Issuu on Google+

http://www.thaigov.go.th

วันที่ 17 เมษายน 2555

วันนี้ เมื่อเวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมคณะรัฐมนตรี ชั้น 2 สานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ทาเนียบรัฐบาล นายยง ยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี จากนั้น นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา รองโฆษกประจาสานักนายกรัฐมนตรี ได้แถลงข่าวผลการประชุมคณะรัฐมนตรี สรุปสาระสาคัญได้ดังนี้

กฎหมาย 1.

เรื่อง

ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. …. ร่างกฎกระทรวงว่าด้วยการงดรับจดทะเบียนรถที่ประกอบจากชิ้นส่วนอุปกรณ์ของ

2. เรื่อง 3. เรื่อง รถที่ใช้แล้ว พ.ศ. .... 4. เรื่อง ร่างประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กาหนดให้ตัวถังของรถยนต์นั่งที่ใช้แล้วและ โครงรถจักรยานยนต์ที่ใช้แล้ว เป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการนาเข้ามาใน ราชอาณาจักร พ.ศ. .... 5. เรื่อง ร่างกฎกระทรวงออกตามความในพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. 2553 รวม 3 ฉบับ 6. เรื่อง ร่างกฎกระทรวง ฉบับที่ .. (พ.ศ. ….) ออกตามความในพระราชบัญญัติกาหนด ค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนต์บนทางหลวงและสะพาน พ.ศ. 2497 7. เรื่อง ร่างกฎกระทรวงว่าด้วยคณะกรรมการประจาจังหวัดและเงื่อนไขการขอจด ทะเบียนรถจักรยานยนต์สาธารณะ พ.ศ. .... 8. เรื่อง ร่างกฎกระทรวงกาหนดหลักเกณฑ์และวิธีการขอเก็บค่าบริการผู้โดยสารขาออก พ.ศ. .... 9. เรื่อง ร่างประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กาหนดให้อาวุธและยุทโธปกรณ์เป็นสินค้าที่ ต้องห้ามส่งออกไปสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาชนอาหรับลิเบีย และกาหนดให้ อาวุธและยุทโธปกรณ์เป็นสินค้าที่ต้องห้ามนาเข้าจากสาธารณรัฐสังคมนิยม ประชาชนอาหรับลิเบีย พ.ศ. .... (มาตรการคว่าบาตรอาวุธต่อลิเบีย) 10. เรื่อง ร่างกฎกระทรวงว่าด้วยการแบ่งระดับและการเทียบระดับการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... 11. เรื่อง ร่างกฎกระทรวงกาหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการจดทะเบียนคนเกิดและคน ตายที่มีขึ้นนอกราชอาณาจักร พ.ศ. .... 12. เรื่อง ร่างพระราชกฤษฎีกากาหนดบริเวณที่ดินป่าแม่ยม ป่าแม่ตา และป่าแม่ร่องขุย ใน ท้องที่ตาบลปง ตาบลควร ตาบลขุนควร อาเภอปง ตาบลบ้านถ้า ตาบลหนองหล่ม ตาบลบ้านปิน อาเภอดอกคาใต้ และตาบลสระ ตาบลเชียงม่วน ตาบลบ้านมาง อาเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. .... (อุทยานแห่งชาติ ดอยภูนาง)


2 13.

เรื่อง ร่างพระราชกฤษฎีกากาหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐและผู้มีอานาจออกบัตรประจาตัว เจ้าหน้าที่ของรัฐตามพระราชบัญญัติบัตรประจาตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. 2542

(ฉบับที่ ...) พ.ศ. ....

เศรษฐกิจ 14. 15. 16. 17.

เรื่อง ขออนุมัติในหลักการให้กรมการขนส่งทางบกดาเนินโครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูป แบบการขนส่งสินค้าเชียงของ จังหวัดเชียงราย เรื่อง กรอบการเจรจาเศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับองค์การการค้าโลก เรื่อง การปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุและการเลื่อนชั้นเงินเดือนเพื่อชดเชยผู้ได้รับ ผลกระทบของกระทรวงกลาโหม เรื่อง การแก้ไขปัญหาปาล์มน้ามันและน้ามันปาล์ม

สังคม 18. เรื่อง การจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ “โครงการหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดิน เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา มหาราชินี” 19. เรื่อง (ร่าง) นโยบายและแผนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ ฉบับที่ 1

ต่างประเทศ 20.

เรื่อง การพิจารณารับรองเอกสาร Ministerial Declaration of the Group of 77 and China on the Occasion of UNCTAD XIII, Doha, 21 April 2012 และ เอกสาร President’s suggested distilled negotiation text for UNCTAD XIII 21.

เรื่อง ขอปรับสารัตถะในร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการศึกษาความ เป็นไปได้เกี่ยวกับระบบการจัดการน้าแบบบูรณาการระหว่างราชอาณาจักรไทยกับ สาธารณรัฐประชาชนจีน 22. เรื่อง ความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งราชอาณาจักร สวีเดนว่าด้วยความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายในการต่อต้านอาชญากรรมที่ จัดตั้งในลักษณะองค์กร การลักลอบค้ายาเสพติด วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและ ประสาท และสารตั้งต้น การค้ามนุษย์ การก่อการร้าย และอาชญากรรมร้ายแรง 23. เรื่อง การจัดทาความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการและการพัฒนาระหว่าง รัฐบาลแห่งสาธารณรัฐอาหรับอียิปต์และรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย

แต่งตัง้

อื่น ๆ


3 24.

เรื่อง แต่งตั้ง 1. แต่งตั้งข้าราชการ (สานักนายกรัฐมนตรี) 2. แต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดารงตาแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ (กระทรวงยุติธรรม) 3. แต่งตั้งข้าราชการให้ดารงตาแหน่งประเภทบริหาร ระดับสูง กระทรวงมหาดไทย

*********************************

เอกสารชุดนี้เป็นเอกสารข่าวสรุปผลการประชุมคณะรัฐมนตรีเท่านั้น สาหรับมติคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการกรุณาตรวจสอบที่สานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี โทร . 0 2280-9000 สานักโฆษกขอเชิญติดตามการถ่ายทอดสดการแถลงข่าวผลการประชุมคณะรัฐมนตรี ทุกวันอังคาร หรือวันที่มีการประชุม ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ทาง F.M. 92.5 ในเขตกรุงเทพมหานคร ส่วนต่างจังหวัด รับฟังได้ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยประจาจังหวัด หากท่านใดประสงค์จะขอรับข่าวการประชุมคณะรัฐมนตรีสมัครได้ทาง www.thaigov.go.th สานักโฆษก สานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี โทร. 0 2288-4396


4

กฎหมาย 1. เรื่อง ร่างพระราชบัญญัตสิ ง่ เสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝัง่ พ.ศ. .... คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. .... ตามที่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอ และให้ส่งคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ก่อนเสนอสภา ผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป สาระสาคัญของร่างพระราชบัญญัติ 1. กาหนดคานิยาม “ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง” “เขตอนุรักษ์” “คณะกรรมการ” “พนักงานเจ้าหน้าที่” (ร่างมาตรา 3) 2. หมวด 1 คณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ 2.1 กาหนดให้มีคณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ โดยมีนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นประธานกรรมการ กรรมการจานวน 16 คน ผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่ง คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งเป็นกรรมการจานวนไม่เกิน 8 คน โดยให้อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเป็นกรรมการและเลขานุการ คณะ กรรมการฯ มีอานาจหน้าที่ในการเสนอนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติต่อคณะรัฐมนตรีให้ เห็นชอบข้อเสนอแนะ และคาปรึกษา ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของหน่วยงานของรัฐ เพื่อให้ดาเนินการสอดคล้องกับนโยบายและ แผนฯ เสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณามีมติตามที่เห็นสมควรในกรณีที่หน่วยงานของรัฐไม่ปฏิบัติตามนโยบายและแผนฯ และ พิจารณาให้ความเห็นชอบในการออกกฎกระทรวงกาหนดพื้นที่ป่าชายเลนอนุรักษ์และพื้นที่คุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ร่าง มาตรา 5 - ร่างมาตรา 9) 2.2 กาหนดให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทาหน้าที่เป็นสานักงานเลขานุการของคณะกรรมการฯ โดย ให้มีอานาจหน้าที่ในการปฏิบัติงานธุรการทั่วไปของคณะกรรมการ การเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการเพื่อการจัดทานโยบายและแผนการ บริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ ฯลฯ (ร่างมาตรา 12) 3. หมวด 2 ชุมชนชายฝัง่ กาหนดให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอาจพิจารณาให้ความช่วยเหลือหรือสนับสนุนเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วม และสนับสนุนชุมชนในเขตพื้นที่ชายฝั่ง ทะเล หรือเกาะ ในการบริหารจัดการ การบารุงรักษา การอนุรักษ์ การฟื้นฟู และการใช้ประโยชน์จาก ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เช่น การสนับสนุนการมีส่วนร่วมของชุมชน การให้คาปรึกษาแก่ชุมชนในการบริหารจัดการ ฯลฯ (ร่างมาตรา 13) 4. หมวด 3 การคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง 4.1 กาหนดให้อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายมีอานาจสั่งให้บุคคลที่ ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งระงับการกระทาดังกล่าวเป็นการชั่วคราวและแนวทางในการ ดาเนินการ ตลอดจนมีอานาจแก้ไขหรือบรรเทาความเสียหายที่เกิดขึ้น (ร่างมาตรา 14) 4.2 กาหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยความเห็นชอบของ คณะกรรมการฯ มีอานาจออกกฎกระทรวงกาหนดพื้นที่บริเวณหนึ่งบริเวณใดเป็นพื้นที่ป่าชายเลนอนุรักษ์ เป็นพื้นที่คุ้มครองทรัพยากรทาง ทะเลและชายฝั่ง (ร่างมาตรา 15 – ร่างมาตรา 17) 4.3 กาหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อขอ อนุมัติใช้มาตราคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเพื่อควบคุมและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นหรืออาจจะเกิดขึ้นในกรณีที่ทรัพยากรทางทะเลและ ชายฝั่งอาจถูกทาลายหรือได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงเข้าขั้นวิกฤติ รวมทั้งกาหนดหน่วยงานของรัฐที่จะเป็นผู้ดาเนินการตามมาตรการ ดังกล่าว (ร่างมาตรา 18) 5. หมวด 4 พนักงานเจ้าหน้าที่ กาหนดอานาจของพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ โดยให้พนักงานเจ้าหน้าที่มี อานาจเข้าไปในสถานที่หรือตรวจค้นสถานที่ หรือยานพาหนะเพื่อตรวจสอบและควบคุม ยึดหรืออายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทาผิด รวมทั้งสั่งให้บุคคลออกจากพื้นที่ป่าชายเลนอนุรักษ์ พื้นที่คุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ฯลฯ (ร่างมาตรา 20 – ร่างมาตรา 22)


