Page 1

AUGUST ISSUE 7

CarVariety • หยุดมองไมได

Toyota Mark X • Renault Alpine A110-50

ตนแบบเพื่อการเฉลิมฉลอง

Tip�&�Technique • เฮดเดอร เลือกยังไงดี (ตอนที่ 1) • ชิ้นสวนชำรุดจะซอมหรือจะเปลี่ยน

LifeStyle • Polaroid Z340 สนุกกับโพลาลอยดยุคดิจิตอล • Art in Paradise สวรรคแหงศิลปะ 3 มิติ


CarVariety หยุดมองไม่ได้

Toyota Mark X

“สมกับเป็น Luxury Sedan ที่มีคน รอคอยมากที่สุด ถึงแม้จะยังไม่เป็นที่รู้จัก ในประเทศไทย แต่ขอบอกว่าในตลาดต่าง ประเทศ Toyota Mark X มาแรงมากๆ”

..........


ซึ่ง Toyota Mark X ปี 2012 นี้ได้ ถูกเปิดตัวแห่งแรกในประเทศญี่ปุ่น มาพร้อม กับขุมพลังขนาด V6 ด้วยเครื่องเทอร์โบหัว ฉีด 2.5 ลิตร ระบบส่งกำ�ลังล่าสุดที่ให้กำ�ลัง 203 แรงม้า ซึ่งเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้นกว่า ตัวก่อนราว 15% โดยรัฐบาลญี่ปุ่นก็เป็น ลูกค้ารายแรก แถมยังรีเควสเป็นเครื่อง 3.5 ลิตรอีกต่างหาก โดยคุณสมบัติโดยรวมนั้นมีมากกว่า ความ Luxury หรูหราอยู่แล้วครับ เพราะ Mark X ได้ออกแบบให้โดยคำ�นึงถึงหลัก พลศาสตร์และพลวัตของแรงโน้มถ่วงที่ต่ำ� (Dynamic Low Center Of Gravity) ผล ก็คือสามารถรีดประสิทธิภาพในการขับขี่ได้ มากขึ้น ขณะเดียวกันก็ทำ�ให้รถนั่นนิ่งขึ้นแม้ วิ่งในย่านความเร็วสูง


Mark X ใช้เทคโนโลยี glam tech ที่ทำ�ให้เป็นรถ Luxury Sedan ที่มีความไฮเทค อีกทั้ง glam tech นั้นส่งผลให้ cpu มีความแม่นยำ� ในการคำ�นวณมากขึ้น รวมทั้งเชื่อมต่อเข้ากับโหมด sport snow และ eco ได้โดยตรงเสริมฟิลลิ่งให้ Mark X เป็นรถซีดานรุ่นใหญ่ที่ขับสนุก อีกรุ่นหนึ่ง สัดส่วนที่ 4,700 mm x 1,800 mm x 1,460 mm นี้ทำ�ให้รถ ดูโอ่งโถงกว่าซีดานแบรนด์อื่นๆ ดูดีครับว่ากันชนด้านหน้าทำ�ให้ดูลึก ขึ้นส่งผลให้รถดูภูมิฐานมากขึ้น กระจังหน้าแบบใหม่พร้อมด้วยโลโก้ X นี่ทำ�ได้ถูกใจหนุ่มๆ เป็นแน่ ซึ่งพันธุ์ X คันนี้ อย่างที่เกริ่นไปครับว่าเครื่องยนต์บล็อคเล็กของ Mark X คือ เบนซิน V6 ขนาด 2.5 ลิตร ที่สามารถทำ�ให้รถมีอัตราเร่ง 0 ถึง 100 กิโลเมตร/ชั่วโมงได้ภายในเวลา 8.4 วินาที

โดยมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำ�มันเชื้อเพลิงอยู่ที่ 13 กิโลเมตร/ ลิตร สำ�หรับรุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง นอกจากนั้นยังมีเครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.5 ลิตร (ที่รัฐบาลขอมา) ที่ถือว่าแรงแต่ขับเคลื่อน ได้นุ่มนวลและประหยัดน้ำ�มัน Mark X เป็นรถที่มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ� สไตล์สปอร์ทจากการขยายความกว้างออกไปอีก 20 มิลลิเมตร ซึ่ง Toyota พยายามจะให้ Mark X เป็นรถหรูสไตล์สปอร์ทที่เป็นซี ดานขับเคลื่อนล้อหลังอย่างแท้จริง

“นอกจากนั้นระบบความปลอดภัยก็แน่นครับ ด้วยถุงลมนิรภัย 7 จุด ระบบแจ้งเตือนก่อนการ ชน ระบบไฟหน้าแบบ Adaptive , Cruise control Radar ใช้แผนที่นำ�ทาง on-demand และระบบ ช่วยจอดอัจฉริยะ และฟีทเจอร์ยิบย่อยอีกเพียบ โดยทั้งหมดทั้งปวงนี้ Mark X ได้สนนราคาไว้ที่ 2.3 ล้านเยน โดยพุ่งเป้าเปิดตัวไว้ที่เฉลี่ย 3,000 คันต่อเดือนครับ”


CarVariety Renault Alpine A110-50

ต้นแบบเพื่อการเฉลิมฉลอง

“ใครว่ารถที่สร้างมาเพื่อ Cerebrate จะใช้ การไม่ได้จริงต้องคิดใหม่ละครับ เพราะ Renault Alpine A110-50 Concept จะเกิดมาเพื่อการ เฉลิมฉลอง แต่ด้วยฝีมือการออกแบบอย่าง เฉียบขาดทั้งภายในและภายนอก เรียกว่าบิด กุญแจแล้วลง Track ได้เลย”

..........


เรื่องของเรื่องก็คือ อัลไพน์ เป็นรถสปอร์ตต้นแบบที่ มีรูปทรงคล้ายเข้ากับรถเลอมังส์ ซึ่งส่วนของตัวถังนั้นเป็น คาร์บอนไฟเบอร์ กระจังหน้าช่องเล็กแบนยาวลากผ่านโลโก้ Renault พร้อมไฟหน้าและเส้นสายอันคมกริบ สังเกตการณ์ ออกแบบฝากระโปรงจะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับกันชนหน้า โดดเด่นด้วยช่องดักลมขนาดยักษ์ และกระจกหน้าบานใหญ่ไร้ รอยต่อรับกับกระจกด้านข้าง ส่วนหลังคาจรดส่วนท้ายเป็น วงรีรองรับกับสรีระและประตูเปิดแบบปีกนก


เดินวนมาด้านหลังจะเห็นสปอยเลอร์ด้านหลังที่เกรง ว่าจะมีขนาดใหญ่ราวกับรถสูตร 1 ก็ไม่ปาน ส่วนท้ายเสริม เสน่ห์ด้วยช่องระบายอากาศเต็มพื้นที่ส่วนท้าย ซุกด้วยท่อไอ เสียคู่ และติดตั้งไฟท้ายทรงยาวบนช่องดักลม พร้อม Diffuser ช่วยเพิ่มแรงกดอากาศส่วนท้ายให้แจ่มแจ๋วมากขึ้น ภายในตกแต่งแบบดิบๆ แนวรถแข่ง ด้วยการตัดสิ่ง ที่ไม่จำ�เป็นในคอนโซลหน้าออก แต่ติดตั้งโรลเคจเพื่อความ ปลอดภัยเข้าไปแทน พวงมาลัยสไตล์รถแข่งที่เพียบพร้อม ด้วยปุ่มสั่งงาน ซึ่งไม่ใกล้ไม่ไกลจะเห็นบักเก็ตซีททรงปีกใหญ่ ทั้ง 2 ตัวถูกคาดทับด้วยเข็มขัดนิรภัย 5 จุดของซาเบลท์

