Issuu on Google+


หอยพิมกับชาวสมุทรสาคร หนังสือนี้อ้างอิงมาจากงานวิจัยเรื่อง “หอยพิมกับวิถีชีวิตชุมชน : กรณีศึกษาภูมิปัญญา ท้องถิ่นในการใช้ประโยชน์จากหอยพิมในเขตพื้นที่ จังหวัดสมุทรสาคร” ซึ่งได้รับทุนอุดหนุนการทำ�วิจัยจาก สำ�นักงาน คณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) โดยการ ประสานงานของเครือข่ายวิจัยอุดมศึกษาภาค กลางตอนล่าง


หอยพิมกับชาวสมุทรสาคร 3

ชื่อหนังสือ : เรียบเรียง : ออกแบบปก : ออกแบบรูปเล่ม : ภาพประกอบ : พิสูจน์อักษร : พิมพ์ครั้งที่ 1 :

หอยพิมกับชาวสมุทรสาคร พิเชษฐ รุ้งลาวัลย์ จามจุรี ฮวดสุนทร พิเชษฐ รุ้งลาวัลย์ และวิมลวรรณ มูลตรีประถม วิมลวรรณ มูลตรีประถม วิมลวรรณ มูลตรีประถม มกราคม 2557


หอยพิมกับชาวสมุทรสาคร 4

คำ�นำ�

ภูมิปัญญาชาวบ้านหรือความรู้ในท้องถิ่นของชาว สมุ ท รสาครในเรื่ อ งของการทำ � มาหากิ น แสดงให้ เ ห็ น ถึ ง วิ ถี ชี วิ ต ของชาวบ้ า นจากอดี ต ที่ ดู เ รี ย บง่ า ยอาศั ย ธรรมชาติ แ ละแรงงานเป็ น หลั ก ในการดำ � รงชี วิ ต ทรั พ ยากรธรรมชาติ บ างชนิ ด ที่ พ บได้ ม ากที่ จั ง หวั ด สมุทรสาครแห่งนี้คือ “หอยพิม” หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสืออ่านเพิ่มเติมสำ�หรับผู้ที่ สนใจรวมถึงประชาชนในชุมชนเป็นการเพิ่มพูนความ รู้รวมถึงเป็นการส่งเสริมการอนุรักษ์หอยพิมซึ่งถือได้ ว่าเป็นสัตว์ประจำ�จังหวัดและอยู่ใกล้แหล่งชุมชนในเขต จังหวัดสมุทรสาคร นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างนิสัยรัก การอ่านพัฒนาทักษะการอ่านอันเป็นพื้นฐานทางการ ศึกษาและแสวงหาความรู้ในด้านต่างๆ อีกด้วย คณะผู้จัดทำ�


หอยพิมกับชาวสมุทรสาคร 5

สารบัญ จังหวัดสมุทสาคร ภูมิปัญญาและการใช้ประโยชน์จากหอยพิม หอยพิมกับชาวสมุทรสาคร การใช้ประโยชน์จากหอยพิม สถานการณ์หอยพิมในปัจจุบัน แนวทางการอนุรักษ์

7 10 13 23 26 30


หอยพิมกับชาวสมุทรสาคร 6

...เรือ...

...ถีบกระดาน...

...เฮีย สำ�หรับใส่หอย... ...ตะกร้า... ...ถุงมือยาง... ...ไฟฉาย...


หอยพิมกับชาวสมุทรสาคร 7

จังหวัดสมุทรสาคร

จังหวัดสมุทรสาครมีลักษณะพื้นที่เป็นรูปสี่เหลี่ยม

ผืนผ้า ตั้งอยู่ริมทะเล สูงจากระดับนํ้าทะเลประมาณ 1-2 เมตร พื้นที่ตอนบนและตอนกลางของจังหวัดเป็น ทีร่ าบลุม่ ตะกอนพัดพา มีแม่นาํ้ ท่าจีนไหลผ่านพืน ้ ทีต่ อน กลางของจังหวัดสุดแนวเหนือใต้ และได้พัดพาตะกอน จากที่ต่างๆมาทับถมกันท�ำให้พื้นที่บริเวณนั้นมีความ อุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูกเป็นอย่างยิ่ง ส่วน พื้นที่ตอนล่างเป็นพื้นที่ชายฝั่งทะเล มีป่าชายเลนน�้ำ ทะเลท่วมถึง ท�ำให้ดินเค็มเกินกว่าจะเพาะปลูกได้ดีแต่ เหมาะส�ำหรับการท�ำนากุ้งและนาเกลือ


หอยพิมกับชาวสมุทรสาคร 8

อ ่ า ว ม ห า ชั ย ตั้ ง อ ยู ่ ท า ง ทิ ศ ใ ต ้ ข อ ง จั ง ห วั ด สมุทรสาคร มีแนวชายฝั่งทะเลยาวประมาณ 39 กิ โ ลเมตร มี ชุ ม ชนชาวประมงตามชายฝั ่ ง ทะเลและ แม่น�้ำล�ำคลองจ�ำนวน 9 ชุมชนได้แก่ คลองประมง บ้านก�ำพร้า บางหญ้าแพรก ชายทะเลบางกระเจ้า ชายทะเล กระซ้าขาว ชายทะเลกาหลง ชายทะเลราง จันทร์ ชายทะเลโรงกุ้ง และคลองกระโจน อ่ า วมหาชั ย เป็ น แหล่ ง ท�ำการประมงที่ ส�ำคั ญ ของจังหวัดสมุทรสาคร เพราะมีสัตว์น�้ำอุดมสมบูรณ์ ลั ก ษณะการท�ำประมงในอ่ า วมหาชั ย มี ช นิ ด เครื่ อ ง มือหลากหลายในการจับสัตว์น�้ำ เครื่องมือจับสัตว์ น�้ำที่ส�ำคัญคือ อวนรุน อวนลาก อวนลอย โพงพาง ตะแกรงคราดหอย เบ็ดราว เป็นต้น ชนิดสัตว์น�้ำที่จับ ได้เป็นหลักได้แก่ หอยลาย หอยกระพง เคย กุ้ง ตระ กาด ปูม้า หมึกกล้วย ปลากระบอก และปลาจวด


