Page 1

1

ปที่ 17 ฉบับที่ 4 เดือน ตุลาคม – ธันวาคม พ..ศ. 2556

สารบัญ แนะนนําสิ่งพิมพที่นาสนใจ (พ.ค. 555) เจอแแน Journaal บริการห า องคนคว ค ากลุม (Study ( R Room ชัน้ 3) ผลไมมบํารุงสายยตา เสื่อมทางวั ม ฒนธธรรม ภาพกิกิจกรรมหองสมุ อ ด

2 3-6 7 8 - 10

11 12 -15


2

แนะนําสิ่งพิมพทนี่นาสนใจ ลัญฉพิชา พิพมพา บรรณา ณารักษ สสํานักหอสมุด มหาวิทยาลัยแม ย โจ

คัมภีรลิขสิทธิ:์ 180 คําถามที า ่จาํ เปปนตองไขคําตอบ า โด อรุณ ปรระดับสินธุ โดย หนังสือเลมนี้ มีเนื้อหาเกี่ยวกับขอความรูตางๆ า ที่เกี่ยวของกับ “ลิขสิทธิ์” เชน งาาน 9 ป ประเภทที ่กฎหมมายลิขสิทธิ์ใหความคุมครอองไดแกงานใดบาง และงานประเภทใดที่กฎหมายไมคุมครอง ค ก ดลอกงาานของผูอื่นปริริมาณมากนอยแค การคั อ ไหนจึงจะะไมผิด? ไมไดเจตนาละเมิดลิขสิทธิ์จะพนผิผดได ห อไม? การนนับอายุคุมครองลิขสิทธิ์มีวิธีการอยางไร? และงานวิจจััยใครเปนเจาของลิ หรื ข ขสิทธิ์กันแน น ? เปปนตน หากผูผูอานไดศึกษาาก็จะเปนการปปองกันตนเองงไมใหไปละเมิดดลิขสิทธิ์ของผูอื่นโดยไมไดตั้งใจ ห อใชเพื่อรักษาสิ หรื ษ ทธิในผลงานของตนเองงไดอีกดวย

พทธพบวิทยฯ :ชางคิดพบชางถามม พุ โด พระอาจาารย ว.วชิรเมมธี และ วิทย สิทธิเวคิน โดย หนังสือเลมนี้ มีเนื้อหาเกี่ยวกับขอถกเถียงเกีกี่ยวกับแนวคิดดระหวางทางงโลกและทางธธรรม วิทยาศาสตรและไสยศาสตร แ ร สิ่งที่พิสูจนไดและสิ่งที่มีอยู อ แตไมอาจพิพิสูจนไดจริง โดยการตั โ ้งคําถาม า จ ดร.วิทย สิทธิเวคิน ผูผบริหารและพิพิธีกรขาวรุนใหม จาก ใ ผูสนใจศศาสนาในเชิงลึก และตอบคําถาม า กับทุกประเด็น ขยายความดดวยธรรมะอยยางเฉียบคมโดดยพระอาจารย ว.วชิรเมธี มีตัวอยางคําถาม า ที่เกิดขึ้น คือ เดี๋ยวนี้ไดยินแตคําวา “ทําดี า ไดดีมีที่ไหนน ทําชั่วไดดีมมีีถมไป” ที่ทําให า คนไทยปดใจกั ใ บ พ ทธศาสนนาเพราะ “กฎฎแหงกรรมนั้นไม พระพุ น เวิรก” คําถามนี า ้ ทานออาจารย ว.วชิชิรเมธี จะมีคําตอบ า อ างไร ติดตาามอานไดภายใในเลม อย

