Issuu on Google+


สารบัญ คำสอนหลวงปู สูโลกปจจุบัน

คำสอนพระเดชพระคุณหลวงปู • วิธีรวย • ปริศนาแหงความฝน • ความเมตตา • อิสรภาพที่แทจริง • องศาที่เหมาะสมของใจกับความสุข • บนโลกที่แตกตาง • ความลับไมมีในโลก • อยาเสี่ยงดีกวา • วาจาศักดิ์สิทธิ์ • สักวัน..เราจะไมแก ไมเจ็บ ไมตาย กำเนิดผูคนพบวิชชาธรรมกาย เหตุการณในชีวิตพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) รูปเหมือนทองคำพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) แหลงศึกษาและคนควาคำสอนของพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) บรรณานุกรม

๔ ๑๐ ๑๖ ๒๑ ๒๖ ๓๑ ๓๗ ๔๒ ๔๘ ๕๒ ๕๘ ๖๖ ๗๐ ๗๕ ๗๙


คำนำ คำสอนหลวงปูเปนสัจจวาจาที่ประเสริฐที่สุด และเปนอมตะ เหมาะกับทุกยุคทุกสมัย อีกทั้งยังสามารถนำไปใชไดกับทุกๆ คน อยางไรก็ตาม การอานคำสอนของทานเปนเพียงจุดเริ่มตนที่จะนำไป สูค วามเขาใจเรือ่ งราวความเปนจริงของชีวติ ไดในระดับหนึง่ เทานัน้ ถา จะใหเขาใจไดลึกซึ้งยิ่งขึ้น ตองปฏิบัติตามคำสอนที่ทานสรุปไวส้ันๆ วา “หยุดเปนตัวสำเร็จ” ผูใดเคยนอมรับคำสอนของทานมาปฏิบัติ จะทราบดีวา เขาไดมอบสิ่งที่ล้ำคาที่สุดใหกับตนเองแลว อนุโมทนาบุญกับผูอานทุกทานคะ มาตา ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๑


วิธีรวย 

“...ในโลกมนุษยถา เรามีบญุ เสียแลวจะคาขายก็รำ่ รวย จะทำงานทำกิจการอะไรก็เจริญ จะหาทรัพยสมบัติ ก็ไดคลองสะดวกสบายไมติดขัดแตประการใด...”


ผลจากการจั ด อั น ดั บ อภิ ม หาเศรษฐี โ ลกประจำป พ.ศ. ๒๕๕๑ โดย “ฟอรบส” นิตยสารดานการเงินของสหรัฐอเมริกา ปรากฏวา นายวอรเรน บัฟเฟตต นักลงทุนการเงินชื่อดังชาว สหรัฐ วัย ๗๗ ป ไดตำแหนงมหาเศรษฐีอันดับ ๑ ดวยมูลคา ทรั พ ย สิ น ถึ ง ๖๒ พั น ล า นดอลลาร ส หรั ฐ (ประมาณ ๒ ล า น ลานบาท) สวนแชมปเกา ๑๓ ปซอน นายบิล เกตส ตกลงมา อยู อั น ดั บ ที่ ๓ ป นี้ มี ผู ติ ด อั น ดั บ อภิ ม หาเศรษฐี โ ลกทั้ ง หมด ๑,๑๒๕ คน จากประชากรโลก ๖.๗ พันลานคน โดยมีเศรษฐีจาก สหรัฐอเมริกาติดอันดับมากที่สุด และมีคนไทยติดอันดับ ๓ คน ส ว นอั น ดั บ อภิ ม หายาจกโลกนั้ น ยั ง ไม ไ ด ยิ น ข า วว า มี นิตยสารใดจัดอันดับ เปนไปไดหรือไมวา อภิมหายาจกของโลกมี ปริมาณมากมายจนจัดอันดับไมไหว หรือวายังไมมีมาตราใดที่วัด ปริมาณความจนไดอยางแมนยำวาใครจนมากกวากัน หรือยัง ไมมีหนวยวัดความหิว วาคนที่อดอยากหิวโหยสุดยอดตอเนื่อง ยาวนาน พันคนแรกของโลกเปนใคร เรื่องความรวยความจนนี้ ปรากฏอยูในพระธรรมเทศนา ของพระเดชพระคุณหลวงปูหลายแหง เชน “...ในมนุษยโลกถาเรามีบุญเสียแลวจะคาขายก็ร่ำรวย จะ ทำงานทำกิจการอะไรก็เจริญ จะหาทรัพยสมบัติก็ไดคลองสะดวก ๕


สบายไมติดขัดแตประการใด ถาวาไมมีบุญ จะทำอะไรก็ติดขัดไป เสียทุกอยางทุกประการ ดังนั้น จึงไดชักชวนพวกเราใหมาทำบุญ ทำกุศลเสีย จะไดเลิกจนเลิกทุกขยากลำบากเสียที...” วิธีรวยทานก็ใหไว ทั้งดวยการหมั่นทำทาน รักษาศีลให บริสุทธิ์ และเจริญสมาธิภาวนาใหใจหยุดใจนิ่ง ดังนี้ ทาน: “...ทานการใหนี่เปนนโยบายของบัณฑิตทั้งหลาย แตไหนแตไรมา คนมีปญญาแลวก็ตองใหทาน ถาคนโงแลวเห็นวา สิ้นไปหมดไป ถาวาคนมีปญญาแลวเห็นวายิ่งใหยิ่งมียกใหญ...” ศีล : “...เราครองเรือนก็เหมือนกัน เสียทรัพยเสียไป ศีล อยาใหเสีย ตองรักษาไว ศีลเปนสิ่งสรางทรัพย เจาทรัพยเสีย ถาวามีศีลละก็ ไดชื่อวา เปนคนดี คนบริสุทธิ์ แลวเปนเจาทรัพย ทรัพยดงึ ดูดในโลกใหมาหา ไมตอ งเดือดรอนอะไร ใหบริสทุ ธิจ์ ริงๆ นะ ...” ภาวนา : “...ถาวาจิตหยุดเสียไดละก็ เขมํ ทีเดียว เกษม ผองใสเหมือนอยางกับกระจกคันฉองสองเงาหนาทีเดียว ...ถาจิต


หยุ ด เช น นั้ น เสี ย แล ว ละก็ เงิ น น ะ ไม ต อ งหายากหาลำบากแต อยางไรหรอก ถาจิตผองใสขนาดนั้นแลว ไมตองทำงานอะไร มากมายไปหรอก มันไหลเขามาเองนะ เงินนะไมเดือดรอน...” ตัวทานเองรักการทำบุญทำกุศลเปนชีวิตจิตใจ จะเห็นได จากประวัติชีวิตของทานที่เปยมไปดวยบุญกุศล และทานก็เคย กลาวไววา “...สมภารวัดปากน้ำนะสมภารแกแลว อายุ ๗๑ แลวนะ ...ตองการบุญกุศลเทานั้นแหละ อยูที่ไหนก็ใหทาน บริจาคทานไป ไมทำอะไรก็สอนหนังสือหนังหาไป สงเคราะหอนุเคราะหกุลบุตร ไปอยางนี้แหละ...” การทำทานใหไดบุญเต็มเปยม ผูทำตองปติในทาน ยิ่งปติ มากก็ ยิ่ ง ได บุ ญ มาก จำนวนชาติ ที่ บุ ญ ตามส ง ผลก็ จ ะมากขึ้ น ดังนั้น ไมวาจะทำทานมากนอยเพียงใด ก็ขอใหทำใจใหปติมากๆ เพราะทานทีเ่ ราทำในแต ง้ มีอคานิ สงสมากมายเกิ นกวามคนธรรมดา พระเดชพระคุ ณหลวงปูลทะครั านให วามสำคั ญกับทานให าก เพราะ สามัญอจะคาดคิ ดังคำสอนของพระเดชพระคุ ที่วาดได ทานมี านิสงสดมได ากมายเกิ นกวาคนธรรมดาสามัณญหลวงปู จะคาดคิ ดังคำสอนของทานที่วา


“...ถาใหแกคนเลวทรามมนุษยพรานเบ็ดหรือพรานแห ผูมี มือชุมไปดวยโลหิตใจอำมหิต บาปหยาบชา ใหอาหารเพียงอิ่ม เดียว เจาของทานผูใหอาหารแกคนเชนนั้นยอมไดรับอานิสงส คือ อายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฏิภาณะ ตามสนองไปทุกภพทุก ชาติ...” การใหทานแกมนุษยที่มือชุมไปดวยโลหิต เปนคนใจบาป หยาบชา ยังไดบุญถึงขนาดนี้ ถาเราทำบุญถูกเนื้อนาบุญอันเลิศ จะไดบุญมากขนาดไหน ในสมัยที่พระเดชพระคุณหลวงปูทานยังมีชีวิตอยู ถาใคร มาบำเพ็ญทานที่วัดปากน้ำ ทานจะเมตตาคำนวณบุญให และ บอกกลาวกันเดี๋ยวนั้นเลยวาทำบุญวันนี้ไดบุญไปเทาไร ซึ่งสราง ความปลื้มปติใหแกญาติโยมเปนยิ่งนัก “...วันนีน้ ะไมใชไดนดิ ๆ หนอยๆ มาทอดผาปานีน้ ะ คนหนึง่ ๆ นั่นวัดผาเสนศูนยกลางขนาด ๑,๐๐๐ วา เปนดวงใสขนาดพันวา เขามี ธ รรมกาย เขาเห็ น ทั้ ง นั้ น แหละ ขนาดพั น วา วั ด เส น ผ า ศูนยกลางขนาดพันวา กลมรอบตัวเรียบเหมือนหนากระจกเชียว นั่นแหละบุญมาติดอยูกลางตัวทุกคนๆ แตหยอนบาง บางคนก็ถึง


๙๐๐ วา บางคนก็ถึง ๘๐๐ วา ๗๐๐ วา ๖๐๐ วา ๕๐๐ วา ตองไดทุกคนเหมือนกันหมด แบบเดียวกันหมดทีเดียว ความจริง เปนอยางนี้...” ยุคนีค้ นรวยมีไมมาก จึงไมยากทีจ่ ะจัดอันดับอภิมหาเศรษฐี โลก แต ถ า เมื่ อ ไรมนุ ษ ย หั น มาทำทาน รั ก ษาศี ล เจริ ญ สมาธิ ภาวนากันมากๆ จนเปนกิจวัตร อีกไมนานยุคของ คนหลอ สวย รวย ฉลาด ก็จะบังเกิดขึ้น เมื่อถึงเวลานั้น การจัดอันดับอภิมหา ยาจกโลกคงไม ใช เรื่ อ งยากอี ก ต อ ไป เพราะจำนวนคนยากจน คงเหลือไมก่เี ปอรเซ็นตของพลเมืองโลก แตท่แี นๆ ใครทำบุญกับ พระเดชพระคุณหลวงปูทั้งตอนที่ทานมีชีวิตอยูหรือมรณภาพไป แลวหมดสิทธิ์ติดอันดับยาจกใดๆ กับเขาอยางแนนอน


ปริศนาแหงความฝน 

“...กายมนุษยนี่แหละ เวลานอนหลับฝนไปก็ได พอฝนออกไปอีกกายหนึ่ง เขาเรียกวา กายมนุษยละเอียด...”


แม ป จ จุ บั น วิ ท ยาการจะก า วรุ ด หน า ไปมาก มนุ ษ ย สามารถรูเรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งตางๆ รอบตัวไดมากมาย แตก็ยังมี อีกหลายสิ่งที่เปนปริศนาในใจของมนุษย เปนตนวา ความฝน แม เราทุ ก คนจะเคยฝ น กั น มาแล ว ทั้ ง นั้ น แต เราก็ ยั ง มี คำถามเรื่องความฝนอยูมากมาย เชน ความฝนเกิดจากอะไร ทำไมเหตุการณในฝนถึงกลายเปนความจริงขึ้นมา? ฝนชวยแก ปญหาไดจริงหรือ? สัตวฝนไดหรือไม? เปนตน ที่ผานมามีทฤษฎีมากมายที่พยายามอธิบายเรื่องความฝน สำหรับพระเดชพระคุณหลวงปูทานกลาวถึงความฝนไววา “...กายมนุษยนี่แหละเวลานอนหลับฝนไปก็ได พอฝนออก ไปอีกกายหนึ่ง เขาเรียกวา กายมนุษยละเอียด นี่รูจักกันทุกคน เชี ย วกายนี้ เพราะเคยนอนฝ น ทุ ก คน รู ป พรรณสั ณ ฐานเป น อยางไร เปนเหมือนมนุษยคนนี้แหละ คนที่ฝนนี่แหละ ...” พระเดชพระคุณหลวงปูทานกลาววา เราจะรูจักพบปะ เจอะเจอกับกายละเอียดได เมื่อเราทำสมาธิและสามารถทำใจให หยุ ด นิ่ ง ได ถู ก ส ว น พอจิ ต ดำเนิ น เข า สู เ ส น ทางสายกลาง ณ ศูนยกลางกายฐานที่ ๗ ก็จะเขาไปถึงกายมนุษยละเอียด และรูวา

๑๑


กายมนุษยละเอียดนี่เองที่ฝนออกไป ถาเราเจอกายมนุษยละเอียด แลว จะใชใหไปที่ไหนก็ได เชน ใหฝนไปเมืองเพชร ไปอรัญประเทศ ไปพระธาตุ พ นม ไปเชี ย งใหม ปรากฏว า เพี ย งแค น าที เ ดี ย ว กายละเอียดก็ไปยังสถานที่ตางๆ เหลานี้ แลวกลับมาเลาใหฟงได ฝนแบบนีไ้ มเหมือนนอนหลับฝน ทานกลาววา “...ฝนทัง้ ๆ ที่ตื่น ไมใชฝนหลับๆ ฝนอยางนี้ประเดี๋ยวเดียว ไดหลายเรื่อง ถาหลับฝนนานนักกวาจะไดสักเรื่องหนึ่ง...” “...ถาเราเขาถึงกายมนุษยละเอียด เราก็จะฉลาดกวาคน ชั้นหนึ่ง เพราะมนุษยรูเรื่องหยาบๆ เราเขาถึงกายมนุษยละเอียด เราจึงรูเรื่องไดละเอียดกวา เรื่องลี้ลับอะไรเรารูหมด เราไปตรวจ ดูไดหมดทีเดียว ไมวาจะเปนกลางวันหรือกลางคืน...ฝนไปเรื่อย ตรวจดูทุกๆ คน ถาฝนตื่นๆ ไดอยางนี้สนุกแน...” การที่มนุษยนอนหลับฝนโดยทั่วไปเกิดขึ้นได ๒ แบบ คือ แบบกายละเอียดไมไดหลุดจากกายหยาบ เชน เกิดจาก ธาตุวิปริต จิตนิวรณ ผูฝนจะฝนเพอเจอไปเรื่อย แบบกายละเอียดหลุดออกจากกายหยาบไปทำหนาทีฝ่ น ก็ จะไปพบผูคนและเหตุการณตางๆ แลวนำกลับมาถายทอดขอมูล ๑๒