หอยพิมกับชาวสมุทรสาคร 9

จากนิเวศวิทยาของอ่าวมหาชัยนี้ เป็นผลท�ำให้ เกิ ด ความหลากหลายทางชี ว ภาพเป็ น อย่ า งมากโดย เฉพาะหอยพิ ม ที่ มั ก เกิ ด และเจริ ญ เติ ม โตได้ ดี ใ น ลักษณะภูมินิเวศของจังหวัดสมุทรสาคร บริเวณปาก แม่น�้ำท่าจีน ซึ่งเป็นพื้นที่ราบลุ่มชายฝั่งทะเลที่เกิดจาก การตกตะกอนของแม่น�้ำ ส่งผลให้ลักษณะทะเลเป็น ทะเลน�้ำตื้น น�้ำมีสีขุ่นเหมือนสีน�้ำในคลอง เนื่องจาก เต็มไปด้วยตะกอน อันเป็นแหล่งอาหารที่ส�ำคัญของสิ่ง มีชีวิต การเป็นพื้นที่ปากแม่น�้ำที่แม่น�้ำไหลออกสู่ทะเล ส่งผลให้พื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์ เนื่องจากในการไหลของแม่น�้ำจะมีการพัดพาเอา ตะกอนอันเป็นแหล่งอาหารตามธรรมชาติลงมา พร้อม กับเป็นการบ�ำบัดน�้ำตามธรรมชาติ ช�ำระล้างมลภาวะ ทางน�้ำไปด้วย ซึ่งวัฏจักรต่างๆ เหล่านี้เกิดขึ้นและ ด�ำเนินไปอย่างสมดุลย์ ห า ก แ ต ่ ป ั จ จุ บั น ส ม ดุ ล ย ์ ธ ร ร ม ช า ติ เ ห ล ่ า นี้ เปลี่ยนแปลงไป อันส่งผลต่อการเกิดและการเจริญ เติบโตของทรัพยากรทางทะเล โดยเฉพาะหอยพิม ที่มี ความละเอียดอ่อนต่อการเปลี่ยนแปลงนี้


หอยพิมกับชาวสมุทรสาคร 10

ภูมิปัญญาและการใช้ประโยชน์จาก

น�้ำเกิด – น�้ำตาย

หอยพิม

น�้ำเกิด คือ น�้ำจะขึ้นมาก-ลงมาก เป็นช่วงที่ พระอาทิตย์ โลกและพระจันทร์โคจรมาเรียงตัวอยู่ใน แนวเดียวกัน โดยถ้าเป็นข้างขึ้น 15 ค�่ำ โลกจะอยู่ตรง กลางระหว่างพระอาทิตย์ กับพระจันทร์ และถ้าเป็น แรม 14-15 ค�่ำ ดวงจันทร์จะอยู่ตรงกลางระหว่างโลก กับดวกอาทิตย์ น�้ำตาย คือ น�้ำจะขึ้นน้อย-ลงน้อย เป็นช่วงที่ พระอาทิตย์ โลกและพระจันทร์จะโคจรมาอยู่ในแนว ตั้งฉากกัน โดยมีโลกอยู่ตรงมุมฉาก ท�ำให้แรงดึงดูด ระหว่างพระอาทิตย์กับพระจันทร์หักล้างกัน น�้ำจะ ขึ้นลงน้อย การเก็บหอยพิมจะเก็บช่วงน�้ำเกิดตอน ประมาณ 4-5 ค�่ำ เดือน 11-12 เนื่องจากน�้ำลงในช่วง ฤดูหนาวนั้น จะมีระยะทางไกลมากกว่าในช่วงอื่นๆ น�้ำ จะขึ้นในช่วงเช้า และน�้ำลงในตอนกลางคืนจึงมักไปถีบ กระดานตอนกลางคืน


หอยพิมกับชาวสมุทรสาคร 11

. . . . . น ็ ย เ ำ ำ ้ น น้ำำเช้า สองน้ำำ-น้ำำสองกร ะดอง ในหน้าหนาว น�้ำที่ขึ้นในตอนเช้าเรียกว่า “น�้ำเช้า” จะมีปริมาณสูงกว่าน�้ำที่ขึ้นในตอนเย็นที่ เรียกว่า “น�้ำเย็น” ตั้งแต่ประมาณเดือนพฤศจิกายนเดือนมีนาคม ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงน�้ำเกิดหรือน�้ำตาย อนึ่งหากปีใดตามปฏิทินจันทรคติมีอธิกมาส คือ มีเดือนแปดสองหน หน้าน�้ำเช้าหรือหน้าน�้ำเย็น ก็จะ เลื่ อ นเวลาออกไปจากที่ ก ล่ า วแล้ ว อี ก ประมาณครึ่ ง เดือน เพราะฉะนั้นเมื่อรู้วัน รู้ขึ้น-แรม รู้เดือน ภูมิปัญญาชาวบ้านก็จะสามารถบอกได้ว่า วันนั้น น�้ำจะขึ้นประมาณกี่โมง ปริมาณน�้ำที่ขึ้นโดยรวมจะ สูงมากหรือน้อย ซึ่งเป็นความรู้ชนิดรู้ล่วงหน้า จาก ประสบการณ์ตรง


