Page 20

TALK PHOTOGR APHY: ANNA FOIX & ANDREA CRISTOFORI WORDS: WITTHAWAT PUKKHABUT

“ช่วงปี 1997-1998 ตอนนัน ้ มีขา่ วโด่งดังมากว่ามนุษย์สามารถโคลนนิง่ แกะดอลลี่กันได้ และยังมีหนังเรื่องหนึ่งชื่อ ‘Gattaca’ ที่ Ethan Hawke กั บ Uma Thurman แสดงนำ า ซึ่ ง ชื่ อ หนั ง เล่ น คำ า กั บ ตั ว อั ก ษรตั ว แรก ของหน่วยย่อยดีเอ็นเอ (ได้แก่ Adenine, Thymine, Cytosine และ Guanine) พูดถึงประเด็นเรื่องคนเราสามารถถูก discriminate กันได้เลย ตัง้ แต่เกิด เอาดีเอ็นเอมาตรวจปุบ ๊ รูว้ า่ คนนีเ้ ป็นหมอ คนนีต ้ อ ้ งไปเป็นภารโรง ในช่ ว งนั้ น มั น ค่ อ นข้ า ง extreme มากนะ พี่ ก็ ค่ อ นข้ า งหวาดกลั ว มาก กับวิทยาศาสตร์แขนงนี้ เพราะเราไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมันเลย คือคนเราจะ กลัวสิ่งที่ตัวเองไม่รู้ พี่เลยคิดว่าถ้างั้นไปเรียนให้รู้แล้วกันว่ามันเป็นยังไง ประกอบกับคุณแม่บอกว่าเรียน Computer Science อีกหน่อยจะตกงาน ถ้าไม่ประยุกต์กับอย่างอื่น” ศิรรัตน์ ศานติวิจัย เล่าให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นความสนใจวิทยาศาสตร์ ด้านชีวการแพทย์ (Biomedical Science) หลังจากเรียนจบปริญญาตรี สาขา Computer Science จากมหาวิทยาลัยมหิดล เธอได้รบ ั ทุน Fulbright ไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทด้าน Bioinformatics (ชีวสารสนเทศศาสตร์) ที่มหาวิทยาลัยมิชิแกน สหรัฐอเมริกา เริ่มแรกศิรรัตน์ตั้งใจว่าจะกลับมา ประเทศไทยหลั ง เรี ย นจบแล้ ว แต่ ชี วิ ต ของเธอกลั บ พลิ ก ผั น เนื่ อ งจาก อาจารย์ที่ปรึกษาเสนองานให้ทำา เมื่อเวลาผ่านไปสักพัก อาจารย์ก็เสนอ ให้ เ ธอเรี ย นปริ ญ ญาเอกควบคู่ ไ ปด้ ว ย ซึ่ ง นั่ น เป็ น เส้ น ทางที่ พ าเธอไปสู่ การทำางานใน European Bioinformatics Institute (EMBL-EBI) เมื่ออ่านมาถึงบรรทัดนี้ หลายคนคงสงสัยว่าศาสตร์ Bioinformatics คืออะไร “Bioinformatics เริ่มมาจาก Human Genome Project เมื่อสัก 20 ปี ที่ แ ล้ ว เวลานั้ น เราสามารถลำ า ดั บ พั น ธุ ก รรมของมนุ ษ ย์ (DNA Sequencing) ได้สามพันล้านคูส ่ าย แต่ data ทีไ่ ด้มน ั ใหญ่มาก มันเยอะมาก ไม่มีหมอหรือนักวิทยาศาสตร์คนไหนเอามานั่งอ่านหรือแปลผลได้เหมือน การดู ฟิ ล์ ม เอ็ ก ซ์ เ รย์ มั น ก็ ต้ อ งอาศั ย คอมพิ ว เตอร์ แ ละการทำ า งานของ Bioinformatician เพื่อเปลี่ยน data จำานวนเยอะๆ ซึ่งก็คือข้อมูลดิบ