มาถึงหัวใจกันบ้างครับ Alpine A110-50 นี้ใช้เครื่องยนต์เบนซิน V6 24 วาล์ว จุขนาด 3,500 ซีซี ตัวเครื่องวางกลางหายใจได้เองซึ่งก็ประทับ ตรา Renault แต่ปรับแต่งในส่วนต่างๆ ให้เข้าที่เข้าทาง ทั้งสูบ ก้านสูบ เพลา ข้อเหวี่ยง แคมชาฟต์ เป็นต้น ทั้งหลายทั้งปวงนี้ก่อให้เกิดแรงม้าขนาด 400 แบบเน็ตๆ แรงบิดอยู่ที่ 42.9 กก.-ม. ส่งผ่านเกียร์ซีเควน 6 จังหวะ แบบเซ มิ-ออโต้

“โดยเหตุที่ Renault ฉลองให้กับอัลไพน์ ก็มาจากในปี 1962 Giovanni Michelotti ได้ออกแบบรถยนต์ของ Berlinette Alpine รุ่นแรก โดยใช้เครื่องยนต์ของ Renault นั่นเอง เหตุฉะนี้เองเมื่อบรรจบครบ 50 ปี Renault จึง คิดคอนเซปต์ Alpine เวอร์ชั่น 2012 เพื่อการเฉลิม ฉลองให้กับ(อดีต)ผู้ร่วมผลิตนั่นเอง”


Tip & Technique เฮดเดอร์ เลือกยังไงดี (ตอนที่ 1)

“เนื้ อ หาในตอนนี้ ค งถู ก ใจคนที่ ค วามแรงเป็ น อย่างดี กับการเลือกซื้อเจ้า “เฮดเดอร์” อุปกรณ์ เสริมแรงเสริมหล่อให้รถคันเก่งครับ” ก่อนอื่นนายทีก็ต้องทำ�ความเข้าใจกันก่อนว่า เฮดเดอร์ หรือ Exhaust Manifold คือท่อร่วมไอเสียชิ้นนี้จะอยู่ตรงส่วนของเครื่องยนต์ เป็นจุดเริ่มของการนับระบบทางเดินไอเสียนอกเครื่อง(ส่วนที่ออกมา จากฝาสูบ) บางคันจะเป็นเหล็กหล่อ บางคันจะเป็นเหล็กแป๊บจากโรงงาน มันจะรับไอเสียที่ถูกเผาไหม้จากภายในเครื่องยนต์ จากทุกๆสูบ เพื่อรวม กันให้เป็นท่อเดียว และส่งผ่านไปยังท่อไอเสียเพื่อออกนอกรถต่อไป อัน นี้อาจจะดูยากนิดหน่อยถ้าเป็นเครื่องยนต์แบบขวาง ท่อไอเสียด้านหลัง


ซึ่งเป็นประเด็นกันมากครับว่าในการเลือกเฮดเดอร์เนี่ย ควรเลือกแบบไหน และส่งผลอย่างไรกับรถยนต์ ทั้งแบบ 4-1 และ 4-2-1 โดยนายทีจะแนะนำ�กันก่อนว่าแบบ 4-1 คือแบบมีท่อ มาจากช่องไอเสียแต่ละสูบ เป็นระยะเท่ากัน ก่อนจะรวมกันเป็นท่อ เดียว ส่วนในแบบ 4-2-1 หรือแบบ Tri-Y ท่อไอเสียที่ออกมาจาก สูบที่ 1 รวมกับสูบที่ 4 และสูบที่ 2 จะรวมกันกับสูบที่ 3 กลาย เป็น 2 ท่อ ก่อนทั้งสองจะรวมกันเป็นท่อเดียว

บางครั้งเฮดเดอร์ที่ได้จากโรงงานยังไม่สะใจพอ นักซิ่ง ทั้งหลายจึงอยากทำ�ให้ระบบไอเสียโล่งขึ้นเพื่อรถจะได้ปรุ้ดปร้าด แบบสั่งได้มากขึ้น ว่าไปแล้วก็ไปเปลี่ยนท่อหม้อพักปลายที่สวยขึ้น และเสียงดังขึ้น แต่ก็จะมีอาการดังแต่ท่อล้อไม่หมุนเกิดขึ้น เพราะ รถใหม่ๆ ส่วนใหญ่เริ่มเอาไอเสียกลับมาคำ�นวณการจ่ายน้ำ�มัน เชื้อเพลิง ทีนี้พอเราเอาไอเสียออกำ�ไป เซ็นเซอร์ที่วัดออกซิเจน ในไอเสีย ตำ�แหน่งก่อนตัวกรองไอเสีย และตำ�แหน่งหลังตัว กรองไอเสีย อ่านค่าเท่ากันพอดี คอมพิวเตอร์ก็เลยคิดว่าน้ำ�มันเยอะไป จึงปรับลดน้ำ�มัน ลง รถก็เลยไม่วิ่ง ผู้ขับก็ต้องลากมากขึ้นใช้รอบสูงขึ้น กลาย เป็นว่ากินน้ำ�มันขึ้นไปอีก น้ำ�มันก็เริ่มส่งกลิ่นทุกครั้งที่ขับ จึง สรุปกันว่า เปลี่ยนเฮดเดอร์นี่หล่ะคือทางออก แต่หลังจาก เปลี่ยน เจ้าของรถเริ่มมีอาการไปต่อไม่ถูก ลงทุนไปเยอะ แต่วิ่งสู้ รถเดิมๆ ไม่ได้ มันน่าคิด

“ซึ่งที่นายทีเกริ่นกันก็เพื่อจะบอกกันให้เพื่อนๆเตรียมใจ กันก่อนว่า ก่อนที่เราจะลงทุนเสียสะตุ้งสะตังค์ปรับแต่ง อะไร ก็ควรศึกษาหาข้อมูลจนถึงสุดปลายก่อน ว่ามี ปัญหาอะไรหรือไม่ ทำ�ได้หรือไม่ ทำ�แล้วส่งผลเสียอะไร บ้าง หากเพื่อนๆ คำ�นวณแล้วคุ้มก็จัดเลยครับ ซึ่งใน ส่วนของเฮดเดอร์ เลือกยังไงดี แบบเนื้อๆ จะมีต่อใน ครั้งหน้าแล้วติดตามกันนะครับ”


Tip & Technique ชิ้นส่วนชำ�รุดจะซ่อมหรือจะเปลี่ยน

“ในปัจจุบันเวลาอะไรเสียแล้วช่างซ่อมค่อน ข้างหายาก ช่างในที่นี้ไม่ได้หมายถึงคนที่เอา อะไหล่ใหม่มาเปลี่ยนของที่ชำ�รุดนะครับ แต่หมาย ถึงช่างที่เอาอะไหล่มาซ่อม แก้ไขแล้วกลับไปใช้ ใหม่ต่างหาก”

..........


