Issuu on Google+


ดอยหล่อ Doilor

วารสาร

องคการบริหารส่วนตําบล

Subdistric

Organization

ปที่ 3 ฉบับที่ 6 ประจําเดือนกรกฎาคม – เดือนกันยายน 2556

ºÃóҸԡÒÃ

ในเดือนตุล�คม 2556 ถือเป็นเดือนเริ่มต้น ของปงบประม�ณ 2557 ซึ่งหม�ยถึงกำ�หนดเวล� รอบปที่รัฐบ�ลจะจ่�ยเงินในก�รบริห�รง�นให้กับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ ม�ดำ�เนินง�นต�มภ�รกิจ ปงบประม�ณจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เดือนตุล�คมของ ปปัจจุบัน ถึงวันที่ 30 เดือนกันย�ยนของปถัดไป จวบเหม�ะกับในช่วงเริ่มต้นปงบประม�ณใหม่นี้ จะมี ก�รเลือกตัง้ น�ยกองค์ก�รบริห�รส่วนตำ�บลดอยหล่อ ในวันอ�ทิตย์ที่ 3 พฤศจิก�ยน 2556 ขอให้ประช�ชน ในเขตตำ�บลดอยหล่อ ที่มีสิทธิมีเสียงในก�รเลือกตั้ง ม�ช่วยกันลงคะแนนเสียงเลือกคนดี มีคว�มส�ม�รถ เข้�ม�บริห�รง�นเพือ่ ดูแลทุกข์สขุ ของประช�ชน และ พัฒน�ตำ�บลดอยหล่อของเร� อย่�ลืมเตรียมบัตร ประช�ชนตัวจริง หรือบัตรที่ส่วนร�ชก�รออกให้ พกติดตัวไปด้วยนะคะ ฉบับนี้ เก็บภ�พบรรย�ก�ศก�รรับสมัคร เลือกตั้งน�ยกองค์ก�รบริห�รส่วนตำ�บลดอยหล่อ ระหว่�งวันที่ 30 กันย�ยน ถึงวันที่ 4 ตุล�คม 2556 ม�ฝ�กกันด้วยคะ ติดต�มได้ในเล่ม ศุภลักษณ เมฆโพธิ นักวิช�ก�รประช�สัมพันธ์

ปที่ 3 ฉบับที่ 6 ประจําเดือนกรกฎาคม – เดือนกันยายน 2556

1


ปที่ 3 ฉบับที่ 6 ประจําเดือนกรกฎาคม – เดือนกันยายน 2556

สารบัญ CONTENTS 4

ที่ปรึกษา

นายวัชระ พรหมเสนใจ นายหลา ปนศิริ นายประสิทธิ์ ขาวออน นางสิริกร ปนดอนตอง นายชาคริต มีราจง

ผูจัดทํา

นางสาวศุภลักษณ เมฆโพธิ

นายกองคการบริหารสวนตําบลดอยหลอ รองนายกองคการบริหารสวนตําบลดอยหลอ รองนายกองคการบริหารสวนตําบลดอยหลอ เลขานุการนายกองคการบริหารสวนตําบลดอยหลอ ปลัดองคการบริหารสวนตําบลดอยหลอ นักวิชาการประชาสัมพันธ

กองบรรณาธิการ สํานักงานปลัด

2

องคการบริหารสวนตําบลดอยหลอ

วารสาร องคการบริหารสวนตําบลดอยหลอ

10 12


Doilor

Subdistric

Organization

โครงการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม สําหรับเด็กปฐมวัยในกิจกรรม วันแมแหงชาติ ประจําป 2556 องค์ ก �รบริ ห �รส่ ว นตำ � บลดอยหล่ อ โดย น�ยวัชระ พรหมเสนใจ น�ยกองค์ก�รบริห�รส่วน ตำ�บลดอยหล่อ คณะผู้บริห�ร และสม�ชิกสภ�องค์ก�ร บริห�รส่วนตำ�บลดอยหล่อ จัดโครงก�รส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม สำ�หรับเด็กปฐมวัยในกิจกรรมวันแม่แห่งช�ติ ประจำ�ป 2556 เพื่อส่งเสริมให้เด็ก ๆ ได้แสดงคว�ม กตัญูกตเวทีตอ่ บุพก�รี และเพือ่ เป็นก�รเทิดพระเกียรติ แด่สมเด็จพระน�งเจ้�สิรกิ ติ พิ์ ระบรมร�ชินนี �ถ โดยมีพธิ ี ถว�ยร�ชสดุดเี ฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมร�ชินนี �ถ ก�รทำ�บุญตักบ�ตรข้�วส�รอ�ห�รแห้ง ก�รบรรย�ยพิเศษ เรื่องโรคติดต่อในเด็กปฐมวัย จ�กโรงพย�บ�ลดอยหล่อ และมอบต้นไม้ให้กับผู้ปกครองนักเรียนเพื่อนำ�ไปปลูก ที่บ้�น จัดขึ้นเมื่อวันที่ 9 สิงห�คม 2556 ณ ที่ทำ�ก�ร องค์ก�รบริห�รส่วนตำ�บลดอยหล่อ

ปที่ 3 ฉบับที่ 6 ประจําเดือนกรกฎาคม – เดือนกันยายน 2556

3


ปที่ 3 ฉบับที่ 6 ประจําเดือนกรกฎาคม – เดือนกันยายน 2556

อบต.ดอยหลอ จัดโครงการประชาอาสา 800 ลานกลา 80 พรรษา มหาราชินี

ปลูกปา

น�ยวัชระ พรหมเสนใจ น�ยกองค์ก�รบริห�รส่วนตำ�บล ดอยหล่อ คณะผูบ้ ริห�ร และสม�ชิกสภ�องค์ก�รบริห�รส่วนตำ�บล ดอยหล่อ จัดโครงก�รประช�อ�ส�ปลูกป� 800 ล้�นกล้� 80 พรรษ� มห�ร�ชินี เพื่อเป็นก�รเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระน�งเจ้�ฯ พระบรมร�ชินนี �ถ เนือ่ งในโอก�สมห�มงคลเฉลิมพระชนมพรรษ� ในวันที่ 12 สิงห�คม 2556 และส่งเสริมให้หน่วยง�นร�ชก�ร, ประช�ชนในตำ�บลดอยหล่อ ได้มีโอก�สร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้ สนองแนวพระร�ชดำ�ริฯ ทีท่ รงห่วงใยทรัพย�กรป�ไม้และสิง่ แวดล้อม โดยน�ยกองค์ก�รบริห�รส่วนตำ�บลดอยหล่อเป็นผูน้ �ำ ในก�รปลูก ต้นไม้ และมอบต้นไม้ให้กบั ประช�ชนในตำ�บลดอยหล่อเพือ่ นำ�ไป ปลูกที่บ้�น จัดขึ้นเมื่อวันที่ 9 สิงห�คม 2556 ณ ที่ทำ�ก�ร องค์ก�รบริห�รส่วนตำ�บลดอยหล่อ

4

วารสาร องคการบริหารสวนตําบลดอยหลอ


Doilor

Subdistric

Organization

อบต.ดอยหลอ ถวายเทียนพรรษา ประจําป 2556 น�ยจรูญ อินใจคำ� รองประธ�น สภ�องค์ก�รบริห�รส่วนตำ�บลดอยหล่อ พร้อม ด้วยปลัดองค์ก�รบริห�รส่วนตำ�บลดอยหล่อ และ พนักง�นเจ้�หน้�ที่ ร่วมถว�ยเทียนพรรษ�แก่วดั ใน พืน้ ทีต่ �ำ บลดอยหล่อ จำ�นวน 18 แห่ง เพือ่ เป็นก�ร สืบส�นประเพณีเข้�พรรษ� ตลอดจนเป็นก�รส่ง เสริม และบำ�รุงพระพุทธศ�สน� เมื่อวันที่ 18-19 กรกฎ�คม ที่ผ่�นม�

ปที่ 3 ฉบับที่ 6 ประจําเดือนกรกฎาคม – เดือนกันยายน 2556

5


ปที่ 3 ฉบับที่ 6 ประจําเดือนกรกฎาคม – เดือนกันยายน 2556

อบต.ดอยหลอ จัดฝกอบรมพัฒนาส�อสําหรับ เด็กปฐมวัยแกครูผูดูแลเด็กตําบลดอยหลอ

น�ยวัชระ พรหมเสนใจ น�ยกองค์ก�รบริห�รส่วนตำ�บลดอยหล่อ จัดโครงก�รฝกอบรมพัฒน�สื่อสำ�หรับเด็กปฐมวัยแก่ครูผู้ดูแลเด็กประจำ�ศูนย์ พัฒน�เด็กเล็กในตำ�บลดอยหล่อ 6 ศูนย์ เพือ่ เป็นก�รพัฒน�บุคล�กรให้มคี ว�มรู้ คว�มส�ม�รถในก�รจัดก�รศึกษ� และแก้ไขปัญห�ให้กบั เด็กได้อย่�งเหม�ะสม เมื่อวันที่ 25 สิงห�คม 2556 ณ ที่ทำ�ก�รองค์ก�รบริห�รส่วนตำ�บลดอยหล่อ

6

วารสาร องคการบริหารสวนตําบลดอยหลอ


à Ë Å‹ Ò ¡ Ò ª Ò ´ ¨Ñ§ËÇÑ´àªÕ§ãËÁ‹ ÁͺºŒÒ¹¡ÒªÒ´ à·Ô´ä·ŒÍ§¤ÃÒªÔ¹Õ ãËŒ á ¡‹ à ÒÉ®Ãã¹ µÓºÅ´ÍÂËÅ‹Í

Doilor

Subdistric

Organization

เมื่อวันที่ 22 สิงห�คม 2556 คุณอินทิร� สุภ�แสน น�ยกเหล่� ก�ช�ดจังหวัดเชียงใหม่ ให้เกียรติ เป็นประธ�นในพิธีมอบบ้�นก�ช�ด สร้�งบ้�นให้ผยู้ �กไร้ เทิดไท้องค์ร�ชินี ประจำ�ป 2556 และมอบถุง ยังชีพ แก่ครอบครัวของน�ยคำ� ม�ลีชัย บ้�นเลขที่ 218 หมู่ที่ 2 ต.ดอยหล่อ อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ เพือ่ บรรเท� คว�มเดือดร้อนของร�ษฎร โดยมีคณ ุ อ�ภ�ภรณ์ วรพงษ์ น�ยกกิ่งก�ช�ด อำ�เภอดอยหล่อ, น�ยกองค์ก�รบริห�ร ส่วนตำ�บลดอยหล่อ, หัวหน้�ส่วน ร�ชก�ร, สม�ชิกกิ่งก�ช�ดอำ�เภอ ดอยหล่อ, ประช�ชนตำ�บลดอยหล่อ ให้ก�รต้อนรับ

ปที่ 3 ฉบับที่ 6 ประจําเดือนกรกฎาคม – เดือนกันยายน 2556

7


ปที่ 3 ฉบับที่ 6 ประจําเดือนกรกฎาคม – เดือนกันยายน 2556

โครงก�ร พัฒน�ศักยภ�พบุคล�กรใน ศูนย์พฒ ั น�เด็กเล็ก โรงพย�บ�ลดอยหล่อ ร่วมกับ อบต.ดอยหล่อ จัดโครงก�รพัฒน� ศักยภ�พบุคล�กรในศูนย์พัฒน�เด็กเล็กอำ�เภอ ดอยหล่อ โดยให้คว�มรู้เรื่องก�รประเมินพัฒน�ก�ร เด็กปฐมวัยเพื่อให้ครูผู้ดูแลเด็กได้นำ�ไปใช้ในก�ร ประเมินเด็กปฐมวัยในศูนย์พฒ ั น�เด็กเล็ก นำ�ไป สูก่ �รจัดประสบก�รณ์ทเี่ หม�ะสมต่อไป

8

วารสาร องคการบริหารสวนตําบลดอยหลอ


Doilor

Subdistric

Organization

ºÃÃÂÒ¡ÒÈ¡ÒÃÃѺÊÁѤÃàÅ×Í¡µÑ§é ¹Ò¡ͧ¤¡ÒúÃÔËÒÃʋǹµÓºÅ´ÍÂËÅ‹Í

ระหว่�งวันที่ 30 กันย�ยน ถึง 4 ตุล�คม 2556 ณ ศูนย์อำ�นวยก�รและประส�นง�นก�รเลือกตั้งน�ยกองค์ก�รบริห�รส่วนตำ�บลดอยหล่อ

ปที่ 3 ฉบับที่ 6 ประจําเดือนกรกฎาคม – เดือนกันยายน 2556

9


ปที่ 3 ฉบับที่ 6 ประจําเดือนกรกฎาคม – เดือนกันยายน 2556

สืบฮีตสานฮอยลานนา

ประเพณียี่เปง

ความเปนมาของประเพณียี่เปง ประเพณียี่เป็ง หรือประเพณีเดือนยี่ เป็นประพณีเก่� แก่ของล้�นน�ทีถ่ อื ปฏิบตั กิ นั ม�ตัง้ แต่พทุ ธศตวรรษที่ 14 ในสมัย อ�ณ�จักรหริภญ ุ ชัย ได้มปี ระเพณีเดือนยีแ่ ละทำ�พิธลี อยโขมดแล้ว (มณี พยอมยงค, ๒๕๔๗, หนา ๒๓๕; สงวน โชติสุขรัตน, ๒๕๑๑, หนา ๑๑๕) ในเวล�ค่ำ�คืนของวันเพ็ญเดือนยี่ มีก�รจัดแต่งเครื่อง สักก�รบูช�ใส่กระทง จุดธูปเทียนและนำ�ปล่อยลงในน้ำ� แสงไฟ จะกระทบกับน้ำ� เกิดเป็นเง�ขึ้นวับ ๆ แวม ๆ มองเห็นเป็น เสมือนแสงพะเนียงไฟผีโขมด ซึ่งผีโขมดนี้เป็นชื่อเรียกผีป� ที่ ออกห�กินในเวล�กล�งคืน มีพะเนียงไฟมองเห็นเป็นระยะอย่�ง ผีกระสือ ช�วล้�นน�จึงเรียกว่� ลอยโขมด (มณี พยอมยงค, ๒๕๔๗, หนา ๒๔๔) ตำ�น�นทีก่ ล่�วถึงทีม่ �ของประเพณียเี่ ป็งมีอยูห่ ล�ยตำ�น�น

