Issuu on Google+

1


สารบัญ History Explore Culture People Insight Life Style อาหารทีน ่ ิยม เส้นทางคมนาคม ความเชื่อ มรดกทางวัฒนธรรม ที่อยู่อาศัย สิ่งที่น่าสนใจ บทสัมภาษณ์

2 16 20 26 31 35 39 47 51 55 59 63 67


2


3


4


5


6


7


8


9


10


11


12


13


14


15


16


เริ่มจากการล่องเรือคลองบางกอกใหญ่ เริ่มจากการการ เดินทางจากท่าเรือสาทรนั่งเรือลัดเลาะไปตามแม่ นา้ เจ้ าพระยาสายใหญ่ เข้ าสู่ คลองบางกอกใหญ่ ส่ ู ตลาดพลู ตลาดพลูเป็ นชื่ อย่ านหรือตาบลอยู่ในคลองบางกอก ใหญ่ (บางทีเรียกรวมๆ ว่า บางหลวง ชื่อเรียกปาก คลอง)ตั้งอยู่ริมคลองบางกอกใหญ่ บริเวณถนนเทอด ไท ฝั่งธนบุรีในปัจจุบัน ย่ านตลาดพลู หมายถึงย่ าน ตลาดขายพลูเคีย้ วกับหมาก, ปูน ต่ อมาเจริญขึน้ เลยไม่ ได้ ขายพลูอย่างเดียว แต่ เป็ นย่านการค้ าในคลองบางกอก ใหญ่ เพราะมีเรือเป็ นพาหนะขึน้ ล่องไปมาสะดวกถึงปากคลองตลาดในกรุ งเทพฯ ในย่านตลาดพลูมีวดั ทีส่ าคัญอยู่แห่ งหนึ่ง คือ วัดอินทาราม วรวิหาร หรือชื่อเดิมคือ "วัดบางยีเ่ รือนอก" เป็ นวัดเก่าแก่ ตั้งแต่ สมัยกรุ งศรีอยุธยาเป็ นราชธานี วัดแห่ งนีม้ ีความสาคัญ มากๆ ในสมัยกรุ งธนบุรีเป็ นราชธานี เนื่องจาก สมเด็จพระเจ้ า ตากสิ นมหาราช โปรดเกล้าฯ ให้ บูรณปฏิสังขรณ์วดั แห่ งนีใ้ หม่ ทั้งหมด และเสด็จฯ มาประกอบพระราชกุศล รวมทั้งทรง ปฏิบัติกรรมฐานทีว่ ดั แห่ งนีอ้ ยู่เป็ นประจา ทุกวันนี้ยงั ปรากฏ พระราชอาสน์ ทพี่ ระองค์ ทรงประทับทรงศีลอยู่ภายในวัดด้ วย

17


วัดทีน่ ่ าสนใจอีกแห่ งหนึ่ง คือ วัดราชคฤห์ วรวิหาร หรือ "วัดบางยี่ เรือใน" สร้ างขึน้ โดยนายกองมอญในสมัยกรุ งศรีอยุธยา บางคนจึง เรียกว่า "วัดบางยีเ่ รือมอญ" มีการบูรณะครั้ งใหญ่ในสมัยกรุ ง ธนบุรีเป็ นราชธานี โดย พระยาสี หราชเดโช หรือ "พระยาพิชัย ดาบหัก" เป็ นตัวตั้งตัวตีในการบูรณะพระประธานในวัด โดยปกติ ท่ าเป็ นคนช่ างสั งเกตุ จะเห็นว่ าพระพุทธรู ปปางนอนส่ วนมากจะนอนท่าตะแคง แต่ ทวี่ ัดราชคฤห์ มีพระพุทธรู ป ปางนอนทีแ่ ปลกไม่ เหมือนที่ไหน นั่นคือ พระพุทธรู ปปางถวายพระเพลิง

ในย่านตลาดพลู นอกจากวัดแล้ว สิ่ งที่เป็ นไฮไลต์ ของทีน่ ี่กค็ ือ สถานีรถไฟตลาดพลู ซึ่งเป็ นสถานีรถไฟเล็กๆ แต่ พลุกพล่ าน ไปด้ วยผู้คนมากมาย รถไฟสายนีว้ งิ่ ตรงจากวงเวียนใหญ่ ไป สุ ดปลายทางทีม่ หาชัย จังหวัดสมุทรสงคราม ร้ านอาหาร สาหรับคนเดินทาง ร้ านขึน้ ชื่อของที่นีก้ ต็ ้ องเป็ น ร้ านขนม หวานตลาดพลู ซึ่งมีขนมหวานของไทยหลากหลายชนิด เช่ น ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ขนมชั้ น ข้ าวเหนียวสั งขยา เป็ นต้ น รับประกันความอร่ อยด้ วยจานวนลูกค้ าที่รอ คิวยาวเหยียดมาตลอดกว่า 60 ปี

18


วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร เป็ นวัดทีส่ มเด็จเจ้ าพระยาบรมมหาประยุรวงศ์ (ดิศ บุนนาค) เมื่อครั้งดารงตาแหน่ ง เป็ นเจ้ าพระยาพระคลัง ว่ าที่กรมท่ า และสมุหพระกลาโหม ได้ อุทศิ สวนกาแฟสร้ างเป็ นวัดขึน้ เมื่อ พ.ศ. 2371 ซึ่ง มีอาณาเขตติดกับบ้ านสมเด็จเจ้ าพระยาฯ ครั้นเมื่อ พ.ศ. 2375 ได้ ถวายเป็ น พระอารามหลวงในสมัยรัชกาล พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้ าเจ้ าอยู่หัวพระราชทานนามว่า "วัดประยุรวงศาวาส"ชาวบ้ านนิยมเรียกว่า "วัดรั้ว เหล็ก" เพราะมีร้ ัวเหล็กเป็ นกาแพงวัดอยู่ รั้วเหล็กนีส้ ู งประมาณ 3 ศอกเศษ ทาเป็ นรู ปอาวุธคือ หอก ดาบ และ ขวาน

"ศาลเจ้ ากวนอู" ปากคลองสาน กรุ งเทพมหานคร"ศาลเจ้ ากวนอู" เป็ นศาลเก่าแก่ มีประวัติความเป็ นมากว่า 268 ปี ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่ นา้ เจ้ าพระยาในชุ มชมสมเด็จย่าใกล้กบั สวนสมเด็จย่า หลังวัดอนงคารามย่านคลองสาน ฝั่ง ธนบุรีเทพทีป่ ระดิษฐานมีท้งั สิ้น 3 องค์ คือ เทพเจ้ ากวนอู อยู่บริเวรกึง่ กลางของศาลเจ้ า องค์ ทมี่ ีอยู่เดิมแต่ ต้นจะอยู่ ด้ านในสุ ด มี 3 องค์ ทีเ่ ห็นมีอยู่มากมายนั้นเป็ นองค์ เทพทีม่ ี ผู้มีจิตศรัทธานามาถวายในภายหลัง องค์ เทพถัดไป ด้ านซ้ าย คือ โหงวเอีย้ งใต๋ ตี่ ด้ านขวาสุ ดคือ องค์ เจ้ าแม่ ทับทิมภายในศาลตกแต่ งแบบสถาปัตยกรรมจีน คือใช้ สัตว์ ทีเ่ ป็ นลักษณะเด่ น คือ มังกร เพราะเป็ นสั ตว์ มงคลในอุดม คติของชาวจีน

