Issuu on Google+

ปีที่ 3 ฉบับที่ 21 มกราคม 2555

“หนึ่งเดียวในไทย”

นาข้าวน�้ำเค็ม บางปิด-บางกระดาน

ความอัศจรรย์ที่น่าอนุรักษ์ของจังหวัดตราด


2 เปิดศักราชใหม่ อพท.นิวส์ ขอร่วมแสดงความยินดีกับ อพท. ที่มีประธานกรรมการบริหารและคณะกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิชุดใหม่เข้ามาบริหารอพท. โดยมีนายวัลลภ พลอยทับทิม เป็นหัวเรือใหญ่ นายวัลลภ พลอยทับทิม เป็นผูม้ ากประสบการณ์ มีวสิ ยั ทัศน์กว้างไกล เคยผ่านการท�ำงานและด�ำรงต�ำแหน่ง ส� ำคั ญ มา เช่น ประธานกรรมการที่ปรึกษาและผู ้ ถ วายงานโครงการสายใยรั ก แห่ ง ครอบครั ว ในพระราชู ป ถั มภ์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร กรรมการมูลนิธริ าชประชาสมาสัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และประธาน กรรมการ ฝ่ายราชประชาสมาสัยเฉลิมพระเกียรติ มูลนิธิราชประชาสมาสัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ทีป่ รึกษากรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมัน่ คงของมนุษย์ กรรมการมูลนิธิ บ้ า นบางแค ในพระอุปถัมภ์ พระเจ้าวรวงศ์ เ ธอ พระองศ์ เ จ้ า โสมสวลี พระวรราชาทิ นั ด ดามาตุ กรรมการมู ลนิธิ ราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ฯลฯ ซึ่งปัจจุบันด�ำรงต�ำแหน่ง ที่ปรึกษาโครงการสายใยรักแห่งครอบครัวฯ นับเป็นคนทีม่ ผี ลงานและความสามารถหลากหลายด้านเป็นอย่างมาก และเชือ่ ว่าประสบการณ์เหล่านัน้ จะเป็นประโยชน์ ต่อการท�ำงานเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนแน่นอน ในโอกาสนี้ ผอ. อพท. ได้มกี ารสลับปรับเปลีย่ นต�ำแหน่งผูบ้ ริหารเพือ่ ให้เกิดความช�ำนาญในงานทุกด้านหลาย ต�ำแหน่ง อพท. นิวส์ จึงขอแสดงความยินดีกับทุกท่านด้วยเช่นกัน โดยนายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้อ�ำนวยการส�ำนัก ท่ อ งเที่ยวโดยชุมชน รักษาการในต� ำแหน่งผู ้จั ด การพื้น ที่พิเศษพัทยาและพื้ นที่ เชื่ อ มโยง นายสุธีร์ สธนสถาพร หัวหน้างานเทคโนโลยีสารสนเทศ ให้รกั ษาการในต�ำแหน่งผูอ้ �ำนวยการส�ำนักบริหารกลาง นายสุเทพ เกือ้ สังข์ หัวหน้า งานวิชาการท่องเทีย่ ว ปฏิบตั หิ น้าทีแ่ ทนผูอ้ ำ� นวยการส�ำนักท่องเทีย่ วโดยชุมชน ส�ำหรับส�ำนักงานพืน้ ทีพ่ เิ ศษหมูเ่ กาะช้าง และพื้นที่เชื่อมโยงมีการปรับย้ายต�ำแหน่งระหว่างกันของผู้อ�ำนวยการส�ำนัก ซึ่งนายธัชชัย วัชรารักษ์ มาเป็นผู้อ�ำนวย การฝ่ายบริหารแผนและประสานงาน และนายสุธารักษ์ สุนทรวิภาต เป็นผู้อ�ำนวยการฝ่ายอ�ำนวยการ อพท. นิวส์ มัน่ ใจว่า อพท. มีคณะกรรมการบริหารและผูบ้ ริหารทีม่ คี วามรูค้ วามสามารถแล้วจะด�ำเนินการ บริ ห ารการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยรั ก ษาสมดุ ล ทั้ ง 3 มิ ติ เศรษฐกิ จ สั ง คม สิ่ ง แวดล้ อ ม เพื่ อ การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ตามค� ำ กล่ า ว ของ พ.อ. ดร. นาฬิ ก อติ ภั ค แสงสนิ ท ผอ. อพท. ที่ก�ำหนดทิศทางการด�ำเนินงานของ อพท.ไว้

ที่ปรึกษา นายวัลลภ พลอยทับทิม ประธานกรรมการบริหารการพัฒนาพืน้ ทีพ่ เิ ศษเพือ่ การท่องเทีย่ วอย่างยัง่ ยืน, พันเอก ดร. นาฬิกอติภคั แสงสนิท ผูอ้ ำ� นวยการ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน, นายด�ำรงค์ แสงกวีเลิศ รองผู้อ�ำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษ เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน, นางศิริกุล กสิวิวัฒน์ รองผู้อ�ำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน, พลตรีหญิงจรัสพิมพ์ ธีรลักษณ์ ผู้จัดการพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง (สพพ.1), ดร.ศราวุฒิ ศรีศกุน ผู้จัดการพื้นที่พิเศษเชียงใหม่ ไนท์ซาฟารี (สพพ.2), นายทวีพงษ์ วิชยั ดิษฐ รักษาการผูจ้ ดั การพืน้ ทีพ่ เิ ศษเมืองพัทยาและพืน้ ทีเ่ ชือ่ มโยง (สพพ.3), นายสิทธิศกั ดิ์ ปฐมวารี รองผูจ้ ดั การ พืน้ ทีพ่ เิ ศษ อุทยานประวัตศิ าสตร์สโุ ขทัย – ศรีสชั นาลัย – ก�ำแพงเพชร (สพพ.4), นายประเสริฐ กมลวันทนิศา รองผู้จัดการพื้นที่พิเศษจังหวัดเลย (สพพ.5), นายธันวา ธีระวิทยเลิศ ผู้อ�ำนวยการส�ำนักตรวจสอบภายใน อพท., นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้อ�ำนวยการส�ำนักท่องเที่ยวโดยชุมชน, นายสุธรี ์ สธนสถาพร รักษาการผูอ้ ำ� นวยการส�ำนักบริหารกลาง, นายนิรันดร์ ทองปาน คณะผู้จัดท�ำ

นางสาวประจิ ต รา ประชุมแพทย์ บรรณาธิการ, นางสาวแพรวไพลิ น ชะอ้ อ น กราฟฟิ ก ดี ไ ซน์ , นายณั ฐ พงษ์ โปธา, นายธั ชชัย วัชรารักษ์, นายสุธารักษ์ สุนทรวิภาต, นายพงศธร สลักเพชร, นายนิเวศน์ วัฒนชัย, นายกิตติศักดิ์ เขียวด�ำ, นายชาญชัย บุญส่งสมค�ำ, นางจินตนา สิงหเทพ, นางชนนี โกคู ณ อนั น ต์ , นางสาวกั น ยกร จั น ทร์ แ ย้ ม , นางสาวเสาวรส ชั ช วิ ล , นางสาวนริ ศ รา โภคสวั ส ดิ์ , นางสาวมั ท นา เครื อ จั น ทร์ , นางสาวเกศกมล กรัญญิรัตน์, นายปัณณวิช สินทรัพย์ • องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) เลขที่ 118/1 อาคารทิ ป โก้ ชั้ น 31 ถนนพระราม 6 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 โทรศัพท์: 0 2357 3580 โทรสาร: 0 2357 3599 เว็บไซต์: www.dasta.or.th • ส�ำนักงานพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง (สพพ.1) - ศูนย์ท่าโสม เลขที่ 222 หมู่ 3 ต�ำบลท่าโสม อ�ำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด 23150 โทรศัพท์: 0 3951 6041-4 โทรสาร: 0 3951 6045 - ศูนย์ธารมะยม เลขที่ 14/1 หมู่ 1 ต�ำบลเกาะช้าง อ�ำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด 23170 โทรศัพท์: 0 3955 2222 โทรสาร: 0 3955 2200


3

สลักรัก @ สลักคอก ขอเชิญคูร่ กั จัดงานแต่งงานประวัตศิ าสตร์ทบี่ า้ นสลักคอก อ�ำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราดใน

วันแห่งความรัก 14 กุมภาพันธ์ 2555 เปิดรับคูบ่ า่ วสาว จ�ำนวน 8 คู่ ร่วมพิธมี งคลสมรสในบรรยากาศ โรแมนติก โดยในงานจะมีพิธีสลักรัก หรือจดทะเบียนบนแพแห่งรักกลางอ่าวสลักคอก โดยมี นายอ�ำเภอเกาะช้างให้เกียรติเป็นประธาน ส�ำหรับตอนเย็นคูบ่ า่ วสาวลงเรือมาด รับประทานดินเนอร์ คลอเสียงบรรเลงขิม ส่วนแขกผู้มีเกียรติรับประทานอาหารเย็นที่ชมรมน�ำเที่ยวพื้นบ้านสลักคอก สนใจสอบถามค่าใช้จา่ ยและรายละเอียดเพิม่ เติมได้ที่ สมาคมธุรกิจการท่องเทีย่ วจังหวัดตราด อีเมล์ trat09@gmail.com หรือ ททท.ส�ำนักงานตราด โทร. 0 3959 7259 – 60

ขอเชิญร่วมประกวดภาพถ่าย

ในหัวข้อ “เดินชมป่า พาดูนก ชมน�้ำตกงาม กลางเกาะทะเลตราด ประเภทของการประกวด ประเภทที่ 1 สารพันสกุณาถิ่นอาศัยไพรพนาหมู่เกาะช้างและเกาะบริวาร (นกนานาชนิด) ประเภทที่ 2 ร้ อ ยลี ล าสายน�้ ำ ตกแสนงามยามเยี่ยมเยือนหมู่เกาะช้างและเกาะบริวาร (น�้ำตก) ประเภทที่ 3 สารพัดสรรพสัตว์พืชพรรณไม้งามละไมดุจอาภรณ์ประดับหมู่เกาะช้างและเกาะบริวาร เช่น สัตว์ป่า หรือต้นไม้แปลกๆ หรือต้นไม้ใหญ่ๆ ที่พบได้บนเกาะช้างและเกาะบริวาร (ชีวิตความเป็นอยู่ของพืชพันธุ์และสัตว์ป่าแปลกๆ) ระยะเวลาในการส่งผลงาน ตั้งแต่วันนี้ – 29 กุมภาพันธ์ 2555 ประกาศผลและแสดงภาพถ่าย ประมาณกลางเดือน มีนาคม 2555 ประเภทรางวัล 1. รางวัลประเภทบุคคลทั่วไปรางวัลการประกวดภาพถ่าย จ�ำนวน 3 ประเภท 2. นั ก เรี ย น/นั ก ศึ ก ษาเฉพาะประเภทที่ 3 สารพั ด สรรพสัตว์พืชพรรณไม้งามละไมดุจอาภรณ์ประดับหมู่เกาะช้าง 1.1 รางวัลชนะเลิศ เงินรางวัล 15,000 บาท 1.2 รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เงินรางวัล 10,000 บาท 1.3 รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 เงินรางวัล 5,000 บาท 1.4 รางวัลชมเชยจ�ำนวน 2 รางวัล เงินรางวัลละ 3,000 บาท เงื่อนไขคือ ต้องประทับตราเพื่อรับใบสมัครที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวธารมะยม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สพพ. 1 โทร. 0 3951 6041-4 ส่ง���าพถ่ายมาที่ ส�ำนักงานพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง เลขที่ 222 หมู่ 3 ต�ำบลท่าโสมอ�ำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด 23150 ดาวน์โหลดใบสมัครการประกวดได้ที่ www.dasta.or.th (กรณีทดี่ าวน์โหลดใบสมัคร ไม่ได้ สามารถติดต่อของรับทาง E-mail : contact@dasta.or.th)


4

รายงานผลการด�ำเนินงานประจ�ำปีงบประมาณ พ.ศ.2554 พื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่ อมโยง (สพพ.1) พืน้ ทีพ่ เิ ศษหมูเ่ กาะช้างและพืน้ ทีเ่ ชือ่ มโยงได้รบั การจัดสรรงบพัฒนาประจ�ำปีงบประมาณ 2554 เป็นจ�ำนวนเงิน 15.6155 ล้านบาท ประกอบด้วย 3 โครงการหลักคือ 1. โครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายภาคีพฒ ั นาการท่องเทีย่ วอย่างยัง่ ยืน หมูเ่ กาะช้างและพืน้ ทีเ่ ชือ่ มโยง 2. โครงการน�ำร่องธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (โรงแรม/ร้านค้า) 3. โครงการถ่ายทอด องค์ความรู้ด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนแก่เครือข่ายการพัฒนา ในแต่ละโครงการของ พื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง (สพพ.1) มีผลงานให้เห็นชัดเจนมากมาย เริม่ จาก โครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายภาคีพฒ ั นาการท่องเทีย่ วอย่างยัง่ ยืนหมูเ่ กาะช้างและพืน้ ทีเ่ ชือ่ มโยง ทีไ่ ด้ ส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมการท่องเที่ยวในพื้นที่ดูแลรับผิดชอบ ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ จ�ำนวนกว่า 30 กิจกรรม ซึ่งแต่ละกิจกรรมประสบผลส�ำเร็จและเป็นที่ยอมรับของชาวบ้านในพื้นที่ รวมถึงนักท่องเที่ยวผู้มาเยือน

กิจกรรมทั้งหมดประกอบด้วย 1. งานเกาะช้างวันไหลประเพณีไทยสงกรานต์ 2. กิจกรรมตามรอยเสด็จพระพุทธเจ้าหลวง ครั้งที่2 3. โครงการปลูกจิตส�ำนึกการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ด้วยเทคนิค Coaching 4. งานตกปลาอินทรีที่ทะเลตราด 5. โครงการจัดท�ำแปลงเรียนรู้ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง 6. การสืบค้นข้อมูลชุมชนท่าโสม 7. โครงการเจ้าบ้านที่ดีเกาะช้าง 8. งานยุทธนาวีที่เกาะช้าง 9. งานวันเด็กแห่งชาติ ประจ�ำปี 2554 10. โครงการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย ระยะที่ 1 ผลิตสื่ อประชาสัมพันธ์ชมรมน�ำเที่ยวพื้นบ้านสลักคอก 11. การจัดงานปีใหม่เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ประจ�ำปี 2554 12. โครงการถุงผ้าลดขยะ โรงเรียนวัดคลองสน อ.เกาะช้าง 13. มหกรรมอาหารทะเลพื้นบ้านเมืองตราดประจ�ำปี 2554 14. การฝึกอาชีพท�ำผ้าบาติก 15. กิจกรรมปั่นจักรยานตามรอยเสด็จสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง 16. การแข่งขันตกปลานานาชาติ 17. โครงการอนุรักษ์วัฒนธรรมการเล่นดนตรีไทย 18. การตลาดและการบริหารเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน 19. โครงการฟื้นฟูอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง 20. มหกรรมท่องเที่ยวชุมชน 21. การพัฒนาขีดความสามารถในการปฏิบัติงานช่วยเหลือ นักท่องเที่ยว กิจกรรมการท่องเที่ยวด้วยจักรยาน 22. การอบรมอาสาสมัครอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 23. กิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น�้ำเฉลิมพระเกียรติ 12 สิงหามหาราชินี 24. โครงการพัฒนาศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมภายในชุมชนโรงเรียนวัดคลองสน เพื่อการถ่ายทอดข้อมูลความรู้ 25. พัฒนาบุคลากรการท่องเที่ยวและอาสาสมัครต�ำรวจท่องเที่ยว 26. การผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ชมรมน�ำเที่ยวพื้นบ้านสลักคอก