ใหกายมนุษยหยาบทราบ ทำไมเหตุการณในฝนถึงกลายเปนความจริงขึ้นมา? หลายๆ คนคงเคยไดยินหรือไดประสบกับตัวเองวา ฝน กลายเปนจริงได ในที่นี้จะขอยกตัวอยางของบุคคลที่มีชื่อเสียง คือ อับราฮัม ลินคอลน ประธานาธิบดี คนที่ ๑๖ ของสหรัฐ อเมริกา ผูปลดแอกทาสผิวดำ ทานถูกยิงตายเมื่อ ๑๔ เมษายน ค.ศ. ๑๘๖๕ ก อ นถู ก ยิ ง ๑๐ วั น ท า นฝ น ว า เห็ น คนร อ งไห และพบศพใสหีบตั้งไว มีทหารยืนเฝาอยู เมื่อทานถามวาใครตาย ทหารตอบวา ทานประธานาธิบดีถูกผูรายฆาตาย กรณีนี้นาจะเปนการฝนแบบที่สอง คือ กายละเอียดหลุด ออกจากกายหยาบไปทำหน า ที่ ฝ น แล ว นำมาเล า ให ก ายมนุ ษ ย หยาบฟง ฝนชวยแกปญหาไดจริงหรือ? เรื่องนี้ มีตัวอยางของนักวิทยาศาสตรที่คนพบความจริง ขณะนอนหลับ ไมใชพบในหองทดลอง เรื่องมีอยูวา ฟรีดดริก เอากุสต เคคูเล นักเคมีชาวเยอรมัน ฝนวาโมเลกุลของเบนซีน กำลังหมุนเปนวงกลมเหมือนงูกินหาง เขาจึงสรางความคิดรวบ ยอดเกี่ยวกับคารบอนหกอะตอมจับตัวกันในลักษณะวงแหวนของ เบนซีน และคนพบสูตรโครงสรางของเบนซีนในที่สุด ๑๓


อีกตัวอยางหนึ่งเปนเรื่องของนักประดิษฐจักรเย็บผา ที่ พยายามคิ ด ค น หาวิ ธี ท ำจั ก รเย็ บ ผ า อยู น านแต ไ ม ป ระสบความ สำเร็จ วันหนึ่งเขาฝนวาอยูในวงลอมของคนปา เขาเห็นหอกทุก เลมของคนปามีรูเจาะอยูที่ปลาย ความฝนนี้ทำใหเขาเกิดความ คิดวา รูเข็มของจักรเย็บผาตองอยูที่ปลายเข็ม ไมใชอยูที่โคนแบบ เข็มเย็บผาทั่วไป สองกรณีนี้ นาจะเกิดขึ้นจากความฉลาดของกายมนุษย ละเอียด ที่ฉลาดกวาคนชั้นหนึ่ง ดังที่พระเดชพระคุณหลวงปูทาน บอกไว กายละเอียดจึงสามารถแกปญหาที่มนุษยธรรมดาทำไมได สัตวฝนไดหรือไม? นักวิจัยคนพบวาสัตวก็ฝนไดเชนเดียวกัน เชน แมวมักจะ ฝนถึงการลาเหยื่อ ซึ่งจะสังเกตไดจากลักษณะการเคลื่อนไหวของ ขาและรางกาย สุนัขมีการเคลื่อนไหวของชวงขาในลักษณะของ การวิ่ง รวมถึงการเหาในขณะที่นอนหลับ พระเดชพระคุณหลวงปูทานเคยกลาวถึงเรื่องกายละเอียด ของสัตวไววา “...สัตวเดรัจฉานที่เราเห็นตัวปรากฏอยูนี่ นั่นมนุษยแทๆ มนุษยทั้งนั้น อายสัตวเดรัจฉานนะ ไปเกิดเปนสัตวเดรัจฉานเสีย ๑๔


อายตัวขางในเปนมนุษยทั้งนั้นแหละ อายกายละเอียดขางใน แต ไปเกิดเปนสัตวเดรัจฉาน นาเกลียดนาชังจริงนั่น เพราะทำชั่ว ของตัวไปเกิด มันดึงดูด อายตนะของสัตวเดรัจฉานดึงดูด...” จากคำสอนของพระเดชพระคุณหลวงปูที่กลาววา สัตวมี กายละเอียดเปนมนุษย ทำใหเชื่อวาสัตวก็นาจะฝนไดเชนกัน แตผู ที่จะใหขอสรุปปริศนาแหงความฝนเหลานี้ไดดีที่สุดตองเปนคนที่ ฝนไดทั้งๆ ที่ยังตื่นอยู ที่หลวงปูเรียกวา “ฝนในฝน” วิชชาธรรมกายที่พระเดชพระคุณหลวงปูคนพบ นอกจาก จะเป น หนทางอั น ประเสริ ฐ สุ ด ที่ ช ว ยให ม นุ ษ ยชาติ ห ลุ ด พ น จาก ความทุกขแลว ยังสามารถไขปริศนาตางๆ ในใจของชาวโลกได อีกมากมาย ค่ ำ คื น นี้ ใต ท อ งฟ า ที่ ร ะยิ บ ระยั บ ด ว ยดวงดาว ผู ค น มากมายกำลั ง ตกอยู ใ นความฝ น แต ค นอี ก ส ว นหนึ่ ง กำลั ง พากเพียรที่จะ “ฝนในฝน” ตามรอยพระเดชพระคุณหลวงปู คุณอยูในกลุมใด?

๑๕


ความเมตตา 

“...เมตตารักใครอยางบุตรนะ เมตตารักใครอยางไร? มีอะไรใหหมด ถาวามีนม ก็รับใหนมทีเดียว มีของ อะไรใหหมดทุกสิง่ ทุกอยาง รักใครจริงๆ อยางนัน้ ...”


ลูเธอร เบอรแบงก นักวิทยาศาสตรผูเลื่องชื่อ ไดกลาวไว วา “เคล็ดลับของการเพาะพันธุพืชใหดี นอกจากจะอาศัยความรู ทางวิทยาศาสตรแลว ยังตองมีความเมตตาอยูดวย” ขณะที่เขา ทดลองทำใหกระบองเพชรไมมีหนามอยูนั้น ลูเธอร เบอรแบงก มักจะพูดกับตนกระบองเพชร เพื่อสรางคลื่นแหงความเมตตาวา “พวกเธอไมมีอะไรจะตองกลัว พวกเธอไมจำเปนตองมีหนามไว ปองกันตัวอีกแลว ฉันจะชวยปกปองคุมครองพวกเธอเอง” ตอมา เขาก็ ป ระสบความสำเร็ จ ในการทำให ก ระบองเพชรพั น ธุ ที่ เขา ทดลองพัฒนามาเปนพืชไมมีหนามไดจริงๆ ในยุ ค ต อ ๆ มา มี ก ารทดลองเรื่ อ งอานุ ภ าพของความ เมตตากับพืชอีกหลายชนิด แตละการทดลองปรากฏผลเหมือนๆ กันวา ตนไมที่ไดรับการแผเมตตา หรือพูดจาดีๆ ดวยนั้น จะ เจริญเติบโต สมบูรณแข็งแรงกวาตนไมที่ถูกดุดาอยางเห็นไดชัด ถาเปนไมดอกก็จะออกดอกมากกวาและสวยงามกวา เรื่องความเมตตานี้ พระเดชพระคุณหลวงปูทานกลาวไว ว า เป น สิ่ ง ที่ ท รงพลั ง มาก แต ถ า จะให มี อ ำนาจมากต อ งตั้ ง จิ ต เมตตาตอผูอื่นเหมือนแมเมตตาตอลูก ถาใครทำได ทานบอกวา จะมีคนรักใครเมตตามากมาย

๑๗


“...เมตตารักใครอยางบุตรนะ เมตตารักใครอยางไร? มี อะไรใหหมด ถาวามีนม ก็รับใหนมทีเดียว มีของอะไรใหหมด ทุ ก สิ่ ง ทุ ก อย า ง รั ก ใคร จ ริ ง ๆ อย า งนั้ น ...จิ ต ดวงนี้ เ ป น จิ ต ดวง สำคั ญ เมื่ อ รู จั ก ใช แ ล ว ละก็ ใช จ ำเพาะลู ก ของตนก็ ไ ม ไ ด ผ ล มี ฤทธิ์นัก ถารูจักใชถูกสวนแลวละก็ มีฤทธิ์มีเดชมากมายนักนะ จะมีคนรักใครมากมายนับประมาณไมได...” ความรั ก ความเมตตาของแม ที่ มี ต อ ลู ก เป น ความรั ก ที่ บริ สุ ท ธิ์ ยิ่ ง ใหญ จริ ง ใจ เป ย มด ว ยความปรารถนาดี แ ละมี ปริมาณมากมายมหาศาล เมื่อแผความเมตตาชนิดนี้ออกไป จึง ไดรับความรักความเมตตากลับคืนมามหาศาลเชนกัน ถาจะอธิบายเรื่องนี้ดวยเหตุผลทางวิทยาศาสตร ดูแลว นาจะสอดคลองกับกฎขอที่ ๓ ของนิวตัน (Sir Isaac Newton) นักฟสิกสชาวอังกฤษ คือ กฎของกิริยาและปฏิกิริยา (Law of Action and Reaction) ซึ่งมีหลักการวา “แรงที่วัตถุที่หนึ่งกระทำ ตอวัตถุที่สอง ยอมเทากับแรงที่วัตถุที่สองกระทำตอวัตถุที่หนึ่ง แต ทิ ศ ทางตรงข า มกั น ” (Action = Reaction) ดั ง ตั ว อย า งที่ สามารถมองเห็นไดงายๆ เชน การที่เราเอามือทุบกำแพงแลว เจ็บมือ แรงที่มือทุบกำแพงคือแรงกิริยา สวนแรงกระทำยอนกลับ ๑๘


จากกำแพงมาสูมือคือแรงปฏิกิริยา ยิ่งทุบแรงเทาไร ก็จะยิ่งเจ็บมือ มากขึ้นเทานั้น อาจมีคนแยงวา ฉันใหความรักความเมตตากับบางคน มากมาย ทำไมไมเห็นมี Reaction (ปฏิกริ ยิ า) กลับมาเลย ทำไม? จริงๆ แลว ความรักความเมตตาที่เราใหกับคนอื่นนั้น สวนใหญเขารับรูได แตการที่ Reaction ไมคอยจะยอมทำงาน นั่นอาจเปนเพราะรักของเราไมมากพอ และไมใชความเมตตาที่ บริสุทธิ์ จึงไมมีอานุภาพเพียงพอ ความเมตตานอกจากจะทำให เ ป น ที่ รั ก ใคร ข องผู ค น มากมายแลว พระเดชพระคุณหลวงปูยังกลาวถึงอานุภาพของ ความเมตตาไว อี ก ว า ช ว ยให ท ำกิ จ การงานต า งๆ สำเร็ จ โดย งายดาย ที่เปนเชนนี้เพราะใครๆ ก็เต็มใจใหความรวมมือ “...บุคคลผูเจริญเมตตา พึงตั้งจิตดวงนั้นไว จิตดวงของ มารดาที่พราชีวิตแทนบุตรของตนไดนะ บุคคลผูประกอบดวย เมตตา พึงตั้งจิตดวงนั้นไว ...” “...จำดวงจิตดวงนั้นไว นั่นแหละทำใหเปนขึ้นเถอะ จิต ดวงนั้นนะใหเปนแกมนุษยทั่วไปละก็ บุคคลนั้นแหละจะทำอะไรละ ก็ ในโลกมนุษยสำเร็จหมด สำเร็จหมดทีเดียว จะสรางประเทศก็ สำเร็จหมด สรางวัดสรางวาเปนสำเร็จหมด ใชอยางนั้นแหละ ๑๙


คนตองมาชวยทำใหสำเร็จทุกประการ...” แมเราจะยังไมสามารถทำใจใหเมตตาคนอื่นเหมือนอยางที่ แมรักลูกได ซึ่งอาจเปนเพราะเราไมเคยเปนแม หรือเพราะเหตุใด ก็ ต าม แต ถ า เรามี ค วามรั ก ความเมตตากั บ ผู อื่ น อย า งจริ ง ใจ ในระดับหนึ่ง เชื่อวามนุษยโดยทั่วไปจะสามารถรับรูได เพราะ ขนาดพืชซึ่งปราศจากจิตใจยังสามารถรับกระแสความเมตตาได เคล็ดลับการเพาะพันธุพืชของเบอรแบงกตองอาศัยทั้ง ความรูทางวิทยาศาสตรและความเมตตา สวนเคล็ดลับของการ เปนที่รัก นอกจากจะอาศัยความรูเรื่องความเมตตาแลว ยังตอง อาศัยความจริงใจเปนพื้นฐานดวย

๒๐


อิสรภาพที่แทจริง 

“...เมื่อไปถึงที่สุดของตัวไดละก็ รักษาตัวไดเปนอิสระ ไมมีใครมาบังคับบัญชา...”


