Page 1


ปีที่ 2 ฉบับที่ 2 เมษายน - มิถุนายน 2552

Journal of KM Lerdsin Hospital Volume 2 Number 2 April - June 2009 วัตถุประสงค์ของวารสารการจัดการความรู้ โรงพยาบาลเลิดสิน

1. เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการจัดการความรู้ ของบุคลากรในสังกัด โรงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์ 2. เพื่อเป็นศูนย์กลางการแบ่งปัน แลกเปลี่ยน เรียนรู้ประสบการณ์ ระหว่างบุคลากรภายใน และภายนอก โรงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์ 3. เพื่อสนับสนุนให้บุคลากรพัฒนา การจัดการความรู้เกี่ยวกับการเขียนบทความทางวิชาการเผยแพร่ต่อสาธารณะ 4. เพื่อจัดเก็บความรู้ที่อาจมีคุณค่าและสามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อไป

คณะบรรณาธิการ วารสารการจัดการความรู้ โรงพยาบาลเลิดสิน ที่ปรึกษา นายแพทย์อนันต์ เสรฐภักดี นายแพทย์ธวัช ประสาทฤทธา แพทย์หญิงใยวรรณ ธนะมัย แพทย์หญิงมยุรี ฮั่นตระกูล นายแพทย์สุทัศน์ ดวงดีเด่น

เลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการคณะบรรณาธิการ นางสาวประภา จีนนิกุล นางสาวนฤมล อ่อนแสงงาม นางสาวชลิตา ง้าวสุวรรณ กองบรรณาธิการ ทันตแพทย์วิทยา ยินดีเดช นายแพทย์ชัยสิทธิ์ ใบไม้ นางสาวนุชนาท บุญต่อเติม บรรณาธิการ นายแพทย์สมสิทธิ์ ชุณหรัศมิ์

สำนักงานกองบรรณาธิการวารสารการจัดการความรู้ โรงพยาบาลเลิดสิน ห้องสมุด ชั้น 8 อาคารกาญจนาภิเษก เลขที่ 190 ถนนสีลม บางรัก กรุงเทพฯ 10500 โทรศัพท์ : 0 2353 9835-6 โทรสาร : 0 2353 9933 E-Mail Address : geennikul@hotmail.com, geennikul@yahoo.com geennikul@gmail.com Website : http://www.lerdsin.go.th/ วารสารราย 3 เดือน จัดพิมพ์โดย โรงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์


วารสารการจัดการความรู้ โรงพยาบาลเลิดสิน เป็นศูนย์กลางสำหรับการแบ่งปัน แลกเปลี่ยน เรียนรู้ ประสบการณ์ ระหว่างบุคลากร ภายในและภายนอกโรงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์ โดยถ่ายทอดในรูปของ บทความ บทความที่ส่งมาลงตีพิมพ์ ต้องเป็นบทความที่ไม่เคยลงตีพิมพ์ในวารสารอื่นมาก่อน

ข้อแนะนำสำหรับการจัดตรียมต้นฉบับ

1. กองบรรณาธิการ รับตีพิมพ์ต้นฉบับภาษาไทยเท่านั้น 2. ต้นฉบับควรพิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์โปรแกรมสำเร็จรูป Microsoft Office Word 2003 ขนาดตัว อักษรไม่เล็กกว่า AngsanaUPC ขนาด 16 pts ใช้กระดาษพิมพ์ขนาด A4 พิมพ์หน้าเดียวใส่เลขหน้ากำกับ ทุกหน้า ทำเป็นคอลัมน์เดียวกรอบของเนื้อหาห่างจากขอบบน ขอบล่าง ขอบซ้าย และขอบขวา ด้านละ 1 นิ้ว ความยาวไม่น้อยกว่า 3 หน้ากระดาษ A4 3. พิมพ์ชื่อบทความภาษาไทยและวรรคตอนรวมกันไม่เกิน 50 ตัวอักษร ชื่อบทความควรสั้นได้ใจความ และสื่อเป้าหมายหลัก 4. พิมพ์ชื่อผู้เขียน คุณวุฒิ ตำแหน่งและสถานที่ทำงานภาษาไทย ไว้ใต้ชื่อบทความ 5. ภาพประกอบ (ถ้ามี) ควรใช้ชื่อรูปภาพที่มีนามสกุลเป็น .gif หรือ .jpg 6. การเขียนเอกสารอ้างอิง ถ้าต้องการระบุแหล่งอ้างอิง ต้องใช้ระบบแวนคูเวอร์

การส่งต้นฉบับ

1. ส่งต้นฉบับ ประกอบด้วยบทความ (ที่พิมพ์แล้ว) ภาพประกอบ(ถ้ามี) จำนวน 1 ชุด พร้อมแผ่น ดิสเก็ตหรือแผ่นซีดีที่บรรจุข้อมูลบทความ และภาพประกอบ จำนวน 1 แผ่น ระบุชื่อบทความ และชื่อผู้เขียน บทความกำกับไว้ที่แผ่นดิสเก็ต หรือแผ่นซีดีทุกแผ่น (หากมีมากกว่า 1 แผ่น) จัดส่งได้ที่ ห้องสมุดโรงพยาบาลเลิดสิน ชั้น 8 อาคารกาญจนาภิเษก โรงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์ 190 ถนนสีลม บางรัก กรุงเทพ 10500 2. หรือจัดส่งทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ ได้ที่ geennikul@gmail.com, geennikul@hotmail.com, geennikul@yahoo.com 3. หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ 0 2353 9835 - 6


สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านทุกท่าน

วารสารการจัดการความรู้โรงพยาบาลเลิดเสินที่ท่านถืออยู่นี้ ก็เป็นฉบับที่สี่แล้ว จะสังเกตได้ว่า เนื้อหาค่อยๆ เพิ่มความหลากหลายขึ้นตามลำดับ เนื่องจากเราได้รับความกรุณาจากสมาชิกที่ช่วยกันส่ง ผลงานมาร่วมแบ่งปันความรู้ที่ซุกซ่อนอยู่ ออกมาเป็นรูปธรรมแก่ท่านผู้อ่านเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากท่าน มีความรู้หรือประสบการณ์ดีๆ อยากแบ่งปัน ก็ติดต่อกองบรรณาธิการได้เสมอครับ ในฉบับนี้มีเรื่องเกี่ยวกับการประชุมวิชาการที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการครบรอบ 60 ปีของการที่ โรงพยาบาลเลิดสินเข้าสังกัดกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขอีกด้วย ทั้งยังมีบทความที่รวบรวมจาก การปฎิบัติงานโดยตรง รวมถึงโครงการริเริ่มใหม่ๆที่ได้บรรจุเข้ามาเพื่อพัฒนาบุคลากรและองค์กรอีกด้วย หากท่านผู้อ่านมีข้อคิดเห็นใดๆ สามารถเสนอแนะเข้ามาได้ที่กองบรรณาธิการ ผ่านทาง บรรณารักษ์ห้องสมุดที่แสนใจดีของเราได้ตลอดเวลา ทางเรายินดีรับฟังเพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไข ให้วารสาร มีความน่าสนใจเพิ่มขึ้นครับ

กองบรรณาธิการ วารสารการจัดการความรู้โรงพยาบาลเลิดสิน


สารบัญ 61

เก็บตกจากการอบรมหลักสูตร HA451 ผู้เยี่ยมสำรวจภายนอกขั้นที่ 1 สุทัศน์ ดวงดีเด่น

69

๖๐ ปี โรงพยาบาลเลิดสิน : อดีต ปัจจุบัน อนาคต ถอดเทปจากการประชุมวิชาการประจำปี ประภา จีนนิกุล

89

แปลงเพศอย่างไร ให้ปลอดภัย สุกิจ ทัศนสุนทรวงศ์

91

แนวทางการให้บริการสังคมสงเคราะห์ ผู้ป่วยต่างชาติ นุชนาท บุญต่อเติม

99

“ผ้ายึดตรึง” นวัตกรรมเพือ่ ความปลอดภัยของผูป้ ว่ ย นันทนัช ภาณุศรี


101

เหตุเกิดที่อัมพวา ชลธิชา สว่างแจ้ง

106

การให้คำปรึกษาด้านยาแก่ผู้ป่วย ทางโทรศัพท์ (3) สมสกุล ศิริไชย

110

มารู้จัก UCHA กันเถอะ นวลพรรณ เอี่ยมตระกูล

112

การจัดการความรู้ พัฒนารูปแบบ

การพยาบาลผู้ป่วยผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม กฤติยา จิตราภัณฑ์

116

รวมภาพกิจกรรมการจัดการความรู้ โรงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์


๖๐ ปี โรงพยาบาลเลิดสิน


สุทัศน์ ดวงดีเด่น นายแพทย์เชี่ยวชาญ เลขานุการคณะทำงานการจัดการความรู้ โรงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์ การพั ฒ นาศั ก ยภาพของผู้ เ ยี่ ย มสำรวจมี ความสำคัญยิ่งต่อ HA ผู้เข้ารับการอบรมในหลักสูตร นี้ ส่ ว นหนึ่ ง มี ค วามมุ่ ง หวั ง ที่ จ ะพั ฒ นาตนเองไปเป็ น ผู้เยี่ยมสำรวจของสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) หรือทีเ่ รียกย่อๆ ว่า สรพ. อีกส่วนหนึง่ อาจมี วั ต ถุ ป ระสงค์ ใ นการเข้ า รั บ การอบรมเพื่ อ นำความรู้ ไปพัฒนาคุณภาพ โรงพยาบาลที่ตัวเองปฏิบัติงานอยู่ แนวคิ ด พื้ น ฐานของกระบวนการเยี่ ย ม ให้สามารถผ่านการรับรองได้ ด้วยกลยุทธ์สำคัญจาก สำรวจนั้นพอจะแบ่งออกได้เป็น 2 ค่ายใหญ่ๆ คือ ตำราพิชัยสงครามของซุนวูที่ว่า รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครา บางคนก็หวังเพียงเอาไปใช้เป็นแนวทาง 1. Audit mode ในการประเมินภายใน โรงพยาบาล หรือวัตถุประสงค์ 2. Learning mode อื่นๆ ที่หลากหลายในแต่ละบุคคล Hospital accreditation หรือที่เราเรียกกัน สิ่งที่ผู้เยี่ยมสำรวจต้องได้รับการพัฒนาก็คือ ย่อๆ ว่า HA นั้น เน้นการใช้ learning mode เป็ น แนวคิ ด สำคั ญ ในการประเมิ น สถานพยาบาล ความรู้ ทักษะ ชิ้นงานและงานมาตรฐาน ด้วยแนวคิดว่า HA คือ กระบวนการเรียนรู้ ไม่ใช่ ความรู้ ที่ ส ำคั ญ สำหรั บ ผู้ เ ยี่ ย มสำรวจ 2,3,4,5,6 การตรวจสอบ1 การเรียนรู้สำคัญเกิดจากการประเมิน และพัฒนาตนเองในโรงพยาบาล ผู้เยี่ยมสำรวจเป็น ได้แก่ แนวคิดคุณภาพ เครื่องมือคุณภาพ แนวคิด ผู้ แ ทนของสถาบั น รั บ รองคุ ณ ภาพสถานพยาบาล HPH มาตรฐาน HA/HPH การประเมิน และระบบ เป็นแขกรับเชิญของโรงพยาบาล เป็นกัลยาณมิตร สาธารณสุข ไม่ใช่ผู้พิพากษา ไม่ใช่ผู้ตรวจสอบ การประเมินจาก ทักษะที่สำคัญ ได้แก่ การอ่าน การวิเคราะห์ ภายนอกเป็ น การยื น ยั น ผลการประเมิ น ตนเอง และกระตุ้นให้เห็นโอกาสพัฒนาในมุมมองที่กว้างขึ้น การมองภาพใหญ่ การสร้างความสัมพันธ์ การสังเกต ด้ ว ยมุ ม มองสำคั ญ คื อ คุ ณ ภาพและความปลอดภั ย การฟัง การตั้งคำถาม การสะท้อนกลับ กระตุ้น การรับรองคือการให้กำลังใจในการทำความดี และ การเรียนรู้ การเขียน การแก้ไขสถานการณ์ ส่งเสริมให้ทำดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่การตัดสินได้ตก 61 JOURNAL OF KM LERDSIN HOSPITAL :: VOLUME 2 NUMBER 2 :: APRIL - JUNE 2009

ตามที่ ผู้ เ ขี ย นได้ เ ข้ า รั บ การอบรมหลั ก สู ต ร HA451 ผู้เยี่ยมสำรวจภายนอกขั้นที่ 1 ระหว่างวันที่ 12 - 16 ตุลาคม 2552 ณ โรงแรมอมารี แอร์พอร์ต กรุงเทพฯ ขอสรุปเนื้อหาการเข้ารับการอบรมมาให้อ่าน กันเล่น หวังว่าจะเป็นประโยชน์ และเป็นกำลังใจให้กับ ทุกท่านที่เกี่ยวข้อง


ในการเยี่ยมสำรวจนั้น การตั้งคำถามของ ผู้เยี่ยมสำรวจมีความสำคัญมาก มีคำถามหลายอย่าง ที่อาจสร้างปัญหาขึ้น อาทิ ต้องการไปถามว่า ทางห้อง lab มีปัญหาและอุปสรรคในการสู่มาตรฐาน สากลอย่างไร อาจต้องมีการปรับคำถามให้เป็นกลาง และเป็นบวก เช่น ทีมงานมีความเห็นอย่างไรต่อ มาตรฐานสากลต่างๆ มีแผนการเรื่องนี้อย่างไร คำถาม ที่ดีที่ยกมาเป็นตัวอย่างได้แก่ Lab ตอบสนองต่อ เป้ า หมายการมุ่ ง สู่ ม าตรฐานสากลของโรงพยาบาล อย่างไร มีปัญหาและอุปสรรคอย่างไร การตรวจ อะไรบ้างที่จำเป็นสำหรับ world class มีช่องทาง การสื่อสารระหว่างแพทย์ผู้ส่งกับ lab อย่างไร lab ได้รับ feedback อะไรจากแพทย์บ้าง ข้อมูลจากแพทย์อันไหนที่ lab นำมาใช้ประโยชน์ใน การปรับปรุงได้มาก lab ใช้ระบบเอกสาร ในการ ประกันคุณภาพการตรวจอย่างไร โรงพยาบาลมีวิธีการ พิจารณาอย่างไรว่า lab ใดที่จะทำเอง lab ใดที่จะ ส่งที่อื่น lab มีช่องทางในการรับรู้ข้อมูลความต้องการ และความพึงพอใจของลูกค้าอย่างไร นำข้อมูลนั้นมาใช้ ประโยชน์อย่างไร Mismatch เป็นอุบัติการณ์ที่รุนแรง ทาง lab มีความมั่นใจว่าจะป้องกันเรื่องนี้อย่างไร ทีมงานมีความเห็นอย่างไรต่อมาตรฐานสากลต่างๆ อาทิ ISO guide 25 มีแผนการเรื่องนี้อย่างไร

ทั้งในส่วนที่โรงพยาบาลทำดีอยู่แล้ว มากล่าวชื่นชม แ ล ะ ม อ ง ห า ป ร ะ เ ด็ น ที่ มี โ อ ก า ส พั ฒ น า ซึ่งในระหว่างการเยี่ยมสำรวจ โรงพยาบาลจะพยายาม ปกป้องตัวเองอย่างเต็มที่ ยิ่งถ้าหากไปกล่าวในทำนอง ที่ว่า ผู้ถูกเยี่ยมสำรวจทำผิด หรือเป็นผู้ผิดแล้วละก็ ผู้ถูกเยี่ยมสำรวจจะสู้ยิบตาเลยทีเดียว แต่ถ้าไม่สามารถ ชี้ ป ระเด็ น ที่ อ าจจะเกิ ด ประโยชน์ ต่ อ หน่ ว ยงานเลย หน่วยงานทำอะไรก็ดีไปหมด เมื่อสิ้นสุดการเยี่ยมสำรวจ หน่ ว ยงานจะรู้ สึ ก ว่ า เสี ย เวลาไม่ เ ห็ น จะได้ อ ะไรที่ จะเป็ น ประโยชน์ ใ นการปรั บ ปรุ ง หน่ ว ยงานเลย จะเห็นได้ว่าผู้เยี่ยมสำรวจนั้นเครียดพอๆ กับคนที่ถูก เยี่ยม ต้องพัฒนาตัวเองให้มีทั้ง conceptual skill, observation skill, probing skill (การเจาะลึก), analytical skill, coaching skill ที่สำคัญก็คือควร จะเขี ย นรายงานการเยี่ ย มสำรวจให้ เ สร็ จในวั น นั้ น ซึ่งก็หมายถึงว่าต้องมี writing skill และต้องเป็นคน ที่มีจริยธรรม รู้จักการทำงานเป็นทีม รวมทั้งมี ความสามารถในการบริหารจัดการเวลาได้เป็นอย่างดี Surveyor นั้นในภาษาอังกฤษแปลว่า พนักงาน สอบสวน แต่ในทางปฏิบัติจริงต้องทำอะไรต่อมิอะไร เยอะแยะไปหมด อย่างไรก็ดีเมื่อสิ้นสุดการเยี่ยมสำรวจ ความสำเร็จของ Surveyor ที่สำคัญยิ่งก็คือ เดิน ออกมาแล้วรพ.นั้นคึก ผ่านไม่ผ่านไม่รู้แต่มีความตื่นตัว

ชิ้นงานที่จะต้องฝึกทำ ได้แก่ การวิเคราะห์ กิจกรรมการเรียนในหลักสูตร HA451 ผู้เยี่ยม self assessment การสัมภาษณ์ทีม เยี่ยมหน่วยงาน สำรวจภายนอกขั้นที่ 1 ใช้เทคนิคที่เรียกว่า world ทบทวนเอกสาร/เวชระเบียน จัดทำรายงาน cafe’ ให้แบ่งกลุ่มเป็นจำนวนกลุ่มที่ต้องการ เช่น ต้องการ 10 กลุ่ม ด้วยการนับ 1-10 ใครหมายเลขไหน และสุดท้าย คืองานมาตรฐาน ได้แก่ ก็อยู่กลุ่มนั้น หลังจากนั้นก็ตั้งคำถามให้กลุ่มช่วยกัน document assessment ซึ่งรวมถึง เวชระเบียน คิด แล้วเขียนลงใน Flip chart (ถ้าเขียนลง A4 ไม่รู้ รายงานการประชุม คู่มือ learn & share workshop ว่าเลขาฯจดอย่างที่กลุ่มคุยกันหรือไม่) คิดเสร็จ ICV/CV step 1/2 Assessment Accreditation เขียนเสร็จ ให้ทุกคนย้ายไปกลุ่มอื่น พยายามให้ survey Re-accreditation survey คนในกลุ่ ม แยกย้ า ยกั น ไปโดยไม่ ไ ปเจอคนซ้ ำ เพียงในช่วงเวลาของการเยี่ยมสำรวจที่ไม่นาน จะได้รู้จักกันภายในระยะเวลาสั้น ให้เหลือคนใด นัก แค่ 2-3 วัน โรงพยาบาลตั้งความหวังเอาไว้กับ คนหนึ่งไว้ประจำกลุ่ม(ของเราเลือกผู้ที่อาวุโสสูงสุด) ผู้เยี่ยมสำรวจมากมาย ผู้เยี่ยมสำรวจต้องจับประเด็น เปลี่ยนคำถาม ทำกิจกรรมช่วยกันคิด และเขียนลง 62

วารสารการจัดการความรู้ โรงพยาบาลเลิดสิน :: ปีที่ 2 ฉบับที่ 2 :: เมษายน - มิถุนายน 2552


Flip chart สุดท้ายให้คนที่ไม่ย้ายกลุ่มมานำเสนอ หลังจากนั้นเป็นการเรียนรู้ในเรื่อง จริยธรรม ของผู้เยี่ยมสำรวจ ข้อพึงปฏิบัติระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ มรรยาท ซึ่งมีตั้งแต่ ผู้เยี่ยมสำรวจไม่พึงวิพากษ์วิจารณ์ ผู้เยี่ยมสำรวจท่านอื่น รวมทั้งไม่พึงวิพากษ์วิจารณ์ โรงพยาบาล และสรพ. ต้องรักษาความลับของโรงพยาบาล ที่ได้มาระหว่างการเยี่ยมสำรวจ แม้แต่การนำข้อมูล เชิ ง บวกของโรงพยาบาลไปเผยแพร่ ก็ ค วรได้ รั บ ความยินยอมจากโรงพยาบาลก่อน ไม่พึงถ่ายภาพ หรือถ่ายวิดีโอ ในขณะปฏิบัติหน้าที่ ไม่พึงเปรียบเทียบ ผลการปฏิบัติงานระหว่างโรงพยาบาล ไม่พึงทำให้เกิด ความเข้าใจผิดว่า โรงพยาบาลจะได้รับการรับรอง โดยที่ ยั งไม่ ไ ด้ มี ก ารประกาศเป็ น ทางการจากสรพ. ผู้เยี่ยมสำรวจพึงแจ้งให้สรพ.ทราบ หากมีความสัมพันธ์ หรือผลประโยชน์เกี่ยวข้องกับโรงพยาบาลที่จะไปสำรวจ เช่น เคยประกอบอาชีพในโรงพยาบาลที่จะไปเยี่ยม สำรวจ ในช่วงเวลา 24 เดือนก่อนและหลังการเยี่ยม สำรวจ ไม่รับของฝาก ของที่ระลึก หรือการเลี้ยงต้อนรับ ในลักษณะที่แสดงความสิ้นเปลือง หรือรับสิ่งตอบแทน ที่อาจทำให้เป็นที่ครหาว่ามีผลต่อการตัดสินใจรับรอง คุณภาพ ผู้เยี่ยมสำรวจไม่พึงขอเอกสารหรือตัวอย่าง จากโรงพยาบาลเพื่อไปใช้ส่วนตัว และข้อมูลทุกชิ้นที่

ได้รับจากโรงพยาบาล ขอให้ถือเป็นความลับ สำหรับ ในเรื่องมรรยาทนั้น ผู้เยี่ยมสำรวจพึงแต่งกายสุภาพ เรียบร้อย พร้อมติดป้ายชื่อที่ สรพ.จัดให้ทุกครั้ง ควรไป ตรงต่อเวลาหรือไปก่อนเวลานัดหมาย เริ่มต้นเยี่ยม สำรวจหน่วยงานตามเวลาที่กำหนด ผู้เยี่ยมสำรวจ พึ ง ปิ ดโทรศั พ ท์ มื อ ถื อ ในระหว่ า งการเยี่ ย มสำรวจ ไม่ควรออกจากโรงพยาบาลในระหว่างเวลาเยี่ยมสำรวจ เพื่อจุดประสงค์ส่วนตัว หรือเชิญบุคคลอื่นมาติดต่อ ธุรกิจระหว่างการปฏิบัติงาน พึงวางตัวเป็นกลาง แสดงออกด้วยความสุภาพเรียบร้อย ไม่ก้าวร้าว และ ไม่ พึ ง นำเจ้ า หน้ า ที่ จ ากโรงพยาบาลของตนไปดู ง าน ในโรงพยาบาลที่ไปเยี่ยมสำรวจ ทั ก ษะสำคั ญ ที่ ผู้ เ ยี่ ย มสำรวจต้ อ งฝึ ก ฝนให้ เชี่ยวชาญ คือ Appreciate Inquiry ได้แก่การค้นหา สิ่งดี หลายครั้งที่เราพบว่า โรงพยาบาลเขียน self assessment ได้ไม่ดีเท่าที่ทำจริง ดูความสำเร็จ ทรัพย์สิน ศักยภาพที่หลบซ่อนอยู่ นวัตกรรม จุดแข็ง ความคิด ที่เหนือชั้น จิตวิญญาณ ส่วนลึกขององค์กร ซึ่งแสดง ภาพฝันในอนาคตขององค์กรที่มีคุณค่าและเป็นไปได้ เหตุการณ์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด ที่ผู้ตอบมี ส่วนร่วม การเปลี่ยนแปลงในสิ่งเล็กสิ่งน้อยที่ทำได้ทันที การเปลี่ยนแปลงสำคัญ ที่เราทำได้และเกิดผลกระทบ

JOURNAL OF KM LERDSIN HOSPITAL :: VOLUME 2 NUMBER 2 :: APRIL - JUNE 2009

63


ยิ่งใหญ่ทำให้องค์กรปรับรูปไปในอนาคต ผู้เยี่ยมสำรวจ ที่ท้าทาย แล้วชักชวนให้ทีมมาร่วมหัวจมท้ายทำเรื่อง ยากให้สำเร็จ อีกอย่างต้องระวังคำพูดที่ใช้กันบ่อยใน ที่ดีต้องตั้งคำถามแล้วคนอยากตอบ กลุ่มผู้เยี่ยมสำรวจอย่าเผลอไปพูดกับผู้รับการประเมิน ผู้ เ ยี่ ย ม ส ำ ร ว จ ต้ อ ง ท ำ ตั ว เ ป็ นโ ค้ ช ที่ ดี จะกลายเป็นภาษาเทพ ที่อาจไม่เหมาะสมได้ ซึ่งหลักการโค้ชนั้นมีทั้ง directive ซึ่งอาจจะขึ้นอยู่กับ บทเรียนจากการฝึกสัมภาษณ์นั้น จากการ wisdom ของผู้ที่จะไปโค้ช ถ้าเป็นคนเก่ง ต้องใช้ non-directive ให้มากเข้าไว้ โดย spectrum ของ ระดมสมองของผู้เข้ารับการอบรม แนะนำว่า ควรมี coaching skil จะเริ่มตั้งแต่ บอก สอน ให้คำปรึกษา การสร้ า งสั ม พั น ธภาพบรรยากาศในการซั ก ถามดี เสนอ ป้อนกลับ ชี้แนะ ถาม สรุป ปรับคำพูด ถ้ากรณีผู้เยี่ยมไป 2 คน มีการส่งสัญญานคำถาม สะท้อนความเห็น ฟังอย่างเข้าใจ coaching skill เพื่อให้สอดคล้องกัน มีการปรับแผนคำถามจาก ที่ไม่เหมาะสมของศูนย์คุณภาพคือ เรียกคนมาเยอะๆ สถานการณ์เฉพาะหน้า ถ้าผู้ถูกเยี่ยมตอบไม่ตรงใจ มีการดึงผู้ถูกเยี่ยมให้ตอบเข้าประเด็น ผู้เยี่ยมสำรวจ เพื่อที่จะ lecture ควรจะแม่นมาตรฐานและครอบคลุมประเด็น ต้องมี Intellectual trap อย่างหนึ่งก็คือ ถ้าผู้เยี่ยม การวางแผนการคิดประเด็นที่สำคัญไว้ และต้องตั้งใจ สำรวจเก่งเกิน เห็นรพ.เหมือนเด็กที่ยังเตาะแตะ ฟังและจับประเด็นในสิ่งที่ผู้ถูกสัมภาษณ์พูด จะกลายเป็นพ่อแม่สอนลูก ฉะนั้นถ้าเก่งมากๆ ต้อง สำหรับการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยนั้น8 เก็บความเก่งเอาไว้ แต่ดึงศักยภาพของคนอื่นให้แสดง จากการระดมสมองของผู้เข้ารับการอบรม ได้ให้ ความสามารถออกมาให้ได้ ข้อเสนอแนะเอาไว้หลายอย่างอาทิ จัดสัปดาห์ safety หัวใจหลักของผู้เยี่ยมสำรวจก็คือ ต้องถือ week ให้หน่วยงานแสดงผลงานที่ตัวเองทำให้ผู้อื่น/ทีม มาตรฐานเป็นหลัก7 ฉะนั้นผู้เยี่ยมสำรวจจะต้องเข้าใจ ได้รับทราบอย่างสม่ำเสมอ ตัวอย่างเช่นในเรื่อง ในมาตรฐาน ซึ่งการถอดรหัสมาตรฐาน หรือ แนวทาง สิ่งแวดล้อม ให้หน่วยงานประเมินความเสี่ยงและเสนอ การทำความเข้ าใจมาตรฐานในเบื้ อ งต้ น เป็ น หั ว ข้ อ แนวทางแก้ไข โดยมีทีม ENV นักวิชาการ หรือวิศวกร สำคัญที่ผู้เยี่ยมสำรวจต้องศึกษา ซึ่งหลักการสำคัญคือ มาช่วยพิจารณา เสนอแนวทางแก้ไข ทบทวน ต้องใช้บ่อยๆ แล้วจะค่อยๆ จำได้มากขึ้นๆ เอง ถ้าดู ความเสีย่ งและความปลอดภัยจากงานทีท่ ำหลังการส่งเวร ในโครงสร้างของมาตรฐานจะประกอบไปด้วย basic แนะให้ทุก PCT ทำ Trigger tool ส่งทุก 2-3 เดือน ทำ requirement, overall requirement และ multiple outcome mapping จัดทำโครงการ MISS SIMPLE requirement ซึ่งหลายคนไปตกหลุม เพราะว่า อ่านแต่ เน้นการเรียนรู้ร่วมกัน จัดทำ sentinel sign เพื่อช่วย multiple requirement ซึ่งมีรายละเอียด แล้วทำ เฝ้าระวังอุบัติการณ์เสี่ยงสูง จัดทำตลาดนัด SIMPLE ตามนั้น แต่ไม่ตอบโจทย์ของ overall requirement ให้ทุกคนในหน่วยงานเขียนใบอุบัติการณ์ความเสี่ยง ส่ ง ที ม งานและนำมาร่ ว มกั น หาโอกาสพั ฒ นา วิธีการในการ approach ของผู้เยี่ยมสำรวจ จัด Practice - Walk Through Survey เพื่อค้นหา นั้นจะต้องให้คนถูกถาม พูดถึงสิ่งที่เขามั่นใจก่อน ความเสี่ ย งเป็ น ประจำโดยแต่ ล ะหน่ ว ยงานเอง ทำให้เขารู้สึกว่าเรารับรู้ถึงสิ่งที่เขามั่นใจ เดี๋ยวเขาบอก ที ม นำกล่ า วถึ ง ความเสี่ ย งทุ ก ครั้ ง ในการประชุ ม จุดด้อยมาเอง ในหัวข้อการนำองค์กร เรากล่าวถึง กรรมการบริ ห ารและการประชุ ม สหสาขาวิ ช าชี พ visionary leadership คือคนที่คิดถึงภาพอนาคต แนะให้โรงพยาบาลมี safety goals9 และระบุเจ้าภาพ 64