5

พัฒนาขีดความสามารถในการปฏิบัติงานช่วยเหลือนักท่องเที่ยว

โครงการลดปริมาณขยะอินทรีย์ด้วยถังก๊าซขยะชีวภาพ

โครงการน�ำร่องธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (โรงแรม/ร้านค้า) เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมจากภาคธุรกิจ สถานบริการในพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง ในการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และส่งเสริมภาพลักษณ์ เมืองท่องเที่ยวที่คำ� นึงถึงสิ่งแวดล้อมให้กับจังหวัดตราด สร้างความรู้ความเข้าใจให้กับผู้ประกอบการ เพื่อให้เกิดความ ตระหนักถึงการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสร้างมาตรฐานขั้นพื้นฐานด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม ให้กบั สถานบริการ สพพ.1ได้จดั อบรมสถานประกอบการจ�ำนวน 53 แห่ง เมือ่ วันที่ 23 กรกฎาคม 2554 ซึง่ ได้มกี ารติดตาม ประเมินผลสถานประกอบการว่ามีการน�ำความรู้ไปใช้ให้เกิดรูปธรรมได้ 6 แห่ง โครงการถ่ายทอดองค์ความรูด้ า้ นการท่องเทีย่ วอย่างยัง่ ยืนแก่เครือข่ายการพัฒนา สพพ.1 จัดตัง้ ศูนย์การ เรียนรู้จ�ำนวน 7 ศูนย์ เพื่อเป็นศูนย์การถ่ายทอดเทคโนโลยีการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมภายในชุมชน รวมทั้งเสริมสร้าง การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติป่าชายเลน การจัดการสิ่งแวดล้อมชายฝั่งและพื้นที่ใกล้เคียง ศูนย์การเรียนรู้ดังกล่าว ประกอบด้วย ศูนย์การเรียนรูก้ ารบริหารจัดการสิง่ แวดล้อมในชุมชน จ�ำนวน 5 ศูนย์ ศูนย์การเรียนรูแ้ ละศึกษาระบบนิเวศ ป่าชายเลน จ�ำนวน 1 ศูนย์ และศูนย์การเรียนรู้พันธุ์พืชบนเกาะกูด จ�ำนวน 1 ศูนย์ นอกจากนี้ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 สพพ.1 ยังได้จัดกิจกรรมให้ความรู้แก่คณะศึกษาดูงาน และชุมชน ทีใ่ ห้ความสนใจการบริหารจัดการสิง่ แวดล้อมชุมชนภายใต้โครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีฯ ทัง้ 7 ศูนย์ มีผเู้ ข้าร่วมกิจกรรม จ�ำนวน 1,619 คน และนอกเหนือจากการด�ำเนินงานตามโครงการที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณจ�ำนวน 3 โครงการ ดังกล่าวแล้ว สพพ.1ยังได้ด�ำเนินงานผ่านโครงการต่างๆ อีกดังนี้ โครงการสื่อประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ผลิตสื่อสิ่งพิมพ์เพื่อประชาสัมพันธ์บทบาท หน้าที่ ภารกิจ อพท. ในพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง รวมถึงกิจกรรมโครงการที่ สพพ.1 ด�ำเนินการแล้ว หรือก�ำลังจะด�ำเนินการ เผยแพร่ให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิชาการ สื่อมวลชนในท้องถิ่น ชุมชนท้องถิ่น และ ภาคีที่เกี่ยวข้องในพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง เพือ่ สร้างความรูค้ วามเข้าใจทีด่ ยี งิ่ ขึน้ และสะท้อนภาพลักษณ์ทดี่ ใี นเชิงรุก โดยจัดพิมพ์วารสาร อพท. นิวส์ เดือนละ 1 ฉบับ ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นประชามติ เดือนละ 2 ฉบับ บีนิวส์ ตะวันออก เดือนละ 2 ฉบับ วารสาร KOH CHANG AND BEYOND เดือนละ 1 ฉบับ


6

กิจกรรมเยาวชนตราดเรียนรู้การท่องเที่ยวสีเขียว และการปลูกป่าชายเลน

โครงการ DASTA Ball เฉลิมพระเกียรติ พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 การอนุรักษ์ฟื้นฟู ทรัพยากรธรรมชาติและสภาพแวดล้อมเป็นภารกิจหนึ่งของ อพท. ดังนั้น สพพ.1 จึงได้จัดท�ำโครงการนี้ขึ้น เพื่อใช้ในการบ�ำบัดน�้ำเสีย ในพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง และพื้นที่อื่นๆ ที่ขอรับ การสนับสนุน ผลการด�ำเนินงานในปี พ.ศ. 2554 สพพ.1 ได้ประชาสัมพันธ์ การบ�ำบัดน�ำ้ เสียด้วย DASTA Ball และจัดวิทยากรบรรยายให้ความรู้ เรือ่ งการบ�ำบัดน�ำ้ เสียพร้อมสาธิตการขยายจุลนิ ทรียแ์ ละการปัน้ บอล ให้แก่หน่วยงานภาครัฐ สถาบันศึกษา และชุมชนทั่วไป ทั้งนี้ สพพ.1 ได้จัดท�ำและส่งมอบ DASTA Ball แก่หน่วยงานภาครัฐ ประชาชน และชุมชนที่ขอรับการสนับสนุนทั่วทุกภาคของประเทศไทยเพื่อใช้ใน การบ�ำบัดน�ำ้ เสีย ยิง่ ในช่วงอุทกภัยครัง้ ใหญ่ทผี่ า่ นมา มีการขอรับการ สนับสนุนเข้ามามากมาย การสนั บ สนุ นหน่วยงานอื่น และสร้างกระบวนการ การมีส่วนร่วม เช่นให้การสนับสนุนการจัดการแข่งขันกีฬา “ท่าโสม สัมพันธ์เกมส์” ครั้งที่ 10 ร่วมกับประชาชนหมู่บ้านสลัก ต. ท่าโสม อ. เขาสมิง จ. ตราด จัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติวันที่ 5 ธันวาคม 2553 เข้าร่วมจัดนิทรรศการตามโครงการบ�ำบัดทุกข์บำ� รุงสุข และสร้างรอยยิม้ ให้กบั ประชาชน ได้สาธิตการท�ำน�ำ้ ยาอเนกประสงค์และการท�ำแชมพู บรรยายเรือ่ งการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อมแก่นกั เรียน และสนับสนุนการถ่ายทอดองค์ความรู้แก่นักเรียน ผู้สูงอายุ และ เจ้าหน้าทีข่ อง อบต. สาธิตการท�ำ สบูเ่ หลว สบูก่ อ้ น น�ำ้ ยาอเนกประสงค์

การตลาดและการบริหารเพื่ อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

เกาะช้างสวย สีสดใส ด้วยสองมือ DASTA Gang

โครงการ DASTA Ball เฉลิมพระเกียรติฯ

าคม บที่ 1 พฤษภ ปีที่ 1 ฉบั

2553

ี่ยั่งยืน การท่องเที่ยวท บั โลก วระด

งท่องเที่ย เกาะกูด แหล่

ผลิตสื่ อประชาสัมพันธ์อพท. นิวส์


7

สพพ. 1 ขยายผลถังหมักก๊าซชีวภาพไปยังเกาะหมาก เพื่อแหล่งท่องเที่ยวโลว์คาร์บอน เมื่อวันที่ 16-18 ธันวาคม 2554 ที่ผ่านมา องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการ ท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน หรือ อพท. โดย ส�ำนักงานพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง (สพพ.1) ร่วมกับ องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน หรือ GIZ จัดกิจกรรม โครงการลดปริมาณ ขยะอินทรียด์ ว้ ยถังหมักก๊าซชีวภาพขึน้ ณ วัดเกาะหมาก ต�ำบลเกาะหมาก อ�ำเภอเกาะกูด จังหวัดตราด โดยมี เเม่ชี ดร.สายจิตร จะวะนะ เเละทีมงาน บรรยายถึงประโยชน์ การติดตั้งเเละดูเเลถังหมัก ก๊าซชีวภาพเเละสาธิตการประกอบถังหมักก๊าซชีวภาพ ถังหมักก๊าซชีวภาพก็เป็นอีกทางหนึง่ ในการช่วยก�ำจัดขยะอินทรีย์ หรือขยะทีย่ อ่ ยสลายได้ ทัง้ ยังมีประโยชน์แฝงคือ การได้พลังงานทางเลือก อย่างก๊าซหุงต้ม ซึ่งถังหมักก๊าซชีวภาพถือเป็นทางเลือกที่ดีส�ำหรับทุกคน เพราะเสียค่าใช้จา่ ยน้อย ได้ประโยชน์มาก และไม่ยงุ่ ยาก ท�ำให้ผปู้ ระกอบการ และครัวเรือนมีสว่ นร่วมในการลดขยะให้แก่ทอ้ งถิน่ และรับผิดชอบในขยะ ที่ตนเป็นผู้ก่อขึ้น สิ่งส�ำคัญที่สร้างแรงบันดาลใจให้ อพท. ผลักดันกิจกรรมนี้มายังเกาะหมากคือ ถังหมักก๊าซ ชีวภาพเป็นการช่วยลดโลกร้อน เนื่องจากขยะอินทรีย์เมื่อถูกทิ้งและเกิดการเน่าเสีย จะเกิดก๊าซมีเทน กระจายขึ้นไปสู่ชั้นบรรยากาศและท�ำเป็นตัวการท�ำให้เกิดโลกร้อน โดยอพท. ได้ตั้งเป้าหมายให้ เกาะหมากเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสภาพภูมิอากาศ (Low Carbon Destination) จึงผลักดัน โครงการนีเ้ ข้ามาให้ชมุ ชนได้ศกึ ษาและรูจ้ กั มากยิง่ ขึน้ ซึง่ กิจกรรมนีไ้ ด้รบั ความสนใจจากผูป้ ระกอบการ หลายท่านที่เห็นถึงประโยชน์อย่างมากมายและไม่ยุ่งยาก เช่น เกาะหมากรีสอร์ท เกาะหมากซีฟูดส์ มั้งกี้รีสอร์ท ฯลฯ ปัจจุบันเกาะหมากมีปริมาณขยะประมาณ 1- 3 ตันต่อวัน และใช้วิธีการก�ำจัดขยะแบบฝัง กลบบนเกาะ และก�ำลังประสบปัญหาบ่อขยะเริ่มเต็ม ซึ่งองค์การบริหารส่วนต�ำบลเกาะหมากก�ำลัง ศึกษาความเป็นไปได้ในการน�ำเตาเผาที่ไม่ก่อมลภาวะมาใช้


8

เตาก๊าซชีวมวล มีประสิทธิภาพในการเผาไหม้สูงกว่าเตาทั่วไป ใช้เชื้อเพลิงที่เป็นวัสดุเหลือทิ้งจากจากการเกษตร อีกทั้งยังเป็น การลดการใช้ก๊าซแอลพีจี ซึ่งเป็นพลังงานที่ ใช้แล้วหมดไปเพื่ อลด ค่าใช้จ่ายในครัวเรือน และรณรงค์ ให้ลดการใช้พลังงานที่ท�ำให้เกิด ภาวะโลกร้อนและปัญหาด้านหมอกควัน

ด้วยสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากจากภาวะโลกร้อน ท�ำให้ปัจจุบันโลกของเราเกิดมหันภัย และเหตุการณ์ไม่คาดคิดต่างๆ ท�ำให้เกิดการสูญเสียทรัพย์สินและชีวิตอยู่ตลอดเวลา สาเหตุหลักก็มาจากการ ทีม่ นุษย์ใช้ทรัพยากรธรรมชาติโดยไม่คำ� นึงถึงผลทีจ่ ะตามมาไม่วา่ จะเป็นการท�ำลายป่าไม้ จับสัตว์นำ�้ ด้วยเครือ่ งมือ ที่ไม่เหมาะสม ใช้พลังงานอย่างไม่ระมัดระวัง ส่งผลให้สภาพภูมิอากาศแปรปรวนน�ำมาซึ่งผลกระทบมากมาย ส�ำนักงานพืน้ ทีพ่ เิ ศษหมูเ่ กาะช้างและพืน้ ทีเ่ ชือ่ มโยง (สพพ.1) ก�ำลังพยายามผลักดันให้ชมุ ชน สิง่ แวดล้อม กับการท่องเทีย่ วเดินทางไปพร้อมกัน ด้วยการท่องเที่ยวแบบ Low Carbon Tourism และปกป้องสภาพภูมิอากาศ ซึง่ จังหวัดตราดนับเป็นอีกหนึง่ สถานทีท่ สี่ ามารถหาวัตถุดบิ มาผลิตเป็นพลังงานทางเลือก หรือเรียกว่า พลังงานชีวมวลได้ ท�ำให้ อาจารย์ด�ำรงศักดิ์ แก้ววงษ์ไหม ที่ปรึกษาผอ. อพท. ได้คิดค้นรูปแบบและวัสดุในการประดิษฐ์เตา ชีวมวลขึน้ เพือ่ ใช้ประโยชน์ในการหุงต้มในครัวเรือน โดยน�ำเศษกิง่ ไม้ ใบไม้ กะลา ฯลฯ มาผ่านกระบวนการเผาไหม้ สมบูรณ์ ท�ำให้ได้ก๊าซมีเทนใช้เป็นเชื้อเพลิงหุงต้ม แถมลดปริมาณควัน ไม่ก่อมลพิษ ซึ่งนับเป็นทางเลือกที่ดี ของชาวบ้านในการช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ สู่ชั้นบรรยากาศ โดยเตาก๊าซชีวมวล มีประสิทธิภาพในการเผาไหม้สงู กว่าเตาทัว่ ไป ใช้เชือ้ เพลิงทีเ่ ป็นวัสดุเหลือทิง้ จากจากการ เกษตร อาทิเช่น กิง่ ไม้ ใบไม้ เหง้ามันส�ำปะหลัง และกะลามะพร้าว ซึง่ เปลีย่ นเชือ้ เพลิงเป็นก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ ก๊าซไฮโดรเจนและก๊าซมีเทน จากปฏิกริ ยิ าการเผาไหม้อย่างต่อเนือ่ งถึง 2 ครัง้ ท�ำให้สามารถน�ำไปใช้เป็นก๊าซหุงต้ม แทนก๊าซแอลพีจีได้


9

ส�ำหรับก๊าซมีเทนทีไ่ ด้สามารถน�ำไปใช้ในการหุงต้ม ได้ทนั ที หลังจากใส่เชือ้ เพลิงบริเวณด้านบนของเตา เมือ่ เกิดการ เผาไหม้จะได้อุณหภูมิสูงถึง 400 องศาเซลเซียส ปริมาณ เชื้อเพลิง 1 กิโลกรัม สามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานใช้ได้นาน 30-45 นาที ซึง่ ทุกครัวเรือนสามารถประหยัดค่าใช้จา่ ย และลด ปริมาณขยะที่เกิดจาการเกษตรได้ด้วยวิธีนี้อย่างง่ายดาย ปัจจุบนั สพพ.1ได้มอบให้แก่หน่วยงาน สถานศึกษา และชุมชน หลายแห่งไปทดลองใช้ อาทิเช่น อบต. แหลมกลัด โรงเรียน ตราดสรรเสริญวิทยาคม วัดท่าโสม โรงเรียนวัดสลัก โรงเรียน อนุบาลวัดน�ำ้ เชีย่ ว ชุมชนหมู่ 3 และหมู่ 5 ต�ำบลท่าโสม ชุมชน เกาะหมาก ชุมชนคลองนนทรีย์ ชุมชนสลักเพชร ชุมชนสลักคอก จุดประสงค์ในการส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือก ด้วยเตาชีวมวลครัง้ นี้ เพือ่ เสริมสร้างการมีสว่ นร่วมของชุมชน ในการจั ด การด้ า นพลังงานให้เกิดประสิทธิภาพและเกิ ด ประโยชน์สงู สุด บนพืน้ ฐานของความพอเพียง อีกทัง้ ยังเป็นการ ลดการใช้ก๊าซแอลพีจี ซึ่งเป็นพลังงานที่ใช้แล้วหมดไปเพื่อ ลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน รวมถึงเป็นการท�ำลายวัสดุเหลือใช้ จากการเกษตรให้เกิดประโยชน์ และรณรงค์ให้ลดการใช้ พลังงานทีท่ ำ� ให้เกิดภาวะโลกร้อนและปัญหาด้านหมอกควัน การคิดค้นเตาชีวมวลเพื่อส่งเสริมการใช้พลังงาน ทางเลือกครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ สพพ.1 ส่งเสริมให้ ชาวบ้านสร้างจิตส�ำนึกในการอนุรกั ษ์ พร้อมเรียนรูท้ จี่ ะประหยัด ค่าใช้จ่ายในส่วนที่พอจะท�ำได้ด้วยตัวเอง เพื่อความเป็นอยู่ ที่ยั่งยืนไปพร้อมกับสิ่งแวดล้อมรอบตัว เพื่อการท่องเที่ยว อย่างยั่งยืน


