Issuu on Google+

ข้อมูลหน่วยงาน

สำนักกำรประปำ เทศบำลเมืองสระบุรี

สำนักกำรประปำ เทศบำลเมืองสระบุรี 80/2 ถนนพิชัยรณรงค์สงคราม ตาบลปากเพรียว อาเภอเมืองสระบุรี จ.สระบุรี 18000 โทรศัพท์ : 036-212367 โทรสาร : 036-214502 E-mail:saraburi_pp@hotmail.com


หน้าหลัก - ข้อมูลข่าวสาร * เกียรติบตั ร “น้ าประปาดื่มได้”


- ข่าวประชาสัมพันธ์

การใช้ นา้ ประปาอย่ างถูกวิธี การเช็ ดถู ควรตักน้ าใส่ถงั แล้วเอาผ้าหรื อเครื่ องมือจุ่มลง ไป ไม่ควรใช้น้ าจากสายยางโดยตรง เพราะจะ เสี ยน้ า ถึง 200 ลิตร ใน 5 นาที

การรดนา้ ต้ นไม้ ไม่ควรใช้สายยาง ควรใช้ฝักบัว ในการรดน้ า จะประหยัดน้ าได้มาก

การล้างรถ ควรใช้ไม้ขนไก่ลูบฝุ่ นออกก่อน แล้วจึงล้างรถ โดยรองน้ าใส่ถงั นามาเช็ดล้างอีกครั้ง ไม่ควร ใช้ สายยางฉี ดล้างโดยตรง จะทาให้สิ้นเปลืองน้ า และยังทาให้รถผุเร็ วด้วย

ห้ องสุ ขา ถ้าเป็ นห้องน้ าชายอย่างเดียว หรื อชายหญิงรวมกัน ควรติดตั้งโถปั สสาวะชาย ไว้ดว้ ยแยกจาก โถอุจจาระ เพราะการใช้น้ าชาระล้างปั สสาวะ จะใช้น้ าน้อยกว่ามาก และโถส้วมแบบตักราด จะสิ้นเปลืองน้ าน้อยกว่า แบบ ชักโครก

การอาบนา้ ควรอาบด้วยฝักบัว หรื อใช้ขนั ตักอาบ จะประหยัดมากกว่าการอาบในอ่างอาบน้ า อ่างอาบน้ า ต้องใช้น้ ามากถึง 110 ลิตร/คน/ครั้ง แต่ถา้ อาบด้วยฝักบัว หรื อตักอาบจะใช้เพียง 20 ลิตร/คน/ครั้ง


การ

ล้างถ้ วยชามภาชนะ

ทุกครั้งที่ลา้ ง ขอให้เปิ ดน้ าลงอ่าง แล้วจึงล้าง ถ้าจะให้สะอาดก็ลา้ ง 2 ครั้งซึ่งจะใช้น้ า ประมาณ 25 ลิตรเท่านั้น อย่างล้างด้วยวิธีเปิ ดก๊อกน้ าตลอดเวลา เพราะจะเสี ยน้ าถึง135 ลิตร ใน 15 นาที

การซักผ้า การซักผ้าแต่ละครั้งควรมีจานวนมากพอควร เพราะการซักแต่ละครั้งจะสิ้นเปลืองน้ าสูงมาก ขณะซักอย่าเปิ ดน้ าจากก๊อกลงภาชนะตลอดเวลา เพราะเพียง 20 นาที ท่านอาจเสี ยน้ าถึง 180 ลิตร การซักผ้าด้วยเครื่ องจะ ใช้น้ าประมาณ 130 ลิตร จึงควรรวบรวมผ้าให้ได้มากพอกับกาลังของเครื่ อง

การโกนหนวด เมื่อโกนหนวดแล้วจึงใช้กระดาษชาระเช็ดออกทีหนึ่งก่อน แล้วจึงใช้น้ าใส่แก้วมาชาระล้างอีก ครั้ง ควรล้างมีดโกนโดยการจุ่มล้างในแก้ว หรื อขัน จะทาให้สิ้นเปลืองน้ าน้อยกว่า การล้างโดนตรงจากก๊อก

การแปรงฟัน ควรใช้แก้วหรื อขันรองน้ า เพื่อใช้ในการแปรงฟัน หรื อล้างแปรง แต่ละครั้ง ซึ่งจะใช้น้ า1-2 แก้วก็พอ การแปรงฟันและล้างแปรง โดยตรงจากก๊อก ถ้าเปิ ดทิ้งไว้จะทาให้สูญเสี ยน้ าถึง 9 ลิตร ต่อนาที