วารสารการจัดการความรู้ โรงพยาบาลเลิดสิน :: ปีที่ 2 ฉบับที่ 2 :: เมษายน - มิถุนายน 2552


คุณภาพได้ ว่าประเด็นคุณภาพและความเสี่ยงสำคัญ ของที่นี่คืออะไร อยู่ตรงไหน และจะรับรู้โดยใคร ได้อย่างไร ยกตัวอย่างบอกว่า IT ดี แต่เอาจำนวน ผูเ้ ข้ารับการอบรมมาเป็นตัวชีว้ ดั โดยไม่แสดงตัวชีว้ ดั อืน่ และตัวชี้วัดที่เป็น ศูนย์ ถือว่าเป็นตัวชี้วัดที่ไม่ sensitive และไม่น่าเชื่อว่าจริง ผู้เยี่ยมสำรวจต้องประเมินให้ตรง ประเด็น โดยใช้เวลาน้อยที่สุด เช่นในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา รพ.ได้นำผลการประเมินความพึงพอใจมาใช้ปรับปรุง ในประเด็นไหนบ้าง มีสิ่งใดที่คนไข้ไม่พึงพอใจในแผนก แล้วมีการปฏิบัติอย่างไรในการแก้ไขปัญหานี้

ผู้บริหารพบผู้ปฏิบัติ หา role model หน่วยงานที่ใช้ patient safety goal จนเป็นวัฒนธรรม นอกจากนี้ ผู้ เ ยี่ ย มสำรวจควรที่ จ ะต้ อ งมี ความรู้ความเข้าใจในกระบวนการ HA เป็นอย่างดี ตั้งแต่ บันได 3 ขั้น ซึ่งเน้นหัวใจของบันไดขั้นที่ 2 คือ 3P ได้แก่ purpose process performance รู้จักพื้นที่พัฒนา 4 วง คือ หน่วยบริการ ระบบงาน กลุ่มผูป้ ว่ ย องค์กร และสุดท้าย ต้องมีความรู้ความเข้าใจ เรื่องของ 3C - PDSA ซึ่งรางวัลคุณภาพแห่งชาติของ อเมริกาและไทย ได้ปรับ PDSA มาเป็น ApproachDeployment-Learning-Integration หรือ ADLI สรพ.ใช้ PDSA เป็น Design-Action-LearningImprovement หรือ DALI ออกแบบ-ลงมือทำ-เรียนรู้ปรับปรุง ซึ่งต้องได้รับการชี้แนะหรือกำกับด้วย 3C คือ Core values & concepts Context Criteria

ประเด็นคุณภาพที่สำคัญ key word คือ ประสิทธิภาพ รวดเร็ว เพียงพอ ปลอดภัย ตัวอย่าง ประสิทธิภาพของการบริการซักฟอก อาจครอบคลุม เรื่องการใช้น้ำยา อายุการใช้งานของผ้า การบำรุง รักษาเครื่องมืออุปกรณ์ การใช้พลังงาน และการใช้ น้ำยาฆ่าเชื้อที่มีผลต่อระบบบำบัดน้ำเสีย คำแนะนำที่ดีคือ อาจนำมาตรฐานมาคุยกัน เล่น นำผู้ป่วยที่กำลังนอนอยู่ในรพ.มาเป็นจุดเน้นของ การพิจารณา และฝึกการเป็นนักวิจัยน้อยๆ

ตั ว อย่ า งมาตรฐานการประเมิ น ผู้ ป่ ว ย ถามว่ า มี ก รณี เ ฉพาะใดบ้ า งที่ ต้ อ งใส่ ใ จเป็ น พิ เ ศษ ในหน่วยงานของเรา วิธีการประเมินที่เหมาะสมกับ ผู้ป่วยแต่ละราย ปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้เราต้องใช้วิธี การประเมินผู้ป่วยด้วยวิธีการที่แตกต่างกันออกไป เช่น ความเร่งด่วนของปัญหา ระดับการศึกษาของผู้ป่วย เดิ น เข้ า ไปในหอผู้ ป่ ว ยทบทวนหั ว ข้ อ มาตรฐาน ที่สนใจ เลือกผู้ป่วยที่น่าสนใจมาสักรายหนึ่ง อีกตัวอย่างคือเรื่องสิทธิผู้ป่วย10 ดู privacy ที่ OPD จะนอนโรงพยาบาลได้รับคำอธิบายมากน้อย แค่ไหน จะทำ procedure คำนึงถึงสิทธิผู้ป่วย ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือผู้เยี่ยมสำรวจอ่าน ขนาดไหน เวลา approach ต้องมองดูความท้าทาย มาตรฐานแล้วต้องรู้ว่าจะไปดูตรงไหน ต้องจับประเด็น แล้วตั้งคำถามว่า เราตั้งเป้าให้เอื้อมขึ้นไปอีกนิด JOURNAL OF KM LERDSIN HOSPITAL :: VOLUME 2 NUMBER 2 :: APRIL - JUNE 2009

65


หรือเปล่า เป้านั้นเทียบกับอะไร ค่าเฉลี่ย top ของกลุ่ม หรือระดับนานาชาติ ทั ก ษะที่ ส ำคั ญ อี ก อย่ า งหนึ่ ง คื อ ฝึ ก มอง ภาพใหญ่ เมื่อเห็นปัญหา ดูว่ามีปัญหาลักษณะนี้เกิดขึ้น ที่จุดอื่นของรพ.หรือไม่

สำหรับโรงพยาบาลที่อยู่ในช่วงที่พัฒนาแล้ว อาจจะหันมาเน้นที่ Share เช่น การใช้กระบวนการ KM เข้ามา บริหารจัดการ Trace ตามไปดูของจริง ดูในสถานที่จริง ตามหลัก Genbu Genbutsu ตัวอย่างการบันทึกการเข้าเยี่ยม คัดมาเฉพาะ Trigger เช่น Trigger tool ประเด็นปัญหาที่พบ Research ได้แก่ mini-research Reflection คือการทบทวน การใช้หม้อนึ่ง มีหม้อนึ่ง 2 หม้อ ใช้งาน 1 เครื่อง วันละ 1 รอบ เพราะปริมาณการนึ่งไม่เยอะ Scoring guideline กำหนดระดับคะแนน อีกเครื่องไม่ได้ใช้งานมาประมาณ 2 ปี ลักษณะ ประเมินไว้ 5 ระดับ และให้คะแนนก้ำกึ่งเป็น 0.5 ภายในมีฝุ่นหนา ไม่มีการทดสอบการใช้งาน ในระหว่างระดับได้ ถ้าส่วนใหญ่ผ่านระดับที่ 2 ให้ การรับรองในขั้น 2 ถ้าส่วนใหญ่ผ่านระดับ 3 แนะนำ สุ่ม set พบผ้ามีรู จำนวนผ้าที่ใช้ไม่ตรงตาม ให้การรับรอง HA ผู้เยี่ยมสำรวจใช้ scoring guideline มาตรฐานที่รพ.กำหนด (ใช้ผืนเดียว แทนที่จะเป็น 2 ผืน) ในการเขียนข้อเสนอแนะต่อโรงพยาบาล และยังมี ใน set ทำแผลใส่ comply strip ทุก set ที่เปิด คะแนนบวกเพิ่มให้ในระดับบทย่อย สิ่งที่สำคัญคือ แต่ set คลอดที่มีขนาดใหญ่ไม่ใส่ ต้องมีความเข้าใจให้ตรงกัน มีความเห็นร่วมกันว่าควร ต้องทำอะไรเพิ่มเติม แล้วก็ลงมือดำเนินการ ทิ้งเรื่อง เจ้าหน้าที่ไม่เข้าใจการกำหนดตัวชี้วัดให้ตรง คะแนนไว้ ไม่ต้องหาข้อยุติ และเมื่อทำกิจกรรมเพิ่ม กับเป้าหมายของตนเอง รวมถึงการกำหนดจุดเน้นใน เติมแล้วความเห็นเรื่องคะแนนก็มักจะมาตรงกันเอง การพัฒนา ได้ช่วยกันหาตัววัดที่สอดคล้อง และให้ทีม ลองหาจุดเน้นใหม่ ช่วงบ่ายทีมได้นำจุดเน้นใหม่มาส่ง ผู้เยี่ยมสำรวจยังมีภาระหน้าที่ที่ต้องระมัดระวัง ซึ่งตรงกับประเด็นมากยิ่งขึ้น เป็นอย่างยิ่งคือ การเขียนข้อเสนอแนะ และการเขียน รายงานการเยี่ยมสำรวจ นอกจากนี้ผู้เยี่ยมสำรวจยัง อัคคีภัยพบว่า ถังดับเพลิงได้รับการตรวจเมื่อ ต้องเขียนรายงานการทบทวนคุณภาพ ได้แก่ ปีที่แล้ว เจ้าหน้าที่จ่ายกลาง ใช้เครื่องมือดังกล่าว การทบทวนการใช้ทรัพยากร ทบทวนการใช้ข้อมูล ไม่เป็น และยังไม่มีการฝึก วิชาการ ทบทวนเหตุการณ์สำคัญ การทบทวนขณะ ดูแลผู้ป่วย รวมทั้งเชื่อมโยงการทบทวนสู่การวางระบบ บ ริ เ ว ณ ด้ า น ข้ า ง เ ป็ น ห้ อ ง ข น า ดใ ห ญ่ ซึ่งมีระบบที่เกี่ยวข้องกับการทบทวนดังนี้ มีลูกกรงกั้นตลอดแนวผนัง ภายในเก็บใบเสร็จต่างๆ 1. การทบทวนการตรวจรักษาโดยผูช้ ำนาญกว่า และ ยังไม่ได้รบั การตรวจจากสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน และขยายผลไปสู่ ก ารพั ฒ นาศั ก ยภาพกำลั ง คน มีโอกาสหายและเกิดอัคคีภัยได้ง่าย หรือ competency management system 2. การทบทวนความเสี่ยง หรืออุบัติการณ์ ให้ฝึกวิเคราะห์ถึง สถานการณ์ที่มีโอกาสพบ ขยายผลไปสู่ระบบบริหารความเสี่ยง ทั้งในระดับ เป้าหมายที่พึงประสงค์ องค์ประกอบสำคัญเชิงระบบ หน่วยงาน และระดับโรงพยาบาล 66

วารสารการจัดการความรู้ โรงพยาบาลเลิดสิน :: ปีที่ 2 ฉบับที่ 2 :: เมษายน - มิถุนายน 2552


3. ทบทวนการใช้ทรัพยากร ขยายผลไปสู่ ระบบบริหารทรัพยากร โดยเฉพาะทรัพยากรที่เกี่ยวข้อง กับการดูแลผู้ป่วย 4. ทบทวนการติดเชื้อในโรงพยาบาลขยายผล ไปสู่ระบบการป้องกันและควบคุม การวิเคราะห์ clinical tracer ทั้งตามรอย กระบวนการพัฒนา กระบวนการดูแลผู้ป่วย ระบบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และติดตามผลลัพธ์ จนนำไปสู่คุณภาพ ในการดูแลผู้ป่วย

ประเด็นคุณภาพไม่ชัด วัตถุประสงค์ไม่สอดคล้องหรือไม่ครอบคลุม ประเด็นสำคัญที่วิเคราะห์ไว้ การวิเคราะห์ความเสี่ยงที่สำคัญ มองเฉพาะ ในบางแง่มุม ไม่เห็นความเสี่ยงที่กำลังคุกคามอยู่ ตั ว ชี้ วั ด ไม่ ส อดคล้ อ งกั บ เป้ า หมายหรื อ วัตถุประสงค์ วัดผลแล้วไม่ได้เอาไปวิเคราะห์ศึกษาให้เห็น แนวทางว่าจะปรับปรุงอย่างไรต่อไป ยังไม่มีการใช้ Core Value & Concepts ที่เหมาะสม ในหน่ ว ยบริ ก ารผู้ ป่ ว ยไม่ ไ ด้ น ำเอาโรคหรื อ หั ต ถการที่ มี ค วามสำคั ญ สู ง มาทบทวนเป้ า หมาย และดูว่าบรรลุเป้าหมายหรือไม่

Service Profiles หรือภาพรวมของการให้ บริการของหน่วยงาน และทีมงานต่างๆ สรุปออกมา เป็นลายแทงคุณภาพ การวิเคราะห์ profile ของ หน่วยงาน/ทีมงาน/บริการ/ทีมนำ เพื่อวางแผน การเยี่ยมหน่วยงาน ต้องอ่านอย่างดี จัดทำรายงาน การเยี่ยมสำรวจล่วงหน้า ตรวจสอบข้อมูลที่หายไป การประเมิ น คุ ณ ภาพจากเวชระเบี ย น สรุปสิ่งที่น่าชื่นชม และโอกาสพัฒนาที่สำคัญอย่างละ เป็นเรื่องที่ sensitive คนถูกเยี่ยม มักจะใช้ defense ไม่เกิน 3 ประเด็น ซึ่ง รพ.ต่างๆ มักมีปัญหาคือ mode เราดีแล้ว เราภูมิใจ ได้รางวัลมาเยอะ ถ้า คำถามคุกคาม feeling ของเขาเมื่อไหร่ เขาจะจัดการ กับผู้เยี่ยมสำรวจทันที ผู้เยี่ยมสำรวจไม่ถามว่า หรือไม่ อย่างไร ให้ถามว่า อย่างไร เช่นมีการประเมินร่วมกัน

JOURNAL OF KM LERDSIN HOSPITAL :: VOLUME 2 NUMBER 2 :: APRIL - JUNE 2009

67


ระหว่างวิชาชีพอย่างไร เวชระเบียนที่นำมาประเมิน 3. อนุวัฒน์ ศุภชุติกุล, บรรณาธิการ. เลื่อนไหล เลียบเลาะเจาะลึก : รวมบทความ HA ที่ตีพิมพ์ อย่าให้นานเกิน ในวารสาร Medical Times และQuality Care. Mini-Research เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ช่วยในเรื่อง พิมพ์ครั้งที่ 2. นนทบุรี : สถาบันพัฒนา การออกแบบการประเมิ น ผลการนำมาตรฐานไปสู่ และรับรองคุณภาพโรงพยาบาล; 2551. การปฏิบัติอย่างเป็นระบบด้วยแนวคิดการวิจัยง่ายๆ 4. อนุวัฒน์ ศุภชุติกุล, บรรณาธิการ. สรรสาระ องค์กรที่มีชีวิต = Living organization. นนทบุรี SPA (Standards-Practice-Assessment) เน้น : สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล; 2551. ความสำคั ญ ของการนำมาตรฐานมาใช้ ใ นชี วิ ต 5. อนุวัฒน์ ศุภชุติกุล, บรรณาธิการ. Simplicity in a complex system : แนวคิดและประสบการณ์ ประจำวัน สำหรับโรงพยาบาล. นนทบุรี : สถาบันพัฒนา Enquiry มีความหมายไปในเชิงของการค้นหา และรับรองคุณภาพโรงพยาบาล; 2545. ความจริง การเจาะลึก การทำความเข้าใจกับสถานการณ์ 6. ชำนิ จิตตรีประเสริฐ. พัฒนาคุณภาพด้วยความคิด อาจจะมีความใกล้เคียงไปทางการวิจัย ซึ่งใกล้เคียงกับ สร้างสรรค์. พิมพ์ครั้งที่ 2. นนทบุรี : internal survey หรืออาจทดแทนกันได้ ให้รพ. สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล; 2543. 7. สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล. ตอบคำถามที่อยู่ใน self enquiry guide มาตรฐานโรงพยาบาลและบริการสุขภาพ อีกเรื่องหนึ่งคือการใช้ HA Scorebook ฉบับเฉลิมพระเกียรติฉลองสิรริ าชสมบัตคิ รบ 60 ปี ซึ่งถ้ารพ.ทำได้น่าจะเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้ามีความรู้สึกที่ (ภาษาไทย). นนทบุรี : สถาบัน; 2551. คัดค้าน หรือไม่สบายใจที่จะทำ ก็อาจเพียงนำมาใช้ใน 8. อนุวัฒน์ ศุภชุติกุล ระบบบริหารความเสี่ยงใน การมองภาพกว้างสำหรับการวางแผนการดำเนินงาน โรงพยาบาล. กรุงเทพฯ : สถาบันพัฒนา และรับรองคุณภาพโรงพยาบาล; 2543. กิจกรรมพัฒนาคุณภาพให้ครอบคลุม 9. อนุวฒั น์ ศุภชุตกิ ลุ , บรรณาธิการ. Patient safety เมื่อเสร็จสิ้นการอบรมหลักสูตรการเป็นผู้เยี่ยม goals : simple. นนทบุรี : สถาบันพัฒนา สำรวจภายนอก ขั้นที่ 1 ก็จะมีการอบรมหลักสูตร HA 452 และรับรองคุณภาพโรงพยาบาล; 2551. ซึ่งจะเพิ่มเติมเนื้อหา และฝึกการประเมินในสถานที่จริง 10. สมศักดิ์ โล่ห์เลขา, แสวง บุญเฉลิมวิภาส, เอนก ยมจินดา. สิทธิผปู้ ว่ ยและการประเมินตนเอง ต่อไป เพื่อป้องกันการถูกฟ้องร้อง. นนทบุรี : สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล; 2545. เอกสารอ้างอิง 1. อนุวัฒน์ ศุภชุติกุล. Hospital accreditation : บทเรียนจากแคนาดา. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข; 2543. 2. อนุวฒั น์ ศุภชุตกิ ลุ . โรงพยาบาลที่ (ไม่)น่าไว้วางใจ. พิมพ์ครัง้ ที่ 2. นนทบุรี : สถาบันพัฒนาและ รับรองคุณภาพโรงพยาบาล; 2542. 68

วารสารการจัดการความรู้ โรงพยาบาลเลิดสิน :: ปีที่ 2 ฉบับที่ 2 :: เมษายน - มิถุนายน 2552


ประภา จีนนิกุล บรรณารักษ์ชำนาญการ กลุ่มงานสนับสนุนวิชาการ กลุ่มภารกิจวิชาการ โรงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์ วันที่ 16 - 18 มิถุนายน 2552 โรงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์ จัดประชุมวิชาการประจำปี ในปีนี้ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 12 ณ ห้องประชุม ชั้น 25 อาคาร กาญจนาภิเษก ภายใต้หัวข้อเรื่องว่า “6 ทศวรรษ โรงพยาบาลเลิดสิน” การประชุมฯ ครั้งนี้ ถือว่าเป็น การประชุมทีแ่ ตกต่างจากทุกปีทผ่ี า่ นมาเพราะปีนเ้ี ป็นปีท่ี โรงพยาบาลเลิดสิน ครบรอบ 60 ปี (โรงพยาบาลเลิดสิน ก่อตั้งเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ.2492) ผู้ถอดเทป เป็นกรรมการและเลขานุการ ฝ่าย จัดทำหนังสือทีใ่ ช้ประกอบในการประชุมฯ ตลอดระยะเวลา ของการประชุมฯ ทั้ง 3 วัน ผู้ถอดเทปได้เข้าร่วม ฟังการบรรยายด้วยทุกเรื่อง เริ่มพิธีเปิดเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2552 เวลา 09.00 น. นายแพทย์ธวัช ประสาทฤทธา รองผู้อำนวยการกลุ่มภารกิจวิชาการ และที่ปรึกษา คณะกรรมการดำเนินการจัดประชุมฯ ได้กล่าวถึง วัตถุประสงค์ของการจัดการประชุมฯ ในครัง้ นี้ พร้อมกันนัน้ ได้เรียนเชิญ นายแพทย์อนันต์ เสรฐภักดี ผูอ้ ำนวยการ โรงพยาบาลเลิดสิน กล่าวเปิดการประชุมฯ หลังจากนัน้ ตามด้วย นายแพทย์สทุ ศั น์ ดวงดีเด่น ประธานคณะกรรมการ ดำเนินการจัดประชุมฯ อธิบายรายละเอียดของ เนือ้ หาการบรรยายในแต่ละวันพอสังเขป และได้เชิญชวน ให้ ทุ ก ท่ า นอยู่ เ ข้ า ร่ ว มฟั ง การบรรยายทุ ก เรื่ อ งด้ ว ย เรือ่ งแรกทีบ่ รรยาย คือ เรือ่ ง “60 ปี โรงพยาบาล เลิดสิน : อดีต ปัจจุบัน อนาคต” นายแพทย์สทุ ศั น์ ดวงดีเด่น เลขานุการคณะทำงาน

การจัดการความรู้ โรงพยาบาลเลิดสิน มีความประสงค์ จะให้ถอดเทปการบรรยายในเรื่องนี้ เพื่อลงตีพิมพ์ใน วารสารการจัดการความรู้ โรงพยาบาลเลิดสิน ฉบับที่ ท่านกำลังอ่านอยู่นี้ เนื้อหาการบรรยาย จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับประวัติ ของโรงพยาบาลเลิดสิน ความทรงจำในอดีตของผูบ้ ริหาร โรงพยาบาลเลิดสิน ในปีพุทธศักราชต่างๆ ขณะที่ ท่านยังปฏิบัติงานอยู่ รวมทั้งเรื่องเกี่ยวกับ ปัจจุบัน และอนาคตของโรงพยาบาลเลิดสิน ซึง่ เป็นเรือ่ งทีน่ า่ สนใจ และเป็ น เรื่ อ งที่ ส ำคั ญ มากสำหรั บ เราชาวเลิ ด สิ น วิทยากรที่บรรยายมีทั้งหมด 5 ท่าน ได้แก่ นายแพทย์ประทีป โภคะกุล นายแพทย์พงษ์ศกั ดิ์ วัฒนา นายแพทย์เอกชัย จุละจาริตต์ นายแพทย์ธวัช ประสาทฤทธา อาจารย์ละไม แก้วอำไพ ดำเนินรายการโดย นายแพทย์วิชัย วิจิตรพรกุล ภาพประกอบในเนื้อหาบางส่วน และเทปที่นำมาถอด ในครั้งนี้ ได้รับความเอื้อเฟื้อจากทีมงานเวชนิทัศน์ ที่ให้ งานห้องสมุดทำสำเนาเทป รายละเอียดของเนื้อหาเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่อง 1. การประชุมฯ ท่านสามารถอ่านได้ใน หนังสือ ประชุมวิชาการ ครั้งที่ 12 ประจำปีงบประมาณ 2552 เรื่อง 6 ทศวรรษ โรงพยาบาลเลิดสิน มีที่ห้องสมุด โรงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์ ชั้น 8 อาคาร กาญจนาภิเษก หรือท่านสามารถดาวน์โหลด E-Book ได้ที่เว็บไซต์ http://www.lerdsin.go.th/upload/ lerdsincongresses12.pdf

JOURNAL OF KM LERDSIN HOSPITAL :: VOLUME 2 NUMBER 2 :: APRIL - JUNE 2009

69


2. ประวัติโรงพยาบาลเลิดสิน ท่านสามารถ อ่านเพิ่มเติมได้ในหนังสือ หรือวารสาร ของ โรงพยาบาลเลิดสิน ซึ่งมีที่ห้องสมุดโรงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์ ตามที่อยู่ข้างต้น ผูบ้ รรยายท่านแรกคือ อาจารย์นายแพทย์เอกชัย จุละจาริตต์ ท่านเป็นอดีตหัวหน้ากลุม่ งานเวชศาสตร์ฟน้ื ฟู โรงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์ อดีตผู้อำนวยการ ศูนย์สริ นิ ธรเพือ่ การฟืน้ ฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ บรรยายในหัวข้อเรื่อง “อดีตในโรงพยาบาลเลิดสิน ในช่วงของหมอเอกเป็นแพทย์ประจำบ้าน และแพทย์ เลิดสิน”

ภาพที่ 1 อาจารย์นายแพทย์เอกชัย จุละจาริตต์ ท่านบรรยายว่า ตอนที่เข้ามาทำงานที่ โรงพยาบาลเลิดสิน ขณะนัน้ ตึกอำนวยการกำลังก่อสร้าง พอก่อสร้างเสร็จก็มีฉายาว่า ตึกช้างเดิน เพราะห้องโถง กว้างมาก ตอนนี้ขอเรียกว่า ตึกแมวเดิน

ภาพที่ 2 อาคารอำนวยการโรงพยาบาลเลิดสินที่กำลัง ก่อสร้างในช่วงที่มาเป็นแพทย์ฝึกหัด 70

ตอนนั้นท่านเรียนหลักสูตรศัลยกรรม 3 ปี ผู้รับผิดชอบหลักสูตรคือ 1. ผูอ้ ำนวยการโรงพยาบาลเลิดสินสมัยนัน้ คือ อาจารย์นายแพทย์คง สุวรรณรัต 2. อาจารย์นายแพทย์เสริม วงศ์อริยะ 3. อาจารย์นายแพทย์เจตนา ผลากรกุล 4. อาจารย์นายแพทย์อำนาจ สุนันท์ 5. อาจารย์นายแพทย์ประดิษฐ ศักดิ์ศรี 6. อาจารย์นายแพทย์โสภณ ตันฑนันท์ ซึง่ หลักสูตรนีจ้ ะคัดเลือกแพทย์จากการสอบบรรจุ เข้ารับราชการกรมการแพทย์ (ลำดับที่ 1 - 7 จึงจะ ได้รับการคัดเลือก) ท่านกับนายแพทย์เฉลิม เย็นจิต สอบได้ที่ 1 ทั้งสองคน จึงได้มาเรียนหลักสูตรนี้ หลักสูตรนี้เข้ามา 3 รุ่น พอฝึกอบรมได้ 1 ปี ก็ลาออก กันหมด คงเหลือ 3 คน และมีเพียง 3 คนเท่านั้น ทีจ่ บหลักสูตรนี้ หลังจากนัน้ ไม่มใี ครจบหลักสูตรนีอ้ กี เลย เรา 3 คน (เสียชีวิต 1 คน เหลือ 2 คน) จึงเป็น ลู ก เลิ ด สิ น ชุ ด แรกที่ จ บหลั ก สู ต รแพทย์ เ ฉพาะทาง พื้นฐานของเนื้อหาการบรรยายและรูปภาพ ส่วนใหญ่ที่ท่านนำเสนอในครั้งนี้ท่านนำมาจากหนังสือ “พระพุทธเจ้าหลวงกับโรงพยาบาล ๕ แผ่นดิน บนผืนดินพระราชทาน ย่านสีลม บางรัก”

ภาพที่ 3 อาคารด้านหลังโรงพยาบาลเลิดสินที่ชั้นล่าง ทางซ้ายมือเป็นห้องฉุกเฉิน ตอนที่เป็นแพทย์ฝึกหัดต้อง มาฝึกงานทีห่ อ้ งนีด้ ว้ ยและหลังคาทีย่ น่ื ออกมาหน่อยหนึง่ ทางขวามือ คือหลังคาโรงครัว ซึ่งเป็นที่นั่งทานอาหาร กลางวันของแพทย์และเจ้าหน้าที่

วารสารการจัดการความรู้ โรงพยาบาลเลิดสิน :: ปีที่ 2 ฉบับที่ 2 :: เมษายน - มิถุนายน 2552


