Issuu on Google+

จดหมายเปิ ดผนึกถึงสมาชิกวุฒิสภา เรื่อง ขอคัดค้านการออกกฏหมายประกอบรัฐธรรมนู ญ ๓ ฉบับ จาก ประชาชนไทยในสหรัฐอเมริกา เรียนท่านประธานวุฒิสภาและท่านวุฒิสมาชิกทุกท่าน เราเขียนจดหมายฉบับนี้ด้วยความห่วงใย ประเทศชาติ ทุกท่านคงไม่ปฏิเสธว่า กฏหมายประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับ มีความสาคัญยิ่ งต่ออนาคตของ ชาติ และการพิจารณากฏหมายสาคัญระดับนี้ ควรได้ รับการอภิปรายอย่างละเอียดถี่ ถ้ วน แต่สมาชิกสภาผู้แทน ของเรา ผ่านกฏหมายทั้ง ๓ ฉบับ ในเวลาอันรวดเร็ว เพียงเพื่ อให้ สอดรับ กาหนดการยุบสภาล่วงหน้ า ของ นายกรัฐมนตรี ในระบอบประชาธิปไตย ความสาคัญหลักประการหนึ่ ง ซึ่ งยังผลให้ การเลือกตั้ง เป็ นที่ ยอมรับจากทุก ฝ่ าย คือโอกาสในการแข่งขันซึ่ งต้ องมีเสมอกัน ทั้งที่ สมาชิกสภาผู้แทนเหล่านี้ มักทาลายความชอบธรรม ในการ ใช้ สทิ ธิตามรัฐธรรมนูญของประชาชน ด้ วยข้ ออ้ างความเป็ นประชาธิปไตยและการเลือกตั้งเสมอมา แต่ ในเวลา เดียวกัน ส.ส. เหล่านี้ กลับช่วงชิงความได้ เปรียบ เพื่ อประโยชน์ฝ่ายตน เพื่ อให้ ได้ โอกาสจัดตั้งรัฐบาล แม้ ต้อง เปลี่ ยนแปลงวิธกี ารเลือกตั้ง และเขตการเลือกตั้งก็ตาม ในประเทศสหรัฐอเมริกาหรือประเทศอังกฤษ การเปลี่ ยนแปลงเขตเลือกตั้ง (Re-Districting) เขาไม่ทา กันชุ่ยๆ เพราะมันเป็ นการจากัดสิทธิ์ (Disfranchise) ประชาชนและผู้สมัครรับเลือกตั้ง ดังนั้นการกระทาใดๆ อันจะนาไปสู่การได้ เปรียบเสียเปรียบ ของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง เขาไม่ทากัน การกาหนดเขตเลือกตั้งใหม่ ในอเมริกา ทากันทุกสิบปี หลังการสารวจสามโนประชากร ในอังกฤษการกาหนดเขตเลือกตั้งต้ องมีการทาแผนที่ ประชากรและเขตการเลือกตั้งอย่างละเอียด ซึ่ งครั้งสุดท้ายในอังกฤษ ใช้ เวลากว่า 3 ปี และใช้ เงินกว่า ๕ ล้ าน ปอนด์ ไม่ทาตามอาเภอใจของนักการเมืองฝ่ ายหนึ่ งฝ่ ายใด โดยเฉพ าะอย่างยิ่ งการพิจารณากฏหมายอย่างเร่งรีบ ผ่านสภา ๓ วาระรวด พร้ อมทั้งยัดเยียดให้ ผ่านสภาสูงใน 2 สัปดาห์ อนึ่ งกฎหมายลูกทั้ง 3 เกิดแต่การแก้ ไขรัฐธรรมนูญที่ ไม่ชอบด้ วยครรลองประชาธิปไตย ด้ วยเหตุดังนี้ ๑. ในประเทศประชาธิปไตย การลดเขตเลือกตั้งหรือลดจานวนผู้แทนให้ น้อยลง ในขณะที่ ประชากร ความเจริญและปัญหาเพิ่ มขึ้นนั้น ถือเป็ นการจากัดสิทธิ์ในการเลือกตั้งของประชาชน แต่ประเทศไทยกลับสวน ทาง ด้ วยการลดจานวนเขตการเลือกตั้ง ลงเหลือ ๓๗๕ เขต ในขณะที่ ประชากรเพิ่ มขึ้น โดยไม่มีความเหมาะสม นอกจากต้ องการชิงความได้ เปรียบ จากการเพิ่ มจานวน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่ อเท่านั้น ๒. เนื่ องจากนโยบายการบริหารประเทศของพรรคการเมืองใหญ่ในต่างประเทศ เป็ นนโยบายที่ มีความ ต่อเนื่ อง และเป็ นที่ เข้ าใจของประชาชน ผู้แทนระบบสัดส่วนถูกกาหนดขึ้น เพื่ อคุ้มครองพรรคการเมืองเล็กๆ ๒/๓) และป้ องกัน... ๑


