Issuu on Google+

สถานทีท่ ่ องเทีย่ ว


วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร ตั้งอยูท่ ี่ตาำ บลขุนโขลน อำาเภอพระพุทธบาทห่ างจากตัวเมืองจังหวัด ประมาณ 28 กิโลเมตร มีทางเลี้ยวซ้ายก่อนถึงอำาเภอพระพุทธบาทเข้าไปประมาณ 1 กิโลเมตร เป็ นพระ อารามหลวงชั้นเอก สร้างขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ 2167 ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม ปูชนียสถานที่สาำ คัญคือ " รอยพระพุทธบาทที่ ประทับไว้บนแผ่นดินเหนือไหล่เขาสุ วรรณบรรพต หรื อเขาสัจจพันธคีรีรอย พระพุทธบาทมีความกว้าง 21 นิ้ว ยาว 60 นิ้ว ลึก 11 นิ้ว ค้นพบในสมัยพระเจ้าทรงธรรม พระองค์ทรงเห็นว่า เป็ นรอยพระพุทธบาทตามลักษณะ 108 ประการ จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างมณฑปชัว่ คราว ครอบรอย พระพุทธบาทไว้ ต่อมาได้มีการสร้างต่อเติมกันอีกหลาย สมัย และยังพบรอยจารึ กพระปรมาภิไธยย่อ จปร. ที่ ก้อนหิ นขนาดใหญ่ สูงจากพื้น 160 เซนติเมตร เมื่อครั้นเสด็จ นมัสการรอยพระพุทธบาท

ลักษณะของพระมณฑป เป็ นอาคารรู ปสี่ เหลี่ยมจัตุรัส ประกอบเครื่ องยอดรู ปปราสาท 7 ชั้น มุงกระเบื้อง เคลือบ สี เขียว มีซุม้ บันแถลงประดับทุกชั้น มีเสาย่อมุมไม้สิบสอง ปิ ดทองประดับกระจกโดยรอบฝาผนัง ด้านนอกปิ ดทอง ประดับกระจกเป็ นรู ปเทพพนม พุม่ ข้าวบิณฑ์บานประตูพระมณฑปเป็ นงานศิลปกรรม ประดับมุกชั้นเยีย่ ม ของ เมืองไทย พื้นภายในปูดว้ ยเสื่ อเงินสาน ทางขึ้นพระมณฑปเป็ นบันไดนาคสามสาย ซึ่งหมายถึง บันไดเงิน บันได ทอง และบันไดแก้ว ที่ทอดลงจากสวรรค์หวั นาคที่เชิงบันไดหล่อด้วยทอง สำาริ ด เป็ นนาค 5 เศียร บริ เวณรอบ พระมณฑปมีระฆังแขวนเรี ยงราย เพื่อให้ผทู ้ ี่มานมัสการได้ตีแผ่ส่วนกุศล แก่เพื่อนทั้งหลาย ส่วนพระอุโบสถ และพระวิหารต่างๆ ที่อยูร่ ายรอบ ล้วนสร้างตามแบบศิลปกรรมสมัยกรุ ง ศรี อยุธยา และตอนต้นกรุ งรัตนโกสิ นทร์


รอยพระพุทธบาท

พระอุโบสถที่ต้งั ของรอยพระพุทธบาท

นอกจากนี้ ในบริ เวณวัดยังมี พิพธิ ภัณฑสถานแห่ งชาติพระพุทธบาท ( วิหารหลวง ) ซึ่ งเป็ นเก็บรวบรวม ศิลปวัตถุ อันมีค่า อาทิ เครื่ องทรงสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม เครื่ องลายครามสังคโลก เครื่ องทองสำาริ ดโบราณ ศาสตราวุธ โบราณ รอยพระพุทธบาทจำาลอง ยอดมณฑปพระพุทธบาทเก่าพัดยศของพระสมัยต่างๆ และท่อ ประปาสมัย สมเด็จพระนารายณ์มหาราช วิหารหลวงจะเปิ ดให้ชมเฉพาะช่วงที่มีงานเทศกาลนมัสการ พระพุทธบาท ซึ่งปกติ จัดให้มีปีละ 2 ครั้ง คือ ขึ้น 8 ค่าำ เดือน 3 จนถึงแรม 1 ค่าำ และขึ้น 8 ค่าำ เดือน 4 จนถึง ำ อน แรม 1 ค่าำ และงาน ประเพณีตกั บาตรดอกไม้ซ่ ึงเป็ นประจำาทุกปี ในวันเข้าพรรษา ตรงกับวันแรม 1 ค่าเดื