ปาฏิฏิหาริยแหงวาฬ= ว Whaale rider โดดย วิทิ อิแมรรา เขียน, สุวัฒน หลีเหม แปล นวนิ ย ายยนิ ว ซี แ ลนด เ ล ม นี้ บอกเลล า เรื่ อ งราวขของ“คาฮู ” เด็ด็ ก หญิ ง ชาวเ มารี เติ บ โตออยู ใ น า าในแถบอีสโคสต ส ชนเผาซึ่งสืบเชื้อสาายจาก “ผูขี่ววาฬ” ในตํานาน คนทุกรุนที น ่สืบ ครอบครัวหัวหนาเผ น ซึ่งชาววเมารีถือธรรมมเนียมประเพณีวา เพศชาย คือ เพศที่จะสืบ ทอดดเชื้อสายหัวหนนาเผาลวนเปนชาย ทอดดตําแหนงหัวหนาเผา แตขณะนั ณ ้นไมมีทายยาทชาย มีเพียงแต ย เด็กหญิงงคาฮูเทานั้น จึงเห็นวาเด็กหญิง ไมมประโยชน ปี อันใดด จนกระทั่งวันหนึ น ่งฝูงวาฬนับรอยตัววายเข ย าหาฝงคุกกคามชนเผานนี้ แตกลับเปนคาฮู ค ที่ สามารถปกปองชชวยเหลือชาวชนเผาไวได สะทอนถึงคววามเทาเทียมกักันระหวางหญ ญิงและชาย ความ ค ก วยนมใตผนทะเลและความ ืน มรักที่มีตอกันของทุกสรรพพชีวิตบนโลก อัศจรรยของวาฬ สัตวเลี้ยงลูกด


3

เจออแน Jourrnal จิณาภา ใคร ใค มา นักเอกสารสสนเทศ สําานักหอสมุด มหาวิ ม วทยาลัยแม ย โจ ใในปงบประมาาณ 2556 นี้ สํานักหอสมมุด มหาวิทยาาลัยแมโจ มีการบริ ก หารงานนซึ่งไดนําเอากการจัดการคววามรู มาใชช เ ป น หนึ่ ง ตั วแปรในการแ ว ก ไ ขป ญ หาในนการทํ า งาน ซี่ ง มี ก ารแแต ง ตั้ ง คณะกกรรมการจั ด การความรูสํส า นั ก หอสมุ ด ซึ่ ง คณะะกรรมการชุดนี ด ้เปนตัวแทนนของบุคลากกรทั้งหมด ซึ่งมี ง หนาที่ขับเคคลื่อนใหบุคลาากรหองสมุดไดเขารวมกิจกรรมการจั จ ด ดการ ความรูโดยมีการแแบงกลุมเปนชุมชนปฏิบัติ COPs C หลาายกลุม สําหรับกลุมภารกิกิจบริการสารนิเทศ ไดมีการจัดกลุมชุมชนนั ช ก ปฏิบับตั ิในสวนความมรับผิดชอบภภารงานดานวารสารไดจัดตั้งกลุมชุมชนนันักปฏิบัติ CO OPs “เจอแน Journal” ซึ่งมีสมาชิกกลุ ก ม ดังนนี้ 1) พอตา สุวรรณหลอ 2) น้ําใจ จุลพุ ล ปสาสน 33) มนตรี มณีนพรัตน 4) สิ ์ พระมาลาา 5) จิณาภาา ใครมา 6) อรณา พิทยาากรศิลป อภิสทธิ

วัตถุประสงคดังนี้ 1. เพื่อปรับปรุ ป งการจัดชันวารสาร น้ 2. เพื่อแกไขปญหางานดานวารสาร า 3. เพื่อใหผูใชเกิดความพึงพอใจในการใ ชบริการวารสสาร ง ช กปฏิบัติไดดมีการประชุมมเพื่อระดมควาามคิดและวาง จากวัตถุประสสงคดังกลาว มีขั้นตอน สมมาชิกกลุมชุมชนนั ป งชั้นวารสาาร แผนนการดําเนินงาานในการปรับปรุ ง น้ วารสาร การปรับปรุงชั 1. การติดปายบอกตํ ป าแหหนงวารสาร ปจจุบนั ของเกา 1.กาารจัดชั้นวารสสารแตละชั้นอยยูไมตอเนื่อง มีเสามากั้น 1.จัดชั้นวารสสารใหตอเนื่องกั ง น เพื่อควาาม ระหววางชั้น ทําใหผูผใชบริการเกิดความสั ด บสน สะดวกในการรคนหาตัวเลมวารสาร 2. ปายหนาชัน้ วาารสาร 2. ปายหนาชัชน้ วารสาร - เรียงลําดับ ก-ฮ - เรียงลําดับ ก-ฮ - เรียงลํากับ ฮ-ก

ของเกา 3.ปายบอกตํ า าแหนนงวารสาร ก กสิสิกร

ปจจุบนั 3.ปายบอกตําแหนงวารสาาร กสิ ก กร ก

4.สํารวจการติ า ดสติ ส กเกอร ปที่ ฉบับที่ เดือน พ.ศ.

