Issuu on Google+

ขั้นตอนบูสแบตเตอรี่ ....ความพอเพียง.. และการประหยัด เป็ นต้นของแนวทางที่ทาเรื่ องนี้ข้ ึนมา ....

..จากวิธิการเดิมที่เคยนาเสนอ ในช่วง 2 ปี มานี้ สาหรับการทาส่ าวแบตเตอรี่ โดยการใช้น้ าร้อน ร่ วมกับ น้ ายาล้างห้องน้ า เพื่อ ทาการล้าง ซัลเฟต ที่เกาะอยูท่ ี่แผ่นธาตุให้ออกไป ทาให้แบตเตอรี่ สามารถใช้งานได้ระดับหนึ่ง แต่ท้ งั นี้จะต้องทาการปรับสภาพน้ ากรด ในช่องเซลล์แบตเตอรี่ ใหม่ ที่ จืดมากขึ้น จากการที่มีน้ าเข้าไปปน

... ต่อมาก็ใช้วธิ ีปรับกรดโดย ตรง ตามแนวดาลิน เนื่องจาก แบตเตอรี่ ที่ไม่สามารถชาร์จไฟได้ ค่า ความถ่วงจาเพาะของน้ ากรดในช่องเซลล์จะต่าใกล้เคียงกับน้ า.. พอความเข้มข้นของกรดสู งถึง 1250 แล้ว ซัลเฟตที่เกาะตัวอยูก่ บั แผ่นธาตุ จะค่อย ๆ ละละลายออกมา .. ทาให้ความเข้มข้นของน้ ากรด สู งมากกว่า 1250 จนทาให้เกิดผลที่ไม่สามารถชาร์จไฟได้มาก.. เพราะกรดแก่เกินไป...

.... เนื่องจากพบว่ามีเครื่ องมีืออีเลคโทรนิคส์ ที่เรี ยกกันว่า เครื่ องปรับสภาพแบตเตอรี่ การทางานก็ เป็ นการกระตุน้ การชาร์จด้วยกระแส แรงดันไฟ ..ใระบบสมองกล .. แต่เครื่ องมือเหล่านี้ราคาสู ง หลัก ห้าหมื่น ถึง 1 แสนบาท..เป็ นการยากที่ครัวเรื อนห่างไกล ที่มีรายได้ไม่มากจะหาไว้ใช้

..... ตูช้ าร์จแบตเตอรี่ แบบที่ใช้ไฟฟ้าชาร์จ.. เป็ นของที่มีแพร่ หลาย .. ประชาชนรู ้จกั ใช้เป็ น หลังจาก ที่ไปช่วยงานที่วดั เขาดินหหนองแสง นายายอาม จันทบุรี พระอาจารย์มานพ อุปสโม ได้ให้แก้ไข


แบตเตอรี่ เก่าเก็บของวัดที่ไม่มีไฟ วัดแล้วได้ 0 โวลท์.. ให้สามารถใช้งานได้ .. จากตูช้ าร์จแบตเตอรี่ .. แบบวัด ๆ บ้าน ๆ ที่ทางวัดมีอยูแ่ ล้ว..ก็เลยตรึ กตรองหาหนทางตามที่หลวงพ่อสั่งให้ล่ องทา ที่พอ เป็ นไปได้ในการใช้ตูช้ าร์จแบตเตอรี่ สาเร็ จ .. มาแทนตัวกระตุน้ การชาร์จแบตเตอรี่ .. จากระบบ สมองกล.. มาเป็ นระบบ สมองกู. ปรากฎว่า สามารถปรับชาร์จให้แบเตอรี่ ที่ตายแล้ว ฟื้ นสภาพได้ จ่ายไฟ และชาร์จไฟได้ .. .... จึงเรี ยกการบูสแบตนี้ว่า ."เขาดินหนองแสงโมเดล" .. ซึ่งได้นาไปใช้ที่ วัดโคกเหรี ยง สงขลา / ห้วงน้ าขาว ตราด / ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ นครนายก และ ที่เทศบาลแกลง .. รวมแ้้ลว้ ได้แบตเตอรี่ ที่สามารถนากลับไปใช้ใหม่ได้ ..รวมกันได้มากกว่า 50 ลูก ...... มีทีมงานอาสาสมัคร ที่ฝึกตน ที่ลองทา ลองปรับค่า จนรู ้ลึกซึ้ง และสามารถสอนคนอื่นได้และ ร่ วมเดินทางกับกองคาราวานไปทุกที่ คือ อ. ซ้ง หัวปลา.. ...... รายละเอียดการทา จะกล่าวตอนต่อไป.... .


