Page 1

เจมส์ โบเวน ( เขียน ) ธิดารัตน์ เจริญชัยชนะ ( แปล ) บงกช ลาพิมล ( ภาพ )


บ๊อบ

แมวเตะฝั น ข้ า งถนน A Street cat named bob

เจมส์ โบเวน ( เขียน ) ธิดารัตน์ เจริญชัยชนะ ( แปล ) บงกช ลาพิมล ( ภาพ )


แด่ไบรอัน ฟ๊อกซ์ .... และทุกคนทีส่ ญ ู เสียเพื่อน


คำ�นำ�ผูแ้ ปล ฉันเชือ่ ว่าเราทุกคนต่างมีเทวดาประจำ�ตัวทีจ่ ะจำ�แลงกายมา ในรูปของคน สัตว์ หรือแม้แต่สง่ิ ของ เพือ่ ให้เรามีโอกาสได้แก้ไข เปลีย่ นแปลง ชีวติ ได้ท�ำ สิง่ ดีๆ ไม่วา่ จะเพือ่ ตนเอง หรือผูอ้ น่ื หรืออาจจะถึงขัน้ สร้างแรงสัน่ สะเทือนให้กบั โลก ขึน้ อยูก่ บั ว่า เราจะมองเห็นเทวดาของเราและไขว่คว้าโอกาสทีเ่ ขาหยิบยืน่ ให้หรือไม่ “บ๊อบ” คือเทวดาประจำ�ตัวของเจมส์ โบเวน ทีจ่ �ำ แลงกายเป็นแมวหลงทางผอมโซมานอนคุดคูอ้ ยู่ หน้าแฟลต เพือ่ ให้เจมส์ได้กลับตัวกลับใจจากคนเห็นแก่ตวั ไร้อนาคต มาเป็นคนทีร่ กั คนอืน่ เป็น รูจ้ กั ตอบแทน ความรักความหวังดีทผ่ี คู้ นหยิบยืน่ ให้ และทีส่ �ำ คัญ รูจ้ กั ทีจ่ ะรักตัวเอง อันถือเป็นพรประเสริฐสุดทีม่ นุษย์จะพึง มีได้ เทวดานัน้ มีอยูจ่ ริงหากเราให้ความสำ�คัญกับสัญญาณ (sign) ทีส่ ง่ มาถึง และไม่แน่นกั ว่าสัญญาณนัน้ อาจเปลีย่ นชีวติ ของเราไปโดยสิน้ เชิงเหมือนอย่าง เจมส์ โบเวน ก็เป็นได้ - ธิดารัตน์ เจริญชัยชนะ -


บ๊อบ

แมวเตะฝันข้างถนน

A Street cat named bob


1 เพื่อนร่วมทาง


ผมได้รับโอกาสมากมายบางครั้งทุกวันด้วยซำ�้ แต่กลับไม่ยอมไขว่คว้าเอาไว้สักที ทว่าในที่สุดช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิปี ค.ศ.2007 ทุกอย่างก็เริ่มเปลี่ยนแปลง .....


ผมเจอบ๊อบครั้งแรกในเย็นวันพฤหัสบดีที่ซึมเซาของเดือนมีนาคม ผมไม่เคยเห็นแมวตัวนี้แถวๆแฟลตมาก่อน ทว่าแม้ในความมืดผมก็ยังบอกได้ว่าแมวตัวนี้ไม่ธรรมดา


จากสายตาเฉลียวฉลาดใคร่รู้ที่จ้องมองผมเขม็ง ก็ทำ�ให้รู้สึกราวกับว่า ผมต่างหากที่เป็นฝ่ายผลัดหลงเข้ามาในเขตแดนของมัน “ นายเป็นใครและมาที่นี่ได้ ยังไงมิทราบ ”

“ หวัดดีเพื่อน ฉันไม่เคยเห็นนายมาก่อนเลย นายอยู่ที่นี่เหรอ ”


“ น่าสงสารจัง ผมคิดว่ามันคงหลงทาง มา ไม่มีปลอกคอ แล้วก็ผอมมากเลย ”

“ไม่มีทางที่มันจะหลงเข้ามานอนอยู่ตรงนี้ได้ มันต้องเป็นแมวของใครซักคนในแฟลต แล้วก็น่าจะกำ�ลังรอใครกลับมาเปิดประตูให้เข้าบ้าน”


เจ้าเหมียวกลับมาอยู่ที่เดิมอีก มันดูเปราะบางและดูกระเซอะกระเซิงกว่าเดิมเล็กน้อย ดูเหน็บหนาวและหิวโซ ทั้งยังตัวสั่นงกๆ


“ ยังไม่ไปไหนอีกเหรอ ? วันนี้ดูไม่จืดเลยนะเรา ” . . . .


ผมตัดสินใจว่าปล่อยเรื่องนี้ไว้นานพอแล้ว หากแมวตัวนี้เป็นสัตว์เลี้ยงของพวกเขาก็แสดงว่าเขาดูแลได้แย่มาก มันจำ�เป็นต้องได้กินอาหารและดื่มนำ�้ และอาจต้องกินยาด้วยซำ�้


โอเคเพื่อน นายจะไป กับฉัน >^.^<


เราต้องใช้เวลาอยู่พอสมควรกว่าจะขึ้นมาถึงชั้นห้าได้ สักพักเราก็เข้ามาอยู่ในแฟลตของผมอย่างปลอดภัย


ผมรู้ว่านมส่งผลร้ายกับแมวได้ เพราะจริงๆแล้วพวกมันแพ้นม แต่เจ้าเหมียวกับเลียจนหมดเกลี้ยงในพริบตา ผมมีทูน่าในตู้เย็นอยู่นิดหน่อยจึงผสมกับขนมปังกรอบบดละเอียดแล้วเอาให้มันกินด้วย ซึ่งมันก็กินอย่างสวาปามเช่นเคย


หลังจากที่ต้องทนอยู่ในทางเดินที่ทั้งหนาวเหน็บและมืดทึบ แฟลตของผมจึงเป็นห้องพักระดับห้าดาวของมันไปเลย ผมทำ�ความสะอาดบาดแผลอย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำ�ได้


ขณะนอนฟังเสียงลมหายใจแผ่วเบาของมัน ผมก็รู้สึกดีที่มีมันอยู่ด้วย คงเพราะเห็นมันเป็นเพื่อนละมั้ง ซึ่งพักหลังมานี้ผมไม่ค่อยจะมีกับเขาสักเท่าไหร่


เช้าวันอาทิตย์ผมตื่นแต่เช้าพอสมควร ตัดสินใจออกไปข้างนอกเผื่อจะเจอเจ้าของของมัน ผมล่ามมันไว้กับสายจูงที่ทำ�จากเชือกผูกรองเท้าเพื่อไม่ให้มันได้รับอันตราย


คนแรกที่ผมแวะถาม คือผู้หญิงที่อาศัยอยู่ฝั่งตรงข้าม คนแถวนั้นรู้ดีว่าเธอชอบดูแลเเมว เธอเป็นผู้หญิงน่ารัก ทว่าไม่รู้จริงๆว่าแมวมาจากไหน เธอไม่เคยเห็นมันอยู่แถวนี้มาก่อน


ด้วยความอยากรู้ผมจึงปลดเจ้าเหมียวออกจากสายจูงเพื่อดูว่ามันจะรู้ทางไปรึเปล่า ทว่าระหว่างที่เราเดินไปตามท้องถนนก็เห็นได้ชัดว่า .... มันไม่รู้ว่าตัวเองกำ�ลังอยู่ที่ไหน


เจ้าเหมียวมองหน้าผมราวกับจะพูดว่า “ฉันไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน ฉันอยากอยู่กับนาย”


2 การฟื้นตัว


ผมใกล้ชิดกับแมวมาตั้งแต่เด็กๆ และรู้สึกเหมือนจะรู้ใจมันดีทีเดียว ความทรงจำ�ของผมเกี่ยวกับพวกมันมักจะเป็นเรื่องดีๆ . . . แต่ผมคิดว่าที่ฝังแน่นในใจที่สุดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้กลับเป็นความทรงจำ�สุดเลวร้าย


ผมโตในประเทศอังกฤษกับออสเตรเลีย และเราเคยอาศัยอยู่ในเมืองชื่อเครกี้ ระหว่างอยู่ที่นั่นเรามีลูกแมวขนปุยสีขาวน่ารัก ผมจำ�ไม่ได้แล้วว่าได้มันมาจากไหน


แต่ไม่ว่าเจ้าเหมียวจะมาจากไหนก็ถือเป็นบ้านที่เลวร้าย เพราะเจ้าหมียวที่น่าสงสารมีหมัดเพียบ กว่าเราจะเห็นก็สายเกินไปแล้ว


ผมตัดสินใจว่าจะไม่ปล่อยให้เหตุการณ์แบบเดิมเกิดขึ้นอีก ผมต้องพามันไปหาหมอ เพราะยาที่ให้กินแบบเฉพาะหน้าไปก่อนคงไม่พอรักษาบาดแผลของมัน . . . . ผมตั้งนาฬิกาปลุกแต่เช้าตรู่ . . . .


