Page 1

จ ด ุ เ น น  แ ล ะ ก ร อ บ ก า ร ใ ช ย  ท ุ ธ ศ า ส ต ร ก  ร ม ค ว บ ค ม ุ โ ร ค ผ ล ก ั ด น ั ก า ร ด ำ เ น น ิ ง า น ป ร ะ จ ำ ป ง  บ ป ร ะ ม า ณ พ . ศ . 2 5 5 6

ณ วันที่ 15 สิงหาคม 2555


คํานํา กรมควบคุมโรคได้ตระหนักถึงความสําคัญของการแก้ปัญหาโรคและภัยสุขภาพ ได้พัฒนากระบวนการ บริหารจัดการเชิงยุทธศาสตร์เพื่อให้การจัดทําแผนปฏิบัติการประจําปี ของกรมควบคุมโรคเกิดผลผลิตจากการ ร่วมดําเนินงานของทุกหน่วยงานภายใต้สังกัด ส่งผลลัพธ์ และผลกระทบต่อเป้าหมายการให้บริการของกรม และกระทรวงสาธารณสุขรวมทั้งเป้าหมายการควบคุมโรคและภัยสุขภาพ ด้วยยุทธศาสตร์การดําเนินงานของ กรมควบคุมโรค การจัดทําจุดเน้นและกรอบการดําเนินงานของกรมควบคุมโรคปี 2556 ได้เริ่มกระบวนการตั้งแต่เดือน กุ ม ภาพั น ธ์ ถึ ง วั น ที่ 12 – 13 กรกฎาคม 2555 โดยกองแผนงานได้ ป ระสาน และจั ด เวที ใ ห้ มี ก ารระดม ความเห็น ทบทวน วิเคราะห์ พูดคุย และทําความเข้าใจร่วมระหว่าง สํานัก/ สถาบันในฐานนะ Program Manager กับผู้บริหาร ผู้ทรงคุณวุฒิฯ และสคร. รวมทั้งระหว่างสํานักด้วยกันเอง เพื่อหาข้อสรุปร่วมที่นําไปสู่ การดําเนินงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เกิดพลังที่จะส่งผลกระทบต่อการลดโรคอย่างจริงจัง ในแต่ละ ประเด็นโรค รวมทั้งกิจกรรมที่จะดําเนินการในส่วนของสํานัก /สถาบัน และ สคร. ที่ชัดเจน คณะผู้จัดทําโดยกองแผนงาน ร่วมกับหัวหน้ากลุ่มแผนงานและประเมินผลของสํานัก / สถาบันและ สคร. หวังว่าเอกสารเล่มนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการสื่อสารให้บุคลากรทุกระดับของกรมฯ มองภาพรวมของงาน เพื่อนําไปวางแผนตามบริบทของแต่ละหน่วยงานต่อไป อย่างไรก็ตาม จุดเน้นบางประเด็นมีความเกี่ยวข้องกับ หลายสํานัก จําเป็นต้องเน้นการบูรณาการเพิ่มเติม เพื่อให้เกิด Impact ต่อการลดโรคที่ชัดเจน สุดท้ายนี้ ขอบพระคุณทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการจัดทําจุดเน้นและกรอบการดําเนินงานของกรมควบคุมโรคประจําปี พ.ศ. 2556 มา ณ โอกาสนี้

คณะผู้จัดทํา 15 สิงหาคม 2555


สารบัญ หน้า ส่วนที่ 1 ทิศทางการดําเนินงานกรมควบคุมโรคปี 2556 ¾ วิสัยทัศน์กรมควบคุมโรค ปี 2563 และพันธกิจ

1

¾ แผนที่ยทุ ธศาสตร์กรมควบคุมโรค ปี 2556 – 2559

1

¾ แผนภูมิความเชื่อมโยงนโยบายรัฐบาล เป้าประสงค์เชิงนโยบาย ตัวชี้วัดและกลยุทธ์

2

วิธีการของแผนบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2556-2559 ประเด็นยุทธ์ศาสตร์ เป้าหมายการให้บริการ และยุทธศาสตร์กระทรวงสาธารณสุข กับ กรมควบคุมโรค ¾ ตารางสรุปภาพรวมการถ่ายทอดเป้าหมาย/ตัวชี้วัดตามยุทธศาสตร์กรมควบคุมโรคปี 2556

3

ส่วนที่ 2 จุดเน้นและกรอบการดําเนินงานป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ กรมควบคุมโรค ปี 2556 งานพัฒนาเชิงระบบ 01 พัฒนาอําเภอควบคุมโรคเข้มแข็งแบบยั่งยืน 02 การเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

4 11

03 โรคติดเชื้อในโรงพยาบาล 04 โครงการตามที่ท่านอธิบดีกําหนดเป็นนโยบาย

27

05 การเตรียมพร้อมตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข/ ภัยพิบัติ

41

40

• การเตรียมพร้อมตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (สํานักโรคติดต่อทั่วไป) • การพัฒนาทีมเฝ้าระวังสอบสวนเคลื่อนที่เร็ว (SRRT) • การพัฒนาด้านการพยากรณ์โรคและภัยสุขภาพ • การพัฒนาระบบเฝ้าระวัง 5 ระบบโรค

06 พัฒนางานด้านกฎอนามัยระหว่างประเทศ • การพัฒนาสมรรถนะช่องทางเข้าออกระหว่างประเทศ ตามกฎอนามัยระหว่างประเทศ พ.ศ.2548 • การพัฒนากระบวนการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทางระบาดวิทยา การสอบสวนโรค และการปฏิบัติตาม กฎอนามัยระหว่างประเทศ (IHR) (ระบาดวิทยา)

56


งานป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ 07 การควบคุมโรคไข้เลือดออก 08 การพัฒนาศูนย์เด็กเล็ก 09 การควบคุมโรคหนอนพยาธิในนักเรียนและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร อันเนื่องมาจาก พระราชดําริฯ 10 การกําจัดโรคพิษสุนัขบ้า

63 109 114 120

11 วัณโรค

125

12 โรคเอดส์

136

13 โรคไม่ติดต่อเรื้อรังและการบาดเจ็บ

159

14 การควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

207

15 การควบคุมการบริโภคยาสูบ

216

16 โรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม

234

17 การค้นหาผู้ป่วยโรคเรื้อนและความพิการ

266

กรอบการดําเนินงานการดําเนินงานป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ กรมควบคุมโรค ปี 2556 1. สื่อสารและประชาสัมพันธ์ 2. การขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์เตรียมความพร้อม ป้องกัน และแก้ไขปัญหาโรคติดต่อ อุบัติใหม่แห่งชาติ (พ.ศ. 2556 – 2559) 3. การดําเนินงานภายใต้แผนการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติด้านวัคซีน

280 291 300


วิสัยทัศน์ กรมควบคุมโรค ปี 2563 “เป็นองค์กรชั้นนําระดับนานาชาติ ที่สังคมเชื่อถือและไว้วางใจ เพื่อปกป้องประชาชนจากโรคและภัยสุขภาพ ด้วยความเป็นเลิศทางวิชาการ ภายใน ปี 2563” พันธกิจ กรมควบคุมโรค ปฏิบัติภารกิจของกรมควบคุมโรคตามที่กําหนดในกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการ พ.ศ. 2552 ด้วยวิธีการดังนี้ 1. ส่งเสริมกระบวนการประสานความร่วมมือกับเครือข่ายภายในและระหว่างประเทศในการผลิตและพัฒนา ผู้เชี่ยวชาญ องค์ความรู้ ข้อมูลข่าวสาร เครือ่ งมือ กฎหมายการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรค และภัยสุขภาพ รวมทัง้ การบริการเฉพาะที่ได้มาตรฐานสากล 2. ส่งเสริม สนับสนุน ถ่ายทอด แลกเปลี่ยนความรู้ ให้เครือข่ายและประชาชน 3. ผลักดัน และติดตามการบังคับใช้กฎหมายที่จําเป็นต่อการปกป้องประชาชนจากโรคและภัยสุขภาพ 4. เตรียมความพร้อมในการจัดการภาวะคุกคามและภัยสุขภาพใหม่ ๆ ได้ทันการณ์ แผนที่ยุทธศาสตร์กรมควบคุมโรคปี 2556 - 2559

Page 1 of 304


ตารางที่ 1 แผนภูมิความเชื่อมโยงนโยบายรัฐบาล เป้าประสงค์เชิงนโยบาย ตัวชี้วัดและกลยุทธ์วิธีการของแผนบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2556-2559 ประเด็นยุทธ์ศาสตร์ เป้าหมายการให้บริการ และยุทธศาสตร์กระทรวงสาธารณสุข กับ กรมควบคุมโรค

ระดับชาติ

นโยบายรัฐบาล ประเด็นนโยบาย รัฐบาล เป้าประสงค์ ชิงนโยบายรัฐบาล/ ตัวชี้วัด

ระดับกระทรวง

กลยุทธ์/วิธีการ รัฐบาล ประเด็นยุทธศาสตร์ เป้าหมายการ ให้บริการ ตัวชี้วัดเป้าหมาย การให้บริการกระทรวง ยุทธศาสตร์ กระทรวง ประเด็นยุทธศาสตร์

ระดับกรม

เป้าหมายการให้บริการ

กลยุทธ์

ผลผลิต

กิจกรรมหลัก

นโยบายที่ 4 นโยบายสังคมและคุณภาพชีวิต นโยบายที่ 4.3 นโยบายการพัฒนาสุขภาพของประชาชน ประเด็นนโยบายที่ 4.3.3 จัดให้มีมาตรการสร้างสุขภาพโดยมีเป้าหมาย เพื่อลดอัตราป่วย ตาย และผลกระทบจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมองและโรคมะเร็งอย่างมีบูรณาการและครบวงจร ตั้งแต่การมีนโยบาย สาธารณะทีเอื้อต่อการลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ จัดให้มีการสื่อสารสาธารณะของรัฐเพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ให้ความรู้ป้องกันโรคเพื่อการดูแลรักษาสุขภาพตนเองของประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ การสร้างความเข้มเข็งของชุมชน การให้บริการเชิงรุก ตลอดจน คุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ 4.3.3 ประชาชนมีสุขภาพอนามัยดี มีพฤติกรรมสุขภาพเหมาะสม สามารถควบคุมและลดปัจจัยเสี่ยงต่อโรคเรื้อรัง ภัยพิบัติ และภัยสุขภาพ ตัวชี้วัด : 1) อัตราการเพิ่มการเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง 5 โรค ได้แก่ โรคหัวใจ เบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมองและโรคมะเร็ง 2) ร้อยละของประชากรเป้าหมายที่มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ เช่น บุหรี่ สุรา การมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย พัฒนาระบบและกลไกการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรค และปัจจัยเสี่ยงที่คุกคามต่อสุขภาพ และระบบเตรียมความพร้อมตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข ระบบสุขภาพที่มีคุณภาพ เสริมสร้างให้ประชาชนไทยมีสุขภาพและจิตสํานึกที่ดีด้านสุขภาพ โดยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน 1. ประชาชนมีพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง และอยู่ใสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสามารถลดภาระโรคและภัยคุกคาม ตลอดจนได้รับการคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ ¾อัตราตายโรคหลอดเลือดสมองลดลง ร้อยละ 2 ต่อปี ¾อัตราตายโรคหัวใจขาดเลือดลดลง ร้อยละ 1 ต่อปี ¾ อัตราป่วยตายด้วยโรคไข้เลือดออกลดลง ร้อยละ 0.12 ต่อปี ¾ จํานวนผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ (ปี 2556 = 8,900 ราย, ปี 2557 = 8,500 ราย, ปี 2558 = 8,100 ราย,ปี 2559 = 7,800 ราย) 1. เสริมสร้างให้ประชาชนมีพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง เหมาะสม และพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพ ระบบเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรค ภัยสุขภาพการฟื้นฟูสมรรถภาพและการคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพให้มีประสิทธิภาพ 1. พัฒนาระบบข่าวกรอง การป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพ เตรียมพร้อมตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน

2. ประชาชนกลุ่มเป้าหมายและกลุ่มเสี่ยงได้รับบริการ ป้องกัน รักษา ฟื้นฟูสภาพ

1. เครือข่ายมีระบบข่าวกรองที่ทันสมัยและมีศักยภาพในการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรค การบังคับใช้กฎหมาย และการจัดการป้องกัน ลดปัญหาที่มี ผลกระทบต่อสุขภาพ รวมทั้งเตรียมพร้อมตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข

2. ประชาชนกลุ่มเป้าหมายได้รับบริการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุม รักษาและฟื้นฟูสภาพเฉพาะโรคติดต่อสําคัญ โรคอุบัติ ใหม่และภัยสุขภาพที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล

1.กําหนดและพัฒนานโยบาย ยุทธศาสตร์ กฎหมาย มาตรการ มาตรฐาน แนว ปฏิบัติ เพื่อการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพ

1. องค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพที่ได้มาตรฐาน 1.1 ศึกษา ค้นคว้า วิจัย พัฒนาวิชาการ เพื่อกําหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ กฎหมาย มาตรการ มาตรฐาน แนวปฏิบัติและถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยีด้านการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพ (ยุทธ์ 2 และ 5)

2. พัฒนาและประเมินศักยภาพระบบ กลไกของหน่วยงานและเครือข่าย ระบบข่าว กรอง การเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรค ภัยสุขภาพ การบังคับใช้กฎหมายและการ สื่อสัญญาณเตือนภัยการระบาดของโรค ภัยและปัจจัยเสี่ยง

3. พัฒนาและปฏิบัติการเฝ้าระวัง ป้องกันควบคุมโรคและ ภัยสุขภาพ รวมทั้งการสื่อสารความเสี่ยง กรณีที่เป็นปัญหาวงกว้างหรือ เกิดโรคระบาดรุนแรง

4. พัฒนาการบริการรักษาและฟื้นฟูสภาพเฉพาะ โรคติดต่อสําคัญ โรคอุบัติใหม่ และภัยสุขภาพ เพื่อ พัฒนาวิชาการ ให้มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล

2. เครือข่ายเป้าหมายได้รับการสนับสนุน เสริมสร้างศักยภาพและความเข้มแข็งใน การจัดการระบบเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรค ภัยสุขภาพ

3. ประชาชนกลุ่มเป้าหมายได้รับบริการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคที่เป็นปัญหาสําคัญ

4. ประชาชนกลุ่มเป้าหมายได้รับบริการรักษาและ ฟื้นฟูสภาพ เฉพาะโรคติดต่อสําคัญ โรคอุบัติใหม่

3.1 บริการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพที่เป็นปัญหา รุนแรงและกลุ่มเป้าหมายพิเศษ

4.1 บริการรักษาและฟื้นฟูสภาพ เฉพาะโรคติดต่อสําคัญ โรคอุบัติใหม่และภัยสุขภาพ ของหน่วยงานเพื่อสร้างมาตรฐานระบบบริการ

2.1 พัฒนาประสิทธิภาพระบบเฝ้าระวัง ข่าวกรองโรคและภัยสุขภาพ (ยุทธ์ 2 ) 2.2 พัฒนาระบบบริหารจัดการมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ (ยุทธ์ 5 และ 6) 2.3 แก้ไขปัญหามลพิษและเสริมสร้างคุณภาพชีวิตในพื้นที่มาบตาพุดและบริเวณใกล้เคียง จังหวัดระยอง (ยุทธ์ 2 ) 2.4 พัฒนาระบบบริหารจัดการและการเตรียมพร้อมตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข (ยุทธ์ 4) 2.5 พัฒนา ประสาน สนับสนุน และประเมินศักยภาพระบบ กลไก เครือข่ายการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพ ทั้งในและระหว่างประเทศให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล (ยุทธ์ 1 และ 5)

ที่มา : บันทึกที่ สธ 0404.5/2197 ลงวันที่ 24 เมษายน 2555 เรื่องส่งแผนปฏิบัติราชการ 4 ปี พ.ศ. 2556-2559 กรมควบคุมโรค Page 2 of 304

3.2 ถ่ายทอดความรู้ในการดูแลสุขภาพ เฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรค ภัยสุขภาพ และการปรับเปลี่ยน พฤติกรรมที่มีคุณภาพ (ยุทธ์ 3 )


(ร่าง) สรุปการถ่ายทอดเป้าหมายและตัวชีว้ ัดสู่หน่วยงานและบุคลากรกรมควบคุมโรค ประจําปีงบประมาณ พ.ศ.2556 ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์กรมควบคุมโรค ยุทธศาสตร์ ยุทธศาสตร์ที่ 1 การพัฒนาและร่วมมือกับ เครือข่ายภาคีภายในและนานาชาติ รวมทั้ง สนับสนุนพื้นที่ดําเนินงานป้องกันและควบคุม โรคอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

ยุทธศาสตร์ที่ 2 การพัฒนาเป็นศูนย์กลาง นโยบาย มาตรการ นวัตกรรม ข้อมูลอ้างอิง และมาตรฐานวิชาการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพของชาติ ที่ได้ มาตรฐานสากล และเป็นที่ยอมรับ ยุทธศาสตร์ที่ 3 การสื่อสารสาธารณะและ ประชาสัมพันธ์อย่างทั่วถึงและได้ผล เพื่อ ป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ

ยุทธศาสตร์ที่ 4 การเตรียมความพร้อม และ ดําเนินการป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ ใน สถานการณ์ฉุกเฉิน และภัยพิบัติ อย่าง รวดเร็ว ตามความต้องการของพื้นที่ และได้ มาตรฐานสากล

ยุทธศาสตร์ที่ 5 การติดตามและประเมินผล ภาพรวมของการเฝ้าระวัง ป้องกันควบคุมโรค และภัย สุขภาพของประเทศตาม มาตรฐานสากล