ภาพที่ 4 บ้านพักแพทย์ 2 หลัง

ภาพที่ 6 อาคารโรงพยาบาลบางรัก ให้สงั เกตว่า หลังคา ตั้งฉากจากตัวตึก แต่ตึกเลิดสินเป็นมุมเอียง (ภาพนี้ ท่านต้องการสือ่ ว่า อาคารเลิดสินไม่ใช่อาคารโรงพยาบาล บางรัก เนื่องจากในหนังสือประวัติโรงพยาบาลเลิดสิน พิมพ์คล้ายกับว่าอาคารเลิดสินคือโรงพยาบาลบางรัก และจะเห็นจากภาพต่อไปว่า อาคารเลิดสินมีหลังคาที่ เป็นมุมเอียงโดยสังเกตที่ฝ้าเพดาน)

ภาพที่ 5 เป็นอาคารผู้ป่วยใน (อาคารเลิดสิน) ในช่วง ที่ท่านเป็นแพทย์ประจำบ้านนั้น ชั้นล่างเป็นหอผู้ป่วย กระดูกเรื้อรัง ท่านเคยพาฝรั่งมาดูงานที่นี่แล้วฝรั่ง เป็นลม สงสัยว่า จะทนกลิ่นแผลเรื้อรังไม่ไหว ชั้นบนเป็นหอพักผู้ป่วยอัมพาตจากหลังหัก คอหัก และบางที่ก็มีผู้ป่วยศัลยกรรมมาอยู่ด้วย อาจารย์นายแพทย์คง สุวรรณรัต ชอบมาทดลองทำ ที่นอนฟองน้ำให้ผู้ป่วยอัมพาตที่นี่ และท่านมาช่วยฝึก การทำงานให้กระเพาะปัสสาวะผู้ป่วยอัมพาตที่ตึก ในรูปเดียวกัน..ทางขวามือชัน้ บนเป็นหอผูป้ ว่ ย พิเศษ ชั้นล่างเป็นหอผู้ป่วยกระดูกชาย บางทีก็มี ผู้ป่วยศัลยกรรมมาอยู่ด้วย

ภาพที่ 7 ระเบียงของอาคารเลิดสินชั้นบน ซึ่งในช่วงที่ ท่านเป็นแพทย์ประจำบ้านใช้เป็นหอผู้ป่วยกระดูกชาย ผลงานทีต่ อ้ งเสีย่ งชีวติ ของท่าน คือการออกหน่วย แพทย์เคลื่อนที่กับ Special Force from Okinawa ที่จังหวัดนครพนม กับนายแพทย์เฉลิม เย็นจิต ความสุ ขในชี วิ ต แพทย์ ป ระจำบ้ า นเลิ ด สิ น ของท่ า น 1. ได้อยูใ่ กล้พยาบาลสาวห้องผ่าตัด เพราะถูก ผลงานของท่ า นระหว่ า งเป็ น แพทย์ ป ระจำบ้ า น เอาใจ ยกเว้นหัวหน้าห้องผ่าตัด คือคุณเรขา ที่โรงพยาบาลเลิดสิน 2. ตอนจัด party ระหว่าง อาจารย์กบั ลูกศิษย์ ผลงานแรก คือท่านสร้างเครื่องดูดกระเพาะ โรงพยาบาลราชวิถีตั้งชื่อว่า เอกชัย suction สร้างระบบ และแพทย์หนุ่มกับพยาบาลสาว 3. พยาบาลแก่ๆ รัก และเอื้ออารีพวกเรา central suction ของกระเพาะชั่วคราว ที่โรงพยาบาล กอดได้ทุกคน ราชวิถีและโรงพยาบาลเลิดสิน JOURNAL OF KM LERDSIN HOSPITAL :: VOLUME 2 NUMBER 2 :: APRIL - JUNE 2009

71


4. ได้รับความอบอุ่นจากอาจารย์ 5. กู้เงิน อาจารย์นายแพทย์คง สุวรรณรัต โดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ย 6. ได้กอด อาจารย์นายแพทย์วลั ลภ พยาบาลแก่ และคุณพาชื่น จันทรมะโน ความทุกข์ของท่านในชีวติ การเป็นแพทย์ประจำบ้านเลิดสิน 1. ตอนงานหนัก อยู่เวรบ่อย เป็น chief อยู่เวรทุกวัน 2. ตอนตรวจศพ เหม็นไม่นา่ ดู และซ้อมผ่าตัด กับศพ 3. ตอนขโมยกระดูกศพ (สมัยก่อนไม่มกี ระดูก เทียมต้องใส่กระดูกศพ) 4. ตอนจับหมามาซ้อมผ่าตัดหัวใจและปอดเทียม 5. ตอนช่วย อาจารย์นายแพทย์พันธุ์พิษณุ์ สาครพันธ์ ผ่าตัด หลั ง จากจบหลั ก สู ต รแล้ ว ท่ า นก็ ย้า ยกลั บไป ประจำโรงพยาบาลต้นสังกัด คือ โรงพยาบาลอุดรธานี แ ละไ ปช่ ว ยราช การที่ โ รงพย า บ า ล น ครพน ม โรงพยาบาลตะกัว่ ป่า ตามลำดับ หลังจากนั้นท่านก็กลับมาที่โรงพยาบาลเลิดสิน ในขณะนั้น นายแพทย์วิเชียร สืบแสง ได้ขอให้ท่าน ดู แ ลหน่ ว ยแขนขาเ ที ย ม แ ล ะ ก า ย ภ า พ บ ำ บั ด ท่านได้ไปฝึกอบรมที่สหรัฐ โรงพยาบาลเดียวกับ นายแพทย์เจตนา ผลากรกุล พอกลับมาโรงพยาบาล เ ลิ ด สิ น เ ดิ น เ ค รื่ อ ง เ ต็ ม ที่ ด้ า น เ ว ช ก ร ร ม ฟื้ น ฟู จัดตั้งกลุ่มงานเวชศาสตร์ฟื้นฟู ขยายงานกายอุปกรณ์ ตระเวนให้คำปรึกษาทั่วประเทศ จัดแสดงนิทรรศการ และออกแสดงที่ต่างจังหวัด ผลงานการพัฒนาด้านกายอุปกรณ์ ท่านได้รับรางวัลที่ 2 จากสภาวิจัย เป็นรางวัล ระดับชาติ ผลงานการพัฒนาด้านเครื่องมือแพทย์ เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหลายแบบ ลดปวด ฝังเข็ม กระตุ้นประสาท กระตุ้นกล้ามเนื้อ ตรวจความลึก ของการดมยา กระตุ้นกระดูกให้ติดเร็ว และได้รับ 72

รางวั ล เครื่ อ งกระตุ้ นไฟฟ้ า จากสภาวิ จั ย เป็ น รางวั ล ชมเชย นอกจากนี้ ก็ ยั ง มี ผ ลงานเลิ ก เหล้ า ด้ ว ยการ กระตุ้นไฟฟ้า ทำแล้วได้ผลแต่การกลับมาติดเหล้า ครั้งใหม่ก็ยังเร็วอยู่ เพราะตอนนั้นขาดความรู้เรื่อง การฟืน้ ฟูทางจิตใจ เครือ่ งมือนีล้ งทุนน้อยมาก น่าเสียดาย ที่ตอนนี้มีความรู้เรื่องการฟื้นฟูทางจิตใจ แต่ไม่มี เครื่องมือแล้ว ผลงานทำเครื่องดูดกระเพาะของโรงพยาบาลเลิดสิน แบบต่อเนื่อง แบบเป็นจังหวะ และ central suction ผลงานเครื่องจี้ไฟฟ้า คุณปกรณ์ ชัยวัฒนพันธุ์ ช่วยและหมดเวลาพอดี ท่านย้ายไปที่ศูนย์สิรินธรเพื่อ การฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ เสียก่อน ผลงานตีพิมพ์ (40 เรื่องขึ้นไป) เป็นสิ่งที่ท่านภาคภูมิใจมาก ท่านเขียนเรื่องให้ อาจารย์นายแพทย์พงษ์ศักดิ์ วัฒนา ซึ่งเป็นบรรณาธิการ วารสารกรมการแพทย์ โดยเขียนคอลัมน์ประจำ คือ เวชศาสตร์ฟื้นฟู และเขียนหนังสือเรื่อง ปวดเมื่อย เขียนตำรากายอุปกรณ์ ท่านเขียนในนามหัวหน้าทีม คือ อาจารย์ นายแพทย์ประดิษฐ ศักดิศ์ รี มีอาจารย์นายแพทย์เกียรติ นาคะเกศ เป็นผู้ช่วยดูแลคนไข้แทน และขอขอบคุณ บรรณารั ก ษ์ ห้ อ งสมุ ดโรงพยาบาลเลิ ด สิ นในสมั ย นั้ น ที่ให้ความช่วยเหลือท่านในการเขียน และท่านยัง กล่าวว่า ใครก็ตามที่จะเขียนหนังสือต้องให้บรรณารักษ์ ช่วยตรวจทานให้ ผลงานด้านการฝึกอบรม ท่ า นเป็ น ผู้ ก่ อ ตั้ ง โรงเรี ย นกายอุ ป กรณ์ เป็ น แห่ ง แรกของประเทศไทยที่ โ รงพยาบาลเลิ ด สิ น และร่วมจัดฝึกอบรมหลักสูตรพนักงานกายภาพบำบัด โดยไปฝึกงานที่ประเทศอิหร่าน 2 ครั้ง รวม 7 เดือน ฝึกงานที่ประเทศรัสเซีย 3 เดือน ฝึกงานที่ประเทศ อังกฤษ 3 เดือนและ สหรัฐอีก 2 รอบ

วารสารการจัดการความรู้ โรงพยาบาลเลิดสิน :: ปีที่ 2 ฉบับที่ 2 :: เมษายน - มิถุนายน 2552


ท่านได้พัฒนาต้นแบบ สร้างแม่พิมพ์ ผลิต เท้าเทียมแบบอุตสาหกรรม และเปิดเป็นโรงเรียนกายอุปกรณ์ ขึ้นในโรงพยาบาลเลิดสิน พร้อมทั้งจัดการฝึกอบรมด้วย

ภาพที่ 8 นักเรียนกายอุปกรณ์กำลังฝึกทำขาเทียมชุมชน ผลงานทางการค้า นำเข้ า วั ส ดุ ผ ลิ ต ขาเที ย มและส่ ว นประกอบ กายอุปกรณ์จากต่างประเทศวงเงินเป็นล้าน แล้วขาย ให้กับโรงพยาบาลต่างๆ ซึ่งตอนนั้นมีชื่อเสียงตาม โรงพยาบาลต่างๆ มาก งานประชาสัมพันธ์ ท่านได้ออกงานเพือ่ ประชาสัมพันธ์ผลผลิตต่างๆ ของท่านด้วย ตำราขาเทียมในชุมชน สำหรับประเทศที่กำลังพัฒนาโดยจัดทำเป็น 3 ภาษา คือ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส แล้วนำไปให้ WHO ส่งต่อให้ประเทศนั้นๆ ขอบคุณ ทีมงานห้องขาเทียม เช่น คุณวันชนะ โฉมฉิน ฯลฯ

ภาพที่ 10 จัดฝึกอบรมขาเทียมชุมชนให้แก่ชา่ งกายอุปกรณ์ ทีป่ ระจำอยูใ่ นจังหวัดต่างๆ โดยผูเ้ ชีย่ วชาญจากประเทศ อินเดียสนับสนุนโดยสโมสรโรตารี่ ขยายงานเวชกรรมฟื้นฟูไปทั่วประเทศ เริ่มจากนิเทศงานกายภาพบำบัด ต่อมานิเทศ เรื่อง พนักงานกายภาพบำบัด อาชีวบำบัด กายอุปกรณ์ อาจารย์นายแพทย์คง สุวรรณรัต เคยกล่าวไว้วา่ “ในการ ดูแลคนไข้ เราต้องให้ทั้งการป้องกัน รักษาและฟื้นฟู” ผลงานแพทย์เคลื่อนที่ จังหวัดนราธิวาส ไปออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่กับคุณหมอแอ้ม (แพทย์หญิงแฉล้ม เศรษฐวานิช) ของพี่เอก ออกแพทย์ เคลื่อนที่ จังหวัดนราธิวาส ไปตัดขาพวกที่โดนระเบิด แบบกิโลติน ท่ า นเขี ย นโครงการสนามกี ฬ าผู้ ป่ ว ยและ ผู้พิการ เพื่อเป็นสนามเทนนิสบนดาดฟ้าตึกผู้ป่วยนอก ผลงานสร้างความสุขในหน่วยงาน ระหว่างที่ท่านอยู่โรงพยาบาลเลิดสิน ท่านและ ผู้ใต้บังคับบัญชาจะรักกันมาก ทำอาหารทานกันเอง เลี้ยงกันประจำ เช่น ก๋วยเตี๋ยว ท่านกล่าวว่า “ชีวิต พวกเรามีความสุขกันมากที่เลิดสิน” ผลงานการซ่อมบำรุงของโรงพยาบาล ท่ า น บ อ ก ว่ า เ ป็ น ภ า ร ะ ที่ ห นั ก ม า ก ภาพที่ 9 หนังสือขาเทียมชุมชนที่พิมพ์เผยแพร่เป็น เมื่ออาจารย์นายแพทย์บรรลุ ศิริพานิช เขียนจดหมาย 3 ภาษา ซึ่งได้มอบให้องค์การอนามัยโลกแจกไปยัง ไปบอกให้ท่านช่วยมาดูแล พอมาถึงท่านก็ทุบหม้อช่าง ประเทศที่กำลังพัฒนา คือแต่ก่อนช่างเขาจะสั่งของเอง ซ่อมเอง ท่านมาถึง JOURNAL OF KM LERDSIN HOSPITAL :: VOLUME 2 NUMBER 2 :: APRIL - JUNE 2009

73


ก็มาจัดระบบใหม่ และลงโทษช่างที่ทำผิดอยู่บ่อยๆ ตั ก เตื อ นแล้ ว ไม่ ฟั ง ก็ เ ลยลงโทษอย่ า งเป็ น ทางการ ทำให้โดนช่างนัดหยุดงาน ก็ต้องเจรจากัน ท้ายที่สุด ก็ผ่านไปด้วยดี ผลงานตอนคุมก่อสร้างอาคาร 33 ปี ช่วงหนึ่งท่านมาดูเรื่องการก่อสร้าง เป็นผลให้ ต้องทุบตอม่อขนาดใหญ่ทิ้ง และหล่อใหม่ เพราะ เทปูนไม่ดี อาจารย์นายแพทย์บรรลุ ศิริพานิช ท่านติดตาม อาจารย์นายแพทย์บรรลุ ศิริพานิช ไปดู ง านรอบโลกและช่ ว ยอาจารย์ น ายแพทย์ บ รรลุ ศิริพานิช ก่อตั้งชมรมผู้สูงอายุแห่งแรกของประเทศไทย ที่โรงพยาบาลสงฆ์ ก่อตั้งศูนย์สมเด็จพระญาณสังวรฯ ทีจ่ งั หวัดชลบุรี รักษาราชการสถาบันเวชศาสตร์ผสู้ งู อายุ และส่งต่อให้ แพทย์หญิงวันดี โภคะกุล เป็นผู้ดูแลต่อ อาจารย์นายแพทย์บรรลุ ศิริพานิช ท่านเป็นบิดา เรื่องสูงอายุของสาธารณสุข ผูบ้ รรยายท่านต่อไปคือ อาจารย์นายแพทย์ประทีป โภคะกุล ท่านเป็นทีป่ รึกษาโรงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์ อ ดี ต ท่ า น เ ค ย ด ำ ร ง ต ำ แ ห น่ ง ผู้ อ ำ น ว ย ก า ร โรงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์ ท่านบรรยาย ในหัวข้อเรื่อง “เหลียวหน้า แลหลัง โรงพยาบาลเลิดสิน”

ภาพที่ 11 อาจารย์นายแพทย์ประทีป โภคะกุล อาจารย์ประทีป ได้กรุณาเรียบเรียงประวัติ ของโรงพยาบาลเลิ ด สิ น ให้ พ วกเราได้ รั บ ทราบ ตั้งแต่เหตุการณ์ปี พ.ศ.2432 ถึงการก่อสร้างอาคาร กาญจนาภิเษก และท่านได้กรุณาเรียบเรียงเนื้อหา เพิ่มเติมจากประเด็นที่นำเสนอ เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 74

พ.ศ. 2552 เพื่อให้เนื้อหามีความสมบรูณ์มากยิ่งขึ้น และท่ า นมี เ ป้ า หมายจะสื่ อให้ ช าวเลิ ด สิ น ทราบว่ า โรงพยาบาลเลิดสินไม่เคยได้อะไรมาโดยง่าย แต่ต้องใช้ ความพยายามและความมุ่งมั่นเป็นอย่างมาก จะเห็นได้ ถึงความยากลำบากของผู้บริหารแต่ละท่านในเนื้อหา ที่ อ าจารย์ ก รุ ณ าเรี ย บเรี ย งให้ พ วกเรารั บ ทราบ อย่างละเอียด ดังนี้ พ.ศ. 2432 นายแพทย์โทมัส เฮวาร์ด เฮส์ ไ ด้ รั บ พ ร ะ ม ห า ก รุ ณ า ธิ คุ ณ โ ป ร ด เ ก ล้ า ฯ จากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวให้ใช้ บ้านหลวงริมถนนสีลม ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงพยาบาล เลิดสินในปัจจุบัน เป็น “nursing home” รักษาผู้ป่วย ด้วยการแพทย์แผนปัจจุบัน สถานพยาบาลแห่งนี้ได้รับ การพัฒนาเรื่อยมาจนกระทั่งถึงทุกวันนี้ นับได้ 120 ปี แล้ว พ.ศ.2434 ได้มีการโอนกิจการ nursing home ของหมอเฮส์ เป็นกิจการของรัฐเพื่อรักษาผู้ป่วย โดย ขนานนามว่า “โรงพยาบาลบางรัก” เมื่อเกิดกรณี พิพาทไทย-ฝรั่งเศส (ร.ศ.112) ได้ใช้สถานที่แห่งนี้รักษา ทหารและประชาชนที่บาดเจ็บ นอกจากนั้นยังใช้เป็น โรงพยาบาลต้ น แบบรั ก ษาผู้ ป่ ว ยแบบครบวงจร โดยแบ่งการบริการเป็น 3 แผนก คือ แผนกสุขศาลา รักษาโรคทั่วไป แผนกสงเคราะห์แม่และเด็ก แผนก กามโรค พ.ศ.2486 สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 แผนก สุขศาลาทั่วไป แผนกสงเคราะห์แม่และเด็ก ถูกระเบิด ทำลาย ทำให้ต้องหยุดให้บริการ คงเหลือแต่แผนก กามโรคซึ่งยังคงให้บริการอยู่ ทำให้ประชาชนทั่วไป เข้าใจว่า โรงพยาบาลบางรัก รักษาเฉพาะกามโรค พ.ศ.2492 คุณหญิงสิน เศรษฐบุตร ได้บริจาค เงินให้กระทรวงสาธารณสุข ดำเนินการสร้างอาคาร และบ้านพัก เพื่อให้บริการรักษาโรคทั่วไป ได้เปิดให้ บริการเป็นทางการ เมื่อ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2492 โดยตั้งชื่อว่า “โรงพยาบาลเลิดสิน” ทำให้บริเวณ เดียวกันมี 2 โรงพยาบาล คือ โรงพยาบาลบางรัก อยูด่ า้ นถนนสีลม โรงพยาบาลเลิดสินอยูด่ า้ นถนนศรีเวียง ก า ร พั ฒ น า ข อ งโ ร ง พ ย า บ า ล เ ลิ ด สิ น

วารสารการจัดการความรู้ โรงพยาบาลเลิดสิน :: ปีที่ 2 ฉบับที่ 2 :: เมษายน - มิถุนายน 2552


(ตั้งแต่เริ่มจนถึงปัจจุบันมี ผู้อำนวยการจำนวน 14 ท่าน) โรงพยาบาลเลิ ด สิ น ได้ รั บ การพั ฒ นามาตามลำดั บ ตามเหตุปัจจัยแต่ละยุคสมัย โรงพยาบาลเลิดสินไม่เคย ได้อะไรง่ายๆ ขึ้นอยู่กับความใส่ใจ มุ่งมั่น ของผู้บริหาร (ผู้อำนวยการฯ) การสนับสนุนของผู้บังคับบัญชา (ผู้บริหารกรมการแพทย์) และปัจจัยภายนอกที่อยู่เหนือ การควบคุม ถ้าผู้บริหารไม่ใส่ใจโรงพยาบาลก็ไม่ได้รับ การพัฒนา ผู้บริหารโรงพยาบาลเลิดสินขยันแต่ กรมการแพทย์ไม่สนับสนุน ก็พัฒนาไม่ได้ หรือแม้ว่า ผู้บริหารโรงพยาบาลเลิดสินขยัน กรมการแพทย์ สนั บ สนุ น ก็ ยั ง มี ปั จ จั ย อื่ น อี ก ที่ ท ำให้ ก ารพั ฒ นา หยุดชะงักได้ ดังตัวอย่างต่อไปนี้ พ.ศ. 2502 - พ.ศ. 2511 อาจารย์นายแพทย์คง สุวรรณรัต เป็นผู้อำนวยการ ดำริที่จะขยายพื้นที่ เนื่องจากที่ดินเดิมพัฒนาจนเต็มหมดแล้ว โดยจะ ขยายพื้นที่ไปทางด้านทิศตะวันตก ซึ่งเป็นที่ดินของ เอกชนเนื้อที่ประมาณ 5 ไร่เศษ ท่านได้ประสานกับ เจ้ า ของที่ ดิ น แล้ ว และตกลงจะขายให้ โ รงพยาบาล ในราคา 8 ล้านบาท (พ.ศ. 2504 - 2505) ในขณะนั้น พอทำเรือ่ งถึงผูบ้ ริหารระดับสูงขึน้ ไป ผูบ้ ริหารไม่เห็นด้วย บอกว่าไม่มีเงิน ท่านอาจารย์คง พยายามขอร้อง ผู้บริหาร ก็ไม่เป็นผล จนอีก 2 ปีต่อมา ราคาที่ดินเพิ่ม จาก 8 ล้านบาทเป็น 12 ล้านบาท อาจารย์คงได้ พยายามอีกครั้ง แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ พ.ศ. 2516 - พ.ศ. 2521 อาจารย์นายแพทย์บรรลุ ศิริพานิช เป็นผู้อำนวยการ พัฒนาโรงพยาบาลทาง กายภาพ และคุณภาพ ในที่ดินเดิม คือ ประมาณ 6 ไร่ 1 งาน 7 ตารางวา โดยวางแผนรื้ออาคาร เก่าๆ ออกหมดคงเหลือไว้แต่อาคารอำนวยการอาคาร เดียวแล้วสร้างอาคารใหม่อีก 2 อาคาร คืออาคารบริการ และอาคารสนับสนุนบริการ และได้บรรจุเข้าแผน พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 4 เรียบร้อย อาคารแรก ทีส่ ร้างเสร็จ คือ อาคาร 33 ปี วงเงินงบประมาณ 70 ล้านบาท เป็นอาคารสนับสนุนบริการ ส่วนอาคาร ที่ 2 งบประมาณก่อสร้าง 353 ล้านบาท ต้องถูก ระงับไปอย่างกระทันหัน เพราะรัฐบาลมีความจำเป็น

อย่ า งยิ่ ง ที่ ต้ อ งนำเงิ น จำนวนนี้ ไ ปสร้ า งโรงพยาบาล สมเด็จพระยุพราชในต่างจังหวัด โรงพยาบาลเลิดสิน จึงไม่ได้งบประมาณดังกล่าว พ.ศ. 2531 ท่านขึ้นเป็นผู้อำนวยการต่อจาก นายแพทย์อุดม ลักษณะวิจารณ์นั้น โดยแท้จริงแล้ว ท่านสนใจและต้องการเพียงเปิด residency training ทางศัลยกรรมตกแต่งเท่านั้น แต่หลังจากที่ท่านและ ทีมงานได้ศึกษาสำรวจทรัพยากรที่มีอยู่แล้วพบว่ามีอีก หลายสิ่งที่ต้องช่วยกันพัฒนาเพื่อให้โรงพยาบาลเลิดสิน เป็น compact teaching hospital ขนาด 600 เตียง มีสถานที่ปฏิบัติงานเป็นสัดส่วน สะดวกทั้งผู้ป่วย และญาติที่มารับบริการ แพทย์และบุคลากรทาง การแพทย์ที่ให้บริการ ไม่ยุ่งยากซับซ้อนในการเดินทาง ไปรับบริการ เช่น โรงพยาบาลอื่น เป็นสถาบันทาง การแพทย์ที่มีการศึกษาค้นคว้า วิจัยศาสตร์ต่างๆ ทาง การแพทย์ มีการฝึกอบรมแพทย์เฉพาะทางสาขาต่างๆ ตลอดจนสอนนักศึกษาแพทย์ นักศึกษาพยาบาล มีหอพักสำหรับแพทย์ พยาบาลเช่นโรงพยาบาลทั่วๆ ไป ประเมินสถานภาพในขณะนัน้ ของโรงพยาบาลเลิดสินมีดงั นี้ 1. อาคารสถานที่ - ส่วนใหญ่หมดสภาพทรุดโทรม 2. ครุภัณฑ์ - ขาดแคลน 3. บุคลากร - คนดีมีมาก แต่บางกลุ่ม (ส่ ว นน้ อ ย)ยั ง ยึ ด แน่ น กั บ การบริ ห ารโดยสั่ ง การ ขาดความรักองค์กร 4. เงิน - ยังมีน้อย การวางแผนการพัฒนาอาคาร สถานที่ 1. ก่อสร้างอาคารบริการผู้ป่วยใน 2. การปรับปรุงพืน้ ทีส่ ำหรับการปฏิบตั งิ านได้แก่ ปรับปรุง OR ER ห้องตรวจผู้ป่วยนอก ห้องจ่ายยา สำนักงานแพทย์ฯ 3. โครงการบ้านแบบ เพื่อสร้างหอพักแพทย์ หอพักพยาบาล โครงการก่อสร้างอาคารกาญจนาภิเษก การของบประมาณ 1. ดำเนินการของบประมาณตามปกติแต่ไม่ เคยได้รับ

JOURNAL OF KM LERDSIN HOSPITAL :: VOLUME 2 NUMBER 2 :: APRIL - JUNE 2009

75


2. เชิญท่านรัฐมนตรี รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข อธิบดีกรมการแพทย์มาตรวจ เยีย่ มโรงพยาบาล เพือ่ ให้เห็นสภาพจริง 3. ปี พ.ศ.2533 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง สาธารณสุข เห็นชอบกับโครงการทีโ่ รงพยาบาลเสนอขอ งบก่อสร้างอาคารผู้ป่วย 26 ชั้น วงเงิน 745 ล้านบาท แต่เรื่องไปช้าอยู่ที่กรมการแพทย์ สรุปแล้วไม่ได้เงินมา ก่อสร้าง 4. ทำสังฆทานกลางแจ้ง เพราะมีคนแนะนำ ท่านก็เลยทำ ตอนนัน้ ศาลพระภูมติ ง้ั อยูท่ ด่ี าดฟ้าของตึก อำนวยการก็ไปทำกันกลางแดด ใครทักว่าให้ไปไหว้ ที่ไหนท่านกับแพทย์ พยาบาลที่นี่ ก็พากันไปเรียกว่า พยายามทำทุกสิง่ ทุกอย่างเพือ่ ให้ได้เงินมาก่อสร้างอาคาร 5. ต่อมาได้งบประมาณก่อสร้างอาคารปีพ.ศ. 2536 เป็นงบแปรญัตติของ รัฐมนตรีชว่ ยว่าการกระทรวง สาธารณสุข จำนวน 3 ล้านบาท แต่ก็มีปัญหาเรื่อง การเขียนแบบการก่อสร้างอาคาร คือ กองแบบแผน สำนักปลัด กระทรวงสาธารณสุข กรมโยธาธิการ กระทรวงมหาดไทย กรมศิลปากร กระทรวงศึกษาธิการ เขียนแบบ ให้ไม่ทัน จึงขออนุมัติสำนักงบประมาณ แปลงงบก่อสร้างเป็นงบเขียนแบบ ท้ายที่สุด บริษัทสถาปนิก 110 จำกัด ได้รับคัดเลือก การประกวดหาผู้รับเหมาก่อสร้างอาคาร 1. คณะกรรมการกำหนดคุณสมบัติ เงื่อนไข และวิ ธี ก ารคั ด เลื อ กเพื่ อ ดำเนิ น การประกวดราคา หาผู้รับจ้างดำเนินการก่อสร้าง 2. คุณสมบัติที่สำคัญข้อหนึ่งที่บริษัทสถาปนิก 110 จำกัดแนะนำ คือ ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้มีประสบการณ์ ก่อสร้างอาคารสูงเกิน 10 ชั้นขึ้นไป ซึ่งท่านก็พยายาม ทำตามคำแนะนำ ได้มีการถกเถียงกันมากในที่ประชุม ในที่สุดท่านก็แพ้มติเสียงส่วนมากของคณะกรรมการ ในที่สุดบริษัทเจริญทอง (1982) ได้รับคัดเลือกเป็นผู้ ก่อสร้าง และก่อสร้างล่าช้าไปมากซึง่ อาจารย์นายแพทย์ พงษ์ศกั ดิ์ วัฒนา จะมาบรรยายต่อ การปรับปรุงพื้นที่สำหรับการปฏิบัติงาน 1. จะขยาย OR ER 76

