Page 1

¨จ´ดËหÁมÒาÂย¢ข‹‹ÒาÇว âโÂย¤คÐะÊสÒาÃรÑัµต¶ถÐะ

ÊสÒาÃรÑัµต¶ถÐะ ÁมÕี¹นÒา¤คÁม 2555

ÇวÔิ¶ถÕีªชÕีÇวÔิµต àเ¾พ×ื่ÍอÊสØุ¢ขÀภÒาÇวÐะ »ปÇว´ดÊสÐะºบÑั¡ก ¾พÑั¡กµตÃร§ง¹นÕี้ §งÒา¹นÈศ¾พÍอÍอ¡กáแºบºบäไ´ดŒŒ ¤คÇวÒาÁม·ท∙Øุ¡ก¢ข·ท∙Õี่ÂยÑั§งÁมÒาäไÁม‹‹¶ถÖึ§ง áแÅลÐะ»ป¯ฏÔิºบÑัµตÔิ¡กÒาÃร¡กÒาÃรµตÒาÁมÅล‹‹Òา..ËหÒา¤คÇวÒาÁมÊสØุ¢ข www.thaiyogainstitute.com 1!

]


คุยกันก่อน Editor’s Note

ÊสÇวÑัÊส´ดÕี·ท∙Øุ¡ก·ท∙‹‹Òา¹น àเ´ด×ืÍอ¹น¡กØุÁมÀภÒา·ท∙Õี่¼ผ‹‹Òา¹นÁมÒา¹นÕี้ àเÃรÒาÁมÕี ÊสÁมÒาªชÔิ¡กãใËหÁม‹‹àเ¾พÔิ่Áม¢ขÖึ้¹น 1 ¤ค¹น ¤ค×ืÍอ ¤คØุ³ณ¾พÃร·ท∙Ôิ¾พÂย ÍอÖึ§ง¤คàเ´ดªชÒา ËหÃร×ืÍอ àเ»ปœœÅล (ÍอºบÃรÁมâโÂย¤คÐะ»ป‚‚ 2010) ·ท∙Õี่¨จÐะÁมÒาªช‹‹ÇวÂย§งÒา¹น Êส¶ถÒาºบÑั¹นÏฯ ãใËหŒŒáแ¢ข็§งáแÃร§ง ÂยÑั่§งÂย×ื¹น ÂยÔิ่§งæๆ ¢ขÖึ้¹นäไ»ป ÁมÕี¨จ´ดËหÁมÒาÂย¶ถÖึ§งÊสÒาÃรÑัµต¶ถÐะ ¨จÒา¡ก¤ค¹น¤คØุŒŒ¹นàเ¤คÂย Íอ‹‹Òา¹น áแÅลŒŒÇวªช×ื่¹นãใ¨จ àเÅลÂย¢ขÍอáแºบ‹‹§ง»ป˜˜¹นÁมÒา ³ณ ·ท∙Õี่¹นÕี้

¶ถÖึ §ง ·ท∙ Øุ ¡ก ·ท∙ è่ Òา ¹นãใ ¹น¡ก Íอ§ง ºบ ¡ก. àเÊส Áม Íอ ¢ขÍอ áแÊส ´ด§ง ¤ค ÇวÒา Áม Óำ è่ Áม §งÊส Òา è่ ÍอÂย ¹น Ñั Òาºบ Êส¶ถ Òา¡ก Çว¨จ Òา ¢ขè่ ÍอØุ ê๊ äไ´ด é้ Ãร Ñั ºบ ¨จ´ด ËหÁม ÒาÂย é้ Ãร Ñั ºบ »ป ÃรÐะ âโÂย ªช¹น ì์ ¨จ Òา¡ก äไ´ด Òา ¡กÁม ÍอÍอ æๆ ´ดÕี Òา¹น Óำ§ง ¹น·ท∙ Òา è่ ·ท∙ ¢ขÍอ ºบ ¤คØุ ³ณ ãใ¹น ¤คÇว ÒาÁม µต Ñั é้ §ง ãใ¨จ ·ท∙ Õี è่ ·ท∙ Øุ ¡ก ¢ขè่ Òา Çว©ฉ ºบ Ñั ºบ Åลè่ Òา ÊสØุ ´ด ÒาÂย ËหÁม ¨จ´ด ÒาÐะ ¾พ àเ©ฉ Âย âโ´ด è่ Õี ·ท∙ Áม ç็ µต §งàเ àเ¹น ×ื é้ Íอ ËหÒา ¢ขÍอ §ง¨จ ´ดËห Áม ÒาÂย ¢ขè่ Òา ÇวÍอ Âย è่ Òา ¹นè่ Òา Íอè่ Òา ¹นàเ ¾พ Ôิ è่ Áม Òา¡ก Áม ãใÊส Êส´ด ¹น è่ ×ื ´ดªช Êส è่ Õี ·ท∙ ÒาÁม ¡ก§ง §งÍอ ÇวÒา Áม ·ท∙ Õี è่ Êส è่ §ง Áม Òา¹น Õี é้ (Áม .¤ค . 55 ) àเ»ป ç็ ¹น ¤ค Ðะ ¢ขÖึ é้ ¹น äไ»ป ÍอÕี ¡ก ¢ขÍอ ºบ ¤คØุ ³ณ ¨จÃร Ôิ §ง æๆ ¤คè่ è่ Òา ¹น Áม Õี Êส Øุ ¢ข ÀภÒา ¾พ áแ¢ข ç็ §ง ·ท∙ ¡ก Øุ ·ท∙ é้ ãใËห ÃรÕี µต Áม Ãรäไ µต Ôิ ÐะÁม áแÅล ´ดÕี ¢ขÍอ Êสè่ §ง ¤คÇว ÒาÁม »ป ÃรÒา Ãร¶ถ ¹นÒา âโÂย ªช¹น ì์ ¡ก Ñั ºบ ÊสÑั §ง ¤ค Áม ÃรÐะ »ป Åล ¡กÙู Íอ é้ ¡ก×ื àเ è่ Õี ·ท∙ Òา¹น §ง ì์ ¤ค ÃรÃร §งÊส Òา Ãรé้ áแÃร §ง ¨จÔิ µต ãใ¨จ àเºบ Ôิ ¡ก ºบ Òา¹น áแÅล ÐะÊส (áแ ÅลÐะ ÍอØุ ê๊ ´ด é้ Çว Âย ) µต è่ Íอ äไ»ป ¹นÐะ ¤ค Ðะ ¨จÒา ¡ก ÍอØุ ê๊ ¡กÃร Ãร³ณ ¨จÃร Ôิ Âย Òา ÊสØุ ¢ข ÃรØุ è่ §ง

¨จ´ดËหÁมÒาÂย¢ข‹‹ÒาÇว âโÂย¤คÐะÊสÒาÃรÑัµต¶ถÐะ ที่ปรึกษา กองบรรณาธิการ

! []!

ÇวÔิ¶ถÕีªชÕีÇวÔิµตàเ¾พ×ื่ÍอÊสØุ¢ขÀภÒาÇวÐะ

แก้ว วิฑูรย์เธียร ธีรเดช อุทัยวิทยารัตน์ นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ นพ.สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ กวี คงภักดีพงษ์, จิรวรรณ ตั้งจิตเมธี, จีระพร ประโยชน์วิบูลย์, ชนาพร เหลืองระฆัง, ณัตฐิยา ปิยมหันต์, ณัฏฐ์วรดี ศิริกุลภัทรศรี, ธนวัชร์ เกตน์วิมุต, ธีรินทร์ อุชชิน, พรจันทร์ จันทนไพรวัน, รัฐธนันท์ พิริยะกุลชัย, วรรณวิภา มาลัยนวล, วัลลภา ณะนวล, วิสาขา ไผ่งาม, วีระพงษ์ ไกรวิทย์, ศันสนีย์ นิรามิษ, สมดุลย์ หมั่นเพียรการ, สุจิตฏา วิเชียร

2


CONTENTS 4 : »ป¯ฏÔิ·ท∙Ôิ¹น¡กÔิ¨จ¡กÃรÃรÁม 6 : ¡กÔิ¨จ¡กÃรÃรÁม¢ขÍอ§งàเ¤คÃร×ืÍอ¢ข‹‹ÒาÂย วิถีโยคะ วิถีธรรมะแบบทิเบต 8 : ¤คØุ³ณ¶ถÒาÁม àเÃรÒาµตÍอºบ ปวดสะบัก..พักตรงนี้ 12 : àเ¡ก็ºบÁมÒา½ฝÒา¡ก ¨จÒา¡กÍอÔิ¹นàเ´ดÕีÂย พาใจไปทัวร์โยคะ (มุมไบวันที่สอง) Yoga Study Tour 2012 : Yoga Institute 16 : ¨จÒา¡กàเ¾พ×ื่Íอ¹น¤คÃรÙู งานจิตอาสา ความประทับใจ 18 : ªชÇว¹น¤คÔิ´ด..¶ถÖึ§งªชÕีÇวÔิµต·ท∙Õี่àเËหÅล×ืÍอ งานศพออกแบบได้ 19 : áแ¹นÐะ¹นÓำËห¹นÑั§งÊส×ืÍอ อินเดีย จาริกจากด้านใจ 20 : ¾พÃรÐะäไµตÃร»ป®ฎ¡กáแ¡ก‹‹¹น¸ธÃรÃรÁม 21 : ºบÑั¹น·ท∙Öึ¡ก·ท∙‹‹ÒาÈศ¾พ เกร็ดความรู้เกี่ยวกับท่าศพ 22 : µตÓำÃรÒาâโÂย¤คÐะ´ดÑั้§งàเ´ดÔิÁม ความทุกข์ที่ยังมาไม่ถึงและเหตุแห่งทุกข์ 24 : àเÅลŒŒ§งàเÅล‹‹ÒาàเÃร×ื่Íอ§ง ปฏิบัติการตามล่า..หาความสุข

3!

]


Activities

YOAGRAOUND

IS ALL

¡กÔิ¨จ¡กÃรÃรÁม´ดÕีæๆ

ÁมÕี¹นÒา¤คÁม

âโÂย¤คÐะÍอÒาÊส¹นÐะ¢ขÑั้¹น¾พ×ื้¹น°ฐÒา¹นàเ¾พ×ื่Íอ¤คÇวÒาÁมÊสØุ¢ข ÊสÓำËหÃรÑัºบ¼ผÙู้àเÃรÔิ่Áมµต้¹น เดือนมีนาคม จัดวันอาทิตย์ที่ 25 เวลา 9.00 – 15.00 น. ที่ชั้น 6 ห้อง 262 คณะมนุษยศาสตร์ มศว ประสานมิตร ค่าลงทะเบียน 650 บาท

21, 24

âโÂย¤คÐะãใ¹นÊสÇว¹น¸ธÃรÃรÁม ³ณ ËหÍอ¨จ´ดËหÁมÒาÂยàเËหµตØุ¾พØุ·ท∙¸ธ·ท∙ÒาÊส

วันพุธที่ 21 เวลา 17.00 – 18.30 น. โดย นภมน ทวีสุกลรัตน์ (ครูปุ๊ย) วันเสาร์ที่ 24 เวลา 10.00 – 12.00 น. โดย อัปสรศิริ โตพิบูล (ครูหยก) ไม่เสียค่าใช้จ่าย

! []!

4

25


E M R OCTO

D

FREE

¢ข³ณÐะ¹นÕี้·ท∙Øุ¡ก·ท∙่Òา¹น·ท∙Õี่ÁมÕี äไÍอâโ¿ฟ¹น, äไÍอàเ¾พ´ด, ÊสÒาÁมÒาÃร¶ถ´ดÒาÇว¹น์âโËหÅล´ดÍอ่Òา¹น¤คÙู่Áม×ืÍอËหÁมÍอªชÒาÇวºบ้Òา¹น

¿ฟÃรÕี äไ´ด้áแÅล้Çว

¾พºบ¡กÑัºบ DoctorMe áแÍอ»ป¾พÅลÔิàเ¤คªชÑั¹น´ด้Òา¹นÊสØุ¢ขÀภÒา¾พºบ¹น iOS µตÑัÇวáแÃร¡ก¢ขÍอ§ง¤ค¹นäไ·ท∙Âย ãใËห้¤คØุ³ณÃรÙู้ÇวÔิ¸ธÕี´ดÙูáแÅล µตÑัÇวàเÍอ§ง¨จÒา¡กÍอÒา¡กÒาÃรàเ¨จ็ºบ»ป่ÇวÂยàเºบ×ื้Íอ§งµต้¹น´ด้ÇวÂยµต¹นàเÍอ§ง àเªช่¹น àเ»ป็¹นäไ¢ข้ àเ¨จ็ºบ¤คÍอ »ปÇว´ดËหÑัÇว »ปÇว´ด·ท∙้Íอ§ง ÏฯÅลÏฯ âโËหÅล´ดÍอ่Òา¹นäไ´ด้·ท∙Ñั่ÇวâโÅล¡ก ·ท∙Õี่ doctorme.in.th ¤คÃรÑัºบ

5!

]


ÁมÙูÅล¹นÔิ¸ธÔิ¾พÑั¹น´ดÒาÃรÒา * àเ¤คÃร×ืÍอ¢ข‹‹ÒาÂยªชÕีÇวÔิµตÊสÔิ¡ก¢ขÒา * Êส¶ถÒาºบÑั¹นâโÂย¤คÐะÇวÔิªชÒา¡กÒาÃร ¢ขÍอàเªชÔิ­ÞญªชÇว¹น¡กÑัÅลÂยÒา³ณÁมÔิµตÃร¼ผÙูŒŒÁมÕี¨จÔิµตÈศÃรÑั·ท∙¸ธÒาãใ¹น¡กÒาÃร»ป¯ฏÔิºบÑัµตÔิ¸ธÃรÃรÁมÃร‹‹ÇวÁม¡กÔิ¨จ¡กÃรÃรÁม

ÇวÔิ¶ถÕีâโÂย¤คÐะ ÇวÔิ¶ถÕี¸ธÃรÃรÁมáแºบºบ·ท∙Ôิàเºบµต ³ณ ÈศÙู¹นÂย»ป¯ฏÔิºบÑัµตÔิ¸ธÃรÃรÁม¢ข·ท∙ÔิÃรÇวÑั¹น ÁมÙูÅล¹นÔิ¸ธÔิ¾พÑั¹น´ดÒาÃรÒา Íอ.ËหÑัÇวËหÔิ¹น ¨จ.»ปÃรÐะ¨จÇวºบ¤คÕีÃรÕี¢ขÑั¹น¸ธ ÇวÑั¹นÈศØุ¡กÃร·ท∙Õี่ ö๖ - ÇวÑั¹นÍอÒา·ท∙ÔิµตÂย·ท∙Õี่ ø๘ àเÁมÉษÒาÂย¹น ò๒õ๕õ๕õ๕