คำว า “อิ ส รภาพ” (Autonomy) พจนานุ ก รม ฉบั บ ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ใหความหมายไววา หมายถึง ความเปนใหญ, ความเปนไทแกตัว, การปกครองตนเอง. อิสรภาพ เปนสิ่งที่มนุษยทั้งหลายลวนปรารถนา ไมมีใคร อยากถูกลิดรอนอิสรภาพ ดังจะเห็นไดจากผูที่ตกเปนผูตองหา หรื อ จำเลย ยั ง ต อ งดิ้ น รนทุ ก วิ ถี ท างเพื่ อ หาทางประกั น ตั ว ไม อ ยากถู ก คุ ม ขั ง แม เ พี ย งคื น เดี ย ว จนทำให ใ นป จ จุ บั น มี ก าร ประกันภัยชนิดหนึ่งเกิดขึ้น เพื่อเปนทางเลือกและใหความสะดวก แกประชาชน ชื่อวา “การประกันภัยอิสรภาพ” ซึ่งผูเอาประกัน สามารถใชหนังสือรับรองจากบริษัทประกันมายื่นแกเจาพนักงาน เพื่อใชประกันตัวได โดยไมตองใชหลักทรัพยอื่นใด ที่ จ ริ ง แล ว ถึ ง แม เราจะไม ไ ด ถู ก คุ ม ขั ง อยู ที่ ส ถานี ต ำรวจ หรือในเรือนจำก็ตาม อิสรภาพที่แทจริงใดๆ สำหรับเราก็ไมเคยมี อยู จ ริ ง เพราะไม มี ใ ครเลยที่ ส ามารถปกครองตนเองได อ ย า ง แทจริง เรายังไมสามารถเอาชนะความแก ความเจ็บ ความตาย ที่ทำใหเรามีความทุกขได ความแก ความเจ็บ ความตายไมเคย ละเว น ใคร จะใช ห ลั ก ทรั พ ย ไ ปไถ ถ อนตั ว ออกมาจากความแก ความเจ็บ ความตาย ก็ไมได ที่สำคัญมนุษยโดยทั่วไปไมรูดวยซ้ำ วา ศัตรูที่แทจริงที่สงความแก ความเจ็บ ความตายมาให คือ ใคร อยูที่ไหน หนาตาเปนอยางไร ๒๒


เรื่ อ งนี้ พระเดชพระคุ ณ หลวงปู ท า นกล า วไว ว า ความ เดือดรอนใดๆ ในชีวิต ลวนเกิดจาก “...มารสงฤทธิ์ สงเดช สง อำนาจ สงวิชชาที่ศักดิ์สิทธิ์มาบังคับ บังคับบัญชาใหเปนไป...” “...พญามารมาบังคับใชสอยเปนบาวเปนทาสเขา เขาจะใช ทำอะไรทำได ใหดา ใหตี ใหชก ใหฆา ใหฟนแทงใครก็ได มาร บังคับ มันบังคับไดอยางนี้เชียวนะ ใหเปนบาวเปนทาสเขา ใหเลว ทรามต่ำชา ใหเปนคนจน อนาถาติดขัดทุกสิ่งทุกอยาง... ที่เปน เช น นี้ ก็ เ พราะตั ว ไม ยิ น ดี ส ละในตั ว เพราะตั ว ไม เ ป น ใหญ ใ นตั ว เพราะตัวไมรูจักที่สุดของตัว...” “...เหมื อ นความแก ดั ง นี้ เราไม ป รารถนาเลย เขาก็ ส ง ความแกมาให เราก็ตองรบอายความแกนั้นแหละ ความเจ็บละ เราไมปรารถนาความเจ็บ เขาก็สงความเจ็บมาให ความตายละ เราไม ป รารถนาเลย เขาก็ ส ง ความตายมาให เพราะเหตุ ไร เพราะเหตุวาตัวเองไมเปนใหญดวยตัวของตัวเอง คนอื่นเขามา ปกครอง...” แตถาใครไดศึกษาวิชชาธรรมกาย ก็จะสามารถเห็นผูที่ คอยบังคับบัญชาปกครองมนุษยอยู ดังคำกลาวของทานที่วา ๒๓


“...มารปลอยสายมาปกครองมนุษย มนุษยตกเปนบาวเปน ทาสของโลภะ โทสะ โมหะ (ผลที่ไดคือความเสียหาย) มีแก มี เจ็บ มีตาย เชน *สงครามที่แลวมาเกิดจากโลภะ คือ ความโลภ เปนเหตุใหคนเจ็บ คนตาย ลู ก ชายหญิ ง มี ค วามหลง โมหะ ว า ตั ว เก ง แล ว พ อ แม วาไมได มีโทสะ โมโห โตเถียงไมกลัวเกรง ที่เปนเชนนี้เพราะนาย โลภะ โทสะ โมหะ เขาปกครอง เขาสั่ ง ให ท ำเช น นั้ น เอา บานเมืองมาลอ เอาความเจ็บความตายมาให ปราบมารเหลานี้ เสียได มนุษยจะไดอยูเปนสุข มารเหมือนผีเที่ยวสิง บังคับใหเปน ไปตามคำสั่งของเขา เราตองเขาวิชชาธรรมกายจึงรูเห็นหมด…” สำหรับผูที่ปรารถนาอิสรภาพ พระเดชพระคุณหลวงปูได ชี้ทางเอาไวดังนี้ “...ใหเอาใจจรดจี้ตัวของตัว กลับใหเขาถึงกายทิพยใหได วากายที่สุดของตนอยูที่ไหน เมื่อไปถึงที่สุดของตัวไดละก็ รักษา ตัวไดเปนอิสระ ไมมีใครมาบังคับบัญชา ถายังไมถึงที่สุดของตัว แลว หวานเลย เขาจะตองบังคับบัญชาแกทาเดียวเทานั้นแหละ *สงครามที่แลวมา หมายถึง สงครามโลกครั้งที่ ๒

๒๔


แกจะตองเปนบาวเปนทาสของเขา...” “...เมื่อปรากฏรูตัววาเปนทาสพญามารอยูเชนนี้ ก็ตองชวย รีบเปลื้องตัว ตองรีบพยายามแกตัว ถารีบพยายามแกตัวใหพนไป เสียได ก็จะไมตองแก ตองเจ็บ ตองตาย ...” อันที่จริงแลว กรงที่คุมขังมนุษยและสรรพสัตวแตละชีวิต นั้น มีหลายกรง หลายขนาด หลายรูปแบบ หลายมิติ และมีอยู ทุกหนทุกแหง ทั้งที่มองเห็นและมองไมเห็น แต..ขึ้นชื่อวากรง ไมวาชนิดใดก็ตาม ลวนทำใหเราขาด ความเปนตัวของตัวเอง ลวนแตยึดเอาอิสรภาพของเราไป หยิบ ยื่นความทุกขและความอึดอัดขัดใจมาใหเราทั้งสิ้น ถ า หากเรามี ค วามตั้ ง ใจจริ ง ที่ จ ะปลดปล อ ยตนเองไปสู หนทางแหงอิสรภาพ เราก็ทำไดดวยการทำสมาธิภาวนา ดำเนิน จิตเขาสูหนทางภายใน ตามคำสอนของพระเดชพระคุณหลวงปู สักวันหนึ่งเราก็จะหลุดพนจากพันธนาการของพญามาร ซึ่งใช โลภะ โทสะ โมหะ มาคุมขังเรา บังคับเราใหทำตามอำนาจของ กิเลส ทำใหเราตองทนทุกขทรมานมาเนิ่นนานและเปนวัฏจักร ทีม่ ริ จู บสิน้ และวันนัน้ ..จะเปนวันทีเ่ ราไดประกันภัยอิสรภาพทีแ่ ท จริงใหกับตนเองตลอดไป ๒๕


องศาที่เหมาะสมของใจกับความสุข 

“...หยุดไดเวลาใด ก็เปนมงคลเวลานัน้ ถาหยุดไมไดเวลาใดก็เปนอัปมงคลเวลานั้น...”


มี ค ำเตื อ นจากนั ก วิ ช าการสาธารณสุ ข ว า การใช คอมพิวเตอรอยูเปนประจำอาจมีผลกระทบตอสุขภาพอยางหนัก ได เชน มีอาการปวดขอนิ้ว ปวดเมื่อยกลามเนื้อแขน หัวไหล หรือคอ ถาปลอยไวนานอาจถึงขั้นเสนเอ็นอักเสบ รวมทั้งอาจมี ปญหาเรื่องสายตาอยางหนัก จึงแนะนำใหผูใชคอมพิวเตอรสนใจ เรื่องเหลานี้เอาไวบาง องศาทีเ่ หมาะสมของการนัง่ แนะนำใหนงั่ เกาอีท้ มี่ พี นักพิง อยูในระดับ ๙๐-๑๒๐ องศา ความสูงของเกาอี้อยูในระดับที่ เทาวางบนพื้นไดสบายพอดี องศาที่เหมาะสมของชวงแขน คียบอรดควรอยูในระดับ เดียวกันหรือต่ำกวาขอศอกเล็กนอย ประมาณ ๙๐-๑๒๐ องศา องศาที่เหมาะสมของการมอง จอภาพควรอยูต่ำกวา ระดับสายตาเล็กนอยประมาณ ๒๐ องศา ระยะในการมองควร อยูระหวาง ๕๐-๗๐ ซม. และควรพักสายตาเปนระยะๆ การดูแลเรื่องเหลานี้จะชวยใหไมเกิดผลกระทบจากการใช คอมพิวเตอร ในการดำเนินชีวิตประจำวัน เราทั้งหลายก็ควรจะมีความรู และศิลปะในการใชชีวิตเชนกัน เพื่อหลบหลีกใหพนจากความทุกข ซึ่งพระเดชพระคุณหลวงปูทานใหหลักการเอาไววา ถาตองการ

๒๗


จะดับทุกขใหไดผลดีจริง เราจะตองทำใจหยุดใหถูกสวนจนกระทั่ง เขาถึงพระธรรมกาย ถาใครหยุดใจจนเขาถึงพระธรรมกายไดแลว จะมีความสุขอยางยิ่งทีเดียว ดังนี้ “...ถามดูเถอะพวกมีธรรมกายนั่น เปนอยางไรบาง ทุกข สงบไหม ภั ย สงบไหม โรคสงบไหม สบายใจ เย็ น ใจ อิ่ ม ใจ ปลาบปลื้ม ใจตื้นใจเต็มทีเดียว แชมชื่นตื่นเตน ผองใสทีเดียว...” “…พอใจหยุดเสียไดเทานั้นแหละ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข เสื่อมลาภ เสื่อมยศ ติเตียน ทุกข ไมกระทบกระเทือนแลว...” แมยังไมเขาถึงพระธรรมกาย แตถาสามารถทำใจใหหยุด นิ่งในเบื้องตนที่กลางดวงธรรมที่ทำใหเปนกายมนุษย ก็มีความสุข ไดระดับหนึ่งแลว ดังนี้ “...เมื่ออยูกลางดวงนั้นแลว ความกำหนัดยินดีไมมี สงบ ระงับเปนสุขทีเดียว ถาวาตองการสุขละก็ไปอยูนั่น ถาวาตองการ ทุกขละก็ออกมาเสียก็ไดรับทุกข...”

๒๘


“...ใจหยุ ด เสี ย แล ว วิ ร ชํ ปราศจากความขุ น มั ว วิ ร ชํ ปราศจากธุลี เศราหมองก็ไมมีแกใจ เพราะใจหยุดเสียแลว ไม เศราหมองไมขุนมัวแตอยางใดอยางหนึ่งเลยทีเดียว...” ทานยังกลาวอีกดวยวา ถาใครทำใจใหหยุดไดแลว บุคคล นั้นก็ถึงซึ่งมงคล ถาทำใจหยุดไมไดก็เปนอัปมงคล “...หยุดไดเวลาใดก็เปนมงคลเวลานั้น ถาหยุดไมไดเวลาใด ก็เปนอัปมงคลเวลานั้น…” มงคล หมายถึง เหตุแหงความเจริญ พอใจหยุดแลวจะ ไมมีความเศราโศก ไมขุนมัว มีแตความผองใส เบิกบาน มีแต ความเจริญรุงเรือง สิริมงคลทั้งหลายก็จะไหลมาเทมา และจิตที่ หยุดนิ่งไดนี้จะนำไปสูความเจริญอันสูงสุด คือ มรรคผลนิพพาน ดังคำของพระเดชพระคุณหลวงปูที่วา “...พอใจหยุ ด เท า นั้ น เข า ถึ ง ทางไปของพระพุ ท ธเจ า พระอรหันต ใจหยุดนั่นแหละจะพบพระบรมศาสดา...”

๒๙


ถามนุษยเราปรับองศาของใจเพื่อเตรียมพรอมที่จะรับมือ กับสิ่งตางๆ ในชีวิตประจำวันไดดี เรื่องราวความวุนวายตางๆ ก็จะแทรกซึมเขามาทำลายความสุขของเราไดยาก เราจึงตอง วางใจของเราใหอยูในองศาที่เหมาะสม คือที่ ๐๗๒ องศา โดย คอยๆ ปรับใจอยางเบาๆ สบายๆ เมื่อปรับใหหยุดนิ่งสนิทอยูที่ ๐๗๒ หรือศูนยกลางกายฐานที่เจ็ดเหนือสะดือสองนิ้วมือ เราก็ จะสามารถเขาถึงพุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ ไดในที่สุด และขณะนั้นทุกข โศก โรค ภัย ก็จะไมสามารถมาทำรายใจของ เราได องศาที่ ๐๗๒ จึงเปนองศาแหงความสุขที่แทจริงของ มนุษยทุกคน

๓๐


บนโลกที่แตกตาง 

“...ถาดวงบุญใหญโตกวา ก็นำไปสูสวรรค ถาดวงบาปใหญโตกวา ก็นำไปสูนรก ใครจะแกไขอยางใดอยางหนึ่งไมไดทั้งนั้น...”


