Issuu on Google+

 


สวั ส ดี ค รั บ ...ห่ า งหายกั น ไปเสี ย นานเลย หลั ง จากเล่ ม ล่ า สุ ด (ฉบั บ “เขา”) ออกไปเมื่อประมาณปลายเทอมหนึ่ง ก็ทิ้งช่วงไปนานกว่าที่ฉบับ “ก้ํากึ่ง” นี้จะได้มาอยู่ ในมื อ ของเพื่ อ นๆ ก็เ ป็ น ปลายเทอมสองเสี ย แล้ ว (เวลามั น เดิ น เ ร็ ว จ ริ ง ๆ ) เ ห ตุ ที่ หายไปนานขนาดนี้ ไ ม่ ใ ช่ ว่ า ห า ย ไ ป ไหนหรอกครั บ แต่ ท า ง เ ร าป ร ะ ส บ ปัญหาด้าน “เทคนิค” นิด หน่อ ย ยังไงก็ต้อ ง ข อ โ ท ษ ด้ ว ย น ะ ค รั บ ที่ ปล่ อ ยให้ ร อ (ว่ า แต่ จ ะมี ค นรออ่ า น ห รื อ ป่ า ว เ นี่ ย ??) อ ย่ า ง ไ ร ก็ ต า ม เพื่อให้สมกับทิ้งช่วง ไปนานเราก็เลยมา พร้อมรูปลักษณ์ใหม่ สวยงาม และน่ า อ่านขึ้น หวังว่าคงจะ ชอบกันนะครับ สําหรับฉบับ นี้ของเราก็มี Theme ว่า “ก้ํากึ่ง” ซึ่งไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอันใดกับร้านตรงอินเตอร์ปาร์คไม่ (ค่าโฆษณาก็ไม่ได้ ฮือๆ) แล้วมัน “ก้ํากึ่ง” ยังไงล่ะ อยากรู้ก็ต้องลองเปิดอ่านดู แล้วช่วงนี้ก็ใกล้สอบแล้ว (เอ๊ะ หรือว่ากําลังสอบอยู่) ก็ขอให้ตั้งใจสอบ ได้เกรดสูงๆ AA กันทุกคนเลยนะครับ จะ ได้ไม่ต้อง “ก้ํากึ่ง” ว่าจะอยู่หรือจะไปกัน ป.ล.เม็ดเลือดแดงฉบับนี้ ก็ “ก้ํากึ่ง” ว่าจะได้ออกหรือไม่ได้ออกเหมือนกัน แต่ ด้วยความคิดถึงที่ทางเรามีต่อผู้อ่าน จึงสําเร็จออกมาให้อ่านกัน (เว่อร์ไปปะ) ยังไงก็ “หวังว่าจะ” ติดตามผลงานของเราตลอดไปนะครับ...Gee Gee Gee

กอง บก. เม็ดเลือดแดง

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ วารสาร เม็ดเลือดแดง กอง บก. : กระแต เบียร นุก’57 บูมสกี้ ตอม กวาง เว เอก ปารค อัจ นิว เดือน นุก’60 บุมบิ๋ม ขวัน เฟรน ซะห แม็ค บาส แปม แหมม มิว ฝายศิลป : สกี้-Daylight Studio ตอม มิว ออกแบบปก : มิว ติดตอ: โทร. 085-1306318 เบียร E-mail : jc_singhadang@hotmail.com Hi5: Medleuddang.hi5.com 1

เจมส


2


เรือลํานอยที่หยุดลอยอยูกลางมหาสมุทร

(อันแสนบาคลั่ง) โดย คานาเป้ kanompung_canape@hotmail.com 4 ธ.ค. 51

ระบบเศรษฐกิ จ แบบทุ น นิ ย มเสรี ใ นยุ ค โลกาภิ วั ต น์ อ ย่ า งใน ปัจ จุ บัน นั้ น ได้ก่ อ ปัญ หาอย่ า งใหญ่ หลวงให้กับประเทศต่างๆที่ได้เข้ามา เป็ น ส่ ว นหนึ่ ง ของระบบเศรษฐกิ จ ดังกล่าว ล่าสุด ปัญหานี้เกิดกับประเทศมหาอํานาจทางเศรษฐกิจ ผู้ที่พยายาม จะทําตัวเป็นแม่แบบของประเทศทุนนิยมเสรี จะเห็นได้จาก กรณีความเสียหายที่ เกิ ด กั บ ธนาคารเพื่ อ การลงทุ น ขนาดใหญ่ ใ นสหรั ฐ ฯหลายๆแห่ ง อย่ า งเช่ น Lehman Brother ที่ล้มละลายปิดกิจการไป Merrill Lynch ที่ถูก Bank of America ซื้อควบรวมกิจการไป รวมทั้งบริษัทรับประกันภัยระดับโลกอย่าง AIG และ ธนาคารขนาดใหญ่เพื่อการลงทุนอื่นๆที่ต้องพลอยเจ๊งระนาวกันเป็นทิวแถว จนต้องเรียกร้องให้รัฐบาลหรือบริษัทที่มีทุนขนาดใหญ่และมีความมั่นคงยื่นมือ เข้ามาอุ้มเพื่อความอยู่รอด นอกจากนี้ ประเทศมหาอํานาจทางเศรษฐกิจอย่าง ญี่ปุ่นและประเทศในสหภาพยุโรป (EU) ต่างก็ต้องเจอกับวิกฤตปัญหาเหล่านี้ จน ส่งผลให้ GDP ของประเทศเกิดภาวะถดถอยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และไม่ใช่ว่า ปัญหานี้จะกระทบเฉพาะประเทศที่เป็นตัวก่อปัญหาเท่านั้น แต่ปัญหาเหล่านี้ยัง ลุกลามทําลายเศรษฐกิจของประเทศต่างๆทั่วโลก ที่เข้าไปข้องเกี่ยวอยู่ในระบบ เศรษฐกิจทุนนิยมเสรีแบบโลกาภิวัตน์ จะเห็นได้จากปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจต้มยํา กุ้งในปี 2540 ที่สะท้อนให้เห็นภาพของการเจ๊งแบบโลกาภิวัตน์ เพราะเพียงแค่ 3


เป็นการเกิดวิกฤตการเงินในประเทศธรรมดาๆอย่างประเทศไทย แต่กลับส่งผล กระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจของประเทศต่างๆทั่วเอเชีย แม้แต่ประเทศเกาหลี ใต้ที่มีเศรษฐกิจค่อนข้างเข้มแข็งก็ยังได้รับผลกระทบ องค์ประกอบสําคัญๆของระบบเศรษฐกิจทุนนิยมเสรีในยุคโลกาภิวัตน์ ประกอบไปด้ ว ยเรื่ อ งหลั ก ๆคื อ เรื่ อ งการเคลื่ อ นย้ า ยเงิ น ทุ น อย่ า งเสรี การ เคลื่อนย้ายสินค้าและบริการอย่างเสรี การเปิดเสรีทางการค้า และการไหลเวียน ของข้อมูลข่าวสารที่เป็นไปอย่างเสรีและรวดเร็ว สิ่งต่างๆเหล่านี้นํามาซึ่งการเก็ง กําไรที่นํามาซึ่งความผันผวนและความไร้เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ โดยสิ่งซึ่งเป็น สัญลักษณ์ของระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมเสรีโลกาภิวัตน์ก็คือ ตลาดหุ้น ซึ่งจะ เห็นได้ว่า ในแต่ละประเทศนั้น ตลาดหุ้นเปรียบเสมือนหัวใจในทางเศรษฐกิจของ แต่ละประเทศ ถ้าตลาดหุ้นเจ๊ง ก็หมายความว่า เศรษฐกิจเจ๊ง และเนื่องจาก มนุ ษ ย์ ใ นระบบเศรษฐกิ จ แบบนี้ มุ่ ง เ พี ย ง แ ต่ แ ส ว ง ห า กํ า ไ ร จึ ง เ กิ ด ปรากฏการณ์การเก็งกําไรในทุกภาค ส่ ว นของสิ น ค้ า และบริ ก าร รวมทั้ ง ภาคการเงิน และในตลาดหุ้น จนเกิด ปัญหาและส่งผลกระทบไปทั่วโลกอยู่ ในทุ ก วั น นี้ ภายใต้ ร ะบบเศรษฐกิ จ แบบนี้ ความเปลี่ ย นแปลงต่ า งๆ เกิ ด ขึ้ น ตลอดเวลาและมี ก ารเคลื่ อ นไหวอย่ า งรวดเร็ ว จึ ง เป็ น การยากที่ รั ฐ จะ ควบคุมจัดการและคาดเดากับความเปลี่ยนแปลง ซึ่งถ้านําระบบเศรษฐกิจแบบนี้ มาพิจารณาดูแล้ว จะเห็นได้ว่า มันก็ดูไม่ค่อยต่างอะไรกับ บ่อนการพนันขนาด ใหญ่ที่ถูกกฎหมาย ซึ่งมีวงเงินหมุนเวียนมากมายมหาศาล มากมายเสียยิ่งกว่า งบประมาณแผ่นดินของหลายๆประเทศเสียอีก ระบบเศรษฐกิจที่เป็นเหมือนบ่อนการพนันขนาดใหญ่ที่วางอยู่บนความ เสี่ยง ความผันผวน และการเคลื่อนย้าย เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ก็เปรียบได้กับ มหาสมุทรอันกว้างใหญ่ไพศาล ที่อาจจะเกิดพายุ หรือ คลื่นยักษ์ได้ตลอดเวลา

4


และประเทศต่างๆก็เป็นได้เพียงเรือที่แล่นเข้าไปแสวงหากําไรและความมั่งคั่งใน มหาสมุทร

อีกไม่นาน คลื่นยักษ์ก็คงต้องเดินทางมาถล่มประเทศอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น ประเทศขนาดใหญ่ ขนาดกลาง หรือขนาดเล็ก ที่แล่นเรือเข้าไปในมหาสมุทรอัน แสนบ้าคลั่งดังกล่าว เพื่อแสวงหากําไรและความมั่งคั่ง ตามแบบอย่างประเทศ ทุนนิยมมหาอํานาจทางเศรษฐกิจ และ วาทกรรมของเศรษฐกิจทุนนิยมเสรียุค โลกาภิวัตน์ แต่มีสิ่งที่แตกต่างกันระหว่างประเทศต่างๆก็คือ ศักยภาพในการรับมือ คลื่นยักษ์นี้ของประเทศต่างๆนั้นไม่เท่ากัน ประเทศมหาอํานาจทางเศรษฐกิจ เป็นดั่งเรือขนาดใหญ่ที่แข็งแกร่ง เคลื่อนที่ได้รวดเร็ว และฟื้นตัวได้ดี จึงสามารถ รับมือกับคลื่นยักษ์ได้ดีกว่าประเทศขนาดกลางและขนาดเล็ก ที่มีขนาดของเรือ เล็กกว่า เคลื่อนที่ได้ช้ากว่า และฟื้นตัวได้ช้ากว่า แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ณ วันนี้ เรือแต่ละลําก็ต้องหมุนหางเสือ กลับลํา เรือ มุ่งหน้าหนีคลื่นยักษ์อย่างเต็มที่ เพื่อที่จะหนีคลื่นยักษ์ไปพ้น 5


แม้ว่ารัฐบาล และ คนในประเทศจะร่วมมือกันตั้งรับกับปัญหาคลื่นยักษ์ นี้อย่างเต็มที่ ก็ยังไม่แน่เลยว่า ประเทศไทยจะหนีรอดพ้นไปจากคลื่นยักษ์ทาง เศรษฐกิจลูกนี้ไปได้

6


จะอยูหรือจะไป Le Chat ในแต่ละปีมีนักศึกษาจํานวนนับพันคนที่สามารถสอบผ่านและเข้าศึกษา ต่อในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ แต่ละคนก็มาจากต่างที่ต่างถิ่นจึงเป็นเรื่อง ธรรมดาที่นักศึกษาเหล่านั้นจะรู้สึกเหมือนเป็นคนแปลกหน้าต่อกัน บางคนอยาก อยู่คนเดียวไม่ยุ่งกับใคร บางคนก็อยากจะรู้จักคนอื่นแต่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ระบบโต๊ะจึงถูกคาดหวังให้เป็นสื่อกลางเพื่อที่จะให้เหล่านักศึกษาได้ทําความรู้จัก กันมากยิ่งขึ้น หลายๆคณะได้สืบ ทอดระบบนี้ม าจนกลายเป็ นประเพณีไ ปแล้ว แต่ ก็ อาจจะมีการเรียกชื่อแตกต่างกันไปบ้าง เช่น บางโครงการพิเศษจะเรียกว่า บ้าน หรื อ มี ก ารปรั บ เปลี่ ย นรู ป แบบของการรวมตั ว กั น อย่ า งคณะศิ ล ปศาสตร์ ซึ่ ง นอกจากจะมีโต๊ะแล้วยังมีการรวมโต๊ะหลายๆโต๊ะเข้าเป็นตระกูลอีกด้วย แต่กย็ งั คง มีแนวความคิดของระบบโต๊ะหลงเหลืออยู่ คณะรั ฐ ศาสตร์ เ ป็ น อี ก คณะหนึ่ ง ที่ ขึ้ น ชื่ อ เรื่ อ งความเก่ า แก่ แ ละความ เข้มข้นของระบบโต๊ะ ยังจําได้ดีว่าวันแรกที่ก้าวเข้ามาในคณะนี้บรรดารุ่นพี่ต่างก็ กุลีกุจอให้น้องๆจับสลากเพื่อไปอยู่ตามโต๊ะต่างๆ และคําถามที่น้องๆมักจะถาม กันเองนอกจาก ชื่ออะไร เรียนสาขาอะไรแล้ว ก็มักจะถามว่าอยู่โต๊ะอะไร จนอาจ กล่าวได้ว่าโต๊ะถูกทําให้มีความสําคัญมาก ใครไม่มีโต๊ะก็เหมือนมือปืนไร้สังกัด ไม่ มีใครจะมาคอยคุ้มกะลาหัวให้

