Issuu on Google+


สี่แผนดิน - คํานํา

Page 1 of 2

สี่แผนดิน ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช คํานํา หนังสือเรื่อง "สี่แผนดิน" นี้ ผูเขียนไดแตงขึ้น และนําลงในหนังสือพิมพสยามรัฐรายวัน ติดตอกันมา เปน เวลาปเศษ ในขณะที่เขียนนั้น ก็มิไดคํานึงถึงขนาดของเลม ถาหากจะพิมพเปนเลมขึ้น แตเมื่อไดมาเห็นขนาด เมื่อไดรวบรวมพิมพเปนเลมขึ้นแลว ผูเขียนออกจะรูสึกตกใจไมนอยไปกวาทานผูอานอีกหลายคน เพราะขนาด หนังสือนั้นโตเกินคาด จําเปนตองแบงพิมพเปนสองเลม แมกระนั้นแลว หนังสือแตละเลมก็โต จนผูเขียนเองก็ เห็นวาอุยอายไป ถาหากวาจะพิมพแบงออกเปนสามเลม ก็อาจเบามือกวาในรูปนี้ แตจะทําใหความสําคัญของ หนังสือลดนอยลงไป เพราะผูเขียนเจตนาจะใหเลม ๑ นับรวบรวมเหตุการณที่เกิดในยุคหนึ่ง และเลม ๒ นั้นเกี่ยว กับเหตุการณในยุคตอมา ในระหวางที่เรื่อง "สี่แผนดิน" ยังลงพิมพอยูในสยามรัฐรายวันนั้น ไดมีผูเขียนจดหมายมาถามบอยครั้งวา เรื่อง "สี่แผนดิน" นั้นเปนเรื่องจริงหรือไฉน และ "แมพลอย" ตัวเอกของเรื่องนั้น เปนบุคคลจริงๆหรืออยางไร ปญหาเชนนี้จะตอบแตสั้นๆ ไดโดยยาก จําตองใชวิธีอุปมาอุปไมย ถาจะเปรียบใหเห็นชัด ก็ตองเปรียบกับการ แสดงละคร ตามปกติในการเลนละคร ยอมตองมีฉาก แตฉากละครนั้นเปนของสมมุติ ตกแตงใหละมายคลายคลึง กับของจริง สวนตัวละครที่แสดงนั้น เปนคนจริงๆ มีชีวิตและมีเนื้อหนังเหมือนคนดูทั้งหลาย หนังสือเรื่อง "สี่แผน ดิน" นั้น เปนของกลับกันกับ วิธีการแสดงละคร คือฉากทั้งหลายทั้งปวง ที่ผูเขียนไดนํามาใช ในการเขียนเรื่องนี้ เปนของจริงทั้งสิ้น และไดพยายามสอบสวนใหตรงกับความจริง ตลอดจนเมื่อรวบรวมพิมพขึ้นเปนเลมครั้งนี้ ก็ได พยายามจนสุด ความสามารถที่จะใหเหตุการณ และรายละเอียดแหงชีวิต ที่ไดนํามาบรรยายนั้นถูกตองตรงตอ ความเปนจริง ใหมากที่สุดเทาที่จะทําได ฉะนั้นฉากละครแหงเรื่อง "สี่แผนดิน" จึงเปนของจริงทั้งหมด แตตัว ละครนั้นกลับเปน ของสมมุติ คือ "แมพลอย" ก็ดี วงศาคณาญาติตลอดจนเพื่อนฝูงของ "แมพลอย" ที่เขามามี บทบาทในทองเรื่องก็ดี ลวนแลวแตเปนบุคคลที่ไดเกิดขึ้นดวยจินตนาการของผูเขียน แตในการสรางบุคคลิกลัก ษณะของบุคคลเหลานี้ ผูเขียนก็ไดพยายามยึดถือเอาความจริงเปนหลัก คอยกีดกันมิใหบุคคลเหลานี้พูดหรือทํา สิ่งใดที่อาจเกินความจริง ไปไดเลย เพราะฉากเบื้องหลังตัวละครนั้น ผูเขียนไดนําของจริงมาใชเสียแลว ดั่งที่ได กลาวมาแตตน แมแตเครื่องแตงตัวของ "แมพลอย" จะนุงหมสีอะไรก็ตรงตอความจริง แตดวยเหตุนี้ ตัวบุคคลใน เรื่อง จึงกลายเปนจริงขึ้นมาในความรูสึกของผูเขียน และบุคคลเหลานี้ ไดเขามาดําเนินเรื่องของตัวเอง จนบาง เวลาขณะที่เขียนอยูนั้นเผลอไป เหมือนกับมีใครมากระซิบบอกใหเขียนอยูใกลๆ เจตนาของผูเขียนในการเขียนหนังสือนี้ ก็เพื่อจะบันทึกภาพรายละเอียดเบื้องหลังเหตุการณตางๆ ที่ได เกิดขึ้น ตั้งแตสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว ลงมาจนถึงสิ้นแผนดิน พระบาทสมเด็จพระเจาอยู หัวอนันทมหิดล ในระยะเวลาที่คอนขางจะนานนี้ ไดมีเหตุการณตางๆ เกิดขึ้นเปนอันมากในเมืองไทย และไดมี การเปลี่ยนแปลงที่สําคัญเกิดขึ้นมากมายหลายเรื่อง เหตุการณและการเปลี่ยนแปลงตางๆนี้ เปนเรื่องที่ประวัติ ศาสตรตองจารึกไว จึงเปนสิ่งที่ใครๆก็ยอมทราบ แตสิ่งที่ประวัติศาสตรมิไดจารึก ก็คือรายละเอียดเกี่ยวกับชีวิต และความเปนอยู ตลอดจนความคิดเห็นของคน ที่ตองประสบเหตุการณและการเปลี่ยนแปลงนั้นๆ สิ่งเหลานี้นับ วา เปนรายละเอียดเบื้องหลังประวัติศาสตร และยอมมีความสําคัญอยูไมนอย เพราะการอบรมประเพณีและราบ ละเอียดเล็กๆนอยๆแหงชีวิต ยอมเปนมูลฐาน ของความคิดเห็นและกระทําใหบุคคลเกิดปฏิกิริยาแตกตางกันไป ในเมื่อมีเหตุการณหรือการเปลี่ยนแปลงใดๆ มากระทบตัว หากเราไดทราบรายละเอียดตางๆนั้นไดบางพอ สมควร เราก็สามารถที่จะเขาใจความคิดเห็น บางอยาง ความรูสึกนึกคิดบางอยาง และปฏิกิริยาตางๆนั้นไดมาก ขึ้น แตถาเราไมสามารถรูรายละเอียดเหลานี้ เสียเลยแลว ตอไปเราก็ไมอาจอยูในฐานะที่จะอธิบายมูลเหตุ ของ เหตุการณที่เกิดขึ้นในอดีตไดแจมแจง และไมอาจเขาใจวา เพราเหตุใดจึงไดมีปฏิกิริยาบางอยางเกิดขึ้น หลังจาก ที่ไดมีเหตุการณนั้นๆเกิดขึ้นแลว ดวยเหตุตางๆที่ไดกลาวมานี้ ผูเขียนจึงมีเจตนาที่จะใหหนังสือ "สี่แผนดิน" นี้ เปนที่รวบรวม "รายละเอียดเบื้องหลัง ประวัติศาสตร" ตางๆเหลานี้ไวอีกอยางหนึ่ง นอกจากจะกอความบันเทิงให แกผูอานแตอยางเดียว ถาหากวา จะเปรียบเหตุการณสําคัญที่เกิดขึ้นนั้น เปนลายโครงบนผืนผาลายอยางไทยๆ ผูเขียนก็มีเจตนาที่จะใหหนังสือเรื่อง "สี่แผนดิน" นี้เปนลายประกอบ เพื่อจะไดทําผาลายผืนนั้นมีลวดลายเต็มขึ้น และวิจิตรพิศดารยิ่งขึ้น ผูเขียนจะไดกระทําสําเร็จสมดั่งความเจตนาหรือไม ก็ยังไมกลารับรอง ในการอธิบายรายละเอียดตางๆ ซึ่งเปนเรื่องที่เกิดขึ้นกอนกําเนิดของผูเขียนนั้น ผูเขียนไดรับความ อุปการะ จากทานผูอานมากมายหลายทานดวยกัน บางทานก็กรุณาใหความรูอันหาคามิได บางทานก็กรุณาตัก เตือนความผิดพลาด และขอบกพรองตางๆ ซึ่งทําใหผูเขียนสามารถแกใขปรับปรุง ฉบับที่เปนรูปเลมนี้ ใหถูก ตองตอความเปนจริงยิ่งขึ้น บางทานก็มีความกรุณาใหกําลังใจสนับสนุน โดยวิธีเขามารับนับเปนญาติโยมของ "แมพลอย" ไตถามทุกขสุขและสงของมาใหตามแตโอกาส ซึ่งพระคุณเหลานี้ ผูเขียนขอจารึกไวมิรูลืม และขอ

http://www.geocities.com/siamstory/ploy_perface.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - คํานํา

Page 2 of 2

อุทิศความดีแหงหนังสือเลมนี้ทั้งหมดเทาที่มี ใหแกผูมีอุปการคุณ ดั่งที่ไดกลาวมาแลว หนังสือเรื่อง "สี่แผนดิน" นี้ใชเวลานานในการเขียน และใชเวลาอีกนานในการตรวจแกการเรียงพิมพ เมื่อ ไดทําสําเร็จมาเปนรูปเลม ถึงมือทานผูอาน ผูเขียนก็ออกจะภูมิใจเปนธรรมดา และความภูมิใจนั้นจะมากยิ่งขึ้น ถาหากวาหนังสือนี้ สามารถใหความบันเทิงและประโยชนแกทานผูอาน ไดตามสมควร ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช ๑๘ กรกฎาคม ๒๔๙๖

http://www.geocities.com/siamstory/ploy_perface.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๑ (หนาที่ ๑)

Page 1 of 6

สี่แผนดิน ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช แผนดินที่ ๑ บทที่ ๑ (หนาที่ ๑) "พลอย" เสียงแมเรียก ขณะที่เรือกําลังบายหนาออกตากคลองบางหลวง มุงตรงไปยังทาพระ "พลอยจํา คําแมไวใหดี ถาเจาจะมีลูกมีผัวตอไปก็หาคนที่เขาใจเดียว อยาไปไดผัวเจาชูเมียมาก จะตองรอนใจเหมือนแม" แมนิ่งอยูครูหนึ่ง แลวพูอตอไป "แลวก็อยาไปเปนเมียนอยใครเขาเปนอันขาด จําไวนะ" พลอยหันหนามามองดูแมแลวก็เหลียว กลับไปมองนอกเกงเรือ ดูเรือแจวพายที่ผานไปมา ดูเรือนริมน้ํา และแพที่เต็มไปดวยของวางขายตางๆ ดูผูคนริมตลิ่ง และในเรือที่ผานไปมา ดวยความตื���นตาตื่นใจ อยางบอกไม ถูก เพราะครั้งนั้นเปนครั้งแรกที่พลอยไดออกจากบาน มาไกลถึงเพียงนี้ และเมื่อกอนที่จะออกจากบาน แมก็ บอกแลววา ไปแลวไปเลย เปนตายชาตินี้จะไมกลับมาเหยียบหัวกระไดบานนี้อีก บานพลอยอยูในคลองบางหลวง เรียกไดวาเปนบานใหญ มีกําแพงอิฐเสริมรั้วเหล็กกั้นตลอดริมน้ํา ที่ทา น้ํา มีศาลาหลังใหญ ทําดวยไม ขึ้นจากกระไดทาน้ํา เดินผานลานกวาง ก็ถึงตัวตึก เปนที่อยูของเจาคุณพอ ตึก นั้น จะพูดไปก็เปนตึกทันสมัย สําหรับระยะเวลาระหวาง พ.ศ. ๒๔๒๕ ถึง พ.ศ. ๒๔๓๕ อันเปนเวลาในรัชสมัย ของ สมเด็จพระพุทธเจาหลวงมหาราช ในกรุงรัตนโกสินทรนี้ ตึกนั้นเปนตึกกอนอิฐฉาบดวยปูนขาว หลังคา มุงกระเบื้องจีนเปนลูกฟูก หนาตึกเปนบันไดขึ้นสองขางมาบรรจบกัน ตรงกลางเปนชาลายอมๆ แลวจากนั้น มี บันไดขึ้นตรงไปชั้นบนของตึก บนตึกมีเฉลียงเดินไดรอบ ลูกกรงมีลูกมะหวด กระเบื้องสีเขียวแก พนจากเฉลียง เขาไป ก็มีหองใหญๆสามหอง เปนที่อยูเจาคุณพอ มีหองเล็กๆอีกหองหนึ่ง สําหรับเจาคุณพอไวพระ และอัฐิเจา คุณปู และคุณชวดทั้งหลาย เมื่อพลอยยังเด็กๆ อายุ ๖-๗ ขวบ เคยขึ้นไปบนตึกตอนบาย เพื่อไปหาเจาคุณพอ พลอยเคยรูสึกกลัวหองนี้เปนพิเศษ เพราะเปนหองที่ปดไวเงียบ ปหนึ่งจะเปดครั้งเดียว เวลาเจาคุณพอทําบุญ และในเวลาที่เปดพลอยเคยเห็นโกศอัฐิ ตั้งอยูบนมาหมูเปนแถว พลอยเคยถูกเรียกตัวใหเขาไปจุดธูปเทียน กราบเจาคุณปูคุณยาและเจาคุณชวดอีกหลายคน ตั้งแตนั้นมา ก็ใหเกรงกลัวหองนี้เปนพิเศษ เฉลียงหลังตึกนั้น เปนที่สําราญของเจาคุณพอ เวลาทานอยูบานก็มักจะอยูที่เฉลียงหลังนั้นเอง รับประทานขาวก็ที่นั่น ตึกชั้นบนปู ดวยกระดานแผนโตๆ อาศัยแรงคนเช็ดถูกันมาหลายสิบป ดูขึ้นเงา เปนมัน เจาคุณพอทานปูพรมเล็กๆ นั่งอยูที่ เฉลียงหลัง รอบๆตัวก็มีเชี่ยนหมาก กาน้ําขันน้ํา กระโถน หีบบุหรี่ และพานใสชุดจัดบุหรี่ตั้งไว เมื่อวันที่พลอย จะออกจาก ก็ขึ้นไปลาทานที่นั่น โดยที่แมปลอยใหขึ้นไปคนเดียว เวลานั้นพลอยอายุ ๑๐ ขวบ พอจะมีความสัง เกตุสิ่งตางๆ ไดถนัดถนี่ ตอมาอีกหลายสิบป พลอยนึกถึงเจาคุณพอขึ้นมาครั้งใด ก็ยังเห็นภาพทานนั่งขัดสมาธิ อยูบนพรม เจาคุณพอนุงผาลายสีจันทน ปลอยลอยชายตามสบาย เมื่อพลอยขึ้นไปกราบลา ยังนึกจําไดวาทาน มองดูหนา ลูกสาวคนเล็กของทาน อยางพินิจพิเคราะห คลายกับวาจะดูไวใหจําไดแมนยํา แตทานก็มิไดปริปาก พูดจาทักทาย หรือหามปราม คงมองแตหนาพลอยจนพลอยคลานกลับลงมา เมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๕ พลอยมีอายุไดสิบขวบ ถาใครไปถามพลอยในขณะนั้นวา ใครเปนบิดา พลอยก็ตอบวา ชื่อ พระยาพิพิธ ฯ มารดาชื่อแชม เปนเอกภรรยาของพระยาพิพิธ แตไมใชในฐานะคุณหญิง เพราะคุณหญิงทาน ชื่อเอื้อมเปนคนอัมพวา ไมไดอยูกับเจาคุณพอ แตกลับไปอยูบานเดิมของทานเสีย ตั้งแตกอนพลอยเกิด คง เหลืออยูแตบุตรของคุณหญิงอยูในบานสามคน คือคุณอุนพี่สาวใหญ อายุสิบเกาป คุณชิดพี่ชายคนรอง อายุสิหก ป คุณเชยพี่สาวคนเล็ก แกกวาพลอยสองป พลอยมีพี่ชายรวมมารดาอีกคนหนึ่ง อายุแกกวาพลอยปเศษ ชื่อพอ เพิ่ม และมีนองสาวคนละมารดาอีกคนหนึ่ง เกิดจากแมแวว ภรรยาเจาคุณพอ คนรองแมลงไป ชื่อหวานออนกวา พลอยสองป กับพี่นองเหลานี้ นอกจากพอเพิ่มพี่รวมทอง พลอยคุนเคยกับคุณเชยเปนพิเศษ เพราะอายุรุนราว คราวเดียวกัน และคุณเชยเปนเด็กชอบเลนปายปน ไปในที่ตางๆ ซึ่งถูกกับนิสัยของพลอย คุณอุนพี่สาวคนใหญ นั้น พลอยเห็นวาเปนผูใหญที่นาเกรงขาม เพราะเธออยูรวมบนตึกกับเจาคุณพอ ในหองใหญอีกหองหนึ่ง ซึ่งเปน หองเก็บเครื่องเงินเครื่องทอง คุณอุนเปนผูถือกุญแจแตผูเดียว แมแตการจับจายใชสอยทุกอยางในบาน คุณอุนก็ เปนผูทําทั้งสิ้น เจาคุณพอทานไวใจวาเปนลูกสาวใหญ สวนแมของพลอย ซึ่งคนทั้งบานเรียกวา แมแชมนั้น เจา คุณพอทานปลูกเรือนฝากระดานหาหองให อยูอีกหลังหนึ่งใกลๆกับตัวตึก ในบริเวณบาน มีสํารับสงตางหาก จากโรงครัว ซึ่งกินกันสามคนแมลูก กินเสร็จแลวก็มีนางพิศ บาวซึ่งแมชวยมาไวใช มีคาตัว ๑๒ ตําลึง เปนผูกิน เหลือและลางถวยชาม การปดกวาดบาน ปูที่หลับที่นอน ตลอดจนซักผาที่เรือนแม เปนหนาที่ของพิศ พี่ของพลอยอีกสองคน คือ คุณชิตและพอเพิ่มนั้น พลอยเกือบจะไมรูจักเสียเลย คนหนึ่งคือคุณชิต ผูซึ่ง เวลานั้น เปนหนุมเต็มตัว อายุ ๑๖ บางทีพลอยเคยเห็นคุณชิตตอนเย็นๆ นุงผาสีใสเสื้อกระบอกแพรเลี่ยน หวี ผมใสน้ํามันแปร ติดยาแกปวดหัวทั้งสองขมับ ตามธรรมเนียมหนุมๆ สมัยนั้น เดินไปเดินมาอยูแถวทาน้ํา พอ พลบค่ํา คุณชิตก็แอบลงเรือขาฟาก ไปเที่ยวกับทนายหนุมๆ ของเจาคุณพอ ครั้งหนึ่งพลอยจําไดวา คุณชิตหาย

http://www.geocities.com/siamstory/ploy101.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๑ (หนาที่ ๑)

Page 2 of 6

ไปหลายวัน แตพอกลับมาก็เกิดเรื่องใหญ เพราะเจาคุณพอทานมัดมือ เฆี่ยนที่หนาตึก ทั้งคุณชิตและทนาย เสียง รองกันใหลั่นบานไปหมด พลอยไปแอบดูอยูหลังพุมตนแกวรอบตึกกับคุณเชย ผูซึ่งดีใจที่พี่ชายถูกเฆี่ยน แลว ปรารภกับพลอยวาสมน้ําหนา อีกครั้งหนึ่งพลอยเห็นคุณชิตเจ็บผอมแหง นอนแบบอยูที่เรือน ที่เธออยูกับบาว หนุมๆ รุนเดียวกัน เห็นบาวตมยาตมใหกินเปนหลายหมอ คุณเชยแอบมากระซิบบอกพลอยวา "แมพลอยฉัน บอกอะไรให อยาพูดไปนะ คุณชิตเปนโรคบุรุษ ขืนพูดไปฉันโกรธจริงๆดวย" พอเพิ่มพี่ชายของพลอยนั้น ดูสวามิภักดิ์คุณชิตมากกวาพี่นองอื่นๆ แตพอเพิ่มก็ตองแอบไปมาหาสู มิให แมเห็น เพราะถาแมรูวาพอเพิ่มไปคบกับคุณชิตทีไร เปนเฆี่ยนเอาทุกที สวนหวานนองคนละแม ลูกแมแววนั้น ยังเด็กเกินไปที่พลอยจะสนใจ วันหนึ่ง พลอยถามแมถึงเรื่องพี่นองเหลานี้วา ทําไมคนจึงเรียกลูกเจาคุณพอวา คุณอุน คุณชิต คุณเชย แลวทําไมจึงเรียกลูกอื่นวา พอเพิ่ม แมพลอย แมหวาน แมมองหนาพลอยครูหนึ่ง แลวหัวเราะตอบวา "เพราะพวกเอ็งมันลูกเมียนอย นั่นทานลูกคุณหญิง ก็ตองเปนคุณไปหมด เขาไมเรียกวา อีพลอย ก็ดีถมไปแลว" ตั้งแตพลอยจําความไดมาจนถึงอายุ ๑๐ ขวบ พลอยมีความรูสึกวา แมและคุณอุนพี่สาวใหญ มีเรื่องตึงๆ กันอยูเสมอ จริงอยูทั้งสองมิไดโกรธเคืองกันถึงวิวาทเปนปากเสียง และตอหนาเจาคุณพอ ก็พูดจาปราศรัยกัน เทาที่มีเรื่องจะพูด แตพลอยสังเกตดวยความรูสึกของเด็กวา แมมักจะใชถอยคํา ที่สุภาพเปนพิเศษกับคุณอุน เสมอ เปนตนวาเรียกคุณอุนวา "คุณใหญ" เรียกตัวเองวา "ดิฉัน" อยางชัดถอยชัดคํา และใชคําเจาคะเจาขา ตลอดจนกิริยาที่นอบนอมอยางเฉียบขาดเยือกเย็นปราศจากความรูสึก แตบางเวลาแมแสดงความในใจ ใหพลอย เห็นวาแมไดรับความกดดัน และบังคับใจอยูเปนนิจ เนื่องจากฐานะแมบาน และการเปนผูบังคับบัญชาของคุณอุน ผูซึ่งแมถือวาเปนเพียงลูกของเจาคุณ แตตัวแมเองนั้นเปนเมีย ยิ่งเจาคุณพอทานเชื่อฟง ยอมใหคุณอุนปกครอง บานโดยเด็ดขาด แมก็ยิ่งมีความคับใจยิ่งขึ้น แมเคยรองไหปรับทุกขกับพลอยวา เจาคุณพอทานเลี้ยงแมเปนบาว หรือคนอาศัย แมไมมีสิทธิอะไรในบานนี้ ไดแตอยูไปวันหนึ่งๆ สวนแมแววภรรยาของเจาคุณพอ อีกคนหนึ่งนั้น สนิทสนมกับคุณอุน อยางมากมาย อยูดวยกันไดวันยังค่ําเกือบไมคลาดกัน เพราะแมแววแกกวาคุณอุน เพียงสี่ หาป เคยเปนตนหองของคุณอุนมากอน และแมบอกพลอยวา คุณอุนเปนคนยกบาวของตน ขึ้นเปนเมียเจาคุณ พอ เพื่อจะกําจัดแมใหออกจากบาน แมบอกดวยวาครั้งนั้นก็เกิดเรื่อง "หึงนางแวว" ตามคําของแม จนถึงเกือบจะ ออกจากบานไปเสียแลว แตเห็นลูกยังเล็กนัก แมก็ตองอดใจทนอยูไป พลอยอยูมาทามกลางความตึงเครียด ระหวางแมและคุณอุน จนบางทีพลอยรูสึกกลัวทั้งสองฝาย ไมอยาก เขาใกล คนที่บรรเทาความตึงเครียด ที่พลอยตองไดรูสึกไปดวย ก็คือเจาคุณพอ เพราะเจาคุณพอ ทานเปนคนรัก เด็กทุกๆคน ไมวาเปนลูกทานหรือลูกใครๆ บางทีตอนเย็นๆ เจาคุณพอทานเรียกเด็กๆในบาน ใหมาวิ่งเลนกันให ทานดู ที่ลานหนาตึก ใครจะสงเสียงดังเทาไรก็ได และคนที่สงเสียงดังที่สุด และหัวเราะดังที่สุด ก็คือเจาคุณพอ เอง แตลูกที่โตเปนหนุมเปนสาวแลว ดูเจาคุณพอทานเฉยๆไป อยางคุณอุนทานก็เกรงใจ หรืออยางคุณชิต ก็มัก มีเรื่องเคืองใจกันอยูเสมอ เขาหนากันไมติด ลูกทุกคน เจาคุณพอทานเปนคนตั้งชื่อ และตั้งชื่องายๆ พยางคเดียว ทุกคน พลอยเคยไดยินเจาคุณพอทานหัวเราะเยาะ เพื่อนฝูงขุนนางบางคน ที่ตั้งชื่อลูกยาวๆ วาทําเทียมเจา เทียมนาย จัญไรจะกิน อยางที่บานพระพิพัฒนใกลๆกัน ตั้งชื่อลูกคลองจองกัน เปนจังหวะวา เพ็ญพิสมัย ใส สุคนธรส สดสําราญจิต สนิทเสนหา เจาคุณพอทานเคยเอามารองใหแมฟง เปนจังหวะ แลวบอกวาดังเหมือน เพลงแขกเจาเซ็น เมื่อกอนที่พลอยจะออกจากบาน พลอยสังเกตเห็นความตึงเครียดระหวางแมและคุณอุนมีมากกวาปกติ ในกระบวนบาวสาวๆ ที่คุณอุนมีอยูหลายคนนั้น มีคนหนึ่งชื่อเยื้อน หนาดีดีเพื่อน แมบอกกับแมพลอยวา "คุณ ใหญกําลังจะยกนังเยื้อนใหเจาคุณ" และพลอยก็รูสึกวาเรื่องใหญกําลังจะเกิดขึ้น ในที่สุด เรื่องใหญที่ทําใหชีวิตของพลอยเปลี่ยนแปลงไปมาก ก็เกิดขึ้นจริงๆ คืนหนึ่งแมขึ้นไปหาเจาคุณ พอ บนตึกแตหาทุม พลอยอยูที่เรือนนอนคอยแมจนหลับไป มาตกใจตื่นขึ้นอีกทีหนึ่ง ตอนตีสามกวาๆ เห็นแม เขามาจุดตะเกียงในหอง แลวตรงเขามาปลุกพลอย มีพอเพิ่มซึ่งนอนอยูขางนอก เดินเขามาอยางงงๆ "พลอยไปกับแม" เสียงแมพูดอยางแคนใจ ใบหนาของแมอาบไปดวยน้ําตา "เมื่อทานไมเลี้ยงแมแลว แมก็ จะไปตามยถากรรม เราก็คนมีชาติมีสกุลเหมือนกัน ใครจะไปยอมใหกดหัวกันอยางขี้ขา พอเพิ่มเปนลูกผูชาย ตองอยูทางนี้ เจาคุณพอทานไมยอมใหแมเอาไป อยูทางนี้ละก็ฝากเนื้อฝากตัวกับทานใหดีๆ สวยพลอยแมไม ยอมทิ้งไว เดี๋ยวมันจะรุมกันขมเหง ถึงแมจะไมมีปญญาเลี้ยง เจานายของเราก็ยังมี แมจะเอาพลอยไปถวาย เสด็จ" พูดแลวแมก็กมหนานรองไหไปพลาง เอาชายผาแถบยอมกานดอกกรรณิการ ที่แมหมอยูขึ้นซับน้ําตาไป พลาง เหมือนหนึ่งใจแมจะขาด ฝายพอเพิ่มพอไดยินแมบอกวาจะละไวที่บาน ก็ยืนรองไหโฮลั่นบาน ทั้งกลางดึก พอไดยินแมบอกวา จะเอาไปถวายเสด็จ พลอยก็เขาใจทันที เพราะพลอยเคยไดยินเรื่องเสด็จของแม จาก ปากแมอยูเสมอ เสด็จประทับอยูในวังหลวง แมเคยอยูที่นั่นตั้งแตเด็กๆ จนทูลลาออกมาอยูกับเจาคุณพอ เพราะ ญาติทางแมชักนําให แมบอกวาความจริงแมเปนพระญาติเสด็จเหมือนกัน พอของแมหรือตาของพลอย เปน หลานของเจาจอมมารดาของเสด็จ แตแมบอกแตเทานี้ แลวบอกพลอยวา "อยาพูดไป เราเปนขาทาน ไปนับญาติ

http://www.geocities.com/siamstory/ploy101.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๑ (หนาที่ ๑)

Page 3 of 6

กับเจานายไมดี เดี๋ยวเหาจะขึ้นหัว" เรื่องเหาขึ้นหัวหรือจัญไรจะกินเมื่อไปเกี่ยวกับเจานายนี้ พลอยเคยไดยิน เสมอ ถาเจาคุณพอไมพูดแมก็พูดบอยๆ จนพลอยเคยนึกวา เจานายคนนั้น ถาจะเปนเหากันชุกชุม เหมือนกับ นางชุบลูกครอกในบาน พลอยไปเลนดวยทีไร เปนติดเหามาทุกที พลอยเคยถามเรื่องนี้กับเจาคุณพอ เห็นทาน หัวเราะงอหาย แลวก็ไมพูดวากระไร เรื่องที่เกี่ยวกับเสด็จนั้นแมเคยบอกวา ถาพลอยโตขึ้นอีกสักหนอยก็จะสงตัวไปถวาย แมเคยขออนุญาต เจาคุณพอแลวในเรื่องนี้ ทานก็ไมขัดของ บอกวา "ดีเหมือนกัน เด็กมันจะไดมีความรู" แตแลวทานก็ขอผลัดวา อยาเพิ่งสงไป เพราะทานไมมีลูกเล็กๆจะเลนดวย ฉะนั้นพอแมเอยปากวา จะพาตัวไปถวายเสด็จ พลอยก็เขาใจ ทันที แตโดยที่เห็นแมรองไหมาก และพอเพิ่มก็สงเสียงดังลั่น พลอยก็ไดแตนั่งตกตลึง ดูจะพูดจาอยางไรก็ไม ออก แมเห็นพอเพิ่มรองไหดังๆ ก็ดึงตัวมากอดไว แลวกระซิบปลอบโยนเบาๆ ตัวแมเองก็หยุดรองไหลงบาง เพราะกลัวพอเพิ่มจะเอะอะไปใหญ พอเห็นพอเพิ่มสงบลงบางแลว แมก็ใชใหไปตามนางพิศมาชวยเก็บของ คืนนั้นทั้งคืน แมเก็บของอยูกับนางพิศ พอรุงสาง แมก็ใหนางพิศขนของไปไวที่ศาลาทาน้ํา และใหไป ตามเรือมาลําหนึ่ง สําหรับพลอยนั้น แมจับลางหนาเกลาจุก แตงตัวเตรียมไวแตกอนรุง และใหนั่งคอยอยูที่ เฉลียงหนาเรือน ระหวางที่คอยอยูนั้นเอง พลอยไดยินเสียงใครเรียกเบาๆ ที่ขางเรือน พอชะโงกหนาออกไปดู ก็ เห็นคุณเชยมายืนหนาตื่นๆอยู ในมือถือหออะไรหอหนึ่ง "แมพลอย" เสียงคุณเชยเรียกเบาๆ "อยาเอะอะไป ลงมานี่เดี๋ยว" พลอยเหลือบไปดูเห็นแมยังวุนอยูในเรือน จึงคอยๆยองลงบันได พอเดินไปถึงตัวคุณเชย คุณเชยก็ควา ขอมือ ดึงตัวพลอยเขาไปใตถุนเรือน แลวถามดวยเสียงสั่นๆวา "นี่แมพลอยจะไปจริงๆหรือ คุณอุนบอกฉันเมื่อกี้นี้เอง แตฉันยังไมเชื่อ" พลอยเห็นหนาคุณเชยซีดๆ แลวนึกถึงที่เคยวิ่งเลนกันอยูทุกวัน ก็ตื้นตันใจ ไดแตพยักหนา คุณเชยยังไม ปลอยแขนพลอย และมือที่กําแขนพลอยนั้นเย็นเฉียบ พอเห็นพลอยพยักหนารับคํา น้ําตาเม็ดโตๆ ก็รวงจากนัยนตาของคุณเชย และไหลลงมาถูกแขนของ พลอย หลายเม็ด "โธแมพลอย" คุณเชยพูดเสียงเครื่อ "แมพลอยไปเสียแลวฉันจะเลนกับใครละ แมพลอยอยาลืม ฉันนะ" คุณเชยพูดซ้ําๆ อยูหลายหน เมื่อไดยืนดูหนากันอยูอีกสักครูหนึ่ง คุณเชยก็ยื่นหอที่ถือมาดวยนั้นให พลางกลาววา "นี่แมพลอย ฉันให จันอับ ฉันแอบขโมยคุณอุนเธอมาจากบนตึก แมพลอยเอาไวกินกลางทางก็แลวกัน" พลอยรับหอจันอับจากมือคุณเชย เหมือนอยางกับเปนของอันมีคาเปนเสียที่สุดแลว จะพูดจากับคุณเชย อยางไร ก็พูดไมออก เพราะคอนั้นตีบตันไปดวยความรูสึก มองดูหนาคุณเชยก็เห็นพราไปหมด เพราะนัยนตา นั้น มีน้ําตาไหลลนมากบอยู พอดีเสียงแมเรียกชื่อพลอยเบาๆ สองสามครั้งบนเรือน พลอยก็ไดโอกาส สะบัด แขนหลุดจากมือคุณเชย รีบหันหลังใหวิ่งหนีกลับขึ้นเรือนไปหาแม "พลอยมานี่" เสียงแมเรียกในหองอีกครั้งหนึ่ง พลอยก็รีบเขาไปนั่งขางๆตัว แมเก็บของเสร็จเรียบรอย แลว ของใชตางๆเปนพวก ถวยโถโอชาม แมถือวาเปนของบานนี้ จึงรวบรวมไวตางหากอีกที่หนึ่ง คงเก็บแตเสื้อ ผา ขาวของจุกๆจิกๆสวนตัวของแมแทๆ ใสหีบไมบุหนังสีดําเปนลายทอง รูปหงสมังกรสองใบ สวนผาผอนของ พลอยนั้น แมรวบรวมใสหีบชนิดเดียวกันแตสีแดง ใบยอมกวาอีกใบหนึ่ง ที่นอนหมอนมุงตางๆ แมทิ้งไวที่เรือน พอเพิ่มอยูตอไปจะไดใช ตัวแมเองจะไปหาเอาขางหนา พลอยยิ่งเห็นขาวของ ที่เคยใชรวมกันอยูทุกวัน ถูกแบง สรรปนสวน ก็ยิ่งมีความรูสึกมากขึ้น เพราะทุกอยางก็เห็น เปนอาการของ บานแตกสาแหรกขาดแทๆ น้ําตาที่ อยูในลูกตาก็หลั่งไหลออกมา จะหามเทาไรก็ไมหยุด แมเอาผาเช็ดน้ําตาไห พลางเหลือบเห็นหอของที่พลอยถืออยูในมือ จึงถามขึ้นวา "พลอย นั่นหออะไรลูก" "หอ..." พลอยหยุดสะอื้นแลวกลาวตะกุกตะกักตอไป "หอจันอับจะแม" "ใครให" แมถาม แตแลวก็เดาออกพูดตอไปทันทีวา "คุณเชยหรือ" พลอยไดแตพยักหนารับคํา แมกําลังปดหีบอยูก็หยุดนิ่ง เอามือวางพาดไวบนฝาหีบครูหนึ่ง ตาเหมอ มองออกไปนอกหนาตาง เหมือนจะตรึกตรองตัดสินใจอะไรอยู แตแลวแมก็ถอนใจใหญสลัดหนา พลางหันมา ทางพลอย เอาผาเช็ดน้ําตาใหอีก แลวหลังลูบหัวพลอยพูดวา "นิ่งเสียพลอย อยารองไหไปเลยทูนหัวของแม แมเปนคนที่รักพลอยมากที่สุด ไมมีใครจะรักลูกเกินไป กวาแมได ไปเสียกับแมเถิด แมรักลูกจึงอยากใหลูกไดดี ไปอยูในวังที่ตําหนักเสด็จ อีกหนอยก็จะสนุกสบาย ไม คิดถึงบานเสียอีก" แมนิ่งอยูอีกครูหนึ่ง แลวกระซิบดวยเสียงสั่นเครือวา "พลอย ขึ้นไปบนตึกไปกราบลาเจาคุณพอเสีย เสร็จแลวตามไปที่ทาน้ํา แมจะคอยอยูที่นั่น" วาแลวแมก็ หันหนาหนี เริ่มยัดของลงหีบอยางกุลีกุจอ และปดฝาหีบอยางแรง เหมือนกับจะใชอาการ และเสียงนั้น ชวยเพิ่ม ความแนนอน ในการตัดสินใจใหยิ่งขึ้น พลอยคอยๆ ยองออกจากหอง เดินผานเฉลียงลงบันไดอยางชาๆ เพราะมันเปนครั้งสุดทาย ที่พลอยจะ

http://www.geocities.com/siamstory/ploy101.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๑ (หนาที่ ๑)

Page 4 of 6

ลงจากเรือน ที่อยูมาตั้งแตเกิด ฝาเรือนทุกฝาจะมีตําหนิ มีรอยอยางไรที่พลอยรูจักดี ตําหนิและรอยตางๆ เหลา นั้น ก็เหมือนจะเดนออกมา ใหเห็นไดชัดในคราวนี้ รองกระดานทุกรอง ที่พลอยเคยนั่งทับ นอนทับ และแอบทิ้ง ของลงไปขางลาง ดูเหมือนจะเรียกรอง ใหพลอยหยุดร่ําลา จนถึงขั้นบันได แตละขั้นที่เคยถดขึ้นลง และราว บันได ที่เคยโหนเลนกับคุณเชยเปนประจํา ดูเหมือนจะโตกวาเกา เดนกวาเกา เพิ่มความสําคัญขึ้น ในคราวที่จะ จากกันไปในวันนี้ คุณเชยหายไปจากใตถุนบานแลว ไมทราบวาไปหลบอยูที่ไหน พลอยเดินขามลานบานชาๆ เหลียวดู รอบๆตัว เหมือนกับจะสั่งลาสถานที่ และสิ่งแวดลอมที่เห็นกันมาทุกวัน ตนปบตนใหญทีไดอาศัยรม เลนหุงขาว หุงแกงกับคุณเชย และเคยชวยกันเก็บดอกไปใหแม ผสมกับยาเสนมวนบุหรี่ใหเจาคุณพอ พลอยนึกขึ้นมาวา แมไปเสียแลวใครจะเปนคนมวนบุหรี่ เพราะแมเคยทําอยูคนเดียว และเปนการใหญเต็มที เพราะไหนจะตองตม น้ําผึ้ง น้ําสับปะรดและชะเอมไวคลุกกับยาเสนเมืองสอง ไหนจะตองมวนยาเสน เขาแบบกระดาษทิ้งไวเปนตัว ไหนจะตองรีดใบตองแลวตัดใหพอดี ของเหลานี้ถาแมไมทําใหใครจะทํา พลอยเดินผานตนเขี้ยวกระแต ซึ่งแม เคยเก็บไปรอยมาลัยใสจุกให ผานตนกรรณิการ ซึ่งแมสั่งใหมาเก็บดอกที่รวง ไปใหแมทุกเชา เพราะแมจะไดตัด เอากานตากแดดไวยอมผาแถบ ผานตนชะลูดซึ่งสงกลิ่นไกล แตหาดอกไมใครพบ ทุกอยางลวนแตเรียกพลอย ใหหยุด ใหเหลียวมอง แตพลอยก็กาวขาเดินไปจนถึงบันไดหลังตึก พอถึงเฉลียง พลอยก็ลงคลาน พอเขาไปใกล ตัวเจาคุณพอ ก็ลงกราบ แลวก็นั่งกมหนา เอามือแคะกระดานแกขวยน รอฟงวาทานจะพูดวาอยางไร เมื่อนั่งอยู สักครูหนึ่ง ไมมีเสียงอะไร จากเจาคุณพอเลย นอกจากเสียงกระแอมและเสียงบวนน้ําหมาก พลอยก็ลงกราบอีก ครั้ง แลวคลานถอยไป ทางบันได "พลอย" เสียงคุณอุนเรียกออกมาจากในหอง "มานี่" พลอยสะดุงสุดตัว ลังเลจะเขาไปดีหรือไมดี เมื่อ ตัดสินใจไมถูก ก็เหลียวไปดูหนาเจาคุณพอ เห็นทานพยักหนาเขาไปทางในหอง เหมือนกับจะบอกใหพลอยเขา ไป พอดีเสียงคุณอุนเรียกอีกครั้งหนึ่ง พลอยก็คลานเขาไปในหอง หองนั้นมืดครึ้มอยูเปนประจํา เพราะคุณอุนเธอไมชอบแสงแดด วาจะทําใหผิวเสีย ในหองนั้นอบอวลไป ดวย กลิ่นอบกลิ่นร่ํา ฝาผนังสามดานมีตูวางเรียงไวหลายใบ ในตูบรรจุเครื่องเงิน และเครื่องถมเปนอันมาก นอก จากนั้นก็มีกําปนเหล็กวางอยูอีกหลายใบในเงามืด บรรจุเครื่องเพชรเครื่องทอง ที่คุณอุนถือกุญแจแตผูเดียว คุณ อุนนั่งอยูกลางหอง มีเชี่ยนหมากเงิน กระโถนเงินวางอยูใกลๆ วันนั้นเปนวันพุธ คุณอุนนุงผาลายเขียว ขัดเปน มันแข็งกราง หมผาแถบสีจําปาแก คุณอุนเปนคนมีระเบียบ การแตงตัวแตละวันนั้น ก็เรียบรอยเปนอยางยิ่ง คุณ อุนหวีผมที่ใสน้ํามันไวอยางเรียบรอย ไมมีกระดิก ที่ไรผมนั้นก็กันไว เรียบรอยตามปกติ พอเห็นพลอยคลานเขา มา คุณอุนก็หยิบตลับงาใสขี้ผึ้งสีปาก มาเปดเอาขี้ผึ้งพังแพวขึ้นสี แลวถามดวยน้ําเสียงที่ไรความปรานีวา "จะไปกับแมหรือแมตัวดี" พลอยนิ่งเงียบ กมหนามองกระดานไมกระดุกกระดิก รูสึกหนาวเย็นตามเนื้อตัวขึ้นมาอยางบอกไมถูก "ไปละกอไปใหพนนะยะ" คุณอุนพูดตอ "อยาทํากลับไปกลับมา จะเสียรัศมีแมผูดีแปดสาแหรก" พลอย นิ่งเงียบอีก เพราะถึงจะตอบก็ไมรูจะตอบอยางไรถูก "ไป ! ไปใหพน" คุณอุนไลสง "นังคนนี้ลูกแม ลูกเสือ ลูกตะเขเลี้ยงไมได" คําอําลาของคุณอุนมีเพียงเทานั้นเอง พลอยกมลงไหวแลวรีบคลานออกจากหอง ผานเฉลียงหลังอยาง รวดเร็ว เพราะใจพลอยนั้น กลับเปลี่ยนเปนอยากไปเสียใหพน พอลงจากตึกไดพลอยก็รีบวิ่ง ตรงไปยังทาน้ําที่ แมคอยอยูกับนางพิศ มีพอเพิ่มมายืนกอดเสารองไห กระซิกๆอยู เมื่อพลอยมาถึงทาน้ํา แมก็ไมไดพูดจาไตถามวาอะไรทั้งสิ้น รีบเรงใหนางพิศบาว พาพลอยเขาไปในเกง เรือ แมตรงเขาไปกอดพอเพิ่ม กระซิบสั่งอะไรเบาๆ อีกสองสามคํา เสียงพอเพิ่มสะอื้นถึ่เขาและดังขึ้นกวาเกา แลวแมก็รีบลงมาในเรือ สั่งคนแจวใหออกเรือ พลอยมองออกไปนอกเรือทางบาน เห็นแตเสาศาลาที่ปกอยูในน้ํา พอเรือออกจากทามาไกลอีกเล็กนอย จึงไดเห็นหลังคาตึกเจาคุณพอ เห็นรั้วเหล็กกําแพงบาน และศาลาทาน้ําทั้ง หลัง มีพอเพิ่มยืนกอดเสารองไหสะอึกสะอื้นอยูในทาเกา ครั้นแลวภาพเหลานั้นก็เริ่มไกลออกไปทุกที จนในที่สุด ก็ลับตาไป มีภาพบานอื่นๆ ภาพเรือกสวนขางคลอง เขามาแทนที่ ยิ่งใกลปากคลองเขาไป บานชองและแพสอง ขางทางก็หนาแนนขึ้น ผูคนที่สัญจรไปมาทั้งทางน้ํา และทางบกก็จอแจยิ่งขึ้น พลอยเพงดูภาพตางๆ ที่เต็มไป ดวยสีสัน และผานไปประดุจฉากเคลื่อนที่ได อยางตื่นตาตื่นใจ พอเรือออกจากคลองแมพูดดวย พลอยก็หาสนใจ ไม เพราะความรูสึกตระหนกตกใจ ที่ไดรับแตเมื่อคืนตอนดึก เมื่อแมมาปลุก ความเศราสลดใจตอนที่จะตองจาก บาน และความขมขื่นใจ จากถอยคําของคุณอุน เมื่อตอนจะจากกัน กระทําใหประสาทความรูสึกของพลอยมึนชา อยู ประกอบกับมาไดเห็น ของใหมที่นาตื่นเตนตางๆ ทําใหพลอยมีความสนใจคําพูดของแมแตนอย พอเรือมาถึงกลางแมน้ํา พลอยมองดูฃฝงตรงขามก็ยิ่งรูสึกตื่นเตนยิ่งขึ้น ถึงกับอดใจไวไมได ตองสะกิด ถามแมวา "แมจานั่นอะไรนะแม" พลอยชี้มือไปที่หลังคากระเบื้องสี มีชอฟาปดทองระยับริมตลิ่ง "ตําหนักแพไงลูก" เสียงแมตอบ พลอยไมเขาใจวาตําหนักแพนั้นคืออะไร เปนของใคร และมีไวทําไม เพราะความสนใจและความอยากรูอยากเห็นนั้น กําลังเปลี่ยนไปโดยเร็ว และยิ่งเพิ่มขึ้นทุกที พลอยชี้มือขาม

http://www.geocities.com/siamstory/ploy101.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๑ (หนาที่ ๑)

Page 5 of 6

ตําหนักแพไป แลวถามแมวา "แลวโนนละแม ที่ยอดสูงๆนั่น พระเจดียอะไร วัดอะไร จะแม ใหญโตเสียเหลือเกิน" แมหัวเราะกิ๊กกอดพลอยไวแลวตอบวา "ไมใชวัดดอกลูก นั่นแหละวังหลวงที่ลูกจะไปอยูละ ที่ยอดแหลมๆ สูงๆ นั่นคือยอดพระมหาปราสาท ที่เห็นเหมือนหลังคาโบสถนั้นคือ พระมณเทียร ประเดี๋ยวเราไปขึ้นจากเรือ ที่ ทาพระ แลวเดินยอนไปหนอย ก็เขาประตูศรีสุดาวงศไปในวัง" "แลวเสด็จทานประทับอยูหลังไหนละแม ที่ยอดสูงๆนั่นหรือจะ" แมหัวเราะอีก "เปลาลูก ทานไมไดประทับที่นั่นหรอก ถาแมไปทูลเสด็จวา พลอยถามอยางนี้ เปนไดทรง พระสรวลไปนานทีเดียว เสด็จทานก็ประทับอยูที่ตําหนักของทาน อีกหลังหนึ่งตางหาก มองจากนี่ไมเห็น ... พลอย ! อยาชะโงกจากเรือใหมากนัก เดี๋ยวรวงลงน้ําไป" พลอยรีบถอยเขามาในเรือตามคําแม นั่งอยูในเรือพลางหัวใจเตนตึกตัก ดวยความตื่นเตน "นั่นหรือคือที่ อยูของเราตอไป" พลอยนึกแตในใจ "ชางใหญโตสวยงามเสียจริงๆ ตึกเจาคุณพอวาใหญโตแลว ยังไมเทาซีก เดียวของวังหลวง" นึกขึ้นมาพลอยชักเฉลียวใจ ถามแมวา "วังหลวงนี้เปนของเสด็จหรือจะแม" "ไมใช" แมรองเสียงหลง "วังหลวงก็เปนของพระเจาอยูหัวทานซีลูก ที่พลอยเห็นนั่นแหละ เปนพระที่นั่ง ที่ ประทับของทานทั้งนั้น เสด็จและเจานายอื่นๆ ทานมีตําหนักอยูขางใน ผูชายเขาไปไมได มีแตพวกเราผูหญิง ลวนๆ ถาผูชายเขาไปได แมก็ไมตองทิ้งพอเพิ่มไว นี่เพราะจนปญญาแมจริงๆ จึงไมไดเอามา" "แลวแมจะไปอยูกับพลอยในนั้นหรือแม" พลอยถามดวยความเปนหวง แมนิ่งไปครูหนึ่ง แลวถอนใจใหญตอบวา "แมจะไปอยูกอน แตแลวแมก็จะตองไปทํามาหากิน ... อยาไปพูดถึงมันเลย ดูกันไปกอนเถอะลูก" ระหวางนั้น เรือเขาไปจอดที่ทาพระ แมจูงมือพลอยขึ้นจากเรือ แลวใหนางพิศจัดการเอาของขึ้น สวนหนึ่ง ใหฝากเขาไวที่ทากอน สายๆจะจางคนเขาขนเขาไปในวัง สวนหีบของพลอยใบเล็ก แมใหนางพิศแบก ตามมา เลยทีเดียว สองแมลูกเดินเลาะกําแพงวังเรื่อยมา มีนางพิศตามหลัง เดินไดสักครูหนึ่งก็เลี้ยวเขาประตูชั้นนอก พลอย ก็ยิ่งตื่นตาตื่นใจยิ่งขึ้น เพราะภายในบริเวณวังนั้น ดูเต็มไปดวยตึกกราม ซึ่งพลอยเห็นวาใหญโตมหึมา ผูคนที่ เดินเขาออก ก็ดูยัดเยียดเบียดเสียดกัน ตลอดจนหาบของขายและของที่วางขาย ก็ดูมีมากมายเหลือขนาด ตรง หนาพลอยเขาไป มีกําแพงสูงอีกชั้นหนึ่ง เปนกําแพงทึบ มีประตูใหญเปดกวางอยู สังเกตดูคนที่เดินเขาประตู และออกจากประตูดูสับสนไปหมด บางคนก็รองทักกันเอะอะ บางคนก็เดินกมหนากมตารีบไป เหมือนหนึ่งมีธุระ รอน คนทั้งหมดเปนผูหญิงทั้งสิ้น แตงกายแปลกๆกัน ที่เปนผูใหญหรือกลางคน ก็หมผาแถบขางใน หมผาแพร จีบทับขางนอกอีกผืนหนึ่ง ลางคนที่สาวหนอยก็ใสเสื้อจีบเอว แขนพวง มีตั้งแตเสื้อเรียบๆ จนติดโบวยิบไปทั้งตัว พลอยดูผาหมแมและกิริยาที่เดิน ดูเหมือนกับคนอื่นๆ การแตงกายของแม และทาทางเปนแบบเดียวกันกับคนที่ เดินเขาๆออกๆ อยูนั้น คนบางคนเห็นแมก็รองตะโกน ทักวา ไปไหนมา ไมไดเห็นเสียนาน บางคนแมก็ยกมือ ไหวอยางนอบนอม สวนบางคนมองแมจนเหลียวหลัง แตแมก็ทําเมินเสีย แตปากนั้นบนปรารภดังๆ กับนางพิศ วา "คนเราบางคนมันชางตายยากเสียจริงๆ นะพิศนะ" และมีเสียงนางพิศตอบสวนควันมาทันทีวา "บาวก็วา อยางงั้นแหละเจาคะ" แลวก็มีเสียงนางพิศถมน้ําหมาก ดวยเสียงอันดัง "ออ ! พลอย" แมพูดขึ้นเหมือนอยางกับเพิ่งนึกอะไรออก "เวลาเขาประตูละก็ ตองขามธรณีประตูให พน เทียวนะ อยาไปเหยียบหรือเอาเทาไปเตะเขา เดี๋ยวจะเกิดเรื่อง" พูดแลวแมก็นําพลอยรีบเดินใกลประตูเขาไป พลอยสะดุงสุดตัว ความสนใจหลุดจากของแปลกอื่นๆ มา รวมอยูที่ธรณีประตู ที่เห็นอยูขางหนาทันที ธรณีประตูนั้น ทําดวยไมเหลี่ยมคอนขางใหญ แตไมใหญถึงกับ จะ ขามไมพน มีรอยคนมาปดทองไวบาง เปนระยะๆ และใกลๆ ขอบประตูนั้น ก็มีธูปปกอยูที่ริมขอบประตู ดานใน นั้น มีผูหญิงสาวบางแกบาง นั่งอยูสองขาง พลอยมาทราบทีหลังวา หญิงเหลานั้น มีหนาที่เฝาประตูวัง และ หนาที่อื่นๆ อีกมากมายหลายอยางในวัง เปนขาราชการอยูในกรมโขลน ชาววังทั่วๆไป เรียกกันวา โขลน ถาหากแมไมเตื่อนพลอยขึ้นมาโดยกระทันหัน เรื่องธรณีประตูวัง พลอยก็อาจไมรูความสําคัญ และไม สนใจ และดวยเหตุนั้น พลอยจึงอาจกาวขามธรณีประตูนั้น เขาไปโดยมิตองพะวังอยางใดเลย แตพอแมพูดขึ้นมา ความสนใจของพลอย ก็หลุดจากที่อื่นมาอยูที่ธรณีประตูนั้นแหงเดียว และเพงเล็งธรณีประตูนั้น ดวยความวิตก วิจารณเปนอยางยิ่ง พลอยยิ่งเดินใกลธรณีประตูนั้นเขาไป ธรณีประตูนั้นก็ยิ่งดูทั้งสูงทั้งใหญ เพิ่มความนาสะพึงกลัว ยิ่งขึ้น ทุกที สิ่งอื่นๆที่อยูรอบๆตัวนั้น ดูเลือนรางหายไปหมด แมแตคนที่เดินเขาเดินออกกัน อยางสับสนนั้น ก็จางลงไป เห็นแตเปนเงาๆ สิ่งที่เดนอยูในสายตาของพลอย และยิ่งเดนขึ้นทุกกาวที่พลอยเดินใกลเขาไป ก็คือธรณีประตู ที่ ปดทองไวเปนแหงๆ นั้นเอง จนดูเหมือนกับวา ไดเปลี่ยนสภาพจากทอนไม ธรรมดาสามัญที่สุด มาเปนสัตวราย อันนาสยดสยอง นอนขูคํารามขวางทางอยู และสัตวนั้นดูเหมือนจะรองวา "อยาเขามา ! อยาเขามา ! อยา

http://www.geocities.com/siamstory/ploy101.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๑ (หนาที่ ๑)

Page 6 of 6

เหยียบ ! อยาเหยียบ ! เขามาแลวตองกาวใหพน !" สวนในใจของพลอยนั้น ก็นึกดวยความหวาดวา "ไมพนแน ไมพนแน ! ที่นี่เปนวังหลวง วังของ ในหลวง ใครทําผิดอะไรนิดเดียวเขาเอาไปเฆี่ยน ไปขังคุก ไปตัดหัว ใครเหยียบธรณีประตูเขาเอาไป ตัดหัว ! ดูซี ! ไมมีใครกลาเหยียบสักคน ใครเดินเขาเดินออกตองกระโดดขามทุกคน แตเรากาวขาม ไมพนแน เพราะใหญออก อยางนั้น สูงออกอยางนั้น" ใจพลอยเตนระทึกดวยความประหมา ตาทั้งสองจองดูธรณีประตูนั้นเขม็ง และมือทั้งสองนั้นก็กําแนน พลอยรูสึกวาเหงื่อมือออก เปยกไปหมดในอุงมือ เทาทั้งสองขางที่เดินตามแมก็กาวชาลง นางพิศที่เดินถือหีบ ตามมาขางหลังรองเรงวา "เดินเร็วๆซี แมพลอย อยาไถล ดูซีคุณแมเขาประตูไปแลว" จริงอยางนางพิศวา แมกาวขามธรณีประตู เขาไปอยางกระฉับกระเฉง พรอมกับหันไปทักทาย กับใครคนหนึ่งที่นั่งอยูขางประตู เสียงแมเรียกคนๆนั้นวาจา พลอยตัดสินใจโดยรวดเร็ว เปนตายอยางไรก็จะตองตามไปใหถึงตัวแมจนได พลอยรีบสาวเทากาวเดิน ตรง เขาไปที่ประตู พอถึงประตูก็รูสึกตัวเย็นวูบ หลับตาทั้งสองขาง ยกเทาขางหนึ่งใหสูงที่สุด และกาวออกไป เทาที่ นึกวาเปนกาวที่ยาวที่สุดในชีวิต พอวางเทาลงบนพื้นพลอยก็ลืมตาขึ้น แลวก็เห็นวาตัวเอง กําลังยืนอยูบน ธรณีประตูนั้นพอดี พลอยใจหายวาบ เหงื่อไหลประทุออกมาพรั่งพรู ไมมีใจที่จะมองเห็นโขลนที่นั่งอยู อาปากตกตลึง ไมได เหลียวไปดูวา นางพิศที่เดินตามมาขางหลัง ยกมือตบอกดังผลุง พลอยเผนลงจากธรณีประตู วิ่งตรงไปที่ตัวแม อยางไมคิดชีวิต "หยุด !" เสียงใครคนหนึ่งรองราวกับฟาผา "หยุดเดี๋ยวนี้ ! กลับมานี่กอน !" เสียงนั้นรองสําทับมาอีก พลอยวิ่งมาถึงตัวแม และดวยอารามตกใจ จะวิ่งเลยไปอีก แตแมควาแขนพลอยไว แลวรองถาม ดวย ความตกใจวา "พลอย ! อะไรกันลูก ! หยุดกอน ลูกไปทําอะไรมา !" แตแลวแมก็เขาใจทันที ทรุดตัวลงนั่งกอดพลอยไว แลวหัวเราะจนน้ําตาไหล "พลอย !" แมพูดพลางหัวเราะพลาง "นี่ไปเหยียบธรณีประตูวังเขาแลวสิ แมก็เผลอไปเองไมทันดู" แลว แมก็หัวเราะตอไปอีก อยางขบขันเสียเต็มประดา เมื่อเห็นแมหัวเราะอยางขบขัน พลอยก็ใจชื้นขึ้นเปนกอง คอยๆเหลียวหนาไปดูทางประตูที่เกิดเหตุ เห็น โขลนคนที่สงเสียงเรียก กําลังชี้ใหพวกพองดูพลอย แลวก็กวักมือเรียกพลอย ใหกลับไปที่ประตู พลอยเห็นดัง นั้น ก็มองตาแม แตแมพยักหนาบอกวา "ไปเถิดลูก แมจะไปดวย ไปกราบธรณีประตูเสีย ก็หมดเรื่อง ไมมีใคร เขาทําอะไรหรอก" แลวแมก็กระซิบที่หูพลอยเบาๆวา "พลอยจะอยูในวัง ตอไปจําไวใหดี อยาไปเกิดเรื่องกับ โขลน แกดายับทีเดียว เราสูเขาไมไดหรอก" แมจูงมือพลอยกลับมาที่ประตู เสียงผูหญิงอายุกลางคน ที่แมเรียกจาถามวา "นั่นลูกแมแชมหรือ ถาจะไม เคยเขาวังละซี" "ลูกฉันเองละคะ" แมตอบ "จะเอามาถวายเสด็จ ฝากคุณจาดวยนะคะ" พลอยไดยินแมพูดก็เหลือบไป เห็นจานั่งอยูบนเสื่อ กําลังเอายาฉุนขึ้นสีฟน แลวจุกกับหมาก จานั้นเปนหญิงที่แตงตัวแปลกที่สุด ที่พลอยเคย เห็น จานุงผาพื้นสวมเสื้อจีบที่เอว แขนยาวแบบเสื้อกระบอก หมผาทับขางนอก ที่แปลกทีสุดสําหรับพลอย ก็คือ บนแขนเสื้อจานั้น ติดบั้งสี่บั้ง ความอลเวงเฉพาะหนาเรื่องเหยียบธรณีประตูวัง ทําใหพลอยสนใจจาโขลนแตเพียงวา เปนผูหญิงคน แรก ที่เคยเห็นติดบั้ง เพราะแตกอนเคยเห็นแตผูชาย ขณะนั้นคนที่อยูรอบๆประตูวัง พากันหันมามองพลอย เปนตาเดียวกัน คนที่กําลังเดินเขาออกก็พากันหยุด เพื่อคอยดูพลอยตองรับโทษ โดยการกราบธรณีประตู ฝาย โขลนที่เฝาประตู และไดเรียกพลอยใหหยุด ก็หันหนามาจองพลอยเขม็ง คอยดูมิใหพลอยหลบหนีไปไหนได พลอยตัวรอนแลวก็เย็น เย็นแลวก็รอน เหงื่อนั้นมิรูวามาจากไหน ออกจากรางกายพรั่งพรูไปทุกขุมขน แมปลอย แขนพลอยแลว บอกใหไปกราบธรณีประตูเสีย อยามัวชักชา ฝายพลอยก็กมหนาคอยๆยองเขาไป เพราะอาย เสียแทบจะแทรกแผนดินหนี ไมกลามองสบสายตา กี่รอยกี่พันคูที่กําลังจองมองดูอยางสนุก ถึงกระนั้น พลอยก็ ยังอดแลเห็นไมไดวา คนกําลังเรียกใหกันหยุดดู บางก็พูดจาวิจารณกันอยางขบขัน บางก็หัวเราะอยู อยางสนุก พอถึงธรณีประตู พลอยก็ทรุดตัวลงคุกเขา พนมมือวางลงบนธรณีประตู แลวก็หลับตาแนน กมตัวลงกราบ เสียง คนหัวเราะเกรียวกราวรับกันเปนทอดๆไป แมแตโขลนที่นั่งอยูริมประตู ก็ดูเหมือนจะหัวเราะ แตพลอยไมมีกําลัง ใจที่จะเหลียวไปดูวา ใครจะทําอะไร เพราะขณะนั้นถาสามารถละลายหายไปได พลอยก็จะทําดวยความอาย พลอยรีบลุกขึ้นยืนโดยเร็ว เมื่อกราบแลว และหันหลังไดออกวิ่งตื๋อตรงไปยังแม อยางไมคิดชีวิต อานตอหนาที่ ๒

http://www.geocities.com/siamstory/ploy101.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๑ (หนาที่ ๒)

Page 1 of 6

สี่แผนดิน ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช แผนดินที่ ๑ บทที่ ๑ (หนาที่ ๒) แมจูงแขนพลอยเดินตอไป ผานโรงละครในวัง ซึ่งเปนโรงโถง แลดูกลางวันก็เหมือนศาลาวัดกวางๆ ไมมี ความหมาย มีคนนั่งเลนอยูแถวนั้นสองสามคน เดินตอไปแมชี้ใหดูสระน้ํา บอกวา สระองคอรทัย ผานทิมโขลน ซึ่งพลอยตองสะดุงกลัวอีกครั้ง เพราะกาวแรกที่ยางเขามาในวัง ก็รูจักอํานาจโขลนเสียแลว ที่ทิมโขลนนี้ พลอย สังเกตเห็นโขลนนั่งอยูมาก บางคนก็แตงตัวครบ คือใสเสื้อหมผาจีบตามระเบียบ บางคนก็แตง ลําลอง หมผา แถบผืนเดียว กําลังทําธุระสวนตัวอยู โขลนหลายคนที่นั่งอยูนั้นรูจักแม โดยเฉพาะคนที่มีอายุมาก เสียงรอง ตะโกนทักกันเอิกเกริก บางก็อางวาไมไดพบกันหลายปแลว ไมเห็นหนาตาเปลี่ยนไปเลย บางคนก็รองถามแมวา ยังซนเหมือนแตกอนหรือเปลา บางคนก็รองถามวา พลอยเปนใครมาจากไหน "แมแชม ไปเอาเด็กที่ไหนมา" เสียงรองถาม แมตะโกนตอบวา "ลูกฉันเอง จะเอามาอยูที่ตําหนัก" เสียงรองตอบมาวา "ดีแลว จะชวยดูให" แลว ก็มีเสียงขัดคอมาวา "ถาซนเหมือนแมเมื่อเด็กๆ ใครจะไปดูไหว" ตอจากนี้ ทั้งแมและคนที่โตตอบกัน ก็หัวเราะ กันอยางขบขัน รื่นเริง แมถามโขลนคนตอไปวา "หลวงแมเจาเปนอยางไรบาง" ก็มีเสียงตอบมาวา "ก็ยังงั้นๆ แหละ เจ็บๆไขๆ อายุทานมากแลว" พลอยเกิดความสนใจขึ้นมาใหม เพราะชื่อคนวา หลวงแมเจา นี้ไมเคยไดยินมาแตกอน อดความอยากรู ไว ไมไหว ตองกระตุกแขนแม แลวกระซิบถามวา "แมจา หลวงแมเจานี่ใครกันจะแม" แมหันมาบอกวา "นั่นแหละนายโขลนละ พลอยจําไวเถิด" แลวแมก็จูงมือพลอยเดินตอไป ถนนหนทาง ตอนนี้ มีทางแยกไปเปนหลายสาย ถนนทุกสายปูหินแผนใหญๆ และไมวาจะมองไปทางใด ก็มีตําหนักหรือเรือน ใหญบาง เล็กบาง ปลูกอยูสลับซับซอนกันไป แมพาพลอยเดินเลี้ยวไปทางหนึ่ง ที่ริมทางเดินมีตึกยาวติดตอกัน เปนสองชั้น แบงเปนหองๆ พลอยสังเกตดูมีคนอยูในตึกนั้นมากมาย ครั้นถามวา ตึกยาวนั้นเรียกวาอะไร แมก็ ตอบสั้นๆวา "แถวเตง" "แลวใครอยูที่แถวเตงนี่จะแม" พลอยซักตอ "โอย ! ใครตอใครเยอะแยะไปหมด" แมตอบ "คุณพนักงานก็ มี คุณเฒาแกก็มี คุณหองเครื่องก็มี ขาหลวงที่บนก็มี" พลอยเดินสนใจชื่อแปลกๆตางๆ เหลานี้ขึ้นมาทันที แมพูดถึงคนชนิดใหมๆ อีกหลายชนิด แตพลอยก็ยัง จําไมไดวาใครบาง จําไดแตชื่อสุดทาย ขาหลวงที่บน จึงถามแมแตเทาที่จําไดวา ขาหลวงพระตําหนักเปนใคร แมก็ตอบวา "เปนขาหลวงสมเด็จที่บนไงละ" แลวแมก็หันไปทักทายกับคนที่รูจักกันตามแถวเตง เหมือนกับวาคําตอบ ที่ไหแกพลอยนั้นแจมแจง เพียงพอแลว พลอยรูไดวา ตามแถวเตงนั้น มีคนอยูเต็มไปหมด ไมมีที่วาง สังเกตดูจากผูคนที่นั่งบางยืนบาง หรือ กําลังทําธุระสวนตัวตางๆ อยูบนนั้น บางก็ตากผา บางก็เอาหีบออกมาเปดผึ่งแดดหนาหอง บางแหงก็มีของวาง ขายกระจุกกระจิก เปนของใชเล็กๆนอยๆบาง เปนขนมและของกินเลน พวกไสกรอกปลาแนม และอื่นๆ มึคน ผานไปผานมา ซื้อขายหรือหยุดทักทายพูดคุยกันไมรูจบ พลอยมาเขาใจวา ในวังนี้มิใชบานคน อยางธรรมดา เสียแลว แตเปนเมืองอีกเมืองหนึ่ง มีระเบียบแบบแผน และความเปนอยูของตัวเอง ไมเกี่ยวและไมสนใจตอโลก ภายนอก และภายในเมืองที่พลอยกําลังเขามาอยูใหมนี้ พลเมืองทุกคนเปนผูหญิง ไมมีผูชายเขามาปะปนอยูเลย ในที่สุด แมก็จูงมือพลอยเดินมาถึงตึกใหญ สี่เหลี่ยมหลังหนึ่ง ฝาฉาบปูนขาวแลวทาสีเหลือง คล้ําไปดวย ความเกา ตามขอบหนาตาง ขอบประตูมีลายปูนปนเปนชอดอกไม บานหนาตางประตูที่ปดไว เปนสวนมากนั้น เปนบานเกล็ด และดูเขาไปทางประตูตําหนักดานหนา และดูมืดครึ้ม ทางขึ้นตําหนักเปนบันไดหิน เตี้ยๆ ไมกี่ขั้น แมบอกใหนางพิศนั่งคอยอยูกอน แลวพาพลอยเดินเบาๆ เขาไปขางใน ดานหนาตําหนักมีหองปดไวบาง และเปดไวใหแลเห็นภายในไดบาง พลอยแลเห็นโตะเกาอี้ มีลวดลาย ประณีตวางไวในหอง มีตูกระจกลักษณะเดียวกัน ใสของตางๆ ซึ่งยังสังเกตไมทันวา เปนอะไรบาง แมหันมากระ ซิบ สั่งพลอยใหเดินเบาๆ เพราะเสด็จคงยังไมตื่นบรรทม แตความจริงแมไมจําเปนตองหาม เพราะความมืดครึ้ม เยือกเย็น ของสถานที่ ความแปลกและใหมของตําหนัก และความรูสึกเคารพยําเกรง วาที่นี่เปนตําหนักของ เสด็จ ทําใหพลอยเดินอยางเบาที่สุดอยูแลว แมพาพลอยเดินตรงไปยังหองๆหนึ่ง ทางดานหลังตําหนัก ผาน บันไดใหญ ซึ่งพรุงตรงขึ้นไปยังชั้นบน กอนจะถึงแมหันมากระซิบ บอกวาจะพาไปหา คุณสาย ซึ่งเปนขาหลวง ตนตําหนักของเสด็จ ความจริงแมไดเคยเลาเรื่องคุณสาย ใหพลอยฟงมาแลวหลายครั้งวา คุณสายเปนขาหลวง เสด็จ มาตั้งแตเสด็จยังทรงพระเยาว และคุณสายยังเปนเด็ก คุณสายอยูกับเสด็จตลอดมา จนเปนที่ไวเนื้อเชื่อ

http://www.geocities.com/siamstory/ploy101_2.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๑ (หนาที่ ๒)

Page 2 of 6

พระทัย มอบใหดูแลกิจการสวนพระองคทุกอยาง และใหดูแลวากลาว ขาหลวงทุกคนในตําหนัก แมเลาวา คุณ สายเปนคนใจดีมาก ไมถือตัววาเปนคนโปรด คอยชวยเหลืออุปการะขาหลวงตําหนักเดียวกันเสมอ คุณสายเปน ผูใหญแลวเมื่อแมยังเปนเด็ก และเคยเลี้ยงดูใหความอุปการะ ตลอดจนถายทอดวิชาความรู ใหหลายอยาง แม เคยบอกวานอกจากเสด็จแลว ก็ยังมีคุณสายอีกคนหนึ่ง ที่เปนผูมีพระคุณตอแม ขอใหลูกไดจําไว ดวยเหตุที่ได ยินมาเสมอวา คุณสายเปนคนใจดี พลอยจึงเดินตามแมไป โดยปราศจาก ความสะทกสะทาน เมื่อไปถึงหองคุณ สายแลว ทรุดตัวลงนั่ง กมลงกราบตามคําแมสั่ง และไดเงยขึ้นดูคุณสาย ซึ่งอยูกลางหอง พลอยก็รูทันทีวาที่แม เลามา ถึงความใจดีอารีอารอบของคุณสายนั้น เปนความจริงทุกประการ คุณสายเปนคนเจาเนื้อ หนาตาเปนคนอารมณดี ผิวเนื้อสองสี ถึงแมเปนคนมีอายุมากแลว และผมที่ตัด สั้น ตามสมัยนั้นหงอกประปราย คุณสายก็ยังไมมีใบหนาที่แสดงริ้วรอย ของความโกรธหรือความทุกขที่ผาน คุณสายนุงผาลายขัดสีเหล็ก หมผาแถบจีบสีจําปา นอนคว่ําอยางสบายอยูบนพื้นกระดาน ที่เย็นและเปนมัน ไม มีฝุนละอองจับเลย ตรงหนาคุณสายมีกระดงไมไผสาน ในนั้นมีพลูวางอยูเปนอันมาก ทั้งที่จีบแลว และยังไมได จีบ ขางๆตัวมีเตาปูนใบใหญ บรรจุปูนที่หอมไปดวยใบเนียม และพิมเสน คุณสายกําลังจีบพลูยาว ชนิดมีหาง ยาวเปนพิเศษ แมแตพลูที่คุณอุนจีบอยูเสมอก็ไมเทา ขางตัวคุณสายมีเชี่ยนหมาก ซึ่งขาดเสียไมได สําหรับสตรี สมัยนั้น และยังมีชามฝาอีกสองใบ วางไวใกลๆกัน พอคุณสายแลเห็นแม ก็ลุกขึ้นนั่งตอนรับดวยความดีใจ เสือกกระดงพลูไปอีกทางหนึ่ง เรียกแมเขาไป ใกลๆ แลวลูบหลังลูบหนา ถามเรื่องราวอยางคนที่ไมไดพบกันมานาน ฝายแมก็เลาเรื่องทางบาน ใหคุณสายฟง เบาๆ พอพูดไปไดหนอยหนึ่งแมก็รองไห แตแลวก็เลาเรื่องใหคุณสายฟงตอไปอีก คุณสายก็พยักพเยิด ดวย ความเห็นใจบาง ปลอบแมใหหยุดรองไหบาง เหมือนกับผูใหญปลอบเด็ก ระหวางนั้นพลอยก็ไดแตสังเกต ดูของ ตางๆ ภายในหองของคุณสาย ทางฝาดานหนึ่งที่เปนฝาทึบ คุณสายตั้งตูไวสองสามใบเก็บขาวของ จิปาถะ อีก ดานหนึ่งที่มีหนาตาง คุณสายก็วางหีบอีกหลายใบ และโถลายครามใบใหญๆ ลายดอกไมและผีเสื้อ สําหรับใสผา หมที่จีบแลว อีกหลายใบอยูเหมือนกัน ทางฝาดานใกลประตู พลอยมองไปเห็นก็ใจเตน เพราะเชาวันนั้น พลอย เพิ่งรูตัววา ยังไมไดกินขาว ทองกําลังจะเริ่มรองเมื่อเดินทางมาถึงที่หมาย สิ่งที่เตือนใหพลอยรูตัววายังไมไดกิน ขาว ก็คือชั้นเตี้ยๆ ที่วางอยูชิดฝาดานขางประตู บนชั้นนั้นมีขวดโหล วางเรียงรายอยูเปฯแถว ในขวดโหลนั้นใส ขาวตัวกะทิบาง น้ําพริกเผาบาง หมูยอง มะขามฉาบ ปลาแหงผัด พริกกะเกลือ ฝอยทองกรอบ ขนมอะลัว และ ของอื่นๆ ที่นาสนใจสําหรับเด็กอายุ ๑๐ ขวบขนาดพลอยเปนอันมาก คุณสายกําลังนั่งคุยกับแมอยูอยางสนใจ แตนานๆ ก็ไมวายเหลือบมามองดูพลอยสักครั้งหนึ่ง ครั้นเห็น พลอย นั่งพิศดูชั้นที่ตั้งของกินอยางเพลิดเพลิน คุณสายก็ไดคิด ถามออกมาดังๆวา "นี่กินขากันมาแลวหรือยัง" แมไดยินดังนั้นก็ยกมือทาบอก รองขึ้นวา "โถ ! พลอยลูกแม ตั้งแตเชามายังไมไดกินขางเลย นี่ก็สายจนปานนี้แลว !" "พุทโธแมเชม" คุณสายพูด "มัวแตทะเลาะกับผัวเสียจนลูกเตาอดขาว นี่มิหิวแยแลวหรือ" วาแลวคุณสาย ก็กวักมือ เรียกใหพลอยไปนั่งใกลๆ พอพลอยคลานเขาไปเกือบถึงที่คุณสายนั่งอยู คุณสายก็เลื่อนชามฝา ที่ วางอยูสองใบใกลๆตัวมาให แลวพูดวา "กินนี่เลนไปกอนนะพลอย ปาจะใหเขาไปจัดสํารับมาใหเดี๋ยวนี้" วาแลวคุณสายก็จับผาหมใหรัดกุม แลว เดินเบาๆออกไปขางนอก ฝายแมก็บอกกับพลอยวา "กินอะไรกันกอนเถิดพลอย แมก็หิวเหมือนกัน อยูนี่ไมตองกลัวใครเขามาดูถูกหรอก ตองถือเสียวา ที่นี่ เปนบานของแม ดีกวาบานฟากขางโนนเปนไหนๆ" แลวแมก็เปดชามฝาสองใบนั้นขึ้นดู "แหม ! ดีจริง ไมไดกิน มาเสียนาน" พลอยมองดูของกินที่อยูในชามฝาสองชามนั้น แลวก็ตกตะลึง ดวยไมเคยเห็นมาแตกอน และไมนึกวา จะ เปนไปได ชามใบหนึ่งนั้น ใสไขแมงดาทะเล ซึ่งพลอยเคยเห็นแตเขาแกงคั่วกับสับปะรด และชามอีกใบหนึ่งนั้น ใสกุงตะเข็บ ซึ่งพลอยเคยเห็นเขาทํากุงเค็ม หรือใชผัดใชแกง แตไขแมงดาทะเลและกุงที่เห็นในวังนี้ กลายเปน ของใหมสําหรับพลอย เพราะทั้งสองอยางนั้นเชื่อมน้ําตาล มีน้ําตาลจับจนแข็ง พลอยเหลียวไปดูแม เพื่อจะหา ความรู ก็เห็นแมกําลังหยิบกุงเชื่อม หรือถาจะเรียกใหถูกก็ตองเรียกวา กุงแชอิ่มนั้น ขึ้นใสปากเคี้ยวกิน อยาง เอร็ดอรอย "แม" พลอยกระซิบพลางเขยิบตัวเขาใกล "ฉันกินไมเปนหรอก อะไรก็ไมรู" แมหัวเราะแลวหยิบไขแมงดาใสปากพลอย ปากก็บอกวา "ลองกินดูสิพลอย อรอยดีนะ" พลอยลองเคี้ยวดูแลวก็ตองรีบกลืนใหหมด เพราะหวานแสบไส แตแลวก็ตองนิ่ง ไมถามแมวากระไรตอ เพราะกลัวแมจะปอนของที่ไมเคยกินเขาไปอีก อีกสักครู คุณสายก็เดินกลับเขามาในหอง มีคนยกสํารับตามเขามา พรอมดวยถวยชามขาวอีกสองใบ เอามาวางตรงหนาพลอยกับแม เด็กอีกคนหนึ่งยกกระโถนขันน้ํา และผาเช็ดมือเขาตั้ง เสียงคุณสายสั่งคนยก สํารับ ซึ่งเธอเรียกชื่อเฉยๆวาผาด ใหแบงผัดปลาแหงที่ใสขวดโหลไวมาเติม ฝายพลอยนั้นใจคอไมคอยจะดีเลย

http://www.geocities.com/siamstory/ploy101_2.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๑ (หนาที่ ๒)

