Issuu on Google+


สำ�นึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานเพลิงศพ นางสาวสุวรรณา สมุทรสกุลเปี่ยม ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ ล้นเกล้าล้นกระหม่อม เป็นเกียรติ อันสูงสุดแก่ผู้วายชนม์ และวงศ์ตระกูลอย่างหาที่สุดมิได้ หากความทราบโดยญาณวิถีถึงดวงวิญญาณของ นางสาวสุวรรณา สมุทรสกุลเปี่ยม ได้ด้วย ประการใดในสัมปรายภพ คงจะมีความปลาบปลื้มซาบซึ้งเป็นล้นพ้น ในพระมหากรุณาธิคุณที่ได้รับ พระราชทานเกียรติอันสูงยิ่งในวาระสุดท้ายแห่งชีวิต ข้าพระพุทธเจ้าครอบครัวสมุทรสกุลเปี่ยม และบรรดาญาติๆ ขอพระราชทานกราบถวายบังคม แทบเบื้องพระยุคลบาท ด้วยความสำ�นึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ และจะเทิดทูนไว้ เหนือเกล้าเหนือกระหม่อม เป็นสรรพสิริมงคลแก่ข้าพระพุทธเจ้าและวงศ์ตระกูลตลอดไป ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า ครอบครัว สมุทรสกุลเปี่ยม


ประวัติคุณครูสุวรรณา สมุทรสกุลเปี่ยม คุณครูสุวรรณา สมุทรสกุลเปี่ยม เกิดเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2499 ที่บ้านเลขที่ 683/2 แขวงวัดพระยายัง เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ เป็นบุตรนายก๊วยยุ้ง แซ่จุง กับ นางสินี สมุทรสกุลเปี่ยม มีพี่น้องรวม 7 คน ด้านการศึกษาคุณครูสวุ รรณา สมุทรสกุลเปีย่ ม จบชัน้ ประถม ศึกษาที่โรงเรียนเทศบาลกิ่งเพชร ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นที่โรงเรียน สันติราษฏร์บำ�รุง ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียนอัสสัมชัญ คอนแวนต์ และจบการศึกษาศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาศึกษาศาสตร์ การสอนภาษาไทย จากมหาวิทยาลัยรามคำ�แหง เมื่อ พ.ศ. 2521 เครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ได้รับ ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก (ท.ช.) ได้รับพระราชทานเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2544 ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย (ท.ม.) ได้รับพระราชทานเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2540 เหรียญจักรพรรดิมาลา (ร.จ.พ.) ได้รับพระราชทานเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2548 คุณครูสุวรรณา สมุทรสกุลเปี่ยม เข้ารับราชการที่โรงเรียนเทพศรินทร์ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2522 และปฏิบัติหน้าที่ครูสอนภาษาไทยมาโดยตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี และขอเกษียณอายุราชการก่อน กำ�หนดเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2554 ผลงานของความเป็นครูของคุณครูสุวรรณา สมุทรสกุลเปี่ยมเป็นที่ ประจักษ์ มีอัธยาศัยไมตรีเป็นที่รักของเพื่อนครู ผลงานเป็นที่ยอมรับของผู้บริหารโรงเรียน และเป็นครูที่รัก ของลูกศิษย์ เป็นที่กล่าวขวัญถึงคุณงามความดีจากผู้ร่วมงานและศิษย์ทุกคน คุณครูสุวรรณา สมุทรสกุลเปี่ยม ป่วยด้วยโรคเนื้อร้ายในทรวงอกมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2548 ได้รับการ รักษาดูแลจากแพทย์ตลอดมา แต่ในที่สุดก็ไม่สามารถฝืนรั้งให้โรคร้ายหยุดหายไปได้ และถึงแก่กรรมอย่าง สงบเมื่อเวลา 23.40 ของวันที่ 20 ตุลาคม 2556 ณ โรงพยาบาลศิริราช สิริอายุ 57 ปี 8 เดือน ด้วยคุณความดีทค่ี ณ ุ ครูสวุ รรณา สมุทรสกุลเปีย่ ม ได้อทุ ศิ ไว้แก่วงการศึกษา และโรงเรียนเทพศิรนิ ทร์ จงเป็นพลวัตปัจจัยส่งให้ดวงวิญญาณของคุณครูสวุ รรณา สมุทรสกุลเปีย่ มไปสูส่ คุ ติในสัมปรายภพนัน้ เทอญ


หนังสือ “ร้อยคำ�คะนึง...ถึงครูแต๋” เล่มนี้ เป็นหนังสือรวบรวมความรู้สึก ความระลึกถึง ความ เศร้า ความสุข และความ...ร้อยแปดเรื่องราวที่พี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆ และลูกศิษย์อยากจะบอกความในใจให้ ครูแต๋ผู้เป็นที่รักได้รับรู้ เพื่อพิมพ์แจกในงานพระราชทานเพลิงศพของครูแต๋ สุวรรณา สมุทรสกุลเปี่ยม ในวันเสาร์ที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๖ ณ เมรุด้านทิศใต้ วัดเทพศิรินทราวาส ครูแต๋มีความผูกพันและทุ่มเทให้กับชุมนุมนักเขียนพวกเราจึงยินดี และเต็มใจที่จะเป็นตัวแทนของ ศิษย์ทั้งหลายเป็นตัวกลางในการทำ�หนังสือเล่มนี้ขึ้นเพื่อแสดงให้ทุกคนรับรู้ว่า ศิษย์ที่ครูพรำ�่สอนมาทำ�ได้ และขอส่งงานเล่มนี้ให้ครูได้อ่านยามว่างในช่วงที่ครูพักผ่อนอยู่ในสุวรรณวิมานเบื้องบนนั้นผิดถูกอย่างไรก็ อภัยให้ศิษย์ด้วยนะครับ... :) คณะผู้จัดทำ�ได้รับคำ�ขอร้องให้จัดทำ�หนังสือเล่มนี้ในช่วงเวลาอันสั้นต้องรีบรวบรวมและปิดเล่ม ให้ทันเหตุการณ์อาจทำ�ให้การรวบรวมข้อมูลตกหล่นไม่ครบถ้วนไม่ทั่วถึงในข้อเขียนของศิษย์ได้ทุกคน ต้องขออภัยมา ณ โอกาสนี้ด้วยนะครับ ขอขอบคุณคุณครูกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยโรงเรียนเทพศิรินทร์ ครูที่ปรึกษาชุมนุมนักเขียน ผู้ปกครอง และรุ่นพี่นักเรียนเก่าชุมนุมนักเขียน ที่ได้ช่วยสนับสนุนการจัดทำ�หนังสือเล่มนี้ จนสำ�เร็จลุล่วง ด้วยความเรียบร้อย


ตั้งแต่แต่งงานเข้ามาก็รู้สึกถึงความรัก ความอบอุ่น ที่มีอยู่ในครอบครัวนี้ได้พี่จะรักกันมาก เราเป็นครอบครัว ใหญ่ แต่ก็แปลก เวลาไปพักชายทะเล ก็ไปกันครบทุกคน (ทุกครอบครัว) ซ้ำ�ก็หมายถึงอาหญิงคนที่ 1 หรือกู๊แต๋ ที่เราเรียกกัน (ภาษาแคะ) กู๊แต๋มีความสุขมาก หากไปงานใดเกี่ยวกับตระกูล กู๊จะเป็นคนจัดเตรียมอาหารแทบทั้งหมด เป็นออริจินัลของครอบครัวเลยทีเดียว แม้แต่เรื่องไปปฏิบัติธรรม กู๊จะเป็นคนหาวัดให้จองและจัดที่นอนให้เสร็จ กู๊บอกว่าย้ายไปอยู่บ้านใหม่ มีสุขเพราะ บริเวณให้หลานวิ่งเล่น และบอกว่าไม่เป็นโรคนี้เลย มัจจุราชมารับกู๊เร็วไปหน่อยแต่กู๊แต๋ก็มีสติไม่ร้อนเลย เวลาเจ็บกู๊ขอตัวไปพักในห้องไม่ให้คนรู้ว่าเจ็บและพูดว่า ปฏิบัติมาแล้ว ห้ามทำ�หน้าเศร้าหมอง และทุกคนในครอบครัวก็มีสติบ้าง ขาดสติบ้างเป็นบางครั้ง ไม่งั้นน้ำ�ตาคงท่วมท้น แน่ ทุกสิ่งที่กู๊แต๋ทำ�ให้และให้จะตราตรึงใจตราบนานเท่านาน ...ยุวรินทร์ (อาเส้า) พี่สะใภ้คนโต ถ้าจะให้นึกถึงกู๊แต๋ อยากจะบอกกะกู๊ว่า ลักษณะภายนอก กับความเป็นจริงบางอย่างของกู๊ ค่อนข้างแตกต่าง กันมาก ตอนที่เคยไปอยู่บ้านกู๊ looking เป็นคนเจ้าระเบียบ แต่จริงๆแล้วเหมือนเป็นคนกะเปิดกะป๊าบมากกว่า looking ดู เป็นผู้หญิงเรียบร้อย แต่ถ้าสังเกตดีๆ เป็นคนโมเดินทร์มาก กู๊สามารถใส่เสื้อแขนกุด ในสมัยที่เด็กสาวอย่างหญิงไม่กล้า ใส่ กู๊ดูเหมือนผู้หญิงดุๆ แต่จริงๆแล้วกู๊เป็นคนที่ใจดีมากๆ รักหลานโคดๆ ตอนที่กู๊ไม่สบาย เป็นมะเร็งก่อนหน้านี้ ได้ยิน กู๊พูดว่า ดีแล้วที่เป็นที่กู๊ เพราะกู๊รับราชการ ยาส่วนใหญ่เบิกได้หมด นึกๆแล้ว ยังไงเป็นเราก้อคงไม่ได้มองโลกในแง่ดี ขนาดนี้ กู๊เป็นคนอดทนสู้งาน ระยะทางจากบ้านเก่าถึงโรงเรียน ไม่ใช่การเดินทางง่ายๆ เลย กู๊ต้องตื่นตั้งแต่ตี 5 จริงๆ อาจจะก่อนหน้านั้น เพราะกู๊มาปลุกหญิงหลังจากนั้น นั่งรถเมลล์ยาวมากกว่าจะถึงโรงเรียน ไม่รู้ต้องเปลี่ยนรถตั้งกี่สาย มาช่วงหลังๆ ที่กู๊เริ่มมาซื้อบ้านเอง และเริ่มซื้อรถ พอที่จะให้ชีวิตสบายได้บ้าง ไม่รู้ว่ากู๊แต๋เป็นคนชอบทำ�อาหารหรือไม่ แต่กู๊จะโดนหลานๆ request ให้ทำ�กับข้าว โน่น นั่น นี่อยู่เรื่อยๆ ตาม เทศกาลไหว้เจ้า และไหว้โผ ในวันที่รวมญาติหลายๆครั้ง น้องๆ จะrequest สะตอผัดกุ้งใส่เห็ด ส่วนเราจะ request หมูสับ ทอด กู๊จะจำ�ได้ทุกครั้งที่หลานๆ เรียกร้องมา ได้ทานกันเสมอ กู๊เป็นคนที่รักแม่(อาโผ) มากๆ ช่วงที่หญิงไปอยู่บ้านเทพาชัยนั้น อาโผเริ่มที่จะคุยไม่รู้เรื่องแล้ว แต่กู๊ก้อเฝ้าและ ดูแลอย่างดี กู๊เป็นคนที่ให้อภัยคนในหลายๆเรื่อง พยายามไม่เป็นคนที่เรื่องมาก กู้แต๋เป็นเหมือนคนกลางระหว่างกู๊ต้อย ที่ ชอบ control ทุกอย่าง จัดการงานต่างๆ กับกู๊แฟนต้าซึ่งเป็นคนง่ายๆ สบายๆ ไม่ค่อยเจ้าระเบียบ เวลามีเรื่องกัน กู๊มักจะ เป็นคนกลางตลอด เวลากู๊ๆ มีปัญหา ปกติคนที่กู๊ต้อยและกู๊แฟนต้าจะมาปรึกษาด้วยก็มักจะเป็นกู๊แต๋เสมอ ...หลานหญิง


อ้วนคิดว่าอ้วนเป็นหลานที่ค่อนข้างจะห่างจากกู๊แต๋มากๆ แต่ทุกครั้งที่มีงานรวมญาติ กู๊แต๋จะไม่เคยลืมทักอ้วน

หรือหลานๆคนไหนเลย จะต้องได้คุยกับหลานทุกคน คอยอัพเดทชีวิตแต่ละคน เหมือนกู๊จะคอยสังเกตการเติบโตของ หลาน (คนนี้) อยู่ห่างๆ ขอขอบคุณทุกความใส่ใจ ขอขอบคุณทุกความห่วงใย (แถมยังมีคำ�ชมให้อีก) รักกู๊แต๋มากค่ะ ...หลานอ้วน

สำ�หรับกู๊แต๋ จริงๆถ้าให้พูดถึงประวัติน้องคงบอกไม่ได้แต่ที่รู้คือ หลานเกือบทุกคนจะโดนส่งไปอยู่กับกู๊ ตอน เด็กๆ บางคนอยู่นาน บางคนอยู่แป๊บเดียว เพราะป๊ากับแม่ของแต่ละคนคิดว่า ถ้าให้ลูกไปอยู่บ้านนี้ต้องเรียนเก่งแน่นอน ตอนนั้น น้องม.1 เรียนแย่มาก ตกตลอด โดนแม่ส่งไป แต่ไม่อยากอยู่ กลัวกู๊ๆ อยากกลับบ้าน กู๊ก็รู้แต่ก็ก็ไม่เคยว่าอะไร ยังพยายามสอนการบ้าน สอนเรื่องต่างๆ และดูแลเป็นอย่างดี เด็กๆจะกลัวกู๊อย่างมาก แต่กู๊ก็ทำ�ให้สอบผ่านหมดทุด วิชาจนได้ พอโตมารู้สึกความกลัวหายไป รู้สึกว่ากู๊เป็นคนตลกโปกฮา ใจดี ถึงไม่ได้เจอกันบ่อยแต่ก็คิดถึงกู๊เสมอ นานๆ ทีก็ได้ไปทานกับข้าวฝีมือกู๊ที ดีใจที่ได้เป็นหลานกู๊ เวลาเจอเพื่อนผู้ชายหรือเพื่อนแฟน จะคอยถามว่า เรียนโรงเรียนไหน ถ้าอยู่เทพศิรินทร์ ก็จะคอยอวดว่าเราเป็นหลานอาจารย์สุวรรณานะ รู้สึกภาคภูมิใจทุกครั้ง นึกถึงเสียงหัวเราะของกู๊ เวลาไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยกัน ถึงแม้จะรวมตัวกันไปเที่ยวเพียงปีละครั้ง แต่ก็สนุกและมีความสุขทุกครั้ง นึกถึงกับข้าว ที่กู๊ทำ� คำ�ที่กู๊สอนเวลาพูดภาษาไทยผิด รอยยิ้มของกู๊เวลาที่นั่งจับกลุ่มคุยกัน เรื่องเล่าเวลาตรวจข้อสอบแล้วเจอคำ� ตอบประหลาด เรียกเสียงฮาจากคนฟังได้ทุกครั้ง พอกู๊เริ่มไม่สบาย กู๊ก็เข้มแข็ง ไม่ต้องให้ใครคอยปลอบใจ ทำ�เหมือน ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถึงทุกคนจะอยากปลอบอยากให้กำ�ลังใจ แต่ก็ไม่มีใครกล้า แต่ครั้งนี้ รู้สึกว่ามันเร็วเกินไป น้องรู้ว่ากู๊ ไม่สบายอีกครั้ง พยายามจะไปหาทุกครั้งที่ไปได้ แอบร้องไห้เป็นห่วงกู๊ แต่พอเจอหน้าก็พูดอะไรไม่ออก ดีใจที่ได้บอกรัก กู๊ แต่ยังไงก็ยังรู้สคกว่ามันเร็วเกินไป พอตื่นขึ้นมาจะไปเทรน รู้ข่าวเรื่องกู๊ ทำ�อะไรไม่ถูก อยากกลับเมืองไทยเดี๋ยวนั้นเลย ไม่อยากเทรนต่อแล้ว แต่รู้ว่ากู๊คงไม่ต้องการอย่างนั้น รู้ว่ากู๊คงไม่อยากให้น้องทิ้งงาน พยายามอดทนอย่างเต็มที่ ไม่ได้รดน้� ำ ไม่ได้เห็นหน้ากู๊เป็นครั้งสุดท้าย อยากบอกกู๊ว่ากู๊จะอยู่ในใจทุกคนเสมอ คำ�พูด คำ�สอน คำ�ปรึกษา รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ รสชาติอาหาร หน้าตาที่สดใส ความตลกโปกฮา จะไม่มีวันลบเลือนจากใจทุกคน รักและเคารพกู๊เสมอ ตลอดไปค่ะ ขอให้กู๊หลับให้สบาย หมดห่วง หมดกังวลนะคะ ดีใจที่เราได้เกิดมาเป็น ครอบครัวเดียวกันค่ะ ขอบคุณกู๊สำ�หรับทุกอย่างค่ะ ...น้องเชอร์รี่ ต่างคนต่างจิตต่างใจ แต่ยังไงกู๊รักที่จะสอน จะบอก และชี้นำ�ให้คนรอบข้าง อยู่ร่วมกันด้วยความปรองดองกับ คนที่เรียนห่วยแตกอย่างนุช กู๊ถึงขนาดกำ�ชับให้เพื่อนครูที่อยู่อีกโรงเรียน คอยดูแล เล่นซะนุชตัวสั่น วันๆ กลัวแต่ครูคนนี้ อ่ะ สุดท้ายจนแล้วจนรอดก็ไม่ได้เรื่องตามเคย แต่นุชไม่เคยผิดระเบียบนะคะ กู๊มั่นใจได้ พอจะเอ็นฯ ก็ยังพาเพื่อนมาให้กู๊สอน ส่วนตัวเอง ... สัปหงก ... กู๊ก็ไม่ว่า ค่อยๆสอนเพราะตามเพื่อนไม่ทัน เลย สอนต่างหากจนเข้าใจ ร้องไห้ให้กับความโง่ กู๊ก็ปลอบและสอนแบบไม่มีทีท่าว่าจะท้อ แม้จะเอ็นไม่ติด แต่ขอบอกเลยว่า ข้อสอบภาษาไทยหมูมาก นุชไม่ค่อยได้ไปหากู๊ จะเจอก็เฉพาะงานไหว้กุ๊ง ไหว้โผ เชงเม้ง ซึ่งทุกงานกู๊คือสุดยอดเชฟ แถมยังสังเกตุว่าคน รอบข้างจะเน้นกินะัไร ใส่ใจไปซะทุกอย่าง น่ารักสุดๆ ตอนกู๊ไม่สบาย เจ๊อยากกอดกู๊ทุกวันนะคะ รักกู๊มาก ไม่คิดว่าจะเร็ว ขนาดนี้ ยังอยากล้อเล่นกับกู๊ และอยากนวดให้กู๊หายเมื่อยมากๆ ... สุดท้ายนี้ เจ๊อยากให้กู๊อุ้มเจ๊อีกนะคะ ถึงแม้จะทำ�เจ๊หล่นหัวทิ่มอิฐก็ตาม 555 รักเสมอ คิดถึงตลอด Face throwing a kiss ...Pooncharat J.