ณเพื่อสื่อ หมายเหตตุ ใสสัญลักษณ ความหมายใหหใหผูใชบริการรคนหาตัวเลม วารสารตามสัญลักษณ ดังกลาวขางตตน 4. ปรับปรุงสติ ส กเกอร กรรณีเกาหรือฉีกกขาด


4

ประจจําตัวเลมวารสสารที่เย็บเลมชัช่วคราว โดยการเจาะรู เพื่อทํทาการเย็บ 5.เลขลําดับประจําตั า วเลมวารสาารเย็บเลมมีไมครบ

ทําการพิมพ ปที่ ฉบับที่ เดื เ อน พ.ศ. ประจําตัวเลมวารสารที ม ่เย็บเล บ มชั่วคราวใให ครบ 5.สํารวจและะจัดพิมพเลขลํลาดับวารสารเเย็บ เลมใหครบ (เเพื่อผูใชบริการใชวารสารไดด อยางสะดวกแและรวดเร็วในการคนหา)

กําลังดําเนินการรติดปาย บอกตําแหนงวารสาร ว

ง ดทําปายหน า าชั้นวารรสาร 2. ปรับปรุงการจั อุปกรณที่ใชในการจั น ดทํา การจั ก ดการคววามรู ของชุมชนนักปฏิบัติ COPs “เจออแน Journall” มีรายละเอียด ดังนี้ 1.ไมบรรทัด

5.ดินสอ 6.คัดเตอร 7.เลื่อย 8.กรรไก เ 9.แผนฟวเจอร บอดท

2.กาาว 3.สติติกเกอรสี 4. ปายชื่อวารสาร

ใ ดการความรูกลุมชุมชนนักปฏิบติตั ิ “เจอแน Joournal” ภาพพ 1 อุปกรณในการจั ขั้นตอนการจัจัดทําปายติดหนาชั้นวารสสาร 1. ตัดฟวเจออรบอรด ขนาาด 52 ซม. X 200 ซม. 2.พิมพรายชือวารสารซึ ่ ่งเรียงลําดับตัวอัอกษร ก-ฮ และเรี แ ยงลําดับจาก บ ฮ-ก ว ่ฟวเจจอรบอรด 3.ติดรายชื่อวารสารที 4. ติดสติกเกกอรเพื่อทํากรออบรายชื่อวารรสารใหแยกซายขวาอย า างจัดเจน 5. เสริมขอบอลูมิเนียมตัวซี เพื่อเสริมคววามแข็งแรงขของแผนฟวเจออรบอรด บ อยแลวไปติติดที่ชั้นวารสาร 6.นําแผนฟวเจอรบอดทที่ติติดรายชื่อเรียบร


5

ขัน้ ตอนที่ 1

ขัน้ ตอนที่ 3

ขัน้ ตอนที่ 5

กอนปรับปรุง

ขั้นตอนที่ 2

ขั้นตอนทีที่ 4

ขัน้ ตอนที่ 6

ปรับปรุรงใหม


6

ประโยชนทคาดว คี่ าจะไดรับ 1. ผูใชบริการสามารถค า น นหาวารสารได ดสะดวกและรววดเร็ว (มีปายพร ย อมสัญลักกษณบอกตําแหหนงของวารสสาร แตละรายยชื่ออยางชัดเจจน) 2. ผูใชบริการสามารถตร า รวจสอบรายชืชื่อตามปายหนนาชั้นวารสาร (เรียงตาม กก-ฮ และ ฮ-กก) 3. ผูใหบริการเก็ า บวารสารรขึ้นชั้นไดรวดดเร็วขึ้น

เปรียบเที บ ยบงบปรระมาณการจัดทําปายหหนาชั้น รายการจาากการทํา KM M 1.คาฟ า วเจอรบอรด (7X160=1,9600) 2.อลลูมิเนียมตัวซี (5X65=3255) 3.สติติกเกอรสี (5X224=120) 4.เททปติดสันขนาดด 1” (16X1=16) 5.เทปติดสันขนาดด 2” (32X22=32)

รราคา รายการซื้อจากร จ านคา 1 1,120 ปานหน น าชั้นเปนไมมอัด(สั่งซื้อ)

5.กาาวรอน (1X220=20) 6. กาวยู ก ฮู รวม ราคคาตอชุด

20 190 1,855 2 265.0 ราคคาตอชุด 0

ราคา 6,499.1 8

325 120 16 64

....................................

