Page 1

ใบความรู้

เรื่ องเทคโนโลยีสารสนเทศ

บทบาทความสาคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ ความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ทาให้มีการพัฒนาคิดค้นสิ่ ง อานวยความสะดวกสบายต่อการดารงชี วติ เป็ นอันมาก เทคโนโลยีได้เข้ามาเสริ มปั จจัยพื้นฐานการ ดารงชีวิตได้เป็ นอย่างดี เทคโนโลยีทาให้การสร้างที่พกั อาศัยมีคุณภาพมาตรฐานสามารถผลิตสิ นค้า และให้บริ การต่าง ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของมนุ ษย์มากขึ้น เทคโนโลยีทาให้ระบบการ ผลิตสามารถผลิตสิ นค้าได้เป็ นจานวนมาก มีราคาถูกลง สิ นค้าได้คุณภาพ เทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งให้บริ การด้านข้อมูล ข่าวสารด้วยกลไกอิเล็กทรอนิกส์ ทาให้มีการติดต่อสื่ อสารกันได้ สะดวก รวดเร็ วตลอดเวลา จะเห็นว่าชีวิตปั จจุบนั เกี่ยวข้อง กับเทคโนโลยีเป็ นอันมาก ซึ่ งส่ วน ใหญ่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ ในการทางาน

รู ปที่ 1.1 การติดต่อสื่ อสารผ่านดาวเทียม เราลองจินตนาการดูวา่ เราเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีดา้ นใดบ้างจากตัวอย่างต่อไปนี้ เมื่อตื่น นอนเราอาจได้ยนิ เสี ยงจากวิทยุ ซึ่ งกระจายเสี ยงข่าวสารหรื อสาระบันเทิง เราใช้โทรศัพท์สื่อสาร กับเพื่อน ดูรายการทีวีหรื อวีดิทศั น์ ระหว่างมาโรงเรี ยนเดินทางผ่านถนนที่มีระบบไฟสัญญาณที่ ควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ ที่ศูนย์การค้าเราขึ้นลิฟต์ ขึ้นบันไดเลื่อนที่มีการควบคุมการทางานด้วย คอมพิวเตอร์ ที่บา้ นอาจมีเครื่ องปรับอากาศที่ควบคุมอุณหภูมิโดยอัตโนมัติ ทาอาหารด้วยเตา อบ ซึ่งควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ซักผ้าด้วยเครื่ องซักผ้า จะเห็นว่าชีวิตในปั จจุบนั เกี่ยวข้อง กับเทคโนโลยีเป็ นอันมาก อุปกรณ์เหล่านี้ส่วนใหญ่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ เป็ นส่ วนประกอบในการ ทางาน


รู ปที่ 1.2 เครื่ องอานวยความสะดวกภายในบ้าน ในอดีตยุคที่มนุษย์ไม่มีถิ่นฐานแน่นอน มีชีวติ ที่เร่ ร่อน มีอาชีพเกษตรกรรม ล่า สัตว์ ต่อมามีการรวมตัวกันเป็ นสังคมเมือง และทาให้เกิดการผลิตเชิงอุตสาหกรรม เพื่อ ตอบสนองความต้องการสิ นค้าและบริ การปริ มาณมาก สังคมจึงเป็ นสังคมเมืองที่มีอุตสาหกรรมเข้า มาเกี่ยวข้อง แต่หลังจากปี พ.ศ. 2530 เป็ นต้นมา ระบบสื่ อสารโทรคมนาคมและคอมพิวเตอร์ ก้าวหน้ามาก ทาให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ ยคุ สังคมสารสนเทศ ชีวติ ความเป็ นอยูเ่ กี่ยวข้องกับ ข้อมูลข่าวสารจานวนมาก การสื่ อสารโทรคมนาคมกระจายทัว่ ถึง ทาให้ข่าวสารแพร่ กระจายไป อย่างรวดเร็ ว สังคมในปัจจุบนั เป็ นสังคมไร้พรมแดน เพราะเรื่ องราวของประเทศหนึ่งสามารถ กระจายแพร่ ไปยังประเทศต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ ว