“´ดÑั§ง¾พÃรÐะ¾พØุ·ท∙¸ธàเ¨จŒŒÒาáแÅลÐะ¾พÃรÐะâโ¾พ¸ธÔิÊสÑัµตÇว·ท∙Ñั้§งËหÅลÒาÂย·ท∙Ãร§งàเ¨จÃรÔิ­Þญâโ¾พ¸ธÔิ¨จÔิµต ´ดŒŒÇวÂย¼ผÅลºบØุ­Þญ·ท∙Õี่¢ขŒŒÒา¾พàเ¨จŒŒÒาäไ´ดŒŒ·ท∙Óำãใ¹นÊสÒาÁม¡กÒาÅล ¢ขŒŒÒา¾พàเ¨จŒŒÒา¢ขÍอàเ¨จÃรÔิ­Þญâโ¾พ¸ธÔิ¨จÔิµต àเ¾พ×ื่ÍอÊสÃรÃร¾พÊสÑัµตÇว·ท∙Ñั้§งËหÅลÒาÂยäไ´ดŒŒàเ¢ขŒŒÒา¶ถÖึ§ง¾พÃรÐะÊสÑัÁมÁมÒาÊสÑัÁมâโ¾พ¸ธÔิ­ÞญÒา¹น” ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา วิถีการปฏิบัติธรรมทางพุทธศาสนาวัชรยานหรือ มหายานแบบธิเบต ได้แพร่หลายแทรกซึมเข้าถึงหมู่คนรุ่นใหม่ทั้งประเทศในแถบตะวันตกและตะวันออก ทั้งยัง เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางมากขึ้นทุกที เมื่อผสมผสานเชื่อมต่อกับความรู้ความเข้าใจอันหยั่งรากเข้มแข็งของ พุทธเถรวาทในประเทศไทย ทรรศนะของชาวไทยที่มีต่อพุทธศาสนาย่อมมีความบริบูรณ์มากขึ้น และเป็น แนวทางช่วยนำไปสู่ความสมบูรณ์แห่งพุทธปัญญาให้กับทุกสรรพชีวิตได้ทั่วหน้า ในท่วงทำนองแห่งการเปลี่ยนแปลงของสังคมกว่า 600 ปีที่ผ่านมา โยคะอันเป็นเครื่องมือแห่งการ พัฒนามนุษย์ไปสู่เส้นทางการพัฒนาจิตวิญญาณของชาวอินเดียโบราณ เดินทางสู่การหลอมรวมกับวิถีชีวิตใน ธรรมแห่งธิเบต และหวนคืนกลับสู่ชมพูทวีปในรูปแบบที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของผู้คนในแต่ละยุคสมัย ในเป้า หมายที่ยังคงเป็นไปเพื่อการหลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งปวง อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา แก่นของหลักธรรมในพระพุทธศาสนา การเรียนรู้และเข้าใจชีวิตว่าเป็นสิ่ง เปราะบางไม่เที่ยงแท้ เป็นทุกข์ ไม่มีแก่นสารอันควรยึดมั่นเป็นตัวตนนั้น เป็นประโยชน์อย่างมากในการ เปลี่ยนแปลงแห่งยุคสมัยในสังคม แม้ความตายจะเป็นข้อจำกัดแห่งชีวิต แต่มหาไมตรี มหากรุณา มหามุทิตา มหาอุเบกขานั้นไม่มีข้อจำกัดไม่ยกเว้นสัตว์โลกใดๆ ดังนั้น หากเหล่าชาวพุทธได้ขยายวงความเข้าใจเหล่านี้ออก ไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ไม่มีประมาณ ศานติในใจย่อมเกิดขึ้น ความสงบและสันติสุขย่อมปรากฏขึ้นทั้งต่อโลก ภายในและภายนอกอย่างบริบูรณ์ ความดี ความงามแห่งปตัญชลีโยคะสูตร วิถีวัชรยาน และความจริงอันสูงสุดแห่งพุทธปัญญา ภูมิปัญญาตะวันออกอันเข้มแข็งและควรค่าแก่การเรียนรู้ ศึกษาและนำไปปฏิบัติให้เกิดผลอย่างแท้จริง ทั้งสถาบันโยคะวิชาการ, มูลนิธิพันดารา และเครือข่ายชีวิตสิกขา เล็งเห็นถึงประโยชน์อันควรมีแก่มวล มนุษยชาติ ในอันที่จะช่วยกันสืบทอดสิ่งดีงามสูงสุดเหล่านี้ไว้ทั้งในปัจจุบันและอนาคต ทั้งช่วยเปิดมุม มองวิถีแห่งการปฏิบัติในแนวทางต่างๆ ให้ลึกซึ้งและกว้างขวางขึ้น จึงขอเชิญชวน กัลยาณมิตรท่านผู้มี ความสนใจ ผู้มีศรัทธาในพุทธศาสนาและการปฏิบัติธรรม ได้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ด้วยจิตที่มีฉันทะในการ เรียนรู้ ดุจดังภาชนะที่สะอาดและว่างเปล่า ร่วมเรียนรู้ไปด้วยกัน เพื่อฝึกฝนร่วมไปกับกระบวนการเรียนรู้และ เข้าใจความจริงของชีวิต และรับธรรมะในการวางใจเพื่อรับมือกับความจริงทุกประการที่กำลังจะปรากฏกับชีวิต อย่างมีสติ

! []!

6


ÇวÔิ¶ถÕีâโÂย¤คÐะ ÇวÔิ¶ถÕี¸ธÃรÃรÁมáแºบºบ·ท∙Ôิàเºบµต

m kkha@gmail.co si a it v ji : il a m ŒŒ·ท∙Õี่ e Êส‹‹§งãใºบÅล§ง·ท∙ÐะàเºบÕีÂย¹นäไ´ด 084-643-9245 , ´ด ÊสÍอºบ¶ถÒาÁม·ท∙Õี่ ¤คÃรÙูÍอÍอ 3- 3324 8 ¤คØุ³ณ³ณÑั°ฐ 086-7

ค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมอบรม ยินดีรับบริจาคจากผู้ร่วมอบรม ตามกำลังศรัทธา อาหารมังสวิรัติทุกมื้อ รับไม่เกิน ๓๐ ท่าน การเดินทาง เดินทางไปเอง หากท่านใดนำรถส่วนตัวไปและสามารถร่วมบุญรับผู้ปฏิบัติธรรม ท่านอื่นร่วมเดินทางได้ กรุณาแจ้งผู้จัดเพื่อทำการประสานงานการเดินทางสำหรับผู้ไม่มีรถ สอบถามวิธีการเดินทางได้ที่ อ๊อด 084 6439245 สถานที่พัก ห้องพักรวม 2-3 ท่าน หรือ ท่านสามารถ นำ เต็นท์ไปกางนอนเดี่ยวได้, ห้องน้ำ รวม สิ่งของที่ควรเตรียมไปสำหรับการเข้าพัก * แต่งกายเสื้อสีสุภาพ กางเกงขายาวหรือสามส่วนสีสุภาพสำหรับการปฏิบัติธรรมจำนวนเพียงพอโดยไม่ต้องซัก * ศูนย์ขทิรวันในช่วงกลางวันแดดร้อน ตกค่ำอากาศเย็น ควรเตรียมหมวก ร่ม และเสื้อแขนยาว * ขวดน้ำส่วนตัว แก้วน้ำดื่ม มีฝาปิด หรือกระติกน้ำขนาดพกติดตัว เครื่องใช้ส่วนตัว อุปกรณ์การอาบน้ำผ้าถุง ผ้าขาวม้า กระดาษทิชชู ยารักษาโรคประจำตัว ยา/โลชั่นทากันยุง ไฟฉาย เรือนนอนแยกจากห้องน้ำ วิธีการเดินทาง 1 การเดินทางโดยรถประจำทาง หรือรถทัวร์ สามารถขึ้นรถทัวร์ได้ที่สายใต้ใหม่ ขึ้นรถ กทม-หัวหิน-ปราณ ลงรถที่ อ.หัวหิน จากท่ารถต้องเดินมาขึ้นรถสองแถว ที่คิวรถสองแถวหัวหิน-หนอง พลับ ประมาณ 200 เมตร (หน้ามูลนิธิหัวหิน) สอบถามจากวินมอเตอร์ไซด์ หรือคนแถวนั้น ตอนลงจากรถทัวร์ว่าคิวรถอยู่ตรงไหน 2 รถตู้จากอนุเสาวรีย์ชัยฯ กทม-หัวหิน หรือ มาลงที่อ.หัวหิน เดินมาขึ้นรถสองแถวที่คิวรถหัวหิน-หนองพลับ 100 เมตร ** แจ้งรถสองแถวว่าต้องการลงที่ศูนย์ทิเบตบริเวณหมู่บ้านมะค่าสี่ซอง เลยอบต หนองพลับ ประมาณ 7 กิโล ** 3 โดยรถส่วนตัว จากเพชรบุรี วิ่งตรงมาจะเจอสี่แยกท่ายาง จากท่ายางไปชะอำ จะมีทางสามแยกตัว Y ให้ไปทางขวาที่ จะไปปราณบุรีและประจวบฯ ใช้เส้นนี้ เรียกว่าบายพาส ขับตรงไปจะเจอคล้ายวงเวียนให้วนเพื่อไปทางเข้าวัดห้วยมงคล ที่อยู่ถนนฝั่งขวามือ จะมีซุ้มประตูใหญ่ๆสวยๆ ให้เข้าทางนี้ แล้วขับตรงขึ้นไปเลย อีก 25 กม. ผ่าน โรงแรมเทวัญดารา ผ่านแยกวัดห้วยมงคล จนผ่านแยกหนองพลับ ขับไปเรื่อยๆพอใกล้ๆจะเห็นวิวภูเขาและทางโค้ง เห็นไร่ปาล์ม และไร่ สัปปะรด ศูนย์ขทิรวันจะอยู่ซ้ายมือริมถนน จะมีธงมนตร์ยาวตลอดรั้ว วันศุกร์ที่ ๖ เมษายน ๒๕๕๕ ๑๒.๐๐ – ๑๓.๓๐ ลงทะเบียนเข้าที่พัก ๑๓.๓๐ – ๑๖.๐๐ ปฐมนิเทศ และ สนทนาธรรม หัวข้อ “คุรุ และการบูชาคุรุ” ๑๖.๓๐- ๑๗.๓๐ โยคะภาวนาเพื่อสมาธิ ๑๙.๐๐ – ๒๑.๐๐ อุทิศส่วนกุศล ทำวัตรเย็น สนทนาธรรม หัวข้อ “ทัศนคติในการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต”, ฝึกคุรุโยคะ วันเสาร์ที่ ๗ เมษายน ๒๕๕๕ ๐๖.๐๐- ๐๘.๓๐ นั่งสมาธิ ฝึกลมหายใจแบบทิเบต, คุรุโยคะ, กราบอัษฎางคประดิษฐ์ สวดยึดพระรัตนตรัยเป็นสรณะ, เจริญโพธิจิต ๑๐.๐๐- ๑๒.๐๐ สนทนาธรรม หัวข้อ “กุศลกรรม อกุศลกรรม” ๑๓.๓๐ – ๑๖.๐๐ สนทนาธรรม หัวข้อ “กรรมอันเป็นกลาง” ๑๖.๓๐- ๑๗.๓๐ โยคะภาวนาเพื่อสมาธิ ๑๙.๐๐ – ๒๑.๐๐ อุทิศส่วนกุศล ทำวัตรเย็น สนทนาธรรม หัวข้อ “การเจริญโพธิจิตกับการปฏิบัติธรรม”, ฝึกคุรุโยคะ วันอาทิตย์ที่ ๘ เมษายน ๒๕๕๕ ๐๖.๐๐- ๐๘.๓๐ นั่งสมาธิ ฝึกลมหายใจแบบทิเบต, คุรุโยคะ กราบอัษฎางคประดิษฐ์ สวดยึดพระรัตนตรัยเป็นสรณะ สวดเจริญโพธิจิต ๑๐.๐๐- ๑๒.๐๐ สนทนาธรรม หัวข้อ “วิถีชีวิต วิถีธรรม” ๑๔.๐๐- ๑๗.๐๐ ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพโดยสวัสดิภาพ

7!

]


¤คØุ³ณ¶ถÒาÁม àเÃรÒาµตÍอºบ

»ปÇว´ดÊสÐะºบÑั¡ก ¾พÑั¡กµตÃร§ง¹นÕี้

àเÃรÕี Âย ¹น ËหÁมÍอ´ดØุ Åล Âย์ , ËหÁมÍอºบØุ ๋ Áม áแÅลÐะàเ¾พ×ื ่ Íอ ¹นæๆ ·ท∙Õี ่ ¹น ่ Òา ÃรÑั ¡ก ·ท∙Øุ ¡ก ¤ค¹น àเËหÁม×ื Íอ ¹นàเ§งÕี Âย ºบ¡กÑั ¹น äไ»ปàเ¹นÍอÐะ äไÁม่ Ãร Ùู ้ Ãร Ùู ้ Êส Öึ ¡ก ¤ค¹นàเ´ดÕี Âย ÇวËหÃร×ื Íอ àเ»ปÅล่ Òา ¤คÃรÙู áแ ÅลÐะ·ท∙Øุ ¡ก ¤ค¹น¤ค§งÊสºบÒาÂยÁมÑั ้ §ง µตÍอ¹น¹นÕี ้ àเ »ป้ Áม Õี ¹น Ñั ¡ก ¡กÍอÅล์ ¿ฟ ½ฝÒา¡กÁมÒา¶ถÒาÁมËหÁมÍอºบØุ ๋ Áม Çว่ Òา "àเ¢ขÒาäไ»ปµตÕี ¡ก ÍอÅล์ ¿ฟ áแÅล้ Çว ºบÒา´ด àเ¨จ็ ºบ ·ท∙Õี ่ ºบ ÃรÔิ àเ Çว³ณÊสÐะºบÑั ¡ก «ซ้ Òา Âย äไ»ปËหÒาËหÁมÍอ ¶ถÙู ¡ก ©ฉÕี ´ด ÊสàเµตÕี Âย ÃรÍอÂย´ด์ áแÅลÐะËหÁมÍอËห้ Òา ÁมàเÅล่ ¹น ¡กÍอÅล์ ¿ฟ áแÅลÐะ¡กÕี Ìฬ ÒาÍอ×ื ่ ¹น æๆ ÍอÂย่ Òา §ง¹น้ Íอ ÂยÊสÍอ§งÊสÑั »ป ´ดÒาËห์ ËหÃร×ื Íอ ¨จ¹น¡กÇว่ Òา ¨จÐะÃรÙู ้ Êส Öึ ¡ก ´ดÕี ¢ข Öึ ้ ¹น »ป¡กµตÔิ ¾พ Õี ่ ¤ค ¹น¹นÕี ้ (¼ผÙู ้ Ëห ­ÞญÔิ §ง ) ¨จÐะÁมÒา½ฝÖึ ¡ก âโÂย¤คÐะ¡กÑั ºบ àเ»ป้ ªช ่ Çว §ง ¡กÅลÒา§งÇวÑั ¹น âโ´ดÂยàเ»ป้ ¨จ ÐะÊสÍอ¹นÍอÒาÊส¹นÐะáแºบºบÊส¶ถÒาºบÑั ¹น ãใ¹นÇวÑั ¹น ¨จÑั ¹น ·ท∙Ãร์ (·ท∙Øุ ¡ก ·ท∙่ Òา ) áแÅลÐะàเ¹น้ ¹น joint àเËหÁม×ื Íอ ¹น·ท∙Õี ่ äไ »ปÍอÔิ ¹น àเ´ดÕี Âย (àเ·ท∙่ Òา ·ท∙Õี ่ ¨จ Óำ äไ´ด้ ) áแµต่ àเ »ป็ ¹น ·ท∙่ Òา àเºบÒาæๆ ¹นÕี ่ àเ ¢ขÒาÁมÒา¶ถÒาÁมÇว่ Òา ÁมÕี àเ ¾พ×ื ่ Íอ ¹น«ซÕี ้ àเ ¢ขÒา¤ค¹นËห¹นÖึ ่ §ง àเ¨จ็ ºบ ¡กÅล้ Òา Áมàเ¹น×ื ้ Íอ ãใ¡กÅล้ æๆ ¡กÃรÐะ´ดÙู ¡ก ÊสÑั ¹น ËหÅลÑั §ง ÁมÒา¡ก áแµต่ äไ Áม่ ¼ผ ่ Òา µตÑั ´ด àเ¾พÃรÒาÐะ¡กÑั §ง ÇวÅลÇว่ Òา ¨จÐะàเÅล่ ¹น ¡กÍอÅล์ ¿ฟ äไÁม่ äไ ´ด้ ËหÁมÍอáแ¹นÐะ¹นÓำãใËห้ Íอ Íอ¡ก ¡กÓำÅลÑั §ง ¡กÒาÂยáแºบºบËหÁมØุ ¹น áแ¢ข¹น âโ´ดÂยáแ¢ข¹น«ซ้ Òา ÂยËหÁมØุ ¹น ·ท∙Çว¹น àเ¢ข็ Áม ¹นÒาÌฬÔิ ¡ก Òา (ÍอÂย่ Òา §งàเ´ดÕี Âย Çว) Êส่ Çว ¹นáแ¢ข¹น¢ขÇวÒาËหÁมØุ ¹น µตÒาÁมàเ¢ข็ Áม ¹นÒาÌฬÔิ ¡ก Òา (ÍอÂย่ Òา §งàเ´ดÕี Âย Çว) ËหÁมØุ ¹น äไÁม่ ¾พ Ãร้ Íอ Áม ¡กÑั ¹น ¹นÐะ¨จ๊ Ðะ àเ¢ขÒา¡ก็ àเ ÅลÂยÊส§งÊสÑั Âย Çว่ Òา ÁมÑั ¹น àเ»ป็ ¹น äไ»ปäไ´ด้ àเ Ëห ÃรÍอ? ´ดÑั §ง ¹นÑั ้ ¹น àเ»ป้ ¡ก ็ Áม ÒาÃรºบ¡กÇว¹น¤คÃรÙู Ëห ÁมÍอ áแÅลÐะàเ¾พ×ื ่ Íอ ¹นËหÁมÍอÍอÕี ¡ก µตÒาÁมàเ¤คÂยÇว่ Òา ¡กÒาÃร ËหÁมØุ ¹น áแ¢ข¹นµตÒาÁมàเ¢ข็ Áม áแÅลÐะ·ท∙Çว¹นàเ¢ข็ Áม ¹นÒาÌฬÔิ ¡ก Òา¹นÑั ้ ¹น Êส่ §ง ¼ผÅลµต่ Íอ ¡กÅล้ Òา ¹น àเ¹น×ื ้ Íอ µตÃร§งäไËห¹น ÍอÂย่ Òา §งäไÃร áแÅล้ Çว àเÃรÒา ¨จÐะãใªช้ ·ท∙ ่ Òา âโÂย¤คÐะ·ท∙่ Òา äไËห¹นªช่ Çว Âยäไ´ด้ ºบ้ Òา §ง µตÍอºบãใ¹นàเÇวÅลÒา·ท∙Õี ่ Êส Ðะ´ดÇว¡ก¹นÐะ ¤คÐะ ´ด้ Çว Âย¤คÇวÒาÁมÃรÑั ¡ก áแÅลÐะ ¤คÔิ ´ด ¶ถÖึ §ง àเ»ป้

! []!