ยุทธศาสตร์ที่ 6 การพัฒนาคุณภาพระบบ บริหารจัดการองค์กรและบุคลากรให้มีขีด สมรรถนะสูงได้มาตรฐานสากล

ตัวชี้วัด

หน่วยวัด

2556 46 (60%

2557 53 (70%)

70 (615 แห่ง) 50 (8เรื่อง)

80 (703 แห่ง) 60

ร้อยละ

80

ตัวชี้วัดพรบ.งบประมาณ ปี 2556

ค่าเป้าหมาย 2558 61 (80%)

2559 68 (90%)

2560 76 (100%)

90 (791 แห่ง)

100 (879 แห่ง)

100 (879 แห่ง)

70

80

90

80

80

80

80

1.1.1 จํานวนจังหวัดที่มีระบบและกลไกการบริหาร จัดการให้เกิดการพัฒนา "อําเภอควบคุมโรคเข้มแข็ง แบบยั่งยืน" 1.1.2 ร้อยละของอําเภอที่เป็น"อําเภอควบคุมโรค เข้มแข็งแบบยัง่ ยืน"ตามคุณลักษณะที่กําหนด

จังหวัด

1.1.3 ความสําเร็จของการดําเนินงานสร้างเครือข่าย ความร่วมมือพัฒนาระบบเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุม โรคและภัยสุขภาพ ระดับชาติ นานาชาติ 2.1.1สัดส่วนของผลิตภัณฑ์ที่ดําเนินการตาม มาตรฐานสากล 2.1.4 สัดส่วนของกลุ่มลูกค้าหรือกลุ่มผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ มี ความพึงพอใจในผลิตภัณฑ์ของกรมควบคุมโรค

ร้อยละ

ร้อยละ

80

80

80

80

80

3.1.1 ร้อยละของประชาชนกลุ่มเป้าหมายรับทราบ และมีความรู้เรื่องโรคและภัยสุขภาพที่สําคัญของกรม ฯ 3.1.2 ร้อยละของประชาชนกลุ่มเป้าหมายมีพฤติกรรม สุขภาพที่เหมาะสมตามเกณฑ์ที่กรมควบคุมโรค กําหนด 3.1.3 ร้อยละของเครือข่ายกลุ่มเป้าหมายเห็นว่า ภาพลักษณ์ของกรมอยู่ในเกณฑ์ดี 3.1.4 ร้อยละของหน่วยงานมีกลไกการบริหารจัดการ การสื่อสารสาธารณะเกี่ยวกับโรคและภัยสุขภาพที่ สําคัญของกรมฯ 4.1.1 จํานวนของหน่วยงาน ที่มีกลไกและขั้นตอนการ บริหารจัดการการเตรียมความพร้อมและการตอบโต้ ภาวะฉุกเฉินด้านโรคและภัยสุขภาพแบบบูรณาการ ตามเกณฑ์ที่กําหนด 4.1.2 ร้อยละของสถานการณ์ฉุกเฉินและภัยพิบัติซึ่งมี ปัญหาโรคและภัยสุขภาพที่กรมควบคุมโรคสามารถ ตอบโต้ตามเกณฑ์ที่กําหนด 5.1.1จํานวนรายงานพยากรณ์โรคและภัยสุขภาพ ที่มี คุณภาพ -ระดับประเทศ หรือ ส่วนกลาง -ระดับเขต 5.1.2 จํานวนหน่วยงานที่มีการติดตามการดําเนินงาน ของหน่วยงานที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน

ร้อยละ

85

90

90

90

95

ร้อยละ

74

76

78

80

80

ร้อยละ

85

85

90

90

95

ร้อยละ

85

85

90

95

100

ร้อยละ

80

85

90

95

100

หน่วย งาน ร้อยละ

25

26

28

29

31

80

85

90

95

100

จํานวน (เรื่อง)

14

15

16

17

18

2 12 22

3 12 26

4 12 30

5 12 34

6 12 36

5.1.3 จํานวนรายงานการประเมินผลการเฝ้าระวัง ป้องกันควบคุมโรค ภัยสุขภาพ และการบริหารจัดการ ทรัพยากรเพื่อการลดโรคและภัยสุขภาพ ตาม มาตรฐานที่ได้รับการยอมรับ -โครงการสําคัญของหน่วยงาน (ทุกหน่วยงาน หน่วยงานละ 1 โครงการ) -วิสัยทัศน์กรมฯ -วิสัยทัศน์หน่วยงาน (ทุกหน่วยงาน) -แผนงานควบคุมโรคของประเทศ (ตามแผนการ ดําเนินงาน 5 ปี (Road Map) พ.ศ.2555-2559) -โรคและภัยสุขภาพตามบริบทของพื้นที่ 6.1.1 ระดับความสําเร็จของการประเมินองค์การด้วย ตนเองตามแนวทางการพัฒนาคุณภาพการบริหาร จัดการภาครัฐระดับพื้นฐาน 6.1.2 ระดับความสําเร็จของร้อยละเฉลี่ยถ่วงน้ําหนัก ในการบรรลุเป้าหมายความสําเร็จของผลลัพธ์การ ดําเนินการ (ผลลัพธ์ของกระบวนการ) ของส่วน ราชการตามเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ ระดับพื้นฐาน (หมวด 7) 6.2.1 ร้อยละของบุคลากรของกรมควบคุมโรคมี สมรรถนะตามเกณฑ์ที่กําหนด

ร้อยละ

จํานวน (หน่วยงา น) จํานวน (เรื่อง)

ตัวชี้วัด 5.1.3 อยู่ในระหว่างรอ ข้อมูลจากเลขายุทธศาสตร์ที่ 5

ระดับ ความสําเ ร็จ ระดับ ความสําเ ร็จ

ระดับ 3

ร้อยละ

95

ระดับ 3

Page 3 of 304

ปรับแก้ตัวชี้วัดเป็น : ระดับคะแนนของหมวดที่ขอรับ รางวัล

80

80

80

80

PSA1 : ร้อยละของเครือข่ายเป้าหมายสามารถ ให้บริการตามแนวทาง/มาตรฐานที่กรมควบคุมโรค กําหนด (ร้อยละ 90) PSA2 : ร้อยละของประชาชนกลุ่มเป้าหมาย พฤติกรรมสุขภาพและอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ เหมาะสมตามเกณฑ์ที่กรมควบคุมโรคกําหนด (ร้อยละ 74) ผลผลิตที่ 1 องค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านการเฝ้า ระวัง ป้องกัน ควบคุมโรค และภัยสุขภาพที่ได้ มาตรฐาน SDA101 : จํานวนองค์ความรู้เพื่อการเฝ้าระวัง ควบคุม ป้องกันโรคและภัยสุขภาพ (47 เรื่อง) SDA102 : ร้อยละขององค์ความรู้ในการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพได้มาตรฐานทาง วิชาการ (ร้อยละ 80) SDA103 : องค์ความรู้ที่ดาํ เนินการแล้วเสร็จตาม แผน (ร้อยละ 90) ผลผลิตที่ 2 : เครือข่ายเป้าหมายได้รับการ สนับสนุนเสริมสร้างศักยภาพและความเข้มแข็งใน การจัดการระบบเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรค ภัยสุขภาพ SDA204 : จํานวนเครือข่ายเป้าหมายที่ได้รับการ สนับสนุน เสริมสร้างศักยภาพและความเข้มแข็งใน การจัดการระบบเฝ้าระวังป้องกัน ควบคุมโรค และ ภัยสุขภาพ (1,566 หน่วยงาน) SDA205 : ร้อยละของเครือข่ายมีความพึงพอใจต่อ การเสริมสร้างศักยภาพและความเข้มแข็งในการ จัดการระบบเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคและภัย สุขภาพ (86 หน่วยงาน) SDA206 : ร้อยละของโครงการสนับสนุน เสริมสร้างศักยภาพและความเข้มแข็งในการจัดการ ระบบเฝ้าระวังป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพ ดําเนินการแล้วเสร็จตามแผนที่กําหนด (ร้อยละ 90) ผลผลิตที่ 3 : ประชาชนกลุ่มเป้าหมายได้รับบริการ เฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคที่เป็นปัญหาสําคัญ SDA307 : จํานวนประชาชนกลุ่มเป้าหมายได้รับ บริการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคที่เป็นปัญหาที่ สําคัญ (5,630,000 ราย) SDA308 ร้อยละของประชาชนกลุ่มเป้าหมายมี ความพึงพอใจต่อการบริการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคที่เป็นปัญหาสําคัญ (ร้อยละ 84) SDA309 : ร้อยละของประชาชนกลุม่ เป้าหมายมี ความพึงพอใจต่อการสื่อสารความเสี่ยงของกรม ควบคุมโรค (ร้อยละ 90) SDA310 : ร้อยละของโครงการบริการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคที่เป็นปัญหาสําคัญทีด่ ําเนินการ เสร็จตามแผนที่กําหนด (ร้อยละ 90) ผลผลิตที่ 4 : ประชาชนกลุ่มเป้าหมายได้รับบริการ รักษาและฟื้นฟูสภาพเฉพาะโรคติดต่อสําคัญโรค อุบัติใหม่และภัยสุขภาพ SDA411 : จํานวนประชาชนกลุ่มเป้าหมายได้รับ บริการรักษาและฟืน้ ฟูสภาพเฉพาะโรคติดต่อสําคัญ โรคอุบัติใหม่และภัยสุขภาพ (272,700 ราย) SDA412 : ร้อยละของประชาชนกลุม่ เป้าหมายมี ความพึงพอใจต่อการบริการรักษาและฟืน้ ฟูสภาพ เฉพาะโรคติดต่อสําคัญ โรคอุบัติใหม่และภัยสุขภาพ (ร้อยละ 82) SDA413 : ร้อยละของโครงการบริการรักษาและ ฟื้นฟูสภาพ เฉพาะโรคติดต่อสําคัญ โรคอุบัติใหม่และ ภัยสุขภาพดําเนินการเสร็จตามแผนที่กําหนด (ร้อยละ 90)


จุดเน้นและกรอบการดําเนินงานป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ กรมควบคุมโรค ปี 2556 ----------------------------------------------------------ข้อมูล ณ วันที่ 15 สิงหาคม 2555 01 การพัฒนาอําเภอควบคุมโรคเข้มแข็งแบบยั่งยืน 1.สถานการณ์ อํา เภอเป็ น จุ ด ยุท ธศาสตร์ สํ า คัญ ที่ เ ชื่ อ มโยงของการดํ า เนิ นงาน การบริ ห ารทรั พ ยากรของส่ ว นภู มิ ภ าค จากระดับจังหวัด และการบูรณาการภารกิจลงสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชุมชน ทรัพยากรในการดําเนินงาน ควบคุมป้องกันโรคถูกจัดสรรสู่หน่วยงานในระดับพื้นที่ และบริหารจัดการโดยหน่วยงานในพื้นที่เป็นหลัก ซึ่งการ ดําเนินงานเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพที่มีอยู่ ยังขาดการเชื่อมโยงต่อเนื่องกันอย่างเป็นระบบ ดังนั้น ปัจจัยสําคัญที่มีผลต่อความสําเร็จของการดําเนินงานควบคุมโรคจึงขึ้นอยู่กับศักยภาพ ระบบกลไกที่เกิดขึ้นในระดับ พื้นที่ทั้งในระดับตําบลและอําเภอ โดยให้ประชาชนในพื้นที่เกิดแนวร่วม เชื่อมโยงสนับสนุนกันเป็นเครือข่าย ร่วมกัน แก้ไขปัญหาโรคและภัยสุขภาพในพื้นที่ตนเอง อันจะทําให้การดําเนินงานแก้ไขปัญหา เกิดความยั่งยืน กรมควบคุมโรค ได้ตระหนักถึงภาวะคุกคามจากโรคและภัยสุขภาพต่างๆที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของ ประชาชน จึงมีแนวคิดการดําเนินงานแบบบูรณาการ โดยให้ “อําเภอ” เป็นพื้นที่เป้าหมายในการสนับสนุนการ ดําเนินงานในพื้นที่อําเภอให้สามารถรองรับนโยบาย และการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพ รวมถึงการเตรียมความพร้อมตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข เหมาะสมกับ บริบทของพื้นที ซึ่งการขับเคลื่อนนโยบาย “อําเภอควบคุมโรคเข้มแข็งแบบยั่งยืน” มุ่งเน้นผลักดันให้อําเภอทั่ว ประเทศพัฒนาตามคุณลักษณะของ “อําเภอควบคุมโรคเข้มแข็งแบบยั่งยืน” โดยมีแนวทางในการขับเคลื่อน 3 ด้าน ได้แก่ 1) การขับเคลื่อนเชิงนโยบาย เพื่อเป็นเครื่องมือในการสร้างความร่วมมือกับเครือข่าย 2) การพัฒนา/สนับสนุน ด้านวิชาการเพื่อพัฒนาศักยภาพของเครือข่าย และ 3) การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้เครือข่ายในระดับพื้นที่ได้ ตระหนักถึงความสําคัญและลงมือดําเนินการด้วยตนเอง 2. เป้าหมายหลักในการดําเนินงานเมื่อสิ้นปี พ.ศ. 2559 1) จังหวัดที่มีระบบและกลไกการบริหารจัดการให้เกิดการพัฒนา อําเภอควบคุมโรคเข้มแข็งแบบยั่งยืน จํานวน 69 จังหวัด 2) อําเภอที่เป็นอําเภอควบคุมโรคเข้มแข็งแบบยั่งยืน ตามคุณลักษณะที่กําหนด ร้อยละ 100 3.สภาพปัญหา 1) การถ่ายทอดนโยบายไปสู่ผู้ปฏิบัติค่อนข้างเร่งด่วนทําให้ผู้ปฏิบัติไม่เข้าใจในหลักการและเป้าหมาย ของโครงการ 2) ความไม่ชัดเจนในนโยบายว่าจะเป็นนโยบายในระยะยาวหรือไม่ ทําให้จังหวัด/อําเภอ ไม่สนใจในโครงการ 3) ชื่อ “อําเภอควบคุมโรคเข้มแข็งแบบยั่งยืน” สื่อถึงความเป็นเจ้าของเฉพาะกรมควบคุมโรค ทําให้ ความร่วมมือจากภาคส่วนที่สําคัญน้อยกว่าที่ควรจะเป็น 4) เกณฑ์การประเมินไม่สามารถใช้ได้กับการทํางานในทุกพื้นที่

Page 4 of 304


5) การสื่อสารและประชาสัมพันธ์ให้กับเครือข่ายยังไม่ทั่วถึง ขาดการกระตุ้นให้เครือข่ายตระหนักถึง ปัญหา และหาวิธีการแก้ปัญหา ขาดความมีส่วนร่วมในการดําเนินการ 4. พื้นที่เป้าหมาย (จังหวัด /อําเภอ/ตําบล) : กลุ่มเป้าหมาย/ Setting เป้าหมาย 1) ทุกอําเภอทั่วประเทศ 878 อําเภอ 2) ทุกจังหวัดยกเว้น กทม. 76 จังหวัด 5. มาตรการดําเนินงานที่ส่งผลต่อเป้าหมาย 1) พัฒนารูปแบบกลไกและวิธีการประเมินเพื่อให้คํารับรอง (Public Health System Accreditation) : ที่นําไปสู่ระบบการประเมินที่มีคุณภาพและยั่งยืน โดยสื่อสารผู้เกี่ยวข้องหลักให้เข้าใจและเห็นประโยชน์ของการ ประเมินคุณภาพระบบป้องกันควบคุมโรคในพื้นที่ที่เชื่อมโยงกับผลลัพธ์คือการลดโรคและสุขภาพของประชาชน ไม่ใช่ เพื่อรางวัล เริ่มดําเนินการโดยให้ สคร. สุ่มเลือก 1 จังหวัด แล้วทดลองลงประเมินทุกอําเภอในจังหวัดนั้น โดยให้มี คณะกรรมการระหว่ า งส่ ว นกลางและพื้ น ที่ จั ด ทํ า เกณฑ์ ที่ เ ป็ น มาตรฐาน คู่ ข นานไปกั บ การประเมิ น ตามเกณฑ์ คุณลักษณะเดิม 2) ค้นหาอําเภอต้นแบบ (Good Practice) ที่มีจุดเด่นในคุณลักษณะที่กําหนด เพื่อถ่ายทอด ประสบการณ์ให้พื้นที่อื่นนําไปขยายผล ประยุกต์พัฒนาต่อยอด

Page 5 of 304


สรุปจุดเน้นการดําเนินงาน ปีงบประมาณ 2556 จุดเน้น : การพัฒนาอําเภอควบคุมโรคเข้มแข็งแบบยั่งยืน 1. จังหวัดที่มีระบบและกลไกการบริหารจัดการให้เกิดการพัฒนา อําเภอควบคุมโรคเข้มแข็งแบบยั่งยืน จํานวน 69 จังหวัด เป้าหมายการดําเนินงานเมื่อสิ้นปี พ.ศ. 2559 : 2. อําเภอที่เป็นอําเภอควบคุมโรคเข้มแข็งแบบยั่งยืน ตามคุณลักษณะที่กําหนด ร้อยละ 100 มาตรการหลัก/ โครงการ 1. พัฒนาเครือข่าย เชิงนโยบาย ได้แก่ ผู้ตรวจราชการ กระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจัหวัด นายอําเภอ เป็นต้น