นิยามเกีย่ วกับเทคโนโลยีสารสนเทศ คาว่า “เทคโนโลยี” หมายถึง การประยุกต์เอาความรู ้ทางด้านวิทยาศาสตร์ มาใช้ให้เกิด ประโยชน์ การศึกษาพัฒนาองค์ความรู ้ต่าง ๆ ก็เพื่อให้เข้าใจธรรมชาติ กฎเกณฑ์ของสิ่ งต่าง ๆ และ การนามาประยุกต์ให้เกิดประโยชน์ เทคโนโลยีจึงเป็ นคาที่มีความหมาย กว้างไกล เป็ นคาที่เราได้ พบเห็นและได้ยนิ อยูต่ ลอดเวลา


รู ปที่ 1.3 วงจรรวม ส่ วนคาว่า “สารสนเทศ” หมายถึง ข้อมูลที่เป็ นประโยชน์ต่อการดาเนิ นชีวติ ของ มนุษย์ มนุษย์แต่ละคนตั้งแต่เกิดมาได้เรี ยนรู ้สิ่งต่าง ๆ เป็ นจานวนมาก เรี ยนรู้สภาพสังคมความ เป็ นอยู่ กฎเกณฑ์และวิชาการ

รู ปที่ 1.4 สื่ อที่ช่วยในการรับส่ งข้อมูลข่าวสาร ภายในสมองมนุษย์ซ่ ึ งเป็ นที่เก็บข้อมูลไว้มากมายจะมีขอ้ จากัดในการจัดเก็บ การ เรี ยกใช้ การประมวลผล และการคิดคานวณ ดังนั้นจึงมีผพู ้ ยายามสร้างเครื่ องจักรเครื่ องมือ เพื่อ ดาเนินการเกี่ยวกับการจัดการสารสนเทศ เช่น เครื่ องคอมพิวเตอร์ ซึ่ งสามารถเก็บข้อมูลไว้ใน หน่วยความจาได้มาก สามารถให้ขอ้ มูลได้แม่นยาและถูกต้องเมื่อมีการเรี ยกค้นหา ทางานได้ตลอด วันไม่เหน็ดเหนื่อย และยังส่ งข้อมูลไปได้ไกลและรวดเร็ วมาก เครื่ องจักร อุปกรณ์ที่เกี่ยวกับ สารสนเทศนั้นมีมากมายตั้งแต่เครื่ องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์รอบข้าง ระบบสื่ อสารโทรคมนาคม สมัยใหม่ ทาให้เกิดงานบริ การที่อานวยความสะดวกต่าง ๆ ในชีวติ ประจาวัน เมื่อรวมคาว่า “เทคโนโลยี” กับ “สารสนเทศ” เข้าด้วยกัน จึงหมายถึง เทคโนโลยีที่ใช้ จัดการสารสนเทศ เป็ นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องตั้งแต่การรวบรวมการจัดเก็บข้อมูล การ ประมวลผล การพิมพ์ การสร้างรายงาน การสื่ อสารข้อมูล ฯลฯ เทคโนโลยีสารสนเทศจะรวมไป ถึง เทคโนโลยีที่ทาให้เกิดระบบการให้บริ การ การใช้ และการดูแลข้อมูล