6,499.. 188


7

บริการหหองคนควากลุ า ม (Stuudy Room m) ชั้น 3 น้นําใจ จุลพุปสาสน ปส บรรณา ณารักษ สสํานักหอสมุด มหาวิทยาลัยแม ย โจ สํานักหอสมุด มหาวิทยาลั ท ยแมโจ เปดใหบริการรหอง Studyy Room เพื่อเปนการศึศกษาคนควาอสระ อิ ภายในหหองมี Whiiteboard เพืพื่อสนับสนุนในนดานการเรียนการสอน น วันและเววลาใหบริการ ตามเวลาาเปด-ปด ของสํานักหอสมุด ผูมีสิทธิเข เ าใช สมาชิกทุกประเภททของสํานักหออสมุด มหาวิทยาลั ท ยแมโจ

ขอปฏิ ป บัติในการเขขาใชหองคนคว ค ากลุม 1.ติดต ด อกรอกแบบบฟอรมขอใชบริ บ การหองคนคว น ากลุม ซึ่งต ง องกรอกรายชื่อผูเขาใชบริการหองคนควากลุมทุกคนที่หองบริการ วารสสารลวงเวลาชชั้น 3 และวาางบัตรนักศึกษากลุมละ 1 ใบ 2. มีหอง Studyy Room ทั้งหมด ห จํานวน 2 หอง เขาใช ใ บริการไดหองละ อ 15-200 คน 3. ไมมนําอาหารแลละเครื่องดื่มเขามารั า บประทาานในหอง 4. ไม ไ สูบบุหรี่ในหอง อ 5. ไม ไมสงเสียงดัง หรือกระทํากาารใดๆ ที่เปนการรบกวนผู ก อือ่นื เชน เปดเครื่องเสียงดัง ๆ 6. ไม ไมนอนหลับในหหอง 7. ไมมนําทรัพยสนมี นิ คาวางทิ้งไววในหอง หากสูสูญหายสํานักหอสมุดจะไมรัรบั ผิดชอบ 8. เมื่อใชหองคนคว ค ากลุมเสร็จ ใหปดไฟ ปดเครื ด ่องปรับอาากาศทุกครั้ง ห อวารสารจจากชั้นมาอานภายในห น องคนคว น ากลุม หลลังจากใชเสร็จให จ นําไปไวที่จดุดพักวารสาร 9. เมมื่อนําหนังสือหรื 10. หากผูใชบริการทํ ก าสิ่งของภภายในหองเสียหาย ย เชน ขูด ขีด เขียนบบริเวณโตะ เกาอี า ้ ผนังหอง จะตองชดใชตามความเสี ต ยหาย ที่เกิดขึ ด ้น 11. เมื่อใชหองเสรร็จแลวตรวจสสอบความเรียบร บ อยของหอง และรับบัตรนั ร กศึกษาคืนไดดที่หองบริการรวารสารลวงเวลา ง สอบถามขขอมูลเพิ่มเติมได ม ที่ หองบริการวารสารลลวงเวลา โทรรศัพท 053--873198


8

ผลไไมบํารุงสายตา โสฬส จันพะโยม,ผู น รวบบรวม นักเอกสารสสนเทศ สสํานักหอสมุด มหาวิทยาลัยแม ย โจ สวัสดีคะ ทุกวันนี้มนุษย ษ เราใชเทคโนนโลยีในการทํางาน พูดคุยติดตอกับกลุมเพื ม อ่ นๆ โดยใใชคอมพิวเตอรร โนตบุค แท็บ แล็ต สมารทโฟฟน และ iPadd ซึ่งทําใหมนุนษยเรานั้นไดใชสายตาในกาารจองหนาจอคอมพิวเตอร โนตบุค แทท็บแล็ต สมมารท โฟน และ iPad ทําใหสายตาขของเรานั้นทํางานหนั ง ก อาจจทําใหสายตาเเสือ่ มเร็วขึ้น ดัดงนั้นเราควรที่จะหาผักหรือผลไม อ มาทานนเพื่อ เปนการบํ ก ารุงสายตาเสื่อมชาลงงคะ วันนี้ก็จะมมาพูดถึง ก็จะมี ะ ผลไม 5 ชนิ ช ด ที่แนะนําอุ า ดมไปดวยวิตามินหลายชนิด ชวยเรื่องการ ง มองเห็น และบํารุงสายตาให ง เสื่อมช อ าลงคะ