7


ในความเข้าใจของผู้เขียน คิดว่าวัตถุประสงค์ของการมีโต๊ะในอดีต คือ ความต้องการของนักศึกษาที่มีความคิด ความเชื่อและอะไรอีกหลายอย่างที่เหมือนกัน มารวมตัวกันเพื่อทํากิจกรรมที่พวกเขา ปรารถนาที่จะทํา จะเห็นได้จากวารสาร เม็ดเลือดแดงฉบับวันแรกพบที่ให้ข้อมูล เกี่ยวกับประวัติโต๊ะแบบคร่าวๆ ที่พอจะ สนับสนุนแนวคิดนี้ เช่น โต๊ะขาวควัน เป็นโต๊ะของบรรดาสิงห์อมควันทั้งหลายมารวมตัวกัน หรือ โต๊ะโซดาสิงห์ที่เป็น โต๊ะที่กินเหล้าจนเอาชื่อโซดามาตั้งเป็นชื่อโต๊ะ เป็นต้น แม้กิจกรรมที่กล่าวมา ทั้งหมดจะเกี่ยวข้องกับอบายมุขแต่ก็แสดงให้เห็นว่าโต๊ะเกิดขึ้นมาจากคนที่คิดและ ชอบอะไรคล้ายๆกัน ส่วนโต๊ะอื่นๆก็จะมีกิจกรรมที่จะทําร่วมกันแตกต่างกันออกไป

เมื่อเวลาผ่านไป จากโต๊ะที่มีเพียงไม่กี่โต๊ะก็ได้ เพิ่ ม จํ า นวนมากขึ้ น จนปั จ จุ บั น คณะรั ฐ ศาสตร์ มี โ ต๊ ะ ทั้งสิ้น 23โต๊ะ “ความเป็นโต๊ะ” ถูกจัดแบ่งให้กับ นักศึกษาที่เข้าใหม่อย่างเท่าเทียมกันด้วยวิธีการจับสลาก ดั ง ที่ ไ ด้ ก ล่ า วมาแล้ ว กิ จ กรรมที่ จ ะทํ า ร่ ว มกั น ระหว่ า ง สมาชิกในโต๊ะเน้นหนักไปในทางการรับน้อง เลี้ยงน้อง ส่งพี่ ซึ่งจําเป็นที่จะต้องใช้เงินอย่างหนัก ส่งผลให้เกิด ธรรมเนียมการเก็บค่าโต๊ะรายเดือนขึ้น หลายคนยอม จ่ายเพราะเห็นว่าเพื่อนคนอื่นจ่าย ในขณะที่อีกหลายคน ตั้งคําถามกับตัวเองมากมายว่า ทําไมต้องจ่าย เงินที่จ่าย ไปถ้าเอาไปทําอย่างอื่นที่เป็นประโยชน์ไม่ดีกว่าหรือ ซึ่ง คนประเภทหลังมักหาทางออกด้วยการออกจากโต๊ะ

8


กิจกรรมที่จะเชื่อมสัมพันธ์กันก็มีแต่การเลี้ยงโต๊ะ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าแปลก ว่าทําไมแต่ละโต๊ะจึงไม่คิดจะทํากิจกรรมอื่นๆที่แปลกออกไปบ้าง ทําไมไม่รวมตัวกัน เพื่อทํากิจกรรมเพื่อสังคม เพื่อประชาชนเหมือนกับคําขวัญของมหาวิทยาลัยที่พูด กันจนติดปาก กิจกรรมของโต๊ะก็ไม่ต่างไปจากกิจกรรมอื่นๆ ที่เป็นเพียงภาพลวงตา ที่มีแต่ความสนุกสนานและไม่ได้สอนให้รู้ว่าความเป็นจริงของชีวิตเป็นเช่นไร ทุกวันนี้วัตถุประสงค์ของการเข้าโต๊ะและการมีอยู่ของโต๊ะไม่ชัดเจน รวม ไปถึงนักศึกษาไม่ได้สนใจและต้องการเข้าโต๊ะอย่างแท้จริง จึงมักจะมีข่าวคนลาออก จากโต๊ะให้ได้ยินอยู่เสมอ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องผิดหรือเสียหายอะไรเพราะเป็นสิทธิ์ของแต่ ละคนที่จะทําอะไรก็ได้ในรั้วมหาวิทยาลัยที่มีเสรีภาพทุกตารางนิ้วตราบเท่าที่เขาไม่ ไปสร้างความเดือดร้อนให้กับใคร แต่ก็คงเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้สําหรับใครอีก หลายคน เพราะการออกจากโต๊ะก็เปรียบเหมือนกับการขบถต่อรูปแบบความเชื่อ ของคนส่วนใหญ่ในสังคมเล็กๆ แห่งนี้

9


ปนใหญจอมสลัด – บุหงาปารี : ความแตกตางทีน่ าผิดหวัง หนึ่งในจํานวนหนัง ไทยที่ ไ ด้ รั บ การ จั บ ตามอง มากที่ สุ ด เรื่ อ งหนึ่ ง ของปี นี้ เรื่ อ งหนึ่ ง ต้ อ งมี ชื่ อ ของ ปื น ใหญ่ จ อมสลั ด ด้ ว ยแน่ น อน ภาพยนตร์ได้รับการคาดหวัง อ ย่ า ง สู ง จ า ก ห ล า ย ๆ ฝ่ า ย สํ า หรั บ ตั ว ผมแล้ ว เหตุ ผ ลที่ ทํ า ให้ ผ มอยากดู ภ าพยนตร์ เรื่ อ งก็ นี้ มี อ ยู่ ส องประการ ประการแรกคือวิน ทร์ เลียว วาริ ณ ซึ่ ง เป็ น นั ก เขี ย นที่ ผ ม ชื่นชอบมากที่สุดคนหนึ่งเป็น ผู้ เ ขี ย นบทภาพยนตร์ ทํ า ให้ ผมเกิ ด การตั้ ง ความหวั ง กั บ หนังเรื่องนี้มากเช่นกัน แม้ว่า งานหลักของวินทร์นั้นคือการ เขี ย นหนั ง สื อ ไม่ ใ ช่ เ ขี ย นบท หนัง และอีกเหตุผลหนึ่งที่ทํา ให้อยากที่จะดูหนังเรื่องนี้ก็คือ ในขณะที่ประเด็นเรื่องสามจังหวัดชายแดน ภาคใต้ยังเป็นเรื่องละเอียดอ่อน การที่จะมีใครสักคนหนึ่งลุกขึ้นมาทําหนังที่ มีเนื้อหาเกี่ยวกับความยิ่งใหญ่ของปัตตานีในอดีตก็ย่อมเป็นที่จับตามองไม่ น้อย แม้ว่าทางผู้สร้างจะออกตัวว่าหนังเรื่องนี้เน้นที่แฟนตาซีมากกว่าก็ตาม

10


เมื่อได้ชมแล้ว หากมีใครถามว่าภาพยนตร์เป็นไงบ้าง ผมก็จะบอก ว่าเฉยๆ หนังดีมั้ย? ดีครับ อย่างน้อยก็ดีกว่าหนังไทยหลายๆเรื่อง แต่เมื่อ เทียบกับวัตถุดิบในการสร้างและความคาดหวังจากคนดูแล้ว ผมค่อนข้างที่ จะผิดหวัง (อาจจะเป็นความผิดของผมก็ได้ที่ตั้งความหวังมากเกินไป) สิ่งที่ ดีที่สุดในหนังเรื่องนี้ก็คือ CG ที่สร้างได้ค่อนข้างสมจริง แต่ในขณะเดียวกัน ตัวบทที่คาดว่าจะมีความแข็งแกร่งนั้นกลับง่ายจนเดาทางได้ถูก ตัวละครที่ เยอะเกิ น ไปทํ า ให้ ต้ อ งมี การกระจายบทกั น มาก (อาจเป็ น เพราะเกรงใจ นัก แสดงหรือ เปล่า) จนทําให้ผู้ชมไม่อิน กับเรื่อ ง แม้ปารีจะได้ชื่อ ว่าเป็น พระเอก แต่บทของลิ่มเคี่ยมกับยะรัง หรือแม้แต่รายาฮีเจาก็ออกจะกลบ รัศมีปารีไปหน่อย บวกกับการตัดต่อที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ จึงทําให้ปืนใหญ่ เป็นได้แค่หนังดี ที่ไม่น่าประทับใจ ห ลั ง จ า ก นั้ น ผ ม ไ ด้ มี โอกาสอ่ า น บุ ห งาปารี ซึ่ ง เป็ น นิยายต้ น ฉบับ ของหนังเรื่ อ งนี้ซึ่ ง เขียนโดยวินทร์เช่นกัน แล้วผมก็ ต้ อ งผิ ด หวั ง อี ก ครั้ ง หนึ่ ง ไม่ ใ ช่ ผิดหวังในตัวหนังสือ แต่ผิดหวังที่ หนั ง ไม่ ส ามารถถ่ า ยทอดสารที่ ห นั ง สื อ สื่ อ อ อ ก ม า ไ ด้ อ ย่ า ง ครบถ้วน ความแตกต่างระหว่าง ปื น ใหญ่ จ อมสลั ด และบุ ห งาปารี นั้นมีมากเหลือเกิน ปืนใหญ่จอม สลั ด อาจจะดี ใ นระดั บ หนึ่ ง แต่ บุ ห งาปารี เ ป็ น หนั ง สื อ ในระดั บ ดี มากที่อยากแนะนําให้ทุกคนอ่าน 11


ในขณะที่ปืนใหญ่ฯโฟกัสไปที่แฟนตาซี แต่บุหงาปารีได้ฉายภาพให้เห็นทั้งใน ส่วนของการเมือง ประวัติศาสตร์ ความรัก แฟนตาซีและกําลังภายใน น่า เสียดายที่หนังละทิ้งเรื่องเหล่านี้แล้วไปจับแต่เรื่องการต่อสู้เพียงอย่างเดียว หนังละทิ้งตัวละครอย่างยามาดะ นินจาหนุ่มจากญี่ปุ่น ภูมิหลังของยะรัง และครอบครัวที่หนังตัดทิ้งไปอย่างน่าเสียดาย ในขณะที่ความรักของสามพี่ น้องฮีเจา บิรู อูงู ในหนังก็ทําได้ไม่ดีเท่าในหนังสือ และอีกประการหนึ่งที่ สําคัญก็คือในหนังแทบจะไม่มีการกล่าวถึง อยุธยา ไว้เลย ในหนังนั้นมีการกล่าวถึง อยุธยา ไว้แค่ครั้งเดียวช่วงต้นเรื่อง ใน ฐานะที่เป็นเมืองที่ยะหริ่งเคยไปประจําอยู่ก่อนจะกลับมาปัตตานี ในขณะที่ ในบุ ห งาปารี นั้ น อยุ ธ ยาค่ อ นข้ า งมี บ ทบาทมากพอสมควร และเป็ น ไป ในทางเชิงที่เป็นศัตรูเสียด้วย ต้องถือว่าผู้เขียนกล้ามากที่เขียนให้สยามมี บทบาทในแง่ลบในขณะที่สังคมปัจจุบันมีคนบางกลุ่มกําลังปลุกชาตินิยม แบบผิดๆขึ้นมา แม้แต่ชื่อเมืองเองในหนังก็ใช้คําว่า ลังกาสุกะ ขณะที่ใน หนังสือจะเรียกตัวเองว่า ปัตตานี เรื่องนี้เข้าใจไม่ยากว่าตัวผู้สร้างหนังเอง

12


คงไม่อยากมีปัญหากับพวกคลั่งชาตินิยมเลยเลี่ยงที่ไม่กล่าวถึงใน ประเด็นเหล่านี้นัก แต่หากมองอีกแง่ห นึ่งการทําแบบนี้ก็เหมือนการหนี ความจริง อยุธยาในวันนั้นไม่ใช่ประเทศไทย ประเทศไทยเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่ ถึงร้อยปีนี้เอง อยุธยาในวันนั้นเป็นเพียงนครรัฐนครหนึ่งเท่านั้น หากเรา ยึดถือว่าไทยคืออยุธยาเท่านั้น เท่ากับว่าเรากําลังผลักไสล้านนา ปัตตานี นครศรีธ รรมราช ฯลฯ ออกไป ทํ า ไมแค่ นับ ถือ ศาสนาต่ า งกัน มีวิ ถีชี วิ ต ต่างกันก็ไม่ถือว่าเป็นคนไทยแล้วเหรอ เรื่องนี้คงต้องย้อนกลับไปตั้งคําถาม ว่า ความเป็นไทยคืออะไร คืออยู่ในเขตภูมิรัฐศาสตร์ที่เรียกว่าประเทศไทย คือสืบเชื้อสายจากอยุธยา คือสถาบันพระมหากษัตริย์ คือ..... แล้วคนที่คิด ต่างจากนี้ถือว่าเป็นคนไทยหรือป่าว??? บางทีถ้าเราเข้าใจคําถามนี้ได้ ก็ อาจช่วยให้สังคมไทยอยู่ด้วยกันอย่างสมานฉันท์ (จริงๆ) ได้สักที วินทร์เขียนคําอุทิศบุหงาปารีให้กับผู้ประสบเหตุในจังหวัดชายแดน ภาคใต้ หากหนั ง สื อ เรื่ อ งนี้ คื อ เรื่ อ งราวของคนหลายเผ่ า พั น ธุ์ ห ลาย วัฒนธรรมที่มาอยู่รวมกัน การอุทิศหนังสือเล่มนี้ให้กับพวกเขาเหล่านั้นก็ เป็นการยืนยันว่าแม้วิถีชีวิตจะต่างกันแต่เราก็สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่าง สงบสุขในสังคมไทยแห่งนี้ วินทร์มีโครงการที่จะเขียนเรื่อง บุหงาตานี ซึ่งเป็นภาคต่อของ บุหงาปารี ใครสนใจก็อดใจรอสักหน่อยนะครับ ส่วนปืนใหญ่จอมสลัดนี่ ตามข่าวคงไม่สร้างต่อแล้วละ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายเหมือนกัน ยิ่งมา ทราบภายหลั ง ว่ า ตอนแรกหนั ง เรื่ อ งนี้ มี โ ครงการจะสร้ า งเป็ น ไตรภาค ต่อมาก็ลดเหลือสองภาค สุดท้ายก็ถูกบีบให้เหลือแค่ภาคเดียว และนั้นก็อาจ เป็นเหตุผลหนึ่งที่ว่าแม้ปืนใหญ่และดอกไม้ดอกนี้จะมีกําเนิดที่เหมือนกัน แต่ ด้วยสื่อที่ต่างกัน ด้วยปัจจัยที่แวดล้อมที่ต่างกัน ก็เป็นผลให้งานทั้งสองชิ้น นี้แตกต่างจนน่าผิดหวังเช่นนี้เอง Dk_toM 13