“กู๊แต๋” ในความทรงจำ�ตั้งแต่เล็กๆ เป็นคนที่ใจดีมาก แต่ถ้าเวลาสอนหนังสือ หรือให้อ่านหนังสือ ก็จะเข้มงวด มากเช่นกัน แต่พอโตขึ้นมาหน่อย ท่านก็ปล่อยให้เราได้รับผิดชอบตัวเอง ไม่มาคอยเข้มงวดเหมือนตอนเล็กๆ เพียงแต่จะ คอยให้คำ�แนะนำ�และคำ�สั่งสอน ท่านมักจะมีคำ�พูดติดปากที่ว่า “คืออย่างงี้...” หรือ “กู๊จะเล่าให้เธอฟัง...” เวลาที่ท่านจะ เล่าหรือสั่งสอนอะไร ไม่ว่าจะกับลูกศิษย์ หรือหลาน ท่านก็จะใช้คำ�สั่งสอนเหมือนๆกัน ทำ�ให้กิ๊ฟระลึกอยู่เสมอว่า ท่านคือ “อาจารย์” อาจารย์สุวรรณา หรือกู๊แต๋ เป็นคนที่ทุ่มเทให้กับนักเรียนมาก กิ๊ฟเรียนมัธยมศึกษาที่โรงเรียนสายปัญญา ใน พระบรมราชินูปถัมภ์ ทุกเช้าจะนั่งรถมาพร้อมกับอาจารย์และตอนเย็นก็จะนั่งรอท่านที่ห้องพักครู เพื่อรอกลับบ้านด้วย กันเสมอ มีหลายครั้งที่ท่านสอนนักเรียนจนดึก หรือบางทีก็ทำ�งานกับชมรมนักเขียน ยกตัวอย่างเช่น มีครั้งหนึ่ง ท่านสอน นักเรียนจนถึงสองทุ่มเพราะนักเรียนขอร้องให้ท่านช่วยสอน ท่านก็สอนให้ด้วยความเต็มใจ และยินดีเป็นอย่างมาก ซึ่งก็ ทำ�ให้นักเรียนมีความสุขในการเรียนไปด้วย จนมีบางครั้ง ที่ผู้ปกครองของนักเรียนมาแอบดูที่โรงเรียน ว่าอาจารย์สอน อยู่จริงหรือไม่ เพราะคิดว่าลูกของตนนั้นเกเร แต่ปรากฏว่า ลูกของตนนั้นกำ�ลังเรียนอยู่จริงๆ ผู้ปกครองท่านนั้นเลยมา เล่าให้กู๊แต๋ฟังว่าตนมาแอบดูเพราะไม่เชื่อลูก หรือในบางครั้ง ที่ชมรมนักเขียนต้องทำ�งานอยู่จนดึก ท่านก็ให้เงินนักเรียน ไปซื้อของมาทาน หรือไม่ก็ท่านทำ�ให้ทานซะเองเลย เนื่องจากกิ๊ฟต้องนั่งรอกู๊แต๋ทุกๆเย็น บางวันที่เลิกเร็ว ก็จะเจอพี่ๆที่ต้องมาท่องกลอนเพื่อเอาคะแนน ก็ได้นั่งฟัง ทุกวันๆ จนท่องเองได้ พอท่องเองได้ กู๊แต๋ก็ให้ช่วยฟัง ว่าพี่ๆท่องถูกหรือไม่ บางคนก็ท่องผิดที่เดิมซ้ำ�แล้วซ้ำ�อีก บางคนก็ ท่องเป็นทำ�นองเสนาะซะไพเราะ จนกู๊บอกให้เดินไปเอาน้ำ�มาให้พี่เค้าดื่ม จึงเป็นผลพลอยได้ที่ว่า พอถึงคราวที่กิ๊ฟต้องไป ท่องที่โรงเรียน ก็ท่องได้แบบไม่ต้องฝึกซ้อมกันเลยทีเดียว สิ่งหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของกู๊แต๋คือ เป็นคนที่ชอบทำ�อาหารและทำ�ออกมาได้อร่อยมาก ไม่ว่าจะเป็นต้ม ผัด แกง ทอด และยังทำ�ออกมาได้ในระยะเวลาเพียงสั้นๆ โดยเฉพาะหมูทอดสูตรเด็ด ที่ไม่ว่าหลานกี่คนๆได้ชิมก็ต้องติดใจ ต่อจากนี้ไป คงคิดถึงฝีมือกู๊น่าดู กู๊แต๋เป็นทั้งอาจารย์ ที่ปรึกษา อา เพื่อน และยังเป็นเสมือนแม่อีกคนหนึ่ง เพราะท่านไม่เพียงแต่คอยดูแลกิ๊ฟ แต่ ท่านยังรับฟังและเข้าใจ แม้ในบางเรื่องที่หลายคนไม่เคยเข้าใจและไม่คิดจะพยายามเข้าใจในตัวกิ๊ฟเลย กู๊จะมีแง่คิด และ คำ�สั่งสอนดีๆให้เสมอ กู๊เชื่อในตัวกิ๊ฟตลอด แม้บางครั้งกิ๊ฟไม่เคยคิดที่จะเชื่อในตัวเอง แต่กู๊ก็คอยบอกว่ากู๊เชื่อว���ากิ๊ฟทำ�ได้ แล้วกิ๊ฟก็ทำ�ได้จริงๆ ไม่ว่าจะเครียดเรื่องอะไร ไม่ว่าจะเรื่องสอบหรือการทำ�งาน กู๊จะสอนกิ๊ฟเสมอว่า “อะไรที่มันยังไม่ใช่ ถ้ามันเข้ามามันก็จะผ่านไป แต่ถ้าถึงเวลาที่ใช่ สิ่งที่ใช่ ก็จะเข้ามาหาเราเอง” ตอนนี้กู๊จากไปอย่างสงบแล้ว ไปอยู่บนท้องฟ้า คอยดูแลกิ๊ฟจากบนนั้น กิ๊ฟเชื่อว่าจากผลบุญที่เคยทำ�มา ทั้งหมดจะส่งผลให้กู๊ได้ไปเกิดในภพภูมิที่ดี ขอบคุณที่เราได้เกิดมาเป็นครอบครัวเดียวกัน กู๊เป็นผู้มีพระคุณต่อกิ๊ฟมาก มากจนชาตินี้ยังไงกิ๊ฟก็ทดแทนไม่หมด ขอบพระคุณมากจริงๆค่ะ ตอนนี้กู๊ไม่ต้องห่วงอะไรแล้ว พักผ่อนให้สบายนะคะ ถ้า ชาติหน้ามีจริง ขอให้เราได้เป็นครอบครัวเดียวกันตลอดไป... ด้วยรักและอาลัย นางสาวกานต์สินี สมุทรสกุลเปี่ยม (หลานสาว) ...หลานนุช


อาจารย์สุวรรณา หรือ ที่ในครอบครัวสมุทรสกุลเปี่ยมเราจะเรียกกันว่า “กู๊แต๋” ตั้งแต่จำ�ความได้ก็รู้สึก ว่าจะมีเรื่องราวประทับใจมากมายกับกู๊คนนี้ กู๊เป็นที่รักของทุกๆคน นอกจากจะเป็นคุณครูที่คอยสั่งสอนนักเรียนแล้ว ในครอบครัวเรา กู๊ก็ยังคงทำ�หน้าที่อบรมสั่งสอนหลานๆทุกคนได้ไม่แพ้ในห้องเรียน ในความเข้มงวดนั้นจะมีความปราณี แทรกมาพร้อมกับความเป็นห่วงอยู่เสมอ กู๊จะคอยพูดให้ข้อคิดในหลายๆเรื่อง ตั้งแต่เรื่องสำ�คัญจนถึงเรื่องไรสาระ อีกทั้ง ยังเป็นสุดยอดแม่ครัวของทุกคน กู๊ทำ�อาหารได้อร่อยมาก เป็นที่น่าเชื่อถือในฝีมือที่ทุกๆคนในครอบครัวยอมรับ หนึ่งใน เมนูที่เป็นที่ชื่นชอบมากคือหมูทอด แม้จะดูว่าเป็นของธรรมดา แต่ไม่เคยมีใครคนไหนทำ�อร่อยได้เท่ากู๊แต๋เลย ผมมีโอกาสได้อยู่กับกู๊แต๋ตอนที่เข้าเรียนที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ ตั้งแต่ช่วง ม.1 จนถึงจบ ม.3 เรียกได้ว่ากินนอน ที่บ้าน ตื่นเช้าไปโรงเรียนด้วยกัน เรียนเสร็จก็จะมานั่งรอที่ห้องอาจารย์ เพื่อที่จะรอกลับบ้านพร้อมกัน ได้ยินพวกพี่ๆ ที่มา สอบท่องอาขยานจนเป็นเรื่องปกติ ฟังจนจำ�ได้ท่องได้เลย บางครั้งกู๊ยังแกล้งแซวให้ไปท่องให้พี่ฟัง สิ่งเหล่านี้ยิ่งทำ�ให้ใช้ ช่วงเวลากับกู๊มากขึ้น ก็ยิ่งรู้สึกผูกพันธ์กับกู๊มาก พอช่วงที่รู้ว่ากู๊เป็นมะเร็ง ความรู้สึกมันเหมือนกับใครเอาอะไรมาทิ่มตรงที่ใจ พร้อมกับความคิดที่เต็มอยู่ในหัวที่ ว่า”ทำ�ไมต้องเป็นกู๊” เพราะในความคิดของผม กู๊เป็นคนที่ทำ�แต่สิ่งดีๆทั้งนั้น ยิ่งเรื่องของการปฏิบัติธรรมหรือการทำ�บุญ กู๊ก็ทำ�เป็นประจำ�อยู่แล้ว แล้วทำ�ไมต้องเป็นกู๊ ความคิดพวกนี้ยังคงอยู่ในหัวทุกครั้งที่คิดถึง แต่ถึงแม้ว่ากู๊จะรู้ตัว แต่กู๊ก็ไม่ ได้ตื่นตระหนกเท่าผมเลยด้วยซ้ำ� กู๊มีกำ�ลังใจที่เข้มแข็งมาก ตั้งหน้าตั้งตารักษา ควบคุมตัวเองอย่างจริงจัง ทุกคนมีความ สุขมากที่เห็นกู๊เข้มแข็งและมีกำ�ลังใจดี เหมือนฝันร้ายที่ตามมาหลอกหลอน อาการกู๊ทรุดหนักลงอย่างรวดเร็วหลังจากที่เริ่มมีปัญหาที่ตับ จากที่เคย ร่าเริงแจ่มใส กู๊ดูจะทรุดลง ดูเหนื่อยง่ายขึ้น แม้กระทั้งจะพูดจา ภาพที่เห็นยิ่งทำ�ให้ยิ่งรู้สึกสงสารกู๊มาก สิ่งที่พอจะทำ�ได้ คือการได้ดูแลกู๊ ไปเยี่ยมกู๊ ให้กำ�ลังใจกู๊ จนกระทั่งถึงวันสุดท้ายของกู๊ ความรู้สึกที่ออกมามันเกินจะบรรยายได้หมด แต่ก็ ต้องทำ�ใจว่ากู๊ไปสบายแล้ว พ้นจากความทรมานตรงนี้แล้ว จนถึงตอนนี้ สิ่งที่กู๊เคยสอนสั่งอบรม ยังคงอยู่ในหัวตลอด ภาพต่างๆ ความทรงจำ�ต่างๆ ที่มีคุณค่าแก่การนึกถึง และจดจำ� เพียงแต่ตอนนี้จะไม่มีกู๊มาคอยเคียงข้างอีกแล้ว ทั้งที่ใจจริงอยากจะอยู่กับกู๊ให้นานกว่านี้ ได้ดูแลทดแทนคุณกู๊ ให้มากกว่านี้ แต่ก็ดูเหมือนจะไม่มีโอกาสนั้นแล้ว สุดท้ายนี้ นิกอยากจะขอให้กู๊แต๋ได้ไปเกิดอยู่ในภพภูมิที่ดี ให้ผลบุญที่กู๊ได้สั่งสมมานั้นนำ�พากู๊ให้ไปถึงสวรรค์ด้วย เทอญ............รักและคิดถึงกู๊แต๋เสมอครับ ...พสิษฐ์ สมุทรสกุลเปี่ยม (นิก, หลานชาย) ท.ศ. 36881 (46-49) ตอนนี้กู๊จากไปอย่างสงบแล้ว ไปอยู่บนท้องฟ้า คอยดูแลกิ๊ฟจากบนนั้น กิ๊ฟเชื่อว่าจากผลบุญที่เคยทำ�มาทั้งหมด จะส่งผลให้กู๊ได้ไปเกิดในภพภูมิที่ดี ขอบคุณที่เราได้เกิดมาเป็นครอบครัวเดียวกัน กู๊เป็นผู้มีพระคุณต่อกิ๊ฟมาก มากจน ชาตินี้ยังไงกิ๊ฟก็ทดแทนไม่หมด เป็นทั้งอา คุณครู ที่ปรึกษา เพื่อน และเป็นเสมือนแม่อีกคนนึงของกิ๊ฟ เข้าใจกิ๊ฟแม้ในบาง เรื่องที่คนอื่นไม่เข้าใจ มีคำ�สั่งสอน มีแง่คิดที่ดีๆให้เสมอ ขอบพระคุณมากจริงๆค่ะ ตอนนี้กู๊ไม่ต้องห่วงอะไรแล้ว พักผ่อน ให้สบายนะคะ ถ้าชาติหน้ามีจริง ขอให้เราได้เป็นครอบครัวเดียวกันตลอดไป... ...Kansinee Samutsakulpiam


คนเราเกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรมดา แต่การจากไปของ “อาจารย์สุวรรณา สมุทรสกุลเปี่ยม” หรือ “กู๊โผแต๋” ที่รักยิ่งของหนู เป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของใครหลายๆคน โดยเฉพาะคนในครอบครัวสมุทรสกุลเปี่ยม ,ลูกศิษย์ของ ท่าน รวมทั้งเพื่อนสนิทมิตรสหายของอาจารย์สุวรรณา สมุทรสกุลเปี่ยม ทุกวันตรุษจีนหรือแทบทุกๆครั้ง เวลาที่หนูพบกู๊โผแต๋ ท่านจะให้เงินก่อนจากกัน หนูมักจะตอบกลับไปว่าไม่เป็นไร ค่ะ และทุกๆครั้งกู๊โผแต๋จะบอกว่า “รับไปนะ จะได้จำ�กู๊โผได้” ที่หนูรับมันไว้ ไม่ใช่เพราะกลัวจะจำ�กู๊โผแต๋ไม่ได้ แต่หนูรับ ไว้เพราะน้ำ�ใจของกู๊โผแต๋ และรอยยิ้มที่ส่งมาให้ มีอยู่ครั้งหนึ่ง หนูต้องไปแข่งอ่านทำ�นองเสนาะนอกโรงเรียน หนูโทรศัพท์ไปหากู๊โผแต๋ เพื่อให้กู๊โผแต๋ช่วยฝึกซ้อม น้ำ�เสียงของกู๊โผเป็นน้ำ�เสียงที่ไม่มีปฏิเสธ กู๊โผแต๋ตอบตกลง นัดวัน เวลาเป็นอย่างดี เมื่อหนูเดินทางไปถึงบ้านของกู๊โผแต๋ เรายังไม่เข้าสู่บทเรียนนัก เราคุยกันคร่าวๆ ดูทีวีบ้าง ทานขนมบ้าง จนถึงเวลาที่เราได้เข้าสู่การฝึกซ้อม กู๊โผแต๋สอนอย่าง ใจเย็น แก้จุดผิดของหนู เราซ้อมกันตั้งแต่เที่ยงถึงบ่ายแก่ๆ ก่อนจะจากกัน กู๊โผแต๋ก็ย้ำ�ในจุดอ่อนของหนู และกล่าวว่า “ตั้งใจ และพยายามทำ�ให้ดีที่สุด สู้ๆนะ” จนถึงวันแข่งขัน หนูคิดว่าหนูทำ�ดีที่สุดแล้ว หนูได้รางวัลรางชนะเลิศอันดับ2 หนู ดีใจมาก เย็นวันนั้นหนูโทรไปขอบคุณกู๊โผแต๋ และน้ำ�เสียงท่านก็ดูดีอกดีใจ คำ�สอนของกู๊โผแต๋มีเยอะมาก ให้บอกก็ไม่หมด กู๊โผแต๋สอนให้เราเป็นคนเก่งคนดี อยู่ในโอวาท กู๊โผแต๋เป็นคนที่ มีจิตใจอ่อนโยน เมตตากรุณา มิวดีใจที่ได้เป็นเหลนกู๊โผแต๋ มิวขอบคุณทุกสิ่งที่ทำ�ให้มิวได้เป็นเหลนกู๊โผแต๋ กู๊ทนทรมาน กับโรคนี้มามากพอแล้ว สู้กับมันมามากพอแล้ว เหนื่อยกับทุกสิ่งที่ทำ�มามากพอแล้ว ถึงเวลาที่กู๊โผแต๋จะได้พักผ่อนอย่าง สบายใจในสรวงสวรรค์โดยไม่ต้องห่วงทางนี้ ถ้าชาติหน้ามีจริง ขอให้เราได้มาเป็นกู๊โผแต๋ - หลานกันอีกนะคะ การจากไปอย่างไม่กลับตลอดกาล โอ้วันวานขอให้หวนมาได้ไหม มันยังมี สิ่งค้างคาอยู่ในใจ อยากบอกไปว่ารัก “สุวรรณา” ก่อนชีวิตไม่มีหยุด ไม่มีหย่อน ได้พักผ่อนเอนกายสบายหนา หลับตาลงเป็นสัญญาการบอกลา ขอชาติหน้าให้ได้พบได้เจอะกัน

รัก และเคารพอย่างสูง

...หลานนุช อาวายุ สมุทรสกุลเปี่ยม


“ครูแต๋กับชุมนุมนักเขียน” โรงเรียนเทพศิรินทร์เป็นโรงเรียนที่ผลิตนักเขียนคนสำ�คัญของชาติมาแล้วมากมาย นับแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน ครูภาษาไทยทุกท่านมีส่วนช่วยผลักดันให้นักเรียนกลายเป็นนักเขียนอย่างจริงจังและมั่นคง คุณครู หลวงสำ�เร็จวรรณกิจ เป็นครูภาษาไทยเทพศิรินทร์ท่านแรกที่ได้รับการกล่าวขวัญถึงความเอาใจใส่ ปลุก ปั้น ผลักดันให้ลูกศิษย์เป็นนักเขียน ลูกศิษย์ของท่านก็มี กุหลาบ สายประดิษฐ์ หม่อมเจ้าอากาศดำ�เกิงรพีพัฒน์ และ โชติ แพร่พันธุ์ (ยาขอบ) เป็นอาทิ มูลเหตุดังกล่าวนี้ ได้เป็น “วัฒนธรรม” ที่ครูภาษาไทยเทพศิรินทร์ยึดถือเป็นแนวทาง การสร้าง “นักเขียนเทพศิรินทร์” คุณครูภาษาไทยทุกท่านต่างสร้าง พัฒนา และสืบทอดวัฒนธรรมนี้มาอย่างไม่ขาดสาย คุณครูประพันธ์ มงคลวีราพันธ์ ก็เป็นครูเทพศิรินทร์อีกท่านหนึ่งที่ ธีรภาพ โลหิตกุล นักเขียนสารคดีคน สำ�คัญคนหนึ่งในปัจจุบันได้กล่าวขวัญถึง ครูแต๋ (คุณครูสุวรรณา สมุทรสกุลเปี่ยม) ก็เฉกเช่นกัน ได้พยายามสืบทอด เจตนารมณ์ “นักเขียนเทพศิรินทร์” ต่อมาอย่างเห็นเป็นรูปธรรม ครูแต๋ ได้เป็นกำ�ลังสำ�คัญผลักดันให้เกิด “ชุมนุม นักเขียน” ขึ้นในปี พ.ศ. 2544 จำ�ได้ว่า วุฒิเศรษฐ์ ฐิตินันท์เมือง (นามปากกา เฒ่าทารก) เป็นประธานชุมนุมคนแรก กิจกรรมชุมนุมได้ดำ�เนินตลอดมาจนถึงปัจจุบัน รุ่นที่ 13 ซึ่งมี ศุภฤกษ์ กัลปพงศ์ (นามปากกา นายสี่กระเบื้อง) เป็น ประธานชุมนุมคนที่ 13 สายธารวัฒนธรรม “นักเขียนเทพศิรินทร์” ที่พวกเราร่วมยืดถือมานั้นไม่เคยขาดสาย และยังได้ รับความช่วยเหลือจาก ครูแต๋เรื่อยมา แม้ในปี พ.ศ. 2554 ครูแต๋มีความจำ�เป็นต้องขอเกษียณอายุราชการก่อนกำ�หนด แต่ครูแต๋ก็ไม่เคยทอดทิ้งชุมนุมนักเขียน จะมาร่วมงานร่วมกิจกรรมของชุมนุมนักเขียนอยู่เสมอ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 เป็นต้นมา ผู้เขียนเป็นหัวหน้าหมวดภาษาไทย ก็ได้เสนอของบประมาณเพื่อจัดกิจกรรม “ค่ายนักเขียน” ครูแต๋ก็เป็นกำ�ลังสำ�คัญนำ�นักเรียนในชุมนุมทำ�ค่ายได้อย่างแข็งขันมาจนถึงค่าย ครั้งที่ 5 จำ�ได้ว่าจัดที่ วิถีไทยรีสอร์ท อ.เมือง จ. สุพรรณบุรี ...ปีนี้ พวกเราจัดค่ายนักเขียน ครั้งที่ 8 ระหว่าง 18-20 ตุลาคม ที่ป่าสักแค้มป์ อ. พัฒนานิคม จ. ลพบุรี ก่อนเข้าค่ายสัก 1 เดือน ผู้เขียนได้โทรศัพท์ไปชวนครูแต๋ให้ไปร่วมกิจกรรมค่ายกับพวกเรา ครูแต๋ บอกว่าช่วงนี้สุขภาพไม่ค่อยดี ไปไม่ได้ เราก็ไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่านั้น จนกระทั่ง ก่อนไปค่าย 1 สัปดาห์ ได้ทราบว่า ครูแต๋อาการไม่ค่อยดี รักษาตัวในโรงพยาบาล แต่ก็ไม่อยากบอกใคร พวกเราจำ�ต้องยอมรับเงื่อนไขของครูแต๋ เพราะเรา รู้จักครูแต๋ดี เข้มแข็งและเด็ดเดี่ยว ค่ายนักเขียน ครั้งที่ 8 จบด้วยความเรียบร้อย บรรลุวัตถุประสงค์อย่างยิ่ง น่าชื่นชม พวกเราเดินทางกลับถึงโรงเรียนโดยสวัสดิภาพ ในตอนเย็นเกือบๆ ค่ำ�ของวันที่ 20 วันรุ่งขึ้น ได้รับข่าว “ช็อก” ชาวนัก เขียน ครูแต๋ไม่อยู่กับเราแล้ว... ครูแต๋คงอยู่รอฟังข่าวค่ายนักเขียนของพวกเรา เมื่อรู้ว่าค่ายนักเขียนประสบความสำ�เร็จ เรียบร้อยดี ครูแต๋ก็จากเราไป...อย่างไม่มีวันกลับ ไม่รอรับข่าวของชุมนุมเราอีกแล้ว พักผ่อนให้สบายนะครูแต๋ ชุมนุมเรายังอยู่ และจะก้าวหน้าตลอดไป ...ระลึกถึงชั่วนิรันดร์


