Page 1

กองทัพบก

R O Y A L

T H A I

A R M Y

M A G A Z I N E

เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน

For Country, Religions, Monarchy, and People www.rta.mi.th.

www.rta.mi.th กลอนเฉลิมพระชนมพรรษา ธ คือ แม่แห่งแผ่นดิน... คู่พระบารมีองค์ภูมินทร์ จักรีวงศ์ โครงการครอบครัวต้นไม้ บทสัมภาษณ์ ผบ.ทบ. กองร้อยเฉพาะกิจ (๓ ภารกิจ)

มิติใหม่กองทัพบก ปิดฤดูกาลนี้

Army United พาทัวร์อ่างซับเหล็ก

อ่างเก็บน�้ำเมืองละโว้

ประจำ�เดือนมิถุนายน - กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๖


อันเนื่องมาจากปก สังคมในปัจจุบันก�ำลังถูกท้าทายจากภัยคุกคามหลายรูปแบบ ทั้งที่สามารถคาดการณ์ได้ และไม่สามารถคาดการณ์ได้ เหตุการณ์ เหล่ า นี้ ล ้ ว นเคยเกิ ด ขึ้ น กั บ ประเทศไทยตลอดหลายปี ที่ ผ ่ า นมา เช่ น ปั ญ หาการก่ อ ความไม่ ส งบ การชุ ม นุ ม ทางการเมื อ ง หรื อ แม้แต่ปัญหาภัยพิบัติทางธรรมชาติ ซึ่งเหตุการณ์ในแต่ละครั้งสร้าง ความสูญเสียต่อชาติไม่น้อย การใช้เจ้าหน้าที่เข้าไปจัดการกับปัญหา เกิดความยุ่งยาก เพราะบางครั้งใช้คนไม่ถูกกับงาน ขาดความช�ำนาญ ในการปฏิบัติ ท�ำให้เกิดความล่าช้า หรือเกิดปัญหาในการปฏิบัติงาน ในแต่ ล ะเหตุ ก ารณ์ ทหารเข้ า มามี บ ทบาทในการปฏิ บั ติ ที่แตกต่างกันไป ทั้งเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงาน เป็นผู้ไกล่เกลี่ย เป็น เจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัย เป็นต้น แต่เพื่อให้เกิดความคล่อง ตั ว ในทุ ก ภารกิ จ กองทั พ บกจึ ง จั ด การฝึ ก เพื่ อ รั บ มื อ กั บ ภั ย คุ ก คาม ในทุกรูปแบบ ภายใต้รูปแบบกองร้อยเฉพาะกิจ ๓ ภารกิจ ได้แก่ การป้องกันชายแดน, การรักษาความสงบเรียบร้อยในประเทศ และ การช่วยเหลือประชาชน ความเข้ ม แข็ ง ฉั บ ไว และการเข้ า ปฏิ บั ติ ภ ารกิ จ ด้ ว ยความ คล่ อ งตั ว ของกองร้ อ ยเฉพาะกิ จ ๓ ภารกิ จ คื อ ตั ว อย่ า งของ การพัฒนาอย่างต่อเนื่องของกองทัพบก เพื่อก้าวให้ทันต่อสถานการณ์ บ้านเมืองในปัจจุบัน ถึงแม้ภารกิจ และความรับผิดชอบจะเพิ่มขึ้น แต่ก�ำลังพลทุกนายต่างก็เต็มใจปฏิบัติหน้าที่เพื่อความสงบสุขของ บ้านเมือง และความสุขของประชาชน


ประจำ�เดือนมิถุนายน - กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๖ ผู้อ�ำนวยการ พล.ต.พลภัทร วรรณภักตร์ รองผู้อ�ำนวยการ พ.อ.วัชระ นิตยสุทธิ์ พ.อ.สนอง ชูดวง บรรณาธิการ พ.อ.อนุชา ชุ่มค�ำ ประจ�ำกองบรรณาธิการ พ.อ.หญิง ปิยฉัตร ฉัตรกุล ณ อยุธยา พ.ท.สุรชัย มงคล พ.ท.หญิง ศิริยา เขื่องศิริกุล ร.ท.ชัยพร มีเฉลา ร.ต.หญิง อนุสรา ขันนารัตน์ ผู้จัดการ พ.อ.วินธัย สุวารี เหรัญญิก พ.ท.มานิตย์ บัวคลี่ใบ ประจ�ำกองจัดการ จ.ส.อ.บุญส่ง บุญมาก จ.ส.อ.นันทพัฒน์ สุคนธสาร ส.ท.สิทธิชาติ กระจายศรี นายอภิสิทธิ์ ชุ่มทอง

บทบรรณาธิการ สวัสดีครับ เสนาสาร ฉบับประจ�ำเดือน มิถุนายน ๕๖ - กันยายน ๕๖ ซึ่งถือเป็นช่วงที่ก�ำลังเข้าสู่ปลายฝนต้นหนาว สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ขอให้ท่านผู้อ่านรักษาสุขภาพด้วยครับ ส�ำหรับเสนาสารทีก่ ำ� ลังอยูใ่ นมือทุกท่านนีย้ งั คงเปีย่ มด้วยสาระ ไม่วา่ จะเป็น “โครงการครอบครัวต้นไม้” โครงการดี ๆ จากด�ำริของท่านผู้บัญชาการทหารบก “โครงการบทเพลงรั ก แห่ ง แผ่ น ดิ น ปี ที่ ๓” ซึ่ ง เดิ น ทางมาถึ ง รอบสุ ด ท้ า ยของ การประกวด นอกจากนี้ยังมีบทความความมั่นคงทางอาเซียน เพื่อให้ก�ำลังพล ท�ำความเข้าใจในบทบาทของตนเองในการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ส�ำหรับท่านผู้อ่านที่ต้องการพักผ่อน และชื่นชอบการท่องเที่ยว เสนาสาร ในฉบับนี้ได้น�ำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดลพบุรี แต่จะเป็นที่ใดนั้นท่านสามารถ ติดตามได้ในเล่มครับ ที่พิเศษสุดส�ำหรับฉบับนี้คงจะเป็น สกู๊ปพิเศษ Army United ทีมสโมสรฟุตบอลชั้นน�ำของประเทศ ที่เป็นความภาคภูมิใจของก�ำลังพลกองทัพบก ที่ได้คว้าตัว ๒ นักเตะดาวรุ่งมานั่งสัมภาษณ์เปิดใจถึงความพร้อมของทีมในการต่อสู้ ศึกหนักในฤดูกาลนี้ด้วย สุ ด ท้ า ยนี้ ก องบรรณาธิ ก ารเสนาสาร ขอขอบคุ ณ ทุ ก หน่ ว ยที่ ใ ห้ ก าร สนับสนุนข้อมูล และภาพถ่าย ท�ำให้เสนาสารฉบับนี้สมบูรณ์ครบทั้งเนื้อหาสาระ ซึ่งกองบรรณาธิการหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านผู้อ่านจะได้รับความรู้ พร้อมความบันเทิง จากเสนาสารฉบับนี้ครับ

ข้อคิดเห็นและบทความที่นำ�ลงในเสนาสารเป็นของผู้เขียน มิใช่ข้อคิดเห็นหรือนโยบายของหน่วยงานของรัฐ และมิได้ผูกพันต่อทางราชการแต่อย่างใด สำ�นักงานเลขานุการกองทัพบก ในกองบัญชาการกองทัพบก ถนนราชดำ�เนินนอก เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐ โทรศัพท์/โทรสาร ๐ ๒๒๘๑ ๘๗๑๖ โทร.ทบ. ๙๗๘๒๔ พิมพ์ที่ หจก. อรุณการพิมพ์ โทรศัพท์ ๐ ๒๒๘๒ ๖๐๓๓-๔ โทรสาร ๐ ๒๒๘๐ ๒๑๘๗-๘


Contents ประจำ�เดือนมิถุนายน - กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๖

๑๒

๑๗

๑๙

๒๘

๓๗

๔๓  ธ คือ แม่แห่งแผ่นดิน...

คู่พระบารมีองค์ภูมินทร์ จักรีวงศ์  ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน (ASEAN Political - Security Community - APSC): โอกาสและความท้าทายของกองทัพ  “ครอบครัวต้นไม้ น้อมเกล้าฯ ถวายพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ”  “ครอบครัวต้นไม้” บทสัมภาษณ์ ผบ.ทบ.  การฝึกทางทหารอาเซียนด้านการ ให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และ การบรรเทาภัยพิบัติ ครั้งที่ ๒  “พระพุทธเมตตาเสนานาถ”

๒๓ ๔๗

๔ ๘ ๑๒ ๑๗ ๑๙ ๒๓

๕๔

 Shot นี้ “โลกไม่ลืม”  “๔,๓๕๐ การทรงงาน เพื่อประโยชน์สุข

แห่งมหาชน” นิทรรศการที่ตรึงอยู่ในความทรงจ�ำ  สิทธิก�ำลังพล กรณีเสียชีวิต ทุพพลภาพ และบาดเจ็บ จากการปฏิบัติหน้าที่  สื่อสาร สันติภาพ ชายแดนใต้  “เสียงเพลงจากหัวใจ ใต้ร่มพระบารมี เพื่อความสุขที่ยั่งยืน” โครงการบทเพลงรัก แห่งแผ่นดินปี ๓  กองร้อยเฉพาะกิจ (๓ ภารกิจ) มิติใหม่กองทัพบก  ปิดฤดูกาลนี้ Army United  พาทัวร์อ่างซับเหล็ก อ่างเก็บน�้ำเมืองละโว้

๒๖ ๒๘ ๓๑ ๓๓ ๓๗ ๔๓ ๔๗ ๕๔


อาเศียรพจน์

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในอภิลักขิตสมัยคล้ายวันพระราชสมภพ วันที่ ๑๒ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๖ กมลฉันท์ ๑๒

วรเนตรพิศปวงชน พระหัตถ์น�ำกิจทั่วไทย เสด็จดลทุกแห่งหน ยุรยาตรประพาสตรง ดุจดวงประทีปแก้ว ทะนุราษฎร์ผดุงธร พัฒนา ณ กันดาร หัตถศิลป์ประพิณผล ปัก ถัก ปั้นอนันต์เลิศ ประดิษฐ์ศิลป์วิชาฐาน จิตรกรรมผนังโบสถ์ ประติมากรรมประดน ประกิดน�ำชุดอาภรณ์ วิสิฐงามอร่ามดี พิทักษ์ป่าธราดิน ปรับนิเวศน์สิทธิ์อ�ำไพ พระรัตนตรัยป้อง สุขเกษมหทัยทรง

นิจดลทุกข์อย่างไร พระฤทัยวิบูลบง พินิศชนวัตรจ�ำนง ณ สถานประชากร สถิตแพร้วรุจก�ำจร ปรับวิถีปลดยากจน พิสิฐงานประทานชน วิจิตรเรืองพิโลนกาล พิพัฒเจิดพิบูลชาญ แกะสลักปรับปรุงกล ตรึกวิโรจน์ประโยชน์นนท์ หฤษฎ์พร�้ำฉน�ำปรีดิ์ รุจขจรสง่าศรี ลักษณ์สตรีประจ�ำไทย พระถวิลรักษ์กล้วยไม้ สัตว์น�้ำ-บกประดุงดง อิษฏ์สนองพระชนม์ยง พระสราญนิรันดร

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า ทุกหมู่เหล่ากองทัพไทย (พลตรี สมศักดิ์ บวรสิน ประพันธ์)


ธ คือ แม่แห่งแผ่นดิน... คู่พระบารมีองค์ภูมินทร์ จักรีวงศ์ สิงหามาสเวียนครบ จรดฤกษ์ พระเกียรติกิติยาเกริก บุญสยามดั่งแสงเบิก ทุกเหล่าประชาป้อง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถทรงเป็น สมเด็ จ พระบรมราชิ นี น าถในรั ช กาลที่ ๙ พระนามเดิ ม หม่ อ มราชวงศ์ สิ ริ กิ ติ์ กิ ติ ย ากร เป็ น พระธิ ด าองค์ ใ หญ่ ข อง หม่อมเจ้านักขัตรมงคล (ภายหลังได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาขึ้น เป็ น พลเอก พระวรวงศ์เ ธอ กรมหมื่นจัน ทบุรี สุรนาถ) กับ หม่อมหลวงบัว กิติยากร เสด็จพระราชสมภพ เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๔๗๕ ได้รับพระราชทานนาม 4

แซ่ซ้อง ทางส่อง เมืองแล ปกฟ้านิจนิรันดร์ จาก พระบาทสมเด็ จ พระปกเกล้ า เจ้ า อยู ่ หั ว ว่ า “สิ ริ กิ ติ์ ” มีความหมายว่า “ผู้เป็นศรี แห่งกิติยากร” เมื่อ หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ มีอายุได้ ๔ ชันษา ได้เข้ารับ การศึ ก ษาครั้ ง แรกในชั้ น อนุ บ าลที่ โ รงเรี ย นราชิ นี จบชั้ น มัธยมศึกษา จากโรงเรียน เซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ ระหว่าง การศึกษา หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ ได้เรียนเปียโน ซึ่งเรียนได้ดี และเร็วเป็นพิเศษ นอกจากนี้ ยังได้ศึกษาภาษาอังกฤษและ เสนาสาร


ภาษาฝรั่งเศสด้วย ครั้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๙ หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ มีอายุได้ ๑๓ ปีเศษ ได้ย้ายตาม หม่อมเจ้านักขัตรมงคล ซึ่งต้องเดินทาง ไปด�ำรงต�ำแหน่งรัฐทูตวิสามัญและอัครราชทูต ผู้มีอ�ำนาจเต็ม ประจ�ำส�ำนักเซนต์เจมส์ ประเทศอังกฤษ ขณะที่อยู่ในประเทศ อังกฤษ หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ ได้ศึกษาต่อทั้งวิชาภาษาอังกฤษ และฝรั่งเศส และวิชาเปียโนกับครูพิเศษ หลังจากนั้นไม่นาน พระบิ ด าย้ า ยไปเดนมาร์ ก และฝรั่ ง เศส ตามล� ำ ดั บ ขณะที่ หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ ก็ยังคงเรียนเปียโน และตั้งใจจะศึกษาต่อ ในวิทยาลัยการดนตรีที่มีชื่อเสียงของกรุงปารีส ระหว่างที่อยู่ในประเทศฝรั่งเศส หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ ได้ มี โ อกาสรั บ เสด็ จ พระบาทสมเด็ จ พระเจ้ า อยู ่ หั ว ภู มิ พ ล อดุลยเดช (ขณะนั้นทรงศึกษาต่อที่สวิตเซอร์แลนด์หลังจาก เสด็จขึ้นครองราชย์) ในระหว่างที่เสด็จพระราชด�ำเนินมายัง กรุงปารีส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ วั โปรดการดนตรีเป็นพิเศษ ขณะที่หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ ก็สนใจศิลปะเช่นกัน จึงเกิดการต้อง พระอัธยาศัย เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๑ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรง ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ อยู่เฝ้าถวาย อภิบาล ในระหว่างนั้นได้เข้าศึกษาในโรงเรียน Pensionnat Riante Rive ซึ่งเป็นโรงเรียนประจ�ำแห่งหนึ่งของโลซานน์ มิถุนายน - กันยายน ๒๕๕๖

5


ประเทศสวิ ต เซอร์ แ ลนด์ กระทั่ ง พ.ศ. ๒๔๙๓ ได้ เ สด็ จ พระราชด� ำ เนิ น กลั บ ประเทศไทย ภายหลั ง เข้ า พระราชพิ ธี ราชาภิ เ ษกสมรสเมื่ อ วั น ที่ ๒๘ เมษายน ๒๔๙๓ พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้อาลักษณ์อ่านประกาศ สถาปนา หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ขึ้นเป็น “สมเด็จ พระราชิ นี สิ ริ กิ ติ์ ” พร้ อ มทั้ ง ทรงพระกรุ ณ าโปรดเกล้ า ฯ พระราชทานเครื่ อ งขั ต ติ ย ราชอิ ส ริ ย าภรณ์ อั น มี เ กี ย รติ คุ ณ รุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ ในการนี้ด้วย ในการพระราชพิธบี รมราชาภิเษก เมือ่ วันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๔๙๓ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรง พระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศสถาปนาเฉลิมพระเกียรติยศ สมเด็ จ พระราชิ นี สิ ริ กิ ติ์ ขึ้ น เป็ น สมเด็ จ พระนางเจ้ า สิ ริ กิ ติ์ พระบรมราชินี และในปี พ.ศ. ๒๔๙๙ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 6

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี เป็นผูส้ ำ� เร็จราชการแทนพระองค์ในระหว่างทีท่ รง ผนวช ต่อมาในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม ปีเดียวกันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ วั มีพระบรมราชโองการประกาศว่า สมเด็ จ พระนางเจ้ า ฯ พระบรมราชิ นี ได้ ท รงด� ำ รงต� ำ แหน่ ง ผูส้ ำ� เร็จราชการแทนพระองค์ในระหว่างทีท่ รงผนวช และได้ปฏิบตั ิ พระราชภารกิจแทนพระองค์ด้วยพระปรีชาสามารถ สนอง พระราชประสงค์เป็นที่เรียบร้อย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เฉลิมพระอภิไธย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี ว่า “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ” นับว่าทรง เป็ น สมเด็ จ พระนางเจ้ า พระบรมราชิ นี น าถ พระองค์ ที่ ๒ ของประเทศไทย โดยพระองค์แรก คือ สมเด็จพระนางเจ้า เสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ (ภายหลังได้รับการสถาปนา เป็นสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี เสนาสาร


พระพันปีหลวง) สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ผู้ทรงเป็น “พระแม่ของแผ่นดินไทย” ที่ตลอดระยะเวลาแห่งการด�ำรง พระอิ ส ริ ย ยศ ทรงเป็ น ต้ น แบบอั น งดงามของความเป็ น “พระมารดา” ทรงอภิบาลรัชทายาทอย่างใกล้ชดิ ทัง้ ยังทรงงาน หนักเพือ่ ประชาชน พระองค์ทรงเสียสละความเป็นส่วนพระองค์ เพื่อคนทั้งประเทศ ตลอดจนสร้างความเป็นน�้ำหนึ่งใจเดียวกัน ของคนในสังคม เพื่อให้สังคมเกิดความร่มเย็นเป็นสุข พระองค์ ทรงตรากตร� ำ อย่ า งหนั ก ในพระราชกรณี ย กิ จ อั น ก่ อ ให้ เ กิ ด ประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง ไม่ว่าจะเป็นโครงการในพระราชด�ำริ เกี่ยวกับการส่งเสริมศิลปาชีพ อันเป็นการสร้างอาชีพส�ำหรับ ประชาชนผู ้ มี ร ายได้ น ้ อ ยให้ รู ้ จั ก การน� ำ ภู มิ ป ั ญ ญาท้ อ งถิ่ น มาพัฒนาให้ชาวบ้านมีรายได้มากขึ้น โครงการธนาคารข้าว ขณะเดี ย วกั น ยั ง อนุ รั ก ษ์ แ ละส่ ง เสริ ม งานศิ ล ปะพื้ น บ้ า น มิถุนายน - กันยายน ๒๕๕๖

ที่มีความงดงามหลายสาขา เช่น การปั้น การทอ การจักสาน ไม่ให้สูญหายไป นอกจากนี้ พ ระองค์ ท รงให้ ค วามส� ำ คั ญ อย่ า งยิ่ ง กั บ พระราชกรณี ย กิ จ ด้ า นสิ่ ง แวดล้ อ ม ทรงมี พ ระราชเสาวนี ย ์ ต่องานด้านการอนุรักษ์ป่าไม้ ทรัพยากรธรรมชาติ ม าอย่ า ง ต่อเนื่อง อาทิ โครงการป่ารักษ์น�้ำ บ้านเล็กในป่าใหญ่ ซึ่งเป็น โครงการที่สร้างประโยชน์ต่อพสกนิกรอย่างมาก นั บ เป็ น บุ ญ ของพสกนิ ก รชาวไทย ที่ ท รงมี ส มเด็ จ พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เป็นพระมิ่งเมือง คอย ปั ด เป่ า ทุ ก ข์ ภั ย ให้ ป ระชาชนชาวไทยตลอดระยะเวลาที่ ท รง ด�ำรงพระอิสริยศแห่งมหาราชินี เคียงคู่องค์พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ธ ทรงเป็นร่มโพธิ์ทอง ของพสกนิกรชาวไทย อย่างแท้จริง  7


ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน (ASEAN Political - Security Community - APSC): โอกาสและความท้าทายของกองทัพ ประชาคมอาเซี ย น (ASEAN Community) คื อ การรวมกลุ ่ ม ของประเทศสมาชิ ก อาเซี ย นให้ เ ป็ น ชุ ม ชนที่ มี ความแข็งแกร่ง สามารถสร้างโอกาสและรับมือกับความท้าทาย ทัง้ ด้านการเมืองความมัน่ คง เศรษฐกิจ และภัยคุกคามรูปแบบใหม่ โดยสมาชิ ก ในชุ ม ชนมี ค วามรู ้ สึ ก เป็ น อั น หนึ่ ง อั น เดี ย วกั น มีสภาพความเป็นอยูท่ ดี่ ี สามารถประกอบกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น ประกอบด้วย ๓ เสาหลัก ได้แก่ ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน (ASEAN PoliticalSecurity Community: APSC) ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community: AEC) และประชาคม สั ง คมและวั ฒ นธรรมอาเซี ย น (ASEAN Socio–Cultural Community: ASCC) กระทรวงกลาโหมเป็ น หน่ ว ยงานรั บ ผิ ด ชอบหลั ก หน่วยงานหนึ่งในความร่วมมือด้านความมั่นคง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่ง ของประชาคมการเมื อ งและความมั่ น คงอาเซี ย น (APSC) 8

โดยมีกรอบความร่วมมือส�ำคัญ ๒ กรอบ คือ ความร่วมมือ ด้ า นความมั่ น คงในกรอบการประชุ ม รมว.กห.อาเซี ย น (ASEAN Defence Ministers’ Meeting: ADMM) โดยมี กระทรวงกลาโหมเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก และ ความร่ ว มมื อ ด้ า นความมั่ น คงในกรอบการประชุ ม อาเซี ย น ว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาค เอเชียแปซิฟิก (ASEAN Regional Forum: ARF) ซึ่งมี กระทรวง การต่างประเทศเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก

๑. อุ ปสรรคในการเป็ นประชาคมการเมืองและ ความมั่นคงอาเซี ยน (APSC) ๑.๑ การสร้างค่านิยมร่วมกัน เนื่องจากความ หลากหลายของวั ฒ นธรรมการเมื อ ง (Political Culture) ของประเทศสมาชิกอาเซียน และการที่แต่ละประเทศยังไม่ มุ่งไปสู่การสร้างผลประโยชน์ร่วมกันของประชาคมอย่างชัดเจน ส่วนหนึง่ ของปัญหาอาจเกิดจากการทีร่ ะบบสถาบันของอาเซียน

เสนาสาร


ที่จะช่วยส่งเสริมค่านิยมอาเซียน โดยเฉพาะส�ำนักเลขาธิการ อาเซียน ไม่มีอ�ำนาจในการตัดสินใจได้อย่างเต็มที่ แม้กฎบัตร อาเซี ย นระบุ ว ่ า เลขาธิ ก ารอาเซี ย นมี อ� ำ นาจในการบริ ห าร องค์กร แต่หากผูน้ �ำประเทศใดคัดค้านในบางประเด็น เลขาธิการ อาเซียนก็ไม่สามารถใช้อ�ำนาจตกลงใจ/กดดันได้ ๑.๒ ปั ญ หาภายในประเทศและระหว่ า งประเทศ สมาชิก เป็นประเด็นที่มีความอ่อนไหวสูง ซึ่งสร้างข้อจ�ำกัด ให้กับอาเซียนในการใช้กลไกของตนได้ ดังเช่น - กรณีที่เกือบทุกประเทศ ไม่ประสงค์ที่จะให้อาเซียน เข้ามายุ่งเกี่ยวกับปัญหาภายในประเทศ แม้ว่าปัญหาดังกล่าว จะมี นั ย หรื อ ผลกระทบในระดั บ ภู มิ ภ าคก็ ต าม อาทิ เรื่ อ ง พัฒนาการทางการเมืองในเมียนมาร์ หรือปัญหาหมอกควัน - การไม่ประสงค์ให้อาเซียนเข้ามายุ่งเกี่ยวกับปัญหา ทวิภาคี โดยเฉพาะปัญหาเขตแดน เช่น ๑) กรณีข้อขัดแย้ง ระหว่างสิงคโปร์กับมาเลเซียเมื่อปี ๒๕๕๒ ซึ่งทั้งสองประเทศ ใช้กลไก ของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) มากกว่ากลไก อาเซียนในการแก้ข้อพิพาททางเขตแดน ๒) ปัญหาข้อพิพาท

มิถุนายน - กันยายน ๒๕๕๖

ไทย-กัมพูชา ที่กัมพูชาร้องขอการใช้กลไก ของ ICJ เช่นกัน และ ๓) ปัญหาข้อพิพาท ในทะเลจี น ใต้ ซึ่ ง อาเซี ย นไม่ ส ามารถ ให้การสนับสนุนเวียดนามและฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นประเทศที่แสดงออกถึงความขัดแย้ง กั บ จี น อย่ า งชั ด เจน อี ก ทั้ ง ไม่ มี เ อกภาพ ในแสดงจุดยืนต่อปัญหาร่วมกัน (เนื่องจาก แต่ ล ะประเทศมี ผ ลประโยชน์ แ ห่ ง ชาติ แตกต่างกัน/ด�ำรงผลประโยชน์ของตนเอง เป็นหลัก) ๑.๓ การแทรกแซงจากชาติ มหาอ�ำนาจ ถึงแม้อาเซียนมีการประชุม ต่าง ๆ ที่เป็นกลไกส�ำคัญในด้านการทูต เชิ ง ป้ อ งกั น และความร่ ว มมื อ ด้ า นความ มั่ น คงในภู มิ ภ าค แต่ ก็ ถู ก แทรกแซงโดย ประเทศมหาอ�ำนาจ เช่น จีน และสหรัฐฯ เกี่ ย วกั บ ปั ญ หาความมั่ น คง รวมถึ ง การเจรจาระดับทวิภาคีระหว่างสมาชิก ผลบางประการจาก การแข่งขันทางอ�ำนาจของจีนและสหรัฐฯ ท�ำให้สมาชิกอาเซียน พึ่งพาและแสวงประโยชน์จากยุทธศาสตร์ของมหาอ�ำนาจ ซึ่ง ยิ่งท�ำให้มหาอ�ำนาจเพิ่มบทบาทในกิจการระหว่างประเทศของ อาเซียน และในบางกรณี มหาอ�ำนาจได้เข้ามาผลักดันวาระ และผลประโยชน์แห่งชาติ จนกระทั่งอาเซียนถูกลดบทบาท ในการเป็ น แกนกลางเพื่ อ ผลั ก ดั น ความร่ ว มมื อ และวาระ ของอาเซียนเอง ๑.๔ การเสริ ม สร้ า งศั ก ยภาพกองทั พ และ การสะสมอาวุธ การเพิ่มงบประมาณ กห. โดยเฉพาะประเทศ ที่ เ ป็ น รั ฐ คู ่ พิ พ าท สร้ า งความหวาดระแวงระหว่ า งประเทศ สมาชิ ก และเป็ น อุ ป สรรคต่ อ การเสริ ม สร้ า งความสั ม พั น ธ์ ด้านความมั่นคงของประชาคมอาเซียน ท�ำให้ไม่มีความไว้เนื้อ เชื่อใจระหว่างประเทศสมาชิก เนื่องจากประเทศต่าง ๆ ยังอยู่ ในสภาพที่ต้องแข่งขันแย่งชิงผลประโยชน์ระหว่ า งกั น เช่ น การแสวงหาผลประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเล ซึง่ มีสว่ นท�ำให้ เกิดความตึงเครียดมากขึ้นในทะเลจีนใต้

9


๒. ภัยคุกคามที่เกิดขึ้น

การรวมตัวของประชาคมอาเซียนจะก่อให้เกิดปัญหา และภัยคุกคามต่าง ๆ เพิ่มขึ้น ทั้งภัยคุกคามแบบดั้งเดิม และ ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ซึ่งมีลักษณะข้ามชาติ หลากหลาย และ ซับซ้อนมากขึน้ จากการเชือ่ มโยงกัน และการอ�ำนวยความสะดวก ในการผ่านแดน สร้างความท้าทายต่อปัญหาความมั่นคงและ ข้อพิพาทบริเวณแนวพรมแดน ในการจ�ำกัดขอบเขตของปัญหา ให้เป็นกิจการภายในหรือระดับทวิภาคี ซึง่ องค์กร/หน่วยงานของ อาเซียน และประเทศสมาชิก ทั้งภาครัฐและเอกชน สื่อมวลชน และภาคประชาสังคม อาจเข้ามามีบทบาทและติดตามความ เคลือ่ นไหวในพืน้ ทีช่ ายแดนมากขึน้ เนือ่ งจากมองว่า ปัญหาเหล่านี้ จะส่งผลกระทบต่อประเทศของตนและภูมิภาค และจากบริบท ความมัน่ คงของประชาคมอาเซียนในอนาคต สามารถสรุปสภาพ ภัยคุกคามที่กระทบต่อความมั่นคงของภูมิภาค ได้แก่ ๒.๑ ภั ย คุ ก คามแบบดั้ ง เดิ ม การถู ก รุ ก ราน ด้วยก�ำลังรบตามแบบขนาดใหญ่ ซึ่งอาจเกิดจากความขัดแย้ง ตามแนวชายแดน หรือเพื่อการรักษาผลประโยชน์ของประเทศ มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยลง แต่เมื่อเกิดขึ้น จะส่งผลกระทบรุนแรง โดยกองทัพยังเป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบต่อปัญหาดังกล่าว ๒.๓ ภั ย คุ ก คามรู ป แบบใหม่ การส่ ง เสริ ม ให้ ประชาชนในอาเซี ย นสามารถเคลื่ อ นย้ า ยไปมาหาสู ่ กั น ได้ สะดวกขึน้ จะส่งผลให้เกิดปัญหาอืน่ ตามมา อาทิ การค้ายาเสพติด การลั ก ลอบเข้ า เมื อ งโดยผิ ด กฎหมาย และการระบาดของ โรคร้ายแรงที่หมดไปแล้วและโรคที่เกิดใหม่ เป็นต้น ซึ่งจะเป็น ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นประจ�ำ และในระยะยาวจะเป็นสิ่งส�ำคัญ ที่บั่นทอนความมั่นคงของแต่ละประเทศ ขณะทีป่ ญ ั หาอาชญากรรมข้ามชาติ มีแนวโน้มรุนแรง มากขึ้นทุกปี ซึ่งกลุ่มอาชญากรระหว่างประเทศ สามารถแสวง ประโยชน์จากความเชื่อมโยงในภูมิภาคอาเซียน เข้ามาสร้าง เครือข่ายอาชญากรรมระหว่างประเทศได้โดยง่าย ความก้าวหน้า ทางเทคโนโลยีและการสื่อสารที่ทันสมัยจะถูกกลุ่มอาชญากร น�ำไปใช้ โดยการฟอกเงินเป็นหัวใจส�ำคัญของอาชญากรรม ข้ า มชาติ ทุ ก ประเภท ขณะที่ ไ ทยและประเทศเพื่ อ นบ้ า น กลายเป็นพื้นที่ที่กลุ่มอาชญากรต่างชาติเข้ามาแสวงประโยชน์ ประกอบธุรกิจผิดกฎหมายมากขึ้น เนื่องจากมีสภาพแวดล้อม ทีเ่ หมาะสม ทัง้ นี้ การจัดตัง้ บ่อนการพนันเกิดใหม่ในเขตประเทศ 10

เพื่อนบ้าน ใกล้ชายแดนไทย อาจถูกใช้เป็นพื้นที่พักคอยของ สิ่งผิดกฎหมาย ส่ ว นปั ญ หาการก่ อ การร้ า ย มี แ นวโน้ ม ที่ ก ลุ ่ ม ก่ อ การร้ า ยทั้ ง ในและนอกภู มิ ภ าคอาเซี ย นจะแฝงตั ว เข้ า มา เคลื่อนไหวก่อเหตุได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะการก่อการร้ายโดย ข่ายงานอิสระและผู้ปฏิบัติการตามล�ำพัง มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ดังเช่นเหตุระเบิด ๓ จุด ในกรุงเทพฯ เมื่อ ๑๔ ก.พ. ๕๖ ความเชื่ อ มโยงและการอ� ำ นวยความสะดวกในการเดิ น ทาง เข้า - ออก ระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน อาจท�ำให้สมาชิกกลุม่ ก่อการร้ายแฝงตัวเดินทางเข้าประเทศไทย รวมทัง้ ความเชือ่ มโยง ในด้านการติดต่อสื่อสารระหว่างประเทศสมาชิก โดยเฉพาะ สื่อสังคมออนไลน์ อาจท�ำให้แนวความคิดหัวรุนแรงถูกเผยแพร่ เข้ามาในไทยเพื่อขยายแนวร่วม

๓. โอกาสและความท้ า ทายของกองทั พ ในประชาคมการเมืองและความมัน่ คงอาเซี ยน (APCS) ๓.๑ จากอุปสรรคและภัยคุกคามที่เกิดขึ้น ต้อง อาศัยความร่วมมือในระดับภูมิภาคเพื่อแก้ไขปัญหา จึงถือเป็น ความรับผิดชอบร่วมกันของทุกประเทศและทุกฝ่าย ต้องเข้ามา มีส่วนร่วมในการเสริมสร้างความมั่นคงที่ครอบคลุมทุกรูปแบบ (Comprehensive Security) รัฐบาลไทยตระหนักถึงปัญหา และความจ�ำเป็นดังกล่าว และแสดงความพร้อมในการมีสว่ นร่วม และผลักดันความร่วมมือด้านความมั่นคง โดยเฉพาะในกรอบ อาเซียน เช่น การประชุม ARF ADMM และ ADMM-Plus โดยไทยมีบทบาทชัดเจนในการร่วมปฏิบัติการรักษาสันติภาพ การบรรเทาภั ย พิ บั ติ การจั ด การความมั่ น คงรู ป แบบใหม่ ความมั่นคงทางทะเล รวมถึงแสวงหาร่วมมือและสร้างเครือข่าย ระหว่างประเทศผ่านการทูตเชิงป้องกัน เพือ่ พัฒนาประสิทธิภาพ และความร่วมมือของอาเซียน อย่างไรก็ตาม กฎหมายและ หลักเกณฑ์ตา่ ง ๆ เพือ่ รองรับกิจกรรมทีเ่ กีย่ วข้องกับการน�ำก�ำลัง มาปฏิบัติการร่วมกัน จะต้องมีการศึกษาและพิจารณาอย่าง รอบคอบ ๓.๒ การเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่เสาหลัก ด้าน APSC ประเทศสมาชิกอาเซียนได้เพิ่มความร่วมมือในด้าน การเมืองและความมั่นคงมากขึ้น บนพื้นฐานของการส่งเสริม สันติภาพและเสถียรภาพร่วมกัน ซึง่ เป็นหลักการทีอ่ าเซียนยึดถือ มาโดยตลอด ท�ำให้กองทัพมีโอกาสได้แสดงออกซึ่งศักยภาพ มากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านความร่วมมือผ่านกลไกต่าง ๆ ของภูมิภาค และการแก้ไขปัญหาภัยคุกคามรูปแบบต่าง ๆ ทีม่ แี นวโน้มขยายตัว และรุนแรงขึ้น โดยใช้ทรัพยากรทั้งมวลของกองทัพ ซึ่งจะก่อ ให้เกิดการพัฒนาและปรับปรุงขีดความสามารถของทั้งบุคลากร และยุทโธปกรณ์ ให้สามารถรองรับภัยคุกคามที่เกิดขึ้นได้อย่าง มีประสิทธิภาพ ๓.๓ ทบ. ในฐานะหน่วยหลักในการปกป้องอธิปไตย และความมั่นคงของประเทศ มีทรัพยากร มีความพร้อม และมี ส่วนร่วมสนับสนุนรัฐบาลในการแก้ปญ ั หาภัยคุกคามรูปแบบใหม่

เสนาสาร


ตลอดห้ ว งที่ ผ ่ า นมา ที่ ส� ำ คั ญ และเป็ น รู ป ธรรมที่ สุ ด ได้ แ ก่ การป้องกันและปราบปรามยาเสพติด การแก้ปญ ั หาความไม่สงบ ในพืน้ ที่ จชต. การแก้ปญ ั หาแรงงานต่างด้าวและผูห้ ลบหนีเข้าเมือง และการปราบปรามการลักลอบตัดไม้ท�ำลายป่า อีกทั้งมีบทบาท ส�ำคัญต่อสถานการณ์ฉุกเฉินในการบรรเทาภัยพิบัติ นอกจากนี้ ทบ. ยั ง ส่ ง เสริ ม ความร่ ว มมื อ ในการให้ ค วามช่ ว ยเหลื อ ด้ า น มนุษยธรรมกับประเทศต่าง ๆ ทั้งในภูมิภาคและระดับโลก โดยเฉพาะความร่วมมือกับประเทศสมาชิกอาเซียนเพื่อจัดการ ปั ญ หาภั ย คุ ก คามที่ มี ร ่ ว มกั น ผ่ า นการหารื อ ทั้ ง ทวิ ภ าคี แ ละ พหุภาคี และให้ความส�ำคัญอย่างสูงกับการเสริมสร้างความ ไว้เนื้อเชื่อใจและความร่วมมือในกรอบของอาเซียน โดยเฉพาะ การประชุม ผบ.ทบ.กลุม่ ประเทศอาเซียน (ASEAN Chiefs of Army Multilateral Meeting - ACAMM) ซึ่ง ผบ.ทบ.ของประเทศ สมาชิกได้ร่วมหารือกัน โดยมีเป้าหมายร่วมเพื่อให้อาเซียน สามารถเผชิญกับภัยคุกคามด้านความมัน่ คงรูปแบบใหม่ ส่งเสริม ความสงบสุข และรับผิดชอบร่วมกันในการรักษาความมั่นคง ส�ำหรับประชาชนทีค่ รอบคลุมในทุกด้าน โดยเฉพาะความร่วมมือ เพื่ อ เสริ ม สร้ า งความมั่ น คงในรู ป แบบเดิ ม ด้ ว ยการส่ ง เสริ ม

๓.๔ ปัจจุบนั ทีป่ ระชุม ACAMM ได้ให้ความส�ำคัญ ในการจัดท�ำร่างระเบียบปฏิบตั ปิ ระจ�ำ (SOP) เพือ่ การปฏิบตั กิ าร ร่วมกันในการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทา ภัยพิบัติ (HADR) ที่กองทัพของแต่ละประเทศล้วนมีบทบาทน�ำ ในภารกิจดังกล่าว รวมถึงความร่วมมือในการฝึกร่วมด้านการ บรรเทาสาธารณภัยระหว่าง ทบ.กลุ่มประเทศอาเซียน ทั้งใน ระดับทวิภาคีและพหุภาคี ซึ่งสนับสนุนความร่วมมือในกรอบ ADMM Plus ที่ก�ำหนดแนวทางความร่วมมือหลักของ APSC ส�ำหรับไทย แม้ว่ากองทัพจะมีความพร้อมทั้งในด้านก� ำลังพล และยุทโธปกรณ์ แต่ยุทธศาสตร์ในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ของไทยที่เกิดจากการบูรณาการจากทุกภาคส่วนยังไม่ชัดเจน ท�ำให้สง่ ผลกระทบต่อการด�ำเนินงาน ขาดเอกภาพในการท�ำงาน รวมถึงผลกระทบต่อการผลักดันความร่วมมือต่าง ๆ ในกรอบ APSC เช่น การปรับปรุงและแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการ เคลื่อนย้ายก�ำลังพลและยุทโธปกรณ์ออกนอกประเทศ ๓.๕ นอกเหนือจากทีก่ ล่าวมาข้างต้น ทบ. อาจต้อง เผชิญความท้าทายในการจัดตัง้ หน่วยงานเฉพาะกิจเพือ่ สนับสนุน ประชาคมอาเซี ย นทั้ ง หน่ ว ยระดั บ นโยบายและระดั บ ปฏิ บั ติ