เช่น ในหนังสือตำ�น�นโยนกและจ�มเทวีวงศ์ กล่�วว่� ประเพณี ลอยโขมด หรือลอยไฟ เป็นประเพณีดงั้ เดิมทีส่ บื เนือ่ งกันม�ตัง้ แต่ โบร�ณก�ลแล้ว ก�รลอยโขมด เกิดขึ้นที่อ�ณ�จักรหริภุญไชย (จังหวัดลำ�พูนในปัจจุบัน) เมื่อ จ.ศ.๓๐๙ หรือประม�ณ พ.ศ. ๑๔๙๐ ช่วงพุทธศัตวรรษที่ ๑๔ มีกลุ่มคนมอญหรือเม็งที่อ�ศัย อยู่ในเมืองหริภุญไชยได้อพยพหนีอหิว�ตกโรคที่เกิดขึ้นในเมือง

10

วารสาร องคการบริหารสวนตําบลดอยหลอ

ผูค้ นล้มต�ยเป็นจำ�นวนม�ก จึงพ�กันอพยพออกจ�กหริภญ ุ ชัยไป อยูท่ เี่ มืองสะเทิมหรือสุธมั มวดี และต่อไปยังเมืองหงส�วดีเป็นเวล� ถึง ๖ ป ซึ่งในช่วงเวล�ดังกล่�วหล�ยคนก็มีครอบครัวใหม่ที่นั่น และเมือ่ ทร�บข่�วว่�อหิว�ตกโรคในหริภญ ุ ชัยได้สงบลงแล้ว พวก ที่คิดถึงถิ่นเดิมต่�งพ�กันเดินท�งกลับหริภุญไชย เมื่อถึงวันครบ รอบปทไี่ ด้จ�กพีน่ อ้ งทีเ่ มืองหงส�วดี จึงจัดดอกไม้ธปู เทียน เครือ่ ง สักก�ระ พร้อมทั้งเครื่องอุปโภคบริโภค ใส่ลงใน สะเป� ลักษณะ คล้�ยเรือ หรือใส่ในสะตวงหรือกระทงลอยลงน้�ำ แม่ปง น้�ำ แม่กวง แม่ท� เพื่อส่งคว�มระลึกถึงญ�ติพี่น้องที่ยังอยู่เมืองหงส�วดี จึง เป็นมูลเหตุของก�รลอยสะเป�หรือลอยโขมด หรือลอยกระทงนับ แต่นั้นม�ถึงปัจจุบัน (สงวน โชติสขุ รัตน, ๒๕๑๑, หนา ๑๑๗ – ๑๑๘; ศรีเลา เกษพรหม, ๒๕๔๒, หนา ๕๘๕๑; ประสงค แสงงาม, สัมภาษณ, ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๑) ตำ�น�นประเพณียี่เป็งที่พบในคัมภีร์ใบล�นที่ใช้เทศน� ธัมม์ต�มวัดต่�งๆ ในล้�นน� เช่น คัมภีร์อ�นิสงส์ประทีส คัมภีร์ อ�นิสงส์ผ�งประทีส และคัมภีรอ์ �นิสงส์ยเี่ ป็ง ลอยประทีสโคมไฟ เป็นคัมภีรท์ มี่ กั ใช้เทศน�ธัมม์ในช่วงประเพณียเี่ ป็ง ในคัมภีรเ์ หล่�นี้ ได้กล่�วถึงตำ�น�นหรือมูลเหตุแห่งก�รบูช�และอ�นิสงส์ทเี่ กิดจ�ก ก�รบูช�ผ�งประทีส ไว้ดังนี้


Doilor

ธัมม์หรือคัมภีรช์ อื่ อ�นิสงส์ประทีส กล่�วไว้ว�่ หลังจ�กพระพุทธเจ้� ได้ตรัสรู้ธรรมแล้วได้ประทับอยู่เมืองส�วัตถี และเสด็จไปโปรด พระม�รด�บนสวรรค์ชนั้ ด�วดึงส์ และเสด็จกลับลงม�โปรดพระพุทธ บิด� เมือ่ ถึงเดือน ยีเ่ ป็ง มีเทวบุตรตนหนึง่ ชือ่ สย�ม�เทวบุตรพร้อม ด้วยบริว�รต้องก�รสักก�รบูช�พระพุทธเจ้� ด้วยประทีส จึงแปลง ก�ยเป็นนก ใช้ป�กและเท้�ถือผ�งประทีสบินไปพร้อมนกแปลง ซึง่ เป็นบริว�ร ประทักษิณรอบพระพุทธเจ้� 3 รอบ ได้เกิดอัศจรรย์ แสงประทีสสว่�งไสวไปทัว่ ชมพูทวีป คนทัง้ หล�ยเห็นเป็นอัศจรรย์ ยิง่ นัก จึงได้พ�กันม�ทูลถ�มพระพุทธเจ้� พระพุทธองค์จงึ เทศน� ธรรมถึงอ�นิสงส์ก�รจุดประทีสเป็นพุทธบูช�ว่� ก�รสักก�รบูช� ประทีสในเดือนยี่เป็ง ถือเป็นก�รบูช�พระรัตนตรัย นอกจ�กนั้น อ�นิสงส์ก�รบูช�ประทีสยังส่งผลทำ�ให้ผู้ถว�ยท�นมีรูปร่�งและ ผิวพรรณงดง�มไปทุก ๆ ช�ติ เป็นทีร่ กั แก่คนและเทวด�ทัง้ หล�ย (อุดม รุงเรืองศรี, ๒๕๔๒, หนา ๗๘๘๖) ธัมม์หรือคัมภีรช์ อื่ อ�นิสงส์ผ�งประทีส กล่�วไว้ว�่ พระเจ้� ห้�พระองค์ ได้แก่ พระกกุสันธะ พระโกน�คมนะ พระกัสสปะ พระโคตม (พระพุทธเจ้�องค์ปัจจุบัน) พระศรีอริยะเมตไตร ที่ทั้ง ห้�พระองค์ได้กำ�เนิดจ�กแม่ก�เผือกเป็นไข่ห้�ฟอง และวันหนึ่ง ขณะที่แม่ก�ออกไปห�อ�ห�รได้เกิดพ�ยุ ทำ�ให้ไข่ทั้งไข่ฟองพัด ตกจ�กรังไหลไปต�มแม่น้ำ� และมีแม่ไก่ แม่น�ค แม่เต่� แม่โค และแม่ร�ชสีหเ์ ก็บไปเลีย้ ง เมือ่ ไข่ทงั้ ห้�ฟองฟักออกม�เป็นมนุษย์ เพศช�ย และได้บวชเป็นฤๅษีทั้งห้� เมื่อฤๅษีทั้งห้�ได้พบกัน จึงไตร่ถ�มถึงม�รด�ของ แต่ละองค์ แต่ละองค์ก็ตอบว่� แม่ไก่เก็บม�เลี้ยง แม่น�คเก็บม� เลี้ยง แม่เต่�เก็บม�เลี้ยง แม่โคเก็บม�เลี้ยง และแม่ร�ชสีห์เก็บ ม�เลี้ยง ฤๅษีทั้งห้�จึงสงสัยว่�แม่ที่แท้จริงของตนเป็นใคร จึงพ� กันอธิษฐ�นขอให้ได้พบแม่ ด้วยคำ�อธิษฐ�นจึงทำ�ให้พก�พรหม ผู้เป็นแม่ได้แปลงก�ยเป็นก�เผือกบินลงม�เล่�เรื่องในอดีตให้ ฤๅษีทั้งห้�ฟัง และได้บอกว่�ห�กคิดถึงแม่ ให้น้ำ�ด้�ยดิบม�ฟัน เป็นตีนก� แล้วจุดเป็นประทีสบูช�ในเดือนยี่เป็ง (อุดม รุงเรืองศรี, ๒๕๔๒, หนา ๗๘๙๐) ธัมม์หรือคัมภีร์ชื่อ อ�นิสงส์ยี่เป็ง ลอยประทีสโคมไฟ ปร�กฏในหนังสือ ธรรมเทศน�พื้นเมืองเรื่อง อ�นิสงส์ยี่เป็ง ลอยประทีปโคมไฟ (๒๕๓๐) กล่�วไว้ว่� เมื่อครั้งพระพุทธเจ้� ประทับอยูท่ เี่ ชตวน�ร�ม พระองค์ได้เทศน�ช�ดกเรือ่ ง อ�นิสงส์ยเี่ ป็ง ลอยประทีสโคมไฟ ว่� ในยุคของพระพุทธเจ้�ชื่อโกน�คมนะ ครัง้ หนึง่ พระส�วกชือ่ อุตตระ ได้เข้�นิโรธสม�บัตใิ นถ้�ำ สุตคูห�ใน ดอยสิริทัตกะ และเมื่อออกจ�กนิโรธสม�บัติได้เกิดนิมิตว่� ห�ก

Subdistric

Organization

ผู้ใดได้ถว�ยท�นแก่พระองค์ในวันพรุ่งนี้จะได้อ�นิสงส์เป็นอย่�ง ม�ก และได้เล็งเห็นด้วยญ�ณว่� มีช�ยทุกข์ไร้เข็ญใจผู้หนึ่งจะ รอถว�ยท�นแก่พระองค์ รุ่งเช้�พระองค์จึงได้อุ้มบ�ตรไปโปรด ยังบ้�นช�ยผู้นั้น ช�ยผู้นั้นเกิดปติศรัทธ�เลื่อมใสเป็นอย่�งยิ่ง จึงได้ถว�ยข้�วกับแคบหมูแก่พระองค์ และอธิษฐ�นขอให้ได้ เป็นส�วกของพระพุทธเจ้�พระศรีอริยะเมตไตร ที่จะม�บังเกิด ในภ�ยภ�คหน้� เมื่อพระอุตตระได้กล่�วอนุโมทน�แล้ว ก็เสด็จ กลับนำ�เอ�แคบหมูม�บีบเป็นน้�ำ มันลงในผ�งประทีส และจุดบูช� พระพุทธเจ้�โกน�คมนะ ซึ่งวันนั้นเป็นวันเดือนยี่เป็งพอดี พอจุด ประทีสบูช�แล้วนั้น แผ่นดินที่หน�ได้สองแสนสี่หมื่นโยชน์ก็ไหว เป็นที่อัศจรรย์ พญ�โสกร�ช�จึงได้ทูลถ�มพระพุทธเจ้� ว่�เป็น เพร�ะเหตุใด พระพุทธเจ้�จึงตรัสว่� มีช�ยทุกข์ไร้เข็ญใจได้ถว�ย แคบหมูใส่บ�ตรแก่พระอุตตระเถรเจ้� และพระอุตตระเถรเจ้�ได้ นำ�ม�ใส่ผ�งประทีสจุดเป็นพุทธบูช� เมือ่ จุดบูช�ในวันเดือนยีเ่ ป็ง จะมีผล�นิสงส์ม�กนัก พระพุทธเจ้�ได้เทศน�ธัมม์อ�นิสงส์เดือนยี่เป็งลอย ประทีสโคมไฟให้ภิกษุทั้งหล�ยฟังว่� ห�กได้บูช�ประทีสโคมไฟ ในวันเดือนยี่เป็ง จะได้ผล�นิสงส์ผิวพรรณงดง�มเป็นที่รักแก่คน และเทวด� ไม่มีโรคภัยเบียดเบียนและได้ไปเกิดบนสรวงสวรรค์ และในตอนท้�ยของธัมม์กล่�วต่อไปว่� ในเดือนยีเ่ ป็งบุคคลใดทีท่ �ำ ประทีปโคมไฟ ไปลอยในแม่น�้ำ น้อยใหญ่ หนองวัง และโบกขรณี เพือ่ บูช�รอยพระพุทธบ�ตรริมฝัง แม่น�้ำ เมืองน�คร�ชบ�ด�ลก็ดี เมือ่ เกิดม�ในช�ตินี้ จะได้เป็นพญ�ใหญ่โต ในแผ่นดิน ผิวพรรณงดง�ม ดั่งพระจันทร์วันเพ็ญ มีฤทธิ์ปร�บได้ทวีปทั้งสี่ เป็นที่เกรงข�ม มี ปัญญ�หลักแหลม มีทรัพย์สมบัติ ช้�ง ม้� วัว คว�ย ข้�คน และ ได้เกิดบนสรวงสวรรค์ชั้นฟ้�

