Issuu on Google+

NOVEMBER ISSUE 10

CarVariety • สุดอึ้งซุปเปอรคารจากบอลลีวูด DC Design Tornado

• ใกลความจริงแลว! เทคโนโลยีลองหนกับยานยนต

Tip�&�Technique • วาดวยเรื่องของ ECU ยุคใหม ตอนที่ 2 • Precrash System ปกปองกอนปะทะ

LifeStyle • Go!Scan3D แสกนเนอรเปลี่ยนโลก • ทองนครโบราณ "นครวัด" ตอนที่ 2


CarVariety สุดอึ้งซุปเปอร์คาร์จากบอลลีวูด DC Design Tornado

“ข่าวด่วนว่าอินเดียจะเป็นเจ้าตลาดรถในเอเชีย ก็คงจะไม่ใช่เรื่องเข้าใจผิดแต่อย่างใด เพราะหลังจาก ที่ DC Design แบรนด์รถยนต์ระดับบนของอินเดีย ได้คลอด Tornado ซุปเปอร์คาร์ที่มาแรงดั่งพายุ”

..........


ไม่มีอะไรจะแรงกว่านี้ เมื่อค่ายรถหรูอย่าง DC Design ที่ออกไลน์ผลิตแต่รถระดับ Premium และบรรดา Special Custom ทั้งหลาย ด้วยสรีระ ที่ดูแปลก บวกกับคอนเซปต์ระดับซุปเปอร์คาร์ แต่อยากได้สมรรถนะแบบ SUV ด้วยโครงสร้าง 2+2 ที่นั่ง และวางกลางลำ� ทำ�ให้ DC Design Tornado กลายเป็นหนึ่งในซุปเปอร์คาร์ที่น่าจับตา มองในปีนี้ โดย DC Design แบรนด์รถยนต์ในอินเดีย ก่อตั้งขึ้นในปี 1993 โดยดีไซน์เนอร์ Dillip Chhabria ซึ่งนายดิลลิปก็ได้ออกแบบคอนเซปต์ ภายใต้แบรนด์ DC Design และรถ Custom ให้กับ แบรนด์อื่นๆอีกมากมาย โดย Tornado เป็นอีก หนึ่งรุ่นที่ออกแบบได้หลุดจากบรรทัดฐานของรถ ซุปเปอร์คาร์เจ้าอื่นๆ ภายนอกนั้นอาศัยความกลมกลึงของตัวรถ ที่มีสรีระเว้าโค้งอย่างเห็นได้ชัด ด้านหน้าออกแบบ ให้มีไฟ Projector เพียง 4 ดวง พร้อมกระจังและ กันชนหน้าสไตล์เดียวกันกับ Camaro ซึ่งนั่นยังไม่ ทำ�ให้เราแปลกใจเท่าการที่ซุปเปอร์คาร์คันหนึ่งจะใช้ ล้ออันใหญ่โตมโหฬารถึง 28 นิ้ว ก่อนสวมทับด้วย ยาง 325/25/28 พายุคันนี้ขับเคลื่อนโดยเครื่องยนต์ของออ ดี้ขนาด 6,000 cc V12 ปรับจูนให้ได้แรงบิดและ แรงม้าสูงขึ้นถึง25% ซึ่งขณะนี้วัดได้ราว 500 PS และแรงบิดราว 1000 นิวตันเมตร โดยได้พ่วงระบบ iDCdrive กล้องมองหลัง รวมทั้งการควบคุมทั้ง คันด้วยไฟฟ้าทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น Drive By Wire, Steer By Wire และ Bake By Wire ทั้งส่วนของ คันเร่ง พวงมาลัย และระบบเบรก

“โดยในงานเปิดตัว DC ยังไม่ระบุราคา วันวางจำ�หน่าย และรายละเอียดอีกยิบย่อย แต่กระนั้นเองทางบริษัทก็อ้าง ว่ามันกำ�ลังจะขึ้นแท่นรถที่เร็วที่สุดในโลก แต่ก็ยังไม่มีใคร เห็นการขับเคลื่อนของมันเลยซักครั้ง”


CarVariety ใกล้ความจริงแล้ว! เทคโนโลยีล่องหนกับยานยนต์

“ไอน์สไตน์กล่าวไว้ว่า “จินตนาการสำ�คัญกว่าความรู้” เทคโนโลยีในทุกวันนี้ต่างพัฒนาโดยใช้จินตนาการในเรื่องต่างๆ รวมทั้งเทคโนโลยีล่องหน ดูได้จากภาพยนตร์ ไม่ว่าจะเป็นผ้า คลุ่มล่องหนที่ดัมเบอร์ดอร์มอบให้กับแฮรี่ ผ้าคลุมของโดเรม่อน ก็ตามที วันนี้เทคโนโลยีล่องหนได้มาเคาะประตู “รถ” ของเราๆ ท่านๆ แล้ว แต่จะอยู่ในส่วนใดของรถยนต์ เราไปชมกันครับ”

..........


เทคโนโลยี ล่ อ งหนนี้ ไ ม่ ไ ด้ เ กิ ด ขึ้ น ครั้ ง แรก หรอกครับ มันใกล้ความเป็นจริงเอามาก ก็ดูได้จาก ยานบินล่องหนก็ใช้ประจำ�การอยู่ในกองทัพสหรัฐ จนปัจจุบัน รัสเซีย และจีน ก็ยังทำ�และประสบความ สำ�เร็จจนเป็นรุ่นที 2 แล้ว โดยเทคโนโลยีนี้ใช้พื้นที่สะ ท้อนเรดาห์ให้น้อยที่สุด หรือเท่ากับนกหนึ่งตัว แต่ ถ้ามองด้วยตาเปล่าก็จะเห็น เพราะยังไม่สามารถ ทำ�ให้โปร่งใสแบบ 100% ได้ แต่เทคโนโลยีนี้ เป็นความคิดของชาวญี่ปุ่น สมองใส ซึ่งเป็นทีมวิจัยจาก Keio University มหาวิทยาลัยชั้นนำ�ในญี่ปุ่น ได้คิดค้นเทคโนโลยี ล่องหนที่เรียกกันว่า Optical Camouflage มาใช้ กับรถยนต์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มทัศน์วิสัยด้านหลังรถได้ โดย Susumu Tachi หัวหน้าทีมวิจัย ได้ อย่างสมบูรณ์แบบ ทำ�ให้มองได้ทะลุปรุโปร่งเสมือน ทดลองใช้กับเสื้อคลุมก่อนเป็นดับแรก โดยหลัก ว่าไม่มีเบาะหลังด้วยซ้ำ�ไป การที่ดูเหมือนจะง่าย ก็คือตั้งกล้องไว้ด้านหลัง เสื้อคลุม และฉายภาพลงบนเสื้อคลุมนั้น โดย อาศัยหลักการหักเหของแสงเล็กน้อย เราก็จะเห็น เสื้อคลุมนั้นโปร่งใสดั่งมีเวทมนต์ยังไงยังนั้นเลย โดย Susumu Tachi หัวหน้าทีมวิจัย ได้ ทดลองใช้กับเสื้อคลุมก่อนเป็นดับแรก โดยหลัก การที่ดูเหมือนจะง่าย ก็คือตั้งกล้องไว้ด้านหลัง เสื้อคลุม และฉายภาพลงบนเสื้อคลุมนั้น โดย อาศัยหลักการหักเหของแสงเล็กน้อย เราก็จะเห็น เสื้อคลุมนั้นโปร่งใสดั่งมีเวทมนต์ยังไงยังนั้นเลย