ไม่ใช่เรื่องการซ่อมที่เป็นประเด็นอย่างเดียว การเปลี่ยนนั้นก็ มีข้อดีอยู่หลายอย่าง เพราะการเปลี่ยนนั้นง่ายกว่าซ่อม ทั้งยังใช้ เวลาน้อยกว่า แต่บางครั้งก็เป็นลูกเล่นให้ช่างเสนอการเปลี่ยนอะไหล่ ให้กับลูกค้า ทั้งที่บางครั้งอะไหล่ยังไม่หมดอายุหรือชำ�รุดแค่เล็กน้อย เท่านั้น ที่สำ�คัญอะไหล่แยกย่อยสำ�หรับชิ้นส่วนอะไหล่หลัก อาจจะ ไม่มีขายในศูนย์บริการมาตรฐาน ทำ�ให้การซ่อมที่ร้านเป็นไปได้ยาก เหมือนกับว่าผลิตมาเพื่อต้องการให้เปลี่ยนทั้งชิ้น ไม่มีการแยกขาย ซึ่งบางอย่างไม่สมเหตุสมผลเท่าไหร่นัก ยกตัวอย่างเช่นลูกปืนไดชาร์จมีเสียงดัง ถ้าไม่ซ่อมอาจต้อง เปลี่ยนลูกใหม่ทั้งลูกในราคาราว 30,000-40,000 บาท ซึ่งสำ�หรับ ไดชาร์จยุโรปบางรุ่น ลูกปืนคอมเพรสเซอร์ดังหรือขดลวดแมคเนติ กคลัตช์เสีย ก็ต้องเปลี่ยนคอมแอร์ใหม่ทั้งลูก ราคาก็อยู่หลายหมื่น บาทเช่นกัน


นายทียกตัวอย่างคร่าวๆ กับปีกนก แบบอาร์มที่เป็นแขน เดียว ไม่ได้เป็นรูปลักษณะสามเหลี่ยมหรือรูปตัว A แต่ไม่ว่าจะเป็น แบบแขนเดี่ยวหรือรูปตัว A ช่างบ้านเราก็เรียกว่าปีกนกกันทั้งนั้น แต่ฝรั่งเขาเรียกแยกกันแต่ไม่เป็นไรให้เข้าใจว่าเป็นแขนที่ขยับขึ้นลงใน แนวดิ่ง คล้ายนกกระพือปีกขึ้น-ลง ก็เลยเรียกกันว่าปีกนก ปีกนกที่ว่านี้ อาจจะมีทั้งด้านบนและด้านล่างที่เรียกปีกนก บน และปีกนกล่าง มีทั้งแบบที่เป็นเหล็กหล่อหนักๆ เหล็กแป๊ปกลม หนา หรือดูดีหน่อยก็เป็นอลูมิเนียมซึ่งหน้าที่การทำ�งานเหมือนกัน เพียงแต่ตำ�แหน่งจุดยึดแตกต่างกัน พวกที่ขึ้นชื่อว่าแพงๆ จะเป็น ปีกนกของรถยุโรปเสียเป็นส่วนใหญ่ การทำ�ให้ปีกนกเบาจะช่วยลด Unsprung weight ของช่วงล่าง การตอบสนองเร็วแม่นยำ� แต่ ราคาจะแรงตามไปด้วย ปีกนกทั่วๆ ไป จะมีอายุการใช้งานที่ 50,000-80,000 กิโลเมตร จะเริ่มหลวมบุชยางปีกนกร้าวหรือขาด ลูกหมากที่อยู่ปลายอาจจะ หลวมหรือยางกันฝุ่นที่ลูกหมากขาด ทำ�ให้ล้อไม่เสถียรทั้งแนวขึ้นลง และแนวราบ การแก้ไข ถ้าเกิดการชำ�รุดของปีกนก เมื่อศูนย์ตรวจพบ ก็จะเสนอเปลี่ยนทั้งแขน ราคาก็หลักหมื่นต่อชิ้น สรุปว่าต้องเปลี่ยน 4 ชิ้น ทำ�ให้ต้องเสียเงินเกือบครึ่งแสนเลยทีเดียว เนื่องจากไม่มีอะไหล่ แยกขาย แต่ปัจจุบันสำ�หรับบางยี่ห้ออาจจะมีบุชปีกนกแยกขายในราคา 1,000-2,000 บาทต่อชิ้น ซึ่งถือเป็นการช่วยลูกค้าได้ แต่ในกรณีที่ลูก หมากหลวมนายทีไม่แนะนำ�ให้เอาไปซ่อม เพราะไม่ค่อยทนและอาจจะแข็ง เกินไป

“ยังมีเรื่องของการซ่อมแซมในรถยนต์อีก มากมายครับ ซึ่งบางครั้งค่าใช้จ่ายก็สามารถ ลดได้ตามความจำ�เป็น ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นต้องอยู่ที่ เจ้าของรถเองที่จะตัดสินใจวัดกันข้อดีข้อเสีย ของการซ่อมหรือการเปลี่ยนก็คงต้องดูกันแบบ “เคสต่อเคส”นั่นเองครับ”


Gadget

LifeStyle Polaroid Z340

สนุกกับโพลาลอยด์ยุคดิจิตอล

“ว่ากันว่าอุกาบาตรไม่ได้ทำ�ให้ไดโนเสาร์สูญพันธุ์ แต่ การปรับตัวไม่ทันต่างหาก วันนี้หลายสิ่งหลายอย่างกำ�ลัง เปลี่ยนให้เข้าสู่ยุคดิจิตอลอย่างถาวร รวมทั้ง Polaroid ค่าย กล้องที่มีประวัติยาวนานกว่าครึ่งศตวรรษยอมปรับตัวให้ เข้ากับยุคดิจิตอลเพื่อไม่ให้สูญพันธุ์นั่นเอง”

..........


