Issuu on Google+

สารเจ้าอาวาส

“พระเยซูเจ้าทรงรักษาคนตาบอด” (อาทิตย์ที่ 4 เทศกาลมหาพรต ปีA) เรื่องนี้ย้อนกลับไปสู่ความเชื่อดั้งเดิมของชาวยิวที่ว่า คนที่เกิดมาพิกลพิการต่าง ๆ มาจากการ ทาบาป ถ้าไม่ใช่เจ้าตัวทา ก็เป็นพ่อแม่ของเขาที่ได้ทาบาป แม้บรรดาศิษย์ของพระเยซูเจ้าก็คิดเช่นนั้น เมื่อพวกเขาเห็นชายตาบอดแต่กาเนิดคนหนึ่ง เขาก็ถามพระเยซูเจ้าด้วยความอยากรู้ว่าเป็นบาปของใคร ของชายผู้ตาบอด หรือของพ่อแม่เขา ย พระเยซูเ จ้า ทรงเห็นว่ า เป็นความคิดที่ไ ม่ถูกต้อ ง ทรงตอบบรรดาศิษย์ว่า ที่ เขาเป็นเช่นนี้

ก็เพื่อให้กิจการของพระเจ้าปรากฏในตัวเขา หมายความว่าเป็นโอกาสของเขาที่จะมีความหวังให้เกิด อัศจรรย์กับตัวเขา และทรงทาเช่นนั้นจริง ๆ ทรงรักษาเขาให้หายจากตาบอด ซึ่งน่าจะเป็นเรื่อ งที่ใครก็ตาม ถ้าได้เห็น ได้ยิน ได้รู้เรื่อง ควรจะเต็มไปด้วยความยินดี แต่เรื่องกลับไม่เป็นดังนั้น เกิดเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมาก ทั้งเพื่อนบ้านและคนที่เคยเห็นเขา ต่างก็สงสัยว่าคนนี้ใช่คนตาบอด ขอทานคนเดิมหรือไม่ บ้างก็ว่าใช่ บ้างก็ว่าไม่ใช่ แต่คนที่เคยตาบอดบอกว่า “ใช่ เป็นฉันเอง”

คนเหล่านั้นอยากรู้ว่าตาหายบอดได้อย่างไร เขาก็ตอบว่า “คนที่ชื่อเยซูทาโคลนป้ายตาฉัน และให้ไปล้างตาที่สระสิโลอัม พอฉันไปล้างแล้วก็มองเห็น ” เรื่องสนุกกว่านั้น พวกฟาริสีรู้เรื่องก็ไม่เชื่อทันที เพราะการรักษาคนตาบอดนั้นทาในวันสับบาโต คนที่ทาเช่นนี้ พวกฟาริสีถือว่าไม่ได้มาจากพระเจ้า

เขาจึงลากตัวคนที่เคยตาบอดมาซักถามซึ่งเขาก็เต็มใจเล่าให้ฟังอย่างละเอียด ทาให้ พวกฟาริสีมีความคิดแตกต่างกัน เมื่อถามชายผู้นั้นว่าคิดอย่างไรกับคนที่รักษาเขา เขาตอบว่า “คนนั้นเป็นประกาศก”

-3-

พวกฟาริสีไม่เชื่อ ว่าชายคนนี้ตาบอดแล้วกลับมองเห็น จึงเรียกบิดามารดาของเขา มาสอบถาม ซึ่งก็ยืนยันว่าเป็นลูกของพวกเขาจริง ๆ และเกิดมาตาบอดจริง เมื่อเรียกคนที่เคย ตาบอดมาถามอีกซึ่งเขาก็เริ่มฉุนในความไม่เชื่อของพวกฟาริสี เรื่ อ งทั้ ง หมดต้ อ งการจะเน้ น ว่ า พระเยซู เ จ้ า ทรงเป็ น แสงสว่ า งที่ บั น ดาล ชีวิตใหม่ให้แก่ผู้ที่มีความเชื่อ คนที่เคยตาบอดบัดนี้ก็ถูกนามาสู่แสงสว่างของพระองค์ โดยการประกาศความเชื่อในพระองค์ ส่วนบรรดาผู้ที่ไม่เชื่อ แม้ตาแห่งร่างกายของเขาไม่บอด แต่ใจของเขาบอดมืดสนิท แสงสว่า งคื อ พระคริ สต์ ไ ด้ เ ข้า มาในโลกแล้ ว แต่พ วกเขาหายอมรั บ แสงสว่ างไม่ ปฏิ กิ ริ ย า แห่งความโกรธ ความกลัวของพวกฟาริสี บวกกับความตื่นกลัวของพ่อ แม่ชายที่เคยตาบอด ทาให้เรื่องนี้น่าเศร้าใจ และมาแทนที่ที่เราควรจะเห็นในเรื่องของ ความเชื่อ การยอมรับ

และความหวัง เรื่องนี้สอดรับกับความมืดบอดต่าง ๆ ในโลกของเราทุกวันนี้ และความมืดบอด อีกหลาย ๆ ส่วนในชีวิตของเราด้วย ซึ่งทาให้เราเกิดความกลัว ความขื่นขม ความตื่นตระหนก ทาให้สิ่งเหล่านี้มาแทนที่ความเข้าอกเข้าใจ ความเชื่อ และความรัก ถ้าเป็นเช่นนี้เราควร

เหลียวมองดูพระเยซูเจ้า และติดตามพระองค์โดยเดินออกจากความมืดไป หาแสงสว่างของพระองค์ คุณพ่อวิชา หิรัญญการ 3 เม.ย. 2554


สารเจ้าอาวาส