คะนึงถึง...ครูแต๋

มะระณะ ธัมโมมหิ มะระณัง อะนะตีโต (เราจักต้องตายเป็นธรรมดา ไม่สามารถล่วงพ้นจากความตายไปได้) คือพุทโธวาทะที่ประสงค์ ทุกชีวิตวางไว้ในล้อมวง ใช่ยืนยงยึดมั่นไม่ผันกาล ความเจ็บไข้ขุกเข็ญเป็นของแท้ ความเกิดแก่ตามกรรมนำ�ประสาน ครูแต๋หนึ่งวงนั้นท่านบันดาล จึงมาผลาญชีพพรากจากเราไป ด้วยโรคร้ายรุมเร้าไม่ฟังเรื่อง จะรักษาสืบเนื่องมาแต่ไหน ไม่ฟังความตามกระแสแปรตามนัย สุดรั้งไว้วงชีวิตติดวงกรรม หนึ่งช่วงชีวิตใช้ในวงนี้ ครูแต๋ได้ทำ�ดีที่คมขำ� รักษ์ภาษารักษ์วัฒนธรรม ส่งให้ศิษย์เลิศล้ำ�เรืองวิชา หนึ่งชุมนุมนักเขียนคือชีวิต สอนให้คิดสร้างฝันวรรณศึกษา สอนให้เขียนสร้างสรรค์ฝึกปัญญา สอนให้คนข้นค่าด้วยมือครู จะงานหลวงงานราษฎร์ไม่พลาดพลั้ง เป็นพลังร่วมก้าวพร้อม “เราสู้” จึงเป็นคนที่เรารักเราชื่นชู ทุกคนรู้ลือนาม “สุวรรณา” จะร่างลับสลายแล้วแต่เราเห็น ว่าเธอเป็นยอดครูที่ยากหา เทพศิรินทร์สิ้นอีกหนึ่งไปไกลตา อาลัยลา...รักนิรันดร์จากพวกเรา ...สุชาติ ธาราวาสน์ หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย /ครูที่ปรึกษาชุมนุมนักเขียน

“คะนึงถึง...ครูแต๋” แด่ คุณครูสุวรรณา สมุทรสกุลเปี่ยม ในชีวิตของคนคนหนึ่งที่เป็น “ครู” จะมีสิ่งใด สมภาคภูมิไปกว่าการทำ�หน้าที่ของตนโดยสมบูรณ์ในการสร้างคนให้มีความรู้และความดี คุณครูสุวรรณา สมุทรสกุลเปี่ยม ได้ใช้เวลากว่า 30 ปีในการทำ�หน้าที่ครูเทพศิรินทร์ที่มุ่งมั่นตั้งใจสอน เอาใจใส่ ดูแลนักเรียนประจำ�ชั้นเป็นเอกอุ ทุ่มเทแรงกายแรงใจ สนับสนุนกิจกรรมชุมนุมอย่างต่อเนื่องและสร้างสรรค์ “งาน” ของคุณครูสุวรรณาจึงเป็นงานที่งดงาม เพียบพร้อมและสมบูรณ์แบบเป็นที่ปรากฏเสมอมา แม้ในวันนี้ เสาร์ที่ 26 ตุลาคม 2556 รูปธรรมของคุณครูสุวรรณา สมุทรสกุลเปี่ยม จะสูญสลายไป แต่นามธรรม แห่งความเป็นคุณครูสุวรรณา สมุทรสกุลเปี่ยม จักยั่งยืนอยู่ในจิตใจของศิษย์และเพื่อนครูตลอดไป ...รักแต๋มาก พี่เอง...ยุพา เผ่าสุขถาวร

“คะนึงถึง...ครูแต๋” แต๋จ๋า... พี่รู้สึกใจหาย เสียใจ และอาลัยเป็นอย่างยิ่งที่แต๋มาด่วนจากไปอย่างไม่มีวันกลับ เช่นนี้ ถึงแม้ว่าพี่จะตระหนักอยู่เสมอแล้วก็ตามว่าทุกชีวิตมีความตายเป็นที่สุด แต่แม้กระนั้นมันก็ยังเร็วเกินกว่าที่พี่จะ ทำ�ใจได้ เหมือนฝันร้ายที่พี่เฝ้าถามตัวเองว่า “แต๋จากพี่ไปแล้งจริงๆ หรือนี่ ?” คิดถึงมาก...คิดถึงวันเวลาที่เราเคยร่วม งานกันมา เคยพานักเรียนไปเข้าค่ายนักเขียน เคยตัดสินบทประพันธ์ทั้งร้อยแก้วและร้อยกรอง และจัดบอร์ดในวันสำ�คัญ ทางภาษาไทยอื่นๆ ด้วยกัน ทำ�ให้พี่รู้ว่าแต๋เป็นคนขยัน เสียสละ มุ่งมั่นตั้งใจในการทำ�งานอย่างประณีตเพื่อให้ได้ผล งานออกมาอย่างดีที่สุด อีกทั้งยังเป็นผู้มีจิตใจฝักใฝ่ในบุญ โดยไปปฏิบัติธรรมอยู่เสมอและทำ�บุญด้วยความเต็มใจและ กระตือรือร้นตลอดมา พี่เชื่อว่า ด้วยดวงจิตที่อยู่ในบุญของแต๋นี้จะเป็นพลวัตปัจจัยให้แต๋ได้พบความสุขในภพหน้าอย่าง แน่นอน เพราะบุญเป็นที่พึ่งของสัตว์โลกทั้งหลายทั้งในโลกนี้และโลกหน้านะคะ... รักและคิดถึงยิ่งตลอดไป ...พี่จิ๋ม ดารณี กิตติกานต์วงศ์


โศกสถิต ณ หฤทัย

ข่าวสุวรรณาน่าตกตะลึง ควรหรือมานิ่งตรึง สิ้นพลังเพลาน่าเสียดาย ควรหรือมาแตกสลาย ไม่รับรู้ฤดูกาล วัน เดือน ปี ควรหรือชิงลารวี นึกแล้วยิ่งกว่าจมจาบัลย์ เทวษห้องใจพลัน ละห้อยโหยไห้อาลัยเศร้า หมองหม่นสนธยาเหงา หนาวน้ำ�ตาเมฆวิเวกเย็น สะท้านไม่เคยเป็น ขอสู่สรวงสวรรค์อันอำ�ไพ จุติเป็นอัปสรใน

รักสุดซึ้งและอาลัยยิ่งนัก

รีบด่วนตาย สูญชีวี จวนสุดวัน เพียงไร้ซึ่งเงา ให้เยียบลำ�เค็ญ จับขั้วหัวใจ วิมานสุวรรณเมืองแมน พี่ป้อม เรวดี ดลดุสิตา

“ระลึ ก ถีง...แต๋น้องรัก”ตลอดเวลาที่พี่กับแต๋ได้ปฏิบัติหน้าที่ร่วมกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยด้วยกัน แต๋เป็นทั้งน้องและเพื่อนร่วมงานที่พี่รักและชื่นชอบในความเป็นครูผู้มีความรู้ความสามารถในวิชาชีพอย่างแท้จริงโดย เฉพาะในเรื่องของการเป็นนักเขียนที่ดี นอกจากนี้ ยังเป็น “ครู” ที่เพียบพร้อมด้วยพรหมวิหารสี่ เป็นผู้ที่ทุ่มเทชีวิต และจิตใจที่จะถ่ายทอดความรู้ให้แก่ศิษย์อย่างเต็มที่ ให้ความรักความห่วงใย ความเอาใจใส่ในศิษย์อย่างเสมอหน้ากัน ซึ่งนอกจากที่จะได้ประจักษ์ด้วยตัวเองแล้ว ยังได้รับคำ�ชื่นชมจากทั้งผู้ปกครองและลูกศิษย์ตลอดมา ในส่วนของความเป็นเพื่อนร่วมงาน แต๋จะให้ความเคารพรัก เอื้ออาทร ร่วมมือในงานทุกๆ ด้านของโรงเรียน แม้เมื่อพี่เกษียณอายุราชการแล้ว แต๋ก็ยังติดตามถามข่าวคราวสารทุกข์สุกดิบตลอดเวลา เป็นความประทับใจที่พี่จะ ขอจดจำ�คุณความดีที่มีต่อพี่ตลอดชั่วชีวิต แม้สังขารร่างกายของ คุณครูสุวรรณา สมุทรสกุลเปี่ยม ได้แตกดับตามกฎ แห่งความไม่เที่ยงแล้วก็ตาม แต่คุณความดีของความเป็นปูชนียบุคคลจะยังเป็นที่ยกย่องสรรเสริญตลอดไป ขอกุศลผล บุญและคุณความดีที่กระทำ�มาจงเป็นปัจจัยนำ�ดวงวิญญาณของคุณครูสุวรรณา สมุทรสกุลเปี่ยม สู่สุคติในสัมปรายภพ ชั่วนิจนิรันดร จากพี่...ยอดพร กุลแพทย์ ในวันที่คุมสอบกลางภาคด้วยกัน ก่อนที่พี่แต๋จะลาออกจากราชการ พี่แต๋... “จำ�ไว้นะยัยยิ้ม (บอกอ้ายอุทรณ์มัน ด้วย) ถ้าเธออยากให้ชีวิตยึนยาว ให้ยึด ๔ อ. คือ ๑.อารมณ์ ๒.อาหาร ๓.อากาศ และ ๔.ออกกำ�ลังกาย ” นี่เป็นคำ�บอก เล่าเพียงไม่กี่คำ�ที่พี่แต๋พูดกับฉันขณะที่ดูแลนักเรียนอยู่ในห้องสอบ ดูเหมือนเป็นคำ�พูดที่สั้นๆ ง่ายๆ แต่ติดใจฉันจนถึง ทุกวันนี้อาจเป็นด้วยท่าทีที่อ่อนโยนน้ำ�เสียงที่จริงใจปนด้วยความห่วงใยด้วยละมั้งที่ทำ�ให้ประโยคนี้ยังก้องอยู่ในห้วง ความคิดฉันอยู่เสมอ และทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้ๆ พี่แต๋มักทำ�ให้ฉันและคนรอบข้างหัวเราะได้เสมอ ด้วยรักและอาลัย ขอให้พี่แต๋ไปสู่สุขตินะคะ,ครับ ...น้องพันทิพย์,น้องอุทรณ์ โขมะนาม ขอบคุณสำ�หรับทุกอย่างที่ผ่านมา สัญญาค่ะว่าจะทำ�ทุกอย่างที่อ.ฝากไว้อย่างดีที่สุดด้วยหัวใจ ขอบคุณ สำ�หรับการเป็นต้นแบบของคำ�ว่าครู... อ.เหนื่อยมามากแล้ว หลับให้สบายนะคะ ...วโรบล พันธ์แก้ว


“แด่คุณครูสุวรรณา สมุทรสกุลเปี่ยม” สุจริตชน ครูดี ศรีรำ�เพย วรรณศิลป์ คุ้นเคย คุณครูแต๋ ณ ที่นี้ ศิษย์สุดรัก ดุจดั่งแม่ จริงเที่ยงแท้ ความผูกพัน คงนิรันดร์ ณ เวลานี้ผมย้ายมาปฏิบัติราชการอยู่โรงเรียนเทพศิรินทร์ ได้เพียง ๑๑ เดือน ซึ่งครูแต๋ ได้เกษียณอายุราชการ ก่อนกำ�หนดไปแล้ว แต่ครูรุ่นพี่กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ก็ยังเล่าให้ฟังอยู่เสมอว่า ครูแต๋เป็นครูที่สอนการเขียนได้ อย่างยอดเยี่ยม ดูแลเอาใจใส่ลูกศิษย์เป็นอย่างดี และครูแต๋ก็ทิ้งร่องรอยความทรงจำ� คือแผนการสอน เอกสารประกอบ การสอน ต่างๆ ซึ่งผมเป็น “รุ่นน้อง” ที่มารับไม้ผลัด สอนวิชาภาษาไทย ม.๔ ต่อจาก ครูแต๋ เคยมีคนบอกว่า “การเดินตามรอยเท้าคนอื่น ทำ�ให้เราไม่มีรอยเท้าของตนเอง” แต่ผมกล่าวได้อย่างไม่เคอะเขิน ว่าผมเดินตาม “รอยเท้า” ครูแต๋อยู่ จะผิดอะไร ในเมื่อ “รอยเท้า” นี้ นำ�พาผมไป ในเส้นทางที่เจิดจรัสในการสอนวิชาภาษาไทย ผมอาจเป็นเพียงน้องใหม่ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนเทพศิรินทร์ แต่ผมสัมผัสได้ถึงไออุ่น แห่ง ความผูกพัน ที่ยังคงพันผูก ความทรงจำ�ดีๆ เกี่ยวกับครูแต๋ไว้ อย่างไม่เสื่อมคลาย “เวลา” อาจพรากครูแต๋ไปจากพวกเรา แต่ ”เวลา” ไม่อาจพราก ความทรงจำ�และคุณความดีของครูแต๋ไปจาก พวกเราได้ รักและเคารพ... ...นายวีรภัทร รุ่งโรจน์นภาดล (รุ่นน้องผู้เดินตาม)

นอนไม่หลับ ตั้งแต่บ่ายสามโมงได้ข่าวไม่ค่อยดีเลือดออกเพราะผลจากยาคีโม 2 ทุ่มความดันลดแต่ยังมีสติ รับรู้ 5 ทุ่มความดันลงอีกแต่หัวใจยังเต้นดีก่อนเที่ยงคืนพี่สาวจากไปอย่างสงบ ต่อไปนี้ไม่มีใครคอยเตือนว่าหงษ์เธอ เพลาๆ เรื่องเด็กหน่อยเพลาเรื่องงานให้มา 100 ไม่ต้องทำ� 120 สุขภาพเราไม่เต็ม 100 นะ พี่สาวเตือนน้องคนนี้เสมอ และรู้ใจว่าเป็นคนรักสัจจะ รับปากใครต้องทำ�ให้ได้ คนไร้สัจจะไร้เกียรติ ไม่เคยรับปากใครส่งเดชเลย แต่เจอคนไร้สัจจะ พี่สาวเตือนว่าอย่าเอาตนเองเป็นเกณฑ์ฃิ ก็จริงนะแล้วต่อไปนี้ใครจะคอยเตือนน้องคนนี้อีกล่ะ ...รัตติกรณ์ ซึมโรจน์ประเสริฐ

ด้วยความอาลัยในการจากไปของอ.สุวรรณา สมุทรสกุลเปี่ยม คุณงามความดีที่อาจารย์ได้ปฏิบัติมาตลอด

จงเป็นพลวปัจจัยให้...อ.สุวรรณา..ไปสู่สุคติสัมปรายภพตลอดชั่วนิจนิรันดร์

...ดารุณี บูรณวัฒน์

เปลวเทียนละลายแท่ง เพื่อเปล่งแสงอันอำ�ไพ ชีวิตมลายไป เหลืออะไรไว้ทดแทน ต่อแต่นี้ไป ไม่มีคุณครูท่าน อีกแล้ว ไม่มีเสียงเจื้อยแจ้วแว่วประสาน ไม่มียิ้มให้ได้เห็นเช่นวันวาน วัฏจักรหมุนเวียนรุดสุดประวิง ต้องละทิ้งสิ่งที่รัก พักกายา ขอคุณงามความดีที่คุณครูท่านนี้สร้าง ส่องนำ�ทางดวงวิญญาณสานส่องหล้า จงสถิตย์ สัมปรายภพจบโลกา ขอตั้งจิตอธิษฐาน ท่านไปดีมีสุขศรี ขอบุญกุศลที่ คุณครูสุวรรณา สมุทรสกุลเปี่ยม ทำ�แต่ความดี ให้คุณครูมีความสุข ทุกภพเทอญ รักและคิดถึงแต๋ค่ะ ...วารุณี บำ�เพ็ญวราภรณ์


๑๐

ขอให้พี่แต๋....ไปสู่สุขคติ...... “สุข” ที่พี่พึงปรารถนาโอกาสสุดท้าย ณ. หน้ากระดาษแผ่นนี้และรูปถ่ายรูปนี้ ที่น้องคนนี้ (ไอ้กิ๊ฟ -ชื่อที่พี่ชอบเรียก-) ซึ่งเป็น “ข้างหลังภาพ” ที่มีความหมาย ที่ทำ�ให้กิ๊ฟและใครหลายๆ คนได้รู้จักกับ อ.สุวรรณา หรือ คำ�ว่า “พี่แต๋” สำ�หรับหนู ณ ชั้น 4 ตึก 100 ปี โรงเรียนเทพศิรินทร์ “ ขอบคุณในกำ�ลังใจที่มอบให้ทั้ง ตนเอง และคนในครอบครัวกิ๊ฟเสมอมา” เหนือสิ่งอื่นใด พี่เป็นต้นแบบ ของคำ�ว่า “ ครูที่ขยันสอน” ที่สุดและด้วยใจรักจริงๆ “ ครูที่สอนดี” สำ�หรับนักเรียน “ ครูที่ทำ�ตัวดี” สำ�หรับพี่ๆ และน้องๆ โดยเฉพาะ น้องคนนี้ “ ครูที่มีภูมิความรู้ ” จริงๆ “ ครูที่จิตรใจงาม” ทุกคนคงเห็นด้วย .... “ พี่ คือคนที่พีๆ และน้องๆ ณ ที่แห่งนี้ รักเสมอ” สุดท้าย ขอบคุณเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้น ในวันที่ 21 ตุลาคม 56 เวลา 13.20 ก่อนเคลื่อนย้ายศพถึงแม้ได้ ยินแต่ เสียงแก๊กๆ เหมือนคนเก็บของ ...... ไม่มีเสียงพูดของปลายทางก็ตาม แต่สำ�หรับหนูคิดว่า คือ “พี”นั่นเองที่โทรหา หนูเพราะก่อนรับสายมีชื่อ Aj Tae Ds โชว์ขึ้นในวันบ่ายนั้น ถึงแม้มันคือ ความบังเอิญ อาจเป็นสิ่งของอาจกดทับปุ่มโทร ออก ขณะที่พี่สาว/น้องสาวพี่เก็บ จึงมีการ “โทรออก” เส้นทาง....อีกหนึ่งสาย .....ที่พี่ได้ไปก่อน ...นพมาตร พวงสุวรรณ

ครูผู้วิริยะสั่งสอนศิษย์

ครูผู้มอบชีวิตเพื่อการสอน ครูผู้เป็นที่พึ่งเช่นมารดร ครูผู้เอื้ออาทรมีแต่ให้ น้อมส่งครูด้วยจิตคารวะ ขอบุญญะกุศลครูสร้างไว้ ให้”ครูแต๋”หลับพักผ่อนกายและใจ หมดทุกข์ภัยอิ่มสุข ณ สัมปราย

