หนังสือคุ้มเกศ

Page 1


...การรักษาความสมบูรณ์แข็งแรงของร่างกายเป็นปัจจัยของเศรษฐกิจที่ดี และสังคมที่มั่นคง เพราะร่างกายที่แข็งแรงนั้น โดยปกติจะอานวยผล ให้สุขภาพจิตใจสมบูรณ์ และเมื่อมีสุขภาพสมบูรณ์ดีพร้อมทั้งร่างกาย และจิตใจแล้ว ย่อมมีกาลังทาประโยชน์สร้างสรรค์เศรษฐกิจและสังคม ของบ้านเมืองได้เต็มที่ ทั้งไม่เป็นภาระแก่สังคมด้วย คือเป็นผู้แต่งสร้างมิใช่ผู้ถ่วงความเจริญ...

พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร มหาวิทยาลัยมหิดล ณ อาคารใหม่ สวนอัมพร วันจันทร์ที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๒๒


พระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ประดิษฐาน ณ อาคารคุ้มเกล้าฯ โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ


...ข้าพเจ้าเห็นว่าเรื่องสุขภาพอนามัยนี้เป็นสิ่งสาคัญ เพราะเป็นพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตทั้งมวล ดังคากล่าวที่ว่า “จิตใจที่แจ่มใสย่อมอยู่ในร่างกายที่แข็งแรง” หากประชาชนมีสุขภาพอนามัยสมบูรณ์ ไม่เจ็บไข้ได้ป่วย เขาก็จะมีสติปัญญาเล่าเรียน ประกอบสัมมาอาชีพ สร้างสรรค์ความเจริญต่างๆ ให้แก่ชาติบ้านเมือง ดังนั้นถ้าเราจะกล่าวว่า “พลเมืองที่แข็งแรงย่อมสามารถสร้างชาติที่มั่นคง” ก็คงจะไม่ผดิ ...

พระราชดารัสเนื่องในวโรกาส วันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย พระราชวังดุสิต วันพฤหัสบดีที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๓๑


พระบรมสาทิสลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ประดิษฐาน ณ อาคารคุ้มเกศ โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ



สารบัญ สารจากผู้บังคับบัญชา บทสัมภาษณ์พิเศษ ภาพรวมของอาคารคุ้มเกศ การให้บริการรักษาพยาบาล การให้บริการอื่นๆ และปกิณกะเกี่ยวกับอาคารคุ้มเกศ คณะกรรมการดาเนินงาน กองทุนอาคารคุ้มเกศ บทบรรณาธิการ


สำนึกในพระมหำกรุณำธิคุณ


ที่ รล 0010.1/

สำนักรำชเลขำธิกำร สวนจิตรลดำ กทม.10303 มิถุนำยน 2547

เรื่อง

พระรำชทำนชื่ออำคำร และกำรขอพระรำชทำนอัญเชิญเสด็จฯ

เรียน พลอำกำศเอก คงศักดิ์ วันทนำ ผู้บัญชำกำรทหำรอำกำศ อ้ำงถึง 1. หนังสือกองทัพอำกำศ ที่ กห 0602/1565 ลงวันที่ 26 สิงหำคม 2546 2. หนังสือกองทัพอำกำศ ที่ กห 0602/1446 ลงวันที่ 4 มิถุนำยน 2547 ตำมหนั ง สื อ ที่ อ้ ำ งถึ ง ได้ ข อให้ น ำควำมกรำบบั ง คมทู ล สมเด็ จ พระนำงเจ้ ำ ฯ พระบรมรำชินีนำถ ขอพระรำชทำนชื่ออำคำร ซึ่งเป็นอำคำร 6 ชั้น ที่โรงพยำบำลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหำรอำกำศ กองทัพอำกำศ จะได้ดำเนินกำรก่อสร้ำงขึ้นเพื่อเป็นกำรเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกำสพระรำชพิธีมหำมงคลเฉลิมพระชนมพรรษำ 6 รอบ 12 สิงหำคม 2547 สำหรับใช้ เป็น สถำนที่ต รวจโรคผู้ป ่ว ยนอก และบริก ำรด้ำ นกำรแพทย์ กำรสำธำรณสุข ให้แ ก่ข้ำรำชกำร กองทัพอำกำศ และครอบครัว รวมทั้งประชำชนทั่วไป พร้อมกับขอพระรำชทำนอัญเชิญเสด็จฯไป ทรงวำงศิลำฤกษ์อำคำรดัง กล่ำว ในเดือนสิงหำคม 2547 หรือจะเป็นวัน และเวลำใดสุดแต่จะทรง พระกรุณำโปรดเกล้ำฯ ควำมแจ้งอยู่แล้ว นั้น สมเด็จพระนำงเจ้ำฯ พระบรมรำชินีนำถ พระรำชทำนชื่ออำคำรดังกล่ำว ว่ำ “คุ้มเกศ” มีควำมหมำยว่ำ ให้ควำมร่มเย็นแก่พสกนิกร จึงเรียนมำเพื่อทรำบ สำหรับเรื่องกำรขอพระรำชทำนอัญเชิญเสด็จฯนั้น จะได้แจ้ง ให้ทรำบในโอกำสต่อไป ขอแสดงควำมนับถือ

(ท่ำนผู้หญิงมนัสนิตย์ วณิกกุล) รำชเลขำนุกำรในพระองค์สมเด็จพระบรมรำชินีนำถ กองรำชเลขำนุกำรในพระองค์ สมเด็จพระบรมรำชินีนำถ โทร.0-2282-1182,0-2281-1111 ต่อ 112


สำนักงำนรำชเลขำนุกำรในพระองค์ฯ กองกิจกำรในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสำธิรำช สยำมมกุฎรำชกุมำร วังศุโขทัย

ที่ พว ๐๐๐๕.๑/

สิงหำคม ๒๕๔๗ เรื่อง

พระรำชทำนพระรำชำนุญำตให้ถ่ำยทอดสดพิธีวำงศิลำฤกษ์อำคำร “คุ้มเกศ”

เรียน ผู้บัญชำกำรทหำรอำกำศ อ้ำงถึง หนังสือที่ กห ๐๖๐๒/๑๘๐๙ ลงวันที่ ๓ สิงหำคม ๒๕๔๗ ตำมหนัง สือ ที ่อ ้ำ งถึง กองทัพ อำกำศ ใคร่ข อพระรำชทำนพระรำชำนุญ ำต ถ่ำยทอดสด ในวโรกำสที่ สมเด็จพระบรมโอรสำธิรำชฯ สยำมมกุฎ รำชกุมำร เสด็จฯ แทน พระองค์ ไปทรงวำงศิล ำฤกษ์อำคำร “คุ้มเกศ” ณ โรงพยำบำลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหำร อำกำศ กองบัญชำกำรสนับสนุนทำงอำกำศ ในวัน อังคำรที่ ๑๐ สิง หำคม ๒๕๔๗ ทำงสถำนีวิท ยุ โทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง ๑๑ กรมประชำสัมพันธ์ ตั้งแต่เวลำ ๑๖.๓๐ น. เป็นต้นไป ควำม ละเอียดตำมอ้ำงถึง นั้น สำนักงำนรำชเลขำนุกำรในพระองค์ฯ ได้นำควำมกรำบบังคมทูลทรงทรำบฝ่ำละออง พระบำทแล้ว พระรำชทำนพระรำชำนุญำตตำมที่ขอรับพระมหำกรุณำธิคุณ จึงเรียนมำเพื่อโปรดทรำบ ขอแสดงควำมนับถือ พลอำกำศเอก (สถิตพงษ์ สุขวิมล) รำชเลขำนุกำรในพระองค์ฯ ปฏิบัติหน้ำที่ ผู้อำนวยกำรกองกิจกำรในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสำธิรำชฯ สยำม มกุฎรำชกุมำร ธุรกำร/สำรบรรณ โทร.๐-๒๒๔๑-๙๒๒๗


ที่ รล ๐๐๐๔.๑/

สำนักรำชเลขำธิกำร สวนจิตรลดำ กทม. ๑๐๓๐๓

มิถุนำยน ๒๕๕๔ เรื่อง กำรขอพระรำชทำนพระรำชำนุญำตเชิญอักษรพระนำมำภิไธย ส.ก. ประดิษฐำน ณ อำคำร “คุ้มเกศ” โรงพยำบำลภูมิพลอดุลยเดช เรียน พลอำกำศเอก อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชำกำรทหำรอำกำศ อ้ำงถึง หนังสือกองทัพอำกำศที่ กห ๐๖๓๓/๘๐๖ ลงวันที่ ๓๑ พฤษภำคม ๒๕๕๔ สิ่งที่ส่งมำด้วย แบบตรำสัญลักษณ์งำนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนำงเจ้ำสิริกิติ์ พระบรมรำชินีนำถ เนื่องในโอกำสพระรำชพิธีมหำมงคลเฉลิมพระชนมพรรษำ ๖ รอบ ๑๒ สิงหำคม ๒๕๔๗ ตำมหนังสือที่อ้ำ งถึง ขอให้นำควำมกรำบบัง คมทูล ขอพระรำชทำนพระรำชำ นุญำตเชิญอักษรพระนำมำภิไธย ส.ก. ประดิษฐำน ณ อำคำร “คุ้ม เกศ” โรงพยำบำลภูมิพ ลอ ดุล ย เ ด ช ก ร ม แ พ ท ย์ท ห ำ ร อ ำ ก ำ ศ ซึ ่ง เ ป็น ชื ่อ อ ำ ค ำ ร ที ่ส ม เ ด็จ พ ร ะ น ำ ง เ จ้ำ ฯ พระบรมรำชินีน ำถ ทรงพระกรุณ ำโปรดเกล้ำ ฯ พระรำชทำน โดยได้ดำเนิน กำรก่อ สร้ำ งขึ้น เมื ่ อ ปี ๒๕๔๗ เพื่ อ เป็ น กำรเฉลิ ม พระเกี ย รติ เ นื่ อ งในโอกำสพระรำชพิ ธี ม หำมงคลเฉลิม พระ ชนมพรรษำ ๖ รอบ ๑๒ สิง หำคม ๒๕๔๗ ส ำหรับ ใช้เ ป็น สถำนที่ต รวจโรคผู ้ป ่ว ยนอก บริก ำรด้ำ นกำรแพทย์ และกำรสำธำรณสุข กำหนดกำรก่อ สร้ำ งใกล้จ ะแล้ว เสร็จ ในเดือ น มิถ ุน ำยน ๒๕๕๔ เพื ่อ ควำมเป็น สิร ิม งคลแก่ข ้ำ รำชกำรกองทัพ อำกำศ และครอบครัว ตลอดจนเป็ น ขวัญกำลั งใจแก่ผู้ ป่ ว ยที่เข้ำรับ กำรรักษำ ดังควำมละเอียดแจ้งอยู่แล้ ว นั้น สมเด็จ พระนำงเจ้ำ ฯพระบรมรำชินีน ำถ พระรำชทำนพระรำชำนุญ ำตให้ใ ช้ ตรำสัญลักษณ์งำนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนำงเจ้ำสิริกิติ์ พระบรมรำชินีนำถ เนื่องในโอกำส พระรำชพิธีม หำมงคลเฉลิม พระชนมพรรษำ ๖ รอบ ๑๒ สิง หำคม ๒๕๔๗ แทนกำรใช้อัก ษร พระนำมำภิไธย ส.ก. จึงเรีย นมำเพื่อ ทรำบ ทั้งนี้ ตรำสัญ ลักษณ์จะต้อ งมีรูปแบบและสีถูกต้องตำมที่ กำหนด ซึ่งแนบมำพร้อมนี้ ขอแสดงควำมนับถือ (ท่ำนผู้หญิงมนัสนิตย์ วณิกกุล) รำชเลขำนุกำรในพระองค์สมเด็จพระบรมรำชินีนำถ กองรำชเลขำนุกำรในพระองค์สมเด็จพระบรมรำชินีนำถ โทร.๐-๒๒๘๒-๕๕๓๑, ๐-๒๒๘๓-๙๒๑๙ โทรสำร ๐-๒๒๘๐-๐๓๓๘ / เว็บไซต์ : www.ohmpps.go.th


ที่ รล ๐๐๐๔.๑/

กองรำชเลขำนุกำรในพระองค์ สมเด็จพระบรมรำชินีนำถ วันที่ ๒๗ สิงหำคม ๒๕๕๕

เรียน ท่ำนผู้อำนวยกำรโรงพยำบำลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหำรอำกำศ ตำมที่โรงพยำบำลภูมิพลอดุลยเดชขอพระรำชทำนพระฉำยำลักษณ์สมเด็จพระ นำงเจ้ำฯ พระบรมรำชินีน ำถ เพื่อไปประดิษฐำน ณ บริเวณโถงอำคำรคุ้มเกศ โรงพยำบำลภูมิ พลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหำรอำกำศ เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกำสพระรำชพิ ธี ม หำ มงคลเฉลิ ม พระชนมพรรษำครบ ๖ รอบ ๑๒ สิ ง หำคม ๒๕๔๗ นั้ น ในกำรนี้ได้จัดพระรำชทำนพระฉำยำลักษณ์ จำนวน ๑ พระรูป มำพร้อมนี้ ขอแสดงควำมนับถือ (คุณหญิงสร้อยระย้ำ เรืองวิเศษ) นักวิเครำะห์นโยบำยและแผนเชี่ยวชำญ


ที่ รล ๐๐๐๔.๒/

สำนักรำชเลขำธิกำร สวนจิตรลดำ กทม. ๑๐๓๐๓ พฤษภำคม ๒๕๕๖

เรื่อง ทรงพระกรุณำโปรดเกล้ำฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนรำชสุดำฯ สยำมบรมรำชกุมำรี เสด็จฯแทน พระองค์ ไปทรงเปิดอำคำร “คุ้มเกศ” โรงพยำบำลภูมิพลอดุลยเดช เรียน ผู้บัญชำกำรทหำรอำกำศ อ้ำงถึง หนังสือกองทัพอำกำศที่ กห ๐๖๓๓/๑๐๓๖ ลงวันที่ ๒๕ พฤษภำคม ๒๕๕๕ ตำมหนังสือที่อ้ำงถึง ขอให้นำควำมกรำบบังคมทูล ขอพระรำชทำนเชิญสมเด็จ พระนำงเจ้ำฯ พระบรมรำชินีนำถ เสด็จพระรำชดำเนินไปทรงเปิดอำคำร “คุ้มเกศ” โรงพยำบำลภูมิ พลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหำรอำกำศ เขตดอนเมือง กรุงเทพมหำนคร ส่วนจะเป็นวันและเวลำใด สุดแต่จะพระกรุณำโปรดเกล้ำฯ ดังควำมแจ้งอยู่แล้ว นั้น สมเด็จพระนำงเจ้ำฯพระบรมรำชินีนำถ ทรงพระกรุณำโปรดเกล้ำฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนรำชสุดำฯ สยำมบรมรำชกุมำรี เสด็จพระรำชดำเนินแทนพระองค์ไปทรงเปิดอำคำร “คุ้มเกศ” โรงพยำบำลภูมิพ ลอดุล ยเดช ในวัน จัน ทร์ที่ ๓ มีน ำคม ๒๕๕๗ ช่ว งเย็น ส่ว นจะเป็น เวลำใด จะแจ้งให้ทรำบในโอกำสต่อไป จึงเรียนมำเพื่อทรำบไว้ชั้นหนึ่งก่อน ขอแสดงควำมนับถือ (ท่ำนผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ) รองรำชเลขำนุกำรในพระองค์สมเด็จพระบรมรำชินีนำถ กองรำชเลขำนุกำรในพระองค์ สมเด็จพระบรมรำชินีนำถ โทร.๐-๒๒๘๒-๕๕๓๑, ๐-๒๒๘๓-๙๒๑๙ โทรสำร ๐-๒๒๘๐-๐๓๓๘ เว็บไซต์ : www.ohm.go.th


ที่ รล ๐๐๐๔.๒/

สำนักรำชเลขำธิกำร สวนจิตรลดำ กทม. ๑๐๓๐๓ กุมภำพันธ์ ๒๕๕๗

เรื่อง

ทรงพระกรุณำโปรดเกล้ำฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนรำชสุดำฯ สยำมบรมรำชกุมำรี เสด็จฯ แทนพระองค์ไปทรงเปิดอำคำร “คุ้มเกศ” โรงพยำบำลภูมิพลอดุลยเดช

เรียน ผู้บัญชำกำรทหำรอำกำศ อ้ำงถึง หนังสือสำนักรำชเลขำธิกำร ที่ รล ๐๐๐๔.๒/๑๑๑๗๓ ลงวันที่ ๒ พฤษภำคม ๒๕๕๖ ตำมหนัง สือ ที ่อ ้ำ งถึง แจ้ง เรื ่อ ง สมเด็จ พระนำงเจ้ำ ฯ พระบรมรำชิน ีน ำถ ทรงพระกรุณ ำโปรดเกล้ำ ฯ ให้ ส มเด็ จ พระเทพรั ต นรำชสุ ด ำฯ สยำมบรมรำชกุ ม ำรี เสด็ จ ฯ แทนพระองค์ไปทรงเปิดอำคำร “คุ้มเกศ” โรงพยำบำลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหำรอำกำศ เขตดอนเมือง กรุงเทพมหำนคร ในวันจันทร์ที่ ๓ มีนำคม ๒๕๕๗ ช่ว งเย็น ส่ว นจะเป็นเวลำใด จะแจ้งให้ทรำบในโอกำสต่อไป นั้น บัดนี้ สมเด็จพระเทพรัตนรำชสุดำฯ สยำมบรมรำชกุมำรี ทรงกำหนดเวลำเสด็จฯ แทนพระองค์ไปทรงเปิดอำคำร “คุ้มเกศ” โรงพยำบำลภูมิพลอดุล ยเดช ในวัน จัน ทร์ที่ ๓ มีน ำคม ๒๕๕๗ เวลำ ๑๖.๓๐ น. และในโอกำสนี้ พระรำชทำนพระรำชวโรกำสให้ค ณะกรรมกำร มูล นิธ ิคุ ้ม เกล้ำ ฯ ในพระบรมรำชูป ถัม ภ์ เข้ำ เฝ้ำ ฯแทนพระองค์ เพื ่อ ทูล เกล้ำ ฯถวำยเงิน จ ำนวน ๑๔,๐๐๐,๐๐๐.- บำท (สิบ สี ่ล ้ำ นบำทถ้ว น) โดยเสด็จ พระรำชกุศ ลตำมพระรำช อัธยำศัย เนื่องในโอกำสวันเฉลิมพระชนมพรรษำ ๑๒ สิงหำคม ด้วย จึง เรีย นมำเพื ่อ ทรำบ ทั ้ง นี ้ ขอได้โ ปรดติด ต่อ กับ เจ้ำ หน้ำ ที ่ก องพระรำชพิธ ี ส ำนัก พระรำชวัง และเจ้ำ หน้ำ ที่ก รมรำชองครัก ษ์ เพื่อ ร่ว มกัน พิจ ำรณำจัก ทำกำหนดกำรทูล เกล้ำ ฯ ถวำยต่อไป ขอแสดงควำมนับถือ (ท่ำนผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ) รองรำชเลขำนุกำรในพระองค์สมเด็จพระบรมรำชินีนำถ กองรำชเลขำนุกำรในพระองค์ สมเด็จพระบรมรำชินีนำถ โทร.๐-๒๒๘๒-๕๕๓๑, ๐-๒๒๘๓-๙๒๑๙ โทรสำร ๐-๒๒๘๐-๐๓๓๘ เว็บไซต์ : www.ohm.go.th


สำนึกในพระมหำกรุณำธิคุณ โรงพยำบำลภู มิ พ ลอดุ ล ยเดช กรมแพทย์ ท หำรอำกำศ ได้ รั บ พระมหำกรุ ณ ำธิ คุ ณ จำก พระบำทสมเด็จ พระเจ้ำอยู่หัว และพระบรมวงศำนุวงศ์มำโดยตลอด นับตั้งแต่พระบำทสมเด็จ พระ เจ้ ำ อยู่ หั ว อำนั น ทมหิ ด ล(รั ช กำลที่ ๘) ได้ ท รงพระรำชทำนที่ ดิ น และพระรำชทำนทรั พ ย์ สิ น ส่ ว น พระมหำกษัตริย์ เป็นจำนวน ๓๐,๐๐๐ บำท เพื่อก่อสร้ำงสถำนที่ตรวจรักษำพยำบำลและกำรแพทย์ ของกองทัพอำกำศ และได้รั บพระมหำกรุณำธิคุณโปรดเกล้ ำฯ พระรำชทำนพระนำมำภิไธยของ พระบำทสมเด็ จ พระเจ้ ำอยู่ หั ว ภู มิ พ ลอดุ ล ยเดชเป็น ชื่ อ ของโรงพยำบำล เมื่ อ วั น ที่ ๗ กุ ม ภำพั น ธ์ พ.ศ.๒๔๙๒ นอกจำกนี้ โรงพยำบำลภูมิพลอดุลยเดชยังได้รับพระมหำกรุณำธิคุณจำกพระบำทสมเด็จ พระเจ้ำอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พระรำชทำนนำมอำคำรหลักของโรงพยำบำลว่ำ “คุ้มเกล้ำฯ” และได้ เสด็จพระรำชดำเนิน ด้วยพระองค์เองพร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนรำชสุดำฯ สยำมบรมรำชกุมำรี มำทรงเปิ ด อำคำรคุ้ ม เกล้ ำ ฯเมื่ อ ๓ เมษำยน พ.ศ.๒๕๒๘ ยั ง ควำมปลำบปลื้ ม แก่ ข้ ำ รำชกำรของ กองทัพอำกำศเป็นอย่ำงยิ่ง โรงพยำบำลภูมิพลอดุลยเดช ได้พัฒนำศักยภำพด้ำนกำรรักษำพยำบำล และงำนด้ำนวิชำกำร ต่ำงๆ ให้เจริญก้ำวหน้ำสืบมำอย่ำงต่อเนื่อง จนยกระดับเป็นโรงพยำบำลตติยภูมิ ระดับสูง (Tertiary Care Hospital) เป็นสถำนฝึกอบรมให้แก่นิสิตแพทย์ แพทย์ประจำบ้ำน และแพทย์ต่อยอดในสำขำ ต่ำงๆ และได้รับควำมเชื่อถือไว้วำงใจให้จัดตั้งศูนย์ควำมเป็นเลิศทำงกำรแพทย์ (Excellent center) หลำยด้ำน จึงมีผู้ป่วยเข้ำมำรับบริกำรรักษำพยำบำลมำกขึ้น ทำให้โรงพยำบำลภูมิพลอดุลยเดช มีสภำพ แออัด พื้น ที่ไม่เพี ย งพอต่อกำรให้ บริกำร โรงพยำบำลภูมิพลอดุล ยเดชจึงได้ขยำยพื้นที่ โดยมีกำร ก่อสร้ำงอำคำรใหม่ขึ้นรองรับ กำรให้บริกำรรักษำพยำบำลที่มำกขึ้น นับเป็นพระมหำกรุณำธิคุณอย่ำง หำที่ สุ ด มิ ไ ด้ อี ก ครั้ ง หนึ่ ง ที่ ท ำงโรงพยำบำลภู มิ พ ลอดุ ล ยเดชได้ รั บ โดยสมเด็ จ พระนำงเจ้ ำ สิ ริ กิ ติ์ พระบรมรำชินี น ำถ ได้ พระรำชทำนชื่ออำคำรหลั งนี้ ว่ำ “คุ้มเกศ” มีควำมหมำยว่ำ ให้ควำมร่มเย็น แก่พสกนิกร โดยสมเด็จพระบรมโอรสำธิรำช สยำมมกุฎรำชกุมำรได้เ สด็จฯแทนพระองค์ ทรงวำง ศิลำฤกษ์ เมื่อ ๑๐ สิงหำคม พ.ศ.๒๕๔๗ ทั้งนี้ อำคำร“คุ้มเกศ”เป็นอำคำรรักษำพยำบำลที่ทันสมัยของ โรงพยำบำลภู มิ พ ลอดุ ล ยเดช สำมำรถเพิ่ ม ประสิ ท ธิ ภ ำพในด้ ำ นกำรบริ ก ำรทำงกำรแพทย์ ใ ห้ แ ก่ กลุ่มเป้ำหมำยที่ประกอบด้วย ข้ำรำชกำร และครอบครัวกองทัพอำกำศ ตลอดจนประชำชนทั่วไป ข้ำพระพุทธเจ้ำในนำมของโรงพยำบำลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ ทหำรอำกำศ ขอถวำย บังคมแทบเบื้องพระยุคลบำทด้วยสำนึกในพระมหำกรุณำธิคุณอย่ำงหำที่สุดมิได้ และขอเทิดทูนไว้ เหนือเกล้ำเหนือกระหม่อม เพื่อเป็นสรรพสิริมงคลแก่เหล่ำปวงแพทย์ พยำบำล และเจ้ำหน้ำที่ของ โรงพยำบำลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหำรอำกำศ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่เพื่อให้ ปวงชนชำวไทยมี สุขภำพที่ดีสืบไป ควรมิควรแล้วแต่จะทรงพระกรุณำโปรดเกล้ำโปรดกระหม่อม ขอเดชะ ข้ำพระพุทธเจ้ำ พลอำกำศตรี สุชิน บุญมำ ผู้อำนวยกำรโรงพยำบำลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหำรอำกำศ


สารจากผู้บังคับบัญชา


สารผู้บัญชาการทหารอากาศ กองทัพอากาศมุ่งมั่นที่จะดารงขีดความสามารถหลักด้านการเตรียมกาลังกองทัพอากาศ และการป้องกันราชอาณาจักร รวมทั้งสนับสนุนการพัฒนาประเทศ และการช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามเกิดสาธารณภัย ต่างๆ กองทัพอากาศตระหนักดีว่า สิ่งที่มีความสาคัญ เร่งด่วนลาดับแรกในการขับเคลื่อนทุกมิติ เพื่อให้กองทัพอากาศสามารถเผชิญกับความท้าทายใหม่ ๆ ได้อย่ างมีป ระสิ ทธิภ าพ คือ ความร่ว มมือร่ ว มใจและการพัฒ นากาลั งพลในด้านต่างๆ ดังนั้ น สภาพร่างกายที่แข็งแรง และจิตใจที่แข็งแกร่งของกาลังพลนับว่ามีความสาคัญยิ่งต่อการปฏิบัติงาน โรงพยาบาลภู มิ พ ลอดุ ล ยเดช กรมแพทย์ ท หารอากาศ เป็ น สถานพยาบาลหลั ก ของ กองทั พ อากาศมี ห น้ า ที่ ใ ห้ ก ารรั ก ษาพยาบาล ส่ ง เสริ ม สุ ข ภาพและป้ อ งกั น โรค แก่ ข้ า ราชการ ครอบครัว ทหารกองประจาการ ตลอดจนประชาชนทั่วไปมาเป็นเวลานานหลายสิบปี มีการพัฒนา ด้านการแพทย์ก้าวหน้ามาเป็นลาดับจนก้าวสู่ระดับสากล ในปัจจุบัน มีผู้ป่วยมารับการบริการเป็น จานวนมาก โรงพยาบาลจึงได้ก่อสร้างอาคารรักษาพยาบาลแห่งใหม่ เป็นอาคารที่ทันสมัย มีการ พัฒ นาเพิ่มประสิ ทธิ ภ าพในด้านการบริ การทางการแพทย์ แก่ผู้ ม ารับบริการ และเพื่ อความเป็ น สิ ริ ม งคลจึ ง ได้ ข อพระราชทานนามอาคารจากสมเด็ จ พระนางเจ้ า ฯ พระบรมราชิ นี น าถ และ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานนามอาคารหลังนี้ว่าอาคาร “คุ้มเกศ” ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า อาคารคุ้มเกศ จะทาให้โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช สามารถเพิ่ม ประสิ ทธิภ าพในการให้บริ การทางการแพทย์ และเป็นแหล่งการเรียนรู้ ศึกษาวิจัยสาหรับแพทย์ แพทย์ประจาบ้าน และนิ สิตแพทย์ ยังผลให้เกิดความก้าวหน้าในการรักษาพยาบาล ตอบสนอง ภารกิจของกองทัพอากาศในการดูแลกาลังพล ประชาชน ตลอดจนครอบครัว อันจะส่งเสริมให้ กองทัพอากาศพร้อมที่จะปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติและประชาชนอย่างเต็มกาลังความสามารถ จนบรรลุวิสัยทัศน์ “กองทัพอากาศชั้นนาในภูมิภาคอาเซียน” ต่อไป

พลอากาศเอก (ประจิน จั่นตอง)

ผู้บัญชาการทหารอากาศ


สารเจ้ากรมแพทย์ทหารอากาศ กิ จ การด้ า นการแพทย์ ท หารอากาศ ได้ ถื อ ก าเนิ ด มาพร้ อ มๆกั บ กิ จ การการบิ น ของ ประเทศไทย นับตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๕๗ ซึ่งถือว่าได้มีรากฐานทีม่ ั่นคงมาก และนับตั้งแต่ได้สถาปนาเป็น กรมแพทย์ทหารอากาศในปี พ.ศ.๒๔๙๑ เป็นต้นมา กรมแพทย์ทหารอากาศได้ปฏิ บัติภารกิจในการ ดูแลรักษาพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพ และควบคุมป้องกันโรค ให้แก่กาลังพลกองทัพอากาศ ครอบครัว และประชาชนทั่วไปอย่างเต็มความสามารถ โรงพยาบาลภู มิ พ ลอดุ ล ยเดช เป็ น หน่ ว ยขึ้ น ตรงของกรมแพทย์ ท หารอากาศ ได้ รั บ พระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ที่ได้พระราชทาน พระนามาภิไธยให้ เป็ นชื่อโรงพยาบาล โดยมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อ ๒๗ มีนาคม ๒๔๙๒ โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดชเป็นโรงพยาบาลหลักของกองทัพอากาศที่ สนับสนุนภารกิจด้านยุทธการ ของกองทัพอากาศอย่างมีประสิทธิภาพมาโดยตลอด เป็นโรงพยาบาลที่พัฒนาคุณภาพในด้านการ รักษาพยาบาลสาขาต่างๆอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม และสร้างชื่อเสียงให้กับกรมแพทย์ทหาร อากาศในระดับประเทศและระดับสากลมาช้านาน มีการขยายขอบเขตการให้บริการประชาชนทั่วไป มากขึ้นเป็นลาดับเพื่อตอบสนองนโยบายด้านสาธารณสุ ขของประเทศ รวมทั้งเป็นสถาบันผลิตแพทย์ ฝึกอบรมแพทย์ประจาบ้าน และบุคลากรทางการแพทย์ในหลากหลายสาขา ทาให้ จาเป็นต้องจัดหา สถานที่ ขยับขยายเพิ่มเติมเพื่อรองรับการให้บริการที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว กรมแพทย์ทหารอากาศ จึงได้ ขออนุมัติสร้างอาคารรักษาพยาบาลใหม่เป็นอาคาร ๕ ชั้น ประกอบด้วยวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ ที่ทัน สมัย และสิ่ ง อานวยความสะดวกต่า งๆ ส าหรับผู้ มารั บบริการอย่ างครบครัน และได้รั บ พระมหากรุณาธิคุณพระราชทานนามจากสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ว่า “คุ้มเกศ” กระผมเชื่อมั่นว่า นับจากนี้ โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดชจะสามารถให้บริการตอบสนอง ภารกิจของกองทัพอากาศด้านการดูแลรักษาพยาบาลได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทาให้กาลังพล กองทัพอากาศมีขวัญและกาลังใจที่ดีในการปฏิบัติภารกิจของกองทัพอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นพลังเสริมสร้างให้กองทัพอากาศสามารถก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนได้อย่างเต็มภาคภูมิ พลอากาศโท (ธีระภาพ เสนะวงษ์) เจ้ากรมแพทย์ทหารอากาศ


สารผู้อานวยการโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช ได้เปิดให้บริการข้าราชการ ครอบครัว และประชาชนทั่วไป มาเป็นเวลา ๖๕ ปี นับตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๔๙๒ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผู้บริหารทุกยุคทุกสมัยของ โรงพยาบาล ล้วนแต่ให้ความสาคัญกับการพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาลให้สามารถตอบสนองภารกิจ ทั้ ง ทางด้ า นยุ ท ธการและการรั ก ษาพยาบาลอย่ า งเต็ ม ก าลั ง ความสามารถ แต่ ล ะปี ที่ ผ่ า นไป ความก้าวหน้าทางการแพทย์ก็พัฒนาไปอย่างไม่หยุดยั้ง กระผมในฐานะผู้บริหารโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช จึง ได้มุ่งมั่นในการพัฒนาโรงพยาบาล แห่งนี้ให้ก้าวหน้าไปตามเทคโนโลยีทางการแพทย์ด้วยเช่นกัน และด้วยการพัฒนานี้เอง โรงพยาบาล จึงได้รับการรับรองคุณภาพสถานพยาบาลมาอย่างต่อเนื่อ ง เป็นที่ประจักษ์แก่ผู้รับบริการ และทาให้ ได้รับความไว้วางใจจากผู้รับบริการเป็นจานวนมากเฉลี่ย ๒,๕๐๐ – ๓,๐๐๐ คนต่อวัน เกิดความ คับคั่งด้านอาคารสถานที่ จึงริเริ่มที่จะก่อสร้างอาคารแห่งใหม่ที่มีความทันสมัยและสามารถให้บริการ ด้านการแพทย์ได้อย่างครบครัน “อาคารคุ้มเกศ ” อาคารแห่งใหม่ที่พวกเราภาคภูมิใจนี้ ได้เปิดให้บริการมาครบ ๑ ปีแล้ว การดาเนินการต่างๆ ดาเนินไปได้ด้วยดี ผู้รับบริการได้รับความสะดวกสบายในการเข้ารับบริการมาก ขึ้น ซึ่งก็เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการริเริ่มก่อสร้างอาคาร และถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณ เป็ น ล้ น พ้ น ที่ ส มเด็ จ พระนางเจ้ า สิ ริ กิ ติ์ พระบรมราชิ นี น าถ โปรดเกล้ า โปรดกระหม่ อ มให้ สมเด็จ พระเทพรั ตนราชสุ ดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดาเนินทรงเปิดอาคารคุ้มเกศ ในวัน นี้ ยั งความปลื้ มปี ติมาสู่ บุ คลากรของโรงพยาบาล ตลอดจนเหล่ าพสกนิกรทั่ ว ไป และเป็ น แรงกาลังใจอันดียิ่งในการปฏิบัติราชการรับใช้เบื้องพระยุคลบาทต่อไป พลอากาศตรี (สุชิน บุญมา) ผู้อานวยการโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ


บทสัมภาษณ์พิเศษ


บทสัมภาษณ์พิเศษ พล.อ.อ.อวยชัย เปลื้องประสิทธิ์ (ดารงตาแหน่ง ผู้อานวยการโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช พอ. พ.ศ. ๒๕๓๗-๒๕๓๙ และ ตาแหน่ง เจ้ากรมแพทย์ทหารอากาศ พ.ศ.๒๕๔๒-๒๕๔๘)

แนวคิดริเริ่มในการก่อสร้างอาคารเป็นอย่างไร ในปี พ.ศ. ๒๕๔๒ ช่วงที่ผมดารงตาแหน่ง จก.พอ. อาคารคุ้มเกล้าฯ ได้เปิดให้บริการแก่ ข้าราชการ ครอบครัว ทหารกองประจาการ ตลอดจนประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ ตอนเหนือ มาเป็น เวลาครบ ๒๐ ปี ซึ่งจานวนผู้มาใช้บริการที่ รพ.ภูมิพลอดุลยเดชฯ ก็มีจานวนมากขึ้นเรื่อยๆ จนทาให้ พืน้ ที่ในการให้บริการภายในอาคารคุ้มเกล้าฯ เริ่มไม่เพียงพอ และคาดการณ์ว่าจะมีความคับคั่งในอีก ไม่กี่ปีข้างหน้า นอกจากนี้งานการรักษาพยาบาลก็มีความหลากหลายสาขามากขึ้น จาเป็นต้องขยาย พื้นที่และสาขาการรักษาพยาบาลให้รองรับกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต กรมแพทย์ทหารอากาศ ร่วมกับโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช จึงได้ร่วมกันวางแผนในการหาพื้นที่ให้บริการเพิ่มเติมเพื่อรองรับ ปริมาณผู้รับบริการและการบริการทางการแพทย์ใหม่ๆ นอกจากนี้ยังพิจารณาในส่วนของที่จอดรถ เพิ่มเติมควบคู่ไปด้วย เหตุใดจึงเลือกพื้นที่ปัจจุบันในการก่อสร้างอาคาร ในเบื้องต้นที่ประชุม มีความเห็นว่า ควรสร้างอาคารตรวจโรคผู้ป่วยนอก ทอ. เพื่อเพิ่ม พื้นที่ในการให้บริการแก่ข้าราชการ ทอ. ให้เป็นสัดส่วนมากขึ้น ซึ่งพิจารณาใช้พื้นที่ว่างที่อยู่ด้านข้าง อาคารคุ้ม เกล้ า ฯ ใกล้ เคี ย งบริ เวณอาคารรัก ษาโรคหั ว ใจและทางขึ้ น ที่จ อดรถอาคารคุ้ ม เกล้ า ฯ เป็นอาคาร คสล. สูง ๔ ชั้น พื้นที่ใช้สอยประมาณ ๖,๘๐๐ ตร.ม. มีงานบริการด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู ห้องตรวจโรคต่างๆ ห้องจ่ายยา สานักงานแพทย์ ชย.ทอ.ประมาณการงบประมาณไว้ ๖๕ ล้านบาทเศษ ต่อมาได้พิจ ารณาทบทวนพื้ นที่ ใช้ ส อยในการรัก ษาพยาบาลกัน อย่ างรอบคอบอีก ครั้ ง ตลอดจนจาเป็นต้องหาพื้นที่จอดรถเพิ่มขึ้น จึงเห็นว่า จานวนพื้นที่ก่อสร้างอาคารที่วางแผนไว้ครั้ง แรกไม่เพียงพอ จึงพิจารณาหาพื้นที่ใหม่ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น นอกจากนี้ ยังได้ข้อพิจารณาเพิ่มเติมว่า ควรเป็นอาคารรักษาพยาบาลที่มีความสง่างามเคียงคู่อาคารคุ้มเกล้าฯ ในช่วงเวลานั้น เป็นช่วงใกล้ วโรกาสมหามงคลที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ พระบรมราชินีนาถ จะมีพระชนมายุครบ ๗๒ พรรษา ในปี พ.ศ. ๒๕๔๗ จึ ง มี แ นวคิ ด จะสร้ า งเป็ น อาคารเฉลิ ม พระเกี ย รติ ซึ่ ง หลั ง จากได้ ป ระสาน


ขอความเห็นการออกแบบอาคารใหม่กับผู้ออกแบบอาคารคุ้มเกล้ าฯ (อาจารย์เยี่ยมฯ) ต่อมาจึงได้ ข้อสรุปว่า ควรสร้างอาคารหลังใหม่ที่บริเวณด้านหลังของอาคารคุ้มเกล้าฯ ซึ่งได้ออกแบบไว้ให้มีทาง เชื่อมต่อที่ชั้น ๒ ของด้านหลังอาคารคุ้มเกล้าฯทั้งสองฝั่ง คือ ฝั่งห้องตรวจออร์โธปิดิกส์ และฝั่งห้อง ตรวจโสต สอ นาสิกกรรม ดังนั้ น จึงได้พิจารณารื้อถอนอาคารบริเวณนั้นที่มีอายุใช้งานหลายสิบปี ได้แก่ อาคาร ๘ ก., อาคาร ๘ ข. และอาคาร ๑๕ และเริ่มกระบวนการออกแบบอาคารในพื้นที่ใหม่ ซึง่ แม้จะห่างจากตัวอาคารคุ้มเกล้าฯบ้าง แต่ก็จะมีทางเดินเชื่อมกันจากชั้นที่เป็น OPD เดิม หลักการและแนวคิดในการออกแบบอาคารเป็นอย่างไร มติ ที่ ป ระชุ ม มี แ นวคิ ด จะใช้ อ าคารนี้ ส าหรั บ เป็ น อาคารตรวจโรคผู้ ป่ ว ยนอกเท่ า นั้ น โดยเป็นการรักษาแบบ One stop Service นอกจากนี้ ในเวลานั้นได้เริ่มมีการบริการคลินิก นอกเวลาราชการ จึงคิดว่าหากมีห้องตรวจโรคของทุกแผนกมาอยู่รวมกัน จะสามารถเปิดให้บริการ นอกเวลาราชการที่อาคารใหม่นี้แห่งเดียว ทาให้ประหยัดทรัพยากรและค่าใช้จ่าย และในช่วงเวลา นั้น งานให้บริการผู้ป่วยในไม่เป็นปัญหามาก การเพิ่มงานบริการผู้ป่วยนอกจึงไม่น่าจะมีผลกระทบ กับจานวนกาลังพลโดยเฉพาะพยาบาลมากนัก จากนั้นจึงได้ต้ังคณะกรรมการวางแผนการใช้พื้นที่ ให้เหมาะสม ประกอบด้วยผู้เกี่ยวข้องที่รับผิดชอบงานบริการผู้ป่วยนอก เช่น ผู้อานวยการกอง และ ผู้ ป ฏิบั ติงานที่มี ส่ ว นร่ ว มในการออกตรวจโรคที่ OPD และห้ องตรวจพิเ ศษต่ างๆ มาร่ ว มกั นวาง แผนการใช้ พื้ น ที่ อ ย่ า งเหมาะสมและคุ้ ม ค่ า โดยมี ผอ.รพ.ภู มิ พ ลอดุ ล ยเดช ในขณะนั้ น คื อ พล.อ.ต.ยงยุทธ วงศ์เลิศวิทย์ เป็นประธาน มี น.อ.ณรงค์ภพ ชุ่มสวัสดิ์ (ยศขณะนั้น) น.อ.ศุภโชค จิตรวานิช (ยศขณะนั้น) และ น.ท.ไกรเลิศ เธียรนุกุล (ยศขณะนั้น) เป็นเลขานุการ โดยร่ วมกันหา ข้อยุติในเรื่องต่างๆ อาทิ ขนาดของห้อง จานวนชั้น และงานบริการในแต่ละชั้น ห้องตรวจพิเศษ ต่ า งๆที่ ป ฏิ บั ติ ง านอยู่ น อกอาคารคุ้ ม เกล้ า ฯ เช่ น ศู น ย์ รั ก ษาโรคหั ว ใจ กองกายภาพบ าบั ด แผนกไตเที ย ม จะได้ รั บ การพิ จ ารณาเป็ น อั น ดั บ ต้ น ๆ และยั ง พิ จ ารณาจั ดเตรี ย มพื้ น ที่ ร องรั บ เครื่องตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ภายในอาคาร สาหรับพื้นที่จอดรถ อาคารนี้จะมีที่จอดรถ ได้อย่างน้อย ๓๐๐ - ๔๐๐ คัน เพื่อรองรับรถยนต์ของผู้ที่มาใช้บริการและเจ้ าหน้าที่ ในครั้งแรกได้ วางแผนว่ า จะสร้ า ง ๙ ชั้ น ตามเลขมงคล แต่ ต่ อ มาได้ ป รั บลดจ านวนชั้ น ลงเพื่ อ ความเหมาะสม การออกแบบได้มอบหมายให้ สถาปนิกของ ชย.ทอ. (ร.อ.หญิง ปริมลาภ ชูเกียรติมั่น) ออกแบบ อาคารให้ จนได้รูปแบบตามที่เห็น ทั้งนี้ได้รับเงินสนันสนุนจากมูลนิธิคุ้มเกล้าฯ ทาให้การออกแบบ เร็วขึ้น แต่อย่างไรก็ตามได้เกิดข้อขัดข้องบางประการ ทาให้ระยะเวลาการดาเนินงานไม่เป็นไปตาม กาหนด ส่งผลให้มีการแก้ไขปรับปรุงแบบและการใช้สอยพื้นที่ภายในอาคารจากเดิมไปบ้าง เพื่อให้ การใช้ประโยชน์ของพื้นที่มีความคุ้มค่าและเหมาะสมมากที่สุด งบประมาณในการก่อสร้างมาจากแหล่งใดบ้าง ส่วนใหญ่ของงบประมาณที่ใช้มาจากเงินที่สะสมต่างๆ ของโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จากเงิน รายรับของสถานพยาบาลของ โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช นอกจากนี้ ยังมีเงินจากงานประกันสังคม เงินบริจาคจากสานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และผู้มีจิตศรัทธาบริจาค เป็นต้น ครั้งแรกสุดได้ตั้งงบประมาณไว้ที่ ๒๗๕ ล้านบาท ซึ่งหลังจากดาเนินการเรื่องการประกวด ราคาเรียบร้อย เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจทั่วประเทศ ราคาวัสดุค่าก่อสร้างสูงขึ้นอย่างมาก ทาให้ผู้ชนะ การประกวดราคาทิ้งงาน ซึ่งส่งผลให้การดาเนินการกระบวนการต่างๆ ต้องใช้เวลานานยิ่งขึ้น และ งบประมาณเพิ่มขึ้นเป็น ๓๕๐ ล้านบาทในที่สุด


บทสัมภาษณ์พิเศษ พล.อ.ท.อภิชาติ โกยสุขโข (ดารงตาแหน่ง ผู้อานวยการโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช พอ. พ.ศ.๒๕๔๘-๒๕๕๐ และ ตาแหน่ง เจ้ากรมแพทย์ทหารอากาศ พ.ศ. ๒๕๕๐-๒๕๕๒)

การดาเนินการสานต่อเรื่องงานก่อสร้างอาคารคุ้มเกศ ในสมั ย ที่ พล.อ.ท.อวยชัย เปลื้ อ งประสิ ท ธิ์ ด ารงต าแหน่ ง เจ้ า กรมแพทย์ท หารอากาศ การก่อสร้ างอาคารคุ้มเกศซึ่ งเดิ มใช้ ชื่อ ว่า “อาคารสนับ สนุน การรักษาพยาบาลพร้อมที่จอดรถ รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ.บนอ.” ได้ดาเนินการเป็นขั้นตอนอย่างต่อเนื่องจนออกแบบเสร็จสมบูรณ์ แล้ว โดยมีแผนจะใช้งบประมาณจากรายรับ สถานพยาบาลของ รพ.ภูมิพลอดุลยเดชเอง จานวน ๒๗๕,๔๔๐,๐๐๐ บาท ซึ่งอยู่ในระดับวงเงินที่ต้องส่งเรื่องไปยังกระทรวงกลาโหมเพื่อขออนุมัติ และ ได้รั บ พระมหากรุ ณาธิคุณโปรดเกล้ าฯ พระราชทานนามอาคารจากสมเด็จ พระนางเจ้าสิ ริกิต ติ์ พระบรมราชินีนาถว่า อาคาร “คุ้มเกศ” เมื่อ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๔๗ และได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ ส มเด็ จ พระบรมโอรสาธิ ร าช สยามมกุ ฎ ราชกุ ม าร เสด็ จ แทนพระองค์ ท รงวางศิ ล าฤกษ์ เมื่อ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๔๗ การดาเนินการประมูลเพื่อหาบริษัทที่จะดาเนินการก่อสร้างอาคารคุ้มเกศ ได้เริ่มดาเนินการ มาตั้งแต่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๔๗ ซึ่งมีอุปสรรคมากมาย จากบริษัทที่เข้าร่วมประมูล และราคา วัส ดุอุป กรณ์ก่อสร้ างที่เพิ่มขึ้น อย่ างมากตามสภาวะปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ ทาให้ต้องนา โครงการนี้มาปรับแก้ไขเรื่องวงเงินงบประมาณใหม่ในการประมูลอีก ๒ ครั้ง ครั้งสุดท้ายวงเงินอยู่ที่ ประมาณ ๓๗๐ ล้ า นบาท และในที่ สุ ด การประมู ล จั ด จ้ า งอาคารคุ้ ม เกศด้ ว ยวิ ธี ก ารทาง อิเล็กทรอนิกส์ (E – auction) ได้ผู้ดาเนินการก่อสร้าง คือ บริษัท เอส-เซเว่น จากัด ด้วยวงเงิน ๓๔๘ ล้านบาท ระยะเวลาก่อสร้าง ๕๔๐ วัน โดยใช้เงินรายรับสถานพยาบาล รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ. เมื่ อ ๒๕ มี น าคม ๒๕๕๒ และได้ เ ริ่ ม ก่ อ สร้ า งในสมั ย ต่ อ มา ที่ มี พล.อ.ท.อมร แสงสุ พ รรณ เป็นเจ้ากรมแพทย์ทหารอากาศ การก่อสร้างอาคารคุ้มเกศ ได้ดาเนินการมาอย่างต่อเนื่อง และตรวจ รับงาน ในวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๔