กลับมาพบกันอีกแล้วนะจ๊ะ สําหรับสิงห์ลงพุงฉบับนี้เราพาทุกคน หลีกหนีความสงบที่ทุ่งมาพบความยุ่งวุ่นวายในเมืองหลวงดูบ้าง โดยร้านที่ เราจะแนะนําวันนี้ชื่อ “ร้านเปาะเปี๊ยะ หอยทอด มะตะบะ ท่าพระจันทร์” (ขอย้ําว่ามันคือชื่อร้าน) ร้านนี้ก็หาได้ไม่ยาก โดยไปที่ ท่ า พระจั น ทร์ ก็ จ ะ เห็ น ร้ านนายอินทร์ ให้เ ดินตรงไปใน ซอยเล็กๆนิดเดียว ร้านอยู่ตรงมุมพอดี ภายในร้านจะแบ่งเป็นสองชั้น ชั้นล่าง จะเป็นพัดลม ชั้นบนเป็นแอร์ โดยถ้า นั่งชั้นบนก็จ ะคิดค่าแอร์เ พิ่มคนละ 3 บาท (แต่ก็คุ้มนะ เพราะข้างล่างร้อน มากกก)

โดยรสชาติ อ าหารของเค้ า ก็ อ ร่ อ ย มี ที เ ด็ ด ไม่ เ หมื อ นร้ า นอื่ น (อยากรู้ต้องลอง) โดยถ้าถามว่าร้านนี้อะไรขึ้นชื่อ ก็คงต้องบอกว่าให้ดูจาก ื่ ้ ้ ี ้ ิ ู ์ ื ุ ๊ ้ ั่ ในสวนของเปาะเปยะ ่ ี๊ ชอรานไดเลย มขอพสจนคอแทบทกโตะจะตองสง 14


กับ มะตะบะ ซึ่งก็มีหลายไส้มากๆให้ได้เลือกรับประทานกันตามความพอใจ โดยราคาก็ไม่ได้แพงมาก สามารถกินได้ปกติ บรรยากาศในร้านนี้ค่อนข้างวุ่นวายนิดนึง ( ขอเมาท์ว่าจริงๆร้าน ก็วุ่นวายปกติแหละ แต่เจ๊เจ้าของร้านนี่ดิวุ่นวายเกินปกติ แถมหน้าเจ๊แกยัง ไม่ ค่ อ ยจะยิ้ ม อี ก ตะหาก นี่ ถ้ า อาหารไม่อ ร่อยนะ หืม....) อ้อ เมาท์เพลินลืมบอกว่าร้านนี้เค้า เปิดทุกวันนะจ๊ะ ตั้งแต่ เก้าโมง เช้ า ถึ ง สองทุ่ ม แต่ ถ้ า เป็ น วั น จันทร์เค้าปิดบ่ายสาม ยังไงถ้าเพื่อนๆคนไหน ไ ด้ ไ ป เ ยี่ ย ม เ ยื อ น แ ถ ว ท่ า พระจันทร์ ก็ล องแวะไปลิ้มชิ ม รสที่ร้านนี้ดูได้นะ ถ้าอร่อยจริง อย่ า งที่ เ ราบอกก็ ฝ ากบอกต่ อ ด้ ว ยละกั น (ไม่ ไ ด้ ค่ า นายหน้ า เลยนะเนี่ย แค่อยากให้ทุกคนได้ กินของอร่อยจริงๆ) หรือถ้าใคร มีร้ านไหนที่อร่อยแล้วอยากให้ เราเป็ น สื่ อ กลางช่ ว ยบอกต่ อ ก็ ติดต่อมาได้เลยนะ สําหรับเล่มนี้ก็คงต้องบอกว่า “บ๊าย บาย” ก่อนละกัน แล้วเล่มหน้าจะพาไปหาของอร่อยลงพุงอีกนะ

เรื่องกินไมใชเรื่องใหญ เรือ่ งไมไดกินตางหากที่เปนเรื่องใหญ by aut_glom

15


คนชายขอบของสังคม คํา ๆ นี้หมายถึง การที่คนส่วนน้อยที่

สูญเสียสิ่งที่มีค่าในชีวิต เพราะถูกผลักดันออกไปจากเครือข่ายของผลประโยชน์ ที่ระบบศูนย์กลางอํานาจ ดูแลคุ้มครองให้กับคนส่วนใหญ่ซึ่งสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ ระบบอํานาจ อาจด้วยสาเหตุที่คนส่วนน้อยดังกล่าว ตัดขาดตนเองอยู่นอก ขอบเขตทางกายภาพของสังคมใหญ่ คําว่า “คนชายขอบของสังคม” จึงมีนัย พอที่จะครอบคลุมถึง ใครก็ตามที่ถูกกระทํา ใหไรตัวตนไรเกียรติและศักดิ์ศรีในสังคม

จากข้อความข้างต้น จะสังเกตเห็นได้ว่า เป็นลักษณะที่เพศที่สาม ถูกสังคมวางเอาไว้ ให้กลายเป็นแบบนั้น กลายเป็นคนชายขอบที่สังคม หมางเมิน ไม่ได้รับการคุ้มครองทางกฎหมาย ถูกจํากัดสิทธิเสรีภาพ และ กลายเป็นคนบาปของสังคม เหตุใดเพศที่สามจึงมีภาพลักษณ์กลายเป็นแบบนี้ ? เพศที่สามเป็นคนบาปตามทีศ่ าสนากล่าวหาจริงหรือ ? เหตุใดภาพลักษณ์ของเพศที่สามจึงกลายเป็นเช่นนั้น ?

16


ศาสนาคริสต์ ตราหน้าเพศที่สามว่า เปนบุคคลที่เสื่อมจากสิริของพระผูเปนเจา ศาสนาอิสลาม กล่าวถึงเพศที่สามไว้ว่า การเปนเพศที่ 3 จะมีความผิดเมื่อการเปน เชนนั้น เกิดจากความพยายามที่จะเปน (ความผิดทํานองเดียวกับการศัลยกรรมรูปราง หนาตา เพราะไมพอใจตอสิ่งที่มอี ยูเดิมตามธรรมชาติ) หรือ แสดงออกในสิ่งที่ผิด ศีลธรรมของสังคมอิสลาม ศาสนาพุทธ พูดถึงเหตุของการเกิดเป็นเพศที่สามเอาไว้วา่ คนที่เกิดเปนเพศที่สาม เปนเพราะชาติที่แลวทํากรรม ผิดศีลขอกาเม เพราะว่าศาสนาได้กล่าวถึงเพศที่สามเอาไว้เช่นนี้ เมื่อคนยึดถือใน ศาสนา เพศที่สามจึงกลายเป็น”จุดบอดที่น่าอับอาย”ของสังคมไปโดยปริยาย

17


มีหลักการอยางไรในการแบงแยกเพศที่สามออกจากสังคม ? สิ่งนี้สามารถอธิบายได้ด้วยแนวคิดเรื่อง “การขยายออกของตัวตน” และ “การข้ามพ้นตนเอง” ตัวตนของเราสามารถขยายออกได้ในอีกแบบหนึ่ง คือ ในการเกิดขึ้นของความเป็น “พวกเรา” และ “คนอื่น” นี่คือสิ่งที่เราเรียกว่า อัตลักษณ์ร่วม เมื่อคนกลุ่มหนึ่งมีอะไรหลายๆ อย่างร่วมกันจนสามารถตั้งชื่อ พิเศษให้กับกลุ่มของตน สร้างความรู้สึก พิเศษให้แก่กลุ่มของตน ตีวงแยกกลุ่ม ของตนออกจากคนอื่ น ที่เ หลือ ทั้ ง หมด สร้างความรู้สึกยกย่องในเกียรติและค่า ของตนเองที่ เ กิ ด ขึ้ น จากความรู้ สึ ก ว่ า กลุ่มของตนอยู่เหนือผู้อื่นในด้านใดด้าน หนึ่ง หรือหลายๆ ด้าน ซึ่งศาสนาก็ใช้ แนวคิ ด นี้ เ องในการแบ่ ง แยกเพศที่ ส าม ออกมาและโยนความผิดทําให้เพศที่สาม กลายเป็นแพะรับบาปของสังคม ประเด็นนี้แสดงให้เราเห็นว่าธรรมชาติของ อัตลักษณ์ร่วมคือการแสวงหาอํานาจให้กลุ่มตัวเองเพื่อชัยชนะและการอยู่เหนือ ผู้อื่น แก่นแท้ของอัตลักษณ์ร่วมจึงเป็นเรื่องของอํานาจที่จะครอบครองทรัพยากร อย่างมีตนเองเป็นใหญ่ จะสั ง เกตได้ ว่า ว่ า ในทุ กอารยธรรมใหญ่ ๆ ของมนุ ษ ย์ มีก ารกํ า หนดให้ ผู้หญิงมีสถานะที่ตํ่ากว่าผู้ชาย นั่นก็เป็นอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นการสร้าง อัตลักษณ์ร่วม คือ เมื่อเพศชายรวมตัวกันมากขึ้นก็สร้างความยกย่องในเกียรติ และค่าของตนเองออกจากเพศหญิง และสร้างความเชื่อเข้าไปในศาสนาว่า เพศ หญิงเป็นเพศที่มีกรรม ต้องเกิดมาใช้กรรม แต่แล้วเมื่อเกิดมีเพศที่สามขึ้นในหมู่ เพศชายที่ยกตัวขึ้นเหนือกว่าผู้หญิง ทําให้มีความรู้สึกเหมือนถูกกบฏ จึงมีการ กล่าวอ้างจากศาสนาเข้ามาว่า เพศที่สามเป็นคนบาป เป็นเรื่องด่างพร้อยของ สังคม ที่มา www.showed.com 18


บทความข้างต้นนี้เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่สะท้อนสภาพการถูกตกเป็น จําเลยสังคมของเพศที่สาม แม้ว่าในสังคมไทยปัจจุบันเป็นช่วงรอยต่อ จากเดิมที่ สังคมไม่ยอมรับเพศที่สามก็ยอมรับมากขึ้น จะเห็นได้จากการที่กลุ่มเพศที่สาม พยายามรวมตัวกันออกมาเพื่อเรียกร้องและปกป้องสิทธิของตนเอง การให้ร้าย ความผิดแก่กลุ่มเพศที่สามว่าเป็นพวกบฏ ถือได้ว่า เป็นการกล่าวหาที่ลดทอน คุณค่าของพวกเขาลง อย่างไรก็ตาม แม้ในอนาคต อาจจะมีกฎหมายที่ให้ สิทธิ เสรีภาพแก่คนทุกเพศ ทุกวัยออกมามากกว่าที่เป็นอยู่หรือไม่ก็ตาม แต่สิ่ง สําคัญที่น่าจะทําให้สังคมอยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นสุข และทุกคนสามารถทําได้ทันที ก็น่าจะอยู่ที่การอยู่ร่วมกันอย่างมีความเข้าอก เข้าใจ และรู้จักประพฤติตนให้อยู่ ในขอบเขตศีลธรรมที่พอดีพองาม 

Issue : สิงห์ลูกครึ่ง ช่วงนี้อากาศที่กรุงเทพมหานครและแถบปริมณฑลมันแปลกๆ ยังไงก็ไม่ รู้ จะว่าหนาวก็ไม่ใช่ จะว่าร้อนก็ไม่เชิง ดูไปก็รู้สึก “ก้ํากึ่ง” พิกล ไม่รู้ว่าได้รับ อิทธิพลบางประการมาจากบรรยากาศการเมืองไทยและการเมืองโลกรึเปล่าที่มี แต่ความไม่ลงตัว จะขวาจะซ้ายก็ไม่รู้ จะเหลืองจะแดงก็ไม่แน่ จะดําจะขาวก็ ขัดกันไปซะหมด เอาเป็นว่าเราขอละสายสายตาจากสิ่งต่างๆที่ให้บรรยากาศมัวๆ สลัวๆไม่ชัดเจนเช่นนี้ มาหยุดอยู่ที่หนุ่มน้อยชาวใต้ ขวัญใจสาวๆ (รึเปล่าไม่รู้!) แห่งคณะรัฐศาสตร์ผู้สละเวลามาให้สัมภาษณ์เราในวันนี้ นั้นก็คือ นายสุทธนาชัย อึ้งรังสี หรือ เล็ก สาขา การระหว่างประเทศ ปี 1 ตัวแทนจากกลุ่ม “เสรี สิงห์” กลุ่มทํางานรุ่นใหม่ไฟแรงที่ได้มีการรวมตัวกันเมื่อไม่นานมานี้เอง ดังนั้น