บูสแบตเตอรี่ .....5...4...3...2...1... 1. แบตร้าง แบตเตอรี่ ที่มีน้ ากรดแช่อยู.่ .. .....เดิมไฟเต็ม วัดได้ 13-14 โวลท์ ดีซี ..แต่....ไม่ได้ใช้... ทิ้งไว้ นาน หลายวัน.. หลายปี ...น้ ากรดซัลฟุริก 1250 ที่อยูใ่ นช่องน้ าแบตเตอรี่ .. จะทาปฏิกริ ยากับ แผ่นธาตุ.. ทั้งสองข้าง บวก ลบ... เพื่อเป็ นไปในทางเสื่ อม... มีลาภ เสื่ อม ลาภ ... มียศ เสื่ อม ยศ... มีไฟ..เสื่ อมไฟ....ตามกฎของอนิจจัง .... น้ ากรดพอดี 1250 ที่ใช้เติมแบตเตอรี่ มีเนื้อกรด ประมาณ 33 % ที่เหลือเป็ นน้ า...เนื้อกรดจะ เดินทางไปเกาะหาที่อยูใ่ หม่กบั แผ่นธาตุ ตะกัว่ แปลงร่ างเป็ น ตะกัว่ ซัลเฟต... ที่อยูน่ าน.. ทน ..เป็ นผลึก เหมือนกับผลึกเกลือ... ไม่ยอมกลับคืนสภาพเดิมได้โดยง่าย ..ยังผลให้.. น้ ากรดจืดลง .. เหมือนน้ าปลา.. เมื่อเกลือหนีจากไป .. ก็เป็ นน้ าปลาจืด.. การจืดของกรด.. วัด ดูได้ โดยใช้เครื่ องมือง่าย ๆ .. เรี ยกว่า ไฮโครมิเตอรื หรื อ หลอดวัดกรด.. หากจืด หลอดแก้ว ที่ถ่วงตะกัว่ ไว้ จะจมลงมากกว่า...ถึงค่า 1000 .. หากกรดแก่...ก็จะลอย.. ขึ้นสู ง ถึงระดับ 1350 .. เรี ยกว่าแก่จดั .. แล้วค่า 1250 คืออะไร .. คือ ค่าความถ่วงจาเพาะ หรื อ ความหนาแน่น .. หรื อ ค่าน้ าหนัก กรัมต่อลิตร .. ตวงมา 1 ลิตร .. ได้หนักกี่กรัม ก็เป็ นค่านั้น .. เพียงแต่วา่ ของเล็ก ของน้อย .. จะนามาชัง่ ได้ยาก ก็เลยมีการชัง่ ทางอ้อม.. คือ ใช้หลอดแก้วถ่วงตะกัว่ หนัก มาลอยดู แล้ว อ่านจากขีดข้างหลอดแก้ว..ที่จมถึงระดับน้ า..