ซึ่งหลักการเดียวกันนี้ ก็ได้ถูกพัฒนาให้อยู่ใช้กับยาน ยนต์ โดยทีมวิจัยเดิมได้เลือก Toyota Prius และติดตั้งกล้อง มุมกว้างไว้ด้านท้ายรถ ก่อนส่งภาพผ่านกระจกเพื่อทำ�มุม ซ้าย-ขวา ให้ถูกต้องจากนั้นก็จะฉายไปเบาะที่นั่งด้านหลัง ซึ่ง ถึงแม้จะมีผู้โดยสารนั่งหลัง คนขับก็ยังเห็นแบบโปร่งใสอยู่ดี โดยสิ่งสำ�คัญคือวัสดุที่ใช้ทำ�เบาะหลังจะถักทอด้วยเม็ดบีดส์ Retro-Reflective ขนาด 50 micron ที่สามารถสะท้อนภาพได้ ตรงและสมจริง100% แม้กลางวันแสกๆ

“โดยหัวหน้าทีมได้กล่าวถึงเทคโนโลยีนี้ ว่า จะทำ�ให้มีความรู้สึกเหมือนกำ�ลังขับรถ ที่ทำ�จากกระจกแก้วทั้งคัน โดยทีมวิจัยนี้ ก็ได้บุกเบิกอะไรใหม่ๆ แน่นอนว่าการทำ�รถ ล่องหนนั้นก็เป็นโปรเจ็คต่อไป ไม่แน่นะครับ อีกหน่อย ชาว e-Toyota Club อาจจะได้ชมรีวิว Prius เวอร์ชั่นล่องหน จากนายทีก็เป็นได้”


Tip & Technique ว่าด้วยเรื่องของ ECU ยุคใหม่ ตอนที่ 2

“ต่อจากตอนที่แล้วนะครับ สำ�หรับเรื่องของ เทคโนโลยี Electronic Control Unit หรือ ECU รุ่น ใหม่ที่ได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะ เวลาตั้งแต่ ECU ตัวแรกกำ�เนิดขึ้นบนโลก โดยใน ตอนสุดท้ายนี้จะต่อกันในส่วนของหมวดไอเสียและ ระบบน้ำ�มันที่มีเซ็นเซอร์ชิ้นสำ�คัญๆ อยู่มาก”

..........


ต่อมาเป็นเรื่องของระบบน้ำ�มันครับ Flexible Fuel Sensor เซ็นเซอร์บอกการเปลี่ยนแปลงของน้ำ�มัน เชื้อเพลิง Fuel Level Sensor เซ็นเซอร์วัดระดับน้ำ�มัน เชื้อเพลิง Volume Airflow Sensor เซ็นเซอร์วัดปริมาณ การไหลของอากาศที่เข้าไปยังห้องเผาไหม้ Vehicle Speed Sensor เซ็นเซอร์วัดความเร็วของรถ Throttle Position Sensor เซ็นเซอร์วัดองศาลิ้นปีกผีเสื้อ ใช้เป็น ข้อมูลส่วนหนึ่งในการสั่งจ่ายน้ำ �มันเชื้อเพลิงซึ่งจะใช้ ร่วมกับการทำ�งานของเกียร์อัตโนมัติ

Barometric Pressure Sensor เซ็ น เซอร์ ที่ วั ด ความกดอากาศเพื่ อ ใช้ ใ นการ เปรียบเทียบหรือเป็นการแจ้งให้ทราบว่ากำ�ลังใช้งานอยู่ สถานที่ใด เป็นพื้นที่สูงอากาศเบาบาง หรือที่ราบต่ำ�ซึ่ง มีอากาศหนาแน่น จะได้ปรับอัตราส่วนผสมของอากาศ กับเชื้อเพลิงได้ถูกต้องแม่นยำ�ยิ่งขึ้น

Barometric Pressure Sensor


Camshaft Position Sensor ทำ�หน้าที่บอกตำ�แหน่งของตัวแคมชาฟท์ว่ากำ�ลังอยู่ในตำ�แหน่ง ใดสามารถใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องขององศาเปิดปิด วาล์วโดยเฉพาะพวกที่ใช้ระบบวาล์วแปรผันจังหวะการฉีดน้ำ�มัน รวม ทั้งจังหวะในการจุดระเบิดด้วย

Camshaft Position Sensor Crankshaft Position Sensor Crankshaft Position Sensor

“อุปกรณ์เหล่านี้ถือว่าเป็นเซ็นเซอร์พื้นฐานบางส่วน ของกล่อง ECU นะครับ เพราะยังมีอีกเพียบที่นาย ทียังแนะนำ�ไม่หมดเช่น เซ็นเซอร์ ABS เซ็นเซอร์ระบบ ควบคุมการทรงตัว ฯลฯ เป็นต้นครับ”

เซ็นเซอร์บอกตำ�แหน่งของข้อเหวี่ยง การใช้งานจะคล้ายๆ กับเซ็นเซอร์แค็มชาฟท์ แต่จะหนักไปในเรื่องของการจุดระเบิด มากกว่า นอกจากนี้ยังนำ�ไปใช้งานอย่างอื่นได้อีกเยอะเหมือนกัน เพราะมันเป็นการบอกถึงรอบเครื่องและตำ�แหน่งของลูกสูบ ขั้นตอนการทำ�งานจะทำ�หน้าที่รับข้อมูลจากเซ็นเซอร์ต่างๆ เพื่อนำ�มาประมวลผล และใช้ในการควบคุมการจ่ายน้ำ�มันเชื้อเพลิง และการจุดระเบิดของเครื่องยนต์ ทำ�ให้เครื่องยนต์สามารถทำ�ไ���้ โดยที่กำ�ลังของเครื่องยนต์ยังคงทำ�งานได้เต็มประสิทธิภาพอยู่ นอกจากนี้ในปัจจุบันค่ายรถยนต์ต่างๆ ได้มีการเพิ่มคุณสมบัติ พิเศษให้กับ ECU และเครื่องยนต์ของตนเอง ตามเทคโนโลยีที่ได้รับ การพัฒนาของแต่ละค่าย ซึ่งในเครื่องยนต์ปัจจุบัน ECU จะไม่ควบคุมเพียงแค่การจ่าย น้ำ�มันเชื้อเพลิงและการจุดระเบิดเท่านั้น ECU ยังสามารถจะควบคุม ระบบต่างๆ อาทิ ระบบปรับความยาวท่อร่วมไอดีแปรผัน,ระบบ วาล์วแปรผัน ,ระบบควบคุมไอน้ำ�มันเชื้อเพลิง อีกยังคงทำ�งานร่วม กับระบบกันขโมย (Immobilizer) ที่กำ�ลังนิยมใช้กันอยู่ในปัจจุบัน โดยระบบจะไม่อนุญาตให้กุญแจที่ไม่ถูกต้องสามารถสตาร์ทติดได้


Tip & Technique Precrash System

ปกป้องก่อนปะทะ

“ก่อนการชนหรือเหตุการณ์ใดๆ ที่จะก่อให้ เกิดอันตรายต่อรถยนต์และชีวิตผู้โดยสาร ระบบ หนึ่งที่ทำ�หน้าที่เป็นเหมือน Life Guard ให้กับเราๆ ท่านๆนั่นก็คือ Precrash System นั่นเอง”

..........


