Issuu on Google+

เครื่องแตงกาย

บาบ า ภูเก็ต ปยะนันท ลานยศ


บาบาภูเก็ต ! ชาวจีนที่เขามาอาศัยอยูในจังหวัดภูเก็ตมีลักษณะเชนเดียวกับชาวจีนที่อาศัยอยูในพื้นที่ ตางๆ มีการรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีดังเดิมของตนเองไวอยางตรงไปตรงมา การสรา งอามหรือศาลเจาเปนศูนยกลางของชุมชน เปนสถานที่ในการพบปะพูดคุยและทำกิจกรรม ตางๆ ตอมาไดมีการกอตั้งสมาคมตางๆขึ้น การสรางโรงเรียนจีนไดแก โรงเรียนฮัวบุนซึ่งตอมา เปลี่ยนชื่อเปนโรงเรียนภูเก็ตไทหัว ซึ่งพัฒนามาเปนพิพิธภัณฑภูเก็ตไทหัว ซึ่งโรงเรียนจีนที่จัด ตั้งขึ้นเพื่อเปดการเรียนการสอนใหกับบุตรหลานชาวจีนซึ่งมีจำนวนมากและมีการเรียนการ สอนที่ทันสมัยในยุคนั้น ซึ่งเปนการเรียนการสอนตามแบบปนังโดยในสมัยนั้นเปนของอังกฤษ หรือในหมูคนที่มีฐานะก็จะสงบุตรหลานไปเรียนที่ปนัง !


! วิถีชีวิตของชาวจีนในภูเก็ตคลายคลึงกับคนจีนในปนังเพราะสวนใหญอพยพมาจากปนัง หรือบางครอบครัวมีเครือญาติอาศัยอยูในปนัง ซึ่งยานเมืองเกา เปนยานที่ยังคงรักษา ประวัติศาสตรทางวัฒนธรรมของชาวภูเก็ต ไมวาจะเปนทางดานสถาปตยกรรม ประเพณีทอง ถิ่นและวัฒนธรรมทางภาษา อาหาร ประเพณีการกินผัก ความเชื่อเรื่องมาทรง วิถีความเปนอยู การแตงกายและการแตงงาน ซึ่งประเพณีการแตงงานเปนการผสานวัฒนธรรมไทยของฝาย แมและวัฒนธรรมจีนฝายพอ โดยการแตงงานแบบจีนโบราณเปนประเพณีการแตงงานที่ไดรับ นิยมของชาวภูเก็ตเชื้อสายจีนฮกเกี้ยนในอดีตยอนหลังไมต่ำกวา 70-80 ป ซึ่งในชวงเวลานั้น เปนยุคสมัยที่ชาวจีนมีอิทธิพลมากในเมืองภูเก็ตและไดรับการถายทอดประเพณีและวัฒนธรรม มาจากปนัง โดยเรียกลูกผสมที่เกิดจากพอชาวจีนและแมซึ่งเปนคนทองถิ่นชาวภูเก็ตวา บาบา หรือในภาษาสากลเรียกวา พวกเปอรานากัน


เครื่องแตงกายสตรีบาบาภูเก็ต ! การแตงกายของชาวเปอรานากันหรือบาบาในจังหวัดภูเก็ตเปนการรักษา ขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมอันเปนเอกลักษณอยางหนึ่ง ซึ่งเปนการผสมผสานการแตงกาย แบบจีนและแบบมาเลเซีย โดยผูหญิงยังคงนุงโสรงปาเตะแบบหญิงสาวชาวมาเลเซีย สวมเสื้อ คลุมตัวยาว แขนยาวผสานกับการแตงกายแบบชาวจีนในชวงสมัยราชวงศชิงตอนปลาย ! ดังนั้นรูปแบบที่เกิดขึ้นจึงเปนการแตงกายโดยประยุกตรูปแบบใหกลมกลืนกับสังคม และวัฒนธรรมของตนเอง โดยคำนึงถึงสิ่งแวดลอมรอบตัว จนพัฒนารูปแบบกลายเปน เอกลักษณของเครื่องแตงกายสตรีบาบารูปแบบตางๆ