- ข่าวประชาสัมพันธ์ * การประชุมเพื่อเตรี ยมความพร้อมในการทางาน

* การติดต่อ สานักการประปาเทศบาลเมืองสระบุรี 80/2 ถนนพิชยั รณรงค์สงคราม ตาบลปากเพรี ยว อาเภอเมืองสระบุรี จังหวัด สระบุรี 18000 โทรศัพท์ : 036-212367 ต่อ 102 ต่อ 103 ต่อ 201 ต่อ 203 ต่อ 205 ต่อ 206 ต่อ 301 ต่อ 303 โทรสาร : 036-214502

งานพัฒนารายได้ งานผลิตและงานวิเคราะห์คุณภาพน้ า งานการเงินและบัญชี งานธุรการ งานมาตรวัดน้ า งานบริ การสาธารณะ งานคอมพิวเตอร์ งานพัสดุ

E-mail : saraburi_pp@hotmail.com


ประวัตคิ วามเป็ นมา - ประวัติความเป็ นมาประปาไทย 1. ระบบประปาของไทยในอดีต สมัยสุโขทัย หลักฐานจากคาจารึกสุโขทัยหลักที่ 1 ด้ านที่ 2 ของพ่อขุนรามคาแหง จารึก “กลางเมืองสุโขทัยนี ้ มีนา้ ตระพังโพย สีใสกินดี ดังกินนา้ โขงเมื่อแล้ ง รอบเมืองสุโขทัยนี ”้ และยังค้ นพบ ท่อน ้าดินเผา เคลือบ ฝั งอยู่ใต้ ดนิ ปากกว้ าง ปลายสอบ สันนิษฐานว่าใช้ กรองน ้าให้ สะอาดโดยผ่านเส้ นท่อ

ท่ อนา้ ดินเผาเคลือบในสมัยสุโขทัย สมัยอยุธยา นักโบราณคดีพบว่ากรุงศรี อยุธยา เริ่มมีระบบประปาตังแต่ ้ สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชเป็ น ต้ นมา โดยนาความรู้จากชาวตะวันตกที่เข้ ามาทางานในราชสานัก เอกสารโบราณล้ วนแต่กล่าวว่า สมเด็จ พระนารายณ์มหาราชทรงสนพระทัยเรื่ องนี ้มาก ถึงกับโปรดเกล้ าฯ ส่งคนไปเรี ยนวิชาน ้าพุและการก่อสร้ าง ที่ประเทศฝรั่งเศสทีเดียว วิธีการของระบบประปา คือชักน ้าจากแม่น ้ามาใช้ โดยมีระหัดวิดน ้าส่งน ้าให้ ไหล ไปตามท่อ นาน ้าขึ ้นไปเก็บไว้ ในถังเก็บน ้าที่ตงไว้ ั ้ บนที่สงู เมื่อจะใช้ น ้าก็ปล่อยให้ ไหลลงมา แรงดันจากที่สงู จะดันให้ น ้าไหลไปตามท่อต่าง ๆ ทังเพื ้ ่ออุปโภคและใช้ ทาน ้าพุ ระบบประปาในสมัยนันคงเป็ ้ นความ ทันสมัยของบ้ านเมือง และมีใช้ เฉพาะในกลุม่ คนชันสู ้ ง ดังเช่นที่พบในพระราชวังทังในกรุ ้ งศรี อยุธยาและ เมืองลพบุรี รวมทังในวั ้ ดที่พระมหากษัตริย์ทรงสร้ าง เช่น วัดพญาแมน เป็ นต้ น เฉพาะใน พระบรมมหาราชวัง ระบบประปาจะเริ่มที่แม่น ้าลพบุรี แล้ วมีระหัดวิดน ้า ไหลไปตามท่อใน พระบรมมหาราชวังซึง่ ฝั งไว้ ใต้ ดนิ จนถึงถังน ้าประปาบริเวณทางทิศเหนือของพระที่นงั่ เบญจรัตนมหา ปราสาท