10

ประเด็นเรือ่ งการบุกรุกทีด่ นิ ถือเป็นอีกหนึง่ เรือ่ งทีม่ กั มีการเอาผิดกันในชัน้ ศาลอยูบ่ อ่ ยครัง้ ไล่ตงั้ แต่กรณีเล็กน้อย ไปจนถึง กรณีใหญ่ที่เป็นข่าวตามสื่อต่างๆ มากมาย วันนี้ กฎหมายประจ�ำบ้านจะพาไปรู้จักประมวลกฎหมายอาญาเรื่องการบุกรุกที่ดิน ของผูอ้ นื่ เพือ่ ไขข้อข้องใจส�ำหรับคนทีก่ ำ� ลังตกอยูใ่ นสภาวะนี้ และเป็นความรูใ้ ห้กบั ทุกคนทีอ่ าจต้องเผชิญเหตุการณ์นใี้ นวันข้างหน้า ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362 บัญญัติว่า “ผู้ใดเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นเพื่อถือการครอบครอง อสังหาริมทรัพย์นนั้ ทัง้ หมดหรือแต่บางส่วน หรือเข้าไปกระท�ำการใดๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ ของเขาโดยปกติสุข ต้องระวางโทษจ�ำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจ�ำทั้งปรับ” แบ่ง องค์ประกอบความผิดเป็น 4 ข้อคือ 1. ผูใ้ ด 2. โดยเจตนา 3. เข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผูอ้ นื่ เพือ่ ถือการครอบครอง อสังหาริมทรัพย์นนั้ ทัง้ หมดหรือแต่บางส่วน และ 4. เข้าไปกระท�ำการใดๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของ เขาโดยปกติสุข ซึ่งสามารถยกตัวอย่างของกรณีบุกรุกที่ดินได้หลายอย่าง ตัวอย่างกรณีที่ 1 การที่จ�ำเลยเข้าไปสร้างรั้ว ห้องครัว ห้องน�้ำในที่ดินของโจทก์เพื่อถือการครอบครองเป็นของตนนั้น ความผิดฐานบุกรุกเกิดขึ้นและส�ำเร็จเมื่อจ�ำเลยเข้าไปกระท�ำการดังกล่าว ส่วนการที่จ�ำเลยครอบครองที่ดินต่อมาเป็นเพียงผล ของการบุกรุกเท่านั้นไม่ถือเป็นความผิดต่อเนื่อง ตัวอย่างกรณีที่ 2 เมือ่ โจทก์ซงึ่ เป็นผูเ้ ช่าและครอบครองอาคารพิพาทค้างช�ำระค่าเช่า หากจ�ำเลยประสงค์จะขับไล่โจทก์ ก็สามารถด�ำเนินการได้ตามกฎหมาย แต่จ�ำเลยไม่มอี �ำนาจกระท�ำโดยพลการในการใช้กญ ุ แจพร้อมโซ่เหล็กคล้องและปิดประตู เหล็กอันเป็นทางเข้าออกอาคารพิพาท ท�ำให้โจทก์เข้าไปในอาคารพิพาทไม่ได้ นั่นแสดงว่าเป็นการล่วงล�้ำเข้าไปในอ�ำนาจการ ครอบครองของโจทก์ ถือได้วา่ จ�ำเลยเข้าไปกระท�ำการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์โดยปกติสขุ ตามประมวล กฎหมายอาญามาตรา 362 ตัวอย่างกรณีที่ 3 โจทก์ทำ� สัญญาเช่าห้องพิพาทจากจ�ำเลย ต่อมาได้เอาห้องนัน้ ไปให้เช่าช่วงโดยไม่มหี ลักฐานการเช่า ผู้เช่าช่วงจึงเป็นแต่ผู้อยู่ในห้องพิพาทโดยอาศัยสิทธิของโจทก์ โจทก์ยังเป็นผู้ครอบครองห้องพิพาทอยู่ หากจ�ำเลยเห็นว่าโจทก์ ร่วมท�ำผิดสัญญาเช่า ก็สามารถด�ำเนินการตามกฎหมายได้ทนั ที แต่ไม่มอี �ำนาจทีจ่ ะปิดห้องทีโ่ จทก์ครอบครองโดยพลการ การที่ จ�ำเลยถือโอกาสให้ผเู้ ช่าช่วงออกไปจากห้องพิพาทโดยโจทก์รว่ มไม่ทราบ แล้วช่วงชิงใส่กญ ุ แจห้องมิให้โจทก์รว่ มเข้าใช้หอ้ งพิพาท ถือได้ว่าเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์ร่วมโดยปกติสุข จึงมีความผิดฐานบุกรุก จากตัวอย่างกรณีการบุกรุกทีด่ นิ ดังกล่าว จะเห็นได้วา่ ยังมีบางส่วนของข้อกฎหมายทีท่ ำ� ความเข้าใจได้ยาก เพราะฉะนัน้ ควรหมั่นสนใจเรื่องราวของกฎหมายที่อยู่รอบตัวตลอดเวลา เพราะเมื่อถึงเวลาจะได้เตรียมการได้ทันท่วงที


11

ชน งจากชุม

เสีย

ทิพวรรณ สุขสิงห์

ท�ำงานด้วยใจรัก อนุรักษ์วิถีชุมชน

ถึงจะไม่ได้เป็นบ้านเกิดเมืองนอน แต่ถ้าคนเราไป ลงหลักปักฐานอยูท่ ไี่ หนนานๆ สักทีห่ นึง่ ความผูกพันและวิถชี วี ติ ที่ ต ้ อ งด� ำ เนิ น ทุ ก วั น จะท� ำ ให้ เ ราเกิ ด ความรั ก และหวงแหน ถิน่ ฐานนัน้ ไม่ตา่ งจากบ้านเกิด เหมือนเธอคนนี้ ทิพวรรณ สุขสิงห์ สะใภ้หมู่บ้านสลักเพชร ที่ย้ายมาอยู่บนเกาะช้างตั้งแต่เมื่อ 27 ปี ทีแ่ ล้ว ปัจจุบนั รับบทบาทหน้าทีส่ มาชิก อบต.เกาะช้างใต้ มาเป็น สมัยที่ 2 สะใภ้บ้านสลักเพชร เล่าให้ฟังถึงสิ่งที่อยากให้เกิดขึ้น บนเกาะช้างในอนาคตว่า อยากให้การท่องเที่ยวบนเกาะช้าง มีระบบการบริหารจัดการที่ดีขึ้น ทั้งเรื่อง ระบบจัดการน�้ำเสีย ระบบการจัดการขยะ ไม่อยากให้ปล่อยปละละเลยสิ่งจ� ำเป็น พื้นฐานเหล่านี้ เพราะจะก่อให้เกิดผลเสียต้องมาตามแก้ไขกัน ภายหลัง อยากให้ชาวบ้านทุกคนนึกถึงส่วนรวมให้มาก อย่าให้ ชุมชนกลายเป็นสังคมที่เอาเงินเป็นตัวตั้ง ให้คงความเป็นมิตร เอื้ออาทร เอื้อเฟือ้ ต่อกัน เห็นอกเห็นใจกันเหมือนสมัยอดีตดีกว่า “ความเจริญตามยุคสมัยเป็นสิง่ ทีพ่ อเข้าใจได้ แต่อยาก ให้ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวสร้างอาคาร สิ่งก่อสร้างให้เข้า กับสิ่งที่มีอยู่เดิม ขอให้เคารพความเป็นตัวตนของคนในท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ที่เป็นอยู่ ไม่อยากให้มา เบียดบังทรัพยากรหรือวิถีชีวิตของคนท้องถิ่น เพราะการพั ฒ นา ด้านการท่องเที่ยวอย่างรวดเร็ว อาจท�ำให้คนท้องถิ่นปรับตัว รับการเปลี่ยนแปลงไม่ทัน ”

ถามถึงสิง่ ทีอ่ ยากให้เกิดขึน้ ทีห่ มูบ่ า้ นสลักเพชร ทิพวรรณ เล่าให้ฟงั ว่า แหล่งท่องเทีย่ วทางด้านสลักเพชรเป็นแหล่งท่องเทีย่ ว ทางธรรมชาติ อยากให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และชาวบ้านในหมู่บ้าน ทุกคน ช่วยกันปลูกฝังเยาวชนในพืน้ ที่ ให้มจี ติ ส�ำนึกรักและหวงแหน สิ่งที่มีอยู่แล้ว และเป็นเอกลักษณ์รวมถึงเสน่ห์ของชุมชน เช่น กิจกรรมบวชป่า เข้าวัด อยากให้ช่วยกันผลักดันให้เกิดแรงจูงใจ น�ำเยาวชนเข้ามาท�ำกิจกรรมร่วมกับวัด ให้เด็กๆ มีสว่ นร่วมรับรู้ เพือ่ ที่จะสืบสานสิ่งดีๆ ที่เป็นของท้องถิ่นต่อไปจากรุ่นสู่รุ่นอย่างไม่รู้จบ ไม่จำ� เป็นต้องเกิดหรือเติบโตในพืน้ ที่ แต่ความผูกพันและ จิตส�ำนึกในการอนุรักษ์จะเกิดขึ้นได้เสมอ ถ้าใจเราพร้อมที่จะท�ำ ประโยชน์เพื่อส่วนรวม เพราะไม่ว่าจะเดินทางไปตั้งรกรากหรือ อาศัยอยู่ที่ใด ประเทศไทยก็คือบ้านหลังใหญ่ที่คนไทยทุกคนต้อง ช่วยกันดูแล

“คนไม่สนใจธรรม ธรรมก็ ไม่เข้าถึงใจคน จึงกลายเป็นคนก็สักว่าคน ธรรมก็สักว่าธรรม ไม่อาจยังประโยชน์ ให้ส�ำเร็จได้ แม้คนจะมีจ�ำนวนมาก และแสดงธรรมให้ฟัง ทั้งพระไตรปิฎก จึงเป็นเหมือนเทน�้ำใส่หลังหมา มันสลัดออกเกลี้ยงไม่มีเหลือ ธรรมจึงไม่มีความหมายในใจของคน เหมือนน�้ำไม่มีความหมายบนหลังหมา ฉะนั้น” หลวงปู่มั่น ภูริ ทัตโต


12

ประเพณีการแข่งขันพายเรือด้วยล�ำไม้ไผ่ บ้านน�้ำเชี่ยว สานสัมพันธ์ และสร้างความสามัคคีในชุมชน

เทศบาลต� ำ บลน�้ ำ เชี่ ย วจั ด ประเพณี แ ข่ ง ขั น พายเรือด้วยล�ำไม้ไผ่ ประจ�ำปี 2555 ขึน้ ซึง่ ในปีนตี้ รงกับวันที่ 30 ธันวาคม 2554 – 1 มกราคม 2555 เพือ่ แสดงถึงเอกลักษณ์ ของชาวน�ำ้ เชีย่ ว ส่งเสริมการออกก�ำลังกาย พร้อมทัง้ เสริมสร้าง ความรัก ความสามัคคีให้กับประชาชนในพื้นที่ ส่งเสริมการท่องเที่ยว ภายในต�ำบลน�ำ้ เชีย่ ว และเผยแพร่ประเพณีนใี้ ห้เป็นทีร่ จู้ กั แพร่หลาย ดึงดูด นักท่องเทีย่ วภายนอกให้เข้ามาเทีย่ วยังชุมชนน�ำ้ เชีย่ วมากขึน้ ถึงแม้จะเป็นงานประเพณีทไี่ ม่ได้จดั อย่างใหญ่โตมากนัก แต่ก็ มีเอกลักษณ์ สนุกสนาน และเป็นเสน่หอ์ ย่างหนึง่ ของชุมชน การอนุรกั ษ์ ให้เรือ่ งราวดีๆ อย่างนี้ให้คงอยู่ก็เหมือนการรักษาเสน่ห์ภายในชุมชน เอาไว้ เพราะฉะนั้นการส่งเสริมให้ประเพณีนี้คงอยู่สืบต่อ ไปย่อม ส่งผลดีแก่คนรุ่นหลังแน่นอน บรรยากาศงานในวันนั้น ช่วงเช้าเป็นการแข่งขันจริง ส่วน ช่วงบ่ายเป็นการแข่งขัน มีการแข่งขันคู่กิตติมศักดิ์ คือทีมท่องเที่ยว ทีป่ ระกอบไปด้วยหน่วยงานในพืน้ ทีท่ ที่ �ำงานด้านการท่องเทีย่ ว เรียกว่า ลงเรือล�ำเดียวกันทั้งการท�ำงานและในชีวิตจริงกันเลยทีเดียว

ทีมนี้ประกอบด้วย พลตรีหญิงจรัสพิมพ์ ธีรลักษณ์ ผู้จัดการ พื้นที่พิเศษและพื้นที่เชื่อมโยง พร้อมด้วยนายสุธารักษ์ สุนทรวิภาต ผูอ้ ำ� นวยการฝ่ายอ�ำนวยการ สพพ. 1 และนางจินตนา สิงหเทพ เจ้าหน้าที่ จัดท�ำแผนและติดตามผลการด�ำเนินงาน, นายวรนิติ์ กายราศ ผูอ้ ำ� นวยการ ททท. ส�ำนักงานตราดและเจ้าหน้าที,่ นายธิตพิ งศ์ พิรณ ุ ท่องเทีย่ วและ กีฬาจังหวัดตราด พร้อมเจ้าหน้าที,่ พ.ต.ท เสกสรรค์ จินดาพรรณ สารวัตร ต�ำรวจท่องเทีย่ ว เกาะช้างและเจ้าพนักงาน โดยมี น.ท. สมบัติ บุญเกิด พานิช นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดตราด เป็นนายท้ายเรือ

ถามถึงความรูส้ กึ ของผูจ้ ดั การพืน้ ทีพ่ เิ ศษหมูเ่ กาะช้างและ พืน้ ทีเ่ ชือ่ มโยงในการเข้าร่วมการแข่งขันในครัง้ นีด้ ว้ ยว่า “ครัง้ แรกใน ชีวิตที่ลงแข่งพายเรือด้วยล�ำไม้ไผ่ สนุกสนานมากและคนในทีม ท่องเทีย่ วตราด ก็ชว่ ยกันพายเต็มที่ แต่กย็ งั แพ้เจ้าถิน่ คือ ทีมท่องเทีย่ ว น�้ำเชี่ยวที่มีคุณหน่อย สุรัตนาเป็นหัวหน้าทีม ขอเชิญนักท่องเที่ยว ทุกท่านมาร่วมสนุกสนานกันใหม่ในปีหน้า เป็นประเพณีที่ดีมาก ได้ทั้งการออกก�ำลัง และความสนุกสนานและเป็นกิจกรรมที่ ไม่ก่อให้เกิดคาร์บอนด้วย” ประเพณีการแข่งขันพายเรือ ด้วยล�ำไม้ไผ่ เป็นประเพณีทปี่ ฏิบตั สิ บื ทอด กันมายาวนาน ซึ่งจากค�ำบอกเล่าของ ปราชญ์ชาวบ้านชาวมุสลิมต�ำบลน�ำ้ เชีย่ ว ถึงความเป็นมาของการจัดการแข่งขัน พายเรือนี้ว่า เมื่อถึงช่วงหลังวันตรุษอิดิ้ลอัฏฮา หรือช่วงหลัง วันออกบวชของชาวมุสลิม ชาวมุสลิมจะร่วมกันจัดงานรื่นเริงและ เพือ่ ให้ชาวบ้านต�ำบลน�ำ้ เชีย่ วและชาวบ้านในพืน้ ทีใ่ กล้เคียงมาร่วม ท�ำกิจกรรมที่สนุกสนาน เสริมสร้างความรัก ความสามัคคีต่อกัน จึงได้ริเริ่มจัดการแข่งขันพายเรือขึ้น เนื่องจากในอดีตล�ำคลองน�้ำเชี่ยวกว้างใหญ่ และมีน�้ำ ไหลแรงจนได้ชอื่ ว่าบ้านน�ำ้ เชีย่ ว ท�ำให้เหมาะส�ำหรับการแข่งขันพายเรือ ต่อมาได้ประยุกต์มาเป็นใช้ลำ� ไม้ไผ่แทนไม้พายเพือ่ เพิม่ ความสนุกสนาน มีกฎเหมือนกับการพายเรือแข่งทัว่ ๆ ไป คือทีมใดพายเรือไปหยิบธง ที่ปักอยู่ที่เส้นชัยได้ก่อนจะเป็นฝ่ายชนะ ปัจจุบันงานประเพณีการแข่งขันพายเรือด้วยล�ำไม้ไผ่ จัดขึน้ เป็นงานประจ�ำปีของต�ำบลทีม่ ที งั้ ชาวมุสลิมและชาวพุทธร่วม กันจัดโดยไม่มีการแบ่งแยกศาสนาใดๆ ทั้งสิ้น โดยก�ำหนดจัดช่วง หลังวันตรุษอิดลิ้ อัฏฮา ซึง่ เป็นช่วงทีน่ ำ�้ ในคลองน�ำ้ เชีย่ วขึน้ เต็มที่ และ ก�ำหนดไว้ว่าต้องจัดในวันศุกร์ - อาทิตย์สุดท้ายของเดือนธันวาคม เป็ น ประจ� ำ ทุ ก ปี เพื่ อ จะก� ำ หนดลงในปฏิ ทิ น ท่ อ งเที่ ย วของ จังหวัดตราดได้ และให้นักท่องเที่ยวรับรู้โดยทั่วกัน ประเพณีนสี้ ะท้อนให้เห็นถึงวิถชี วี ติ ของชาวบ้านต�ำบลน�ำ้ เชีย่ วได้เป็นอย่างดี เพราะเกีย่ วเนือ่ งกับทัง้ วันส�ำคัญของศาสนาอิสลาม และสายน�้ำของคลองน�้ำเชี่ยวที่เป็นที่อยู่และแหล่งท�ำมาหากิน และ จัดเป็นการท่องเที่ยวลดโลกร้อนอย่างยั่งยืนอย่างแท้จริง