19


การให้สัมภาษณ์ของเล็กในวันนี้ ก็จะถือว่าเป็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ กลุ่มเสรีสิงห์เลยละกัน เอ้า ! มาทําความรู้จักกับเสรีสิงห์กันหน่อย Q: กลุ่มเสรีสิงห์มีการรวมตัวกันขึ้นมาได้ อย่างไรและมีวัตถุประสงค์อะไรที่ร่วมกัน ก่อตั้งกลุ่มขึ้นมา A: รวมตัวมาจากหลายๆกลุ่ม หลายๆคนที่ ส น ใ จ กิ จ ก ร ร ม ท า ง ด้ า น ก า ร เ มื อ ง อาสาสมัคร และกิจกรรมช่วยเหลือสังคม ร่วมทํากิจกรรมต่างๆในนาม “เสรีสิงห์” และก็ได้พัฒนาเป็นกลุ่มการเมืองเสรี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และล่าสุดก็กลายเป็นกลุ่มทํางานใหม่อีกกลุ่มชื่อว่า กลุ่ม “ใจโดม” Q: กลุ่มเสรีสิงห์ดําเนินงานและจัดกิจกรรมอย่างไรบ้าง A: สํา หรับ กิจ กรรมที่ผ่า นมานั้น ได้แ ก่ กิจกรรมแรกซึ่งพวกเราได้ไปบ้านเด็กปากเกร็ด โดยขอรับบริจาคและรวบรวมเงินไปทํากิจกรรม แต่จริงๆแล้วงานนี้ก็ไม่ใช่ของกลุ่มพวกเราหรอก แต่ถือว่าเป็นงานของทุกคน เพราะว่าเงินที่เรา ขอรับบริจาคก็เป็นเงินของทุกๆคน เราเดินขอรับ บริจาคในหอC8 กิจกรรมต่อมาก็คือ กิจกรรมที่ชุมชนหัวรถจักรตึกแดง ซึ่งทําหลาย อย่าง เช่น กิจกรรมสร้างและรวมกลุ่มชุมชน โดยมีเป้าหมายคือการสร้างชุมชน นี้ให้เป็นชุมชนตัวอย่างด้านการปกครอง โดยเริ่มจากการเป็นครูอาสาสมัครเพื่อ จะได้เข้าไปใกล้ชิดกับชุมชนมากขึ้น และได้สัมผัสมุมมองในหลายๆแง่ เช่น เด็ก ผู้นําชุมชน ชาวบ้าน Q: ตั้งแต่มีการก่อตั้งกลุ่มเสรีสิงห์ขึ้นมามีอุปสรรคหรือปัญหาใดหรือไม่

20


A: แน่นอนว่าการทํางานเป็นกลุ่มก็ต้องมีความแตกต่างอยู่แล้ว แต่ว่าความ แตกต่างนั้นไม่ใช่ความแตกแยกจึงทําให้เราทํางานร่วมกันได้ ปั ญ หาต่ อ มาก็ คื อ เราไม่ ส ามารถหาคนเข้ า มาทํ า งานกั บ เราด้ ว ย ตลอดเวลา เพราะ รูปแบบการทํางานของกลุ่มเราคือ มุ่งหน้าทํางานพวกนี้เอง โดยตรง เพราะฉะนั้นงานจึงเยอะมาก จนแทบไม่มีเวลาจะทํากิจกรรมอย่างอื่น เลย Q: เรียกได้ว่าทุ่มเททํางานกันจนสุดตัวเลยนะคะเนี่ย แล้วในอนาคต กลุ่มเสรี สิงห์ได้มีการกําหนดแผนงานอะไรไว้บ้างรึเปล่า A: มีครับ คาดว่าจะมีการตั้งสภากาแฟ คือเป็นร้านกาแฟที่เป็นที่นั่งรวมกลุ่มคน ที่สนใจทางด้านการเมืองและเบ็ดเตล็ดมาคุยกันได้ เพราะอย่างตอนที่เราทํากลุ่ม การเมืองเสรี เราก็ไม่มีที่ให้นั่งคุยเรื่องการเมืองจริงๆจังๆ อีกอย่างคือ พวกเราคิดไว้ว่าอยากให้มีการสร้างค่ายที่ลงไปทําเรื่อง เกี่ ย วกั บ ชาวนา แรงงาน ชุ ม ชนแออั ด เพื่ อ ที่ จ ะได้ ส ร้ า งรากฐานประเทศให้ แข็งแรง แต่ก็ยังไม่ได้กําหนดว่าจะไปที่ไหน แ น่ น อ น น ะ เ พ ร า ะ ว่ า ต อ น นี้ ยั ง ห า งบประมาณไม่ ไ ด้ เพราะเราหางบด้ ว ย ตนเอง เพราะฉะนั้นมันอาจจะต้องใช้เวลา ซักพักเพื่อที่จะให้เราได้เก็บรวบรวมเงินให้มี ใช้ได้พอในระยะยาว Q: ทีนี้ ในฐานะที่ Theme ของเม็ดเลือด แดงฉบับนี้คือ “ก้ํากึ่ง” เราอยากให้ช่วย อธิ บ ายคํ า ว่ า “ก้ํ า กึ่ ง ” กั บ สภาวะการ เมืองไทย และ “ก้ํากึ่ง”กับกลุ่มเสรีสิงห์ ว่ามีความหมาย หรือความเกี่ยวข้องกัน อย่างไร A: ถ้าในทางการเมืองก็คิดว่าน่าจะแปลว่า 21


เป็นสภาวะการเมืองที่จะเป็นเผด็จการก็ไม่ใช่ จะเป็นประชาธิปไตยก็ไม่เชิง คือ ตอนนี้ผมคิดว่าชนชั้นสูงเท่านั้นที่มีโอกาสเข้าถึงพื้นที่ทางการเมือง ประชาชนที่ ควรมีสิทธิ์เข้าถึงกลับไม่มีอํานาจนั้นจริงๆ แต่ก็จะเป็นเผด็จการก็ไม่ใช่ เพราะก็ยัง มีชนชั้นสูงและชนชั้นกลางที่สามารถแย้งในเรื่องในการเป็นประชาธิปไตยได้ และ ถ้าเราดูจากรูปแบบการปกครองแล้วนั้นประเทศเราก็ไม่ใช่เผด็จการ เพราะเรามี รูปแบบการปกครองเป็นประชาธิปไตย เช่น การออกกฎหมาย การเลือกตั้ง แต่ ประชาชนก็ยังไม่อาจใช้สิทธิ์ได้แท้จริง ไม่ใช่แค่สนใจ19 ล้านเสียงก็พอเท่านั้น แต่ต้องสนใจเสียงส่วนน้อยที่เหลือด้วย ส่วนคําว่า “ก้ํากึ่ง” กับกลุ่มเสรีสิงห์นั้นน่าจะเป็นเกี่ยวกับงานที่เราทํา มากกว่ า คื อ จะเป็ น งานด้ า นสั ง คมสงเคราะห์ ก็ ไ ม่ ใ ช่ และจะเป็ น ทางด้ า น การเมืองก็ไม่เชิง เอาเป็นว่าพวกเราทํางานจับฉ่ายซะมากกว่า Q: อยากจะทิ้งท้ายคําแนะนํา หรือเชิญชวน ให้เพื่อนๆมาเข้าร่วมกิจกรรม หน่อย A: อยากให้คุณมองคนที่ด้อยกว่าเรา โอกาสน้อยกว่าเราบ้างว่า กว่าพวกเราจะ ได้ เ ข้ า มาเรี ย นในระดั บ อุ ด มศึ ก ษา ลองมองไปที่ ค นที่ แ บกรั บ เราอยู่ บ้ า ง เช่ น ชาวนา คนยากจน ที่เขาจ่ายภาษีมาเพื่อให้คุณได้เรียนในมหาวิทยาลัย แล้วก็ฝากเรื่องร้านกาแฟด้วยครับ ร้านเปิดวันที่ 27 พฤศจิกายน 2551 เป็นต้นไป ร้านอยู่ตรงข้างห้องกรรมการนักศึกษาหอพัก C7 ใครว่างๆก็ ขอเชินชวนด้วยนะ เบอร์ติดต่อMac 086-3540627 อย่าลืมนะครับ

แตวาความแตกตางนั้นไมใชความ แตกแยกจึงทําใหเราทํางานรวมกันได

นับได้ว่า “เสรีสิงห์” คือกลุ่มทํางานของคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริงที่ได้ รวมตัวกันมาแสดงออกถึงจุดยืนที่เข้มแข็งผ่านทางการทํากิจกรรมทางการเมือง และเพื่อสังคม ท่ามกลางสภาวะทางการเมืองอัน “ก้ํากึ่ง” เช่นนี้ พวกเขาได้เลือก 22


ที่จะสร้างความชัดเจน และโอกาสใหม่ๆให้กับสังคม รวมทั้งการแสดงออกถึง มุมมองใหม่ๆ ที่มีให้กับสังคมไทย สมกับเป็นหัวจักรรุ่นใหม่ที่จะทําการขับเคลื่อ��� ประเทศไทยในอนาคตข้างหน้า พวกเรา “เม็ดเลือดแดง” ก็ขอเป็นกําลังใจให้ กลุ่ม “เสรีสิงห์” ประสบความสําเร็จในการทํากิจกรรมดีๆต่อไป

แล้วสิงห์แดงอย่างคุณล่ะ ได้ทําอะไรดีๆบ้างหรือยัง???

ความก้ํากึง่ ในการดําเนินนโยบายของลูลา ก่ อ นอื่ น ขอสวั ส ดี ท่ า นผู้ อ่ า นด้ ว ยความ เคารพนะครั บ รู้ สึ ก เป็ น เกี ย รติ อ ย่ า งยิ่ ง ที่ ท าง บรรณาธิการวารสารเม็ดเลือดแดงให้กลับมาเขียน By บทความอีกครั้ง หลังจากต้องไป ชัชวฤทธิ์ เตชะฤทธิ์ ปฏิบัติภารกิจงานคณะเป็นเวลา หนึ่งปีเต็ม การกลับมาของกระผมในครั้งนี้ Au_pc@hotmail.com คงเป็นเพียงเฉพาะกิจเท่านั้น เพราะงานเขียนในคอลัมน์นี้กระผมได้มอบงานให้ รุ่นน้องไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนตัวกระผมก็คงเดินทางไปตามความฝันและก็ คงแก่ไปตามวัย (55+) กลับมาเข้าเรื่องกันดีกว่าครับ ขอเกริ่นนําก่อนว่า ประเทศบราซิลนั้น เป็ น ประเทศที่ มี ร ะบบเศรษฐกิ จ ใหญ่ เ ป็ น อั น ดั บ 10 ของโลก และมี ค วาม เจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูงมากในรอบ 2 ทศวรรษที่ผ่านมา ด้วยความที่เป็น ประเทศใหญ่ มี ท รั พยากรทางธรรมชาติ อ ย่ า งมหาศาล จึ ง เป็ น แรงจู ง ใจให้ 23


ต่ างชาติ เ ข้ า มาลงทุ น ในประเทศ ในช่ ว งการบริ ห ารประเทศของอดี ต ประธานาธิบดีเอนริเก้ คาร์โดโซ (Henrique Cardoso: 1994-2002) บราซิล ได้ดําเนินนโยบายเศรษฐกิจภายใต้ลัทธิเสรีนิยมใหม่ (Neo-Liberalism) อย่างเต็ม ตัว นโยบายนี้ได้ทําให้บราซิลต้องมีการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ (Privatization) ลด ขนาดภาครัฐเพื่อการทํางานที่คล่องตัว นอกจากนั้นต้องมีการเปิดการค้าเสรี (Free trade) เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทางการค้า การดําเนินนโยบายเช่นนี้ ส่ ง ผลให้ เ ศรษฐกิ จ ของบราซิ ล เจริ ญ อย่ า งก้ า วกระโดด แต่ ใ นขณะเดี ย วกั น ผลกระทบจากการดําเนิ นนโยบายเศรษฐกิจเช่ นนี้ทํา ให้ประชาชนชาวบราซิ ล จํ า นวนมากต้ อ งตกงาน เกิ ด ปั ญ หาการว่ า งงานและปั ญ หาอาชญากรรม นอกจากนี้ยังเกิดกลุ่มขบวนการแรงงานไร้ที่ดิน (MST: Movimento dos Trabalhadores Rurais Sem Terra) ที่เรียกร้องให้รัฐรีบทําการปฏิรูปที่ดิน เศรษฐกิจและการเมืองของบราซิลที่ดูเหมือนจะดีแต่ภายในกลับกลวงโบ๋ นายอิกนาซิโอ ‘ลูล่า’ ดา ซิลวา (Lula Da Silva) จากพรรค PT (Partido dos Trabalhadores) สามารถชนะการเลื อ กตั้ ง ในปี 2002 ก้ า วขึ้ น มาเป็ น ประธานาธิบดีคนใหม่ของบราซิล นับเป็นความหวังใหม่ของประชาชนชาวบราซิล อย่างไม่ต้องสงสัย พรรค PT มีฐานมวลชนที่สําคัญคือภาคแรงงานและ กรรมกร การขึ้นมาของพรรค PT จึงเป็น การเปลี่ยนขั้วการเมืองที่สําคัญของ การเมืองบราซิล พรรค PT มี นโยบายชูรัฐสวัสดิการ ต่อต้าน การแปรรู ป รั ฐ วิ ส าหกิ จ พู ด ง่ายๆ นโยบายใดที่ดําเนินการ ภายใต้ ลั ท ธิ เ สรี นิ ย มใหม่ นโยบายของพรรค PT อยู่ ใ นสถานะตรง ข้ามหมด

24


ความไม่แน่นอนของพรรค PT ส่งผลให้พรรคฝ่ายซ้ายแตกคอกันเอง จนสมาชิกพรรคอย่างนาง Helena ต้องไปตั้งพรรคใหม่ ที่ดําเนินนโยบายตาม ฝ่ายซ้ายจริงๆโดยมีชื่อพรรคว่า P-Sol (Party of Socialism and Liberty) พรรค PT ในทุกวันนี้จึงดํารงอยู่ในลักษณะที่ขัดแย้งภายในตัว ต้องไม่ ลืมว่าอุดมการณ์ของพรรค และฐานเสียงของตนตั้งอยู่บนกลุ่มแรงงาน กรรมกร และชาวนาไร้ที่ดิน แต่การดําเนินนโยบายบริหารประเทศของพรรค PT กลับ ละเลยฐานเสียงของตน และละทิ้งอุดมการณ์ของพรรคที่ตั้งมากว่า 30 ปี ่ ลูล่า ในฐานะผู้นําพรรค ควรตัดสินใจแล้วล่ะว่า จะทําอย่างไรตอไป? หากอยู่แบบนี้ต่อไป มีแต่จะทําให้ตัวเองพังลงไปเสียเปล่า !! “Brazil: another economic model is possible!” ---------------------------------------------------------------------เอกสารอ้างอิง ประภาส ปิ่นตบแต่ง. ‘ลูล่า’ บทเรียนของภาคประชาชน ในก่อนภาคประชาชนล่มสลาย. กรุงเทพฯ: สํานักพิมพ์ Way of book , 2551. ปิยมิตร ลีลาธรรม. พรรคการเมืองทางเลือกในบราซิล ในฟ้าเดียวกัน. ปีที่ 3 ฉบับที่ 1 มกราคมมีนาคม 2548. วรางคณา รัตนรัตน์.ลูล่า ประธานาธิบดีแห่งชนชั้นกรรมาชีพ?: ชัยชนะของพรรคแรงงานบราซิลและ ความท้าทายต่อจากนี้ไป ในฟ้าเดียวกัน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม-กันยายน 2546. 25