ท่ อนา้ ดินเผาเคลือบในสมัยอยุธยา 2. ความเป็ นมาของประปาสยาม เมื่อ พ.ศ.2325 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงสร้ างกรุงรัตนโกสินทร์ เป็ นราชธานี ณ ฝั่ งตะวันออกของแม่น ้าเจ้ าพระยา สมัยแรกการใช้ น ้ายังคงอาศัยน ้าจากแม่น ้าลาคลองและน ้าฝนเป็ นน ้า อุปโภคบริ โภค ฉะนันในสมั ้ ยรัชกาลที่ 1 จนถึงรัชกาลที่ 4 จึงโปรดเกล้ าให้ มีการขุดคลองเชื่อมโยงกับแม่น ้า เจ้ าพระยาขึ ้นมากมายให้ สอดคล้ องกับความเป็ นอยูข่ องประชาชน

ความเป็ นอยู่ของประชาชนในยุคเริ่มก่ อตัง้ ประปาสยาม ครัน้ ถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้ าเจ้ าอยูห่ วั รัชกาลที่ 5 ทรงมีพระมหากรุณาธิคณ ุ อัน ยิ่งใหญ่ตอ่ ปวงชนชาวไทย ทรงให้ อิสรภาพแก่ประชาชนผู้ทนทุกข์ ยากแค้ นลาเค็ญ โดยมีพระบรมราช โองการโปรดเกล้ าฯ ให้ เลิกทาส และด้ วยสายพระเนตรอันยาวไกล พระองค์ทรงนาเทคโนโลยีสมัยใหม่ พร้ อมสาธารณูปโภคนานัปการ อาทิ รถไฟ ไฟฟ้า และกิจการประปา ซึง่ เป็ นสาธารณูปโภคที่จาเป็ นในการ ดารงชีวิต และเป็ นการยกระดับมาตรฐานการดารงชีวิตให้ ทดั เทียมนานาอารยประเทศมาใช้ ทาให้ ชาวต่างชาติ ซึง่ แต่เดิมจะไม่พานักอยูใ่ นประเทศไทยนานนัก เมื่อเสร็จสิ ้นภารกิจที่ได้ รับมอบหมายก็จะ เดินทางกลับทันที เนื่องจากความเป็ นอยูไ่ ม่สะดวกสบายเหมือนในบ้ านเมืองเขา โดยเฉพาะน ้าดื่ม น ้าใช้ ไม่ สะอาดพอ เพราะใช้ น ้าจากแม่น ้าลาคลอง ทาให้ เจ็บป่ วยได้ ง่าย เมื่อมีไฟฟ้า น ้าประปาแล้ ว ชาว