เสื้อครุยยาว ! ในชวงยุคแรกเริ่มของหญิงชาวบาบาในจังหวัดภูเก็ตราวชวงป พ.ศ. 2443-2463 นิยม สวมเสื้อครุยยาว ซึ่งเปนชุดยาวลักษณะคลายชุดทูนิค ตัดหลวมๆ มีความยาวประมาณนอง แขนเสื้อยาวปลายเรียวสอบ คอเปนรูปตัววี ผาหนา ไมมีกระดุม นุงกับโสรงปาเตะ ตัวเสื้อนิยม ตัดดวยผาฝายหรือผามัสลินจากเยอรมัน ผาฝายพิมพลวดลายดอกไมหรือผาเขียนลายจากอิน โดนิเซีย ในยุคแรกนิยมผาหนาเขียนลวดลายดอกไม สีที่ไดรับความนิยมคือ สีน้ำตาล สีอิฐ ตอ มาผาปานบางไดรับความนิยม โดยมากจะนิยมปกลวดลายดอกไมเล็กๆ ประดับดวยชุดโกรสัง ซึ่งใชกลัดเสื้อแทนกระดุม

เสื้อครุยยาวมักใช้เป็นชุดเจ้าสาวในพิธีแต่งงานหรือพิธีการสําคัญ


เสื้ออครุยท่อนนิยมสวมทับเสื้อขอตั้งแขนจีบ

เสื้อครุยทอน ! เสื้อครุยทอนหรือเสื้อครึ่งทอน หรือที่เรียกในภาษาจีน ฮกเกี้ยนเรียกวา ปวตึ่งเต และใน ภาษามาเลยเรียกวา เคบายา มีลักษณะคลายเสื้อครุยยาว แตลดความยาวของเสื้อโดยสั้นขึ้น ประมาณสะโพก ยังคงสวมเสื้อตัวใน เครื่องประดับและทรงผมยังคงลักษณะเดิม เปลี่ยนแปลง เฉพาะขนาดความยาวของเสื้อใหสามารถสวมใสไดงายและสะดวกคลองตัวในการทำงานตางๆ เปนการประยุกตเสื้อสองตัวใหรวมกันเปนเสื้อตัวเดียวโดยผสมผสานระหวางเสื้อตัวในและเสื้อ คลุมขางนอก ตัวเสื้อมีลักษณะคอนขางหลวมไมเขารูป มีทั้งชนิดที่เปนผาปานบางและผาหนา พิมพลายดอกไม้


เสื้อคอตั้งแขนจีบ ! การสวมเสื้อคอตั้งแขนจีบจะสวมเปนเสื้อตัวในกอนสวมเสื้อครุยยาว เมื่ออยูกับบาน นิยมสวมเฉพาะเสื้อตัวในกับโสรง เสื้อสวมชั้นในเปนเสื้อสั้น คอตั้ง แขนยาว ปลายแขนจีบ และ เปนสีขาวหรือสีสันตางๆ มีกระดุมดานหนาและที่ปลายแขน 2 เม็ด ตัวเสื้อจะมีเฉพาะรังดุม เทานั้น เมื่อจะสวมจึงคอยนำกระดุมมาติด สวนใหญจะเปนกระดุมทองที่เรียกวา กระดุมกิมตูน จากลักษณะของเสื้อที่มีขอตั้งและแขนยาวจีบปลาย เปนการพัฒนารูปแบบของกี่เพาผสานกับ การรับรูปแบบเสื้อและการตัดเย็บเสื้อแบบตะวันตกที่มาในลักษณะเสื้อผาสำเร็จรูป ซึ่งพวก บาบาไดนำเอารูปแบบทั้งสองมาประยุกตและเลือกใชวัสดุนำเขาและเหมาะกับสภาพอากาศที่ ตนเองชื่นชอบ ไดแก ผาปานรูเปย ผาลูกไม เปนตน