13

จังหวัดตราดปิดไฟเพื่อ

Low Carbon Countdown

2012

อพท. เชิญชวนชาวจังหวัดตราดปิดไฟเพื่อร่วมกิจกรรม Low Carbon Countdown โดยร่วมใจกันดับไฟฟ้า คืนวันที่ 31 ธันวาคม 2554 ตั้งแต่เวลา 00.00 เป็นเวลา 15 นาที เพื่อลดปริมาณไฟฟ้าและช่วยลดโลกร้อน นับเป็น อีกหนึ่งโครงการที่ อพท. คาดหวังว่าจะเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจเล็กๆ ให้ชาวบ้านหันมาสนใจเรื่องนี้มากขึ้น

กิจกรรม Low Carbon Countdown ที่จังหวัดตราดมีขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองปีใหม่ เพื่อลดคาร์บอน และลดภาวะ โลกร้อนทั้งจังหวัดตราด คือดับไฟฟ้าเป็นเวลา 15 นาที ผลจากการตรวจสอบจากส�ำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จังหวัดตราด ปรากฏว่า จังหวัดตราดช่วยประหยัดพลังงานได้ 4,205 หน่วย สามารถลดการปล่อยคาร์บอน สูช่ นั้ บรรยากาศได้จำ� นวน 2,186.6 กิโลกรัมคาร์บอนเทียบเท่า โครงการนีด้ ำ� เนินการเพือ่ สนับสนุน Low Carbon Destination and Green City ตามนโยบายที่จะท�ำให้จังหวัดตราดเป็น แหล่งท่องเที่ยวโลว์คาร์บอนของอพท. และเมืองสีเขียวของนางสาวเบญจวรรณ อ่านเปรื่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด อพท. หวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการนี้จะสามารถสร้างกระแสการใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่าในอนาคตต่อไป เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน มีการด�ำเนินงานอย่างต่อเนื่องทุกปี และได้รับความสนใจ จากชาวบ้านในพื้นที่มากขึ้นเรื่อยๆ


14

ก�ำจัดกลิ่นในเตาไมโครเวฟ ให้น�ำใบชาใส่น�้ำพอท่วม เข้าเตา ไมโครเวฟ เปิดไฟให้นำ�้ ร้อน และ ปล่อยทิง้ ไว้ขา้ มคืน หากวันรุง่ ขึน้ ยั ง ไม่ ห ายมี ก ลิ่ น ให้ ท� ำ ซ�้ ำ อี ก หากกลิ่นสะสมนานๆ จะก�ำจัดยาก ดังนั้นต้อง หมั่นท�ำความสะอาดและดูดกลิ่นเป็นประจ�ำ

ตะหรวดตะรัง

หมายถึง ส�ำลัก ไอ จาม ติดต่อกันเป็นเวลานาน และมีเสียงดัง เช่น โอย! ไอตะหรวดตะรัง เจ็บคอหมดแล้ว

เอาได้

หมายถึง ใช้ได้ เช่น ชิมแล้วเอาได้ กับข้าวเจ้านี้ หรือ ลูกสาวบ้านนี้เอาได้ ขยันดี

คอยท่า

หมายถึง ไข้ที่คนมักเป็นตอนฤดูหนาว หรือหน้า ลมว่าว นิยมให้รับประทานดอกแคลวก หรือแกงส้มดอกแค

หมายถึง รอคอย เช่น ก็คอยท่าอยู่ว่าเมื่อไร จะมาซะที

ทอดอาหารไม่ให้อมน�้ำมัน เพียงใส่นำ�้ ส้มสายชูเล็กน้อย ลงใน น�ำ้ มันทีใ่ ช้ทอด แล้วค่อยลงมือทอด เท่านีอ้ าหารก็จะไม่อมน�ำ้ มัน เก็บไข่ให้อยู่นาน วิธีการสังเกตไข่สดตอนซื้อ คือ ผิวจะมีนวลเคลือบอยู่ เมื่อจับดู ผิ ว จะสากๆ หากไม่ ส ดผิ ว จะ ค่อนข้างมัน ลืน่ เมือ่ ซือ้ ไข่มาแล้ว ห้ามล้าง เพราะนวลที่เคลือบมาจะออกหมด ท�ำให้เชื้อโรคเข้าสู่เปลือกไข่ที่มีรูพรุนได้ง่าย ท�ำให้ไข่เสียเร็ว การเก็บในช่องเก็บไข่ในตู้เย็น ให้วางด้านป้านอยู่ด้านบน เพราะด้านป้านมี ฟองอากาศอยู่ภายใน จะท�ำให้ไข่ไม่แตกเร็ว จึงเก็บไข่ได้นานขึ้น ป้องกันน�้ำมันในกระทะ กระเด็น แค่ใส่แป้งสาลีเล็กน้อย โรยลงใน กระทะให้ทวั่ แล้วจึงค่อยใส่นำ�้ มัน ลงไป เพื่อทอดหรือผัด

พบกันใหม่ฉบับหน้าค่ะ

ตะกอนหินปูนในกาต้มน�้ำ

ใช้ น�้ ำ ส้ ม สายชู ครึ่ ง ถ้ ว ยผสม กับน�้ำครึ่งถ้วยใส่ลงในกาต้มน�้ำ ต้มจนเดือดแล้วยกลง ปล่อยทิ้ง ไว้ 1 คื น แล้ ว จึ ง น� ำ มาล้ า ง ตะกอนก็จะหลุดไป


15

เมื่อก้าวเข้าสู่ปีใหม่ทุกครั้ง สิ่งที่หลายคนเป็นกังวล คงไม่พ้นเรื่องของอายุที่จะต้องเพิ่มมากขึ้นทุกปี การแพทย์น่ารู้ จึงขอประเดิมเกร็ดความรู้เล็กๆ เกี่ยวกับสุขภาพในเดือนแรก ของปี ด้วยเคล็ดลับการดูแลสุขภาพชะลอความแก่และป้องกัน ริ้วรอย เพื่อความอ่อนเยาว์และดูเด็กกว่าอายุไปอีกนาน เริม่ ต้นจากการหลีกเลีย่ งแสงแดดในช่วงเวลาประมาณ 10 โมงเช้าถึงบ่ายสามโมง เพราะเป็นช่วงที่มีรังสีอัลตาไวโอเลต สูงที่สุด แต่หากจ�ำเป็นต้องออกแดดในช่วงนั้นควรใช้หมวก หรือ ร่มเป็นอุปกรณ์ช่วยกันแดด หมั่นใช้ครีมกันแดดที่มีค่าเอสพีเอฟ 15 ขึ้นไปทุกวัน โดยทาครีมก่อนออกแดดประมาณ 30 นาที จากนัน้ ควรหลีกเลีย่ งการกระท�ำทีท่ ำ� ให้เกิดรอยเหีย่ วย่น ควรเปลีย่ นท่านอนบ่อยๆ ไม่นอนหลับท่าเดียวตลอดคืน เลือกใช้ หมอนทรงเตีย้ ในการนอนเพือ่ ป้องกันริว้ รอยทีจ่ ะเกิดขึน้ และควร หลีกเลีย่ งการบริหารใบหน้าท่าเดิมซ�ำ้ ๆ ทุกวัน เพราะจะท�ำให้รอยย่น เด่นชัดขึ้น ที่ส�ำคัญหมั่นสวมแว่นกันแดด สวมหมวก หรือกางร่ม ขณะออกแดดทุกครัง้ เพือ่ ลดการหยีตาเมือ่ ปะทะแสงแดด อันเป็น สาเหตุส�ำคัญอย่างหนึ่งของการเกิดรอยตีนกา ที่ ข าดไมได้ คื อ รั บ ประทานอาหารที่ มี ��� ระโยชน์ ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะ เบต้าเคโรทีน วิตามินซี และวิตามินเอ ซึง่ จะท�ำหน้าทีก่ ำ� จัดอนุมลู อิสระ ช่วยชะลอ การเสื่อมของผิวหนัง ป้องกันการเกิดโรคมะเร็งบางชนิด ป้องกัน ไม่ให้หลอดเลือดตีบตัน นอกจากนีย้ งั ช่วยให้มองเห็นในทีม่ ดื ได้ดี และช่วยป้องกันโรคต้อกระจกในผู้สูงอายุได้อีกด้วย

ข้อสุดท้ายหมัน่ พักผ่อนให้เพียงพอ ออกก�ำลังกายสม�ำ่ เสมอ และไม่เครียด เพราะการพักผ่อนอย่างเพียงพอจะช่วยให้ผวิ พรรณ กระจ่างใส การออกก�ำลังกายสม�่ำเสมอจะช่วยให้การหมุนเวียน โลหิตในร่างกายดีขนึ้ ท�ำให้ผวิ หนังได้รบั สารอาหารและออกซิเจน เพิ่มขึ้น และการท�ำจิตใจให้แจ่มใสไม่เครียด จะช่วยผ่อนคลาย กล้ามเนื้อ ผิวหนังจะได้รับเลือดไปหล่อเลี้ยงเพิ่มขึ้น


16

“หนึง่ เดียวในไทย”

นาข้าวน�้ำเค็ม บางปิด-บางกระดาน ความอัศจรรย์ท่นี ่าอนุรักษ์ของจังหวัดตราด

นาข้าวเคียงคู่กบั นากุ้ง ข้าวเป็นอาหารที่ผูกพันกับคนไทยมาช้านาน ไม่วา่ ยุคสมัยไหนคนไทยก็มขี า้ วเป็นอาหารหลักมาตลอด เห็นได้จากพืน้ ทีส่ ำ� หรับปลูกข้าวทัว่ ประเทศทีม่ อี ยูม่ ากมาย มหาศาล ถึงแม้ทุกวันนี้จะลดน้อยลงไปมากก็ตาม แต่ก็ สามารถพูดได้เต็มปากว่าข้าวเป็นเหมือนสัญลักษณ์อย่าง หนึ่งของประเทศไทย ถึงแม้วา่ พืน้ ทีป่ ลูกข้าวในประเทศไทยส่วนใหญ่ จะอยู่ที่ภาคกลาง ซึ่งบางพื้นที่บางครั้งอาจประสบกับ ปัญหาดินเค็ม แต่ต�ำบลบางปิด และต�ำบลบางกระดาน อ�ำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด กลับปลูกข้าวเคียงข้างกับ นากุง้ และเป็นนาข้าวน�ำ้ เค็มทีม่ พี นื้ ทีต่ ดิ ทะเลแห่งเดียวใน ประเทศไทย เป็นที่น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก อพท. นิวส์ ได้รับค�ำแนะน�ำจากนายตรีเพชร ประสงค์ ท รั พ ย์ อดี ต ผู ้ ใ หญ่ บ ้ า นสลั ก ต� ำ บลท่ า โสม ซึ่ ง เป็ น ทั้ ง เกษตรกรผู ้ มี น าข้ า วน�้ ำ เค็ ม และนาเลี้ ย งกุ ้ ง อยูต่ ดิ กัน และพาไปชมนาข้าวน�ำ้ เค็มของตนซึง่ อยูห่ ลังวัด บางกระดาน ภาพท้องทุ่งนาคลอไปกับเสียงปั่นไฟใบพัด ตีน�้ำของนากุ้ง ให้ความรู้สึก...น่าอัศจรรย์ใจมาก เพือ่ ไขข้อสงสัยในเรือ่ งนี้ ผูใ้ หญ่เพชร จึงได้ความรู้ มาว่า คนส่วนใหญ่อาจคิดว่าดินเค็มจะไม่สามารถปลูก ข้าวได้ ผลผลิตดี แต่วิธีปลูกก็คือ ที่นี่จะใช้วิธีน�ำพันธุ์ข้าว ไปปลูกให้เป็นต้นกล้าบนดินก่อน จากนัน้ ค่อยถอนแล้วน�ำ ต้นกล้ามาปักด�ำ ซึ่งจะมีทั้งแบบจ้างคนมาด�ำนา และใช้

วิถดี งั้ เดิมของคนไทยคือ ลงแขกช่วยกันระหว่างเพือ่ นบ้าน หรือคนในครอบครัว พันธุ์ข้าวที่น�ำมาปลูกในนาน�้ำเค็ม มีทั้งพันธุ์เมล็ดสั้น เมล็ดยาว และข้าวหอมมะลิ ส�ำหรับขั้นตอนการเตรียมการก่อนท�ำนาข้าว น�้ำเค็ ม นั บ เป็ น อี ก หนึ่ ง เรื่ อ งน่ า สนใจเพราะมี รู ป แบบ ไม่เหมือนนาข้าวทัว่ ไป เพราะนาข้าวพืน้ ทีใ่ ช้ทำ� นาของทีน่ ี่ ไม่มกี ารไถ ในช่วงเดือนปลายเดือนธันวาคมจนถึงมิถนุ ายน ทีไ่ ม่ได้ปลูกข้าวก็จะมีนำ�้ ทะเลเข้ามาอยูเ่ ต็มพืน้ ที่ ฟางข้าว ที่เก็บเกี่ยวไปในเดือนพฤศจิกายนก็จะยังทับถมกันอยู่ ไม่ได้ถูกเก็บออก จะทับถมไปเรื่อยๆ ท�ำให้กลายเป็นดิน และปุ๋ยแล้วท�ำการปลูกข้าวต่อเลย


17

เมื่อถึงฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคม จะปล่อยให้น�้ำจืดจากคลองชลประทานและรอน�้ำฝน ให้มาขังไว้ และเริ่มด�ำนา การใส่ปุ๋ยจะใส่ปุ๋ยในช่วงต้นมือ คือ ด�ำนาไปได้สัก 1-2 สัปดาห์ ช่วงกลางมือ คือประมาณ 1 เดือน และอีกครั้งช่วงปลายมือ เพื่อเร่งเมล็ด คือก่อนเก็บเกี่ยว 1 เดือน ใช้เวลาประมาณ 4 เดือน เก็บเกี่ยวในช่วงก่อนลอยกระทงสัก 1-2 สัปดาห์ หรือประมาณเดือนพฤศจิกายน ซึ่งต้นข้าวของ ที่นี่ ต้นจะสูง แข็งแรงและเกี่ยวง่าย มีกอใหญ่กว่าแถบอื่น และให้ผลผลิตดีกว่าพื้นที่อื่นของจังหวัดตราด