รู ปที่ 1.5 การฝากถอนเงินผ่านเครื่ องเอทีเอ็ม เทคโนโลยีสารสนเทศจึงมีความหมายที่กว้างขวาง รอบ ๆ ตัวที่เกี่ยวกับการใช้สารสนเทศอยู่ มาก ดังนี้ 1. การเก็บรวบรวมข้อมูล เป็ นวิธีการรวบรวมข้อมูลเข้าสู่ ระบบ นักเรี ยนอาจเห็น พนักงานการไฟฟ้ าไปที่บา้ นพร้อมเครื่ องคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กเพื่อบันทึกข้อมูลการใช้ไฟฟ้ าในการ สอบที่มีผเู ้ ข้าสอบจานวนมากก็มีการใช้เดินสอดาระบายตามช่องที่เลือกตอบ เพื่อให้เครื่ องอ่านเก็บ รวบรวมข้อมูลได้ เมื่อไปซื้ อสิ นค้าที่หา้ งสรรพสิ นค้าก็มีการใช้รหัสแท่ง (bar code) พนักงานจะนา สิ นค้าผ่านการตรวจของเครื่ องอ่านรหัสแท่งเพื่ออ่านข้อมุลการซื้ อสิ นค้า เมื่อไปที่หอ้ งสมุดก็พบว่า หนังสื อมีรหัสแท่งเช่นเดียวกัน การใช้รหัสแท่งนี้เพื่อให้ง่ายต่อการจัดการข้อมูล จะเห็นได้วา่ การ เก็บรวบรวมข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ สามารถเก็บได้หลายแบบ

รู ปที่ 1.6 ตัวอย่างการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยพนักงานใช้เครื่ องกราดตรวจอ่านรหัสแท่ง 2. การประมวลผล ข้อมูลที่เก็บมาได้มกั จะเก็บในสื่ อต่าง ๆ เช่น แผ่นบันทึก แผ่นซี ดี และเทป ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนามาประมวลผลตามความต้องการ เช่น แยกแยะข้อมูล เป็ นกลุ่ม เรี ยงลาดับข้อมูล คานวณ หรื อจัดการคัดแยกข้อมูลที่จดั เก็บนั้น

รู ปที่ 1.7 ตัวอย่างการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยพนักงานใช้เครื่ องกราดตรวจอ่านรหัสแท่ง 3. การแสดงผลลัพธ์ คือการนาผลจากการประมวลผลที่ได้ มาแสดงผลลัพธ์ให้ อยูใ่ นรู ปแบบต่าง ๆ อุปกรณ์ที่ใช้ในการแสดงผลลัพธ์มีมาก สามารถแสดงเป็ น


ตัวหนังสื อ รู ปภาพ ตลอดจนพิมพ์ออกมาที่กระดาษ การแสดงผลลัพธ์มีท้ งั ที่แสดงเป็ น ภาพ เสี ยง และวีดิทศั น์ เป็ นต้น

รู ปที่ 1.8 การแสดงผลลัพธ์ทางเครื่ องพิมพ์ 4. การทาสาเนา เมื่อมีขอ้ มูลที่จดั เก็บในสื่ ออิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ การทาสาเนาจะทา ได้ง่าย และทาได้เป็ นจานวนมาก อุปกรณ์ที่ช่วยในการทาสาเนาจัดได้วา่ เป็ นเทคโนโลยี สารสนเทศอีกประเภทหนึ่งที่มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่ อง เรามีเครื่ องพิมพ์ เครื่ องถ่าย เอกสาร อุปกรณ์การเก็บข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น แผ่นบันทึก ซีดีรอม ซึ่งสามารถทาสาเนา ได้เป็ นจานวนมาก

รู ปที่ 1.9 ตัวอย่างการทาสาเนา 5. การสื่ อสารโทรคมนาคม เป็ นวิธีการที่จะส่ งข้อมูลหรื อข่าวสารจากที่หนึ่งไป ยังอีกที่หนึ่ง หรื อกระจายออกไปยังปลายทางครั้งละมาก ๆ ปัจจุบนั มีระบบสื่ อสารโทรคมนาคม หลายประเภท ตั้งแต่โทรเลข โทรศัพท์ โทรสาร วิทยุ โทรทัศน์ และเครื อข่ายคอมพิวเตอร์ ที่มี รู ปแบบของสื่ อหลายอย่าง เช่น สายโทรศัพท์ เส้นใยนาแสง เคเบิลใต้ น้ า คลื่นวิทยุ ไมโครเวฟ และดาวเทียม