5 6. หมวด 5 บทกาหนดโทษ กาหนดบทกาหนดโทษกรณีไม่ปฏิบัติตามคาสั่งของอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายในการระงับการกระทาที่ก่อให้เกิด ความเสียหายหรือบรรเทาความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรการคุ้มครองทรัพยากร ทางทะเลและชายฝั่งตามที่กาหนดในพื้นที่ป่าชายเลนอนุรักษ์ พื้นที่คุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ฯลฯ รวมทั้งกาหนดโทษสาหรับ กรณีที่ผู้กระทาผิดเป็นนิติบุคคล โดยให้กรรมการผู้จัดการ หุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดาเนินงานของนิติบุคคล นั้น ต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้สาหรับความผิดนั้น ๆ ด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนมิได้มีส่วนในการกระทาความผิดนั้น (ร่างมาตรา 23 – ร่างมาตรา 25) 2. เรือ่ ง ร่างพระราชบัญญัตอิ าหาร พ.ศ. …. คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. …. ตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ และให้ส่งสานักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วส่งให้คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ก่อนเสนอสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ต่อไป สาระสาคัญของร่างพระราชบัญญัติ 1. กาหนดให้ยกเลิกพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 (ร่างมาตรา 3) 2. กาหนดให้รัฐมนตรีมีอานาจประกาศกาหนดเกี่ยวกับอาหารเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค (ร่างมาตรา 6) 3. กาหนดให้มีคณะกรรมการอาหาร ประกอบด้วยปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานกรรมการ กรรมการโดย ตาแหน่ง ผู้แทนองค์กรเอกชน และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กาหนดวาระการดารงตาแหน่งและการพ้นจากตาแหน่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ องค์ประชุม และให้คณะกรรมการมีอานาจหน้าที่ตามที่กาหนด (ร่างมาตรา 7 ถึงร่างมาตรา 13) 4. กาหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขออนุญาตผลิตและการนาเข้าอาหาร การอนุญาต การต่อใบอนุญาต อายุ ใบอนุญาต การแก้ไขรายการหรือรายละเอียดที่ได้รับการอนุญาต การแจ้งเลิกกิจการ ตลอดจนระบบคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร (ร่าง มาตรา 14 ถึงร่างมาตรา 23) 5. กาหนดให้ผู้ผลิตอาหาร ผู้นาเข้า และผู้ว่าจ้างผลิต มีหน้าที่ตามที่กาหนด (มาตรา 24 ถึงร่างมาตรา 41) 6. กาหนดลักษณะอาหารที่ต้องควบคุมการผลิตเพื่อจาหน่าย นาเข้าเพื่อจาหน่าย หรือจาหน่ายซึ่งอาหาร ลักษณะของ อาหารที่ไม่บริสุทธิ์ อาหารปลอม อาหารผิดมาตรฐาน อาหารเสื่อมคุณภาพ และอานาจของ ผู้อนุญาตในการควบคุมอาหาร (ร่าง มาตรา 42 ถึงร่างมาตรา 48) 7. กาหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการโฆษณาอาหาร (ร่างมาตรา 49 ถึงร่างมาตรา 54) 8. กาหนดให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอานาจตามที่กาหนด (ร่างมาตรา 55 ถึงร่างมาตรา 58) 9. กาหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการพักใช้ใบอนุญาตและการเพิกถอนใบอนุญาต การอุทธรณ์คาสั่ง และการ ขอใบอนุญาตกรณีถูกเพิกถอนใบอนุญาต (ร่างมาตรา 59 ถึงร่างมาตรา 61) 10. กาหนดบทกาหนดโทษกรณีฝ่าฝืนหรือไม่ป ฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งมีโทษจาคุก หรือปรับ หรือทั้งจาทั้งปรับ (ร่างมาตรา 62 ถึงร่างมาตรา 103) 11. กาหนดบทเฉพาะกาลเกี่ยวกับการอนุญาต ใบสาคัญการขึ้นทะเบียนตารับอาหาร ประกาศของรัฐมนตรีเกี่ยวกับอาหาร ควบคุม อาหารที่ต้องมีฉลาก และสถานที่ผลิตอาหาร เพื่อจาหน่ายหรือนาเข้าอาหารเพื่อจาหน่ายที่ได้รับยกเว้นตามที่กาหนด การปฏิบัติหน้าที่ ของคณะกรรมการอาหาร ตลอดจนบรรดากฎกระทรวง ประกาศ หรือระเบียบที่ออกตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 (ร่างมาตรา 104 ถึงร่างมาตรา 107) 3. เรื่อง ร่างกฎกระทรวงว่าด้วยการงดรับจดทะเบียนรถที่ประกอบจากชิ้นส่วนอุปกรณ์ของรถที่ใช้แล้ว พ.ศ. .... คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงว่าด้วยการงดรับจดทะเบียนรถที่ประกอบจากชิ้นส่วนอุปกรณ์ของรถที่ ใช้แล้ว พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอและให้ส่งสานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วดาเนินการต่อไปได้ สาระสาคัญของร่างกฎกระทรวง


