Page 1

ISSUE 02 JUNE 2012 FREE

SHOP PING

UNDER THE SAME ROOF


EDITOR'S NOTE DIN EDITORIAL Managing Editor Natcha Nantakarn ณัชชา นันทกาญจน์ Editor Jutamas Tadthiemrom จุฑามาศ ทัดเทียมรมย์ Photos Editor Pruk Dejkhamhaeng พฤกษ์ เดชกำแหง Art Director Yingyos Charubusapayon ยิ่งยศ จารุบุษปายน

เคยถามตัวเองเล่นๆ ไหมว่า ถ้าจะซื้อพรมเช็ดเท้าวางไว้หน้าบ้านซักผืน เราจะไปซื้อที่ไหน ทั้งนี้คงต้อง ขึ้นอยู่กับคุณภาพที่ต้องการและแผนการในวันนั้นด้วย ถ้าแค่พรมเช็ดเท้าที่พอใช้งานได้ ใครทำงานอยู่ย่าน ธุรกิจเช่น อโศก หรือ สีลม ตลาดนัดข้างออฟฟิศน่าจะเป็นแหล่งช็อปที่สะดวกและง่ายดาย แต่ถ้าพรมเช็ด เท้าที่ต้องการ ต้องเป็นรุ่นที่นุ่มเท้าทนทานใช้งานได้หลายปี เรื่องของสถานที่ช็อปปิ้งคงต้องแล่นเข้ามาอยู่ ในหัว และเชื่อว่าแผนการของการเดินทางในวันนั้นต้องเต็มเหยียดไปด้วยกิจกรรมที่น่าสนุกไปตลอดรายการ นอกจากนี้รายการช็อปก็คงเพิ่มขึ้นมากขึ้นนอกจากพรมเช็ดเท้าเป็นแน่ อาจจะได้ผ้าม่าน โต๊ะ เก้าอี้ รวมไป ถึงอาหารการกินติดไม้ติดมือกันไป หลายๆ คนเลือกห้างที่จะไปเดินจากอะไร?

Graphic Designer Pongson Chingchoo พงษ์สันต์ ชิงชู Editorial Sawankamol Suradet สวรรณกมล สุรเดช Advertising Director Jutamas Tadthiemrom จุฑามาศ ทัดเทียมรมย์ 088-8931929 Advertising Sawankamol Suradet สวรรณกมล สุรเดช 088-8930305

ถ้าคิดง่ายๆ จากมุมของบ.ก. คงเลือกจากที่ที่ไม่ไกลจากบ้าน หรือไม่ก็ที่ที่มีกิจกรรมที่ทำได้สำหรับทุกคน ในครอบครัวเพื่อใช้เวลาในหนึ่งวันให้หมดไป แต่ถ้าจากสายตานักออกแบบการได้ลองช็อปปิ้งในห้างที่เปิด ใหม่ ไม่ว่าจะไกลหรือใกล้แค่ไหน ก็คงต้องหาเรื่องที่จะต้องไปเยือนให้เห็นกับตา ต้องศึกษาในรายละเอียด ตั้งแต่ Facade ยัน Function ที่ให้บริการในห้าง คงจะต้องเก็บหมดทุกจุด เพื่อเป็นกรณีศึกษาและเพื่อ สร้างแรงบันดาลใจในการออกแบบผลงานของตัวเองต่อไป

EDITORIAL ADVISORY BOARD Advisory Nithi Stapitanonda นิธิ สถาปิตานนท์ Executive Editor Suluck Visavapattamawon สุลักษณ์ วิศวปัทมวรรณ Li-Zenn Publishing Limited

อย่างไรก็ตาม โครงสร้างที่สวยงาม ความหลากหลายครบครันของสินค้าที่ตอบโจทย์ของผู้บริโภค คงเป็น แค่สว่ นหนึง่ ทีด่ งึ ดูดให้คนไปเทีย่ ว แวะเวียน ส่วนประกอบอืน่ ๆ ไม่วา่ จะเป็นทีจ่ อดรถ การรักษาความปลอดภัย และการบริการของพนักงานที่ยิ้มแย้ม คงเป็นปัจจัยสำคัญที่ขาดไม่ได้ คราวหน้าลองถามตัวเองแบบจริงจัง ดูไหมว่าที่เราไปเดินห้างนี้เพราะอะไร? จุฑามาศ ทัดเทียมรมย์ บรรณาธิการ

Published & Produced by บริษัท แท็งค์ ดีไซน์ แอนด์ โปรดักชั่น จำกัด 104/31 หมู่บ้านโนเบิล คิวบ์ ถนนพัฒาการ เขตสวนหลวง กทม. 10250 TANK Design and Production Company Limited 1104/31 Noble Cube Pattanakhan Rd. Suanluang Bangkok 10250 Printing บริษัท แปลน ปริ้นท์ติ้ง จำกัด Plan Printing Company Limited The views and opinions expressed or implied in DIN are those of the authors or contributors and do not necessary reflect those of Li-Zenn Publishing Limited, its directors or editorial staffs. Launch Period & Distribution

แจกฟรีทุกๆ 2 เดือน โดยในปี 2555 จะแจกในเดือน เมษายน มิถุนายน สิงหาคม ตุลาคม และ ธันวาคม โดยจะจัดวางตามสถานที่ดังต่อไปนี้ ออฟฟิศที่รับออกแบบสถาปัตยกรรม หรือ ตกแต่งภายใน บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เรียลเอสเตท และโครงการอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ ผู้จำหน่ายวัสดุก่อสร้างและตกแต่งภายใน ศูนย์การค้าและแหล่งรวมไลฟ์สไตล์ชั้นนำ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ คณะสถาปัตยกรรมและคณะเกี่ยวกับการออกแบบในแขนงต่างๆ ตามมหาวิทยาลัย

สนใจขอรับวารสาร หรือ ลงโฆษณา ติดต่อคุณ จุฑามาศ ทัดเทียมรมย์ 088-8931929, E: advertising.din@gmail.com


Contents ON THE WALL

4

FUN FACT Inspirational Shopping Places

6

ON THE TABLE

7

ON THE GO Chic shopping around Soho, Hong Kong

34

IT UNZIP Social Commerce : The New Chapter of Online Shopping

36

IDEA TERRACE Packaging that talks

12

GRAPHIC AND BEYOND What is Environmental Graphic Design (EGD)?

37

OPEN SCOOP Department store, death or reborn?

14

MOVIE CABINET SUPERBAD (2007)

38

DESIGN TIPS Design that rescues the nation : Street Stalls

16

SNAP CULT Manual FOCUS Lens Shopping Hub

39

COVER STORY First time, happiness under the same roof

19

BAGS DRAWING

40

HALL OF FAME Eco-Shop

26

ARCHITECTURE BLAH BLAH Booming of Mall

41

NEW CHAPTER

30

14 Contribute writers : Fun Fact : “โตเดี่ยว” จริยา สมบูรณ์ธรรม “Toedeaw” Jariya Somboontum, Creative Director I Digital PR Agency Design Tip : อ.ถวัลย์ วงษ์สวรรค์ Tawan Wongsawan, Producer I Design Channel, PSI 65 (จานดำ)

19 On the Go : กุลธิดา ทรงกิตติภักดี Kulthida Songkittipakdee, Designer I Rocco Design Architects (ฮ่องกง-กว่างโจว) IT Unzip : อ.อารยา เช้ากระจ่าง Araya Choutgrajank, Chief Creative Officer I Thomas Idea Interactive Agency Graphic and Beyond : ต่อศักดิ์ สุรศักดิ์ศิลป Torsak Surasaksilp, Creative Director I rkd/retail/iQ

26 Movie Cabinet : “ชาตรี” กิตติวัฒน์ แย้มใย “Chatree” Kittiwat Yamyai, Producer รายการทีวี, Music Video Director Bags Drawing : จักรกฤษณ์ เมธชนัน Chakkrit Metchanun, Real Estate Consultant Architecture blah blah : นิธิศ สถาปิตานนท์ Nitis Sthapitanonda, Executive Director l Architects 49 Limited


on the walL JUNE 2012 Mon

Tue

Wed

Thur

Fri

Sat

Sun

JULY 2012 Mon

Tue

Wed

Thur

Fri

Sat

Sun

03 05

05 14

08 15

24 29

30

29 31

"The Nude Collection" May 1 - Jun 30 2012 @ Floor 2 Sombatpermpoon Gallery สมบัติเพิ่มพูน แกลเลอรีมีความยินดีแสนอ นิทรรศการภาพ นู้ด จากสมบัติคอลเลคชั่น โดย 9 ศิลปินแนวหน้าของเมืองไทย Sombatpermpoon Gallery proudly presents Photo Exhibition "Nude" by 9 leading artists of Thailand JUXTAPOSITION May 22 - Jun 24 2012 Tue-Sat : 10.30 - 19.00 hrs., Sun :10.30 - 17.30 hrs. (Closed Mon.) @ DOB Hualampong Gallery นำเสนอผลงานจิตรกรรมสีน้ำมันบนผ้าใบ โดย ธันวา ห้วงสมุทร ภายใต้แนวความคิดเกี่ยวกับ ความรู้สึกไม่มั่นคง ความกลัว และความหวาด ระแวงที่แฝงเร้นในจิตใจ ท่ามกลางบรรยากาศของ สถานที่อันควรเป็นพื้นที่ส่วนตัว หากแต่กลับปรากฏ รูปของสิ่งมีชีวิตแปลกปลอมปะปนอยู่ การอยู่ร่วม กันของสองสิ่งที่ไม่มีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน สื่อแสดงถึง ความย้อนแย้งในสภาวการณ์ลักลั่นอันผสมผสาน กลมกลืนด้วยองค์ประกอบทางศิลปะ Canvas oil painting by Thanwa Huangsamuth under the the instability, fear, and panic hidden in one’s mind in a place supposed to be private but there is something else mixing. It's also about two things living without interaction. 

การประกวด "ศิลปกรรมช้างเผือก" "White Elephant Art" Competition Jun 14 - Jul 29 2012 @ Exhibition room 7th floor, Bangkok Art and Culture Center การประกวด "ศิลปกรรมช้างเผือก" โดย บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) หัวข้อ "พระเจ้า อยู่หัวของปวงชนชาวไทย" Organised by Thai Beverage Co., LTD, under the theme "King of Thai People" Comic Culture Jun 5 - 30 2012 Opening on Jun 5 2012 at 18.30 hrs. Organized by Goethe-Institut นิทรรศการสัญจร Comics, Manga & Co. Die neue deutsche Comic-Kultur หรือ "ศิลปะ การ์ตนู คอมิกส์ มังงะ & โค - ศิลปะการ์ตนู เยอรมัน สมัยใหม่" ที่เกิดขึ้นจากแนวคิดของสถาบันเกอเธ่ (Goethe-Institut) กับ มัทเธียส ชไนเดอร์ (Matthias Schneider) ภัณฑารักษ์ผู้คัดสรรผลงาน นำเสนอผลงานคอมิกส์เยอรมันของศิลปิน หญิงชายชาวเยอรมัน Comics and Graphic Novels - A scene which is primarily associated with Asian artists. But even in Germany a comic book culture constituted and still does the

expression of a common interest in experimenting with new forms of comics for some time. Elements of painting, graphic design and illustration constantly enlarge the repertoire by their ever expanding interplay of technique and narrative forms” The Reflection of Faith Jun 3 - Jul 13 2012 @People’s Gallery, 2nd floor By Art and Culture Gallery Center of Bangkok Artist : Itsarang Sawangdee Type of works : Photoghraphy ความศรัทธาในพระพุทธศาสนาเป็นความเชื่อที่ ประกอบด้วยปัญญา แม้ว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จะทรงสอนให้คนมีศรัทธา แต่ศรัทธาของพระองค์ นั้น ต้องผ่านการพิจารณาไตร่ตรองให้รอบคอบ เสียก่อน Faith in Buddhism is based on wisdom. Even though, the Lord Buddha teaches us about faith, one has to investigate and verify first.

ละครใบ้ในกรุงเทพฯ ครั้งที่ 13 13rd Pantomime in Bangkok Jul 5 - 8 2012 @Muang Thai Life insurance convention hall นักแสดงละครใบ้ชั้นนำจากญี่ปุ่น ส่งตรงมาสร้าง สีสันและเสียงฮาทุกปีที่กรุงเทพฯ ปีนี้นำขบวนโดย ยอดฝีมอื YAMAMOTO KOYO และคูห่ ดู โู อสุดเก๋า KANIKAMA รวมทั้งนักแสดงอีกมากมาย อาทิ SIVOUPLAIT, IMAGAWA และ Babymime. The annual humourous show from Japan in Bangkok, featuring YAMAMOTO KOYO and the duo KANIKAMA including SIVOUPLAIT, IMAGAWA and Babymime.

การเดินทางของ ไอ้จุด หมาน้อย จากกรุงเทพฯ - ราชบุรี The journey of I Jud, from Bangkok to Ratchaburi May 15 - Jul 15 2012 @Outdoor of Bangkok Art and Culture Center ‘ไอ้จุด’ คืองานประติมากรรมรูปสุนัขขนาดใหญ่ ความสูงประมาณ 3 เมตร ทำจากวัสดุตัวใหม่ ที่สร้างขึ้นมาเพื่อเป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้ที่สนใจ ในงานประติมากรรมกลางแจ้ง I Jud is a large sculpture of a dog as tall as 3 meters, made out of “Acrylic Syrup” is perfect for outdoor sculpture work.

BACC ART THESIS EXHIBITION 2012 May 25 - Jul 29, 2012 Opening reception: May 25, 2012, 18.00 hrs. @Studio, 4th Floor Organized by Bangkok Art and Culture Centre การจัดแสดงผลงานศิลปนิพนธ์ของนักศึกษาระดับ ปริญญาตรีจากสถาบันการศึกษาต่างๆ จิตรกรรม ไทย จิตรกรรมสากล ภาพพิมพ์ ภาพถ่าย ประติมากรรม ศิลปะจัดวาง ช่วงที่ 1 (จิตรกรรม ไทย-จิตรกรรมสากล) Exhibition of undergraduate students’s thesis from various academic instituations. Thai painting, international painting, print, photography, sculpture, installation First period (Thai-International Painting)

8th Butterfly Watch Festival เทศกาลดูผีเสื้อปางสีดา ครั้งที่ 8 May 1 - Jul 31 2012, 8.30 - 16.30 hrs. @Pang Sida National park, Sakaew Province อุทยานแห่งชาติปางสีดามีกิจกรรมการท่องเที่ยว เชิงนิเวศที่ขึ้นชื่อเป็นอย่างดี คือ การดูผีเสื้อปีกสวย แห่งผืนป่าตะวันออกนานาชนิด หลากสีสัน บินอวด โฉมไปมาทั่วอุทยานฯ เป็นภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจ ให้แก่นักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก Eco travel at Pang Sida National park allowing you to watch various colourful butterlies in the eastern forest.

Good to Walk : ดีที่เดิน May 31 - Jul 29 2012 @curvy walkway between 7th floor and 9th floor By Bangkok Art and Culture Center นิทรรศการออกแบบพืน้ ทีท่ างเดินระหว่างชัน้ 7 - 9 ของห้องนิทรรศการหลัก เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ แปลกใหม่ในการเดินให้กับผู้ชม สร้างสรรค์โดย นักออกแบบ 5 รูปแบบ 5 styles of walkway design offers new way of walking to the audience. Politics of ME Jun 28 - Jul 29 2012 @Exhibition room 9th floor, Bangkok Art and Culture Center นิทรรศการศิลปะร่วมสมัยซึ่งนำเสนอมุมมองส่วน บุคคลของศิลปินรุ่นใหม่ 17 คนที่ให้ความสนใจกับ ประเด็นรอบตัว โดยถือ "ตนเอง" เป็นส่วนหนึ่งของ ปรากฏการณ์นั้น หรือการมองสะท้อนตนเองใน ความคิดเห็นที่มีต่อสิ่งนั้น A contemporary art exhibition presenting personal aspects on world views through the eyes of 17 new generation artists who pay strong attention to the circumstances surrounding them by taking "oneself" as a part of the phenomenon or by engaging in self-inquiry relating to the attitude towards particular issues.




FUN FACT

on the table

Inspirational

ด้วยการต้อนรับเป็นอย่างดีจากสถาปนิกทั่วประเทศ DIN ได้รับผลงานคุณภาพมากมายที่ส่งมาลง ในคอลัมน์ On the Table กองบรรณาธิการจึงขอคัดเลือกผลงานมานำเสนอในเล่มสองนี้ 16 โครงการ และขอยกยอดไปสมทบในเล่มหน้า สถาปนิกและนักออกแบบที่มีผลงานดีๆ อย่าเก็บไว้กับตัว รีบส่งมา ได้เลยที่ editorial.din@gmail.com ฟรี!!!

Shopping Places

----------------------------------------------------------------------------------------------With warm welcome from designers nationwide, DIN has received numbers of qualified projects to be featured in On theTable column. In this issue we would like to present only 16 projects and others will be featured in our next issue. If you have any good designs, please don’t be hesitant to send them to editorial.din@gmail.com FREE!!

Story : "โตเดี่ยว" "Toedeaw"

Campo Marzio Design, Rome, Italy

สำหรับคนที่หลงใหลในกลิ่นสี พู่กัน ดินสอ หรือ อุปกรณ์วาดเขียนทุกชนิด ร้านเก่าแก่ อย่าง Campo Marzio Design กรุงโรม ประเทศอิตาลี มีเครื่องเขียนสไตล์อิตาลีดีไซน์สุดคลาสสิคให้ เลือกมากมาย พร้อมดีไซน์โดดเด่นของสมุดโน้ต ปกหนัง งานแฮนด์เมดที่เหมาะสำหรับซื้อเป็น ของขวัญหรือเก็บสะสม และทีส่ ำคัญ ถ้าเข้ามาแล้ว ไม่ว่าใครก็อดใจไม่ไหวที่จะซื้อ “ปากกาคอแร้ง” อุปกรณ์ออริจินอลแท้ๆ จากอิตาลีติดกลับบ้าน กันสักด้ามแน่นอน ------------------------------------------For those who fancy the smell of paint, brushes, pencils or other drawing stationery, the old shops like “Campo Marzio Design” in Rome, Italy has a wide range of classic Italian design stationary to choose from. Additionally, outstanding handmade leather covered note books are also suitable as a gift or collectible whilst the original dip pen is something not to be missed. Source : www.campomarziodesign.it

Passage Jouffroy, Paris, France

“ของเล่น” เป็นเหมือนแรงบันดาลใจชวนสร้าง จินตนาการให้ผู้ใหญ่หลายๆ คนย้อนวัยสู่วัยเด็ก บางคนสะสม บางคนซื้อเก็บไว้เพราะน่ารัก บางคน ชอบไอเดีย บางคนชอบดีไซน์ บางคนได้ไอเดียใหม่ๆ จากของเล่นเหล่านีก้ ม็ ี ถ้าคุณเป็นหนึง่ ในนัน้ รับรอง ว่าคุณต้องหลงใหลย่าน Passage Jouffroy ที่ ปารีส ประเทศฝรั่งเศส แต่ละร้านจะรวม ของเล่น คลาสสิค หนังสือและโปสเตอร์หนังเก่าให้เลือก มากมายได้เป็นวันๆ ถือเป็นฮาเร็มดีๆ ของคนรัก ของเล่น และของสะสมโดยเฉพาะ 

---------------------------------------------“Toys” are like inspiration to create imagination for adults to remind them of their childhood. Some buy toys because of its cuteness, idea, design or even to generate new ideas from these toys. If you’re one of this crowd you will love this zone in Paris as it is comprised of classic toys, books, and old posters for toys and collectables. Source : http://transformationsandwhispers. blogspot.com

Historic Distric, Monaco Town, Monaco สัมผัสมนต์เสน่หข์ องศิลปะสไตล์โมนาโคเมืองแห่ง ประวัติศาสตร์ จากศิลปินท้องถิ่นมืออาชีพ ที่นอก จากจะเป็นผลงานออกแบบสถาปัตยกรรมที่สวย งาม ทุกย่างก้าวยังเเฝงไปด้วยเอกลักษณ์ที่ช่วย สร้างแรงบันดาลใจทั้งในการออกแบบอาคาร ร้านค้า บ้านเรือน ยังได้สัมผัสสไตล์การใช้ชีวิต ของคนที่นั่นอีกด้วย นอกจากงานศิลปะสไตล์ โมนาโคที่มีให้เลือกเป็นของฝาก ยังมีสินค้า แฮนด์เมดที่แต่ละชิ้นเต็มไปด้วยไอเดียสร้างสรรค์ เรียกได้ว่า นอกจากจะเป็นแหล่งช็อปปิ้งสำหรับ นักช็อป ยังเป็นแหล่งสร้างบันดาลใจ ให้กับ ดีไซน์เนอร์ ได้ไม่แพ้เมืองศิลปะอื่นๆ อีกด้วย

