Issuu on Google+

ประโยชนสมประโยชนของมาดามฟรองซัวร ริวิริแยร กรณีปราสาทพระวิหารและการกาวกายขององคกรยูเนสโก ฉากแรกและการสูญเสียดินแดน

เทพมนตรี ลิมปพยอม ๒๒ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๒

อีนางหรือมาดามฟรองซัวร ริวิริแยร ตําแหนงของเธอในปจจุบันคือผูชวย ผูอํานวยการใหญฝายวัฒนธรรมขององคกรยูเนสโก เธอไดเขามาเกี่ยวของกับกรณี ปราสาทพระวิหารตั้งแต ปพ.ศ.๒๕๕๐ หรือกอนหนานัน้ เล็กนอย แตทชี่ ดั เจนมาก ที่สุดคือเธอมีสวนสําคัญในการออกความเห็นใหที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ครั้งที่ ๓๑ ที่เมืองไครสเซิรต ประเทศนิวซีแลนด มีมติใหที่ประชุมเห็นชอบ นําเสนอ ปราสาทพระวิหารอันศักดิส์ ิทธิ์เขาสูท ปี่ ระชุมคณะกรรมการมรดกโลกครั้งที่ ๓๒ ที่ควิเบค ประเทศแคนาดา ในเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๑ได และนั่นคือที่มาของ มติอันอัปยศอดสูที่สุดของคณะกรรมการมรดกโลกสากล มติครั้งที่ ๓๑ ของคณะกรรมการมรดกโลก มีสาระสําคัญอยูตรงที่วา กัมพูชาจะตองสงแผนพัฒนาบริหารจัดการเกี่ยวกับทรัพยสินที่จะขึ้นทะเบียนใหตรง เวลา และทีส่ ําคัญที่สุดจะตองไดรับการสนับสนุนอยางแข็งขันจากประเทศไทย หนวยงานที่อยูในเครือขายขององคกรยูเนสโกอีกหนวยงานหนึ่งคืออิโค โมส ซึ่งเปนหนวยงานทีม่ ี่หนาที่ประเมินคุณคาทรัพยสินของมรดกโลกและให ความเห็นทางวิชาการกอนนําเสนอเขาสูที่ประชุมเพื่อพิจารณาคําขอขึ้นทะเบียน และสําหรับกรณีปราสาทพระวิหาร บทบาทของอิโคโมสมีความสําคัญไมนอย ความ ขัดแยงระหวางนักวิชาการอิคีโมสไทยกับที่ประชุมนานาชาติทเี่ มืองเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา ทําใหเราไดเห็นรองรอยที่ชัดเจนมากขึ้นของยูเนสโก โดยมา ดามฟรองซัวรไดลักไกขามขั้นตอนการประเมินผลปราสาทพระวิหารอันศักดิ์สิทธิ์แต เรงรัดพลักดันใหเกิดมติของคณะกรรมการมรดกโลกที่ไครสเซิรตกอนเปนอันดับแรก อันดับตอมาจึงไดทําการวาจางผูเชี่ยวชาญหลายคนเพื่อทําแผนพัฒนาพื้นที่และแผน บริหารการจัดการทรัพยสินชวยเหลือกัมพูชา โดยปราศจากอิโคโมสไทย รวมไปถึง ลอบบี้คณะกรรมการมรดกโลก ๒๑ ประเทศ (ในบางประเทศที่ตัวมาดามเคยมี บุญคุณ) ใหขยายเวลาการจัดสงเอกสารคือแผนพัฒนาบริหารจัดการปราสาทพระ วิหารออกไปหลายครั้ง โดยเฉพาะมติครั้งที่ ๓๒ ที่ขนึ้ ทะเบียนเฉพาะตัวปราสาท ซึ่ง ยังไมสมบูรณเต็มที่ เปรียบไดกับไขที่ผสมเทียม คณะกรรมการมรดกโลก ๒๑ 1