6 กาหนดให้งดรับจดทะเบียนรถที่ประกอบจากชิ้นส่วนอุปกรณ์ของรถที่ใช้แล้วในเขตกรุงเทพมหานครและในเขตจังหวัด อื่นทุกจังหวัด ดังนี้ 1. รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน 2. รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน แต่ไม่เกิน 12 คน 3. รถยนต์ บรรทุกส่วนบุคคล 4. รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล 4. เรื่อง ร่างประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กาหนดให้ตัวถังของรถยนต์นั่งที่ใช้แล้วและโครงรถจักรยานยนต์ที่ใช้แล้ว เป็นสินค้าที่ ต้องห้ามในการนาเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. .... คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการร่างประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กาหนดให้ตัวถังของรถยนต์นั่งที่ใช้แล้วและโครง รถจักรยานยนต์ที่ ใช้ แล้ว เป็นสินค้าที่ต้ องห้ ามในการนาเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. .... ตามที่ก ระทรวงพาณิชย์เสนอ และให้ส่ ง คณะกรรมการตรวจสอบร่างกฎหมายและร่างอนุบัญญัติที่เสนอคณะรัฐมนตรีตรวจพิจารณา แล้วดาเนินการต่อไปได้ สาระสาคัญของร่างประกาศ เป็นการกาหนดให้ตัวถังรถยนต์นั่งที่ใช้แล้วและโครงรถจักรยานยนต์ที่ใช้แล้วเป็นสินค้าที่ ต้องห้ามในการนาเข้ามาในราชอาณาจักร แต่มิให้ใช้บังคับในกรณีการนาเข้าสินค้าดังกล่าวเข้ามาเพื่อเป็นต้นแบบในการผลิตหรือการ ศึกษาวิจัยในปริมาณ เท่าที���จาเป็น (ร่างข้อ 4 และร่างข้อ 5) 5. เรื่อง ร่างกฎกระทรวงออกตามความในพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. 2553 รวม 3 ฉบับ คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างกฎกระทรวงออกตามในพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. 2553 รวม 3 ฉบับ ที่ตรวจ พิจารณาแล้ว ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ได้เห็นชอบด้วยและยืนยันขอให้ดาเนินการต่อไป ดังนี้ 1. ร่างกฎกระทรวงจัดตั้งสภาวัฒนธรรมเพิ่มเติม พ.ศ. .... 2. ร่างกฎกระทรวงกาหนดที่มา คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการได้มาจานวนกรรมการและสมาชิก วาระการดารง ตาแหน่ง การพ้นจากตาแหน่ง การประชุม การบริหารจัดการ และการดาเนินงานและสภาวัฒนธรรม พ.ศ. .... และ 3. ร่างกฎกระทรวงกาหนดสาขา คุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือก และประโยชน์ตอบแทนของศิลปินแห่งชาติ พ.ศ. .... สาระสาคัญของร่างกฎกระทรวง 1. ร่างกฎกระทรวงจัดตั้งสภาวัฒนธรรมเพิ่มเติม พ.ศ. .... กาหนดให้จัดตั้งสภาวัฒนธรรม กรุงเทพมหานคร สภา วัฒนธรรมเขต สภาวัฒนธรรมแขวง สภาวัฒนธรรมเทศบาล สภาวัฒนธรรมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ และสภาวัฒนธรรม ไทยในต่างประเทศ 2. ร่างกฎกระทรวงกาหนดที่มา คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการได้มาจานวนกรรมการและ สมาชิก วาระการดารง ตาแหน่ง การพ้นจากตาแหน่ง การประชุม การบริหารจัดการ และการดาเนินงานและสภาวัฒนธรรม พ.ศ. .... มีสาระสาคัญ ดังนี้ 2.1 กาหนดการจดแจ้งเป็นเครือข่ายวัฒนธรรม (ร่างข้อ 1 ถึงร่างข้อ 4) 2.2 กาหนดที่มา คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการได้มา จานวน กรรมการและสมาชิก วาระการดารงตาแหน่ง การพันจากตาแหน่ง การประชุม การบริหารจัดการ และการดาเนินงานของสภาวัฒนธรรมตาบล (ร่างข้อ 5 ถึงร่างข้อ 9) 2.3 กาหนดที่มา คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการได้มา จานวน กรรมการและสมาชิก วาระการดารงตาแหน่ง การพันจากตาแหน่ง การประชุม การบริหารจัดการ และการดาเนินงานของสภาวัฒนธรรมอาเภอ (ร่างข้อ 10 ถึงร่างข้อ 12) 2.4 กาหนดที่มา คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการได้มา จานวน กรรมการและสมาชิก วาระการดารงตาแหน่ง การพันจากตาแหน่ง การประชุม การบริหารจัดการ และการดาเนินงานของสภาวัฒนธรรมจังหวัด (ร่างข้อ 13 ถึงร่างข้อ 15) 2.5 กาหนดที่มา คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการได้มา จานวน กรรมการและสมาชิก วาระการดารงตาแหน่ง การพันจากตาแหน่ง การประชุม การบริหารจัดการ และการดาเนินงานของสภาวัฒนธรรมแห่งประเทศไทย (ร่างข้อ 16 ถึงร่างข้อ 19) 2.6 กาหนดที่มา คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการได้มา จานวน กรรมการและสมาชิกวาระการดารงตาแหน่ง การพันจากตาแหน่ง การประชุม การบริหารจัดการ และการดาเนินงานของสภาวัฒนธรรมอื่น ๆ (ร่างข้อ 20 ถึงร่างข้อ 23) 2.7 กาหนดหลักเกณฑ์ การออกเสียงลงคะแนน และองค์ประชุมในการประชุมสภาวัฒนธรรม (ร่างข้อ 24 ถึงร่างข้อ 29)


7 2.8 กาหนดการบริหารจัดการและการดาเนินการของสภาวัฒนธรรม (ร่างข้อ 30 ถึง

ร่างข้อ

39) 3. ร่างกฎกระทรวงกาหนดสาขา คุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือก และประโยชน์ตอบแทนของศิลปินแห่งชาติ พ.ศ. .... มีสาระสาคัญ ดังนี้ 3.1 กาหนดให้ศิลปินแห่งชาติมีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านศิลปะในสาขาทัศนศิลป์ สาขาศิลปะการแสดง และ สาขาวรรณศิลป์ (ร่างข้อ 3) 3.2 กาหนดคุณสมบัติของศิลปินแห่งชาติ (ร่างข้อ 5) 3.3 กาหนดให้ศิลปินแห่งชาติจะต้องมีผลงานทางด้านศิลปะที่มีคุณค่าและมาตรฐานตามที่กาหนด (ร่างข้อ 6 และร่างข้อ 7) 3.4 กาหนดให้สภาวัฒนธรรม องค์กรวิชาชีพ สถาบันการศึกษา สถาบันทางศิลปะ และเครือข่ายทาง วัฒนธรรมทั่วประเทศเป็นผู้เสนอรายชื่อและผลงานของบุคคลซึ่งสมควรหรือเหมาะสมเป็นศิลปินแห่งชาติ (ร่างข้อ 8) 3.5 กาหนดให้จ่ายเงินจากกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรมเพื่อให้ประโยชน์ตอบแทนของศิลปินแห่งชาติ (ร่าง ข้อ 12) 3.6 กาหนดให้ศิลปินแห่งชาติได้รับประโยชน์ตอบแทนที่กาหนด (ร่างข้อ 13) 6. เรื่อง ร่างกฎกระทรวง ฉบับที่ .. (พ.ศ. ….) ออกตามความในพระราชบัญญัติกาหนดค่าธรรมเนียมการใช้ ยานยนต์บนทาง หลวงและสะพาน พ.ศ. 2497 คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างกฎกระทรวง ฉบับที่ .. (พ.ศ. ….) ออกตามความในพระราชบัญญัติกาหนดค่าธรรมเนียมการ ใช้ยานยนต์บนทางหลวงและสะพาน พ.ศ. 2497 ที่สานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) ตรวจพิจารณาแล้ว ตามที่กระทรวงคมนาคม (คค.) เสนอ และให้ดาเนินการต่อไปได้ สาระสาคัญของร่างกฎกระทรวง 1. กาหนดให้ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 สายกรุงเทพมหานคร – บ้านฉาง รวมทางแยกไปบรรจบทางหลวงหมายเลข 34 (บางวัว) ทางแยกเข้าชลบุรี ทางแยกเข้าท่าเรือแหลมฉบั ง และทางแยกเข้าพัทยา ตอนกรุงเทพมหานคร – เมืองพัทยา รวมทางแยกไป บรรจบทางหลวงหมายเลข 34 (บางวัว) ทางแยกเข้าท่าเรือแหลมฉบัง และทางแยกเข้าพัทยาและทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 สายถนนวง แหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ตอนบางปะอิน – บางพลี เป็นทางหลวงที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนต์บนทางหลวง (ร่างข้อ 1 แก้ไขเพิ่มเติมข้อ 1 แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 19 (พ.ศ. 2540)ฯ) 2. กาหนดให้ผู้ใช้ยานยนต์ต้องเสียค่าธรรมเนียมต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ทุกครั้ง ณ สถานที่ที่จัดเก็บค่าธรรมเนียม โดย พนักงานเจ้าหน้าที่จะออกบัตรให้เพื่อเป็นหลักฐานหรือโดยชาระเงินผ่านบัตรอัตโนมัติตามที่อธิบดีกรมทางหลวงประกาศกาหนด (ร่างข้อ 2 แก้ไขเพิ่มเติมข้อ 3 แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 19 (พ.ศ. 2540)ฯ) 3. กาหนดให้พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องรักษาต้นขั้วของบัตรที่ออกให้แก่ผู้เสียค่าธรรมเนียมไว้เป็นหลักฐานในทางราชการ (ร่างข้อ 3 แก้ไขเพิ่มเติมข้อ 4 แห่งกฎกระทรวงฉบับที่ 19 (พ.ศ. 2540)ฯ) 7. เรือ่ ง ร่างกฎกระทรวงว่าด้วยคณะกรรมการประจาจังหวัดและเงือ่ นไขการขอจดทะเบียนรถจักรยานยนต์สาธารณะ พ.ศ. .... คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงว่าด้วยคณะกรรมการประจาจังหวัดและเงื่อนไขการขอ จดทะเบียนรถจักรยานยนต์สาธารณะ พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ และให้ส่งสานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วดาเนินการต่อไปได้ ข้อเท็จจริง คค. เสนอว่า เนื่องจากการจัดระเบียบรถจักรยานยนต์สาธารณะมีปัญหาในการดาเนินการอยู่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งการออกหนังสือรับรองการใช้รถจักรยานยนต์สาธารณะต้องดาเนินการตามที่คณะกรรมการประจาจังหวัดกาหนด ก่อให้เกิดความล่าช้า ในการออกหนังสือรับรองการใช้รถจักรยานยนต์สาธารณะอยู่เสมอ ดังนั้นเพื่อให้การแก้ไขปัญหาการจัดระเบียบ และการดาเนินการจด