งบประมาณที่เพิ่มขึ้นในการก่อสร้างอาคารมาจากที่ใดบ้าง? ผม พล.อ.ท.อภิชาติ โกยสุขโข ได้มีโอกาสเข้ามาติดตามการจัดสร้างอาคารคุ้มเกศ ตั้งแต่ สมัยดารงตาแหน่ง ผอ.รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ. ในช่วงปี ๒๕๔๘ – ๒๕๕๐ ต่อเนื่องในตาแหน่ง เจ้ ากรมแพทย์ ทหารอากาศ ในปี ๒๕๕๐ เห็ นว่า จากการที่ว งเงินประมาณการก่อสร้างอาคาร เพิ่ ม ขึ้ น อี ก เกื อ บร้ อ ยล้ า นบาท เกรงจะส่ ง ผลกระทบกั บ เงิ น รายรั บ สถานพยาบาลของ รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ. อีกทั้งในช่วงนั้น กรมแพทย์ทหารอากาศมีการขออนุมัติก่อสร้างอีกหลาย อาคาร เช่น อาคารศูนย์มะเร็ง หอพักนิสิตแพทย์ หอพักผู้ช่วยพยาบาล ของ รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ. อาคารเรียนของวิทยาลัยพยาบาลทหารอากาศ พอ. ๒ หลัง เป็นต้น ทั้งที่ใช้เงินงบประมาณ กองทัพอากาศ และเงินรายรับสถานพยาบาล รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ. จึงคิดว่าต้องหารายได้จาก กิจ กรรมอื่น ๆมาสนั บ สนุ น เพิ่มเติ ม ประกอบกับ รพ.ภูมิพลอดุล ยเดช พอ. จะมีอายุครบ ๖๐ ปี ในวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๕๒ จึงได้วางแผนจัดกิจกรรมหาเงินสนับสนุนมาโดยตลอด เริ่มตั้งแต่การ จัดสร้างวัตถุมงคล “ใต้ร่มพระบารมี คุ้มเกล้าฯ” ๒ ครั้ง ซึ่งนารายได้มาสนับสนุนกองทุนคุ้มเกศ และ อาคารศูนย์มะเร็ง งานกาล่าดินเนอร์ “ราตรีคุ้มเกล้าฯ”ณ โรงแรมพลาซ่า แอทธินี งาน ๖๐ ปี วิชาการ โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดชก้าวหน้า (Medical Sciences Update 2009) รายการรับ บริ จ าคทางสถานี โ ทรทั ศ น์ ก องทั พ บกช่ อ ง ๕ ในรายการ “๖๐ ปี รพ.ภู มิ พ ลอดุ ล ยเดช แพทย์ทหารอากาศร่วมใจ เทิดไท้องค์ราชัน ” และจัดตั้งศูนย์รับบริจาคโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช เพื่อติดตั้งชื่อผู้บริจาคตามห้องต่างๆ ของอาคารคุ้มเกศ นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรมการกุศลอื่นๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การจัดเดิน – วิ่งการกุศล การจัดแข่งขันกอล์ฟ การทอดผ้าป่า การจัด แข่งม้า และการจัดจาหน่ายหนังสืออนุสรณ์ ๖๐ ปี รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ. เป็นต้น โดยสรุ ป รวมแล้ ว ได้ เ งิ น จากการจั ด กิ จ กรรมต่ า งๆ จ านวนประมาณ ๑๕๐ ล้ า นบาท โดยแบ่งเป็นบัญชีกองทุนอาคารคุ้มเกศ ประมาณ ๑๐๘ ล้านบาท และกองทุนอาคารศูนย์มะเร็ง รพ.ภูมิพลอดุลยเดช ประมาณ ๔๓ ล้านบาท ทั้งนี้ กองทุนอาคารคุ้มเกศ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการ จัดซื้อเครื่องมือแพทย์และครุภัณฑ์ที่จาเป็นของอาคารคุ้มเกศ และใช้สนับสนุนการศึกษาวิจัยของ แพทย์ แ ละพยาบาล รวมถึ ง การศึ ก ษาอบรม ดู ง าน ทั้ ง ในและนอกประเทศของบุ ค ลากรทาง การแพทย์ โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช และสาธารณประโยชน์อื่นๆ จากการด าเนิ น การทั้ ง หมดนี้ ผ มจึ ง มี ค วามรู้ สึ ก ภู มิ ใ จเป็ น อย่ า งยิ่ ง ที่ ไ ด้ เ ป็ น ส่ ว นหนึ่ ง ใน ความสาเร็จของการก่อสร้างอาคารคุ้มเกศ เพื่อยังประโยชน์ให้แก่แพทย์ พยาบาล ข้าราชการทหาร อากาศ ครอบครัว ตลอดจนประชาชนทั่วไปสืบไป


ภาพรวมของอาคารคุ้มเกศ


ประวัติโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดชเป็นหน่วยบริการทางการแพทย์ที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน ตั้งแต่แรกเริ่มก่อตั้งเป็น “หมวดพยาบาล” สังกัดหน่วยบินทหารบก ให้บริการทางการแพทย์ของ กองกาลังทางอากาศ มีการย้ายตาแหน่งที่ตั้งไปหลายแห่ง เนื่องด้วยภัยจากสงครามมหาเอเชียบูรพา

“หมวดพยาบาล” สังกัดหน่วยบินทหารบก พ.ศ.๒๔๕๗ ณ ตาบลดอนเมือง (ที่ตั้งปัจจุบัน)

สงครามมหาเอเชียบูรพา จนกระทั่ ง พ.ศ.๒๔๘๔ พระบาทสมเด็ จพระเจ้ าอยู่หั ว อานั นทมหิ ดล ได้พ ระราชทาน ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ จานวน ๓๐,๐๐๐ บาท เพื่อซื้อที่ดินสาหรับก่อสร้างเป็นโรงพยาบาล ทหารอากาศ ณ ที่ตั้งในปัจจุบัน และนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างล้นพ้นที่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุ ลยเดช ได้ทรงพระราชทานพระนามาภิไธยให้เป็นชื่อของโรงพยาบาลว่า “ภูมิพลอดุลยเดช” โดยเปิดให้ บริการอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม พ.ศ.๒๔๙๒ นับเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาด้านการรักษาพยาบาล ระบบงาน อาคารสถานที่ และศักยภาพของ บุคลากร


โฉนดที่ดินพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล เพื่อก่อสร้างสถานที่ตรวจรักษาพยาบาลและการแพทย์ของกองทัพอากาศ


ต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๒๒ เป็นปีที่โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช ดาเนินการครบ ๓๐ ปี นับเป็น มิ่งมหามงคลอีกครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้สร้าง พระบรมสาทิส ลั ก ษณ์ ประดิษ ฐาน ณ อาคารหลั ง ใหม่ของโรงพยาบาล และทรงพระกรุณ า โปรดเกล้าฯ พระราชทานนามอาคารนี้ เพื่อความเป็นสิริมงคลว่า "คุม้ เกล้าฯ" ด้วยความสานึกในหน้าที่ความรับผิดชอบต่อสังคมและประเทศชาติ นอกจากโรงพยาบาล ภูมิพลอดุลยเดชจะปฏิบัติภารกิจสนับสนุนด้านยุทธการของกองทัพอากาศแล้ว ยังได้พัฒนาคุณภาพ การรั กษาพยาบาลอย่ างต่อเนื่ อง จนได้รับการรับรองจากสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๔๕ เป็นลาดับเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน


ระบบงานสารสนเทศหลักของ รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ. ที่อาคารคุ้มเกล้าฯ

ศูนย์แห่งความเป็นเลิศทางการแพทย์ รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ. โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช เป็นโรงพยาบาลตติยภูมิระดับสูง มีศักยภาพในการรักษาผู้ป่วยที่มี ภาวะยุ่งยากซับซ้อน รวมทั้งมีระบบสนับสนุนต่างๆ อย่างครบถ้วน เช่น การใช้งานระบบคอมพิวเตอร์ ของโรงพยาบาลที่สมบูรณ์แบบแห่งแรกของประเทศ ปัจจุบันได้พัฒนาเป็นศูนย์แห่งความเป็นเลิศทาง การแพทย์หลายด้าน ได้แก่ ศูนย์การรักษาผู้ป่วยอุบัติเหตุ ศูนย์ป้องกันและพัฒนาการรักษาโรคหัวใจ ศูนย์การรักษาโรคมะเร็ง และศูนย์การรักษาโรคไต


นอกจากนี้ โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช ยังเป็นสถาบันผลิตบัณฑิตแพทย์ และฝึกอบรม แพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีคุณภาพระดับประเทศหลากหลายสาขาในปัจจุบัน จากการที่บุคลากรทุกคนของโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาทุกๆ ด้านอย่างไม่หยุดยั้ง จึงทาให้มีผู้มารับบริการเพิ่มมากขึ้น ทาให้สถานที่ให้บริการคับแคบ ไม่สะดวก แก่ ผู้ ม ารั บ บริ ก าร จึ ง เป็ น ที่ ม าของโครงการอาคารเฉลิ ม พระเกี ย รติ สมเด็ จ พระนางเจ้ า สิ ริ กิ ติ์ พระบรมราชินีนาถ ๖ รอบ พระชนมพรรษา หรือ โครงการอาคารคุ้มเกศ ในเวลาต่อมา


ภาพรวมของอาคารคุ้มเกศ อาคารคุ้ ม เกศ จั ด สร้ า งโดยกองทั พ อากาศ โดยโรงพยาบาลภู มิ พ ลอดุ ล ยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ ตั้งอยู่ด้านหลั งของอาคารคุ้มเกล้ าฯ ถนนพหลโยธิน แขวงคลองถนน เขตสายไหม เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กสูง ๕ ชั้น และมีชั้นใต้ดิน ๑ ชั้น มีพื้นที่ใช้สอยรวม ๒๖,๙๐๐ ตารางเมตร เป็นอาคารที่มีวัตถุประสงค์มุ่งเน้นสนับสนุนการให้บริการรักษาพยาบาลผู้ปุวย นอก ทั้งในเวลาและนอกเวลาราชการ โดยให้บริการด้านการแพทย์ที่มีคุณภาพมาตรฐาน พร้อม ระบบบริ ก ารและอุ ป กรณ์ ท างการแพทย์ ที่ ทั น สมั ย ส าหรั บ ผู้ รั บ บริ ก ารทุ ก กลุ่ ม ทั้ ง ข้ า ราชการ กองทัพอากาศ ครอบครัว และประชาชนทั่วไป อีกทั้งเป็นอาคารที่สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ เนื่ อ งในโอกาสพระราชพิ ธี ม หามงคลที่ ส มเด็ จ พระนางเจ้ า สิ ริ กิ ต ติ์ พระบรมราชิ นี น าถ เฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๔๗ อาคารคุ้มเกศเป็นอาคารรั กษาพยาบาลที่ ทันสมัยเคียงคู่กับอาคารคุ้มเกล้าฯ ซึ่งเป็นอาคารรักษาพยาบาลหลักของโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ อาคารคุ้มเกศ ได้เริ่มทาการก่อสร้างอาคาร ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๑ แล้วเสร็จในปี พ.ศ.๒๕๕๓ แต่เนื่องจาก ในปี พ.ศ.๒๕๕๔ โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช เป็นพื้นที่ประสบวิกฤตจากมหาอุทกภัย ท าให้ อ าคารคุ้ ม เกศจ าเป็ น ต้ อ งเลื่ อ นการเปิ ด ให้ บ ริ ก ารออกไป คื อ สามารถเริ่ ม เปิ ด ให้ บ ริ ก าร รักษาพยาบาลผู้ปุ ว ยนอกได้บ างส่ ว นในวันที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๕ และเปิดให้ บริการอย่าง สมบู ร ณ์ เ มื่ อ วั น ที่ ๗ มี น าคม พ.ศ.๒๕๕๖ นอกจากจะให้ บ ริ ก ารตรวจรั ก ษาพยาบาลแล้ ว อาคารคุ้มเกศยังเป็นแหล่งเรียนรู้ ฝึกอบรมแพทย์ และผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์หลายสาขา เพื่อ ออกไปปฏิบัติงานในสถานพยาบาลทั่วประเทศ และสนับสนุนงานวิจัยทางคลินิก เพื่อสุขภาพที่ดีของ ประชาชนต่อไป พิ ธี เ ปิ ด อาคารคุ้ ม เกศอย่ า งเป็ น ทางการ มี ขึ้ น ในวั น จั น ทร์ ที่ ๓ มี น าคม พ.ศ.๒๕๕๗ เวลา ๑๖.๓๐ น. โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาเสด็จพระ ราชดาเนินแทนพระองค์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ทรงเปิดอาคารคุ้มเกศ ณ โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร

ความเป็นมาของโครงการ รพ.ภูมิพ ลอดุล ยเดช พอ. ได้เ ปิด ให้ บริ การอย่ างเป็นทางการ เมื่อวั นที่ ๒๗ มีนาคม พ.ศ.๒๔๙๒ ต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๒๒ เป็นปีที่โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช ดาเนินการครบ ๓๐ ปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานนามอาคารรักษาพยาบาลหลังใหม่ สูง ๑๒ ชั้น และ ชั้นใต้ดิน ๑ ชั้น เพื่อความเป็นสิริมงคลว่า "คุ้มเกล้าฯ" ซึ่งเป็นอาคารหลักของ รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ. นับแต่นั้นเป็นต้นมา


จากการที่ รพ.ภู มิ พลอดุ ล ยเดช พอ. มี วิสั ยทั ศน์ ที่จ ะเป็ นโรงพยาบาลตติย ภูมิ ระดับ สู ง และเป็นสถาบันฝึกอบรมที่มีคุณภาพระดับประเทศ ทาให้มีการพัฒนาคุณภาพ รพ.อย่างเข้มแข็ง ได้รับการรับรองจากสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) รวมทั้งเป็นแหล่งผลิต บัณฑิตแพทย์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆ อย่างต่อเนื่อ ง ทาให้มีผู้มารับบริการรักษาพยาบาลเพิ่ม มากขึ้นเป็นลาดับ อีกทั้ง รพ.ภูมิพลอดุล ยเดช พอ.ยังได้รับการรับรองให้เป็นศูนย์ความเป็นเลิ ศ ๔ ด้าน จึงมีผู้ปุวยที่ส่งต่อมาจาก รพ.อื่นๆ ทั่วประเทศ ทาให้สถานที่ในการให้บริการไม่เพียงพอ ในปี พ.ศ.๒๕๔๒ ในวาระที่ พล.อ.ท.อวยชัย เปลื้องประสิทธิ์ (ยศขณะนั้น) ดารงตาแหน่ง เป็นเจ้ากรมแพทย์ทหารอากาศ ได้ริเริ่มโครงการก่อสร้างอาคารสนับสนุนการรักษาพยาบาลหลังใหม่ เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว และเพื่อเป็นอาคารเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ในปี ๒๕๔๗ ด้วย โดยใน เบื้องต้นพิจารณาใช้พื้นที่ว่างที่อยู่ด้านข้างอาคารคุ้มเกล้าฯ ใกล้เคียงบริเวณอาคารรักษาโรคหัวใจ และทางขึ้นที่จอดรถอาคารคุ้มเกล้าฯ พื้นที่ใช้สอยประมาณ ๖,๘๐๐ ตารางเมตร วงเงินก่อสร้าง ประมาณการไว้ ๖๕ ล้านบาทเศษ แต่ต่อมาได้พิจารณาทบทวนพบว่า จานวนพื้นที่ใช้สอยที่วางแผน ไว้ไม่เพียงพอ และจาเป็นต้องหาพื้นที่จอดรถเพิ่มขึ้น จึง เปลี่ยนไปสร้างอาคารหลังใหม่ที่บริเวณ ด้ า นหลั ง ของอาคารคุ้ ม เกล้ า ฯแทน ซึ่ ง อาคารคุ้ ม เกล้ า ฯได้ ถู ก ออกแบบให้ มี ท างเชื่ อ มต่ อ ที่ ชั้ น ๒ ของด้ า นหลั ง อาคารทั้ ง สองฝั่ ง ไว้ แ ล้ ว โดยรื้ อ ถอนอาคารที่ มี อ ายุ ใ ช้ ง านหลายสิ บ ปี ได้แก่ อาคาร ๘ ก., อาคาร ๘ ข. และอาคาร ๑๕ ในบริเวณนั้นออกจากนั้นจึงได้ เริ่มกระบวนการ ออกแบบอาคารในพื้นที่ใหม่ต่อไป เมื่อวันที่ ๒๖ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๔๖ พล.อ.อ.คงศักดิ์ วันทนา ผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้มี หนังสือถึงราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เพื่อขอพระราชทาน ชื่ออาคารเฉลิมพระเกียรติฯ ที่จะสร้างใหม่นี้เพื่อความเป็นสิริมงคล และได้รับพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานนามอาคารหลังใหม่นี้ว่า “คุ้มเกศ” มีความหมายว่า “ให้ความร่มเย็นแก่พสกนิกร”

การวางศิลาฤกษ์ พล.อ.ท.อวยชั ย เปลื้ อ งประสิ ท ธิ์ เจ้ า กรมแพทย์ ท หารอากาศในขณะนั้ น ได้ แ ต่ ง ตั้ ง คณะกรรมการเตรียมงานพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ๖ รอบ พระชนมพรรษา โดยมี ท่านเอง (พล.อ.ท.อวยชัย เปลื้องประสิ ทธิ์) เป็นประธานกรรมการ และ น.อ.ณรงค์ ภ พ ชุ่ มสวั ส ดิ์ เป็ น เลขานุ การ ซึ่ ง การวางศิ ล าฤกษ์ มี ขึ้ น ในวั น ที่ ๑๐ สิ ง หาคม พ.ศ.๒๕๔๗ โดย สมเด็ จ พระนางเจ้ า ฯ พระบรมราชิ นี น าถได้ โ ปรดเกล้ า โปรดกระหม่ อ มให้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯแทนพระองค์

การออกแบบภายในอาคาร ในการออกแบบการใช้พื้นที่ใช้สอยอาคารคุ้มเกศนั้น เน้นการใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า โดยเพิ่ม พื้นที่ส่ ว นการตรวจผู้ ปุ ว ยนอกเพิ่มมากขึ้น และขยายบริการจากอาคารคุ้มเกล้ าฯ เช่น คลั งยา


ห้องตรวจทันตกรรม ห้องตรวจอายุรกรรม ห้องตรวจอายุรกรรมพิเศษ เพื่อลดความแออัดของอาคาร หลักของ รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ. อาคารคุ้มเกศ มีพื้นที่ใช้สอยในส่วนทาการรักษาพยาบาล ๑๓,๐๐๒ ตารางเมตร (เมื่อรวมพื้นที่ จอดรถ จะมีพื้นที่รวม ๒๖,๙๐๐ ตารางเมตร ) การแบ่งพื้นที่ใช้สอยในแต่ละชั้น ดังนี้

ชั้นที่ ๑ : เวชระเบียนและประชาสัมพันธ์ ห้องตรวจโรคผู้ปุวยนอกอายุรกรรม ห้องตรวจโรคผู้ปุวย นอกข้าราชการ ห้องจ่ายยา และห้องตรวจเครื่องสร้างภาพด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟูา (MRI)

ชั้นที่ ๒ : กองเวชศาสตร์ฟื้นฟู ประชาสัมพันธ์ ห้องจ่ายยาข้าราชการ และร้านอาหาร

ชั้นที่ ๓ : ห้องตรวจทันตกรรม และศูนย์โรคไต


ชั้นที่ ๔ : ศูนย์ปูองกันและพัฒนาการรักษาโรคหัวใจ หน่วยตรวจพิเศษอายุรกรรม ศูนย์ส่องกล้อง ระบบทางเดินอาหาร และหน่วยตรวจพิเศษสูตินรีกรรม

ชั้นที่ ๕ : ห้องประชุม ๒ ห้อง (สาหรับผู้เข้าประชุมจานวน ๒๐๐ คน และ ๖๐ คน) สานักงานแพทย์ และศูนย์สารสนเทศ ชั้นใต้ดิน : คลังยา คลังพัสดุ ห้องเครื่องจักรกล เครื่องไฟฟูาสารอง ระบบปรับอากาศ ระบบแก๊สทาง การแพทย์ ระบบประปา และระบบดับเพลิง และส่วนจอดรถของอาคารคุ้มเกศด้านหลัง สามารถจอดรถได้ ๔๐๐ คัน เมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๔ พลอากาศเอก อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหาร อากาศในขณะนั้น ได้มีหนังสือถึงราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เพื่อขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเชิญอักษรพระนามาภิไธย ประดิษฐาน ณ อาคาร “คุ้มเกศ” โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช พอ. และขอพระราชทานพระบรมสาทิสลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีน าถ เพื่อประดิษฐาน ณ บริเวณโถงอาคารคุ้มเกศ เพื่อเป็นสิริมงคลและให้ความ ร่มเย็นแก่ข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานราชการ โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ และกองทัพอากาศ ตลอดจนประชาชนทั่วไป


งบประมาณการดาเนินการ ในปี พ.ศ. ๒๕๔๖ รพ.ภูมิพลอดุล ยเดช พอ. ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากมูล นิธิ คุ้มเกล้าจานวน ๒ ล้านบาท ในการจ้างออกแบบอาคารจากบริษัทภายนอก เพื่อให้ได้แบบอาคารทัน การดาเนินการ ในครั้งนั้นวางแผนงบประมาณการค่าก่อสร้าง เป็นเงิน ๒๗๕ ล้านบาท และสารอง งบประมาณส าหรั บ ครุ ภัณฑ์ ทางการแพทย์อีก ๑๐๐ ล้ านบาท โดยใช้เงินรายรับสถานพยาบาล โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช พอ. แต่เนื่องจากเกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่าในช่วงเวลานั้น ทาให้บริษัท ที่ไ ด้ รั บ การคัด เลื อ กจากการประมู ล ขอยกเลิ ก สั ญ ญา ท าให้ ก ารด าเนิ นการมี ค วามล่ า ช้ า ในปี พ.ศ. ๒๕๔๘ ต้องประเมินราคาสาหรับการก่อสร้างอีกครั้ง ซึ่งพบว่าต้องใช้งบประมาณสูงขึ้นกว่าเดิม ประมาณ ๑๐๐ ล้านบาท อาคารคุ้มเกศจึง ได้เริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ.๒๕๕๑ และแล้วเสร็จในปี พ.ศ.๒๕๕๓ รวมใช้เงินในการก่อสร้างอาคารคุ้มเกศทั้งสิ้น ๓๔๘ ล้านบาท