ระบบความปลอดภัยเพื่อปกป้องผู้โดยสารในนามของ Precrash System นั้นเกิดขึ้นเพื่อลดความรุนแรงของการเกิด อุบัติเหตุ โดยหลังจากปี 2001 เทคโนโลยีนี้แพร่หลายอย่าง มาก ซึ่งองค์ประกอบหลักๆก็จะได้แก่เซ็นเซอร์ตามจุดต่างๆ และเรดาห์ที่ใช้เป็นพื้นฐานในการเตือนก่อนจะเกิดการชน โดยเซ็นเซอร์นี้มักจะติดอยู่ในบริเวณรอบรถ โดยถ้า ระบบตรวจจับได้ว่าจะเกิดการปะทะด้านข้าง ระบบก็จะทำ�การ ปกป้องคนขับและผู้โดยสารด้วยการทำ�ให้ผู้โดยสารอยู่ห่าง บริเวณปะทะให้ได้มากที่สุดเพื่อลดความรุนแรงให้น้อยที่สุด โดย หมอนที่ฝังอยู่ด้านข้างและเบาะพนักพิงจะอัดอากาศพองตัว ออกอย่างรวดเร็วและดันให้คนขับและผู้โดยสารอยู่ส่วนกลาง ของรถ โดยจะมีถุงลมนิรภัยคั่นเพื่อลดแรงกระแทกระหว่าง กัน ระบบนี้เป็นหนึ่งในระบบ Precrash System ซึ่งปกป้องผู้ โดยสารจากด้านข้าง และตามสถิติพบว่ามันสามารถลดความ รุนแรงของอุบัติเหตุได้ถึง 1 ใน 3


นอกจากนั้นหลายค่ายยังใช้ระบบที่ช่วยให้ผู้โดยสารอยู่ห่างจากจุด ปะทะได้ โดยเรียกรวมๆ ว่า Precrash Pulse ซึ่งใช้ระบบที่เขยิบผู้โดยสารมา ไว้กึ่งกลางรถ โดยมีอุปกรณ์ที่เรียกว่า Air Chamber ที่ทำ�งานร่วมกับ พนักพิงหลังเป็นตัวผลักดันผู้โดยสารได้ห่างราว 50 มม. มาไว้กึ่งกลาง รถเพื่อลดอัตราการบาดเจ็บให้น้อยที่สุด และในบางค่ายก็จะเสริมระหว่างเทคโนโลยีกับโครงสร้างสมัยใหม่ ซึ่งเรียกกันรวมๆ ว่า Precrash Structure คานโลหะที่สามารถพองตัวได้ โดยเสริมความแข็งแรงให้กับบานประตูด้วยคานพองตัวได้นี้ ด้วยแรงดัน ของตัวคานโลหะที่สามารถยกคนที่มีน้ำ�หนักตัว 100 กก. ได้สบายๆ ส่วน การสร้างแรงดันนั้นใช้เทคนิคเดียวกันกับถุงลมนิรภัย แต่คานแข็งนี้จะยืด ตัวออกโดยแรงดันจะอยู่ที่ 10-20 บาร์ ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาเสี้ยว วินาทีเท่านั้น

“ซึ่งในโตโยต้าของเราก็จะมีอีกชื่อหนึ่งว่า Pre-Collision System ที่พระเอกหลักๆก็จะเป็นระบบช่วยเบรกหรือ Brake Assist (BA) ที่จะมาช่วยเบรกหากผู้ขับไม่เหยียบ เบรกในระยะเบรก เรดาห์ก็จะส่งสัญญาณไปยังเซ็นเซอร์ ที่ติดตั้งอยู่รอบคันที่จับวัตถุต่างๆ ได้ถึง 60 เมตร จาก นั้นระบบจะช่วยเบรกก่อนการปะทะประมาณ 0.6 วินาทีซึ่ง เป็นระบบอัจฉริยะที่ช่วยเซฟทั้งชีวิตและตัวรถ เรียกได้ว่า ระบบดีๆแบบนี้จะถูกพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ เพื่อแข่งกับตัวเลข อุบัติเหตุบนท้องถนนที่สูงขึ้นทุกวัน”


Gadget

LifeStyle Go!Scan3D

สแกนเนอร์เปลี่ยนโลก

“นอกจากนวัตกรรมการพิมพ์แบบ 3D ที่ชาวเราเคย พาเพื่อนๆ ไปชมกันแล้ว ณ วันนี้โลกเราก็ได้บังเกิดอุปกรณ์ที่จะ พลิกวงการ 3D ไปอย่างสิ้นเชิง กับ Go!Scan3D สแกนเนอร์ เปลี่ยนโลก”

..........


เปลี่ยนโลกได้จริงๆ กับนวัตกรรมการสแกนภาพที่ คิดค้นโดยบริษัท CreaForm จากแคนาดา ที่เล่นแหวกมิติจาก เครื่องสแกนสำ�นักงานทั่วไป ให้กลายเป็นอุปกรณ์คล้ายปืนที่ สามารถสแกนให้ออกมาในรูปแบบของภาพ 3 มิติได้ โดยไม่ จำ�กัดว่าวัตถุที่ต้องการสแกนนั้นเล็กหรือใหญ่แค่ไหน เรียกได้ ว่า Go!Scan3D เป็นเครื่องสแกนที่ใช้ง่ายที่สุดและรวดเร็ว ที่สุดเท่าที่เคยมสแกนแบบ 3D มา โดย Go!Scan3D มีคุณสมบัติที่เรียกได้ว่าเป็น TRUsimplicity (ใช้งานง่าย), TRUportability(ขนาดกระทัดรัด), TRUaccuracy(มีความเที่ยงตรงสูง) ด้วยเทคโนโลยี LED ที่เข้า มามีส่วนช่วยเหลือในการสแกนที่สามารถใช้ได้ในทุกๆ พื้นผิว

TRUsimplicity การใช้งานของมันง่ายมากๆครับ แค่เรานำ� Go!Scan ที่มี รูปทรงคล้ายปืนยิงบาร์โค้ด เพียงเราชี้เป้าแล้วกดยิงไปตามพื้นผิว ที่เราต้องการสแกน ไม่ว่าชิ้นส่วนจะมีขนาดเท่าใดก็สามารถสแกนได้ อย่างไร้ขีดจำ�กัด โดยตัวอุปกรณ์สามารถซิงค์กับ VXelements ซอฟแวร์ที่แสดงผลแบบ real time ได้ว่าเราสแกนได้ครบทุกมุม แล้วหรือยัง หากยังเราก็สามารถสแกนซ้ำ�ได้โดยคล้ายกับเป็นการ เก็บรายละเอียดงานนั่นเอง


TRUportablity ด้วยคอนเซปต์ของมันก็คือ on-the-go scan ทำ�ให้มันกำ�ลังจะเป็นสแกน เนอร์ที่พกพาได้อย่างสะดวก ด้วยน้ำ�หนักเพียง 1.1 กิโลกรัม ทำ�ให้ง่ายต่อการ เข้าถึงทุกพื้นที่ และโหมดไร้สายที่ทำ�ให้ไม่มีข้อจำ�กัดในการเคลื่อนไหว

TRUaccuracy แม่นยำ�ด้วย Dynamic Referencing ที่คอยเก็บข้อมูลในทุกพื้นผิวของ วัตถุที่มีความถูกต้องแม้พื้นผิวจะอยู่ที่ระดับ 0.1 มิลลิเมตร ซึ่งไม่ต้องพึ่ง เครื่องวัดพิกัด (CMM) เหมือนสแกนเนอร์ทั่วไป