ประเทศและมาดามฟรองซัวร หลับหูหลับตาขึ้นทะเบียนมรดกโลกปราสาทพระ วิหารทามกลางความขัดแยงของประเทศกัมพูชาและประเทศไทย โดยเฉพาะคําสั่ง ของศาลไทยก็ไมเคยทําใหมาดามฟรองซัวร มีจิตสํานึกหรือธรรมาภิบาลในฐานะที่ ตนเองตองวางตัวเปนกลางเลย กอนหนาทีศ่ าลไทยจะมีคําสั่งและคําวินิจฉัย (ศาลปกครองและศาล รัฐธรรมนูญ) มาดามฟรองซัวรเปดหองประชุมที่สํานักงานในกรุงปารีส เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๑ โดยมีนายคางคาวผี (มิสเตอรบอคคาดี) หัวหนาฝายมรดกโลก ประจํายูเนสโกภาคพื้นเอเชียแปซิฟค และผูเขารวมประชุมฝายไทยคือนายนพดล ปทมะ รัฐมนตรีวาการกระทรวงการตางประเทศของไทยในเวลานั้น พรอมดวย นายซก อาน รัฐมนตรีอาวุโสและประธานคณะกรรมการมรดกโลกของกัมพูชา ทํา การลงนามในแถลงการณรวมฉบับราง (ลงนามเพื่อใหทนั การ) ซึ่งเปนครั้งแรกที่ ยูเนสโกโดยมาดามฟรองซัวรมาลงนามเปนสักขีพยานอยูดวยทั้งๆทีย่ ูเนสโกมิไดมี หนาที่แตประการใด “เปนการเสียมารยาทและเขามากาวกายเรื่องคนอื่นอยาง เห็นไดชัด” ขอความและตัวแถลงการณรวมดังกลาวไดถูกนํามาสูการพิจารณาในที่ ประชุมคณะรัฐมนตรีของไทยโดยนายสมัคร สุนทรเวชซึ่งเปนนายกรัฐมนตรีใน ขณะนั้น ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติตามที่กระทรวงการตางประเทศ เปนผูเสนอ และอนุมัติใหนายนพดล ปทมะทําการลงนามในแถลงการณรวมฉบับสมบูรณได สาระสําคัญที่สุดและเปนมรดกตกทอดเปนผลผูกพันจนถึงปจจุบันก็คือ พื้นที่ โดยรอบปราสาทพระวิหารของไทยจะตองถูกนํามาทําแผนพัฒนารวมกันและ กัมพูชาเปนเจาของทรัพยสินนัน้ ในที่สุดอยางที่เรารับทราบกัน ในเวลาตอมาศาลไทยไดพิจารณามีคําสั่ง วา คําแถลงการณรวมทีล่ งนามไปนัน้ มีฐานะเปนหนังสือสนธิสัญญาผิดมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยเพราะไมไดผานความเห็นชอบของรัฐสภา กอน ใจความสําคัญทีศ่ าลไทยไดมีคําวินิจฉัยก็คือ คําแถลงการณรวมมีผลทําใหเกิด การเปลี่ยนแปลงอาณาเขตและกระทบตอเรื่องดินแดนของประเทศไทยเปนสําคัญ เมื่อมาดามฟรองซัวรและคณะไดรับหนังสือจากนายนพดล ปทมะ ชี้แจง เรื่องคําสั่งศาล มาดามฟรองซัวรในฐานะผูทรงอิทธิพลของคณะกรรมการมรดกโลก สากล ๒๑ ประเทศ ไดประวิงเวลาที่จะตอบจดหมายเหมือนทองไมรูรอน ตอบ หนังสือมาถึงนายนภดล ปทมะ แสดงความเห็นเรื่องนี้เหมือนไมมีอะไรเกิดขึ้น ภายหลังคณะกรรมการไดมีมติขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารใหเปนมรดกโลกไปแลว ๑ วัน (คือวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๕๑) โดยการสมคบคิดกันกับคณะกรรมการ