ปที่ 3 ฉบับที่ 6 ประจําเดือนกรกฎาคม – เดือนกันยายน 2556

11


ปที่ 3 ฉบับที่ 6 ประจําเดือนกรกฎาคม – เดือนกันยายน 2556

เกษตรพารวย

¡ÒûÅÙ¡

¡ÃÐà·ÕÂÁ

การเพาะปลูก การปลูกกระเทียม

แหล่งเพาะปลูก

กระเทียมส�ม�รถเพ�ะปลูกได้เกือบทุกภ�คของ กระเทียมที่ใช้เป็นอ�ห�รมีอยู่ 2 ประเภท คือ ประเทศ แต่เหม�ะที่จะปลูกในแปลงที่เป็นดินร่วน หรือ 1. กระเทียมตน ไม่มีหัว ปลูกโดยใช้���มล็ดพันธุ์ เพื่อ ระบ�ยน้ำ � ได้ ดี แ ละมี อุ ณ หภู มิ อ �ก�ศค่ อ นข้ � ง รับประท�นลำ�ต้นและใบเป็นพืชผักสดเท่�นั้น หน�วเย็น เป็นระยะเวล�ย�วน�นหล�ยเดือน ดังนั้น 2. กระเทียมหัว ปลูกด้วยกลีบ หรือหัวพันธุม์ หี ล�ยพันธุ์ บริเวณเพ�ะปลูกกระเทียม ทีส่ �ำ คัญของไทย ส่วนใหญ่จงึ ซึง่ ม�จ�กแหล่งต่�ง ๆ กันมีอ�ยุย�วน�นกว่�ประเภทแรก อยูท่ �งภ�คเหนือตอนบน ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ ลำ�พูน เชียงร�ย แม่ฮอ่ งสอน พะเย� น่�น แพร่ ลำ�ป�ง และอุตรดิตถ์ พันธุที่ ใช้ปลูก นอกจ�กนีม้ เี พ�ะปลูกข้�งท�งภ�คตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น ภ�คเหนือนิยมปลูกพันธุ์พื้นเมืองเชียงใหม่ ศรีสะเกษ และบุรีรัมย์ เชียงร�ยและพม่� ส่วนภ�คตะวันออกเฉียงเหนือนิยม ปลูกพันธุพ์ นื้ เมืองศรีสะเกษ และภ�คกล�งนิยมปลูกพันธุ์ ระยะเวลาเพาะปลูก บ�งช้�ง และพันธุ์จีน หรือไต้หวัน ก�รเพ�ะปลูกกระเทียมส่วนใหญ่ จะปลูก 2 ช่วง คือ 1. เพ�ะปลูกช่วงเดือนตุล�คมถึงเดือนพฤศจิก�ยน พันธุที่ปลูกในบ้านเรา ส�ม�รถแบ่งได้ต�ม และเก็บเกี่ยวเดือนมกร�คมถึงเดือนกุมภ�พันธ์อ�ยุ อ�ยุก�รแก่เก็บเกี่ยวได้ดังนี้ ประม�ณ 75-90 วัน กระเทียมรุ่นนี้เรียกว่�กระเทียมดอ 1. พันธุเ บา หรือพันธุข์ �วเมือง ลักษณะใบแหลม หรือกระเทียมเบ� นิยมใช้ทำ�กระเทียมดอง ไม่ส�ม�รถ ลำ�ต้นแข็ง กลีบเท่�หัวแม่มอื กลีบและหัวสีข�ว มีกลิน่ ฉุนและ เก็บไว้ได้น�น เพร�ะฝอเร็ว รสจัด อ�ยุแก่เก็บเกีย่ วประม�ณ 75-90 วัน เช่น พันธุพ์ นื้ เมือง 2. เพ�ะปลูกช่วงเดือนธันว�คมถึงเดือนมกร�คม ศรีสะเกษ เป็นต้น หลังก�รเก็บเกีย่ วข้�วและเก็บเกีย่ วเดือนมีน�คมถึงเดือน 2. พั น ธุ ก ลาง ลั ก ษณะใบเล็ ก และย�ว เมษ�ยน อ�ยุประม�ณ 90-120 วัน เรียกว่�กระเทียมป ลำ�ต้นใหญ่และแข็ง หัวขน�ดกล�ง หัวและกลีบสีม่วง ใช้ทำ�กระเทียมแห้งเพร�ะส�ม�รถเก็บไว้ได้น�น อ�ยุแก่เก็บเกี่ยวประม�ณ 90-120 วัน นิยมปลูกม�กใน ภ�คเหนือ เช่นพันธุ์พื้นเมืองเชียงใหม่เป็นต้น 3. พันธุห นัก ลักษณะใบกว้�งและย�ว ลำ�ต้นเล็ก หัวใหญ่ กลีบโต เปลือกหุ้มสีชมพูน้ำ�หนักดีอ�ยุแก่เก็บ เกีย่ วประม�ณ 150 วัน เช่น พันธุจ์ นี หรือไต้หวัน เป็นต้น

12

วารสาร องคการบริหารสวนตําบลดอยหลอ


Doilor

Subdistric

Organization

ควรงดก�รให้น้ำ�เมื่อกระเทียมแก่จัด ก่อนเก็บเกี่ยว 2-3 ดินที่เหม�ะสมสำ�หรับก�รปลูกกระเทียม ควร สัปด�ห์ เป็นดินที่ร่วนซุย ระบ�ยน้ำ�ได้ดีถ้�ห�กเป็นกรดจัดจะ ทำ�ให้กระเทียมไม่เจริญ ควรใส่ปนู ข�วก่อนปลูกอย่�งน้อย การคลุมดิน หลังปลูกกระเทียมควรคลุมดินด้วยฟ�งข้�วแห้ง 15 วัน เพื่อปรับดินให้เป็นกรดอ่อน ๆ (pH 5.5-6.8) ก่อนไถควรหว่�นปุยคอกก่อนประม�ณ 4 ตันต่อไร่ ถ้� เศษหญ้�แห้ง หรือเศษวัสดุทสี่ �ม�รถผุพงั เน่�เปอ ยอืน่ ๆ เป็นดินเหนียวควรใช้ไถบุกเบิกก่อนพรวน ถ้�เป็นดินร่วน ทัง้ นีเ้ พือ่ ควบคุมวัชพืชทีจ่ ะมีขนึ้ ในระยะแรก รักษ�คว�มชืน้ ใช้เฉพ�ะพรวนและยกแปลงเพื่อก�รให้นำ้�และระบ�ยน้ำ� ในดิน ประหยัดในก�รใหน้ำ�และลดอุณหภูมิลงในเวล� ได้ดี ก�รเตรียมดินดีจะช่วยให้กระเทียมลงหัวดี และควร กล�งวัน ทำ�ให้กระเทียมส�ม�รถเจริญเติบโตได้ดี เตรียมแปลงปลูกขน�ดกว้�ง 1 - 2.5 เมตร คว�มย�ว ต�มพืน้ ทีป่ ลูกระยะห่�งระหว่�งแปลง (ท�งเดินหรือร่องน้�ำ ) การใส่ปุย ปุยที่แนะนำ�ให้ใช้สำ�หรับกระเทียมในบ้�นเร� ควรกว้�ง 50 ซม. ควรมีส่วนของไนโตรเจนเท่�กับ 1 ส่วน ฟอสฟอรัส 1 ส่วน และโปแตสเซี่ยม 2 ส่วน เช่น ปุยสูตร 10-10-15, การปลูก กระเทียมปลูกโดยใช้กลีบซึง่ ประกอบเป็นหัว นิยมใช้ 13-13-21 เป็นต้น อัตร�ปริม�ณ 50-100 กก./ไร่ ขึ้นอยู่ กลีบนอกปลูก เนือ่ งจ�กกลีบนอกมีขน�ดใหญ่ จะให้กระเทียม กับคว�มอุดมสมบูรณ์ของดิน โดยแบ่งใส่ 2 ครั้ง คือ ทีม่ หี วั ใหญ่และผลผลิตสูง ก�รนำ�กระเทียมไปปลูกในฤดูฝน ครั้งแรกใส่เป็นปุยรองพื้นตอนปลูก แล้วพรวนกลบลง จะทำ�ให้กระเทียมงอกไม่พร้อมกัน โตไม่สม่ำ�เสมอกัน ในดิน ปริม�ณครึ่งหนึ่งและใส่ ครั้งที่ 2 ใส่แบบหว่�นทั่ว ขน�ดของกลีบจะมีอิทธิพลหรือคว�มสำ�คัญ ต่อก�รลง แปลง เมือ่ อ�ยุประม�ณ 30 วัน หลังปลูก ควรใช้ปยุ เสริม หัวของกระเทียม จ�กก�รศึกษ�พบว่�พันธุ์ที่มีกลีบใหญ่ ไนโตรเจน เช่น ปุย ยูเรีย แอมโมเนียมซัลเฟต เป็นต้น เพือ่ ถ้�ห�กใช้กลีบขน�ดกล�งปลูกจะทำ�ให้ผลผลิตสูง พันธุท์ ี่ เร่งก�รเจริญเติบโตในระยะแรก อัตร�ประม�ณ 25-30 มีกลีบขน�ดเล็ก ถ้�ใช้กลีบใหญ่ทสี่ ดุ ปลูกจะให้ผลผลิตสูง กก./ไร่เมื่ออ�ยุประม�ณ 10-14 วันหลังปลูก

การเตรียมดินปลูก

ปกติกลีบทีม่ นี �้ำ หนัก 2 กรัม จะให้ผลผลิตสูง ก�รปลูกอ�จ ให้น�้ำ ก่อน และใช้กลีบกระเทียมจิม้ ลงไปโดยเอ�ส่วนร�ก การกําจัดวัชพืช กระเทียมเป็นพืชที่มีร�กตื้น ดังนั้นควรกำ�จัด ลงลึกประม�ณ 2 ใน 3 ส่วนของกลีบ เป็นแถวต�มระยะ ปลูกทีก่ �ำ หนด ในพืน้ ที่ 1 ไร่ ต้องใช้หวั พันธุ์ 100 กก. หรือ วัชพืชในระยะทีว่ ชั พืชเริม่ งอก ถ้�ห�กปล่อยทิง้ ไว้นอกจ�ก กลีบ 75-80 กก. ปลูกโดยใช้ระยะปลูก 10 x 10 - 15 ซม. จะแย่งน้�ำ อ�ห�รและแสงแดดจ�กกระเทียมแล้ว เมือ่ ถอน จะให้ผลผลิตสูงที่สุด สำ�หรับกระเทียมจีนใช้ระยะปลูก 12-12 ซม. และหัวพันธุ์ 300-350 กก. ต่อไร่ หลังปลูกจะ ใช้ฟ�งคลุมแปลงเพือ่ ควบคุมวัชพืช ทีจ่ ะมีขนึ้ ในระยะแรก เก็บคว�มชื้นและลดคว�มร้อนเวล�กล�งวัน

การให้น้ํา

ควรให้น�้ำ ก่อนปลูก และหลังปลูกกระเทียมควรได้รบั น้�ำ อย่�งเพียงพอ และสม่�ำ เสมอในช่วงระหว่�งเจริญเติบโต 7-10 วัน/ครั้ง สรุปแล้วจะให้น้ำ�ประม�ณ 10 ครั้ง/ฤดู ปที่ 3 ฉบับที่ 6 ประจําเดือนกรกฎาคม – เดือนกันยายน 2556

13


ปีที่ 3 ฉบับที่ 6 ประจำ�เดือนกรกฎาคม – เดือนกันยายน 2556

จะทำ�ให้รากของกระเทียม กระเทือนทำ�ให้ชะงักการ เจริญเติบโต หรือทำ�ให้ตน้ เหีย่ วตายได้ ฉะนัน้ เมือ่ วัชพืช มีขนาดใหญ่ ควรใช้มดี หรือเสียมมือเล็กๆ แซะวัชพืชออก ส่วนสารเคมีก�ำ จัดวัชพืชทีเ่ กษตรกรในบ้านเรานิยมใช้กนั มาก คืออะลาคอร์ (ชือ่ การค้า = แลสโซ่) อัตรา 0.36-.045 กก. ต่อไร่ (ของเนื้อยาบริสุทธิ์) โดยพ่นคุลมดินหลังปลูกก่อนที่ กระเทียมและวัชพืชงอก นอกจากนี้ยังใช้ยาพาราควอซ์ (ชื่อการค้า = กรัมม๊อกโซน) พ่นตามร่องน้ำ�ระหว่าง แปลงทุกครั้งหลังจากให้น้ำ� http://www.it.mju.ac.th ประโยชน์ของ การปลูกกระเทียม กระเทียมเป็นอาหาร หรือเครื่องเทศ โดยใช้ทั้งต้นเป็นอาหาร หัวกระเทียม สด-แห้ง และน้ำ�มันกระเทียมใช้เป็นเครื่องเทศแต่งกลิ่น อาหาร เป็นอาหารเสริมสุขภาพ ใช้บ�ำ บัดอาการไอ หวัด หลอดลมอักเสบเรือ้ รัง ปวดฟัน ปวดท้อง อาหารไม่ยอ่ ย โรคความดันโลหิตสูง เส้นเลือดเปราะขับลม ขับเสมหะ ขั บ ปั ส สาวะ ขั บ ประจำ � เดื อ น ขั บ พยาธิ ไ ส้ เ ดื อ น ลดอาการอักเสบ บวม ฆ่าเชือ้ แก้โรคผิวหนัง น้�ำ กัดเท้า เป็นยาฆ่าแมลง น้ำ�มันกระเทียมใช้ทาแก้แมลงกัดต่อย

วิธกี ารใช้กระเทียมเพื่อรักษาโรคต่าง ๆ

1. ใช้ขับเหงื่อ ขับปัสสาวะและขับเสมหะ โดยใช้ กระเทียมสดครึ่งกิโลกรัมทุบพอแตก แช่ในน้ำ�หวานหรือ น้ำ�ผึ้ง 1 ถ้วย ประมาณ 1 สัปดาห์รับประทานครั้งละครึ่ง ช้อนโต๊ะ วันละ 3 ครั้ง 2. ใช้ขบั ลมในกระเพาะอาหาร แก้ทอ้ งอืดท้องเฟ้อ โดยใช้กระเทียมสด 5-7 กลีบ บดให้ละเอียดผสมกับ น้ำ�ส้มสายชู 2 ช้อนโต๊ะ เติมน้ำ�ตาลและเกลือเล็กน้อย

14

วารสาร องค์การบริหารส่วนตำ�บลดอยหล่อ

กรองเอาแต่น้ำ�ดื่มวันละ 3 ครั้ง หลังร���บประทานอาหาร 3. ใช้ รั ก ษาแผลสด แผลเป็ น หนอง โดยใช้กระเทียมสดปอกเปลือก นำ�มาทุบหรือฝานทาใน บริเวณที่เป็นแผล 4. ใช้รักษาโรคผิวหนังที่เกี่ยวกับเชื้อรา เช่น กลาก เกลื้อน น้ำ�กัดเท้า เชื้อราในช่องคลอด โดย ใช้น้ำ� ที่คั้นจากกระเทียมสดทาบริเวณที่เป็น 5. ลดอาการปวดฟันจากฟันผุ โดยใช้กระเทียม สดสับละเอียดอุดฟันที่ผุ 6. ใช้รักษาอาการปวดหู หูอื้อ หูตึง โดยใช้น้ำ� กระเทียมหยอดหูประมาณ 1-2 หยด วันละ 3-4 ครั้ง 7. ขับพยาธิ โดยน้ำ�รากกระเทียมผสมกับน้ำ�นม หรือกะทิสด คั้นเอาน้ำ�รับประทาน 8. แก้ปวดหัวหรือไมเกรน โดยการนำ�เอามา ประกอบอาหาร หรือรับประทานสด ครั้งละ 10 กลีบ ทุกวัน (ต้องรับประทานทุกวันต่อเนื่องกัน) ที่มา : ชมรมการเกษตร http://myveget.com


Doilor

Subdistric

Organization

น้ําธรรมคําสอน

ชนะ

พึงชนะคนพูดปดดวยความจริง ความยินดีในธรรม ยอมชนะความยินดีทั้งปวง ความสิ้นตัณหา ยอมชนะทุกขทั้งปวง ความชนะที่กลับแพได ไมดี ความชนะที่ไมกลับแพ เปนดี พึงชนะคนโกรธดวยความไมโกรธ พึงชนะคนไมดีดวยความดี พึงชนะคนตระหนี่ดวยการให ผูชนะ ยอมกอเวร การใหธรรม ยอมชนะการใหทั้งปวง รสแหงธรรม ยอมชนะรสทั้งปวง คําสั่งสอนของพระพุทธเจา