------------------------------------------Monaco is not only a charming place of history stocked with local artist’s crafts but is also a place packed with beautiful architecture with its own uniqueness lurking in the design of buildings, shops and houses. Additionally, handmade products are full of creative elements. Monaco is a greatly inspiring country for designers. Source : www.visitmonaco.com

BOTANICA KHAO YAI Vin Varavarn Architects

Carrera de San Jeronimo, Madrid, Spain

แหล่งช้อปของเก่าชือ่ ดังในเมืองมาดริด เต็มไปด้วย ร้านค้าเครือ่ งประดับ จูเวลลี่ งานฝีมอื ภาพเขียน เฟอร์นเิ จอร์ และงานเซรามิคทีด่ ไี ซน์โดยศิลปิน ชาวสเปนจากรุน่ สูร่ นุ่

Amphur Pakchong, Nakhonratchasima, Thailand Building Type Residential Area 20,442 sq.m. Year 2011-2013

Location

-------------------------------------------

An old shopping area in Madrid which is famous for accessories, jewellery, crafts, paining, furniture, and ceremics which are designed by artists of all generations. Source : www.flickriver.com

Camden Lock Market, England

ช็อปปิ้งแบบมีสไตล์ แล้วยังได้ไอเดียกลับบ้าน กับ ย่านที่รวมดีไซน์เนอร์มืออาชีพ และมือสมัครเล่น ช็อปสินค้าที่ดีไซน์สไตล์ฟังค์กี้ และของฝากไอเดีย สุดแนว ตัง้ แต่เสือ้ ผ้า รองเท้า ของแต่งตัว แต่งบ้าน เครื่องประดับ และเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเล็กชิ้นน้อยอีก มากมาย ของแต่ละชิ้นสะท้อนความเป็นอิสระ ในการออกแบบ ไม่ใช่แค่สนิ ค้าทีน่ า่ ซือ้ การออกแบบ และตกแต่งร้านก็น่าสนใจไม่น้อย และระหว่างช็อป ก็ยังได้ชมการแสดงเปิดหมวกที่มักจะมีอยู่ตลอด ทางด้วย ------------------------------------------This market is composed of funky products created by both professional and amateur designers. Discover cool outfits, shoes, accessories, home décor, or small pieces of furniture which reflect freedom of design ideas. During shopping expeditions you will also enjoy the street shows on offer. Source : www.travbuddy.com/newtampo

A-Link Square Ramkamhaeng DESIGN+DEVELOP Ramkamhang Airport Link Station, Bangkok, Thailand Building Type Mixed-uses Area 40,000 sq.m. Year 2010-2012

Location

Bhukitta Airport Condominium PATTANA PROFESSIONAL Location

Amphur Talang, Phuket, Thailand Residential Area 4,000 sq.m. Year 2012-2013

Building Type




Bridge House JUNSEKINO ARCHITECT AND DESIGN

PWT House BELIEVE ARCHITECTS

RAMA II, Bangkok, Thailand Building Type Residential Area 440 sq.m. Year 2011-present

Location

Location

Rama 9 Rd. Bangkok Thailand Private Residence Area 350 sq.m. Year 2011-2013

Building Type

POONSUB CAN HEAD OFFICE SAO EK ARCHITECTS

CITY RICH ARCHER ARCHITECT

Location

Phetchaburi 21 Rd, Bangkok, Thailand Building Type Commercial Area 1,084 sq.m. Year 2012- Under Construction

Location

Amphur Muang, Samutsakorn,Thailand Building Type Office Area 3,260 sq.m. Year 2012-2014

Royal Thai Embassy in Tokyo AXIS ARCHITECTS Location

Shinagawa-ku, Tokyo, Japan Embassy Office Area 3,000 sq.m. Year 2008-2012

Building Type

Overlapping House Vaslab Location

Khao Yai, Nakornratchasima, Thailand Private Residence Area 1,165 sq.m. Year 2011-2013

Building Type

MODERN CHEMICAL LYNK ARCHITECT Location

Ekkamai, Bangkok, Thailand Office Area 2,500 sq.m. Year 2011-2013

Building Type



PhuKhaolak resort nine degree studio Phang nga, Thailand Hotel & Resort Area 184 sq.m. per building Year 2012

R-KARD 35 Community Mall Minimaxist

Location

Building Type

Location

Soi 35 Ramkhumheang Rd., Bangkok, Thailand Building Type Commercial Area 4,200 sq.m. Year 2012-2013 


STOCK EXCHANGE OF THAILAND NEW HEADQUARTER Architects & Associates Location

Ratchadaphisek Road, Bangkok, Thailand Building Type Office Area 59,400 sq.m. Year 2011-2014

Sari by Sansiri SPA+A Architecture Location Sukhumvit 64, PhrakanongBangkok, Thailand Building Type Residential Area 13,904 sq.m. Year 2011-2013

T107/3 Triz Consultant Location

Sukhumvit 107, Samutprakarn, Thailand Private Residence Area 132 sq.m. Year 2012

Building Type

The View Condominium ATTA STUDIO Karon, Phuket, Thailand Residential Area 18,600 sq.m. Year 2011-2013

Location

Building Type

10


IDEA TERRACE Packaging

that talks Story : จุฑามาศ ทัดเทียมรมย์ Jutamas Tadthiemrom

ว่ากันว่าจุดเริม่ ต้นของการบรรจุหบี ห่อก็คอื เปลือก ของผลไม้สายพันธุต์ า่ งๆ มนุษย์เรียนรูจ้ ากธรรมชาติ ว่า “หีบห่อ” สามารถช่วยป้องกันไม่ให้สิ่งที่อยู่ข้าง ในบุบสลาย การออกแบบแพคเกจในยุคเริ่มต้นจึง มุ่งเน้นไปที่ความสะดวกในการเคลื่อนย้ายสินค้าให้ ไปถึงจุดหมายโดยสวัสดิภาพ การดัดแปลงคิดค้น ในเรื่องของการดีไซน์หีบห่อนั้นเกิดขึ้นอยู่ตลอด เวลา เพื่อความสะดวกในการใช้งานของผู้บริโภค จนมาถึงปัจจุบันปัจจัยทางทางการตลาดเข้ามา มีบทบาทอย่างมากในการออกแบบเพื่อดึงดูด ความสนใจจากผูบ้ ริโภค นอกเหนือจากนีเ้ ทคโนโลยี ต่างๆ ก็เข้ามาเกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดการประหยัด พลังงานในการผลิต เช่นการฉีดสีบนแพคเกจ สามารถทำได้ทีละหลายๆ สีในคราวเดียวกัน ส่วน อีกเหตุผลหนึ่งที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทด้าน การออกแบบแพคเกจก็เพื่อลดมลภาวะที่จะเป็น ผลเสียต่อธรรมชาติและคน กล่าวโดยรวมแล้ว กลยุทธ์หลักๆ ที่นักออกแบบคำนึงถึงก็คือ ความ เป็นมิตรกับธรรมชาติ ความคิดสร้างสรรค์ และ ต้องขายสินค้าได้ โดยจะต้องสามารถแสดงให้เห็น ถึง คุณภาพ ความปลอดภัย การป้องกันสินค้า

ความสะดวกในการใช้งาน ดูนา่ เชือ่ ถือ มีประสิทธิภาพ และ ตรงประเด็นโน้มน้าวใจได้ ลองมาดูกันว่า แบรนด์ทป่ี ระสบความสำเร็จนัน้ มีเบือ้ งหน้าเบือ้ งหลัง กันอย่างไร ---------------------------------------------Humans learn from nature about how to protect their delicate goods from being damaged. As time has gone by, packaging has been created and improved so as to serve consumers in many varied ways. Technology plays a large role in leveraging the quality of packaging in order to save time in the production process and also to prevent pollution that may be caused by the packaging. Key strategies of packaging design are ecofriendly, creative, and marketable which can represent quality, safety, product protection, function, reliability, efficiency, and appearing convincing. Let’s have a look how the following brands succeed in their packaging designs.

Product : Coca Cola Designer : Ryan Harc Country : New York, USA

กระป๋องโค้กรุ่นปลอดสีที่ออกแบบโดย Ryan Harc นอกจากจะดูเท่ห์และเรียบง่าย ยังช่วยให้โลกของ เราน่าอยู่ขึ้น เพราะการที่ผู้ผลิตไม่ใช้สีพ่นลงไป บนกระป๋องนั้นเป็นการช่วยลดมลภาวะทางน้ำและ อากาศในขั้นตอนการพ่นสี และ ยังช่วยแยกสารพิษ จากสีที่พ่นออกไปอีกด้วย นอกจากนี้กระป๋องที่ทำ จากอลูมิเนียมยังสามารถนำมารีไซเคิลได้ 100% ในแง่ของการออกแบบดีไซน์เนอร์ได้ใช้วิธีการกด ปั๊มโลโก้ให้เป็นลวดลายตามแบบฉบับเดิม ถึงแม้ จะไม่มีสีแดงขาวที่คุ้นตาแต่กระป๋องแบบเปลือยๆ แบบนี้กลับดูสะดุดตามากกว่าเดิมเสียอีก ---------------------------------------------Colourless Coca Cola can designed by Ryan Harc, is not only sleek and smart but also eco-friendly. By stripping away the colors it would reduce energy and efforts to separate the toxic paint from the aluminum cans during the recycling process.

Product : Help Remedies Design Company : Little Fury and ChappsMatina Country : New York, USA

พลิกรูปโฉมของประเภทสินค้าได้อย่างแหวกแนว ด้วยชื่อยี่ห้อที่ธรรมดาแต่สื่อความได้ตรงแต่คงไว้ ซึ่งความเป็นกันเอง แพคเกจจึงออกแบบมาให้มี ความสอดคล้องกัน วัสดุที่เลือกใช้เป็นกระดาษ FibreForm ที่สามารถย่อยสลายได้ด้วยวิธีการ ทางชีวภาพ สามารถรีไซเคิลได้ ซึ่งในบ้านเราก็ เริ่มนิยมนำวัสดุที่ทำมาจากชานอ้อยมาผลิต แพคเกจด้วยเช่นกัน ภาษาที่ใช้ในการสื่อสารก็ เป็นประโยคที่เข้าใจง่ายบอกให้รู้ถึงหน้าที่ ด้วย รูปแบบของ Font สีสัน และ ดีไซน์รอยปั๊ม เลียนแบบรูปร่างสินค้าข้างใน ก็ช่วยสร้างความ น่าสนใจได้อย่างประหลาด ------------------------------------------The brand turns its ordinary category to something quite chic. The package is designed to encompass the concept of the brand that represents simplicity and friendliness. The package is made of FibreForm biodegradable paper which can be recycled. In Thailand, sugar-cane fiber is also becoming popular for the packaging industry. Furthermore, the wording on the package is easy to understand while the font, colour, and the stamp imitating the product shape all play a role to create a surprising result.

Product : Exposed Stone Carrier Design Company : WORK labs Country : Virginia, USA

บางครั้งการแก้ปัญหาด้วยวิธีง่ายๆ ก็เป็นทางเลือก ที่ดีที่สุด แพคเกจที่ Charle’s Luck ผลิตมาเพื่อ ห่อหุ้มอิฐบลอกเพื่อส่งให้กับลูกค้านั้นออกแบบมา เพื่อเป็นทั้ง ของชำร่วย แคตตาลอก และสมุด ตัวอย่างสินค้า ที่หิ้วอิฐนี้มีการออกแบบให้เป็น แนวตั้งและตรงกลางกลวงเพื่อที่จะทำให้วางอิฐ เป็นชั้นๆ โดยให้มีมุมยื่นออกมาเพื่อสร้างความ สมดุล วัสดุที่ใช้เป็นกระดาษ Kraft เคลือบไปบน แผ่น E-Flute ช่วยให้แพคเกจมีความคงทนแต่ ไม่ได้บดบังรูปลักษณ์ของสินค้า อีกทั้งยังช่วยเสริม ให้ดูมีคุณค่ามากขึ้นอีกด้วย ---------------------------------------------The package Charle’s Luck design for wrapping its brick to send its customers as a sample could become a souvenir or catalogue. The package is designed to be a vertical carrying carton, leaving the center empty to stack the sample rocks and allow the edge to be exposed. This package is made of Kraft paper that is laminated on E-flute sheet, enabling a strong material which doesn’t overshadow the products attributes.

Product : Ty Nant water Designer : Ross Lovegrove Country : Ceredegion, UK

ขวดน้ำที่ออกแบบโดยดีไซน์เนอร์ชาว Welsh ที่เกิดขึน้ จากความหลงใหลในนวัตกรรม ขวดน้ำ ออกแบบขึ้นเพื่อสื่อสารถึงความเป็นของเหลวที่ใส บริสุทธิ์ โดยมีการสร้างรอยบิดที่ขวดที่เลียนแบบ มาจากลักษณะการไหลของสายน้ำ ในช่วงของการ ออกแบบ ไม่มีใครเชื่อว่าคอนเซปต์นี้จะสามารถ ผลิตได้จริง แต่ด้วยการทดลองหลายต่อหลายครั้ง ทำให้ดีไซน์นี้สามารถออกสู่ท้องตลาดได้ และด้วย รูปร่างที่โค้งเว้ายังช่วยให้ผู้บริโภคจับถนัดมือ และ สามารถนำไอเดียไปขยายต่อในงานโฆษณาที่ใช้ นางแบบหุ่นเซ็กซี่อย่าง Adriana Sklenarikova มาเป็นพรีเซนเตอร์ให้อีกด้วย ------------------------------------------This packaging is designed by a Welsh designer with a passion for innovation. This bottle is designed to convey the form of pure liquid by creating a twist to be similar to the flow of water. During the designing process no one could believe that this concept is practical, but after several experiments the design was launched. Its curvy shape also helps consumers to clutch it easily and the idea can be executed into an advertising campaign in which sexy model, Adriana Sklenarikova is a presenter.

Special Thanks : Thailand Institute of Science and Technological Research และ TCDC

12

13


คำตอบ ส่วน “ความร้อน” น่าจะเป็นอีกปัจจัยที่เอื้อ ให้หา้ งติดแอร์ฮติ ในบ้านเรา ไม่ใช่วา่ อยากจะอินเทรนด์ เสมอไป Community Mall แนวโพล้เพล้เปิดถึงดึก อย่าง Asiatique จึงถือกำเนิดขึ้นเพื่อฉีกตัวให้ต่าง ออกไปจากเดิม ความน่าสนใจของ Asiatique อยูท่ ่ี การนำเอาสูตรฝรั่งแนว Riverfront มาบวกเข้ากับ ประวัติศาสตร์อันเก่าแก่ของทำเลและความหลาก หลายของ Community Mall ที่มีทั้งร้านอาหาร, ร้านเสื้อผ้า, ของตกแต่งบ้าน, ลานเวทีประกวด, คาบาเร่ต์โชว์ หรือ โรงละครหุ่นกระบอกโจหลุยส์ แต่พื้นที่โล่งริมแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นจุดสำคัญที่ ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศได้สัมผัส ธรรมชาติที่หาไม่ค่อยได้ในกรุงเทพฯ นอกจากนี้ยัง น่าชื่นชมในความใจกว้างของสถานที่ที่อนุญาตให้ วัยรุ่นไทยมีมุมให้ได้แสดงออกกัน โดยมีการยึด Story : จุฑามาศ ทัดเทียมรมย์ Jutamas Tadthiemrom ทำเลใต้แทงค์น้ำมาร่วมกันเต้นบี-บอย หรือร่วม คนไทยมีปรอทการวัดองศาความฮอตในเรือ่ งของ ประกวดดนตรีบริเวณลานกว้าง นอกจากจะเป็น การสร้างสีสันให้กับผู้เดินผ่านไปมา ยังน่าจะช่วย การอินเทรนด์อยู่ที่ “การเที่ยวห้าง” ไม่ว่าจะเป็น ลดการมั่วสุมในที่ลับหูลับตา อีกทั้งยังเป็นการสร้าง การได้ใช้บันไดเลื่อนครั้งแรกในชีวิตที่ไทยไดมารู ห้างดังยุคบุกเบิกที่เกิดจากการลงทุนของญี่ปุ่นใน ชุมชนเล็กๆ ให้เกิดขึ้นอีกด้วย ปี 2507 เจ้าของสโลแกน “สีสันสดใส แหล่งแฟชั่น สิ่งที่นักช็อปมองหาจากการไปเดินช็อปคืออะไร กันแน่ หากคำตอบส่วนใหญ่ของการไปคือ การได้ ใหม่ ไทยไดมารู” หรือยุค “ไปไหนๆ ไปเมโทร” เดินเล่น กิน และ นัดเจอเพื่อน แน่นอนว่านอกจาก แหล่งช็อปเครื่องไฟฟ้าราคาถูกที่ดูเดิ้นในยุคนั้น การทำโปรโมชั่น การออกแบบร้านค้านั้นเป็นส่วน หรือ ลิฟต์แก้วที่ห้างนิวเวิล์ด ห้างสรรพสินค้าที่ สร้างอย่างผิดหลักสถาปัตยกรรมและกฎหมายจน หนึ่งแห่งความสำเร็จทางธุรกิจ คุณเอกรินทร์ กลายเป็นประวัตศิ าสตร์หน้าหนึง่ ของเมืองไทย หรือ ศิริพรรณพร เจ้าของสตูดิโอ ES Design Retail & ที่ที่ลืมไม่ได้ ใครๆ ก็ต้องไปดูคิงคองและเพนกวิน Interior เปิดเผยให้ฟังว่า สิ่งที่นักออกแบบจะต้อง ที่ห้างพาต้า จนมายุคยิ่งใหญ่ยิ่งกว้างยิ่งเลิศ อย่าง คำนึงถึงก็คือ ลูกค้ามักจะคาดหวังก่อนมาใช้บริการ ซีคอนสแควร์ และเริ่มมาอยู่ตัวในยุคของห้างโซน เสมอ ต้องมองให้ออกว่าลูกค้าต้องการใช้งานอะไร จากร้านค้า ยกตัวอย่างร้านไอศกรีมแดรี่ควีน ซึ่ง เมือง อย่าง เซ็นทรัลเวิล์ด หรือ สยามพารากอน จนมาถึงยุค Community Mall ครองเมือง ไม่ว่า เป็นที่ที่ใครก็รู้จัก แต่ไม่มีใครวางแผนว่าจะไปกิน จะเป็น K Village, J Avenue, Festival Walk, Crystal Design Center, Rainhill และอื่นๆ อีก มาก (จริงๆ) แหล่งช็อปเหล่านี้แตกต่างจากห้าง รูปแบบเดิมๆ ที่เป็นตึกสูงแนวตั้งที่มีการแบ่งเป็น แผนกตามชั้นต่างๆ ต้องใส่ใจกับการวางผังบันได เลื่อนเพื่อเหตุผลที่มากกว่าความสะดวก โดยมีการ ผันรูปแบบของห้างมาเป็นการช็อปแนวราบ มีพื้นที่ โล่งให้อากาศถ่ายเท ให้ความใส่ใจกับการออกแบบ landscape ซึ่งแนวโน้มการเพิ่มจำนวนของ Community Mall นั้นมีจำนวนมากขึ้นทุกวันและคาดว่า จะไม่หยุดง่ายๆ ในอีก 5 ปีข้างหน้า เรามักจะวิจารณ์กันเองเกี่ยวความเป็นไทยของ เราว่า “เอะอะก็ไปเที่ยวห้าง” ทำไมไม่ไปสูดอากาศ กันที่สวนสาธารณะ เราต้องยอมรับว่าคนไทยเอง ไม่ได้มีธรรมชาติที่ชอบทำอะไรนิ่งๆ เป็นทุนเดิม การจะไปนั่งๆ นอนๆ ตามปาร์คนั้นไม่น่าจะใช่

OPEN SCOOP Department store,

death or reborn?