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

ย.1

กิจกรรม สํานัก สคร 1. ขับเคลื่อนเครือข่าย ผ่านทาง 1. ประสาน สื่อสาร ขับเคลื่อน นโยบาย เสริมการปฏิบัติงานเครือข่าย ใน - ตัวชี้วัดคํารับรองฯ ของ พื้นที่ กระทรวงมหาดไทย - ตัวชี้วัดคํารับรองฯ ของกระทรวง สาธารณสุข - กลไกอื่นๆ เช่น บันทึกความ ร่วมมือ ประเด็นการตรวจราชการ แผนแม่บทฯ 2. ประสาน สื่อสาร เสริมการ ปฏิบัติงานของเครือข่ายระดับ นโยบาย ลงสู่พื้นที่

Page 6 of 304

2. ประสาน สื่อสาร เสริมการ ปฏิบัติงานของเครือข่ายระดับ นโยบาย ลงสู่พื้นที่ อําเภอ 4 ภาค

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

2. พัฒนาความ เข้มแข็งของเครือข่าย

กิจกรรม สํานัก สคร 1. พัฒนาศักยภาพ ทักษะ ครู ก. 1. พัฒนาศักยภาพเครือข่ายในพื้นที่ ในการถ่ายทอด เช่นSRRT อสม. - SRRT และหลักปฏิบัติ SRRT ตามกฎอนามัยระหว่างประเทศ (IHR) - องค์ความรู้ด้านโรคและภัย สุขภาพ การจัดการควบคุมโรค ระดับพื้นที่ (District health) ฯลฯ 2. จัดทําทําเนียบต้นแบบ ความสําเร็จของการพัฒนาอําเภอ ควบคุมโรคเข้มแข็งแบบยั่งยืน ภาพรวมของประเทศ (National good practice lists) ตามประเด็น โรคและภัยสุขภาพ

Page 7 of 304

2. จัดทําทําเนียบต้นแบบ ความสําเร็จของการพัฒนาอําเภอ ควบคุมโรคเข้มแข็งแบบยั่งยืน ภาพรวมของเขต(Regional good practice lists) ตามประเด็นโรค และภัยสุขภาพ

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์


มาตรการหลัก/ โครงการ 3. พัฒนารูปแบบ กลไกและวิธีการ ประเมินให้คํารับรอง (Public Health System Accreditation) สู่ การจัดการควบคุม โรคที่มีประสิทธิภาพ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

ย.2

กิจกรรม สํานัก สคร 1. พัฒนาเกณฑ์ประเมิน 1. ทดลองรูปแบบในพื้นที่ คุณลักษณะอําเภอควบคุมโรค เข้มแข็งแบบยั่งยืน สู่การประเมิน รับรองเชิงคุณภาพ 2. พัฒนารูปแบบ กลไกและวิธีการ ประเมินเพื่อให้คํารับรอง (Public Health System Accreditation)

3. จัดทําเนื้อหาวิชา การจัดการ 2. ร่วมเป็นวิทยากร ป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพ” ไว้ในหลักสูตรผู้บริหารของ กระทรวงมหาดไทย/กระทรวง สาธารณสุข พร้อมทั้งผลักดันให้ บรรจุในหลักสูตรปกติ

4. พัฒนาหลักสูตร/ เนื้อหาวิชา “การ จัดการป้องกัน ควบคุมโรคและภัย สุขภาพ” เพื่อ สนับสนุนการ ดําเนินงานอําเภอ ควบคุมโรคเข้มแข็ง แบบยั่งยืน

Page 8 of 304

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์


มาตรการหลัก/ โครงการ 5. พัฒนาการสื่อสาร เชิงประสิทธิผล

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

ย.3

กิจกรรม สํานัก 1. วิเคราะห์และพัฒนารูปแบบ วิธีการสื่อสารให้สอดคล้องกับ กลุ่มเป้าหมายของการพัฒนา เครือข่าย

สคร 1. สื่อสาร ประชาสัมพันธ์ ให้ตรง กับบริบทความต้องการของ กลุ่มเป้าหมายฯ

2. สร้างภาพลักษณ์ รณรงค์ ให้เกิด แนวร่วมสนับสนุนการขับเคลื่อน การดําเนินงาน 3. สนับสนุนสื่อ คู่มือ สําหรับ เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ 6. ประเมินผลการ ดําเนินงานพัฒนา อําเภอควบคุมโรค เข้มแข็งแบบยั่งยืน

ย.5

1. ติดตามกํากับ ประเมินผลการ ดําเนินงานพัฒนาอําเภอควบคุมโรค เข้มแข็งแบบยั่งยืน ทั้งภาพรวมและ ตามรายยุทธศาสตร์ ภาพรวมของ ประเทศ

Page 9 of 304

1. ร่วมติดตามกํากับ ประเมินผล การดําเนินงานพัฒนาอําเภอควบคุม โรคเข้มแข็งแบบยั่งยืน ทั้งภาพรวม และตามรายยุทธศาสตร์ ภาพรวม ของจังหวัดและเขต

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์


มาตรการหลัก/ โครงการ 7. พัฒนาระบบและ ศักยภาพบุคลากร หลักของกรมควบคุม โรค

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ ย.6

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

กิจกรรม สํานัก สคร 1. พัฒนาหลักสูตร “การประเมินให้ 1. เข้ารับการอบรมและประยุกต์ใช้ คํารับรอง (Public Health System ให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ Accreditation)” แก่บุคลากรที่ เสนอแนะส่วนกลางปรับปรุงพัฒนา เกี่ยวข้อง ทั้งในส่วนกลาง และของ สคร. 2. พัฒนาระบบมาตรฐานการเป็น ผู้ให้คํารับรอง (Professional standard for district DPC)

Page 10 of 304

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์


02 การเตรียมความพร้อมเข้าสูป่ ระชาคมอาเซียน 1. สถานการณ์ กรมควบคุมโรคให้ความสําคัญกับการเตรียมความพร้อม เพื่อให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่การเป็นประชาคม อาเซียนในปี 2558 ได้อย่างสมบูรณ์ตามนโยบายของรัฐบาล ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะการเพิ่ ม ขึ้ น อย่ า งมากของการเคลื่ อ นย้ า ยประชากรมนุ ษ ย์ (นักท่องเที่ยว แรงงานต่างด้าว รวมทั้งผู้ป่วย) สั ต ว์ พื ช อาหาร และผลิตภัณฑ์ที่เป็นภัยต่อสุขภาพ (เหล้า บุหรี่ และสารเคมีอันตราย ฯลฯ) จะทํา ให้ ป ระชาชนต้ อ งเผชิ ญ กั บ ภั ย สุ ข ภาพเพิ ่ ม มากขึ ้ น ในหลายรู ป แบบ เช่ น การแพร่ ร ะบาดของโรคติ ด ต่ อ ร้ า ยแรง โรคจากเชื ้ อ ดื ้ อ ยา โรคติ ด ต่ อ อุ บั ติ ใ หม่ และโรคอุ บั ติ ซ้ํา รวมทั้ ง โรคไม่ ติ ด ต่ อ เรื้ อ รั ง และภั ย สุ ข ภาพอื่ น ๆ กรมฯได้ กํ า หนดนโยบายที่ จ ะร่ ว มมื อ กั บ ภาคี เ ครื อ ข่ า ยระดั บ ภู มิ ภ าคและระดั บ นานาชาติ เพื่ อ พั ฒ นาขี ด ความสามารถของประเทศและภูมิภาคในการป้องกันควบคุมโรค และส่งเสริมให้เกิดความปลอดภัยด้านสุขภาพ ร่วมกัน โดยจะใช้โอกาสของการดําเนินงานตามภารกิจการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน มุ่งไปสู่การ เร่งรัดพัฒนาขีดความสามารถของประเทศและภูมิภาค ตามมาตรฐานกฎอนามัยระหว่างประเทศ ค.ศ. 2005 โดยจะ เน้นความร่วมมือในการพัฒนากับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดน และความร่วมมือทวิภาคีกับประเทศ กลุ่มอาเซียนบวกสาม (จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้) รวมทั้งเพิ่มพูนความร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศและองค์กร เอกชนด้านสาธารณสุขด้วย ทั้งนี้ กรมฯ จะนําพันธกรณีและแผนยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องมาเป็นกรอบการดําเนินงาน ได้แก่ กรอบแผนแม่บทด้าน สังคมและวัฒนธรรมของประชาคมอาเซียน (ASEAN Socio-Cultural Community (ASCC) Blueprint) แผนยุทธศาสตร์ ด้านสุขภาพโลกและภูมิภาคอาเซียนของประเทศไทย พ.ศ. 2555-2559 แผนแม่บทการแก้ปัญหาสาธารณสุขชายแดน ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2555-2559) โดยดําเนินงานให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์ของกรมฯ ในการพัฒนาและ ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายภายในประเทศและนานาชาติ รวมทั้งสนับสนุนพื้นที่ในการดําเนินงานเฝ้าระวังและป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน 2. เป้าหมายหลักในการดําเนินงานเมื่อสิ้นปี พ.ศ. 2559 2.1 ร้อยละของจังหวัดในพื้นที่ชายแดนที่มีระบบและกลไกการบริหารจัดการเครือข่ายความร่วมมือระหว่าง ประเทศ ในการเฝ้าระวังและป้องกันควบคุมโรคติดต่อ โรคไม่ติดต่อ และภัยสุขภาพที่เข้มแข็งและยั่งยืน (ร้อยละ 70) 2.2 ร้อยละของจังหวัดคู่ความร่วมมือ (Twin cities) ในพื้นที่ชายแดน ที่มีระบบการเฝ้าระวังโรค การแจ้ง เตือ นภัย และการตอบโต้ภ าวะฉุก เฉิน ทางสาธารณสุข (ที มสอบสวนโรคเคลื่ อนที่ เร็ ว ช่ องทางข้ ามพรมแดน ห้องปฏิบัติการ การส่งต่อและรักษาผู้ป่วย และระบบฐานข้อมูลโรค) ได้มาตรฐานตามกฎอนามัยระหว่างประเทศ ค.ศ. 2005 (ร้อยละ 70) 2.3 ร้อยละของสํานักสังกัดกรมฯ ในส่วนกลาง ที่มีผู้ประสานงานความร่วมมือระหว่างประเทศที่มีขีด ความสามารถตามมาตรฐานที่กรมฯ กําหนด (ร้อยละ 80) 2.4 ร้อยละของสํานักงานป้องกันและควบคุมโรค ที่มีผู้ประสานงานความร่วมมือระหว่างประเทศที่มีขีด ความสามารถตามมาตรฐานที่กรมฯ กําหนด (ร้อยละ 80)

Page 11 of 304


3. สภาพปัญหา 3.1. การทํา งานร่ ว มกั บ ประเทศเพื่ อ นบ้ า นในระดั บ พื้ น ที่ ยั ง เป็ น ลั ก ษณะการให้ ค วามช่ ว ยเหลื อ มากกว่ า ความร่ ว มมื อ กั น การดําเนินงานตามแผนงานฯ ยังไม่ชัดเจน ขาดการสนับสนุนทั้งด้านวิชาการและด้าน งบประมาณที่เป็นรูปธรรมชัดเจน และขาดการติดตามประเมินผลอย่างเป็นระบบ 3.2 ยังขาดการบูรณาการงานระหว่างสํานักฯ ในส่วนกลางและในระดับพื้นที่ 3.3 มีอุปสรรคในการทํางานของบุคลากร เช่น ทักษะภาษา การทํางานกับประเทศที่มีความแตกต่างกัน ในด้านต่าง ๆ 3.4 บุคลากรที่รับผิดชอบงานความร่วมมือระหว่างประเทศมีจํานวนน้อย และมีช่องว่างระหว่างอายุการ ทํางาน ซึ่งจะทําให้ขาดความต่อเนื่องในการถ่ายทอดงาน 4. พื้นที่เป้าหมาย (จังหวัด /อําเภอ/ตําบล) : กลุ่มเป้าหมาย/ Setting เป้าหมาย 4.1 จังหวัดชายแดน 31 จังหวัด 4.2 จังหวัดคู่ความร่วมมือในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ได้แก่ ตราด–เกาะกง, สระแก้ว-บันเตียมินเจย, จันทบุรี-พระตะบองและไพลิน 4.3 จังหวัดคู่ความร่วมมือในพื้นที่ชายแดนไทย-ลาว ได้แก่ มุกดาหาร-สะหวันนะเขต, หนองคาย-เวียงจันทน์, อุบลราชธานี-จําปาสัก, เชียงราย-บ่อแก้ว, น่าน-ไชยะบุรี 4.4 จังหวัดคู่ความร่วมมือในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมาร์ ได้แก่ เชียงราย-ท่าขี้เหล็ก, ตาก–เมียวดี, ระนอง-เกาะสอง 4.5 จังหวัดคู่ความร่วมมือในพื้นที่ชายแดนไทย-มาเลเซีย ได้แก่ สงขลา ยะลา ปัตตานี สตู และนราธิวาส 4.6 ผู้ประสานงานความร่วมมือระหว่างประเทศของสํานักสังกัดกรมฯ ในส่วนกลาง 4.7 ผู้ประสานงานความร่วมมือระหว่างประเทศของสํานักงานป้องกันและควบคุมโรคในส่วนภูมิภาค 5. มาตรการดําเนินงานที่สง่ ผลต่อเป้าหมาย 5.1 การพัฒนาจังหวัดในพื้นที่ชายแดน ให้มีระบบและกลไกการบริหารจัดการเครือข่ายความร่วมมือ ระหว่างประเทศ ในการเฝ้าระวังและป้องกันควบคุมโรคติดต่อ โรคไม่ติดต่อ และภัยสุขภาพ ที่เข้มแข็งและยั่งยืน 5.2 การพัฒนาจังหวัดคู่ความร่วมมือ (Twin cities) ในพื้นที่ชายแดน ให้มีระบบการเฝ้าระวังโรค การแจ้ง เตือ นภัย และการตอบโต้ภ าวะฉุก เฉิน ทางสาธารณสุข (ที มสอบสวนโรคเคลื่ อนที่ เร็ ว ช่ องทางข้ ามพรมแดน ห้องปฏิบัติการ การส่งต่อและรักษาผู้ป่วย และระบบฐานข้อมูลโรค) ได้มาตรฐานตามกฎอนามัยระหว่างประเทศ ค.ศ. 2005 5.3 การพัฒนาผู้ประสานงานความร่วมมือระหว่างประเทศของสํานักสังกัดกรมฯ ในส่วนกลางและ สํานักงานป้องกันและควบคุมโรคในส่วนภูมิภาค ให้มีขีดความสามารถตามมาตรฐานที่กรมฯ กําหนด

Page 12 of 304


• การพัฒนาเครือข่ายนานาชาติ (ASEAN+3 FETN) เป็นการดําเนินงานตามยุทธศาสตร์และแผนงาน ASEAN+3 FETN ต่อเนื่องจากปี 2555 ซึ่งได้ดําเนิน การประเมินระบบเฝ้าระวังโรคร่วมกันตามแนวชายแดนประเทศไทยและประเทศกัมพูชาจังหวัด Banteay Mean Chey ประเทศกัมพูชาและจังหวัดสระแก้ว ประเทศไทย วันที่ ๑๖-๒๕ กรกฎาคม ๒๕๕๕ จัดอบรม Severe Flood Response, Surveillance & Situation Analysis Workshop วันที่ ๒๕-๒๗ เมษายน ๒๕๕๕ ณ กระทรวง สาธารณสุข และจัดอบรม Abstract Writing Workshop วันที่ ๖-๘ สิงหาคม ๒๕๕๕ ณ กระทรวงสาธารณสุข โดยในปี 2556 สํานักระบาดฯได้วางประเด็น/หัวข้อที่จะผลักดันในการประชุม 7th SOMHD คือ เสนอให้แต่ละ ประเทศมีการจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนให้ผู้ประสานงานหลักของเครือข่าย ASEAN+3 FETN ได้เข้าร่วม ประชุม ASEAN+3 FETN Committee และของบฯสนับสนุนการบริหารจัดการโครงการ ASEAN+3 FETN โ ด ย ในช่วงเริ่มต้นการดําเนินการตามแผนฯยังเน้นเฉพาะในส่วนกลางของกรมควบคุมโรคก่อน แต่ในลําดับต่อๆไปเมื่อการ ดําเนินงานเป็นระบบเรียบร้อยแล้ว จึงค่อยขยายไปสู่ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

Page 13 of 304


สรุปจุดเน้นการดําเนินงาน ปีงบประมาณ 2556 จุดเน้น : การเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน เป้าหมายการดําเนินงานสิ้นปี 2559 : 1. จังหวัดในพื้นที่ชายแดนที่มีระบบและกลไกการบริหารจัดการเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ ในการเฝ้าระวังและป้องกันควบคุมโรคติดต่อ โรคไม่ติดต่อ และภัยสุขภาพที่เข้มแข็งและยั่งยืน (ร้อยละ 70) 2.จังหวัดคู่ความร่วมมือ (Twin cities) ในพื้นที่ชายแดน ที่มีระบบการเฝ้าระวังโรค การแจ้งเตือนภัย และการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข (ทีมสอบสวนโรคเคลื่อนที่เร็ว ช่องทางข้ามพรมแดน ห้องปฏิบัติการ การส่งต่อและรักษาผู้ป่วย และระบบฐานข้อมูลโรค) ได้มาตรฐานตามกฎอนามัยระหว่างประเทศ ค.ศ. 2005 (ร้อยละ 70) 3. สํานักสังกัดกรมฯ ในส่วนกลาง ที่มีผู้ประสานงานความร่วมมือระหว่างประเทศที่มีขีดความสามารถตามมาตรฐานที่กรมฯ กําหนด (ร้อยละ 80) 4. สํานักงานป้องกันและควบคุมโรค ที่มีผู้ประสานงานความร่วมมือระหว่างประเทศที่มีขีดความสามารถตามมาตรฐานที่กรมฯ กําหนด (ร้อยละ 80) มาตรการหลัก/ โครงการ 1. การพัฒนาขีด ความสามารถของ บุคลากรและหน่วยงาน เพื่อปฏิบัติงานและ สนับสนุนเครือข่าย เฝ้า ระวัง ป้องกันควบคุม โรคและสุขภาพ ระหว่างประเทศ และ พื้นที่ชายแดนระหว่าง ประเทศ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ ย. 6