เสื้อขอตั้งแขนจีบสวมเป็นเสื้อตัวในของเสื้อครุยหรือสวมเมื่ออยู่บ้าน


เสื้อเคบายาหรือเสื้อยาหยา ! เสื้อเคบายาหรือเสื้อยาหยา เปนเสื้อที่ไดรับการพัฒนาตอเนื่องมาจากเสื้อครุยทอน ให เปนเสื้อที่สามารถสวมใสไดในชีวิตประจำวัน มีลักษณะเขารูปพอดีตัวมากขึ้น ทิ้งชายเสื้อดาน หนายาวลงเปนรูปสามเหลี่ยมและผสมผสานกับการปกลวดลายของผาจากวัฒนธรรมจีนและ การตกแตงผาตามแบบมาเลเซีย ซึ่งนิยมการปกผาและประดับดวยลูกปดหรืออัญมณี พัฒนา ตอเนื่องมาใชเทคโนโลยีที่ทันสมัยดวยการใชเครื่องจักรเกิดเปนรูปแบบการปกฉลุ และการ ตกแตงริมผาในลักษณะตางๆ ซึ่งสามารถแบงออกไดเปน 3 รูปแบบ


เคบายาชนิดติดริมผ้าด้วยลูกไม้

เคบายาลินดา ! เคบายาลินดาเปนรูปแบบเสื้อที่ไดรับความนิยมในชวงประมาณ พ.ศ. 2463-2473 นิยมใชผาปานสีตางๆหรือเปนผาลายดอกไมประดับดวยลูกไมจากยุโรปบริเวณสาบเสื้อริม สะโพกและปลายแขน โดยเปนเสื้อผาหนา ไมมีกระดุม ไมเขารูปมากนัก ใชชุดโกรสังหรือ เครื่องประดับที่มีลักษณะเปนเข็มกลัด 3 ชิ้น เปนชุดตางๆ เชน ชุดดอกไม ชุดใบไม ชุดแมลง กลัดติดเสื้อแทนกระดุม


เคบายาบีกู ! เคบายาบีกูเปนเสื้อที่นิยมในชวง พ.ศ. 2473-2483 โดยยังคงเปนเสื้อผาหนา ไมมี กระดุม ไมเขารูปมากนัก ใชชุดโกรสังหรือเครื่องประดับที่มีลักษณะเปนเข็มกลัด 3 ชิ้น กลัดติด เสื้อแทนกระดุม และดวยเทคโนโลยีที่มีความทันสมัยขึ้นทำใหรูปแบบการตกแตงเสื้อเปลี่ยนไป โดยจะมีการฉลุลายเล็กๆ ริมขอบสาบเสื้อดานหนา รอบสะโพกปละปลายแขนเสื้อ คลา ยลายคัตเวิรค โดยเปนการเย็บริมชายผาดวยจักร ซึ่งลายที่ไดรับความนิยมอยางมากคือ ลาย หอยแครง เคบายาชนิดเก็บริมผ้าคล้ายคัตเวิร์ค