19


20


Culture

เขตอนุรักษ์ เมืองเก่ า แหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรม เป็ นแหล่งชุมชนเก่าแก่ที่มีคนมาอาศัยกันอย่างหนาแน่น เต็มไปด้วยอิทธิพลทางศิลปวัฒนธรรมที่เป็ น ความเชื่อของชาวจีน ที่มีความสอดคล้องกับ ความเป็ นอยูข่ องคนไทยมาอย่างยาวนาน ผสมผสานมาจากสายเลือดและความเป็ นเชื่อสาย ไทย-จีน ที่ไม่แตกต่างหรื อแตกแยก

เขตที่เป็ นจุดสมดุลระหว่างสองเชื้อชาติ

ไทย – จีน ผูค้ นอาศัยอยูร่ ่ วมกัน ซึ มซับวัฒนธรรมของ กันและกัน หลอมรวม ก่อเกิดเป็ นแบบแผน ในการดาเนินชีวติ แบบ “ฝั่งธน”

21


ศาลเจ้ ากวนอู Gong Wu Shrine ศาลเจ้าเก่าแก่ ที่ประวัติความเป็ นยาวนานกว่า 260 ปี ตามตานานเล่าสื บต่อกันมาว่า ในเก๋ งศาลเจ้ากวนอู มีเจ้าพ่อกวนอูอยูด่ ว้ ยกัน 3 องค์ แต่ละองค์ถูกอัญเชิญมาในช่วงเวลาที่ต่างกัน

วิธีขอพรจากเทพเจ้ ากวนอูของทีน่ ี่ มีความพิเศษแตกต่างจากที่อื่นตรง ที่วา่ ผูท้ ี่จะขอพรต้องเข้าไปจับที่เท้าของ เทพเจ้าเจ้ากวนอูแล้วอธิษฐาน

ข้ อห้ าม สาคัญสาหรับการขอพรจากเทพเจ้ากวนอูของศาลเจ้าแห่งนี้คือ ผูห้ ญิงที่ อยูใ่ นช่วงที่มีรอบดือน ห้ามแตะต้องท่านเป็ นอันขาด ทาให้การมาขอพรจากที่ศาลเจ้าแห่งนี้ หากเป็ นผูห้ ญิง จะต้องวางแผนการเดินทางให้ดีๆเสี ยก่อน ^^ บ้านทรงจีนโบราณก่ออิฐถือปูนหลังหนึ่ง ข้างศาลเจ้ากวนอู มีลวดลายสลักบนกาแพงสวยสดงดงามมาก มีคาล่าลือถึงเจ้า ของเดิมว่าเป็ นบุคคลใดกันแน่ บ้างก็วา่ เคยเป็ นบ้านเดิมของพระ เจ้ากรุ งธนบุรี แต่บา้ งก็วา่ เป็ น บ้านของเศรษฐีโรงน้ าปลาคนหนึ่ง 22


วัดประยูรวงศาวาสวรวิหาร

เขามอ เขาจาลองกลางสระน้ า แวดล้อมไปด้วยแมกไม้

อันร่ มรื่ น เป็ นที่ประดิษฐานพระสถูปเจดีย ์ พระพุทธ ปรางค์ พระวิหารหลวงจาลอง สังเวชนียสถานจาลอง และ ศาลารายน้อยใหญ่ สถานที่มีกลิ่นอายที่ผสมผสานกัน ระหว่างความเป็ นจีนและไทย

ตลาดพลู หรื อที่เรี ยกกันว่า ตลาดรัชดาภิเษก เป็ นสถานที่คา้ ขายของชาวฝั่งธนบุรีอนั เก่าแก่มาตั้งแต่ สมัยธนบุรี ที่มาของชื่อตลาดพลูได้มาจากการที่เป็ นสวนปลูกพลูและเป็ นท่าเรื อขนส่ งพลู ปั จจุบนั เป็ นย่านที่อยูอ่ าศัยของคนไทยเชื้อ สายจีน ซึ่ งประกอบอาชีพค้าขายเป็ นส่ วนใหญ่ โดยเฉพาะค้าขายอาหาร ตลาดพลูจึงกลายเป็ น หนึ่งในแหล่งซื้ อขายของเส้นไหว้แหล่งใหญ่ ใน เทศกาลสาคัญของชาวจีน ซึ่งจะมีผคู้ นจานวน มากมาจับจ่ายซื้ อของเมื่อถึงหน้าเทศกาล

23


“เช็ง” หมายถึง สะอาด บริสุทธิ ์ “เม้ง” หมายถึง สว่าง เช็งเม้ง หมายความถึง ช่วงเวลาแห่งความแจ่มใส รืน่ รมย์ เทศกาลเช็งเม้งเป็นประเพณีทส่ี าคัญมากทีส่ ุดของของชาว จีน ในประเทศจีนจะเป็นฤดูใบไม้ผลิ อากาศจะคลายความหนาวเย็น เริม่ เข้าสู่ความอบอุ่น มีฝนตกปรอย ๆ มีบรรยากาศสดชื่น ท้องฟ้าใส สว่าง ( เป็ นที่มาของชื่อ สารท เช็งเม้ง ) แต่เมืองไทยนี่สคิ ่ะ วันเช็ ง เม้ง แสนจะร้อนเหลือเกิน แต่พวกเราชาวไทยเชื้อสายจีน ก็สู้ท่จี ะ ไหว้บรรพบุรุษทีส่ ุสาน (ฮวงซุย้ หรือ ฮวงจุย้ ) เพื่อ แสดงถึงการการ บูชาและแสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรษุ ทีล่ ่วงลับไปแล้วของชาวจีน โดยมีอทิ ธิพลมาจากลัทธิขงจือ้ ที่เน้นเรื่องความกตัญญูเป็ นสาคัญ และเปรียบเสมือ นเป็ นวันครอบครัว ใหญ่ อีกวันหนึ่ง ที่ค นจีนส่ ว น ใหญ่ จะหยุดงานมาร่วมพิธกี นั หรือถือว่าเป็ นวันพบญาติของคนจีน ก็ว่าได้

24


สาหรับในประเทศไทยเทศกาลเช็งเม้ง ถือวันที่ 5 เมษายนของทุกปี เป็ นหลัก แล้วนับวัน ก่อนถึง 3 วัน และเลยไปอีก 3 วัน รวมเป็ น 7 วัน (2 - 8 เมษายน)

ก่ อ นวัน พิ ธี ลู ก หลานทั้ง หลายจะมี ก ารท าความ สะอาด ปัดกวาดเช็ดถู ขัดหิ นอ่อน ตัดหญ้ารกที่ข้ ึนตาม สุ สาน ลงสี ที่ป้ายชื่ อให้ดูใหม่ – คนตายแล้วลงสี เขียว หรื อ สี ท องขลิ บ เขี ย ว คนเป็ นลงสี แ ดง ตกแต่ ง ด้ว ย กระดาษม้วนสายรุ ้ง สุ สานคนเป็ น – แซกี – ใช้สายรุ ้งสี แดง :: สุ สานคนตาย – ฮกกี – ใช้หลากสี ได้ แปะบน หลุมฝังศพของบรรพบุรุษ อาจจะเป็ นการให้เห็นได้ชดั ว่า วันนี้ ลูก หลานมาไหว้บรรพบุ รุษเป็ นการบอกให้รู้ ว่า หลุมศพนี้มีลูกหลานมาเซ่นไหว้แสดงความระลึกถึง ความกตัญญูแล้ว