การให้บริการรักษาพยาบาล


ห้องตรวจโรคผู้ป่วยนอกอายุรกรรมทั่วไป อาคารคุ้มเกศ ห้ อ ง ต ร ว จ โ ร ค ผู ้ ป ่ ว ย น อ ก อ า ยุ ร ก ร ร ม ทั ่ ว ไ ป ไ ด้ เ ปิ ด ใ ห้ บ ริ ก า ร ค รั ้ ง แ ร ก ตั ้ ง แ ต่ พ.ศ. ๒๔๙๕ ที่ อ าคาร ๑ นั บ แต่ นั้ น เป็ น ต้ น มาได้ ย้ า ยมายั ง อาคารสลากกิน แบ่ง รัฐ บาล ๘ ชั้น ในปีพ .ศ. ๒๕๑๗ และชั้ น ๒ อาคารคุ้ ม เกล้ า ฯในปี พ.ศ. ๒๕๒๘ ตามลาดับ และได้เปิด หน่วยตรวจพิเศษอายุรกรรม ที่ ชั้ น ๓ อาคารคุ้ ม เกล้ า ฯอี ก ด้ ว ย

อาคารสลากกินแบ่งรัฐบาล ๘ ชั้น เมื่ อ การรั ก ษาพยาบาลของโรงพยาบาลได้ พั ฒ นาอย่ า งต่ อ เนื่ อ งจนเป็ น โรงพยาบาล ระดั บ ตติยภูมิ การปฏิบัติงานของแพทย์กองอายุรกรรมได้มีการปรับปรุงให้เป็นลักษณะของการแยก เป็นสาขาเฉพาะโรคมากขึ้น

ห้องตรวจโรคผู้ป่วยนอกอายุรกรรมทั่วไป อาคารคุ้มเกล้าฯ


ในปี พ.ศ. ๒๕๕๖ หลังจากอาคารคุ้มเกศได้ดาเนินการสร้างแล้วเสร็จ กองอายุรกรรมได้ย้าย ห้องตรวจผู้ป่วยนอก (OPD) จากอาคารคุ้มเกล้า มายังบริเวณชั้น ๑ อาคารคุ้มเกศ โดยมีความทัน สมัย และความพร้อมในด้านเทคโนโลยีในการให้บริการที่มีประสิ ทธิภ าพ นอกจากนั้ น ยั ง ได้ ย้ า ยจากหน่ ว ยตรวจพิ เ ศษชั้ น ๓ ของอาคารคุ้ ม เกล้ า ฯ มาเป็ น ศู น ย์ โ รคไต ศูนย์ส่องกล้องทางเดินอาหาร และศูนย์ป้องกันและพัฒนาการรักษาโรคหัวใจ ที่อาคารคุ้มเกศ ชั้น ๓ และ ชั้น ๔ ซึ่งทาให้ลดความแออัดและรองรับการให้บริการผู้ป่วยอายุรกรรมที่มีจานวนเพิ่มขึ้นได้ อย่างมีประสิทธิภาพ โดยปัจจุบัน มีผู้ป่วยมาใช้บริการที่ห้องตรวจผู้ป่วยนอก มากกว่า ๖๐๐ ราย ต่อวัน



ห้องตรวจข้าราชการในเครื่องแบบ อาคารคุ้มเกศ กองตรวจโรคผู้ป่วยนอก “แผนกตรวจโรค” รพ.ภู มิ พ ลอดุ ล ยเดช พอ. เปิ ด ด ำเนิ น กำรพร้ อ มกั บ กำรก่ อ ตั้ ง รพ. เมื่อวันที่ ๒๗ มีนำคม ๒๔๙๒ เริ่มให้บริกำรตรวจรักษำโรคที่อำคำร ๑ โดยแยกออกเป็นห้องต่ำงๆ ได้แก่ ห้องตรวจอำยุรกรรมชำยและหญิง ห้องตรวจศัลยกรรม ห้องตรวจสูตินรีกรรม ศัลยกรรม ย่อย ห้องทำแผล ห้องอุบัติเหตุ ห้องตรวจทำงพยำธิกรรม ห้องสังเกตอำกำร ระยะต่อมำได้จัดห้อง ตรวจเพิ่มเติม ได้แก่ ห้องตรวจเด็ก ห้องตรวจโรคผิวหนังและห้องตรวจโรคปอด ห้องตรวจโรคผู้ป่วยนอกได้มีกำรปรับเปลี่ยนด้ำนโครงสร้ำงและกำรบริกำรอย่ำงต่อเนื่อง จนกระทั่งในปี พ.ศ. ๒๕๒๘ ได้ย้ำยไปอยู่ที่ชั้น ๒ อำคำรคุ้มเกล้ำฯ ต่อมำในปี พ.ศ. ๒๕๓๖ ได้แยก ห้องตรวจออกมำ เป็นห้องตรวจข้ำรำชกำรในเครื่องแบบ ครอบครัวทหำรอำกำศ ข้ำรำชกำรบำนำญ และนักเรียนทหำรของกองทัพอำกำศ ที่อำคำรสลำกกินแบ่ง รัฐบำล ๘ ชั้น โดยพัฒนำรูปแบบกำร บริกำรให้สอดคล้องกับแนวคิดเวชศำสตร์ครอบครัวที่ให้กำรดูแลรักษำโรคทั่วไปทั้งเฉียบพลันและ เรื้อรังแบบองค์รวมครบวงจรอย่ำงต่อเนื่อง ให้บริกำรโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชำญด้ำนเวชศำสตร์ครอบครัว ในปี พ.ศ.๒๕๕๖ ได้ย้ำยห้องตรวจดังกล่ำวมำที่อำคำรคุ้มเกศ ชั้น ๑ โดยหลังจำกที่รับกำร ตรวจจำกแพทย์ ผู้เชี่ย วชำญเรี ย บร้อยแล้ว จะรอรับยำกลั บบ้ำนที่ห้ องจ่ำยยำข้ำรำชกำร อำคำร คุ้มเกศ ชั้น ๒


ห้องตรวจข้ำรำชกำรในเครื่องแบบ ชั้น ๑ อำคำรคุ้มเกศ


ห้องจ่ายยาผู้ป่วยนอก อาคารคุ้มเกศ กองเภสัชกรรม เพื่อความสะดวกในการรับยาของผู้มาใช้บริการที่อาคารคุ้มเกศ จึงมี ห้องจ่ายยาสาหรับ ผู้ป่วยนอก ประกอบด้วยห้องจัดเตรียมยา จุดจ่ายยาทั่วไป จุดจ่ายยาสาหรับข้าราชการ และห้องให้ คาปรึกษาแนะนาการใช้ยา ซึ่งจุดให้บริการจ่ายยา ๒ จุด สาหรับผู้ป่วยข้าราชการทหารอากาศ และ ครอบครัวบริเวณที่พักรอยา เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับข้าราชการกองทัพอากาศ และสาหรับ ผู้ป่วยทั่วไปที่มาใช้บริการในแผนกอายุรกรรม ศูนย์ป้องกันและพัฒนาการรักษาโรคหัวใจ ทันตกรรม ศู น ย์ โ รคไต และเวชศาสตร์ ฟื้ น ฟู นอกจากนี้ ยั ง ให้ ก ารบริ บ าลทางเภสั ช กรรมในผู้ ป่ ว ยกลุ่ ม โรคเบาหวาน กลุ่มที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด และกลุ่มผู้ป่วยปอดอุดกั้นเรื้อรัง เป็นต้น

ห้องจ่ายยาผู้ป่วยนอก และห้องให้คาปรึกษาแนะนาการใช้ยา อาคารคุ้มเกศ


ห้องเวชระเบียน อาคารคุ้มเกศ แผนกทะเบียนเวชสถิติ ห้องเวชระเบียน อาคารคุ้มเกศ ให้บริการผู้ป่วยนอกทั้งในเวลาราชการและคลินิกพิเศษ นอกเวลาราชการ โดยเชื่ อ มโยงกั บ ระบบงานเวชระเบี ย นหลั ก ที่ อ าคารคุ้ ม เกล้ า ฯ ผ่ า นระบบ คอมพิวเตอร์และจัดส่งด้วยระบบท่อสุญญากาศ ในอนาคตมีแผนที่จะนาระบบ Electronic OPD card มาใช้ ซึ่งจะทาให้เกิดความรวดเร็ว สะดวกในการตรวจรักษามากยิ่งขึ้น และยังมีการพัฒนา ระบบคิวเป็นอัตโนมัติให้บริการตามลาดับและประเภท ปรับปรุงระบบนัดสาหรับผู้ป่วยที่มาตามนัด ให้สะดวกรวดเร็วขึ้น

ห้องเวชระเบียน ชั้น ๑ อาคารคุ้มเกศ เชื่อมโยงกับระบบงานเวชระเบียนหลักที่อาคารคุ้มเกล้าฯ ผ่านระบบคอมพิวเตอร์และจัดส่งด้วยระบบท่อสุญญากาศ


ศูนย์ป้องกันและพัฒนาการรักษาโรคหัวใจ โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ ศูนย์ ป้ องกันและพัฒนาการรั กษาโรคหั วใจ รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ. จัดตั้ง ขึ้นในปี พ.ศ.๒๕๓๘ ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงครองสิริราชสมบัติเป็นปีที่ ๕๐ และ ครบ ๘๐ ปี แห่ ง การสถาปนากองทั พ อากาศ โดยมี วิ สั ย ทั ศ น์ ใ นการเป็ น สถาบั น โรคหั ว ใจ ระดั บ ตติ ย ภู มิ ที่ มี ชื่ อ เสี ย ง เป็ น ที่ ย อมรั บ ทั้ ง ในและต่ า งประเทศ และมี พั น ธกิ จ หลั ก ๓ ด้ า น คือ ให้การรักษาพยาบาล (Service) ด้านโรคหัวใจและหลอดเลือดที่ครบวงจรแก่ประชาชน ให้การ ฝึกอบรม (Training and Teaching) แก่นิสิ ตแพทย์ พยาบาล แพทย์ฝึกหัด แพทย์ประจาบ้าน แพทย์เฉพาะทางสาขาโรคหัวใจ และดาเนินการวิจัย (Research) เกี่ยวกับโรคหัวใจและหลอดเลือดที่ เป็นปัญหาในคนไทย โดยมีอายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นผู้อานวยการศูนย์ อาทิ เ ช่ น น.อ.บรรหาร กออนั น ตกู ล น.อ. กั ม ปนาท วี ร กุ ล น.อ.หญิ ง โอบแก้ ว ดาบเพ็ ช ร และน.อ.วรงค์ ลาภานันต์ เป็นผู้อานวยการศูนย์คนปัจจุบัน

ศูนย์ป้องกันและพัฒนาการรักษาโรคหัวใจ (อาคารเดิม)

ศูนย์ป้องกันและพัฒนาการรักษาโรคหัวใจ (ชั้น ๔ อาคารคุ้มเกศ)


ผลงานที่สาคัญของศูนย์ป้องกันและพัฒนาการรักษาโรคหัวใจฯ ได้แก่ ๑. ด้านการรักษาพยาบาล ๑.๑ การผ่าตัดหัวใจ Open heart surgery การผ่าตัดหัวใจ Open heart surgery ใน รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ. ได้เริ่มขึ้นเป็นครั้งแรกใน เดื อ นธั น วาคม พ.ศ.๒๕๓๗ เป็ น การผ่ าตั ดปิ ดรู รั่ วของผนั งกั้ นระหว่ างหั วใจห้ องบนโดย น.อ.ยอด สุนทรวิจารณ์ (ยศในขณะนั้น) และศ.นพ.ปริญญา สากิยลักษณ์ และในปี พ.ศ. ๒๕๓๘ ได้เริ่มการผ่าตัด เปลี่ยนลิ้นหัวใจ และการผ่าตัดทาทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจที่ตีบ (Coronary bypass graft surgery) โดย น.ต.สุชาต ไชยโรจน์ น.อ. ยอด สุนทรวิจารณ์ น.อ.เฉลิมพล ดารงค์รัตน์ และ น.ท.นคร บุญมี ยอดผู้ป่วยที่ เข้ารับบริการผ่าตัดหัวใจจนถึงปัจจุบัน รวมทั้งสิ้น ๑,๖๑๙ ราย แบ่งเป็น การผ่าตัดทาทางเบี่ยงหลอด เลือดหัวใจ ๑,๐๓๐ ราย การผ่าตัดซ่อม/เปลี่ยนลิ้นหัวใจ ๔๑๔ ราย และการผ่าตัดแก้ไขความพิการของ หัวใจ ๑๗๕ ราย

๑.๒ การรั ก ษาผู้ ป่ ว ยโรคหลอดเลื อ ดหั ว ใจตี บ ด้ ว ยการขยายหลอดเลื อ ดด้ ว ยบอลลู น (Percutaneous transluminal coronary angioplasty, PTCA) งานตรวจสวนหัวใจเริ่มขึ้นเป็นครั้งแรกใน รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ. ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๘ และต่อมาในเดือนตุลาคมปีเดียวกันนี้ ได้ทาการขยายเส้นเลือดเส้นซ้ายหลักที่ตีบเกือบตัน ใน ผู้ป่วยหญิงอายุ ๗๘ ปี ทาให้ผนังกล้ามเนื้อหัวใจด้านหน้าขาดเลือดเป็นบริเวณกว้างจนช็อกและหัวใจ หยุดเต้น ต้องทาการกู้ชีวิตไปด้วยเป็นผลสาเร็จ ซึ่งนับเป็นการเปิดหลอดเลือดที่อุดตันด้วยบอลลูน โดยไม่ใช้ยาละลายลิ่มเลือด (Primary PTCA) เป็นครั้งแรกในประเทศไทย จากความสาเร็จดังกล่าว ได้พัฒนามาสู่การเป็นรพ.ของรัฐแห่งแรกในประเทศไทยที่ให้บริการขยายหลอดเลือดหัวใจฉุกเฉิน ๒๔ ชั่วโมง และได้จัดตั้งกองทุนโรคหัวใจฉุกเฉินและกองทุนพยาบาลโรคหัวใจขึ้นเพื่อสนับสนุนการ ทางานของเจ้าหน้าที่ที่ได้สละเวลามาช่วยชีวิตผู้ป่วยโรคนี้


การขยายหลอดเลือดหัวใจเป็นครั้งแรกใน รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ. โดย น.อ.กัมปนาท วีรกุล ศ. Douglass A Morrison, Mr. Charles C Barbiere จาก Denver VAMC โดยมี น.ต.สุชาติ ไชยโรจน์ ศัลยแพทย์หัวใจ standby ๑.๓ การตรวจการทางานของระบบไฟฟ้าหัวใจ (Cardiac Electrophysiology) และ ฝังเครื่องกระตุกหัวใจอัตโนมัติ (Automatic Implantable Cardioverter Defibrillator, AICD) การตรวจการทางานของระบบไฟฟ้า หั ว ใจเพื่ อวิ นิจ ฉั ยภาวะหั ว ใจเต้ นผิ ดปกติ นั บเป็ น เทคโนโลยีใหม่ในขณะนั้น ได้เริ่มเป็นครั้งแรกในปีพ .ศ. ๒๕๓๗ ในผู้ที่รอดชีวิตจากโรคใหลตาย และ ทาการฝังเครื่องกระตุกหัวใจอัตโนมัติ AICD เพื่อป้องกันการเสียชีวิตในผู้ป่วยกลุ่มนี้ที่บริเวณใต้ กล้ามเนื้อหน้าท้อง และต่อมาในปีเดียวกันที่ใต้ผนังหน้าอก (sub-pectoral) ซึ่งเป็นครั้งแรกในเอเชีย โดยได้รับการสนับสนุนจาก ศ.นพ.กุลวี เนตรมณี ซึ่งขณะนั้นอยู่ที่ University of Colorado Health Sciences Center ผลที่ตามมา คือทาให้ได้ทราบถึงสาเหตุของการเสียชีวิตในโรคใหล ซึ่งเป็นโรค ลึกลับที่รู้จักกันดีในประเทศไทยมานานกว่า ๘๐ ปี ปัจจุบันการรักษาหัวใจเต้นช้า โดยการฝังเครื่อง กระตุกหัวใจ การรักษาหัวใจเต้นเร็วชนิดอันตรายโดยใช้คลื่นวิทยุจี้ทาลายจุดกาเนิด และการฝัง AICD ดาเนินการโดย น.อ. เกรียงไกร จิระสิริโรจนากร

ศจ.นพ.กุลวี เนตรมณี น.ท.กัมปนาท วีรกุล และ น.ต.สุชาติ ไชยโรจน์ ทาการฝังเครื่องกระตุก หัวใจอัตโนมัติ (AICD) ในผู้ป่วยโรคใหลใต้กล้ามเนื้อหน้าอกเป็นครั้งแรกในเอเชีย


๑.๔ งานด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูโรคหัวใจ (Cardiac rehabilitation) เพื่อฟื้นสภาพหัวใจและลดโอกาสการเกิดซ้าของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ งานด้านเวชศาสตร์ ฟื้นฟูโรคหัวใจ ได้ริเริ่มเป็นครั้งแรกโดย พล.อ.ต.หญิง โอบแก้ว ดาบเพ็ชร และน.อ.ชวลิต ดั่งโกสินทร์ ในปี พ .ศ. ๒๕๔๙ และได้ พั ฒ นาขึ้ น เต็ ม รู ป แบบ เป็ น โครงการฟื้ น ฟู ส มรรถภาพหั ว ใจ (Cardiac Rehabilitation) โดย น.พ.นา ตันธุวณิช และ พ.ญ.ประจงจิตต์ แช่มสะอาด ในปีพ.ศ.๒๕๕๐ ต่อมา น.อ.วรงค์ ลาภานันต์ ได้จัดทาโครงการเพื่อนช่วยเพื่อนโรคหัวใจ รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ. (Cardiac support group) เป็นโครงการต่อเนื่องจากโครงการฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจ (Cardiac Rehabilitation) ซึ่งได้จัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์สาหรับผู้ป่วย และประชาชนทั่วไป และดาเนินการ ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

โครงการเพื่อนช่วยเพื่อนโรคหัวใจ


๒. ด้านการฝึกอบรม ทางศู น ย์ ฯ ได้ มี บ ทบาทในการก่ อ ตั้ ง “ชมรมตรวจสวนหั ว ใจและรั ก ษาหลอดเลื อ ดแห่ ง ประเทศไทย” (Thai Cardiovascular Invasive Society, TCIS) ขึ้นเมื่อ ๒๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๑ เพื่อยกระดับมาตรฐานและพัฒนาการทางานของบุคลากรในสาขาวิชาชีพตรวจสวนหัวใจ รวมทั้งเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมวิชาการ Teaching course in cardiac catherization ร่วมกับ The Society of Invasive Cardiovascular Professionals (SICP) USA (ภายใต้การสนับสนุนของ Mr.Charles Barbiere RN,CCRN,RCVT,FSICP และ Mr.Chris Nelson RN,CCRN,RCVT,FSICP ) รวม ๙ ครั้ง และยังได้รับเกียรติเลือกให้เป็นสถานที่จัดสอบ Registered Cardiovascular Invasive Specialist, RCIS ซึ่งรับรองโดย สถาบัน Cardiovascular Credentialing International (CCI)

การเป็นสถาบันอบรมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาโรคหัวใจและหลอดเลือด ที่ได้รับการรับรอง โดยแพทยสภา ได้เริ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ.๒๕๔๑ จนถึงในปัจจุบัน มีแพทย์เข้ารับการฝึกอบรม ปีละ ๔ คน การเป็นสถาบันฝึกอบรมสาหรับแพทย์เฉพาะทางต่อยอดด้าน Intervention cardiology เริ่มขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ. ๒๕๔๘ โดยฝึกอบรมให้กับแพทย์จากศูนย์โรคหัวใจพระปกเกล้า จังหวัด จันทบุรี และปัจจุบันฝึกอบรมให้แพทย์จากศูนย์โรคหัวใจจังหวัดตรัง นอกจากนี้ ยั ง เป็ น สถาบั น ฝึ ก อบรมด้ า นการสวนหั ว ใจแก่ พ ยาบาลห้ อ งตรวจสวนหั ว ใจ จากสถาบั น อื่ น ตั้ ง แต่ ปี พ.ศ. ๒๕๔๙ และให้ ก ารฝึ ก อบรมนั ก ศึ ก ษาเทคโนโลยี ด้ า นโรคหั ว ใจ จากมหาวิทยาลัยนเรศวร ปี ๓ และ ปี ๔ ถึงปัจจุบันอีกด้วย


๓. ด้านการวิจัย ศูนย์ป้องกันและพัฒนาการรักษาโรคหัวใจ รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ. มีผลงานวิจัยที่เผยแพร่ ตีพิมพ์ในวารสารทั้งในประเทศและต่างประเทศมากมาย ตัวอย่างเช่น การวิจัยเรื่องโรคใหลตาย ศูนย์ป้องกันและพัฒนาการรักษาโรคหัวใจ รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ.เป็นศูนย์กลางการวิจัย เรื่องการเปรียบเทียบอัตราตายหลังการฝังเครื่องกระตุกหัวใจอัตโนมัติ (Automatic implantable cardioverter defibrillator, AICD) กับการป้องกันการเต้นผิดปกติของหัวใจ ด้วยการให้ยาปิดกั้น เบต้า เพื่อป้องกันการเสียชีวิตในผู้ป่วยโรคใหลที่รอดชีวิตและไม่มีความผิดปกติอื่นใดในหัวใจ ต่อมา ศูนย์ฯ ได้ทาการศึกษาร่วมกับคณะนักวิจัยในสหรัฐฯ (Dr. J.Towbin, Texas) เพื่อหาความผิดปกติ ทางพันธุกรรมของโรคนี้ และศึกษาผลการป้องกันการเสียชีวิตในผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดใหลที่ยัง ไม่มีอาการ โดยเปรียบเทียบกับการฝังเครื่อง AICD กับกลุ่มควบคุม ผลจากการวิจัยเรื่องโรคใหลตายดังกล่าว ก่อให้เกิดการพัฒนาสู่สังคม คือ การจัดตั้งมูลนิธิ ดวงตะวัน (CAPRE) ขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๔๖ เพื่อจัดหาและฝังเครื่องกระตุกหัวใจอัตโนมัติให้กับผู้ป่วย โรคใหลตายที่ขาดทุนทรัพย์ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ซึ่งมี ศ.นพ. กุลวี เนตรมณี เป็นประธาน นอกจากนี้ ยังมีผลงานวิจัยเรื่อง Primary PTCA in acute ST elevation myocardial infarction ซึ่ง มีส่ วนส าคัญต่อการพัฒ นาคุณภาพการรักษาโรคกล้ามเนื้อหัว ใจตายเฉียบพลั น จากอดีตจนถึงปัจจุบัน งานพัฒนาระบบเครือข่ายโรคหัวใจ รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ. ศู น ย์ ป้ อ งกั น และพั ฒนาการรั กษาโรคหั วใจ ได้ พั ฒ นา ร ะ บบ เ ครื อ ข่ าย ร ะห ว่ า ง รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ. กับ รพ.จันทรุเบกษา พอ. โดยได้มีการติดต่อประสานงานระหว่างเจ้าหน้าที่ แพทย์ / พยาบาล ในเรื่ อ งการส่ ง ต่ อผู้ ป่ว ยโรคหั ว ใจ และมี ก ารพัฒ นาระบบเครื อข่ า ยโรคหั ว ใจ รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ. กับ รพ.เครือข่ายเขต ๕ และเขต ๑๓ โดยได้มีการประชุมร่วมกัน อย่าง สม่าเสมอ เช่น จัดประชุมให้ความรู้กลุ่มเครือข่ายเมื่อเมษายน พ.ศ.๒๕๕๓ และมีการจัดประชุมให้ ความรู้กลุ่มเครือข่ายเขต ๕ ราชบุรี เมื่อ ๒๑ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๓ ในอนาคต รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ.จะเป็นแม่ข่ายในการให้คาปรึกษาและส่งต่อโดยผ่าน ระบบ Digital EKG ซึ่งอยู่ในระหว่างการดาเนินงาน