...เจ เกียรติธนบำ�รุง


‘...จากแล้วไกลห่าง ขอจงวางใจไม่เป็นอื่นรักยั่งยืนทุกคืนวันสุดกลั้นฤทัย..’ เป็นเวลากว่าสิบปีที่ผมมีโอกาส ได้เป็นศิษย์ของอ.สุวรรณา ซึ่งถือเป็นครูคนแรกของผมในฐานะนักเรียนเทพศิรินทร์ ทุกวันนี้คำ�สอนของครูแต๋ในวันนั้น ผมยังจดจำ�มิลืม ครูอยากให้ผมย้ายไปอยู่สายวิทย์ ครูให้ผมไปหาที่ห้องประมาณ3ครั้ง จนวันประดับเข็มก็ถือเป็นโชค ดีที่ครูแต๋ประดับให้ผม ก็ยังย้ำ�กับผมครั้งสุดท้าย แหม่!!ถ้าผมย้ายไปอยู่วิทย์แล้วผมจะได้เรียน ‘วรรณกรรมพิจารณ์ วรรณสารลิขิต’ กับอาจารย์หราครับ ครุแต๋หัวเราะใหญ่เลยยย เพราะผมเชื่อว่าการได้เรียนในสิ่งที่ชอบดีสุดละ เวลา เรียนครูจะเข้มงวดมาก ครูเป็นสาวเหนือที่เรียบร้อยเหลือเกิน เคยแอบถามว่าทำ�ไม ครูตอบก็ชั้นเป็นเด็กคอนแวนต์จ้าา (ASC) ..ถึงวันนี้เทพศิรินทร์ได้สูญเสีย ‘เพชรรำ�เพย’ ไปแต่ผมเชื่อว่าความดีและตำ�นานของอ.สุวรรณา สมุทรสกุลเปี่ยม จะยังตราในหัวใจลูกแม่รำ�เพย ((ถึงตัวไกลแต่ใจคร่ำ�ครวญ))ตลอดไป... รักครูแต๋ครับ ...ทศพล ๔๔-๔๗ (๑๑๙) ผมมีครูอยู่ท่านนึงครับ ครูท่านนี้ผมถนัดปากที่จะเรียกว่าจารย์มากกว่า จารย์สุวรรณาเป็นครูประจำ�ชั้นม.4 เนื่องด้วยห้องผมเป็นห้องสายศิลป์ จารย์อาจจะปวดหัวมากกว่าประจำ�ชั้นสายวิทย์อยู่สักหน่อย (โรงเรียนชายล้วนอย่าง เทพศิรินทร์ สายศิลย์ถือว่าเป็นเด็กที่เรียนไม่ดีนัก) จารย์มีวิธีจัดการกับพวกผมอย่างนี้ครับ อธิบายให้เข้าใจง่ายๆนะครับ คล้ายๆกับแบ่งนักเรียนออกเป็น็หลายๆเกรด ใครเก่งหน่อยก็อยู่โถที่1 กลางๆก็อยู่โถที่2 ไม่ค่อยเก่งก็อยู่โถ3 เกเรหน่อยก็ อยู่โถที่4 แล้วก็หยิยชื่อนักเรียนทั้งสี่โถมาโถละใบ ในกลุ่มนั้นก็จะคละเคล้ากันไป แล้วก็สั่งห้ามแยกกัน เวลานั่งเรียนคุณ ต้องนั่งใกล้ๆกัน ทำ�เวรวันเดียวกัน งานกลุ่มก็ต้องอยู่ด้วยกันทุกวิชาไม่ใช่เฉพาะวิชาภาษาไทยของจารย์ เพราะส่วนมาก เก่งมักอยู่กับเก่ง เกเรอยู่กับเกเร ซึ่งจะทำ�ให้เพื่อนๆที่ไม่เก่งนักคะแนนแย่ จารย์ต้องการให้เด็กเก่งช่วยดึงเพื่อนๆให้ตั้งใจ และได้คะแนนที่ดีไปด้วย นี่คือส่วนนึงของความเอาใจใส่ของจารย์สุวรรณาที่มีต่อพวกผม ซึ่งมีอีกหลายอย่างมากๆๆๆๆ เมื่อคืนจารย์สุวรรณาเพิ่งเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง ทำ�เอานอนไม่หลับ ร้องไห้ นึกถึงกี่ทีก็ร้องไห้ทุกที ผมขอสดุดีในความ เป็นครู ในความเป็นครูที่ดี และในความเป็นครูที่ดีที่สุดแห่งชีวิตของผม ผมรักจารย์นะครับ...ด้วยรักและอาลัย ...เสือเจษฎ์ของอาจารย์ (ม.4/10 ปี2539) ผมจำ�ลายมืออาจารย์ที่สวยงามบนสมุดพกได้จำ�คำ�พูดของอาจารย์ในวันที่ผมช่วยอาจารย์พิมพ์ดีดบทความ เรื่องแม่ปลาช่อนสำ�หรับใช้สอน ในห้องเรียนได้ อาจารย์ ทักผมในวันรุ่งขึ้น ที่ เอางานไปส่งตอนเช้าอาจารย์ทักว่า“นี่ แสวง เธอ เป็นพหูสูตร หรือยังไงกัน”จำ�บทร้อยกรอง ที่ อาจารย์ ขึ้นไว้ให้ ต่อ ว่ากรุงเทพ อมรเมือง ผมต่อออกไปว่า ศิรเรือง ณ เมืองไทยทั่วฟ้านภาลัยนรสุขสบายแสน อาจารย์ครับ กว่าสามสิบปีที่ผมเป็นศิษย์ของอาจารย์ ถึงวันนี้ จน ตลอดไปผมจะรำ�ลึกถึงคำ�สอนของอาจารย์ขอให้อาจารย์หลับให้สบายสถิตในที่ทีอาจารย์ปรารถนาด้วยรักและอาลัยยิ่ง ...แสวง 16765


๑๒

พื้นผนังหลังบัวที่ฐานปัทม์ เป็นครุฑอัดยืนเหยียบภุชงค์ขยำ�หยิกขยุ้มกุมวาสุกรีกำ� กินนรรำ�รายเทพประนมกร

ได้ครูเฝ้าสอนสั่งในครั้งนั้น ทั้งกาพย์กลอนโคลงฉันท์ท่านสั่งสอนจำ�จดติดติดใจให้สุนทร ครั้งเมื่อย้อนคิดย้ำ�ถึงคำ�ครู ขอบคุณครูผู้สั่งสอนให้ศิษย์เรียนให้ศิษย์เขียนอ่านวิชาหาความรู้ให้ศิษย์ได้เดินตามทางที่ควรคู่ให้ศิษย์สู้อยู่ได้ ด้วยวิชามาวันนี้ครูจากไปใจแสนเศร้าคิดถึงครั้งเมื่อเราได้ศึกษาครูคนจีนสอนคนไทยให้ปัญญา “สุวรรณา” ยอดครูแท้ แม่พิมพ์ทอง ขอขอบคุณอ.สุวรรณาที่ได้ชี้แนวทางสั่งสอนให้รู้จักคิดแยกเยอะสิ่งดีเลวเป็นอาจารย์ผู้สอนที่ไม่เคยตีแต่มีวิธีการ พูดที่สามารถสะกดและให้เด็กคิดตามได้ผมขออโหสิกรรม ในสิ่งที่เคยได้กระทำ�ทั้งกาย วาจา ใจ มาด้วย ณ ที่นี้ ...Nattapat Phongtham “ในอนาคต ถ้าพวกเธอเรียนจบไป ชีวิตก้าวหน้า มีฐานะ การงานที่มั่นคง ก็อย่าลืมกลับมาพัฒนาโรงเรียน เทพศิรินทร์กันบ้างนะจ๊ะ” จากวันนั้นถึงวันนี้ คำ�ของอาจารย์ยังคงก้องอยู่ในใจผมเสมอ ผมจะกลับมาตอบแทนถิ่นกำ�เนิด ของผมแน่นอนครับ ผมรักโรงเรียนเทพศิรินทร์ ผมรักอาจารย์ครับ ขอให้อาจารย์สุวรรณา พักผ่อนให้เต็มที่ และมีความ สุขตลอดไปนะครับ ...เสกสรร ลิมปกานนท์ ท.ศ. 31824ม.4/3 ปี 2540 เป็นอีกครั้งหนึ่ง ที่ครูปู๋เสียใจและอาลัยกับการจากไปของคุณครู สุวรรณา สมุทรสกุลเปี่ยม ผู้สอนวิชา ภาษาไทย และเป็นผู้ปลุกปั้นและประสาทความรู้และทักษะการแต่งบทร้อยกรองให้แก่ครูปู๋ ตั้งแต่ชั้น ม.4 ณ โรงเรียน เทพศิรินทร์ จนทำ�ให้ครูปู๋ได้สร้างสรรค์ผลงานบทร้อยกรองต่าง ๆ มาจนถึงทุกวันนี้ ท่านเป็นครูต้นแบบในใจของครูปู๋นับ ตั้งแต่วันแรกที่ครูปู๋ก้าวเข้าสู่วิชาขีพครูอย่างเต็มตัวเมือ 16 ปีที่แล้ว จนถึงทุกวันนี้ ครั้งใดได้พบท่าน ท่านจะให้ให้ข้อคิด และกำ�ลังใจแก่ครูปู๋อยู่เสมอ ... ขอดวงวิญญาณของคุณครู สุวรรณา สมุทรสกุลเปี่ยม สู่สุขคติในสัมปรายภพ...ผมรัก รำ�ลึกถึงพระคุณของคุณครู และคุณครูสุวรรณา สมุทรสกุลเปี่ยมจะอยู่ในความทรงจำ�ของครูปู๋ตลอดไปครับ ...Dskampoo Dsman

เสียงลือเสียงเล่าอ้าง อันใด พี่เอย

เสียงย่อมยอยศใคร ทั่วหล้า สองเขือพี่หลับใหล ลืมตื่น ฤๅพี่ สองพี่คิดเองอ้า อย่าได้ถามเผือ กลอนที่คุณครูเคยสอน ผมยังจำ�ได้อยู่นะครับ ทั้งน้ำ�เสียงและสีหน้าในการแสดงออก ความตั้งใจในการสอนลูก ศิษย์หวังให้ลูกศิษย์มีความรู้ ขอให้คุณครูมีความสุข ความสบายบนสวรรค์ดังในวรรณคดีที่ครูเคยสอน ขอบคุณที่คอย สอนคอยเอาใจใส่เสมอมา และคอยเป็นห่วงเป็นใยลูกศิษย์ดั่งลูกแท้ๆ ขอบคุณคุณครูสุวรรณา สมุทรสกุลเปี่ยม ด้วยใจ รักและเคารพ ...ศุภสิน บุญนำ�ชัย ผมได้ข่าวจากหน้าเฟซบุ๊คว่า คุณครูสุวรรณาจากไปแล้ว เคยเจอท่านเมื่อสองปีก่อน ยังจำ�ผมได้ด้วย ดีใจมาก มาก ผมพบคุณครูครั้งแรกท่านอยู่ที่ห้องธุรการตรงหน้าลิฟท์ ชั้นหนึ่งตึกเยาว์ ไว้ผมเปียยาวอันใหญ่มาก ยิ้มสดใส มาเจอ อีกที ท่านมาอยู่ที่ห้องสมุด ตอนนั้นยังไม่มีแอร์เลย คงจะรอบรรจุเป็นครู หลังจากนั้นท่านก็เข้ามาสอนเต็มตัว เพราะพอดี มีครูใหม่ออกไปเล่นละครช่องสาม ขอให้คุณครูสุวรรณา พักผ่อนให้สงบ สบายนะครับ แล้วไปเจอกันอีกทีที่ฝั่งโน้นครับ ...Boonchai Po Tui Tom


๑๓

“รำ�ลึกตลอดไป” ผมเรียนไม่ค่อยเก่งชอบแต่วาดรูป จน ม.4 อ.สอนภาษาไทยท่านหนึ่งบอกว่าให้ทุกคนเขียน อะไรก็ได้มาส่งเพื่อคัดเลือกนำ�ไปตีพิมพ์หนังสือ ผมก็วาดการ์ตูนสามช่อง แบบขายหัวเราะ ส่งไป.ผมถูกเรียกไปพบ อ.แนะนำ�ให้ผมเข้าชมรมวารสารของโรงเรียน นั่นคือจุดเปลี่ยนครั้งสำ�คัญ ทำ�ให้ผมมีอาชีพถึงวันนี้ อยากขอบพระคุณที่ อ.แนะนำ�โอกาส และทำ�ให้ผมเป็นปมอย่างเช่นวันนี้ พระคุณและความรู้ที่สั่งสอน ผมจะจดจำ�ไม่มีวันลืม...รำ�ลึกตลอดไป สู่สุขคติครับ อาจารย์ สุวรรณา สมุทรสกุลเปี่ยม ด้วยความอาลัย คมสัน สมานตระกูลชัย ท.ศ.29115 ไม่ เ คยคาดฝั น มาก่ อ นว่ า จะต้ อ งได้ รั บ ข่ า วร้ า ยอี ก ครั้ ง ขณะที่ ผ มกำ � ลั ง วุ่ น อยู่ กั บ การรายงานการค้ น คว้ า และหวัดที่กำ�ลังรุมเร้าผมอยู่ในขณะนี้ทันทีที่ผมเปิดเฟสบุ๊คก็ได้รับข่าวร้ายอันเป็นการสุญเสียครั้งใหญ่อีกครั้งสำ�หรับ สุวรรณา สมุทรสกุลเปี่ยม อาจารย์ที่รัก���ิ่งคนหนึ่ง ผมยังจำ�ภาพอาจารย์ที่สอนผมใน ห้อง ม.๔/๑๐ คำ�แนะนำ� คำ�ติเตียน ต่างๆ เสียงหัวเราะของอาจารย์ที่ก้องไพเราะ และความห่วงใยที่มีให้ผมและเพื่อนๆ มาตลอดเวลา ผมชอบไปคลุกคลีอยู่ที่ ม. ๔/๑ อันเป็นห้องประจำ�ชั้นของอาจารย์ มันทำ�ให้ผมยิ่งรู้จักอาจารย์มากยิ่งขึ้น อาจารย์มิได้เป็นแค่อาจารย์เท่านั้น แต่อาจารย์ยังเป็นเสมือนแม่ผมอีกคนหนึ่งเช่น แม่ที่คอยให้แนะนำ� แม่ที่คอยชี้แนะแนวทาง แม่ที่ให้ความห่วงในยามที่ลูก คนนี้ไม่มาโรงเรียน ข้อความบางตอนที่อาจารย์ได้ถ่ายทอดถึงเพื่อนรักของอาจารย์ ผมยังจดจำ� และตราตรึงอยู่ห้งคำ�นึง เสมอมา ผมยังจำ�ที่ผมไปหา วันนั้นเป็นทำ�งานวันสุดท้ายของอาจารย์ รอยยิ้มเจื่อบางๆ อาจารย์ยังคงยิ้มให้ผมเสมอมา บันนี้ไม่มีรอยยิ้มรอยนั้นอีกแล้ว รอยยิ้มที่แฝงเร้นด้วยความรัก และเมตตา ค่ำ�คืนนี้คงไม่มีอะไร นอกจากขออาจารย์อัน เป็นที่รักของผม และลูกศิษย์จงไปสู่สุขคติภูมิ และพบกับเพื่อนรักของอาจารย์นะครับ ความทรงจำ� และรอยยิ้ม ร่วมไป ถึงความห่วงใยของอาจารย์จะตราตรึง จารึกอยู่หัวใจดวงน้อยของลูกศิษย์คนนี้ นี่คงเป็นสิ่งเดียวที่ผมจะทำ�ให้อาจารย์ได้ นะครับ ...ด้วยรักและอาลัย จากลูกศิษย์น้อยถึงอาจารย์แม่ที่รักยิ่ง ...สมภพ แซ่หวุ่น ท.ศ.๓๙๓๖๘ (๑๒๔) ครู คือผู้ให้ ผู้คอยอบรมสั่งสอน ครูจะรักลูกศิษย์ เป็นห่วงลูกศิษย์เสมอ ประหนึ่งลูกแท้ๆของครูเอง ทุกสิ่งที่ท่าน ได้สั่งสอน ทุกสิ่งที่ท่านได้คอยว่ากล่าวตักเตือน วันนี้ขอให้ครู สุวรรณา สมุทรสกุลเปี่ยม หลับอย่างสงบ ดวงวิญญาณที่ดี งามของคุณครู สู่สุขคติ ผมได้สูญเสียคุณครูที่เป็นที่รักคนหนึ่งไป ทุกคำ�ที่ท่านสั่งสอน ทุกกลอนที่ท่านเคยอ่าน ผมจะไม่มี วันลืมครับ แด่.. คุณครูที่ผมรัก และเคารพ ขอบคุณสำ�หรับทุกๆอย่างที่ท่านเคยอบรมสั่งสอนครับ T________T ...Thitikorn Toyingpaiboon ขอแสดงความอาลัยกับการจากไปของ อ.สุวรรณา ที่เป็นที่รักยิ่ง อาจารย์เป็นอาจารย์ประจำ�ชั้นตอนเรียน ม.4 ที่ดูแลเอาใจใส่ลูกศิษย์มาก แม้จบมาแล้วก็ยังได้พบ ได้คุยกับอาจารย์เสมอ ทุกครั้งจะได้รอยยิ้ม และกำ�ลังใจกลับมา เสมอ ไม่ต่างจากตอนเรียนเลย ได้ ไ ปเยี่ ย มอาจารย์ ส องครั้ ง ที่ ศิ ริ ร าชแม้ ไ ม่ ไ ด้ พ บแต่ ก็ รู้ สึ ก ได้ ว่ า อาจารย์ รั บ รู้ ถึ ง การมาเยี่ ย มของลู ก ศิ ษ ย์ เทพศิรินทร์ทุกคน วันนี้แม้ไม่มีรอยยิ้ม คำ�พูดอย่างเป็นกันเองของอาจารย์อีกต่อไปแล้ว แต่ในความทรงจำ� รอยยิ้มนั้นยัง คงติดตา คำ�พูดของอาจารย์ยังคงก้องอยู่ในหูเสมอไม่มีวันจางไป วันนี้อาจารย์ได้อยู่ในที่ที่แสนสบายแล้ว ขอรัก ระลึกถึง อาจารย์สุวรรณา สมุทรสกุลเปี่ยม ครูผู้เป็นที่รักของลูกศิษย์คนนี้ตลอดไป ...โตสิต วิสาลเสสถ์ เทพศิรินทร์ 98 ม. 4 ห้อง 9 / 17143 อยู่บนนั้นแล้วก็อย่าลืมส่งยิ้มมาหาคนทางนี้บางนะครับหวังว่าบนนั้นคงสุขสบายเหมือนกับสวรรค์ในวรรณคดี ไทยหลายๆเรื่องที่อาจารย์เคยเฝ้าสอนผม บอกตรงๆว่าผมเป็นคนที่ไม่เชื่อในเรื่องชาติหน้าเท่าไหร่แต่ยังไงๆถ้าชาติหน้ามี จริง ขอให้เราเกิดมาเป็น ครูกับลูกศิษย์แบบนี้เช่นเคยนะครับ ...Benz Phakaeakkapat