วิธืน้ ี ในสมัยกรุ งศรี อยุธยา..ต้องการชัง่ น้ าหนักปื นใหญ่ เพื่อรู ้ปริ มาณโลหะสัมริ ด .. แต่ไม่มี เครื่ องชัง่ ขนาดใหญ่.. โดยการขนปื นลงไปในเรื อที่ลอยอยูใ่ นแม่น้ า.. แล้วขีดระดับเรื อไว้.. นาปื นใหญ่ข้ ึนจากเรื อ .. ใส่ หินก้อนเล็กลงไปแทน.จนเรื อจมถึงระดับขีดเดิม.. ค่อย ๆ นาหิน มาชัง่ . รวมยอดไปเรื่ อย ๆ จนหมด ..ก้จะได้น้ าหนักปื นใหญ่.. นอกจากกรดในช่องแผ่นธาตุจะจืดแล้ว... แรงดันไฟที่วดั จากขั้วบวก ลบ ของแบตเตอรี่ ก็จะ อ่อนลง .. เพราะ.. แผ่นธาตุถูกกลุ่มม็อบซัลเฟต .. ปิ ดล้อมรอบทั้งแผ่น ไม่สามารถขยับตัว จ่ายอีเลคตรอนได้ .. ก็เลยพร้อมใจกันงดจ่ายไฟ... 2. แบตเตอรี่ เคยดี แต่ใช้ไฟเกิน จนหมดเกลี้ยง..อ้าว .. แล้วทาไมไม่บอกกัน.. ก็บอกไม่ทนั .. บังเอิญนาไป. ต่อมอเตอร์ปั๊มน้ าแบบจักรยานไฟฟ้า เผลอเปิ ดทิ้งไว้จนไฟหมดแบตเกลี้ยงเลย .. แสดงว่า...ต่อกับมอเตอร์ตอ้ งคอยเฝ้าไว้นะซิ.. เฝ้าไว้อย่าให้แรงดันต่ากว่า 11 โวลท์ ถ้าต่า้่ กว่า ให้หยุดใช้ก่อนนะเฮีย ... เพื่อรอการชาร์จใหม่ .. แล้วจะใช้กบั อุปกรณ์อะไรบ้าง...ที่ไม่ ต้องคอยเฝ้า... ก็ใช้กบั อินเวอร์ทเตอร์ 12 โวลท์ หรื อ... ยูพีเอส 12 โวลท์ แปลง ..มาเป็ น อินเวอร์ทเตอร์ .. พวกนี้จะมีวงจรคอยตรวจวัดไข้ ... เอ้ย. ตรวจวัดแรงดันไฟฟ้า .. หาก แรงดันต่ากว่า 11 โวลท์เมื่อ ไร ก็ตดั ตัวเองเมื่อนั้น.. ไม่นบั อินเวอร์ทเตอร์เก๊ ...แล้ว อินเวอร์ทเตอร์ 24 โวลท์ 36 โวลท์ หรื อ 48 โวลท์ .. จะตัดที่แรงดันเท่าไร ... ก็ตดั ที่ 22 โวลท์ 34 โวลท์ หรื อ 44 โวลท์ .. ค่านี้เป็ นตัวเลขอย่างใกล้เคียงเพื่อให้เข้าใจง่าย...หรื อวงจรควบคุม การชาร์จ ที่คอยตัดโหลดเมื่อไฟจากแบตเตอรี่ ต่าลง แล้วเกิดเหตุการณ์อะไรเมื่อใช้ไฟจนหมดแบตเตอรี่ . ก็แผ่นธาตุมีท้ งั หมด 12 ช่อง .. กรณี แรก แผ่นธาตุลืมตัวจะทาตัวเป็ นแผ่นชุบซัลเฟต โดยได้รับไฟจากแบตเตอรี่ หรื อ แผ่นธาตุ


บ้านใกล้เรื อนเคียง.. การชุบ...ก็ตอ้ งชุบแบบลอกยาก เหมือนการชุบทอง ต้องไม่ลอก.. ไม่ดา .. กรณี หลัง คือ การที่ใช้ไฟหมด เหมือนกับการชอร์ทแบตเตอรี่ ไฟหมด.. เนื้อกรดก็ไปเกาะที่ แผ่นธาตุ.. เป็ นตะกัว่ ซัลเฟต...น้ ากรดก็จะจืด.. วัดไฟแล้วไม่มี หรื อมีนอ้ ยมาก อาการเดียวกัน กับข้อ 1 เพียงแต่การเกิดจะเกิดเร็วในช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ใช้ไฟเกินกาลังจ่ายของแบตเตอรี่ .. 3. แบตเตอรี่ ใช้งานมาตลอด.. ทั้งใช้ ทั้งชาร์จ.. วนเวียนกันเป็ นสังสารวัฒน์ .. ก็เป็ นธรรมดา เสื่ อมเพราะมีการเกาะติดของเนื้อกรดในรู ปของซัลเฟต .. สะสม.. พอกพูน .. ซึ่งโดยปรกติ . เมื่อใช้งาน เนื้อกรดจะไปเกาะแผ่นธาตุ ให้กลายเป็ นการเคลือบซัลเฟต. จนเต็มพื้นที่.. หยุด การใช้ .. นาไปชาร์จ .. ไฟฟ้าจากการชาร์จจะเป็ นตัวออกแรงไล่ซลั เฟตออกมาจากแผ่นธาตุ.. ให้พร้อมใช้งานเหมือนแรกเดิม..แต่ไล่ไม่ไป... แต่ไม่มีอะไรเหมื่อนเดิม .. ใช้ไปนาน .ๆ .. ชาร์จไปนาน ๆ.. ก็เสื่ อม น้ ากรดก็จะจืดลงไปกว่า ก่อนเมื่อมาใหม่ ๆ ..เนื้อที่แผ่นธาตุ ที่จะจ่ายกระแสได้ ก็เหลือน้อยลง .. เพราะซัลเฟตในรู ป ผลึกที่ไม่ยอมกลับคืนสู่ ออ้ มอกของน้ ากรด .. เกาะติด ปิ ดบังไว้มากแล้ว.. แม้วา่ จะถูกไฟ ชาร์จก็ตาม อีกส่ วนก็คือการกร่ อนของแผ่นธาตุ .. เนื้อตะกัว่ ที่เป็ นเนื้อผสมแผ่นธาตุที่ทาเป็ นรู พรุ น จะ ค่อย ๆ .. หลุดร่ วงลงก้นอ่าง... เหลือเนื้อน้อยลง...เหมือนกับปอดคนสู บบุหรี่ ที่เหลือเนื้อปอด น้อยลง การหายใจ หรื อการรับออกซิ เจน ก้ทาได้นอ้ ยลง ฉันใด.. แบตเตรี่ ที่เนื้อแผ่นธาตุ เหลือน้อยลง ก็รับจ่ายกระแสได้นอ้ ยลง ฉันนั้น...


