Page 1


EDEN 2015 - 2018

Piyatat Hemmatat


Pa r t 1 : Ph otogr ap hy an d S c ul pt ure

This exhibition project experiments with artistic possibilities to engage creatively and productively with the controversy-ridden debate on the therapeutic and recreational use of certain plant-derived narcotics. Rather than stepping into the bipolar camps that supports the legalisation or prohibition of particular psychoactive plants, Eden offers an alternative narrative to stimulate fresh ways of thinking and perceiving about substance use and abuse. By combining microscopic photography with bronze sculpture, I intend to accentuate the visual aesthetic properties of a number of plants containing active ingredients that can affect the brain and/or alter the state of mind of the user. This ongoing experimental exploration opens with a series of microscopic images of parts of the Cannabis plant that contains the psychoactive substance Tetrahydrocannabinol (THC). Shot through the lens of an early twentieth century microscope with a medium format film camera, we see mysterious configurations that recreate the mythological “Garden of Eden” in the here and now. The phantasmagorical or psychedelic landscapes that come alive in these pictures provide a deeper look into the nature and culture of plants appreciated and cursed for their specific biochemical properties that have allure. Retaining the friction between “good” and “evil” has been essential in my attempt to place these plants in a cosmological order of our time. To that end I combined the symbolic figures associated with “the fall of man” with microscopic images of the seed, stem, root, and leaf of this psychoactive plant, and reproduced with artisanal, mechanical, and digital printing technology and techniques to create a lasting ephemeral effect. They comprise 19th century chacoal print, modern chromogenic print, and giclée print. These photographic renderings of “pot”, predictably and expectedly, have come out in a planetary manner. Where the microcosmic and cosmic dimension become one, we catch a glimpse of the manifold ways by which this, and other such plants defy legal and cultural precepts and concepts and escape narrowly defined rules and boundaries that restrict their availability and consumption by encircling them; hence the serpent and the apple. Piyatat Hemmatat March 2018