ความไว้เนื้อเชื่อใจและการระงับข้อพิพาทโดยสันติ และให้ ประเทศสมาชิกอาเซียนอยู่ด้วยกันโดยสงบสุข และไม่มีความ หวาดระแวงต่อกัน เพือ่ ป้องกันสงคราม รวมทัง้ ขยายความร่วมมือ เพื่อต่อต้านภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลง ของสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคง ทั้งในมิติที่เกิดขึ้นภายใน ประเทศ และความผันผวนของสถานการณ์ด้านความมั่นคง โลกที่ ก ่ อ ตั ว ขึ้ น อย่ า งต่ อ เนื่ อ ง จึ ง นั บ เป็ น ความท้ า ทายและ โอกาสของกองทัพในการปรับเปลี่ยนบทบาทในการเสริมสร้าง เสาหลักด้าน APSC ให้มีความเข้มแข็งและเหมาะสมอยู่ตลอด เวลา และมีความพร้อมที่จะถูกขับเคลื่อนควบคู่ไปกับอีกสอง เสาหลัก ได้อย่างสมดุล

รวมถึงอาจมีความเชือ่ มโยงบทบาทของ ทบ. ร่วมกับฝ่ายพลเรือน มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการป้องกันชายแดนที่มีลักษณะ Soft Border (การผ่านแดนที่มีลักษณะเสรีมากขึ้น) จากการอ�ำนวย ความสะดวกในการข้ามแดน และการปรับบทบาทของ ทบ. ไปสู่การป้องกันภัยคุกคามรูปแบบใหม่ 

มิถุนายน - กันยายน ๒๕๕๖

11


กองทัพบก ร่วมกับหน่วยงานรัฐและเอกชนจัดพิธีเปิดกิจกรรม

“ครอบครัวต้นไม้ น้อมเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ”

รัพยากรป่าไม้ นับเป็นทรัพยากรธรรมชาติ ที่มี ความส�ำคัญยิง่ ต่อการด�ำรงชีวติ ของมวลมนุษยชาติ เพราะนอกจากจะช่วยในการควบคุมสภาพดินฟ้าอากาศ สร้าง สมดุลทางชีวภาพให้อยู่ในสภาวะปกติ เป็นจุดก�ำเนิดของต้นน�้ำ ล�ำธาร พันธุ์พฤกษชาติและสัตว์ป่าแล้ว ยังเป็นแหล่งพักผ่อน หย่อนใจ และเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่มนุษย์ได้บริโภค ใช้สอยอีกด้วย ปัจจุบัน สภาพแวดล้อมของโลกเสื่อมลงอย่างรวดเร็ว จนเกิดสภาวะโลกร้อน ซึ่งนับวันจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น รวมถึงประเทศไทยทีใ่ นหลายสิบปีทผี่ า่ นมา ป่าทีเ่ คยอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งต้นน�้ำล�ำธารถูกบุกรุกแผ้วถางเป็นที่อยู่อาศัย และ การท� ำ ไร่ เ ลื่ อ นลอย ต้ น ไม้ ใ หญ่ อ ายุ นั บ ร้ อ ยปี ถู ก ตั ด โค่ น ลง ในชั่วพริบตา ทรัพยากรป่าไม้เริ่มมีสภาพเสื่อมโทรมปรากฏ 12

เสนาสาร


ให้เห็นอย่างชัดเจน ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศโดยรวม ท�ำให้ เกิดปัญหาน�้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม การขาดแคลนน�้ำ ในฤดู แ ล้ ง และเกิ ด อุ ท กภั ย ขนาดใหญ่ สร้ า งความเสี ย หาย ให้กับชีวิต และทรัพย์สิน สาเหตุสว่ นหนึง่ มาจากความยากจนของราษฎร ประกอบ กับการขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งอาจเป็น ปัญหาใหญ่คอื การชักจูงจากพ่อค้านายทุน จึงท�ำให้เกิดการบุกรุก ท�ำลายป่าไม้ มีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อหวังประโยชน์ ส่ ว นตั ว กั น อย่ า งไร้ ขี ด จ� ำ กั ด โดยมิ ไ ด้ มี ก ารฟื ้ น ฟู ท รั พ ยากร ธรรมชาติที่ถูกท�ำลายให้กลับคืนสู่สภาพเดิม จากปัญหาดังกล่าว รัฐบาล และหน่วยทีเ่ กีย่ วข้อง ทัง้ ภาครัฐและเอกชน ต่างร่วมมือกัน หาวิธีการแก้ไขปัญหา และเห็นพ้องกันว่าการปลูกต้นไม้ คือ วิธีที่ดีที่สุดวิธีหนึ่งในการแก้ไขปัญหา ส�ำหรับกองทัพบกนัน้ ได้ดำ� เนินโครงการด้านการอนุรกั ษ์ ทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ และสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการฟื้นฟูป่าต้นน�้ำในพื้นที่ต้นน�้ำ การสร้างฝายขยายคูคลอง ในพื้นที่กลางน�้ำ และการจัดหาพื้นที่แก้มลิงในพื้นที่ปลายน�้ำ ตลอดจนร่วมกับหน่วยงานทัง้ ภาครัฐ และเอกชนจัดกิจกรรมปลูก ต้นไม้ในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อปลุกจิตส�ำนึกการอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติให้กับประชาชนต่อไป และในปี ๒๕๕๖ นี้ ได้ จั ด กิ จ กรรมส� ำ คั ญ ภายใต้ ชื่ อ “ครอบครัวต้นไม้ น้อมเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ วั มิถุนายน - กันยายน ๒๕๕๖

13


และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ” ขึ้น ในช่วงเวลา ตั้งแต่เดือนสิงหาคมถึงเดือนธันวาคม ๒๕๕๖ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องใน โอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๖ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๖ และเพือ่ รณรงค์สร้างความตระหนักให้กำ� ลังพล ครอบครัว หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ตลอดจนประชาชนทั่วไปได้เห็นถึง ความส� ำ คั ญ ของการปลู ก ต้ น ไม้ ซึ่ ง จะมี ส ่ ว นช่ ว ยลดปั ญ หา ภาวะโลกร้ อ น และเป็ น การสร้ า งสภาพแวดล้ อ มที่ ดี ใ ห้ กั บ ชุมชน กิจกรรมครอบครัวต้นไม้ น้อมเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๖ ณ กรมทหารราบที่ ๑๑ รักษาพระองค์ โดยมีผู้บัญชาการทหารบก และภริยาเป็นประธาน พร้อมด้วยปลัดกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิง่ แวดล้อม ตัวแทนจากบริษทั เครือเจริญโภคภัณฑ์ จ�ำกัด บริษทั เทสโก้ โลตัส จ�ำกัด และบริษทั ปตท.จ�ำกัด (มหาชน) ร่วมในพิธีเปิด และยังได้รับความร่วมมือจากชุมชนต่าง ๆ ในเขต

14

เสนาสาร


มิถุนายน - กันยายน ๒๕๕๖

15


บางเขน เช่น ชุมชนชายคลองเสนา ชุมชนเศรษฐกิจวรวีร์ ชุมชน อุทศิ อนุสรณ์ ตลอดจนนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร นักศึกษาวิชาทหาร และนักเรียนจากโรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์ เพชราวุธวิทยา ร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้ภายในกรมทหารราบที่ ๑๑ รักษาพระองค์ พร้อมกันนีม้ กี ารจัดเสวนา โดยผูบ้ ญ ั ชาการทหารบก และ ผูแ้ ทนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ถึงการบริหารจัดการด้าน สิ่งแวดล้อม รวมถึงกิจกรรมด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ของแต่ละองค์กร และร่วมผนึกก�ำลังในการผลักดันกิจกรรม ครอบครั ว ต้ น ไม้ ฯ ไปสู ่ ค รอบครั ว ในชุ ม ชนเมื อ งทั่ ว ประเทศ เพื่อให้เมืองไทยเป็นเมืองแห่งต้นไม้ในอนาคต การปลู ก ต้ น ไม้ ใ นกิ จ กรรมครั้ ง นี้ เน้ น การปลู ก ต้ น ไม้ ในเขตเมือง ในบ้านพักอาศัย สถานทีท่ ำ� งาน และพืน้ ทีส่ าธารณะ เพื่อให้ร่มเงา ให้ได้รับประโยชน์ทั้งคนและสัตว์ และอีกสิ่งหนึ่ง ทีส่ ำ� คัญ ยังเป็นการสร้างความรัก ความสามัคคี ความอบอุน่ และ ความผูกพันภายในครอบครัวที่ได้มีกิจกรรมร่วมกัน ทั้งนี้ กองทัพบก ต้องการให้กรมทหารราบที่ ๑๑ รักษา พระองค์ เป็ น พื้ น ที่ ต ้ น แบบในการเป็ น ชุ ม ชนสี เ ขี ย วในเขต พื้นที่เมืองเพื่อเป็นตัวอย่างให้กับองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ในการร่วมกันปลูกต้นไม้ในพื้นที่ของตนเอง อันจะเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับชุมชนเมืองได้อย่างยั่งยืน

16

“ครอบครัวต้นไม้ น้อมเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ” นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมของกองทัพบก ที่ไม่เพียงแต่มุ่งเน้นการ ปลูกต้นไม้แต่เพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นกิจกรรมที่สามารถสร้าง ความสัมพันธ์อันดีระหว่างคนในครอบครัวรวมทั้งคนในชุมชน ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ รวมไปถึงยังเป็น กิจกรรมที่พวกเราในฐานะคนไทย จะได้มีส่วนร่วมในการดูแล รักษาผืนแผ่นดินไทย และพวกเราเหล่าพสกนิกรในพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะได้แสดงออกถึงความจงรักภักดี ด้วย การเจริญรอยตามเบือ้ งพระยุคลบาท ในเรือ่ งการอนุรกั ษ์ทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้คงอยู่อย่างยั่งยืนตลอดไป 

เสนาสาร


อยากให้ค�ำว่า “ครอบครัวต้นไม้” ไปให้ถึงครอบครัว ทุกครอบครัวทั้ง ๖๐ กว่าล้านของคนไทย ถ้าทุกครอบครัวช่วยกันปลูกต้นไม้คนละต้น ก็จะได้ต้นไม้หลาย ๑๐ ล้านต้น  พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวในพิธีเปิด “กิจกรรมครอบครัวต้นไม้ น้อมเกล้าฯ ถวาย พระบาทสมเด็ จ พระเจ้ า อยู ่ หั ว และสมเด็ จ พระนางเจ้ า ฯ พระบรมราชิ นี น าถ” เมื่ อ วั น ที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๖ ณ กรมทหารราบที่ ๑๑ รักษาพระองค์ ว่า กิจกรรมครอบครัว ต้นไม้นี้ ถือเป็นกิจกรรมต่อเนื่องมาจากโครงการปลูกต้นไม้ สร้างฝาย ขยายคูคลอง สนองพระมหากรุณาธิคุณ ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๔ - ๒๕๕๕ และโครงการฟืน้ ฟูปา่ ต้นน�ำ้ เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ด�ำเนินการระหว่าง ปี พ.ศ. ๒๕๕๕ - ๒๕๕๙ ในขณะที่ได้รับต�ำแหน่งผู้บัญชาการ ทหารบก ซึ่งก่อนหน้านั้น กองทัพบกยังได้มีการจัดโครงการ พลิกฟืน้ ผืนป่าด้วยพระบารมี ระหว่างปี ๒๕๕๐ - ๒๕๕๔ อีกด้วย มิถุนายน - กันยายน ๒๕๕๖

กิจกรรมครอบครัวต้นไม้ฯ จากแนวพระราชด�ำริของ ทั้ง ๒ พระองค์ที่ได้ทรงรับสั่งอยู่เสมอในเรื่องของการรักษา ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ช่วยกันปลูกต้นไม้ ช่วยกัน ดูแลต้นน�้ำล�ำธาร กองทัพบกจึงมีแนวคิดในการปลูกฝังให้กับ ครอบครัว ให้กบั พ่อแม่ลกู ภายในครอบครัว ให้รวู้ า่ เราจะดูแลต้นไม้ กันอย่างไร เรียกว่าการปลูกต้นไม้ในใจคน ดังพระราชด�ำริของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ วั ทรงรับสัง่ อยูเ่ สมอว่า การปลูกต้นไม้ นั้นต้องปลูกต้นไม้ในใจของคน เพราะฉะนั้นควรถือว่าน่าจะเป็น ครอบครัวพ่อแม่ลูก ถ้าเรามีกิจกรรมร่วมกัน มันก็ได้ทั้งต้นไม้ ได้ทั้งการเฉลิมพระเกียรติฯ แล้วก็ได้ ทั้งในส่วนของการสร้าง ความสัมพันธ์ทดี่ กี นั ระหว่างคนภายในครอบครัวก็คอื พ่อ แม่ ลูก ร่วมกันท�ำกิจกรรม จะดีกว่าไปปลูกต้นไม้เพียงอย่างเดียว 17


ประเด็นส�ำคัญก็คือว่า เรามีพื้นที่อยู่มากมายไม่ว่าจะเป็น หน่วยทหาร ส่วนราชการ หรือว่าที่ส่วนบุคคล อันที่จริงแล้ว อยากให้ค�ำว่าครอบครัวต้นไม้ไปให้ถึงครอบครัวทุกครอบครัว ทั้ง ๖๐ กว่าล้านของคนไทยที่มีหลายล้านครอบครัว ถ้าทุก ครอบครั ว ช่ ว ยกั น ปลู ก ต้ น ไม้ ค นละต้ น ก็ จ ะได้ ต ้ น ไม้ ห ลาย ๑๐ ล้านต้น แล้วต้นไม้ที่ปลูกไม่ใช่ต้นอายุน้อย ๆ กองทัพบก มุ่งหวังให้ปลูกต้นไม้ที่เป็นต้นไม้ยืนต้น เพราะว่าเราจะหาดู ต่อไปในอนาคตอีก ๕๐ ปี ๑๐๐ ปีข้างหน้ามันหายากแล้ว เพราะ ฉะนั้นเราต้องปลูกตั้งแต่วันนี้ เช่น ไม้พะยูง ไม้สัก ไม้ประดู่ ไม้ ชิ ง ชั น ไม้ ต ะเคี ย น ซึ่ ง ต้ อ งขอการสนั บ สนุ น พั น ธุ ์ ไ ม้ จาก กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก ในส่วน ของกองทัพบกเองหน่วยทหารทุกหน่วย จะมีศูนย์เพาะพันธุ์ ต้นไม้ กล้าไม้อยู่แล้ว ซึ่งได้มีการจัดท�ำมา ๒ - ๓ ปีที่ผ่านมา ก็ยัง ไม่ได้ใหญ่โตมากมายอะไร และจากความร่วมมือของเราทั้ง ๒ หน่วยงาน ก็ต้องท�ำงานในการดูแลพิทักษ์ทรัพยากรอยู่แล้ว และวันนี้เราก็มีภาคเอกชนมาร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็น บริษัท เครือ เจริญโภคภัณฑ์ จ�ำกัด บริษทั เทสโก้ โลตัส จ�ำกัด บริษทั ปตท. จ�ำกัด (มหาชน) ซึ่งทั้ง ๓ ส่วนนี้ ก็เป็นพลังส�ำคัญให้กับพวกเรามา โดยตลอดในทุกกิจกรรมของกองทัพบกที่ผ่านมา กองทัพบกหวังว่า จากการทีเ่ ราเริม่ จัดกิจกรรมครอบครัว ต้นไม้ฯ ในวันนี้ เราอยากให้ทกุ บ้านในกรุงเทพฯ มีตน้ ไม้คนละต้น หรือ ๒ - ๓ ต้น แล้วแต่พื้นที่ที่มีอยู่ ที่เป็นต้นไม้ยืนต้นไม่ใช่ต้นไม้ ล้มลุก เป็นไม้ยนื ต้นให้รม่ เงา ถ้าทุกบ้านทุกครัวเรือนในกรุงเทพฯ ทีม่ ปี ระชากร ๑๐ ล้านคนก็หลายล้านครอบครัว ปลูกครอบครัวละ ๒ ต้น ก็ได้หลายล้านต้นเหมือนกัน แต่สิ่งที่เราขาดวันนี้ ก็คือ ความตั้งใจที่ยั่งยืนที่ต่อเนื่อง เราคิดว่าการถ่ายทอดจากรุ่นนี้ ไปรุ ่ น ต่ อ ไป รุ ่ น ลู ก รุ ่ น หลานให้ เ ค้ า ท� ำ แบบที่ เ ราท� ำ นั่ น คื อ 18

ประเด็นที่ ๑ และประเด็นที่ ๒ เราต้อง สร้างแรงจูงใจให้กับทุกคนมาร่วมมือกัน เช่น อาจจะเป็นไปได้ไหมว่าในอนาคต บ้านใครปลูกต้นไม้ใหญ่ ๆ กว้างสัก ๕ - ๑๐ นิ้วจะได้ลดภาษี หรือมีแรงจูงใจอื่น ๆ ที่เราต้องเสนอรัฐบาลต่อไปในอนาคต เรามองว่าต้องเตรียมการตั้งแต่วันนี้ วันนี้ ถ้าเราท�ำให้เข้าใจง่าย ๆ ก็ คื อ เราอยากให้ มี ก ารเอาจริ ง เอาจั ง ในเรื่องของการปลูกต้นไม้ในเขตเมือง เพราะว่ า เราปลู ก กั น มาเยอะเป็ น ร้ อ ย โครงการ ไม่ว่าจะเป็นบนบก หรือชายฝั่ง ป่าชายเลนเราก็ปลูก เช่น สถานพักฟื้น และพักผ่อนกองทัพบก บางปู เราก็ท�ำไว้หลายไร่ แล้วก็เจริญ เติบโต นกอะไรต่าง ๆ บินมาอาศัยเป็นจ�ำนวนมาก เราคิดว่า ป่าไม้มคี วามจ�ำเป็นทัง้ ไม้บนบก ป่าไม้ชายเลน แล้วก็ปา่ ไม้ในเมือง วันนี้เราต้องเร่งปลูกต้นไม้ในเมืองกัน ท�ำตามแนวพระราชด�ำริ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ น้อมน�ำมาสู่การปฏิบัติ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ และถวายเป็นพระราชกุศล สิ่งที่เราท�ำวันนี้จะเป็นกุศลให้แก่ คนในวันหน้าเพราะว่าเยาวชนลูกหลานเราต่อไปจะอยู่กันยังไง เกษตรกรจะมีน�้ำใช้มั้ย จะท�ำการเกษตรได้อย่างไร ต่อไปใน อนาคตนั้นคือบุญกุศ ลที่เราต้องท�ำไว้ สิ่งที่เป็นก�ำลังใจเป็ น มิง่ ขวัญของพวกเราทุก ๆ คนก็คอื พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ วั และสมเด็ จ พระนางเจ้ า ฯ พระบรมราชิ นี น าถ ที่ ไ ด้ ท รงมี พระราชด�ำริ แล้วก็ทรงให้พวกเราได้ท�ำตาม ท่านไม่เคยท�ำ อะไรที่ไม่เกิดประโยชน์ต่อประชาชนของท่าน เพราะฉะนั้นวันนี้ เราก็ท�ำตามท่านเหมือนที่ท่านได้ทรงท�ำไว้ในอดีต การปลูกต้นไม้ต้องปลูกในพื้นที่ที่มีน�้ำ ปลูกในพื้นที่ที่มี คนดูแล ถ้าปลูกทิ้งขว้างไปมันก็ตายหมดมันก็ไม่ได้ผลอย่าง ที่เราคิดไว้ เพราะฉะนั้น ในวันนี้เราต้องช่วยกันติดตามว่าต้นไม้ ทีเ่ ราปลูกเหลือเท่าไหร่ แล้วก็โตเท่าไหร่ ต้องปลูกซ่อมอีกเท่าไหร่ เราหวังว่า จากการเริ่มต้นในวันนี้ ไม่ใช่มาปลูกวันนี้วันเดียว ปลูกแบบนี้ไปได้ทุกวันจนกว่าจะตายจากกันไป อย่างน้อยเรา ก็จะมีต้นไม้ยืนต้นอีก ๖๗ ล้านต้นโดยประมาณ ทั้ ง นี้ ผู ้ บั ญ ชาการทหารบกได้ ร ่ ว มการเสวนาในเรื่ อ ง แนวทางการด�ำเนินกิจกรรมกับผู้บริหารภาคเอกชน ซึ่งได้ลง ความเห็ น ร่ ว มกั น ว่ า น่ า จะมี ก ารรวมพลั ง ของทุ ก ภาคส่ ว น เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนชาวไทยร่วมกันปลูกต้นไม้ในทุกพื้นที่ เพื่อเพิ่มปริมาณคาร์บอนเครดิตให้กับสังคมโดยรวม  เสนาสาร