เราพยายามที่จะรักษาความคงที่ให้อยูอ่ ย่างเดิม .. ไม่วา่ จะเป็ นการเติมน้ ากลัน่ เพื่อชดเชยน้ าที่ เดือดระเหยออกไป..ให้ความเข้มข้นของน้ ากรดคงเดิมเหมือนกับเมื่อมาใหม่ ๆ .. แต่ กรด บางส่ วนก็เดือดแบบกระโดด ออกไปจากหม้อแบตเตอรี่ .. จะเห็นหลักฐานที่กรดออกมากัด ขั้วแบตเตอรี่ ..หรื อกรดบางส่ วนก็ไปฝังตัวกลายเป็ นซัลเฟต...ที่ผวิ ของแผ่นธาตุแบบไม่ยอม กลับ. เมื่อรับการชาร์จ.... เหตุน้ ี ...น้ ากรดก็จะเริ่ มจืด .. เมื่อนาหลอดวัดกรดไปวัด จะจมถึง ขีดแดง .. หรื อขีดที่เรี ยกว่า... กรดตาย.battery dead. เวลานั้น ก็ไม่สามารถจ่ายไฟ หรื อชาร์จ ได้แ้้ลว้ .. ทาให้บางครั้งเราจะหลงคิดว่าแบตเตอรี ..ไม่เก็บไฟ... ความจริ ง... ชาร์จไฟไม่ลง มากกว่า.. เพียงแต่เวลานาไปชาร์จตามร้าน.. ถ้าเจ้าของร้านบอกว่าชาร์จไมเข้า .. อาจจะไม่ได้ ตังส์ค่าชาร์จไฟ.. 4. แบตเตอรี่ แห้ง เช่นแบตเตอรี่ ของยูพีเอส แบตเตอรี่ รถจักรยานยนต์ ... อาการเดียวกัน.. ข้าง ในก็เป็ นน้ ากรดเหมือนกัน.. แต่มีตวั ซับคล้ายซิลิกา้ อยู่ ทาให้น้ ากรดไม่หก ..ออกมา.. เมื่อ เวลาใช้งานไป ชาร์จไป ใช้ไป ร้อน.. น้ าระเหย.. กรดแก่.. หรื อกรดบางส่ วนก็ไปรวมตัวกับ แผ่นธาตุ กลายเป็ นซัลเฟต เกาะอยู่ .. อาการเดียวกันกับแบตเตอรี่ ..น้ า.. ทั้งนี้ไม่รวมแบตเตอรี่ ที่เรี ยกว่า free maintainance ที่ทาแผ่นธาตุเป็ นตะกัว่ แคลเซี่ยม น้ าจะ ระเหยได้ยากกว่าแบบธรรมดา ทาให้ไม่ตอ้ งดูแลเติมน้ ากลัน่ ..ซึ่งความจริ ง.. น้ าก็ยงั ระเหย ออกมาได้ .. พอใช้ไปนาน.. ไม่ได้เติมน้ ากลัน่ .. เพราะไม่มีชิ่องให้เฮียเติม.. ก็ออกอาการ แบตเตอรี่ ขาดน้ ากลัน่ คือจ่ายไฟไม่ออก.. ก้ตอ้ งทิ้ง.. ความจริ งเราสามารถแกะฝาออกมาเติม น้ ากลัน่ และบูสได้ ซึ่งจะกล่าวในตอนต่อไป..