“โดยหลังจากสแกนเสร็จเราก็จะได้วัตถุในรูปแบบของ 3D ซึ่งสามารถประยุกต์ใช้ได้กับทุกๆ อุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็น อุตสาหกรรมยานยนต์, การบิน, สถาปนิก, มัณฑนศิลป์, 3D to CAD , ออกแบบผลิตภัณฑ์ ,เฟอนิเจอร์,ดรอวอิ้ง, โมเดลดิจิตอล เกมส์คอมพิวเตอร์ การ์ตูนอนิเมชั่นไปจนถึง วงการแพทย์ใช้เพื่อวินิจฉัยโรคต่างๆ ทางภายภาพ มาถึง ตรงนี้คงไม่แปลกใจแล้วว่าทำ�ไมชาวเราถึงตั้งฉายาให้ว่าเป็น สแกนเนอร์เปลี่ยนโลก เพราะมันเป็นอย่างนั้นจริงๆ ค่ะ”


RoadTrip

LifeStyle ท่องนครโบราณ “นครวัด” (ตอน 2)

“ต่ อ จากตอนที่ แ ล้ ว หลั ง จากที่ เ มื่ อ คื น เราได้ ติดต่อรถตุ๊กๆ เพื่อที่จะให้พาเราไปนครวัดซึ่งห่างจาก ที่พักไป ประมาณ6กิโลเมตร เราเหมาทั้งวันประมาณ 16 Us ก็ประมาณ 558 บาท ตอนเช้าๆที่นี่บรรยากาศ ดีมากๆ เพราะสองของทางก็เขียวชอุ่มคล้ายกับต่าง จังหวัดบ้านเรา”

..........


พอไปถึงนครวัด (หรืออังกอร์วัด Angkor Wat) เราก็ต้องแวะด้านหน้าที่จุด ขายบัตรซะก่อนเพื่อซื้อบัตรเข้าชม ที่นี่จะมี บัตร1วันและบัตร3วัน แต่เราเลือกบัตร 1 วันเพราะมีเวลาแค่วันนี้ทั้งวันสำ�หรับนครวัด ราคาค่าเข้าต่อคนก็ 20Us หรือคนละ 600 บาท เมื่อได้บัตรแล้วก็เตรียมตัวที่จะได้ยล เมืองโบราณที่ได้เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกสัก ที ตื่นเต้นดีเหมือนกันคร้า และเมื่อพ้นประตูเล็กๆลึกเข้าไปก็จะเห็นแม่น้ำ�อังกอร์อยู่ล้อมรอบผนังอังกอร์วัด ตลอดแนวกำ�แพง ส่วนตรงกันข้ามกับทางเข้าทิศตะวันตก (นครวัดจะหันหน้าไปทางทิศ ตะวันตก) ก็จะเป็นบอลลูนที่สามารถให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปดุบรรยากาศและถ่ายภาพได้จากมุม สูง ราคาก็ประมาณ40Us ด้านหน้านครวัดจะมีสะพานยาวประมาณ800เมตรเพื่อจะเดินต่อ เข้าไปที่ตัวปราสาท ด้านในนครวัดก็จะมีชั้นนอก ชั้นใน รวมทั้งหมด3ชั้นจะมีบันไดที่ชันมากๆ อยู่ที่ปราสาทชั้น3นี้ ใครมาก็ต้องขอลองปีนดูสักครั้ง เหมือนกับว่าถ้าไม่ได้ขึ้นก็เหมือนมา ไม่ถึงนครวัดนะคะ และตอนทางออกก็ต้องแวะชมนางอัปสราอยู่ที่ป้อมด้านนอกตัวปราสาท ซึ่งความยิ่งใหญ่ของที่นี่นั้นก็ได้ถูกบันทึกเป็นมรดกโลกในนามว่า Angkor Wat UNESCO World Heritage


เมื่อเยี่ยมชมนครวัดเราไปต่อที่นครธมกันต่อเลยค่ะ อยู่ ตรงข้ า มกั บ ปราสาทบั นทายศรี เราก็ เ ลยขอแวะเข้ า ไปหน่ อ ย เพราะจริงๆ แล้วมีเป้าหมายในใจอันดับหนึ่งอยู่ที่ปราสาทตา พรม ที่นั่นเป็นที่ถ่ายภาพยนตร์ในฉากหนึ่งของ Tom Rider ด้วย ใจนี้อยากไปให้ถึงเร็วๆ จัง ถั ด จากบั น ทายศรี ก็ จ ะเป็ น เป้ า หมายของเราก็ คื อ ปราสาทตาพรหม ซึ่งเป็นที่ยอดฮิตของทั้งนักท่องเที่ยว เพราะเข้าไปในตัวปราสาทก็จะเห็นรากไม้ขนาดใหญ่ทับอยู่บนตัว ปราสาทที่ดูขลังและแปลกประหลาดไปอีกแบบ แต่ที่สำ�คัญต้นไม้ นี้คงจะเก่าแก่มากๆแน่เลยถึงได้ใหญ่โตได้ขนาดนี้ ที่นี่จึงเป็นฉาก หนังฉากโฆษณา ฉากหนัง และเป็น Landmark สำ�คัญของนัก ถ่ายภาพจากทั่วโลก

“สรุปทริปนี้เราใช้เงินไปไม่มาก ไม่ต่างกับเที่ยวที่บ้านเราเลย การเดินทางไม่เหนื่อยมากด้วย ยิ่งใหญ่อลังการสมคำ�ร่ำ� ลือ เลยคิดว่าจะต้องมาเก็บให้หมดในทริปหน้าและจะมาฤดู หนาวดีกว่า โดยรวมแล้วถือว่า ประทับใจมากค่ะ และนคร วัดยังเป็นที่หนึ่งที่เดินทางมาด้วยรถส่วนตัวได้และมีเสน่ห์ ชวนให้ต้องกลับมาอีกครั้ง”

ที่ต่อไปที่จะเดินทางไปต่อก็คือปราสาทบายน (Bayon) เป็นปราสาทที่เก่าแก่แห่งนึงของนครธม ปราสาทแห่งนี้จะมี ลักษณะที่แปลกและที่ผนังหินจะถูกแกะสลักเป็นหน้าต่างๆอยู่ จริงแล้วต่อจากปราสาทบายันเราก็ผ่านประตูเมืองใหญ่ฝั่งทิศ เหนือของนครธมและก็ตั้งใจจะไปต่อที่พนมบาเค็งที่ๆเราพลาด ไปเมื่อเช้าว่าจะไปถ่ายอาทิตย์ขึ้น เป็นทางที่ต้องขึ้นเขาด้วยการ เดินเท้าหรือนั่งช้างไปก็ได้ค่ะ แง๊ . .พอจะเข้ า ใจแล้ ว ว่ า ทำ � ไมถึ ง ต้ อ งมี บั ต ร3วั น เพื่ อ เที่ ย วนครวั ด และนครธมแต่ ล ะที่ นั้ น บางที ต้ อ งเดิ นทางด้ ว ย ตุ๊กๆ30กิโลเมตรไปกลับ60กิโลเมตร และเราต้องตัดอีกหลายๆ ที่ที่น่าไปมากๆ แต่..แค่นี้ก็เหนื่อยเอาเรื่องเหมือนกันนะเนี่ย


CarVariety All New Auris 2013

โฉมใหม่ที่เหนือความคาดหมาย

“ไม่ว่ารถค่ายไหน การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องที่ เสี่ยงเอาเรื่องอยู่เหมือนกันในหลายๆสถานการณ์ที่ เปลี่ยนแปลงก็นำ�มาซึ่งขาลงของบริษัท แต่นั่นคงตรง ข้ามกับ All New Auris 2013 ที่เปลี่ยนแปลง”

..........