บางมุมของโลก: มหาเศรษฐีซื้อทริปลองเรือสำราญรอบ โลก ๕ เดื อ น ราคาเริ่ ม ต น ที่ ๑๐๘,๒๖๕ ดอลลาร ส หรั ฐ ตอคน เปดจองโรงแรมแหงแรกในอวกาศ ๓ วัน ราคาคนละ ๓,๗๕๐,๐๐๐ ดอลลารสหรัฐ อีกมุมหนึ่งของโลก: นักวิทยาศาสตรจากหลายประเทศ ส ง เสริ ม ให ป ระชาชนบริ โ ภคแมลง เช น จิ้ ง หรี ด หนอนผี เ สื้ อ ดวง ตั๊กแตน ฯลฯ ในฐานะที่เปนแหลงอาหารโปรตีนและแรธาตุ ตางๆ และเพื่อแกปญหาความอดอยาก อี ก สั ก มุ ม หนึ่ ง : อาจารยโรงเรียนมัธยมแหงหนึ่งมุงมั่น สรางแรงบันดาลใจใหนักเรียนนำสิ่งของเหลือใชมาสรางสรรคให เปนของใชที่มีมูลคา นำไปใชประโยชนไดจริง คนรวย คนจน หรือชนชั้นกลาง ตางก็เปนสมาชิกของ โลกสีน้ำเงินใบนี้ แตมีชีวิตความเปนอยูแตกตางกันจนบางครั้ง ยากที่จะจินตนาการโลกที่แทจริงของอีกฝายหนึ่งได ความตางเหลานี้ไมใชสิ่งที่เปนมาแตกำเนิด แตมันเปนมา กอนกำเนิด โดยบุญ บาป ที่เราทำเปนชนกกรรมนำมาเกิด ซึ่ง พระเดชพระคุณหลวงปูทานเคยพูดถึงเรื่องนี้ไววา “...เมื่ อ กายมนุ ษ ย แ ตกดั บ ไปแล ว กายมนุ ษ ย ล ะเอี ย ดยั ง ๓๒


เหลืออยูอยางเรานอนฝนไป ตายก็เหมือนกับนอนหลับฝนไป กาย มนุษยละเอียดออกจากกายมนุษยไป ...ในกลางดวงธรรมที่ทำใหเปนกายมนุษยละเอียดนั้น มี ดวงบุญอีกดวงหนึ่ง ดวงบุญนั้นแหละจะนำไปเกิด...” “...สภาพที่ เ ป น บุ ญ เป น ดวงใส ติ ด อยู ใ นศู น ย ก ลาง ดวงธรรมที่ทำใหเปนมนุษย สภาพที่เปนบาปเปนดวงดำ ติดอยูใน ศูนยกลางดวงธรรมที่ทำใหเปนมนุษยแบบเดียวกัน ถ า ดวงบุ ญ ใหญ โ ตกว า ก็ น ำไปสู ส วรรค ถ า ดวงบาป ใหญ โ ตกว า ก็ น ำไปสู น รก ใครจะแก ไขอย า งใดอย า งหนึ่ ง ไม ไ ด ทั้งนั้น ยอมเปนไปตามคติของตน...” สำหรับผูที่มาเกิดเปนมนุษยจะตองบริสุทธิ์กาย วาจา ใจ และถาอยากเกิดในตระกูลที่ร่ำรวย พระเดชพระคุณหลวงปูกลาว ไววา จะตองใหความสำคัญกับการใหทาน “...การใหนี้ใหสำเร็จประโยชนถึงเจาจักรพรรดิราช...เปน เศรษฐีมหาราชก็สำเร็จดวยทานการให เปนคหบดีมหาศาลมี ทรัพยสมบัติบริวาร ขาทาสบริวาร ก็สำเร็จดวยการให ถาไมให ๓๓


ไมสำเร็จอยางนั้น เพราะฉะนั้น การให ถาอยากมีสมบัติยิ่งใหญ มหาศาลละก็ตองอุตสาหบำเพ็ญทาน...” นอกจากพระเดชพระคุณหลวงปูจะแนะนำวิธีรวยใหแลว ทานยังเมตตาอยากใหเราไดเกิดในตระกูลที่ดีอีกดวย เพราะวา มนุ ษ ย เ รายั ง มี ป ญ หาเรื่ อ งการดู ห มิ่ น ชาติ ต ระกู ล หรื อ การ แบงแยกชนชั้นอยู ซึ่งเปนปญหาที่มีมานานแสนนานแลว สืบเนื่อง มาตั้งแตครั้งที่พรหมลงมาเกิดเปนมนุษยใหมๆ แลวกิน *งวนดิน เป น อาหาร ครั้ น วั น เวลาผ า นไป ผิ ว พรรณมนุ ษ ย เ กิ ด ความ แตกต า งกั น ขึ้ น พวกที่ มี ผิ ว พรรณงามก็ ดู ถู ก พวกที่ ผิ ว พรรณ ไมงาม การแบงชั้นวรรณะก็เกิดขึ้นตั้งแตครั้งนั้น แมในปจจุบัน ก็ยงั ดำรงอยู ในบางสังคมมองเห็นไดชดั เจน แตบางสังคมอาจมอง เห็นไมชัด อยางไรก็ตาม ถาสมมติวาชาติใดชาติหนึ่ง เราตองไป เกิ ด ในยุ ค ที่ มี ก ารแบ ง ชนชั้ น วรรณะอย า งเข ม ข น เหมื อ นอย า ง อินเดียในอดีต และพลาดพลั้งไปเกิดในวรรณะต่ำ ตองเผชิญกับ การถูกเหยียดหยามทุกลมหายใจ เราคงทุกขทรมานแสนสาหัสที่ เกิดมาในสภาพนั้น *งวนดิน : สิ่งที่ลอยอยูบนผิวน้ำ คลายๆ เวลาเคี่ยวนมสดแลวทิ้งไวใหเย็น ก็จะเกิด เปนไขนมจับตัวกันอยูขางบน งวนดินมีสีคลายเนยใส รสชาติอรอย

๓๔


แลวถาอยากเกิดในตระกูลสูง ตองทำอยางไร? ถาใครอยากเกิดในตระกูลสูงที่คนยกยอง พระเดชพระคุณ หลวงปูทานกลาวไววา “...เราอยากเปนมนุษยชน้ั ไหน เราตองแกไขตัวของตัวเอง…” “...เมื่อเวลาใหทาน รักษาศีล เจริญภาวนา แตอยางใด อย า งหนึ่ ง ต อ งใช ม ารยาทให เรี ย บร อ ย เวลาจะให ท านต อ งใช มารยาทที่ นุ ม นวลเป น ที่ น า ดู น า ชม ใครเห็ น ก็ นิ ย ม ...เมื่ อ มี มารยาทเชนนั้นแลวก็จะเปนเหตุใหเกิดสกุลสูง...” “...สวนวาจาเลา จะพูดจาปราศรัยกับบุคคลผูห นึง่ ผูใ ด ผูเ ฒา ผู แ ก สมณพราหมณาจารย ก็ พู ด แต ถ อ ยคำนุ ม นวลชวนสดั บ ถอยคำที่กักขฬะ ชั่วชาหยาบคาย อยาเอาไปใช ถาใชเขาแลวมัน เปนนิสัยติดไป จะไปเปนคนปาเถื่อนเชนนั้นบาง...” “...สวนใจเลา ใจก็ตองใหนุมนวล ใหออนโยน ตองใชใจที่ เปนบุญเปนกุศล ใจเปนอกุศลไมเอาเขามาใช ใจที่เห็นผิด เขาใจผิด อยาเอามาใช ใจที่เห็นชอบเห็นถูก ก็เอาเขามาใชอยางชนิดนั้น ๓๕


เกิดไปในภายหนาเปนมนุษยชั้นสูง...” ในปจจุบันชาตินี้ ถาเรามีฐานะไมดี และอยูในสิ่งแวดลอม ที่ไมดี วิธีแกก็คือ สั่งสมบุญทั้งทาน ศีล ภาวนา และรักษากาย วาจา ใจใหนุมนวล ออนโยน เพื่อสรางสิ่งดีๆ ใหเกิดขึ้น ถาเรามีฐานะดี อยูในตระกูลสูง และมีสิ่งดีๆ เพียบพรอม เราก็ ยั ง ต อ งสั่ ง สมบุ ญ เช น กั น เพื่ อ รั ก ษาสิ่ ง ที่ เรามี เ อาไว และ เพิ่มพูนใหมากยิ่งๆ ขึ้นไป ถาเราทั้งหลายหมั่นทำบุญทำกุศลอยางสม่ำเสมอ และ รั ก ษากาย วาจา ใจ ให นุ ม นวล อ อ นโยนตามคำสอนของ พระเดชพระคุ ณ หลวงปู แ ล ว เราต า งก็ จ ะพากั น มั่ ง คั่ ง ร่ ำ รวย เฉลียวฉลาด ไดบังเกิดในตระกูลที่ดี และเปยมไปดวยความสุข เมื่อนั้นโลกในมุมของเราก็จะนารื่นรมยเปนอยางยิ่ง และปญหา เรื่องความแตกตางของชนชั้นก็จะลดนอยลงไปอีกดวย

๓๖


ความลับไมมีในโลก 

“...ขึ้นชื่อวาความลับไมมีในโลกนัน้ ถูกตองทีเดียวคือ ความลับมีแตเฉพาะในกายมนุษย เทานั้น กายมนุษยละเอียดไมมีความลับ...”


มนุ ษ ย ทุ ก คนย อ มมี สิ่ ง ที่ เรี ย กว า “ความลั บ ” สิ่ ง ใดที่ เปนความลับ เรามักไมอยากใหใครรู เพราะถามีใครรู ความลับก็ จะไม เ ป น ความลั บ อี ก ต อ ไป และบางเรื่ อ งอาจจะนำความ เดือดรอนมาสูเราได แตคนเรามีความอยากรูอยากเห็นอยูดวยกันทั้งนั้น ยิ่งลับ ยิ่งอยากรู เรื่องอะไรที่หามพูดถึง เรื่องนั้นจะไปเร็วและไปแรง การอยากรู ค วามลั บ เป น เหตุ ใ ห ม นุ ษ ย พ ยายามหาวิ ธี ไข ความลับ เริ่มจากวิธีการขั้นพื้นฐาน เชน เจาะรูตามขางฝาเพื่อ แอบดู ตอมาพัฒนาเปนเครื่องดักฟง โทรทัศนวงจรปด มีอาชีพ สายลั บ เกิ ด ขึ้ น รวมทั้ ง มี ค อลั ม น ซุ บ ซิ บ ตามหนั ง สื อ พิ ม พ แ ละ นิตยสาร เพื่อสนองความอยากรูอยากเห็นของคน ฯลฯ เรื่ อ งราวต า งๆ ที่ เ ป น ความลั บ หรื อ เป น ส ว นตั ว นั้ น ปดบังไดกบั บางคนและบางเวลาเทานัน้ เพราะทีจ่ ริงแลว “ความลับ.. ไมมีในโลก” และไมมีอะไรที่เปนความลับสำหรับผูที่ศึกษาวิชชา ธรรมกาย ดังที่พระเดชพระคุณหลวงปูทานกลาวไววา “...ขึ้นชื่อวา ความลับไมมีในโลกนั้นถูกตองทีเดียว คือ ความลับมีแตเฉพาะใน กายมนุ ษ ย เ ท า นั้ น กายมนุ ษ ย ล ะเอี ย ดไม มี ค วามลั บ กายทิ พ ย ๓๘


กายทิ พ ย ล ะเอี ย ด กายรู ป พรหม กายรู ป พรหมละเอี ย ด กาย อรู ป พรหม กายอรู ป พรหมละเอี ย ด อี ก มากมายนั ก จะโกหก อยางหนึ่งอยางใดไมไดทั้งนั้น...” เหตุ ที่ ก ายมนุ ษ ย ล ะเอี ย ดไม โ กหกนั้ น เพราะกายมนุ ษ ย ละเอียดเปนกายทีบ่ ริสทุ ธิก์ วา มีความโลภ โกรธ หลง เบาบางกวา และมีศีลบริสุทธิ์กวากายมนุษยหยาบ จึงมีวาจาตรงกับใจ นอกจากนี้ ท า นยั ง เคยเล า ไว ด ว ยว า กายละเอี ย ดของ มนุษยหรือกายที่ฝนไปโนนไปนี่ยามเรานอนหลับนั้น ยังรูเรื่องตางๆ มากมาย รูแมกระทั่งเรื่องลี้ลับ และรูวาใครเปนคนอยางไร “...เรารูทีเดียววา คนนี้จะซื่อตรงหรือไมซื่อตรง ใหไปดูที่ กายละเอียด ไปถามกายละเอียด กายละเอียดจะไปสืบดู เดี๋ยวก็รู ไดทันทีวา คนนั้นซื่อตรงหรือไม...” เรื่องความซื่อหรือไมซื่อนี้ เปนสิ่งที่คนทั่วไปยากจะรูได ที่ ผานมาจึงมีการประดิษฐเครื่องจับเท็จรูปแบบตางๆ เพื่อตรวจ เช็ ค ความซื่ อ ตรงของผู ต อ งหา แต ก็ ไ ม ไ ด ผ ลเท า ไรนั ก เพราะคนร า ยเรี ย นรู ที่ จ ะโกหกได แ ม ก ระทั่ ง เครื่ อ งจั บ เท็ จ ที่ ๓๙


กระทรวงกลาโหมสหรั ฐ ฯ ก็ มี ก ารวิ จั ย คลื่ น สมองเพื่ อ หาทาง ทราบความคิดของมนุษย ซึ่งตองลงทุนดวยเงินจำนวนมหาศาล และใชเวลาหลายป ถาทำสำเร็จจะนำไปใชสอบสวนขาศึกหรือ อาชญากร และใช สื่ อ สารกั บ ผู ป ว ยที่ ไ ม ส ามารถเปล ง เสี ย งได ขณะนี้ยังอยูในระหวางการวิจัย สำหรั บ วิ ช ชาธรรมกาย ไม ต อ งลงทุ น ทั้ ง เงิ น ทั้ ง เวลา มากมายขนาดนั้น และไมตองทำการวิจัยแตอยางใด ก็สามารถรู เรื่องราวตางๆ ได ดังที่พระเดชพระคุณหลวงปูทานกลาวไววา “...ถาเราเขาถึงกายมนุษยละเอียด เราก็จะฉลาดกวาคน ชั้นหนึ่ง เพราะมนุษยรูเรื่องหยาบๆ เราเขาถึงกายมนุษยละเอียด เราจึงรูเรื่องไดละเอียดกวา เรื่องลี้ลับอะไรเรารูหมด เราไปตรวจ ดูไดหมดทีเดียว ไมวาจะเปนกลางวันหรือกลางคืน...ฝนไปเรื่อย ตรวจดูทุกๆ คน ถาฝนตื่นๆ ไดอยางนี้สนุกแน...” ถ า ใครเข า ถึ ง กายมนุ ษ ย ล ะเอี ย ด คนนั้ น จะฉลาดกว า มนุษยทั่วไป ยิ่งเขาถึงกายตางๆ ตอไปอีก ก็จะยิ่งฉลาดเพิ่มขึ้น ถ า เราปฏิ บั ติ ธ รรมจนกระทั่ ง เข า ถึ ง จุ ด ที่ ล ว งรู ค วามลั บ ได

๔๐


การตั ด สิ น ใจที่ ผิ ด พลาด หรื อ ความเสี ย หายที่ เ กิ ด จากการ ถูกหลอกลวงก็จะลดนอยลง เพราะจะไมมีใครมาหลอกลวงเราได ถาโลกนี้ มีคนที่สามารถลวงรูเรื่องลี้ลับตางๆ ไดอยูเปน จำนวนมาก ก็จะชวยลดบาปใหคนอื่นไดดวย เพราะมนุษยจะ โกหกกันนอยลง ทำความชั่วนอยลง เพราะบางครั้งที่คนเรากลา ทำความชั่ ว ก็ เ พราะคิ ด ว า ไม มี ใ ครรู ถ า มี ค นรู ก็ จ ะไม ก ล า ทำ สังคมมนุษยก็จะสงบสุขขึ้นโดยปริยาย ในชี วิ ต ของแต ล ะคน อาจเคยทำบางสิ่ ง ที่ อ ยากเก็ บ ไว เปนความลับ แตตอนนี้เรารูแลววา ความลับ..ไมมีในโลก การเพียรพยายามทำความบริสุทธิ์กาย วาจา ใจใหยิ่งๆ ขึ้นไป ดวยการหยุดใจไวที่ศูนยกลางกายฐานที่ ๗ เหนือสะดือ ๒ นิ้วมือ ตามคำสอนของพระเดชพระคุณหลวงปูจึงเปนสิ่งที่ควร ถือเปนกรณียกิจ เพราะนอกจากจะไดบุญมากมายมหาศาลเปน สิ่งตอบแทนแลว สักวันหนึ่งเราจะกาวไปถึงจุดที่สามารถพิสูจนได ดวยตนเองวา “ความลับ..ไมมีในโลก” เปนเ���ื่องจริง

๔๑


อยาเสี่ยงดีกวา 

“...ถาเราคอยระวังรักษาไวใหดี บำเพ็ญสมาธิ ใหดวงขาวใสปรากฏอยูใ นศูนยกลางกายเสมอ เราจะทำอะไรก็เปนไปในทางดี...”