รู ปที่ 1.10 การสื่ อสารโทรคมนาคม

ลักษณะสาคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยพื้นฐานของเทคโนโลยี ย่อมมีประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศชาติให้เจริ ญก้าวหน้า ได้ แต่เทคโนโลยีสารสนเทศเป็ นเรื่ องที่เกี่ยวข้องกับวิถีความเป็ นอยูข่ องสังคมสมัยใหม่อยู่ มาก ลักษณะเด่นที่สาคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ มีดงั นี้ 1. เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยให้การทางานรวดเร็ ว ถูกต้อง และแม่นยา ในระบบการ จัดการขององค์กรทุกแห่งต้องใช้ขอ้ มูลเพื่อการดาเนิ นการและตัดสิ นใจ ระบบธุ รกิจจึงใช้ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีการสื่ อสารเป็ นเครื่ องมือช่วยในการดาเนินการเพื่อให้การ ทางานมีความรวดเร็ ว ถูกต้อง และแม่นยา เช่น ใช้ในระบบฝากถอนเงิน และระบบจองตัว๋ เครื่ องบิน 2. เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยทาให้การบริ การกว้างขวางขึ้น เมื่อมีการพัฒนาระบบ เก็บและใช้ขอ้ มูล ทาให้การบริ การต่าง ๆ อยูใ่ นรู ปแบบการบริ การแบบกระจาย ผูใ้ ช้สามารถ สั่งซื้ อสิ นค้าจากที่บา้ น สามารถถามข้อมูลผ่านทางโทรศัพท์ นิสิตนักศึกษาบางมหาวิทยาลัย สามารถใช้คอมพิวเตอร์สอบถามผลสอบจากที่บา้ นได้ 3. เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยดาเนินการในหน่วยงานต่าง ๆ ปั จจุบนั ทุกหน่วยงานต่าง พัฒนาระบบจัดเก็บข้อมูลและรวบรวมข้อมูลเพื่อใช้ในองค์กร ประเทศไทยมีระบบทะเบียนราษฎร์ ที่จดั ทาด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ระบบเวชระเบียนในโรงพยาบาล ระบบการจัดเก็บข้อมูลภาษีซ่ ึ ง ในปัจจุบนั องค์กรทุกระดับเห็นความสาคัญที่จะนาเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ เทคโนโลยี สารสนเทศช่วยงานในชีวิตประจาวัน

รู ปที่ 1.12 เว็บไซต์ระบบทะเบียนราษฎร์


รู ปที่ 1.13 สารสนเทศเกี่ยวข้องกับคนทุกระดับ

ผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศ ผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศต่อชีวติ ความเป็ นอยูแ่ ละสังคมมีมาก มีการเรี ยนรู้ และใช้สารสนเทศกันอย่างกว้างขวาง ผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศกล่าวไว้ดงั นี้ ผลกระทบด้ านบวก 1. การสร้างเสริ มคุณภาพชีวติ ที่ดีข้ ึน สภาพความเป็ นอยูข่ องสังคมเมือง มีการพัฒนา ใช้ระบบสื่ อสารโทรคมนาคม เพื่อติดต่อสื่ อสารให้สะดวกขึ้น มีการประยุกต์มาใช้กบั เครื่ องอานวย ความสะดวกภายในบ้าน เช่น ใช้ควบคุมเครื่ องปรับอากาศ ใช้ควบคุมระบบไฟฟ้ าภายใน บ้าน เป็ นต้น