8 (ประมาณเดือน กรกฎาคม) โดยจะมีการทำาบุญตักบาตรด้วยข้าวสุ กที่วดั พระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร และจะไปเก็บดอกไม้ที่ ชาวบ้านเรี ยกว่าดอกเข้าพรรษา เพราะมีเฉพาะในเดือน 8 เท่านั้น เพื่อนำาไปตักบาตร ในตอนบ่ายของวันเดียวกัน ความเชื่อและวิธีการบูชา ตามคติของคนโบราณกล่าวไว้วา่ หากได้มานมัสการ รอยพระพุทธบาทนี้ ครบถึง 7 ครั้ง จะได้ไปจุติในสรวงสวรรค์ แม้แต่ในชาติภพนี้ อานิสงส์ผลบุญจะส่ งให้ ชีวิตมีความสำาเร็ จสมหวังในทุกประการ


รายละเอียดเพิม่ เติม อัตราค่าเข้าชม คนไทย ไม่เสี ยค่าเข้าชม ชาวต่างประเทศ คนละ 30 บาท เปิ ดให้สักการะทุกวันตั้งแต่เวลา 06.00-18.00 น.


ประวัติพระพุทธบาท ในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม แผ่นดินกรุ งศรี อยุธยา ปรากฏว่า มีพระภิกษุสงฆ์ชาวไทยคณะหนึ่ง เดิน ทางไป ยังลังกาทวีป ด้วยหวังจะสักการบูชาพระพุทธบาท ณ เขาสุ มนกูฏ การไปคราวนั้น เป็ นเวลาที่พระ สงฆ์ชาวลังกา ทวีปกำาลังสอบประวัติ และที่ต้ งั แห่ งรอยพระพุทธบาททั้งปวงตามที่ปรากฏอยูใ่ นตำานานว่ามี เพียง 5 แห่ ง ภาย หลังสื บ ได้ความว่าภูเขาที่ชื่อว่า สุ วรรณบรรพตมีอยูใ่ นสยามประเทศ ครั้ นเมื่อได้พบกับ พระภิกษุสงฆ์ชาวไทย ในคราวนั้น ต่างพากันสอบถามว่ารอยพระพุทธบาท ที่มีอยู่ 5 แห่ ง ในสถานที่ต่างๆ กันนั้น ปรากฏว่ามีที่ เขาสุวรรณบรรพตแห่ง 1 ก็ภูเขาลูกนี้อยูใ่ นประเทศไทย แต่ไม่พยายามสื บไปนมัสการ กลับพากันไปลังกาทวีป เมื่อพระภิกษุสงฆ์ไทยคณะนั้นได้รับคำาบอกเล่า เมื่อกลับมาสู่ประเทศไทย จึงนำา ความขึ้นถวายสมเด็จ พระเจ้า ทรงธรรม พระองค์จึงโปรดเกล้าฯ ให้มีทอ้ งตราสัง่ บรรดาหัวเมืองทั้งปวง ให้ เที่ยวตรวจตราค้นดูตามภูเขาต่างๆ ว่าจะมีรอยพระพุทธบาทอยู่ ณ ที่แห่ งใด ครั้ งนั้น เจ้าเมืองสระบุรี สื บได้ ความจากนายพรานบุญว่า ครั้งหนึ่งออก ไปล่าเนื้ อในป่ าใกล้เชิงเขา ยิงถูกเนื้ อตัวหนึ่งเจ็บลำาบากหนีข้ ึนไป บนไหล่เขา ซุกเข้าเชิงไม้หายไป พอบัดเดี๋ยวก็ เห็นเนื้ อตัวนั้น วิ่งออกจากเชิงไม้เป็ นปกติอย่างเก่า นายพราน บุญนึกประหลาดใจ จึงตามขึ้นไปดูสถานที่บน ไหล่เขา ที่เนื้ อหนีข้ ึนไป ก็พบรอยปรากฏอยูใ่ นศิลา มี ลักษณะเหมือนรู ป รอยเท้าคน ขนาดยาวประมาณ สักศอก เศษและในรอยนั้นมีนาขั ้ ำ งอยูด่ ว้ ย นายพรานบุญ ำ เข้าใจ ว่าบาดแผลของเนื้ อตัวที่ถูกตนยิง คงหายเพราะดื่มน้าำ ในรอยนั้น จึงวักน้าลองเอามาทาตั วดู บรรดา โรคผิวหนังคือ กลากเกลื้อน ซึ่งเป็ นเรื้ อรังมาช้านานแล้ว ก็หาย หมด สิ้ นไป เจ้าเมืองสระบุรี จึงสอบสวน ความจริ งดู ก็ตรวจค้นพบรอยนั้น สมดังคำาบอกเล่าของนายพรานบุญ จึงมีใบ บอกแจ้งเรื่ องเข้ามายังกรุ ง ศรี อยุธยา สมเด็จพระเจ้าทรงธรรม จึงเสด็จพระราชดำาเนินขึ้ นไป ณ ที่เขานั้น ทอด พระเนตรเห็นรอยนั้น แล้ว จึงทรงพระราชวิจารณ์ตระหนักแน่นพระราชหฤทัยว่าคงเป็ นรอยพระพุทธบาทเพราะ มีลายลักษณ์ กงจักร ประกอบด้วยอัฏฐุ ตตรสตมหามงคลร้อยแปดประการ ตรงกับเรื่ องทีชาวลังกา ทวีปแจ้งเข้ามา ด้วย เกิดพระราชศรัทธาปราโมทย์โสมนัสเป็ นกำาลัง โดยทรงพระราชดำาริ เห็นว่ารอยพระพุทธบาท ย่อมจัดเป็ น บริ โภคเจดียแ์ ท้ เพราะเป็ นพุทธบทวลัญช์อนั เนื่องมาแต่พระพุทธองค์ ย่อมประเสริ ฐยิ ง่ กว่าอุเทสิ กเจดีย ์ เช่น