18 18

อพท. นิ ว ส์ ยั ง มี โ อกาสพู ด คุ ย กั บ เกษตรกร หลายท่านทีท่ ำ� นาข้าวน�ำ้ เค็มของบ้านบางกระดาน ระหว่าง ที่ก�ำลังเก็บข้าวฟาดกับถังฟาดข้าวแบบโบราณ นายอนันต์ รุ่งสว่าง ที่ท�ำนาน�้ำเค็มให้ครอบครัวมาเป็นเวลา 20 ปีแล้ว เล่าให้ฟังว่า “พอข้าวสุกหรือเปลี่ยนเป็นสีทอง ประมาณ ต้นเดือนพฤศจิกายนแล้วก็จะลงมือเกีย่ วข้าว ซึง่ การเกีย่ ว ข้าวของนาข้าวน�ำ้ เค็มจะใช้เครือ่ งจักรเข้ามาช่วยไม่ได้ ต้องใช้ แรงงานคนเท่านั้น เพราะพื้นที่เป็นดินเลน นิ่ม เนื่องจาก เศษฟางทีท่ บั ถมกันมาทุกปีๆ ทีไ่ ม่เคยเก็บขึน้ ยังจากเก็บเกีย่ ว ย่อยสลายกลายเป็นทัง้ ดินและปุย๋ ไปในตัว ถ้าเอาเครือ่ งจักร ลงไปในนาทุกอย่างก็จะจมลงไปในดินเมื่อเกี่ยวข้าวมาได้ ก็นำ� ข้าวมาฟาดทีถ่ งั ฟาดข้าวแบบโบราณเพือ่ เอาข้าวเปลือก ออกมาจากรวง นั บ เป็ น สิ่ ง ที่ ส มควรอนุรักษ์ไว้ ในฐานะ อีกหนึ่งเรื่องราวมหัศจรรย์ของประเทศไทย ข้ า วที่ นี่ มี ร วงใหญ่ แต่ ล ะรวงมี เ มล็ ด ข้ า วมาก ฟาดเพียง 2-3 ครั้ง ก็เต็มถังแล้ว แต่การลากถังที่มีข้าวอยู่ ทัง้ ๆ ทีค่ นลากขาจมลงไปในเลนเป็นเรือ่ งทีห่ นักมาก ต้องเป็น คนหนุม่ แข็งแรงมากถึงจะท�ำได้ เมื่อได้ข้าวเปลือกมาแล้ว ก็จะน�ำไปตากทีล่ านตากข้าว และเก็บไว้ในยุง้ ของแต่ละบ้าน เอง เมือ่ ต้องการข้าวสารก็จะทยอยน�ำไปสีทโี่ รงสีชมุ ชน แล้ว ก็น�ำมาใช้กินกันในครอบครัว เกษตรกรของที่นี่ส่วนใหญ่ จะปลูกข้าวเพื่อกินเอง และน�ำออกขายบ้างบางส่วน” นอกจากความน่าอัศจรรย์ในเรื่องการปลูกข้าว ในพื้นที่น�้ำเค็มแล้ว ด้านคุณประโยชน์ของข้าวที่นี่ สมาคม ชาวตราดเคยน�ำข้าวของต�ำบลบางปิดและบางกระดานไป ตรวจสอบแร่ธาตุ พบว่ามีแร่ธาตุมากกว่าข้าวปกติ ส�ำหรับ พันธุ์ข้าวปทุมธานี 60 มีธาตุไอโอดีนถึง 7.67 ไมโครกรัมต่อ ข้าว 100 กรัม ธาตุเหล็ก 4.867 มิลลิกรัมต่อข้าว 1 กิโลกรัม ส�ำหรับพันธุ์ข้าวมะลิแดง มีธาตุไอโอดีน 3.47 ไมโครกรัม ต่อข้าว 100 กรัมและธาตุเหล็ก 14.411 มิลลิกรัมต่อข้าว 1 กิโลกรัม (ความต้องการธาตุเหล็ก ของเด็กอายุ 10-12 ขวบ คือ 12 มิลลิกรัมต่อวัน) ปัจจุบันจังหวัดตราดมีพื้นที่ปลูกข้าวประมาณ 5,000 พันไร่ ในส่วนของอ�ำเภอแหลมงอบเหลือพื้นที่ปลูก ข้าวประมาณ 500 ไร่ลดน้อยลงเรื่อยๆ เพราะถูกขายไปท�ำ ประโยชน์อย่างอื่น แต่เป็นเรื่องที่น่ายินดี ที่ทุกวันนี้วิถีชีวิต การท�ำนาข้าวน�ำ้ เค็มไม่ได้มองข้ามจากคนรุน่ หลังซะทีเดียว เพราะนอกจากอพท. นิวส์ ได้พบเจอเกษตรกรที่มีอายุเกือบ 70 ปี ยังเจอคนรุ่นใหม่อย่างนายบัญชา สร้อยแสง ที่มีอายุ เพียง 24 ปีเป็นหนึ่งในเกษตรกรของที่นี่ด้วย อพท. นิวส์ หวังว่าวิถีชีวิตการท�ำนาน�้ำเค็ม สิ่งน่า อัศจรรย์ใจนีจ้ ะมีไว้ให้คนรุน่ หลังได้เห็น และมีคนรุน่ ใหม่ทมี่ ี จิตอนุรักษ์จะหันมาเห็นคุณค่าของสิ่งนี้ แล้วร่วมกันฟื้นฟู นาข้าวน�้ำเค็มให้กับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง


19

2

1

4

5

7

2. แบกต้นกล้าไปเตรียมด�ำนา 3. นาข้าวน�้ำเค็มในเดือนกันยายน 4. ต้นข้าวสูง เป็นกอใหญ่ 5. ต้นข้าวออกรวงในเดือนตุลาคม

10

6. รวงข้าวเปลี่ยนเป็นสีทอง 7. ลงแขกเกี่ยวข้าว 8. ช่วยกันลากถังฟาดข้าว คนลากจมไปครึ่งตัวแล้ว 9. ก�ำลังลากถังฟาดข้าวที่ว่างในนาข้าวน�้ำเค็ม 10. ฟาดข้าวลงในถังฟาดข้าว 11. ถังฟาดข้าวแบบโบราณ 12. ข้าวเปลือกเต็มถัง

11

6

8 1. ก�ำลังถอนต้นกล้าไปปลูก

9

3

12


20

สพพ.1 สนับสนุนวันเด็ก เสริมสร้างความรู้ ควบคู่จิตอนุรักษ์

เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2555 ซึ่งตรงกับวันเด็กแห่งชาติข���งปีนี้ ส�ำนักงานพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่ เชื่อมโยง (สพพ.1 ) ได้ร่วมจัดงานกิจกรรมวันเด็กขึ้น 2 แห่ง ที่ ฐานส่งก�ำลังบ�ำรุงทหารเรือตราด และวัดท่าโสม เช่นเดียวกับปีทผี่ า่ นมา เน้นในเรือ่ งการปลูกฝังและให้ความรูแ้ ก่เด็กในเรือ่ งการคัดแยกขยะเป็น 4 ประเภท และสอน ให้เด็กทุกคน รูจ้ กั หน้าทีข่ องตนเอง มีความรับผิดชอบต่อส่วนรวม ปรับตัวให้ทนั โลก ใช้ชวี ติ อย่างพอเพียง หมัน่ ศึกษา หาความรู้ เพื่อให้สมกับค�ำขวัญ สามัคคี มีความรู้ คู่ปัญญา คงรักษาความเป็นไทย ใส่ใจเทคโนโลยี กิจกรรมของ อพท. ภายในงานมีการสอนให้เด็กๆ ทุกคนได้รู้จักการคัดแขกขยะ 4 ประเภท ได้แก่ ขยะ ย่อยสลายได้ เช่น เศษผัก เศษอาหาร และเปลือกผลไม้ สามารถน�ำไปท�ำปุ๋ยได้ ขยะรีไซเคิลหรือน�ำไปขายได้ เช่น แก้ว กระดาษ พลาสติก โลหะ/อโลหะ ขยะทั่วไป เป็นขยะที่ย่อยสลายยากและไม่คุ้มค่าที่จะน�ำไปรีไซเคิล เช่น ซองขนม ซองบะหมีก่ งึ่ ส�ำเร็จรูป ถุงพลาสติกเปือ้ นอาหาร และขยะอันตราย หรือขยะมีพษิ ทีต่ อ้ งรวบรวมแยกไว้และ น�ำไปก�ำจัดอย่างถูกวิธี เช่น กระป๋องยาฆ่าแมลง ถ่านไฟฉาย แบตเตอรี่โทรศัพท์มอื ถือ หลอดไฟ ขวดทีใ่ ส่สารเคมี โดยมีจัดกิจกรรมในรูปแบบการแข่งขันตอบค�ำถามจากความรู้ที่ได้จากนิทรรศการ และการเล่นเกม แยกขยะลงถังขยะแต่ละประเภท ท�ำให้นอ้ งๆ หนูๆ ทีม่ าร่วมกิจกรรมในวันนัน้ รูป้ ระโยชน์ของการแยกขยะ วิธลี ดขยะ  การก�ำจัดขยะแบบถูกวิธี อีกทัง้ ยังได้รบั ความสนุกสนานและความรู้ ซึง่ สพพ.1 หวังว่าจะท�ำให้เด็กๆ เกิดการตระหนักรู้ ถึงพิษภัยของขยะและช่วยกันแยกและลดขยะในชุมชนของตน เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีในชุมชนที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ได้เป็นอย่างดี ส�ำหรับพืน้ ทีเ่ ครือข่ายอืน่ ๆ ทีจ่ ดั กิจกรรมวันเด็ก และ สพพ.1 ไม่ได้ไปร่วมจัดกิจกรรม ก็ได้ให้การสนับสนุนของรางวัล ได้แก่ จักรยาน อุปกรณ์กฬี าต่างๆ ได้แก่ พืน้ ทีพ่ นื้ ทีเ่ ขาสมิง พื้นที่คลองใหญ่ พื้นที่ห้วงน�้ำขาว พื้นที่บางปิด พื้นที่เกาะช้าง


21

ทุกหน่วยงานร่วมจัดงานตามรอยเสด็จพระพุทธเจ้าหลวง ที่เกาะช้างครั้งที่ 3 ได้สมพระเกียรติ อบต. เกาะช้างใต้ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน จัดงานเทิดพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยูห่ วั รัชกาลที่ 5 ภายใต้ชื่องาน “ตามรอยเสด็จพระพุทธเจ้าหลวงที่ เกาะช้างครั้งที่ 3 ณ วัดวัชคามคชทวีป” เพื่อร�ำลึกถึงพระ มหากรุณาธิคุณที่มีต่อชาวชุมชนสลักคอก และชาวตราดในการ เสด็จประพาสเกาะช้างถึง 12 ครัง้ ได้อย่างสมพระเกียรติและเป็น ไปอย่างเรียบร้อย งานตามรอยเสด็จพระพุทธเจ้าหลวงทีเ่ กาะช้างครัง้ ที่ 3 เริม่ เมือ่ วันที่ 26 ธันวาคม 2554 มีพธิ ตี กั น�ำ้ จากแหล่งน�ำ้ ศักดิส์ ทิ ธิ์ คือน�ำ้ ตกธารมะยมซึง่ เป็นน�ำ้ ตกทีพ่ ระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยูห่ วั รัชกาลที่ 5 เคยเสด็จประพาสหลายครัง้ เมือ่ คราวเสด็จ ประพาสเกาะช้าง และพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ และอัญเชิญ ไปยังวัดวัชคามคชทวีปเพื่อพระสงฆ์สวดเจริญพระพุทธมนต์ต่อ

ส�ำหรับพิธใี นช่วงเช้าวันที่ 27 ธันวาคม ได้มกี ารแห่นำ�้ พระพุทธมนต์จากน�ำ้ ตกธารมะยมมาทางเรือโดยมีนาวาเอกสรยุธ สุขรมย์ ผูบ้ ญ ั ชาการฐานส่งก�ำลังบ�ำรุงตราดพร้อมนายโสภณจันเดิม สมาชิกสภา อบจ. ตราด น�ำไปยังปากอ่าวสลักคอกและลงขบวน เรือมาดของชมรมน�ำเทีย่ วพืน้ บ้านสลักคอกทีม่ ที งั้ หมด 8 ล�ำ แห่ไป ยังท่าเทียบเรือหน้าร้านสลักคอกซีฟดู ส์ และเดินขบวนแห่มายังวัด วัชคามคชทวีป

หลั ง จากนั้ น เป็ น การท� ำ พิ ธี บ วงสรวงสั ก การะดวง พระวิญญาณพระพุทธเจ้าหลวงที่มณฑลพิธีวัดวัชคามคชทวีป โดยมีนายชุมพล ทรัพย์ประสพ นายอ�ำเภอเกาะช้างเป็นประธาน ในการท�ำพิธบี วงสรวงโดยมีขา้ ราชการในพืน้ ทีท่ งั้ อุทยานแห่งชาติ หมู่เกาะช้าง สถานีต�ำรวจเกาะช้าง ต�ำรวจท่องเที่ยวเกาะช้าง

ผู้อ�ำนวยการโรงเรียนบนเกาะช้าง ไฟฟ้าเกาะช้าง สมาชิกสภา อบจ. ตราด ผูบ้ ริหารและเจ้าหน้าทีเ่ ทศบาลต�ำบลเกาะช้าง ผูบ้ ริหาร และเจ้าหน้าที่ อบต. เกาะช้างใต้ ก�ำนันผูใ้ หญ่บา้ น หน่วยงานต่างๆ ทีเ่ กีย่ วข้อง ได้แก่ ฐานส่งก�ำลังบ�ำรุงตราด ผูบ้ ริหารและเจ้าหน้าที่ ส�ำนักงานพืน้ ทีพ่ เิ ศษหมูเ่ กาะช้างและพืน้ ทีเ่ ชือ่ มโยง ผูบ้ ริหารและ เจ้าหน้าทีท่ ทท. ส�ำนักงานตราด ผูบ้ ริหารและเจ้าหน้าทีท่ อ่ งเทีย่ ว และกีฬา สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว ประธานชมรมมัคคุเทศก์ จังหวัดตราด และชาวบ้านบนเกาะช้าง ตลอดงานในช่ ว งเช้ า ทุ ก คนที่ เ ดิ น ทางมาร่ ว มงาน ต่ า งพร้ อ มใจกั น ใส่ เ สื้ อ ผ้ า ชุ ด ไทยในสมั ย พระพุ ท ธเจ้ า หลวง เพือ่ แสดงความจงรักภักดี ท�ำให้บรรยากาศในวันนัน้ สวยงามและ รู้สึกเหมือนย้อนไปเป็นข้าในพระพุทธเจ้าหลวงในสมัยนั้นเลย ทีเดียว ระหว่างวันมีนิทรรศการการเสด็จประพาสจังหวัดตราด ทัง้ 12 ครัง้ ของพระพุทธเจ้าหลวงซึง่ จัดไว้ให้ชมได้อย่างน่าสนใจ ในช่วงเย็นมีการรับประทานอาหารเย็น “ล้อมวงกินข้าว เปิดส�ำรับ ต�ำรับอาหารเมืองตราด” พร้อมชมการประกอบแสง สี เสียง อันตระการตา ซึ่งสนับสนุนโดยอบจ. ตราด งานนีส้ ำ� เร็จได้เพราะแรงศรัทธาจากชุมชนในท้องถิน่ และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ท�ำให้รู้ว่าหากทุกฝ่ายร่วมใจ มีแรงศรัทธา เป็นที่ตั้ง งานใดๆ ก็จะส�ำเร็จลุล่วงไปได้อย่างงดงาม


22

ธาราสิทธิ โดย นางสาวชมพูนุช

โชค เจ้าหน้าที่สื่อสารอ

งค์กร อพท.

