Page 1

ที่ฟ้า (น่าน)

“ลำแสงสุดท้ายของพระอาทิตย์เปลี่ยนผืนฟ้าให้เป็นสีส้ม สีแดง สีทอง แตกต่างกันไป มีเมฆฝนก้อนโตสีดำทะมึน และกลุ่มหมอกหนาสีขาวที่คล้าย ละอองฝนเม็ดเล็กๆ พัดผ่านมาเป็นระลอก ตัดกับสีภูเขาเขียวข้างหน้าสวยงาม ราวกับมีจิตรกรมาแต่งแต้มไว้” น่าน อยู่ทางภาคเหนือตอนบนของไทย แม้จะมีขนาดกว้างเป็นอันดับ 13 แต่กลับมีจำนวนประชากรค่อนข้างเบาบาง พื้นที ส่วนใหญ่เป็นภูเขา เป็นต้นกำเนิดแม่น้ำน่าน หนึ่งในแม่น้ำสายสำคัญ แม้ว่าน่านจะไม่ใช่เมืองท่องเที่ยวอันดับต้น ๆ แต่ด้วยสถานที่ ทางประวัติศาสตร์และธรรมชาติซึ่งซ่อนตัวอยู่เกือบทุกอำเภอ สถานที่เหล่านี้อัดแน่นไปด้วยเรื่องราวอันเต็มเปี่ยมด้วยความหมายจาก ระยะเวลาที่ผันผ่าน รวมถึงความสวยงามของธรรมชาติที่โอบล้อมอยู่ ทำให้คาดเดาได้ไม่ยากว่าอีกไม่นาน ’น่าน’ จะเป็นอีกปลายทาง หนึ่งซึ่งเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว การเดินทางจากเชียงใหม่ไปน่านโดยรถทัวร์ใช้เวลาประมาณ 6-7 ชั่วโมง แต่ด้วยทิวทัศน์อันสวยงามก็ทำให้เราเพลิดเพลิน จนลืมเส้นทางที่คดเคี้ยวและน่าเวียนหัวไปได้บ้าง สถานีขนส่งเมืองน่านมีขนาดเล็ก ไม่วุ่นวาย มีรถสามล้อคอยรับส่งผู้โดยสาร แต่ที่ น่าสนใจเห็นจะเป็นโครงการ “น่านเมืองจักรยาน” ที่มีการแบ่งถนนไว้สำหรับเป็นช่องทางการสัญจรของจักรยานโดยเฉพาะ


เราใช้จักรยานเช่าเป็นพาหนะในการเดินทางเพื่อให้ตรง กับสโลแกนของเมือง โดยเริ่มต้นกันที่ วัดภูมินทร์ ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่อง ของจิตรกรรมฝาผนังดังที่ปรากฎอยู่ในคำขวัญของจังหวัด ภายใน บริเวณวัดมีวิหารทรงจัตุรมุข ประดิษฐานพระพุทธมหาพรหมอุดม สักยมุนี 4 องค์ หันพระพักตร์ออกทางประตูทั้งสี่ทิศ และเมื่อมอง ไปยังฝาผนังก็พบกับความงดงามของภาพจิตรกรรมฝาผนังอัน เก่าแก่ตามคำบอกเล่าต่อ ๆ กันมา เมื่อไหว้พระเสร็จเรียบร้อย เราก็เดินชมบริเวณรอบวัด มีพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน เจดีย์พระมาลัย โปรดโลก และศาลเจ้าพ่อเจตบุตรพรหมมินทร์ แต่สิ่งที่สะดุด สายตาของเราในวันนั้น คือชายสูงอายุนั่งบริเวณศาลาข้างวัด ดูเหมือนเขาจะพุ่งความสนใจทั้งหมดไปที่พู่กันจุ่มสีกับกระดาน วาดรูปเบื้องหน้า เมื่อสอบถามจึงทราบว่า คุณจรูญ บุญสวน เป็น จิตรกรสีน้ำมันที่มาแสดงผลงาน ณ หอศิลป์ริมน่าน ผลงานส่วน ใหญ่ของคุณจรูญจะเป็นภาพทิวทัศน์และดอกไม้ ก่อนจะกลับ บ้านจึงมาวาดรูปสถานที่สำคัญแห่งนี้เก็บไว้ เมื่อล้อจักรยานเริ่มหมุนช้าลง เป็นสัญญาณว่าพลังงาน กำลังจะหมดสิ้น เราจึงแวะหาของกินที่ ร้านข้าวซอยต้นน้ำ ซึ่ง ไม่ไกลจากวัดภูมินทร์นัก ร้านไม้เล็กๆ เขียนสโลแกนไว้หน้าร้านว่า “บ้าน ๆ อร่อยได้ใจ” เมนูแนะนำของร้านนี้เป็น ข้าวซอยไก่-เนื้อ ราดกะทิเพิ่มความหอมมัน นอกจากนี้ยังมีข้าวหมูแดง ก๋วยเตี๋ยว และบะหมี่ที่รสชาติไม่แพ้กันอีกด้วย 1 วัดภูมินทร์ 2 พระธาตุช้างค้ำ วัดหลวงกลางเวียง 3 หอไตร วัดหัวข่วง เป็นงานศิลปะอันเก่าแก่ของช่าง สกุลน่าน