กลุ่มเป้าหมาย ผู้เชี่ยวชาญ และนักวิชาการทั้ง ในระดับส่วนกลาง ระดับเขต และระดับพื้นที่

พื้นที่เป้าหมาย

กิจกรรม สํานัก สํานักงานความร่วมมือระหว่าง ประเทศ 1. การพัฒนาศักยภาพของ ผู้เชี่ยวชาญ และนักวิชาการทั้งใน ระดับส่วนกลาง ระดับเขต และ ระดับพื้นที่ โดยแฉพาะพื้นที่ชายแดน 1) พัฒนาภาษาต่างประเทศ 2) พัฒนาทักษะที่เกี่ยวข้อง

Page 14 of 304

สคร สํานักงานป้องกันควบคุมโรคที่ (สคร.) 1-12 1. พัฒนาศักยภาพบุคลากรของ หน่วยงานด้านการใช้ภาษาอังกฤษ

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย เจ้าหน้าที่ประสานงานความ ร่วมมือระหว่างประเทศ และ พื้นที่ชายแดน

พื้นที่เป้าหมาย

กิจกรรม สํานัก 2. การพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ ประสานงานความร่วมมือระหว่าง ประเทศ และพื้นที่ชายแดน 1) จัดอบรม/สนับสนุนเจ้าหน้าที่ ประสานงาน ฯ หลักสูตรการจัด ประชุมนานาชาติ และการเป็น MC 2) การพัฒนาเจ้าหน้าที่ ประสานงานอาเซียน 3. ประสานและสนับสนุนการ ดําเนินงานภายใต้กรอบความ ร่วมมือต่าง ๆ เช่น ASEAN, ACMECS 4. พัฒนาความร่วมมือฯ กับนานา ประเทศ (แสวงหาความร่วมมือกับ เครือข่ายใหม่)

Page 15 of 304

สคร 2. สคร. ที่มีชายแดนติดกับประเทศ เพื่อนบ้านพัฒนาศักยภาพด้าน ภาษาประเทศเพื่อนบ้าน (สคร. 3. สคร, สคร. 6-7 และ สคร. 9-12)

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย เจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติงานการ ป้องกันควบคุมการบริโภค เครื่องดืมแอลกอฮอล์

ย. 1

พื้นที่เป้าหมาย

กิจกรรม สํานัก สํานักงานคณะกรรมการควบคุม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พัฒนาขีดความสามารถของ เจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติงานการป้องกัน ควบคุมการบริโภคเครื่องดืมแอล กอฮอล์ สํานักงานความร่วมมือระหว่าง ประเทศ 1. พัฒนา และสนับสนุนกลไกการ ประสานและดําเนิน งานของ เครือข่ายความร่วมมือระหว่าง ประเทศของกรมฯ

Page 16 of 304

สคร

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ ย. 4

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

กิจกรรม สํานัก สํานักระบาดวิทยา 1.พัฒนาขีดความสามารถและ เครือข่ายของทีมสอบสวนควบคุม โรคเคลื่อนที่เร็ว (SRRT) ภายใน พื้นที่ชายแดน ด้านการตอบโต้ ภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข ตาม เกณฑ์มาตรฐานกฎอนามัยระหว่าง ประเทศ (IHR 2005)

สคร สคร.ที่มีพื้นที่ชายแดนระหว่าง ประเทศดําเนินการ 1. การพัฒนาศักยภาพและ เครือข่ายของทีมสอบสวนโรค เคลื่อนที่เร็ว (SRRT) ในพื้นที่ ชายแดนตามเกณฑ์มาตฐานกฎ อนามัยระหว่างประเทศ 2. พัฒนาขีดความสามารถของ ช่องทางเข้า-ออก (Border Health 1) ปฏิบัติการตอบโต้สถานการณ์ Check Point) และเจ้าหน้าที โรคและภัยสุขภาพ โดยการออก ผู้ปฏิบัติงาน ตามเกณฑ์มาตรฐาน สอบสวนและประสานการป้องกัน ของกฎอนามัยระหว่างประเทศ IHR ควบคุมโรค/ภัยสุขภาพ 2005 โดยมีพื้นที่เป้าหมายดังนี้ 2) การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อ ดําเนินการอย่างน้อย 1 คู่จังหวัด สคร. 3 พื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา พัฒนางานด้านการเฝ้าระวังและ ได้แก่ - สระแก้ว-บันเตียเมียนเจย ตรวจสอบข่าวการระบาด ตราด –เกาะกง (Event-based Surveillance) สคร. 6 พื้นที่ชายแดนไทย-ลาว 3) การประชุมเชิงปฏิบัติการด้าน ได้แก่ - หนองคาย- เวียงจันทน์ วิชาการโรคที่เป็นปัญหาใน นักท่องเที่ยวต่างชาติ หรือโรคอุบัติ ใหม่/อุบัติซ้ํา

Page 17 of 304

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

กิจกรรม สํานัก สคร 4) จัดทําคู่มือ/แนวทางการเฝ้า สคร. 7 พื้นที่ชายแดนไทย-ลาว ระวัง สอบสวน และป้องกันควบคุม ได้แก่ - มุกดาหาร - สะหวันนะเขต โรค/ภัยสุขภาพที่สําคัญ - อุบลราชธานี - จําปาสัก นครพนม - คําม่วน 5) การประชุมเพื่อพัฒนางานด้าน สคร. 9 พื้นที่ชายแดนไทย-เมียน การตอบสนองสถานการณ์โรคและ มาร์ ได้แก่ - ตาก - เมียวดี ภัยสุขภาพ และซักซ้อมแนวปฏิบัติ สคร. 10 พื้นที่ชายแดนไทย-ลาว ได้แก่ - เชียงราย-บ่อแก้ว - น่านไชยบุรี สํานักงานควบคุมการบริโภคยาสูบ พื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมาร์ ได้แก่ พัฒนาเครือข่ายความร่วมมือในการ - เชียงราย- ท่าขี้เหล็ก เฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมการ สคร. 11 พื้นที่ชายแดนไทย-เมียน มาร์ ได้แก่ - ระนอง-เกาะสอง บริโภคยาสูบระหว่างหน่วยงาน/ สคร. 12 พื้นที่ชายแดน ไทยองค์กรในประเทศและในกลุ่ม มาเลเซีย ได้แก่ จังหวัดสงขลา ยะลา ประเทศสมาชิกอาเซียน ปัตตานี สตู นาราธิวาส

Page 18 of 304

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์


มาตรการหลัก/ โครงการ 2. การพัฒนาระบบ และฐานข้อมูล รวมทั้งกลไกในการ แลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร รวมทั้ง การศึกษาวิจัย เพื่อให้มีข้อมูล สําหรับการเฝ้าระวัง ป้องกันควบคุมโรค และภัยสุขภาพที่มี ประสิทธิภาพ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ ย. 2

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

กิจกรรม สํานัก สํานักเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อ ทางเพศสัมพันธ์ 1. พัฒนาระบบ และฐานข้อมูล (Data Platform) สําหรับการเฝ้า ระวัง ป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ และไม่ติดต่อแบบบูรณาการ สํานักงานความร่วมมือระหว่าง ประเทศ พัฒนาระบบ และฐานข้อมูลความ ร่วมมือระหว่างประเทศของกรม ควบคุมโรค - การจ้างบุคลากรเพื่อเพื่อ รวบรวม วิเคราะห์ และปรับข้อมูล เกี่ยวกับงานความร่วมมือระหว่าง ประเทศ และดูแลเว็บไซต์ (Webmaster)

Page 19 of 304

สคร สคร. 1-12 1. พัฒนา/เชื่อมโยงระบบข้อมูลใน พื้นที่สนับสนุนข้อมูลที่เกี่ยวข้อง 2. จัดทําคู่มือ/แนวทางที่เกี่ยวข้อง กับการทํางาน

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์


มาตรการหลัก/ โครงการ 3. การเสริมสร้าง และปรับปรุง ประสิทธิภาพของ กลไกการประสาน นโยบายให้มี ประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยมีการมีส่วนร่วม จากทุกภาคส่วน

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ ย. 6

ย. 5

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

กิจกรรม สํานัก สํานักงานความร่วมมือระหว่าง ประเทศ 1. แต่งตั้งคณะกรรมการกํากับ นโยบายและยุทธศาสตร์ความ ร่วมมือระหว่างประเทศจากทุกภาค ส่วน 2. ประชุมคณะกรรมการเตรียม ความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน 3. ประชุมคณะกรรมการกํากับ นโยบายและยุทธศาสตร์ความ ร่วมมือระหว่างประเทศ 4. การติดตาม และประเมินผลการ ขับเคลื่อนการเตรียมพร้อมเข้าสู่ ประชาคมอาเซ๊ยน กรมควบคุมโรค

Page 20 of 304

สคร

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์


มาตรการหลัก/ โครงการ 4. การธํารงบทบาท เชิงรุกของประเทศ ไทยในเวทีสุขภาพ โลกและภูมิภาค

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ ย. 1

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

กิจกรรม สํานัก สํานักระบาดวิทยา 1. เครือข่ายด้านฝึกอบรมระบาด วิทยาภาคสนามเพื่อความร่วมมือ ระหว่างประเทศภายใต้กรอบ อาเซียนภายใต้แผนงานจัดตั้ง ประชาคมสังคมและวัฒนธรรม อาเซียน ASEAN+3 FETN 1) ค่าจ้างเหมาเจ้าหน้าทีประสาน เครือข่าย ASEAN+3 FETN (ชาว ต่างประเทศ) จํานวน ๑ คน ระยะเวลา ๑ ปี 2) ประชุมคณะกรรมการบริหาร เครือข่ายอาเซียนบวกสามด้านการ ฝึกอบรมทางระบาดวิทยาภาคสนาม ครั้งที่ ๑ (First ASEAN+3 FETN Steering Committee Meeting) 3) ค่าจ้างเหมาจัดทํา website ASEAN+3 FETN 4) จัดอบรมระยะสั้นเพื่อพัฒนา ศักยภาพการเฝ้าระวังโรค

Page 21 of 304

สคร

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

กิจกรรม สํานัก 2.ขับเคลือนการดําเนินงานตามตาม กฎอนามัยระหว่างประเทศ (IHR ค.ศ. 2005 สําหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2556-2557) 1) การจัดตั้งศูนย์ประสานงานกฎ อนามัยระหว่างประเทศ 2) การประชุมคณะกรรมการ ระดับชาติเพื่อพัฒนางาน IHR และ เครือข่าย 3) การประชุมคณะอนุกรรมการ 4) การจัดทําฐานข้อมูลด้านด้าน โรคและภัย ภาวะฉุกเฉินด้าน สาธารณสุขระหว่างประเทศ (PHEIC)

Page 22 of 304

สคร

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

กิจกรรม สํานัก สํานักเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อ ทางเพศสัมพันธ์ 1. การพัฒนา และสนับสนุน เครือข่ายความร่วมมือเรื่องโรคเอดส์ ของประเทศสมาชิก - จัดตั้ง ASEAN Learning Center on HIV/AIDS สํานักระบาดวิทยา/ สํานักโรค เอดส์ฯ / สํานักแมลงฯ พัฒนาศักยภาพในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคให้กับ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของประเทศ สมาชิกอาเซียน เช่น เอดส์ มาลาเรีย นักระบาดภาคสนาม ภายใต้กรอบ ความร่วมมือ ACMECSให้กับ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของประเทศ สมาชิกอาเซียน (ใช้เงินนอกงบประมาณภายใต้ กรอบความร่วมมือฯ)

Page 23 of 304

สคร

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

กิจกรรม สํานัก สถาบันบําราศนราดูร พัฒนาศักยภาพ ในการควบคุมโรค ติดเชื้อในโรงพยาบาล และ การศึกษาดูงาน ให้กับเจ้าหน้าที่ สาธารณสุขของประเทศสมาชิก อาเซียน (บูรณาการใช้งบของสถาบัน) สํานักงานความร่วมมือระหว่าง ประเทศ พัฒนาศักยภาพ ในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรค การศึกษา ดูงานและการฝึกอบรม ให้กับ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของประเทศ สมาชิกอาเซียน สํานักโรคจากการประกอบอาชีพ และสิ่งแวดล้อม แลกเปลี่ยนและการศึกษาดูงาน และฝึกอบรมตามข้อตกลงความ ร่วมมือระหวางประเทศ (ตั้งงบฯ รวมไว้ที่สํานักงานความ ร่วมมือระหว่างประเทศ)

Page 24 of 304

สคร

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

กิจกรรม สํานัก 2. การมีส่วนร่วมในการพัฒนาองค์ ความรู้และเทคโนโลยี รวมทั้ง แลกเปลี่ยนข้อมูลและประสบการณ์ เพื่อแก้ไขปัญหาสาธารณสุขใน ภูมิภาคร่วมกับประเทศสมาชิก อาเซียน ผ่านทางคณะทํางานต่าง ๆ ของอาเซียน 1) การดําเนินงานร่วมกับคณะ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อของ อาเซียน (ASEAN Expert Group on Communicable Diseases AEGCD) 2) การดําเนินงานร่วมกับ คณะทํางานอาเซียนเรื่องโรคเอดส์ (ASEAN Task Force on AIDS ATFOA)

Page 25 of 304

สคร

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

กิจกรรม

พื้นที่เป้าหมาย

สํานัก 3) การดําเนินงานร่วมกับ คณะทํางานวิชาการอาเซียนด้านการ เตรียมความพร้อมและตอบโต้การ ระบาดใหญ่ของโรคไข้หวัดใหญ่ (ASEAN Technical Working Group on Pandemic Preparedness and Response - ATWGPPR) 4) การดําเนินงานร่วมกับผู้ประสาน การดําเนินงานด้านการควบคุมยาสูบ ภูมิภาคอาเซียน (ASEAN Focal Point on Tobacco Control AFPTC) 5) การเป็นเจ้าภาพจัดประชุม คณะทํางานอาเซียนเรื่องโรคไม่ติดต่อ (ASEAN Task Force on NonCommunicable Diseases ATFNCD) 6) การเข้าร่วมประชุม/การจัด รณรงค์ ASEAN Dengue Day (ใช้งบหมวดรายจ่ายอื่นรายการ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ ต่างประเทศชั่วคราว)

Page 26 of 304

สคร

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์


03 โรคติดเชื้อในโรงพยาบาล 1. สถานการณ์ โรคติดเชื้อในโรงพยาบาล (Nosocomial infection: NI) เป็นปัญหาหนึ่งในระบบสาธารณสุขของทุกประเทศ ทั้งในประเทศที่พัฒนาแล้วและประเทศที่กําลังพัฒนา ปัญหาการติดเชื้อเกิดขึ้นกับโรงพยาบาลในทุกขนาดตั้งแต่ โรงพยาบาลระดับมหาวิทยาลัยไปจนถึงโรงพยาบาลชุมชน ในช่วงแรกจุดเริ่มต้นขององค์ความรู้ทางวิชาการ การ ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับโรคติดเชื้อในโรงพยาบาล รวมไปถึงมาตรการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อในโรงพยาบาลของ ประเทศไทย ตลอดกว่า 40 ปีที่ผ่านมาส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในโรงพยาบาลระดับมหาวิทยาลัย และได้มีความพยายาม จากองค์กร/ชมรมต่างๆ ในระบบบริการสุขภาพที่จะนําองค์ความรู้นี้ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ป่วยใน สถานบริการสุขภาพทุกระดับโดยเฉพาะอย่างยิ่งในโรงพยาบาลชุมชน (จํานวนเตียงตั้งแต่ 10 ถึง 150 เตียง) ซึ่งเป็น สถานบริการสุขภาพที่มีสัดส่วนมากที่สุดในระบบสุขภาพของประเทศ และปัจจุบันยังคงประสบปัญหาด้านการจัดการ โรคติดเชื้อ ท่ามกลางกระแสการพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาลตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข ในแต่ละปี มีผู้ป่วยจํานวนมากที่เกิดการติดเชื้อขึ้นระหว่างเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล ส่งผลให้เกิดความ สูญเสียทั้งในส่วนของค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา ชีวิตของผู้ป่วย รวมไปถึงความสิ้นเปลืองทรัพยากรต่างๆ ในระบบ บริการสุขภาพของประเทศนับเป็นมูลค่ามหาศาล เพราะเหตุดังกล่าวข้างต้น การควบคุมโรคติดเชื้อในโรงพยาบาล (Infection Control; IC) จึงเป็นมาตรการสําคัญอย่างยิ่งที่ต้องนํามาปฏิบัติอย่างเข้มงวดและสม่ําเสมอในสถานบริการ สุขภาพทุกระดับทุกแห่ง เพื่อลดอัตราการติดเชื้อ และลดความสูญเสียดังที่กล่าวมา อีกทั้งการป้องกันและควบคุมโรค ติดเชื้อในโรงพยาบาล ยังเป็นตัวชี้วัดหนึ่งในมาตรฐานคุณภาพของโรงพยาบาลที่สําคัญตามข้อกําหนดของสถาบัน พัฒนาและรับรองคุณภาพสถานพยาบาลที่ทุกโรงพยาบาลกําลังดําเนินการอยู่ ประเทศไทยเริ่มมีการควบคุมโรคติดเชื้อในโรงพยาบาลครั้งแรกในปี พ.ศ. 2514 แต่เริ่มมีแนวทางปฏิบัติชัดเจน ประมาณปี พ.ศ. 2530 และเริ่มมีการสํารวจความชุกโรคติดเชื้อในโรงพยาบาลครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2531 และครั้ง ต่อมาในปี พ.ศ. 2535, 2544, 2549 โดยพบความชุกของโรคติดเชื้อในโรงพยาบาลเป็นร้อยละ 11.4, 7.4, 6.4 และ 6.5 ตามลําดับ โดยประชากรที่ทําการศึกษาทั้งหมดข้างต้นไม่นับรวมโรงพยาบาลชุมชน ความชุกที่ลดลงในระยะหลัง เป็นผลจากการส่งเสริมให้สถานบริการสาธารณสุขทุกระดับมีระบบป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อในโรงพยาบาล เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และในปี พ.ศ. 2551 พบว่า อัตราชุกของการติดเชื้อในโรงพยาบาล เท่ากับร้อยละ 11.7 (ซึ่งสูง กว่าเกณฑ์เฉลี่ยของการศึกษานานาชาติ (ร้อยละ 8.5) ซึ่งดําเนินการโดยองค์การอนามัยโลก) การดําเนินงานต่อมาโดย อาศัยความร่วมมือของนักวิชาการจากมหาวิทยาลัย กระทรวงสาธารณสุขและภาคเอกชน ทําให้มีงานวิจัย การสอน การอบรม การประชุมเชิงปฏิบัติการ ส่งผลให้การป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล มีประสิทธิภาพดีขึ้น ทั้งทางด้านการบริหารจัดการ การพัฒนาบุคลากร ทําให้อัตราชุกของการติดเชื้อในโรงพยาบาลลดลง โดยปี พ.ศ. 2554 ลดลงเหลือร้อยละ 6.9 สําหรับการประเมินความชุกโรคติดเชื้อในโรงพยาบาลชุมชนของประเทศไทยยังมีข้อมูล จํากัด อย่างไรก็ดีคาดว่าความชุกโรคติดเชื้อในโรงพยาบาลชุมชนมีอยู่ประมาณร้อยละ 4.2 ซึ่งใกล้เคียงกับการศึกษาใน ต่างประเทศที่มีความชุกอยู่ประมาณร้อยละ 1.4-3.58