ปที่ 3 ฉบับที่ 6 ประจําเดือนกรกฎาคม – เดือนกันยายน 2556

15


ปที่ 3 ฉบับที่ 6 ประจําเดือนกรกฎาคม – เดือนกันยายน 2556

zation

Œ Ù Ã Ò ‹ ¹ § Í è × àà Doilor

ani ic Org r t s i d b Su

การยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีบํารุงท้องที่ (ภ.บ.ท.5) ประจําป 2557 - 2560 องค์ก�รบริห�รส่วนตำ�บลดอยหล่อ ขอแจ้งประช�สัมพันธ์เกีย่ วกับก�ร ดำ�เนินก�รสำ�รวจทีด่ นิ เพือ่ ให้ผเู้ ป็นเจ้�ของกรรมสิทธิท์ งั้ ทีอ่ ยูอ่ �ศัย สวน ทีน่ � ทำ�ก�รเกษตรกรรม ทีใ่ ห้เช่� รวมถึงทีด่ นิ ว่�งเปล่� ได้ทร�บว่�มีทดี่ นิ แปลงใดอยู่ ในข่�ยต้องเสียภ�ษีบ�ำ รุงท้องทีแ่ ละให้ท�ำ ก�รยืน่ แบบแสดงร�ยก�รทีด่ นิ (ภ.บ.ท. 5) เพื่อใช้เป็นข้อมูลในก�รประเมินระยะเวล� 4 ป ดังนัน้ จึงขอแจ้งให้ท�่ นเจ้�ของทีด่ นิ หรือผูร้ บั มอบอำ�น�จทำ�ก�รชีเ้ ขต เพื่อแจ้งจำ�นวนเนื้อที่ดินแก่เจ้�พนักง�นสำ�รวจ (กำ�นัน, ผู้ใหญ่บ้�น) และ ยื่นแบบแสดงร�ยก�รที่ดินเพื่อเสียภ�ษีบำ�รุงท้องที่ต่อเจ้�พนักง�นประเมิน ประจำ�ป พ.ศ. 2557 ถึงป พ.ศ. 2560 ทั้งนี้จะดำ�เนินก�รสำ�รวจและยื่นแบบ แสดงร�ยก�รที่ดิน โดยใช้เอกส�รในก�รยื่นแบบแสดงร�ยก�ร ดังนี้ 1. สำ�เน�บัตรประจำ�ตัวประช�ชน (เจ้�ของที่ดิน) 2. สำ�เน�ทะเบียนบ้�น (เจ้�ของที่ดิน) 3. สำ�เน�โฉนดที่ดิน, น.ส.3 (ถ่�ยเอกส�รหน้�-หลัง ทุกแปลง ที่มีที่ดินอยู่ในเขตตำ�บลดอยหล่อ ห�กทีด่ นิ เดิมของท่�นมีก�รเปลีย่ นแปลงจำ�นวนเนือ้ ทีด่ นิ , โอนกรรมสิทธิ,์ ข�ยกรุณ�แจ้งต่อเจ้�พนักง�นประเมิน ณ ทีท่ �ำ ก�รองค์ก�รบริห�รส่วนตำ�บล ดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ ติดต่อง�นจัดเก็บร�ยได้ โทรศัพท์ 053-369049 ต่อ 23

16

วารสาร องคการบริหารสวนตําบลดอยหลอ


Doilor

Subdistric

Organization

การขอใบอนุญาตประกอบกิจการที่เปน

อันตรายต่อสุขภาพ

ระยะเวลาการยื่นคํารองขอมีใบอนุญาตประกอบกิจการ 1. ยื่นคำ�ร้องขอมีใบอนุญ�ตประกอบกิจก�รภ�ยใน 15 วัน ก่อนเปดกิจก�ร 2. ในกรณีขอต่อใบอนุญ�ต ให้ยื่นคำ�ร้องขอต่อใบอนุญ�ตภ�ยใน 15 วัน ก่อนใบอนุญ�ตหมดอ�ยุ 3. ในกรณีทไี่ ด้รบั หนังสือแจ้ง ให้ม�ชำ�ระค่�ธรรมเนียมประจำ�ป ภ�ยใน 15 วัน ก่อนวันที่ได้รับหนังสือแจ้งในปถัดม�ของทุกป ใบอนุญาตประกอบกิจการที่เปนอันตรายตอสุขภาพ หลักฐานที่ใชประกอบการขอรับใบอนุญาต/ ขอตอใบอนุญาต 1. สำ�เน�บัตรข้�ร�ชก�ร/บัตรประจำ�ตัวประช�ชน (ของผูป้ ระกอบก�ร/ผูถ้ อื ใบอนุญ�ต) 2. สำ�เน�ทะเบียนบ้�น (ของผู้ประกอบก�ร/ผู้ถือใบอนุญ�ต) 3. กรณีที่เป็นนิติบุคคล ให้นำ�สำ�เน�หนังสือรับรองก�รจดทะเบียนนิติบุคคล พร้อมแสดงบัตรประจำ�ตัวประช�ชนของผู้แทนนิติบุคคล 4. กรณีเจ้�ของไม่ส�ม�รถยืน่ คำ�ร้องได้ดว้ ยตัวเอง ให้ผรู้ บั มอบอำ�น�จนำ�หนังสือ มอบอำ�น�จที่ถูกต้องต�มกฎหม�ยพร้อมนำ�สำ�เน�บัตรประจำ�ตัวประช�ชนผู้มอบและ ผู้รับอำ�น�จม�แสดง 5. ใบรับรองแพทย์ ในกรณีขอรับใบอนุญ�ตประกอบกิจก�รก�รแต่งผม เสริมสวย 6. ใบอนุญ�ตของปที่ล่วงม�แล้ว (กรณีขอต่อใบอนุญ�ต)

ปที่ 3 ฉบับที่ 6 ประจําเดือนกรกฎาคม – เดือนกันยายน 2556

17


ปที่ 3 ฉบับที่ 6 ประจําเดือนกรกฎาคม – เดือนกันยายน 2556

การรับขึน ้ ทะเบียนผูส งู อายุเพ�อรับเงินสวัสดิการเบีย้ ความพิการ

ต�มระเบียบกระทรวงมห�ดไทยว่�ด้วยหลักเกณฑ์ก�รจ่�ยเงินเบีย้ คว�มพิก�รขององค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ พ.ศ. 2553 ประจำ�ปงบประม�ณ 2558

แนวทางการปฏิบัติงานในการจายเงินสวัสดิการเบี้ยความพิการ ประจําปงบประมาณ 2558

1. คุณสมบัติของผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิก�รเบี้ยคว�มพิก�ร 1. มีสัญช�ติไทย 2. มีภูมิลำ�เน�ในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต�มทะเบียนบ้�น 3. มีบัตรประจำ�ตัวคนพิก�รต�มกฎหม�ยว่�ด้วยก�รส่งเสริมคุณภ�พชีวิตคนพิก�ร 4. ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ในคว�มอุปก�ระของสถ�นสงเคร�ะห์ของรัฐ 2. ขั้นตอนก�รยื่นคำ�ขอและวิธีก�รพิจ�รณ�คุณสมบัติของผู้มีสิทธิได้รับเงินเบี้ยคว�มพิก�ร ให้คนพิก�รที่มีคุณสมบัติติดต่อขอยื่นคำ�ร้องขอขึ้นทะเบียน ระหว่�งวันที่ 1 - 30 พฤศจิก�ยน พ.ศ. 2556 เวล� 08.30 - 16.30 น. ณ ที่ทำ�ก�รองค์ก�รบริห�รส่วนตำ�บลดอยหล่อ พร้อมหลักฐ�นดังต่อไปนี้ 1. บัตรประจำ�ตัวคนพิก�รต�มกฎหม�ยว่�ด้วยก�รส่งเสริมคุณภ�พชีวิตคนพิก�ร 2. ทะเบียนบ้�นตัวจริง พร้อมสำ�เน� 3. สมุดบัญชีเงินฝ�กธน�ค�รพร้อมสำ�เน� สำ�หรับกรณีทผี่ ขู้ อรับเงินเบีย้ คว�มพิก�รประสงค์ขอรับเงินเบีย้ ยังชีพ คนพิก�รผ่�นธน�ค�ร ในกรณี ที่คนพิก�รเป็นผู้เย�ว์ซึ่งมีผู้แทนโดยชอบธรรม คนเสมือนไร้คว�มส�ม�รถ หรือคนไร้คนส�ม�รถให้ ผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้พิทักษ์หรือผู้อนุบ�ล แล้วแต่กรณี ยื่นคำ�ร้องแทนโดยแสดงหลักฐ�นก�รเป็นผู้แทน

แนวทางการปฏิบัติงานในการจายเงินเบี้ยยังชีพผูสูงอายุ ประจําปงบประมาณ 2558

1. คุณสมบัติของผูมีสิทธิไดรับเงินเบี้ยยังชีพผูสูงอายุ ผู้มีคุณสมบัติได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอ�ยุ ต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้�ม ดังต่อไปนี้ 1. มีสัญช�ติไทย 2. มีภูมิลำ�เน�อยู่ในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต�มทะเบียนบ้�น 3. มีอ�ยุหกสิบปบริบูรณ์ขึ้นไป โดยเปนผูที่เกิดกอน วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2497 (ในกรณีที่ในทะเบียนร�ษฎร ไม่ปร�กฏวันที่ เดือนเกิด ให้ถือว่�บุคคลนั้นเกิดในวันที่ 1 มกร�คม ของปนั้น) 4. ไม่เป็นผูไ้ ด้รบั สวัสดิก�รหรือสิทธิประโยชน์อนื่ ใดจ�กหน่วยง�นของรัฐวิส�หกิจ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ ได้แก่ ผู้รับเงินบำ�น�ญ ผู้รับเงินเบี้ยยังชีพต�มระเบียบของกระทรวงมห�ดไทย หรือกรุงเทพมห�นคร ผู้สูงอ�ยุที่อยู่ในสถ�นสงเคร�ะห์ ของรัฐบ�ลหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ที่ได้รับเงินเดือน ค่�ตอบแทน ร�ยได้ประจำ� หรือผลประโยชน์ตอบแทนอย่�งอื่น ที่จัดให้เป็นประจำ� ยกเว้นผู้พิก�ร และผู้ปวยเอดส์ต�มระเบียบกระทรวงมห�ดไทยว่�ด้วยก�รจ่�ยเงินสงเคร�ะห์เพื่อก�รยังชีพของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2548 2. ขั้นตอนการยื่นคําขอและวิธีการพิจารณาคุณสมบัติของผูมีสิทธิไดรับเงินเบี้ยยังชีพผูสูงอายุ ให้ผู้สูงอ�ยุที่มีคุณสมบัติดังกล่�วข้�งต้น ยื่นคำ�ขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอ�ยุด้วยตนเองต่อผู้บริห�รองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นที่ตนเอง มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้�น ระหวางวันที่ 1 - 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556 เวลา 08.30 - 16.30 น. ณ ที่ทําการองคการบริหารสวนตําบลดอยหลอ พร้อมหลักฐ�นดังต่อไปนี้ 1. บัตรประจำ�ตัวประช�ชน หรือบัตรอื่นที่ออกโดยหน่วยง�นของรัฐที่มีรูปถ่�ย พร้อมสำ�เน� 2. ทะเบียนบ้�นตัวจริง พร้อมสำ�เน� 3. สมุดบัญชีเงินฝ�กธน�ค�รพร้อมสำ�เน� สำ�หรับกรณีที่ผู้ขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอ�ยุประสงค์ขอรับเงินเบี้ยยังชีพ ผู้สูงอ�ยุผ่�นธน�ค�ร ในกรณี มีคว�มจำ�เป็นทีไ่ ม่ส�ม�รถม�ลงทะเบียนได้ ผูส้ งู อ�ยุอ�จมอบอำ�น�จเป็นล�ยลักษณ์อกั ษรให้ผอู้ นื่ เป็นผูย้ นื่ คำ�ขอ รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอ�ยุแทน