เคบายาซูแลม เคบายาซูแลม เปนรูปแบบเสื้อที่ได รับความนิยมอยูในชวงประมาณ พ.ศ. 2483-2500 มีลักษณะคลายกับเคบายาลิน ดาและเคบายาบีกู แตมีลายฉลุที่ปราณีต สวยงามมากกวา โดยเนนการฉลุลายดวย สีสันสวยงามทั้งดานหนาและดานหลัง เสื้อ ลักษณะนี้ปรากฏในภูเก็ตจนถึงประมาณ หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เสื้อยาหยาชนิดเค บายาบีกูและเคบายาซูแลมคอนขางเนน ทรวดทรงมาก และเสื���อตัวในซึ่งเปนเสื้อ ซับในเปลี่ยนแปลงจากเสื้อคอกระเชา ริมติด ลูกไมเล็กๆมาเปนบราเซีย บางคนสวมเสื้อ ยาหยาชนิดผาปานบาง ทำใหการสวมเสื้อ บราเชียเปนชุดชั้นในดูคอนขางโป ! หลักจากนั้นเสื้อผาลูกไมและเสื้อ ลูกไมตอดอกเขามามีอิทธิพลแทนเสื้อ ยาหยา เสื้อทั้งสองชนิดนี้เปนเสื้อที่ผูหญิง ชาวภูเก็ตประยุกตมาจากเสื้อยาหยาทั้งสาม ชนิด สำหรับชาวภูเก็ตแลวเสื้อผาลูกไมไดรับ ความนิยมมากกวาเสื้อยาหยา ทั้งนี้เพราะ เปนเสื้อที่หาไดงายและสวมใสไดหลาย โอกาส

เคบายาชนิดปักฉลุลายรอบตัว


ผาโสรงหรือผาปาเตะ ! ผาโสรงหรือผาปาเตะ เปนคำที่ใชเรียกผาชนิดหนึ่งที่มีวิธีการทำโดยใชเทียนปดสวนที่ไม ตองการใหติดสีและใชวิธีการแตมระบายหรือยอมในสวนที่ตองการใหติดสี ผาบาติกบางชิ้นอาจจะผานขั้นตอนการปดเทียน แตมสี ระบายสีและยอมสีหลายครั้ง สวนผา บาติกอยางงายอาจทำโดยการเขียนเทียนหรือพิมพเทียน แลวจึงนำไปยอมสีที่ตองการ ! คำวาบาติก (Batik) หรือปาเตะ เดิมเปนคำในภาษาชวาใชเรียกผาที่มีลวดลายที่เปนจุด คำวา “ติก” มีความหมายวา เล็กนอยหรือจุดเล็กๆมีความหมายเชนเดียวกับคำวา ตริติก หรือ ตาริติก ดังนั้นคำวาบาติกจึงมีความหมายวาเปนผาที่มีลวดลายเปนจุดเล็กๆ


ผ้าปาเต๊ะลวดลายดอกไม้และสัตว์ชนิดต่างๆ

! ในสมัยกอนผูหญิงภูเก็ตนิยมซื้อผาปาเตะจากเมืองไทรบุรี รัฐเกดาห ในประเทศ มาเลเซีย ดวยวาเปนผาชนิดดี สีสันสวยงามไมลอกนุงไดทั้งสองดาน ราคาคอนขางแพง ผา ปาเตะชนิดดีตองนิ่มมือ มีกลิ่นหอม ริมขอบผาเล็ก เนื้อดี ใชสอยไดเปนเวลานานไมต่ำกวา 50 ป ปจจุบันสามารถผลิตผาปาเตะไดในเมืองไทย แตชาวภูเก็ตโบราณยังนิยมปาเตะเมืองไทรบุรี อยู แตคนรุนหลังนั้นมักใหความสำคัญกับราคาที่ยอมเยาว มากกวาความคงทน ซึ่งลวดลายที่ ไดรับความนิยมอยางมากคือ ลายดอกไม ใบไมและสัตวตางๆ !การเย็บผาปาเตะใหสวยตอง ไมเย็บดวยจักรเย็บผา จะใชวิธีสอยอยางละเอียดดวยมือจนมองไมเห็นรอยตอเรียกวา การรอย ผาถุง การนุงผาปาเตะใหสวยงามถูกตอง ตองรูจักสวนประกอบของผาถุงซึ่งประกอบดวยสวน ทายและสวนพื้น การนุงผาถุงปาเตะ จะตองนุงใหสวนที่เปนทายอยูที่สะโพกดานซาย และ เลือกเสื้อที่สวมใหเขากับสีของผาถุง เชน หากผาถุงมีลวดลายหรือพื้นเปนสีสม เสื้อตองอยูใน โทนสีสมดวย เปนตน