การฝึกทางทหารอาเซียน ด้านการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และการบรรเทาภัยพิบัติ ครั้งที่ ๒ (2nd ASEAN Militaries Humanitarian Assistance and Disaster Relief Exercise; 2nd AHX) และการฝึกทางแพทย์ทหาร (Military Medicine; MM) การฝึกทางทหารอาเซียนด้านการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และการบรรเทาภัยพิบัติ ครั้งที่ ๒ (2nd ASEAN Militaries Humanitarian Assistance and Disaster Relief Exercise; 2nd AHX) และการฝึกทางแพทย์ทหาร (Military Medicine; MM) เป็นการฝึกภายใต้กรอบการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน (ASEAN Defence Ministers’ Meeting; ADMM) และ ภายใต้ กรอบการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนและรัฐมนตรีกลาโหมประเทศคู่เจรจา (ASEAN Defence Ministers’ Meeting - Plus; ADMM - Plus) ณ ประเทศบรูไนดารุสซาลาม ระหว่างวันที่ ๑๐ - ๒๒ มิถนุ ายน ๒๕๕๖ โดยมีกำ� ลังพลเข้าร่วมการฝึกทัง้ สิน้ กว่า ๒,๐๐๐ นาย จาก ๑๘ ประเทศ เป็นประเทศในกลุ่มอาเซียน ๑๐ ประเทศและประเทศคู่เจรจา ๘ ประเทศ ประกอบด้วย สหรัฐอเมริกา รัสเซีย สาธารณรัฐ ประชาชนจีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์

มิถุนายน - กันยายน ๒๕๕๖

19


ซึ่งกระทรวงกลาโหมไทย ซึ่งเป็น ๑ ในกลุ่มอาเซียน ๑๐ ประเทศ ได้อนุมัติให้กองทัพบกเข้าร่วมการฝึก ในขณะที่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก มีนโยบาย ให้หน่วยทหารทุกหน่วยเตรียมความพร้อม ส�ำหรับการช่วยเหลือ ประชาชนในทุกโอกาส โดยเฉพาะในกรณีภัยพิบัติ จึงมอบหมาย ให้กรมแพทย์ทหารบกรับผิดชอบ จัดหน่วยแพทย์เฉพาะกิจ เข้าร่วมการฝึก โดยจัดก�ำลังจากกองพันเสนารักษ์ที่ ๑ กองพลที่ ๑ รักษาพระองค์, กองพันเสนารักษ์ที่ ๒ กองพลทหารราบที่ ๒ รั ก ษาพระองค์ , กองพั น เสนารั ก ษ์ ที่ ๑๓ กองพลปื น ใหญ่ ต่ อ สู ้ อ ากาศยาน, โรงพยาบาลค่ า ยสุ ร สี ห ์ จั ง หวั ด ทหารบก กาญจนบุรี และกองบัญชาการกรมแพทย์ทหารบก รวมทั้งสิ้น ๖๑ นาย ประกอบด้ ว ย กองบั ง คั บ การ, ชุ ด แพทย์ ค ้ น หา 20

และกู้ภัย ๓ ชุด, ชุดแพทย์เผชิญเหตุ ๑ ชุด และชุดเวชกรรม ป้องกัน ๑ ชุดโดยมี พ.อ.ปราโมทย์ อิ่มวัฒนา เป็นผู้บังคับ หน่วยแพทย์เฉพาะกิจ โดยในการฝึกครัง้ นี้ ได้มกี ารจ�ำลองสถานการณ์ในการฝึก คือ ประเทศ A ถูกพายุไต้ฝุ่นถล่มอย่างหนักเกิดน�้ำท่วมฉับพลัน โคลนถล่ม ถนน และสาธารณูปโภคพื้นฐานได้รับความเสียหาย มีประชาชนเสียชีวิต บาดเจ็บ สูญหาย ไร้ที่อยู่อาศัย ขาดแคลน อาหารและน�้ำดื่ม จ�ำนวนมาก ในการนี้ ป ระเทศ A ได้ ร ้ อ งขอความช่ ว ยเหลื อ จาก กลุ่มประเทศอาเซียน และประเทศคู่เจรจา และได้จัดตั้งศูนย์ ประสานงานนานาชาติ ณ กรุงบันดาเสรีเบกาวัน เพื่อควบคุม บังคับบัญชากองก�ำลังของประเทศสมาชิกที่เข้าร่วมปฏิบัติการ เสนาสาร


สรุ ป ผลการปฏิ บั ติ เ ฉพาะในส่ ว นของหน่ ว ยแพทย์ เฉพาะกิจจากกองทัพบก สามารถเคลื่อนย้ายเข้าที่หมายและ จัดตั้งหน่วยบริการแพทย์สนาม ระดับ ๑ พร้อมเครื่องมือแพทย์ ที่ทันสมัย มีขีดความสามารถและการปฏิบัติ ครบถ้วน สมบูรณ์ แบบตามมาตรฐานสากล ทัดเทียมกับนานาอารยประเทศ อาทิ - การแก้ไขภาวการณ์หายใจล้มเหลวด้วยเครื่องช่วย หายใจ - การผ่าตัดช่วยชีวิตเร่งด่วน - การวินิจฉัยภาวะเลือดออกในช่องท้องด้วยอัลตรา ซาวด์ รวมทั้ ง การเตรี ย มผู ้ ป ่ ว ยเพื่ อ การส่ ง กลั บ โดยใช้ ชุ ด อุ ป กรณ์ ติ ด ตั้ ง เครื่ อ งมื อ แพทย์ ส� ำ หรั บ ผู ้ ป ่ ว ยอาการหนั ก มิถุนายน - กันยายน ๒๕๕๖

ในระหว่างการเคลื่อนย้าย มีลักษณะคล้าย ICU เคลื่อนที่ ซึ่งเป็น นวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ของกรมแพทย์ทหารบก ที่ได้รับรางวัล จากกองทัพบก เนื่องในงาน “วันภูมิปัญญานักรบไทย” เป็น การยกระดับมาตรฐานการดูแลผู้ป่วยอาการหนักในระหว่าง เคลื่ อ นย้ า ยให้ เ ที ย บเท่ า มาตรฐานสากล แต่ ไ ม่ สิ้ น เปลื อ ง งบประมาณ เนื่ อ งจากเครื่ อ งมื อ แพทย์ ที่ มี เ ทคโนโลยี สู ง เพี ย งชุ ด เดี ย ว สามารถใช้ กั บ ผู ้ ป ่ ว ยได้ อ ย่ า งต่ อ เนื่ อ งตลอด เส้นทางส่งกลับ ในยานพาหนะทุกประเภท ทั้งบนภาคพื้นดิน และทางอากาศ ซึ่งถือว่าสามารถปฏิบัติภารกิจการฝึกได้อย่าง มีประสิทธิภาพ ทัง้ นี้ ในระหว่างการฝึก ๑๗ - ๒๐ เม.ย. ๕๖ เจ้ากรมแพทย์ ทหารบกและคณะ ได้ เ ดิ น ทางไปตรวจเยี่ ย มการปฏิ บั ติ ง าน 21


ของหน่วยแพทย์เฉพาะกิจ เพื่อให้ค�ำแนะน�ำและบ�ำรุงขวัญ ก�ำลังใจแก่ก�ำลังพลในส่วนของกรมแพทย์ทหารบก โดยเน้น ย�้ ำ นโยบายที่ รั บ มอบจากผู ้ บั ญ ชาการทหารบกในด้ า นความ ร่วมมือในกลุ่มประเทศอาเซียน และการแสดงศักยภาพของ กองทัพบกไทย ในโอกาสนี้หน่วยแพทย์เฉพาะกิจของกองทัพบกได้รับ เกียรติอย่างสูงสุดในการสาธิต แสดงเอกลักษณ์ขดี ความสามารถ พิ เ ศษของชุ ด แพทย์ ท หารไทยที่ ไ ม่ มี ช าติ ใ ดในการฝึ ก ครั้ ง นี้ สามารถท�ำได้ คือการเข้าถึงพื้นที่ภัยพิบัติอย่างรวดเร็ว โดยการ ใช้ เชื อ กโรยตั วลงจากอากาศยานปีก หมุน ที่ระยะประมาณ ๘๐ ฟุต เหนือยอดไม้ บริเวณที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากโคลนถล่ม ต่อหน้าพระพักตร์ของสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไน เป็นการ แสดงออกถึ ง ขี ด ความสามารถ และความพร้ อ มของแพทย์ ทหารไทย เพื่อเข้าถึงผู้บาดเจ็บให้เร็วที่สุด เพิ่มโอกาสรอด ของผู ้ บ าดเจ็ บ โดยมี ขี ด ความสามารถในการห้ า มเลื อ ด, การเจาะระบายแรงดันในช่องปอด, การใช้เครื่องช่วยหายใจ, การกระตุกหัวใจด้วยไฟฟ้า และเตรียมผู้ป่วยเพือ่ การเคลื่อนย้าย อย่างปลอดภัยและรวดเร็ว นอกจากนี้ ชุ ด แพทย์ ยั ง ได้ แ สดงขี ด ความสามารถ ในการท�ำสะพานเชือกเร่งด่วนเพื่อเคลื่อนย้ายผู้ป่วยอาการหนัก ข้ามล�ำน�้ำ ซึ่งมีความกว้างกว่า ๘๐ เมตร โดยใช้เวลาเพียงไม่ถึง

22

๔ นาที นับแต่เริ่มปฏิบัติ ตลอดเวลาสมเด็จพระราชาธิ บ ดี แห่งบรูไน ทรงทอดพระเนตรด้วยความสนพระทัย และตรัสชืน่ ชม การปฏิบัติของแพทย์ทหารไทยกับราชองครักษ์ส่วนพระองค์ และในโอกาสพระราชทานเลีย้ งแก่มติ รประเทศทีเ่ ข้าร่วม การฝึก สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบูรไน ได้พระราชทานราชานุญาต ให้เจ้ากรมแพทย์ทหารบกเข้าเฝ้าและตรัสชมเชยการปฏิบัติ ของชุ ด แพทย์ ท หารไทยอี ก ครั้ ง หนึ่ ง รวมทั้ ง สื่ อ มวลชนและ หนังสือพิมพ์เกือบทุกฉบับในประเทศบรูไนให้ความสนใจและ ติดตามน�ำเสนอข่าวของแพทย์ทหารไทยอย่างต่อเนื่องตลอด ห้วงเวลาการฝึก ผลส� ำ เร็ จ จากการฝึ ก ในครั้ ง นี้ นอกจากจะเป็ น การ แสดงออกถึงศักยภาพและศักดิ์ศรีของกองทัพบกในงานด้าน การแพทย์ทหารให้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติแล้ว ยังเป็น การยืนยันความมัน่ ใจทีป่ ระเทศไทยได้รบั การยอมรับจากประเทศ สมาชิกอาเซียน และประเทศคู่เจรจาให้เป็นผู้น�ำด้านการแพทย์ ทหารร่วมกับประเทศรัสเซีย ในปี ๒๕๕๗ ถึง ๒๕๕๙ หรือ ในอีก ๓ ปีข้างหน้าอีกด้วย จึงเป็นโอกาสดีที่ประเทศไทยจะใช้ความร่วมมือด้าน การแพทย์ทหารให้เป็นที่ยอมรับ และเป็นประตูสู่ความร่วมมือ ที่ เ ป็ น รู ป ธรรมด้ า นอื่ น ๆ เพื่ อ ความมั่ น คงและความผาสุ ก ในภูมิภาคต่อไป 

เสนาสาร


“พระพุทธเมตตาเสนานาถ” พระพุทธรูปในต�ำนาน งดงามล�้ำค่า มหามงคล แห่งยุคสมัย โดยการจั ด สร้ า งของกองทั พ บก ที่ พ ระบาทสมเด็ จ พระเจ้ า อยู ่ หั ว ทรงพระราชทานนาม เพื่อความเป็นสิริมงคลและมีพระบรมราชานุญาตให้น�ำ ตราสั ญ ลั ก ษณ์ ก ารจั ด งานเฉลิ ม พระเกี ย รติ พ ระบาทสมเด็ จ พระเจ้ า อยู ่ หั ว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ มาประดิษฐานที่ผ้าทิพย์ บริเวณฐานพระพุทธรูป, ด้านหลังเหรียญ และด้านหลังพระสมเด็จผงพระพุทธคุณ พระพุทธเมตตาเสนานาถ ออกแบบโดยอาจารย์สาคร โสภา ผูท้ รงคุณวุฒิ ด้านศิลปกรรมไทย รองผู้อ�ำนวยการฝ่ายบริหารวิทยาลัยช่างศิลป์สถาบัน พัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม พุทธลักษณะขององค์พระและพระพักตร์เป็น ศิลปะในยุคสมัยสุโขทัย พระมหามงกุฎเป็นศิลปะในยุคสมัยอยุธยา ฐานชั้นบน ขององค์พระแบบบัวคว�่ำบัวหงายเป็นศิลปะในยุคสมัยเชียงแสน ฐานชั้นล่าง ขององค์พระประดับลายจีนเป็นศิลปะในยุคสมัยธนบุรี พระพุทธรูปทรงเครื่อง เป็นศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ วัตถุประสงค์เพื่อน�ำรายได้สมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่ โรงพยาบาลในสังกัดกองทัพบก ๓๗ แห่งทั่วประเทศ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา ๘๔ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๕ นอกจากนี้ ยังจัดสร้างพระพุทธเมตตาเสนานาถองค์ใหญ่ ขนาดหน้าตัก ๙๐ นิว้ สูง ๒๘๐ นิว้ อัญเชิญประดิษฐาน ณ วิหารวัดวชิรธรรมาราม อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อให้พุทธศาสนิกชนทั่วไปได้สักการบูชา

พิ ธี เ ททองหล่ อ พระพุ ท ธเมตตาเสนานาถ เมื่ อ วั น ที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๖ โดยสมเด็ จ พระเทพรั ต นราชสุ ด าฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชด�ำเนินแทนพระองค์ ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม


 พระพุทธบูชา เนื้อบรอนซ์นอก  กะไหล่ทองค�ำ

 พระพุทธบูชา เนื้อบรอนซ์นอก 

 เนื้อเงิน 

 เนื้อนวโลหะ 

 เนื้อทองแดง 

 รูปหล่อลอยองค์ 

 เนื้อเงิน 

 เนื้อนวโลหะ 

 เนื้อทองแดง 

 รูปหล่อลอยองค์ 

 เนื้อผงสีขาว 

 เนื้อผงสีน�้ำตาล 

 เนื้อผงสีแดง 

 พระสมเด็จผงพุทธคุณ  มวลสารมหามงคล


พิธีมหาพุทธาพิเษก ๓ วัน ๓ คืน วันที่ ๒๗ - ๒๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ ณ บริเวณพุทธมณฑล ศาลายา จ.นครปฐม โดยอาราธนาพระสงฆ์ พระสมณศักดิ์ จ�ำนวน ๑๐๐ รูป พระเกจิอาจารย์ จ�ำนวน ๑๐๘ รูป และพระสงฆ์ทั่วไป จ�ำนวน ๒,๖๐๐ รูป ประกอบพิธี มี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธาน  พระพุทธรูปบูชา พระพุทธเมตตาเสนานาถ เนือ้ กะไหล่ทอง หน้าตัก ๙ นิว้ จ�ำนวนสร้าง ๕๙๙ องค์ บูชาองค์ละ ๒๙,๙๙๙ บาท

หน้าตัก ๕ นิ้ว จ�ำนวนสร้าง ๙๙๙ องค์ บูชาองค์ละ ๑๒,๙๙๙ บาท  พระพุทธรูปบูชา พระพุทธเมตตาเสนานาถ เนือ้ บรอนซ์นอก หน้าตักกว้าง ๙ นิว้ จ�ำนวนสร้าง ๕๙๙ บูชาองค์ละ ๑๘,๙๙๙ บาท หน้าตัก ๕ นิ้ว จ�ำนวนสร้าง ๙๙๙ องค์ บูชาองค์ละ ๖,๙๙๙ บาท  รูปหล่อลอยองค์ พระพุทธเมตตาเสนานาถ เนื้อทองค�ำ (น�้ำหนัก ๒๖ กรัม) จ�ำนวนสร้าง ๑๙๙ องค์ บูชาองค์ละ ๖๙,๙๙๙ บาท  เนื้อเงิน จ�ำนวนสร้าง ๙,๙๙๙ องค์ บูชาองค์ละ ๒,๙๙๙ บาท  เนื้อนวโลหะ จ�ำนวนสร้าง ๑๙,๙๙๙ องค์ บูชาองค์ละ ๖๙๙ บาท  เนื้อทองแดง จ�ำนวนสร้าง ๑๙๙,๙๙๙ องค์ บูชาองค์ละ ๒๙๙ บาท  เหรียญพระพุทธรูป พระพุทธเมตตาเสนานาถ เนื้อทองค�ำ (น�้ำหนักประมาณ ๒๒ กรัม) จ�ำนวนสร้าง ๑๙๙ เหรียญ บูชาเหรียญละ ๕๙,๙๙๙ บาท  เนื้อเงิน จ�ำนวนสร้าง ๙,๙๙๙ เหรียญ บูชาเหรียญละ ๑,๕๙๙ บาท  เนื้อนวโลหะ จ�ำนวนสร้าง ๑๙,๙๙๙ เหรียญ บูชาเหรียญละ ๖๙๙ บาท  เนื้อทองแดง จ�ำนวนสร้าง ๑๙๙,๙๙๙ เหรียญ บูชาเหรียญละ ๑๙๙ บาท  พระสมเด็ จ ผงพุ ท ธคุ ณ พระพุ ท ธเมตตาเสนานาถ เนื้ อ ผงสี ด� ำ เนื้ อ ผงสี ข าว เนื้ อ ผงสี น�้ ำ ตาล เนื้ อ ผงสี แ ดง จ�ำนวนสร้างรวมทุกสี ๙๙๙,๙๙๙ องค์ บูชาองค์ละ ๙๙ บาท


26

เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน

เสนาสาร


กุมภาพันธ์ - พฤษภาคม ๒๕๕๖

27


“๔,๓๕๐ การทรงงาน เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชน” นิทรรศการที่ตรึงอยู่ในห้วงความทรงจ�ำ

“เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่ง มหาชนชาวสยาม” พระปฐมบรมราชโองการ ในการพระราช พิธีบรมราชาภิเษก เมื่อ ๕ พฤษภาคม ๒๔๙๓ เป็นเสมือนค�ำมั่น ตลอดระยะเวลากว่า ๖๗ ปีแห่งการครองราชย์ ที่พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงประกอบพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่ เพื่อบ�ำบัดความทุกข์ยากและเพื่อประชาชนบนผืนแผ่นดินไทย จึงก่อเกิดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชด�ำริกว่า ๔,๓๕๐ โครงการ โดยมีจุดมุ่งหมายให้ประชาชนอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข นิทรรศการ “๔,๓๕๐ การทรงงาน เพื่อประโยชน์สุข แห่งมหาชน” เป็นนิทรรศการที่จัดแสดงระหว่างวันที่ ๑๔ - ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๕๖ ที่ ผ ่ า นมา ณ อาคารรั ฐ ประศาสนภั ก ดี 28