26


การประกันคุณภาพการศึกษา ห ลายๆคนอาจจะเคยนึ ก สงสั ย ว่ า การประกั น คุ ณ ภาพทางการศึ ก ษานั้ น หมายถึงอะไร แล้วทําไมสถานศึกษาทุกแห่งจึงต้องมีสิ่งนี้ ถึงขนาดจัดทํา เป็นปีแห่งการประกันคุณภาพทางการศึกษาขึ้นมา ฉบับนี้เราจะพาไปหา คําตอบเหล่านี้ เพื่อที่ทุกคนจะได้รู้จักและเข้าใจในเรื่องนี้ได้ดีขึ้น

การนําพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติไปปฏิบัติ การประกันคุณภาพภายในเป็นสิ่งที่สถานศึกษาทุกแห่งจะต้อง ปฏิบัติเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา และเพื่อให้เป็นไปตาม สาระใน พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ สถานศึกษาควรดําเนินการให้ ครอบคุลมแนวทางหลักต่อไปนี้ 1. สถานศึกษาจะต้องดําเนินการประกันคุณภาพภายในเป็นประจํา ทุกปี โดยควรเริ่มดําเนินการตั้งแต่ปีการศึกษา 2543 2. ให้ถือว่าการประกันคุณภาพภายในเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ บริหารการศึกษาที่ สถานศึกษาทุกแห่งต้องดําเนินการ อย่าง ต่อเนื่อง อันประกอบด้วยการวางแผนการดําเนินงาน การ ประเมินผลและการปรับปรุงการดําเนินงาน โดยสถานศึกษา ต้อง จั ด ทํ า แผนพั ฒ นาการศึ ก ษาที่ ส อดคล้ อ งกั บ ความมุ่ ง หมายและ หลักการตามที่กําหนด ใน พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ มาตรฐาน การศึกษา และเป้าหมาย/ปรัชญา/ธรรมนูญสถานศึกษา กําหนด ระยะเวลาในการดําเนินการที่ชัดเจน ติดตามประเมินผล การ

27


ทํ า งานของตนเองอย่ า งต่ อ เนื่ อ งและนํ า ผลการประเมิ น มาใช้ ปรับปรุงและพัฒนา คุณภาพการศึกษา ของสถานศึกษา 3. การดําเนินการประกันคุณภาพภายในทุกขั้นตอน ควรเน้นการ ประสานงานและการมี ส่ ว นร่ ว มของทุ ก กลุ่ ม ทุ ก ฝ่ า ยที่ เ กี่ ย วข้ อ ง ได้แก่ บุคลากรในสถานศึกษา กรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง บุคลากรของหน่วยงานและองค์กรต่าง ๆ ในชุมชนและเขตพื้นที่ การศึกษาและภูมิภาค เพื่อให้ สอดคล้องกับหลักการที่ให้สังคมมี ส่วนร่วมในการจัดการศึกษา

แนวคิดและหลักการในการประกันคุณภาพ

การประกันคุณภาพการศึกษา หมายถึง การบริหารจัดการและ การดําเนินกิจกรรมตามภารกิจปกติของสถานศึกษาเพื่อพัฒนา คุณภาพ ของผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นการสร้างความมั่นใจให้ผู้รับบริการ โดยตรง ได้แก่ ผู้เรียนและผู้ปกครอง และบริการทางอ้อม ได้แก่ สถาน ประกอบการ ประชาชน และสังคมโดยรวมว่าการดําเนินงานของ สถานศึกษาจะมีประสิทธิภาพ และทําให้ผู้เรียนมีคุณภาพหรือคุณลักษณะที่ พึงประสงค์ตามมาตรฐานการศึกษาที่ กําหนด การประกันคุณภาพมี แนวคิดอยู่บนพื้นฐานของการ “ป้องกัน” ไม่ให้เกิดการทํางานที่ไม่มี ประสิทธิภาพและผลผลิตไม่มีคุณภาพในการดําเนินการ เพื่อให้มีการ ประกันคุณภาพ การศึกษาตามความหมายข้างต้น ควรมีการศึกษาขั้นตอน การดําเนินการงานตามแนวคิดหลักต่อไปนี้

แนวคิดเกี่ยวกับการประกันคุณภาพทางการศึกษา ระบบการประกันคุณภาพทางการศึกษาที่ได้มีการพัฒนากันอยู่ใน ขณะนี้ มีแนวคิดเพื่อส่งเสริมและเสนอแนวทางเกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพ ทางการศึกษา โดยมีการดําเนินงาน 3 ขั้นตอน ดังนี้ 28


1. การควบคุมคุณภาพ เป็นการกําหนดมาตรฐานคุณภาพและ การพัฒนาสถานศึกษาให้เข้าสู่มาตรฐาน 2. การตรวจสอบคุณภาพเป็นการตรวจสอบและติดตามผลการ ดําเนินงานให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กําหนด 3. การประเมิ น คุ ณ ภาพ เป็ น การประเมิ น คุ ณ ภาพของ สถานศึกษา โ���ยหน่วยงานที่กํากับดูแลในเขตพื้นที่ และ หน่ ว ยงานต้น สั ง กัด ในส่ ว นกลาง ซึ่ ง ถึง แม้ จ ะเป็ น บุคคลภายนอก แต่ก็ยังถือว่าเป็นการประเมินภายใน เพราะ ดํ า เนิ น การโดยหน่ ว ยงานที่ อ ยู่ ใ นสายการบริ ห ารของ สถานศึกษา ซึ่งจะดําเนินการตรวจเยี่ยมและประเมิน สถานศึกษาเป็นระยะ ๆตามที่กําหนดโดยหน่วยงานต้นสังกัด เพื่อให้ความช่วยเหลือ และส่งเสริมสนับสนุนให้สถานศึกษา การพัฒนาคุณภาพอันเป็นการเตรียมความพร้อม ก่อนรับ การประเมินภายนอก จากสํานักงานรับรองมาตรฐานและ ประเมินคุณภาพการศึกษา ซึ่งเป็นองค์การมหาชน

แนวคิดตามหลักการบริหาร

ตามหลักการบริหารนั้น การประกันคุณภาพภายใน เป็น กระบวนการบริหารจัดการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพให้ เป็นไปตามมาตรฐานที่ต้องการ หลั ก การและกระบวนการบริ ห ารดั ง กล่ า ว เป็ น สิ่ ง ที่ ใ ช้ ใ น การ ทํางานให้ประสบความสําเร็จ โดยจะต้องมีกระบวนการวางแผน ทําตาม แผน ตรวจสอบประเมินผล และพัฒนาปรับปรุงอยู่เสมอ เพื่อให้การ ทํางานได้ผลและมีคุณภาพดี ในภาพธุรกิจ อุตสาหกรรม และบริการก็มีการใช้กระบวนการนี้ใน การบริการเพื่อพัฒนา ปรับปรุงคุณภาพของสินค้าและบริการตลอดเวลา ทําให้เป็นที่พอใจของลูกค้า สามารถขายสินค้าได้และมีคณภาพดี ุ 29


สําหรับการศึกษานั้น ไม่เหมือนธุรกิจ เพราะการศึกษาไม่ได้หวัง ผลกําไรเป็นตัวเงิน แค่ผลที่ได้เป็นคุณภาพในด้านต่าง ๆ ของคน อย่างไรก็ ตาม กระบวนการบริหารเพื่อพัฒนาคุณภาพทางการศึกษาก็สามารถนํา แนวคิดและกระบวนการ ข้างต้นมาใช้ได้ โดยปรับให้เหมาะสมกับ กระบวนการพัฒนาการศึกษา ซึ่งเป็นการพัฒนาคน การที่สถานศึกษาจะจัดการศึกษาให้ดีมีคุณภาพ เพื่อสร้างคนที่มี คุ ณ ภาพนั้ น ก็ เ ปรี ย บเหมื อ นกั บ การสร้ า งบ้ า น โดยคนในบ้ า นจะต้ อ งมี เป้าหมายที่ชัดเจน ว่าต้องการสร้างบ้านนั้นเพื่อประโยชน์อะไร แล้วจึง ออกแบบแปลนให้เหมาะสม ต่อจากนั้น จึงลงมือวางรากฐานและ ก็จะต้อง ดําเนินการก่อสร้างตามแบบแปลน ในระหว่างการก่อสร้าง ตรวจสอบว่ า ตรงกั บ แบบแปลนหรื อ ไม่ วั ส ดุ ที่ ใ ช้ เ ป็ น ไปตามข้ อ กํ า หนด หรือไม่ มีความมั่นคงเพียงใด ระบบน้ําไฟเป็นอย่างไร ถ้าพบสิ่งใดที่เป็น ข้อบกพร่อง ก็ปรับปรุงแก้ไขได้ในทุกขั้นตอน ซึ่งจะทําให้บ้านที่ก่อสร้าง ขึ้นมา มีความเข็งแรง สวยงาม มั่นคง ตรงตามเป้าหมายที่ต้องการ กระบวนการพัฒนาคนในสถานศึกษาก็เหมือนกับการสร้างบ้าน เพี ย งแต่ ก ารสร้ า งบ้ า นนั้ น ต้ อ งให้ ส ถาปนิ ก ซึ่ ง เป็ น บุ ค คลภายนอกมา ดําเนินการ และเมื่อสร้างเสร็จแล้วก็เสร็จแล้ว ไม่ต้องทําต่อ แต่ กระบวนการสร้างคนนั้น ผู้ที่เป็นสถาปนิก คือ ครูและผู้บริหาร ซึ่งเป็น บุคลากรภายใน จะต้องร่วมกันพัฒนาเด็กให้มีคุณภาพดีและจะต้อง ดําเนินการอย่างต่อเนื่องโดย ไม่หยุด ผู้บริหารและครูในสถานศึกษามีการ ร่วมกันกําหนดเป้าหมายที่ชัดเจน ว่าต้องการพัฒนาเด็กให้มีคุณสมบัติเป็น อย่างไร และถ้าจะให้เด็กมีคุณสมบัติดังกล่าวแล้ว ก็ต้องช่วยกันคิด และ ช่วยกันวางแผน (Plan) ว่าจะต้องทําอย่างไร แล้วช่วยกันทํา (Do) ช่วยกัน ตรวจสอบ (Check) และปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่อง (Action) เพื่อให้บรรลุ ตามเป้าหมายที่กําหนดอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาปรับปรุงคุณภาพให้ดี ขึ้นอยู่ตลอดเวลา โดยร่วมกันทํางานเป็นทีม 30


การประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา จึงเป็นกระบวนการที่ บุคลากรทุกฝ่ายในสถานศึกษาร่วมกันวางแผน กําหนดเป้าหมายและ วิธีการ ลงมือทําตามแผนในทุกขั้นตอน มีการบันทึกข้อมูลเพื่อร่วมกัน ตรวจสอบผลงาน หาจุดเด่น จุดที่ต้องปรับปรุงแล้วร่วมกันปรับปรุง แผนงานนั้น ๆ โดยมุ่งหวังให้มีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ สถานศึกษาที่เน้นคุณภาพของผู้ เรียนเป็นสําคัญ แนวคิดการทํางานที่เป็นระบบเช่นนี้จะช่วยสร้างความเป็นน้ําหนึ่ง ใจเดียวกัน ภายในสถานศึกษา เกิดความรู้สึกว่าเป็นงานปกติ เป็นการมอง ตน และประเมินตนเอง ซึ่งจะทําให้สถานศึกษามีฐานข้อมูลที่มั่นคงเป็นจริง พร้อมเสมอต่อการตรวจสอบจากหน่วยงานภายนอก To Be Continue

การดําเนินนโยบายเศรษฐกิจ ของอารเจนตินาจนเกิด วิกฤตเศรษฐกิจ รินเบียร์ ภ า ย ห ลั ง ส ง ค ร า ม โ ล ก ค รั้ ง ที่ 2 การ ก้ า ว เ ข้ า สู่ ตํ าแ ห น่ ง ประธานาธิบดีอาร์เจนตินาของ ฮวน โดมิงโก เปรองนั้น ส่งผลอย่างใหญ่ หลวงต่อทั้งการเมืองและเศรษฐกิจของอาร์เจนตินา จนกระทั่งถึงปัจจุบัน 31


ในปี 1946 เปรอง ได้รับการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี ซึ่งเขา ได้ดําเนินนโยบายเศรษฐกิจแบบชาตินิยม และ นโยบายประชานิยม โดย รัฐบาลเปรองดําเนินการโอนกิจการสําคัญๆมาเป็นของรัฐ ซึ่งส่วนใหญ่เป็น กิจการของอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็น ท่าเรือ รถไฟ และ สาธารณูปโภคต่างๆ มี ก ารดํ า เนิ น นโยบายเศรษฐกิ จ แบบปกป้ อ ง (Protectionism) มี ก าร ส่งเสริมสหภาพแรงงานให้เข้มแข็ง ส่งเสริมสิทธิสตรี เพิ่มค่าจ้างแรงงาน และสวัสดิการ ให้มีการประกันสุขภาพฟรีถ้วนหน้า ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส และผู้ยากไร้ มีการสร้างบ้านให้คนจน ให้การศึกษาฟรีในทุกระดับ และ นโยบายลดแลกแจกแถมต่ า งๆ จนเปรองได้ รั บ ความนิ ย มอย่ า งมาก โดยเฉพาะในกรรมกร หมู่คนยากจนชนชั้นล่าง ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของ ประเทศ จนส่งผลให้เปรองได้รับการเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียงอย่างท่วมท้น ได้เป็นประธานาธิบดีต่อมา แต่น โยบายประชานิยมและนโยบายชาตินิยมทางเศรษฐกิจ ของ เปรอง ยังความไม่พอใจแก่บรรดานายทุนในประเทศ กลุ่มทุนต่างชาติ ผู้มี อํ า นาจ และทหาร จนนํ า มาสู่ ก าร รัฐประหารในปี 1955 ทําให้เปรอง ต้ อ งลี้ ภั ย ไปอยู่ ต่ า งประเทศ และ ภายหลั ง การรั ฐ ประหาร การเมื อ ง ของอาร์เจนตินาก็ไร้เสถียรภาพ เกิด การรั ฐ ประหารสลั บ กั บ การเลื อ กตั้ ง และฝ่ายทหารเข้ามามีอํานาจควบคุม แทรกแซงทางการเมื อ ง แต่ ใ นช่ ว ง เวลานี้ เมื่ อ มี ก ารเลื อ กตั้ ง พรรคที่ ชนะการเลือกตั้งมักจะมาจากพรรคที่ นิ ย มเปรอง และดํ า เนิ น นโยบาย เศรษฐกิจตามแนวคิดของเปรอง ทํา ให้ ฝ่ า ยทหารก็ จ ะเข้ า มาแทรกแซง 32