ต่างประเทศก็เดินทางเข้ ามาติดต่อทาการค้ ากันมากขึ ้น ประเทศไทยหรื อประเทศสยามในเวลานัน้ จึง เจริญรุ่งเรื องอย่างรวดเร็ว กิจการประปาเป็ นพระราชดาริของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้ าเจ้ าอยูห่ วั รัชกาลที่ ๕ ด้ วย พระองค์เสด็จประพาสต่างประเทศทังยุ ้ โรป รัสเซีย สเปน อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ ซึง่ ประเทศเหล่านี ้มี น ้าประปาใช้ แล้ ว ส่วนใหญ่กิจการประปาจะเป็ นของเอกชน เมื่อพระองค์สนพระราชหฤทัย และมี พระราชดาริที่จะจัดสร้ างระบบประปาในกรุงเทพฯ ได้ มีฝรั่งชาวต่างชาติหลายรายเสนอตัวที่จะเป็ นผู้ลงทุน ผลิตน ้าประปาเพื่อจาหน่ายในเขตพระนครโดยอ้ างว่าจะได้ ไม่เปลืองงบประมาณแผ่นดิน และค่าน ้าก็จะคิด ในอัตราหนึง่ และจะค่อย ๆ เพิ่มขึ ้นไม่เกินลูกบาศก์เมตรละหกสลึง (๑.๕๐ บาท) แต่เมื่อพระองค์ทรง ไตร่ตรอง และหารื อกับบรรดาเหล่าเสนาบดีแล้ วพระองค์ทรงเกรงว่าหากให้ เอกชนต่างชาติรับไปดาเนินการ เสียแล้ ว ประชาชนคนไทยผู้ใช้ บริการอาจได้ รับความเดือดร้ อนจากการขึ ้นค่าน ้าของฝรั่งก็เป็ นได้ จึงได้ ตัดสินพระทัยให้ กรมสุขาภิบาลเป็ นผู้ดาเนินการจัดหาน ้าสะอาดมาใช้ ในพระนคร โดยพระองค์พระราชทาน พระราชทรัพย์สว่ นหนึง่ เป็ นทุนประเดิม และเอกชนได้ ร่วมสมทบ เป็ นเงินลงทุนทังสิ ้ ้นประมาณ ๔ ล้ านบาท เศษในสมัยนัน้ กิจการประปาเริ่มปรากฏเป็ นรูปเป็ นร่างในปี 2452 ตังแต่ ้ มีการจัดซื ้อที่ดนิ สาหรับสร้ างโรงกรอง สามเสน (ปั จจุบนั คือโรงงานผลิตน ้าสามเสน) ขุดคลองส่งน ้าจากบริเวณคลองเชียงรากมาถึงโรงกรองสาม เสน การขุดฝั งวางท่อจ่ายน ้าทัว่ พระนครสร้ างถังสูงสาหรับช่วยเพิ่มแรงดันในการส่งน ้าไปบริการประชาชน (ถังสูง 2 ใบนี ้ยังคงอยูท่ ี่สี่แยกแม้ นศรี ถนนบารุงเมือง กทม.) เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2457 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้ าเจ้ าอยูห่ วั รัชกาลที่ 6 เสด็จฯทรง เป็ นประธานเปิ ดกิจการ “การประปากรุ งเทพฯ” ด้ วยพระองค์เอง อันมีเจ้ าพระยายมราช เสนาบดี กระทรวงนครบาล เป็ นผู้กล่าวรายงานและพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้ าเจ้ าอยูห่ วั รัชกาลที่ 6 ทรงมีพระ ราชดารัสตอบ ตอนหนึง่ ว่า “การใหญ่ ของการประปาอันเป็ นของค้ างมาครัง้ รัชกาลแห่ งสมเด็จ พระพุทธเจ้ าหลวงได้ มาทาสาเร็จไปโดยเร็วในรั ชสมัยของเราเช่ นนี ้ เป็ นเครื่ องเชิดชูเกียรติเรา ใน การที่มีของสาคัญขึน้ สาหรั บพระนครและเป็ นการสมควรอยู่แล้ วที่จะต้ องแสดงให้ ปรากฏว่ าการ นี ้ สมเด็จพระบรมชนกนารถของเราเป็ นผู้ริเริ่มดาริ กับสมควรนับเป็ นอนุสาวรี ย์ของพระองค์ ส่วน หนึ่งได้ เหมือนกัน” และอีกตอนหนึง่ ว่า “ขอนา้ ใสอันจะหลั่งไหลจากประปานี ้ จงเป็ นเครื่องประหาร สรรพโรคร้ ายที่จะเบียดเบียนให้ ร้ายแก่ ประชาชนผู้เป็ นพสกนิกรของเรา” นี่คือที่มาของ “นา้ ประปา ดื่มได้ ” ดื่มแล้ วปลอดภัยไร้ โรคา พยาธิ นับตังแต่ ้ เริ่มเปิ ดกิจการมาจนถึงทุกวันนี ้