หลายปีที่ผ่านมา ชุมชนเกาะเกร็ดเป็นชุมชนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากภัยน�้ำท่วม แต่เมื่อปลายปี 2554 นี้ ระดับน�้ำ มีปริมาณสูงมากขึ้นกว่าทุกปี และท่วมขังอยู่เป็นเวลานานกว่า 4 เดือน กว่าจะเข้าสู่สภาวะปกติ ซึ่งนอกเหนือจากผลกระทบ ด้านความเป็นอยู่แล้ว การท่องเที่ยวก็ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติในครั้งนี้เช่นกัน เมื่ อ วั น ที่ 14 มกราคม 2554 ที่ ผ ่ า นมา องค์ ก ารบริ ห ารการพั ฒ นาพื้ น ที่ พิ เ ศษเพื่ อ การท่ อ งเที่ ย วอย่ า งยั่ ง ยื น (องค์การมหาชน) หรือ อพท. ร่วมกับชุมชนเกาะเกร็ด ตลอดจนหน่วยงานทีเ่ กีย่ วข้องจัดงานแถลงข่าว “เกาะเกร็ดเปิดแล้วจ้า” ขึน้ ณ วัดไผ่ล้อม เกาะเกร็ด จ.นนทบุรี พันต�ำรวจเอกธงชัย เย็นประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี เปิดเผยว่า “เหตุการณ์น�้ำท่วม ที่ผ่านมา เกาะเกร็ดมีน�้ำท่วมสูงมากกว่า 2 เมตร ระดับน�้ำบางจุดสูงเกือบถึงหน้าอก นานประมาณ 4 เดือน ตั้งแต่เดือนกันยายน จนถึงกลางเดือนธันวาคม 2554 การประเมินความเสียหายในภาพรวมนั้นค่อนข้างยากมาก เนื่องจาก ความเสียหายไม่ใช่บ้าน วัด โรงเรียน และสิ่งของต่างๆ ที่อยู่ในบ้าน เท่านั้น แต่เป็นเรื่องของการเสียโอกาสทางการท่องเที่ยว เนื่องจากประชาชนส่วนหนึ่ง ของเกาะประกอบธุรกิจด้านการท่องเทีย่ ว ดังนัน้ ในช่วงน�ำ้ ท่วม 4 เดือนทีผ่ า่ นมานัน้ ไม่สามารถค้าขายได้เลย ครอบครัวก็ไม่มรี ายได้ โรงเรียนในเกาะก็ตอ้ งหยุดเรียน เตาเผาเครือ่ งปัน้ ดินเผาโบราณอายุประมาณ 60-70 ปี ก็ได้รบั ความเสียหาย รวมทัง้ เรือกสวนไร่นา โดยเฉพาะสวนทุเรียนนนท์ทยี่ นื ต้นตาย ซึง่ การจะปลูกขึน้ มาใหม่นนั้ ก็ไม่ใช่เรือ่ งง่าย สภาพดินมีการเปลีย่ นแปลงไปหรือไม่ แล้วจะ เติบโตให้ผลเหมือนเดิมหรือเปล่า ส�ำหรับการฟืน้ ฟูเยียวยาผูป้ ระสบ���ัยประชาชนส่วนใหญ่ตอ้ งการเงินชดเชยมาช่วยซ่อมแซมบ้านเรือน ที่ได้รับความเสียหาย แต่ก็เป็นที่แน่นอนว่างบประมาณจากรัฐบาลที่จะต้องแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัยน�้ำท่วมทุกหลังคาเรือน จ�ำนวนมากนัน้ ย่อมไม่เพียงพอกับความเสียหายทีเ่ กิดขึน้ อย่างแน่นอน ฉะนัน้ ชุมชนก็ตอ้ งช่วยตัวเองก่อน อย่างในวันนี้ เราจัดงาน แถลงข่าวครั้งนี้ขึ้น เพื่อที่ที่จะเร่งประชาสัมพันธ์ว่า เกาะเกร็ดพร้อมที่จะเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวตามปกติแล้ว จึงอยากจะฝาก ให้สื่อมวลชนที่มาในวันนี้ช่วยกันประชาสัมพันธ์ต่อๆ กันไป” ทั้งนี้ ในระยะเร่งด่วนส�ำหรับการช่วยฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวของเกาะเกร็ดหลังประสบภัยน�้ำท่วม อพท. ได้จัดกิจกรรม “แต้มสีให้เกาะ เติมยิ้มให้น้อง” ด้วยการระดมพลจิตอาสาประมาณ 150 คน ไปช่วยกันทาสีจุดส�ำคัญของแหล่งท่องเที่ยว ในส่วน ที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ ได้แก่ บริเวณศาลาพักนักท่องเที่ยวของวัดไผ่ล้อม และวัดฉิมพลีสุทธาวาส วัตถุประสงค์คือเพื่อคืน ความสดใสให้กับเกาะเกร็ด ทั้งสถานที่และผู้คน ส�ำหรับการพัฒนาการท่องเทีย่ วภายหลังอุทกภัยไปสูค่ วามยัง่ ยืน นางศิรกิ ลุ กสิววิ ฒ ั น์ รองผูอ้ ำ� นวยการ อพท. ให้ความเห็นว่า “เนือ่ งจาก อพท. มีแนวคิดเรือ่ งการพัฒนาการท่องเทีย่ วอย่างยัง่ ยืนด้วยการจัดการการท่องเทีย่ วเชิงสร้างสรรค์ (Creative Tourism) เป็นหนึ่งในนโยบายการด�ำเนินงาน ซึ่ง อพท. ได้เล็งเห็นศักยภาพของเกาะเกร็ดว่าสามารถพัฒนากิจกรรมการท่องเที่ยวในด้านนี้


23 ได้ เพราะเกาะเกร็ดเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีข้อได้เปรียบหลายอย่าง ทั้งสถานที่ตั้งอยู่ใกล้กรุงเทพฯ แวดล้อมธรรมชาติ ไม่มีความวุ่นวาย เหมือนชุมชนเมือง เพียงแค่ข้ามเกาะไปก็เหมือนไปอยู่อีกโลกหนึ่ง บนถนนหนทางรอบเกาะไม่มรี ถยนต์ มีเพียงจักรยานและจักรยานยนต์ เป็นพาหนะเท่านัน้ อีกทัง้ มีความเป็นมาทีก่ อ่ ให้เกิดวัฒนธรรมประเพณีที่ น่าสนใจ นักท่องเทีย่ วสามารถมาเทีย่ วได้ตลอดปี ยกเว้นในช่วงน�ำ้ ท่วม ซึง่ ต่างจากแหล่งท่องเทีย่ วบางแห่ง ทีม่ นี กั ท่องเทีย่ วมาเฉพาะหน้าเทศกาล เพียง 3-4 เดือนต่อปีเท่านัน้ นอกจากนี้ สัดส่วนนักท่องเที่ยวเป็นชาวไทยมากกว่าชาว ต่างชาติ ฉะนัน้ ไม่วา่ ต่างประเทศจะมีปจั จัยใดทีส่ ง่ ผลให้นกั ท่องเทีย่ ว ต่างชาติเดินทางมาเมืองไทยน้อยลง เกราะเกร็ดก็จะไม่ได้รบั ผลกระทบ ดังกล่าว แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือ ความไม่ยั่งยืนของการท่องเที่ยว ยิง่ ถ้าหากว่า ชุมชนอยากจะเพิม่ จ�ำนวนนักท่องเทีย่ วให้มากขึน้ เพือ่ ให้ ชุมชนมีรายได้มากขึน้ นัน้ เป็นวิธคี ดิ ทีไ่ ม่ถกู ต้อง เพราะชุมชนจะสิน้ เปลือง ทรัพยากรไปตามจ�ำนวนนักท่องเที่ยว ชุมชนควรหาวิธีทางอื่น โดยหา กิจกรรมสร้างสรรค์แปลกใหม่ดงึ ดูดให้นกั ท่องเทีย่ วใช้เวลาบนเกาะเกร็ด นานขึน้ นานกว่าการมาเดินเทีย่ วเพียงครึง่ วัน แต่เปลีย่ นเป็นอยูบ่ นเกาะ ทั้งวัน แล้วมีการใช้จ่ายมากขึ้น โดยกิจกรรมจะต้องเปิดโอกาสให้นกั ท่องเทีย่ วมีประสบการณ์ ร่วมได้ เช่น เพ้นท์ผา้ บาติกด้วยตนเอง ทดลองปัน้ เครือ่ งปัน้ ดินเผาเอง วาดลวดลายบนเครื่องปัน้ ดินเผาเอง ลองท�ำข้าวแช่เอง หรือแม้กระทัง่ มีการน�ำชมแปลงหน่อกะลา แล้วน�ำไปปรุงอาหารจากหน่อกะลา ด้วยตัวเองอีก ซึ่งการท่องเที่ยวในรูปแบบนี้เรียกว่าการท่องเที่ยว เชิงสร้างสรรค์ อพท. เองก็ได้ใช้แนวคิดนีเ้ ป็นหนึง่ ในนโยบายการพัฒนาการ ท่องเทีย่ วอย่างยัง่ ยืนสอดคล้องตามนโยบายของรัฐบาลเรือ่ งเศรษฐกิจ สร้างสรรค์ แต่การท่องเทีย่ วเชิงสร้างสรรค์จะเกิดขึน้ ได้โดยสมบูรณ์กข็ นึ้ อยูก่ บั การรวมกลุม่ กันของชุมชน” นายสมชาย ทั ดชัง นายกองค์การบริหารส่วนต� ำ บล เกาะเกร็ด กล่าวถึงการพัฒนาการท่องเทีย่ วในเกาะเกร็ดว่า “เกาะเกร็ด มีจ�ำนวนนักท่องเที่ยวต่อสัปดาห์ประมาณ 16,600 คน ในจ�ำนวนนี้มี ชาวต่างชาติประมาณ 300 คน ประมาณการค่าใช้จา่ ยนักท่องเทีย่ ว 300 บาท ต่อคน ฉะนั้น คิดเป็นรายได้หมุนเวียนประมาณเกือบห้าล้านบาท ต่อสัปดาห์ ซึง่ เป็นผลดีในแง่เศรษฐกิจทีเ่ กิดจากการท่องเทีย่ ว แต่ในมุม ที่เราสังเกตได้คือ ปัญหายาเสพติด และปัญหาอาชญากรรมในชุมชน ลดหายไป ปัญหาขยะทีม่ เี กลือ่ นกลาดก็ได้รบั การดูแลให้สะอาดยิง่ ขึน้ คนหนุ่มสาวก็กลับมาอยู่ในชุมชน วันเสาร์อาทิตย์ก็เปิดร้านขายของ นัน่ คือผลประโยชน์ทเี่ กิดจากการพัฒนาการท่องเทีย่ วทัง้ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม และด้านสิง่ แวดล้อม นับตัง้ แต่ปี 2551 ที่ อพท. เข้ามาประสาน

ให้เกิดความร่วมมือในชุมชน เราได้จัดท�ำแผนแม่บทการพัฒนาการ ท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ส�ำหรับใช้เป็นคัมภีร์ในการด�ำเนินงานอย่างมี ระบบแบบแผนมากขึ้น โดยแนวคิดหลักที่เราได้รับจาก อพท. คือการ ท�ำให้รายได้จากการท่องเทีย่ วเป็นรายได้เสริมให้กบั ชาวบ้านทีป่ ระกอบ อาชีพอื่น และการกระจายรายได้และนักท่องเที่ยวไม่ให้กระจุกตัวอยู่ ณ จุดเดียว แต่ให้กระจายไปทั่วทั้งเกาะ เรายอมรับว่า การท่องเทีย่ วนัน้ เป็นเครือ่ งมือหนึง่ ในการบริหาร จัดการชุมชนที่ส�ำคัญ ฉะนั้น เป้าหมายในการพัฒนาการท่องเที่ยว ในระดับชุมชนของเกาะเกร็ดคือการพัฒนาอย่างสมดุลทัง้ ด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม” นางสาวยุวลักษณ์ ศรีสวุ รรณวิเชียร นักศึกษามหาวิทยาลัย ธุรกิจบัณฑิตย์ สาขาการสือ่ สารการตลาด เป็นผูห้ นึง่ ทีช่ อบมาเทีย่ วที่ เกาะเกร็ด กระทัง่ มีโอกาสได้ทำ� โครงการดีๆ ส�ำหรับเยาวชนบนเกาะเกร็ด โดยกล่าวว่า “การปลูกฝังจิตส�ำนึกทีด่ ใี ห้กบั เยาวชนภายใต้กรอบแนวคิด เรือ่ ง “ความยัง่ ยืน” ด้วยการใช้ทรัพยากรทีม่ อี ยูใ่ นชุมชนและภูมปิ ญ ั ญา ท้ อ งถิ่ น ให้ เ กิ ด ประโยชน์ สู ง สุ ด จะท� ำ ให้ เ ด็ ก ๆ มี ทั ก ษะพื้ น ฐาน สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้ในอนาคต” ทั้งนี้ นางสาวยุวลักษณ์ ได้จดั ท�ำกิจกรรมทีน่ า่ สนใจ คือ “เถ้าแก่นอ้ ย รักษ์ถนิ่ ” มีการจัดโปรแกรมการท่องเทีย่ วเชิงวัฒนธรรม “มัคคุเทศก์นอ้ ย..พาทัวร์” โดยมีสองโปรแกรมให้เลือกในราคา 199 และ 99 บาท กิจกรรมคือมี มัคคุเทศก์นอ้ ยคอยบรรยายให้ความรูน้ กั ท่องเทีย่ วด้วยการปัน่ จักรยาน รอบเกาะ มีแผ่นพับแจกให้ โดยราคา 199 บาทนั้น นักท่องเที่ยวจะได้ รับเสือ้ ยืดเกาะเกร็ดทีท่ างโรงเรียนท�ำขึน้ จากโครงการนีท้ ำ� ให้เกาะเกร็ด มีมคั คุเทศก์นอ้ ยจ�ำนวน 12 คน นักท่องเทีย่ วทีส่ นใจสามารถติดต่อได้ที่ ท่าเรือวัดปรมัยยิกาวาส (เฉพาะวันเสาร์) นางสาวยุวลักษณ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า “หัวใจของความส�ำเร็จ และความยัง่ ยืนก็คอื การมีสว่ นร่วมของ “บวร” ได้แก่ บ้าน วัด โรงเรียน ซึ่งทั้งหมดตรงกับแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวให้เกิดความยั่งยืน ของ อพท.”


24

ผอ. อพท. เข้าสวัสดีปีใหม่ผ้วู ่าราชการชลบุรี เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2555 พ.อ. ดร.นาฬิกอติภัค แสงสนิท ผู้อ�ำนวยการองค์การพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. พร้อมคณะท�ำงานส�ำนักงานพืน้ ทีพ่ เิ ศษเมือง พัทยาและพื้นที่เชื่อมโยง (สพพ. 3) ได้เข้าสวัสดีปีใหม่นายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี

สพพ.1 และ สพพ.3 ศึกษาดูงานโรงขยะสมุทรสาครเพื่อวางแผนการจัดการขยะกับพื้นที่พิเศษ เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2555 ส�ำนักงานพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและ พื้นที่เชื่อมโยง (สพพ.1) และส�ำนักงานพื้นที่พิเศษ เมืองพัทยาและพื้นที่ เชือ่ มโยง (สพพ.3) ภายใต้การด�ำเนินงานขององค์การบริหารการพัฒนาพืน้ ที่ พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. เข้าศึกษา ดูงานการจัดการขยะ ณ โรงขยะสมุทรสาคร โดยมี อาจารย์บญ ุ มา บ้านประดิษฐ์ เป็นวิทยากรบรรยาย วัตถุประสงค์ของการเข้าศึกษาดูงานโรงขยะในครั้งนี้ เป็นไปเพื่อน�ำมาปรับใช้เพื่อแก้ไขปัญหาขยะในพื้นที่ สพพ.1 และ ใช้เป็น แนวทางในการวางแผนเพื่อรับมือและจัดการปัญหาขยะในพื้นที่ สพพ.3 โรงงานที่เข้าไปศึกษาดูงานเป็นของเอกชน ซึ่งมีการจัดการขยะ โดยการแยกขยะย่อยสลายได้และไม่ได้ออก น�ำเอาขยะส่วนทีเ่ ป็นพลาสติก มาผ่านกระบวนการเพื่อเปลี่ยนให้เป็นพลังงาน ผลผลิตที่ได้จากการแปรรูป ขยะ จะได้ทงั้ ส่วนของก๊าซทีใ่ ช้สำ� หรับหุงต้มได้ น�ำ้ มัน และถ่าน ทัง้ ยังเอาผลึก จากกระบวนการมาอัดผลิตเป็นวัสดุแข็งที่ใช้แทนไม้ได้อีกด้วย ปริมาณของขยะทีเ่ พิม่ ขึน้ ตลอดโดยเฉพาะพลาสติกทีม่ าจากบรรจุ ภัณฑ์ต่างๆ ที่ใช้ในชีวิตประจ�ำวัน ซึ่งย่อยสลายได้ยาก หากใช้กระบวนการ ก�ำจัดขยะในรูปแบบเดิม คือ การเผา ก็จะก่อให้เกิดสารพิษในอากาศ และ เป็นส่วนที่ท�ำให้เกิดภาวะโลกร้อน แต่หากผ่านกระบวนการก�ำจัดขยะตาม นวัตกรรมใหม่ นอกจากจะไม่ก่อให้เกิดมลพิษแล้วยังก่อให้เกิดพลังงาน ทดแทนเพิ่มขึ้นอีกด้วย