และป้ องกันการผูกขาดอานาจในหมู่พรรคการเมืองใหญ่ ระบบพรรคในต่างประเทศจึงเข้ มแข็ง พรรคการ เมืองไทยส่วนใหญ่ เป็ นพรรคส่วนบุคคลหรือพรรคที่ อยู่ใต้ อทิ ธิพลของกลุ่มทุน นโยบายพรรคมักโลเล เป็ นไป ตามความต้ องการของนายทุน หรืออารมณ์ของประชาชน และประเด็นการเมืองที่ เผชิญอยู่ในเวลานั้น ดังนั้นการ เพิ่ มจานวน ส.ส. บัญชีรายชื่ อ ไม่สามารถทาให้ ระบบพรรคในประเทศไทยเข้ มแข็งขึ้น นอกจากเป็ นการเพิ่ ม โอกาส ให้ เกิดการซื้อขายแลกเปลี่ ยนผลประโยชน์ ระหว่างพรรคและนายทุนของพรรค และส่งผลเป็ นการทาลาย หลักประชาธิปไตยอย่างรุนแรงเท่านั้น ๓. การเสนอกฎหมายลูกทั้ง ๓ ฉบับนั้น เพียงเพื่ อให้ สอดรับการแก้ รัฐธรรมนูญซึ่ งทาลายจารีต ประชาธิปไตย ด้ วยเหตุถึง ๒ ข้ อเป็ นอย่างน้ อย ๓.๑ ตั้งแต่รัฐธรรมนูญปี ๒๕๔๐ และ ๒๕๕๐ การผ่านรัฐธรรมนูญของไทย มีการทาประชาพิจารณ์ มา อย่างยาวนานและเป็ นระบบ รัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ มีประชามติถึง ๑๔.๗ ล้ าน อีกทั้ง รัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ มาตรา ๒๙๑ วรรค ๔ กาหนดให้ มีการทาประชาพิจารณ์อย่างชัดเจน แต่การแก้ รัฐธรรมนูญในครั้งนี้ แอบทากัน ระหว่างพรรค โดยไม่แยแสต่อการทาประชาพิจารณ์หรือประชามติ รัฐบาลอ้ างข้ อตกลงระหว่างพรรค ซึ่ งมีมา ก่อนการจัดตั้งรัฐบาล และเงื่ อนเวลาในการแก้ ไขรัฐธรรมนูญ เป็ นเหตุผลในการทาลายประชามติปี ๒๕๕๐ ซึ่ ง ประชาชนชอบและอนุมัติการเลือกตั้งแบบเดิม โดยไม่ละอาย ทั้งที่ นายกรัฐมนตรี ได้ สญ ั ญาต่อประชาชนใน หลายโอกาส ว่าหากจะแก้ รัฐธรรมนูญ จะขอมติจากประชาชนก่อน ๓.๒ การแก้ มาตรา ๑๙๐ ซึ่ งเกี่ ยวกับพระราชอานาจในการทาสนธิสญ ั ญา การแก้ ไขนี้เป็ นการก้ าวล่วง พระราชอานาจ เพื่ อความสะดวกเรื่ องการทาสัญญาต่างๆ รวมทั้ง JBC-MOU ซึ่ งเกิดจากการสมรู้ร่วมคิด ระหว่าง รัฐบาลไทยในอดีต รัฐบาลกัมพูชา และคนขายชาติบางคนในรัฐบาลปัจจุบันเท่านั้น การแก้ รัฐธรรมนูญ เพื่ อความสะดวกในการทางานของรัฐบาล ย่อมหลีกเลี่ ยงการลัดวงจรนิติบัญญัติไม่ได้ การแก้ รัฐธรรมนูญ ดังกล่าว จึงเป็ นการกระทาอันขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ โดยแท้จริง จากภาพที่ ปรากฏในระยะนี้ เราไม่เชื่ อในความสุจริตของสมาชิกสภาผู้แทน เราสงสัยในความรับผิดชอบ ต่อหน้ าที่ ของ ส.ส. เหล่านั้น โดยเฉพาะหน้ าที่ อนั สาคัญสูงสุด “การกาหนดอนาคตของชาติ” ซึ่ งต้ องมีความกล้ า หาญ และจริยธรรมเป็ นพื้นฐาน จากการล่มสภาได้ ถึง ๓ ครั้ง เพราะ ส.ส. เหล่านั้นไม่มีความกล้ าหาญพอที่ จะ ลงคะแนน สวนความต้ องการของนายทุนพรรค จึงหนีหน้ าที่ จนสภาล่ม และการผ่านกฏหมายสาคัญ ๓ ฉบับ ภายในเวลา ๓ ชั่วโมง โดยเอกฉันท์น้ัน เห็นได้ ชัดว่า อนาคตประเทศไทย ถูกกาหนดโดยกลุ่มทุนพรรคการเมือง ผ่าน ส.ส. ซึ่ งยอมตนเป็ นทาสในเรือนเบี้ย ท่านวุฒิฯ เชื่ อหรือว่าความวุ่นวายของประเทศในเวลานี้ จะยุติลงได้ ด้ วยการลดจานวน ส.ส. เขต และ เพิ่ มจานวน ส.ส. สัดส่วน ท่านเชื่ อหรือว่า การเลือกตั้งจะบริสทุ ธิ์ยุติธรรมขึ้น เพราะการรับรองจากนายกรัฐมนตรี ผู้ซึ่งบริหารประเทศ เหมือนแสดงจาอวดหน้ าม่าน นอกจากนายกรัฐมนตรีทา่ นนี้จะล้ มเหลวโดยสิ้นเชิง ในการนา ๓/๓ ประเทศออก... ๒