- ประวัติความเป็ นมาประปาเทศบาลเมืองสระบุรี สานักการประปา เทศบาลเมืองสระบุรี ดาเนิ นการโดยเทศบาลเมืองสระบุรี ซึ่ งมีพ้นื ที่ในเขตที่ รับผิดชอบของเทศบาล จานวน 20.13 ตารางกิโลเมตร เป็ นศูนย์กลางคมนาคมทางบกไปสู่ ภาค ตะวันออกเฉี ยงเหนือและภาคกลางอีกหลายจังหวัด ทาให้มีความเจริ ญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ สังคม อย่าง รวดเร็ ว และมีกิจการค้าต่าง ๆ อีกมากมาย มีการก่อสร้างบ้านพักอาศัยเพิ่มขึ้น ทาให้ประชาชนเข้ามาอาศัย และประกอบกิจการในเขตเทศบาลมากขึ้นไปด้วย ทาให้สานักการประปา เทศบาลเมืองสระบุรี ได้ดาเนิน กิจการประปา ในปี พ.ศ. 2497 และได้รับสัมปทานจากกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2497 ได้ดาเนิ นการก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2497 โดยกรมโยธาธิ การเห็นว่า แม่น้ าป่ าสักซึ่ งเป็ นแหล่งน้ าดิบของการ ประปา มีความเหมาะสมใช้เป็ นแหล่งน้ าดิบได้ เนื่ องจากมีน้ าเพียงพอตลอดปี ซึ่ งได้ดาเนินการก่อสร้าง ระบบผลิตน้ าประปา มีกาลังผลิต 15 ม.3/ช.ม. สามารถผลิตน้ าได้วนั ละ 300 ม.3/วัน และได้ปรับปรุ งขยาย กิจการจนถึงปั จจุบนั ครัง้ ที่ 1 ปี พ.ศ. 2502 ได้ เพิ่มกาลังผลิตน ้าขึ ้นอีก 20 ม.3/ช.ม. จะสามารถผลิตน ้า ได้ วนั ละ 400 ม.3/วัน รวมกาลังผลิตเป็ นกาลังผลิตน ้าได้ วนั ละ 700 ม.3/วัน ได้ ดาเนินการก่อสร้ างที่ฝ่ายผลิตและบริ การที่ 1 (สถานีผลิตน ้าประปาที่ 1) ครัง้ ที่ 2 ปี พ.ศ. 2505 ได้ เพิ่มกาลังผลิตน ้าขึ ้นอีก 40 ม.3/ช.ม. จะสามารถผลิตน ้า ได้ วนั ละ 800 ม.3/วัน รวมกาลังผลิตเป็ นกาลังผลิตน ้าได้ วนั ละ 1,500 ม.3/วัน ได้ ดาเนินการก่อสร้ างที่ฝ่ายผลิตและบริ การที่ 1 (สถานีผลิตน ้าประปาที่ 1) ครัง้ ที่ 3 ปี พ.ศ. 2508 ได้ เพิ่มกาลังผลิตน ้าขึ ้นอีก 40 ม.3/ช.ม. จะสามารถผลิตน ้า ได้ วนั ละ 800 ม.3/วัน รวมกาลังผลิตเป็ นกาลังผลิตน ้าได้ วนั ละ 2,300 ม.3/วัน ได้ ดาเนินการก่อสร้ างที่ฝ่ายผลิตและบริ การที่ 1 (สถานีผลิตน ้าประปาที่ 1) ครัง้ ที่ 4 ปี พ.ศ. 2509 ได้ เพิ่มกาลังผลิตน ้าขึ ้นอีก 80 ม.3/ช.ม. จะสามารถผลิตน ้า ได้ วนั ละ 1,600 ม.3/วัน รวมกาลังผลิตเป็ นกาลังผลิตน ้าได้ วนั ละ 3,900 ม.3/วัน ได้ ดาเนินการก่อสร้ างที่ฝ่ายผลิตและบริ การที่ 2 (สถานีผลิตน ้าประปาที่ 2) ครัง้ ที่ 5 ปี พ.ศ. 2513 ได้ เพิ่มกาลังผลิตน ้าขึ ้นอีก 160 ม.3/ช.ม. จะสามารถผลิตน ้าได้ วนั ละ 3,200 ม.3/วัน รวมกาลังผลิตเป็ นกาลังผลิตน ้าได้ วนั ละ 7,100 ม.3/วัน ได้ ดาเนินการก่อสร้ างที่ฝ่ายผลิตและบริ การที่ 2 (สถานีผลิตน ้าประปาที่ 2) ครัง้ ที่ 6 ปี พ.ศ. 2531 ได้ เพิ่มกาลังผลิตน ้าขึ ้นอีก 100 ม.3/ช.ม. จะสามารถผลิตน ้าได้ วันละ 2,000 ม.3/วัน รวมกาลังผลิตเป็ นกาลังผลิตน ้าได้ วนั ละ 9,100 ม.3/วัน ได้ ดาเนินการก่อสร้ างที่ฝ่าย ผลิตและบริ การที่ 3 (สถานีผลิตน ้าประปาที่ 3)