Page 3 of 6

เพราะเดาไมถูกวาในชามตางๆ ในสํารับนั้นจะมีกับขาวชาววัง ที่แปลกประหลาดพิสดารอยางไรอีกบาง แตพอ ผาดเปดฝาชามออก พลอยก็คอยคลายใจ เพราะพบกับขาวที่รูจักแลวทั้งนั้น เปนตนวาแกงบอน ผัดถั่วฝกยาว ยําไขปลาดุก ระหวางนั้นคุณสายก็บนเอากับแมวา "จะไปจะมาก็ไมรูจักกัน ถารูตัวกอนฉันจะไดหาของที่แมแชมชอบไวใหกิน" แมหัวเราะแลวตอบวา "คุณละกอ ตามใจฉันเสียจนเสียคน อยูกับใครไมไดนาน ตองกลับมาหาคุณอีก ทุกที" ระหวางที่พลอยนั่งกินขาวอยูกับแมนั่นเอง คุณสายก็เดินไปไขตู ที่ตั้งอยูขางฝาในหอง หยิบเอาพานทอง ออกมาใบหนึ่ง แลวเดินไปที่อีกตูหนึ่ง เปดหยิบเอาธูปเทียนแพออกมาหนึ่งแพ ขณะที่เดินกลับมายังที่นั่ง คุณ สายก็บอกผาดใหไปหาใบตองมาอีก จะเย็บกระทงดอกไม แมมองตาคุณสายดวยความสงสัย แลวถามขึ้นวา "นั่นคุณจะทําอะไรคะ" "อาว" คุณสายตอบ "ก็จัดดอกไมธูปเทียนใหพลอยถวายตัวเสด็จไงเลา" "ตองถึงยังงั้นทีเดียวหรือคุณ" แมทวงขึ้นมา "ก็พลอยเปนลูกฉัน ก็เปนขาเสด็จอยูแลว จะตองถวายตัวอีก ทําไม" "แมแชมนี่เมื่อไรจะโตเสียที" คุณสายบน "พลอยเปนลูกแมแชมเสียคนเดียวเมื่อไหรละ พอเขาเปนพระ น้ํา พระยา แลวก็กกฟากขางโนน เอาลูกเขามาทําดีไมดี เดี๋ยวญาติเขาจะมาพลอยวาฉันดวย ไหนๆก็จะเอา พลอย มาถวายทานแลว ทําเสียใหมันถูกเรื่องถูกราว แลวเรื่องมันก็ไมยากเย็นอะไรนักหนา ขาวของเราก็มีอยู แลว" แมหัวเราะแลวบอกพลอยวา "พลอยดูไวนา คุณทานร่ํารวย ขาวของอะไร ทั้งตําหนักนี่ ของทานทั้งนั้นแหละ" คุณสายหัวเราะกี๊ก แลวรองวา "เอ ! อยามาพูดดีไป พานใบนี้ของฉันจริงๆนะ ไมใชของเสด็จหรอก..." "แลวธูปเทียนแพนั่นของคุณอีกเหมือนกันซี" แมขัดคอขึ้นมา "โฮย ! ฉันไมกลาเถียงหรอกแมคุน !" คุณสายรองอยางอารมณดี "หนาอยางฉันใครเขาจะมาถวาย ดอกไมธูปเทียน ก็ของทานนะแหละ ทานเที่ยวรับของใครๆ เขาไวออกเปนกายเปนกอง นานๆ ฉันก็เอาถวาย คืน ทานไปอีก ทานจะไปทรงจําไดอยางไร" พูดแลวทั้งคุณสายและแมก็พากันหัวเราะอยางขบขัน สวนพลอยซึ่งไมสูจะสนใจฟงนัก ก็นั่งกมหนาเปบ ขาว อยางคนหิว ระหวางนั้นขาวที่แมกลับเขาวังก็คอยๆกระจายออกไป ขาหลวงเสด็จหลายคน ทยอยกันเขามา ในหอง คุณสาย บางคนก็มาจากที่อื่น เพื่อทักทายถามทุกขสุขกับแม จนในที่สุดหองคุณสายเต็มไปดวยผูหญิง แกบาง สาวบาง ลวนแลวแตเปนเพื่อนฝูงคนรูจัก ของแมทั้งสิ้น ทุกคนทักทายกับพลอยเปนอันดี บางคนก็กอด จูบ ลูบ หลัง พลอยรูสึกทั้งอายทั้งตื่นเตน เพราะตั้งแตเกิดมาเปนตัว ก็ยังไมเคยไดรับความสนใจ จากคนเปนจํานวน มาก ถึงเพียงนี้ แตความกระดากอาย ก็มิไดขัดขวางพลอยมิใหสังเกตเห็นวา สตรีทุกคนที่เขามา ในหองนั้น แตง กายสะอาดสะอาน เปนแบบเดียวกัน ทุกคนนุงผาลายหมผาแถบสีประจําวัน อยางเดียวกัน จะผิดกันก็ที่แหวน หรือสายสรอย เครื่องประดับกาย ทุกคนหอมกรุนไปดวยกลิ่นอบ กลิ่นร่ํา นั่งที่ไหน ก็หอมติดกระดาน ผมใส น้ํามันหวีเรียบ แตละคนขัดสีฉวีวรรณ รางกายตนมาแลวอยางยอดเยี่ยม เมื่อเห็นหนาเพื่อนฝูงเกาๆ แมก็ดูเหมือนจะลืมความทุกขทั้งสิ้น ที่ผานมา จนทําใหถึงตองหอบลูก ออก จากบาน เมื่อเชานี้เอง แมพูดคุยกับเพื่อนฝูง อยางสนุกดวยความเบิกบาน เสียงหัวเราะตอกระซิกกันอยู ไม หยุดหยอน พลอยสังเกตเห็นแมเปลี่ยนไปเปนคนละคน กวาเมื่ออยูที่บาน เมื่อครั้งอยูที่บานนั้น แมทําตัวเหมือน คนแก มีอารมณเฉียวบอยๆ บางเวลาก็นั่งเหมอมึนตึงเฉยๆ นอยครั้งที่พลอยเคยเห็นแม พูดจาเลนหัวกับใคร แตพอเขามาในวังได ไมกี่ชั่วโมง ไดเขามาอยูในหมูเพื่อนฝูง ที่รูจักคุนเคยกันมาแตเดิม ไดกลับมาสูบรรยากาศ อันรมเย็น ไรความรําคาญจุกจิก แมก็ดูกลับเปนสาว กระชุมกระชวยขึ้นทันที เริ่มพูดจาสัพยอกกับคนที่อยู รอบๆตัว และทุกคนที่มาหาแมก็ดูเหมือน จะคอยจับฟงทุกคําพูดของแม ดวยความเลื่อมใส ไมวาแมจะพูดสิ่งใด ออกมาก็เห็นเปนขบขัน เสียงหัวเราะตอนรับคําพูดของแม มีอยูไมขาดระยะ พลอยกับแมอิ่มขาวไปนานแลว และผาดก็ยกสํารับกลับออกไปแลว เปนนานเหมือนกัน ระหวางที่แมคุย กับเพื่อนฝูง คุณสายก็นั่งเย็บกระทงดอกไมฟงอยู อยางอารมณดี นานๆก็รวมหัวเราะกับคนอื่นๆดวย พลอยซึ่ง บัดนี้ ไมมีใครสนใจ เพราะทุกคนพากันนั่งลอมแม คุยกันดวยเรื่องที่พลอยไมเขาใจ และไมสนใจนัก ก็ไดแตนั่งดู คุณสายเย็บกระทง แตกระทงหรือสิ่งที่คุณสายเรียกวากระทงนั้น แปลกประหลาดกวาที่พลอยเคยเห็น ในขั้น แรกคุณสายเอาใบตองดีๆ มาฉีกออกเปนชิ้นเทาๆกันกอน ซึ่งพลอยก็นึกงงงวยเต็มทีวา คุณสายทําไมจึงทําเชน นั้น แตแลวคุณสายก็เอาใบตองที่ฉีกไว แตละชิ้น มาพับจีบใหไดรูป แลวเอาไมกลัด กลัดปะติดปะตอกลับเขาไป อีก จนในที่สุด ไดรูปกระทงเล็กๆ ซึ่งวิจิตรพิสดารกวาที่พลอยเคยเห็นมาแตกอน คุณสายแกหอใบตองอีกหอ หนึ่ง หยิบดอกจําปาซึ่งมีอยูในนั้นสองสามดอก ใสในกระทง แลวเอาใบตอง มาตัดเย็บเปนกรวยครอบไวอยาง

http://www.geocities.com/siamstory/ploy101_2.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๑ (หนาที่ ๒)

Page 4 of 6

เรียบรอย ครั้นแลวคุณสาย ก็เอาธูปเทียนแพขึ้นตั้งบนพาน เอากระทงดอกไม ตั้งอยูบนธูปเทียน เมื่อเสร็จแลว คุณสาย เหลือบมาเห็นพลอยนั่งตั้งตาอยู ดวยความสนใจก็ยิ้มดวย แลวถามวา "สวยไหม พลอย" พลอยไมรูจะตอบวาอยางไร ก็ไดแตยิ้ม แลวก็กมหนาดูกระดานตอไป อยูกับปาไป วันหลังปาจะสอนใหทํา กลัวแตพอคุนกันเขา ก็จะซนเหมือนแม เลยทําอะไรไมเปนจนบัดนี้" เสียงคุณสายพูดตอ "คา !" เสียงแมรองตอบออกมาจากกลุมเพื่อนๆ "อะไรไมดีก็ซัดดิฉันเขาไวเถอะ ลูกเตามันหมดนับถือ คราวนี้เอง" แลวทุกคนในที่นั้นก็พากันหัวเราะ ขณะนั้น มีหญิงสาวอีกคนหนึ่ง เดินผานหองคุณสาย จะไปทางหลังตําหนัก คุณสายเห็นเขาก็รองเรียก หญิงนั้นก็เขามาคุกเขา อยูตรงประตูหอง "แมลมัย" คุณสายถาม "บรรทมตื่นแลวหรื���ยัง" "ตื่นนานแลวละคะ" แมลมัยตอบ "อิฉันกําลังจะไปเรียกเครื่อง" พอไดยินดังนั้น คุณสายก็หันมากุลีกุจอ จับพานดอกไมธูปเทียน แลวพูดวา "แมแชม ขึ้นเฝากันเสียทีเถิด เฝาตอนเสวยนี่แหละดี จะไดไปชวยคุยใหเสวยได" แมไดยินดังนั้นก็รองวา "นี่พอทอดพระเนตรเห็นฉัน เปนกริ้วตายแน ออกไปมีผัวเสียกี่ปๆ ไมเคยเขามา เฝาเลย จะมากับเขาสักที ก็ตองหอบลูกมาทิ้งใหทานเลี้ยง" แตแลวแมก็ลุกขึ้น จับผานุงหมใหเรียบรอย แลวบอกใหพลอยตามออกไปขางนอก เมื่อออกมานอกหอง คุณสายก็เดินถือพานดอกไมธูปเทียนไปขางหนา แมและพลอยเดินตามไปติดๆ คุณสายพาเดินไปตามทางเดิน ที่มืดสลัวๆ ผานหองที่ปดไวหลายหอง แลวก็เริ่มขึ้นบันไดใหญ ที่พลอยเห็นเมื่อ ตอนเชา พอกาวขึ้นบันได พลอยก็เริ่มใจเตนดวยความประหมา เพราะแมเคยเลาถึงเสด็จ ใหฟงมาแตจําความ ได และเทาที่รู เสด็จก็เปนยอดแหงความนับถือเคารพบูชาของแม วันนี้เปนวันแรก ที่พลอยจะไดเฝาเสด็จ อีก สักครูก็จะไดเห็น เพราะเสด็จประทับอยูชั้นบนของตําหนัก หางกันดวยบันไดไมกี่ขั้นนี้ เทานั้นเอง เมื่อไปถึงกลางบันได คุณสายก็สงพานดอกไมธูปเทียน มาใหพลอยถือ แลวคุณสายก็ขึ้นบันได นําหนา ตอไป เมื่อมาถึงเพียงนี้ พลอยสังเกตไดทันทีวา บรรยากาศของชั้นบนแหงตําหนัก และชั้นลางนั้น ผิดจากกัน ไกลอยู ที่ชั้นลางนั้น ใครจะเดินเหินพูดจาก็อยางเปนกันเอง และไมตองระมัดระวังตัวเทาไรนัก แตพอขึ้นบันได มาไดครึ่งหนึ่ง อากัปกิริยาของคุณสายและแมก็ผิดไป แมแตจะขึ้นบันได หรือสงพานธูปเทียน ก็ทําดวยความ สํารวม มิใชทําตามสบายเหมือนเมื่ออยูชั้นลางของตําหนัก ลมโชยจากชั้นบนของตําหนัก ผานมาวูบหนึ่ง พาเอา กลิ่นอบร่ําและน้ําอบหอมมาเขาจมูกพลอย ไดยินเสียงคนพูดเบาๆ และมีเสียงหัวเราะเบาๆ เชนกัน พอคุณสายขึ้นไปถึงบันไดชั้นสุดยอด ก็คลานตอไปตามพื้นเฉลียง ทั้งแมและพลอยคลานตามติดๆไป พลอยประหมาเสียจน ไมสามารถจะเงยหนาขึ้นดูสิ่งที่อยูรอบๆตัวได ประกอบกับมือหนึ่งตองถือพานดอกไม ซึ่ง ดูเหมือนจะเพิ่มน้ําหนักขึ้นทุกที ครั้นจะจับพานดวยมือทั้งสอง แลวคลานเขา พลอยก็ไมกลา เพราะจะตองเงย หนาขึ้น จึงไดแตจับพานไวมือหนึ่ง อีกมือหนึ่งและเขาทั้งสอง คลานตามอยางประดักประเดิด สิ่งที่เห็นชัดทีสุด ในขณะนั้น คือเทาของคุณสาย ซึ่งคลานอยูขางหนา คุณสายคลานนําเรื่อยไปมิรูวานานเทาไร แตในที่สุดก็หยุด หลีกทางออกไปหนอยหนึ่ง แลวก็หมอบอยู พลอยเหลือบดูแม เห็นหยุดคลาน หมอบกราบไปขางหนา พลอยก็ วางพานลงตรงหนาแลวทําตาม แตแลวพลอยก็หมอบกมหนานิ่งอยู ไมกลาเงยหนาขึ้น ดูวาใครเปนใครอยูนั่น เอง "นั่นสายพาใครขึ้นมา" เสียงสตรีผูหญิงถามขึ้น และเสียงนั้นดังมาจากขางหนา พลอยก็เขาใจเอาวา เสด็จรับสั่งถาม เมื่อไดยินเชนนั้น พลอยก็ยิ่งกมหนาลงไปอีก แตกอนที่คุณสายจะทูลตอบ เสด็จก็รับสั่งขึ้นมา ทันทีวา "แชมไมใชรึนั่น" พลอยแอบชําเลืองมองดูแม เห็นหมอบกราบอีกหนหนึ่ง พลอยก็เลยกราบตามไปอีก "เอา ! นั่นอะไรกัน" เสด็จรับสั่งตอ "ถามทีกราบที เปนยังไงแชม หายไปกี่ปแลวไมรู เพิ่งจะโผลหนามา ขานึกวาเจาตายเสียแลว" "วันนี้พาลูกสาวมาถวายตัวมังคะ" พลอยเพิ่งเคยไดยินคนพูดราชาศัพทกับเจานายในวันนี้ แมเคยสอนให พลอยพูด ตั้งแตอยูบาน แตก็ไมไดสอนละเอียด เปนตนวาใหใชคําวา "เพคะ" เวลาตอบรับ แตครั้นเอาจริงเขา แมก็ไมไดพูดวา "เพคะ" สักหนอย เสียงแมพูดดัวคลายๆ "มังคะ" โดยออกเสียงตัว "มัง" แตเพียงครึ่งเดียวเทา นั้น "เด็กนั่นนะรึลูกสาว" เสด็จรับสั่งตอ "ขาเคยเห็นเจาวิ่งเลนอยูแถวๆนี้ ตั้งแตตัวเล็กๆ แลวก็หายไป กลับ มาอีกที ก็หอบลูกมาใหขาเลี้ยง พวกเจานี่เลี้ยงไมรูจักโตสักที ตัวหายไปแลวลูกก็มาแทน" เสียงผูหญิงที่หมอบเรียงรายอยูตามเฉลียง หัวเราะเบาๆหลายคน "อยูดีๆไมวาดี" เสด็จรับสั่ง "อยากออกไปมีผัว แลวก็ไปเปนเมียนอยเขาเสียดวย นี่ผัวเขาไลมา หรือเจา มาเอง แชม"

http://www.geocities.com/siamstory/ploy101_2.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๑ (หนาที่ ๒)

Page 5 of 6

"มาเอง มังคะ" แมตอบ "แตเขาก็ไมหาม" "ยังพูดเกงอยูนั่นเอง" เสด็จทรงพระสรวล "ลูกชื่ออะไร อายุเทาไหร" รับสั่งถามตอไป "ชื่อพลอยมังคะ" แมกราบทูล "อายุ ๑๐ ขวบ" "ไหนเงยหนาขึ้นซิพลอย" เสด็จรับสั่ง "มาหมอบกมหนาเปนลิงลมอยูได" พอไดยินเสด็จรับสั่งกับตัวโดยตรง พลอยก็แทบจะแทรกแผนดินไปดวยความประหมา และความอาย แต แมรีบเอื้อมมือมาสะกิด พลอยก็ตองจําใจเงยหนาขึ้นตามรับสั่ง เมื่อพลอยเงยหนาขึ้นดวยความจําใจเชนนั้น ก็ไดเห็นสิ่งตางๆ ที่อยูโดยรอบ ที่ๆพลอยหมอบอยู เปน เฉลียงยาว พื้นขัดถูจนเปนมัน ดานหนึ่งเปนหนาตางมีแสงสวางเขามาตลอด สวนอีกดานหนึ่งเปนประตู เปดเขา ไปในหองตางๆ บนตําหนัก ตรงหนาพลอยออกไปมีพรมสีเขียว ปูอยูใกลๆทางฝาดานใน เสด็จประทับอยูบน พระที่สี่เหลี่ยมเล็กๆ เย็บติดกับที่อิงเย็บเปนรูปหมอนขวาน ทั้งเบาะและหมอนที่อิง หุมดวยแพรดอกสีแดงเขม รอบๆที่เสด็จประทับ พลอยเห็นมีของกระจุกกระจิก วางอยูหลายอยาง เปนตนวา กระโถน ขันน้ํา เชี่ยนหมาก กาน้ํารอน และพานเล็กพานนอยใสของเครื่องใชตางๆอีกมาก เสด็จเปนคนวัยเดียวกับคุณสาย จะแกกวาคุณสายก็ไมกี่ป พลอยสังเกตุเห็นเสด็จขาวกวาคุณสาย และ จะเปนเพราะประทับตรงที่ๆ มีแสงสวาง หรือเพราะเหตุใดก็ตาม พลอยรูสึกวาเสด็จมีราศี ผุดผองกวาคนอื่นๆ ที่ หมอบเรียงรายอยูบนเฉลียงที่ประทับนั้น ทั้งที่เสด็จแตงพระองค ไมผิดกับคนอื่นๆเลย คือทรงผาลายและผาหม เปนแบบเดียวกับชาววังอื่นๆ ที่พลอยไดเห็น สิ่งที่ดึงดูดความสังเกต ของพลอยมากกวาอื่นๆ ในพระองคเสด็จ ก็คือพระเนตรทั้งคู ซึ่งดําขลับและเปนประกาย พระเนตรคูนั้นดูเหมือนจะมองดูพลอย และมองทะลุไปตลอดลํา ตัว พลอยรูสึกทันทีวา พระเนตรคูนั้นมีอํานาจ บังคับคนได แตขณะเดียวกันก็รูสึกดวยวา พระเนตรคูนั้นเต็มไป ดวย ความเมตตา อาจยึดถือเปนที่พึ่งอันแทจริงไดเชนกัน บนเฉลียงนั้นมีขาหลวงวัยสาวหมอบอยูอีกหลายคน และพลอยอดนึกไมไดวา แตละคน ชางสวยสดงด งามไปสิ้น พอพลอยเงยหนาขึ้น ตาทุกคูก็หันมาจองพลอย และทุกคนรวมทั้งเสด็จ ตางก็ยิ้มอยางปรานี ขณะที่ พลอยกําลังมวนหนากลับลงไปอีก ดวยความอาย แมก็สะกิดอีกทีหนึ่ง แลวกระซิบวา "พลอย เอาดอกไมธูปเทียนเขาไปถวายตัวเสีย" แลวแมก็ทูลดังๆวา "ยังขี้อายมังคะ" ไมเคยออกจากบาน เพิ่งจะพาออกมาวันนี้" "ดีแลวละ" เสด็จรับสั่งตอบ "ถาเกงอยางแมของมันเมื่อเด็กๆ ขาก็ชักจะเข็ดเหมือนกัน กลัวเลี้ยงมันไม ไหว" พลอยลุกขึ้นขยับเขยื้อนมือหนึ่งจับพาน จะคลานก็คลานไมคอยจะออก เพราะยังประหมาอยูมาก แตแม เอื้อมมือมาเสือกขาออกไปขางหนา พลอยก็คอยๆคลานอยางขลุกขลัก ไปจนถึงพรมสีเขียว พอถึงก็ชะงัก ไมแน ใจวาจะคลานตอไป หรืออยางไร พอดีเสด็จรับสั่งวา "เขามาใกลๆ สิพลอย" พลอยก็แข็งใจคลานเขาไปถึงพระองค พอถึงก็หลับตาเสือกพานดอกไมธูปเทียน ออกไปขางหนา แลวก็ หมอบกราบใจเตนอยู ไมรูจะทําอยางไรตอไป "ดูสิ กรวยดอกไมก็ยังไมไดเปด" เสียวเสด็จรับสั่ง "เปดกรวยดอกไมเสียกอนพลอย" เสด็จรับสั่งตอ พลอยเอื้อมมือไปเปดกรวยดอกไมขึ้น แตก็ยังไมรูวาจะทําอยางไรตอไป จนเสด็จรับสั่งวา "ยกพานสงเขามา" พลอยก็ทําตาม เสด็จทรงรับดอกไมธูปเทียน ไปวางไวขางพระองค แลวเอื้อมพระ หัตถ มาลูบพลอยเบาๆ พลางรับสั่งวา "ยังไมประสาเสียเลย จะคุนคนงายหรือยากก็ไมรู เดี๋ยวมากลัวเห็นขาเปนยักษเปนมาร อยูดวยกัน ก็ไม ตองกลัวกันนะพลอย" เสด็จเอาพระหัตถเชยคางพลอยขึ้น ทอดพระเนตรดูหนา แลวทรงพระสรวล รับสั่งวา "หนาตานาเอ็นดู สวยกวาแมอีก ผิวพรรณก็ดี สมเปนลูกพระน้ําพระยา" พลอยไดยินดังนั้นก็แทบจะตัว ลอย เพราะอยูบานไมเคยมีใครชมวาสวย อยางดีก็บอกวานาเอ็นดู แตเสด็จรับสั่งชมวาสวย ทําใหพลอยปลื้ม จนบอกไมถูก "เอามาใหแลวละก็ใหขาขาดนะ" เสด็จรับสั่งกับแม "ประเดี๋ยวก็จะมาเอาตัวออกไปเสียอีก โตขึ้นก็จะหา ผัว ใหกันเทานั้น" "โธ ไมทําหรอกมังคะ" เสียงแมตอบ "มอบถวายเด็ดขาด แลวแตจะทรงพระกรุณาชุบเลี้ยง ถาหมอมฉัน เขามายุงละก็แลวแตจะลงพระอาญาทีเดียว" "เจาก็ดีแตพูด" เสด็จรับสั่งตอบ "แมลูกกันจะไปตัดกันขาดไดอยางไร ขาก็ไดแตคอยเลี้ยงจนโตเทานั้น วายังไง พลอย" แตพลอยก็ไดแตกมหนา ไมรูจะทูลตอบวาอยางไรถูก "แลวตัวเจาละแชม จะทําอยางไรตอไป" เสด็จรับสั่งถามแมตอไปอีก "รอจนผัวมารับซีนะ นังตัวดี" เสด็จ รับสั่งสัพยอกแลวก็ทรงพระสรวล

http://www.geocities.com/siamstory/ploy101_2.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๑ (หนาที่ ๒)

Page 6 of 6

"ชาตินี้ทั้งชาติ แชมเห็นจะไมมีวันกลับไปอีกได" แมทูลตอบ "เมื่อหมอมฉันอยูในวังเคยแตมีสุข ไมรูทุกข ออกไปแลวจึงไดรู เมื่อรูจักทุกขแลว ก็เห็นจะกลับไปหาทุกขอีกไมได" "พวกเจาก็เหมือนกันทุกคน" เสด็จรับสั่ง "อยูสบายๆไมชอบ วาคับแคบไปละ ถูกกดขี่ละ อยากออกไปมี ลูก มีผัวเปนคุณหญิง เปนทานผูหญิง จะไดเบิกบานใหเต็มที่ เสร็จแลวก็เห็นแตบนกันไปทุกคน ขาก็ไมรูจะไป ชวยเหลือไดอยางไร จริงๆ นะแชม เรื่องลูกเรื่องผัว ขาไมอยากเกี่ยว โกรธกันก็มาฟอง พอดีกันเขา ก็จะมารุม เลนงานเอาขาเขาอีก" "โบราณเขาวา" คุณสายทูลขึ้นมา "เรื่องความผัวความเมีย อยาไปเกี่ยวมังคะ" "ออ" เสด็จทรงพระสรวล "สายก็เคยมีผัวกับเขาเหมือนกันรึ" ทุกคนในที่นั้น หัวเราะกันเกรียว "วุย ! " คุณสายรองเสียงหลง "เสด็จรับสั่งอะไรอยางนั้นก็ไมรู หมอมฉันวา โบราณเขาวาดอกมังคะ !" "แลวสายไปรูไดอยางไรวา โบราณเขาวาถูกหรือผิด ถาเราไมเคย" ทุกคนในที่นั้น ก็พากันหัวเราะกันขึ้น อีก ขณะนั้นขาหลวงอีกสองคน เชิญเครื่องเสวยขึ้นมา พลอยเหลียวไปมองดูแม เห็นขยิบตาพยักหนา ใหพลอย ถอยออกไป พลอยก็หยิบพานคลานถอยไปหมอบอยูใกลๆกับแม พวกที่เชิญเครื่องขึ้นมานําเครื่องไปตั้งตรงพระพักตรเสด็จ เครื่องนั้นใสจานเงิน วางอยูบนโตกเงินเล็กๆ พลอยรูสึกวาเปนของเล็กๆนอยๆเหลือเกิน ครั้งหนึ่งพลอยเคยเห็นที่บานตั้งขาวพระ ถวายพระพุทธ ใสชามเล็ก ชามนอย พลอยยังนึกวา พระพุทธจะฉันอยางไรอิ่ม มาเห็นเครื่องเสด็จคราวนี้ ก็ดูไมนาจะอิ่มเชนเดียวกัน เสด็จทรงบวนพระโอษฐแลวก็เริ่มเสวย ขณะที่เสวยก็รับสั่งคุยกับแมและคุณสาย ถึงเรื่องทางบานของแม บาง หรือเรื่องเกาๆ ที่ทรงนึกขึ้นได แตสวนมากนั้นแมเปนผูคุย พลอยเห็นเสด็จทรงพระสรวลอยูบอยๆ เสด็จ เสวยเรื่อยๆ คลายกับไมสนพระทัยในอาหาร ที่กําลังเสวยอยู พลอยสังเกตเห็นขาวที่เสวยนั้น ดูเหมือนจะมีอยู ประมาณสองชอนถวย แตเสด็จเสวยเทาไร ก็ไมรูจักหมดสักที กวาจะเลื่อนเครื่องคาวออก แลวตั้งเครื่องหวาน ก็ ดูนานหนักหนา "สาย" เสด็จรับสั่ง "บายนี้มีสวดมนตบนพระที่นั่ง ขาวาจะขึ้นไปสักหนอย เสด็จตําหนักบนจะขึ้นไปหรือ ไม ก็ไมรู ถาไปจะไดไปดวยกัน" "หมอมฉันจะใหไปทูลถามดูก็ไดมังคะ" คุณสายทูลตอบ แตพอคุณสายพูดยังไมทันขาดคํา ก็มีเสียงคน เดินขึ้นบันไดมา เสียงขาหลวงที่หมอบอยูใกลๆ ทางขึ้นทูลวา "แมมาลัย มาจากตําหนักบนมังคะ" และทันใดนั้น ก็มีสตรีวัยกลางคนอีกคนหนึ่ง โผลหนาขึ้นมากราบ เสด็จ ตรงทางขึ้น แลวทูลอยางเร็วปรื๋อวา "สวดมนตเย็นบนพระที่นั่งบายวันนี้มังคะ เสด็จใหมาทูลถามเสด็จวาจะเสด็จหรือไมเสด็จ ถาเสด็จจะ เสด็จ เสด็จจะเสด็จดวย " พลอยไมเคยไดยินใครพูดราชาศัพท ใชคําวา 'เสด็จ' คําเดียวแตไดความทั้งประโยคและรวดเร็วเชนนั้น ดวยความแปลกใจจึงหันไปดู เสด็จทรงพระสรวลกี๊ก รับสั่งวา "พลอยถาจะยังไมเคยไดยินภาษาชาววัง ไหนพลอยบอกมาลัยเขาสิวา เสด็จใหไปทูลเสด็จวา เสด็จจะ เสด็จ ถาเสด็จจะเสด็จดวย เสด็จก็จะดีพระทัยมาก" ทุกคนรวมทั้งแมมาลัยหัวเราะกันเกรียว ทําใหพลอยตองหมอบ กมหนาต่ําลงไปอีก

http://www.geocities.com/siamstory/ploy101_2.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๒

Page 1 of 8

สี่แผนดิน ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช แผนดินที่ ๑ บทที่ ๒ บายวันนั้น เสด็จขึ้นไปบนพระที่นั่ง ที่ตําหนักจึงเงียบกวาปกติ พอกลับจากเฝาลงมาถึงหองคุณสาย แม ก็บนวางวง เพราะเมื่อคืนนี้ไมไดนอนเลย แตพลอยกลับรูสึกตรงกันขาม ดวยความแปลกถิ่น ความรูสึกที่จะงวง หรือแมแตจะลงนอนไมมีเลย พอเขามาถึงในหองคุณสายแลว แมก็ไปหยิบหมอนมาจากหลังตูใบหนึ่ง เอาวางลง กับพื้นกระดาน แลวแมก็เสือกตัวลงนอน อีกสักครูก็หลับอยางสบาย สวนคุณสายก็กลับมานั่งที่เดิม หยิบผาหม ที่ซักแลวมากองหนึ่ง บอกวาเปนของเสด็จ เรียกพลอยเขาไปนั่งใกลๆ แลวบอกใหชวยกันจีบ โดยคุณสายทําให ดูกอน แลวใหพลอยลองทําดูบาง ซึ่งพลอยก็ทําไดทันที เพราะเคยชวยแมมาแลว ตั้งแตอยูบาน คุณสายกับพลอยนั่งอยูดวยกันไดสักครูหนึ่ง ก็ไดยินเสียงใครเขามาที่ประตู คนๆนั้นเปนเด็กอายุรุนราว คราวเดียวกับพลอย สังเกตดูหนาตาทาทางและเครื่องนุงหม ที่คอนขางจะมอมแมม พลอยก็รูวาเปนเด็กที่ซนอยู ไมนอย พอเด็กคนนั้นโผลหนาเขามาในหอง และพอมองสบตากับพลอย เด็กคนนั้นก็แลบลิ้นให ทําเอาพลอย ตองสะดุงและหลบตากลับทันที คุณสายพอเหลียวไปเห็นเด็กคนนั้น ก็เอามือเคาะกระดานใกลๆ แลวเรียกวา "ชอย ! มานี่เดี๋ยวนี้ มานั่งใกลๆ ประเดี๋ยวฉันจะเฆี่ยน หายไปไหนมาแตเชายะแมตัวดี" พอไดยินคุณสายเรียก เด็กที่ชื่อวาชอยก็หนามอย คลานเขามานั่งตรงที่ๆคุณสายเคาะกระดานเรียก "ดูซี !" คุณสายเรียก "เกงแสนจะเกงแลวยังมานั่งทําสีหนาอีก หายไปไหนมาบอกมาเสียดีๆ ตอนเสด็จ เสวย ก็ไมเห็นขึ้นไปเฝา บอกมาดีๆนะ" "ไปแถวเตง" ชอยตอบเหมือนกับเสียไมได "ไปหาใครที่แถวเตง" คุณสายซักตอไป "ไปหองคุณลมาย คะ" "ลมายไหน" "ลมายพนักงาน" ชอยตอบเรื่อยๆ "ไปทําไม" คุณสายไมยอมหยุดซัก "ไปเลนกับแมลมุนนองคุณลมาย" "เลนอะไรตั้งแตเชาจนบาย แลวทําอะไรอีก" คุณสายถามอยางจะเอาเรื่องใหได "แลวก็ไปที่หองปาเขียน" "ไปกินขนมละซี" "รับประทานไสกรอกปลาแนม" ชอยตอบเรื่อยไปอยางไมลดละเหมือนกัน "แลวไปไหนอีก บอกมาใหหมดนะ เดี๋ยวเถอะจะโดนตี" คุณสายขูตอไปอีก "แลวก็ ... แลวก็ไปที่หองคุณเฒาแกกลีบ" "ตาย ! " คุณสายรองอุทาน "ไปทําไมกันจนถึงที่นั่น" "ไปดูตุกตาชาววัง" ชอยตอบอยางไมติดขัดตามเคย คุณสายดูเหมือนจะหมดความอดทนตรงนี้เอง ยกมือฟาดเผียะ ลงไปที่ขาของชอยแลวพูดขึ้นวา "นี่แน ! ตุกตาชาววัง ! " คุณสายหันมามองพลอย แลวพูดตอไปวา "พลอยมาอยูในนี้แลวอยาไปเอาอยาง แมเจาประคุณชอยของฉันเขานะ เด็กอะไรก็ไมรู ดื้อก็เทานั้น ซนก็ เทานั้น เพื่อนฝูงอะไร มันชางมากมาย เขาโนนออกนี่ไปทุกหัวระแหง วันหนึ่งๆ ไมตองเห็นหนากัน เลี้ยงเสีย ขาวสุก นี่ถาไมใชเปนลูกเปนหลานแทๆ ฉันเลิกเลี้ยงเสียนานแลว" ฝายชอยเมื่อถูกตีเพียงหนึ่งที ก็กมหนาลงรองไหฟูมฟาย เหมือนกับวาใครมาทําใหบาดเจ็บแสนสาหัส น้ําตาเม็ดโตๆ รวงลงกับพื้นไมขาดสาย คุณสายเหลียวไปดูแลวก็รองขึ้นวา "ดูซี ! วาเขายังมาบีบน้ําตารองไห นิ่งเดี๋ยวนี้ทีเดียวนะ ไมยังงั้นเปนโดนใหญทีเดียว !" บางทีชอยจะรูใจคุณสายดีวา เปนคนเอาจริงเมื่อถึงเวลาอันควร หรือบางทีชอยจะรองไหเสียจนน้ําตา หมด ก็ไมมีใครรูได แตพอคุณสายพูดออกมาดังนั้น ชอยก็เลิกรองไหเปนปลิดทิ้ง เช็ดน้ําหูน้ําตาแหงเปนปกติ มือก็เอื้อม ไปเขี่ยเชี่ยนหมากของคุณสายเลน เหมือนกับไมมีอะไรเกิดขึ้นเลย "นี่รูจักกันไวเสียซี" คุณสายแนะนํา "นี่เขาชื่อพลอย ลูกแมแชม คนที่นอนหลับเปนทศกรรฐลมอยูนั่น แหละ เพิ่งมาถวายตัววันนี้ นี่ชอยหลานปาไงพลอย รุนเดียวกัน แลวก็ตองอยูดวยกันตอไป ชอยคอยดูพลอยให อาดวยนะ บอกใหรูจักที่ทาง แตไมตองพาไปซน จําไวนะ !" คุณสายขึ้นเสียงกําชับ ในตอนทาย

http://www.geocities.com/siamstory/ploy102.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๒

Page 2 of 8

จากคําพูดของคุณสาย พลอยก็พอจะจับเนื้อความไดวา ชอยเปนหลานอาของคุณสาย และตองเปนคน ที่ อยูในวังมานานแลว เพราะชอยมีเพื่อนฝูงมาก ตลอดจนรูที่เลนที่กินขนม และที่ดูตุกตาชาววัง ซึ่งพลอยนึกถึง คุณเชยพี่สาวทางบาน และพอนึกถึงคุณเชย พลอยก็ใจหาย ปานฉะนี้คุณเชยคงเหงาเต็มประดา เพราะพลอยไม อยู แลวจะไดใครมาเลนดวย ทันใดนั้น พลอยก็นึกถึงหอจันอับที่คุณเชยยัดเยียดใหมาแตเชามืด จําไดวานางพิศ บาว ถือติดมือเขามาดวย และคงวางอยูขางๆหีบเสื้อผา ซึ่งยังอยูตรงประตูหองคุณสายนั้นเอง ระหวางที่คุณสายกําลังแนะนําบอกชื่อใหรูจักกันอยูนั้น ชอยก็มองดูพลอยแลวยิ้มอยางหวานที่สุด แตพอ คุณสายเหลียวหนากลับไปทําธุระกับผา ที่กําลังจีบอยู ชอยก็เอานิ้วจี้ที่ขาพลอยแรงๆ พอพลอยเหลียวไปดู ชอย ก็แลบลิ้นแลวก็เอานิ้วแหกตาใหดูอีกดวย พลอยเห็นชอยทําอาการกิริยาวิตถารดังนั้น ก็หลบหนาไปเสียทางหนึ่ง ความรูสึกขณะนั้นจะวาอายก็ไม ใช จะวาโกรธก็ไมใชแนๆ พลอยรูสึกขบขันในการกระทําของชอย และใจนั้นใหนึกรักตั้งแตแรก เพราะถึงแมวา พลอย จะไมใชคนเกงและซน แตพลอยก็นึกรักและนับถือเด็รุนเดียวกันที่เกงและซนอยูเสมอ เพราะคนที่เกงและ ซน เชนคุณเชย มักจะมีนิสัยโอบออมอารี ไมคอยจะเอาเรื่องเอาราวกับคนเชนพลอย เมื่อพลอยรูวาชอยทั้งเกง ทั้งซน ก็ใหนึกนับถือและอยากสมาคมดวยตั้งแตแรก พลอยนั่งชวยคุณสายจีบผาอยูอีกนาน ฝายชอยก็นั่งอยูที่นั่น คนเชี่ยนหมากคุณสาย และหยิบอะไรตอ อะไร ออกมาเลน เปนตนวา ไมควักหู หรือเอากระจกอันเล็กๆ ออกมาสอง เอาขี้ผึ้งออกมาละเลงเลน จนคุณ สายตองหัน ไปตวาดดุเอาบอยๆ ขณะนั้นแมก็ตื่นแลว แตยังนอนลืมตามองดูคุณสายและพลอยอยูนิ่งๆ "คุณอาคะ" ชอยเรียกขึ้น "หือ" คุณสายขานรับ "วาไงชอย" "เมื่อเชาหลานพบคุณสายหยุดที่หองคุณละมาย เธอสั่งใหมาถามคุณอาวา เรื่องหีบนั้นคุณอาวาอยางไร ไมทราบ" "โฮย ! " คุณสายรองขึ้น พลางกระแทกผาที่จีบเสร็จแลวผืนหนึ่ง ลงกับพื้น เหมือนกับจะชวยระบาย อารมณ "ไปบอกคุณสายหยุดของหลอนทีเถิดแมคุณ วาฉันไมใชเศรษฐี จะไดกินหีบหมายราคา ๒๐ ชั่ง ๓๐ ชั่ง แลวก็คนหนาอยางฉันจะไปกินหีบทองไดยังไง" "คุณสายหยุดบอกวาเอา ๑๐ ชั่งเทานั้นแหละคะ" ชอยทวงขึ้น "เอ ! เด็กคนนี้นี่ !" คุณสายตวาด "รูเกินเด็กไปเสียแลวละ มันเรื่องราวอะไรของตัว" ชอยไดยินคุณสายตวาดก็เลิกพูด แตแมนอนฟงอยูกลับเกิดสนใจ ถามขึ้นมาวา "หีบอะไรคะคุณ ตั้ง ๒๐ - ๓๐ ชั่ง" "ก็หีบหมากคุณสายหยุด ญาติขางผัวของหลอนนะซี แมแชม" คุณสายตอบ "ไหน !" แมถามอยางสนใจ "สายหยุดเศรษฐีที่เคยอยูตําหนักเจาคุณฯ นะหรือ" "นั่นแหละ !" คุณสายตอบ "จะมีสายหยุดที่ไหนเสียอีกละ ถือวาเปนลูกผูดี พอเปนเจาพระยา ปูยาตาทวด เปนเจาคุณราชินิกุล มีเงินจนไมรูจะทําอะไรหมด แมแชมจําไดไหม เมื่อแมแชมยังเด็กๆ ใครเปนคนเอาขนมปง เขามาเลี้ยงเพื่อนในวังกอนคนอื่น ใครที่เจาคุณพอสั่งน้ําแข็งมาจากสิงคโปร แลวสงเขามาให ตัวเองไมกลากิน ใหบาวลองกินดูกอน มันรองสามบานเจ็ดบานวาลิ้นจะขาด" แมหัวเราะแลวลุกขึ้นนั่ง แสดงอาการสนใจขึ้นมาทันที "ออ ! สายหยุดนั่นนะหรือ" แมรองขึ้น "แลวยังไงคะคุณ" "ก็จะยังไงละ" คุณสายเลาตอ "ทีแรกพอโกนจุกไดไมกี่วัน เขาก็เที่ยวคุยวา คนอยางเขาไมมีเสียละ ที่จะ ตองหาหีบหมากใช อยางเขาตองกินหีบหลวง ตอนนั้นเขายังไปมาหาสูกับฉันอยู ฉันก็ไดแตเตือนวา 'อยาพูดไป แมสายหยุด ! น้ําพระทัยเจาฟาเจาแผนดินเรา อยาไปประมาท' แตเขาไมฟง เขาวาเจาคุณพอทานพูดวา หมอดู เขามาแตเกิดวาจะมีบุญ ทานสงเขามาอยูในวัง ก็เพราะทานอยากเปนขรัวตา จะไดมีหลานเปนพระองคเจา เล็กๆไวเลน" แมหัวเราะงอหาย "เขาพูดถึงอยางนั้นเทียวหรือคุณ" "โธ ! ฉันยังจําไดเหมือนพูดเมื่อวานซืนนี้เอง" คุณสายตอบ แมคลานมานั่งที่เชี่ยนหมาก หยิบหมากใสปากเคี้ยว แลวถามตอไปวา "แลวเรื่องเปนยังไงกันตอไป" "ก็เปลาทั้งเพ" คุณสายเลาตอ "เขาก็อยูที่ตําหนักทําใหญโต นั่งคอยบุญวาสนาจะเปนเจาจอม แตก็ไม เห็นไดเปน นานเขาเขาจะนึกอยางไรขึ้นมากระมัง เห็นออกไปบานชั่วคราว แลวกลับมาอีก คราวนี้กินหีบทอง หรูหรา ใบที่จะมาขายฉันนี่แหละ เขาวาเจาคุณพอทานสั่งมาจากนอก เปนหีบทอง ฝามีวงกลมเปนตาขายฝง เพชร บนตาขายมีงูทําดวยมรกตเม็ดเล็กๆ ปมะเส็งปเกิดของเขาไงละ พอเขากินหีบใบนี้ เขาก็เริ่มคุยตอไปวา หีบหลวงเขาไมเห็นอยางกิน เพราะซ้ํากับคนอื่นดาดดื่น เวลาขึ้นก็เฟองฟูไปประเดี๋ยวเดียว แลวก็ตองไปหมอบ ประจําหองเหลือง เบื่อจะตาย สูกินหีบเจาคุณพอไมได ฉันเห็นเขาเขามาเขื่องอยูพักหนึ่ง แลวสักสองสามปตอ

http://www.geocities.com/siamstory/ploy102.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๒

Page 3 of 8

มาก็หายไป ไดขาววาเขาไปแตงงาน ที่บานมีงานใหญโตมาก เจานายตางกรมเสด็จไปรดน้ํา หลายองค เจา คุณฯ ก็ออกไปแตง เขาเลากันวา ทานรับไหวดวยเครื่องทับทิมทั้งชุด แตนั้นมาฉันก็ไมไดขาวคราวไปนาน พอ อยูๆ เมื่อสิบกวาวันมานี้ก็กลับเขามาในวัง มาเที่ยวนอนอยูตามหองเพื่อนฝูง ผอมผิดรูปผิดรางจําไมได เขาวา กันวาเจาคุณพอก็ตาย ผัวที่แตงกันก็ปอก เสียหมดตัว เมื่อวานซืนนี้เอง มาหาฉันที่ตําหนัก เห็นถือหอผาอะไร พอแกออกที่ไหนได หีบปมะเส็งใบนั้นเอง แลวก็เอามายัดเยียดจะใหฉันซื้อ บอกราคาตั้ง ๒๐ ชั่ง ขันจะตาย คน อยางฉัน จะเอาอัฐฬลที่ไหนมาซื้อ และถึงจะมีซื้อเขาได ฉันก็ไมมีหนาจะไปกินหีบขนาดนั้น คนเขาจะไดหัวเราะ ตาย แลวฉันก็เปนคนปขาล ไมใชปมะเส็ง เลยวุนวายกันไปใหญ แตดูอาการทาจะรอนเงินเอาการ วันนี้สั่งฝาก แมชอยตัวดีนี่มาวา จะเอาเพียง ๑๐ ชั่งเทานั้น" พลอยฟงคุณสายเลาชีวิตคนในวังดวยความสนใจ และตั้งขอสังเกตไวหลายอยาง อยางที่หนึ่งคนในวัง ที่ มีบุญวาสนา จะตองไดเปนเจาจอม คนที่เปนเจาจอมนี้เปนอยางไร จะตองสืบถามดูใหรูเรื่อง ขณะนี้รูแตวา การ จะเปนเจาจอมกินหีบหมากของหลวงไดหรือไมนั้น อยูที่น้ําะพระทัยเจาฟาเจาแผนดิน อยางที่สอง คนในวังนี้มี ขึ้นมีตก จะขึ้นไปไหนหรือตกจากอะไร ก็ตองหาความรูตอไป ขณะนี้รูแตเพียงวา ถาตกแลว จะตองไปหมอบอยู ในหองเหลือง ซึ่งพลอยก็ยังไมรูวาเปนหองอะไรอยูที่ไหน แตไดยินเพียงเทานี้ ก็ชักจะกลัวเสียแลว เพราะคนที่ หมอบอยูในหองเหลืองนั้น คุณสายวาจะตองหมอบประจําอยูตลอดไป ไมมีที่สิ้นสุด "คิดๆ ดูก็นาสงสารนะคุณ" เสียงแมพูดขึ้น "คุณสายหยุด เธอรุนใหญกวาดิฉัน จําไดเห็นเธอในวัง เธอ เปนสาวแลว ดิฉันออกไปอยูบานเจาคุณก็ไมไดขาว เพราะเจาคุณนั้นกกฟากขะโนนบานบน คุณสายหยุดเธอ บานลาง ไมคอยจะไดติดตอกัน แตถึงกระนั้นก็เถอะ คนเรามีบุญวาสนาเปนใหญเปนโตสุขสบาย พอตกอับลงก็ ใหอดสงสารไมได" "ฉันก็นึกสงสารเหมือนกันแมแชม" คุณสายตอบ "แตมานึกดูตัวเราทุกวันนี้ ก็ชวยอะไรเขาไมได เตี้ย แลวจะไปอุมคอย แลวเวลาเขาร่ํารวย ใชเขาจะมามองดูเราเสียเมื่อไร จะไปไหนก็มีแตคนประจบประแจง จะพูด จาอะไรก็มีแตคนคอยประสม ไมมีใครตักเตือน พอจนลงเขาก็ทิ้ง เพื่อนฝูงเขาใหอาศัยอยูเวลานี้ ก็ใชวาเขาจะ เต็มใจเมื่อไร เขาขัดไมได พูดไมออกเขาก็ทนๆใหอยูไปอยางนั้น แตก็คงไมนานหรอก" คุณสายถอนใจใหญ แลวปรารภขึ้นวา "นี่แหละหนาคนเรา !" แมฟงคุณสายเลาเรื่องจบก็บนวารอน อยากไปอาบน้ํา หันมาพยักหนาชวนพลอยใหไปอาบดวยกัน เสียง คุณสายพูดกับแมวา "ดีเหมือนกัน ไปอาบน้ําอาบทาใหลูกเสียที อาบเสร็จแลวก็มาแตงตัวเสียในหองนี้ละ น้ําอบน้ํารม อยูที่ ไหนมีอะไรบาง แมแชมก็รูอยูแลว" แมพาพลอยออกไปนอกหอง ชอยก็ตามออกมาติดๆกัน เมื่อถึงประตูหองคุณสาย ก็แลเห็นหีบเสื้อผา ขาวของๆ แม ที่นางพิศกลับไปขนจากทาพระมาอีกเที่ยวหนึ่ง วางอยูริมประตู แมก็ทรุดนัวลงนั่งไขหีบ และ หยิบสิ่งของที่จําเปนตองใชออกมา ระหวางที่แมเปดหีบขึ้น ชอยก็เขามาชะโงกดูของในหีบอยางสนใจ ซึ่งแมก็ไม หาม ซ้ําอยางหยิบโนนนี่ใหดูอีกอยางใจดี ระหวางที่แมนั่งเลือกผาหมอยูนั่นเอง ธรรมชาติถูกระงับไป ตั้งแตเชาดวยความตื่นเตน ก็เริ่มเรียกรอง เอาแกพลอย ธรรมดาเมื่ออยูบานนั้น พลอยนั่งกระโถนเปนกิจวัตร เสร็จแลวนางพิศก็เอาไปเทที่ทา แตเมื่อมาถึง ตําหนัก ที่ทางจะนั่งกระโถนไดก็ดูจะไมมีเอาเสียเลย เหลียวดูนางพิศก็ไมทราบวาหายหนาไปหลบ อยูที่ไหน อยางไรก็ตาม เรื่องนี้เปนเรื่องใหญ ถาจะอยูในวังตอไป ก็ตองรูวิธีไววาชาววังขนาดพลอย เขาทําอยางไรกัน พลอยเหลียวซายแลขวาอยูอีกครูหนึ่ง เห็นวาทาไมไดการ จึงตองกระซิบเบาๆ ที่หูแม ทั้งที่อายชอย ซึ่ง นั่งอยูติดๆกัน แตแมกลับหัวเราะออกมาดังๆรองวา "เอาละซี ! พลอย เอายังงี้ดีกวาแมจะไปอาบน้ํากอน พลอยไปกับแมชอยนี่ก็แลวกัน" แมหันไปทางชอย แลวบอกวา "แมชอยพาพลอยไปอุโมงคสักทีเถิด จะไดรูจักที่ไว" กับพลอยแมสั่งวา "พอเสร็จธุระแลวรีบกลับนะพลอย อยาไถล แมจะคอยอาบน้ําใหทางนี้" พลอยหันมาดูหนาชอยอยางสงสัย เพราะกระซิบบอกแมเรื่องหนึ่ง แตแมกลับสั่งใหชอยพาไปอุโมงค ที่ เรียกวาอุโมงคนั้นจะเปนอะไรก็ไมรู ฟงชื่อดูก็ชักจะนากลัวเสียแลว แตชอยกลับยิ้มดวยแลวลุกขึ้นยืน พยักหนา ใหตามไป เมื่อเปนคําสั่งของแม ใหตามชอยไปอุโมงค พลอยก็ลุกตามไปทั้งที่ยังสงสัย ชอยเดินนําหนาออกไปนอกตําหนัก พลอยก็รีบสาวเทาเดินตามไปติดๆ เดินไปสักหนอย ชอยก็หันมา ถามวา "ปวดมากไหม" "ไมเทาไหรนักดอกแมชอย" "อยามาอวดดีเรียกฉันวาแมชอยนะ !" ชอยตะคอกให ฝายพลอยก็รูสึกวาตัวเองเล็กลงไปอีกมา เพราะ ชอยเปนหลานคุณสาย ซึ่งแมเรียกวาคุณทุกคํา บางทีพลอยจะเรียกผิดไปกระมัง ถาจะเรียกใหถูก ควรจะตอง เรียกวาคุณชอยตามคุณสายไปก็ได คิดไปคิดมาพลอยก็ตอบตะกุกตะกัก แบบคนมาอยูใหมวา

http://www.geocities.com/siamstory/ploy102.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๒

Page 4 of 8

"คะ ... คุณชอย" ชอยหัวเราะลั่นถนนที่เดินอยู แลวรองวา "เด็กบา ! ใครเขาไปใชใหเรียกวาคุณ เรียกฉันวาชอยเฉยๆ ก็แลวกัน แลวฉันจะเรียกเธอวาพลอย ใครๆ เขาก็เรียกฉันวาชอย เฉยๆ ทั้งนั้น มีแตผาดของคุณอาคนเดียวเรียกวา คุณชอย" พลอยไดยินดังนั้นก็ใจชื้นขึ้นถนัด ความนิยมที่มีอยูในตัวชอยตั้งแตแรกเห็น ก็เพิ่มมากขึ้นทันที และดวย เหตุนี้พลอยจึงกลาถามขึ้นวา "ชอย ไปอุโมงคนี่เขาไปทําไมกันจะ" "อาว แลวกัน !" ชอยตอบ "ก็เมื่อกี้พลอยบอกวาจะไปทุง ไมใชหรือ" "ถูกแลว" พลอยตอบ "แลวทําไมตองไปอุโมงค" "ก็ถาไมไปอุโมงค จะไปทุงที่ไหนกันละ" ชอยตอบอยางไมพยายามอธิบายอะไรทั้งสิ้น แลวพูดตัดบทวา "รีบๆเดินเขาเถอะ เดี๋ยวจะมาราดกลางทาง อายคนเขาตาย" ชอยรีบสาวเทาเดินเร็วขึ้น ทําใหพลอยตองรีบเดินตาม ทางที่ไปนั้นเปนถนนปูหินแผนใหญ ที่พลอยเดิน มาเมื่อเชานี้ ผานตําหนักใหญตําหนักเล็กสองขางถนน ไปจนถึงแถวเตงชั้นใน ชอยพาลอดประตู ออกไปแถว เตงชั้นนอก วกไปผานประตูศรีสุดาวงศ ซึ่งพลอยเกิดเรื่องเหยียบธรณีประตูเมื่อเชา ชอยเดินเรื่อยไป ถึงจะมี เพื่อนฝูง และผูใหญรองทักทายประปราย ชอยก็มิไดหยุดใหเสียเวลา จนในที่สุด ถึงสิ่งกอสรางอันหนึ่ง ลักษณะ นั้นเปนอุโมงคจริงๆ อยางที่เรียก ชอยพาพลอยเขาไปทางปากอุโมงค อันเปนทางเขา และพอพลอยโผลเขาไป ก็ใจหายวาบ เพราะตั้งแตเกิดมาเปนตัว ก็ยังไมเคยตองปลดเปลื้องทุกข ในลักษณะเชนนี้ ในอุโมงคนั้นมีทางเดินกลาง สองขางยกพื้นสูงพอกาวขึ้นได ตั้งถังขางลางตลอดเปนแถว บนยกพื้นกั้น เปนฝาเปนคอก สําหรับบังไดเฉพาะตัวคน ซึ่งเมื่อนั่งลงยองๆแลว ฝานั้นก็กั้นขึ้นมา เสมอพนหนาอกเล็กนอย ในคอกที่กั้นไวบนยกพื้นนั้น มีคนนั่งโผลหนาใหเห็นไดอยูแลว เปนอันมาก ทั้งสาวทั้งแกทั้งเด็ก ทุกคนปฏิบัติกิจ นั้นอยางเปนของธรรมดาที่สุด ไมมีอับอายหรือเห็นแปลกอะไรเลย บางคนที่นั่งอยูใกลกันหรือมองหนากันเห็น ก็ คุยกันอยูเซ็งแซ บางคนกําลังเดินเขาไปหรือออกมา เมื่อพบหนาคนรูจัก ก็ทักทายกันอยางรื่นเริง เปนปกติ พลอยเมื่อเห็นภาพอันจอแจ ปราศจากความระโหฐานเชนนั้น ก็ชะงักยืนอยูกับที่ แลวรองเบาๆขึ้นวา "ชอย ! ฉันทําไมไดหรอก คนมากมายออกอยางนี้" "เชอ ! " ชอยรองอยางเบื่อหนาย "รีบๆขึ้นไปนั่งเสียเถิดนะ มันแตดัดจริตอยู เดี๋ยวก็ไมตองทําอะไรกัน อีกหนอยก็เคยไปเอง ใครๆเขาก็มาที่นี่ทั้งนั้น" แตพลอยก็ยังอิดเอื้อนอยูนั่นเอง จนชอยอดรนทนไมไหว ตรงเขาจูงมือพลอยขึ้นไป แลวบอกวา "มามะ ! ฉันจะขึ้นไปนั่งเปนเพื่อน" ขณะที่พลอยนั่งอยูในคอกหนึ่ง ชอยก็เขาไปนั่งอยูในคอกขางๆ โผลหนาขึ้นมาอยางคนอื่นๆ และชวน พลอยพูดคุยอยูไมขาดปาก ทําใหพลอยหายเกอ และรูสึกเปนหนึ้บุญคุณชอยเสียตั้งแตแรกเริ่ม พลอยนั่งอยูในอุโมงคไดไมนาน เพราะยังไมคุนสถานที่ รีบชวนชอยกลับตําหนัก เมื่อออกมาขางนอก แลว ชอยก็เดินทอดนองอยางไมรีบรอน ชี้บอกที่ตางๆใหพลอยดู ตําหนักไหนเปนของเจานายพระองคใด เรือน ใดเปนของใคร ดูชอยจะรูจักไปเสียหมด สุดที่พลอยจะจดจําไดในคราวเดียว ระหวางนั้นใกลพลบเขามาแลว เดินผานทางประตูวัง เห็นโขลนกําลังปดประตู เสียงดังโกรงกราง พลอยก็ใจหายบอกไมถูก จริงอยูเมื่ออยูบาน พลอยก็ไมเคยไปไหน แตที่บานนั้นเย็นลงก็ไมถึงกับกวดขัน ปดประตูมิใหคนเขาออก แลวปดประตูไปจนถึงรุง สวาง จึงเปดอีกได มาถึงในวังพาค่ําลงก็รูวาเขาตองปดประตูแข็งแรง และตามคําบอกเลาของชอยก็วา เมื่อปด แลวก็จะตองปดเรื่อยไปจนพรุงนี้เชา ไมมีใครเปดได ไมวาจะมีเรื่องใดๆ พลอยก็ใจหายและวังเวงชอบกล ความ รูสึกเหมือนเวลาแมลงโทษขังหอง พอผานประตูวังมา ชอยก็เตือนใหรีบกลับตําหนัก บอกวาเดี๋ยวค่ําจะลําบาก เพราะไมไดเอาเทียนมาดวย พลอยก็สงสัยถามขึ้นวา "เทียนอะไรกันชอย" "อาว ! " ชอยตอบ "เดินในวังกลางคืนตองจุดไฟจําไวนะพลอย เดินมืดๆเปนเกิดเรื่อง" แตพลอยก็ยังไมเขาใจ ดูลักษณะทั่วๆไป ในวังก็ไมนามืดถึงกับตองเดินจุดไฟ หรือวาจะมีคนคอยทํา อันตราย หรืองูชุม หรือผีดุ พลอยนึกเอาอยางเด็กๆ แลวก็เริ่มกลัวขึ้นมาอีก อดรนทนไมไหว ก็ตองถามชอยอีก ตอไป "เกิดเรื่องอะไรจะชอย" "โขลนจับ ! " ชอยตอบอยางเด็กอีกเหมือนกัน เพราะชอยเอง ก็ไมรูวามีระเบียบวางไว ในพระราชฐาน ชั้นในวา ผูใดเดินตามถนนหนทางในวังในเวลาค่ําคืน จะตองถือไฟ ชอยรูแตเพียงวา ถาใครไมถือเทียนหรือโคม ไฟ เวลาไปไหนมาไหนกลางคืน เปนตองถูกโขลนจับ และคําตอบของชอย ก็เปนคําอธิบายที่เพียงพอสําหรับ พลอย เพราะเข็ดขยาดฝมือโขลน มาแตเมื่อกาวแรกที่ยางเขาวังเสียแลว พอไดยินชอยพูด พลอยก็เรงฝเทาเร็ว ขึ้น เพื่อใหถึงตําหนักเสียโดยเร็ว เพราะถาถูกโขลนจับตัว เวลาไมมีแมคอยแกไข พลอยก็นึกไมออกวาจะทํา

http://www.geocities.com/siamstory/ploy102.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๒

Page 5 of 8

อยางไรถูก พอมาถึงตําหนัก ชอยก็พาเดินผานหองคุณสายออกไปทางเบื้องหลัง ที่นั้นเปนลานกวาง ปูดวยหินแผน ใหญๆ อยางที่ปูถนนทั่วไปในวัง สามดานของลานนั้น ลอมรอบดวยเฉลียง ตําหนักชั้นลาง มีกระถางตนไมใบ โตๆ ใสตนไมดอกวางอยูเปนระยะ สลับดวยอางมังกรปลูกบัว อีกดานหนึ่งเปนกําแพงทึบ ไมสูงนัก มีประตู เล็กๆ เปดออกไปนอกบริเวณตําหนักไดบานหนึ่ง และริมกําแพงนั้น ปลูกตนแกวและตนเข็ม สลับกัน มุมสุด กําแพงดานโนนมีตนพิกุลใหญขึ้นอยู และมีตุมมังกรใสน้ําอาบวางอยูหลายใบ แมอาบน้ําที่นั้นเสร็จแลว แตยังมิ ไดกลับมาแตงตัว นั่งที่ขอบอิฐที่กอไว รอบโคนตนพิกุล คุยกับขาหลวงเสด็จอีกคนหนึ่ง ที่กําลังนั่งอาบน้ําอยูบน มานั่งเล็กๆ แมเห็นพลอยไปถึง ก็หันมาขอบอกขอบใจชอย ที่พากลับโดยมิไดพาไถล พรอมกับสัญญาวา อีก ประเดี๋ยวหนึ่งจะมีรางวัลให แลวแมก็อาบน้ําใหพลอย เหมือนกับเมื่ออยูบาน อาบน้ําเสร็จแมพาพลอย กลับมา หองคุณสาย นั่งที่มาเครื่องแปง ทาน้ําอบประแปงใหพลอย และผลัดเสื้อผาใหพลอยกอน แลวแมจึงเริ่มแตงตัว ของแมเอง พลอยสังเกตเห็นแมแตงตัวประณีตเปนพิเศษ ไมแตงลวกๆเหมือนกับอยูที่บาน แมทาน้ําอบไทยทั่วตัว แลวก็เอาพัดๆจนแหง แตแลวก็ทาน้ําอบทับอีกตลบหนึ่ง จึงไดลงแปง แมมองดูหนาตัวเองในกระจกอยูนาน คอยๆหวีผมอยางบรรจง เอาไมสอยคอยๆสอยตามหนาผม และลูกผมเล็กๆ ที่ขึ้นอยูบางก็ถอนออก พลอยดู อาการกิริยาของแมแลว ก็พอจะเดาออกวา แมกลับเขามาอยูในหมูคน ที่แตงกายอยางที่แมเคยทํามาแตกอน แมก็กลับตัวผิดไปจากเมื่ออยูบาน เมื่อประแปงทาน้ําอบเสร็จแลว แมก็ไปนั่งที่หีบเสื้อผา ซึ่งบัดนี้นางพิศยกมา ตั้งไวในหอง แมเรียกพลอยไปนั่งดวย แลวก็เปดหีบ หยิบผาลาย ผาหมออกมากอง เลือกสีใหถูกกัน ขณะนั้น คุณสายกลับเขามาในหอง เห็นแมหยิบของอยู ก็ถามขึ้นวา "นั่นรื้อสมบัติอะไรกัน แมแชม" "เปลาหรอกคะ " แมตอบ "หยิบผานุงผาหมออกมาดู ไปอยูนอกวังเสียนาน ไมไดเอาใจใส จะนุงจะหม หยิบอะไรไดก็นุงเขาไปอยางนั้น คนขางนอกเวลานี้เขาก็แปลก นึกจะนุงสีอะไร หมสีอะไร เขาก็เอาแตใจเขา บางทีก็แตงเปนชุดผานุงผาหมสีเดียวกัน ไมตัดสีเหมือนอยางพวกเราในนี้ อยางลูกสาวใหญของเจาคุณอิฉันที่ บาน เขาแตงตัวตามแตจะเห็นงาม ฉันเคยไปทักเขาเขาหนหนึ่งวา แตงตัวไมเหมือนชาววัง เขาโกรธฉันไปตั้ง หลายวัน พลอยนี่ก็เถิด ถาทิ้งไวบานก็จะแตงตัวเหมือนพวกพี่ๆ ไปเสียเทานั้น" แลวแมหันมาทางพลอยแลวสอนวา "พลอยดูใหดีนะ แมจะจัดผานุงผาหมสีประจําวันใหดู อยูในวังโตขึ้น จะไดแตงตัวถูก" "นี่สําหรับวันจันทร นุงเหลืองออนหมน้ําเงินออน หรือจะหมบานเย็นก็ได แตถาวันจันทรจะนุงสีนี้ น้ําเงิน นกพิราบตองหมจําปาแดง" แลวแมก็หยิบผาหมสีดอกจําปาแกๆ ออกวางทับบนผาลายสีน้ําเงินเหลือบ ที่วางไว "วันอังคาร" แมอธิบายตอ "วันอังคารนุงสีปูนหรือมวงเม็ดมะปรางแลวหมโศก หรือถานุงโศกหรือเขียว ออน ตองหมมวงออน วันพุธนุงสีถั่วก็ได สีเหล็กก็ไดแลวหมจําปา วันพฤหัสนุงเขียวใบไม หมแดงเลือดนก หรือ นุงแสดหมเขียออน วันศุกรนุงน้ําเงินแกหมเหลือง วันเสารนุงเม็ดมะปรางหมโศก หรือนุงผาลายพื้นมวง ก็หม โศกเหมือนกัน นี่ผืนนี้แหละผาลายพื้นมวงนี่เหมือนกัน แตหองหมสีนวล วันอาทิตยจะแตงเหมือนวันพฤหัสก็ได คือนุงเขียวหมแดง หรือไมยังงั้นก็นุงผาลายพื้นสีลิ้นจี่ หรือ���ีเลือดหมู แลวหมโศก จําไวนะพลอย อยาไปแตงตัว เรอราเปนคนบานนอก เดี๋ยวเขาจะหาวาแมเปนชาววังแลวไมสอน" "แมเชมก็" คุณสายพูด "บทจะสอนลูกก็สอนรวดเดียวจบ เด็กตัวเทานี้จะไปจําอะไร คอยอยูไปคอยดูไป ก็จะรูไปเอง" เมื่อแมแตงตัวเสร็จแลว ก็นั่งคุยกับุคณสายตอไปในหอง เพื่อนฝูงของแมที่เพิ่งไดขาววาแมกลับมาในวัง ก็มาหาในตอนกลางคืนบางประปราย พลอยเห็นแมนั่งคุยกับเพื่อนฝูงอยางสนุกสนาน ในเรื่องที่ตนไมสนใจ ก็ เริ่มมองหาอะไรทํา แตเหลือบไปเห็นชอยมาพยักพเยิดอยูนอกประตู พลอยก็คลานออกไปหา เมื่อผานหีบของ ก็ ไมลืมที่จะหยิบหอจันอับ ติดมือออกไปดวย ชอยชวนพลอยไปนั่งเลนบริเวณหลังตําหนัก ซึ่งบัดนี้มีแสงสวาง ที่ ไดรับจากจากโคมที่จุดอยูในหองตางๆ ทําใหสวางแตบริเวณรอบๆ สวนตรงกลางหรือใตตนไมนั้น ดูมืดครึ้มอยู พอออกมาถึงประตู ชอยก็ชวนนั่งลงตรงนั้น แลวพูดวา "นั่งเลนตรงนี้แหละ กลางคืนฉันไมกลาไปไหน กลัวคุณอาเฆี่ยน" ชอยหยุดนิ่งอยูครูหนึ่ง แลวถามขึ้นวา "นั่นหออะไร พลอย" "หอจันอับ" พลอยตอบ "ฉันไดมาจากบานเมื่อเชานี้ กินดวยกันซีชอย" วาแลวพลอยก็แกหอจันอับออก วางบนตัก ชอยหยิบจันอับไปเคี้ยวกิน โดยไมพูดไมจาอะไรอยูสักครูหนึ่ง แลวถามขึ้นหวนๆวา "คิดถึงบานไหม พลอย" พอไดยินชอยถาม พลอยก็รูสึกวาที่คอตื้นตันขึ้นมาทันที ความจริงพลอยรูสึกชอบกล มาตั้งแตตอน บายๆแลว อยูๆก็ใหนึกอยากรองไห จะมองอะไรตอนเย็นใหรูสึกวาเหว วังเวงอยางบอกไมถูก แตพอไดยินชอย

http://www.geocities.com/siamstory/ploy102.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๒

Page 6 of 8

ถาม พลอยก็รูสึกตัววา ความรูสึกที่บอกไมถูกนั้นเองคือความคิดถึงบาน คิดถึงสิ่งแวดลอมตางๆ ที่มิเคยจากมา เลยชั่วชีวิต ที่บานเปนอยางไร มีกลิ่นไออยางไร เมื่อตอนพลบค่ําเขาไตเขาไฟนี้ ยังอยูในความทรงจําของ พลอยอยางเดนชัด ปานนี้เจาคุณพอคงจะเพิ่งกลับขึ้นตึก และถายังอยูที่บาน พลอยก็คงจะกลับขึ้นเรือนแม ความอบอุนในใจที่เคยมีเมื่ออยูที่บานนั้น บัดนี้ดูจะหมดสิ้นไปจากหัวใจ จริงอยู ในวังมีสิ่งที่ทําใหพลอยตื่นตาตื่น ใจอยูเปนอันมาก แตเวลาพลบค่ํา ในสถานที่อันกวางเชนนี้ สําหรับเด็กตัวเล็กๆอยางพลอย ก็มีแตความเปลา เปลี่ยว จะเอาแมเปนที่พึ่งก็ไมได เพราะแมกําลังสนใจกับเพื่อนฝูง ที่ไมไดพบกันนาน เมืออยูบานพลอยก็รูสึกวา ตัวเปนคนสําคัญของแม แตมาวันนี้กลับรูสึกวา แมมีคนอื่นๆอีกมาก พลอยจะตอบชอยวาคิดถึงบาน ก็ตอบไมออก เพราะความรูสึกขึ้นมาตื้นตันคอหอย จึงไดแตพยักหนารับ ชอยก็ตอบวา "พลอยยังเกงกวาฉันเปนกอง ฉันเขามาใหมๆ รองไหไปตั้งสามวัน ขาวไมกิน กินแตกับ คุณอาจะสงฉัน กลับเสียแลว ที่ฉันคิดถึงมากที่สุดก็คือพี่เนื่อง เพราะเลนกันอยูทุกวัน คุณอาไปรับตัวฉันมาคนเดียว เพราะพี่ เนื่องแกเปนผูชาย เลยตองอยูที่บาน" จากคําบอกเลาตอไปของชอย พลอยก็รูวาชอยเปนหลานอาของคุณสาย บิดาผูเปนพี่ชายคุณสายนั้น เปนขาราชากรมีบานอยูแถวนางเลิ้ง ชอยมีพี่ชายอีกคนหนึ่งชื่อเนื่อง แกกวาชอยสองป มีอยูดวยกันสองคนเทา นั้น "คุณพอบอกวาฉันวิ่งเลนกับพี่เนื่องทุกวัน จนจะกลายเปนเด็กผูชายไป จึงสงตัวมาใหคุณอาดัดสันดาน ในนี้" ชอยอธิบายตอ แลวก็ปรารภถึงคุณสายผูเปนอาวา "คุณอาบทจะใจดีก็ดี บทจะดุก็แสนดุ เมื่อเชานี้วาฉันวาเลี้ยงฉันเสียขาวสุก พลอยไดยินไหม คอยดูไป เถอะ ฉันไมกินหรอกขาวสุกของคุณอา อยากมาวาฉันดี" พลอยฟงแลวก็แปลกใจแตก็ไดแตนิ่ง "พลอยกลัวผีไหม" ชอยถามขึ้นมาฌฉยๆ พลอยไดยินชอยถามมาดังนั้นก็ขนลุกซู เพราะบรรยากาศที่มืดครึ้มวังเวงนั้น ทําใหพลอยใจไมดีเสียแลว แตแรก "ที่ตนจันทรนอกตําหนักนี่แหละผีดุ" ชอยพูดตอไปโดยไมรอใหพลอยตอบ "เขาวาใครก็ไมรูมาผูกคอตายที่นั่น เวลาเดินผานกลางคืน ฉันกลั๊วกลัว ตองชวนคนเขาไปเปนเพื่อน เสมอ" พลอยเห็นชอยกําลังจะเลาเรื่องผี ก็อยากจะเปลี่ยนเรื่องพูด พลอยมองออกไปขางหนา ขามกําแพง ตําหนักออกไป เห็นยอดพระมหาปราสาทไดสลัวๆ เยื้องไปทางโนนเปนตึกใหญสูงตระหงาน มีดาดฟาใหญยื่น ออกมาเบื้องหลัง และมีสะพานยาวตอจากดาดฟานั้นไปยังที่อื่น ขณะนั้นบนตึกใหญเริ่มจุดไฟ แพรวพราว เหมือนกับมีงาน พลอยก็คอยอุนใจขึ้น "ที่นั่นอะไรนะชอย" พลอยถามขึ้นเพื่อเปลี่ยนเรื่องพูด "ที่นั่นแหละที่บน" ชอยตอบ "ที่ประทับพระเจาอยูหัวและสมเด็จ ดาดฟานั่นสวนสวรรค ฉันยังไมเคยขึ้น ไปสักที สะพานยาวนั้นเปนถึงตําหนัก มาดูทางนี้ซี" ชอยฉุดขอมือพลอยไปยืนกลางลาน หลังตําหนัก แลวชี้ใหดู ตึกใหญอีกหลังหนึ่ง จุดไฟสวางไสวเชนเดียวกัน "นั่นไงพระตําหนัก" ชอยเอามือชี้ "หลังใหญๆ นั่นแหละ ตึกหลังเล็กๆ ที่สะพานผานไปติดๆ นั้นตําหนัก มรกต" พลอยยืนดูแสงไฟสวางนั้นดวยความเพลิดเพลินขึ้นบาง ทุกหนาตางที่บนมีแสงไฟสองออกมา พลอยพอ จะมองผานหนาตางเขาไป เห็นความโอโถงของพระราชฐาน เห็นกําแพงสีตางๆ ซึ่งประดับลวดลายปดทองอัน อยูเบื้องใน "คุณชอยมาอยูนี่เอง" เสียงผาดพูดขึ้นใกลๆตัว "คุณอาใหมาตามไปรับขาว รีบๆเขาเถิด เดี๋ยวจะถูกดุอีก" ชอยกับพลอยเดินกลับเขาตําหนัก แตชอยบอกวา "พลอยเขาไปกอนเถิด เดี๋ยวฉันจะตามเขาไป" แลว ชอยก็แยกทางหายไปคนเดียว พลอยเขาไปในหองเห็นแมกับคุณสาย เริ่มจะลงมือกินขาวอยูแลว คุณสายพอเห็นพลอย ก็เรียกใหไปนั่ง ขางๆ แลวชวนกินขาวพลางถามถึงชอย ซึ่งพลอยก็ตอบวาประเดี๋ยวจะตามมา ตามที่ชอยบอกไว ทั้งสามคนนั่งกินขาวอยูสักครูหนึ่ง ชอยก็คลานกระโดกกระเดกเขามาในหอง มือหนึ่งถือกระทงใบใหญ "ชอย ! ไปเอาอะไรมา" คุณสายรองถาม "ขาวสุก" ชอยตอบหนาตาเฉย "ไปเอาขาวสุกมาทําไม" คุณสายรองถามอยางฉงน "ขาวที่นี่เปนกอง" "ฉันวานเขาไปซื้อมาแตตอนบาย" ชอยตอบอยางฉาดฉาน "เห็นคุณอาบอกวา เลี้ยงฉันเสียขาวสุก เลย ซื้อมาเอง จะขอรับประทานแตกับ" แมสําลักขาวพรวดใหญ แลวกมหนาหัวเราะในกระโถน จนน้ําหูน้ําตาไหล ฝายคุณสายก็ไดแตเอามือ ตบ

http://www.geocities.com/siamstory/ploy102.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๒

Page 7 of 8

กระดานรองวา "ดูซี เด็กคนนี้ !" แลวหัวเราะจนน้ําตาไหลเชนเดียวกัน ระหวางนั้นชอยก็เขามานั่งที่สํารับ เปบ ขาวจากกระทงกินกับกับขาวในสํารับ เหมือนกับไมมีอะไรเกิดขึ้น ระหวางที่กินขาวกันอยูนั้นเอง พลอยก็ไดยินแมคุยกับคุณสาย ดวยขอความบางอยาง ที่ทําใหพลอยรูสึก วิตกกังวลยิ่งขึ้น คุณสายถามแมขึ้นวา "แมแชมเขามาคราวนี้จะมาอยูนานสักเทาไร ใจฉันอยากใหอยูนานๆ เพราะจะไดเห็นหนาไดพูดคุยกัน" แมตอบวา "ยังไมแนนอนหรอกคุณ ฉันมันคนใจแตกเสียแลว มาอยูในนี้ก็สบายทุกอยาง แตมันอึดอัดใจอยางไร บอกไมถูก แลวอีกอยางหนึ่ง มาอยูในนี้ก็ตองอยูเฉยๆ วันหนึ่งๆก็กินก็ใชไป อัฐฬสที่พอมีอยูบาง ก็จะหมด���ป เปลาๆ ใจฉันอยากจะออกไปทํามาหากิน ญาติฉันมีทางฉะเชิงเทรา เขาเคยชวนใหไปที่นั่น ฉันวาจะออกไปดู ลาดเลาเหมือนกัน เผื่อจะมีทางทํามาหากินกับเขาบาง" พลอยไดยินแมพูดก็เขาใจไดวา แมเขามาอยูในวังเปนการชั่วคราว ระหวางนี้เทานั้นเอง แตพลอยจะ ตองอยูตลอดไป ทั้งหมดนี้มีความหมายวา พลอยจะตองอยูในวังตอไปคนเดียวโดยไมมีแม คําพูดของแมตอไปก็ ยิ่งยืนยัน ความเขาใจของพลอยยิ่งขึ้น "ถาฉันไปเมื่อไร ก็ตองขอฝากพลอยไวกับคุณ ใหชวยดูแลดวย นานๆฉันจึงจะเขามาเยี่ยมบาง" แมพูด อยางไมมีความรูสึกอะไรเลย "ไมเปนไร" คุณสายรับคํา "ลูกแมแชมก็เทากับหลานของฉัน บางทีก็จะดูงายกวาหลานจริงๆคนนี้เสีย อีก" คุณสายเอามือชี้ไปทางชอย แลวก็หันมาพูดกับพลอยวา "พลอยอยูกับปาไปเถิดนะ ไมตองกลัวอะไรทั้งสิ้น ปาจะดูใหดีที่สุด ทําตัวใหเสด็จทานทรงพระเมตตา ตอ ไปเราจะทําอะไรก็สะดวก เพราะมีเจานายเปนที่พึ่ง เวลานี้พลอยยังเล็กอยู ไมตองทําอะไรมาก แตตองหมั่นขึ้น เฝาเสมออยาไดหลบ เห็นหนาทุกวันก็ขี้เกียจจะโปรดไปเสียอีก แลวอีกอยางหนึ่งเสด็จทานโปรด คนกลาพูดกลา ทูล แตเราก็ตองระวังตัวอยาประมาท และอยากลาจนเกินไปนัก เห็นทานโปรดแลวก็อยาเหลิง น้ําพระทัยเสด็จ นั้นใครไมอยูใกลมานานๆ ก็ไมรู เวลาโปรดถูกพระทัยขึ้นมาละก็ จะเอาอะไรก็ได ไมมีที่ไหนเหมือน แตถาทรง จับไดวา เราเหลิงเสียหนหนึ่งแลวละก็ ทีนี้ไมมีเสียอีกละ" "ฉันก็รูวาาอยางนั้นเหมือนกัน" แมพูดขึ้นมา "ทีแรกมาอยูก็กลัวถูกกริ้ว แตอยูไปพอรูพระทัยแลวก็ไม เปนไร กริ้วไดเทาไรกริ้วไปฉันไมหนี เพราะนึกเสียวาทานอยากใหเราดี ทานจึงกริ้ว ตอนฉันจะออกจากวังไปมี เรือน คุณจําไดไหม ถูกกริ้วเสียใหญไปเลย ความจริงทานก็กริ้วของทานถูก เพราะลูกเมียเขาก็มีอยู แตเรามัน ยังเด็กออนความคิด มองอะไรดีไปหมด เชื่อฝปากคนก็ตามเขาไป มารูสึกตัวก็สายไปเสียแลว แตถึงกระนั้นตอน ฉันไปทูลลาออกจากวัง เสด็จยังประทานเงินไปเปนทุนถึง ๑๐ ชั่ง ฉันเอาไปทําดอกเบี้ยดอกหอย ไดอาศัยกินมา จนบัดนี้ เดี๋ยวนี้ตัวเปลา ก็วาจะเอาเงินที่ประทานไวนั่นแหละ ไปทําทุนคาขาย" พลอยไดยินแมพูดเรื่องจะออกไปหลายหน ก็ยิ่งเปนทุกขหนักขึ้น จะพูดกับแมในตอนนั้นก็เกรงใจ เพราะ อยูตอหนาคุณสาย พลอยก็ไดแตนั่งกมหนาน้ําตากลบลูกตา ขาวที่เปบเขาปากนั้นหมดรส เคี้ยวเหมือนแปง กลืนฝดคอ ในที่สุดก็ตองอิ่ม เมื่อกินขาวเสร็จแลวสักครู คุณสายก็ชวนแมขึ้นไปเฝาเสด็จขางบนอีก แตสั่งชอยใหอยูเปนเพื่อนพลอย ในหอง ถางวงก็ใหนอนเสียกอน เมื่อคุณสายกับแมออกไปแลว ผาดก็เขามาจัดแจง ปูที่หลับที่นอน มีนางพิศเขา มาชวย กางมุงไวสองหลัง หลังหนึ่งสําหรับคุณสาย นอนกับชอยตามปกติ อีกหลังหนึ่งสําหรับพลอยนอนกับแม ระหวางนั้นชอยไปหอบเอาตุกตาชาววัง ออกมามากมาย แลวชวนพลอยใหเลนดวย ชอยสะสมตุกตาไวนาน จึง มีมาก ตลอดจนเครื่องใชตางๆสําหรับตุกตา ถาเปนในยามปกติ พลอยก็คงจะตื่นเตนไมนอย แตเพราะเหตุวามี เรื่องไมสบายใจอยู พลอยจึงซังกะตาย เลนไปอยางเสียไมได คนที่สนุกจริงคือนางพิศ ซึ่งเขามารวมวงเลนตุกตา ดวย และคุยกับชอยสนุกสนาน หัวรอเปนการเอิกเกริก พอดึกเขาสักหนอย ชอยก็บนวางวงและมุดเขามุงไป นอนกอน สวนพลอยก็เขานอนในมุง ที่แมเตรียมไวให มีนางพิศนั่งสัปหงกเปนเพื่อนอยูกลางหอง พลอยนอนพลิกตัวไปมาอยางกระสับกระสาย เพราะใจพะวงอยูที่เรื่องแมจะจากไป พยายามเบิกตา คอย ใหแมกลับเพื่อจะไดถามใหแนนอน แตคอยอยูเปนนาน แมก็ไมกลับมาสักที ในที่สุดก็มอยหลับไป พลอยมาตื่นขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เมื่อดึกมากแลว รูสึกตัววาแมมานอนอยูขางๆ และยังไมหลับ พลอยจึงเบียด ตัว เขาไปชิดแลวกระซิบถามวา "แมจา แมจะไปจริงๆหรือ" แมถอนใจใหญแลวกอดพลอยไวแนน พลางกระซิบตอบวา "นอนเสียเถิดพลอย" แมนิ่งอยูนาน แตแลวก็กระซิบตอไปวา "ขอใหพลอยจําไวเสมอวา แมรักพลอย มากกวาอะไรทั้งหมด ตอไปถาแมจะทําอะไร ก็จงรูไวเถิด วาแมทําเพื่อความดีของพลอยเอง พลอยอยานึกไป อยางอื่น" คําพูดของแมไมไดอธิบาย ใหพลอยเกิดความเขาใจดีขึ้นกวาเกาเลย แตโดยเหตุที่แมมานอนอยูใกลชิด พลอยก็รูสึกอุนใจและหลับตอไปอีกจนสวาง

http://www.geocities.com/siamstory/ploy102.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๒

http://www.geocities.com/siamstory/ploy102.html

Page 8 of 8

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๓ (หนาที่ ๑)