รองเทา ! รองเทาของหญิงสาวชาวบาบานั้น ผูสวมใสตองตัดเย็บและปกลวดลายเองโดยไดรับ การถายทอดวัฒนธรรมจากรุนสูรุน ผูหญิงบาบาเมื่อยางเขาสูวัยรุนจะไดรับการถายทอดความ รูในการเย็บปกถักรอยเครื่องใชตางๆ เชน รองเทา การฉลุผา คัตเวิรค การปกลูกปด การเย็บ หมอน ปลอกหมอน มานหนาตาง จากยาย แม ปาหรือญาติที่เปนผูหญิง ซึ่งเปนสมาชิกในบาน เพื่อเตรียมตัวที่จะเปนเจาสาวในอนาคต ความรูเหลานี้เปนสิ่งจำเปนอยางยิ่งสำหรับหญิงสาว บาบา เพราะเปนคุณสมบัติที่จะตองมีติดตัวกอนที่จะออกเรือน รวมทั้งสืบทอดสิ่งเหลานี้สู ลูกสาวของตนตอไปในอนาคต ! รองเทาในระยะแรกที่กลุมผูหญิงจีนอพยพเขามาในภูเก็ตนั้นเปนรองเทาขนาดเล็ก เพราะผูหญิงเหลานั้นถูกมัดเทาใหเล็ก ดวยคานิยมทางวัฒนธรรมจีนที่ถือวาผูหญิงเทาเล็ก เปนผูหญิงสวย รองเทาแบบนี้เย็บดวยผาสีดำหรือน้ำเงินเขม ปกลวดลายดอกไม ลายสัตว ดวยสีแดง มีสนที่ทำดวยไม รองเทาแบบนี้จะสวมกับการแตงกายแบบหญิงชาวจีน เชน กางเกงแพรจีนสีดำ เสื้อแพรจีนที่มีกระดุมปายขางหรืออาจจะเปนเสื้อแพรจีนสีขาวที่มีกระดุม ปายขางเชนเดียวกัน


รองเท้าแตะลายปักยุคแรกใช้ดิ้นเงินหรือทองปักลวดลายดอกไม้หรือรูปสัตว์และประดับด้วยการฝังโลหะรูปสัตว์ต่างๆ

! หลังจากประเพณีมัดเทาหมดไป รองเทาที่เปนที่นิยมคือรองเทาแตะ ลักษณะเปน รองเทาสนเตี้ย ลักษณะหัวรองเทาคลายรองเทาบัลเลตของยุโรป คือสวนหัวมีลักษณะเปนรูป ตัวยู พื้นที่บริเวณสวนหัวใชผาแพรปกลวดลายดวยเสนไหมสีตาง ๆ ลวดลายที่ปกมีทั้งดอกไม สัตวมงคล เชน ปลา คางคาว ผีเสื้อ เปด กวาง รองเทาแบบนี้นิยมสวมกับชุดครุยในภาษามลายู เรียกวา Kasut Kodok และวิวัฒนาการมาเปนรองเทาแตะชนิดมีสนเตี้ย ๆ ปกดวยเสนโลหะสี ทอง เงิน ในภาษามลายูเรียกวา Kasut Seret ! รองเทาที่นิยมของสาวชาวบาบาในปจจุบันคือรองเทาแตะที่ปกลวดลายดวยลูกปด นิยม สวมกับเสื้อปวตึ่งเต (เสื้อเคบายา) รองเทาชิดนี้ใชลูกปดหลากสีปกลวดลายที่ตองการ รูปราง ของรองเทาเหมือนกับรองเทาที่ปกดวยเสนไหม แตใชลูกปดปกแทนการปกดวยเสนดาย การ ผลิตรองเทาลูกปดนาจะไดรับอิทธิพลมาจากยุโรป สวนการปกรองเทาดวยเสนไหมไดรับ อิทธิพลมาจากจีน