14

การซื้อมักเกิดขึ้นแบบฉับพลัน จึงต้องออกแบบให้ สะดุดตา ส่วนแมคโดนัลด์ลูกค้ามักมองว่าเป็นร้าน ขาย “ของกินเล่น” มากกว่าอาหารมื้อสำคัญและ เป็นที่นัดพบปะของเพื่อนก่อนออกไปทำกิจกรรม อย่างอื่น การออกแบบตั้งแต่ความสูงของโต๊ะต้อง พอเหมาะ ลักษณะการจัดวางเก้าอี้ต้องสามารถ เคลือ่ นย้ายได้ ความหนาของกระจก พืน้ ผิวของผนัง หรือแม้กระทั่งการดีไซน์แสงในร้านต่างก็เป็นส่วน สำคัญที่ช่วยให้ร้านค้าดูน่าสนใจ กว่า 48 ปีที่ผ่านมาเมืองช็อปปิ้งอย่างกรุงเทพฯ มีห้างหลากหลายแบบ วิวัฒนาการของห้างเปลี่ยน แปลงไปตามยุคสมัยเพื่อตอบสนองวัฒนธรรมการ บริโภคของชาวไทย หรือเพียงแค่ตอบสนองเหตุผล ทางธุรกิจของนักลงทุนนั้นอาจจะเป็นสิ่งที่ยังไม่ ชัดเจน หลายห้างเกิดและดับในเวลาไม่นาน หรือ มีการสร้างใหม่ ปรับโครงสร้างของสิ่งก่อสร้างบน พื้นที่เดิมแล้วมีการปรับเปลี่ยนชื่อ กระแสของ Community Mall เกิดขึ้นมาเพื่อลบล้างห้าง หลายชั้นติดแอร์ หรือเป็นเพียงแค่สายพันธุ์ใหม่ของ สถานทีช่ อ็ ปปิง้ คงยังไม่มใี ครตอบได้ ดูอย่างนิวเวิลด์ ที่เคยโด่งดัง พัง เสื่อมโทรม จนปัจจุบันกลับกลาย เป็นบ่อเลี้ยงปลาหลากหลายพันธุ์ มีอาหารปลาขาย ให้คนมาเลี้ยงอย่างสนุกสนาน ได้แต่ลุ้นและหวังว่า ถ้าตึกถล่มเมื่อไหร่ทั้งคนทั้งปลาก็หนีให้ทันตัวใคร ตัวมันก็แล้วกัน (อ้าว) แต่ที่แน่ๆ ตราบใดที่โลกยัง ต้องหมุนอยู่เรื่องของธุรกิจก็ตายไม่ได้ หรือบางที สิ่งที่สำคัญที่สุดอาจเป็นแค่เรื่องของ “ฮวงจุ้ย” ก็เป็นไปได้เนอะ...

newly opened community mall “Asiatique” provided us with refreshing river views with a chilling breeze and in a historic location, home decor, competition stage, cabaret show, or Joe Louise’s puppet show. On top of that, the space in the front of the Chao Praya River seems to attract both domestic and foreign shoppers. One of the key elements to a successful retail business is revealed by Mr. Ekarin Siripanporn from ES retail & interior design studio, who states that designers needs to envisage what customers are looking for in the shop. For example, people come to Mcdonald’s because they think it’s a snack shop so the interior should be designed to suit their needs such as considering the height of the table, whether the chairs are fixed or movable, how thick the glass panels are, or how bright the light is. Shopping malls have been in Thai culture for over 48 years now, and their continual evolution over this time has been obvious. A question pops up as to whether the traditional malls will die and if community malls are just a new species of shopping hub? No one knows. With hindsight, once popular department stores such as New World which were corrupted had now become a place where people go to feed several kinds of fish under the ruins. The commercial cycle will never die so long we live in the real world. The key design element which helps the shopping business grow is most likely the “Feng Shui”.

---------------------------------------------Visiting shopping malls has been considered a scale to measure how trendy someone is since 1964 when Thai people discovered the escalator as a new innovation at Thai Daimaru, a Japanese chain store, or using a glass lift at New World department store which later collapsed as a result of being built without consent or correct architectural structure. More recent shopping malls such as Central World or Siam Paragon seem to conform to the standard format of modern mall design these days. The sprouting of Community Malls such as K Village, J Avenue,Festival Walk, Crystal Design Center, or Rainhill have taken over empty land in Bangkok. This type of mall is different from traditional malls in that they are horizontally spread in the area rather than vertically with many levels. People often criticize themselves and others for spending free time visiting shopping malls, and that people should spend more time in the park instead. The problem is that the heat doesn’t allow us to relax in such a way until recently, when a 15


DESIGN TIPS Design that rescues the nation :

Street Stalls ดีไซน์กู้ชาติ : ร้านค้าริมทาง

5. Jun Sekino : Key Fixing store that is made of industrial material such as veneer and C shaped iron.

7. Interior Vision Studio : Fish stomach soup shop that is easy to fold and move with the concept of origami.

6. Sawinee Buranasilapin : Bookstore that is made of foldable vinyl sheets.

8. IA 49 : Proposing a new concept of selling noodle in a DIY way by hanging ingredient on the wall.

Story : อ.ถวัลย์ วงษ์สวรรค์ Tawan Wongsawan Photography : เกตน์สิรี วงศ์วาร Ketsiree Wongwan

นก หนู งูเห่า เป็ดพะโล้ ไม้กนั หนู ปลาทู ปลาสลิด ฯลฯ คุณเคยซื้อสินค้าเหล่านี้จากร้านค้าริมทาง บ้างมัย้ ? ผมเชือ่ ว่าเพิงร้านค้าเหล่านีเ้ ป็นภาพคุน้ ชิน และเคยผ่านตาชาวไทยทุกคนมาไม่มากก็น้อย มัน เป็นเหมือนปรากฏการณ์คู่ขนานตอนขับรถผ่าน จังหวัดหนึ่งไปสู่อีกจังหวัดหนึ่ง เป็นเหมือน นิทรรศการชั่วคราว (บางวันขาย-บางวันไม่ขาย) หรือกึ่งถาวรของกลุ่มชาวบ้านที่ใช้พื้นที่ริมถนนเพื่อ สร้างรายได้ ระบายสินค้าชุมชน ถ่ายทอดภูมิปัญญา หรือแบ่งปันนวัตกรรมพื้นบ้าน ให้กับคนผ่านไป ผ่านมาได้มีโอกาสซื้อหาไปใช้กัน แต่ทำไมสินค้าและหน้าตาแต่ละร้านต้อง เหมือนกัน แล้วจะจำได้เหรอว่าร้านไหนเป็น ร้านไหน? คงเป็นชุดคำถามถัดมาที่หลายคนคง เคยขบคิด จริงๆ ก็พอเข้าใจได้วา่ เป็นการนำ “ของดี” แต่ละย่านมาให้เลือกชมเลือกชิม แต่พอเหมือนกัน ไปหมดก็ไม่รู้จะเลือกซื้อร้านไหน ซึ่งปรากฏการณ์ ดังกล่าวลามไปถึงร้านค้าริมทางในอีกหลากหลาย ประเภท เช่น เราไม่อาจแยกแยะร้านซ่อมกุญแจ ร้านขายพวงมาลัย ร้านน้ำพริก ร้านส้มตำฯ เพราะ ทุกร้านมีหน้าตาเหมือนกันไปหมด แล้วถ้าดีไซน์เนอร์มาออกแบบร้านค้าริมทาง เหล่านี้ หน้าตาจะเป็นยังไง? คำถามที่ดูเหมือน จะเป็นไปไม่ได้ เพราะ ป้าๆ น้าๆ ลุงๆ จะมีสตางค์ มาจ้างนักออกแบบได้อย่างไร ถูกทลายด้วยโครงการ TIDA TEN+ นำโดยคุณสมชาย จงแสง อุปนายก ฝ่ายวิชาชีพ สมาคมมัณฑนากรแห่งประเทศไทย (TIDA) ซึ่งชักชวนนักออกแบบรุ่นใหม่ไฟแรงมาร่วม หาคำตอบของร้านค้าริมทางรูปแบบใหม่ที่ไม่เคย ถูกออกแบบมาก่อนจำนวน 11 ร้านค้า ได้แก่ ร้านซ่อมกุญแจ ร้านขายพวงมาลัย ร้านก๋วยเตี๋ยว 16

ร้านส้มตำ ร้านกระเพาะปลา ร้านน้ำพริก ร้านข้าวสาร ร้านตัดผม ร้านซ่อมอุปกรณ์ไฟฟ้า ร้านหนังสือ และ ร้านตัดเสื้อ การตีความมันๆ ผ่านมุมมองสนุกๆ โดยใช้วัสดุ บ้านๆ ในงบประมาณทีป่ วดใจนักออกแบบ ( 40,000 บาทต่อร้าน) ซึ่งสมาคมมัณฑนากรฯ คิดว่าเป็น จุดเริ่มต้นที่เหมาะสมของเงินลงทุนในธุรกิจ SME ใครจะคิดว่า ปิตุพงษ์ เชาวกุล แห่งซุปเปอร์แมชชีน สตูดิโอ จะออกแบบ “ร้านขายพวงมาลัย” โดยนำ แนวคิดจากแอร์โฮสเตสสาวที่ลากกระเป๋ามาเป็น แรงบันดาลใจทำรถขายพวงมาลัยพับได้ ลากได้ โชว์ พวงมาลัยเหมือนรถขายปลาหมึกย่าง เล็กอยู่ล่าง ใหญ่อยู่บน เช่นเดียวกับ “ร้านส้มตำ” ที่ออกแบบ โดย PIA และ Hypothesis นำความบ้านๆ ผสม กับการกินแบบด่วนๆ ของฟาสต์ฟู้ดกลายเป็นรถ ขายส้มตำ “แดกด่วน” ดูเหมือนคำว่า “บ้านๆ” เมื่อผ่านการตีความ จากดีไซน์เนอร์จะสร้างผลลัพท์ที่น่าสนใจได้ไม่น้อย ไม่วา่ จะเป็น “ร้านน้ำพริก” ทีอ่ อกแบบโดย คุณกรกฏ คุณาลังการ แห่ง ดีไซน์ 103 ทีน่ ำผ้าขาวม้ามาสร้าง Branding จาก packaging ไปจนถึงการตกแต่ง ร้าน เช่นเดียวกับ “ร้านขายข้าวสาร” จาก Orbit ที่นำลักษณะของนาขั้นบันไดมาจัดเป็นดิสเพลย์บาร์ ข้าวได้อย่างน่าสนใจ การมองกลับไปตั้งต้นที่ตัววัสดุแล้วตั้งคำถามว่า วัสดุธรรมดาเหล่านี้ทำอะไรได้บ้าง? ก็เป็นอีกวิธี การหนึ่งที่น่าสนใจ “ร้านซ่อมกุญแจ” โดย จูน เซคิโน นำวัสดุอุตสาหกรรมอย่าง ไม้อัดแฝก โครง เหล็กตัวซี และตะแกรงเหล็กฉีกมาสร้างเป็นร้าน เรียบเท่ หรือ “ร้านหนังสือ” ที่ออกแบบโดยศาวินี บูรณศิลปิน กับการใช้ผา้ ใบทีน่ ำมาเย็บเป็นชัน้ หนังสือ

1. Pitupong Chaowakul (Super Machine Studio) : Turning flower garlands stall into foldable trolley

2. PIA and Hypothesis Studio : Creating ordinary Somtum trolley into chic fast food trolley.

3. Korakot Kunalangkarm (Design 103 Studio) : Decorating Chilli paste shop with traditional chess pattern showering robe.

ความเป็นเพศหญิงหรือ feminine มาใช้ในการ ตกแต่ง เช่นเดียวกับ “ร้านตัดเสือ้ ” ทีน่ ำแรงบันดาล ใจจากตู้เสื้อผ้าคุณแม่ของ The Beaumont Partnership ก็สร้างความน่าสนใจได้ดีไม่แพ้กัน ความจริงหากมอง “ร้านค้าริมทาง” ในมุมมอง ที่ยั่งยืนจะพบว่าร้านค้าบ้านๆ เหล่านี้ล้วนแล้วแต่มี ศักยภาพในการพัฒนาด้วยกันทั้งสิ้น ซึ่งหากเพิ่ม 4. Orbit Studio : Bring out the rice terrace concept เอกลักษณ์ หรือมีการจัดรวมกลุ่มที่น่าสนใจ ร้านค้า to create rice display. ริมทางข้างถนน ก็อาจกลายเป็น Community Mall ในวิถีบ้านๆ ที่มีศักยภาพในการค้าขายได้อย่าง สามารถกางและพับเก็บได้ในเวลาอันสั้น เช่นเดียว ยัง่ ยืน เทียบเคียง “Palio” ทีเ่ ราต้องแวะซือ้ ของหรือ กับ “ร้านกระเพาะปลาริมทาง” ที่ออกแบบโดย ถ่ายรูปอัพลงเฟซบุ๊คขณะขับรถกลับจากเขาใหญ่ Interior Vision นำการพับกระดาษ (Origami) มา หรือ “เพลินวาน” ที่ยังดักนักท่องเที่ยวจากหัวหิน สร้างเป็นแนวคิดในการออกแบบร้านริมทางที่พับ กลับสู่กรุงเทพฯ ได้เป็นจำนวนมาก แล้วทำไมกลุ่ม เก็บและขนย้ายได้อย่างรวดเร็ว ร้านค้าริมทางของเราจะสู้เค้าบ้างไม่ได้ ผมเชื่อว่า การสร้างโปรแกรมใหม่ให้กับร้านค้า ก็เป็นแนว “ดีไซน์กู้ชาติ” ได้ คิดหนึ่งที่ถูกนำมาต่อยอด อาทิ “ร้านก๋วยเตี๋ยว” ---------------------------------------------ออกแบบโดย IA49 มองพฤติกรรมการบริโภคที่ แตกต่างออกไป แต่ละคนสามารถเลือกส่วนประกอบ Street Stalls are definitely something Thai people are familiar with, and they are what ของเส้น ลูกชิ้น ผักเครื่องเคียงที่แตกต่างกันตาม many locals in each province create income from and use to transfer their wisdom or ความชอบ โดยส่วนประกอบต่างๆ เหล่านี้อยู่ใน packaging ที่แขวนไว้บนผนังสามารถเลือกหยิบได้ share local innovation to anyone passing by to purchase. However, many people raise ตามชอบใจ “ร้านซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า” ที่มักจะมี questions about why all the shops look สินค้าวางกองไว้มากมายถูกจัดระเบียบอยู่บนถาด identical. So how each shop can be distinct ซึ่งผู้ใช้งานสามารถเลือกซ่อมของแต่ละชิ้นได้อย่าง from others? What if the leading designers in Thailand offer their help to these locals in อิสระ ก็เป็นวิธีการมองอีกแบบที่น่าสนใจของ the makeover project called “TIDA TEN+ led อรพรรณ สาระศาลิน เชฟเฟอร์ การสร้างแรงดึงดูด by Mr. Somchai Chongsang, let see how 11 types of street stalls transform with a budget กับกลุ่มเป้าหมายหลัก อย่าง “ร้านตัดผม” ที่ of under 40,000 Baht/shop. ออกแบบโดยกลุ่มสถาปนิกสาว if-it-is นำเสนอ

9. Orapan Sarasalin : Electronic Store that allows buyers to choose freely from the trays.

10. If-It-Is : Barber shop that is decorated with feminine concept.

11. The Beaumont Partnership : Tailor shop that is inspired from mummy’s wardrobe.

17


K village Open-Air Lifestyle Mall

COVER STORY

First time, happINESS

under the same roof

0XOFSǰ ǰǰǰǰǰïøĉþĆìǰÙèćîĆîêŤǰÝĞćÖĆé "SDIJUFDUǰǰǰ5IFǰ0GųǰDFǰPGǰ#BOHLPLǰ"SDIJUFDUTǰ$P ǰ-UEǰ 0#"

Story : ณัชชา นันทกาญจน์ Natcha Nantakarn Photography : พฤกษ์ เดชกำแหง Pruk Dejkamhaeng

This photograph by Mega Bangna

%FUBJMǰǰ4JHOBUVSFǰ×ĂÜ ēÙøÜÖćøđÖĉéÝćÖÖćøïĉéǰ 7PMVNFǰĒúąǰ3FQSFTFOUǰ ēé÷ÖćøĔßšđĀúĘÖǰ)#FBNǰ ðøąÖïéšü÷ĕöš

Design Concept: ýĎî÷ŤÖćøÙšćìĊęêĂïÿîĂÜÙüćöêšĂÜÖćø×ĂÜßčößîĔîïøĉđüè øĂïǰėǰǰēé÷öĊøĎðĒïïĔĀöŠǰìĊęÿøšćÜïøø÷ćÖćýñŠĂîÙúć÷ÿćöćøëÿĆöñĆÿÖĆïĂćÖćý íøøößćêĉǰēé÷ÖćøÝĆéñĆÜĂćÙćøĔĀšöĊúĆÖþèąđðŨîǰ0QFO"JSǰöĊǰ$PVSUǰÖĉÝÖøøö êøÜÖúćÜĒúąúšĂöøĂïéšü÷øšćîÙšć $PODFQUVBMǰ .BUFSJBMǰ ǰ ǰ üĆÿéčêŠćÜėǰ ìĊęđúČĂÖĔßšÿŠüîĔĀâŠđðŨîüĆÿéčìĊęìîìćîǰ øćÙćĕöŠÿĎÜĒúąÿćöćøëĀćĕéšìĆęüĕðǰ đóČęĂÙüćöÿąéüÖǰ øüéđøĘüĔîÖćøÖŠĂÿøšćÜǰ ĒúąÜŠć÷êŠĂÖćøïĞćøčÜøĆÖþćĒúąđúČĂÖĔßšüĆÿéčóĉđýþĔîÿŠüîìĊęêšĂÜÖćøđîšîõćó úĆÖþèŤǰĒúąÿøšćÜđĂÖúĆÖþèĔĀšēÙøÜÖćø $POTUSVDUJPOǰ .BOBHFNFOUǰ ǰ ĔîÖćøÙüïÙčöÜćîÖŠĂÿøšćÜ×ĂÜēÙøÜÖćø ×îćéĔĀâŠÝĞćđðŨîêšĂÜöĊĀúć÷ĂÜÙŤðøąÖĂïîĞćöćóĉÝćøèćǰ đߊîǰ Üïðøąöćèǰ ÙüøÝąÙüïÙčöĔĀšĕéšêćöìĊęÖĞćĀîéĕüšǰ ēé÷÷ĆÜÙÜõćóøüö×ĂÜĂćÙćøìĊęêšĂÜÖćø ĕéšǰ øüöĕðëċÜđøČęĂÜøą÷ąđüúćĔîÖćøÖŠĂÿøšćÜǰ ĂćÝÝąĔßšđüúćÖŠĂÿøšćÜîšĂ÷úÜĕéšǰ

)#FBN

ĀćÖöĊđìÙîĉÙĀøČĂøć÷úąđĂĊ÷éĔîĒïïìĊęĕéšóĆçîćǰ ĔĀšÜŠć÷êŠĂÖćøÖŠĂÿøšćÜĂ÷ŠćÜ đðŨîøąïïǰ àċęÜÖćøđúČĂÖĔßšüĆÿéčĂ÷ŠćÜđĀúĘÖēÙøÜÿøšćÜøĎðóøøèøĊéøšĂîĔîïćÜÝčé ÿćöćøëêĂïēÝì÷ŤđøČęĂÜéĆÜÖúŠćüĕéšǰĂĊÖìĆĚÜ÷ĆÜöĊךĂéĊĔîđøČęĂÜÙüćöÿü÷ÜćöǰĕöŠĔĀ⊠đìĂąìąǰìĞćÜćîĕéšøüéđøĘüĒúąĕöŠÿĉĚîđðúČĂÜĕöšĒïïǰ4JUFǰÜćîÿąĂćéĕöŠđúĂąđìĂąǰ Ēúą÷ĆÜêĂïēÝì÷ŤēÙøÜÿøšćÜߊüÜÖüšćÜ×ĂÜĂćÙćøìĊęĕöŠêšĂÜÖćøöĊđÿćÖúćÜóČĚîìĊę 4UFFMǰ4USVDUVSFǰ%FUBJMǰǰĔîēÙøÜÖćøǰ,ǰ7JMMBHFǰđøćđúČĂÖĔßšđĀúĘÖēÙøÜ ÿøšćÜøĎðóøøèøĊéøšĂîǰïøĉđüèéšćîĀîšćēÙøÜÖćøǰēé÷øĎðìøÜ×ĂÜēÙøÜÿøšćÜđÖĉé ÝćÖÖćøïĉéǰ 7PMVNFǰ Ēúąǰ 3FQSFTFOUǰ éšü÷ÖćøĔßšēÙøÜđĀúĘÖðøąÖïéšü÷ĕöš đøĊ÷Ü×îćîĕðêćöéšćîךćÜĂćÙćøǰ îĂÖÝćÖîĊĚ÷ĆÜĔßšĔîÿŠüîēÙøÜĀúĆÜÙćÿŠüîàčð đðĂøŤöćøŤđÖêǰĒúąǰìćÜđéĉîĀîšćàčðđðĂøŤöćøŤđÖê