มา เดี๋ยวฉัน อุ้มนายเอง

ดูจากสภาพขาแล้ว ผมรู้ว่ามันจะเดินนานเก้าสิบนาทีไม่ไหว จึงตัดสินใจอุ้มไปวางในกล่องใส่ขยะรีไซเคิลสีเขียว เห็นได้ชัดว่าเจ้าเหมียวไม่ชอบกล่องนั้น


ขณะที่อีกข้างแบกกล่องรีไซเคิลอยู่ ในไม่ช้ามันก็ปีนขึ้นไปนั่งอยู่บนไหล่ผมเสียดิบดี ผมปล่อยให้มันนั่งอยู่ตรงนั้น ระหว่างที่แบกกล่องไปด้วยตลอดทางจนถึงศูนย์อาร์เอสพีซีเอ


ผมรู้สึกได้ว่ามันตื่นเต้น ซึ่งจะไปโทษมันไม่ได้ก็เล่นโดนสุนัขเกือบทุกตัวในห้องเห่าใส่ขนาดนั้น สุดท้ายแล้วเราต้องรอตั้งสี่ชั่วโมงครึ่งกว่าจะได้พบหมอ


เป็นอะไรมาล่ะ

สัตวแพทย์วัยกลางคนมีสีหน้าเบื่อโลกแบบคนที่เจออะไรมาเยอะ ผมเล่าให้เขาฟังเรื่องที่ผมเจอเจ้าเหมียว เขาตรวจเจ้าเหมียวให้ด้วยว่ามีไมโครซิพรึเปล่า ปรากฏว่าไม่มี ซึ่งยิ่งทำ�ให้ผมปักใจเชื่อว่ามันเป็นแมวข้างถนน


ยีส่ บิ สองปอนด์ จ้ะพ่อหนุ่ม

เราเสร็จธุระภายในไม่กี่วินาทีต่อมา ผมไปยื่นใบสั่งยาที่เคาน์เตอร์จ่ายยา นั้นเป็นเงินจำ�นวนมหาศาลสำ�หรับผม เป็นค่าแรงทั้งวันเลยทีเดียว แต่ผมรู้ว่าไม่มีทางเลือก ผมไม่อาจทำ�ให้เพื่อนใหม่ผิดหวังได้


สองวันต่อมา ความที่ต้องดูแลเจ้าเหมียวให้กลับมาแข็งแรงดังเดิม ทำ�ให้ผมรู้จักมันมากขึ้นนิดหน่อย ถึงตอนนี้ผมตั้งชื่อให้มันแล้วว่า “ บ๊อบ ”


ผมเริ่มรู้ว่าบ๊อบเป็นแมวที่เฉลียวฉลาดแค่ไหน สังเกตว่ามันเข้าใจทุกอย่างที่ผมพูด มันเข้าใจเวลาที่ผมบอกว่าถึงเวลาต้องกินยาแล้ว ทุกครั้งบ๊อบจะมองหน้าผมราวกับจะถามว่า “ต้องกินด้วยเหรอ” แต่ก็จะไม่ขัดขืนระหว่างที่ผมเอาเม็ดยาใส่ปากและลูบคอมันเบาๆ กระทั่งกลืนลงคอ


ผมกรอกแบบฟอร์มสำ�หรับบริการทำ�หมันฟรีที่สัตวแพทย์ประจำ�อาร์เอสพีซีเอให้มา และหย่อนแบบฟอร์มนั้นไว้ในตู้ไปรษณีย์ แล้วก็ต้องรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่ไดรับคำ�ตอบรับภายในสองวัน ในจดหมายมีหนังสือรับรองจ่าหน้าถึงเราให้เข้ารับการทำ�หมันฟรีได้


เช้าวันต่อมา ผมพาบ๊อบมาทำ�ธุระส่วนตัวข้างนอกอีก บ๊อบอยู่ในนั้นราวหนึ่งหรือสองนาทีเหมือนเคย แล้วจู่ ๆ . . . บ๊อบพุ่งไปข้างหน้าราวกับสายฟ้าฟาดในทันที


ผมเดินเข้าดูใกล้ๆจึงเห็นว่า เป็นหนูสีเทาตัวน้อยที่ตัวยาวไม่เกินสามนิ้ว ผมรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป

ส่งมา ให้ฉันนะ บ๊อบ ! !

แต่ผมไม่อยากให้บ๊อบกินหนูตัวนั้น

ทำ�ไม ต้องให้ด้วย


บ๊อบได้พิสูจน์ให้เห็นข้อนั้นแล้ว ความใจเย็น ความรวดเร็ว และทักษะในฐานะนักฆ่าของมันเป็นสิ่งที่น่าทึ่ง เมื่อได้เห็น มันรู้แน่ชัดว่าจะต้องทำ�อะไรและอย่างไร


ผมมีชีวิตวัยเด็กที่ไร้หลักเเหล่ง สาเหตุส่วนใหญ่เพราะต้องเดินทางไปๆมาๆ ระหว่างราชอาณาจักรกับออสเตรเลีย ผมเกิดที่เมืองเซอร์เรย์แต่พออายุสามขวบครอบครัวก็ย้ายไปอยู่ที่เมลเบิร์น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พ่อกับแม่แยกทางกัน


ผมมีปัญหากับการปรับตัวเข้ากับโรงเรียน ซึ่งคิดว่าเหตุผลหลักน่าจะเป็นเพราะเราย้ายบ้านบ่อย และนั่นไม่ดีต่อเด็กที่กำ�ลังโตเพราะทำ�ให้การเข้าสังคมเป็นเรื่องยากเย็นสำ�หรับผม


เรื่องยิ่งแย่หนัก เมื่อผมเข้ากับผู้ชายชื่อนิก ซึ่งเป็นผู้ชายชื่อนิคซึ่งเป็นพ่อเลี้ยงในตอนนั้นไม่ได้เลย เรายังคงใช้ชีวิตแบบเร่ร่อนเหมือนเดิมตลอดช่วงวัยรุ่นตอนต้นของผม


สมัยวัยรุ่นตอนกลาง ผมกลายเป็นคนบ้าบิ่นใจร้อน เป็นเด็กห่ามที่มักจะกลับบ้านดึกๆดื่นๆไม่เชื่อฟังแม่ และฝ่าฝืนคำ�สั่งทุกรูปแบบ ผมเข้าไปข้องเกี่ยวกับยาเสพติด โดยเริ่มจากดมกาว หลังจากนั้นก็เริ่มสูบกัญชาและดมโทลูอีน


แม่พยายามอย่างหนักที่จะดึงผมให้ห่างไกลจากยาเสพติด สถานการณ์ระหว่างเราเลวร้ายลง กระทั่งผมต้องมาอยู่สถานสงเคราะห์สำ�หรับชาวคริสต์ระยะหนึ่ง


การนอนข้างถนนในกรุงลอนดอนทำ�ลายศักดิ์ศรีและความมีตัวตนของเราจริงๆ . . .ที่เลวร้ายที่สุดคือ มันจะเปลี่ยนความคิดของผู้คนเกี่ยวกับตัวเรา. . . อาการติดยาของผมเลวร้ายลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตอนช่วงอายุปลายยี่สิบอาการของผมแย่จนต้องเข้ารับการบำ�บัด . . .ผมรับการรักษาอยู่สองสามเดือน. . .


เพื่อเป็นการช่วยหาเงินมาจ่ายค่าเช่าแฟลต ผมจึงเริ่มออกไปเล่นดนตรีเปิดหมวกในโคเวนท์การ์เด้น ผมรู้ว่านั้นเป็นโอกาสที่จะก้าวข้ามช่วงคับขันไปได้ และรู้ว่าจะต้องคว้าโอกาสนี้เอาไว้


3 ผ่าตัดเล็ก


เมื่อใกล้สิ้นสุดสัปดาห์ที่สองของการกินยา ท่าทางของบ๊อบก็ดูสดใสขึ้นเยอะ บ๊อบจะกลายเป็นแมวคลั่งเวลาอยู่ในครัว

ผมยังต้องคอยระวังไม่วางอะไรที่อาจเป็นของเล่นมันทิ้งไว้ รองเท้าหรือเสื้อผ้าอาจถูกตะกุยจนกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยได้ภายในไม่กี่นาที ผมไม่ข้องใจแม้แต่น้อยว่ามันต้องไปทำ�หมัน


ผมตื่นนอนตั้งแต่เช้าตรู่ในวันนัดผ่าตัด เพราะรู้ว่าจะต้องพาบ๊อบไปผ่าตัดตอนสิบโมง คลินิกแอ๊บบี้เป็นคลินิกเล็ก ๆ เราไปถึงก่อนเวลานัดนานพอสมควรและพบว่าที่คลินิกมีคนอยู่แออัด


“พอผ่าตัดแล้วจะแก้กลับมาเป็นอย่างเดิมไม่ได้นะคะ เพราะฉะนั้นคุณแน่ใจรึป่าว ที่ไม่อยากให้บ๊อบ มีลูกในอนาคต” เธอถาม ผมเพียงแต่ยิ้มและพยักหน้า “ครับ ผมมั่นใจ”ผมตอบพลางลูบหัวบ๊อบ ทว่าคำ�ถามต่อไปถึงกับทำ�ให้ผมใบ้รับประทาน “บ๊อบอายุเท่าไหร่แล้วคะ” เธอยิ้ม “เอ่อ ผมไม่รู้จริงๆครับ” ผมตอบก่อนที่จะเล่าเรื่องราวให้เธอฟังสั้นๆ “อืม งั้นมาดูกัน”