วิธิการเตรี ยมแบตเตอรี่ เพื่อการบูสแบตเตอรี่ .. เขาดินหนองแสงโมเดล.... คัดเลือกแบตเตอรี่ และการจัดเตรี ยมเครื่ องมือ .... แบตเตอรี่ ที่น้ ากรดจืด.. การนาไฟฟ้าของน้ าน้อยลง ..แผ่นธาตุถูกซัลเฟตเกาะติด .. แบบไม่ ยอมที่จะพรากจากกัน.. วัดแรงดันไฟได้เกือบ 0 ..ป่ วยหนัก .. ตายแล้ว.. สงสัยจะต้องทิ้ง .. หรื อปล่อยขายให้ซาเล้ง.. ช้าก่อน.. จอร์ส... เรายังมีทางรอด.ที่จะทาการ ฟื้ นคืนชีพได้. การมาของแบตเตอรี่ ป่วย .มีน้ ากรดมาบ้าง . น้ าแห้ง .. เพราะแห้งน้ า ..เพราะ ใช้ หรื อชาร์จ.. จนน้ าเดือด.. เหือดแห้ง ..การตรวจรักษาพยาบาลขั้นต้น ให้ตรวจสภาพแผ่นธาตุ ว่า กรอบ แตก ร้าว ยุย่ เขย่าแล้วดังก๊อกแก๊ก.. ถ้าเป็ นอาการดังกล่าว ให้ส่งกลับเพื่อให้ญาติจองวัดได้ เลย แต่ถา้ แผ่นธาตุยงั แน่นหนา ไม่เปื่ อย ไม่ร้าว ...ให้เติมน้ ากลัน่ ลงไปพอเสมอขีดระดับน้ า กลัน่ .. แต่ถา้ นา้้แห้งเพราะเทน้ ากรดออก .. ก็ให้เติมกรดแบตเตอรี่ 1250ที่มีขายตาม ท้องตลาดทัว่ ไป ลงไปเสมอระดับเดียวกัน.. แต่ถา้ เป็ นแบตเตอรี่ สาหรับรถคนรวยแบบไม่ตอ้ งเติมน้ ากลัน่ ตลอดชีพ แบบ free maintainance ฝาปิ ดสนิท หาช่องเติมน้ ากลัน่ ไม่เจอ .. ก็ให้แซะ งัดผาบางด้านบนออก.. จะ พบความลับว่า ไม่ได้แห้ง อย่างที่คิด .. ยังมีช่องน้ ากลัน่ เหมียนกัลลป์ .. กรณี ของแบตเตอรี่ แห้งของรถจักรยานยต์ หรื อ ยูพีเอส ก้ตรวจสภาพการเขย่าเป็ นขั้นต้น ก่อน ถ้าเขย่าไม่ดงั มีโอกาสรอด...ให้แกะฝาบนออก... แกะจุกน้ ากรด 6 จุกออก แล้วใช้ไซริ่ ง เติมหมึกปริ้ นเตอร์ ดูดน้ ากลัน่ ลงไปเติมพอแผ่นชื้น ประมาณ 1 -2 ไซริ่ ง รอประมาณ 6 ชัว่ โมงหรื อจนกว่าแผ่นซับจะซับน้ าลงไปหมด น้ าส่ วนที่เหลือจากการซับ ให้เทสะบัดทิ้ง


ี ข้ ึน ไม่เป็ นไร ถ้าแผ่นธาตุดี... มีโอกาสรอด... ชีพจรไม่ข้ ึน หรื อวัดแรงดันไม่ สิ่ งหนึ่งที่จะต้องใช้เป็ นเครื่ องมือในการบุสชาร์จแบตเตอรี่ คือ ตูช้ าร์จแบตเตอรี่ .. ขนาดที่ ออกแรงดันได้ 60 โวลท์ และมี การเร่ งกระแสได้ ราคาประมาณ 3500 บาท .. ไม่ควรซื้อมา ใช้.. ควรหายืมคนที่มีมาลองทาดูก่อน..เห็นผลประการใดแล้วค่อยตัดสิ นใจ .. ตูช้ าร์จแบตเตอรี่ โครงสร้างภายในจะเป็ นหม้อแปลง หลายขั้ว แปลงไฟจาก 220 โวลท์ ให้ เป็ น 6 / 12 / 24 /36 /48/60 โวลท์ และจะมีขดลวดกระแส ของแต่ละแรงดันไฟฟ้าด้วย .. ทั้งหมดผ่านไดโอดบริ ดส์ เพื่อแปลงให้เป็ นกระแสตรง... ทั้งแรงดันชาร์จ และกระแสชาร์จ.. จะสามารถปรับได้จากลูกบิด แรงดัน และ ลูกบิดกระแส ที่หน้าตูช้ าร์จ .. และ้ัจะมีเกย์วดั ไฟฟ้ากระแสสลับ... ที่มีขีดบอก ...จนถึงขีดแดง.. พร้อมสายชาร์จ ปากคีบชาร์จ...ออกจาก ด้านหลังตู.้ . อุปกรณ์ที่ตอ้ งทาเพิ่มคือ พาแนลแอมป์ มิเตอร์ ดีซี 20 แอมป์ .. หาซื้อได้จากร้านอีเลคโทร นิคส์ ..ประมาณ 170 บาท นามาต่อสายบวกลบ ขนาดใกล้เคียงกับสายชาร์จ พร้อมปากคีบ บวก ลบ เพื่อใช้ต่ออนุกรมกับการชาร์จ สาหรับการวัดกระแสชาร์จ ดีซีจริ ง ๆ ที่ ลงสู่ แบตเตอรี่ ...แบบแท้ ๆ แม่น ๆ หลอดวัดความเข้มข้นของกรด ควรใช้ของ ญี่ปุ่น ยางสี แดง จะเที่ยงและทนกว่าของจีน... ถุงมือยาง .. แว่นตาใส... กะละมังใส่ น้ าเปล่าไว้ลา้ งมือ ..