มะลละกอ อุดมดวยวิ ว ตามินเอ บี1 บี2 แคลลเซียม และเบตตาแคโรทีน สสารตานอนุมลอิ ูล สระ รับประทาน

ผลสุสุกเปนผลไม หรื ห อใชผลดิบนํนามาประกอบบอาหาร เชน สมตํา แกง หรือเปนผักจิ้ม มะละกอไมใใชจะเปนผลไมมบํารุงสายตาออยาง เดียวนะค ว ะ แตยังเปนผลไมบํารุงผิ ง วพรรณ และลดริ แ ้วรอยกกอนวัยดวยคะ

ผ ตระกูลสม อาทิ เลมอนน สมโอ สมเขียวหวาน เกกรปฟรุต มีสาารไฟโตนิวเทรีรียนตมากมายย ทํา ผลไม

หนาที่เปนสารตานอนุ น มูลอิสระ ชวยปกปองแกวตาจากตอกระจก และะชวยไหลเวียนเลื น อดในดวงตตานอกจากนี้ผลไมตระกูลสสมยัง


9

ชวยในการ บํารุงผิ ง ว เพราะมีมีสารไฟโตนิวเทรี เ ยนตมากมมาย ที่ทําหนาที่เปนสารตานอนุ า มูลอิสระ รวมถึงสารรกลุมฟลาวาโโนนส สารแอนโธไชยานินส น สารโพลีฟฟนอลส และวิตามินซี ที่ชวยทํ ว าใหผิวสวยยกระจางใสคะ เสริมสราางกระดูก เชื เ ่อหรือไมวาน้นําสม สามารรถใหแคลเซียม และวิตามินดี น แกรางกายไไดดีพอ ๆ กับนม บ และแคลเเซียมจะไปเสริมมสรางกระดูก แตถาไมมีวิตามิ ต น ดี รางกายจะไม า สามารถดู า ดซึมแคลเซี แ ยมจากอาหารได นออกจากนี้ น้ําสมยังมีวิตามินซี ซึ่งจะชวยเพพิ่มกระบวนการดังกลาวอีกด ก วย แตจําไว า วา กรดออะซีติกในผลไมมจําพวกนี้อาจจทําลายสารเคคลือบฟนได จึงไมควรแปรงงฟนภายในหนึนึ่งชั่วโมงหลังจากดื่มน้ําผลลไมคะ ปกปองหัวใจ เปลืลือกของผลไมตระกูลสมมีสารมหั า ศจรรยอยู อ มากมาย และหนึ แ ่งในนั้นคือการ Polyymethoxylaated Flavoones (PM MFs) และสาร D-Limonnene ซึ่งจะชชวยลดคอเลสสเตอรอล ปรับระดั บ บน้ําตาลลในเลือด และกกระตุนการกรรองสารพิษขอองตับ นอกกจากนี้ การศึกษายังชี้วา เม็ เ ดสีในสมเขียวหวานจะช ย วยลดคอเลสเตตอรอลชนิดเลวว (LDL) โดยยไมสงผลตอคอเลสเตอรอล ค ลชนิด ดี (HHDL) คะ คววามจริงแลวเปปลือกสมอาจลดคอเลสเตอรรอลไดดีกวายาาปฏิชีวนะบางตัว ที่ขายกันตามทองตลาดดเสียอีก ประโโยชน ของผลไมตระกูลสมยังมีอีกมากกมายเลยคะ

เสาวรส เปนผลไม ผ เปรี้ยวออมหวาน ลักษณะผลแตกต ษ ตางกันตามสาายพันธุ ทั้งรปกลม รู รูปไข เนื้อ

ภายใในคลายทับทิม เสาวรสเเปนผลไมที่มีวิวิตามินเอคอนข น างสูงและสสารแคโรทีนอยยด จึงชวยบํารุงสายตาแลละผิวพรรณ จาก การศึกษาพบวา วิตามินซีของงน้ําเสาวรส จะมีมากกวาที่พบในมะนาวว และพบสารร Albumin homologgous prottein จากเมมล็ด สามารถถยับยั้งการเจจริญเติบโตของเชื้อราได นออกจากนี้เสาวรสยังมีสรรพพคุณ ชวยแกอาการนอนไมมหลับ ลดไขขมันในเสนเลือด อ โรคกระเพาาะปสสาวะอักเสบ เ และชวยสสรางภูมิคุมกันโรคได น คะ