โครงการนิทรรศการนี้ทดลองหาความเป็ นไปได้ทางศิลปะเพื่อมีส่วนร่วมในการโต้เถียงที่เต็มไปด้วยความขัดแยง้ ทางความคิด โดยมุง่ หวังให้การมีสว่ นร่วมเป็ นไปอยา่ งสร้างสรรคแ์ ละเกิดประสิทธิผล การโตเ้ ถียงดังกลา่ ววา่ ดว้ ยการใช้ตัวยาทีไ่ ดจ้ ากพืช ไมว่ า่ จะเป็ นไปเพื่อการบำ�บัดรักษาหรือเพื่อสันทนาการก็ตาม นิทรรศการ หิมพานต์ เลือกทีจ่ ะเลา่ เรื่องตา่ งไปจากเดิม โดยเลีย่ งการแบง่ แยกความคิดสองขัว้ ทีส่ นับสนุน-ตอ่ ตา้ นการใช้พืชทีอ่ อกฤทธิต์ อ่ จิตประสาท เพื่อกระตุน้ วิธีคิดและการรับรู้ใหมๆ ่ เกีย่ วกับการใช้ สารเหลา่ นี้ ทัง้ ในทางทีก่ อ่ ประโยชนแ์ ละในทางทีเ่ กิดโทษ ดว้ ยการผสมผสานภาพถ่ายจากลอ้ งจุลทรรศน์ และประติมากรรมสำ�ริด ผมตัง้ ใจทีจ่ ะเนน้ คุณสมบัติทางสุนทรียภาพของพืชทัง้ หลายทีม่ ีสารออกฤทธิท์ ีส่ ามารถสง่ ผลตอ่ สมอง และ/หรือปรับเปลีย่ นสภาวะ ทางจิตของผูใ้ ช้ การสำ�รวจเชิงทดลองนีซ้ ่งึ ยังคงดำ�เนินอยูใ่ นปั จจุบัน มีจุดเริม่ ตน้ ทีช่ ุดภาพถ่ายสว่ นตา่ งๆ ของตน้ กัญชา ซึ่งมีสารออกฤทธิต์ อ่ จิต ประสาททีเ่ รียกวา่ เตตร้าไฮโดรแคนนาบินอล (Tetrahydrocannabinol หรือ THC) โดยใช้กลอ้ งฟิ ลม์ ขนาดกลางทีใ่ ช้เลนส์ กลอ้ งจุลทรรศนจ์ ากตน้ คริสตศ์ ตวรรษที่ 20 ผลลัพธท์ ไี่ ดค้ ือรูปร่างและโครงสร้างทีช่ วนฉงนซึ่งสร้าง “สวนอีเดน” หรือ หิมพานต์ ให้ ปรากฏขึ้นในปั จจุบันขณะอีกครัง้ ภูมิทัศนส์ ีสันสดใสตระการตาเป็ นดัง่ ภาพฝั นและภาพหลอนทีโ่ ลดแลน่ มีชีวิต และช่วยให้มองลึก ลงไปในธรรมชาติและวัฒนธรรมของพืชเหลา่ นี้ ทีค่ นเราทัง้ เห็นคุณคา่ และสาปแช่ง เนื่องจากคุณสมบัติชีวเคมีบางประการในพืชที่ มีอำ�นาจลอ่ ใจ ความขัดแยง้ ระหวา่ ง “ความดีงาม” และ “ความชัว่ ร้าย” ทีด่ ำ�รงไวใ้ นผลงาน เป็ นสว่ นสำ�คัญของความพยายามทีผ่ มจะหาตำ�แหนง่ แห่งทีใ่ ห้กับพืชเหลา่ นีใ้ นระเบียบจักรวาลในปั จจุบัน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกลา่ ว ผมนำ�รูปเชิงสัญลักษณท์ ีเ่ กีย่ วเนื่องกับ “การ ตกสวรรคข์ องมนุษย”์ มารวมกับภาพถ่ายกลอ้ งจุลทรรศนข์ องเมล็ด กา้ น ราก และใบของตน้ กัญชา และผลิตซ้ำ�ดว้ ยเทคโนโลยีและ เทคนิคการพิมพภ์ าพ โดยอาศัยฝี มือช่าง เครื่องจักรกล และระบบดิจิทัล เพื่อให้ผลลัพธท์ เี่ กิดขึ้นเพียงชัว่ คราวปรากฏอยูถ่ าวร ผล งานในชุดนีป้ ระกอบไปดว้ ย ภาพชาร์โคลพรินท์ (charcoal print) แบบคริสตศ์ ตวรรษที่ 19, ภาพซีพรินท์ (C-print) สมัยใหม่ และภาพจิเคล พรินท์ (giclée print) การถ่ายทอด‘ปุ๊น’ออกมาเป็ นภาพมีลักษณะคลา้ ยกับดวงดาวอยา่ งทีไ่ ดเ้ ดาและคาดการณไ์ ว้ ณ ทีท่ มี่ ิติจักรวาลและจุลภาครวมกันเป็ นหนึ่ง เราจะไดเ้ ห็นหนทางนานัปการทีก่ ัญชาและพืชทีม่ ีสรรพคุณคลา้ ยคลึงกันสามารถ ทา้ ทายกฎเกณฑแ์ ละแนวคิดทางกฎหมายและวัฒนธรรม และพน้ จากกรอบขอ้ บังคับและขอบเขตอันคับแคบทีจ่ ำ�กัดการเขา้ ถึงและ การบริโภคพืชเหลา่ นีโ้ ดยการโอบลอ้ มดว้ ยขอ้ บังคับและขอบเขตดังกลา่ วไว้ อยา่ งเช่นงูทเี่ ลื้อยลอ้ มผลแอปเปิ้ ล ผลงานนีใ้ ช้เวลาในการสร้างกวา่ 3 ปี ตัง้ แต่ 2558 เป็ นตน้ มา ปิ ยทัต เหมทัต มีนาคม 2561