รู ปที่ 1.14 ตัวอย่างการใช้รีโมทเพื่อความสะดวกในการควบคุมโทรทัศน์ 2. เสริ มสร้างความเท่าเทียมในสังคมและการกระจายโอกาส เทคโนโลยีสารสนเทศ ทาให้เกิดการกระจายไปทัว่ ทุกหนแห่ง แม้แต่ถิ่นทุรกันดาร ทาให้มีการกระจายโอกาสการ เรี ยนรู้ มีการใช้ระบบการเรี ยนการสอนทางไกล การกระจายการเรี ยนรู ้ไปยังถิ่น ห่างไกล นอกจากนี้ในปั จจุบนั มีความพยายามที่ใช้ระบบการรักษาพยาบาลผ่านเครื อข่ายสื่ อสาร 3. สารสนเทศกับการเรี ยนการสอนในโรงเรี ยน การเรี ยนการสอนในโรงเรี ยน มีการ นาคอมพิวเตอร์ และเครื่ องมือประกอบช่วยในการเรี ยนรู ้ เช่น วีดิทศั น์ เครื่ องฉาย ภาพ คอมพิวเตอร์ ช่วยสอน คอมพิวเตอร์ ช่วยจัดการศึกษา จัดตารางสอน คานวณระดับ


คะแนน จัดชั้นเรี ยน ทารายงาน เพื่อให้ผบู ้ ริ หารได้ทราบถึงปั ญหาและการแก้ปัญหาใน โรงเรี ยน ปัจจุบนั มีการเรี ยนการสอนทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศในโรงเรี ยนมากขึ้น

รู ปที่ 1.15 เทคโนโลยีสารสนเทศกับการเรี ยนการสอน 4. เทคโนโลยีสารสนเทศกับสิ่ งแวดล้อม การจัดการทรัพยากรธรรมชาติหลายอย่าง จาเป็ นต้องใช้สารสนเทศ เช่น การดูแลรักษาป่ า จาเป็ นต้องใช้ขอ้ มูล มีการใช้ภาพถ่าย ดาวเทียม การติดตามข้อมูลสภาพอากาศ การพยากรณ์อากาศ การจาลองรู ปแบบสภาวะ สิ่ งแวดล้อมเพื่อปรับปรุ งแก้ไข การเก็บรวบรวมข้อมูลคุณภาพน้ าในแม่น้ าต่าง ๆ การตรวจวัด มลภาวะ ตลอดจนการใช้ระบบการตรวจวัดระยะไกลมาช่วย ที่เรี ยกว่า โทรมาตร เป็ นต้น

รู ปที่ 1.16 ภาพถ่ายจากการสื่ อสารผ่านดาวเทียมแสดงสภาวะพื้นดินและวัดมลภาวะ 5. เทคโนโลยีสารสนเทศกับการป้ องกันประเทศ กิจการทางด้านการทหารมีการ ใช้เทคโนโลยี อาวุธยุทโธปกรณ์สมัยใหม่ลว้ นแต่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ และระบบควบคุม มี


การใช้ระบบป้ องกันภัย ระบบเฝ้ าระวังที่มีคอมพิวเตอร์ควบคุมการทางาน

รู ปที่ 1.17 เรื อจักรี นฤเบศร์ 6. การผลิตในอุตสาหกรรม และการพาณิ ชยกรรม การแข่งขันทางด้านการผลิต สิ นค้าอุตสาหกรรมจาเป็ นต้องหาวิธีการในการผลิตให้ได้มาก ราคาถูกลง เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ เข้ามามีบทบาทมาก มีการใช้ขอ้ มูลข่าวสารเพื่อการบริ หารและการจัดการ การดาเนินการและ ยังรวมไปถึงการให้บริ การกับลูกค้า เพื่อให้ซ้ื อสิ นค้าสะดวกขึ้น ผลกระทบด้ านลบ 1. ก่อให้เกิดความเครี ยดในสังคมมากขึ้น เนื่องจากมนุษย์ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง เคยทา อะไรแบบใด มักจะชอบทาแบบนั้น ไม่ชอบการ เปลี่ยนแปลง แต่เทคโนโลยีสารสนเทศเข้าไป เปลี่ยนแปลง บุคคลที่รับการเปลี่ยนแปลงไม่ได้ จึงเกิดความวิตกกังวล จนกลาย เป็ นความเครี ยด กลัวว่าคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศจะทาให้คนตกงาน เพราะสิ่ งเหล่านี้จะเข้ามาทดแทน มนุษย์