8 ทะเบียนรถจักรยานยนต์สาธารณะเป็นไปด้วยความรวดเร็วและมีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น สมควรปรับปรุงคณะกรรมการประจาจังหวัดและ เงื่อนไขการขอจดทะเบียนรถจักรยานยนต์สาธารณะเสียใหม่ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น สาระสาคัญของการร่างกฎกระทรวง 1. ยกเลิกกฎกระทรวงว่าด้วยคณะกรรมการประจาจังหวัดและเงื่อนไขการขอจดทะเบียนรถจักรยานยนต์ สาธารณะ พ.ศ. 2548 (ร่างข้อ 2) 2. กาหนดคานิยาม “คณะกรรมการประจาจังหวัด” (ร่างข้อ 3) 3. กาหนดให้มีคณะกรรมการประจากรุงเทพมหานครคณะหนึ่ง ประกอบด้วย อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เป็นประธานกรรมการ กรรมการโดยตาแหน่ง จานวน 5 คน และให้ผู้อานวยการสานักการขนส่งผู้โดยสารเป็นกรรมการและเลขานุการ (ร่างมาตรา 4) 4. กาหนดให้มีคณะกรรมการประจาจังหวัดแต่ละจังหวัดนอกจากกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย ผู้ว่า ราชการจังหวัดหรือรองผู้ว่าราชการจังหวัดที่ได้รับมอบหมายเป็นประธานกรรมการ กรรมการโดยตาแหน่ง จานวน 3 คน และให้ผู้กา���ับ การสถานีตารวจภูธรอาเภอเมืองเป็นกรรมการและเลขานุการ (ร่างข้อ 5) 5. กาหนดให้คณะกรรมการประจาจังหวัดมีอานาจและหน้าที่ เช่น กาหนดสถานที่รอรับผู้โดยสาร กาหนด เส้นทาง ออกหนังสือรับรองการใช้รถจักรยานยนต์สาธารณะ กาหนดค่าจ้างบรรทุกคนโดยสารหรือค่าบริการอื่น แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ ประจาท้องที่ เป็นต้น (ร่างข้อ 7) 6. กาหนดหลักเกณฑ์และวิธีการขอจดทะเบียนรถจักรยานยนต์สาธารณะ โดยให้ยื่นคาขอต่อนายทะเบียนตาม แบบที่อธิบดีประกาศกาหนด และต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข เช่น มีหนังสือรับรองการใช้รถจักรยานยนต์สาธารณะจากคณะกรรมการประจา จังหวัดหรือคณะอนุกรรมการประจาท้องที่ที่ได้รับมอบหมาย รถจักรยานยนต์ต้องมีส่วนควบคุมและเครื่องอุปกรณ์ตามที่กาหนดใน กฎกระทรวง เป็นต้น (ร่างข้อ 9) 7. กาหนดบทเฉพาะกาล (ร่างข้อ 10 – ร่างข้อ 12) 8. เรื่อง ร่างกฎกระทรวงกาหนดหลักเกณฑ์และวิธีการขอเก็บค่าบริการผู้โดยสารขาออก พ.ศ. .... คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกาหนดหลักเกณฑ์และวิธีการขอเก็บค่าบริการผู้โดยสารขาออก พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ และให้ส่งสานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วดาเนินการต่อไปได้ สาระสาคัญของร่างกฎกระทรวง กาหนดหลักเกณฑ์และวิธีการขอเก็บค่าบริการผู้โดยสารขาออก ดังนี้ 1. กาหนดให้เจ้าของหรือผู้ดาเนินการสนามบินอนุญาตที่ประสงค์จะเรียกเก็บค่าบริการผู้โดยสาร ขาออก ต้องยื่นคาขอต่ออธิบดีตามแบบที่อธิบดีประกาศกาหนดพร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐาน เช่น ใบอนุญาต เอกสารแสดงอัตราค่าบริการที่จะเรียก เก็บรายงานการเงิน แผนการพัฒนาสนามบินห้าปี เป็นต้น (ร่างข้อ 1) 2. กาหนดให้เมื่ออธิบดีได้รับคาขอพร้อมเอกสารและหลักฐานแล้วให้ดาเนินการ เช่น ตรวจสอบความถูกต้องและความ สมบูรณ์ของเอกสารและหลักฐาน จัดทาความเห็นและส่งคาขอพร้อมเอกสารหลักฐานให้แก่คณะกรรมการการบินพลเรือน เป็นต้น รวมทั้งให้ คณะกรรมการการบินพลเรือนพิจารณา และจัดทาความเห็นและคาแนะนาต่อรัฐมนตรีและให้รัฐมนตรีพิจารณาภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ ได้รับความเห็นและเอกสาร (ร่างข้อ 2) 9. เรื่อง ร่างประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กาหนดให้อาวุธและยุทโธปกรณ์เป็นสินค้าทีต่ อ้ งห้ามส่งออกไปสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาชน อาหรับลิเบีย และกาหนดให้อาวุธและยุทโธปกรณ์เป็นสินค้าที่ต้องห้ามนาเข้าจากสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาชนอาหรับลิเบีย พ.ศ. .... (มาตรการคว่าบาตรอาวุธต่อลิเบีย) คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการร่างประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กาหนดให้อาวุธและยุทโธปกรณ์เป็นสินค้าที่ต้องห้าม ส่งออกไปสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาชนอาหรับลิเบีย และกาหนดให้อาวุธและยุทโธปกรณ์เป็นสินค้าที่ต้องห้ามนาเข้าจากสาธารณรัฐสังคม นิยมประชาชนอาหรับลิเบีย พ.ศ. .... (มาตรการคว่าบาตรอาวุธต่อลิเบีย) ตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ และส่งให้คณะกรรมการตรวจสอบ ร่างกฎหมายและร่างอนุบัญญัติที่เสนอคณะรัฐมนตรีตรวจพิจารณา แล้วดาเนินการต่อไปได้


9 สาระสาคัญของร่างประกาศ 1. ให้ ย กเลิ ก ประกาศกระทรวงพาณิ ชย์ เรื่ อง ก าหนดให้อาวุธและยุทโธปกรณ์เ ป็นสิ นค้ าที่ต้ องห้ ามส่ งออกไป สาธารณรัฐสังคมนิยมประชาชนอาหรับลิเบีย และกาหนดให้อาวุธและยุทโธปกรณ์เป็นสินค้าที่ต้องห้ามนาเข้าจากสาธารณรัฐสังคมนิยม ประชาชนอาหรับลิเบีย พ.ศ. 2555 ลงวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2555 2. ให้อาวุธและยุทโธปกรณ์เป็นสินค้าที่ต้องห้ามส่งออกไปสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาชนอาหรับลิเบีย 3. ให้อาวุธและยุทโธปกรณ์ที่ส่งมาจากหรือมีแหล่งกาเนิดจากสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาชนอาหรับลิเบียเป็นสินค้าที่ ต้องห้ามนาเข้ามาในราชอาณาจักร 4. ความในข้อ 2 มิให้ใช้บังคับในกรณีต่อไปนี้ 4.1 การส่งออกอาวุธและยุทโธปกรณ์ที่ไม่เป็นอันตรายร้ายแรงที่มีวัตถุประสงค์โดยเฉพาะเพื่อนาไปใช้ในด้าน ม นุ ษ ย ธ ร ร ม ฯ ล ฯ ทั้ ง นี้ ต้ อ ง ไ ด้ รั บ ค ว า ม เ ห็ น ช อ บ จ า ก ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร ที่ ไ ด้ รั บ ก า ร แ ต่ ง ตั้ ง จ า ก คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเป็นการล่วงหน้า 4.2 การส่ งออกเครื่ องแต่ง กายที่ใ ช้ใ นการป้ องกั น เสื้ อ เกราะ และหมวกสนาม ส าหรั บบุ ค ลากรของ ส ห ป ร ะ ช า ช า ติ ฯ ล ฯ แ ล ะ เ จ้ า ห น้ า ที่ ที่ เ กี่ ย ว ข้ อ ง ส า ห รั บ ก า ร น า ไ ป ใ ช้ เ ฉ พ า ะ ตั ว ข อ ง บุ ค ค ล ดั ง ก ล่ า ว เ ท่ า นั้ น 4.3 การส่งออกอาวุธและวัสดุ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอาวุธ ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อนาไปใช้ช่วยเหลือในด้านความ มั่ น ค ง ห รื อ ก า ร ล ด อ า วุ ธ แ ก่ รั ฐ บ า ล ส า ธ า ร ณ รั ฐ สั ง ค ม นิ ย ม ป ร ะ ช า ช น อ า ห รั บ ลิ เ บี ย 4.4 การส่งออกอาวุธขนาดเล็ก อาวุธเบา และวัสดุที่เกี่ยวข้องเป็นการชั่วคราว ที่มีวัตถุประสงค์โดยเฉพาะเพื่อ การใช้ของบุคลากรของสหประชาชาติ ฯลฯ 4.5 การส่งออกอาวุธและยุทโธปกรณ์นอกเหนือจากข้อ 4.1 ถึงข้อ 4.4 ที่คณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้ง จากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติได้ให้ความเห็นชอบเป็นการล่วงหน้า 10. เรือ่ ง ร่างกฎกระทรวงว่าด้วยการแบ่งระดับและการเทียบระดับการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงว่าด้วยการแบ่งระดับและการเทียบระดับการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ และให้ส่งสานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว ดาเนินการต่อไป สาระสาคัญของร่างกฎกระทรวง กาหนดให้การเทียบระดับการศึกษานอกระบบสามารถเทียบได้ในระดับสูงสุดของการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทั้งประเภทสามัญศึกษาและประเภทอาชีวะศึกษา (ร่างข้อ 1) 11. เรือ่ ง ร่างกฎกระทรวงกาหนดหลักเกณฑ์และวิธกี ารในการจดทะเบียนคนเกิดและคนตายที่มขี ึ้นนอกราชอาณาจักร พ.ศ. .... คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกาหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการจดทะเบียนคนเกิดและคน ตายที่มีขึ้นนอกราชอาณาจักร พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอ และให้ส่งสานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้ว ดาเนินการต่อไปได้ สาระสาคัญของร่างกฎกระทรวง 1. กาหนดบุคคลผู้สามารถแจ้งขอจดทะเบียนคนเกิดและคนตายต่อนายทะเบียน (ร่างข้อ 2 และร่างข้อ 5) 2. กาหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจดทะเบียนคนเกิดและคนตาย (ร่างข้อ 3 ร่างข้อ 4 ร่างข้อ 6 และร่างข้อ 7) 12. เรือ่ ง ร่างพระราชกฤษฎีกากาหนดบริเวณทีด่ ินป่าแม่ยม ป่าแม่ตา และป่าแม่รอ่ งขุย ในท้องทีต่ าบลปง ตาบลควร ตาบลขุนควร อาเภอ ปง ตาบลบ้านถ้า ตาบลหนองหล่ม ตาบลบ้านปิน อาเภอดอกคาใต้ และตาบลสระ ตาบลเชียงม่วน ตาบลบ้านมาง อาเภอเชียงม่วน จังหวัด พะเยา ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. .... (อุทยานแห่งชาติดอยภูนาง)


