัด หางานและเจ้า หน้ า ที่ก รมการจัด หางานที่อ ธิบ ดีก รมการจัด หางานมอบหมาย เป็ น กรรมการและ ผูช้ ว่ ยเลขานุการ อํานาจหน้ าที่ 1. กําหนดแนวทางและมาตรการแก้ไขปญั หาการขาดแคลนแรงงานในแต่ละภาคการผลิตเพื่อเสนอ คณะรัฐมนตรีพจิ ารณา มีมติให้หน่วยงานทีเ่ กีย่ วข้องดําเนินการต่อไป 2. ประสานนโยบายและแผนการแก้ไขปญั หาการขาดแคลนแรงงานทัง้ ภาครัฐและภาคเอกชน


20 3. ส่งเสริมและสนับสนุนการแก้ไขปญั หาการขาดแคลนแรงงานทัง้ ภาครัฐและภาคเอกชน 4. ติดตามและประเมินผลการดําเนินการตามแนวทางและมาตรการแก้ไขปญั หาการขาดแคลนแรงงาน ของหน่วยงานต่าง ๆ ทีเ่ กีย่ วข้องตามมติคณะรัฐมนตรี 5. มีอาํ นาจแต่งตัง้ คณะอนุ กรรมการหรือคณะทํางานเพือ่ ดําเนินการตามทีเ่ ห็นสมควร 6. แต่งตัง้ กรรมการผูท้ รงคุณวุฒิในคณะกรรมการพัฒนาวิ ทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ คณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามทีก่ ระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเสนอแต่งตัง้ กรรมการผูท้ รงคุณวุฒใิ น คณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ จํานวน 22 คน เนื่องจากกรรมการชุดเดิมจะครบวาระการ ดํารงตําแหน่ง ในวันที่ 12 พฤษภาคม 2554 โดยมีรายชื่อ ดังนี้ ผูท้ รงคุณวุฒิจากหน่ วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง 1. นายเข็มชัย ชุตวิ งศ์ 2. นางสาววลัยรัตน์ ศรีอรุณ 3. นายสุวทิ ย์ วิบุลผลประเสริฐ 4. นายอําพน กิตติอาํ พน 5. นายธีระชัย ภูวนาถนรานุ บาล 6. นายนนทิกร กาญจนะ จิตรา 7. นายวิฑรู ย์ สิมะโชคดี 8. นายวุฒชิ ยั กปิลกาญจน์ 9. นายศักรินทร์ ภูมริ ตั น 10. นายสวัสดิ ์ ตันตระรัตน์ 11. นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ ผูท้ รงคุณวุฒิที่มิใช่ข้าราชการ 1. นายกอปร กฤตยากีรณ 2. นายเขมทัต สุคนธสิงห์ 3. นายอาชว์ ั ้ ่ ยมรัษฎ์ 6. นายดอน ปรมัตถ์วนิ ยั 7. นายพยุง เตาลานนท์ 4. นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร 5. นายโฆสิต ปนเปี ศักดิ ์ ชาติสทุ ธิผล 8. นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร 9. นายรุง่ โรจน์ รังสิโยภาส 10. นายวิษณุ เครืองาม 11. นายสุเมธ ตันติเวชกุล ทัง้ นี้ ตัง้ แต่วนั ที่ 13 พฤษภาคม 2554 เป็ นต้นไป 7. แต่งตัง้ ข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดาํ รงตําแหน่ งประเภทบริ หารระดับสูง (กระทรวงการ ท่องเที่ยวและกีฬา) คณะรัฐมนตรีอนุ มตั ติ ามทีก่ ระทรวงการท่องเทีย่ วและกีฬาเสนอแต่งตัง้ นายสุวตั ร สิทธิหล่อ รองอธิบดี กรม พลศึกษา ให้ดาํ รงตําแหน่ง อธิบดีกรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเทีย่ วและกีฬา ตัง้ แต่วนั ทีท่ รงพระกรุณาโปรด เกล้าฯ แต่งตัง้ เป็ นต้นไป 8. แต่งตัง้ กรรมการผูท้ รงคุณวุฒิในคณะกรรมการนวัตกรรมแห่งชาติ แทนตําแหน่ งที่ว่าง คณะรัฐมนตรีอนุ มตั ติ ามที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเสนอแต่งตัง้ กรรมการผูท้ รงคุณวุฒใิ น คณะกรรมการนวัต กรรมแห่ง ชาติ แทนกรรมการที่พ้น จากตํา แหน่ งก่ อ นวาระ ดัง นี้ 1. นายสุ รช ลํ่ า ซํา กรรมการ ผูท้ รงคุณวุฒ ิ 2. นายเพชร โอสถานุเคราะห์ กรรมการผูท้ รงคุณวุฒ ิ ทัง้ นี้ ตัง้ แต่วนั ที่ 26 เมษายน 2554 เป็ นต้นไป 9. แต่งตัง้ ประธานกรรมการและกรรมการสํานักงานส่งเสริ มการจัดประชุมและนิ ทรรศการ (องค์การมหาชน) คณะรัฐมนตรีอนุมตั ติ ามทีร่ องนายกรัฐมนตรี (พลตรี สนัน่ ขจรประศาสน์) เสนอแต่งตัง้ ประธาน กรรมการและกรรมการสํานักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) ดังนี้ 1. พลตํารวจเอก อํานวย เพชรศิริ ประธานกรรมการ 2. นายอนุ รกั ษ์ อินทรภูวศักดิ ์ กรรมการ (ผูท้ รงคุณวุฒ)ิ 3. พลตํารวจตรี ขรรค์ชยั อนันต สมบูรณ์ กรรมการ (ผูท้ รงคุณวุฒ)ิ 4. นายสุเมธ สุทศั น์ ณ อยุธยา กรรมการ (ผูแ้ ทนสมาคมการประชุมนานาชาติ (ไทย)) 5. นายประวิชย์ ศรีบณ ั ฑิตมงคล กรรมการ (ผูแ้ ทนสมาคมแสดงสินค้า (ไทย)) 6. นายสุรพงษ์ เตชะหรูวจิ ติ ร กรรมการ (ผูแ้ ทนสมาคมโรงแรมไทย) ทัง้ นี้ ตัง้ แต่วนั ที่ 26 เมษายน 2554 เป็ นต้นไป

*************************************************


21


/117_resolution_house_of_cabi  

http://www.foodfti.com/images/news/resolution_house_of_cabinet/2011/apr/117_resolution_house_of_cabinet_26-04-54.pdf

Advertisement
Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you