2. ก่อให้เกิดการรับวัฒนธรรม หรื อการแลกเปลี่ยนวัฒนรรมของคนในสังคมโลก ทาให้ พฤติกรรมที่แสดงออกด้านการแต่งกาย และการบริ โภคเปลี่ยนแปลงไป การมอมเมาเยาวชนในรู ป ของเกมส์อิเล็คทรอนิคส์ ส่ งผลกระทบ ต่อการพัฒนาอารมณ์และจิตใจของเยาวชน เกิดการกลืน วัฒนธรรมดั้งเดิมซึ่ งแสดงถึงเอกลักษณ์ของสังคมนั้น 3. ก่อให้เกิดผลด้านศีลธรรม บทบาทเหล่านี้มีแนวโน้มที่สาคัญมากยิง่ ขึ้น ด้วยเหตุน้ ี เยาวชนคนรุ่ นใหม่จึงควรเรี ยนรู ้ และเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อจะได้เป็ นกาลังสาคัญ ในการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศให้กา้ วหน้า และเกิดประโยชน์ต่อประเทศต่อไป 4. การมีส่วนร่ วมของคนในสังคมลดน้อยลง การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศทาให้เกิด ความสะดวกรวดเร็ ว ในการสื่ อสารและการทางาน แต่ในอีกด้านหนึ่งการมีส่วนร่ วมของกิจกรรม ทางสังคมที่มีการพบปะสังสรรค์กนั จะน้อยลง ผูค้ นมักอยูแ่ ต่ที่บา้ นหรื อที่ทางานของตนเองมากขึ้น 5. การละเมิดสิ ทธิ เสรี ภาพส่ วนบุคคลโดยการเพยแพร่ ขอ้ มูลหรื อรู ปภาพต่อสาธารณชน ซึ่ งข้อมูลบางอย่างอาจไม่เป็ นความจริ งหรื อยังไม่ได้พิสูจน์ความถูกต้องออกสู่ สาธารณะชน ก่อให้เกิดความเสี ยหาย ต่อบุคคลโดยไม่สามารถป้ องกันตนเองได้ การละเมิดสิ ทธิ ส่วนบุคคลเช่นนี้ ต้องมีกฎหมายออกมาคุม้ ครองเพื่อให้นาข้อมูลต่าง ๆ มาใช้ในทางที่ถูกต้อง 6. เกิดช่องว่างทางสังคม การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศจะเกี่ยวข้องกับการลงทุน ผูใ้ ช้จึง เป็ นชนชั้นในอีกระดับหนึ่งของสังคม ในขณะที่ชนชั้นระดับรองลงมามีจานวนมากกลับไม่มี โอกาสใช้และผูย้ ากจนก็ไม่มีโอกาสรู ้จกั กับเทคโนโลยีสารสนเทศ 7. อาชญากรรมบนเครื อข่าย ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศก่อให้เกิดปั ญหา ใหม่ข้ ึน เช่น ปั ญหาอาชญากรรม ตัวอย่างเช่น อาชญากรรมในรู ปของการขโมยความลับ การขโมย ข้อมูลสารสนเทศ การให้บริ การสารสนเทศที่มีการหลอกลวง รวมถึงการบ่อนทาลายข้อมูลและ ไวรัส


8. ก่อให้เกิดปั ญหาด้านสุ ขภาพ นับตั้งแต่คอมพิวเตอร์ เข้ามามีบทบาทในการทางาน การศึกษา บันเทิง ฯลฯ การจ้องมอง คอมพิวเตอร์เป็ นเวลานาน มีผลเสี ยต่อสายตา ซึ่ งทาให้สายตา ผิดปกติ มีอาการแสบตา เวียนศีรษะ นอกจากนั้นยังมีผลต่อสุ ขภาพจิต เกิดโรคทางจิตประสาท

K2_  
Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you