Issuu on Google+

‘ห้วยเกี๋ยง’ทุกคน คือวัคซีนของกันและกัน “ความเข้มแข็ง คือการสร้างทายาท นั่นก็คือชุมชน สร้างให้เขาเข้าใจเจตนารมณ์ของ เรา ไม่มเี รา เขาก็ยงั อยูไ่ ด้” แนวคิดดี ๆ ของพระครูสธุ รรมานุสฐิ เจ้าอาวาสวัดห้วยเกีย๋ ง ซึง่ แม้จะเป็นวัดขนาดเล็กทีแ่ ทรกตัวท่ามกลางทุง่ นาและหนองน้ำในอำเภอสันทราย อีกทัง้ ชือ่ เสียง เรียงนามก็ ไม่คุ้นหูคนทั่วไป แต่กลับเป็นวัดเดียวที่ ได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนวัดของจังหวัด เชียงใหม่ ในโครงการ ‘วัดต้นแบบศูนย์กลางการเรียนรู้ ในชุมชน’ ซึ่งเป็นเครื่องการันตีว่าทุก ภาคส่วนของที่นี่ต่างหยิบยืน่ มือเข้ามาให้การช่วยเหลือกันและกัน เป็นแรงสำคัญในการผลักดัน โครงการเพือ่ การก้าวเดินไปพร้อมกัน ผ่านหลายกิจกรรม

54


เรื่อง : ศศิวิมล ภูอัครพรพงศ์ ภาพ : กิติยา คำดี

ดูแลสุขภาพ ทุกวันจันทร์และวันศุกร์ เราจะได้ยินเสียงเพลงจากเครื่องเสียงชั้นดี แว่วมาจากลานกิจกรรมของวัดห้วยเกี๋ยง บ่งบอกว่า ‘กิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพ’ ของท่านเจ้าอาวาสได้เริ่มขึ้นอีกครั้ง หลังจากจัดอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน กว่า 16 ปี สะท้อนความห่วงใยในสุขภาพของวัยคุณปูค่ ณ ุ ย่าให้ได้ออกกำลังกายร่วมกัน และเป็นการชักชวนลูกหลานมาร่วม กิจกรรมสานสัมพันธ์อีกทางหนึ่ง จนขณะนี้ผู้ใหญ่บ้านได้มีส่วนร่วมขยายความสุขโดยการเผยแพร่กิจกรรมไปยังหลายหมู่บ้าน และลุกลามไปอีกหลายตำบลโดยรอบ ความสำเร็จของกิจกรรมแรก เป็นผลให้เกิดกิจกรรมอื่นตามมา เช่น ‘กิจกรรมเยี่ยมบ้าน’ โดยอาสาสมัครผู้มีใจรักไม่ จำกัดสถานะ เพศ และวัย เหล่าคนอาสาจึงมีทั้งพระสงฆ์ ผู้สูงอายุ และเยาวชน โดยมีพี่อสม. (อาสาสมัครสาธารณสุขประจำ หมู่บ้าน) เป็นกำลังหลัก ที่ผ่านการอบรมหลักสูตรการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ ได้ถักทอสายสัมพันธ์ระหว่างคนในชุมชน พร้อม ทั้งขับเคลื่อนให้เกิดกลไกการดูแลซึ่งกันและกัน “ไม่ได้ไปทำบุญ แต่ไปตรวจสุขภาพ” เสียงตอบรับจากคุณลุงท่านหนึ่ง ทุก ๆ วันพุธที่สามของเดือน เราจะเห็น ชาวบ้านออกจากบ้านตั้งแต่ 7 โมงเช้า มุ่งหน้าไปยังวัดห้วยเกี๋ยง เราได้ข้อมูลจากท่านเจ้าอาวาสว่า ผู้สูงอายุในชุมชนส่วนมาก เป็นโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงแต่ไม่รู้ตัว เพราะไม่มีความรู้เรื่องสุขภาพและไม่ชอบไปโรงพยาบาล จึงขอความร่วมมือ จากโรงพยาบาลสันทราย ให้ส่งเจ้าหน้าที่มาคัดกรองและตรวจรักษาผู้ป่วยในชุมชนในบริเวณวัด เพื่อลดค่าใช่จ่าย ลดระยะ เวลาในการเดินทางและการรอรับบริการ” ขาประจำอย่าง คุณลุงจำนอง สามงามจัน บอกกับเราด้วยใบหน้ายิ้มแย้มว่า “รู้สึกดีมากที่มาตรวจสุขภาพที่วัด เพราะโรงพยาบาลคนเยอะ แออัด อย่างลุงมาเจาะเลือดวัดเบาหวาน ต้องห้ามกินข้าว แม้จะมาตั้งแต่เช้า แต่ก็ยังรอคิวนาน เรื่องค่าใช้จ่าย ถ้าใครเบิกไม่ได้ ก็ให้บริการฟรี ไม่ต้องเสียเงินเหมือนโรงพยาบาล” กิจกรรมทั้งหมดนี้มีวัตถุประสงค์เดียวกัน คือ การซึมซับความรู้ ความเข้าใจในวิชาการสุขภาพที่เข้าใจยาก ให้เข้าถึงจิตใจของชุมชนได้ง่าย โดยให้คนในชุมชนเห็นว่า การมีสุขภาพที่ดี ไม่จำเป็นต้องมีเงินมากไว้ซื้อยาราคาแพง แต่ สามารถดูแลสุขภาพได้ทุกวันในชีวิตประจำวัน