18

วารสาร องคการบริหารสวนตําบลดอยหลอ


Doilor

Subdistric

Organization

ion

zat Organi c i r t s bdi

Œ Ù Ã Ò ‹ ¹ § Í è × àà Doilor

Su

คําแนะนําขอใบอนุญาตประกอบกิจการที่เปน อันตรายต่อสุขภาพ

ภาษี ทีเ่ ทศบ�ลจัดเก็บเองได้แก่ภ�ษีโรงเรือนและ เป็นก�รโม่ ก�รบด ก�รผสม ก�รบรรจุ ทีด่ นิ ภ�ษีบ�ำ รุงท้องที่ ภ�ษีป�้ ยและใบอนุญ�ตประกอบ 5. กิจก�รเกีย่ วกับก�รเกษตรไม่ว�่ จะเป็น ก�รอัด กิจก�รที่เป็นอันตร�ยต่อสุขภ�พ ก�รสกัด ก�รล้�ง ก�รอบ ก�รรม ก�รสะสม ก�รสีข้�ว ก�รขัด ก�รกะเท�ะ ก�รต�ก ทีเ่ ป็นพืช แม้แต่ก�รสะสมปุย กิจการที่เปนอันตรายตอสุขภาพ ไดแก ขนถ่�ยมันสำ�ปะหลัง 1. กิจก�รเกีย่ วกับก�รเลีย้ งสัตว์ ก�รเลีย้ งสัตว์บก 6. กิจก�รเกี่ยวกับโลหะหรือแร่ ได้แก่ ก�รผลิต สัตว์ปก สัตว์น�้ำ สัตว์เลีอ้ ยคล�น หรือแมลง ก�รเลีย้ งสัตว์ โลหะเป็นภ�ชนะ เครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์เครื่องใช้ เพื่อรีดเอ�นม ก�รประกอบกิจก�รเลี้ยง รวบรวมสัตว์ ต่�ง ๆ ก�รหลอม หล่อ ถลุง กลึง เจ�ะ เชื่อม ตี ประส�น หรือธุรกิจอื่นใดที่มีลักษณะให้ประช�ชนเข้�ชม หรือเพื่อ รีด อัดโลหะ ก�รเคลือบ ชุบโลหะ ขัด ล้�งโลหะ และก�ร ประโยชน์ของกิจก�ร ทำ�เหมืองแร่ ก�รสะสม ก�รแยก ก�รคัดเลือก หรือล้�งแร่ 2. กิจก�รเกี่ยวกับสัตว์และผลิตภัณฑ์ เช่น 7. กิจก�รเกีย่ วกับย�นยนต์ เครือ่ งจักรหรือเครือ่ งกล ก�รฆ่�สัตว์ ก�รฟอกหนังสัตว์ ขนสัตว์ ก�รสะสมเข�สัตว์ ได้แก่ ก�รต่อ ประกอบ เค�ะ ปะผุ พ่นสี พ่นส�รกันสนิม ก�รเคี่ยวหนังสัตว์ ก�รต้ม ต�ม เผ� เปลือกหอย ปู กุ้ง ย�นยนต์ ก�รตั้งศูนย์ถ่วงล้อ ซ่อม ปรับแต่ง ก�รล้�ง ก�รประดิษฐ์เครือ่ งใช้หรือผลิตภัณฑ์อนื่ ๆ จ�กส่วนต่�งๆ อัดฉีด ก�รผลิต ก�รซ่อม ก�รอัดแบตเตอรี่ ปะ เชือ่ มย�ง ของสัตว์ ก�รโม่ ปน บด ผสม เพื่อเป็นอ�ห�รสัตว์ ฯลฯ อัดผ้�เบรก ผ้�คลัช 3. กิจก�รที่เกี่ยวกับอ�ห�ร เครื่องดื่ม น้ำ�ดื่ม 8. กิจก�รเกีย่ วกับป�ไม้ ได้แก่ ก�รผลิตไม้ขดี ไฟ เช่น ก�รผลิตเนย เนยเทียม ก�รผลิตกะป น้ำ�พริก ก�รเลื่อย ซอย ขัด ไส เจ�ะ ขุดร่อง ทำ�คิ้ว หรือตัดไม้ ต่�งๆ น้ำ�ปล� น้ำ�เคย หรือซอสปรุงรสอื่นๆ ก�รผลิต ด้วยเครือ่ งจักร ก�รประดิษฐ์ไม้ หว�ย เป็นสิง่ ของทำ�ด้วย ก�รหมัก ก�รสะสมปล�ร้� ปล�เจ่� กุ้งเจ่� ก�รต�ก เครื่องจักร ก�รพ่น ก�รท�ส�รเคลือบเง�สี ก�รอบไม้ เนื้อสัตว์ ก�รผลิตเนื้อสัตว์เค็ม ก�รนึ่ง ต้ม เคี่ยว ต�ก ผลิตธูป ด้วยเครื่องจักร ก�รผลิตกระด�ษ ก�รประดิษฐ์ หรือวิธีอื่นใดในก�รผลิตอ�ห�รจ�กสัตว์ พืช ก�รเคี่ยว สิ่งของด้วยกระด�ษ ก�รเผ�ถ่�น ก�รสะสมถ่�น น้ำ�มัน ก�รผลิตกุนเชียง หมูยอ ไส้กรอก หมูตั้ง ฯลฯ 4. กิจก�รเกี่ยวกับย� เวชภัณฑ์ อุปกรณ์ ก�รแพทย์ เครื่องสำ�อ�ง ผลิตภัณฑ์ชำ�ระล้�ง ไม่ว่�จะ

ปที่ 3 ฉบับที่ 6 ประจําเดือนกรกฎาคม – เดือนกันยายน 2556

19


ปที่ 3 ฉบับที่ 6 ประจําเดือนกรกฎาคม – เดือนกันยายน 2556

9. กิจก�รเกี่ยวกับก�รบริก�ร ได้แก่ อ�บ อบ นวด สถ�นที่อ�บน้ำ� อบไอน้ำ� อบสมุนไพร โรงแรม หอพัก ห้องเช่� โรงมหรสพ ก�รแสดงดนตรี สระว่�ยน้ำ� สเก๊ต เสริมสวย ลดน้�ำ หนัก สวนสนุก ตูเ้ กม สน�มกอล์ฟ ห้องปฏิบัติก�รท�งก�รแพทย์ 10. กิจกรรมเกี่ยวกับสิ่งทอ ได้แก่ ก�รปันด้�ย กรอด้�ย ทอผ้�ด้วยเครือ่ งจักร สะสมปอ ป�น ฝ้�ย ทอเสือ่ กระสอบ พรม ด้วยเครื่องจักร พิมพ์ผ้� ก�รซัก อบ รีด อัดกลีบ ก�รย้อม ก�รกัดสีผ้�หรือสิ่งทอนั้น ๆ 11. กิจกรรมเกี่ยวกับหิน ดิน ทร�ย ซีเมนต์ หรือ วัสดุคล้�ยคลึง ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ดนิ เผ� ก�รผลิตเครือ่ งใช้ ด้วยซีเมนต์ สะสม ผสมซีเมนต์ หิน ทร�ย ก�รเจียระไน เพชร พลอย หิน กระจก ก�รเลื่อย ตัด ประดิษฐ์หิน เป็นสิ่งของต่�ง ๆ ก�รผลิตชอล์ค ปูนป�สเตอร์ ปูนข�ว ดินสอพอง ผลิตภัณฑ์ต�่ ง ๆ ทีม่ แี ร่ใยหินเป็นส่วนประกอบ เช่น เบรก ผ้�คลัช กระเบื้องมุงหลังค� ผ้�เพด�น ก�รผลิตกระจก แก้ว ผลิตกระด�ษทร�ย ผลิตใยแก้ว หรือผลิตภัณฑ์จ�กใยแก้ว 12. กิจก�รที่เกี่ยวข้องกับปโตรเลียม ถ่�นหิน ส�รเคมี ได้แก่ ก�รผลิต บรรจุ ผสม ขนส่ง กรด ด่�ง ส�รออกซิไดส์ หรือส�รตัวทำ�ละล�ย ก๊�ซ น้ำ�มัน ปโตรเลียม ถ่�นหิน ถ่�นโค้ก ส�รเคมี ดับเพลิง น้�ำ แข็งแห้ง แชลแลค ส�รเคลือบเง� ส�รกำ�จัดศัตรูพืชหรือพ�หะนำ� โรค ผลิตก�ว ก�รพ่นสี ประดิษฐ์สิ่งของเครื่องใช้ด้วย ย�ง ก�รผลิตสีหรือน้ำ�มันผสมสี ก�รผลิต ก�รล้�งฟล์ม รูปถ่�ย หรือฟล์มภ�พยนตร์์ ก�รเคลือบชุบวัตถุด้วย พล�สติก เซลลูลอยด์ เบเกอร์ไลท์ 13. กิจกรรมอื่น ๆ ที่นอกเหนือจ�ก กิจกรรมทั้ง 12 ข้อที่กล่�วม� เช่น ก�รล้�งขวด ก�รก่อสร้�ง โกดัง สินค้� ก�รถ่�ยเอกส�ร ก�รผลิตเทียนไข ผลิตซ่อม เครื่องใช้ไฟฟ้� เป็นต้น

การยื่นแบบประเมินและการชําระ ค่าธรรมเนียม

1. เจ้�ของกิจก�รหรือผู้รับมอบอำ�น�จยื่นคำ�ขอ อนุญ�ตต�มแบบ กอ.1 ต่อเจ้�หน้�ที่ ซึ่งกิจก�รนั้นตั้งอยู่

20

วารสาร องคการบริหารสวนตําบลดอยหลอ

2. เมือ่ เจ้�หน้�ทีพ่ จิ �รณ� ผูข้ อรับอนุญ�ตปฏิบตั ิ ต�มหลักเกณฑ์ ก็จะออกใบอนุญ�ตให้ต�มแบบ กอ.2 3. ผูข้ อรับอนุญ�ตต้องม�รับอนุญ�ตพร้อมกับชำ�ระ ค่�ธรรมเนียม ภ�ยใน 90 วัน นับจ�กที่ได้รับหนังสือแจ้ง 4. ใบอนุญ�ตมีอ�ยุ 1 ป นับแต่วนั ทีอ่ อกใบอนุญ�ต

อัตราโทษและค่าปรับ

1. เจ้�ของกิจก�รละเลยไม่ยนื่ คำ�ขอรับใบอนุญ�ต จำ�คุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บ�ทหรือ ทั้งจำ�ทั้งปรับ 2. ผู้ขอรับใบอนุญ�ตประกอบกิจก�รไม่ปฏิบัติ ต�มเงื่อนไขสุขลักษณะ มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บ�ท 3. ก�รต่ออ�ยุใบอนุญ�ตจะต้องยื่นคำ�ขอต่อ เจ้�พนักง�นท้องถิน่ ห�กมิได้ช�ำ ระค่�ธรรมเนียมก่อนใบ อนุญ�ตสิ้นอ�ยุ จะต้องชำ�ระค่�ปรับเพิ่ม ร้อยละ 20 ของ ค่�ธรรมเนียมที่ค้�งชำ�ระ 4. ผู้ได้รับอนุญ�ตผู้ใดดำ�เนินก�รในระหว่�งถูก สั่งพักใช้ใบอนุญ�ต มีโทษจำ�คุกไม่เกิน 6 เดือน หรือ ปรับไม่เกิน 10,000 บ�ท หรือทั้งจำ�ทั้งปรับ และปรับอีก ไม่เกินวันละ 500 บ�ท ตลอดเวล�ที่ยังฝ�ฝน


Do

o

Subd s

c

O gan za

on

zation

Œ Ù Ã ‹ Ò ¹ § è × Í àà Doilor

ani ic Org r t s i d b Su

àÅÕé§ÅÙ¡Í‹ҧäÃãËŒ©ÅÒ´ àŧšÍÂÒ§äÃãË © ÅÒ´ µÍ¹ ÁÒµ¹»ÅÒ ÁŒÒµÕ¹»ÅÒÂ

ถาลกเรยนไมเกง ถาลูกเรียนไมเกง อานไมออก อานไมออก เมอชนอนบาลหรอ เมื่อชั้นอนุบาลหรือ ปป. 1 ทานจะทาอยางไร? ทานจะทําอยางไร? หมอจะเล่ล�ใหฟงถงประสบก�รณของหมอและลกหมอ หมอจะ �ให้ฟงั ถึงประสบก�รณ์ของหมอและลูกหมอเองให้ องใหฟง ฟงั เพืพอแลก อ่ แลกเปลี ปลยนประสบก�รณและขอคดกบผอ�นทกท�น ย่ นประสบก�รณ์และข้อคิดกับผูอ้ �่ นทุกท่�น ถ� ถ้�เป็ปนกรณ นกรณี ลูกของคุณ คณจะท�อย�งไร? ลกของคณ คุณจะทำ�อย่�งไร? ลูกช�ยคนโต เรยนโรงเรยนอนบ�ลแหงหนงท���นน ลกช�ยคนโต เรียนโรงเรียนอนุบ�ลแห่งหนึ่งที่เน้น ก�รเลี้ยงดูเด็ก สอนเดกใหชวยเหลอตวเอง ก�รเลยงดเดก สอนเด็กให้ช่วยเหลือตัวเอง เข�สงคมเลนกบ เข้�สังคมเล่นกับ เพื่อน ไมเนนก�รเรยนก�รสอนหนงสอใหอ�นออกเขยนไดหรอ เพอน ไม่เน้นก�รเรียนก�รสอนหนังสือให้อ่�นออกเขียนได้หรือ แม้กระทั่งก�รบวกเลข ไมว�จะเปนเลขหนงหลกหรอสองหลก แมกระทงก�รบวกเลข ไม่ว่�จะเป็นเลขหนึ่งหลักหรือสองหลัก ก็ทำ�ไม่ได้ เพร�ะฉะนนเมอลกหมอเรมเข�โรงเรยนชนประถม กท�ไมได เพร�ะฉะนั้นเมื่อลูกหมอเริ่มเข้�โรงเรียนชั้นประถม 1 อ่�นหนังสือเป็นคำ�ไม่ได้เลย อ�นวนททครจดบนกระด�นไม อ�นหนงสอเปนค�ไมไดเลย อ่�นวันที่ที่ครูจดบนกระด�นไม่ ได้ อ่�นได้แต่ ก .. ไก่ ข.. ไข่ ค.. คว�ย หรือคำ�ง่�ยๆ เช่น ก� ข� เป็นต้น ในขณะทีเ่ ด็กคนอืน่ ส่วนม�กอ่�นออกและบวกเลขได้ แล้ว ถ้�คุณเป็นตัวหมอ คุณคิดว่�คุณควรทำ�อย่�งไร? 1) จ้�งครูม�สอนพิเศษตัวต่อตัว หรือ 2) ส่งลูกไปเรียนพิเศษ และทำ�ก�รบ้�นเพิ่มเติม หรือ 3) ติวและสอนหนังสือลูกด้วยตัวเองอย่�งเข้มข้น เพือ่ ให้ลกู เรียนทันเพือ่ น ถ้�คุณตอบข้อ 1, 2 หรือ 3 ข้อใดข้อหนึง่ คุณคิด ...ผิดครับ เพร�ะหมอแน่ใจในตัวลูกหมอว่�ไม่โง่แน่นอน (ถ้�คุณผูอ้ �่ นยังจำ�ได้ คนเร�จะฉล�ดหรือไม่ขนึ้ อยูก่ บั พันธุกรรม และสิง่ แวดล้อมครับ) หมอจึงปล่อยให้ลกู เรียนอย่�งสบ�ยต�มปกติ ไม่มกี �รติวหรือเรียนพิเศษ เพียงแต่ให้ท�ำ ก�รบ้�นต�มทีค่ ณ ุ ครูสงั่ หมอมีหน้�ที่ตรวจว่�ลูกทำ�ก�รบ้�นครบและถูกต้องเพียงเท่�นั้น เส�ร์อ�ทิตย์เป็นวันครอบครัว เป็นวันพักผ่อน พ�ไปเทีย่ วเข�ดิน แทบทุกอ�ทิตย์ ไม่มกี �รส่งลูกไปเรียนพิเศษตัง้ แต่เช้�จรดเย็นอย่�ง ทีห่ ล�ยคนทำ�กันอยู่ ถึงเวล�สอบเทอมแรกลูกหมอยังอ่�นหนังสือ