หน้ากลาง


๑๖

พูดอะไรไม่ออกเมื่อเปิดเฟซบุ๊คขึ้นมาแล้วทราบข่าวของอาจารย์

ขอบคุณอาจารย์สำ�หรับแรงบันดาลใจใน การเป็นนักเขียนของผม ขอบคุณอาจารย์ ที่เป็นอาจารย์ท่านแรกๆ ที่ “อ่าน” และ “วิจารณ์” งานเขียนของผมทุกครั้ง อย่างเต็มใจ ขอบคุณอาจารย์ที่ผลักดันให้ผมมีความกล้าที่จะส่งประกวดเรื่องสั้น จนได้รางวัลกลับมาประดับชีวิต หลายรายการ ขอบคุณอาจารย์ที่ให้โอกาสผมในการทำ�งานด้านสิ่งพิมพ์ทุกอย่าง ตั้งแต่เป็นคนเย็บเล่ม ยันเป็นกอง บก. พิสูจน์อักษร ตลอดจนให้ความไว้วางใจให้ดำ�รงตำ�แหน่งประธานชุมนุมนักเขียนเมื่อปี 2548 แม้ว่าผมจะไม่ได้เดินทางสายวรรณกรรม อย่างที่อาจารย์เคยแนะนำ�ไว้ แต่ผมก็ยังได้ใช้ความรู้ และความ สามารถที่อาจารย์มอบให้ในการรังสรรค์ผลงานอยู่อย่างต่อเนื่อง ทุกครั้งที่หยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน หรือจะเขียนบทความ ซักชิ้น ผมคิดถึงอาจารย์เสมอ หวังไว้ว่าจะนำ�ผลงานไปให้อาจารย์วิจารณ์อีก แต่คงไม่มีวันนั้นอีกแล้ว เป็นอีกครั้งที่รู้ตัว เมื่อสาย...ขอให้อาจารย์หลับให้สบาย และไปสู่สุขตินะครับ ...Run Drum Hero ผม ติดตามข่าวจากเฟสบุ๊คที่หลานอาจารย์นำ�มาถ่ายทอดให้ลูกศิษย์อาจารย์ทุกคนของอาจารย์ได้เฝ้า ติดตาม ไม่คิดว่าจะมีข่าวความเศร้าโศก เสียใจกับบรรดาลูกศิษย์ของอาจารย์เร็วขนาดนี้ ขอให้อาจารย์เฝ้ามองลูกศิษย์ ของอาจารย์ด้วยความรักความเอ็นดูอย่างมีความสุขบนสรวงสวรรค์ด้วยครับ ผมลูกศิษย์อาจารย์รุ่นแรกที่ได้เรียน วิชาภาษาไทยกับอาจารย์ ขอแสดงความเสียใจ และ ขอกราบคารวะอาจารย์ ที่เป็นครูที่ดีที่สุด คนหนึ่งในชีวิตผมครับ ...Jarunavin Supchai นอนไม่หลับเลยครับเปิดเฟทบุ๊กมาเจอข่าวของอาจารย์ ผมเฝ้าภาวนาขอให้อาจารย์หายป่วนเร็วๆ ไม่นึกเจอ ข่าวไม่คาดฟํนเช่นนี้ ปีที่แล้วผมได้เจออาจารย์หลังจากจบการศึกษาไป 30 ปี แต่อาจารย์ก็ยังจำ�ผมได้แม่นยำ� ผมและ ครอบครัวจะเก็บภาพควมทรงจำ� เสียงหัวเราะ รอยยิ้มของอาจารย์ตลอดไปครับ ...Somtas Somburanayut คืนนี้เป็นคืนที่เสียครูประจำ�ชั้นที่ดีที่สุด เป็นครูที่ใส่ใจนักเรียนทุกคน และคอยช่วยแก้ปัญหา เหตุการณ์มันเร็ว เกินไปที่จะทำ�ใจได้ และความฝันที่จะได้รวมครูและลูกศิษย์ที่ประจำ�ชั้นมาทานข้าว ถ่ายรูป ก็ยังไม่ได้ทำ� ถึงตอนนี้จะรวม เพื่อนๆได้แต่ก็ไม่มีครูอีกแล้ว แต่ครูจะอยู่ในใจของพวกเราทุกคน ผมก็ขอให้ครูสุวรรณา สมุทรสกุลเปี่ยม หลับให้สบาย ขอบคุณมากนะครับที่คอยอบรมสั่งสอนตั้งแต่ ม.4 จนถึงเข้ามหาลัยเวลาเจอครูก็จะคอยถามและเป็นห่วงตลอด ถึงแม้ วันนี้จะไม่ทันที่จะได้ใส่ชุดครุยไปหาครูแล้ว แต่ผมก็จะตั้งใจเรียนนะครับ รักและคิดถึงครูเสมอครับ ...Itthinan Anuchitanukoon อาจารย์คือครูที่ปรึกษาคนแรกของผมในรั้วเทพศิรินทร์ อาจารย์สอนภาษาไทยให้ผมเข้าใจมาก ตั้งแต่ผม เข้ามหาวิทยาลัยมายังไม่มีโอกาสได้เจออาจารย์สักครั้งเลย ผมจะไม่ลืมอาจารย์คนหนึ่งที่เอาใจใส่ รักและดูแลลูกศิษย์ คนหนึ่ง ขอบคุณที่ทำ�ให้ผมมีวันนี้ได้ ขอบคุณที่ดูแลผมมาตลอดตอนอยู่ ม.4/11 ยังจำ�ห้อง 547 ที่เรียนกับอาจารย์ได้ ขอให้อาจารย์ไปสู่สุขคติ นักเรียนคนนี้จะรักและคิดถึงอาจารย์ตลอดไปนะครับ ...San Sone Bana


๑๗

ได้แต่ถามตัวเองว่าจริงหรอ พูดไม่ออก คิดและก็คุยอยู่ตลอดว่าจะไปเยี่ยมอาจารย์ ไปช่วยขนของเข้าบ้านใหม่ กับเพื่อนๆ พี่ๆ ในหัวตอนนี้มันมแต่ภาพเก่าๆ ตอน ม.4/4... ตอนประจำ�ชั้น 547... ตอนเดินเปิดประตู 545... เหตุการณ์ นี้มันเร็วมาก เร็วเกินที่ผมจะรับไหว... ตั้งแต่รู้ว่า อ. ป่วยพวกเราก็ได้แต่รอวันที่ อ. จะพร้อมให้เยียมได้ แต่สุดท้ายก็ไม่ทัน ได้เห็นหน้า อ. ขอบพระคุณอาจารย์มากกครับสำ�หรับทุกอย่างที่อาจารย์มอบให้ศิษย์คนนี้ ทุกคำ�สอน ทุกการอบรม จะยังคงอยู่ในใจพวกเราทุกคนเสมอ หลับให้สบายนะครับ แม่คนที่สองและแม่ครูที่เป็นแบบอย่างของผมจนผมมีวันนี้รัก และคิดถึง อ. มากๆ ครับ ...วรกานต์ โอภาสวัฒนา ท.ศ.41287 (4/4-53) ยังจำ�วันแรกที่อาจารย์เดินเข้ามาสอนในห้องได้ ยังจำ�วันที่อาจารย์โทรเรียกให้พวกเรากล���บมาโรงเรียนเพราะ เราโดดเรียนไปดูบอลกันจำ�ภาพที่อาจารย์นั่งสั่งสอนพวกเราหน้าห้องภาษาไทยได้ยังจำ�ภาพที่อาจารย์ออกไปซื้อข้าว ให้พวกเรากินตอนไปค่ายได้ยังจำ�รอยยิ้มยังจำ�คำ�สั่งสอนต่างๆได้อยู่ในหัว ยังจำ�ได้ว่า “อาทิ” จะไม่มี “เช่น”ตามหลัง และอีกมากมายที่อาจารย์แต๋คอยสอนคอยเตือนคอยเป็นกำ�ลังคอยแนะนำ� ขอบคุณอาจารย์แต๋มากๆครับ ขอให้อาจารย์ ไปสู่สุขคติ หลับให้สบายครับ...รักและคิดถึงอาจารย์มากๆครับ ...Yanakorn Sivawattanawong เมื่อ 12 ปีที่แล้ว.....ตอนนั้นผมเรียนเทพศิรินทร์ห้องม.4/7 ซึ่งเป็นห้องที่อาจารย์แต๋เป็นอาจารย์ประจำ�ชั้น ผม ยังจำ�ได้ถึงน้ำ�เสียง รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ห้องภาษาไทย ชุมชุนนักเขียน คำ�สอนของอาจารย์ได้เป็นอย่างดี สิ่งเหล่านี้ เป็นภาพความทรงจำ�ดีๆๆของผมในวัยเด็กและทำ�ให้ผมรู้สึกว่าอาจารย์แต๋เป็นอาจารย์ที่ผมรักและเคารพมากที่สุดจริงๆ อาจารย์แต๋ท่านเคยบอกผมว่า “เชาว์ถ้าเธอพูดน้อยกว่านี้อีกนิดนึง เธอจะเป็นเด็กที่น่ารักคนนึง” ตอนนั้น ผมไม่เข้าใจ ความหมายของมันจริงๆๆว่าคืออะไร พอเวลาผ่านไปผมเข้าใจแล้วครับอาจารย์ว่าอาจารย์หมายถึงอะไร ขอบคุณ อาจารย์ที่สั่งสอนผม ช่วยเหลือผม เอ็นดูผมมาโดยตลอด...ขอให้อาจารย์ไปสู่สุคติครับ ...ชวนะ อมรอริยะกูล ท.ศ 35070 ผมยังไม่ทันจะเห็นหน้าอาจารย์เลย ผมยังไม่ทันที่จะไปเยี่ยมบ้านใหม่ของอาจารย์เลย ผมยังไม่ทันที่จะได้ กินข้าวฝีมืิออาจารย์อีกครั้งนึงเลย ผมยังไม่ทันที่จะคุยกับอาจารย์เลย ผมยังไม่ทันแม้แต่จะกอดอาจารย์อีกซักครั้ง ขอแค่ อีกซักครั้งนึง ผมรักอาจารย์มากนะครับ แม่คนที่สองของผม ขอบคุณสำ�หรับทุกๆอย่่าง หลับให้สบายนะครับ... อาจารย์ สุวรรณา สมุทรสกุลเปี่ยม ...เจตวุฒิ บรรลือนุชรี ท.ศ.41273 ขอให้อาจารย์ไปสู่สุขคติ ผมไม่มีวันลืมอาจารย์เลยครับเพราะอาจารย์เป็นผู้สอนผมจาก 0 มาถึงขนาดนี่ได้ถึง แม้ทำ�จะเคยทำ�ให้อาจารย์ผิดหวังไปบ้างผมก็ปรับตัวแล้ว แหะๆ ผมยังไม่ประสบสำ�เร็จในด่านที่ผมเรียนอาจารย์ก็จาก ผมไปแล้วงั้นผมขอให้อาจารย์ดูจากผมข้างบนละกัน ^ ^ เขียนไปน้ำ�ตาจะไหลไป ผมขอบคุณสำ�หรับทุกอย่างที่อาจารย์ เคยให้ผมมาขอบคุณครับ ...Kamin Min “นักเรียนโต๊ะนั้นจะคุยทำ�ไม ตั้งใจเรียนหน่อยสิ” สิ้นเสียงคำ�เตือนของคุณครูสุวรรณา สมุทรสกุลเปี่ยม ทำ�ให้ผม และเพื่อน หยุดการสนทนา และกลับมาตั้งใจเรียนอีกครั้ง ...เสียงในวันนั้นยังคงโลดแล่นอยู่ในความทรงจำ� ของผม มันเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความเอาใจใส่ ความห่วงใยระหว่างคุณครูกับศิษย์ ...ด้วยรัก เคารพ และอาลัย ...ธนเสฏฐ์ จรรยาประเสริฐ ท.ศ.41586


๑๘

ผมรู้ดีว่ามะเร็งมันน่ากลัวเพราะมันพรากคนที่ผมรักไปสองคนแล้ว

คนแรกเป็นญาติที่ผมเคารพรัก คนที่สอง เธอไม่ใช่ญาติแต่ผมก็รักเธอเหมือนญาติ เธอไม่ได้จับมือผมให้ผมเขียนหนังสือได้ แต่เธอพร่ำ�สอนจนผมเขียนหนังสือเป็น ผมคงไม่มีวันนี้ถ้าผมไม่มีเธอเป็นกำ�ลังใจ และเป็นที่ปรึกษาที่ดีของผมเสมอมา ขอบคุณสำ�หรับทุกอย่างนะครับอาจาร ย์แต๋ ผมรู้ว่าอาจารย์เป็นคนดี อาจารย์ต้องไปในภูมิภพที่ดีอย่างแน่นอน แล้วถ้าชาติหน้ามีจริง เรากลับมาเป็นอาจารย์ กับลูกศิษย์กันอีกนะครับ ผมรักอาจารย์นะครับ ...Jirati Kittisataien ขอแสดงความเสียใจและรำ�ลึกถึงครูแต๋ สุวรรณา สมุทรสกุลเปี่ยม ครูภาษาไทยที่ดีที่สุดคนหนึ่งในชีวิตผม ครูได้วางรากฐานด้านงานเขียน และสร้างนักเขียนเทพศิรินทร์จนเป็นผลสำ�เร็จ ผมเองได้รับความเมตตาจากครูอยู่หลาย ครั้ง ทั้งในด้านงานเขียน และตอนที่ผมทำ�ละคอนครูก็กรุณามาชมละคอนของผมอยู่เสมอ ครั้งสุดท้ายที่เราเจอกันเมื่อ วันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา ผมเห็นครูยังคงแจ่มใสและทักทายผมเหมือนเคย แต่ไม่คิดเลยว่านั่นจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เรา ได้เจอกัน ผมขออนุญาตนำ�กลอนที่ผมเขียนให้ครูตอนครูเกษียณอายุราชการก่อนกำ�หนดมาลงอีกครั้งนะครับ อาจารย์สุวรรณาที่ผมรู้จัก เป็นผู้หญิงที่น่ารักอย่างเรียบง่าย ทุกถ้อยคำ�ที่ครูอธิบาย มักใช้ถ้อยคำ�ง่ายง่ายแต่กินความหมายลึกซึ้ง ครูเป็นคนมีน้ำ�ใจ ครูอ่อนโยนละมุนละไมในความรู้สึก แต่บางครั้งคำ�ของครูก็บาดลึก เข้าไปในจิตสำ�นึกให้ตระหนัก ครูมีแต่ความหวังดี ครูทุ่มเทกำ�ลังที่มีด้วยใจรัก ร่างบอบบางของครูยื่นออกรับงานหนัก จนเราต้องประหลาดใจนักในความแกร่งกล้าของครู ครูไม่เคยเกี่ยงไม่เคยเลือกศิษย์ ครูปฏิบัติต่อทุกคนเช่นมิตรที่ดีเสมอ นี่คือความอุ่นใจทุกครั้งที่พบเจอ ไม่ได้เสริมถ้อยคำ�ใดให้เลิศเลอ แต่คนที่อยู่ใกล้ครูทุกคนย่อมรู้ว่าจริงเพียงใด ทั้งหมดที่เขียนให้ครูนี้ จึงไม่มีการประดิษฐ์คำ�ด้วยฉันทลักษณ์ไหน หวังเพียงสื่อภาษาของหัวใจ ที่รู้สึกข้างในไปถึงครู เพราะครูเคยสอนให้เขียนอย่างเป็นอิสระ ให้ลดละจากกรอบที่ครอบอยู่ ครูจึงงามสมค่าคำ�ว่า “ครู” รักครู...รักครู...สุวรรณา หากครูจะรับรู้ได้ด้วยญาณวิถีใดๆ ผมขออโหสิกรรมในสิ่งใดก็ตามที่อาจได้เคยล่วงเกินครูทั้งกาย วาจา ใจ และ ขอให้ผลบุญที่ครูได้กระทำ�ด้วยความเต็มใจของครูส่งผลให้ครูได้พบแต่ความสงบ ความงาม และความดี ตลอดไปครับ ...Surasak Namwatsopon ขอแสดงความอาลัยกับการจากไปของอ.สุวรรณา ที่เป็นที่รักยิ่ง อาจารย์เป็นอาจารย์ประจำ�ชั้นตอนเรียน ม. 4 ที่ดูแลเอาใจใส่ลูกศิษย์มาก แม้จบมาแล้วก็ยังได้พบ ได้คุยกับอาจารย์เสมอ ทุกครั้งจะได้รอยยิ้ม และกำ�ลังใจกลับ มาเสมอ ไม่ต่างจากตอนเรียนเลยได้ไปเยี่ยมอาจารย์สองครั้งที่ศิริราช แม้ไม่ได้พบแต่ก็รู้สึกได้ว่าอาจารย์รับรู้ถึงการ มาเยี่ยมของลูกศิษย์เทพศิรินทร์ทุกคน วันนี้แม้ไม่มีรอยยิ้ม คำ�พูดอย่างเป็นกันเองของอาจารย์อีกต่อไปแล้ว แต่ใน ความทรงจำ� รอยยิ้มนั้นยังคงติดตา คำ�พูดของอาจารย์ยังคงก้องอยู่ในหูเสมอไม่มีวันจางไป วันนี้อาจารย์ได้อยู่ในที่ที่ แสนสบายแล้ว ขอรัก ระลึกถึง อาจารย์สุวรรณา สมุทรสกุลเปี่ยม ครูผู้เป็นที่รักของลูกศิษย์คนนี้ตลอดไป ...โตสิต วิสาลเสสถ์ เทพศิรินทร์ 98 ม. 4/9 ท.ศ.17143


๑๙

ไว้อาลัยอาจารย์ สุวรรณา ขอให้อาจารย์ไปสู่ภพภูมิที่ดีนะครับ

...ปณัสย์ชนัน อภิเศวตกานต์ (128)

แม้ว่าจะไม่เคยแม้แต่จะคุยกับคุณครูสุวรรณาได้เพียงแต่เคยเห็นและสวัสดี แต่ชื่อเสียงของครูความดีของครู ถูกส่งผ่านจากบุคคลต่างๆ เลยทำ�ให้รู้ว่าครูเป็นครูที่ดีมาก ไว้อาลัยแด่ครูครับ อ้อลืมไป ครูคือคนที่คุมสอบตอนผมสอบ เข้าโรงเรียนเทพศิรินทร์ ดีใจที่ครั้งนึงก็เคยให้ครูดูแล ...ยงยุทธ คำ�บุตรดี (129) ถึงแม้ว่าผมจะไม่เคยเรียนกับคุณครู แม้ว่าจะเคยคุยกันแค่ครั้งเดียว แต่ชื่อเสียงและความดีของคุณครูผมได้ยิน จากรุ่นพี่มามาก คำ�พูดของครูที่เคยบอกผมว่า “ช่วยดูแลชุมนุมนักเขียนของเราต่อไปด้วยนะ” ประโยคนี้ประโยคเดียว ที่เราได้คุยกัน และเป็นประโยคเดียวที่ผมจะจำ�ไว้ และทำ�ตามเพื่อชุมนุมที่ได้ก่อตั้งขึ้น และรักมันมากนะครับ ...วสุธร ธารี ท.ศ. 44241 (129) ครูครับ...รอยยิ้มของครูกลายเป็นเพียงภาพฝันเสียเเล้ว ภาพฝันที่ผมจะจดจำ�ทุกคืน ภาพฝันที่ผมจะระลึกถึง เเละปราถนาจะพบในทุกช่วงภวังค์ ขอบคุณครูที่เข้ามามอบภาพฝันอันเเสนวิเศษนี้ให้ผม ขอบคุณครูที่เเอบมาทิ้งหยด หมึกเเละรอยเปื้อนของความผูกพันไว้ให้ ขอบคุณที่ครูมอบเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของความอบอุ่นเเละความน่ารักอัน มีรสชาติกลมกล่อมให้ผมได้ลิ้มลอง ครูครับ มันเเปลกจริงๆ เเปลกที่ทุกสิ่งที่ครูมอบให้ดูจะสดใสเเละน่าจดจำ�เสมอ ครูครับผมชอบฝันนี้เหลือเกิน ครูครับผมจะไม่ลืม ครูครับผมรักครู ...นายวรกรต ไทยลี่ DS 127 เลขประจำ�ตัว 41241 “วิรุฬห์....นมร้อน ตอนนี้เย็นจนเป็นนมชืดหมดแล้วนะ” คำ�พูดนี้เป็นคำ�พูดที่ผมจำ�ได้อย่างดี เป็นคำ�พูดที่ อาจารย์ได้พูดไว้ในขณะที่ผมนั่งเล่นกับเพื่อนๆ ที่โถงตึกแม้นก่อนที่อาจารย์จะหันมาส่งยิ้มให้และเดินออกจากตึกแม้น ไป.... 2 ปีแล้วนะครับที่ผมไม่ได้เจอและพูดคุยกับอาจารย์เลย และต่อจากนี้ไปผมคงไม่ได้ยินคำ�ว่า “ไอ้เจ้าวิรุฬห์.....” จากอาจารย์อีกแล้ว อาจารย์เป็นคนที่ทำ�ให้ผมรักในงานเขียน รักในการอ่าน รักในภาษาไทย ทุกคำ�สอน ทุกคำ�แนะนำ� และทุกความห่วงใยที่อาจารย์มีให้ต่อศิษย์คนนี้ผมจะจดจำ�และนำ�ไปใช้จนถึงวันสุดท้ายของชีวิต ถึงแม้วันนี้อาจารย์จะไม่อยู่กับผมแล้ว แต่ของผมขอสัญญาว่าผมจะเป็นศิษย์ที่ดี และเป็นคนดีของสังคมให้สมกับที่ครั้ง หนึ่งผมได้มีโอกาสเป็นศิษย์ของอาจารย์ผู้เป็นดั่งแม่ของผมคนนี้ อาจารย์สุวรรณา สมุทรสกุลเปี่ยม ทุกรอยยิ้มทุกความ ทรงจำ�จะอยู่ในใจผมตลอดไปนะครับ ขอบคุณครับอาจารย์ ผมรักอาจารย์นะครับ # นมร้อน ...นายวิรุฬห์ พยนต์ไพบูลย์สุข ท.ศ. 40842 DS 126 เพราะเผลอเข้าไปอยู่ใน”รัศมีสุวรรณา”แท้ๆ.. เลยไม่พ้นให้ผมต้องรู้จักและรักคุณครู แม้ครูจะสอนผมเพียง แค่หนึ่งปี แต่สิ่งที่ครูให้ผมกลับมากกว่าวิชาความรู้ เพราะครูเป็นทั้งแรงบันดาลใจ เป็นทั้งแนวทางที่ทำ�ให้ผมได้มายืน อยู่ในเส้นทางของนักเขียนเช่นปัจจุบัน ทุกสิ่งทุกอย่างท่ีอาจารย์พร่ำ�สอนและตักเตือน ศิษย์คนนี้จะขอจดจำ�ไว้ตลอดไป ผมรักคุณครูครับ ...นายปิยณัฐ ตรงศิริ DS127 เลขประจำ�ตัว 41212