Toyota Auris 2013 ตัวโมเดลแชนจ์นี้ สร้างความ เซอร์ไพรส์์ให้ กับวงการเป็นอย่างมาก เพราะก้าวกระโดดที่สำ�คัญทำ�ให้ Toyota ออกมา เปลี่ยนแปลงการออกแบบโครงสร้างรถยนต์ใหม่หมดจด ซึ่งเผยโฉมครั้ง แรกในงาน Paris Motor Show 2012 นี้ ก่อนที่จะลงสายพานผลิตจริง ณ โรงงานในเมือง Derbyshire ประเทศอังกฤษ


ภายใต้ความเป็นสปอร์ตแฮทแบคนี้ คล้ายกับว่าได้ผสาน เอกลักษณ์ระหว่าง Prius และ Yaris ไว้ได้อย่างลงตัว ด้วย กระจังหน้าสไตล์ใหม่โดดเด่นพร้อมไฟหน้าที่ทำ�ให้ดูปราดเปรียวมาก ขิ้น พร้อมไฟตัดหมอกเสริมให้รถดูมีมิติ เข้ากันได้ดีกับเส้นสาย กระโปรงหน้าดีไซน์ใหม่ ด้านบนพบกับมูนรูฟขนาดใหญ่ พร้อมหลังคาที่ลาดลงและ เสา C และ D ที่ทำ�มุมตีบลงส่งผลให้กระจกนั้นมีความโฉบเฉี่ยวมาก ขึ้น นั่นยังไม่หวือหวาเท่าไฟท้ายที่ออกแบบได้โดนใจมากๆ

All-New Toyota Auris 2013  มีความยาวที่ 4,275x1760x1,460 มม.ที่ความสูง มีค่าสัมประสิทธ์ Cd ที่ 0.28 ที่บ่งบอกถึงการประหยัดน้ำ�มันที่มากขึ้น ในขณะที่ตัวบอดี้รถเองมี ความเบาขึ้นกว่าเดิมถึง 10 % หรือราว 40 กิโลกรัม แต่ก็ขึ้นอยู่กับ รถแต่ละรุ่นที่จะมีการแปรเปลี่ยนต่างกันไป โดยรุ่นนี้มาพร้อมขุมพลังมากมายหลายทางเลือกให้ได้ใช้กัน ในส่วนของรุ่นเริ่มต้น All-New Toyota Auris 2013 จะมาพร้อม กับเครื่องยนต์ดีเซล  1.4 D-4D เทอร์โบ ตอบสนองในการขับขี่ ทั้งสมรรถนะและความประหยัดอย่างลงตัว ในขณะที่รุ่นเบนซิน จะ เริ่มตั้งแต่เครื่องยนต์ขนาด 1.33 Dual VVT-i  และตามมาด้วยรุ่น  1.6 Valvematic 6 speed ในขณะที่เครื่องยนต์ขนาด 1.8 จะจับคู่ กับ Hybrid Synergy Drive เพิ่มประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำ�มัน ที่มากขึ้น

“ส่วนรายละเอียดเรื่องวันวางจำ�หน่ายนั้นคงจะได้เห็น วิ่งโฉบกันในปารีสในอีกไม่กี่เดือนนี้ แต่ดูจาก range ราคานั้นก็ไม่ได้ฉีกรุ่นอื่นๆไปนักเพราะอยู่ที่ราว £ 14,000- £21,000 ยูโร ทำ�ให้ Toyota Lover ทั่วโลกต่างเฝ้ารอคอย ซึ่งไม่นานเกินรอแน่ครับ”


CarVariety Exagon Furtive eGT

ปฏิวัติการเดินทางของยานยนต์ EV

“Exagon Motors ตัวแทนค่ายซุปเปอร์คาร์ใน ประเทศฝรั่งเศส ได้ส่งยานยนต์ที่จะมาปฏิวัติวงการ EV ด้วย Exagon Furtive eGT ซุปเปอร์คาร์ตัวจริง เสียงจริงหลังจากพัฒนาจากคอนเซปต์ให้กลายเป็น ตัวจริงพร้อมวางจำ�หน่ายปีหน้า”

..........


Exagon Motor เปิดตัวในปี 2009 ด้วยคอน เซปต์คาร์ตัวฉกาจ ที่ใส่เครื่องยนต์ไฟฟ้าพร้อม ลุย แต่กระนั้นก็ดีหลายๆปัจจัยไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี ความพร้อมของสถานีชาร์จ นั้นยังไม่เป็นใจให้ออก วางจำ�หน่าย หลังจากขะมักเขม้นลบจุดอ่อน ป้อน จุดแข็งอยู่นาน ก็ได้เผย EV ไฟฟ้าที่มาพร้อมกับ เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด E-REV (Extended Range Electric Vehicle) ที่ทำ�ลายขีดจำ�กัดของการเดิน ทางด้วยไฟฟ้าให้ไม่มีที่ติมากขึ้น Exagon Furtive eGT ได้กลายมาเป็นยาน ยนต์ EV คันแรกที่นำ�เทคโนโลยี E-REV นี้มาใช้ โดย E-REV นี้จุดเด่นของมันก็คือสามารถเพิ่มพิสัยใน การเดินทางให้ไกลขึ้นกว่าการใช้โหมดไฟฟ้าถึง 807 กิโลเมตร โดยใช้เครื่องยนต์สันปาดขนาดเล็กที่ทำ� หน้าที่ในการชาร์จกระแสไฟฟ้าที่สูญเสียไประหว่าง ขับ โดยนำ�พลังงานไฟฟ้าขนาดมหาศาลนี้มาใช้เพิ่ม range ในการขับขี่นั่นเอง โดยเจ้าอุปกรณ์นี้ Exagon ขนานนามให้มันว่า Range-Extender!


แต่ในส่วนของการขับเคลื่อนปกติ Furtive eGT ก็ใช่ ย่อย เพราะมอเตอร์ไฟฟ้าทั้ง 2 ตัวที่ผลิตโดย Siemens สามารถรีด output ได้ถึง 402 แรงม้า ซึ่งเดินทางจาก 0-100 ได้เร็วที่สุดภายใน 3.5 วินาที ส่วน Top speed ขณะ โดนล็อคความเร็วก็ทำ�ได้ราว 250 กิโลเมตร/ชั่วโมง ส่ง กำ�ลังด้วยระบบเกียร์ 3 speed พร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะที่ ลดการสูญเสียแรงบิดขณะเปลี่ยนเกียร์ให้น้อยที่สุด โดยเดินทางได้เฉลี่ยที่ 322 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ ไฟ 1 ครั้ง โดยถ้าหาก วิ่งด้วยความเร็วที่ 110 กม./ ชม. ก็จะทำ�ระยะทางได้ที่ 241 กม. และจะไกลว่านั้นหากวิ่ง ในความเร็วที่ต่ำ�ลง ซื่งที่ 50 กม./ชม. ก็จะทำ�ระยะทางได้ ไกลถึง 402 กม./ชม. ซึ่งเป็นข้อดีหากอยู่ในสถานการณ์ที่ พลังงานจวนจะหมด นอกเหนื อ จากนั้ นงานออกแบบโดยรวมก็ ใช้ ค อน เซปต์แฟชั่นชั้นสูงหรือ High Fashion ในงานออกแบบ ภายนอกภายใน เพราะรายละเอียดในทุกๆตารางนิ้วนั้นถูก ใส่มาอย่างปราณีต ไม่ว่าจะเป็นแผงแดชบอร์ดไปจนถึงด้าย เย็บเบาะหนังอันหรูหรา

“ตามแพลนวางจำ�หน่ายนั้น Exagon ได้วางไว้ปีหน้า อย่างแน่นอน โดยเคาะราคาแล้วว่าไม่มากไม่มายเกินไป สำ�หรับเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่ถูกอัดใส่ไว้ในซุปเปอร์คาร์ 2+2 ที่นั่นคันนี้ สนนราคาอยู่ที่ 350,000 ยูโร หรือ 425,000$ เหรียญสหรัฐ”


Tip & Technique เปลี่ยนเทอร์โบลูกใหญ่ แล้วจะแรงขึ้นมั้ยเนี่ย??