SIAM YAMATO STEEL CO.,LTD. (SYS) Tel : 0-2586-7777 e-mail : sys@syssteel.com XXXTZTTUFFMDPNǰǰǰǰǰǰǰǰǰǰǰǰǰǰǰ XXXTZTTUFFMDPNǰǰǰǰǰǰǰǰǰǰǰǰǰǰǰwww.facebook.com/sysfanpage

Steel you can trust

เมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมานี้ มีการเปิดตัว ของช็อปปิ้งมอลล์ขนาดใหญ่บนถนนบางนา-ตราด ซึ่งเป็นเมกะมอลล์แนวราบแห่งแรกในเมืองไทย บนพื้นที่ขนาด 400,000 ตร.ม. ในคอนเซ็ปต์ “ศูนย์การค้าเพือ่ ครอบครัว รวมความสุขของ ทุกคน ไว้ภายใต้หลังคาเดียวกัน”

กับการปลุกกระแสให้ทำเลแถวนั้นตื่นตัว เกิด โครงการจัดสรรทีด่ นิ และโครงการทีพ่ กั อาศัยตามมา เป็นย่านโดยรอบโครงการอีกมากมาย และเมื่อ โครงการ เมกะ บางนา พัฒนามาแล้วเสร็จในปี 2555 ทำให้เราได้พบกับเมกะ มอลล์แนวราบแห่ง แรกในเมืองไทย ด้วยความสูงเพียง 2 ชัน้ กับทางเดิน ทีย่ าวเกือบ 2 กิโลเมตรโดยรอบ ซึ่งจะทำให้เรา ครั้งแรกกับ เมกะ บางนา สามารถเดินเข้าถึงร้านค้ากว่า 800 ร้านได้อย่างทัว่ ถึง เริ่มต้นกับการเฝ้าดู ต้องย้อนกลับไปในปี 2554 ทางด้านหน้าของโครงการจะพบกับทางเดิน Canal มีโครงการก่อสร้างพัฒนาพื้นที่ขนาดใหญ่มากบน walk ที่มีร้านอาหารหลากหลายแนวให้เลือกนั่งกิน ถนนบางนา-ตราด ระหว่างทางมุ่งหน้าไปชลบุรี นั่งดื่มตลอดทางเดิน นอกจากนีย้ งั มีหา้ งสรรพสินค้า บริเวณแยกตัดถนนวงแหวนกาญจนาภิเษก เป็น อย่างโรบินสันในบรรยากาศของการตกแต่งแนว ทีน่ า่ ประหลาดใจว่าบริเวณทีเ่ ป็นทางขับรถผ่านไม่ใช่ Urban Modern เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แบบ ย่านการค้าที่จะมีโครงการขนาดใหญ่เกิดขึ้น ซึ่ง คนเมืองบนพื้นที่ช็อปปิ้ง 3 ชั้น รวมกว่า 15,000 ต่อมา ก็เกิดกระแสห้างเฟอร์นิเจอร์ผุดขึ้นบนถนน ตร.ม. หรือจะเลือกช็อปแบบแนวไทยๆ ก็ยังมีห้าง บางนา-ตราด อย่าง Index Living Mall, SB บิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า เพื่อการช็อปสินค้าคุณภาพในราคา Furniture Center และในปลายปีเดียวกันนั้นก็มี ที่มั่นใจ หรือศูนย์รวมสินค้าและของแต่งบ้านพร้อม การเปิดตัวครั้งแรกในเมืองไทยกับห้างเฟอร์นิเจอร์ บริการแบบครบวงจรของคนไทยอย่าง Home Pro และของตกแต่งบ้านแบรนด์ดังระดับโลกอย่าง ให้ได้เลือกช็อป และร้านค้าแนวอืน่ ๆ อีกหลากหลาย IKEA ที่เปลี่ยนกระแสของการช็อปปิ้งเฟอร์นิเจอร์ แต่สุดล้ำกับพื้นที่แนวไลฟ์สไตล์ในเครือเมเจอร์ ในเมืองไทยไปจนเสียกระบวนกลยุทธ์กันเลย พร้อม ที่ให้เราได้ใช้เวลาทำกิจกรรมต่างๆ อาทิเช่น เมกา

ซีนเี พล็กซ์ ซึง่ เป็นสุดยอดโรงภาพยนต์ระบบดิจติ อล 15 โรง กว่า 3,500 ทีน่ ง่ั พร้อมกับบลูโอ ริธมึ แอนด์ โบว์ลง่ิ ที่ให้คุณได้ร้องคาราโอเกะและเล่นโบว์ลิ่ง ไปด้วยกัน หรือซับ ซีโร่ ไอซ์สเก็ตระดับเวิล์ดคลาส ขนาดใหญ่ พืน้ ทีก่ ว่า 1,000 ตร.ม. และยังมีศนู ย์ ออกกำลังกายของ Fitness First คอยให้บริการ อีกด้วย ความใหญ่ของพื้นที่และความหลากหลาย ของกิจกรรมทำให้ เมกะ บางนา เป็นห้างทีต่ อบโจทย์ และสามารถให้คุณได้ใช้เวลาเดินช็อปปิ้งและเลือก ทำกิจกรรมร่วมกันได้ทั้งครอบครัวในคราวเดียวกัน ครั้งแรกกับ โครงการเมกะ บางนา คุณรณชัย เลีย่ วไพโรจน์ Senior Associate จาก HASSELL Studio ได้เปิดโอกาสให้เราได้รับรู้ใน การทำงานโครงการขนาดใหญ่แห่งนี้ ซึง่ เป็นครัง้ แรก ที่ HASSELL เองได้ทำโครงการเมกะ คอมเพล็กซ์ พื้นที่ใหญ่ขนาดนี้ ความน่าสนใจอยู่ที่การทำ โครงการให้แล้วเสร็จและประสบความสำเร็จในเวลา ที่จำกัด เพราะโครงการนี้แต่แรกเริ่มนั้นไม่ได้เริ่ม การออกแบบจาก HASSELL เกิดจากทางเจ้าของ โครงการได้มีความคิดในการสร้างสถานที่ช็อปปิ้ง 19


ขนาดใหญ่ขึ้นมาแห่งหนึ่ง จึงเริ่มจากการไปศึกษา แนวความคิดห้างสรรพสินค้าในต่างประเทศแถบ อเมริกาและรัสเซีย ได้พบเห็นห้างช็อปปิ้งมอลล์ใน แนวราบที่มีความสูงเพียงไม่กี่ชั้น ซึ่งพบว่ามีข้อดี คือ คนทีม่ าช็อปปิง้ ในห้างจะสามารถมองเห็นร้านค้า แต่ละร้านได้เกือบทุกร้าน ทำให้ไม่ค่อยมีจุดอับ แตกต่างจากห้างในแนวตั้งที่พื้นที่ร้านค้าชั้นบน มักจะขายไม่ค่อยออกเพราะคนเดินขึ้นไปไม่ถึงและ จะมีทางเดินที่เป็น Dead end อยู่มาก เจ้าของ โครงการจึงได้ว่าจ้างสถาปนิกชาวอเมริกันที่เป็น ผู้เชี่ยวชาญในการออกแบบโครงการ Mega Shopping Mall ให้ออกแบบโครงการนี้ ซึ่งก็ได้ เริ่มวางแนวความคิดในการออกแบบ การวางผัง การวางแนว Circulation สัดส่วนพืน้ ทีใ่ ช้สอยต่างๆ จนกระทั่งแบบเริ่มนิ่งและเข้าสู่ขั้นตอนในการพัฒนา แบบ ซึ่งตอนนี้เองที่ทาง HASSELL ได้มีโอกาส เข้ามาร่วมในการพัฒนาแบบเพื่อขออนุญาตและ แบบก่อสร้างในช่วงปลายปี 2010 ช่วงเวลาเพียง 18 เดือนกับการพัฒนาแบบ ทั้งในแง่ของเรื่อง กฎหมายอาคารและเรื่องของวัสดุอาคาร การทำให้ โครงการนีแ้ ล้วเสร็จโดยตอบสนองตามแนวความคิด ในการออกแบบของทางเมืองนอกให้ได้มากที่สุด ถือเป็นช่วงเวลาที่ท้าทายอย่างมาก เวลาในการ พัฒนาแบบเพียง 3-4 เดือน และช่วงเวลาในการ ก่อสร้างในปี 2011 ที่ต้องแล้วเสร็จให้ทันกับการ เปิดตัวในเดือนพฤษภาคมในปี 2012 นั้น มีทั้ง ความสนุก ท้าทาย และความกดดันให้กับทีมงาน ของ HASSELL ตลอด เนื่องจากเจ้าของโครงการ SF Development ซึ่งเป็นบริษัทที่เกิดจากการ ถือหุน้ ร่วมกันระหว่าง SIAM FUTURE และ IKANO ซึ่งเป็นเจ้าของห้าง IKEA ต้องการให้มาตรฐานใน โครงการทั้งหมดเป็นมาตรฐานในระดับสากล ทั้ง เรื่องงานระบบและการบริหารพื้นที่โครงการ ซึ่ง ต้องยอมรับว่าคงไม่ง่ายสำหรับนักออกแบบทั่วไป ที่จะรับมือกับการทำงานที่มีเวลาจำกัดและมี ข้อกำหนดตามมาตรฐานสากล อีกทั้งงบประมาณ ที่จะต้องจำกัดแต่ต้องตอบสนองแนวความคิดใน งานออกแบบที่มาจากทางเมืองนอกได้อย่างดีด้วย แต่ทาง HASSELL ก็พยายามตอบโจทย์ในงาน ออกแบบตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุที่ไม่ต้องนำเข้าจาก ต่างประเทศมาใช้ เพือ่ ช่วยประหยัดงบในการก่อสร้าง ถึงแม้เป็นวัสดุที่เรียบง่าย ธรรมดาไม่ได้หวือหวา แต่สามารถตอบโจทย์ในการใช้งานที่ดูสวยงามและ ราคาไม่แพงได้ เพราะด้วยพื้นที่ขนาดใหญ่ที่พื้นที่ดู อลังการอยูแ่ ล้ว การเลือกวัสดุทต่ี ดิ ดินแต่ได้อารมณ์ ก็สามารถสร้างบรรยากาศให้คนที่มาช็อปปิ้งรู้สึก ประทับใจได้ จริงๆ แล้วการออกแบบพืน้ ทีโ่ ครงการ 20

21


ขนาดใหญ่ขนาดนี้ ความสำคัญ คือ การออกแบบให้ เกิดการใช้พน้ื ทีใ่ ช้สอยทีค่ มุ้ ค่า พืน้ ทีข่ ายทีม่ ศี กั ยภาพ คนสามารถเดินเข้าถึงร้านค้าได้ง่าย เชิญชวนคนที่ มาช็อปปิ้งในห้างให้มองเห็นร้านค้าแต่ละร้านได้ ไม่มีจุดอับ ซึ่งทาง Marketing จะเน้นตรงนี้มาก การสร้างพืน้ ทีจ่ ดุ ขายอย่าง Canal walk หรือมีโซน พลาซ่าเป็นลานกิจกรรมภายนอกอาคาร เพือ่ การจัด กิจกรรมต่างๆ รวมถึงทางเดินที่เป็นแบบวงรีโดย รอบอาคารซึ่งทำให้ได้พื้นที่หลายโซน และเข้าถึง พื้นที่ร้านค้าได้ทั่วถึง จึงเป็นเรื่องที่สำคัญที่คำนึงถึง มากกว่าความสวยงามของอาคารเพียงอย่างเดียว มาตรฐานสำคัญที่ต้องคำนึงถึง คือเรื่องของงาน ระบบ ซึ่งทางเจ้าของโครงการขอมาว่าต้องเป็น ระดับมาตรฐานสากล ดังนั้นระบบความปลอดภัย ภายในอาคารจึงเยอะกว่าข้อบังคับกฎหมายอาคาร ในเมืองไทย ทาง HASSELL เองก็ต้องปรับระดับ ความเหมาะสมในเรื่องนี้กับการวางผังอาคารให้ได้ อย่างลงตัว เช่น เรื่องของทางหนีไฟในพื้นที่ห้าง แนวราบที่มีขนาดใหญ่มาก ที่มีทางเดินแบบ Double corridor รูปวงรีรอบพื้นที่ร้านค้าที่อยู่เรียงราย 22

ต่อกัน ทำให้มีปัญหากับการวางผังของบันไดหนีไฟ ให้อยู่ในระยะที่กฎหมายกำหนด ต้องห่างกันไม่เกิน 60 เมตรโดยรอบ จึงให้มีการออกแบบทางเดิน หนีไฟเกิดขึ้น ระหว่างด้านหลังร้านค้าซึ่งเป็นพื้นที่ Service circulation โดยทางเดินต้องอัดอากาศ Air pressurized เช่นเดียวกันกับในช่องบันได หนีไฟ เพื่อแก้ปัญหาเรื่องของบันไดหนีไฟที่มีการ วางเกินกว่าระยะ 60 เมตร หรือแม้แต่เรื่องของ ระบบหัวฉีดน้ำดับเพลิงภายในอาคาร Springer นั้นก็ถูกออกแบบมาเป็น แบบ Double layer เพื่อ ความปลอดภัยของผู้ใช้สอยอาคารอย่างมาก นอก จากระบบ Springer ตามข้อกำหนดทางกฎหมาย อาคารสาธารณะแล้ว หากเกิดไฟไหม้ที่มีสาเหตุจาก ท่องานระบบต่างๆ ที่อยู่ในระดับเหนือฝ้าขึ้นไปแล้ว ก็จะมีระบบ Springer รองรับอีกชั้นหนึ่งทันที เพื่อ ป้องกันการลุกลามของเปลวเพลิง ซึ่งถือว่าทาง เจ้าของโครงการยอมที่จะสนับสนุนงบประมาณเพื่อ ความปลอดภัยอย่างสูงของผู้ใช้สอยในโครงการ เมกะ ช็อปปิ้ง มอลล์แห่งนี้ ไม่ว่ากฎหมายอาคาร และข้อกำหนดในเรื่องต่างๆ ที่ต้องมาปรับให้ได้

ความลงตัวในการใช้งานจริง ไปจนกระทั่งการ ออกแบบมาตรฐานสุขอนามัยห้องน้ำและสิ่งอำนวย ความสะดวกต่างๆ ตัง้ แต่การจราจรของยานพาหนะ ไปจนพื้นที่จอดรถ ทาง HASSELL เองจำเป็นต้อง มีผู้ชำนาญการมาช่วยให้คำแนะนำเพราะโครงการ ขนาดใหญ่เช่นนี้ ต้องใช้ทีมงานและองค์ความรู้มา ประกอบมากมาย เพื่อตอบสนองการใช้สอยพื้นที่ ภายในอาคาร ให้ช็อปปิ้งกันได้อย่างสบายใจ ซึ่ง สิง่ เล็กๆ น้อยๆ ในการออกแบบเหล่านี้ HASSELL เองเชื่อว่าได้ทำให้เกิดการเรียนรู้ เป็นประสบการณ์ ครั้งหนึ่งที่ดีและนำมาซึ่งความชำนาญการในการ ออกแบบเมกะ ช็อปปิ้ง มอลล์ต่อไป เราเองก็ คาดหวังว่าโครงการเมกะ ช็อปปิ้ง คอมเพล็กซ์ โครงการต่อไป คงถึงคราวของสถาปนิกไทยได้ แสดงฝีมือกันบ้าง อย่างน้อยก็เพื่ออนาคตในระดับ อาเซียนในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ ครั้งแรกกับช็อปปิ้งที่ เมกะ บางนา ถ้าพูดถึงครั้งแรกก็คงต้องกับ IKEA ห้าง เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านแบรนด์ดังระดับ

โลก วันแรกและครัง้ แรกทีเ่ ปิดตัวในปี 2011 เราเฝ้า รอกับการเป็นผู้เยี่ยมชมที่ดีเนื่องจากกระแสการเห่อ ของคนไทยมีมากเหลือเกิน การจราจรก็ติดขัดมาก ส่วนมุมอาหารและคาเฟ่ก็เต็มไปด้วยคิวยาวเหยียด ที่รอจ่ายเงิน แต่ก็เป็นที่น่าดีใจที่ในที่สุดห้างนี้ได้เข้า มาเมืองไทยเพื่อให้เราได้เลือกช็อปของแต่งบ้านกัน เสียที การช็อปปิ้งแบบ IKEA กระแสการ Do It Yourself หรือการซื้อสินค้ามาประกอบเอง การ บริการตัวเอง การประหยัดทรัพยากรโดยการนำถุง เดิมมาใส่ของ ทำให้ราคาสินค้าบางอย่างถูกกว่าห้าง ในรูปแบบเดียวกันที่อื่นๆ อยู่มาก จำได้ว่าไม่กี่ สัปดาห์กเ็ กิดกระแสปรับการช็อปปิง้ แนวใหม่เกิดขึ้น ในห้างเฟอร์นเิ จอร์อน่ื ๆ และราคาทีป่ รับลดลง มีการ แข่งขันกันมากขึ้นตามมา แต่ที่แน่ๆ สิ่งที่ประทับใจ สำหรับการบริการเมื่อคุณเป็น IKEA FAMILY นอก จากราคาที่ถูกกว่าแล้ว ที่มุมอาหารและคาเฟ่คุณจะ ได้รับเครื่องดื่มแบบ Refill ฟรีไม่อั้น ต่อมาในเวลา ไม่กี่เดือนก็มีการเปิดตัวแบบเต็มโครงการของ เมกะ บางนา การเดินช็อปปิ้งครั้งแรกนั้นช่างน่า ประทับใจอย่างมาก เนื่องจากได้ไปวันธรรมดา

ระหว่างช่วงเวลาทำงานของคนอื่นๆ ในเวลาบ่าย แก่ๆ ทำให้การเดินช็อปปิ้งเป็นไปอย่างชิลล์ๆ ด้วย พื้นที่ขนาดใหญ่มากซึ่งมักจะทำให้คนเราหลงทาง ได้ง่าย แต่เนื่องจากทางเดินที่เป็นรูปวงรีโดยรอบ อาคาร ที่รายล้อมอยู่ด้วยร้านค้าบนพื้นที่อาคารสูง 2 ชั้น ไม่ทำให้เกิดการหลงทางแต่ทำให้คุณต้อง เดินวนไปจนไม่รตู้ วั ว่าอาจเดินถึง 2 กิโลเมตรไปแล้ว ข้อแนะนำในการช็อปปิ้งที่นี่ครั้งแรกควรสอบถาม ประชาสัมพันธ์ถงึ ทางไปร้านค้า และขอแผนทีร่ า้ นค้า มาเก็บไว้เพื่อใช้เป็นแผนที่นำทางจะดีที่สุด เพื่อจะ ได้ไม่ต้องเดินวนไปรอบๆ โดยที่เราไม่ได้ตั้งใจ แต่ฝ่าย Marketing และผู้ออกแบบเค้าตั้งใจมา หลอกล่อเราอยู่แล้ว อันนี้ไม่แปลกเพราะคิดว่าเค้า ประสบความสำเร็จ การจัดโซนนิ่งทำให้เราเดินไป เพลินๆ ได้โดยรอบสำหรับคนที่มีเวลาช็อปปิ้ง ส่วน คนที่ไม่ค่อยมีเวลาเดินช็อปปิ้ง ถ้าต้องการช็อปปิ้ง ทานอาหารหรือทำกิจกรรมทีเ่ ฉพาะเจาะจง ก็สามารถ มุง่ ตรงไปทีโ่ ซนต่างๆ ได้เลย อย่างโซนห้างโรบินสัน ห้างบิ๊กซี ห้างโฮมโปร หรือโรงภาพยนต์เมกะ ซีนีเพล็กซ์ หรือฟิตเนส เฟิร์ส หรือไปทานอาหารที่ Food Republic ต้องยอมรับจริงๆ ว่าครั้งแรกที่ มาช็อปปิ้งที่ เมกะ บางนา ยังเดินได้ไม่ทั่ว เดินไป เพียงแค่ส่วนเดียวเท่านั้น คงต้องหาเวลาว่างมา สำรวจอีกครั้งเพื่อประเมินเพราะได้ข่าวว่า เมกะ บางนา เค้าคาดว่าจะรองรับคนที่จะมาช็อปปิ้งได้ กว่า 1.5 แสนคนในแต่ละวัน ทำให้เราอยากรู้ว่า การช็อปปิ้งพร้อมคนมากขนาดนั้น พื้นที่ที่เห็นใน ตอนนี้จะรองรับและเพียงพอแค่ไหน วันหยุดคราว หน้าคงต้องมาพิสูจน์ด้วยตาตัวเองอีกครั้ง

---------------------------------------------First time with Mega Bangna Looking back to 2011, there was construction progressing on extremely large sized pieces of land on Bangna-Trad Rd., on the way heading towards Chonburi, near Kanchanapisek outer ring road. This area was only a passing through street, not a destination shopping mall area. World class brands such as IKEA also opened there at the end of last year, and this has changed the face of furniture shopping trends completely. Meanwhile, many property development projects have spread out in the area and Mega Bangna finally opened in 2012. It is the first horizontal mega mall in Thailand with 2 levels and a 2 kilometers corridor where many restaurants are situated. The premises are comprised of Robinson Department Store, Big C Extra, Home Pro, or the ultra chic space like Mega Cineplex which holds 15 cinemas with 3,500 seats. Additionally, there is Bluo Rhythm and Bowling which lets you enjoy karaoke, bowling, ice skating, or the fitness first center. First time with Mega Bangna Projects Mr. Ronachai Leowpairoj, a senior associate from HASSELL Studio revealed that a major point of their concern was that they had to successfully complete the project within given time constraints. Originally, the project began from the idea of a business owner who wished to build the large horizontal complex mall with only 2 levels similar to ones in America and Russia. He discovered the strength of this kind of mall is that people who go shopping are able to look through most shops without blind spots which is different from traditional vertical malls where shoppers always meet dead ends on each floor and the rental space on upper

23


floors are often empty. Therefore, the owner hired a Mega Mall specialist architects from America to design the project from planning the conceptual, planning layout & circulation plan, and other utilization spaces until everything had reached the development process and HASSELL Thailand had become involved. The studio continued to develop the design, approval drawing to construct at the end of 2010. The challenge of this project was that they had only 18 months to develop the plan in terms of both building legislation and the materials selection. Moreover, they had to develop the concept to be as similar as possible to the conceptual idea which had began in America. The pressure also lied in the standard SF development company which was established for them to complete. They required everything to meet international standards in both building systems and project planning management. HASSELL planned to employ local materials without importing from overseas to save costs, and they successfully completed this mission. The other significant design issue for this type of project is to allocate the functional space to be as efficient as possible. The efficient area provides convenient access to the shops and allows shoppers to be able to see each retailers offerings clearly. The Canal walk is another selling point of Mega Bangna as well as the plaza zone where all sorts of activities are held. The oval shaped walking corridor not only creates a sophisticated ambience to the place, but also provides more space to put the shops in. The owner has requested HASSELL to focus on fire protection system such as the Sprinkler system which is designed as double layer to provide safety to building residents.