8


ËหÁมÍอºบØุŽŽÁม µตÍอºบ.. สำหรับคำตอบ (ซึ่งไม่แน่ใจว่าตรงคำถามหรือเปล่า) แต่ขอตอบแบบตะวันตกพบตะวันออกละกัน (เพราะถ้าตอบ แบบตะวันตกล้วนๆ เราคิดว่าหมอเวชศาสตร์ฟื้นฟูหรือหมอโรค กระดูกและข้อน่าจะให้ข้อมูลในเชิงลึกที่ละเอียดกว่า) คือเวลาที่มีการบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อ เอ็น ข้อต่อ ในช่วง แรกที่บาดเจ็บนั้น เนื้อเยื่อก็จะมีการอักเสบเฉียบพลัน (acute inflammation) ซึ่งเป็นช่วงที่ควรจะพักการใช้กล้ามเนื้อหรือ อวัยวะบริเวณนั้นๆ อย่างน้อย2สัปดาห์หรือมากกว่าอย่างที่ แพทย์แนะนำเพื่อนเป้ เพื่อหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บที่รุนแรงหรือ เรื้อรังกว่าที่เป็นอยู่ (ซึ่งจะเข้าใจตรงนี้ก็ต้องเข้าใจเรื่องของ พยาธิสรีรวิทยา ของการอักเสบของเนื้อเยื่อ) แต่ในฐานะผู้ฝึกโยคะ..เราคิดว่าการฝึกโยคะเป็นการ ดูแลสุขภาพแบบองค์รวมซึ่งลึกๆ โดยส่วนตัวคิดว่าเป็นประ โยชน์อย่างมากในแง่ของ การป้องกัน การส่งเสริมสุขภาพ และ การฟื้นฟูสุขภาพร่างกาย มากกว่าที่จะเป็นการรักษา (แต่โยคีที่ มีประสบการณ์และมีองค์ความรู้ในแขนงอื่นๆ ร่วมด้วย อาจมี ความสามารถในการรักษาโรคได้) แต่ก็ไม่ใช่ว่าเราจะไม่มีส่วน ในการรักษาเลยนะ จำได้มั้ยตอนที่ไปอินเดีย แล้วมีประโยคเด็ด ที่พี่ส้มชอบพูดน่ะ "ให้ฟังเสียงร่างกายตนเอง" เหนื่อยนักก็พัก ง่วงนักก็ต้องนอน นี่ก็ทำนองเดียวกัน เจ็บก็ต้องหยุด หยุดใช้ งานร่างกายที่บาดเจ็บ เพื่อให้ร่างกายได้มีเวลาซ่อมแซมตัวเอง อย่างเต็มที่ เพราะฉะนั้นสิ่งแรกที่ครูเป้จะช่วยเค้าได้คือ ให้เค้า พักหยุดฝึกไปชั่วคราวก่อน ซึ่งก็ใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์หรือ มากกว่า ที่ว่ามากกว่าเนี่ยส่วนใหญ่เป็นเพราะไม่ยอมหยุดกัน จริงๆ ก็เลยกลายเป็นบาดเจ็บเรื้อรัง

กล้ า มเนื ้ อ ที ่ เ ริ ่ ม มี พ ั ง ผื ด มาเกาะ

จำได้มั้ยที่ครูดุลเคยสอนในชั่วโมง yoga anatomy เรื่อง พังผืด (fibrosis) ที่เกิดหลังจากเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน (connective tissue) มีการอักเสบ แล้วการฝึกอาสนะจะไปช่วย ตรงนี้อย่างไร... นี่แหละจะเป็นส่วนตรงที่เห็นเป็นรูปธรรม ชัดเจนที่สุดที่เป้จะแนะนำเพื่อนได้ เพียงแต่อาจจะต้องเข้าใจ anatomy ในบริเวณนั้นอย่างละเอียดมากขึ้น เข้าใจถึงการ เหยียดยืดของกล้ามเนื้อ เอ็น ข้อต่อในบริเวณนั้นๆว่าสัมพันธ์ กับการฝึกอาสนะในท่าใดเพื่อที่จะไปช่วยเหยียดยืดกล้ามเนื้อที่ เริ่มมีพังผืดมาเกาะ ตลอดจนช่วยส่งเสริมความแข็งแรงให้แก่ กล้ามเนื้อนั้นๆ ในระยะยาวเพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บในครั้งต่อ ไป (ถึงตรงนี้อย่าถามเรานะว่าท่าไหนจะช่วยตรงไหน.. แต่ แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูหรือนักกายภาพบำบัดที่เค้าได้ตรวจคน ไข้นั้นๆจะสามารถแนะนำได้). แต่ถ้าเอาแบบปลอดภัยก็เหมือน ตอนที่เริ่มฝึกใหม่ๆ น่ะแหละที่ครู HH สอนใช้แรงแต่น้อย ..ถ้า รู้สึกว่าพอแล้ว..ก็ให้คืนกลับ ตะก่อนนี้ เวลาเรายกคนไข้เพื่อย้าย เตียงหลังจากฟื้นจากการดมยาสลบ เราปวดหลังแทบจะวันเว้น วัน แต่เดี๋ยวนี้เราว่า งูเล็ก งูใหญ่ หรือตั๊กแตนช่วยเราไว้ได้มาก เราคิดว่ากล้ามเนื้อหลังเราแข็งแรงขึ้นนะ มันเจ็บปวดยากขึ้น น่ะ... ด้วยความปราถนาดีและนับถือค่ะ บุ๋ม ËหÁมÍอ´ดØุÅล µตÍอºบ.. สวัสดีครับทุกท่าน ขอบคุณครูบุ๋มครับที่ช่วยไขข้อข้องใจของครูเป้ แอบเสริมนิดนึงครับว่า ตรงบริเวณกล้ามเนื้อสะบัก เท่าที่มีความรู้นั้น กระดูกสะบักจะมีเบ้ารับสำหรับข้อต่อของ กระดูกต้นแขน และไหปลาร้ารวมกันสามส่วน ข้อต่อตรงนั้น เรียกว่าข้อต่อไหล่ กระดู ก ไหปลาร้ า

กระดู ก ต้ น แขน กระดู ก สะบั ก

9!

[]


ทั ้ ง กล้ า มเนื ้ อ ที ่ ห ุ ้ ม รอบกระดู ก ต้ น แขน สะบั ก และ ไหปลาร้าจะทำหน้าที่สำคัญในการเคลื่อนไหวของข้อต่อไหล่ ทำให้เราสามารถเคลื่อนแขนในทิศทางที่ต่างๆ กัน เช่นวาดแขน ขึ้นด้านข้างจนถึงระดับไหล่ การพลิกหงายฝ่ามือ วาดแขนจน แนบใบหู เหมือนตอนที่เราทำท่ากงล้อ ซึ่งแต่ละ movement หรือ การเคลื่อนไหวเหล่านี้นั้น สัมพันธ์กับกล้ามเนื้อและการขยับของ ข้อต่อกระดูกตรงหัวไหล่ต่างๆ กัน

(นึกถึงตอนน้ำจะท่วมแล้วตอนกันกระสอบทราย โบกปูน เราจะ ทำๆ เอาแค่กันให้อยู่ไม่ค่อยห่วงเรื่องความสวยงามเท่าไหร่ไป ก่อน) แล้วจากนั้นเกิดอะไรขึ้น ความเหนียวหนึบของพังผืดจะ ไปดึงรั้งกล้ามเนื้อหรือเนื้อเยื่อที่อยู่รอบๆให้หดรั้งเข้ามาเป็นกระ จุก เป็นก้อน ถ้าพังผืดส่วนนี้ยังอยู่ ทำให้เรายังเกิดความรู้สึกๆ ตึงเจ็บๆ ตรงนั้นได้ การดูแลอย่างเป็นองค์รวม ก็คือ ตอนบาดเจ็บ หมอให้ พักต้องพัก ฟังเสียงร่างกายอย่างซื่อสัตย์ไม่ใช่รู้อยู่แก่ใจว่าต้อง พัก แต่สมองแอบบอกว่าไม่เป็นไรน่าทำนิดหน่อยเอง (แอบสอน ตัวเองด้วย) เพื่อให้เนื้อเยื่อตรงนั้นเกิดการเยียวยา จากนั้น เราก็ จะป้องกันไม่ให้พังผืดตรงนั้นย้อนกลับมาทำร้ายเราภายหลัง ด้วย การหมั่นเหยียดยืดให้เนื้อเยื่อพังผืดตรงนั้น มีการคลายตัวออก ยืดหยุ่นมากขึ้น ป้องกันอันตรายอย่างที่ว่า ประเด็นสำคัญต่อมาอยู่ที่ว่า แล้วจะยืดแค่ไหน ยืดน้อย พังผืดก็ไม่คลาย มากไปก็อาจจะฉีกขาดเพิ่ม เกิดพังผืดใหม่มาปะ ผุกันอีก ถามมาหลายที่ คุยมาหลายหมอ หลายสำนัก ไม่มีใคร บอกได้เป็นตัวเลขหรือข้อกำหนดที่ชัดเจนว่า ครั้งละกี่เซนติเมตร วันละกี่ครั้ง เพราะปัจจัยบางอย่างในร่างกาย บางอย่างเราก็ ควบคุมไม่ได้

แค่กล้ามเนื้อตรงสะบักก็มีหลายชั้นและเกี่ยวพันกับ กล้ามเนื้อตรงหัวไหล่และไหปลาร้าใน action ที่ต่างกันไปแบบที่ เมื่อเราจับให้ตะวันตกมาชนตะวันออก โศลกที่บอกว่า ยกตัวอย่าง (ถึงตรงนี้ถ้าใครยังจำกันได้ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการ ประยัตนะไศถิลยา (ปตัญชลีโยคสูตร โศลกที่47 บทที่ 2) น่าจะ เคลื่อนไหวจริงๆ จะเกิดกับเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่เรียกว่า เอ็น อัน เป็นเครือ่ งชี้วัดได้ดีตัวหนึ่ง ทำเบบพอเพียร เพียรทำให้สม่ำเสมอ ได้แก่ เอ็นที่ยึดกล้ามเนื้อให้ติดกับกระดูก และเอ็นที่ยึดให้ข้อต่อ โดยไม่พยายามฝืนข้อจำกัดร่างกายครับ กระดูกแต่ละส่วนเกาะเกี่ยวกันไว้อีกด้วยมากกว่า แต่การพูดคำ ว่ากล้ามเนื้อ มันเห็นชัดเข้าใจง่ายมากกว่า ประมาณว่าเอ็นเนี่ยดู abstract ไปนิดนึง) ดังนั้นอาการบาดเจ็บสะบักซ้าย จึงไม่ได้เกี่ยวพันเฉพาะ กล้ามเนื้อสะบักเท่านั้น การเคลื่อนไหวของแขนในทิศทางต่างๆ จะส่งผลต่อการใช้งานของกล้ามเนื้อสะบักและกล้ามเนื้อทั้งหมด ที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของข้อต่อไหล่ทั้ง สิ้น เราฝึกโยคะกัน เพื่อดูแลร่างกายอย่างเป็นองค์รวม ในบทบาทของครูโยคะ การบาดเจ็บบางครั้งก็ยากที่จะ ระบุลงไปให้ชัดว่าเป็นกล้ามเนื้อมัดไหน หมอกายภาพหรือ เวชศาสตร์ฟื้นฟูจะมีความรู้ความเข้าใจตรงนี้ได้มากกว่า แต่ตัว เราจะมีส่วนช่วยฟื้นฟูหรือซ้ำเติม ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะแนะนำผู้ เรียนของเราอย่างไร อย่างที่พี่บุ๋มบอกไว้ รวมถึงที่ผมเคยแลกสู่กันฟังใน คลาส เรื่องของพังผืด อันเกิดจากการปะผุซ่อมสร้างนั้น เมื่อเกิด อาการฉีกขาดของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ไม่ว่าจะเป็นเอ็นหรือกล้าม เนื้อก็ดี ร่างกายจะซ่อมแซมด้วยการสร้างเนื้อเยื่อเกี่ยวพันอีก ชนิดหนึ่ง ซึ่งก็คือ พังผืด (Fibrosis) ที่เหนียวกว่า ปะผุ ไปก่อน

! []!

10


เสริมอีกนิดครับว่า ในกรณีนี้ ชวนให้ไปเสิร์ชในยูทูบครับ มี animation ที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวข้อต่อไหล่ ที่เกี่ยวพันกับอวัยวะสาม ส่วนหลักคือ กระดูกต้นแขน สะบัก และไหปลาร้า เห็นชัดเลยครับ แล้วจะได้ดีไซน์การฝึกเพื่อฟื้นฟูเยียวยาได้ดียิ่งขึ้น ตัวอย่างลิงก์ที่ดูชัดๆ ง่ายๆ http://www.youtube.com/watch?v=IthfbZOMIxA&feature=related http://www.youtube.com/watch?v=UVNullyWQv8 http://www.youtube.com/watch?v=_Ia0VvT81xc&feature=related แอบแถมท้ายอีกนิดครับว่า เนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ที่กล่าวถึงกัน มา ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อ เอ็น พังผืด หรือแม้แต่กระดูกเองก็ดี ทุกชนิดมีองค์ประกอบของเนื้อเยื่อหลักๆ อยู่สอง อย่างแบบคู่ตรงข้ามอยู่ในนั้นคือ collagen ซึ ่ ง โดดเด่ น ด้ า นความแข็ ง แรงให้ ก ั บ เนื้อเยื่อนั้น และ elastin ซึ่งเด่นเด้งด้าน ความยืดหยุ่น ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าเนื้อเยื่อแต่ละ ชนิดร่างกายต้องการคุณสมบัติด้านไหน เด่นกว่ากัน ชาวโยคะอย่างเราฟังดูคุ้นๆ ไหมครับ เห็ น สถิ ร ะ และสุ ข ะอยู ่ ใ น เนื้อเยื่อเกี่ยวพันกันไหม ขอให้ทุกท่านได้พบทั้ง สถิระ และ สุขะ ในทุกมิติบนโยคะวิถีครับ ขอบคุณครับที่อ่านกันมาจนถึง ตรงนี้ ขอแสดงความนับถือ ดุล

¤คØุ³ณ¶ถÒาÁม àเÃรÒาµตÍอºบ 11!