Page 1 of 5

สี่แผนดิน ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช แผนดินที่ ๑ บทที่ ๓ (หนาที่ ๑) พลอยมาอยูในวังไดหลายวัน แตแมก็ยังไมแสดงอาการวาจะจากไป พลอยก็คอยคลายใจขึ้นทุกวัน ที่อยู ตอไปนั้นพลอยไดรับความรูใหม ไดเห็นของใหมไมมีที่สิ้นสุด หลังจากเขามาอยูในวังสองวัน คุณสายก็ใหเรียน หนังสือพรอมกับชอย หัดอานจากหนังสือมูลบทบรรพกิจในตอนเชา ที่เรียนก็คือในหองของคุณสาย โดยมีคุณ สายเปนครูผูควบคุม ขณะเดียวกัน คุณสายก็ทําอื่นไปดวย โดยไมตองเสียเวลา นานๆก็หันมาบอกตอนที่ติด ทั้ง ชอยและพลอยมีหนังสือคนละเลม ของชอยขาดมากกวา และมีกานธูปคนละอัน สําหรับชี้ตัวหนังสือที่อาน หนังสือเลมของชอยนั้นมีรอยสีกานธูปตกเปอนกระดาษเต็มไป เพราะพอถึงเวลาเรียนหนังสือ ชอยก็เริ่ม อาละวาด ถาอานติดที่ตรงไหนคุณสายดุก็รองไห น้ําตารวงหยดถูกกานธูปที่ถือ เปนสีชมพูเปอนไปทั่ว แตพอ หมดเวลาเรียน ลงกราบหนังสือตามที่คุณสายสั่ง น้ําตาของชอยก็แหงหายไปไดทันทีเหมือนกัน นอกจากเวลาเฝาเสด็จตอนเชา คุณสายก็มักจะหาเวลาตอนบาย สอนกิจกรรมตางๆใหเสมอ ตามปกติ คุณสายเปนคนเจียนหมากจีบพลูยาว ใสเชื่ยนหมากเสวยของเสด็จ ตลอดจนดูแลภูษาเครื่องทรงตางๆ พลอยจึง ไดหัดทําสิ่งเหลานี้กอน แตพระภูษาหรือผาลายที่เสด็จทรงนั้น เมื่อซักแลวก็สงไปใหคนขัดหลังตําหนัก ซึ่งออก จะเปนเรื่องใหญมาก เพราะขัดดวยหินโมราผูกมัดไวกับไมไผลําหนา อีกปลายหนึ่งมัดดวยหวายไวกับขื่อ คลี่ผา ลายที่ซักแลว ออกไปเบื้องลาง แลวก็โยกลําไมไผไปมา ใหหินโมรานั้นกดถูเนื้อผาจนขึ้นมัน ขัดไปทีละสวน จน หมดผืน พลอยเคยลองโยกไมขัดผาดูบาง แตก็ไมไหวเพราะตัวยังเล็ก ตองใชผูใหญที่ล่ําสันแข็งแรงเอาการอยู เวลากลางคืนคุณสายหัดใหพลอยพัด เพื่อจะไดไปถวายอยูงานพัดเสด็จ หรือเจานายพระองคอื่นได ใน วันหลัง เรื่องนี้คุณสายก็ออกจะถือวาเปนเรื่องใหญ กวดขันเอาอยางมาก พรอมกับบนใหฟงดวยวา "คนเดี๋ยวนี้ พัดไมเปน พัดคนเหมือนพัดไฟ" วิธีหัดนั้น คุณสายเอาแพรบางๆ ยาวประมาณสักศอกหนึ่ง มาผูกไวกับเกาอี้ ใหพลอยถือดามพัดขนนกใหญๆ แลวพัดเขาไปที่แพร การพัดนั้นใหพัดเบาๆ แลวตวัดขอมือ ดูอยาใหลามขาด สาย เวลาแพรที่ผูกไวนั้นถูกลมจากพัด แพรก็จะปลิวออกไป พลอยตองคอยดูอยาใหแพรนั้นตกนาน ถาทําอยาง ไรไมให���กไดเลยก็เปนเกง ตามปกติเวลาตอนกลางวันเปนเวลาวาง นอกจากคุณสายจะมีอะไรใหทําพิเศษ หรือมีอารมณไมดี ตอง การจะเก็บตัวเด็กเปนพิเศษ ตอนกลางวันนั้น เปนเวลาที่พลอยไดติดตามชอยออกไปเที่ยว นอกตําหนัก ไป เที่ยวหาเพื่อนฝูงหรือไปวิ่งเลนเฉยๆ พลอยไดสังเกตเห็นวา เจานายหรือเจาจอมมารดาหรือเจาจอมในวังนี้ ฐานะไมเทาเทียมกัน บางพระองคหรือบางทานก็อยูตําหนักเล็ก ที่คอนขางจะเกาแกผุพัง บางทานก็อยูตําหนัก ใหญสูงหลายชั้น ประกอบไปดวยเครื่องตกแตงโอโถง ตําหนักแตละหลังมีบรรยากาศ แตกตางกันไป บาง ตําหนักก็ขายขนมขายน้ําอบแปงร่ําเครื่องหอม บางตําหนักก็เปดเปนหางขายผา ขายแพรและเครื่องใชตางๆ ตลอดจนเครื่องเพชร บางตําหนักที่เจาของเปนชาวเมืองเพชร ก็พูดสําเนียงเปนชาวเมืองเพชรไปทั้งตําหนัก ที่ มาจากปกษใตก็พูดปกษใต สวนตําหนักใหญสูงสี่ชั้น มียอดหอคอยกลาง ที่ชอยบอกวาเปนตําหนักเจาดารา นับ วาแปลกกวาที่อื่นทั้งสิ้น เพราะขาหลวงนุงซิ่น ไวผมมวย แตงกายอยางชาวเมืองเชี่ยงใหม พูดภาษาเมืองเหนือ ทั้งตําหนัก และเปนที่เดียวที่มีเมี่ยง แจกกันกินเปนประจํา ชอยเปนคนรูจักคนมาก จึงพาพลอยแทรกแซงเขาไป ไดทั่ว แตชอยบนเสมอวา เที่ยวตามตําหนักไมสนุก เพราะตองระวังตัว สูเที่ยวตามแถวเตงไมไดสบายใจกวา เพราะที่แถวเตงนั้น ทุกคนแสดงกิริยาเปนกันเองไดมากกวา และบางเวลาถาจะสงเสียงดังไปบาง ก็ไมมีใครคอย หาม นอกจากเที่ยวไปหาคนโนนคนนี้แลว ที่ๆพลอยและชอย ชอบไปวิ่งเลนทุกครั้งที่มีโอกาส ก็คือสวนเตา อัน เปนสวนอยูในวัง มีตนไมขึ้นครึ้ม และมีสระน้ําที่ไมลึกพอลุยได กนสระนั้นปูดวยหิน มีตะไครน้ําจับจนลื่น ชอย เปนคนสอนใหพลอยเลนไถลลื่น คือวิ่งออกไปแลวยืนทําขาใหแข็ง ปลอยตัวใหลื่นไปตามตะไครน้ํา กอนที่จะทํา เปน พลอยก็ลมเปยกปอนไปทั้งตัวเปนหลายครั้ง แตตามตําหนักตางๆเหลานี้ อาจมีอาการไมกินเกลียวกันบางระหวางขาหลวงในตําหนัก สําหรับคนที่ เปนผูใหญก็เปนแตเพียงมึนตึง ไมพูดไมจากันถาไมจําเปน แตสําหรับเด็กอยางชอย ที่ขึ้นชื่อวาเปนหัวโจก ก็มี อาการกิริยาที่คอนขางจะรุนแรง และแปลกประหลาด พลอยจําไดวา ชอยไมชอบคนในอีกตําหนักหนึ่งอยูใกลๆ เวลาเดินสวนกัน ชอยมักจะพูดจากระทบกระเทียบอยูเสมอ แตวันหนึ่งเกิดปะทะกันจังหนา โดยเด็กขนาดเดียว กับชอยจากตําหนักนั้น เดินสวนทางกับชอยและถลึงตาเขาใส ชอยก็ถลึงตาเขาใสบาง ทั้งสองฝายตางหยุดเดิน ยืนถลึงตาเขาใสกันอยูเปนนาน คนที่เดินผานมาตางก็พากันหัวเราะ บางคนก็มายืนดูและคอยหนุน แตโดยเหตุ ที่ชอยมีเพื่อนฝูงมาก จึงมีคนยกเกาอี้มาใหนั่ง และเอาน้ําเอาขนมมาใหกิน ซึ่งชอยก็ลงนั่งและกินน้ํากินขนม โดยไมลดสายตาลงเลย จนในที่สุดคุณสายตองมาตามตัว และลากขอมือกลับไปเฆี่ยน แตถาวาตามความเห็น

http://www.geocities.com/siamstory/ploy103.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๓ (หนาที่ ๑)

Page 2 of 5

ทั่วไปแลวชอยเปนฝายชนะ ซึ่งชอยก็คุยโตไปหลายวัน และพลอยก็รูสึกภูมิใจไปหลายวันเหมือนกัน ทั้งที่ชอยมีชื่อวา เปนคนหัวโจกแกกมะเหรกในกระบวนเด็กรุนเดียวกันนั้นเอง พลอยก็รูอยูวาในใจจริง นั้น ชอยเปนคนใจดีหาที่เปรียบไดยาก เพื่อนฝูงขนาดเดียวกันไมวาใคร หากจะบังเกิดมีเคราะหหามยามราย ชอยเปนตองใหความเห็นใจชวยเหลือเสมอ กับคนที่มีฐานะอันดี มีลูกหลานวานเครือหรือบริวารคอยปฏิบัติ ชอยดูจะไมคอยสนใจนัก บางทีก็ลอเลียนเอาลับหลัง แตสําหรับคนแกอีกประเภทหนึ่ง ที่อยูในวังมาชานาน จน คนลืม มีฐานะที่คอนขางจะยากจน และปราศจากลูกหลานบริวารคอยปฏิบัติ ชอยมักจะเอาใจใสเปนพิเศษ ถามี เวลาก็ไปหาพูดคุยดวยถึงที่อยู บางทีก็หาของเล็กๆนอยๆ เทาที่จะหาไดติดมือไปฝาก และคอยชวยเหลือทําสิ่ง ตางๆให เทาที่จะทําได เวลาจะพูดจาดวยก็ใชคําออนหวานนาฟง เปนที่รักแกพวกคนแกในวังที่อยูเฉยๆ หรือ ขนาดพนักงานเฝาหอพระนั้นเปนอยางดียิ่ง กับเด็กเล็กๆ ชอยมักจะทําตัวเปนผูคอยคุมครองปองกัน บางทีก็อุม บางจูงบาง เวลาไปไหนมักจะมีเด็กเล็กๆตามเปนแถว และโดยเฉพาะกับสัตวแลว ชอยเปนรักดูดดื่มทุกชนิด ไม วาจะเปนสัตวชนิดใด ตั้งแตลูกนกกระจอก ที่ตกจากชายคาตําหนัก ไปจนถึงกับสัตวที่คนอื่นขยะแขยง เชนลูก หนูและจิ้งจก ครั้งหนึ่งชอยหายไปขางนอกตําหนัก กลับมาหอบออยที่ตัดเปนทอนสั้นๆ มาหลายทอน ชอยเรียก พลอยมาดู แลวแบงทอนออยสั้นๆ นั้นใหครึ่งจํานวน แลวบอกใหชวยกันเลี้ยง พรอมทั้งอธิบายวา ในทอนออย นั้นมีตัวดวงมะพราว ซึ่งชอยไปรับอาสาคนที่หองเครื่องตนวา จะเอามาเลี้ยงใหจนครบกําหนด เมื่อถึงเวลาที่เขา ตองการดวงมะพราวเหลานี้ ไปทอดตั้งเครื่อง ก็จะนําไปคืน ชอยบอกใหพลอยเอาออยฟงที่หู พลอยก็ทําตาม ได ยินเสียงตัวดวงกัดกินออยอยูขางในถนัด ชอยและพลอยเปนหวงใยดวงเหลานั้นเปนวักเปนเวร แมเวลานอนก็ เอาไปวางขางหมอน เพื่อฟงเสียงดวงกัดออย จนหลับไปกลับที่ พอครบกําหนดที่จะตองสงคืน ที่หองเครื่อง ทั้ง ชอยและพลอยก็หอบออยไป ชอยถึงกับรองไหดวยความอาลัยดวง ที่จะตองตายในเวลาเร็ว พอไปถึงหองเครื่อง พลอยก็เห็นเขาผาออยเอาตัวดวงซึ่งอวนกวาหัวแมมือและสีขาว เอาลงใสอางซึ่งเต็มไปดวยหัวกะทิ ปลอยให ดวงกินกะทิตอไปอีก แตชอยก็ยังไมยอกกลับ ตองนั่งรอจนเขาจับดวงเปนๆนั้น ลงทอดในกระทะน้ํามันรอนๆ จนตัวดวงนั้นเหยียดยาวออกไป แลวก็เอาขึ้นมาหั่นเปนแวนๆ พรอมที่จะจิ้มน้ําจิ้ม ชอยจึงกลับ ระหวางที่เดิน ทางกลับชอยก็รองไหสะอึกสะอื้น จนคนที่รูจักเห็นเขาถามวาใครตาย นิสัยเหลานี้ทําใหพลอยนึกนิยมในตัวชอยยิ่งขึ้นทุกวัน พลอยเปนคนเฉยๆไมคอยแสดงความรูสึกของตน ใหปรากฎ คนทั่วไปก็วากันวาพลอยเปนเด็กขี้อาย แตพลอยก็ไดอาศัยชอย ซึ่งเปนคนเกงไมขี้อายนั้นเอง ชวย ทําใหหายเหงา และชักนําสิ่งที่นาสนใจตางๆมาใหพบเห็น ถาไมมีชอย พลอยก็ไมแนใจ วาจะไดรูจักกับคนอื่นๆ หรือไม พลอยก็ไมแนใจนัก สวนนิสัยเมตตาอารีของชอย ที่แฝงอยูเบื้องหลังความซุกซน เกงกาจนั้น พลอยเขา ใจเปนอยางดี เพราะพลอยมีนิสัยเชนนั้นอยูในตัว ในที่สุดวันที่พลอยเฝาคอยอยู ดวยความประหวั่นพรั่นพรึงก็มาถึง เชาวันหนึ่งแมบอกอยางกระทันหัน วาแมจะออกไปจากวัง และไดทูลลาเสด็จไวตั้งแตเมื่อตอนกลางคืน ระหวางที่พลอยหลับ ขณะที่แมบอกนั้น พลอยเพิ่งอิ่มขาว และเวลาก็เปนตอนเชาแดดออกจา แตพอพลอยไดยินแมพูดดังนั้น ความรูสึกที่เกิด เหมือน กับหิวขาวขึ้นมาใหม และหิวอยางมากจนมือเย็นเทาเย็น และเหงื่อแตกทวมตัว ทั้งที่รูสึกหนาว แสงสวางของ แดด ในยามเชาดูเหมือนจะถูกอะไรบดบัง จนมืดครึ้มไปทั่ว พลอยไมสามารถลุกขึ้นจากที่นั่ง หรือขยับเขย���้อน กายได ไดแตนั่งนิ่งๆ ปลอยใหน้ําตาไหลออกมาไมขาดสาย แมแตจะสงเสียงสะอึกสะอื้น พลอยก็รูสึกวาไมมี กําลังพอ แมเขามากอดพลอยไวแนน พลางกระซิบที่หูวา "อยารองไหสิพลอย ชวยแมหนอยเถิดทูลหัวของแม ถาพลอยรองไหแบบนี้ ใจแมจะขาดเสียกอน" แมกอดพลอยอยูนาน และพลอยรูวาแมก็รองไหเหมือนกัน เพราะเห็นแมยกชายผาหมขึ้นซับน้ําตา บอยๆ "นิ่งเสียเถิดพลอย" เสียงแมกระซิบสั่งตอไป "นิ่งเสียเถิดคนดีของแม แมเปนคนมีกรรม ก็ตองไปตาม ยถากรรม แตแมไปแลวไมใชไปเลย แลวแมจะกลับมาเยี่ยมบอยๆ พลอยอยากไดอะไร แมจะไดหามาใหจาก บานนอก" พลอยไดยินแมพูดวา จะกลับมาบอยๆ ก็ใจชื้นบาง แมสั่งตอไปวา "ขาวของเครื่องแตงตัวของแม แมไมไดเอาไปเลย ยกใหพลอยทั้งหมด แมฝากคุณสายไวทั้งหีบ และ ถวายบัญชีของไวที่เสด็จดวย ของเหลานี้ลูกโตขึ้นจะไดใชแตงตัว ถึงจะมีไมมากก็คงจะไมขายหนาคนอื่นเขา จี้ ทับทิมอันใหญเปนของเสด็จประทานแม แหวนบางสายสรอยบาง เปนของแมหาเอาทีหลัง คุณพอพลอยใหบาง แหวนนพเกาอีกวงเปนของเกา คุณตาของพลอยใหแมไว ถาโตขึ้นพลอยจะขายหรือเปลี่ยนก็ทําเถิด ของอื่นๆ แมไมวา แตแหวนวงนี้ ขอใหเก็บไวถึงลูกหลาน" แมรองไหอีกพักใหญ และกอดจูบพลอยอีกนาน ในที่สุดก็ตัดสินใจเด็ดขาดแบบของแม คือผละจากพลอย รองเรียกนางพิศใหมายกขาวของไปคอยนอกวัง แมไปลาคุณสายและคนในตําหนัก แลวก็รีบกาวเดินออกจาก ตําหนัก ตรงไปประตูศรีสุดาวงศ มีพลอยเดินตามไปดวย พอถึงหนาประตู แมก็หันมากอดพลอย แลวจูบแกมทั้งสองขาง แลวสั่งวา

http://www.geocities.com/siamstory/ploy103.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๓ (หนาที่ ๑)

Page 3 of 5

"อยูใหดีๆนะพลอย หมั่นขึ้นเฝาเสด็จ แลวก็อยาดื้อ คุณสายเธอสั่งอะไรก็รีบทําตาม อีกหนอยแมจะเขา มาเยี่ยม" แลวแมก็หันหลังให เดินกาวขามธรณีประตูปะปนกับฝูงคนขางนอก หายลับไปจากสายตาของพลอย ผู ซึ่งยืนน้ําตาไหลพราก และมีความรูสึกเปลี่ยนจากเด็กในอกแม กลายเปนผูใหญที่ตองเลี้ยงตัวเองไปทันที "พลอย !" เสียงชอยเรียกดังๆ จากขางหลัง "มาวิ่งแขงกันกลับตําหนักดีกวา ใครถึงกอนเปนคนเกง !" แลวชอยก็ออกวิ่ง มีพลอยวิ่งตามไปติดๆทั้งน้ําตํา เมื่อวิ่งกลับมาถึงตําหนัก พลอยก็ผละจากชอย วิ่งเขาหองโดยไมยอมฟงเสียงชอยจะชวนเลนอะไร ตอมิ อะไรตอไปอีก คุณสายกําลังนอนพังพาบรอยมาลัยดอกพุทธชาดอยูกลางหอง เห็นพลอยเขาก็ถามเบาๆวา "กลับมาแลวหรือพลอย" แทนคําตอบ พลอยก็ยิ่งสะอื้นหนักเขา และน้ําตาที่ไหลรินๆอยูแตเชานั้น ดูเหมือนกับจะไหลเทออกมา อยางหนัก "มานั่งใกลๆปานี่แนะ" คุณสายเรียก และเมื่อพลอยเขาไปถึงก็สั่งวา "ชวยเด็ดกานดอกไมใหหนอยซีพลอย" พลอยชวยคุณสายเด็ดกานดอกไม ทั้งที่เกือบจะมองไมเห็น เพราะน้ําตามีอยูเต็มลูกตาทั้งสอง แตก็ยังดี กวานั่งอยูเฉยๆ พลอยนั่งอยูกับคุณสายจนรอยพวงมาลัยเสร็จไปสามพวง คุณสายก็ทําอะไรจุกจิกตอไป อีก หลายอยาง ในที่สุดก็พูดวา "ปาจะขึ้นไปเฝาเสด็จสักหนอย วันนี้พลอยจะนั่งเลนที่นี่กอนก็ได" แลวคุณสายก็ออกจากหองไปเงียบๆ พลอยนั่งรองไหอยูคนเดียวในหองนั้นมิรูวานานเทาไร ใจนั้นนึกไดแตเรื่องที่แมจากไป ทิ้งพลอยไวใหเหลืออยู คนเดียว กับคนเปนอันมากที่ยังไมคุนเคยนัก แมจะไปไหนจะเปนอยางไร พลอยก็ไมสามารถจะเดาไดถูก เพราะโลกภายนอกสําหรับพลอย ดูกวางขวางเหลือประมาณ พลอยไดยินแมพูดวาจะไปฉะเชิงเทรา ซึ่งพลอย พอจะเดาไดวา เปนหัวเมืองบานนอก แตก็คงไกลสุดหลาฟาเขียว ถาแมกลับไปบานก็จะมิสูกระไรนัก เพราะ พลอยรูแลววาบานกับวังนั้นใกลกับกันเพียงใด แตเมื่อแมไปไกล ถึงเพียงนี้ แมอาจไมกลับมาอีก แมอาจเจ็บไข ตายไปเสียกอนที่จะไดกลับ หรือพลอยอยูทางนี้เกิดเจ็บไข ใครจะมาคอยดู หรือถาเกิดเรื่องราวทําอะไรผิดพลาด ใครจะมาแกไข พลอยยิ่งนึกไปก็ยิ่งวิตก และใจนั้นก็นึกไป จนถึงรายละเอียดตางๆ เปนตนวาใครจะอาบน้ําแตง ตัวให ใครจะนอนดวย ถาตื่นขึ้นมาตอนดึก ไมมีแมนอนอยูขางๆ จะเปนอยางไร ระหวางนั้นพลอยรูสึกวามีใคร โผลประตูหองดูอยูหลายหน ซึ่งพลอยเขาใจวา คงเปนชอย แตชอยเห็นพลอยกําลังรองไหอยู ก็กลับไปอีกไมเขา มารบกวน เพราะคุณสายสั่งไว เมื่อตอนออกไปจากหองวา ใหปลอยใหพลอยรองไหจนนิ่งไปเอง ดีกวาที่จะเขา ไปปลอบ ถาชอยไมฟง เขาไปยุง คุณสายจะตีใหรองไห ไปอีกคนหนึ่ง พลอยมอยหลับไปเองในที่สุด มารูสึกตัวตื่นขึ้นเอาตอนบาย เพราะคุณสายเขามาปลุก แลวก็บอกวา "เสด็จรับสั่งใหหาแนะพลอย ไปลางหนาลางตาเสียกอน แลวขึ้นไปดวยกัน" เมื่อพลอยลางหนาแลว คุณสายก็พาขึ้นไปชั้นบนตําหนัก เสด็จประทับอยูที่อีกมุมหนึ่งของเฉลียง กําลัง ทรงทําอะไรอยูในอางน้ําใบยอมๆ ที่วางอยูตรงหนา มีขาหลวงหมอบอยูใกลๆ อีกสองสามคน ทุกคนก็กําลังกม หนาทําอะไรอยูเหมือนกัน พอพลอยคลานเขาไปถึงพรอมกับคุณสาย ก็รับสั่งวา "ออ มาแลวหรือพลอย เขามานี่ มาหัดทําผักไปบาง" พลอยเขาไปใกลแลวจึงไดเห็นวา เสด็จและขาหลวงกลุมนั้น กําลังทําผักสําหรับบรรจุเปนผักดองในขวด ทุกคนกําลังปอกและสลักผักตางๆ อยางประณีต บางก็สลักขิงใหเปนรูปดอกไมอันสวยงาม บางก็สานผักบุง ที่ ซอยออกแลวเปนสายเล็กๆใหเปนรูปปลาตะเพียน คุณสายคลานไปถึงก็หยิบมีดมา ลงมือทําตอไปทันที "เขามานั่งใกลๆ ขาตรงนี้" เสด็จรับสั่ง "แลวปอกขิงนี่ไป เอามีดเลมนี้แนะทื่อหนอย เดี๋ยวจะบาดมือเขา" แลวเสด็จก็สงขิงใหพลอยสองสามหัว พรอมกับมีดเล็กๆเลมหนึ่ง ซึ่งพลอยก็เริ่มลงมือปอกขิงไปตามรับสั่ง อีก สักครูหนึ่ง เสด็จก็เอาพระหัตถชอนผักที่ทําเสร็จแลว ขึ้นมาหลายชิ้นใหพลอยดู แลวรับสั่งถามวา "สวยไหมพลอย" "สวยมังคะ" พลอยตอบ "ไหนลองชี้มาซิ อันไหนสวย หยิบออกวางไวในจานนั้นแหละ ชอบอันไหนก็หยิบอันนั้น" พลอยเลือกผักที่สลักอยางประณีตที่สุดออกมาสองสามชิ้น แลวก็วางไวในจาน เสด็จทรงพระสรวล แลว รับสั่งวา "ดูซิ ! มันเลือกชิ้นของขาทั้งนั้นแหละ" "ก็เสด็จทรงไดงามจริงๆ นี่มังคะ" คุณสายทูลและพูดตอไปวา "หมอมฉันทาจะแกเสียแลว หูตามองไม คอยจะเห็นเหมือนกอน ทําผักหยาบไปเปนกอง" "โฮย ดัดจริต !" เสด็จรับสั่ง "เด็กเมื่อวานซืน ! ออนกวาขาเปนหลายป ยังจะมาอางวาแก ขี้เกียจนะไม วา"

http://www.geocities.com/siamstory/ploy103.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๓ (หนาที่ ๑)

Page 4 of 5

คุณสายกมหนาหัวเราะแลวทําผักตอไป ระหวางนั้นเสด็จทรงวางมีด หันไปหยิบหมากเสวย แลวทอด พระเนตรพลอยปอกขิงอยูสักครูหนึ่ง พลอยไดยินเสียงถอนพระทัยเบาๆ แลวก็ไดยินรับสั่งถามขึ้น เบาๆวา "คิดถึงแมมากไหมพลอย" "มากมังคะ" พลอยทูลตอบเสียงสั่น น้ําตาเริ่มจะซึมๆ ออกมาอีก "นั่นซี ขาก็เห็นใจ" เสด็จรับสั่งอยางทรงพระเมตตา "แตจะทําอยางไรได แมเจาเขาก็ตองทํามาหากิน ไป ���ะเชิงเทรามันก็ไมไกลอะไรนักหนา อีกหนอยก็คงกลับมาอีก" พลอยไดยินเสด็จรับสั่งวา ฉะเชิงเทราไมไกลนัก ก็ใขชื้นขึ้นเปนกอง "อยูกับขาไปเถิดพลอย ไมเปนไรหรอก แมลูกกันจะไปไหนเสีย ไปแลวก็จะตองกลับมาหากันอีก และเม เจานะ ขารูจักดี มันไปไหนไมไดนานหรอก อีกหนอยก็กลับมาเอง ไมเชื่อก็คอยดูไป" เสด็จเอื้อมพระหัตถมาลูบหัวพลอยเบาๆ แลวรับสั่งปรารภขึ้นวา "นาสงสาร ตัวยังเล็กนัก สายชวยดูให ดีๆ หนอย" ทรงหยุดนิ่งอยูอีกครูหนึ่ง แลวรับสั่งกับพลอยวา "พลอยหมั่นขึ้นมาอยูกับขานะ ไมตองกลัวอะไร อยากไดอะไรก็บอก มีทุกขรอนอะไรก็บอกกันได ขาไม วาอะไร เราเปนเด็กไมตองกลัวผูใหญ ผูใหญก็สั่งสอนไมถูก ถาเผอิญเปนเรื่องที่จะตองชวยเหลือกัน ก็เลยชวย กันไมทัน ถามีแมยังอยูดวยคอยชวยดู ขาจะไมหวงเจาเทาไร นี่แมเขาก็ตองออกไปเสียดวย" แลวเสด็จก็รับสั่ง ปรารภขึ้นลอยๆ เหมือนกับจะพูดกับคนทั้งตําหนักวา "เฮอ ! นางพวกนี้เลี้ยงไมรูจักโตเสียที พอโตพอจะใชงานได ก็หายหนากันไปหมด แลวก็เอาลูกตัวเล็กๆ มาใหขาเลี้ยง" คุณสายซึ่งหมอบทําผักฟงอยู กมหนาหัวเราะหึๆ อยูในคอ สวนขาหลวงสาวๆ อีกสองสามคน ก็กมหนา ยิ้มไปตามกัน ตั้งแตแมออกจากวังไปตอนเชา ในหัวใจของพลอยมีแตความวางเปลา มีความรูสึกเหมือนกับหลงทาง อยูในที่ๆ ไมรูจัก ไมรูวาจะหันหนาไปทางทิศใดจึงจะถูก สิ่งที่พลอยตองการมากที่สุด ก็คือคนที่จะหันหนาเขาหา แลวยึดเอาไวเปนหลักได การที่ตองจากกับแมคราวนี้ เปนทุกขอันยิ่งใหญครั้งแรก ที่พลอยตองประสบในชีวิต จึงอยากใหมีใครสักคนหนึ่ง ที่เห็นใจแลวเอาใจใสในทุกขสุข แตคุณสายผูซึ่งแมฝากพลอยไวก็เปนคนนิ่ง ถือหลัก วาความทุกขนั้นถาปลอยไว ไมแตะตองก็จะหายไปเอง หรือบางทีคุณสายจะเห็นวาพลอยเปนเด็ก เกินกวาที่จะ ทุกขไดจริงจัง หรืออาจเคยเห็นอาการเด็กที่ตองจากพอแม มาอยูวังมาแลวมากตอมาก คุณสายจึงไมพยายาม ปลอบโยนเอาใจในยามนี้ แตปฏิบัติตอพลอยเหมือนในยามปกติ สวนชอยที่เปนเพื่อนคนแรกของพลอยในวัง พลอยก็รูสึกวาชอยคงเห็นใจตนอยูไมนอย แตวิธีของชอยไมเหมือนกับคนอื่น แทนที่จะปลอบโยนเอาใจในยาม ทุกข ชอยกลับชวนวิ่งแขง ปายปนไปตามเรื่อง ซึ่งถาแมวาพลอยจะทําดวยได ก็ไมทําใหความทุกขนั้นคลายลง ไป อนึ่งสิ่งที่พลอยตองการ ก็คือคนที่จะมาแทนแม ซึ่งชอยแทนไมไดแน เพราะเปนเด็กรุนเดียวกันเทานั้น เสด็จเปนคนแรก ที่พูดวาเห็นใจและสงสารพลอย คุณสายนั้น เมื่อรูวาพลอยมีทุกขหนัก เพราะแมออก จากวัง ก็พยายามหลีกเลี่ยงไมเอยถึงแมใหพลอยไดยิน เพราะกลัววาพลอยจะทุกขเพิ่มขึ้นอีก แตเสด็จมิไดทรง หลีกเลี่ยงเรื่องนั้น กลับเอามารับสั่งโดยเปดเผย และรับสั่งวาทรงเห็นใจและสงสารพลอย พรอมกับแสดงพระ อาการที่ทรงพระเมตตา ดวยการลูบศีรษะพลอย พลอยรูสึกตื้นตันไปหมด เพราะคาดไมถึงวา คนขนาดเสด็จจะ มีพระทัย มารวมทุกขกับเด็กตัวเล็กๆ ที่ไมมีความสําคัญอะไรเลยเชนพลอย เมื่อแมยังอยู พลอยก็สังเกตวา เสด็จไมสนพระทัยในตัวกี่มากนอย แตในวันที่แมไปนั้นเอง เสด็จก็ทรงพระกรุณาเปนพิเศษ แสดงน้ําพระทัยให ประจักษ พลอยรูตัวทันทีวา คนทั้งโลกที่จะเขามาใหความวางเปลาในหัวใจเต็มขึ้นมาได ก็คือเสด็จพระองคเดียว เทานั้น เมื่อนึกไดดังนั้นแทนที่พลอยจะหยุดรองไห พลอยกับรองไหมากขึ้น น้ําตาที่แหงหายไปเมื่อตื่นนอนแลว กลับซึมออกมาอีก เมื่อเสด็จรับสั่งถึงแมก็เริ่มไหลพรั่งพรูออกมา และพลอยก็เริ่มสะอื้น โดยที่ตัวเองก็ไมอยากทํา ตอหนาพระพักตรเสด็จ พลอยเริ่มเหลียวซายแลขวาทั้งน้ําตา เพื่อดูคนอื่นๆที่อยูรอบตัววาจะทําอยางไรบาง ขาหลวงสาวๆ สอง สามคนทําหนาไมดี เหมือนกับจะรองบาง แตพอสบตากับพลอยก็รีบกมหนาลงทําผักตอไป เหมือนกับวาไม อยากจะเห็น คุณสายมองดูหนาพลอยอยางหนักใจ เมื่อสบตากับคุณสายๆก็สายหนาชาๆ ขมวดคิ้วเหมือนกับ จะบอกใหพลอยหยุดรองไห ซึ่งพลอยก็พยายามกล้ํากลืนน้ําตา แตก็ไมสามารถทําตามได "อยาไปหามมันเลย สาย" เสด็จรับสั่ง "ปลอยใหรองไปเถิด ขาเห็นใจ ไฟฟนที่ติดขึ้นมาเขาใชน้ําดับ แต ความทุกขในหัวใจคนนั้น ตองดับดวยน้ําตาอยางเดียวเทานั้น" อีกสักครูหนึ่ง เสด็จก็รับสั่งเรียกขาหลวงคนหนึ่งขึ้นวา "สรอย วานไปหยิบหีบใบที่วางอยูขางมาเครื่องแปงใหที" แมสรอยขาหลวงคลานหายเขาไปในหองบรรทมครูหนึ่ง แลวก็กลับออกมาพรอมดวยหีบยอมๆ ใบหนึ่ง ซึ่งแมสรอยเอามาวางถวายตรงที่เสด็จประทับอยู แลวก็หมอบลงกราบ "พลอยมานี่" เสด็จรับสั่งเรียก "กระเถิบเขามานั่งขางๆขาตรงนี้ จะใหดูอะไร" เมื่อพลอยเขาไปถึงพระองค เสด็จก็เปดหีบนั้นขึ้น ฝาหีบดานในมีกระจกเงาติดอยู ในหีบนั้นมีหีบเล็กหีบ

http://www.geocities.com/siamstory/ploy103.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๓ (หนาที่ ๑)

Page 5 of 5

นอยและตลับลงยา พรอมดวยของจุกจิกอื่นๆ อีกหลายอยาง "พอทีพลอย" เสด็จรับสั่ง "เลิกรองไหเสียทีเถิด ดูซี" เสด็จทรงชี้ใหพลอยดูหนาตัวเองในกระจก "ดูซีไม สวยออก ยิ่งรองนานๆ เดี๋ยวตาบวมแดงไปหลายวัน สวยตายละ !" พลอยดูหนาในกระจกแลวเห็นจริง เริ่มเช็ดน้ําตาใหแหงลงได ดวยความกลัววาจะเสียโฉม เสด็จทรงเปดตลับและหีบนั้นอยูหลายใบ ในที่สุดทรงหยิบสายสรอยทองสามสีเล็กๆสายหนึ่ง มีกุญแจ เล็ก ฝงทับทิมแขวนไว เสด็จทรงเอาสรอยนั้นใสขอมือประทานให แลวรับสั่งวา "เอา ! ขาใหพลอยเปนคาจางใหเลิกรองไห ถาเจาไมเลิกขืนรองตอไป ประเดี๋ยวนางพวกเหลานี้ ดัดจริต บีบน้ําตารองกันหมด" พลอยตัวเย็นวูบไดดวยความปติ ที่ไดประทานของดวยพระหัตถแและดวยความดีใจ พลอยก็ลงกราบ เสียชิดพระองค เกือบกราบลงไปบนพระเพลา แตพอเงยขึ้นมาก็สะอื้นอีกสองครั้งติดๆกัน เพราะอาการรองไห ยังไมหายสนิท "เอ ! ยังไมพอ" เสด็จรับสั่งยิ้มๆ "เอาๆ นี่อีกอยางเอาไปเลนไป" เสด็จทรงหยิบหีบใบเล็กขึ้นมา แลวทรง ไขลานที่ใตหีบ แลวก็ทรงเปดฝาหีบนั้นขึ้น สิ่งที่พลอยเห็นทําใหพลอยตาลุกโพลง ดวยความตื่นเตนดีใจ เพราะ ทันใดที่ฝาหีบนั้นเปดออก นกตัวเล็กๆตัวหนึ่งลงยาดวยสีสวยสด ก็พุงตัวขึ้นมาจับคอน ขยับปกรองเพลง ดวย เสียงอันเจื้อยแจว บางทีเสด็จจะไมทรงทราบวา อีกหลายสิบปตอมา เมื่อพลอยมีอายุมากแลว หีบนกรองเพลงใบนั้น ไดถูก พลอยเก็บไวที่หนาบูชาพระ และเวลาพลอยมีทุกขรอนอันใด พลอยก็มักจะเปดหีบนั้น เพื่อฟงเสียงนกรองเพลง เสมอ อานตอหนาที่ ๒

http://www.geocities.com/siamstory/ploy103.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๓ (หนาที่ ๒)

Page 1 of 5

สี่แผนดิน ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช แผนดินที่ ๑ บทที่ ๓ (หนาที่ ๒) ตั้งแตแมจากไปแลว คุณสายก็เอาพลอยเขามานอนไวดวยในมุงเดียวกัน รวมทั้งชอยอีกคนหนึ่งเปนสาม คน ความสนิทสนมระหวางเด็กทั้งสองก็มีมากขึ้นกวาเกา และเมื่อพลอยไปไหนมาไหนก���บชอยเสมอ พลอยก็ได รูจักเพื่อนฝูงในวังมากในเวลาอันไมชานัก คืนหนึ่งตอนเขานอน ชอยบอกพลอยวา "พลอยพรุงนี้ไปเที่ยวประตูวังกันนะ" "ไปซี" พลอยตอบออยๆ "มีอะไรที่นั่นหรือชอย" "ไมมีอะไรดอก" ชอยตอบ "แตพรุงนี้เปนวันพระกลางเดือน คุณพอมาหาฉันเสมอ แตบางทีก็ไมมา เรา ไปคอยดูที่หนาประตูแลวกัน ถามาก็ออกไปหา" "คุณปาไมวาเอาหรือชอย" พลอยถาม เพราะเห็นคุณสายเคยดุชอย เรื่องไปเที่ยวไกลๆเสมอ "ไมวาหรอก คุณอารูอยูแลว เผื่อฉันไมไปเสียอีกคุณอาจะวาเอา เพราะคุณพอมีของมาฝากคุณอา เกือบ ทุกครั้ง บางทีถาเผื่อคุณอาอยากพบคุณพอก็ออกไปดวย" เชาวันรุงขึ้น ชอยตื่นขึ้นอาบน้ําอาบทาแตเชา แลวชวนพลอยใหรีบกินขาว พอพลอยเปบขาวเขาปาก ยัง ไมทันกี่คํา ชอยก็อิ่ม แลวก็เรงใหพลอยอิ่มตาม บอกวาจะตองรีบไป และเมื่อพลอยอิ่มขาว ชอยก็ชวนเดินออก จากตําหนัก มุงหนาไปยังประตูวังชั้นใน ชอยไปยืนเมียงมองที่หนาประตู สักครูก็หันมาบอกพลอยวา "นั่นแนะมาแลวละ" แลวชอยก็รีบออกไป นอกประตู มีพลอยเดินตามไปใกลๆ ในหมูคนที่มีทั้งหญิงและชาย เพราะเปนที่นอกพระราชฐานชั้นใน ชอยชี้ไปยังชายสูงอายุคนหนึ่ง นุงผา พื้นใสเสื้อกระบอกสีขาว มีเด็กผูชายรูปรางผอมโปรง ผิวเนื้อสองสี แลดูเหมือนเพิ่งจะโกนจุกไดไมนานนัก เพราะผมยังตั้งเปนนกเอี้ยง ทั้งที่เจาตัวพยายามที่จะหวีดัดใหเปนทรง แบบฝรั่งอยางที่คนหนุมๆนิยมกัน สวน ผูชายคนผูใหญนั้น ไวผมมหาดไทยแบบเดิม "พี่เนื่อง ! พี่เนื่อง ... ทางนี้ฉันอยูทางนี้" คนทั้งสองพอเห็นชอยก็หัวเราะ และหลีกคนเดินตรงเขามาหา ชอยวิ่งเขาไปหาพอ ยกมือไหวที่เอว อยางลุกลี้ลุกลน แลวก็ฉุดขอมือไปที่ริมกําแพงดานหนึ่ง "สบายดีหรือชอย" พอของชอยถามอยางอารมณดี "สบายคะ" ชอยตอบแลวก็ถามขึ้นตอไปอยางไมหยุดหายใจวา "นั่นชะลอมอะไรคะ" "ลูกพลับ" พอพูด "พอเห็นมันนากินก็เอามาฝาก แลวแมเขาฝากน้ําพริกเผามาใหแมสายดวย ... อาวนี่ แมสายไมมาหรือ" "คุณอามีธุระคะวันนี้" ชอยตอบแทนเสร็จ "ฉันมากับเพื่อน" ชอยหันมาทางพลอยแลวพูดวา "นี่ไงพลอย คุณพอของฉัน" เสียงชอยพูดเหมือนกับอวดของที่มีราคาสูง ที่เปนกรรมสิทธิ์ของตัว ทําใหพลอยชักเลื่อมใส ยก มือขึ้นไหวพอของชอยอยางนอบนอม "แลวนี่ไงละพี่เนื่อง คนที่ฉันเลาใหฟงนะพลอย พี่เนื่อง นี่ไง พลอยเพื่อนฉัน" พี่เนื่องมองดูพลอยอยูครูหนึ่ง แลวก็วิจารณขึ้นมาอยางเสียหายวา "เด็กขี้ประติ๋ว หนาตาขี้แยพิลึก ! " พลอยไมเคยมีใครมาวาเอาตรงๆ เชนนี้ พอไดยินเขาก็ชักหนาเสีย พอของชอยสังเกตมองเห็นสีหนา พลอย ก็หัวเราะพูดขึ้นวา "เจาเนื่อง ! จะพูดจากับชาวรั้วชาววังก็ระวังปากบาง ตอไปเขาจะคุณขางใน ไมใชลูกศิษยวัดอยางเอ็ง" ฝายพลอยก็โกรธปะหลับปะเหลือก ออกรับแทนพลอยวา "ดูซี่พี่เนื่อง อยามาวาเพื่อนฉันนะ ตัวนะซีขี้แย" ฝายพี่เนื่องโดนขนาบทั้งสองดานก็หัวเราะแลวพูดวา "ก็ตามใจซี" แลวก็มองดูอื่นตอไป ระหวางนั้น ชอย ก็พูดจาถามทุกขสุขกับพอ ถามถึงเรื่องทางบาน และถามอะไรตออะไร จนฟงไมไดศัพท ซึ่งพอก็ลูบหัวชอยไป บาง ตอบปญหาตางๆ บางอยางอารมณดี จนในที่สุดชอยหันไปทางพี่เนื่องแลวถามขึ้นวา "เออ ! พี่เนื่อง อีดางของฉันเปนอยางไรบาง" "ออกลูกมาอีกครอกหนึ่งหาตัว รองหนวกหูจะตายไป" ชอยไดยินดังนั้นก็ดีใจเปนการเอิกเกริก เริ่มซักถามพี่เนื่องถึงเรื่องอีดางหมาที่เลี้ยงไวที่บานตอไป เปน

http://www.geocities.com/siamstory/ploy103_2.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๓ (หนาที่ ๒)

Page 2 of 5

การยืดยาว ฝายพอของชอยก็หันมาสนใจกับพลอยแลวถามวา "แมหนูลูกใคร" เมื่อพลอยบอกชื่อเจาคุณพอใหแลว พอของชอยก็บอกวา "ออ ! ฉันรูจักทานดีทีเดียว เคยเที่ยวดวยกันมาแตหนุมๆ ใจทานดีหาที่ไหนไมไดอีกแลว แมของแมหนู ละ ชื่ออะไร" "ชื่อแมแชม" พลอยตอบคอยๆ เพราะยังอายอยู "แชมไหน แชมที่เคยอยูตําหนักเสด็จนะรึ" พลอยพยักหนา "อือ ! " คุณพอของชอยอุทานอยางสนใจ "ฉันเคยรูจักแตเขายังรุนสาว เห็นไปไหนมาไหนกับแมสาย เสมอ หายไปหนอยเดียวมีลูกโตจนปานนี้แลว ยังสวยเหมือนแตกอนไหมแมหนู" พลอยไมรูจะตอบชมแมของตัวอยางไรถูก ก็ไดแตยิ้ม ฝายพอของชอย พิจารณาดูพลอยอยูอีกครูหนึ่ง แลวรําพึงดังๆวา "เมื่อตอนนั้นแมแชมเขาสวยเอาการอยู ถึงลือออกไปนอกวัง ใครก็พูดถึง" พอของชอยหยุดมองดูพลอย ตอไป แลวก็บอกวา "แมหนูพลอยนี่ก็เถิด หนาตาประพิมพประพายดี โตขึ้นก็เห็นจะไมแพแม" แลวชอยก็เขามาขัดจังหวะคุยกับพอตอไป สวนพี่เนื่องนั้นยืนยิ้มดูนองสาว พอเหลือบมาเห็นพลอยมองดู อยูก็ยิ้มดวย ในที่สุดพอของชอยก็พูดขึ้นวา "ชอยกลับเขาไปเถิด บอกอาเจาดวยวาพอคิดถึง เอาละ พอไปกอน มีธุระจะไปที่โรงโมสักหนอยหนึ่ง" เมื่อร่ําลากันแลว ชอยกับพลอยก็หันหลังเดินจะกลับเขาวัง แตพลอยเดินคลอยมาไมทันกี่กาว ก็ไดยิน เสียงพี่เนื่อง พูดแกมหัวเราะวา "ระวังอยาขี้แยใหมันมากนักนะ" ซึ่งทําใหพลอยตองเดินลงสนเพราะความโกรธ และชอยก็หันไปคอนใหหลายวง พรอมกับบนวา "พี่เนื่องเดี๋ยวนี้ฉันเกลียดเสียจริงๆ ตั้งแตโกนจุกแลวไมเหมือนเมื่อกอน ทําหนุมอะไรก็ไมรู ขวาง ! " ระหวางที่เดินกลับตําหนัก ชอยก็พูดถึงพี่เนื่องพี่ชายขึ้นวา "พี่เนื่องถามฉันถึงพลอยเหมือนกันแหละ" "ถามวาไง" พลอยซัก "ก็ถามวาอยูที่ไหน มาเมื่อไรและใจคอเปนอยางไร อะไร เหลานั้นแหละ" "แลวชอยบอกเขาวายังไงเลา" พลอยซักตอ "ฉันก็บอกวาพลอยเปนเพื่อนฉัน ฉันรักพลอยมากและเราอยูตําหนักเดียวกัน อะไรเทือกนั้น" "ชอยรูไหม" พลอยปรารภขึ้น "ฉันเกลี๊ยดเกลียดเด็กผูชาย ตั้งแตอยูที่บานแลว ฉันไมเคยเลนดวยเลย ทะเลนออกจะตายไป" "นั่นซี" ชอยตอบ "ฉันก็เหมือนกัน อยางพี่เนื่องนี่เมื่อฉันอยูบานไมมีใคร ตองเลนกันไปอยางนั้น เดี๋ยวนี้ นานๆพบที ฉันก็ไมชอบเหมือนกัน" พลอยก็รูสึกพอใจที่ชอยมีความเห็นตรงกันในเรื่องนี้ และนึกในใจวา เห็นจะคบชอยไปไดอีกนาน แต อยางไรก็ตาม ทั้งที่ถูกเนื่องลอเสียตั้งแตหนแรกที่พบกัน พลอยก็ยังเก็บเอามาครุนคิด แตแรกนั้นก็คิดถึงตัว อยากจะใหมีญาติพี่นองหรือพอแม มาหาจากนอกวัง มีของเล็กๆนอยๆมาฝาก ทําใหผูที่ไดรับนั้นรูสึกตัววา สําคัญขึ้น อยางชอยถาพอแมมาหาทีไร ก็มักมีของมาฝาก บางทีก็เปนสมสูกลูกไม หรือของแหงของสวน ซึ่งมี จํานวนมากพอที่คุณสายจะแบงตั้งเครื่องเสด็จบาง แจกจายเพื่อนฝูงเปนของกํานัลบาง ซึ่งชอยก็มักจะพลอยได หนาไดตา วาเปนของพอชอยสงเขามา และยิ่งกวานั้น คนมีญาติโยมไปมาหาสูจากนอกวัง เปนสิ่งที่เพิ่มความ อบอุนในหัวใจ และทําใหผูมีญาติโยมมาหานั้นมีหลักฐาน มิใชคนสิ้นไรไมตอก ฉะนั้นถึงแมวา ในขั้นแรกพลอย รูสึกอายๆ พี่เนื่องและพอของชอยอยูก็ตาม แตคราวหลังๆ เมื่อชอยชวนออกไปพบกันอีก พลอยก็มั���จะไปเสมอ เพราะคนเยี่ยมนั้นทําใหเกิดมีของแปลกและใหมขึ้นมาบาง สําหรับชีวิตจําเจ อยูเปนประจําทุกวัน และถึงแมวา คนทั้งสองจะมิใชญาติโดยตรงของพลอย แตก็เปนญาติของชอย ซึ่งเปนเพื่อนสนิท ทําใหพลอยไดรับสวนแบง เรื่องความสําคัญบางเปนบางสวน อยูตอมาอีกหลายเดือนพลอยก็รูจักกับพอ และพี่ชายของชอยจนคุนเคย และพอของชอยก็บังเกิดความ ปราณี รักพลอยเหมือนกับลูกสาวอีกคนหนึ่ง ถามาครั้งใดพลอยไมออกไปก็ถามถึง และมักจะมีของกินเล็กๆ นอยๆ ติดมือมาฝากพลอยเสมอ ซึ่งสําหรับพลอย ที่ในขณะนั้นปราศจากญาติโยม ก็เปนของที่มีคามาก และทํา ใหพลอยตองตั้งหนาคอยวันที่คนทั้งสองจะมาหาใหมเทาๆกับชอยนั้นเอง เมื่อพลอยไดพบกับเนื่องหนตอๆมา เนื่องก็มิไดลอเลียนเหมือนหนแรก แตพูดจาปราศรัยดวยโดยดี สวน มากพลอยก็ไมคอยไดพูดดวยเทาไรนัก เพราะไมมีเรื่องที่จะพูด ไดแตฟงชอยคุยกับพอและพี่ ถึงเรื่องทางบาน

http://www.geocities.com/siamstory/ploy103_2.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๓ (หนาที่ ๒)

Page 3 of 5

บาง ชอยเลาถึงเรื่องที่ตําหนักบาง แตถึงกระนั้นก็ตาม ครั้งใดที่คนทั้งสองหายไปไมมาตามกําหนด พลอยก็รูสึก วาเหวเสียใจไมนอยไปกวาชอย และบางครั้งพอของชอยมาคนเดียว ไมมีเนื่องตามหลังมาดวย พลอยก็ตองถาม ถึง ถาหากชอยไมถามเสียกอน บางครั้งบางคราวเนื่องก็มีของมาฝากเหมือนกัน แตตองมีการแอบใหมิใหพอเห็น เพราะของฝากของเนื่อง สวนมากเปนของแสลงเสาะทอง ซึ่งถาพอเห็นแลว เปนตองหามเด็ดขาด เนื่องมักจะเอา หอของเหลานี้ แอบยัดเยียดใหแกพลอย ในระหวางที่ชอยชักชวนพอคุย และหันหนาไปเสียทางอื่น เมื่อแรกๆที่แมจากไปพลอยคิดถึงอยูหลายวัน ถึงเสด็จจะทรงพระเมตตา ทําใหพลอยคลายความวิตก ตางๆ ลงไปบาง แตความคิดถึงนั้นก็ยังมีบางเปนครั้งเปนคราว แตก็มีหางๆกันออกไปทุกที เพราะพลอยเริ่มมี ชีวิตใหมที่วัง และมีความคุนเคยตอสิ่งแวดลอมตางๆมากขึ้น พอที่จะดึงดูดความสนใจอยูเปนนิจ พลอยเริ่มเขาใจ เรื่องตางๆ ที่คนพูดกัน เริ่มรูวาชาววังรักใครชอบใคร ใครเกลียดกับใครบาง ใครรักกับใครบาง ตําแหนงหนาที่ ตางๆ เชนคุณจอมมารดา คุณจอม ทาวนางเฒาแกพนักงาน ตลอดจนโขลนจาและกรมวัง พลอยก็เริ่มจะรูจักและ เขาใจ กรณีพิพาทกินใจระหวางตําหนักไหนกับตําหนักไหน หรือพวกไรกับพวกไร ตลอดจนความไมถูกัน ระหวางตัวบุคคล พลอยก็เริ่มจะรูเรื่อง และปฏิบัติตนไดถูกับแตละฝาย หนาที่ตางๆ ที่เปนของๆตัว เปนตนวาขึ้น เฝาเสด็จคอยรับใช หรือถวายอยูงานพัดในเวลาเสวย ทําใหพลอยไดรูเหตุการณหลายอยาง ทั้งในวังและนอกวัง เพราะเสด็จรับสั่งถึง และการฝมือการทําดอกไม ทํากับขาว ทําขนม พลอยก็เริ่มจะไดรับการอบรมสั่งสอนโดยไม รูตัว เพราะอาศัยแตดูผูใหญทํา หรือถูกเรียกใหชวยทํา จนในที่สุด ศัพทแสงที่ใชกันในวัง ซึ่งคนขางนอกไมรู พลอยก็เขาใจ และใชไดถูกตอง เปนตนวามีงานการอยางใหญ ตองตระเตรียมมาก ก็มักจะพูดกันวา "ราวกับรับ ซาเรวิช" ซึ่งพลอยก็เขาใจวาเปนงานใหญ โดยไมตองรูวา "ซาเรวิช" นั้นคือ พระเจาซารนิโคลาสที่ ๒ เมื่อเสด็จ เมืองไทย สมัยเปนมกุฏราชกุมารประเทศรุสเซีย ทางวังเตรียมรับเสด็จกันเปนการใหญ จนกลายเปนคําพูดติด ปาก หรือคําวา "แฟรน" ที่ใชสําหรับชาววังที่รักกันมากจนเกินขนาดนั้น ก็พอจะเดาความหมายไดรางๆ ทั้งๆที่ ไมรูวา คํานั้นมาจากภาษาอังกฤษวา "Friend" แปลวา "เพื่อน" เมื่อพลอยอยูในวังตอมาอีกสองสามเดือน จนความคิดถึงแมนั้นเกือบจะจางหมดไป มีแตความระลึกถึง กลาวคือ เมื่อนึกถึงแมทีไร ก็นึกถึงดวยความรักและความปติ มิไดประกอบดวยความทุกข อันเกิดจากความ ปรารถนาที่จะอยูใกลกับตัวแม หรือติดตามแมไปไหนๆอีกตอไป ชีวิตในวังของพลอย ชั่วระยะเวลาหาเดือนเศษ ทําใหพลอยเปนเด็กที่เลี้ยงตัวไดเอง ไมตองมีผูใหญมาคอยหวง เรื่องจะกินจะนอน หรือจะอาบน้ํา วันหนึ่งขณะที่พลอยหมอบถวายอยูงานพัดเสด็จอยู ขณะที่เสวยเครื่องกลางวัน ฟงเสด็จทรงเลาเรื่อง เมื่อ ครั้งทรงพระเยาวอยูอยางเพลิดเพลินนั้นเอง ชอยผูซึ่งขึ้นมาทางบันไดหลังตําหนัก ก็คลานกระหืดกระหอบ เหงื่อ ทวมตัวเขามาหมอบอยูขางๆ เอามือควาดามพัดไปจากพลอย แลวก็ถวายงานแทน พลางกระซิบอยางตื่นเตนวา "พลอยรีบลงไปที่หองเถิด ฉันจะถวายอยูงานแทน" "เรื่องอะไรกันชอย" พลอยกระซิบถาม "รีบลงไปเถอะนา" ชอยตอบ "คุณอาสั่งไมใหฉันบอก เดี๋ยวพลอยรูเองก็แลวกัน" พลอยคลานถอยหลังออกมาดวยใจเตนตึกตัก พอคลานถึงหัวมุมระเบียงดานหลัง ลับพระเนตรเสด็จ พลอยก็ลุกขึ้นวิ่งเบาๆลงบันไดหลัง แลวก็วิ่งตรงไปยังหองคุณสายทันที เมื่อไปถึงหนาประตูหอง ยังไมทันจะเขา ไปขางใน หัวใจพลอยก็พองโตแทบจะระเบิด ดวยความดีใจ เลือดฉีดแรงจนรอนซูไปทั้งตัว แทบจะทนไมไหว เพราะพลอยไดยินเสียงแมพูด อยูในหองคุณสายอยางชัดเจน "แม ! " พลอยรองขึ้นไดคําเดียว แลวก็โผตัวเขาไปในหอง ไปรูสึกตัวเอาอีกทีหนึ่ง ก็เมื่อตัวไดขึ้นไปอยูบน ตักแม กอดตัวแมไวแนน แลวก็หัวเราะและรองไหไปพรอมกัน "พลอย ! " แมรองขึ้นพลางรัดตัวพลอยไวแนน แลวก็จูบแลวจูบอีก "พลอย ! ดูซีโตขึ้นเปนกองเกือบจําไม ได แลวก็กระโดดเขาใสแมเสียเต็มแรง ขาแขงแมจะหักตาย" แลวแมเองก็กอดจูบพลอย พลางหัวเราะทั้งน้ําตา ดวยความดีใจเชนเดียวกัน สวนคุณสายนั้นนั่งอมยิ้มดูอยางพอใจเสียเปนที่สุดแลว "แมมาถึงเมื่อไหร" พลอยถามขึ้น "เพิ่งมาถึงเดี๋ยวนี้แหละลูก ยังไมไดลูบเนื้อลูบตัวเลย พอขึ้นจากเรือมาจากฉะเชิงเทรา แมก็เขามาทีเดียว พลอยเปนอยางไรบางลูก เจ็บไขหรือเปลา ดื้อหรือเปลา คิดถึงแมมากไหม" "โธแม" พลอยตอบ "คิดถึงจะตายไป แมทําไมไปนานนักละจะ" "ก็นั่นแหละลูก" แมตอบ "แมออกไปอยูหัวเมือง ไปมาไมใชงายๆ คิดถึงลูกใจจะขาดแมจึงไดมา นี่เคราะห ดี ญาติของแมเขาหาเรือมาสง ไมยังงั้นก็ยังไมไดเขามาหรอก ไหนออกนั่งหางๆ ใหแมดูไดทั่วสักที วาพลอยลูก แม โตขึ้นเทาไหนแลว" พลอยกระเถิบออกนั่งหางตัวแม ตามที่แมบอก แมยิ้มนอยยิ้มใหญ มองพลอยตั้งแตหัวไปจนทั่วตัว เหมือนกับวาจะดูไมเบื่อ "ผิวพรรณดีขึ้นกวาแตกอนเปนกอง จริตกิริยาก็เปนชาววังเขาแลว" แมรําพันขึ้นมาคนเดียว แลวก็หันไป ถามคุณสายวา "คุณสายคะ ลูกสาวฉันนี่โตขึ้นจะสวยเอาการเที่ยวนะ"

http://www.geocities.com/siamstory/ploy103_2.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๓ (หนาที่ ๒)

Page 4 of 5

"ฉันก็วาอยางนั้นแหละ" คุณสายตอบ "เห็นจะสวยไมแพแมทีเดียว" "วุย ! คุณก็" แมทวงขึ้น "ฉันไปสวยงามเสียแมไหรละ เมื่อเด็กๆเทานี้ขี้ริ้วจะตายไป พลอยเขาสวยกวา เปนกอง" ขณะนั้นนางพิศและผูหญิงแกๆ หนาตาเปนชาวบานอีกคนหนึ่ง ก็เริ่มขนขาวของๆแมเขามาวางในหอง ผูหญิงแกคนนั้น แมบอกวาชื่อยายเสม เปนบาวที่แมชวยไวเพิ่มเติมจากนางพิศอีกคนหนึ���ง เพราะอยูบานนอก นางพิศคนเดียวไมพอทํางานหนัก ฝายนางพิศพอเห็นหนาพลอย ก็รองไหโฮเหมือนกับใครตาย คลานตะปุบตะ ปบ เขามาจับตัวพลอยขึ้นทูนหัวทูนเกลาแลวรองวา "โอโฮ คุณพลอย โตขึ้นจนบาวผิดตา บาวคิดถึงคุณเหลือเกิน" แลวก็เริ่มจะรองไหตอไปอีก จนแมตองดุ ไลใหไปขนของตอ จึงถอยไป ของที่แมเอามาคราวนี้ ดูมากมายนักหนา นับของที่ใสชะลอมก็สิบกวาชะลอม มีลูกไมกลวยออยจากบาน นอกบาง ซึ่งแมบอกวาเอามาฝากเพื่อนฝูง ไขทั้งจืดทั้งเค็มและปลาแหงปลากรอบ ซึ่งแมบอกวาจะเอามาถวาย เสด็จ ไดคัดเลือกเอามาลวนอยางดีจริงๆทั้งนั้น ทําใหคุณสายตองสัพยอกขึ้นวา "ฉันอิจฉาเสด็จเสียวแลวละ ขาหลวงทานชางดีเสียจริงๆ ไปไหนมาเจ็ดรอยยานน้ํา ก็ตองหาของมาถวาย เสียจนขนตั้งครึ่งคอนวันก็ไมหมด" "คุณไมตองอิจฉาหรอกคะ" แมตอบ "ของฝากคุณดิฉันก็หามาพอๆ กับของถวายนั่นแหละ" "สาธุ ! แมคุณ" คุณสายหัวเราะ "ฉันก็พลอยใหญโต มีของถวายไปดวยคราวนี้เอง" แมหันไปหยิบชะลอมมาใบหนึ่ง แลวก็เรียกพลอยเขามาดูใกลๆ "พลอยมาดูอะไรนี่ซิ" แมบอก "แมหามาฝาก" แลวแมก็หยิบชะลอมเล็กๆ นาเอ็นดูเปนที่สุดขึ้นมาหลายชะลอม ของในชะลอมนั้นเมื่อพลอยเห็น ก็เกือบ จะลิงโลดดวยความดีใจ ชะลอมหนึ่งมีปลากรอบตัวเล็กๆเทานิ้วกอย เขาไมตับไวอยางกับของจริงๆ อีกชะลอม หนึ่งมีมะขามปอมลูกเล็กๆไดขนาด อีกชะลอมหนึ่งใสไขเตาเปลือกขาวสะอาด สวนอีกชะลอมหนึ่งนั่นใสไขเค็ม ทําดวยไขนกกระจาบ พอกขี้เถาสีดําลูกเล็กๆ ไมเกินปลายหัวแมมือ แตสิ่งสุดทายที่แมลวงจากชะลอม ก็คือ ทุเรียนกวนพวงหนึ่ง หอกาบหมากเรียบรอยเปนหอเล็กๆ แตละหอนาเอ็นดูเพียงจะขาดใจ คุณสายซึ่งนั่งดูของที่แมนํามาฝากพลอย ถึงกับอดไมได ตองอุทานออกมาวา "ตาย ! ชางทํานาเอ็นดูเสียจริงๆ แมแชมนี่แกไมทิ้งนิสัยชาววัง ไมวาจะไปไหนก็ชางคิดชางทําอยูเสมอ" สวยพลอยนั้นไดแตนั่งตะลึง ไมกลาจับตองของเหลานั้น เพราะความดีใจที่แมกลับ และความตื่นเตนใน ของแปลก ที่นารักนาเอ็นดู ที่แมหามาให พลอยจําไดวาแมเคยบอกพลอยไวหลายครั้งหลายหนวา แมรักพลอยมากกวาสิ่งใดหรือผูใดทั้งสิ้น บาง คราวเมื่อแมไมแสดงสนใจตอตน หรือในระยะเวลาที่แมหายไปนาน พลอยก็ชักจะสงสัยในคําพูดของแม แตใน วันนี้ความสงสัยนั้นหายไปโดยสิ้งเชิง เพราะของที่แมเอามาฝากแกพลอยโดยเฉพาะนั้น มิใชของที่หาได โดย ปกติธรรมดา แตเปนของที่ตองใชเวลาใชความคิด เปนของที่คนซึ่งรักกันและคิดถึงกันจริงๆเทานั้น จะหามาให แกกันได "ถูกใจไหมลูก" แมหยิบของตางๆออกวางกับพื้นหอง แลวก็หันมาถามพลอย แตแทนคําตอบ พลอยก็โผ เขากอดแมไวแนนอีกครั้งหนึ่ง เพราะความรูสึกที่มีในใจนั้นมากเกินคําตอบ พลอยสังเกตเห็นของเล็กๆนอยๆ ที่แมเอามาฝากแตละอยางนั้น มีอยูอยางละสองชะลอมบาง สาม ชะลอมบาง สวนมากยังคงอยูในชะลอมใหญ ที่แมใสรวมมา จึงถามแมอยางเกรงใจวา "แมจา ของนี่ฉันแบงใหคนอื่นไดบางไหม" "ไดซีลูก" แมตอบ "แมก็นึกแลววาพลอยตองมีเพื่อนมีฝูงมาก จึงหาของมาเผื่อใหพอ พลอยจะไดแจก เพื่อนฝูงใหสบายใจ" พลอยไดยินดังนั้นก็ใจพองขึ้นอีก กระเถิบเขาไปนั่งที่ชะลอมใหญ ลวงหยิบของชะลอมเล็กๆ ออกมาวาง คัดไวเปนพวกๆ ใจก็คิดถึงจํานวนเพื่อนฝูงวาจะแจกใครบาง และใครควรจะไดอะไร ไมสนใจกับคําพูดของแม ในขณะนี้เริ่มคุยกับคุณสายตอไป "ถาคาขายไปไดอยางนี้" เสียงแมพูด "ฉันก็เห็นพอจะตั้งตัว ลืมตาอาปากกับเขาได" "แมแชมคาขายอะไรนะ" คุณสายถาม "ก็รับซื้อของพวกผักปลาจากชาวบาน" แมตอบ "ฉันซื้อแพเขาไว พวกพองเขาขายใหถูกๆ รับซื้อจากเรือ ก็เอาขึ้นแพไว บางทีก็มีเรือจากกรุงเทพฯเขาไปรับซื้อ แตพอฉิมเขาบอกวากําไรไมงาม เขามีเรือหลายลํา เขาวา ใหเอาใสเรือมาสงกรุงเทพฯ แลวซื้อของกรุงเทพฯ พวกผาผอนถวยโถโอชาม กลับไปขายไดอัฐมากกวา ฉันมา คราวนี้ก็เอาของใสเรือมาดวย นึกวาจะซื้อของกลับไปเหมือนกัน" "พอฉิมนี่ใคร" คุณสายถามพลางดูหนาแมอยางเอาจริง สวนพลอยพอไดยินเสียงแมเอยถึงคนอื่น ก็สนใจ ขึ้นมาบาง "เขาเปนญาติหางๆกับฉันเองแหละ" แมตอบแลวหลบสายตาคุณสาย และจะเปนดวยอุปาทาน หรือจะ

http://www.geocities.com/siamstory/ploy103_2.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๓ (หนาที่ ๒)

Page 5 of 5

เปนดวยแสงสวาง ที่เขามาทางหนาตางก็สุดที่จะเดา พลอยสังเกตเห็นหนาแมเปนสีชมพูเรื่อๆ "ฉันก็เคยบอกคุณแลววา ฉันมีญาติอยูทางฉะเชิงเทรา" แมอธิบายตอ "ถาเปนญาติเปนโยมไวใจกันไดก็แลวไป" คุณสายพูดแลวก็ถอนใจใหญ มือหนึ่งดึงเชี่ยนหมาก เขามาไว ที่หนาตัก แลวก็กมหนาลงคนอะไรตออะไร เหมือนกับวาไมอยากสบตากับแมเหมือนกัน "แมแชมกับฉันก็คนโตๆ อยูดวยกันแลว" คุณสายพูดตอ "แมแชมจะทําอะไรก็เปนเรื่องของแมเชม ฉันก็ ไมควรจะเขาไปยุงไปเกียว แตนั่นแหละ แมเชมกับฉันก็อยูดวยกันมาแตกอน ฉันรักแมแชมเหมือนนอง ลูกแม แชมฉันก็รักเหมือนลูกในไส จึงอยากจะพูดแตเพียงวา แมแชมจะทําอะไรก็ขอใหคิดใหดีๆ ไมคิดถึงตัวก็คิดถึงลูก บาง เพระเด็กมีชาติมีสกุล ดีไมดีเขาจะวาได" "ก็เพราะฉันเห็นแกลูกซิคุณ" แมเถียงเสียงแข็ง "ฉันจึงยอกทนลําบาก ตอไปเด็กจะไดไมนอยหนาใครๆ ที่เขาดูถูกพากันหมายหนาไววา จะไมมีวันดี" "ถึงอยางนั้นก็เถอะ" คุณสายพูด "คนอยางฉันอยางแมแชม เกิดมาเปนตัวก็เคยอยูสบายกินสบาย อาศัย บุญเจานายคุมครองตัว งานหนักงานหนาก็ไมเคยทํา แมแชมจะไปทําไหวหรือคนเดียว ถึงจะมีญาติผูชาย มา ชวยคิดชวยอาน แมแชมก็ดูเสียใหดีหรือเปลาวาเขาจะมาอีทาไหน พลาดพลั้งลงไปก็จะเสียถึงลูก" แมเหลือบชําเลืองมองพลอยแลวก็กมหนานิ่ง คุณสายนั่งมองแมอยูครูหนึ่ง แลวก็พูดขึ้นอยางปลงตกวา "แมแชมอยามาถือสาฉันเลย ฉันมันคางคกในกะลา ไมมีหูมีตาเคยเห็นอะไรขางนอก รักใครก็อยากใหดี ฉันพูดมากไปเองแลวละ ไปลูบเนื้อลูบตัวเสียเถิด เดี๋ยวจะไดขึ้นเฝาเสด็จดวยกัน ของถวายเปนกายเปน กองอยางนี้ ดีพระทัยตายแน" แมหัวเราะแลวก็ออกไปลูกตัวนอกหอง หลังจากนั้นก็ขึ้นเฝาเสด็จพรอมดวยของถวาย ซึ่งทําใหพลอย ดีใจ จนบอกไมถูก เพราะเสด็จทรงตื่นเตนของจากบานนอก ที่แมหามาถวายจริงๆ ที่พลอยดีใจมาก็เพราะวา ของเหลานั้นแมของพลอยเปนผูถวาย และผูที่ไดรับก็คือเสด็จของพลอยเอง พลอยยังเด็กไปที่จะรูวา ที่เสด็จดี พระทัยเปนการเอิกเกริก ก็เพราะโปรดตัวผูให ถาหากแมจะนําเอาไขเปดเพียงลูกเดียว หรือปลากรอบเพียงตัว เดียวหอผามาถวาย เสด็จก็คงดีพระทัยเทากัน คืนวันนั้นเอง พลอยก็ไดนอนกับแมอีกดวยความอุนใจเปนที่สุดที่แลว แมกอดพลอยไวขางๆตัว แลวก็ กระซิบถามวา "รักแมไหมพลอย" "รักจะแม" พลอยตอบ "รักเทาไหน" "รักเทาฟาจะ" พลอยตอบอยางเคยทุกทีที่แมถาม แมหัวเราะเบาๆ จูบแกมพลอย แลวกระซิบถามวา "พลอยถาแมจะมีพอใหมให พลอยจะวาอยางไร" "ก็พลอยมีเจาคุณพออยูแลวนี่จะแม" พลอยตอบอยางสงสัย เพราะไมรูจริงๆวาจะมีพอพรอมๆกันสองคน ไดอยางไร แมนิ่งอยูนาน แตในที่สุดก็พูดขึ้นวา "นอนเสียเถิดพลอย แมเอาเรื่องอะไรมาพูดก็ไมรู" อีกครูหนึ่ง แมก็ปรารภขึ้นเบาๆกับความมืดวา "ลูกไม หลนไมไกลตน แตตนอยูฟากขางโนน ไมไดอยูในมุงนี่" ซึ่งพลอยก็ไมไดสนใจเทาไร เพราะเกือบหลับอยูแลว

http://www.geocities.com/siamstory/ploy103_2.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๔ (หนาที่ ๑)

Page 1 of 4

สี่แผนดิน ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช แผนดินที่ ๑ บทที่ ๔ (หนาที่ ๑) แมเขามาอยูในวังราวๆ ๑๐ วัน แตในระหวาง ๑๐ วันนั้น พลอยไดพบกับแมเฉพาะตอนเชาและตอนบาย เพราะเวลากลางวันแมออกไปนอกวังทุกวัน อางวาจะไปทําธุระเรื่องคาขาย และทุกวันที่แมกลับมาจากขางนอก แมก็จะตองมีขนมหรือของกินมาฝากเสมอ พลอยสังเกตเห็นอาการกิริยาของแมผิดแปลกไปอีก เพราะบางทีแม ก็นั่งเหมอ เหมือนกับจะคิดอะไรอยางใจลอย บางคราวก็เหมือนกับนึกถึงสิ่งรื่นรมยใจ แลวก็ซอนยิ้มไวในใบหนา แตบางคราวเวลานอนอยูดวยกันกลางคืน แมเอื้อมแขนมากอดพลอยไว แลวก็ถอดใจใหญบอยครั้ง หลังจากคืน แรกที่แมมาถึงแลว แมก็มิไดเอยปากพูดถึงคนอื่น หรือตั้งปญหาถามพลอย เรื่องจะมีพอใหมอีกดีหรือไมอีกเลย เมื่อแมอําลาวาจะกลับไปฉะเชิงเทรา เพราะธุระกิจทางกรุงเทพฯเสร็จแลว และเรือที่อาศัยเขามานั้นคอยอยู พลอยก็มิไดรูสึกเสียใจเหมือนคราวกอน เพราะเห็นจริงเสียแลววา ถึงแมจะตองจากไป แมก็จะตองกลับมาอีกใน วันขางหนา และของตางๆที่แมนํามาฝากจากบานนอกนั้น ดูเหมือนจะคุมกับความคิดถึงแมที่พลอยตองอดทน และเมื่อแมจากไปอีกเปนหนที่สอง พลอยก็มิไดรูสึกวา ตนถูกทอดทิ้งเหมือนเมื่อครั้งแรก เพราะขณะนี้ พลอย รูสึกวาตนมีสวนอยูในชีวิตในวังหลวง มีพวกพองเพื่อนฝูง ที่ยอมรับวาพลอยเปนคนหนึ่งในหมูของตน มีเสด็จ เปนศูนยกลางแหงชีวิตในวัง และมีหนาที่เล็กๆนอยๆ ที่จะตองทําทุกๆวัน ทําใหเวลาแตละวันผานไปได โดยไม เปลาเปลี่ยว พลอยเริ่มรูสึกตัววา ชีวิตในวังนั้นมิใชวาจะคงที่เปนปกติอยูตลอดไป ตามธรรมดาชีวิตประจําวัน ก็มีเรื่อง ตางๆ เกี่ยวกับสวนตัวบุคคลสําหรับพูด สําหรับวิจารณ ซึ่งทําใหพลอยซึ่งยังเปนเด็ก ไดแตคอยฟงอยูเสมอ แต นอกจากนั้นยังมีงานตางๆในวัง ซึ่งทําใหพลอยตองใจเตนระทึกอยูเสมอ ดวยความหวังวา จะไดเที่ยวไดสนุก งานที่พลอยเห็นวาสนุกเปนหนักหนา และอีกหลายสิบปตอมา ถึงแมวาพลอยจะมีอายุมากแลว แตเมื่อนึกถึงก็ ยังอดใจเตนไมได ก็คืองานโสกันตทูลกระหมอมฟา พระเจาลูกยาเธอ กอนจะถึงกําหนดที่จะมีงานโสกันต ขาว ลือก็มักจะผานมาทางปากผูใหญ วาจะมีอะไรบาง ใครจะไดเปนนางสระเขากระบวนแห ใครจะไดถือมยุรฉัตร ใครจะไดเปนนางเชิญเครื่องและนางพัด ทานกําหนดใหแตงตัวอยางไร จะสวยหรือไม ตอไปก็ถึงเรื่องทูล กระหมอมที่จะโสกันตนั้น จะทรงเครื่องอยางไรบาง ในงันฟงสวดทั้งสามวัน และในวันโสกันตหรือวันสมโภช และเขาไกรลาสที่จะมีงานโสกันตนั้น จะตกแตงดงามและนาสนุกสักเพียงใด เรื่องเลากันทั้งหมดนี้ พลอยฟงไมมี เบื่อ และยิ่งใกลกําหนดวันเขามา พลอยก็ยิ่งเรงวันเรงคืน จะใหถึงกําหนดงานเร็วๆ บางคืนคิดถึงแตเรื่องจะ เที่ยวงาน จนนอนไมหลับ และในเทศกาลเชนนี้ ก็เปนเวลาที่ชาววัง จะตองตระเตรียมเครื่องแตงตัว ขางของ เครื่องประดับ ของบางรายที่เที่ยวจํานําไว ก็ตองหาหนทางไถถอนเอามาแตงตัวใหได ยิ่งใกลวันมีงานเขาไปอีก ทั้งพลอยและชอยก็อดรนทนไมไหว กลางวันวางๆก็ตองชวนกันเล็ดลอด หนี จากตําหนัก แลวออกทางประตูย่ําค่ํา ไปดูเขาสรางเขาไกรลาสที่ขางๆ พระที่นั่งอัมรินทร เริ่มดูตั้งแตเขาไกรลาส ยังเปนโครงไมไผสาน จนถึงเวลาที่เขาเอาแผนดีบุกหุม แลวทาสีใหเหมือนศิลาจริงๆ ทุกครั้งที่ไปดูก็จะเห็นเขา ไหรลาส อันเปนที่สรงน้ําหลังโสกันตนั้นผิดตาไปทุกครั้ง จนในที่สุด เมื่อใกลวันงานเขา มณฑปใหญยอดเขาก็ สรางเสร็จ บุษบกที่สรงก็เสร็จลงขางๆกัน เจาพนักงานเริ่มใสตนไมตางๆ และตอน้ําพุในเขา และกั้นราชวัตรปก ฉัตรโดยรอบบริเวณเขาไกรลาส ในเรื่องความเคลื่อนไหวตางๆเหลานี้ พลอยและชอย ดูเหมือนจะรูมากกวา ใครๆในตําหนัก แมแตเสด็จก็ตองรับสั่งถามบอยๆ จนชอยและพลอยกลายเปนพนักงาน รายงานเกือบทุกเวลา เสวย วาอะไรคืบหนาไปแคไหนแลว จนในที่สุดก็ถึงวันที่เฝาคอยกันอยูทุกคน คือวันที่เจานายโสกันต เสด็จออกฟงสวดวันแรก ชอยและ พลอยไปคอยดูแหอยูตั้งแตกลางวัน จนตกบายจึงจะไดเห็นกระบวนแห ผานจากพระราชฐานชั้นใน ออกมายัง เขตพระราชฐานชั้นนอก ในระหวางที่คอยดูแหอยูนั้น ทั้งพลอยและชอยรูสึกรอนจนเหงื่อตกเปยกชุม ไปทั้งตัว เพราะไหนจะแดดที่กระทบกับพื้นหิน เปนไอรอนกลับขึ้นมา ไหนจะตองเบียดเสียดกับคน ที่มาคอยดูแหเชนกัน ทั้งชอยและพลอยตกลงวาจะจูงมือกันไวแนน ไมยอมใหพลัดกันไปได พอพระเจาอยูหัว เสด็จออกสงทูล กระหมอมขึ้นพระยานมาศ เสียงประโคมสังขแตรจากขางใน บอกใหพลอยรูวา กระบวนแหจะเริ่ม ความรอนก็ หายไปเพราะความตื่นเตน ทําใหพลอยลืมทุกอยาง นอกจากจะดูใหเห็นสิ่งที่ไมเคยเห็น ตนกระบวนแหนั้น เปนทหารเดินแถวเปาแตรวง มีทหารแบกปนเดินกาวเทาพรอมกันไดจังหวะ เดิน ผานไปกองรอยหนึ่งกอน เสียงกองใหญแตรวงตีเปนจังหวะเราใจ ทําใหหัวใจพลอยเตนเขาจังหวะตาม พอเสียง แตรวงไกลออกไป เสียงกลองแขกคูหนึ่งที่นําขบวนหลังก็ดังใกลเขามา และเสียงปชวาเจื้อยแจว ก็ดังขึ้นแทน เสียงแตรฝรั่ง ที่คอยๆเบาลง มีขุนนางเดินประณมมือเปนคูเคียงเปนคูๆ ถดจากนั้น ไปถึงคูแหมหาดเล็ก เดิน

http://www.geocities.com/siamstory/ploy104.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๔ (หนาที่ ๑)

