Issuu on Google+

สารสภาภิบาลอาสนวิหารฯ

ตารางมิสซาอาสนวิหารฯ จันทร

25 สุขสำราญสำหรับ ครอบครัวชวงชิงแกว และครอบครัวคุณสมพิศ อุนวุน

อังคาร

26 อุทิศแดดวงวิญญาณ มารีอา ทัศนีย – ยอแซฟ เฉลียว กลิ่นบัวทอง

พุธ

27 อุทิศแดดวงวิญญาณ ยออากิม แสน – อักแนส สวาท วองไว

พฤหัสบดี

28 อุทิศแดดวงวิญญาณ อันตน สำเริง โกญจนาท และ ยอแซฟ ธนพล พลประทิน

ศุกร

1

สุขสำราญสำหรับ เปาโล วินัย มณีขาว และครอบครัวและ คุณประสิทธิ์ ตันเจริญ

เสาร

2

อุทิศแดดวงวิญญาณ โอโต อหลุยส เอเซอร

ปีที่ 1 ฉบับที่ 3 วันที่ 24 กุมภาพันธ์ - 2 มีนาคม 2013

ÊสÑั»ป´ดÒาËห·ÝทÕีè่ 2 ãใ¹นàเ·ÝทÈศ¡กÒาÅลÁมËหÒา¾พÃรµต

ประชาสัมพันธ ขอเชิญพี่นองรวมโมทนาคุณพระเจา โอกาส พิธีวางศิลาฤกษวัดนักบุญเปโตร บานโนนแฝก (หลังใหม) และฉลองชุมชนแหงความเชื่อ วัดนักบุญยอแซฟ บานโนนงิ้ว อ.หวยแถลง จ.นครราชสีมา ในวันเสารที่ 2 มีนาคม 2013 โดยพิธีวางศิลาฤกษ เวลา 09.30 น. และฉลอง ชุมชนแหงความเชื่อวัดโนนงิ้ว เวลา 10.30 น. ประธานโดย พระสังฆราชยอแซฟชูศักดิ์ สิริสุทธ ประกาศศีลสมรส คูที่ 1- ระหวาง เปโตร วิชญชพล พงษรุงเรืองกิจ บุตรของ ยอแซฟ พลวัฒน และ มอนีกา สสินันท พงษรุงเรืองกิจ กับ นางสาว อัมพิกา แจมจันทรธาดา บุตรีของ นายประสิทธิ์ เหมือนกลาง และ นางสาริศา แจมจันธาดา ทั้งคูจะเขารับพิธีสมรสตามจารีตของพระ ศาสนจักรคาทอลิก ในวันเสารที่ 16 มีนาคม 2013 เวลา 09.39 น. ณ อาสนวิหารแมพระ ประจักษที่เมืองลูรด นครราชสีมา คูที่ 2- ระหวาง นิโคลัส สมบัติ สุดประเสริฐ บุตรของนายชุมพล และ นางวันเพ็ญ สุดประเสริฐ กับ นางสาว อภิษฐา คาคลอง บุตรีของ นายศุภชัย และ นางสุภาวดี คาคลอง ทั้งคูจะรับพิธีสมตามจารีตของพระศาสนจักรคาทอลิก ในวันศุกรที่ 22 มีนาคม 2013 เวลา 15.00 น. ณ อาสนวิหารแมพระประจักษที่เมืองลูรด นครราชสีมา หากทานใดทราบวาทั้ง 2 คูมีขอขัดขวางมิใหรับศีลสมรสไดใหแจงใหคุณพอเจาวัด ทราบ ประกาศ เปนครั้งที่ 2 สภาภิบาลอาสนวิหารแมพระประจักษที่เมืองลูรด 386/1 ถนนมุขมนตรี ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา 30000