[]


¾พÒาãใ¨จäไ»ป·ท∙ÑัÇวÃรâโÂย¤คÐะ (ÁมØุÁมäไºบ ÇวÑั¹น·ท∙Õี่ÊสÍอ§ง) ¡ก Òา ½ฝ Òา Áม ºบ ็ ¡ก àเ ¨จÒา¡ก India

¶ถÖึ§ง¤คÃรÙู áแÅลÐะàเ¾พ×ืè่Íอ¹นæๆ·ท∙Õีè่¤คÔิ´ด¶ถÖึ§ง·ท∙Øุ¡ก¤ค¹น àเ»ป‡‡¨จÐะÁมÒาâโÁมŒŒ àเÍอÂยàเÅล‹‹ÒาàเÃร×ืè่Íอ§ง·ท∙Õีè่ÁมØุÁมäไºบ (santacruz) «ซÒา¹นµตÒา¤คÃรÙู«ซ (áแ¡กŒŒ äไ¢ข¨จÒา¡ก«ซÒา§งµตÒา¤คÃรÙู«ซ¨จŒŒÒา) µต‹‹Íอ ·ท∙Õีè่àเÅล‹‹Òาµต¡กËหÅล‹‹¹นäไ»ป¤ค×ืÍอàเÂยç็¹นÇวÑั¹นÈศØุ¡กÃร ÁมÕีËหÁมÍอÊสÙูµตÔิ¹นÒาÃรÕีáแ¾พ·ท∙ÂยÁมÒาÊสÍอ¹นàเÃร×ืè่Íอ§ง pranayama áแºบºบÈศÃรÕีâโÂยàเ¡ก¹น´ดÃรÒา àเ¢ขÒา ãใËหŒŒËหÒาÂยãใ¨จàเ¢ขŒŒÒา¹นÑัºบËห¹นÖึè่§ง ÊสÍอ§ง Âย¡กÁม×ืÍอ¢ขÖึé้¹นàเËห¹น×ืÍอÈศÕีÃรÉษÐะ áแÅลŒŒÇวËหÒาÂยãใ¨จÍอÍอ¡ก¹นÑัºบÊสÒาÁม ÊสÕีè่ËหŒŒÒา ÇวÒา´ดÁม×ืÍอÅล§ง (äไÁม‹‹àเËหÁม×ืÍอ¹นàเÃรÒา) áแÅลŒŒÇว ¡กç็ÁมÕีÍอ¸ธÔิºบÒาÂย ¨จÓำÃรÒาÂยÅลÐะàเÍอÕีÂย´ดäไ´ดŒŒ äไÁม‹‹ËหÁม´ด ÃรÍอ¤คÃรÙูÍอÍอ´ด¹นÐะ¨จÐะ ÇวÑั¹น¹นÕีé้àเ»ปšš¹นÇวÑั¹นàเÊสÒาÃร·ท∙Õีè่ 7 Áม¡กÃรÒา¤คÁม 2555 µต×ืè่¹น¡กÑั¹นËห¡กâโÁม§งàเªชŒŒÒา ÁมÕีºบÒา§ง·ท∙‹‹Òา¹นÍอÒาºบ¹นŒŒÓำ àเ»ป‡‡äไÁม‹‹ÍอÒาºบ (áแºบºบÇว‹‹Òา¡กÅลÑัÇว Ëห¹นÒาÇว) ·ท∙Õีè่ºบÃรÔิàเÇว³ณâโ¶ถ§งºบÑั¹นäไ´ด ÁมÕีªชÒาÂยËห¹นØุ‹‹Áมªช×ืè่Íอ Sagel àเ»ปšš¹นµตÓำÃรÇว¨จÂย×ื¹นÍอÂยÙู‹‹ ¾พÍอ¶ถÒาÁม·ท∙Òา§ง àเ¢ขÒาºบÍอ¡กàเ»ป‡‡Çว‹‹Òา second floor and turn left àเ»ป‡‡àเËหç็¹นÃรÍอ§งàเ·ท∙ŒŒÒา¤คÃรÙู·ท∙Ñัé้§งÊสÒาÁม·ท∙‹‹Òา¹นÍอÂยÙู‹‹ºบ¹น·ท∙Õีè่ÇวÒา§งÃรÍอ§งàเ·ท∙ŒŒÒา·ท∙Õีè่âโ¶ถ§งºบÑั¹นäไ´ด (¤คÃรÙูÁมÒาµตÃร§งàเÇวÅลÒา) ¡กç็àเ´ดÔิ¹น ¢ขÖึé้¹นªชÑัé้¹นÊสÍอ§ง äไ»ปµตÒาÁมËหÒา ËหÒาÂยäไ»ปäไËห¹น¡กÑั¹นàเ¹นÕีè่Âย ¨จÖึ§งÅลÍอ§ง¢ขÖึé้¹นäไ»ปªชÑัé้¹น 3 àเËหç็¹น Sayuri (¤ค¹น¹นÕีé้àเÃรÕีÂย¹น·ท∙Õีè่ äไ¡กÇวÑัÅลÂยÃรØุ‹‹¹นàเ´ดÕีÂยÇว¡กÑัºบ¤คÃรÙู ÎฮÔิâโÃรªชÔิ ¹น‹‹ÒาÃรÑั¡ก àเ»ปšš¹นàเ¨จŒŒÒา¢ขÍอ§ง¡กÔิ¨จ¡กÒาÃร, »ป˜˜¨จ¨จØุºบÑั¹นàเ»ปšš¹น¤คÃรÙูâโÂย¤คÐะ·ท∙Õีè่âโµตàเ¡กÕีÂยÇว áแÅลŒŒÇว¡กç็·ท∙Øุ‹‹Áมàเ·ท∙ªช‹‹ÇวÂย§งÒา¹นâโÂย¤คÐะ¨จ¹นäไ´ดŒŒ ãใºบ»ปÃรÐะ¡กÒาÈศ ´ดŒŒÇวÂยáแËหÅล‹‹Ðะ ÃรÇวÁม·ท∙Ñัé้§ง¤คÃรÙูÎฮÔิâโÃรªชÔิ´ดŒŒÇวÂย¨จÒา) ãใ¹นËหŒŒÍอ§งÁมÕีÊสÒาÇวæๆ »ป‡‡Òาæๆ ªชÒาÇวÍอÔิ¹นàเ´ดÕีÂยàเµตç็ÁมËหŒŒÍอ§ง ¡กç็àเÅลÂยäไ»ป àเÍอÒาàเÊส×ืè่Íอ (àเÊส×ืè่Íอ¾พÅลÒาÊสµตÔิ¡กàเËหÁม×ืÍอ¹นµตÒาÁมÇวÑั´ดºบŒŒÒา¹นàเÃรÒา) ÁมÒา »ปÙูáแÅลŒŒÇว¡กç็àเÅล‹‹¹นäไ»ป¡กÐะàเ¢ขÒา ÊสÑั¡ก¤คÃรÙู‹‹¾พÕีè่¹นØุ‹‹¹นµตÒาÁมÁมÒา ¤คÃรÙู‹‹ ãใËห­Þญ‹‹æๆ äไÍอŒŒËห¹นØุ‹‹Áม Sagel ÁมÒา àเ»ป‡‡µต‹‹ÍอÇว‹‹Òาàเ¢ขÒาÇว‹‹ÒาËหŒŒÍอ§งàเÃรÕีÂย¹นÍอÂยÙู‹‹ªชÑัé้¹นÊสÒาÁมµต‹‹Òา§ง ËหÒา¡ก ¤คÃรÙูªช‹‹ÇวÂยÍอ¸ธÔิºบÒาÂยÇว‹‹Òา¶ถŒŒÒาÍอÔิ¹นàเ´ดÕีÂยºบÍอ¡กªชÑัé้¹นÊสÍอ§งãใËหŒŒàเ¾พÔิè่Áมäไ»ปÍอÕี¡กªชÑัé้¹น àเ¾พÃรÒาÐะàเ¢ขÒาäไÁม‹‹¹นÑัºบªชÑัé้¹นáแÃร¡ก¡กÑั¹น áแËหÇวŽŽ Ëห¹นŒŒÒาáแµต¡ก àเËหÍอæๆ ¤คÇวÒาÁมÃรÙูŒŒ ãใËหÁม‹‹

12


¾พÍอäไ»ป¶ถÖึ§งËหŒŒÍอ§งàเÃรÕีÂย¹น asana ¤คÃรÙู«ซÖึè่§งÃรÍอÍอÂยÙู‹‹ËหÑั¹นÁมÒาÁมÍอ§งàเÃรÒา¡กç็ÃรÕีºบºบÍอ¡กÇว‹‹Òาäไ»ปàเÃรÕีÂย¹นËหŒŒÍอ§ง´ดŒŒÒา¹นÅล‹‹Òา§งÁมÒา¤ค‹‹Ðะ ¤คÃรÙู·ท∙Õีè่ÊสÍอ¹นàเ»ปšš¹นªชÒาÇว µต‹‹Òา§ง ªชÒาµตÔิ µตÑัÇวàเÅลç็¡กæๆ ¹น‹‹ÒาÃรÑั¡ก ¡กç็ÊสÍอ¹นÂย×ื´ดµตÑัÇว àเÍอÕีÂย§ง ¡กŒŒÁม (àเ¹นŒŒ¹น joint) ªช×ืè่Íอ·ท∙‹‹Òา¨จÓำäไÁม‹‹ äไ´ดŒŒ Êส‹‹Çว¹นËหÒาÂยãใ¨จ Âย¡กÁม×ืÍอ¢ขÖึé้¹น¹นÑัºบËห¹นÖึè่§งÊสÍอ§ง áแÅลŒŒÇวÍอÍอ¡ก¹นÑัºบ ÊสÒาÁมÊสÕีè่ËหŒŒÒา Âย¡กÁม×ืÍอàเ¾พ×ืè่ÍอÂย×ื´ด spine Áม×ืÍอäไÁม‹‹àเ¡กÒาÐะ¡กÑั¹น¨จÐะ àเÇวÅลÒาÂย×ื¹นáแÂย¡ก¢ขÒา ·ท∙Óำ·ท∙‹‹ÒาµตÃรÕีâโ¡ก³ณ áแÅลŒŒÇว¡กç็·ท∙Óำáแºบºบµต‹‹Íอàเ¹น×ืè่Íอ§ง äไÁม‹‹¤ค‹‹ÍอÂยàเ¹นŒŒ¹น relax àเËหÁม×ืÍอ¹นàเÃรÒา¨จÒา ·ท∙Õีè่«ซÒา¹นµตÒา¤คÃรÙูÊสàเ¢ขÒาÁมÕี¤ค¹นÁมÒาáแµต‹‹ÅลÐะÇวÑั¹นàเÂยÍอÐะ ¹น‹‹Òา¨จÐะàเ¡ก×ืÍอºบ 30-40 ¤ค¹นãใ¹นáแµต‹‹ÅลÐะÃรÍอºบ ·ท∙‹‹Òา¨จÖึ§งàเ»ปšš¹น¾พ×ืé้¹น°ฐÒา¹นàเ¾พ×ืè่ÍอãใËหŒŒ¤ค¹นÊสºบÒาÂย µตÑัÇว (¤คÔิ´ดàเÍอÒาàเÍอ§ง) áแµต‹‹ÍอÂย‹‹Òา§งäไÃรÃรÍอ¿ฟ˜˜§ง¢ขŒŒÍอÁมÙูÅล¨จÒา¡ก¤คÃรÙูÍอÍอ´ดÍอÕี¡ก·ท∙Õี ¨จÒา¡ก¹นÑัé้¹น¡กç็äไ»ป·ท∙Òา¹นÍอÒาËหÒาÃรàเªชŒŒÒา áแºบºบÇว‹‹Òา¶ถŒŒÒา·ท∙Õีè่àเÁม×ืÍอ§งäไ·ท∙ÂยàเÃรÒา¨จÐะËหÔิÇว¢ขŒŒÒาÇว áแµต‹‹ÁมÒา·ท∙Õีè่¹นÕีé้ äไÁม‹‹ÍอÂยÒา¡กãใËหŒŒ¶ถÖึ§งàเÇวÅลÒา¡กÔิ¹น¢ขŒŒÒาÇวÍอ‹‹Ðะ (´ดÙูÀภÒา¾พÍอÒาËหÒาÃร ¨จÒา¡กºบØุŽŽÁม) ¹นŒŒÍอ§ง¤ค¹นÊสÇวÂย (µตÑัé้§งªช×ืè่ÍอÇว‹‹ÒาÊสÒาÇวÔิµตÃรÕีáแÅลŒŒÇว¡กÑั¹น) µตÒาâโµต ¨จÁมÙู¡กâโ´ด‹‹§ง ¼ผÁมÂยÒาÇว ÊสÇวÂยÁมÒา¡ก ÍอÕี¡ก¤ค¹นªช×ืè่Íอ K ÁมÕีÅลÙู¡กÊสÒาÇวªช×ืè่ÍอÍอÅลÑั¹นÂยÒา ¡กç็ÊสÇวÂย àเªช‹‹¹น¡กÑั¹น Ëห¹นØุ‹‹Áม Sagel (áแ»ปÅลÇว‹‹Òา ÁมËหÒาÊสÁมØุ·ท∙Ãร) ¡กç็ÁมÒาÃรÍอºบÃรÔิ¡กÒาÃร (ºบØุŽŽÁมàเ¢ขÒาàเÃรÕีÂย¡กÇว‹‹ÒาÁมÒา¨จÔิë๋¡กàเÃรÒาÍอ‹‹Ðะ¡กÒา) äไÁม‹‹ÂยÍอÁมãใËหŒŒ¤คÅลÒา´ดÊสÒาÂยµตÒา ¡กÔิ¹น¡กç็ÁมÒา¤คÍอ ÂยÁมÍอ§งæๆ áแ¶ถÁมÁมÕีàเ´ดç็¡กÍอÕี¡ก¤ค¹นÁมÒา¤คÍอÂยÇว‹‹ÒาãใËหŒŒàเ§งÕีÂยºบæๆ ÇวÑั¹น¹นÕีé้¾พÇว¡กàเÃรÒา¡กÔิ¹น¢ขŒŒÒาÇวàเËหÁม×ืÍอ¹นÍอÒาËหÒาÃรáแÁมÇว Êส‹‹Çว¹น¤คÃรÙูÎฮÔิâโÃรªชÔิ¡กç็ÍอÃร‹‹ÍอÂย·ท∙Øุ¡กÇวÑั¹น ÍอÔิ¨จ©ฉÒา¤คÃรÙู¨จÑั§ง ¡กÔิ¹น¢ขŒŒÒาÇวàเÊสÃรç็¨จ¹นŒŒÍอ§งæๆ àเ¢ขÒา¡กç็µตŒŒÍอ¹น¾พÇว¡กàเÃรÒาäไ»ป¹นÑัè่§งÇวÑัªชÃรÐะ àเ¢ขÒา ºบÍอ¡กÇว‹‹Òา´ดÕี¡กÑัºบ¡กÒาÃรÂย‹‹ÍอÂยÍอÒาËหÒาÃรàเ¾พÃรÒาÐะÊสÑั¹นËหÅลÑั§งµตÃร§ง áแÅลŒŒÇว¡กç็¹นÑัè่§ง¾พÑั¡ก ¨จÒา¡ก ¹นÑัé้¹น¡กç็äไ»ป¿ฟ˜˜§งÅลÙู¡กªชÒาÂย·ท∙‹‹Òา¹นÈศÃรÕีâโÂยàเ¡ก¹น´ดÃรÒาºบÃรÃรÂยÒาÂย ·ท∙‹‹Òา¹น»ป††ÇวÂย ¡กÃรÐะ´ดÙู¡ก·ท∙Õีè่¤คÍอÁมÕี»ป˜˜­ÞญËหÒา (¹นÑัè่§งáแÅลŒŒÇว¤คÍอ¾พÑัºบÅล§งÁมÒา) áแÅลŒŒÇว¡กç็ÊสÑัè่¹นæๆ áแµต‹‹àเÊสÕีÂย§งªชÑั´ดàเ¨จ¹น ´ดÕีÁมÒา¡ก áแÇวÇวµตÒา¡กç็áแ¨จ‹‹ÁมãใÊส (ÍอÂยÒา¡ก·ท∙ÃรÒาºบÇว‹‹Òา¾พÙู´ดÍอÐะäไÃร¶ถÒาÁม¤คÃรÙูÍอÍอ´ด) ¾พÍอ¾พÙู´ด¨จºบ¤ค¹นÁมÒา¹นÑัè่§ง¿ฟ˜˜§ง¡กç็¨จÐะ¶ถÒาÁม·ท∙‹‹Òา¹น ªช‹‹Çว§ง¹นÕีé้¼ผÙูŒŒËห­ÞญÔิ§ง¼ผÙูŒŒªชÒาÂย¿ฟ˜˜§งÃร‹‹ÇวÁม¡กÑั¹น. ¨จÒา¡ก¹นÑัé้¹น¡กç็äไ»ปàเ´ดÔิ¹นªชÁมÃรÍอºบæๆ Êส¶ถÒา¹น·ท∙Õีè่ ÁมÕีµตŒŒ¹นÊสÒาÅลÐะÍอÍอ¡ก´ดÍอ¡กÊสÔิè่§ง¡กÅลÔิè่¹นËหÍอÁม ·ท∙‹‹Òา¹นÎฮÑั¹น«ซÒา¨จÕีºบÍอ¡กªช×ืè่Íอàเ»ปšš¹นÀภÒาÉษÒาÍอÔิ¹นàเ´ดÕีÂย´ดŒŒÇวÂยÇว‹‹Òาªช×ืè่Íอ äไ¡กÃรÅลÒาÊส áแÅลŒŒÇว¡กç็äไ»ป´ดÙูàเ¢ขÒาÁมÕีµตÙูŒŒáแÊส´ด§งÍอÒาËหÒาÃร·ท∙Õีè่´ดÕี¡กÑัºบÍอÒาËหÒาÃร·ท∙Õีè่ äไÁม‹‹àเËหÁมÒาÐะ ¡กÑัºบÃร‹‹Òา§ง¡กÒาÂย (àเ»ปšš¹น¢ขÍอ§ง»ปÅลÍอÁม) ÍอÂยÙู‹‹Ëห¹นŒŒÒา¾พÔิ¾พÔิ¸ธÀภÑั³ณ±ฑ ¼ผÙูŒŒºบÃรÃรÂยÒาÂย àเ»ปšš¹น¼ผÙูŒŒËห­ÞญÔิ§งÁมÕีÊส§ง‹‹ÒาÃรÒาÈศÕีÁมÒา¡ก ÍอÒาÂยØุàเÂยÍอÐะáแÅลŒŒÇว ¨จºบªช‹‹Çว§งàเªชŒŒÒา¡ก‹‹Íอ¹น¨จÒา ¢ขÍอ·ท∙Óำ§งÒา¹นµต‹‹Íอ¹นÔิ´ด¹นÖึ§ง