กดดั น กระทั่ ง ทํา รัฐ ประหารขับ ไล่ รั ฐ บาลที่มีแ นวคิด นิย มเปรองออกไป เป้าหมายหลักของทหารคือ ไม่ต้องการให้พวกนิยมเปรองได้มีอํานาจ จนกระทั่งปี 1973 มีการเกิดวิฤตน้ํามันโลก ซึ่งทําให้เศรษฐกิจ ของอาร์ เ จนติ น าได้ รั บ ผลกระทบอย่ า งรุ น แรง ประชาชนในประเทศจึ ง เรียกร้องให้อดีตประธานาธิบดี เปรอง กลับมาแก้ปัญหา เปรองจึงกลับมา อาร์เจนตินาและ ชนะการเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียงท่วมท้นได้กลับมาเป็น ประธานาธิบดีอีกครั้ง แต่บริหารประเทศได้ไม่น าน เปรองก็เสี ยชีวิตใน ตําแหน่งในปี 1974 อิสซาเบล เปรอง ภรรยาของเปรองในขณะนั้น จึง ต้องเข้ารับตําแหน่งต่อและถูกทหารทํารัฐประหารในปี 1976 ภายหลั ง การรั ฐ ประหาร คณะทหารเริ่ ม ดํ า เนิ น นโยบายตาม แนวทางเสรีนิยมใหม่ และกําจัดพวกนิยมเปรองไม่ให้มีอํานาจ จนกระทั่งอาร์เจนตินากลับมาสู่การเลือกตั้งอีกครั้งในปี 1983 นายราอูล อัลฟองซีน ได้รับการเลือกตั้ง อัลฟองซีน ได้ดําเนินนโยบาย เศรษฐกิจตามแนวทางเสรีนิยมใหม่มากขึ้น มีการปฏิรูประบบราชการ เปิด สัมปทานอย่างเสรี เปิดเสรีทางการค้า การลงทุน เริ่มแปรรูปรัฐวิสาหกิจ จนมาถึงการเลือกตั้งครั้งต่อมา ในปี 1989 นาย คาร์ลอส เม เนม จากพรรคนิยมเปรอง ชนะการเลือกตั้ง ซึ่งเมเนมกลับไม่ได้ดําเนิน นโยบายเศรษฐกิจตามแนวคิด ของเปรอง แต่ เ ลื อ กดํ า เนิ น นโยบายเสรีนิยมใหม่อย่างสุด ขั้ ว ต า ม แ น ว ท า ง ฉั น ท ม ติ ว อ ชิ ง ตั น ( Washington Consensus) โดยรัฐ ไม่เ ข้าไป กํ า กั บ ค ว บ คุ ม ป ล่ อ ย ใ ห้ เศรษฐกิ จ เป็ น ไปตามกลไก ตลาดอย่างเสรี มีการแปรรูป 33


รั ฐ วิ ส าหกิ จ ขนานใหญ่ เปิ ด เสรี ท างการเงิ น การค้ า การลงทุ น แก้ กฎหมายให้เอื้อกับเศรษฐกิจเสรีนิยม ลดข้อกําหนดที่ปิดกั้นผูกมัดต่างๆ ให้ สิทธิครอบครองกิจการและที่ดินแก่ชาวต่างชาติ จนส่งผลให้เกิดภาวะข้าว ยากหมากแพงและเกิดเงินเฟ้ออย่างรุนแรง นายเฟอร์นานโด เดอลารัว เข้ามารับตําแหน่งต่อ ซึ่งเขายังคง ดําเนินนโยบายเศรษฐกิจเสรีนิยมสุดขั้วต่อไป จนเกิดปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ และต้องไปขอรับความช่วยเหลือจาก IMF ซึ่งมาพร้อมกับใบสั่งยาที่รุนแรง ทั้งการตัดลบงบประมาณรายจ่ายของรัฐบาล ลดเงินเดือน ปลดข้ารัฐการ ตัดสวัสดิการและเงินเกษียณอายุ เพื่อนําเงินไปชําระหนี้ต่างประเทศ ขึ้น อัตราดอกเบี้ย ประชาชนจึงพากันแห่ไปถอนเงินจากธนาคาร รัฐบาลจึง ออกประกาศห้ า มถอนเงิ น ออกจากธนาคาร ส่ ง ผลให้ เ กิ ด การจราจล วุ่นวาย มีการประท้วง และเกิดความรุนแรงไปทั่วทุกแห่งในอาร์เจนตินา อาร์เจนตินาจึงกลายเป็นประเทศที่ต้องเผชิญ กับภาวะความผัน ผวนทาการเมือง และ การล่มสลายทางเศรษฐกิจ ภาวะการว่างงาน ความอดอยาก และอาชญากรรม รุนแรง ปัจจุบันนี้ สถานการณ์ทาง เ ศรษฐกิ จ ของประเทศอาร์ เ จนติ น า เริ่มปรับตัวดีขึ้น หลังจากการเข้ามา รับตําแหน่งของ นายเนสเตอร์ เคิร์ช เนอร์ ในปี 2003 ซึ่ ง เขาดํ า เนิ น นโยบาย เพื่ อ สร้ า งสเถี ย รภาพทาง เศรษฐกิจ ปรับโครงสร้างหนี้ และลด ข้ อ ผู ก มั ด กั บ เจ้ า หนี้ ต่ า งประเทศ มี การโอนรัฐวิสาหกิจสําคัญๆที่ถูกแปร 34


รูป ไปให้ กลั บ มาเป็ น ของรัฐ เช่ น การประปา การไฟฟ้ า ไปรษณี ย์ จน เศรษฐกิจเจริญเติบโต ถึง 8 % และส่งผลให้นางคริสตินา เฟอร์นันเดซ เดอ เคิร์ชเนอร์ ภรรยาของนายเคิร์ชเนอร์ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้ง ต่อมาในปี 2007 และเป็นประธานาธิบดีต่อจากสามี ไม่ น่ า เชื่ อ ว่ า ประเทศอาร์ เจนติ น า ซึ่ ง เ ป็ นประเทศที่ มี ทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และเคยได้ชื่อ ว่าเป็นประเทศที่ร่ํารวยติด 10 อันดับแรกของโลก ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 จะต้องประสบพบกับภาวะล่มสลายทางเศรษฐกิจในช่วงปลายศตวรรษ ที่ 20 ถึงต้นศตวรรษที่ 21 สุ ดท้ ายนี้ ผมเชื่อ ว่ า เราควรต้ อ งมี การตั้งคํ าถามให้ มากขึ้น กั บ แนวทางเศรษฐกิจต่างๆ ไม่ควรหลับหูหลับตาเดินตามแนวทางนั้นๆ โดย เชื่ออย่างจริงใจว่า มันเป็นแนวทางวิเศษสําเร็จรูป ที่จะนําไปสู่การพัฒนาที่ ดี ถึงแม้ว่าแนวทางเศรษฐกิจนั้นๆ จะได้รับการยอมรับ ผลักดัน จนเป็น แนวทางเศรษฐกิจแบบอย่างที่เป็นกระแสหลักก็ตาม

เพราะสุดทาย การดําเนินนโยบายเศรษฐกิจตามแนวทางใด แนวทางหนึ่งอยางสุดขั้ว ก็มักจะนํามาซึ่งชุดปญหาของตัวมัน เองและที่สําคัญมันมี ความก้ํากึ่งระหวาง การพัฒนาที่ดี ประสบความสําเร็จ และเจริญรุงเรือง กับการนําไปสูการเกิดภาวะวิกฤตปญหา

35


By เดือน + ต้อม + นุก เทวดา เพราะชีวิตจะไดสนุกสนานและมีสีสันมากกวานี้ เบลล์ #60 มุมตึก การบริหารรัฐกิจ

หลักธรรม เพราะโลกในปจจุบันนี้วน ุ วายเหลือเกิน !! ปัท #60 แสงจันทร์ การเมืองปกครอง

เสื้อหนาว เพราะจะไดใหความอบอุนกับคน อื่น

ลีน่า #60 Unity การระหว่างประเทศ

溤·ÕeÃÕ e¾ÃÒae»š¹Êiè§ÁÕªÕÇiµª¹i´e´ÕÂÇ·Õèe¡i´ÁÒe¾ืèoÊืº¾a¹¸u เอ #60 Appeal-สายรุ้ง การเมือง การปกครอง

36


ตนไม เพราะวาจะไดชวยทําใหโลกคลายรอนลง และถือวาเปนการบําเพ็ญประโยชนไปดวยในตัว นาท #59 ขาวควัน-จําปีเหนือ การเมืองการปกครอง

นก เพราะจะไดเปนกินรี สวยดี แจ่ม #59 แสงจันทร์ล่าง การระหว่างประเทศ

กรรไกร เพราะจะไดไมหางกันไกล ~_~ เก้า #59 จําปี การเมืองการ ปกครอง

นาฬิกา เพราะจะไดมีเวลาใหกับทุกคน ลูกน้ํา #59 มาสิคะ การเมืองการปกครอง

ผีเสื้อ เพราะเราจะไดโบยบินไปกับสิ่ง สวยงาม ติงไห่ #58 สามปาล์ม การเมืองการ ปกครอง 37


ดวงจันทร เพราะวามีลักษณะเฉพาะตัวอยู ไมมีแสงในตัวเอง คอยรับแสง จากดวงอาทิตย เปรียบเสมือนน้ําที่ไมเต็มแกว สามารถเติมเต็มไดเรื่อยๆ มาช่า #58 แมงโม้ การเมืองการปกครอง ปลา เพราะจะไดแหวกวายใน มหาสมุทรอันยิ่งใหญ สามารถอยูไดทั้ง บนบกและในน้ํา ไมตายดวยโลกรอน !! ไปป์ #58 มาสิคะ การบริหารรัฐกิจ

ซาตาน เพราะเปนคนดีมามาก แลว อยากเปนคนเลวดูบาง ทิพย์ #58 ขาว ควัน-จําปีเหนือ การเมืองการ ปกครอง

นกและหนอน เพราะอยากมองอยาง นกและปฏิบัติจริงจังอยางหนอน ! ธง #57 แมงโม้ การบริหารรัฐกิจ

38


จอบ เพราะฟนเหมือนจอบ จ๋า #57 โซดาสิงห์ การบริหารรัฐกิจ

“บริษัทเมืองไทยประกันชีวิต (เมืองไทยสไมลคลับ)” เพราะจะไดรูทุกอยางไงละ ^^! ไอซ์ #57 ขาวควัน-จําปีเหนือ การบริหารรัฐกิจ

ผีเสื้อ เพราะสวยงามใน ตัวเอง บอบบาง มีแตคน ชื่นชมและอยากไดครอบครอง ตั๊ก #57 Unity การเมืองการปกครอง

39


สวัสดีครับทุกๆคน กลับมาพบกันอีกแล้วกับหัวใจติดปีก คอลัมน์ ที่จะพาเราไปพบกับรุ่นพี่ที่จบไปแล้ว ซึ่งในฉบับนี้ถือ ว่าพิเศษเป็นอย่างมาก เพราะเราจะพาไปพูดคุยกับ พี่แ อม สมลักษณ์ หิรั ญ บูร ณะ สิ งห์แดงรุ่น ที่ 20 ซึ่งปัจจุบันทํางานที่ธนาคารแห่งประเทศไทย และ ยั ง เป็ น เลขานุ ก าร ขอ งสมาคมศิ ษ ย์ เ ก่ า คณะ รัฐศาสตร์อีกด้วย พี่แอมจะพาเราย้อนถึงประสบการณ์ในอดีตทั้งในเรื่องการเรียน การงาน ซึ่งต้องถือว่าโชกโชนไม่เบา หากพร้อมแล้วก็ไปเลยได้ครับ Q: อยางแรกเลยอยากใหพี่แนะนําตัวหนอยครับ A: พี่เป็นเป็นสิงห์แดงรุ่น 20 เข้าเรียน ปี 2511 จบปี 2514 พี่เรียนปริญญา ตรีบริหารรัฐกิจ บริหารรัฐกิจแยกครั้ง แรกเมื่ อ ปี 2512 ตอนสอบสั ม ภาษณ์ เข้ า มา เค้ า ก็ บ อกว่ า ปี นี้ เ ริ่ ม แยกนะ ระหว่ า งภาคปกครองกั บ บริ ห ารรั ฐ กิ จ เพราะเดิมมีแต่ปกครองกับทูต เค้าแยก ในปีเราเนื่องจากเค้าอัญเชิญนิด้าออกไป พอนิด้ าลากเอารัฐประศาสนศาสตร์ไ ป อยู่ที่คลองจั่นแล้ว เราก็เลยสบายใจที่จะ เปิดภาคบริหารรัฐกิจ เราไม่ได้เรียกรัฐ ประศาสนศาสตร์ อาจารย์ก็จะเป็นรุ่นพี่ๆที่จบมาและก็ใช้อาจารย์จากข้าง นอกมาช่วยสอน แต่ตอนนั้นปริญญาโทนั้นไม่แยกสาขา มีแค่ปริญญาโท รัฐศาสตร์มหาบัณฑิต 40