10 คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกากาหนดบริเวณที่ดินป่าแม่ยม ป่าแม่ตา และป่าแม่ร่องขุย ในท้องที่ ตาบลปง ตาบลควร ตาบลขุนควร อาเภอปง ตาบลบ้านถ้า ตาบลหนองหล่ม ตาบลบ้านปิน อาเภอดอกคาใต้ และตาบลสระ ตาบลเชียงม่วน ตาบลบ้านมาง อาเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. .... (อุทยานแห่งชาติดอยภูนาง) ที่สานักงานคณะกรรมการ กฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอ แล้วดาเนินการต่อไปได้ สาระสาคัญของร่างพระราชกฤษฎีกา กาหนดบริเวณที่ดินป่าแม่ยม ป่าแม่ตา และป่าแม่ร่องขุย ในท้องที่ตาบลปง ตาบลควร ตาบลขุนควร อาเภอปง ตาบลบ้านถ้า ตาบลหนองหล่ม ตาบลบ้านปิน อาเภอดอกคาใต้ และตาบลสระ ตาบลเชียงม่วน ตาบลบ้านมาง อาเภอเชียง ม่วน จังหวัดพะเยา ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ 13. เรือ่ ง ร่างพระราชกฤษฎีกากาหนดเจ้าหน้าทีข่ องรัฐและผูม้ ีอานาจออกบัตรประจาตัวเจ้าหน้าทีข่ องรัฐตามพระราชบัญญัติบตั รประจาตัว เจ้าหน้าทีข่ องรัฐ พ.ศ. 2542 (ฉบับที่ ...) พ.ศ. .... คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกากาหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐและผู้มีอานาจออกบัตรประจาตัว เจ้าหน้าที่ของรัฐตามพระราชบัญญัติบัตรประจาตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. 2542 (ฉบับที่ ...) พ.ศ. .... ตามที่สานักงานปลัดสานัก นายกรัฐมนตรีเสนอและให้ส่งสานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วดาเนินการต่อไปได้ สาระสาคัญของร่างพระราชกฤษฎีกา กาหนดให้คณะกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี และผู้ช่วยรัฐมนตรีตามระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วย คณะกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี พ.ศ. 2546 ประธานผู้แทนการค้าไทยและผู้แทนการค้าไทยตามระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยผู้แทนการค้า ไทย พ.ศ. 2552 เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ และให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้มีอานาจออกบัตรประจาตัวสาหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐดังกล่าว (ร่างข้อ 3)

เศรษฐกิจ 14. เรื่อง ขออนุมัตใิ นหลักการให้กรมการขนส่งทางบกดาเนินโครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ จังหวัดเชียงราย คณะรัฐมนตรีอนุมัติในหลักการให้กรมการขนส่งทางบกดาเนินโครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียง ของ จังหวัดเชียงราย ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ ส่วนงบประมาณให้ใช้จ่ายจากเงินกันเหลื่อมปีที่ยังไม่ได้มีการก่อหนี้ผูกพันของ กระทรวงคมนาคม ภายในวงเงิน 30 ล้านบาท ในลักษณะของการเบิ กจ่ายงบประมาณแทนกัน และทาความตกลงในรายละเอียดกับ สานักงบประมาณต่อไป ตามความเห็นของสานักงบประมาณ 15. เรื่อง กรอบการเจรจาเศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับองค์การการค้าโลก คณะรั ฐมนตรีเ ห็นชอบกรอบการเจรจาเศรษฐกิจ การค้ าระหว่างประเทศที่เกี่ ยวข้องกั บองค์ การการค้าโลก ตามที่ กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) เสนอ และเสนอรัฐสภาเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป สาระสาคัญของกรอบการเจรจา 1. วัตถุประสงค์ของการเจรจาเพื่อกาหนดแนวทางการเจรจาเศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศของไทยที่เกี่ยวข้องกับ องค์การการค้าโลกในลักษณะบูรณาการ เพื่อให้เป็นประโยชน์สูงสุดต่อไทยในภาพรวม 2. เป้าหมายของการเจรจา ได้แก่ สร้างประโยชน์สูงสุดแก่ไทยในภาพรวมตามหลักการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน พัฒนาสร้างเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศในสาขาต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อไทย และให้มีระยะเวลาในการปรับตั ว และมีมาตรการรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการเปิดเสรี 3. กรอบการเจรจานี้จ ะใช้กั บการเจรจาเศรษฐกิจ การค้ าระหว่างประเทศที่เกี่ ยวข้องกับองค์การการค้าโลก โดย ครอบคลุมใน 3 ประเด็นหลัก คือ 3.1 การเจรจาการค้าในรอบโดฮาภายใต้ปฏิญญาโดฮา (Ministerial Declaration) ซึ่งประเทศสมาชิก องค์การการค้าโลกมีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2544 3.2 การดาเนินการและการเจรจาในกรอบความตกลงว่าด้วยการก่อตั้งองค์การการค้าโลก และ


11 3.3 การเจรจาเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับองค์การการค้าโลก 16. เรื่อง การปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุและการเลื่อนชั้นเงินเดือนเพื่อชดเชยผู้ได้รับผลกระทบของกระทรวงกลาโหม คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการตามที่กระทรวงกลาโหม (กห.) เสนอดังนี้ 1. ร่างกฎกระทรวงกาหนดหลักเกณฑ์และวิธีการบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหาร และการให้ได้รับ เงินเดือน พ.ศ. …. 2. ร่างคาสั่งกระทรวงกลาโหม เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการให้ได้รับเงินเดือนแรกบรรจุสาหรับ ข้าราชการทหารที่มีคุณสมบัติตามปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ราชการของกระทรวงกลาโหม 3. ร่างคาสั่งกระทรวงกลาโหม เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการเลื่อนชั้นเงินเดือนเพื่อชดเชยแก่ข้าราชการ ทหารที่ได้รับผลกระทบจากการปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุและ 4. อนุมัติงบประมาณในส่วนงบกลาง เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุและการเลื่อนชั้นเงินเดือน เพื่อชดเชยแก่ข้าราชการทหารผู้ได้รับผลกระทบโดยจัดสรรให้แก่ส่วนราชการสังกัดกระทรวงกลาโหม จานวนเงิน 952,454,020 บาท สาระสาคัญของเรื่อง 1. ร่างกฎกระทรวงกาหนดหลักเกณฑ์และวิธีการบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหาร และการให้ได้รับ เงินเดือน พ.ศ. …. 1.1 กาหนดคุณวุฒิและอัตราเงินเดือนของบุคคลที่ได้รับการบรรจุเข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหารให้เป็นไป ตามบัญชีแนบท้ายกฎกระทรวงนี้ และอาจกาหนดให้ข้าราชการทหารที่มีคุณสมบัติเดียวกันอาจได้รับเงินเดือนแตกต่างกันได้โดยมีคุณสมบัติ ตามปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติหน้าที่ราชการ (ร่างข้อ 2 และร่างข้อ 3) 1.2 กาหนดอัตราเงินเดือนของบุคคลที่ได้รับการบรรจุเข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหารให้ได้รับดังนี้ (ร่าง ข้อ 4) 1.2.1 บุคคลที่มีคุณวุฒิการศึกษาตรงตามบัญชีแนบท้ายกฎกระทรวงนี้ให้ได้รับเงินเดือนตามบัญชี (1) 1.2.2 บุคคลที่มีคุณวุฒิการศึกษาตรงตามบัญชีแนบท้าย กฎกระทรวงนี้ และเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติตาม ปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพ การปฏิบัติหน้าที่ราชการที่กระทรวงกลาโหมกาหนดให้ได้รับเงินเดือนไม่เกินอัตราที่กาหนดบัญชีอัตราเงินเดือน (2) 1.3 กาหนดให้บุคคลที่มีคุณวุฒิที่นอกเหนือจากที่กาหนดไว้ในกฎกระทรวง นายทหารประทวนซึ่งเลื่อนฐานะ เป็นนายทหารสัญญาบัตรฯ และนายทหารประทวนที่ได้เลื่อนฐานะเนื่องจากสาเร็จการศึกษาได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรเทียบได้ไม่ต่า กว่าปริญญาจากสถาบันการศึกษาในต่างประเทศ รวมทั้งผู้ที่เคยรับราชการกลับเข้ารับราชการใหม่ในสังกัดกระทรวงกลาโหม ได้รับ เงินเดือนตามที่กระทรวงกลาโหมกาหนด (ร่างข้อ 5 – ร่างข้อ 8) 1.4 กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2553 เป็นต้นไป (ร่างข้อ 10) 2. ร่างคาสั่งกระทรวงกลาโหม เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการให้ได้รับเงินเดือนแรกบรรจุสาหรับ ข้าราชการทหารที่มีคุณสมบัติตามปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ราชการของกระทรวงกลาโหม 3. ร่างคาสั่งกระทรวงกลาโหม เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการเลื่อนชั้นเงินเดือนเพื่อชดเชยแก่ข้าราชการ ทหารที่ได้รับผลกระทบจากการปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุ 4. ร่างประมาณการค่าใช้จ่าย โดยใช้งบประมาณในส่วนงบกลางเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการปรับอัตราเงินเดือนแรก บรรจุและการเลื่อนชั้นเงินเดือนเพื่อชดเชยแก่ข้าราชการทหารผู้ได้รับผลกระทบ โดยจัดสรรให้แก่ส่วนราชการสังกัดกระทรวงกลาโหม จานวน 952,454,020 บาท ดังนี้ 4.1 สานักงานรัฐมนตรี และสานักงานปลัดกระทรวง กระทรวงกลาโหม จานวน 18,045,120 บาท 4.2 กรมราชองครักษ์ จานวน 1,985,040 บาท 4.3 กองบัญชาการกองทัพไทย จานวน 86,779,830 บาท