55


สนามฟื้นฟูผู้ป่วยอัมพฤกษ์ อัมพาต เมื่อก้าวเข้ามาในวัด เราก็สะดุดตากับอาคารหลังหนึ่ง ที่คึกคักไปด้วยเสียงหัวเราะสดใส เราไม่รอช้าที่จะ เดินเข้าไปดู สิ่งที่ทำให้เราต้องอมยิ้ม คือกลุ่มผู้ป่วยที่กำลังสนุกสนานอยู่ในสนามเด็กเล่นที่ชื่อว่า ‘ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพ ผู้ป่วยอัมพฤกษ์อัมพาตวัดห้วยเกี๋ยง’ ‘แม่หมอ’ หรือคุณเครือวรรณ สนธิคุณ นักวิชาการสาธารณสุข โรงพยาบาลสันทราย ผู้ดูแลงานสร้างเสริม สุขภาพชุมชน พูดด้วยใบหน้าเปี่ยมสุขถึงเป้าหมายของโรงพยาบาลสันทราย ซึ่งคือการฟื้นคืนความสามารถให้ผู้พิการ ช่วยเหลือตัวเองได้มากที่สุด แต่ด้วยข้อจำกัดด้านสภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นธรรมชาติของโรงพยาบาล และข้อจำกัดของ ผู้พิการ ทำให้การเข้ารับบริการไม่ต่อเนื่อง ทางโรงพยาบาลจึงคิดว่า สถานที่ที่เหมาะสมที่สุดคือวัด จึงสร้างพันธมิตร สุขภาพระหว่างวัดกับโรงพยาบาล เพื่อร่วมการแก้ไขปัญหาผู้พิการอย่างครบวงจร พี่แอน ผู้ดูแลประจำตัวของคุณตาจำรัส บุญยานัน ผู้ป่วยอัมพฤกษ์ด้านขวา ที่เดินทางจากกำแพงเพชร มารักษาที่นี่ตั้งแต่เปิดศูนย์ฟื้นฟูฯ ในระยะแรก เล่าว่า 3 ปีที่ผ่านมา คุณตามาทำกายภาพบำบัดที่นี่เหมือนได้ มาสนุกสนานกับเพื่อน ๆ ที่นี่สอนวิธีรักษาแบบง่าย สามารถทำที่บ้านได้ รวมถึงได้กำลังใจเกินร้อยจากครอบครัว ทำให้อาการของคุณตาดีขึ้นมาก จนตอนนี้เคลื่อนไหวแขนและขาขวาได้นิดหน่อย จากที่ขยับไม่ได้เลย