2


มรดกโลกแปลงขอความในคําแถลงการณรวมที่ลงนามไวในฉบับ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๑ ที่ปารีสและคําแถลงการณรว มฉบับสมบูรณลงวันที่ ๑๘ มิถนุ ายน ๒๕๕๑ โดยใชวิธีสงเอกสารดวยระบบอิเลคโทนิคส มาเปนขอมติของคณะกรรมการมรดก โลกครั้งที่ ๓๒ ที่เมืองควิเบค ประเทศแคนนาดา มาดามฟรองซัวรเดินหนาเต็ม สปดที่จะนําเอารางทรง “ไอซีซี” ที่เคยตั้งมาแลวในหนวยงานอัปสรา (Apsara Authority) แหงเมืองเสียมเรียบ มาประทับทรงในรางใหมในนามองคกรซอน เงื่อน ANPV ประกอบไปดวยคณะกรรมการ ๗ ชาติที่มหี ัวโจกใหญคือฝรั่งเศส ญี่ปุน อินเดีย และจีน เปนตน สวนไทยก็เปนเพียงประเทศเล็ก เสียงเดียว แถม องคกรนี้ยังมีสหรัฐอเมริกาและกองทุนระดับโลกใหการสนับสนุนอยางสุดๆ มาดามฟรองซัวรเปนผูมีอิทธิพลเหนือรัฐธรรมนูญไทย เพราะเธอไมรับฟง และไมมีจิตสํานึกทีจ่ ะใหความเปนธรรม โดยเฉพาะเงื่อนไขที่คณะกรรมการมรดก โลกมีมติไวในครั้งที่ ๓๑ วา “ไทยจะตองใหการสนับสนุนอยางแข็งขัน” เมื่อศาลไทย ไดมีคําวินิจฉัยที่ขัดหรือตรงกันขามกับคําแถลงการณรวมฯ นั่นหมายความวา เราไม สนับสนุนใหกัมพูชานําเอาปราสาทพระวิหารและพื้นที่โดยรอบ (๔.๖ ตาราง กิโลเมตร) ไปขึ้นทะเบียน มาดามฟรองซัวรในฐานะ “คนกลาง” ควรที่จะ สําเหนียกหรือตรวจสอบเรื่องนี้ใหถอ งแทเสียกอน แตกลับกระทําการกลับมติของ คณะกรรมการ(ครั้งที่ ๓๑) ไมแยแสไมสนใจนํารายละเอียดในคําแถลงการณรวมที่ ศาลไทยไมเห็นชอบ พลักดันจนกลายเปนมติอันอัปยศของคณะกรรมการมรดกโลก ครั้งที่ ๓๒ ฮุบที่ดิน ๔.๖ ตารางกิโลเมตรของไทยไปใหกัมพูชา บังคับประเทศภาคี สมาชิกมรดกโลกตองทําตาม ซึ่งหมายถึง คณะกรรมการมรดกโลกไทยตองยอมรับ เงื่อนไขนี้โดยปริยาย นอกจากนีเ้ ราไดพบรองรอยปรากฏอยูในถอยแถลงของนาย นพดล ปทมะ และนายปองพล อดิเรกศาล ที่พยายามจะใหมีการขึ้นทะเบียนมรดก โลกรวมของสองประเทศ โดยเฉพาะนายปองพล อดิเรกสาร มักมีคําพูดถึง มรดก โลกไรพรมแดน กอนหนา���ี้ยังมีหนังสือของกระทรวงการตางประเทศลงวันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๑ ถึง ราชเลขาธิการ และหนังสือปกขาว (ลับ) ตางมีเนื้อหาทํานอง ที่วา จะมีการนําพื้นที่ ๔.๖ ตารางกิโลเมตรของไทย (ซึ่งเรียกพื้นทีท่ ับซอน) ไปขึ้น ทะเบียนปราสาทพระวิหารในนามเขมร (เรื่องนี้ประชาชนชาวไทยถูกปดบัง) วันที่ ๒๐ มิถนุ ายน ๒๕๕๑ กอนการประชุมที่ควิเบค ประเทศแคน นาดาและเปนชวงเวลากอนหนาจะมีมติขึ้นทะเบียนมรดกโลกในวันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๕๑มีความสําคัญอยางมาก มาดามฟรองซัวรวิ่งเตนลอบบี้ รับจอบเขมร ประชุม ปรึกษาหารือที่ปารีสหลายครั้ง โทรศัพทขามทวีปมาที่กรุงพนมเปญและเสียมเรียบ ความสนิทสนมของมาดามฟรองซัวรกับนายซก อาน และจิตใจที่โนมเอียงเขาขาง 3