หลังจากนั้นในวันพิธีจะมีการเซ่ นไหว้อาหารหวาน คาว ที่หลุมฝั งศพ เพื่อเป็ นการ ราลึกถึ งคุ ณงามความดี ของบรรพบุรุษ และเป็ นการส่ งอาหารให้ทุกปี เพื่อมิให้ อดอยาก เมื่อไปอยูอ่ ีกภพหนึ่ ง และก่อนลาของไหว้ เรา ต้องลาในส่ วนกระดาษเซ่ นไหว้นามาทาการเผา ครั้น เสร็ จ สรรพก็ จ บลงด้ ว ยการจุ ด ประทัด เพื่ อ ขับ ไล่ สิ่ ง อัปมงคล เป็ นอันเสร็ จพิธีที่เหลือคือร่ วมดื่มทานอาหารที่ ลานด้ า นหน้ า โดยพร้ อ มเพรี ยง ร่ วมกั บ บรรพบุ รุ ษ

ส่ ว นคนชอบตัว เลข นิ ย มดู แ ถบแพร ที่ ค ลี่ อ อก หลังจากประทัดนัดสุ ดท้ายระเบิด แม่นไม่แม่นก็วา่ กันไป

25


26


People

ฝั่งธนบุรี พื้นที่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ าเจ้าพระยาที่อยูใ่ นเขตกรุ งเทพมหานคร เดิมมีฐานะเป็ น จังหวัดธนบุรี ภายหลังรวมเข้ากับจังหวัดพระนครเป็ นนครหลวงกรุ งเทพธนบุรี และ กรุ งเทพมหานคร คนส่ วนใหญ่เป็ นคนไทยเชื้อสายจีนและชาว อิสลาม มีอาชีพค้าขายเป็ นหลักโดยเฉพาะในส่ วน ของตลาดพลู แหล่งรายได้สาคัญจึงมาจากนักท่องเที่ยวทั้ง ชาวไทยและชาวต่างชาติรวมถึงรายได้ที่หมุนเวียน ภายในชุมชนเอง ความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ ซึ่งตั้งอยู่ บริ เวณจุดเชื่อมต่อระหว่างแม่น้ าเจ้าพระยา กับลาคลองสายต่างๆ ทาให้พ้ืนที่ยา่ นตลาด พลูกลายเป็ นชุมทางการค้าและการคมนาคม ที่สาคัญ

27


People

ฝั่งธนบุรี พื้นที่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ าเจ้าพระยาที่อยูใ่ นเขตกรุ งเทพมหานคร เดิมมีฐานะเป็ น จังหวัดธนบุรี ภายหลังรวมเข้ากับจังหวัดพระนครเป็ นนครหลวงกรุ งเทพธนบุรี และ กรุ งเทพมหานคร คนส่ วนใหญ่เป็ นคนไทยเชื้อสายจีนและชาว อิสลาม มีอาชีพค้าขายเป็ นหลักโดยเฉพาะในส่ วน ของตลาดพลู แหล่งรายได้สาคัญจึงมาจากนักท่องเที่ยวทั้ง ชาวไทยและชาวต่างชาติรวมถึงรายได้ที่หมุนเวียน ภายในชุมชนเอง ความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ ซึ่งตั้งอยู่ บริ เวณจุดเชื่อมต่อระหว่างแม่น้ าเจ้าพระยา กับลาคลองสายต่างๆ ทาให้พ้ืนที่ยา่ นตลาด พลูกลายเป็ นชุมทางการค้าและการคมนาคม ที่สาคัญ

28


ด้วยความอุดมสมบูรณ์ ดังกล่าวส่ งผลต่อการอพยพเข้ามาตั้ง ถิ่นฐานของผูค้ นในย่านตลาดพลู ทุกระดับชั้น ตั้งแต่กลุ่มราชสานักใน สมัยศักดินาก่อน พ.ศ. 2475 ขุนนาง ราษฎรไทยทัว่ ไป ชาวต่างชาติต่างศาสนา

คนจีน ส่ วนใหญ่เป็ นจีนแต้จิ๋ว ค้าขาย เครื่ องเซ่นไหว้ ขนมมงคล ตลอดจนการเป็ นเจ้าของกิจการ โรงเลื่อย โรงสี โรงปลาทู โรงน้ าปลา โรงงานอุตสาหกรรมในครัวเรื อน

งานประเพณี กวนข้าวอาซูรอ มัสยิดสวนพลู

ชาวมุสลิม ยังคงรักษาอัตลักษณ์ความเป็ น กลุ่มชาติพนั ธุ์ไว้ได้อย่างเหนียวแน่น โดยแสดงอัตลักษณ์ของตนผ่าน ขนบธรรมเนียม จารี ตประเพณี ต่างๆ และ...ขนม

29


ขนมบดิน

เนื้อเค้กนุ่มแน่น เหมือนเนื้อบัตเตอร์เค็ก

เมนูน้ ีถา้ จะหาซื้ อทานต้องไปละแวก ชุมชนมัสยิดสวนพลู ธนบุรี ของดีที่สืบต่อกัน มานานของชาวมุสลิม ต้นกาเนิดของขนมชนิดนี้มาจากพ่อครัวชาวมุสลิมคนหนึ่งไปเป็ นพ่อครัวใน ห้องอาหารฝรั่ง ทาให้ได้เรี ยนรู ้วธิ ี ทาเค้กมา แล้วนามาปรับปรุ งใส่ นมข้นหวาน เนยกี ส่ วนชื่อ "ขนมบดิน" คาดว่าน่าจะได้มาจากกระบวนการทาขนมในอดีตที่ใส่ ในหม้อ ดินอบโดยเอาถ่านมาวางบนฝาหม้อเป็ นไฟบน ทาให้เรี ยกกันว่าขนมหม้อดิน เรี ยกไปเรี ยก กลายเป็ น...ขนมบดิน

แต่ ... ขนมคนไทยของเราก็ไม่ แพ้เชื้อชาติใด ในโลกนะ ^^

30


31


Insight @ ท่ าเรือสาทร

ป้อมวิไชยประสิทธิ์ เป็ นป้อมสาคัญที่ใช้ ป้องกันข้ าศึกตามริมแม่ นา้ เจ้ าพระยา

ประตูกนั ้ นา้ เป็ นภูมปิ ั ญญาตัง้ แต่ สมัยอดีตที่ถูกพัฒนาจนถึงปั จจุบ32นั เพื่อ


Insight @ วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร

วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร มีพระบรมมหาธาตุมหาเจดีย์ เป็นมรดก โลกที่สาคัญ ภายในเจดีย์มีการก่ออิฐและ วางเสารับน้าหนัก ด้วยเทคนิคที่ดี ทาให้ตัวเจดีย์สามารถคงอยู่ ได้หลายร้อยปี ซึ่งก็ยังคงอยู่มาจนถึงปัจจุบันนี้ 33