12 4.4 กองทัพบก จานวน 584,341,030 บาท 4.5 กองทัพเรือ จานวน 182,182,280 บาท 4.6 กองทัพอากาศ จานวน 79,120,720 บาท สาหรับค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้ กห. ใช้จ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 ของแต่ละส่วน ราชการไปดาเนินการเป็นลาดับแรกก่อน หากไม่เพียงพอก็ให้ขอรับการจัดสรรจากงบประมาณรายจ่ายประจาปีงบประมาณ พ .ศ. 2555 งบ กลาง รายการค่าใช้จ่ายการปรับเพิ่มเงินเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราวของข้าราชการ ลูกจ้างประจา ลูกจ้างชั่วคราว พนักงานราชการ และทหาร กองประจาการในลาดับต่อไป ตามความเห็นของสานักงบประมาณ 17. เรือ่ ง การแก้ไขปัญหาปาล์มน้ามันและน้ามันปาล์ม คณะรัฐมนตรีเห็นชอบการแก้ไขปัญหาปาล์มน้ามันและน้ามันปาล์มตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ โดยให้มีการนาเข้าน้ามัน ปาล์มเท่าที่จาเป็น เพื่อมิให้กระทบต่อเกษตรกร หลังจากนั้นให้ประเมินสถานการณ์เป็นระยะ หากยังมีความจาเป็นต้องนาเข้าเพิ่มเติมก็ให้ พิจารณาทยอยนาเข้าครั้งละไม่เกิน 10,000 ตัน จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย โดยเบื้องต้นกาหนดให้มีการนาเข้ารวมไม่เกิน 40,000 ตัน โดยมีกรอบการนาเข้า ดังนี้ 1. ให้องค์การคลังสินค้า (อคส.) เป็นผู้นาเข้าน้ามันปาล์ม (อคส. ได้รับการยกเว้นภาษีนาเข้าภายใต้ตามความตกลงเขต การค้าเสรีอาเซียน) ตามปริมาณที่กาหนดในราคาที่เหมาะสม 2. กรมการค้าภายในเป็นผู้จัดสรรน้ามันปาล์มดิบ ให้แก่สมาคมโรงกลั่นน้ามันปาล์ม เพื่อจาหน่ายต่อให้แก่โรงกลั่น น้ามันปาล์มผลิตน้ามันพืชปาล์ม และจาหน่ายปลีกในราคาไม่เกินขวดลิตรละ 42.00 บาท

สังคม 18. เรือ่ ง การจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินนี าถ “โครงการหมูบ่ า้ นกองทุนแม่ของแผ่นดิน เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา มหาราชิน”ี คณะรัฐมนตรีรับทราบและเห็นชอบการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ “โครงการ หมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดิน เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา มหาราชินี” ตามที่ รองนายกรัฐมนตรี (ร้อยตารวจเอก เฉลิม อยู่บารุง) ผู้อานวยการศูนย์อานวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดแห่งชาติ เสนอและ มอบหมายให้หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และองค์กรต่าง ๆ ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุน เผยแพร่ รณรงค์ประชาสัมพันธ์การดาเนินงาน โครงการหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดิน เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา มหาราชินี โครงการหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดิน เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา มหาราชินี เพื่อเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา ในวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2555 มีจุดมุ่งหมายหลักเพื่อระดม ประชาชนสาขาอาชีพต่าง ๆ ทั่วประเทศ ร่วมกันแสดงออกซึ่งความจงรักภักดี ด้วยการขับเคลื่อนกิจกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด อย่างต่อเนื่อง ภายใต้ “กองทุนแม่ของแผ่นดิน” วัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมทีส่ าคัญ ได้แก่ 1. เพื่อให้ประชาชนทุกสาขาอาชีพ และทุกหมู่เหล่าร่วมกันแสดงความจงรักภักดี เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา ในวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2555 โดยการขับเคลื่อนกิจกรรมการ ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ “กองทุนแม่ของแผ่นดิน” 2. เพื่อใช้แนวทางกองทุนแม่ของแผ่นดิน ลดสถานการณ์ปัญหายาเสพติด สร้างความเข้มแข็ง พลังแผ่นดิน สร้างความยั่งยืนให้กับหมู่บ้าน/ชุมชนทั่วประเทศ เป้าหมาย 1. หมู่บ้าน/ชุมชนที่เป็นกองทุนแม่ของแผ่นดินอยู่เดิมจานวน 12,189 แห่ง สามารถลดปัญหายาเสพติดได้อย่างเห็นผล ชัดเจน