๒๐

ไม่รู้ว่าข้อความเหล่านี้จะมีสักกี่คนที่ได้อ่าน จะมีสักกี่คนที่รับรู้ถึงความรู้สึก เด็กคนนึงที่ไม่มีโอกาสได้เรียนกับ อาจารย์ โชคดีที่ได้เข้าชุมนุมนักเขียนที่มีอาจารย์คอยดูแล ไม่มีโอกาสที่จะได้ฟังคำ�แนะนำ�ของอาจารย์เท่าคนอื่นเพราะ เราไม่เคยเขียนงานให้อาจารย์ตรวจ ไม่มีช่วงเวลาดีๆร่วมกับอาจารย์เท่ากับคนอื่นๆ มีแต่เพียงรอยยิ้มของอาจารย์ที่ยัง เป็นเครื่องย้ำ�เตือนว่าครั้งหนึ่งเคยได้เป็นลูกศิษย์อาจารย์ รอยยิ้มที่เห็นทีไรก็รู้สึกอบอุ่นใจทุกครั้ง ข้อความเหล่านี้อาจ เป็นคำ�พูดที่มาเด็กหนุ่มเพียงไม่กี่คน แต่มันเป็นเครื่องชี้ชัดได้ว่า สิ่งที่ “อาจารย์สุวรรณา” ได้ทำ�นั้น มีความหมายมากมาย เพียงใด สิ่งที่ผมเชื่อคือ อาจารย์ไม่ได้จากเราไปไหน อาจารย์ทิ้งสิ่งดีๆเอาไว้มากมายให้พวกเรา พวกเราจะรักและจดจำ� อาจารย์ตลอดไปครับ ...นายปิยะชัย แย้มพวงทอง ท.ศ. 42749 DS126 ถึงแม้ผมจะไม่เคยเรียนกับครูในห้องเรียน แต่ครูก็เป็นครูที่สอนนอกห้อง เป็นแบบอย่างให้ผมในหลายๆ เรื่อง ถึงแม้ผมจะไม่ได้คุยกับครูมากนัก แต่ผมก็รู้สึกผูกพันกับครู... ครั้งแรกที่เจอครู ครูชวนผมไปค่ายนักเขียนแต่ผมไม่ว่าง พอผมมีโอกาสไปค่าย ครูก็เกษียณไปเสียแล้ว ผมเคยวิ่งไปบ่นกับครูว่า ผมเกิดช้าไปเลยไปเลยไม่ได้เรียนกับครู ครูขำ� และเอ็นดูผม ทั้งๆ ที่ครูยังไม่รู้จักชื่อผมเลยด้วยซ้ำ� ครูเคยพูดกับผมและเพื่อนว่า “ช่วยดูแลชุมนุมนักเขียนของเราต่อไป ด้วยนะ” ยังไม่ถึงรุ่นทำ�งานของผมเลยด้วยซ้ำ� ครูก็ได้จากไปเสียแล้ว ทุกอย่างมันช่างช้าไปเสียจริงๆ ช่วงเวลานั้นๆ ผม ควรที่จะพูดหลายสิ่งอย่างกับครูเช่นว่า “ผมจะดูแลชุมนุมนี้ให้ดีที่สุดและจะให้รุ่นน้องๆ ทำ�ให้ดีที่สุดเช่นกัน” ...นายลัทธพล จิรปฐมสกุล DS129 เลขประจำ�ตัว 42675 ไม่มีคำ�บรรยายใดใด ที่สามารถทำ�ให้ท่านอาจารย์สุวรรณา คนนี้ กลับมามีลมหายใจเยี่ยงเดิมเพื่ออ่านข้อความ ของผมและผู้คนอีกมากมายที่แสดงความรักต่ออาจารย์ แต่ผมภาวนาให้อาจารย์รับรู้ถึงสิ่งที่ทุกคนได้ตอบแทน พระคุณ ของท่านอาจารย์คนนี้ คนที่รักผมโดยไม่มีข้อแม้ ได้สอนสิ่งต่างๆมากมายที่เกินคำ�ว่าลูกศิษย์แล้ว ผมก็ตอบแทนพระคุณ ของอาจารย์ไม่ได้เลย แต่ผมก็สืบทอดเจตนารมณ์ชุมนุมนักเขียนของอาจารย์แล้ว นั่นเป็นสิ่งเดียวที่ผมได้ตอบแทน อาจารย์ ผมก็ไม่มีคำ�พูดอะไรที่สามารถบอกอาจารย์ให้รับรุ้ได้ ณ เวลานี้ แต่ลึกๆในใจผมอยากบอกว่า “รักอาจารย์”ครับ ภาวนาให้อาจารย์ได้รับรู้ ...ขอบคุณครับ สำ�หรับทุกสิ่งทุกอย่าง ...นายอวิรุทธ์ แซ่จิว ม.6/7 เลขที่ 12 รหัสประจำ�ตัว 41886 รุ่น 128 จากโลกแคบๆ ที่แทบไม่รู้จักใคร กลับกลายเป็นว่าการเข้าชุมนุมนักเขียน และรู้จักอาจารย์สุวรรณา ได้เปลี่ยนแปลงชีวิตของผม ถึงผมจะไม่ได้เรียนกับอาจารย์ตอน ม.4 แต่ผมรู้จักงานเขียนมากขึ้น พร้อมทั้งงานกราฟิกที่มี ประโยชน์ต่อผมในวันนี้อย่างมาก ผมเจอหน้าอาจารย์กี่ครั้ง ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องตัวผมเองกับชุมนุม มันเหมือนเป็นประโยค เดียวที่ยังผลักดันให้ผมและเพื่อนๆ มีความสุขทุกครั้งครับ ที่ได้ทำ�งานกับสิ่งที่อาจารย์ได้สร้างไว้ จนวันนี้มันยิ่งใหญ่เหลือ เกิน ผมอยากให้อาจารย์ได้เห็นความสำ�เร็จอยากให้อาจารย์เห็นว่าพวกผมๆ สามารถทำ�มันได้ อยากให้อาจารย์ได้เห็น ว่าน้องๆ พี่ๆ มีความสุขมากเพียงใด ตามที่อาจารย์หวังไว้ แต่ไม่มีสิ่งใดที่จะนำ�พามาซึ่งความสุขชั่วนิรันดร์ กลายเป็นว่า วันที่พวกผมมีความสุขที่สุด ที่ได้ทำ�ในสิ่งที่อาจารย์ต้องการ เป็นว่าที่พวกผมสะเทือนใจร้ายแรงที่สุดในชีวิต ต่อจากนี้ อาจารย์ไม่มีอะไรต้องห่วงแล้วนะครับ ผู้เป็นอาจารย์ตลอดกาลจนวินาทีสุดท้ายของชีวิต ...นายพงศกร จิระชาญชัยศิริ DS128 เลขประจำ�ตัว 41829


๒๑

คุณครูริ คุณครูเริ่ม คุณครูร่าง คุณครูแต่ง คุณครูแต้ม คุณครูเติม สุวรรณา นารี กวีเอก ท่านทุ่มเท ทุ่มสุดตัว มิหลับนอน ถึงตัวจาก แต่คำ�สอน ยังคงอยู่ คำ�คำ�นึง ครูคะนึง มิขาดแคลน

คุณครูสร้าง คุณครูสรรค์ คุณครูเสริม คุณครูเพิ่ม ทุกทุกสิ่ง เปรียบดังพร กวีเล็ก กวีใหญ่ ได้ท่านสอน ความจริงนี้จงขจรไปทั่วแดน คำ�คุณครู มีอยู่ เป็นนับแสน จงโลดแล่นนักเขียนเทพศิรินทร์ ...นายศุภกร พิพิธธนาบรรพ์ DS128 เลขประจำ�ตัว 41772

ผมเป็นคนพูดไม่ค่อยเก่ง สื่อสารไม่ค่อยรู้เรื่อง เขียนอะไรก็ไม่ค่อยเอาไหน ... แต่ผมก็ยังรัก รักที่จะอยู่ในชุมนุม นักเขียน ชุมนุมที่ผมได้พบกับหลายๆ สิ่ง หลายๆ อย่าง ชุมนุมที่ผมได้พบกับอาจารย์ และทำ�ให้รู้ว่าอาจารย์เป็นคุณครูที่ ดีแค่ไหน ครูมักจะสอนพวกผมอยู่เสมอ สอนในทุกๆ เรื่องให้เราได้เติบโต... ครูมักจะค่อยให้คำ�ปรึกษา คอยเป็นห่วงลูก ศิษย์ทุกๆ คน และครูมักจะยิ้ม ยิ้มกว้างๆ ให้กับพวกผม รอยยิ้มที่ทำ�ให้ทุกคนยิ้มตาม มันเหมือนมีอะไรบางอย่างทำ�ให้ เรายิ้มได้ เหมือนกับว่ามันติดต่อกันได้งั้นแหละ ทุกครั้งที่พวกผมทำ�งานจนดึกดื่นครูก็จะดูแลพวกเรา และคอยทำ�ให้พวก เรายืนหยัดได้ด้วยตนเอง อาจารย์ อาจารย์ อาจารย์ คำ�นี้คำ�ๆ นี้ที่เติมนำ�หน้าคุณ���รูทุกๆ ท่านเหมือนๆ กัน แต่มันกลับ ให้ความรู้สึกที่ต่างกันสำ�หรับอาจารย์คนนี้ เพราะถ้าได้ยินคนพูดถึงเมื่อไหร่มันกลับรู้สึกคุ้นเคย รู้สึกเคารพรัก และ...ไม่รู้ ว่าจะเรียกว่าอะไรดี...อาจจะเป็นคำ�ว่าอบอุ่น หรืออาจะเป็นว่ารู้สึกเหมือนว่าทุกอย่างจะต้องลงเอยด้วยดี เพราะมีท่าน อยู่ด้วยกับพวกเรา ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณในทุกๆ อย่างที่อาจารย์ได้สั่งสอน ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณในทุกๆ อย่างที่อาจารย์ได้ดูแล ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณในทุกๆ อย่างที่อาจารย์ทำ�ให้กับพวกเรา ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณครับครูที่ทำ�ให้ผมเจอครูดีดี ครูที่ใส่ใจดูแล ครูที่เป็นครู ให้ผมได้รู้จักกับความหมาย ของคำ�ว่า คุณครู ...นนทกร อรุณพฤกษากุล ของพวกเรา รุ่นผมไม่ค่อยจะเรียนกันเท่าไร และทำ�ให้ครูหนักใจอยู่หลายเรื่อง ผมยังจำ�ภาพที่ครูต้องเดิน ร้องไห้ออกจากห้องได้เลยครับ ....ขอบคุณที่ครูทำ�ให้การเรียนภาษาไทยสนุกและเข้าใจง่าย แม้แต่ตอนขึ้น ม.5 แล้ว ผมยังมาถามการบ้านครูบ่อยครั้ง และครูก็อธิบายอย่างเต็มใจทุกครั้ง ขอบคุณที่ตอนอยู่ ม.4 ครูคือผู้อยู่เบื้องหลัง จนสอบได้ที่ 1 เป็นครั้งแรกในชีวิต ....ตอนเรียนจบ ไปดูบอลจุตรมิตร แค่ได้พบ สวัสดีครูก็มีความสุขแล้วครับ ...ครูคือครู ในดวงใจของพวกเรา ลูกแม่รำ�เพย ...Yaem Tik Phumin ขอกราบเเทบเท้าคุณครูสุวรรณา ครูประจำ�ช้ันผมในปี 2528 ท่านได้ทำ�งานสั่งสอนลูกศิษย์มาหลายปี ตอนนี้ คุณครูได้พักผ่อนเสียทีผม ขอให้คุณครู ได้ไปอยู่ในสรวงสวรรค์ ไปเป็นนางฟ้า ที่คอยมองมายังเด็กเทพศิรินทร์ทุกๆคน นะครับ ด้วยความอาลัยรัก ...ท.ศ. 21418 รุ่น 102 Top-thanayos Dech


๒๒

ยังจำ�ได้สมัยคุณครูสอนให้เขียนเรียงความ... ยังจำ�ได้สมัย ครูตีมือเพราะ ขี้เกียจ... ยังจำ�ได้สมัย กลับไปบอกท่านว่าผม เรียนกฏหมายแล้วนะ... ยังจำ�ได้สมัย สอบกฏหมายนึกถึงการเขียนที่ท่านสอน... ยังจำ�ได้ ยังระลึกไว้ โดยตลอด ถึงพระคุณครู... คุณครูสุวรรณา จะอยู่ในความทรงจำ� ของผมตลอดไป... ขอให้คุณครูไปสู่สุขคติครับ... ...ว่าที่ร้อยตรี อนุชิต วรรธนวินิจ ท.ศ.120 อาจารย์ เป็นผู้ที่มีจิตวิญญาณความเป็นครูภาษาไทยอย่างแท้จริงภาพที่อาจารย์สอนผมกับเพื่อนๆ ตอนม.4/3 ยังติดตรึงตราอยู่ในหัวราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้เอง อาจารย์สอนให้อ่านทำ�นองเสนาะนิราศพระบาทของ สุนทรภู่ อาจารย์ผู้มีรอยยิ้มทีอ่ ่อนหวานแต่แฝงไว้ด้วยคำ�พูดทีน่ ่าเกรงขาม จนผมและเพือ่ นๆต้องเกรงกลัวและเชือ่ ฟังอย่าง ว่าง่าย ทุกครั้งที่ผมได้กลับไปเยี่ยมอาจารย์ท่านอื่น ผมไม่เคยลืมที่จะกลับไปกราบสวัสดี อาจารย์สุวรรณา และ อาจารย์ ก็จะทักทายด้วยรอยยิ้มเสมอๆ ถามว่าเธอรุ่นไหน ทำ�งานอะไร คุ้นๆหน้านะ พอบอกว่าสอนพิเศษด้วย อาจารย์ก็เลย บอกฝากว่าสอนน้องๆ ด้วยนะ มาถึงวันนี้รู้สึกอาลัยกับการจากไปของอาจารย์ผู้เป็นที่รักยิ่งของนักเรียนเทพศิรินทร์ ผู้ที่สอนลูกศิษย์เทพศิรินทร์มาทั้งหมด 33 รุ่น ผู้ที่รักโรงเรียนเทพศิรินทร์อย่างยิ่ง ขอให้ดวงวิญญาณอาจารย์สุวรรณาได้ ไปสู่สัมปรายภพ ได้อยู่ในภพภูมิที่มีธรรมสูงสุด ไม่ต้องห่วงทางนี้แล้วนะครับ หลับให้สบายชวนจนิรนดร ... Apiphan Naewphanassawa ท.ศ. 26000

ถ้าตอนอยู่

ม.1 ไม่ได้อาจารย์ผลักดันเรื่องเขียนบทความ ผมคงไม่ได้แจ้งเกิดด้วยการเขียนบทความใน นิตยสารศิรเทพแน่นอนครับ ทุกวันนี้ที่ผมมีรายได้ มีอาชีพเสริมเป็นนักเขียนนิยายกับนักเขียน พ๊อกเก๊ตบุ๊คส์ได้ก็เพราะ อาจารย์สุวรรณาครับ ขอไว้อาลัยด้วยครับ ...BaiTong Dunamist ขอให้ดวงวิญญาณของอาจารย์สุวรรณา อันเป็นที่รักยิ่งของศิษย์ สู่สรวงสวรรค์ชั้นสูงสุด รักเเละอาลัยกับการ จากไปของอาจารย์ รักเเละเคารพเสมอ ...ท.ศ. 25557 Montri Taveeparnichapan

ขอให้คุณครูที่รักและเคารพ

ได้พักผ่อนบนสวรรค์ชั้นฟ้า สมดังที่ท่านได้เมตตาสั่งสอนศิษย์ทั้งหลายให้ได้ดี ศิษย์จะไม่มีวันลืมพระคุณท่านชั่วชีวิตครับ ...ท.ศ.97 Apiwats Pipithruengkrai ในฐานะลูกศิษย์ ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวอาจารย์ อาจารย์ท่านพ้นทุกข์หมดห่วงทุกอย่าง ขอบุญกุศลทีอ่ าจารย์ได้เสียสละทีเ่ ข้ามาเป็นข้าราชการครูทีไ่ ด้สงั่ สอนอบรม ลูกลิงอย่างพวกผมให้เป็นคนดีของสังคมไทย ขอให้อาจารย์สู่ภพภูมิที่ดีครับอาจารย์ ...Punghoom Na Ja


๒๓

ตกใจน้ำ�ตาซึมเลย มีโอกาสได้เรียนภาษาไทยกับอาจารย์ตอน ม.4 ถ้าจำ�ไม่ผิดนะ แกเป็นคนที่สอนวิชานี้ สนุกที่สุดเลยในตลอด 6 ปี ในรั้วรำ�เพย ขอร่วมอาลัยครับ ...ท.ศ. 41-44 Yuttinai Tong Yungcharoen ขอร่วมอาลัยกับการจากไปของครูครับ ครูประจำ�ชั้นห้อง 4/11 (รุ่น 103 ศิลป์ฝรั่งเศส) ของพวกเรา รุ่นผม ไม่ค่อยจะเรียนกันเท่าไร และทำ�ให้ครูหนักใจอยู่หลายเรื่อง ผมยังจำ�ภาพที่ครูต้องเดินร้องไห้ออกจากห้องได้เลยครับ ....ขอบคุณที่ครูทำ�ให้การเรียนภาษาไทยสนุกและเข้าใจง่าย แม้แต่ตอนขึ้น ม.5 แล้ว ผมยังมาถามการบ้านครูบ่อยครั้ง และครูก็อธิบายอย่างเต็มใจทุกครั้ง ขอบคุณที่ตอนอยู่ ม.4 ครูคือผู้อยู่เบื้องหลัง จนสอบได้ที่ 1 เป็นครั้งแรกในชีวิต ....ตอนเรียนจบ ไปดูบอลจุตรมิตร แค่ได้พบ สวัสดีครูก็มีความสุขแล้วครับ ...ครูคือครูในดวงใจของพวกเรา ลูกแม่รำ�เพย ...Yaem Tik Phumin ผมยังจำ�อดีต ครั้งที่ อาจารย์ เข้ามาสอนเสมอ ทุกครั้งที่ อาจารย์ เดินเข้ามาในห้องเรียนเพื่อที่จะสอน อาจารย์ จะมีอารมณ์ที่ยิ้มแย้มมีใบหน้าที่สดใส และสนุกเฮฮา ทุกครั้ง สอนนักเรียนด้วยความสดชื่น ภาพนั้น ผมจำ�ไม่เคยลืม อาจารย์สุวรรณา ขอให้ ผลบุญกุศล ที่ อาจารย์ได้สั่งสอน อบรม ลูกศิษย์ ให้เป็นคนดี และมีหน้าที่การงานที่ดี จงส่งผล ให้อาจารย์ สู่สวรรค์ชั้นสูงสุด นะครับ ด้วยความเคารพ ...Monchai Foto ครูครับ ผมเชื่อว่าพวกเราเหล่าลูกแม่รำ�เพยทุกคน รักและอาลัยครูครับ ขอให้ครูหลับให้สบายนะครับ ครูเหนื่อยมามากแล้ว พวกผมสัญญาว่า จะเป็นคนดีของ เทพศิรินทร์ และของสังคม ครับครู.. ...ณัฐวุฒิ โต้ง

กราบเท้าอาจารย์ครับ

ผมเป็นคนนึงที่ได้ท่านสอน ตอนเรียนก็ไม่เคยตั้งใจ งานศพท่านก็ไปไม่ได้ติดงาน แต่ผมขอกราบท่านด้วยความ