Q: ประสบการณในการเรียนตอนนั้นเปนยังไงบางครับ A: การเรียนมันเป็นห้องเลกเชอร์รวมใหญ่ แล้วก็ไม่ได้เรียนแบบหน่วยกิต แต่เรียนแบบ 60% ผ่าน ถ้าตกวิชาไหนก็ไปสอบซ่อม แต่การเรียนห้อง ใหญ่มีข้อเสียคืออาจารย์ไม่ค่อยรู้จักลูกศิษย์ พวกเราพวกเล่นกีฬาก็นั่งหลัง ห้อง สมัยนั้นถ่ายเอกสารก็ยังไม่ค่อยมี เราเล่นบอลเสร็จแล้วก็ยืมเลกเชอร์ เพื่อนมาลอก พอมาเรียนปริญญาโทมันใช้ระบบ 70% ผ่าน มันมีอยู่วิชา หนึ่งที่ยากเย็นแสนเข็ญ วิชากฎหมายรัฐธรรมนูญภาคพิสดาร สอนโดยดร. ไพโรจน์ ชัยนาม เคยเป็นคณบดีที่น่ี พอสอบ เสร็จ คณะเอาผลสอบมาติด มีชื่อทุกคน แต่ มี ปี ก กาคร่ อ มทุ ก คน แล้ ว เขี ย นว่ า ไม่ มี ใ คร สอบได้ เหอะๆ ในชวงที่เรียนอยูพี่ไดทํา กิจจกรรม Q: อะไรบางครับ A: คือพี่เป็นรุ่นเดียวกับ ดร.เสกสรรค์ ประเสริฐกุล ในช่วงปี 2514 จอมพลถนอมปฏิวัติตัวเองอันเป็นผลมาจาก สภาไม่ผ่านงบประมาณ และนั่นก็เป็นสาเหตุให้นักศึกษาทั้งจากจุฬาและ ธรรมศาสตร์ในช่วงนั้นเริ่มมีกลิ่นอายว่านี่คือรัฐบาลเผด็จการ และเริ่มมีเค้า ลางว่าอํานาจนั้นสงวนไว้เฉพาะกลุ่ม เริ่มมี พลังนักศึกษาเกิดขึ้น มีพวกเสกสรรค์กับธีร ยุ ท ธ เ ส ก ส ร ร ค์ น่ี เ ค้ า จ ะ เ รี ยน ทฤษฏี การเ มื อ ง เ ค้ า จ ะ ม อ ง จ ะ ส น ใ น เ รื่ อ ง การเมือง ถ้าเธอไปห้องสมุดเก่าๆในปีพี่ๆ หนั ง สื อ ทุ ก เรื่ อ งเกี่ ย วกั บ อุ ด มกาณ์ ท าง การเมือง เสกสรรค์จะอ่านหมด เพราะพอ 41


พี่ไปเรียนปริญญาโท พี่ไปอ่านพี่ก็เลยไปเจอว่าเค้าเป็นคนยืมก่อนพี่ แต่ตอน นั้นเค้าเรียนไม่จบ ดังนั้นสภาพตอนพี่อยู่ปี 4 นั้นจะมีอยู่ด้วยกันสาม ประเภท ประเภทแรกคือพวกเรียนหนังสือ ไม่สนใจอะไร ประเภทที่สองทํา กิ จ กรรม ซึ่ ง ก็ แ บ่ ง ได้ ส องพวกคื อ พวกทํ า กิ จ กรรมการเมื อ ง กั บ พวกทํ า กิจกรรมกีฬาหรือค่ายอาสา ประเภทที่สามก็คือพวก Hi-So

Q: แลวพี่จัดอยูในประเภทไหนครับ A: พี่จัดอยู่ในประเภททํากิจกรรมกีฬา พี่เคยเป็นประธานชมรมฟุตบอล แรงจูงใจมาจากพี่เคยเป็นนักฟุตบอลคัดเลือกของสมาคมฟุตบอล จบมัธยม ก็ ไ ป ฝึกกับสมาคม พอเข้าธรรมศาสตร์ ปี1 ก็เล่น ฟุตบอลให้คณะ ให้มหาลัย แต่ในยุคที่พี่เล่นนั้น มันมีนักฟุตบอลทีมชาติอยู่ธรรมศาสตร์เ ยอะ พี่ไม่สามารถติดนักฟุตบอลประเพณีได้ แต่เป็น นักฟุตบอลมหาลัยในตัวที่ 18-19 เราก็รู้ว่าเรา เก่ง ในเรื่ อ งหนึ่ ง แต่ เ ราก็ ไ ม่ ส ามารถสู้ คนที่เก่งกว่า เป็นสิ่งที่ยอมในคณะเรา เรื่อง สามัคคี ประเพณี เป็นพี่น้อง เรายอมรั บ ว่ า เค้ า เป็ น พี่ ที่ แ ก่ ก ว่ า เค้ า เก่ ง กว่ า เค้ า ยั ง เรี ย นไม่ จ บ เค้ า ก็ ยั ง เ ล่ น อ ยู่ แ ต่ ค ว า ม ที่ รอยต่ อ ระหว่ า งรุ่ น พี่ ที่ ยั ง ไม่ ยอมจบกั บ รุ่ น น้องก็ทําให้เกิด การขาดช่วง พวก เราที่ถูกกดไว้เนี่ยมัน 42


พัฒ นาและโตไม่ทั น ฟุ ต บอลมหาลั ย ธรรมศาสตร์ ใ นปีพี่ จึ ง ลงนิ ดๆ อี ก อย่างที่อยากเล่าคือในช่วงตอนปีสามขึ้นปีสี่ พี่เป็นประธานกลุ่มบอลคณะ Q: มีความเห็นอยางไรตอวิชาบริหารรัฐกิจบางครับ A: พี่ก็ไม่ค่อยได้สนใจเรียนเท่าไหร่ เป็นเด็กหลังห้อง แต่ตอนไปสอบเข้า สํานักงบประมาณ พี่ต้องใช้วิชาที่เรียนไปสอบ พี่ต้องอ่าน พ.ร.บ. นั่นคือ วิชาชีพวิชาหนึ่ง ที่พี่ไม่ค่อยได้เข้าเรียน เพราะมันหน้าเบื่อสําหรับเรา ไม่มี ลูกล่อลูกชนแบบอาจารย์ที่มีห้อง class room เล็กๆ มันเป็น one sided ให้ความรู้อย่างเดียว เอ็งก็จดเลกเชอร์ไป เอ็งก็ไปหาตํารา แล้วเอ็งก็ไป สอบแล้วกัน ได้ไม่ได้ก็เรื่องของเอ็ง นั่นคือข้อเสียของปริมาณคณาจารย์ใน คณะ ข้อเสียต่อมาเมื่อย้อนกลับไปดู เราคิดว่า วิชาใหม่ๆมันต้อง dynamic วิชาของบริหารรัฐกิจในตอนนั้นมันไม่สด ไม่ค่อยทันสมัย พี่ก็มีพี่อยู่จุฬาฯ วิชาก็ไม่ต่างกันมาก แต่พี่มีความรู้สึกว่าของเค้ามัน advance กว่าเรานิดๆ เหตุ เ พราะเขามี รั ฐ ประศาสนศาสตร์ ม าแล้ ว แต่ ข องเราเพิ่ ง ตั้ ง แล้ ว ก็ อาจารย์ background จบปกครองปริญ ญาตรี แล้วไป PublicAdministration เมืองนอก แล้วก็จบมาหลายปีแล้ว มันเลยไม่ค่อย advance เท่าที่ควร นี่ย้อนกลับไปดูนะ แต่ในปัจจุบันนี้เท่าที่พี่ได้เคยไปมี โอกาสไปพูดให้นักศึกษาฟัง ก็พบว่าบริหารรัฐกิจของเราพัฒนาไปมาก

Q: แลวพี่เรียนรัฐศาสตรไมอยากจะลองสอบเปนปลัดบางเหรอครับ A: เพื่อนพี่ที่มาเรียนเนี่ยส่วนใหญ่พี่ว่า 70% เป็นคนต่างจังหวัด จน ปัจจุบันพี่ไปเจอเพื่อนๆ ก็คุยความหลังกันก็เลยรู้ว่าที่เค้าเข้ามาเรียนจิตใจ เขาที่เข้ามาที่คณะ เขาอยากไปเป็นปลัดอําเภอ อยากไปเป็นตํารวจ แต่พี่ เป็นคนกรุงเทพ อาจเป็นเพราะ socialization family พี่ก็มีความคิดว่า ความเจริญไม่จําเป็นต้องลงไปที่ตรงปลัดอําเภอก็ได้ แต่ความเจริญสามารถ 43


เอาเงินไปทําให้ thing happen หรือ thing change ได้ พี่เลยตั้งใจว่าจะ ทํางานเกี่ยวกับการเงิน จบแล้วพี่ก็เลยไปทํางานที่สํานักงบประมาณ Q: แลวปจจุบันนี้พี่ทาํ งานอะไรครับ A: ตอนนี้ พี่ เ ป็ น ผู้ ชํ า นาญการพิ เ ศษ ของ ธนาคารแห่ ง ประเทศไทย หน้าที่คือเป็น staff ของ staff อีกที เป็นที่ปรึกษา ของฝ่ายพัฒนาองค์กร แต่ พอถึงการบริหารฝ่ายใน พี่ ก็ ไ ม่ ไ ด้ ทํ า แค่ ใ ห้ คํ า ปรึ ก ษา อย่ า งเดี ย ว พี่ โ ดดมาทํ า project ด้วยเช่นกัน เพราะ เราใช้ fulling system ฉะนั้นหน้าที่เราคือหน้าที่ที่อาจไปขัดขวาง ผลประโยชน์คนอื่น เพราะมันมาด้วยระบบงาน โครงสร้าง อัตรากําลัง ตามหลัก 7s พี่มีความคิดเห็นอยางไรกับ สุภาษิตการทํา งานที่วา “ดีครับ ผม Q: เหมาะสมครับทาน” A: ในส่วนนี้พี่เข้าใจเพื่อนๆที่ทํางานมหาดไทย ทํางานตํารวจนะ แต่พี่ ทํางานในแบงค์ชาติ พี่ไม่เคยทําตาม motto นี้ ซึ่งมันทําให้พี่ไม่คืบหน้า แต่ก็มีน้องๆรัฐศาสตร์ที่อยู่ในแบงค์ชาติ พี่ก็บอกว่าถ้าคุณจะไม่เห็นด้วยกับ หัวหน้า จงนิ่มนวลกับเขา อย่าไปพูดกลางที่ประชุม แต่ถ้าอยู่กันตัวต่อตัวก็ ต้องกล้าพูด แต่ต้องไม่ก้าวร้าว

44


Q: ในฐานะที่พี่ทํางานเกี่ยวของกับดานเศรษฐกิจ อยากทราบสภาะ เศรษฐกิจถดถอยในปจจุบันจะมีตอไปนานมั้ยครับ แลวสภาพการเมือง ปจจุบันสงผลตอเศรษฐกิจมากขนาดไหน A: ปีหรือสองปี ปี 50-51 นี่ GDP เราโต 4% โดย 2% มาจากการ ส่งออกและการท่องเที่ยว อีก 2% มาจากการท่องเที่ยว เมื่อโลกภายนอก แรก ส่วนสภาพ โลกภายในก็เกิดการกระทบ โดยเฉพาะในส่วน 2% การเมืองนั้นส่งผลเรื่องนี้ 100% พูดแบบนักเรียนรัฐศาสตร์เลยนะ ไม่ เข้าข้างพันธมิตรและไม่เข้ารัฐบาล รัฐบาลเนี่ยใช้เงินไม่เป็นซึ่งอาจจะ “ ถึงเราเป็นเป็ด แต่ เป็นผลจากการเมืองด้วย ก็อยาก ก็ต้องหาทางความ ใ ห้ แ ต่ ล ะ ฝ่ า ย เ สี ย ส ล ะ เ พื่ อ เป็นเลิศในความเป็น ประเทศชาติ

เป็ดให้ได้ ”

Q: สุดทายนี้ อยากฝากอะไรถึง นองๆสิงหแดงบางครับ A: เราจบรัฐศาสตร์ไป เราเหมือนถูกสอนให้เป็นเป็ด ทําได้ทุกอย่าง บินก็ ได้ เดินก็ได้ ว่ายน้ําก็เป็น รู้จักสามีอาจารย์สร้อยตระกูลมั้ย เชาว์ อรรถ มานะก็เป็นรองผุ้อํานวยการสํานักงบประมาณแล้วก็ไปเป็นคณะกรรมการ ปปช. อย่ า งตํ า รวจ เพื่ อ นพี่ ก็ เ ป็ น พล.ต.ท. หรื อ รุ่ น พี่ อ ย่ า ง พล.ต.อ. ประทิน สันติประภพ ก็เป็นอธิบดีกรมตํารวจ เพื่อนพี่หลายคนก็ใช้หลักของ พวกรัฐศาสตร์ที่เป็นเป็ด สามารถเข้าได้ทุกวงการจนประสบความสําเร็จ มาหลายต่อหลายคนแล้ว มองในแง่กระทรวงต่างประเทศพี่ก็เห็นรุ่นพี่และ รุ่นน้องเป็นทูตอยู่หลายคน บางคนก็เรียนการทูตแต่อาจไปทํางานด้านอื่น ก็ได้ อย่างไปเป็นผู้จัดการใหญ่ของอายิโน๊ะโมโต๊ะ บางคนจบปกครองแล้ว ไปเป็น HR ให้เถ้าแก่สมาคมเจียระไนเพชร คนของคณะเราแม้จะน้อยแต่ 45