“ถ้าทุกอย่างโอเค คุณก็มารับบ๊อบกลับไปได้ายในหกชั่วโมงค่ะ” เธอก้มมองนาฬิกาข้อมือ “งั้นก็ประมาณสี่โมงครึ่ง โอเคมั้ยคะ” “เยี่ยมเลยครับ”ผมพยักหน้า”แล้วเจอกัน”


ผมจึงตัดสินใจเสี่ยงโชคแถวๆสถานีรถไฟดาลส์ตันคิงแลนด์ที่อยู่ใกล้ที่สุด แม้จะไม่ใช่ตำ�แหน่งที่ดีที่สุดในโลก แต่ผมก็ยังหาเงินได้สองสามปอนด์ และมีที่ให้ฆ่าเวลาระหว่างรอบ๊อบยาวนานหลายชั่วโมง เวลาผ่านไปช้ามากๆ แต่ในที่สุดนาฬิกาก็บอกเวลาสี่โมงสิบห้านาที


แปลกชะมัด ผมไม่เคยรู้สึกเป็นห่วงใครอย่างนี้ หรืออะไรแบบนี้มาหลายปีแล้ว “หวัดดีบ๊อบเพื่อนยาก เป็นไงบ้าง” ผมถาม มันยังมึนยาและเซื่องซึมจึงจำ�ไม่ได้อยู่ชั่วครู่ แต่พอจำ�ได้มันก็ลุกขึ้นนั่งและเริ่มตะปบประตูกรง


นางพยาบาลให้ผมเซ็นชื่อในเอกสารรับตัวแล้วตรวจบ๊อบอย่างดีอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่ามันพร้อมกลับบ้านแล้ว เธอชั่งน่ารักและมีนำ�้ใจมาก


เห็นได้ชัดว่าการผ่าตัดทำ�เอาบ๊อบเดี้ยงไปเลย ในกระเป๋าระหว่างทางกลับบ้าน มันได้แต่นอนนิ่งตาปรือ

โชคดีที่มันสบายดีขึ้นมาก เช้าวันต่อมามันมีชีวิตชีวาขึ้นเล็กน้อย และกินอาหารเช้าได้นิดหน่อย


4 ตั๋วรถ


“ไปสิ ไป” นายอยากให้ ฉันทำ�อะไร

หลังจากให้มันกินยาชุดสุดท้าย และฟื้นจากการผ่าตัดเต็มร้อยแล้ว ผมพาบ๊อบลงมาข้างล่าง แล้วชี้ทางไปถนนให้ดู ทว่ามันเพียงแต่หันหลังจากไปช้าๆซึ่งไม่ได้ไปทางถนน แต่ตรงไปยังบริเวณที่มันชอบทำ�ธุระส่วนตัว แล้วเดินทอดน่องกลับมาหาผม ตอนนั้นเองที่ความคิดของผมเริ่มตกลึกเป็นครั้งแรก


. . . . “ ฉันคิดว่านายคงอยากจะอยู่ต่ออีกซักพัก ” . . . . ใจนึงผมรู้สึกดีใจผมชอบอยู่กับบ๊อบและมันไม่เหมือนใครจริงๆ แต่ลำ�พังดูแลตัวเองยังแทบไม่รอด ผมยังอยู่ในโปรแกรมเลิกยา แล้วนึกยังไงจะมาเลี้ยงแมว . . นั่นไม่ยุติธรรมกับเราทั้งสองคน . .


ผมจึงตัดสินใจด้วยความหนักอกว่า จะค่อยๆปล่อยให้มันอยู่นอกแฟลตระหว่างช่วงกลางวันตอนออกไปทำ�งาน “ทำ�เพราะรักนะ” ผมบอกตัวเอง แต่บ๊อบไม่ปลื้มเอาซะเลย


ผมตัดสินใจว่าต้องดำ�เนินการขั้นเด็ดขาดโดยปล่อยให้มันออกไปข้างนอกทั้งคืน คืนแรกที่ทำ�เช่นนั้นผมเห็นมันเดินลับ ๆ ล่อ ๆ อยู่แถว ๆ ที่เก็บถังขยะ ผมพยายามจะย่องเข้ามาในอาคารโดยไม่ให้มันเห็น ซึ่งเป็นการกระทำ�ที่งี่เง่า เพราะพอผมเปิดประตูอาคารได้ไม่เท่าไหร่มันก็เบียดตัวเข้ามาได้


ขณะยืนอยู่บนทางเท้า ผมรู้สึกว่ามีใครหรืออะไรถูขาอยู่ จึงก้มมองดูตามสัญชาตญาณ ผมตกตะลึงเมื่อเห็นว่าบ๊อบกำ�ลังจะทำ�อย่างเดียวกันกับผม นั่นคือมองหาจังหวะข้ามถนน ผมไม่อาจปล่อยให้มันเสี่ยงได้ จึงอุ้มมันขึ้นมาวางบนบ่าตรงที่รู้ว่ามันชอบ


“เอาละ บ๊อบ ถือว่ามาไกลพอแล้ว” ผมบอกขณะวางมันลงบนทางเท้าและไล่มันไปอีก มันเดินหลบหลีกซ้ายขวาไปตามถนนหายเข้าไปในฝูงชน นี่อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้เห็นมัน ผมคิดในใจ ตอนนี้่มันอยู่ไกลจากบ้านมาก . . . สักครู่รถประจำ�ทางก็เลี้ยวเข้ามาจอด . . . ก่อนที่ผมจะรู้ตัวบ๊อบก็กระโดดพึ่บขึ้นมานั่งข้างๆแล้วผมประหลาดใจมาก รู้เลยว่าในที่สุดผมจะไม่มีวันสลัดเจ้าเหมียวนี่พ้นแต่ผมก็ยังได้รู้อย่างอื่นด้วย ผมชวนบ๊อบให้กระโดดขึ้นมาบนตักซึ่งมันก็ทำ�ตามภายในพริบตา


5 ศูนย์กลางความสนใจ


ที่นี่เป็นพื้นที่แปลกตาสำ�หรับมัน ระหว่างเดินไปด้วยกันผมรู้สึกได้จากภาษากายที่ตึงเครียดขึ้นเล็กน้อย


ผ่านไปได้เพียงสองสามหลา ผมก็รู้สึกได้ว่ามันอยากให้ผมอุ้ม “ก็ได้แต่อย่าติดนิสัยล่ะ”


ดูท่ามันสบายอกสบายใจซะจริงที่ได้อยู่ตรงนั้น แต่ขณะเดินไปตามถนนนีลในบ่ายวันนั้น เกือบจะทุกคนที่เราเดินผ่านจะมองผมหรือถ้าจะให้ถูกต้องบอกว่าพวกเขามองบ๊อบ คนส่วนใหญ่จะตอบสนองอย่างอบอุ่นทันทีที่เห็นบ๊อบ


เราเดินไปเรื่อยๆจนสุดถนนนีลในทิศทางที่จะมุ่งหน้าสู่ถนนลองเอเคอร์ ทว่าเป็นการเดินที่เชื่องช้า ผมแทบจะต้องหยุดเดินทุกๆสามฟุต เพื่อให้คนเข้ามาลูบตัวหรือคุยกับบ๊อบ


การเล่นดนตรีเปิดหมวกที่ถนนเจมส์ยังถือเป็นการเสี่ยงโชคด้วย พูดกันตามเทคนิคคือ ผมไม่่ควรไปอยู่ตรงนั้น ที่ของผมควรอยู่ทางฝั่งตะวันออกของโคเวนท์การ์เด้น


เมื่อมาถึงตำ�แหน่งที่จะเล่นดนตรี ผมตรวจดูก่อนเลยว่าทางสะดวกรึป่าว ไม่มีวี่แววของผู้พิทักษ์โคเวนท์การ์เด้นแต่อย่างใด


ตามปกติแล้วผมต้องใช้เวลาราวสิบนาทีในการตั้งเสียงกีต้าร์ เริ่มเล่น และเรียกร้องความสนใจจากผู้คน แต่วันนี้มีสองคนชะลอฝีเท้าตรงหน้าผมและโยนเศษเหรียญใส่กล่องกีต้าร์ ทั้งที่ผมยังไม่ทันเล่นโน๊ตตัวเเรกด้วยซำ�้


“ทำ�ได้ดีมากเพื่อน”


ด้วยเงินที่เราหามาได้ ผมซื้ออาหารแมวไฮโซถุงเล็ก ๆ ขนมกินเล่นรสโปรดสองห่อ และ “นมแมว” ให้บ๊อบ ทั้งปรนเปรอตัวเองด้วยเบียร์ยี่ห่อดี ๆ สองกระป๋อง “จัดเต็มไปเลยบ๊อบ”


จากนั้นเราก็มานอนคุดคู้อยู่ราวสองชั่วโมง โดยผมดูทีวี ส่วนบ๊อบนอนคดตัวอยู่ในตำ�แหน่งโปรด คืนนั้นเราทั้งสองนอนหลับเป็นตาย


6 ชายคนหนึ่งกับแมว ของเขา


หลังจากเจอเรื่องตื่นเต้นเมื่อคืนนี้ผมก็ยอมให้ตัวเองนอนตื่นสาย แต่ดูท่าบ๊อบจะไม่สามารถรอต่อไปได้อีก


โอเคเพื่อน รู้แล้วน่า

มันทำ�อย่างนี้เพื่อบอกว่า “ ตื่นเดี๋ยวนี้ ฉันอยากกินอาหารเช้าเเล้ว ”