Page 2 of 4

เปนคูๆเชนเดียวกัน แลวจึงถึงกระบวนเด็กๆ ที่มาเขากระบวนแห ตามติดๆ มาดวยหมวดกลองชนะและแตร สังข ซี่งเปาเปนระยะๆ สองขางเปนพวกเครื่องสูง มีคนแตงเปนอินทรพรหม เดินถือเครื่องสูงพวกฉัตรและ บังแทรก แลดูสลางเหมือนกับตนไมที่เดินได จากนั้นก็ถึงพวกพราหมณที่เขากระบวน มีทั้งพราหมณเปาสังข และแกวงกลองเล็กๆ สองหนามีเสาปกกลางมีลูกตุมแขวน ที่เรียกวาไมบัณเฑาะว เสียงดังปงปง และมี พราหมณโปรยขาวตอก ในระหวางเครื่องสูงที่เชิญมาสลับสลอนนั้น มีมหาดเล็กถือพระแสง เดินแซงอยูดวย ตอ จากนั้นไปพวกผูหญิงที่มาดูแหซุบซิบกันดวยความสนใจ และสะกิดกันใหดู จุดที่สนใจก็คือ เด็กผูชายเล็กๆ สอง คนแตงตัวสวยงามถือขนนกการเวก เสียงกระซิบกันวา "นารัก" หรือ "นาเอ็นดู" ดังอยูทั่วไป แลวจึงถึง นางมยุรฉัตรอีกคูหนึ่ง แตงกายนุงยกจีบหมผานางประดับอาภรณเครื่องทองของจริง เดินถือหางนกยูงตามติดๆ มาดวย เด็กผูหญิงอีกคูหนึ่งแต���งกายคลายๆกัน แตในมือถือกิ่งไมเงินทอง แลวจึงถึงพระยานมาศ อันมีทูล กระหมอมประทับอยู แตงองคดวยเครื่องเพชรลวน ตองแสงแดดตอนบาย เปนประกาย ทุกคนที่คอยดูแหอยู อด อุทานมิไดวา "งามจริง ! " ถัดจากนั้นไปก็เปนกระบวนขุนนางตามเสด็จ และนางเชิญเครื่อง และนางพัดอีกเจ็ด คน แลวจึงถึงพวกนางสระและพวกขาหลวงตามเสด็จ ตอนนี้ที่ความสนใจของคนดูมีมากขึ้น เพราะคนนี้ก็รูจัก คนนั้น คนนั้นก็รูจักคนโนน ตางพากันสะกิดใหดูกันอยูทั่วๆไป พลอยและชอยไมสนใจกระบวนแหตอนทายเทาไรนัก เพราะพอไดฤกษเคลื่อนกระบวน การมหรสพทั้ง หลายทั้งปวงที่มีอยูในสนามขางหนา ก็เริ่มลงโรงพรอมกัน พอไดโอกาสทั้งพลอยและชอย ก็จูงมือกันเตรไปทาง ดานโรงมหรสพ ที่ตรงสนามหลังวัดพระแกว มีการละเลนที่นาดูหลายอยาง มีไมลอย ซึ่งคนปนไมสูงขึ้นไปยืนอยู บนยอด มีไตลวดและการแสดงโลดโผนอื่นๆ ที่พลอยชอบมากที่สุด ก็เห็นจะไดแก กระอั้วแทงควาย มีคนสอง คนเขาไปอยูในผาคลุม ถือหัวควายแสดงกิริยาเหมือนควายจริงๆ มีชายคนหนึ่ง เลนเปนผัวนางกระอั้ว ถือหอก ไลแทงควาย และมีคนแตงเปนนางกระอั้ว อยางตลกนาหัวเราะ ถือรมขาด และกระเดียดกระจาดคอยวิ่งตาม หลัง สวนควายนั้นก็วิ่งไลขวิดคนทั้งสอง ซึ่งหนีบางสูบาง ดวยทาทาง ที่ทําใหคนดูตองหัวเราะ ทองคัดทองแข็ง ดูเทาไรก็ไมเบื่อ สวนการละเลนที่เรียกวา โมงครุมและระเบงนั้น ผานไปดูไดประเดี๋ยวหนึ่ง ชอยก็ชวนไปที่อื่น บอกวาเบื่อไมเห็นมีอะไร รองซ้ําๆ ซากๆ อยูได พอตกค่ําถึงเวลาเริ่มจุดไฟ ทั้งชอยและพลอยก็ไมมีตาสําหรับจะดูที่อื่น นอกจากเขาไกรลาส เดินวนกัน อยูไมรูจักเหน็ดเหนื่อย จนนับรอบไมถวน เพราะเวลากลางคืนและแสงไฟที่ประดับประดาไว ไดเปลี่ยนสภาพ เขาไกรลาสที่ทําดวยไมไผและดีบุก ใหกลายเปนเขาไกรลาสในเทพนิยายไปจริงๆ ตนไมตางๆที่ปลูกไวบนเขา ดูระยิบระยับ ไดดวยดอกไมที่ถูกแสงไฟและลูกแกวสีตางๆ ที่แขวนไว รูปภาพตางๆ ถูกแสงไฟเขาก็กลับมีชีวิต ไมวาจะเปนรูปเทวดาหรือรูปสัตว ที่เรียงรายอยูทั่วไป ตามเชิงเขาไกรลาสนั้น ทําเปนคูหา แตละคูหาก็ตั้งตุกตา ไขกลไกกระดิกตัวเคลื่องไหวได เหมือนคนจริงๆ แตละคูหาก็แสดงเรื่องตางๆ มีรามเกียรติ์บาง อิเหนาบาง สังข ทองบาง จับเอาตอนใดตอนหนึ่งมาแสดง ซึ่งแสดงเปนภาพตุกตากล ซ้ําอยูไมรูจบ และพลอยก็ยืนดูอยูไดไมรู เบื่อ ความรูสึกหิวขาวหรืองวงนอนนั้นเปนอันวาลืมไดสนิท แมแตจะหนาวจะรอนก็ไมรูสึก จนตกดึกน้ําคางเริ่ม ลงจึงกลับตําหนัก พรอมดวยความเหนื่อยออนและอิ่มใจ ที่ไดเที่ยวสนุก แตพอรุงขึ้นพลอยก็กระวนกระวาย อยากไปดูงานอีก และก็ไดดูตลอดงานซึ่งกินเวลาหลายวัน พอเสร็จงานแลวเสด็จถึงกับทรงทักวา "นังพลอย เที่ยวงานเสียผอม" เมื่อมีงานคราวนี้ พลอยไดเห็นทั้งพระเจาอยูหัวและสมเด็จฯ ตลอดจนเจานายพระองคอื่นๆอยางใกลชิด พลอยไดเห็นพระเจาอยูหัวหลายครั้ง ขณะที่เสด็จออกรับพระกรทูลกระหมอมในงานโสกันต และตอนกลางคืน ขณะที่ยืนดูเขาไกรลาสเพลินอยู เสียงโขลนรองลากเสียงมาแตไกลวา "หามคนใหหยุด ... " เปนสัญญานวา เสด็จลงทอดพระเนตรงาน แตแรกพลอยกําลังเดินเพลินไมรูตัว จึงยืนเฉยๆ อยู รูสึกตัวเอาตอนชอยฉุดตัว ใหลง หมอบ และพอเงยหนาขึ้นมาอีกทีหนึ่ง ก็แลเห็นพระเจาอยูหัวและสมเด็จฯ พรอมดวยเจานายทรงพระเยาว อีก หลายพระองค เสด็จพระราชดําเนินผานมาใกลๆ ถาหากพลอยเอื้อมแขนของตนออกไปจนสุด นิ้วมือก็จะแตะ พระบาทไดพอดี พลอยขนลุกซูไปทั้งตัว และรูสึกวาหัวใจพองโต การอบรมสั่งสอนที่ไดรับ จากพอแม และ บรรพบุรุษมิรูกี่ชั่วคน ใหจงรักภักดีใหกตัญูตอพระเจาอยูหัว และใหเกรงกลัวอาญา จากเจาชีวิตของตนนั้น เดือดพลานอยูในหัวใจ ทั้งที่พลอยยังเปนเด็ก ความรูสึกในขณะนั้นบอกไมถูก จะเรียกวาเปนความปติยินดีสุด ขีด ที่ไดเฝาแหนจนใกลชิดก็ได หรือจะเรียกวาเปนความเกรงกลัว ขนาดขนพองสยองเกลาก็ไดอีกเหมือนกัน พลอยรีบฟุบหนาลงกราบแลวก็กมหนานิ่งอยู ไมกลาเงยหนาขึ้นมองดูตอไป แตมีความรูสึกบอกไดวา ไดเสด็จ พระราชดําเนินผานไปอยางชาๆ ไดยินเสียงเจานายเล็กๆ ทรงพระสรวล และตอมาก็ไดยินเสียงขางในตามเสด็จ คุย และหัวรอกันเบาๆ พลอยหมอบอยูอีกนานไมกลาเงยหนา จนรูสึกชาที่ขาพับเหมือนกับจะเปนเหน็บ ชอยเอื้อมมือมาสะกิด แลวบอกวา "พลอยดูซี เสด็จก็เสด็จ" และทันใดนั้น เสียงของเสด็จที่พลอยไดยินอยูจนเจนหู ก็ดังขึ้นวา "อาว ! นางพลอยกับนางชอยมาหมอบกระแตอยูนี่เอง"

http://www.geocities.com/siamstory/ploy104.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๔ (หนาที่ ๑)

Page 3 of 4

ทั้งชอยและพบอยเงยหนาขึ้นยิ้ม ชอยนั้นยิ้มอยางกวางขวาง ถึงเห็นฟนตลอด "ดูซิ ! " เสด็จทรงพระสรวล "พอทักเขาหนอย เลยทําทาเฝาแหนราวกับเปนพระญาติ เอา ! ถือนี่ไป" แลวเสด็จก็ทรงยื่นกลองหมากเสวย ใหพลอยถือตามเสด็จ พลอยเชิญกลองหมากเสวยตามเสด็จไป เหมือนกับกลองหมากนั้นมีชีวิต ตองถนอมดวยความบรรจง อยางยิ่ง สวนชอยก็เดินตามมาขางๆ ทั้งสองคนหนาบาน เพราะกลายเปนคนสําคัญไดเขากระบวน ชอยนั้นเดิน ใชสายตาสอดสาย ดูคนที่หมอบเรียงรายอยูทั่วไป เผื่อพบหนาคนรูจักจะไดยิ้มดวย และถามองเห็นคนที่ไมชอบ จะไดทําปนปงเมินหนาใหเห็นชัด แตพอเดินตามเสด็จไดสักหนอย ชอยคงรูสึกตัววา ถูกมองหนักเขา ก็หัน มากระซิบกับพลอยวา "พลอย อีกสักครูใหฉันเชิญกลองหมากเสวยบางนะ เดินมือเปลาๆ ฉันชักเกอแลวละ" งานโสกันตที่พลอยเห็นวาสนุกหนักหนานั้น เปนงานจรมิใชวาจะมีทุกปไป งานที่พลอยเห็นวา สนุกเปน อยางยิ่ง และเปนงานประจําป ถึงแมวาจะผานไปแลว ก็เฝาเรงวันเรงคืนใหถึงอีก คืองานลอยกระทง ซึ่งมีใน กลางเดือน ๑๒ เสด็จตามเสด็จพระเจาอยูหัวออกแพที่ทาขุนนาง และโปรดใหชอยและพลอยตามเสด็จ เพราะ รับสั่งวา งานอยางนี้เด็กๆ ไดดูสนุกกวาผูใหญ และเมื่อพลอยและชอยไดตามเสด็จ ก็เปนโอกาสที่คุณสาย จะ เปดหีบหยิบของแตงตัวออกแตงใหทั้งสองคน อยางเต็มยศ เพราะมีหนาที่ตามเสด็จเปนงานออกหนาออกตา เวลาที่เสด็จลงแพนั้นในราวสองยาม ซึ่งเปนเวลาที่พลอยหลับแลวในยามปกติ แตในคืนวันงานนั้น ถึงแม วาจะงวงแสนงวง พลอยก็ตองถางตาไวมิใหหลับเสียกอน พอตอน ๕ ทุมก็ตองถึงกับตองลางหนาใหหายงวง คืน วันเพ็ญเดือน ๑๒ เวลาสองยามนั้น อากาศเยือกเย็นทองฟาแจมใสปราศจากเมฆ และพระจันทรดวงโตที่สุด ใน รอบป ลอยอยูตรงกลางศีรษะพอดี พอถึงเวลาเสด็จออกทามกลางเสียงประโคม ทุกอยางที่เตรียมไวพรอม ก็เริ่ม มีชีวิต พลอยยังจําไดดีถึงเสียงโขลนรองลากเสียงบอกกันตอไป เวลาเจานายเสด็จออกจากวังวา "เปดขาง !" แลวมีเสียงรองรับกลับมาวา "เปดขางแลว !" เปนสัญญานวาไดเปดประตูขางใหเจานายเสด็จผาน พระเจาอยูหัว เสด็จออกประทับเร���อบัลลังก จอดอยูหนาตําหนักแพพรอมดวยเจานายขางใน ฝายพลอยและชอยก็ปะปนอยูกับ หมูขาหลวงตามเสด็จ พยายามกระเถิบออกไปจนไดที่นั่งชิดริมน้ําที่สุด เพื่อจะดูกระทงใหเต็มตา เบื้องหนาออก ไป ในทองน้ํามีเรือลอมวง จอดอยูเรียงราย มีเสียงปพาทยและกลองแขกดังอยูไมขาด ระหวางเรือลอมวง มีทุน หยวกปกไตจุดสวางทอดไวเปนระยะ กําหนดบริเวณมิใหใครเขามากล้ํากราย นอกทุนออกไปเปนเรือราษฎร ที่ มาดูงานและมาเฝาในหลวงมากมายหลายพันลํา ดูมืดเต็มทองน้ําไปหมด และมีเรือจางพนักงานปกโคมบังพาย ขึ้นลองคอยตรวจตรารักษาความสงบ ที่หนาเรือบัลลังกนั้น เจาพนักงานจอดเรือพระที่นั่งอนันตนาคราชเตรียมไว บนบุษบกตั้งพระชัย หัวทาย เรือพระที่นั่งจุดโคมกระจกสีตางๆ ดูแพรวพราว ที่หนาบุษบกอันเปนที่ตั้งพระพุทธรูป ตั้งเครื่องนมัสการ มีธูป เทียนตอชนวนมายังเรือบัลลังก เมื่อพระเจาอยูหัวทรงจุดชนวน ในพริบตาเดียวเทียนหนาพระ ก็สวางพรึบขึ้น พรอมกัน ตอจากนั้นเจานายขางในทรงจุดเทียนภายในเรือนั้นอีกจนทั่ว ทําใหเรือพระที่นั่งลํามหึมานั้น สวางแจง ดวยแสงประทีป แสงไฟกระทบลวดลายสลักที่ปดทองลองชาด และติดกระจก บังเกิดแสงสะทอนดูเหมือนกับวา เรือพระที่นั่งนั้นมีชีวิต และเปนสัตวที่แสนจะงดงาม ลอยมาจากอีกโลกหนึ่ง เมื่อทรงจุดเทียนเสร็จฝพายในเรือ พระที่นั่ง ก็เริ่มพาย และเรือพระที่นั่งก็เคลื่อนที่ ออกไปชาๆ พรอมดวยเสียงเหเรือและเสียงฝพายรับกึกกอง ตอ จากนั้นเรือพระที่นั่งศรีสุพรรณหงส ก็ลอยเขามาเทียบหนาเรือบัลลังก เพื่อใหทรงจุดเทียนเชนเดียวกับเรือพระที่ นั่งลํากอน จากเรื่อลําใหญซึ่งลอยลําออกไปกลางน้ํา สองแสงสวางจากลําเรือ ไปรอบบริเวณ เหมือนพระอาทิตย พระจันทรในทามกลางความมืด และแสงสวางนั้น จับใบหนาคนหลายพัน ที่อยูในเรือเล็กเรือนอย ที่มาคอยชม อยู ใหแลเห็นไดชัด ตอจากนั้นก็มีการปลอยเรือกระทงเล็กๆ ทําเหมือนเรือพระที่นั่งและเรือกราบของจริง จุด เทียนราย ตลอดลํา ลอยมาทั้งกระบวน แลวจึงถึงสําเภาแบบของจริง แตยอสวนเล็กลงไปหมด จุดเทียนและโคม สวาง ทั่วทั้งลํา ภาพทั้งหมดนี้เปนภาพที่พลอยจําไดติดตา ไมมีวันลืมเลือนอีกภาพหนึ่ง เวลาที่พลอยรูสึกวาสนุกที่สุดก็คือตอนจุดดอกไมไฟ ซึ่งเริ่มตนหลังจากทรงดอกไมเพลิงเปนสัญญาน ที่ หนาเรือบัลลังก บัดเดี๋ยวใจ ทงทองน้ําก็ดูเหมือนจะเต็มไปดวยดอกไมเพลิง เพราะเรือตางๆที่จอดอยู นับจํานวน ไมถวนนั้น ตางพากันจุดดอกไมเพลิงขึ้นพรอมกัน บางอยางก็นาดู เชนพุมตะไลที่เขาจุดตามทุน บางอยางก็นา กลัว เชนพลุและรัดทาซึ่งสงเสียงดัง ภายในระยะเวลาติดๆกัน บนทองฟาก็เต็มไปดวยดาวสีตางๆ ที่รวงพรูกลับ ลงมา แลวก็เสียงพลุเสียงพะเนียง เกิดเปนดาวกระจายเต็มทองฟาแทนกันอยูไมขาด ในน้ําเบื้องหนา มีแต ดอกไมน้ําทุกขนาด สงเสียงมุดน้ําหรือพนไฟออกจากตัว อยูไมขาดระยะ เจาพนักงานจัดดอกไมน้ําทุกชนิด แต ขนาดยอมกวาธรรมดาไวแจกถวายเจานายขางในทรงจุด และมีเหลือพอสําหรับขางในที่ไมใชเจานาย ตลอดจน ถึงพลอยและชอย ตอนนี้เปนตอนที่สนุกที่สุด เพราะจะสงเสียงวีดวายกันบางก็ได ดวยเสียงดอกไมเพลิง นั้นดัง กวา คอยกลบเสียงคนอยู ชอยถือโอกาสที่ผูใหญกลัวดอกไมเพลิง จุดดอกไมหลายดอกแตไมโยนลงน้ํา กลับทํา รวงเขาไปในหมูชาววังที่นั่งอยู ทําใหเกิดหวีดรองและลุกหนีกันชุลมุน แตเพราะความกลานั่นเอง พอถึงตําหนัก ก็ปรากฏวา ผานุงของชอยไหมเปนรูโหวไปหลายรูเหมือนกัน

http://www.geocities.com/siamstory/ploy104.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๔ (หนาที่ ๑)

Page 4 of 4

ดวยชีวิตอันอยูในกรอบแวดลอมไปดวยระเบียบประเพณีตางๆ พลอยก็อยูในวังตอมาจนความรูสึกเรื่อง บานเดิมที่เคยอยูนั้นเลือนรางไปจากความทรงจํา ถึงจะนึกถึงบางก็เปนบางเวลา พลอยก็มองเห็นแตภาพรางๆ ผิดกับภาพที่แจมใสชัดเจนที่เคยนึกเห็นได เมื่อจากบานใหมๆ รายละเอียดตางๆ ที่เคยจําไดวา สิ่งใดอยูที่ไหน และตรงไหนมีอะไรบาง หรือคนที่บานหนาตาเปนอยางไรนั้น ยิ่งวันคืนลวงไปก็ยิ่งเลือนรางไปทุกที พลอยเขามา อยูในวังเดือนหนึ่งก็แลวสองเดือนก็แลว แตก็ไมปรากฏวาใครทางบานมาติดตอ หรือสงขาวคราว มาใหทราบ สวนแมนั้นสองเดือนสามเดือนก็มาเยี่ยมพลอยครั้งหนึ่ง พรอมดวยของฝากนานาชนิด และความรัก ของแมที่มี ไวใหพลอยเสมอ แตถึงวาแมจะเปนฝายไปมาหาสูตลอดมา โดยมิไดมีคนทางบานเกี่ยวของเลยก็ตาม ในใจจริง ของพลอยก็ยังไมรูสึกวา ขาดจากบานคลองบางหลวง ทุกครั้งที่นึกถึงบาน ก็มีแตบานนั้นที่พลอยเห็นเปน ของ ตัว และตัวเปนสวนหนึ่งของบาน ถาจะคิดไปในทางที่วาผูใดจะเปนผูมีอํานาจสั่งการ เกี่ยวกับชีวิตของพลอย ได เด็ดขาด คือบอกใหพลอยทําสิ่งใด พลอยก็ทําตามแลว พลอยก็เห็นวามีเจาคุณพออีกคนหนึ่ง นอกจากเสด็จ และมีอยูเพียงสองคนเทานั้น สวนแมนั้นเปนวัตถุแหงความรักและความยินดี แตก็ไมรูสึกวามีสวนสําคัญในการที่ จะบันดาลใหชีวิตของพลอยเปนไปในทางใด สวนผูที่อบรมนิสัย อบรมมารยาท ตลอดจนประสิทธิ์ประสาทวิชา ความรูตางๆ ใหแกพลอยนั้นคือคุณสาย ซึ่งพลอยรูสึกทั้งรักทั้งกลัว และเพราะความกลัวนั้น จึงมิสูกลาจะเปน กันเองกับคุณสาย ทั้งที่กินนอนอยูกับคุณสายทุกวันเปนประจํา ในที่สุดพฤติการณบางอยางเกี่ยวกับแม ก็ทําใหพลอยตองรูสึกเหินหางออกไปอีก แมเขามาเยี่ยมในวัง สามสี่ครั้ง แลวก็หายไปนาน จนวันหนึ่งนางพิศหอบขาวของพะรุงพะรัง เขามาที่ตําหนัก ขณะที่พลอยนั่งกินขาว เชาอยูกับคุณสายและชอย นางพิศเขามาในหองแลวก็ทรุดตัวลงนั่งยกมือไหวคุณสาย สวนพลอยดีใจวาแมมาเยี่ยม จึงถามขึ้นวา "แมอยูไหนละ" "คุณแมไมมาหรอกเที่ยวนี้" นางพิศตอบกมหนา "ใหบาวมาคนเดียว และเอาของมาใหคุณ" พลอยหนาเสียลงไปทันที เพราะของที่แมเอามาใหนั้นหมดความสําคัญทั้งสิ้น ถาหากวาแมไมมาดวย สิ่ง แรกที่วูบขึ้นมาในหัวใจก็คือ แมตองเจ็บไข หรือมีอันจะเปนอะไรแลว และทาทางของนางพิศ ก็ชักจูงใหคิด ไป ทางนี้ "แมเปนอะไรไปพิศ" พลอยถามเสียงสั่น "คุณอยาเพิ่งรูเดี๋ยวนี้เลย" นางพิศตอบ "แลวบาวจะเลาใหฟง" พลอยน้ําตากลบลูกตาทันที จะไตถามตอไปก็สิ้นปญญา เหลียวดูหนาคุณสายเหมือนกับวา จะขอความ ชวยเหลือ ฝายคุณสายเห็นความทุกขที่ปรากฏอยูบนหนาพลอย ก็ยื่นมือเขาชวยทันที "แมเชมเปนอะไรไป พิศ" คุณสายถามอยางเอาจริง "บอกมาเถิดไมตองปดบัง ถึงพลอยไมรูเดี๋ยวนี้ ก็ตอง รูเขาวันหนึ่ง" "ไมเปนไรหรอกเจาคะ" นางพิศตอบแลวกมหนาเอามือเขี่ยพื้นกระดาน "คุณเธอบอกวามาในวังไมได อายเขา" พลอยน้ําตารวงพรูทันที เมื่อไดยินคําพูดของนางพิศ แมเปนอะไรจึงตองอับอายขายหนาถึงกับเขาวังไม ได จะเจ็บไขเปนอะไรจนเสียโฉม หรือวาจะยากจนผ���าผอนขาด จนไมกลามาหาพลอย "ไฮ ! เปนอะไร ถึงตองอับอายถึงเพียงนั้น" คุณสายถามอยางไมเชื่อหู นางพิศนิ่งอิดออดไมยอมตอบ แตเห็นคุณสายก็นิ่งรอคําตอบอยู สวนพลอยก็ชักจะสะอื้นถี่เขา นางพิศก็ รองไหโฮ ยกผาหมขึ้นปดหนา แลวก็สะอึกสะอื้นแลวกลาววา "คุณเธอมีครรภเจาคะ" คุณสายตกตะลึงจังงังไปครูหนึ่ง แตแลวก็ไดสติถามนางพิศ ขึ้นเบาๆวา "มีทองกับใคร พอฉิมตัวดีนั่นละซี" "เจาคะ นั่นแหละเจาคะ" นางพิศตอบ คุณสายนิ่งอยูนาน ระหวางนั้นก็อิ่มขาว ลางไมลางมืออยางชาๆ เหมือนกับจะใหสะอาดเปนพิเศษ แลวก็ เอาขี้ผึ้งสีปากขึ้นมาสีอยางบรรจง เอาหมากใสปากเคี้ยวชาๆ จนเกือบหมดคําแลวจึงพูดขึ้นวา "พิศ ไปหาขาวกินเสียที่หลังตําหนักกับผาด ชอยขึ้นไปอยูกับเสด็จขางบนเดี๋ยวนี้อยาร่ําไร" และเมื่อคน ทั้งสองออกไปนอกหอง เหลือกันสองตอสอง คุณสายก็เริ่มอธิบายใหพลอยฟง ถึงเรื่องการมีเรือน การเปนผัว เปนเมีย แลวก็มีลูก และคนที่มีลูกกับคนๆหนึ่งนั้น อาจไปมีลูกกับคนอื่นอีกก็ได และสรุปความวา ถึงแมวาแมจะ ไปมีลูก ซึ่งเปนนองของพลอยตอไปอีกกี่คน เทาที่คุณสายรูใจ แมก็คงยังรักพลอยมากที่สุด อยูนั่นเอง ซึ่งมิได ทําใหพลอยมีความรูสึกดีขึ้นอยางไรเลย อานตอหนาที่ ๒

http://www.geocities.com/siamstory/ploy104.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๔ (หนาที่ ๒)

Page 1 of 5

สี่แผนดิน ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช แผนดินที่ ๑ บทที่ ๔ (หนาที่ ๒) ตลอดวันนั้นทั้งวันคุณสายไมยอมใหพลอยคลาดจากสายตาไปได เรียกใหชวยทําโนนทํานี่ เพื่อเก็บตัว พลอยไวใกลๆ ทั้งที่พลอยอยากจะไปถามรายละเอียดเรื่องแมจากนางพิศ แตก็ไมกลา เพราะคุณสายทําเฉยๆ คลายๆกับไมอยากใหพลอยไตถามเรื่องนี้มากนัก แตคุณสายจะไดขึ้นไปทูลเสด็จไวแลวอยางไรก็ไมทราบได เพราะเมื่อพลอยขึ้นไปเฝารับใชตอนกลางวัน เห็นเสด็จทอดพระเนตรมาทางพลอยบอยๆ เหมือนกับจะสน พระทัย วาพลอยรูสึกอยางไร แตพลอยก็อยูในวังมานานพอที่ซอนความรูสึก มิใหปรากฏตอพระพักตรเจานาย ของตน เสด็จจึงมิไดรับสั่งเรื่องแมไดสามีใหม แตอยางใด แตพอตกบาย ขณะที่พลอยเฝาอยูพรอมกับคุณสาย และชอย เสด็จก็รับสั่งขึ้นวา "สาย นังชอยนี่อายุครบโกนจุกแลว ขาจะโกนจุกให" คุณสายพูดพึมพําขอบพระเดชพระคุณแลวก็กราบ แตแลวก็หันมาตาเขียวกับชอย ซึ่งหมอบแหงนหนาดู นกกระจอกสองสามตัว ที่ชายคาตําหนักเพลิดเพลิน ทําเอาชอยตองหนามอยลงกราบเสด็จเชนเดียวกัน "แตนังพลอยนี่จะวายังไง" เสด็จรับสั่งตอ "เด็กมันอยูกับขา ขาก็อยากโกนจุกใหพรอมๆกัน แตพลอยเขา มีพอเปนขุนนาง จะทําไปโดยลําพัง เขาจะวาอยางไรก็ไมรู" "ถาเสด็จรับสั่งไปก็เห็นจะไมขัดดอกมังคะ" คุณสายทูล "นั้นซี ถาอยางไรเจาออกไปถามเขาดู ใหไดเรื่องไดราวก็จะดี ถาไปละก็พาพลอยไปดวย ไปเยี่ยมพอเขา เสียดบาง" "มังคะ" คุณสายรับคําที่เสด็จรับสั่ง พลอยไดยินขอความที่เสด็จรับสั่งก็ดีใจ อีกทางหนึ่งในเรื่องที่จะไดโกนจุก ใจจริงนั้นอยากโกนจุก พรอม กับชอย และการที่จะกลับไปโกนจุกที่บานนั้น พลอยนึกไปไมถึงวาจะกลับไปไดอยางไร แตเมื่อไดยินเสด็จ รับ สั่งใหคุณสายพาไปเยี่ยมบาน ก็ดีใจที่จะไดกลับไปพบคุณเชย พี่สาวคนเล็ก ซึ่งพลอยยังคิดถึงอยูเสมอ พลอยยัง เด็กเกินไป ที่จะเดาพระทัยเสด็จออกวา ทรงเปนหวงพลอยมากขึ้น หลังจากที่คุณสายไดขึ้นมา กระซิบทูลวา แม แชมไดสามีใหมเปนญาติหางๆทางบานนอก และขณะนี้กําลังตั้งครรภ ซึ่งทําใหเสด็จทรงพระเมตตาพลอยวา เปนเหมือนเด็กกําพรา เพราะทางพอก็ดูเนือยๆไมสนใจ ทางแมก็ไปมีเรื่อง ผูกพันเพิ่มเติม เสด็จจึงตั้งพระทัยที่ จะทรงอุปการะพลอยมากขึ้นกวาเกา และขณะเดียวกันก็มีพระประสงค จะใหพลอยไดกลับไปบานเดิมบาง แม จะเปนชั่วครูชั่วยามก็ยังดี พลอยจะไดไมขาดตอนจากพี่นองเสียเลย ความดีใจที่จะไดโกนจุก และจะไดไปเที่ยวบาน ก็ยังหาทําใหพลอยลืมเรื่องแมลงไปดวยไม จนคืนวันนั้น คุณสายขึ้นไปบนตําหนักตามปกติ และพลอยเขานอนกอน นางพิศจึงเขามาชวยไลยุงในมุง และถือโอกาสเลา เรื่องแมใหฟง "คุณพลอยอยาไปเสียอกเสียใจอะไรเลย" นางพิศเริ่มกลาวอารัมภบท "คุณแมไมเปนอะไรหรอก มีทองมี ไส ใครๆเขาก็มีกัน คุณแมก็ยังไมแกเฒาอะไรหนักหนา ไปอยูหัวเมืองจะไปอยูคนเดียวไดยังไง เธอก็ตองหาที่ พึ่งไวบาง" "แลวพอฉิมนี่เขาเปนอยางไรบางพิศ" พลอยถาม "บาวก็วาเขาเค็มไปหนอย แตคุณเธอวาของเธอดีไวใจได บาวก็ตองนิ่ง" นางพิศตอบ แลวก็พูดตอไป ทันทีวา "แตทาเขาจะดีจริงๆกระมัง คุณพลอยอยาไปวิตกไปเลย ถาไมดีจริงแมจะไปตกลองปลองชิ้น กับเขา หรือ คุณเธอเปนผูดี ตาเธอก็ตองสูง ดูอะไรก็รูเรื่อง ไฮ ! นังพิศ เอ็งเปนขี้ขาเขาแลวยังไมเจียมตัว สะเออะไป เที่ยววา เขาอยางนั้นอยางนี้ หลังจะลายไมรูตัว" นางพิศเริ่มเทศนาเตือนสติตัวเอง "เวลานี้แมอยูที่ไหน" พลอยซักตอ "ก็อยูบานที่ไปอยูแตแรกซีคุณพลอย ทีแรกไปอยูกับบาวสองคน แลวก็หาคนบานนอกมาไวใชอีกคนหนึ่ง ตอมาเห็นบนวาวาเหว พอฉิมเขาก็เลยพานองสาวเขา ชื่อแมปลั่งมาอยูเปนเพื่อน เขามากันสองคนพี่นอง เขาวา เพื่อกันคนนินทา แลวเดี๋ยวนี้ก็เลยอยูกินกันเปดเผย ใครๆเขาก็รูกันทั่วแลว" "พิศมาเสียอยางนี้ แมจะไดใครใชเลาพิศ" พลอยปรารภขึ้นอยางเปนหวง นางพิศยกมือขึ้นเช็ดน้ําตาแลวพูดวยเสียงเครือๆวา "ทูนหัวของพิศ ตัวเล็กเทานี้ยังมีน้ําใจเผื่อแผถึงคุณแม คุณพลอยไมตองเปนหวงหรอก พิศไมมีทิ้งนาย ของตัวเสียละ จะเปนจะตายก็ใหมันรูกันไป อีกสองสามวันพิศก็จะกลับ เวลานี้ก็ยังไมเปนไร เพราะคุณยังไมเจ็บ ไมไข ตอไปก็จะตองคอยดูกันมากกวานี้"

http://www.geocities.com/siamstory/ploy104_2.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๔ (หนาที่ ๒)

Page 2 of 5

"พิศ" พลอยถามตอไปอีก "แมปลั่งนองพอฉิมที่เขามาอยูนะ เขาทําอะไรบาง" "ฮึ ! " นางพิศรองในคอ "ก็มาเปนนายของอีพิศอีกคนนะซี ทีแรกมาก็ดี เอาใจคุณแม ปฏิบัติวัตถาก ทุกอยาง ไมวาจะพูดวาอะไร เปนเห็นจริงไปหมด แตพอเขาเปนนองสะใภเทานั้นแหละคุณพลอยเอย เปลี่ยนไป เปนคนละคน ทีเดียว เขาทํายังกะเปนบานของพี่ชายเขา นิดก็ไมได หนอยก็ไมได เปนผิดใจไปหมด พี่ชายเขาก็ รักนองสาว คุณเธอก็รักผัว เลยตองกลายเปนปฏิบัตินองผัวไป แตคุณเธอใจดี อยางฉันละก็ทนไมไหวละ ทั้งๆที่ อีพิศมีคาตัว อยางนี้แหละ ขืนแหลมมาวันไหนละแมตบลางน้ํา ใหลือกันสักที ไมกลัวหวายกลัวตรวนหรอกคอย ดูไปซี" แลวนางพิศก็เอามือตบปากตัวเองเผียะใหญ พลางรองวา "อีพิศ อีเวร มึงเอาอะไรมาพูดใหลูกนายกูฟง" แลวก็หัวเราะชอบใจ หยิบพัดมาพัดใหพลอย แลวบอกวา "พอทีคุณพลอย นอนเสียเถอะ บาวจะเลานิทานใหฟง" ฝายพลอยก็นอนหลับตาฟงนิทานของนางพิศ เรื่องตาเถรกินหอยจุบแจง ซึ่งเปนนิยายที่ไดฟงนางพิศเลาใหฟงมาแตเด็กๆจนเดี๋ยวนี้ ไดฟง���ีไรเปนหลับทุกที อีกราวๆอาทิตยหนึ่งตอมา คุณสายก็บอกใหพลอยรูตัววา ในวันรุงขึ้นจะพาพลอยออกจากวังในตอนเชา เพื่อไปเยี่ยมบาน และคุณสายก็บอกใหรูตัวดวยวา การไปคราวนี้จะไมมีเวลาอยูไดนานนัก เพราะเมื่อคุณสาย พูดธุระกับเจาคุณพอเสร็จ และใหโอกาสพลอยไดปราศรัย ถามทุกขสุขกับพี่นองตามสมควรแลว ก็จะรีบกลับ ทันที แตถึงจะรูตัวลวงหนาอยางนี้แลวก็ตาม พลอยก็ยังตื่นเตนกระหายที่จะไป เพราะจากบานมาไดเกือบแปด เดือน ยังมิไดเคยพบหนาคนทางบานหรือไดขาวคราวอยางใดเลย จึงคอยเวลาที่จะออกเดินทางไปบาน ดวย ความตื่นเตน รุงขึ้นเชาอีกวันหนึ่ง คุณสายใหพลอยกินขาวแตเชา แลวก็แตงตัวใหดูหมดจดเปนพิเศษ เปดหีบหยิบ ของแตงตัวมาใสใหพลอย พลางอธิบายใหพลอยฟงวา การแตงเนื้อแตงตัวเปนพิเศษนั้น มิใชวา จะไปโออวดใคร แตจําตองทําเพื่อกันนินทา และปองกันความสงสัยวา พลอยจะไดรับการเลี้ยงดูที่ไมดี และเตือนสติวา เมื่อไปถึง บานแลว ใหพลอยระวังกิริยาวาจาใหจงดี เพราะถาไปแสดงสิ่งใดใหเปนที่ตําหนิได จะขายพระพักตรเสด็จผูเปน เจานายของตน และขายหนาคุณสายผูเปนผูดูแลเลี้ยงดู พลอยอดสงสัยมิไดวา คุณสายกับเจาคุณพอ จะรูจักคุน เคยกันเพียงใด จึงถามออกไปขณะที่แตงตัวอยู "คุณพอพลอยนะหรือ" คุณสายพูดยิ้มๆ "ปารูจักมานานแลว ตั้งแตทานเปนมหาดเล็กอยูในวัง ตอนนั้น ปา จะโตกวาพลอยสักหนอย และทานก็ยังเปนหนุม ตอนทานชอบแมของพลอย ปาก็เลยไดโอกาสคุนเคยกับ ทาน ไปดวย ถาไมรูจักกัน ปาจะออกไปหาทานไดอยางไร" เมื่อแตงตัวเสร็จ คุณสายก็พาพลอยออกจากวัง มีผาดถือหีบหมากตามหลัง บายหนาไปลงเรือที่ทาพระ แลวเรือก็เริ่มขามแมน้ํามุงไปยังคลองบางหลวง ครั้งนี้เปนครั้งแรกที่ออกจากวัง หลังจากวันที่พลอยเขาไปกับแม สิ่งตางๆที่ไดพบเห็นระหวางเดินทาง ก็ยังเรียกรองความสนใจจากพลอยอยูไมนอย พลอยรูสึกวาโลกภายนอกนี้ กวางใหญเอาการ เต็มไปดวยคนที่ไมรูจัก บางคนก็มีกิริยาวาจากักขฬะไมนาดู เสียงแมคาที่วางหาบอยูใกล ทางลงเรือสงเสียงพูดกัน ทําใหพลอยตองเมินหนา และทําใหคุณสายตองรีบสาวเทาเดิน เพื่อใหผานไปเสียเร็วๆ แตพอเรือเริ่มออกแจวขามแมน้ํา กิริยาอาการของคุณสายก็โกลาหล คุณสายกําหนดที่ใหพลอยนั่งตรงกลางลํา มิใหเอียงไปทางกราบไหนไดเปนอันขาด เพราะเกรงวาเรือจะลม คุณสายนั่งอยางระวังตอนทายเรือ บังคับให ผาด นั่งตอนหัวเรือพรอมกับสั่งใหนั่งนิ่งๆ เหมือนกับวาผาดเปนเด็กเล็กๆเทากับพลอย พอเรือออกจากทาไปได ไมเทาไร ความกลัววาเรือจะลมของคุณสาย ก็เพิ่มมากขึ้น พรอมทั้งความวุนวายตางๆ คุณสายนั่งอยูกึ่งกลาง เรือ มือทั้งสองจับกราบเรือๆไวแนนขางละกราบ พอเรือเอียงทีหนึ่งก็รองวายทีหนึ่ง แลวก็รองบอกละล่ําละลักให ผาด เปลี่ยนที่นั่งทุกทีไป เพื่อขืนใหเรือมิใหเอียง ฝายผาดก็ขวัญออนอยูมิใชเลน พอคุณสายรองวายทีหนึ่ง ผาด ก็พลั้ง ทีหนึ่งดวยถอยคําแปลกๆ เปนตนวา ตาเถน ! บาง กระโถนหก ! บาง แมแตของอื่นซึ่งไมนาตกหรือหก ได ผาดก็ นําเอามาตกและหกลงในเรือทุกครั้ง ที่เรือเอียงแมแตนอย พลอยวายน้ําเปนมาแลวจากตีนทาหนา บาน ฉะนั้นจึงไม กลัวเรือลม แตนั่งดูความกลัวของคุณสาย และคําพลั้งของผาดอยางสนุกเต็มที่ เมื่อปรากฏวา คุณสายรองวาย ทีหนึ่ง ผาดก็พลั้งทีหนึ่ง พลอยก็นั่งภาวนาในใจใหเรือเอียงบอยๆ เพราะอยากไดยินวาผาดจะ พลั้งวาอะไรตอไป ระหวางที่เรือกําลังแจวขามแมน้ํา คุณสายและผาดซึ่งนั่งหัวเรือและทายเรือก็รองรับกันอยู เรื่อยๆ จนตาแก ซึ่งเปนคนแจวเรือออกสนุก เคี้ยวหมากไปและหัวเราะหึๆ อยูในคอ พลอยเหลียวไปดูตาแกก็ ยิ้มแลวพยักหนาให ทันใดนั้นก็วาดแจวใหเรือเอียงอยางนากลัว เปนเหตุใหคุณสายรองดังกวาปกติ และผาดก็ พลั้งยืดยาวกวาธรรมดา การเปนไปอยางนั้นจนเรือเขาคลองบางหลวง จึงคอยสงบลง เพราะเรือแจวเลียบริม ตลิ่งไปใกลๆ เมื่อวันที่แมพาออกจากบานพลอยรูสึกวาไกลแสนไกล แตขากลับไปเยี่ยมบานนี้ พลอยรูสึกวาระยะทาง ใกล ไปหมด นั่งเรือมาไดครูเดียว ก็แลเห็นศาลาทาน้ําลิบๆ และในระยะเวลาอีกไมนานนัก พลอยก็เห็นเด็กสอง คน โหนศาลาทาน้ําอยู คนหนึ่งนั้นคือคุณเชย คุณเชยคนเกาที่ยังมิไดเปลี่ยนแปลงไปเลย อีกคนคือพอเพิ่ม พี่ ชายรวมทองของพลอย ซึ่งยังเหมือนคนเกาอยูเชนกัน พลอยรูทันทีวา ตั้งแตตัวจากไปแลว คุณเชยคงไมมีใคร จะเลนดวย ตองหันมาเลนกับพอเพิ่ม ระหวางที่เรือแลนเขาไปยังตีนทานั้น คนทั้งสองที่อยูบนศาลา ยังมิไดทันสังเกตวาใครอยูในเรือ แตพอ

http://www.geocities.com/siamstory/ploy104_2.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๔ (หนาที่ ๒)

Page 3 of 5

เรือ จะเขาเทียบทา พอเพิ่มก็เหลียวมาเห็นพลอยเขากอน พอเห็นพลอยตาพอเพิ่มก็เบิกกวาง อาปากรองลั่นวา "คุณเชย ! ดูซี ใครมานั่นแนะ" ฝายคุณเชย เมื่อไดยินเสียงพอเพิ่มก็เหลียวมาดู พอเห็นพลอย คุณเชยก็เกาะเสาดวยความดีใจรองวา "แมพลอย ! แมพลอยมาแลวๆๆ" รองซ้ําๆอยูดังนั้น คุณสายและพลอยขึ้นบันไดไปบนศาลา คุณสาย ถามขึ้น กอนวาพอเพิ่มเปนใคร พอพลอยบอกคุณสายก็วาเคยเห็นมาแตยังแบเบาะ สวนคุณเชยนั้นคุณสายบน อุบอิบอยู ในคอวา กิริยาอยางกับเด็กผูชาย เมื่อไดความวาเจาคุณพอกําลังลงมาดูไมดัดอยูขางตึก คุณสายก็ ตรงเขาไป มีผาดถือหีบหมากตามหลังไปติดๆ ตอจากนั้นก็มีพลอยเดินกลาง คุณเชยและพอเพิ่มเดินขนาบขาง สนทนาทักถามกันอยางตื่นเตนเปนที่สุด หลังจากที่ไมไดพบกันมาเปนเวลานาน เจาคุณพอกําลังเดินดูไมดัดอยูขางตึกจริงๆ อยางที่คุณเชยไดบอกไว พลอยเองก็รูอยูแลววา ตามปกติ เจาคุณพอตื่นแตเชาแลวก็ลงขางลางเดินเลน หรือดูตนไมที่ปลูกอยูจนสายจึงกลับขึ้นตึก วันนั้นพลอยรูสึกวา เจา คุณพอกําลังสบายอารมณ เพราะเดินชาๆดูไมดัดอยางพินิจพิจารณา เจาคุณพอแตงกาย อยางอยูกับบาน คือ นุงผาลอยชาย แตพอเห็นคุณสายซึ่งเปนคุณขางใน เดินตรงเขาไป เจาคุณพอก็ใชเทาขางหนึ่ง ตวัดชายผาขึ้น มาเปนโจงกระเบนไดอยางแคลวคลอง พลางพนมมือรับไหวคุณสาย ซึ่งทรุดตัวลงนั่งไหว แลวก็ถามขึ้นวา "คุณสบายดีหรือ มาธุระอะไรแตเชา" แลวก็เหลือบมาเห็นพลอย เจาคุณพอก็ยิ้มดวยแลวทักวา "อาว พลอยก็มา ทาทางเปนชาววัง ผิดไปแทบจําไมได" หลังจากทักทายปราศรัยกันตามธรรมเนียมแลว เจาคุณพอก็เชิญคุณสายขึ้นบนตึกดานหนา สวนพลอย ซึ่งยังขนาบขางดวยคุณเชยและพอเพิ่มก็ตามขึ้นไปดวย คุณสายเขาไปนั่งพูดอยูกับเจาคุณพอ ที่เฉลียงใหญ หนาตึก สวนพลอยและคุณเชยและพอเพิ่มหยุดตรงบันไดใกลๆกัน "แมพลอย" คุณเชยกลาวขึ้น "ฉันคิดถึงออกจะตายไป แมพลอยไปอยูในวังเปนอยางไรบาง สนุกไหม" "ฉันก็คิดถึงคุณเชยมากเหมือนกัน" พลอยตอบ "อยูในวัง ���นุกสนุก ฉันอยากใหคุณเชยไปอยูดวย จะได เลนดวยกัน" "เฮอ ! ชาววังรังกะตุย" คุณเชยพูด "ไมเอาหรอก หมอบๆคลานๆ สูอยูบานไมได สบายกวา" "พลอยพบแมบางหรือเปลา" พอเพิ่มถาม "แมเขามาหาฉันหลายหนเหมือนกัน" พลอยตอบ "แลวพอเพิ่มละ" "ฉันก็พบสองสามหน" พอเพิ่มพูด "แมแกมาเรือ แตไมยอมขึ้นบาน ใหคนมาเรียกฉันลงไปคุยในเรือ ครง หลังนี่แกบอกฉันวา ... อา... พลอยรูเรื่องแลวไมใชรึ" พอเพิ่มไมยอมพูดเรื่องแมไปมีสามีใหม แตพลอยก็เขาใจ และรูสึกกระดากคุณเชยขึ้นมาทันที แตครั้นเหลือบไปดูคุณเชย เห็นนั่งทําเปนไมรูไมชี้ จึงตอบพอเพิ่มวา "รูแลวละ แลวทางนี้เขาวาอยางไรกัน" พลอยลดเสียงลงเปนกระซิบ "อยาเอะอะไป" พอเพิ่มกระซิบตอบ "ใครก็ไมรูไปบอกเจาคุณพอ ทานโกรธใหญ เลยสั่งหามฉันวา ถาแม มาหาอีกไมใหลงไปพบ ถาขืนไมฟงทานจะไลออกจากบาน" พลอยสงสารพอเพิ่มขึ้นอยางจับใจ เพราะพลอยเพิ่งรูวาพอเพิ่มอาจไมมีโอกาสไดพบแมอีก สวนพลอย นั้น เมื่ออยูที่ตําหนักเสด็จ อาจมีโอกาสพบแมไดบอยๆ เพราะที่นั่นมีแตคนที่รักแม คงไมมีใครหามปราม "แลวพอเพิ่มเปนอยางไรบาง" พลอยถามตอ "เดี๋ยวนี้พอเพิ่มอยูกับใคร" "ก็สบายดี ไมเปนไรหรอก" พอเพิ่มตอบ "เจาคุณพอทานใหฉันขึ้นมานอนที่เฉลียงหลัง ขางหองนอนทาน ทีแรกฉันจะไปอยูกับคุณชิต แตทานไมยอม ทานวาคุณชิตจะทําเสีย" "ฮึ ! " คุณเชยรองสอดขึ้นมา "ก็จริงๆของทานนะแหละ คุณชิตชนออกจะตายไป เกิดเรื่องไมไดหยุด" "คุณเชยหาเรื่อง" พอเพิ่มไมยอมเห็นดวย "ก็คุณชิตเธอโตแลว จะใหเหมือนเราเด็กๆไดอยางไร" "ฉันไมรูละ" คุณเชยเถียงอยางไมฟงเสียง "เจาชูออกจะตายไป ฉันเกลี๊ยดเกลียด หนาก็ไมอยากมอง คุณ ใหญซีรักคุณชิต ขออะไรแอบใหกันทุกที ไมใหคุณพอรู" พอไดยินคุณเชยเอยถึงคุณอุนพี่สาวใหญพลอยก็ใจเสีย เกิดหนักใจขึ้นมาทันที เมื่อกลับมาเยี่ยมบานนั้น พลอยดีใจวาจะไดพบพวกพี่รุนเดียวกัน และจะไดเห็นสิ่งแวดลอมตางๆที่เคยชิน ยังลืมไมไดนึกถึงคุณอุน แตพอ คุณเชยพูดถึงก็หนักใจ เพราะรูวาอีกประเดี๋ยวเจาคุณพอก็คงสั่งใหเขาไปพบ "เสด็จทรงพระเมตตาพลอยมาก" เสียงคุณสายพูดกับเจาคุณพอ "แตก็ทรงเห็นวาพลอยก็เปนลูกเจาคุณ เมื่อถึงคราวจะโกนจุก ก็ไมแนวาเจาคุณจะประสงคอยางไร จึงใหฉันออกมาเรียนถาม" "ผมระลึกถึงพระเดชพระคุณเสด็จอยูเสมอ ที่ทรงพระกรุณาชุบเลี้ยงลูก ลูกคนนี้เมื่อถวายแลวก็ขอถวาย ขาด แลวแตเสด็จจะทรงเห็นอยางไร ผมไมขัดทั้งนั้น ที่จะทรงพระเมตตาโกนจุกประทาน ผมก็ยินดีเปน เกียรติยศแกเด็ก ถากําหนดวันเมื่อถึงเวลา ก็ใหคนมาบอกแลวกัน" "ดิฉันก็นึกแลววาเจาคุณคงไมขัด แลวก็ไดทูลเสด็จไวแลว แตทานรับสั่งใหมาถามเสียกอน เพราะเปนลูก เจาคุณ แลวดิฉันจะเขาไปกราบทูลอยางที่ทานเจาคุณพูด" "อาวนีพลอยไปไหน" เสียงเจาคุณพอถามหา พลอยไดยินเสียงก็โผลหนาเขาไปจากบันได แลวก็คลาน

http://www.geocities.com/siamstory/ploy104_2.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๔ (หนาที่ ๒)

Page 4 of 5

ขึ้น ไปนั่งขางๆคุณสาย เจาคุณพอยิ้มมองดูพลอยแลวก็พูดวา "กิริยามารยาทดูเรียบรอยขึ้น เห็นจะไดอาศัยคุณชวยขัดเกลา ผมก็ขอฝากใหคุณชวยกวดขันใหดีดวย อยาไดเกรงใจเลย" คุณสายอมยิ้มมองดูพลอยแลวก็นิ่งไมพูดวาอะไร อีกครูหนึ่ง วาระที่พลอยนึกกลัวอยูก็มาถึง เจาคุณพอ กลาวขึ้นวา "พลอย ไปหาแมอุนเขาเสียซี เขาบนถึงอยูเหมือนกัน" แตทั้งที่พลอยไมไดสมัครใจเลยเชนนั้นก็ตาม เมื่อเปนคําสั่งของเจาคุณพอ พลอยก็จําตองปฏิบัติ ตามอยาง ไมมีทางหลีกเลี่ยง พลอยคลานขามเฉลียงเขาไปยังหองกลาง แลวก็เดินเลาะฝาตรงไปยังหองคุณอุน แตละกาวที่เดินไปนั้น ชางรูสึกฝนใจเสียเต็มประดา คุณอุนนั่งอยูกลางหองที่เกาเหมือนกับวันที่พลอยมาลาไปจากบาน ทุกอยางที่อยูในหองนั้น ก็คงอยูอยาง เดิมมิไดเปลี่ยนแปลง ตลอดจนความมืดครึ้มทั่วไป ซึ่งคุณอุนเห็นวาเปนของจําเปนในการบมผิว มิใหกราน ตรง หนาคุณอุนมีหีบเหล็กใบหนึ่ง ซึ่งพลอยรูวาเปนหีบเครื่องเพชร เพราะคุณอุนกําลังหยิบแหวนเพชร หลายวงจาก หีบนั้นขึ้นมาใสนิ้ว แลวก็เหยียดแขนออกไป ใหมือถูกแสงสวาง พลางพลิกมือไปมา เพื่อใหเพชรพลอยที่แหวน ถูกแสงสวางเปนประกาย พอเห็นพลอยเขาไปในหอง แลวกมหัวลงไหวกับพื้น อยางนอบนอม คุณอุนก็ปดหีบ นั้นอยางรวดเร็วและแรง จนมีเสียงดังเหมือนกับพลอยจะเขาไปแยงชิงของจากหีบ พลางรองขึ้นวา "แหม ! แมชาววัง ! กลับมาเมื่อไรยะ นี่ตองซมซานกลับมาแลวซี" พลอยก็อัดอั้นตันปญญา ไมรูจะโตตอบกับคําบริภาษอยางไรถูก ไดแตกมหนามองพื้น "มาจากที่ไหนก็เชิญแมกลับไปที่นั่นเถิด" คุณอุนพูดตอไป อยางไมลดละ "ฉันมากับคุณปาสายคะ" พลอยตอบอยางลอยๆ เพราะอยากจะบอกใหคุณอุนรูวา มิไดกลับมาอยูเลย อยางที่เธอเขาใจ "โอย ! วงศวานวานเครือมากเสียจริงๆ ! " คุณอุนรอง "ไมตองเอามาขูฉันหรอกฉันกลัวแลวละ แลวมา ธุระอะไร" คุณอุนถามขึ้นในที่สุด เพราะความอยากรู "เสด็จใหมาเรียนถามเจาคุณพอเรื่องโกนจุก" พลอยตอบ "จุกใคร จุกหลอนนะรึ ฮะ" คุณอุนหัวเราะอยางประชด "เสด็จจะโกนจุกประทาน" พลอยตอบดวยเสียงที่เบาเกือบจนจะไมไดยินอยูแลว "ก็ดีแลวนี่จะตองมาบอกฉันทําไม" คุณอุนพูดแลวก็สะบัดหนา "เจานายใหญโต โกนจุกประทานจึงจะสม กับ คนใหญคนโตอยางหลอน บานฉันมันเล็กไป ไมพอรับญาติพี่นองขางแมหลอนหรอก" พลอยไดยินคุณอุนพูดถึงแมก็เสียใจ เพราะไมรูวาคุณอุนจะพูดอะไรใหเจ็บช้ําน้ําใจตอไปอีก จึงเปลี่ยน เรื่องพูดวา "เจาคุณพอใหดิฉันเขามาหาคุณพี่" "ก็ยังงั้นซี" คุณอุนพูดสวนขึ้นมาทันที "อยางแกจะมาหาฉันเองละก็ไมมีเสียละ สันดานลูกเสือลูกตะเข ก็ ตองคอยแวงเอามือที่ขุนมันนะแหละ" พลอยรูสึกตัววาหมดความอดทน เพราะคุณอุนวาไดวาเอาอยางไมมีทางสู และเมื่อคุณอุนถึงกับเปรียบ ตัวเองวาเปนมือที่เคยขุนตัวมา พลอยก็ยิ่งช้ําใจ เพราะไมเคยไดรับความอุปการะอยางใดจากคุณอุนเลย ตั้งแต เกิดมาเปนตัว ขณะนั้นพลอยกมหนานิ่ง รูสึกตัววาน้ําตารอนๆเริ่มจะไหลออกมา ถาขืนอยูตอไปก็มีทางที่ คุณ อุนจะหาเรื่องเอาไดอีก จึงกมตัวลงไหวแลวก็คลานออกนอกหอง สวนคุณอุนนั้นพอถึงตอนนี้ ก็นั่งเมินหนาเฉย ทําไมเห็นเอาทีเดียว ระหวางที่อยูในหองกลางบนตึก พลอยก็รีบเช็ดน้ําตาใหแหง เพราะไมอยากใหเจาคุณพอแลเห็น แตพอ ถึงเฉลียงเห็นเจาคุณพอ กําลังนั่งคุยกับคุณสายถึงเรื่องเกาๆในวังอยู พลอยก็รีบคลานผานไปยังที่ๆคุณเชย กับ พอเพิ่มนั่งอยูตรงบันได พอเพิ่มเห็นหนาพลอยก็รูวามีอะไรเกิดขึ้น แตไมกลาพูดจาไตถามอะไร คุณเชยก็เดาออกเชนเดียวกัน เพราะเบะหนาแลวกระซิบกับพลอยวา "โดนเขาแลวใชไหมแมพลอย ฉันนึกแลวไมมีผิดทีเดียว คนอะไรก็ไมรูใจยักษใจมาร ฉันอยูทางนี้ยังโดน ดา ไมเวนแตละวัน ทําอะไรเปนผิดไปหมด ถาตายเสียเมื่อไรฉันจะดีใจ" พลอยไดยินคุณเชยแสดงความเห็นใจ จนถึงแชงคุณอุนใหตาย ก็อดยิ้มไมได "จริงๆนะ แมพลอย ใหฉันโตอีกหนอยเถอะ ฉันไมยอมหรอก" คุณเชยพูดอยางเอาจริง ขณะนั้นคุณสายคุยกับเจาคุณพอหมดเรื่อง ทําอาการหยิบโนนหยิบนี่เหมือนกับจะเตรียมตัวกลับ แลวก็ เหลียวมากวักมือเรียกพลอย ใหเขาไปลาเจาคุณพอ ซึ่งพลอยก็ปฏิบัติตามอยางเต็มใจ เพราะความตื่นเตน ที่ได จากการมาเยี่ยมบานนั้นหมดสิ้นไปแลว นับแตขณะแรกที่โผลหนาเขาไปหาคุณอุน เจาคุณพอเรียกพลอยเขาไปถึงตัว พลอยกมลงกราบชิดกับขาเจาคุณพอ และรูสึกวามือเจาคุณพอ ลูบหัว เบาๆ พรอมกับเสียงเจาคุณพอพูดวา

http://www.geocities.com/siamstory/ploy104_2.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๔ (หนาที่ ๒)

Page 5 of 5

"รักษาตัวใหดีๆนะพลอย ถึงอยางไรๆเจาก็ยังเปนลูกพอ" แลวคุณสายก็พาพลอยลงจากตึก เดินกลับไปลงเรือ มีคุณเชยกับพอเพิ่มตามมาสงถึงตีนทา กอนจะลง เรือ คุณเชยยังกระซิบสั่งเปนครั้งสุดทายอีกวา "ลากอนนะ แมพลอย ไวฉันโตอีกหนอย ฉันจะเขาไปหาใหถึงในวัง"

http://www.geocities.com/siamstory/ploy104_2.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๕ (หนาที่ ๑)

Page 1 of 5

สี่แผนดิน ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช แผนดินที่ ๑ บทที่ ๕ (หนาที่ ๑) ตั้งแตกลับจากบานครั้งที่ไปกับคุณสายนั้นแลว ชีวิตของพลอยก็คงอยูอยางเดิมตอไป ที่มีเปลี่ยนแปลง จน พลอยสังเกตเห็นไดงายก็คือ เสด็จทรงสนพระทัยในตัวพลอยมากกวาแตกอน รับสั่งถามพลอยในเรื่องตางๆ ที่ พลอยทําอยูทุกวันนั้นบอยครั้ง และทุกคราวที่เสด็จจะทรงทําสิ่งใดเปนพิเศษ ก็มักจะรับสั่งใหหาพลอย ใหขึ้นไป เฝาเพื่อจะไดเห็นไดทําการฝมือตางๆไวเปนความรู พลอยเริ่มรอยมาลัยเปน ถึงจะยังไมงาม ก็พอเขารูป คุณสาย หัดใหพลอยปอกมะปรางริ้ว ซึ่งตองลงทุนไปดวยมะปรางเปนอันมาก และแผลที่นิ้วมือของพลอย หลายแผล และ เมื่อพลอยปอกมะปรางพอแลเห็นริ้วได เสด็จก็รับสั่งใหหาขึ้นไปปอกถวายทอดพระเนตร และทรงตักเตือนสั่ง สอนวิธีปอกใหหลายอยาง จุดสนใจเปนที่สุดก็คือ การโกนจุกที่จะมาถึงตอไปในเวลาอีกหกหรือเจ็ดเดือนขางหนา งานโกนจุกนั้น เสด็จ รับสั่งใหมีที่บานชอย และใหพอของชอยเปนเจาของงานรวมกับคุณสาย เสด็จประทานอุปการะในเรื่องคา ใชจาย ทั้งหมดในงาน และของแตงตัวของเด็กทั้งสองคนนั้น จัดออกไปจากตําหนัก ตั้งแตเครื่องแตงตัวฟงสวด มนต ไปจนถึงวันโกนจุกและทําขวัญ เสด็จสนพระทัยมาก และทรงสนุกในการคาหาเครื่องแตงตัวของชอยและ พลอย ใหเขาชุดกัน ถึงกับตองเรียกคุณสายขึ้นไปปรึกษาเรื่องนี้อยูบอยๆ ยิ่งใกลวันเขามา เรื่องโกนจุกเด็กทั้ง สองคน ก็ดูจะเปนเรื่องใหญขึ้น กลายเปนธุระหนานที่ใหตองวุนวายกันไปทั้งตําหนัก เปนเหตุใหขาหลวงใน ตําหนัก หลายคนที่โตๆเปนสาวแลว เรียกงานโกนจุกนั้นวา "งานโสกันตแมพลอย" บาง หรือ "งานโสกันต แมชอย" บาง ตามแตจะนึกออก แตทุกคนก็มิไดรังเกียจ เพราะตางคนตางก็นึกสนุกอยูดวยกัน มีคนสมัครออก ไปชวยงาน กับคุณสายที่บานชอยก็หลายคน แตแรกๆ พลอยก็มิสูจะสนใจเทาไรนัก เพราะยังมองไมเห็นวาตัวเองจะเกี่ยวของอยางไร และนึกไปไมถึง วา จะเปนบุคคลสําคัญในงานนั้นเพียงไหน ที่พลอยดีใจวาจะไดโกนจุกนั้น ก็เพราะวาจะไดหมดจุก อันเปนภาระ ที่ตอง เกลาวันละหลายหนนั้นประการหนึ่ง เมื่อโกนแลวก็จะไดพนการทรมานจากการโกนศีรษะสวนอื่นโดยมีด โกนทื่อๆ ซึ่งทําใหตองเจ็บ และการถอนไรจุกบางครั้ง ซึ่งเจ็บไปกวาเปนประการที่สอง และประการที่สามที่ออก จะสําคัญ มากก็คือ ผูที่โกนจุกแลวนั้นนับวาไดกาวยาง พนความเปนเด็กออกไปอีกขั้นหนึ่ง ซี่งเปนสิ่งที่ควรจะ สบายใจ เพราะการพนจากภาระที่เปนเด็ก ที่ตองถูกดุถูกวาอยูเปนนิจ แลวไดเปนผูใหญที่อิสระแกตัวทําอะไรทํา ไดนั้น เปนของที่พลอยเรงวันเรงคืนใหถึงเร็วๆอยูไมนอย สวนชอยนั้นดูไมคอยสนใจตอรายละเอียดเรื่องโกนจุก เทาไรนัก สิ่งที่ชอยคอยวันคอยคืนอยูนั้น คือการที่จะไดกลับออกไปอยูที่บานชั่วคราวในระหวางงาน ซึ่งคุณสาย บอกวา จะตองไปอยูถึง ๗ วันเปนอยางเร็ว อยางชาก็ ๑๐ วัน เพราะไหนจะตองไปเตรียมงาน แลวก็จะตองมี เวลาเก็บของ อีกสองสามวัน จึงจะกลับเขาวังได พลอยเห็นความดีใจอยางมากมายของชอย ที่จะไดกลับบาน แลวบางครั้งก็อด นึกอิจฉาไมได เพราะตั้งแตชอยรูวาพลอยจะไดออกไปคางที่บานดวยกัน ชอยก็เริ่มคุยอวด คุณสมบัติวิเศษตางๆ ที่บานตน จริงบางไมจริงบาง ตามประสาเด็กที่รักบาน ซึ่งเคยไดรับความสุขจากพี่นอง ที่ หอมลอมอยูทางบาน เทาที่ไดฟงชอยคุย พลอยก็รูไดวาบานชอยไมใหญโตกวางขวาง เทากับบานฟากขางโนน ของตน แตพลอยก็รูตัว วาไมอยูในฐานะที่จํานําเรื่องทางบาน เลาอวดชอยและชวนชอยไปคางบานเปนการตอบ แทนได เพราะแมแต ตัวพลอยเองจะไดกลับไปอีกหรือไมก็ไมแนใจ ถาทางบานฟากขางโนนมีเพียงเจาคุณพอ คุณเชยและพอเพิ่ม ถึงแมจะอยูหรือไมก็ไมสูกระไรนัก แตการที่มีคุณอุนอยูที่บานนั้นดวย และอยูในฐานะเจาของ บาน ทําใหพลอย ไมกลานึกอาจเอื้อมไปถึงได ความสนใจของพลอยเกี่ยวกับการโกนจุกมาเพิ่มขึ้น จนเขาขีดตื่นเตนก็เมื่อใกลวันงานเขาไปอีก ถึงตอนที่ เสด็จเริ่มทรงจัดของแตงตัวประทาน ความตื่นเตนของพลอยเริ่มมีขึ้น เมื่อเห็นของแตงตัวที่ถูกเตรียมไวสองชุด เกี้ยวที่ทําดวยทองคําประดับเพชรพลอยแวววาม ผายกทองสีสดที่พลอยจะไดนุง ชวนตาใหตองชําเลืองคอยดู บอยๆ ครั้นแลวก็ถึงตอนปกนวม ซึ่งทั้งสองคนจะตองสวมรอบคอในงานนั้น ในขั้นแรกคุณสายเรียกพลอยละชอย ไปวัดคอและสวนกวางของไหล ใหไดขนาดที่จะเย็บนวมนั้นดวยผา ตอจากนั้นไปก็เปนเวลาที่จะตองตรึง เครื่อง เพชรตางๆ เขาไปกับที่เย็บไวนั้น มีแหวนสายสรอยจี้ ตลอดจนของอื่นๆ อีกเปนอันมาก ซึ่งมารวมกันเขา ทําให นวมนั้นกลายเปนอาภรณที่แพราวพราวไปดวยเพชรนิลจินดา พลอยเห็นความพยายามของคนทั้งตําหนัก ตั้งแต เสด็จลงมาที่จะชวยกันทําใหตน ไดแตงกายอยางสวยงามที่สุดในงานโกนจุกนั้นแลว ก็อดที่จะปลื้มใจเสียมิได และความรูสึกที่สําคัญนั้นก็คือ ถึงแมวาแมของตนจะอยูไกล มีอุปสรรคกีดขวางมิใหพลอยไปมาไดสะดวกก็ตาม แตก็ยังมีเสด็จซึ่งเปนเจานายใหญโต และคนอีกกลุมหนึ่งที่ยังมีความเมตตาตอตน เห็นพลอยเปนคนที่ยังมีความ สําคัญอยู

http://www.geocities.com/siamstory/ploy105.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๕ (หนาที่ ๑)

Page 2 of 5

พอถึงกําหนดวันงานเขาจริง คุณสายก็บอกใหรูวา จะตองพาพลอยและชอยออกไปอยูที่บานขางนอกวัง กอนวันงานถึงเจ็ดวัน เพราะมีเรื่องที่จะตองทํามากมาย คุณสายรับตรงๆวาไมไวใจพี่สะใภ คือมารดาของชอย ผู อยูทางบาน บอกวาเปนผูที่มีอารมณดีเกินไป ดีแตนั่งนัดยานัตถุ ถาปลอยให���ปนผูอํานวยการของงานที่จะมีขึ้น โดยคุณสายไมออกไปดูเอง งานนั้นอาจลมเหลวทั้งงานก็ได เพราะเหตุนั้น คุณสายจึงพาพลอยและชอยขึ้นไปทูลลาเสด็จพรอมกัน และหอบขาวของพะรุงพะรัง ออก จากประตูวังในเชาวันหนึ่ง มีพลอยชอยและผาดพรอมดวยคนอื่นๆ ที่สมัครใจไปชวยงาน ติดตามถือของไป พรอมกัน ที่หนาประตูวังชั้นนอกมีรถมาคอยอยูสองคัน พี่เนื่องยืนยิ้มกํากับอยู บอกวาคุณพอใหมารับ คุณสาย ขึ้นรถมาคันเดียวกับเด็กๆ และพี่เนื่องพรอมกับหีบของแตงตัวตางๆ ที่คุณสายไมยอมใหใครถือ สวนคนอื่นๆนั้น ขึ้นรถมาอีกคันหนึ่งตามมาติดๆกัน ระหวางทางชอยก็คุยกับพี่เนื่อง มาตลอด สวนพลอยนั้นนั่งมองสิ่งตางๆสอง ขางทาง ดวยความตื่นเตนอยูไมนอย เพราะครั้งนี้เปนอีกครั้งหนึ่ง ที่พลอยเดินทางไปในทางที่ไมเคยผานในชีวิต รถมาสองคันแลนฝุนตรลบมาเปนเวลาที่พลอยรูสึกวา นานเอาการ ทุกครั้งที่คนขับลงแสมา หรือเพียง ขยับแสที่ปกไวขางๆตัว คุณสายก็รองตะโกนบอกวา "อยาไปทํามันเลยบาป" ครั้งแรกๆ ที่คุณสายเขาขางมาลากรถ พี่เนื่องก็ไดแตมองดูหนาพลอยและชอยแลวยิ้ม แตเมื่อคุณสาย รอง บอยเขาจนเปนระยะ ทั้งสามคนก็ตองกลั้นหัวเราะกันอยางสุดกําลัง เพราะกลัวคุณสายจะดุ พลอยนั้นดู เหมือนจะ อาการหนักกวาเพื่อน เพราะไปนึกถึงความเอะอะของคุณสาย ตอนนั่งเรือเขามาประกอบดวย จึงตอง นั่งกลั้นหัวเราะ จนเกือบทนไมได ในที่สุดรถก็มาจอดอยูริมถนน ตรงปากตรอกซึ่งมีสะพานยาว ทําดวยไมกระดานเปนทางเดินเขาไปขาง ใน ชอยรองขึ้นวา "ถึงแลว ! " แลวก็ลงจากรถกอนคนอื่น จนคุณสายตองดุใหระวังกิริยาจะลงจากรถ เมื่อทุกคน ลงจากรถ คุณสายสํารวจขาวของจนครบถวนแลว ก็พากันยกกระบวนเดินไปตามสะพาน ซึ่งตองเดินเรียงหนึ่งมี คุณสายนําหนา และมีผาดหอบขาวของมากกวาคนอื่นเดินรั้งทาย อีกครูหนึ่งก็ถึงบานชอย แลเห็นคุณพอของ ชอย ยืนยิ้มคอยรับอยูบนหัวบันไดเรือน บานชอยเปนบานแบบโบราณ อันประกอบดวยเรือนฝากระดานหลายหลัง เชื่อมตอกันตลอดดวยนอก ชาน เบื้องลางเปนใตถุน มีสัมภาระตางๆกองไวบาง แตไมถึงกับรก พอพวกที่ไปถึงขึ้นบันไดเรือน แมของชอยก็ กระวีกระวาดออกมาคอยรับอีกคนหนึ่ง พลอยเพิ่งจะมารูจักชื่อพอแมของชอยในวันนี้ ดวยไดยินคุณสายเรียก พอของชอยผูเปนพี่วา "พี่นพ" และเรียกแมของชอยผูเปนพี่สะใภ "แมชั้น" เฉยๆ เพราะแมของชอยนั้นดูเหมือน จะมีอายุออนกวาคุณสาย พลอยกะวาเปนคนรุนราวคราวเดียวกับแมของตน ชอยเห็นแมของตัวก็วิ่งเขาไปกอด รัดอยางแรง จนแมชั้นตองหัวเราะแลวรองวา "ชอย ! ระวังหนอย เดี๋ยวแมตกกระไดตาย ! " แตความดีใจของชอยที่ไดพบปะบิดามารดา ดูเหมือนจะกินเวลาไมนานนัก เพราะพอขึ้นไปบนเรือน และ ลงนั่งพูดจากันไมไดนาน ชอยก็สะกิดพลอยแลวกระซิบวา "พลอย ไปขางลางกันเถิด" วาแลวชอยก็ลุกขึ้น พาพลอยเดินเลาะลัดไปลงบันไดหลัง โดยที่ผูใหญไมทันสังเกต เมื่อลงบันไดแลว ชอยก็พาพลอยวกเขาใตถุนเรือน ตรงไปยังแครเกาๆตัวหนึ่งที่วางอยู บนแครมีสุนัขพันธทางสีขาวดางน้ําตาล เปนขี้เรื้อนจนขนรวงไปหมดหลายแหง นอนอยูอยางสบาย พอชอยเห็นก็รองขึ้นอยางดีใจวา "อีดาง ! " สวน สุนัข นั้นก็ลุกขึ้นกระดิกหางอยางดีใจ ที่ไดพบชอยเชนเดียวกัน "อีดาง ! เอ็งคิดถึงขาบางไหม" ชอยถามแลวก็ตรงเขากอดสุนัขนั้นอยางปราศจากความรังเกียจ สวน "อี ดาง" ก็ตอบคําถามของชอย ดวยวิธีเลียตลอดตั้งแตศีรษะลงไปจนถึงปลายแขน พรอมดวยการกระดิกหาง อยาง แรงไปมา "นี่ไงพลอย อีดางของฉัน" ชอยเริ่มแนะนํา "ดูซีไมไดพบกันตั้งนาน มันยังจําฉันไดเลย ทีแรกฉันจะเอาไป ในวังดวยแลว แตคุณอาไมยอม กลัวมันจะไปเหาหนวกหู นาเอ็นดูไหม" พลอยมองดู "อีดาง" แลวก็ไดแตยิ้ม เพราะ "อีดาง" นั้นมีวัยและสังขารเกินนาเอ็นดูเสียแลว จะเปนเพราะ ออกลูกมาก หรืออะไรก็ตามที แต "อีดาง" นั้นผอมโกโรโกโส และเปนขี้เรื้อนมากกวาที่พลอยนึก เมื่อมองเห็นแต ไกล ระหวางที่ชอยยังกอดจูบกับอีดางอยูดวยความสนิทสนมนั้นเอง พลอยก็เริ่มเหลียวมองดูบริเวณบาน ของ ชอยทั่วๆไปดวยความสนใจ บานของชอยเปนบานที่คอนขางจะเกาแก แตก็กวางขวางแสดงฐานะผูอยูวาเปนผูมีอันจะกิน ความจริง บานนี้เปนบานของตระกูลชอย อยูสืบเนื่องกันมาหลายชั่วคน จนบานนั้นมีอายุเหมือนจะมีจิตใจ ของตนเอง และ จิตใจนั้นเปนจิตใจที่เปนมิตร ตอนรับทุกคนที่เขามาในบาน ใหไดรับความรูสึกวารมเย็นอยากอยู ไมคอยอยาก จากไป ในบริเวณบานรมครึ้มไปดวยตนไมใหญ สวนมากเปนตนมะมวง และรอบๆเรือนที่อยูนั้น ตั้งตนไม กระถาง มีไมดัดและไมดอกบางชนิด และมีกระถางบัววางสลับอยูบางเปนระยะ ถาจะวาโดยทั่วไป บานของชอย นั้นผิดกับบานของพลอย อยูในขอที่วาเปนซึ่งคนธรรมดาที่มีฐานะดีอาจอยูได มิไดมีลักษณะอันใด พิเศษนอก

http://www.geocities.com/siamstory/ploy105.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๕ (หนาที่ ๑)

Page 3 of 5

เหนือไปจากนั้น สวนบานของพลอยนั้น ใครก็ตองรูทันทีวาเปนบานขุนนาง เจาของบานตองอยู ในสกุลสูงและมี อํานาจวาสนา แตที่ผิดกันมากจนพลอยสังเกตเห็นไดชัด นับตั้งแตเวลากาวเขามาในบานก็คือ ที่บานนี้ทุกคน เปนเจาของบานรวมกัน อยูใตหลังคาเดียวกัน ฉะนั้นเวลามีความสุขก็ยอมจะสุขดวยกัน หรือทุกข ก็ยอมจะทุกข ดวยกัน คนที่อยูในบานนั้น มิไดแยกกันอยูในฐานะเจาบานและคนอาศัย ตนไมทุกตนในบริเวณบาน กระดาน ทุกแผนและเสาทุกตนของตัวเรือน ดูเหมือนจะเปนเครื่องเชื่อมโยงใหเกิดความรูสึกวา ทุกคนเปนเจาของ รวม กันอยูทุกขณะ และคนที่แสดงความเปนเจาของมากที่สุดในขณะนี้ ก็คือ ชอย ผูที่จากบานไปนาน แลวไดกลับมา ใหม "อาว ! พลอยมาอยูนี่เอง" เสียงพี่เนื่องผูซึ่งกําลังเดินขามบริเวณบานตรงมาใตถุนพูดขึ้น พลอยไมเคย รูจัก พี่เนื่องมาตั้งแตเด็ก มารูจักเอาเมื่อพี่เนื่องรุนหนุมเสียแลว และขณะนี้พี่เนื่องก็แสดงอาการกิริยา อยางคนที่ เปนผูใหญกวา พี่เนื่องหวีผมเรียบรอย นุงผาพื้น ถอดเสื้อคาดผาคาดพุงดูทะมัดทะแมง และเมื่อกลับถึงบาน เห็นมีแขกผูหญิงยิงเรือหลายคน พี่เนื่องก็แอบไปลางหนาประแปงมาแลวดวย ชอยพอแลเห็นพี่เนื่องก็ตะโกนถามวา "พี่เนื่อง ! ไหนบอกฉันวาอีดางมีลูกยังไงละ" "ก็มีนะซี" พี่เนื่องตอบ "แตแมใหเขาไปหมดแลวมันรองหนวกหู" "โธ ! พี่เนื่องจะเก็บเอาไวใหฉันดูหนอยก็ไมได" "ฉันจะไปรูเรอะ" พี่เนื่องตอบ แลวก็ปรารภถึงนองสาวผูกําลังกอดกับสุนัขอยูวา "เอา ! กอดกันเขาไปได สกปรกจะตายไป เปนขี้เรื้อนดวย ! " "แน ! " ชอยตอบ "ก็ฉันรักของฉันนี่ ไมไดพบมันนาน ฉันก็คิดถึงบางซี" "พลอยมาทางนี้ดีกวา" พี่เนื่องเรียก "มาดูอะไรนี่แนะ" พี่เนื่องกวักมือเรียกใหพลอยไปทางริมเรือน อีก ดานหนึ่ง พลอยก็เดินตรงเขาไปดูอยางสนใจ พอไปถ���งพี่เนื่องก็ชี้ใหดูอางดินและตุมแตก หลายใบที่วางอยู ทุก ใบใสน้ําสะอาดและมีจอกลอย "นี่ไง ปลาเข็มลูกหมอทั้งนั้นเลย ฉันเลี้ยงไวเอง" พลอยกมลงดูในอางอยางสนใจ เพราะเปนครั้งแรกที่เคยเห็น ปลาเข็มตัวโตขนาดนี้ ทุกตัวสีขาวเปนมัน มีจุดแดงที่หางครบลักษณะ พลอยรูสึกวาสวยงามและปราดเปรียวกวาปลาเงินปลาทอง ที่คุณพอเคยเลี้ยงที่บาน "พี่เนื่องเลี้ยงไวดูเลนหรือ ! " พลอยถามอยางพาซื่อ "เปลา" พี่เนื่องหัวเราะ "เลี้ยงไวกัดกัน" พลอยเพิ่งรูเปนครั้งแรกอีกเหมือนกันวา ปลาเข็มนั้นกัดกันได ทําใหเพิ่มความสนใจยิ่งขึ้น พี่เนื่องกวนน้ํา ในอางอีกใบหนึ่ง ใหน้ําหมุนวนอยางแรง แลวก็เอาปลาลงไปปลอยใหวายทวนน้ําใหพลอยดู ทําใหพลอยชอบใจ หัวเราะ และชอยก็วางมือจากอีดางมายืนดูอยูดวย "แตกอนฉันก็มีตั้งหลายตัว" ชอยอวดขึ้นอยางภาคภูมิ "อยามาอวดหนอยเลย" พี่เนื่องขัดคอ "ปลาปาอยางนั้น เขาไมเลนแลวละ" คุณพอของชอยลงจากบันไดเรือนมารวมวงกับเด็กๆดวย และอธิบายใหพลอยฟง ถึงเรื่องการเลี้ยงปลา กัด ปลาเข็มอยางพิศดาร ทําใหพลอยรูสึกตัวยิ่งขึ้นวา ที่บานของชอยมีอะไรอยางหนึ่งที่ตนไมเคยรูจัก สิ่งนั้นคือ ความเปนอยูสนิทสนมของคนในครอบครัว ที่ปราศจากการแตกแยก รวมมือกันไดทุกอยาง ในระหวางพอกับลูก เด็กกับผูใหญ แมแตในเรื่องที่ดูจะเปนของเด็กแทๆ เชนเรื่องปลาเข็ม ตลอดเวลาที่พลอยออกไปคางอยูที่บานของชอย พลอยไดมีโอกาสสนิทสนมกับพี่เนื่องมากขึ้นกวาเกา เพราะพี่เนื่องไมมีหนาที่จะตองตระเตรียมการงานอยางใด วันหนึ่งๆ จึงมีเวลาไดพบปะเลนหัวกับพลอยและชอย มากกวาคนอื่น สวนพอของชอยก็เปนอีกคนหนึ่ง ซึ่งพลอยไดคุนเคยดวยมาก เพราะไมมีหนาที่กําหนดแนนอน เชนเดียวกัน วันหนึ่งๆ ก็ไดแตเดินไปมาขณะอยูในบาน และเมื่อพวกผูใหญซึ่งไดแกคุณสายแมของชอย และคน อื่นๆ ตองตระเตรียมงานกันเปนโกลาหล พอของชอยก็ไมรูจะพูดจะคุยกับใคร จึงตองเลี่ยงมาสมาคมกับเด็กๆ พลอยไมเคยอยูในบรรยากาศที่เปนกันเองเชนนี้มากอน ฉะนั้นระยะเวลาที่ออกไปคางที่บานชอย จึงเปน เวลาที่พลอยระลึกถึงเสมอวา เปนเวลาที่มีความสุขระยะหนึ่ง พอของชอยเปนคนไมพิถีพิถัน มีความเปนอยู อยางงายๆ วันหนึ่งๆ ถาวางก็อยูกับตนไมดอกไมดัด หรือเดินดีดมือกับนกเขา ซึ่งใสกรงแขวนไวตามชายคา เรือน กลายกรง นอกจากนั้นก็นั่งดูลูกวิ่งเลน แมชั้นมารดาของชอยก็เปนคนอารมณดี อยางที่พลอยไมเคยเห็น มาแตกอน มีเรื่องมาใหหัวเราะไดวันยังค่ํา ถาแมชั้นไมหัวเราะกับลูกๆ ก็หัวเราะกับคนอื่น ในที่สุด เมื่อไมมีอะไร หัวเราะ ก็นั่งหัวเราะตัวเอง แมแตคุณสายซึ่งเปนคนเจาระเบียบ ทําอะไรเปนการเปนงาน และไมมีความนับถือพี่ สะใภ ของตน แมแตนอย แตเมื่อออกมาอยูบานไดไมเทาไร ก็ติดตอโรคอารมณดีของแมชั้น ผูเปนพี่สะใภ ตอง พลอยนั่งหัวเราะกับแมชั้นไปดวย ทั้งที่ปากก็บนอยูเรื่อยๆวาแมชั้นมาชวนใหเสียงานเสียการ แตคุณสายโกรธ แมชั้นไมลงสักที บางเวลาที่ทํางานดวยกัน แมชั้นก็มักจะทําอะไรผิดพลาด หรือบางทีเมื่อแมชั้น ออกไปขาง นอกวาจะไปซื้อของ คุณสายก็จะตองสั่งซื้อของที่จําเปนจะตองใช มากมายหลายอยาง ซึ่งตองสั่งเสีย และซัก ซอมกันหลายตรลบ กอนที่แมชั้นจะออกไปจากบานไปได ซึ่งแมชั้นก็ตองรับรองอยางแข็งแรงทุกครั้งไป แตพอ แมชั้นกลับมาถึงบานเขาจริง เอาของที่ไปซื้อมาออกตรวจดู ก็ปรากฏวามีของสําหรับฝากลูก ของสําหรับฝากผัว

http://www.geocities.com/siamstory/ploy105.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๕ (หนาที่ ๑)