น้ ากรดเข้มข้น 98 % สามารถหาซื้อเป็ นขวดขนาดขวดเบียร์ ราคาประมาณ 12 บาทต่อขวด แถวระยอง แกลง จันทบุรี มีขาย ได้ .. เพราะเป็ นตัวเดียวกันกับกรดกัดยาง ตราเสื อ ที่เรีั ยกว่า กรดกามะถันเข้มข้น .. อาจจะเป็ นตัวเดียวกันที่มอ็ บสวนยางใช้...สาด.. พร้อมถ้วยน้ ายาง พีวซี ี สาหรับใส่ กรด... น้ ากลัน่ ใส ตามที่ตอ้ งใช้..... .....เริ่ มต้น....สถานที่ตอ้ งแห้ง ไม่ช้ืนแฉะ การระบายอากาศดี ถ้าสามารถหาโ๖้๊ะไม้มาวาง ทางานก็จะดี สะดวก ปลอดภัย ..... แบตเตอรี่ ที่ซลั เฟตมาเกาะแน่น เหมือนนาร้าง ที่ทิ้งไว้หลายปี ต้นไม้ใหญ่กข็ ้ ึน....รถไถ นาคูโบต้าแบบเดินตามยังเอาไม่อยู.่ .. ต้องเล่นรถใหญ่ .. ฟอร์ด หรื อ แคตเตอร์พิลลาร์ ลง ก่อน ฉันใด .. แบตเอรี่ ที่ไม่สามารถชาร์จลงด้วย 12 โวลท์ เดิม จะต้องใช้แรงดันโวลท์ ที่สูง กว่า ฉันนั้น..ขั้นตอนการบูส การปรับ การลด ตอนต่อไป ตอนสุ ดท้าย...


ขั้นตอนการบูสแบตเตอรี่ ที่ตรวจสภาพแล้วพอฟื้ นได้ และทาการรับแอดมิด และทาการหยอดน้ าปรับระดับแล้ว 1. วัดแรงดันไฟของแบตเตอรี่ 2. วัด ถ.พ. โดยใช้หลอดวัดกรด 3. ใช้ปากคีบชาร์จแบตเตอรี่ บวก คีบบวก ลบคีบปลายข้างหนึ่งของสายวัดแอมป์ จาก ดีซี พาแนลแอมป์ มิเตอร์ สเกล 20 แอมป์ และปลายอีกข้างของสายวัดแอมป์ คีบที่ข้ วั ลบของ แบตเตอรี่ 4. ปรับแรงดันชาร์จที่ 12 โวลท์ต่าสุ ดก่อน..ส่ วนด้านลุกบิดกระแส บิดไว้ต่าสุ ดก่อน... แล้วเสี บ ปลัก๊ ..เปิ ดสวิทซ์ ตูช้ าร์จแบตเตอรี่ ..ให้ดู .. กระแสที่พาแนลแอมป์ มิเตอร์ข้ ึนหรื อไม่ เท่าไร ควบคุมไว้ที่ระดับ 20 % ของแอมป์ อาว ของแบตเตอรี่ เช่น แบตเตอรี่ 100 แอมป์ อาว .. จะ ทาการบูสชาร์จได้ไม่เกิน 20 แอมป์ ดีซี จากที่ดูจากพาแนลแอมป์ มิเตอร์ .. และที่สาคัญ .. ไม่ ว่าจะใช้แอมป์ ชา้ืร์จเท่าไร .. เกย์วดั ของตูช้ าร์จจะต้องไม่เกินขีดแดง.. เพราะถ้าเกิน หม้อ แปลงของตูช้ าร์จจะไหม้ก่อน.. 5. หากกระแสชาร์จไม่ข้ ึน ให้เร่ งลูกบิด ปรับกระแสชาร์จให้สุด.. หากสุ ดแล้ว แอมป์ ยังไม่ กระดิก.. ให้บิดแอมป์ ลดลงกลับสุ ดก่อน..แล้วปรับแรงดันชาร์จเพิ่มเป็ น 24 โวลท์ แลวทา การปรับลูกบิดกระแสชาร์จให้สุงขึ้นไปอีก จน กระแสไหล หรื อถ้ายังไม่ไหล ก็ทาการปรับ แรงดันชาร์จขึ้นอีกต่อไปอีก .. เรื่ อย ๆ จนกว่า กระแสจะไหล 6. การทาอย่างนี้เหมือนกันกับการปรับเกียร์รถให้แรงขับพอดีกบั การไถนาร้าง พอรถเริ่ มไป ได้ .. ก็���อ้ งเบาคันเร่ ง .. หรื อปรับลดกระแสลง... พอลดจนกระแสลงสุ ดแล้ว.. ยังไปได้อีก.. ให้ลดแรงดันไฟชาร์จลง..ตอนแรกที่ดนั ไม้ใหญ่จากนา.. ปรับแรงดันชาร์จ แล้วปรับกระแส ตาม เหมือนกันกับการปรับเกียร์ แล้วเหยีบคันเร่ งตาม ... และเมื่อต้นไม้ใหญ่ถอนหมดแล้ว นาเริ่ มโล่ง.. ต้องลดคันเร่ งรถไถก่อน แล้วถอยเกียร์ตาม.. นัน่ คือการลดกระแสลง แล้ว ลด