3

1

2 เมื่อเรี่ยวแรงกลับมาอีกครั้ง เราจึงปั่นจักรยานย้อนกลับ ไปทางเดิม เป็นจังหวะเดียวกันกับเสียงออดเลิกเรียนดังขึ้นมาจาก โรงเรียนนันทบุรีวิทยา ซึ่งตั้งอยู่ในเขตวัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร (วัดหลวงกลางเวียง) ภาพของเด็กๆ ที่กำลังเล่นกัน บางคนก็กำลัง จูงจักรยานคู่ใจเตรียมพร้อมจะกลับบ้าน ช่างชวนให้ยิ้มตามเมื่อ คิดย้อนถึงวัยเยาว์ วัดหลวงกลางเวียงแห่งนี้มีพระบรมธาตุทรง ลังกา ที่รอบฐานก่ออิฐและปั้นเป็นรูปช้างครึ่งตัวด้านละ 4 เชือก มุมทั้งสี่อีก 4 เชือก และยังมีวิหารเก่าแก่ประดิษฐานพระพุทธนันทบุรีศรีศากยมุนีและหลวงพ่อพระเจ้าหลวงอีกด้วย เมื่อปั่นจักรยานไปอีกหนึ่งช่วงถนน ก็พบความงามแบบ ท้องถิ่นล้านนาที่วัดหัวข่วง เป็นงานศิลปะสกุลช่างเมืองน่าน ภาย ในวัดมีหอไตรทรงสี่เหลี่ยมจัตุรมุข ใต้ถุนก่อทึบและธรรมาสน์ทรง สี่เหลี่ยม ยอดเป็นรูปน้ำเต้าสลักลายลงรักปิดทอง แต่น่าตกใจที่ ข้างหอไตรมีป้ายไม้ติดไว้ว่า “อันตราย หอไตรอายุ 402 ปี ชำรุด ผุผัง ยังขาดงบประมาณที่จะบูรณะ” ทำให้เราสังเกตเห็นได้ว่า แม้วัดนี้จะเป็นวัดอีกแห่งที่ขึ้นชื่อ แต่บรรยากาศภายในวัดและการ ดูแลกลับต่างจากสองวัดที่ผ่านมา ปิดท้ายการเดินทางของวันแรกด้วย “ร้านของหวาน ป้านิ่ม” ที่นี่ขายทั้งขนมหวานและไอศกรีมซึ่งทำเองกับมือ เมนูเด็ด ของร้านคือ ไอศกรีมไข่แดง โดยจะใส่ไข่แดงดิบลงไปในไอศกรีม รสช็อกโกแลตชิพกับกะทิ คนจนเป็นเนื้อเดียวกัน ก็จะได้ไอศกรีม ที่มีรสชาติหวานมันอร่อยกลมกล่อม