ศูนย์โรคไต โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ ศูนย์โรคไต รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ. เป็นหน่วยงานที่ให้บริการรักษาโรคไตอย่างครบวงจร ในระดับตติยภูมิ ซึ่งครอบคลุมการรักษาด้วยวิธีการบาบัดทดแทนไตทุกรูปแบบ ได้แก่ การฟอกเลือด ด้วยเครื่องไตเทียม (Hemodialysis) การล้างไตทางช่องท้องชนิดถาวร (Continuous Ambulatory Peritoneal Dialysis: CAPD) การปลูกถ่ายไต (Kidney Transplantation) และการบาบัดทดแทน ไตแบบต่อเนื่อง (Continuous Renal Replacement Therapy: CRRT) ตลอดจนการพัฒนา แนวคิดในการดูแลผู้ป่วยแบบสหสาขา (Multidisciplinary Care) ที่เป็นรูปธรรม เพื่อเป็นการรักษา ส่งเสริมสุขภาพ ฟื้นฟูสภาพ และป้องกันภาวะแทรกซ้อนอย่างเป็นระบบ โดยยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง นอกจากนี้ศูนย์โรคไต ฯ ยังมีบทบาทในการฝึกอบรมบุคลากรทางด้านโรคไตในทุกระดับ ตั้งแต่การ ฝึกอบรมแพทย์ประจาบ้านต่อยอด สาขาอายุรศาสตร์โรคไต การร่วมฝึกอบรมแพทย์ประจาบ้าน สาขาอายุรศาสตร์ การสอนนิสิตแพทย์ในหลั กสูตรแพทยศาสตร์บัณฑิต ในโครงการร่ว มกับ คณะ แพทยศาสตร์ จุ ฬ าลงกรณ์ ม หาวิ ท ยาลั ย ตลอดจนการจั ด การฝึ ก อบรมหลั ก สู ต รการพยาบาล สาขาการพยาบาลเวชปฏิบัติการบาบัดทดแทนไต (การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม) และเป็นแหล่ง ฝึกของหลักสูตรการพยาบาลเฉพาะทางสาขาการพยาบาลผู้ป่วยที่ได้รับการล้างไตทางช่องท้อง

ประวัติของหน่วยงาน หน่วยโรคไตได้ก่อตั้งเป็นหน่วยงานภายในกองอายุรกรรมในปี พ.ศ. ๒๕๒๙ โดยมี น.อ.กลศร ภัคโชตานนท์ และ น.อ.อนุตตร จิตตินันทน์ เป็นผู้ริเริ่ม เนื่องจากในเวลานั้น รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ. ได้มีแนวคิดที่จะขยายการบริการไปสู่กลุ่มผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง ซึ่งค่อนข้างเข้าถึงการรักษาได้ยาก จึงได้ บรรจุแพทย์ที่สาเร็จผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรศาสตร์โรคไตทั้งจากภายในประเทศและต่างประเทศเพิ่ ม มากขึ้น ทาให้สามารถร่วมกันพัฒนาศักยภาพของหน่วยโรคไต กองอายุรกรรม จนได้รับการรับรอง จากแพทยสภาให้ เป็ น สถาบั น ฝึ กอบรมแพทย์ ประจาบ้ านต่ อยอดสาขาอายุ ร ศาสตร์ โ รคไตในปี พ.ศ. ๒๕๔๑ ซึ่งทาการฝึกอบรมต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน และปรับปรุงโครงสร้างของหน่วยงาน เพื่อให้สามารถดูแลผู้ป่วยโรคไตได้ครบวงจรอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น จึงได้จัดตั้งศูนย์โรคไต รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ. ขึ้ น ในปี พ.ศ. ๒๕๕๖ โดยเป็ น หน่ ว ยขึ้ น ตรงกั บ รพ. เชื่อมโยงด้าน การรั ก ษาพยาบาลร่ ว มกั บ ศั ล ยแพทย์ ห ลอดเลื อ ด ศั ล ยแพทย์ ร ะบบทางเดิ น ปั ส สาวะ แพทย์ รั ง สี ร่ ว มรั ก ษา พยาธิ แ พทย์ นั ก ก าหนดอาหาร และกุ ม ารแพทย์ โ รคไต โดยปั จ จุ บั น มี น .อ.กลศร ภั ค โชตานนท์ เป็นประธานศูนย์ฯ และ น.ท.พงศธร คชเสนี เป็นหัวหน้าศูนย์


ขอบเขตของการให้บริการ ๑. การบริ ก ารฟอกเลื อ ดด้ ว ยเครื่ อ งไตเที ย ม ได้ เ ริ่ ม ให้ บ ริ ก ารมาตั้ ง แต่ ปี พ.ศ.๒๕๒๘ โดยปัจจุบันให้บริการแบบครบวงจร ตั้งแต่การให้คาปรึกษาแก่ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังและครอบครัว การ ทาหัตถการใส่สายสวนในหลอดเลือดดา การผ่าตัดต่อเส้นเลือดเพื่อการล้างไต (Arteriovenous Fistula: AVF) ศูนย์โรคไตให้บริการฟอกเลือดตามเกณฑ์มาตรฐานของแพทยสภาโดยผ่านการรับรอง จากคณะกรรมการตรวจรับรองจากราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๔๔ จนถึ ง ปั จ จุ บั น และมี ก ารท างานที่ ป ระสานกั บ องค์ ก รภายนอกที่ ส นองตอบต่ อ นโยบายภาครั ฐ ในปีที่ผ่านมามีการให้บริการฟอกเลือดจานวนทั้งสิ้น ๓,๒๘๔ ครั้ง

ห้องไตเทียม อาคารคุ้มเกล้าฯ

ห้องไตเทียม อาคารคุ้มเกศ

๒. การบริการล้างไตทางช่องท้องชนิดถาวร (CAPD) เริ่มให้บริการตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๙ โดย ให้บริการครบวงจร ประกอบด้วย การให้คาปรึกษาแก่ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง การเตรียมความพร้อม ผู้ป่วย การฝังสาย Tenckhoff Catheter การฝึกสอนผู้ป่วยและครอบครัว เกี่ยวกับเทคนิคการ เปลี่ยนถุงน้ายาล้างช่องท้องและการดูแลเรื่องความสะอาด เพื่อให้ผู้ป่วยและครอบครัวสามารถดูแล ตนเองได้อย่างถูกวิธี และมีการส่งต่อให้ทีมเยี่ยมบ้านดูแลอย่างต่อเนื่องในชุมชน เพื่อประเมินผล และสร้างความมั่นใจให้กับผู้ป่วยในการดูแลตนเองที่ถูกต้อง ปัจจุบันมีผู้ป่วย CAPD รับบริการอยู่ ประมาณ ๗๐ คน


การพยาบาลผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องชนิดถาวร (CAPD) ๓. การปลู ก ถ่ า ยไต เริ่ ม ท าในผู้ ป่ ว ยรายแรกปี พ.ศ.๒๕๓๕ โดยได้ รั บ ความกรุ ณ าจาก ศ.นพ.ไพบูลย์ จิตประไพ รพ.ศิริราช เป็นศัลยแพทย์ร่วมผ่าตัดกับทีมแพทย์ของ รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ. และประสบผลสาเร็จเป็นอย่างดี ปัจจุบันมีผู้ที่ได้รับการปลูกถ่ายไตใน รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ. เป็นจานวนทั้งสิ้น ๑๐๕ ราย

การผ่าตัดปลูกถ่ายไต ๔. คลินิกโรคไตเรื้อรัง (CKD Clinic) เพื่อชะลอ การเสื่อมของไตในผู้ป่ว ยโรคไตเรื้อรังที่ยังไม่ได้รับการ รั ก ษาทดแทนไต โดยจั ด บริ ก ารในลั ก ษณะสหสาขา (Multidisciplinary Approach) เริ่มให้บริการตั้งแต่ เดือนมกราคม พ.ศ. ๒๕๕๓


๕. การบริ การรักษาทดแทนไตแบบต่อเนื่อง (Continuous Renal Replacement Therapy: CRRT) ใช้สาหรับผู้ป่วยไตวายเฉียบพลันที่อยู่ในภาวะวิกฤต เช่น ผู้ป่วยติดเชื้อในกระแส เลือด (sepsis) ในหออภิบาลผู้ป่วยหนัก รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ.ได้เริ่มทา CRRT มาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๔๐ และปัจจุบันถือเป็นสถาบันที่มีจานวนผู้ป่วยที่ได้รับการทา CRRT มากที่สุดแห่งหนึ่งใน ประเทศไทย

การรักษาทดแทนไตแบบต่อเนื่อง (CRRT) งานด้านวิชาการ ผลงานสาคัญที่เป็นที่ภาคภูมิใจของหน่วยงาน ได้แก่ ๑. เผยแพร่ผลงานวิจัยที่เป็นประโยชน์ต่อวงการอายุรศาสตร์โรคไตในประเทศไทย เช่น ข้อมูลการศึกษา Prevalence of Chronic Kidney Disease in Royal Thai Air Force Personnel และ The Changing Profile of PD-Related Peritonitis in Thailand. ๒. การเป็นต้นแบบ (Role Model) ของมาตรฐานการบริการในหลาย ๆ ด้าน เช่น การจัดตั้งคลินิกโรคไตเรื้อรังแบบสหสาขา (Multidisciplinary CKD clinic) และแนวทางปฏิบัติ “การเตรียมน้าบริสุทธิ์เพื่อการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม” ของสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย ๓. การแต่งตาราของหน่วยงาน ได้แก่ ตารา Critical Care Nephrology and Dialysis


การจัดงานกิจกรรมวันไตโลก


ศูนย์ส่องกล้องระบบทางเดินอาหาร โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ ศูนย์ส่องกล้องระบบทางเดินอาหาร รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ. ชั้น ๔ อาคารคุ้มเกศ ก่อตั้ง ขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบูรณาการการให้บริการตรวจรักษาที่ต้องใช้วิธีการส่องกล้องตรวจทางเดิน อาหาร ซึ่งประกอบด้วยการให้บริการโดยแพทย์หลากหลายสาขา ได้แก่ อายุรแพทย์ ศัลยแพทย์ และกุมารแพทย์ รวมทั้งมีการประสานวิสัญญีแพทย์ ซึ่งจะเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ผู้ป่วยขณะทา หัตถการด้วย ทาให้แพทย์ผู้รักษาโรคระบบทางเดินอาหารทุกสาขามีโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้ และ พัฒนาการตรวจรักษาโดยการส่องกล้องให้เป็นไปในแนวทางที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน อีกทั้งยังช่วย ให้การบริหารกาลังพล และบริหารเครื่องมือที่มีราคาแพงเป็นไปอย่างคุ้มค่าอีกด้วย การตรวจทางเดินอาหารด้วยอุปกรณ์พิเศษโดยการส่องกล้องของ รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ. เริ่มขึ้นในปีพ.ศ. ๒๕๑๒ โดย น.ท.วิรัช สกุลทับ นายแพทย์โรคทางเดินอาหาร เป็นผู้เริ่มการตรวจเป็น ท่านแรก

ในปีพ.ศ. ๒๕๒๐ ร.อ.บรรเจิดศักดิ์ อากาศบดี (ยศขณะนั้น) อายุรแพทย์ทางเดินอาหาร ได้ใช้กล้องส่องที่เป็นสาย Fiber optics เรียกว่า Flexible Fibergastroscope และในปีต่อมา ร.อ.ไพฑูรย์ จ๋วงพานิชย์ (ยศขณะนั้น) และ ร.อ.บุญชัย ชัยพานิช (ยศขณะนั้น) ได้ร่วมกันริเริ่มให้มี การตรวจในช่องท้องด้วย Peritoneoscope เพื่อใช้ในการแยกโรคมะเร็งตับ กับ ก้อนฝีในตับ ซึ่งใน ระยะแรกห้องที่ใช้ตรวจด้วยวิธีส่องกล้อง ตั้งอยู่ที่อาคารสลากกินแบ่ง ๘ ชั้น โดยผู้ป่วยจะนอนรักษา ที่อาคาร ๖ ชั้นบน (ปัจจุบันเป็นสถานที่ตั้งอาคารคุ้มเกศ) ต่อมาในปีพ.ศ. ๒๕๒๘ ห้องที่ให้บริการ ตรวจส่องกล้องรวมทั้งหัตถการพิเศษทั้งหมด ได้ย้ายมาที่ห้องตรวจพิเศษชั้น ๓ อาคารคุ้มเกล้าฯ ในปี พ.ศ. ๒๕๓๔ อายุ รแพทย์ทางเดินอาหารในขณะนั้น คือ น.อ.ณัฏ ฐากร วิริยานุภาพ ได้ไปศึกษาดูงาน ณ ประเทศออสเตรีย ได้นาวิธีการรักษาผ่านทางกล้องมาใช้เป็นครั้งแรก โดยฉีดยา ในกลุ่มผู้ ป่ วยโรคตับ แข็งที่อาเจี ย นเป็นเลื อด ในช่ว งเวลานั้นการแพทย์ด้านรักษาผ่ านทางกล้ อง ได้พัฒนาเพิ่มขึ้นมาก รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ. จึงส่ง น.อ.วิญญู จันทรสุนทรกุล ไปศึกษาเพิ่มเติม ด้านโรคทางเดินอาหาร ณ ประเทศเยอรมนี ในปีพ.ศ. ๒๕๓๗ – ๒๕๓๘ เพื่อให้ รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ. พัฒนาทัดเทียมรพ.ชั้นนาอื่นๆ ทั้งการรักษาผู้ป่วยอาเจียนเป็นเลือด การรักษาทางเดินอาหาร ตีบ ด้ ว ยการใช้ Balloon การเจาะหน้า ท้ องให้ อ าหารผ่ านทางสายยางด้ ว ยกล้ อง หรื อ PEG (Percutasneous Endoscopic Gastrostomy) การรักษาผู้ป่วยอาเจียนเป็นเลือดด้วยการใช้ยางรัด


การทา Diagnostic ERCP ได้รับความร่วมมือจาก น.อ.พงษ์เดช พงษ์สุวรรณ (ยศขณะนั้น) รังสีแพทย์ โดยใช้สถานที่คอื ห้อง Fluroscope ของกองรังสีกรรม ในด้านวิชาการ การศึกษาวิจัยทางการแพทย์ เรื่องเกี่ยวกับโรคทางเดินอาหารในรพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ. มีการพัฒนาก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง จนได้รับการรับรองจากแพทยสภาให้เป็นสถาบันฝึกอบรม ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะโรคทางเดินอาหาร ซึ่ง รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ. ได้เปิดอบรมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เฉพาะทางระบบทางเดินอาหารขึ้นเป็นรุ่นแรก ในปีพ.ศ. ๒๕๔๒


ในปีพ.ศ. ๒๕๓๘ กองศัลยกรรม รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ. ได้เปิดตรวจรักษาโรคทางเดิน อาหารด้ว ยการส่ องกล้องและตรวจทางเดินน้าดีโ ดยทา ERCP มากขึ้น โดยใช้ ห้ อง Fluroscope ของกองรั งสี ก รรมเป็ น สถานที่ต รวจเช่น เดีย วกัน ต่อ มาในปี พ .ศ. ๒๕๔๐ หลั ง จากที่ น.อ.เพชร เกษตรสุวรรณ ศัลยแพทย์ จบการศึกษาด้าน ERCP จากประเทศสหรัฐอเมริกา กองศัลยกรรมจึงได้ เริ่มให้บริการการตรวจรักษา ERCP อย่างเต็มรูปแบบ พ.ศ. ๒๕๔๔ กองกุมารเวชกรรม รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ. โดย น.อ.หญิง สุนันท์ ศรีส งคราม (ยศขณะนั้น) และ น.ท.หญิง ปัญจฉัตร รัตนมงคล (ยศขณะนั้น) กุมารแพทย์โรคทางเดินอาหาร ได้ เ ริ่ ม ให้ บ ริ การตรวจวินิ จ ฉั ย และรัก ษาด้ ว ยการส่ องกล้ องในผู้ ป่ว ยเด็ก ที่ห้ องตรวจพิ เศษชั้ น ๓ อาคารคุ้ ม เกล้ า ฯ เช่ น การรั ก ษาเส้ น เลื อ ดขอดโป่ ง พองในผู้ ป่ ว ยเด็ ก ที่ มี ค วามดั น ในตั บ สู ง แต่เนื่องจากในระหว่างการตรวจผู้ป่วยเด็ก ต้องใช้วิสัญญีแพทย์ร่วมดูแลอย่างใกล้ชิดเป็นส่วนใหญ่ จึงได้ย้ายลงไปตรวจที่ห้องผ่าตัดเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย ต่ อ มา คณะกรรมการบริ ห ารรพ.ภู มิ พ ลอดุ ล ยเดช พอ. มี น โยบายให้ ร วมห้ อ งตรวจ ทางเดินอาหารด้วยอุปกรณ์พิเศษโดยการส่องกล้อง ได้แก่ ห้องตรวจของกองศัลยกรรม และ กองกุ ม ารเวชกรรมซึ่ ง อยู่ ใ นห้ อ งผ่ า ตั ด กั บ ห้ อ งตรวจของหน่ ว ยโรคระบบทางเดิ น อาหาร กองอายุรกรรม ซึ่งตั้งอยู่ที่ห้องตรวจพิเศษ ชั้น ๓ อาคารคุ้มเกล้าฯ จัดตั้งเป็นศูนย์ส่องกล้อง ระบบทางเดินอาหาร รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ. โดยใช้สถานที่ตั้งที่ชั้น ๔ อาคารคุ้มเกศและเริ่ม ดาเนินการตรวจเป็นวันแรกเมื่อวันที่ ๗ มกราคม พ.ศ.๒๕๕๖


ศูนย์ส่องกล้องระบบทางเดินอาหาร รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ.ให้บริการการตรวจ รักษา และ ส่งเสริมสุขภาพแก่ผู้ป่วย มีอุปกรณ์ที่ทันสมัยทัดเทียมกับโรงพยาบาลชั้น นา เป็นสถาบันให้การศึกษา ต่อเนื่องสาหรับแพทย์ มีการพัฒนาโดยแพทย์ และบุคลากรทุกส่วนให้ความร่วมมืออย่างดี โดยเน้น ความสามัคคี ความสุขในการให้บริการ ความแม่นยาและความปลอดภัยในการดูแลผู้ป่วยเป็นสาคัญ


ในปีพ.ศ. ๒๕๔๒ ห้องส่องกล้องของรพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ. รักษาผู้ป่วยอาเจียนเป็นเลือด จากเส้ น เลื อ ดขอดในหลอดอาหารแตกในผู้ ป่ ว ยตั บ แข็ ง ด้ ว ยการใช้ ย างรั ด เป็ น ชุ ด แทนการใช้ Overtube สามารถลดค่ าใช้ จ่ายโดยนายางรั ดหั ว ริด สี ดวงนามาใช้ซ้าได้อ ย่างปลอดภัย ก่อ น โรงพยาบาลอื่นๆ โดยนายบุญยืน ชูวันพัด เจ้าหน้าที่ห้องส่องกล้องตรวจพิเศษชั้น ๓ เป็นผู้คิดวิธี เมื่อรวบรวมผู้ป่วยเป็นผลงานวิจัยและส่งเข้าประกวด ได้รับรางวัล สลิล ฟูไทยชนะเป็นลาดับที่ ๒ ใน ปี ๒๕๔๔ เป็ น ตัว อย่ างในการลดค่า ใช้จ่า ยกับโรงพยาบาลอื่นๆทั่ ว ประเทศ ส าหรั บผลงานวิจั ย ทางการแพทย์ ทั้งแพทย์และพยาบาลนาเสนอผลงานต่อเนื่องทุกปี โดยเสนอในการประชุมวิชาการ ประจาปีของรพ.และการประชุมของแพทย์โรคทางเดินอาหาร กุมารแพทย์และศัลยแพทย์ รวมทั้ง การประชุมวิชาการประจาปีพยาบาลส่องกล้องทางเดินอาหารทั่วประเทศ


กองทันตกรรม โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ ในปีพ.ศ.๒๕๒๘ กองทันตกรรม รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ. เปิดให้การรักษาทางทันตกรรม ณ อาคารคุ้มเกล้าฯ มีจานวนห้องรักษา ๑๒ ห้อง สามารถให้การบริการผู้ป่วยได้เฉลี่ยปีละ ๑๔,๐๐๐ คน แต่เนื่องจากปัญหาสุขภาพช่องปากเป็นปัญหาสาคัญที่พบได้ บ่อยขึ้นในประชากรไทย ทาให้มี จานวนผู้ป่วยที่มีความต้องการการรักษาทางทันตกรรมเพิ่มขึ้นทุกปี ประกอบกับมีความก้าวหน้าใน การรั ก ษาโรคทางทั น ตกรรมที่ มี ค วามซั บ ซ้ อ นมากขึ้ น โรงพยาบาลภู มิ พ ลอดุ ล ยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ จึงเพิ่มอัตรากาลังพลทันตแพทย์ และปรับขยายหน่วยมายังอาคารคุ้มเกศ เพื่อเพิ่มห้องรักษาเป็น ๒๐ ห้อง ให้สอดคล้องกับภาระงาน นอกจากนี้ยังมี ห้องจ่ายกลางและ ห้องประชุมด้วย

โรคของผู้ป่วยที่มารับบริการในห้องทันตกรรม แบ่งเป็นประเภทดังนี้ ๑. โรคทันตกรรมทั่วไป เช่น อุดฟัน, ขูดหินน้าลาย, ถอนฟัน ฯลฯ ๒. โรคทันตกรรมเฉพาะทาง เช่น โรคที่ต้องการการรักษารากฟัน, จัดฟัน, โรคปริทันต์, โรคฟันคุด, โรคทันตกรรมในเด็ก ฯลฯ ๓. โรคทางระบบที่ต้องได้รับการรักษาทางทันตกรรม เช่น มะเร็งศีรษะและลาคอ, โรคหัวใจ โรคที่ต้องกินยาต้านการแข็งตัวของเลือด เป็นต้น


ความก้าวหน้าทางการให้บริการ ๑. ด้านการบริการรักษาพยาบาล ในด้านการรั ก ษาทางทัน ตกรรมเมื่ อย้ายจากอาคารคุ้ มเกล้ า ฯ ซึ่งมี ห้ องรั กษา ๑๒ ห้ อ ง มาเป็น อาคารคุ้มเกศ มีห้องรักษา ๒๐ ห้อง ปัจจุบันมีเก้าอี้ทาฟันจานวน ๑๘ เก้าอี้ สามารถรับ ผู้ป่วยเพิ่มขึ้นได้จาก ๘๐ คน /วัน เป็น ๑๑๐ - ๑๒๐ คน /วัน


๒. ด้านอุปกรณ์การแพทย์ นอกจาก Unit ฟันเพิ่มขึ้นแล้ว อุปกรณ์ใหม่ที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ ๒.๑ X- ray มี CT / Panoramic / Lateral Ceph / Peri apical แบบ Digital เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจวิเคราะห์โรค

๒.๒ มีห้องล้างเครื่องมือ ที่แบ่งเป็นส่วนล้าง ส่วนฆ่าเชื้อ ส่วนเก็บเครื่องมือชัดเจน มี Autoclave ๑๒๘ ลิตร ที่สามารถฆ่าเชื้อได้ครั้งละปริมาณมาก ๒.๓ Suction and Compressor แบบ Central ลดค่าใช้จ่าย ลดพื้นที่การวาง และลดมลพิษทางเสียง