ไม่คล่อง เวล�สอบลกเล�ว�ตองใหคณครยนอยข�งๆ ไมคลอง เวล�สอบลูกเล่�ว่�ต้องให้คุณครูยืนอยู่ข้�งๆ อ�นโจทย อ่�นโจทย์ ให้ฟังแล้วให้ลูกเลือกคำ�ตอบเอง ผลก�รสอบเทอมแรกลกหมอ ใหฟงแลวใหลกเลอกค�ตอบเอง ผลก�รสอบเทอมแรกลูกหมอ ได้ที่ 29 จ�ก 30 คน อ�นไมผดหรอกครบ ไดท อ่�นไม่ผิดหรอกครับ ไดท ได้ที่ 2 จ�กท�ยหอง จ�กท้�ยห้อง น่�ตกใจไหมครับ? ถงตอนนถ�คณเปนตวหมอ น�ตกใจไหมครบ? ถึงตอนนีถ้ �้ คุณเป็นตัวหมอ คณจะท�อย�งไร? คุณจะทำ�อย่�งไร? 1) จ�งครม�สอนพเศษตวตอตว จ้�งครูม�สอนพิเศษตัวต่อตัว หรอ หรือ 2) สงลกไปเรยนพเศษและท�ก�รบ�นเพมเตม ส่งลูกไปเรียนพิเศษและทำ�ก�รบ้�นเพิ่มเติม หรือ 3) สอนหนงสอลกดวยตว หรอ สอนหนังสือลูกด้วยตัวเองอย่ องอย�ง �งเข้ขมขน มข้นเพืพอใหลกสอบ อ่ ให้ลกู สอบ ดีขนึ้ ถ�คณตอบขอ ดขน ถ้�คุณตอบข้อ 11, 2 หรอ หรือ 3 ขอใดขอหนง ข้อใดข้อหนึง่ คณตอบ คุณตอบ..... ตอบ........ผิผดครบ ดครับ ปดเทอมหมอส่ ปด ทอมหมอสงลกไปอยกบอ�ม� งลูกไปอยูก่ บั อ�ม่� (แมของหมอ) (แม่ของหมอ) ทก�ญจนบร ทีก่ �ญจนบุรี ไปใช ไปใช้ ชีวติ เรีรยนรธรรมช�ตต�งจงหวด ชวต ยนรูธ้ รรมช�ติต�่ งจังหวัด เปปดดเทอมจึ ทอมจงไปรบกลบม� งไปรับกลับม�เรีรยนต�ม ยนต�ม ปกติ ไมมก�รสอนหรอเรยนพเศษเพมเตมเหมอนเทอมแรก ปกต ไม่มกี �รสอนหรือเรียนพิเศษเพิม่ เติมเหมือนเทอมแรก ผลก�ร สอบเทอมปล�ย ลูกหมอเริม่ อ่�นหนังสือได้คล่อง สอบได้ทปี่ ระม�ณ 22 – 23 ของห้อง ปดเทอมใหญ่ก็ไปอยู่กับอ�ม่�ที่ต่�งจังหวัด เหมือนเคยจนเปดเทอม กลับม�เรียน ป.2 ลูกไปเรียนต�มปกติ ทุกอย่�งยังทำ�เหมือนเดิม หมอเพียงตรวจก�รบ้�นว่�ทำ�ครบและ ถูกต้อง ผลก�รสอบปร�กฏว่�ลูกค่อยๆ ดีขึ้นจนประม�ณ ป.3

ปท 3 ฉบบท 6 ปร จ ดอนกรกฎ คม – ดอนกนย ยน 2556

21


ปที่ 3 ฉบับที่ 6 ประจําเดือนกรกฎาคม – เดือนกันยายน 2556

ก็เริม่ เห็นว่�ลูกทันเพือ่ นในชัน้ แล้ว แต่เกรดก�รสอบก็อยูใ่ นเกณฑ์ เฉลี่ยป�นกล�งของห้อง จะม�เริ่มเห็นว่�ลูกเริ่มเก่งประม�ณ ม.1 พอถึง ม.3 หมอก็แน่ใจว่�ลูกเก่งพอสมควร สอบได้เกรด 3 กว่� พอ ม.4 – ม.6 ผลก�รสอบก็ดขี นึ้ ต�มลำ�ดับ จนส�ม�รถสอบ เข้�เรียนแพทย์ได้ จ�กเด็กทีอ่ �่ นหนังสือไม่ออก สอบได้ทที่ �้ ยสุด ของห้อง ปัจจุบันเรียนจบเป็นหมออ�ยุรกรรมโรคหัวใจแล้วครับ ลูกคนที่ 2 ก็เหมือนกัน ตอนเข้�เรียนชั้นประถม 1 อ่�นไม่ออก เขียนเป็นคำ�ไม่ได้ ปร�กฏว่�โรงเรียนมีโครงก�รทดลองจับเด็ก เรียนอ่อนทั้งหมด 40 กว่�คนรวมอยู่ห้องเดียวกัน ให้ครูประจำ� ชั้น 2 คนดูแล สอนติวพิเศษตอนเย็นทุกวัน ครูสั่งก�รบ้�นเยอะ แยะไปหมด เช่นเลข 10 ข้อ แต่ละข้อจะมี 10 ข้อย่อย รวมเป็น 100 ข้อต่อครัง้ ตอนเย็นพ่อแม่ตอ้ งม�นัง่ รอกันเต็มหน้�ห้องทุกวัน หล�ยคนเป็นทุกข์กงั วลใจม�กและนัง่ คุยปรับทุกข์กนั เอง ส่วนหมอ นัน้ ชินเสียแล้ว เพร�ะประสบก�รณ์จ�กลูกคนแรกสอนว่�ถ้�ลูกเร� นั้นใช้ได้ เริ่มต้นถึงจะช้�กว่� แต่ท้�ยที่สุดก็จะส�ม�รถทันเพื่อน ได้โดยตัวเข�เอง โดยไม่ต้องเร่งเรียนพิเศษ ผลก�รสอนปร�กฏ ว่�เย็นวันหนึง่ หมอไปถึงหน้�ห้อง เห็นห้องปดหมดทัง้ ประตูและ หน้�ต่�ง ปดไฟมืดและเงียบ พ่อแม่นั่งรอคอยกันเต็มหน้�ห้อง เหมือนทุกวัน ถ�มได้คว�มว่�ครูทนไม่ไหว ในคว�มเป็นเด็กอ่อน ของนักเรียนทั้งห้อง ซนม�ก ไม่สนใจเรียน ไม่ยอมนั่งเรียน เดิน วิ่งไม่ฟังครู จนครูทนไม่ไหว ร้องไห้ ปดประตูหน้�ต่�งรวมทั้งไฟ และพัดลม ปล่อยให้เด็กนัง่ นิง่ เงียบอยูใ่ นห้อง เป็นก�รทำ�โทษ สัก พักจึงปล่อยกลับบ้�น ทำ�เอ�พ่อแม่ใจเสียกันแทบทุกคน ยกเว้น

22

วารสาร องคการบริหารสวนตําบลดอยหลอ

หมอคนเดียวที่มีประสบก�รณ์ม�แล้ว จึงรู้สึกเฉยๆ เพร�ะสังเกต เห็นและคิดว่�ลูกเร�นั้นใช้ได้ โตขึ้นก็จะเก่งและดีขึ้นได้โดยตัว เข�เองเหมือนพี่ของเข�เช่นเดียวกัน ช่วงเส�ร์อ�ทิตย์ก็เป็นวัน ครอบครัว พ�ลูกไปเทีย่ วเล่นต�มประส�เด็ก เทีย่ วเข�ดินเหมือนเดิม ปดเทอมลูกคนเล็กก็ไปอยู่กับอ�ม่�พร้อมพี่ช�ย ผลก�รสอบของ ลูกคนเล็กเป็นไปต�มค�ด ปแรก ๆ คล้�ยพี่ช�ย แต่ผลก�รเรียน ก็ดีขึ้นต�มลำ�ดับ ถึง ม.3 ก็เห็นชัดว่�เข�เรียนใช้ได้ สอบเข้� เรียนได้คณะวิศวะจุฬ�ฯ จนจบทำ�ง�น 3 ป แล้วได้ทุนจ�ก ธน�ค�รแห่งหนึ่ง ไปเรียนจบปริญญ�โทบริห�รธุรกิจ (MBA) ประเทศสหรัฐอมริก� และกลับม�ทำ�ง�นทีธ่ น�ค�รแห่งนัน้ อยูใ่ นขณะนี้ จ�กประสบก�รณ์ที่ได้จ�กลูกทั้ง 2 คนที่ผ่�นม� หมอ จึงไม่แน่ใจว่�ก�รเรียนพิเศษ ก�รติวนั้นจะช่วยให้ลูกเรียนเก่งขึ้น ฉล�ดขึ้นในระยะย�วได้จริงอย่�งที่หล�ยคนตั้งคว�มหวังไว้หรือ ไม่? จะเกิดอะไรขึ้นถ้�หมอส่งลูกไปเรียนพิเศษ ติวอย่�งเข้มข้น ลูกจะเรียนเก่งสอบเอนทร�นซ์ได้ดีกว่�นี้หรือไม่? แต่หมอแน่ใจ อยู่เรื่องหนึ่งว่� ก�รเคี่ยวเข็ญให้เด็กเรียนหนักทั้งที่เด็กไม่พร้อม ศักยภ�พไม่เพียงพอ แทนที่จะช่วยส่งเสริมเด็ก หมอคิดว่�กลับ จะทำ�ให้เด็กเหนือ่ ยเกินไป รูส้ กึ ล้�และเบือ่ ก�รเรียน จนโตขึน้ เป็น คนที่ไม่อย�กเรียนรู้ ไม่สนใจเรียนเพิ่มเติม ไม่ส�ม�รถเรียนรู้ได้ ด้วยตัวเอง เรียนได้แต่ในห้อง ค้นคว้�เรียนเองไม่ได้ คิดเองไม่ เป็นและทำ�ง�นไม่เป็น ก�รยัดเยียดให้เด็กเรียนจนเต็มสมอง จน สมองไม่มที วี่ �่ งพอทีจ่ ะเติมหรือใส่อะไรลงไปได้อกี เมือ่ โตขึน้ ไม่น�่ จะเป็นผลดีตอ่ ตัวเด็ก ถ้�เปรียบเหมือนม้�แข่ง ก�รเฆีย่ นม้�ให้วงิ่ เต็มทีอ่ ยูต่ ลอดเวล� โดยทีโ่ ค้ชไม่รจู้ กั ไม่เข้�ใจสภ�พและศักยภ�พ ของม้� ไม่มผี อ่ นหนัก ผ่อนเบ� จนม้�หมดแรง หมดสภ�พ ก็มแี ต่ จะพ่�ยแพ้ เหมือนม้�ตีนต้น สู้รู้จักผ่อนหนัก ผ่อนเบ� ถนอมม้� แล้วเร่งเมื่อถึงเวล� ก็จะเข้�สู่เส้นชัย เปรียบเหมือนม้�ตีนปล�ย น่�จะได้ผลดีกว่�

¢ÍãËŒÁÕ¤ÇÒÁÊØ¢ áÅÐʹء¡Ñº¡ÒÃàÅÕé§ÅÙ¡¹Ð¤ÃѺ ¢Íº¤Ø³¢ŒÍÁÙŨҡ ¤ÅÔ¹¡Ô ËÁÍÊѧ¤Á (Sungkom Clinic)


Doilor

»ÃÐླÕ

·Í´¡°Ô¹ »

ระเพณีก�รทอดกฐิน ในแต่ละ ปกำ�หนดให้มีก�รจัดทอดกฐิน ขึ้นภ�ยใน 1 เดือน หลังประเพณีออกพรรษ� โดยวัดที่จะส�ม�รถรับกฐินได้ ต้องมีพระภิกษุ จำ�พรรษ�โดยไม่ข�ดพรรษ�เลย ไม่ต่ำ�กว่� 5 รูป และแต่ละวัดส�ม�รถรับกฐินได้ปละ 1 ครั้ง ก�ร ทอดกฐินเป็นก�ลท�น ต�มพระวินัยกำ�หนดก�ล ไว้ คือ ตั้งแต่แรม 1 ค่ำ� เดือน 11 ถึงวันขึ้น 15 ค่ำ� เดือน 12 ผู้มีจิตศรัทธ�เลื่อมใส ใคร่จะทอดกฐิน ก็ให้ทอดได้ในระหว่�งระยะเวล�นี้ จะทอดก่อน หรือทอดหลังกำ�หนดนี้ ก็ไม่เป็นก�รทอดกฐิน

กฐินแปลวาอะไร?

คำ�ว่� กฐิน แปลว่� ไม้สะดึง คือ กรอบไม้ชนิดหนึ่งสำ�หรับขึงผ้�ให้ตึง สะดวกแก่ ก�รเย็บ ในสมัยโบร�ณเย็บผ้�ต้องเอ�ไม้สะดึงม� ขึงผ้�ให้ตึงเสียก่อนแล้วจึงเย็บเพร�ะช่�งยังไม่มี คว�มชำ�น�ญเหมือนสมัยปัจจุบนั นี้ และเครือ่ งมือใน ก�รเย็บก็ยังไม่เพียงพอเหมือนจักรเย็บผ้� ใน ปัจจุบนั ก�รทำ�จีวรในสมัยโบร�ณจะเป็นผ้�กฐิน หรือแม้แต่จวี รอันมิใช่ผ�้ กฐิน ถ้�ภิกษุท�ำ เอง ก็จดั เป็นง�นเอิกเกริกทีเดียว เช่น ตำ�น�นกล่�วไว้ว่� ก�รเย็บจีวรนั้น พระเถร�นุเถระต่�งม�ช่วยกัน เป็นต้นว่� พระส�รีบุตรพระมห�โมคคัลล�นะ พระมห�กัสสปะแม้สมเด็จพระบรมศ�สด�ก็เสด็จ ลงม�ช่วย ภิกษุส�มเณรอื่นๆ ก็ช่วยขวนขว�ย ในก�รเย็บจีวร อุบ�สกอุบ�สิก�ก็จัดห�น้ำ�ดื่ม เป็นต้น ม�ถว�ยพระภิกษุสงฆ์ มีองค์พระสัมม� สัมพุทธะเป็นประธ�น โดยนัยนี้ ก�รเย็บจีวรแม้โดย ธรรมด� ก็เป็นก�รต้องช่วยกันทำ�หล�ยผูห้ ล�ยองค์ (ไม่เหมือนในปัจจุบัน ซึ่งมีจีวรสำ�เร็จรูปแล้ว)

ผูประสงคจะทอดกฐินจะ ทําอยางไร?