เริ่มต้นของเช้าวันถัดมาด้วยความสดใส อาจเป็นเพราะในช่วงกลางดึกที่ผ่านมามีฝนตก ส่งผลให้อากาศเย็นนอนหลับสบาย เราออกกำลังกายยามเช้าด้วยการขี่จักรยานไปตลาด การเป็น คนต่างถิ่นก็ทำให้มีการหลงทางบ้าง ซึ่งเราไม่ได้รับความช่วยเหลือจากชาวบ้านเพียงอย่างเดียว แต่ยังได้มิตรภาพและรอยยิ้มที่สวยงามเป็นของแถมมาอีกด้วย ที่ตลาดตั้งจิตนุสรณ์มีขายทุกอย่าง ตั้งแต่เสื้อผ้ายันอาหารสด กลิ่นหอมของไก่ทอดและหมูปิ้ง สีสันสวยงามของขนมหวาน แม่บ้าน พ่อบ้านจับจ่ายซื้อของ พระสงฆ์บิณฑบาต เด็ก ๆ กำลังจะไปโรงเรียน ทุกคนต่างใช้ชีวิตอย่างเรียบ ง่ายและไม่รีบร้อน ก่อนภารกิจวันใหม่จะเริ่มต้น เราก็ไม่พลาดร้านอร่อยในย่านนี้ “ร้านเจ๊เล็ก” อยู่ห่างจาก ตลาดไปประมาณหนึ่งช่วงถนน ขายทั้งข้าวมันไก่ หมูแดง หมูกรอบ และขาหมู แต่น้ำจิ้มที่นี่จะมี รสชาติเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนที่เคยทานกันทั่วไป ขี่เลียบไปตามทางจักรยานริมน้ำน่านก็ได้บรรยากาศไปอีกแบบ เจอชาวบ้านกำลังซ้อม พายเรือ เพราะที่นี่ขึ้นชื่อในเรื่องของการแข่งเรือ การขี่จักรยานเช่นนี้ทำให้เราได้ใช้ชีวิตในจังหวะที่ ช้าลง อยู่กับตัวเองมากขึ้น ได้คิดและได้เห็นในสิ่งที่เคยมองข้ามไปในช่วงเวลาที่เราเร่งรีบ ปั่นจักรยาน ไปเรื่อย ๆ จนไปถึงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับวัดภูมินทร์ โดยแต่เดิมเป็นคุ้ม เจ้าผู้ครองนครน่านเรียกว่าหอคำ ตัวพิพิธภัณฑ์เป็นอาคารสองชั้น เก็บค่าเข้าชม 20 บาท แต่มี ข้อแม้ว่าห้ามถ่ายรูป เมื่อเดินขึ้นไปชั้นบนจะพบกับพระพุทธรูปทรงเครื่องทำจากไม้หลัก (ไม้ที่เอามาต่อกัน) มีการจัดแสดงโบราณวัตถุมากมาย เช่น ผ้าซิ่น เครื่องถ้วย เครื่องประดับ หีบพระธรรม วิหารและ สถูปจำลอง เป็นต้น สิ่งที่เป็นจุดเด่นของที่นี่คือ ปูชนียวัตถุสำคัญคู่เมืองน่านอย่าง งาช้างดำ เป็นงา ปลีสีน้ำตาลเข้ม ยาว 97 ซม. วัดโดยรอบ 47 ซม. มีจารึกอักษรธรรมล้านนาภาษาไทยสลักไว้ว่า “กิ่งนี้หนักหนึ่งหมื่นห้าพัน” คือประมาณ 18 ก.ก. ซึ่งอดีตเจ้าผู้ครองนครน่านได้จากเมืองเชียงตุง ส่วนชั้นล่างจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับบ้านเมืองน่านในอดีต

2 1 ถึงเวลาบอกลาความสวยงามจากฝีมือมนุษย์ เพื่อไปเปิดรับความงามที่ธรรมชาติสรรค์ สร้างขึ้นมาบ้าง แต่อุปสรรคในการเดินทางคือฝน เนื่องจากดอยบางแห่งมีถนนที่ไม่เอื้อต่อการ เดินทาง เราจึงเลือกไปอุทยานแห่งชาตินันทบุรี เพราะถนนเป็นทางลาดยางเกือบตลอดสาย เว้น เพียงประมาณ 4 ก.ม. สุดท้ายที่เป็นดินโคลน ที่ถนนลื่นและยากพอสมควรสำหรับการขับรถในฤดู ฝนเช่นนี้ อุทยานแห่งชาตินันทบุรี มีพื้นที่ประมาณ 548,125 ไร่ ควบคุมพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่า น้ำยาว-น้ำสวด ในท้องที่ อ.ท่าวังผา อ.เมือง และ อ.บ้านหลวง ลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขา สลับซับซ้อน วางตัวในแนวเหนือใต้ ทางทิศตะวันตกของจังหวัดจนไปจรดกับประเทศลาว


1 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน 2 ซุ้มทางเดินที่สวยงาม บริเวณหน้า พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน 3 จุดชมพระอาทิตย์ตกดิน ยอด ผาช้าง อุทยานแห่งชาตินันนทบุรี 4 จุดชมวิว ข้างที่ทำการอุทยานฯ ในยามเช้า