ดูผลกระทบหรือ side effect ต่างๆ ได้เร็วขึน ้ และการวิจย ั ยาใหม่ๆ ก็จะราคา ถูกลงเยอะเลย ซึ่งการทำาโปรเจกต์นี้ก็ต้องใช้ Ontology เหมือนกัน เพราะ data มันมีหลายรูปแบบ ทั้งข้อมูลมนุษย์ สัตว์ ยา เนื้อเยื่อ โครงสร้าง โปรตีน ทุกอย่างหน้าตาไม่เหมือนกันเลย บางอันได้มาเป็นฟิล์มเอ็กซ์เรย์ บางอันเป็นไฟล์เท็กซ์ บางอันเป็นไฟล์ภาพ jpeg ซึ่งถ้าเราจะแปลผลให้มัน อ่านรู้เรื่อง ก็ต้องใช้ Ontology เข้ามาช่วยจัดการ” อีกโปรเจกต์หนึง่ ทีผ ่ ห ู้ ญิงคนนีเ้ ข้าไปเกีย ่ วข้องคือ ‘Human Cell Atlas’ ซึง่ ได้รบ ั ความร่วมมือจากหลายองค์กรทัว่ โลกรวมถึง EMBL-EBI สถาบัน Broad Institute สหรัฐอเมริกา และ Chan Zuckerberg Initiative ซึ่งร่วมก่อตั้งโดย Mark Zuckerberg กับ Priscilla Chan จุดมุ่งหมาย หลักของโครงการนี้คือการสร้างแผนภาพระบบเซลล์ภายในร่างกายมนุษย์ เพื่อเข้าใจกลไกการทำางานของร่างกายมนุษย์ นำาไปสู่การวิเคราะห์ วินิจฉัย สาเหตุของโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ เพื่อหาวิธีรักษาต่อไปได้ “แต่ ล ะศู น ย์ จ ะลำ า ดั บ (Sequence) เซลล์ แ ต่ ล ะส่ ว นของร่ า งกาย แตกต่างกันออกไป เช่น ศูนย์นเี้ อาส่วนนีข ้ องสมองไป ศูนย์นเี้ อาขัว้ ปอดไป ศูนย์นเี้ อาหัวใจห้องล่างซ้ายไป หลังจากนัน ้ ก็จะเอามารวมกัน ถ้าโครงการนี้ สำาเร็จ เราจะสามารถบอกได้วา่ ยีนตัวหนึง่ แสดงผลในเนือ้ เยือ่ ใดบ้าง ยีนบางตัว ถ้าอยู่ที่ปอดจะอยู่เฉยๆ ไม่เกิดผลอะไร แต่พออยู่ในหัวใจ มันจะแสดงผล ทีต ่ า่ งออกไป ถ้าเราเข้าใจว่ายีนแต่ละตัวในเนือ้ เยือ่ แต่ละชนิดทีต ่ า่ งกันมีโปรไฟล์ ต่างกันอย่างไรบ้าง เราก็จะเริ่มเข้าใจแล้วว่าเวลาคนกินยารักษามะเร็งลำาไส้ เข้าไป แล้วทำาไมเขาถึงหัวใจวายด้วยล่ะ อ๋อ เพราะว่าเซลล์มะเร็งที่อยู่ที่ท้อง มันมีลักษณะใกล้เคียงกับเซลล์ในหัวใจ มันเลยโดนยาตัวนี้ attack ด้วย เป็น side effect นั่นเอง ซึ่งเราจะเข้าใจระบบร่างกายได้ลึกซึ้งขึ้น “เราก็ รู้ สึ ก ดี ตื่ น เต้ น ที่ ไ ด้ ทำ า เพราะมั น เป็ น งานที่ ส นุ ก มั น ท้ า ทาย เพราะเราไม่มีทางรู้ว่าจำานวน data มหาศาลระดับนั้น จะเกิดปัญหาอะไร ขึน ้ บ้าง และมันเป็นปัญหาใหม่ เป็นการตั้งคำาถามแบบใหม่ เป็นการพัฒนา เทคนิคใหม่ๆ คือไม่มีใครรู้เลยว่าเราจะเจออะไรบ้าง เหมือนตอนที่เขาส่ง ยานอวกาศออกไปสำารวจนอกโลก เขาไม่รู้หรอกว่าเกิดอะไรบ้างนอกโลก