แรงดันชาร์จตามลงมา .. จนกว่าแรงดันชาร์จที่กระแสสามารถเข้าได้จะอยูท่ ี่ 12 โวลท์ เมื่อ นั้นจึงสามารถใช้รถไถนาแบบเดินตามไถต่อไปที่ 12 โวลท์ได้แล้ว... สิ่ งที่เกิดขึ้นเมื่อการชาร์จแบตเตอรี่ ที่ด้ือแรงดัน ให้ลดระดับความก้าวร้าวลง จากที่ตอ้ งเคี่ย นด้วยแรงดันสู ง ๆ ซึ่งอาจจะถึง 60 โวลท์ ลงมาที่ 12 โวลท์ ปรกติแล้วนั้น จะพบว่า ความ เข้มข้น หรื อความถ่วงจาเพาะของน้ ากรด เริ่ มจะแก่ข้ ึนมาอย่างมีอนาคต. ทั้งนี้เพราะซัลเฟ ตจะเริ่ มทะยอยออกมาจากแผ่นธาตุ มามอบตัวกับน้ ากรด ทาให้น้ ากรดมีเนื้อกรดมาดกขึ้น กรดจึงเริ่ มแก่ข้ ึนไปด้วย .ซึ่งจุดนี้เองที่ได้พบเมื่อมีการนาเครื่ องกระตุน้ การชาร์จราคาแพง ไปทดสอบที่ขอนแก่น .. งาน อ. พี. แล้วผลสุ ดท้ายออกมาเหมือนกัน ..คือกรดเริ่ มแก่ตวั ขึ้น.. ... ข้อสาคัญ การกระตุน้ การชาร์จแบบบูสแรงดันและกระแสขึ้นลง จนเข้าสู่ ระดับการชาร์จ 12 โวลท์ นั้น จะต้องคอยเผ้าดูแลอย่างใกล้ชิด .. ระวังอย่าให้กระแสเกินพิกดั ระวังอย่าให้ แบตเตอรี่ ร้อน... หรื อเดือด.. และ ระวังอย่าให้เข็มแอมป์ ของตูช้ าร์จเกินเส้นแดง อันจะทาให้ หม้อแปลงของตูช้ าร์จไหม้ได้... นี่คือการใช้สมองกู แทนระบบสมองกล.. ... คาเตือน เวลาชาร์จบูส จะต้องใส่ แว่นตากัน และ ใส่ ถุงมือยาง รวมทั้งเปิ ดจุกแบตเตอรี่ ดู การเดือด ดูความร้อน ด้วย หากการจ่ายกระแส แม้จะเป็ นไปตามค่าประมาณ แต่น้ าในช่อง แบตเตอรี่ เดือด ก็ตอ้ งลดกระแสลงให้พอดีไม่เดือด ซึ่งค่านี้ข้ ึนอยูก่ บั สภาพของแบตเตอรี่ แต่ ละลูก... หากเกิดกรณี แบตเตอรี่ วัดแรงดันได้ 10 โวลท์ พอบูสแล้ว มีบางช่องเซลล์ที่ร้อนผิดปรกติ .. แสดงว่าช่องนั้นเกิดการลัดวงจรภายใน .. ญาติจะต้องรับกลับไปจองวัด