เสนาสาร


(อาคาร B) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพ นิทรรศการแนวใหม่ที่รวบรวมเอา พระราชกรณียกิจ ทั้ง ๔,๓๕๐ โครงการ ในลักษณะนิทรรศการ ที่มีชีวิต พร้อมตัวอย่างความส�ำเร็จจากโครงการอันเนื่องมาจาก พระราชด�ำริ และการแสดงวงดุริยางค์จากทุกเหล่าทัพ ภายในงานท่ า นผู ้ เ ยี่ ย มชมยั ง จะได้ รั บ ฟั ง การเสวนา วิชาการ โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ อาทิ การบรรยายในหัวข้อ “พิพธิ ภัณฑ์ธรรมชาติของสิง่ มีชวี ติ ฯ” โดยนายอ�ำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี, เสวนาเรื่อง “การประชุม การจัดท�ำคู่มือบัญชีหลัก ศูนย์ฯ” โดยเลขาธิการ กปร., การบรรยายเรื่อง “การบริหาร จัดการน�้ำตามแนวพระราชด�ำริ” โดย อ.ปราโมทย์ ไม้กลัด, เสวนาเรื่อง “การบริหารจัดการน�้ำ” โดย ดร.รอยบุญ รัศมีเทศ และอธิบดีกรมชลประทาน, เสวนาเรื่อง “ส�ำนักงาน กปร. กั บ การขั บ เคลื่ อ นเศรษฐกิ จ พอเพี ย ง” โดย รปร.จิ ร พั น ธ์ , เสวนาเรื่อง “งานนิรรศการกองทัพไทย” โดย พลตรี อาจศึก สุ ว รรณธาดา กองบั ญ ชาการกองทั พ ไทย และเสวนาเรื่ อ ง มิถุนายน - กันยายน ๒๕๕๖

“ธนาคารเพื่ อ การเกษตรและสหกรณ์ ก ารเกษตร (ธกส.)” โดย นายศรายุทธ ธรเสนา ส�ำหรับกิจกรรมอบรมหลักสูตรระยะสั้น ซึ่งมีการฝึก อบรมอาชีพจากเกษตรกรผู้ประสบความส�ำเร็จตัวจริง โดย เปิดหลักสูตร ๘ หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรที่ ๑ การเพาะเห็ด เศรษฐกิจ โดยวิทยากรจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ, หลักสูตรที่ ๒ การท�ำเกษตรผสมผสาน โดยวิทยากรจากศูนย์ ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายฯ, หลักสูตรที่ ๓ การเลีย้ งไก่ดำ� ภูพาน โดยวิ ท ยากรจากศู น ย์ ศึ ก ษาการพั ฒ นาภู พ านฯ, หลั ก สู ต ร ที่ ๔ การผลิตเมล็ดพันธุข์ า้ วพันธุด์ ี โดยวิทยากรจากศูนย์ศกึ ษาการ พัฒนาภูพานฯ, หลักสูตรที่ ๕ การเลี้ยงกบ โดยวิทยากรจากศูนย์ ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนฯ, หลักสูตรที่ ๖ การปลูกผักปลอด สารพิษ โดยวิทยากรจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนฯ, หลักสูตรที่ ๗ การปลูกมะนาวนอกฤดู โดยวิทยากรจากศูนย์ศกึ ษา การพัฒนาเกษตรภูสิงห์ฯ และหลักสูตรที่ ๘ การแปรรูปสัตว์น�้ำ โดยวิทยากรจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนฯ 29


๔,๓๕๐ โครงการอันเนือ่ งมาจากพระราชด�ำริ ทีพ่ ระบาท สมเด็จพระเจ้าอยูห่ วั ได้พระราชทานแก่ประชาชนทัว่ ทุกภูมภิ าค ของประเทศ ทัง้ โครงการด้านการพัฒนาแหล่งน�ำ้ ด้านการเกษตร ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านการส่งเสริมอาชีพ ด้านคมนาคมสื่อสาร ด้านสวัสดิการสังคม ด้านสาธารณสุข และด้านอื่น ๆ ล้วนเป็น โครงการทีส่ ร้างประโยชน์สขุ แก่ประชาชน เป็นการพัฒนาทีย่ งั่ ยืน สมแล้วที่พระองค์ทรงถูกขนานนามให้เป็นพระมหากษัตริย์ นักพัฒนา ผู้เสริมสร้างรากฐานความมั่นคงให้กับประชาชน ทุกหมู่เหล่าในสยามประเทศอย่างแท้จริง และนิทรรศการ “๔,๓๕๐ การทรงงาน เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชน” จะเป็น นิทรรศการที่ถูกจารึกไว้ในหัวใจคนไทยตราบนานเท่านาน 

30

เสนาสาร


มิถุนายน - กันยายน ๒๕๕๖

๓๑

๓๒

เสนาสาร


ปฏิบัติการนานนับสิบปี นอกจากนี้ได้บรรยายถึงโครงสร้าง และองค์ ป ระกอบของปั ญ หาที่ เ กิ ด ขึ้ น ซึ่ ง มาจากเงื่ อ นไข ทั้งทางประวัติศาสตร์ ความแตกต่างด้านศาสนา และความ ไม่เป็นธรรมทางสังคม เป็นปัจจัยหลักในการปลุกระดมให้ คนเข้ า ร่ ว มขบวนการ ซึ่ ง นั บ เป็ น สิ่ ง จ� ำ เป็ น อย่ า งยิ่ ง ส� ำ หรั บ ผู ้ ป ฏิ บั ติ ง าน รวมทั้ ง สื่ อ มวลชนที่ ล งมาท� ำ ข่ า วในพื้ น ที่ ซึ่งจะต้องรู้และเข้าใจเพื่อป้องกันตนเองไม่ให้เป็นส่วนหนึ่ง ในการเพิ่ ม เงื่ อ นไข หรื อ เดิ น ไปตกหลุ ม กั บ ดั ก ที่ เ กิ ด ขึ้ น จาก สภาพของสังคมในพื้นที่ และกลายเป็นเครื่องมือของขบวนการ อย่างไม่รู้ตัว โดยข้อเท็จจริงเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ในปัจจุบัน ไม่ได้เกิดจากกลุ่มขบวนการเพียง กลุ่มเดียว หากแต่เกิดจากกลุ่มผลประโยชน์ ความขัดแย้งทาง ธุรกิจ การเมือง ยาเสพติด สิง่ ผิดกฎหมาย และอืน่ ๆ อีกมากมาย

สื่อสาร สันติภาพ ชายแดนใต้

และไม่ใช่ความขัดแย้งระหว่างประชาชนกับรัฐบาลในเรื่อง นโยบายต่าง ๆ อย่างทีเ่ กิดในต่างประเทศ หรือระหว่างประชาชน กับประชาชนทีม่ คี วามแตกต่างด้านศาสนาหรืออืน่ ๆ ใดใดทัง้ สิน้ ซึ่งเรื่องนี้เป็นที่ทราบและยอมรับจากองค์กรระหว่างประเทศ อย่าง โอไอซี เป็นอย่างดี เหตุรา้ ยรุนแรงทีเ่ กิดขึน้ นัน้ แท้จริงเกิดจาก การกระท�ำเพื่อตอบโต้ระหว่างกลุ่มปฏิบัติการของขบวนการกับ เจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งเป็นเป้าหมายหลัก แม้บางครั้งอาจจะลามไปยัง เป้าหมายทีอ่ อ่ นแออันเป็นสัญลักษณ์ของเจ้าหน้าทีร่ ฐั บ้างก็ตาม รวมทั้งเหตุการณ์จากภัยแทรกซ้อนหรืออาชญากรรมทั่วไป แต่การขาดข้อมูลทีถ่ กู ต้องในการน�ำเสนอกลายเป็นการสร้างภาพ สถานการณ์ให้ดูรุนแรงเกินความเป็นจริง ขณะเดี ย วกั น การขาดความเข้ า ใจในเรื่ อ งวั ฒ นธรรม วิถีชีวิตรวมทั้งด้านอื่น ๆ ที่ส�ำคัญคือด้านภาษา ท�ำให้เกิดปัญหา มากมายในการสื่ อ สาร อย่ า งกรณี ข ้ อ ความบนแผ่ น ป้ า ยผ้ า เกี่ ย วกั บ การพู ด คุ ย สั น ติ ภ าพซึ่ ง เกิ ด ขึ้ น เมื่ อ ไม่ น านมานี้ ซึ่งได้แปลคลาดเคลื่อนจากความหมายที่แท้จริง สร้างความ ตื่ น ตระหนกไปทั้ ง ประเทศ อี ก ทั้ ง การแข่ ง ขั น การน� ำ เสนอ ข่ า วให้ เ ป็ น ที่ น ่ า สนใจด้ ว ยการแต่ ง แต้ ม สี สั น โดยขาดความ ยั้งคิดและรับผิดชอบ อย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในห้วงเดือน รอมฎอนที่ ผ ่ า นมา ถู ก น� ำ มารายงานเชิ ง วิ เ คราะห์ ท างสถิ ติ เปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมาราวกับรอมฎอนเป็นเทศกาลแห่ง การคร่าชีวิตผู้คนอีกเทศกาลหนึ่ง ซึ่งได้สร้างความเสื่อมเสีย ให้กับศาสนาอย่างไม่น่าให้อภัย

การเดินทางลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของคณะสื่อมวลชนจากส่วนกลาง เมื่อกลางเดือนสิงหาคม ปี ๕๖ หลังสิน้ สุดเดือนรอมฎอนอันศักดิส์ ทิ ธิข์ องชาวมุสลิม เพือ่ ศึกษาและส�ำรวจเส้นทางไฟใต้ทที่ อดยาวมาเกือบ ๑๐ ปี ซึง่ ผ่านเข้าสู่ โค้งส�ำคัญของการแก้ปัญหาด้วยมิติใหม่ที่มีการพูดคุยเพื่อสันติภาพ พร้อม ๆ กับการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์ การแก้ปญ ั หาโดยรัฐบาลในห้วงทีผ่ า่ นมา นับเป็นโอกาสดีทไี่ ด้พบปะกับเจ้าหน้าทีผ่ ปู้ ฏิบตั งิ าน และสือ่ มวลชนในพืน้ ที่ ซึง่ ได้แลกเปลีย่ น ประสบการณ์ สร้างความสัมพันธ์ และเกิดบูรณาการในการปฏิบตั งิ านอย่างมีประสิทธิภาพ ในการทีจ่ ะท�ำให้การแก้ปญ ั หา ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเอกภาพ และสามารถน�ำความสันติสุขคืนสู่ดินแดนแห่งนี้โดยเร็ว การลงพื้ น ที่ ค รั้ ง นี้ นอกจากมี ก ารพั ฒ นาสั ม พั น ธ์ ดังที่กล่าวแล้ว ยังมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เห็นข้อเท็จจริงของ สถานการณ์ที่เกิดขึ้น รวมทั้งรับทราบนโยบายและแผนงาน การปฏิบัติงานของส่วนราชการต่าง ๆ ในพื้นที่ โดยมีศูนย์ ประสานการปฏิบตั ทิ ี่ ๕ กองอ�ำนวยการรักษาความมัน่ คงภายใน ราชอาณาจักร เป็นผู้ประสานงาน และกองอ�ำนวยการรักษา มิถุนายน - กันยายน ๒๕๕๖

ความมัน่ คงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า และหน่วยขึน้ ตรง ได้บรรยาย สรุปและน�ำคณะสือ่ ฯ ลงสัมผัสพืน้ ทีจ่ ริงของการปฏิบตั ิ นอกจาก การบรรยายสรุปสถานการณ์และการปฏิบตั งิ านแล้ว ได้บรรยาย ให้เห็นถึงสาเหตุและความเป็นมาของสถานการณ์ระลอกใหม่ ทีเ่ กิดขึน้ ตัง้ แต่ปี ๒๕๔๗ เป็นต้นมา โดยกลุม่ ขบวนการได้วางแผน และบ่มเพาะอุดมการณ์สร้างแนวร่วม ตลอดจนเตรียมก�ำลัง ๓๓

๓๔

เสนาสาร


นอกจากนีเ้ รือ่ งราวต่าง ๆ ทีเ่ กิดขึน้ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ได้มีแต่เรื่องที่เลวร้ายไปทั้งหมด สิ่งที่เป็นการสร้างสรรค์และ ความดีงามก็เกิดขึน้ อย่างมากมายหลายด้าน อย่างเช่นด้านสังคม ทีม่ กี ารส่งเสริมคนดีดว้ ยการให้ทนุ ไปประกอบพิธฮี จั ญ์ในทุก ๆ ปี ซึ่งควรที่จะน�ำความดีของบุคคลเหล่านี้มาประกาศเกียรติคุณ เป็นตัวอย่าง ส่วนด้านการศึกษาที่ใช้การศึกษาสองระบบ ปรับ หลักสูตรสอนทั้งสามัญและศาสนาควบคู่กันไป ตรงกับต้องการ ของคนในพืน้ ทีอ่ ย่างแท้จริง อีกทัง้ ก�ำลังเตรียมการทีจ่ ะพัฒนาการ ศึ ก ษาด้ ว ยการจั ด ตั้ ง มหาวิ ท ยาลั ย ในพื้ น ที่ จั ง หวั ด ชายแดน เพิ่มขึ้นอีกส�ำหรับด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ล่าสุดเตรียม การที่จะสร้างสนามบินแห่งใหม่ เพื่อเตรียมเข้าสู่การแข่งขัน มิถุนายน - กันยายน ๒๕๕๖

ในประชาคมอาเซียน และเรือ่ งอืน่ ๆ ทีท่ างราชการพยายามผลักดัน ให้เกิดขึ้นอีกมากมาย และสิ่งที่เป็นข่าวดีส�ำหรับพี่น้องมุสลิม ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือปีนเี้ ป็นปีแรกทีเ่ ปิดใช้ทา่ อากาศยาน นานาชาตินราธิวาส ขนส่งผู้โดยสารเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ ณ ประเทศซาอุดีอาระเบีย โดยไม่ต้องเดินทางไปขึ้นเครื่องบิน ถึงท่าอากาศยานต่างจังหวัดที่ห่างไกลออกไป สิ่งเหล่านี้เป็น ส่วนหนึ่งที่จะขับเคลื่อนและน�ำความสันติสุขกลับคืนมา แต่กลับ ไม่ปรากฏในตลาดข่าวและพื้นที่สื่อแต่อย่างใด ทั้งนี้เนื่องจาก การน�ำเสนอข่าวในเป็นปัจจุบันได้เข้าสู่ยุคแห่งการแข่งขัน และ มีการพัฒนาทัง้ ทางด้านเทคโนโลยี และรูปแบบทีน่ า่ สนใจในเช่น สารคดีเชิงข่าว รายพิเศษ หรืออื่น ๆ ที่มุ่งน�ำเสนอเรื่องราวที่อยู่ 35


ในความสนใจของคนทั่วไป ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นข่าวเหตุการณ์ ความรุนแรงทีก่ ำ� ลังเกิดขึน้ ในปัจจุบนั ส่วนข่าวสารด้านการพัฒนา และกิจกรรมสร้างสรรค์ทั่วไปมักถูกมองข้ามโดยปริยาย ทุกวันนี้หากพูดถึงจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทุกคนจะนึก ภาพเห็นแต่ความรุนแรง บดบังความงดงามที่มีอยู่อย่างมากมาย ทั้ ง ความสวยงามตามธรรมชาติ และความหลากหลายทาง วัฒนธรรมที่ยังคงมีอยู่ ท�ำให้ชาวต่างประเทศ มองไปในลักษณะ เดียวกันด้วย อีกทั้งยังท�ำให้ประชาคมโลกเข้าใจว่า จังหวัด ชายแดนภาคใต้เป็นดินแดนแห่งความขัดแย้งมีการต่อสู้ด้วย อาวุธที่รุนแรง ไร้ซึ่งสันติภาพ ไม่มีความปลอดภัยต่อคนไทย ชาวต่างประเทศ และจ�ำเป็นที่องค์กรระหว่างประเทศต้อง เข้ามาจัดการดูแล นั้นเท่ากับสื่อได้ท�ำหน้าที่เป็นกระบอกเสียง ของขบวนการอย่างไม่รู้ตัว การลงสัมผัสพืน้ ทีจ่ ริงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของคณะ สื่อมวลชนในครั้งนี้ นอกจากได้รับรู้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ตามนโยบายรัฐบาลแล้ว ยังได้เห็นข้อเท็จจริงของสถานการณ์ ซึง่ บางอย่างอาจตรงกันข้ามกับความรูส้ กึ อันเกิดจากการรายงาน ทางภาพข่าว และที่ส�ำคัญได้เข้าใจถึงแนวทางในการสื่อสาร เพื่อสันติภาพ ซึ่งต้องท�ำหน้าที่ในการเป็นสื่อกลางในการสร้าง ความเข้าใจระหว่างความคิดแตกต่าง ระมัดระวังการเสนอข่าว ลั ก ษณะที่ มี ค วามรุ น แรงเกิ น ความจริ ง อี ก ทั้ ง การผลิ ต สื่ อ ที่ 36

สร้างสรรค์เพื่อสลายอคติ ลดความเกลียดชังระหว่างกลุ่มต่าง ๆ เยียวยาความขัดแย้งด้านความคิด ซึง่ นับเป็นสิง่ ค่อนข้างยากและ ท้าทายต่อการเป็นนักประชาสัมพันธ์เพื่อสันติภาพอย่างแท้จริง มีค�ำกล่าวว่า กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จภายในวันเดียว ฉันใด สันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ไม่สามารถกลับคืน มาได้ในระยะเวลาอันสัน้ ฉันนัน้ และไม่อาจเกิดขึ้นได้ด้วยองค์กร ใดเพียงองค์กรหนึ่ง หากแต่ทุกองคาพยพต้องร่วมกันก่อร่าง สร้างฐานตามแบบแผนและแนวทางอันเดียวกัน ซึ่งองค์กรสื่อ เป็นปัจจัยส�ำคัญในการเชื่อมประสานสร้างความเข้าใจให้ตรง กัน ซึง่ จะน�ำไปสูก่ ารมีเอกภาพในการปฏิบตั งิ านในการแก้ปญ ั หา ให้ประสบความส�ำเร็จ และสร้างสันติภาพ สันติสุขให้เกิดขึ้น อย่างยั่งยืน 

เสนาสาร


“เสียงเพลงจากหัวใจ ใต้รม่ พระบารมี เพือ่ ความสุขทีย่ งั่ ยืน”

โครงการบทเพลงรักแห่งแผ่นดินปี ๓

ภายใต้ ชื่ อ “บทเพลงรั ก แห่ ง แผ่ น ดิ น ” ที่ จั ด ขึ้ น เพื่ อ เฉลิ ม พระเกี ย รติ พระบาทสมเด็ จ พระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรม ราชินนี าถ ซึง่ จัดขึน้ ตัง้ แต่ปี ๒๕๕๔ เป็นต้นมา โดยมี วั ตถุป ระสงค์เพื่อแสดงออกถึงความจงรั กภั กดี การเทิดทูน การพิทัก ษ์รัก ษาไว้ รวมทั้ง สร้ า ง เครือข่ายเยาวชนปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นสถาบันหลักที่ส�ำคัญของชาติในทุกโอกาส มิถุนายน - กันยายน ๒๕๕๖

ส�ำหรับปีนี้โครงการ “บทเพลงรักแห่งแผ่นดิน” ปีที่ ๓ ภายใต้ วั ต ถุ ป ระสงค์ เ พื่ อ เฉลิ ม พระเกี ย รติ พ ระบาทสมเด็ จ พระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๖ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๖ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๑ พรรษา ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๖ รวมทั้งขยายเครือข่ายเยาวชน ในการปกป้องสถาบันให้กว้างขวางขึ้นโดยใช้ดนตรีเป็นสื่อ และ เพื่อให้ประชาชนชาวไทยจากทุกภาคส่วนได้ส�ำนึกในพระมหา กรุณาธิคณ ุ เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ตลอดจนเป็นการสร้าง ความรัก ความสามัคคีของคนในชาติ ผ่านแนวคิด “เสียงเพลง จากหัวใจ ใต้ร่มพระบารมี เพื่อความสุขที่ยั่งยืน” 37