! รูปแบบของเครื่องแตงกายของสตรีบาบาภูเก็ตนั้นไดรับอิทธิพลมาจากรูปแบบเครื่อง แตงกายชาวจีนตั้งแตราชวงศหมิงของจีนผสานกับรูปแบบเครื่องแตงกายทองถิ่นของมาเลเซีย โดยพัฒนารูปแบบของเครื่องแตงกายใหเขากับสภาพอากาศ วัสดุและเทคนิคการเย็บปกที่ ตนเองมีความถนัด มีการนำเขาวัสดุและใชวัสดุที่ผลิตไดภายในทองถิ่น จนเกิดเปนรูปแบบ เครื่องแตงกายที่เปนเอกลักษณและถายทอดวัฒนธรรมโดยตรงมาจากปนังและมะละกามายัง ภูเก็ต ! ดังนั้นรูปแบบเครื่องแตงกายจึงเหมือนกับที่ปนังและมะละกา โดยที่ผูหญิงในระยะแรก จะสวมชุดแบบจีนคือ สวมกี่เพา สวมกางเกงแพรและมัดเทา ตอมาพัฒนามาใหเขากับทองถิ่น สวมเสื้อครุยยาวและนุงปาเตะ รูปแบบของเสื้อครุยถูกปรับรูปแบบมาเรื่อยๆจนกระทั่งมาสิ้น สุดที่เสื้อเคบายาซูแลม ซึ่งเปนรูปแบบเสื้อที่มีการใชเทคนิคตกแตงเสื้อผาที่ทันสมัย ดวยการ ปกฉลุและรูปแบบเขารูป สามารถสวมใสไดอยางสะดวกในชีวิตประจำวัน สวนเครื่องประดับ จะมีรูปแบบที่สงตอมาจากปนังและมะละกาสูภูเก็ตเชนเดียวกัน เครื่องประดับจะมีการผสม ผสานหลากวัฒนธรรม รูปแบบศิลปกรรมทองถิ่น จีน อินเดียและตะวันตก เนื่องดวยการ คาขายที่เจริญรุงเรืองจึงสามารถนำเขาและซื้อขายและเปลี่ยนสินคามีคาไดอยางเสรีในบริเวณ นี้ โดยพวกบาบาไดเลือกเครื่องแตงกายและเครื่องประดับที่มีลวดลายสัตวตางๆ ลวดลาย พรรณไมและลวดลายเบ็ดเตล็ดที่เขากับคติความเชื่อในวัฒนธรรมจีนเกี่ยวกับลวดลายที่เปน สิริมงคลซึ่งมีวัฒนธรรมจีนเปนวัฒนธรรมรากฐานดั้งเดิม โดยการสงตอวัฒนธรรมการใชเครื่อง ประดับและการสรางลวดลายมาจากปนังและมะละกา อยางเชน ลวดลายของนกที่ปรากฏใน ชุดโกรสัง ซึ่งเปนเครื่องประดับที่รับอิทธิพลจากตะวันตก เขามายังปนังดวยการคาขายกับ พอคาชาวอินเดีย ปรับรูปแบบ เลือกใชลวดลายสัตวสิริมงคลใหเขากับวัฒนธรรมของจีน เปนตน โดยใชวัสดุที่หาไดในทองถิ่นไดแก ทองคำ และนำเขาอัญมณี เครื่องประดับที่ตรงตาม คติความเชื่อและรสนิยม


สถานที่ : บานชินประช��� 98 ถ.กระบี่ ต.ตลาดเหนือ ! อ.เมือง จ.ภูเก็ต 83000 ! โทร. 076-211281,076-211167 เอื้อเฟอขอมูล : คุณจรูญรัตน ตัณฑวณิช นางแบบ : คุณศุภางคพรรณ ขอศานติวิชัย


The Phuket Baba women costume