01

02

03

07

08

09

13

14

15

19

20

21

25

26

27


04

05

06

10

11

12

16

17

18

22

23

24

28

29

30


Pa r t 2 : Sc u l pt ure an d P hotogr ap hy

Gardens are usually of the senses: colours, scents, water, birdsong. Paradise is a garden. But Piyatat Hematat spent long years toiling in ‘Eden’ to manifest his garden of a mind seeking escape from the sensory prison. Even so, this Eden’s gothic yet zen maximalism is perfumed with the smoky aroma of sacred plants, known as Teachers by shamans, wafting from a trio of bronze pipes being sipped thoughtfully by three dreamy heads in green, black and gold. Despite their immaculate classical execution, there is a bronze age Isan simplicity and potency about Piyatat’s enigmatic bronzes; not surprising despite his British art training since he learned bronze- casting in the prehistory-steeped Northeastern province of Ubon. The sculptures’ solidity notwithstanding, they take us into more ethereal realms, not of fantasy but of otherworldly reality. The Biblical serpents of Eden who tempt and repel, turn into enticing hands and staring eyeballs; the seething ‘Serpent Brain’, the sprouting ‘Serpent Heart’; the ‘Apple Bong’ whose sucking hole is the clitoral gateway through which we all enter this world. In his necklace of the five-headed (5 senses) naga, Shiva himself holds out to us the consciousness of good and evil, in a world where his divine gift of third-eye opening ganja is forbidden fruit. The conflict twisting itself through the artist’s mind and hands is encapsulated by ‘Ape Chases Snake Tail’. Back in his primitive state at the start of his technological journey, as he stands gazing at the serpent’s retreating tail, is the tool in the apeman’s grip a weapon or a pilgrim’s staff? He seems fascinated, mesmerized by indecision: he could be about to run after the forbidden knowledge or merely be chasing his reptilian brain. He could even be chasing it away, spurning the curiosity that would propel him to conquer the earth and kill his innocence. But the forbidden fruit of Shiva’s Eden brings liberation, breaking him out of himself to hang upside down and evaporate. In the material world of the senses, enlightenment is forbidden fruit indeed. Ing Kanjanavanit


เราคาดหมายให้สวนเป็ นดินแดนแห่งการสัมผัส : สี, กลิ่น, น้ำ�, นกร้อง ในนานาตำ�นานสวรรค์คือ สวน – อีเดน, เอลิสเซียม, หิมพานต์ แต่ปิยทัต เหมทัต ก้มหน้าก้มตาสร้างงานในสวนสวรรค์เพื่อบันดาลสวนแห่งจิตวิญญาณที่ค้นหาหนทางหลุดพ้นจาก การจองจำ�ของรูปรสกลิ่นสี แม้กระนั้น ความกอธิคแต่เซนของหิมพานต์ป่านี้หอมฟุ้งด้วยกลิ่นควันของพืชศักดิ์สิทธิ์ ที่หมอผีทุก ยุคทั่วโลกเรียกว่า ‘ครู’ อบอวลออกมาจากบ้องสำ�ริดซึ่งหัวเคลิ้มฝั นสีเขียว, สีดำ� และทองสามหัวกำ�ลังจิบอย่างครุ่นคิด ทั้งที่ผลงานผลิตขึ้นมาอย่างละเมียดละไมโดยเทคนิคคลาสสิค รูปปั้ นสำ�ริดเหล่านี้มีความเรียบง่ายและความขลังดังโบราณวัตถุ ก่อนประวัติศาสตร์จากอีสานยุคสำ�ริด (บรอนซ์เอจ) ซึ่งไม่น่าแปลกใจ เพราะถึงแม้ว่าศิลปิ นจะหล่อหลอมฝี มือมาจากประเพณี การช่างของตะวันตก เขาได้รับการฝึ กฝนด้านงานสำ�ริดที่อุบลฯ ดินแดนที่เต็มไปด้วยร่องรอยของอารยธรรมโบราณกาลและ แม้ว่ารูปปั้ นเหล่านี้จะเป็ นวัตถุของแข็ง มันกลับพาเราไปสู่มิติแห่งอากาศธาตุ ไม่ใช่แห่งความเพ้อฝั นแต่แห่งความจริงเหนือ โลก : อสรพิษแห่งสวนอีเด็นที่ทั้งเย้ายวนและชวนแขยง แปลงร่างเป็ นมือกวักเรียกและลูกกะตาที่จ้องมอง ; ‘สมองงู’ ที่ยั้วเยี้ย และ ‘หัวใจงู’ ที่งอกเงย ; ‘บ้องแอปเปิ้ ล’ ที่ผู้ใช้ต้องดูดควันออกมาจากปากช่องคลอด – ประตูที่เราทุกคนผ่านเข้ามาสู่โลก นี้ ; ทรงคล้องสร้อยนาคปรกห้าเศียร (อายตนะทั้ง5) องค์พระศิวะหยิบยื่นดวงจิตสำ�นึกให้เรารู้ชั่วและดี แก่โลกที่ใส่ร้ายป้ายสี กัญชา – ของขวัญจากหิมาลัยที่ท่านประทานมาช่วยเบิกตาที่สามของมวลมนุษย์ – เป็ นดั่งผลไม้ต้องห้าม ปมย้อนแย้งที่บิดขดตัวของมันผ่านจิตและสองมือของศิลปิ นรวบสรุปอยู่ใน ‘ลิงไล่หางงู’ เมื่อย้อนกลับสู่สภาพดิบเดิมของตนใน วันเริ่มแรกของการผจญภัยกับเทคโนโลยี ขณะที่เขายืนมองหางงูที่กำ�ลังเลื้อยจากไป ต้องถามว่าไม่ในมือของมนุษย์วานรนั้น เป็ นอาวุธหรือว่าไม้เท้าของนักแสวงบุญ? เขาช่างดูพิศวง ราวกับถูกสะกดด้วยความไม่กล้าตัดสินใจ : เขาอาจวิ่งหาความรู้ต้อง ห้ามนั้น หรือเพียงแค่ไล่ตามสมองส่วนสัญชาตญาณอันเป็ นมรดกจากรากเหง้าที่เคยเป็ นสัตว์เลื้อยคลาน หรือว่าเขาอาจกำ�ลัง ไล่มันไปให้พ้น และหมิ่นเมินความใคร่รู้ที่จะผลักดันให้เขาพิชิตโลก พลางเข่นฆ่าความบริสุทธิ์ของตัวเอง แต่ผลไม้ต้องห้าม จากหิมพานต์ของพระศิวะนำ�มาซึ่งการหลุดพ้น ละลายเขาออกจากบ่วง มานอนห้อยหัวและสุดท้ายจางหายไป แน่นอนว่า ใน โลกวัตถุแห่งโสตสัมผัส การตรัสรู้ย่อมเป็ นผลไม้ต้องห้ามสำ�หรับเรา อิ๋ง กาญจนะวณิชย์