พระครูสุธรรมนุสิฐ ผู้ริเริ่มโครงการสร้างเสริมสุขภาพ

คุณตาจำรัส บุญยานัน

56

นอกจากนี้ ค นในชุ ม ชนได้ น ำภู มิ ปั ญ ญาท้ อ งถิ่ น มาสร้ า งสรรค์ เ ป็ น อุ ป กรณ์ ดัดแปลงสำหรับการฝึก เพื่อชดเชยวัสดุอุปกรณ์ประดิษฐ์ในการฟื้นฟูผู้พิการที่มีราคา สูงเกินกว่ากำลังจัดซื้อ จัดหา ไม่ว่าจะเป็นสเก็ตมือเพื่อเพิ่มกำลังของแขนและไหล่ใน แนวราบ เกมส์ไม้ (OTOP ของหมู่บ้าน) เพื่อฝึกมือซึ่งเป็นกล้ามเนื้อมัดเล็ก รวมถึงการ นำนวดแผนโบราณและลูกประคบสมุนไพร มาผสมผสานกับการฟื้นฟูสมรรถภาพ เพื่อ กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ศูนย์ฟื้นฟูฯ ให้บริการวันจันทร์ – ศุกร์ 08.00-12.00 น. เว้นวันหยุดราชการ และนักขัตฤกษ์ โดยดำเนินการมาแล้ว 3 ปี ให้การบำบัดรักษาผู้ป่วยไปแล้วกว่าร้อยคน มีทั้งผู้ป่วยประเภทไป-กลับ และพักค้างคืน อีกทั้งเป็นสถานที่ฝึกงานของนักศึกษาคณะ เทคนิคการแพทย์ สาขากิจกรรมบำบัด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ด้วย ุนไพร

ลูกประคบสม


‘เราจะไม่ตั้งรับรอให้ผู้ป่วยมาใช้บริการ แต่จะบุกเข้าหาผู้ป่วยเอง’ ปณิธานหลักของ เจ้าหน้าที่ทุกคนในศูนย์ฟื้นฟูฯ ซึ่งเริ่มเปิดเกมรุกจากการเริ่มต้นจัดเวทีพบปะแลกเปลี่ยนของ ผู้พิการและญาติ ให้ได้แบ่งปันประสบการณ์ความทุกข์ ความสุข และทักษะการฟื้นฟูคนพิการ อย่างรอบด้าน เพือ่ เชือ่ มโยงสายใยทีถ่ กั ทอความสัมพันธ์ ความเข้าใจของผูพ้ กิ ารและครอบครัว เข้าด้วยกัน กรณีที่ผู้ป่วยมีปัญหาในการเดินทาง ในช่วงบ่ายหลังจากให้บริการที่ศูนย์ฟื้นฟูฯ ทีม เจ้าหน้าที่ศูนย์ฟื้นฟูฯ ร่วมกับทีมสุขภาพฯ จะออกไปเยี่ยมบ้าน ให้บริการที่บ้านและประเมิน สภาพบ้าน โดยจะฝึกญาติหรือผู้ดูแลให้ทำกายภาพเองที่บ้าน หลังจากนั้นทีมเจ้าหน้าที่ศูนย์ฟื้นฟูฯ จะออกไปประเมินอาการผู้ป่วยและให้คำแนะนำเพิ่มเติม ละอ่อนใกล้วัด ‘ละอ่อน’ ในทีน่ ไ้ี ม่ใช่เด็กเพียงเท่านัน้ แต่ผใู้ หญ่ทผ่ี า่ นวัยเด็ก ก็ถอื ว่าเป็นละอ่อนเช่นกัน ส่วนคำว่า ‘ใกล้วัด’ เป็นการรวมตัวกันทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่มีศาสนาเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ ‘ละอ่อนใกล้วัด’ จึงเป็นกิจกรรมพัฒนาแกนนำ ภายใต้โครงการธรรมทายาท โดยการเปิด พื้นที่สาธารณะอย่างวัดห้วยเกี๋ยงเป็นศูนย์กลางให้เด็กและเยาวชนได้แสดงความสามารถ ได้ร่วมคิด ร่วมทำ เพื่อพัฒนาตนเอง และเกิดการทำงานร่วมกับผู้ใหญ่ เป็นการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ระหว่างคนต่างวัย นับว่าเป็นบทเรียนนอกห้องเรียนที่มีคุณค่า โดยมีกิจกรรมให้ได้เล่น สนุกอย่างมีสาระ เช่น การเป็นนักจัดรายการวิทยุชุมชน FM.95.5 MKz. มหาวิทยาลัยแม่โจ้