38

เสนาสาร


จัดกิจกรรมโดยใช้บทเพลงรักเพื่อแสดงออกถึงความ จงรักภักดี จากหัวใจของพสกนิกรเกือบ ๗๐ ล้านคนทั่วประเทศ ต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในชื่อ “บทเพลงรักแห่งแผ่นดิน” รวมทั้ง จัดนิทรรศการที่มีเนื้อหาสาระ องค์ความรู้เกี่ยวกับพระราช กรณี ย กิ จ ของพระบาทสมเด็ จ พระเจ้ า อยู ่ หั ว และสมเด็ จ พระนางเจ้ า ฯ พระบรมราชิ นี น าถ เน้ น การมี ส ่ ว นร่ ว มของ ส่วนราชการ สถาบันการศึกษา ประชาชน และบุคคลส�ำคัญใน พืน้ ทีน่ นั้ ๆ โดยมีกจิ กรรมทีส่ ำ� คัญในโครงการฯ คือ การจัดประกวด วงดนตรีสากลร่วมสมัยระดับมัธยมศึกษาทัว่ ประเทศ เพือ่ ชิงถ้วย พระราชทาน สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มิถุนายน - กันยายน ๒๕๕๖

39


โดยคัดเลือกวงดนตรีจากทุกภูมิภาคของประเทศ ทั้ง ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ กว่า ๒ เดือน แห่งการแข่งขัน กว่า ๕ ภูมิภาคแห่งการเฟ้นหา กว่า ๑๐๐ โรงเรียน ที่ร่วมชิงชัย เพื่อให้ได้ตัวแทนของแต่ละภูมิภาค ที่จะเข้าไปแข่งขัน ในรอบชิงชนะเลิศ การประกวดวงดนตรีสากลร่วมสมัยระดับ มั ธ ยมศึ ก ษาทั่ ว ประเทศ เพื่ อ ชิ ง ถ้ ว ยพระราชทาน สมเด็ จ 40

พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินนี าถ ออกแบบโดย อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ และเงินรางวัล มูลค่ารวมกว่า ๑ ล้านบาท ส� ำ หรั บ ๑๕ วง ตั ว แทนจากแต่ ล ะภู มิ ภ าค ได้ แ ก่ วง THE HUMBLE โรงเรี ย นมหาวชิ ร าวุ ธ จั ง หวั ด สงขลา, วงทุ่งฉัตร TS COMBO BAND โรงเรียนทุ่งสง จังหวัดสงขลา และวงดนตรีโรงเรียนเทศบาล ๕ (วัดหัวป้อมนอก) จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นตัวแทนจากภาคใต้ วงพรพนรั ต น์ โรงเรี ย นเตรี ย มอุ ด มศึ ก ษา, วงดนตรี เสนาสาร


โรงเรียนนวมินทราชูทิศ กรุงเทพมหานคร และวงสาละแบนด์ โรงเรียนสาธิต มศว ประสานมิตร (ฝ่ายมัธยม) ตัวแทนจาก กรุงเทพฯ และปริมณฑล ส�ำหรับตัวแทนจากภาคกลาง ได้แก่ วงพระเกี้ยวน้อย โรงเรี ย นเตรี ย มอุ ด มศึ ก ษาน้ อ มเกล้ า สมุ ท รปราการ, วงร� ำ เพยแบนด์ โรงเรียนเทพศิรินทร์ พุแค จัง หวัดสระบุรี และวงดนตรี โรงเรียนโคกสลุงวิทยา จังหวัดลพบุรี ส่วนตัวแทนจากภาคเหนือ ได้แก่ วง MC BI BAND โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่, วงสีเสียดแก่น โรงเรี ย นก� ำ แพงเพชรพิ ท ยาคม และวง THE NATURAL วิทยาลัยนาฏศิลป์สุโขทัย ตัวแทนจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ วงสวน มะม่วงคุณพ่อ โรงเรียนศรีสะเกษวิทยาลัย, วง MK MINI BAND โรงเรียนเมืองคง จังหวัดนครราชสีมา และวงขามแก่นแบนด์ โรงเรียนขามแก่นนคร จังหวัดขอนแก่น ทั้ง ๑๕ วง ได้เข้ารับการ WORKSHOP เพื่อเพิ่มความ สามารถทางด้ า นดนตรี จากวิ ท ยากรผู ้ ค ร�่ ำ หวอดในวงการ เพลงของเมืองไทย ซึ่งมีส่วนส�ำคัญต่อพัฒนาการ ด้านดนตรี มิถุนายน - กันยายน ๒๕๕๖

คุ ณ ภาพของเพลง และผลของการประกวด ตลอดจนการ ปลู ก ฝั ง อุ ด มการณ์ ค วามรั ก ชาติ ศาสนา พระมหากษั ต ริ ย ์ ณ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จังหวัดนครนายก ในวันที่ ๑๔ - ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๖ และเข้าแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ในวันที่ ๒ และ ๓ กันยายน ๒๕๕๖ ที่ลานอีเดน เซ็นทรัลเวิลด์ ส�ำหรับบทเพลงที่ใช้ในการประกวด ๔ บทเพลง คือ เพลง “บทเพลงพระราชนิพนธ์” ๑ เพลง เพลงอิสระ ๒ เพลง (ช้า ๑ เพลง เร็ว ๑ เพลง) และเพลงรักชาติ ที่ได้มาจาก การประกวดการแต่งบทเพลงรักชาติของ ทบ. ๑ เพลง ซึง่ มีเนือ้ หา เกี่ยวข้องกับความรักของทหารและประชาชน ที่มีต่อสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ หรือเนื้อหาที่เกี่ยวกับความรัก ความห่วงใย และความเห็นอกเห็นใจของพี่น้องประชาชนที่มี ต่อทหาร ในการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ นอกจากนีย้ งั ได้จดั ให้มกี ารขยายเครือข่ายเยาวชนในการ ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น โดยน�ำวง ดนตรีของโรงเรียนที่ผ่านการคัดเลือกในทุกภูมิภาค จัดกิจกรรม แสดงวงดนตรี โดยน�ำบทเพลงรักแห่งแผ่นดิน และบทเพลง ที่ชนะเลิศการประกวดแต่งบทเพลงรักชาติของ ทบ. มาเป็น 41


ต้นแบบขยายผลให้กบั โรงเรียนอืน่ ๆ ในพืน้ ที่ ในลักษณะใช้ดนตรี เป็นสื่อให้นักเรียน นักศึกษา ได้ส�ำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ และเป็นการสร้างความรัก ความสามัคคีให้เกิดขึ้นแก่เยาวชนในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ตลอดจนการจัดแสดงนิทรรศการ “ต้นรักแห่งแผ่นดิน” ในจังหวัดที่เป็นพื้นที่ส�ำคัญของภูมิภาคต่าง ๆ ควบคู่ไปกับ การประกวด “บทเพลงรักแห่งแผ่นดิน” เพื่อน�ำเสนอสาระ และองค์ความรู้ โดยจัดบอร์ดนิทรรศการควบคู่กับระบบวีดิทัศน์ ซึ่งจะมีเนื้อหาเกี่ยวกับพระราชประวัติ การเถลิงถวัลยราชสมบัติ การเสด็ จ เยี่ ย มเยี ย นพสกนิ ก ร เพื่ อ ทอดพระเนตรปั ญ หา ความทุกข์สุขของพสกนิกรด้วยพระองค์เอง โครงการอันเนื่อง มาจากพระราชด�ำริโครงการแรกจนมาถึง ๔,๐๐๐ กว่าโครงการ ในปั จ จุ บั น โดยเฉพาะอย่ า งยิ่ ง โครงการอั น เนื่ อ งมาจาก พระราชด�ำริในความรับผิดชอบของ ทบ. ผลส�ำเร็จของโครงการ 42

ที่ท�ำให้ประชาชนในทุกภูมิภาคมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และความ ซาบซึ้งในพระมหากรุณ าธิคุณ ที่ค นไทยทุกคนมีต่อพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฐานะศูนย์รวมใจของคนไทยทั้งชาติ รวมถึงการจัดกิจกรรมให้ประชาชนมีสว่ นร่วมในการปกป้องและ เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ จัดให้มีการเสวนาโดยปราชญ์ ชาวบ้านหรือผู้ที่ประสบความส�ำเร็จในการน�ำแนวทางปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ด�ำเนินชีวิตประจ�ำวัน ส�ำหรับการประกวดแข่งขันวงดนตรีสากลร่วมสมัยระดับ มัธยมศึกษา “บทเพลงรักแห่งแผ่นดิน” ปีที่ ๓ รอบชิงชนะเลิศ วันอังคารที่ ๓ กันยายน ๒๕๕๖ โดยจัดประกวดวงดนตรีรว่ มสมัย รอบชิงชนะเลิศ จ�ำนวน ๕ วง พร้อมประกาศผลในวันเดียวกัน ณ ลาน Eden ชั้น ๑ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ถนนพระราม ๑ แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร  เสนาสาร


กองร้อยเฉพาะกิจ (๓ ภารกิจ)

มิติใหม่กองทัพบก

ากสถานการณ์และภัยคุกคามรูปแบบใหม่ในปัจจุบนั กองทัพบกได้เร่งให้มีการพัฒนาขีดความสามารถ ของก�ำลังพลและยุทโธปกรณ์ เพือ่ เผชิญภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ นี้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยก�ำหนดให้ใช้ก�ำลังพล, ยุทโธปกรณ์ และงบประมาณที่มีอย่างจ�ำกัดให้คุ้มค่ามากที่สุด จัดก�ำลังเป็น กองร้อยเฉพาะกิจในหน่วยระดับกองพันทั่วประเทศ และท�ำ การฝึ ก โดยแสวงประโยชน์ จ ากการฝึ ก UNIT SCHOOL เพื่อประหยัดงบประมาณและได้ผลสัมฤทธิ์จากการฝึก ท�ำให้ ก�ำลังพลสามารถปฏิบัติภารกิจได้เพิ่มขึ้นเป็น ๓ ภารกิจ คือ การป้องกันชายแดน, การรักษาความสงบเรียบร้อยในประเทศ และการช่วยเหลือประชาชน มิถุนายน - กันยายน ๒๕๕๖

ส� ำ หรั บ กองพลทหารราบที่ ๑ รั ก ษาพระองค์ (พล.๑ รอ.) ถือเป็นหน่วยที่ได้รับมอบภารกิจให้เป็นหน่วยสาธิต กองร้อยเฉพาะกิจให้กบั หน่วยระดับกองพันทัว่ ประเทศ เนือ่ งจาก พล.๑ รอ. มีที่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร สามารถเคลื่อนย้าย อาวุธยุทโธปกรณ์ได้สะดวก และสามารถปฏิบัติภารกิจ กองร้อย เฉพาะกิจ ได้ครบสมบูรณ์ทั้ง ๓ ภารกิจ คือ กองร้อยป้องกัน ชายแดน (ร้อย.ปชด.), กองร้อยรักษาความสงบ (ร้อย.รส.) และ กองร้อยช่วยเหลือประชาชน (ร้อย.ชป.) อีกทัง้ ยังมีประสบการณ์ จากการสาธิตการปฏิบตั ใิ ห้ผบู้ ญ ั ชาการกองก�ำลังภาคพืน้ ทางบก ประเทศญี่ปุ่น และรองผู้บัญชาการกองก�ำลังกองทัพบกสหรัฐฯ ภาคพื้นแปซิฟิกอีกด้วย 43


ในส่วนการจัดของกองร้อยเฉพาะกิจป้องกันชายแดน (ร้ อ ย.ปชด.) เป็ น ก� ำ ลั ง เตรี ย มไว้ ส� ำ หรั บ ปฏิ บั ติ ภ ารกิ จ ทาง การทหารโดยตรงในการป้องกันประเทศ และเป็นก�ำลังเสริมให้ กับกองก�ำลังป้องกันชายแดนทั้ง ๗ กองก�ำลัง รวมทั้งสามารถ ปฏิบัติภารกิจอื่น ๆ เช่น การป้องกันและการต่อสู้เพื่อเอาชนะ ยาเสพติด, การป้องกันการตัดไม้ท�ำลายป่า, การป้องกันหลบหนี เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย เป็นต้น เมื่ อ มี ภั ย คุ ก คามต่ อ ความสงบเรี ย บร้ อ ยในประเทศ กองทัพบกก็สามารถปรับใช้ก�ำลังส่วนนี้เพื่อสนับสนุนรัฐบาล ในการคลี่คลายสถานการณ์ ก�ำลังพลส่วนนี้สามารถเปลี่ยน ยุทโธปกรณ์การรบไปสู่ยุทโธปกรณ์การรักษาความสงบ ซึ่งเป็น ยุทโธปกรณ์ที่ไม่ท�ำให้เกิดอันตรายถึงชีวิต ทั้งนี้พื้นฐานที่ส�ำคัญ ที่ สุ ด คื อ ก� ำ ลั ง พลทุ ก นายจะต้ อ งมี ค วามรู ้ ใ นเรื่ อ งกฎหมาย และเข้าใจกฎการใช้ก�ำลัง ๗ ขั้นตอน ในลักษณะของผู้ช่วย เจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ต�ำรวจดังนี้ ขั้นที่ ๑. การแสดงก�ำลัง ขั้นที่ ๒. การแจ้งเตือนขั้นตอนการปฏิบัติ ขั้นที่ ๓. การใช้โล่เพื่อป้องกันและยับยั้ง ขั้นที่ ๔. การใช้คลื่นเสียงจากเครื่อง LRAD/และฉีดน�้ำ ขั้นที่ ๕. การใช้อุปกรณ์เคมี (แก๊สน�้ำตา) ขั้นที่ ๖. การใช้กระบอง ขั้นที่ ๗. การใช้กระสุนยางจากปืนลูกซอง

44

เสนาสาร


ซึ่งขั้นตอนการปฏิบัติจัดท�ำเป็นเอกสารติดตัวก�ำลังพล ทุ กนาย ขณะเดี ย วกันจะเห็นได้ว่ากองร้อยรัก ษาความสงบ เรียบร้อยในประเทศ (ร้อย.รส.) มีอุปกรณ์ที่ป้องกันตนเอง ตั้งแต่หัวจรดเท้า เพื่อป้องกันก�ำลังพลในขณะปฏิบัติหน้าที่ตาม กฎหมาย มี มว.รส.สามารถใช้แบบรวมการหรือแยกการได้ มี มว.สนับสนุน ช่วยสนับสนุนฉีดน�้ำ แก๊สน�้ำตา และกระสุนยาง นอกจากนี้ยังมีนายทหารประชาสัมพันธ์คอยสื่อสารท� ำความ เข้าใจกับประชาชนบริเวณพื้นที่รักษาความสงบอย่างเป็นระบบ เมื่ อ เกิ ด ภั ย พิ บั ติ ก องร้ อ ยเฉพาะกิ จ จะแปรสภาพเป็ น กองร้ อ ยช่ ว ยเหลื อ ประชาชน กองทั พ บกสามารถจั ด ก� ำ ลั ง สนับสนุนรัฐบาล ในการแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ เข้าถึงผู้ประสบภัยได้อย่างรวดเร็ว ทันต่อเหตุการณ์ กองร้อย นี้มีการปรับเปลี่ยนยุทโธปกรณ์ และการจัดเพื่อประสิทธิภาพ ในการช่วยเหลือประชาชนโดยมีแนวทางการปฏิบัติเมื่อเกิด ภัยพิบัติ ๓ ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นที่ ๑ การปฏิบัติล่วงหน้า เป็นส่วนแรกที่จะเข้าถึง พื้นที่เกิดเหตุเพื่อช่วยเหลือขั้นต้นประเมินสถานการณ์ และ เตรี ย มแผนส� ำ หรั บ ก� ำ ลั ง ส่ ว นที่ จ ะตามมา มี ชุ ด นายทหาร ติดต่อ, ชุดสื่อสารและส่องสว่าง, ชุดประเมินความเสียหายและ ชุดควบคุมพื้นที่ และช่วยเหลือขั้นต้น

มิถุนายน - กันยายน ๒๕๕๖

45


ขั้นที่ ๒ การปฏิ บั ติ ข องก� ำ ลั ง ส่ ว นใหญ่ จั ด ก� ำ ลั ง เป็น ๔ ส่วน คือ บก.ร้อย/หมวดช่วยเหลือประชาชน (มว.ชป.) กรณี เ กิ ด อั ค คี ภั ย มี ก ารสวมชุ ด ป้ อ งกั น ไฟพร้ อ มเครื่ อ งมื อ ดั บ เพลิ ง เสริ ม ด้ ว ยเครื่ อ งมื อ พิ เ ศษ เช่ น เครื่ อ งมื อ ตั ด ถ่ า ง เครื่องมือฉีดโฟม ซึ่งสนับสนุนโดยมูลนิธิร่วมกตัญญูในกรณีที่ ปฏิบัติงานร่วมกัน, มว.ชป.กรณีเกิดอุทกภัย, มว.สนับสนุน มีชุดมวลชนสัมพันธ์ ชุดเสนารักษ์ ซึ่งสามารถรักษาพยาบาล เบือ้ งต้น และส่วนยุทโธปกรณ์พเิ ศษของกองร้อย ได้แก่ รถสือ่ สาร และส่องสว่าง ติดตั้งวิทยุทหาร วิทยุทางพลเรือน ส่งได้ ๓๐ - ๕๐ กิโลเมตร และมีไฟส่องสว่าง ๔ ดวง, รถประเมินความเสียหาย ติดตั้งกล้อง CCTV และมีภาพทางอากาศจาก ฮ.ตรวจการณ์ 46

เก็บภาพ ส่งภาพได้, รถพยาบาล บรรทุกเปลได้ ๑ เปล และ มี อุ ป กรณ์ ใ นการช่ ว ยชี วิ ต ขั้ น ต้ น , เรื อ พลั ง ลม วิ่ ง สะเทิ น น�้ ำ สะเทินบกได้บรรทุก ๑,๕๐๐ กิโลกรัม, เรือแบบซีฮอร์ส ๑๖ ฟุต บรรทุ ก ได้ ๑๕ คน, รถน�้ ำ ขนาด ๖,๐๐๐ ลิ ต ร ฉี ด น�้ ำ ไกล ๓๐ เมตร, รถครัวสนาม สามารถประกอบอาหารและน�ำ้ ได้ ๒๐๐ ชุดต่อชั่วโมง และรถบริการเคลื่อนที่และส่องสว่าง มีโคมไฟ ส่องสว่าง ๑,๕๐๐ วัตต์ จ�ำนวน ๘ หลอด เครื่องก�ำเนิดไฟฟ้า ๔๕ กิโลวัตต์ ขั้นที่ ๓ คื อ ขั้ น ตอนการส่ ง มอบความรั บ ผิ ด ชอบ ให้ กั บ ส่ ว นราชการฝ่ า ยพลเรื อ น และถอนก� ำ ลั ง กลั บ หน่ ว ย เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย ความหลากหลาย และอ่อนตัวในการปฏิบัติกองร้อย เฉพาะกิจ (๓ ภารกิจ) จึงเป็นความหวังใหม่ในการสนับสนุน ภารกิจต่าง ๆ ของชาติบา้ นเมืองทัง้ ยามเกิดศึกสงคราม เกิดความ ไม่สงบในบ้านเมือง และเกิดภัยพิบัติ อีกไม่นานกองร้อยดังกล่าว ก็จะมีอยูใ่ นทุกกองพัน ซึง่ จะส่งผลให้ทกุ หน่วยในกองทัพสามารถ สนับสนุนภารกิจในพื้นที่ทั่วประเทศได้อย่างทั่วถึง เพื่อรักษา ความสงบสุขของบ้านเมือง 