2. ปรับปรุงห้องตรวจโรคผูป้ ว่ ยนอก ห้องจ่ายยาที่ บริเวณชั้น 1 ถึงชั้น 3 ของอาคารอำนวยการและ อาคาร 33 ปี 3. ปรับปรุงสำนักงานแพทย์ สำนักผูอ้ ำนวยการ ชั้น 6 ถึงชั้น 9 ของอาคาร 33 ปี 4. ปรับปรุงห้อง x-ray ห้องตรวจทันตกรรม กลุ่มงานเวชศาสตร์ฟื้นฟู โครงการบ้านแบบ เพือ่ สร้างหอพักแพทย์ หอพักพยาบาล ดั ง ได้ ก ล่ า วแล้ วในการวางแผนการพั ฒ นา อาคาร สถานที่ของโรงพยาบาลนั้น เมื่อก่อสร้างอาคาร บริการผู้ป่วยในเสร็จ ต้องปรับปรุงพื้นที่สำหรับการ ปฏิบัติงานต่างๆ ตลอดจนสำนักงานแพทย์และที่ สำคัญคือ หอพักแพทย์ หอพักพยาบาล และเจ้าหน้าที่ ของโรงพยาบาลเลิดสิน ซึ่งมีแผนจะก่อสร้างที่ซอย บ้านแบบ ซึ่งเป็นที่ดินที่ร้อยตำรวจตรีเจริญ ดารานนท์ บริจาคให้โรงพยาบาลจำนวน 6 ไร่ 3 งาน 92 ตารางวา ในการปรับปรุงพื้นที่ๆ ซอยบ้านแบบนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการ พัฒนามา 2 ครั้งๆ หลังสุดเมื่อ 10 มกราคม พ.ศ. 2546 มี อ ธิ บ ดี ก รมการแพทย์ ห รื อ ผู้ แ ทนเป็ น ประธาน ถ้าการก่อสร้าง หอพักแพทย์ พยาบาลเสร็จเรียบร้อย ปั ญ หาด้ า นโครงสร้ า งของโรงพยาบาลเลิ ด สิ น จะ หมดสิ้นไป ไม่เกิดปัญหาการขาดแคลนพยาบาล จะเห็นได้ว่าโรงพยาบาลเลิดสินไม่เคยได้อะไร ง่ายๆ การวางแผนเพื่อจะทำกิจกรรมหนึ่งกิจกรรมใด มิใช่เรื่องยาก แต่ความสำเร็จของแผนนั้นยากยิ่งดัง ภาษิตจีนที่ว่า “การวางแผนอยู่ที่คน ผลสำเร็จอยู่ที่ฟ้า นับแต่โบราณกาลมา คนคำนวนมิสู้ฟ้าลิขิต” ผูบ้ รรยายท่านต่อไปคือ อาจารย์นายแพทย์พงษ์ศกั ดิ์ วัฒนา ปัจจุบนั ท่านเป็นผูอ้ ำนวยการโรงพยาบาลศรีวชิ ยั 3 อดีตท่านเคยดำรงตำแหน่งผูอ้ ำนวยการโรงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์ ท่านบรรยายในหัวข้อเรื่อง “โรงพยาบาล เลิดสิน พ.ศ. 2516 - พ.ศ. 2542”

วารสารการจัดการความรู้ โรงพยาบาลเลิดสิน :: ปีที่ 2 ฉบับที่ 2 :: เมษายน - มิถุนายน 2552


ภาพที่ 12 อาจารย์นายแพทย์พงษ์ศักดิ์ วัฒนา ท่ า นบรรยายช่ ว งที่ ท่ า นอยู่ ที่ โ รงพยาบาล เลิดสินระหว่าง พ.ศ. 2516 - พ.ศ. 2542 ท่านขอแบ่ง ออกเป็น 2 ยุค คือ ยุคที่ 1 เป็นยุคที่ท่านเป็นศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ (พ.ศ. 2516 - พ.ศ. 2537) ท่านเพิ่งกลับมาจากอเมริกาใหม่ๆ สมัยนั้น อาจารย์นายแพทย์บรรลุ ศิริพานิช เป็นผู้อำนวยการ โรงพยาบาลเลิดสิน ช่วงนี้เป็นช่วงที่ท่านมองคนอื่น ที่เขาทำเก่งๆ คนที่มีประสบการณ์ คนที่ทำความดี ยุคที่สอง เป็นยุคที่ท่านเป็นผู้บริหารโรงพยาบาลเลิดสิน (พ.ศ. 2537 - พ.ศ. 2542) เป็นช่วงที่ท่านทำเพื่อสถาบัน ท่านกล่าวว่า เวลาที่ท่านมาที่ โรงพยาบาลเลิดสินเมื่อไหร่ก็ตาม ท่านจะรู้สึกอบอุ่นเป็นอย่างมาก ทุกคนปฏิบัติอย่างดี ต่อท่านเหมือนเดิม ยุคที่ 1. ยุคเป็นศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ (พ.ศ. 2516 - พ.ศ. 2537) อาจารย์นายแพทย์คง สุวรรณรัต พ.ศ. 2505 (ท่านกล่าวว่า ถ้าท่านจำไม่ผิด) ตอนนั้ น ท่ า นมาขายธงมหิ ด ลให้ อ าจารย์ น ายแพทย์ คง สุวรรณรัต อาจารย์ควักเงินให้ท่าน 500 บาท อาจารย์นายแพทย์คง สุวรรณรัต ท่านเป็นผู้บุกเบิกโรค กระดูกและข้อ และ ในปี พ.ศ.2519 อาจารย์นายแพทย์ คง สุวรรณรัต ได้รับคัดเลือกให้เป็นนายกสมาคม ออร์โธปิดิกส์คนแรกของประเทศไทย เป็นสิ่งที่เรา ภูมิใจมาก เพราะท่านมาจาก กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

อาจารย์นายแพทย์บรรลุ ศิริพานิช อาจารย์นายแพทย์บรรลุ ศิรพิ านิช เป็นผูอ้ ำนวยการ โรงพยาบาลเลิดสิน ติดต่อกับท่านสมัยที่ท่านอยู่ ต่างประเทศ (ขณะนั้นท่านอยู่ที่อเมริกา) ให้ท่านมาอยู่ที่ โรงพยาบาลเลิดสิน โดยบอกว่า ถ้าท่านมาอยู่ที่ โรงพยาบาลเลิดสินแล้ว จะให้ภรรยาท่านมาอยู่ที่ โรงพยาบาลเลิดสินด้วยอีกคน ท่านประทับใจอาจารย์ นายแพทย์บรรลุ ศิริพานิชมาก เพราะ อาจารย์ นายแพทย์บรรลุ ศิริพานิช เป็นคนกระฉับกระเฉง ตลอดเวลา แรกทีเดียวท่านบรรจุทส่ี ถาบันประสาทวิทยา ก่อนเพราะตอนนั้นตำแหน่งที่ โรงพยาบาลเลิดสินไม่มี แล้วจึงย้ายตำแหน่งมาอยู่ที่โรงพยาบาลเลิดสิน อาจารย์นายแพทย์บรรลุ ศิริพานิช ได้พัฒนา โรงพยาบาลเลิดสินมากที่สุดคนหนึ่ง ท่านได้วาง master plan การก่อสร้างตึกต่างๆ ในโรงพยาบาลเลิดสิน อาทิ ตึก 33 ปี 9 ชั้น ตึกส่งเสริมบริการ 10 ชั้น รวมทั้ง ตึ ก ผู้ ป่ ว ยในทั้ ง หมดของโรงพยาบาลเลิ ด สิ น จนกลายมาเป็นอาคารกาญจนาภิเษก

ภาพที่ 13 ภาพตึกอำนวยการ พ.ศ. 2512 เป็นปีที่แพทยสภาเริ่มก่อตั้ง พ.ศ. 2517 โรงพยาบาลเลิดสินมีการฝึกอบรม แพทย์ประจำบ้านศัลยศาสตร์ ซึ่งเป็นครั้งแรกของ กรมการแพทย์ นายแพทย์ชัยพฤกษ์ ปิยะเกศิน เป็นศัลยแพทย์คนแรกทีจ่ บการฝึกอบรม ในปี พ.ศ.2520 พ.ศ. 2518 การฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน ออร์โธปิดิกส์ นายแพทย์วรชาติ ปรีชาปัญญากุล จบเป็นคนแรกในปี พ.ศ.2521

JOURNAL OF KM LERDSIN HOSPITAL :: VOLUME 2 NUMBER 2 :: APRIL - JUNE 2009

77


ก า ร อ บ ร ม ร ะ ย ะ สั้ น เ ป็ น สิ่ ง ที่ อ า จ า ร ย์ นายแพทย์บรรลุ ศิริพานิชภูมิใจมาก

ภาพที่ 14 แพทย์ที่มาอบรมระยะสั้นจากต่างจังหวัด ถ่ายรูปร่วมกับอาจารย์ที่ให้การฝึกอบรม โดยมีท่าน อธิบดีกรมการแพทย์ นายแพทย์กมล สินธวานนท์ เป็น ประธาน ท่ า นกล่ า วเสริ ม ท้ า ยการบรรยายหั ว ข้ อ นี้ ว่ า “วิชาการเป็นสิ่งทีมีความสำคัญมากๆ เลยทีเดียว” อาจารย์นายแพทย์บรรลุ ศิริพานิช เป็นผู้จัดตั้ง สหกรณ์ออมทรัพย์ โรงพยาบาลเลิดสิน สมัยก่อน มีการหนีแชร์กันมาก เลยให้จัดตั้งสหกรณ์ให้กู้เงิน ตั้งอยู่ ที่ธุรการ โดยเป็นหน่วยเล็กๆ ก็มีคนไปกู้เงิน แต่ไม่โต ปัจจุบนั สหกรณ์ฯ มีเงินประมาณ 900 กว่าล้านบาท มีทุนสำรองประมาณ 300 กว่าล้านบาท ท่านได้คุย กับผู้จัดการสหกรณ์ฯ ว่าอยากจะให้แพทย์เข้ามาเป็น กรรมการมากๆ จะได้มาช่วยกันบริหารเงิน สมัยนั้นกล่าวได้ว่า สหกรณ์ออมทรัพย์ฯ ดำเนิ น การโดยคนของโรงพยาบาลเลิ ด สิ น เอง มีผู้อำนวยการโรงพยาบาลเลิดสิน เป็นประธาน โดยตำแหน่ง ผลงานที่ท่านมีชื่อเสียงตอนอยู่โรงพยาบาลเลิดสิน คือ 1. ท่านเป็นนายกชมรมศัลยแพทย์ทางมือแห่ง ประเทศไทย (พ.ศ.2529 - พ.ศ.2531) 2. ท่านเป็นประธานราชวิทยาลัยแพทย์ ออร์โธปิดกิ ส์แห่งประเทศไทย (พ.ศ.2540 - พ.ศ.2541) 3. ท่านเป็นบรรณาธิการวารสารกรมการแพทย์ (พ.ศ.2535 - พ.ศ.2537) ระยะเวลา 4 ปี ท่านกล่าวว่า เป็นเวลาทีเ่ หนือ่ ยมาก เหนือ่ ยทีส่ ดุ ในชีวติ ในการทำวารสาร 78

ภาพที่ 15 อาจารย์นายแพทย์วทิ รู แสงสิงแก้ว เป็นประธาน เปิดสถาบันออร์โธปิดกิ ส์ ของโรงพยาบาลเลิดสินในขณะนัน้ โรงพยาบาลเลิ ด สิ น มี ชื่ อ เสี ย งมากทางด้ า น ออร์โธปิดิกส์ เดิมทีเดียวเป็นแผนกออร์โธปิดิกส์ หรือ แผนกโรคกระดูกและข้อ ตั้งอยู่ในโรงพยาบาลเลิดสิน จากนั้นเปลี่ยนเป็นสถาบันออร์โธปิกดิกส์ และปัจจุบัน เปลี่ยนเป็นศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านออร์โธปิดิกส์ คื อ มี ศู น ย์ ก ารแพทย์ เ ฉพาะทางด้ า นออร์ โ ธปิ ดิ ก ส์ ภายในโรงพยาบาลเลิดสิน ยุคแรกเป็นยุคที่ท่านมองผู้อื่นทำงาน คือ เวลา ท่านทำงาน ท่านจะมองว่าคนอื่น ทำยังไง เขาผิดพลาด ยังไง เราควรจะแก้ไขยังไง จนกระทั่งท่านมาเป็น ผูอ้ ำนวยการโรงพยาบาลเลิดสินในปี พ.ศ.2537 - พ.ศ.2542 ยุคที่ 2 ยุคเป็นผู้บริหารโรงพยาบาลเลิดสิน (พ.ศ.2537 - พ.ศ.2542) 1. สวนสุขภาพอินซ์เคป และพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ ๕ 2. พื้นที่จอดรถหน้าอาคารกาญจนาภิเษก 3. อาคารกาญจนาภิเษก 1. สวนสุขภาพอินซ์เคป และพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยูห่ วั รัชกาลที่ ๕ สวนสุขภาพอินซ์เคป เป็นชื่อของบริษัทบอร์เนียวเดิม มีที่ดินข้างโรงพยาบาลเลิดสิน ประมาณ 200 ตารางวา อยู่ระหว่างตึกอำนวยการ และทางด่วน อาจารย์ นายแพทย์ประพจน์ เภตรากาศ ได้เจรจาขอสิทธิ์ใน การเช่าที่ดินต่อจากบริษัทเอกชนอินซ์เคป โดยที่ดิน ดั ง กล่ า วเป็ น ที่ ดิ น ทรั พ ย์ สิ น ส่ ว นพระมหากษั ต ริ ย์ บริษัทอินซ์เคป ยินยอมมอบสิทธิ์การเช่าที่ให้ โดยไม่

วารสารการจัดการความรู้ โรงพยาบาลเลิดสิน :: ปีที่ 2 ฉบับที่ 2 :: เมษายน - มิถุนายน 2552


เรียกร้องค่าขนย้าย หรือค่าใช้จา่ ยใดๆ ทัง้ สิน้ แต่มขี อ้ แม้ เพียงข้อเดียวว่าจะต้องตั้งชื่อสวนนี้ตามชื่อบริษัทเขา คือ อินซ์เคป เพราะฉะนัน้ พวกเราต้องจำไว้ให้ดีว่า สวนนี้ได้มาด้วยความกรุณาของเขา เงินค่าขนย้ายของ ซึง่ เป็นจำนวนมาก เขาก็ไม่คดิ ซักบาท ขอแค่ชื่ออย่างเดียว

ภาพที่ 18 บริเวณพื้นที่จอดรถ หน้าอาคารกาญจนาภิเษก ในอดีต มีชาวบ้านมาอาศัยอยู่ 14 ครอบครัว ภาพที่ 16 สวนสุขภาพอินช์เคป

ภาพที่ 19 หลังจากรื้ออาคารพักอาศัยของชาวบ้านทั้ง 14 ครัวเรือนแล้ว ภาพที่ 17 ในวันพิธีเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่๕ วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ.2542 2. พื้นที่จอดรถหน้าอาคารกาญจนาภิเษก แต่เดิมไม่ใช่ที่ดินของเรา เป็นที่ดินทรัพย์สิน ส่วนพระมหากษัตริย์ ซึง่ มีชาวบ้านมาอาศัยอยู่ 14 ครอบครัว เราได้ซื้อที่ดินทีละครอบครัว แต่ละครอบครัวก็เรียก เงินเป็นล้าน รวมแล้วใช้เงินซื้อทั้งหมด 62 ล้านบาท โดยใช้เงินมูลนิธิโรงพยาบาลเลิดสินซื้อ (ไม่สามารถใช้ เงินบำรุงของโรงพยาบาลเลิดสินซื้อได้) ซึง่ อาจกล่าวได้ ว่า เราได้ทด่ี นิ ส่วนนีม้ าด้วยโชคและความสามารถของ อาจารย์นายแพทย์ประพจน์ เภตรากาศ

ภาพที่ 20 ปัจจุบนั เป็นทีจ่ อดรถหน้าอาคารกาญจนาภิเษก 3. อาคารกาญจนาภิเษก อาจารย์นายแพทย์บรรลุ ศิรพิ านิช วางแผนแม่บท จะก่อสร้างอาคารหลังนี้ให้ได้แต่สร้างไม่ได้ หลังจากที่ เราได้งบแปรญัตติ (3 ล้านบาท) ตามที่ อาจารย์ นายแพทย์ประทีป โภคะกุลเล่าให้ฟังแล้ว เราก็ได้งบมา

JOURNAL OF KM LERDSIN HOSPITAL :: VOLUME 2 NUMBER 2 :: APRIL - JUNE 2009

79


515 ล้านบาทในการก่อสร้าง โดยได้บริษัทเจริญทอง เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง จากสัญญาที่ทำไว้ร่วมกันว่า เขาจะต้องก่อสร้างเสร็จภายใน 1,000 กว่าวัน (ถ้าท่าน จำไม่ผิด) แต่เอาเข้าจริงๆ ร่วม 9 ปี จึงเห็นเป็นตึก อย่างทุกวันนี้ อยากให้พวกเรารูว้ า่ อาคารกาญจนาภิเษก เกิดขึ้นมาได้ยังไง เกิดขึ้นมาด้วยความยากลำบาก เพียงใด จำได้ว่าตอนก่อสร้างครั้งแรกๆ เห็นเป็นตอแค่ ชั้นเดียว มันขึ้นชั้นสองไม่ได้ซักที เป็นเวลาหลายปี คนก่อสร้างคนสุดท้าย เขาอยากทำบุญ ให้โรงพยาบาล เลิดสิน เขาเลยใช้ทุนตัวเอง 40 ล้านบาทสมทบก่อสร้าง ทำให้เราได้ของดีๆ มีลิฟท์ดีๆ ใช้ ก่อนจบการบรรยายท่านกล่าวว่า “โรงพยาบาล เลิดสิน ทำบุญแต่ปางก่อน ที่ทำให้เราได้ของดี แล้วมัน จะอยู่ชั่วนิจนิรันดร์และมันคงจะอยู่ตลอดไป”

“นางพยาบาลเฮส์” และมีนางพยาบาลคริสเตียน ดูแล ร่วมกับหมอเฮส์ วันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ.2492 เป็นวันที่ โรงพยาบาลเลิดสิน ได้เปิดอย่างเป็นทางการ (ส่วนประวัติ การก่อสร้างอาจารย์ท่านอื่นๆ ได้กล่าวไว้ข้างต้นแล้ว) สมัยนั้นโรงพยาบาลเลิดสิน แบ่งเป็นแผนก ต่างๆ แผนกพยาบาลก็เป็น แผนกหนึ่ง โดยมีหัวหน้า แผนก 2 ท่าน คือ คุณรัชดา (ไม่ทราบนามสกุล) เป็นหัวหน้าพยาบาลคนแรก และ คนที่สองคือ คุณศิริพร รณฤทธิวิชัย แบ่งงานเป็น 2 ส่วน คือ 1. การบริหารการพยาบาล มีทีมการพยาบาล ประกอบด้วยพยาบาล (ในยุคนั้นมีจำนวนน้อยมาก) และมีผู้ช่วยพยาบาล ที่มีวุฒิสูงสุดแค่ชั้นประถมปีที่ 3 2. การปฏิบตั กิ ารพยาบาล มีคนไข้นอก คนไข้ใน ผูบ้ รรยายท่านต่อไปคือ อาจารย์ละไม แก้วอำไพ ซึ่งการับคนไข้ในมีเพียง ward เดียว จะรวม ท่านดำรงตำแหน่งเป็นรองผู้อำนวยการกลุ่มภารกิจ ผู้ป่วยชาย และผู้ป่วยหญิง มีเคาน์เตอร์พยาบาล บริการวิชาการ โรงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์ กั้นกลาง โดยจะเน้นการรักษามากกว่าการปฏิบัติงาน ท่านบรรยายในหัวข้อเรื่อง “ย้อนรอยงานการพยาบาล การพยาบาล โรงพยาบาลเลิดสิน” พ.ศ.2510 - 2520 คุณมาลี อารยะวงศ์ เป็น หัวหน้าพยาบาล มีการเปลี่ยนชื่อจากแผนกพยาบาล เป็นฝ่ายการพยาบาล การบริหารการพยาบาลและการปฏิบัติการ พยาบาลแยกงานชัดเจน โดยฝ่ายบริหารการพยาบาล มีหัวหน้าพยาบาล และผู้ช่วยหัวหน้าพยาบาลเป็นผู้ รับผิดชอบ ส่วนการปฎิบัติการพยาบาลมีการเพิ่ม ward และแบ่งประเภท ward ตามสาขาทางการแพทย์ พ.ศ.2520 - 2534 ยุคเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง ภาพที่ 21 อาจารย์ละไม แก้วอำไพ ในขณะนั้น มีคุณสุนทรี เลาวพงศ์ เป็นหัวหน้า วิวัฒนาการ งานการพยาบาล โรงพยาบาลเลิดสิน ฝ่ายการพยาบาล มีการพัฒนางานเรื่อยมา ได้แก่ ข้อมูลในอดีตทีท่ า่ นจะบรรยายในครัง้ นี้ ท่านได้ 1. การบริหารการพยาบาล การบริหารงานของ รวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่งด้วยกัน อาทิ จากหนังสือ ฝ่ายการพยาบาล จัดให้มีคณะกรรมการดำเนินการด้าน จากคำบอกเล่ า ของบุ ค คลผู้ เ กี่ ย วข้ อ งที่ เ ชื่ อ ถื อ ได้ บริหาร บริการและวิชาการเป็นรูปธรรมมากขึ้น และจากคำบอกเล่ า ของบุ ค คลที่ อ ยู่ ใ นเหตุ ก ารณ์ ทีเ่ ด่นคือการพัฒนาการพยาบาลออร์โธปิดิกส์ ได้ริเริ่ม พ.ศ.2430 - 2435 คลินิกหมอเฮส์ มีภรรยา หลักสูตร “การพยาบาลออร์โธปิดกิ ส์และเวชศาสตร์ฟน้ื ฟู” หมอเฮส์ เป็ น นางพยาบาลขอเรี ย กชื ่ อ ท่ า นว่ า ในปีพ.ศ.2523 (ปัจจุบนั เป็นรุน่ ที่ 29) และเริม่ สนับสนุน 80

วารสารการจัดการความรู้ โรงพยาบาลเลิดสิน :: ปีที่ 2 ฉบับที่ 2 :: เมษายน - มิถุนายน 2552


ให้พยาบาลไปอบรมหลักสูตรเฉพาะทางด้านพยาบาล มากขึ้น 2. การปฏิบตั กิ ารพยาบาล เริม่ มีการมอบหมาย งานที่เป็นรูปธรรม นำพยาบาลสู่สังคมมากขึ้น โดย การมีส่วนร่วมกับองค์การพยาบาลนอกโรงพยาบาล พ.ศ.2534 - 2545 เป็นยุคเริม่ มีการเปลีย่ นแปลง คือมีการเปลี่ยนชื่อจาก ฝ่ายการพยาบาล เป็นกลุ่ม งานการพยาบาล โดยมีผู้บริหารสูงสุด ดังนี้ พ.ศ.2534 - 2543 คุณอำไพ วิชัยยะ เป็นหัวหน้า กลุ่มงานการพยาบาล พ.ศ.2543 - 2545 คุณรัตนา ศิริจีระชัย เป็น หัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาล ซึ่งในช่วงปี พ.ศ. 2534 - 2545 นั้น กลุ่มงาน การพยาบาลได้พัฒนางานเรื่อยมาอย่างต่อเนื่องได้แก่ 1. การบริหารการพยาบาล 1.1 สนับสนุนส่งเสริมให้มีการพัฒนา บุคลากร การศึกษาต่อเนื่อง เป็นรูปธรรมมากขึ้น มีการทำแผนชัดเจน โดยได้มีการประสานงานร่วมกับ ทบวงมหาวิทยาลัย และวิทยาลัยต่างๆ ของภาครัฐ 1.2 พัฒนาศักยภาพพยาบาลห้องผ่าตัด ในปี พ.ศ. 2541 โดยจัดหลักสูตร scrub nurse orthopaedic 1.3 ริเริ่มให้มีการพัฒนางานวิจัยทาง การพยาบาล 1.4 Matrix organization คือทำงาน ร่วมกันเป็นทีม 2. การปฏิบัติการพยาบาล 2.1 ใช้รูปแบบการมอบหมายงาน ให้แก่ผู้ปฏิบัติงานระดับต่างๆ ชัดเจนมากขึ้น 2.2 ให้ความสำคัญกับการใช้ กระบวนการพยาบาล (Nursing Process) เป็นกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์มาใช้ในการปฏิบตั งิ านให้การพยาบาลต่างๆ 2.3 ส่งเสริมให้พยาบาลทำวิจัย โดยจัดหลักสูตร การอบรม การวิจัยทางการพยาบาล และส่งพยาบาลไปอบรมภายนอกโรงพยาบาล พ.ศ.2545 ยุคนี้เป็นยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง มี ก ารสรรหาหั ว หน้ า กลุ่ ม การพยาบาลคนใหม่ แ ทน

คนเก่าที่เกษียณอายุราชการ การคัดเลือกในครั้งนี้นับ เป็ น ครั้ ง แรกที่ ผู้ บ ริ ห ารโรงพยาบาลให้ ค วามสำคัญ เป็นพิเศษ จึงได้จัดตั้งคณะกรรมการสรรหาพยาบาล วิชาชีพ ให้มาดำรงตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มการพยาบาล 1 ชุด (รายละเอียดท่านสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ใน หนังสือประชุมวิชาการครั้งที่ 12 ประจำปีงบประมาณ 2552 เรื่อง 6 ทศวรรษ โรงพยาบาลเลิดสิน) พ.ศ.2547 เปลี่ยนชื่อจาก กลุ่มการพยาบาล เป็น กลุม่ ภารกิจบริการวิชาการ การบริหารการพยาบาล ตามวิสัยทัศน์โรงพยาบาลเลิดสิน “เลิดสินก้าวหน้า พัฒนาได้มาตรฐาน เป็นเลิศทางวิชาการ บริการ ประทับใจ” เพื่อให้การดำเนินงานประสบความสำเร็จ กลุ่มภารกิจบริการวิชาการได้บริหารงานโดย 1. ยึดหลักกระบวนการบริหารที่มุ่งผลสัมฤทธิ์ และแบบมีส่วนร่วม คือ Patient Care System Management, Nursing System Management, Nursing Personnel Management บุคลากร ทางการพยาบาลต้องมีความรู้ มีการวางแผนกลยุทธ์ เป็นทิศทางในการบริหาร 2. ปรับระบบบริการจัดการมี Unit Manager / Care Manager (เดิมเป็นหัวหน้าตึก) พ.ศ.2545 ถึงปัจจุบัน การบริหารงาน ตามวิ สั ย ทั ศ น์ ก ลุ่ ม ภารกิ จ บริการวิชาการ “เป็นองค์กรที่บริการได้มาตรฐาน วิชาการก้าวหน้า พัฒนาอย่างต่อเนื่อง เป็นที่ยอมรับ ของผู้ใช้บริการและสังคม” การบริหารจัดการ พัฒนาสู่ความเป็นเลิศ ทางวิชาการ Excellence Center พัฒนางานวิจัย พัฒนาความรู้ของบุคลากร ขับเคลื่อน และส่งเสริม ให้โรงพยาบาลเลิดสินผ่านการรับรองคุณภาพ HA ในเดือนมีนาคม 2549 เน้นการมีส่วนร่วม โดยมี การคัดเลือก สรรหาผู้บริหารการพยาบาล และ Matrix Organization การปฏิบัติการพยาบาล มี รู ป แ บ บ ก า ร มอบหมายงานชัดเจน ลักษณะ Total Care, พัฒนาบริการพยาบาลตามมาตรฐานในโรงพยาบาล