พุทธศ�สนิกชนทัว่ ไป ย่อมถือกันว่� ก�ร ทำ�บุญทอดกฐินเป็นกุศลแรง เพร�ะเป็นก�ลท�น ทำ�ได้เพียงปละ 1 ครัง้ และต้องทำ�ในกำ�หนดเวล�ที่ พระพุทธองค์ทรงบัญญัตไิ ว้ ดังนัน้ ถ้�มีคว�มเลือ่ มใส ใคร่จะทอดกฐินบ้�งแล้ว พึ่งปฏิบัติดังต่อไปนี้ จองกฐิน เมื่อจะไปจองกฐิน ณ วัดใด

พอเข้�พรรษ�แล้ว พึงไปมนัสก�รสมภ�รเจ้�อ�ว�ส วัดนั้น กร�บเรียนแก่ท่�นว่�ตนมีคว�มประสงค์ จะขอทอดกฐิน แล้วเขียนหนังสือปดประก�ศไว้ ณ วัดนัน้ เพือ่ ให้รทู้ วั่ ๆ กัน ก�รทีต่ อ้ งไปจองก่อน แต่เนิ่น ๆ ก็เพื่อให้ได้ทอดวัดที่ตนต้องก�ร ห�ก มิเช่นนั้นอ�จมีผู้อื่นไปจองก่อน นี้กล่�วสำ�หรับ วัดร�ษฎร์ ซึ่งร�ษฎรมีสิทธิจองได้ทุกวัด แต่ถ้� วัดนั้นเป็นวัดหลวง อันมีธรรมเนียมว่�ต้องได้รับ กฐินหลวงแล้ว ท�ยกนัน้ ครัน้ กร�บเรียนเจ้�อ�ว�ส ท่�นแล้ว ต้องทำ�หนังสือยื่นต่อกองสัมฆก�รีกรม ก�รศ�สน� กระทรวงศึกษ�ธิก�ร ขอเป็นกฐิน พระร�ชท�น ครั้นคำ�อนุญ�ตตกไปถึงแล้ว จึงจะ จองได้ เตรียมก�ร ครัน้ จองกฐินเรียบร้อยแล้ว เมื่อออกพรรษ�แล้ว จะทอดกฐินในวันใด ก็ กำ�หนดให้แน่นอน แล้วกร�บเรียนให้เจ้�อ�ว�ส วัดท่�นทร�บวันกำ�หนดนั้น ถ้�เป็นอย่�งชนบท สมภ�รเจ้�วัด ก็บอกติดต่อกับช�วบ้�นว่�วันนั้น ว่�นี้เป็นวันทอดกฐิน ให้ร่วมแรงร่วมใจกันจัดห� อ�ห�รไว้เลีย้ งพระ และเลีย้ งผูม้ �ในก�รทอดกฐิน ครัน้ กำ�หนดวันทอดกฐินแล้ว ก็เตรียมจัดห�เครือ่ ง ผ้�กฐิน คือไตรจีวร พร้อมทั้งเครื่องบริข�รอื่นๆ ต�มแต่มศี รัทธ�ม�กน้อย (ถ้�จัดเต็มทีม่ กั มี 3 ไตร คือ องค์ครอง 1 ไตร คูส่ วดองค์ละ 1 ไตร) วันง�น พิธที อดกฐินเป็นบุญใหญ่ดงั กล่�วม�แล้ว ดังนัน้ โดย ม�กจึงจัดง�นเป็น 2 วัน วันต้นตัง้ องค์พระกฐินที่ บ้�นของเจ้�ภ�พก็ได้ จะไปตัง้ ทีว่ ดั ก็ได้ กล�งคืนมี ก�รมหรสพครึกครืน้ สนุกสน�น ญ�ติพนี่ อ้ งและมิตร สห�ยก็มกั จะม�ร่วมอนุโมทน� รุง่ ขึน้ เป็นทีว่ ดั ทอด ถ้�ไปท�งบก ก็มีแห่ท�งขบวนรถหรือเดินขบวน กันไป มีแตรวงหรืออืน่ ๆ เป็นก�รครึกครืน้ ถ้�ไป ท�งเรือก็มแี ห่งท�งขบวนเรือสนุกสน�น โดยม�ก มักแห่ไปตอนเช้� และเลีย้ งเพลพระ ก�รทอดกฐิน จะทอดในตอนเช้�นั้นก็ได้ ทอดเพลแล้วก็ได้ สุด แล้วแต่สะดวก ก�รเลีย้ งพระ ถ้�เป็นอย่�งในชนบท ช�วบ้�นจัดภัตต�ห�รเลี้ยงด้วย เจ้�ของง�นกฐิน ก็จัดไปด้วย อ�ห�รม�กม�ยเหลือเฟอ แม้ข้อนี้ ก็ สุดแต่ก�ละเทศะแห่งท้องถิน่ อนึง่ ถ้�ตัง้ องค์กฐิน ในวัดที่จะทอดนั้น เช่น ในชนบทตอนเย็น ก็แห่ง องค์พระกฐินไปตัง้ ทีว่ ดั กล�งคืนมีก�รฉลองรุง่ ขึน้ เลี้ยงพระเช้�แล้ว ทอดกฐิน ถว�ยภัตต�ห�รเพล ก�รถว�ยผ้�กฐิน ก�รถว�ยผ้�กฐินนั้น คือ เมื่อ พระสงฆ์ประชุมพร้อมกันแล้ว เจ้�ภ�พ อุ้มผ้� กฐินนัง่ หันหน้�ตรงต่อพระประธ�น ตัง้ นะโม 3 จบ แล้วหันหน้�ม�ท�งพระสงฆ์ กล่�วคำ�ถว�ยผ้�กฐิน 3 จบ ถ้�เป็นกฐินส�มัคคีก็มักเอ�ด้วยส�ยสิญจน์ โยงผ้�กฐิน เมื่อจับได้ทั่วถึงกัน แล้วหัวหน้�นำ� ว่�คำ�ถว�ย ครั้นจบแล้ว พระสงฆ์รับว่� ส�ธุ เจ้�ภ�พก็ประเคนผ้�ไตรกฐินแก่ภิกษุผู้เถระ ครั้นแล้วประเคนเครื่องบริข�รอื่น ๆ เสร็จแล้ว พระสงฆ์ก็ทำ�พิธีมอบผ้�ให้แก่ภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง ซึ่งเป็นพระเถระ มีจีวรเก่� รู้ธรรมวินัย ครั้นเสร็จ แล้ว พระสงฆ์อนุโมทน� เจ้�ภ�พกรวดน้ำ�รับพร ก็เป็นอันเสร็จพิธีก�รทอดกฐินเพียงนี้

Subdistric

Organization

พิธีกรานกฐิน

พิธีิกร�นกฐินเป็นพิธีฝ�ยภิกษุสงฆ์ โดยเฉพ�ะคือภิกษุผู้ได้รับมอบผ้�กฐินนั้นนำ� ผ้�กฐินไปทำ� เป็นไตรจีวรผืนใดผืนหนึง่ เย็บ ย้อม แห้ง เรียบร้อยดีแล้ว เค�ะระฆัง ประชุมกันในโรง พระอุโบสถ ภิกษุผรู้ บั ผ้�กฐิน ถอนผ้�เก่�อธิษฐ�น ผ้�ใหม่ทตี่ นได้รบั นัน้ เข้�ชุดเป็นไตรจีวร เสร็จแล้ว ภิกษุรปู หนึง่ ขึน้ สูธ่ รรม�สน์แสดงพระธรรมเทศน� กล่�วคือเรื่องประวัติกฐินและอ�นิสงส์ครั้งแล้ว ภิกษุผู้รับผ้�กฐิน นั่งคุกเข่�ตั้งนะโม 3 จบ แล้ว เปล่งว�จ�ในท่�มกล�งชุมนุมนั้น ต�มลักษณะ ผ้�ที่กร�นดังนี้ ถ้�เป็นผ้�สังฆ�ฏิ เปล่งว�จ�กร�น กฐินว่� "อิม�ยสงฺฆ�ฏิย� กฐินำ อตฺถร�มิ" แปลว่� ข้�พเจ้�กร�นกฐินด้วยผ้�สัมฆ�ฎินี้ (ในเวล�ว่�นัน้ ไม่ต้องว่�คำ�แปลนี้) 3 จบ ถ้�เป็นผ้�อุตตร�สงค์เปล่งว�จ�กร�น กฐินว่� "อิมิน�อุตฺตร�สงฺเคน กฐินำ อตฺถร�มิ" แปลว่�จ้�พเจ้�กร�นกฐิน ด้วยผ้�อุตตร�สงค์นี้ 3 จบ ถ้�เป็นผ้�อันตรว�สก (สบง) เปล่งว�จ� กร�นกฐินว่� "อิมิน� อนฺตรว�สเกน กฐินำ อตฺถร� มิ" แปลว่�ข้�พเจ้�กร�นกฐิน ด้วยผ้�อันครว�สก นี้ 3 จบลำ�ดับนั้น สงฆ์นั่งคุกเข่�พร้อมกันแล้วก ร�นพระ 3 หนเสร็จแล้ว ตั้งนะโมพร้อมกัน 3 จบ แล้วท่�นผู้ได้รับผ้�กฐินหันหน้�ม�ยังกลุ่มภิกษุ สงษ์ กล่�วคำ�อนุโมทน�ประก�ศดังนี้ "อตฺถตำ อ�วุโส สงฺฆสฺส กฐินำ ธมฺมิโก กฐินตฺถ�โร อนุโมท�มิ" 3 จบ (แปลว่� อ�วุโส! กฐิน สงฆ์กร�บแล้ว ก�รกร�นกฐินเป็นธรรม ข้�พเจ้� ขออนุโมทน�) คำ�ว่� อ�วุโส นั้น ถ้�มีภิกษุอื่นซึ่งมี พรรษ�ม�กกว่�ภิกษุผคู้ รองกฐินแม้เพียงรูปเดียว ก็ต�ม ให้เปลี่ยนเป็น ภนฺเต ต่อนั้น สงฆ์ทั้งปวงรับว่� ส�ธุ พร้อม กันแล้วให้ภิกษุทั้งปวง อนุโมทน�เรียงองค์กันไป ทีละรูป ๆ ว่� "อตฺถตำ ภนฺเต สงฺฆสฺส กฐินฺ ธมฺมโิ ก กฐินตฺถ�โร อนุโมท�มิ" 3 จบสงฆ์ทั้งปวงรับว่� ส�ธุ ทำ�ดังนี้ จนหมดภิกษุผู้ประชุมอนุโมทน� (ถ้�ผู้อนุโมทน� มีพรรษ�แก่กว่����งฆ์ทั้งปวง ให้ เปลี่ยนคำ�ว่� ภนฺเต เป็น อ�วุโส) ในก�รว่�คำ� อนุโมทน�นี้พึงนั่งคุกเข่�ประนมมือเสร็จแล้วจึง นั่งพับเพียงลง เมื่อเสร็จแล้ว ให้นั่งพร้อมกันคุกเข่� ประนมมือ หันหน้�ตรงต่อพระพุทธปฏิม� ว่� พร้อมกันอีก 3 จบ แต่ให้เปลี่ยนคำ�ว่� อนุโมท�มิ เป็น อนุโมท�ม เป็นอันเสร็จไปชั้นหนึ่ง ต่อแต่นนั้ กร�บพระ 3 หน นัง่ พับเพียบ สวดป�ฐะและค�ถ�เนือ่ งด้วยกร�นกฐิน จบแล้วก็ เป็นเสร็จพิธกี �รกร�นกฐินอ�นิสงส์กฐินสำ�หรับพระ ในพระวินัย ระบุอ�นิสงส์กฐินไว้ 5 คือ 1. เข้�บ้�นได้โดยมิต้องบอกล�ภิกษุด้วยกัน 2. เอ�ไตรจีวรไปโดยไม่ครบสำ�รับได้ 3. ฉันอ�ห�รเป็นคณะโภชน์ได้ 4. เก็บจีวรไว้ได้ต�มปร�รถน� 5. ล�ภที่เกิดขึ้นเป็นของเธอผู้จำ�พรรษ�ในวัดนั้น ปที่ 3 ฉบับที่ 6 ประจําเดือนกรกฎาคม – เดือนกันยายน 2556

23


ปที่ 3 ฉบับที่ 6 ประจําเดือนกรกฎาคม – เดือนกันยายน 2556

คําถวายผากฐินอยางมหานิกาย

อุบ�สกว่� เหนื่อยนักแล้ว ไม่ส�ม�รถจะว่�ยต�ม อิมำ สปริว�รำ กฐินจีวรทุสสฺ ำ สงฺฆสฺส โอโณ ไปร่วมกองก�รกุศล ว�นท่�นเมตต�ช่วยเขียนรูป ชย�ม (ว่� 3 หน) แปลว่� "ข้�พเจ้�ทั้งหล�ย ขอ ข้�พเจ้� เพือ่ เป็นสักขีพย�นว่�ได้ไปร่วมก�รกุศล น้อมถว�ยผ้�กฐินจีวรกับทัง้ บริว�รนี้ แด่พระสงฆ์" ด้วยเถิด อุบ�สกผู้นั้นจึงได้เขียนรูปจระเข้ยกเป็น ธงขึ้นในวัดเป็นปฐม และสืบเนื่องม�จนบัดนี้