ฝายกัมพูชา รวมถึงแรงบันดาลใจทีเ่ กิดจากนักการเมืองไทยและขาราชการบางคนที่ ใหการสนับสนุนกัมพูชาในการขึน้ ทะเบียนมรดกโลก ฝาฝนคําสั่งของศาลโดยพยาม ทําแผนพัฒนารวมเขาไปเสนอมาดามฟรองซัวร (ตั้งแตปลายเดือนมิถนุ ายน ๒๕๕๑-จนถึงปจจุบัน) และนําเสนอผานรัฐบาลของตนตั้งแตนายสมัคร สุนทรเวช นายสมชาย วงศสวัสดิ์ และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะเพื่อจะขอมีเอี่ยวและสวนแบงใน การจัดการบริหาร อาทิ กรณีที่จะนําอุทยานซึง่ มีเนื้อที่ประมาณ ๑.๕ ลานไรไปเปน “มรดกโลกไรพรหมแดน” สิ่งเหลานี้ไดทําใหมาดามฟรองซัวรมีความเขาใจวา หนวยงานราชการของไทยยังคงสนับสนุนการขึน้ ทะเบียน โดยเฉพาะคณะกรรมการ มรดกโลกของไทยไมเคยออกมาเรียกรองหาความเปนธรรมใดๆเลยหรือสงวนทีทาที่ จะไมเห็นดวยกับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกของกัมพูชา ประกอบกับคํายืนยันใน หนังสือตอบกลับมายังนายนพดล ปทมะของนายฮอร นัม ฮง รัฐมนตรีตางประเทศ กัมพูชา ที่เมินเฉยตอคําสั่งของศาลไทย และคําสบประมาทที่มีตอศาลไทยของนาย ซก อาน รัฐมนตรีอาวุโสและประธานคณะกรรมการมรดกโลกกัมพูชา โดยบริภาษ ศาลไทยวา “ไมรูเรื่องไมเขาใจเรื่องนี้” องคกร ANPV ไดผงาดขึ้นในเว็ปไซด ใหขอมูลตางๆที่เกี่ยวของ กับปราสาทพระวิหาร มีการนําเสนอขอมูลที่บดิ เบือนตอความเปนจริงโดยเฉพาะ พื้นที่ ๔.๖ ตารางกิโลเมตรของไทย มาดามฟรองซัวรมีสวนสําคัญในการจัดตั้ง องคกรนี้ ตัง้ แตเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๑ ที่กรุงพนมเปญ เรื่องนี้ปรากฏอยูใน เอกสารที่นําเสนอตอคณะกรรมการมรดกโลกในครั้งที่ ๓๒ จนกลายมาเปนมติของ คณะกรรมการมรดกโลกดังกลาว ซึ่งเนื้อหาสาระในมติขัดตอคําสั่งของศาลไทย (ดังที่ ทราบโดยทัว่ ไปกันแลว) เฉพาะการนําชาวตางชาติ จํานวน ๗ ชาติ เขามาบริหาร จัดการในพืน้ ที่ไทย ๔.๖ ตารางกิโลเมตร ในนามองคกรในเครือยูเนสโก คือ ไอคอม (ICCROM)ซึ่งเปนเรื่องรายแรงอยางมาก ในชวงแรกนี้ มาดามฟรองซัวรไดฝนมติของคณะกรรมการมรดก โลกและคณะกรรมการมรดกโลกฝนมติของตนเองโดยเฉพาะมติครั้งที่ ๓๑ ขัดกับมติ ครั้งที่ ๓๒ แลวยังทําการบิดเบือนเอกสารที่ใชในการพิจารณาการขึ้นทะเบียนโดยใช ยุทธวิธีเขมือบพื้นที่ไทยไปใหกัมพูชาโดยผานมติคณะกรรมการมรดกโลกแลวใช อํานาจแกมบังคับผานไปทางภาคีสมาชิก สวนกัมพูชาไดจดั ทําเอกสารที่บิดเบือน อยางรายแรงโดยยึดแผนที่มาตราสวน ๑:๒๐๐๐๐๐มาเปนเอกสารอางอิงในจัดทํา แผนบริหารจัดการพื้นทีฉ่ บับสมบูรณที่มีรายละเอียดถึง ๖๖๑ หนา กินอาณา บริเวณกวางไกลรุกล้ําดินแดนประเทศไทยอยางเห็นไดชัด แตไทยกลับนิ่งเฉย