หอยพิมกับชาวสมุทรสาคร 12

เดือนขึ้นน�้ำลง-เดือนตรงน�้ำขึ้น

ชาวประมงพื้นบ้านอาจใช้วิธีสังเกตจากความรู้สึก เช่น เมื่อรู้สึกถึงกระแสน�้ำที่เย็นวูบแสดงว่าน�้ำก�ำลัง ขึ้น หรือที่ชาวบ้านเรียก “น�้ำใหม่” ชาวบ้านจึงต้องรีบ ขึ้นจากการด�ำน�้ำ และอีกกรณีหนึ่ง คือ พระจันทร์ เริ่มคล้อย กรณีอ่าวไทยพระจันทร์อยู่ทาง ทิศตะวัน ออกเมื่อไหร่ ไม่ว่าพระจันทร์จะเต็มดวงหรือไม่เต็ม ดวงก็ตาม แสดงว่าน�้ำในอ่าวไทยเริ่มก�ำลังไหลลง ถ้า พระจันทร์คล้อยตรงหัวน�้ำจะเริ่มหยุด น�้ำจะหยุด ประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วพระจันทร์ก็จะคล้อยขึ้นและ ด้ ว ยการสั ง เกตจากความรู ้ สึ ก นี้ จึ ง ท�ำให้ ช าวประมง พื้ น บ้ า นสามารถใช้ ป ระโยชน์ จ ากปรากฎการณ์ ท าง ธรรมชาตินี้ในการออกไปหาหอย และสัตว์น�้ำอื่นๆ ได้ อย่างปลอดภัย


หอยพิมกับชาวสมุทรสาคร 13

หอยพิมกับชาวสมุทรสาคร หอยพิม (หอยปีกนางฟ้า) หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า หอยสากกะเบือ

จะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ อาศัยอยู่ในรูลึกประ มาน 50 เซนติเมตรถึง 1 เมตร บริเวณดินเลนรูของ หอยพิมมีลักษณะคล้ายหลอดกาแฟงวงยาวโผล่ออก มาหายใจและกินอาหารหอยพิม มี ไ ข่ สำ � หรั บ การเพิ่ ม จำ�นวนประชากรไข่จะอยู่บริเวณข้างๆ กาบหอย มีสี เหลือง สามารถออกลูกได้ครั้งละเป็นพันๆ ตัวหอย พิ ม มี ต ลอดทั้ ง ปี แ ต่ ช่ ว งที่ ห อยสมบู ร ณ์ ที่ สุ ด คื อ ช่ ว ง ประมาณตั้ ง แต่ เ ดื อ นตุ ล าคมเป็ น ต้ น ไปถึ ง กุ ม ภาพั น ธ์ และเมื่อหอยโตเต็มที่ก็จะตายไปเอง หากปล่อยให้หอย เน่าตายเองมากๆปีต่อไปบริเวณนั้นจะไม่เกิดหอยขึ้น อีก เนื่องจากดินบริเวณนั้นจะเสีย


หอยพิมกับชาวสมุทรสาคร 14

พื้นที่ที่สามารถพบหอยพิมได้ในประเทศไทยนั้นอยู่ ในจังหวัดสมุทรสาคร สมุทรสงคราม สมุทรปราการ สุราษฎร์ธานี และปัตตานี ซึ่งจังหวัดสมุทรสาครเป็น จังหวัดที่มีหอยพิมอาศัยอยู่มาก จนกล่าวได้ว่าหอย พิมเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดการเป็นพื้นที่ปากแม่น้ำ� ที่ แ ม่ น้ำ � ไหลออกสู่ ท ะเลส่ ง ผลให้ พื้ น ที่ มี ค วามอุ ด ม สมบูรณ์เนื่องจากในการไหลของแม่น้ำ�จะมีการพัดพา เอาตะกอนอั น เป็ น แหล่ ง อาหารตามธรรมชาติ ล งมา พร้อมกับเป็นการบำ�บัดน้ำ�ตามธรรมชาติ ชำ�ระล้าง มลภาวะทางน้ำ�ไปด้วย ดินของจังหวัดสมุทสาครจะ เป็นดินเลนล้วนที่เหมาะแก่การเจริญเติบโตของหอย พิม แหล่งที่พบหอยพิมของจังหวัดสมุทรสาคร อยู่ใน เขตอำ�เภอเมือง ตำ�บลบางหญ้าแพรก ตำ�บลโคกขาม และตำ�บลบางกระเจ้า