และการวิวัฒนาการนั้นก็ส่งผลให้ Polaroid ได้ เปิดตัว Polaroid Z340 อีกวิวัฒนาการที่จะทำ�ให้ภาพ จากฟิล์มที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างโพลาลอยด์กลาย เป็นไฟล์ดิจิตอล.. แต่อย่างเพิ่งตกใจไปค่ะเพราะ Z340 สามารถปริ้นภาพได้ด้วยตัวเองเรียกได้ว่าเป็นการปฏิวัติ วงการถ่ายภาพกันเลยทีเดียว ซึ่ ง กล้ อ งประเภทนี้ เ นี่ ย เค้ า จั ด ให้ อ ยู่ ใ นประเภท ของ Instant Digital Camera ซึ่งได้รวบรวมความ เป็นดิจิตอลและความสำ�เร็จรูปที่ถ่ายปุ๊ปก็ปริ้นออกมา เป็นภาพสามารถจับต้องได้ทันที (ตามสไตล์ Polaroid) แน่นอนว่าภาพที่ได้ยังมีความคมชัดตามแบบดิจิตอลเป้ะๆ แถมยังสามารถโหลดรูปเก็บไว้ในแลปท็อปได้อีกด้วย

Polaroid อยากรักษาความคลาสสิคไว้ การ ออกแบบภายนอกจึงดูไม่ค่อยจะออกว่าเป็นกล้องดิ จิตอลมากเท่าไหร่ แต่การออกแบบนั้นยังคำ�นึงถึง การใช้งานที่อยากจะทำ�ให้ง่าย..แสนง่าย ด้วยหน้าจอ LCD ขนาด 27” ที่พับได้ทั้งแนวนอนแนวตั้งทำ�ให้ สะดวกต่อการจัดวางองค์ประกอบ


โดยหลังจากที่ชักภาพกันสนุกสนานแล้ว ฟังค์ชั่นปรับแต่งภายใน กล้องก็มีให้เล่นเพียบ ทั้ง Night Scene, Lomo , Love Portrait , Fish Eye เป็นต้น ซึ่งส่วนของความละเอียดนั้นคงต้องยกให้เซนเซอร์ขนาด 14 mp ที่เก็บความละเอียดและสีสันไว้อย่างครบถ้วนสวยงาม ฟังค์ชั่นอื่นๆ นั้นก็คงมาในสไตล์กล้องดิจิตอลทั่วไป ที่สามารถ ปรับ Auto White Balance , Iso , ได้ รวมทั้งทีเด็ดเลยก็คือมันสามารถ ถ่ายวีดีโอในโหมด Hi-def ได้ที่ 1280x720 และที่ไม่เอ่ยถึงก็คงไม่ได้นะคะสำ�หรับเทคโนโลยี Zink Image ที่ทำ�ให้ z340 สามารถปริ้นภาพออกมาได้โดยไม่ต้อง ใช้หมึกแม้แต่หยดเดียว เพราะ Zink นี้คือกระดาษที่ผลิตมาเพื่อ โพลาลอยด์เท่านั้น โดยฟิล์มในยุคดิจิตอลนี้จะทำ�ปฏิกิริยากับ ความร้อนที่สร้างขึ้นในตัว ทำ�ให้เกิดภาพในเฉดสีต่างๆ ได้ แจ่ม ใช่ไหมล่ะคะ..

“โดยโพลาลอยด์ Z340 สามารถหาซื้อได้แล้ว เพราะหลังจากได้รับรางวัลดีไซน์ยอดเยี่ยม ทางบริษัทก็ได้วางจำ�หน่ายทันที ราคาย่อมเยา ที่ 340$ เหรียญค่ะ”


RoadTrip

LifeStyle Art in Paradise

สวรรค์แห่งศิลปะ 3 มิติ

“ถ้าใครชอบเล่น instagram แนวแชะ&แชร์แล้ว ล่ะก็ ชาวเราขอแนะนำ�สถานที่ท่องเที่ยวที่กำ�ลังอินเท รนด์และคงถูกใจเพื่อนๆเป็นแน่แท้ เพราะที่นี่เพื่อนๆ จะ ได้สัมผัสกับศิลปะอันมหัศจรรย์กับงาน 3 มิติแห่ง เดียวในประเทศไทยที่ Art in paradise นั่นเอง”

..........


Art in Paradise เป็นสถานที่พิพิธภัณฑ์ภาพวาด 3 มิติที่ เกิดขึ้นแห่งแรกในประเทศไทย ซึ่งเรียกได้ว่าใช้ศิลปะในการวาดภาพที่ ใช้เรื่องของมิติบวกกับการจัดแสงที่ลึกล้ำ� ทำ�ให้ภาพทุกภาพที่นี่มี ความสมจริงทีเรียกได้ว่า realistic เอามากๆ อีกทั้งยังมีเนื้อที่กว้าง ขวาง โดยแบ่งออกเป็น และอีกอย่างนะคะ มาทีนี่เหมือนได้มาเที่ยวทุกมุมโลก ได้ชมงาน ศิลปะสวยๆที่หาชมได้ยาก รวมทั้งใครที่ชอบอัพรูปบน Instagram หรือ facebook ก็คงจะได้ถ่ายและอัพกันจนสุขสมกันถ้วนหน้า ซึ่ง แต่ละภาพนั้นเรียกได้ว่าสร้างความพิศวง และได้ประสบการณ์แปลก ใหม่จริงๆ โดยลวงตากันตั้งแต่ทางเข้ากันเลยทีเดียว


ที่นี่จะแบ่งเป็น 10 โซนด้วยกัน ซึ่งแต่ละโซนนั้นก็เรียกได้ว่า สร้างความน่าสนใจไม่แพ้กันเลยทีเดียว เริ่มจากโซนแรกได้แก่ 1. ลวงตา 2. ใต้สมุทร พบความยิ่งใหญ่แห่งโลกใต้ทะเล 3. ซาฟารี พบกับบรรดาสัตว์ต่างๆ ที่ 4. ศิลปินระดับโลก 5. โถงอารยธรรม กับศิลปะแบบไทยๆ 6. ศิลปะเหนือความจริง 7. ไดโนเสาร์ ย้อนยุค ไปกับฝูงทีเร็กซ์ 8. น้ำ�ตกในซอกเขาอันสูงชัน 9. นิทัศการศิลปะ 10. วิวทิวทัศน์ ซึ่งแต่ละโซนขอบอกว่าเด็ดดวงมากๆ ภาพทุกภาพ มุมทุกมุมสามารถสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับเรามาก ซึ่งภาพ ที่ออกมาจะลอยออกมาเหมือนสัมผัสได้จริง ยกตัวอย่างห้อง ลวงตาที่ยืนในระนาบเดียวกันแต่กลับทำ�ให้ตัวอีกคนหนึ่งเล็ก อีกคนหนึ่งใหญ่ได้อย่างอัศจรรย์

พื้นที่สวรรค์แห่งศิลปะสามมิติขนาด 5,800 ตาราง เมตรนี้ รับรองว่าเพื่อนๆ จะได้สนุกกับวันว่างๆ ที่ Art in paradise เลขที่ 78/34 หมู่ 9 ถ.พัทยา สาย 2 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี 20150 โทร. 038-424-500 ต่างชาติ ผู้ใหญ่ ราคา 500 บาท เด็ก 300 บาท (ส่วนสูงไม่เกิน 120 ซม.) คนไทย ผู้ใหญ่อย่างเราราคา 150 บาท ส่วนเด็ก น้อย 100 บาท (ส่วนสูงไม่เกิน 120 ซม. เหมือน กัน)ที่นี่เปิดทุกวัน เวลา 09.00 - 21.00 น. (แนะนำ�ให้มาวันธรรมดา จะได้มีเวลาเดินมีเวลาถ่าย รูป) ปิดขายบัตรเข้าชม เวลา 20.00 น. ค่ะ


CarVariety Toyota 2000GT SEV

ปลุกยักษ์ด้วยพลังไฟฟ้า

“หากจำ�กันได้ ครั้งหนึ่งนายทีเคยพาเพื่อนๆ ไปรู้จัก รถยนต์สปอร์ตในตำ�นานอย่าง Toyota 2000GT กันมา แล้ว แต่ครั้งนี้นายทีขอบอกว่ารู้สึกดีกับโปรเจค EV ใหม่ ของโตโยต้าที่นำ� 2000GT มารีเมคให้กลายเป็นรถยนต์ EV แบบจริงๆ จัง Toyota 2000GT Solar Electric Vehicle”

..........