๓. ด้านวิชาการ จากการที่กองทันตกรรมได้พื้นที่เพิ่มเติมในอาคารคุ้มเกศ ทาให้มีพื้นที่ เพียงพอที่จะมีห้อง ประชุมทันตแพทย์ กองทัพอากาศได้ โดยใช้พื้นที่ห้องประชุมภายในกองทันตกรรม ซึ่งจะมีการจัด ประชุมใหญ่ทัน ตแพทย์ สั งกัดกองทัพอากาศ ปีล ะ ๒ ครั้ง เพื่อทบทวนความรู้ทางวิช าการ และ แนะนาความรู้ใหม่ๆ ให้กับทันตแพทย์จากสถานพยาบาลทุกแห่งของกองทัพอากาศ และยังมีการใช้ ห้ อ งประชุ ม ในการจั ด ประชุ ม ภายในกองทั นตกรรม รพ. ภู มิ พลอดุ ลยเดช พอ. เป็ นประจ าทุ กเดื อน รวมทั้งมีการเชิญวิทยากรจากภายนอก เช่น จากคณะทันตแพทยศาสตร์ หรือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาบรรยายให้ความรู้ด้านต่างๆ แก่บุคลากรกองทันตกรรม เช่น การอบรมวิธีช่วยฟื้นคืนชีพเบื้องต้น (CPR) การอบรมด้านนิรภัย (ดับเพลิง) การอบรมเรื่องเทคนิคการฆ่าเชื้อ และการนาเสนอวัสดุอุปกรณ์ทาง ทัน ตกรรมใหม่ ๆ เพื่ อ ให้ เกิ ด ความรู้ และพั ฒ นาทัก ษะด้ านต่ างๆ ของบุค ลากรให้ ทางานได้ อย่ า ง ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพมากขึ้นในทุ กๆ ด้าน นอกจากนี้ห้องประชุมยังใช้เป็นสถานที่จัดอบรม ทดสอบความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงานของทั้งทันตแพทย์ และผู้ช่วยทันตแพทย์ เพื่อให้มีการ ทบทวน และพัฒนาความรู้ทางด้านวิชาการของบุคลากรภายในกองทันตกรรม อย่างต่อเนื่องต่อไป เพื่อประโยชน์สูงสุดในการให้การรักษา และการบริการแก่ผู้มาใช้บริการ


กองเวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ

กองเวชศาสตร์ฟื้นฟู รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ. ได้รับการก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๖ โดยครั้งนั้น เป็นหน่วยหนึ่งที่ขึ้นตรงต่อแผนกรังสีกรรม รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ. รวมเรียกว่า “แผนกรังสีและ กายบ าบั ด ” ในปี พ.ศ.๒๕๐๗ หน่ ว ยกายบ าบั ดได้ แ ยกออกมาเป็ น แผนกกายบาบั ด และในปี พ.ศ. ๒๕๑๖ แผนกกายบาบัด ได้รับการขยายเป็น กองกายบาบัด หลังจากนั้นได้มีการปรับเปลี่ยน เรื่อยมา เมื่อ ๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๖ ได้เปลี่ยนจาก กองกายบาบัดเป็น “กองเวชศาสตร์ฟื้นฟู” ใช้ชื่อย่อ ว่า “กวฟ.” ขึ้นตรงต่อ รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ. กองเวชศาสตร์ ฟื้น ฟู รพ.ภู มิพลอดุล ยเดช พอ. มี ห น้า ที่ดาเนินการรั กษาผู้ ป่ว ยโรคทาง เวชศาสตร์ฟื้นฟู ให้การศึกษา ฝึกอบรมวิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟูแก่แพทย์ฝึกหัด แพทย์ประจาบ้าน นิสิต นักศึกษาแพทย์ นักเรียนพยาบาลทหารอากาศ และบุคลากรทางการแพทย์อื่นๆ ตลอดจนการศึกษา ค้นคว้าวิจัย และเผยแพร่ความรู้ทางวิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู โดยมีหัวหน้ากองเวชศาสตร์ฟื้นฟูเป็น ผู้บังคับบัญชา


Fluidotherapy

Shockwave

ปัจจุบันมีเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ทันสมัย สามารถให้การดูแลรักษาผู้ป่วยได้ เช่น - Fluidotherapy, Shockwave, Ultrasound diagnosis - มีอุปกรณ์ที่สามารถวิเคราะห์และประมวลผลความสามารถในการทางานของรยางค์บน - มีอุปกรณ์ที่ช่วยอานวยความสะดวกในการรักษาทางกิจกรรมบาบัด เช่น เตียงพยุงผู้ป่วยฝึกกลืน - มีอุปกรณ์ฝึกการทางานของแขนและมือ เพื่อใช้เพิ่มทักษะในการดาเนินกิจวัตรประจาวัน



หน่วยตรวจพิเศษสูตินรีกรรม อาคารคุม้ เกศ กองสูตินรีกรรม หน่วยตรวจพิเศษสูตินรีกรรม อาคารคุ้มเกศ ประกอบด้วย หน่วยเวชศาสตร์มารดาและทารก ในครรภ์ (Maternal and fetal Medicine) และหน่วยเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ (Reproductive Medicine) น.อ.หญิงบุปผา สมานชาติ (ยศขณะนั้น) เป็นผู้ก่อตั้งหน่วยดูแลสุขภาพทารกในครรภ์ขึ้น ใน พ.ศ. ๒๕๓๔ โดยการก่อตั้งในครั้งแรกได้ใช้ห้ องตรวจผู้ ป่วยนอก กองสูตินรีกรรม ชั้น ๒ อาคาร คุ้มเกล้าฯ เป็นสถานที่ปฏิบัติงาน มี น.ท.วิบูลย์ เรืองชัยนิคม (ยศขณะนั้น) เป็นหัวหน้าหน่วย ซึ่งต่อมาได้ นาการตรวจวินิจฉัยทารกในครรภ์ด้วยวิธีการเก็บชิ้นเนื้อรก (Chorionic Villi Sampling) มาใช้ใน รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ. เป็นคนแรก เมื่อมีผู้ ป่ ว ยมารั บ บริ การที่ห้ องตรวจผู้ ป่ว ยนอกเพิ่มมากขึ้นทาให้ เกิดความคับคั่ง จึงได้ย้า ย หน่วยนี้ไปอยู่ที่ชั้น ๗ อาคารคุ้มเกล้าฯ ชั้นเดียวกับหอผู้ป่วยใน กองสูตินรีกรรม ต่อมาปีพ .ศ.๒๕๕๕ จึงย้ายที่ทาการของหน่วยไปที่ชั้น ๔ อาคารคุ้มเกศ ทาให้มีพื้นที่ของหน่วยในการให้บริการเพิ่มขึ้น และ ปรั บ เปลี่ ย นชื่ อ หน่ ว ยดู แ ลสุ ข ภาพทารกในครรภ์ เป็ น หน่ ว ยเวชศาสตร์ ม ารดาและทารกในครรภ์ และหน่ วยเวชศาสตร์ การเจริ ญพันธุ์ เพื่อให้ สอดคล้ องกับชื่อสาขาวิช าของราชวิทยาลั ยสู ตินรีแพทย์ แห่งประเทศไทย


หน่วยเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ มีภารกิจ - ให้บริการตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงทางสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา

- ประเมินสุขภาพทารกในครรภ์ด้วย Non-stress test (NST), Biophysical profile(BPP), Doppler study - ให้คาปรึกษาแนะนาการตรวจกรองภาวะปัญญาอ่อนดาวน์ ภาวะความผิดปกติของโครโมโซม และคู่เสี่ยงธาลัสซีเมีย - ทาหัตถการเพื่อวินิจฉัยความผิดปกติของทารกในครรภ์ ได้แก่ การเก็บชิ้นเนื้อรก (Chorionic villi sampling ), การเจาะน้าคร่า ( Amniocentesis ) และการเจาะเลือดจากสายสะดือทารกในครรภ์ (Cordocentesis )


หน่วยเวขศาสตร์การเจริญพันธุ์ หน่วยเวขศาสตร์การเจริญพันธุ์ เดิมใช้ชื่อว่าหน่วยชีววิทยาการเจริญพันธุ์ (Reproductive biology unit) โดยพั ฒ นามาจากคลิ นิ ก รั ก ษาผู้ มี บุ ต รยากและโรคระบบต่ อ มไร้ ท่ อ ทางนรี เ วช ซึ่งกองสู ติ น รี กรรมได้ เปิ ด ให้ บ ริ การพร้อ มๆกับ การเปิ ดอบรมแพทย์ป ระจ าบ้ านสู ติ นรี เวชวิ ทยา มาตั้งแต่ปีพ.ศ. ๒๕๒๘ หน่วยเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ ให้บริการวินิจฉัย ตรวจรักษาคู่สมรสที่มีบุตร ยาก สตรี ที่ มี ภ าวะปวดท้ อ งเรื้ อ รั ง ภาวะประจ าเดื อ นผิ ดปกติ ภาวะเยื่ อ บุโ พรงมดลู ก อยู่ ผิ ด ที่ (Endometriosis) และภาวะผิดปกติทางระบบต่อมไร้ท่อทางนรีเวชต่างๆ ในการรักษาคู่สมรสที่มีบุตรยากนั้น หน่วยเวขศาสตร์การเจริญพันธุ์ได้พัฒนาศักยภาพของ หน่วยและความสามารถของบุคลากร จนถึงระดับที่สามารถให้บริการปฏิสนธิในหลอดทดลองและ ย้ายตัวอ่อนได้ (Invitro fertilization and Embryo Transfer) แต่ต่อมาเนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจ ความคุ้มทุนและข้อจากัดของบุคลากร ในปัจจุบันทางหน่วยจึงคงระดับการให้บริการไว้เพียงการ เตรียมอสุจิและฉีดเข้าสู่โพรงมดลูกเท่านั้น นอกจากนิ้ ในปัจจุบันหน่วยเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ได้เพิ่มการบริการตรวจความผิดปกติ ของโพรงมดลูก โดยวิธีการฉีดน้าเกลือเข้าโพรงมดลูกร่วมกับการตรวจอุลตร้ าซาวด์ (SIS Saline infusion sonohysterography) ซึ่งเป็นวิธีการหนึ่งเพื่อช่วยให้การวินิจฉัยพยาธิสภาพในเยื่อบุโพรง มดลูกได้แม่นยาขึ้น เป็นวิธีที่แนะนาให้ใช้ในกรณีที่สงสัยว่ามีพยาธิสภาพในเยื่อบุโพรงมดลูก เช่น มีติ่งเนื้อในโพรงมดลูก มีเนื้องอกชนิดที่เยื่อเข้ าไปในโพรงมดลูก หรือภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัว ผิดปกติ ทาให้การวินิจฉัยเกิดความแม่นยามากยิ่งขึ้น


หน่วยตรวจพิเศษอายุรกรรม อาคารคุม้ เกศ กองอายุรกรรม หน่ ว ยตรวจพิ เ ศษอายุ ร กรรม เป็ น หน่ ว ยงานหนึ่ ง ของกองอายุ ร กรรม เดิ ม อยู่ ที่ ชั้ น ๓ อาคารคุ้มเกล้าฯ เริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ ๑๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๒๘ โดยมีการตรวจพิเศษของ หน่วยโรคระบบทางเดินอาหาร หน่วยโรคระบบประสาท และหน่วยโรคระบบทางเดินหายใจ รวมทั้ง ใช้เป็นคลินิกเฉพาะโรคสาหรับหน่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด หน่วยโรคเลือดและมะเร็ง หน่วยโรค ระบบต่อมไร้ท่อ และหน่วยโรคไต ในปี พ.ศ.๒๕๓๘ สานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้รับรองหน่วยโรคหัวใจและหลอด เลือดให้เป็นศู น ย์ ค วามเป็ น เลิ ศ (Excellent center) จึ ง ย้ า ยไปจั ด ตั้ ง เป็ น ศู น ย์ ป้ อ งกั น และ พั ฒ นาการรั ก ษาโรคหั ว ใจ รพ.ภู มิ พ ลอดุ ล ยเดช พอ. ต่อมาเมื่อหน่วยตรวจพิเศษอายุรกรรมมีผู้มารับบริการมากขึ้น ทาให้สถานที่คับแคบ จึงได้ ย้ายการให้บริการหน่วยตรวจพิเศษอายุรกรรมทั้งหมดไปยัง ชั้น ๔ อาคารคุ้มเกศ ยกเว้นหน่วยโรคไต ได้พัฒนาเป็นศูนย์โรคไต รพ.ภูมิพลอดุล ยเดช พอ. อยู่ที่ชั้น ๓ อาคารคุ้มเกศ หัตถการต่างๆของ หน่วยโรคระบบทางเดินอาหารได้ย้ายไปให้บริการตรวจรักษาที่ ศูนย์ส่องกล้องระบบทางเดินอาหาร รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ. และหน่วยโรคระบบประสาทยังคงอยู่ที่ชั้น ๓ อาคารคุ้มเกล้าฯ เช่นเดิม


คลังยาพิเศษ กองเภสัชกรรม อาคารคุ้มเกศ รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ. เป็นรพ.ตติยภูมิระดับสูง ที่มีศูนย์แห่งความเป็นเลิศถึง ๔ ด้าน ทั้ ง ยั ง เป็ น สถาบั น ผลิ ต แพทย์ ทั้ ง หลั ก สู ต รก่ อ นปริ ญ ญาและหลั ง ปริ ญ ญา ท าให้ มี ก ารใช้ ย าที่ มี ประสิทธิภาพสูงและมีนวัตกรรมเพิ่มมากขึ้น ปัจจุบันมีรายการยาในบัญชียาทั้งหมด ๑,๗๐๒ รายการ เป็นเหตุให้คลังยาพิเศษเดิมที่อาคารคุ้มเกล้า ฯ ต้องกระจายอยู่ตามจุดต่างๆ ถึง ๔ ห้อง ไม่สะดวกใน การควบคุมดูแล จึงได้ย้ ายคลังยาพิเศษไปยังอาคารคุ้มเกศทั้งหมด ทาให้มีพื้นที่ในการจัดเก็บยา เพิ่มขึ้นและรวมอยู่ในบริเวณเดียวกัน ใช้เป็นสถานที่สารองยาเพื่อจ่ายให้กับห้องจ่ายยาย่อยทุกแห่ง ของรพ. คลังยาพิเศษ ประกอบด้วยห้องควบคุมอุณหภูมิ ๒๕ องศาเซลเซียส และห้องควบคุม อุณหภูมิ ๒-๘ องศาเซลเซียส เพื่อเก็บยาประเภทต่างๆตามความเหมาะสมอย่างเป็นสัดส่วน เช่น ยาเสพติด วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ยาเคมีบาบัด เป็นต้น

ห้องเก็บยาที่ต้องแช่เย็น คลังยาพิเศษ (ควบคุมอุณหภูมิ ๒-๘ องศาเซสเซียส)


ห้องเก็บยาอุณหภูมิห้อง คลังยาพิเศษ (ควบคุมอุณหภูมิไม่เกิน ๒๕ องศาเซสเซียส)

รถขนส่งยาจากคลังยาพิเศษ คุ้มเกศ ไปยังห้องจ่ายยาย่อย อาคารคุ้มเกล้าฯ รวมทั้งมีการติดตั้งประตูด้วยระบบ KEY CARD เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการเก็บยา มีระบบดับเพลิงที่ทันสมัย โดยใช้สารเคมีที่ไม่เป็นอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงาน และสิ่งแวดล้อม


ศูนย์สารสนเทศ อาคารคุ้มเกศ เป็นศูนย์คอมพิวเตอร์แห่งที่สองของ รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ. ตั้งอยู่ที่ชั้น ๕ อาคารคุ้มเกศ ติดตั้งเครื่องแม่ข่าย ๒ ชุดเพื่อเป็นเครื่องแม่ข่ายสาหรับสารองและรองรับปริมาณข้ อมูลผู้ป่วยที่เพิ่ม มากขึ้น และติดตั้งเครื่ องคอมพิว เตอร์และอุปกรณ์เพิ่มเติมเพื่อใช้งานระบบสารสนเทศของรพ. เชื่ อ มโยงกั บ อาคารคุ้ ม เกล้ า ฯ ในการสนั บ สนุ น การรั ก ษาพยาบาล เพื่ อ ความสะดวก รวดเร็ ว ของผู้ป่วยที่มารับบริการ รวมทั้งติดตั้งระบบเครือข่ายไร้สายให้สามารถใช้งานได้ครอบคลุมทั้งอาคาร คุ้มเกล้าฯ และอาคารคุ้มเกศ ทาให้บุคลากรของรพ.สามารถใช้ระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการ ปฏิบั ติงานได้ อย่ า งสะดวก ยิ่ ง ขึ้น นอกจากนี้ยั งจะมีโ ครงการติ ดตั้ งเครื่องคอมพิว เตอร์ จานวน ๓๐ ชุด พร้อมโปรแกรมบริหารจัดการสาหรับห้องอบรมที่ทันสมัย คาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้ ใช้ บริการในเดือนพฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๗


การให้บริการอื่นๆและปกิณกะ เกี่ยวกับอาคารคุ้มเกศ




พิธีพทุ ธาภิเษก “พระพุทธรูปคุ้มเกล้าฯ เหรียญพระพุทธรูปคุ้มเกล้าฯ และรูปหล่อประติมากรรม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม กรุงเทพมหานคร เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒๕ กุมภาพันธ์พ.ศ. ๒๕๕๓ ๑๕.๓๙ น.


พิธีพุทธาภิเษก “พระพุทธโสธร คุ้มเกล้าฯ” ณ วัดโสธรวรารามวรวิหาร จังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อวันพุธที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๓ ๑๖.๓๙ น.



คณะกรรมการดาเนินงาน


คณะกรรมการเตรียมงานพิธีวางศิลาฤกษ์ อาคารเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ๖ รอบ พระชนมพรรษา (คาสั่งกรมแพทย์ทหารอากาศ กองบัญชาการสนับสนุนทหารอากาศ (เฉพาะ) ที่ ๕๑) ๑. คณะกรรมการอานวยการ ๑.๑ พล.อ.ท.อวยชัย ๑.๒ พล.อ.ต.พินิจ ๑.๓ พล.อ.ต.พีระพันธ์ ๑.๔ พล.อ.ต.สมหมาย ๑.๕ พล.อ.ต.อมร ๑.๖ พล.อ.ต.อภิชาติ ๑.๗ พล.อ.ต.ไพฑูรย์ ๑.๘ พล.อ.ต.ยงยุทธ ๑.๙ พล.อ.ต.หญิง บุปผา ๑.๑๐ พล.อ.ต.หญิง ทรงพร ๑.๑๑ พล.อ.ต.บรรหาร ๑.๑๒ น.อ.ณรงค์ภพ ๑.๑๓ น.อ.ศรีชัย ๑.๑๔ น.อ.วรฉัตร ๑.๑๕ น.อ.หญิง โอบแก้ว ๑.๑๖ น.อ.วราวุธ ๑.๑๗ น.อ.ขวัญชัย ๑.๑๘ น.อ.สุชิน ๑.๑๙ น.อ.ปรีดา ๑.๒๐ น.อ.ธนพล ๑.๒๑ น.อ.หญิง สุวลี ๑.๒๒ น.อ.สุรศักดิ์ ๑.๒๓ น.อ.ไกรเลิศ ๑.๒๔ น.อ.สามารถ ๑.๒๕ น.อ.นพดล ๑.๒๖ น.อ.หญิง อาไพ ๑.๒๗ น.ท.สมาน ๑.๒๘ น.ท.วิษณุ ๑.๒๙ น.ท.สุเทพ

เปลื้องประสิทธิ์ ทิพทัส ประทีปรัตน์ ศาลากิจ แสงสุพรรณ โกยสุขโข จ๋วงพานิช วงศ์เลิศวิทย์ สมานชาติ วาณิชเสนี กออนันตกูล ชุ่มสวัสดิ์ ชัยพฤกษ์ ฤทธาภัย ดาบเพ็ชร คันธา เศรษฐนันท์ บุญมา จินดา ปิยะอิศรากุล โพธิ์แก้ว โปร่งจันทึก เธียรนุกุล หลงสมบุญ วีรยางกูร พลนาวี ม่วงสีตอง ภู่ทอง จันกระทึก

๒. คณะทางานฝ่ายดาเนินงานและประสานงาน ๒.๑ พล.อ.ต.พีระพันธ์ ประทีปรัตน์ ๒.๒ น.อ.ณรงค์ภพ ชุ่มสวัสดิ์ ๒.๓ น.อ.ศุภโชค จิตรวาณิช ๒.๔ น.อ.สุชิน บุญมา

ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการและเลขานุการ กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ ประธานคณะทางาน รองประธานคณะทางาน กรรมการและเลขานุการ กรรมการ


๒.๕ น.อ.เกรียงศักดิ์ ๒.๖ น.อ.ไกรเลิศ ๒.๗ น.อ.นพดล ๒.๘ น.อ.สามารถ ๒.๙ น.อ.หญิง อาไพ ๒.๑๐ น.ท.วิษณุ

อนุโรจน์ เธียรนุกุล วีรยางกูร หลงสมบุญ พลนาวี ภู่ทอง

กรรมการ กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ

๓. คณะทางานฝ่ายประชาสัมพันธ์และการงานพิธีต้อนรับ ๓.๑ น.อ.ศรีชัย ชัยพฤกษ์ ประธานคณะทางาน ๓.๒ น.อ.ขวัญชัย เศรษฐนันท์ รองประธานคณะทางาน ๓.๓ น.อ.มานิตย์ ศัตรูลี้ กรรมการ ๓.๔ น.อ.ธนา ปุกหุต กรรมการและเลขานุการ ๓.๕ น.อ.หญิง จาเนียร วงษ์ปา กรรมการ ๓.๖ น.อ.หญิง สุมาลี เพชรรุ่ง กรรมการ ๓.๗ น.อ.เกรียงศักดิ์ อนุโรจน์ กรรมการ ๓.๘ น.อ.หญิง อาไพ พลนาวี กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ ๓.๙ น.ท.หญิง อุไรวรรณ ชมสุทธา กรรมการ ๓.๑๐ น.ท.หญิง วาสิฎฐี เขมโฆษิต กรรมการ ๓.๑๑ น.ท.หญิง ศศินัดดา ฤทธาภัย กรรมการ ๓.๑๒ น.ท.หญิง ลาดวน เจริญสมบัติ กรรมการ ๓.๑๓ น.ท.หญิง ทิพย์วรรณ ภานุเวศ กรรมการ ๓.๑๔ น.ท.หญิง ธารทิพย์ ลิปตะสุนทร กรรมการ ๓.๑๕ น.ต.หญิง สุภาภรณ์ เต็มบุญเกียรติ กรรมการ ๓.๑๖ น.ต.กมล ศรีอ่อน กรรมการ ๔. คณะทางานฝ่ายสถานที่ ๔.๑ พล.อ.ต.ยงยุทธ ๔.๒ น.อ.ปรีดา ๔.๓ น.อ.สุชิน ๔.๔ น.อ.อนันตชัย ๔.๕ น.ท.สุรศักดิ์ ๔.๖ น.ท.สมาน ๔.๗ น.ท.สุเทพ ๔.๘ น.ท.วิพัฒน์ ๔.๙ น.ท.วิชัย

วงศ์เลิศวิทย์ จินดา บุญมา เดชอมรธัญ กองสัมฤทธิ์ ม่วงสีตอง จันกระทึก สุระเทวี วาสุกรี

ประธานคณะทางาน รองประธานคณะทางาน กรรมการและเลขานุการ กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ

๕. คณะกรรมการฝ่ายรักษาความปลอดภัยและการจราจร ๕.๑ พล.อ.ต.พินิจ ทิพทัส ประธานคณะทางาน ๕.๒ น.อ.วราวุธ คันธา รองประธานคณะทางาน ๕.๓ น.อ.สุรศักดิ์ โปร่งจันทึก กรรมการ ๕.๔ น.อ.ธีระภาพ เสนะวงษ์ กรรมการและเลขานุการ