ผลผลิตจากขยะ

มอบของที่ระลึก

โรงงานบริษท ั ไทยไพบูลย์


25

คณะท�ำงาน สพพ. 3 สวัสดีปีใหม่ อปท. ในพื้นที่

ที่ปรึกษาเมืองพัทยา นายสุนทร รัตนวราหะ

นายกเขาไม้แก้ว นายจ�ำเนียร กีทีปกุล

นายกเมืองพัทยา อิทธิพล คุณปลื้ม

เมือ่ วันที่ 27 ธันวาคม 2554 ส�ำนักงานพืน้ ทีพ่ เิ ศษเมืองพัทยาและพืน้ ทีเ่ ชือ่ มโยง (สพพ. 3) ภายใต้การด�ำเนินงานขององค์การบริการการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. น�ำโดยนายด�ำรง แสงกวีเลิศ รองผูอ้ ำ� นวยการ อพท. นายธิติ จันทร์ แต่งผล รองผู้จัดการ สพพ. 3 และคณะท�ำงาน ได้เข้าสวัสดีปีใหม่นายอิทธิพล คุณปลื้ม นายก เมืองพัทยา นายสุนทร รัตนวราหะ ที่ปรึกษาเมืองพัทยา นายสุธรรม เพชรเกตุ รองปลัดเมือง พัทยา นายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และนายสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.จังหวัดชลบุรี พร้อมกันนีไ้ ด้ปรึกษาหารือถึงแผนพัฒนาพืน้ ทีพ่ เิ ศษใน สพพ. 3 และในวันที่ 28 ธันวาคม 2554 คณะท�ำงานของส�ำนักงานพืน้ ที่ พิเศษเมืองพัทยาและพืน้ ทีเ่ ชือ่ มโยง (สพพ. 3) ได้เข้าพบสวัสดี ปีใหม่นายจ�ำเนียร กีทีปกุล นายกองค์การบริหารส่วนต�ำบล เขาไม้แก้ว พร้อมกันนีไ้ ด้หารือโครงการจัดการขยะและแนวทาง ในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม ในพื้นที่พิเศษเมืองพัทยาและ นายสุธรรม เพชรเกตุ พืน้ ทีเ่ ชือ่ มโยง ทัง้ นีน้ ายก อบต. เขาไม้แก้ว เองมี โครงการด�ำเนินการในการจัดการขยะ ด้วยระบบ ไบโอแก๊ส และเต็มใจในการให้ความร่วมมือ เต็มที่หากทาง สพพ. 3 จะด�ำเนินการในเรื่องนี้

ผู้ว่า ชลบุรี นายคมสัน เอกชัย

สส ชลบุรี นายสุชาติ ชมกลิ่น

สพพ. 3 เข้าร่วมประชุมประชาคมกับเทศบาลต�ำบลบางละมุง เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2554 คณะท�ำงานของส�ำนักงาน พื้ น ที่ พิ เ ศษเมื อ งพั ท ยาและพื้ น ที่ เชื่อมโยง (สพพ. 3) ได้เข้าร่วม สั ง เกตการณ์ แ ละประชาคมเพื่ อ จัดท�ำแผนท่องเทีย่ วและแผนชุมชน ตามโครงการประชุ ม เชิ ง ปฏิ บั ติ การเพื่อจัดท�ำแผนท่องเที่ยวและ แผนชุมชน ส�ำนักปลัดฯ ณ ศูนย์ สาธารณสุ ข มู ล ฐาน ชุ ม ชนบ้ า น บางละมุนฝัง่ ธน ซึง่ น�ำโดย นายอนันต์ เผือกวัฒนะ รองนายกเทศบาลต�ำบลบางละมุง นางพงศธร ใจตรง ปลัดเทศบาลต�ำบลบางละมุง เจ้าหน้าที่เทศบาล ประธานชุมชนหมู่ 4 ในการประชาคมครั้งนี้ เปิดโอกาสให้สมาชิกชุมชนได้เสนอแนวคิดในการพัฒนา และแก้ไข ปัญหาของชุมชน เช่น ปัญหา สาธารณสุขมูลฐาน ปัญหาสังคม ปัญหาสิ่งแวดล้อม เป็นต้น จากการสังเกตการณ์คณะท�ำงานของชุมชนและตัวของชุมชนเองมีความตืน่ ตัวในด้านการพัฒนาพืน้ ทีใ่ ห้เป็นแหล่งท่องเทีย่ ว ซึง่ ได้รบั มาตรฐานสากล โดยยึดหลักให้เกิดความยั่งยืน โดยมองว่าตัวของชุมชนเองมีความพร้อมในด้านทรัพยากร ความเข้มแข็ง ของชุมชน หากแต่ยงั ต้องการความช่วยเหลือในด้านความรูเ้ กีย่ วกับมาตรฐาน กฎเกณฑ์ และงบประมาณในการสนับสนุนบางส่วน พร้อมกันนีท้ างคณะท�ำงานชุมชนได้นำ� เสนอความคืบหน้าของโครงการที่ อพท. ได้ให้งบประมาณสนับสนุนไปในปีงบประมาณ 2554 เป็นจ�ำนวนเงิน 250,000 บาท ไม่ว่าจะเป็น โครงการบ่อปู การเพาะพันธุ์หอย และโครงการให้ความรู้อื่นๆ ซึ่งได้รับผลเป็น ที่น่าพอใจ และในวันที่ 11 มกราคม 2555 เจ้าหน้าทีส่ ำ� นักงานพืน้ ทีพ่ เิ ศษพัทยาและพืน้ ทีเ่ ชือ่ มโยง (สพพ. 3) ร่วมกับคณะท�ำงานเทศบาล ต�ำบลบางละมุง น�ำโดยนายพงศธร ใจตรง ปลัดเทศบาลต�ำบลบางละมุง ได้ประชุมหารือ แนวทางในการพัฒนาพืน้ ทีเ่ พือ่ อนุรกั ษ์และ ฟืน้ ฟูสงิ่ แวดล้อม และสร้างมาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชนเพื่อให้เกิดความยั่งยืน ทั้งนี้ที่ประชุมเห็นตรงกันในการสนับสนุนชุมชน ให้เกิดการพัฒนาโดยมีชุมชนเป็นตัวขับเคลื่อน ในช่วงบ่ายได้เข้าเยี่ยมชมแหล่งเรียนรู้การเพาะพันธุ์ปูไข่ และการเพาะพันธุ์หอย ซึง่ ทาง อพท. ได้ให้งบประมาณสนับสนุนตามโครงการพัฒนาแหล่งท่องเทีย่ วชุมชนอย่างยัง่ ยืนในพืน้ ทีพ่ เิ ศษเมืองพัทยาและพืน้ ทีเ่ ชือ่ มโยง ตัง้ แต่ปี 2554


26

” ะ ม ิ ห ว า ข ง ่ ร ค โ ื อ เส “ ว ั ต ิ ด ไนท์ซาฟารเี ป ก ล โ น ใ ว ั ต ย อ ้ ร ง ึ ถ ่ ม ไ ี ี ม ่ ท ก า ย สัตว์หา ่งขาว ารี ได้จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวเสือโคร าฟ ซ ์ นท ไ ม่ งให ย เชี า นม า ่ ผ ่ ที 54 25 ว์ปา่ เมื่อวันนี้ 24 ธันวาคม ซ์ าฟารี ซึง่ เสือโครง่ ขาวหมิ ะ นับเป็นสัต นท ไ ม่ งให ย เชี อง ข ม่ ให ิ ก าช สม น เป็ ” น ติ หิมะ เพศผู้ อายุ 8 เดือน ชือ่ “จัส และในประเทศไทยมีไม่เกิน 5 ตัว ราการ ที่หายากที่สุดเหลือไม่ถึงร้อยตัวในโลก �ำสัตว์ไปแลกมาจากสวนเสือสมุทรป รน กา าก าจ ม ้ นี ว ั ยต อ น้ อ เสื า จ้ เ ด้ ไ ารี ีราฟ โดยเชียงใหม่ไนท์ซาฟ ชมได้ที่สวนจัดแสดงของร้านอาหารย รถ มา สา ว ย ่ ี งเท อ ท่ ก นั ละ แ ม่ งให ย เชี เพื่อมอบให้เป็นของขวัญแก่ชาว ั ใจตัวใหม่ของน้องๆ หนูๆ ทีม่ า ะกลายเป็นขวญ ้ จ นี ว ั ยต อ ้ ะน ิ ม วห ขา ง ่ โคร อ เสื า ว่ าด ในเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี และค มือน เยือนเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีแน่นอน ารี กลา่ วว่า เสือโครง่ ขาวหมิ ะ มีรปู ร่างเห าฟ ์ ซ นท ไ ม่ งให ย เชี ศษ ิ เ ่ พ ที ้ ื น รพ กา ั ด ้ จ ตั ว์ ุ ิ ศรศี กุน ผู ดร.ศราวฒ วหายไป จนมีแต่สขี าวลว้ น พบในสวนส ขา ่ ง โคร ื อ งเส ขอ าย ้ ล ให � ำ ่ ท ที รรม ก ธุ ั น เสือที่ เสือโครง่ ปกติ แตเ่ ป็นผลมาจากพ นสตั ว์ตา่ งๆ ทัว่ โลก โดยเสือชนดิ นีเ้ ป็น สว ง ยั กไป ออ ่ ง ์ ส ธุ น พั าย ขย ู ก ะถ แล า ก เสือ ซินซินเนติ ประเทศสหรฐั อเมริ ยสามารถหาดูได้เพียง 2 แหง่ คือทีส่ วน ศไท ะเท ปร ใน ื น งค ลา าก เวล ใน ิ น าก บห ว่ายนำ�้ เก่ง แตป่ นี ต้นไมไ้ ม่เก่ง ชอ ารีเท่านั้น ิด ซึ่งนับ สมุทรปราการ และเชียงใหม่ไนท์ซาฟ สัตว์หายากมาจัดแสดงเพิ่มอีก 5 ชน ำ � ะน จ ารี าฟ ซ ์ นท ไ ม่ งให ย เชี ้ นี 55 25 แต่ละ “ผมตั้งเป้าไว้ว่าในปี ามประสงคใ์ นการขอแลกเปลยี่ นสตั ว์ คว ้ ง แจ โลก ่ ว ทั ่ ง แห าย หล าก จ ว์ ั ต นส ำเสนอ เป็นความโชคดีของเราทีค่ คู่ า้ สว ารณาสัตว์ที่สวนสัตว์แต่ละประเทศน� จ ิ รพ กา ำ � ท ด้ ไ ็ ก ารี าฟ ซ ์ นท ไ ม่ งให ย ชี ” ชนิดมาอย่างต่อเนื่อง และทางเ ้นักท่องเที่ยวทุกคนทราบอย่างแน่นอน ให ง จ้ ารแ ก ี งม อ ต้ จะ งๆ า ต่ ลง ตก อ ้ ข ุ ของและ มาอยู่ตลอดเวลา ถ้ามีการบรรล ว์ชนิดอืน่ นายอเุ ทน ยังประภากร เจ้า ต สั ั บ ้ ก นี ั ว ะต ิ ม วห ขา ่ ง โคร ื อ งเส ขอ ว ตั สวนสัตว์ ถามถงึ เรือ่ งการปรับ าร จ�ำกัด และบริษัท ฟาร์มจระเข้และ ราก รป ท มุ ส ว์ ต ั นส สว ละ แ ้ ะเข จร ม ร์ 10 ปี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟา เพาะพันธุ์เสือโคร่งขาวหิมะ มากว่า นา ฒ ั ะพ แล ย ั จ รวิ กา ำ � ท ด้ นไ งา ม ี ะท ิมะอยู่ใน อุทยั รัช จ�ำกัด กล่าวว่า ผมแล ้และสวนสัตว์อุทัยรัช มีเสือโคร่งขาวห ะเข จร ม าร์ ฟ ้ ี ะน ขณ ง ่ ซึ ด ลอ ยต าโด งจัสติน ซึ่งประสบผลส�ำเร็จดีเยี่ยมม ทางมาอยู่ที่เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี น้อ น ดิ เ ่ แต ง ้ ตั น ติ ส ั งจ อ ้ น ์ รณ กา เกต ง ั ครอบครองอีก 4 ตัว จากการส แต่อย่างใด ่และสภาพแวดล้อมได้ดี จึงไม่น่ากังวล หม นใ ค ว์ ต ั งส ย ้ ลี เ ้ ผู บ กั า ข้ เ ้ ให ว ตั บ ั ปร สามารถ


27

เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีนับเป็นสวนสัตว์อันดับต้นๆ ในไทย ที่มีการเพาะพันธุ์และขยายพันธุ์สัตว์อยู่ตลอดเวลา ล่าสุดเมือ่ วันที่ 25 ธันวาคม 2554 ได้ประสบความส�ำเร็จในการเพาะพันธุแ์ ละขยายพันธุส์ ตั ว์ปา่ สงวนหายาก 1 ใน 15 ชนิด ของประเทศไทย ซึ่งก็คือ เลียงผา ถือเป็นสมาชิกตัวแรกที่ให้ก�ำเนิดจากแม่ชื่อปีใหม่วัย 3 ปี และพ่อชื่อตองอูวัยประมาณ 8 ปีเศษ ท�ำให้มีเลียงผารวม 5 ตัว เป็นเพศผู้ 1 ตัว เพศเมีย 4 ตัว รวมลูกที่เกิดใหม่ ดร. ศราวุฒิ ศรีศกุล ผู้จัดการพิเศษเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี เปิดเผยว่า สมาชิกลูกเลียงผาเกิดใหม่เป็นเพศเมีย ถือเป็นของขวัญปีใหม่ของประชาชนชาวไทย โดยลูกเลียงผาเกิดใหม่ได้ตั้งชื่อว่าตองห้า เพื่อให้สอดคล้องกับปี 2555 การเพาะพันธุเ์ ลียงผาได้ถอื ว่าเป็นอีกหนึง่ ความส�ำเร็จของเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี เนือ่ งจากเลียงผาถือเป็นสัตว์ปา่ ใกล้สญ ู พันธุ์ ทีส่ ถานการณ์นา่ เป็นห่วงมาก เพราะนักล่าสัตว์นยิ มล่าเลียงผาด้วยเข้าใจว่าน�ำ้ มันของเลียงผาสามารถรักษาโรคไขข้อเสือ่ มได้ “เราพยายามที่จะเพาะพันธุ์ให้ได้อย่างน้อยปีละ 1 ตัว ส่วนโครงการจะปล่อยเลียงผาคืนสู่ธรรมชาตินั้นยังไม่มี แนวคิด เพราะเป็นห่วงเรือ่ งการถูกล่า นอกจากนี้ สภาพแวดล้อมของเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ก็เหมือนธรรมชาติจริงอยูแ่ ล้ว และยังมีการดูแลอย่างดีจากทีมแพทย์และผูเ้ ชีย่ วชาญทัง้ เพือ่ รักษายามเจ็บป่วย และเพือ่ ให้เลียงผาปรับตัวเข้ากับสภาพ แวดล้อมได้โดยเร็ว” ผู้จัดการพิเศษเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี กล่าว

เลียงผา ถือเป็นสัตว์ป่าสงวนหาชมได้ยากและเป็น 1 ใน 15 ชนิดของสัตว์ป่า

สงวนของประเทศไทย ลักษณะคล้ายคลึงกับแพะบ้าน ขนยาวหยาบ สีด�ำทั้งตัว หูยาว มีเขาทั้งตัวผู้และตัวเมีย บริเวณโคนเขามีรอยหลักเป็นวงหลายเรียวโค้งไปด้านหลัง กีบเท้า แข็งแรงใช้กระโดดไปตามหน้าผาได้ดี มักพบในแถบทวีปเอเชียตั้งแต่เทือกเขาหิมาลัย จีนตอนใต้ พม่า อินโดนีเซีย มาเลเซีย เกาะสุมาตรา ไต้หวัน ญี่ปุ่น ส�ำหรับประเทศไทย พบตามป่าภูเขาและเกาะ ในเชียงใหม่พบมากที่อ�ำเภอเชียงดาว