เสนาสาร


ปิดฤดูกาลนี้ Army United ส

โมสรฟุตบอลทหารบก นับเป็นอีกหนึ่งทีมที่มป ี ระวัติศาสตร์อยู่คู่กับวงการฟุตบอลไทยมาอย่างยาวนาน โดยประสบความส�ำเร็จตัง้ แต่ระดับถ้วย ง ซึง่ ได้แชมป์มาครอง ๕ สมัย, ถ้วย ค. ๓ สมัย, ถ้วย ข. ๑ สมัย และ ถ้วย ก. ๑ สมัย ส่วนในฟุตบอลถ้วยนั้นเคยได้ต�ำแหน่งรองแชมป์ควีนส์คัพ ๑ ครั้งในปี ๒๕๔๐ และในปี ๒๕๕๔ สโมสรฟุลบอลทหารบก ได้เปลี่ยนชื่อเป็น สโมสรฟุตบอลอาร์มี่ ยูไนเต็ด สโมสรฟุตบอลอาร์มี่ ยูไนเต็ด ขอเชิญทุกท่านร่วมเป็น ส่วนหนึ่งของการสืบสานต�ำนานทีมฟุตบอลที่ “ก่อตั้งขึ้นพร้อม กับสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย” นับตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๕๙ เป็นต้นมา (๙๕ ปี ณ ปัจจุบัน) อาร์มี่ ยูไนเต็ด มี “ต�ำนาน นักเตะทีมชาติไทย” จากรุน่ สูร่ นุ่ และเรามุง่ มัน่ จะ “สร้างต�ำนาน บทใหม่” โดยมี “แฟนคลับอาร์มี่ ยูไนเต็ด (ARMY UTD’s Fan Club)” ที่มีหัวใจสุภาพบุรุษ และเชื่อมั่นในศักดิ์ศรีของชายชาติ ทหารที่จะสะท้อนสู่ปวงชนชาวไทยอย่าง “จริงจัง และจริงใจ” มิถุนายน - กันยายน ๒๕๕๖

ARMY UNITED จะร่วมสร้าง “บรรทัดฐานที่ดีงาม” ให้กับเยาวชนไทย และแฟนคลับทุกคน เพราะเราเชื่อมั่นว่า “ต�ำนานในวงการกีฬาฟุตบอล ๙๕ ปี” ที่ผ่านมาของสโมสรฯ คือพื้นฐานที่แข็งแกร่งส�ำหรับก้าวย่างอันยิ่งใหญ่ที่จะเกิดขึ้น ในฤดู ก าลแข่ ง ขั น ฟุ ต บอลสปอนเซอร์ ไ ทยแลนด์ พ รี เ มี ย ร์ ลี ก อาร์มี่ ยูไนเต็ด ขอเป็น “ทีมฟุตบอลสุภาพบุรุษในดวงใจของ ชาวไทย” และขอเชิญชวนคนไทยทุกคนร่วมกันก้าวสู่ “ARMY FIELD” อย่างอบอุ่นตลอดไป เราเพาะบ่ม “ยอดนักเตะ” ที่เป็น ต�ำนานลูกหนังไทยมามากมาย... 47


48

เสนาสาร


อาร์ มี่ ยู ไ นเต็ ด มี “จิ ต วิ ญ ญาณแห่ ง กองทั พ บกไทย” ที่ มุ ่ ง มั่ น จะธ� ำ รงรั ก ษา “ความเป็ น สุ ภ าพบุ รุ ษ นั ก รบไทย” อั น เป็ น เสาหลั ก ในการสร้ า งความมั่ น คงให้ กั บ ประเทศชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ตลอดมา เราพร้อมที่จะ “สานต่อต�ำนาน” จากรุ่นสู่รุ่น เพื่อถ่ายทอด “คุณค่าความเป็น “สุภาพบุรุษลูกหนัง” สู่สังคมไทย เยาวชนไทย และมุ่งมั่นสู่ “ระดับนานาชาติ” อย่างองอาจสง่าผ่าเผย เฉกเช่นเดียวกัน กับ “กองทัพบกไทย” ภายใต้สมญานาม “สุภาพบุรุษวงจักร” อาร์ มี่ ยู ไ นเต็ ด มี ก ารพั ฒ นาและยกระดั บ ทั้ ง ด้ า น การบริหารและการจัดการด้านทีมฟุตบอลที่เป็นระบบมืออาชีพ เพื่ อ ให้ ส โมสรเป็ น ที่ รู ้ จั ก และยอมรั บ ในระดั บ สากล โดย ฝ่ายบริหาร มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการกองทัพบก เป็นประธานสโมสร และมีพล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ ที่ปรึกษา พิเศษ ทบ.เป็นผูอ้ ำ� นวยการสโมสรฯ, พล.ต.อนันตพร กาญจนรัตน์ เป็นผู้จัดการทั่วไป และพ.อ.สมเจตน์ นักร้อง เป็นผู้จัดการทีม สโมสรอาร์ มี่ ยู ไ นเต็ ด หวั ง เป็ น อย่ า งยิ่ ง ว่ า เราจะเป็ น ที ม ที่ ส ร้ า งชื่ อ เสี ย งในระดั บ ต� ำ นานและเป็ น ที ม ที่ มี คุ ณ ค่ า คุ ณ ประโยชน์ ต ่ อ สั ง คม ต่ อ ไป “เราก� ำ ลั ง หาผู ้ ที่ จ ะร่ ว มเดิ น เคียงข้าง เพื่อสร้างต�ำนานบทต่อไป” ปัจจุบันกีฬาฟุตบอลเป็นกีฬาที่ได้รับความสนใจและ เป็ น กระแสที่ ไ ด้ รั บ การตอบรั บ เป็ น อย่ า งดี นั บ ตั้ ง แต่ มี ก าร ปลุกกระแสฟุตบอลลีกในประเทศ ท�ำให้ทกุ สโมสรทีเ่ ล่นในระดับ พรีเมียร์ลีก มีการพัฒนาและยกระดับสโมสรตัวเองให้มีความ เป็นมืออาชีพ ด้วยเหตุผลข้างต้นนีท้ ำ� ให้สโมสรฟุตบอล อาร์มี่ ยูไนเต็ดมี การยกระดับและพัฒนาสูค่ วามเป็นสโมสรฟุตบอลระดับมืออาชีพ ด้วยการพัฒนาระบบบริหารและพัฒนาระบบทีม ให้พัฒนาขึ้น สู่การเป็นสโมสรแถวหน้าของประเทศ และนอกเหนือไปจากนี้ ยั ง ได้ รั บ ความร่ ว มมื อ เป็ น อยากดี จ ากทหารบกและมวลชน ทหารบก ตลอดทั้งได้มีการประสานงานไปสู่สื่อมวลชนเพื่อเป็น การขยายกลุ่มผู้สนับสนุน ในอดีตวงการลูกหนังไทยที่ยืนอยู่แถวหน้ามีไม่กี่ทีมนัก หรอก สโมสรทหารบกเป็นหนึง่ ในต�ำนานมหาอ�ำนาจลูกหนังถ้วย พระราชทานบ้านเราที่มีอายุยาวนานถึง ๙๕ ปี และในปัจจุบัน ถ้วยพระราชทาน ก. ก็เปลีย่ นมาเป็น “ไทยพรีเมียร์ลกี ” ทีมกงจักร พิฆาต ท�ำผลงานไม่โดดเด่นและตกชั้นลงไปเล่นดิวิชั่น ๑ อยู่ หลายครั้ง และในฤดูกาล ๒๕๕๓ เลื่อนชั้นกลับเข้ามาสู่ไทยลีก อีกครั้ง เมื่อโอกาสมาถึงบอร์ดบริหารชุดใหม่ภายใต้การน�ำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ปรารถนาที่จะเห็นสโมสร ก้าวไปสู่ความเป็นมืออาชีพอย่างแท้จริงจึงวางแผนหาเงินท�ำทีม มิถุนายน - กันยายน ๒๕๕๖

49


ประมาณ ๗๐ ล้านบาท สิ่งแรกที่บอร์ดบริหารท�ำคือ เปลี่ยนชื่อทีมจาก สโมสรทหารบกเป็น “อาร์มี่ ยูไนเต็ด” ปิดฉากกงจักรพิฆาตและหลังจากนัน้ ก็แสวงหาพันธมิตรธุรกิจมาร่วมสานฝันในที่สุดฝันของบิ๊กตู่ก็เป็นจริง เมื่อช้างและซีพีเป็นผู้สนับสนุนหลักและมีแพนร่วมสนับสนุนด้านเสื้อผ้า และอุปกรณ์การแข่งขัน อาร์มี่ ยูไนเต็ดจึงตั้งเป้าหมายก้าวกระโดด คือ “การเป็นแชมป์ภายในสองฤดูกาล” นอกจากสโมสรฯ ต้องการเป็นแชมป์ในไทยลีกแล้วสิ่งที่ส�ำคัญ ที่สุดก็คือมาตรการรักษาความปลอดภัยในสนามต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง เพื่อให้กองเชียร์ทุกคนมีความสุขทุกครั้งที่ก้าวย่างสู่ “The Home of Gentleman” หรือ “บ้านของสุภาพบุรษุ ลูกหนังไทย” ความหมาย ของชื่อทีมคือความสามัคคี เป็นหนึ่งเดียว เป็นเอกภาพ นักฟุตบอล ต้องรู้จักให้เกียรติผู้อื่นทั้งกรรมการ คนดูทั้งในและนอกสนาม ผลงานที่ ผ ่ า นมาในฤดู ก าล ๒๐๑๑ ได้ อั น ดั บ ที่ ๑๓ ใน ไทยพรีเมียร์ลีก, ฤดูกาล ๒๐๑๒ ได้อันดับที่ ๑๐ และรองชนะเลิศ ฟุตบอลมูลนิธิไทยคม เอฟเอคัพ และในปัจจุบันปี ๒๐๑๓ สโมสรฯ ได้ ท� ำ ผลงานที่ ย อดเยี่ ย มมากคื อ ขณะนี้ เ ข้ า สู ่ ก ารแข่ ง ขั น ในลี ก ที่ ส อง ผลงานอยู่ในอันดับ ๕ ของตารางและการแข่งขันยังเหลืออยู่อีก ๙ ครั้ง เท่านั้นเอง ซึ่งสโมสรฯ แข่งไปแล้ว ๒๔ ครั้ง ชนะ ๑๑ ครั้ง เสมอ ๕ ครั้ง และแพ้ ๘ ครั้ ง มี ๓๘ คะแนน ส� ำ หรั บ โปรแกรมที่ เ หลื อ สโมสรฯ ตั้งเป้าไว้หากจบฤดูกาลทีมเราจะอยู่ที่ท็อปไฟว์อย่างแน่นอน 

50

เสนาสาร


รายชื่อนักเตะในเลกสองที่สร้างผลงานให้กับทีมจน มีผลงานอยู่ในอันดับ ๕ มาดูกันว่ามีใครบ้าง GK ทศพร ศรีเรือง, อนุรักษ์ ชมพูพฤกษ์, วัฒนพงษ์ ดาบุตตา, ศุภชาติ อภิชาตยานนท์ DF ดาวุฒิ ดินเขต, ALESSANDRO ALVES, ทวิวุฒิ โพธารุ่งโรจน์, DANIEL BLANCO, ณรัฐ มุนินทร์ นพมาศ, สรณ์สิริ โปรยบ�ำรุง, ชัยวัฒน์ นาคเอี่ยม, อดิศร พรหมรักษ์, พุทธินันท์ วรรณศรี MF เสนี ย ์ แก้ ว นาม, นิ พ นธ์ ค� ำ ทอง, BJORN LINDEMANN, MYOUNGOH JUNG, วีรพงษ์ มูลค�ำแสน, ARON DA SILVA, ทศวรรษ ลิ้มวรรณเสถียร, อนุวัฒน์ น้อยชื่นพันธ์ FW DANIELE INVINCIBILE, ณัฐพล เทพอุทัย, มงคล ทศไกร, BARAKAT ADNANE, ธนากรณ์ แดงทอง สโมสรฟุตบอลอาร์มี่ ยูไนเต็ดมีนักเตะที่เป็นสายเลือด โดยแท้ของกองทัพบกและมีผลงานเป็นที่ยอมรับสามารถ น�ำชื่อเสียงมาสู่กองทัพบก ซึ่งจะได้น�ำเสนอบทสัมภาษณ์ ให้ทกุ ท่านได้ทราบกัน ๒ ท่าน ได้แก่ จ.ส.อ.ชัยวัฒน์ นาคเอีย่ ม และ ส.อ.มงคล ทศไกร

มิถุนายน - กันยายน ๒๕๕๖

51


EXCLUSIVE INTERVIEW ๒. อยากให้ พู ด ถึ ง ความพร้ อ มของที ม ในช่ ว งโค้ ง สุ ด ท้ า ย ของเลก ๒๐๑๓

๑๐ ค�ำถามในแคมป์สุภาพบุรุษวงจักร จ.ส.อ.ชัยวัฒน์ นาคเอี่ยม และ ส.อ.มงคล ทศไกร

การเตรียมความพร้อม ก่อนจะเข้าโค้งสุดท้ายของการ แข่ ง ขั น ฟุ ต บอลโตโยต้ า ไทยพรี เ มี ย ร์ ลี ก ฤดู ก าล ๒๐๑๓ กั บ สองขุ น พลของสโมสรอาร์ มี่ ยู ไ นเต็ ด ที่ มี ส ่ ว นส� ำ คั ญ กั บ ที ม “ชัยวัฒน์ นาคเอี่ยม และ มงคล ทศไกร” วันนี้เราจะมาพูดคุย กับพวกเขากัน

๑. อยากให้แนะน�ำตัวเองและพูดถึงเส้นทางค้าแข้งของตัวเอง ชัยวัฒน์ นาคเอี่ยม : สวัสดีครับผม จ.ส.อ.ชัยวัฒน์ นาคเอี่ยม ชื่อเล่น หนึ่ง ครับ เข้ามารับใช้ทีมกรมสวัสดิการทหาร บกเมื่ อ ปี ๒๕๔๒ เล่ น คาลเท็ ก ซ์ พ รี เ มี ย ร์ ลี ก ปี ๔๒ ลงเล่ น ในศึก ดิวิชั่น ๑ ตั้งแต่ปี ๔๓ - ๔๘ และเริ่มไทยลีกตั้งแต่ตอนนั้น เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันรวมทั้งหมด ๑๔ ปี มงคล ทศไกร : สวัสดีครับ ผม มงคล ทศไกร ชื่อเล่น เย็ น เป็ น คนขอนแก่ น เริ่ ม เล่ น ฟุ ต บอลตั้ ง แต่ อ ายุ ๖ ขวบ ทีมฟุตบอลสโมสรแรกที่ได้เล่น คือ สโมสรธนาคารกรุงไทย ในปี พ.ศ. ๒๕๔๙ พอเป็นทหารเกณฑ์ ในปี ๒๕๕๑ จึงได้เริ่ม เล่นฟุตบอลกับกรมสวัสดิการทหารบก และร่วมศึกดิวิชั่น ๑ ในปี ๒๕๕๒ และไทยพรีเมียร์ลีก ในปี ๒๕๕๓ จากนั้นทีม ได้เปลี่ยนสโมสรอาร์มี่ ยูไนเต็ด ในปี ๒๕๕๔ ในปีถัดมาได้ไป ค้ า แข้ ง หาประสบการณ์ กั บ สโมสรฟุ ต บอล ปตท.ระยอง จนกระทั้งปัจจุบันได้กลับมาร่วมรับใช้ทีมอาร์มี่ ยูไนเต็ดอีกครั้ง

52

มงคล ทศไกร : เพราะตอนนี้ เ รามี ข วั ญ ก� ำ ลั ง ใจดี มีระบบการท�ำทีมที่ดี นักเตะและสต๊าฟโค้ชก็พร้อมที่จะท�ำทีม ให้ได้อันดับตามเป้าหมายที่วางไว้ ชั ย วั ฒ น์ นาคเอี่ ย ม : ผมคิ ด ว่ า ที ม อาร์ มี่ ก� ำ ลั ง ก้ า ว เข้ า สู ่ ฟุ ต บอลอาชี พ เต็ ม ตั ว แล้ ว ไม่ ว ่ า จะเป็ น การบริ ห ารที ม , นักเตะต่างชาติที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงนักเตะทุก ๆ คนเป็น มืออาชีพกันมากขึ้น ผมคิดว่าปีนี้เราต้องอยู่ ๑ ใน ๕ ของตาราง แน่นอนเพราะที่ผ่านมาได้รับการสนับสนุนจากท่านประธาน สโมสร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นอย่างดี ผมคิดว่าถึง เวลาแล้วที่อาร์มี่ ยูไนเต็ด จะกลับมายิ่งใหญ่ และก้าวไปสู่ระดับ สโมสรชั้นน�ำของเอเชียต่อไป

๓. แล้วในภาพรวมของทีม แตกต่างจากปีที่แล้วอย่างไรบ้าง ทั้งในเกมรุก และเกมรับ ชัยวัฒน์ นาคเอี่ยม : ในปีที่ผ่านมาเรามีปัญหาเกี่ยวกับ อาการบาดเจ็บ รวมถึงปัญหาการปรับตัวและเรือ่ งการสือ่ สารกับ นักเตะต่างชาติจึงท�ำให้เกมรุกไม่เฉียบคมเท่าที่ควร ส่วนในปีนี้ ประสิทธิภาพทั้งเกมรุกและรับถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี เพราะ นักเตะไทยกับนักเตะต่างชาติมีการประสานงานในเกมรุกและ รับที่สัมพันธ์กันดีมาก ๆ จึงถือได้ว่าปีนี้เราค่อนข้างดีกว่าทุกปี ที่ผ่านมา และยังคงพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ มงคล ทศไกร : ปีนี้เรามีนักเตะที่ดี มีโค้ชที่ดี ท�ำให้ เรามีระบบการเล่นที่เข้าขากันมากขึ้น และมีสปิริตในทีมที่ดี ท�ำให้เกมรุกเราดีมากขึ้น

๔. ปีนี้ต้องถือว่าสโมสรอาร์มี่ ยูไนเต็ด ท�ำผลงานได้ค่อนข้าง ดี คุณคิดว่าสาเหตุหลัก มาจากสาเหตุใด ? มงคล ทศไกร : ทีมเวิร์คและผู้เล่นที่เข้าใจในระบบ การเล่นครับ ส�ำคัญมาก ชัยวัฒน์ นาคเอี่ยม : การได้นักเตะต่างชาติและโค้ช ที่มีประสบการณ์มาร่วมทีม และโปรแกรมการฝึกซ้อมที่โค้ช ให้มาค่อนข้างมีประสิทธิภาพ รวมถึงนักเตะไทยทุกคนมีวินัย ในการฝึกซ้อมและเข้าใจการวางแผนของโค้ช นักเตะทุกคน เชื่อมั่นในการท�ำงานของโค้ชและเชื่อในตัวเพื่อนร่วมทีมทุกคน การมีนักกายภาพดูแลใกล้ชิดท�ำให้นักเตะฟื้นตัวได้เร็ว ที่ส�ำคัญ ก็ คื อ ขวั ญ และก� ำ ลั ง ใจทั้ ง หมดช่ ว ยผลั ก ดั น ให้ ที ม สามารถ ท�ำผลงานได้อย่างดีเยี่ยม เสนาสาร


๕. ตอนนี้สโมสรรั้งอันดับที่ ๕ ของตาราง คุณคาดปัจจัยหลัก ที่ จ ะท� ำ ให้ ที ม ขึ้ น ไปอยู ่ อั น ดั บ ๔ ได้ มี อ ะไรบ้ า งแล้ ว คุ ณ จะมี ส่วนร่วมอย่างไร ? ชัยวัฒน์ นาคเอี่ยม : สิ่งแรกคือเราต้องลืมความผิดหวัง หรือการพ่ายแพ้ที่ผ่านมา ต้องมองไปข้างหน้า นักเตะทุกคนต้อง มุ่งมั่น และขยันเล่นตามที่โค้ชบอกและต้องสามัคคีในการเล่น มงคล ทศไกร : เพราะเราเชื่อมั่นในตัวเพื่อนร่วมทีม เชื่อฟังโค้ช และท�ำหน้าที่ในสนามให้ดีที่สุด ชัยวัฒน์ นาคเอี่ยม : ส่วนผมเป็นหัวหน้าทีมจะคอย คุมเกมและกระตุ้นเพื่อน ๆ น้อง ๆ ให้สู้เพื่อชัยชนะและเราก็จะ ประสบผลส�ำเร็จ