Insight @ ศาลเจ้ ากวนอู

ศาลเจ้ากวนอู เป็นศาลเจ้าที่มีอายุกว่า 268 ปี ตั้งอยู่ริมฝั่ง แม่น้าเจ้าพระยา ตามต้านานกล่าวว่ามีเจ้าพ่อกวนอู อยู่ 3 องค์ ด้วยการสร้างที่แข็งแรงท้าให้มีอายุอยู่มา จนถึงปัจจุบัน ชาวจีนผู้ดูแลศาลเจ้าเมือง มีความเชื่อ ว่าพวกฝรั่งต้องได้รับโทษ ที่มารุกรานชาวจีน โดย การให้ไปแบกเสาคานของศาลเจ้า 34


35


Life Style@ ตลาดคลองบางหลวง

เราจะเห็นได้ว่าวิถีชีวิตชาวบ้านย่าน ริมคลองบางหลวง นิยมปลูกต้นไม้ ประดับไว้หน้าบ้านเป็นส่วนใหญ่ พอ เช้าตรู่ก็จะไปกินกาแฟที่ตลาด ขนม หวานที่นี่ มีบัวลอยขึ้นครับ

36


Life Style@ตลาดพลู

ขนมกุ้ยช่ าย ขนมดังประจาตลาดพลู คือคนจีนนิยม ทาขนมกุ้ยช่ ายในงานเซ่ นไหว้ ต่างๆ จึง กลายเป็ นขนมลือชื่อ ขนมไทย เจ้ าดังอยู่สาขาเดียว เปิ ดร้ านประมาณเที่ยง ไม่ เกิน 2 ชั่วโมง ก็ขายหมด เนื่องด้ วยฝี มือ ที่ถ่ายทอดมาจากรุ่ นสู่ร่ ุ น

ข้ าวหมูแดง หลายคนบอกกับปากต่ อปากว่ า หมูแดงที่น่ ีอร่ อยมาก ผมก็ไปสัมผัสแล้ ว ก็พบว่ าไม่ แปลกเลยว่ าทาไมร้ านนีถ้ งึ คน 37 เยอะ


Life Style@ วัดอินทราราม

เป็ นสถานที่ ท ี่ ค นย่ านชุ ม ชน นิยมมากราบไหว้เป็ นวิถช ึ ว ี ต ิ ดัง้ เดิม ของบรรพบุรุษ ซึ่งตอนทีพ ่ วกเรา ไป มี ก ารแสดงเชิ ด สิ งโตที่ เ ป็ น ประเพณีตอเนื ่ ่องกันมาของชาวจีน หลังจากนั้นเดินตรงไปอีกนิดก็จะ พบกับ ศาลของสมเด็จ พระเจ้า ตากสิ นมหาราช ซึง่ เป็ นสถานทีท ่ ี่ คนส่วนใหญนิ ่ ่ ยมมาสั กการะ เพือ เป็ นสิ รม ิ งคลให้แกชี ิ ่ วต

38


39


พร้อมหน้า พร้อมตา @ตลาดพล ู

40


พวกเราได้ไปเที่ยวหลายที่มากๆ ไม่ว่าจะเป็ น วัดอิ นทาราม ศาลสมเด็จเจ้าตากสิ น ตลาดคลองบางหลวง วัดราชคฤห์ ตลาดวัดกลาง และสิ้ นสุดด้ วยการพักทานข้าวเที่ ยงที่ “ตลาดพลู” นับได้ว่าสถานที่ นี้เป็ นย่านเก่ าในกรุงเทพมหานคร พวกเราได้ มาด้ วยกัน เป็ นครัง้ แรก จากการสังเกต จะเห็นได้ ว่ามีของตัง้ ขายอยู่มากมาย แถมอาหารก็น่ากิ น ด้วย 555 จะสังเกตได้ว่า มีที่จอดรถสะดวกสบาย เอาหล่ะ...เราไม่พูดอะไรมากมายนะ คะ ...มาเริ่ มกันเลยคะ

บะหมีต่ ง้ เล้ง

{

พวกเรานะคะ ได้ม ากินบะหมี่ ต้ ง เล้ ง เป็ นอาหารกลางวันคะ ร้านนี้ บะหมี่ จะเส้ น เหนี ยว นุ่ม อร่อยอย่าบอกใครเชี ยว OO! พวกเราได้ ล องกิ น บะหมี่ เ กี๊ ย วกุ้ง และ บะหมี่ ต้มยาเย็น ตาโฟ โอ้ โ ห รสชาติ อร่อ ย เว้อมากคะ 555 น้ าซุปอร่อย หวาน กลม กล่อม แทบจะไม่ต้องปรุงเลยคะ

ราคาบะหมี่นะคะ ก็ราคาทัวไปคะ ่ คิ ดได้ ดังรายการ ต่อไปนี้ คะ บะหมี่ธรรมดา 30 บาท ต้ม���า เย็นตาโฟ 30 บาท บะหมี่เกี๊ยวกุ้ง 40 บาท พิ เศษ 50 บาท เกาเหลา 40 บาท ฮือก้วยเส้นละ 35 บาท ลูกชิ้นปลา-กุ้ง ร้อยละ 250 บาท บะหมี่กิโลกรัมละ 150 บาท

41


ในบริเวณตลาดพลูโดยเฉพาะอย่างยิง่ ในซอยโรงเจหรือซอยเทอดไท 21 ยังมี อัตลักษณ์สาคัญอีกอันหนึ่งซึง่ ชาวจีนโพ้นทะเลนามาเผยแพร่ในแผ่นดินสยามและได้รบั ความนิยมชื่นชมในรสชาติมายาวนานหลายชัวอายุ ่ คนจนกลายเป็ นของกินขึน้ ชื่อแห่งถิน่ ฐานย่านตลาดพลู ซึง่ รูจ้ กั กันดี ชื่อนี้กะรันตีความอร่อย “กุยช่าย ตลาดพลู” “กุยช่าย” หรือเรียกอีกชื่อว่า “ไช้ก้วย” เป็ นอาหารของกินเล่นของคนจีนไต้จวิ๋ ถ้าทีไ่ หนมีคนจีนไต้จวิ๋ เยอะๆ ตรงนัน้ จะมีขนมกุยช่ายขึน้ คาว่า ไช้ มาจากไฉ่ คือ ผัก และคาว่า ก้วย ใช้เรียกอาหารจาพวกขนม

เสียงรำ่ ลือควำมอร่อย ขนมกุยช่ายตลาดพลู เข้ามารัชกาลที่ 5 หรือต้นรัตนโกสินทร์ ในตลาดพลูมผี กั ที่ ชาวจีนปลูกที่น่ีเ ป็ นจ านวนมาก ขนมกุ ย ช่ายที่ส อบถามดูส ืบทอดกันมาที่มมี ากหลัง สงครามโลกครัง้ ที่ 2 จะเริม่ ทากันในครอบครัวและเริม่ วางขายแล้วหลังจากนัน้ ก็ทา ต่อเนื่องมาปจั จุบนั ทาขายกันเป็ นอุตสาหกรรมในครอบครัวที่ยา้ ยมาจากเมืองจีนมาตัง้ รกร้านในตลาดพลูส่วนใหญ่ คนจีนที่มาที่น่ี มาที่ตลาดพลูมาทาขนมกุยช่าย ถ้าเป็ นสี ชมพูคอื เทศกาลหรืองานมงคล อย่างไหว้เจ้าก็ใช้สชี มพู ขายทัวไปสี ่ ขาว เอกลักษณ์ของกุยช่ ายตลาดพลูต้องแป้ งบาง ไส้เยอะ รสชาติ อร่อย