หอยพิมกับชาวสมุทรสาคร 15

ม ิ พ ย อ ห บ ็ ก เ วิธีการ “การเก็บหอยพิม” มีทั้งการถีบกระดาน

การ ด�ำน�้ำแบบกลั้นหายใจ และการด�ำน�้ำแบบใช้อุปกรณ์ด�ำ น�้ำ ซึ่งในอดีตนั้นวิธีการเก็บหอยพิมจะมีเพียงแค่ 2 วิธี คือ 1) การถีบกระดาน และ 2) การด�ำน�้ำแบบกลั้น หายใจ โดยจะท�ำในช่วงฤดูหนาว แทนการหาสัตว์ทะเล จ�ำพวก กุ้ง ปลา เนื่องจากในช่วงดังกล่าวน�้ำทะเลมี อุณหภูมิต�่ำ ปลาจึงย้ายที่ไปหากระแสน�้ำอุ่นแทน รวม ทั้งในช่วงฤดูหนาวจะเป็นช่วงลมอุกา (ลมมรสุมตะวัน ออกเฉียงเหนือ) ซึ่งท�ำให้คลื่นลมแรง ชาวบ้านจึงไม่ สามารถออกทะเลได้ ในปัจจุบันการหาหอยพิม ได้กลายเป็นอาชีพหลัก มากขึ้น โดยเฉพาะวิธีการเก็บหอยพิมแบบใช้อุปกรณ์ ด�ำน�้ำซึ่งถูกพัฒนาขึ้นมาภายหลัง เราจะพบชาวบ้านที่ ต�ำบลโกรกกรากใช้วิธีการเก็บหอยพิมนี้กันทั้งหมู่บ้าน ส่วนวิธีการถีบกระดานและการด�ำน�้ำแบบกลั้นหายใจ 2 วิธีนี้ก็ได้กลายเป็นอาชีพหลักของชาวบ้านบ้างแห่ง เช่นกัน เช่น หมู่บ้านหัวโพง ในต�ำบลบางหญ้าแพรก วิธี การเก็บหอยพิมในปัจจุบันเราจะพบด้วยกัน 3 วิธี


หอยพิมกับชาวสมุทรสาคร 16

1) วิธีการเก็บหอยโดยการถีบกระดาน วิธีนี้จะใช้เก็บบริเวณที่น�้ำแห้ง คนเก็บมักจะใส่ กางเกงขายาวหรืออาจเอาผ้าพันบริเวณหัวเข่าหรือเอา รองเท้าฟองน�้ำมารองไว้ที่หัวเข่าเพื่อป้องกันการเจ็บ ที่หัวเขาเมื่อถีบไปบริเวณที่มีหอยอาศัยอยู่ ซึ่งสังเกตดู ต�ำแหน่งหอยได้จากการพ่นน�้ำ และมีฟองอากาศขึ้นมา หลังจากนั้นเอามือปาดดินออกนิดหน่อย แล้วใช้วิธีการ ควักหอยออกจากรูหรือจะใช้วิธีการล้วง เทคนิคในการ ล้วงต้องเร็ว ไม่เช่นนั้นหอยจะหนี โดยจะหนีลงไปลึก จนล้วงไม่ถึงเนื่องจากข้างในจะเป็นรูโพรง ก า ร ใ ช้ วิ ธี ก า ร ถี บ กระดานในการหาหอย พิ ม นี้ จ ะ ทำ � ใ ห้ ไ ด้ ห อ ย ใ น ปริมาณมาก เนื่องจากผู้ เก็บสามารถนับจำ�นวนหรือ คาดคะเนจากรู ข องหอยที่ เห็นได้ชัดเจนแต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่ กับความชำ�นาญของแต่ละ บุ ค คลปั จ จุ บั น การหาหอย พิมด้วยวิธีการถีบกระดาน นี้ ไ ม่ นิ ย มทำ � แล้ ว เนื่ อ งจาก ปริมาณหอยที่ลดลง


หอยพิมกับชาวสมุทรสาคร 17

อุปกรณ์ที่ใช้

1) กระดานเลนในอดีตใช้กระดานไม้แต่ในปัจจุบันชาวบ้าน ได้ใช้กระดานยาง (ฟองน�้ำ) เพื่อลดอาการเจ็บในขณะถีบ กระดาน นอกจากนี้ยังช่วยในเรื่องของการทรงตัวเนื่องจากมี น�้ำหนักเบา 2) ชะเนาะ (สวิง) 3) ถุงมือถุงเท้า ซึ่งสมัยก่อนจะใช้ผ้าดิบเย็บซึ่งปัจจุบันนี้ก็ยัง ใช้อยู่เพราะผ้าดิบนั้นมีความหนากว่าถุงเท้าทั่วไป ส่วนถุงมือ นั้นมี 2 ประเภทในปัจุจบันคือถุงมือยางสีส้มกับถุงมือยางสี ขาวที่ใช้ในการแพทย์เพื่อลดการบาดจากเปลือกของหอยพิม (ถุงมือยางสีส้มจะมีความหนามากกว่า) 4) ตะกร้าส�ำหรับใส่หอย 5) ตะเกียงน�้ำมันก๊าซ หรือไฟฉาย (ส�ำหรับการออกหาหอยใน ตอนกลางคืน)