ขอให้อาจารย์หลับให้สบาย พวกเราจะระลึกถึงพระคุณและความเมตตาที่อาจารย์ ได้อบรมสั่งสอนมา ผมยังจำ�วันที่อาจารย์พาไปแข่งกลอนได้เป็นอย่างดี ขอให้รู้ว่าลูกศิษย์คนนี้จะไม่มีวันลืมพระคุณของ อาจารย์อย่างแน่นอนครับ ...Chatchawal Sa-nguansilp เคารพครั้งสุดท้าย ผมรักอาจารย์ครับ ขอบคุณที่สั่งสอนพวกเราชาวเทพศิรินทร์ ขอบคุณท่านจากใจครับ !! ...หมู่แบงค์ สิบโท พศวีร์ “ครูขอฝากชุมนุมนักเขียนนี้ด้วยนะ” นี้เป็นประโยคสั้นๆที่คุณครูพูดกับผม แต่ผมไม่นึกเลยว่าจะไม่ได้ยินเสียง ของคุณครูอีกแล้ว คุณครูเป็นแรงผลักดันส่วนหนึ่งที่ทำ�ให้ผมรักในงานเขียน คุณครูเป็นผู้สอนที่สนุก ผู้สอนที่เข้าใจ นักเรียน ถึงตอนนี้คุณครูจากไปแล้ว แต่พวกผมขอสืบต่อเจตนารมณ์ ของคุณครูนะครับ ด้วยรักและอาลัย ...นายเฉลิมพล ตั้งศิริสกุล 41494 ท.ศ.52-55


๒๔

ดั่งสายฟ้าผ่าฟาดให้หวาดหวั่น เมื่อรู้ข่าวว่าอาจารย์ท่านจากไป ระลึกถึงเมื่อครั้งยังศึกษา เล่าเรียนรู้จดจำ�โคลงกาพย์กลอน ขอประณมก้มกราบแทบบาทท่าน คุณพระธรรมนำ�คู่คุณความดี ศิษย์น้อมกราบคุณครูด้วยรู้ว่า จะจดจำ�รำ�ลึกไว้ตลอดกาล

หยุดเวลาคืนวันให้หวั่นไหว น้ำ�ตาไหลอาบหน้าแสนอาวรณ์ ท่านอาจารย์สุวรรณาได้พร่ำ�สอน คุณครูสอนศิษย์ไว้จนได้ดี ส่งอาจารย์สุวรรณาในวันนี้ พาอาจารย์สถิตที่ทิพย์วิมาน พระคุณท่านเหลือคณามหาศาล จะสืบสานภาษาไทยให้ยืนยง แต่งกลอนบทนี้ให้อาจารย์นะครับ ...ชัชวาล สงวนศิลป์

เป็นโชคดีอย่างสูงสุดที่นักเรียนใหม่คนนี้ได้อาจารย์สุวรรณามาประจำ�ชั้น เด็กที่ไม่ได้เก่งอะไรเป็นพิเศษ ไม่มีวิชาไหนที่ทำ�ได้ดีเยี่ยม ผมเริ่มหลงรักภาษาไทยและหลงรักการเขียนจากการสอนของอาจารย์และได้ค้นพบว่า “การเขียน” คือสิ่งที่ผมทำ�ได้ดีจากคำ�ชมเล็กๆ ในชิ้นงานและตัดสินใจเข้าชุมนุมนักเขียน ตลอดสามปีในโรงเรียน เทพศิรินทร์ของผมมีค่าเพราะอาจารย์ อาจารย์มอบกำ�ลังใจ ความเชื่อมั่น มอบสังคมพี่น้องที่อบอุ่น และอาจารย์ยัง เป็นแรงผลักดันให้ผมเข้าเรียนในคณะวารสารฯ เอกสิ่งพิมพ์ แต่ยังไม่ทันได้เอาปริญญากลับมาอวด ยังไม่ทันได้ถ่ายรูป กับอาจารย์ให้ภูมิใจ อาจารย์ก็จากพวกเราไปซะแล้ว ขอบคุณสำ�หรับรอยยิ้มและกำ�ลังใจที่มีให้พวกผมมาตลอดนะครับ ผมจะจดจำ�คำ�สอน จดจำ�ความทรงจำ�ทุกอย่างที่ “อาจารย์แต๋” มอบให้ผมไว้ตลอดไปครับ รักและเคารพตลอดไป ...นายอภิชาต วัฒนวรเศรษฐ์ ท.ศ.42092 (50-53) อาลัยรักสลักจิต พระคุณสถิตสนิทใจไม่ห่างหาย ครูสร้างศิษย์บ่มความคิดทั้งใจกาย ศิษย์ทั้งหลายน้อมประนตจรดครู กลอนบทนี้ แ ต่ ง ให้ คุ ณ ครู ภ าษาไทยที่ ดี ที่ สุ ด ในชี วิ ต ของผมคนหนึ่ ง แม้ ไ ม่ เ คยได้ เ รี ย นกั บ อาจารย์ โ ดยตรง แต่มีโอกาสได้ใกล้ชิดและได้รับการสั่งสอนนอกเวลาเรียนมาตลอด อาจารย์เป็นคนหนึ่งที่คอยให้คำ�ชี้แนะเรื่องการแต่ง กลอนประกวดในวันสำ�คัญต่างๆ อาจารย์คอยให้คำ�แนะนำ�ในการเขียนเรียงความส่งประกวดหลายๆครั้ง ทุกครั้งที่ได้ รับคำ�ชมในการเขียนจากอาจารย์ หัวใจของศิษย์คนนี้พองโตเสมอและมีกำ�ลังใจที่จะสร้างสรรค์ผลงานของตัวเองต่อไป รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ คำ�ว่ากล่าวตักเตือน ภาพลักษณะท่าทางต่างๆของอาจารย์ยังคงตราตรึงอยู่ในในศิษย์คนนี้ตลอด เวลา อาจารย์เป็นผู้ที่อุทิศทั้งชีวิตเพื่อการเป็นครูอย่างแท้จริง เป็นครูโดยแท้จริงจากจิตวิญญาณ ไม่ใช่แค่เพียงทำ�ไป เพราะหน้าที่ อาจารย์สุวรรณา สมุทรสกุลเปี่ยม เป็นอาจารย์ที่ดีที่สุดคนหนึ่งในโลกใบนี้ รักและเคารพอาจารย์เสมอครับ ...นายชยุตม์ วงศ์มหาชัย รุ่น124 (49-52) ท.ศ.39853

ผมเป็นเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่โชคดีที่สุดเลยก็ว่าได้ที่ครั้งหนึ่งได้มีโอกาสรู้จัก

และเป็นลูกศิษย์อาจารย์ อาจารย์ ทำ�ให้ผมรักภาษาไทย แม้ว่าในวันนี้จะมีแต่ภาพความทรงจำ�เท่านั้นที่ทำ�ให้ผมยังเหมือนได้ใกล้ชิดอาจารย์ แม้มันจะไม่ อบอุ่นเท่าการที่ได้นั่งคุยกับอาจารย์แบบที่คุ้นเคยก็ตาม แต่ภาพความทรงจำ�นี้จะอยู่ไปตราบนานเท่านาน คงเป็นเพราะ “รัศมีของสุวรรณา” ที่ทำ�ให้ผมมีอนาคตได้ในทุกวันนี้ ...นายธนพล แสงชัยวิรัช รุ่น 52-55 (127) ท.ศ.41446


๒๕

ช่วงที่กระด๊อกกระแด๊กเป็นเด็กใหม่ของชุมนุมนักเขียน ครูได้พาผมไปรู้จักพี่ๆ รุ่นก่อนๆ อยู่หลายครั้ง คนนี้พี่ รุ่น 1 คนนี้พี่รุ่น 2 พี่คนนี้จบทางนี้ พี่คนนี้ทำ�งานเป็นนี่อยู่ที่นี่ พี่คนนี้แต่งกลอนแพรวพราว พี่คนนี้วาดการ์ตูนล้อเลียนเก่ง พี่คนนี้เขียนเรื่องสั้นได้สะใจสุวรรณามาก ชุมนุมนักเขียนเรามีแต่เด็กเก่งๆ นะ พี่ๆ เนี่ยก็สอบได้ที่ 1 ที่ 2 กันทั้งนั้น อิฉันจะ รอดูความสำ�เร็จของพวกเธอเป็นที่น่าอิจฉาพี่ๆ เหล่านั้นอย่างมาก อย่างไรก็ตามผมเชื่อว่าครูต้องคอยดูพวกเราอยู่และ ยิ้มให้จากที่ไกลๆ ที่ไหนสักแห่งหนึ่งแน่ๆ รอก่อนนะครับครู รักครูมากเลยครับ ครูสุวรรณา สมุทรสกุลเปี่ยม (หมึกสีรุ้ง) ครูที่รักยิ่งของผม ...ศุภณัฐ กุศลพิทักษ์ นีต่ ูน...ดูมันนะหันมามองแล้วก็หันกลับ แหม คุณวิฬาร์ ล้าลาจำ�หน้าฉันไม่ได้หรือไงยะ...”ครูพูดพร้อมหัวเราะ หลังจากผมหันกลับไปทัก “ตอนแรกนึกว่าสาวน้อยที่ไหนเดินมา หน้าไม่ค่อยคุ้นครับ” ผมหัวเราะ “ปากนะปาก มัน น่าอะไรดี ฮ่าๆ” คำ�ทักทายของการสนทนาครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ ๙ มิ.ย. ๕๖ ก่อนที่เราจะพูดคุยถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ นั่นคือเสียงหัวเราะอย่างแจ่มใสครั้งสุดท้ายที่ผมได้ยิน ตลอดเวลา ๗ ปีที่ได้รู้จักครู แม้จะเป็นเพียงเวลาไม่นานที่จะรู้จัก กันให้มากกว่านี้ แต่ก็นานพอที่จะรับรู้ความเป็น “ครู” ของผู้หญิงชื่อ “สุวรรณา” ผมเป็นเพียงเด็กคนหนึ่งที่ครูมีความ รัก ความเมตตา ความยุติธรรม สั่งสอน บอกกล่าว ตำ�หนิ หยอกล้อ เหมือนกับศิษย์คนอื่นๆ ดังนั้นการจะบรรยาย ประสบการณ์ และความรู้สึกใส่ในหน้ากระดาษคงไม่เพียงพอ ก่อนครูจะออกจากราชการครูบอกผมว่า “นี่ วิฬาร์ ชุมนุม(นักเขียน) น่ะ ช่วยกันกับนัถ ดูแลน้องๆด้วย” ผมตอบว่า “น้องมันเก่งนะครับ หลายคนนี่ผมยอมรับฝีมือเลย” ครูตอบกลับมาว่า “เก่งแค่ไหนก็ต้องดูแล เราโตกว่าเขา สอน และแนะนำ�ด้วย อย่าทิ้งพวกนั้นนะ” ครูครับแม้ผมจะจำ� คำ�พูดทั้งหมดไม่ได้ แต่ผมก็ทำ�ตามที่ครูบอกตลอดมานะครับ ตอนนี้กลุ่มเด็กๆ ที่ครูห่วงใย ปลุก และปั้นขึ้นมา แต่ละ คนกำ�ลังเติบโตไปในทางของพวกเขาแล้วนะครับ ผมดีใจที่ได้พบกับครู ผมดีใจที่ครูไม่ต้องทนทรมานกับโรคร้าย แต่ ผมเสียใจที่ครูไม่ได้เห็นความสำ�เร็จของศิษย์ทุกคน ผมเสียใจ... “นี่ ครูครับพวกเราจะเรียนจบแล้ว ครูทำ�ตามสัญญา ด้วยนะ” “จ้าๆ ฉันจะรอนะ ฮ่าๆ” คำ�อำ�ลาสุดท้ายที่ผมได้ยิน ครูต่างหากครับที่ทำ�ให้พวกเรารอเก้อ ครูจะอยู่ใน ความทรงจำ�ตราบชีพวาย ครูแต๋ ครูตัวเล็กๆ แต่... ด้วยจิตคารวะเกินบรรยาย “ไอ้คุณเจ้าวิฬาร์ ,พ่อทรงกลดสดศรี รัศมีทอแสงแจ่มจ้าฟ้าอรุณ” ของครู ...นายทรงกลด ธรรมเจริญ ท.ศ.๓๙๗๙๒ รุ่น ๑๒๔ (๔๙-๕๒) ครูสุวรรณา เป็นมากกว่าครู เป็นมากกว่าผู้ให้ความรู้ แต่ครูสุวรรณาเป็นได้ทุกอย่างสำ�หรับลูกศิษย์ ไม่ว่ายาม ที่ลูกศิษย์เศร้าหรือมีความสุข ครูสุวรรณาจะคอยอยู่เคียงข้างเสมอ หากจะกล่าวว่าครูสุวรรณาเป็น “ครูที่ดี” คงเป็นคำ� กล่าวที่น้อยเกินไป ไม่รู้ว่าจะนิยามความรู้สึกที่มีต่อครูท่านนี้อย่างไร ขอบคุณครูมากครับ สำ�หรับทุกสิ่งทุกอย่างที่มอบ ให้เสมอ ถึงวันนี้ครูจะจากพวกเราไป แต่ผมเชื่อว่า ครูจะไม่มีทางหายไปจากใจของพวกเรา รักครูสุวรรณามากครับ ...นายนพณัฐ ขวัญเลิศจิตต์ ท.ศ.42086 รุ่น 50-53 (125) โ อ้ อ า ลั ย (กาพย์ยานี ๑๑) โอ้อาลัยใจหาย เห็นตกตายวายชีพชนม์ โอ้โอ๋รันทดทน ท่วมเทวษถวิลครวญ ไปเถิดไปไปสบาย อย่าหมองหมายโศกกำ�สรวล ไปเถิดไปไปสุขควร สงบระงับดับทุกข์ทน ฯ

...“ตึก หน้าพระลาน” DSA97


๒๖

ผมรู้สึกโชคดีมากที่ได้เป็นลูกศิษย์ของอาจารย์สุวรรณา อาจารย์อบรมสั่งสอนลูกศิษย์ทุกคนอย่างเต็มที่และ เสมอภาค อาจารย์ให้โอกาสเด็กหลายๆคนให้รู้จักคำ�ว่า “คนดี” ทั้งของครอบครัว โรงเรียน สังคม และประเทศชาติ ผมก็ เป็นอีกคนที่ได้รับโอกาสนั้น ผมคงจะไม่ขอพูดอะไรมากไปกว่าคำ�ว่า “ขอบพระคุณ” คุณของอาจารย์ผมจะระลึกไว้เสมอ แม้วันนี้อาจารย์จากไปแล้ว แต่ความทรงจำ�และความดีของอาจารย์จะตรึงในใจผมตลอดไป ด้วยรักและเคารพ ...นายชัยภัคฐ์ เจริญธนกิจรัตน์ ท.ศ.42727 รุ่น 51-54(126) นานมาแล���ว ที่ไม่เคยได้สนใจภาษาไทย จนกระทั้ง ได้มาพบกับอาจารย์ ภาษาไทย ในความคิดของผม เปลี่ยน ไป การเขียนของผมเปลี่ยนไป ชีวิตผม ก้าวเข้าใกล้ คำ�ว่า”นักเขียน”มากขึ้น ชีวิตผมเปลี่ยนไป มาก และมาก แต่แล้ว อาจารย์ก็จากไป วันเวลาในอดีต แม้จะไม่อาจเรียกกลับคืนมาได้ แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่ดี และไม่อาจลืมได้ลง ขอขอบคุณ ทุกสิ่งที่อาจารย์ได้มอบให้ ขอขอบคุณสำ�หรับทุกคำ�สอนและคำ�แนะนำ� ขอขอบคุณทุกช่วงเวลาที่อาจารย์ได้เสียสละให้ ขอขอบคุณครับ ...ยศวรรธน์ เหล่าสุนทรศิริ DS127 41247 แม้ไม่ได้เรียนกับอาจารย์ แต่เมื่อได้เข้ามาอยู่ในชุมนุมนักเขียน ซึ่งอาจารย์เป็นที่ปรึกษา ทำ�ให้ผมได้รู้จักกับครูที่ น่าเคารพคนหนึ่ง คำ�ชมและคำ�ชี้แนะอันเปี่ยมด้วยความเมตตา ทำ�ให้รู้สึกว่าครูไม่ได้เห็นพวกผมเป็นแค่ลูกศิษย์ วันนี้ไม่มี คำ�พูดเหล่านั้นจากครูอีกแล้ว แต่วันนี้ลูกศิษย์คนนี้ขอกล่าวถึงคุณครูด้วยความเคารพรักยิ่ง “รักครูสุวรรณามากครับ” ...นายพีรทรัพย์ วิชิตรัชนีกร ท.ศ.41339 DS127 วันนี้เป็นวันที่อาจารย์จากไปอย่างไม่มีวันกลับแล้ว มันทำ�ให้ผมนึกถึงวันเก่าๆ สมัยที่ผมยังเป็นนักเรียนของ อาจารย์อยู่ อาจารย์ได้สอนเรื่องต่างให้กับผมมากมายทั้งในเรื่องของ วิชาภาษาไทย และ การใช้ชีวิตในสังคม เรื่องเหล่า นั้นผมยังจำ�ได้ตลอดมาจนถึงบัดนี้ ถึงตัวอาจารย์จะจากพวกผมไป แต่คุณความดีของอาจารย์นั้นจะอยู่ในความทรงจำ� ของพวกผมตลอดไป ผมจะไม่มีวันลืมเวลาทุกนาที ทุกวินาที ที่ได้อยู่กับอาจารย์ครับ ด้วยรักและเคารพ ...ชัยพันธุ์ เต็มหลักทรัพย์ ท.ศ.41239 DS127 หลับให้สบายนะครับ ครูสุวรรณา สมุทรสกุลเปี่ยม ครูที่รักของผม และ โรงเรียนเทพศิรินทร์ ผมเป็นคน หนึ่งที่ได้มีโอกาสเรียนกับครู วันหนึ่งครูเชิญชวนผมไปค่ายนักเขียน ต่อมาผมจึงมีโอกาสเข้ามาทำ�งานในชุมนุมนักเขียน เทพศิรินทร์ ได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ ครูดูแลผมเหมือนลูก และสอนทั้งวิชาความรู้และวิชาการใช้ชีวิต เหตุผลหนึ่งที่ผม อยากเป็นครูภาษาไทย ก็เพราะมีครูเป็นแรงบันดาลใจ ผมชอบวิธีการสอนของครูมาก ครูทุ่มเทให้แก่ศิษย์อย่างเต็มที่ พอผมเรียนจบครุศาสตร์ ผมจะเป็นครูภาษาไทยให้เหมือนครูให้ได้ครับ ...นายพัลลภ เพ็ชรไชย ท.ศ.40918 รุ่น 51-54 (126) คุณครูสุวรรณา สมุทรสกุลเปี่ยม ครูสอนภาษาไทยของผมที่ทำ�ให้ผมรอที่จะเรียนวิชาภาษาไทยอย่างใจจด ใจจ่อ อยากที่จะทำ�งานให้อาจารย์ได้วิจารณ์เสมอ ภาษาไทยวิชาที่มีเสียงหัวเราะของนักเรียนหัวใสใส่แว่นตาเกิดขึ้น เกือบตลอดเวลา อาจารย์ผู้ชักชวนผมไปค่ายนักเขียนครั้งแรกในชีวิต แม้ว่าค่ายครั้งนั้นอาจารย์จะไม่ได้เห็นอะไรในตัว ผมเลย แต่วันนี้ผมในฐานะสมาชิกชุมนุมนักเขียนเทพศิรินทร์คนหนึ่งคงปฏิเสธไม่ได้ว่าอยู่จุดจุดนี้เพราะใคร ขอบพระคุณ อาจารย์ที่ทำ�ให้ผมมีเพื่อน มีครอบครัวที่อบอุ่นในทุกวันนี้กับชุมนุมนักเขียนเทพศิรินทร์ วันนี้อาจารย์ไม่ได้อยู่กับผมแล้ว เหลือเพียงสิ่งที่อาจารย์ทิ้งไว้ให้ผม ชีวิตผมที่โชคดีเพราะอาจารย์ ผมจะพึงระลึกถึงอาจารย์เสมอ ด้วยรักและอาลัย ...นายวสันต์ ตันสุทัศน์ ท.ศ.41245 52-55(127)