๖. พูดถึงแมตช์ที่ประทับใจที่สุด ในฤดูกาล ๒๐๑๓ ที่ผ่านมา มงคล ทศไกร : ทุกแมตช์ที่อาร์มี่ชนะเลยครับ ชัยวัฒน์ นาคเอี่ยม : แมตช์ประทับใจของผมน่าจะเป็น แมตช์ที่พบกับ ทีโอที เอสซี ซึ่งในตอนแรกใคร ๆ คิดว่าเราแพ้ แล้ว แต่ลูกกลม ๆ ถ้าเรายังไม่หยุด ยังไม่ได้ยินเสียงนกหวีดหมด เวลา ฉะนั้นจงอย่าสิ้นหวัง ตอนนั้นถูกน�ำอยู่ ๑ - ๒ ผมลงมา ในครึ่งหลัง เหลือเวลาอีก ๕ นาที มาตีเสมอได้ ๒ - ๒ จากนั้น ทดเวลาบาดเจ็บ บีเยิร์น ลินเดมันน์ ปั่นฟรีคิก ชนะ ทีโอที เอสซี ไป ๓ - ๒ อย่างไม่น่าเชื่อ ผมเลยคิดว่าหัวใจนักสู้ของพวกเรา ชาวอาร์มี่ยังเข้มข้นเพราะฉะนั้นอย่าสิ้นหวัง

๗. พูดถึงแมตช์สำ� คัญทีจ่ ะต้องรับการมาเยือนของทีมบุรรี มั ย์ หน่อย ชัยวัฒน์ นาคเอี่ยม : ถือเป็นงานที่หนักหนาเหมือนกัน แต่ผมคิดว่าการที่บุรีรัมย์จะมาเก็บ ๓ แต้ม มันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย บุรีรัมย์ต้องกดดันแน่ในการมาเยือน ครั้งนี้ ผมเชื่อว่าเราจะโค่น ยักษ์ใหญ่หัวแถวของตารางได้อย่างแน่นอน ผมเชื่อในความ มุ่งมั่นของเราครับ มงคล ทศไกร : บุรรี มั ย์เป็นทีมทีแ่ ข็งแกร่ง ถือว่าเป็นแมตช์ ทีจ่ ะทดสอบความสามารถของทีมเราอีกครัง้ แต่เราก็มแี ฟนบอล ที่ดี ที่จะช่วยหนุนหลังพวกเราและนั่นจะท�ำให้เรามีก�ำลังใจสู้ ได้เป็นอย่างดี

มงคล ทศไกร : ส่ ว นตั ว ของผมคงจะเป็ น เหมื อ น ความฝันของนักเตะทุก ๆ คน ที่หวังไว้ว่าจะได้มีโอกาสติด ทีมชาติ สักครั้งในชีวิตครับ

๙. ปัจจุบันกลุ่มแฟนคลับของอาร์มี่ ยูไนเต็ด มีเพิ่มมากขึ้น เรื่อย ๆ รวมถึงกลุ่มเด็กเล็ก ๆ เยาวชน ที่เข้ามาชม ถ้าเด็ก เหล่านั้นเค้าอยากเป็นนักฟุตบอลแบบคุณบ้าง ในฐานะรุ่นพี่ คุณจะแนะน�ำเค้าว่าอย่างไร ? มงคล ทศไกร : สิ่งแรกเลยต้องมีใจรักฟุตบอล มีความ มุ่งมั่น ที่จะพัฒนาตัวเองอยู่เสมอและที่ส�ำคัญต้องเชื่อฟังโค้ช ชัยวัฒน์ นาคเอีย่ ม : ต้องชอบและรักในกีฬาฟุตบอลจริง ถ้าที่โรงเรียนมีชมรม ให้รีบไปสมัครเพื่อคัดตัวหรือฝึกซ้อมกับ โรงเรียน ขยันซ้อมและฝึกอย่างตั้งใจจริง ควรมีลูกบอลไว้ ๑ ใบ เพื่อเอาไว้ฝึกทุก ๆ วัน เช้า-เย็น ให้คุ้นเคยกับลูกบอล

๑๐. อยากให้ฝากอะไรถึงกองเชียร์ สโมสรฟุตบอลอาร์ม ี่ ยูไนเต็ด หน่อย ชัยวัฒน์ นาคเอี่ยม : ผมมีความสุขมากเวลาที่ได้ยินเสียง กองเชียร์ตะโกนร้องเพลง ผมเล่นฟุตบอลมา ๑๔ ปี ให้กับอาร์มี่ ผมคิดว่ากองเชียร์ทกุ วันนีม้ คี วามส�ำคัญต่อนักเตะอย่างมาก และ ผมเชื่อว่าอนาคตต่อไปวันข้างหน้า อาร์มี่จะเป็นทีมที่มีกองเชียร์ ไม่น้อยกว่า เมืองทอง หรือ บุรีรัมย์เลย ต้องขอบคุณแฟนบอล อาร์มี่ ทุกคน ๆ ที่มาตะโกนเชียร์เราไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ คุณคือ ผู้เล่นคนที่สิบสองของเราจริง ๆ ครับ มงคล ทศไกร : ผมอยากจะบอกแฟนบอลอาร์มี่ ทุกคนว่า ถ้าไม่มีพวกคุณฟุตบอลสโมสรอาร์มี่ ก็คงไม่ยิ่งใหญ่เท่าทุกวันนี้ ผมอยากจะขอบคุ ณ แฟนบอลอาร์ มี่ ทุ ก คน ที่ ใ ห้ ก� ำ ลั ง ใจเรา ตลอดมา และอยากให้ติดตามผลงานของอาร์มี่ตลอดไป ขอบคุณจากใจจริงครับ 

๘. เป้าหมายสูงสุดในอาชีพนักค้าแข้งของคุณคืออะไร ? ชัยวัฒน์ นาคเอี่ยม : ส่วนตัวผมอยากจะเล่นอยู่กับ อาร์มใี่ ห้นานทีส่ ดุ และหวังไว้วา่ จะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลกี มาให้ได้ และตอนนี้ทีมอาร์มี่ของเราก�ำลังเดินทางใกล้เข้าไปสู่เป้าหมาย ขึ้นเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นเราจึงต้องมีนักเตะที่เป็นสายเลือด ของอาร์มี่จริง ๆ เป็นดาวรุ่งที่จะก้าวสู่อนาคต ถ้าเราสร้างตรงนี้ ขึ้นมาได้แชมป์อยู่ไม่ไกลแน่ครับ มิถุนายน - กันยายน ๒๕๕๖

53


พาทัวร์อ่างซับเหล็ก อ่างเก็บน�้ำเมืองละโว้

54

ลพบุ รี เ มื อ งที่ มี อ ดี ต อั น รุ ่ ง เรื อ ง หลากหลายเรื่ อ งราว เล่าผ่านโบราณสถานกลางเมืองที่เราสามารถพบเห็นได้ทั่วไป อาทิ ศาลพระกาฬ พระปรางค์ ๓ ยอด วังนารายณ์ราชนิเวศน์ เป็ น ต้ น มนต์ เ สน่ ห ์ ข องเมื อ งที่ มี ลิ ง ที่ อ าศั ย อยู ่ ร ่ ว มกั บ คน ได้อย่างสงบ เชื่อว่าหากใครได้พบคงหลงใหลกับบรรดาวานร ที่ พ ร้ อ มจะโผล่ อ วดโฉมเรี ย กรอยยิ้ ม คุ ณ ได้ ต ลอดเวลา และ นอกเหนือจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์อันเลื่องชื่อแล้ว ลพบุรียังมี อ่างเก็บน�้ำขนาดใหญ่ไว้รอคุณผู้อ่านได้สัมผัส ทั้งยังห่างจาก ตัวเมืองเพียงอึดใจเดียวเท่านั้น อ่างซับเหล็กถือเป็นอ่างเก็บน�้ำที่มีความส�ำคัญส�ำหรับ ชาวเมื อ งลพบุ รี เป็ น อ่ า งเก็ บ น�้ ำ ธรรมชาติ ที่ มี ม าแต่ โ บราณ ตั้งอยู่ในพื้นที่เขตต�ำบล นิคมสร้างตนเอง อ�ำเภอเมือง จังหวัด ลพบุรี ระยะทางห่างจากศาลากลางจังหวัดลพบุรี ไปทางทิศ เสนาสาร


ตะวันออกประมาณ ๑๙ กิโลเมตร ตามเส้นทางหลวง แผ่นดิน หมายเลข ๓๐๑๗ ในสมั ย แผ่ น ดิ น สมเด็ จ พระนารายณ์ ฯ ทรงโปรดให้ ช ่ า งชาวฝรั่ ง เศสและชาวอิ ต าลี เป็นผู้วางท่อส่งน�้ำ จากอ่างซับเหล็กมาใช้ในเขต พระราชฐานวั ง นารายณ์ ร าชนิ เ วศน์ และเมื่ อ ปี พ.ศ. ๒๔๙๗ จอมพล ป.พิบลู สงคราม ด�ำรงต�ำแหน่ง นายกรัฐมนตรี ได้มีการสร้างเขื่อนดินกั้นน�้ำ เพื่อ เก็บไว้ใช้ในการเกษตร ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๒๐ จังหวัดลพบุรีได้ปรับปรุงอ่างซับเหล็กให้เป็นแหล่ง ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ โดยการสร้างถนนรอบอ่าง เก็บน�ำ้ ปลูกต้นไม้ สร้างศาลาพักร้อน และสิง่ อ�ำนวย ความสะดวกอื่น ๆ มาจนถึงปัจจุบัน ปัจจุบันมีเอกชนเข้ามารับสัมปทานด�ำเนิน กิจการแพริมน�้ำเป็นจ�ำนวนมาก มีการจัดกิจกรรม สั น ทนาการเพื่ อ ดึ ง ดู ด นั ก ท่ อ งเที่ ย วตลอดทั้ ง ปี นอกจากนีย้ งั มีคา่ ยฝึกส�ำหรับท�ำการฝึกของหน่วยรบ พิเศษ และประชาชนทั่วไป ชื่อว่า “ค่ายฝึกการรบ พิเศษ (อ่างซับเหล็ก) นศส.” ชือ่ ย่อว่า “คฝพ.นศส.” โดยมอบให้กรมรบพิเศษที่ ๒ เป็นหน่วยควบคุม ดูแลให้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่ค่ายสนับสนุน นสศ. ในการจัดกิจกรรม สทบ.นสศ. และฝึกอบรมมวลชน ของหน่วยในพื้นที่ ค่ายฝึกรบพิเศษ (อ่างซับเหล็ก) นศส. มีสถานี ทดสอบก�ำลังใจทางทหาร จ�ำนวน ๑๗ สถานี และ สถานีผจญภัยทางทหาร จ�ำนวน ๘ สถานี และสถานี ผจญภัยในเวลากลางคืนอีก ๒ สถานี โดยเครือ่ งช่วยฝึก แต่ละสถานีมีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบและดูแลเอาใจใส่ เป็นอย่างดี มีความปลอดภัยสูง ส่ ว นราชการ หรื อ เอกชนสนใจที่ จ ะน� ำ เจ้าหน้าทีข่ ององค์กรเข้ารับการฝึกอบรม เชิญติดต่อ ได้ที่ ค่ายฝึกการรบพิเศษ (อ่างซับเหล็ก) นศส. โทรศั พ ท์ / โทรสาร ๐ ๓๖๔๑ ๑๖๑๘ และ ๐ ๓๖๔๑ ๓๓๘๐ ในเวลาราชการ เหมาะส�ำหรับ ผูท้ ชี่ นื่ ชอบการท่องเทีย่ วแนวผจญภัย และผูท้ มี่ จี ติ ใจ เข้มแข็ง งานนีร้ บั รองความตืน่ เต้นไปอีกรูปแบบหนึง่ แน่นอนครับ 

มิถุนายน - กันยายน ๒๕๕๖

55


๖๒ ปี นิตยสาร “เสนาสาร” เป็นเวลากว่า ๖๒ ปี ที่เสนาสารได้ทำ� หน้าที่ของการเป็นสื่อกลางในการเผยแพร่แสนยานุภาพของ กองทัพบกออกสู่สายตาประชาชน ส�ำหรับนิตยสารเสนาสารถือก�ำเนิดตัง้ แต่ปี พ.ศ. ๒๔๙๔ มีลกั ษณะเป็นองค์กร การออกหนังสือมีวงรอบ เป็นรายสัปดาห์ มีรูปเล่มขนาดกระดาษ A3 มีวัตถุประสงค์ - เพื่อเผยแพร่วิทยาการต่าง ๆ สารคดีและบันเทิงคดี - เพื่อเป็นแหล่งแถลง แสดงความคิดเห็นของทหารและประชาชน ในทางอันเป็นประโยชน์แก่ส่วน รวม ทั้งปลูกฝังความสามัคคีและความเข้าใจอันดีระหว่างทหารกับประชาชนทั่วไป ในปี พ.ศ. ๒๕๐๗ ได้มีการปรับปรุงนิตยสารเสนาสารให้เป็น นิตยสารรายปักษ์ ของกองทัพบก ลดขนาดกระดาษเป็นขนาด ๒๗ × ๓๕ เซนติเมตร นอกจากนี้ยังได้เปิดพื้นที่ส�ำหรับการโฆษณาจากบริษัท เอกชน ภายนอกกองทัพบก และจัดจ�ำหน่ายในราคาฉบับละ ๒ บาท ต่อมาเมือ่ ปี พ.ศ. ๒๕๑๑ มีการปรับเปลีย่ นรูปเล่มเป็นขนาด ๘ หน้ายกใน ๑ ฉบับมี ๑๐ ยก = ๘๐ หน้า และเปลี่ยนวงรอบในการออกเป็นรายปักษ์ (๑๕ วันครั้ง) พิมพ์ปก ๔ สี เนื้อในพิมพ์สีเดียว แจกจ่ายให้กับ สมาชิก ซึ่งในยุคนั้นมีการบอกรับเป็นสมาชิก กระทั่งปี พ.ศ. ๒๕๑๘ ได้ปรับวงรอบในการออกนิตยสารเสนาสารเป็นรายเดือน แจกจ่ายสมาชิก ในอัตราค่าบ�ำรุงเล่มละ ๕ บาท และได้แสดงวัตถุประสงค์ไว้ดังนี้ - เพื่อเผยแพร่ข่าวสารการปฏิบัติของทหารในกองทัพบกทั้งในและนอกประเทศ - เพื่อเพิ่มพูนความรู้และบันเทิงแก่ทหาร และประชาชนในด้านวิชาการ สังคม วิวัฒนาการต่าง ๆ เกี่ยวกับกิจกรรมของกองทัพบก - เพื่อเป็นสื่อสัมพันธ์ระหว่างกองทัพบกกับทหารและประชาชนทั่วไป หลังจากนั้นในปี พ.ศ. ๒๕๓๒ นิตยสารเสนาสารได้มีการพัฒนาการด้านการพิมพ์ โดยได้เพิ่ม กระดาษอาร์ต ๔ สี จ�ำนวน ๔ หน้า (คู่กลางของหนังสือ) แต่ยังคงออกเป็นนิตยสารรายปักษ์เหมือนเดิม และแจกจ่ายฟรีให้กับหน่วยทหาร และหน่วยราชการอื่น ๆ จนในปี พ.ศ. ๒๕๓๖ ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบของเสนาสารอีกครั้ง โดยเปลี่ยนจากแบบเดิมมาเป็นการ เสนอวารสารแบบ Picture Magazine โดยมีวงรอบ ๒ เดือนต่อ ๑ ฉบับ และพิมพ์ด้วยกระดาษอาร์ต ๔ สีทั้งเล่ม ขนาด ๘ หน้ายกพิเศษ จ�ำนวนยก ๖ ยก = ๔๘ หน้า แจกจ่ายฟรีถึงหน่วยระดับกองร้อย ซึ่งออกวางแผงทุก ๆ ๒ เดือน และในปี พ.ศ. ๒๕๔๑ ถึง ปี พ.ศ. ๒๕๕๐ ในยุคเศรษฐกิจถดถอย นิตยสาร เสนาสารก็ต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบอีกครั้งหนึ่งเป็นแบบ ๘ หน้ายกธรรมดา ปกพิมพ์ ๔ สี เนื้อในพิมพ์ สีเดียว และมีหน้า ๔ สี ๑ ยก วงรอบในการออกปีละ ๑ ฉบับ จากปี พ.ศ. ๒๕๕๑ ถึงปัจจุบัน นิตยสารเสนาสารได้จัดพิมพ์ในรูปแบบ ๘ หน้ายก จ�ำนวน ๗ ยก (๕๖ หน้า) พิมพ์ด้วยกระดาษอาร์ต ๔ สีทั้งเล่ม มีวงรอบในการออกทุก ๆ ๔ เดือน (ปีละ ๓ ฉบับ) ตีพิมพ์ จ�ำนวน ๗,๐๐๐ เล่ม ต่อฉบับ เป็นนิตยสารส�ำหรับการแจกฟรีให้กับหน่วยราชการทหาร กว่า ๖๒ ปี ทีน่ ติ ยสารเสนาสารยังคงสืบทอดเจตนารมณ์ในการน�ำเนือ้ หาสาระทีเ่ ป็นประโยชน์เสมอมา วันนี้เราขอน�ำนิตยสารฉบับปฐมฤกษ์มาให้ผู้อ่านร่วมย้อนวันวานค่ะ 56

เสนาสาร


อันเนื่องมาจากปก สังคมในปัจจุบันก�ำลังถูกท้าทายจากภัยคุกคามหลายรูปแบบ ทั้งที่สามารถคาดการณ์ได้ และไม่สามารถคาดการณ์ได้ เหตุการณ์ เหล่ า นี้ ล ้ ว นเคยเกิ ด ขึ้ น กั บ ประเทศไทยตลอดหลายปี ที่ ผ ่ า นมา เช่ น ปั ญ หาการก่ อ ความไม่ ส งบ การชุ ม นุ ม ทางการเมื อ ง หรื อ แม้แต่ปัญหาภัยพิบัติทางธรรมชาติ ซึ่งเหตุการณ์ในแต่ละครั้งสร้าง ความสูญเสียต่อชาติไม่น้อย การใช้เจ้าหน้าที่เข้าไปจัดการกับปัญหา เกิดความยุ่งยาก เพราะบางครั้งใช้คนไม่ถูกกับงาน ขาดความช�ำนาญ ในการปฏิบัติ ท�ำให้เกิดความล่าช้า หรือเกิดปัญหาในการปฏิบัติงาน ในแต่ ล ะเหตุ ก ารณ์ ทหารเข้ า มามี บ ทบาทในการปฏิ บั ติ ที่แตกต่างกันไป ทั้งเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงาน เป็นผู้ไกล่เกลี่ย เป็น เจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัย เป็นต้น แต่เพื่อให้เกิดความคล่อง ตั ว ในทุ ก ภารกิ จ กองทั พ บกจึ ง จั ด การฝึ ก เพื่ อ รั บ มื อ กั บ ภั ย คุ ก คาม ในทุกรูปแบบ ภายใต้รูปแบบกองร้อยเฉพาะกิจ ๓ ภารกิจ ได้แก่ การป้องกันชายแดน, การรักษาความสงบเรียบร้อยในประเทศ และ การช่วยเหลือประชาชน ความเข้ ม แข็ ง ฉั บ ไว และการเข้ า ปฏิ บั ติ ภ ารกิ จ ด้ ว ยความ คล่ อ งตั ว ของกองร้ อ ยเฉพาะกิ จ ๓ ภารกิ จ คื อ ตั ว อย่ า งของ การพัฒนาอย่างต่อเนื่องของกองทัพบก เพื่อก้าวให้ทันต่อสถานการณ์ บ้านเมืองในปัจจุบัน ถึงแม้ภารกิจ และความรับผิดชอบจะเพิ่มขึ้น แต่ก�ำลังพลทุกนายต่างก็เต็มใจปฏิบัติหน้าที่เพื่อความสงบสุขของ บ้านเมือง และความสุขของประชาชน


กองทัพบก

R O Y A L

T H A I

A R M Y

M A G A Z I N E

เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน

For Country, Religions, Monarchy, and People www.rta.mi.th.

www.rta.mi.th กลอนเฉลิมพระชนมพรรษา ธ คือ แม่แห่งแผ่นดิน... คู่พระบารมีองค์ภูมินทร์ จักรีวงศ์ โครงการครอบครัวต้นไม้ บทสัมภาษณ์ ผบ.ทบ. กองร้อยเฉพาะกิจ (๓ ภารกิจ)

มิติใหม่กองทัพบก ปิดฤดูกาลนี้

Army United พาทัวร์อ่างซับเหล็ก

อ่างเก็บน�้ำเมืองละโว้

ประจำ�เดือนมิถุนายน - กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๖

E book เสนาสาร มิย กย 56  

เสนาสารฉบับเดือน มิ.ย. - ก.ย.