-

24 กุมภาพันธ - 2 มีนาคม ค.ศ. 2013


การอานพระคัมภีรสำหรับคาทอลิกรุนใหม ปแหงความเชื่อนี้ เราคาทอลิกทุกคนควรหันกลับไปหาพระคัมภีรเพื่อกลับ ไปหารากฐานแหงความเชื่อของเรา มหาพรตเปนชวงเวลาที่เราจะไดรำพึงพระ วาจาของพระเจา วันนี้มีเรื่องราวเกี่ยวกับพระคัมภีรมาฝากกัน... 1.  การอานพระคัมภีรเปนเรื่องของคริสชนคาทอลิกทุกคน พระศาสนจักรสง เสริมใหคริสตชนอานพระคัมภีรเปนสวนหนึ่งในการภาวนาประจำวัน การอานพระ คัมภีรที่บันดาลใจนี้ ทำใหเราเจริญเติบโตในความสัมพันธที่ลึกซึ้งกับพระเจาและ เขาใจบทบาทของตนเองในชุมชนที่พระเจาไดทรงเรียกเขามาหาพระองค 2.  การภาวนาเปนจุดเริ่มตนและจุดสิ้นสุด การอานพระคัมภีรไมเหมือนการ อานนวนิยายหรือหนังสือประวัติศาสตร เราควรเริ่มตนดวยการอธิษฐานภาวนา ขอพระจิตเจาที่จะเปดหัวใจและจิตใจของเราใหกับพระวาจาของพระเจา การ อานพระคัมภีรควรจะจบดวยการอธิษฐานภาวนาเพื่อวาพระจาจานี้จะบังเกิดผล ในชีวิตของเรา ชวยใหเราศักดิ์สิทธิ์และศรัทธายิ่งขึ้น 3.  จับเรื่องราวทั้งหมด! เมื่อเลือกพระคัมภีรใหเลือกฉบับคาทอลิก ฉบับ คาทอลิกจะรวมรายการครบสมบูรณของหนังสือศักดิ์สิทธิ์ตางๆ พรอมกับคำ แนะนำและบันทึกเพื่อความเขาใจ ฉบับคาทอลิกจะมีการแจงใหทราบความเห็น ชอบจากผูใหญของพระศาสนจักร ซึ่งชี้ใหเห็นวาหนังสือเลมนี้ไมมีขอผิดพลาดใน หลักคำสอนคาทอลิก 4. พระคัมภีรไมใชหนังสือ แตเปนหองสมุด พระคัมภีรคือการรวบรวมหนังสือ 73 เลมที่ใชเวลาเขียนในชวงหลายศตวรรษ พระคัมภีรประกอบดวยพระราช ประวัติ พยากรณ บทกวี จดหมายทาทายที่สงใหชุมชนความเชื่อใหมที่กำลังตอสู ดิ้นรน ชีวิตและพระมหาทรมานของพระเยซูเจา เมื่อรูรูปแบบของพระคัมภีรที่ เรากำลังอานจะชวยใหเราเขาใจเครื่องมือทางวรรณกรรมที่ผูนิพนธใชและความ หมายที่ผูนิพนธพยายามที่จะถายทอดออกมา

2

ขอขอบคุณผูบริจาคโลงเย็น คุณพรทิพา-นายปยะพงษ พฤฒิศาสตรคุณแสงชัย อภิชาติธนพัฒนคุณเบญจมาภรณ ไชยสุขคุณมลฤดี มีแสงธรรมรวมทั้งสิ้นอาทิตยที่ผานมาเราไดเงินสมทบสารวัดเปน-

15,00010,00010,00010,00045,000-

บาท บาท บาท บาท บาท

244- บาท

ฉบับที่ 3 แลวนะครับพี่นองที่สารวัดได ถือกำเนิดออกมาใหทานไดอานกัน ขอบคุณทุก แรงใจ ทุกแรงทรัพยที่ชวยกันหยิบ ชวยกันอาน ชวยกันสมทบทุน วัดของเราอยากไดบรรยากาศ แบบไหน ตองชวยกันสรางนะครับ สำหรับกลอง ขอเสนอแนะตอนนี้กำลังจัดทำอยู กลองที่วานี้ จะจัดทำขึ้นเพื่อใหพี่นองไดเสนอแนะขอคิดเห็น ตางๆ รับทุกขอเสนอครับเพื่อวัดของเราจะได เปนอาสนวิหารของพระเจาอยางแทจริง

คุณกาญจนา นพแก้วเป็นตัวแทนรับบริจาค จากคุณพรทิพา พฤฒิศาสตร์

“อนุมัติ” เทศกาลมหาพรตเปนเทศกาลที่ถือปฏิบัติกันทั่วโลก ไมเวนแมแตประเทศ สังคมนิยมตางๆ และเพื่อไมใหโลกตราหนาวากีดกันทางศาสนา จึงอนุญาตให ทางวัดเขียนโครงการเขาไปขอสนับสนุนจากรัฐบาลได เจาอาวาสพรอมสภาภิบาลจึงเขียนขอ มานั่งในวัด 20 ตัว(รองรับสัตบุรุษ ที่เพิ่มขึ้นจนลนวัด) หนังสือเพลงภาษาละติน 500 เลม เทียน 20 เลม รูป 14 ภาคสำหรับการเดินรูปเทศกาลมหาพรต หลังจากพิจารณากันรวมเดือน รัฐบาลก็ชอบหั่นงบก็เซ็นอนุมัติ ตาม รายการดังตอไปนี้ มานั่ง 10 ตัว หนังสือเพลง 250 เลม เทียน 10 เลม และรูป 7 รูป (ตะแลมๆๆ) 7