ไฟฉาย ตะกร้า

ถุงมือยาง


หอยพิมกับชาวสมุทรสาคร 18

วิ ธี ก ารเก็ บ หอย พิม คือ ชาวบ้านจะน�ำถัง หรือหลัวไปวางบนกระดาน เลน คนที่ถีบกระดานจะ นั่ ง ค่ อ นไปทางปลายท้ า ย กระดานโดยนั่งคุกเข่า เท้า ข้างหนึ่งถีบกระดานเลนให้ กระดานเลื่ อ นไหล ไปข้างหน้า วิธีการ ถี บ เหมื อ นกั บ การ พ า ย เ รื อ คื อ เ ท ้ า จะต้องคัดวาดไปในตัว เพื่อให้หัวกระดานไปตรงทาง ปลาย เท้าจะอยู่ที่ปลายกระดานระยะประมาณข้อเท้า คนถีบเก่ง กระดานจะลอย ถ้าถีบลึกดินจะดูดเท้า กระดานจะหนักและ เคลื่อนที่ช้า ถีบไปทีละข้าง ถ้าเมื่อยก็เปลี่ยนข้าง การเก็บหอยพิมด้วยวิธีการถีบกระดานนี้ เป็นวิธี การดั้งเดิม ซึ่งชาวประมงพื้นบ้านมักใช้เก็บหอยพิมในช่วงน�้ำ เกิด วิธีการนี้มีช่วงเวลาในการเก็บชัดเจน เพราะเมื่อน�้ำขึ้น ชาวประมงพื้นบ้านก็ต้องยุติการเก็บ ซึ่งเป็นวัฎจักรที่ลงตัว ท�ำให้หอยมีช่วงเวลาในการเจริญเติบโต วิธีการนี้จึงเป็นการ ใช้ทรัพยากรอย่างค่อยเป็นค่อยไป จึงน่าจะเป็นวิธีที่สามารถ น�ำหอยพิมมาใช้ประโยชน์และอนุรักษ์หอยพิมไว้ได้ในเวลา เดียวกัน


หอยพิมกับชาวสมุทรสาคร 19

2) วิธีการเก็บหอยโดยการด�ำน�้ำแบบกลั้นหายใจ วิธีนี้ชาวบ้านจะออกเรือซึ่งเป็นเรือขนาดเล็ก บรรจุคนได้ ประมาณ 5-6 คน เมื่อไปถึงพื้นที่ชาวบ้านจะเอาไม้มาปัก เพื่อก�ำหนดเป็นเขตหรือบริเวณที่ตนจะด�ำ ที่เรียกว่าการ “จับแนว” แล้วให้คนหนึ่งลองด�ำลงไปดูก่อนว่าบริเวณนั้นมี หอยพิมหรือไม่ ถ้าพบว่ามีคนที่เหลือบนเรือก็จะด�ำตามลง ไป น�้ำจะใสแบบขุ่นๆ มีสีเขียว ซึ่งจะมีเลนบริเวณนั้น น�้ำจะ ลึกประมาณเมตรกว่าๆ (ระดับอก) คือต้องรอให้น�้ำลง การ เก็บหอยชาวบ้านจะเอาเท้าทิ่มลงไป เรียกว่าการ “สัก” เมื่อ เจอตัวจะรู้สึกสากๆ อีกทั้งดินบริเวณนั้นจะมีลักษณะร่วนซุย และจะรู้สึกถึงน�้ำอุ่นที่ขึ้นมาจากปากรูหอย จากนั้นจึงกลั้น หายใจแล้วด�ำลงไป เอามือล้วงหรือควักลงไป หรือไม่ก็เอาเท้า เขี่ยขึ้นมา อุปกรณ์ที่ใช้ 1) เรือ 2) เฮีย(ส�ำหรับใส่หอย) และ 3) ไม้ปักหลัก

เรือ

เฮีย(สำ�หรับใส่หอย)


หอยพิมกับชาวสมุทรสาคร 20

ศาลเจ้าอาม้า วิธีการเก็บหอยพิมโดยการด�ำน�้ำแบบกลั้นหายใจ ถือเป็นวิธีการดั้งเดิมเช่นเดียวกับวิธีการถีบกระดาน แต่ วิ ธี ก ารด�ำน�้ ำ นี้ จ ะใช้ เ ก็ บ หอยพิ ม ในบริ เ วณที่ มี น�้ ำ ทะเลอยู่ในระดับ 1 เมตรกว่าๆ คือไม่ลึกจนเกินไป ซึ่ง สามารถด�ำน�้ำได้ในระดับผิวน�้ำไม่ต้องลงทั้งตัว โดย ใช้วิธีการ “พังดิน” คือ ต้องล้วงหรือควักดินออกให้ มีลักษณะเป็นหลุม หอยจะไม่สามารถหนีได้ วิธีการ พังดินนี้จะใช้ในบริเวณที่มีหอยพิมอาศัยกระจุกตัวอยู่ จ�ำนวนมากติดๆ กันซึ่งเป็นวิธีที่ก่อให้เกิดความเสียหาย ในแหล่งที่อยู่อาศัยของหอยพิม ซึ่งย่อมส่งผลต่อการ เกิดและการเจริญเติบโตของหอยพิมในรุ่นต่อๆ ไป จึง ควรใช้ วิ ธี ก ารที่ ล ะมุ น ละม่ อ มกว่ า ในการจั บ หอยพิ ม โดยหลีกเลี่ยงการท�ำลายหน้าดิน หรือการพังดินซึ่งถือ เป็นการช่วยอนุรักษ์หอยพิมได้ในระดับหนึ่ง


หอยพิมกับชาวสมุทรสาคร 21

3) วิธีการเก็บหอยโดยการด�ำน�้ำแบบใช้อุปกรณ์ ด�ำน�้ำ วิธีการนี้พัฒนามาจากวิธีการด�ำน�้ำแบบกลั้นหายใจ ข อ ง ช า ว บ ้ า น ใ น อ ดี ต ซึ่ ง ก า ร ห า ห อ ย พิ ม ด้ ว ยวิ ธี ก ารนี้ ส ่ ง ผลให้ ช าวประมงมี ความสะดวกสบายมากขึ้นสามารถด�ำลง ไปในระดับน�้ำที่ลึกกว่าและสามารถอยู่ใต้ น�้ำได้นานกว่า จึงท�ำให้ได้ปริมาณหอยจาก การเก็ บ มากขึ้ น กว่ า วิ ธี ก าร ด�ำน�้ำแบบกลั้นหายใจ อีกทั้ง ชาวประมงสามารถออกเก็บ หอยพิมได้โดยไม่ต้องกังวลใน เรื่องของระดับน�้ำ ปลอดภัย จากการขาดอากาศหายใจ และ ป้ อ งกั น อั น ตรายอั น จะเกิ ด กั บ ดวงตาเนื่องจากมีหน้ากากด�ำ น�้ำส�ำหรับป้องกัน อุปกรณ์ที่ใช้ 1) เรือ 2) แว่นด�ำน�้ำ 3) เฮีย(ส�ำหรับใส่หอย) 4) เครื่องปั๊มลม พร้อมสาย อากาศ 5) ไม้ปักหลัก