Page 27 of 304


ด้วยอัตราการติดเชื้อในประเทศไทยดังกล่าว ส่งผลให้แต่ละปีที่มีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลประมาณ 4 ล้านคน จะมีผู้ป่วยโรคติดเชื้อในโรงพยาบาลอย่างน้อย 300,000 คน ผู้ป่วยกลุ่มนี้มีอัตราตายประมาณร้อยละ 5.9 ของผู้ป่วยที่ติดเชื้อทั้งหมด คิดเป็นจํานวนผู้ป่วยที่เสียชีวิตประมาณ 18,000 คน ผู้ป่วยที่มีโรคติดเชื้อในโรงพยาบาลจะ อยู่ ในโรงพยาบาลนานขึ้นเฉลี่ย 5 วัน และร้อยละ 10 ถึง 25 ของงบประมาณของรัฐถูกใช้ในการรักษาโรคติดเชื้อใน โรงพยาบาลคิดเป็นเงินประมาณ 1,600 ถึง 2,400 ล้านบาทต่อปี ทั้งนี้ยังไม่นับรวมถึงความสูญเสียอันเป็นผลจากการ เสียชีวิตของประชากรซึ่งพบเป็นสาเหตุการตายโดยตรงได้ร้อยละ 6.7 และความสูญเสียทางอ้อมที่เกิดจากการที่ผู้ป่วย ต้องอยู่ในโรงพยาบาลนานขึ้นและไม่สามารถทํางานได้ จากการดําเนินงานด้านการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อในโรงพยาบาลของสถาบันบําราศนราดูร ร่วมกับ เครือข่ายชมรมควบคุมโรคติดเชื้อในโรงพยาบาลแห่งประเทศไทยในระยะ 3 ปีที่ผ่านมา การจัดหลักสูตรฝึกอบรมและ สัมมนาระดับชาติได้ผลักดันให้มาตรฐานการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อในโรงพยาบาลเป็นเกณฑ์หนึ่งในมาตรฐาน โรงพยาบาลคุณภาพโดยผ่านการประเมินจากสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (สรพ.) ทําให้หลักสูตรและการ สัมมนาของสถาบันได้รับความสนใจจากโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศเพิ่มมากขึ้น

2. เป้าหมายการลดโรค เพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อในโรงพยาบาลของโรงพยาบาลชุมชน

3. สภาพปัญหา 3.1. การป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาลในปัจจุบันมีแนวทางการดําเนินงานที่หลากหลาย ยังไม่มีการ บูรณาการให้เป็นแนวทางมาตรฐานของประเทศ 3.2. ไม่มีฐานข้อมูลการติดเชื้อของประเทศไทย 3.3. ไม่มีหน่วยงานหลักในการดําเนินงาน

4. เป้าหมายหลักในการดําเนินงานเมื่อสิ้นปี พ.ศ. 2559 4.1. มีศูนย์ของการบริหารจัดการความรู้ด้านการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อ (National Infection Control) ให้ เกิดประโยชน์ในระดับนโยบายสาธารณสุขและมาตรฐานของการบริการทางการแพทย์ของประเทศไทย 4.2. เป็นศูนย์กลางของการถ่ายทอด / แลกเปลี่ยนความรู้และเทคโนโลยีทางด้านการป้องกันและควบคุมโรค ติดเชื้อ ระดับประเทศ 4.3. มีศูนย์กลางดําเนินงาน (Focal Point) ด้านการป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาลที่ชัดเจนเพื่อ ดําเนินการ / ประสานงานรวมถึงการจัดทําคู่มือแนวทางปฏิบัติระดับประเทศเพื่อนําสู่เครือข่ายสาธารณสุขในการ ควบคุมโรคติดเชื้อในโรงพยาบาล

5. พื้นที่เป้าหมาย (จังหวัด /อําเภอ/ตําบล) : กลุ่มเป้าหมาย/ Setting เป้าหมาย คัดเลือกโรงพยาบาลชุมชนที่อยู่ในกระบวนการ Accredit/ Re-accredit มาเป็นโรงพยาบาลนําร่องด้านการ ดําเนินงานป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อในโรงพยาบาล จํานวน 50 โรงพยาบาล โดยประสานงานผ่าน สคร. 12 แห่ง

6. มาตรการดําเนินงานที่ส่งผลต่อเป้าหมาย 6.1. พัฒ นากลไกการผลัก ดั นแนวทางการดํา เนิน งานผ่านผู้ บ ริห ารระดั บ สูง ของหน่ ว ยงานที่ส่ ง ผลต่ อ ความสําเร็จ ของเป้าหมายการลดโรคติดเชื้อในโรงพยาบาล Page 28 of 304


6.2. พัฒนาโครงสร้างและศักยภาพของสถาบันให้มีความพร้อมในการเป็นศูนย์กลางการถ่ายทอดองค์ ความรู้ด้านการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อในโรงพยาบาล 6.3. พัฒนาระบบฐานข้อมูลด้านการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อในโรงพยาบาล พร้อมทั้งเชื่อมโยงกับ ฐานข้อมูลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

7. โครงการที่จะดําเนินการในปี 2556 ลํา ดับ

ปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 พ.ศ. 2555 พ.ศ. 2556 ตค พย ธค มค กพ มีค เมย พค มิย กค สค กย

โครงการ

1.

จัดทําหลักสูตรฝึกอบรมเรื่องการป้องกันการติดเชื้อ ในโรงพยาบาลชุ ม ชนให้ ไ ด้ ม าตรฐานเพื่ อ ใช้ เ ป็ น หลักสูตรในการอบรมบุคลากรในโรงพยาบาลชุมชน

2.

การจั ด อบรมหลั ก สู ต รการป้ อ งกั น การติ ด เชื้ อ ใน โรงพยาบาลชุ ม ชน จํ า นวนทั้ ง สิ้ น 112 คน (เป้าหมาย คือ รพช.ที่อยู่ในกระบวนการ Accredit/ Re-accredit คัดเลือกมาเป็น รพช.นําร่อง จํานวน ทั้ง สิ้ น 50 แห่ง ๆ ละ 2 คน และบุ ค ลากรจาก 12 สคร. แห่งละ 1 คน (หลักสูตร 2 วันครึ่ง) การจั ด อบรมหลั ก สู ต รระยะสั้ น ด้ า นโรคติ ด เชื้ อ สํา หรั บ แพทย์ พยาบาลและนัก เทคนิค การแพทย์ กลุ่มเป้าหมาย คือ แพทย์ พยาบาล และนักเทคนิค การแพทย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่โดยตรงในการป้องกันและ เฝ้ า ระวั ง การติ ด เชื้ อ ในโรงพยาบาล ที่ ไ ม่ เ คยผ่ า น หลักสูตรการอบรมนี้มาก่อน จํานวน 200 คน และ เพิ่มกลุ่มเป้าหมาย คือ บุคลากรจาก รพช.ที่อยู่ใน กระบวนการ Accredit/ Re-accredit จํานวนทั้งสิ้น 50 แห่งๆ ละ 1 คน และบุคลากรจาก 12 สคร. แห่ง ละ 1 คน รวมเป็นผู้เข้าอบรมทั้งสิ้น 262 คน สั ม ม น า โ ร ค ติ ด เ ชื้ อ ร ะ ดั บ ช า ติ ค รั้ ง ที่ 1 0 กลุ่ ม เป้ า หมาย คื อ แพทย์ พยาบาล นั ก วิ ช าการ สาธารณสุ ข เภสั ช กร นั ก เทคนิ ค การแพทย์ ผู้ มี ประสบการณ์การทํางานด้าน IC เพื่อพัฒนาทักษะ องค์ความรู้ในการทํางานด้าน IC ให้ทันสมัย การจั ด ทํ า แนวทางการวิ นิ จ ฉั ย การติ ด เชื้ อ ใน โรงพยาบาล แนวทางการดูแลผู้ป่วยเมื่อพบเชื้อดื้อ ยา แนวทางการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ

3.

4.

5.

Page 29 of 304


ลํา ดับ 6.

ปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 พ.ศ. 2555 พ.ศ. 2556 ตค พย ธค มค กพ มีค เมย พค มิย กค สค กย

โครงการ การจัดอบรมแพทย์ และพยาบาลโรคติดเชื้อจํานวน ทั้งสิ้น 70 คน จากโรงพยาบาลศูนย์ 35 แห่งๆ ละ 2 คน เรื่ อ งการบริ ห ารจั ด การเมื่ อ พบเชื้ อ ดื้ อ ยา (หลักสูตร 1 วัน)

Page 30 of 304

อยูในขั้นตอนการกําหนดวันดําเนินการ


ส ปจุดเนนการดาเนนงาน สรุ ้ ํ ิ ปี ป ปงบประมาณ 2556 จุดเน้น : โรคติดเชื้อในโรงพยาบาล National Infection Control Program เป้าหมายการลดโรค : เพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อในโรงพยาบาลของโรงพยาบาลชุมชน มาตรการหลัก/ โครงการ 1. พัฒนากลไกการ ผลักดันแนวทางการ ผลกดนแนวทางการ ดําเนินงานผ่าน ผู้บริหารระดับสูงของ หน่วยงานที่ส่งผลต่อ ความสําเร็จของ เป้าหมายการลดโรค ติดเชื้อในโรงพยาบาล

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ ย.1

กลุ่มเป้าหมาย

กิจกรรม

พื้นที่เป้าหมาย

สํานัก 1. คณะกรรมการ NICC (ปีละ สถาบันบําราศนรา 1. จัดการประชุมคณะกรรมการ 1 - 2 ครง) ครั้ง) ดูดรกรมควบคมโรค รกรมควบคุมโรค NICC และคณะอนุ และคณะอนกรรมการ กรรมการ 2. คณะอนุกรรมการ (ปีละ ประมาณ 12 ครั้ง)

สคร

คณะกรรมการชมรมควบคุม สถาบันบําราศนรา โรคติดเชื้อในโรงพยาบาลแห่ง ดูร ประเทศไทย คณะกรรมการ ป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อ ในโรงพยาบาล สถาบันบําราศ นราดูร และผู้แทนจากสรพ. จํานวน 60 คน

2. จัดการประชุมร่วมกับเครือข่าย ชมรมควบคุมโรคติดเชื้อใน โรงพยาบาลแห่งประเทศไทยและ สถาบันรับรองคุณภาพ สถานพยาบาล (องค์การมหาชน) เพื่อวางแผนการจัดหลักสูตรและ การจัดสัมมนาร่วมกัน 9 ครั้งต่อปี

บุคลากรในสคร.ที่รับผิดชอบ 12 สคร. กลุ่มโรคติดเชื้อในโรงพยาบาล

3. สื่อสารและติดตามการ เข้าร่วมการประชุมเพื่อแลกเปลี่ยน ดําเนินงานโดยการประชุมทางไกล เรียนรู้ประสบการณ์และปัญหา ผ่านดาวเทียม (VDO Conference) อุปสรรคในการดําเนินงาน

Page 31 of 304

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ จํานวน เครือข่ายที่ เครอขายท ดําเนินการ ร่วมกัน (53 เครือข่าย)


มาตรการหลก/ มาตรการหลั ก/ โครงการ 2. พัฒนาโครงสร้าง และศักยภาพของ สถาบันให้มีความ พร้อมในการเป็น ศูนย์กลางการ ถ่า่ ยทอดองค์์ความรู้ ด้าน การป้องกันและ ควบคุมโรคติดเชื้อใน โรงพยาบาล

เป้าหมาย - กรอบโครงสร้าง - หลักสูตร/ แนวทางการ วินิจฉัย

ยุยทธศาสตร์ ทธศาสตร กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

กิจกรรม กจกรรม

พื้นที่เป้าหมาย

สํานัก สถาบันบําราศนรา 1. จัดโครงสร้าง อัตรากําลัง ดูร ระบบงานของสถาบันให้รองรับงาน ป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อใน โรงพยาบาล และงานบริหารจัดการ เครือข่ายความร่วมมือ หมายเหตุ : ดําํ เนินิ การจััดวาง โครงสร้าง กรอบอัตรา กําลัง และ ระบบงานภายในของสถาบันในไตร มาสที่ 4 ของปีงบประมาณ 2555

ย.6

ผู้บริหารสถาบัน

ย.2

คณะกรรมการและ สถาบันบําราศนรา 2. จัดทําหลักสูตรฝึกอบรมเรื่องการ ป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล อนุกรรมการ NICC จํานวน 44 ดูร ชมชนให้ ได้มาตรฐานเพื คน ุ ฐ ่อใช้เป็น หลักสูตรในการอบรมบุคลากรใน โรงพยาบาลชุมชน 3. จัดทําแนวทางการวินิจฉัยการติด เชื้อในโรงพยาบาล แนวทางการ ดูแลผู้ป่วยเมื่อพบเชื้อดื้อยา แนว ทางการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ

Page 32 of 304

สคร

ตัตวชวด วชี้วัด ยุทธศาสตร์

SM 214


มาตรการหลก/ มาตรการหลั ก/ โครงการ 3. พัฒนาศักยภาพ เครือข่าย โรงพยาบาลให้ สามารถดําเนินการ ด้านการป้องกันและ โ ิดเชืือ้ ใน ใ ควบคุมโรคติ โรงพยาบาล

เป้าหมาย - รพช./ รพศ. จํานวน ... แห่ง ดําเนินการตาม แนวทางและได้ มาตรฐาน

ยุยทธศาสตร์ ทธศาสตร กรมฯ ย.2

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

กิจกรรม กจกรรม

สํานัก สคร รพ.ชุมชนที่อยู่ในกระบวนการ 1. จัดการอบรมหลักสูตรการ Accredit/ Re-accredit ป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล คัดเลือกมาเป็นรพ.นําร่อง ชุมชน จํานวนทั้งสิ้น 112 คน (หลักสูตร 2 วันครึ่ง) 1. 12 สคร.(แห่ง 1.1 จัดการประชุมร่วมกับสคร.และ เข้าร่วมประชุมคัดเลือกรพ.ชุมชนนํา หมายเหตุ: รพ.ชุมชนที่ได้รับ ละ 2 คน) ผู้แทนจากรพ.แม่ข่ายเพื่อคัดเลือก ร่องจํานวน 50 แห่ง ในเขตพื้นที่ โ การคัดั เลืือกเข้า้ ร่ว่ มโครงการ 2. รพ.แม่ข่ ่าย 10 รพ.ชุมชนนําํ ร่่อง ทีสี่ คร.รัับผิิดชอบ ต้องจ่ายค่าเดินทางเข้าร่วม รพ.(รพ.ละ 1 คน) 1. 12 สคร.(แห่ง 1.2 จัดฝึกอบรมหลักสูตรการ 1.คัดเลือก รพ.ชุมชน นําร่องในเขต ละ 1 คน) ป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล พื้นที่รับผิดชอบ 2. รพ.ชุมชนนํา ชุมชน จํานวนทั้งสิ้น 112 คน โดย 2. ส่งผู้แทนเข้าร่วมอบรม แห่งละ 1 ร่อง 50 แห่งๆ ละ สคร.และโรงพยาบาลที่ได้รับการ คน 2 คน คัดเลือกเข้าอบรมได้รับการ สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการอบรม ยกเว้นค่าเดินทางเข้าร่วมการอบรม

Page 33 of 304

ตัตวชวด วชี้วัด ยุทธศาสตร์ จํานวน เครือข่ายที่ ได้รับการ ถ่ายทอด ผลิตภัณฑ์ทาง วิชิ าการและ ความพึงพอใจ ต่อการนําไปใช้ ประโยชน์ของ ผลิตภัณฑ์ทาง วิชาการของ กรมฯ 50 เครือข่าย