13


Yogini of Mumbai

¡ก Òา ½ฝ Òา Áม ºบ ็ ¡ก àเ ¨จÒา¡ก India

“Yoga Study Tour 2012” The Yoga Institute

âโ´ดÂย..ÇวÃรÃร³ณÇวÔิÀภÒา ÁมÒาÅลÑัÂย¹นÇวÅล ¹นÍอ¡ก¨จÒา¡ก¤คÇวÒาÁม»ปÃรÐะ·ท∙Ñัºบãใ¨จãใ¹น·ท∙‹‹Òา¹น Smt.Hansaji J. Yogendra «ซÖึ่§งàเ»ปšš¹นÊสØุÀภÒา¾พÊสµตÃรÕี·ท∙Õี่ÊสÒาÁมÒาÃร¶ถ¶ถ‹‹ÒาÂย·ท∙Íอ´ด¶ถŒŒÍอÂย¤คÓำ ÍอÑั¹นÁมÕี¤คØุ³ณ¤ค‹‹Òาãใ¹น·ท∙Òา§ง¡กÒาÃร¾พÑั²ฒ¹นÒาªชÕีÇวÔิµต´ดŒŒÇวÂยâโÂย¤คÐะáแÅลŒŒÇว ·ท∙Õี่Êส¶ถÒาºบÑั¹น«ซÒา¹นµตÒา¤คÃรÙูÊส ËหÃร×ืÍอàเÃรÕีÂย¡กÂย‹‹Íอæๆ Çว‹‹Òา YI ËหÃร×ืÍอàเÃรÕีÂย¡กµตÒาÁมÊสÀภÒา¾พ Êส¶ถÒา¹นáแËห‹‹§ง¹นÕี้äไ´ดŒŒàเµต็Áม»ปÒา¡กÇว‹‹Òา ‘ÍอÒาÈศÃรÁม’ «ซÖึ่§งàเ¢ขÒาãใªชŒŒ·ท∙Øุ¡ก¾พ×ื้¹น·ท∙Õี่ãใËหŒŒàเ¡กÔิ´ด»ปÃรÐะâโÂยªช¹น¡กÑัºบ¡กÒาÃรàเÃรÕีÂย¹นÃรÙูŒŒÁมÒา¡ก·ท∙Õี่ÊสØุ´ด ºบÒา§งÁมØุÁม·ท∙Õี่àเ´ดÔิ¹น¼ผ‹‹Òา¹น àเÃรÒา¨จÐะ ¾พºบ¢ขŒŒÍอ¤คÇวÒาÁม´ดÕีæๆ ½ฝÒา¡กäไÇวŒŒãใËหŒŒ¤คÔิ´ด

! []!

14


สิ่งที่สะดุดตาสะดุดใจยามขึ้นลงบันได ในมุมมืดของ บันไดเก่าๆ ในช่วงสายของวันที่สอง เราพบข้อความที่อยาก นำมาฝากเพื่อนครูโยคะด้วยกัน “We cannot hold a torch to light another’s path without brightening your own.” แม้จะอยากสรรหาคำแปลอันไพเราะมาให้ผู้อ่าน แต่ ด้วยความสามารถทางภาษายังมีขีดจำกัด จึงขอทิ้งไว้ให้ผู้ อ่านได้แปลและใคร่ครวญพิจารณาแบบ ‘สวาธยายะ’ ด้วย ตนเองอย่างลึกซึ้ง เพื่อไม่ต้องมีข้อจำกัดในถ้อยคำที่สื่อถึง ความหมายทางวัตถุที่ให้แสงสว่างเพียงอย่างเดียว แต่หาก หมายถึงแสงสว่างแห่งปัญญาในตนได้ด้วยเช่นกัน

ในช่วงของการเรียนรู้ร่วมกันแค่เพียงระยะเวลาสั้นๆ แค่ สองวัน เหล่าทีมงานอาสาสมัครของ YI ชักชวนให้เราทำกิจกรรม ทั้งการฝึกอาสนะ ปราณายามะที่ออกแบบโดยท่านศรีโยเกนดรา เพื่อให้ง่ายสำหรับผู้เริ่มต้นที่จะได้รับประโยชน์จากการฝึกปราณ ยามะ อีกทั้งเทคนิคการผ่อนคลายหลังรับ ประทานอาหารที่ เรามักจะหลงลืมไป ทั้งที่เป็นสิ่งสำคัญมากไม่แพ้การฝึกเทคนิ คอื่นๆ ของหฐโยคะ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเกี่ยวกับทัศนคติชีวิตที่ทีม งานใช้ทั้งการบรรยาย เล่นเกม และการแสดงละคร ก็มีส่วน ช่วยให้บรรยากาศการเรียนรู้เป็นไปอย่างมีความสุข และ เข้าใจง่าย นึกถึงที่ครูญี่ปุ่นมักจะบอกกับพวกเราว่า สิ่งที่ TYI พยายามทำคือ “Knowledge-based Yoga” ในขณะอยู่ที่ YI ซึ่งเป็นเหมือนอีกเสาหลักหนึ่งของโยคะยุคใหม่ ช่วยตอกย้ำ กับเราว่า “Knowledge is knowing the fact., Wisdom is knowing what to do with the facts you know.” ในขณะที่เราศึกษาจากปตัญชลีโยคะสูตรว่า ‘อภยา สะ คือการฝึกฝนอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ’ เพื่อให้เราเข้าใกล้ จุดมุ่งหมายของโยคะ YI ช่วยคลี่ขยายความออกมาว่า “Routine is right but rigidity is wrong.” นั่นคือไม่ให้เรายึด

15

มั่นจนเกิดความแข็งตัวในความคิด แต่ให้ฟังเสียงภายในกายและ ใจของเราอย่างแท้จริงในแต่ละวัน แต่ละขณะ และฝึกตนเองอย่าง มีวินัยแต่ให้เป็นไปด้วย ‘ความเรียบง่าย ที่ไม่เรียบตึง’ (Discipline & Simple) สถาบันโยคะแห่งนี้ แสดงตัวออกมาในรูปแบบของ อาศรมกลางเมืองใหญ่ ที่แวดล้อมด้วยกลิ่นอายของโยคะในวิถี ชีวิต เหล่าอาสาสมัครนำฝึกอาสนะให้กับผู้คนที่เข้ามาใน ช่วงเช้า แล้วตามด้วยการพูดคุยธรรมะก่อนจะแยกย้ายกันไปทำงาน ภาพที่เราไม่อาจจะลืมเลือนคือ ชุมชนเล็กๆ แห่งนี้ยืน หยัดอยู่อย่างเรียบง่ายมา 90 กว่าปี ท่ามกลางกระแสความ เปลี่ยนแปลงของสังคม นึกถึงถ้อยคำของท่าน Dr.Jayadeva Yogendra ที่เป็นแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่สำหรับการเริ่มต้นวัน ใหม่อย่างมีความหมายทุกวันว่า “Mind have to be trained, Let the object of your concentration is your breath all day.” 


¨จÒา¡ก

àเ¾พ×ื่Íอ¹น¤คÃรÙู

§งÒา¹น¨จÔิµตÍอÒาÊสÒา àเÃร×ืè่Íอ§ง.. »ปØุ‡‡Áม

ในวัยเด็ก ความฝันของฉันมักจะวนเวียนอยู่กับการ พลัดพรากและความตายของพ่อกับแม่ หลายต่อหลายครั้งที่ฉัน มักจะตื่นนอนขึ้นมาพร้อมกับน้ำตาและเสียงสะอื้นไห้ ในตอนนั้น ฉันกลัวที่จะต้องสูญเสียพ่อและแม่ไป รวมทั้งรู้สึกผิดที่ฝันอะไร แบบนี้อยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกระทั่งเมื่อฉันเติบโตขึ้น ความรู้สึกนี้ก็ ยังวนเวียนติดตามฉันมาตลอด เมื่อฉันได้มาทำงานที่โรงพยาบาลแห่งนี้ บ่อยครั้งกับการ ได้เห็นหน้าตาอันเศร้าหมอง ได้ยินเสียงร่ำไห้จากการสูญเสีย บุคคลอันเป็นที่รัก ทำให้ฉันรู้สึกเศร้าและสลดใจเหลือเกิน ยิ่งเวลา ผ่านไปความสูญเสียต่างๆ ก็เริ่มตีวงแคบเข้ามาสู่คนใกล้ชิดของ ฉัน ก็ยิ่งทำให้ฉันรู้สึกกลัวมากขึ้นไปอีก เมื่อฉันได้เริ่มต้นเรียนโยคะกับสถาบันโยคะวิชาการ โยคะทำให้ฉันเริ่มสนใจการฝึกสติ และนำพาชีวิตของฉันเข้าหา เส้นทางธรรม โยคะและธรรมะได้เชื่อมโยงให้ฉันเข้าใจถึงกฎของ ธรรมชาติ “เกิด แก่ เจ็บ ตาย” เป็นเรื่องธรรมดาของทุกชีวิตซึ่งทุก คนต้องพบเจอ บนความไม่แน่นอนของชีวิต สิ่งที่แน่นอนที่สุด ก็ คือความตาย ไม่มีใครสามารถล่วงพ้นความตายไปได้ ที่สถาบันโยคะวิชาการ ฉันได้รู้จักและเข้าร่วมกิจกรรม “โยคะ ธรรมะเพื่อผู้ป่วย” กับ “เครือข่ายชีวิตสิกขา” ซึ่งเป็นเครือ ข่ายเพื่อการเรียนรู้และเข้าใจชีวิต เป็นกลุ่มจิตอาสาที่ทำงานด้วย การนำโยคะและธรรมะ มาเป็นเครื่องมือในการเยียวยาร่างกาย และจิตใจของผู้ป่วย โดยไม่ลืมที่จะให้ความสำคัญกับการเยียวยา จิตใจผู้ดูแลผู้ป่วยด้วยเช่นกัน

ยิ่งเมื่อฉันได้ติดตามอ่านงานเขียน ของพระไพศาล วิศาโล ก็ยิ่งตอกย้ำให้ฉันสนใจในเรื่องของความตายมากยิ่ง ขึ้น และเป็ น แรงบั น ดาลใจให้ ฉ ั น อยากจะช่ ว ยเหลื อ ปลดปล่ อ ย พันธนาการ คือความกลัวในจิตใจของผู้ป่วยและผู้ดูแลที่ต้อง ประสบในช่วงวาระสุดท้ายของชีวิต งานจิตอาสาข้างเตียงของฉัน เริ่มต้นขึ้นเมื่อได้รับการ ชักชวนจากพี่แต หัวหน้าทีมจิตเวชของโรงพยาบาล ฉันยินดีและ ตอบรับในทันทีโดยไม่มีการลังเลเลย ในตอนนั้นใจของฉันนำหน้า ไปแล้ว เพียงแต่ยังไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร และต้องทำอย่างไรบ้าง สำหรับผู้ป่วยรายแรกที่ฉันเจอเป็นหญิง ชื่อ พี่สมบัติ ป่วยด้วยโรค มะเร็งปอดระยะสุดท้าย ในวันแรก ที่เจอกันพี่สมบัติดูเหนื่อย สีหน้าวิตกกังวล ฉันก็ยังไม่รู้ว่าจะทำอะไร หรือคุยอย่างไรกับพี่ สมบัติดี ในตอนนั้นนึกขึ้นมาในใจว่า “สิ่งที่ตัวเองร่ำเรียนกับสิ่งที่ อ่านมาน่ะ เอามาใช้สิ “ ก็เลยคุยกับพี่สมบัติในเรื่องของลมหายใจ และการดำรงสติ เท่าที่ตัวเองจะนึกได้ในตอนนั้น ฉันแวะไปเยี่ยม และพูดคุยกับพี่สมบัติเกือบทุกวันในช่วงเวลาที่ว่าง เมื่อเวลาผ่าน ไปหลายวัน ฉันเดินเข้าไปในหอผู้ป่วย พอพี่สมบัติหันมาเห็นฉัน แววตาและรอยยิ้มทำให้ฉันรู้สึกว่า พี่เค้าเริ่มเปิดใจยอมรับฉันแล้ว การพูดคุยของเรา ก็จะเป็นในเรื่องของการให้พี่สมบัติกำหนด ความรู้สึกรับรู้อยู่ที่ลมหายใจเข้า – ออกของตัวเอง และใช้ลม หายใจช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดที่มีอยู่ ด้วยการหายใจเข้าลึกๆ และผ่อนลมหายใจออกยาวๆ โดยก่อนกลับฉันไม่ลืมที่จะกอด และพูดให้กำลังใจกับน้องแบมลูกสาวตัวน้อยของพี่สมบัติด้วยทุก ครั้ง

16


¤คÇวÒาÁม»ปÃรÐะ·ทÑัºบãใ¨จ กลับจากการเข้าค่ายโยคะถึงบ้านหกโมงกว่าๆ แค่เปิด ประตู ร ั ้ ว ความสุ ข ก็ ห ลั ่ ง ริ น สู ่ ห ั ว ใจ สายตาเหลื อ บไปเห็ น ต้ น Happiness ที่เพิ่งไปซื้อมาจัดสวนออกดอกสีชมพูบานเต็มต้น ต้อนรับการกลับบ้านของเรา จอดรถปุ๊บรีบเดินเข้าไปทักทาย ชื่นชมและขอบคุณเค้าที่นำความสุขเบิกบานใจมาให้เรา เลยกลาย เป็นเวลาในการชื่นชมความงดงามของต้นอื่นๆ ด้วย ก็เค้าไม่ยอม น้อยหน้ากันเลย ทั้งรักแรกพบสีเหลืองที่ยังคงบานงดงามอยู่ ตั้งแต่ วันที่ซื้อมา รักแรกพบสีแดงที่วันนี้กำลังเริ่มผลิบาน พวงนาคที่บาน โชว์ความหลากสีในช่อเดียวกันพยับหมอกสองต้นที่แข่งกันบาน เหมือนจะบอกว่าถึงฉันจะยังเป็นต้นเล็กๆ ฉันก็งดงามนะจ๊ะ แม้แต่ คุณนายตื่นสายกับแพรเซี่ยงไฮ้ที่เพิ่งเด็ดปักลงดินตามช่องก้อนอิฐ กั้นแนวทางเดินก็ดูสดชื่นเบิกบานดี เดินต่อมาเรื่อยๆ จนมาเจอต้นลูกปัดออสเตรเลีย วันแรก ที่เห็นเค้าที่ร้านสะดุดตากับลูกสีแดงสดเป็นช่อๆ สวยจริงๆ(ก่อนน้ำ ท่วมที่บ้านก็ปลูก พี่สาวให้มาบอกว่าลูกเค้าสวยมากแต่ไม่เคยได้ เห็นจนเค้าจากไปกับน้ำ) ตัดสินใจซื้อต้นที่มีลูกนี่แหละทั้งที่แพง กว่าต้นที่ไม่มีลูก แถมต้นก็เล็กกว่าตั้งเยอะ พอมาอ่านข้อมูลใน net บอกว่า เค้าจะออกลูกประมาณเดือนสิงหา และคงอยู่ได้นาน 6 เดือน มาลองนับดูแล้ว คุยกันกับคุณแม่ว่า สงสัยสิ้นเดือนนี้เค้าคงก็ ร่วงหมดแน่เลย แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ได้นึกถึงเรื่องราวที่ครูดล ให้พวกเราร่วมกันแสดงความคิดเห็นเรื่องความตาย ถือเป็นการ ทบทวนบทเรียนและแง่คิดแง่มุมต่างๆ ที่ได้รับจากเพื่อนๆจากการ ไปฝึกโยคะครั้งนี้ และก็ขอขอบคุณทุกสรรพสัตว์ ทุกสรรพสิ่ง ที่ ฃ