JOURNAL OF KM LERDSIN HOSPITAL :: VOLUME 2 NUMBER 2 :: APRIL - JUNE 2009

81


และ HA/PMQA เน้นการทำงานเป็นทีม ยึดผู้ใช้ บริการเป็นศูนย์กลาง สร้าง Core Value ขององค์กร พยาบาล “เลิดสิน NURSE” พัฒนาโดยการจัดอบรม CQI to Research, R2R, Best Practices, KM พ.ศ.2549 มีผลงานวิจัย 12 เรื่อง พ.ศ.2550 มีผลงานวิจัย 7 เรื่อง พ.ศ.2551 มีผลงานวิจัย 16 เรื่อง พ.ศ.2552 กำลังดำเนินการวิจัย 11 เรื่อง พัฒนาสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ เน้นการใช้การจัดการความรู้ (KM) นำผล การวิจัยมาใช้ในการปฏิบัติการพยาบาล พัฒนางาน ประจำสู่งานวิจัย ก้าวสู่องค์กรที่มีผลดำเนินงานที่ เป็นเลิศ แนวโน้มการพยาบาลของโรงพยาบาลเลิดสิน 1. พัฒนาสู่ความเป็นผู้นำทางวิชาการ 2. มุ่งพัฒนาพยาบาลและงานบริการสู่ความ เป็นสากล 3. การสร้างความรู้ที่เทียบวัดได้ทั้งภายใน ประเทศและนานาประเทศ 4. สร้างนักวิจัย 5. การใช้ภาษาอังกฤษ 6. การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ 7. สร้างเครือข่ายงานบริการพยาบาลระดับโลก จุดเน้น การพัฒนาบุคลากรพยาบาลและการพัฒนา งานบริการพยาบาลต้องควบคู่กัน พัฒนาสู่ความเป็นผู้นำทางวิชาการพยาบาล APN, Family Nurse, Case Management, ICNP, CQI&Evidence Based Practice&Best Practice, Nursing Information Technology, การสร้างเครือข่ายพัฒนาคุณภาพ และพัฒนาหลักสูตร การพยาบาลออร์ โ ธปิ ดิ ก ส์ แ ละเวชศาสตร์ ฟื้ น ฟู (จาก 2 เดือน เป็น 4 เดือน) และหลักสูตร Scrub Nurse Orthopaedics มีผสู้ นใจเข้ารับการอบรมมากมาย 82

ผูบ้ รรยายท่านสุดท้ายคือ อาจารย์นายแพทย์ธวัช ประสาทฤทธา ท่านดำรงตำแหน่งเป็นรองผู้อำนวยการ กลุ่มภารกิจวิชาการ โรงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์ ท่านบรรยายในหัวข้อเรื่อง “อนาคตโรงพยาบาลเลิดสิน”

ภาพที่ 22 อาจารย์นายแพทย์ธวัช ประสาทฤทธา ในช่ ว งเวลาก่ อ นที่ ท่ า นจะเริ่ ม บรรยายนั้ น บรรยากาศภายในห้องประชุม ผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่าน นั่งฟังอย่างเงียบเชียบและมีสีหน้าเคร่งเครียดตามๆ กัน ผู้ถอดเทปเข้าใจว่าทุกท่านคงจะเริ่มหิวบ้างแล้วเพราะ ขณะนั้นเลยเวลารับประทานอาหารกลางวันมานาน พอสมควร ภายหลังจากผู้ดำเนินรายการกล่าวเรียนเชิญ ท่านบรรยายต่อ ท่านกล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้มว่า “เรียนท่านอาจารย์ ท่านวิทยากร ผู้ดำเนิน รายการและผูม้ เี กียรติทกุ ท่าน อนาคตโรงพยาบาลเลิดสิน เริ่ม เมื่อคุณละไมพูดจบ ถ้าคุณละไมพูดต่อ อนาคต เริ่มไม่ได้” ทุกท่านที่อยู่ในห้องประชุมหัวเราะพร้อมกัน ทำให้ บรรยากาศภายในห้ อ งประชุ ม คลายความเครี ย ดลง ท่านเริม่ บรรยายด้วยการให้ความหมายของคำว่า อนาคต หมายถึง ยังมาไม่ถึง (ว.) และเวลาภายหน้า (ป.ส.) Future : that is to be or come that will happen what is going to be นโยบายเป้าหมายในปีพ.ศ. 2525 โดยท่ า นนำข้ อ ความมาจากหนั ง สื อ เปิ ด ตึ ก 33 ปี พ.ศ. 2525 ในหนังสือกล่าวไว้ว่า 1. ให้สามารถให้บริการคนไข้นอกได้ประมาณ

วารสารการจัดการความรู้ โรงพยาบาลเลิดสิน :: ปีที่ 2 ฉบับที่ 2 :: เมษายน - มิถุนายน 2552


1,000 คนต่อวัน (ปัจจุบัน ประมาณ 2,000 คนต่อวัน) 2. ให้สามารถรับคนไข้ในได้ 600 เตียง เนือ่ งจาก พื้นที่ของโรงพยาบาลจำกัด คือ จำนวน 6 ไร่ 1 งาน 7 ตารางวาเท่านั้น (ปัจจุบัน 670 - 690 เตียง) 3. ให้สามารถเป็นโรงพยาบาลที่มีสถานที่และ อุปกรณ์ในการอบรมอย่างพร้อมมูล (ปัจจุบนั มีทง้ั แพทย์ ประจำบ้าน extern, intern) 4. ให้สามารถเปิดบริการได้อย่างดีในทุกแขนง วิชาทางการแพทย์ (ปัจจุบันนอกจากศัลยกรรม โรค กระดูกและข้อแล้ว ยังมีอายุรกรรมและแผนกอืน่ มากมาย) 5. ให้มีอาคารสถานที่เพียงพอสำหรับบริการ ผู้ป่วย และถูกสุขลักษณะด้วย ยุทธศาสตร์กรมการแพทย์ 2009 ท่านกล่าวว่า ยุทธศาสตร์ คือ แผนที่จะไป ขอเงิน เพราะหากไม่ได้เงินแล้วก็จะไม่มีเงินมาสร้างตึก ไม่มีของที่จะนำมาใช้พัฒนา และพวกเราที่นั่งอยู่กัน ในที่นี้ต้องจำไว้ว่า หากไม่มีแต่ละท่านที่ได้บรรยายไป ก่อ นหน้ านี ้ แ ล้ ว ก็จ ะไม่ม ีท ี่ใ ห้พวกเรามานั่งฟั ง การประชุมวิชาการที่ทันสมัยแบบนี้ ยุทธศาสตร์กรมการแพทย์ 2009 มีดังนี้ 1. เสริมสร้างองค์ความรู้ด้านการแพทย์ระดับ ตติยภูมิ โดยการศึกษา วิจยั ประเมิน พัฒนา และถ่ายทอด องค์ความรู้ / เทคโนโลยี และการบริการ 2. สร้างมาตรฐานการบริการตติยภูมแิ ละพัฒนา ศักยภาพของ สถานบริการ และระบบเครือข่าย 3. พัฒนาระบบบริหารจัดการที่เอื้อต่อการ ดำเนินการ

ภาพที่ 23 ตึกของโรงพยาบาลเลิดสินในอดีตและ ปัจจุบัน

ภาพที่ 24 เครื่องมือแพทย์ในอดีตและปัจจุบัน

ภาพที่ 25 การผ่าตัดในอดีต

ภาพที่ 26 ผู้ป่วยใส่เฝือกในอดีต JOURNAL OF KM LERDSIN HOSPITAL :: VOLUME 2 NUMBER 2 :: APRIL - JUNE 2009

83


ภาพที่ 31 วารสารโรงพยาบาลเลิดสินในอดีต

ภาพที่ 27 ห้องผ่าตัดในอดีตและปัจจุบัน

ภาพที่ 28 โฆษณาอุปกรณ์เย็บแผลในอดีต

ภาพที่ 32 วารสารกรมการแพทย์ในปัจจุบัน

ภาพที่ 29 โฆษณาอุปกรณ์เย็บแผลในปัจจุบัน

ภาพที่ 30 โฆษณายาในอดีตและปัจจุบัน 84

ภาพที่ 33 ตำแหน่งหน้าที่การงานของบุคลากรทาง การแพทย์ของโรงพยาบาลเลิดสินในอดีต ในอดีต ตำแหน่งหน้าที่การงานของข้าราชการ จะแบ่งเป็น เอก โท ตรี เช่น นายแพทย์โท พยาบาลตรี เป็นต้น ต่อมา ตำแหน่งงานใช้ระบบ “ซี” เป็นตัวแบ่ง วารสารการจัดการความรู้ โรงพยาบาลเลิดสิน :: ปีที่ 2 ฉบับที่ 2 :: เมษายน - มิถุนายน 2552


(Common Level) ตั้งแต่ระดับซี1 - ซี 11 คณะรัฐมนตรี รัฐบาล ชุดของพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นนายก รัฐมนตรี มีมติเห็นชอบกับการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วย ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535 ใหม่ กำหนด ตำแหน่งข้าราชการพลเรือนมี 4 ประเภท (เรียกว่า ระบบแท่ง และยกเลิกระบบซี) คือ 1. แท่งบริหาร 2. แท่งอำนวยการ 3. แท่งวิชาการ 4. แท่งทั่วไป

ท่านกล่าวว่า วุฒิการศึกษาต่างๆ จะมี ความสำคัญมาก และมีการวัดผลการปฏิบัติงาน แต่เดิม นั้นข้าราชการเป็นมนุษย์เงินเดือน ทำงานไปเรื่อยๆ แต่ปัจจุบันเราจะทำอย่างนั้นไม่ได้แล้ว การปฏิรูประบบราชการตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 การบริ ห ารจั ด การของหน่ ว ยงานภาครั ฐ Public sector Management Quality Award (PMQA) เป็นเครื่องมือชนิดหนึ่ง

ภาพที่ 34 ความเชื่อมโยงของการพัฒนาระบบราชการกับเกณฑ์คุณภาพ PMQA • ต้องมีการนำองค์กร เริ่มมีการปรับเปลี่ยนระบบบริหารทรัพยากร • ต้องมีบุคลากรเป็นผู้นำองค์กรในการ บุคคล ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน เปลี่ยนแปลง พ.ศ. 2551 มีการทำ Competency gap , KPI • ต้องมียุทธศาสตร์ (ก็คือเงิน) • ต้องมีการเน้นว่าใครเป็นผู้รับบริการ พระบำราศนราดูร พ.ศ. 2506 เคยกล่าวไว้ว่า • ต้องมีการประเมินผล ใครทำงานน้อย “โรงพยาบาลเลิดสิน เป็นโรงพยาบาลที่เก่าแก่แห่งหนึ่ง ได้น้อย ใครทำงานมาก ได้มาก ในประเทศไทย ปัจจุบันนี้โรงพยาบาลเลิดสินเป็น • ต้องมีการจัดการภายใน ซึ่งจะคู่ไปกับ โรงพยาบาลบำบัดโรคทั่วไปแห่งเดียวของกรมการแพทย์ การนำองค์กร กระทรวงสาธารณสุข ทางภาคใต้ของนครหลวง ” • ต้องมีผลผลิตของโรงพยาบาลเลิดสิน JOURNAL OF KM LERDSIN HOSPITAL :: VOLUME 2 NUMBER 2 :: APRIL - JUNE 2009

85


อาจารย์นายแพทย์สงัด เปล่งวานิช พ.ศ. 2506 ซึ่งมีการวัดผลปฏิบัติงาน KPI และการพัฒนาบุคลากร เคยกล่าวไว้เกี่ยวกับ โรงพยาบาลเลิดสินว่า “ก็คงจะ ตาม Competency gap เป็ น ภาระที่ น่ า หนั ก ใจมิ ใ ช่ น้ อ ยสำหรั บ เจ้ า หน้ า ที่ โรงพยาบาล ข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่า ด้วยสมรรถภาพ อัน สู ง และวิ ริ ย ภาพอั นแรงกล้ าของบรรดาเจ้า หน้ าที่ โรงพยาบาลแห่งนี้ คงจะสามารถอำนวยบริการด้าน บำบัดโรคภัยไข้เจ็บให้แก่ประชาชนได้ดีที่สุด ทั้งปริมาณ และคุ ณ ภาพสมกั บ ที่ เ ป็ น ศู น ย์ ก ารอบรมและฝึ ก หั ด แพทย์แห่งหนึ่งของกระทรวงสาธารณสุข...” ท่านกล่าวว่า “ดังนัน้ มันต้องประกอบกันระหว่าง การนำองค์กรและบุคลากร เพื่อให้พวกท่านมีความสุข ภาพที่ 36 ผลผลิต - การถ่ายทอดองค์ความรู้ ไม่เจ็บไข้” การบริหารจัดการ

ภาพที่ 35 War Room เกี่ยวกับเรื่อง การจัดการ อาคารกาญจนาภิเษก บันทึกส่วนตัว วันที่ 19 ตุลาคม 2519 ของอาจารย์นายแพทย์บรรลุ ศิริพานิช ในหนังสือ ลูกผู้ชายชื่อ บรรลุ “งานโรงพยาบาลเลิดสิน สต๊าฟร่วมงาน ส่วนใหญ่ไม่ดีดั่งใจ และ โรงพยาบาลราชการทำอะไร ไม่ได้ทำให้การปรับปรุงยาก เลยเข้าสภาพอยู่ไปวันๆ เราเองก็พร่ำถามตัวเองว่า เราจะเอาอย่างไร? แล้วเรา ก็ยังตอบตัวเองไม่ได้ ผลจึงออกมาในสภาพเซ็งๆ เหนื่อยหน่าย เราต้องแก้ให้ได้ในเรื่องนี้” ปัจจุบันนี้เราอยู่กันแบบเรื่อยๆ เซ็งๆ เหนื่อย หน่ายไม่ได้แล้วเพราะมีแผนปฏิบัติราชการ 4 ปี (2551 - 2554) กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข 86

ภาพที่ 37 Reference Center ท่านกล่าวว่า “บุคลากรเหล่านี้เป็นรุ่นกลางเก่า กลางใหม่ จะเป็นผู้มาสานต่องานในวันนี้ งานที่เรา ทำในวันนี้ การนำองค์กรในวันนี้ ใครทีเ่ ป็นใหญ่ ใครทีเ่ ป็น หัวหน้ากลุ่มงานในวันนี้ จะต้องทำงานหนักให้รุ่นหลังขึ้น มาแทน รุน่ หลังจะได้มาบอกว่า เออไม่ได้อยูอ่ ย่างไปวันๆ” อย่างที่ อาจารย์นายแพทย์บรรลุ กล่าวไว้ Structure ในอนาคต (ปัญหาเรื่องโครงสร้าง) ที่จะต้องมีการปรับปรุง 1. อาคารใหม่บนพื้นที่ว่างหน้าอาคาร กาญจนาภิเษก 2. ER ห้องผ่าตัด 3. ต้องปรับ OPD ใหม่ 4. ที่จอดรถ โรงอาหาร ร้านค้า 5. ที่เก็บเวชระเบียน 6. หอพักนักศึกษาแพทย์ แพทย์ประจำบ้าน ห้องพักแพทย์

วารสารการจัดการความรู้ โรงพยาบาลเลิดสิน :: ปีที่ 2 ฉบับที่ 2 :: เมษายน - มิถุนายน 2552


7. งานวิจัย multicenter 8. ห้องทานตะวัน 9. ห้อง x-rays ต้องเป็น computer - digital

ภาพที่ 38 ผลงานตีพิมพ์ในระดับนานาชาติ

ภาพที่ 39 พื้นที่ว่างหน้าอาคารกาญจนาภิเษก JOURNAL OF KM LERDSIN HOSPITAL :: VOLUME 2 NUMBER 2 :: APRIL - JUNE 2009

87


ท่านกล่าวว่า “ผมอยากจะบอก พวกเรา แพทย์ พยาบาล ว่า วันหนึ่งพวกเราก็ต้องเจ็บต้องป่วยกัน สิ่งดีๆ ที่พวกเราทำกันอยู่ทุกวัน มันจะกลับมา พวกเรา อยู่โรงพยาบาลไม่ต้องไปทำบุญที่ไหนไกล แค่เข้าไป ดูผู้ป่วยดีๆ เยี่ยมเขาให้เขาหายเจ็บ หายป่วยก็พอแล้ว” ตอนท้ายท่านกล่าวเสริมเรื่องบาปเจ็ดประการ (ม.ค. คานธี) ว่า นักการเมือง ที่ปราศจากหลักการ ความมั่งคั่ง ที่ปราศจากการทำงาน (ไปปล้นเขามา) ความสุขสนุกสนาน ที่ปราศจากความสำนึก ความรอบรู้ ที่ปราศจากคุณลักษณะ พ่อค้า ที่ปราศจากคุณธรรม วิทยาการ ที่ปราศจากมนุษยธรรม (แพทย์ พยาบาล ที่มี วิทยาการแต่ไม่มี มนุษยธรรม) ความเคารพบูชา ที่ปราศจากการเสียสละ

โดยเฉพาะเรือ่ งคุณภาพของการบริการ การใช้ Technology ใหม่ๆ และพัฒนาวิชาการ สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าพื้นฐาน / โครงสร้างของโรงพยาบาลไม่ดี ไม่ว่าจะเป็น WARD, OPD, ER และอื่นๆ อีกอย่างคือ ที่พัก โดยเฉพาะที่พักของพยาบาล แพทย์ประจำบ้าน ตลอดจน เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล ที่มีความจำเป็น ถ้ามีที่พักของพยาบาลตามที่สมควร จะเป็น โรงพยาบาลก็จะไม่ขาดแคลนพยาบาลขนาดนี้ ผมเชื่อว่าการพัฒนาที่ดินบ้านแบบให้เป็นที่พักแพทย์ พยาบาลและเจ้าหน้าทีอ่ น่ื ตามทีอ่ าจารย์นายแพทย์ประพจน์ เภตรากาศ ได้ทุ่มเทให้ระยะหนึ่งแต่มาหยุดไป สมควร ได้รับการดำเนินการต่อ ประกอบกับขณะนี้ ชมรม ผู้สูงอายุของโรงพยาบาลเลิดสิน เข้มแข็งและมีศักยภาพ มาก คงจะช่วยดำเนินการเรื่องนี้ได้ และถ้าประสบ ความสำเร็จ จะเป็นกุศลมหาศาลให้โรงพยาบาล”

และกล่าวว่า “โรงพยาบาลเลิดสิน เป็นสถานที่ที่ตั้งอยู่บน ถนนสายที่แพงที่สุดในประเทศ บุคลากรของเราเป็น บุคคลที่มีคุณค่า รวมทั้งพวกเราที่มาอยู่ในที่นี้” อาจารย์นายแพทย์ประทีป โภคะกุล ได้กล่าว เสริมตอนท้ายดังนี้ “เมื่อกี้อาจารย์นายแพทย์เอกชัย จุละจาริตต์ ได้กล่าวพาดพิงถึงคุณหมอวันดี โภคะกุล อยากจะบอก ว่าคุณหมอวันดี เป็นคนที่รัก อยากจะให้โรงพยาบาล ก้าวหน้า เป็นทีร่ กั ทีพ่ ง่ึ ของประชาชนอย่างแท้จริง เป็นผู้ ที่พัฒนา ICU ของกลุ่มงานอายรุกรรม คุณหมอวันดี คอยเตือนสติผมบ่อยๆ ว่า อาจารย์อย่าลืมตัวนะ อาจารย์นะ่ เป็นทหารนอกประจำการแล้ว เขาอาจไม่ฟงั เราก็ได้ ผมก็พยายามสงบเสงี่ยมเจียมตัวตลอดเวลา เรือ่ งที่ 2 สิง่ ทีค่ นปัจจุบนั อาจารย์นายแพทย์ธวัช ประสาทฤทธา คุณละไม แก้วอำไพ พูดเป็นของดี 88

วารสารการจัดการความรู้ โรงพยาบาลเลิดสิน :: ปีที่ 2 ฉบับที่ 2 :: เมษายน - มิถุนายน 2552


สุกิจ ทัศนสุนทรวงศ์ นายแพทย์เชี่ยวชาญ ผู้ช่วยเลขาธิการแพทยสภา กลุ่มงานศัลยศาสตร์ กลุ่มภารกิจวิชาการ โรงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์

ด้วยกรณีท่ีมีผู้ร้องเรียนให้ตรวจสอบ กรณีคลินิกแห่งหนึ่งผ่าตัดแปลงเพศด้วยการตัดอัณฑะ เด็ ก ชายหลายรายด้ ว ยหวั ง ว่ า จะไม่ ใ ห้ มี ลั ก ษณะ ความเป็นผู้ชายเกิดขึ้นก่อนเข้าสู่วัยหนุ่ม ซึ่งขณะนี้กรณี ดังกล่าวยังอยู่ในระหว่างการสอบสวนทางจริยธรรม กับแพทย์ที่กระทำการรักษาด้วยวิธีดังกล่าว ประกอบ กับปัจจุบันมีการรักษาด้วยการแปลงเพศอย่างถาวร จำนวนมาก โดยที่ยังไม่มีกำหนดเกณฑ์มาตรฐาน และข้ อ บ่ ง ชี้ ที่ ชั ด เจนในการให้ ก ารรั ก ษาสำหรั บใน ประเทศไทย ขณะทีแ่ พทย์ผเู้ ชีย่ วชาญทางด้านศัลยกรรม

แปลงเพศที่ ป ฏิ บั ติ อ ย่ า งถู ก ต้ อ งได้ ด ำเนิ น การตาม มาตรฐานทางการแพทย์ที่มีกำหนดไว้ ดังนั้นเพื่อเป็น การคุ้ ม ครองให้ เ กิ ด ความปลอดภั ย แก่ ป ระชาชนผู้ มี ความประสงค์ต้องการแปลงเพศ แพทยสภาจึงเห็น ความจำเป็นที่จะต้องกำหนดมาตรฐานการประกอบ วิชาชีพเวชกรรมในด้านนี้เป็นการเฉพาะ จึงได้ออก ข้ อ บั ง คั บ แพทยสภาว่ า ด้ ว ยการรั ก ษาจริ ย ธรรมแห่ ง วิชาชีพเวชกรรม เรื่อง เกณฑ์การรักษาเพื่อแปลงเพศ พ.ศ.2552 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อ 29 พฤษภาคม 2552 โดยมีผลเมื่อพ้นกำหนด

JOURNAL OF KM LERDSIN HOSPITAL :: VOLUME 2 NUMBER 2 :: APRIL - JUNE 2009

89


180 วัน เป็นต้นไป จึงขออนุญาตเผยแพร่ให้ผู้อ่าน และผู้เกี่ยวข้องได้ทราบดังนี้ครับ ในข้อบังคับนี้กำหนดว่า การรักษาเพื่อแปลง เพศ หมายความว่า การรักษาโรคหรือภาวะผิดปกติ ทางจิตเวช โดยวิธีการผ่าตัดเพื่อเปลี่ยนเพศชายให้เป็น เพศหญิงหรือเปลี่ยนเพศหญิงให้เป็นเพศชาย ทั้งนี้ให้ รวมถึงการผ่าตัดหรือการรักษาด้วยวิธีอื่น ที่หวังผลให้ เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อสรีระของร่างกาย หรือเกิด การเปลี่ ย นแปลงของฮอร์ โ มนเพศอย่ า งถาวร เช่น การตัดอัณฑะออกทั้งหมดเป็นต้น โดยการผ่าตัด ดังกล่าวต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ และขั้นตอน ตามประกาศแนวทางปฏิ บั ติ ข องแพทยสภา โดยต้องผ่านการประเมิน และได้รับการรับรองจาก จิ ต แพทย์ จ ำนวนสองท่ า นว่ า มี ข้ อ บ่ ง ชี้ ที่ จ ะต้ อ งทำ การผ่าตัด เพื่อยืนยันให้แน่ชัดว่าต้องการแปลงเพศ แน่นอน ทั้ ง นี้ ก ารผ่ า ตั ด ดั ง กล่ า วจะกระทำได้ เ ฉพาะ ผู้มีอายุตั้งแต่ 18 ปี แล้วเท่านั้น โดยหากยังอายุ ไม่ถึง 20 ปี ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง ร่วมด้วย หลักการดังกล่าวจะช่วยให้ผตู้ อ้ งการแปลงเพศ ได้รบั การคุม้ ครอง ในด้านข้อบ่งชีท้ จ่ี ะได้รบั การแปลงเพศ และอายุที่เหมาะสมครับ

90

วารสารการจัดการความรู้ โรงพยาบาลเลิดสิน :: ปีที่ 2 ฉบับที่ 2 :: เมษายน - มิถุนายน 2552


นุชนาท บุญต่อเติม นักสังคมสงเคราะห์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้างานสังคมสงเคราะห์ ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ โรงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์ ตามหลักการทีถ่ อื ปฏิบตั ขิ ององค์การอนามัยโลก ได้ให้ความสนใจเกี่ยวกับสิทธิผู้ป่วยโดยเห็นว่า ผู้ป่วยมี สิทธิที่จะได้รับบริการเพื่อสุขภาพ ซึ่งถือว่าเป็นสิทธิ พื้นฐานที่ประชาชนทุกคนควรได้รับ รวมทั้งสิทธิที่จะ ได้รับข้อมูลข่าวสารจากแพทย์ผู้ทำการรักษา เพื่อการ มีส่วนร่วมในกระบวนการรักษา มีสิทธิที่จะปฏิเสธ การรักษา และมีสิทธิส่วนบุคคลในการที่จะไม่ถูก เปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวกับความเจ็บป่วย สำหรับสังคมไทยประเด็นเรื่องสิทธิผู้ป่วยยัง ถือว่าเป็นเรื่องใหม่ และกำลังเป็นที่สนใจในปัจจุบัน เนื่องจากลักษณะการให้บริการทางด้านสุขภาพ มีการ เปลี่ยนแปลงอย่างมากเมื่อเทียบกับในอดีต ซึ่งเดิมเป็น การให้บริการในลักษณะการเอื้อเฟื้อเกื้อกูล ทำนอง พ่อรักษาลูก เป็นความสัมพันธ์เชิงครอบครัว แต่ใน ปัจจุบนั สภาพสังคม และข้อมูลข่าวสารทีเ่ ปลีย่ นแปลงไป รวมทั้งเทคโนโลยีในการรักษามีความซับซ้อนมากขึ้น การดูแลผู้ป่วยมีเรื่องของธุรกิจเข้ามาเกี่ยวข้อง และ ผู้ป่วยมีการเรียกร้องสิทธิของตนเองมากขึ้นเนื่องจาก ถูกละเมิดหรืองดเว้นการกระทำต่อสิทธิอันพึงมีพึงได้ องค์กรวิชาชีพ ซึ่งประกอบด้วย แพทยสภา สภาการพยาบาล ทันตแพทยสภา สภาเภสัชกรรม และคณะกรรมการควบคุ ม การประกอบโรคศิ ล ปะ ได้เล็งเห็นถึงความจำเป็นในการที่จะต้องมีการรับรอง สิทธิของผู้ป่วย เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2541 เพื่อให้ ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ให้บริการด้านสุขภาพกับผู้ป่วย ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจอันดี และเป็นที่ ไว้วางใจกัน

คำประกาศสิทธิของผู้ป่วยในประเทศไทยที่ 5 องค์กรวิชาชีพได้ร่วมกันออกประกาศรับรองสิทธิของ ผู้ป่วยขึ้น เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2541 1. ผู้ป่วยทุกคนมีสิทธิพื้นฐานที่จะได้รับบริการ ด้านสุขภาพ ตามทีบ่ ญั ญัตไิ ว้ในรัฐธรรมนูญ 2. ผูป้ ว่ ยมีสทิ ธิทจ่ี ะได้รบั บริการจากผูป้ ระกอบ วิชาชีพด้านสุขภาพโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ เนื่องจาก ความแตกต่างด้าน ฐานะ เชื้อชาติ สัญชาติ ศาสนา ลัทธิการเมือง เพศ อายุ และลักษณะของความเจ็บป่วย 3. ผู้ป่วยที่ขอรับบริการด้านสุขภาพมีสิทธิที่จะ ได้รับทราบข้อมูลอย่างเพียงพอ และชัดเจน จาก ผูป้ ระกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ เพือ่ ให้ผู้ป่วยสามารถ ตัดสินใจในการยินยอมหรือ ไม่ยินยอมให้ผู้ประกอบ วิชาชีพด้านสุขภาพปฏิบตั ติ อ่ ตน เว้นแต่เป็นการช่วยเหลือ รีบด่วน หรือจำเป็น 4. ผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะฉุกเฉินเสี่ยงอันตรายถึง ชีวิต มีสิทธิที่จะได้รับความช่วยเหลือรีบด่วนจาก ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพโดยทันทีตามความจำเป็น แก่กรณี โดยไม่คำนึง ว่าผูป้ ว่ ยจะร้องขอความช่วยเหลือ หรือไม่ 5. ผูป้ ว่ ยมีสทิ ธิทจ่ี ะได้รบั ทราบ ชือ่ สกุล และ ประเภทของผู้ ป ระกอบวิ ช าชี พ ด้ า นสุ ข ภาพที่ เ ป็ น ผู้ให้บริการแก่ตน 6. ผูป้ ว่ ยมีสทิ ธิทจ่ี ะขอความเห็นจากผูป้ ระกอบ วิ ช าชี พ ด้ า นสุ ข ภาพอื่ น ที่ มิ ไ ด้ เ ป็ น ผู้ ใ ห้ บ ริ ก ารแก่ ต น และมีสิทธิในการขอเปลี่ยนผู้บริการ และสถานบริการ