หากเปรียบเทียบอัตราเสี่ยงระหวางการคมนาคมในรูป แบบตางๆ แลว การเดินทางทางอากาศนับวาปลอดภัยและเกิด อุบัติเหตุนอยกวาการคมนาคมประเภทอื่น... คือ ทุกๆ ๑ ลาน เที่ยวบินจะเกิดอุบัติเหตุเฉลี่ย ๐.๘๘ ครั้ง ซึ่งนับวามีอัตราเสี่ยงที่ นอยมาก ตางจากการจราจรทางบกที่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นไมเวน แตละวัน มนุษยเราตองเผชิญกับความเสี่ยงอยูตลอดเวลา ถาใคร ประมาท ละเลยเรื่องราวตางๆ ในการดำเนินชีวิต สักวันหนึ่ง อาจจะตองพบกับความเสียใจอยางใหญหลวงสุดจะคณานับก็ได โดยเฉพาะอยางยิ่ง ถาประมาทในการทำสมาธิภาวนา เพราะ การเดิ น ทางในวั ฏ สงสารของมนุ ษ ย มี ค วามเสี่ ย งมหาศาล วั ด คราวๆ ไดในอัตราเทากับ เขาโค : ขนโค ดังทีก่ ลาวไวในพระไตรปฎก คือ ผูที่จะไปสุคติภูมิมีปริมาณเปรียบกับเขาโค ผูที่จะไปทุคติภูมิมี ปริมาณเปรียบกับขนโค พระเดชพระคุณหลวงปูทานหวงใยเรา เพราะทานทั้งรูทั้ง เห็นภัยในวัฏสงสาร ทานจึงอยากใหทุกคนเขาถึงพระธรรมกาย เพื่ อ จะได มี ชี วิ ต ที่ ป ลอดภั ย ทั้ ง ในป จ จุ บั น ชาติ แ ละในภพชาติ เบื้องหนา ทานจึงเมตตาเตือนใหมีความเพียรในการปฏิบัติธรรม อยูเสมอๆ ๔๓


“...อุ ต ส า ห พ ยายามทำกั น ไปอย า ได ดู ห มิ่ น ดู แ คลนหนา อยาไดเห็นแกเหน็ดแกเหนื่อย แกยากแกลำบากแตเล็กๆ นอยๆ เมื่อมาประสบพบพุทธศาสนา พบของจริงละเขาถึงของจริงใหได เอาของจริงใสไวกับตัวไวใหได ติดกับตัวไวใหได อยาดูถูกดูหมิ่น หนา...” “...อยาเลนเอาอยางเด็ก ถาเมื่อเลนอยางเด็กแลวก็ เลน หมอขาวหมอแกง เลนฝุนเลนทรายอยูละก็ ชีวิตจะไมพอใช...” “...เขาถึงธรรมกายใหได…ก็จะรูตัวทีเดียววา ออ! เราเปน มนุษยพบพระพุทธศาสนาไดรูจักของจริง เห็นของจริงอยางนี้ ไม เสียทีที่พอแมอาบน้ำปอนขาวมา อุมทองมาไมหนักเปลา...” ถาเราปฏิบัติธรรมจนเขาถึงดวงปฐมมรรค เขาถึงกาย ตางๆ ไปจนกระทั่งเขาถึงพระธรรมกาย และตั้งใจปฏิบัติเรื่อยไป ไมละทิ้งความเพียร ก็จะมีชีวิตที่ปลอดภัย ไมตองเสี่ยงอันตราย ในสังสารวัฏ

๔๔


“...ถาเราคอยระวังรักษาไวใหดี บำเพ็ญสมาธิใหดวงขาว ใสปรากฏอยูในศูนยกลางกายเสมอ เราจะทำอะไรก็เปนไปในทาง ดี พูดอะไรก็พูดไปทางดี คิดอะไรก็คิดไปทางดี เพราะฉะนั้น จึง ควรบำเพ็ญตนใหเปนฝายขาวเสมอ เวลาจะตายถาปลอยใหตก อยูในฝายดำเรียกวาหลงตายจะไปสูทุคติ ถาอยูในฝายขาวเรียก วาไมหลงตายจะไปสูสุคติแนแท จึงเปนการจำเปนยิ่งที่จะระวังให อยูฝายขาว...” “...เมื่อเขาถึงธรรมกายไดละก็นั่นแหละไดรัตนะอันประเสริฐ แล ว ...ถ า ว า ใครอยู กั บ รั ต นะเช น นี้ ล ะก็ มี ค วามสวั ส ดี เรื่ อ ย ปลอดภัยเรื่อยทีเดียว อยูในธรรมรัตนะ สังฆรัตนะใหใส อยูกับ รัตนะนั่นแหละปลอดภัยทีเดียว ไมตองมีภัยอีกตอไปทีเดียว ไดรับ ความสุขทีเดียว...ถาไดเขาถึงพุทธรัตนะแลวอยาปลอยเด็ดขาด ใจ ขาด ขาดไป ตาย ตายไป ใจติดอยูกับพุทธรัตนะนั่นแหละเอาตัว รอดได..” ประโยชน อื่ น ๆ ของการทำสมาธิ ภ าวนานอกจากเรื่ อ ง ความปลอดภัยยังมีอยูอ กี มากมาย แตการจะเขาถึงประโยชนตา งๆ เหลานั้นได ตองปฏิบัติอยางตอเนื่องจึงจะเห็นผล ๔๕


“…ในการบำเพ็ ญ ภาวนา ความเพี ย รเป น ข อ สำคั ญ ยิ่ ง ตองทำเสมอทำเนืองๆ ในทุกอิริยาบถ ไมวานั่ง นอน เดิน ยืน และทำเรื่อยไป อยาหยุด อยาละ อยาทอดทิ้ง อยาทอแท มุง รุดหนาเรื่อยไป ผลจะเกิดวันหนึ่ง ไมตองสงสัย ผลเกิดอยางไร ทานรูไดดวยตัวของทานเอง…” ตั ว อย า งของผลอั น วิ เ ศษของการทำสมาธิ ภ าวนา ที่ พระเดชพระคุณหลวงปูกลาวไว สมาธิกับความสุข : “...สุขในฌานอะไรจะไปสู ในภพนี่ไม มี สุ ข เท า ถึ ง ดอก สุ ข ในฌานนะ สุ ข ลื ม สมบั ติ นั่ น แหละ สมบั ติ กษัตริยก็ไมอยากได สุขในฌานนะ สุขนักหนา...” สมาธิกับความฉลาด : “...ถาวาทำธรรมกายเปนละก็ มัน ฉลาดกว า มนุ ษ ย ห ลายสิ บ เท า เชี ย วนะ นี่ พ อเข า ถึ ง กายมนุ ษ ย ละเอียด ก็ฉลาดกวาเทาหนึ่งแลว สูงกวาเทาหนึ่งแลว เขาถึง กายทิ พ ย ก็ ส องเท า แล ว กายทิ พ ย ล ะเอี ย ดก็ ส ามเท า แล ว กายรูปพรหมสี่เทา กายรูปพรหมละเอียดหาเทา กายอรูปพรหม หกเท า กายอรู ป พรหมละเอี ย ดเจ็ ด เท า เข า ถึ ง กายธรรมและ ๔๖


กายธรรมละเอียด ๘-๙ เทา เขาไปแลว มันมีความฉลาดกวากัน อยางนีน้ ะ...” ความเสี่ยงของการเดินทางในสังสารวัฏ มีอัตราเทากับ เขาโค : ขนโค ก็ ไ ม ท ราบว า วั ว ๑ ตั ว มี ข นมากเท า ไร ทราบ แต ว า ศี ร ษะมนุ ษ ย ที่ มี เ นื้ อ ที่ เ พี ย งเล็ ก น อ ยนี้ มี ผ มประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ เสน อัตราเสี่ยงของการเดินทางในวัฏสงสารจึงเปน อัตราเสี่ยงที่สูงที่สุดและนากลัวที่สุด นี่ถาพระเดชพระคุณหลวงปูทานไมชี้ทางรอดใหวา “หยุด เปนตัวสำเร็จ” ดวยการนำใจมาหยุดนิ่งไวที่ศูนยกลางกายฐานที่ ๗ โอกาสที่แตละคนจะไดอยูในประเภทเขาโคจะมีสักกี่เปอรเซ็นต?

๔๗


วาจาศักดิ์สิทธิ์ 

“...หัดวาจาไพเราะเสียในชาติน้ี ชาติตอๆ ไปวาจาของตนศักดิ์สิทธิ์...”


ในบรรดาศี ล ๕ ข อ มี ห ลายๆ คนบอกว า ศี ล ข อ ๔ รักษายากที่สุด และมีนักธุรกิจบางคนใหเหตุผลวา “ในการทำ ธุรกิจนั้น ไมอาจพูดความจริงไดทั้งหมด” ที่จริงศีลขอ ๔ นั้น นอกจากงดเวนจากการพูดเท็จแลว ก็ควรละเวนการพูดคำหยาบ คำสอเสียด และคำเพอเจออีกดวย จึงจะรักษาศีลขอ ๔ ไดสมบูรณ ในขอหามทั้ง ๔ ขอนี้ การพูดเท็จ หรือพูดโกหก เปนสิ่ง ที่รับรูไดยากที่สุดในบรรดาขอหาม ๔ ประการนี้ และอาจกอให เกิดความเสียหายใหทั้งผูอื่น และตัวผูพูดเอง (ทันตาเห็น ถามีคน จับได) โดยมีปริมาณความเสียหายตั้งแต เล็กนอย ปานกลาง มาก ไปจนกระทั่งมากที่สุด ทั้งนี้ขึ้นอยูกับวา “โกหกเรื่องอะไร” สวนการพูดคำหยาบ คำสอเสียด และคำเพอเจอนั้น ก็ สามารถกอความเสียหายไดเชนกัน แตเนื่องจากเปนสิ่งที่เห็นได ชัด รับรูไดงาย ผูฟงจึงพอมีโอกาสตั้งรับได อานุภาพการทำลาย ลางจึงอาจไมลึกซึ้งแนบเนียนเทากับการโกหกหลอกลวง อย า งไรก็ ต าม การงดเว น ถ อ ยคำเหล า นี้ นอกจากจะ ไมทำใหเกิดความเสียหายทั้งแกตนเองและผูอื่นแลว เรายังจะได รับสิ่งตอบแทนที่คุมเกินคุม คือ เราจะเปนบุคคลที่นารักและไดรับ การยอมรับเชื่อถือจากผูอื่นในปจจุบันชาตินี้เลยทีเดียว ๔๙


ภพชาติตอไปเราจะมีฟนสวย ขาวสะอาด เรียบเสมอกัน กลิ่นปากหอม ไมถูกใสรายปายสี จะไดรับความจริงใจจากผูอื่น และที่สำคัญที่สุด เราจะมีวาจาศักดิ์สิทธิ์ ดังที่พระเดชพระคุณ หลวงปูทานกลาวไววา “...ถาใครตองการวาจาศักดิ์สิทธิ์เชนนี้ ตองพยายามหาม วาจาทุจริตเสีย ...พวกที่พูดวาจาพลอยๆ เอาเรื่องเอาราวไมได วาจาเหลวไหลชนิดนี้ฆาวาจาของตัวเอง ทำลายความศักดิ์สิทธิ์ ของตัวเอง ไมมีใครทำให นี้ตองอุตสาหแกไขวาจาของตน ให เปนวาจาที่ไพเราะ ออนหวานอยูร่ำไป นี้เปนประโยชนแกตนดวย เปนประโ���ชนแกบุคคลอื่นดวย เปนทั้งประโยชนแกกันและกัน…” “...หัดวาจาไพเราะเสียในชาตินี้ ชาติตอๆ ไปวาจาของตน ศักดิ์สิทธิ์ จะพูดอะไรสำเร็จกิจหมดทุกอยาง ถาใชวาจาหยาบก็ เทากับวาจาจอบตัวเอง ในชาตินี้ก็ดี วาจาหมดอำนาจหมดสิทธิ์ ไมมีอำนาจอะไร พูดไปก็เทากับไมไดพูด พูดอะไรเปนไมสำเร็จ...” วาจาศักดิ์สิทธิ์ คืออะไร? วาจาศั ก ดิ์ สิ ท ธิ์ ก็ คื อ วาจาที่ มี อ ำนาจ บั น ดาลให สิ่ ง ที่ ๕๐


กลาวออกไปสำเร็จไดดังประสงค และผูใดไดฟงจะตองทำตาม วาจาศั ก ดิ์ สิ ท ธิ์ ไ ม ใช สิ่ ง ที่ เ กิ ด ขึ้ น ได ง า ยๆ จะต อ งมี บุ ญ มารองรับดวยการบำเพ็ญกุศลทางวาจาเอาไว คือรักษาศีลขอ ๔ เป น อย า งดี โดยพู ด วาจาไพเราะ อ อ นหวาน พู ด คำจริ ง ที่ เ ป น ประโยชนตอตนเองและผูอื่น และงดเวนวจีทุจริต คือ การพูดเท็จ การพูดคำหยาบ การพูดสอเสียด และการพูดเพอเจอ สำหรั บ บางคน อาจเป น เรื่ อ งยากที่ จ ะทำได บ ริ สุ ท ธิ์ ครบถวนทุกประการ ทั้งการไมพูดเท็จ ไมพูดคำหยาบ ไมพูด สอเสียด และไมพูดเพอเจอ แตถาเรางดเวนคำพูดเหลานี้ แลวได วาจาศักดิ์สิทธิ์มาเปนการตอบแทน ก็นาจะคุมยิ่งกวาคุม จากนี้ไป ถาเราคิดใหรอบคอบและถามตัวเองทุกครั้งกอน ทำผิดศีลขอ ๔ วา “นี่เรากำลังจะทำลายความศักดิ์สิทธิ์ของตัว เองอยู ห รื อ เปล า ” เชื่ อ ว า เราจะสามารถรั ก ษาศี ล ข อ ๔ ได บริสุทธิ์บริบูรณมากขึ้น

๕๑


สักวัน..เราจะไมแก ไมเจ็บ ไมตาย 

“...พญามารนั่นเองเปนคนทำใหแก ใหเจ็บ ใหตาย เกิด แก เจ็บ ตาย อยางยับเยิน...”