ครัง้ ที่ 7 ปี พ.ศ. 2537 ได้ เพิ่มกาลังผลิตน ้าขึ ้นอีก 250 ม.3/ช.ม. จะสามารถผลิตน ้าได้ วันละ 5,000 ม.3/วัน รวมกาลังผลิตเป็ นกาลังผลิตน ้าได้ วนั ละ 16,100 ม.3/วัน ได้ ดาเนินการก่อสร้ างที่ ฝ่ ายผลิตและบริการที่ 3 (สถานีผลิตน ้าประปาที่ 3) ครัง้ ที่ 8 ปี พ.ศ. 2539 ได้ เพิ่มกาลังผลิตน ้าขึ ้นอีก 250 ม.3/ช.ม. จะสามารถผลิตน ้าได้ วันละ 5,000 ม.3/วัน รวมกาลังผลิตเป็ นกาลังผลิตน ้าได้ วนั ละ 21,100 ม.3/วัน ได้ ดาเนินการก่อสร้ างที่ ฝ่ ายผลิตและบริการที่ 3 (สถานีผลิตน ้าประปาที่ 3) ครัง้ ที่ 9 ปี พ.ศ. 2543 ได้ เพิ่มกาลังผลิตน ้าขึ ้นอีก 500 ม.3/ช.ม. จะสามารถผลิตน ้าได้ วันละ 10,000 ม.3/วัน รวมกาลังผลิตเป็ นกาลังผลิตน ้าได้ วนั ละ 31,100 ม.3/วัน ได้ ดาเนินการก่อสร้ างที่ ฝ่ ายผลิตและบริการที่ 3 (สถานีผลิตน ้าประปาที่ 3) ครัง้ ที่ 10 ปี พ.ศ. 2543 ได้ เพิ่มกาลังผลิตน ้าขึ ้นอีก 250 ม.3/ช.ม. สูบขึ ้นหอถึงสูงขนาด 250 ม.3/วัน เพื่อเพิ่มแรงดันภายในท่อเมนประปาบริเวณเขาคูบาฝ่ ายผลิตและบริ การที่ 2 (สถานีผลิต น ้าประปาที่ 2) ครัง้ ที่ 11 ปี พ.ศ. 2545 ได้ เพิ่มกาลังผลิตน ้าขึ ้นอีก 300 ม.3/ช.ม. จะสามารถผลิตน ้าได้ วันละ 6,000 ม.3/วัน รวมกาลังผลิตเป็ นกาลังผลิตน ้าได้ วนั ละ 37,100 ม.3/วัน ได้ ดาเนินการก่อสร้ างที่ ฝ่ ายผลิตและบริการที่ 1 (สถานีผลิตน ้าประปาที่ 1) ครัง้ ที่ 12 ปี พ.ศ. 2548 ได้ เพิ่มกาลังผลิตน ้าขึ ้นอีก 200 ม.3/ช.ม. จะสามารถผลิตน ้าได้ วันละ 4,000 ม.3/วัน รวมกาลังผลิตเป็ นกาลังผลิตน ้าได้ วนั ละ 41,100 ม.3/วัน ได้ ดาเนินการก่อสร้ างที่ ฝ่ ายผลิตและบริการที่ 2 (สถานีผลิตน ้าประปาที่ 2) ครัง้ ที่ 13 ปี พ.ศ. 2549 ได้ เพิ่มกาลังผลิตน ้าขึ ้นอีก 500 ม.3/ช.ม. จะสามารถผลิตน ้าได้ วันละ 10,000 ม.3/วัน รวมกาลังผลิตเป็ นกาลังผลิตน ้าได้ วนั ละ 59,100 ม.3/วัน ได้ ดาเนินการก่อสร้ างที่ ฝ่ ายผลิตและบริการที่ 2 (สถานีผลิตน ้าประปาที่ 2) ในปี พ.ศ.2554 ก่อสร้ างหอถังสูงขนาดจุน ้าได้ 500 ลูกบาศก์เมตรพร้ อมปรับปรุงระบบ จ่ายน ้าประปาที่ทาการฝ่ ายผลิตที่ 3 (สถานีผลิตน ้าประปาที่ 3)


วิสัยทัศน์

“เพิม่ รายได้ ลดรายจ่ าย เพิม่ คุณภาพให้ กบั ประชาชน”

นโยบายการบริ หาร

มุ่งมัน่ พัฒนานา้ ประปา ไปสู่ นา้ ประปาดื่มได้ ตามมาตรฐานโลก WHO

(World Health Organization)