17

¨จÒา¡ก

àเ¾พ×ื่Íอ¹น¤คÃรÙู àเÃร×ืè่Íอ§ง.. ÍอŒŒÇว¹น บ้านหลังนี้ ที่ได้มอบความสุขและสิ่งดีงามให้กับเราทันทีที่กลับถึง บ้าน ขอบคุณนะจ๊ะ ขอบคุณจริงๆ ได้เวลาขนสัมภาระเข้าในบ้านซะที เมื่อขนของครบหมด แล้วกำลังจะปิดฝากระโปรงรถ สังเกตเห็นใบไม้เล็กๆ ที่อยู่บน หลังคารถตอนที่จอดอยู่ในค่าย ร่วงหล่นอยู่ในฝากระโปรงรถ 4-5 ใบ แวบแรกใจเราเห็นเค้าเป็นแค่เศษใบไม้ที่จะทำให้รถเราไม่ สะอาดต้องกำจัดออก แต่อีกแวบหนึ่งบอกว่า เค้าอุตสาห์จากบ้าน มาตั้งไกล (จากสวนสันติธรรม ลำลูกกาเชียวนะ) ทำไมเห็นเค้าไป สิ่งไร้ค่าได้ล่ะ คำพูดจากครูอ๊อดและหลายๆ เสียงบอกว่า ทุกสิ่งมี คุณค่าในตัวของมันเอง อยู่ที่เราจะมองเห็นมันรึเปล่า พอเรามอง เห็นค่าของเค้า เค้าก็กลับเปลี่ยนสภาพจากสิ่งที่ไม่เป็นที่ต้องการ กลายเป็นปุ๋ย บำรุงต้นไม้ให้กับต้นไม้เล็กๆ ที่เราเพิ่งซื้อมา เค้าได้ ทำประโยชน์ช่วยบำรุงชีวิตใหม่ๆ ที่เพิ่งเริ่ม ต้นได้เติบโตและเจริญ งอกงามต่อไป คิดแล้วก็เลยบรรจงเก็บใบไม้ที่ยังคงติดค้างอยู่บน ซอกหลังคารถได้อีกหลายกำมือ พาเค้าไปใส่ไว้ใต้กอต้นพุด 3 สี และในกระถางต้นอื่นๆ ได้อีกหลายต้น ขอบคุณสถาบันโยคะวิชาการ และคุณครูทุกท่านนะคะ ที่ ยังตามมาสอนโยคะถึงที่บ้านทันทีที่กลับถึงบ้าน (ความจริงยัง ไม่ ท ั น เข้ า ในบ้ า นด้ ว ยซ้ ำ แค่ ร อบๆ สวนหน้ า บ้ า น) กราบ ขอบพระคุณอีกครั้งค่ะที่ทำให้รู้จักโยคะอย่างแท้จริง หลังจากที่ฝึก โยคะมาแล้ว 6 - 7 ปี รู้จักแค่อาสนะและท่องแค่ทฤษฎีมาตั้งนาน เพิ่งรู้จักคำว่า "โยคะ" จากสถาบันฯ ในการเข้าค่ายครั้งนี้เอง ขอบ พระคุณจริงๆ ค่ะ รักและคิดถึงทุกคน


§งÒา¹นÈศ¾พÍอÍอ¡กáแºบºบäไ´ด้ àเÃร×ื่Íอ§ง : àเ¤คÃร×ืÍอ¢ข‹‹ÒาÂยªชÕีÇวÔิµตÊสÔิ¡ก¢ขÒา www.lifebhavana.net

ËหÒา¡กàเÃรÒาàเ¤คÂยÍอÍอ¡กáแºบºบ§งÒา¹นÇวÑั¹นàเ¡กÔิ´ด §งÒา¹นÃรÑัºบ»ปÃรÔิ­Þญ­ÞญÒา §งÒา¹นáแµต‹‹§ง§งÒา¹นãใËหŒŒµตÑัÇวàเÍอ§งäไ´ดŒŒáแÅลŒŒÇว àเÃรÒา¨จÐะÍอÍอ¡กáแºบºบ§งÒา¹น·ท∙Õี่ÊสÓำ¤คÑั­Þญ ·ท∙Õี่ÊสØุ´ด¢ขÍอ§งªชÕีÇวÔิµตãใËหŒŒµตÑัÇวàเÍอ§งäไ´ดŒŒäไËหÁม? การจัดการงานศพ สะท้อนให้เห็นถึงการผสมผสาน ความเชื่อ ความพยายามของมนุษย์ที่จะเชื่อมโยงระหว่างโลกที่ ตัวเองเป็นอยู่กับโลกที่ตัวเองไม่รู้จัก ผู้ที่เหลืออยู่แม้กำลังรู้สึก เศร้าโศกเสียใจ กับการสูญเสียสมาชิกอันเป็นที่รักในครอบครัวไป แต่ก็ยังต้องมีหน้าที่จัดงานศพบำเพ็ญอุทิศกุศลให้ผู้ที่จากไปตาม สมควรแก่ฐานะ ตามเหตุตามปัจจัยอันเหมาะสม ภาระหน้าที่ใน ช่วงนี้ของเจ้าภาพก็เป็นช่องทางและอุบายในการโอบอุ้มดูแล ความรู้สึก และแสดงไมตรีจิตต่อกัน ตลอดจนเป็นโอกาสที่จะได้ แสดงสาระ และคุณค่าของการมีชีวิตด้วยการรู้เท่าทันในกฏ ไตรลักษณ์ ดำรงตนอยู่ด้วยความไม่ประมาท เพราะความตาย มิ ใ ช่ จ ุ ด สิ ้ น สุ ด ของชี ว ิ ต แต่ ย ั ง เป็ น จุ ด เริ ่ ม ต้ น ของชี ว ิ ต ในเวลา เดียวกัน “จงเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตให้เป็นก็จะตายเป็น จงเรียนรู้ที่จะ ตายให้เป็นเราก็จะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่เป็น" พระเซ็นเคยกล่าวเรื่อง ชีวิตกับความตายไว้อย่างเรียบง่าย ลัดสั้น จับจิตจับใจเหลือเกิน ว่า ชีวิตที่เข้าถึงปัจจุบันจะไม่หวาดหวั่นต่อความตายเลย อีกนัย หนึ่งความคุ้นชินกับความตายก็ช่วยให้ชีวิตที่เหลืออยู่เป็นสุข ปลดเปลื้องภาระรุงรัง ได้เรียนรู้และสะสางงานค้างใจที่ควรทำและ ยังไม่ได้ทำ หรือสิ่งที่ต้องทำแต่ยังไม่ได้ทำและหากไม่ได้ทำจะ เสียใจที่สุด

งานศพของ เดวิด เซิ่ง พิเศษและ โดดเด่นที่สุดในไต้หวัน เดวิดเป็นเจ้าของงานศพ ที่ยังมีลมหายใจอยู่ ในขณะที่มีอายุเพียง 25 ปี งานศพจั ด อย่ า งเรี ย บง่ า ยท่ า มกลางสมาชิ ก ใน ครอบครัว หมอ และนักเรียนแพทย์ร่วม 100 คน จากโรงเรี ย นแพทย์ ท ี ่ ไ ด้ ร ั บ การบริ จ าคร่ า งของ เดวิดเมื่อ"วันนั้น" มาถึง เขามีแนวคิดว่าไม่รู้จะมี ชีวิตอยู่ได้อีกกี่วัน จึงอยากจะจัดพิธีศพให้ตัวเอง เพื่อประกาศความปรารถนาครั้งสุดท้ายที่อยาก บริจาคร่างกายให้โรงพยาบาล ให้เป็นประโยชน์ ทางการแพทย์" เดวิดกำลังป่วยหนักจากโรคร้าย ที่ไม่มีทางรักษา และมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง เป็นอัมพาตตั้งแต่ยังเด็ก ทุกๆ วันเขาได้แต่นั่ง หายใจรวยรินอยู่บนรถเข็น “ผมอาจมีชีวิตอยู่ได้ ไม่นาน แต่ผมก็มีโอกาสใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัว และผู้คนมากมายที่ห่วงใยผม ผมได้เรียนจบมหาวิทยาลัย ได้ เขียนหนังสือ...ไม่ได้ใช้ชีวิตผ่านไปอย่างไร้ประโยชน์ ผมคิดว่าสิ่ง สำคัญในชีวิตคนเรา มันอยู่ที่การใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า ไม่ได้ขึ้น อยู่ว่าเราจะอยู่ได้นานแค่ไหน ดังนั้น เราจึงควรใช้เวลาที่เรามีให้ เต็มที และทำสิ่งดีๆ ไว้ หลังงานศพผ่านไป พ่อของเดวิดสะท้อนความรู้สึกด้วย ความปิติว่า ลูกชายมีกำลังใจดีขึ้นมากหลังจากพิธีศพ มีกำลังใจ หลั่งไหลมาล้นหลาม มีคนมากมายโทรศัพท์มาให้กำลังใจเดวิด หรือเดินทางมาเยี่ยมเมื่อพวกเขารู้ข่าว สิ่งเหล่านี้ทำให้เดวิดเข้ม แข็งขึ้น มีศรัทธากล้าแกร่งขึ้น “ตอนนี้ผมไม่มีความเสียใจใดๆ เลย ผมพร้อมจะตาย เมื่อไรก็ได้ และเมื่อถึงวันที่ผมจากไป ผมอยากให้ครอบครัวจัด งานปาร์ตี้ค็อกเทล ฉลองการจากไปของผม แทนการมานั่งเศร้า เสียใจ" บาทหลวงพอล ชาน อายุ 85 ปี เป็นมะเร็งปอด ก็เป็น อีกคนหนึ่งที่เคยจัดพิธีศพ "กู๊ดบาย ทัวร์" ของตัวเองเมื่อ 5 ปีที่ แล้ว “เราหวังว่า สิ่งที่พวกเราทำจะเป็นแรงบันดาลใจให้ ผู้ป่วย หนักไม่กลัวความตาย และช่วยพวกเขาจัดพิธีศพเพื่อบอกลา ครอบครัว บุคคลอันเป็นที่รักอย่างที่เขาอยากจะจัด" งานศพออกแบบได้ อาจเรียบง่ายมาก และมีความหลาก หลาย อาจจะมีแค่การกล่าวถ้อยความในใจที่เจ้าของงานศพอยาก จะพูดเท่านั้น หรืออาจจัดขึ้นในรูปแบบงานคอนเสิร์ต ละคร เป็น ทริปเดินทาง หรืองานนิทรรศการภาพวาดที่มีความหมายต่อคนที่

18


รู้ตัวดีว่า ความตายกำลังคืบใกล้เข้ามาทุกขณะ หรืออัดไฟล์เสียง ไว้อย่างเจ้ากอแก้ว ประกายกาวิล ณ เชียงใหม่ ที่จะทำการอัด เสียงทุกปี หรือมีการทำหนังสือแสดงเจตนาในการรับการรักษา พยาบาล ของท่านพุทธทาส ฯลฯ ทั้งหมดทำให้เจ้าของงานมี โอกาสใคร่ครวญ ทบทวนชีวิต ได้พูดถึงสิ่งที่พวกเขาอยากจะบอก ให้คนอื่นรู้ และได้ทำสิ่งที่พวกเขาอยากจะทำ ก่อนที่มันจะสายไป อีกทั้งการได้ฟังคำสรรเสริญต่างๆ ขณะที่พวกเขายังมีชีวิตอยู่ ยัง สามารถช่วยให้พวกเขามีกำลังใจ และเผชิญหน้ากับช่วงสุดท้าย ของชีวิตได้อย่างผ่อนคลาย หรืออาจสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้ ตัวเองก่อน ด้วยการฝึกมรณานุสติภาวนาบ่อยๆ ก็เป็นอะไรที่เรา ออกแบบให้เหมาะกับตัวเองได้

งานศพออกแบบได้เกิดประโยชน์หลายอย่าง อาทิ ช่วย ให้คนป่วยรู้สึกสบายใจขึ้น และลบล้างความเชื่อ ข้อห้ามเก่าๆ เกี่ยวกับความตาย พิธีแบบนี้ไม่สามารถมาแทนที่พิธีศพตาม ประเพณีได้ก็จริง แต่ก็เป็นเหมือนการทำพินัยกรรมชีวิต เตรียม ไว้เพื่อลดความขัดแย้งเรื่องการจัดการมรดก ตลอดจนวิธีการ รักษาพยาบาลที่เน้นคุณภาพชีวิต มากกว่าการยื้อชีวิตให้อยู่ ยาวนานออกไป และนั่นหมายถึงการมีชีวิตอยู่ด้วยความเข้าใจว่า ชีวิตนี้ไม่เที่ยงมีการดำรงอยู่ช่วงหนึ่ง แต่จะอยู่อย่างไรให้มีความ หมายและคุ้มค่า สมกับที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ เมื่อถึงวันดับไป จะ จากไปอย่างไรให้งดงาม แม้แต่ซากพืชซากสัตว์ ก็ยังเป็นอาหาร เป็นปุ๋ยได้ทำประโยชน์ถึงที่ สุด

Ëห¹นÑั§งÊส×ืÍอ âโ´ดÂย ¡กÍอ§งºบÃรÃร³ณÒา¸ธÔิ¡กÒาÃร

áแ¹นÐะ¹นÓำ

ÍอÔิ¹นàเ´ดÕีÂย ¨จÒาÃรÔิ¡ก¨จÒา¡ก´ดŒŒÒา¹นãใ¹น àเÅล‹‹Áม 1 ¡กÒาÃรÈศÖึ¡กÉษÒา·ท∙Õี่§ง´ด§งÒาÁม ÍอÒา¨จÒาÃรÂย»ปÃรÐะÁมÇวÅล àเ¾พ็§ง¨จÑั¹น·ท∙Ãร Êส¹น¾พ ÊสØุ¢ขÀภÒา¾พãใ¨จ 232 Ëห¹นŒŒÒา àเÅล‹‹ÁมÅลÐะ 180 ºบÒา·ท∙ วันก่อนเจอเพื่อนครูโยคะท่านหนึ่ง เขาบอกว่าหนังสือที่แนะนำในคอลัมน์นี้แต่ละเล่ม หนักๆ ทั้งนั้น ผมฟังแล้วคิดทบทวนอยู่พอ สมควร เพราะโดยส่วนตัว มองว่าหนังสือทั้งหลายที่นำมาแนะนำล้วนน่าอ่าน เหมาะกับครูโยคะ เหมาะกับผู้สนใจเส้นทางแห่งการพัฒนา จิตนี้ มีหลายรส หลายระดับ แม้บางเล่มจะแน่นอยู่บ้าง แต่อีกหลายเล่มเป็นหนังสือเบาๆ อ่านสนุกด้วยซ้ำ เช่นเดียวกับที่แนะนำคราวนี้ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเพื่อนที่สนใจว่าชาตินี้ จะขอเหยียบอินเดียสักครั้ง หรือเพื่อนที่สนใจจะศึกษา ปรัชญาอินเดียสักหน่อย จะขออ่านมหาภารตะสักครั้ง อะไรเทือกนั้น ฉบับนี้ขอแนะนำหนังสือของอาจารย์ประมวล เพ็งจันทร์ ผู้เขียน “เดินสู่อิสรภาพ” หนังสือที่คนทำงานด้านจิตวิญญาณคุ้นเคยกัน ดี อินเดีย-จาริกด้านใน เป็นบันทึกการเดินทางอีกครั้งของอ.ประมวล ไม่เหมือนกับเดินสู่อิสรภาพ จึงไม่ต้องกลัวว่าจะเป็นอะไรที่ซ้ำกัน อาจารย์เรียนปริญญาตรี โท เอก ที่อินเดียใน 3 รัฐ 3 มหาวิทยาลัย รวมเวลาประมาณ 10 ปี หนังสือเล่มนี้ เป็นการเดินทางกลับ ไปเยือนถิ่นอินเดียอีกครั้ง ซึ่งต่างจากคราวที่ไปเรียนหนังสือ เพราะคราวนี้ อาจารย์ไปเรียนรู้ตนเอง หนังสือแบ่งเป็นบทๆ ตามเมืองที่อาจารย์ไป จากเมือง นิวเดลี ไปยังเมือง มีรัท คังโคตรี ฤษีเกศ หริทวาร์ จัณฑีคฤห์ และ ไม ซอร์ จากรัฐอุตตรประเทศทางเหนือ ไล่ลงมาถึงรัฐกรรณาฏกะทางตอนใต้ พวกเราที่รักโยคะ อยากจะศึกษาโยคะให้ลึกซึ้ง มักจะคิดถึงอินเดีย คิดถึงปรัชญาอินเดีย แต่ก็ไม่คุ้นเคย เข้าไม่ถึง อยากให้อ่าน หนังสือเล่มนี้ ซึ่งเขียนได้อย่างน่าอ่าน หวานซึ้ง ช่วยให้เข้าใจอินเดียได้ดีขึ้น และแน่นอน จะได้เข้าใจ เข้าถึงโยคะมากขึ้นด้วย อาจารย์บันทึกการเดินทางเที่ยวนี้ไว้หนาพอสมควร จึงแบ่งพิมพ์เป็น 3 เล่ม นอกจากเล่มนี้แล้ว เล่มที่ 2 คารวะภารตคุรุเทพ และ เล่มที่ 3 ทบทวนชีวิต พินิจตน ซึ่งอยู่ระหว่างการพิมพ์ ลองหาอ่านดูนะครับ รับรองได้ว่า “ไม่หนัก”