ในทางการแพทย การเกิด หรือการมีชีวิต เริ่มนับจาก เวลาที่ หั ว ใจทารกในครรภ เ ริ่ ม เต น คื อ ช ว งที่ แ ม ตั้ ง ครรภ ประมาณ ๔ เดื อ น แต แ พทย บ างคนอาจจะถื อ ว า การมี ชี วิ ต หมายถึง ตองคลอดออกมาเสียกอน การแก ดูไดจากการเสื่อมของอวัยวะตางๆ ในรางกาย เช น กล า มเนื้ อ แข็ ง แรงน อ ยลง ลิ้ น รั บ รสไม ดี ตาฝ า ฟาง หู ไมคอยไดยิน ระบบยอยอาหารทำงานไมดีเหมือนเดิม ฯลฯ การเจ็บ บดูไดูดไจดากอาการไม จากอาการไมสสบายกาย บายกาย ไมไมสสบายใจ บายใจ ที่ผิดไป การเจ็ จากสภาวะปกติ การตาย ทางการแพทยจะสรุปวาคนตาย ก็ตอเมื่อสมอง ตาย มนุษยเราคนหาความลับเรื่องการเกิด แก เจ็บ ตายมา นานแสนนาน ทำให ค วามรู ท างวิ ท ยาศาสตร แ ละการแพทย พัฒนาไปไกลมาก การชะลอความแก การรักษาความเจ็บปวย และการยืดอายุดวยวิธีการตางๆ ถูกคิดคนขึ้นมาอยางไมหยุดยั้ง แตมนุษยก็ยังคงแก เจ็บ และตายในที่สุด พูดงายๆ ก็คือสูไมเคย ชนะ และที่สำคัญมันยิ่งใหญเกินกวาที่คนธรรมดาจะคิดสู มนุษย จึงตองทนทุกขทรมานกับความแก เจ็บ ตาย มานานแสนนาน แตแลววันหนึ่ง ก็มีประกายแหงแสงสวางวาบขึ้นมา เมื่อ

๕๓


พระเดชพระคุณหลวงปูทานกลาววา มนุษยเราไมจำเปนตองแก ตองเจ็บ ตองตาย ทำไมทานถึงกลาวเชนนี้ ? ที่ทานกลาวเชนนี้ เปนเพราะทานรูแจงเห็นแจงแทงตลอด ในวิชชาธรรมกาย ทานเขาถึงวิชชาธรรมกายที่มีความละเอียด เปนอันหนึ่งอันเดียวกับพระธรรมกายนับอสงไขยพระองคไมถวน ทานจึงสามารถเขาไปเห็นถึงสาเหตุที่ทำใหเราตองแก ตองเจ็บ ตองตาย ซึ่งคนทั่วไปไมเคยเห็น สิ่งนั้นก็คือพญามาร ดังคำพูด ของทานที่วา “...พญามารนั่นเอง เปนคนทำใหแก ใหเจ็บ ใหตาย เกิด แกเจ็บ ตายอย างยั บเยิน...พญามารทั้ง นั้น ไม ใชใคร ไมมีใครรู แสนโกฏิจักรวาล อนันตจักรวาล นิพพานถอดกายมีเทาไรไมมี ใครรู...” เมื่อทานคนพบสาเหตุและรูแจงแทงตลอดในเรื่องเกิด แก เจ็บ ตาย และรูวิธีการแกไขแลว ทานก็ใชวิชชาธรรมกายสูกับ ความแก ความเจ็ บ ความตาย ตลอดมา โดยไม ไ ด อ ยู นิ่ ง เฉย แมแตวันเดียว ดวยหวังวาจะชวยมนุษยใหพนทุกข แมวาจะเปน ๕๔


เรื่องที่ยากยิ่งก็ตาม ดังที่ทานกลาวไววา “...ใครๆ ไมอาจสามารถจะเอาชนะความแกความตายนั้น ดวยการสูรบ ดวยเวทมนตร ...หรือจะสูรบดวยทรัพย มีทรัพย จะเอาทรัพยไปไถถอนตัว แกความแก ความตาย เรื่องความแก ความตายไมมีทางสู ไมมีทางแกทีเดียว แตวามีแกอยูที่วัดปากน้ำ วิชชาธรรมกายไปเห็นวิชชา เหลานี้หมด ไปเห็นความแก ความตาย เวลานี้เขาวาสมภารวัด ปากน้ำกำลังสูกับความแก ความตาย สูจริงๆ ผูเทศนนี่แหละ ๒๒ ป ๘ เดือนเศษแลว ๘ เดือน ๙ วัน วันนี้แลว วินาทีนี้มิได หยุด เพียรสูความแกความตายไมไดถอยกันเลย...จะแกความแก ความตายใหม ไมใหมีเจ็บ ไมใหมีตาย...” ถาไมแก ไมตาย แลวจะเปนอยางไรกัน? เรื่องนี้ทานกลาววา เมื่อเรามีอายุมากขึ้น เราจะยิ่งมีความ เจริญมากขึ้น ไมมีความเสื่อม และพอบารมีครบถวนสมบูรณ ก็ จะตรัสรูเปนพระพุทธเจา หรือเปนพระอรหันต เขาสูนิพพานได โดยไมตองตาย ดังนี้

๕๕


“...ยิ่งแกหนักเขาก็สวยงามหนักเขา แลวก็โตหนักเขาดวย ผิดกัน (ผิดกัน หมายถึง ผิดกับปจจุบันที่ยิ่งแกยิ่งเสื่อม-ผูเขียน) โตหนักเขาๆ สวยงามหนักเขา โตหนักเขา สวยงามหนักเขา ไม มีไขลงกัน มีแตไขขึ้นกันไป ไมมีถอยกลับกัน พอครบบารมีของ ตนที่จะไดตรัสรูเปนพระพุทธเจา หรือพระอรหันตอยางใดอยาง หนึ่ง ก็เปนพระพุทธเจา พระอรหันต ไมตองไปทรมานใหเหนื่อย ยากลำบาก...” ขณะที่ ต อ สู กั บ ความแก ความเจ็ บ และความตายนั้ น พระเดชพระคุณหลวงปูทานมีภารกิจมากมาย เชน ดูแลปกครอง วัดใหญที่มีพระภิกษุสามเณรมากที่สุดในยุคนั้น สวดมนตทำวัตร ในอุโบสถทุกวัน ใหโอวาทพระภิกษุ สามเณร วันละ ๒ เวลา วันพระและวันอาทิตยแสดงธรรมในอุโบสถ ควบคุมดูแลการทำ วิชชาในโรงงานทำวิชชาทุกเวรทั้งกลางวันและกลางคืน ทุกวัน พฤหัสบดีสอนการทำสมาธิที่ศาลา ในแตละวันทานมีเวลานอน ประมาณ ๒-๓ ชั่วโมง แมในขณะที่สูงวัยและอาพาธ ทานก็ยัง คงควบคุมการปฏิบัติธรรมและการทำวิชชา โดยใหพระภิกษุมา นั่งสมาธิปฏิบัติธรรมใกลๆ ทานทุกวัน

๕๖


แมจะเหน็ดเหนื่อยตรากตรำเพียงใด แตทานก็เรงรบกับ ความแกความตายไมหยุดหยอนทุกวัน ทานปรารถนาที่จะทำลาย ตนตอของโลภะ โทสะ โมหะ และสิ่งที่เบียดเบียนมนุษยใหหมด สิ้นไป และเมื่อถึงวันนั้น โลกของเราจะนาอยูเหมือนสวรรค มวล มนุษยชาติจะมีแตความสุข ดังที่ทานกลาวไววา “...พญามารแพเด็ดขาดเมื่อเวลาไร เวลานั้นหมดทุกขใน โลก เทาปลายผมปลายขนก็ไมมี มีความสุขเหมือนยังกับทาว สวรรค หรือเหมือนกับทาวพรหม หรือเหมือนกับพระนิพพาน สุขขนาดนั้น เปนสุขสำราญขนาดนั้น...” ท า นทุ ม เทชี วิ ต เพื่ อ ให ม นุ ษ ย แ ละสรรพสั ต ว ทั้ ง หลายมี ความสุ ข และจะเข า นิ พ พานเป น คนสุ ด ท า ย และในขณะนี้ การต อ สู กั บ ความแก ความเจ็ บ ความตาย ของท า นก็ ยั ง คง ดำเนินตอไปในสภาวะของสมณเทวบุตร สักวันหนึ่งเมื่อทานได ชัยชนะ วันนั้นมนุษยจะมีชีวิตที่เปยมสุข ไมตองแก ไมตองเจ็บ ไมตองตาย และไมตองเกิดมาเผชิญทุกขในสังสารวัฏอีก ท า นมี เ มตตาต อ เราและมวลมนุ ษ ยชาติ และทุ ม เทให ถึงขนาดนี้ เราไดตอบแทนพระคุณทานและสนับสนุนงานของทาน ในทางใดทางหนึ่งอยางเต็มที่แลวหรือยัง? ๕๗


กำเนิดผูคนพบวิชชาธรรมกาย 


พระเดชพระคุณพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) หรือ หลวงปูวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ผูคนพบวิชชาธรรมกาย มีนามเดิม วา สด มีแกวนอย เกิดเมื่อวันศุกร แรม ๖ ค่ำ เดือน ๑๑ ป วอก ตรงกับวันที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๒๗ ณ บานสองพี่นอง ตำบลสองพี่นอง อำเภอสองพี่นอง จังหวัดสุพรรณบุรี เปนบุตร คนที่สองของนายเงิน และนางสุดใจ มีแกวนอย ในวัยเด็ก ทานไดศึกษาเลาเรียนจนสามารถอาน เขียน ทั้งหนังสือไทยและขอมไดคลองแคลว เมื่อสำเร็จการศึกษาแลว ทานก็กลับมาชวยบิดามารดาประกอบอาชีพคาขาว จนอายุได ๑๔ ปเศษ บิดาถึงแกกรรม ทานเปนลูกชายคนโตจึงตองหาเลี้ยง ครอบครัวแทนบิดา เมื่ อ อายุ ไ ด ๑๙ ป เ ศษ ท า นเกิ ด ธรรมสั ง เวชว า “การ หาเงินเลี้ยงชีพนั้นลำบาก บิดาของเราก็หามาอยางนี้ ตางไมมี เวลาวางกันทั้งนั้น ถาใครไมรีบหาใหมั่งมี ก็เปนคนชั้นต่ำ ไมมี ใครนับหนาถือตา เขาหมูเพื่อนบานก็อับอาย ไมเทียมหนาเขา บุ ร พชนต น สกุ ล ก็ ท ำมาอย า งนี้ เ หมื อ นกั น จนถึ ง บิ ด าเรา และ ตัวเราในบัดนี้ก็คงทำอยูอยางนี้ ก็บัดนี้บุรพชนทั้งหลายไดตาย หมดแล ว แม เราก็ จั ก ตายเหมื อ นกั น ” ท า นอยากออกบวชเพื่ อ แสวงหาหนทางพ น ทุ ก ข จึ ง จุ ด ธู ป บู ช าพระและอธิ ษ ฐานว า ๕๙


“ขออยาใหเราตายเสียกอนเลย ขอใหไดบวช ถาบวชแลวไมสึก จนตลอดชีวิต” ตอมาเมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๔๙ ขณะมีอายุได ๒๒ ป ท า นได บ รรพชาอุ ป สมบท ณ วั ด สองพี่ น อ ง อำเภอ สองพี่นอง จังหวัดสุพรรณบุรี ไดฉายาวา “จนฺทสโร” นับแตวันแรก ทีบ่ วช ทานก็เริ่มฝกธรรมปฏิบัติทุกวันตลอดมา ควบคูไปกับการ เรียนคันถธุระ ทานจำพรรษาอยูที่วัดสองพี่นอง ๗ เดือนเศษ จากนั้น เดิ น ทางไปจำพรรษาอยู ที่ วั ด พระเชตุ พ นวิ ม ลมั ง คลาราม กรุงเทพฯ ศึกษาความรูในพระไตรปฎกอยูที่วัดพระเชตุพนฯ เปน เวลาถึง ๑๑ พรรษา จนเชี่ยวชาญภาษาบาลี จากนั้นจึงตั้งใจ เรี ย นวิ ป ส สนาธุ ร ะให ยิ่ ง ๆ ขึ้ น ไป โดยศึ ก ษาธรรมปฏิ บั ติ จ าก พระอาจารย ห ลายท า น และศึ ก ษาวิ ธี ก ารปฏิ บั ติ เ พิ่ ม เติ ม ด ว ย ตนเองจากคัมภีรวิสุทธิมรรค คนพบวิชชาธรรมกาย ในป พ.ศ. ๒๔๖๐ ย า งเข า พรรษาที่ ๑๒ ท า นไป จำพรรษาอยู ณ วัดโบสถบน ตำบลบางคูเวียง อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ๖๐