มาตรการหลก/ มาตรการหลั ก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุยทธศาสตร์ ทธศาสตร กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย รพ.ชุมชน

กิจกรรม กจกรรม

พื้นที่เป้าหมาย

สํานัก

สคร รพ.ชุมชนนําร่องที่ 1.3 สุ่มเยี่ยมประเมินในพื้นที่ ร่วมกับสถาบันในการคัดเลือกรพ. ได้รับการคัดเลือก หมายเหตุ : เริ่มดําเนินการในปีงบประมาณ ชุมชนที่จะสุ่มเยี่ยมประเมิน และ โ ีย่ มประเมิ ป นิ รพ.ชุมชนนําํ ร่อ่ งที่ี 2556 โดยเยี 4 แห่ง ร่วมมือในการเยี่ยมประเมินในพื้นที่ คัดเลือก 5 แห่ง ( 5 ภาค) ส่วนรพ.ชุมชนนํา ร่องที่เหลืออีก 45 แห่งในปีงบประมาณ 2556 จะติดตามความก้าวหน้าผ่านการ ประสานความร่วมมือกับ สรพ. ประสานความรวมมอกบ สรพ ใน กระบวนการ Accredit/ Re accredit

ย.2

แพทย์ พยาบาล และนักเทคนิค การแพทย การแพทย์ ผูผ้ปฏิฏบตหนาทโดยตรงใน บัติหน้าที่โดยตรงใน การป้องกันและเฝ้าระวังการติดเชื้อใน รพ. ที่ไม่เคยผ่านหลักสูตรการอบรมนี้ มาก่อน จํานวน 200 คน และเพิ่ม ุ กลุ่มเป้าหมาย คือ บคลากรจาก รพช. ที่อยู่ในกระบวนการ Accredit/ Re-accredit จํานวนทั้งสิ้น 50 แห่งๆ ละ 1 คน และบุคลากรจาก 12 สคร. แห่งละ 1 คน รวมเป็นผูู้เข้าอบรม ทั้งสิ้น 262 คน (หลักสูตรแพทย์ 3 วัน, นักเทคนิคการแพทย์ 5 วัน, และ พยาบาล 10 วัน)

1. รพ.ชุมชนที่ คัดั เลืือก 50 แห่ง่ 2. สคร. 12 แห่ง 3. รพ.อื่นๆ ทั่ว ประเทศ ปร เ

2. การจัดอบรมหลักสูตรระยะสั้น คัดเลือกบุคลากรจากโรงพยาบาล ด้า้ นการป้ป้องกันั และควบคุมโรคติ โ ดิ ชุมชนทีอี่ ยู่ในกระบวนการ เชื้อในโรงพยาบาล สําหรับแพทย์ Accredit/ Re-accredit จํานวน 50 พยาบาลและนักเทคนิคการแพทย์ แห่งๆ ละ 1 คน และบุคลากรจาก 12 สสคร.ร. แแห่งละ ล 1 คนน เข เข้ารวมอบรม ร่วมอบรม หมายเหตุ : โรงพยาบาลที่ได้รับการ คัดเลือกเข้าอบรมได้รับการ สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการอบรม ยกเว้นค่าเดินทางเข้าร่วมการอบรม

Page 34 of 304

ตัตวชวด วชี้วัด ยุทธศาสตร์


มาตรการหลก/ มาตรการหลั ก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุยทธศาสตร์ ทธศาสตร กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย แพทย์ พยาบาล นักวิชาการ สาธารณสุข เภสัชกร นัก เทคนิคการแพทย์ผู้มี ประสบการณ์การทํางานด้าน IC เพื่อพัฒนาทักษะ องค์ ความรู้ในการทําํ งานด้้าน IC ให้ทันสมัย (โครงการ 5 วัน)

ย.4

พื้นที่เป้าหมาย รพ.ทั่วประเทศ

กิจกรรม กจกรรม สํานัก 3. สัมมนาด้านการป้องกันและ ควบคุมโรคติดเชื้อในโรงพยาบาล ระดับชาติครั้งที่ 10

แพทย์และพยาบาล จํานวน 1. รพ.ศูนย์ 35 แห่ง 4. การจัดอบรมแพทย์ และ 70 คน จากโรงพยาบาลศู นย์์ 2. สคร. 12 แห่ง่ พยาบาลด้า้ นการป้ป้องกันั และ โ 35 แห่งๆ ละ 2 คน และ ควบคุมโรคติดเชื้อในโรงพยาบาล บุคลากรจาก 12 สคร.ๆ ละ 1 เรื่องการบริหารจัดการเมื่อพบเชื้อ คน รวมทั้งสิ้น 82 คน ดื้อยา ((หลักสููตร 1 วัน)

Page 35 of 304

สคร

เข้าร่วมการอบรม

ตัตวชวด วชี้วัด ยุทธศาสตร์

จํานวนระบบการ เตรยมพรอมตอบ เตรียมพร้อมตอบ โต้ฉุกเฉินตาม เกณฑ์ที่กําหนด (การบริหาร จัดการเมื่อพบ เชื้อดื้อยา) จํานวน 1 ระบบ


มาตรการหลก/ มาตรการหลั ก/ โครงการ 4. พัฒนาระบบ ฐานข้อมูลด้านการ ป้องกันและควบคุม โรคติดเชื้อใน โรงพยาบาล พร้อมทั้ง เชือื่ มโยงกั โ ับ ฐานข้อมูลของ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 5. ติดตาม ประเมินผลการ ดําเนินงานและ ์ สถานการณการ ป้องกันและควบคุม โรคติดเชื้อใน โรงพยาบาลของ โรงพยาบาลชุมชนนํา ร่องที่คัดเลือก

เป้าหมาย

ยุยทธศาสตร์ ทธศาสตร กรมฯ ย.2

กลุ่มเป้าหมาย คณะกรรมการป้องกันและ ควบคุมโรคติดเชื้อใน โรงพยาบาล สถาบันบําราศ นราดูรและหน่วยงานทั้ง ภายในและภายนอกสถาบัน

กิจกรรม กจกรรม

พื้นที่เป้าหมาย

สํานัก สถาบันบําราศนรา ทบทวนฐานข้อมูลด้านการเฝ้าระวัง ดูร ป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อใน โรงพยาบาลที่มีอยู่ เพื่อหาแนวทาง / วิธีการพัฒนาให้เป็นฐานข้อมูล ระดับชาติในปีงบประมาณ 2557

สคร

สถาบันเริ่มดําเนินการพัฒนาโปรแกรมฐานข้อมูลการเฝ้าระวังการติดเชื้อในโรงพยาบาลร่วมกับผู้เชี่ยวชาญและเครือข่ายความร่วมมือด้านการป้องกันและ ควบคุมโรคติดเชื้อในโรงพยาบาล เพื่อเป็นฐานข้อมูลของสถาบัน ในปีงบประมาณ 2555 ย.5

รพ.ชุมชน

รพ.ชุมชนนําร่อง 50 แห่ง

1. ติดตามผลการดําเนินงานผ่าน กระบวนการและผลการ Accredit/ Re-accredit

รพ.ชุมชน

รพ.ชุมชนนําร่องที่ 2. สุ่มเยี่ยมประเมินในพื้นที่ ได้รับการคัดเลือก ไดรบการคดเลอก 4 แห่ง

การดําเนินงานและการใช้งบประมาณตามกิจกรรมที่ 1.3 ในมาตรการ 3. พัฒนาศักยภาพเครือข่าย โรงพยาบาลให้ สามารถดําเนินการด้านการป้องกันและควบคมโรคติ ดเชื้อในโรงพยาบาล สามารถดาเนนการดานการปองกนและควบคุ มโรคตดเชอในโรงพยาบาล

Page 36 of 304

ตัตวชวด วชี้วัด ยุทธศาสตร์ จํานวน ผลิตภัณฑ์ที่ ดําเนินการได้ มาตรฐานและมี การนําไปใช้ ประโยชน์ 1 ประโยชน ฐานข้อมูล

จํานวน รพช.ที่ สุ่มเยี่ยมประเมิน มีระบบการ ป้องกันและ ปองกนและ ควบคุมโรคติด เชื้อในรพ.ที่ผ่าน เกณฑ์มาตรฐาน ของรพ.ชุมชน


เอกสารแนบ 1 แผนการดําเนินงาน ปีงบประมาณ 2557 - 2559

แผนการดําเนินงาน National Infection Control Program ปีงบประมาณ 2557-2559 มาตรการ

ปีงบประมาณ 2557 สํานัก/ สถาบัน

สคร. เข้าร่วมการประชุม ให้ ข้อเสนอแนะ และ วางแผนการดําเนินงาน ร่วมกัน

1. พัฒนากลไกการ ผลักดันแนวทางการ ดําเนินงานผ่านผู้บริหาร ระดับสูงของหน่วยงานที่ ส่งผลต่อความสําเร็จ ของเป้าหมายการลดโรค ติดเชื้อในโรงพยาบาล

1. จัดการประชุมระดับ ผู้บริหารหน่วยงาน และ เครือข่ายความร่วมมือ เพื่อการสื่อสาร ทบทวน แผนการดําเนินงานและ วางแผนการร่วมกัน

2. พัฒนาโครงสร้างและ ศักยภาพของสถาบันให้ มีความพร้อมในการเป็น ศูนย์กลางการถ่ายทอด องค์ความรู้ด้าน การ ป้องกันและควบคุมโรค ติดเชื้อในโรงพยาบาล

1. ทบทวนผลการ ดําเนินงานเพื่อประเมิน ศักยภาพและความพร้อม ของสถาบัน

ปีงบประมาณ 2558 สํานัก/ สถาบัน 1. จัดการประชุมระดับ ผู้บริหารหน่วยงาน และ เครือข่ายความร่วมมือ เพื่อการสื่อสาร ทบทวน แผนการดําเนินงานและ วางแผนการร่วมกัน

สคร. เข้าร่วมการประชุม ให้ ข้อเสนอแนะ และ วางแผนการดําเนินงาน ร่วมกัน

1. ปรับปรุงคู่มือป้องกัน ร่วมในกระบวนการ และควบคุมโรคติดเชื้อใน พิจารณาปรับปรุงเพื่อให้ โรงพยาบาลชุมชน สามารถนําไปใช้ ประโยชน์ในพื้นที่ได้ เหมาะสมยิ่งขึ้น

Page 37 of 304

ปีงบประมาณ 2559 สํานัก/ สถาบัน

สคร.

1. จัดการประชุมระดับ ผู้บริหารหน่วยงาน และ เครือข่ายความร่วมมือ เพื่อการสื่อสาร ทบทวน แผนการดําเนินงานและ วางแผนการร่วมกัน

เข้าร่วมการประชุม ให้ ข้อเสนอแนะ และ วางแผนการดําเนินงาน ร่วมกัน

-

-


เอกสารแนบ 1 แผนการดําเนินงาน ปีงบประมาณ 2557 - 2559

มาตรการ

ปีงบประมาณ 2557 สํานัก/ สถาบัน

3. พัฒนาศักยภาพ เครือข่าย โรงพยาบาล ให้สามารถดําเนินการ ด้านการป้องกันและ ควบคุมโรคติดเชื้อใน โรงพยาบาล

1. การจัดอบรมหลักสูตร คัดเลือกโรงพยาบาล การป้องกันการติดเชื้อใน ชุมชน ในเขตพื้นที่ที่สคร. รับผิดชอบ โรงพยาบาลชุมชนที่ไม่ ผ่าน Accredit/ Reaccredit และคัดเลือก เพิ่มให้ครบ 50 แห่ง 2. การจัดอบรมหลักสูตร ระยะสั้นด้านโรคติดเชื้อ สําหรับแพทย์ พยาบาล และนักเทคนิคการแพทย์ กลุ่มเป้าหมาย คือ แพทย์ พยาบาล และนักเทคนิค การแพทย์ ผู้ปฏิบัติ หน้าที่โดยตรงในการ ป้องกันและเฝ้าระวังการ ติดเชื้อในโรงพยาบาล -

สคร.

คัดเลือกบุคลากรจาก โรงพยาบาลชุมชนที่อยู่ ในกระบวนการ Accredit/ Re-accredit เข้าร่วมอบรม

-

ปีงบประมาณ 2558 สํานัก/ สถาบัน

สคร.

ปีงบประมาณ 2559 สํานัก/ สถาบัน

สคร.

1. การจัดอบรมหลักสูตร คัดเลือกโรงพยาบาล การป้องกันการติดเชื้อใน ชุมชน ในเขตพื้นที่ที่สคร. โรงพยาบาลชุมชนที่ไม่ รับผิดชอบ ผ่าน Accredit/ Reaccredit และคัดเลือก เพิ่มให้ครบ 50 แห่ง

สรุป วิเคราะห์ และทบทวนผล กาดําเนินงานร่วมกับเครือข่าย ความร่วมมือและหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องเพื่อปรับปรุงหลักสูตร ให้เหมาะสมกับการดําเนินงาน พื้นที่ยิ่งขึ้น

2. การจัดอบรมหลักสูตร ระยะสั้นด้านโรคติดเชื้อ สําหรับแพทย์ พยาบาล และนักเทคนิคการแพทย์ กลุ่มเป้าหมาย คือ แพทย์ พยาบาล และนักเทคนิค การแพทย์ ผู้ปฏิบัติ หน้าที่โดยตรงในการ ป้องกันและเฝ้าระวังการ ติดเชื้อในโรงพยาบาล 3. ร่วมกับสรพ.เพื่อบรรจุ เกณฑ์มาตรฐานด้านการ ป้องกันและควบคุมโรค ติดเชื้อในโรงพยาบาลใน หลักสูตรการเตรียมความ พร้อมโรงพยาบาลที่จะ ขอ Accredit Page 38 of 304

คัดเลือกบุคลากรจาก โรงพยาบาลชุมชนที่อยู่ ในกระบวนการ Accredit/ Re-accredit เข้าร่วมอบรม

สรุป วิเคราะห์ และ ทบทวนผลการ ดําเนินงาน ร่วมกับ เครือข่ายความร่วมมือ เพื่อปรับปรุงหลักสูตรให้ ได้มาตรฐานและนําไปใช้ ประโยชน์ได้ดียิ่งขึ้น

คัดเลือกบุคลากรจาก โรงพยาบาลชุมชนที่อยู่ ในกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วม โครงการ

3. ร่วมกับสรพ.เพื่อบรรจุ เกณฑ์มาตรฐานด้านการ ป้องกันและควบคุมโรค ติดเชื้อในโรงพยาบาลใน หลักสูตรการเตรียม ความพร้อมโรงพยาบาล ที่จะขอ Accredit

ร่วมในกระบวนการ พิจารณาทบทวนผลการ ดําเนินงาน

คัดเลือกบุคลากรจาก โรงพยาบาลชุมชนที่อยู่ ในกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วม โครงการ


เอกสารแนบ 1 แผนการดําเนินงาน ปีงบประมาณ 2557 - 2559

มาตรการ 4. พัฒนาระบบ ฐานข้อมูลด้านการ ป้องกันและควบคุมโรค ติดเชื้อในโรงพยาบาล พร้อมทั้งเชื่อมโยงกับ ฐานข้อมูลของ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 5. ติดตาม ประเมินผล การดําเนินงานและ สถานการณ์การป้องกัน และควบคุมโรคติดเชื้อ ในโรงพยาบาลของ โรงพยาบาลชุมชนนํา ร่องที่คัดเลือก

ปีงบประมาณ 2557 สํานัก/ สถาบัน

สคร.

ปีงบประมาณ 2558 สํานัก/ สถาบัน

สคร.

ปีงบประมาณ 2559 สํานัก/ สถาบัน

สคร.