Toyota 2000 GT SEV หรือ Solar EV นี้เป็นผลพวงมาจากวาระที่ซ่อนเร้นของ Toyota Automobile Association ที่ได้คิด “Crazy Car Project” ที่จะพาแฟนๆ ชาวโตโยต้าได้รำ�ลึกถึง ความหลังของโตโยต้าในการรีเมครถเก่าๆ เอามา เล่าใหม่ ในสไตล์ที่ทันสมัยและแปลกแตกต่างมากขึ้น โดย 2000GT SEV นี้ก็เป็นหนึ่งในผลพวง ของโปรเจคนี้ ซึ่งในงาน Goodwood 2012 โตโย ต้าก็ได้จูง 2000GT SEV มาโชว์ให้เห็นกันจะๆว่า โปรเจคนี้ไม่ใช่แค่ข่าวลือ แต่เป็นเรื่องจริง (ที่วิ่งได้) โดยกว่าที่จะเปลี่ยนให้สุดยอดสปอร์ตในตำ�นาน อย่าง2000GT ที่เคยวิ่งด้วย 2.0L 3ML6 มาวิ่งด้วย ไฟฟ้า 100% ก็เล่นเอาหืดขึ้นคอเหมือนกัน ซึ่งสัดส่วนภายนอกนั้นทาง TAA ไม่ได้ เปลี่ ย นแปลงอะไรไปมากจนสะเทื อ นความรู้ สึ ก ของ บรรดาแฟนๆไปแม้แต่น้อย โดยลวดลายภายนอกนั้น ยืนยันว่าทำ�เพื่อสิ่งแวดล้อมจริงๆ โดยใช้สีขาวขลิบ เขียว แต่ปิดหน้าด้วยฝากระโปรงสีดำ�เพื่อยังคงเสน่ห์ ของ 2000GT ไว้


ด้ า นของตั ว เครื่ อ งนั้ น อย่ า งที่ บ อกว่ า ถ้ า อยากวิ่ ง ไฟฟ้ า 100% ก็ต้องแลกกับสมรรถนะที่หดหายไปเล็กน้อย แต่กระนั้นก็ดี ความดุดันสไตล์ 2000GT ก็ยังคงอยู่ เพียงแต่ใช้ electric motor 35 กิโลวัตต์ ที่ขับกำ�ลังได้ 161 แรงม้า ซึ่งทำ�งานโดยผสานกับ Solar Panel ที่เปลี่ยนพลังงานมหาศาลจากดวงอาทิตย์มาเป็น พลังงานไฟฟ้าซึ่งทำ�ให้มันทำ�ความเร็วได้ราว 123 ไมล์ต่อชั่วโมง ด้วยความต้องการที่จะแตกต่างจาก EV ทั่วไป ซึ่งนอกจาก จะใช้โซล่าเซลล์ที่แผงกระโปรงหน้าแล้ว ส่วนของการขับเคลื่อน ก็ยังเป็นเอก โดยแทนที่จะขับเคลื่อนง่ายๆด้วยเกียร์อัตโนมัติ แต่ 2000GT SEV ใช้ระบบส่งกำ�ลังด้วยเกียร์ธรรมดาแทน ซึ่งมันจะ ทำ�งานกับตัวกำ�เนิดไฟฟ้า ถือว่าเป็นการฉีกกฎของรถ EV ที่โตโย ต้าทำ�ได้น่าสนใจเอามากๆ

“2000GT SEV กับเทคโนโลยีดังกล่าวนี้อาจจะยัง ต้องใช้เวลาพัฒนาอีกหลายปี โดยทาง TAA ระบุว่า โตโยต้าจะเปิดตัวนวัตกรรมนี้ในรถยนต์นั่งทั่วไปก่อน ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นภายในปี 2015 ซึ่งเราคงจะได้ สัมผัสรถไฟฟ้าเกียร์ธรรมดากันแน่นอน


CarVariety The Kenguru®

รถไฟฟ้าเพื่อผู้พิการ

“ความหวังของผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าคงไม่มีอะไร จะดีไปกว่ารถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่สามารถอำ�นวยความ สะดวกได้เทียบเท่ารถยนต์พลังงานเชื้อเพลิง เพราะรู้กัน อยู่ว่าระบบไฟฟ้านั้นยังมีข้อจำ�กัดในเรื่องของการเข้าถึง แหล่งพลังงานอย่าง สถานีชาร์จไฟฟ้าที่ยังไม่แพร่หลาย”

..........


ไอเดียสุดแจ๋วนี้จะเข้ามาเติมเต็มช่องว่างที่ส่วนมากผู้ พิการทั่วไปก็มักจะไม่สามารถขับรถยนต์ได้ แต่ Stacy Zoern ซีดีโอสาวสวยชาวฮังกาเรียนที่ต้องนั่งรถ wheel chair ตั้งแต่กำ�เนิด ได้รู้สึกว่ารถ wheel chair แบบมอเตอร์ที่ เธอใช้อยู่นั้นมีราคาแพงแสนแพง (บางคันเกือบ 20,000$) แต่ก็ยังไม่สามารถพาเธอไปได้ทุกที่ทุกเวลา เธอก็เลยเริ่ม ออกแบบรถยนต์ สำ � หรั บ ผู้ พิ ก ารแบบจริ ง ๆจั ง ๆอยู่ ใ น โรงรถหลังบ้านเธอเอง โดยรถประเภทนี้เธอขอจำ�กัดให้มัน อยู่ในประเภทของ Community Cars ที่เจ๋งไปกว่านั้นคือโปร เจคนี้ Stacy ใช้เวลาเพียง 2 ปีเท่านั้น โดย The Kenguru เป็นรถ EV ที่มีใจรักบริการใน เจ้าของทุกคนที่มี wheel chair นายทีต้องบอกอย่างนั้น ก็เพราะว่าจริงๆแล้วเจ้ารถคันนี้ไม่มีเบาะสำ�หรับคนขับมาให้ นะครับ หากคุณอยากขับ อย่างน้อยคุณก็ต้องมี wheel chair ประจำ�ตำ�แหน่งอยู่แล้ว 1 คัน ซึ่ง The Kenguru ออกแบบมาให้รองรับผู้โดยสารได้เพียงคนเดียวเท่านั้น

ภายนอกจะพบว่ามันมีสีสันสดใสและขนาดมินิที่ ฐานล้อ 1,550 มม. ด้านยาว 2,125 มม. กว้าง 1,620 มม. และความสูงที่ 1,525 มม. ที่จะทำ�ให้การเดินทาง ไปยังที่ต่างๆ สามารถจอดได้อย่างสะดวก (แน่นอนว่า ต่อไปนี้ห้ามจอดรถในช่องจอดสำ�หรับผู้พิการแล้วนะ)