หอยพิมกับชาวสมุทรสาคร 22

อย่างไรก็ตามวิธีการเก็บหอยพิมทั้ง 3 วิธี ที่กล่าวไป แล้วนั้น วิธีถีบกระดาน และการด�ำน�้ำแบบกลั้นหายใจเป็น วิธีการดั้งเดิมที่มีมาตั้งแต่อดีต ซึ่งชาวประมงพื้นบ้าน หรือ คนหาหอยพิมในพื้นที่นั้น เรียนรู้จากชีวิตทะเลของพ่อแม่ รวมทั้งจากความอยากรู้ อยากลองของตัวเองที่ได้เห็นคน อื่นๆ ในหมู่บ้านลงทะเลเก็บหอยพิม จึงท�ำให้ชาวประมงพื้น บ้านในอดีตทุกคนจะรู้วิธีการเก็บหอยพิม ทว่าในปัจจุบันชาว บ้านในพื้นที่โดยเฉพาะเด็กๆ น้อยคนนักที่จะรู้จักวิธีการเก็บ หอยพิม ด้วยพ่อแม่เน้นส่งเสริมให้ลูกได้รับการศึกษาที่ดีจะ ได้ประกอบอาชีพอื่นมากกว่าเป็นชาวประมงหรือเก็บหอย พิมจึงไม่แปลกที่วิธีการเก็บทั้งสองนี้จะมีคนเรียนรู้การเก็บ น้อยลงส่วนวิธีการเก็บหอยพิมแบบใช้อุปกรณ์ด�ำน�้ำนั้นเป็น วิธีการเก็บหอยพิมที่พัฒนามาจากการด�ำน�้ำแบบกลั้นหายใจ มาผสมผสานกับเครื่องมือสมัยใหม่ซึ่งเป็นวิธีการเชิงพาณิชย์ มากขึ้น ท�ำให้สามารถเก็บหอยพิมได้จ�ำนวนมากขึ้น

แว่นด�ำน�้ำ

เรือ


หอยพิมกับชาวสมุทรสาคร 23

การใช้ประโยชน์จากหอยพิม และการแปรรูป

ชาวบ้ า นส่ ว นใหญ่ จ ะใช้ ป ระโยชน์ จ ากหอยพิ ม ด้ ว ย การน�ำไปจ�ำหน่ายต่อมากกว่าเก็บไว้บริโภคกันภายในครัว เรือนซึ่งเห็นได้ชัดจากในปัจจุบันที่ชาวบ้านถอยห่างจากการ บริโภคหอยพิม เนื่องจากราคาหอยที่สูงขึ้น การจ�ำหน่าย จึงเป็นแหล่งสร้างรายได้ที่ดี หอยพิมนั้น สามารถน�ำไปเป็น วัตถุดิบในการประกอบอาหารได้หลากหลายชนิด เช่นเดียว กับเนื้อสัตว์หรือของทะเลอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น แกง ผัด ทอด ย�ำหรือน�ำหอยพิมมาตากแห้งก็เป็นทางเลือกในการบริโภค อีกรูปแบบหนึ่งของชาวบ้าน ซึ่งในปัจจุบันร้านอาหารที่มีเมนู จากหอยพิมจะเป็นที่หมายตาของลูกค้าจ�ำนวนมาก แต่การ น�ำหอยพิมไปประกอบอาหารนั้น ชาวบ้านต้องมีความรู้และ เทคนิควิธีในการบริโภคหอยพิมทั้งแบบสดและแห้ง

หอยพิมทอด

หอยพิมผัดฉ่า


หอยพิมกับชาวสมุทรสาคร 24

หอยพิมแบบตากแห้ง

หอยพิมนอกจากสามารถน�ำมาเป็นส่วนหนึ่งในการ ประกอบอาหารต่างๆ แบบ สดๆ แล้วนั้นยังมีการท�ำหอยพิม ตากแห้ง ซึ่งเป็นการถนอมอาหารอันเป็นที่นิยมตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน โดยมีขั้นตอนในการท�ำ ดังนี้ 1) ขั้ น ตอนแรกจะเหมื อ นกั บ การเตรี ย มหอยพิ ม ไป ประกอบอาหารทั่วไป คือ ต้มน�้ำให้ร้อน ลวกหอยหรือจุ่ม หอยลงไป 2) แกะเปลือกหอยออก เอาเขี้ยวออก แล้วรีดงวงเอา โคลนออกซึ่งบางพื้นที่จะไม่รีด 3) ละลายเกลือพอให้น�้ำเกลือมีรสกร่อยๆ ไม่เค็มมาก นัก เพราะหากน�้ำเกลือเค็มเกินไปความเค็มจะท�ำให้หอยพิม เสียรสชาติความหวานการแช่น�้ำเกลือจะช่วยให้เวลาตากที่ ไม่มีแดดจะช่วยลดกลิ่นเหม็น