ผมลากสังขารออกจากเตียงและเดินโซเซเข้าไปในครัว


เมื่อเรามาถึงชั้นล่างและออกมานอกอาคาร มันก็รีบปรี่เข้าไปทำ�ธุระส่วนตัวในพุ่มไม้ หลังจากนั้น แทนที่มันจะเดินนำ�หน้าผม มันกลับวิ่งเยาะ ๆ ไปยังบริเวณที่วางถังขยะ


เมื่อเราไปถึงจุดข้ามถนนตรงทอทแนมไฮ บ๊อบก็มองผมราวกับจะพูดว่า “ไม่เอาน่า นายรู้อยู่แล้วว่าต้องทำ�ยังไง”


ผมเรียนรู้อย่างรวดเร็วว่าเคล็ดลับคือต้องเดินต่อไปเรื่อยๆ ไม่อย่างนั้นจะโดนมุงโดยไม่ทันรู้ตัว


ผมมีช่วงเวลาแห่งความทรงจำ� และรู้สึกว่าตัวเองน่าจะไปถึงฝันนั้นได้จริงๆอยู่ชั่วระยะสั้น ๆ ผมตั้งวงกับเพื่อนที่ได้เจอกัน เราเป็นวงกีต้าร์ชื่อ “ ไฮเปอร์ฟิวรี ”


เราก็พอมีแฟนเพลงและมีงานแสดงอยู่บ้าง ซึ่งโดยมากจะอยู่ในแถบลอนดอนเหนือ


ทุกอย่างไปได้สวยจนผมตัดสินใจก่อตั้งทีมกับผู้ชายชื่อพีทจากวงคอร์ริชั่น และเริ่มทำ�ค่ายเพลงอินดี้ของตัวเองชื่อว่า คอร์รัปต์ไดร์ฟเรคคอร์ดส์ แต่บริษัทก็ไปได้ไม่ดี หรือพูดให้ถูกก็คือ ผมนี่แหละที่ไปได้ไม่ดีเอง


ผมยังคงทุ่มเทเวลาเล่นกีต้าร์และแต่งเพลง ถือเป็นการปลดปล่อยอารมณ์ที่ยอดเยี่ยมสำ�หรับผม


ก่อนมีบ๊อบ

ตอนมีบ๊อบ

“ ฉันมีความสุขจริง ๆ ” นานมาแล้วที่ผมไม่ได้พูดคำ�นั้น


ถ้าบ๊อบจะออกไปเตร็ดเตร่กับผมจริงๆ ผมก็ต้องมีอุปกรณ์ที่ดีกว่านี้ให้ จะเดินไปไหนมาไหนโดยลามมันด้วยเชือกผูกรองเท้าแบบนี้ไม่ได้ ที่สำ�คัญมันไม่สบายตัวแถมยังอันตรายอีกต่างหาก


ผมใช้เวลาเพียงสองวันทำ�ให้บ๊อบคุ้นเคยกับสายรัดอก โดยเริ่มจากปล่อยให้มันสวมเดินรอบบ้าน บางครั้งก็มีเชือกจูงติดอยู่ด้วย


บ๊อบยังคงไปทำ�งานกับผมทุกวัน


...... การมีบ๊อบอยู่ด้วยทำ�ให้ผมมีโอกาสได้ปฏิสัมพันธ์กับผู้คน ในแง่ของจิตใจ ผู้คนยังเริ่มมองผมด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปด้วย ผมกำ�ลังได้ตัวตนกลับคืนมา ตอนนี้ผมกำ�ลังจะกลับมาเป็นผู้เป็นคนอีกครั้ง .....


7 สองทหารเสือ


บ๊อบไม่เพียงเปลี่ยนทัศนคติของผู้คนที่มีต่อผม มันยังเปลี่ยนทัศนคติของผมที่มีต่อคนอื่นด้วย


ตั้งแต่มีบ๊อบผมเจอพวกแย่ๆน้อยลง แต่ก็ยังคงโดนพูดจาสบประมาทเป็นครั้งคราว เย็นวันศุกร์วันหนึ่ง เมื่อกลุ่มเด็กหนุ่มเสียงดังโหวกเหวกเดินผ่านมา


ถือเป็นสัญญาณเปิดเกม เราผลักกันไปมาอยู่ชั่วครู่ แล้วผมก็ชี้ไปที่กล้องวงจรปิดที่รู้ว่าติดอยู่ตรงหัวมุมถนนใกล้ๆกับเรา


แน่นอนพวกเขาไม่อาจถอยโดยไม่กระหนำ�่คำ�ดูถูกใส่อีกเป็นชุด แต่ในไม่ช้าก็พากันแยกย้ายไปพร้อมกับโบกไม้โบกมือ


ตั้งแต่ผมเริ่มพาบ๊อบไปด้วย ก็ต้องคอยระมัดระวังสุนัข ในลอนดอนมีสุนัขอยู่เพียบ


การอยู่กับบ๊อบเป็นเรื่องสนุกสนาน ไม่มีช่วงเวลาหม่นเศร้า


หลังจากอยู่กับผมมาเกือบเดือนแล้ว บ๊อบยังไม่ชอบใช้กระบะทรายที่ผมซื้อมาให้เลย มันเกลียดของพวกนั้นมากและจะรีบแจ้นหนีไปเวลาผมวางไว้ใกล้ ๆ


แน่นอนว่าเป็นเรื่องธรรมชาติ ที่พอเข้าฤดูใบไม้ผลิมันจะเริ่มผลัดขนฤดูหนาวออกจากตัว แต่นี่มันสลัดขนอย่างมโหฬาร ถือเป็นสัญญาณดี ที่ขนของมันและอวัยวะส่วนอื่นของร่างกายเริ่มกลับมามีสุขภาพดีดังเดิม


นิสัยตลกๆของบ๊อบที่เพิ่งมีคือการดูทีวี ในไม่ช้าบ๊อบก็กลายเป็นแมวติดทีวี หากมันเหลือบไปเห็นอะไรเข้า มันจะติดแหง็กอยู่หน้าจอทีวี


8 จดทะเบียน อย่างเป็นทางการ


ผมตัดสินใจแล้ว ถ้าจะให้บ๊อบออกมาอยู่ตามท้องถนนเป็นเพื่อนเกือบทุกวันอย่างนี้ ผมก็จะต้องแสดงความรับผิดชอบ จึงพาบ๊อบไปฝังไมโครชิพ


เมื่อเริ่มหาข้อมูลในห้องสมุดเกี่ยวกับขั้นตอนการฝังไมโครชิพ ผมก็สรุปได้อย่างรวดเร็วว่า ผมไม่มีเงินจ่ายค่าทำ� แต่แล้ววันหนึ่งผมก็มีโอกาสได้คุยกับผู้หญิงรักแมวคนที่บ้านอยู่ฝังตรงข้าม


“ คุณควรไปที่รถบริการบลูครอส ตรงอิสลังตันกรีนในวันพฤหัสฯ พวกเขาคิดแค่ค่าไมโครชิพ” มีกลุ่มคนหน้าเดิม ๆ ที่เราจะพบเจอได้ในสถานะการณ์แบบนั้น . . . หลังจากต่อแถวได้ชั่วโมงครึ่ง ก็ถึงคิวของบ๊อบ . . .


บ๊อบไม่ใช่แมวโง่และรู้ว่าอะไรเป็นอะไร มันตื่นเต้นและพยายามจะดิ้นให้หลุดจากมือผม


ผมมั่นใจว่าผมดึงดูดสายตาคนได้มากกว่าปกติ ระหว่างที่เราเดินผ่านย่านอิสลิงตันหลังจากนั้น ยิ้มของผมคงจะกว้างเท่ากับแม่นำ�้เทมส์เลยทีเดียว


การมีบ๊อบมาอยู่ด้วยทำ�ให้การใช้ชีวิตของผมต่างไปจากเดิม มันทำ�ให้ผมทำ�ตัวดีขึ้นในหลายๆทาง


...... ผมไม่อยากให้บ๊อบเห็นด้านที่เป็นอดีตของผม ผมเห็นว่าการติดยาเป็นอดีตจริงๆ ส่วนอนาคตนั้นผมเห็นตัวเองมีชีวิตปกติธรรมดาที่สะอาดสดใส ผมเพียงแต่ต้องจบการเดินทางอันยากลำ�บากที่นำ�ไปสู่จุดนั้นให้ได้เท่านั้นเอง .....