โดยแชสซีไฟเบอร์กลาสก็มีความแข็งแรงอยู่ในระดับหนึ่ง แต่นั่นก็ ไม่ใช่ประเด็นที่ Kenguru จะต้องจดจ่อไปมากกว่าการควบคุมที่ง่ายแสน ง่าย ที่ตัดเรื่องคันเร่งและเบรกแบบแป้นเหยียบไปได้เลย เพราะว่ารถคันนี้ ทำ�มาเพื่อผู้พิการทางขาจริงๆ การควบคุมนั้นก็จะอยู่ที่คันเร่งและเบรก แบบรถสกุ๊ตเตอร์ ในภาคของการขับเคลื่อนนั้นก็ไม่มีอะไรมากไปกว่า มอเตอร์ไฟฟ้า 2 kW จำ�นวน 2 ตัว ทำ� max speed ได้ที่ 45 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สามารถเดินทางระยะไกลได้ราว 110 กิโลเมตร จากนั้นมันต้องการชาร์จ ไฟขนาด 220v อีก 8 ชั่วโมงเพื่อใช้เดินทางในครั้งต่อไป

“โดย Kenguru ในเวอร์ชั่นแรกนี้มีรหัสว่า B1 โดยปัจจุบันได้ออกจำ�หน่ายแล้วทั่วโลก ซึ่ง CEO คนสวยของ Kenguru ก็ได้ตั้งราคาไว้แบบ สามารถจับต้องได้ที่ 14,000 $ เหรียญเท่านั้น ใครสนใจสั่งซื้อสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.kenguru.com ครับ”


Tip & Technique ถุงลมนิรภัยนอกรถ

“ขึ้นชื่อว่าอุบัติเหตุ ย่อมก่อให้เกิดความเสียหาย ขึ้นอยู่กับว่าจะเล็กหรือใหญ่ ซึ่งถ้าเป็นรถชนรถก็พอ ทำ�เนา แต่ถ้าเป็นรถชนคนแล้วล่ะก็คงจะเป็นเรื่องที่เกิด การบาดเจ็บแน่นอนครับ วันนี้นายทีมีเทคโนโลยีที่จะ ปกป้องคนเดินถนนจากอุบัติเหตุรถชน นั่นก็คือถุงลม นิรภัยนอกรถครับ”

..........


เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยนี้เป็นถุงลมนิรภัยที่ปกป้องคนเดิน ถนน หรือ Pedestrian Airbag ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกกับรถวอลโว่รุ่นวี 40 ซึ่งจากสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ทั่วโลกพบว่า ในประเทศจีนมีคน เดินถนนที่เสียชีวิตประมาณ 25% ของผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ทั้งหมด ยุโรปอยู่ที่ 14% และสหรัฐอยู่ที่ 12% ซึ่งการบาดเจ็บแบบหนักๆ นั้นจะอยู่ที่ศีรษะเป็นส่วนใหญ่ เพราะเมื่อ เวลาถูกชน ลำ�ตัวของผู้ถูกชนมักจะถูกรถกระแทกจนกระเด็นขึ้นด้านบน ฝากระโปรงรถ แน่นอนว่าศีรษะเป็นส่วนที่บอบบางที่สุดมักจะกระแทกส่วน ที่อันตรายที่สุดคือกระจกหน้ารถ หรือ คานเสา A ด้วยเหตุนี้เองทำ�ให้วอลโว่ได้พัฒนารถยนต์ที่มีถุงลมนิรภัยสำ�หรับ คนเดินถนน จุดประสงค์เดียวเลยก็คือปกป้องชีวิตของผู้ถูกชนให้ได้รับ การบาดเจ็บน้อยที่สุด โดยหลักการทำ�งานของถุงลมนิรภัยในตำ�แหน่งนี้ คือ เมื่อเกิดอุบัติเหตุฝากระโปรงหน้าจะยกตัวขึ้น โดยติดตั้งระบบดึงสลัก และปลดล็อคด้านหลังของแผ่นฝากระโปรงหน้า ตรงบริเวณที่ติดกับ กระจกหน้า เพื่อให้ฝากระโปรงหน้ายกตัวสูงขึ้น เมื่อถุงลมนิรภัยทำ�งานผู้ ถูกชนก็จะได้ไม่โดนกระแทกเข้ากับส่วนที่โลหะแข็ง เช่นเครื่องยนต์ พร้อมกับ หน่วยควบคุมสั่งให้ถุงลมพองตัวด้วยความเร็วสูงในเวลาเสี้ยววินาที โดย ถุงชมที่พองตัวจะคลุมบริเวณที่ปัดน้ำ�ฝนทั้งหมดเรียกได้ว่าครอบคลุม พื้นที่ 1 ใน 3 ของกระจกหน้านั่นเอง


ถุงลมนิรภัยจึงทำ�หน้าที่ 2 ระดับคือยกฝากระโปรงหน้า และการพอง ของถุงลมที่คลอบคลุมส่วนแข็งของรถยนต์เพื่อป้องกันการบาดเจ็บที่รุนแรง ของผู้ประสบเหตุ โดยถุงลมจะทำ�งานเมื่อรถยนต์วิ่งที่ 20-50 กม./ชม. นั่นต้องยกความดีความชอบให้เซนเซอร์ทั้ง 7 ตัว ที่ติดตั้งอยู่บริเวณ กันชนหน้า ที่ทำ�หน้าที่ตรวจจับคนหรือวัตถุ เมื่อเซนเซอร์จับได้ว่าชนวัตถุ มัน ก็จะสั่งงานไปยังหน่วยควบคุม และหากมันประมวลได้ว่าที่ชนอยู่นั้นเป็นขาคน มันก็จะสั่งให้ฝากระโปรงหน้าดันตัวขึ้น 10 เซนติเมตร เพื่อให้เกิดพื้นที่ว่าง ข้างใต้ และหลังจากเกิดแรงกระแทกแล้วฝากระโปรงจะยุบตัวลง เพื่อผ่อนแรง กระแทกจากตัวผู้ประสบเหตุ และช่วยลดความเสี่ยงที่ตัวของผู้ประสบอุบัติเหตุ จะกระแทกกับของแข็งทั้งหลาย

“ซึ่งนับว่าเป็นเทคโนโลยีที่ไม่ได้คำ�นึง ถึงการปกป้องผู้โดยสารด้านในเพียง อย่างเดียว แต่ยังครอบคลุมไปถึง ผู้ประสบเหตุภายนอกรถอีกด้วย นายทีคิดว่าหากเทคโนโลยีนี้แพร่หลาย เมื่อไหร่ ข่าวเศร้าๆ เกี่ยวกับอุบัติเหตุ คงจะน้อยลงมากทีเดียว”


Tip & Technique จุกลมอัจฉริยะ

“สำ�หรับรถที่เดินทางไกล บรรทุกของหนักหรือการใช้งาาน ชีวิตประจำ�วันลมยางนั้นเป็นเรื่องสำ�คัญเป็นอย่างมาก ดังนั้นทุกๆ 1 สัปดาห์หรือทุกๆ ครั้งที่เราต้องเดินทางไกลเราจึงต้องตรวจ สอบแรงดันลมให้พอดีกับการใช้งานอยู่เสมอเพื่อความปลอดภัย และเป็นการรักษายางแถมยังประหยัดเชื้อเพลิงด้วย แต่ถ้าเราไม่ อยากที่ จ ะต้ อ งเลี้ ย วเข้ า ปั๊ ม ที่ มี ค นรอต่ อ คิ ว เติ ม ลมยางหรื อ เรา อยากจะรู้แรงดันลมโดยไม่ต้องลงจากรถไปวัดลมยาง วันนี้นายที ก็มีเทคโนโลยีที่ทำ�ให้ผู้ใช้รถสะดวกสบายมากขึ้นและเป็นเทคโนโลยีที่ จะทำ�ให้ผู้ใช้รถปลอดภัยในการเดินทางมากขึ้นด้วย”

..........