42


การฝึกประลอง คำตอบของกำรทำกุยช่ำยให้อร่อยตำมคำเสียงร่ำลือ ย่ำนถิน่ ฐำนตลำดพลูมดี งั นี้ ส่วนประกอบหลักที่สาคัญ แป้งทำเปลือก

แป้งรองมือ

แป้งข้าวเจ้า

แป้งมันเก่า

ไส้ผกั กุยช่ำย

ผักก ุยช่าย

เกลือ แป้งมัน

น้ามันพืช

v

ขายกุยช่ายครับ g

43


ภาคต่อการประลอง ตัง้ น้ าให้ เดื อดเทแป้ งข้าวเจ้ า ให้ สุ ก ก่ อ นตามด้ ว ยแป้ งมัน เริ่ มเหนี ยวให้ ปิดไฟลง

กดทับให้ แบน หรื อใช้ มือ บี บ ให้แบนในลักษณะเป็ นชามจะ จับจีบง่าย ใส่ไส้ลงไป

1. กวนแป้ งทาเปลือก

4. ปัน้ ลูกลม เมื่อพักแป้ งที่ กวนเสร็จ ไว้จน เย็ น แล้ ว ให้ เ ทใสอ่ า งนวด นวดให้แป้ งนิ่ มและเนี ยน

2. นวดแป้ งทาเปลือก น า ต้ น กุ้ ย ช่ า ย ม า ล้ า ง ใ ห้ สะอาด ดึ ง แกนกลางออก แล้วผึ่งให้ แห้ ง หันและปรุ ่ งใส่ เกลือ ซอส และน้ามันหมู

3. ปรุงไส้ผกั กุยช่าย

น าขนมเรี ย ง ใส่ ถาด แต้ ม น้ ามัน นาไปนึ่ ง ด้ วยไฟกลาง เสร็จ ทาน้ า มัน และแกะใส่ จาน

5. การนิ่ ง

น า น้ า ต า ล ผ ส ม น้ า ต้ ม ใ ห้ เดือด ผสมกับซีอิ้วดา และต้ ม น้ าเชื่ อมผสมกับน้ าส้ ม สายชู และพริ กบด

6. น้าจิ้ม

44


กุ้ยช่ายตลาดพลู ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมานาน และมีขายหลายเจ้ามาก เลยไม่แน่ ใจว่าเจ้าที่ โด่ ง ดัง คื อ ร้ า นไหนกัน เลยซื้ อ มาทัง้ สองร้ า น ไม่ รู้ว่ า ร้ า นไหนอร่ อ ยกว่ า กั น แต่ ก็ไ ม่ เ ป็ นไร วัน นี้ เป็ น เชลล์ชวนชิมซักครัง้ 55+

1

2

ได้เวลาเปรียบเทียบกุ้ยช่าย ..แล้ว สิ่ งที่แตกต่างกันภายนอกอย่างเห็นได้ชดั คือ 1. แป้ งที่ห่อกุ้ยช่ายคะ ร้านแรกหอด้วยแป้ งที่บาง กว่า และนิ่ มกว่าคะ กิ นไปแล้วรู้สึกเคี้ยวง่าย สบายๆ กิ นเหมือนไม่ได้กินแป้ ง 2. ไส้ก้ยุ ช่าย จะสังเกตได้ว่าร้านแรก จะหัน่ ใบกุ้ยช่ายที่ยาวกว่า เมื่อกิ นแต่เฉพาะไส้ รู้ทนั ทีว่า ไม่มีกลิ่นเหม็นเขียว ในขณะที่ร้านที่สอง กิ นไป แล้ว รู้สึกเหม็นเขียวมาก แถมผักกุ้ยช่ายมีขนาด ซอยแบบถี่ยิบ อย่างกับต้นหอม TT’ 3. น้าจิม้ นี่ คือ จุดเด่นของแต่ละร้านที่ทาน้าจิม้ รสชาติ ไม่เหมือนกันโดยสิ้นเชิ ง ร้านแรก รสชาติ น้าจิ้มจะกลมกล่อมกว่า หวาน เผ็ด เปรี้ยว กาลังดี ขณะที่ร้านที่สอง จะเน้ นหวานอย่างเดียว

สิ่ งเหล่านี้ ไม่น่าเชื่อ มัน เป็ นความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิ ง ซึ่ง ถ้าใครไม่ได้สงั เกตก็ไม่มีวนั รู้เลยว่า กุ้ยช่ายเหมือนกัน แต่ทาไมรสชาติ ถึง ต่างกันได้เพียงนี้ พวกเรา ได้มาที่นี่ ทาให้ ได้เรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ ในเรื่อง อาหารการกิ นคะ รู้ว่าสิ่ งไหนรสชาติ อร่อย สิ่ งไหนไม่อร่อยคะ บางครัง้ มัน อาจจะเป็ นสิ่ งเล็กๆ แต่เราก็ไม่ควร มองข้ามมันไปคะ .......

45


“ข้าวหมูแดง”

นั ่นคือ อันนี้ เป็ นทีเ่ ลือ่ งลือของ ทีน่ ี เ่ ลยที เดียว น้ าราดซอสสีแดงๆ กินกับพริกดองและซีอิว๊ ดา อร่อย เด็ด ด้วยน้ าราด และหมูทีน่ ่ มุ กาลังดี ข้าวไม่หยาบจนเกินไปนัก ขาย ในราคาแค่ 25 บาทเอง เท่านัน้ !! ถูกมากๆๆนะคะ จะซื้อหมูกบั น้ า แยกต่างหาก ก็มีนะคะ ขายเป็ นขีดๆ ด้วย ร้านขายเป็ นร้านเล็ก แถวๆแยกตลาดพลู ใกล้ๆกับทาง รถไฟคะ ถ้าเพื่อนๆพี่ๆน้ องๆ ท่านใดสนใจมากิน-เที่ยว แถวตลาด พลูแห่งนี้ นะคะ อย่าลืมทานอาหารที่มีชื่อของที่นี้นะคะ รสชาติอร่อย สด แน่ นอนคะ แถมยังราคาถูกอีกด้วยคะ ^^) 46


47


สถานทีท่ เี่ ราไปท่องเทีย่ ววันนี้ คือย่านกรุงธนบุรี ในปัจจุบนั นี้ อาจจะเป็ นเพียงเขต เล็กๆ เขตหนึง่ ของจังหวัดกรุงเทพมหานคร แต่อดีตพบว่า เมืองธนบุรี มีความสาคัญในฐานะ ราชธานีของไทยในระหว่างปี พ.ศ. 2310-2315 แม้ว่าจะเป็ นเพียงระยะเวลาสัน้ ๆ เพียง 15 ปี เมือ่ พู ดเมือ่ คลองบางกอกใหญ่ เดิมมีชอื่ หนึง่ เรียกว่า “คลองบางหลวง” ในปัจจุบนั คือ คลอง บางกอกใหญ่ เป็ นเส้นทางของลาน้าเจ้าพระยาสายเก่า ซึง่ เดิมแม่น้าเจ้าพระยาจะเลีย้ วอ้อมเข้าคลองบางกอกน้อยไป ทางตลิง่ ชัน วกออกมาบริเวณปากคลองบางกอกใหญ่ใน ปัจจุบนั ต่อมาในปี พ.ศ. ๒o๘๕ ในสมันกรุงศรีอยุธยา พระไชยราชาธิราช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ขุด คลองลัด ตัง้ แต่ปากคลองบางกอกน้อย ไปออกแม่น้า สายเก่าทีห่ น้า วัดอรุณราชวราราม เรียกว่า คลองลัด บางกอกใหญ่ ซึง่ คลองนีก้ ลายเป็ นแม่น้าเจ้าพระยาใน ปัจจุบนั 48