ในวันเพ็ญเดือน ๑๐ ระหวางกลางพรรษาที่ ๑๒ เวลา เชาตรูกอนออกบิณฑบาต ทานไดระลึกขึ้นมาวา “เราบวชมานาน นับได ๑๒ พรรษาแลว ยังไมบรรลุธรรมของพระพุทธเจาเลย ทั้งที่การศึกษาของเราก็ไมเคยขาดสักวัน เราควรจะรีบกระทำ ความเพียรใหรูเห็นของจริงในพระพุทธศาสนา หากไมเริ่มปฏิบัติ ก็จะไดชื่อวาเปนผูตกอยูในความประมาท” หลั ง กลั บ จากบิ ณ ฑบาต ท า นจึ ง เดิ น เข า สู อุ โ บสถเพื่ อ ปฏิบัติธรรม โดยตั้งปณิธานในใจวา หากไมไดยินกลองเพลก็จะ ยั ง ไม ลุ ก ขึ้ น จากที่ ท า นหลั บ ตาภาวนา “สั ม มา อะระหั ง ” จนกระทั่งใจหยุดเปนจุดเดียวกัน เห็นเปนดวงใสบริสุทธิ์ขนาดเทา ฟองไขแดงของไกติดอยูที่ศูนยกลางกาย ความปวดเมื่อยทั้งหลาย มลายหายไปหมด พอดีกลองเพลดังกังวานขึ้น เย็นวันนั้น หลังจากลงพระปาฏิโมกขแลว ท า นได เข า ไป ในอุโบสถ เพื่อปรารภความเพียร ทานหวนคิดถึงเมื่อครั้งอายุ ๑๙ ที่ไดปฏิญาณตนบวชจนตาย บัดนี้เวลาผานมาถึง ๑๕ ป ก็ ยั ง ไม ไ ด บ รรลุ ธ รรมที่ พ ระพุ ท ธองค ท รงรู เ ห็ น เลย ท า นจึ ง ตั้ ง สัจจาธิษฐานทำสมาธิภาวนาอยางเอาชีวิตเปนเดิมพันวา “ถาเรา นั่งลงไปครั้งนี้ไมเห็นธรรมที่พระพุทธเจาตองการ เปนอันไมลุก จากที่นี้จนหมดชีวิต” ๖๑


จากนั้น ก็นั่งเจริญสมาธิภาวนา เวลาผานไปประมาณ ครึ่งคอนคืน ใจหยุดสงบนิ่งที่ศูนยกลางกายไดสวนพอดี ดวงกลม โตใสบริสุทธิ์ที่ศูนยกลางกายที่เห็นเมื่อเพลยิ่งใสสวางมากขึ้นราว กระจกเงา ใหญขนาดดวงอาทิตย เห็นอยูอยางนั้นหลายชั่วโมง โดยไมทราบวาจะทำอยางไรตอไป ขณะนั้ น มี เ สี ย งหนึ่ ง ผุ ด ขึ้ น มาจากกลางดวงนั้ น ว า “มั ช ฌิ ม า ปฏิ ป ทา” ทางสายกลางไม ตึ ง นั ก ไม ห ย อ นนั ก ใน ความหมายของปริยัติ ขณะเดียวกันที่ศูนยกลางดวงกลมใสสวาง นั้ น ปรากฏมี จุ ด เล็ ก เรื อ งแสงสว า งวาบขึ้ น มา ท า นจึ ง คิ ด ว า นี่ กระมังทางสายกลาง ทานจึงมองไปที่จุดนั้นทันที จุดนั้นคอยๆ ขยายโตขึ้ น มาแทนที่ ด วงเก า ซึ่ ง หายไป ท า นมอง *เข า กลาง จุดเล็กที่อยูกลางดวงใสเรื่อยไป ก็ไดเห็นดวงใหมที่สุกใสยิ่งกวา ลอยขึ้นมา ทานเขากลางดวงใหมที่ลอยขึ้นมาแทนที่อยางตอเนื่อง ไมขาดสายไปเรื่อยๆ ในที่สุดจึงเห็นกายตางๆ เกิดขึ้นจนกระทั่ง เขาถึงพระธรรมกายกลางดึกคืนนั้นเอง ในเวลานั้ น ท า นเข า ใจอย า งชั ด เจนด ว ยตนเองว า ธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจานี้ลึกซึ้งนัก พนวิสัยของการที่จะ ตรึกนึกคิดหรือคาดคะเนเอาได เพราะถายังตรึกนึกคิดอยูก เ็ ขาไมถงึ (*เขากลาง หมายถึง ดำเนินจิตเขากลางดวงที่เห็นเขาไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเขาถึง พระธรรมกายที่อยูในทางสายกลาง)

๖๒


จะเขาถึงไดตองทำใหใจ คือ ความรูตรึก รูนึก รูคิด รวมหยุด เปนจุดเดียวกัน พอหยุดก็ดับ ดับแลวจึงเกิด ในเวลาตอมาทาน จึงกลาวสรุปไวเปนประโยคสั้นๆ วา “หยุดเปนตัวสำเร็จ” การเขาถึงพระธรรมกายของหลวงปูนับเปนการคนพบที่ ยิ่งใหญ เพราะมิไดเปนเพียงการปฏิบัติตามหรือจดจำจากตำรา แตเปนการรูเห็นและเขาถึงธรรมจริงแทที่มีอยูภายในดวยตนเอง โดยการดำเนินจิตเขาไปในหนทางสายกลาง ดวยการทำใจให หยุดนิ่ง วิธีการดำเนินจิตเขาไปในเสนทางสายกลางอันเปนหนทาง สูความพนทุกข ที่พระสัมมาสัมพุทธเจาและพระอรหันตทั้งหลาย ได ด ำเนิ น ไปแล ว นี้ ห ายไปเกื อ บสองพั น ป การค น พบของท า น จึงเปนประโยชนอยางยิ่งตอมนุษยชาติ และยังเปนพยานยืนยัน พระดำรัสของพระสัมมาสัมพุทธเจา ที่ตรัสไวแกเหลาพระสงฆ สาวกวา “ธรรมกายเปนชื่อของตถาคต” เมื่อพระเดชพระคุณหลวงปูเขาถึงพระธรรมกายแลว ทาน ก็มุงมั่นในการทำสมาธิภาวนา ยิ่งปฏิบัติก็ยิ่งลึกซึ้งมากขึ้น เมื่อ ออกพรรษาแลวทานเดินทางไปปฏิบัติธรรมและสอนที่วัดบางปลา ตำบลบางเลน นครปฐม สอนอยู ร าวๆ ๔ เดื อ นมี พ ระภิ ก ษุ ปฏิ บั ติ ไ ด ๓ รู ป และฆราวาสอี ก ๔ คน ถื อ เป น พยานในการ

๖๓


บรรลุธรรมของทาน การสอนครั้งนี้นับเปนจุดเริ่มตนของการ เผยแผวิชชาธรรมกาย ตอมาทานไดเดินธุดงคไปสอนในที่ตางๆ อีกหลายแหง มี ประชาชนมาศึกษาธรรมปฏิบัติกันเปนจำนวนมาก และตางไดรับ ผลดีตามความตั้งใจแหงการปฏิบัติของตน เจาอาวาสวัดปากน้ำ ในราวกลางป พ.ศ. ๒๔๖๑ (กลางรัชกาลที่๖) ทานได รั บ แต ง ตั้ ง ให ท า นเป น เจ า อาวาสวั ด ปากน้ ำ ภาษี เจริ ญ ซึ่ ง ใน ขณะนั้นชำรุดทรุดโทรมมาก เปนกึ่งวัดราง มีพระประจำวัดอยู เพียง ๑๓ รูป ทานไดทำนุบำรุงวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ จนกระทั่งมีความ เจริญรุงเรือง มีพระภิกษุสามเณรถึง ๕๐๐ กวารูป มากที่สุด ในประเทศไทยในยุ ค นั้ น และสร า งความเจริ ญ รุ ง เรื อ งให แ ก พระพุทธศาสนาเปนอยางยิ่ง พระเดชพระคุ ณ หลวงปู ท า นตระหนั ก ดี ว า วิ ช ชา ธรรมกายเปนสิ่งเดียวที���สามารถชวยชาวโลกใหพนทุกขไดอยาง แทจริง ดวยความเมตตาอยากใหทุกคนมีที่พึ่งที่ระลึกอันประเสริฐ ทานจึงทุมเทเผยแผวิชชาธรรมกายโดยเปดสอนทำสมาธิภาวนา ๖๔


ที่ วั ด ปากน้ ำ ภาษี เ จริ ญ ส ง พระภิ ก ษุ แ ละแม ชี อ อกเผยแผ วิชชาธรรมกายแกประชาชนในจังหวัดตางๆ และในตางประเทศ ได แ ก ประเทศญี่ ปุ น และประเทศในทวี ป ยุ โ รป ทำให มี ผูปฏิบัติธรรมเขาถึงดวงปฐมมรรค เขาถึงกายตางๆ และเขาถึง พระธรรมกายเปนจำนวนมาก ทานเปนที่เคารพสักการะอยางสูง ของมหาชนทั้งหลายทุกชนชั้นทั้งภายในและตางประเทศ ชื่อเสียง เกี ย รติ คุ ณ ของท า นโด ง ดั ง ระบื อ ไกลตั้ ง แต ยุ ค นั้ น มาจนกระทั่ ง ปจจุบัน ในปพ.ศ. ๒๔๙๗ กอนที่ทานจะมรณภาพประมาณ ๕ ป ทานไดเรียกประชุมศิษยเปนกรณีพิเศษที่ศาลาการเปรียญ เพื่อ แจ ง ให ทุ ก คนทราบว า ท า นจะมรณภาพในอี ก ๕ ป ข า งหน า กิจการใดที่ทานดำเนินไวแลว ขอใหชวยกันทำกิจการนั้นๆ ตอไป อยาทอดทิ้ง โดยเฉพาะอยางยิ่งเรื่องการเผยแผวิชชาธรรมกาย ในเดือนมีนาคม พ.ศ. ๒๔๙๙ เปนตนมา พระเดชพระคุณ หลวงปูเริ่มอาพาธดวยโรคความดันโลหิตสูง และมรณภาพลง ในวันที่ ๓ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๐๒ รวมอายุได ๗๕ ป รวม พรรษาได ๕๓ พรรษา

๖๕


เหตุการณในชีวิต พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) 


เหตุการณในชีวติ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) หลวงปูว ดั ปากน้ำ ภาษีเจริญ ป พ.ศ.

อายุ พรรษา

๒๔๒๗

เหตุการณ หลวงปูวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เกิดที่บานสองพี่นอง อ.สองพี่นอง จ.สุพรรณบุรี เริ่มเรียนหนังสือกับพระนาชาย ที่วัดสองพี่นอง อ.สองพี่นอง จ.สุพรรณบุรี เรียนหนังสือที่วัดบางปลา อ.บางเลน จ.นครปฐม

๒๔๓๖

๒๔๓๘

๑๑

๒๔๔๑

๑๔

บิดาถึงแกกรรม เริ่มเปนพอคาขาว

๒๔๔๖

๑๙

อธิษฐานจิตขอบวชตลอดชีวิต

๒๔๔๙

๒๒

๒๔๕๐

๒๓

อุปสมบทที่วัดสองพี่นอง อ.สองพี่นอง จ.สุพรรณบุรี ยายมาวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม กรุงเทพฯ

๖๗


ป พ.ศ.

อายุ พรรษา

เหตุการณ

๒๔๖๐

๓๓

๑๒

บรรลุธรรมที่วัดโบสถ (บน) ต.บางคูเวียง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี

๒๔๖๐

๓๓

๑๒

หลังจากออกพรรษา ไปเผยแผธรรมครั้งแรกที่ วัดบางปลา อ.บางเลน จ.นครปฐม

๒๔๖๑

๓๔

๑๓

มาอยูวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ

๒๔๖๔

๓๗

๑๖

เปนพระครูสมณธรรมสมาทาน

๒๔๗๔

๔๗

๒๖

ตั้งโรงงานทำวิชชา

๒๔๙๐

๖๓

๔๒

ไดตำแหนงพระอุปชฌาย

๒๔๙๒

๖๕

๔๔

เปนพระภาวนาโกศลเถระ

๒๔๙๓

๖๖

๔๕

ทำพระของขวัญรุน ๑ ตัง้ โรงเรียน

๒๔๙๔

๖๗

๔๖

ทำพระของขวัญรุน ๒

๒๔๙๖

๖๙

๔๘

สงพระไปเผยแผที่อังกฤษ

๒๔๙๘

๗๑

๕๐

เปนพระมงคลราชมุนี

๖๘


ป พ.ศ.