แอปปริคอท อ เปนผลไมมสีเหลืองอมสม มีรสหวานนอมเปรี้ยว มีกลิ่นหอมเปนเอกลั น กษณ ออุดมไปดวยวิตามิ ต นเอ วิตามิ า นซี

และโพพแทสเซียมปริริมาณมาก ไขขมันต่ํา และทังยั ้ งอุดมดวยเบตาแคโรทีน ตัวชวยชะลออการเสื่อมถอยยของเลนสตา ชวยบํารุงสาายตา

และปปองกันการเกิดตอกระจก

แยม ทารต เบเกออรี่ เคก ไอศกกรีม เปนตน

นิยมนํามาเชืชื่อมแลวอบแหหง

เปนขของวางทานเลลน รวมถึงผสมใน


10

โกจิเบอรรี่ (เกากี้) ผลวิจัยในตางประเทศพบวา อุดมด ด วยแคโรทีนอยด และซีเอแซนทีน ชวย

เรื่องการมองเห็ ง น หรือสายตา โดยเพิ่มประสิสทธิภาพการรับภาพ และปองกั อ นแสง โดยยเฉพาะแสงสีนน้ําเงิน และสีฟฟา ทําใหดวงตตา เสื่อมช ม าลง นอกจาากจะชวยในเรืองบํ อ่ ารุงสายตาแลว โกจิเบอร บ รี่ (เกากี้) ยังชวยชะลออความแก คววบคุมน้ําตาลใในเม็ดเลือดแดดง เสริมสรางการทํางานนของหัวใจ และเสริมสรางรระบบ

ภูมิคุคุมกันของรางกาย ง มักถูกแปรรูปเปนเคครื่องดื่มน้ําผลไม ตมดื่มน้ํา และใชในเชิชิงสมุนไพรสําาหรับประกอบบอาหารดวย เชน

อาหารประเภทพววกตุนยาจีนตาง ๆ คะ ก็ทีท่ีพวกเราเห็น เมล็ดสีแดง

กระดดูกหมูตุนยาจีนค น ะ

แหลงที่มา สสสส. สํานักงานกกองทุนสนับสนนุนการสรางเสสริมสุขภาพ httpp:// http:///www.golddenplace.coo.th/article_13.php httpp://www.oknation.nett/blog/prinnt.php?id=8859572 httpp://www.saappe.com/sappe/beautylounge//beautylouunge27.html

ในไกกตุนยาจีน มะระตุนยาจีน หรือ


11

ความเสืสื่อมทางวัฒนธรรม ฒ ไพสน พระก่ พ าํ นักเอกสารสสนเทศ สสํานักหอสมุด มหาวิทยาลัยแม ย โจ ความเจริริญและความเสืสื่อมลงของวัฒนธรรม ฒ มีสาเหตุ ส มาจาก ความตองกาารของมนุษยไไมมีที่สิ้นสุด แต แ การเปลี่ยนแแปลง จะเร็ร็วหรือ ชานั้นขึ้น อยูกับปจจัจยที่มาเกี่ยวขขอ ง เชน ระะดับการศึกษาของคนในสัสังคม การสื่ออสารคมนาคคม ความคิดริเริ่ม สรางสรรค ง ที่เปลียนไปจากเดิ ย่ ม เมื่อสังคมเปลีลีย่ นไปวัฒนธรรรมก็เปลี่ยนตตามซึ่งมีผลตอเนื อ ่องกัน โดยยการเปลี่ยนแปปลงทางสังคมม และ วัฒนธรรมมี น ผลทําใหการดําเนินชี น วิตของมนุษย ษ เปลี่ยนไป