“การเลือกเทอร์โบลูกโตๆ จะทำ�ให้รถ มีเรี่ยวแรงมากขึ้น เช่นเดียวกับการเลือก โข่งขนาดเล็กเพื่อให้ไอเสียเดินมาปั่นกังหันเท อร์ไบน์ได้เร็วขึ้น แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับองค์ ประกอบส่วนอื่นๆ ด้วยนะครับ ว่ามีความเหมาะ สมขนาดไหน”

..........


ก่อนอื่นเรามาเท้าความกันก่อน ว่าเจ้าเทอร์โบ ลูกยักษ์ๆ เนี่ย ส่วนใหญ่จะมาจากรถใหญ่ เช่นรถ Truck หรือรถ Tractor สาเหตุที่นิยมใช้ของรถใหญ่ก็ คือเรื่องของราคาที่ถูกกว่าเทอร์โบแต่งค่อนข้างมาก โดยเทอร์โบหลังของรถประเภทนี้จะมีขนาด���หญ่ตามไป ด้วย เพื่อให้การระบายไอเสียเป็นไปได้อย่างสะดวก ไม่มี อาการอั้นซึ่งทำ�ให้เกิดปัญหาความร้อน แต่ถ้ายัดเจ้า ลูกนี้เข้าไปในรถเลยอาจะเกิดอาการรอบูสท์กันจนเซ็ง แน่ๆ ดังนั้นจึงควรเปลี่ยนเทอร์โบหลังใหม่ให้เล็กลง เพื่อลดอาการรอรอบ แต่การเปลี่ยนเทอร์โบหลังให้ เล็กลงนั้นจะต้องลดลงให้พอเหมาะกับเครื่องยนต์ด้วย นะครับ จริงอยู่ว่าโข่งหลังยิ่งเล็กยิ่งติดบูสท์เร็ว แต่ ถ้าโข่งหลังเล็กมากเกินไปก็จะเกิดอาการอั้นภายในโข่ง หลัง ส่งผลให้ความร้อนสะสมที่สูงมากจนท่อร่วมไอ เสียและโข่งหลังแดงได้ ซึ่งแน่นอนว่าเป็นตัวการของ การผลาญเครื่องยนต์ แย่ที่สุดคือการเกิดไฟไหม้ใน ห้องเครื่องได้ การเลือกโข่งหลังให้เหมาะนั้น เป็นเหตุ ผลแรกๆที่ว่าทำ�ไมผู้ผลิตเทอร์โบทั้งหลายจึงมีให้เลือก หลายขนาดนั่นเอง

ต่อมาก็คือสิ่งที่เรียกว่า “เทอร์โบแต่ง” ซึ่งอยู่กับผู้ผลิตจะทำ� ออกมาหลายขนาดให้เลือกใช้กัน ที่จะง่ายต่อการติดตั้งและสามารถใส่ได้ เลยโดยไม่ต้องดัดแปลง ส่วนการลดขนาดโข่งหลังนั้นแล้วแต่ระดับการ Modified เช่นเทอร์โบลูกเดียวกัน ถ้านำ�ไปใส่รถเดิมๆเมื่อเปลี่ยนเทอร์โบ ก็ ควรเลือกใช้โข่งหลังที่มีขนาดเล็กกว่ารถที่ทำ�การเปลี่ยน Camshaft เพื่อ ลดการรอรอบ ความได้เปรียบในเทอร์โบแต่งที่เหนือกว่าเทอร์โบรถใหญ่อย่างเห็น ได้ชัดนั่นก็คือเรื่องของหน้าตาที่ออกแบบมาเพื่อโชว์ จึงมีความสวยงาม กว่า ในส่วนของประสิทธิภาพบรรดาชุดใบพัดไอดีและไอเสียนั้นจะถูก ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อให้สามารถทำ�ลมได้มากกว่าที่รอบการหมุนเท่า กัน แกนเทอร์โบออกแบบมาให้รองรับกับรอบการหมุนที่สูงตามแบบฉบับ ของเครื่องยนต์แบบเบนซินที่มีรอบสูงกว่าเครื่องยนต์ดีเซลพอสมควร ทำ�ให้ชิ้นส่วนต่างๆเช่น บู๊ช กันรุน แหวนกวาดน้ำ�มันต้องทำ�หน้าที่อย่าง มีประสิทธิภาพ นอกจากยังมีความหลากหลายทั้ง เทอร์โบลูกปืน (ball bearing) ซึ่งให้การทำ�งานที่ราบรื่นกว่า ช่วยลดอาการรอรอบของ เทอร์โบขนาดใหญ่ได้อย่างด

“ซึ่งหากเปลี่ยนเทอร์โบแล้ว ใช่ว่าความแรงจะเพิ่มขึ้นแบบทันตาเห็นนะ ครับ เพราะส่วนประกอบอื่นๆนั้นต้องเสริมสร้างกันด้วย เช่นทำ�การ อัพเกรดระบบเชื้อเพลิง ไม่ว่าจะเป็นปั้มติ๊ก หัวฉีด รวมไปถึงควรจะ เปลี่ยนตัว Regulator หรือตัวคุมแรงดันเบนซิน ให้เป็นแบบปรับเกจ ได้เพื่อตั้งค่าแรงดันให้เหมาะสมตามต้องการ สุดท้ายกล่องอีซียูที่ ฉลาดก็คงขาดไม่ได้ เมื่อระบบต่างๆ รองรับแล้ว รับรองว่าผลลัพธ์ที่ดีขึ้นไม่หนีไปไหนแน่นอนครับ”


Tip & Technique ขับประหยัดน้ำ�มัน โดยไม่ง้อเทคโนโลยี

“เห็นเทคโนโลยีใหม่ๆ ทั้งไฮบริดและ EV นายทีก็อดที่จะ ดีใจไม่ได้ที่อย่างน้อยเทคโนโลยีประหยัดน้ำ�มันแบบนี้กำ�ลังจะ แพร่หลายในอีกไม่นาน แต่..สำ�หรับคนที่ยังเข้าไม่ถึงยานยนต์ อัจฉริยะแบบนี้ ทั้งเครื่องเบนซินเอย เครื่องดีเซลเอย ต่างก็ ต้องหาวิธีขับอย่างประหยัดน้ำ�มันให้มากที่สุดด้วยเทคนิคไม่ ยาก ไปชมกันครับ”

..........