ความหมายของการจำแลงพระกาย "อะไรคือความหมายและความสำคัญของจำแลงพระกาย" เรื่องของเรื่องก็คือประมาณหนึ่งสัปดาหหลังจากพระเยซูไดเปดเผยกับอัคร สาวกของพระองควาพระองคจะตองทนทุกขทรมานและถูกประหารชีวิต แตจะ ทรงกลับเปนขึ้นมา (ลก 9:22) พระองคทรงนำเปโตร ยอหน และยากอบขึ้นไปบน ภูเขาเพื่ออธิษฐาน ในขณะที่ทรงอธิษฐานอยูนั้น พระวรกายของพระองคเปลี่ยนไป พระพักตรเจิดจา อาภรณขาวสวาง โมเสสและเอลียาหปรากฏตัวขึ้นและไดพูดคุย กับพระเยซูเกี่ยวกับการสิ้นพระชนมของพระองคที่จะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ เปโตรไมทราบ วาพวกทานกำลังพูดอะไรกัน และรูสึกหวาดกลัวมาก จึงนำเสนอวาจะสรางเพิงขึ้น มาสามหลัง สิ่งนี้เปนการอางอิงถึงกระโจมที่ถูกนำมาใชเพื่อเฉลิมฉลองงานเลี้ยง ของพระเมื่ออิสราเอลอาศัยอยูในกระโจม 7 วัน (เลวีนิติ 23:34-42) เปโตรไดแสดง ความปรารถนาที่จะอยูในสถานที่นี้ เมื่อมีเมฆมาปกคลุมและมีเสียงกลาววา “ทาน ผูนี้เปนบุตรของเรา ผูที่เราไดเลือกสรร จงฟงทานเถิด” เมฆไดยกโมเสสและเอลี ยาหหายไปและเหลือแตพระเยซูพระองคเดียวกับอัครสาวกที่ยังคงหวาดกลัวมาก พระเยซูเตือนพวกเขาไมใหบอกใครในสิ่งที่พวกเขาเห็นจนกระทั่งหลังจากการกลับ คืนพระชนมชีพของพระองค เหตุการณนี้สามารถอานเพิ่มเติมไดใน มธ 17:1-8, มก 9:2-8 และ ลก 9:28-36 ไมตองสงสัยเลย วัตถุประสงคของการจำแลงพระกายของพระคริสต เปนการแสดงออกอยางนอยสวนหนึ่งถึงความรุงโรจนของพระองคในสวรรค เพื่อ วาคน "วงใน" ในหมูสาวกของพระองคจะไดเขาใจมากขึ้นวาพระองคทรงเปนใคร พระองคทรงเปลี่ยนแปลงไปอยางมากในรูปลักษณะที่ปรากฏอยู เพื่อวาอัครสาวก จะไดสามารถเห็นพระองคในพระสิริของพระองค สาวกที่เคยรูจักพระองคในสภาพ มนุษย ตอนนี้ไดพบพระองคในสภาพของพระ แมวาพวกเขาจะไมสามารถเขาใจได ทั้งหมด แตก็ทำใหพวกเขามั่นใจยิ่งขึ้นหลังจากที่ไดยินขาวที่นาตกใจเรื่องการ สิ้นพระชนมของพระเยซูเจา การปรากฏตัวของโมเสสและเอลียาหเปนดังสัญลักษณ โมเสสเปนตัวแทน กฎหมายและเอลียาหเปนประกาศก แตเสียงของพระเจาจากสวรรคตรัสวา - "จง 4

