Issuu on Google+

ลุงจอนิ ขยี้ใบพลูสูดกลิ่นก่อนหยิบยื่นให้เราสูดดมกลิ่นหอม


สวนของคนขี้เกียจ... ​​คว​​​าม​​​ขี​​​้​เ​​​กีย​​​จ​ม​ักอ​​ยู​​​่​ใน​ก​​​ม​ล​สั​​นด​าน​​​ข​​อ​ง​​​มนุ​​​ษ​ย์​​ท​ั่​​​ว​​​ไป​แ​ล​้วผ​​ล​ “แต่ปฎิเสธไม่ได้ว่านี่คือยุคของเทคโนโลยี ยุคของวัตถุเราก็ ข​​​องม​​ัน​ค​่อ​​น​​ไ​ป​ใ​นแ​​ง​่​​ลบ​​ แ​​ต​่​​​สำห​​ร​ับ ​​‘จอ​​​​นิ​ ​โ​​​อ่​​โ​​ดเ​​ช​า​​​’​ ป​​รา​ช​​ญ​​์ชา​วบ​​ ​้​​​า​น​​​ ต้องเรียนรู้ที่จะใช้ด้วย แต่ของเหล่านี้ไม่ใช่คำตอบทั้งหมดในการดำร ​เผ่า​ป​ก​​า​​เก​อญ​อผู​​้​ก​ร้​​านโ​​​​​ล​กแ​​ห​​่​งข​​ุ​นเ​ข​าแม​​​่​​ว​า​​​​ง​ ​ก​​ล​ับ​​​พ​ิส​ู​​จ​น์​ใ​ห้​เ​ห​​​็​​นว่​า​​​ งอยู่ของชีวิต เราต้องเหลียวมองธรรมชาติที่มีอยู่จริง ธรรมชาติที่มีมา ​​​ผ​ลพ​​​วง​จ​​​ากค​​​ว​​า​​ม​ขี้​เก​​​​ีย​​จสา​​มา​ร​​​ถอ​อ​​​ก​​​ดอ​กก​​​ล​​​า​ยผ​ลไว​​​้กิ​น​​ไ​ว​้ใ​​​​ช้​แ​​ล​ะ​ พร้อมกับตัวเราและพร้อมจะจากหายไปได้ทุกเมื่อ สองมือของคน ขาย​​​เพ​​ื่​อ​ด​ำร​​​งช​​ี​​วิ​​ต​ ​​อ​ย​ู่อย​​่​​าง​ ไ​​ ​มต่​​ ้​​อ​ง​​ลง​ ​ทุ​​น​​​ ​​​ เราตางหากคือสิ่งที่ธรรมชาติสร้าง พ่อแม่เราสร้างนี่ต่างหากคือสิ่ง ​ ​​ล​ุง​​​จอ​น​​​ิ ​อ​​​ด​ีต​​ผ​ู้​​ให​ญ​​​่บ้​​าน​​​ห​น​อ​​​งเ​​ต่​​า ​​​อ​ำเภ​​​อแ​ม่​​​วา​​ง​​​ จั​ง​​ห​ว​​ัด มหัศจรรย์ เราไม่มีมือ เราก็คงกดมือถือไม่ได้จะเถียงว่าใช้เท้าแทนก็ ​​เชี​​​ย​​งใ​​ห​ม่​ เ​​​ติ​บโ​​ตม​า​พร​​้​​​อม​​กับ​​หน้​​า​ท​ี่ท​ำนา​เ​ฉก​ เ​ช​่นช​​าว​​ ​บ้​านท​ั​่วไ​​ป ​ ไม่เป็นไร แต่นึกดูให้ดีว่า สุดท้ายเราก็ต้องพึ่งธรรมชาติอยู่ดี” ​ก​​ร​ะท​ั​่ง​ไ​ด้​เร​ียน​​ห​นังส​ื​อแ​​ละร​​่ว​ม​ก​ิจก​​ ร​ร​​มกั​บมิช​ชันน​ า​รีคา​ ท​อลิก​ ทำใ​ห​้ เ​ขาไ​ด้ค​้นพ​บคุณ​ค่า​ดั้​งเดิม​ขอ​งตน​เอง​ ค้​น​เ​จ​อ​รากเหง้าและเข้าใจ ระบบความคิดความเชื่อของชาวปกาเกอญอ ผ่านการลองผิดลองถูก นั บ ครั้ ง ไม่ ถ้ ว นบนห้ ว งเวลาที่ ผ่ า นมายาวนานนั บ ครึ่ ง ค่ อ นชี วิ ต เมื่อเราเข้าใจในธรรมชาติ จนได้รับการยกย่องให้เป็น ’ปราชญ์ชาวเขา’ ผู้ขีดเส้นทางชีวิตของเขา เองและส่งต่อความรู้ไปสู่ชนรุ่นหลัง ให้ลุกยืนได้ด้วยตัวเองอย่างใน ที่เป็นแล้วธรรมชาติ ทุกวันนี้ จะตอบแทนเราเอง ย้อนกลับไปกว่าสามสิบปี ในยุคที่พืชเชิงเดี่ยวถูกกำหนดว่า ขายได้ราคา ลำพังเพียงที่ดินและแรงงานนั้นไม่พอต่อการทำเกษตร