Page 4 of 5

ซึ่งแมชั้นเรียกวา "คุณหลวง" ตลอดจนของฝากคุณสายและพวกพองที่ออกมาจากวัง แมแตบาวในบานแมชั้นก็ มีของติดมือมาฝาก สวนของที่มีไมครบบอยๆก็คือ ของที่คุณสายคาดคั้นเปนหนักหนา ใหซื้อมาใหไดนั่นเอง พอ รูวาของไดมาไมครบเพราะพี่สะใภลืมเสีย มิไดซื้อมาตามสั่ง คุณสายก็ตองบนอุบตุบตับ ไปตามเรื่อง แตแมชั้นก็ ไมถือโกรธ กลับนั่งหัวเราะความขี้หลงขี้ลืมของตนเอง จนน้ําหูน้ําตาไหล ที่บานนี้พลอยไดเห็นความรักของบิดามารดา ที่มีตอบุตรนั้นวาอาจมีไดมากมายเพียงใด แมแตพลอย ซึ่ง เปนคนอื่นก็พลอยไดรับสวนแบงแหงความรักนั้นดัวย เพราะมาอยูในบานนี้ในฐานะเปนเพื่อนของลูก ในบานนี้ ไมมีอะไรที่จะดีเกินไปสําหรับเด็กๆ ของกินทุกอยางไมมีของตองหาม ไมมีการปนสวนวาอยางนั้นใหเด็กกิน อยางนี้ใหผูใหญกิน ถาสิ่งใดที่เปนของควรกินควรใช ผูใหญในบานนั้นก็จะตองนึกถึงเด็กกอนที่จะนึกถึงตน การอบรมสั่งสอนเด็กนั้นมีอยูเสมอ แตกระทําดวยการสมาคมกับเด็ก ปลอยใหพูดคุยซักถามไดตามใจ มิใหเด็กรู ตัววากําลังถูกสั่งสอนอบรม ทั้งพี่เนื่องและชอยดูเหมือนจะรักบิดามารดามากกวาสิ่งใดๆ แตขณะเดียวกัน ก็ไมมี เกรงขามอยางที่พลอยเคยรูสึกตอผูใหญอื่นๆ และดวยเหตุที่บานนี้ตั้งอยูบนความรัก ความเห็นใจเปนรากฐาน เริ่มตนในระหวางบิดามารดากับบุตร ความรักนั้นก็แผอิทธิพลไปถึงคนอื่นๆในบานนั้น ไมวาจะเปนญาติโยมหรือ ผูคน บาวไพรตลอดจนแขกที่มาหา ก็มักจะรูสึกวาบรรยากาศในบานนั้น รื่นรมยเปนพิเศษ กระทําใหบานของ ชอยเปนศูนยกลางการสมาคมของคนเปนจํานวนมาก คุณหลวง หรือคุณพอของชอยเปนคนมีเพื่อนฝูงมากมายพอดู และเพื่อนฝูงเหลานี้มักจะมาชุมนุมกัน ใน ตอนบาย จับกลุมคุยกันกลางนอกชาน ซึ่งกั้นหลังคาคลุมไวตอนหนึ่งดวยความสบายอารมณ ตอนบายเปนเวลา ที่บานนั้นเพิ่มความรื่นรมยขึ้นไปอีก เพราะมีเสียงคุยเสียงหัวเราะ ทางเจาของบานก็คอยปฏิบัติ แขกที่มาหา ดวยเครื่องกินเครื่องดื่ม เวลาที่คุณหลวงคุยกับเพื่อนๆดูเหมือนจะเปนเวลาที่แมชั้นมีความสุขหนักหนา พอ เพื่อนๆมาครบวง แมชั้นก็นั่งคอยจัดเครื่องดื่มของแกลมและสิ่งอื่น เชนหมากพลูบุหรี่ สงไปใหมิใหขาดได แมชั้น เก็บตัวอยูในบานไมออกไปรวมสนทนา พอใจที่ตนสามารถปฏิบัติใหสามี และเพื่อนของสามีมีความสุข สบายได แตเพื่อนเหลานี้เปนเพื่อนสนิทเขานอกออกในได ทุกคนสวนมากก็เปนขาราชการหรือบุคคลที่มีฐานะ เทาเทียม กับเจาของบาน ฉะนั้นถึงแมชั้นจะไมออกไป แตละคนก็ตองหาโอกาสยองเขามาที่แมชั้นนั่งทํางาน เพื่อทักทาย ปราศรัยพูดคุยดวยไมเวนแตละคน ความเปนอยูอยางงายและเปนกันเอง แตขณะเดียวกันก็มีระเบียบเรียบรอย เชนที่บานของชอยนี้ ฝงลึก ลงไปในหัวใจของพลอย ความเมตตากรุณาที่คนในบานนี้แสดงตอเพื่อนมนุษยโดยทั่วไป ทําใหพลอยมีความสุข บางครั้งก็รูสึกตื้นตันบอกไมถูก พลอยรักคนทุกคนในบานนี้ เหมือนกับเปนพอแมของตัวเอง และสําหรับพี่เนื่อง พลอยก็ปลอยใหจิตใจหันเขาหา ในฐานที่พี่เนื่องโตกวา แข็งแรงกวา และเปนเพื่อนที่ใหความปกปกรักษาคุม ครองแกตน ไดมากกวาใครๆทั้งสิ้น ในที่สุดวันงานโกนจุกของพลอยและชอยก็มาถึง การตกแตงบานเพื่อมีงานก็สําเร็จลงดวยน้ํามือ ของ เพื่อนฝูง และขาราชการกรมเดียวกับคุณพอของชอย ซึ่งพากันมาชวยงานเปนจํานวนมาก ทําใหแมชั้น ตองใช เวลาทั้งหมดอยูในโรงครัว เพื่อคอยจัดอาหารเลี้ยงคนใหทัน สวนคุณสายนั้นตกเปนภาระตองแตงตัวเด็ก ทั้งสอง คุณหลวงเปนผูอํานวยการพิธีทั้งสิ้น ที่สําหรับพระสวดมนตทําน้ํามนตนั้นจัดไวทางหอนั่ง สวนการโกนจุก ตลอด จนทําขวัญนั้นใหมีที่บริเวณนอกชาน บานชองถูกปดกวาดจนสะอาดสะอานเรียบรอย และคุณสายก็ถือเปน โอกาสที่จะรวบรวมของที่ไรประโยชนตางๆเปนตนวา ชะลอมเกาตะกราขาด และอะไรจุกจิกอีกมากที่แมชั้น ชอบสะสมไวในเรือน เอาออกมากองนอกเรือน แลวสั่งใหจุดไฟเผา พรอมกับบนวา "พี่สะใภฉันนี่แปลก ชอบเก็บของอะไรตออะไรไวจนรกเปนรังหนู ลวนแตของที่ใชไมไดแลวทั้งนั้น" สวนแมชั้นเมื่อเห็นของรุงรังมากมายอยางนั้น ก็ลูบอกตกใจรองอุทานวา "ไมนึกเลย เผลอไปหนอยเดียวเทานั้น บานรกจริงๆ" แตถึงอยางนั้นกอนที่จะจุดไฟเผา แมชั้นก็ขอ อนุญาต เขาสํารวจดูกอน เผื่อวาจะมีอะไรหลงติดเขาไปบาง แลวเริ่มทําทาวาจะเก็บตะกราเกาๆ กระบุงขาดๆ นั้น กลับออกมาอีก จนคุณสายตองหามแลวชวนไปทํางานอยางอื่น สัมภาระที่ไรประโยชนเหลานั้นจึงหมดไป วันฟงสวดมนตนั้นพอตกสายหนอย พลอยและชอยก็ถูกเรียกตัวขึ้นไปหลังเรือนใกลๆ กับที่วางตุมมัง การขังน้ํา เมื่อพลอยและชอยไปถึงก็เห็นคุณสาย แมชั้นและหญิงอีกสองสามคนอยูที่นั่น พรอมที่จะขัดสีฉวี วรรณ ใหแกผูที่จะเขาฟงสวดมนตในบายวันนั้น คุณสายมอบตัวพลอยใหแกแมชั้นพรอมกับบอกวา "แมชั้นอาบพลอยเถอะ ไมสูกระไรนัก แมชอยลูกสาว หลอนนี่ ฉันจะจัดการเอง คนอื่นไมสําเร็จหรอกคอยดูเถอะ" หลังจากนั้นก็เริ่มมีการอาบน้ําครั้งใหญที่สุด ที่พลอยเคยประสบมาในชีวิต ทุกคนที่อยูที่นั่นชวยกันรดน้ํา ทาขมิ้นถูตัวแลวทาขมิ้นอีก เหมือนกับจะไมใหมีฝุนละอองติดอยูอีก พลอยนั่งใหผูใหญอาบน้ําอยู รูสึกวานาน เกินขนาดเทาไรๆ ก็ไมเสร็จ จนรูสึกหนาวและปลายนิ้วมือเริ่มเหี่ยวและเห็นได ผิวหนังนั้นแสบไปทั่ว ดวยแรง ขัดถู และการก็เปนไปตามที่คุณสายไดคาดไว พอพลอยรูสึกวาอาบน้ํามานานเหลือทน ชอยก็เริ่มอาละวาด ใน ขั้นแรกก็เพียงแตรองไหแตเล็กนอย แตครั้นคุณสายไมเลิก ชอยก็เปลี่ยนเปนรองไหดังๆ คุณสายจับเขาตรงไหน ก็สลัดที่ตรงนั้น และในที่สุดเหตุการณก็รุนแรงจนถึงลงดิ้น ภายในเวลาไมนาน รูปการณก็เปลี่ยนไปกลายเปน

http://www.geocities.com/siamstory/ploy105.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๕ (หนาที่ ๑)

Page 5 of 5

มวยปล้ําระหวางคุณสายและชอย มีแมชั้นเปนคนดู วางมือจากพลอย แลวหัวเราะรวน ดวยความชอบใจอยูอีก ทางหนึ่ง เมื่อชอยไดแผลงฤทธิ์เสียจนคุณสายเปยกปอนไปทั้งตัวแลว ชอยก็เริ่มหัวเราะ อันเปนเหตุใหคุณสาย หมดความอดทน ตองใชอํานาจบาตรใหญ ตีชอยเสียหลายที กอนเรื่องจะสงบลงได หลังจากนั้นก็มีการสํารวจ พลิกหนาพลิกหลังเด็กทั้งสองคนดูวาสะอาดแนแลว จึงลงมติใหขึ้นจากน้ําได การทรมานสิ้นสุดไปขั้นหนึ่ง แตยังไมหมด เพราะอาบน้ําเสร็จแลวก็มีการแตงตัว เริ่มดวยการผัดฝุนเขียนคิ้ว อยางละครรํา คุณสายปรารภวาจะตองผัดหนาใหสวยใหได และตองผัดทีละคน ฉะนั้นพลอยจึงตองเปนคนถูก ผัดกอน ดวยเหตุที่คุณสายวา "พลอยผัดหนากอนเถิด ถึงเสร็จแลวก็ไวใจได ถาผัดแมเจาประคุณชอยเสร็จกอน ประเดี๋ยวก็มอมอีก เลย ไมตองฟงสวดกัน" การผัดหนานั้นก็ทรมานมิใชเลน เพราะผิวหนาที่ถูกขัดถูมาใหมๆ มาเริ่มถูกฝุนทับเขาก็ชักจะแสบ แต คุณสายก็ปลอบวาไมเปนไร ประเดี๋ยวก็หาย ผัดหนาเสร็จแลวก็เริ่มแตงตัว และแตงดวยลักษณะอาการที่ ดู เหมือนจะไมมีวันเสร็จ ระหวางนั้นก็มีเวลาหยุดพักใหกินอาหารกลางวัน ซึ่งมีคนมาประคับประคองคอยปอน แลวก็แตงตัวกันตอไปอีก ของทุกอยางมีน้ําหนักเกินกวาที่พลอยจะนึกถึง พอแตงตัวไปไดครึ่งเดียวก็เริ่มรอน แทบจะขาดใจ เปนเรื่องโกลาหลตองหาพัดมาพัดกันยกใหญ ระหวางที่แตงตัวเกือบจะเสร็จนั้นเอง เสียงทักทาย กัน ขางนอกก็บอกใหรูวาญาติโยมและแขกเหรื่อ กําลังทยอยกันมารวมงานเรื่อยๆ พอแตงตัวเสร็จ คุณสายก็ อนุญาต ใหทั้งสองคนดูรูปโฉมตัวเองในกระจก พลอยเห็นภาพตัวเองก็ตกตะลึง เพราะธรรมดาก็เห็นตัวเองเปน คนสวย หนักหนาอยูแลว แตเมื่อมาเห็นวันนี้เขาก็เกือบจําไมได เพราะภาพที่เห็นนั้น ถูกตกแตงประดับประดา เสียสวยงาม สุดที่จะประมาณ ฝายชอยเมื่อสองกระจกดูหนาตัวเองก็หัวเราะลั่น รองเรียกใหคนอื่นๆ มาดูตัว อะไรก็ไมรู แตงตัวเสร็จแลวสักครู เสียงปพาทยที่นอกชานก็ดังขึ้น แสดงวาพระที่จะสวดมนตมาถึง และกําลังขึ้น เรือน แลวทั้งพลอยและชอยก็ถูกตอนใหออกไปฟงสวด ชอยเดินนําหนาอยางไมกระดาก ถาพบหนาญาติคน ไหนที่รูจัก ก็ยิ้มดวย สวนพลอยนั้นเดินตามหลังมองไปดูคนที่นั่งอยูเรียงราย เห็นไมมีใครสักคนที่รูจักก็สะทอน ใจ สงสารตัวเองที่ไรญาติขาดมิตร เดินกมหนาตามชอยไปโดยดุษณี จนถึงหองพระสวดมนต ทามกลางเสียง พึมพํา ของแขกเหรื่อที่ตางชมวา เด็กสองคนนี้หนาตาดีหรือแตงตัวสวย ซึ่งคุณสายพูดทีหลังวา พอไดยินแลวก็ หายเหนื่อย พี่เนื่องนั่งอยูกับพื้นริมเฉลียงที่จะเขาหองสวดมนต เปนคนๆเดียวที่พลอยรูจัก ในหมูคนที่มาชวยงาน ซึ่ง นั่งเรียงรายอยูทั่ว พอชอยเดินผานจะเขาไปในหอง พี่เนื่องก็มองดูชอยอยางขบขัน ยักคิ้วใหแลวก็หัวเราะ ตอ เมื่อพลอยเดินไปถึง พี่เนื่องซอนยิ้มอยูในใบหนา แลวมองพลอยไปอีกอยางหนึ่ง สวนพลอยก็รูสึกดีใจ บอกไม ถูกที่เห็นพี่เนื่องมองตัวอยางพอใจ เพราะการแตงตัวสวยงามถึงเพียงนี้ พลอยก็อยากใหคนอื่นที่รูจัก และคนที่ พลอยรักไดเห็น ขณะนี้ดูเหมือนจะมีพี่เนื่องคนเดียวที่เปนคนรูจักคุนเคย อานตอหนาที่ ๒

http://www.geocities.com/siamstory/ploy105.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๕ (หนาที่ ๒)

Page 1 of 5

สี่แผนดิน ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช แผนดินที่ ๑ บทที่ ๕ (หนาที่ ๒) ระหวางที่นั่งฟงพระสวดอยูนั้น พลอยนั่งอยางสงบเสงี่ยมและสํารวม เพราะควันธูปควันเทียน เสียงพระ สวดมนต ซึ่งเทากันตลอดไมมีสูงมีต่ํา ตลอดจนเครื่องแตงตัวที่หนักอึ้งนั้น บังคับใหตองสํารวมอยูแลว โดย สภาพ แตชอยนั้นดูเหมือนจะสํารวมไดนอยกวา พลอยเหลือบตามองดู ก็เห็นชอยนั่งอยูในทาเดียวกันกับตน แต สายตาของชอยนั้นมองไปนอกหนาตาง ดูอะไรตออะไรอยางเพลิดเพลิน มิไดสนใจตอสิ่งแวดลอมที่อยูใกลๆตัว แมแตนอย แตถึงแมวาพลอยจะพยายามระมัดระวังกิริยา เพื่อใหเห็นวาตนสงบเสงี่ยมเรียบรอยอยูนั้นเอง พลอย ก็ตองเสียสมาธิเหลียวไปดูทางนอกชานเรือน เมื่อพระสวดไปไดแลวพักใหญ เพราะที่นั่นมีเสียงคนลุกขึ้น เสียง คนเดินไปมา และเสียงคุณหลวงพอของชอย ทักทายคนหนึ่งผิดปกติ เมื่อเหลียวไปดูก็รูสึกวาความสนใจ ของ แขกเหรื่อทั้งหลายเพงเล็งไปทางประตูขึ้นเรือน และทาทางของคนทั้งหลาย ก็แสดงใหเห็นวา แขกที่เพิ่งจะมาถึง นั้น จะตองเปนผูมีเกียรติที่สําคัญอยู เพราะมีคนที่คอยตอนรับแขกอีกสองสามคน เริ่มกุลีกุจอ เอาพรมผืนเล็กมา ปูเปนอีกพิเศษผืนหนึ่ง เพื่อตอนรับแขกที่กําลังขึ้นบันไดมา พลอยนึกสงสัยวาจะเปนผูใด จึงมีการตอนรับเปน พิเศษผิดกับคนอื่น ถึงเพียงนี้ คนใหญคนโตที่พลอยนึกออกก็เห็นมีแตเสด็จ ซึ่งไมมีทาง จะเสด็จออกจากวังมา รวมงานอยางนี้ไดเลย นอกนั้นยังนึกไมถึง แตทันใดนั้นพลอยก็ดีใจจนรอนซูไปทั้งตัว เพราะคนที่กาวขึ้นบันได มานั้น ไมใชคนอื่นคนไกลเลย แตเปนเจาคุณพอของพลอยเอง ผูซึ่งพลอยมิไดนึกฝนวา จะมาในงานนี้ เพราะ ตั้งแตเริ่มเตรียมงานมา ก็มิไดปรากฏวาทานมาเกี่ยวของ พอเพิ่มตามหลังเจาคุณพอขึ้นมาใกลๆ และมีคุณหลวงตามขึ้นมาเปนคนสุดทาย เมื่อพลอยแลเห็นพี่ชาย ของตัวเองแทๆ ก็ยิ่งทวีความปติขึ้นไปอีก ความรูสึกวาตนเปนไรญาติขาดมิตร ที่มีอยูเมื่อเริ่มงาน ก็หายไปเปน ปลิดทิ้ง เมื่อแรกนั้นพลอยมีความรูสึกซอนอยูวา งานนี้เปนงานของชอย ซึ่งเปนเจาของบาน ถึงแมวาตามความ จริง เสด็จจะไดโกนจุกประทานเทาเทียมกันก็ตาม แตบานนี้เปนบานของชอย คนทั้งปวงที่มา ชวยงานก็เปน ญาติพี่นองหรือมิตรสหาย แหงครอบครัวของชอย พลอยอดนึกไปมิไดวา ตนเองเปนเพียงผูอาศัย ถึงแมวาคน ในครอบครัวของชอย จะแสดงทุกอยางใหเห็นวา พลอยมิไดสําคัญนอยไปกวาชอยเลย ความรูสึกนั้น ยังซอน เรนอยู แตความรูสึกนั้นหมดไปทันใดที่เห็นเจาคุณพอกาวขึ้นเรือน เพราะพลอยมิไดไรญาติขาดมิตร อีกตอไป มีบิดาบังเกิดเกลาและพี่ชายรวมมารดาแทๆ มาในงานนี้ดวย และก็มิไดมาเหมือนกับแขกอื่น ซึ่งไมมีใครสนใจ เทาใดนัก แตมาในฐานที่เปนผูมีเกียรติสูงสุดในงาน เปนประธานในงานนั้นโดยสภาพ พลอยแลเห็น ผูคนที่อยู ขางนอกนั้นกมลงกราบไหวเจาคุณพอ กันแทบทุกตัวคน เจาคุณพอบอกใหพอเพิ่มไหวคุณหลวงเสีย และเสียง คุณหลวงเรียกพี่เนื่องใหมากราบเจาคุณ พลอยสํารวมกิริยายิ่งขึ้น ไมเหลียวหนาไปดู เพราะกลัวเจาคุณพอจะวา ได แตก็อดชําเลืองมองดูชอยมิไดวา ชอยจะสนใจอยางไรบาง เมื่อมีเสียงตอนรับกัน ที่ชานเรือน ชอยก็เหลียว ไปดูอยางไมเกรงใจใคร และเมื่อแลเห็นเจาคุณพอ ชอยก็เดาออกทันที วาตองเปนบิดา ของพลอย พอพลอย ชําเลืองไปสบตา ชอยก็ยิ้มดวย และพยักหนาบุยปากไปทางหลัง ซึ่งพลอยก็ตองยิ้มรับ แลวกมหนาฟงสวดตอ ไป เสียงคุณหลวงพูดกับเจาคุณพออยูขางหลัง ดังลอดเสียงเสียงพระสวดมนตขึ้นมาวา "แมพลอยเปนเด็กดีจริงเทียวขอรับ เรียบรอยนารัก มาคางอยูนี่ไมกี่วัน คนชมกันเปาะไปทั้งบานทีเดียว" "เขาเรียบรอยมาตั้งแตเล็กแลวละ" เจาคุณพอตอบรับ "บานคุณหลวงกวางขวางนาอยูสบาย" เสียงคุณหลวงออกเนื้อออกตัววาบานเกาแกเต็มที ทํางานคราวนี้ก็ไดอาศัยพระบารมีเสด็จ แตก็ยังมี บกพรองอีกหลายอยาง ตองขออภัยและอื่นๆ อีกมาก เมื่อพระสวดเสร็จถวายของพระและอนุโมทนาแลว พลอยก็คลานออกไปนอกหอง พรอมกับชอย และ คลานเขาไปกราบเจาคุณพอดวยกันทั้งสองคน เจาคุณพอยิ้มดูพลอยอยางพอใจ แลวทักชอยกับคุณหลวงวา "ลูกสาวคุณหลวงคนนี้ก็หนาตาคมคายมิใชเลน" "ซนเหลือเกินละขอรับ" คุณหลวงตอบ "ถาจะวาไปแลวของใตเทาหนาตาดีกวามาก แตก็เปนธรรมดา เพราะมารดาเปนคนสวย" และเมื่อพูดไปแลวคุณหลวงก็รูตัววาพูดผิดไปคําโต จึงหยุดกึกลงทันที ทําหนาเกอเพราะรูตัววาพูดผิด แตเจาคุณพออมยิ้มหันมาพูดกับพลอยวา "แตงตัวอยางนี้หนักไหมพลอย ทาจะรอนเอาการอยู เหงื่อออกซิกทีเดียว" ซึ่งก็เปนความจริง เพราะเมื่อคุณหลวงพูดถึงแมตอหนาเจาคุณพอ พลอยก็ใจหายวาบ เหงื่อออกมากขึ้น โดยไมรูตัว

http://www.geocities.com/siamstory/ploy105_2.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๕ (หนาที่ ๒)

Page 2 of 5

เจาคุณพอนั่งคุยกับคุณหลวงตอไปอีกอยางคุนเคย สวนพลอยและชอยเมื่อทักทายปราศรัยเสร็จแลว ก็ ถูกตอนไปเปลี่ยนเครื่องแตงตัว และถูกทรมานอีกครั้งหนึ่ง ดวยการอาบน้ําลางหนาเอาฝุนออก ระหวางนั้น ป พาทยที่มาตีกอนและหลังสวดมนต ก็ยังคงทําเพลงตางๆ เรื่อยๆไป เมื่อถึงเวลาพลบค่ําลง ก็มีการจุดตะเกียง ตางๆ สวางไสวสมกับเปนบานที่มีงาน คุณหลวงไปพูดจาเชื้อเชิญอยางไรก็ไมทราบ แตคืนนั้นเจาคุณพออยูรับประทานขาวที่บาน เมื่อเจาคุณ พอ รับเชิญแลว คุณหลวงก็ตองวิ่งมาบอกแมชั้น ผูภรรยาถึงขางในดวยความตื่นเตน และสั่งใหจัดสํารับคับคอน เปนพิเศษ พลอยเองก็รูสึกดีใจที่บิดาของตนปฏิบัติตัวเปนกันเอง กับคนที่พลอยรักและนับถือเหมือนญาติ แม ชั้นนั้นสังเกตวาดีใจมาก เมื่อไดขาววาเจาคุณทานจะรับประทานที่บานของตน วางทุกสิ่งที่กําลังทําอยูทันที รีบ กุลีกุจอออกไปจัดสํารับใหเปนพิเศษ คือแยกตางหากใสถวยชามที่ดีกวา ที่เตรียมไวรับแขกอื่นๆ เมื่อพลอยอาบ น้ําผลัดเครื่องแตงตัวเสร็จแลว ยังนั่งอยูในเรือนดูคุณสายพับผา และเก็บเครื่องแตงตัว พี่เนื่องก็พาพอเพิ่มเขามา หา "แตงตัวสวยพิลึกละแมพลอย" พอเพิ่มกลาวขึ้นเปนสิ่งแรกที่ไดพบ พลอยยิ้มดวยและตอบวา "พอเพิ่ม นี่ไง แมชอยเพื่อนฉัน" "แลวพอเพิ่มนี่ใครกัน" ชอบถามขึ้นอยางมะนาวไมมีน้ํา "อาว ! ก็พี่ฉันที่ฉันเคยเลาใหฟงไงละ" พลอยตอบ "ออ ! คนนั้นนะเรอะ" ชอยวา "ฉันนึกวาตัวโตกวา นี่ตัวเทานี้ตอยกับฉันก็ไมกลัว" "พูดมากไปนา ยายชอย" พี่เนื่องพูดหัวเราะๆ "อาว ! จริงๆนา" ชอยตอบ "ไมเชื่อลองกันไหมละ" คําพูดของชอยทําใหพอเพิ่มหายเกอไปถนัด ความไมกระดากของชอย ทําใหพอเพิ่มรูสึกวาเขามานั่งอยู ในหมูเพื่อนฝูงรุนเดียวกัน พอเพิ่มจึงหัวเราะและพูดวา "นักเลงรึนี่" พอเพิ่มพูด "พลอยนี่มีเพื่อนเปนนักเลงดวยนะ" "นี่แหละนักเลงโตละ" พี่เนื่องตอบแทน "ตรอกนี้ละไมมีใครกินเขาสักคน" ชอยหัวเราะชอบใจ และทุกคนก็หัวเราะขึ้นพรอมกัน พอเพิ่มหันมาถามพลอยเบาๆวา "แมพลอยนี่แมแกรูหรือเปลาวา แมพลอยโกนจุก" "คุณปาสายสั่งคนไปบอกแลว" พลอยตอบเบาๆเชนเดียวกัน "แตแมสั่งมาวา แมยังมาไมได อีกสองเดือน จึงมากรุงเทพฯ ไหว" "นั่นซีฉันก็เปนหวงแกเหมือนกัน" พอเพิ่มปรารภขึ้น "ปานนี้จะเปนอยางไรบางไมรู ฉันไมไดขาวเลย หลายเดือนแลว" ทั้งสองพี่นองไดแตมองดูหนากัน แลวก็รูสึกไมสบายใจ เพราะตางคนตางเปนหวงแมอยูพอๆกัน พลอย ไมไดพบพอเพิ่มมาหลายเดือน มาพบคราวนี้ไดสังเกตใกลชิด รูสึกวาพอเพิ่มโตขึ้นมาก ลักษณะทาทาง เปน ผูใหญเรียกไดวารุนหนุมทีเดียว ขนาดเดียวกันกับที่พี่เนื่องเปนหนุม แตผิดกันอยูที่วาพอเพิ่ม เปนหนุมบอบบาง และเจาทุกข สวนพี่เนื่องน���้นแข็งแรงและราเริงอยูเสมอ เพราะมีชีวิตความเปนอยูคนละอยาง พลอยไดแตนั่งดูพี่ ชายแทๆ ของตนแลวก็สงสารจับใจ "เออพอเพิ่ม" พลอยถามขึ้น "คุณเชยสบายดีหรือ" "ก็เรื่อยๆนะแหละ" พอเพิ่มตอบ "เห็นมีเรื่องอะไรกับคุณอุนบอยๆ เพราะคุณเชยเธอก็ถือวาเธอก็เปน หนึ่ง เหมือนกัน คุณอุนสั่งอะไรไมคอยฟง อยางฉันนี้เธอก็สั่งไมใหคุณเชยมาเลนดวย เพราะเธอวาฉันเปนไพร แตคุณเชยเธอยอนใหวา ถาลูกเจาคุณพอเปนไพร ลูกทุกคนก็เปนไพรหมด เลยถูกตีเสียใหญ แตคุณเชยก็ยัง เลน กับฉันอยูนั่นเอง" "แลววันนี้ทําไมทานไมเอาคุณเชยมาดวยละ" พลอยถามตอ "ก็คุณอุนนะซี" พอเพิ่มตอบ "เธอวาไมอยากใหนองเธอ มาเกี่ยวของกับคนอยางเราๆ" "แลวเจาคุณพอทานวาอยางไร" "ก็เห็นทานเฉยๆ ฉันก็เห็นทานนิ่งทุกที คุณอุนเธอพูดเอาคนเดียวเทานั้น คุณเชยก็โกนจุกปนี้เหมือนกัน แตตองรอไปอีกสิบกวาวัน เพราะคุณแมทานจะเขามาจากอัมพวา" "งั้นหรือ" พลอยพูด "ถาจะสนุกกันใหญซีนะ" "ก็งั้นแหละแมพลอย ที่บานเรามันไมเหมือนบานคนอื่น ทําอะไรมันก็ไมสนุกไปได" แมชั้นโผลเขามาในหอง หนาตาเปนมันมาจากครัว เพื่อเรียกเด็กๆใหไปกินขาว เพราะจัดสํารับไวใหแลว พอรูวาพอเพิ่มเปนพี่ชายของพลอย แมชั้นก็ดีใจเปนการโกลาหล เขามาลูบหนาลูบหลัง แลวพูดจาชมเชยตางๆ ทั้งที่เพิ่งเคยพบกันเปนครั้งแรก เมื่อเด็กๆ กินขาวเสร็จแลว คุณหลวงก็ใหคนมาตามออกไปทางดานหนาของเรือน อันเปนบริเวณที่มีงาน ตอนนั้นเปนเวลาค่ําสนิทแลว โคมไฟตางๆ ที่แขวนไวดูสวางราวกับกลางวัน เจาคุณพอนั่งอยูในเรือนที่เรียกกัน วา หอนั่ง คุณหลวงกําลังอํานวยการใหคนยกสํารับกับขาว กระโถนขันน้ําเขาไปตั้ง จะเปนเพราะเสียงดนตรีป

http://www.geocities.com/siamstory/ploy105_2.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๕ (หนาที่ ๒)

Page 3 of 5

พาทย และเสียงไฟสวางหรือจะเปนเพราะบรรยากาศ อันเปนกันเองของบานนี้หรืออยางไรก็ตามที แตพลอย สังเกตเห็นวา เจาคุณพอมีอารมณดีและรื่นเริงเปนพิเศษในคืนวันนั้น ยิ่งกวาเคยเห็นเมื่อครั้งอยูที่บาน พอคนใช ยกสํารับมาตั้ง เรียบรอย เจาคุณพอก็กลาวขึ้นวา "พอนพกินดวยกันเถิดนา" พลอย สังเกตทันที วาเจาคุณพอเริ่มเรียกคุณหลวงดวยชื่อจริง อยางที่เคยเรียกกันมาแตกอน มิไดเรียก วา คุณหลวงเหมือนเมื่อตอนบาย "เชิญทานตามสบายเถิด ขอรับ" "ไมเอาละ" เจาคุณพอวา "นั่งกินคนเดียวราวกับเลี้ยงพระ จะไปอรอยอะไร มากินเปนเพื่อนกันหนอย เถิด" คุณหลวงตกลง เรียกชามขาวมารวมวงกับเจาคุณพอ เมื่อเริ่มกินขาว เจาคุณพอแลเห็นเด็กๆ ไปนั่งอยุที่ เฉลียงก็เรียกเขาไปขางใน แลวถามวา "พวกนี้กินขาวกันแลวหรือยัง" เมื่อไดความวากินแลว ก็ซักถามตอไปวา กับขาวอยางไหนอรอยบาง ซึ่ง เด็กๆตอบกันไปคนละอยางสองอยาง ไมตรงกันสักคนเดียว เจาคุณพอกับคุณหลวงตองตกลงกันวา เมื่อความ เห็นไมตรงกันเชนนี้ ก็จําตองลองกินทุกอยาง พลอยรูสึกวา ตนไมเคยสนิทสนมกับเจาคุณพอ มาแตกอนเทาคืนวันนี้เลย พลอยเคยนึกชมคนในบาน ชอย วารักใครเปนกันเองสนิทสนม แตพอเจาคุณพอมาในบานนี้ เจาคุณพอก็กลายเปนคนที่เปนกันเอง สนิท สนมอยางที่พลอยเคยใฝฝนอยูตลอดมา ยิ่งเห็นเจาคุณพอพูดคุยดวยอารมณรื่นเริง หัวรอตอกระซิก ทักทายคน ทั่วไป พลอยก็ยิ่งปลื้มปติ ความรักที่มีตอบิดาของตน ซึ่งฝงลึกอยูในหัวใจเพราะไมมีโอกาสจะแสดงได ก็ดู เหมือนจะทวมทนออกมา ยิ่งมองไปดูคุณหลวง ซึ่งพยายามเอาอกเอาใจเจาคุณพอดวยความนิยมรักใคร แลดูพี่ เนื่องซึ่งดูเหมือนจะคอยฟงจดจําทุกคําที่เจาคุณพอพูด และหัวเราะดวยเมื่อผูใหญหัวเราะ ตลอดจนชอย ซึ่งนิยม ใครไมไดงายๆ ก็ดูเหมือนจะนั่งมองดูเจาคุณพออยูดวยความเลื่อมใส และแสดงกิริยาอาการเรียบรอย ผิดปกติ พลอยก็ยิ่งปลื้มใจ อยากจะแสดงความรูสึกนิยมยินดี ที่ตนมีตอเจาคุณพอนั้นออกมาใหปรากฏ พลอยมองไปริม ฝาเรือน เห็นมีพัดขนนกวางอยูอันหนึ่งก็นึกอะไรออก รีบคลานไปหยิบพัดมาพัดใหเจาคุณพอ ขณะที่รับ ประทานขาวอยางสุดฝมือ เทาที่ไดเคยร่ําเรียนฝกซอมมาจากในวัง เจาคุณพอเหลียวมายิ้ม มองดูพลอยอยูนาน เหมือนจะเขาใจความรูสึกความหมายของพลอยทุกอยาง แลวก็พูดขึ้นวา "ดีจริงพลอย ไมเสียทีไปอยูในรั้วในวัง พัดไดเปนชาววังแทๆทีเดียว" ซึ่งคําพูดเพียงเทานั้น เปนการตอบแทนสําหรับพลอยเกินกวาของมีคาใดๆ จะมาเปรียบเทียบได ระหวางที่นั่งกินขาวกันอยู เจาคุณพอก็คุยกับคุณหลวงถึงเรื่องเกาๆ ที่ผานมาดวยกัน บางเรื่อง ก็เกี่ยว แกราชการที่เคยทํารวมกันมา บางเรื่องก็เกี่ยวกับความสนุกซุกซน ที่เคยผานมาดวยกันเมื่อเปนหนุมๆ พลอย ไดยินเจาคุณพอถามคุณหลวงถึงเพื่อนฝูงเกาๆ ที่ลมหายตายจากไปแลวก็มี บางทีก็พูดถึงสถานที่แปลกๆ ที่ พลอยไมรูจัก เชนรานตางๆในสําเพ็ง หรือโรงขายน้ําชาญี่ปุนที่ถนนบํารุงเมือง บางครั้งเจาคุณพอก็ชําเลืองมาดู ทางเด็กๆ แลวก็ลดเสียงลงมิใหไดยิน แตพอลดเสียงที่พูดทีไร ก็มักจะหัวเราะกันครื้นเครง เมื่อพูดเสร็จทุกครั้ง เมื่อของหวานยกเขามาตั้งแลว แมชั้นก็ออกมาจากหลังเรือน และมากราบเจาคุณพอซึ่งเมื่อเห็นแมชั้น ก็ ทักวา "แหม แมชั้น ! ไมไดพบกันหลายปทีเดียว ยังสวยไมตกเลยนะ" แมชั้นหัวเราะกิ๊ก แลวตอบวา "ทานก็ปากหวานไมตกเหมือนกันละเจาคะ ถาอิฉันไมพบคุณหลวงเสียกอน ปานนี้อิฉันตามทานไปแลว" "ก็นั่นนะซิ" เจาคุณพอพูด "ปานนี้มิสบายไปแลวหรือ" "ถาทานตองการเดี๋ยวนี้ ก็ยังสนองพระเดชพระคุณไดนี่ขอรับ ผมไมหวงหรอก" คุณหลวงพูดสอดขึ้นมา "พูดดีไปเถอะ" แมชั้นขู "ฉันยังไมแกเฒานักดอกนะ จะบอกให บางทีเจาคุณทาจะตองการคนทําครัวบาง กระมัง" แลวทั้งสามคนก็หัวเราะขึ้นพรอมกัน พลอยไดยินผูใหญคุยกันก็ลองนึกดูวา ถาเจาคุณพอไดกับแมชั้นจริงๆ อยางที่ลอกันเลน ปานนี้จะเปน อยางไร พลอยอาจมีแมเปนแมชั้นก็ได แมพลอยเลิกคิดทันที เพราะถึงแมชั้นจะนารักเพียงใดก็ตาม ถาจะเอา มากแลกกับแม พลอยก็เลือกเอาแมมากกวา "เดี๋ยวนี้ทานยังเลนระนาดเอกอยูหรือเปลาขอรับ" คุณหลวงถามเจาคุณพอขึ้น "ทิ้งมาเสียนานแลวละพอนพ" เจาคุณพอตอบ "ไมมีใครจะเลนดวย เดี๋ยวนี้ที่บานเหลือแตเครื่อง ผูคนมัน ก็กระจัดกระจายกันไป ไมเหมือนแตกอน แลวพอนพละ ยังเลนฆองวงอยูหรือ" "ก็ทิ้งมานานเหมือนกันขอรับ" คุณหลวงพูด เจาคุณพอนั่งนิ่งใชนิ้วเคาะจังหวะเขากับเพลง ที่ปพาทยกําลังบรรเลงอยูครูหนึ่ง แลวก็ทําทาเหมือนกับ จะคิดอะไรออกอยางกระทันหัน พูดกับคุณหลวงขึ้นวา

http://www.geocities.com/siamstory/ploy105_2.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๕ (หนาที่ ๒)

Page 4 of 5

"พอนพ เรามาลองฝมือกันสักทีดีไหมละ ฉันจะตีระนาดเอก พอนพตีฆองวง" คุณหลวงหัวเราะกาก แลวตอบวา "ผมตามทานไมทันหรอกขอรับ" "ไมเอานา อยาถอมตัว" เจาคุณพอยืนยัน "ทานบอกใหตีก็ตีไปซี" แมชั้นสนับสนุน "มัวแตอิดออดร่ําไรอยูได ฉันอยากจะฟงเจาคุณทานตีระนาด ได เคยฟงหนหนึ่งเมื่อยังสาว ยังติดใจไมหายเลย" คุณหลวงไดยินภรรยาชวยหนุนก็ขยับลุก ทั้งสองคนเดินไปทางวงปพาทย ซึ่งทําเพลงจบลงแลว คุณ หลวงเขาไปกระซิบกระซาบอยูครูหนึ่งกับนายวง แลวคนระนาดเอกก็ลุกจากที่ เจาคุณพอเขานั่งแทน และคุณ หลวงก็เขานั่งประจําฆองวง ทุกคนในงานซึ่งรับอาหารเสร็จ หันไปมองอยางสนใจ และพูดจาซุบซิบ กันอยูทั่วไป เจาคุณพอจับไมระนาดขึ้นลองไลลูกดูกอน แลวก็ขยับกายใหเขาที่ ยกไมระนาดทั้งสองชูขึ้น จบเพียง หนาผาก สองมือพนมระลึกถึงคุณครูอยูครูหนึ่ง แลวก็เริ่มตี ครั้งนี้เปนครั้งแรกในชีวิต ที่พลอยไดยินเจาคุณพอ เลนดนตรี และเปนครั้งแรกที่ไดเคยเห็นเจาคุณพอ เปนตัวของตัวทานเองโดยสมบูรณ เจาคุณพอเริ่มตีเบาๆ ตามทํานองชาๆ เขากับเสียงฉิ่งและตะโพน ดังเปนจังหวะ สายตาเจาคุณพอทอดไปขางหนา แตมองไมเห็น อะไร เพราะขณะนี้อารมณของทานเขาคลุกเคลา อยูเฉพาะกับดนตรีโดยสิ้นเชิง เสียงเพลงที่เจาคุณพอบรรเลง จากระนาด ทําใหพลอยเศราใจในชั้นแรก เพราะดูเหมือนจะเปนคําพรรณนา ถึงความหลังที่ผานไปแลวอยางไม มีวันคืนมาอีก ถอยคําที่เจาคุณพอพูดดวยดนตรีนั้น เต็มไปดวยความสงสัย เคลือบเคลงใจ บางตอนก็มีพอแลว รําพึงรําพันถึงความหลัง พลอยเริ่มรูสึกตื้นตันในอก มีกอนแข็งๆมาจุกที่คอหอย น้ําตาอุนๆ เริ่มจับที่ขอบตาทั้ง สองขาง แตแลวเจาคุณพอก็เปลี่ยนจังหวะเร็วขึ้น ความเคลือบเคลงสงสัย และความทุกขโศกทรมานใจคลายลง ความรื่นเริงเขามาแทนที่ จังหวะระนาดนั้นเร็วขึ้นอีก กลายเปนเสียงคนวิ่งเลน คนหัวเราะ เสียงนกรอง แดดออก ยามเชา ดอกไมบาน ไมระนาดที่เจาคุณพอเหวี่ยงไปมาโดยเร็ว ตามลูกระนาด กระทบแสงไฟเหมือนกับผีเสื้อ สองตัว บินไปเกาะที่ดอกไมโนนบาง ดอกนี้บางเร็วขึ้นอีก เสียงฉิ่งเสียงฉาบ เสียงกลองแขกดังเราใจ เจาคุณพอ เปดเผยใหเห็นความสนุกในชีวิต ความขบขันความรื่นเริง ของคนที่ปราศจากทุกข น้ําตาพลอยแหงหายไปโดย ไมรูตัว นั่งยิ้มมองเจาคุณพออยางตาไมกระพริบ หัวใจเตนแรง เขากับจังหวะของเพลง ทุกคนที่นั่งอยูนิ่งฟงเหมือนถูกสะกด ไมมีใครพูดจากับใคร ที่สูบบุหรี่ก็นั่งถือบุหรี่ปลอยใหไหมไปเอง ที่ นั่งเคี้ยวหมากก็หยุดเคี้ยว นั่งอมหมากอยูในปากจนชืด แมชั้นนั่งอยูใกลๆกับพลอยหายใจถี่ และแรงจนไดยิน ชอยพี่เนื่องและพอเพิ่มนั่งนิ่งตัวแข็ง เลิกพูดจาซุบซิบกัน คุณสายคอยๆยองออกมาจากในเรือน มานั่งใกลๆแม ชั้น แลวกระซิบวา "ฉันนึกแลวไมมีผิด ไมมีใครตีไดอยางนี้อีกแลว ไดยินที่ไหนเปนจําไดทีเดียว" พลอยเหลือบไปดูทางหลังเรือน ขางๆลับแลตามประตูทุกชอง แสงโคมกระทบกับดวงตาหลายสิบคู พวก คนในบานและคนมาชวยงาน พากันเลิกทํางานชั่วคราว เมื่อไดยินเสียงระนาดอยางที่ไมเคยไดยินมาแตกอน เจาคุณพอเปลี่ยนจังหวะไปอีก ตอไปเปนการลอหลอก ระหวางเจาคุณพอกับคุณหลวง เจาคุณพอเปน คนหนี คุณหลวงเปนคนไล เจาคุณพอเหลียวหนาไปดูคุณหลวงแลวยิ้มดวย คุณหลวงก็สายหนาหัวเราะ สวนมือ ก็ตีฆองวงตาม เจาคุณพอตีระนาดหนีตอไปอีกแลวก็หยุด ปลอยใหคุณหลวง ตีฆองวงตามจนทัน แลวเจาคุณ พอก็หนีตอไปอีก จนในที่สุดคนทั้งสองก็กมหนาตีอยางเร็วปลอยลูกหมด ไปจนจบเพลง เมื่อจบแลวเจาคุณพอก็ วางไมระนาด ยกมือไหวครูอีกทีหนึ่งแลวก็หัวเราะ ทุกคนในวงปพาทยกมตัวลงกราบพรอมกัน เปนการเคารพในฝมือของเจาคุณพอ มิใชกราบยศศักดิ์อัคร ฐาน สวนคุณหลวงก็ยกมือขึ้นไหวหลายหน โคลงศีรษะหัวเราะแลวพูดวา "ทานตีอยางนี้ผมแย ตามไมทันเลย" เจาคุณพอทักทายกับแขกเหรื่อที่นั่งอยูในบริเวณนั้น อีกสักครูหนึ่งแลวก็ลากลับ แตกอนจะกลับเจาคุณ พอ หันมาสั่งกับพลอยวา "พลอย พอจะกลับกอนละนะ แลวพรุงนี้จะมาใหม" คืนวันนั้น พลอยเขานอนดวยความเหนื่อยออน แตความรูสึกในใจเต็มไปดวยความสุข อยางไมเคยมีมา แตกอน วันนี้เปนวันที่พลอยมีชีวิตเต็มสมบูรณ ไดถูกรับรองตอหนาคนเปนอันมากวา พลอยเปนลูกเจาคุณพอ ผูซึ่งเปนที่นับถือของคนทั้งหลาย และเปนผูที่คนทั้งหลายใหความสนใจในตัวเจาคุณพอ ผูซึ่งเปนที่นับถือของ คนทั้งหลาย และเปนผูที่คนทั้งหลายใหความสนใจเปนอยางยอดเยี่ยม ไมวาทานจะพูดสิ่งใด หรือทําสิ่งใด ความ สนใจในตัวเจาคุณพอ ทําใหพลอยไดรับสวนสะทอน จากความเปนยอดเยี่ยมของทาน ในงานนั้น แทนที่พลอย จะเปนคนที่ตองตามหลังชอย หรือเพียงแตคูเคียงกัน พลอยกับจะออกหนาชอยไป ในดานความสําคัญ แตความ พอใจของพลอย มิไดอยูในขอนี้ ที่พลอยพอใจนักหนาก็เหตุวา เจาคุณพอไดมาในงาน เพื่อพิสูจนใหปรากกวา พลอยมิใชเด็กที่ไรญาติขาดมิตร แตเปนผูที่บิดาเปนผูใหญที่คนจักนับถือได พลอยยิ่งนึกรักชอยมากขึ้นไปอีก เมื่อไดยินชอยพูดขึ้น เมื่อเขาไปนอนในมุงดวยกันแลววา "พลอย ฉันดีใจเหลือเกิน ที่เจาคุณพอของพลอยทานมาวันนี้"

http://www.geocities.com/siamstory/ploy105_2.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๕ (หนาที่ ๒)

Page 5 of 5

"ทําไมชอย" พลอยถาม "อาวก็ดีใจซี ที่เจาคุณพอของพลอยทานมาชวยงาน ใครๆเขาก็ดีใจกันทั้งนั้น แลวก็ทานนารัก ออกจะ ตายไป" "ชอยนึกอยางนั้นจริงๆหรือ" พลอยถาม "พุทโธ ! ไมนึกจริงฉันจะไปพูดอยางนั้นทําไม" ชอยตอบยืนยันอยางจริงใจ "จริงๆนะพลอย พออยางนี้ให ฉันก็เอา" "ชอยก็" พลอยทวง "คุณพอของชอยก็นารักมากเหมือนกัน ใหฉันก็เอาอีกนะแหละ" "นั่นนะซิ" ชอยพูด "อยางเราสองคนนี่แลกพอกันไดเทียวนะ ไมมีใครเสียเปรียบใครหรอก" แลวเด็กทั้งสองคนก็คุยกันเรื่องความดีของพอของตน ตามประสาเด็กไปจนชอยเหลือแตเสียงกรน พลอย จึงไดหลับตามไปในเวลาไมชา รุงขึ้นอีกวันหนึ่ง เปนวันโกนจุกและทําขวัญ ทั้งชอยและพลอยตองถูกทรมาน ดวยการเปลี่ยนเครื่องแตง ตัว ถึงสองครั้ง เจาคุณพอมาตั้งแตเชา ตามที่นัดไว และอยูรวมงานไปจนทําขวัญเสร็จ หลังจากเมื่อคืนที่แลว เจาคุณพอรูสึกวาเปนกันเองสนิทสนมกับคนในบาน และแขกเหรื่อทุกคนดียิ่งขึ้นกวาเกา และเมื่อเสร็จงานแลว เจาคุณพอก็เรียกพลอยเขาไปใกลๆ สงหีบใหใบหนึ่ง แลวพูดวา "นี่แนพลอย พอทําขวัญเจาในงานโกนจุก เปดออกดูซี ถูกใจไหม" พลอยจึงกมลงกราบเจาคุณพอ ดวยมือที่สั่นระรัว เพราะครั้งนี้เปนครั้งแรกที่ไดรับของ จากเจาคุณพอ โดยตรง ในหีบนั้นมีจี้อันใหญ กลางฝงมรกตคอนขางใหญ มีเพชรซึกลอมรอบ นอกจากนั้นยังมีกําไล เล็กๆพอ ขนาดขอมือพลอยอีกครูหนึ่ง ฝงเพชรลูกกับนิลสีดอกตะแบกสลับกัน พลอยนั่งกมหนาหยิบของแตงตัว แลวก็ วางไมรูวาจะพูดจาวากระไรถูก "ชอบอยางไหน พลอย" เจาคุณพอถามเบาๆ อีกครั้งหนึ่ง พลอยไดยินก็หยิบจี้ ซึ่งมีลักษณะเปนของ โบราณ ขึ้นใหดู "ไมเสียทีที่เปนลูกพอ" เจาคุณพอพูดขึ้นอยางพอใจ "จี้อันนั้นราคาไมถึงกําไลขอมือ เพราะเปนของเกา คนเขาไมคอยชอบ กําไลคูนั้นเปนของนอก พอเพิ่งซื้อมา แตจี้เปนของคุณยาของเจา เจาก็ชอบถูกทีเดียว" พลอยรูสึกดีใจที่เจาคุณพอชมวาเลือกชอบไดถูก สําหรับชอยเจาคุณพอทําขวัญแหวนงูวงหนึ่ง ขณะนั้น แมชั้นก็เขามานั่งอยูขางๆ และชวยดีใจแทนเด็กทั้งสองคนอีกยกใหญ เจาคุณพอนั่งพูดอยูอีกเล็กนอย ฝากฝง พลอยกับคุณสายอีกตามสมควร แลวก็ลากลับ งานโกนจุกผานไปโดยเรียบรอย ไมมีอุปสรรคไมมีสิ่งใด ที่จะมาทําใหกระทบกระเทือนใจ เมื่อเสร็จงาน แลว พลอยก็อยูกับชอยที่บานตอไปอีกสองวัน เพราะคุณสายยังเก็บของไมเสร็จ ทําใหเพิ่มความสนิทสนม กับ คนในบานนั้นยิ่งขึ้น แมชั้นนั้นออกปากชมวา เมื่อนึกถึงวันที่เด็กจะตองกลับวังก็ใจหาย ทําใหคุณสายตอง หัวเราะหึๆ แลวตอบวา ถาขืนปลอยใหอยูที่นี่ไปอีกเจ็ดวัน ก็จะไดกลายเปนโจรไปทั้งสองคน เพราะมีแตคนชวย ตามใจ สวนพี่เนื่องนั้นใหสัญญาวา เมื่อพลอยกับชอยกลับไปแลว จะพยายามไปหาใหบอยที่สุด ในที่สุดวันที่จะตองกลับวังก็มาถึง คุณสายหอบขางของพะรุงพะรัง ขึ้นรถกลับตามทางเดิม มีพี่เนื่องมา สง จนถึงประตูขางนอก พอเดินผานประตูชั้นในกลับตําหนัก ก็มีเสียงคนรูจักทักทายกันเกรียวกราว เหมือนเมื่อ วันแรกที่พลอยเขาวังมากับแม ผิดกันแตที่วาคราวนี้พลอยรูสึกตัววาเปนผูใหญ คุนเคยตอโลก คุนเคยตอ เหตุการณ คุนเคยตอคนทั้งปวง เปนคนมีหลักฐานมากกวาวันที่แรกเริ่มเขามาในวังเปนไหนๆ แตความรูสึกวาเปนผูใหญขึ้น หลังจากโกนจุกนั้นยังมีเหตุอื่นมากระทบ ทําใหพลอยตองรูสึกวา เปน ผูใหญจริงๆ ความรูสึกอยางเด็กหลายอยางไดหมดสิ้นไป ในวันที่กลับเขาวังนั้นเอง พอคุณสายพลอยและชอย พากันมาถึงตําหนัก ยังไมทันจะเขาหอง ก็มีขาหลวงคนหนึ่งรีบมาหาคุณสาย บอกวาเสด็จรับสั่งใหคุณสาย ขึ้น ไปเฝาในทันทีที่มาถึงตําหนัก ขาหลวงคนนั้นมองดูพลอยดวยสีหนาอันเปลก แตพลอยก็มิไดเฉลียวใจอยางไร คุณสายรีบเปดหองแลวก็สั่งเด็กๆ ใหชวยกันเอาของเขาเก็บ สวนตนเองนั้นรีบขึ้นบันไดไปชั้นบนของตําหนัก คุณสายขึ้นไปนาน แตแลวก็กลับลงมาตาบวมแดง เหมือนกับรองไหมาใหมๆ พอลงมาถึงก็เรียกพลอยและชอย ใหชวยกันรื้อของออกจากหีบ ไมยอมพูดอะไรดวยทั้งสิ้น จนถึงเวลาค่ําวันนั้น คุณสายจึงไดเรียกพลอยเขาไปในหองสองตอสอง แลวก็รองไหสะอึกสะอื้นพลาง พูดพลางบอกใหพลอยรูวา แมของพลอยนั้นตายเสียแลวที่ฉะเชิงเทรา เพราะลูกในทองนั้นออกมากอนกําหนด และแมอยูไดสองวันก็ตาย กอนตายมิไดสั่งเสียอะไรเลย ญาติโยมทางโนนเขาชวยกันเผาศพเสร็จไปแลว เสด็จ เพิ่งทรงทราบแนเมื่อวานนี้ จึงรับสั่งเรียกคุณสายขึ้นไป มอบภาระใหบอกแกพลอยใหทราบ

http://www.geocities.com/siamstory/ploy105_2.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๖ (หนาที่ ๑)

Page 1 of 5

สี่แผนดิน ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช แผนดินที่ ๑ บทที่ ๖ (หนาที่ ๑) หาปใหหลัง นับจากวันที่พลอยไดรูวาแมตาย พลอยก็ยังคงอยูที่ตําหนักเสด็จ แตพลอยอายุสิบหกปเศษ นับวาเปนสาวเต็มตัว และเปนสาวอยางที่ใครเห็นใครตองชม วาสวยเกินกวาที่คาดไว ถึงแมวาเมื่อยังเด็กๆ พลอยก็มีคนชมวาเปนเด็กสวยอยูแลว สวนชอยเปนสาวขึ้นมาดุจกัน แตจํานวนปและรางกายที่เติบโตขึ้น มิได ทําใหนิสัยของชอยเปลี่ยนแปลงไป ยังคงเปนคนสนุกสนานราเริง และมีความคิดเห็นเปนของตัวเอง อยางแต กอน พลอยยังจําไดดีถึงวันที่ตนและชอย เริ่มหมผาอยางผูใหญทั้งหลาย ถาจะวาไปแลว วันนั้นก็เปนวันสําคัญ มาก เพราะเทากับวาพลอยไดสละความเปนเด็ก ยางเขาสูความเปนผูใหญอยางสมบูรณ โดยที่คนทั้งปวงตั้งแต เสด็จลงมาจนถึงคนอื่นๆ ก็ยอมรับวาพลอยสมควรเปนผูใหญไดแลว วันที่เริ่มหมผา และตอมาอีกหลายวัน ทั้ง พลอยและชอยตองนั่งอยูนิ่งๆ ไมกลาขยับเขยื้อนไปไหนไกล เพราะกลัวผาหมจะหลุด ยิ่งจะใหคลานไปมาบน ตําหนักแลว ดูเหมือนจะเปนเรื่องนอกปญญา ทําไมไดทีเดียว พลอยเห็นผูใหญเขาหมผา ดูเปนของงายๆ เพราะ หมทีเดียวแลวก็อยูไปไดตลอด นานๆจึงจับใหเขาที่รัดกุมเสียทีหนึ่ง แตพอตัวไดหมเขาเอง จึงรูวายากเย็นสัก เพียงใด เพราะผาทีหมไวกับตัวนั้น จะอยูไดก็เพราะความชํานาญ มิไดอยูไดก็เพราะเข็มกลัด กระดุมหรือเครื่อง เหนี่ยวรั้งอื่นๆ เสด็จก็ดูเหมือนจะเขาพระทัยเรื่องนี้ดี เพราะในตอนแรกๆ ก็มิไดทรงใชสอย บอยครั้งเหมือนแต กอน ทรงใหเวลาพลอยคุนกับผาหมอยูหลายวัน จนในที่สุดก็รับสั่งถามวา "พอลยหมผาเปนแลวหรือยัง" เมื่อพลอยทูลตอบวาเปนแลวก็รับสั่งกําชับวา "ไมหลุดแนนา" พลอยตองกราบทูลยืนยันอีกครั้งหนึ่ง จึง ไดทรงใชสอยตอไป และดูเหมือนจะมากกวาเมื่อกอน เพราะเดี๋ยวนี้ใครๆก็รูกันทั่วตําหนักแลววา พลอยเปนขา หลวงคนโปรด การเปนคนโปรดของเสด็จนั้นมีทั้งทางเสียทางดี ถาจะวาในทางเสีย พลอยก็มีเวลาเปนของตัวเอง นอย ลงไปกวาขาหลวงคนอื่นๆ เพราะตองคอยปฏิบัติรับใชอยูตลอดเวลา จะมีเวลาทํากิจธุระสวนตัวบาง ก็ตอเมื่อ เสด็จเขาบรรทมหรือยังไมบรรทมตื่น หรือมีกิจธุระจําเปนจริงๆ นอกจากนั้นสวนเสียก็ยังมีอีก ที่คนอื่นเกิดความ อิจฉาริษยา คอยคอนแคะหาเรื่อง แตพลอยก็มีชอยคอยออกรับแทนอยูเสมอในขอนี้ ทําใหคนอื่นไมกลา เพราะ ชอยเปนคนมีชื่อเสียงประจําเสียแลว ในการเอาจริง คนจึงกลัวเปนสวนมาก การอยูใกลชิดพระองคเสด็จนั้น ถึง บางคราวพลอยจะรูสึกเหน็ดเหนื่อยบาง พลอยก็มิไดรูสึกทอถอย เพราะถือวา เปนการตอบแทนที่เสด็จทรงพระ เมตตาชุบเลี้ยงมา และยิ่งกวานั้น การที่อยูใกลชิดพระองคทําใหพลอยไดรูไดเห็น และบางครั้งก็ไดตามเสด็จไป ในที่บางแหง ซึ่งแมแตบางคนที่อยูในวังมานานกวาพลอย ก็มิไดเคยไดไปถึง ที่ๆ เปนยอดเยี่ยมของในวังก็เห็นจะไดแกที่บน อันเปนที่ประทับของพระเจาอยูหัวและสมเด็จ พรอมทั้ง ทูลกระหมอมฟาอีกบางพระองค ตามปกติเสด็จขึ้นที่บนเกือบทุกวัน และพลอยก็ไดถือหีบหมาก ตามเสด็จ ตอน แรกๆ พลอยก็เกรงกลัวเสียเปนลนพน เมื่อเสด็จแลวก็ไดแตนั่งคอยรับเสด็จกลับตําหนัก อยูแคอัฒจันทรพระที่ นั่ง แตตอมาพลอยไดรับความกลาเพิ่มเติมขึ้นจากชอย ผูซึ่งรูจักคนมาก เวลาตามเสด็จขึ้นที่บน ก็ไดคลานซอก ซอนไปจนทั่วเทาที่จะไปได แลวก็กลับมาเลาใหพลอยฟง ทําใหพลอยอยากรูอยากเห็นบาง ประกอบกับพลอย ไดรูจักคุณพนักงานบางคนที่เปนญาติ แมเจาจอมบางคน ก็ไดรูจักในฐานเปนญาติ ตอมาจึงไดมีความกลาขึ้น และไดเห็นความเปนไปของที่บนอยางใกลชิด ตามปกติเสด็จขึ้นทางบันไดดานตะวันตก และเวลาเสด็จกลับก็กลับทางเดียวกัน ฉะนั้นในขั้นแรก เมื่อสง เสด็จแลว พลอยจึงคลานเล็ดลอดตามระเบีย��� ไปจนถึงหองที่พนักงานกลาง เตรียมเครื่องตน ในที่นั้น คุณ พนักงานหลายคนรูจักพลอยดี จึงไมมีใครหามปรามแตทักทายปราศรัย พูดคุยดวยเปนปกติ และจากที่นั้น ถา หมอบโผลหนาออกทางประตู ก็จะมองเห็นหองเขียว อันเปนหองทรงพระสําราญ และเสวยพระกระยาหาร ของ พระเจาอยูหัว ครั้งแรกที่พลอยไดเห็นพระเจาอยูหัวของตน อยางใกลชิดในที่รโหฐาน พลอยก็ขนลุกเกรียวทั้งตัว เพราะรูดีวา ที่ๆตนไดไปถึงเปนที่ศักดิ์สิทธิ์เพียงไร บนพระที่นั่งอันกวางใหญไพศาล และในหองที่ตนเห็นเฉพาะ หนา เปนที่อยูของเจาชีวิตคนไทยทั้งมวลในสมัยนั้น เปนหัวใจของประเทศ การเปนไปทุกอยางของโลกภาย นอก มารวมอยู ณ ที่นั้น ไมมีที่อื่นใดจะสําคัญไปกวา เมื่อเสด็จขึ้นเฝานั้น ตามธรรมดาก็เปนเวลาเสวย เสด็จเขาเฝาในหองเขียว พรอมดวยเจานายพระองค อื่น อีกเปนอันมาก มีที่สังเกตอยูวาเจานายที่ขึ้นเฝานั้น ถาหากมิไดมีหนาที่อยางไร เพียงแตเฝาเฉยๆ ก็ทรงหม แพรสี ตามวันทุกพระองคไป สวนเจานายลูกเธอบางพระองค ที่มีหนาที่รับใชปฏิบัติ ก็ทรงผาหมเหมือนกันกับ

http://www.geocities.com/siamstory/ploy106.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๖ (หนาที่ ๑)

Page 2 of 5

คนทั้งปวง หองเขียวที่เฝานั้นเปนหองใหญผนังสีเขียวแก มีลวดลายปดทอง กึ่งผนังชั้นบนยกขึ้นไป กั้นเปน ระเบียงทําดวยไม ขัดมันสลักเปนลวดลายมีบันไดขึ้น บนระเบียงวางตูหนังสือตางๆจํานวนมาก ในหองมีตูโตีะ วางอยูเรียงราย แตเยื้องไปทางดานพระบัญชร และใกลกับบันไดขึ้นระเบียงไวหนังสือมีเกาอี้ยาว ทอดไวเปนที่ ทรงพระสําราญ และเปนที่เสวย มีโตะเล็กๆอีกตัวหนึ่งวางอยูขางหนา สําหรับตั้งเครื่องตน เครื่องตนหรือเครื่องเสวยนั้น สงขึ้นมาจากหองเครื่องตน ทุกอยางหอผาขาวผนึกตราอยางระมัดระวัง เปนหนาที่ของคุณพนักงานที่เรียกกันวา พนักงานกลางรับไว เมื่อถึงเวลาใกลจะเรียกเครื่อง พนักงานเหลานั้น ก็จัดแจงแกะผนึก เตรียมเครื่องตนใหพรอมที่จะตั้งเครื่องได พอถึงเวลาเสวยเจาจอมอยูงานทั้งหลาย ก็มานั่งเขา แถวคอยรับเครื่องตน ตั้งแตจากมืองานกลางแลวสงกันตอไปทีละคน จนถึงพระเกาอี้ที่ประทับ คุณเจาจอมทุก คนมีที่นั่งประจําของตน และตลอดจนเจานายที่มาเฝาก็ดี หรือมีหนาที่คอยปฏิบัติรับใชก็ดี ดูเหมือนจะมีที่ ประทับเปนประจํา ไมสับสนหรือปะปนกัน กอนที่จะเสด็จลงหองเขียว บรรดาคนในที่นั้นก็พูดคุยกัน ดวยเสียง เบาๆ แตพอเสด็จลงประทับพระเกาอี้แลว เสียงพูดคุยกันเองก็หายเงียบไปสิ้น คงเหลือแตเสียง พระราชดํารัส และเสียงกราบบังคมทูลตอบ ของแตละคนที่มีพระราชดํารัสดวย สลับดวยเสียวหัวเราะเบาๆทั่วไป เปนครั้งเปน คราว ในเมื่อมีเรื่องขบขัน พลอยหมอบดูเหตุการณตางๆ และคอยสดับรับฟงเสียงจากหองเขียว ไดครั้งละนานๆ การที่ไดมีโอกาสเขาไปใกลชิด ถึงบนพระที่ประทับมิไดทําใหพลอยเห็นสิ่งตางๆ เปนของธรรมดา ไปไดเลย เพราะอาการกิริยาของคนที่อยูบนนั้นก็ดี บรรยากาศโดยทั่วไปที่บนนั้นก็ดี มีแตจะชักจูงใหเห็นทุกอยาง บนนั้น เปนของสูง เปนของศักดิ์สิทธิ์ ควรแกความเคารพอยางสูงสุด ยิ่งไดตามเสด็จขึ้นที่บนบอยครั้งเขา พลอยก็ยิ่งเพิ่มความกลาคลานตอจากหองคุณพนักงานนั่ง ไปยัง หองอื่นๆที่บนนั้น บนพระที่นั่งมีทางแคบคอนขางจะมืด แตคลานไดตลอดจากมุมตะวันตก ไปถึงมุมตะวันออก ผานหองตางๆทั้งสองขาง จากหองทองซึ่งมีฝาผนังและเครื่องตกแตงทุกอยางปดทองระยับ มีกระจกเงาบาน ใหญๆ กรอบปดทองสลักลวดลายติดตามผนัง พลอยคลานผานเขาไปยังหองเหลือง พลอยเคยไดยินถึงหองเหลืองมาตั้งแตเด็กๆ เมื่อมีโอกาสไดเขาไปถึง ก็มองดูดวยความสนใจเปนพิเศษ หองนั้นเปนหองโถงใหญกวาหองอื่นๆที่บนเล็กนอย ฝาผนังและเครื่องตกแตงทาสีเหลืองปดทอง ตรงตามที่ เรียก กันวาหองเหลือง ความจริงหองเหลืองเปนทางเสด็จพระราชดําเนินผานทุกวัน เพราะพระทวารหองนั้น เปดออก ไปยังอัฒจันทรเสด็จออกขางหนา ฉะนั้นเวลาจะเสด็จออกขางหนาก็จําตองเสด็จพระราชดําเนินผาน และเวลาเสด็จ ขึ้นขางในก็จําตองผานอีกครั้งหนึ่ง ฉะนั้นหองเหลืองนี้จึงเปนที่ชุมนุม ของขางในทั้งปวงที่ไมมี ตําแหนงเฝา โดยใกลชิดในที่อื่น มาคอยเฝาหมอบเฝาในเวลาเสด็จพระราชดําเนินขึ้นหรือลงดังกลาวแลว หอง เหลืองกอนหรือเวลาเสด็จพระราชดําเนิน จึงเปนที่ชุมนุมของคนเปนจํานวนมาก ที่เปนเจาจอมก็มีหรือแม เจา นายบางพระองค ก็เสด็จขึ้นเฝา ณ ที่นั้นตามแตพระอัธยาศัย พลอยเคยคลานเขาไปในหองเหลือง กอนเวลา เสด็จ พอโผลประตูเขาไปก็เห็นบรรดาขางใน ที่มาคอยเฝาอยูนั้นนั่งหรือเอกเขนกคุยกัน อยางสบายอารมณ บางทานก็คุยกันอยูกับคนที่นั่งใกลๆ บางก็จับกลุมสนทนากัน เรื่องราวตางๆทั้งในวัง และนอกวัง ดูเหมือนจะถูก นํามาเลาและวิจารณสูกันฟงในหองนั้นโดยละเอียด เสียงพูดกันเบาๆนั้น เมื่อมีคนพูดมากคน ก็ฟงดูไดยินไป ไกลเหมือนกัน เปนเสียงพิเศษไปอีกอยางหนึ่ง บางครั้งก็มีเสียงหัวเราะ ตอกระซิกกันขัดจังหวะขึ้นมา บรรดา ทานขางในเหลานั้น ตางก็มีหีบหมากมีกระโถนของตน ขึ้นมาวางไวกับตัว กินหมากกันไปบาง นัตถุยาบาง แลว ก็สนทนากันเปนที่เพลิดเพลิน ทุกคนแตงกายอยางชาววังสมัยนั้น ซึ่งเปนระเบียบเสมอกันดวยสีประจําวัน เปน เครื่องกําหนด ถาจะดูอยางเผินๆแลว ก็เกือบจะนึกไปดวยวา แมแตรูปรางลักษณะ ก็ไมผิดกันเทาไรนัก ทั้งที่ใน ที่นั้นมีทั้งคนสูงอายุและคนที่ยังอายุไมมาก ระหวางผูที่นั่งอยูคนเดียว หรือจับกลุมคุยกันนั้น ก็มีคนคลานไปไม ขาดสาย บางคนก็เปลี่ยนเพื่อนคุย บางคนก็ไปเที่ยวทักทายปราศรัยคนอื่น บางคนก็มีของตางๆ ที่แปลกและ ใหมสําหรับอวด เชนน้ําอบน้ําหอม ของเล็กๆนอยๆแปลกๆจากนอกวัง เที่ยวคลานไปยังทานผูนี้บาง ทานผูโนน บาง แลวก็เอาของนั้นออกแสดง สรรเสริญคุณภาพของของตน อีกฝานหนึ่งก็อือออหรือติชมไปตามเรื่อง นอก จากนั้นก็ยังมีธุระปะปงตางๆ ที่ติดตอกัน เรื่องราวตางๆ ที่จะอาศัยไหววานกันหรือนัดหมายกัน และมีเรื่อง แปลกๆ อีกมากมายที่จะเลาสูกันฟง ณ ที่นั้น พอถึงเวลาเสด็จพระราชดําเนินผานหองเหลือง เสียงตางๆ ก็เงียบกริบลง ทุกคนลงหมอบเฝา อยางสงบ เสงี่ยม บางครั้งก็ทรงทักทายหรือมีพระราชดํารัส กับบางทานที่เฝาอยู ณ ที่นั้นบาง บางครั้งก็เสด็จผานไปเฉยๆ และพอเสด็จผานไปแลว เสียงพูดจาขยับเขยื้อนกายก็กลับมีขึ้นมาอีก บางทานก็เตรียมตัวกลับตําหนักหรือกลับ เรือน เมื่อกลับไปแลวก็จะไดกลับขึ้นมาเฝาอีกเปนหนที่สอง ตอนเสด็จขึ้นจากขางหนา บางทานก็กลับไปเลยไม ขึ้นมาเฝาอีกในวันนั้น บางทานก็คงอยูในหองนั้นตอไป ความจริงพลอยอยูในวังมานานจนเปนที่คุนเคย รูจักทานขางในหลายทานในหองนั้น ฉะนั้นทุกครั้งที่ ผานเขาไป พลอยจะไดรับการตอนรับทักทายเปนอันดี บาง���านก็ลูบหนาลูบหลังชมวาสวย บางทานก็สนใจไต ถามคนอื่นวาพลอยเปนใคร เมื่อรูแลวก็เรียกตัวไปทักถาม ทําใหพลอยรูจักผูใหญกวางขวาง ออกไปอีก บาง ทานใจดี ขาวของเล็กๆนอยๆ อะไรมีที่แปลกหรือใหม ก็เอาแจกให ซึ่งเมื่อเสด็จทรงทราบก็มัก จะทรงพระสรวล แลวตรัสวา "นังพลอยมันชางประจบ"

http://www.geocities.com/siamstory/ploy106.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๖ (หนาที่ ๑)

Page 3 of 5

อาจเปนเพราะพลอยมีรูปรางหนาตาที่เปนเสนห และมีกิริยาออนหวานนอบนอม พลอยจึงเขาไหนเขาได ไมมีใครหามปราม คุณพนักงานบนพระที่นั่งหลายคน รูจักพลอยเปนสวนตัว และเมตตากรุณาเปนพิเศษ เมื่อรู วาพลอยเปนคนชอบรูชอบเห็น ก็คอยสนับสนุนใหไดมีโอกาสไดรูไดเห็น ครั้งหนึ่งพลอยไดติดตามคุณพนักงาน เขาไปถึงหองพระบรรทมที่เรียกวา "ในที่" ตามความรูสึกของพลอย ในที่นั้นเปนที่สูงสุดยอดของพระบรม มหาราชวัง เพราะเปนที่อันรโหฐานที่สุดของบรรดาที่รโหฐานทั้งหลาย นอยคนจะไดเขาไปถึง ขาวของเครื่องใช ทุกอยางในนั้นเปนของสูง จะจับตองสิ่งใดก็ตองกราบไหว เพราะเปนเครื่องใชสวนพระองคโดยแท สิ่งที่ทุกคน ตองกราบเมื่อเขาไปในที่ก็คือ พระมหาเศวตฉัตร ซึ่งกั้นกางพระแทนลดสําหรับเจาจอมนั่งถวายอยูงานพัด หรือ อานหนังสืออยูนอกเศวตฉัตรออกไป พลอยแลเห็นเตียงนอนตั้งอยูอีกอันหนึ่ง เมื่อกระซิบถามคุณพนักงานๆ ก็ กระซิบตอบวาเปนพระที่สมเด็จ ที่บนที่พลอยไมเคยอาจหาญเขาไปถึง ก็คือหองน้ําเงินและบริเวณที่สมเด็จประทับ มีบางครั้งบางคราว ที่ พลอยเชิญหีบหมากเสวยตามเสด็จขึ้นเฝาสมเด็จ แตถาเปนการเฝาสมเด็จโดยเฉพาะแลว เสด็จมักจะเสด็จขึ้น ทางบันไดดานตะวันออก ขางที่มีดาดฟาและรานดอกไม แตพลอยก็ไดแตสงเสด็จเพียงอัฒจันทรชั้นลาง และนั่ง รอกจกวาจะเสด็จกลับ เพราะการที่จะขึ้นบันไดไปชั้นบนนั้น จะตองผานหองที่นั่งของคุณทาว ผูซึ่งคนยําเกรง วาสนาทั้งวัง เพียงแตรูวาคุณทาวนั่งอยูในหอง ก็ทําใหพลอยตัวเล็กลง จนเกือบเปนละอองฝุน เสียแลว ถาขืน อาจหาญลวงล้ําผานขึ้นไป เพียงแตคุณทาวทามองดูเทานั้น พลอยก็คงจะละลายหายไป ดวยความกลัวตรงนั้น เอง เวลาหาปที่ทําใหพลอยเปลี่ยนจากเด็กเปนสาวเต็มตัวนั้น ไดเปลี่ยนคนอื่นๆ ที่เขามาเกี่ยวของในชี่วิ ตพลอย อยูมากเหมือนกัน โดยเฉพาะคนที่เคยเปนเด็กมาดวยกัน สําหรับคนที่เปนผูใหญนั้นเวลาหาป มิไดทํา ใหเปลี่ยนแปลงเทาใดนัก ตามความรูสึกของพลอย ตั้งแตแมตายแลว นางพิศก็เขามาอยูกับพลอยในวัง โดยอางตัวเองวาเปนมรดก และนางพิศก็คงเปนสิ่ง เดียว ที่เชื่อมโยงตอเนื่องไปถึงแม ทางบานคลองหลวงนั้นพลอยไดรับการติดตอไมมาก คนที่มาติดตอสงขาว คราว ใหทราบเปนครั้งคราวก็คือพอเพิ่ม ซึ่งบัดนี้เปนหนุมอายุ ๑๙ และเขารับราชการที่กรมพระคลัง หอ รัษฎากรพิพิฒน ถึงแมวาที่ทํางานของพอเพิ่มจะอยูใกลแคนั้น และพอเพิ่มจะตองเขามาทํางานในวังทุกวันก็ตาม พอเพิ่มก็ไมคอยจะมีเวลามาหาพลอย เพราะพอเพิ่มมีเพื่อนฝูงมากขึ้นทุกวัน บางคราวที่พบกันแถวทายวัง พอ เพิ่มก็มีกลิ่นเหลาจากปาก ทําใหพลอยตองตักเตือนหลายครั้ง ขาวที่ไดรับจากพอเพิ่มก็คือ ทุกคนทางบานสบาย ดี โดยเฉพาะตัวพอเพิ่มเอง ซึ่งเมื่อเติบโตทํางานแลว ก็ไมมีใครมาวากลาวอยางแตกอน คุณเชยนั้นโตเปนสาว อายุ ๑๘ และทะเลาะกับคุณอุนบอยขึ้น บางทีถึงกับไมพูดกันนานๆ สวนเจาคุณพอยังพูดถึงพลอยเสมอ คนที่พลอยไดพบปะมากกวาพี่นองของตนเอง ก็คือพี่เนื่องของชอยซึ่งไปมาหาสูกันเสมอ บางทีแมชั้นก็ เขามาหาถึงในวัง บางทีคุณหลวงก็มาหาที่ประตูวัง แตคนที่มาหาคงเสนคงวามิไดขาดก็คือ พี่เนื่อง ตั้งแตพลอยกลับมาจากบานชอย หลังงานโกนจุก พี่เนื่องก็ทําตามคําพูดที่ไดพูดไว คือมาเยี่ยมชอย และ พลอยเสมอ เดือนหนึ่งไมต่ํากวาสองครั้ง เพราะการที่พี่เนื่องมาเยี่ยมประจํานั้นเอง พลอยจึงติดนิสัยที่จะตอง ออกไปพบพรอมๆกับชอยจนเห็นวาเปนของจําเปน ถาครั้งใดพี่เนื่องไมมาตามที่คาดไว พลอยก็รูสึกวามีอะไร ขาดไป การสมาคมกับพี่เนื่องนั้นในขั้นแรกก็เปนไปอยางเด็กๆ มีการดีอกดีใจที่ไดพบกัน และพูดจาลอเลียน เลนหัวกัน แตเวลาที่ผานไปทําใหพี่เนื่องเปนหนุมขึ้นทุกวัน การแตงกายเวลาที่มาหาพลอย ก็ดูประณีตบรรจง ขึ้น ทุกวัน คุณหลวงไดนําพี่เนื่องไปฝากเขาเรียนในโรงเรียนนายทหาร หาปตอมาพี่เนื่องก็เกือบจะออกเปนนาย ทหาร อยูแลว ในระหวางนั้นพี่เนื่องจึงมาหาไดเฉพาะวันพระหยุดเรียน และแตงเครื่องแบบมาหา สวมเสื้อแดงสี ฉูดฉาด บาดตา ซึ่งทําใหพลอยปลื้มใจและภูมิใจเปนอยางยิ่ง ที่ไดรูจักพี่เนื่องและเปนคนหนึ่งที่พี่เนื่องมาหา แต ชอยนั้น มิไดแสดงอาการตื่นเตนในพี่ชายของตนอยางใด ครั้งแรกที่ชอยเห็นพี่เนื่องใสเสื้อแดง ก็อุทานเปนคํา วิจารณ ไปดวยในตัววา "ตาย ! เหมือนกับไมควักปูนเดินได" ซึ่งทําใหทั้งพี่เนื่อง และพลอยตองหัวเราะกันยกใหญ เพราะถาจะวาไปพี่เนื่องก็มีลักษณะใกลเคียง กับที่ ชอยวา เพราะพี่เนื่องผอมและสูงชลูดขึ้นไป เมื่อเสื้อที่ใสทําใหทอนบนเปนสีแดงก็นับวา ชอยวิจารณไมไกล ตอ ความจริงนัก พี่เนื่องเปลี่ยนจากเด็กเปนชายหนุม และเปนชายหนุมที่พลอยเห็นวาคอนขางสวยทีเดียว ถาหากวา ใน ตอนแรกๆ ใครๆจะไปถามพลอยวารักพี่เนื่องหรือไม พลอยก็คงจะตอบทันทีวารัก โดยไมรูสึกตะขิดตะขวง หรือ อับอาย เพราะในตอนนั้นในใจจริง พลอยก็รักพี่เนื่องอยางพี่ ไมมีความรูสึกเปนอยางอื่น แตในระยะหกเดือน ที่ แลวมา ความรูสึกนั้นก็เริ่มจะเปลี่ยนแปลงไป ตนเหตุก็เพราะพี่เนื่องเริ่มมองดูพลอย ดวยสายตาที่มีความหมาย และเปนประกายเหมือนกับวา พี่เนื่องตองการจะบอกใหพลอยรูอะไรสักอยางหนึ่ง ดวยสายตานั้น ถาจะใหพลอย อธิบายความรูสึกของตนเองในตอนหลังนี้ พลอยก็คงอธิบายไมได อาจบอกไดแตเพียงวา วันไหนที่รูวาพี่เนื่อง จะมาหา ดินฟาอากาศในวันนั้นดูจะสดชื่นเปนพิเศษ จะมองดูสิ่งใดก็ใหสวยงามไปหมด แสงแดดที่สองในวันนั้น

http://www.geocities.com/siamstory/ploy106.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๖ (หนาที่ ๑)