ฟงทานเถิด" - มันชัดเจนวาทั้งกฎหมายและประกาศกตองหลีกทางใหกับพระเยซู ผูซึ่งเปนหนทางใหมและมีชีวิตซึ่งมาแทนที่ของเกา - พระองคทรงเปนการบรรลุผล ของกฎหมายและคำทำนายที่นับไมถวนในพันธสัญญาเดิม นอกจากนี้ ในรูปแบบ แหงพระสิริของพระองค พวกสาวกไดเห็นตัวอยางของพระเกียรติและการครอง บั ล ลั ง ก ท ี ่ จ ะมาถึ ง ในฐานะกษั ต ริ ย  ข อง กษัตริยและพระเจาของพระเจา สาวกไมเคยลืมสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนั้น บนภูเขาและไมมีขอสงสัยในเจตนาของเรื่อง นี้ นักบุญยอหนเขียนไวในพระวรสาร "เรา ไดเห็นพระสิริรุงโรจนของพระองค ในฐานะ พระบุตรแตองคเดียว" (ยน 1:14) นักบุญเป โตรก็ไดเขียนถึงเรื่องนี้วา "เราไมไดพูดตาม นิยายที่งมงายที่สรางขึ้น เมื่อเราประกาศใหทานรูถึงพระฤทธานุภาพและการเสด็จ มาของพระเยซูคริสตองคพระผูเปนเจา แตเราประจักษดวยตาตนเองถึงความย่ิง ใหญของพระองค พระองคทรงรับพระเกียรติและพระสิริรุงโรจนจากพระเจาพระ บิดาเมื่อมีเสียงตรัสจากพระสิริรุงโรจนที่ยิ่งใหญมาสูพระองควา “ผูนี้เปนบุตรสุด ที่รักของเรา ซึ่งเราพอใจ” เราไดยินเสียงนี้มาจากสวรรคขณะที่เราอยูกับพระองค บนภูเขาศักดิ์สิทธิ์นั้น" (2 เปโตร 1:16-18) ผูซึ่งเห็นการจำแลงพระกายไดเปนพยาน เรื่องนี้กับสาวกคนอื่นๆ และผูคนนับลานผานมาหลายศตวรรษ... เราอาจจะสมมติวาบางศาสนาเกิดจากมีผูเฒาผูแกหลายคนรวบรวมขอคำ สอนแลวนำมาเขียนเปนคัมภีรและยึดถือปฏิบัติตอกันมาได แตคริสตศาสนา เราไม อาจปฏิเสธการมีตัวตนอยูจริงในประวัติศาสตรของพระเยซูเจาได เพราะทั้งคน ที่รักและไมไดนับถือพระองคก็ไดจารึกในประวัติศาสตรถึงการมีอยูของพระองค บางคนที่ไมเชื่ออาจจะบอกวาพระเยซูเจาพยายามทำตัวเองใหสอดคลองกับสิ่งที่ พยากรณไวในพันธสัญญาเดิม พี่นองครับ ทานอาจจะทำตามเรื่องที่เขาเขียนไว ตางๆ นานาไดอยางถูกตอง สอดคลองทุกประการ แตทานไมอาจกำหนดใหตัวเอง เกิดที่เบธเลเฮมไดแนนอน ถาทานไมใชพระผูไถที่เสด็จลงมาสิ้นพระชนมเพื่อ ไถบาปของเรา....พี่นอง ความเชื่อของเราไมไดเลื่อนลอย เราสรางบานของเราบน ศิลาครับ... 5