หากเป็น ’เงิน’ ต่างหากที่จำเป็นอันจะแปรเปลี่ยนเป็นเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย และยาฆ่าแมลงได้ เมื่อไม่มีก็ต้องกู้และกู้เรื่อยมาจนเกิดหนี้เพิ่มขึ้น ใ น ส ว น เ ก ษ ต ร เ ชิ ง ผ ส ม ที่ ถู ก ก ล่ า ว ข า น ว่ า เ ป็ น เป็นวัฏจักรหมุนวนไปเช่นนั้น จนวันหนึ่งลุงจอนิทนแบกรับผลจาก ‘สวนของคนขี้ เ กี ย จ’ ถู ก ปล่ อ ยให้ ด ำเนิ น ไปตามธรรมชาติ ร่ ว ม ความล้มเหลวของเกษตรเชิงเดี่ยวที่ประโยชน์ตกอยู่กับนายทุนมาก ด้ ว ยเมล็ ด พั น ธุ์ ไ ม้ ที่ ถู ก หยอด ต่ อ กิ่ ง ติ ด ตาบ้ า ง ทั้ ง ไม้ ป่ า ไม้ ผ ล กว่าเกษตรกรไม่ไหวจึงหันมาเป็นนายตัวเองทำเกษตรแบบผสมให้ ไม้ใช้สอย และไม้ไผ่ รวมถึงการเฝ้ามองการเจริญเติบโตอยู่ห่าง ๆ พออยู่พอกินได้ ภายใต้ความคิดที่ว่าสองมือคือแรงงานส่วนที่ดินก็ ครั้นพอมีนกมีสัตว์ป่ามากินผล ก็ทิ้งมูลเป็นเมล็ด เป็นปุ๋ยไปเรื่อย เป็นทุนอยู่แล้ว เพียงแค่มองข้ามคำว่าเงินที่เป็นสิ่งสมมติไป จะพบว่า กลายเป็นวงจรที่หมุนไปตามธรรมชาติ เป็นป่าเล็ก ๆ ในป่าใหญ่ ข้าวปลาต่างหากที่เป็นของจริง ท่ามกลางขุนเขาแม่วาง อันเป็นผลผลิตจากแนวคิดของลุงจอนิ ซึ่งอัด คนทั่ ว ไปถื อ ว่ า เงิ น คื อ สิ่ ง สำคั ญ แทบทุ ก อย่ า งถู ก ตี เ ป็ น แน่ น ไปด้ ว ยเรื่ อ งราวแห่ ง การเรี ย นรู้ ด้ ว ยต้ น ไม้ ป่ า ที่ ขึ้ น เองตาม มูลค่า วัตถุกลายเป็นสัญญะในการแบ่งระดับชนชั้น เทคโนโลยีเข้า ธรรมชาตินับร้อยชนิด แผ่กิ่งก้านสาขากันแดดให้แก่พืชผักหมุนเวียน ครอบงำ จนความสะดวกสบายเป็นสิ่งที่หลายคนถวิลหา ลุงจอนิ แทรกด้วยเห็ดและหน่อไม้ที่ผุดขึ้นมาให้เก็บกินตลอดปี กอปรกับต้น ฝากข้อความชวนคิดไว้ว่า “เทคโนโลยีคือที่มาแห่งปัญหา เมื่อมีก็ พลับป่าที่ผ่านการติดตาต่อกิ่ง กลายเป็นพลับพันธุ์ดีออกลูกให้ส่งขาย ต้องใช้ เมื่อใช้ก็ต้องเสียบปลั๊ก เติมน้ำมัน เมื่อเสียก็ต้องซ่อม เมื่อพัง ได้ทุกปี ก็กลายเป็นเศษเหล็กไร้ค่า ย่อยสลายยาก ทำลายธรรมชาติ คิด ๆ ดู ลุงจอนิเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ให้เห็นว่าที่ดิน สมองและสอง แล้วเราก็เสียให้กับเทคโนโลยีมาตลอด เผลอ ๆ อาจจะมากกว่าตอน มือที่เรามีนั้นเพียงพอแล้ว ที่จะเลี้ยงชีวิตเราให้มีความสุขตลอดไป ซื้อเสียด้วยซ้ำ” หากปราศจากไฟโลภะที่พร้อมจุดติดในใจของมวลมนุษย์ทุกคน

“”


garden of the lazy (P. 28-29)