JOURNAL OF KM LERDSIN HOSPITAL :: VOLUME 2 NUMBER 2 :: APRIL - JUNE 2009

91


7. ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับการปกปิดข้อมูล เกี่ยวกับตนเอง จากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพโดย เคร่งคัด เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากผู้ป่วยหรือ การปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย 8. ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับข้อมูลอย่างครบถ้วน ในการตัดสินใจเข้าร่วม หรือถอนตัว จากการเป็น ผู้ถูกทดลองในการทำวิจัยของผู้ประกอบวิชาชีพด้าน สุขภาพ 9. ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับ การรักษาพยาบาลเฉพาะของตน ทีป่ รากฏในเวชระเบียน เมื่อร้องขอ ทั้งนี้ข้อมูลดังกล่าวต้องไม่เป็นการละเมิด สิทธิส่วนตัวของบุคคลอื่น 10. บิดา มารดา หรือผู้แทนโดยชอบธรรม อาจใช้สิทธิแทน ผู้ป่วยที่เป็นเด็ก อายุยังไม่เกินสิบแปดปี บริบรู ณ์ ผูบ้ กพร่องทางกาย หรือจิต ซึ่งไม่สามารถ ใช้สิทธิด้วยตนเอง โรงพยาบาลเลิดสิน เป็นโรงพยาบาลระดับ ตติยภูมิที่ให้การบริการรักษาผู้ป่วยครอบคลุมทุกสาขา มีผู้ป่วยมารับบริการประเภทผู้ป่วยนอกประมาณวันละ 2,000 ราย ผู้ป่วยที่มารับการรักษาทั้งประเภทผู้ป่วยใน ผู้ป่วยนอก ไม่ได้มีเฉพาะผู้ป่วยที่เป็นคนไทยเท่านั้น ยั ง มี ช าวต่ า งชาติ เ ข้ า รั บ การรั ก ษาอยู่ อ ย่ า งต่ อ เนื่ อ ง เนือ่ งจากชุมชนรอบโรงพยาบาลเลิดสินเป็นทีเ่ ช่าพักอาศัย ของชาวต่างชาติที่มาประกอบอาชีพ และท่องเที่ยว การให้การรักษาบุคคลกลุ่มนี้โรงพยาบาลเลิดสินก็ปฏิบัติ ตามคำประกาศสิทธิผู้ป่วยดังกล่าวข้างต้น คือให้บริการ รั ก ษามาตรฐานเดี ย วกั น เหมื อ นคนไทยทั่ ว ไป นอกจากนั้ นโรงพยาบาลเลิ ด สิ น ยั ง เป็ น หน่ ว ยงานที่ ให้บริการประกันสุขภาพแรงงานต่างด้าวที่ขึ้นทะเบียน แรงงานตามนโยบายของกระทรวงแรงงาน สำหรับ ผู้ ป่ ว ยต่ า งชาติ ที่ เ ข้ า มารั บ การรั ก ษาสามารถแบ่ ง ประเภทของผู้ป่วยได้ดังนี้ 1. ผูป้ ว่ ยต่างชาติเข้าเมืองถูกกฎหมายมีหนังสือ เดินทางและวีซา่ กำหนดระยะเวลาทีพ่ ำนักในประเทศไทย ยังไม่หมดอายุ 92

2. ผูป้ ว่ ยต่างชาติเข้าเมืองถูกกฎหมายมีหนังสือ เดินทางแต่วซี า่ กำหนดระยะเวลาทีพ่ ำนักในประเทศไทย หมดอายุ 3. ผู้ป่วยต่างชาติเข้าเมืองผิดกฎหมายได้รับ อนุญาตให้เข้ามาทำงานในประเทศไทยและมีประกันสุขภาพ 4. ผู้ป่วยต่างชาติเข้าเมืองผิดกฎหมายได้รับ อนุญาตให้เข้ามาทำงานในประเทศไทยแต่มีป ระกั น สุขภาพต่างโรงพยาบาล 5. ผู้ป่วยต่างชาติลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย ผู้ป่วยต่างชาติเข้าเมืองผิดกฎหมาย แต่มีสามี/ภรรยา เป็นคนไทย 6. บุตรทีเ่ กิดจากบิดามารดาเข้าเมืองถูกกฎหมาย /เข้าเมืองผิดกฎหมาย จากประสบการณ์การให้บริการสังคมสงเคราะห์ ผู้ป่วยต่างชาติเราจะพบว่า ผู้ป่วยต่างชาติที่เจ็บป่วย และเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเลิดสินจะมีปัญหา ที่แตกต่างกัน อาทิ ปัญหาด้านค่ารักษาพยาบาล ปัญหาทางสังคม ปัญหาจิตใจ ฯลฯ เมื่อเปรียบเทียบ กับผู้ป่วยชาวไทยแล้ว ลักษณะของปัญหาจะมี ความใกล้เคียงกัน และการให้บริการสังคมสงเคราะห์ เราก็ไม่สามารถเลือกปฏิบัติได้ แต่การให้บริการเราก็ ต้ อ งคำนึ ง ถึ ง ข้ อ บั ง คั บ ทางกฎหมายที่ บั ญ ญั ติ ไ ว้ เ พื่ อ ความมั่นคงของประเทศ และในหลายครั้งหลายครา เราก็พบว่า การปฏิบัติตามข้อบังคับของกฎหมายอาจ มีผลกระทบต่อหลักมนุษยธรรม ที่เป็นภาวะคุกคาม นักสังคมสงเคราะห์อย่างมาก สำหรับการแลกเปลี่ยน เรียนรู้เรื่องแนวทางการให้บริการสังคมสงเคราะห์ผู้ป่วย ต่ า งชาติ ในครั ้ ง นี ้ ผ ู ้ เ ขี ย นคิ ด ว่ า จะเป็ นแนวทางให้ นักสังคมสงเคราะห์ให้บริการผูป้ ว่ ยต่างชาติได้อย่างสะดวก มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นทางกฎหมาย ที่มีผลต่อทัศนคติด้านมนุษยธรรม ซึ่งผู้เขียนคาดหวัง ว่านักสังคมสงเคราะห์จะสามารถนำแนวทางนี้ไปใช้ใน การปฏิบตั งิ านได้ในระดับหนึง่ โดยมี เป้าหมายให้ผปู้ ว่ ย ไ ด้ รั บ บ ริ ก า ร สั ง ค ม ส ง เ ค ร า ะ ห์ ต า ม ห ลั ก ก า ร กระบวนการสังคมสงเคราะห์ รวมทั้งได้รับการพัฒนา

วารสารการจัดการความรู้ โรงพยาบาลเลิดสิน :: ปีที่ 2 ฉบับที่ 2 :: เมษายน - มิถุนายน 2552


ศักยภาพ ข้อแนะนำด้านกฎหมาย และมีแนวทางใน การดำรงอยู่ในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ผู้ป่วยต่างชาติได้รับบริการสังคมสงเคราะห์อะไรบ้าง • ได้รบั บริการสังคมสงเคราะห์ทต่ี รงกับปัญหา วิธีการดำเนินการ ความต้ อ งการของผู้ ป่ ว ยตามบริ บ ทของงาน 1. ทบทวน กระบวนการ สรุปประเด็นปัญหาของ สังคมสงเคราะห์ โดยไม่มกี ารแบ่งแยกว่าเป็นชนชาติใด ผูป้ ว่ ยต่างชาติจาก การให้บริการสังคมสงเคราะห์ผปู้ ว่ ย • ได้รับการพัฒนาศักยภาพให้มีความพร้อมที่ ต่างชาติในรอบปีงบประมาณ 2551 งานสังคมสงเคราะห์ จะเผชิญ / ลดความรุนแรงของปัญหาทีเ่ ป็นอุปสรรคต่อ ได้รบั การส่งต่อผูป้ ว่ ยต่างชาติ ทีม่ ปี ญั หาค่ารักษาพยาบาล การรักษา/การดำเนินชีวติ รวมทั้ ง ป้ อ งกั น ความเสี่ ย ง และปัญหาอื่นๆ รวม 48 ราย แยกเป็น ต่างๆ ที่จะมีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตขณะที่พัก • ประเภทผู้ป่วยใน รวม 40 ราย อยู่ในประเทศไทย ยอดค่ารักษารวม 1,526,929 บาท • รับทราบข้อมูล ขั้นตอนการบริการด้าน • ผู้ป่วยนอก 8 ราย ยอดค่ารักษา สวัสดิการสังคมของประเทศไทย ได้รับบริการจากทีม รวม 4,387 บาท สหวิชาชีพทีม่ มี าตรฐานเดียวกัน โดยมีสัญชาติต่างๆ ดังนี้ พม่า กัมพูชา ลาว • ได้รบั ทราบข้อมูลเกีย่ วกับความเจ็บป่วยและ อินเดีย เนปาล ออสเตรเลีย อเมริกัน ปาปัวนิวกินี แนวทางการรักษา • การส่งต่อที่ถูกต้องตามบริบทของปัญหา 2. ศึกษากฎระเบียบ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ • มีความพึงพอใจ แรงงานต่างชาติ 3. ประชุมนักสังคมสงเคราะห์เพื่อแลกเปลี่ยน ญาติ/ผู้เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยได้รับบริการสังคมสงเคราะห์ เรียนรู้เกี่ยวกับการให้บริการผู้ป่วยต่างชาติ อะไรบ้าง 4. สรุปแนวทางการให้บริการสังคมสงเคราะห์ • ได้รบั ทราบข้อมูลเกีย่ วกับความเจ็บป่วยและ 5. จัดทำ Flowchart กระบวนการหลัก และ แนวทางการรักษา แจ้งให้ทราบทั่วกัน JOURNAL OF KM LERDSIN HOSPITAL :: VOLUME 2 NUMBER 2 :: APRIL - JUNE 2009

93


• ได้รับทราบบริการสวัสดิการสังคม บริการ ด้านสาธารณสุข และบริการอื่นๆ อย่างถูกต้อง และ สามารถใช้ บ ริ ก ารได้ ต รงกั บ ปั ญ หาความต้ อ งการ ที่เป็นอุปสรรคต่อการรักษา และการดำรงชีวิต • มีแนวทางในการตัดสินใจเกี่ยวกับการดูแล/ และการส่งต่อผู้ป่วย • ผูป้ ว่ ย/ครอบครัว/ผูเ้ กีย่ วข้องได้รบั การพัฒนา ศักยภาพให้มีความพร้อมที่จะเผชิญ/ลดความรุนแรง ของปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อการรักษา/การดำเนินชีวิต รวมทัง้ ป้องกันความเสี่ยงต่างๆ ที่จะมีผลกระทบต่อ การดำเนินชีวิต • เกิดความเชือ่ มัน่ ในมาตรฐานการบริการของ ทีมสหวิชาชีพ • ญาติ/ผูเ้ กีย่ วข้องได้รบั บริการสังคมสงเคราะห์ อย่างเสมอภาค • มีความพึงพอใจ ที ม สหวิ ช าชี พ ได้ รั บ ผลในการดำเนิ น งานอะไรบ้ า ง • ได้รับการตอบสนองต่อบริการที่รวดเร็ว • มีการประสานงานที่ดี / การสื่อสารที่มี ประสิทธิภาพ • ลดความเสีย่ ง (ผูป้ ว่ ยหนีกลับ ญาติไม่เข้าใจ บริการ) • ได้รบั ความร่วมมือจากผูป้ ว่ ย/ญาติ/ผูเ้ กีย่ วข้อง • มีการทำงานเป็นทีม เครือข่ายทางสังคมได้รับผลการดำเนินการอะไรบ้าง • มีการประสานงานที่ดี • ยอมรับและเข้าใจในข้อจำกัดของการบริการ • มีการทำงานเป็นทีมและสือ่ สารข้อมูลเกีย่ วกับ การดำเนินงานของแต่ละองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ บุ ค ล า ก ร ภ า ย ใ น ห น่ ว ย ง า น ไ ด้ อ ะ ไ ร บ้ า ง ‣การทำงานเป็นทีม/ความร่วมแรงร่วมใจ ‣การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์/ ความรู้ใหม่ ‣มีสัมพันธภาพที่ดี 94

‣ปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณของ นักสังคมสงเคราะห์ ‣การป้องกันความเสี่ยง ‣ความเชื่อมั่นต่อนักสังคมสงเคราะห์ ‣นักสังคมสงเคราะห์ได้รบั การพัฒนาศักยภาพ อย่างต่อเนื่อง จากการทบทวนปัญหาต่างๆ ในการให้บริการ สังคมสงคราะห์ผู้ป่วยต่างชาติ พบว่าผู้ป่วยมีปัญหา ซึ่งไม่แตกต่างไปจากผู้ป่วยชาวไทย ดังนี้ 1. ผู้ป่วยไม่มีเงินชำระค่ารักษาพยาบาล ค่ายาพิเศษ ค่าตรวจ 2. เด็กแรกเกิด บิดา มารดาเข้าเมืองผิดกฎหมาย ไม่กล้าแจ้งเกิดให้บุตร ปัญหาการเลี้ยงดูบุตรเกิดใหม่ 3. ผู้ป่วยเข้าเมืองผิดกฎหมาย / รับการรักษา ไม่ตอ่ เนือ่ งเนือ่ งจากกลัวถูกจับกรณีเข้าเมืองผิดกฎหมาย 4. หนังสือเดินทาง / Visa หมดอายุ 5. ผู้ป่วยไม่มีหลักฐาน ไม่สามารถให้ข้อมูลได้ 6. ปัญหาทางจิตใจ วิตกกังวล กลัวถูกจับส่ง กลับประเทศ 7. ไม่มีงานทำ ไม่มีรายได้ 8. ไม่มีญาติ ถูกทอดทิ้ง 9. อยูก่ นิ กับชาวไทยเป็นเวลานาน > 5 ปีและ ไม่ มี ห ลั ก ฐานแสดงการได้ รั บ อนุ ญ าตให้ อ ยู่ ใ น ประเทศไทยได้ 10. ไม่มีญาติถึงแก่กรรม 11. ป่วยแล้วไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ (CVA) 12. นายจ้างปลอมแปลงเอกสาร นายจ้างไม่ รับผิดชอบค่ารักษาพยาบาล 13. ประสบภัยจากรถไม่มีหลักฐานขอรับ ค่าทดแทน 14. ปัญหาที่อยู่อาศัยไม่แน่นอน 15. ความสัมพันธ์ในครอบครัว 16. อุบัติเหตุจากการทำงานนายจ้างหลบหนี ไม่รับผิดชอบ

วารสารการจัดการความรู้ โรงพยาบาลเลิดสิน :: ปีที่ 2 ฉบับที่ 2 :: เมษายน - มิถุนายน 2552


แนวทางการดำเนินงานตามกระบวนการสังคมสงเคราะห์ • สัมภาษณ์ประวัติผู้ป่วย / ผู้เกี่ยวข้อง เพื่อ รวบรวมข้อมูลส่วนตัว อาชีพ ที่อยู่อาศัย รายได้ บุคคล ในครอบครัว ประวัติการเจ็บป่วย ข้อมูลทางสังคม ฯลฯ • สืบค้นหลักฐานแสดงตน หลักฐานอนุญาต เข้าเมือง เช่น หนังสือเดินทาง วีซ่า บัตรแรงงาน ต่างด้าว ฯลฯ เพือ่ เป็นหลักฐานแสดงตนว่าได้รบั อนุญาต ให้เข้าประเทศได้ • สังเกตบุคลิกภาพ การสือ่ สาร ปฏิกริ ยิ าต่างๆ ของผูป้ ว่ ย เพือ่ ประกอบการพิจารณาวางแผนการดำเนินงาน • ศึกษาข้อมูลจากเวชระเบียน เพือ่ ศึกษาประวัติ การเจ็บป่วย แผนการรักษาของแพทย์ ที่อยู่ปัจจุบัน รายนามญาติทส่ี ามารถติดต่อได้ หมายเลขโทรศัพท์ของ ผู้ป่วย นายจ้าง ญาติ เพื่อน • ประสานทีมสหวิชาชีพ เพือ่ ติดตามผลการรักษา การดูแลผู้ป่วย มีใครมาเยี่ยมผู้ป่วยบ้าง และข้อมูล ต่างๆ ทีเ่ กีย่ วข้องในการดำเนินงาน เนือ่ งจากทีมสหวิชาชีพ จะใกล้ชิดผู้ป่วยมากกว่านักสังคมสงเคราะห์ • วิเคราะห์ปัญหา และจัดลำดับความสำคัญ ของปัญหา • สรุปประเด็นปัญหา • จัดลำดับความสำคัญของปัญหา • วางแผนดำเนินการให้บริการสังคมสงเคราะห์ ตามบริบทปัญหาของผู้ป่วย • ให้คำปรึกษาทางการแพทย์และสังคม เพือ่ ให้ ผูป้ ว่ ยลดปัญหาทางจิตใจ ความวิตกกังวล ความสิน้ หวัง ในชีวิต ถูกทอดทิ้ง ความสัมพันธ์ในครอบครัว โดยใช้ กระบวนการให้คำปรึกษา (Counseling) • ให้คำแนะนำบริการสวัสดิการสังคมต่างๆ เช่น กรณีผู้ป่วยมีสามี/ภรรยา เป็นชาวไทย บุตรจะได้ รับสิทธิด้านสวัสดิการสังคมอย่างไรบ้าง บิดา มารดา มีหน้าทีท่ จี่ ะต้องดำเนินงานเกีย่ วกับการแจ้งเกิด การขอ สัญชาติให้บุตรเกิดใหม่ เป็นต้น • ให้คำแนะนำด้านกฎหมาย เช่น การต่อ ทะเบียนแรงงานต่างด้าว การเข้าเมืองผิดกฎหมายจะ ต้องถูกดำเนินคดีอย่างไรบ้าง การส่งตัวกลับประเทศ

การดำเนิ น การของหน่ ว ยงานที่ เ กี่ ย วข้ อ งกั บ ความมั่นคงของประเทศ การแจ้งเกิด การขอสัญชาติ ให้บตุ รเกิดใหม่ การปลอมแปลงเอกสารมีผลทางกฎหมาย อย่างไร การคุม้ ครองอุบตั เิ หตุจากการทำงาน ประสบภัย จากรถ (พรบ.) • ให้คำแนะนำด้านการใช้สิทธิ การใช้สิทธิ ประกันสุขภาพสำหรับแรงงานต่างชาติ การได้รับ ความคุ้มครองตามกฎหมายแรงงาน • ให้คำแนะนำด้านสุขภาพ การดูแลผู้ป่วย / ครอบครัว การเลี้ยงดูบุตรที่เกิดใหม่

JOURNAL OF KM LERDSIN HOSPITAL :: VOLUME 2 NUMBER 2 :: APRIL - JUNE 2009

95


• การติดตามญาติ นายจ้างเพื่อรับผู้ป่วยกลับ ที่พัก • ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อ การส่งต่อผู้ป่วย เช่น กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กรมพัฒนาสังคมฯ กระทรวงแรงงาน กรณีส่งผู้ป่วย ช่วยเหลือตนเองไม่ได้กลับประเทศ (แรงงานที่ได้รับ การขึ้นทะเบียน) • ประสานสถานทูต (กงสุล) ประเทศต่างๆ เพื่อการติดตามญาติที่ต่างประเทศ ขอหารือเกี่ยวกับ ค่าใช้จ่ายในการรักษา กรณีผู้ป่วยเสียชีวิต การส่งผู้ป่วย กลับประเทศ การสื่อสารกับผู้ป่วยที่ไม่สามารถพูด ภาษาอังกฤษได้ ฯลฯ • ประสานองค์กร NGO ต่างๆ เช่น องค์การสหประชาชาติ NCCA NCCM ฯลฯ เพื่อ การช่วยเหลือเกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาล การส่งผู้ป่วย กลับประเทศ • ประสานทีมสหวิชาชีพ เพื่อการดูแลผู้ป่วย อย่างครบวงจรแบบองค์รวม • เยี่ยมบ้าน • เสนอขออนุมัติค่ารักษา • ประสานฝ่ายบริหารเพื่อแจ้งความกับ สน. กรณีที่ต้องส่งผู้ป่วยกลับประเทศ นายจ้างปลอมแปลง เอกสาร ใช้เอกสารของผู้อื่นเพื่อขอรับสิทธิการรักษา ประเด็นปัญหาการให้บริการสังคมสงเคราะห์ผปู้ ว่ ยต่างชาติ • ผู้ป่วยต่างชาติมีปัญหาที่หลากหลาย แตกต่างกันไป • มีความยุ่งยาก ซับซ้อนในกระบวนการ ขั้นตอน การให้บริการ • มีประเด็นของกฎหมายและความมั่นคงของ ประเทศเข้ามาเกี่ยวข้อง • หน่วยงานภายนอกที่เป็น Stakeholder หลายหน่วยงานมีผลต่อการให้บริการ • กฎระเบียบของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง • กระบวนการให้บริการสังคมสงเคราะห์ต้อง ปรับตามบริบทของปัญหาและกฎระเบียบแรงงานข้ามชาติ 96

• ประเด็นของกฎหมายมีผลต่อจริยธรรม มนุษยธรรม ในการดำเนินงาน การพัฒนาการให้บริการสังคมสงเคราะห์ผู้ป่วยต่างชาติ • การจัดการความรู้ มีการประชุมทีม นักสังคมสงเคราะห์อย่างต่อเนื่องเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ กระบวนการทำงาน และสรรหาแหล่งทรัพยากรทางสังคม มาสนับสนุนการให้บริการ • มีการทำงานเป็นทีม กรณีผปู้ ว่ ยพูดไทยไม่ได้ นักสังคมสงเคราะห์ที่มีทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษ จะช่วยสื่อสารให้ • Case Conference สำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหา ยุ่งยากซับซ้อน • ระบบพี่เลี้ยง • จัดหากฎระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ นักสังคมสงเคราะห์ได้เรียนรู้ • สร้างเครือข่ายเพื่อการจัดการผู้ป่วยต่างชาติ • จัดทำ Flowchart แนวทางการให้บริการ ผู้ป่วยต่างชาติ

วารสารการจัดการความรู้ โรงพยาบาลเลิดสิน :: ปีที่ 2 ฉบับที่ 2 :: เมษายน - มิถุนายน 2552


Ÿ¼ožiª¥˜nµŠµ˜·

¤¸ž¦³„´œ­»…£µ¡

Ťn¤¸ž¦³„´œ­»…£µ¡¤¸ž{®µ‡nµ ¦´„¬µ¡¥µµ¨Â¨³ž{®µ°ºÉœ Ç

˜¦ª‹­°­·š›· 102

­nŠ Consult ­´Š‡¤­ŠÁ‡¦µ³®r

čo­·š›·Å—o

­´Š‡¤­ŠÁ‡¦µ³®r—εÁœ·œ„µ¦˜µ¤„¦³ªœ„µ¦/ ˜¦ª‹­°®¨´„“µœ

Ťn¤¸ž{®µ°ºÉœ Ç

-

Á…oµÁ¤º°Š™¼„„‘®¤µ¥

¤¸ž{®µ ‡nµ¥µ­nªœÁ„·œ ž{®µ°ºÉœ Ç

Á—Ȅ¦„Á„·— Á…oµÁ¤º°ŠŸ·— „‘®¤µ¥

Á…oµÁ¤º°Š™¼„„‘®¤µ¥ ª¸Žnµ®¤—°µ¥»

D/C ­nŠ Consult ­´Š‡¤­ŠÁ‡¦µ³®r

ž¦³­µœ­™µœš¼˜ („Š­»¨)

—εÁœ·œ„µ¦˜µ¤

°Š‡r„¦ NGO ˜nµŠ Ç

Á­œ°Ÿ¼o¦·®µ¦ ž¦³­µœŠµœ ¦nª¤„´œ

D/C D/C

Á­œ°Ÿ¼o¦·®µ¦

ž¦³­µœ®œnª¥Šµœ°ºÉœ Ç š¸ÉÁ„¸É¥ª…o°Š

Refer

D/C ­™µœš¼˜ ¦´„¨´

JOURNAL OF KM LERDSIN HOSPITAL :: VOLUME 2 NUMBER 2 :: APRIL - JUNE 2009

„¨´š¸É¡´„

iµ¥¦·®µ¦ ‹oŠ ­œ.¥µœœµªµ D/C

­œ.¦´Åž —εÁœ·œ„µ¦

NGO

97


หลั ง จากที่ ง านสั ง คมสงเคราะห์ ไ ด้ จั ด ทำ แนวทางการให้ บ ริ ก ารผู้ ป่ ว ยต่ า งชาติ แ ล้ ว เสร็ จ ก็ทำการประเมินแนวทางดังกล่าว โดยให้นกั สังคมสงเคราะห์ นำมาใช้เป็นแนวทางในการให้บริการสังคมสงเคราะห์ ผู้ป่วยต่างชาติ และเผยแพร่ให้ทีมสหวิชาชีพทั้งภายใน ภายนอกโรงพยาบาลนำไปปรับใช้ รวมทัง้ มีการติดตามผล

98

ว่ า สามารถใช้ เ ป็ น แนวทางในการให้ บ ริ ก ารผู้ ป่ ว ย ต่างชาติได้หรือไม่ จากการติดตามผลไปยังงาน สังคมสงเคราะห์หน่วยงานต่างๆ พบว่าช่วยให้ นั ก สั ง ค ม ส ง เ ค ร า ะ ห์ น้ อ งใ ห ม่ น ำ ไ ป ป รั บใ ช้ ได้ในระดับหนึ่ง

วารสารการจัดการความรู้ โรงพยาบาลเลิดสิน :: ปีที่ 2 ฉบับที่ 2 :: เมษายน - มิถุนายน 2552


นันทนัช ภาณุศรี พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ หอผู้ป่วยพิเศษประกันสังคม กลุ่มภารกิจบริการวิชาการ โรงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์

แม้วา่

การยึดตรึงผูป้ ว่ ยไว้กบั เตียงจะทำให้ ภาพลักษณ์ของการพยาบาลดูไม่ดี แต่ก็จำเป็นต้องทำ เพราะผู้ป่วยอาจตกเตียงได้ ซึ่งในปัจจุบันภาระงานของ พยาบาลค่อนข้างหนัก อัตรากำลังพยาบาล 1 คนต้อง ให้การดูแลผู้ป่วยอย่างน้อย 8 ราย ถ้าผู้ป่วยมีอาการ ทางสมอง ผู้ป่วยไม่รู้สึกตัว/สับสน ส่วนใหญ่จะผลุดลุก ผลุดนั่ง หรือดิ้นไปมาตลอด ถ้าพยาบาลไม่ยึดผู้ป่วย ให้อยู่กับเตียงก็ไม่สามารถให้การพยาบาลที่จำเป็นต้อง ช่วยชีวิตผู้ป่วยได้ ถึงแม้ญาติผู้ป่วยอาจจะไม่เข้าใจว่า ทำไมต้องยึดผูป้ ว่ ยไว้ตดิ กับเตียง พยาบาลต้องให้ขอ้ มูล แก่ ญ าติ ผู้ ป่ ว ยว่ า ที่ จ ำเป็ น ต้ อ งทำเช่ น นี้ เ พื่ อ ป้ อ งกั น ไม่ให้ผู้ป่วยตกเตียง และสามารถให้การรักษาพยาบาล ได้อย่างเต็มที่ แต่ผ้ายึดตรึงของโรงพยาบาลส่วนใหญ่ อยู่ในสภาพที่ไม่น่าใช้คือ ผ้าเก่า ชำรุด และบางครั้ง ก็ไม่พอใช้ เนื่องจากสูญหาย ได้ให้ห้องตัดเย็บของ โรงพยาบาลเย็บให้ ก็เป็นผ้ายึดตรึง 2 ทบยาวๆ แต่ไม่มี ฟองน้ำรองอยู่ด้านใน เวลายึดข้อมือผู้ป่วยทำให้เกิด บาดแผลบริเวณข้อมือผู้ป่วยได้ บางครั้งก็ใช้ผ้ายืด พันแผลหรือผ้าก๊อซม้วนแทน(ในกรณีจำเป็น) เนือ่ งจาก ขาดแคลนผ้ายึดตรึง