13 2. หมู่บ้าน/ชุมชนที่จะเข้ารับพระราชทานเงินกองทุนแม่ของแผ่นดิน ในปี 2555 จังหวัดละ 20-50 หมู่บ้าน/ชุมชน ขึ้นอยู่กับความพร้อมการดาเนินงานกองทุนแม่ของแผ่นดินของแต่ละจังหวัด โดยเน้นกระบวนการ ขั้นตอน และการดาเนินงานกองทุนแม่ของ แผ่นดินของแต่ละจังหวัด โดยเน้น กระบวนการ ขั้นตอน และการดาเนินงานกองทุนแม่ของแผ่นดินเชิงคุณภาพเป็นหลัก 3. สร้างหมู่บ้าน/ชุมชนศูนย์เรียนรู้กองทุนแม่ของแผ่นดินในทุกอาเภอ/เขต อย่างน้อยอาเภอ/เขตละ 1 แห่ง รวม 928 แห่ง และพัฒนาหมู่บ้าน/ชุมชนศูนย์เรียนรู้กองทุนแม่ของแผ่นดินดังกล่าว โดยส่วนหนึ่งให้บูรณาการกับการพัฒนาตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง อย่างยั่งยืน เพื่อเป็นต้นแบบระดับจังหวัด ๆ ละ 1 แห่ง และพื้นที่ชายแดนอีก 3 แห่ง รวม 80 แห่ง เพื่อร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 80 พรรษา มหาราชินี แนวทางและกลยุทธการดาเนินการ ประกอบด้วย 6 แนวทางหลัก ได้แก่ 1. แนวทางที่ 1 การสร้างกระแสความตื่นตัวและประชาสัมพันธ์ ผ่านช่องทางสื่อต่าง ๆ เช่น โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ สื่อ อิเล็คทรอนิคส์ เป็นต้น เพื่อรณรงค์กระตุ้นจิตสานึก สร้างกระแสการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคประชาชน และประชาชน ให้ เกิดความตื่นตัวกระทาความดีต่อต้านยาเสพติด และร่วมเป็นส่วนหนึ่งเพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี สืบสานปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ และปณิธานกองทุนแม่ของแผ่นดิน 2. แนวทางที่ 2 การสร้างความมั่นคงให้กับหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดิน ที่ได้รับแต่เดิม ให้สามารถลดและแก้ไขปัญหา ยาเสพติดให้ได้ โดยเน้นบทบาทภาคประชาชนสมานฉันท์ และสามัคคี เสริมบทบาทแกนนาหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดิน ก่อนที่จะพัฒนาไปสู่ ความยั่งยืน 3. แนวทางที่ 3 สร้างศูนย์เรียนรู้กองทุนแม่ของแผ่นดิน ให้เป็นแบบอย่างการพัฒนาและการแก้ไขปัญหายาเสพติด อย่างยั่งยืน โดยการสร้าง 1 อาเภอ 1 ศูนย์เรียนรู้กองทุนแม่ของแผ่นดิน และให้มีการบูรณาการกับเศรษฐกิจพอเพียงอย่างยั่งยืน โดย กาหนดหมู่บ้านตัวอย่าง 80 แห่ง เทิดพระเกียรติ 80 พรรษา มหาราชินี 4. แนวทางที่ 4 ขยายหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดิน เพิ่มใหม่ในปี 2555 จังหวัดละ 20-50 แห่ง โดยยึดหลักคุณภาพ ในทุกกระบวนการ เพื่อให้ได้หมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดินที่จะเข้ารับพระราชทานเชิงคุณภาพ 5. แนวทางที่ 5 สร้างกระแส สร้างกิจกรรมกองทุนแม่ของแผ่นดินในระดับพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นการสร้างความ ยั่งยืนให้กับกองทุนแม่ของแผ่นดิน หากทุกหมู่บ้าน/ชุมชนทั่วประเทศได้กระทาอย่างพร้อมเพรียงกันแล้วย่อมเกิดเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ ทั้งพลัง แห่งความสามัคคี พลังแห่งความดี และพลังแห่งความจงรักภักดี 6. แนวทางที่ 6 การพัฒนาความพร้อมการดาเนินงานเชิงคุณภาพ ทั้งการพัฒนาวิทยากร กระบวนการกองทุนแม่ของ แผ่นดิน การพัฒนาประสิทธิภาพของเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดิน ระดับอาเภอ จังหวัด ภาค ประเทศ การพัฒนากลไกผู้ประสานงานกลาง กองทุนแม่ของแผ่นดินในระดับพื้นที่ และการพัฒนาองค์ความรู้ และจัดระบบข้อมูล เพื่อให้โครงการกองทุนแม่ของแผ่นดิน เฉลิมฉลอง 80 พรรษา มหาราชินีอย่างสมพระเกียรติ และเปี่ยมไปด้วยความจงรักภักดี และสานึกในพระมหากรุณาธิคุณ โครงสร้างการบริหารจัดการ 1. ศูนย์อานวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดแห่งชาติ (ศพส.) เป็นกลไกบริหารจัดการโครงการหมู่บ้านกองทุนแม่ ของแผ่นดิน มีบทบาทหน้าที่ การวางกรอบนโยบาย มาตรการ กลยุทธ แนวทางการปฏิบัติ 2. ระดับส่วนกลาง มีคณะกรรมการอานวยการโครงการหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดินเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา มหา ราชินี (คณะกรรมการกองทุนแม่ของแผ่นดิน 80 พรรษา) 3. ระดับจังหวัด โดย ศพส.จ./กทม. เป็นกลไกบริหารจัดการสูงสุดในงานกองทุนแม่ของแผ่นดินในระดับจังหวัด และมี การจ���ดตั้งกลไกเพิ่มเติม ได้แก่ คณะกรรมการกองทุนแม่ของแผ่นดิน 80 พรรษาระดับจังหวัด หรือ คณะกรรมการขับเคลื่อนกองทุนแม่ของ แผ่นดินระดับจังหวัด 4. ระดับอาเภอ โดย ศพส.อ./ข. เป็นกลไกบริหารจัดการในงานกองทุนแม่ของแผ่นดินในระดับอาเภอ/เขต และมีการ จัดตั้งกลไกเพิ่มเติม ได้แก่ คณะกรรมการกองทุนแม่ของแผ่นดิน 80 พรรษาระดับอาเภอ/เขต หรือ คณะกรรมการขับเคลื่อนกองทุนแม่ของ แผ่นดินระดับอาเภอ/เขต งบประมาณในการดาเนินงานโครงการ ประกอบด้วย งบประมาณจากสานักงาน ป.ป.ส. งบประมาณจาก กระทรวงมหาดไทย งบจังหวัด งบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น งบสมทบจากหมู่บ้าน/ชุมชน และงบกลางของรัฐบาล ระยะเวลาการปฏิบัติงาน ตั้งแต่ มีนาคม 2555 – ธันวาคม 2555


14 19. เรื่อง (ร่าง) นโยบายและแผนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 คณะรั ฐ มนตรี เห็ น ชอบ (ร่ า ง) นโยบายและแผนวิ ท ยา ศาสตร์ เทคโนโลยี และนวั ต กรรมแห่ ง ชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2555 - 2564) ตามที่ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) เสนอ และให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องจัดทา แผนปฏิบัติการและแผนงบประมาณด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโ นโลยีและ นวัตกรรม และดาเนินการตามนโยบายและแผนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2555 - 2564) สาระสาคัญของ (ร่าง) (ร่าง)นโยบายและแผนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 จัดทาขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อ การพัฒนาประเทศไทยให้มีระบบเศรษฐกิจที่มีการขยายตัวอย่างมีคุณภาพและมีเสถียรภาพ ตลอดจนมีการกระจายประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม สู่สังคม ชุมชน ท้องถิ่น โดยได้อัญเชิญ “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” มาเป็นปรัชญานาทางในการพัฒนาควบคู่ไปกับอนาคตของประเทศที่ “วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นเครื่องมือช่วยพัฒนาประเทศไทย” ภายใต้วิสัยทัศน์ “นวัตกรรมเขียว เพื่อสังคมดีมีคุณภาพและ เศรษฐกิจที่มีเสถียรภาพ” ซึ่งสอดรับกับทิศทางการพัฒนาประเทศของรัฐบาลที่ต้องการเห็นประเทศไทยสามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน มี เศรษฐกิจชุมชนเข้มแข็ง เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ และประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ยุทธศาสตร์ของนโยบายและแผน วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 ประกอบด้วย 5 ยุทธศาสตร์ ดังนี้ ยุทธศาสตร์ที่ 1 การพัฒนาความเข้มแข็งของสังคม ชุมชน และท้องถิ่นด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ยุท ธศาสตร์ ที่ 2 การเพิ่ มขี ดความสามารถ ความยืด หยุ่ นและนวั ตกรรมในภาคการเกษตร ผลิต และบริก ารด้ว ย วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ยุท ธศาสตร์ ที่ 3 การเสริ มสร้ างความมั่นคงด้านพลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ยุทธศาสตร์ที่ 4 การพัฒนาและเพิ่มศักยภาพทุนมนุษย์ของประเทศด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ยุทธศาสตร์ที่ 5 การส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและปัจจัยเอื้อด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและ นวัตกรรมของประเทศเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

ต่างประเทศ 20. เรือ่ ง การพิจารณารับรองเอกสาร Ministerial Declaration of the Group of 77 and China on the Occasion of UNCTAD XIII, Doha, 21 April 2012 และเอกสาร President’s suggested distilled negotiation text for UNCTAD XIII คณะรัฐมนตรี เห็นชอบตามที่ กระทรวงการต่างประเทศ เสนอดังนี้ 1. เห็นชอบร่างเอกสาร Ministerial Declaration of the Group of 77 and China on the Occasion of UNCTAD XIII และอนุมัติให้หัวหน้าคณะผู้แทนไทยรับรอง และหากมีความจาเป็นต้องแก้ไขปรับปรุงเอกสารดังกล่าว เพื่อให้สอดคล้องกับ ผลประโยชน์ของประเทศไทยในส่วนที่ ไม่ใช่สาระสาคัญก่อนมีการรับรอง ให้กระทรวงต่างประเทศสามารถดาเนินการได้โดยไม่ต้องเสนอ คณะรัฐมนตรีพิจารณาอีกครั้ง 2. เห็นชอบร่างเอกสาร President’s suggested distilled negotiation text for UNCTAD XIII และ อนุมัติให้คณะผู้แทนไทยรับรองร่างเอกสารดังกล่าว รวมทั้งให้กระทรวงต่างประเทศเจรจาถ้อยคาในร่างเอกสารดังกล่าว เพื่อให้สอดคล้อง กับผลประโยชน์ของประเทศไทย โดยไม่เปลี่ยนแปลงสาระสาคัญได้โดยไม่ต้องเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอีกครั้ง 21. เรือ่ ง ขอปรับสารัตถะในร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการศึกษาความเป็นไปได้เกี่ ยวกับระบบการจัดการน้าแบบบูรณาการ ระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน คณะรัฐมนตรีเห็นชอบและอนุมัติ ตามที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเสนอ ดังนี้