พระสถูปเจดีย ์ สมควรจะยกย่องบูชาเป็ นพระมหาเจดียสถาน จึงทรงพระกรุ ณาโปรดเกล้าฯ ให้ช่างก่อเป็ น คฤหหลัง น้อย สวมรอยพระพุทธบาทไว้เป็ นการชัว่ คราวก่อนแล้ว ครั้นเสด็จพระราชดำาเนินกลับมายัง ราชธานี จึงทรง สถาปนายก ที่พระพุทธบาทขึ้นเป็ นเจดียสถานเป็ นการสำาคัญ โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระ มณฑป ยอดเดี่ยวสวม รอยพระพุทธบาทกำาหนดเป็ นพุทธเจดีย ์ และสร้างอารามวัตถุอื่นๆ เช่น พระอุโบสถ พระวิหาร ให้เป็ นที่สาำ หรับ พระภิกษุอยูแ่ รม เพื่อทำาการบริ บาลพระพุทธบาท ทรงพระราชศรัทธาอุทิศเนื้ อที่ โยชน์หนึ่ง โดยรอบรอยพระพุทธ บาทถวายเป็ นพุทธเกษตรต่างพุทธบูชา บรรดากัลปนาผล ซึ่งได้เป็ นส่ วน ของหลวงจากเนื้ อที่น้ นั ให้ ใช้จ่ายเป็ น ค่าบำารุ งรักษาพระมหาเจดียสถานที่พระพุทธบาท ทรงยกที่พทุ ธ เกษตรส่ วนนี้ ให้เป็ นเมืองชั้นจัตวา ชื่อเมือง ปรันตปะ แต่นามสามัญเรี ยกกันว่า เมืองพระพุทธบาท ขึ้ นตรง ต่อกรุ งศรี อยุธยา โปรดเกล้าฯ ให้ชายฉกรรจ์ ทุกคนที่ต้ งั ภูมิลาำ เนาอยูใ่ นเขตที่พระพุทธบาทพ้นจากหน้าที่ ราชการอย่างอื่นสิ้ น ตั้งให้เป็ นพวกขุนโขลนเป็ น ข้าปฏิบตั ิบูชารักษาพระพุทธบาทแต่หน้าที่เดียว พระราชทานราชทินนามบรรดาศักดิ์ประจำาตำาแหน่ง ผูร้ ักษาการ พระพุทธบาท หัวหน้าเป็ นที่ขนุ สัจจพันธ์ คีรีรัตนไพรวัน เจติยาสันคามวาสี นพคูหาพนมโขลน รองลงมาเป็ นที่ หมื่นสุ วรรณปราสาท หมื่นแผ้วอากาศ หมื่นชินธาตุ หมื่นศรี สปั บุรุษ ทั้ง 4 คนนี้ เป็ นผูร้ ักษาเฉพาะองค์พระมณฑป ตั้งนายทวารบาล ๔ นาย เป็ นที่ หมื่นราชบำานาญทมุนิน หมื่นอินทรรักษา หมื่นบูชาเจดีย ์ หมื่นศรี พทุ ธบาล โปรดเกล้าฯ ให้สร้างคลังสำาหรับ เก็บวัตถุสิ่งของที่มีผนู้ าำ มาถวายเป็ นพุทธบูชา ให้ผรู ้ ักษาคลังเป็ นที่ขนุ อินทรพิทกั ษ์ ขุนพรหมรักษา หมื่น พิทกั ษ์สมบัติ หมื่นพิทกั ษ์รักษา ให้มีผปู้ ระโคมยามประจำาทั้งกลางวันกลางคืนเป็ นพุทธบูชา ตั้งเป็ นที่หมื่น สนัน่ ไพเราะ หมื่นเสนาะเวหา พันเสนาะ รองเสนาะ ทรงกำาหนดเทศกาลสำาหรับให้มหาชนขึ้ นไป บูชารอย พระพุทธบาทเดือน 3 ครั้ง 1 และเดือน 4 ครั้ง 1 เป็ นประเพณี ต้ งั แต่น้ นั มา