จุดสำ�คัญของการขับรถให้ประหยัดน้ำ�มันด้วยฝีมือ ตัวเองนั้น ท่องไว้เลยครับต้องใช้คันเร่งและเบรกให้น้อยที่สุด เพราะทุกครั้งที่เหยียบคันเร่งและเบรค น้ำ�มันก็ยิ่งถูกรีดออก จากถังมากเท่านั้น โดยการขับขี่ในมิติใหม่นี้จะใช้คันเร่งและเบรก เท่าที่จำ�เป็นจริงๆ โดยความเร็วนั้นก็ควรจะใช้ให้เหมาะสมกัน ตามสภาพจราจร ไม่จี้ท้าย จะทำ�ให้ไม่ต้องเบรกกันบ่อยๆ โดย การขับความเร็วเท่าคันหน้า แต่ไม่ทิ้งระยะห่างจนเกินไป ซึ่งไม่ สามารถกำ�หนดได้ว่าเท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับสภาพเบรกและฝีมือใน การขับรถของเรา ความเร็ว สภาพเส้นทาง และการจราจร ดังนั้นระยะห่างที่เหมาะสมคือ ระยะที่เราคิดอยู่ในใจว่าคันหน้า เบรกกะทันหัน เราจะหยุดได้ทันท่วงทีนั่นเอง ประเด็นนี้ก็สำ�คัญครับ การใช้รอบเครื่องกับเกียร์ หาก เป็นรถเกียร์ออโต้ก็คงไม่มีปัญหา แค่เข้าเกียร์ D อย่างเดียว นอกจากนี้ก็เป็นการควบคุมคันเร่ง ไม่กดลงไปมากเกินควร หรือเกินความจำ�เป็นนั่นเอง หากจะมีปัญหาบ้างก็เรื่องเรื่อง การเร่งแซง หากเป็นเกียร์รุ่นเก่าก็มากเรื่องหน่อย การแซง ความเร็วต่ำ�ขณะอยู่ในเกียร์สูง ซึ่งมักเป็นเกียร์โอเวอร์ไดรว์ ไม่มีอัตราเร่ง จะต้องกดคันเร่งลึกหรือกดคิกดาวน์ให้ทำ�รอบ เครื่องสูง เปลืองน้ำ�มัน แบบนี้ควรกดปุ่ม OD Off หรือโยก เกียร์ลงมาเป็นเกียร์ 3 กดคันเร่งเล็กน้อยให้รถมีอัตราเร่งแล้ว กดปุ่มให้โอเวอร์ไดรฟ์ทำ�งาน หรือขยับคันเกียร์ปรับเปลี่ยน เป็น D อย่างเดิมแล้วกดคันเร่งต่อเล็กน้อย ต่อจากนั้นให้ถอน คันเร่งเกียร์จะเปลี่ยนมาเป็นเกียร์สูงสุดอย่างเดิม


ส่วนเกียร์ออโต้รุ่นใหม่ที่ฉลาดขึ้น ให้เรากดคันเร่งลงไปเล็ก น้อยเพื่อเพิ่มความเร็ว มันจะอ่านเองว่าสมควรเปลี่ยนหรือไม่ อย่างไร ข้อสำ�คัญกดคันเร่งเบาๆ อย่างช้าๆ และนุ่มนวล โดยทั่วไป เมื่อเร่งคันเร่งแล้วไม่กดเพิ่ม มันจะเปลี่ยนกลับมาเป็นเกียร์สูงให้ แต่ก็ ขึ้นกับความเร็วและน้ำ�หนักด้วย ดังนั้นหากยังไม่เปลี่ยนเกียร์ ก็ต้อง มีรายการถอนเท้าออกจากคันเร่งกระตุ้นเตือนให้รถทราบว่าเราไม่ ต้องการอัตราเร่งแล้ว คราวนี้มันจะเปลี่ยนเป็นเกียร์สูงให้ แต่ก็ต้อง ระวังหากเราใช้ความเร็วต่ำ�เกินไป บางทีมันกลับเปลี่ยนมาเป็นเกียร์ ต่ำ�หรือเกียร์ 2 ให้เพื่อสร้าง Engine Brake และสร้างอัตราเร่ง ตอนออกตัว ซึ่งโดยทั่วไปหากเราถอนคันเร่งแต่ไม่เหยียบเบรคมันจะ ไม่เปลี่ยนเป็นเกียร์ต่ำ�ให้ เกี ย ร์ ธ รรมดาสงสั ย ว่ า ควรจะเปลี่ ย นเกี ย ร์ ร อบไหนถึ ง ประหยัด คำ�ตอบคือตัวแปรเยอะมากครับที่จะระบุได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ของเครื่องยนต์ น้ำ�หนัก ความจุ กำ�ลัง แรงบิด นิสัยเครี่องยนต์ นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับอัตราทดเกียร์ของแต่ละเกียร์ด้วย จังหวะ การเปลี่ยนเกียร์รถเกียร์กระปุกต้องความคุ้นเคยกับการสัมผัส กับอาการเครื่องยนต์เข้ามาช่วย โดยการเปลี่ยนเกียร์รอบสูงขึ้นใน รอบเครื่องต่ำ�ที่สุดเท่าที่เครื่องยนต์จะไม่สั่นยามถอนคลัทช์ แล้วกด คันเร่งเพิ่มความเร็ว จากนั้นเพื่อนๆ ต้องจำ�เอาว่าในแต่ละเกียร์ควร เปลี่ยนที่รอบเท่าไหร่นั่นเองครับ


Gadget

LifeStyle TRAXXAS XO-1

ซุปเปอร์คาร์รีโมท ที่เร็วที่สุดในโลก

“วันนี้จะพาไปชม Gadget ที่ยกระดับได้ มากกว่าความเป็น Gadget กับซุปเปอร์คาร์ที่ บังคับด้วยรีโมท พร้อมพลังสุดโหดที่ว่ากันว่า เป็นรถบังคับที่ทำ�ความเร็วได้มากที่สุดในโลก ที่ 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง++”

..........


หากเพื่อนๆ เป็นหนึ่งในคนที่รักความเร็ว แต่ชีวิต จริ ง ไม่ ส ามารถสั ม ผั ส ความตื่ น เต้ น และความเร็ ว ของ Bugatti Veyron รถที่เร็วที่สุดในโลกได้ แต่คงจะหลงรักเจ้า นี่หากได้รู้ว่า TRAXXAS XO-1 เป็นคือของเล่นไฮสปีด ที่ ทำ�ความเร็วมากที่สุดในโลกอีกทั้งยังทำ�งานด้วยไฟฟ้า TRAXXAS XO-1 เป็นรถบังคับวิทยุประเภท RTR (Ready To Race)โดยซุปเปอร์คาร์คันนี้เป็นผลงานของ TRAXXAS บริษัทผลิตรถยนต์วิทยุบังคับในรัฐ TEXAS ด้วยระบบมอเตอร์ Mamba Monster ที่มีความโดดเด่น ด้านการรีดพลังจากแบตเตอรี่ 6S LiPo มาสร้างพลังได้ 25.2 Volt พร้อมตัวมอเตอร์ที่สามารถระบายความร้อน ได้อย่างดี พร้อมแม่เหล็กไฟฟ้า Neodymium และลูกปืนที่ มีขนาดใหญ่ ตัวรถผลิตด้วยสเกล 1/7 มีขนา��� ความยาว 686 mm หนักเพียง 3.9 กิโลกรัมด้วย Driveshaft ของ XO-1 ถูกสร้างมาจากอลูมิเนียมอัดขึ้นรูป กลวงและมีน้ำ�หนักเบา รวมทั้งเพลาขับ 4 WD ที่แข็งแรงและทำ�งานได้อย่างเต็ม ประสิทธิภาพ มีความทนทาน นวัตกรรมนี้ให้ความสำ�คัญ กับสีสันฟ้าใสสลักตรา TRAXXAS ด้วยเลเซอร์