19


©ฉºบÑัºบÁมËหÒาÇวÔิ·ท∙ÂยÒาÅลÑัÂยÁมËหÒา¨จØุÌฬÒาÅล§ง¡กÃร³ณÃรÒาªชÇวÔิ·ท∙ÂยÒาÅลÑัÂย

¾พÃรÐะäไµตÃร»ป®ฎ¡ก áแ¡ก‹‹¹น¸ธÃรÃรÁม

¾พÃรÐะÊสØุµตµตÑั¹นµต»ป®ฎ¡ก àเÅล‹‹Áม ÷๗ ÊสÑั§งÂยØุµตµต¹นÔิ¡กÒาÂย Êส¤คÒา¶ถÇวÃรÃร¤ค เทวตาสังยุต นฬวรรคที่ ๑ โอฆตรณสูตรที่ ๑ [๑] ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล เมื่อปฐมยามล่วงไปแล้ว เทวดาองค์หนึ่ง มีวรรณงาม ยังพระวิหารเชตวันทั้งสิ้นให้สว่าง เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ครั้นแล้ว ถวายอภิวาทพระผู้มีพระภาค แล้วได้ยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ฯ [๒] เทวดานั้น ยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้กราบทูลคำนี้กับพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้ไม่มีทุกข์ ข้าพระองค์ ขอทูลถาม พระองค์ข้ามโอฆะได้อย่างไร ฯ พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า ท่านผู้มีอายุ เราไม่พักอยู่ ไม่เพียรอยู่ข้ามโอฆะได้แล้ว ฯ ท. ข้าแต่พระองค์ผู้ไม่มีทุกข์ ก็พระองค์ไม่พักไม่เพียร ข้ามโอฆะได้อย่างไรเล่า ฯ พ. ท่านผู้มีอายุ เมื่อใด เรายังพักอยู่ เมื่อนั้น เรายังจมอยู่โดยแท้ เมื่อใดเรายังเพียรอยู่ เมื่อนั้น เรายังลอยอยู่โดยแท้ ท่านผู้ มีอายุ เราไม่พัก เรา ไม่เพียร ข้ามโอฆะได้แล้วอย่างนี้แล ฯ เทวดานั้นกล่าวคาถานี้ว่า นานหนอ ข้าพเจ้าจึงจะเห็นขีณาสวพราหมณ์ผู้ดับรอบแล้ว ไม่พัก ไม่เพียรอยู่ ข้ามตัณหาเป็นเครื่องเกาะเกี่ยวในโลก ฯ [๓] เทวดานั้นกล่าวคำนี้แล้ว พระศาสดาทรงอนุโมทนา ครั้งนั้นแล เทวดานั้นดำริว่า พระศาสดาทรงอนุโมทนาคำของเรา จึงถวายอภิวาทพระผู้มีพระภาค ทำประทักษิณแล้วก็หายไป ณ ที่นั้นแล ฯ คำอธิบายของฉบับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เมื่อไม่พัก ตีความว่า ไม่เสวยกามสุขอยู่ ไม่เพียร ตีความว่า ไม่ บำเพ็ญทุกกรกิริยา

20


âโ´ดÂย ³ณÑั°ฐËห·ท∙ÑัÂย

ºบÑั¹น·ท∙Öึ¡ก·ท∙‹‹ÒาÈศ¾พ “àเ¡กÃร็´ด¤คÇวÒาÁมÃรÙูŒŒàเ¡กÕี่ÂยÇว¡กÑัºบ·ท∙‹‹ÒาÈศ¾พ” สำหรับผู้อ่านบางท่านที่อาจจะยังไม่รู้จักว่าท่าศพคืออะไร ณัฐเห็นว่าบทความนี้เขียนได้กระชับและอ่านเข้าใจง่าย จึงคัด ลอกมาให้อ่านเพื่อเป็นความรู้และหวังว่าผู้อ่านจะรู้จักท่าศพมากยิ่งขึ้นนะคะ ท่าศพเป็นการนอนหงายบนพื้น กางขาออกจากกันพอประมาณ มือวางห่างลำตัว หงายฝ่ามือ ปลายนิ้วมืองอเล็กน้อยตาม ธรรมชาติ ก่อนเริ่มต้น ขอให้จัดปรับร่างกายทุกส่วน รวมทั้งศีรษะให้สบายโดยตลอด สิ่งที่เราต้องทำก็คือ ประคองสติไว้กับร่างกายที่ กำลังผ่อนคลาย ผลก็คือ เราจะรู้สึกผ่อนคลายทั้งกายและใจ ซึ่งถ้าอ้างอิงตำราโบราณ เขาระบุประโยชน์ไว้ว่า "ขจัดความเหนื่อยล้าของร่างกาย ฟื้นคืนจิตใจที่เบิกบาน แจ่มใส" ข้อพึงสังเกตก็คือ ท่าศพไม่ใช่การนอนหลับอย่างที่บางคนเข้าใจ เพราะการนอนหลับนั้นไม่มีสติ ตรงกันข้ามกับศาสตร์ โยคะที่อาศัยสติเป็นเครื่องมือสำคัญ โดยลักษณะ ท่าศพไม่ใช่ท่าที่จะดึงดูดให้ใครมาสนใจ ไม่มีความหวือหวา ยิ่งถ้าใครมองโยคะเป็นเรื่องของการออกแรง เยอะๆ ทำท่าแปลกๆ อาจจะดูแคลนท่าศพ ไม่ใส่ใจที่จะฝึกเอาด้วยซ้ำ แต่หากผู้ปฏิบัติมีความรู้เกี่ยวกับโยคะ ก็จะทราบว่าสภาวะ สำคัญในโยคะคือความสมดุล (ไม่ใช่ความแข็งแรง) ดังนั้น ท่าศพที่เป็นท่าเพื่อการผ่อนคลาย จึงมีบทบาทสำคัญยิ่ง เพราะจะช่วยพา ผู้ฝึกไปสู่ความสมดุลเป็นระยะๆ อย่างสม่ำเสมอตลอดเวลาที่ฝึก เมื่อเข้าใจหลักแห่งความสมดุล เราจึงตระหนักว่า ท่าศพ เป็นองค์ประกอบสำคัญ ตั้งแต่ก่อนเริ่มต้นผู้ฝึกก็จะทำท่าศพ ระหว่างฝึกท่าต่างๆ ผู้ฝึกก็สลับด้วยท่าศพ และยังทำท่าศพปิดท้ายสำทับอีกด้วย อธิบายมาถึงตรงนี้ อยากให้ลองฝึกปฏิบัติดู ทำดังที่อธิบายข้างต้น สัก 3 นาที (อย่าเผลอหลับนะคะ) ลุกขึ้นมา แล้วลอง สำรวจตนเองว่ารู้สึกอย่างไร เกิดความเปลี่ยนแปลงใดกับเรา จากการทำท่าศพสิ่งที่เราจะได้รับ คือรู้สึกผ่อนคลายทั้งกายและใจไปพร้อมๆ กัน ซึ่งเป็นประโยชน์ที่ได้รับในทันทีอีกด้วย สำหรับโยคะ การนอนหลับเป็นการผ่อนคลายที่ดี แต่ก็เป็นเพียงการผ่อนคลายทางกาย ที่ใจอาจจะไม่ได้ผ่อนคลาย (เช่น ฝันร้ายขณะหลับ) แต่การทำท่าศพ ที่ร่างกายผ่อนคลาย ขณะที่จิตตื่นและคอยรับรู้การผ่อนคลายของกาย จิตจะผ่อนคลายไปด้วย อันเป็นการผ่อนคลายที่มีประสิทธิภาพ มากกว่าการนอนหลับธรรมดาค่ะ จะเห็นได้ว่า โยคะเป็นศาสตร์ที่เป็นเหตุเป็นผล เป็นวิทยาศาสตร์มากๆ ทำอย่างไรก็ได้อย่างนั้น ทำเมื่อไรก็ได้เมื่อนั้น โยคะไม่ต้องการความหวือหวาพิสดาร ตรงกันข้าม โยคะ เป็นการทำอะไรที่เรียบๆ ง่ายๆ โดยประโยชน์ที่เราจะได้รับจากโยคะ ไม่ใช่จากความแปลกประหลาด แต่มาจากการทำบ่อยๆ ทำซ้ำ สม่ำเสมอจนเป็นวิถีชีวิต อ้างอิงจาก patarayoga.com (เชิญอ่านต่อฉบับหน้า)

เดือน กุมภาพันธ์ 2555 มีผู้บริจาคสนับสนุนการทำงานของสถาบันฯ ดังนี้

ไภษัชยาศรม คุณทิพวรรณ เรืองฤทธิ์ (หมอบุ๋ม) คุณวิไลวรรณ สุพรม คุณนันทนา เกรียงพิชิตชัย (พี่เป๊าะ) คุณมลฤดี สาเกิด

สรุปยอดบริจาคประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2555 ทั้งสิ้น

21

1,000 336 160 500 300

2,296.- บาท


¤คÇวÒาÁม·ท∙Øุ¡ก¢ข์·ท∙Õี่ÂยÑั§งÁมÒาäไÁม่¶ถÖึ§ง áแÅลÐะàเËหµตØุáแËห่§ง·ท∙Øุ¡ก¢ข์ âโ´ดÂย ÇวÕีÃรÐะ¾พ§งÉษ äไ¡กÃรÇวÔิ·ท∙Âย áแÅลÐะ¨จÔิÃรÇวÃรÃร³ณ µตÑั้§ง¨จÔิµตàเÁม¸ธÕี áแ»ปÅลáแÅลÐะàเÃรÕีÂยºบàเÃรÕีÂย§ง

µตÓำÃรÒาâโÂย¤คÐะ

´ดÑัé้§งàเ´ดÔิÁม

ÊสÃรØุ»ปãใ¨จ¤คÇวÒาÁมµตÍอ¹น·ท∙Õีè่áแÅลŒŒÇวâโÂย¤คÊสÙูµตÃร »ปÃรÐะâโÂย¤ค·ท∙Õี è่ ò๒:ñ๑õ๕ ¾พÙู ´ด ¶ถÖึ §ง ¤คÇวÒาÁม·ท∙Øุ ¡ก ¢ข Áม Õี ÊสÒาàเËหµตØุÁมÒา¨จÒา¡กÊสÍอ§งªช‹‹Íอ§ง·ท∙Òา§ง¤ค×ืÍอ ñ๑) àเ¡กÔิ´ด ¨จÒา¡ก¡กÒาÃรàเ»ปÅลÕีè่Âย¹นáแ»ปÅล§ง ¤คÇวÒาÁมÇวÔิµต¡ก¡กÑั§งÇวÅล·ท∙Õีè่ ÃรØุ¹นáแÃร§ง áแÅลÐะÊสÑัÁมÊส¡กÒาÃรÐะ (ÊสÔิè่§ง·ท∙Õีè่»ปÃรÐะ·ท∙ÑัºบÍอÂยÙู‹‹ ãใ¹น¨จÔิµต«ซÖึè่§งàเ¡กÔิ´ด¨จÒา¡ก¡กÃรÃรÁม) áแÅลÐะ ò๒) àเ¡กÔิ´ด¨จÒา¡ก ¤คÇวÒาÁม¢ขÑั ´ด áแÂยŒŒ §ง ÃรÐะËหÇว‹‹ Òา §ง¤คØุ ³ณ Ðะ (¤คØุ ³ณ ÐะÁมÕี ÍอÔิ·ท∙¸ธÔิ¾พÅลµต‹‹Íอ¸ธÃรÃรÁมªชÒาµตÔิ¢ขÍอ§งÁม¹นØุÉษÂย) ¡กÑัºบÇว ÄฤµตµตÔิ (¡กÒาÃร»ปÃรØุ §ง áแµต‹‹ §ง ¢ขÍอ§ง¨จÔิ µต ãใ¹น¢ข³ณÐะãใ´ด ¢ข³ณÐะËห¹นÖึè่§ง) ประโยคถัดมากล่าวว่า “เหยัม ทุห์ขัม-อนาคตัม” ๒:๑๖ แปลว่า ความทุกข์และความเจ็บปวดที่ยังมาไม่ถึง(เป็น เรื่องในอนาคต) นั้น สามารถหลีกเลี่ยงได้ ส่วนสุดท้ายของเนื้อหาโยคสูตรประโยคที่แล้ว (๒:๑๕ ที่ กล่าวไว้ว่า ความทุกข์เป็นความจริงของชีวิต) อาจจะทำให้ผู้ ปฏิบัติโยคะรู้สึกว่า ปตัญชลีและปรัชญาหรือทรรศนะ1ทางอินเดีย ทั้งหลายมองโลกในแง่ร้าย แต่ในความเชื่อนี้ก็มักจะมองข้ามไปว่า ทรรศนะเหล่านี้เพียงแต่ขยายความว่าความทุกข์ที่ไม่สามารถ หลี ก หนี ไ ด้ น ั ้ น เป็ น ความจริ ง สากลอย่ า งหนึ ่ ง และเป็ น ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจริงด้วย การยืนยันเช่นนี้มีขึ้นเพียงเพื่อชี้ ให้เห็นหนทางว่า ความทุกข์นี้เป็นสิ่งที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ความจริงแล้วทรรศนะทั้งหมดมีอยู่เพื่อบรรลุความปรารถนาต่อ ความสงบสุขอันไม่มีที่สิ้นสุด และทำให้การแสวงหาความสงบสุข อันเป็นนิรันดร์ ของมนุษย์ทุกคนสิ้นสุดลงได้ หรือในอีกแง่หนึ่ง (ทรรศนะเหล่านี้) ก็มีเพื่อบรรลุถึงการดับทุกข์อย่างสิ้นเชิงด้วย ระบบของโยคะไม่เพียงแต่เป็นปรัชญาหรือทรรศนะเท่านั้นแต่ยัง เป็นวิถีทางแห่งการปฏิบัติซึ่งให้ความเชื่อมั่นหรือรับประกันการ

บรรลุถึงเป้าหมายข้างต้นนี้ได้โดยอาศัยเทคนิค หรือวิธีการ ปฏิบัติที่ให้ผลดียิ่ง มรรค ๘ ของปตัญชลีโยคะแสดงถึงการ ออกแบบไว้อย่างดีเยี่ยมและมีการวางแผนไว้อย่างชัดเจน ถึงวิธีปฏิบัติเพื่อบรรลุถึงเป้าหมายนี้ วิธีการปฏิบัติเหล่านี้ สามารถทำเพื่อหลีกเลี่ยงและขจัดความทุกข์ได้ในที่สุด เป็นที่ชัดเจนว่า เราไม่มีทางจัดการกับความ ทุกข์ที่ประสบหรือผ่านไปแล้ว (ความทุกข์ในอดีต) และความ ทุกข์ที่กำลังประสบอยู่ในปัจจุบันด้วยเพราะมันก็กำลังจะเป็น อดีตในทันทีทันใดนั้นเอง จึงมีเพียงความทุกข์เดียวเท่านั้นที่ มนุษย์สามารถจัดการได้นั่นคือ การหลีกเลี่ยงหรือขจัดความ ทุกข์ในอนาคต(ก่อนที่ความทุกข์นั้นจะมาถึงหรือเกิดขึ้นกับ ตัวเรา - ผู้แปล) ความทุกข์ประเภทนี้เราสามารถจัดการได้ตามที่ ได้รับการยืนยันอยู่ในประโยคนี้ ตามมุมมองของอรรถกถาจารย์ ฉบับนี้เห็นว่า จุดยืนทั้งหมดของปตัญชลีโยคสูตรก็คือ การมอง โลกในแง่ดีอย่างที่สุด และเป็นการพึ่งตนเองอย่างสิ้นเชิงซึ่ง เนื้อหาในประโยคนี้ ก็เป็นหลักฐานยืนยันอย่างชัดเจนอยู่แล้ว ประโยคที่ ๒:๑๗ กล่าวว่า “ทรัษฏฤ ทฤศยโยห์ สัมโย โค เหยะ-เหตุห์” แปลว่า สาเหตุของความทุกข์ที่หลีกเลี่ยงและ ขจัดได้คือ สัมโยคะ2ของสองสิ่ง กล่าวคือ ทรัษฏา (เหตุให้เกิดการ รู้) และ ทฤศยะ (สิ่งที่ถูกรู้) คำถามทางปรัชญาจำนวนมากเป็นเรื่องสากล (เป็นจริง สำหรับคนทุกคน) และยังไม่อาจหาคำตอบได้ตลอดกาล เหตุของ การเกิดทุกข์ ก็เป็นหนึ่งในคำถามตลอดกาลเหล่านั้น เพราะ มนุษย์ทุกคนมีความปรารถนาที่จะไขว่คว้าหาความสุขอันถาวรดัง กล่าวไว้ในประโยคก่อนข้างต้นแล้ว หากกล่าวในมุมกลับ เขา ต้องการขจัดความทุกข์ให้หมดไปอย่างสิ้นเชิงนั่นเอง เพื่อสิ่งนี้เขา จึงต้องค้นหาที่มาหรือเหตุแห่งทุกข์ ทุกๆ ปรัชญาและทรรศนะที่ เกิดขึ้นเป็นการพยายามที่จะค้นหาเหตุแห่งทุกข์นี้ไม่ว่าจะบอกไว้ อย่างชัดเจนหรือไม่ก็ตาม ทรรศนะของปตัญชลีโยคะในประโยค ต่างๆ เหล่านี้ก็เป็นความพยายามที่จะให้คำตอบต่อคำถามตลอด กาลนี้เช่นกัน การเชื่อมต่อหรือการรวมอย่างชัดเจนของทรัษฏา (เหตุให้เกิดการรู้หรือปุรุษะ) กับ ทฤศยะ (สิ่งที่ถูกรู้หรือสรรพสิ่ง หรือประกฤติ) ได้รับการอธิบายไว้ว่าเป็นสาเหตุแห่งทุกข์ที่ทุกคน ต้องการจะหลีกเลี่ยงหรือขจัดออกไป การเชื่อมรวมของสองสิ่งนี้ ตามแนวคิ ด พื ้ น ฐานของสางขยะ-โยคะนั ้ น ไม่ ไ ด้ เ กิ ด ขึ ้ น อย่ า ง แท้จริงแต่เป็นเพียงภาพลวงตาหรือการเห็นผิด ซึ่งมีคำศัพท์ เฉพาะเรียกว่า “สัมโยคะ” ตามที่เคยอธิบายในประโยคที่ ๑:๓ แล้ว คำว่า “ทรัษฏา” ถูกใช้อย่างผิดๆ แทนคำว่า ปุรุษะ ซึ่งปุรุษะ