การตกเตียง ประกอบกับมีผู้ป่วยจำนวนมากแต่ เจ้าหน้าที่น้อย ถ้าไม่ยึดข้อมือผู้ป่วยไว้ เวลาที่ทีม การพยาบาลไปดูแลผู้ป่วยรายอื่น ผู้ป่วยรายนี้อาจ ตกเตียงได้ แต่เนื่องจากคุณแม่เป็นช่างตัดเสื้อ คุณแม่ ของผู้ป่วยหนุ่มรายนี้ก็เอาที่รองบ่า (ฟองน้ำหนุนไหล่) มาพันรอบข้อมือผู้ป่วยก่อนชั้นหนึ่ง แล้วเอาผ้ายึดตรึง พันทับลงไปอีกรอบ คงกลัวเป็นแผลทีข่ อ้ มือของลูกชาย เพราะลู ก ดิ้ น ไปมาตลอดตามพยาธิ ส ภาพของโรค ทำให้ ดิ ฉั น นำแนวคิ ด นี้ ม าปรั บ เป็ น ผ้ า ยึ ด ตรึ ง เพื่ อให้ ใช้งานได้สะดวกและปลอดภัยสำหรับผู้ป่วยมากยิ่งขึ้น วัตถุประสงค์ 1. เพื่อป้องกันอันตรายจากการที่ผู้ป่วยจะดึง อุปกรณ์ในการช่วยชีวิตต่างๆ เช่น ท่อช่วยหายใจ, สาย O2, สาย IV Fluid, สาย NG Tube, สายสวนปัสสาวะ เป็นต้น 2. ช่วยป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยตกเตียง 3. ป้องกันการเกิดบาดแผลบริเวณข้อมือผูป้ ว่ ย

ผ้ า ยึ ด ตรึ ง ที่ ท ำขึ้ น นี้ ไ ด้ ค วามคิ ด มาจาก ขณะกำลังทำงานอยู่ที่ตึกศัลยกรรม มีผู้ป่วยชาย รายหนึ่งอายุประมาณ 18 ปีได้รับอุบัติเหตุทางสมอง ผู้ป่วยดิ้นไปดิ้นมาบนเตียงตลอด ทีมการพยาบาลต้อง ใช้ผ้ายึดตรึงมายึดข้อมือผู้ป่วยไว้ทั้ง 2 ข้างเพื่อป้องกัน JOURNAL OF KM LERDSIN HOSPITAL :: VOLUME 2 NUMBER 2 :: APRIL - JUNE 2009

99


อุปกรณ์ 1. ฟองน้ำหนา 1/2 นิว้ ขนาด 5 นิว้ x 12 นิว้ หาซื้ อ ได้ ต ามร้ า นขายอุ ป กรณ์ ก่ อ สร้ า งทั่ ว ไป ขายเป็นชิ้นๆ

ประโยชน์ที่ได้รับ 1. ผู้ป่วยได้รับการรักษาพยาบาลอย่างเต็มที่ ไม่ดึงอุปกรณ์การช่วยชีวิตต่างๆ 2. ผู้ป่วยปลอดภัยจากการตกเตียง 3. ผู้ป่วยไม่เกิดบาดแผลบริเวณข้อมือจากการ 2. เศษผ้าค่อนข้างหนา ผูกยึด และมีอุปกรณ์ที่เหมาะสมในการใช้งาน 4. ทุกคนสามารถช่วยกันทำไว้ใช้ในหน่วยงาน ของตัวเองได้ไม่ยงุ่ ยาก ต้นทุนประมาณ 30 บาท เพือ่ ให้ เกิดประโยชน์และความปลอดภัยสำหรับผู้ป่วย 5. ได้นำไปทดลองใช้ในแผนกอายุรกรรม โรงพยาบาลเลิดสินตั้งแต่กันยายน 2551 ญาติผู้ป่วย และเจ้าหน้าที่ทุกระดับมีความพึงพอใจเป็นอย่างมาก 3. กรรไกร, สายวัด, ไม้บรรทัด 4. จักรเย็บผ้า หรือใช้วิธีเย็บด้วยมือแทนก็ได้ ประโยชน์ทางอ้อม สามารถนำไปช่วยยืดแขน ขา ของผู้ป่วยที่มี อาการงอเกร็ง ในผู้ป่วยโรคทางสมองต่างๆ ให้เหยียด ขั้นตอนการทำ 1. ตัดผ้าให้ขนาดใหญ่กว่าฟองน้ำ 6 x 13 นิว้ ได้มากขึ้น โดยไม่มีบาดแผลบริเวณข้อมือ 2. เย็บรอบขอบผ้าเข้ามา ≃1/4 นิ้ว ผลงานที่ภาคภูมิใจ 3. กลับด้านนอกผ้าให้ตะเข็บอยู่ด้านใน ได้นำเสนอผลงานใน HA Forum ครั้งที่ 10 4. นำฟองน้ำใส่ในผ้าที่เย็บไว้แล้ว ที่อิมแพคเมืองทองธานี วันที่ 11 - 13 มีนาคม 2552 5. เย็บปิดตรงปลายด้านที่เว้นไว้ให้มิด 6. ตัดผ้า ขนาด 4 1/2 x 30 นิ้ว เย็บรอบ ผ้าที่พับครึ่งทำเป็นผ้ามัด กลับตะเข็บไว้ด้านใน 7. วางผ้าทีท่ ำเป็นผ้ายึดไว้กง่ึ กลางของผ้าทีห่ มุ้ ฟองน้ำไว้แล้ว กว้างเท่ากับขอบผ้ายึด ยาว ≃ 5 นิ้ว เย็บรอบเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าให้รอบเพื่อความทนทาน ดังรูป 100

วารสารการจัดการความรู้ โรงพยาบาลเลิดสิน :: ปีที่ 2 ฉบับที่ 2 :: เมษายน - มิถุนายน 2552


ชลธิชา สว่างแจ้ง พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ หอผู้ป่วยอายุรกรรมหญิง กลุ่มภารกิจบริการวิชาการ โรงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์

เมื่อวาระวันขึ้นปีใหม่

เวียนมาบรรจบอีกครัง้ ทุกคนคงต่างคิดและหากิจกรรม พิเศษทำเพือ่ ทีจ่ ะเฉลิมฉลองกันในวันนี้ และด้วยวิถชี วี ติ ของคนไทยที่ ผู ก พั น กั บ พระพุ ท ธศาสนามาตั้ ง แต่ อดีตกาล การทำบุญเพื่อเป็นศิริมงคลกับชีวิตคงเป็น กิจกรรมหนึ่งที่คนไทยไม่มากก็น้อยนึกถึงและจะกระทำ กันในโอกาสนี้ ไม่ว่าจะเป็นศาสนาใด พุทธศาสนาก็ดี ศาสนาอิสลามก็ด ี หรือศาสนาคริสต์ แต่ละศาสนาก็จะ มีวิธีการทำบุญที่แตกต่างกันออกไปแล้วแต่ความเชื่อ และความศรัทธาของแต่ละศาสนา แต่ด้วยเรื่องที่ ข้าพเจ้าจะกล่าวต่อไปนี้เป็นประสบการณ์การทำบุญ ทางพุทธศาสนา ซึง่ ข้าพเจ้าได้กระทำร่วมกับคณะทำงาน ในหน่วยงานของผู้เขียน

เป็นการฉลองเนื่องในโอกาสพิเศษนี้ ในที่ประชุม มีการเสนอกิจกรรมมากมาย อาทิเช่น การทำบุญ เลี้ยงพระภายในหอผู้ป่วย การเดินทางไปไหว้พระ 9 วัด การจัดเลี้ยงในหมู่เพื่อนร่วมงาน การจับสลากสลับ ของขวัญ ฯลฯ ผลสรุปของการลงความคิดเห็นกิจกรรม ที่ทุกคนเลือกก็คือ “การไหว้พระ 9 วัด” โดยจังหวัดที่ เลือกไปคือจังหวัดสมุทรสงคราม เนื่องจากเป็นจังหวัดที่ ใกล้กรุงเทพฯ ใช้เวลาในการเดินทางไม่มากนักและมี แหล่งท่องเทีย่ วทีท่ กุ คนต่างก็สนใจ คือ “ตลาดน้ำอัมพวา”

ก่ อ นอื่ น คงต้ อ งขอกล่ า วถึ ง หน่ ว ยงานของ ผู้เขียนให้ได้ทราบกันพอสังเขปก่อน ข้าพเจ้าทำงาน ในหอผู ้ ป ่ ว ยอายุ รกรรมหญิง โรงพยาบาลเลิด สิ น มีเพื่อนร่วมงานทั้งสิ้น 28 คน เพื่อนร่วมงานทุกคน มีน้ำใจ มีความเอื้ออาทร ขยันทำงาน ทีห่ น่วยงาน อยู่ร่วมกันฉันท์พี่น้อง พึ่งพาอาศัยกันถ้อยที ถ้อยอาศัย กัน มีน้อยมากที่จะมีการทะเลาะกันภายในหน่วยงาน ซึ่งจากการได้เข้ามาทำงานในหน่วยงานนี้เป็นระยะ เวลา 1 ปี ข้าพเจ้ารู้สึกอบอุ่นให้ความรู้สึกเสมือน ว่าเป็นบ้านหลังที่ 2 ของผู้เขียนก็ว่าได้

ในการไปไหว้พระ 9 วัดในครั้งนี้เนื่องด้วย ระยะเวลาไม่เอือ้ อำนวยประกอบกับภาระงานของหน่วยงาน จึงต้องแบ่งการการเดินทางออกเป็น 2 รอบ โดยรอบที่ 1 จะเดินทางในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2552 และรอบที่ 2 จะเดินทางในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2552 ข้าพเจ้า ได้ไปกับคณะที่ 2 จึงขอเล่าในส่วนการทำกิจกรรม ในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ปีนี้ทางหน่วยงานของ ของคณะที่ 2 ผู้เขียนได้ระดมความคิดกันว่าจะทำกิจกรรมใดเพื่อ JOURNAL OF KM LERDSIN HOSPITAL :: VOLUME 2 NUMBER 2 :: APRIL - JUNE 2009

101


การเดินทางของคณะที่ 2 ออกเดินทางจาก โรงพยาบาลเลิดสินเวลา 9.00 น. เดินทางโดยรถตู้ สถานทีแ่ รกทีค่ ณะเดินทางจะไปคือ ตลาดน้ำดำเนินสะดวก ซึ่งที่สถานที่ นี้ ค ณะเดิ นทางได้เพลิดเพลินกับการชม การค้าขายทางน้ำ และได้ไหว้พระที่วัดสำคัญประจำ ตลาดน้ำ เมื่อไปถึงตลาดน้ำดำเนินสะดวก ทางคณะ เดินทางจัดกลุ่มเป็น 3 กลุ่มเพื่อลงเรือไปเยี่ยมชม ตลาดน้ำ

102

เมื่อคณะเดินทางได้ลงเรือกันครบแล้วก็แยก กันไปทำกิจกรรมโดยเรือทุกลำจะมีเวลาในการล่องเรือ 1 ชั่วโมง สำหรับผู้เขียนแล้ว เวลาผ่านไปเร็วมาก อาจจะเป็ น เพราะได้ เ พลิ ด เพลิ น กั บ การรั บ ประทาน อาหารบนเรือ การเลือกซื้อสินค้า ทำให้ลืมนึกถึงเรื่อง เวลาไปเลย กิจกรรมที่ได้ทำก็เหมือนๆ กันทุกลำเรือ จากการสอบถามคณะเดินทางทุกคนพูดเป็นเสียงเดียว กันว่าสนุกมาก และต้องการที่จะกลับมาเที่ยวที่ ตลาดน้ำแห่งนี้อีกครั้ง

วารสารการจัดการความรู้ โรงพยาบาลเลิดสิน :: ปีที่ 2 ฉบับที่ 2 :: เมษายน - มิถุนายน 2552


เมื่อจบกิจกรรมจากตลาดน้ำดำเนินสะดวกแล้ว คณะเดิ น ทางก็ มุ่ ง ตรงสู่ จั ง หวั ด สมุ ท รสงครามเริ่ ม เดิ น ทางไหว้ พ ระทำบุ ญ เพื่ อ เป็ น ศิ ริ ม งคลกั บ ตนเอง

การไหว้พระ 9 วัด ที่จังหวัดสมุทรสงคราม เริ่มที่วัดหลวงพ่อบ้านแหลม วัดดาวดึงษ์ วัดดาวโด่ง และวัดอัมพวันเจติการาม เนื่องจากการเดินทางครั้งนี้ เป็นการทำบุญไปเที่ยวไป ทำให้เวลาไม่พอที่จะไหว้พระ จนครบ 9 วัดดังที่ตั้งใจไว้ เมื่อเดินทางมาถึงวัดอัมพวัน เจติการามซึ่งเป็นวัดที่ 4 เวลาขณะนั้น คือ 15.45 น. ทางคณะเดิ น ทางก็ ไ ด้ ป ระชุ ม การเดิ น ทางครั้ ง นี้ ค ง ไหว้พระไม่ครบ 9 วัดอย่างแน่นอน คณะเดินทางต่าง พู ด เป็ น เสี ย งเดี ย วกั น ว่ า คงจะไม่ มี ผ ลอะไรมากถ้ า ไหว้พระไม่ครบตามเป้าหมาย แค่ได้ทำบุญไหว้พระก็ เป็นศิริมงคลกับตัวเองแล้ว ไม่จำเป็นว่าจะต้องครบ 9 วัด ถ้าไม่ครบจะไม่ได้บุญ ทุกๆ อย่างมันอยู่ที่ใจ การตั้งใจทำบุญด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ ผ่องใส ผ่องแผ้ว นี่แหละถือเป็นการทำบุญที่ได้บุญจริงๆ เมื่อทุกคนคิด เช่นนี้ก็เริ่มผ่อนคลายและเริ่มเดินจับจ่ายซื้อของฝากที่ ตลาดอัมพวา ถ่ายรูปเก็บภาพเป็นทีร่ ะลึกอย่างสนุกสนาน ภายในตลาดอัมพวา ตั้งอยู่ทั้ง 2 ฝั่งฝากแม่น้ำมีร้าน ขายสินค้าตัง้ อยูร่ มิ ทางเดิน ทัง้ ร้านอาหาร ร้านขายของ ทีร่ ะลึก ร้านขายของเบ็ดเตล็ดต่างๆ นอกจากร้านขาย สิ น ค้ า บนฝั่ ง แล้ ว ในแม่ น้ ำ ก็ ยั ง มี เ รื อ ที่ ข ายสิ น ค้ า ทั้งของอุปโภค บริโภค

ที่ บ นริ ม ทางเดิ น ยั ง มี พิ พิ ธ ภั ณ ฑ์ ใ ห้ เ ที่ ย วชม อาทิเช่น พิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับวิถีชีวิตคนไทยที่อัมพวา ในสมัยก่อน พิพิธภัณฑ์ภาพเขียน เป็นต้น

เมื่ อ เดิ น มาตามทางเดิ น จะพบซอยเล็ ก ๆ ซึง่ เป็นทางเชือ่ มไปยังโครงการ “อัมพวา - ชัยพัฒนานุรกั ษ์” ภายในโครงการมีทัศนียภาพที่สวยงาม ตกแต่งด้วย ต้นไม้นานาชนิด ทั้งไม้ดอก ไม้ประดับ ไม้ยืนต้น มีการจัดร้านค้าเป็นซุ้มๆ ซึ่งกลมกลืนกับบรรยากาศ

JOURNAL OF KM LERDSIN HOSPITAL :: VOLUME 2 NUMBER 2 :: APRIL - JUNE 2009

103


ภายในโครงการ ทำให้อดถ่ายภาพกลับมาเป็นที่ระลึก ไม่ได้ เดินไปทางไหนก็มีมุมให้ได้เก็บภาพทั้งนั้น คณะเดินทางได้เพลิดเพลินกับการเก็บภาพถ่ายเป็นระยะ เวลาเกือบ 30 นาที และเมื่อเก็บภาพบรรยากาศจน เต็มที่แล้วในระหว่างทางที่เดินออกมีร้านค้าขายเสื้อ ที่ระลึกของอัมพวา ทุกคนต่างมองและเห็นตรงกันว่า น่าจะซือ้ เก็บเป็นทีร่ ะลึก เพราะโอกาสทีจ่ ะได้มาเทีย่ วกัน เช่นนี้มีไม่บ่อยนัก แล้วก็ซื้อเสื้อกันคนละ 1 ตัว เมื่ อ ทุ ก คนเสื้ อ ครบกั น ทุ ก คนก็ ท ำการลองเสื้ อ แล้ ว ก็ เปลี่ยนใส่เสื้ออัมพวานั้นเลย หลังจากนั้นก็เริ่มถ่ายรูป เก็บภาพที่ระลึกกันต่ออีก

เพราะทุกคนเพลิดเพลินกับการถ่ายภาพกันจนลืมนึกถึง เรื่องของปากท้องไปสนิท คณะเดินทางจึงมองหา ร้านอาหาร และเดินมาพบร้านส้มตำร้านหนึง่ ซึง่ มีลกู ค้า แน่นมาก และเมื่อมองเข้าไปเห็นภาพของอาหารยิ่ง ทำให้คณะเดินทางถึงกับน้ำลายสอ จึงเห็นพ้องต้องกัน และแวะรับประทานอาหาร ณ ร้านแห่งนี้ แต่เนื่องด้วย หลังจากที่ออกจากอัมพวาแล้วคณะเดินทางจะต้องไป รับประทานอาหารเย็นร่วมกัน ดังนั้นอาหารที่สั่งมาจึง ไม่เยอะมาก กล่าวคือเป็นเพียงอาหารระหว่างมื้อ หรือ อาหารว่างเท่านั้น รายการอาหารประกอบไปด้วย ส้มตำปู ไก่ย่าง หมูมะนาว น้ำตกหมู และข้าวเหนียว

หลังจากที่ถ่ายภาพกันจุใจแล้วคณะทางก็เดิน ออกมาจากโครงการอัมพวา - ชัยพัฒนานุรักษ์แล้วก็ เริ่มจับจ่ายของกันต่อ ทุกคนเริ่มเดินเที่ยวกันได้สักพัก ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เริ่มเกิดอาการท้องร้องแล้ว

เมื่ อ สั่ ง รายการอาหารแล้ ว ก็ ต้ อ งมี เ รื่ อ ง ให้ประหลาดใจเป็นยิ่งนัก เมื่อมีพนักงานนำขันน้ำมา เสิร์ฟเพื่อใช้แทนแก้ว และจานสังกะสีลายดอก ทุกคน ต่างจ้องมองที่ภาชนะและตื่นตามากเนื่องจากคาดไม่ถึง ว่าจะได้ใช้ภาชนะที่แสดงความเป็นวิถีชีวิตของคนไทย สมัยก่อนเช่นนี้ เปรียบเสมือนกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ มาเท่ียวเมืองไทยครั้งแรกไม่มีผิด หลังจากนั้นเมื่อ รายการอาหารที่สั่งมาครบทุกคนเริ่มลงมือรับประทาน อาหาร และเมื่ออาหารคำแรกเข้าปาก ลิ้นได้สัมผัส รสชาดแล้วต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันเลยว่า อร่อยมากๆ ทุกคนรับประทานอาหารว่างมื้อนี้ด้วยความเอร็ดอร่อย จนอาหารหมดไปภายในพริบตา

104

วารสารการจัดการความรู้ โรงพยาบาลเลิดสิน :: ปีที่ 2 ฉบับที่ 2 :: เมษายน - มิถุนายน 2552


เมื่อเสร็จภารกิจคณะเดินทางก็เร่งฝีเท้ามุ่งตรง สู่รถเพื่อไปทำกิจกรรมสุดท้ายของกิจกรรมวันนี้ร่วมกัน นั่นก็คือการรับประทานอาหารเย็น ระหว่างทางที่เดิน กลั บ จะมี ข องขายสำหรั บ ซื้ อ เป็ น ของฝากมากมาย อาทิเช่น หมี่กรอบชาววัง ขนมหม้อแกง ขนมไทยที่ บรรจุในหม้อดิน หอยหลอดแห้ง หอยหลอดปรุงรส นอกจากของกินแล้วยังมีของที่ระลึก เช่น เสื้ออัมพวา ซึ่งมีหลายรูปแบบ หลายลายดูสะดุดตา พวงกุญแจ ฯลฯ คณะเดินทางแต่ละท่านต่างได้ของไปฝากเพื่อน และญาติมิตรคนละชิ้น สองชิ้น คณะเดินทางทุกคนพร้อมกันทีร่ ถเวลา 17.30 น. และเดิ น ทางไปยั ง ร้ า นอาหารริ ม แม่ น้ ำ แม่ ก ลองเพื่ อ รับประทานอาหารเย็น โดยมือ้ นีจ้ ะเป็นอาหารทะเลสดๆ เมื่ อ เดิ น ทางมาถึ ง ยั ง ร้ า นอาหารทุ ก คนช่ ว ยกั น เลื อ ก เมนูอาหาร และรับประทานอาหารร่วมกันด้วยความ เอร็ดอร่อย

ที่ได้ร่วม ทำบุญ ร่วมรับประทานอาหาร ได้ร่วมเดินทาง ด้วยกันนั้นคงจะคงอยู่ต่อไป จากการที่ได้ทำกิจกรรม ร่วมกันนี้ ทำให้ผู้ร่วมงานทุกคนในหน่วยงานมีกำลัง ในการพั ฒ นาหน่ ว ยงานอายุ ร กรรมหญิ ง กั น ต่ อ ไป เนื่องจากหน่วยงานของเราเป็นหน่วยงานที่มีภาระงาน มากพอสมควร ทุกวันผู้ร่วมงานมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบ ต่างกันออกไป ทั้งงานด้านการบริการ - การพยาบาล ผู้ป่วย งานเอกสาร งานพัสดุ งานติดต่อประสานงาน งานด้านวิชาการ ฯลฯ แต่ละด้านมีความยากง่าย ที่ต่างกัน เพราะฉะนั้นผู้ร่วมงานทุกคนต่างก็มี ความเครียดด้วยกันทั้งนั้นแต่อาจจะมากน้อยไม่เท่ากัน การทำกิจกรรมครั้งนี้จึงเป็นการช่วยให้ผู้ร่วมงานได้รับ การผ่อนคลาย ได้ทำกิจกรรมร่วมกันเป็นการสาน สัมพันธไมตรีระหว่างบุคลากรในหน่วยงาน ทำให้ทกุ คน มีความรักสมัครสมานสามัคคีกัน และมีแรงกำลังใจ ที่ จ ะร่ ว มกั น พั ฒ นาหน่ ว ยงานให้ เ จริ ญ รุ่ ง เรื อ งต่ อไป อี ก ทั้ ง ยั ง ได้ ท ำบุ ญ เพื่ อ เป็ น ศิ ริ ม งคลกั บ ตั ว เอง กับหน่วยงาน และยังได้อุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับ เจ้ากรรมนายเวรผูท้ เ่ี คยร่วมทุกข์รว่ มสุขในวาระขึน้ ปีใหม่ เสมือนได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยสิ่งที่ดีๆ ในปีใหม่นี้เอง

หลังจากที่ทุกคนได้ร่วมกันรับประทานอาหาร เย็นแล้วก็เป็นอันจบกิจกรรมการไหว้พระ 9 วัดในครั้งนี้ อย่างสมบูรณ์ ถึงแม้ว่าการไปไหว้พระจะไม่ได้ไหว้ ครบทั้ง 9 วัดอย่างที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้ แต่ผู้เขียนก็มี ความสุข สนุก และอิม่ บุญเป็นทีส่ ดุ รถตูข้ องคณะเดินทาง ได้ขับพาคณะเดินทางทุกคนมาส่งยังโรงพยาบาลเลิดสิน โดยสวัสดิภาพ ถึ ง แม้ ว่ า กิ จ กรมการไปไหว้ พ ระเพื่ อ เป็ น ศิริมงคลจะจบลง แต่ความทรงจำของคณะเดินทาง JOURNAL OF KM LERDSIN HOSPITAL :: VOLUME 2 NUMBER 2 :: APRIL - JUNE 2009

105


สมสกุล ศิริไชย เภสัชกรชำนาญการพิเศษ กลุ่มงานเภสัชกรรม กลุ่มภารกิจบริการวิชาการ โรงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์ ในสองฉบั บ ที่ ผ่ า นมาได้ ย กตั ว อย่ า งการให้ คำปรึกษาด้านยาทางโทรศัพท์สองรูปแบบ สำหรับ ก ร ณี แ ร ก ที่ ญ า ติ ผู้ ป่ ว ย เ กิ ด ค ว า ม ส ง สั ย เ รื่ อ ง ยาลดความดันโลหิตที่ได้รับสองชนิด และอีกกรณีคือ ผู้ ป่ ว ยเกิ ด ผลข้ า งเคี ย งจากยาบรรเทาอาการปวด สำหรับฉบับนี้จะเป็นตัวอย่างที่ 3 และเป็นตัวอย่าง ลูกสาวผู้ป่วย : ดิฉันคิดว่าห้องยาจ่ายยาไม่ครบค่ะ (น้ำเสียงแสดงความไม่พอใจ)

1

ลูกสาวผู้ป่วย : เอาชื่อกับนามสกุลก็พอ มารับยา เมื่อ ... (ลูกสาวผู้ป่วยบอกชื่อนามสกุล และวันที่ รับยา) คุณตรวจดูได้ใช่มั้ย 3

ลูกสาวผู้ป่วย : โทรที่บ้าน รอได้

5

สุดท้ายสำหรับเรือ่ งการให้คำปรึกษาด้านยาทางโทรศัพท์ กรณีนี้ญาติผู้ป่วยเกิดความไม่พอใจในบริการ เพราะคิดว่ามีการจ่ายยาผิดพลาดเกิดขึ้น ตัวอย่างที่ 3 ญาติผู้ป่วยโทรศัพท์มาต่อว่าที่ห้องยา เภสัชกร : อืม..ขอดิฉันตรวจสอบก่อนนะคะ ไม่ทราบว่าผู้ป่วยชื่ออะไรคะ หมายเลขประจำตัวผู้ป่วยเลขอะไร และมารับยาเมื่อไหร่คะ 2 เภสัชกร : รอสักครู่นะคะจะตรวจสอบกับ คอมพิวเตอร์ให้ก่อนค่ะ ไม่ทราบว่าใช้โทรศัพท์บ้าน หรือ มือถืออยู่คะ 4 เภสัชกร : ถ้างั้น สักครู่นะคะ ผู้ป่วยชื่อคุณ .... นะคะ (เภสัชกรทวนชื่อนามสกุลแล้วรีบดูข้อมูล ทันที) 6

ลูกสาวผู้ป่วย : ใช่ ยาโรคหัวใจนี่แหละที่ไม่ครบ ยาตัวอื่นพอมีถึงวันนัด 8 106

เภสัชกร : ดิฉันตรวจดูแล้วได้ยาทั้งหมด 4 รายการ เป็นยา .... วิธีใช้ .... จำนวน .... ใช่มั้ยคะ 7

วารสารการจัดการความรู้ โรงพยาบาลเลิดสิน :: ปีที่ 2 ฉบับที่ 2 :: เมษายน - มิถุนายน 2552


เภสัชกร : แล้วคุณหมอนัดเมื่อไหร่คะ

9

ลูกสาวผู้ป่วย : คุณหมอนัดวันที่ 25 ปลายเดือนนี้

10

เภสัชกร : จากที่ดูยาแต่ละตัวมีจำนวนไม่เท่ากัน ไม่ทราบว่ามียาเหลือที่บ้านก่อนมาพบคุณหมอ ด้วยรึเปล่าคะ ลูกสาวผู้ป่วย : ใช่

11

12

เภสัชกร : เอาอย่างนี้นะคะ ดิฉันขอตรวจสอบ กับใบสั่งยาและแฟ้มผู้ป่วยก่อน แล้วดิฉันจะโทร ไปแจ้งอีกทีค่ะ ขอทราบเบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อ ด้วยค่ะ 13 ลูกสาวผู้ป่วย : ก็ได้ (บอกเบอร์โทรศัพท์)

ลูกสาวผู้ป่วย : ได้

14

เภสัชกร : โทรไปตอนไหนก็ได้ใช่มั้ยคะ ขอเวลา ตรวจสอบก่อนนะคะ แล้วจะโทรไปแจ้งค่ะ 15

16 เภสัชกร : สวัสดีค่ะ

17

เภสัชกรต้องตรวจดูใบสั่งยาและแฟ้มผู้ป่วย รวมทั้งข้อมูลในคอมพิวเตอร์เพื่อจะได้ไม่ผิดพลาด ก่อนที่จะโทรไป คุยกับญาติผู้ป่วย

ลูกสาวผู้ป่วย : (เงียบไปสักครู่) เออ..ดิฉันจำได้ว่า ได้เลื่อนนัดไป และครั้งที่แล้วดิฉันไม่ได้พาคุณพ่อ มาเอง 19

เภสัชกร : ดิฉันตรวจสอบดูทั้งหมดแล้วนะคะ ทางเราจ่ายยาตามที่คุณหมอสั่งค่ะ แต่ว่า มีครั้งที่แล้วเปลี่ยนวิธีกินยาด้วยใช่มั้ยคะ 18 เภสัชกร : เหรอคะ แล้วตกลงตอนนี้คุณพ่อ ของคุณกินยาโรคหัวใจยังไงคะ