INTO BIOINFORMATICS WORLD Sirarat Sarntivijai

ศิรรัตน์ ศานติวิจัย

I am who I am today because I refuse to believe that a woman cannot be a good programmer. No, I don’t buy that. You have two hands; so do I. You have some brain, I do too. I am not a radical feminist. I just think it doesn’t make sense. ไปแปลงเป็น information เป็น knowledge และเป็น wisdom ตามพีระมิด ของทาง IT “แต่พี่ทำางานด้าน Ontology ซึ่งเป็น Bioinformatics แขนงหนึ่ง ถ้าเปรียบเป็นหมอ มันก็เหมือนเป็นหมอเฉพาะทาง เมื่อเรา generate data ได้เยอะมากแล้ว เราไม่สามารถเอาคนไปนัง่ เขียนโปรแกรมและนัง่ แปล ทีละอย่างได้ สเต็ปแรกของ Ontology คือการเอา computer logic ไปฝัง ในตัว data เพื่อสอนให้มันรู้ตัวเองว่ามันเป็นใคร เพื่อให้มนุษย์ไป process ขั้นต่อไปได้เร็วขึ้น คล้ายการจัดหมวดหมู่ จัด classification ยกตัวอย่าง เช่น เราเขียนกฎว่านิ้วชี้เป็นส่วนหนึ่งของมือ มือเป็นส่วนหนึ่งของแขน แขนเป็นส่วนหนึง่ ของร่างกาย เพราะฉะนัน ้ พอเราได้ data ทีเ่ กีย ่ วกับนิว้ ชีป ้ บ ุ๊ เราก็เอาคำาว่านิ้วชี้ไปแปะกับ data ส่วนนี้ แล้ว data นั้นมันจะรู้ได้เอง โดยอัตโนมัตวิ า่ อ๋อ มันเป็นนิว้ ชีน ้ ะและรูว้ า่ มันเป็นส่วนหนึง่ ของร่างกายด้วย “ตัวที่ดังที่สุดเรียกว่า Gene Ontology ซึ่งจะแสดงผลว่ายีนตัวนี้มี หน้าทีอ่ ะไร ทำาให้เซลล์ regulate อย่างไร และสัมพันธ์กบ ั ยีนอีกตัวหนึง่ อย่างไร ซึ่งมันลิงก์กันตั้งแต่ยีน A ยีน B ยีน C และมันก็จะไปเชื่อมต่อกับ Protein Ontology และ Disease Ontology เพื่อใช้อธิบายต่อไปตามการใช้งาน” Ontology ที่ศิร รั ต น์ ทำา ที่ EMBL-EBI อยู่ใ นโปรเจกต์ ท่ีมี ชื่ อ ว่ า ‘Open Targets’ “การทำาวิจัยยาหรือการทำา Drug Research and Development มันแพงมาก เพราะกว่าจะหายาได้แต่ละตัวก็ยากแล้ว พอคุณเอาไปทดลอง ในมนุษย์หรือสัตว์ มันก็มีโอกาสเฟลอีก ตอนอ่านค่าตัวยามันมีแนวโน้มว่า จะรักษาโรคได้สาำ เร็จ แต่พอเอาไปทดลองในสัตว์หรือในคน มันมี side effect ที่เป็นอันตราย เกิดโทษมากกว่าประโยชน์ ก็ต้องล้มเลิกโปรเจกต์ ซึ่งอาจ เสียเวลาไปแล้ว 7 ปี เป็นเงินกี่ร้อยล้านก็ไม่รู้ มันจึงกลายเป็นแรงผลักดัน ที่ทำาให้เกิดโปรเจกต์ Open Targets ขึ้นมา เพราะข้อมูลบางอย่างที่บริษัท ยาแชร์ได้ เช่น ยาที่มันเฟลไปแล้ว โดนถอนจากตลาดไปแล้ว มันก็นอน นิ่งอยู่เฉยๆ ไม่มีใครเอาไปทำาอะไรต่อ ทั้งที่มันก็เป็นขุมความรู้แบบหนึ่งว่า ยา โมเลกุล หรือโครงสร้างแบบนีม ้ โี อกาสไปจับกับอวัยวะหรือเซลล์แบบหนึง่ อย่างไร ประกอบกับความรูท ้ เี่ ปิดให้เข้าถึงได้ทง้ั หลายของมหาวิทยาลัยต่างๆ หรือ data ของ EBI เราเลยคิดว่าถ้าเราสามารถนำา data ต่างๆ ที่เปิด ให้เข้าถึงได้มาใช้รว่ มกับ data ทีท ่ างบริษท ั ยายินยอมแบ่งปัน เราจะสามารถ