ระบบที่ว่านี้ก็คือ “Tire Pressure Monitoring System (TPMS)” หรือระบบตรวจสอบแรงดันลมอัตโนมัติ ที่สามารถ จะส่งสัญญาณจากเซนเซอร์ที่จุกลมกลับมาแสดงผลบนจอ มอนิเตอร์ในรถ เป็นยังไงหละครับไฮเทคไหมหละ!! เจ้าจุกลม ตัวนี้นับว่าเป็นสิ่งประดิษฐิ์ที่ทันสมับและสร้างความปลอดภัย ให้แก่ผู้ขับขี่ได้ทราบถึงระดับแรงดันลมแบบ RealTime กันเลย ทีเดียวครับ และนอกจากนั้นยังสามารถบอกความร้อนสะสม ในยางได้ด้วยรวมถึงสามารถเตือน ให้เราทราบถึงระดับลมที่ ลดลงเร็วอันเกิดจากการรั่วซึมหรือจะตั้งเองเพื่อให้เตือนได้ ถึง 3 ระดับอีกด้วย การที่เรารู้ถึงแรงดันลมและความร้อนของยางตาม จริงนั้นทำ�ให้การเดินทางไกลนั้นอุ่นใจมากขึ้น แต่ที่มากกว่านั้น ก็คือจะทำ�ให้สามารถประหยัดน้ำ�มันเชื้อเพลิงได้อย่างน้อย5% และทำ�ให้อายุของยางนั้นนานขึ้นถึง20%เลยทีเดียว เพราะยาง ที่แบนเกินไปก็จะสึกที่ด้านนอกเร็วกว่า และถ้าลมแข็งไปยางก็ จะสึกตรงกลางเร็วกว่า แต่ถ้าปล่อยไว้บางทีอาจจะทำ�ให้ดอก ยางเป็นบั้งซึ่งจะทำ�ให้วิ่งไม่นิ่ม มีเสียงหอนและไม่สามารถทำ�ให้ หายได้เลยนอกจากเปลี่ยนยางใหม่ ลมยางไม่เหมาะสมกับน้ำ� หนักบรรทุกยังเสี่ยงที่จะทำ�ให้ยางระเบิดได้ด้วยเพราะเมื่อยาง แบนมากก็จะทำ�ให้เกิดการเสียดสีสูงและความร้อนของยางก็จะ สูงจนยางระเบิดได้ การที่ลมยางอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมจะทำ�ให้ การทรงตัวของรถนั้นดีขึ้นด้วย

มาถึงวันนี้ก็มีระบบ ”Tire Pressure Monitoring System (TPMS)” ที่สามารถติดตั้งได้เองแบบง่ายๆและมีราคาถูกกว่าตอนที่ระบบนี้เพิ่งออก มาช่วงแรกๆและใช้เวลาไม่นานในการติดตั้ง โดยแบบใหม่นี้จะเป็นแบบอยู่ที่ ด้านนอกไม่ได้อยู่ข้างในยาง แค่เพียงเอาจุกลมเดิมออกแล้วใส่จุกลมนี้เข้าไป แทนก็เรียบร้อย แบตเตอรี่ของเซนเซอร์ก็จะมีอายุ 2 ปีจอแสดงผลใช้ถ่าน AAA 2 ก้อนหรือจะใช้ต่อกับที่จุดบุหรี่ก็ได้ แถมจุกลมแบบอยู่ข้างนอกนั้น ยังมีตัวล๊อคกันขโมยให้ด้วยสำ�หรับผู้ที่กลัวหาย

“นับว่าเทคโนโลยีสมัยนี้ก้าวหน้าไปมากและเป็น ประโยชน์จริงๆสำ�หรับผู้ใช้รถ แต่สำ�หรับผู้ที่ไม่คิด จะใช้เทคโนโลยี ชอบแบบเดิมๆก็ขอให้หมั่นตรวจสอบ ลมยางทกๆ 1-2 สัปดาห์นะครับเพื่อความประหยัด และความปลอดภัยของตัวท่านเองครับ”


Gadget

LifeStyle แหวกว่ายใต้เกลียวคลื่นด้วย BLADEFISH 7000

“อย่าคิดว่ามันคือพัดลมที่ใช้ในฤดูร้อนนะคะ แต่ BladeFish 7000 ตัวนี้คือของเล่นที่เหล่านัก ดำ�น้ำ�ทุกคนตั้งตาคอยมากที่สุด”

..........


ไม่ใช่ว่าจะมาแย่งเสน่ห์ของการดำ�น้ำ�นะคะ แต่ Blade Fish 7000 เป็นอุปกรณ์ดำ�น้ำ�อย่างหนึ่งที่อยู่ในประเภทของ Sea Jet ซึ่งมันถูกสร้างมาเพื่อท่องโลกใต้ทะเลด้วยความเร็ว และลึกมากกว่าปกติชนทั่วไป เจ้า Blade Fish 7000 เป็นซีรีย์ล่าสุดที่บริษัท Mayhem UK ได้ทดลองจำ�หน่ายรุ่นเบต้าเมื่อปี 2009 ผลปรากฏว่าการ ตีโจทย์แตกของบริษัททำ�ให้ Bladefish เป็นที่ต้องการของ นักประดาน้ำ�ทั้งรุ่น open water ไปยัน drive master.. เพราะมันจะช่วยให้การดำ�น้ำ�ง่ายและง่ายขึ้นอีกแยะ

โดยน้ำ�หนักของ Blade Fish 7000 ถือว่าเป็นจุด เด่นเลยทีเดียว เพราะเมื่อมันอยู่ใต้น้ำ� จะทำ�ให้น้ำ�หนักที่ 4.9 กิโลกรัมนั้นเบาอย่างเหลือเชื่อ เป็นเพราะวัสดุ High Grade Polycarbonate และพลาสติก ABS ช่วยไว้แท้ๆ