9 ศิลปินผู้หลบหนี


บ๊อบยังคงเป็นขวัญใจประชาชนโดยเฉพาะกับนักท่องเที่ยว


แต่กลับกลายเป็น “ คนท้องที่ ” ที่เริ่มสร้างปัญหาให้เรา


ตอนแรกผมจึงย้ายไปที่หัวถนนนีลใกล้กับสี่แยกตัดกับถนนลองเอเคอร์ เกือบทุกครั้งที่มาทำ�งานตรงนั้น ผมจะถูกไอ้พวกงี่เง่าบางคนเตะกระเป๋า ไม่ก็พยายามจะแกล้งบ๊อบให้กลัว ผมดูออกว่ามันรู้สึกอึดอัด


หลังจากนั้นสองสามวัน แทนที่จะมุ่งหน้าไปที่โครเวนท์การ์เด้นเหมือนเคย บ๊อบกับผมเดินผ่านย่านโซโฮมาทางย่านพิคคาดิลลี่เซอร์คัสแทน


บ่ายแก่ ๆ วันนั้น มีผู้คนคลาคลำ�่ และพอถึงเย็นก็มีนักท่องเที่ยวหลายร้อยคนตามท้องถนน


แต่เมื่อผมกำ�ลังร้องเพลง ริงออฟไฟร์ ของจอนห์นนี่ แคช อยู่ดี ๆเจ้าหน้าที่เรียกแขกก็มา ปรากฏตัวอยู่ตรงหน้า พร้อมชี้มาที่บ๊อบราวกับว่าอยากจะเข้ามาลูบตัวมัน


ปฏิกิริยาของบ๊อบเป็นไปอย่างฉับพลัน ก่อนที่ผมจะทันได้ทำ�อะไรมันก็หายไปซะแล้ว


บ๊อบ บ๊อบ !! อยู่ไหนน่ะเพื่อน

เป็นไปไม่ได้เลยที่จะมองฝ่ากำ�แพงมนุษย์ซึ่งกำ�ลังมุ่งหน้ามาทางผมอย่างต่อเนื่อง


ผมรู้ว่าไม่ใช่ความผิดของตัวเอง แต่ก็รู้สึกแย่มาก


ผู้ชายคนหนึ่งพยายาม จะเหยียบสายจูงแล้วจับ มันไว้ แต่เจ้าเหมียว เร็วปรื๋อเลย

หลังจากผ่านมาประมาณสามสิบหลา ผมลองถามเด็กสาวที่เดินสวนมาบนถนน


แมว

ผมเกือบจะยอมแพ้และเลี้ยวเข้าถนนที่แยกออกไปอยู่แล้วเชียว ตอนชะโงกหน้าเข้าไปในร้านขายเสื้อผ้าสตรี

แมวตัวผู้สีส้ม ใช่ไหมค่ะ


ทั้งสองพาผมไปที่แถวตู้เสื้อผ้า แล้วตรงมุมตู้เสื้อผ้าใบหนึ่ง ผมเห็นบ๊อบนอนคดตัวเป็นลูกบอลอยู่


ผมใช้เวลาไม่นานกับการเก็บข้าวของและกลับบ้าน เมื่อมาอยู่บนรถประจำ�ทางแล้ว แทนที่มันจะนั่งบนเก้าอี้ติดกับผมเหมือนทุกครั้ง บ๊อบกลับขึ้นมานั่งบนตักผมแทน


10 ซานต้าเหมียว


หลังจากเกิดเหตุการณ์ขึ้น มันเลือกที่จะไม่ออกไปกับผมอยู่ครั้ง หรือ สองครั้ง


. . .

แน่นอนทุกอย่างไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ การทำ�งานข้างถนนในลอนดอน จะต้องมีบางช่วงที่เรารู้สึกว่าโดนคุกคาม


ทันทีที่ร่างบนไม่ต่อขาหายไปทุกอย่างก็กลายเป็นหนังคนละม้วนเลยทีเดียว เมื่อพวกเขาจากไปแล้ว บ๊อบก็กลับมาผ่อนคลายเหมือนเดิม


เมื่อวันคริสต์มาสปี ค.ศ.2007 กำ�ลังจะเดินทางมาถึง ฝูงชนในโครเว้นท์การ์เด้นจึงหนาขึ้นเรื่อย ๆ ผู้คนติดนิสัยเอาของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ มาให้บ๊อบตั้งแต่ช่วงแรก ๆ แล้ว


เมื่ออากาศเลวร้ายลง ผู้คนก็เริ่มให้ของขวัญที่มีประโยชน์กับบ๊อบ ผมพันผ้าพันคอให้บ๊อบทันที ขนาดพอดีเป๊ะและดูยอดเยี่ยมไปเลย ผู้หญิงคนนั้นดีใจจนตัวแทบลอย


ไม่มีใครรักบ๊อบได้ลึกซึ้งมากไปกว่าเบลล์แฟนเก่าของผมอีกแล้ว เรายังคงเป็นเพื่อนรักกัน เธอมักแวะมาที่แฟลตเป็นประจำ� ส่วนหนึ่งเพื่อมาเยี่ยมและมานั่งเล่นกับผม แต่ผมมั่นใจว่าเธอยังอยากจะมาหาบ๊อบด้วย


ราวสามสัปดาห์ก่อนถึงวันคริสต์มาส เธอมาหาพร้อมกับถุงช๊อบปิ้งในมือ และมีรอยยิ้มแป้นบนใบหน้า


เบลล์หยิบเสื้อยืดสัตว์เลี้ยงตัวเล็ก ๆ ออกมาสองตัว “ ว้าว เจ๋งไปเลยใช่ไหมบ๊อบ เหมาะมากสำ�หรับเอาไว้ใส่ที่โคเวนท์การ์เด้นในช่วงใกล้ถึงวัน คริสต์มาสอย่างนี้ ผู้คนจะต้องพากันยิ้มแก้มปริแน่นอน ”


ผมไม่รู้ว่าเป็นเพราะบรรยากาศของวันคริสต์มาส หรือแค่การได้เห็นบ๊อบในชุดนั้นกันแน่ แต่ผลที่ได้น่าเหลือเชื่อมาก “อุ้ย ดูซานต้าเหมียวสิ ” ผมได้ยินผู้คนพูดอย่างนั้นเกือบทุกๆสองสามนาที . . .นับเป็นวันคริสต์มาสที่ดีที่สุดของผมในช่วงหลายปีนี้เลย. . .


11 จับผิดคน


เดี๋ยวนี้ผมต้องย้ายที่เล่นไปเรื่อย ๆ หรือถูกตักเตือนเกือบทุกวันจนรู้สึกเหนื่อย ลึก ๆ แล้วผมรู้ว่าเวลาของการเป็นนักดนตรีเปิดหมวกของตัวเองใกล้สิ้นสุดลงเต็มที แล้วฟางเส้นสุดท้ายก็ขาดผึง . . . ลงในบ่ายวันหนึ่ง


ตอนนั้นผมมีเพื่อนมาขออาศัยอยู่ด้วย เขาชื่อดีแลน ผู้ชายที่ผมรู้จักสมัยตั้งวงดนตรี


บ่ายวันนั้นดีแลนตัดสินใจจะเข้าไปในลอนดอนกับพวกเรา และเดินเล่นแถว ๆ โคเวนท์การ์เด้น


ผมยังไม่ทันเอาสายกีต้าร์ขึ้นคล้องไหล่ด้วยซำ�้ เมื่อรถแวนของตำ�รวจขนส่งพุ่งมาจอดตรงทางเท้า เจ้าหน้าที่กระโดดลงจากรถและเดินเข้ามาหาผมทันที


“ ดีแลนช่วยดูแลบ๊อบให้ทีได้ไหม พามันกลับไปที่แฟลต กุญแจอยู่ในเป้ของฉัน ” เขาพยักหน้าและเดินเข้าไปหาบ๊อบ ผมมองเขาอุ้มบ๊อบขึ้นมาปลอบขวัญ


ผมถูกพาเข้าห้องขังและบอกให้รอจนกว่าจะมีเจ้าหน้าที่ตำ�รวจมาพบ ขณะนั่งอยู่ในห้องขังความทรงจำ�เลวร้ายทั้งหลายเเหล่ก็ได้โถมทับผมอีกครั้ง


ตำ�รวจกักตัวผมไว้อีกราวสองสามชั่วโมง ไม่นานผมก็เริ่มไม่รู้วันเวลาอีกต่อไป “ ฉันต้องตรวจสอบดีเอ็นเอ ฉันจะกวาดนำ�้ลายจากปากของคุณ ”


ในที่สุดผมก็ถูกปล่อยตัวออกจากคุก


คืนนั้นผมนอนไม่ค่อยหลับรู้สึกสะเทือนใจ ต่อสิ่งที่ได้ประสบมาอย่างยิ่ง . . . .


ผมต้องไปรายงานตัวที่สถานีตำ�รวจขนส่งตอนเที่ยงวัน แต่ผมออกจากบ้านแต่เช้าเพื่อให้เเน่ใจว่าจะไปถึงตรงเวลา ไม่อยากให้พวกเขามีข้ออ้าง ผมใช้เวลาสักพักกว่าจะหาสถานีตำ�รวจเจอ


ตำ�รวจบอกว่าผมจะไม่ถูกตั้งข้อหา กระทำ�รุนแรงด้วยคำ�พูด ผมเดาออกเลยว่าเพราะอะไรถึง เป็นอย่างนั้น แต่ถูกตั้งข้อหาเล่นดนตรีเปิดหมวกอย่างผิดกฎหมาย และบอกให้ไปรายงานตัวกับศาลภายในเจ็ดวัน


เมื่อถึงวันขึ้นศาล ผลคือผมถูกความคุมความประพฤติสามเดือน แต่ไม่ถูกปรับ เบลล์กับบ๊อบคอยผมอยู่หน้าศาลหลังการพิจารณาคดีเสร็จสิ้นแล้ว


ผมเริ่มกระจ่างแจ้งขึ้นว่า ผมไม่อาจเล่นดนตรีเปิดหมวกอย่างนี้ต่อไปได้เรื่อยๆ . . .มันไม่เข้าท่าเอาซะเลย. . .