Page 4 of 5

ดูเหมือนจะมีแตประกายเพิ่มความงามใหแกของอื่น ขาดความรอนของแสงแดดในวันอื่นๆ ที่พี่เนื่องไมมา ลมที่ พัดมาในวันนั้นก็ดูเหมือนจะใหความสดชื่น ชุมเย็นไมชั่วแตกายภายนอก แตเย็นระรื่นเขาไป ถึงในทรวงอก น้ํา อบแปงร่ําที่เคยทาทุกวันนั้น ก็ดูสงกลิ่นหอมเปนพิเศษในวันที่พี่เนื่องมาหา ทุกสิ่งทุกอยาง เปนเครื่องชวยสง เสริมใหสนับสนุน ใหพลอยแตงตัวอยางประณีตกวาปกติ และมือที่หยิบผานุงผาหมนั้น ก็ดูเหมือนจะเลือกสรร เฉพาะผานุงผาหมผืนที่ดีที่สุด สําหรับวันนั้น พอตื่นเชาหัวใจของพลอยก็เตนแรงกวา วันธรรมดาและยิ่งใกล เวลาที่จะออกไปพบพี่เนื่อง หัวใจก็ยิ่งเตนแรงขึ้น จนบางคร���้งเลือดฉีดขึ้นที่ใบหนา เปนสีชมพูระเรื่อง เวลาจะพูดจะคุยกับพี่เนื่อง พลอยก็มักจะใชสายตาจับอยูที่ใบหนาของพี่เนื่อง จนจําไดหมดทุกสวน ตลอดจนวิธีจะพูดจะหัวเราะและเมื่อพี่เนื่องกลับไปแลว ถึงเวลากลางคืนเขานอน ภาพใบหนาของพี่เนื่อง ตลอด จนกิริยาทาทางก็ยังเห็นติดตา แตทั้งหมดนี้ถาหากวาใครจะไปบอกพลอยตรงๆวา พลอยรักพี่เนื่อง เสียจนสุด สวาสขาดใจ พลอยก็คงจะปฎิเสธแข็งแรงวาไมจริง และในใจของพลอยก็เชื่อวาไมจริงเหมือนกัน แตพี่เนื่องเปนคนทําใหพลอยเกิดความอาย และเมื่อเกิดความอายขึ้นแลว ในตอนหลังๆนี้ พลอยก็มักจะ อิดเอื้อนไมยอมออกไปพบกับพี่เนื่องเสียบอยๆ ทั้งที่อยากจะไปใจจะขาด วันหนึ่งขณะที่พี่เนื่อง คุยอวดชอยถึง เรื่องที่ตนกําลังจะเรียนจบ ไดออกไปเปนนายทหาร ชอยก็ถามขึ้นวา "เออพี่เนื่อง ถาพี่เนื่องออกเปนนายทหารแลว พี่เนื่องจะทําอะไร" "อาวก็ไปหัดทหารซีชอย ถามได" พี่เนื่องตอบ "ไมใช" ชอยพูดตอ "ฉันหมายถึงพี่เนื่องจะทําอะไรกับตัวเอง" "เอ ! ตอบยากจริง ก็ไมรูซี เห็นจะตองมีเรื่องเสียกระมัง" ทั้งชอยและพลอยตื่นเตนในคําพูดของพี่เนื่องเปนอยางยิ่ง ชอยนั้นถึงกับตบมือหัวเราะ แลวถามวา "ฉันอยากรูนัก พี่เนื่องจะแตงกับใครกัน พี่เนื่องหมายใครไวบางหรือเปลา" สีหนาพี่เนื่องเปลี่ยนไปทันที ที่โหนกแกมเปนสีชมพูเรื่อๆเห็นไดชัด พี่เนื่องนิ่งอยูนาน มองดูหนาพลอย ดวยสายตาที่ยิ้มละไม แลวพูดชาๆ ชัดถอยชัดคําริมฝปากสั่นนอยๆวา "ก็มองไวเหมือนกัน คนนั้นก็อยูไมไกลนักหรอก" พลอยรูสึกวาตัวรอนวูบขึ้นมาทันที เลือดวิ่งซูทั้งสรรพางคกาย กมหนามองดูดินอยางไมอยากจะเงยกลับ ขึ้นมาอีก แตในวันนั้นเองตอนที่พี่เนื่องกลับไปแลว และพลอยกําลังเดินกลับตําหนักกับชอย พลอยก็เกิดความ รูสึก ประหลาดที่ไมเคยรูจักมากอน คือวาบหวามในทรวงอก และเวลาที่เดินนั้นก็รูสึกตัวเบาเหมือนกับลอยไป ไมรูสึกวาเทาแตะพื้นเลย ตั้งแตนั้นมาความรูสึกที่พลอยมีตอพี่เนื่อง ก็เปลี่ยนไปกวาแตกอน อยาวาแตจะมีใครมาถามพลอยวา รูสึกอยางไรตอพี่เนื่องเลย เพียงแตใครมาพูดถึงพี่เนื่อง พลอยก็อายจนแทบจะทนไมไหวเสียแลว ตั้งแตความ รูสึกใหมเขามาแทนที่ พลอยก็เริ่มอิดเอื้อนที่จะออกไปพบ ถึงคราวที่พี่เนื่องมาหา พลอยก็ปฏิเสธกับชอยไม ยอมออกไป อางวาปวดหัวบาง ไมสบายบาง หรือบางทีก็หายขึ้นไปเฝาเสด็จเสีย ที่ชั้นบนตําหนัก ทําใหชอยไม กลาขึ้นไปตาม ครั้งหนึ่งชอยถามเอาตรงๆวา "พลอยฉันถามจริงๆเถอะ หมูนี้พลอยเปนอะไรไป" "เปลา" พลอยตอบออมแอม "ก็เปลา แลวทําไมหมูนี้ดูเผลอๆไผลๆ ชอบนั่งเหมอคนเดียวบอยๆ ไมพูดจากับใคร" "โธเปลาจริงๆนะชอย ฉันไมไดเปนอะไรหรอก" "แลวเวลาพี่เนื่องมาหาทําไมไมออกไปพบเหมือนแตกอน" "ก็ไมรูซี" พลอยแกตัว "ปวดหัวเสียบาง ติดธุระเสียบางแลวพี่เนื่องวาอยางไรบางหรือเปลา" พลอยอดใจ ไว ไมได เพราะอยากจะรูวาพี่เนื่องนึกคิดอยางไรบาง ที่สําคัญที่สุดคือพี่เนื่องเสียใจบางหรือไม ที่ไมไดพบพลอย และจะมีความรูสึกทุรนทุรายใจเชนเดียวกับพลอย เมื่อพลอยมิไดเห็นหนาพี่เนื่องหรือไม แตชอยก็ตอบ ใหตรง กับที่พลอยอยากฟงอยูแลววา "ก็บนออดไปเทานั้น เขาวาพลอยลืมเขาเสียแลว พี่เนื่องหมูนี้เปนอะไรก็ไมรู ถาจะพลอยบาไปอีกคน ฉัน สังเกตดูเฉยๆเนือยๆ ตาไมจับคน มองไปแตทางประตูวัง เหมือนกับจะมองหาใครสักคน แลวก็ไมคอยอยูคุยกับ ฉันนาน พูดกันคําสองคําก็กลับ ไมเชื่อคราวหนาออกไปดูกันสิ" พลอยเมินหนาไปเสียอีกทางหนึ่ง หัวใจเตนไมไดจัวหวะ เพราะคําตอบของชอยบอกใหรูชัดวา ที่พี่เนื่อง หมั่นไปมาอยูเสมอนั้น ก็เพื่อมาหาพลอยมิใชใครอื่น ใจหนึ่งนั้นพลอยอยากออกไปพบพี่เนื่องทุกครั้ง และอยาก จะพูดจะคุยอยูที่นั่นตลอดทั้งวัน อยากไดเห็นหนาอยากไดยินเสียงพูด เสียงหัวเราะของพี่เนื่อง แตอีกใจหนึ่งนั้น ก็บอกใหหลบหลีก ใหอยูหางไวกอน การเก็บตัวสงวนตัวในตอนนี้ จะทําใหพลอยและพี่เนื่อง มีราคาสูงขึ้นจน กวาจะถึงอีกวันหนึ่งขางหนาใครจะไปรู ชอยเห็นพลอยทําเฉยเมยเรื่องพี่เนื่อง ก็เลยไมชวนคุยและไมบอกใหรูวาพี่เนื่องจะมาเมื่อไร เพราะไมใช วิสัยของชอยที่จะไปงอใคร ถึงแมวาคนนั้นจะเปนคนที่ชอยรักมากเชนพลอยก็ตาม แตการนิ่งของชอยนั้นเอง ทํา ใหพลอยตองถามขาวพี่เนื่องจากชอยอยูเสมอ ซึ่งบางคราวถาชอยอารมณดีก็บอกให บางครั้งถาอารมณไมดีก็

http://www.geocities.com/siamstory/ploy106.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๖ (หนาที่ ๑)

Page 5 of 5

บอกวา "ไมรู ไมชี้ ใครอยากรูเรื่องใครก็ไปถามกันเองซี" วันหนึ่งหลังจากเฝาเสด็จตอนเชา พลอยก็ลงมาขางลางเพื่อรับอาหารตามปกติ รวมสํารับกับชอย และ คุณสาย วันนั้นพลอยสังเกตเห็นชอยดูหนาตนบอยครั้ง บางครั้งก็ยิ้มๆอยางมีนัย พลอยนึกเฉลียวใจวา ชอยคงมี เรื่องอะไรสักอยาง แตไมกลาถามขึ้นเพราะอยูตอหนาคุณสาย แตพอกินขาวเสร็จคุณสายลุกไปแลว ชอยก็เรียก พลอยไปนั่งกันสองตอสอง เมื่อเห็นวาไมมีใครมากล้ํากราย ชอยก็หยิบเอาหอกระดาษสงไปใหหอหนึ่ง บอกวาพี่ เนื่องฝากมาใหพลอย พลอยรับหอกระดาษนั้นมาดูมือไมสั่น ทั้งอายทั้งดีใจระคนกันไป เมื่อแกหอออกดูก็ปรากฏวาในนั้น มี แพรเลี่ยนผืนหนึ่ง เนื้อดีและขนาดใหญพอทําแพรเพลาะหมนอนได แพรนั้นมวนอยูรอบนอก ขางในมีขวดน้ําอบ เล็กๆอีกสองขวด รูปรางเหมือนกันไมมีผิด เปนขวดแกวเจียรไนของนอก ตามขอบขวดและที่จุก มีเสนเดินทอง เล็กๆเปนลวดลาย ขวดหนึ่งนั้นบรรจุน้ําอบฝรั่งแลดูใสสะอาด อีกขวดหนึ่งใสน้ําอบไทย ซึ่งละลายแปงร่ําเติมลง ไปมากกวาปกติ จนแลดูขุนขนไปทั้งขวด ขวดทั้งสองนั้นมัดติดกันอยูดวยริบิ้นสีชมพู และมีกระดาษแผนเล็กๆ พับกลางสอดไวระหวางขวด พลอยคลี่กระดาษนั่นออกอานอยางลุกลี้ลุกลน แตพออานจบ ก็รูสึกวาตัวเย็นวูบมือ ออนเทาออน แทบจะกระดิกไมได แมแตเมื่อชอยฉวยเอากระดาษไปอานบาง พลอยก็ไมมีกําลังใจกําลังกายไป หามปรามขัดขืนได ชอยเริ่มอานขอความในกระดาษนั้น ดวยเสียงเบาๆเปนกลอนวา "กระดาษนอยแทนปากฝากมาถาม วาปวยไขเปนอยางไรใครรูความ หรือโฉมงามเคืองขัดหัทยา แตกอนนี้เคยไดพบประสบพักตร เคยถามทักเสรสรวลชวนหรรษา ไฉนกลับหางเหินไมเมินมา หรือหวงหนาหวงตัวกลัวหยิบยืม เหมือนกระตายหมายแขที่แลหลง แสงเพ็ญสงมาสักนอยก็พลอยปลื้ม เคยสัญญาวาอยางไรไมรูลืม ยิ่งดูดดื่มเสนหานึกอาวรณ ขวดนอยใสน้ําใสเหมือนใจพี่ เมื่อไดยลมารศรีดวงสมร อีกขวดขุนมองเห็นเปนตะกอน เหมือนอกพี่เมื่อเจาจรไปลับตา เพียงสังเกตก็พอรูอยูวารัก อกจะหักเสียดวยความเสนหา อันแพรเลี่ยนเตียนดอกขอบอกมา เหมือนอุราเรียมที่วางอางวางเอย" "โอย ฉันจะอวก ! " ชอยรองเมื่ออานจบ "พี่เนื่องนะพี่เนื่อง ! แคนจะแตงเพลงยาวกับเขาดวย" แ���วชอยก็ หัวเราะ อยางขบขันเสียเต็มประดา พลอยหนาแดงกร่ําดวยความอาย ความจริงพลอยก็เคยรูมานายแลววา คนที่มีคูรักเขาสงเพลงยาวถึงกัน แตเมื่อไดประสบเพลงยาวเขากับตนเปนครั้งแรก พลอยก็ไมรูวาจะตีหนาอยางไรถูก จะหัวเราะก็ใชที่ จะดีใจก็ไม เชิง ในที่สุดก็เอื้อมมือไปหยิกขาชอยแกเกอ "โอยเจ็บ ! " ชอยรอง "แนดูซี ! เกอแลวละ ไมตองอายฉันหรอกนา ฉันรูมานานแลว" แลวชอยก็หัวเราะ ตอไป ในที่สุดก็ปรารภขึ้นวา "เออ ! เจาชูประตูดิน เคยไดยินมานานแลว หนาตาเปนอยางนี้นี่เอง" อานตอหนาที่ ๒

http://www.geocities.com/siamstory/ploy106.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๖ (หนาที่ ๒)

Page 1 of 5

สี่แผนดิน ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช แผนดินที่ ๑ บทที่ ๖ (หนาที่ ๒) ตั้งแตวันนั้นเปนตนมา ชอยก็เริ่มพะเนาพะนอเอาใจพลอยเปนพิเศษ ยิ่งกวาที่เคยทํามา ถึงแมวาในวัน แรก ชอยจะเห็นวา เรื่องระหวางพี่เนื่องกับพลอย จะเปนเรื่องขบขันก็ตามที แตชอยก็เห็นใจพลอยที่ตองรูสึกอับ อาย และชวยปกปดเรื่องการติดตอของพี่เนื่องใหอยางแข็งแรง ความสนิทสนมความเห็นอกเห็นใจของชอย ทํา ใหพลอยคอยคลายใจลงบาง เพราะถึงแมวาพลอยจะยังมิไดสารภาพตอชอยวา รักพี่เนื่องยิ่งกวาสิ่งใดในโลกนี้ ก็ ตาม ความรักที่สุมอยูในหัวใจนั้น ก็มีทางระบายออกดวยความรูสึกที่วา ชอยเปนอีกคนหนึ่งที่รูเรื่องพลอย ไม ตองปกปดเก็บไวในใจของตนแตผูเดียว เพราะขณะนี้มีชอยอีกคนหนึ่ง ที่รูวาพลอยเปนคนรักของพี่เนื่อง และ ชอยก็รูความขอนั้นดวยความเห็นใจ และดูเหมือนจะรักพลอยมากขึ้นอีกดวยความรูนั้น บางคราวชอย ก็ทําให พลอยสบายใจขึ้นมาก ดวยการหยิบเอาเรื่องของพี่เนื่องขึ้นมาคุย "พี่เนื่องแกก็ไมใชคนเสียหายอะไร" ชอยบอกพลอยคราวหนึ่งที่นั่งคุยกันอยู "แตฉันเห็นวาแกรักสนุก รัก สบายมากไป แตจะไปวาแกก็ไมได เพราะทางบานฉันก็เปนอยางนั้นทุกคน พลอยก็รูจักอยูแลว" พลอยไดแตนิ่งฟง ไมรูจะตอบชอยไดกระไร ทั้งที่ใจจริงนั้น อยากจะตะโกนบอกชอยและคนทั้งวังวา ที่พี่ เนื่องเปนคนที่นารักที่สุด ก็เพราะเปนคนรักสนุกรักสบาย ดวยเหตุนี้พลอยจึงใฝฝนที่จะไดติดตามพี่เนื่อง ไปจน ตลอดชีวิต ใหไดอยูใกลพี่เนื่องไปจนตาย ไมมีวันจะตองจากกันอีก มีหนาที่คอยปฏิบัติใหพี่เนื่องไดสุข ไดสบาย เพียงแตไดยินเสียงพี่เนื่องหัวเราะ ก็เปนรางวัลอยางเดียวที่พลอยปรารถนา "แตก็นั่นแหละ นิสัยอยางพี่เนื่องคนบางคนเขาจะชอบก็ได ลางเนื้อชอบลางยา ตางคนก็ตางใจ" ชอย อมยิ้มมองดูหนาพลอย แลวก็พูดตอไปวา "อยางฉันนี้เห็นจะอยูกับคนอยางพี่เนื่องไมยืด ถาฉันจะมีเรือน ฉัน อยากไดคนที่เปนหลักเปนฐาน ไมชอบคนลองลอยเอาแตสนุกอยางพี่เนื่อง หรืออยางคุณพอ" "ทําไมละชอย" พลอยถาม "ฉันเห็นคุณพอของชอยดีออก และที่บานชอยก็กลมเกลียวกันดีออกจะตาย ไป" "ก็นั่นนะซี" ชอยตอบ "ฉันเกิดมากับเขาชาติหนึ่ง เห็นแตคนสนุก คนใจดี หัวเราะกันวันยังค่ํา เลยเบื่อ เสียแลว ฉันสัญญากับตัวเองไววา ถามีผัวกับเขาสักทีก็อยากไดผัวดูๆ ยิ่งมือไวตบตีเอาบางก็ยิ่งดี มายงั้นก็ อยากไดผัวขี้เมา เออ ! จริงซี" ชอยรองขึ้นอยางดีใจ เพราะพึ่งนึกของใหมไดออก "ฉันรูแลวละพลอย ฉันอยาก ไดผัวขี้เมาสักคน สนุกดี ! แลวฉันก็จะหาเมียนอยเอาไวแยะๆทีเดียว ไปไหนฉันก็เอาตามหลังไปทั้งฝูง ใหญโตดี ไมหยอก ! " "ชอยเอาอะไรมาพูดก็ไมรู" พลอยพอขึ้น ยกมือตีเขาชอยเบาๆ แตแลวพลอยก็อดหัวเราะไมได เพราะ ชอยพูดไปดวยความคะนองปาก ตามประสาคนที่ยังไมเคยปลอยใหความรักผานเขามาในหัวใจ ถึงแมวาชอยจะ แกเดือนกวาพลอยก็ตาม คําพูดของชอยวันนี้ทําใหพลอยเห็นชอยเปนเด็กกวาตนลงไปถนัดใจ "วาแตพอโฉมยงของฉันนั่นเถอะ" ชอยพูดตอไป "มะรืนนี้ก็นัดไววาจะมาหาฉันอีก พลอยจะออกไปพบ กันไหม" พลอยกมหนายิ้ม แกมเปนสีชมพูระเรื่อ แลวก็สั่นหนาปฏิเสธยังกอน เปนตายก็ยังออกไปพบไมได หลัง จากเพลงยาวฉบับนั้น ซึ่งพลอยเก็บซุกซอนไวในตูรวมกับของอื่นที่พี่เนื่องสงมาให วางคนก็แอบเอาออกมา อานแลวอานอีกจนจํากลอนไดขึ้นใจ และจําลายมือพี่เนื่องไดติดตา พลอยหาไดรูไมวา พี่เนื่องเพิ่งริเริ่ม หัดแตง เพลงยาว แตพอแตงไปไดครึ่งหนึ่งถึงสัมผัส "ยืม" ก็กลอนขาดแทบจะไมสําเร็จ ตองเที่ยวแอบถามเพื่อนฝูง อยู หลายวัน จึงตอไปไดจนจบลงเอย "โธ พลอยก็ ออกไปหนอยเถอะนา ! สงสารแก" ชอยออดแทนพี่ของตัว "ออกไปหนอยนะ คนดี๊คนดี สงสารแกหนอยเถอะ แกไมเคยหรอกเรื่องพรรคยังงี้ ฉันรูจริงๆนะ" แตพลอยก็ยืนกรานอยูนั่นเอง จนชอยใจออนเห็นวาจะเอาชนะยังไมได จึงเปลี่ยนเรื่องพูด "ถายังงั้นจะสั่งเสียออกไปวาอยางไรก็ได หรือฝากอะไรไปใหแกเสียหนอย เดี๋ยวแกคลั่งขึ้นมาไปผูกคอ ลม ตมคอตายฉันไมรูดวยนะ หมูนี้ตาแกยิ่งขวางๆอยูดวย" พลอยไดยินชอยพูดก็ใจหาย นึกออกวาพี่เนื่องจะทุรนทุราย คอยฟงคําตอบของพลอยสักเพียงใด จึง พยักหนารับคําชอย แลวตอบดวยเสียงเบาๆ เกือบไมไดยินวา "ดูไปกอน" คืนวันกอนที่พี่เนื่องมาตามนัด พลอยก็เย็บซองใสหมากพลู อยางประณีตบรรจง จนแทบจะสุดสิ้นฝมือ เจียนหมากชนิดเปลือกเปนฝอย จีบพลูยาวใชปูนใสใบเนียมอบหอมกรุน และยาฝอยอบแลวเชนเดียวกัน รุงเชา ก็เอาหมากพลูและยาฝอยที่เตรียมไวใสซอง เอาผาเช็ดปากใหมที่อบควันเทียนและดอกไมไว เหน็บซองพรอม

http://www.geocities.com/siamstory/ploy106_2.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๖ (หนาที่ ๒)

Page 2 of 5

กับดอกจําปาอีกสามดอก แลวก็แอบเอาสงใหชอยในตอนเชา โดยไมยอมพูดจาวากระไร ฝายชอยเมื่อเห็นซอง หมากก็เขาใจ เอาไปดูแลวก็หัวเราะพูดวา "แมเจาโวย ! สิ้นฝมือกันคราวนี้เอง ฉันตองเอายาดมติดออกไปดวย เดี๋ยวคนรับดีใจจนเปนลมเปนแลงไป ก็จะไดแกใขไดทัน" ระหวางที่ชอยออกไปประตูวัง พลอยก็นั่งคอยใหชอยกลับดวยหัวใจเตนระทึก เปดตูหยิบเอาแพรเลี่ยน ที่ พี่เนื่องฝากมาใหออกมาเพลาะสอยตะเข็บ แพรผืนนี้พลอยตั้งใจไววา จะทําเปนแพรหมนอน สอยตะเข็บแลว ก็ จะไปจางเขายอมมะเกลือที่แถวเตง ยอมแลวก็จะอบใหหอม จะร่ําใหไดที่ แลวก็จะใชหมนอนตอไป บางทีเมื่อหม แลวก็จะไดฝนถึงเจาของแพรบาง ใครจะไปรู ตอนกลางวันๆนั้น ชอยยิ้มแตกลับมาที่ตําหนัก แตทั้งที่พลอยใจเตนอยากจะฟงขาวพี่เนื่อง ความอายและ ความเกรงวาชอยจะรูความในใจของตนมากไป ทําใหพลอยนิ่งเฉยเสีย สวนชอยก็แกลงทําเฉยเหมือนกัน เพราะ เห็นวาพลอยไมถามขึ้นกอน จนตกกลางคืนแลวชอยจึงเปนคนพูดขึ้นเองวา "พลอย พี่เนื่องเขาสั่งใหมาขอบใจแนะ" "งั้นรึ" พลอยถามเนือยๆ ทั้งที่อยากจะถามตอไปทันทีวา พี่เนื่องเปนอยางไรบาง "โอย ดีใจแทบจะกระโดดโลดเตนทีเดียว พอไดยินฉันบอกวาพลอยฝากของไปให รับซองหมากไปมือไม สั่น แลวก็สั่งใหฉันมาบอกพลอยวา หมากที่สงไปใหนั้นนะ เขาจะกินแตคําเดียว ที่เหลือเขาจะเก็บไวทั้งซอง เอา ไวดูงั้นแหละ" "แลวชอยวาอยางไร" พลอยถาม "ฉันบอกวา จะไปเก็บไวทํามั้ย หมดแลวก็ยังมีคนสงไปอีก ชาตินี้เห็นจะไมอดหรอกหมากพลู" "ฉันไมรูดวยนะ" พลอยพูดแกเกอ "ใครเปนพี่นองกับใคร ก็หาสงกันเอาเอง ฉันไมรูดวยหรอก" "ฉันก็ไมรูดวยเหมือนกัน" ชอยตอบแลวหัวเราะ "ใครมากินหมากกินพลูของนังชอยละก็ ปูนกัดปากตาย ไป ฉันไมรูดวย" พลอยไดยินชอยพูดก็อดหัวเราะไมได เพราะชอยกินหมาก โดยไมยอมเจียนหมากจีบพลูกินเอง คุณสาย เคยเคี่ยวเข็ญใหชอยจีบพลูให แตแลวก็ตองเข็ด เพราะพลูที่ชอยจีบทําใหคุณสาย ปูนกัดปากเสียงอม ไปหลาย วัน "แลววายังไงอีกบางหรือเปลา" พลอยถามพลางทําหนาเหมือนกับไมสนใจ "โอยเขาก็สรรเสริญแมพลอยเสียราวกับเปนนางฟา" ชอยตอบ "สวยก็อยางนั้น ดีก็อยางนั้น จะมองอะไร ก็ใหมันดีไปหมด ฉันก็ถามเขาวา ก็เมื่อเห็นดีอยางนี้แลวจะทําอยางไร เขาก็บอกวาพอเขาออกเปนนายทหาร ตั้ง เนื้อตั้งตัวใหดีแลว ก็จะมารับพลอยไปอยูดวย" "ตกลงกันเสร็จเชียวนะแมคุณ ! " พลอยคอนชอยแลวก็พูดประชดให "ราวกับวาไปชวยฉันมา จะมารับ เมื่อไร ฉันก็ตองไปเมื่อนั้น ไมตองไตตองถามกันละ" "โธ ไมใชอยางนั้นดอกพลอย" ชอยตอบเอาใจ "พี่เนื่องแกเจตนาดีจริงๆ พลอยก็รูอยูแกใจ ฉันไมเคยได ยิน แกพูดเอาจริงเอาจังเหมือนคราวนี้เลย จริงๆนะพลอย พี่นองของใครๆก็รัก เมื่อรักก็หวง อยางพี่เนื่องนี่ฉันก็ หวง เหมือนกัน ถาไดกับคนอื่นละก็จะเปนอยางไรก็ยังไมรู แตถาเปนพลอยฉันก็จะดีใจมาก เพราะพลอยกับฉัน รักกันมาก เราเคยสนิทกันมาอยางไร ก็จะไดสนิทกันตอไป เฮอ ! ฉันพูดไมถูกหรอก ของพรรคยังงี้ไมดี เดี๋ยวจะ มาหาวานังชอยเปนแมสื่อ ! " พลอยรูสึกรักและเห็นใจชอยขึ้นอีกมาก เพราะชอยพยายามจะบรรยายาความคิดความรูสึกของตน แตก็ พูดเสียเลอะเทอะจนนาสงสาร พลอยจึงพูดเอาใจวา "ชอยอยาวิตกอยาคิดมากไปเลย ฉันกับชอยอยูมาดวยกันแตเล็กๆ ถึงฉันจะเปนอยางไรตอไป ฉันกับชอย ก็คงไมลืมกัน ในกระบวนคนรูจักชอบพอกัน ก็เห็นจะไมมีใครที่ฉันจะรักมากเทาชอย คอยดูไปก็แลวกัน" ในปทานุกรมของชาววังนั้น คําวา "เพื่อน" ไมมีปรากฏ ถาจะมีก็ตองบอกใหชัดวาเพื่อนอะไร เปนตนวา เพื่อนเลน เพื่อนคุย ถาบอกวาใครเปน "เพื่อน" กับใครๆเปนเกิดเหตุ ฉะนั้นพลอยกับชอยจึงเปน "คนรูจักชอบ พอกันมาแตเด็กๆ" ไมยอมพูดวาเปนเพื่อนกันเปนอันขาด สําหรับพลอยนั้น ถาใครมาทอดสะพานชวนเปน เพื่อน พลอยก็วิ่งหนีทุกครั้งไป สวนชอยนั้นใครขืนมาทานั้นเปนเจ็บตัว เพราะชอยดาใหเจ็บๆ ใชถอยคําหยาบ คายชนิดที่พลอยทนฟงไมไหว พลอยเคยถามชอยวา ไปหาถอยคํามาจากไหน ชอยก็ตอบวา "ไปเก็บตกมาจาก แถวทิมโขลน ถาไมจําเปนจริงๆก็ไมใช" ระยะเวลาตอมา ความสัมพันธระหวางพี่เนื่องและพลอยเปนอันวา อยูในลักษณะที่เขาใจกัน เพลงยาวและ ของฝากที่พี่เนื่องมีเขามาบอยๆ เปนหลักฐานพยานความรักที่พี่เนื่องมอบให และการที่พลอยไมยอมไปพบปะ นั้น ทําใหชอยและพี่เนื่องเขาใจโดยปริยายวา พลอยก็มีความรูสึกตอบแทน เชนเดียวกัน อยูมาอยางนั้นจนถึงวัน หนึ่งอีกสี่หาเดือนตอมา ชอยก็มาบอกพลอยวา "พลอย พี่เนื่องสั่งมาวาวันพระหนาใหออกไปพบใหได" "ไฮ ! ฉันไมไป !" พลอยตอบเสียงแข็ง

http://www.geocities.com/siamstory/ploy106_2.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๖ (หนาที่ ๒)

Page 3 of 5

"เปลานา ฟงเสียกอนซี" ชอยตอบแลวก็บอกตอไปวา "พี่เนื่องเขาออกเปนนายทหารแลวละ นายเขาสั่งใหขึ้นไปอยูนครสวรรค จะตองไปเร็วๆนี้ แมแกรองไห น้ําตาเปนเผาเตาไปแลว เขาสั่งฉันมาใหพลอยออกไปใหได เขาอยากจะมาลา ไปเสียหนอยเถิดพลอย" พลอยใจหายวาบ เมื่อไดยินชอยเลาความใหฟง จริงอยูพลอยมิไดพบกับพี่เนื่องมานาน แตความรูสึกวา พี่เนื่องยังอยูที่เกา และมาที่ประตูวังตามนัดทุกครั้ง ที่มิไดพบกันก็เพราะพลอยเปนฝายหลบนั้น ทําใหพลอยใจ เย็นอยูได พอรูวาพี่เนื่องจะจากไปถึงนครสวรรค ซึ่งเปนหัวเมืองไกลนักหนา พลอยก็แทบสิ้นสติ หนาซีดเผือด ลงทันใด ถามชอยวา "จริงๆหรือชอย อยาหลอกฉันนะ แลวพี่เนื่องจะไปเมื่อไร" "จริงซีนา ใครจะมาหลอกกันนะเรื่องอยางนี้" ชอยตอบ "เขาบอกฉันวา ขอใหไดพบพลอยพูดจากันสัก ครั้ง แลวเขาก็จะรีบไป รอนานไมได" พลอยอยากจะลงนั่งรองไหอยูตรงนั้น กรรมเวรอันใดเลาที่ทําใหคนที่พลอยรักตองจากไปอีกแลว ความ หลัง ที่ผานมากลับมากระทบหัวใจ แมเคยจากพลอยไปบานนอก แลวในที่สุดก็จากไป โดยไมมีจะไดพบกันอีก คราวนี้พี่เนื่อง พลอยตองสั่งใหตัวเองหยุด เพราะไมกลาคิดออกไปใหไกลกวานั้น พลอยไมไดรับปากกับชอยวา จะออกไปพบกับพี่เนื่องหรือไม แตการกระทําจองพลอย ในระยเวลาสี่หา วันตอมา ทําใหชอยเขาใจเอาเองวา ครั้งนี้พลอยตองออกไปพบกับพี่เนื่องแน เพราะพลอยเที่ยวหาหีบเล็กๆมา ไดใบหนึ่ง เริ่มปรึกษากับชอยถึงเรื่องที่จะหาของบรรจุ สําหรับพี่เนื่องเอาติดตัวไปดวย ชอยก็แนะนําวาเปนของ กินแหละดี ยิ่งเปนของกินจุบกินจิบดวยยิ่งดีใหญ เพราะพี่เนื่องนั้นถึงจะโตเปนหนุมรักผูหญิงไดแลว ก็ยังไม ละทิ้งนิสัยที่ขอบกินขนมไมเปนเวล่ําเวลา ระหวางนั้น พลอยขึ้นเฝาเสด็จไมนาน ตองหาโอกาสลงมาทําของกิน ใสขวด บรรจุหีบสําหรับใหพี่เนื่อง ของบางอยางก็ทําเอง บางอยางก็ซื้อจากคนขายที่มีชื่ออยูในวัง น้ําพริกลูก หมากมาดและน้ําพริกผัด พลอยสั่งเขาทําเปนพิเศษ ใหแกหวานไว เพราะพี่เนื่องชอบอยางนั้น หมูหยองนั้นชวย กันทําสองคนกับชอย ตลอดจนมะขามฉาบ ขนมกรุบ ขนมกรอบ ลูกบัวผัด พลอยกะสําหรับพี่เนื่องขนเอาไปกิน ไดหลายวัน การที่ทําของเหลานี้ก็อาศัยในเวลาวาง และใหชอยออกหนา เพราะถาชอยทําของกินสงใหพี่ชายไป บานนอก โดยพลอยที่ชอบพอกันเปนแตเพียงลูกมือ ก็ไมมีใครวาอะไรได ของอีกอยางหนึ่งก็คือแพรเพลาะ ผืนที่ทําจากแพรที่พี่เนื่องให และพลอยไดใชหมนอนแลวนั้นเอง พลอย เอามมาลงลูกซัดใหม และอบร่ําเตรียมไวจนถึงเวลาที่จะนําไปมอบให พลอยใชเวลาทั้งหมดตระเตรียมของ ไม ยอมใหใจนึกไปถึงเรืองความทุกข ที่พี่เนื่องจะตองจากไปไกล จึงบรรเทาความเศราลงได ดวยความรูสึกวา ของ ที่พลอยกําลังตระเตรียมอยูนั้น จะติดตัวพี่เนื่องอยูไดนาน พี่เนื่องจะไดกินไดใชของ ที่ไปจากน้ํามือของพลอย และตอไปขางหนาก็จะหาทางสงไปใหอีก ชอยชวยเหลือพลอยทุกอยางๆเต็มใจ สิ่งที่เห็นวาจะมาก เกินไปกวา จําเปน ชอยก็คอยตักเตือน บางทีก็พูดเลนตามประสาของชอยวา "พี่เนื่องไปคราวนี้เห็นจะตองเชาเรืออีกลําหนึ่งเปนแน เอาไวบรรทุกของฝากแมพลอย" ในที่สุดวันที่พี่เนื่องจะมาลาก็มาถึง พลอยตื่นแตเชาเรียกนางพิศใหคอยยกของตามออกไป วันนั้นพลอย แตงตัวอยางพิถีพิถัน แตไปในทางตรงกันขามคือผัดหนาแตงตัวอยางระวัง เพื่อใหพี่เนื่องเห็นก็รูได ทันทีวา พล���ยนั้นเศราหมองเพียงใด ยิ่งใกลเวลาเขามาพลอยก็เริ่มลังเลวาจะออกไปดีหรือไมดี หรือจะปลอยให ชอยนํา ของออกไปแตผูเดียว แตแลวชอยก็เปนผูมาตัดสินใจใหดวยวิธีบอกวา "ไปเถิดพลอย พี่เนื่องแกจะตองไปหัวเมืองนานเทาไรก็ไมรู ถาไดพบเสียหนอย แกจะไดไปสบายๆ ไม ตองกังวล" เมื่อชอยและพลอย พรอมดวยนางพิศผูซึ่งถือหีบของ และหอผาหมตามหลัง กาวพนประตูวังออกไป พี่ เนื่องก็มายืนคอยอยูแลว พลอยไมไดพบมานานความรูสึกแรกที่บังเกิดในใจ ก็คือความดีใจที่พลุงขึ้นมา แทบจะ ทําใหพลอยวิ่งเขาไปหา เหมือนเมื่อครั้งเปนเด็กๆ พี่เนื่องพอเห็นพลอยก็ยิ้มออก รีบสาวเทาเดินเขามาหา พอ พบกันพี่เนื่องก็พูดขึ้นกอนวา "แมพลอย ไมไดพบกันนานแทบจําไมได แมพลอยสบายดีหรือ" "ก็ไมไดเจ็บไขอะไร..." พลอยตอบดวยเสียงเบาผิดปกติ สวนชอยก็ขัดคอขึ้นวา "คนบา ! ถาไมสบายจะออกมาถึงนี่ไดเที่ยวหรือ" พลอยนึกขอบใจชอยที่ชวยพูดจาดวยคารมเหมือนเมื่อกอน ทําใหพลอยหายเกอลงไปถนัด "แกซีบา ยายชอย !" พี่เนื่องหัวเราะตอบนองสาว "ยิ่งโตก็ยิ่งบาขึ้นทุกวัน แมพลอยอยูดวยกัน ไมรําคาญ บางหรือ" พลอยหัวเราะ และชอยก็กลาวขึ้นทันควันวา "โอยก็ยังงั้นซี ! ฉันติดโรคบามาจากใครละ" แลวชอยก็หันไปทางนางพิศแลวพูดวา "พิศ ฉันเปนบาไปเสียแลวละ พิศเปนบาหรือเปลา" นางพิศหัวเราะงอหาย วางหีบกับหอลง แลวก็ตอบวา "บาเจาคะ ครบหารอยจําพวกเลยเชียว"

http://www.geocities.com/siamstory/ploy106_2.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๖ (หนาที่ ๒)

Page 4 of 5

"ดีมาก" ชอยพูด "งั้นเราก็ไปดวยกันได ไปทางโนนกันเถิดพิศ คุณอาสั่งมาใหซื้อสมกับนอยหนา ติดมือ เขาไปดวย ปลอยคนดีๆเขาคุยกันทางนี้กอนเถิด" เมื่อชอยกับนางพิศเดินคลอยไปแลว พี่เนื่องก็ถามเบาๆวา "แมพลอยเอาอะไรออกมาแยะเชียว" "ของฉันกับชอยชวยกันทําใหพี่เนื่องเอาไปหัวเมืองดวย" "ดีจริง" พี่เนื่องวา แลวกมลงดูของในหีบ ปากก็พร่ําบรรยายวาถูกใจไปทุกอยาง เมื่อแกหอผาหมออกดู พี่เนื่องก็มองดูหนาพลอย แลวถามเกือบเปนเสียงกระซิบวา "แมพลอย แพรผืนนี้ใหมหรือวาแมพลอยเคยหมแลว" "ถามอะไรก็ไมรู" พลอยพูดแลวเมินหนาไปทางอื่น "ฉันถามจริงๆ นาบอกหนอยเถิด" พี่เนื่องออก "ถาแมพลอยหม แพรผืนนี้ก็มีราคามาก" พลอยพยักหนาแลวก็กมลงมองดิน ไมยอมสบสายตาพี่เนื่องอีกตอไป "พลอย" เสียงพี่เนื่องกระซิบที่ขางหู "แพรเพลาะผืนนี้ ฉันจะหมไปจนตาย ไมวาจะไปอยูที่ไหนๆ ฉันจะ ยอมใหหางตัวฉันเลย" พลอยรูสึกใจหวิวๆ ตัวเบาเหมือนกับลอยอยู เสียงพี่เนื่องพูดตอไปวา "พลอยครองตัวไวใหดี ฉันไปไมนานหรอก พอเปนหลักฐานอีกหนอยฉันจะกลับมารับ เราก็อายุยังนอย อยู พลอยคอยฉันอีกหนอยไดไหม" "พลอยไมไปไหนหรอก" พลอยไดยินเสียงตัวเองตอบพี่เนื่อง "ถาพี่เนื่องพูดจากับผูใหญได พลอยจะไป ไหนเสีย" "ผูใหญของฉันทานวาใหรอไปกอน เพราะทั้งฉันและพลอยยังเด็กนัก ทานก็วาของทานถูก แตอกฉันจะ แตก ตายอยูแลวละพลอย ฉันแทบจะรอไปไมไหวจริงๆ" พลอยนึกสงสารพี่เนื่องจับใจ ไดแตปลอบวา "พี่เนื่องอยาวิตกทางฉันเลย ทําอยางไรเสียฉันก็ตองรอพี่เนื่องจนได" พลอยนึกอยูบอยๆวา ถาไดมีโอกาสพบพี่เนื่องสองตอสอง หลังจากที่พี่เนื่องไดแสดงความรักใหทราบ แลว พี่เนื่องจะพูดจาใชถอยคําอยางไร พลอยเคยนึกวิตกกังวลวา คนที่รักกันนั้นจะพูดจากันอยางไรถูก เคยอาน แตหนังสือประโลมโลก เชนขุนชางขุนแผน ตอนพลายแกวพูดกับนางพิมก็นึกอายเสียลวงหนา ถาเผื่อพี่เนื่อง เกิดพูดแบบนั้นขึ้นมา ก็ไมรูวาจะฟงไดอยางไร แตเมื่อมีโอกาสพบกันเขาจริง พลอยก็คลายใจลงไปถนัด เพราะ พี่เนื่องมิไดใชถอยคําโลดโผนอยางที่คาดหมายไว วิธีที่พี่เนื่องพูดจากับพลอย ก็คงเปนกันเองเหมือนคนรูจักกัน มานาน จะผิดเพี้ยนกันบาง ก็ดวยความเขาใจระหวางพี่เนื่องและพลอย ซึ่งมาบังเกิดขึ้นภายหลังเทานั้น "แมพลอยเปนอยางไรบาง" เสียงพี่เนื่องพูดตอ "ไมไดพบกันเสียนาน ฉันคิดถึงเสียแย ชางไปหมกตัวอยู ได ไมคิดถึงฉันบางหรือ" "ก็คิดถึงเหมือนกัน" พลอยตอบ "แตถาออกมาพบกันบอยนัก ฉันก็กลัวคนเขาจะวาได ฉันก็ไมใชพี่นอง แทๆ ของพี่เนื่องอยางชอย เราก็โตขึ้นดวยกันแลวไมใชเด็กๆ เหมือนเมื่อกอน ฉันจะทําอะไรเดี๋ยวนี้ตองระวังตัว คนที่ขาไมคอยชอบฉันก็มีอยู คนในวังนี้หูไวตาไว เรื่องราวอะไรที่ไมเปนเรื่องบางทีก็โจษจันกันไป ฉันก็ไมอยาก เปนขี้ปากคนอื่นเทานั้นแหละ" "ฉันก็เห็นใจแมพลอยมาก" พี่เนื่องพูด "แตก็นั่นแหละ แมพลอยก็ควรเห็นใจฉันบาง ชั่วชีวิตฉันตั้งแตเด็ก มาจนโต ก็ไมมีใครอื่น เห็นแตแมพลอยคนเดียวมาตั้งแตเล็กๆ แตแรกฉันเองก็ไมรูหรอก รักแมพลอยเหมือน นองในไส แตอยูไปใจมันเปลี่ยนไปฉันมันคนใจเดียว ลงไดปลงใจแลวก็ไมมีวันเปลี่ยน แมพลอยจําไวนะ" "ฉันเชื่อใจพี่เนื่อง ฉันเองก็ใจเดียวเหมือนกัน พี่เนื่องอยาสงสัยเลย" พลอยตอบเบาๆ "แลวคุณพอของพี่ เนื่องทาวาอยางไรบาง เรื่องตัวฉันนะ" "ทานจะไปวาอะไรได ทานบอกวาทานรักแมพลอยเหมือนลูก สวนที่เมื่อถึงเวลาแลว จะไปพูดจาทาง ผูใหญ ของแมพลอยทานวา ทางเจาคุณพอของแมพลอยก็คงไมขัด ทางเสด็จก็คงดีพระทัย แตแลวทานก็วา ฉัน ยังเด็กนัก ใหรอไปอีกหนอย ไดดูลูทางตั้งเนื้อตั้งตัวเสียกอน แลวทานจะจัดการให" "ฉันก็คิดอยางนั้นเหมือนกันแหละพี่เนื่อง" พลอยตอบดวยความเบาใจ ที่พี่เนื่องมิไดเรงรัด "ใจหนึ่ง ก็ อยากจะตามใจพี่เนื่อง แตอีกใจหนึ่งก็ยังกลัวๆ ชอบกล" "กลัวอะไรแมพลอย" พี่เนื่องถาม "ก็ไมรู คิดถึงเรื่องมีเหยามีเรือนแลว ใจคอหายชอบกล ฉันก็ยังไมรูเรื่องรูราว เคยอยูแตกับผูใหญ ออกไป เปนแมเรือนจะทําไดแคไหน ก็นึกไมออก ถาพี่เนื่องไมถือคอยชวยตักชวยเตือนก็ดีไป ฉันกลัวพี่เนื่องจะเบื่อฉัน เสียเทานั้นแหละ" "โธ แมพลอยพูดอะไรอยางนั้น" พี่เนื่องมองดูพลอยเหมือนกับจะกลืนกินเขาไป ดวยสายตา "จะสงสัยฉัน ไปถึงไหน ถาฉันผาอกใหแมพลอยดูได ฉันจะทําใหดูเดี๋ยวนี้" "โอยฉันไมอยากดูหรอก" พลอยหัวเราะ "นี่พี่เนื่องเจอะผูหญิงที่ไหนก็คงพูดอยางนี้ทุกคนไป ปากหวานดี

http://www.geocities.com/siamstory/ploy106_2.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๖ (หนาที่ ๒)

Page 5 of 5

นัก ยังกะอกเปนสมสูกลูกไม ผาออกใหกันดูไดยังงั้นแหละ" "หาความแทๆทีเดียว" พี่เนื่องวา "ฉันจะไปเที่ยวพูดกับผูหญิงอื่นที่ไหน ไมเคยสักที วาแตตอนที่ฉันไป หัวเมืองคราวนี้เถิด แมพลอยจะลืมฉันเสียก็ไมรู" "ฮึ ! ยังกับวาลืมกันไดงายๆ" พลอยคอยพี่เนื่องเสียเต็มรัก "วาแตคนไปเถิด จะลืมเสียกอนนะไมวา เขา วาผูหญิงทางเหนือสวยเสียดวย" "ฉันไมมีตาจะมองใครหรอก แมพลอย ตั้งแตรูจักผูหญิงมา ก็มองแตแมพลอยคนเดียว"

http://www.geocities.com/siamstory/ploy106_2.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๗

Page 1 of 5

สี่แผนดิน ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช แผนดินที่ ๑ บทที่ ๗ วันคืนผานไปพลอยยังระลึกถึงพี่เนื่องอยูมิรูลืม ของทุกอยางที่เคยพบเห็นอยูเปนประจํานั้น ดูจะมีความ หมายสะกิดใจใหคิดถึงพี่เนื่องไปทุกสิ่งทุกอยาง ของเล็กๆนอยๆใกลตัวซึ่งแตกอนไมมีความหมาย บัดนี้กลับ กลายเปนเครื่องเตือนใจใหคิดถึงคนรักไปสิ้น ผานุงผืนนั้น ผาหมผืนนี้ เคยนุงเคยหมออกไปหาพี่เนื่อง ผืนนั้นพี่ เนื่องเคยชมวาสวย ผืนนี้พี่เนื่องเคยลอเลน ทุกอยางตั้งแตของเล็กไปจนถึงของใหญ จนในที่สุดสายลมที่พัดมา ถูกตัว เม็ดน้ําฝนที่ปรอยลงมา พระอาทิตย พระจันทร ทุกอยางกลายเปนเครื่องหมาย ในหนทางแหงชีวิต คอย เตือนใหระลึก คอยชี้ทางใหไปหาคนๆหนึ่งที่กลายเปนชีวิต คนๆนั้นคือพี่เนื่อง พี่เนื่องหายไปเดือนหนึ่ง แมชั้นก็เขามาในวัง ถือชะลอมเขามาหลายใบ บอกวาเปนของที่พี่เนื่อง ฝากคน ใหเอาใหทางบาน พรอมกับสั่งมาดวยวาใหแบงมาทางในวังบาง แมชั้นเขามานั่งคุยอยูทั้งวัน กลับไปเมื่อตอน ใกลประตูวังจะปด แมชั้นนั่งคุยถึงพี่เนื่องแลวก็หัวเราะไปบาง รองไหไปบาง สวนมากก็คุยกันกับชอยและคุณ สาย ถึงแมวาพลอยจะนั่งฟงดวยความสนใจเปนที่สุด พลอยก็ไมกลาออกปากถาม เพราะไมอยากจะแสดงความ สนใจนั้นออกมามากจนเกินไป แมชั้นเลาถึงตอนที่ขึ้นไปสงพี่เนื่องถึงบางปะอิน พี่เนื่องไปลงเรือของทหารจากที่นั่นตอไปยังนครสวรรค "ฉันใจจะขาดเสียใหไดทีเดียว" แมชั้นเลา "หัวอกแมเห็นจะเปนอยางนั้นทุกคนกระมัง ลูกเคยเลี้ยงมาใน อก ถึงเขาจะโตเปนหนุมเปนนายทหารแลว ก็ยังเห็นเปนเด็กอยูนั่นเอง พอถึงคราวจะตองทิ้งกันไปไกล ใจหาย ไมอยูกับเนื้อกับตัวเสียเลย ฉันรองไหเหมือนกับวาเขาจะเอาลูกไปฆา จนคุณหลวงเขาดุวาฉันไปทําบา ใหขาย หนาคนเขา แตก็นั่นแหละ ฉันใจคอไมดีตั้งแตนั่งเรือไปดวยกันจากกรุงเทพฯ แลว พอเรือเราไปจอดเทียบ เรือ ทหารที่เขามาคอยรับนั้นสิ ฉันจะอกแตกตายเสียใหไดทีเดียว แมชั้นหยุดหัวเราะขบขันตัวเองเสียพักหนึ่ง แลวก็เลาตอ "ตอนนั้นมันชางยุงกันเสียเหลือเกิน ฝนก็ตก อายเรือก็โคลง ฉันก็เปนคนกลัวเรือกลัวแพอยูแลว พอพอเนื่องเขากราบลาที่ตัก จะลาขามเรือไป เลยปลอยโฮ ใหญ" "รองไหรักลูกหรือรองไหกลัวเรือ" คุณสายถามขัดจังหวะขึ้น แมชั้นหัวเราะกิ๊กแลวตอบวา "ดวยกันทั้งสองอยางแหละแมสาย ฝายพอเนื่องก็ไมฟงอีราคาอีรมละ กราบพอแมแลวก็โดดขามเรือ ไปที เดียว ขาวของไมนําพา ตองชวยกันสงของชุลมุนไปหมด เด็กสมัยนี้มันแปลก จะไปไหนมาไหน ไมเห็นมันหวง ขาวหวงของ เห็นหวงอยูแตหอของหอเดียวเทานั้น นั่งกอดอยูกับตัวตั้งแตออกจากกรุงเทพฯ พอเปลี่ยนเรือก็ถือ ขามไปเอง ไมยอมใหใครถือให" "เอ !" ชอยรองขึ้น "หออะไรนะแม" "เขาวาหอแพรเพลาะหมนอน" แมชั้นตอบ "ไมรูไปไดมาจากไหน ดูเปนหวงเปนใยเสียจริงๆ ฉันก็นึกไม ออก เหมือนกันวาพอเนื่องเปนคนขี้หนาวมาแตเมื่อไร เมื่อเด็กๆขี้รอนออกจะตายไป หมผาใหเทาไรก็ดิ้นหลุด หมด" ชอยเมินหนาไปมองฝา เห็นจิ้งจกเกาะอยูตัวหนึ่งก็หัวเราะดวย "หัวเราะอะไรชอย" คุณสายถามขึ้น "หัวเราะจิ้งจก" ชอยตอบ "ไมรูซีคะ หนามันนาขันดี" "คนบา !" คุณสายขึ้นเสียง "เมื่อไรจะเลิกเปนเด็กเสียทีก็ไมรู ไมรูวาไปเอาโรคบามาจากไหน จริงๆนะ" "เอามาจากฉันกระมั้ง" แมชั้นแกแทนลูกสาว "ฉันเองบางทีก็นั่งหัวเราะคนเดียวไมมีปมีขลุยเหมือนกัน" แลวแมชั้นก็เลาถึงพี่เนื่องตอไป พลอยนั่งกมหนานิ่งดูกระดาน ใบหนานั้นรอนวาบ และรูสึกวาจะแดงผิดสังเกต ใจหนึ่งนั้นภาวนาอยาให ตน แสดงอาการพิรุธจนคุณสายจับได อีกใจหนึ่งก็ไดแตนึกถึงพี่เนื่อง... พี่เนื่อง ทูนหัวของพลอย พลอยรูแลววา พี่เนื่องรักพลอยจริง เพียงแพรเพลาะผืนเดียวที่พลอยเคยหมแลวยกให พี่เนื่องยังอุตสาหแยกถือไปตางหาก มิ ใหปะปนกับของอื่น พี่เนื่องนั่งกอดหอแพรเพลาะ ตั้งแตกรุงเทพฯ ถึงบางปะอิน บางทีก็จะนั่งกอดตอไป จนถึง นครสวรรค ปานนี้ วันนี้เวลานี้พี่เนื่องจะทําอะไรอยูที่นั่น จะมีเวลานั่งนึกถึงพลอยอยางที่พลอย กําลังนึกถึงพี่ เนื่องบางหรือเปลา หรือวาพี่เนื่องจะวุนวายกับราชการที่ตองทํา เปนนายทหารนี่ตองทําอะไรบาง ก็ไมรู พี่เนื่อง เคยบอกวาหัดทหาร เขาหัดกันอยางไรพลอยก็ไมเคยเห็น เขาวาเปนทหารก็ตองไปรบ รบกันก็ตองฆากัน พี่

http://www.geocities.com/siamstory/ploy107.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๗

Page 2 of 5

เนื่องจะตองไปรบบางหรือไม ตองไปฆาคน คนอยางพี่เนื่องแสนที่จะนารัก แสนที่จะใจดี จะไปฆาใครได หรือคน อื่นเขาจะฆาพี่เนื่อง แสงสวางในหองดูจะสลัวไป เมื่อนึกถึงตอนนี้ ถาพี่เนื่องเปนอะไรไป พลอยจะทําอยางไร เอาอีกแลว น้ําตาเอย เริ่มจะไหลรินออกมาแลว ตองซอนไมใหใครเห็น..." "แมพลอยเปนอะไรไป" ชอยถามขึ้นดังๆ ทําใหพลอยสะดุง "เปลา" พลอยรีบตอบ "นี่อะไรก็ไมรู" คุณสายดุชอย "เขาก็นั่งของเขาดีๆ ถามเสียตกอกตกใจ" "ก็ฉันเห็นเขาเอาชายผาหมขึ้นซับหนา" ชอยเถียงแลวก็ยิ้มมาทางพลอย "ถามดูเผื่อเปนอะไรไมสบาย จะไดชวยกันแกไข" แมชั้นหันมามองหนาพลอยแลวก็อมยิ้ม เหมือนจะรูความอะไรอยูบาง แตก็พูดอยางอารมณดีตามเคยวา "แมพลอย ชอยมันกวนนักก็ทุบมันเขาเถิด ฉันไมวาหรอก" "เอา ! แมก็เปนเสียอยางนี้แหละ" ชอยประทวงขึ้นอยางราเริง "เมื่อฉันยังเด็กๆ ก็คอยแตหนุน ใหคุณอา เฆี่ยน เดี๋ยวนี้ถึงหนุนใหแมพลอยทุบแลว ถาเผื่อฉันตายไปแมจะทํายังไงนะ ฉันอยากรูนัก" แมชั้นนั่งเคี้ยวหมากอมยิ้มมองดูพลอยอีกครูหนึ่ง หยิบกระโถนมาบวนน้ําหมากชาๆ ตายังมองดูพลอย แลวก็กลาวดวยน้ําเสียงที่เยือกเย็นชุมชื่นเขาไปถึงในหัวใจพลอยวา "ถึงชอยตายแมก็ยังมีพลอยอีกคนหนึ่ง ที่แมรักเหมือนกับลูกในไส จะมีเสียอยูก็ที่ลูกของแมจะนอยลงไป คนหนึ่งเทานั้น ที่มีอยูเดี๋ยวนี้ยังไมมากพอที่จะใหแมรักไดเลย ความรักของแมยังมีเหลือไว ใหหลานที่จะเกิดตอ ไป อีกมาก" คําพูดของแมชั้น เหมือนกับมีใครเอาน้ําเย็นใสสะอาดมาชโลมที่หัวใจ พลอยรูแนวาแมชั้นตองรูเรื่อง ระหวาง พี่เนื่องและตน แตดวยความใจดี กลัวพลอยจะอาย แมชั้นจึงทําไมรูเรื่องเสีย แตก็พยายามพูดเปน ปริศนาใหพลอย เขาใจวา แมชั้นมิไดมีความรังเกียจในตัวพลอยเลย ตรงกันขามแมชั้นกลับพรอมแลวที่จะรับ พลอยไปเปนสะใภ พรอมแลวที่จะมอบความรักของแมใหโดยสมบูรณ เหมือนกับวาพลอยเปนลูกของแมชั้นอีก คนหนึ่ง พลอยรูสึกตื้นตันในคําพูดของแมชั้น ถาทําไดในขณะนั้น ก็แทบจะเขากอดแมชั้นเสียใหเต็มรัก แตเมื่อ ทําไมได ก็ไดแตยิ้มกับแมชั้น แลวพยายามบอกดวยสายตาวา พลอยขอบใจและเห็นใจแมชั้นเปนที่สุด "เออ ! ฉันก็เพิ่งจะรู" เสียงชอยรองตอบแมของตนดังขึ้น "เดี๋ยวนี้ฉันเกิดมีลูกแมเดียวเพิ่มขึ้นอีกคนหนึ่ง แลว วาไงพลอย เราลูกแมเดียวกันแลวนะ" "เอาใหญแลวนะชอย ! พูดอะไรก็ไมรู เร���่องไมเปนเรื่อง" คําพูดของคุณสายก็มีความหมายลึกซึ้งเชนเดียวกันวา คุณสายรูเรื่องของพลอยและพี่เนื่องเปนอยางดี และเมื่อรูแลวคุณสายก็มิไดหามปราม แตเมื่อยังไมถึงเวลา คุณสายก็ยังไมยอมพูดถึงเรื่องนี้ และไมยอมใหคน อื่นๆ พูดถึงเหมือนกัน แมชั้นนั่งคุยตอไปจนเย็น แลวก็ลุกขึ้นกระวีกระวาดเก็บขาวของจะกลับบาน กอนจะกลับแมชั้นก็หยิบ กระเปาหมากมาคนดูอะไรตออะไร แลวอุทานวา "ตายจริงชอย ! แมเกือบลืมไป พอเนื่องเขาฝากหนังสือมาใหชอยฉบับหนึ่งอยูนี่เอง" แลวแมชั้นก็หยิบหนังสือจดหมายยื่นใหชอยซองหนึ่ง พลอยคอยมาตั้งแตเชาจนบาย วาพี่เนื่องจะสงขาว คราวมาถึงตนอยางไรบาง แตเมื่อเห็นวาไมมีเพราะแมชั้นไมไดพูดถึง พลอยก็ชักจะใจหายอยูครันๆ แตคิดไป อีกที ก็โลงในที่พี่เนื่องมิไดสงขาวคราวผานคนอื่นมา ซึ่งจะตองทําใหคนอื่นลวงรูความในใจไปดวย ชอยรับซองจดหมายมาฉีกออกดู ดึงกระดาษในซองออกดูหนอยหนึ่ง แลวก็ซุกกลับเขาไปไมวากระไรอีก เมื่อถึงเวลาแมชั้นกลับบาน ทั้งพลอยและชอยก็เดินไปสงจนถึงประตูวัง ระหวางที่เดินกลับตําหนัก พลอยก็อดใจไวไมอยูตองเอยปากถามชอยขึ้นวา "ชอย พี่เนื่องสงขาวมาวาอยางไรบาง" ชอยหัวเราะ แลวดึงกระดาษในซองจดหมายออกมาใหดู ในซองนั้นมีกระดาษแผนหนึ่ง ซองจดหมาย ปดผนึกอีกซองหนึ่ง บนกระดาษนั้นมีขอความเขียนไววา ยายชอย ขอใหสงซองนี้ใหแมพลอยดวย พี่มาถึงนครสวรรคแลว สบายดี เนื่อง ชอยหัวเราะอยางขบขันแลวพูดวา "จดหมายของฉันมีเทานี้เอง ของแมพลอยบางทีจะมีมากกวานี้กระมัง ไหนพลอยเปดออกดูทีหรือ" แลว ชอยก็ทําทาจะเปดซองจดหมายของพี่เนื่อง ที่มีมาถึงพลอยออกอาน พลอยรีบดึงจดหมายมาจากชอยทันที พรอมกับรองวา "โธ ! ชอยก็" http://www.geocities.com/siamstory/ploy107.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๗

Page 3 of 5

ชอยปลอยใหพลอยดึงจดหมายมา โดยไมยื้อแยงหัวเราะกับพลอยอยางอารมณดีแลวก็พูดวา "แมพลอยก็เอะอะไปได ฉันลอเลนเทานั้นแหละไมอยากอานจริงๆหรอก ถาฉันอยากอาน ฉันมิอานเสีย กอน แลวหรือ" พลอยนิ่งไมพูดวากระไร เดินกําจดหมายพี่เนื่องแนนมุงหนากลับตําหนัก ดวยความตื่นเตนและความดีใจ ระคนกัน ความเสียใจพลาดหวังที่พี่เนื่องมิไดสงขาวคราวมาใหหายไปสิ้น เหลือแตความขอบใจ ที่พี่เนื่องสงขาว มา อยางแนบเนียน มิใหพลอยตองกระดากหรืออาย และไมใหใครรูความไดอีกนอกจากชอยซึ่งรูอยูแลว ครั้นกลับมาถึงตําหนักแทนที่พลอยจะเปดจดหมายพี่เนื่องออกอาน พลอยกลับเอาจดหมายนั้นซอนไวใน ตู เหมือนกับเปนสมบัติอันมีคา เพียงแตรูวาพี่เนื่องมีจดหมายมาถึง และจดหมายนั้นอยูในครอบครองของตน แลว จะเปดออกอานเมื่อไรก็ได เทานนก็ทําใหพลอยรูสึกอิ่มใจไปทั้งคืน และจนรุงขึ้นอีกวันหนึ่ง พลอยก็ยังมิได เปดออกอาน วันนั้นตลอดวันพลอยรูสึกวาโลกมนุษยนั้นชางนาอยูเสียนี่กระไร จะมองดูสิ่งใดก็นารักนาดูไปหมด แมแต คนที่เคยเห็นหนากันอยูทุกวัน ก็ดูรื่นเริงและสดสวยงดงามเกินกวาปกติ พลอยทําการงานตางๆในวันนั้น ตามที่ เคยทํามา แตทําดวยความกระฉับกระเฉงและเบิกบาน จนหลายคนตองทักวาเปนอะไรไป เพราะพลอยเที่ยว ทักทาย และพูดจาเลนหัวกับใครตอใครมากกวาที่เคย แมแตเสด็จก็ยังทรงปรารภขึ้น ระหวางเสวยวา "นังพลอยมันกินอะไรเขาไปก็ไมรูวันนี้ ดูหนาตาผิวพรรณดีกวาทุกวัน" ซึ่งทําใหชอยผูซึ่งหมอบอยูใกลๆ กับพลอยตองกมหนาหัวเราะเสียจนเกินขนาด ทําใหเสด็จตองกริ้วแหว วา "นังชอยก็กําเริบขึ้นทุกวัน" และพาลกริ้วเลยไปถึงคุณสายผูเปนอา และทรงลําดับวงศตระกูลของชอย ถอย หลังกลับขึ้นไปอีกหลายชั่วคน ถึงขั้นทวดและเทียด แตละคนก็ลวนแลวแตมีลักษณะหามบาง บอบาง กําเริบบาง ทั้งสิ้น เมื่อกลับลงมากินขาวดวยกันขางลาง คุณสายก็เทศนาอบรมชอยตอไปอีกนาน ซึ่งชอยก็ใจเย็น นั่งเปบ ขาวกินไปฟงไปจนจบ เมื่อคุณสายเทศนจบแลวชอยจึงสรุปความขึ้นเองอยางนาฟงวา "ถาจะวากันไปจริงๆ การที่เขามาอยูในวังเปนขาหลวงเสด็จนี้ดี๊ดี ไดความรูแตกฉาน ฉันก็เพิ่งจะรูวันนี้ แหละ วาปู ยา ตา ยาย ทวด เทียดฉันชื่ออะไรบาง แตกอนไมเห็นมีใครบอกฉันสักที" คืนวันนั้นตอนดึก หลังจากเสด็จเขาบรรทมแลว โคมบนเฉลียงชั้นบนตําหนัก ยังเหลือจุดริบหรี่อยู อีกดวง หนึ่ง พลอยคอยๆหยิบจดหมายพี่เนื่องออกจากตู เดินเบาๆขึ้นไปนั่งใตแสงสวางของโคมดวงนั้น แลวก็เปด จดหมายออกอาน เวลาเชนนี้เปนเวลาที่พลอยตองการ สําหรับอานจดหมายจากคนที่กําหัวใจของพลอยไว เพราะเวลานั้น ดึกสงัดไมมีผูใดรบกวน ไมมีกิจการใดเหลือที่จะตองทํา พลอยตองการทําหัวใจใหวาง จากสิ่งอื่นใดทั้งสิ้น เพื่อจะ ไดไมมีเรื่องอื่นใดที่จะตองคิด ขณะที่อานจดหมายนอกจากคิดถึงพี่เนื่องคนเดียว เมื่อเปดผนึกจดหมายออกแลว พลอยก็ทอดอารมณออกไปหาพี่เนื่องซึ่งอยูไกลแสนไกล ขณะนั้นในวังเงียบสวัด นานๆ ก็มีเสียงนกเคาแมวรอง ไกลๆสักครั้งหนึ่ง ขอความในจดหมายนั้นมีอยูวา ถึงแมพลอย ฉันมาถึงนครสวรรคไดหลายวันแลว ใจคอไมอยูกับเนื้อกับตัวเลย ถาจะใหฉันพูดจริงๆ วาฉันมาถึง นครสวรรคไดอยางไร ฉันก็เลาไมถูก เพราะอาการมานั้นเหมือนคนใจลอย เมื่อฉันลาแมพลอยมาวันนั้น ดูเหมือน วาฉันจะไมไดเอาหัวใจกลับมาดวย ถาแมพลอยไมไดถือเอาหัวใจฉันกลับเขาวังไป มันก็คงตกเรี่ยเสียหาย อยู หนาประตูวังนั้นเอง ถาเปนอยางนั้นจริง ขอใหแมพลอยชวยเมตตาออกไปเก็บมาไวเสียกับตัว อยาทิ้งหัวใจฉันไว ใหคนเขาเหยียบเขาย่ํา ฉันจะไมลืมบุญคุณแมพลอยเลย ถึงฉันจะไมไดพบแมพลอยมานาน ถาจะนับปานนี้ก็แรมเดือน ฉันก็ยังคิดถึงแมพลอยอยูทุกลมหายใจ เขา ออก หลับตาลงทีไร ก็เห็นแตหนาแมพลอยทีนั้น ไมวาฉันจะไปถึงไหนหรือไปทําอะไร แมพลอยก็ไปเที่ยวแอบ แฝงอยูทั่ว บางเวลาฉันนั่งอยูคนเดียว ก็แววไดยินเสียงเหมือนแมพลอยมาเรียก เผลอตัวขานรับไปก็มี ของที่แม พลอยใหฉันมานั้น ถึงแมวาจะไมมีราคาคางวดอะไร ฉันก็ยังเก็บไวกับตัวเสมอ แมพลอยจําซองหมากพลู และผา เช็ดปากดอกจําปา ที่แมพลอยสงออกมาใหฉันไดหรือไม เวลานานหนักหนาอยูแลว แตฉันก็ยังเก็บไว ไปไหนก็ เอาติดตัวไปดวย ถึงแมวาจะเหี่ยวแหงเปลี่ยนรูปไปจนจําไมได แตกลิ่นอาบอบร่ําของแมพลอยยังคงอยู ฉันยังได ดมคงชื่นใจอยูทุกวัน เหมือนกับมีแมพลอยมานั่งอยูใกลๆ บางวันถาฉันเหนื่อยหรือรอนหรือเหงา ฉันก็ไดแตเรง เวลาเรงตะวันใหค่ําลงเสียเร็วๆ เพื่อฉันจะไดเขานอน แลวก็หมแพรเพลาะที่เคยหมตัวแมพลอย มาครั้งหนึ่ง เวลา นั้นฉันจะมีความสุขที่สุด เทาที่คนไรวาสนาอาภพอยางฉันจะหาได ฉันมาเห็นเมืองนครสวรรคแลว จึงไดรูตัววาผูใหญทานคิดถูก เมื่อทานบอกวาใหฉันรอไปกอน เพราะหัว เมืองนั้นแสนยากลําบาก ผิดกั���กรุงเทพฯ ดินฟาอากาศบทจะรอนก็แสนรอน บทจะหนาวก็แสนหนาว จะมองไป ทางไหนก็มีแตปา ผูคนก็เปนคนบานนอก พูดจากันไมเขาใจ บานชองที่ฉันอยูเวลานี้ก็แสนจะลําบาก เพราะเปน บานชั่วคราวหลวงทานปลูกขึ้น อาหารการกินก็กันดาร จะไปซื้อหาก็ตองเดินไกลถึงปากน้ําโพ ฉันตองใหเขาสง

http://www.geocities.com/siamstory/ploy107.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๗

Page 4 of 5

ปนโตทุกวัน แตฝมือคนหัวเมืองนั้นผิดปาก มีแตเผ็ดกับเค็ม ฉันก็ตองทนเอา ไดอาศัยของกิน ที่แมพลอยใหมา เปนเครื่องชูชีวิตไปวันหนึ่งๆ แตแมพลอยอยาวิตกไปเลย ความลําบากความกันดารทําใหฉัน เปนผูใหญขึ้นถนัด และมานึกดีใจวา ฉันมิไดใจเร็วดวนไดพาแมพลอยมาดวย แมพลอยเคยอยูแตในรั้วในวัง มาโดนแดดโดนลมที่นี่ เขาจะทนไหวหรือ ฉันนึกอยูทุกวันวา ฉันยอมตายเสียดีกวา ที่จะพาแมพลอยออกมาลําบาก เจานายทานเคยบอกฉันไววา ทานจะใหฉันมาประจําการอยูที่นี่เพียงปหนึ่งหรือสองป แลวก็จะไดยายไป ที่อื่นที่สบายกวา ฉันก็จะอดใจรอไป ขอแตแมพลอยอยาลืมฉันเสียก็แลวกัน เราเคยพูดกันไว วาอยางไรแมพลอย คงจะยังจําได ฉันก็เชื่อถือไวใจแมพลอยไมไดสงสัยกินใจ แตก็นั่นแหละ แมพลอยอยูทางกรุงเทพฯ ฉันก็อดหวง อดคิดถึงไมได เพราะที่กรุงเทพฯ มีลูกขุนน้ําขุนนางอยูมาก แตละคนก็มีรูปสมบัติ คุณสมบัติ ทรัพยสมบัติดีกวา ฉัน ถาแมพลอยยังเห็นแกฉันอยูก็ขอใหรักษาตัวใหดี ทางฉันนั้นแมพลอยอยางหวงเลย อยางไรก็คงอยางนั้น เนื่อง พลอยอานจดหมายพี่เนื่องจบแลว ก็นั่งหลับตาพิงฝาอยูอีกนาน แลวก็คอยๆลุกขึ้นไปยืนที่หนาตาง ตําหนัก ยอดปราสาทและหลังคาตําหนักตางๆ โผลขึ้นมาจากความมืด แสงไฟที่บนยังสวางอยู แตพลอยมองไม เห็นสิ่งเหลานี้ เพราะสายตาที่ทอดออกไปนั้นมองขามออกไปไกลแสนไกล อีกหลายวันตอมา พลอยจึงไดโอกาสคิดรางจดหมายตอบพี่เนื่อง ความจริงจดหมายฉบับแรก ที่มาจาก นครสวรรคนั้น ไดกลายเปนสรณะของพลอยในยามวางหรือยามเหงา หรือแมแตจะไมสบายใจมา ดวยเรื่องใดๆก็ ดี พลอยมักจะหยิบจดหมายพี่เนื่องออกมาอานแลวก็อานอีกเสมอ และถึงแมวาจะจําขอความ และถอยคําไดทุก ตัวอักษร จดหมายนั้นก็รูสึกวายังใหมอยูทุกครั้งที่เอาออกมาอาน บางครั้งเมื่ออานแลวก็มีความสุข บางครั้งก็มี ความทุกข สุดแตอารมณจะชักนําไป ยิ่งอานไปก็รูสึกวา ตัวเองรักพี่เนื่องมากขึ้นไปอีก และเมื่อรักพี่เนื่องมากยิ่ง ขึ้น พลอยก็ยิ่งรูสึกวาคนในโลกนี้มีจํานวนนอยลง จนเกือบจะเหลือสองคนแตพลอยกับพี่เนื่องเทานั้น แตอยูมาวันหนึ่ง ชอยก็มาบอกวาแมชั้นสั่งเขามาวา มีคนรูจักเขาจะขึ้นไปนครสวรรค ถาทางชอยและ พลอย จะสงของอะไรฝากขึ้นไปก็ใหเตรียมไว แลวก็จะสงคนเขารับเอาออกไปสงรวมไปกับของทางบาน พลอย กับชอยชวยกันตระเตรียมของกินตางๆ อยางที่เคยทํามา คืนวันหนึ่งพลอยก็หาโอกาสนั่งเขียนจดหมาย ถึงพี่ เนื่องเปนเนื้อความสั้นๆวา ถึงพี่เนื่อง จดหมายที่พี่เนื่องสงมาจากนครสวรรคฉันไดรับแลว ฉันดีใจที่พี่เนื่องไมเจ็บไข แตเมื่อไดยินพี่เนื่องเลามา วา ทางนั้นการกินอยูกันดาร ฉันก็เปนหวง คราวนี้ฉันกับชอยชวยกันหาของกิน ที่รูวาพี่เนื่องชอบสงออกมาอีก ขอใหพี่เนื่องเก็บไวใชไวกินตามสบายเถิด ขอใหพี่เนื่องรักษาตัวจงดี อยาใหเจ็บไข ฉันมีความสุขสบายดี ใครๆก็ บนคิดถึงพี่เนื่องทุกคน เมื่อไรพี่เนื่องจะไดเขากรุงเทพฯ บาง พลอย จดหมายเพียงเทานี้เอง แตพลอยนั่งคิดนั่งเขียนเสียจนดึก ครั้งนี้เปนครั้งแรกที่พลอยริมีหนังสือถึงผูชาย การริเลนเพลงยาวนั้นก็ถือกันวามีความผิดนาอับอายนักหนา ถาใครรูไป พลอยก็เรียกไดวาแทบจะเสียคน ไมรู จะเอาหนาไปวางไวที่ไหน ฉะนั้นขณะที่เขียนพลอยก็ตองแอบเขียนในเวลาสงัดคน ไมยอมใหใครมาลวงรู แตถึง อยางนั้นขณะที่เขียนแมมีเสียงแกรกกรากผิดปกติ พลอยก็จะสะดุงสุดตัว รีบซุกซอนกระดาษ กลัวใครจะมาเห็น ถอยคําและเนื้อความที่บรรจงเขียนลงไปนั้นก็ตรองแลวตรองอีก มีความในใจหลายอยาง มากมายสุดที่จะ ประมาณ ที่พลอยอยากจะเขียนพรรณนาใหพี่เนื่องไดรูไดเห็นโดยสิ้นเชิง แตขอความเหลานั้น ไมสามารถจะ เขียนลงไปได แมแตจะพูดกับพี่เนื่องดวยปากก็ดูจะยากเย็นเสียแลว ถาพลอยจะระบายความในใจ ของตนลงไป ในหนากระดาษใหสมใจคน หนังสือนั้นก็คงกินเนื้อกระดาษหลายสิบหนา แทนที่จะเปนเพียงสี่หาบรรทัด ครั้นจะ ไมเขียนเสียเลยก็กลัวพี่เนื่องจะเสียใจวาตนทอดทิ้ง จึงจําตองเขียนแตพองาม ใชถอยคําอยางธรรมดาที่สุด ใคร เห็นก็สุดที่จะวาอะไรได และพลอยก็หวังเปนที่สุดวา พี่เนื่องคงจะเขาใจความหมายจากหัวใจ ที่พลอยไดใสไว ระหวางทุกบรรทัด แมเขียนเสร็จพลอยก็ปดผนึกซุกซอนไวอยางมิดชิด แลวก็นั่งเปนทุกขวาทําอยางไร จึงจะใหจดหมายนั้น ถึงพี่เนื่องโดยไมมีใครรู นั่งคิดนอนคิดวาจะทําอยางไรก็คิดไมตก จะซอนไปในหีบใสของก็ไมกลา เพราะของจะ ตองผานมือหลายมือ เผื่อจดหมายนั้นไมถึงจะทําอยางไร ในที่สุดพลอยก็ตกลงใจวาไมมีทางอื่น นอกจากจะ สารภาพความจริงกับชอย แลวขอใหชอยชวย เพราเปนทางเดียวที่จะสงจดหมายไปได โดยแนบเนียนที่สุด ถึงวันที่จะตองสงของออกไป พลอยก็ถามชอยขึ้นวา "ชอยจะเขียนหนังสือสงขาวถึงพี่เนื่องบางไหม"

http://www.geocities.com/siamstory/ploy107.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๗

