Issuu on Google+

-3-

สารเจ้าอาวาส

“คาเทศนาบนภูเขาของพระเยซูเจ้า” ก่อนที่ วินเซนต์ แวนโกะ (Vincent van Gogh) จะค้นพบว่าตนเองเป็นจิตรกร ศิลปิน ชาวดัทช์ผู้นี้เคยมีกระแสเรียกของการเตรียมตัวเป็นพระสงฆ์ เขาปรารถนาอย่างยิ่งที่จะอุทิศ ตนเองในการช่วยเหลือคนอื่น ๆ หลังจากใช้ช่ว งเวลาสั้น ๆ ในประเทศอังกฤษในฐานะนักเทศน์ และครู ใ นรู ป แบบฆราวาส เขาได้ ศึ ก ษาเทววิท ยาและรั บ การฝึ ก ฝนให้ เ ป็ น ผู้ ป ระกาศข่ า วดี ที่ ก รุ ง บรั ส เซลส์ แต่ ไ ม่ ไ ด้ รั บ เลื อ กให้ ไ ปท่ า งานมิ ช ชั น นารี กั บ พวกคนงานเหมื อ งที่ ย ากจน ย ประสบการณ์ ครั้งนี้เขาเรียกว่า “ความสูญเปล่าในมหาวิทยาลัยที่สิ้นหวัง” ภายหลังที่เขาแทบไม่มีเงินเหลือติดตัวเลย และประสบการณ์ของการถูกปฏิเสธ เขาจึง ค้นพบความสามารถที่แท้จริงของเขาในการวาดภาพ เขาตัดสินใจว่าภารกิจใหม่ของเขาจะน่า ความบรรเทาใจมาให้ประชาชนโดยผ่านทางงานศิลป์ของเขา เขาผลิ ตงานภาพเขีย นมากกว่ า 700 ภาพ และภาพสีน้่ ามั นอี กประมาณ 800 ภาพ ในช่ ว งที่ ยั ง มี ชี วิ ต อยู่ ข ายภาพได้ เ พี ย งภาพเดี ย ว เขาไม่ ส ามารถเอาชนะความเปลี่ ย วเหงา เดียวดายได้ จึงฆ่าตัวตายในที่สุด และหลังจากความตายของเขาแล้ว ภาพวาดต่าง ๆ ของเขา จึงได้รับความชื่นชม ในภาพวาดต่าง ๆ ของเขา แม้ในซอกมุมของชีวิ ตที่สกปรกที่สุด จะมีแสง (รัศมี) แห่งความสว่างอยู่เสมอ เขาประสบความส่าเร็จที่จะแสดงให้โลกเห็นว่ามีอะไรอยู่ในหัวใจ ของคนที่ไร้ความหมาย พระวาจาของพระเจ้าในวันนี้ ทั้งสามบทอ่านพูดถึงพวกที่เป็นเหมือนคนไร้ความหมาย คนที่ถูกทิ้งไว้ คนที่เป็นคนโง่เขลา คนที่อ่อนแอ คนที่ยากจนทางด้านจิตใจ คนที่ถูกเบียดเบียน ข่มเหง คนเหล่านี้มีพื้นที่ในพระอาณาจักรของพระเจ้า

เริ่มจากบทอ่านแรก ประกาศกเศฟันยาห์ได้พูดถึงบรรดาคนที่ถ่อมตนและต่่าต้อ ย คนเหล่านี้ต่างหากที่จะคงเหลืออยู่ในแผ่นดินเดิมของอิสราเอล ไม่ต้อ งถูกกวาดต้อนไปเป็น เชลยเมื่อ ประเทศอิสราเอลแพ้สงคราม และพระวิหารถูกท่าลาย คนชั้นกษัตริย์ ชั้นขุนนาง ชนชั้นสูงที่มีอิทธิพล ถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลยหมด เหลือไว้แต่คนต่่าต้อยทั้งหลายที่รอดได้ บทอ่านที่สอง ก็ค่อนข้างชัดเจนที่นักบุญเปาโลบอกเราว่า “พระเจ้าทรงเลือกสรร คนโง่เขลาในสายตาของโลกเพื่อทาให้คนฉลาดต้องอับอาย ทรงเลือกสรรคนที่โลก ถือว่าอ่อนแอ เพื่อให้ผทู้ ี่แข็งแรงต้องอับอาย” และค่ า เทศนาบนภู เ ขาของพระเยซู เ จ้ า ในพระวรสารวั น นี้ ถื อ ว่ า เป็ น ค่ า สอนที่ ยอดเยี่ยมและเด่นดังของพระองค์เลยทีเดียว พระองค์ทรงยกย่องผู้ที่ไร้ค่าความหมาย ในสายตาของมนุษย์ว่าเป็นผู้มีความสุขแท้ และพวกเขาสมจะได้รับรางวัลอันยิ่งใหญ่ ในสวรรค์ ตลอดพระชนมชีพของพระเยซูเจ้าทรงถือตามข้อค่าสอนของบุญลาภนี้ เช่น เมื่อต้อง ท่าภารกิจที่ได้รับมอบจากพระบิดาเจ้า พระองค์ก็ทรงยอมสละอ่านาจและสิทธิพิเศษต่าง ๆ พระองค์ทรงอ่อนโยนต่อประชาชน ทรงโศกเศร้าเมื่อเห็นว่าคนเป็นจ่านวนมากไม่ยอมรับเมื่อ พระเจ้าเสด็จมาเยี่ยม พระองค์ทรงมีประสบการณ์ของความหิวโหย ไม่เฉพาะความหิวที่ต้อง เติมเต็มด้วยอาหารเท่านั้น แต่ความหิวที่ต้องเติมเต็มด้วยสิ่งที่ถูกต้อง พระเยซูเจ้ามักจะทรง เป็ น ที่ สะดุ ด ต่ อ เจ้ า หน้ า ที่ ท างศาสนายิ ว ที่ พ ระองค์ พ ร้อ มเสมอจะแสดงความเมตตาและ การให้ อ ภั ย พระองค์ ทรงก่ อ ให้ เกิ ด สั น ติ ขึ้ น ระหว่ า งพระกั บ มนุ ษ ย์ และที่ สุ ด ทรงยอมตาย เพื่อ ยืนยันในสิ่งที่ทรงเชื่อ ในทุกอย่างที่สรุปมานี้พระองค์ทรงมีความสุขที่แท้จริง เพราะวันที่ สามทรงกลับฟื้นคืนพระชนมชีพ ความจริงที่ซ่อนอยู่ในรูปภาพทั้งหลายที่จิตกรเอกของโลกได้วาดเอาไว้น่าจะเป็นความ จริงอย่างยิ่ง ในทุก ๆ ชี วิต ในทุก ๆ แง่มุมของชี วิต จะมีแ สงรัศมี แ ห่งความ

สว่างฉาบฉายอยู่เสมอ ค.พ.วิชา หิรัญญการ 30 ม.ค. 2011


สารเจ้าอาวาส