อี ก ทั้ ง มั น จะช่ ว ยพาคุ ณ ว่ า ยแหวกมวลน้ำ � ดั่ ง ฉลามหนุ่ ม ได้ ด้ ว ย ความเร็วที่ 6.5km/h โดยใช้มอเตอร์ขนาด 280 วัตต์ ที่กระตุ้นพลังไฟฟ้า ด้วยแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 18 โวลท์ ทีนี้คุณก็สนุกกับมันได้ตั้งแต่วินาที แรกที่ลงน้ำ�ไปได้อีก 2 ชั่วโมง (อึดมากๆ) และเราแนะนำ�ให้คุณกลับขึ้นฝั่ง มาจิบเครื่องดื่มเย็นๆระหว่างรอชาร์จไฟใน Fast Mode ซึ่งใช้เวลาราว 1 ชั่วโมงก็สามารถกลับไปลุยพื้นที่ตำ�สำ�รวจที่เหลือได้ ความสนุกยังไม่จบแค่นี้นะคะ เพราะ Blade Fish จะพาให้คุณดำ�น้ำ� ตั้งแต่ระดับชิลๆ ที่ผิวน้ำ� จนดำ�ดิ่งลงไปที่ระดับ 40 เมตร (ถือว่าลึกมาก) แต่ ทั้งนี้ทั้งนั้นนักประดาน้ำ�มือใหม่ที่ดำ�ลงไปเกิน 15 ควรอยู่ในคำ�แนะนำ�ของผู้มี ประสบการณ์ด้วย อีกทั้งต้องเติมอากาศให้สัมพันธุ์กับเวลาและวางแผนการ ดำ�น้ำ�อย่างรอบคอบนะค้ะ

“ในออปชั่นเสริมของมันก็คือ Computer Controlled Circuitry , Triple Seals , Battery Life Meter และ Camera Mounting ที่ต้องบวกราคาเพิ่มไปอีก แต่ที่ แถมแน่ๆ คือ กระเป๋าและSoft Grip โดย Mayhem UK ได้สนนราคาของเล่นมหาสนุกของนักประดาน้ำ�ไว้ที่ 750 £ ไม่รวมค่าขนส่ง (ช็อปใกล้สุดอยู่สิงค์โปรและมาเลเชีย) ใครสนใจจะติดต่อสั่งซื้อก็คลิกไปได้ที่ www.bladefish.net”


FoodStuff

LifeStyle ลำ�ดวนเนื้อย่าง No.1 แห่งย่านอ่อนนุช

“เหตุเพราะว่าได้มีธุระในย่านอ่อนนุช แล้วท้อง เจ้ากรรมดันร้องจ๊อกขึ้นมาขณะขับรถ แต่เอ..ครั้นจะหา อะไรทานแบบดุ่มๆ ก็เกรงว่าจะเสียสตุ้งสตางค์เปล่า มือไว ใจถึงจึงรีบเข้าเซิร์ชกูเกิลผ่านทางมือถือ ก็พบว่ามีร้าน อาหารอีสานร้านหนึ่งที่มีชาวเน็ตพูดถึงกันมากที่สุดนั่น คือ “ลำ�ดวนเนื้อย่าง” ใครไม่ไปไม่รู้..แต่เราจะพาไป!”

..........


ลำ�ดวนเนื้อย่าง กับชื่อร้านเรียบง่าย แต่ใครจะรู้ บ้างว่าที่ร้านนี้เปิดมาถึง 20 ปีแล้ว พอรู้แค่นี้ก็ไม่ต้อง สืบถึงฝีมือแล้ว เพราะจากที่เคยทานมา..ร้านอาหารที่ ประสบการณ์มากกว่า 15 ปีขึ้นไปไม่เคยทำ�ให้ผิดหวัง ว่าแล้วก็จัดมาซักหน่อย.. เมนูนี้พี่ลำ�ดวนเจ้าของร้านนำ�เสนอว่าเป็นเมนู พระเอกกับ เนื้อย่าง ! ใครคิดว่า เนื้อย่างที่ไหนก็ เหมือนๆ กันหมดแหล่ะล่ะก็คิดผิดแล้ว เพราะเหตุอันใดไม่ ทราบที่ทำ�ให้เนื้อย่างของพี่ลำ�ดวนแตกต่างจากที่อื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด ด้วยสูตรการหมักที่ทำ�ให้เนื้ออกรส ออกชาติได้เข้มข้น การ Grill ให้ไหม้นิดๆ ตามสไตล์เนื้อ ย่าง รสชาติทำ�ได้อร่อยมาก อร่อยจริงๆ จนอยากจะ บอกพี่ลำ�ดวนว่า อย่าอร่อยกว่านี้เลยย..สงสารคน บ้านไกลหน่อย (มาบ่อยไม่ได้) เมนูต่อมาต้องเสิร์ฟพร้อมข้าวเหนียวร้อนๆ ด้วยนะ ส้มตำ�ไข่เค็ม ส้มตำ�ที่ พิสูจน์แล้วว่าเป็นเมนูยอดฮิตของคนกรุงมากที่สุด ส้มตำ�ทีนี่ออกรสเปรี้ยวหวาน ซึ่งสามารถออเดอร์เผ็ดจี้ดกับพี่ลำ�ดวนได้ตามใจปราถนา ซึ่งไข่เค็มนั้นก็ให้รส กลมกล่อม เปรี้ยวๆ เค็มๆ มันๆ ไก่ทอดใบเตย เป็นอีกเมนูที่ทั้งขาประจำ�ทั้งขาจรติดกันตรึม ด้วยไก่เนื้อ นุ่มทอดกรอบนอกสุกในกลิ่นยั่วยวนด้วยใบเตย แต่ถ้าใครยังไม่สะใจชาวเราเรค คอมเมนท์ไก่ย่างหอมเจียว ไก่ย่างๆร้อนๆหมักสูตรพิเศษจากพี่ลำ�ดวน เสิร์ฟ พร้อมน้ำ�จิ้มสูตรอีสานคลาสสิค ไม่ควรพลาดค่ะ หากอยากจะซดอะไรแซ่บๆ นี่เลย ต้มแซ่บเนื้อเปื่อย เนื้อตุ๋นที่นุ่มจนอยากจะ ร้องไห้ พร้อมด้วยเครื่องที่จัดมาเต็มอัตรา ทั้งตระไคร้ ใบมะกรูด มะนาว พริก ขี้หนู ให้ทั้งความเปรี้ยว ความแซ่บแบบสุดจะบรรยาย


ส่วนราคาที่ร้านลำ�ดวนเนื้อย่างก็เรียกได้ว่าเป็นมิตรกับกระเป๋า ตังจริงๆ ทำ�ให้สามารถลองสั่งได้หลายๆ จาน ถึงใจจริงอยากจะ ลองสั่งให้หมดทุกเมนูก็เถอะ

“โดยร้านลำ�ดวนเนื้อย่างทีเด็ดย่านอ่อนนุช ตั้งอยู่ หน้าปากซอยอ่อนนุช 52 ใครไปใครมาแวะมาได้ รับรองมาได้ทุกวันทุกเวลาไม่ผิดหวังค่ะ ร้านเปิดตั้งแต่ 12.00-24.00 ติดต่อจองที่นั่งได้ที่ 088-187-1612” พิกัดร้าน ลำ�ดวนเนื้อย่าง :13.711442,100.639883


e-TOYOTACLUB e-Magazine August issue7 2012  

e-TOYOTACLUB e-Magazine August issue7 2012

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you