28

อพท. เมืองน่าน ร่วมสืบสานต�ำนานพื้นบ้าน

“งานมหกรรมขบวนแห่ครัวตานล้านนา”

ด้วยความศรัทธาในพระพุทธศาสนา และความรักหวงแหน ในมรดกทางวัฒนธรรมทีบ่ รรพบุรษุ มอบให้ของชุมชนแห่งอ�ำเภอสันติสขุ ก่อให้เกิดประเพณีแห่ครัวตานทีไ่ ด้รบั การยอมรับว่ายิง่ ใหญ่และสวยงาม ที่สุดในจังหวัดน่าน “มหกรรมแห่ครัวตานล้านนา อ�ำเภอสันติสขุ ” ได้รบั การจัดขึน้ เป็นประจ�ำทุกปี โดยมีสภาวัฒนธรรมอ�ำเภอสันติสขุ เป็นเจ้าภาพหลัก ในการจัดงาน โดยการสนับสนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้ง 3 ต�ำบล ได้แก่ องค์การบริหารส่วนต�ำบลดู่พงษ์ องค์การบริหาร ส่วนต�ำบลแลวหลวง และองค์การบริหารส่วนต�ำบลพงษ์ โดยในปีนี้ ได้จัดงานขึ้นเมื่อวันที่ 1 – 2 มกราคม 2555 ที่ผ่านมา ณ วัดป่าแดด ต�ำบลพงษ์ อ�ำเภอสันติสุข อพท. ส�ำนักงานเมืองน่าน ได้รับเกียรติให้มีส่วนร่วมในงาน ดังกล่าว ในด้านการก�ำหนดแนวทางการจัดงานให้เกิดความยัง่ ยืน เพือ่ ให้ สอดคล้องกับเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชุมชน ซึ่งได้รับผลส�ำเร็จ ในวัตถุประสงค์การจัดงานอย่างครบถ้วนคือ ชุมชนได้แสดงออกถึง ความรักความศรัทธาทีม่ ตี อ่ พระพุทธศาสนา อันเป็นเจตนารมณ์ทไี่ ด้รบั การสืบทอดมาจากบรรพบุรษุ การประชาสัมพันธ์เชิญชวนนักท่องเทีย่ ว และการจัดหางบประมาณสนับสนุนการจัดงาน

ด้านบรรยากาศการจัดงานในปีนี้ ยังคงยิ่งใหญ่และสร้าง ความประทับใจแก่ผู้เข้าร่วมงานทุกคน ส�ำหรับขบวนแห่ครัวตานหรือ องค์ไทยทานของแต่ละหมู่บ้าน ส่วนใหญ่จะสร้างเป็นปราสาทจ�ำลอง มีการประดับตกแต่งด้วยวัสดุทางการเกษตรทีห่ าได้ภายในท้องถิน่ แต่งแต้ม ความสวยงามด้วยภูมปิ ญ ั ญาของคนในชุมชน ในส่วนองค์ประกอบของ ขบวนครัวตาน ทัง้ ขบวนตุง ขบวนธง ขบวนร�ำฟ้อน ขบวนอุบาสกอุบาสิกา ต่างได้รบั ความร่วมมือร่วมใจจากชาวบ้านในชุมชนมาร่วมอัญเชิญด้วย อย่ า งพร้ อ มเพรี ย ง ชาวบ้ า นทุ ก คนล้ ว นแต่ ง ตั ว ด้ ว ยชุ ด พื้ น เมื อ ง สร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างมาก ความพยายามของผู้น�ำชุมชนที่ต้องการให้งาน “มหกรรมแห่ ครัวตานล้านนา” เป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมทีอ่ ยูค่ กู่ บั อ�ำเภอสันติสขุ ต่อไปอย่างยั่งยืน สร้างความภาคภูมิใจแก่ผู้เกี่ยวข้อง และสร้างความ ประทับใจแก่ผทู้ ไี่ ด้มาสัมผัสอย่างไม่รลู้ มื เพราะทุกอย่างทีเ่ กิดขึน้ ภายใน มหกรรมนี้ แสดงถึงความจริงใจ และความรักใคร่ปรองดองของชาวบ้าน ในท้องถิ่นทั้งสิ้น


29

เมื่อวันที่ 25 – 31 ธันวาคม 2554 ชนเผ่าม้งบ้านสองแคว ได้จดั ให้ให้มกี จิ กรรมการแสดง การแข่งขันกีฬา การละเล่นต่างๆ ของ ชนเผ่า โดยเฉพาะการโยนลูกช่วงทีถ่ อื เป็นเอกลักษณ์ของชนเผ่าม้ง เพือ่ ฉลองเทศกาลปีใหม่ม้ง ซึ่งชนเผ่าม้งบ้านสองแคว เป็นชาวจีนอพยพ มาอาศัยอยู่ ณ บ้านสองแคว ต�ำบลสะเนียน อ�ำเภอเมืองน่าน จังหวัด น่าน และเป็นกลุม่ ทีม่ คี วามรักใคร่ปรองดอง โอบอ้อมอารี และยังรักษา ขนบธรรมเนียม ประเพณีของชนเผ่าม้งไว้จากรุ่นสู่รุ่น จุดประสงค์ในการจัดงานปีใหม่มง้ ครัง้ นีก้ เ็ พือ่ เตือนสติในการ ด�ำรงชีวิตให้ชนเผ่าม้งทุกคนให้รู้จักระมัดระวัง สิ่งไหนดีก็ให้เก็บไว้ กับตัว สิง่ ไหนทีไ่ ม่ดหี รือผิดพลาดไป ก็ให้รจู้ กั อภัยทัง้ ต่อตนเองและผูอ้ นื่ เพือ่ ให้พร้อมทีจ่ ะเริม่ ต้นกับสิง่ ใหม่ๆ ในปีตอ่ ไป อีกทัง้ ยังเป็นเหมือนการ พบปะสังสรรค์ของชนเผ่าทุกคน เพราะถึงอย่างไรก็เปรียบเสมือนญาติ พี่น้อง และเพื่อนฝูงกันทั้งหมด

เสน่ห์ของประเพณีปีใหม่ม้งเป็นสิ่งบ่งชี้ว่าความงดงาม และ ความมีคุณค่า ของประเพณีที่สืบทอดมาแต่โบราณไม่ว่าจะเป็นของ เชื้อชาติหรือศาสนาใด ล้วนแต่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง และควร อนุรักษ์ไว้ให้คนรุ่นหลังได้พบเห็น เพื่อปลูกฝังจิตส�ำนึกในการอยาก สืบทอดเรื่องราวดีๆ เหล่านั้นสืบต่อไป

ด้านการละเล่นของวัยรุ่นหนุ่มสาวที่น่าสนใจของชนเผ่าม้��� ต้องยกให้ การโยนลูกช่วง ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้วัยรุ่นหนุ่มสาวได้ มีโอกาสพบปะพูดคุยกัน วิธีการเล่นคือชายหญิงจับคู่กันโยนลูกช่วง รับส่งไปมา พร้อมกับพูดคุยบอกเล่าเรื่องราวให้กันและกันฟัง หาก ชายหญิงคู่ใดที่ต่างยังไม่มีคู่ครองเกิดต้องอัธยาศัยไมตรีระหว่างโยน ลูกช่วง อาจมีการสานสัมพันธ์ต่อ จนน�ำไปสู่การสู่ขอโดยฝ่าย ซึ่งหาก ผูใ้ หญ่ทงั้ สองฝ่ายพุดคุยกันและเห็นชอบก็จะมีการแต่งงานกันในทีส่ ดุ โดยประเพณีปฏิบัติในช่วงเทศกาลปีใหม่ม้ง ก่อนที่จะมี การเลีย้ งกันรืน่ เริงกัน จะเริม่ ด้วยชาวม้งจะขอพรจากสิง่ ศักดิส์ ทิ ธิแ์ ละ ผูอ้ าวุโส การบูชาบรรพบุรษุ เพือ่ ระลึกถึงพระคุณของบรรพบุรษุ ทีส่ งั่ สม มาและเป็นการส่งมอบความรักจากบรรพบุรษุ สูล่ กู รุน่ หลาน ซึง่ ชาวม้ง จะมีความกตัญญูกตเวทีตอ่ ผูเ้ ป็นบิดามารดาเป็นอย่างยิง่ นอกจากนีย้ งั มีการสูข่ วัญข้าวของเครือ่ งใช้ตา่ งๆ ในบ้าน เช่น ประตู หม้อ ไห กระทะ ฯลฯ โดยเชื่อว่าจะเป็นศิริมงคลกับผู้อยู่อาศัยในบ้าน


30 ข่าว

กระซิบ

งานสดุดสี มเด็จย่า

นายสุธารักษ์ สุนทรวิภาต ผูอ้ ำ� นวยการฝ่ายอ�ำนวยการ สพพ. 1 และเจ้าหน้าที่ สพพ. 1 ร่วมกิจกรรมงานสดุดสี มเด็จย่าทีจ่ ดั ขึน้ ณ โรงเรียน วัดสลัก เพือ่ เป็นแสดงความจงรักภักดีและการน้อมร�ำลึกในพระมหากรุณาธิคณ ุ ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ สมเด็จย่า ของปวงชน ชาวไทย ซึง่ เมือ่ วันที่ 21 ธันวาคม 2529 พระองค์ทา่ น ทรงเสด็จเยีย่ ม ประชาชน หมู่บ้านสลัก และหมู่บ้านใกล้เคียง ภายในต�ำบลท่าโสม โดยในการเสด็จครัง้ นัน้ ได้พระราชทานสิง่ ของแก่ผสู้ งู อายุ ของเล่นเด็ก และอุปกรณ์การเรียน ให้แก่นกั เรียนในพืน้ ที่ พร้อมทัง้ ทรงรับคนไข้ของ หน่วยแพทย์ พอ.สว. ไว้ในความอนุเคราะห์ของพระองค์ทา่ น ประชาชน บ้านสลัก และหมู่บ้านใกล้เคียง ต่างปลาบปลื้มในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระองค์ทา่ นตลอดมา กิจกรรมประกอบไปด้วย พิธเี ปิดงานโดยนาย ศิรพิ งษ์ ประทุมรัตน์ นายอ�ำเภอเขาสมิง พิธที ำ� บุญเพือ่ ถวายเป็นพระราช กุศลแด่สมเด็จย่า การจัดหน่วยแพทย์เคลือ่ นที่ พอ.สว. ให้บริการประชาชน การมอบข้าวสาร สิง่ ของ และผ้าห่มกันหนาว ให้กบั ผูส้ งู อายุ และผูย้ ากไร้

อวยพรปีใหม่ ผู้จัดการ สพพ. 1

น.อ. สรายุธ สุขรมย์ ผู้บังคับการฐานส่งก�ำลังบ�ำรุง ทหารเรือตราดและนายสมชาติ บัณฑิชาติ รองนายกองค์การ บริหารส่วนต�ำบลท่าโสม ในนาม อบต. ท่าโสมร่วมอวยพร ปีใหม่และมอบกระเช้าอวยพรแก่ พลตรีหญิงจรัสพิมพ์ ธีรลักษณ์ ผู้จัดการพืน้ ทีพ่ เิ ศษและพืน้ ทีเ่ ชือ่ มโยง ณ ส�ำนักงานพืน้ ทีพ่ เิ ศษ หมูเ่ กาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง ท่าโสม

งานวันวิชาการโรงเรียนตราดสรรเสริญ เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2554 ส�ำนักงานพื้นที่พิเศษ หมูเ่ กาะช้างและพืน้ ทีเ่ ชือ่ มโยง ร่วมจัดนิทรรศการสาธิตประโยชน์ และประสิทธิภาพของเตาชีวมวลที่ อพท. ประดิษฐ์ขนึ้ เพือ่ รณรงค์ การใช้พลังงานทดแทน เนือ่ งในงานวันวิชาการของโรงเรียนตราด สรรเสริญวิทยาคม โดยวิทยากรได้ทดลองท�ำขนมรังผึง้ บนเตาชีวมวล ให้ผู้ที่มาร่วมงานได้ชิม โดยมีนายประเวช ดีหลาย ผู้อ�ำนวยการ โรงเรียนพร้อมทัง้ นางสาวกาญจนา จินตกานนท์ รองผอ. ฝ่ายวิชาการ น�ำชมกิจกรรมทางวิชาการของนักเรียน ทีห่ ลากหลายทัง้ การเพ้นท์แก้ว การท�ำกล่องกระดาษทิชชู่ การท�ำดอกไม้ประดิษฐ์ และการแสดงบน เวที


31 31

ฉบับที่แล้วเราพูดถึงการเข้าพักในโรงแรมของชาวต่างชาติ คราวนี้เรามาลองฝึกพูด กันต่อเลยนะคะ การเข้าพักนี้อาจจะน�ำไปประยุกต์กับเกสต์เฮาส์หรือโฮมสเตย์ก็ได้นะ

Pui: Fortunately, we have double room for you for three nights. ปุ้ย: ฟอจูนเนทลี่ วี แฮฟ ดับเบิ้ล รูม ฟอร์ ยู ฟอร์ ทรี ไนท์ส ปุ้ย: โชคดีจังเลยค่ะ เรามีห้องเตียงใหญ่ส�ำหรับสามคืนให้คุณเลยค่ะ James: Double room? Not a twin room? เจมส์: ดับเบิ้ล รู้ม/ น็อท อะ ทวิน รู้ม เจมส์: ห้องเตียงใหญ่เหรอ / ไม่มีเตียงคู่เหรอ Pui: ปุ้ย: ปุ้ย:

Sorry, sir. The room left only is double room. Would you take the room just for tonight? ซอรี่ เซอร์/ เดอะ รูม เล็ฟท โอนลี่ อีส ดับเบิ้ล รูม/ วู้ด ยู เทค เดอะ รูม จัสท์ ฟอร์ ทูไนท์ ขอโทษด้วยค่ะ ห้องที่เหลืออยู่มีแต่ห้องเตียงใหญ่ คุณจะรับห้องนี้ไปก่อนส�ำหรับคืนนี้ได้ไหมคะ

James: If you can give me a twin room tomorrow, then I will accept the room. เจมส์: อีฟ ยู แคน กีฟว มี อะ ทวิน รูม ทูม้อโร่ เด็น ไอ วิล เอ็กเซ็ป เดอะ รูม เจมส์: ถ้าคุณสามารถหาห้องเตียงคู่ให้ผมได้พรุ่งนี้ ผมรับห้องนี้ไปก่อนก็ได้ Pui: Please fill out the card for registration. Here is your room key. Your room is 207 on the second floor, sir. ปุ้ย: พลีซ ฟิล เอ้า เดอะ การ์ด ฟอร์ รีจีสเตรชั่น/ เฮียร์ อีส ยัวร์ รูม คีย์/ ยัวร์ รูม อีส ทู โอ เซเว่น ออน เดอะ เซคคึ่น ฟลอร์ ปุ้ย: กรุณากรอกลงทะเบียนผู้เข้าพักด้วยค่ะ นี่คือกุญแจห้องค่ะ ห้องของคุณหมายเลข 207 อยู่ชั้นสองค่ะ James: Is that a quiet room? เจมส์: อีส แด็ท อะ ไควเอ็ท รูม เจมส์: ห้องนี้เงียบดีไหมครับ Pui: ปุ้ย: ปุ้ย:

Yes, it’s a very quiet and large room. Have a good day, sir. เยส อิส อะ เวรี่ ไควเอ็ท แอนด์ ลาจ รูม / แฮฟ อะ กุ้ด เดย์ เซอร์ ใช่ค่ะ เงียบมากและเป็นห้องขนาดใหญ่ด้วยนะคะ

James: Thank you. เจมส์: แธ้งคิว เจมส์: ขอบคุณครับ ฉบับหน้าจะเสนอวิธีการพูดส�ำหรับพนักงานยกกระเป๋าค่ะ

Koh Kradad เกาะกระดาด


เกร็ดประหยัด เพื่อเรา เพื่อโลก


DASTA News No. 21