24

Apart from installing the Sprinkler system according to the law, there is an additional sprinkler system above the ceiling to prevent the fire to spread incases there are faults from other M & E systems. The business owner put a high level of concern on safety for retailers and shoppers in this mega mall and strictly follows building regulations including toilet facilities, traffic management, parking lot spaces, and so on. HASSELL required other organizations to support with their expertise in order to provide the best building utilization for all. HASSELL believes this experience has brought them a new learning which can be a stepping stone to the next level of mega shopping mall design for other upcoming projects. First time with shopping at Mega Bangna The first section opened in the complex was IKEA, the crowd magnet world class furniture store that has changed the shopping behavior of Thai people. IKEA has established the trend of self-service, recycled bag, pricing strategy causing enormous changes to other furniture stores in terms of competition and strategy.

Many people are pleasantly surprised when the complete project in Mega Bangna was opened as it was exceptionally large. Although shoppers might get lost while walking around the oval shaped corridor, the mall has a detailed floor map available, therefore it would be a good idea to take one before exploring. Alternatively, shoppers who have plenty of time just let loose and walk along as the zoning design makes you enjoy the experience without sweat. Otherwise, planning where you head to could also save time. Mega Bangna is designed to accommodate 150,000 people daily and this leaves us wondering what it would be like to be one amongst the crowd and how the place could really support a fully packed situation. Let’s observe this when we have time during the weekend or holidays.


Hall of Fame

Eco-Shop เพื่อโลกที่เย็นขึ้น Interview by : จุฑามาศ ทัดเทียมรมย์ Jutamas Tadthiemrom Photography : พฤกษ์ เดชกำแหง Pruk Dejkamhaeng

ท็อป พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร พระเอกมาดเซอร์ ได้พลิกบทบาทตัวเองจากผู้อยู่เบื้องหน้ามาอยู่ เบื้องหลังสินค้ารักษ์โลก และได้ตัดสินใจเปิดร้าน ผลิตภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมขึ้น ด้วยความหวังลึกๆ ว่าสภาพแวดล้อมของโลกน่าจะดีขึ้น ถึงแม้ว่า ในความเป็นจริงแล้วจะเป็นไปได้ยากก็ตาม หลัง จากที่ท็อปก้าวเข้าก้าวออกวงการออกแบบอยู่หลาย ครั้ง มาวันนี้ท็อปได้สร้างความตั้งใจส่วนหนึ่งของ เขาให้เป็นไปได้แล้ว DIN : เรื่องราวของการออกแบบของท็อป เริ่มจากตรงไหน Top : ตอนที่เรียนมัธยม ก็รู้แหละว่าตัวเองชอบ ศิลปะ แต่รู้ตัวว่าเรียนไม่เก่ง ฉะนั้นอะไรที่ต้องใช้ วิทย์-คณิตนี่ตัดไป ต้องค้นหาตัวเองว่า “ศิลปะ” ทีช่ อบมันคือแขนงใด ผมเลือกทีจ่ ะไปเรียนรูด้ ว้ ยการ เข้าไปที่ ม.ศิลปากร ที่มีรุ่นพี่ตามคณะในศิลปกร มาสอน ผมก็ไปเรียนมันหมดน่ะครับไม่ว่าจะเป็น จิตรกรรม หรือ ปั้น แล้วสุดท้ายก็มารู้ว่าสิ่งที่ชอบ ก็คือ การออกแบบภายใน แล้วก็ การออกแบบ ผลิตภัณฑ์ ส่วนสถาปัตยกรรมนี่ตัดไปตั้งแต่เริ่มต้น 26

เพราะว่าคงจะไปสอบฟิสกิ ส์หรือเลขคณิตก็คงไม่ไหว สุดท้ายตอนเลือกเอนท์เข้ามหาวิทยาลัย นอกจาก จะเลือกตามสิ่งที่ชอบแล้วจะยึดหลักว่าเน้นใกล้บ้าน ซึ่งอยู่แถวนานา ซึ่งก็มี มศว.ตรงอโศกเค้าเปิดสอบ ตรง จึงไปสอบก่อนที่จะมีการเอนทรานซ์ แล้วก็ติด คณะศิลปกรรม ออกแบบผลิตภัณฑ์ DIN : ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าไปเรียน ตั้งเป้าหมาย เลยหรือเปล่าว่าจบแล้วจะทำอะไร Top : คือผมไม่เคยเขวกับเส้นทาง ตั้งแต่เด็กชอบ ศิลปะ แล้วผมก็มาเรียนรู้เรื่องงานออกแบบ ต้อง เป็นงานที่ใช้สมองในส่วนที่เป็นความคิดสร้างสรรค์ มากกว่าเรื่องที่เป็นตรรกะ แต่พอเรียนจบก็ไม่ได้ เข้ามาทำงานด้านออกแบบเลยทันที เพราะว่าชีวิต ผมมันหักเห ช่วงปี 3 ขึ้น ปี 4 ผมเข้าไปฝึกงานที่ บริษทั Human Touch แล้วเข้าไปเห็นห้องทีเ่ ขาเก็บ ของที่ค้างสต็อก มันมีตำหนินิดหน่อย ช่วงนั้นปิด เทอมพอดี ก็เลยขอของเขามาขาย แต่ขอในที่นี้ก็คือ ถ้าผมขายได้ผมจะเอาต้นทุนคืนเค้า แล้วกำไรผม เก็บไว้ แล้วช่วงที่ไปขายของก็มีผู้จัดละครมาเจอ ผมก็เลยเบนเข็มเข้าไปในวงการบันเทิงเป็นระยะเวลา

หนึ่ง จนช่วง 6-7 ปีที่ผ่านมา ผมกลับไปเรียน ปริญญาโท เพราะรู้สึกว่าอยากจะเปิดร้านขายของ ดีไซน์ ช่วงก่อนเรียนจบก็ทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับ พฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคที่มีต่อเฟอร์นิเจอร์ เพื่อสิ่งแวดล้อม ได้เจอกับคุณจ๋า วีรนุช ตันชูเกียรติ เจอกับ อ.สิงห์ อินทรชูโต ที่เป็นบัดดี้ของแบรนด์ Osisu จึงได้รับการชักชวนให้กลับเข้าสู่วงการ ออกแบบอีกครั้ง อันนั้นก็เป็นจุดหักเหกลับเข้ามา ในวงการออกแบบ DIN : ทำไมต้อง “เพื่อสิ่งแวดล้อม” Top : ตอนนั้นไปดูหนังเรื่อง An Inconvenient Truth ที่เกี่ยวกับการรณรงค์ของ Al Gore ที่มี ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการให้ความรู้ความเข้าใจ กับคนทั่วไปในเรื่องของภาวะโลกร้อน แล้วเค้า เปรียบเทียบได้น่าสนใจมาก ด้วยกะละมังสองใบ ที่ใส่น้ำร้อน กับ น้ำอุ่นที่ร้อนขึ้นเรื่อยๆ พอหย่อน กบลงอันที่ใส่น้ำร้อนกบมันกระโดดหนีเลยนะ แต่ พอหย่อนลงอันอุ่นกบมันก็นอนแช่ไปเรื่อยๆ โดย ไม่รู้เลยว่าอันตรายรออยู่ไม่ไกล เพราะความร้อน มันก็จะเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ พอดูจบแล้วมันรู้สึกโดน

มาก เราเคยรู้จักคำว่า Green House Effect แต่ เรารู้เพื่อจำไปสอบเฉยๆ เราไม่ได้ใส่ใจอะไรมันเลย ถ้าเราอยู่เฉยๆ นั่งรอไปเรื่อยๆ มันไม่เวิร์คเลย ถ้า เรานำแนวคิดมาปรับมันก็น่าจะทำอะไรได้บ้าง DIN : “เฟอร์นิเจอร์เพื่อสิ่งแวดล้อม” เป็นแค่ เรื่องของวัสดุที่นำมาใช้ผลิตหรือเปล่า Top : ผมนำวัสดุเหลือใช้มาผลิต เพราะมันเป็น จุดเริ่มต้นที่ง่าย เห็นภาพชัดเจนแล้วมันนำมาทำได้ เลย แต่พอทำไปเรื่อยๆ มันมีวงจรของการคิดเพื่อ สิ่งแวดล้อมในมุมมองอื่นๆ อีกเยอะ เราต้องมอง ตั้งแต่ต้นว่าวัตถุดิบนี้มันได้มาจากอะไร เราสามารถ ลดทอนวัตถุดิบ เช่นจากเคยใช้ 100 ลดเหลือ 40 ไหม แต่ผลออกมาเหมือนกัน แล้วถัดมาก็เป็นเรื่อง ของขั้นตอนการผลิต โรงงานต่างๆ น้ำมันที่ใช้ กับเครื่องจักร การที่ต้องทำโรงงานให้เป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อม เทคนิคต่างๆ ในการออกแบบการผลิต เสร็จแล้วก็เป็นเรื่องของการขนส่งจากโรงงานไป ถึงผูบ้ ริโภค ต้องออกแบบให้ขนส่งได้คราวละเยอะๆ เพราะจะได้ลดการเกิดมลพิษ ไปรอบเดียวขนได้ เท่า 2 คัน น้ำมันก็ไม่ตอ้ งเสียมากขึน้ พลังงานคนก็

ลดลง เราจะออกแบบอย่างไรให้คนใช้งานมัน ได้นานๆ มีการใส่ฟังก์ชั่นเข้าไป สุดท้ายเราก็ต้อง จัดการกับวัสดุ สิ่งของเหลือใช้ เราเลือกได้ว่าจะ กำจัดมันหรือเปล่า ฝัง ทิ้ง กลบ เผา หรือคุณจะ เอามันกลับมาเป็นวัสดุตั้งต้น คือมันมีหลายวิธี ในการคิดดีไซน์เพื่อสิ่งแวดล้อม DIN : ผลิตภัณฑ์ชิ้นแรกที่ทำคืออะไร Top : ชิ้นแรกคือ เก้าอี้ที่เรียกว่า Need Chair ซึ่งทำจากเศษไม้อัด ที่ปกติคนจะทิ้งหลังจากตัด ไปใช้งานแล้วเหลือเป็นเศษๆ นำมาตัดให้เป็นชิ้น เท่าๆ กันนำมาเรียงต่อกัน แต่ผมก็ใส่ความเป็น เรื่องราวเข้าไปด้วย ลักษณะของมันจะเป็นเหมือน ล้อรถ ที่มีที่ค้ำอยู่ข้างหลัง ซึ่งแนวคิดนี้ได้มาจาก ตอนไปถ่ายทำรายการขากลับมาจากสระบุรี แล้ว เห็นรถสิบล้อมันจอดอยู่บนเนิน แล้วมีขอนไม้ขัดไว้ ด้านหลังเพื่อกันรถไหลซึ่งเป็นภาพชินตามาก แล้ว เราก็คิดต่อไปว่าตามปกติคนเรามักให้ความสำคัญ กับคนที่อยู่ไกลตัวก่อน ไม่ว่าจะเป็น เจ้านาย เพื่อน แฟน แต่ถ้าเป็นพ่อแม่ เราก็จะรู้อยู่แล้วว่าเค้ารักเรา อยู่แล้ว มีอะไรก็จะเถียงเต็มที่ ทั้งๆ ที่คนเหล่านี้ก็ 27


สำคัญกับชีวิตเรา แต่ในความรู้สึกก็คือเหมือนไม่ สำคัญ แต่จริงๆ ก็ขาดไม่ได้นะ ซึ่งก็เหมือนไม้ขัด ที่ทำให้รถบรรทุกทั้งคันไม่ไหลลงมาจากเนินเขาได้ มันคือ “สิง่ สำคัญทีข่ าดไม่ได้” ผมจึงนำมาพัฒนาเป็น เก้าอี้ตัวนี้ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำร่วมกับสยาม และ รายได้ที่ได้มาก็จะนำไปบริจาคให้การกุศลต่อไป DIN : แล้วมาเป็น Eco-Shop ได้อย่างไร Top : มันมาจากความฝันสมัยเรียนดีไซน์ว่าอยาก อยู่กับการออกแบบ ช่วงแรกๆ ผมทำงานออกแบบ ให้ทาง Osisu และ เป็นตัวแทนออกแบบให้กับ สวทช. เข้าร่วมโครงการเปลี่ยนขยะให้เป็นทอง เราก็ออกแบบโคมไฟชื่อ Flip Lamp ที่ทำมาจาก เศษด้ายสายคล้องผ้าม่าน เอาไปให้เจ้าของโรงงาน เค้าถามผมว่า แล้วจะเอาไปวางขายทีไ่ หน ขายยังไงดี ผมก็เลยคิดได้วา่ จริงๆ ร้านขายของเพือ่ สิง่ แวดล้อม นี่มันแทบจะไม่มีเลย คนก็แทบจะไม่รู้จัก นั่นคือ เหตุผลหนึ่ง ส่วนอีกเหตุผลก็คือมีการประกวดเพื่อ สิ่งแวดล้อมเยอะมาก พอเห็นสินค้าก็ชอบ อยากรู้ ว่าเค้าจะเอาไปขายต่อหรือเปล่าหลังจากประกวด เสร็จแล้ว ไม่รู้จะไปตามหาได้ที่ไหน ก็เลยตัดสินใจ 28

เปิดเป็น Eco-Shop ดีกว่า ซึ่งเป็นที่แรกใน ประเทศไทย DIN: แล้วประสบความสำเร็จในการให้ความรู้ ลูกค้าเกี่ยวกับเรื่องสินค้าเพื่อสิ่งแวดล้อมไหม Top : คนส่วนใหญ่มกั นึกถึง “สินค้าเพือ่ สิง่ แวดล้อม” ว่าต้องเป็นของจากไม้ หรือ ธรรมชาติเพียงอย่าง เดียว เป้าหมายของผมคือภายใน 2-3 ปีแรก ต้องการให้คนรับรู้ว่า Eco-shop คืออะไร ทำเพื่อ อะไร ซึ่งก็ดีนะครับ มีคนรู้จักเยอะ ร้านผมจะเป็น การรวบรวมสินค้าจากหลายๆ แหล่งทั่วประเทศ ที่มีการดีไซน์เพื่อสิ่งแวดล้อม ให้คนอื่นมาฝากขาย ได้ สามารถนำมาลองตลาดกันได้ และนำกลับไป พัฒนาต่อไป ช่วงแรกมีของน้อยมากแค่ 20% ต้อง นำเข้าจากต่างประเทศ แต่พอเวลาผ่านไปตัวเลข ก็กลับกัน กลายเป็นของไทยคนไทยเราเอง 80% DIN : การมีคนขายของเป็นคนใบ้ สร้างอุปสรรค ทางการค้าหรือเปล่า Top : ไม่นะครับ คนในร้านมี 3 คน 2 คนหูหนวก แต่ว่าเค้าก็ขายของได้ มีความกระตือรือร้น สนใจ ในสินค้าเรา ผมก็เลยชักชวนมาขายของทีร่ า้ น เพราะ

สินค้าผมส่วนใหญ่จะมีคำอธิบายกำกับไว้ทุกชิ้น เหมือนเวลาไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ ไม่เห็นต้องมีใคร มาคอยยืนอธิบายเลย บางทีคนซื้ออาจจะไม่ชอบ ก็ได้ที่ต้องมีคนขายมาคอยยืนนำเสนอนั่นนี่ DIN : เป้าหมายสูงสุดของการทำร้าน Eco-Shop คืออะไร Top : อยากให้เวลาคนไทยอยากทำอะไรก็ตาม ที่เกี่ยวกับสภาพแวดล้อม ให้นึกถึงเรา เพราะนอก จากสิ่งแวดล้อมแล้วมันยังเป็นเรื่องคนอีกด้วย เช่น หากใครอยากสร้างอาคารที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ให้นึกถึงเรา เพราะเราจะมีทีมงานให้คำปรึกษา หรือแม้กระทั่งของ Premium หรือ กิจกรรมต่างๆ ให้มาเจอมาคุยกับเรา เราอาจแนะนำให้เข้าโครงการ OTOP พัฒนาสินค้าไปเรื่อยๆ เหมือนมีเหตุด่วน เหตุร้ายให้นึกถึง 191 อะไรประมาณนั้น หากใครสนใจก้าวสู่วงการออกแบบ โดยเฉพาะ ด้านสิ่งแวดล้อมสามารถแวะเวียนไปเยี่ยมชมร้าน ของ ท็อป พิพัฒน์ ได้ที่ Digital Gateway ชั้น 1

---------------------------------------------The Eco-Shop by Top Pipat Apirakthanakorn, a trendy looking actor who graduated from Srinakarinwirot University, majoring in product design, focuses on green issues to help save the world. After spending time in showbiz industry, Top has changed his focus back to design business by returning to college to complete a second degree in Eco furniture and products. Inspired by the movie “The Inconvenient Truth”, Top realized how much we can contribute to the environment and subsequently created his first product, “Need Chair” for the brand Osisu. His product is not only a useful decoration but also something with hidden and meaningful wisdom. His definition of “eco-friendly” is not limited to the material used to construct furniture but it also includes every process of production from factory management, logistical design, delivery, and waste management. The Eco-shop is the only shop in Thailand that sells eco-friendly products for the environment besides, it is a center to sell eco products from suppliers throughout Thailand who share the common goal. One

interesting thing about this Eco-shop is that his sales people are deaf but Top states that this doesn’t prevent them from selling his product. He compares his shop to a museum where everyone can understand what’s being displayed just by reading. Similar concept is also applied at the shop and it is good for shoppers to spend their time looking without being interfered with by talkative salespeople. His long-term goal in this business is that he would like to be an eco friendly consultant who will manage and recommend best solutions for client’s business. To get inspired, visit his Eco-Shop today at Digital Gateway, 1st floor.