Page 5 of 5

ชอยหัวเราะเกรียวกราวแลวก็ตอบวา "โฮ ! ฉันไมเขียนหรอก ลายมืออยางของฉันใครจะไปอานออก" "โธ ! เขียนหนอยเถอะนา สงสารพี่เนื่องแก" พลอยออด "ไมเขียนละ" ชอยยังดื้ออยู "ทําขนมสงใหกินจนมือจะหักแลว ยังจะตองหยิบกระดาษวาดอักษรถึงกัน อีก" "ไมตองเขียนมากหรอกชอย สองสามตัวก็พอแลวจะได... อา ฉันจะไดฝากของฉันไปดวย" ชอยหยุดหัวเราะทันที เปลี่ยนสีหนามามองพลอยอยางเอ็นดู แลวก็พูดเบาๆ แตดวยน้ําเสียงที่เอาจริง เอาจังวา "จะดีหรือพลอย ใครเขารูเขาจะนาเกลียด พลอยอยาเขียนไปดีกวา" "ฉันไมไดเขียนอะไรที่ใครจะมาวาไดหรอกชอย" พลอยรีบตอบทันที แลวก็หยิบหนังสือที่เขียนไว เอามา เปดผนึกใหชอยอาน ชอยรับหนังสือไปอาน ทําปากหมุบหมิบอยูครูหนึ่ง แลวก็ตอบวา "ถึงงั้นก็เถอะ ใครเขาจะไปรูวาพลอยเขียนไปวาอะไร สักแตเพียงสงหนังสือไปถึงผูชาย มันก็ไมดีเสียแลว คนขนาดเรานะ จริงๆ นะพลอย ถึงพี่เนื่องแกจะเปนพี่ฉันแทๆ ฉันก็ยังไมไวใจ เดี๋ยวจดหมายนี้หลุดไปถึงมือใคร เขาจะพูดกันไปตางๆ เชื่อฉันเถิด ฉันมันคนบาคนหลังใครๆเขาก็รู แตนานๆก็ขอพูดกันจริงๆสักครั้ง ฉันรัก พลอยก็อยากใหพลอยดี เห็นอะไรที่จะทําใหพลอยเสียไดเพียงแตนอยฉันก็ตองเตือน พลอยอยาโกรธฉันนะ" พลอยรูสึกทั้งรักทั้งเห็นใจชอยในเจตนาดีที่มีตอตน และเห็นจริงตามที่ชอยพูด มือนั้นฉีกจดหมายพลาง พูดวา "ไมไดโกรธดอกชอย ฉันเห็นใจ และไดคิดแลว" ชอยย���้มดวยแลวกลาววา "เอายังงี้ดีกวา วันนี้ฉันจะเลนฤาษีแปลงสารสักที" แลวชอยก็ไปหยิบกระดาษมาเขียนจดหมายถึงพี่เนื่อง เปนเนื้อความสั้นๆบอกทุกขสุข ลงทายดวยขอความวา "แมพลอยเขาสั่งใหฉันบอกมาดวยวา เขาคิดถึง" แลวชอยก็สงหนังสือใหพลอยดูถามวา "เทานี้ก็เห็นจะพอกระมัง" พลอยพยักหนารับคํา เพราะประโยคที่ชอยเขียนลงไปตอนทายนั้น ถึงจะสั้นและธรรมดาก็เปนถอยคํา ที่ บรรยายความในใจของพลอยโดยสิ้นเชิง

http://www.geocities.com/siamstory/ploy107.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๘ (หนาที่ ๑)

Page 1 of 5

สี่แผนดิน ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช แผนดินที่ ๑ บทที่ ๘ (หนาที่ ๑) พลอยเคยไดรับการอบรมมาตั้งแตเล็กวา ผูชายนั้นมีอํานาจสิทธิ์ขาดเหนือตน เมื่อเปนเด็กก็อยูในอํานาจ พอ มีเรือนก็อยูในอํานาจผัว ชีวิตนี้จะดีจะชั่วก็สุดแตผูชายจะบันดาลใหเปนไป ผูหญิงนั้นดูเหมือนจะเกิดมา เปน กรรมสิทธิ์ของผูชาย ไมมีวันที่จะไปมีอํานาจบังคับบัญชาใครได นอกจากบังคับบัญชากันเองอยางที่ในวังนี้ นอก จากตําแหนงทาวนางเฒาแกในวัง ก็ไมเคยปรากฏวามีผูหญิงไปรับราชการงานเมืองที่ไหน ความรูสึกแตเดิม จึง มีอยูวา โลกนี้เปนโลกของผูชาย ผูหญิงเปนคนอาศัย และในฐานะคนอาศัยจึงตองนบนอบเชื่อฟงเจาของบาน ตลอดไป การตั้งสมเด็จที่บนเปนผูสําเร็จราชการแทนพระองค ซึ่งทําใหทุกคนตองเรียกตามพระนามใหมวา "สมเด็จรีเย็นต" จึงเปนการสะเทือนความรูสึกในสิทธิ์ของเพศตน ที่สงบนิ่งอยูในตัวผูหญิงมาหลายศตวรรษ ให กลับฟนคืนชีพ เพราะไดปรากฏแนชัดแลววาขณะที่พระเจาอยูหัวไมอยูนี้ ผูหญิงเปนผูครองแผนดิน โดยที่พระ ราชสวามีทรงมอบพระราชอํานาจไวให และไดทรงเฉลิมพระราชอิสริยยศวา "สมเด็จพระบรมราชินีนาถ" ถาจะใหพลอยอธิบายทรรศนะใหมของตนในขณะนั้น ก็คงจะอธิบายไมได อาจบอกไดแตวา คนเราเกิด มาก็เทากันไมวาเปนหญิงหรือเปนชาย ตําแหนงแหงหนหรือกิจการตางๆที่ผูชายทําได ผูหญิงก็คงจะทําไดเชน กันถาเปนโอกาส พลอยนําความคิดนี้ไปคุยกับชอย ซึ่งเห็นดวยเปนอยางยิ่ง และประกาศออกมาดวยความ คะนองปาก ตามแบบของตนตอหนาคุณสายวา "ที่นี้ฉันไมกลัวผูชายอีกตอไป" "ทําไม" คุณสายถามแลวทําตาเขียว "อาว ! คุณอาไมรูหรอกหรือวา เวลานี้ผูหญิงเปนผูเจาแผนดิน !" ชอยตอบอยางองอาจ "เด็กเวร !" คุณสายรองเกือบสุดเสียง "ทําพูดดีไปเถอะจะโดนมะพราวหาวยัดปาก !" แตอยางไรก็ตามคุณสายก็คงจะตองสังเกตเห็นวาระหวางเสด็จยุโรปปนั้น ความสําคัญตางๆ ไดยายจาก ขางหนามาอยูขางใน และเวลาจะออกการออกงานไมวาจะเปนในโอกาสใด ขางในดูเหมือนจะมีรัศมี แหงความ สําคัญนั้นมากกวาขางหนา เพราะสมเด็จรีเย็นตนั้นทรงดํารงอยูในฐานะที่สูงสุด ไมมีขางหนาคนใด จะมาเสมอ เหมือน และทุกวันก็เสด็จออกขางหนา เพื่อทรงราชการเชนเดียวกับที่พระเจาอยูหัวทรงปฏิบัติ ขอแตกตางที่สําคัญอีกอยางหนึ่งที่พลอยรูสึกก็คือ ระหวางที่เสด็จอยูนั้น ถาหากเจานายจะขึ้นเฝา ก็ตอง ขึ้นเฝาบนพระที่นั่งซึ่งดูเปนเรื่องใหญ แตระหวางเสด็จไมอยูนั้นการขึ้นเฝาก็ไมมี สมเด็จเสด็จลงที่สวนศิวลัย หรือที่เรียกวาสวนเตานั้นเกือบทุกวัน หลังจากที่ไดเสด็จขึ้นจากขางหนาแลว เจานายคุณจอมเฝาไดที่สวนเตา และเฝาอยางสนิทสนมเปนกันเอง มีการทรงกีฬาประเภทตางๆ มีโครเกตเปนพื้น เสร็จแลวก็ผลัดผาทรงลงสรง ในสระที่สวนเตาทุกพระองค เปนหนาที่ของพลอยจะตองหาเสื่อไปปู และนําแปงน้ําอบ ตลอดจนเครื่องแตง พระองคอีกชุดหนึ่งใสพานไปที่นั่น นั่งรอจนกวาเสด็จจะขึ้นจากสรงจะไดแตงพระองคที่นั่น แลวก็ประทับอยูที่ ศาลา ในสวนเตา จนถึงเวลาเสด็จขึ้นหรือเสวยที่นั่นทีเดียว ความจริง สมเด็จรีเย็นตทรงอยูในฐานะเปนที่ยําเกรงของเจานาย ตลอดจนคนอื่นๆทั้งปวง ทําใหบังเกิด ความรักเพิ่มเติมยิ่งขึ้นไปอีก พลอยไดตามเสด็จเสด็จไปที่สวนเตาเปนนิจ จึงไดเฝาแหนใกลๆ ดวยความรูสึกทั้ง รักทั้งเคารพบูชาและยําเกรงเปนที่สุด ในขณะที่ทรงกีฬาก็ดี หรือขณะที่ลงสรงในสระ และประทับศาลาก็ดี มักจะ มีการถายพระรูปหมูเนืองๆ เพื่อสงไปทูลเกลาฯ ถวายที่ยุโรป พลอยสนใจในกลองถายรูปนั้นมาก เพราะเปน กลองใหญตองดึงเขาดึงออก และตองขาหยั่งใหไดที่อยูหลายตรลบ ตองคลุมผาเปลี่ยนกระจกและอะไรตออะไร ประดักประเดิดเต็มที ที่พลอยสนใจเปนหนักเปนหนัก ก็เพราะเคยนึกวา การถายรูปอยางเอาจริงเอาจังนั้นเปน เรื่องของผูชาย แตคราวนี้ชางภาพหรือชางถายรูปเปนผูหญิง ซึ่งตอบขอบันทึกไว ณ ที่นี้ดวยวาชื่อแมสรอยนอง สาวขุนฉายาฯ เปนขาหลวงตําหนักเสด็จพระองคอรทัย ชาววังสมัยนั้น ก็เห็นจะรูจักดวยกันทุกคน ระหวางเสด็จยุโรปเปนเวลาหลายเดือนนั้น ชีวิตของพลอยก็ยังดําเนินไปเปนปกติ กําหนดเสด็จพระราช ดําเนินกลับพระนครนั้น ตกในฤดูหนาวป ร.ศ. ๑๑๖ นั้นเอง มีขาวเลื่องลือกันไปหนักหนาวา งานรับเสด็จกลับ คราวนี้ จะกระทํากันเปนการมโหฬารสนุกสนานยิ่งกวางานใดๆ ที่ไดเคยเห็นกันมา พลอยขณะนั้นก็เพิ่งอายุ ๑๖ ปเศษ บางเวลาความรักและความทุกข ที่ตองพลัดพรากจากคนรักอาจจะทําให มีความรูสึกเปนผูใหญ แตความ ตื่นเตนเราใจที่จะไดเที่ยวดูงานใหสนุกสนาน ก็กลับทําใหในเปนเด็กลงไปได อีกเหมือนกัน ฉะนั้นยิ่งใกลวัน เสด็จกลับ พลอยก็ไมมีใจจะนึกถึงเรื่องอื่น นอกจากงานรับเสด็จ คนทั้งวังก็ดูเหมือน จะนึกและพูดกันอยูดวย เรื่องเสด็จกลับแตเรื่องเดียว ภาระของชาววังขณะนั้นก็มีแตเครื่องแตงตัว งานคราวนี้เปนงานออกหนาออกตา ตองตัดเสื้อกันใหมหลายๆตัว สําหรับใสไดตลอดงานไมมีซ้ํา ใครมีฝมือรับจางตัดเสื้อก็ตองเรงทํางานทั้งกลางวัน

http://www.geocities.com/siamstory/ploy108.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๘ (หนาที่ ๑)

Page 2 of 5

กลางคืน คาจางตัดแตกอนนั้นสําหรับเสื้ออยางดี โบวยิบไปทั้งตัว แขนพองเปนขาหมูแฮม ตัวหนึ่งก็ตก ๒๐ ๓๐ บาท แตพอจวนงานก็ขึ้นไปเปน ๔๐ - ๕๐ บาท คนยังกลาตัด ผานุงยกผานุงไหมก็ถูกขนเขามาขายในวัง กันเปนประจํา คนเดินเขาออกทุกวันไมมีหยุดหยอน ชอยกับพลอยกลับไปเปนเด็กอีกหนหนึ่ง ตื่นเตนเหมือนกับเมื่อครั้งเที่ยวงานโสกันต วันไหนถาไมมี กังวล อยูดวยเรื่องเครื่องแตงตัว ก็พากันเดินไปดูทางสวนเตา ซึ่ง ณ ที่นั้นไดมีการปลูกโรงละคร และปลูก พลับพลากัน อยางเรงรีบ เรื่องที่พูดกันอยูไมขาดปากก็คือละครรํา ซึ่งเจาคุณจอมมารดา คุณจอมมารดาใน รัชกาลที่ ๕ และบรรดาทาวนางไดคุมกันขึ้น เพื่อเลนถวายตัวในงานสมโภชรับเสด็จ พลอยเคยไดยินแตแกๆเลา ใหฟงวา ทานผูนั้นผูนี้รํางามเปนหนักเปนหนา แตก็เกิดไมทันไดเคยเห็น เพราะแตละทานก็สูงทั้งอายุและฐานะ เสียแลว เมื่อพลอยเขามาอยูในวัง แตคราวนี้เปนครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิต ที่พลอยจะมีโอกาสไดชมละครรํา ชั้นสูง ถึงเพียงนั้น ครั้นเมื่อถึงเวลาเสด็จกลับเขาจริง งานการที่มีรับเสด็จนั้น ก็เปนการมโหฬารและสนุกสนานเกินกวาที่ คาด พลอยเที่ยวงานเสียจนเกือบจะเรียกไดวาลืมสิ่งอื่นๆ ทั้งหมดแมแตพี่เนื่อง ขณะนั้นเปนกลางฤดูหนาว การ เดินเที่ยวเตรดูงาน จึงสดชื่นไมมีเหน็ดเหนื่อย งานรับเสด็จนั้นมีทั้งนอกวังและในวัง งานที่มีนอกวังนั้นดูเหมือน จะมีทั่วพระนคร แตที่พลอยจําไดติดตาก็คือโขลนกลางแปลงที่ทองสนามหลวง โขนกลางแปลงนั้นมีกลางคืน ทองสนามหลวงจึงถูกประดับประดาดวยโคมไฟสวางไสว ดูสวยงามแทบจําไมได โขนคืนนั้นจับตอน พระราม เขาเมือง มีการสมโภชตอนรับพระรามคืนเมืองอโยธยา ในทองสนามนั้นตกแตงเปนบานเมือง ปราสาทราชฐาน มีตนไมภูเขากระทบดวยแสงไฟ ดูเหมือนกับเมืองเนรมิตรหรือเมืองในฝน เมื่อพระเจาอยูหัวเสด็จ ขึ้นประทับบน พลับพลาแลว งานก็เริ่มดวยขาราชการเดินกระบวนถือเทียนในความมืด ดูเหมือนกับงูตัวมหึมา ที่มีเกล็ดเปนไฟ เมื่อเสร็จการถวายพระพรจบลงดวยการโห ๓ ลาแลว โขนกลางแปลงจึงลงโรง มีพลยักษ พลลิง ในกองทัพพระ รามยาวสุดตา แลวจึงถึงราชรถพระราม และรถบุษบกกษัตริยอื่นลากจูงมาเปนแถวแนว สีทองกระทบแสงไฟ เปนประกายระยับ งานขางในที่พลอยนึกไดทีหลังเมื่อเวลาลวงเลยมานาน ก็คือวันที่เด็กนักเรียนเล็กๆ เขามาถวายพระพร และมีงานเตนรํา เด็กผูชายเล็กๆนาเอ็นดูมาจากโรงเรียนราชวิทยาลัย ที่บานสมเด็จฟากขางโนนเขามาสมทบ กับเด็กผูหญิงขนาดเดียวกันจากโรงเรียนสุนันทาลัย ปากคลองตลาด ทุกคนแตงกายแฟนซีแบบตางๆ เปนฝรั่งก็ มี เปนไทยก็มี เปนจีนก็มีสุดที่จะจดจํา เมื่อนักเรียนมาพรอมกันแลวก็ตั้งขบวนแห ที่หนาพระที่นั่งจักรีมหา ปราสาท เดินเขาประตูย่ําค่ําไปยังสวนศิวาลัย ซึ่งไดปลูกพลับพลาและโรงละครไวเสร็จแลว พระเจาอยูหัวเสด็จ ขึ้นพลับพลา แลวมีการเลี้ยงนักเรียน วันนั้นเปนวันแรกที่พลอยไดเห็นการเตนรําแบบฝรั่ง นักเรียนหญิงกับนัก เรียนชายจับคูกัน เตนรํากลางสนามหนาพลับพลา เขากับจังหวะแตรวงที่เลนเพลงเตนรําเรียกวา เพลงลาน เซอร และ เซอรโรเยอร ชอยซึ่งนั่งดูอยูใกลๆ กันกระซิบบอกวา "พลอยรูไหม ที่เมืองฝรั่งนั้นคนหนุมคนสาวเขากอดกันเตนรําแบบนี้" "ไฮ ! ฉันไมเชื่อหรอก ชอยเอาอะไรมาวา" พลอยตอบ "เด็กๆเตนอยางนี้ก็นารักนาเอ็นดูดี คนโตๆแลว จะไปเตนอยางไรได ผูหญิงกับผูชายเตนดวยกันละก็ขายหนาแยทีเดียว" "อาว จริงๆนะพลอย" ชอยยืนยัน "ฝรั่งเขาไมถือกันหรอก คนเขาเลาใหฉันฟงวา เขาเห็นฝรั่งกับแหมม เตนรําที่วังบูรพา เขาแอบดูอยูครูหนึ่ง แลวก็ตองเลิก เขาวาเขาอายดูไมได" "ตายจริง" พลอยบน "ถาอยางนั้นฉันก็ดีใจที่ไมไดเกิดมาเปนแหมม ใครใหฉันออกไปเตนอยางนี้กับ ผูชาย ฉันตายเสียดีกวา" ถาใครจะบอกพลอยขณะนั้น วาจะไดมีอายุมาถึงไดเห็นลูกหลานของตนเตนรําในแบบที่ยิ่งกวานั้น ในวัน หนึ่งขางหนา พลอยก็คงจะไมยอมเชื่อเปนอันขาด ครั้นถึงคืนวันที่ชาววังคอยอยูเปนหนักเปนหนา ที่จะไดชมละครรําชั้นสูงสุดมาถึง พลอยก็ไดตามเสด็จ ไปยังโรงละครที่สวนศิวาลัย ดวยความดีใจสุดที่จะพรรณนาได ละครคืนนั้นนอยคนจะไดเห็น เพราะทานผูแสดง เปนเจาคุณจอมมารดา และเจาจอมมารดา มีพระราชโอรสธิดาเจานายชั้นสูงในราชตระกูล จึงไมโปรดเกลาฯ ให ผูใดไดมีโอกาสเขามาชมละครรํานั้น นอกจากเจานายและคนในวังแทๆ แมแตพลอยเองก็ไดแตหมอบดูอยูหางๆ ดวยความยําเกรงเปนที่สุด คืนนั้นมีการแตงแฟนซี และรับพระราชทานเลี้ยงกอนแสดงละคร เจานายและเจาจอมบรรดาผูที่ไปใน งานนั้น แตงกายสวยงามพิสดารแบบแปลกตาทุกทาน บางทานแตงเปนแขกดํา บางทานแตงเครื่องฮองเฮา จากราชสํานักเมืองจีนอยางเต็มยศ บางทานแตงเปนเร็ดไรดิงฮูด จากเทพนิยายฝรั่ง บางทานแตงเปนนางละเวง นางพระยาฝรั่งจากเรื่องพระอภัยมณี นอกจากนั้นยังมีอีกมากมายหลายแบบ พลอยจําไดเทาที่สนใจจะดู เมื่อ เสร็จการเลี้ยงแลว พิณพาทยจึงโหมโรง เจาคุณจอมมารดาจุดเทียนเครื่องสังเวย มีการรําเชิญพวงมาลัย และชอ ดอกไมขึ้นทูลเกลาฯ ถวาย แลวจุดเทียนเครื่องทองนอยครบ ตามวิธีเบิกโรงละครหลวง ละครคืนนั้นเลนเรื่องอิเหนา ตอนอิเหนาเขากรุงดาหาไปจนถึงตอนใชบน เพื่อใหเขากับเรื่องเสด็จพระ ราชดําเนินกลับพระนคร บรรดาทานที่ออกรําในคืนนั้น ลวนแลวแตสูงดวยเกียรติ และอายุ ตั้งแตทาวดาหา นาง

http://www.geocities.com/siamstory/ploy108.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๘ (หนาที่ ๑)

Page 3 of 5

ประไหมสุหรี มะเดหวี อิเหนา บุษบา ฯลฯ ลวนแลวแตเปนชั้นเจาจอมมารดาทั้งสิ้น มีที่ไมถึงชั้นนั้นอยูคนเดียว คือตัวจรกา แตก็เปนชั้นคุณเฒาแก ตัวเอกในเรื่องที่เยาววัยที่สุดเห็นจะไดแก ทานพระองคชายเล็ก ซึ่งทรง แสดงเปนสีหยาตรา และตามความจริงเปนหลานยา ของทานผูแสดงเปนตัวอิเหนา กระบวนรํา และศิลปชั้นเชิง ของละครคืนนั้น สุดที่จะพรรณนาไดถูก เพราะทานผูแสดงแตละคนมีศิลปสูงเยี่ยม เปนชั้นครูบาอาจารยอยูแลว เมื่อประกอบดวยความตั้งใจแสดงจนสุดฝมือ เพื่อสนองพระเดชพระคุณ และดวยความรูสึกของแตละทานวา ครั้งนี้เปนโอกาสที่จะไดออกโรงเปนครั้งสุดทาย ทานเหลานั้นจึงไดเก็บ ทั้งฐานันดรและวัยอันสูงของทานไวทาง หนึ่ง คงปลอยใหศิลปแตอยางเดียวเขาครองอารมณ และความเคลื่อนไหว ของทานตลอดการแสดง พลอยได ชมละครคืนนั้นแลว ก็จําติดตาไปตลอดชีวิต ตอมาถึงจะไดดูละครอีกหลายครั้ง หลายหนก็ไมเคยเห็นครั้งใดเทา เที่ยมครั้งนั้น นอกจากเรื่องละคร ซึ่งเปนเรื่องที่ลือไปอีกนานในวังแลว คืนนั้นยังมีเหตุการณเกิดขึ้นใหมอีกอยางหนึ่ง ที่มิไดเคยพบเห็นมาแตกอน ธรรมดาคนในวังทุกคน และถาจะวาไปแลวก็คนไทยทั่วประเทศ ในขณะนั้นถือกัน วาเครื่องตนราชูปโภคทุกอยางเปนของสูง ควรแกการเคารพกราบไว ไมมีใครอาจไปรวมของเหลานั้น พระ สุพรรณภาชน คือภาชนะสําหรับใสเครื่องตนพระกระยาหารก็เปนของสูง อีกอยางหนึ่งไมมีผูใดจะใชได เปนของ สําหรับพระเจาอยูหัวแตพระองคเดียว แตในคืนนั้นกอนจะมีละคร ไดมีการเลี้ยงบรรดาทานที่ไปในงาน โดยจัด สํารับใสกับขาวไวสํารับหนึ่งกินไดสองคน กอนมีการเลี้ยง ไดมีพระราชดํารัสวาใหทุกคนบรรดาที่ไปในงานนั้น มี ความเสมอภาคเทากัน จึงใหจับฉลากเขานั่งที่สํารับ สลากของใครตรงกับของผูใด ก็เขานั่งรวมรับพระราชทาน เลี้ยงที่สํารับเดียวกัน ไมตองถืออิสริยยศสูงต่ํา คืนนั้นคุณมอญพนักงานจับสลากที่นั่งไดรวมพระสุพรรณภาชน รับพระราชทานเลี้ยงเฉพาะตอพระพักตร พระเจาอยูหัวสํารับเดียวกัน เรื่องนี้เปนเรื่องที่คนพูดกันมาก ถาจะเรียกดวยภาษาที่ขณะนั้นยังไมมีใครนึกถึง ก็ตองเรียกวาเปนการ ปฏิวัติราชประเพณี ที่ถือกันมามิรูกี่รอยกี่พันป พากันโจษจันไปตางๆ สวนมากนั้นไปในทางเพิ่มพูนพระบารมี ที่ มิไดถือพระองค แตได���ดพระองคลงมาเทาเทียมเสมอภาคกับคุณพนักงาน เหตุการณเชนนี้ทําใหพลอย รูสึก อัศจรรยใจอยูครันๆ และมีความรูสึกเหมือนกับวาตนกําลังยืนอยู ณ ขอบเขตแหงของใหมๆ ซึ่งกําลังเกิดขึ้น และจะเกิดขึ้นตอไป ผูใหญหลายคนปรารภกันถึงเรื่องของใหมยุคใหมเหลานี้ ดวยความเปนหวง ไมแนใจวาจะ รายหรือดี แตสวนมากก็เชื่อถือวาสิ่งใดถาเปนพระราชดําริแลว สิ่งนั้นยอมจะตองเปนของดี นํามาซึ่งสิริมงคล เสมอ ฉะนั้นคุณพนักงานซึ่งไดรับเกียรติยศสูงยิ่ง ไดรวมพระสุพรรณภาชน จึงมิไดมีผูใดทายทัก ไปในทางอื่น นอกจากทางที่เปนสิริมงคล แตแลวก็มิใชใครอื่นนอกจากชอย ซึ่งมาสรุปความใหพลอยฟงอยางแปลกประหลาด พิสดารยิ่งกวาคน อื่นๆ ทั้งสิ้น วันหนึ่งเมื่อคุยกันถึงเรื่องนี้ ชอยก็พูดขึ้นวา "ฉันสงซานสงสารคุณพนักงานคนนั้น" "ทําไมเลาชอย" พลอยถาม "คงไมสนุกและกินขาวไมอรอยเต็มที่ ตองทนหิวเอามื้อหนึ่ง" ชอยตอบ งานรับเสด็จคราวนั้นมีอยูนานหลายวัน พลอยไดยินขาวงานสมโภชที่โนนที่นี่ จากหลายกระแส สุดที่จะ จดจําได และในวันนั้นเองพลอยไดพบกับคุณเชย พี่สาวที่ไดเคยเลนหัวกันมาที่บาน หลังจากมิไดพบกัน มา หลายป คุณเชยเขามาเที่ยวงานและเขามาคางกับญาติในวัง โดยมิไดบอกใหพลอยรูลวงหนาไวกอน แตในวันที่ มาถึงนั้นเอง คุณเชยก็ตรงมาหาที่ตําหนักทีเดียว เมื่อไดพบกับคุณเชยในตอนแรก พลอยเกือบจะจําไมได เพราะเวลาลวงมาหลายป คุณเชยโตเปนสาว ขึ้น ถนัดใจทีเดียว กิริยาทาทางก็เปลี่ยนไปกวาแตกอน "แมพลอย !" คุณเชยทักขึ้นอยางดีใจ ขณะที่เห็นพลอยเดินเขามาหา "แหมฉันคิดถึงเสียจริง ไมไดพบกัน นาน สบายดีหรือ !" พลอยดีใจจนบอกไมถูก เมื่อรูแนวาเปนคุณเชยพี่สาวของตน ตางฝายตางก็ดีใจทักถามกันละล่ําละลัก ตามประสาพี่นองที่ไมไดพบกันนาน "แมพลอยโตขึ้นชางสวยเสียจริง !" คุณเชยมองดูนองสาวแลวก็ปรารภขึ้นอยางภูมิใจ "แตก็นั่นแหละ แม พลอยสวยมาแตเด็กแลว พอเห็นหนาฉันก็จําไดทีเดียว" "ฉันเสียอีกจําคุณเชยเกือบไมได" พลอยยอมรับอยางชื่นตา "แตคุณเชยก็สวยไมใชเลนเหมือนกัน" คุณเชยหัวเราะอยางอารมณดีแลวตอบวา "ไมตองมายอฉันหรอกแมพลอย ฉันรักแมพลอยอยูแลว อยางฉันนี้ใครเห็นสวยก็เห็นจะตาไมคอยดี ละ กระมัง เจาคุณพอทานบนอยูทุกวันวา มีลูกสาวอยางฉันนากลัวขายไมออก แตอยางแมพลอยนี่ละก็ขายออกแน เสียดายมาเก็บเนื้อเก็บตัวอยูเสียที่ในวัง ไมมีใครไดเห็น" "เจาคุณพอเปนอยางไรบาง" พลอยถาม "ก็สบายดี เห็นทานบนถึงแมพลอยกับฉันเสมอวา อยากใหออกไปบานบาง แตฉันก็เฉยๆเสีย เพราะเห็น วาถึงแมพลอยจะออกไปก็ไมมีความสุข ลูกสาวใหญทานไมชอบ ใหใครไปเกี่ยวของ"

http://www.geocities.com/siamstory/ploy108.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๘ (หนาที่ ๑)

Page 4 of 5

พลอยนึกถึงคุณอุนในตอนนี้ชักจะเห็นเปนของขัน ความเกลียดความกลัวแตเมื่อเด็กๆนั้น ไดถูกเวลาที่ ผานมาทําใหละลายหายไปสิ้น ความรูสึกที่วาตัวก็เปนผูใหญแลว และมาอยูเสียในวังพนจากอํานาจ ของคุณอุน ทําใหคุณอุนดูเหมือนกับเปนคนที่นาขบขันอยูไมนอย "เออ ! แลวลูกสาวของทานคนนั้นทานขายไมออกบางหรือ" "โอย !" คุณเชยรอง "ไมมีวันออกหรอกแมพลอย คุณอุนเองบอกกับฉันวาชาตินี้เธอไมมีวันมีเรือน เธอวา กลัวคนอื่นเขาจะมาปอกเอาสมบัติ เธอจะนั่งเปนโสมเฝาทรัพยไปอยางนี้แหละจนตาย" "คุณเชยพูดเอาเองกระมั้ง" พลอยหัวเราะ "คุณอุนเธอคงไมพูดอยางนั้นหรอก" "เธอพูดอะไรคลายๆอยางนั้นแหละ ฉันก็ตอเติมใหบาง แตฉันกลัววาเธอจะหวงสมบัติไวไดไมนานเทา นั้น จะหมดเสียที่คุณชิตนี่เอง เวลานี้เห็นแอบหยิบยื่นใหกัน ไมใหเจาคุณพอรูอยูเสมอ" "คุณชิต... เดี๋ยวนี้ทําอะไร" พลอยถามถึงพี่ชายใหญ "จะไปทําอะไร" คุณเชยรอง "ก็นอนอยูกับบาน มีลูกตั้งสองคนแลว" "มีลูกแลว !" พลอยออกอุทานอยางไมเชื่อหู "คุณชิตไดกับใครกัน" "ไมใชใครที่ไหนหรอก" คุณเชยตอบ "นางพวงบาวคุณอุนนั่นเอง แมพลอยจําไดไหม อีเด็กหัวจุกที่เคยวิ่ง แถวๆหนาครัวที่บานนะ คนที่ฉันเคยบอกแมพลอยไมใหไปเลนดวยคราวนั้น เพราะมันเปนหิดเต็มไปหมด นั่น แหละ เดี๋ยวนี้โตเปนสาวแลวกลายเปนพี่สะใภเราเสียดวย แตเปลา คุณอุนเธอไมไดยกยองอะไรหรอก ยังเลี้ยง เปนบาวอยูนั่นเอง วันกอนเธอยังบอกเจาคุณพอใหหาเมียดีๆ ใหคุณชิตเลย" "แลวทานวาอยางไร" "ทานก็หัวเราะแลวบอกวา คนอยางเจาชิตใครจะไปเอา ไปขอลูกสาวใครเขามาใหก็ขายหนาเขาเปลาๆ คุณอุนเธอเคืองเหมือนกันแตเธอไมกลาพูด เออ ! พอเพิ่มเขามาหาแมพลอยบางหรือเปลา" "นานๆครั้งหนึ่ง" พลอยตอบ "หมูนี้ก็หายไปไมรูวาเปนอะไร" คุณเชยถอนใจใหญสายหนาแลวก็พูดวา "ของแมพลอยเองก็เถอะ ไมใชเลนเหมือนกัน พอโตเปนหนุมขึ้นกินเหลาคบเพื่อน บางวันกลับบานเมา แประ มาทีเดียว คนเรือจางมันพาดหัวเรือมาทิ้งไวที่ทาน้ํา ฉันตองชวยปดเจาคุณพอเสียแย แตพอเพิ่มแกดี ที่ แกยังไมมีลูกเมีย แลววาอะไรแกก็ยังฟง ไมเหมือนกับคุณชิต อีกอยางหนึ่งพอเพิ่มแกกินแตเหลา นานๆก็เมา เสียครั้งหนึ่ง คุณชิตนั้นครบเครื่องทั้งฝนทั้งเหลาทีเดียว" "อะไร" พลอยรอง "สูบฝนดวยหรือ" "ก็ยังงั้นซี" คุณเชยตอบ "ทีแรกเขาบอกฉันวาสูบฝนแกปวด พอถึงหนาหนาวมันปวดในขอนัก แตเดี๋ยวนี้ เห็นสูบทั้งหนารอนหนาหนาว คุณอุนตองคอยจายเงินใหเรื่อยๆ แมพลอยกับฉันนี่เกิดมามีกรรม มีพี่ชายรวม ทองกับเขาคนละคน ก็เห็นจะเอาเปนที่พึ่งไมไดเสียแลว" "ฉันนึกถึงเรื่องพี่นองของเราขึ้นมาแลวก็อดกลุมใจไมได" คุณเชยพูดตอ "เวลานี้เจาคุณพอทานยังอยู ก็ ไมเปนไร ถาสิ้นบุญทานไปเมื่อไรก็คงยุงพิลึก จะเอาคุณอุนเปนที่พึ่งก็ไมได เพราะเธอจะเอาแตใจของเธอ ฉัน เองนะไมเปนไรหรอก วาแตแมพลอยเถอะ ระหวางนี้อยูในวังก็ดีอยู แตตอไปจะเปนอยางไร หรือแมพลอยจะคิด มีบุญวาสนาอยูในนี้" "คุณเชยเอาอะไรมาพูด" พลอยรองเสียงหลง "ฉันไมเคยคิดอยางนั้นเลย เปนความสัตยความจริง !" "ถาอยางนั้นแมพลอยก็ควรจะคิดการขางหนาไวเสียบาง เดี๋ยวนี้แมพลอยก็โตแลว ไมใชเด็กๆ ถาออกไป ได ก็ควรจะไปมาหาสูกับทางบาน อยาปลอยใหขาดเสียทีเดียว เจาคุณพอทานก็ยังพูดถึงอยู" คุณเชยเตือน อยางหวังดี "ฉันก็คิดถึงทานอยูเสมอเหมือนกัน แตฉันกลัว แลวการที่จะออกไปบาน ก็ตองมีคนไปรับไปสง ฉันก็ไมมี ใคร มีแตนางพิศอยูคนเดียว จะไปอยางไรได" พลอยตอบเชิงปรารภ "แมพลอยไมตองกลัวใคร เราก็ลูกเจาคุณพอเหมือนกัน ฉันก็ยังอยูอีกทั้งคน เอาเถิดเรื่องไปมา ฉันจะรับ เปนธุระใหเอง" ขณะนั้นชอยเดินลงกระไดตําหนักมา เห็นพลอยนั่งพูดคุยอยูกับคนแปลกหนา ก็ทําทาจะเลี่ยงไปทางอื่น แตพลอยก็เรียกชอยใหเขามารูจักกับพี่สาวของตนไว บางทีชอยกับคุณเชยจะมีลักษณะตองกัน ถูกใจกัน หลายอยาง เพราะพอนั่งคุยกัน���ดสักครู ก็ถูกใจกันเปนหนักหนา คุณเชยหัวรอรวนไปดวยคําพูดแปลกๆ ของ ชอย และในที่สุดก็นัดแนะกันวา จะตองเที่ยวดวยกันไปจนตลอดงาน พลอยใหชอยกับคุณเชยคุยกันตามลําพังกอน ตัวเองนั้นเดินไปตามนางพิศ ใหมาหาคุณเชย จากหลัง ตําหนัก พอนางพิศกระปรี้กระเปรามานั่งไหว คุณเชยก็หันมาปราศรัยวา "แหมพิศ แกไปมากเทียวนะ" "เจาคา" นางพิศตอบ "เต็มทีเจาคา" "เดี๋ยวนี้เปนชาววังไปแลวซีนะ" คุณเชยถามตอ นางพิศหัวเราะชอบใจ แลวก็ตอบวา "ก็ยังงั้นแหละ เจาคา"

http://www.geocities.com/siamstory/ploy108.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๘ (หนาที่ ๑)

Page 5 of 5

"เอะ ! ยังงั้นอะไรกัน เปนหรือวาไมเปนก็วามา" "สันดานบาวมันเปนชาววังไมไดหรอกคุณเชย คุณพลอยของบาวอยูในวัง บาวก็อยูในวัง คุณพลอยออก จากวัง บาวก็ออกตาม ชาตินี้คุณพลอยไปทางไหน พิศก็ไปดวยทั้งนั้น" "ดีจริงพิศ" คุณเชยพูดอยางเลื่อมใส "ฉันชักอิจฉาแมพลอยเสียแลวละ ถาฉันมีคนอยางพิศสักคน ฉันจะ ดีใจไมนอยทีเดียว" คุณเชยกมลงเปดกระเปาหมาก หยิบเงินใหพิศสองบาท แลวบอกวา "เอาพิศ เอาไปซื้อของเลนไป นานๆพบกันที" นางพิศลงกราบอยางดีใจ รับเงินไปแลวบอกวา "คุณพลอยคอยกินขนมไวใหดีนะ พรุงนี้แหละพิศจะรวยใหญทีเดียว" "รวยอะไร กะอีเงินสองบาท" พลอยพูดอยางเห็นขัน "อาวคุณยังไมรูอะไร" นางพิศอธิบาย "เมื่อคืนพิศฝนดี๊ดี เห็นนกกระยางบินมาตั้งฝูง วันนี้ตองแทงหวย ใหเต็มภิกขาทีเดียว" "แทงตัวอะไรพิศ" ชอยถามอยางสนใจ "แทง ป. กังสือซีคุณชอย" นางพิศตอบอยางแนใจ "ไฮ ! ฝนเห็นนกกระยางทําไมไปแทง ป. กังสือละพิศ" คุณเชยซัก "ก็นกกระยางมันกินปลานี่เจาคา" นางพิศตอบอยางปราศจากสงสัย "ปลาก็ ป. กังสือซีเจาคา" "ฉันชักจะเลื่อมใสเสียแลวละ" ชอยพูดขึ้น "พิศจะออกไปแทงหวยเมื่อไรละก็บอกฉันใหรูมั่งนะ ฉันจะฝาก ไปแทงสักเฟองหนึ่ง" อานตอหนาที่ ๒

http://www.geocities.com/siamstory/ploy108.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๘ (หนาที่ ๒)

Page 1 of 4

สี่แผนดิน ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช แผนดินที่ ๑ บทที่ ๘ (หนาที่ ๒) การที่คุณเชยเขามาอยูในวังชั่วคราว ทําใหพลอยรูสึกวาชีวิตเต็มสมบูรณขึ้นอีกหนอยหนึ่ง คุณเชยนั้นถึง แมจะเปนคนนอกวังก็ตาม แตเมื่อเขามาอยูในวังก็ไวทาทางสมกับเปนลูกผูดีมีสกุล พลอยรูสึกภูมิใจที่ไดมี โอกาสแนะนํา ใหคุณเชยรูจักกับคนที่คุนเคย นอกจากลักษณะทาทางแลว คุณเชยยังแตงกายและใชเครื่องใช ตางๆ ที่แสดงใหเห็นวาเปนคนมีฐานะดี การที่มีพี่สาวเปนเศรษฐีสําหรับไปไหน มาไหนดวยนั้นก็ออกจะทําให พลอยมีรัศมีขึ้นมาก คืนวันหนึ่ง พลอย คุณเชย และชอยพากันออกไปดูละครรําที่ขาราชการฝายหนา จัดใหมีที่ศาลาสหทัย ละครคืนนั้นขาราชการชั้นพระน้ําพระยา ไดอุตสาหฝกซอมกันขึ้น จนเขามาเลนถวายตัวในงานสมโภชรับเสด็จ ได คนที่ออกไปดูตางก็พากันสนใจวา กระบวนรําจะเปนอยางไร และระหวางที่ละครกําลังเลนอยู ตางก็พากันซุบ ซิบพูดกัน บางคนก็ชมความพยายาม บางคนก็เห็นขัน พลอยนั่งดูละครอยางเพลิดเพลินอยูนาน แตแลวก็เกิดมี ความรูสึกแปลก ดวยสัญชาตญานวา มีใครคนหนึ่งจองมองตนอยูขางหลัง รูสึกเย็นหลังวาบๆ ตั้งแตทายทอยลง มา และเมื่อเห็นผิดสังเกตพลอยก็เหลียวไปดู ตาของพลอยก็ไปพบเขากับสายตาอีกครูหนึ่ง ซึ่งจองดูพลอยดวย ความสนใจเปนอยางยิ่ง เจาของสายตาคูนั้นเปนบุรุษรางใหญ ผิวขาวอายุราวๆ ยี่สิบหา สังเกตดูจากการแตงกายพลอยก็รูไดวา เปนมหาดเล็กหลวง ถาจะวาไปแลวชายคนนั้นก็นับวาอยูในเกณฑที่หนาตาดี แตพลอยก็มิไดสนใจในขอนั้น สิ่ง แรกที่รูตัวก็คือนึกรําคาญ พลอยเหลียวไปดูดวยสีหนาที่บอกชัดวารําคาญอีกครั้งหนึ่ง แตสายตานั้นก็มิไดลดลง แตเพิ่มแววเปนยิ้มเขาไปอีก ซึ่งทําใหพลอยนึกโมโห สะบัดหนากลับมาทันที ความรูสึกที่วาตนกลายเปนเปา แหงสายตานั้น ทําใหพลอยหมดสนุก แตเมื่อเห็นคุณเชยกับชอยยังเพลินดูละครอยู พลอยก็ไมกลาที่จะชวนกลับ ตองอดทนดูอยูจนละครเลิก และตอนขากลับ พลอยก็รูทั้งที่มิไดเหลียวไปดู วาชายคนนั้นเดินตามดูตัวมาตลอด จนเกือบถึงประตูย่ําค่ํา อันเปนเขตพระราชฐานชั้นใน คืนนั้นพลอยไมสบายใจ นอนกระสับกระสายตลอดคืน ตามธรรมดาเวลาเขานอน พลอยมักจะหลับทันที ตามประสาคนที่อยูในวัยหนุมสาว บางครั้งก็นอนหลับตานึกถึงพี่เนื่องแลวก็หลับ แตคืนนี้จะเปนเวรกรรมอยาง ใด พลอยก็บอกไมถูก แตพอหลับตาลงทีใดก็ไดเห็นแตแววตา และใบหนายิ้มๆ ของชายคนนั้น จะพยายามขับ ไล ดวยวิธีนึกถึงเรื่องอื่นอยางไรก็ไมสําเร็จ ชอยซึ่งนอนอยูใกลๆ เห็นพลอยไมหลับก็ถามขึ้นวา "พลอยเปนอะไร" "เปลาดอกชอย" พลอยตอบ "ตาคางนอนไมหลับเสียเฉยๆ" "ฉันก็ไมคอยงวงเหมือนกัน" ชอยวา "คุยกันกอนก็ได" "ชอย" พลอยพูดขึ้น "เมื่อตอนไปดูละครเมื่อหัวค่ํา ชอยสังเกตเห็นอะไรหรือเปลา" "ไมเห็น อะไรกัน" ชอยถาม "มีอีตาผูชายอะไรก็ไมรู แกจองมองฉันเสียจริงๆ จองเอามองเอาจนฉันรําคาญ" "งั้นรึ หนาตาเปนอยางไร" "หนาขาวๆ บอกไมถูก อายุ ๒๕ - ๒๖ ไดกระมัง" "ฮื่อ !" ชอยตอบมาจากมุง "ก็เรามันคนสวยนี่พลอย คนเขาก็ตองมองบางซี อยางฉันซีไปไหน ไมมีใคร เขามองเลย คืนวันนี้ก็แตงตัวเสียเต็มยศเทียว แตไมยักมีใครมองสักคน เสียดายแทๆ" "ชอยก็พูดเปนเลนไปได ฉันรําคาญรําคาญ จริงๆนะ" "รําคาญใคร รําคาญฉันหรือรําคาญคนมอง" "รําคาญคนมองนะซี" พลอยตอบ "ถาอยางนั้นตอไปจะไปไหนก็คลุมหนามันเสีย" ชอยวา "เอะ ! ไมดีหรอก เดี๋ยวหมามันจะเหาใหรําคาญ อีก เอายังงี้ดีกวา ทีนี้เห็นใครมองไมถูกใจบอกฉัน ฉันจัดการเอง" "ชอยจะไปทําอะไรเขาได !" "พุทโธ ! พลอยก็ อยูดวยกันมาตั้งเปนนาน ยังไมรูจักฝมือฉันอีกหรือ คอยดูไปเถอะนา พวกเจาชูไกแจนี่ มันไมกลาจริงหรอก ฉันปราบเอง ใหมันเรียงหนากันเขามาเถิด" พลอยพูดตอไปเปนเชิงปรับทุกขกับชอยอีกสองสามคํา แตก็ไมมีประโยชน เพราะเสียงกรนเบาๆ ดังมา จากมุงของชอยเสียแลว ตั้งแตนั้นมาพลอยก็ตองรับความรําคาญอีกหลายครั้ง เพราะคนเรานั้น ถาลงไดพบกันหนหนึ่ง ก็มักจะ

http://www.geocities.com/siamstory/ploy108_2.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๘ (หนาที่ ๒)

Page 2 of 4

พบกันอีกบอยๆ จะเปนดวยเจตนาหรือไมก็ตาม บางวันที่พลอยออกไปแถวหนาประตูศรีสุดาวงศ เพื่อซื้อสมสู กลูกไมหรือของเล็กๆนอยๆ ที่คนขางนอกเอามาขาย ผูชายคนนั้นก็มักจะมาเตรอยูแถวนั้น และเมื่อเห็นพลอยก็ เดินตามดู หรือถาพลอยหยุดชายผูนั้นก็หยุดบาง การที่ดูก็ดูอยูหางๆ ทิ้งระยะไวพอดี ไมใกลไมไกลนัก ดวยความอายระคนกับรําคาญ พลอยจึงมักจะชวนชอยออกไปดวยเสมอ และเอานางพิศตามหลังไปดวย อีกคนหนึ่ง เมื่อมีเรื่องจะออกไปทายวังหรือไปทางขางหนา และในเวลาไมชาไมนานก็เห็นชายผูนั้น มามองดูอีก จริงๆ อยางที่คาดไว พลอยทําเปนไมเห็น แลวก็พูดเบาๆกับชอยวา "ชอย คนนั้นแหละ ที่ฉันเคยเลาใหฟงวาเที่ยวตามดูฉัน จนรําคาญเต็มทีแลว" ชอยเหลือบไปดูแล���ก็กระซิบบอกวา "คนนั้นนะหรือ ทาทางไมเทาไหรหรอก เดี๋ยวเถอะ ฉันจะจัดการเอง" ชอยทําไมรูไมชี้ตอไปอีกครูหนึ่ง พอสังเกตวาชายผูนั้นไมวางตาจากพลอยแน ชอยก็เริ่มแผลงอิทธิฤทธิ์โดยเรียกนางพิศตามมา แลวก็เดินเขาไป ยืนใกลกับชายคนนั้น ในระยะพูดกันไดยินถนัด "นางพิศ" ชอยขึ้นเสียง "เอ็งนะมันสันดานไพร เอ็งรูไหม" "รูเจาคา" นางพิศตอบทันทีเหมือนอยางกับซอมกันไว "สันดานไพรอยางเอ็งถาจะไมเคยเห็นคนซีนะ เห็นใครเขาถึงไดจองเอามองเอา อยางกับคนไมเคยพบ" "โอย เจาประคูณ ! พอแมของบาวมันไมเคยสอนมาเจาคะ" นางพิศประสมรอยทันที "บาวมันขี้ขาสารเลว หรือผูลากมากดีก็ไมเจียมตัว เที่ยวมองทานใหเปนเสนียดจัญไร คนอยางนี้มันตองโดนหวายโดนตรวนเสียบาง แหละดี" ผูชายคนนั้นไดยินชอยและนางพิศโตตอบกันถึงใจ หนาก็สลดลงทันที รีบหลบเดินไปทางอื่นจนหายลับ ไป ชอยเดินกลับอยางภาคภูมิ มีเสียงหัวเราะอยูในลําคอ แลวก็ชวนพลอยกลับเขาวัง พอพนประตูเขามาชอยก็พูดขึ้นวา "แมพิศ แมทูนหัวของชอย กลับไปถึงตําหนัก แมอยากไดอะไรที่เปนของฉัน ก็ไปเลือกเอาไดทีเดียว" "ไมเปนไรหรอกคุณชอย" นางพิศตอบอยางภูมิฐาน "นิดหนอยเทานั้นแหละเจาคะ" "พิศรูหรือเปลาวาฉันจะดาใคร เมื่อกี้นี้นะ" ชอยถาม "ไมรูหรอกเจาคะ" นางพิศตอบ "แตก็ชางมันปะไร คุณดาใครบาวเอาดวยทั้งนั้น ใหมันเรียงหนากัน เขา มาเถอะ" แตทั้งที่โดนชอยรวนเอาครั้งหนึ่งอยางนั้นแลว ผูชายคนนั้นก็มาปรากฏตัวใหพลอยเห็นบอยๆ หลายครั้ง ที่พลอยมีโอกาสไดผานออกไปขางหนามักจะไดพบ และเมื่อพบครั้งใด ชายผูนั้นก็มองดูพลอย ดวยสายตาที่เต็ม ไปดวยความสนใจอยูนั่นเอง วันหนึ่งชอยมาบอกวา "พลอย ฉันรูแลวละอีตาคนนั้นคือใคร" "ใครกัน" พลอยถาม "ก็อีตาคนที่แกชอบเที่ยวตามดูพลอยนะซี ฉันถามคนที่เขารูจักเขาบอกวาชื่อเปรม เปนมหาดเล็กหลวง ลูกพระยาเหมือนกัน แตพระยาอะไรฉันก็จําไมได" "ชางเขาเถิดชอย" พลอยตอบ "เขาชื่ออะไร ลูกใครฉันก็ไมสน ไมอยากรูดวยซ้ํา" "ฉันก็ถามเขาไปยังงั้นแหละ เขาบอกใหฉันก็เลยเก็บมาบอกตอใหรูไว ตอไปขางหนาเผื่อแกมาเกะกะอีก ก็บอกฉัน" "ไมบอกละ" พลอยพูดเสียงเหมือนผูใหญพูดกับเด็ก "ชอยทําอะไรวูวามเกินไปเสมอ ฉันไมอยากใหชอย ทําอยางนั้นเลย คนเขาจะวาไดเปลาๆ" ชอยหัวเราะแลวตอบวา "ใครวาก็ชางมันเปนไร ใครไมมายุงกับฉันกอน ฉันก็ไมยุงกับใครสักที" บางเวลาพลอยก็รูสึกหนักใจ ในความเกงกาจไมกลัวคนของชอยอยูเสมอ เพราะความจริงชอยมีลักษณะ ผิดกับคนอื่นๆในวังอยูมาก และเนื่องจากความเกงกาจนั้นเอง ชอยจึงมีมิตรมาก และมีศัตรูก็มาก ใครที่รักชอย ก็รักเอามากๆ แตคนที่เกลียดชอยก็มักจะเกลียดเอามากๆเชนเดียวกัน จะหาคนที่เพียงแตชอบพอหรือรูสึก เฉยๆ ไมรักไมเกลียดนั้นก็ไมมี ถาพบคนที่รักชอย พลอยก็สบายใจดวย แตบางเวลาไปไดยินคนที่เขาเกลียด ชอยพูดกัน พลอยก็รูสึกไมสบายใจเอามากๆ ทั้งที่ไมรูจะทําอยางไร เพราะเตือนชอยทีไรชอยก็เห็นเปนเรื่องขบ ขัน หัวเราะเสียทุกทีไป คุณเชยกลับออกไปบาน หลังจากเที่ยวงานในวังแลวกลับมาอีกจริงๆ ตามที่วาไว คราวนี้คุณเชยมาวัน เดียวกลับมิไดคาง และพอเขามาก็มาหาพลอยที่ตําหนักทันที "ฉันกลับไปถึงบาน เจาคุณพอทานก็ถามถึงแมพลอยทีเดียว" คุณเชยเลา "ทานอยากรูเรื่องแมพลอยมาก วาอยูกินเปนอยางไร แลวมีทุกขมีสุขอยางไร ฉันก็เลาใหทานฟงอยางที่ฉันไดรูไดเห็น" "แลวทานวาอยางไรบาง" พลอยถาม "ฉันรูสึกวาทานคลายกังวลไปมาก เจาคุณพอของเราหมูนี้แกไปมากนะพลอย" คุณเชยปรารภขึ้น อยาง

http://www.geocities.com/siamstory/ploy108_2.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๘ (หนาที่ ๒)

Page 3 of 4

หนักใจ "ทานบนกับฉันเองวาทานแกตัวลง ก็อยากใหลูกเตาหอมลอมอยูใกลๆ เดี๋ยวนี้ทานวา ทานเปนหวงลูกๆ ความจริงพี่นองเราก็มีอยูดวยกันไมกี่คน แตทานวายังไมเปนหลักเปนฐานสักคน ฉันนึกๆไป ก็เห็นใจนาสงสาร ทาน" "คุณเชย" พลอยพูดเบาๆ "ฉันก็คิดถึงทานมากเหมือนกัน แตฉันเห็นจะไมมีวันกลับไปอยูบานไดอีก เพราะคุณอุนเธอคงเลนงานฉันแย คุณเชยก็รูอยูเต็มอก อีกอยางหนึ่งเสด็จก็มีพระเดชพระคุณแกฉัน มากมาย เหลือเกิน ไดทรงชุบเลี้ยงฉันมาแตเล็กจนปานนี้ ทุกอยางที่ฉันมีอยูทุกวันนี้ ก็เกือบจะวาไดวา เพราะเสด็จ ประทานให ถาหากฉันทิ้งเสด็จทูลลากลับไปอยูบาน ฉันจะมิเปนคนอกตัญูไปหรือ" "ฉันก็เห็นใจแมพลอย" คุณเชยตอบ "แตอีกใจหนึ่งฉันก็สงสารเจาคุณพอทาน พูดถึงแมพลอยคราวที่แลว ฉันเห็นทานน้ําตาไหล คลายๆกับทานจะนึกไปวาแมพลอยลืมทาน แตเจาคุณพอทานเกรงพระทัยเสด็จอยูมาก ทานวาจะมารับแมพลอยกลับไปก็ไมได เพราะไดถวายเสด็จไวแลว ฉันเลยบอกทานวา ฉันเองจะเปนคนมารับ แมพลอยไปบานเปนครั้งเปนคราว มาคราวนี้ก็อยากจะมานัดวาแมพลอยจะไปไดเมื่อไร ฉันจะไดมารับ" "แลวคุณอุนเลา" พลอยถามอยางไมไวใจ "คุณเชยพูดกับเธอเรื่องฉันบางหรือเปลา" "ฉันพูดแลว" คุณเชยตอบ "พูดกันถึงขั้นแตกหักทีเดียว ที่แรกฉันขอเธอดีๆ แตเธอไมยอม เพราะเธอ เกลียดแมแชมมาก ฉันก็ไมรูวาแมแชมไปทําอะไรเธอไว ตอนทายฉันโมโหขึ้นมา ฉันก็เลยพูดเอาแรงๆบาง เธอ ขูฉันเสียงแหว แตฉันก็แหวเอาบาง เพราะเราโตๆ ดวยกันแลว ใครจะไปกลัวกัน ไมรูจักแลวจักรอด เธอตกใจที่ ฉันขึ้นเสียงเอาบางหรืออยางไรไมรู เห็นนิ่งไปนาน แตแลวก็ยอม" "ยอมใหฉันรับแมพลอยไปคางบานได แตเวลาไปคางขอใหแมพลอยอยูกับฉันคนละหอง อยาไปเกี่ยว ของกับเธอเปนอันขาด ถาอยางนั้นเธอก็จะอยูทางหนึ่ง ไมมาเกียวของเหมือนกัน" "สนุกตายละคุณเชย" พลอยตอบ "อยูบานเดียวกัน แลวก็แยกกกแยกเหลา ฉันไมชอบเลย" คุณเชยถอนใจใหญแลวก็ตอบวา "ทําอยางไรเลา แมพลอยเรื่องมันเกิดมาเสียจนปานนี้แลว แมพลอยไม เห็นแกใคร ก็เห็นแกเจาคุณพอบางเถิด ทานก็เปนพอของเรา อายุทานก็มากแลว" "ก็ตามใจคุณเชย" พลอยพูด "ฉันเองนั้นใชวาจะไมอยากไปบาน แตเมื่อมีเหตุขัดขวางอยูฉันก็จนใจ แต เมื่อคุณเชยพูดมาอยางนี้ฉันก็ไมขัดของ ฉันจะตองปรึกษาคุณปาสายดูกอน แลวก็ทูลลาเสด็จ ทานคงไมขัด หรอก เพราะไปนานๆครั้ง แลวไดความวาอยางไร ฉันจะใหนางพิศไปบอกคุณเชยที่บาน" เมื่อคุณเชยกลับไปแลว พลอยก็ลองปรึกษากับคุณสายดู เรื่องที่จะทูลลาเสด็จเพื่อกลับไปคางบาน เปน ครั้งเปนคราว ตามที่คุณเชยไดชักชวนไว คุณสายก็ไมขัดของกลับสนับสนุนเห็นดีดวย และรับวาจะไปทูลเสด็จ ไวกอนถึงเรื่องนี้ ฉะนั้นในวันหนึ่งขณะที่พลอยกําลังเฝาอยูเวลาเสวย เสด็จก็รับสั่งขึ้นวา "พลอย สายเขามาบอกวา เจาอยากจะลาออกไปเยี่ยมพอเปนครั้งเปนคราวไมใชหรือ" แตกอนที่พลอย จะทูลวาอยางไร เสด็จก็รับสั่งตอไปวา "ไปเถิดขาไมหาม แตเวลาจะไปจะมาขอใหพี่นองมารับม���สง เจาก็เปนลูกผูดีมีสกุล ควรจะระลึกถึงชาติ ถึงสกุลไวเสมอ บิดามารดาเปนผูที่มีพระคุณยิ่งกวาใครๆ ทุกคนจึงตองรักและนับถืออยูในโอวาทพอแม เพราะ พอแมนั้นไมมีใครสําคัญเทา พลอยก็มาอยูกับขาแตยังเด็กๆ ถึงขาจะรักเจาสักเทาใด ก็คงจะไมเทาพอแมเขารัก เดี๋ยวนี้พลอยก็กําพราแมยังเหลือแตพอคนเดียว ขาดีใจที่รูวาพลอยยังมีใจรําลึกถึงพอ อยากจะสนองคุณผูให กําเนิด ขาเลี้ยงใครก็อยากใหดี แตคนเราจะดีจะชั่วมันอยูที่นิสัย คนบางคนถึงจะอบรม สั่งสอนเทาไรก็เสียแรง เปลา ที่เจาคิดออกไปเยี่ยมพอนั้น เปนความคิดในทางที่ถูก สอใหเห็นวาเปนคนนิสัยดี ขาจึงดีใจ ใครที่อยูกับขา ทุกคน ถาทําถูกแลวขาไมหามกลับยินดีสงเสริม ขารูวาพลอยรักขามาก กตัญูขามาก แตเจาไมตองหวงขา คุณบิดามารดาสําคัญกวาของอื่นทั้งสิ้น พลอยจะไปเยี่ยมบานเมื่อไรก็ไปเถิด ถึงแมวาพอเขาตองการจะรับเจา ไปอยูบานเลย ขาก็ไมวา สวนในใจจริงก็ตองเสียดายเปนธรรมดา เพราะขาใชสอยเจาไดถูกใจ แตถึงเจาจะไป แลวคนอื่นก็ยังมี ขาพอจะอยูไปได..." เสด็จเสวยเครื่องหวานเสร็จลง จึงหยุดรับสั่งแลวหันไปบวนพระโอษฐ พลอยเชิญน้ําชาเขาไปตั้งถวาย เสด็จเสวยน้ําชาไปจิบหนึ่ง แลวก็เปดหีบบุหรี่ใบจาก ซึ่งทรงหลังเสวยทุกครั้ง "บุหรี่ของขาหายไปไหนหมด" เสด็จรับสั่งขึ้นอยางสงสัย "ก็เมื่อวานนี้ยังมีอยูเต็มหีบ วันนี้เหลือสองสาม ตัว เทานั้น" พลอยเหลียวมองดูหนาคุณสาย ขาหลวงคนอื่นที่หมอบเฝาอยู ก็เหลียวมองดูหนากัน สวนคุณสายก็ เหลียว มองดูชอยเปนเชิงกลาวหาทันที "ไมมีใครหรอก นังพวกขาหลวงนี้แหละ" เสด็จรับสั่งขึ้น "ดัดจริตขโมยบุหรี่ของขาไปสูบอวดกัน เห็นเปน ของโกเก นี่คงเหน็บเอาไปทีละมวนสองมวน หลายคนเขาก็หมดหีบ เวลากินขาวกันแลวก็คงทําใหญโต กรีด กรายนั่งไขวหางแลวก็หยิบบุหรี่ของขาขึ้น ใครผานมาก็พนควันชาๆ ใหเห็นวาขานี่หรูหราเสียเต็มประดา ขารู หรอก" เสด็จรับสั่งพลางทรงทําทาขาหลวงที่ลักบุหรี่ไปสูบ แลวจะสูบในทาอยางไร จะทรงทอดพระเนตรเห็น หรือจะทรงวาดภาพเอาเอง พลอยก็สุดที่จะเดาได แตทรงทําไดแนบเนียนเหมือนกับทาทางที่ควรจะเปนที่สุด พลอยกมหนาลงกัดฝปากเพื่อมิใหหัวเราะ สวนชอยผูหมอบอยูหางออกไปนั้น กลั้นไวไมอยู หัวเราะออกมาที

http://www.geocities.com/siamstory/ploy108_2.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๘ (หนาที่ ๒)

Page 4 of 4

เดียว เมื่อเห็นชอยหัวเราะ เสด็จก็อดทรงพระสรวลไมได แตรับสั่งวา "ดูนังชอยซี วาแลวยังตีหนาทะเลน ! เอ็งขโมยบุหรี่ของขาไปสูบจริงไหมละ ขาพูดถึงไดถูกใจนัก รับมา เสียดีๆนะ" "เปลามังคะ" ชอยทูลปฏิเสธ "โฮย ! อยามาแกตัว ถาเอ็งไมสูบ เอ็งก็ลักของขาไปเที่ยวแจกฝูงหรือใหนางสายอาเอ็งสูบเทานั้นแหละ" "อาวแลวกัน" คุณสายพูดขึ้น "กริ้วไปกริ้วมากลับมาลงเอาหมอมฉันเขาแลว" "ไมรูละ ขาหลวงตําหนักนี้มันก็เหมือนกันทั้งนั้น เห็นขาใจดีก็ถือวิสาสะไปเสียหมด" เสด็จรับสั่ง "พอขา กําลังอวดกับนังพลอยเขาวา ขาจะอยูไดเวลาเขาไมอยูก็เกิดเหตุทีเดียว นี่อีกหนอยขามิหมดตัวหรือ" "แตเอาเถิดพลอย" เสด็จหันมารับสั่งตอไป "ถึงเจาจะตองกลับไปอยูบานอยูชอง เมื่อถึงเวลาขาก็ไมหาม ขาจะทนอยูกับนังพวกลักเล็กขโมยนอยพวกนี้มันปอกลอกไปตามใจมัน ถึงเจาจะไปอยูหางไกลก็ไมเปนไร นักหนา คิดถึงขาก็ไปมาหาสูกันได แตระหวางนี้ ถาเจาจะไปเยี่ยมบานครั้งใดก็ขอใหมาบอก จะไปกี่วันก็ใหขารู บาง แลวถาพี่นองเขายินดีจะมารับมาสงถึงคอยไป ที่ขาพูดไววันนี้ไปบอกใหพอเขารูดวย เดี๋ยวจะหาวาขากีด กัน ไมใหลูกเตาเขาไดพบกัน" รุงขึ้นอีกวันหนึ่ง พลอยก็เรียกนางพิศมา สั่งใหออกไปหาคุณเชยที่บาน แลวก็บอกวาพลอยพรอมแลว ที่ จะไปเยี่ยมบานตามที่คุณเชยขอรอง ชั่วแตวาขอใหคุณเชยมารับมาสงเองทุกครั้ง และขอใหบอกลวงหนามาดวย วาแตละครั้งพลอยจะตองออกไปอยูบานนานเทาใด นางพิศหายไปวันหนึ่งก็กลับมารายงานวา ไดปฏิบัติตามคําสั่งแลว คุณเชยดีใจมาก ที่รูวาพลอยจะออก ไปได สวนคุณอุนนั้นนางพิศวาไมไดพบ ไดยินแตเสียงดาบาวอยูในหอง และคุณเชยใหมานัดดวยวาอีกหาวันจะ มารับ

http://www.geocities.com/siamstory/ploy108_2.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๙ (หนาที่ ๑)

Page 1 of 6

สี่แผนดิน ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช แผนดินที่ ๑ บทที่ ๙ (หนาที่ ๑) พลอยนั่งเรือกลับไปเยี่ยมบานพรอมดวยคุณเชยและนางพิศ มีความรูสึกในใจมากมายหลายอยาง สุดที่จะ ประมาณไดถูก ใจหนึ่งนั้นก็ดีใจและตื่นเตนที่จะไดกลับบานเดิม หลังจากที่ไดไปอยูในวังเสียหลายป ใจหนึ่งนั้นก็ ดีใจที่จะไดอยูใกลชิดเจาคุณพอเปนครั้งแรก ในฐานะที่เปนผูใหญมิใชเด็กอยางแตกอน ดีใจที่จะไดกลับไปอยูใน หมูญาติพี่นองอันสนิท ในบานที่เคยอยูกันมาแตบรรพบุรุษ แตอีกใจหนึ่งก็สะทกสะทาน วิตกกังวล เพราะพลอย รูวายังมีคนหนึ่งที่คอยตั้งขอรังเกียจตนอยูอยางรุนแรง และถึงคนๆนั้นจะไมใชเจาของบานโดยแท ก็ยังอยูใน ฐานะแมบาน มีอํานาจสั่งกิจการงานบานทั่วไป อาจกอเหตุ ใหเปนเรื่องราวที่จะทําใหไมสบายใจขึ้นมาเมื่อไรก็ ได นอกจากนั้นก็ยังมีความเปนหวงเสด็จ คิดถึงคุณสายและชอย ซึ่งกินนอนอยูหองเดียวกันมา ตลอดเวลาหา หกป และมีความเปนหวงคิดถึงพี่เนื่อง เปนอยางยิ่ง เพราะถาหากพี่เนื่องสงขาวหรือสงของมาให ระหวางที่ พลอยไมอยูใครจะเปนผูรับ ความจริงพลอยไดทูลเสด็จไววา จะไปอยูบานราวๆ ๑๐ วัน แตเวลา ๑๐ วันก็เปน เวลานานโขอยู ถาหากวามีขาว หรือมีของจากพี่เนื่องมารออยูเปลาๆ เรือเกงสี่แจวของที่บานที่คุณเชยนั่งมารับพลอยนั้น แจวเลียบตลิ่งเขาคลองบางหลวง เชาวันนั้นน้ําขึ้น เต็มคลอง เรือที่พายเรขายของตางๆ เชน ผลไมจากสวน ผักสด พริก มะเขือนานาชนิด จนถึงเรือขนมจีน เรือ ขาวเมาทอดพายผานไปใกลๆ สงกลิ่นเขาจมูกพลอย ทําใหหวนระลึกถึงบรรยากาศเดิม เมื่อครั้งยังเปนเด็ก เล็กๆ อยูที่บานกับแม และเคยตามแมมาซื้อของเรือที่ตีนทา พลอยนึกถึงแมก็ใจหาย แมตายไปนานแลวเต็มที จนบัดนี้จะนึกถึงหนาแมก็พอจะเห็นรางๆ มิไดแจมชัดเจนเหมือนเมื่อกอน ยังคงเหลือที่เต็มบริบูรณเหมือนเกา ก็แตความรักที่พลอยมีตอแม และความรักของแมที่มีตอพลอย ไมวาแมจะตายแลวไปอยูที่ไหนก็ตาม พลอยก็ยัง รูสึกวาความรักของแมนั้นติดตามตนอยูใกลๆ คราวนี้เปนคราวแรกที่พลอยจะไดกลับไปอยูบานแตคนเดียว ไมมี แมอยูดวยเหมือนเมื่อกอน เมื่อเรือเขาจอดที่หนาทา พลอยกาวขึ้นบันไดทาน้ําดวยใจเตนผิดปกติ แตที่ทาน้ําไมมีใครมาคอยรับ พี่ นองซึ่งเมื่อกอนเปนเด็กเคยเลนที่นี่ บัดนี้ก็เติบโตเปนผูใหญไปแลวทุกคน ตัวศาลาน้ํานั้นเอง ก็ดูจะเกาแก ทรุด โทรมไปดวยอายุ พลอยหยุดยืนนิ่งมองเขาไปในบริเวณบานครู���นึ่ง ขณะที่นางพิศและบาวของคุณเชย กําลัง ชวยกันขนของขึ้นจากเรือ เวลาหาหกปทําใหทุกสิ่งทุกอยางเปลี่ยนไป ในทรรศนะของคนที่โตจากเด็กไปเปนสาว ในระยะเวลานั้น รั้วเหล็กริมคลองที่เคยเห็นวาทั้งสูงทั้งใหญตั้งตระหงานอยูนั้น บัดนึ้แลดูซอมซอและบอบบาง บางตอนก็สนิมจับ ทางเดินจากทาน้ําไปที่ตึก ซึ่งเมื่อกอนเคยเห็นวากวางและยาวเปนหนักหนา วิ่งเสียจนหอบก็ยังไมสุดทางนั้น บัดนี้แลดูแคบและสั้นลงมาก เดินประเดี๋ยวเดียวก็ถึงตัวตึก ตึกเจาคุณพอซึ่งเคยเห็นวาใหญโตกวางขวาง เดี๋ยวนี้ รูสึกวาจะลดตัวลงไปเหลือเล็กนิดเดียวเชนกัน ถาจะเปรียบกับตําหนักเจานาย หรือตําหนักคุณจอมมารดาบาง คนก็ผิดกันไกล พลอยรูสึกใจหายอีกเมื่อแลเห็นขนาดและสภาพบานของตน แตกตางกวาที่เคยนึกเคยคิดไวแต เมื่อยังเด็กๆ และยืนดูรอบๆตัวอยูอยางไมรูวาเวลาผานไปนานเทาไร "ขึ้นไปบนตึกเถิดแมพลอย" เสียงคุณเชยพูดใกลๆตัว ทําเอาพลอยตองสะดุงตื่นจากภาพในอดีต ที่กําลัง กลับเขามาในหัวใจ ทั้งสองคนสาวเทาเดินตรงไปยังบันไดกลางของตึก คุณเชยสั่งใหนางพิศนําหีบของไปไวในหองคุณเชยที่อยูทางดานหนาของตึก มีประตูเปดออกทางเฉลียง หลัง ที่เจาคุณพอยังคงใชเปนที่นั่งพักผอนอยูเชนเคย ระหวางที่เดินผานหองกลาง คุณเชยกระซิบบอกพลอย เบาๆวา "หมูนี้ทานไมคอยสบาย จะหลับหรือเปลาก็ไมรู" พอถึงเฉลียงหลังพลอยก็แลเห็นเจาคุณพอนอนเหยียดขาตรงออกไปขางหนา หลังพิงหมอนขวาน มือ หนึ่งถือบุหรี่ตัวโตพาดไวที่ปากกระโถน ที่วางอยูขางๆ เมื่อพลอยและคุณเชยเขาไปนั่งที่เฉลียง เจาคุณพอก็ เหลียวดู พลอยก็กมลงกราบ "ใคร" เสียงเจาคุณพอพูด แตพอพลอยเงยหนาขึ้นมา เจาคุณพอก็เบิกตากวางแลวอุทานวา "แมแชม !...เอะ ! ใคร พลอยรึนี่" "พลอยเจาคะ" พลอยยิ้มตอบ ในใจนั้นรูทันทีวาตัวเองนั้นคงจะเหมือนแมเมื่อยังสาวๆอยางมาก จนถึงกับ เจาคุณพอเผลอตัวเรียกชื่อแมออกมาดังๆ เมื่อเห็นพลอยที่โตเปนสาวแลวเปนครั้งแรก พลอยสังเกตดูเจาคุณพอ แลว ก็เห็นวาแกลงไปจริงๆ อยางที่คุณเชยวา ผมบนศีรษะแถวขมับนั้นหงอกเปนสีเทา เห็นไดชัด แตกอนนี้เจา คุณพอก็ไมเคยเปนคนอวน แตมาดูเดี๋ยวนี้เหมือนจะแบบบางลงไปกวาเกา ผิวพรรณนั้นก็ดูซูบซีดลง แสดงให

http://www.geocities.com/siamstory/ploy109.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๙ (หนาที่ ๑)

Page 2 of 6

เห็นไดวาเจาคุณพอสุขภาพไมสูดีนัก เจาคุณพอกระปรี้กระเปราลุกขึ้นนั่งทันที เมื่อรูวาพลอยมานั่งอยูตรงนั้น "พลอยเขยิบเขามาอีกหนอย มานั่งตรงนี้ใกลแสงสวาง ไมไดพบกันนานขอใหพอดูใหถนัด" พลอยกระเถิบตัวเขาไปนั่งใกลๆแสงสวางริมเฉลียง ตามคําเจาคุณพอ "ลูกสาวของพอชางสวยเสียจริงๆ" เจาคุณพอชมขึ้นอยางใจจริง "พอนึกวาจะมาถึงกันตอนบาย เพราะ แมเชยเขาไมไดบอกวาจะรีบมากันแตเชา พลอยสบายดีหรือ เสด็จทรงสบายดีหรืออยางไร" พลอยตอบรับคําปราศัยของเจาคุณพอไปตามธรรมเนียม เสียงเจาคุณพอพูดตอไปวา "เห็นลูกโตๆไปตามๆกัน ทําใหพอรูสึกตัววาแกลงไปถนัดใจ เวลานี้พอก็ไมเห็นใคร เห็นแตลูกๆก็อยาก เก็บไวใกลๆตัว พลอยมาคราวนี้อยาเพิ่งกลับใหเร็วนัก อยูเปนเพื่อนพอใหนานๆหนอย แมเชยคอยดูนองดวย อยาใหขาดเหลืออะไรได เห็นพูดวาจะใหพลอยอยูหองเดียวกับแมเชยไมใชหรือ ดีแลวอยูกันสองคนติดกับหอง ของพอนั่นเอง พลอยมีบาวตามมาหรือเปลา" "มีนางพิศมาดวยเจาคะ" พลอยตอบ "นางพิศที่แมเขาชวยมานั่นนะหรือ" เจาคุณพอถามอยางสนใจ "หลายปเต็มทีแลวมันยังไมตายอีกหรือ นั่น ถาจะแกไปมากกระมัง ถานางพิศมันมาดวยก็ดีแลว เพราะมันเปนคนเกาที่นี่ ถาไมมีพอจะไดหาบาวใหใช" "เดี๋ยวนี้ผูคนหาใชยากเสียแลวพลอยเอย" เจาคุณพอปรารภตอไป "ไมเหมือนครั้งเจาคุณปูของเจา ทาน เลี้ยงคนเปนรอยๆ ตั้งเตาหุงขาวกระทะเลี้ยงกันเปนแถวไปทีเดียว ไหนจะพวกทนายของคุณปู ไหนจะฝพาย ไหนจะเลขสม เมื่อพอยังเด็กๆคนในบานเจาคุณปูเกือบจะไมรูจักกันทั่ว แลวก็ยังละครผูหญิงของทานอีกโรง ก็ ยังเลี้ยงกันไดมาตลอด พอทานสิ้นบุญก็กระจัดกระจาย คุมกันไมติด ลําพังพอคนเดียวก็เลี้ยงไมหมด เดี๋ยวนี้ก็ เหลือแตคนที่ไปไมรอด อยูกันไปวันหนึ่งๆ" "ขนาดนี้ก็เต็มบานไปแลวละคะ" คุณเชยพูดขึ้น "ดิฉันลองนับดูคนที่อยูในบานเดี๋ยวนี้ ไดตั้งหาสิบกวาคน แตไมรูเขาไปอยูที่ไหนกันหมด วันหนึ่งๆก็ไมเห็นคอยมีใคร มาอยูอยางนี้แมพลอยจะเหงาก็ไมรู เพราะอยูในวัง เคยเห็นแตคนมากๆ" "ไมเหงาหรอกคุณเชย" พลอยตอบ "ในวังบางทีก็เงียบเหมือนกัน" "เออ เขาวาเมื่องานรับเสด็จพระเจาอยูหัวในวังทานสนุกันใหญไมใชหรือ พอไปแตงงานขางนอก กวาจะ เสร็จงานก็ฟกไปที่เดียว" เจาคุณพอถามขึ้น "สนุกมากคะ" พลอยตอบ "แตมีงานมากเสียเหลือเกินจนจดจําไมถูก" "ถาฉันไมไดแมพลอย ก็คงไมรูจะเที่ยวกับใครเหมือนกัน" คุณเชยคุยขึ้นมาบาง ทั้งสามคนพอลูกคุยกันอยูดวยเรื่องเล็กๆนอยๆ อีกเปนเวลานาน เจาคุณพอจึงบอกใหคุณเชย พา พลอยกลับไปหองเพื่อลูบเนื้อลูบตัว หลังจากที่ไดเดินทางมาจากในวัง ระหวางที่เดินผานหองกลางจะกลับไปยังหองคุณเชย ทางดานหนาของตึกนั้นเอง พลอยก็หยุดเดิน เอา มือจับขอมือคุณเชยไวแลวพูดวา "คุณเชย นี่ฉันจะเขาไปไหวคุณอุนเธอเสียกอนจะไมดีหรือ" "ไมตองกระมัง" คุณเชยตอบ "ก็เธอเปนคนพูดเองวา ถาแมพลอยมาอยูบานก็ใหแยกกันอยู ไมตอง พบปะ" "ไมดีหรอกคุณเชย" พลอยยังยืนยันความตั้งใจของตน "ถึงอยางไรเธอก็เปนพี่ ฉันจะไปตองลามาก็ตอง ไหว ไปเปนเพื่อนฉันหนอยเถิด ฉันไมกลาไปคนเดียว" "ก็ตามใจแมพลอย ทางฉันก็กลัวแตจะมีเรื่อง แตไปเสียหนอยก็ดีเหมือนกัน" แลวทั้งสองคนก็พากันเดินไปยังหองของคุณอุนอีกดานหนึ่งของตึก เมื่อโผลเขาไปในหอง พลอยก็รูสึก แปลกใจวาทุกอยางในหองนั้น มิไดเปลี่ยนแปลงไปจากที่พลอยจําไดเลย ผิดกับสวนอื่นๆของบาน ที่เห็นวา เปลี่ยนไปมาก และตัวคุณอุนเองก็ดูเหมือนจะยังนั่งอยู ณ ที่เกาที่พลอยเคยเห็น แมแตรูปรางหนาตา ก็ดูเหมือน จะไมเปลี่ยนไป คุณอุนกําลังนั่งสีปากดวยขี้ผึ้ง พอเห็นพลอยเขาไปก็หยุดชะงักมองดูพลอย นิ่งอยูประเดี๋ยวหนึ่ง แลวก็หันขวับไปทางคุณเชยตาเขียวขึ้นมาทันที "ฟงฉันกอนคุณพี่" คุณเชยรีบพูดขึ้นกอนที่คุณอุนจะเอยปากวากระไร "แมพลอยเขาจะมาเอง เขาวามา ถึงบานแลวก็ตองมาไหวคุณพี่ ไมมาไมได" คุณอุนเหลียวมามองพลอยอีกครั้งหนึ่ง พลอยก็กมตัวลงไหวอยางนอบนอม แตเงียบ ไมมีเสียงทักทาย วากระไรเลย "คุณสบายดีหรือคะ" พลอยถามเบาๆดวยน้ําเสียงเคารพ ที่เรียกคุณเฉยๆก็เพราะรูวา ถาขืนไปเรียกคุณ อุน วาคุณพี่ เปนตองเกิดเรื่องทันที เพราะจะเปนทางใหคุณอุนถากถางวา ไมใชพี่ใชนองของเธอ คุณอุนมิไดตอบวาอยางไรทั้งสิ้น แตเมินหนาจากพลอยไปเสียอีกทางหนึ่ง พรอมทั้งลงมือสีปากตอไป เมื่อสีปากเสร็จแลวก็เริ่มหยิบหมากเขาปาก หยิบยาฝอยมาสีฟนอยางประณีตบรรจง พลอยเหลียวไปขยิบตา เรียกคุณเชย แลวก็พากันคลานถอยออกจากหอง พอถึงหองกลางคุณเชยก็ถอนใจอยางโลงอก แลวก็พูดวา

http://www.geocities.com/siamstory/ploy109.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๙ (หนาที่ ๑)