อายุ พรรษา

เหตุการณ

๒๔๙๙

๗๒

๕๑

ทำพระของขวัญรุน ๓

๒๕๐๐

๗๓

๕๒

เปนพระมงคลเทพมุนี

๒๕๐๒

๗๕

๕๔

หลวงปูวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ มรณภาพ

๖๙


รูปเหมือนทองคำ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) 


ความยิ่งใหญของผูคนพบวิชชาธรรมกาย ในคืนวันเพ็ญ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐ พ.ศ. ๒๔๖๐ ณ อุ โ บสถวั ด โบสถ (บน) บางคู เ วี ย ง จั ง หวั ด นนทบุ รี ได เ กิ ด เหตุการณสำคัญ ซึ่งมีผลตอการเปลี่ยนแปลงวิถีการดำเนินชีวิต ของมวลมนุษยชาติครั้งใหญ นั่นคือ การที่พระเดชพระคุณหลวงปู ไดคนพบวิชชาธรรมกายของพระสัมมาสัมพุทธเจา ที่ไดเลือน หายไปหลังพุทธปรินิพพานกวาสองพันปกลับคืนมาอีกครั้ง ดวย การทุมชีวิตเปนเดิมพันบำเพ็ญสมาธิภาวนา จากนั้น ทานก็ไดนำพาแสงสวางแหงพระรัตนตรัยมาสูใจ ของมวลมนุ ษ ยชาติ อี ก ครั้ ง ด ว ยคำสอนที่ ท า นสรุ ป แนวทาง การปฏิบัติไวเปนหนึ่งเดียววา “หยุดเปนตัวสำเร็จ” โดยการนำ ใจมาหยุ ด นิ่ ง ไว ที่ ศู น ย ก ลางกายฐานที่ ๗ จนกระทั่ ง เข า ถึ ง พระธรรมกาย ซึ่งเปนที่พึ่งที่ระลึกอันสูงสุดที่มีอยูในตัวของมวล มนุษยชาติทุกคน และจะนำพามนุษยทุกคนใหหลุดพนจากการ เกิด แก เจ็บ ตายไดในที่สุด พระเดชพระคุณหลวงปูจึงเปนบุคคลที่หาไดยากยิ่ง ถาไม มีทาน มนุษยหลังพุทธกาลก็ยังคงหลับใหลไมรูจักศูนยกลางกาย ไมรูจักหนทางพนทุกข และไมรูวาหนทางพระนิพพานอยูที่ใด จะ ตองเวียนวายตายเกิดตามกระแสแหงกรรมและอาจพลาดพลั้ง ตกลงไปสูบวงแหงมารโดยงาย ๗๑


ทำไมตองหลอรูปเหมือนพระมงคลเทพมุนีดวยทองคำ ทองคำ เปนวัตถุธาตุที่สูงคา บริสุทธิ์งดงาม และคงทน ถาวร แมเวลาจะผานไปนานนับพันปก็ยังคงคุณคาและความงาม ที่เปนอมตะไวได ดวยเหตุนี้ ทองคำจึงเปนวัตถุธาตุที่เหมาะสม ที่สุดเทาที่จะหาไดในปจจุบัน ในการนำมาหลอรูปเหมือนของ พระเดชพระคุณหลวงปู เพื่อแสดงความกตัญูตอทาน ที่ทานได สละชีวิตคนพบวิชชาธรรมกายกลับคืนมาใหแกชาวโลก และเพื่อ ประกาศพระคุณอันยิง่ ใหญของทานใหโลกไดประจักษไปชัว่ กาลนาน รวมทั้งเพื่อใหผูมีจิตศรัทธาและอนุชนรุนหลังไดมีโอกาสมากราบ ไหวบูชา นอกจากนี้ รูปเหมือนทองคำของพระเดชพระคุณหลวงปู ยังจะเปนพยานแหงการมีตัวตนของทานแกอนุชนรุนหลัง และเปน หลักฐานการคนพบวิชชาธรรมกายของทาน ซึ่งจะกอใหเกิดแรง บันดาลใจในการประพฤติปฏิบัติธรรมตามคำสอนของทานสืบไป ดังนั้น แมทองคำจะเปนสิ่งที่มีมูลคาสูงเพียงใดก็ตาม แต การนำทองคำมาหลอรูปเหมือนของพระเดชพระคุณหลวงปูนับวา เปนเพียงสิง่ เล็กนอย เมือ่ เทียบกับความยิง่ ใหญและพระคุณของทาน รวมทัง้ ประโยชนทจ่ี ะเกิดแกมวลมนุษยชาติและอนุชนรุน หลัง ประวัติการหลอรูปเหมือนทองคำพระมงคลเทพมุนี รู ป เหมื อ นทองคำพระมงคลเทพมุ นี (สด จนฺ ท สโร) ที่ ๗๒


พระเดชพระคุณพระราชภาวนาวิสุทธิ์ และศิษยานุศิษยรวมกัน หลอขึ้น ปจจุบันนี้ มีทั้งหมด ๔ องค ดังนี้ องคที่ ๑ หลอเมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๗ จะ อั ญ เชิ ญ ไปประดิ ษ ฐาน ณ เจดี ย ม หารั ช มงคล วั ด ปากน้ ำ ภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร ซึ่งเปนสถานที่ที่พระเดชพระคุณ หลวงปูเผยแผวิชชาธรรมกาย ทำวิชชาปราบมาร และมรณภาพ องคท่ี ๒ หลอเมือ่ วันที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ ในวาระ ครบรอบ ๑๒๐ ป ของพระเดชพระคุณหลวงปู องคท่ี ๓ หลอเมือ่ วันที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ ในวาระ ครบรอบ ๑๒๑ ป ของพระเดชพระคุณหลวงปู องคท่ี ๔ หลอเมือ่ วันที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ ในวาระ ครบรอบ ๑๒๔ ป ของพระเดชพระคุณหลวงปู เพื่อประดิษฐาน ในมหาวิหารพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) วัดพระธรรมกาย จ. ปทุมธานี องค ที่ ๒ และองค ที่ ๓ จะอั ญ เชิ ญ ไปประดิ ษ ฐาน ณ เสนทางมหาปูชนียาจารย อีก ๒ แหง การบูชาบุคคลที่ควรบูชาเปนมงคลอยางยิ่ง พระเดชพระคุณหลวงปู เปนพระมหาเถระที่เปยมลนดวย คุณธรรมและคุณวิเศษ ทานมีความตั้งใจที่จะปราบมารประหาร กิเลสใหสิ้นเชื้อไมเหลือเศษ ไปใหถึงตนเหตุแหงความทุกขทรมาน ๗๓


ของสรรพสัตวทั้งหลาย และมีมโนปณิธานอันยิ่งใหญ ที่จะรื้อ สัตวขนสัตวเขาสูอายตนนิพพานใหหมด แมตัวทานเองจะเขา นิพพานเปนคนสุดทายก็ตาม ทานจึงเปนทักขิไณยบุคคลที่ควรบูชาและหาไดยากยิ่งใน จักรวาล ใครไดทำบุญกับทาน ไดบูชากราบไหว และปฏิบัติตาม คำสอนของท า นด ว ยความเคารพเลื่ อ มใส ก็ จ ะได รั บ อานิ ส งส อันยิ่งใหญยากที่จะประมาณได สาธุชนผูมีบุญที่ปรารถนาจะสักการบูชารูปเหมือนทองคำ ของทาน เพื่อระลึกถึงพระคุณและคุณงามความดีของทาน ขอ เรียนเชิญที่มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ซึ่งเปนที่ ประดิษฐานรูปเหมือนทองคำแท หนัก ๑ ตัน ที่เหมือนกับองคจริง ของท า นราวกั บ ฝาแฝด และพร อ มกั น นี้ ข อเรี ย นเชิ ญ ผู มี บุ ญ ทั้ ง หลายมาทำสมาธิ ภ าวนาตามคำสอนของท า นเพื่ อ เป น การ ปฏิ บั ติ บู ช า ซึ่ ง จะบั ง เกิ ด ประโยชน อั น ยิ่ ง ใหญ แ ก ต นเอง และ ยั ง เป น การทำความปรารถนาของพระเดชพระคุ ณ หลวงปู ที่ ตองการใหทุกคนเขาถึงพระธรรมกายบังเกิดเปนความจริงขึ้นมา

๗๔


แหลงศึกษาและคนควาคำสอน ของพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) 


ผู ส นใจศึ ก ษาคำสอนพระมงคลเทพมุ นี (สด จนฺ ท สโร) สามารถคนควาเพิ่มเติมไดจากหนังสือ มรดกธรรมของหลวงพอ วัดปากน้ำ (พระมงคลเทพมุนี) จัดพิมพโดย สมาคมศิษยหลวง พอวัดปากน้ำ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ หนังสือเลมนี้รวบรวมพระธรรมเทศนา ๖๒ กัณฑ ของ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) เอาไว เพื่อเปนแหลงคนควา คำสอนอันทรงคุณคาของทาน สำหรับผูท ต่ ี อ งการศึกษาคำสอนของทานดวยการปฏิบตั ธิ รรม เพือ่ ใหเขาถึงพระธรรมกาย เรียนเชิญมาทำสมาธิปฏิบตั ธิ รรมรวมกัน ไดท่สี ภาธรรมกายสากล วัดพระธรรมกาย ทุกวันอาทิตย เวลา ๐๙.๓๐ น. - ๑๑.๐๐ น. และเวลา ๑๓.๓๐ น. - ๑๔.๓๐ น. นอกจากนี้วัดพระธรรมกายยังจัดโครงการปฏิบัติธรรม พิ เ ศษ สำหรั บ สาธุ ช นที่ มี ค วามสนใจในการปฏิ บั ติ ธ รรมอย า ง ตอเนื่องขึ้นดวย ดังนี้ โครงการธุดงคสุดสัปดาห ที่วัดพระธรรมกาย ทุกๆ วันศุกร เสาร อาทิตย มีการจัดธุดงคสุดสัปดาหแก สาธุชนที่รักการทำสมาธิภาวนาและตองการเพิ่มพูนคุณธรรม เรียนเชิญทานที่สนใจสมัครอยูธุดงคไดทส่ี ภาธรรมกายสากล เสา G30 ฝง ชาง โทร. ๐๒-๘๓๑-๑๘๒๐-๓

๗๖


โครงการปฏิบัติธรรม ๑ สัปดาห ที่สวนพนาวัฒน สวนพนาวัฒน ตั้งอยูที่ตำบลบอหลวง อำเภอฮอด ทาง ตอนใตของจังหวัดเชียงใหม มีอาคารปฏิบัติธรรมและบานพัก พรอมอุปกรณอำนวยความสะดวกอยางครบครัน มีหองอาหาร บริการอาหารเลิศรส สะอาด ถูกหลักอนามัย และมีคุณคาทาง อาหารครบถวน สนใจเชิญติดตอ โครงการปฏิบัติธรรมพิเศษ (ดอกไมบาน) โทร. ๐๒-๘๓๑-๑๑๓๐, ๐๘-๕๑๔๑-๒๒๒๒, ๐๘-๓๕๔๐-๔๖๓๘ โครงการปฏิบัติธรรม ๑ สัปดาห ที่สวนปาหิมวันต สวนปาหิมวันต ตั้งอยูทามกลางทะเลหมอก และดอกไม งามบานสะพรั่ง ที่อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย มีอาคารปฏิบัติธรรม ที่เหมาะกับการทำสมาธิภาวนา พรอม “บานรังนก” สถานที่พัก สวนตัวสำหรับทุกทานที่ปรารถนาวันเวลาอันสงบสุข หางไกล ความวุนวายทางโลก สนใจเชิญติดตอ โครงการปฏิบตั ธิ รรมพิเศษ (ดอกไม บ าน) โทร.๐๒-๘๓๑-๑๑๓๐, ๐๘-๕๑๔๑-๒๒๒๒, ๐๘-๓๕๔๐-๔๖๓๘ โครงการปฏิบัติธรรมสำหรับชาวตางชาติ (The Middle Way Meditation Retreat) เปนโครงการปฏิบัติธรรมสำหรับชาวตางชาติที่มีความ ๗๗


สนใจจะฝกสมาธิ โดยมีพระอาจารยสอนการทำสมาธิเบื้องตน เปนภาษาอัง กฤษ ดวยวิ ธีที่เขาใจงาย มีพี่เลี้ยงคอยดูแ ลอยา ง อบอุนและเปนกันเอง สถานที่พักสงบ เรียบงาย บริการอาหาร อรอย ๓ มื้อ พรอมเครื่องดื่ม ผูเขารวมโครงการจะไดรับความ สุขสงบ ทั้งจากการนั่งสมาธิและจากธรรมชาติรอบๆ ตัว สมั ค รปฏิ บั ติ ธ รรมสำหรั บ ชาวต า งชาติ ไ ด ที่ www. meditationthai.org

๗๘


บรรณานุกรม ชั ย พฤกษ เพ็ ญ วิ จิ ต ร. พุ ท ธศาสตร กั บ วิ ท ยาศาสตร (ฉบั บ ปรับปรุงใหม). กรุงเทพฯ : โรงพิมพจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย, ๒๕๔๕. ชมรมสงเสริมการศึกษาและเอกลักษณไทย. สมเด็จปา เลาเรื่อง หลวงพอวัดปากน้ำ. กรุงเทพฯ : บริษัท สุขุมวิทการพิมพ จำกัด, ๒๕๔๕. มูลนิธิธรรมกายและวัดพระธรรมกาย. พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) มหาปูชนียาจารย ผูคนพบวิชชาธรรมกาย. กรุงเทพฯ : บริษัทรุงศิลปการพิมพ (๑๙๗๗) จำกัด,๒๕๔๙. ระพี พ รรณ ใจภั ก ดี . ยิ่ ง รู จั ก ยิ่ ง เคารพรั ก ท า น. กรุ ง เทพฯ : บริษัทรุงศิลปการพิมพ (๑๙๙๗) จำกัด, ๒๕๔๙. วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ และสมาคมศิษยหลวงพอวัดปากน้ำ. มรดก ธรรม ของหลวงพอวัดปากน้ำ (พระมงคลเทพมุนี). กรุงเทพฯ : บริ ษั ท อมริ น ทร พ ริ้ น ติ้ ง แอนด พั บ ลิ ช ชิ่ ง จำกั ด (มหาชน), ๒๕๓๙. ๗๙


คำสอนหลวงปู สูโลกปจจุบัน ISBN : 978-974-06-2367-0 คณะผูจัดทำ : ชมรมผูรักบุญ กองบรรณาธิการ : ส.สุขโข วันชัย ภัทรโกมล ระพีพรรณ ใจภักดี อัชวัน หงิมรักษา รัดเกลา ลิ่วเฉลิมวงศ น้ำผึ้ง พุมมาลี ศุภวิชฐ เหลาเลิศพงษ เกศรินทร สิทธิรกั ษ อรพรรณ วีระกูล วรรณภา พลกลาง อรุณี พลกลาง ผองศรี ทานาแซง รักชนก ชนะพล บุษบา ธาราสมบัติ นุรา-นุรี บุษปะเวศ กนกพร ลิ้มเจริญสุขสกุล ออกแบบปก/รูปเลม : สุพัตรา ปญญาแสง, พีระ แสงงาม, ออมสิน ภาพประกอบ : ศูนยภาพนิ่งและบรรณาธิการภาพ พิมพที่ : โรงพิมพ เอส.เอ็ม.เค พริ้นติ้ง จำกัด ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ วันที่พิมพ :

๘๐



พระมงคลเทพมุนี