๒๗

เมื่อวานอ.สุวรรณา สมุทรสกุลเปี่ยม ได้จากโลกนี้ไปอย่างไม่ทันให้ใครตั้งตัว จึงไม่แปลกใจที่ทุกคนต่างรู้สึก สะเทือนใจอย่างมาก หนึ่งในนั้นก็คือผมเอง เพราะอาจารย์สุวรรณาเป็นอาจารย์ที่ให้ทั้งความรู้ ข้อคิด คำ�อวยพร และ แรงบันดาลใจที่ทำ�ให้รักและอยากเรียนด้านภาษาไทยถึงทุกวันนี้ อาจารย์เป็นคนที่ผมรักและเคารพมากที่สุดคนหนึ่ง ทำ�ให้ผมยังคงจำ�คำ�สอนของอาจารย์ที่พร่ำ�สอนอย่างเมตตา ยังจำ�รอยยิ้มที่สดใสของอาจารย์ได้เสมอ คอยดูแลลูก ศิษย์คนนี้ตั้งแต่ค่ายนักเขียนครั้งแรกที่ได้ไปโดยไม่รู้จักใครเลย ถ้าอยากบอกอะไรอาจารย์ได้ คงอยากบอกขอบพระคุณ อาจารย์สำ�หรับทุกสิ่งทุกอย่าง และขอโทษ ขออโหสิกรรมที่เคยทำ�ให้อาจารย์โกรธหรือไม่พอใจ ถึงตอนนี้ แม้ว่าอาจารย์ จะจากไปแล้ว รู้ดีว่าคำ�พูดที่สวยหรูไม่อาจช่วยอะไรได้ แต่อย่างน้อยก็เพื่อระลึกถึงพระคุณ ความทรงจำ�ดีๆ และเชิดชู ความดีของ ‘ครู’ ที่ทำ�หน้าที่ได้ดีที่สุดเท่าที่ครูคนหนึ่งจะทำ�ได้ ถ้าขออะไรได้ ก็หวังให้อาจารย์ได้รับรู้ถึงข้อความนี้ รับรู้ ถึงความรักของผมและคนที่รักอาจารย์อีกมากมายไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม ... อาจารย์อุทิศชีวิตให้กับงานที่เหน็ดเหนื่อย มาตลอด ตอนนี้ขอให้อาจารย์หมดห่วงและพักผ่อนให้สบายนะครับ.ด้วยรักและเคารพอย่างสูง ...สุทธินันท์ อติกานต์สกุล ท.ศ.51-54 รุ่น 126 ผมเป็นนักอ่านมากกว่านักเขียน และผมคิดมาตลอดว่าการเขียนอะไรสักอย่าง เป็นอะไรที่ยากเสมอ จนกระทั่ง วันหนึ่งได้มาพบกับอาจารย์ ต้องขอบคุณอาจารย์มากๆ ที่เปลี่ยนทัศนคติในตัวผมในด้านงานเขียน ผมยังจำ�ได้ถึงวันแรก ที่เคยส่งบทความให้อาจารย์ แล้วอาจารย์ก็แนะนำ�กลับมาด้วยความตั้งใจ ผมรักอาจารย์ที่อาจารย์ให้ความสำ�คัญและ ให้คุณค่ากับงานเขียนทุกๆงาน นอกจากงานเขียนแล้ว อาจารย์ก็ยังรักในงานสอน ให้คุณค่ากับลูกศิษย์ทุกคนที่พบเจอ ด้วย เป็นโชคดีของผมนะครับ ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตของผม ได้มีอาจารย์เข้ามาอยู่ในความทรงจำ� ผมไม่เคยคิดเลยว่าอาจารย์ ได้จากไปไหน เพราะอาจารย์จะยังคงอยู่กับพวกเราเสมอ ไม่ว่าจะเป็นคำ�สอน รอยยิ้ม น้ำ�เสียง การหยิก การตีเบาๆ คอยเตือนให้เงียบ อาจารย์จะคงอยู่เช่นนั้นเสมอครับ ขอบคุณนะครับอาจารย์ที่สอนสั่งเด็กคนนี้เสมอ รักเสมอครับ ...นายกิตติพัฒน์ พูลจำ�ปา ท.ศ. 39609 รุ่น 49-52 (124) ครูคือรัศมีสีทองเปล่งประกายนำ�ทางศิษย์ ครูมีจิตใจที่เปรียบดั่งมหาสมุทรที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตา ความ เย็นยามศิษย์ร้อน ครูจะอยู่ในจิตสำ�นึกของพวกเราตลอดไป คุณครูสุวรรณา สมุทรสกุลเปี่ยม ...ยงยุทธ สิทธิการุณ

อาลัยอาจารย์ครับผมเคยเรียนกับท่านท่านเป็นอาจารย์ที่ดีมากๆรักเเละเคารพอย่างสูงครับ

ผมเข้าชุมนุมนักเขียนครั้งแรกตอนม.1 ตอนนั้นก็มีอาจารย์ท่านหนึ่งเข้ามาพูดในคาบชุมนุม ตอนนั้นผมก็ยังไม่รู้

...Nattapol Poowa

อีโหนอีเหน่อะไร ก็ฟังบ้างไม่ฟังบ้าง ม.2ผมก็ยังอยู่ชุมนุมนักเขียน แต่ม.3 มีเหตุให้ผมย้ายชุมนุม แต่ใครจะรู้เล่าว่าอาจารย์ คนที่เข้ามาพูดในชุมนุมตอนม.1ม.2นั้น จะกลายมาเป็นอาจารย์ประจำ�ชั้นของผมในม.4 ปีนั้นก็มีเหตุที่ไม่มีคาบชุมนุม แต่ อย่างที่บอกไปว่าอาจารย์ท่านนั้นเป็นอาจารย์ประจำ�ชั้นของผม จึงทำ�ให้ผมมีโอกาสได้เข้าร่วมกิจกรรมค่ายนักเขียนเป็น ครั้งแรก และด้วยคำ�พูดของอาจารย์ ทำ�ให้ผมกลายเป็นผมในวันนี้ ทำ�ให้ผมมีแรงผลักดันทำ�กิจกรรมในชุมนุมจนประสบ ผลสำ�เร็จ ขอบคุณครับอาจารย์สุวรรณา ...ศุภฤกษ์ กัลปพงศ์ 42005 รุ่น128


๒๘

ครูคือรัศมีสีทองเปล่งประกายนำ�ทางศิษย์ ครูมีจิตใจที่เปรียบดั่งมหาสมุทรที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตา ความ เย็นยามศิษย์ร้อน ครูจะอยู่ในจิตสำ�นึกของพวกเราตลอดไป คุณครูสุวรรณา สมุทรสกุลเปี่ยม ...ยงยุทธ สิทธิการุณ โ อ้ อ า ลั ย (กาพย์ยานี ๑๑) โอ้อาลัยใจหาย เห็นตกตายวายชีพชนม์ โอ้โอ๋รันทดทน ท่วมเทวษถวิลครวญ ไปเถิดไปไปสบาย อย่าหมองหมายโศกกำ�สรวล ไปเถิดไปไปสุขควร สงบระงับดับทุกข์ทน ��� ...“ตึก หน้าพระลาน” DSA97 (๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๕) นายยอด รักในหลวง รักเมืองไทย สุวรรณาผู้ล่วง ลาลับ.... บุญคุณเด่นวาววับ คงอยู่ นานเอย....

ประสิทธิ์วิชากับ ศิษย์ได้.... ครูสู่สุคติไว้ ถิ่นนี้เทพฯเรา.... ...Narong Borvornvatanavanich

หลับสบายครับครูสุวรรณา...มีหลายคำ�ที่ผมอยากจะพูดออกไปแต่...ไม่ทันแล้ว ตอนนี้ ณ วินาทีนี้ ผมขอโทษ ครับ ผมพูดอะไรไม่ออกจริงๆ ...พินิจพงษ์ จรรยาลิขิต หนูขออโหสิกรรมด้วยนะฮะ คุณครู .... ขอให้คุณครูพักผ่อนให้สบาย นร.ของครูตอนนี้ขึ้นฝั่งเรียบร้อยแล้ว ขอบพระคุณเนื้อหา วิชาการ ความรัก ที่คุณครูมอบให้ ทนกับพวกเรามามาก รักคุณครูฮะ R.I.P ...Cee Cviva Victorian รักในหลวง ขอให้ดวงวิญญาณของอาจารย์สุวรรณา อันเป็นที่รักยิ่งของลูกศิษย์ สู่สรวงสวรรค์ชั้นสูงสุด รักเเละเคารพ เสมอครับ ...ท.ศ. 38935 ( รุ่น 120 : 45-48 ) ขอให้อาจารย์ไปสู่สุคตินะครับ เลยนะครับ.....

อาจารย์เป็นอาจารย์ที่ดีที่สุดท่านหนึ่งเลย

ผมรักและเคารพอาจารย์มากๆ ...Yokkiez Abracadabra

ด้วยรักและ อาลัย และผมขอขอบคุณที่ ผมยังเคยได้เป็นลูกศิษย์..!! ขอให้อาจารย์ หลับให้สบายคับ..!!

...Nop Boat Law Bbl

อาจารย์สุวรรณาที่เคยสอนภาษาไทยพวกเราที่เทพศิรินทร์ได้จากพวกเราไปแล้วด้วยโรคมะเร็ง ในฐานะ ศิษย์เก่าเทพศิรินทร์ ผมขอสัญญาว่า ผมจะเป็นคนดีของสังคม ใช้ความรู้ที่อาจารย์สั่งสอนมาทำ�คุณประโยชน์ต่อสังคม ให้ดีที่สุดครับ ...Thomas Thongsoontorn


๒๙

๓๒

ผมได้ขึ้น ม4 ห้อง 4 ประจำ�ชั้นโดยครูมาลีและครูสุวรรณา จำ�ได้ว่าครู 2 ท่านนี้ดูแลพวกผมดีมากถึงมากที่สุด และเป็นครู2 ท่านที่ผมรักมากกกกที่สุด ช่วงแรกผมจำ�ได้ว่าขนาดครูแต๋อยู่ในช่วงป่วยแต่ท่านก็ลงมาดูแลเด็กอยู่ตลอดๆ ครูแต๋สอนผมอะไรๆหลายๆเรื่อง ทั้งเร่ืองการดำ�เนินชีวิตและเรียน ซึ่งผมจะไม่มีวันลืมคุณครูท่านนี้เลยตลอดชีวิตของผม ผมคิดว่าถ้าบรรยายคงจะบรรยายไม่หมด (ครูเคยสอนผมว่า ถ้าจะบรรยายไม่หมดก็พูดมาสิ ผมขอขัดข้อนึงละกันครับ ครู555) หลับให้สบายนะครับบ จะรักและระลึกถึงตลอดไป ...นวพน(ม.4/4 2553)

ขอให้ดวงวิญญาณท่านอาจารย์สุวรรณาอันเป็นที่เคารพรักของพวกเราชาวเทพศิรินทร์ไปสู่สุคติครับ

...มนตรี สุทำ�แปง

หลับให้สบายครับ ถึงเวลาพักผ่อนแล้วครับ อาจารย์เหนื่อยมามากแล้ว ผมรัก เคารพในคำ�สอนของอาจารย์ เสมอมาครับ ...อู๊ดดี้ เสมอ

ขอให้คุณครูสุวรรณาหลับให้สบายนะครับ ได้เวลาพักผ่อนแล้วนะครับ หลังจากที่เหน็ดเหนื่อยมานานครับ

...Chatmontree Tubtimto

อ.แต๋ เป็นครูสอนภาษาไทยที่ถ่ายทอดความรู้ได้ดีที่สุดคนหนึ่ง ครั้งแรกที่เจออาจารย์ ผมคงจะไม่รู้เลยว่า อาจารย์กำ�ลังป่วยอยู่ถ้าไม่มีใครบอก เป็นเพราะอาจารย์สอนหนังสือและดูแลพวกเราเต็มที่มากเสียจนทำ�ให้เราไม่ทัน สังเกต ถึงตอนนี้อาจารย์จะจากพวกเราไปแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่จะอยู่ในใจเราตลอดไป คือ ความทรงจำ�และเรื่องราวดีๆ ที่อาจารย์ตั้งใจมอบให้ตลอด1ปีการศึกษา พักผ่อนให้สบายนะครับ ผมภูมิใจที่ได้เป็นศิษย์อ.แต๋ครับ ...ภูวกฤต 4/4 ปี 2553 อาจารย์เป็นบุคคลที่สอนภาษาไทยได้อย่างเข้าใจและดีที่สุดคนหนึ่งเลยครับ ทุกครั้งที่ผมได้เรียนกับอาจารย์ ผมจะสนุกไปกับมันและมีความสุขทุกครั้งที่ได้เรียน ถึงแม้อาจารย์จะจากพวกเราไปแล้วแต่ความทรงจำ�และเรื่องราวที่ดี ดีจะคงอยู่ตลอดไป ด้วยรักและระลึกถึง ...วีรชัย ม.4/4 ปีการศึกษา 2553 ไอ้โจร!! อีศิรพัฒน์!! เป็นคำ�ที่ครูสุวรรณามักใช้กับผมเสมอเวลาผมกวนครู หรือยามที่ผมไว้หนวดเฟิ้มๆ ซึ่ง ผมไม่เคยโกรธเลย แต่กลับยิ่งรักครู รักในความจริงใจ และความหวังดีของครู ครูสุวรรณาผู้หวังดีต่อศิษย์ ครูผู้เห็นแวว ในตัวผมเมื่อครั้ง ม.4 และชักชวนผมเข้าสู่ ชุมนุมนักเขียน ครูผู้แนะนำ�ทางที่ถูกที่ควร ครูผู้เป็นห่วงเป็นใยผมเสมอ ที่สำ�คัญ ครูผู้นี้จำ�ศิษย์ทุกคนได้อย่างแม่นยำ�นัก ถ้าไม่มีครูที่แนะนำ�ทางเดินในวันนั้น ผมคงไม่เดินในทางปัจจุบันอย่างสบายใจ เหมือนวันนี้ ขอบคุณครูสุวรรณาครับ และคุณครูไม่ต้องเป็นห่วงความเป็นไปของเทพศิรินทร์นะครับ ผมเชื่อว่ารุ่นน้อง รุ่นพี่ และคุณครูของเราทุกท่าน พึงทำ�ในสิ่งซึ่งนำ�สู่ความเจริญก้าวหน้าของเทพศิรินทร์แห่งนี้ที่เรารักอยู่แล้ว และคำ�สอน ของครูสุวรรณา จะยังคงอยู่ในใจศิษย์ทุกคนเสมอครับ ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากล ช่วยคุ้มครองดวงวิญญาณคุณครูสุวรรณา ที่ผมเคารพรัก สู่ดินแดนอันสงบสุข หรือสรวงสวรรค์ด้วยเทอญ ...ศิรพัฒน์ กุหลาบเพ็ชร เทพศิรินทร์ 42085


๓๐

“อาลัย” ครูผู้ประสาททั้งศาสตร์ศิลป์ “รัก” หลั่งรินตราบนานมิแปรผัน “ถึง” ตัวไกลใจแนบชิดทุกวารวัน “ครูสุวรรณา” ผู้เสกสรรสร้างปัญญา ...ในชีวิตนักเรียน ผมไม่เคยเห็นใครสามารถทำ�หน้าที่ “ครู” ได้ครบสมบูรณ์เท่าครูสุวรรณา ครูไม่เพียงสอน ความรู้ในบทเรียน แต่ยังคอยบอกเล่าประสบการณ์ชีวิตนอกตำ�ราที่ประเมินค่าไม่ได้ ครูสอนสั่ง ชี้แนะ และตักเตือนศิษย์ ทุกคนด้วยความรัก ความห่วงใย คงเป็นเพราะเหตุนี้ละมัง ที่ทำ�ให้แม้ไม่มีโอกาสใกล้ชิดครูบ่อยๆเหมือนนักเรียนคนอื่น แต่เมื่อรู้ตัวอีกที ความผูกพันที่มีต่อครูกลับล้นเหลือเกินประมาณ สิ่งหนึ่งที่น่าแปลกใจ คือทุกครั้งที่ผมนึกถึงครู ผมมัก จะจดจำ�คำ�พูดที่ครูพูด หรือเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีตไม่ได้เลย ก่อนหน้านี้ผมคิดไปเองว่าคงเป็นเพราะสมองทื่อๆของผม ละมังที่เป็นปัญหา แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วว่า คงเพราะ “ภาพรอยยิ้มและเสียงหัวเราะอันเป็นเอกลักษณ์ของครู” เสียมากกว่า ที่ปรากฏขึ้นชัดเจนอยู่ทุกครั้งที่ผมคิดถึงครู มันคงสดใสและงดงามจนบดบังเรื่องราวข้างหลังภาพไปหมดเสียนี่ ขอบคุณ ครูมากครับที่ทำ�ให้ผมเห็นคุณค่าและความสามารถของตัวเอง ขอบคุณทุกความทรงจำ�กับครูที่วันนี้มันได้กลายเป็นอดีต ที่สวยงามทั้งหมดแล้ว ผมเป็นผมในวันนี้ได้...เพราะครูครับ...สิ่งเดียวที่ผมปรารถนาในตอนเขียนข้อความ คืออยากให้ครู รับรู้ ว่ากล้าพันธุ์รำ�เพยต้นเล็กๆมากมายที่ครูเคยรดน้ำ�แห่งความรู้ และพรวนดินแห่งความเชื่อมั่นไว้ในชุมนุมนักเขียน แห่งนี้ ตอนนี้พวกมันกำ�ลังจะเติบโตเป็นไม้ใหญ่ที่พร้อมให้ร่มเงากับกล้าไม้ต่อไปแล้วครับ... หลับให้สบายนะครับ... ครู สุวรรณา “ดังเรือจ้างกลางชลสร้างคนกล้า ดังเปลวเทียนนำ�พาสู่ความหวัง ดังมารดรสอนสั่งสุดกำ�ลัง ทุกคำ�สอนจักก้องดังฝังติดตรึง” ปล. ครั้งหน้าที่ผมคิดถึงครูผมจะลองแหงนหน้ามองบนท้องฟ้านะครับ เผื่อว่าครูอยู่ที่นั่น ภาพรอยยิ้มที่งดงาม เหล่านั้นจะได้กลับมาเด่นชัดในใจผมอีกครั้ง ...นายจิรวัฒน์ มงคลิก ท.ศ. ๔๑๐๘๖ รุ่น ๑๒๖ ทราบข่าวอีกครั้งผมก็ไม่ได้พบเจออาจารย์แล้ว ผมไม่มีโอกาสไปงานอาจารย์เลยครับ ผมอยู่ไกลเหลือเกิน ครั้งสุดท้ายที่ได้พบอาจารย์คือตอนที่ผมลาอาจารย์ตอนจบ ม.6 ครับ อาจารย์เป็นอาจารย์ประจำ�ชั้นผมตอนผมอยู่ ม.4/1 อาจารย์สอนภาษาไทยผม เคารพอาจารย์แต๋ มากครับ อาจารย์เปรียบเสมือนแม่คนหนึ่งของผมเลยล่ะ บ่มสอนผม ในทุกๆเรื่องไม่ว่าจะเรื่องการเรียนและการใช้ชีวิตในรั้วแม่รำ�เพย ผมขอให้อาจารย์ไปสู่สุขคตินะครับ... ...ด้วยความรักและเคารพ ท.ศ.41371 <Debsirin124> คุณ ที่เคย อบรม บ่มใจศิษย์ ครู มอบจิต สนิทให้ ���ม่มีฝืน สุ ริยา ส่องแสงหมั่น ทั้งวันคืน วรรณา ชื่น ยามแสงส่อง ทาบทองทา ครู เพริศแพร้ว แผ้วผ่อง ครรลองมั่น เป็น ผู้บั่น บากเพียร ศิษย์เวียนหา ผู้ เป็นครู กว่าครูผ่าน กาลเวลา ให้ ศรัทธา รักครูมั่น อย่างวันเดิม แด่ครูเป็นผู้ให้ คุณครูสุวรรณา สมุทรสกุลเปี่ยม ...โตสิต วิสาลเสสถ์ และลูกศิษย์ประจำ�ชั้น เทพศิรินทร์ 98 ม.4 ห้อง 9 / 21 ตค 56


๓๑


จัดทำ�โดย ชุมนุมนักเขียนโรงเรียนเทพศิรินทร์

ขอขอบคุณ

คณะนักเรียนเก่า รุ่น ท.ศ.08-10 คุณวิเชียร วงกตวรินทร์์ รุ่น ท.ศ.23-25 คุณวิทยา(รุ่น ท.ศ.126) และคุณวิทยุทธ(รุ่น ท.ศ.128) ตันตระสุวรรณ ชุมนุมนักเขียนรุ่น 1-13



Roi Kam Kanueng tueng Kru Tae (We miss Kru Tae.)