เช่นเดียวกับสิ่งที่เราทำา มันคือความท้าทาย” ศิรรัตน์มองว่าผลสำาเร็จของโครงการนี้จะสร้างประโยชน์ได้สองระดับ “ในระดับองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เมื่อเสร็จสมบูรณ์แล้ว มันจะ กลายเป็นขุมทรัพย์ความรูท ้ ใี่ หญ่มากๆ และน่าตืน ่ เต้นเช่นเดียวกับ Human Genome Project เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ส่วนในระดับคนทั่วไป เราอยากให้ ทุกคนเข้าใจว่าเวลาที่คนมาบอกว่าตรวจยีนสิ มันไม่ต้องตรวจอย่างนั้น ไม่ต้องไปเสียเงินตรวจก็ได้ (หัวเราะ) คนที่เขาไม่รู้ก็พร้อมเชื่ออะไรก็ตาม ทีฟ ่ งั ดูดี ซึง่ รวมถึงการรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ถ้าคุณใช้เวลาอ่านสิง่ ทีเ่ ป็น วิทยาศาสตร์สักนิด คุณก็จะรู้ว่าโรคต่างๆ เกิดขึ้นตรงไหน เกิดขึ้นอย่างไร และเราก็หวังว่าเมื่อมันมีงานวิจัยจากโปรเจกต์วิทยาศาสตร์ที่ใหญ่ขนาดนี้ แล้ว คนก็ควรจะเลิกเชื่อได้แล้วว่ากินน้ำามะนาวจะรักษามะเร็งได้” หญิงสาวที่ตอนนี้ใช้ชีวิตและทำางานอยู่ที่ประเทศอังกฤษคลุกคลีอยูก ่ ับ ศาสตร์ Ontology มาเป็นเวลาสิบกว่าปีแล้ว แต่ความเชี่ยวชาญดังเช่น ทุกวันนี้ไม่ใช่สิ่งที่ได้มาง่ายๆ “พี่เริ่มทำา Ontology เมื่อสิบปีที่แล้ว ตอนนั้นเรายังไม่แน่ใจเลยว่าเรา รู้อะไรบ้างเกี่ยวกับศาสตร์นี้ แต่มันเป็นความรู้สะสม ถ้าทำามันไปเรื่อยๆ ทำา ไปซ้าำ ๆ คุณจะเห็นปัญหาใหม่ๆ และจะรูว้ า่ ถ้าปัญหามาอย่างนี้ คุณต้องแก้ไข อย่างนี้ ความเชี่ยวชาญมันจะเกิดขึ้นตามระยะเวลาของมัน หลายสิ่งหลาย อย่างในวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ลว้ นเป็นเรือ ่ งการเรียนรูด ้ ว้ ยตัวเองเยอะเพราะ ไม่มีหนังสือสอน มันเป็นปัญหาใหม่ที่ต้องคลำาถูกคลำาผิดไปเรื่อยๆ ตอนพี่ เรียนปริญญาเอก ไม่มีหนังสือเรื่อง Ontology นะ เราต้องอ่านเปเปอร์ ไปคอนเฟอเรนซ์ คุยกับคน กระโดดลงไปจับปัญหาเอง ห้าปีแรกในวงการ Ontology คือการคลำาผิดคลำาถูกกันมาทั้งวงการเลยค่ะ สร้าง Ontology ที่ ใ ช้ ง านได้ บ้ า ง ไม่ ไ ด้ บ้ า ง พอถึ ง ทุ ก วั น นี้ เราก็ รู้ แ ล้ ว ว่ า Ontology ที่ดีใช้ทำาอะไรได้บ้าง ภูมิความรู้ตรงนี้มันเริ่มอยู่ตัวแล้ว ซึ่งเราโชคดีที่เป็น คนไทยคนหนึ่งที่คลำาอยู่กับ Ontology มาตั้งแต่เริ่มต้นมีคำานี้ในวงการ Biomedical Science” อีกหนึ่งอุปสรรคที่เราคาดเดาว่าศิรรัตน์จะต้องเผชิญในการทำางาน ที่ เ กี่ ย วข้ อ งกั บ วิ ท ยาศาสตร์ นั่ น ก็ คื อ ความเป็ น ผู้ ห ญิ ง เมื่ อ เราถามถึ ง ประเด็นนี้ หญิงสาวก็ยอมรับ “ช่วงแรกใช่คะ่ การเรียนปริญญาเอกมันก็เหมือนการทำางาน เราโดนส่งไป

DONT

18

MAY 2017

DONT Magazine MAY 2017  

The Women's Power Issue

DONT Magazine MAY 2017  

The Women's Power Issue