JOURNAL OF KM LERDSIN HOSPITAL :: VOLUME 2 NUMBER 2 :: APRIL - JUNE 2009

20 107


ลูกสาวผู้ป่วย : ตอนนี้กินอย่างที่เขียนไว้ที่ซอง นี่แหละค่ะ แล้วทีนี้จะทำยังไงคะยามีไม่พอถึง วันที่คุณหมอนัดค่ะ (น้ำเสียงอ่อนลงมาก)

21

ลูกสาวผู้ป่วย : ถ้าจะพาคุณพ่อมาตรวจพอยาหมด ได้มั้ยคะ 23

ลูกสาวผู้ป่วย : ถ้าอย่างนั้นดิฉันมาซื้อยาเพิ่มดีกว่า ตกลงห้องยาไม่มีปัญหานะคะ 25

เภสัชกร : คือมีสองทางค่ะ ถ้าสะดวกมาที่ โรงพยาบาลเลิดสินก็มาพบคุณหมอที่ห้องตรวจ ท่านใดก็ได้ แล้วแจ้งว่าขอซื้อยาเพิ่มให้พอถึง วันนัดค่ะ แต่ถ้าไม่สะดวกก็เอาตัวอย่างยาไปซื้อ ที่ร้านยาใกล้บ้านก่อนก็ได้ค่ะ 22 เภสัชกร : ก็ได้ค่ะ แต่จริงๆ แล้วควรมา ให้ตรงนัดค่ะ เพราะคุณหมอจะประมาณ จำนวนคนไข้ที่ตรวจไว้ในแต่ละครั้ง ถ้าหาก ผู้ป่วยมาไม่ตรงนัดกันหลายๆ คน อาจทำให้ มาเจอกันเป็นจำนวนมากเกินไป แล้วจะรอนานค่ะ อีกอย่างคุณพ่อต้องมาเจาะเลือดด้วยใช่มั้ยคะ

24

เภสัชกร : ไม่มีปัญหาค่ะ

26

เภสัชกร: สวัสดีค่ะ

28

ลูกสาวผู้ป่วย : ดิฉันไม่รบกวนแล้ว สวัสดีค่ะ

27

ในตัวอย่างนี้เภสัชกรต้องใจเย็นและคิดอย่าง เป็นขั้นเป็นตอนในการแก้ปัญหา การใช้น้ำเสียงที่สื่อ ออกไปต้องไม่แสดงอารมณ์ตอบญาติผู้ป่วย แม้ว่า ในครั้งแรกๆ ญาติผู้ป่วยจะมีน้ำเสียงที่ห้วนมากและ ค่ อ นข้ า งมี อ ารมณ์ เ นื่ อ งจากอยู่ ใ นภาวะที่ ไ ม่ พ อใจ ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือ ผู้ให้คำปรึกษาหรือผู้ตอบต้องใช้ คำพูดที่สุภาพและรับที่จะแก้ปัญหาให้สิ้นสุดหากอยู่ใน วิสัยที่จะทำได้ ถ้าลองมาพิจารณาจากตัวอย่างข้างต้น จะสามารถสรุปประเด็นสำคัญซึ่งอาจนำไปใช้ได้สำหรับ กรณีอื่นๆ ดังนี้คือ 108

1. การพิจารณา และแก้ปัญหาอย่างเป็นขั้น เป็นตอน โดยนำข้อมูลทั้งหมดจากใบสั่งยา แฟ้มหรือ เวชระเบียนผู้ป่วย และในคอมพิวเตอร์มาประกอบกัน เพื่ อ จะได้ ดู ว่ า เกิ ด ปั ญ หาหรื อ ข้ อ ผิ ด พลาดตรงไหน และเมื่ อ รู้ แ ล้ ว ควรวางแผนการแก้ ไ ขไว้ ล่ ว งหน้ า ด้ ว ย ไม่ใช่เพียงแค่ว่ารู้เพื่อให้ตัวเองพ้นผิดเท่านั้น จะเห็นว่า เภสัชกรตรวจสอบแล้วพบว่า ผู้ป่วยได้มีการเปลี่ยนวิธี รับประทานยา ซึ่งอาจทำให้มีจำนวนยาคงเหลือผิดไป จากเดิม แต่ต้องถามญาติผู้ป่วยอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจ มากขึ้น การแก้ปัญหาจะได้ถูกต้อง 2. การเปิดประเด็นเพื่อให้ญาติผู้ป่วยทบทวน สิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งเภสัชกรเปิดโอกาสให้ญาติผู้ป่วยได้รับรู้

วารสารการจัดการความรู้ โรงพยาบาลเลิดสิน :: ปีที่ 2 ฉบับที่ 2 :: เมษายน - มิถุนายน 2552


ปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยตัวของเขาเอง และไม่ได้ต่อว่าหรือ ย้ำข้อผิดพลาดเมื่อเขารับรู้แล้ว เพราะโดยปกติไม่ว่า ใครก็ตามย่อมไม่ชอบให้คนอื่นมาตอกย้ำว่าตนเองผิด ดั ง นั้ น เมื่ อ ญาติ ผู้ ป่ ว ยมี ที ท่ า หรื อ น้ ำ เสี ย งที่ อ่ อ นลง นั่นแสดงว่าเขารู้ที่มาของปัญหาแล้ว ในฐานะของ ผู้ให้บริการเราไม่ควรไปย้ำข้อผิดพลาดของเขา แต่ควร ช่วยให้เขารู้สึกดีขึ้นและช่วยเขาแก้ปัญหาที่มีอยู่ให้ลุล่วง 3. ใช้คำพูดทีส่ ภุ าพตลอดเวลา และให้คำแนะนำ อย่างจริงใจตรงไปตรงมาแม้ว่าจะถูกต่อว่าในตอนแรก ก็ตาม รวมถึงการแสดงเหตุผลที่สำคัญ ทำให้ไม่ต้อง เสียเวลามากเกินไป และยังช่วยลดอารมณ์ขุ่นมัวของ ญาติผู้ป่วยซึ่งจะมีผลช่วยให้เภสัชกรไม่มีความขุ่นใจ ต่อเนือ่ งจากเรือ่ งทีถ่ กู ต่อว่าด้วย จะเห็นว่าเภสัชกรแสดง ข้อมูลในการแก้ปัญหา และบอกถึงเหตุผลเพื่อให้ญาติ ผู้ป่วยตัดสินใจ รวมทั้งประเด็นที่อาจลืมนึกถึง เช่น การมาเจาะเลือดซึ่งเภสัชกรรู้ได้จากเวชระเบียน เมื่อ ญาติผู้ป่วยอารมณ์ดีขึ้น เพราะรู้วิธีแก้ปัญหาเกี่ยวกับยา แล้ว เภสัชกรซึ่งเป็นผู้ฟังก็จะลดความขุ่นใจไปด้วย เช่นกัน นอกจากนี้การใช้คำพูดที่สุภาพจะทำให้ผู้ฟัง รู้สึกว่า ผู้พูดให้เกียรติเขาและเป็นมิตร ซึ่งจะช่วยให้ ผู้ฟังหรือญาติผู้ป่วยมีอารมณ์ที่เย็นลงได้ทางหนึ่งด้วย

จะพบว่า เภสัชกรโชคดีที่ญาติผู้ป่วยรายนี้เป็นคนรับฟัง เหตุผล เพราะบางครั้งในการพูดคุยทางโทรศัพท์พบว่า มีเสียงลอดเข้ามาของญาติผปู้ ว่ ยอีกคนเชียร์ให้คนโทรศัพท์ พูดต่อว่าเภสัชกรด้วย ซึง่ หากเป็นเช่นนัน้ เภสัชกรจะต้อง ใช้ความสุภาพ และอดทนอย่างมากที่จะสนทนาด้วย และไม่ ค วรต่ อ ความยาวสาวความยื ด กั บ ผู้ ป่ ว ย หรือญาติ เพราะอาจเกิดปัญหาบานปลายได้ สำหรับ ตั ว อย่ า งที่ มี ก ารต่ อ ว่ า ในลั ก ษณะนี้ อ าจพบได้ ในเรือ่ งอืน่ ๆ และมักพบได้บอ่ ยในงานบริการทีเ่ กีย่ วข้อง กับบุคคล อย่างไรก็ตาม อย่าลืมนำสิง่ สำคัญต่างๆ ได้แก่ ทักษะการฟัง การบริหารเวลา การใช้คำพูดเชิงเอาใจเขา มาใส่ใจเราดังตัวอย่างที่ 1 (ฉบับที่ 2) การให้ผู้ป่วย มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ การทวนซ้ำข้อมูลที่ให้กับ ผู้ป่วย การติดตามผลของการให้คำปรึกษา ดังตัวอย่าง ที่ 2 (ฉบับที่ 3) และสิ่งที่สรุปให้ในฉบับนี้ร่วมกับ การพูดที่ดี มีเหตุผล มีความจริงใจของเรามาใส่ใน คำปรึกษาด้วย จะช่วยให้ผู้ฟังที่มีปัญหาอยู่รู้สึกดีขึ้น ได้ค่ะ

หวั ง ว่ า การให้ ค ำปรึ ก ษาด้ า นยาแก่ ผู้ ป่ ว ย แม้ว่าในตัวอย่างนี้ญาติผ้ปู ่วยเกิดความไม่พอใจ ทางโทรศัพท์ซึ่งมีทั้งหมด 3 ตัวอย่างคงจะมีประโยชน์ จากความเข้าใจผิด ซึง่ การต่อว่าจะทำให้เกิดความขุน่ ใจ ให้ผู้อ่านทุกท่านสามารถนำไปใช้ และต่อยอดได้ ขึ้นทั้งสองฝ่าย แต่หากเรามาพิจารณาในด้านบวก อย่างสัมฤทธิ์ผลต่อไป

JOURNAL OF KM LERDSIN HOSPITAL :: VOLUME 2 NUMBER 2 :: APRIL - JUNE 2009

109


นวลพรรณ เอี่ยมตระกูล พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ หอผู้ป่วยนรีเวชกรรม กลุ่มภารกิจบริการวิชาการ โรงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์ โรงพยาบาลเลิดสิน เป็นโรงพยาบาลสังกัด กรมการแพทย์ ทีเ่ น้นการพัฒนางานวิจยั งานการเรียน การสอน และ งานวิชาการ แต่ปัญหาในการทำงาน วิ ช าการที่ พ บอยู่ เ สมอคื อ ข้ อ มู ล จากงานสถิ ติ แ ละ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศไม่ตรงกัน หากขอต้องใช้ เวลานาน 1 - 2 เดือน หากต้องเก็บข้อมูลด้วยตนเอง ต้องทำการนับจากสมุดทะเบียนของแต่ละหน่วยงาน ซึ่งมีความผิดพลาดจากการนับของบุคคล การบันทึก ด้ ว ยลายมื อ มี ค วามยุ่ ง ยากในการอ่ า นไม่ ชั ด เจน หากมีการขอข้อมูลบ่อยๆ ก็ต้องนับใหม่ทุกครั้ง น่าเบื่อ สำหรับผู้ปฏิบัติ เสียเวลาในการทำงาน ใช้เวลา ในการนับนาน ทำให้ข้อมูลไม่สามารถใช้งานได้ทันที ยิ่ ง เป็ น เรื่ อ งที่ ต้ อ งใช้ ข้ อ มู ลในการตั ด สิ นใจหรื อ ตอบ คำถามอย่างเร่งด่วน จะเกิดผลเสียต่อหน่วยงาน เป็นอย่างยิ่ง วัตถุประสงค์ เพื่ อ พั ฒ นาระบบข้ อ มู ล การใช้ บ ริ ก ารของ หอผูป้ ว่ ยนรีเวชกรรมด้วยระบบข้อมูลแบบ UCHA ให้มี ความถูกต้องครบถ้วน สามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้ รวดเร็ว ลดปัญหาความผิดพลาดจากการนับจาก สมุดทะเบียน วิธีการดำเนินงาน หลังจากการประชุมวิชาการ ร.พ.เลิดสิน ปี 2551 มีการเชิญผูท้ รงคุณวุฒิ ทีป่ รึกษากรมการแพทย์ นพ.ทวีทอง กออนันตกูล มาบรรยายโปรแกรม UCHA 110

ทางหอผู้ป่วยนรีเวชกรรมมีความสนใจที่จะนำระบบนี้ มาใช้ในหน่วยงาน โดยเริ่มจากการออกแบบด้วยตนเอง ว่าต้องการเก็บอะไร key ข้อมูลผู้ป่วยนรีเวช 50 ราย ใน Excel นำแบบที่จัดทำไว้เสนออาจารย์ นพ.ทวีทอง เพื่อช่วยในการทำโปรแกรมใช้เวลาประมาณ 3 วัน มีการฝึกอบรมการนำเข้าข้อมูล การแก้ไขข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น การนำเข้าข้อมูลจริง มีการติดตาม และประเมินผลการใช้ข้อมูลกับอาจารย์ ที่ปรึกษาทุกสัปดาห์ (ในระยะแรก) เพื่อให้สามารถ ดำเนินงานต่อไปได้อย่างราบรื่น ระยะเวลาการดำเนินงาน ตุลาคม 2551 - ปัจจุบัน ผลการดำเนินงาน จากการนำข้ อ มู ล การใช้ บ ริ ก ารของผู้ ป่ ว ย นรีเวชมาบันทึก มีการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล ผู้ป่วยแต่ละราย และสอบถามปัญหาที่พบกับอาจารย์ ที่ปรึกษา เพื่อแก้ข้อสงสัยที่พบ ผลการศึกษาพบว่า มี ค วามถู ก ต้ อง ครบถ้ วน และความรวดเร็ ว ในการประมวลผล สามารถตอบคำถามที่ต้องการได้ โดยการคลิ๊กด้วยตนเอง เช่น สถิติการใช้บริการ ในแต่ละเดือน, การเรียงลำดับโรคที่พบในหน่วยงาน, การเรียงลำดับหัตถการทีท่ ำ, สถิตผิ ลงานแพทย์แต่ละเดือน, Complication ที่พบ, การ Readmit ในหน่วยงาน, จำนวนครัง้ การทำหัตถการ / Ultrasound ในหน่วยงาน, ระยะเวลาที่ใช้ในการผ่าตัดแต่ละชนิด, จำนวนครั้ง

วารสารการจัดการความรู้ โรงพยาบาลเลิดสิน :: ปีที่ 2 ฉบับที่ 2 :: เมษายน - มิถุนายน 2552


การ Consult สาขาต่างๆ, ค่าใช้จ่ายในการรักษา แต่ละโรค, จำนวนวันนอนในโรงพยาบาลในแต่ละโรค ฯลฯ หากต้องการศึกษารายละเอียดในแต่ละโรคสามารถ ทำได้ และ นำไปใช้กับโปรแกรม Excel และ SPSS+ PC ซึ่ ง เป็ น ประโยชน์ อ ย่ า งมากสำหรั บ นั ก วิ ช าการที่ ต้ อ ง ทำงานวิจัย

ภายหลังที่หอผู้ป่วยนรีเวชกรรมได้ดำเนินการ ไประยะหนึ่ง มีการนำเสนอในงานพัฒนาคุณภาพ ร.พ.เลิดสิน ทำให้มีหลายหน่วยงานสนใจ และนำไป ประยุกต์ใช้ มีการให้คำแนะนำการออกแบบการเก็บ ข้อมูล การทำ Data dictionary, การ key ข้อมูล การใช้บริการใน Excel ทำให้เกิดบรรยากาศในการเรียนรู้ ร่ วมกั น ช่ วยให้ เ กิ ด การพั ฒ นาระบบข้ อมู ล ของ โรงพยาบาลเลิดสินให้มีคุณภาพดียิ่งขึ้น

JOURNAL OF KM LERDSIN HOSPITAL :: VOLUME 2 NUMBER 2 :: APRIL - JUNE 2009

111


กฤติยา จิตราภัณฑ์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ งานการพยาบาลออร์โธปิดิกส์ กลุ่มภารกิจบริการวิชาการ โรงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์ ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา โรคข้อเข่าเสื่อม (Osteoarthritis of the knee) เป็ นโรคที่ พ บได้ บ่ อ ยที่ สุ ดในจำนวนโรคข้ อ ทั้ ง หลาย สาเหตุ เ กิ ด จากการเสื่ อ มของกระดู ก อ่ อ นผิ ว ข้ อ ทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดเข่า โดยเฉพาะขณะที่มี การเคลื่อนไหว มีเสียงดังในข้อเข่า นั่งยองๆ นั่งงอเข่า หรือนั่งพับเพียบไม่ได้ ข้อเข่าบวม ทำให้ ต้ อ งจำกั ด กิ จ กรรมและกิ จ วั ต รประจำวั น ส่ ง ผลให้ ก ารทำงานของร่ า งกายด้ อ ยสมรรถภาพลง ความเรือ้ รัง และความปวดทรมานจากโรคนี้ ทำให้ ต้องไปพบแพทย์ หรือซื้อยามารับประทานเอง ซึ่งส่ง ผลกระทบต่ อ สภาพเศรษฐกิ จ เนื่ อ งจากยาที่ ใ ช้ รักษามีราคาแพง และต้องใช้เวลานานในการรักษา ใ น ก ร ณี ที่ มี อ า ก า ร เ สื่ อ ม ข อ ง ข้ อ เ ข่ า ม า ก ต้ อ งอาศั ย การรั ก ษาโดยวิ ธี ก ารผ่ า ตั ด เปลี่ ย น ข้อเข่าเทียม ผู้ป่วยภายหลังผ่าตัดอาจเกิดภาวะ แทรกซ้อนได้ เช่น ข้อเข่าติด แผลบวมแดง Deep vein thrombosis เป็นต้น เป็นผลให้ผู้ป่วย ต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลนานขึ้น ค่าใช้จ่าย ในการรักษาพยายาลเพิ่มขึ้น

โดยในปีงบประมาณ 2548 มีจำนวนผู้ป่วยผ่าตัด เปลี่ยนข้อเข่าเทียม 192 ราย ปี 2549 มีจำนวนผู้ป่วย 148 ราย และ ปี 2550 มีจำนวนผู้ป่วย 169 ราย ตามลำดับ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลท่ีดีมีคุณภาพ พยาบาลต้องมี ความรู้และทักษะการปฏิบัติการพยาบาล สามารถ ค้ น หาปั ญ หาของผู้ ป่ ว ยสามารถวิ เ คราะห์ ปั ญ หา วางแผนและดำเนิ น การให้ ก ารพยาบาลที่ เ หมาะสม สอดคล้องกับความต้องการของผู้ป่วย พร้อมทั้งติดตาม ประเมินผล ปรับปรุงแผนการพยาบาล ให้เหมาะสมกับ ผู้ป่วยแต่ละคนทั้งขณะอยู่ในโรงพยาบาลและเมื่อกลับ ไปพักฟื้นอยู่ที่บ้านนั่นคือ พยาบาลต้องใช้ความรู้ และทักษะการปฏิบตั กิ ารพยาบาลตามกระบวนการพยาบาล ซึ่งในปัจจุบันเป็นที่ยอมรับกันว่าความรู้เป็นสินทรัพย์ ทางปัญญาที่สำคัญขององค์กร หากองค์กรสามารถ รวบรวมความรูไ้ ด้อย่างเป็นระบบ และมีการแลกเปลีย่ น ความคิดเห็นหรือแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างบุคลากร ในองค์กร เพื่อนำไปใช้ และขยายผลให้เกิดประโยชน์ สูงสุดทั้งต่อผู้รับบริการ ต่อตนเอง และต่อองค์กร ก็ จ ะเป็ น การพั ฒ นาองค์ ก รให้ สู่ ค วามเป็ น เลิ ศ ได้

วัตถุประสงค์ของการดำเนินการ เพื่ อ สร้ า งองค์ ค วามรู้ น ำมาใช้ ใ นการพั ฒ นา แผนกออร์โธปิดิกส์โรงพยาบาลเลิดสิน มีผู้มา รับบริการเป็นจำนวนมาก โรคที่พบมาก 5 ลำดับ รู ป แบบการพยาบาลผู้ ป่ ว ยเปลี่ ย นข้ อ เข่ า เที ย ม โรคแรกแผนกผู้ ป่ ว ยในคื อ โรคข้ อ เข่ า เสื่ อ มที่ ท ำ ในโรงพยาบาลเลิ ด สิ น ด้ ว ยวิ ธี ก ารจั ด การความรู้ ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม จากสถิติโรงพยาบาลเลิดสิน ย้อนหลัง 3 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2548 ถึง 2550 112

วารสารการจัดการความรู้ โรงพยาบาลเลิดสิน :: ปีที่ 2 ฉบับที่ 2 :: เมษายน - มิถุนายน 2552


วิธีดำเนินการ 1. จัดทำโครงการ และแผนการดำเนินงาน เพือ่ ขออนุญาตดำเนินโครงการ และจัดประชุมแลกเปลีย่ น เรียนรู้ 2. ศึกษาหาความรู้ในเรื่อง การจัดการความรู้ การพยาบาลผูป้ ว่ ยผ่าตัดเปลีย่ นข้อเข่าเทียม และกระบวนการ พยาบาล 3. กำหนดบุคคลที่เข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในครั้งนี้ผู้เข้าร่วมเป็นพยาบาล วิชาชีพที่ให้การดูแลผู้ป่วยผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม จำนวน 25 คน จากหลายสถาบันได้แก่ วิทยาลัย แพทย์ศาสตร์กรุงเทพมหานคร และวชิระพยาบาล โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และโรงพยาบาลเลิดสิน 4. กำหนดประเด็นในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ได้แก่ 4.1 ปัญหาทีพ่ บในการให้การพยาบาล ผู้ป่วยผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม ในระยะก่อนผ่าตัด ระยะหลังผ่าตัด และเมื่อผู้ป่วยกลับไปพักฟื้นที่บ้าน สาเหตุ และแนวทางการแก้ไข 4.2 ภาวะแทรกซ้อนทีพ่ บในแต่ละระยะ สาเหตุ และ แนวทางการแก้ไข 4.3 ประเด็นคำถามจากการใช้ กระบวนการพยาบาล ได้แก่ การประเมินสภาพผู้ป่วย ปัญหาที่พบคืออะไร กิจกรรมการพยาบาลที่ให้คืออะไร ผลลัพธ์ทไ่ี ด้เป็นอย่างไร และวิธกี ารประเมินผลทำอย่างไร 5. ดำเนินการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซึ่งวิธีที่ใช้ใน การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จะใช้การประชุมกลุ่ม โดยก่อน เริ่มประชุมกลุ่มแลกเปลี่ยนความรู้จะให้สมาชิกแต่ละคน

ได้แนะนำตัวเองเพือ่ ให้กลุ่มได้รู้จัก หลังจากนั้น ผู้ดำเนินการจะเปิดประเด็นเรื่องที่จะนำมาแลกเปลี่ยน เรียนรู้ คอยกระตุน้ ให้สมาชิกในกลุม่ ได้พดู เพือ่ แลกเปลีย่ น เรียนรู้ในประเด็นต่างๆ ที่กำหนด ในขณะที่สมาชิก แต่ ล ะคนพู ด ผู้ ช่ วยผู้ดำเนินการจะทำหน้าที่จดบันทึก สิ่งที่สมาชิกในกลุ่มพูด และบันทึกเสียงขณะพูดร่วมด้วย (เป็นคุณลิขิต) หลังจากสมาชิกพูดครบทุกคน และ ผู้ ด ำเนิ น การประชุ ม จะทำการสรุ ป สิ่ ง ที่ ส มาชิ ก ในกลุ่ ม ได้ แ ลกเปลี่ ย นเรี ย นรู้ กั น ว่ า ได้ อ ะไรบ้ า ง ในประเด็นนั้นๆ เพื่อให้สมาชิกในกลุ่มรับทราบ และเพิ่มเติมข้อมูลในกรณีที่ไม่ครบถ้วน 6. นำความรู้ที่รวบรวมได้จากการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ และที่ได้ศึกษาค้นคว้ามาจัดทำเป็นรูปแบบ การพยาบาลผู้ป่วยเปลี่ยนข้อเข่าเทียม และนำรูปแบบ ที่ ไ ด้ ไ ปให้ ผู้ เ กี่ ย วข้ อ งจากสหสาขาวิ ช าชี พ ตรวจสอบ อี ก ครั้ ง ก่ อ นนำไปใช้ ใ นการให้ ก ารพยาบาลผู้ ป่ ว ย ผลของการดำเนินงาน ได้ รู ป แบบการพยาบาลผู้ ป่ ว ยผ่ า ตั ด เปลี่ ย น ข้อเข่าเทียมตั้งแต่ในระยะก่อนผ่าตัด ระยะหลังผ่าตัด และการดูแลต่อเนือ่ งทีบ่ า้ นสำหรับใช้ในโรงพยาบาลเลิดสิน การนำไปใช้ประโยชน์ 1. บุคลากรทางการพยาบาลได้รูปแบบ การพยาบาลสำหรับใช้ในการปฏิบตั กิ ารพยาบาลเพือ่ เพิม่ ประสิทธิภาพในการให้การพยาบาล 2. ผู้ป่วยได้รับการพยาบาลที่มีคุณภาพ

JOURNAL OF KM LERDSIN HOSPITAL :: VOLUME 2 NUMBER 2 :: APRIL - JUNE 2009

113


กิจกรรมที่ทำ

1. รวบรวมความรู้จากแหล่งต่างๆ เช่น จากหนังสือ เชิญวิทยากรมาให้ความรู้ สืบค้นจากอินเทอร์เน็ต

2. ประชุมกลุ่ม

3. ตัวอย่างรูปแบบการพยาบาลผู้ป่วยเปลี่ยนข้อเข่าเทียม

114

วารสารการจัดการความรู้ โรงพยาบาลเลิดสิน :: ปีที่ 2 ฉบับที่ 2 :: เมษายน - มิถุนายน 2552


กลุ่มบุคลากรที่เกี่ยวข้อง 1. คุณเอื้อ คือ ผู้อำนวยการ (นายอนันต์ เสรฐภักดี)

2. คุณอำนวย คือ รองผูอ้ ำนวยการ กลุ่มภารกิจบริการวิชาการ (นางละไม แก้อำไพ) 3. คุณกิจ คือ ผู้เข้าร่วมประชุม 4. คุณลิขิต คือ นางสาวฝากจิต ควรผดุง และ นางสาวปิยธิดา อยู่สุข

ที่ปรึกษา : อาจารย์สมหมาย หิรัญนุช

ที่ปรึกษา : นางสาวสุขใจ ศรีเพียรเอม

JOURNAL OF KM LERDSIN HOSPITAL :: VOLUME 2 NUMBER 2 :: APRIL - JUNE 2009

ที่ปรึกษา : ดร.พรทิพย์ ลยานันท์

115


โรงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์ จัดมหกรรมนำเสนอผลงานคุณภาพ KM โรงพยาบาลเลิดสิน ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ 2552 ระหว่างวันที่ 21 - 22 พฤษภาคม 2552 ณ ห้องประชุม นายแพทย์คง สุวรรณรัต ชั้น 3 ตึกอำนวยการ โรงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์

ภาพถ่ายโดย .. งานเวชนิทัศน์ กลุ่มภารกิจวิชาการ โรงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์ 116

วารสารการจัดการความรู้ โรงพยาบาลเลิดสิน :: ปีที่ 2 ฉบับที่ 2 :: เมษายน - มิถุนายน 2552


ผู้นำเสนอผลงานคุณภาพ KM โรงพยาบาลเลิดสิน ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ 2552 ระหว่างวันที่ 21 - 22 พฤษภาคม 2552 ณ ห้องประชุม นายแพทย์คง สุวรรณรัต ชั้น 3 ตึกอำนวยการ โรงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์

JOURNAL OF KM LERDSIN HOSPITAL :: VOLUME 2 NUMBER 2 :: APRIL - JUNE 2009

117


หอผู้ป่วยพิเศษประกันสังคม และพิเศษ 1 กลุ่มภารกิจบริการวิชาการ โรงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์ จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนความรู้

จัด conference ภายในหอผู้ป่วยพิเศษ ประกันสังคม และพิเศษ 1 ทุกวันจันทร์ วันพุธ และวันศุกร์

ร่วมเรียนรู้ case study เพื่อทำการทดสอบ แพทย์ประจำบ้าน

สอนผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (stroke) เรื่อง การออกกำลังกายบนเตียง ภาพถ่ายโดย ...​หอผู้ป่วยพิเศษประกันสังคม และพิเศษ 1 กลุ่มภารกิจบริการวิชาการ โรงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์ 118

วารสารการจัดการความรู้ โรงพยาบาลเลิดสิน :: ปีที่ 2 ฉบับที่ 2 :: เมษายน - มิถุนายน 2552


วารสารการจัดการความรู้ โรงพยาบาลเลิดสิน  

เพื่อถา่ยทอดองค์ความรู้ การแบ่งปัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่มีคุณค่าที่สามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อไปได้

Advertisement