49


นอกจากจะใช้เรือเป็ นยานพาหนะแล้ว สามารถใช้จราจรบนท้องถนนได้ สามารถเดินทางได้ หลายวิธี คือ 1. หากขับรถมาเอง ให้จอดรถทีว่ ดั คูหาสวรรค์ สุดซอยเพชรเกษม 28 จากวัดให้เดินเลียบคลองมาเรือ่ ยๆ จะพบกับบ้านเรือน ร้านค้าต่างๆ หรือจะจอดรถ ทีว่ ดั กาแพง (บางจาก)อยู่สุดซอยเพชรเกษม 20 ก็ได้จากนัน้ ให้เลี้ยวซ้าย เดินเลียบคลอง เป็ นทางเดินเล็กๆ ขึน้ สะพาน แล้วจะเจอตรอกทางขวามือ เพือ่ เดินไปทาง สะพานคลองบางหลวงน้อย

2. ถ้าใช้บริการขนส่งมวลชนมุง่ หน้ามาทีซ่ อยจรัญ สนิทวงศ์ 3 จากนัน้ ใช้บริการนัง่ รถสองแถวสีแดง จากปากซอยหรือนัง่ มอเตอร์ไซค์เข้ามาจนสุดซอย จะเห็นซอยเล็กๆให้เดินเข้าไปจะเจอสะพานคลองบาง หลวงน้อย ส่วนใครทีส่ นใจมาทางเรือก็สามารถ เหมาเรือจากท่าช้างมายังคลองบางหลวงได้ ถือเป็ นการเดินทางทีไ่ ด้อารมณ์ย้อนยุคอย่างยิง่

50


51


อันนีไ้ ม่ เชื่อ...อย่ าลบหลู่ นะห๊ ะ ความเชื่อแรก หลวงวิจติ วาทการ ท่ านยืนยันพร้ อมด้ วยหลักฐาน คาบอกเล่ าที่ท่านได้ ยนิ ได้ ฟั งและจดจาสืบต่ อกันว่ า “สมเด็จพระเจ้ ากรุ งธนบุ รีไม่ ได้ ถูก ประหารที่ป้อมวิชัยประสิท ธิ์ ในวันที่ ๕ เมษายน พศ. ๒๑๒๔ อย่ างที่ปรากฏในพงศาวดาร แต่ มาสิน้ พระชนม์ เมื่อ ๓ ปี ภายหลัง และสิน้ พระชนม์ ด้วยฆาตกรรม ถูกตีอย่ างทารุ ณในขณะที่ทรงเจริญวิปัสสนากรรมฐานอยู่ ในถา้ ภายใต้ ความคุ้มครองของกาสาวพัสตร์ ส่ วนคนที่ถูกประหารที่ป้อมวิชัยประสิทธิ์นัน้ เป็ นคนอื่นไม่ ใช่ สมเด็จพระเจ้ ากรุ งธนบุรี ” ความเชื่อที่สอง พระเจ้ าตากไม่ ได้ สติ วิปลาสและถูกสาเร็จโทษด้ วยท่ อน จันทน์ ดังที่ได้ บนั ทึกในประวัติศาสตร์ คว���มจริงเป็ นพระประสงค์ ของพระองค์ เองที่จะสละความเป็ นกษัตริย์เพื่อหันไป ออกผนวชเป็ นพระภิกษุจงึ ได้ ขอร้ องให้ พระสหายร่ วมสาบานปราบดาภิเษก แทน (พระสหายนีค้ ือรัชกาลที่หนึ่ง นั่นเอง) มีอีกหลายความเชื่อ เกี่ยวกับตานาน สมเด็จพระเจ้ าตากสิน มหาราช จะจริงหรือเท็จ ประการใด ก็ ต้ องใช้ หลักจิตวิทยา ของตนเอง เป็ น เครื่องพิสูจน์ ละกันนะคะ

52


อันนีไ้ ม่ เชื่อ...อย่ าลบหลู่ นะห๊ ะ

การสร้ างเขามอ เป็ นการผสาน แนวคิดทางพุทธปรัชญาและ ปรัชญาตะวันออก ที่แฝงไปกับ ทางอภิปรัชญาและคติความเชื่อ ทางศาสนาอันลึกซึง้ มีความเชื่อ ทางอินเดียโบราณ “การจาลอง จักรวาล” เป็ นการจาลอง “เขา พระสุเมรุ ”หรือ “สิเนรุ ราชบรม บรรพต” ศูนย์ กลางจักรวาล ซึ่ง เชื่อว่ าจะทาให้ เกิดความศักดิ์สิทธิ์ และสวัสดิมงคลแก่ บ้านเมือง กรมศิลปากรได้ กาหนดให้ โบราณวัตถุและโบราณสถานใน วัดประยุรวงศาวาส ซึ่งรวมถึงเขา มอ อยู่ในบัญชีโบราณวัตถุสถาน 53


อันนีไ้ ม่ เชื่อ...อย่ าลบหลู่ นะห๊ ะ เหตุการณ์ นีเ้ กิดขึน้ เมื่อ ท่ านยังเป็ นมนุษย์ ธรรมดา ท่ านเกิดมาในตระกูลยากจน ท่ านยึดอาชีพตีเหล็ก เพราะ สรีระของท่ านเป็ นคนที่มี รูปร่ างกายาแข็งแรง (สูงใหญ่ 9ฟุตจีน หรือประมาณ 6 ศอก) ในแต่ ละวันรอบๆ ตัว ท่ านจะเห็นเศรษฐกิจคนรวย ทัง้ หลายรังแกคนจนอยู่ ตลอดเวลา จึงทาให้ ท่านรู้สึก โกรธ และโมโห เพราะท่ าน อยากช่ วยแต่ ไม่ สามารถช่ วย อะไรได้

กลางดึก ท่ านทนไม่ ไหว เลย ไปฆ่ าเศรษฐีคนหนึ่งตาย ทา ให้ ท่านต้ องถูกเจ้ าหน้ าที่ล้อม จับและหนีการถูกจับกุมไปที่ แม่ น้าสายหนึ่ง ท่ านพบกับ ผู้หญิงคนหนึ่ง ในตานานเล่ า ว่ า เป็ นเทวดาปลอมตัวลงมา ช่ วย และแนะนาว่ าให้ เปลี่ยน ชื่อแซ่ จนมาเป็ นชื่อ “กวน อู” และแนะนาว่ า ในช่ วงที่ หนีถ้าเห็นประตูกาแพง เมื่อใด ท่ านจะต้ องโกนหนวด โกนเคราออกและชกหน้ า ตัวเอง เมื่อทาเช่ นนัน้ เลือด กาเดาก็ออก ท่ านเอามือ ปิ ดบังหน้ าตนเอง จึงรู้ ว่ามี เลือดไหลเต็มฝ่ ามือ ท่ าน ตกใจรีบล้ างออก แต่ ล้างก็ไม่ ออกเสียที จึงทาให้ หน้ าท่ าน จึงกลายเป็ นสีแดงตัง้ แต่ นัน้ เป็ นต้ นมา 54