4


โดยเฉพาะรัฐบาลปจจุบันซึ่งเนนการเจรจา (แตวิชาเจรจาของไทยออนดอย ประสิทธิภาพจะสูกัมพูชาไดอยางไร) หลังจากมติของคณะกรรมการมรดกโลกทีค่ วิเบค ประเทศแคนาดา ผานไปแลว มาดามฟรองซัวรยังเดินทางมาเยี่ยมเยียนสมเด็จฮุนเซนและพวกพองใน ANPV และบริษัทรับเหมาของฝรัง่ เศสที่มาบูรณะปราสาทบาปวนในนครธม และ ICC อังกอร เพื่อเตรียมแผนงานและตั้งกรรมการขึ้นมาสอบสวนพฤติกรรมทหาร ไทยในฐานะผูรุกรานประเทศกัมพูชา ถาเราจําไดเหตุการณปะทะของทหารไทยและ กัมพูชา ไดถูกบรรจุเปนวาระสําคัญในการประชุมของคณะกรรมการมรดกโลก และ มีรายงานถึงสภาพของทรัพยสินคือตัวปราสาท พื้นที่โดยรอบ รอยกระสุน การ เสียชีวิตของทหารทั้งสองฝาย สุดทายยังไดมีการจัดทํารายงานเหตุการณที่ใสราย ทหารไทยเขาไปในที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกที่สเปน ดามฟรองซัวรรับลูก ตอไปพลักดันใหคณะกรรมการมรดกโลกมีคําวินิจฉัยและอนุมัติเงินชวยเหลือกัมพูชา แถมออกขอมติครั้งที่ ๓๓ มาอยางพิสดารพันลึก เพราะตองการหลักฐานสําคัญ นํามาประกอบการขึ้นทะเบียน อาทิ ขอตกลงรวมกันระหวางกัมพูชาและไทย ที่ผาน ความเห็นชอบจากรัฐสภาทั้งสองประเทศ ประเทศกัมพูชางายๆกลวยๆแตสําคัญ ที่สุดคือรัฐสภาไทย ( ซึ่งดูจะงายเหมือนกัน) รวมถึงแผนพัฒนาบริหารจัดการฉบับ สมบูรณ (ซึ่งเสร็จแลวอยูในมือมาดามเรียบรอย) ขอมติครั้งที่ ๓๓ เกิดขึ้นในการประชุมของคณะกรรมการมรดกโลก ที่สเปน เหมือนกับเปนการติดตามรายงานความคืบหนาของมรดกโลกประเทศ ตางๆที่ถูกขึน้ ทะเบียนเอาไวกอนลงมติที่เปนทางการอีกครั้งพรอมแจกใบรับประกัน คุณภาพการันตีจากยูเนสโกโดยการลงนามและประทับตราของผูอํานวยการใหญ แตปจจัยที่สาํ คัญที่จะทําใหการขึน้ ทะเบียนปราสาทพระวิหารมีความสมบูรณก็คือ พื้นที่รอบตัวปราสาทพระวิหารจะตองไดรับการสงมอบจากประเทศไทยโดยผาน รัฐสภาเพราะจะไดไมขัดตอคําสั่งของศาลไทยที่เคยสงผลยืดเยื้อมาไดจนถึงทุกวันนี้ มาดามฟรองซัวรเปนผูหญิงเกงและฉลาด แตคุณธรรมนั้นไมมีเอา เสียเลย การที่นําเอายูเนสโกเขามากาวกายหรือแทรกนโยบายสันติภาพเขามาบังคับ ใหประเทศภาคีสมาชิกมรดกโลกอยางไทยที่หวั ออนอยูแลวยอมถูกกับดักและ หลุมพรางอยางงายดาย พฤติกรรมของมาดามฟรองซัวร ริวิริแยร จึงเปนพฤติกรรมที่ชั่วราย และสงผลถึงอํานาจอธิปไตยและดินแดนของไทยอยางเห็นไดชัดซึ่งขัดกับหลักธรร มาภิบาลของยูเนสโก คิดเปนอยางอื่นไมไดเลยที่มาดามฟรองซัวรชาวฝรั่งเศสผูนี้จะ ไมไดอะไรเลยจากการปฏิบัติหนาที่อยางแข็งขันเพื่อกัมพูชาเชนนี้ 5


ประโยชน์สมประโยชน์ของมาดามฟรองซัวร์ ริวิริแยร์กรณีปราสาทพระวิหารและการก้าวก่ายขององค์กรยูเนสโก