หอยพิมกับชาวสมุทรสาคร 25

4) เมื่อแช่น�้ำเกลือแล้วให้น�ำหอยพิมขึ้นมารีดงวงอีก รอบเพื่อเอาน�้ำโคลนออก และไม่ให้งวงอมน�้ำ อีกทั้งหอยพิม ที่รีดงวงจะท�ำให้สามารถเก็บรักษาได้นานขึ้น แต่การรีดงวง นั้นบางพื้นที่ก็ไม่นิยมท�ำซึ่งก็จะท�ำให้หอยยังอมน�้ำโคลนอยู่ แต่จะได้น�้ำหนักดี เนื้อจะมีความนุ่มกว่าหอยพิมแบบรีดงวง 5) หลังจากรีดงวงก็น�ำไปตาก ซึ่งในอดีตชาวบ้านมัก ใช้ไม้ไผ่ 1 ล�ำผ่าเป็นสองซีก เป็นราวตากส�ำหรับหอยพิม ราว จะยาวประมาณสองวา หรือวาครึ่ง แล้วน�ำหอยพิมมาพาด เป็นแนวยาว การตากนั้นต้องวางหอยให้เสมอกันและถี่ๆ หากตากหอยห่างจะท�ำให้เนื้อหอยติดไม้ 6) เมื่อหอยพิมแห้งจึงท�ำการปดหรือแกะออก เอาไป ตากกับอุปกรณ์ที่คล้ายๆ เสื่อแต่ใช้ไม้สานกันเป็นสี่เหลี่ยม ซึ่ง ชาวบ้านจะสานกันขึ้นมาเอง น�ำหอยพิมมาตากที่เสื่อให้ข้าง ล่างหรืออีกด้านของหอยพิมแห้งแต่ในปัจจุบันชาวบ้านไม่ได้ ใช้ไม้ไผ่ หรือที่ชาวบ้านเรียก “พะอง” ผ่าสองซีกในการตาก แล้วทว่าใช้อวนน�ำมาขึงเป็นแผงตากหอย ซึ่งก่อนจะน�ำหอย ตากต้องทาน�้ำมันพืชที่แผงตากก่อนเพื่อไม่ให้เนื้อหอยแห้ง ติดกับแผง การตากหอยพิมในอดีตจะตากกัน 2 แดด (2วัน) หรือแดดครึ่ง (1วันครึ่ง) ซึ่งจะท�ำให้หอยพิมเก็บรักษาได้นาน เหมาะกับเดินทางไกลๆ และหากหอยยิ่งตากแห้งมากๆ จะ ท�ำให้ราคาหอยพิมสูงมากกว่าหอยพิมแดดเดียว


หอยพิมกับชาวสมุทรสาคร 26

สถานการณ์หอยพิมในปัจจุบัน จ�ำนวนหอยพิมที่ชาวประมงหาได้ในปัจจุบันเมื่อ

เทียบกับอดีตแล้วนับว่ามีความแตกต่างอย่างน่าวิตก ว่ า อี ก ไม่ น านหอยพิ ม จะสู ญ หายเหลื อ เพี ย งแต่ ชื่ อ คู ่ ชาวสมุทรสาคร ในระยะเวลาไม่กี่ปีมานี้จ�ำนวนหอย พิ ม ล ด ล ง อ ย ่ า ง มาก จากเก็บครั้ง หนึ่งได้ไม่ต�่ำ กว่า 20-30 กิ โ ลกรั ม เหลือเพียง นั บ ตั ว ได้ ราคา พุ่งสูงขึ้น จากราคา ห ลั ก สิ บ บาท จน ป ั จ จุ บั น กลายเป็น ห ลั ก พั น บ า ท จากเดิ ม ที่ เ หลื อ กิน เหลือขาย แต่ตอนนี้ชาวบ้านกล่าวว่า หากหาได้ก็ ไม่กล้ากินเพราะราคาแพงเกินไป และส�ำหรับกลุ่มที่หา หอยพิมเป็นอาชีพหลักที่ใช้อุปกรณ์ด�ำน�้ำจ�ำนวนมาก ได้เลิกประกอบอาชีพนี้หันไปประกอบอาชีพอื่นแทน เนื่องจากหากพวกเขารอรายได้จากการหาหอยพิมก็ จะไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบัน


หอยพิมกับชาวสมุทรสาคร 27

สาเหตุที่ส่งผลให้หอยพิมจ�ำนวนลดลง

1) สาเหตุจากธรรมชาติ ชาวบ้านในเขตชายทะเล กาหลงซึ่ ง พื้ น ที่ ที่ พ บหอยพิ ม มากที่ สุ ด แห่ ง หนึ่ ง ของจั ง หวั ด สมุทรสาครเล่าว่า ก่อนหน้าที่พายุลินดาจะเกิดหอยพิมมีมาก และอาศัยอยู่ตามแนวชายฝั่ง แต่หลังจากพายุเข้ามาหอย เริ่มลดลงเรื่อยๆ และเห็นได้ชัดในช่วง 8 ปีให้หลังจากพายุ เข้า บางช่วงหอยพิมหายไปเลย (พายุลินดา เกิดขึ้น ในเดือน พฤศจิกายน 2540) ผลกระทบที่ส�ำคัญจากพายุดังกล่าว คือ พื้นที่ชายฝั่งถูกกัดเซาะ พื้นดินบริเวณชายฝั่งกลายเป็นทราย ขี้เป็ด ที่ไม่เหมาะแก่การอยู่อาศัยของหอยพิม ส่งผลให้หอย พิมอพยพย้ายถิ่นไปเกิดลึกกว่าเดิม 2) สาเหตุจากมนุษย์ การเปลี่ยนแปลงแหล่งที่ เกิ ด หอยพิ ม นอกจากเป็ น เพราะการเปลี่ ย นแปลงจาก ภั ย พิ บั ติ ธ รรมชาติ แ ล้ ว ยั ง เกิ ด จากน�้ ำ มื อ มนุ ษ ย์ ด ้ ว ยเช่ น กัน ได่แก่ การท�ำลายหน้าดินจากการเก็บหอยพิมด้วย การพั ง ดิ น ท�ำให้ ห อยพิ ม ต้ อ งย้ า ยถิ่ น ในการเจริ ญ เติ บ โต ไปหาดินที่เกิดใหม่ซึ่งไกลกว่าเดิม การใช้อุปกรณ์ด�ำน�้ำใน การหาหอยพิมจับหอยพิมทุกขนาดท�ำให้หอยเจริญเติบโต ไม่ทัน โรงงานอุตสาหกรรมปล่อยน�้ำเสียไหลลงสู่ทะเล ท�ำให้ น�้ำและดินเน่าเสีย เรือขนถ่านหินที่เข้ามาบริเวณปากอ่าว มหาชัยก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ท�ำให้น�้ำและดินเน่าเสียเพราะ เมื่อเรือเหล่านั้นถูกล้างท�ำให้เศษถ่านหินลงไปหมักหมมใน ทะเล


หอยพิมกับชาวสมุทรสาคร 28

แนวทางการอนุรักษ์

หอยพิมเป็นหอยที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ใน บริเวณดินเลน ยังไม่สามารถเพาะพันธุ์เลี้ยงได้ แต่ด้วย

ปริมาณที่จำ�นวนที่ลดลงอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาไม่ นาน อันเนื่องมาจากปัจจัยทั้งที่มาจากธรรมชาติที่นอกเหนือ การควบคุม และอีกปัจจัยที่สำ�คัญ คือ ปัจจัยที่มาจากมนุษย์

ทั้งในเรื่องของวิธีการหาที่ทำ�ลายหน้าดินอันเป็นแหล่ง ที่อยู่ของหอยพิม หรือการใช้อุปกรณ์ที่ทำ�ลายระบบ นิเวศ ตลอดจนการมุ่งแสวงหาโดยปราศจากจิตสำ�นึก ดังนั้นเพื่อเป็นการรักษาไว้ซึ่งทรัพยากรธรรมชาติอัน เป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดสมุทรสาคร ชาวบ้านและ หน่ ว ยงานราชการได้ พ ยายามนำ � เสนอแนวทางเพื่ อ การอนุรักษ์ ดังนี้ ชาวบ้าน ในเขตชุมชนแหล่งหอยพิม ได้ มี ก ารการแบ่ ง พื้ น ที่ ก ารทำ � ประมงเป็นเขตหมู่บ้าน ห้าม ทำ � ประมงนอกเขตพื้ น ที่ ชุ ม ชน นอกจากนี้ยังห้ามนำ�เรือลากหรือ เรื อ ประมงเชิงพาณิชย์เข้ามาระยะ ใกล้ชายฝั่ง เนื่องจากเรือเหล่านั้น เป็นสาเหตุของการทำ�ลายหน้าดิน


หอยพิมกับชาวสมุทรสาคร 29

หน่วยงานราชการ ส�ำนักงานประมงจังหวัด สมุทรสาคร ได้ด�ำเนินโครงการ “ฟื้นฟูและอนุรักษ์หอย พิม” ซึง่ โครงการเริม่ ต้นมาจากความคิดของผูว้ า่ ราชการ จั ง หวั ด และส�ำนั ก งานประมงจั ง หวั ด เพื่ อ ส่ ง เสริ ม อาชีพประมงชายทะเลต่อไปจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลานและ อนุรักษ์หอยพิมอันเป็นหอยประจ�ำจังหวัดสมุทรสาคร โดยมีแนวทางในการด�ำเนินการ คือ เรื่องของการจัด เขตหรือ zone ในการหาหอยพิม ซึ่งพื้นที่นั้นการหา หอยจะต้ อ งใช้ วิ ธี ก ารเก็ บ หอยพิ ม ของชาวบ้ า นอย่ า ง แบบการถีบกระดานหรือด�ำน�้ำแบบกลั้นหายใจ แต่ ไม่อนุญาตให้เข้ามาจับหอยพิมด้วยอุปกรณ์ด�ำน�้ำซึ่ง การห้ า มนั้ น ไม่ ไ ด้ มี โ ทษทางกฎหมายแต่ เ ป็ น การขอ ความร่วมมือจากชาวประมงที่ใช้อุปกรณ์ด�ำน�้ำ โดยมี ก�ำหนดการลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์ ซึ่งจะเน้นในชุมชน ที่เกี่ยวข้องเป็นส�ำคัญ


หอยพิมกับชาวสมุทรสาคร 30

อ้างอิง พิเชษฐ รุ้งลาวัลย์ สุจิตตรา จันทร์ลอย และประภัสสร ตอพล. หอยพิมกับวิถีชีวิตชุมชน : กรณี ศึกษาภูมิปัญญาท้องถิ่นในการใช้ประโยชน์ จากหอยพิมในเขตพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร. นครปฐม : เครือข่ายวิจัยอุดมศึกษาภาคกลาง ตอนล่าง. 2555.



หนังสือหอยพิมเล่มเล็ก