1. เชื่อมโยงฐานข้อมูลกับ ฐานข้อมูลของหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง

ร่วมมือในการเยี่ยม 1. ติดตามผลการ ประเมินในพื้นที่ ดําเนินงานผ่าน กระบวนการและผลการ Accredit/ Re-accredit รวมทั้งการเยี่ยมประเมิน ในพื้นที่

ร่วมมือในการเยี่ยม 1. ติดตามผลการ ประเมินในพื้นที่ ดําเนินงานผ่าน กระบวนการและผลการ Accredit/ Re-accredit รวมทั้งการเยี่ยมประเมิน ในพื้นที่

Page 39 of 304

1. ติดตามผลการ ร่วมมือในการเยี่ยม ดําเนินงานผ่าน ประเมินในพื้นที่ กระบวนการและผลการ Accredit/ Re-accredit รวมทั้งการเยี่ยมประเมิน ในพื้นที่


04 โครงการตามที่ท่านอธิบดีกําหนดเป็นนโยบาย

รอนโยบายอธิบดี

Page 40 of 304


05 การเตรียมพร้อมตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข/ภัยพิบัติ • การเตรียมพร้อมตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (สํานักโรคติดต่อทั่วไป) 1. สถานการณ์ ในระยะที่ผ่านมา ประเทศไทยเกิดวิกฤตการณ์จากภาวะฉุกเฉินด้านโรคและภัยสุขภาพ (Public Health Emergency) ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายทางด้านสุขภาพต่อประชาชนอย่างกว้างขวางและรุนแรงต่อเนื่องทุกปี ปี 2554 มีภาวะฉุกเฉินที่เกิดขึ้นหลายครั้ง ทั้งที่เกิดจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช่น การเกิดอุทกภัยภาคใต้ (ระหว่างวันที่ ๒๓ มีนาคม - ๒๐ เมษายน ๒๕๕๔ ได้เกิดอุทกภัยในพื้นที่ ๑๐ จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พังงา กระบี่ ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา และจังหวัดนราธิวาส ส่งผลให้เกิดน้ําท่วมฉับพลัน น้ําป่าไหล หลาก และดิ น โคลนถล่ ม ลงสู่ บ ริ เ วณพื้ น ที่ ต่ํ า กว่ า และเกิ ด เป็ น น้ํ า ท่ ว มขั ง ต่ อ เนื่ อ งในบริ เ วณพื้ น ที่ ร าบต่ํ า พื้ น ที่ เกษตรกรรม และแหล่งชุมชนในบางพื้นที่ ตลอดจนบริเวณริมแม่น้ําสายหลักและลําน้ําย่อย ก่อให้เกิดความเสียหาย เป็นอย่างมากทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานการณ์การ เกิดมหาอุทกภัยของประเทศไทยในปี 2554 ส่งผลกระทบในวงกว้างต่อการดํารงชีวิต สุขภาพของประชาชน มีพื้นที่ที่ ประสบอุทกภัยมากถึง 63 จังหวัด 651 อําเภอ และทําให้ประชาชนอย่างน้อย 3 ล้านครอบครัว หรือ ประมาณ 9.9 ล้านคนได้รับผลกระทบ(ปภ.,29 ต.ค.2554) นอกจากนี้ สถานที่ราชการ รวมถึงโรงพยาบาล และหน่วยบริการ สาธารณสุข ตลอดจนบุคลากรด้านสาธารณสุขก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน และย่อมส่งผลกระทบต่อระบบการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรค และการดูแลรักษาพยาบาลผู้ป่วยในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ อันจะก่อให้เกิดปัญหาโรคและภัย สุขภาพตามมาอีกมากมาย รวมถึงปัญหาด้านเศรษฐกิจและสังคม การเกิดภาวะภัยหนาว (ระหว่างเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๓ ต่อเนื่องถึงเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ซึ่งมีพื้นที่ประกาศภัยหนาวทั้งหมด ๓๙ จังหวัด ๕๒๒ อําเภอ ๔,๑๗๘ ตําบล และ ๕๑,๗๐๘ หมู่บ้าน ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง จากภัยดังกล่าวมีผู้เสียชีวิตจากภัย หนาวตามนิยามของสํานักระบาดวิทยา ๒ ราย และมีผู้ป่วย ๖ โรคสําคัญจากภัยดังกล่าวสูงถึง ๒๓๐,๒๖๐ ราย จําแนก เป็นผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ ๔,๔๖๒ ราย ปอดบวม ๒๓,๖๕๑ ราย หัด ๑๖๑ ราย หัดเยอรมัน ๑๙ ราย ไข้สุกใส ๑๒,๖๓๐ ราย และอุจจาระร่วง ๑๘๙,๓๓๗ ราย) และภาวะฉุกเฉินที่เกิดจากโรค เช่น การพบผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ จังหวัด เชียงใหม่ ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2554 สํานักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ได้รับรายงานผู้ป่วยเป็นนักท่องเที่ยวจาก ประเทศนิวซีแลนด์ 3 ราย ป่วยด้วยอาการอาเจียน และหัวใจล้มเหลว ต่อมาเสียชีวิต 1 ราย จากการสอบสวนสาเหตุ เบื้องต้น พบอาการสําคัญคือ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบเฉียบพลัน จึงได้รวบรวมรายงานในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน พบผู้ป่วย เข้าข่ายสงสัยทั้งหมด 10 ราย โดยเป็นชาวต่างประเทศ 9 ราย และชาวไทย 1 ราย เกือบทุกรายมีประวัติพักอยู่ในโรงแรม แห่งหนึ่ง ในจังหวัดเชียงใหม่ กรณีนี้ทําให้เกิดข่าวในสื่อหลายแห่งทั้งในและต่างประเทศ ว่าอาจจะเกิดจากโรคที่ไม่ ทราบสาเหตุ ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อภาพรวมของประเทศไทย กรมควบคุมโรคจึงดําเนินการตอบสนอง ต่อเหตุการณ์ ดังกล่าวเป็นกรณีเฉพาะ จากภาวะฉุกเฉินที่ผ่านมา กรมควบคุมโรค จึงได้กําหนดให้การเตรียมความพร้อมตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านโรคและ ภัยสุขภาพเป็นภารกิจเชิงยุทธศาสตร์หนึ่งของแต่ละหน่วยงาน เพื่อเป็นกรอบในการดําเนินงาน เมื่อเกิดภาวะฉุกเฉินด้านโรค และภัย สุข ภาพขึ้ น ภายใต้ร ะบบการตอบโต้ภาวะฉุ ก เฉินที่ มีม าตรฐานสากล และเกิ ดการสอดประสานระหว่า ง ส่วนกลางและพื้นที่ ซึ่งจะเป็นพื้นฐานการดําเนินงานในการตอบสนองต่อภาวะฉุกเฉินด้านโรคและภัยสุขภาพที่อาจ เกิดขึ้นในอนาคตเพื่อเป็นการลดหรือหลีกเลี่ยงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น Page 41 of 304


2. เป้าหมายการลดโรค - ทุกหน่วยงานของกรมควบคุมโรคสามารถตอบโต้สถานการณ์ฉุกเฉินและภัยพิบัติ ซึ่งมีปัญหาโรคและภัย สุขภาพได้ตามเกณฑ์ที่กําหนด - มีกลไกการบริหารจัดการและดําเนินการสื่อสารความเสี่ยงได้ตรงกลุ่มเป้าหมายและทันเหตุการณ์ - สนับสนุน จังหวัด อําเภอ และอปท. ให้มีระบบกลไกในการจัดการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน และภัยพิบัติ 3. สภาพปัญหา - หน่วยงานยังขาดความครบถ้วน ความสมบูรณ์ของแผนประคองกิจการ ซึ่งควรจะขยายไปเป็นรูปแบบ บริหารจัดการภารกิจอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ครอบคลุมเพิ่มขึ้น - หน่วยงานดําเนินการจัดทําแผนตอบโต้ภาวะฉุกเฉินแยกตามโรคและภัยยังไม่ครบถ้วนตามการวิเคราะห์ ความเสี่ยง 4. เป้าหมายหลักในการดําเนินงานเมื่อสิ้นปี พ.ศ. 2559 หน่วยงานในสังกัดกรมควบคุมโรค จํานวน 18 หน่วยงาน มีกลไกและขั้นตอนการบริหารจัดการ การเตรียมความ พร้อมและการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านโรคและภัยสุขภาพแบบบูรณาการตามเกณฑ์ที่กําหนด 5. พื้นที่เป้าหมาย (จังหวัด /อําเภอ/ตําบล) : กลุ่มเป้าหมาย/ Setting เป้าหมาย - หน่วยงานสังกัดกรมควบคุมโรคในส่วนกลาง ได้แก่ สํานักโรคติดต่อทั่วไป/สํานักระบาดวิทยา/สํานักโรค จากการประกอบอาชี พและสิ่ งแวดล้ อม/สํ านั กโรคอุ บั ติ ใหม่ /สํ านั กโรคติ ดต่ อนํ าโดยแมลง/สํ านั กงานเผยแพร่ แ ละ ประชาสัมพันธ์ - หน่วยงานสังกัดกรมควบคุมโรคในส่วนภูมิภาค ได้แก่ สคร.ที่ 1 - 12 6. มาตรการดําเนินงานที่ส่งผลต่อเป้าหมาย 1) พัฒนาระบบบัญชาการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (ICS) ของแต่ละหน่วยงาน โดยทบทวนบทบาทหน้าที่ของ แต่ละหน่วยงาน/ ชี้แจงบทบาทหน้าที่/ทําข้อตกลงให้หน่วยงานดําเนินการ/ติดตามประเมินผล เพื่อให้เกิดกลไกในแต่ ละระดับ 2) จัดทําฐานข้อมูล โดยรวบรวมข้อมูลด้านโรคและสาธารณภัยที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนทุก ประเภทอย่างเป็นระบบ รวมทั้งข้อมูลด้านการส่งกําลังบํารุงเพื่อการวิเคราะห์สถานการณ์ ประเมินโอกาสหรือความ เป็นไปได้ในการเกิดภาวะฉุกเฉิน ตลอดจนการวิเคราะห์ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตามบริบทของพื้นที่ และความสามารถ ในการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านโรคและภัยสุขภาพอย่างมีประสิทธิภาพ 3) พัฒนาและจัดทํา SOP ของการดําเนินงานตอบโต้ภาวะฉุกเฉินและส่งกําลังบํารุงของหน่วยงานแต่ละระดับ 4) จัดระบบการสื่อสารความเสี่ยงในภาวะฉุกเฉินที่มีประสิทธิภาพ เพื่อสนับสนุนการเตรียมความพร้อมและ การตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านโรคและภัยสุขภาพ และใช้เป็นฐานข้อมูลในการบริหารจัดการ 5) พั ฒ นาบุ ค ลากรในแต่ ล ะด้ า น ให้ มี ค วามรู้ แ ละทั ก ษะพร้ อ มที่ จ ะตอบโต้ ภ าวะฉุ ก เฉิ น ด้ า นโรคและ ภัยสุขภาพภายใต้ความรับผิดชอบของกรมควบคุมโรค

Page 42 of 304


สรุปจุดเน้นการดําเนินงาน ปีงบประมาณ 2556 จุดเน้น : การเตรียมพร้อมตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข เป้าหมายการลดโรค : 1. ทุกหน่วยงานของกรมควบคุมโรคสามารถตอบโต้สถานการณ์ฉุกเฉินและภัยพิบัติ ซึ่งมีปัญหาโรคและภัยสุขภาพได้ตามเกณฑ์ที่กําหนด 2. มีกลไกการบริหารจัดการและดําเนินการสื่อสารความเสี่ยงได้ตรงกลุ่มเป้าหมายและทันเหตุการณ์ 3. สนับสนุน จังหวัด อําเภอ และอปท. ให้มีระบบกลไกในการจัดการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน และภัยพิบัติ

มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

1) พัฒนาระบบ 18 หน่วยงานใน บัญชาการใน สังกัดกรมฯ สถานการณ์ฉุกเฉิน(ICS) มีกลไกและขั้นตอน การบริหารจัดการ 2) จัดทําฐานข้อมูลด้าน เตรียมความพร้อม โรคและสาธารณภัยที่ ตอบโต้ภาวะฉุกเฉินฯ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ตามเกณฑ์ที่กําหนด ของประชาชน อย่างเป็น 1. สํานักโรคติดต่อ ระบบ รวมทั้งข้อมูล ด้าน ทั่วไป การส่งกําลังบํารุงเพื่อการ 2. สํานักระบาดวิทยา วิเคราะห์สถานการณ์ 3. สํานักฯโรคจาก ประเมินโอกาสหรือความ เป็นไปได้ในการเกิดภาวะ การประกอบอาชีพฯ 4. สํานักฯอุบัติใหม่ ฉุกเฉิน ตลอดจนการ วิเคราะห์ผลกระทบที่จะ 5. สํานักฯแมลง เกิดขึ้นตามบริบทของพื้นที่ 6. สํานักงาน และความสามารถในการ เผยแพร่ฯ ตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้าน 7. สคร. 1-12

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

ย.4

สํานักวิชาการส่วนกลางและ สคร. 1-12

กรมควบคุมโรค

ย.2

สํานักวิชาการส่วนกลางและ สคร. 1-12

กรมควบคุมโรค

กิจกรรม สํานัก สคร จัดทําแนวทางระบบสั่งการภาพรวม จัดทําแนวทางระบบสั่งการของ กรมฯ หน่วยงาน 1) พัฒนาระบบฐานข้อมูลและ เชื่อมโยงข้อมูลกับเครือข่ายทุกภาค ส่วน 2) พัฒนาระบบที่ใช้ในการ วิเคราะห์/เรียบเรียง /นําเสนอ ข้อมูลสถานการณ์เพื่อการเตือนภัย

โรคและภัยสุขภาพอย่างมี ประสิทธิภาพ

Page 43 of 304

1) สคร.ทุกแห่ง (User) กรอกข้อมูล ลงในระบบ 2) สคร.(User) วิเคราะห์ข้อมูลใน พื้นที่และบันทึกในระบบ

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ มีแนวทางระบบ สั่งการและบริหาร จัดการในภาวะ ฉุกเฉินฯ 1) มีฐานข้อมูลใน การเฝ้าระวังเตือน ภัยและตอบโต้ ภาวะฉุกเฉิน เชื่อมโยงกับ เครือข่ายทุกภาค ส่วนทางสาธารณสุข 2) มีระบบที่ใช้ใน การจัดการจัดการ ข้อมูลสถานการณ์ ในการเฝ้าระวัง เตือนภัยและตอบ โต้ภาวะฉุกเฉิน 3) มีคู่มือการใช้งาน ระบบฯ


มาตรการหลัก/ โครงการ 3) พัฒนาและจัดทํา SOP ของการ ดําเนินงานตอบโต้ ภาวะฉุกเฉินและส่ง กําลังบํารุงของ หน่วยงานแต่ละระดับ 4) จัดระบบการ สื่อสารความเสี่ยงใน ภาวะฉุกเฉินที่มี ประสิทธิภาพ เพื่อ สนับสนุนการเตรียม ความพร้อมและการ ตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน ด้านโรคและภัย สุขภาพ และใช้เป็น ฐานข้อมูลในการ บริหารจัดการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ ย.2

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

สํานักวิชาการส่วนกลางและ สคร. 1-12

กรมควบคุมโรค

ย.4/ ย.3 สํานักวิชาการส่วนกลางและ สคร. 1-12

กรมควบคุมโรค

กิจกรรม สํานัก ประชุมจัดทํา SOP ของการ ดําเนินงานในแต่ละหน่วยงาน

สคร 1) เข้าร่วมประชุม/อบรม 2) จัดทํา SOP ของหน่วยงาน

ประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทําแนว ทางการสื่อสารความเสี่ยงกับ ประชาชน /การสื่อสารข้อมูล และ สื่อสารสั่งการให้ถูกต้อง ทันสมัย และทันเวลา

1) เข้าร่วมประชุม/ ให้ข้อเสนอแนะ เพื่อการปรับปรุง 2) จัดทําแนวทางการสื่อสารใน ภาวะฉุกเฉินฯ/แนวทางการใช้งาน ระบบสื่อสารในภาวะฉุกเฉินของ หน่วยงาน / พัฒนาสมรรถนะการ สื่อสาร ในภาวะฉุกเฉินฯ

Page 44 of 304

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ มีคู่มือ มาตรฐานการ ปฏิบัติงานใน การตอบโต้ ภาวะฉุกเฉิน ของหน่วยงาน มีแนวทางสื่อสาร ความเสี่ยง/ ประสานการสั่ง การสําหรับ ผู้บริหารกรมฯ ใน ภาวะฉุกเฉินฯ และสําหรับ เจ้าหน้าที่เพื่อการ เตรียมพร้อมตอบ โต้ภาวะฉุกเฉิน


มาตรการหลัก/ โครงการ 5) พัฒนาบุคลากรใน แต่ละด้านให้มีความรู้ และทักษะพร้อมที่จะ ตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน ด้านโรคและภัย สุขภาพภายใต้ความ รับผิดชอบของกรม ควบคุมโรค 6) หน่วยงานภาครัฐ ในและนอกกระทรวง สาธารณสุขมีส่วน ร่วมดําเนินการตอบ โต้ภาวะฉุกเฉินตาม บทบาทหน้าที่

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

ย.6

สํานักวิชาการส่วนกลางและ สคร. 1-12

กรมควบคุมโรค

ย.1

หน่วยงานภาครัฐ ภายใน และ กรมควบคุมโรค ภายนอกกระทรวงสาธารณสุข

กิจกรรม สํานัก จัดประชุมเชิงปฏิบัติพัฒนาการ ศักยภาพบุคลากรให้มีสมรรถนะใน การตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้าน สาธารณสุข

สคร เข้าร่วมประชุม/อบรม/พัฒนาการ ศักยภาพเครือข่ายให้มีสมรรถนะใน การตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้าน สาธารณสุข

1) ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนา ศักยภาพนักวิเคราะห์ และประเมิน สถานการณ์ภัยพิบัติ ด้านสุขภาพ เพื่อเตรียมพร้อมตอบโต้ภาวะ ฉุกเฉินทางสาธารณสุข 2) ประชุมติดตามงานเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรค และภัยสุขภาพ

1) ประชุมติดตามงานเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรค และภัยสุขภาพ ในพื้นที่รับผิดชอบ 2)จัดทําแผนปฏิบัติงาน (Action plan) การเตรียมพร้อมตอบโต้ ภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และ สาธารณสุขของหน่วยงาน 3) วิเคราะห์ประเมินความเสี่ยงของ พื้นที่

Page 45 of 304

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ จํานวน บุคลากรที่ได้รับ การพัฒนา ศักยภาพให้มี สมรรถนะใน การ ตอบโต้ ภาวะฉุกเฉิน ด้านสาธารณสุข จํานวนบุคลากร แกนนําเครือข่าย ทั้งในส่วนกลาง และภูมิภาคที่ ได้รับการพัฒนา ศักยภาพให้มีความ เชี่ยวชาญด้านการ เตรียมพร้อมตอบ โต้ภาวะฉุกเฉินฯ และการจัดการ ภัยพิบัติ


มาตรการหลัก/ โครงการ 7) การสนับสนุนการ ดําเนินงานป้องกัน ควบคุมโรคในภาวะ ฉุกเฉินด้าน การแพทย์และ สาธารณสุข

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ ย.1

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

กิจกรรม

สํานัก หน่วยงานต่างๆและประชาชน พื้นที่ที่มี จัดหาและสนับสนุนเวชภัณฑ์ วัสดุ ที่ประสบภัย สถานการณ์ฉุกเฉิน อุปกรณ์ในการเฝ้าระวังป้องกันโรค และภัยพิบัติ ให้กับหน่วยงานและประชาชนใน พื้นที่ที่ประสบภัย