คําถวายผากฐิน อยางธรรมยุต ประวัติของกฐิน ติกนิกาย ประวัติของกฐินนั้นมีอยู่ว่� ครั้งหนึ่ง อิมำ ภนฺเต สปริว�รำ กฐินนทุสสฺ ำ สงฺฆสฺส โอโณชย�ม ส�ธุ โน ภนฺเต สงฺโฆ อิมำ สปริว�รำ กฐินทุสฺสำ ปฏิคฺคณฺห�ตุ ปฏิคฺคเหตฺว� จ อิมิน� ทุสฺเสน กฐินำ อตฺถรตุ อมฺห�กำ ทีฆรตฺตำ หิต�ย สุข�ย แปลว่� "ข้�แต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ข้�พเจ้� ทั้งหล�ยขอน้อมถว�ยผ้�กฐิน พร้อมทั้งบริว�รนี้ ของข้�พเจ้�ทัง้ หล�ย และครัน้ รับแล้วขอจงกร�น กฐินด้วยผ้�เพือ่ ประโยชน์และคว�มสุข แก่ข�้ พเจ้� ทั้งหล�ย สิ้นก�ลน�น ในก�รทอดกฐินนี้ ยังมีกฐินและข้อพิเศษ ทีค่ วรนำ�ม�กล่�วไว้ดว้ ย คือ 1. จุลกฐิน 2.ธงจระเข้ 3. จุลกฐิน มีกฐินพิเศษอีกชนิดหนึง่ เรียกว่�จุลกฐินเป็น ง�นทีม่ พี ธิ มี �ก ถือกันว่�ม�แต่โบร�ณว่� มีอ�นิสงส์ ม�กยิง่ นัก วิธที �ำ นัน้ คือเก็บฝ้�ยม�กรอเป็นด้วย และทอให้แล้วเสร็จเป็นผืนผ้�ในวันเดียวกัน และ นำ�ไปทอดในวันนั้น กฐินชนิดนี้ ต้องทำ�แข่งกับ เวล� มีผู้ทำ�หล�ยคน แบ่งกันเป็นหน้�ที่ๆ ไป ใน ปัจจุบันนี้ไม่ค่อยนิยมทำ�กันแล้ว "วิธีทอดจุลกฐินนี้ มีปร�กฏในหนังสือ เรือ่ งคำ�ให้ก�รช�วกรุงเก่�ว่� บ�งทีเป็นของหลวง ทำ�ในวันกล�งเดือน 12 คือ ถ้�สืบรูว้ �่ วัดไหนยังไม่ ได้รับกฐิน ถึงวันกล�งเดือน 12 อันเป็นที่สุดของ พระบรมพุทธ�นุญ�ตซึง่ พระสงฆ์จะรับกฐินได้ใน ปนั้น จึงทำ�ผ้�จุลกฐินไปทอด มูลเหตุของจุลกฐิน คงเกิดแต่จะทอดในวันที่สุดเช่นนี้ จึงต้องรีบร้อน ขวนขว�ยทำ�ให้ทัน เห็นจะเป็นประเพณีมีม�เก่� แก่ เพร�ะถ้�เป็นเช่นหลังก็จะเที่ยวห�ซื้อผ้�ไป ทอดได้ห�พักต้องทอใหม่ไม่" (จ�กวิธที �ำ บุญ ฉบับ หอสมุด หน้� 119) 2. ธงจระเข้ ปัญห�ที่ว่�เพร�ะ เหตุไรจึงมีธงจระเข้ยกขึน้ ในวัดทีท่ อดกฐินแล้ว ยัง ไม่ปร�กฎหลักฐ�น และข้อวิจ�รณ์ อันสมบูรณ์โดย มิตอ้ งสงสัย เท่�ทีร่ กู้ นั มี 2 มติ คือ 1. ในโบร�ณสมัย ก�รจะเดินท�งต้องอ�ศัยด�วช่วยประกอบเหมือน เช่น ก�รยกทัพเคลื่อนขบวนในตอนจวนจะสว่�ง จะต้องอ�ศัยด�วจระเข้นี้ เพร�ะด�วจระเข้นขี้ นึ้ ใน จวนจะสว่�ง ก�รทอดกฐิน มีภ�ระม�ก บ�งทีตอ้ ง ไปทอด ณ วัดซึ่งอยู่ไกลบ้�น ฉะนั้น ก�รดูเวล� จึงต้องอ�ศัยด�ว พอด�วจระเข้ขี้น ก็เคลื่อนองค์ กฐินไปสว่�งเอ�ที่วัดพอดี และต่อม�ก็คงมีผู้คิด ทำ�ธงในง�นกฐิน ในชั้นต้น ก็คงทำ�ธงทิวประดับ ประด�ให้สวยง�มทั้งที่องค์กฐิน ทั้งที่บริเวณวัด และภ�ยหลัง คงหวั่นจะให้เป็นเครื่องหม�ยเนื่อง ด้วยกร�นกฐิน ดังนัน้ จึงคิดทำ�ธงรูปจระเข้ เสมือน ประก�ศให้รู้ว่�ทอดกฐินแล้ว 2. อีกมติหนึ่งเล่� เป็นนิท�นโบร�ณว่� ในก�รแห่กฐินในท�งเรือ ของอุบ�สกผู้หนึ่ง มีจระเข้ตัวหนึ่งอย�กได้บุญ จึงอุตส่�ห์ว่�ยต�มเรือไปด้วย แต่ยังไม่ทันถึงวัด ก็หมดกำ�ลังว่�ยต�มต่อไปอีกไม่ไหว จึงร้องบอก

24

รับประท�นรวมกัน เรือ่ งนีภ้ กิ ษุ 30 รูป ทีเ่ ดินท�ง ม�เฝ้�พระพุทธเจ้� ก็คงได้รบั ประสบคว�มลำ�บ�ก เรือ่ งนีม้ � ในระหว่�งท�งเหมือนกัน เรือ่ งจีวรทีไ่ ม่ ต้องก�รใช้นั้น ในชั้นเดิมเป็นคว�มมุ่งหม�ยของ พระพุทธเจ้� ทีจ่ ะไม่ให้พระภิกษุเก็บสะสมทรัพย์ สมบัติ ถ้�มีอะไรเหลือใช้ จะเก็บไว้ไม่ได้ ต้องให้ คนอืน่ เสีย โดยเฉพ�ะเรือ่ งจีวรนีม้ บี ญ ั ญัตวิ �่ ถ้�มี จีวรเหลือใช้เก็บไว้ได้เพียง 10 วัน พ้น 10 วันไป แล้วต้องสละให้คนอื่นไป ถ้�จะไม่สละต้องทำ�พิธี 2 อย่�ง อย่�งหนึง่ เรียกว่� “วิกปั ” คือไปทำ�คว�ม ตกลงกับภิกษุอีกรูปหนึ่งให้เป็นเจ้�ของจีวรด้วย กัน แล้วมอบให้ตนเก็บไว้ อีกอย่�งหนึ่งเรียกว่� “อธิษฐ�น” คือถ้�จีวรที่เหลือใช้นั้นใหม่กว่�ของ ที่ใช้อยู่ ก็เอ�ม�ใช้เสีย แล้วสละของเก่�ให้คนอื่น ไป ก�รห้�มกวดขันไม่ให้เก็บผ้�จีวรไว้เกินต้องก�ร เช่นนี้ ในบ�งครัง้ ก็เกิดคว�มลำ�บ�กเช่น ถูกขโมย ลักจีวร ซึง่ เคยถูกกันม�ม�กในครัง้ พุทธก�ล หรือ มีเหตุอย่�งใดอย่�งหนึ่งที่ทำ�ให้จีวรนั้นใช้ไม่ได้ ก็ ไม่มสี �ำ รองเสียเลย ในเรือ่ งล�ภทีเ่ กิดขึน้ ในวัดนัน้ มีขอ้ บังคับกวดขันว่�ให้ได้แก่ภกิ ษุทมี่ พี รรษ�ยุก�ล ม�กทีส่ ดุ คือทีบ่ วชก่อนคนอืน่ ในเรือ่ งนีท้ �ำ คว�ม เดือดร้อนหล�ยครั้ง เช่น ภิกษุอยู่ในวัดเดียวกัน อดอย�กม�ด้วยกัน มีผู้เอ�ของม�ถว�ย และใน วันที่มีผู้เอ�ของม�ถว�ยนั้น เผอิญมีภิกษุจรม� พักอยู่ในวัดนั้นด้วย และภิกษุจรมีพรรษ�ยุก�ล ม�กกว่�ภิกษุที่อยู่ในวัด ล�ภนั้นก็ต้องตกเป็น ของภิกษุทจี่ รม� ส่วนภิกษุทอี่ ยูใ่ นวัดก็ไม่มสี ว่ นได้ คว�มขัดข้องลำ�บ�กเกิดจ�กท�งวินัย อย่�งนี้ พระพุทธเจ้�ได้ทรงเห็นม�น�นแล้ว แต่วนิ ยั ของพระพุทธเจ้�ไม่เหมือนกฎหม�ย คือกฎหม�ย ทีบ่ ญ ั ญัตไิ ว้แล้ว ถ้�รูส้ กึ ว่�ไม่ดกี ป็ ระก�ศเลิก และ บัญญัตใิ หม่ ส่วนวินยั ของพระพุทธเจ้�ประก�ศเลิก ไม่ได้ ได้แต่งดชั่วคร�ว หรือมีข้อยกเว้นพิเศษให้ เมือ่ ได้ทรงเห็นคว�มลำ�บ�กของภิกษุทมี่ �เฝ้� ทรง เห็นชัดว่�ควรให้คว�มยกเว้นในเรือ่ งหอบหิว้ เอ�ไตร จีวรม� และทรงยกเว้นในข้อนี้ ก็เลยทรงประท�น ข้อยกเว้นอืน่ ๆ ทีท่ รงดำ�ริม�แล้วแต่กอ่ นด้วย จึง เกิดมีข้อยกเว้นขึ้น 5 ข้อดังกล่�วม�ข้�งต้น แต่ก�รที่งดใช้วินัยชั่วคร�ว หรือให้ คว�มยกเว้นเป็นพิเศษนั้น จะให้กันเฉยๆ ไม่ได้ พระภิกษุต้องได้ทำ�คว�มดีอันใดอันหนึ่ง จึงจะ ได้รับคว�มยกเว้น ฉะนั้นก�รที่จะให้ภิกษุได้รับ คว�มยกเว้นในข้อนี้ พระพุทธเจ้�จึงทรงบัญญัติ ให้มพี ธิ กี ร�นกฐิน พิธกี ร�นกฐินต้องถือเป็นคว�ม ดีคว�มชอบอย่�งหนึ่ง เพร�ะก�รทำ�จีวรในสมัย นั้นไม่ใช่ของง่�ย ๆ ต�มปกติเวล�มีก�รทำ�จีวร ภิกษุย่อมได้รับคว�มยกเว้นในวินัยหล�ยข้ออยู่ แล้ว เมื่อต้องม�ทำ�จีวรโดยรีบร้อนให้เสร็จในวัน เดียว และตกเป็นสมบัติของคณะสงฆ์อีกเช่นนี้ ก็ควรเป็นคว�มชอบที่พึงได้รับคว�มยกเว้นใน

ภิกษุช�วเมืองป�ฐ� ประม�ณ 30 รูป มีคว�ม ประสงค์จะไปเฝ้���พระพุทธเจ้� ณ เมืองส�วัตถี จึง พ�กันเดินท�งจ�กเมืองป�ฐ�ไปส�วัตถี แต่พอไป ถึงเมืองส�เกต ซึง่ อยูใ่ นระยะท�งอีก 6 โยชน์จะถึง ส�วัตถี ก็เผอิญถึงวันเข้�พรรษ�ภิกษุเหล่�นั้นจะ เดินท�งต่อไปไม่ได้ จึงจำ�พรรษ�อยูใ่ นเมืองส�เกต ในระหว่�งจำ�พรรษ�มีคว�มร้อนรนอย�กเฝ้� พระพุทธเจ้�โดยเร็ว พอออกพรรษ�ก็ออกเดิน ท�งจ�กเมืองส�เกต ในเวล�นั้นฝนยังตกม�กอยู่ ท�งเดินก็เป็นโคลนตมเปรอะเปอน เมื่อม�ถึง เมืองส�วัตถีได้เข้�เฝ้�พระพุทธเจ้� พระพุทธเจ้� ทรงทร�บคว�มลำ�บ�กของพระภิกษุเหล่�นั้น จึง ทรงอนุญ�ตให้พระภิกษุท�ำ พิธกี ร�นกฐิน ในระยะ เวล�ภ�ยหลังวันออกพรรษ�แล้วไป 1 เดือน ภิกษุ ที่ได้ทำ�พิธีกร�นกฐินแล้ว ย่อมได้รับอ�นิสงส์ คือ คว�มยกเว้นในก�รผิดวินยั 5 ประก�ร เป็นเวล� 4 เดือน (หมดเขตในวันเพ็ญเดือนสี่) อ�นิสงส์หรือ คว�มยกเว้นทั้ง 5 ประก�รนั้น คือ 1. เข้�บ้�นได้โดยไม่ต้องล�ภิกษุด้วยกัน 2. เดินท�งโดยไม่ต้องเอ�ไตรจีวรไปด้วย 3. ฉันอ�ห�รโดยล้อมวงกันได้ 4. เก็บอ�ห�รที่ยังไม่ต้องก�รใช้ ไว้ได้ 5. ล�ภที่เกิดขึ้น ให้เป็นของภิกษุผู้จำ�พรรษ� ในวัดนัน้ ซึง่ ได้กร�นกฐินแล้ว ทีก่ ล่�วนีเ้ ป็นประวัติ ของกฐิน ซึ่งเก็บคว�มจ�กพระบ�ลี แต่ข้อคว�ม ที่กล่�วข้�งต้นนี้ยังเข้�ใจย�ก และไม่แลเห็นว่� เหตุผลเนื่องถึงกันอย่�งไร ฉะนั้นจึงต้องอธิบ�ย ขย�ยคว�มสักเล็กน้อย ต�มหลักวินัย ภิกษุจะ เข้�บ้�นต้องบอกล�กัน จะเดินท�งต้องเอ�ไตร จีวรไปให้ครบชุดเวล�ฉันอ�ห�รต้องนั่งเรียงกัน จะล้อมวงกันไม่ได้ จึงที่เหลือใช้เก็บไว้ได้เพียง 10 วัน ล�ภทีเ่ กิดขึน้ ต้องให้แก่ภกิ ษุผมู้ อี �วุโส คือ ที่บวชน�นที่สุด ข้อบังคับเหล่�นี้ ย่อมเป็นคว�ม ลำ�บ�กแก่ภิกษุทั้งหล�ยเป็นอันม�ก เช่นก�รเข้� บ้�นต้องบอกล�กันเสมอไปนั้น ถ้�เผอิญอยู่คน เดียว ไม่มีใครจะรับล� ก็เข้�บ้�นไม่ได้ ก�รเดิน ท�งต้องเอ�ไตรจีวรไปให้ครบ หม�ยคว�มว่�ต้อง เอ�ผ้�นุ่งห่มไปให้ครบชุด คือ สบง (ผ้�นุ่ง) จีวร (ผ้�ห่ม) สังฆ�ฏิ (ผ้�ซ้อนผ้�ห่ม) ในครัง้ ก่อน ภิกษุ ไม่มโี อก�สได้ผ�้ บ�งเนือ้ ละเอียดอย่�งสมัยนีเ้ สมอ ไป ถ้�ไปได้ผ้�เปลือกไม้หรือผ้�อะไรชนิดหน� ก�รที่จะนำ�เอ�ไปด้วยนั้นไม่เป็นก�รง่�ย ภิกษุ 30 รูปทีเ่ ดินท�งม�เฝ้�พระพุทธเจ้� ก็ได้รบั คว�ม ขอบคุณขอมูลจาก งานบริหารทั่วไป ลำ�บ�กในเรือ่ งนีม้ �แล้ว ก�รห้�มฉันอ�ห�รล้อมวง คณะแพทยศาสตร มช. และบังคับให้นงั่ เรียงกันฉันอ�ห�รนัน้ ถ้�มีอ�ห�ร น้อยก็ท�ำ คว�มลำ�บ�ก เร�ทร�บอยูแ่ ล้วว่�ก�รรับ ประท�นแยกกันย่อมปลีกอ�ห�รม�กกว่�ก�ร

วารสาร องคการบริหารสวนตําบลดอยหลอ



วารสารดอยหล่อ ฉบับเดือนกรกฎาคม - กันยายน 2556