12 หมายเลข 689


สองวันหลังจากผมไปฟังคำ�พิจารณาคดีของศาลผมจึงไปที่โคเวนท์การ์เด้นกับบ๊อบ เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ไม่มีกีตาร์สะพายอยู่บนหลัง ผมตรงไปยังตำ�แหน่งที่รู้ว่าจะได้เจอกับหญิงสาวชื่อแซม ซึ่งเป็นผู้ประสานงานของ Big Issue ประจำ�พื้นที่นั้น


ถ้าสามาถขาย Big Issue ได้เหมือนตอนเล่นดนตรีกับบ๊อบ บางทีผมอาจจะมีก้าวที่สำ�คัญก็ได้


ถัดจากวันนั้น ผมจัดการให้ตัวเองดูหน้านับถือ และออกเดินทางไปที่เขตว็อกซ์ฮอลล์พร้อมด้วยสิ่งของที่จำ�เป็นต้องใช้


หลังจากกรอกเอกสารสองสามฉบับผมก็ต้องมานั่งคอย ครู่หนึ่งก็ถูกเรียกตัวเข้าไปสัมภาษณ์กับผู้ชายในห้องทำ�งาน


ผมต้องถ่ายรูป จากนั้นรอรับป้ายชื่อเคลือบพลาสติกที่มีหมายเลขผู้ขายอยู่บนนั้น


เช้าวันต่อมา ผมกลับไปที่โคเวนท์การ์เด้นเพื่อพบแซมผู้ประสานงาน ผมกระตือรือร้นที่จะดำ�เนินการในเรื่อง “ การเข้ารับตำ�แหน่ง ” ของตน ผมไม่เสียเวลาและเริ่มงานทันที


ผมขายนิตยสารได้หกฉบับตั้งแต่ชั่งโมงแรก ผมรู้ว่าจะทำ�เงินไม่ได้ดีอย่างนี้ทุกวัน จะต้องมีวันดวงขึ้นดวงตก แต่ก็รู้สึกเหมือนตัวเองก้าวมาในทิศทางใหม่ของชีวิตได้ไกลแล้ว


13 สุดยอดการเล่ขาย


งานนี้มีผลกระทบกับชีวิตของผมกับบ๊อบทันใด อย่างแรกคือทำ�ให้ชีวิตเรามีแบบแผนขึ้น ผมมีงานที่แน่นอน


การได้อยู่กับบ๊อบช่วยสอนผมเกี่ยวกับความรับผิดชอบได้มากแล้ว ทว่านิตยสาร Big Issue สอนให้ผมมีความรับผิดชอบมากขึ้นไปอีก


ชีวิตข้างถนนไม่ใช่สังคมที่สร้างขึ้นจากความเป็นห่วงเป็นใย ทว่าเป็นโลกที่ทุกคนต้องแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น


เมื่อมีบ๊อบมาอยู่ข้างๆ ผมค้นพบว่า ผมสามารถขายนิตยสารได้มากถึงสามสิบหรือกระทั่งห้าสิบฉบับในวันที่ดวงขึ้น


หลังจากทดลองงานตรงตำ�แหน่งหน้าสถานีรถไฟต่อไปอีกสองสัปดาห์ ผมก็สิ้นสุดการทดลองงานแล้ว และจะต้องย้ายไปตำ�แหน่งอื่น


14 ป่วย


“ นายสบายดีรึป่าวเพื่อน ”


เอาน่าเจมส์ รับมือกับเรื่องนี้อย่างมีเหตุผลหน่อย ผมบอกตัวเอง ผมรู้ว่าการอาเจียนแบบนี้และความจริงที่ว่า บ๊อบไม่มีของเหลวให้แหวะออกมาอีกแล้ว หมายความว่ามันเริ่มมีอาการขาดนำ�้ ถ้าผมไม่ทำ�อะไรอวัยวะบางอย่างของมันอาจเสียหายได้


ผมขายนิตยสารอย่างไม่สู้เต็มใจนัก เราจำ�เป็นต้องใช้เงินเพื่อให้มีชีวิตอยู่รอดในอีกสองสามวันข้างหน้า ทว่าผมไม่มีแก่ใจเลยจริง ๆ รู้สึกเป็นห่วงอยากจะดูแลบ๊อบมากกว่า


บ๊อบเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตของผม ความคิดว่าผมจะต้องสูญเสียมันไปทำ�ให้ผมหวาดกลัว


คืนนั้นผมนอนไม่ค่อยหลับเพราะมัวแต่เป็นห่วงบ๊อบ ผมจะคอยลุกจากเตียงมาดูมัน


ผมเกิดนึกขึ้นมาได้ ผมเคยเจอพยาบาลสัตว์ชื่อโรสแมรี่ พอผมได้คุยกับโรสแมรี่ ก็ราวกับว่าหลอดไฟถูกกดสวิตช์เปิดปิ้งขึ้นมา เธอสั่งยาโพรไบโอติก ยาปฏิชีวนะ และของเหลวชนิดพิเศษ ที่จะช่วยให้ท้องกลับมาสู่ภาวะปกติ


ยาออกฤทธิ์แทบจะทันใด คืนนั้นมันหลับปุ๋ยและมีชีวิตชีวาขึ้นมาก ในเช้าวันถัดมา


การเห็นบ๊อบป่วยส่งผลกระทบกับผมอย่างจัง ถึงเวลาที่ผมจะต้องทำ�ตัวเองให้สะอาดหมดจดซะที


. . . ดังนั้น ครั้งต่อมาที่ไปพบที่ปรึกษา ผมจึงถามเขาเรื่องเลิกกินยาเมทาโดน และเข้ารับการรักษาขั้นสุดท้าย เพื่อจะได้สะอาดหมดจดโดยสิ้นเชิง . . .


15 รายชื่อคนนิสัยไม่ดี


. . . ผมรู้สึกว่ามีสิ่งผิดปกติ . . . ตั้งแต่วินาทีแรกที่ไปถึงแผงขายนิตยสารของผู้ประสานงานที่โคเวนท์การ์เด้น มีผู้ขายสองสามคนนั่งอยู่แถวนั้น เมื่อพวกเขาเห็นผมกับบ๊อบ สองคนในนั้นก็กระซิบกระซาบกัน และทำ�หน้าบึ้งตึงใส่ผมราวกับเป็นแขกไม่ได้รับเชิญ


หนึ่งในกฎหลายข้อที่เราต้องทำ�ตามในฐานะคนขาย Big Issue คือเราต้องขายนิตยสารตรงจุดที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น เราไม่ควรไปขายที่ตำ�แหน่งของคนอื่น


ในช่วงเดือนหรือสองเดือนที่ผ่านมามีผู้ขายมาบ่นกับผม ว่าผมกำ�ลัง “ไม่อยู่กับที่” ผมพยายามจะอธิบายสถานการณ์ให้ฟัง แต่ก็อาจจะต้องพูดกับกำ�แพงเหมือนเดิม


ผมไม่รู้จริง ๆ ว่าจะทำ�ยังไงดีในเมื่อตอนนี้ ติดอยู่ในโผ “รายชื่อคนนิสัยไม่ดีเข้าแล้ว”


ผมพยายามคิดหาทางว่าจะทำ�ยังไงต่อไป ผมไม่รู้ว่าการถูกพักงานหมายความว่ายังไง หมายความว่าถูกห้ามขายตลอดไป หรือเป็นเพียงการลงโทษสถานเบา . . . ผมไม่รู้เลยจริง ๆ . . .


เช้าวันต่อมาผมตัดสินใจ ลองไปหาผู้ประสานงานที่อยู่ส่วนอื่นของลอนดอนดู


วันนั้นผมขายนิตยสารได้มากพอสมควร และทำ�ได้ดีพอกันในวันต่อมา


ผมติดต่อขอซื้อนิตยสารจากผู้ขายหลาย ๆ เจ้ารอบลอนดอนมาเป็นเวลาเกือยเดือนแล้ว โดยผมจะให้ผู้ขายอื่นไปซื้อนิตยสารให้


เมื่อแสงสว่างค่อยสลัวลง ผมบอกกับตัวเองว่าอยากจะลองดูอีกสักสองสามตำ�แหน่ง ด้วยความหวังว่าจะขายนิตสารได้บ้าง แต่ผมไม่ได้คิดถึงใจบ๊อบเลย


$#@$%@#@ #$@#% ............

ผมตัดสินใจต้องพาเราทั้งคู่กลับไปบนเส้นทางของนิตยสาร Big Issue เหมือนเดิม ผมต้องไปสะสางสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับพวกเรา


ผมพยายามอธิบายให้พวกเขาเข้าใจว่า มันยากแค่ไหนที่จะเดินอยู่แถว ๆ โคเวท์การ์เด้น กับบ๊อบโดยไม่มีใครมายื่นเงินขอซื้อนิตยสาร เขาอธิบายว่าผมจะยังไปขายนิตยสารต่อได้ แต่สถานการณ์จะต้องเปลี่ยนไป


ที่สถานีรถไฟแองเจิลในย่านอิสลิงตัน ผมตัดสินใจแวะไปหาผู้ประสานงานที่นั่น


........... สถานีรถไฟใต้ดินถือเป็นฝันร้ายชัด ๆ เป็นตำ�แหน่งเลวร้ายที่สุด สำ�หรับการพยายามขายนิตยสาร แต่บ๊อบสามารถใช้เวทมนตร์ทำ�ให้พวกเขาสามารถช้าลงได้ ...........