55


56


57


58


59


ระหว่ างที่น่ งั อยู่บนเรือ ได้ สัมผัสสายนา้ แบบใกล้ ๆ เห็นสิ่งต่ างๆที่อยู่ บนฝั่ ง ยามที่มองกลางแม่ นา้ เจ้ าพระยา ทา ให้ ได้ รับกลิ่นไอ ความเป็ นธรรมชาติท่สี ุด สายลมเย็นๆ ปะทะหน้ าพร้ อมกับละอองนา้ จางๆ รู้สึกพวกเราสดชื่นอย่ างบอกไม่ ถูก ความรู้สึกอิน ในบรรยากาศ กรุ งเทพมหานคร สมัยเมื่อ 60-70 ปี ก่ อน ก็ยัง วนเวียนอยู่ไม่ สร่ าง พวกเราเหมือนได้ กลับไปสมัยอดีตอีกครัง้ ไม่ อยากเชื่อว่ า นี่ หรือ ? คือบรรยากาศในกรุ งเทพสมัยอดีต มันชั่งแตกต่ างกับปั จจุบนั เสียจริงๆ++

พวกเราเดินทางมาถึงทีน่ ี่ ตั้งแต่เช้า เดินเข้าตรอกซอยเล็กๆ ที่ เต็มไปด้วยของขายมากมาย ที่นี่เป็น ชุมชนเล็กๆ ผู้คนทัง้ ทุกเพศ ทุกวัย อาศัยอยูร่ วมกันเต็มไปหมด ที่อยู่ อาศัยของทีน่ ี่ ส่วนใหญ่เน้นเป็นบ้าน ไม้ชนั้ เดียวทีเ่ ก่าพอดู แบบว่าสไตล์ ไทยเก่าแก่ นิดนึง ได้ยินเสียงเรือหาง ยาว หรือรถเมล์ดงั พอสมควร รู้ว่าทีน่ ี่ คือ ชุมชนแน่นอน

60


จากนั น้ ก็ เ ดิ น ผ่ า นร้ านยา ชื่ อ ร้ านว่ า “อิ น ทรโอสถ” ร้ านนี เ้ ป็ นร้ านยา ธรรมดาๆ มีเป็ นยาจีนบ้ าง ยาไทยบ้ าง ก็แล้ วแต่ แต่ ส่วนใหญ่ แล้ ว เป็ นยาไทย สมุนไพร หน้ าร้ านจัดของเป็ นระเบียบ เมื่อดูลัก ษณะภายนอกแล้ ว เป็ นบ้ านไม้ ชัน้ เดีย ว สภาพ ค่ อนข้ างเก่ าพอสมควร หน้ าร้ านขายขนมหวานไทย โบราณ ได้ แก่ แกงบวชฟั กทอง บัว ลอยนา้ กะทิ แต่ บวั ลอยนีแ้ ม่ ค้าได้ ใส่ ลูกเดือยและแป๊ะก้ วย เข้ าไปด้ วย น่ ากินมาก เลยคะ 61


62


63


วัดอินทารามวรวิหาร หรือเรียกว่ า วัดบางยี่เรือนอก เป็ นวัดเก่ าแก่ ตงั ้ แต่ สมัยอยุธยา วัดแห่ งนีม้ ีความสาคัญสูงสุดใน สมัยกรุงธนบุรี โดยหลังจากที่ สมเด็จพระเจ้ าตากสินมหาราช ทรงตัง้ กรุงธนบุรีเป็ นราชธานี พระองค์ ก็ทรงโปรดเกล้ าฯให้ ให้ บูรณปฏิสังขรณ์ วัดนีใ้ หม่ ทงั ้ หมด ไม่ ใช่ เพียงแต่ จะทรงบูรณะวัด แห่ งนีเ้ ท่ านัน้ พระองค์ ยังทรง เสด็จมาประกอบพระราชกุศล และปฏิบัติกรรมฐานอยู่เสมอๆ โดยยังมีพระราชอาสน์ ท่ พ ี ระองค์ ทรงประทับทรงศีลอยู่ภายในวัด ด้ วย พวกเราไม่ ได้ เดินเข้าไปใน วัด ดูเฉพาะด้ านหน้ าพระอุโบสถ มีพระบรมรูปของสมเด็จพระเจ้ า ตากสินในท่ าประทับนั่ง มีพระ แสงดาบพาดอยู่ท่ พ ี ระเพลา

64


ต่ อไปพวกเราก็เข้ าไปในพระ อุโบสถ สมัยกรุ งศรีอยุธยาตอน ปลาย ในพระอุโบสถลมเย็น มากๆ นั่งพักและนั่งฟั งท่ าน วิทยากรพูด รู้สึกดีมากๆ ได้ รับ ความรู้มากขึน้ คะ ภายในมี พระพุทธรูป เป็ นศิลปะสุโขทัย และมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง ที่ เน้ นภาพเป็ นแบบจีนๆ เพื่อสื่อ ความหมายที่ดี เช่ น มี ฮก ลก ซิ่ว หลายคนคงสงสัยว่ า เป็ น ใคร คาตอบนะคะคือ เป็ นเทพ เจ้ าแห่ งความมั่นคั่งและเงิน ทอง

โดยฮกคือ อานาจบารมี จะใช้ ภาพเป็ น ส้ ม และใช้ แทนด้ วยรูปค้ างคาว ลก คือ การมีโชคลาภ วาสนา จะใช้ ภาพเป็ น ดอกเบญจมาศ และใช้ แทนด้ วยรูปเสือดาว ซิ่ว คือ อายุยืนยาว จะใช้ ภาพเป็ น ต้ นสน และใช้ แทนด้ วยรูป อีกา หรือ เต่ า

65


พระพุทธรูป ที่เป็ นตัวแทนของพระพุทธเจ้ าในโบสถ์ นัน้ หลายคน ถ้ า สังเกตดีๆ สามารถตัง้ คาถามที่เกิดขึน้ จากการที่ได้ มองและคิดตาม ไปด้ วย ได้ แก่ ทาไมพระพุทธเจ้ าถึงหัวแหลม ทาไมต้ องไว้ ผมทรงนี ้ ทาไมหูถงึ ยาน ทาไมพระพุทธรูปต้ องสีทอง คาถามนี ้ เชื่อได้ เลยว่ า ใครหลายๆคน ไม่ ร้ ูว่าจะตอบว่ าอย่ างไร หลังจากที่ได้ ฟังวิทยากรมาบรรยายนะคะ เค้ าบอกคาตอบได้ ดังนีค้ ะ คาตอบข้ อแรกนะคะ เพราะ พระพุทธเจ้ า เมื่อบาเพ็ญบารมี ทาให้ แสงที่เป็ นทิพย์ ออกมา หรือมีแสงออร่ า เปล่ งออกมานั่นเอง คาตอบข้ อที่สองนะคะ เพราะ ก่ อนที่จะมาเป็ นพระพุทธเจ้า พระองค์ ผมพยักโศก เมื่อตัดผมแล้ ว ผมจะขมวดติดไปกับหนังศรีษะ ทาให้ ผมม้ วนติดแน่ น ดังที่เห็นในปั จจุบัน คาตอบข้ อที่สาม เพราะ พระองค์ อยู่ในชัน้ วรรณะกษัตริย์ ทาให้ พระองค์ ต้องใส่ ต้ ุมหูทอง ประมาณ 10 สลึงเลยก็ว่าได้ คาตอบข้ อสุดท้ ายนะคะ เพราะเมื่อเปรียบเทียบกับบุคคลที่มีทพ ิ ย์ ดังนัน้ สีทองน่ าจะเหมาะสมมากที่สุด แสดงถึงความสว่ างไสว ดุจ เปลวเทียน 66