Page 3 of 6

"เฮอ ! สิ้นเรื่องกันไปที ฉันใจหายใจคว่ํานึกวาจะเกิดเรื่องเสียอีกแลว" "ถาเราไมเกิดเรื่องกับเธอๆจะไปทําอะไรได" พลอยพูดขึ้น "ฉันไมเหมือนแมพลอยนี่" คุณเชยตอบ "นิ่งไดนิ่งเอา แตแมพลอยไมตองอยูกับเธอทุกวัน นานๆพบที ก็ ทนไหว ฉันเองก็อดใหเธอมานานแลว แตเดี๋ยวนี้ฉันเหลืออดเหมือนกันเปนบางเวลา" "ฉันขออะไรคุณเชยอยางหนึ่งไดไหม" พลอยถาม "ไดซีแมพลอย แมพลอยจําหอจันอับที่ฉันลักคุณอุนไปใหไดไหม วันที่แมพลอยลงเรือไปวันนั้น แตวันนี้ จะขออะไร" พลอยหัวเราะเมื่อคุณเชยเอาเรื่องเล็กๆนอยๆ เมื่อนมนานแลวมาพูด แลวตอบวา "ขอใหคุณเชยอยามีเรื่องกับคุณอุนระหวางฉันอยูที่นี่" "แมพลอยพูดราวกับฉันชอบมีเรื่อง" คุณเชยตอบ "แตเอาเถอะเมื่อแมพลอยขอทั้งที ฉันก็จะระวังตัวให" คุณเชยพาพลอยไปเก็บตัวไวในหองเสียนาน ใหลูบตัวน้ําอบประแปงใหม และชวนนั่งพักผอน ใหหาย เหนื่อย ทําใหพลอยรูสึกสบายใจจนบอกไมถูก เพราะไดกลับมาบานและมีพี่นองคอยเอาใจ ความรักที่มี สําหรับ คุณเชยมาแตเด็กนั้น รูสึกวาบังเกิดเพิ่มเติมขึ้นอีกในวันนี้อยางมาก เมื่อพักผอนจนหายเหนื่อยแลว คุณเชยก็ ชวนไปนั่งกับเจาคุณพอ เวลาทานรับประทานอาหารกลางวัน เจาคุณพอรับประทานอาหารเชาทุกมื้อ ที่ระเบียงหลังตึกนั่นเอง เมื่อพลอยกับคุณเชยไปถึง เจาคุณพอ กําลังจะเริ่มลงมือ มีเด็กผูชายตัวเล็กๆนั่งพัดอยูคนหนึ่ง คุณเชยตรงไปนั่งขางๆสํารับคอยปฎิบัติ สวนพลอยนั้น นั่งลงอีกทางหนึ่ง และกวักมือเรียกเด็กใหเอาพัดมาสงใหตน และลงมือพัดเจาคุณพอ อยางที่เคยบอกวาชอบ เจาคุณพอมองดูคุณเชยแลวก็เหลียวมามองดูพลอย แลวอมยิ้มอยางสบายใจพูดขึ้นวา "วันนี้พอมีบุญเหลือเกิน พรอมลูกพรอมเตา คนเราไดมีลูกไวปรนนิบัติเมื่อแกนี่เปนบุญไมมีอะไรเทา" เจาคุณพอรับประทานขาวไปคุยไป สวนมากก็เกี่ยวกับความรูสึกในเรื่องลูก "พอเปนคนมีกรรม" ทานเอยขึ้น "มีลูกชายสองคนจะเอาดีกับเขาเห็นจะไมได เจาชิตไมรูจักโต นิสัยเกก มะเหรกเสเพล สอนก็แลว จนถึงเฆี่ยนตีก็แลว ก็ยังไมเห็นดีขึ้น อยางไรก็อยางนั้น เจาเพิ่มก็อีกคน วานซืนนี้นาย เขาก็มาฟองวาไมไดราชากร ไปบางไมไปบาง ไมรูวามันไปทําอะไรเสีย วันหนึ่งๆก็ไมไดพบปะกัน มันถือวามัน โตๆกันแลว ไมตองพบพอแมก็ได ยังเห็นที่จะพึ่งไดก็มีแมเชยกับแมพลอยสองคนเทานี้ แตอีกหนอยก็คงจะมี เหยามีเรือนกันไปหมด พลอยอยูในวังมีผูชายมาติดบางหรือเปลา" เจาคุณพอถามขึ้นอยางกระทันหัน ทําเอาพลอยตองสะดุงอายหนาแดง จะตอบวาอยางไรก็ไมถูก เพราะ ไมไดเตรียมคําตอบเอาไว "เปลาคะ" พลอยรีบตอบไปทันที "ดีแลว" เจาคุณพอพูดตอ "เปนชาวรั้วชาววังใครๆ เขาก็ตองมอง อยาไปนึกวาอยูในวังผูชายเขาไปไมได เขาจะไมรูจัก พอเองก็ไดเมียมาจากในวังทั้งนั้น เมื่อหนุมๆยังเปนมหาดเล็ก จะมีธุระเขาไปขางในก็นุงไดแตผา พื้น ผมจะหวีใหเรียบรอยก็ไมได ตองขยี้เสียกอน อยางนั้นก็ยังไดเมียเปนชาววังอยูนั่นเอง แมของพลอยละ ก็ยิ่ง ตัวดีละ ตอนนั้นยังสาวๆ สวยพริ้งคนลือชื่อทีเดียว พอไปดักดูเขาที่ประตูดินเห็นทีไรเขาเปนคอนเสียหลายวง แตตอนทายก็ไปไหนไมพน ไมนึกเลยวาอายุจะสั้น" เจาคุณพอพูดถึงแมอยางคนที่เคยรูจักใกลชิดคนหนึ่ง ไมมีอริบาดหมางคงเหลืออยูเลย เรื่องแมไปมีผัว ใหม เจาคุณพอก็ไมเอยปาก ทําใหพลอยนึกถึงเรื่องเกาๆ ที่แมเคยเลาใหฟงวา ความจริงนั้นเจาคุณพอติดแมอยู กอน แตทางบานบังคับใหเจาคุณพอ ออกมาแตงงานกับคุณหญิงเอื้อม ซึ่งเปนผูหญิงที่ทางผูใหญของเจาคุณ พอขอไวให ทานก็ยอมเพราะไมอยากขัดใจผูใหญ ทั้งที่ปากทานก็บอกกับแมวา ไมเคยรักคุณหญิงเอื้อมเลย แม เคยเลาใหฟงวา ตอนนั้นรูสึกโทมนัสนอยใจเปนหนักหนา ตั้งใจวาจะไมมีลูกผัวไปจนตาย แลวเจาคุณพอทาน แตงงานไปไดสี่หาป จนคุณอุนกับคุณชิตเกิดแลว ทานก็กลับเขาไปตามขอรับเอาแมมาอยูดวย ถึงจะไมเลี้ยง เปนเมียหลวง ก็จะเลี้ยงไมใหนอยหนาใคร แมก็เลยตามทานมาเพราะเห็นใจ แตคุณหญิงเอื้อมทานขี้หึง หนัก เขาก็ออกจากบานไปอยูอัมพวาที่เปนบานเดิม ทิ้งลูกๆของทานไวทางนี้ คุณอุนจึงพยาบาทชิงชังตั้งแตแมจนถึง พลอย เพราะเธอเห็นวาแมเปนคนทําใหคุณแมของเธอ ตองออกจากบาน และในที่สุดเธอก็ทําใหแมตองออกจาก บานไปอีกคน ดวยวิธีตางๆเปนตนวาหาเมียนอย ซึ่งเปนคนของเธอ ใหเจาคุณพอ พลอยนั่งคิดถึงเรื่องเหลานี้ แลวก็นึกถึงชีวิตของตน เรื่องระหวางพี่เนื่องกับพลอยจะเปนอยางไร แตพี่เนื่องก็เห็นจะไมเหมือนเจาคุณพอ เพราะทางผูใหญของพี่เนื่องก็รักพลอยอยูทุกคน ไมเคยไดยินวา เที่ยวมั่นหมายคนอื่นไวที่ไหน ถามีคนอื่นจริง พลอยก็คนรูตัวแลว เพราะชอยคงจะตองบอก ไมใชวิสัยของชอย ที่จะปดบังเนื้อความ "พูดถึงเรื่องนี้พอก็อยากจะเตือนลูกไวทั้งสองคน" เจาคุณพอพูดตอไป "เรื่องมีเหยามีเรือนเปนเรื่องสําคัญ ของผูหญิง พอดูคนหนุมๆเดี๋ยวนี้แลว ก็นึกเปนหวง คนเดี๋ยวนี้เขาดีแตจะคิดกินคิดเลน พอแมเขาก็ตามใจกัน ใครไดไปเปนลูกผัวก็จะลําบาก แตสําหรับแมเชยและพลอย พอตองขอเรื่องนี้ไวกอน ถายังรักพอ ก็ขอใหรักษา ตัวใหดี พอก็บอกแลววาเห็นแตสองคนเทานี้ ในกระบวนลูกของพอ ถาเสียหายไปพอจะเสียใจมาก จะมีเหยามี เรือนตอไปอยาเอาแตใจตัว ขอใหฟงผูใหญกอน พอเกิดมากอนไดรูไดเห็นมากกวา อยางไรเสียก็คงทําไมผิด

http://www.geocities.com/siamstory/ploy109.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๙ (หนาที่ ๑)

Page 4 of 6

เพราะใจนั้นรักลูกอยากใหลูกดี เมื่อพลอยยังเด็กๆพอก็ไมหวงหรอก แตเดี๋ยวนี้โตเปนสาวแลว และก็สวยเสีย ดวย อยูในวังนั้นก็ดี แตเสด็จทานเปนเจาใหญนายโต จะไปดูแลไดอยางไรทั่วถึง ถาไมระวังตัวเพื่อนฝูงก็จะชัก จูงไป กวาจะรูตัวก็สายเสียแลว" พลอยไดแตนิ่ง เพราะรูสึกอายเมื่อเจาคุณพอพูดถึงเรื่องนี้ และถึงจะตอบก็ไมมีอะไรจะตอบ นอกจากรับ คํา จึงนิ่งไวกอน "พลอยยังอยูกับคุณสายหรือเปลาที่ในวัง" เจาคุณพอถามขึ้น "ยังอยูเจาคะ" พลอยตอบ "คุณสายเปนคนดี เปนผูใหญนานับถือ" เจาคุณพอพูดตอไป "พอเห็นกิริยามารยาทของพลอย ก็พอจะรู วา มีผูใหญคอยดูแล ความจริงพอรูจักกับพวกนี้เขามานาน พอนพพี่ชายคุณสายก็รูจักกันมาแตยังหนุมๆ แตใจ คอไมหนักแนนเทานองสาว พอนพแกชอบสนุก และเปนคนไมมีมานะ พอใจเอางายๆ ชอบอยูสบายๆ ถาแก ขะมักเขมนเหมือนเพื่อนฝูงคนอื่น ปานนี้ก็คงเปนพระน้ําพระยาไปแลว แตนี่ยังคงเปนแคหลวง แลวก็เห็นจะเปน หลวงไปจนตาย เออ ! ลูกสาวเขาคนที่โกนจุกพรอมกับพลอย ยังอยูในวังหรือเปลา" "ยังอยูเจาคะ" "ปานนี้ก็เห็นจะโตรุนพลอยแลวสินะ" เจาคุณพอพูด "เด็กๆเดี๋ยวนี้โตเร็วเสียจริงๆ แลวพอนพเขามีลูกกี่ คน" "มีสองคนเจาคะ" พลอยตอบ "ออ มีผูชายอีกคนหนึ่งจําไดแลว ปานนี้ก็เห็นจะเปนหนุมใหญ เขาทําอะไรหรือเปลา" "เห็นเขาวาๆไปเปนนายทหารอยูหัวเมืองเจาคะ" พลอยตอบอยางไมเต็มปากเต็มที หัวใจชักจะสั่นชอบ กล เมื่อไดยินเจาคุณพอพูดเขาหาเรื่องพี่เนื่อง หรือบางทีเจาคุณพอจะรูระแคะระคาย เรื่องพี่เนื่องเสียแลวกระมัง แตเจาคุณพอก็มิไดสนใจในครอบครัวของพี่เนื่อง เกินกวาคนรูจักธรรมดา เพราะทานพูดตอไปวา "ดีเหมือนกัน ยังหนุมยังแนนก็ออกหัวบานหัวเมืองเสียกอน แตถานิสัยรักความสบายเหมือนพอ ก็เห็นจะ เอาดีไดยาก" พลอยรูสึกไมสบายใจเมื่อไดยินคําพูดของเจาคุณพอ จะพูดจะจาแกแทนคุณหลวงและพี่เนื่องก็ไมกลา ได แตนึกอยูในใจวา นิสัยรักความสุขสบาย ไมทะเยอทะยานจนเกินไปของคุณหลวงนั้นเอง ทําใหพลอยนึกรักคุณ หลวงอยางมาก และนิสัยรื่นเริงสนุกสนานของพี่เนื่อง ทําใหพลอยนึกรักพี่เนื่อง เสียสุดสวาทขาดใจ ถึงพี่เนื่องจะ ไมเคยทะเยอทะยานมากอน แตเดี๋ยวนี้พี่เนื่องก็กําลังมุงหนาสรางหลักฐาน อยางเต็มกําลัง เจาคุณพอทานไม ทราบวา คนที่เปนยอดแหงปรารถนา และเปนกําลังใจใหพี่เนื่องไดดี ยิ่งกวาคนอื่นๆนั้น ก็คือลูกสาวคนที่พัด ทานอยูในบัดนี้ คําพูดของเจาคุณพอยังทําใหพลอยรูสึกวิตกตอไปอีก เจาคุณพอทานไดแสดงใหเห็นดวยคําพูดวา ถึง ทานจะชอบพอกับคุณหลวงในฐานเพื่อนเกา แตทานก็มิไดนับถือเลื่อมใสนัก ขณะเดียวกัน ทานก็คงจะตอง สงสัยวา พี่เนื่องนั้นเหมือนกับคุณหลวง ดวยเปนลูกเปนพอกัน ถาถึงเวลาเขาจริง พี่เนื่องสงคนมาสูขอ เจาคุณ พอทานคงจะไมเต็มใจนัก มีทางเดียวเทานั้นที่จะใหคุณพอทานยินยอม ทางนั้นก็คือ พี่เนื่องจะตองทําตัวใหทาน เห็นไดชัดวา พี่เนื่องจะเปนคนที่ไดดี เปนหลักเปนฐานตอไปคนหนึ่งในภายหนา ขณะนี้พี่เนื่องก็ยังไมรู ยังคง เชื่อวาถาทางผูใหญมาสูขอ เจาคุณพอทานคงจะไมขัด อาศัยที่วาคุณหลวง พอของพี่เนื่อง เคยเปนเพื่อนชอบ พอกับทานมาแตกอน ขณะนี้พี่เนื่องก็ยังนอนใจอยูในเรื่องนี้ ปญหาจึงมีอยูวา พลอยจะทําอยางไรที่จะใหพี่เนื่อง รูตัวได พลอยิ่งคิดไปก็ยิ่งกลุม เพราะพี่เนื่องนั้นอยูไกลแสนไกล ถาหากวาพี่เนื่องอยูในกรุง มีโอกาสที่จะเขามา ฝากเนื้อฝากตัวกับเจาคุณพอ ใหทานไดรักไดเห็นใจ บางทีก็จะไมสูกระไรหนักหนา ดวยความกลุมใจ และมัวแตครุนคิดเรื่องของตน พลอยจึงไมไดสนใจฟงวา เจาคุณพอคุยวาอยางไร จน รับประทานเสร็จ มารูสึกตัวเอาตอนที่ทานบอกคุณเชย ใหพาพลอยไปหาขาวกินกันเสีย แลวก็ใหพักผอนเสีย บาง สวนตัวทานเองนั้นนั่งตอไปอีกสักครูหนึ่ง ก็ลุกเขาไปเอนหลังอานหนังสืออยูในหอง ระหวางที่นั่งกินขาวกันอยูในหองคุณเชย คุณเชยก็ปรารภขึ้นเปนเชิงขบขันวา "เจาคุณพอทานพูดราวกับวา ลูกสาวของทานขายดีเสียเต็มประดา ฉันยังไมเห็นทานขายออกสักคน ตั้งแตลูกสาวใหญทานลงมาทีเดียว" "คุณเชย" พลอยปรารภขึ้นบาง "อยางคุณอุนนี่ถามีเรือนเสีย บางทีเธอจะดีขึ้นบางกระมัง" "โฮย ! อยาไปพูดถึงเธอเลย !" คุณเชยรองขึ้น "เธอวาเธอไมมีหรอกลูกผัว เธอเปนหวงเจาคุณพอ จะอยู ปรนนิบัติ ดูแลการบานใหทานไปจนตาย" "ก็จริงๆ ของเธอนี่คุณเชย" พลอยพูดอยางเห็นใจ "เจาคุณพอทานก็ไมมีใครที่เปนผูใหญในบาน ที่จะดูแล แทนทานได ถาคุณอุนเธอออกเรือนไปเสีย ก็จะลําบากเหมือนกัน" "แมพลอย !" คุณเชยยิ้มมองหนานองสาวอยางนึกรัก "แมทูนหัวของพี่ แมชางเปนคนดีเสียจริงๆ เห็น อะไรก็วาถูกไปหมด แมไมรูดอกหรือวา คุณอุนเธอหวงสมบัติตางหาก แมพลอยไมไดยินเจาคุณพอทานบน เมื่อกี้ดอกหรือวา วันหนึ่งๆทานไมไดเห็นหนาใคร นอกจากฉันคนเดียว คุณอุนเธอก็ดีแตนั่งคุมกําปนอยูในหอง

http://www.geocities.com/siamstory/ploy109.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๙ (หนาที่ ๑)

Page 5 of 6

ทานจะอยูจะกินอยางไร ฉันก็ไมเห็นเธอเหลียวแล แตเจาคุณพอทานเกรงใจเธอมาเสียนานแลว ทานก็ไมพูด คุณอุนเธอหาคนมาขอไมได เพราะเธอเที่ยวดูถูกคนเขาไวเสียหมดแลววา ไมมีใครวิเศษคูควรกับเธอ เธอไมมี หรอกลูกผัว แมพลอยคอยดูไปก็แลวกัน แตเรื่องมันไมจบแคนั้นนะซี" คุณเชยพูดแลวกมหนาเปบขาวเขาปากตอไป "คุณเชยหมายความวาอยางไรฉันก็ไมรู" พลอยถามอยางสงสัย "ทําไมเรื่องถึงไมจบแคนั้น" "ฉันก็ไมรูจะพูดอยางไรถูก" คุณเชยตอบ "แตฉันรูสึกวา เมื่อคุณอุนเธอตั้งใจไววาจะไมมีเรือน เธอก็เลย ไมยอมใหคนอื่นมีเหมือนกัน อยางฉันนี้ถาคิดจะมีเรือนเมื่อไร เธอเปนอาละวาดแน นิสัยคุณอุน เธอไมชอบเห็น ใครมีอะไรมากกวาตัว ถาเธอไมมีเรือนคนอื่นๆในบานนี้ก็มีไมได ใครขืนมี เธอเห็นเปนบาป เปนกรรมทีเดียว" "คุณเชยคิดมากไปเองกระมัง" พลอยทวงขึ้น "คุณอุนเธอคงไมถึงเพียงนันหรอก ดูแตคุณชิตซี มีลูกตั้ง สองคนแลวเธอยังรักออก คุณเชยบอกฉันเอง" "คุณชิตนั้นอีกอยางหนึ่ง" คุณเชยอธิบาย "คุณชิตเปนผูชาย จึงไมมีของจะไปแขงขันประชันดีกับเธอได แลวคุณชิตเขาเปนนองรัก ทําอะไรๆก็ไมผิด เธอเขาขางกันเสมอ แตแมพลอยอยาฟงฉันขางเดียวเลย คอยดูไป เองก็แลวกัน ฉันพูดไวไมผิดหรอก" คุณเชยหยุดพูดกินขาวตอไปอีกครูหนึ่ง แลวก็ปรารภขึ้นวา "ความจริงแมพลอยนี่ก็แปลก ถาจะวาไปก็เปนลูกคนละแมกับฉัน แตฉันกลับรักแมพลอยมากกวาพี่นอง แมเดียวกันเสียอีก เหมือนกับวาเราเปนลูกแมเดียวกันแทๆ เพราะฉันรักแมพลอยนี่แหละ เลยทําใหฉันเปนเจา ของพอเพิ่มไปดวย กลายเปนเหตุใหทะเลาะกับคุณอุนอยูบอยๆ" พลอยรูสึกตื้นตันใจในคําพูดของคุณเชย จะตอบวาอยางไรก็คงไมตรงกับความรูสึกที่มีอยูในใจ จึงไดแต มองหนาคุณเชยแลวยิ้ม แลวก็ถามขึ้นวา "นี่พอเพิ่มเขารูหรือเปลาวาฉันจะมาคางบาน" "ฉันบอกเขาตั้งหลายหนแลว" คุณเชยตอบ "เขารูแลววา แมพลอยจะมาบานวันนี้ เขายังบอกฉันเลยวา จะกลับแตวัน" ครั้นแลววันนั้น พอเพิ่มก็กลับบานแตวันจริงๆ อยางที่บอกกับคุณเชยไว พอกลับถึงบาน พอเพิ่มก็รีบขึ้น มาหาพลอย ที่เฉลียงหนาตึก ความจริงพอเพิ่มเปนคนๆเดียวจากบาน ที่พลอยไดพบเปนครั้ง เปนคราว ตลอด เวลาหาหกปที่แลวมา แตในตอนทายนี้พอเพิ่มชักจะหายไป เมื่อไดมาพบกันที่บาน ซึ่งจะมีเวลาพูดคุยกันนาน พลอยก็ดีใจที่ไดพบ แตพอเพิ่มก็ดูเหมือนจะดีใจ ที่นองสาวไดกลับมาบานเชนเดียวกัน เมื่อพอเพิ่มขึ้นบันไดตึก มานั้น คุณเชยนั่งคุยกับพลอยอยูที่หนาหอง หวานลูกสาวคนเล็กของเจ���าคุณพอกับแมแวว ซึ่งบัดนี้อายุ ๑๓ ป ก็ นั่งอยูดวย เพราะคุณเชยใหคนไปตามขึ้นมาไหวพลอย เพื่อจะไดรูจักไว พอพอเพิ่มเดินขึ้นมาบนตึก คุณเชยก็ สะกิดพลอยแลวพูดวา "แนะ มาแลวละ วันนี้จะเมาเสียหรือเปลาก็ไมรู" พอเพิ่มขณะนี้เปนหนุมใหญทีเดียว พลอยสังเกตวาพอเพิ่มหนาตาแกกวาอายุ และนึกในใจวา หมูนี้พอ เพิ่มไมคอยเอาใจใสตอตัวเอง จะแตงเนื้อแตงตัวหวีเผาผมก็รุงรังอยางไมสนใจ พอเพิ่มนุงผาพื้น สีเขียวเกาๆผืน หนึ่ง ผาผืนนั้นแสดงอาการวานุงมาหลายวันแลว และพอเพิ่มอาจนุงตอไปอีกหลายวัน "แมพลอยมาถึงเมื่อไหร" พอเพิ่มทักขึ้น "คุณเชยบอกฉันไวหลายวันแลววา แมพลอยจะมาคางบาน วันนี้ ฉันเลยรีบกลับแตวัน" "ฉันมาถึงแตเชา" พลอยตอบ "พอเพิ่มสบายดีหรือ" "ก็ยังงั้นๆแหละ" พอเพิ่มพูด "จะวาสบายก็สบาย ไมมีทุกขมีรอนอะไร" "นั่นซี" คุณเชยพูดขัดจังหวะขึ้น "ฉันยังนึกอิจฉาพอเพิ่มอยูเสมอ เรื่องพอเพิ่มไมมีทุกขเสียเลยนี่แหละ" พอเพิ่มหัวเราะแลวบอกพลอยวา "คุณเชยเดี๋ยวนี้เลี้ยงดูฉันเปนลูกบุญธรรม ฉันกลับมาบานไดมีขาวมีปลากิน ก็เพราะคุณเชยเธอหาไวให เสียอยูแตเธอดุเสียจริงๆ ไมวาฉันจะทําอะไรเปนผิดไปหมด" "ดูซี พอเพิ่มมาหาความ" คุณเชยรองขึ้น "ฉันเคยไปดุไปวาอะไรที่ไหน มีแตฉันคอยเตือนวา คนอื่นเขา วาอะไรบาง กลับมาวาฉันดุ พอนองสาวมาถึงบานก็ฟองกันทีเดียว" หลังจากนั่งพูดกันอีกสักครู คุณเชยก็ชวนหวานนองสาวไปทําธุระทางอื่น ปลอยใหพลอยนั่งคุยกับพอ เพิ่ม สองตอสอง พลอยนั่งคุยกับพอเพิ่ม ฟงคารมดูก็รูวาพอเพิ่มเปนคนไมมีทุกขเอาเสียจริงๆ พอเพิ่มยอมรับวา วันหนึ่งๆ พอเพิ่มก็ทําราชการบาง เที่ยวกับเพื่อนฝูงเสียบาง บางวันพอเพิ่มก็กลับบาน บางวันก็คางบานเพื่อน พอเพิ่มดูจะมีเพื่อนฝูงมากมายเอาการอยู เวลาพอเพิ่มพูดคุย ก็มักจะเอยถึงเพื่อนฝูงคนโนนคนนี้อยูไมขาดปาก เรื่องมีลูกมีเมีย พอเพิ่มบอกวายังไมเคยคิดเลย ถึงจะมีก็รุงรังเปลาๆ เวลานี้พอเพิ่มบอกวาไดเงินเดือนๆละ สอง ตําลึง เจาคุณพอทานใหอีกสองตําลึง ใชหมดทุกเดือนไมมีเหลือเก็บ แลวจะไปมีลูกมีเมียไดอยางไร ถาหากวาจะ มีเมียก็ตองหาเมียเศรษฐี แตขณะนี้ยังไมมีเวลาจะหา พอเพิ่มบอกพลอยวาไมตองหวง และคุยใหฟงตอไปวา เวลานี้เจานายทานก็รัก เพื่อนฝูงทุกคนก็ไวใจได ถึงจะเปนอยางไรก็คงไมมีใครทอดทิ้ง พลอยเลาใหพอเพิ่มฟง

http://www.geocities.com/siamstory/ploy109.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๙ (หนาที่ ๑)

Page 6 of 6

ถึงเรื่องที่เจาคุณพอทานบนเมื่อเชา พอเพิ่มก็แกวาเจาคุณพอทานเปนผูใหญ ทานก็ตองวาไปอยางนั้น อยาไป ถือสาทานเลย แลวระหวางที่คุยกันอยูนั้นเอง พอเพิ่มก็ถามขึ้นวา "แมพลอยรูจักคุณเปรมบางหรือเปลา" พลอยตองสะดุงเมื่อไดยินคําถามนี้ แลวก็ถามขึ้นวา "คุณเปรมไหน ฉันไมรูจัก" "คุณเปรมเพื่อนฉันเอง เขาเปนมหาดเล็กหลวงอยูในวัง เขาบอกฉันวาเขารูจักแมพลอย เคยพบบอยๆ" "ฉันไมรูจักหรอกพอเพิ่ม คนอยูในวังเปนกายเปนกอง ใครจะไปรูจักหมด วาแตพอเพิ่มเถิด ไปรูจักเขาได อยางไร" พลอยซักตอ "ฉันก็เพิ่งมารูจักเขาเมื่อไมนานมานี้เอง" พอเพิ่มตอบ แลวพูดตอไปวา "เขาแกกวาฉันสามสี่ป เพื่อนๆเขาพามาใหรูจักอีกทีหนึ่ง แตพอรูจักกันไป ฉันก็เห็นเขานาคบมากทีเดียว คุณเปรมเขาเปนคนมีอันจะกิน เจาคุณพอเขาเปนกรมทาซายผูกภาษีอากร เขารวยกวาบานเราเสียอีก แตเขาก็ เปนคนดีไมถือตัว ยิ่งกับฉันละก็รักกันนักทีเดียว เขาวารักฉันเหมือนพี่เหมือนนอง ไมรูวาไปถูกชะตากัน เขาได อยางไร แปลกแทๆ แตฉันดูๆ เขาตั้งใจจะเอาอกเอาใจฉันเสียจริงๆ อยากไดอะไรก็หามาให จะพูดจะจาอะไร เขาก็เอออวยไปหมด" พลอยไมตอบพอเพิ่มวาอยางไรทั้งสิ้น นึกถึงสายตาคูที่เคยมองพลอยในที่ตางๆแลว ก็ไมนึกสงสัย ใน เรื่องที่พอเพิ่มเลา คุณเปรมคงจะไปรูมาวา พอเพิ่มเปนพี่ชายของพลอย จึงไดเขาติดตอถึงตัว และพยายามเอา อกเอาใจ พลอยเคยนึกรําคาญคุณเปรม ที่คอยเที่ยวมองดูตัวในที่ตางๆ แตพอมารูเขาวา คุณเปรมสนใจถึงกับ เขาหาพอเพิ่ม พยายามเอาอกเอาใจทุกทาง พลอยก็มีความรูสึกแปลกขึ้น จะวารําคาญใจนั้น ก็ไมได แตเปน ความรูสึกครึ่งภูมิใจครึ่งวิตก ที่วิตกนั้นก็เพราะวาเกิดมีผูชายอีกคนหนึ่ง นอกจากพี่เนื่อง ที่เขามาสนในในตัว แต ภูมิใจก็เพราะเหตุวา ความสนใจของผูชายนั้นมีมากถึงกับแสดงออกมา ดวยการเอาอกเอาใจพอเพิ่ม ถาจะวาไป แลว พลอยก็เปนผูหญิงสาวธรรมดาคนหนึ่งเทานั้นเอง และเมื่อเปนเชนนั้นก็ยอมจะปลื้มใจบาง ไมมากก็นอยที่มี คนมาสนใจในตัว ถึงแมวาคนที่มาในใจนั้น จะมิไดรับความสนใจตอบ แตก็ยังดีกวาไมมีใครมาสนใจเลย และเมื่อ นึกถึงคุณเปรม ที่วิ่งมาประจบประแจงพอเพิ่ม พลอยก็อดนึกนาเอ็นดูไมได "เอ ! นึกๆไปก็แปลก" พอเพิ่มพูดตอไปอยางสงสัย "เขาบอกฉันเปนมั่นเปนเหมาะ วารูจักแมพลอย ทําไมแมพลอยกลับมาบอกวา ไมรูจักเขาก็ไมรู" "ก็ไมเห็นแปลกอะไรเลยพอเพิ่ม" พลอยตอบ "ก็ฉันบอกแลววา คนในวังนั้นมาก บางทีจะเคยแลเห็นกัน แลวฉันจําเขาไมไดกระมัง" "คุณเปรมมหาดเล็ก ใครๆก็รูจัก" พอเพิ่มยังยืนยัน "เขากวางขวางออก คนที่รูปรางสูงๆขาวๆ นั่นอยาง ไรละ แมพลอย" "ฉันยังนึกหนาไมออกอยูนั่นเอง" พลอยตอบบายเบี่ยง ไมยอมรับวาตนก็รูจักคุณเปรมเหมือนกัน แลวก็ ชวนพอเพิ่มคุยไปเสียในเรื่องอื่นๆ ไมยอมพูดถึงเรื่องคุณเปรมอีก อานตอหนาที่ ๒

http://www.geocities.com/siamstory/ploy109.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๙ (หนาที่ ๒)

Page 1 of 6

สี่แผนดิน ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช แผนดินที่ ๑ บทที่ ๙ (หนาที่ ๒) ระหวางที่พลอยออกมาคางบาน พลอยไดพยายามทุกทางที่จะปรนนิบัติเอาใจเจาคุณพอ ใหสมกับที่จาก บานไปนาน และไดกลับมาบานนานๆครั้งหนึ่ง พลอยปรึกษาหารือกับคุณเชย ดวยเรื่องเกี่ยวกับ ความสุขของ เจาคุณพอ เรื่องอาหารการกิน พลอยก็ออกความเห็นแนะนํา และในระหวางที่อยูก็ไดลงมือทํากับขาว แปลกๆ ใหมๆหลายอยาง ที่เรียนรูมาจากในวังใหเจาคุณพอรับประทาน เปนตนวา กับขาวฝรั่งหลายอยาง ซึ่งในวังเริ่ม ทํากันแพรหลาย และขาวคลุกแบบชวา ตามตํารับที่ไดมา เมื่อครั้งเสด็จประพาสชวาครั้งกอน เรื่องเล็กๆนอยๆ เกี่ยวกับระเบียบการปรนนิบัติ ตลอดจนถึงเรื่องความสะอาด ที่คุณเชยมิไดสังเกตุ เพราะอยูเปนประจํา พลอยก็ คอยๆชี้แนะใหเห็น และแนะนําใหคุณเชยสั่งคนในบาน ที่มีหนาที่รับใชเจาคุณพอ ใหคอยดูแล พลอยชวนคุณ เชยใหสํารวจเครื่องแตงกายเจาคุณพอ โดยทั่วถึง เพื่อดูใหละเอียดวา สิ่งใดควรจะเก็บไวได สิ่งใดควรจะซอมจะ ทํา หรือสิ่งใดควรจะรุทิ้งไปเลย และไมวาพลอยจะแนะนําสิ่งใด คุณเชยก็เชื่อและทําตามโดยมิไดถือสา บางทีก็ปรารภวา "ฉันเห็นฝมือ แมพลอยทําอะไรตออะไรแลว ชางนับถือเสียจริงๆ หันกลับมาดูต���วเอง เห็นเหมือนคนบานนอก รูยังงี้ ฉันเขาไป อยูในวังเสียบาง แตเด็กๆ ก็จะดี" ในการกระทําทุกอยางพลอยไมยอมออกหนาเปนอันขาด เพราะรูวาถาทําไปอยางนั้น จะตองกระทบ กระเทือนกับคุณอุน ฉะนั้นพลอยจึงทําทุกอยางผานคุณเชย จะสั่งการใดๆในบาน ก็ขอใหคุณเชยสั่ง แมแตนาง พิศ พลอยก็ตองคอยดูแลหามปราม มิใหไปกาวกายกับคนในบาน กลัวจะเกิดเรื่อง เมื่อมาถึงวันแรก ตอนกลาง คืน นางพิศก็มาหาพลอยและรองไหเสียเปนวักเปนเวร บอกวาคิดถึง "คุณ" คือแมของพลอย สุดที่จะทนทานได เมื่อไดมาเห็นสถานที่บานชองที่ "คุณ" เคยอยู ฝายคุณเชยนั้นก็ดูเหมือนจะรูใจพลอยอยูมาก พลอยจะตักเตือน สิ่งใด ก็ยอมรับฟงเปนอยางดี ดวยเหตุเหลานี้ พลอยจึงมาอยูบานเหมือนกับวามาอยูเฉยๆ ยังไมมีเรื่องที่จะตอง รอนใจ สวนคุณอุนนั้น ถึงจะไมพอใจอยางไร ก็ไดแตเก็บตัวอยูในหอง ไมยอมรับรูวา มีพลอยอยูในโลก เพราะ คุณอุนรูดีวาพลอยกลับมาบาน ก็ดวยเจาคุณพอใหไปรับมา และคุณอุนนั้น ถึงจะแสดงอํานาจตอคนไดทั่วไป ก็ ยังมีความเกรงใจเจาคุณพออยูบาน กับพี่นองคนอื่นๆ พลอยก็พยายามปฏิบัติตน เปนพี่นองที่ดีที่สุด หวานนองสาวคนละแมนั้น เปนเด็กที่ กําลัง จะโตขึ้นมา เมื่อไดพบพลอยผูเปนพี่สาวเต็มตัว ออกมาจากวัง พรอมดวยบรรยากาศของในวัง ซึ่งเปนที่ๆ หรูหรา ที่สุดในสมัยนั้น หวานก็นับถือเลื่อมใสพี่สาวอยางจริงใจ ไมวาพลอยจะไปทางไหนหรือทําอะไร หวานก็ ติดตาม ไปอยูใกลๆ คอยดูไปเสียทุกอยาง พลอยก็ถือโอกาสแนะนําและสอน ใหทําของตางๆ และขาวของเสื้อ ผา ที่เอาออกมาดวย ก็แบงใหเทาที่เห็นวาเหมาะสําหรับเด็กในวัยนั้น พลอยรูสึกปลื้มที่มีนองสาว ถึงแมวาจะ เปนคนละแม ความจริงเมื่อพลอยออกจากบานไป หวานก็ยังเด็กเต็มที และพลอยก็มิไดสนใจ หวนระลึกถึง แต พอกลับมาอีกทีหนึ่ง หวานก็กลายเปนเด็กโตๆ ที่พูดจากันรูเรื่อง ทําเอาพลอยออกจะตื่นๆ วามีนองสาวที่เปน คนโตๆ และยิ่งอยูไปก็ชักจะรักเอามากๆ กับคุณชิตนั้นพลอยไมคอยจะไดพบปะ เพราะอยูคนละเรือน แตถึงจะพบกันครั้งไร พลอยก็นอบนอม ดวยความเคารพ เรียกวา "คุณพี่" ทุกคํา ทําใหคุณชิตเอ็นดู และพูดจาดวยเปนอยางดี เจาคุณพอใหคุณชิตและพวง ผูเปนภรรยาไปอยูที่เรือนที่พลอยเคยอยูกับแม พอพลอยมาคางบานไดคืน หนึ่ง พลอยก็ชวนคุณเชยไปเยี่ยมคุณชิตและหลานๆที่เรือน พอพลอยไดเห็นหนาคุณชิตเปนครั้งแรกก็ใจหาย เพราะเคยจําไดวา คุณชิตเมื่อรุนหนุมนั้น เปนคนที่ คอนขางจะสวย และเคยไดยินผูใหญหลายคนออกปากวา คุณชิตหนาตาดีเปนหนักหนา แตคุณชิตเดี๋ยวนี้ ไม เหมือนคุณชิตคนกอน โรคภัยไขเจ็บและยาเสพติด ทําใหคุณชิตทรุดโทรมลงไป จนดูเหมือนคนแก รางกายผอม แหง ผิวเหลืองซูบซีด และริมฝปากเขียว คุณชิตนั่งเลนอยูที่เฉลียงหนาเรือน มีผาขาวมา หอยไหลอยูผืนหนึ่ง พอเห็นพลอยเดินมา คุณชินก็รองทักเรียกใหขึ้นเรือน พลางลดผาขาวมาลงมาคาดไวที่พุง พลอยขึ้นเรือนที่ตนเคยอยูดวยความรูสึกที่วังเวง และรูตัววา ถาไดขึ้นมาคนเดียว โดยไมมีคนอื่นอยูดวย ก็เห็นจะถึงกับตองหลั่งน้ําตาดวยความคิดถึงแม เรือนนั้นเกาแกทรุดโทรมไปดวยวัย แตก็ยังพออยูได และดู เหมือนคุณชิตผูอยูก็มิไดสนใจนัก คุณชินคุยอยูดวยครูหนึ่ง แลวก็บอกพวงใหพาลูกออกมาใหพลอยดู พลอยรูสึกสงสารพวงจับใจ แตกอนเคยรูจักพวงในฐานเปนบาวในบาน คนทั้งบานเรียกวา "นางพวง" บาง "อีพวง" บาง สุดแลวแตอารมณขณะที่เรียก แตพวงโตเปนสาวขึ้น หนาตาก็พอดูได ถึงแมวาจะไมสวยงาม อะไรนัก พวงในฐานะใหมที่เปนพี่สะใภของพลอย มิไดแสดงกิริยาอาการผิดไปกวาแตกอน คงนอบนอม แสดง

http://www.geocities.com/siamstory/ploy109_2.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๙ (หนาที่ ๒)

Page 2 of 6

ความเคารพเชนเคย หรือจะมากกวาแตกอนดวยซ้ําไป พลอยเห็นกิริยาอาการของพวง ก็เขาใจดีวา เพราะเหตุ ใดคุณอุนจึงไดนิ่งให เพราะถาคุณชิตไดเมียเปนคนมีฐานะเทาเทียมกัน เมียคุณชิตก็จะตองตีเสมอ ในฐานะพี่ นองซึ่งคุณอุนอาจทนไมได แตเพราะพวงเปนบาวชนิด "ลูกครอก" มาในบานนี้ ถึงวาจะไดเปนเมียคุณชิต พวง ก็ยังถือวาคุณชิตเปนนาย และการเปนเมียนั้น ก็เทากับหนาที่การงาน ไมถือวาเปนการยกฐานะของตนใหสูง กวาแตกอน แมแตลูกของตนแทๆ พวงก็ยังเรียกวาคุณทั้งสอง เพราะเด็กทั้งสองคนนั้น มีคุณชิตเปนพอ "แมพวงสบายดีหรือ" พลอยเปนคนทักขึ้นกอน พวงสะดุงจนเห็นไดชัด เพราะครั้งนี้ดูเหมือนจะเปนครั้ง แรก ที่คนขนาดลูกเจาคุณ ซี่งเปนเจาขุนมูลนายเรียกตนวา "แมพวง" "สบายเจาคะ" พวงตอบ "แหมคุณพลอยไปเสียนาน สวยผิดตาทีเดียว ถาบาวเห็นที่อื่นเปนจําไมไดแน !" พลอยยิ่งใจแหงลงไปอีก เมื่อไดยินพวงใชคําแทนชื่อของตนเองวา "บาว" อยูนั่นเอง และนอกจากความ สงสารที่มีอยูในใจแลว ยังบังเกิดความนับถือในความเสมอตนเสมอปลาย ของพวงอีกมาก แลวพวงก็อุมลูกของ ตนออกมาใหดู คนหนึ่งเปนเด็กผูชายเล็กๆ อายุราวๆสองขวบหนาตานารัก อีกคนหนึ่งเปนผูหญิงแรกเกิด อายุ ไดเดือนกวาๆ พลอยเปนคนรักเด็กมานานแลว แตเมื่ออยูในวังไมมีเด็กเล็กๆ ขนาดนี้จะเลน พอเห็นลูกคุณชิต ซึ่งเปน หลานของตน ก็ตื้นตันใจ และดีใจระคนกันไป สัญชาตญานของแมทีมีอยูในตัวเทาไร ก็ดูเหมือน จะแสดง อิทธิพลออกมา และพุงเขาหาเด็กทั้งสองคนนั้น อยางเต็มที่ พลอยอุมหลานคนผูชายขึ้นใสตัก กอดจูบเหมือนกับมิรูจักวางลงได วางหลานผูชายลงแลว ก็หันไปมอง หลานผูหญิงในเบาะ อยางอัศจรรย ชีวิตที่แรกเกิด ชีวิตที่บริสุทธิ์ปราศจากบาปกรรมใดๆ ยังออนแอ และยังเล็ก นัก ตองคอยเลี้ยงดูอยูเสมอ มิฉะนั้นจะดํารงชีวิตอยูตอไปไมได พลอยยื่นนิ้วมือเขาไปที่เด็ก ซึ่งกําลังดิ้นอยูใน เบาะ เด็กนั้นก็ความือไปกําไวแนน พลอยใจเตนแรงผิดปกติ เหมือนกับจะมีกําลังอะไรอยางหนึ่ง ที่แลนจากตัว เด็กมาหาตน ใจคอนั้นวาบหวําดวยความรักและความปรานี ความตื้นตันในใจทําใหพลอย ตองน้ําตาคลอ พลอย เหลียวไปดูหนาพวงเห็นพวงยิ้มดวย และไดยินเสียงพวงพูดกับลูกของตนวา "คุณรูจักคุณอาพลอยดวยหรือคะ แนดูซี ! กํานิ้วคุณพลอยแนนทีเดียว" พลอยคอยๆคลายนิ้วมือจากมือเด็ก เมื่อรูวาคุณชิตมีลูก พลอยก็เตรียมสายสรอยทองเสนเล็กๆ ไวสอง เสน เอาออกมาจากในวัง เพื่อจะมาผูกขอมือหลานตามธรรมเนียม สายสรอยสองเสนนั้นก็เอาติดตัว มาที่เรือน คุณชิตดวย อยูในพก พอเห็นเด็กทั้งสองคน พลอยก็ใหนึกอยากแตจะให ในใจนั้นถาจะทําอะไร ใหเด็กทั้งสอง คนนี้ได พลอยก็จะทํา รีบหยิบสายสรอยออกจากพก และนึกในใจวา ถาไดเห็นเด็กกอน ก็จะหามาใหเสนโตกวา นี้ แลวก็เอาสายสรอยผูกขอมือหลานทีละคน อยางบรรจง คุณชิตลุกจากที่นั่งอยูที่ระเบียงมานั่งใกลๆ อยางรีบรอน พอพลอยเอาสายสรอยใสขอมือลูกคนโตเสร็จ คุณชิตก็ความือเด็กไปพลิกดู อยางไมปรานีปราศรัย และชะโงกหนามาดูพลอยผูกขอมือลูกคนเล็ก อยางสนใจ "ทองหนักเทาไร" คุณชิตถามขึ้น พลอยไมเชื่อหูตนเอง ที่ไดยินคําถามของคุณชิต เหลือบดูคุณเชยก็เห็นนั่งเคี้ยวหมากเฉย เหลียวไปมอง พวง ก็เห็นกมหนานิ่ง "ทองหนักเทาไร" คุณชิตถามขึ้นอีก "ฉันก็ไมทราบ" พลอบตอบไมเต็มคํา "เมื่อซื้อเขามาก็ไมไดถาม เห็นเสนเล็กนารักดี ก็เลยเอามาผูกขอ มือหลาน" "ซื้อทองตองถามน้ําหนัก" คุณชิตพูดลอยๆ "ผูหญิงซื้อของละก็อยางนี้เสมอ ใจตัวเห็นอะไรสวย ก็ซื้อกัน ได ซื้อกันดี ถูกแพงไมวา" "กลับขึ้นบนตึกหรือยังแมพลอย" คุณเชยเตือนขึ้น แลวก็ขยิบตา เหมือนกับจะรีบชวนใหพลอยกลับ "อยูหลายๆวันซีแมพลอย" คุณชิตพูดขึ้น กอนที่พลอยจะลงจากเรือน "แลวก็มาเลนกับหลานบอยๆ เด็ก มันจะไดรัก ถาฉันไมอยู อีพวงมันก็อยู อยาเกรงใจเลย" "ระหวางที่เดินกลับจากเรือนคุณชิต ไปที่ตึกคุณเชยก็พูดเบาๆวา "ฉันลืมเตือนแมพลอยไป ถาจะใหอะไรหลานเปนทองเปนหยอง อยาใหคุณชิตเห็นดีกวา" "ทําไมเลาคุณเชย ก็ลูกของเธอแทๆ" พลอยถามอยางไมเขาใจ "ฉันกลัวมันจะผูกขอมือเด็กอยูไมกี่วัน" คุณเชยตอบหนาตาเฉย "ไฮ ! คุณเชยเอาอะไรมาพูด ! กะอีสายสรอยเสนเทานั้น !" "อาว ! แมพลอยไมเชื่อฉันก็คอยดูไปซี อีกสองสามวัน พอพอเขาหิวขึ้นมา ก็กลายเปนควันฝนไปหมด" พลอยใจหายวาบ เพราะไมรูวาคุณชิตไดลดตัวไปถึงเพียงนั้น "โธ ! คุณเชยก็ ฉันไมเชื่อหรอก คนอะไรจะใจไมไสระกํา ถึงเพียงนั้น" "เฮอ !" คุณเชยถอนใจใหญ แลวก็พูดตอไปวา "แมพลอยเอยแมพลอย แมไปอยูเสียในวัง ไดเรียนรูอะไร มาก็จริง แตแมพลอยอยาลืมวานอกวังนี้ ก็มีอะไรที่จะตองเรียนรูตอไปอีกมากเหมือนกัน คอยดูไปก็จะเห็นไป เอง ฉันนะรูเสียจนขี้เกียจจะรูแลว นี่ถาไมใชแมพลอย ฉันก็ไมพูดหรอกอายเขา"

http://www.geocities.com/siamstory/ploy109_2.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๙ (หนาที่ ๒)

Page 3 of 6

พลอยเดินกลับขึ้นไปบนตึก โดยไมปริปากพูดวาอะไรอีก และเมื่อขึ้นมาบนตึกเขาไปในหองคุณเชยแลว เรื่องคุณชิตที่คุณเชยเลาใหฟง ก็เปนเรื่องที่ทําใหพลอยตองคิดตองกังวล เพราะสงสารเด็กที่เพิ่งไดพบสองคน นั้น เปนกําลัง จนคุณเชยตองเขาปลอยวา "แมพลอยอยาเก็บเอาเรื่องอะไร มาวิตกใหมากนักเลย เวรกรรมของใครสรางไวอยางไร เขาก็ไปอยางนั้น ฉันเองนั้นรอนใจวิตกมาเสียจนหายไปแลว คุยกันเรื่องอื่นๆดีกวา" ความวิตกของพลอยมิไดไปสิ้นสุดลงที่คุณชิตเทานั้น เพราะอีกสามสี่วัน พลอยก็ไดเห็นเหตุการณ บางอยาง ที่ทําใหพลอยตองกลุมใจหนักขึ้นไปอีก วันหนึ่งตอนบาย ขณะที่พลอยนั่งเลนอยูกับคุณเชย ที่ใตตนพิกุลหนาตึก หวานและเด็กอื่นๆ ชวยกันเก็บ ดอกพิกุลที่รวงกลาดเกลื่อน อยูตามพื้น พลอยแววไดยินเสียงเหมือนใครจะรองเพลงดังๆ อยูแตไกล และเสียง นั้นก็คอยดังใกลๆ เขามาทุกที จนจับคําที่รองอยูสุดเสียงนั้นไดวา เปนเพลงกราวนอก และเสียงนั้น เปนเสียง ของคนที่นั่งอยูในเรือ ซึ่งกําลังแจวเขามาสูบาน อยางชาๆ "พระวัยไดฤกษ ใหเลิกทัพ ผูคนโจนจับอาวุธมั่น..." เสียงนั้นรองตอไป อยางเบิกบานสําราญใจ "ฉันวาแลวไหมละ" คุณเชยพูดขึ้นอยางหัวเสีย "ขอกันก็แลว หามกันก็แลว ยังอดแผลงฤทธิ์ไมได" "ใครกัน คุณเชย" พลอยถามอยางแปลกใจ "ก็จะใครที่ไหนเสียอีกละ พอเพิ่มตัวดีของแมพลอยนะซี" วาแลวคุณเชยก็ลุกกระวีกระวาด เดินดุมไปยัง ศาลาทาน้ํา พลอยเหงื่อแตกดวยความตกใจ และเศราใจระคนกัน มือเย็นเทาเย็นขึ้นมาทันที พลอยก็รูอยูแลววา พอ เพิ่มชอบดื่มสุรา แตก็ไมนึกวาฤทธิ์สุรา จะทําใหพอเพิ่มเมามาย อาละวาดแตกลางวันแสกๆ ถึงเพียงนี้ มีอยาง หรือนั่งเรือ รองเพลงดังลั่นมาไดตลอดคลอง ชาวบานเขาจะวาอยางไร และถาใครเขารูวาพลอย เปนนองแทๆ ของพอเพิ่ม พลอยจะไปดูหนาเขาอยางไรได พลอยเหลียวไปดูบนตึกเห็นยังเงียบอยู เจาคุณพออาจจะยังไมตื่น จากนอนกลางวัน ทานคงไมไดยินเสียงเอะอะในคลอง นับวาเคราะหยังดีอยู นางพิศกําลังเดินลัดลานบาน เขา มาหาที่ใตตนพิกุล ที่พลอยนั่งอยู "เสียงใครมาเอะอะแตวันเทียวคุณพลอย" นางพิศถามขึ้น "จุ จุ ! เบาๆหนอยพิศ พอเพิ่มนะไมใชใครหรอก" พลอยไมรูจะหามใคร ก็ไดแตหามนางพิศ มิใหสงเสียง ดัง "ปูโธ ! มาหามบาวทํามั้ย !" นางพิศออกอุทาน "มันตองไปหามพอตนเสียงโนน ถึงจะถูก คุณเพิ่มนี่เสียง ดี ไมใชเลนทีเดียว" "โธ พิศก็" พลอยพูดอยางหัวเสีย "เห็นเปนเรื่องสนุกไปได พอเพิ่มเมาเหลาเอะอะมา เดี๋ยวเจาคุณพอตื่น ไดยิน ก็เกิดเรื่องบานแตก เทานั้นเอง" "ฮา !" นางพิศรอง "เมาเหลาดวยหรือนี่ ! อยาวิตกไปเลยทูนหัว เดี๋ยวพิศจะจัดการเอง คอยดูสีมือนาง พิศ บางซี ! อยางนี้แหละชํานาญนัก เคยปราบมาหลายคนแลว" วาแลวนางพิศก็รีบเดินไปยังทาน้ําอีกคนหนึ่ง พลอยเห็นนางพิศไปนั่งลงพูดกับคุณเชย แลวเห็นคุณเชย เดินกลับมาใตตนพิกุลอีก ขณะนั้นเรือที่พอเพิ่มนั่งมา เขามาจอดที่ทาน้ําแลว เสียงพอเพิ่มเจรจากับคนเรือเอะอะ ตามประสาคนเมา "นางพิศมันบอกวามันจะดูเอง" คุณเชยบอกเมื่อลดตัวลงนั่งใกลๆพลอย "มันบอกใหฉันกลับเขามาเสีย" อีกสักครูหนึ่ง พอเพิ่มก็เดินโซซัดโซเซ ผานหนาพลอยและคุณเชยไปใกลๆ มีนางพิศเดินขนาบขาง พอ เพิ่มสีหนาแดงก่ํา ดวยฤทธิ์สุรา และสงกลิ่นเหลาฟุงมาถึงที่ๆพลอยนั่ง อาการกิริยาของพอเพิ่ม ดูนาขยะแขยง จนพลอยเกือบจะทนดูไมไหว "สนุก...สนุก... วันนี้สนุกมาก" เสียงพอเพิ่มพูดออแอกับนางพิศ "แมพิศ...ยอดขมองอิ่ม..." พอเพิ่มพูดตอ ไป "อยาเอะอะไปคุณเพิ่ม" นางพิศพูดขูเหมือนกับวาพอเพิ่มยังเปนเด็กๆ "มากินขาวเสียเดี๋ยวนี้เชียว มาย งั้นฉันตีเอาจริงๆนะ" "อีพิศ..." พอเพิ่มพูดตอไป "มึงจะตีกูเรอะ..." แตแลวพอเพิ่มก็ตามนางพิศไปทางครัว แลวเงียบหายไป เลย นางพิศมารายงานตอพลอย ตอนกลางคืนวา พอเพิ่มไมเมาเทาไรนัก เอะอะไปอยางนั้นเอง ไปหาขาวให กิน กับแกงตมโคลงเผ็ดจัดรอนจัด สักครูก็สราง เวลานี้นอนหลับอยางสบายอยูที่มานั่งยาว ใตตนมะมวงใกลๆ ครัวนั้นเอง ตื่นขึ้นมาก็เห็นจะหมดเรื่อง พลอยอยูที่บานมาไดเจ็ดแปดวัน โดยที่มิไดพบปะกับคุณอุนอีกเลย หลังจากวันแรก แมแตสุมเสียง ก็ไม ไดยิน เพราะคุณอุนเธอเก็บตัวอยูแตในหอง ถาจะออกมาจากหอง ก็คงเปนเวลาที่พลอยไมเห็น แตแรกพลอยก็ รูสึกเฉยๆ เพราะมีเรื่องอื่นๆ หลายเรื่องทางบานที่ทําใหตื่นเตนใสใจ แตเมื่ออยูตอมาก็เริ่มอึดอัด เพราะความ รูสึกที่วา มีอีกคนหนึ่งในบานที่ยังปฏิเสธ ไมยอมรับตนใหเขาในครอบครัวนั้น ทําใหพลอยตองหวาด สะดุงอยู

http://www.geocities.com/siamstory/ploy109_2.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๙ (หนาที่ ๒)

Page 4 of 6

เสมอ ยิ่งหลายวันเขาก็ยิ่งรูสึก เหมือนกับมีอะไรมาคอยกดดันไว มิใหรูสึกสบายใจได ยังเปนเรื่องที่ของใจอยู ตลอด คุณอุน กลายเปนอิทธิพลมืดที่นาสพึงกลัวสําหรับพลอย ขณะที่อยูบานที่มืด และนาาก���ัว ก็เพราะพลอย มิไดเห็นตัวคุณอุน และคาดไมถึงวา คุณอุนกําลังจะทําอะไรกับตน หรือจะรูสึกอยางไร ตอตน คนในบานตั้งแต เจาคุณพอลงมา ไมมีใครยอมพูดถึงคุณอุนกับพลอยเลย ถาพูดกันอยูในเรื่องใด ที่พอจะวกเขาหาคุณอุน ทุกคน มักจะเปลี่ยนเรื่องเสียเสมอ แตในที่สุด สิ่งที่พลอยกลัวเกรงจากคุณอุน ก็เริ่มสําแดงตัวใหปรากฏ จนพลอยเห็นไดชัด หวานนองสาว คนเล็กนั้น เมื่อพลอยมาคางบานใหมๆ ก็รูสึกนิยมเลื่อมใส ในตัวพลอย เพราะมักจะมาหาถึงในหอง และติดตาม อยูเสมอ แตตอนทายหวานก็เริ่มหางไป ไมมาหาหรือติดตามอยางแตกอน ถึงแมจะพบกันจังหนา ก็พูดดวยคํา สองคําอยางเสียไมได แลวก็รีบหลบไปทางอื่น สวนขาวของเสื้อผาที่พลอยใหนั้น เห็นหวานใสอยู แตในวันแรกๆ ในตอนทายก็มิไดใสอีกเลย คงใชแตเสื้อผาเกาๆ อยางแตกอน พลอยสังเกตอาการกิริยาของหวาน ก็รูไดวาเด็ก มิไดเกลียดชังตน แตดูเหมือนจะกลัวอะไรอยูสักอยางหนึ่ง วันหนึ่งพลอยนั่งอยูกับคุณเชยสองตอสอง ก็ปรารภ ขึ้นวา "หมูนี้หวานหายไป ไมเห็นหนามาหลายวันแลว" คุณเชยถอนใจใหญแลวก็ตอบวา "แมพลอยอยาไปถือสาเด็กเลย ธรรมดาของเด็กก็ตองกลัวผูใหญ ผูใหญเขาหามอยางไร ก็ตองทําอยาง นั้น เมื่อฉันยังเปนเด็ก ฉันก็กลัวเหมือนกัน แมพลอยจําไดไหม เมื่อตอนเรายังเด็กๆ แมพลอยออกมาเจาคุณพอ เรื่องโกนจุก แลวฉันกับพอเพิ่มเขาไปคุยดวย คราวนั้นแหละ ฉันถูกตีเกือบตาย" พลอยไดยินคุณเชยพูดแลวก็เขาในทันทีวา หวานคงถูกคุณอุนหามมิใหมาติดตอกับตน ทําใหพลอยนึก สงสารเด็กยิ่งขึ้นไปอีก แตอิทธิพลของคุณอุนไมหยุดยั้งแตเพียงแคนั้น อีกวันหนึ่งพลอยเดินไป ที่เรือนคุณชิตวา จะไปเลนกับหลานๆ เห็นคุณชิตนอนเลนอยูที่ระเบียงเรือน และพวงกําลังนั่งทําอะไรจุกจิก อยูที่ขางๆบันได พอ พลอยกาวขึ้นบันไดเรือน คุณชิตก็ทักขึ้นวา "ออ ! แมพลอย" แลวก็ลุกขึ้นเดินเขาเรือนไปเฉยๆ ทิ้งใหพวงนั่งรับพลอยอยูที่ระเบียงคนเดียว แตพลอย ก็ยังไมรูตัว หันไปถามพวงวา "แมพวง หลานๆ อยูไหน" พวงนั่งนิ่งไมพูด เงยหนามองดูพลอย ดวยสายตาที่เต็มไปดวยความรักความขอบใจ แลวก็ทําตาแดงๆ เหมือนกับจะรองไห รีบคลานหายเขาเรือนไปอีกคนหนึ่ง ทิ้งพลอยใหนั่งอยูที่ระเบียงคนเดียว คราวนี้พลอยเขา ใจไดดี โดยไมตองมีใครอธิบายวา ทั้งคุณชิตและพวงก็คงถูกคุณอุน หามเปนเด็ดขาด มิใหติดตอกับตนอีกแบบ เดียวกัน เมื่อพลอยนําเรื่องไปเลาใหคุณเชยฟง คุณเชยก็ไดแตถอนใจใหญ แลวพูดวา "แมพลอยตองอดทนเอาหนอย นึกวาเห็นแกเจาคุณพอทานเถิด อยางเพิ่งรีบกลับ อยูตอไปอีกหนอย ใครเขาไมคบเราก็ชาง นึกวาเราทําใหพอของเราสบายใจ ก็แลวกัน" ความจริงพลอยตองใชความอดทนอยางมากที่สุดอยูแลว แตพลอยก็รูดีวา การที่ตนมาคางบาน ทําใหเจา คุณพอใจคอเบิกบานขึ้นมาก เวลาพูดกับพลอยก็มักจะสงเสียงหัวเราะอยูไมขาด เหมือนกับเจาคุณพอ ที่พลอย เคยรูจักมาแตกอน คุณเชยบอกวาเจาคุณพอกินขาวไดมากขึ้น และดูเหมือนจะนอนหลับดีขึ้น ตอนเชาและตอน บาย เจาคุณพอก็กลับลงมาเดินเลนตามปกติ เมื่อเห็นผลอยางนี้ พลอยก็พรอมที่จะอดทนตอไป แตความอดทน ของคนเราทุกคนนั้น ยอมจะมีที่สิ้นสุดลงวันหนึ่ง เมื่อถึงขีด วันหนึ่งนางพิศมาหาพลอย แลวถามขึ้นวา "คุณพลอยจะเขาวังเมื่อไร มาอยูนี่ไดรวมสิบวันแลว" "ฉันก็วาจะกลับเร็วๆนี้แหละพิศ" พลอยตอบ "แตคุณเชยเธอขอใหอยูตอไปอีกหนอย พิศจะทําไมหรือ" "บาวไมทําไมหรอกคุณพลอย" นางพิศตอบ "แตรีบกลับเสียในวันสองวันนี้แหละดี อยูไปเดี๋ยวจะเกิด เรื่อง" "เกิดเรื่องอะไรกันพิศ !" พลอยถามอยางไมสบายใจ "ฉันไมเคยมีเรื่องอะไรกับใครสักหนอย" "คุณไมมี แตบาวมีมากขึ้นทุกวัน" นางพิศตอบ "เวลานี้ บาวตองซื้อของเรือกินแลว คุณพลอยรูไหม เพราะไมอยากเขาไปในครัว อีพวกคนบานนี้มันดาใหไดยินทุกวัน" "ดาใครพิศ" พลอยถาม "ก็ไมไดออกชื่อใคร แตบาวก็พอเดาออก ถาขืนอยูตอไป เปนเกิดเรื่องวันหนึ่ง นางพิศมันเกิดอดไมไหว ตบมันทั้งบานละก็ไดสนุกกันใหญ" พลอยยอมจํานนตอเหตุผลของนางพิศทันที เพราะพอจะเดาออกวา เหตุการณระหวางบาวไพรของคุณ อุน และนางพิศจะเปนอยางไร พลอยไมคิดจะขอรองใหนางพิศอดทนตอไป อยางที่คุณเชยขอกับตน เพราะรูวา จะไมไดผล การที่นางพิศอดทนไดถึงเพียงนี้ ก็นับวาดีหนักหนาอยูแลว คืนวันนนั้นเอง พลอยก็บอกกับคุณเชย วาจะกลับเขาวัง ในวันมะรืนนี้ และขอใหคุณเชยสั่งเรือและไปสงใหดวย เมื่อพลอยคลานเขาไปลาเจาคุณพอ เพื่อกลับเขาในวังตอไป เจาคุณพอก็ดูเหมือนจะรูเรื่องอยู เปนอยาง

http://www.geocities.com/siamstory/ploy109_2.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๙ (หนาที่ ๒)

Page 5 of 6

ดีแลว เพราะทานมิไดทักทวงแตอยางใด แตกลับใหศีลใหพร และสั่งวา เมื่อมีโอกาสใหกลับมา เยี่ยมบานอีก "พลอยทูลเสด็จดวย" เจาคุณพอพูด "วาพอกราบพระบาทขอบพระทัย ที่ทรงใหพลอยมาเยี่ยมบาน ทํา ใหพอสบายใจขึ้นมาก เพราะไดเห็นแลววาลูกของพอเติบโตขึ้น เปนคนดีอยางไร ขอใหพลอยจงรักษาตัวใหดี และจงอยาลืมวาเจาเปนลูกพอ มีชื่อเสียงของวงศตระกูลที่จะตองรักษา" เจาคุณพอหยุดนิ่งอยูครูหนึ่ง เหลือบไปดูทางหองคุณอุน แลวก็พูดขึ้นเบาๆวา "พลอยกระเถิบเขามาใกลๆ" วาแลวเจาคุณพอก็เปดหีบใบหนึ่ง ที่วางอยูใกลๆตัว หยิบสายสรอยขอมือ เสนหนึ่ง ยื่นใหพลอย "สายสรอยทองสามสี" เจาคุณพอลดเสียงอีก เหมือนกับจะกลัวใครไดยิน "พอเห็นชาววังสมัยนี้ เขาชอบ ใสกัน เลยซื้อไวใหพลอย แตอยาเพิ่งใสเดี๋ยวนี้ เก็บไวเขาวังแลวจึงใส" พลอยกมลงกราบเจาคุณพอ ดวยความรูสึกตื้นตันใจ และเศราใจระคนกัน เจาคุณพอแสดงใหเห็นไดชัด วา ถึงแมทานจะรักพลอยและเมตตาปรานี สักเพียงใดก็ตาม แตความเกรงใจคุณอุน ก็ยังมีอยูในเจาคุณพอ ไม นอยไปกวาคนอื่นๆในบานนี้ ทําใหการแสดงความรักความเห็นอกเห็นใจ แมแตจะใหขาวของกัน ก็ตองเปนการ ซอนเรนปดบัง กอนจะลงเรือกลับในตอนเชา พลอยก็ชวนคุณเชยเขาไปลาคุณอุนอีก ตามระเบียบ คราวนี้คุณเชยไมทัด ทาน แตพูดทีเลนทีจริงวา "ไปก็ไป แตถาเธอแหวขึ้นมา เราคอยวิ่งหนีลงเรือกันใหทันก็แลวกัน" แตการก็มิไดเปนไปอยางที่คุณเชยพูดไว เพราะคุณอุนนั่งเมินหนานิ่ง ระหวางที่พลอยเขาไปลา เหมือน กับวานั่งอยูคนเดียว ไมมีใครเขาไปหาถึงในหองเลย พลอยกาวเทาลงเรือดวยความโลงใจ ทายเรือมีนางพิศลงไปนั่งคอยคุมขาวของอยูแลว และมีพอเพิ่ม ซึ่ง จะอาศัยเรือขามฟากไป นั่งรออยูอีกคนหนึ่ง พอพลอยกับคุณเชยลงไปนั่งเรียบรอย คนทายเรือก็เบนหัวเรือ ออกจากทา และพอเรือลอยลําเริ่มเคลื่อนที่ บายหนาออกจากบาน นางพิศซึ่งนั่งอยูขางทาย ก็บวนน้ําหมาก และขากถมลงไปในน้ําหนาบานอยางแรง พรอมกับบนเบาๆ อยูในคอวา "สิ้นเวรสิ้นกรรมกันไปครั้งหนึ่ง แลววันหลังเถอะแมจะกลับมาใหม คราวหนาละก็เปนไดเห็นดีกันละ" คุณเชยไดยินนางพิศพูด ก็หันหนามาสบตากับพลอย แลวอมยิ้ม สวนพอเพิ่มถามขึ้นวา "บนอะไร พิศ" "เปลา คุณเพิ่ม" นางพิศตอบ "ฉันใหพรคนในบานบางคน ใหเขาเจริญๆ ยิ่งๆ ขึ้นไปเทานั้นเอง" "ใครไดพรนางพิศเห็นจะเจริญแน" พอเพิ่มปรารภขึ้น "เจาคา" นางพิศตอบ "พรของบาวไมเคยพลาดเลย ปากกินเกลือปลาราอยางนี้ละ ใหพรจําเริญดีนัก" "พลอยยังออกมาทายวังบอยไหม" พอเพิ่มถามพลอย ขณะที่นั่งอยูในเรือ "ก็ไมบอยนัก พอเพิ่มถามทําไม" พลอยชักสงสัย "นึกวาออกมาบอยๆ ฉันจะไดไปคอยพบ" พอเพิ่มพูดเนือยๆ "ก็แตกอนจะไปพบเมื่อไรก็ได ทําไมจึงตองมาถาม" คุณเชยหันไปถามพอเพิ่ม อยางสงสัยเหมือนกัน "เปลา ไมมีอะไรหรอก" พอเพิ่มตอบคุณเชย "เพื่อนรักฉันคนหนึ่ง เขาอยากรูจักแมพลอย เผื่อบางทีพบ กัน ฉันจะไดพาเขามาพบ ใหรูจักกันไว" "ฮา !" นางพิศรองขึ้น "มาละซี !" "พอเพิ่ม" คุณเชยพูดดวยน้ําเสียงที่เอาจริง "ใครจะเปนเพื่อนฝูงของพอเพิ่ม ฉันไมรูดวยละ แตพอเพิ่ม จะมาทําอยางนั้นไมได แมพลอยไมใชนองสาวของพอเพิ่มคนเดียว แตก็เปนนองสาวของฉันเหมือนกัน ถาพอ เพิ่มจะทําอยางนั้น ก็จะตองเกิดเรื่องกับฉันกอน ระวังตัวใหดี ฉันไมยอมคนงายๆหรอก มีอยางรึ นองเปนสาว เปนนาง จะพาผูชายมาพบ เหมือนดูเปดดูไก !" พอเพิ่มนิ่งเงียบ นั่งหันหนามองออกไปนอกเรือ มิไดปริปากพูดวาอะไรอีก และทุกคนก็นั่งนิ่งเงียบๆ ไป จนเรือเขาจอดเทียบที่ทาพระ สิ่งแรกที่พลอยทําเมื่อถึงตําหนัก หลังจากที่ไดขึ้นไปเฝาเสด็จแลว คือฉุดขอมือชอยไปมุมหอง แลวกระซิบถามวา "มีขาวอะไรบางหรือเปลาชอย" "ขาวอะไรกัน" ชอยถามทําไมรูเรื่อง "โธ ! ชอยก็รูดีอยูแลว ถามได" พลอยพอขึ้นอยางรําคาญ ที่ชอยชอบลอเลียนไมรูจักหยุดหยอน ระหวาง ที่อยูที่บานสิบกวาวัน พลอยก็ไดแตนั่งคิดนอนคิดถึงพี่เนื่อง ไมมีเวลาที่จะลืมได และที่ตัดสินใจกลับเขาวัง ก็ เพราะในวังเปนที่เดียว ที่ตนจะไดรับการติดตอจากพี่เนื่อง พลอยจึงมิไดรีรออยูที่บานจนนานเกินควร เพราะใจ นั้น เรงเราที่จะไดรับขาวพี่เนื่องอยูเสมอ ขาวคราวที่คอยฟงอยูนั้น ไมจําเปนที่จะตองเปนหนังสือจดหมาย ที่พี่ เนื่องมีมาโดยตรง บางทีก็เปนขาวที่สั่งมาถึงกันดัวยปาก หรือของฝากเล็กๆนอยๆ ที่พี่เนื่องฝากมาให หรือแม แตเรื่องราวเกี่ยวกับพี่เนื่อง ที่ชอยไดยินมาจากบาน แลวเก็บเอามาเลาใหฟง ก็ทําใหพลอยพอใจไปไดนาน ครั้ง

http://www.geocities.com/siamstory/ploy109_2.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๙ (หนาที่ ๒)

Page 6 of 6

สุดทายที่ไดยินขาวจากพี่เนื่อง ก็รวมสองเดือนมาแลว พลอยจึงไดแตภาวนาระหวางออกไปคางบานวา กลับมา ถึงในวังคราวนี้ ขอใหไดยินขาวจากพี่เนื่องเปนสิ่งแรก "ออ ! ขาวคราวจากนครสวรรคนะหรือ" ชอยทําเปนเพิ่งรูเรื่อง "ฉันก็เห็นเขาเงียบหายไปนาน ระหวางที่แมพลอยไมอยู ก็ไมเห็นมีอะไร" "จริงๆ หรือชอย" พลอยถามเพราะยังไมเชื่อสนิท "จริงซีนา ฉันจะไปหลอกทํามั้ย" ชอยตอบแลวพูดตอไปวา "แตบางทีอีกสองสามวันจะไดขาวบางกระมัง เห็นแมใหคนเขามาบอกคุณอาวา วันมะรืนจะมาหา แลวสั่งใหฉันรออยูที่ตําหนัก อยาไปไหนเสีย ราวกะคน อยางฉันจะไปไหนรอด" "แปลกจริง" พลอยปรารภขึ้น "ฉันไมเคยเห็นพี่เนื่องเงียบไปนาน อยางนี้เลย บางทีจะเจ็บไขหรือมีเรื่อง อะไร กระมัง" "ก็ไมเห็นจะแปลกอะไรนี่พลอย" ชอยตอบอยางพยายามเอาใจ "หัวเมืองที่พี่เนื่องไปอยู ก็ไมใชวาอยู ใกลๆ มีคนไปมาเมื่อไรจึงจะสงขาวคราวถึงกันได คราวนี้ถาจะไมมีใครเขาจะมากรุงเทพฯ กระมัง แตอยาวิตก ไปเลยพลอย ถาพี่เนื่องเปนอะไรไปจริง ปานนี้ก็คงรูแลว อดใจอีกสองวันก็คงไดขาว มะรืนนี้แมเขามาในวัง ฉัน จะลองถามดู" ถึงแมวาชอยจะพยายามพูดปลอบเอาใจ พลอยก็ยังไมวายหวง พี่เนื่องอาจเจ็บไขอยางไรก็ไมรูได วันนั้น ทั้งวันและตอมาอีกวันหนึ่ง พลอยก็ยังนึกวิตกและใหรูสึกวาเหวในใจชอบกล ทั้งที่ในระยะเวลาสองสามวันแรก ที่ กลับเขาวัง พลอยมีเรื่องจะตองทํามาก เวลาที่ขึ้นเฝาเสด็จก็ดูจะนานกวาปกติ เพราะพลอยหายหนาไปหลายวัน เสด็จก็รับสั่งทุกขสุข และรับสั่งใหพลอยเลาเรื่องทางบาน และเรื่องตางๆ ที่ไดพบเห็นนอกวังถวายอยางละเอียด นอกจากนั้นพลอยยังตองใชเวลาพบปะพูดจา กับคนรูจักชอบพอที่มาเยี่ยม ถามขาวคราว และตองใชเวลาไป เยี่ยมผูใหญหลายคนที่รูจัก ตามตําหนักและเรือนตางๆ พลอยอยูในวังมาแตเด็กจนโต มีความรูสึกเคยชินเหมือนกับวา โลกมนุษยนั้นอยูในวังทั้งสิ้น ไมเคยรูสึก คับแคนอึดอัด หรือรูสึกวาอยูในวงลอม แตหลังจากที่ไดไปอยูบานของตนมาสิบกวาวัน กลับเขาวัง ก็เริ่มรูสึก มองเห็นสิ่งตางๆ ที่กีดกั้นอยู เปนตนวากําแพงวังทั้งชั้นนอกชั้นใน โขลนจาที่เฝาเวรยามระแวดระวัง ตลอดจน ระเบียบจิกจิกตางๆ และเมื่อถึงเวลาย่ําค่ํา เสียงเขาลากโซลามปดประตูวังชั้นใน มิใหคนเขาออก ทําใหพลอยใจ แหงลงไปอยางอธิบายไมถูก ครั้นถึงวันนัดแมชั้นก็เขามาในวังจริงๆ ประจวบกับเวลาที่พลอยนั่งกินขาว อยูกับชอยและคุณสาย อยูใน หอง แมชั้นหอบขาวของใสตะกราบาง ชะลอมเล็กชะลอมนอยบาง มากับตัวเหมือนอยางเคย ทําใหพลอยใจชื้น ขึ้นทันที เพราะสิ่งตางๆเหลานั้น เปนสัญญานใหพลอยรูวา มีของมาจากหัวเมือง และของจากหัวเมืองนั้น ก็ หมายถึงพี่เนื่องและขาวคราวจากพี่เนื่อง เปนอันวาสิ่งที่พลอยเฝาคอยอยูนั้น คงจะไดรับในวันนี้ไมผิดหวัง และ บางทีก็อาจมีหนังสือจากพี่เนื่องถึงพลอยโดยตรง ฝากมาทางชอยบางก็ได พลอยเหลียวไปมองในสํารับ แลเห็น กับขาวนากินไปเสียทุกอยาง เมล็ดขาวในชามก็ดูเหมือนจะขาวสะอาด เปนตัว นากินขึ้นมาทันที คุณสายพอเห็นแมชั้น ก็รักทักขึ้นวา "แมชั้นมาพอดี กินขาวเสียดวยกันเถิด ฉันก็เริ่มจะลงมือเดี๋ยวนี้เอง" "ไมตองหรอกแมสาย" แมชั้นตอบ "ฉันแวะกินขนมจีนน้ําพริกเสียที่หนาประตูวัง เมื่อกอนจะเขามานี่เอง เห็นของเขานากิน นานๆฉันจะไดกินของหาบเสียที เลยกินเสียใหญ แหมเดินเสียเหนื่อย ! วันนี้รอนจริง !" "งั้นลูบตัวทาน้ําอบเสียกอนซี" คุณสายบอก "แลวจะไดคุยกันใหสบาย น้ําทาก็มี" แมชั้นฉวยขันลางหนาออกไปลูบตัว ที่หลังตําหนัก ระหวางนั้นพลอยก็นั่งกินขาวตอไป นานๆก็ชําเลือง มองดูชะลอมตางๆ ที่แมชั้นวางไว เพราะแนใจวาของเหลานั้นตองมาจากพี่เนื่อง ถูกมือพี่เนื่องจับตองมาแลว จึง เปนของมีคามากสําหรับพลอย ผูซึ่งกําลังคิดถึงพี่เนื่องอยูทั้งกลางวันกลางคืน

http://www.geocities.com/siamstory/ploy109_2.html

20/2/2004


สี่แผนดิน - แผนดินที่ ๑ บทที่ ๑๐ (หนาที่ ๑)

Page 1 of 5

สี่แผนดิน ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช แผนดินที่ ๑ บทที่ ๑๐ (หนาที่ ๑) ตามธรรมดาทุกวันเมื่อพลอยกินขาวเสร็จแลว ก็มักจะกลับขี้นไปเฝาเสด็จบนตําหนัก หรือมิฉะนั้นก็ออก ไป ทํากิจกธุระหรือไปเที่ยวหาคนรูจัก แตวันนี้พลอยกินขาวเสร็จแลว ก็ยังไมออกจากหอง ยังคงออยอิ่งนั่งทํา โนน ทํานี่อยางไมมีความหมายอยูในหอง ใจของพลอบนั้น ก็ผูกอยูที่แมชั้น อยากจะฟงวามีขาวคราวอยางใด บางจาก พี่เนื่อง แมชั้นลูบตัวเสร็จแลว ก็กลับมาทาน้ําอบประแปงที่ในหอง ปากก็พร่ําบน ถึงความรอนของอากาศในเวลา กลางวันวันนั้น "น้ําอบขวดนี้หอมดีจริง ใครอบนะ" แมชั้นถามขึ้นอยางสนใจ เมื่อเทน้ําอบออกจากขวดแลวเอาขึ้นดม "พลอยเขาอบไวแตเมื่อกอนเขาไปบาน" คุณสายตอบ "ฉันเห็นของเขาหอมดี ก็เลยขอแบงเอาไวใช น้ํา ปรุง ก็มีที่ขางๆ พานหวีนั่นแหละ ของเขาหอมดีอีกเหมือนกัน" "เฮอ !" แมชั้นถอนใจใหญ ซึ่งทําใหพลอยแปลกใจตองเหลียวมามอง แตแมชั้นก็พูดตอไป เปนเชิง ปรารภวา "แมพลอยจะทําอะไรก็เกงไปทุกอยาง อยางนี้ถาเปนลูกเปนเตา ก็เห็นจะตายตาหลับไมตองหวง คนมี ความรูมีฝมืออยางนี้ ตกน้ําไมไหล ตกไฟไมไหมหรอก คอยดูไปเถอะ" ถึงคําปรารภของแมชั้น ออกจะแปรงหูอยูบาง พลอยก็มิไดเฉลียวใจ หยิบเอากระดงจีบพลูของคุณสาย มาวางไวตรงหนา ตั้งใจวาจะจีบพลูเสวยไปพลาง และฟงแมชั้นเลาเรื่องของพี่เนื่องไปพลาง แตพลอยก็มิไดฟง เรื่องราวสมความตั้งใจ เพราะเมื่อแมชั้นทาน้ําอบประแปงเสร็จแลว ก็พูดวา "ฉันมาวันนี้ ตั้งใจจะมาปรึกษาแมสายเรื่องธุระสักหนอย" "มีธุระอะไรก็วากันไปซีแมชั้น" คุณสายพูด แตแมชั้นเหลียวดูชอย ซึ่งนั่งอยูในหอง แลวก็เหลียวมามอง พลอย ซึ่งกมหนาจีบพลูอยูเงียบๆ อีกนาน แลวจึงพูดขึ้นวา "ธุระไมรีบดวยอะไรนักดอกแมสาย วางๆ คอยพูดกันก็ได" วาแลวแมชั้นก็หยิบหมอนมาใบหนึ่ง ลงนอน พังพาบ เอาชอศอกเทาบนหมอน กระดิกเทาเลนเปนจังหวะ ไมพูดจาวากระไร เหมือนกับจะรอเวลาวางใหมาถึง จะไดพูดธุระกับคุณสายตอไป คุณสายถาจะรูไดจากอาการกิริยาของแมชั้นวา กิจธุระที่จะพูดกันนั้น เปนเรื่องที่จะตองพูดกันสองตอ สอง คุณสายจึงพูดขึ้นลอ