29


THAILAND ACHITECTURE IN STEEL

PIA AN EXPERIENCE

IN THE SHADE

978-616-7191-57-7 / 240x250 mm. / 304 pages / hardcover with jacket / 2012 / English / 1,600.00 THB

978-616-7191-58-4 / 292x292 mm. / 246 pages / hardcover with jacket / 2012 / English / 2.000.00 THB

978-616-7191-59-1 / 220x270 mm. / 150 pages / softcover / 2012 / English

HOUSES BY THAI ARCHITECTS EASTERN REFLECTION

RESORTS BY THAI ARCHITECTS

978-616-7191-22-5 / 292x292 mm. / 204 pages / hardcover with jacket 2012 / English / 1,890.00 THB

978-616-7191-55-3 / 292x292 mm. / 216 pages / hardcover with jacket 2012 / English / 1,980.00 THB

RESORTS BY THAI ARCHITECTS SERENE MODERNITY

RESORTS BY THAI ARCHITECTS EXOTIC ORIENTAL

HOUSES BY THAI ARCHITECTS

INTERIOR ARCHITECTS 49: SELECTED WORKS

SMALL HOTELS IN

THAILAND SMALL HOTELS

978-974-0620-31-0 / 288x288 mm. / 204 pages / hardcover with jacket / 2008 / English-Thai / 1,890.00 THB

978-616-7191-18-8 / 235x235 mm. / 286 pages / hardcover with jacket / 2010

978-616-7191-10-2 / 165x192 mm. / 4::ōŲa ŭ Ų]ÙŲŏ  Ña 2010 / English / 890.00 THB

978-616-7191-28-7 / 165x192 mm. / 4::ōŲa ŭ Ų]ÙŲŏ  Ña 2011 / English / 890.00 THB

HOUSES: A NEW TROPICAL DIMENSION

HOUSE BY ARCHITECTS 49

THAILAND SMALL HOTELS

THAILAND SMALL HOTELS

PHENOMENON OF THAI MODERN DESIGN

978-616-7191-34-8 / 240 Ă— 250 mm / 624 pages / hardcover with jacket / 2012 / English / 2,200.00 THB

3rd printing

INTERIOR ARCHITECTS 49

978-616-7191-23-2 / 292x292 mm. / 228 pages / hardcover with jacket 2012 / English / 1,980.00 THB

NORTHERN THAILAND

SAMUI, PHA-NGAN, KO TAO, CHUMPHON

HUA HIN, CHA-AM AND PRANBURI

PHUKET AND PHANG NGA

978-616-7191-30-0 / 165x192 mm. / 4::ōŲa ŭ Ų]ÙŲŏ  Ña 2012 / English / 890.00 THB

978-616-7191-31-7 / 165x192 mm. / 4::ōŲa ŭ Ų]ÙŲŏ  Ña 2012 / English / 890.00 THB

mODERN ACHITECTURE

mODERN INTERIOR

THAILAND SMALL HOTELS

THAILAND SMALL HOTELS

978-616-7191-08-9 / 235x255 mm. / 284 pages / hardcover / 2010 / English / 1,890.00 THB 978-616-7191-14-0 / 235x255 mm. / 300 pages / hardcover / 2010 / English / 1,890.00 THB

978-616-7191-09-6 / 235x255 mm. / 340 pages / hardcover / 2010 / English / 1,890.00 THB

978-616-7191-29-4 / 165x192 mm. / 4::ōŲa ŭ Ų]ÙŲŏ  Ña 2012 / English / 890.00 THB

978-616-7191-60-7 / 165x192 mm. / 4::ōŲa ŭ Ų]ÙŲŏ  Ña 2012 / English / 890.00 THB

IN THAILAND 001,002

30

IN THAILAND 003

BANGKOK

235x288 mm. / hardcover / English-Thai

978-616-7191-32-4 / 292x292 mm. / 210 pages / hardcover with jacket 2012 / English / 1,980.00 THB

978-974-348-163-5 / 288x288 mm. / 216 pages / hardcover with jacket 2008 / English-Thai / 1,890.00 THB

978-616-7191-06-5 / 292x292 mm. / 204 pages / hardcover with jacket 2010 / English / 1,890.00 THB

DETAIL SERIES

BOON DESIGN

PATTAYA

THAILAND SMALL HOTELS

THAI MOD

DETAIL VOLUME 1 SINGLE FAMILY HOUSES: STAIRS / RAILINGS 978-974-767047-9 / 156 pages / 2007 / 1,200 THB

DETAIL VOLUME 2 PUBLIC BUILDINGS: FACADE / CANOPY / ATRIUM 978-974-06-2014-3 / 192 pages / 2008 / 1,200 THB

DETAIL VOLUME 3 SINGLE FAMILY HOUSES: POOL / SWIMMING POOLS 978-974-06-2023-5 / 168 pages / 2008 / 1,300 THB

DETAIL VOLUME 4 SINGLE FAMILY HOUSES: FACADE / CANOPY 978-974-06-0228-0 / 200 pages / 2008 / 1,400 THB

DETAIL VOLUME 5 SINGLE FAMILY HOUSES: ROOF / CEILING 978-611-7191-03-9 / 152 pages / 2009 / 1,200 THB

DETAIL VOLUME 6 PUBLIC BUILDINGS: STAIRS / RAILINGS 978-611-7191-04-6 / 168 pages / 2009 / 1,200 THB

DETAIL VOLUME 7 SINGLE FAMILY HOUSES: FENCE / GATE 978-616-7191-03-4 / 144 pages / 2010 / 1,200 THB

DETAIL VOLUME 8 SINGLE FAMILY HOUSES: BATHROOM 978-616-7191-04-1 / 156 pages / 2010 / 1,200 THB

OKANURAK HOUSES:

250 RECORD HOUSES

'[C OY ';'V6ÂĽ+RÂŚLET*<T;

<T;%O*_ET<T;L8T=;V$

978-974-05-0445-0 / 293Ă&#x2014;293 mm / 84 pages / softcover / 2008 / English-Thai / 625.00 THB

978-974-06-0120-3 / 188x188 mm / 432 pages / softcover with jacket / 2008 / English / 950.00 THB

978-616-7191-02-7 / 130x185 mm. / 288 pages / softcover / 2011 / Thai / 370.00 THB

978-974-9470-02-2 / 172x219 mm. / 46<ĹŤŲa Ĺ­ ŲĂ&#x2122;ĹŤa 2009 / Thai-English / 450.00 THB

A49: COMPETITION

A49: EXPERIMENTAL DESIGN

FOLD FROM WITHIN

978-974-0505-91-4 / 233x287 mm. / 190 pages / hardcover with box / 2008 / English-Thai / 1,500.00 THB

ARCHITECTS 49 (1983-2008)

978-974-7335-36-1 / 172x219 mm. / 3;<ĹŤŲaĹŤĂ&#x2018;Ĺ­ ŲĂ&#x2122;ĹŤa 2007 / English-Thai / 1,200.00 THB

LÂŤEÂŤIÂŤÂĽ@Ä&#x160;C@'ESÄŚ*9Wg°Œ

;V:V ÂŹ_GOLCÂŹ;V:JV L8T=7T;;9

A-3D: 3D

ÂŽÂľ=$<S L8T=;V$

978-974-0620-37-2 / 260x260 mm. / 216 pages / hardcover with jacket. with DVD / 2007 / English-Thai / 1,700.00 THB

978-616-7191-39-3 / 160x230 mm. / 248 pages / softcover / 2011 / Thai / 270.00 THB

ARCHITECTURE VISUALIZATION

MGZDLaOÂŤ'TM;

JJVIEE5LW<Â&#x2030; Z _EÄ O*Š`=G

+T$_LT_%Ä&#x;C8X*MGS*'T

'lT'ITC'V6L8T=7D$EEC

CV7LV 8T=7D$EECÂĽ@Ä&#x160;C@'ESÄŚ*9Wg°Œ

+Ăž7IĂž9DTL8T=7D$EEC

978-616-7191-42-3 / 265x349 mm. / 304 pages / softcover / 2011 / Thai / 420.00 THB

978-616-7191-38-6 / 160x230 mm. / 288 pages / softcover / 2011 / Thai / 290.00 THB

978-616-7191-56-0 / 210x297 mm. / 248 pages / softcover / 2011 / Thai / 200.00 THB

974-13-2931-8 / 210x297 mm. / 252 pages / softcover / 2010 / Thai / 200.00 THB

CM49

MCOCMGI*=DG6T_9I$ZG9IĂż=ES*KÄ&#x201C;@E

JÂŤ_GOLCL8T=7T;;9

C;ZKD=1VL;S 8TEÂĽ@Ä&#x160;C@'ESÄŚ*9Wg°Œ 6EÂŤ9V@DL6Z T=9ZCT;;9

31


+Ăž7IĂž9DTL8T=7D$EECLISL6W 6EÂŤ9V@DL6Z T=9ZCT;;9

974-94875-6-7 / 210x297 mm. / 315 pages / softcover / 2006 / Thai / 270.00 THB

-T*ÂĽ+RÂŚ_EĂżD;L8T=7DÂĽ@Ä&#x160;C@'ESÄŚ*9WgÂŻÂŚ >JÂŤES-6-C@[;-V 

978-616-7191-17-1 / 150x185 mm. / 294 pages / + Ĺ­ ŲĂ&#x2122;ĹŤa4<3<a,ĹŤa597^<<, 

BASIC WITH A TWIST GREYHOUND

978-616-7191-36-2 / 265x349 mm. / 120 pages / hardcover / 2010 / English-Thai / 2,400.00 THB

CONVERSATIONS WITH

-T*'V6-T*_%ĂżD;

FRAMING ARCHITECTURE

978-616-7191-05-8 / 210x210 mm. / 216 pages / hardcover with jacket / 2010 / English-Thai / 950.00 THB

­Ž'ZD$S<7;$GTL8T=;V$ ÂĽ@Ä&#x160;C@'ESÄŚ*9WgÂŻÂŚ

978-974-05-0302-6 / 386 pages / 2008 / 259.00 THB

TOY ARCH 09-10: THESIS OF THE YEAR IN ARCHITECTURE 2009-2010

E[cIb-IT $O;9lTÜóèÌ¡

_EÄ Og *MGS*<T;

_CYO*<T= TDcP_IDL$=E$

$TE_CYO*_EÄ Og *LDTCL`'IE

_CYOg ;S$OO$`<<7O*_=;;S$:ZE$V+

=0V$E5L*%GT

978-616-7191-62-1 / 130x185 mm. / 92 pages / softcover / 2012 / Thai

;V:V L8T=7T;;9

978-616-7191-25-6 / 160x230 mm. / 256 pages / softcover / 2011 / Thai / 350.00 THB

978-616-7191-13-3 / 160x230 mm. / 280 pages / softcover / 2010 / Thai / 289.00 THB

978-616-7191-16-4 / 150x225 mm. / 297 pages / hardcover / 2010 / Thai / 525.00 THB

_L;LTDL[= GTD?;

HOUSES & STUDIOS

ARCHITECTURAL DRAWINGS

NITHI ARCHITECTURAL

978-611-7191-06-0 / 190X190 mm. / 474ĹŤŲa Ĺ­ ŲĂ&#x2122;ĹŤa 2009 / Thai / 650.00 THB

978-974-06-2202-4 / 150x185 mm. / 4:8ĹŤŲa Ĺ­ ŲĂ&#x2122;ĹŤa 2008 / Thai / 395.00 THB

978-616-7191-07-2 / 300x260 mm. / 46:ĹŤŲaĹŤĂ&#x2018;Ĺ­ ŲĹŤĹ­ Ų]ĹŹ a 2010 / English-Thai / 2,200.00 THB

978-974-4527-51-6 / 288x576 mm. / 392 pages / ĹŤĂ&#x2018;NĂ&#x2018;Ų ŲĹ­ Ų]  ŲĂ&#x2018;ŲĂ&#x2018; ĹŹ a 2008 / English-Thai / 3,600.00 THB

NITHI STHAPITANONDA

'T*'TI_'T`CI

PORTRAIT OF SILENCE:

ARCHITECTURAL SPECIFICATION

978-616-7191-21-8 / 200x240 mm. / 246 pages / softcover / 2010 / Thai / 500.00 THB

978-616-7191-19-5 / 170x220 mm. / 80 pages / hardcover / 2010 / Thai / 259.00 THB

ARCHITECTS3 SKETCHBOOKS

Iâ&#x20AC;&#x2122;M AN AR(T)CHITECT

978-974-0538-94-0 / 240X240 mm. / 446ĹŤŲa Ĺ­ ŲĂ&#x2122;ĹŤa 2007 / English-Thai / 895.00 THB

­¯'ZD$S<L8T=;V$MÂ&#x2030;V*

­°'ZD$S<G[$L8T=;V$

978-974-05-0597-6 / 364 pages / 2008 / 259.00 THB

978-974-576-194-0 / 216 pages / 2008 / 219.00 THB

=ERDZ9:`.O*ÄŚS

978-616-7191-20-1 / 130x180 mm. / 43:ĹŤŲa Ĺ­ ŲĂ&#x2122;ĹŤa 2010 / Thai / 220.00 THB

LÂŤEÂŤIÂŤ

;V:V L8T=7T;;9

BANGKOK I AYUTTHAYA

THROUGH THE ARCHITECTâ&#x20AC;&#x2122;S EYES OF PRADITCHYA SINGHARAJ

978-616-7191-36-2 / 265x349 mm. / 120 pages / Hardcover / 2011 / English-Thai / 1,190.00 THB

<T;_CYO*E$EZ*ES*

DESIGNED BY ARTISTS IN THAILAND

24 NC

APARTMENT OF LE CORBUSIER IN PARIS DRAWINGS BY SUMET JUMSAI 978-616-7191-35-5 / 323x420 mm. / 64 pages / hardcover with jacket / 2011 / French-English-Thai / 880.00 THB

ARCHITECTS

SERIES

978-611-719-100-8 / 216 pages / 2009 / 219.00 THB

OF HISTORIC BUILDINGS & PLACES IN THAILAND

DESIGN AND EDITORAIL SERVICE poo= JVG=RL8T=7D$EEC I-ĂžETIZ:IĂž9DTGSD

130x185 mm. / softcover / Thai ­¹'ZD$S<L8T=;V$$GTD@S;:Z

@EEKÄ&#x2019;K27OLZIEE5

­²'ZD$S<G[$L8T=;V$7lgTLV<

­³'ZD$S<L8T=;V$7;`<<¼ŽŒ

­´'ZD$S<L8T=;V$7;`<<¼¯Œ

978-616-7191-126 / 168 pages / 2010 / 179.00 THB

978-616-7191-11-9 / 218 pages / 2010 / 219.00 THB

978-616-7191-24-9 / 256 pages / 2010 / 259.00 THB

A PORTRAIT OF CHIANGMAI: TOWARDS THE YEAR 2000â&#x20AC;&#x2122;s GERALD AND KHANITHA ROSCOE

978-616-7191-33-1 / 200x240 mm. / 162 pages /  Ĺ­ ŲĂ&#x2122;ĹŤa4<33a  a87<^<<, 

THAI ARCHITECTURE ELEMENTS SERIES 150x185 mm. / 270 pages / softcover / English-Thai / 495.00 THB

SURFACES DOORS & WINDOWS STATUARY STAIRS & RAILINGS

GATES & FENCES ROOFS COLORS HOUSE OF SPIRIT

978-974-7670-38-7 / 2007

978-974-0502-89-0 / 2008

978-974-0502-83-8 / 2008

978-974-7670-41-7 / 2007

MARSI

­¾'ZD$S<L8T=;V$EZ;bMC

­œ'ZD$S<OV;9W_EÿD6Wc._;OE

Ž­'ZD$S<L8T=;V$EZ; bMÂ&#x2030;ÂĽÂŽÂŚ

ÂŽÂŽ'ZD$S<L8T=;V$EZ; bMÂ&#x2030;ÂĽÂŻÂŚ

978-616-7191-66-9 / 272 pages / 2012 / 259.00 THB

978-616-7191-65-2 / 256 pages / 2012 / 259.00 THB

978-616-7191-68-3 / 256 pages / 2012 / 259.00 THB

978-616-7191-67-6 / 256 pages / 2012 / 259.00 THB

32

6EÂŤ@EIĂžEN Z ME$S KÄ&#x201D;Š`=G

SKETCH BOOK 1971-2007

978-974-7250-73-2 / 295x295 mm. / 360 pages / ĹŤĂ&#x2018;Ĺ­ ŲĹŤĹ­ Ų]ĹŹ a4<<9a English-Thai / 1,980.00 THB

THE PASSAGE TO THAI LANDSCAPE ARCHITECTURE THAI ASSOCIATION OF LANDSCAPE ARCHITECTS

a+A VOLUME 3:

KING POWER COMPLEX

a+A VOLUME 5:

SALA PHUKET

_6V;9T*<S;9X$JX$KT :;LV9:Vk +S;9REĂż

978-616-7191-63-8 / 172x219 mm. / 294 pages / softcover / 2012 / Thai / 220.00 THB

978-974-0502-75-3 / 2008

978-974-0502-92-0 / 2008

978-974-0449-67-6 / 2008

978-974-5984-68-4 / 315 pages / 2008

DESIGN TOUR

LZ@7S ETJEĂżL%Z

KLONGS

PAMELA HAMBURGER

33


ON THE GO

กัน Chocolate Rain เกิดจากแรงบันดาลใจจาก ความฝันในวัยเยาว์และการผจญภัยในดินแดน มหัศจรรย์ ดีไซเนอร์และเจ้าของเป็นชาวฮ่องกง ที่ สร้างตัวละครอย่างตุ๊กตาสาวน้อย Fatina ให้มา โลดแล่นอยู่ในงานของเธอ งานทุกชิ้นเป็นงาน แฮนด์เมด Chocolate Rain ไม่ใช่ร้านขายของ กิฟท์ช็อปคิกขุทั่วๆ ไป แต่มีดีกรีรางวัลมากมาย และได้มีโอกาสจัดแสดงงานในหลายที่ทั่วโลก เช่น ลอนดอน ปารีส และโตเกียว ใครอยากหาข้อมูล ร้านต่างๆเพิ่มเติมก็เข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ http://www.ilovesoho.hk/ ยิง่ ไปกว่านัน้ วิธกี ารมาย่านนีก้ ไ็ ม่ยากเลย สามารถ นั่งรถใต้ดิน (MTR) มาลงที่สถานี Central ออก ทางออก D2 แล้วเดินตัดมาเรื่อยๆ ก็จะเจอถนน Hollywood หรือจะเอาหลักง่ายๆ อีกอย่างคือ ไม่ ไกลจากย่านนี้จะมีอาคารอนุรักษ์ซึ่งเป็นสำนักงาน ตำรวจและคุกเก่า (Central District Police Station “CPS”) ตั้งอยู่ ที่กำลังจะถูกปรับปรุงให้ กลายเป็นศูนย์กลางทางศิลปะและวัฒนธรรมแห่ง ใหม่ของเมือง โดย Herzog& de Meuron คู่หู สถาปนิกชาวสวิส เป็นผู้ออกแบบ ถ้าใครมีโอกาสไป แถวนัน้ ในอีก 2 ปีขา้ งหน้า ก็อย่าพลาดไปชมผลงาน ชิ้นแรกของ Herzog& de Meuron ในฮ่องกงด้วย แล้วกัน นอกจากนี้ ระหว่างกลางเดือนเมษายนถึงปลาย เดือนมิถุนายน ทั้งฮ่องกงและมาเก๊ามีงานเทศกาล Le French May ซึ่งเป็นเทศกาลงานศิลปะฝรั่งเศส ที่ร่วมทำขึ้นระหว่างกงสุลฝรั่งเศส, สมาคมฝรั่งเศส และฝ่ายศิลปวัฒนธรรมของเมืองฮ่องกง โดยปีนี้ ถือเป็นครัง้ ที่ 20 แล้ว งานนีม้ กี จิ กรรมมากกว่า 500

Chic shopping around Soho, Hong Kong

ช็อปแบบ chic chic ย่าน Soho, Hong Kong Story : กุลธิดา ทรงกิตติภักดี Kulthida Songkittipakdee