67


พวกเราได้ไปสัมภาษณ์ร้านขายกุ้ยช่าย ที่พวกเราซื้อมา แถวย่านตลาดพลู พวกเรา ได้ ถามเค้าไปว่า ความอร่อยของกุ้ยช่ายนี้อยู่ที่ใด จะกินให้อร่อยต้องดูจากอะไรบ้าง เขาบอกว่า “ …มี เอกลักษณ์ตรงที่ 1). แป้งต้องบาง แต่เหนียวนุ่ม ห่อด้วยไส้เยอะเต็มค์า 2). น้์าจิ้มต้องรสเด็ด อมเปรี้ยว อมหวาน 3). ไส้กุ้ยช่าย ต้องไม่ฉุน

“โดยเคล็ดลับการท์าไส้กุ้ยช่าย คือจะต้องน์ากุ้ยช่ายไปล้างให้สะอาดก่อนแล้วหั่นเป็น ท่อนพักไว้ จากนั้นเจียวกะเทียมให้หอมแล้วน์ากุ้ยช่ายลงไป์ัด เติมเบ็คกิ้งโซดาเพียงเล็กน้อย (เพื่อลดความฉุนของกลิ่นกุ้ยช่าย นั่นเอง) ^^’) ” หลังจากนั้น พวกเราก็ได้ถามเขาไปว่า ถ้าอยากกินกุ้ยช่าย ต้องมากี่โมงคะ เค้าตอบ พวกเราว่า ถ้าอยากกินกุ้ยช่ายที่อร่อยและสด จะต้องมาที่ร้านนี้ทีเดียว (ดูไม่ยกยอตนเองเลยนะคะ) OO’ “ เปิดบริการตั้งแต่ 11.00 ของทุกวันจ๊ะ ต้องมาเร็วนะครับ เดี๋ยวของจะหมดครับ หรือท่า อยากทานเยอะๆ ก็สามารถมาซื้อได้ตามเทศกาลส์าคัญต่างๆ ไม่ว่าจะเ���็น งานเชียงเม้ง ตรุษจีน ฯ”

68


หลังจากที่พวกเราได้ ทานบะหมี่ในร้ านเสร็จแล้ ว รู้ สึกว่ า บะหมี่เค้ าอร่ อยมากๆ เส้ นเหนียวนุ่ม ต่ างกับบะหมี่ ทั่วไป พวกเราอยากรู้ ว่า เคล็ดลับ การทาให้ บะหมี่อร่ อยมัน อยู่ตรงไหน เลยถามเจ้ าของร้ าน เจ้ าของร้ านคือ คุณง้ วงพิเชษฐ์ ธรรมภิวัฒนา เค้ากล่าวว่า “เส้นบะหมี่ท์าเองทุกตอน เป็นสูตรลับ เฉพาะที่ก๋งได้คิดค้นขึ้นมาเมื่อหลายสิบปีก่อน โดยมีเทคนิคการสวกเส้นบะหมี่ให้น่ากิน คือ ต้องลวกน้์าเดือดจัด ประมาณ 30 วินาที จากนั้นก็ลวกน้์าเย็น แล้วจุ่มด้วยน้์า เดือดอีกครั้ง ประมาณ 20 วินาที” เค้าบอกอีกว่า ทุกวันนี้ มีอยู่ด้วยกัน 4 สาขาคือ ตลาดพลู ถนนเทิดไท 20 สถานีรถไฟตลาดพลู ถนนวุฒากาศ 32 ท่าพระ จรัญสนิทวงศ์ซอย 3 ส์าหรับเมนูร้านบะหมี่ตงเล้ง มีบะหมี่น้์า บะหมี่แห้ง เย็นตาโฟ ต้มย์า เกาเหลา จะบอกว่า ร้านนี้มีเกี๊ยวกุ้งด้วย เป็นเกี๊ยวกุ้งล้วนๆ ไม่มีเกี๊ยวหมู องค์ประกอบอื่นๆ ก็มีหมูแดง ลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นกุ้ง ฮือก้วย และที่ไม่เหมือนกับร้านอื่น คือ หมูสามชั้นทอดกรอบ จะบอกว่าร้านนี้อร่อย อย่าบอกใครเชียวน้ะ 5555 กินบะหมี่แล้ว ฟินจุงเบย!!! 69


บทบรรณาธิการ สวัสดีคะท่านผู้อ่านทุกๆท่าน ที่ได้หลงเข้ามาอ่าน นิตยสารฉบับนี้ นิตยสารที่กาลังอ่านอยู่นี้ เราให้ชื่อว่า “ล่องเรือคลอง บางกอกใหญ่” ซึ่งเป็น ฉบับแรกที่ตีพิมพ์ทางอินเตอร์เน็ต ที่เรียกว่า E-magazine” ซึ่งได้ข้ามข้อจากัดเรื่อง งบประมาณในการจัดจากัดจานวนการตีพิมพ์นิตยสาร เพราะทาให้ผู้อ่าน สามารถ อ่านได้ทุกที่ เพียงแค่ท่านมีคอมพิวเตอร์ที่สามารถเชื่อมต่อเข้าเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ได้ เป็นที่ทราบกันดีว่า มีจานวนประชากรที่เข้าใช้อินเตอร์เน็ตในปัจจุบันหลายล้าน คนทั่วประเทศ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นที่วันนี้ สิ่งที่เราตีพิมพ์ทางอินเตอร์เน็ต สามารถอ่านได้อย่างทั่วถึง นิตยสารนี้ เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มคณะ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอุดมการณ์และ แนวคิดในการทางานเพื่อสังคมเหมือนๆกัน ร่วมกันดาเนินกิจกรรมในการเป็นสื่อที่ ส่งเสริมการทาสิ่งดีแก่สังคม แนวคิดเรื่อง ล่องเรือคลอง บางกอกใหญ่ เป็นนิตยสารออนไลน์ที่รวบรวม เรื่องราวดีๆ ที่น่าสนใจ ทั้งนี้กลุ่มคณะเราได้ทาสิ่งดีๆให้แก่สังคมมาเล่าสู่กันฟัง เพื่อ เป็นตัวอย่างที่ดีให้คนรุ่นหลังได้ชม เป็นการให้กาลังใจแก่ผู้ที่ทาสิ่งดี และเป็นการ กระตุ้นให้ผู้อ่านได้ทราบ และได้รับแรงบันดาลใจในการเริ่มต้นทาสิ่งดีๆคะ หวังว่านิตยสารฉบับนี้ จะได้รับการตอบรับจากท่านผู้อ่านและปรารถนา นิตยสารเล่มนี้ มีประโยชน์ต่อผู้อ่านมากที่สุด จากอุดมการณ์ที่อยากให้คนรับได้ ความรู้อย่างดีเยี่ยม

70


71


Gen 441 trip ล่องเรือคลอง บางกอกใหญ่