7. เมื่อปรับระดับลงมาที่การชาร์จ 12 โวลท์แล้ว ก็ชาร์จตามปรกติ .. จนความเข้มข้นของ น้ ากรดขึ้นสู งสุ ด.. และกระแสชาร์จไหลเข้าแบตเตอรี่ ลดลงเรื่ อย ๆ ..เหลือ เกือบศูนย์แอมป์ .. ก็ให้หยุดการชาร์จ ...คราวนี้ ถ้าวัดน้ ากรดแล้วยังขาดจาก 1250 เท่าไร ก็ค่อยเติมกรดเข้มข้น เข้าไปให้ถึงค่านั้น ซึ่งจะเป็ นค่าที่สมดุลย์ ดีที่สุด สาหรับการทางานของแบตเตอรี่ .. ....วิธีการปรับกรด ให้เทน้ าทั้งหมดในแบตเตอรี่ ออกมาใส่ ถงั พลาสติกพีวซี ี แบบพลิกเท กระซวกเร็ ว ๆ เพื่อให้ข้ ีผงที่กน้ ถังพุ่งตัวออกมาด้วย ทิ้งน้ าขุ่นไว้ 3 ชัว่ โมง ริ นมาใช้เฉพาะที่ ใสแล้ว แล้วค่อย ๆ ริ นกรดเข้มข้นเข้าไป กวนช้า ๆ เพราะจะมีความร้อนออกมาในระหว่าง การผสมด้วย.. การวัดค่าความถ่วงจาเพาะขณะที่ข่นุ ค่าจะสู งกว่าปรกติ เพราะเครื่ องวัดหลง ผง .. ต้องวัดขณะที่ใสแล้ว.. ....เมื่อเทกรดที่ปรับให้เป็ น 1250 หรื อแก่กว่าเล็กน้อยลงไปในช่องเซลล์แบตเตอรี่ คืน .. ค่า ความจืดของกรดที่คา้ งอยูภ่ ายในจะรวมตัวกับกรดที่ผสมใหม่ .. ได้ค่าใหม่ที่อาจจะต่ากว่า 1250 แต่แก่กว่าของเดิม .. ทั้งนี้ ยังไม่ตอ้ งรี บร้อนปรับแก้ ให้รอดุลยภาพการลงตัวใหม่ .อีก 1-2 วัน . แล้วค่อยปรับแก้อีกครั้ง... .... กรดที่ปรับแล้วหากแก่เกินไป รัดบั 1250 หรื อ 1300 .. จะทาให้ดูเหมือนว่าแบตเตอรี่ มีไฟ เต็ม.. แต่เป้นการเต็มแบบหลอก..เพราะซอยเกิดตันก่อนสุ ดซอย ชาร์จต่อไม่ได้ ซัลเฟตที่ เกาะอยูท่ ี่แผ่นธาตุ ไม่สามารถดันออกมาได้อีก เพราะพวกที่เป็ นน้ าอยูข่ า้ งนอกแผ่น ก็อยูก่ นั หนาแน่นแล้ว.. แนวทางแก้ คือการดูดน้ ากรดในช่องออก.. แล้วปรับลดด้วยน้ ากลัน่ ใส่ เข้า ไปแทน... เหมื่อน้ าพริ ก น้ าปลา อย่างงัยอย่างงั้น..


..... ทั้ งั นี้ พระพุทธองค์ตรัสว่า ไม่มีอะไรพอดีในโลก.. ดังนั้นค่าที่ปรับได้ อาจจะใกล้เคียงก็ พอ.อย่ายึดมัน่ ถือมัน่ .. ... การปรับบูสแบตยูพีเอสขั้นแรก คือการแกะผาปิ ดเพื่อเติมน้ ากลัน่ ลงไปในช่องเซลล์เจลให้ พอชื้นก่อน แล้วทาการบูส ในแนวทางเดียวกันกับการทาแบตเตอรี่ น้ า... เพียงแต่กระแสของ การชาร์จแบตเตอรี่ ยพู ีเอส จะต่ากว่า โดยที่คิด 20 %ของกระแสแอมป์ อาว หรื อ ไม่ให้เกินที่ แบตเตอรี่ จะเดือด หรื อร้อน... .... การบูสชาร์จกระแสสู ง เกินไป จนแบตเตอรี่ ร้อน น้ าเดือด จะทาให้แผ่นธาตุขากหัก สะบั้น เอาคืนกลับไม่ได้.. ต้องใจเย็น อย่ารี บร้อน... .... ทั้งหมดทั้งสิ้ นที่วา่ มานี้ยงั ไม่จบเป็ น ...เพราะชีวติ ที่ยงั ดาเนินต่อไป ก็จะเรี ยนรู ้ต่อไปเรื่ อย ๆ .. หากใครพบทางที่ดีกว่านี้ ง่ายกว่านี้ โปรดนามาแชร์ขอ้ มูลแนวทางกันด้วย....สาธุ...


Boot bat