เล่มนี้ถือเป็นเล่มปฐมฤกษ์ของคอลัมน์ On The Go ที่จะพาเหล่าดีไซเนอร์ไปซอกซอนเมืองต่างๆ แบบเจาะลึก ไม่วา่ จะเป็นการพาไปชิม/ แนะไปช็อป/ ชวนไปดื่ม/ และตามไปดู โดยอาจจะเป็นย่านที่ไม่ ฮิต ไม่ tourist แต่เราขอแนะนำว่าไม่ควรพลาด ซึ่ง ก็หวังว่า การเดินทางครั้งต่อไปของคุณ อาจจะเปิด คอลัมน์นี้ก่อนที่จะวางแผนท่องเที่ยวก็เป็นได้ สำหรับฉบับนี้ขอเอาฤกษ์เอาชัยพาเที่ยวในเมือง ใกล้ๆ อย่างฮ่องกงก่อน จริงๆ แล้วฮ่องกงไม่ได้ เล็กอย่างที่เราคิด ฮ่องกงมีขนาดใกล้เคียงกับ กรุงเทพฯ มาก จากพื้นที่โดยรวม (1,096 km2) เมื่อเทียบกับกรุงเทพฯ (1,568 km2) แล้ว เล็กกว่า กรุงเทพฯ ไม่ถึง 5% ของพื้นที่ทั้งหมด ทั้งนี้เพราะ ฮ่องกงประกอบไปด้วยเกาะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเกาะ ฮ่องกง, เกาลูน, เขตดินแดนใหม่ และอื่นๆ ซึ่ง นักท่องเทีย่ วส่วนใหญ่แล้ว จะคุน้ เคยกับเกาะฮ่องกง และเกาลูนมากที่สุด เพราะมีย่านช็อปปิ้งมากมาย ให้จับจ่ายได้ทุกเวลา สมกับที่ขึ้นชื่อว่าฮ่องกงเป็น สวรรค์แห่งนักช็อป อย่างไรก็ตามการเดินทางของ เราคราวนี้ ไม่ได้จะพาไปร้านแบรนด์เนมลดราคา หรือย่านเอาท์เลทราคาถูก แต่เราจะพาไปตะลุย มุมกิ๊บๆ ที่ Soho ในเกาะฮ่องกงกัน คำว่า Soho นั้นมีที่มาจากที่ตั้งของถนนต่างๆ ซึ่งอยู่ทางทิศใต้ ของถนน Hollywood (Soho=South of Hollywood Road) เช่น Staunton Street, Elgin Street, Peel Street, Aberdeen Street และ Graham Street แนะนำว่าให้เผื่อเวลาไว้อย่างต่ำ ครึ่งวันได้เลย เพราะที่นี่เป็นย่านที่ประกอบไปด้วย ร้านขายของแบบบูติก, อาร์ตแกเลอรี่, ร้านขายของ แต่งบ้าน, ร้านเครื่องเขียน, ร้านอาหาร, คลับและ บาร์ ฯลฯ มาเดินเล่นกันได้ตั้งแต่หัววัน เพราะ 34

ร้านค้าส่วนใหญ่เปิดตั้งแต่ 11 โมง ไปจนถึงสาม สี่ทุ่ม ในขณะที่ร้านอาหาร คลับ บาร์ ก็เปิดสาย ปิดดึกกว่าตามลำดับ เดินไป ช็อปไป ดูงานอาร์ต ตามแกเลอรี่ไป ถ้าเดินเหนื่อยๆ ก็แวะหาอาหาร ทาน พอตกดึกก็รวมพลแฮงค์เอาท์ดม่ื กันต่อก็ได้ ไม่วา่ กัน เรียกได้ว่าย่านนี้มีครบทุกรส และเนื่องจากพื้นที่ที่อยู่อาศัยซึ่งมีอยู่อย่างจำกัด ในฮ่องกง อาคารในเมืองส่วนใหญ่จึงเป็นแบบ Mixed-uses โดยมีชั้นล่างเป็นร้านขายของ และชั้น บนเป็นที่พักอาศัย รวมถึงลักษณะภูมิประเทศที่เป็น ภูเขา ก็ส่งผลให้อาคารต่างๆ ในย่านนี้ ซึ่งเป็นตึก แถว 3-5 ชั้นต้องสร้างอยู่บนพื้นที่ลาดชัน ดังนั้น ถ้าใครมาเดินแบบเก็บทุกจุด นอกจากจะเตรียม กำลังใจ และกำลังทรัพย์แล้ว ขอให้เตรียมกำลังขา มาด้วยเช่นกัน เพราะเรากำลังเดินขึ้นเขาลงเขา ช็อปปิ้งกันอยู่ ร้านค้าเกือบทุกร้านจะมีแค่ชั้นเดียว หรือมีชั้นลอยอยู่ด้วย และแต่ละร้านถูกออกแบบ พื้นที่หน้าร้านเพื่อดึงดูดลูกค้าด้วยสีสันต่างๆ กันไป ขณะที่การออกแบบภายในร้านก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ภาพรวมที่เห็นเหมือนกับอาคารที่ได้รับการแต่งตัว มาอย่างดีเฉพาะด้านล่าง แต่ด้านบนยังคงปล่อย เปลือยตามแบบตึกแถวเก่าที่ไม่ได้รับการตกแต่ง ใดๆ ซึ่งนี่ถือเป็นความแตกต่างที่เห็นได้ชัดและ พบเห็นได้หลายๆ ที่ในเกาะฮ่องกง มากันทีร่ า้ นทีไ่ ม่ควรพลาดใน Soho นี้ มีอยู่ 2 ร้าน ด้วยกัน ซึ่งได้เลือกร้านที่คิดว่าทุกคนน่าจะอยาก เข้า เลยไม่เลือกแนะนำร้านเสื้อผ้า เครื่องประดับ เพราะคงเป็นความชอบส่วนบุคคล ร้านที่เลือกมา ร้านแรกจึงเป็นร้านขายกระดาษ เอ๊ะ! ทำไมร้าน ขายกระดาษถึงน่าเข้า เพราะร้านนี้ไม่ใช่ร้านขาย กระดาษธรรมดา แต่เป็นร้านขายกระดาษที่มี

ลวดลายแบบสไตล์สวีดิช ร้านมีชื่อว่า Prints เจ้าของร้านและผูอ้ อกแบบเป็นชาวสวีเดน จริงๆ แล้ว Prints มีสาขาในเมืองอื่นๆ นอกจากฮ่องกง เช่น ลอนดอน สิงคโปร์ และโตเกียว ของในร้านส่วนใหญ่ จะเหมาะสำหรับคนที่กำลังมองหากระดาษห่อ ของขวัญและกล่องของขวัญที่มีลวดลายเท่ห์ๆ การ์ดอวยพรกราฟฟิกเก๋ๆ และอุปกรณ์เครื่องเขียน ดูดีมีดีไซน์ ราคาสินค้าโดยรวมก็ยังอยู่ในงบที่พอ คบหาได้ ถ้าไม่ซื้อก็ไปเดินดูไอเดียกราฟฟิกแบบ สวีดิชก็คุ้มแล้ว ร้านตั้งอยู่ที่ถนน Staunton ใคร เดินผ่านต้องสะดุดกับกรอบผนังสีฟ้าสดใสและ โลโก้ Prints หน้าร้านแน่นอน ร้านที่สองที่น่าสนใจ ไม่แพ้กัน เป็นร้านที่ดึงดูดตั้งแต่หน้าร้าน ขณะที่เรา เดินอยู่ที่ Peel Street ก็ต้องตกใจกับหน้าร้าน ร้านหนึ่งที่ดูเหมือนเอากองของเล่นมาแปะรวมๆ

กิจกรรม ทั้งที่เป็นภาพศิลปะ, งานประติมากรรม ไปจนถึง การแสดงโอเปร่า, การเต้นแบบร่วมสมัย, เทศกาลภาพยนตร์, เทศกาลอาหารฝรั่งเศส และ แฟชั่นโชว์ ฯลฯ ซึ่งมีทั้งผลงานของศิลปินจาก ฝรั่งเศสและฮ่องกง มาแสดงงานร่วมกันทั่วเมือง หมุนเวียนกันไป สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมและดู ตารางกิจกรรมได้ท่ี http://www.frenchmay.com/ จะว่าไปใครที่เริ่มเบื่อฮ่องกง บอกไม่รู้จะไปทำไม มีแต่ช็อปปิ้งและช็อปปิ้ง ถ้าลองดูปฏิทินกิจกรรม งานเทศกาลของเมืองนี้ เรียกได้ว่าที่นี่เค้ามีงาน เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมตลอดทั้งปี เอาเป็นว่าใคร ที่วางแผนจะมาฮ่องกงคราวหน้า ก็สามารถหา กิจกรรมอย่างอื่นทำกันได้แล้ว และที่แน่ๆ อย่าลืม ไปเดินขึ้นเขาเล่นๆ ที่ย่าน Soho ด้วย เดี๋ยวจะมี คนหาว่ามาไม่ถึงฮ่องกง ---------------------------------------------When talking about a trip to Hong Kong, “shopping” will be on traveler’s mind especially the brand name stuff for sale. This trip, however, will lead you to a chic lovers’ paradise in Soho comprised of Staunton Street, Elgin Street, Peel Street, Aberdeen Street and Graham Street where you will discover rows of boutique shops, art gallery, decor shop, stationary shop, restaurants, clubs and bars. Structure of most buildings downtown is a mix-use type which utilizes the ground floor as a commercial shop and residential accommodation on the upper floors. These buildings are built on the hill making it’s hard to walk but if you prepare yourself with stamina the shopping will be fine. Most shops are one-floor with a mezzanine floor and owners usually decorate the ground

floor beautifully while leave the upper floor in original bare concrete. One of the two distinctive shops in Soho is located on Staunton street called Prints, a paper shop owned by the Swedish selling chic wrapping paper, gift box, cool cards, and stationary. The shop is decorated with bright blue frame and Print logo. Another one is located on Peel Street called Chocolate Rain selling creative miscellaneous stuff where you can notice large pile of toys attached on top of the shop. To access the area, just simply catch the MTR to Central station, D2 exit and walk to Hollywood street. The landmark of the area is a former Central District Police Station “CPS” which will be renovated to a new art and culture center by Herzog& de Meuron Swiss architect. Other thing worth visiting in Hong Kong is Le French May Festival which will take place from April to the end of June. This festival exhibits painting, sculpture, opera, contemporary dance, French film and food festival, and fashion show (http://www. frenchmay.com)

35


IT UNZIP Social Commerce :

The New Chapter of Online Shopping Story & Illustration : อ.อารยา เช้ากระจ่าง Araya Choutgrajank

36

สังคมออนไลน์อย่าง Facebook, Twitter, You Tube, Tumblr, Instagram ได้เปลีย่ นวิถกี ารใช้ชวี ติ ไปอย่างสิ้นเชิง และกำลังกลายเป็น Platform หลัก ในการสื่อสาร สร้างแบรนด์ สร้างความภักดีใน แบรนด์ และที่สุดแล้วสร้างยอดขายทั้งทางตรงและ ทางอ้อม Social Commerce รูปแบบต่างๆ จึงเกิดขึน้ ไม่ ว่าจะเป็น F-Commerce ร้านค้าบน Facebook ที่ แบรนด์ใหญ่ๆ อย่าง Pampers, Sephora, Dell เปิดร้านค้าและ Outlet เพื่อสร้าง fanbase บน Facebook; Groupon ที่โด่งดังในการเป็น Daily Deal Platform ด้วยกำลังส่งของการรวมพลังซื้อ เพื่อให้ได้ดีลดีๆ แบบ Group Buying; การส่ง ของขวัญแบบใหม่ด้วย Social Gifting อย่าง Wrapp.com หรือ DropGifts ซึ่งให้เราเข้าไปส่ง Gift Card ให้เพื่อนผ่าน Facebook ที่สามารถนำ ไปใช้ได้จริงที่ร้านค้า; Tweeter Deal ผ่านการทวีต Hashtag ของแบรนด์ใหญ่ๆ อย่าง AMEX เพื่อให้ ได้ส่วนลดแบบ Couponless ไปใช้; Virtual Dressing Room ที่ผู้ใช้สามารถแชร์ภาพการลอง เสื้อขึ้นไปให้เพื่อนทั้ง Facebook ช่วยกันเมนต์ มี e-Money หรือเงินสกุลดิจิตัลใหม่ๆ เกิดขึ้น มากมาย อาทิ Facebook Credit เงินเสมือนที่ใช้ ซือ้ ของบน Facebook ส่วนมากใช้กบั การซือ้ Virtual Object ในเกม; Mobile Wallet อย่าง Google Wallet, Microsoft Mobile Wallet ที่เป็นระบบ การจ่ายเงินผ่านมือถือในร้านค้า ทั้งนี้เพื่ออำนวย ความสะดวกให้เกิดการช็อปปิ้งแนวใหม่ตัดสินใจ

ง่ายๆ โดยเฉพาะการช็อปผ่านอุปกรณ์ Mobile สำหรับสถาปนิกและนักออกแบบแล้ว นอกจาก จะต้องตื่นรู้เทคโนโลยีเหล่านี้ในฐานะผู้บริโภค คนหนึ่งแล้ว พฤติกรรมการใช้ชีวิตและการอยู่อาศัย ที่เปลี่ยนไปของผู้คน ก็ย่อมส่งผลต่อการออกแบบ ไปด้วย ลองตั้งคำถามกับตัวเองในการออกแบบ ครั้งต่อไปว่า เมื่อโทรทัศน์กลายเป็น Web TV, การประชุมสามารถผ่าน Skype, ทำธุรกรรมการเงิน ผ่าน i-banking, การช็อปปิ้งเปลี่ยนมาเดินช็อป ออนไลน์, และที่ไหนๆ ก็มี Wifi/ 3G อย่างนี้แล้วเราจะยังออกแบบ Space เดิมๆ ได้อย่างไร ---------------------------------------------The emergence of Facebook, Twitter, YouTube, Tumblr, and Instagram has resulted in a large variety of Social Commerce options. F-commerce or shop on Facebook has attracted a number of customers to visit their page as can be seen from Pampers, Sephora, or Dell while Groupon ,a Daily Deal Platform offers deal like Group Buying to draw consumers in. Other pages such as Social Gifting like Wrapp.com or DropGifts allows us to send Gift Cards to friends through Facebook and use it to redeem real products at the shop or offer a Tweeter Deal through your tweet. Hashtag or Vitual Dressing Room are also interesting way of online shopping. e-Money or a new digital currency such as Facebook Credit is a credit which can be used to buy things on Facebook such as Virtual Objects in games. Mobile Wallet such as Google Wallet or Microsoft Mobile Wallet are payment systems utilized by mobile phone to some shops and provide shopping convenience and easy decision making. For architects and designers, this issue could affect the way they work as the consumers’ lifestyle has changed markedly and impacts on the way they live. If TV turns into WebTV, meetings can be conducted via Skype, payments made through i-banking, shopping online, and Wifi/3G available everywhere. This can certainly affect your next design.

GRAPHIC AND BEYOND

What is

Environmental Graphic Design (EGD)? Story : ต่อศักดิ์ สุรศักดิ์ศิลป Torsak Surasaksilp

บางคนอาจคิดว่าคือการออกแบบที่เกี่ยวข้องกับ การอนุรักษ์ธรรมชาติ หรือการออกแบบเพื่อการ ประหยัดพลังงานจริงๆ แล้ว EGD เกีย่ วข้องกับชีวติ ประจำวันของเราอย่างแยกออกไม่ได้ ตั้งแต่เราออก จากบ้าน เดินทางขึ้นทางด่วน รถไฟฟ้า ไปสนามบิน ช็อปปิ้งในห้างสรรพสินค้า EGD ล้วนอยู่รอบๆ ตัว เรา แต่จริงๆ แล้ว EGD (Environmental Graphic Design) คือการออกแบบสื่อที่ไม่ว่าจะเป็นงาน กราฟฟิก งานออกแบบสัญลักษณ์ หรือแม้กระทั่ง งานศิลปะ (art installation) ได้แก่ ป้ายโครงการ (pylon sign) ป้ายภายนอกอาคาร (building sign, banners) ป้ายไดเรคตอรี่ (directory) ป้ายบอกทาง (wayfinding sign) ป้ายชื่อห้างร้าน (shop front/ branding sign) งานสัญลักษณ์ภาพ (Pictogram) และงานออกแบบแผนที่ (mapping) เป็นต้น โดย มุ่งเน้นในการให้ข้อมูลแก่ผู้ใช้สอย โดยเป็นการให้ ข้อมูลในเรื่องของแผนที่ หรือการบอกทิศทาง โดย จะมีความแตกต่างจากงานกราฟฟิกธรรมดาทั่วไป ตรงที่การออกแบบไม่ได้อยู่แค่บนกระดาษ 2 มิติ ยิ่งไปกว่านั้นการออกแบบ EGD จะต้องคำนึงถึง สิ่งแวดล้อมที่ EGD นั้นๆ จะตั้งอยู่ EGD มีความ สัมพันธ์กับงานสถาปัตยกรรม งานตกแต่งภายใน และงานภูมิทัศน์ การออกแบบ Environmental Graphic Design ที่ดีควรเป็นอย่างไร? อันดับแรกคือความชัดเจน และครบถ้วนของข้อมูลที่ต้องสื่อสารกับผู้ใช้ EGD ในร้านสะดวกซื้อไม่จำเป็นต้องมีขนาดใหญ่ เพราะ ระยะระหว่าง EGD กับผู้ใช้ไม่มากนัก แต่งาน EGD ในห้างสรรพสินค้าหรือซูเปอร์มาร์เก็ต ซึง่ เป็นสถานที่ ทีม่ พี น้ื ทีข่ นาดใหญ่ งานป้ายจะต้องมีขนาดทีเ่ หมาะสม พอที่จะสามารถสื่อสารข้อมูลต่างๆ ให้ผู้ใช้ได้อย่าง

ครบถ้วนแม้ในระยะไกล ในบางกรณีอาจต้องทำ เป็นกล่องไฟเพื่อความชัดเจนที่เพิ่มขึ้น ยิ่งถ้าเป็น สถานที่ที่งาน EGD มีความสำคัญมากๆ เช่น สนามบิน EGD อาจจะมีขนาดใหญ่กว่าปกติ และ มักจะต้องเป็นกล่องไฟเพื่อสื่อสารข้อมูลที่ครบถ้วน ชัดเจนได้ นอกจากนัน้ การออกแบบ EGD ทีด่ ี จะทำ ให้ตัวงาน EGD และสภาพแวดล้อมที่ EGD นั้น ติดตั้งอยู่สอดคล้องและสัมพันธ์กันอย่างแยกไม่ ออก EGD และสภาพแวดล้อมนั้นๆ จะส่งเสริม ซึ่งกันและกันจนมองเป็นเอกภาพเดียวกัน เช่น งานออกแบบ EGD ในสวนสาธารณะ EGD และ สภาพแวดล้อมจะต้องผสมกลมกลืนกันไป การ ออกแบบอาจจะใช้วัสดุที่ทำด้วยไม้ หรือวัสดุที่มี โทนสีที่กลมกลืนไปกับธรรมชาติและต้นไม้โดยรอบ ดูแล้วไม่ขดั ตา หรือการออกแบบ EGD ในพิพธิ ภัณฑ์ เด็ก งานป้ายต่างๆ จะต้องดูสนุกสนาน มีสีสันที่ สดใส อีกทั้งอาจมีรูปแบบที่เป็นรูปทรงอิสระเพื่อ เสริมความสนุกสนานและช่วยเพิ่มจินตนาการของ เด็กๆ ส่วนผลกระทบของ EGD ทีด่ แี ละไม่ดวี า่ ส่งผล ต่อพวกเราอย่างไร คิดว่าทุกคนคงจะเคยประสบ ปัญหาเวลาต้องเดินทางหรือขับรถไปในสถานที่ที่ ไม่เคยไปมาก่อน ถ้า EGD เหล่านั้นไม่ชัดเจน และ ถูกติดตั้งในช่วงเวลาและตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม เช่น ป้ายบอกกระชั้นเกินไป จนเราเปลี่ยนเลนไม่ทัน แต่ในทางกลับกัน EGD ในสนามบินที่ดีนั้นจะ สามารถสื่อสารข้อมูลที่ชัดเจนและครบถ้วน ช่วย ให้ผู้โดยสารที่ฝ่ารถติดมาสนามบิน สามารถเช็คอิน และไปที่เกทได้โดยไม่ตกเครื่อง ครั้งหน้าเวลาที่ คุณเดินทางไปในเมืองใหม่ๆ ไปสนามบินที่คุณไม่ เคยไปมาก่อน หรือไปเลือกซือ้ สินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ต เปิดใหม่ ลองสำรวจดูว่า EGD นั้นช่วยคุณได้มาก

น้อยแค่ไหน คิดได้อย่างนั้นแล้วก็ลองจินตนาการ ต่อไปดูอีกซักหน่อยว่า ถ้าสถานที่ต่างๆ เหล่านั้น ล้วนไม่มี Environmental Graphic Design อยูเ่ ลย ชีวิตพวกเราจะวุ่นวายกันแค่ไหน? ---------------------------------------------EGD is not related to conservation or power saving; in fact, it is media design in the forms of graphics, symbolic design or even art installations such as pylon signage, building signs, banners, directories, direction signs, shop fronts and branding signs which advise readers about directions or map information. Moreover, the focal point of EGD design is to do with architecture, interiors, and landscape. Good design should be able to convey concise and complete messages to users and the size should be compatible with the areas. Signage in convenience stores do not need to be large as the distance between the user and the sign is short, whereas ones in supermarket or shopping malls should be large enough to explain everything, even from a distance. EGD should also blend in with its surroundings in terms of mood, tone, or colour; for example signs in the park could be made of wood and signs in a children’s museum should be colourful and appear fun to trigger child’s creativity. If there’s no signage in this world, what would happen? Imagine yourself in a place you’ve never been to before in your life such as a newly opened supermarket or airport, and that the sign is not clear or placed in inappropriate positions—how much hassle would we encounter?