เกมส์ไม้ (OTOP ของหมู่บ้าน)

“ตอนนี้เราสอนให้ชุมชนคิดเป็น พึ่งตนเอง มากที่สุด ตนเองจะเป็นภูมิต้านทานที่ดี ไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากคนอื่น ชุมชนจะต้องนับสอง สาม สี่ ไปพร้อม ๆ กัน เรียนรู้จากคน วิถีชีวิต และปัญหารอบตัว เพราะที่นี่ คือโรงเรียนของทุกคน” ทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ เวลา 16.00 – 17.00 น. การจัดทำเว็บไซต์ www.sutummanusit.com เพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพ ประชาสัมพันธ์ศูนย์ฟื้นฟูฯ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับกลุ่ม เครือข่ายอื่น แค่ปูทาง แต่ให้ก้าวเอง “ตอนนี้เราสอนให้ชุมชนคิดเป็น พึ่งตนเอง มากที่สุด ตนเองจะเป็นภูมิต้านทานที่ดี ไม่ ต้องรอความช่วยเหลือจากคนอื่น ชุมชนจะต้องนับสอง สาม สี่ ไปพร้อม ๆ กัน เรียนรู้จากคน วิถีชีวิต และปัญหารอบตัว เพราะที่นี่ คือโรงเรียนของทุกคน” ท่านพระครูฯ และแม่หมอ ร่วมกัน กล่าวอย่างภาคภูมิใจ ชุมชนห้วยเกี๋ยงสอนให้เรารู้ว่า ความเข้มแข็ง และความสามัคคี สร้างได้โดยไม่ต้องอาศัย เงินนำหน้า เพียงแค่เรารู้จักดึงความเข้มแข็งของแต่ละคนออกมาใช้ บริหารทรัพยากรที่มีในชุมชน อย่างรู้ค่า และเชื่อมั่นว่าทุกคนมีศักยภาพ ไม่ว่าผลที่ได้จะสำเร็จหรือล้มเหลว ทั้งสองล้วนมีราคา เท่ากัน เพราะเป็นประสบการณ์ที่ดีและสร้างความเข้มแข็งให้กับเรา คงไม่มใี ครทีจ่ ะเป็นทีพ ่ ง่ึ ให้แก่คนอืน่ ได้ตลอดไป เพราะสักวันกลุม่ คนเหล่านัน้ ต้อง ส่งไม้ต่อให้กับค นรุ่นหลังเพื่อสานต่อกิจกรรมต่าง ๆ ให้เกิดประโยชน์ต่อไป ทว่าหากผู้รับ ไม้ต่อนั้นไม่สามารถยืนด้วยขาของตนเองได้ สิ่งที่เคยได้สร้างสมมาก็จะไม่ปรากฏผลเท่าที่ ควร ดังนั้นการสนับสนุนให้คนในชุมชนได้คิดเองทำเองจะเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดี

57


HuayKieng