ำ น้าตกเจ็ ดสาวน้อย ำ ำ ้ นเตี้ย ๆ จำานวน 7 ชั้น มีนา้ ำ น้าตกเจ็ ดสาวน้อย ตั้งอยูใ่ น อุทยานแห่ งชาตินาตกเจ็ ้ำ ดสาวน้อย เป็ นน้าตกชั ำ ไหลตลอดปี และด้วยสภาพทางภูมิศาสตร์ ทำาให้น้าตกแห่ งนี้เต็มไปด้วยเกาะแก่งมากมายที่รองรับกิจกรรม การพายเรื อ ล่องแก่ง พายคยัค ยัว่ ใจคนไฟแรงให้มาท่องเที่ยวได้ตลอดปี ำ ำ โดยแต่ละชั้นมีความสูงตั้งแต่ 2-5 เมตร สายน้าไหลลดหลั น่ เป็ นธารน้าตกกว้ างคล้ายแก่งขนาดใหญ่ มีอ่างน้าำ ำ น้าตกชั ำ ้ นที่สวยงามที่สุดคือชั้นที่ 4 และช่วงที่สวยงามที่สุดของน้าตก ำ ตื้น ๆ หลายแห่งที่สามารถลงเล่นน้าได้


ำ ำ ่องจากน้าไม่ ำ เชี่ยว จะเป็ นช่วงเดือนพฤศจิกายน – เมษายน เพราะน้าใสและยั งปลอดภัยแก่ผลู ้ งเล่นน้าเนื ำ เหมือนในช่วงเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยนักท่องเที่ยวอย่าลงเล่นน้าในบริ เวณที่มีป้าย เตือนห้ามลงเล่นน้าำ และเชื่อฟังคำาสัง่ ของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่ งครัด