บริ การประชาชน ฝ่ ายผลิตและบริ การ ปั จจุบนั มีกาลังผลิตรวมทั้งสิ้ น ดังต่อไปนี้

แห่งที่ 1 ฝ่ ายผลิตและบริ การที่ 1 (ประปาเดิม) - มีกาลังผลิต 15 ม.3/ช.ม. จานวน 1 ชุด (พ.ศ. 2479) ปัจจุบนั ยกเลิก - มีกาลังผลิต 20 ม.3/ช.ม. จานวน 1 ชุด (พ.ศ. 2502) ปั จจุบนั ยกเลิก - มีกาลังผลิต 40 ม.3/ช.ม. จานวน 1 ชุด (พ.ศ. 2505) ปั จจุบนั ยกเลิก - มีกาลังผลิต 40 ม.3/ช.ม. จานวน 1 ชุด (พ.ศ. 2508) - มีกาลังผลิต 300 ม.3/ช.ม.. จานวน 1 ชุด (พ.ศ. 2545) รวมกาลังผลิตแห่งที่ 1 (40+300) = 340 ม.3/ช.ม.


ถังกรองน้ าขนาดกาลังผลิต 40 ม.3/ช.ม. จานวน 1 ชุด (พ.ศ. 2508)

ถังกรองน้ าขนาดกาลังผลิต 300 ม.3/ช.ม.. จานวน 1 ชุด (พ.ศ. 2545)


แห่งที่ 2 ฝ่ ายผลิตและบริ การที่ 2 (ประปาเขาน้อย) - มีกาลังผลิต 80 ม.3/ช.ม. จานวน 1 ชุด (พ.ศ. 2509) - มีกาลังผลิต 160 ม.3/ช.ม. จานวน 1 ชุด (พ.ศ. 2513) - มีกาลังผลิต 200 ม.3ช.ม. จานวน 1 ชุด (พ.ศ. 2548) - มีกาลังผลิต 500 ม.3/ช.ม. จานวน 1 ชุด (พ.ศ. 2549) รวมกาลังผลิตแห่งที่ 2 (80+160+200+500) = 940 ม.3/ช.ม.

ถังกรองน้ าขนาดกาลังผลิต 80 ม.3/ช.ม. จานวน 1 ชุด (พ.ศ. 2509)


ถังกรองน้ าขนาดกาลังผลิต 160 ม.3/ช.ม. จานวน 1 ชุด (พ.ศ. 2513)

ถังกรองน้ าขนาดกาลังผลิต 200 ม.3ช.ม. จานวน 1 ชุด (พ.ศ. 2548)

ถังกรองน้ าขนาดกาลังผลิต 500 ม.3/ช.ม. จานวน 1 ชุด (พ.ศ. 2549)


แห่งที่ 3 ฝ่ ายผลิตและบริ การที่ 3 (ประปาแก่งขนุน) - มีกาลังผลิต 100 ม.3/ช.ม. จานวน 1 ชุด (พ.ศ. 2531) - มีกาลังผลิต 100 ม.3/ช.ม. จานวน 1 ชุด (พ.ศ. 2536) ปั จจุบนั ยกเลิก - มีกาลังผลิต 250 ม.3/ช.ม. จานวน 1 ชุด (พ.ศ. 2537) - มีกาลังผลิต 250 ม.3/ช.ม. จานวน 1 ชุด (พ.ศ. 2539) - มีกาลังผลิต 500 ม.3/ช.ม. จานวน 1 ชุด (พ.ศ. 2543)

ถังกรองน้ าขนาดกาลังผลิต 100 ม.3/ช.ม. จานวน 1 ชุด (พ.ศ. 2531)


ถังกรองน้ าขนาดกาลังผลิต 500 ม.3/ช.ม. จานวน 1 ชุด (พ.ศ. 2543)


งานมาตรวัดนา้ จานวนผูใ้ ช้น้ าทั้งสิ้ น 16,810 ราย แยกตามขนาดของมาตร ดังนี้ ½ นิ้ว = 16,373 ราย 1 นิ้ว = 183 ราย 1½ นิ้ว = 6 ราย 2 นิ้ว = 90 ราย 2½ นิ้ว = 130 ราย 3 นิ้ว = 1 ราย 4 นิ้ว = 27 ราย ปั จจุบนั มีเจ้าหน้าที่อ่านมาตรทั้งหมด 10 คน แบ่งออกเป็ น 11 เขต เขต 1 จานวนผูใ้ ช้น้ าทั้งหมด 1,798 ราย เขต 2 จานวนผูใ้ ช้น้ าทั้งหมด 1,667 ราย เขต 3 จานวนผูใ้ ช้น้ าทั้งหมด 1,668 ราย เขต 4 จานวนผูใ้ ช้น้ าทั้งหมด 1,773 ราย เขต 5 จานวนผูใ้ ช้น้ าทั้งหมด 1,798 ราย เขต 6 จานวนผูใ้ ช้น้ าทั้งหมด 1,575 ราย เขต 7 จานวนผูใ้ ช้น้ าทั้งหมด 1,717 ราย เขต 8 จานวนผูใ้ ช้น้ าทั้งหมด 1,535 ราย เขต 9 จานวนผูใ้ ช้น้ าทั้งหมด 1,622 ราย เขต 10 จานวนผูใ้ ช้น้ าทั้งหมด 1,545 ราย เขต 11 จานวนผูใ้ ช้น้ าทั้งหมด 112 ราย (หน่วยงานราชการ)