22


ตามแนวคิดพื้นฐานทางปรัชญาแล้ว ตัวมันเองไม่มีความ สามารถที่จะเห็นหรือรับรู้ ดังนั้นทรัษฏานี้ก็คือปุรุษะซึ่งไม่ อาจถูกนำไปเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับประกฤติหรือสิ่งที่ถูกรู้ หรือแม้แต่จะเป็นผู้รับรู้ประกฤติ ในอีกแง่หนึ่งสัมโยคะ ไม่ใช่การรวมหรือการเชื่อมต่อกันจริงๆ และไม่เคยเกิด ขึ้นจริง มันเป็นเพียงภาพลวงตาที่ถูกสร้างขึ้นในตัว มนุษย์ และความคิดนี้ก็มีความหมายเป็นนัยยะอยู่ในศัพท์ คำว่า สัมโยคะ แล้ว อย่างไรก็ตามอาจกล่าวได้ว่าการเชื่อม รวมกันของปุรุษะและประกฤตินี้เป็นสาเหตุแห่งการเกิดทุกข์ เป็นสิ่งที่ชัดเจนว่าความทุกข์เกิดขึ้นใน ๒ รูปแบบ คือ ทุกข์กายซึ่งเกิดขึ้นในระดับร่างกาย กับ ทุกข์ใจหรือความเศร้า เสียใจซึ่งเกิดขึ้นในระดับจิตใจ แต่ทั้งกายและจิต (จิตตะ)ต่างก็อยู่ ในส่วนของ ประกฤติ ดังนั้นถ้าปุรุษะไม่มีการเชื่อมรวมกับ ประกฤติเลย กายและจิตก็ไม่อาจเชื่อมโยงกับปุรุษะได้แต่อย่างใด และดังนั้นมันจึงไม่สามารถมีความทุกข์ใดๆ เกิดขึ้นได้3 ปุรุษะอัน บริสุทธิ์เช่นนี้จะปรากฏขึ้นเพียงกรณีเดียวนั่นคือ อีศวร4 มนุษย์ แต่ละคนนั้นล้วนมีปุรุษะซึ่งดูเหมือนจะอาศัยอยู่ในร่างกายและ ทำงานผ่านจิต ซึ่งปุรุษะก็ดูเหมือนจะทำงานเชื่อมโยงกับกายจิต ซึ่งเป็นส่วนของประกฤติอย่างเด่นชัด สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ความเจ็บ ปวดความเศร้าซึ่งเป็นความทุกข์ที่กระทบโดยตรงต่อกายจิตนั้น กลับกลายเป็นความทุกข์ของปุรุษะเสียเอง ดังนั้นปุรุษะในแต่ละ คนจึงเห็นผิดหรือถูกลวงตาจนกลายเป็นผู้รับความทุกข์ทางกาย - จิตเหล่านั้น ในแง่นี้สัมโยคะของทรัษฏากับทฤศยะ(หรือการ เชื่อมรวมของปุรุษะกับประกฤติ) จึงทำให้เกิดความทุกข์

โยคสูตรประโยคนี้ดูเหมือนจะให้คำ ต อ บ อย่างชัดเจนต่อคำถามที่ว่า “ทำไมจึงมีความทุกข์” และ ก็ได้รับคำตอบแต่เพียงว่าความทุกข์เกิดขึ้นจากภาพลวงตาหรือ การเห็นผิด แต่คำถามนี้ยังคงเป็นคำถามที่ไม่มีที่สิ้นสุดและดังนั้น จริงๆ แล้วมันยังคงไม่ได้รับคำตอบ เพราะตอนนี้มีคำถามใหม่ว่า “แล้วทำไมจึงมีสัมโยคะ” ในความจริงแล้วไม่เพียงแต่ทรรศนะ ของโยคะเท่านั้น แม้แต่ปรัชญาหรือทรรศนะอื่นๆ ทั้งหมดก็ไม่ สามารถอธิบาย หรือตอบคำถามตลอดกาลนั้นได้จริงตามวิธีการ ปกติเช่นนี้ เนื่องจากการตอบคำถามเป็นการกระทำผ่านถ้อยคำ (ภาษา) เพียงเพื่อสร้างความพึงพอใจทางปัญญาหรือความเข้าใจ ด้วยเหตุผลเท่านั้น เอกสารอ้างอิง : ๑) Karambelkar, P. V. (1986). PATANJALA YOGA SUTRAS Sanskrta Sutras with Transliteration, Translation & Commentary. Lonavla : Kaivalyadhama, p. 204-207. ๒) Philosophico Literary Research Department, (1991). Yoga Kosa. Lonavla : Kaivalyadhama.

1 ปรัชญาหรือทรรศนะ คือ มุมมอง แนวคิด ความรู้เกี่ยวกับชีวิตซึ่งช่วยตอบคําถามสําคัญของชีวิต เช่น เกิดมาทําไม ควรดําเนินชีวิต อย่างไร จุดมุ่งหมายของชีวิตคืออะไร เป็นต้น (ผู้แปล)

2 สัมโยคะคือ การเชื่อมต่อหรือการรวมกันของปุรุษะกับประกฤติ 3 ปกติในคนทั่วไปนั้นปุรุษะ(วิญญาณบริสุทธิ)์ จะเชื่อมรวมกับประกฤติ(กาย-จิต) ความทุกข์จึงเกิดขึ้นเพราะเกิดความเห็นผิดหรือมี ภาพลวงตาว่ากาย-จิตที่กําลังรู้สึกทุกข์อยู่นั้นคือปุรุษะเอง ต่อเมื่อคนผู้นั้นฝึกโยคะทําสมาธิขั้นสูงด้วยการใคร่ครวญภายในจนสามารถ รู้เห็นความจริงขึ้นมาว่า ความทุกข์กายทุกข์ใจเหล่านั้นไม่ใช่ตัวปุรุษะเอง แต่เป็นทุกข์ในส่วนของประกฤติ(กาย-จิต)ที่เกิดขึ้นตาม ธรรมชาติของมันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับปุรุษะ ปุรุษะจึงกลายเป็นวิญญาณอันบริสุทธิ์แยกออกจากประกฤติได้ เกิดการหยั่งรู้ความ จริงสูงสุดของชีวิตขึ้นและพ้นจากความทุกข์ (Yoga Kosa, p.182)

4 อีศวร หมายถึง ปุรุษะที่ไม่ด่างพร้อย ไม่ทุกข์ และไม่แปดเปื้อนด้วยกิเลสใดๆ (Yoga Kosa, p.68)

23


àเÃร×ื ่ Íอ §ง Åล.àเÅล้ §ง àเÊสÕี Âย §ง¡กÃรÐะ´ดÔิ ่ §ง ËหÂย¡ก (äไÁม่ ãใ ªช่ Áม Ñั §ง ¡กÃรºบÔิ ¹น )

àเÅลŒŒ§ง àเÅล‹‹ÒาàเÃร×ื่Íอ§ง

In-Pursuit of happiness »ป¯ฏÔิºบÑัµตÔิ¡กÒาÃรµตÒาÁมÅล่Òา – ËหÒา¤คÇวÒาÁมÊสØุ¢ข

กุมภา-วาเลนไทน์ เดือนแห่งความรักก็ผ่านพ้นกันไปแล้ว ยังมีความสุขกันดีอยู่หรือพวกเรา ถ้ามีเยอะ ก็แบ่งคนข้างๆ บ้างนะ จะได้กระจายรอยยิ้มให้เมืองไทยเป็นสยามเมืองยิ้มอย่างที่ฝรั่งเค้า ชอบกัน แต่เค้าต้องไม่รู้แน่เลยว่าเรา ยิ้มเพราะฟังเค้าพูดไม่รู้เรื่อง บ้าง พูดภาษาอังกฤษไม่เป็นบ้าง บางทีก็ยิ้มเยาะเย้ย ยิ้มฝากไว้ ก่อนเถอะ ยิ้มซ่อนมีดไว้ข้างหลัง ยิ้มรอเชือดหมู ฯลฯ ถ้าเราสำรวจกาย-ใจกันถ้วนถี่แล้วพบว่า ความสุข ที่เคยมี มากมายตอนเด็กๆ ตอนนี้ไม่รู้ว่ามันอันตรธานหายไปไหนหมดแล้ว เราจะทำอย่างไรกันดี จะไปตามหาที่ไหนดี นะ 1. ไปตามหาแถวโรงหนัง แล้ว ดู The Melody–รักทำนองนี้ ฟังเพลงเพ ราะๆ แกล้มกับวิวสวยๆ ของทุ่งดอกบัว ตอง แม่ฮ่องสอน 2. ไปตามหาแถวสยามพารา กอน ด้วยการชอปปิ้งที่งาน International Red Cross ที่ภรรยาทูต ต่ า งประเทศมาออกร้ า นขายสารพั ด ช็อกโกแลต และไอศกรีม กวาดมาตั้งแต่ รั ส เซี ย ยุ โ รป อเมริ ก าเหนื อ -ใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ตามมาด้วยชา ปากีสถาน ชีสเดนมาร์ก ปลาซัลมอนสวีเดน กิมจิ-เกาหลี ครีมโลชั่นจากเสปน อเมริกา โรมาเนีย ฯลฯ อีกมากมาย เดินวันเดียวเหมือนได้เที่ยวไปรอบโลก แถมยังไม่ต้อง จ่ายค่าเครื่องบินด้วย 3. ทำแผนปฏิบัติการ: ตามล่าหาความสุข กันเถอะ วิธีการ ก็มีดังนี้ ก) บันทึก Demand-supply ให้จดความต้องการของผู้คน รอบตัวเรา + สิ่งที่เราพอจะช่วยพวกเค้าได้ เช่นตอนแรก เรา วางแผนไว้ว่าเลิกงานแล้วจะไปฝึกโยคะคลายเครียด แต่เพื่อนก็มา ขอให้ไปช่วยทำงานด่วน แล้วแผนเดิมของเราก็เหลวเป๋วไป บันทึก ว่า เกิดอะไรขึ้น (กาย-ใจ) พอวันที่ 2 ก็คิดว่าวันนี้จะต้องไปฝึกโยคะให้ได้เป็นไงก็ เป็นกัน แต่เพื่อนอีกคนก็มาขอให้ช่วยไปรับลูกสาวเค้าแล้วพากลับ บ้านเราไปด้วย เพราะเค้าต้องอยู่ทำ OT เจ้านายบอกให้รีบทำงาน ด่วนให้เสร็จภายในวันนี้ แล้ววันที่ 2 แผนของเราก็พังไปอีกแล้ว ข) ครบ 2 อาทิตย์หรือ 1 เดือนก็มาประเมินผล ความสุข และบันทึกการเปลี่ยนแปลง ถึงวีรกรรมวีรเวรที่ได้ทำการเสียสละ

ทำความดีเพื่อเพื่อนน้อง พี่น้องที่อยู่ล้อมรอบตัวเรา และถ้าจะให้ ครอบคลุมทุกด้าน ให้เขียนถึงความทุกข์ที่เกิดขึ้นด้วย ค) มีคนชื่อ Soren Kierkegaard บอกว่า The door of happiness does not open away from us: We cannot rush to push it open. It open toward us. (ประตูแห่งความสุขไม่ได้เปิด ออก มันเปิดเข้า และ ต่อให้เราอยากรีบเปิดประตูไปหาความสุขสัก แค่ไหน เราก็เปิดไม่ออก คิดว่า Soren เค้าพูดถูกไหม ? บันทึกของเล้ง วันอาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2555 ไป ค่ายครูสั้น (ก็สั้นกว่าครูยาว) เจอเจ้าหญิง นิทรามาถามว่า เจ้าหญิง: ต้องอ่านหนังสือ “เยอะ” แค่ไหน ถึงจะเริ่มเขียนหนังสือได้ เล้ง: ถ้าชอบอ่าน ก็ไม่มีคำว่า “เยอะ” เหมือนดูซีรี่ส์หนังเกาหลีน่ะ ที่ถามนี่แปล ว่าไม่ชอบอ่านหนังสือละสิ แล้วเจ้าหญิง ชอบทำอะไรล่ะ เจ้าหญิง: ชอบนอนค่ะ พอนอนแล้ว Idea จะบรรเจิด ตื่นขึ้นมาแล้วเรื่องที่เคยคิดไม่ ออกก็จะ คิดออกหมดเลยค่ะ เล้ง: งั้นก็ไปนอนต่อเหอะ ไม่ต้องรีบไป อ่านหนังสือหรอก ไปนอนจนเป็น expert ไปเลยไหม แล้วถ้ายังอยากจะอ่านหนังสือ ค่อยไปตามอ่านจาก โยคะนิทรา ที่มีคนเค้าเขียน เอาไว้นะ เจ้าหญิง: Oh! Very Good Idea เลยค่ะ พอมาถึงตรงนี้ คิดถึงพระจุลละบัณถกที่ลูบผ้าเช็ด หน้าสี ขาวของพระพุทธเจ้า พร้อมกับท่องว่า “ผ้าเช็ดธุลี” จนตรัสรู้ได้ ภายใน 1 วัน แล้วก็อยากให้ผู้คนที่ยังอาศัยอยู่ใน ศาลาคนเศร้า (เพราะ ได้ยินชาวบ้านรำพึงรำพันว่า เราเกิดมาโชคร้าย ไม่สวยบ้าง โง่บ้าง จนบ้าง ชาตินี้ทำอะไรก็ไม่สำเร็จ) กลับมาคิดใหม่ว่า แม้ว่า คนทั้งโลกจะสิ้นหวังในตัวเรา แต่เราต้องไม่สิ้นหวังในตัวเอง สู้ต่อไป ได้มดเขียววี 3 สักวันเราอาจตรัสรู้ หรือสำเร็จวิชาโยคะ เพราะผ้า เช็ดธุลีผืนเดียวก็ได้ อภิยาสะ ไวราคะ จงพยายามต่อไป จริงๆ เค้าบอกว่าให้ ละวาง แต่ตอนนี้ขออย่าเพิ่งวางเลยนะ Lauren Mark: In Pursuit of Happiness – Which Direction Should We Run in? Namaskar, Jan 2012

24


www.thaiyogainstitute.com

8 ÁมÕี¹นÒา ÇวÑั¹นÊสµตÃรÕีÊสÒา¡กÅล

Êส¶ถÒาºบÑั¹นâโÂย¤คÐะÇวÔิªชÒา¡กÒาÃร ÁมÙูÅล¹นÔิ¸ธÔิËหÁมÍอªชÒาÇวºบŒŒÒา¹น 201 «ซÍอÂยÃรÒาÁม¤คÓำáแËห§ง 36/1 ºบÒา§ง¡กÐะ»ป ¡ก·ท∙Áม.10240 âโ·ท∙ÃรÈศÑั¾พ·ท∙ 02 732 2016-7, 081 401 7744 âโ·ท∙ÃรÊสÒาÃร 02 732 2811 อีเมล์ yogasaratta@yahoo.co.th เว็บไซท์ www.thaiyogainstitute.com

ªช×ืè่Íอ ·ท∙Õีè่ÍอÂยÙูè่¼ผÙูé้ÃรÑัºบ

25

โยคะสารัตถะ 03_2012  

จดหมายข่าวโยคะสารัตถะ ฉบับเดือนมีนาคม จุใจกับเรื่องราวโยคะหลากมิติ เรื่องน่ารู้อาการปวดสะบัก ประสบการณ์การเดินทางจากอินเดีย งานศพออกแบบได้ เ...