คุณภาพคนของเราเยอะ ต้องทํางานได้หลายด้าน คนที่ทํางานได้หลาย ด้านเนี่ยนายชอบ นายพี่เนี่ยตอนเข้าทํางานสํานักงบประมาณเค้ายังนึกว่า พี่ จ บจุ ฬ าฯ อาจเป็ น เพราะพี่เป็นคนกรุง เค้า ก็ ยั ง มองว่ า เด็ ก ธรรมศาสตร์เป็น บ้ า น น อ ก เหอะๆ เรา ทํ า ให้ ค น หลายคน เข้าใจว่า เป็ น เด็ ก จุ ฬ า ฯ แ ฟ น พี่ ก็ จ บ จุ ฬ า ฯ แต่ พี่ ก็ ไ ม่ ไ ด้ ถื อ เรื่ อ งสี เ รื่ อ ง อะไร เ ร า วั ด กันที่ฝีมือ และเรา จําเป็นต้อง ใช้ ถ้ามันเป็น ค น เ ก่ ง ข อ ง จุ ฬ าฯ เราต้ อ งใช้ มั น ได้ เราต้ อ งเอา มาเป็นลูกมือของเรา ดังนั้น ถึ ง เ ร า เ ป็ น เ ป็ ด แ ต่ ก็ ต้ อ ง หาทางความเป็นเลิศในความเป็นเป็ดให้ได้ เป็นไงบ้างครับ สํา���รับการพูดคุยกับสิงห์แดงรุ่นเดอะ ในฉบับนี้ หวังว่าเพื่อนๆ พี่ๆ น้ องๆ สิ งห์แดงรุ่นใหม่ทุกคน จะได้ข้อคิดที่สามารถ นําไปปรับใช้ทั้งในเรื่องการเรียน การทํางาน และการใช้ชีวิตได้นะครับ ก็ อย่างที่พี่แอมบอกแหละครับ ถึงเราจะเป็นเป็ด ก็เป็นเป็ดที่มีคุณภาพ เรา ทําได้ทุกอย่าง และเป็ดตัวนี้ก็ทําได้ดีด้วย

46


กลองแหงความฝน DreamBox หรือเจ้ากล่องแห่งความ ฝันนี่ เป็นเครื่องรับสัญญาณดาวเทียมรุ่นหนึ่ง ครับ ที่มีฟังก์ชันการทํางานพื้นฐานเหมือนกับ เครื่องรับสัญญาณดาวเทียมทั่วๆ ไป ซึ่งก็หมายความว่า เราสามารถใช้ เครื่ อ งรั บ สั ญ ญาณดาวเที ย มทั่ ว ๆ รั บ สั ญ ญ าณได้ เ ช่ น เดี ย วกั บ เครื่ อ ง DreamBox ครับ แต่ว่าเจ้าเครื่อง DreamBox มันมีความแตกต่างจากเครื่องรับ ดาวเที ย มโดยทั่ ว ๆไปก็ คือ เครื่อ งรับ ชนิ ด นี้จ ะใช้ร ะบบปฏิ บั ติก าร Linux ทํ า งานอยู่ บ นตั ว เครื่ อ งด้ ว ยครั บ นั่ น ก็ ห มายความว่ า เจ้ า ตั ว เครื่ อ ง DreamBox มันต้องเหมือนกับเครื่องคอมพิวเตอร์เล็กๆ ตัวหนึ่งเลยนั่น แหละครับ ซึ่งก็ต้องมีฮาร์ดแวร์พื้นฐานต่างๆ ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วๆ ไป จําเป็นต้องมี แต่ก็จะลดขนาดในเรื่องของความเร็ว และหน่วยความจําลง นั่นเองครับ เอาละครับ มาถึงจุดเดนของ Dreambox ทีท ่ าํ ใหไดชอ่ื วา เจากลอง แหงความฝน ก็คือ เครื่อง DreamBox สามารถทํางานไดหลากหลายเกินกวา ที่ คุ ณ คิ ด ว า จ ะ อ ยู ใ น เ ค รื่ อ ง รั บ ดาวเทียมได ตัวอยางความสามารถที่ พบเชน สามารถ Share smartcard

47


ผาน Internet เพื่อชมรายการที่เขารหัสได , สามารถรับชมรายการทีวี หรือ เพลง ผาน Internet , บันทึกรายการที่รับชมลง harddisk ได หรือแมกระทั่งยังเปน web browser เองก็ยังได ในประเทศไทย ผู้ที่ใช้ DreamBox ส่วนใหญ่ จะนํามาใช้ดู โทรทัศน์กัน เนื่องจากว่า เครื่อง DreamBox นั้น สามารถ รับ Code ช่องสัญญาณที่เข้ารหัสไว้ของ UBx ได้ จึงทําให้ สามารถดูรายการต่างๆ ของ Package Platinum ที่มีราคาแพงได้ โดยส่วนใหญ่แล้ว ค่าเช่า สัญญาณ Dreambox ในแต่ละเดือนจะไม่เกิน 300-500 บาท (นับว่าถูก มากๆ หากเทียบกับ Package Platinum ของ UBx ที่จะต้องเสีย ประมาณ 2000 บาทในแต่ละเดือน เลยทีเดียว) นับ ว่ า เจ้ า กล่อ งแห่ง ความฝั น นี้ นั บ เป็ น อี ก ทางเลื อ กหนึ่ ง สํ า หรั บ ความ บันเทิงราคาถูกในครอบครัวที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งเลยนะครับ ปล.สํ า หรั บ เพื่ อ นๆ พี่ ๆ น อ งๆ ที่ ต อ งการดู ช อ ง ฟุ ต บอล ต า ง ป ร ะ เ ท ศ อ อ น ไ ล น ข อ แ น ะ นํ า เ ว็ บ นี้ ค รั บ http://www.sarubaga.com/japan-tv2.html ไมผิดหวัง "แนนอนอยู แลว" (ติดมาจากรายการ X-MAN ครับ แหะๆ^^)

48


ไสติ่ง

เดียวดายกลางค่ําคืน คืนโสมส่องแสงสางสว่างหล้า แสงจันทราทอประกายฉายรังสี หมู่เมฆาโบกหัตถ์สวัสดี ล้อมคีรีเรี่ยบรรพตดูงดงาม ดาวระยิบระยับประดับฟ้า เกลื่อนเวหารายเทเวษทั่วเขตขาม ถักทอแสงอําไพในฟ้าคราม ยลในยามราตรีที่เงียบงัน 49


เงียบสงัดไร้เสียงหรีดเจื้อยแจ้ว มองทิวแถวแมกไม้ในไพรสันต์ สงบเงียบดังต้องมนต์แสงจันทร์ เมื่อไหร่กันสุริยันต์จะมาเยือน

ทอดถอนจิตคิดถึงเจ้าเหงาเหว่ว้า เปลี่ยวเอกาเดียวดายใครจะเหมือน นั่งชมฟ้าชมดาราชมดวงเดือน ยิ่งตอกเตือนตรึงจิตคิดระทม 50


ฝากแถงแปลภาษาวาจาพี่ ให้น้องนี้รู้ว่าพี่ขื่นขม ฝากกุดั่นทีล่ อยคว้างให้เจ้าชม ฝากสายลมไปห่มเจ้าเฝ้าข้างกาย

ฝากหมู่เมฆกระซิบว่าข้าคิดถึง และอนึ่งความรักไม่เหือดหาย จะเฝ้ารอรอเจ้าจนวางวาย แม้นมลายก็จะรอเจ้าหวนมา สําหรับผู้ที่เคยติดตามผลงามกระผมเมื่อสองเล่มที่ผ่านมา อาจจะได้รับแต่บรรยากาศกานท์กวีที่ดูเครียดๆ สําหรับเม็ดเลือดแดง เล่มนี้จึงขอเสนอกลอนเบาๆ ให้ได้ผ่อนคลายกันบ้าง พระยาลับแล ประพันธ์ 51


PoLiTiQuiZ

ก้ํากึ่ง ก้าํ กึ่ง และก้ํากึ่ง....... by Eak

ก้ํากึ่ง = ไล่เลี่ยกัน เกือบเท่า ๆ กัน (พจนานุกรมฉบับมติชน) จากความหมายข้างต้นแสดงว่าผู้เขียนต้องถามอะไรที่ก้ํา ๆ กึ่ง ๆ ถึ ง อย่ า งไร ใครหลาย ๆ คนก็ ต้ อ งเคยอยู่ ใ นสภาพก้ํ า กึ่ ง เป็ น ธรรมดา โดยเฉพาะเมื่อจะต้องตัดสินใจเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง อย่างเช่น ต้องลุ้นเชียร์ทีมฟุตบอลที่มีฝีเท้าสูสีกันอย่างใจจดใจจ่อ เพราะไม่รู้ว่าทีมที่ ตนเชียร์จะชนะหรือไม่ ในความก้ํ า กึ่ ง ก็ จ ะมี ทั้ ง อารมณ์ อั น ลุ้ น ระทึ ก ความลั ง เลสงสั ย ความไม่ชัดเจน ถ้าเป็ น การเมือ งแบบสองขั้ ว ในทุกวัน นี้ก็อ าจจะเรียกได้ว่าก้ํากึ่ง เช่นกัน เพราะทั้งสองฝ่ายแข่งกันอย่างสูสี ??? หรือการที่เราลังเลว่าจะ เลือกข้างไหนหรือจะเกลียดข้างไหน...... ความก้ํากึ่งก็อาจนํามาพร้อมความอิหลักอิเหลื่อ ความหงุดหงิด ความสับสนและอื่น ๆ ว่าทําอย่างไรมันถึงจะเลิก “ก้ํากึ่ง” ซะที เลือกข้างได้ไหม ??? ถ้ า ความก้ํ า กึ่ ง จะเป็ น ประโยชน์ ก็ ค งเป็ น ตั ว คํ า ถามและคํ า ตอบต่ า ง ๆ มากมายที่เราตั้งจากความก้ํากึ่ง ว่าทําไมเรื่องนี้มันก้ํากึ่งหาคําตอบไม่ได้ และพยายามตอบคําถามต่าง ๆ เพื่อให้ความก้ํากึ่งที่มันไม่ชัดเจนหายไป แสดงว่าการถามและการตอบให้ความ “ก้ํากึ่ง” หายไปก็เป็นสิ่งที่ ควรทําเช่นกัน....

52


1. “Civil Disobedience” มีคําแปลในภาษาไทยว่าอย่างไร ใคร เป็นผู้บัญญัติคําแปลนี้ และเริ่มใช้ในปีใด 2. เหตุการณ์ปฏิวัติปี 2475 นั้น อ.ปรีดี พนมยงค์ เรียก เหตุการณ์นี้ว่าอะไร 3. “คณะกู้บ้านกู้เมือง” เป็นคําเรียกชื่อของกบฏกลุ่มใด และกลุ่ม คนที่ใช้คํานี้มักเป็นกลุ่มที่มีความคิดในลักษณะใด 4. “พระเจ้าช้างเผือก” เป็นชื่อเรียกของกษัตริย์พระองค์ใด 5. “Terrorism” เป็นคําที่เริ่มใช้ครั้งแรกในเหตุการณ์ใด 6. “ไอ้ฟัก..ตั๊กเล่นเป็นสมทรง” ประโยคนี้เกี่ยวโยงกับนิยายเรื่อง ใด 7. ชื่ อ หนั ง สื อ “ทุ น วั ฒ นธรรม”ของ รั ง สรรค์ ธนะพรพั น ธุ์ นั้ น นํามาจากบทความของใคร และบทความนั้นชื่ออะไร 8. ในการกําเนิดและตกต่ํารัฐสมบูรณายาสิทธิราชย์ของสยาม ในช่วง ร.4-ร.6 นั้น มีข้อเสนอที่กล่าวว่ามีสาเหตุจากจาก เศรษฐกิจแบบทุนนิยม เป็นข้อเสนอของผู้ใด 9. “Checks and Balances” เป็นแนวคิดของผู้ใดและปรากฏใน หนังสือเล่มใด 10. “ก้ํากึ่ง” สําหรับนักศึกษาธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต หมายถึง อะไร .....และคงไม่ เ สี ย หายอะไรที่ จ ะถามและตอบ เพื่ อ แก้ ไ ขสภาพที่ “ก้ํากึ่ง” ของการเมือง “มึนๆ” ของไทย ถึงคําตอบมันจะงี่เง่าก็เหอะ !!!!!!!!!!!!

53


54


 ขอขอบคุณ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สถาบันอันเป็นที่รักยิ่งของพวกเรา ที่อนุมัติงบประมาณให้ได้ส่งพิมพ์ที่โรงพิมพ์ และมีเม็ดเลือดแดงที่หน้าตาสวยงามขึ้น  ขอขอบคุณ พี่พร พี่เหมียว และพี่ๆเจ้าหน้าที่คณะรัฐศาสตร์ทุกคน ที่คอยอํานวยความ สะดวกและให้คําแนะนําแก่พวกเราเสมอมา  ขอขอบคุณ ขอขอบคุณ พี่แอม #20 ที่ทําให้พวกเรารู้ว่า ถึงแม้พวกเราจะเป็นเป็ด แต่มัน ก็เป็นจุดแข็งของพวกเรา เพราะพวกเราเป็นเป็ดที่สามารถทําได้ทุกอย่าง ^^  ขอขอบคุณ ทีมงานกองบรรณาธิการเม็ดเลือดแดง สําหรับการนั่งรอให้ผลงาน

ของตัวเองได้ถูกตีพิมพ์เสียที ร่วมกัน (จริงป๊ะ.... เหอๆๆๆ ARTWORK ~แอบบ่น)  ขอขอบคุณ พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ชาวสิงห์แดงทุกคน สําหรับการคําตอบของพวกคุณ ที่ทํา ให้รู้ว่า เด็กคณะเรา ก็อยากเป็นอะไรแปลกๆอีกเยอะ  ขอขอบคุณ ทุกคนที่ตอบแบบสอบถาม แสดงความคิดเห็น ในการเปลี่ยนแปลงการผลิต จนเราได้อนุมัติงบประมาณจัดทําเม็ดเลือดแดงในเล่มนี้  ขอขอบคุณ รถPop ที่ไปซ่อมเสียที ซึ่งทําให้บรร���าธิการเข้าประชุมได้ตรงเวลา  ขอขอบคุณ กําลังกาย กําลังใจ และกําลังทรัพย์ของพวกเรา ที่ทําให้พวกเรายังมีแรงและ สมองยังแล่นต่อไป  สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณ ท่านผู้อ่านทุกท่านที่ยังคอยถามถึงและยังรอคอยอ่านผลงาน(รึ เปล่า?)ของพวกเรา ถึงแม้มันจะออกล่าช้ากว่ากําหนดไปเยอะมากมายที่เดียวก็ตาม

Thank You Na Ja

55


56



MedleuddangVol12