3

ระหว่างทางที่มานั้นแสงแดดค่อนข้างร้อนแรง แต่ข้างบนนี้อากาศกลับ รู้สึกเย็น เราไปทันได้เห็นพระอาทิตย์ตกดินที่ผาช้าง หน้าที่ทำการอุทยานฯ พอดี ลำแสงสุดท้ายของพระอาทิตย์เปลี่ยนผืนฟ้าให้เป็นสีส้ม สีแดง สีทอง แตกต่าง กันไป มีเมฆฝนก้อนโตสีดำทะมึน และกลุ่มหมอกหนาสีขาวที่คล้ายละอองฝนเม็ด เล็ก ๆ พัดผ่านมาเป็นระลอก ตัดกับสีภูเขาเขียวข้างหน้าสวยงามราวกับมีจิตรกรรม มาแต่งแต้มไว้ ดาวประจำเมืองเผยตัวมาเป็นสิ่งแรกบนท้องฟ้าหลังจากที่ตะวันลับไป แล้ว น่าดีใจที่ท้องฟ้าค่อนข้างเปิดในฤดูฝนแบบนี้ ยิ่งความมืดมาเยือนมากเท่าไหร่ หมู่มวลดวงดาวน้อยใหญ่ก็เปล่งแสงแสดงตัวออกมามากขึ้นเท่นั้น ราวกับฟ้ามี พื้นที่กว้างขวางไม่เพียงพอต่อจำนวนของดวงดาว แม้อุณหภูมิของอากาศเริ่มลด ต่ำลง แต่ความหนาวและดวงดาวก็เข้ากันได้เป็นอย่างดี เดินฝ่าความมืดไปอีกสักนิด ด้านข้างที่ทำการอุทยานฯ มีจุดชุมวิวอีก หนึ่งจุด มองออกไปจะเห็น อ.ท่าวังผาในยามกลางคืน ดวงจันทร์ครึ่งดวงลอยอยู่ บนฟ้าท่ามกลางกลุ่มเมฆฝน ผืนนาอันกว้างใหญ่ มีเพียงแสงไฟจากถนนและบ้าน เรือน ราวกับว่ามีดาวอยู่ทั้งบนฟ้าและพื้นดิน เมื่อหมอกหนาเริ่มยึดครองพื้นที่รอบ ตัวมากขึ้น เราจึงต้องบอกลาค่ำคืนอันสวยงามแต่เพียงเท่านี้ บรรยากาศในตอนเช้าถูกห้อมล้อมไปด้วยสายหมอกเย็น ๆ เราออกเดินทางต่ออีกประมาณ 1 ก.ม. เพื่อ ไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ดอยวาว แต่ก็ต้องผิดหวังเนื่องจากสภาพอากาศไม่เป็นใจ เห็นแค่เพียงกลุ่มเมฆฝนหนาทึบ เท่านั้น อุทยานฯ แห่งนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น น้ำตกตาดวาว น้ำตกสันติสุข และน้ำตก นันทบุรี ซึ่งมีน้ำไหลตลอดทั้งปี สภาพป่าที่ยังอุดมสมบูรณ์ สัตว์ป่าหายากรวมไปถึงนกนานาชนิด ยิ่งถ้าหากมาใน ช่วงเวลาต้นปีก็จะได้พบกับความงามของดอกนางพญาเสือโคร่งหรือซากุระเมืองไทยที่ดอยวาวอีกด้วย บางครั้งเครื่องมือทางเทคโนโลยีอาจไม่สามารถถ่ายทอดเรื่องราวได้ดี เท่ากับการบันทึกสิ่งเหล่านี้โดย ผ่านสายตาของตัวเราแล้วแปรรูปออกมาเป็นประสบการณ์ให้เก็บไว้ เพื่อในวันหนึ่งที่กลับมาย้อนนึกถึง เราคง ได้เรียนรู้อะไรจากอดีตที่ผ่านมา ถึงแม้การเดินทางของเราได้สิ้นสุดลงแล้ว เก็บของใส่กระเป๋าจำนวนเท่ากับขามา แต่ดูเหมือนว่า น้ำหนักในกระเป๋าจะมากขึ้น อาจเป็นเพราะความประทับใจและความทรงจำดีๆ ที่ถูกเพิ่มเติมเข้ามาจากการ เดินทางมาน่านในครั้งนี้

4

Traveler-NAN (P.62-65)  

2 1 วัดภูมินทร์ 2พระธาตุ ช้างค้ำวัดหลวงกลางเวียง 3 หอไตรวัดหัวข่วงเป็นงานศิลปะอันเก่าแก่ของช่าง สกุลน่าน 2 3

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you