ำ ำ ่ นอกจากชมพรรณไม้ เที่ยวน้าตกแล้ ว นักท่องเที่ยวยังสามารถพายเรื อคยัค ล่องไปตามลำาธารน้าตกที คดเคี้ยวเลาะไปตามแนวร่ องของป่ าไพร สะท้อนแสงสี เขียวกระจายสู่ผนื น้าำ กลับกลายสี สะท้อนจากท้อง ำ น้าขาวใสเป็ นเขียวมรกตน่าอัศจรรย์ วัดพระพุทธฉาย สระบุรี วัดพระพุทธฉาย ตั้งอยูท่ ี่ อำาเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี อยูภ่ ายในมณฑปสองยอดบนไหล่ภูเขา เป็ นที่ ประดิษฐาน พระพุทธฉาย(เงาพระพุทธเจ้า)คือเงาเลือนลางที่เป็ นรอยประทับอยูท่ ี่หน้าผา เชิงเขา บริ เวณวัด พระพุทธฉาย มีลกั ษณะคล้าย พระพุทธรู ปยืน สันนิษฐานว่าค้นพบในสมัยพระเจ้าทรงธรรมแห่ งกรุ ง ศรี อยุธยา ตำานานพระพุทธฉายโดยย่อ พระพุทธเจ้าเสด็จมา ที่เขาฆาฏกะ(เขาพระพุทธฉาย)เพื่อโปรดนาย พรานฆาฏกะจนสำาเร็ จพระอรหันต์ ครั้นพระพุทธเจ้าเสด็จกลับ พระฆาฏกะได้ทูลขอให้ ประทานสิ่ งอันเป็ น อนุสรณ์ เพื่อสักการะกราบไหว้ พระพุทธเจ้าจึงทรงแสดงพุทธปาฏิหาริ ยใ์ ห้เงาของพระองค์ติดอยูใ่ นเนื้ อหิ น ที่เงื้อมเขาพระพุทธฉายบรรพต ในบริ เวณใกล้เคียงมีมณฑปประดิษฐานรอยพระพุทธบาทเบื้องขวา มณฑป หลังนี้สร้างขึ้นในสมัย สมเด็จพระเจ้าเสื อ และมีตน้ พระศรี มหาโพธิ์ ที่อญั เชิญมาจากลังกา ทุกปี จะมีงาน นมัสการพระพุทธฉาย พร้อมกับงานนมัสการรอย พระพุทธบาทที่จงั หวัดสระบุรี


ประวัติพระพุทธฉาย ในสมัยพุทธกาล เมื่อพระพุทธเจ้าประทับอยูท่ ี่พระวิหารบุพพารามในนครสาวัตถี ได้ประทานอุปสมบท (บวช) พระบิณโฑละฯ ให้เป็ น พระภิกษุในพระพุทธศาสนา แล้วได้มอบให้พระโมคคัลลานะ พาไปปฏิบตั ิ สมณธรรมจนกว่าจะได้สาำ เร็ จมรรคผล พระโมคคัลลานะ ได้นาำ พาไปปฏิบตั ิสมณธรรมในชมพู ทวีป&(อินเดีย) หลายแห่งก็ไม่สามารถบรรลุมรรคผล จึงได้มาปฏิบตั ิสมณธรรมใน ปั จจันตชนบทโดย กำาหนดเอาประเทศสุวรรณภูมิ (ประเทศไทย) ณ ภูเขาฆาฏกะอันเป็ นที่อาศัยของนายพรานฆาฏกะกับบริ วาร จึงได้สาำ เร็ จมรรคผลเป็ นพระอริ ยบุคคลในพระพุทธศาสนา ในระหว่างที่มาปฏิบตั ิสมณธรรมอยู่ ณ สถานที่ พระโมคคัลลานะได้ ทราบพฤติกรรมของนายพรานฆาฏกะกับบริ วารว่าเป็ นผูม้ ีสนั ดาน หยาบช้า โหดร้าย ทารุ ณ มีอาชีพทางล่าสัตว์ พระโมคคัลลานะ ได้แสดงปาฏิหาริ ยห์ ลายประการเพื่อจะยังสันดานของนาย พรานฆาฏกะให้เลื่อมใสแต่ไม่สาำ เร็ จ ต่อเมื่อได้กลับไปเฝ้ าพระพุทธเจ้า แล้วกราบทูลเรื่ องราวให้ทรงทราบ พระพุทธเจ้าจึงเสด็จมาโปรด และได้ทรงแสดงปาฏิหาริ ยห์ ลายอย่างหลายประการด้วยกัน เพื่อให้นายพราน ฆาฏกะได้ละทิฏฐิมานะสันดานหยาบช้า จนในที่สุดได้มีศรัทธาเลื่อมใสถึงกับทูลอุปสมบท พระบรมศาสดา ได้ทรง ประทาน เอหิภิกขุอุปสัมปทา (บวชให้ดว้ ยพระองค์เอง) แล้วตรัสสัง่ สอนให้ปฏิบตั ิสมณธรรมได้ สำาเร็ จพระอรหันต์เป็ น พระอริ ยบุคคล ในพระพุทธศาสนา เมื่อพระบรมศาสดาจะเสด็จกลับบุพพาราม ภิกษุ ฆาฏกะได้ทูลขอติดตามพระองค์ๆ ได้ทรงห้ามไว้เพื่อให้ช่วย ประกาศพระศาสนา พระฆาฏกะได้ทูลขอสิ ่ งที่ เคารพสักการะ พระองค์จึงได้ทรงแสดงอิทธิ ปาฏิหาริ ยใ์ ห้เงาของพระองค์ติดไว้ ณ เงื้อมภูเขาแห่ งนี้ และได้ ประทับ "รอยพระบาท" ติดไว้ ณ บนยอดภูเขาแห่ งนี้ ดว้ ย ซึ่งจะได้เป็ นที่สักการะเคารพกราบไหว้บูชาของ พระฆาฏกะและบริ วาร ตลอดจนพุทธศาสนิกชนทัว่ ไป