๕.๕ ๕.๖ ๕.๗ ๕.๘

น.ท.หญิง ฉันทนี น.ท.หญิง สุภาวดี ร.อ.สุริยา ร.อ.ประทีป

ด้วงแก้ว บุญทองนุ่ม เนตรสุวรรณ วรมุกสิก

กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ


คณะทางานฝ่ายประชาสัมพันธ์โครงการก่อสร้างอาคาร “คุ้มเกศ” เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ.บนอ. (คาสั่งโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ กองบัญชาการสนับสนุนทหารอากาศ (เฉพาะ) ที่ ๒๓) ๑. พล.อ.ต.หญิง ทรงพร ๒. น.อ.ศรีชัย ๓. น.อ.มานิตย์ ๔. น.อ.หญิง อาไพ ๕. น.อ.หญิง สิริภารดี ๖. น.ท.หญิง ศศินัดดา ๗. น.ท.หญิง วาสิฎฐี ๘. น.ท.หญิง ปรางทิพย์ ๙. น.ท.หญิง อุไรวรรณ ๑๐. น.ท.หญิง ปราณี ๑๑. น.ท.หญิง สุภาวดี ๑๒. น.ต.ทรงวุฒิ ๑๓. น.ต.กมล ๑๔. ร.อ.หญิง วิไลพร

วาณิชเสนี ชัยพฤกษ์ ศัตรูลี้ พลนาวี ทองโสภณ ฤทธาภัย เขมโฆษิต ครุธาพันธุ์ ชมสุทธา ปล้องใหม บุญทองนุ่ม เปียมณี ศรีอ่อน อุปรี

เป็นที่ปรึกษา เป็นที่ปรึกษา เป็นหัวหน้าคณะทางาน เป็นเจ้าหน้าที่ทางานและเลขานุการ เป็นเจ้าหน้าที่ทางาน เป็นเจ้าหน้าที่ทางาน เป็นเจ้าหน้าที่ทางาน เป็นเจ้าหน้าที่ทางาน เป็นเจ้าหน้าที่ทางาน เป็นเจ้าหน้าที่ทางานและผช.เลขานุการ เป็นเจ้าหน้าที่ทางาน เป็นเจ้าหน้าที่ทางาน เป็นเจ้าหน้าที่ทางาน เป็นเจ้าหน้าที่ทางาน


คณะกรรมการจัดจ้างโดยวิธีประกวดราคา ( คาสั่งกองทัพอากาศ (เฉพาะ) ที่ ๔๕๘ ) ๑. คณะกรรมการรับและเปิดซองประกวดราคา ๑.๑ น.อ.ชานาญ สังวาลย์ ๑.๒ น.ท.ชาติชาย ไชยวงศ์ ๑.๓ น.ต.เสนาะ วงษ์กราน ๒. คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา ๒.๑ พล.อ.ท.พรชัย รามโกมุท ๒.๒ พล.อ.ต.ยงยุทธ วงศ์เลิศวิทย์ ๒.๓ น.อ.นพดล วีรยางกูร ๒.๔ น.อ.ประโยชน์ ดีชัง ๒.๕ น.อ.มนัส ลาภเจริญ ๒.๖ น.อ.ประดิษฐ์ ภู่บาเพ็ญ ๒.๗ น.อ.โกศล อรุณโรจน์ ๒.๘ น.อ.อัมรินทร์ ตรีเพ็ชร ๒.๙ น.อ.สมศักดิ์ อ่อนดี ๒.๑๐ น.ท.สุวรรณ ภาคาหาญ ๒.๑๑ ร.อ.หญิง ปริมลาภ ชูเกียรติมั่น ๓. คณะกรรมการตรวจการจ้าง ๓.๑ พล.อ.ท.สุรชัย สุทธิโชติ ๓.๒ น.อ.ณรงค์ภพ ชุ่มสวัสดิ์ ๓.๓ น.อ.ไตรสิทธิ์ ทรรศนะวิเทศ ๓.๔ น.อ.ชาลี วัฒนวรรณะ ๓.๕ น.อ.เกรียงไกร คเชนทร์ชัย ๓.๖ น.อ.จารัส บุญชูช่วย ๓.๗ น.อ.พายัพ ปัตตะพงศ์ ๓.๘ น.อ.สรรสิริ สิริสันตคุปต์ ๓.๙ น.อ.ทรงพล พรหมวา ๓.๑๐ น.ท.หญิง ชลลดา โพธิ์นทีไท ๓.๑๑ น.ท.ศุภกร อภิชัยเจริญ

ประธานกรรมการ กรรมการ กรรมการ ประธานกรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ ประธานกรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ


คณะกรรมการดาเนินการประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (คาสั่งกองทัพอากาศ (เฉพาะ) ที่ ๑๐๕) ๑. พล.อ.ท.พรชัย ๒. พล.อ.ต.พินิจ ๓. น.อ.นพดล ๔. น.อ.ประโยชน์ ๕. น.อ.มนัส ๖. น.อ.ประดิษฐ์ ๗. น.อ.โกศล ๘. น.อ.อัมรินทร์ ๙. น.อ.สมศักดิ์ ๑๐. น.ท.สุวรรณ ๑๑. ร.อ.หญิง ปริมลาภ

รามโกมุท ทิพทัส วีรยางกูร ดีชัง ลาภเจริญ ภู่บาเพ็ญ อรุณโรจน์ ตรีเพ็ชร อ่อนดี ภาคาหาญ ชูเกียรติมั่น

ประธานกรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ


คณะกรรมการตรวจการจ้าง ( คาสั่งกองทัพอากาศ (เฉพาะ) ที่ ๑๐๖ ) ๑. พล.อ.ท.อวยชัย ๒. น.อ.ณรงค์ภพ ๓. น.อ.ไตรสิทธิ์ ๔. น.อ.ชาลี ๕. น.อ.เกรียงไกร ๖. น.อ.จารัส ๗. น.อ.พายัพ ๘. น.อ.สรรสิริ ๙. น.อ.ทรงพล ๑๐. น.ท.หญิง ชลลดา ๑๑. น.ท.ศุภกร

เปลื้องประสิทธิ์ ชุ่มสวัสดิ์ ทรรศนะวิเทศ วัฒนวรรณะ คเชนทร์ชัย บุญชูช่วย ปัตตะพงศ์ สิริสันตคุปต์ พรหมวา โพธิ์นทีไท อภิชัยเจริญ

ประธานกรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ

แก้ไขคาสั่ง ทอ.(เฉพาะ) ที่ ๑๐๖ ลง ๓ มี.ค.๔๘ เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจการจ้าง (ครั้งที่ ๑) คาสั่งกองทัพอากาศ (เฉพาะ) ที่ ๕๓๖ ๑. ยกเลิกข้อความในข้อ ๑.๑ และให้ พล.อ.ท. ม.ล.สุทธิรัตน์ เกษมสันต์ เป็นประธาน กรรมการตรวจการจ้าง ๒. ยกเลิกข้อความในข้อ ๑.๓,๑.๔ และให้ น.อ.สุชิน บุญมา, น.อ.กิตติ ตัณฑโอภาส เป็น กรรมการตามลาดับ


คณะอนุกรรมการจัดหาพัสดุสาหรับอาคารคุ้มเกศ รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ.บนอ. (คาสั่งโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ กองบัญชาการสนับสนุนทหารอากาศ (เฉพาะ) ที่ ๒๕) ๑. น.บริหารงาน กอก.รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ.บนอ. เป็นประธานอนุกรรมการ ๒. น.อ.ไตรสิทธิ์ ทรรศนะวิเทศ เป็นอนุกรรมการ ๓. น.อ.ธเนศร์ศักดิ์ วุฒาพิทักษ์ เป็นอนุกรรมการ ๔. น.อ.นพดล วีรยางกูร เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ ๕. ผอ.กศก.รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ.บนอ. เป็นอนุกรรมการ ๖. ผอ.กทก.รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ.บนอ. เป็นอนุกรรมการ ๗. ผอ.กตน.รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ.บนอ. เป็นอนุกรรมการ ๘. ผอ.กรส.รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ.บนอ. เป็นอนุกรรมการ ๙. ผอ.กพก.รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ.บนอ. เป็นอนุกรรมการ ๑๐. ผอ.กอย.รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ.บนอ. เป็นอนุกรรมการ ๑๑. หก.กวฟ.รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ.บนอ. เป็นอนุกรรมการ ๑๒. หก.กภก.รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ.บนอ. เป็นอนุกรรมการ ๑๓. หก.กรก.รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ.บนอ. เป็นอนุกรรมการ ๑๔. หน.ศูนย์ป้องกันและพัฒนาการรักษาโรคหัวใจ รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ.บนอ. เป็นอนุกรรมการ ๑๕. หน.ศูนย์มะเร็ง รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ.บนอ. เป็นอนุกรรมการ ๑๖. หน.ผกบ.กรก.รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ.บนอ. เป็นอนุกรรมการ ๑๗. หน.ผวรพ.กรก.รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ.บนอ. เป็นอนุกรรมการ ๑๘. หน.ศูนย์คอมพิวเตอร์ กอก.รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ.บนอ. เป็นอนุกรรมการ


คณะอนุกรรมการบริหารจัดการพื้นที่ใช้สอยของอาคารคุ้มเกล้าฯ และอาคารคุ้มเกศ รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ.บนอ. (คาสั่งโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ กองบัญชาการสนับสนุนทหารอากาศ (เฉพาะ) ที่ ๒๔) ๑. รอง ผอ.รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ.บนอ. (๒) ๒. น.อ.มานิตย์ ศัตรูลี้ ๓. น.อ.ไตรสิทธิ์ ทรรศนะวิเทศ ๔. ผอ.กศก.รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ.บนอ. ๕. ผอ.กอย.รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ.บนอ. ๖. ผอ.กกม.รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ.บนอ. ๗. ผอ.กทก.รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ.บนอ. ๘. ผอ.กตน.รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ.บนอ. ๙. ผอ.กสศ.รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ.บนอ. ๑๐. ผอ.กจษ.รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ.บนอ. ๑๑. ผอ.กรส.รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ.บนอ. ๑๒. หน.ศูนย์ป้องกันและพัฒนาการรักษาโรคหัวใจ รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ.บนอ. ๑๓. หน.ฝชย.ผกบ.กรก.รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ.บนอ. ๑๔. นปส.กอก.รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ.บนอ.

เป็นประธานอนุกรรมการ เป็นอนุกรรมการ เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ เป็นอนุกรรมการ เป็นอนุกรรมการ เป็นอนุกรรมการ เป็นอนุกรรมการ เป็นอนุกรรมการ เป็นอนุกรรมการ เป็นอนุกรรมการ เป็นอนุกรรมการ เป็นอนุกรรมการ เป็นอนุกรรมการ เป็นอนุกรรมการ


คณะอนุกรรมการประสานการก่อสร้างอาคารคุ้มเกศ รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ. บนอ. ( คาสั่งโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ กองบัญชาการสนับสนุนทหารอากาศ (เฉพาะ) ที่ ๒๙) ๑. รอง ผอ.รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ.บนอ.(๑) ๒. น.อ.ชูพันธ์ ชาญสมร ๓. น.อ.ไตรสิทธิ์ ทรรศนะวิเทศ ๔. น.อ.นพดล วีรยางกูร ๕. หก.กรก.รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ.บนอ. ๖. น.ท.ชัยยา จันทร์ใส ๗. น.ท.หญิง สุภาวดี บุญทองนุ่ม ๘. หน.ผวรพ.กรก.รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ.บนอ. ๙. หน.ฝชย.ผกบ.กรก.รพ.ภูมพิ ลอดุลยเดช พอ.บนอ.

เป็นประธานอนุกรรมการ เป็นอนุกรรมการ เป็นอนุกรรมการ เป็นอนุกรรมการ เป็นอนุกรรมการ เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ เป็นอนุกรรมการ เป็นอนุกรรมการ เป็นอนุกรรมการ


คณะกรรมการเตรียมงานพิธีเปิดอาคารคุ้มเกศ รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ. ( คาสั่งกองทัพอากาศ (เฉพาะ) ที่ ๖๕๕ ) ๑. คณะกรรมการอานวยการ ๑.๑ ผบ.ทอ. ๑.๒ ผช.ผบ.ทอ.(สายงานยุทธบริการ) ๑.๓ ผบ.อย. ๑.๔ จก.สอ.ทอ. ๑.๕ จก.สพ.ทอ. ๑.๖ จก.พอ. ๑.๗ ลก.ทอ. ๑.๘ จก.สบ.ทอ. ๑.๙ จก.ขว.ทอ. ๑.๑๐ จก.กร.ทอ. ๑.๑๑ จก.พธ.ทอ. ๑.๑๒ จก.ชย.ทอ. ๑.๑๓ จก.สก.ทอ. ๑.๑๔ ผบ.ดม. ๑.๑๕ ผอ.รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ. ๑.๑๖ รอง ผอ.รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ.(๑) ๒. คณะกรรมการดาเนินงาน ๒.๑ จก.พอ. ๒.๒ รอง จก.พอ. ๒.๓ เสธ.พอ. ๒.๔ ผอ.รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ. ๒.๕ รอง เสธ.พอ. ๒.๖ ผอ.วพอ.พอ. ๒.๗ รอง ผอ.รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ.(๑) ๒.๘ รอง ผอ.รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ.(๒) ๒.๙ น.บริหารงาน กอก.รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ. ๒.๑๐ น.อ.กลศร ภัคโชตานนท์ ๒.๑๑ น.อ.หญิง กฤตพร ตะวันแจ้ง ๒.๑๒ น.อ.นิพนธ์ รุทธพิชัยรักษ์ ๒.๑๓ น.อ.อภิชาต พลอยสังวาลย์ ๒.๑๔ หน.นขต.รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ. ๒.๑๕ ผอ.กพก.สลก.ทอ. ๒.๑๖ ผอ.กสม.สบ.ทอ. ๒.๑๗ ผอ.กปส.กร.ทอ. ๒.๑๘ ผอ.กพธ.พธ.ทอ. ๒.๑๙ ผอ.กอค.ชย.ทอ.

เป็นประธานกรรมการ เป็นรองประธานกรรมการ เป็นกรรมการ เป็นกรรมการ เป็นกรรมการ เป็นกรรมการและเลขานุการ เป็นกรรมการ เป็นกรรมการ เป็นกรรมการ เป็นกรรมการ เป็นกรรมการ เป็นกรรมการ เป็นกรรมการ เป็นกรรมการ เป็นกรรมการและ ผช.เลขานุการ เป็นกรรมการและ ผช.เลขานุการ เป็นประธานกรรมการ เป็นรองประธานกรรมการ เป็นกรรมการ เป็นกรรมการ เป็นกรรมการ เป็นกรรมการ เป็นกรรมการและเลขานุการ เป็นกรรมการ เป็นกรรมการและ ผช.เลขานุการ เป็นกรรมการ เป็นกรรมการ เป็นกรรมการ เป็นกรรมการ เป็นกรรมการ เป็นกรรมการ เป็นกรรมการ เป็นกรรมการ เป็นกรรมการ เป็นกรรมการ


๒.๒๐ ผอ.กสน.ชย.ทอ. ๒.๒๑ น.อ.กัมปนาท วีรกุล ๒.๒๒ น.อ.วิญญู จันทรสุนทรกุล ๒.๒๓ น.อ.ไกรเลิศ เธียรนุกุล ๒.๒๔ น.อ.ฉัตรชัย สุนทรธรรม ๒.๒๕ หก.กรก.รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ. ๒.๒๖ ผบ.ร้อย.จร.พัน.สห.ทอ.กรม สห.ทอ.สน.ผบ.ดม. ๒.๒๗ นปส.กอก.รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ.

เป็นกรรมการ เป็นกรรมการ เป็นกรรมการ เป็นกรรมการ เป็นกรรมการ เป็นกรรมการและ ผช.เลขานุการ เป็นกรรมการ เป็นกรรมการ


คณะอนุกรรมการดาเนินการเตรียมงานพิธีเปิดอาคารคุ้มเกศ ( คาสั่งกรมแพทย์ทหารอากาศ (เฉพาะ) ที่ ๑๑๑) ๑. คณะอนุกรรมการดาเนินการฝ่ายพิธีการและเตรียมการรับเสด็จ ๑.๑ พล.อ.ต.สุชิน บุญมา เป็นที่ปรึกษา ๑.๒ น.อ.อนุตตร จิตตินันทน์ เป็นประธานอนุกรรมการ ๑.๓ น.อ.นพดล วีรยางกูร เป็นอนุกรรมการ ๑.๔ น.อ.หญิง ธีระภา จารุนิธิ เป็นอนุกรรมการ ๑.๕ น.อ.หญิง บังอร แสงสุพรรณ เป็นอนุกรรมการ ๑.๖ น.อ.หญิง รุ่งทิพย์ พูลเจริญ เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ ๑.๗ น.ท.หญิง เพลินพิศ วงศ์ประคอง เป็นอนุกรรมการ ๑.๘ น.ท.หญิง อรุณลักษณ์ ลัทธิธนธรรม เป็นอนุกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ ๑.๙ น.ท.กมล ศรีอ่อน เป็นอนุกรรมการ ๑.๑๐ น.ต.หญิง วรวรรณ ชัยลิมปมนตรี เป็นอนุกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ ๑.๑๑ น.ต.หญิง ณัฐพัชร์ ถิรไชยพันธ์ เป็นอนุกรรมการ ๑.๑๒ ร.อ.หญิง อรฉัตร ศรีเจริญ เป็นอนุกรรมการ ๑.๑๓ ร.ท.ฐกร นาคสัมฤทธิ์ เป็นอนุกรรมการ ๒. คณะอนุกรรมการดาเนินการฝ่ายประชาสัมพันธ์และนิทรรศการ ๒.๑ พล.อ.ต.สุชิน บุญมา เป็นที่ปรึกษา ๒.๒ น.อ.สันติ ศรีเสริมโภค เป็นประธานอนุกรรมการ ๒.๓ น.อ.วันชัย ศิริเสรีวรรณ เป็นรองประธานอนุกรรมการ ๒.๔ น.อ.ธนวิตต สกุลแสงประภา เป็นอนุกรรมการ ๒.๕ น.อ.ไกรเลิศ เธียรนุกุล เป็นอนุกรรมการ ๒.๖ น.อ.ธารงค์ประวัติ เชิดเกียรติกุล เป็นอนุกรรมการ ๒.๗ น.อ.หญิง เบญจวรรณ กังสนารักษ์ เป็นอนุกรรมการ ๒.๘ น.ท.หญิง วิไลลักษณ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา เป็นอนุกรรมการ ๒.๙ น.ท.กมล ศรีอ่อน เป็นอนุกรรมการ ๒.๑๐ ร.อ.หญิง อรฉัตร ศรีเจริญ เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ ๒.๑๑ ร.ท.หญิง อาจารี กันภัย เป็นอนุกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ ๒.๑๒ ร.ต.หญิง นิลุชา พ่วงสาสน์ เป็นอนุกรรมการ ๓. คณะอนุกรรมการดาเนินการฝ่ายสูจิบัตร หนังสือและของที่ระลึก ๓.๑ พล.อ.ต.สุชิน บุญมา เป็นที่ปรึกษา ๓.๒ น.อ.หญิง กฤตพร ตะวันแจ้ง เป็นประธานอนุกรรมการ ๓.๓ น.อ.นภ ตู้จินดา เป็นรองประธานอนุกรรมการ ๓.๔ น.อ.หญิง ธีระภา จารุนิธิ เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ ๓.๕ น.อ.ไกรเลิศ เธียรนุกุล เป็นอนุกรรมการ ๓.๖ น.อ.หญิง รุ่งทิพย์ พูลเจริญ เป็นอนุกรรมการ ๓.๗ น.ท.หญิง คนิทรา ปาลวัฒนวิไชย เป็นอนุกรรมการ ๓.๘ น.ท.กมล ศรีอ่อน เป็นอนุกรรมการ ๓.๙ ร.อ.หญิง อรฉัตร ศรีเจริญ เป็นอนุกรรมการ


๓.๑๐ ร.ท.หญิง อาจารี กันภัย เป็นอนุกรรมการ ๔. คณะอนุกรรมการฝ่ายสถานที่และการรักษาความปลอดภัย ๔.๑ พล.อ.ต.สุชิน บุญมา เป็นที่ปรึกษา ๔.๒ น.อ.นพดล วีรยางกูร เป็นประธานอนุกรรมการ ๔.๓ น.อ.เพชร เกษตรสุวรรณ เป็นรองประธานอนุกรรมการ ๔.๔ น.อ.ชวลิต ดังโกสินทร์ เป็นอนุกรรมการ ๔.๕ น.อ.หญิง รุ่งทิพย์ พูลเจริญ เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ ๔.๖ น.อ.ธารงค์ประวัติ เชิดเกียรติกุล เป็นอนุกรรมการ ๔.๗ น.อ.นคร บุญมี เป็นอนุกรรมการ ๔.๘ น.ท.หญิง จารุพรรณ ฤทธิสุนทร เป็นอนุกรรมการและผู้ช่วยเลขนุการ ๔.๙ น.ท.หญิง สุภาวดี บุญทองนุ่ม เป็นอนุกรรมการ ๔.๑๐ น.ท.กมล ศรีอ่อน เป็นอนุกรรมการ ๔.๑๑ น.ท.ภิญโญ ขาแก้ว เป็นอนุกรรมการ ๔.๑๒ น.ท.ประทีป อยู่ชา เป็นอนุกรรมการ ๔.๑๓ น.ท.หญิง ชฎาทิพ สุขพิมาย เป็นอนุกรรมการ ๔.๑๔ ร.อ.กัมพล พิชิตชัยปกรณ์ เป็นอนุกรรมการ ๔.๑๕ ร.ท.ชัยวิต ชูใจ เป็นอนุกรรมการ ๔.๑๖ ร.ท.ฐกร นาคสัมฤทธิ์ เป็นอนุกรรมการ ๔.๑๖ พ.อ.อ.โกมล โอภาโส เป็นอนุกรรมการ ๔.๑๗ พ.อ.อ.อนุชา เพ็ชรอุไร เป็นอนุกรรมการ ๕. คณะอนุกรรมการบริหารการเงิน ๕.๑ พล.อ.ต.สุชิน บุญมา เป็นที่ปรึกษา ๕.๒ น.อ.หญิง ประไพศรี ลยางกูร เป็นประธานอนุกรรมการ ๕.๓ น.อ.ทวีพงษ์ ปาจรีย์ เป็นรองประธานอนุกรรมการ ๕.๔ น.ท.หญิง กมลชนก รักขิตตธรรม เป็นอนุกรรมการ ๕.๕ น.ท.หญิง อัชราวัลย์ สมจิตต์ เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ


กองทุนอาคารคุ้มเกศ


ประวัติความเป็นมาของกองทุนอาคารคุ้มเกศ ตามหนั ง สื อ กองทั พ อากาศที่ กห ๐๖๐๒/๑๕๖๕ ลงวั น ที่ ๒๖ สิ ง หาคม พ.ศ.๒๕๔๖ และหนั ง สื อ กองทั พ อากาศที่ กห ๐๖๐๒/๑๔๔๖ ลงวั น ที่ ๔ มิ ถุ น ายน พ.ศ.๒๕๔๗ ได้ ข อให้ น าความกราบบั ง คมทู ล สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ขอพระราชทานชื่ออาคารที่โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหาร อากาศ กองทัพอากาศจะดาเนินการก่อสร้างขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๔๗ สาหรับใช้เป็นสถานที่ตรวจโรคผู้ป่วยนอกและบริการ ด้า นการแพทย์ การสาธารณสุข ให้แ ก่ ข ้า ราชการกองทัพ อากาศ และครอบครัว รวมทั้ง ประชาชนทั่ว ไป พร้อมกับขอพระราชทานอัญเชิญเสด็จไปทรงวางศิลาฤกษ์อาคารดังกล่าว สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ พระราชทานชื่ออาคารดังกล่าวว่า “คุ้มเกศ” มีความหมายว่า ให้ความร่มเย็นแก่พสกนิกร พลอากาศตรี อ ภิ ช าติ โกยสุ ข โข (ยศในขณะนั้ น ) ขณะด ารงต าแหน่ ง ผู้ อ านวยการโรงพยาบาล ภูมิพลอดุลยเดช มีความมุ่งหวัง อยากให้การทางานของโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดชมีความคล่องตัว และเกิด ประสิ ทธิภาพสู ง สุ ด ทั้งยั งสามารถให้ บ ริการรักษาพยาบาลแก่ประชาชนได้อย่างทั่ว ถึง เพราะเงินรายได้และ งบประมาณที่รัฐบาลจัดสรรให้นั้นไม่เพียงพอที่จะนามาใช้จ่าย เพื่อพัฒนาด้านการแพทย์ในการช่วยเหลือประชาชน และเพื่อการดาเนินงานของโรงพยาบาล อีกทั้งยังต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของทางราชการ ซึ่งบางครั้งมีขั้นตอนที่ ยุ่งยากซับซ้อน จึงทาให้เกิดความล่าช้า กอปรกับมีผู้ แจ้งความจานงประสงค์จะขอบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือใน โครงการ ต่าง ๆ พลอากาศตรีอภิชาติฯ จึงเห็นว่าหากจัดตั้งกองทุนขึ้น จะช่วยเปิดโอกาสให้ผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วม บริจาคทุนทรัพย์ และนาไปจัดสรรเพื่อสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาทางด้านการแพทย์ โดยผ่านการดาเนินงานของ โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช คณะกรรมการบริหารโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช จึงได้ลงความเห็นให้ก่อตั้ง “กองทุนอาคารคุ้มเกศ” ขึ้น พลอากาศโทอวยชัย เปลื้ องประสิ ทธิ์ (ยศในขณะนั้ น) เจ้า กรมแพทย์ท หารอากาศ กองบัญ ชาการ สนับ สนุน ทหารอากาศ ได้อ อกระเบีย บกรมแพทย์ท หารอากาศ กองบั ญ ชาการสนั บ สนุ น ทหารอากาศ ว่าด้วยเงินกองทุนอาคารคุ้มเกศ โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช พ.ศ.๒๕๔๗ เงินกองทุนอาคารคุ้มเกศ หมายถึง เงินบารุงที่โ รงพยาบาลภูมิพลอดุล ยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ กองบัญชาการสนับสนุนทหารอากาศ ได้รับจากการบริจาค หรือมีผู้มอบให้เป็นเงินกองทุน โดยมีวัตถุประสงค์ ให้โ รงพยาบาลภู มิ พ ลอดุ ล ยเดช น าเงิ น กองทุ น หรื อ ดอกผลของเงิ น กองทุ น ไปใช้ จ่ า ยในกิ จ กรรมของ โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช


ต่อมาได้ทาหนังสือ ที่ กห ๐๖๑๑.๘(๙)/๑๙๙๔ ลงวันที่ ๑๙ กัน ยายน พ.ศ.๒๕๔๘ ขอให้พิจารณา กาหนดให้กองทุน อาคารคุ้มเกศ เป็นองค์การหรือสถานสาธารณกุศล ซึ่งต่อมาทางสานักกฎหมาย กรมสรรพากร ได้มีหนังสือที่ กค ๐๗๐๖ (กม.)/๐๐๗๙ ลง ๒๓ ม.ค.๒๕๔๙ เรื่อ ง แจ้ง ผลการพิจ ารณาประกาศกาหนดให้ กองทุนอาคารคุ้มเกศเป็นองค์การหรือสถานสาธารณกุศล กองทุนอาคารคุ้มเกศ ได้ประกาศเป็นองค์การสถานสาธารณกุศล สถานพยาบาล และสถานศึกษาตาม มาตรา ๔๗ (๗) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร และมาตรา ๓ (๔) (ข) แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวล รัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ ๒๓๙) พ.ศ.๒๕๓๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาออก ตามความในประมวลรั ษ ฎากร ว่ า ด้ ว ยการยกเว้ น ภาษี มู ล ค่ า เพิ่ ม (ฉบั บ ที่ ๒๕๔) พ.ศ.๒๕๓๕ ณ วั น ที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๔๘ กองทุนอาคารคุ้มเกศ ตั้งอยู่ที่โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช เลขที่ ๑๗๑ ถนนพหลโยธิน แขวงคลองถนน เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร และกองทุนอาคารคุ้มเกศ จดทะเบียนเป็นองค์การหรือสถานสาธารณกุศล ลาดับที่ ๖๐๐ ของประกาศกระทรวงการคลัง ตามมาตรา ๔๗ (๗) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร โดยกระทรวงการคลัง ดังนั้น จึงนับว่า การจัดตั้งกองทุนอาคารคุ้มเกศ เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมบริจาคทุนทรัพย์ เพื่อนาไปจัดสรรสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาทางด้านการแพทย์ เพื่อประโยชน์สูงสุดในด้านการรักษาพยาบาล การศึกษาและวิจัย การสร้างแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ และการสร้างเสริมสุขภาพที่ดีให้กับประชาชนทั่วไป โดยผ่านการดาเนินงานของคณะกรรมการกองทุนอาคารคุ้มเกศ


คณะกรรมการกองทุนอาคารคุ้มเกศ รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ. ( คาสั่งกรมแพทย์ทหารอากาศ (เฉพาะ) ที่ ๓๙/๕๓) ๑. พล.อ.ท.อภิชาติ โกยสุขโข ๒. พล.อ.ท.อมร แสงสุพรรณ ๓. พล.อ.ต.หญิง ทรงพร วาณิชเสนี ๔. ผอ.รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ. ๕. รอง ผอ.รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ. (๑) ๖. รอง ผอ.รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ. (๒) ๗. น.บริหารงาน กอก.รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ. ๘. น.อ.กลศร ภัคโชตานนท์ ๙. น.อ.หญิง กฤตพร ตะวันแจ้ง ๑๐. น.อ.ทวีพงษ์ ปาจรีย์ ๑๑. หก.กรก.รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ. ๑๒. หน.นายทหารการเงิน กอก.รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ.

เป็นที่ปรึกษา เป็นที่ปรึกษา เป็นที่ปรึกษา เป็นประธานกรรมการ เป็นรองประธานกรรมการ เป็นกรรมการ เป็นกรรมการและเลขานุการ เป็นกรรมการ เป็นกรรมการ เป็นกรรมการ เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

คณะกรรมการกองทุนอาคารคุ้มเกศ รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ.(เพิ่มเติม) ( คาสั่งกรมแพทย์ทหารอากาศ (เฉพาะ) ที่ ๗๕/๕๓) ๑. หัวหน้าหน่วยโรคไต กอย.รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ. เป็นกรรมการ ๒. ประธานคณะกรรมการศูนย์อุบัติเหตุ รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ. เป็นกรรมการ ๓. ประธานศูนย์ป้องกันและพัฒนาการรักษาโรคหัวใจ รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ. เป็นกรรมการ ๔. ประธานคณะกรรมการบริหารศูนย์มะเร็ง รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ. เป็นกรรมการ ๕. น.อ.ไกรเลิศ เธียรนุกุล เป็นกรรมการ ๖. หก.กพศ.รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ. เป็นกรรมการ


รายนามผู้บริจาคเงิน “กองทุนอาคารคุ้มเกศ” ผู้บริจาคเงินจานวน ๒๐,๐๐๐,๐๐๐.- บาท กองทุนโครงการพระแก้วมรกต ผู้บริจาคเงินจานวน ๕,๐๐๐,๐๐๐.- บาท ๑. บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จากัด (มหาชน) ๒. คุณเจริญ – คุณหญิง วรรณา สิริวัฒนภักดี ผู้บริจาคเงินจานวน ๔,๐๐๐,๐๐๐.- บาท ดร.นิกร หงส์ศรีสุข ผู้บริจาคเงินจานวน ๑,๗๐๐,๐๐๐.- บาท พลอากาศเอก อาพล – คุณสุรตั นา อินทรไทยวงศ์ ผู้บริจาคเงินจานวน ๑,๐๐๐,๐๐๐.- บาท ๑. พลอากาศโท อภิชาติ – คุณอลิสา โกยสุขโข ๒. คุณนุชนาถ บุลสุข ๓. พลอากาศโท ประพัตรา ตัณฑ์ไพโรจน์และครอบครัว ๔. น.อ.หญิง ลาวัลย์ ปัทมินทร์ ๕. คุณอารียฉัตร อภิสิทธิ์อมรกุล ๖. คุณสิทธิศักดิ์ อุดมชัยรัตน์ ๗. คุณสาเริง มนูญชล ๘. คุณบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ผู้บริจาคเงินจานวน ๙๐๐,๐๐๐.- บาท น.อ.เพชร เกษตรสุวรรณ ผู้บริจาคเงินจานวน ๗๐๐,๐๐๐.- บาท พล.อ.อ.สมบุญ – คุณหญิง นงเยาว์ ระหงษ์ ผู้บริจาคเงินจานวน ๕๐๐,๐๐๐.- บาท ๑. นางสงวนศรี แจ่มผล ๒. นางศรินทิพย์ รอวียัน ๓. นายสมบูรณ์ ชิโนทัยกุล ผู้บริจาคเงินจานวน ๓๐๐,๐๐๐.- บาท ๑. คุณนันทา – ธวัชชัย มธุรพร ๒. LUCY & BARRY LIU ๓. ชมรมสืบสานวัฒนธรรมไทย รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ. ๔. นายวิทวัส บุญญสถิตย์ ๕. นางวินิตา แจ้งเร็ว ๖. น.อ.ไพฑูรย์ ม่วงมิ่งสุข ๗. พล.อ.ต.หญิง ทรงพร วาณิชเสนี ๘. บริษัท เอไซ (ประเทศไทย) มาร์เก็ตติ้ง จากัด ๙. บจก.ซี.เจ.เอส.สตีล ผู้บริจาคเงินจานวน ๒๖๘,๐๐๐.- บาท นักเรียนนายเรืออากาศรุ่นที่ ๒ ผู้บริจาคเงินจานวน ๒๐๐,๐๐๐.- บาท

๑. พล.อ.อ.ประจักษ์ สุทธิมัย ๒. พล.อ.อ.คงศักดิ์ วันทนา ๓. พล.อ.อ.มนัส รูปขจร ๔. พล.อ.อ.ระพีพัฒน์ หลาบเลิศบุญ ๕. พล.อ.ท.มานิตย์ ศัตรูลี้ ๖. พล.อ.ต.หญิง บุปผา สมานชาติ ๗. พล.อ.ต.วีระศักดิ์ แก้วอาไพ ๘. พล.อ.ต.สมศักดิ์ ทองประเสริฐ ๙. พล.อ.ต.หญิง นภาวดี อิ่มพูลทรัพย์และครอบครัว รัตนรังสี ๑๐. พล.อ.ต.ชัยโรจน์ วิสุทธิชัยกิจ ๑๑. พล.อ.ต.ชาตรี หัยกิจโกศล ๑๒. พล.อ.ต.วิบลู ย์ ตระกูลฮุน และคณะ ๑๓. น.อ.จารัส ศุภวงศ์ ๑๔. น.อ.ปราโมทย์ พันธ์สุผล ๑๕. น.อ.ฐากูร เกิดแก้ว ๑๖. น.ท.หญิง เผ่าทอง ศุภวงศ์ ๑๗. น.ท.หญิง จิตร์สุดา วัชรสินธุ์ ๑๘. น.ต.จามิกร เภกะสุต ๑๙. พ.ต.ท.ธีระ – นางอาไพ ธาระรูป ๒๐. คุณลักขณา อภิบาลศรี ๒๑. นางประทุม ศัตรูลี้ ๒๒. นางสาวฟาริดา บุณยศักดิ์ ๒๓. คุณจาเริญ อัศวเรืองชัย ๒๔. บริษัท เสถียรสเตนเลสสตีล จากัด (มหาชน) ๒๕. นายอรุณ – นางบุญลือ สุพรศรี ๒๖. นางจาเนียร สวัสดิ์พูน ๒๗. นายประสาน – นางทัศนีย์ วะสี ๒๘. คุณสุชาติ แซ่เบ๊ ๒๙. นายนิพนธ์ โกศัยพลกุล ๓๐. คุณวรรณิภา ชิงชนะภัย ๓๑. คุณวิทวัส บุญญสถิตย์ ๓๒. บริษัท แอร์โปรดักส์อินทัสตรีย์ จากัด ๓๓. คุณนวลตา ม่วงน้อยเจริญ ๓๔. นางศรีสมร ศาสตรวาหา ๓๕. คุณดวงแข ลวณะมาลย์ ๓๖. นางปราณี สุขมัย ๓๗. น.ส.พัชรินทร์ กิติวรพงศ์ ๓๘. คุณปิยวุฒิ วงศ์เลิศวิทย์ ๓๙. คุณศิริพร กออนันตกูล


๔๐. คุณเทพินทร์ ทัฬหิกรณ์ ๔๑. นายยอดรัก ประเสริฐ ผู้บริจาคเงินจานวน ๑๕๐,๐๐๐.- บาท ๑. พล.อ.อ.อานนท์ จารยะพันธุ์ ๒. น.อ.อดินันท์ จารยะพันธุ์ ผู้บริจาคเงินจานวน ๑๐๐,๐๐๐.- บาท ๑. พล.อ.อ.พะเนียง กานตรัตน์ ๒. พล.อ.อ.ม.ร.ว.ศิริพงษ์ – คุณหญิง จิตตระการ ทองใหญ่ ๓. พล.อ.อ.อมร – คุณหญิง วาสนา แนวมาลี ๔. พล.อ.อ.อิทธพร – คุณนภาพร ศุภวงศ์ ๕. พล.อ.อ.เฉลย วรินทราคม ๖. พล.อ.อ.นพพร จันทวานิช ๗. พล.อ.อัครเดช ศศิประภา ๘. พล.ต.อ.สมชาย วาณิชเสนี ๙. พล.อ.อ.บุญยฤทธิ์ เกิดสุข ๑๐. พล.อ.ท.สุรยุทธ – คุณสุพิศ นิวาศะบุตร ๑๑. พล.อ.ท.จีรัง – คุณประจวบ จุลชาต ๑๒. พล.อ.ท.ชูพันธ์ ชาญสมร ๑๓. พล.อ.ต.สมองค์ – คุณอาไพ สมิตะมาน ๑๔. พล.อ.ต.หญิง สุธารี เนินลพ ๑๕. พล.อ.ต.ศักดา สุจริตธรรม ๑๖. พล.อ.ต.อมรชัย เดชอมรธัญ ๑๗. น.อ.จารูญเกียรติ ลีลเศรษฐพร ๑๘. น.อ.ฆณกรณ์ มาลีวรรณ ๑๙. น.อ.หญิง ขจร ประภัศรานนท์ ๒๐. น.ท.หญิง สุกัญญา ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ๒๑. น.ท.นคร บุญมี ๒๒. น.ต.ปรวีร์ แก้วอาไพ ๒๓. ร.ต.หญิง ภักดี หันนิเทศ ๒๔. การไฟฟ้าส่วนภูมภิ าค ๒๕. คุณสุภา พรหมสาขา ณ สกลนคร ๒๖. การประปาส่วนภูมิภาค ๒๗. ท่านวรรณและคุณหญิงพวงผกา ชันซื่อ ๒๘. คุณมงคล – ศุณาลักษณ์ จิรกิจอนุสรณ์ ๒๙. คุณนิติ โอสถานุเคราะห์ ๓๐. คุณสุจิตรา ปลูกเจริญ ๓๑. คุณปนันท์ ประจวบเหมาะ ๓๒. คุณวัลลีย์ ไชยนิล ๓๓. นพ.ประกอบ บุญมงคล ๓๔. คุณสิทธิชัย ชวรางกูร ๓๕. คุณยุพิน ปุณศรี ๓๖. คณะบุคคลไต้ฮั้ว ๓๗. นายกฤษฎา หลียาภรณ์

๓๘. คุณเพรียว บัณฑิตตระกูล ๓๙. คุณสุทศั น์ เศรษฐ์บุญสร้าง ๔๐. คุณสุมาลี ศรีทองสุข ๔๑. คุณเสน่ห์ ศรีดารณพ ๔๒. น.ส.วันรัก สุวรรณวัฒนา ๔๓. นายณรงค์ ตรึงตราจิตกุล ๔๔. นางทัศนี ศิรสิ ุข ๔๕. คณะนักเรียนนายเรืออากาศรุ่นที่ ๒๗ ๔๖. ตระกูล องคะริยะพงษ์ ๔๗. นางเทียมจันทร์ พรศักดิส์ ิทธิ์ ๔๘. คุณจุฬาลักษณ์ สุทธิมัย ๔๙. คุณรัชนี ผาติพงศ์ ๕๐. น.พ.เจษฎา อธิกคุณากร ๕๑. น.ส.มณีนุช แสงรัฐกาญจนสิน ๕๒. บริษัท คาน่า แอสโซซิเอท จากัด ๕๓. น.ส.เจียมจิตต์ บุญญานุรักษ์ ๕๔. นางจารุชา ผลดีเจริญ ๕๕. นางปิ่นอนงค์ วะนะสุข ๕๗. นางอัญชนา ศักดิส์ ูง ๕๘. คุณปิยะนารถ สุกุมลจันทร์ ๕๙. นายพธรพล ตัณฑวิรุฬห์ ๖๐. คุณดนัย ศรีทองคา ๖๑. น.ส.นิตยา วงศ์เลิศวิทย์ ๖๒. คุณพรชัย วงศ์เลิศวิทย์ ๖๓. บริษัท เอเซียบางนา จากัด ๖๔. คุณวิชชุกร ตันติชัยพร ๖๕. คุณปิยะฉัฐ แสงรัฐกาญจนสิน ๖๖. คุณโสภา สืบสายไทย ๖๗. คุณนพรัตน์ จันทรวารี ๖๘. พล.อ.ท.นพ.การุณ เก่งสกุล ๖๙. บริษัท เวชธานี จากัด (มหาชน) ๗๐. คุณแสวง ศรีประเสริฐ ๗๑. คุณหญิงเปรมจิตต์ จามรจันทร์ ๗๒. หจก.ญาณมารี ๗๓. คุณภุชงค์ พรพิบูลย์ ๗๔ น.ส.รัตนา ชัยชนะกล ๗๕. MR.FRANCOIS DERUAUX ๗๖. น.อ.หญิง กฤตพร ตะวันแจ้ง



บทบรรณาธิการ ด้วยสำนึกในพระมหำกรุณำธิคุณของพระบำทสมเด็จพระเจ้ำอยู่หัว ที่ได้รับพระรำชทำน พระบรมรำชำนุญำตให้ใช้ชื่อโรงพยำบำลว่ำ “ภูมิพลอดุลยเดช” รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ. ในฐำนะที่เป็น โรงพยำบำลหลักของกองทัพอำกำศ ได้เริ่มดำเนินกำรมำตั้งแต่วันที่ ๒๗ มีนำคม ๒๔๙๒ และดำเนินกำร สนองแนวพระรำชดำริของพระองค์อย่ำงต่อเนื่อง โดยมีภำรกิจหลักในกำรให้กำรรักษำพยำบำลทั้งแก่ ข้ำรำชกำร ครอบครัว และประชำชนทั่วไป และเมื่อปี ๒๕๒๘ ยังได้รับพระมหำกรุณำธิคุณพระรำชทำน นำมอำคำรหลั ก ของ รพ.ภู มิ พ ลอดุ ล ยเดช พอ.ที่ ส ร้ ำ งขึ้ น เพื่ อ รองรั บ กำรรั ก ษำแก่ ป ระชำชนว่ ำ “คุ้มเกล้ำฯ” พร้อมทั้งได้เสด็จพระรำชดำเนินมำทรงทำพิธีเปิดอำคำรด้วยพระองค์เอง จวบจนปัจจุบัน รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ.ได้พัฒนำด้ำนกำรแพทย์และกำรรักษำพยำบำลจนอยู่ ในระดับโรงพยำบำลตติยภูมิ อีกทั้งยังได้รับอนุมัติจำกสำนักงำนหลักประกันสุขภำพแห่งชำติให้จัดตั้ง ศูนย์ควำมเป็นเลิศทำงกำรแพทย์ (Excellent center) เพื่อให้บริกำรทำงกำรแพทย์ในระดับสูง ๔ ศูนย์ ทำให้อำคำรสถำนที่ และครุภัณฑ์ทำงกำรแพทย์ไม่เพียงพอต่อกำรให้บริกำรที่ดีสำหรับผู้มำรับบริกำรที่ เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ อย่ำงต่อเนื่อง รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ.จึงมีควำมจำเป็นต้องจัดสร้ำงอำคำรหลัง ใหม่ ตลอดจนจัดหำครุภัณฑ์ทำงกำรแพทย์ที่ทันสมัยเพิ่มเติมเพื่อให้บริ กำรแก่ประชำชนได้อย่ำงทั่วถึง และมีประสิทธิภำพ ด้วยกำรจัดสร้ำงอำคำรเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนำงเจ้ำสิริกิติ์พระบรมรำชินีนำถ ๖ รอบ พระชนมพรรษำ และได้รับพระรำชทำนนำมจำกสมเด็จพระบรมรำชินีนำถว่ำ“คุ้มเกศ” ซึ่งมี ควำมหมำยว่ำ “ให้ ควำมร่ มเย็น แก่พสกนิกร” เป็นอำคำรรักษำพยำบำลผู้ป่ว ยนอกที่มีควำมทันสมัย สำมำรถตอบสนองกำรให้บ ริ กำรรักษำพยำบำล และอำนวยควำมสะดวกให้ แก่ผู้ รับบริกำรได้อย่ำง สมบูรณ์ อีกทั้งยังสนับสนุนกำรเรียนกำรสอนของนิสิตแพทย์ แพทย์ประจำบ้ำน ในกำรผลิตแพทย์ที่มี คุณภำพออกสู่สังคม รวมทั้งเป็นแหล่งศึกษำค้นคว้ำงำนวิจัยทำงกำรแพทย์อย่ำงครบวงจร หัวใจสำคัญของกำรจัดทำหนังสือที่ระลึก “อำคำรคุ้มเกศ” เล่มนี้ คือ กำรได้บันทึกข้อมูลและ เหตุกำรณ์สำคัญต่ำงๆ ของอำคำรคุ้มเกศ ทั้งจำกกำรบอกเล่ำ และจำกเอกสำรต่ำงๆ ที่ได้มีโอกำสค้นหำ เพิ่มเติม เพื่อถ่ำยทอดให้ เป็ นหลั กฐำนทั้งด้ำนวิช ำกำร ประสบกำรณ์ และควำมรู้ควำมก้ำวหน้ำทำง กำรแพทย์ใหม่ๆ รวมทั้ง ยังได้บันทึกเรื่องรำวต่ำงๆ ที่มีคุณค่ำ เพื่อประโยชน์ต่อวงกำรสำธำรณสุขของ ไทย ด้วยปณิธำนอันมุ่งมั่นและแน่วแน่ร่วมกับกองทัพอำกำศที่จะเดินตำมแนวพระรำชดำริ เพื่อควำม เป็นอยู่ที่ดีขึ้นของพี่น้องประชำชนชำวไทยสืบไป ดิฉัน ขอขอบพระคุณทุกท่ำนที่ได้มีส่วนร่วมเสียสละเวลำ กำลังกำย และกำลังสติปัญญำ ในกำร สร้ำงสรรค์ให้หนังสือที่ระลึกเล่มนี้สำเร็จลุล่วงด้วยดี มำ ณ โอกำสนี้ด้วย นำวำอำกำศเอกหญิง (กฤตพร ตะวันแจ้ง) ประธำนคณะอนุกรรมกำรดำเนินกำรฝ่ำยสูจิบัตร และหนังสือที่ระลึก


คณะอนุกรรมกำรดำเนินกำรฝ่ำยสูจิบัตร หนังสือและของที่ระลึก ๑. พล.อ.ต.สุชิน ๒. น.อ.หญิง กฤตพร ๓. น.อ.นภ ๔. น.อ.หญิง ธีระภำ ๕. น.อ.ไกรเลิศ ๖. น.อ.หญิง รุ่งทิพย์ ๗. น.ท.หญิง คนิทรำ ๘. น.ท.กมล ๙. ร.อ.หญิง อรฉัตร ๑๐ ร.ท.หญิง อำจำรี

บุญมำ ตะวันแจ้ง ตู้จินดำ จำรุนิธิ เธียรนุกุล พูลเจริญ ปำลวัฒนวิไชย ศรีอ่อน ศรีเจริญ กันภัย