15 1. เห็นชอบการปรับสารัตถะเป็นร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการศึกษาความเป็นไปได้เกี่ยวกับระบบการ จัดการน้าแบบบูรณาการระหว่างกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีราชอาณาจักรไทย กับกระทรวงพาณิชย์ สาธารณรัฐประชาชนจีน 2. เห็นชอบการแก้ไขคู่ภาคีฝ่ายสาธารณรัฐประชาชนจีน จากกระทรวงทรัพยากรน้าเป็นกระทรวงพาณิชย์ 3. อนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เป็นผู้ลงนามในบันทึกความเข้าใจฯ 4. มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศออกหนังสือมอบอานาจเต็ม (Full Powers) ให้แก่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เป็นผู้ลงนามในบันทึกความเข้าใจฯ 22. เรือ่ ง ความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรสวีเ ดน ว่าด้วยความร่วมมือด้านการบังคับใช้ กฎหมายในการต่อต้านอาชญากรรมทีจ่ ดั ตัง้ ในลักษณะองค์กร การลักลอบค้ายาเสพติด วัตถุทอี่ อกฤทธิต์ อ่ จิตและประสาท และสารตั้งต้น การค้ามนุษย์ การก่อการร้าย และอาชญากรรมร้ายแรงอื่น ๆ คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งราชอาณาจักร สวีเดนว่าด้วยความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายในการต่อต้านอาชญากรรมที่จัดตั้งในลักษณะองค์กร การลักลอบค้ายาเสพติด วัตถุที่ ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท และสารตั้งต้น การค้ามนุษย์ การก่อการร้าย และอาญากรรมร้ายแรงอื่น ๆ โดยให้กระทรวงการต่างประเทศ สามารถเปลี่ยนถ้อยคาในส่วนที่ไม่กระทบต่อสาระสาคัญของความตกลงฯ ได้โดยไม่ต้องเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอีก ตามที่กระทรวงการ ต่างประเทศเสนอ และอนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศหรือผู้ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมอบหมายเป็นผู้ลง นามในความตกลงฯ สาระสาคัญของเรือ่ ง ร่างความตกลงฯ เป็นกรอบความร่วมมือทวิภาคีด้านความมั่นคงระหว่างไทยกับสวีเดนในกรอบกว้าง ด้วย การให้ความร่วมมือด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร การแลกเปลี่ยนประสบการณ์และนักวิชาการ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามกฎหมายภายในที่ กาหนดไว้ อนึ่ง ผลประโยชน์หลักของฝ่ายไทยจากการจัดทาความตกลงฯ คือ (1) การกระชับความร่วมมือกับฝ่ายสวีเดนด้านการข่าวและ ความมั่นคงในภาพรวม และ (2) การสนับสนุนการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติในไทย สาระสาคัญสรุปได้ ดังนี้ 1. การให้ความร่วมมือในการต่อต้านอาชญากรรม โดยการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ประสบการณ์และ ผู้เชี่ยวชาญ โดยกาหนดให้การส่งคาร้องขอต้องกระทาผ่านหน่วยงานกลางที่มีความเชี่ยวชาญและสามารถใช้ข้อมูลเฉพาะเพื่อวัตถุประสงค์ตาม คาขอเท่านั้น ยกเว้นแต่จะได้รับ “ความยินยอม” จากประเทศผู้ให้ข้อมูลก่อน ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามกฎหมายภายในที่กาหนดไว้ 2. ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะปกป้องรักษาข้อมูลที่ได้มาจากความ���กลงฯ ดังกล่าว และสามารถปฏิเสธ (right of refusal) การให้ข้อมูล หากพิจารณาแล้วเห็นว่าจะกระทบต่ออธิปไตยและความมั่นคงของประเทศหรือ/และอีกฝ่ายมีหลักเกณฑ์ในการ ปกป้องข้อมูลไม่เพียงพอ ในกรณีการให้ข้อมูลต่อประเทศที่สามจะต้องได้รับ “ความยินยอม” จากประเทศผู้ให้ข้อมูลก่อน ทั้งนี้ ให้เป็นไปตาม กฎหมายภายในของประเทศที่กาหนดไว้ 3. ร่างความตกลงฯ ดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับการให้ความร่วมมือในเรื่องทางอาญา การสืบสวนสอบสวน และการส่งผู้ร้ายข้ามแดนแต่อย่างใด 23. เรื่อง การจัดทาความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการและการพัฒนาระหว่างรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐอาหรับอียิปต์และรัฐบาลแห่ง ราชอาณาจักรไทย คณะรัฐมนตรี เห็นชอบและอนุมัติตามที่กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) เสนอดังนี้ 1. เห็นชอบร่างความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการและการพัฒนาระหว่างรัฐบาลสาธารณรัฐอาหรับอียิปต์และ รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย 2. อนุมัติให้ผู้อานวยการสานักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ กต. หรือผู้แทนลงนามในความตกลง ดังกล่าว 3. หากมีความจาเป็นต้องแก้ไขปรับปรุงร่างความตกลงฯ ในส่วนที่ไม่ใช่เนื้อหาสาระสาคัญของความตกลง ให้สามารถ ดาเนินการได้โดยไม่ต้องเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอีกครั้ง สาระสาคัญของเรื่อง


16 ร่างความตกลงฯ เป็นเอกสารกาหนดแนวทางความร่วมมือทางวิชาการและการพัฒนาระหว่ างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักร ไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ สรุปสาระสาคัญได้ ดังนี้ 1. เป็นกรอบแนวทางการดาเนินงานความร่วมมือ ในด้านเศรษฐกิ จ และวิช าการระหว่า งไทยกั บอียิ ป ต์ โดยการ แลกเปลี่ยนข้อมูลและเอกสารทางวิชาการในสาขาที่เกี่ยวข้อง การดาเนินงานโครงการและกิจกรรมต่างๆ รวมถึงงานวิจัย การฝึกอบรม และ ผู้เชี่ยวชาญตามที่ทั้งสองฝ่ายจะเห็นชอบร่วมกัน 2. การดาเนินงานความร่วมมือดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นฐานการร่วมรับผิดชอบค่าใช้จ่าย โดยประเทศผู้ส่งจะรับผิดชอบค่า เดินทางระหว่างประเทศและประเทศผู้รับจะรับผิดชอบค่าเบี้ยเลี้ยง ที่พัก และค่าใช้จ่ายในประเทศ 3. การดาเนินงานกิจกรรมต่าง ๆ จะเป็นการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่าง สพร. กต. และกระทรวงความร่วมมือระหว่าง ประเทศของสาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ 4. ร่างความตกลงฯ จะมีผลตั้งแต่วันที่ลงนามจนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งขอยกเลิกเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้า 6 เดือน

แต่งตัง้ 24. เรือ่ ง แต่งตัง้ 1. แต่งตั้งข้าราชการ (สานักนายกรัฐมนตรี) คณะรัฐ มนตรี อนุมัติต ามที่ส านักงาน ก.พ. เสนอแต่งตั้ง นายอนุสรณ์ สุขแสงทอง ที่ป รึกษาระบบราชการ (นัก ทรัพยากรบุคคลเชี่ยวชาญ) สานักงาน ก.พ. ดารงตาแหน่ง ที่ปรึกษาระบบราชการ (นักทรัพยากรบุคคลทรงคุณวุฒิ) สานักงาน ก.พ. สานัก นายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2555 ซึ่งเป็นวันที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นต้นไป 2. แต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดารงตาแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ (กระทรวงยุติธรรม) คณะรัฐมนตรีอนุมัติตามที่กระทรวงยุติธรรมเสนอแต่งตั้ง นายณรงค์ รัตนานุกูล รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามยาเสพติด สานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ดารงตาแหน่ง ที่ปรึกษาการป้องกันและปราบปราม ยา เสพติด (นักวิเคราะห์นโยบายและแผนทรงคุณวุฒิ) สานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กระทรวงยุติธรรม ตั้งแต่ วันที่ 30 กันยายน 2554 ซึ่งเป็นวันที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นต้นไป 3. แต่งตั้งข้าราชการให้ดารงตาแหน่งประเภทบริหาร ระดับสูง กระทรวงมหาดไทย คณะรัฐมนตรีอนุมัติตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ แต่งตั้งข้าราชการให้ดารงตาแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จานวน 10 ราย ดังนี้ 1.นายอนุวัฒน์ เมธี วิบูลวุฒิ อธิ บดี กรมที่ดิน ให้ดารงตาแหน่งรองปลัดกระทรวง (นัก บริหารสู ง) ส านัก งาน ปลัดกระทรวง 2. นายบุญเชิด คิดเห็น ผู้ว่าราชการจังหวัด จังหวัดลาปาง ให้ดารงตาแหน่งอธิบดี (นักบริหารสูง) กรมที่ดิน 3. นายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด จังหวัดระยอง ให้ดารงตาแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง สูง) จังหวัดลาปาง 4. นายเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัด จังหวัดตรัง ให้ดารงตาแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด ปกครองสูง) จังหวัดระยอง 5. นายธีระยุทธ เอี่ยมตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัด จังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้ดารงตาแหน่ง จังหวัด (นักปกครองสูง) จังหวัดตรัง 6. นายเชิดศักดิ์ ชูศรี ผู้ตรวจราชการกระทรวง สานักงานปลัดกระทรวง ให้ดารงตาแหน่ง จังหวัด (นักปกครองสูง) จังหวัดสุราษฎร์ธานี

(นัก ผู้ว่าราชการ ผู้ว่าราชการ


17 7. นายสมศักดิ์ ขาทวีพรหม ผู้ว่าราชการจังหวัด จังหวัดร้อยเอ็ด ให้ดารงตาแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจ ราชการสูง) สานักงานปลัดกระทรวง 8. นายวันชาติ วงษ์ชัยชนะ ผู้ตรวจราชการกระทรวง สานักงานปลัดกระทรวง ให้ดารงตาแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครองสูง) จังหวัดร้อยเอ็ด 9. นายชัยโรจน์ มีแดง ผู้ว่าราชการจังหวัด จังหวัดนครสวรรค์ ให้ดารงตาแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง สูง) จังหวัดพิษณุโลก 10. นายปรีชา เรืองจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัด จังหวัดพิษณุโลก ให้ดารงตาแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง สูง) จังหวัดนครสวรรค์ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นต้นไป ********


016_resolution_house_of_cabinet_17-04-55