16 หัวใจนางฟ้า


บ๊อบรู้สึกดีอย่างยิ่งกับการย้ายมาที่เขตแองเจิล บ๊อบจะไม่ขอขึ้นมานั่งบนไหล่ผม เหมือนที่มักจะทำ�เวลาอยู่ในลอนดอนกลาง


หลังจากต้องเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ ที่โคเวท์การ์เด้นมานานหลายปี ย่านอิลลิงตันดูเหมือนเป็นการเริ่มต้นครั้งใหม่ สำ�หรับเราสองคนอีกครั้ง


เกือบจะทันทีที่เราเริ่มไปขายนิตยสาร Big Issue ผู้คนที่นั่นก็เริ่มเอาอาหารเล็ก ๆ น้อย ๆ มาให้บ๊อบแล้ว


เพียงสองหรือสามสัปดาห์หลังจากเราเริ่มทำ�งานที่ย่านแองเจิล มีคนไม่ซำ�้หน้าเอากระป๋องนมแมว ถุงอาหาร และทูน่า รวมทั้งปลาอื่นๆที่ทยอยมาวางกองกัน ตลอดทั้งวัน ทำ�ให้เรามีอาหารแมวพอสำ�หรับหนึ่งสัปดาห์เลยทีเดียว


บ๊อบมีความสามารถในการทำ�ให้ผู้คนรักใคร่อย่างนี้เสมอ


17 สี่สิบแปดชั่วโมง


หมอหนุ่มที่ดีดียูหรือศูนย์บำ�บัดรักษาผู้ติดยาเสพติด เซ็นลายเซ็นยุกยิกที่ด้านล่างของใบสั่งยา และยื่นให้ผม


ถึงเวลาแล้ว ผมจะดำ�เนินการขั้นสุดท้ายสู่การเป็นคนสะอาดหมดจดแล้ว ผมจะต้องก้าวผ่านอุปสรรคครั้งสุดท้ายนี้ไปให้ได้


เมื่อกลับมาถึงบ้านบ๊อบดีใจที่เห็นผม การพยายามเลิกบุหรี่หรือเหล้า สี่สิบแปดชั่วโมงแรกคือช่วงเวลาที่ยากที่สุด มื้อกลางวันนี้เรานั่งอยู่หน้าทีวี กินขนมขบเคี้ยวด้วยกันและรอคอย


อาการถอนยาเริ่มจู่โจมผมหลังจากกินเมทาโดนเข้าไปได้ยี่สิบชั่วโมง ภายในแปดชั่วโมงของวันนั้น


ทว่าเช้าวันต่อมาผมก็เริ่มมีอาการปวดหัวอย่างหนัก จนเกือบจะถึงขั้นปวดไมเกรนเลยทีเดียว บ๊อบรู้ว่าผมต้องการมันจึงมาคอยวนเวียนอยู่และไม่ไปไหน


พอถึงช่วงบ่ายและเย็นของวันที่สอง อาการถอนยาก็กลับมาอย่างรุนแรง . . . คืนนั้นถืว่าเลวร้ายที่สุด ! ! . . .


ในที่สุดแสงสว่างสีเทาซีดจางขมุกขมัวก็เริ่มลอดผ่านหน้าต่างเข้ามา ผมหันไปสวมเสื้อผ้าและตรงไปยังป้ายรถประจำ�ทาง


ผมไปถึงที่นั่นหลังเก้าโมงเล็กน้อย และพบว่าในห้องรอมีคนอยู่เกือบเต็มแล้ว เขาตรวจร่างกายและให้ผมไปตรวจปัสสาวะ จากนั้นให้ยาซูบูเท็กซ์มาเม็ดหนึ่งและสั่งยาใหม่ ให้ผม ยาทำ�ให้ผมรู้สึกดีขึ้นเป็นพันเท่าเลยทีเดียว


เมื่อกลับมาที่แฟลตผมก็รีบปรี่ไปหาบ๊อบทันที “ เราทำ�สำ�เร็จแล้วเพื่อน เราทำ�ได้แล้ว ”


18 มุ่งหน้ากลับบ้าน


จดหมายจากแม่ของผม


ผมติดต่อกลับไปหาแม่และยืนยันกับท่านว่าปลอดภัยดี หลังจากอยู่กับความปล่อยปละละเลยและการหลอกตัวเองมานานหลายปี นี่อาจเป็นโอกาสชดเชยให้ท่านและบอกความจริง ผมรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ต้องทำ�


การได้เปลี่ยนบรรยากาศและแสงแดด คงจะช่วยให้ผมรู้สึกดีขึ้น


ผมมุ่งหน้าไปสนามบินฮีทโธรว์พร้อมกับความหนักใจ ผมบอกลาบ๊อบที่แฟลตของเบลล์ ผมรู้ว่ามันจะปลอดภัยเมื่ออยู่กับเบลล์


การเดินทางเริ่มต้นอย่างสงบราบเรียบทีเดียว


การได้พบหน้าแม่เป็นสิ่งวิเศษ ท่านรอผมอยู่ที่สนามบินแทสเมเนียและกอดผมนานมาก ๆ อยู่สองที ผมคิดว่าท่านดีใจที่ได้เจอผม ผมเองก็มีความสุขมาก ๆ ที่ได้พบท่าน . . .


ผมดื่มไปสองแก้วแล้วจู่ๆก็พรั่งพรูออกไป ไม่ใช่การสารภาพครั้งใหญ่ ไม่มีดราม่า ผมเพียงแต่คุย . . . และคุย เราใช้เวลาส่วนใหญ่กับการคุยถึงเรื่องราวในปัจจุบันมากกว่าอดีต


พอย่างเข้าสัปดาห์ที่หกที่มาอยู่ออสเตรเลีย คราวนี้ผมบอกลาแม่อย่างเป็นเรื่องเป็นราว การเดินทางขากลับราบรื่นกว่าขามามาก ผมอยากเจอบ๊อบใจจะขาดแล้ว


วินาทีที่ผมก้าวเข้าไปในแฟลตของเบลล์ หางของบ๊อบก็เด้งดึ๋ง แล้วมันก็กระโดดพุ่งออกจากโซฟาของเธอ ผมกับบ๊อบกลับมาเผชิญโลกด้วยกันอีกครั้ง . . . ราวกับว่าผมไม่เคยจากมันไปไหนเลย . . .


19 นายสถานี


เช้าวันหนึ่ง ผมตื่นแต่เช้าตรู่ ผมได้ยินเสียงเบาๆ เหมือนมีใครกำ�ลังปัสสาวะ . . . แปลกแฮะ . . .


วันหนึ่งผมกำ�ลังคุยอยู่กับเจ้าหน้าที่ตรวจตั๋วชื่อดาวิกา เธอรักบ๊อบและกำ�ลังหัวเราะเบา ๆ ที่เห็นคนนับไม่ถ้วนแวะเข้ามาพูดคุยและถ่ายรูปกับมัน สองสามสัปดาห์ต่อมา เธอปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง แล้วหยิบบัตรโดยสารเคลือบพลาสาติกที่มีรูปของบ๊อบติดอยู่ออกมา “เยี่ยมไปเลย” ผมบอก


20 คำ�่คืนที่ยาวนานที่สุด


ตอนนั้นเป็นเวลาหกโมงครึ่งหรือทุ่มนึง ซึ่งถือว่าเป็นช่วงคึกคักที่สุดของวันสำ�หรับผม เมื่อผู้ชายคนนึงที่เคยทำ�ให้เรดาร์ของผมทำ�งานอยู่สองสามครั้งปรากฏตัวอยู่ลิบ ๆ


ผมสังเกตเห็นเกือบจะทันทีว่า เจ้ารอตต์ไวเลอร์หันมาเห็นบ๊อบ และกำ�ลังดึงสายจูง มันอยากจะเข้ามาหาบ๊อบเต็มที่


เจ้ารอตต์ไวเลอร์หลุดออกมาได้ ปฏิกิริยาตามสัญชาตญาณแรกของผมคือปกป้องบ๊อบ เราเลยไปนอนฟัดกันบนพื้น


ด้วยความที่มัวแต่กังวลใจจะไปให้ห่างจากเจ้ารอตต์ไวเลอร์และเจ้าของ ผมจึงปลดสายจูงออกจากเข็มขัด


ขณะนั้นลูกค้าประจำ�คนหนึ่งปากฏตัวขึ้น เธอเห็นเหตุการณ์วุ่นวายอย่างชัดเจนและเดินเข้ามาหา


บ๊อบ !! บ๊อบ !!

บ๊อบ !!

บ๊อบ !!

ผมวิ่งไปที่ถนนคนเดินแคมเดน พลางหลบหลีกฝูงชนที่กำ�ลังวนเวียนอยู่แถว ๆ ผับ บาร์ และภัตตาคาร “ บ๊อบ บ๊อบ ”


นานเกือบชั่วโมง ตอนนี้ท้องฟ้ามืดสนิทแล้ว ผมเริ่มเดินไปตามถนนแอสเซกซ์ ตรงไปยังดาลส์ ตันอย่างไร้สติ เบลล์เพื่อนผมอาศัยอยู่ในแฟลตที่อยู่ห่างออกไปราวหนึ่งไมล์ . . . ผมจึงมุ่งหน้าไปทางนั้น . . .