Serpent Hand

The Serpent

Hanged Man

Serpent Heart

Serpent Eye

Apple Bong

Mimic

Morphing


The Egyptian

Bodhi Tree

Serpent Brain

DNA Serpents

Shiva and Apple

Ape and Serpent

The Owl

Ceci n’est pas tabac


THIS BOOK IS COINCIDES WITH EDEN EXHIBITIONS: Part 1: Photography and Sculpture at Serindia gallery 8 March - 27 May 2018 Part 2: Sculpture and Photography at Galerie Oasis 24 March - 7 June 2018

THANK YOU Supaluck Tanthapichart Burin Hemthat Arnold’s Family Shane Suvikapakornkul Ing Kanjanavanit Manit Sriwanichpoom Rudee Tancharoen Chaturong Kittinithiphaisan Birgit Ruth Buergi Ti Foster Laphasrada Chuaykua Ram Kanjanavanit Muangthai Jirawongnirandon Folk Taveetanathada


SOLO EXHIBITIONS 2018 EDEN part 1, Serindia gallery, Bangkok EDEN part 2, Galerie Oasis, Bangkok 2015 3rd Eye Triology : The New Dawn, Dryansky gallery, San Francisco 2015 Landscape, Serindia Gallery, Bangkok 2013 3rd Eye Triology : The New Dawn, Serindia Gallery, Bangkok 2012 11:11, H Gallery, ChiangMai 2011 Apasmara, Galleri Dong Xi, Vestfossen 2010 Apasmara, La Deco Gallery, Tokyo 2009 Civilisation, 44 Arts, Bangkok 2008 Verve, 44 Arts, Bangkok 2005 Void, Midland Art Centre, Birmingham

GROUP EXHIBITIONS 2016 2014 2014 2013 2012 2010 2010

Continuum : Acculturating, The Art Center of Chulalongkorn University, Bangkok Anthropos, Sundaram Tagore gallery, Chelsea and Madison Avenue, New York Faith & Fairy Tales, ADM Gallery (NTU), Singapore Supernatural, Bangkok Art and Culture Centre, Bangkok Cut Thru, Institute of Contemporary Art at Lasalle, Singapore Rupture, Bangkok Art and Culture Centre, Bangkok Thai Photography Now, Nikon Salon Ginza, Tokyo

PUBLICATIONS 2018 2015 2013 2012 2011 2009 2008 2005

EDEN, published by Serindia Contemporary Landscape, published by Serindia Contemporary 3rd Eye Trilogy : The New Dawn, published by Serindia Contemporary 11:11, published by RMA Institute Apasmara, published by RMA Institute Impromptu, published by Jazz Gallery Civilisation, self-published Verve, self-published Void, self-published


Piyatat Hemmatat was born in Bangkok, Thailand in 1976. At the age of 14 he moved to London to complete his secondary education. He then focused his increasing passion for drawing and photography by earning himself a Bachelor’s degree in fine art from City & Guild London art school, followed by a Master’s degree in visual art from Chelsea college of art & design. Piyatat gained considerable practical experience while working at a design studio in London. In 2007 Piyatat returned home to Thailand and established his own studio. Since then, his multimedia explorations have been continually published and exhibited internationally.


Eden  

By Piyatat Hemmatat, 2018

Eden  

By Piyatat Hemmatat, 2018

Advertisement