37


Movie Cabinet

SNAP CULT

SUPERBAD (2007)

Manual FOCUS Lens

Shopping Hub

เมื่อเหล่าเด็กเนิร์ดแผลงฤทธิ์ คิดจะช็อปปิ้งแอลกอฮอล์ Story : “ชาตรี” "Chatree"

Story & Photography : พฤกษ์ เดชกำแหง Pruk Dejkamhaeng

ภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับช็อปปิ้งนั้นสำหรับผู้เขียนเอง ก็ไม่ค่อยจะมีอยู่ในหัวซักเท่าไหร่ (ถ้าเกี่ยวกับการ เมืองหรือสังคมรับรองครึ่งเล่มก็เขียนไม่หมด) ผม ขอยกเอาภาพยนตร์ที่มีเรื่องราวเกี่ยวเนื่องกับการ ช็อปปิ้ง กับภาพยนตร์ตลกสัญชาติอเมริกัน ว่าด้วย เรือ่ งของ Seth, Evan, Fogell เด็กเนิรด์ มัธยมปลาย สามคนที่เป็นเพื่อนสนิทกัน มีภารกิจสำคัญที่จะต้อง ทำ (และเป็นแกนเรือ่ งสำคัญของหนังเรือ่ งนี)้ นั่นก็คือ การต้องไปซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สำหรับงาน ปาร์ตี้คืนนี้ เรื่องราวจะจบลงแบบง่ายๆ โดยทันที ถ้าพวกเขาอายุถึงเกณฑ์ที่จะซื้อเครื่องดื่มมึนเมา แต่ทว่าพวกเขายังไม่ครบเกณฑ์ เรื่องราวสุดเพี้ยน จนคุณคาดไม่ถึงจึงเกิดขึ้นในบัดดล ภาพยนตร์เรือ่ งนีห้ ากมองด้วยความบันเทิงล้วนๆ คุณสามารถหัวเราะกับความบ้าบอของวิธีต่างๆ นานา ที่เด็กเนิร์ดกลุ่มนี้คิดและทำขึ้นมาได้อย่าง ง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นการปลอมบัตรประชาชนเพื่อ การโกงอายุ หรือการไปงานปาร์ตี้คนอื่นเพื่อที่จะไป ขโมยเครือ่ งดืม่ แล้วเอาไปให้สาวๆ ทีพ่ วกเขารับปาก เอาไว้ แต่หากคุณลองใช้แว่นตาที่ชื่อว่าศาสตร์ของ ภาพยนตร์ คุณจะสามารถมองเห็นสิ่งที่ผู้กำกับ ต้องการจะบอกจากความไร้สาระที่พวกเด็กเนิร์ด กระทำลงไป จากการตระหนักถึงชีวิตมัธยมปลาย อันจืดชืดของพวกเขาที่กำลังจะจบลง และไปเริ่ม ใหม่กับชีวิตมหาวิทยาลัยด้วยความน่าเสียดาย พวกเขาต้องการเปลี่ยนแปลงจากชีวิตที่เคยเป็น และต้องการการยอมรับจากสังคมที่พวกเขาเป็นอยู่ จากเหล่า Loser ทีใ่ ช้ชวี ติ แบบไร้ความหมายจนเมือ่ ถึงวันหนึง่ ทีพ่ วกเขาอยากสลัดคราบความเป็นไอ้พวก อ่อนด๋อย และเพื่อนสาวในห้องเรียนที่เปิดโอกาสให้ พวกเขาได้พิสูจน์ตัวเองว่าพวกเขาเองก็มีดีเช่นกัน

38

มันสะท้อนไปถึงชีวิตวัยรุ่นที่เราต่างต้องใช้ชีวิตใน รูปแบบที่สังคมกำหนดแบบอ้อมๆ หากเราต้องการ ให้เพื่อนยอมรับหรืออยากชนะใจสาว เราก็ต้องลุก ขึ้นมาแล้วทำอะไรบางอย่างให้เพื่อนหรือเธอเห็น ถึงแม้สิ่งที่ต้องทำนั้นจะเป็นเรื่องที่ยากลำบากแค่ ไหนก็ตาม ภาพยนตร์เรื่องนี้ ถูกยกย่องว่าเป็นหนังตลกที่มี วิธีการนำเสนอฉลาดมากๆ ไม่จำเป็นจะต้องฉาก แบบทะลึ่งลามกเหมือน American Pie แต่ด้วย บทพูดและการแสดงทีด่ ขี องทีมนักแสดงแค่นก้ี ส็ ร้าง เสียงฮาได้ดีเลยทีเดียวครับ โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ เปิดตัวได้อันดับ 1 ที่ U.S. ด้วยจำนวนเงินที่เกิน กว่าคาดคิด แถมยังเป็นหนังตลกที่ทำเงินสูงที่สุด ประจำปี 2007 อีกด้วย (นอกจะได้เงิน และได้ใจ คนดู หนังเรื่องนี้ยังได้รับคำชมจากนักวิจารณ์ดัง มหาศาลมากๆ พอๆ กับหนังตลกที่ฉายช่วงเดียว กันอย่าง Knocked Up อีกซะด้วย) หนทางหลาก วิธีที่พวกเขาทำเพื่อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และชนะใจ สาว ความรักความเข้าใจในรูปแบบของเพื่อนที่ดี ต่อกัน หัวใจนักสู้ของเด็กเนิร์ด ที่คุณอยากจะเอาใจ ช่วยให้พวกเขาทำภารกิจได้สำเร็จ ผสมฉาบไปกับ ชีวิตมัธยม จนทำให้ผู้ชมระลึกถึงชีวิตสมัยเรียน ได้อย่างไม่น่าเชื่อ ซึ้งจังเลยเนิร์ดเอ๋ย... ---------------------------------------------Two co-dependent high school seniors are forced to deal with separation anxiety after their plan to stage a booze-soaked party goes awry. This film makes us realize how to live life in a different way which is directed by society. The film presents itself in a smart manner, unlike the perverted jokes found in American Pie.

รับประกันได้เลยว่า หลังจากที่คุณได้ลองสัมผัส คุณจะพบเสน่ห์ของความเชื่องช้าในการปรับหมุน โฟกัส คุณจะได้มเี วลามองผ่านช่องมองภาพ ค่อยๆ พิจารณา ปรับ composition ปรับมุม มีเวลา ไตร่ตรองก่อนที่จะกด ชัตเตอร์ แล้วคุณจะค้นพบว่า การถ่ายภาพคือศิลปะ เพราะศิลปะต้องใช้เวลา พิจารณาสร้างสรรค์ บางทีความสะดวกในการ ถ่ายภาพที่มีมากเกินไป (ตามฟังก์ชันที่มากล้นของ กล้องยุคปัจจุบัน) ก็ใช่ว่าดี

เพือ่ เป็นการหลีกหนีจากยุคดิจติ อลทีท่ กุ อย่างต้อง รวดเร็วไปเสียหมด และเผอิญว่าเป็นฉบับ shopping จึงขอเขียนถึงการหาซือ้ เลนส์มอื หมุน คุณอาจสงสัย ว่าทำไมต้องเลนส์มือหมุน และเลนส์มือหมุน หมายถึงอะไร ขออธิบายอย่างสั้นๆ เลนส์มือหมุนคือเลนส์ manual focus ซึง่ ปัจจุบนั จะมีแต่เลนส์ auto focus ทำให้เลนส์ manual focus นี้เป็นของมือสองที่น่า หาซื้อมาติดตัวไว้อย่างน้อย 1 ตัวและคุณจะได้ สัมผัสเสน่ห์ของเลนส์ที่มีรูรับแสงกว้างในราคาที่ ไม่แพง (เพราะเลนส์ auto focus ปัจจุบัน ถ้าเป็น เลนส์ที่มีรูรับแสงกว้างอย่าง f1.4 จะมีราคาสูงกว่า เลนส์ manual focus 3-4 เท่า) และทำไมต้องหาซื้อเลนส์ manual focus มาใช้ คำตอบคือ คุณจะได้ภาพที่มี โบเก้ (Bokeh) ที่สวย งาม (เพราะรูรับแสงที่กว้าง) และภาพที่มีมิติของสี และ contrast ที่ไม่เหมือนใคร (เพราะคนส่วนใหญ่

ใช้เลนส์ auto focus) เลนส์ manual focus ก็มีหลากหลายยี่ห้อ ตั้งแต่ค่ายญี่ปุ่นไม่ว่า Canon, Nikon, Pentax, Fujinon, Ricoh, Mamiya,Yashica, Minolta ฯลฯ หรือค่ายทางฝั่งยุโรป เช่น Leica, Zeiss, Schneider, Helios, Exakta, Voigtlander, Meyer-Optik เป็นต้น และแหล่งหาซื้อเลนส์มือหมุน แหล่งใหญ่สุด ก็คอื ebay แต่ถา้ บ้านเราก็คงเป็น www.mf-club .com หรือไม่ก็ www.mfclub.pantipmember .com ทั้ง 2 เว็บจะมีทั้งข้อมูลและเลนส์ manual focus มาประกาศขาย หรือถ้ามีเวลาจะลองไป เดินเลือกหาที่ ภิรมย์พลาซ่า ก็ได้ และถ้าไม่แน่ใจ อีกตัวช่วยในการตัดสินใจในการเลือกซือ้ ว่า effect ของแต่ละเลนส์แต่ละยี่ห้อเป็นอย่างไร ก็ให้ลอง เข้าเว็บ www.flickr.com แล้ว search รุ่นและ ยี่ห้อเลนส์ ที่คุณสนใจ

-------------------------------------------Cameras with manual focus lenses have become a worthy secondhand collectible for some as the invasion of auto focus lenses have conquered the market nowadays. The over-riding strength of manual focus lens cameras are that its F stop number is lower than the auto one which allows more light to get through and provides the ability to shoot pictures with beautiful bokeh, and the colour contrast and dimensions are different. The biggest source for buying manual focus lenses is eBay but in Thailand you can browse at www.mf-club.com or www.mfclub.pantipmember.com or by visiting www.flickr.com to search for your preferred brand and model . If you prefer an off-line shop then “Pirom Plaza” can be an interesting place to do the research. After a try, you will find that you love taking photos at a slower speed which few people have discovered, rather than using the auto focus lens as you will have more time to look through viewfinder, adjust the composition and angle before pressing the shutter. You will discover that taking time to create your shot is the real art of taking photographs.

39


---------------------------------------------After a long waiting for the water mass to attack my place, I sketched this picture to kill time. I heard from the news that somebody has invented Big Bags to prevent the flood but at the end they couldn’t resist the human force that destroyed this flood protection items. When the flood had finally invaded, I let my mind wandering into the memory of the classic shopping bag which has a pattern of chess board on it as the designer believed that shoppers are able to play chess when they arrived home. All bags were printed with the word “goodluck” on them. Sarcastically, I drew another picture of Giant Bags as I hoped it would work against human force. In case all of this didn’t work efficiently, maybe it’s time to use that last bag attached with holy label to prevent the flood and wish them “goodluck”.

ในความคิดแรกที่เห็นในข่าวทางทีวี คิดว่าเราคงหมดหนทาง แล้ว เลยนึกถึงถุงประเภทหนึ่งที่คนในรุ่นผมเกิดมายังเห็นผู้คน ถือหลังจากไปซื้อของตามร้านขายของชำ หรือร้านขายเสื้อผ้า มันจะมีลายเดียวคือลายตราหมากฮอส เพราะเชื่อว่าเมื่อผู้ถือถือ ไปถึงบ้านแล้วคงใช้ประโยชน์ในการเล่นหมากฮอส กับสมาชิกใน บ้านหรือ เพือ่ นๆ ในยามว่าง ดีกว่าไปทิง้ ให้มนั เกิดมลพิษ อีกทัง้ ถุงทุกใบยังมีคำอวยพรจากเจ้าของร้านว่า..."โชคดี" ก่อนถึงถุงโชคดี ผมก็ยงั ประชดต่อไปอีกว่า น่าจะสร้างเจ้า Giant Bags มาประลองกับพลังของมนุษย์ก่อน ถ้าหากมันยัง ไม่ได้ผลอีก เราคงต้องนำถุงใบสุดท้าย ทีผ่ มประชดเข้าให้ มาแจก ทุกบ้านพร้อมยันต์กันน้ำท่วม ซึ่งตอนนั้นก็ ขอให้ทุกท่าน... "โชคดี" ภาพนีเ้ ป็นหนึง่ ในหลายๆ ภาพทีผ่ มวาด (ประชด) ขณะที่รออยู่ ที่บ้านว่า เมื่อไหร่(น้อง)น้ำ จะมาซักที หลังจากที่รอ...รอแล้ว รอเล่า จนเสบียงทีซ่ อ้ื ตุนไว้หมดไปสามสีร่ อบแล้ว ผมเฝ้าติดตาม สถานการณ์โดยตลอดจากทางทีวี จะไปไหนก็ไปไม่ได้ เพราะดู จากสื่อทุกชนิด น้องน้ำได้ล้อมหมู่บ้านผมไว้ทุกทิศทุกทางแล้ว จนกระทั่งวันหนึ่ง...ซึ่งก็อดดีใจไม่ได้ว่า มีคนคิดสร้างเจ้า Big Bag ขึ้นมาสามารถบรรจุ Sand Bag ธรรมดาได้ถงึ สองร้อยถุง วางตามแนวป้องกันที่สำคัญๆ ซึ่งก็ได้ผลดีในระดับหนึ่ง แต่ในที่สุด Big Bags แม้จะต้านแรงน้ำได้แต่ก็ต้องแพ้แรง มนุษย์ที่ยังไม่เข้าใจ และยังไม่ทราบว่าเราต้องป้องกันน้ำไว้ ชั่วคราวอย่างไรและทำไม

By "Jacky" จักรกฤษณ์ เมธชนัน Chakkrit Metchanun

Drawing : ถุง (BAGS) 40

ARCHITECTURE BLAH BLAH

BOOMING OF

MALLS

Story : นิธิศ สถาปิตานนท์ Nitis Sthapitanonda Photography : พฤกษ์ เดชกำแหง Pruk Dejkamhaeng

ปัจจุบัน หลังจากที่ตลาดคอนโดมิเนียมเจริญ รุ่งเรืองมาได้พักใหญ่ ห้างสรรพสินค้าน้อยใหญ่ ทุกหัวมุมเมืองก็ได้เวลาเจริญเติบโตเพือ่ ตอบสนอง การขยายตัวของประชากรในพืน้ ทีเ่ หล่านัน้ ...ยังกะ ดอกเห็ด ดีเวลลอปเปอร์ไม่ว่าเจ้าใหญ่ เจ้าเล็ก แข่งกัน เปิดห้างใหม่กันแทบทุกเดือน ประมาณว่าใครยึด หัวถนนได้ก่อน ได้เปรียบ เปิดใหม่กันเยอะซะจน นักช็อป...ช็อปไม่ทัน! บางโซนในกรุงเทพฯ ศูนย์การค้าชุมชน (Community Mall) มีเยอะซะจนรัว้ แทบจะชนกันอยูแ่ ล้ว แต่ถงึ กระนัน้ ดีเวลลอปเปอร์บางเจ้าก็ยงั เห็นว่า กรุงเทพฯ สามารถมีศูนย์การค้าชุมชนได้อีก ไม่ต่ำกว่า 150 ห้าง1 งานนี้ ไม่ดีเวลลอปเปอร์ ก็เราๆ นี่แหล่ะที่จะกระเป๋าฉีก การที่มีศูนย์การค้าเกิดขึ้นมากมายขนาดนี้ หมายความว่าการแข่งขันในตลาดนี้กำลังสูงขึ้น เรื่อยๆ ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ จำเป็นที่จะต้อง ตอบสนองความต้องการของคนทั่วไปในการ จับจ่ายใช้สอยหรือทำธุรกรรมต่างๆได้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการเดินเล่นในห้างสรรพสินค้า จ่ายตลาด กินอาหาร ซื้อชุดทำงาน อ่านหนังสือ ออกกำลัง ดูหนัง ซ่อมรองเท้า ล้างรถ เอาลูกไป ทำกิจกรรมหรือเรียนพิเศษ ฯลฯ ไม่เช่นนั้น ก็จะ สู้คู่แข่งที่มีประโยชน์ใช้สอยครบถ้วนได้ลำบาก ส่วนศูนย์การค้าชุมชน โจทย์ก็คงจะคล้ายๆ กัน แต่เนื่องจากมีพื้นที่จำกัด การแบ่งสัดส่วน ประเภทและขนาดของร้านจึงมีความสำคัญ มาก ร้านค้าต่างๆ ก็ต้องตอบสนองการใช้ชีวิต ของคนในชุมชนนั้นๆ ให้ได้ ประกอบกับค่าเช่าที่ สมเหตุสมผล ที่จอดรถที่เพียงพอ ร้านค้าต่างๆ

ก็จะอยู่ได้และศูนย์ก็จะประสบความสำเร็จ แต่การ หาจุดสมดุลตรงนี้มันไม่ง่ายเลย ถ้าสังเกตดีๆ ร้านค้าในหลายๆ ศูนย์การค้า ชุมชนจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา บางร้าน อาจไม่โดนใจลูกค้าในละแวกนั้น บางร้านก็สู้ค่าเช่า ไม่ไหว หน้าที่ของศูนย์ก็คือ ทำอย่างไรให้มีคนเช่า พื้นที่ให้เต็มตลอดเวลา เพราะถ้าร้านในห้างเจ๊ง บ่อย คนก็จะไม่กล้ามาลงทุนในศูนย์และถ้าศูนย์ ไม่มีคนมาเปิดร้าน ห้างก็จะดูไม่ดีและไม่มีคนมา เดินในที่สุด ปัญหาของศูนย์การค้าชุมชนตอนนีค้ อื มีความ คล้ายกันเกินไป ทุกศูนย์ฯ ต่างขวนขวายหาซูเปอร์ มาร์เก็ตมาลงเพราะเชื่อว่าซูเปอร์มาร์เก็ตจะดึง ลูกค้ามาได้ แต่ความคิดแบบนี้ก็ไม่จริงเสมอไป เพราะการแข่งขันระหว่างซูเปอร์มาร์เก็ตแต่ละเจ้า เข้มข้นกว่าการแข่งขันธุรกิจศูนย์การค้าชุมชนซะอีก นอกจากนั้น ศูนย์การค้าชุมชนแทบจะทุกศูนย์ฯ ก็ต้องมีร้านอาหารที่มีคำว่า “ไวน์ (Wine)” อยู่ในชื่อ ต้องมีร้านญี่ปุ่นอยู่ไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้าน ร้านกาแฟอีก ร้านสองร้าน จริงอยู่ ร้านอาหารสามารถเป็นตัวดึง ลูกค้ามาทีศ่ นู ย์ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าร้านอาหาร จะเป็นตัวทำให้ร้านค้าอื่นๆ อยู่รอดได้ หากศูนย์การค้าชุมชนในละแวกเดียวกันมีความ เหมือนกันมาก นั่นก็หมายความว่ากำลังช่วงชิง ลูกค้าคนเดียวกันอยู่ แต่การที่จะลองทำอะไรให้ แตกต่างจากคนอื่น มันก็มีความเสี่ยง นักลงทุน คงต้องศึกษาหาข้อมูล เก็บสถิตกิ ารใช้เงินของชุมชน ดีๆ ท้ายที่สุดแล้ว ถ้าศูนย์การค้าชุมชนสามารถทำ ประโยชน์ให้กับชุมชนได้ แทนที่จะจ้องเอาแต่เงิน อย่างเดียว เช่น มีพื้นที่สีเขียวเยอะๆ มันก็คงดี

-----------------------------------------The increasing number of shopping malls these days creates a highly competitive environment serving all type of customers by placing as many categories of shops as possible. Due to area limitations, Community Malls place emphasis on rental space allocation by considering shop categories and the size of each retail area. To find the balance point in this type of mall management is not easy as shops have to struggle to serve local customers’ lifestyles and the rent price should be reasonable whilst the availability of car parks should be plentiful. If the community malls can achieve this then the business should be successful. The problem of community malls is similarity. Most places attempt to draw customers in by opening a supermarket in the compound but this could be a threat as they are highly competitive, much more than all the other businesses in the community mall. If multiple community malls in the same area are too similar, customers can not distinguish the better one. The investor, therefore, should investigate and collect statistics of how consumers spend money. Last but not least, if the community mall is able to repay the community by planting more greenery, it would be better than only taking money from them.

1 http://bk.asia-city.com/city-living/article/does-bangkokhave-too-many-community-malls

41


DIN Free Magazine Vol. 2 : Shopping  

Anything about shopping and architecture in our DIN vol. 2. Let's find out and let us know what you think! https://www.facebook.com/pages/D...

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you