ย ้นมีสาเหตุจากหหลายประการร เชนการเปลีลี่ยนแปลงของธรรมชาติ เมื่อธรรมชาติเปลี่ยน มนุนุษยก็ การเปลี่ยนแปลงนั ย กษณ ณะการดํารงชีชีพเพื่อความออยูรอด การเเปลี่ยนแปลงเพพราะสิ่งแวดลลอมทางสังคมม เชน ประชาากรมี พยาายามที่จะเปลี่ยนแปลงลั จํานวนมากขึ้น ทาให ทํ มีการแขงขั ง นกันสูง ยิ่งจํ ง านวนประชาากรมีมาก พื้นฐานการศึกษาที ก ่ตางกัน แนวความคิดต ด างกันเปนเหตุให ค ดแยงเพิ เ ่มมากขึ้น อย อ างที่เห็นเปนตั น วอยางในปปจจุบันก็คือคววามขัดแยงทาางการเมือง และการแลกเปลี่ยนวัฒนธธรรม เกิดความขั จากสสังคมอื่น ซึ่งเกิ เ ดจากความมเจริญในดานกการสื่อสารกาารคมนาคม จึงทําใหเกิดการเรียนแบบกันนมา อิกประกาารหนึ่งที่ทําใหหเกิดความเสื่อมทางวั อ ฒนธธรรมคือ การรมัวเมาในวัตถุถ ความเจริญ ญสวนใหญในปปจจุบันนี้เปนความ ค เจริญทางวั ญ ตถุซึ่งเปนเครื่องบํารุรงความสุข ความสะดวกท ค ทางกาย ใหเพลิ พ ดเพลินดวยวั ย ตถุตางๆ วัตถุเหลานี้ทําให ใ เกิดความมัมัวเมา ไดงาย า เมื่อมีควาามมัวเมาและตตองการในวัตถุ ต ก็จะละทิ้งศีลธรรมละทิ้งคุคณงามความมดี ทําอะไรไดดโดยไมเลือกททางเพื่อใหไดวัวัตถุที่ ตองการมาเทานัน้ เชนการลักขโมย ข จี้ ปลน ตางๆ วัฒนธรรมกับสั บ งคมเปนขอองคูกัน ตองไปปดวยกันเสมออ ถาสังคมเปลีลี่ยนวัฒนธรรรมก็เปลี่ยนมีผลเกี ผ ่ยวเนื่องกักัน ไ ผล แนวทางงแก ไ ขป ญ หาาความเสื่ อ มททางวั ฒ นธร รมนั้ น การหหวนคื น สู อ ดี ต การเลื ออกภู มิ ป ญ ญาาที่ ดี แ ละที่ ใ ช ได การศึกษาสถานกการณปจจุบันและใชภูมิปญญาเดิ ญ มมาปรับแกปญหาอยยางเหมาะสม การพัฒนาาคุณภาพชีวิตคนด ต วยการสสราง ษ างมีประะสิทธิภาพสรางความเขาใใจและแกไขคานิ า ยมที่ผิด และให แ จิตสํานึกในคุณธรรมซื่อสัตยสุสจริต การจัดการศึกษาอย ความสําคัญกับวัตถุ ต ใหนอยลง แหลงขอมูลอางอิง

httpp://www.issranews.org rg/isranewss-scoop/ite tem/24644--sss_24644 44.html httpp://e-learnning.e-tech. h.ac.th/learn rninghtml/ss1301/unit0 t010.html httpp://library..cmu.ac.th//rsc/?newssdetail.php&&id=61


12

ภาพกิกิจกรรมหองสมุ อ ด นุชา มณ ณีโชติ นักวิชาาการโสตทัศนศึ น กษสํานักหออสมุด มหาวิ ม ทยาลัยแม แ โจ We Share ศึกษาดดูงานเก็บขอมู อ ลปราชญ ญเกษตร วันที่ 1 ตุลาคคม 2556

ประชุมคณะกรรมการ สํานักหอสมุดมหาวิทยาลั ย ยแมโจ วัวนที่ 4 ตุลลาคม 25566


13

สรุรปผลการดําเนิ า นงาน กิจกรรม 5ส วันที่ 15 ตุลาคม 25556

อ.ธนิต มะลิสุวรรณ ณ มอบหนังสือทําเนียบรรุน20 วันที่ 25 ตุลาคม 2556


14

วันวิภาต วันที่ 30 ตุลาคม ล 25566

สัมมนาาความรวมมืมือระหวางหองสมุดสถาาบันอุดมศึกษา ครั้งที่ 30 3 วันที่ 2--4 ธันวาคมม 2557


15

บุคลาการ ค จาากประเทศเวีวียดนาม ศึกษาดู ก งานสํานั า กหอสมุด วันที่ 9 ธันวาคม 25556

สํานั า กหอสมุดเขารวมงานนกีฬาบุคลากรมหาวิทยาลั ย ยแมโจ วัวนที่ 26 ธันนวาคม 2556

Library Bulletin October-December 2013  

Library ,Bulletin, maejo, University

Advertisement