พอไปถึงบ้านของเบลล์ก็เป็นเวลาใกล้สี่ทุ่ม ผมก็เห็นเงาของอะไรบางอย่าง นั่งอยู่เงียบ ๆ ในเงามืดข้างตัวอาคาร “ บ๊อบ!! ฉันต้องตายแน่ๆถ้านายเอาแต่วิ่งหนีไปอย่างนั้น ”


......... ขณะที่ผมยังแสดงความรักกับมันไม่เลิก บ๊อบก็เลียมือผม ลิ้นของมันหยาบเหมือนกระดาษทราย มันเอาหน้าถูกับหน้าผมและม้วนหาง . . . . . . . . .​ .


21 บ๊อบ แมว Big Issue


ผมรู้ว่าหลายปีมานี้มีคนถ่ายรูปบ๊อบไปมากมาย ทั้งระหว่างที่ผมเล่นดนตรีเปิดหมวกและเมื่อมาขาย Big Issue แล้ว


เช้าวันต่อมาผมก็ไปที่ห้องสมุดท้องถิ่นพร้อมกับบ๊อบ และจองเวลาใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ ผมพิมพ์ข้อความค้นหาว่า บ๊อบ แมว Big Issue ก่อนหน้านั่นบ๊อบไม่ได้สนใจอะไรมากมาย แต่เมื่อผมคลิกดูวิดิโอแรก และได้เห็นกับได้ยินเสียงตัวเองพูด บ๊อบก็กระโดดผลุงขึ้นมาบนแป้นพิมพ์


ความรู้สึกว่าบ๊อบกำ�ลังจะเป็นดาราดังก่อตัวขึ้นในใจผมมาได้สักพักหนึ่งแล้ว สองสัปดาห์ก่อนจะได้พบกับกลุ่มวัยรุ่นชาวเสปนเราได้ลงข่าวหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น Islington Tribune และถึงกับเคยมีผู้หญิงชาวอเมริกันเข้ามาหาผม เธอเป็นตัวแทนที่เข้ามาถามว่า ผมอยากเขียนหนังสือเกี่ยวกับตัวเองและบ๊อบรึป่าว


ขณะมุ่งหน้าไปยังป้ายรถประจำ�ทางและซึมซับสิ่งที่ตัวเองเพิ่งค้นพบผมอดยิ้มออกมาไม่ได้ บ๊อบเป็นเพื่อนรักและเป็นคนที่นำ�ทางผมมาสู่วิถีชีวิตที่แตกต่าง...และดีขึ้น


ทุกคนจำ�เป็นต้องมีช่วงพัก ทุกคนสมควรได้รับโอกาสแก้ตัว ซึ่งบ๊อบกับผมได้รับโอกาสนั้นของเรามาแล้ว


ขอบคุณ การเขียนหนังสือเล่มนี้เป็นประสบการณ์ของการร่วมมือจากหลายฝ่ายที่น่าทึ่ง ซึ่งหลายคน ต่างก็ทำ�หน้าที่ของตนอย่างเต็มที่ คนแรกและคนสำ�คัญที่สุด ผมอยากขอบคุณครอบครัว โดยเฉพาะแม่กับพ่อที่มอบ ความมุ่งมั่นดื้อรั้นเต็มที่ ทำ�ให้ผมฟันฝ่าช่วงตกตำ�่ของชีวิตมาได้ และขอบคุณพ่อแม่ทูนหัว เทอร์รี่กับเมอริลิน วินเทอร์ส สำ�หรับความเป็นเพื่อนอันแสนยอดเยี่ยมของพวกคุณ บนท้องถนนของลอนดอน มีหลายคนแสดงนำ�้ใจกับผมในช่วงปลายปีที่ผ่านมา แต่ผม อยากจะขอเอ่ยชื่อแซม, ทอม, ลี และริต้า ผู้ประสานงานนิตยาสาร Big Issue ซึ่งมีนำ�้ใจกับ ผมมาก ทั้งยังขอบคุณเจ้าหน้าที่สังคมสงเคราะห์ เควินและคริส สำ�หรับความเห็นใจและเข้าใจ ขอบคุณบลูครอสและอาร์เอสพีซีเอสำ�หรับคำ�แนะนำ�อันมีค่า และดาวิกา, ลีนน์ กับเจ้าหน้าที่ คนอื่นที่สถานีรถไฟใต้ดินแองเจิลที่คอยช่วยเหลือผมกับบ๊อบเสมอมา ผมยังต้องขอบคุณองค์การฟู้ดฟอร์ธอทกับพิกซ์บนถนนนีล ที่มักจะนำ�ชาอุ่นๆ กับ ชามใส่นมมาให้ผมกับบ๊อบเสมอ รวมทั้งดารีลที่ร้านไดมอนด์แจ๊คส์ในย่านโซโห และพอลกับ เด็นช่างซ่อมรองเท้าที่เป็นเพื่อนที่ดีของเสมอมา ผมยังอยากจะขอเอ่ยชื่อพีท วัทคินส์ แห่ง คอร์รัปต์ไดร์ฟเรคคอร์ดส์ ดีเจคาวีย์ นิคที่ร้านโมเสกโฮมส์ และรอน ริชาร์ดสัน


หนังสือเล่มนี้จะไม่มีทางสำ�เร็จได้เลยหากไม่มีตัวแทนของผม แมรี่พาชโนส์ เธอเป็นคนแรก ที่เข้ามาหาผมพร้อมกับความคิดเรื่องทำ�หนังสือ มันฟังดูบ้ามากๆ ในตอนนั้น และผมคงไม่มี ทางบรรยายออกมาเป็นตัวหนังสือและเรื่องราวที่ต่อเนื่องอย่างนี้ได้ หากไม่มีเธอและนักเขียน แกร์รี่ เจนกินส์ ผมจึงอยากขอบคุณแมรี่กับแกร์รี่จากใจ ส่วนที่สำ�นักพิมพ์ฮอดเดอร์แอนด์ส โตตัน ผมขอขอบคุณโรวีนา เว็บบ์, เซียรา โฟลีย์, เอมม่า ไนท์ และสึดยอดลูกทีมทุกคน ขอบ คุณอลันกับเจ้าหน้าที่ที่ร้านหนังสือวอร์เตอร์สโตนส์สาขาอิสลิงตันที่อนุญาตให้ผมกับแมรี่ทำ� หนังสือเล่มนี้ที่ชั้นบนของร้าน และขอบคุณอย่างยิ่งสำ�หรับคิตตี้ หากไม่มีแรงสนับสนุนอย่าง ต่อเนื่องจากเธอแล้วละก็ เราสองคนคงหลงทิศหลงทางกันไปแล้ว ท้ายที่สุด ผมอยากจะขอบคุณสกอตต์ ฮาร์ตฟอร์ด- เดวิส กับท่านทะไลลามะที่มอบ ปรัชญาอันยอดเยี่ยมในการใช้ชีวิตให้ผมในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รวมทั้งลีห์ แอน ผู้ซึ่งอยู่ใน ความทรงจำ�ของผม และแน่นอน สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด ผมต้องขอบคุณเพื่อนตัวน้อยที่เข้ามาในชีวิตผม ใน ปี ค.ศ.2007 และผู้ซึ่งนับจากวินาทีที่ผมได้เป็นเพื่อนกับมัน บ๊อบได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นพลังใน การเปลี่ยนแปลงชีวิตของผมให้ไปในทางที่ดี ทุกคนควรจะได้มีเพื่อนอย่างบ๊อบ ซึ่งผมโชคดีเหลือเกินที่ได้พบแล้ว.... - เจมส์ โบเวน ลอนดอน, มกราคม ค.ศ.2012


เกี่ยวกับผู้เขียน - เจมส์ โบเวน - เป็นนักดนตรีเปิดหมวกในกรุงลอนดอน เขาเจอบ๊อบในปี ค.ศ. 2007 และนับจากวันนั้นทั้งคู่ก็ไม่เคยแยกจากกันอีกเลย ติดตามเรื่องราวของเจมส์และบ๊อบต่อได้ที่ www.facebook.com/StreetCatBob


BK02

เมื่อเจมส์ โบเวน พบแมวเร่ร่อนสีส้มตัวหนึ่ง บ๊อบบาดเจ็บอยู่ตรงโถงทางเดินในอพาร์ตเมนต์ เขาไม่เอะใจเลยว่าชีวิตตัวเอง กำ�ลังจะเปลี่ยนไปแค่ไหน สิ่งสุดท้ายที่เจมส์ผู้มีชีวิตแบบหาเช้ากินค่ำ�อยู่ข้างถนน กลางกรุงลอนดอนต้องการก็คือสัตว์เลี้ยง ถึงกระนั้น เจมส์ก็ไม่อาจตัดใจไม่ช่วยเหลือแมวท่าทางฉลาดหลักแหลมตัวนี้ได้ แถมยังตั้งชื่อให้ว่า“บ๊อบ”อีกด้วย เขาดูแลรักษาบ๊อบจนค่อยๆกลับมามีสุขภาพดี ดังเดิม และคิดจะส่งมันกลับไปใช้ชีวิตข้างถนนอย่างเก่า ทว่าบ๊อบมีทางเลือก ที่ดีกว่านั้นให้กับเขา . . . บ๊อบ แมวเตะฝันข้างถนน เป็นเรื่องราวสอนใจที่เต็มไปด้วยเรื่องเล่าเร้าอารมณ์ ซึ่งจะจับใจทุกคนที่ได้อ่าน

295

ทุกคนจำ�เป็นต้องมีช่วงพัก ทุกคนสมควรได้รับโอกาสแก้ตัว ซึ่งบ๊อบกับผมได้รับโอกาสนั้นของเราแล้ว


รวมเล่มbobแก้