ประเทศออกจากการเมืองที่ ล้มเหลว ตามที่ ประกาศไว้ เมื่ อเข้ ารับตาแหน่ง ท่านยังเป็ นปัจจัยสาคัญ ซึ่ งทาให้ การ เมืองไทย มุ่งสู่ความหายนะยิ่ งขึ้น เราขอเรียกร้ องให้ วุฒิสมาชิกทุกท่าน ร่วมใจกันยุติการเมืองที่ ล้มเหลว พาประเทศออกจากความหายนะ ในอนาคต เริ่ มด้ วยการหยุดยั้งการออกกฏหมายลูกทั้ง ๓ ฉบับ ร่วมกันหาทางออกให้ ประเทศ ด้ วยการปฏิรูป การปกครองทั้งระบบ เพื่ อประโยชน์ของประเทศชาติ และความสุขของประชาชน ก่อนที่ จะสายเกินการ เพื่ อ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ธัชพงศ์ จันทรปรรณิก ดวงมาลย์ มาลยมาน ปรีดา สุขะชีวิน สวัสดิ์ นันทบุตร กิตติพล เวชบุล บุญเรือง เกตุพงษ์สดุ า บุญชู ศรีพลอยรุ่ง พงศ์พิลาส โชติกเสถียร สุภาพ เปรมโยธิน ภาคภูมิ วัฒนสุภาพ วิชัย ชลาลัยวัลย์ ไพลิน คาศิริ ประมุข กรนุประพันธ์ ชัชวาลย์ ท้าวอุตม์ ฉลาด บันลือภพ คเชนทร์ ประจวบสุข จารุณี นักระนาด-มาร์ซิลลิ่ จรัสชัย เมฆตระกูลชัย ปิ ติ ตั้งเพียรกิจ อรพรรณ สวนะปรีดี เรืองระวี หัตถกิจอุดม

ลงวันที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๕๔

Washington DC Maryland Virginia Virginia Los Angeles California Los Angeles California Los Angeles California Los Angeles California San Francisco California New York New York New York Texas Houston Texas Chicago Illinois Florida Rhode Island Oregon Washington Las Vegas Nevada Colorado


Letter to Senate