ประวัติการค้นพบ สันนิษฐานว่าพระพุทธฉายนี้ ถูกค้นพบในสมัยกรุ งศรี อยุธยาเป็ นราชธานี หลังจากพบรอยพระพุทธบาท ตรงกับรัชสมัยของ พระเจ้าทรงธรรม (พ.ศ. 2163-2171) ซึ่ งทรงรับสัง่ ให้คน้ หารอยพระพุทธบาทตามภูเขา ทุกแห่ ง จึงพบพระพุทธฉาย ณ ภูเขาแห่งนี้ สมัยที่คน้ พบพระพุทธฉายได้สร้างพระมณฑปครอบพระบรม ฉายาลักษณ์ไว้เป็ นสถานที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชน ตลอดจนพระมหากษัตริ ยใ์ นรัชกาลต่อมา และเชื้อพระวงศ์ช้ นั สูง เป็ นต้น พระพุทธฉายได้บูรณะซ่อมสร้างมา เป็ นเวลาช้านานชำารุ ด ทรุ ดโทรมลงเป็ น อย่างมาก จนทางข้าราชการร่ วมกับคณะสงฆ์เห็นว่าจะปล่อยทิ ้งรกร้างไว้อีกต่อไปไม่ได้ ปูชนียสถานที่ สำาคัญ จะถูกทำาลายลง จึงได้ส่ง พระครู พทุ ธฉายภิบาล (นาค ปานรัตน์) มาเป็ นเจ้าอาวาสเมื่อ พ.ศ. 2491 เพื่อ บูรณะซ่อมสร้าง สถานที่ พระพุทธฉายให้เจริ ญต่อไป เจ้าอาวาสได้ซ่อมแซมใหญ่ โดยซ่อมที่มณฑปที่ชาำ รุ ด ซึ่งสร้างไว้ในสมัยรัชกาลที่ 5 แห่งกรุ งเทพฯ บนยอดภูเขาตามเดิม ส่ วนมณฑปเก่าครอบพระบาทจำาลองบน ยอดเขายังคงไว้เป็ นอนุสรณ์ ในลำาดับต่อมาได้สร้างบันไดจาก พื้นล่างด้านตะวันออกพระพุทธฉายขึ้นไป จนถึงยอดภูเขายาวประมาณ ๒๗๐ ขั้น เพื่อให้ความสะดวกแก่ประชาชน จะได้ข้ ึนไป นมัสการพระพุทธรู ป ปางต่างๆ ข้างบนและภายในอุโบสถ โดยบูชารอยพระพุทธบาทจำาลองและชมวิวทิวทัศน์อนั สวยสดงดงาม พร้อมด้วยบูชาสักการะพระรู ปพระโมคคัลลานะ ที่ได้สร้างขึ้นมาเมื่อ พ.ศ. 2526 ประดิษฐานอยู่ ณ ลานพระ โมคคัลลานะ ในวิหารพระปฏิมากรเป็ นประหนึ่งสังเวชนียสถานอันจะเกิดเป็ นกุศลผลบุญต่อไป



สถานที่ท่องเที่ยว