ส่วนสำ�คัญเลยค่ะ หลักพลศาสตร์ของบอดี้ภายนอกมีผลต่อ ความเร็วเป็นอย่างมาก เรียกได้ว่าวิศวกรรถบังคับนั้นต้องทำ�งานกัน อย่างคร่ำ�เคร่ง กว่าจะได้รูปทรงที่ปราดเปรียว และรีดอากาศให้ไหลผ่าน ได้อย่างเต็มด้วย Splitters เพิ่มแรง downforce ทำ�ให้ XO-1 ทำ�ความ เร็วได้มากกว่า 100 mph หรือ 160 kph และสามารถวิ่งจาก 0-100 ได้ ภายใน 2.3 วินาที! (ขนาดยังไม่ปรับแต่งนะเออ) Gadget ระดับพรีเมียม ก็ต้องไม่ธรรมดาด้วย เทคโนโลยีที่ทันสมัย ที่จะเปลี่ยน iPhone หรือ iPod Touch ของคุณเป็นหน้าปัดวัดความเร็ว รถได้ เพราะส่วนของรีโมท 2.4 GHz นั้นสามารถซิงค์เข้ากับสมาร์ทโฟน เหล่านี้ สามารถดูผ่านแอพพลิเคชั่นของ TRAXXAS ได้ทันที ไม่ว่าจะเป็น ความเร็วแบบ Real Time ,RPM อุณหภูมิ แรงดันไฟฟ้าแบตเตอรี่ ด้วย กราฟฟิคที่สวยงามคล้ายซุปเปอร์สุดหรู ทั้งนี้เนื่องจาก XO-1 เป็นรถ รีโมทที่มีความเร็วสูง ตัววัดความเร็ว Real-Time Telemetry จึงจำ�เป็น อย่างมากที่ผู้ควบคุมจะทราบความเร็วของรถนั่นเอง

“ด้วยค่าตัวของมันก็ไม่ได้แพงอะไรมากมาย ทำ� ให้หลายๆ คนสามารถเป็นเจ้าของรถรีโมทที่เร็ว ที่สุดในโลกได้ด้วยราคา 1,100$ เหรียญสหรัฐ โดยแว่วๆ ว่านำ�เข้ามาจำ�หน่ายในไทยแล้วนะ”


FoodStuff

LifeStyle หม้อไฟร้อนๆ สัญชาติญี่ปุ่น ที่ NAGIYA

“เมื่อนึกถึงหม้อไฟ หลายๆคนคงจะ นึกถึงหัวปลาหม้อไฟแบบที่เราคุ้นเคยกัน หรือ จะนึกถึงชาบูๆที่เราเคยทานกันอยู่ก็เป็นได้ แต่ วันนี้ e-Toyotaclub จะพาเพื่อนๆ ไปทาน หม้อ ไฟสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ แถมหน้าตายังดูแปลกตา น่าลองลิ้มมาก”

..........


หม้อไฟที่มีลักษณะคล้ายกับภูเขาไฟฟูจินี้ เป็นเอกลักษณ์ หนึ่งเดียวของร้าน NAGIYA ร้านอาหารที่มีต้นกำ�เนิดในประเทศ ญี่ปุ่น และได้รับความนิยมมากจนต้องมาเปิดสาขาที่เมืองให้ ให้คน ไทยได้ลองทานอาหารต้นตำ�รับแท้ๆซักครั้ง โดยสไตล์ของร้านนั้น นอกจากจะโดดเด่นเรื่องเมนูหม้อไฟที่เรียกว่า “นาเบะ”แล้ว ยังเด่น ในเรื่องของเมนูปิ้งย่างเสียบไม้ คล้ายกับหมูย่างบ้านเรา แต่สไตล์ และวัตถุดิบนั้นอิมพอร์ทมาจากญี่ปุ่นล้วนๆ นอกจากนั้นบรรยากาศนั้นยังคุมโทนความเป็นญี่ปุ่นแท้ๆ 100% อีกด้วย ด้วยการตกแต่งร้านที่ไม่ได้เน้นโมเดิร์น แต่ใส่ความ เป็นญี่ปุ่น อารมณ์เดียวกับเวลาไปนั่งทานในย่านชินจูกุกันเลยที เดียว เพราะร้านแบ่งเป็น 2 ชั่น แต่ละโซนก็จะเน้นความสะดวกสบาย ความโปร่งโล่ง บวกกับความแอคทีฟของพนักงาน ทำ�ให้ที่นี่ ครึกครื้นกันตั้งแต่เย็นยันดึกดื่น

มาถึงเมนูแรกที่จะบอกว่าไม่เคยเห็นที่ไหนเหมือนกัน เพราะ ทางร้านบอกว่าเป็นเจ้าแรกในเมืองไทย กับหม้อไฟนาเบะ สไตล์ NAGIYA ที่โดดเด่นในเรื่องของรูปลักษณ์ โดยต้นหอมญี่ปุ่น ดู เหมือนเป็นของประดับตกแต่งที่สำ�คัญ ทำ�ให้หม้อไฟชามนี้รสชาติ ไม่เหมือนใคร เพราะน้ำ�ซุปทางร้านนั้นออกรสกลมกล่อม แถม ยังถูกโรยด้วยพริกเกาหลีและกุ้ยช่ายญี่ปุ่นที่ตั้งตระหง่านอยู่ด้าน บน โดยแกนหลักของหม้อไฟชุดนี้ก็คือ “ไส้วัวญี่ปุ่น” ที่ติดมันถึง มันมาก หากใครไม่นิยมทานมัน ก็มีหมูบดผสมไก่บดที่เมื่อสุกได้ที่ และเดือดปุดๆ แล้ว เราจะได้รสชาติที่ไม่เคยทานมาก่อนเรียกได้ว่า บรรเจิดจริงๆ เจ้าค่ะ


สลัดหมูโชวเลกิ เป็นเหยื่อรายที่สอง สลัดที่นี่เน้นผักสด และหมูสันนอกหมักเครื่องปรุง โรยด้วยพริกเกาหลี แต่นี่จะเป็น สลัดธรรมดาหากไม่มี น้ำ�สลัดมิโซ สูตรเด็ดจากทางร้าน เปรี้ยว หวาน (อร่อยจนอยากจะซื้อไปใส่สลัดที่บ้าน) ปลาฮ็อคเกะยากิ ปลาฮ็อคเกะย่างเกลือ มีเนื้อร่วน ทาน ง่าย แต่ต้องระวังตอนทานเพราะก้างค่อนข้างเล็ก แต่นั่นก็ไม่ใช่ เหตุผลที่เราจะหยุดทานเจ้าปลาเนื้อนิ่มนี้ให้หมดตัว มาแล้ว ร้อนๆ เลยด้วย เมนูเสียบไม้ปิ้งย่าง นึกถึงหมูย่าง หน้าปากซอย แต่ที่เด็ดกว่าคือ แต่ละไม้นั้นแปลกและแตกต่าง ด้วย ปีกไก่ย่างเกลือ เค็ม เข้มข้น, กระบังลมวัวเหนียวๆ กรุบๆ, สโมค เบคอนราดด้วยชีส หวานหอมมาก, ลิ้นหมูเหนียวนุ่ม ทั้งหมดนี้ ย่างด้วยเกลือ แต่อีก 2 ไม้นั้นย่างด้วยเทริยากิกับ เนงิมะ ไก่ย่าง ต้นหอม และ ซากุเนะ ไก่กับหมูบดผสมรวมกัน ย่างด้วยความ ร้อนกำ�ลังดี ทีเด็ดคือน้ำ�เทริยากิรสชาติที่หาทานไม่ได้ง่ายๆ

“นอกจากนั้นยังมีสาเกและเครื่องดื่มๆทั้งร้อน ทั้งเย็นเพียบ เรียกได้ว่าเป็นอีกร้านหนึ่งที่ไม่ควร พลาดที่จะชวนเพื่อนๆมานั่งสังสรรค์กัน โดยร้านเปิดให้บริการตั้งแต่ 17.00-11.00 โดยเนกิยะสาขาที่เรามาทานอยู่สาขา โครงการ NIHONMACHI หลัง K-village ติดต่อได้ที่ 02-258-2790” พิกัด NAGIYA : 13.720688,100.570091



e-TOYOTACLUB e-Magazine November issue10 2012