งานพัฒนารายได้ ระเบียบขั้นตอนการชาระค่ าน้าประปา ขัน้ ตอนที่ 1 เจ้าหน้าที่จะดาเนินการจดมาตรวัดน้ าพร้อมออกใบแจ้งหนี้ ในวันที่ 1-15 ของทุกเดือน ขัน้ ตอนที่ 2 เจ้าหน้าที่จะดาเนิ นการจัดเก็บค่าน้ าประปารอบปกติ ในวันที่ 1-15 ของทุกเดือน ขั้นตอนที่3 เจ้าหน้าที่จะดาเนิ นการจัดเก็บค่าน้ าประปาคงค้าง ในวันที่ 16-20 ของทุกเดือน (สาหรับผูท้ ี่คา้ งชาระรอบปกติ) ขัน้ ตอนที่ 4 เจ้าหน้าที่จะงดการจาหน่ายน้ า โดยเริ่ มตั้งแต่วนั ที่ 21-30 ของทุกเดือน สาหรับผูท้ ี่คา้ งชาระ ค่าน้ าประปา หมายเหตุ สาหรับผูท้ ี่ถูกงดการจาหน่ายน้ าประปาจะต้องชาระค่าน้ าที่คา้ งให้เสร็ จสิ้ นไป


เอกสารที่ใช้ในการติดต่อ

ขอติดตั้งมาตรวัดน้้าใหม่ หลักฐานที่มายื่นพร้อมคาขอ 1.บัตรประชาชนผู้ขอใช้นาประปา 2.ทะเบียนบ้านตามบัตรประชาชน 3.ทะเบียนทีต่ ิดตังขอนาประปาใหม่ มาตรถูกตัดขอติดตั้ง หลักฐานที่มายืน่ พร้อมคาขอ 1.บัตรประชาชนผู้ขอใช้นาประปา 2.ทะเบียนบ้านตามบัตรประชาชน 3.ใบเสร็จค่านาประปาเดือนสุดท้าย 4.ค่าธรรมเนียม 214 บาท ขอโอนเปลี่ยนชื่อ หลักฐานที่มายืน่ พร้อมคาขอ 1.บัตรประชาชน 2.ทะเบียนบ้านตามบัตรประชาชน 3.ทะเบียนบ้านที่จะโอน 4.ใบเสร็จค่านาประปาเดือนสุดท้าย 5.ค่าธรรมเนียม 200 บาท 6.ค่าประกันมาตรวัดนา(ราคามาตร) ขอถอนเงินประกัน หลักฐานที่มายืน่ พร้อมคาขอ 1.บัตรประชาชน 2.ทะเบียนบ้าน 3.ใบเสร็จค่านาประปาเดือนสุดท้าย 4.ใบเสร็จขอถอนเงินประกัน


ขอหักเงินผ่านธนาคาร หลักฐานที่มายืน่ พร้อมคาขอ 1.ใบอนุญาตขอหักเงินจากธนาคาร 2.หน้าสมุดธนาคารที่ทาเรื่องหักผ่าน ธนาคาร 3.ใบเสร็จค่านาประปาเดือนสุดท้าย ขอลดสิทธิค่าน้้าประปา1ใน3 หลักฐานที่มายื่นพร้อมคาขอ

1.บัตรประชาชนผู้ขอลดสิทธิ 2.ทะเบียนบ้าน 3.ใบเสร็จค่านาประปาเดือนสุดท้าย 4.หนังสือที่ขอลดสิทธิ


ข้อมูลหน่วยงานสำนักการประปา