ÇวÑั¹นÍอÒา·ÝทÔิµตÂย·ÝทÕีè่ 24 ¡กØุÁมÀภÒา¾พÑั¹น¸ธ ÊสÑั»ป´ดÒาËห·ÝทÕีè่ 2 àเ·ÝทÈศ¡กÒาÅลÁมËหÒา¾พÃรµต บทอานจากพระวรสารนักบุญลูกา ลก 9:28ข – 36 เวลานั้น พระเยซูเจาทรงพาเปโตร ยอหน และยากอบ ขึ้นไปบนภูเขาเพื่อ อธิษฐานภาวนา ขณะที่ทรงอธิษฐานภาวนาอยูนั้น ลักษณะของพระพักตร เปลี่ยนไปและฉลองพระองคมีสีขาวเจิดจา ทันใดนั้น บุรุษสองคนคือโมเสสและ ประกาศกเอลียาหมาสนทนากับพระองค ทั้งสองคนปรากฏมาในสิริรุงโรจน กลาวถึงการจากไปของพระองคที่กำลังจะสำเร็จในกรุงเยรูซาเล็ม เปโตรและ เพื่อนที่อยูดวยตางก็งวงนอนมาก เมื่อตื่นขึ้น ก็เห็นพระสิริรุงโรจนของพระองค และเห็นบุรุษทั้งสองคนยืนอยูกับพระองค ขณะที่บุรุษทั้งสองคนกำลังจะจาก พระเยซูเจาไป เปโตรทูลถามพระองควา “พระอาจารยเจาขา ที่นี่สบายนาอยู จริงๆ เราจงสรางเพิงขึ้นสามหลังเถิด หลังหนึ่งสำหรับพระองค หลังหนึ่งสำหรับ โมเสส อีกหลังหนึ่งสำหรับประกาศกเอลียาห” เขาไมรูวากำลังพูดอะไร ขณะที่ เขากำลังพูดอยูนั้น เมฆกอนหนึ่งลอยมาปกคลุมเขาไว เมื่ออยูในเมฆ เขากลัว มาก เสียงหนึ่งดังออกมาจากเมฆวา “ทานผูนี้เปนบุตรของเรา ผูที่เราได เลือกสรร จงฟงทานเถิด” เมื่อสิ้นเสียงนั้นแลว ศิษยทั้งสามก็เห็นพระเยซูเจา เพียงพระองคเดียว เขาเก็บเรื่องนี้เปนความลับ ไมไดบอกเรื่องที่เห็นใหผูใดรูเลย ในเวลานั้น

6

5.  รูวาพระคัมภีรคืออะไร - และไมใชอะไร พระคัมภีรเปนเรื่องราวความ สัมพันธของพระเจากับมนุษยที่พระองคไดทรงเรียกใหมาหาพระองค พระคัมภีร ไมไดมีวัตถุประสงคใหอานเปนขอความเชิงประวัติศาสตร หนังสือวิทยาศาสตร หรือแถลงการณทางการเมือง ในพระคัมภีรพระเจาทรงสอนความจริงที่จำเปน ตอความรอดของเรา 6. โดยรวมนั้นยิ่งใหญกวาเปนสวน โปรดอานพระคัมภีรในบริบท อะไรที่เกิด ขึ้นกอนและหลัง - แมในหนังสือเลมอื่นๆ ก็เชนกัน - จะชวยใหเราเขาใจความ หมายที่แทจริงของขอความ 7.  เกี่ยวกันทั้งเกาใหม พันธสัญญาเดิมและพันธสัญญาใหมฉายแสงแกกันและ กัน ในขณะที่เราอานพันธสัญญาเดิม เรื่องของการสิ้นพระชนมและการกลับ คืนชีพของพระเยซูเจาก็สงเสริมคุณคาแหงพันธสัญญาทั้งสอง ซึ่งทั้งสองพันธสัญญาชวยใหเราเขาใจแผนการของพระเจาสำหรับมนุษย 8. ทานไมไดอานเพียงลำพัง โดยการอานและรำพึงพระคัมภีรศักดิ์สิทธิ์ คริสตชนคาทอลิกเขารวมกับบรรดาสัตบุรุษชายหญิงที่รับพระวาจาของพระเจาสูหัวใจ และนำไปสูการปฏิบัติในชีวิต เราอานพระคัมภีรภายในประเพณีของพระศาสนจักร เพื่อรับประโยชนจากความศักดิ์สิทธิ์และภูมิปญญาของสัตบุรุษทุกผูทุกนาม 9.  พระเจาตรัสอะไรกับฉัน? พระคัมภีรไมไดกลาวเฉพาะกับคนที่ตายไปนาน แลวในดินแดนที่หางไกลถึงตะวันออกกลาง แตพระคัมภีรไดกลาวกับเราแตละ คนในสถานการณของเราซึ่งไมซ้ำกัน เมื่อเราอาน เราตองเขาใจวาขอความนั้น พูดถึงอะไรและบรรพชนเขาใจความหมายของขอความนั้นวาอยางไรในอดีต ดวย ความเขาใจนี้เราตองถามตัวเองวา พระเจาตรัสอะไรกับฉัน? 10.  แคการอานไมเพียงพอแลว หากพระคัมภีรยังคงเปนเพียงแคตัวหนังสือบน หนาหนังสือ แสดงวาเรายังไมไดทำงานของเรา เราจำเปนตองมาไตรตรองและนำ ไปสูการปฏิบัติในชีวิตของเรา โดยทางนั้นเทานั้นที่พระวาจาจะ "ทรงชีวิตและทรง พลานุภาพ" (ฮีบรู 4:12) 3


24 กุมภาพันธ์ 2013