Page 46 of 304

สคร จัดหาและสนับสนุนเวชภัณฑ์ วัสดุ อุปกรณ์ในการเฝ้าระวังป้องกันโรค ให้กับหน่วยงานและประชาชนใน พื้นที่ที่ประสบภัย

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ จํานวนเครือข่ายที่ ได้รับการ สนับสนุนการ ดําเนินงานป้องกัน ควบคุมโรคใน ภาวะฉุกเฉินด้าน การแพทย์และ สาธารณสุข


งานด้านระบาดวิทยา ความเป็นมา การพัฒนาบุคลากรผู้ปฏิบัติงานด้านสาธารณสุขให้เป็นนักระบาดวิทยามืออาชีพ นับเป็นปัจจัยสําคัญที่จะ ช่วยเป็นแรงผลักดันหรือแรงขับเคลื่อนให้การดําเนินงานด้านเฝ้าระวังและป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพของ ประเทศประสบผลสําเร็จ นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันกรมควบคุมโรคโดยสํานักระบาดวิทยาได้พัฒนานักระบาดวิทยา มาอย่างต่อเนื่องครอบคลุมในทุกระดับของสาธารณสุข อย่างไรก็ตามสภาพของปัญหาทางสาธารณสุขนั้นมีการ เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ส่งผลให้นักระบาดวิทยาต่างเผชิญกับความท้าทายใหม่ๆ โดยเฉพาะบุคลากรของกรม ควบคุมโรคซึ่งเป็นกลไกที่สําคัญ ในการขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนางานระบาดวิทยาอย่างต่อเนื่องและมีความยั่งยืน จําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการพัฒนาความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ของตนเองอย่างสม่ําเสมอ เพื่อให้บุคลากรของกรมควบคุมโรคมีศักยภาพและสมรรถนะที่เพียงพอ ในการถ่ายทอดองค์ความรู้ทางด้าน วิชาการ ตลอดจนเป็นที่ปรึกษาหรือเป็นพี่เลี้ยงที่สามารถให้คําแนะนําและสามารถกํากับติดตามการดําเนินงานด้าน ระบาดวิทยาให้กับภาคีเครือข่ายได้ เพื่อให้ภาคีเครือข่ายเกิดการยอมรับ เชื่อถือไว้วางใจ และนําเอาองค์ความรู้ทาง วิช าการต่ า งๆของกรมฯไปใช้ป ระโยชน์ ดั ง นั้น สํ านั ก ระบาดวิ ท ยาร่ว มกับ กลุ่ม ระบาดวิ ท ยาและข่ า วกรอง ของ สํานักงานป้องกันควบคุมโรคทั้ง12 เขต จึงได้ทบทวนและจัดทําจุดเน้นการดําเนินงานด้านระบาดวิทยาในปีงบฯ 2556 ขึ้น โดยใช้ “โมเดล 5 นิ้ว” ซึ่งหมายถึงประเด็นในการพัฒนา 5 ประเด็น และการมุ่ง “พัฒนาบุคลากรของกรมควบคุม โรคให้เป็นนักระบาดวิทยามืออาชีพ” เป็นจุดเน้นหรือธีมในการดําเนินงานปีงบฯ 2556 นี้ และต่อเนื่องไปอีกอย่าง น้อย 2-3ปี โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ “โมเดล 5 นิ้ว” หรือ ประเด็นในการพัฒนา 5 ประเด็น ได้แก่ 1. นิ้วหัวแม่มือ ซึ่งผู้คนนิยมยกนิ้วนี้เพื่อแสดงความชื่นชมยินดีเมื่อเห็นสิ่งๆหนึ่งว่าดีเยี่ยม เทียบได้กับการ พัฒนาทีมเฝ้าระวังสอบสวนเคลื่อนที่เร็ว (SRRT) ที่เป็นผลิตภัณฑ์ชิ้นหนึ่งของกรมฯซึ่งได้รับการยอมรับจากภาคี เครือข่าย เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการเฝ้าระวังและป้องกันควบคุมโรคได้อย่างเยี่ยมยอด ในปี 2556 นี้การพัฒนา ทีมเฝ้าระวังสอบสวนเคลื่อนที่เร็ว (SRRT) ยังคงดําเนินการอย่างต่อเนื่องโดยจะเน้นในเชิงคุณภาพมากยิ่งขึ้นโดยมีการ พัฒนาหลักสูตรเพื่อฝึกอบรมให้กับทีม SRRT ในทุกระดับของประเทศ โดยแบ่งเป็นหลักสูตรซึ่งจัดโดย สคร.ในภาพ ของเขต และหลักสูตรที่จัดโดยสํานักระบาดวิทยาในภาพของประเทศ 2. นิ้วชี้ หมายถึง การชี้เป้าซึ่งสามารถเทียบเคียงได้กับการพยากรณ์โรคและภัยสุขภาพ ซึ่งอยู่ในกระแสหลัก ของทุกสาขาวิชาในปัจจุบันและมีแนวโน้มสําคัญเพิ่มขึ้นเรื่อยๆในอนาคตเป็นการดําเนินงานเชิงรุกและเป็นนวัตกรรม ใหม่ของกรมควบคุมโรคที่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนาผลิตภัณฑ์จําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างรากฐานให้มั่นคง แข็งแรงสําหรับการต่อยอดในอนาคต โดยปี 2556 จะมีการพัฒนา Hardware Software และ Peopleware ให้เป็น รูปธรรมและขยายขอบเขตการดําเนินงานเพิ่มมากขึ้นทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ 3. นิ้วกลาง เป็นนิ้วที่ยาวสุดในจํานวน5นิ้วซึ่งหมายถึงสิ่งที่เป็นแกนหลักที่สําคัญเทียบได้กับระบบเฝ้าระวัง ทั้ง 5 ระบบโรคซึ่งเป็นแกนหลักของการดําเนินงานด้านระบาดวิทยาตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาได้แก่ระบบเฝ้าระวัง โรคติดต่อ ระบบเฝ้าระวังเอดส์ วัณโรคและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ระบบเฝ้าระวังโรคไม่ติดต่อ ระบบเฝ้าระวัง โรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม และระบบเฝ้าระวังการบาดเจ็บ ในปี 2556 นี้จะเน้นที่การพัฒนา

Page 47 of 304


ศักยภาพและสมรรถนะของบุคลากรกรมควบคุมโรคให้มีความรู้ความสามารถ ในการเป็นพี่เลี้ยงและควบคุมกํากับ ติดตามการดําเนินงานของภาคีเครือข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพภายใต้มาตรฐานเดียวกัน 4. นิ้วนาง เป็นนิ้วที่มักใช้ในการหมั้นหมาย เทียบได้กับพันธะสัญญาตามกฎอนามัยระหว่างประเทศ(IHR) ซึงเป็นเกณฑ์ต่างๆที่ประเทศไทยจะต้องปฏิบัติตาม เพื่อให้การดําเนินงานด้านเฝ้าระวังและป้องกันควบคุมโรคมีความ สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ซึ่งในช่วงที่ผ่านมายังดําเนินการได้ค่อนข้างช้าและหลายเรื่องยังไม่เห็นเป็นรูปธรรม ในปี 2556 นี้จะมีการผลักดันในเรื่องดังกล่าวเพิ่มมากขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมรองรับการเปิดเสรีทางด้านการค้าการลงทุนและ การเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจและสังคมอาเซียน (AEC) ในปี พ.ศ.2558 โดยจุดเน้นจะอยู่ที่การพัฒนาศักยภาพ บุคลากรด้านระบาดวิทยาของกรมควบคุมโรคให้มีความรู้ความเข้าใจในIHR มากขึ้น รวมไปถึงการพัฒนาศักยภาพใน การตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทางระบาดวิทยา (เช่น กระบวนการตรวจสอบข่าวการระบาด และกระบวนการสอบสวนโรค) และการพัฒนาศักยภาพทีมด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศ 5. นิ้วก้อย มักใช้เป็นคําเปรียบเทียบถึงการร่วมมือร่วมใจกัน เช่น การเกี่ยวก้อย ดังนั้นจึงสามารถ เทียบเคียงได้กับ การพัฒนาภาคีเครือข่าย ASEAN Plus Three Field Epidemiology ASEAN Training Network (ASEAN+3 FETN) ซึ่ง ประเทศไทยโดยกระทรวงสาธารณสุขได้รับมอบหมายให้ดําเนินงานในการพัฒนาเครือข่าย ฝึกอบรมระบาดวิทยาภาคสนามในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนและอีก 3 ประเทศ ในการประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุข วันที่ 23 กรกฎาคม 2553 ณ ประเทศสิงค์โปร์ ต่อมากรมควบคุมโรคได้จัดทํากรอบแนวคิดเสนอแก่ ASEAN expert Group on Communicable Diseases (AEGCD) ในการประชุม ASEAN+3 ณ ประเทศมาเลเซียในวันที่ 29-30 พฤศจิกายน 2553 และที่ประชุมได้เห็นชอบตามกรอบแนวคิดนั้น โดยให้ประเทศไทยเป็น lead country ในการ ประสานงานเพื่อพัฒนาเครือข่ายฝึกอบรมระบาดวิทยาภาคสนามในกลุ่ม ASEAN+3 ต่อมาสํานักงานอาเซียนได้ นําเสนอร่างข้อตกลง (TOR) เสนอต่อ AEGCD ในการประชุม 6th Senior Officials Meeting on Health Development (SOMHD) ณ กรุงเนปิดอ สาธารณรัฐแห่งสภาพเมียนม่าร์ เมื่อวันที่ 25-28 กรกฎาคม 2554 และ ได้ รั บ การรั บ รองในเดื อ นมิ ถุ น ายน 2554 สํ า หรั บ การดํ า เนิ น งานในปี 2556 เป็ น ต้ น ไปตามแผนยุ ท ธศาสตร์ ฯ ASEAN+3 FETN จะเน้นการพัฒนางานป้องกันควบคุมโรคอุบัติใหม่และอุบัติซ้ํา การเฝ้าระวังโรคและภัยที่เกิดจาก ธรรมชาติ • การพัฒนาทีมเฝ้าระวังสอบสวนเคลื่อนที่เร็ว (SRRT) 1) สร้างความเข้มแข็งของเครือข่าย SRRT ระดับตําบล 2) พัฒนาศักยภาพของทีม SRRT ให้มีความสอดคล้องกับบริบทของทีม SRRT ระดับตําบล และกฎอนามัย ระหว่างประเทศ • การพัฒนาด้านการพยากรณ์โรคและภัยสุขภาพ 1. พัฒนาบุคลากร โดยการจัดอบรมให้ความรู้ด้านเทคนิคและวิธีการพยากรณ์โรคและภัยสุขภาพรูปแบบต่างๆ ที่หลายหน่วยงานสามารถใช้ร่วมกันได้ขยายให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายทุกระดับ โดยใช้รูปแบบครู ก และครู ข ส่วนความรู้และเทคนิคการพยากรณ์ขั้นสูงขอความร่วมมือจากหน่วยอื่น เช่น มหาวิทยาลัย ทั้งในและต่างประเทศร่วม จัดอบรมและพัฒนา 2. พัฒนาฐานข้อมูลที่หลายหน่วยงานสามารถใช้ร่วมกันได้ในการพยากรณ์โรค ทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ เพื่อรองรับความต้องการและปริมาณการใช้

Page 48 of 304


3. พัฒนาและจัดหาเครื่องมือ อุปกรณ์ และโปรแกรมคอมพิวเตอร์สําเร็จรูปที่หลายหน่วยงานสามารถใช้ร่วมกัน ได้ในการพยากรณ์โรค ให้มีความทันสมัย เหมาะสม สะดวก และง่ายต่อการใช้งาน 4. พัฒนาคุณภาพผลผลิตทางวิชาการด้านการพยากรณ์ให้เป็นที่ยอมรับและถูกนําไปใช้ในการวางแผนหรือ กําหนดมาตรการในการป้องกันโรคในระดับพื้นที่ จังหวัด เขต และประเทศ 5. ติดตามและประเมินผลการดําเนินงาน • การพัฒนาระบบเฝ้าระวัง 5 ระบบโรค 1. สํารวจบุคลากรที่รับผิดชอบงานเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา 5 ระบบโรคในแต่ละเขต เพื่อทราบจํานวน บุคลากร ประเมินศักยภาพของบุคลากร และจัดทํา Training need 2. จัดหลักสูตรอบรมแบบบูรณาการงานเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา 5 ระบบโรค โดยพิจารณาจากผลการสํารวจ บุคลากรในระดับเขตและเน้นการพัฒนา Core capacity ที่จําเป็นในการดําเนินงานเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาในระดับเขต • Monitoring: การวิเคราะห์ขอ้ มูลเพื่อกํากับ ติดตาม การดําเนินงานเฝ้าระวังของจังหวัด • Intelligence: การใช้ประโยชน์ข้อมูล การเตือนภัยและข่าวกรอง พยากรณ์โรค • Evaluation: การประเมินระบบเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา 3. ประเมินระบบเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาและการประเมินภาระโรคในระดับภาคและประเทศ โดยเลือกโรคที่ สําคัญ 1 โรค/ระดับประเทศ และ 1 โรค/ระดับเขต โดยดําเนินการประเมินระบบเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาร่วมกัน ใน ลักษณะ Field (On the job) training และ Coaching

Page 49 of 304


สรุปจุดเน้นการดําเนินงาน ปีงบประมาณ 2556 จุดเน้น : ระบาดวิทยา เป้าหมายการลดโรค : 1. การพัฒนาทีมเฝ้าระวังสอบสวนเคลื่อนที่เร็ว (SRRT) ดีเยี่ยม 2. การพยากรณ์โรคและภัยสุขภาพ ชี้เป้าปัญหา 3. เป็นแกนพัฒนาระบบเฝ้าระวังโรคและภัยสุขภาพ ทั้ง 5 ระบบ 4. กฎอนามัยระหว่างประเทศ 5. พัมนาภาคีเครือข่าย มาตรการหลัก/ โครงการ 1. การพัฒนา เครือข่ายระบาด วิทยาและทีมเฝ้า ระวังสอบสวน เคลื่อนที่เร็ว (SRRT)

เป้าหมาย 1. ร้อยละ ... ของทีม SRRT ระดับ... ผ่าน เกณฑ์มาตรฐาน 2. ร้อยละ ... ของ รพ.สต.ในเขต พื้นที่ได้รับการ ฝึกอบรม หลักสูตร ตรวจสอบข่าว

ยุทธศาสตร์ กรมฯ ย.1

กลุ่มเป้าหมาย

กิจกรรม

พื้นที่เป้าหมาย

สํานัก - ทีม SRRT ระดับเขต จํานวน - ทีม SRRT ระดับ 1. พัฒนากลไกการเฝ้าระวัง 180 คน (15 คน/สคร.) เขต จํานวน 12 ทีม เหตุการณ์โดยทีม SRRT เครือข่าย - ทีม SRRTรพ. ระดับตําบล - ทีม SRRT รพ.สต. จํานวน สต. จํานวน 12 1.1 จัดอบรมการเป็น Facilitator 1,200 คน (100 คน/สคร.) แห่ง แก่ทีมส่วนกลาง และ สคร. เพื่อการ ถอดบทเรียนการดําเนินงานของ SRRT เครือข่ายระดับตําบล จัด 2 รุ่นๆละ 2 วัน ครั้งละ 90 คน รุ่นที่ 1 – พฤศจิกายน 2555 รุ่นที่ 2 – ธันวาคม 2555 1.2 นิเทศ/ประเมิน (มิ.ย.-ก.ย. 2556) Page 50 of 304

สคร 1. พัฒนากลไกการเฝ้าระวัง เหตุการณ์โดย ทีม SRRT เครือข่าย ระดับตําบล 1.1 ประชุมถอดบทเรียนทีม SRRT เครือข่ายระดับตําบลในพื้นที่ 1 ครั้ง 2 วัน เป้าหมาย 100 คน/สคร. (บังคับ) 1.2 อบรมหลักสูตรการตรวจสอบ ข่าวแก่ รพ.สต. ในพื้นที่ 1 ครั้ง 1 วัน (บังคับ) 1.3 นิเทศ ติดตาม (มิ.ย.-ก.ย. 2556) (บังคับ)

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ SM1.1.3


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

กิจกรรม สํานัก 1.3 สํานักระบาดวิทยาวิเคราะห์ ข้อมูลการเฝ้าระวัง เหตุการณ์ ภาพรวมประเทศเสนอกรมฯและ ผู้เกี่ยวข้อง(ไตรมาส 4)

สคร 1.4 สคร.วิเคราะห์ข้อมูลการเฝ้า ระวัง เหตุการณ์ ในที่ประชุม คป.สข. (ไตรมาส 4) (Option)

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์

1.5 ทําใบประกาศ/จัดหารางวัล ให้แก่ทีมที่มีผลงานการเฝ้าระวัง เหตุการณ์ (ไตรมาส 4)(Option) ย.1

แพทย์หัวหน้าทีมและผู้ พื้นที่เขตสคร.ทั้ง สอบสวนหลักทุกระดับ จํานวน 12 แห่ง 45 คน

2. การพัฒนาเครือข่าย SRRT ทุก ระดับ 2.1 การอบรมหลักสูตรระบาด วิทยาและการบริหารจัดการสําหรับ แพทย์หัวหน้าทีมและผู้สอบสวน หลัก (FEMT) (ธ.ค.55, มี.ค.56, ส.ค.56)

Page 51 of 304

2. การพัฒนาเครือข่าย SRRT ทุก ระดับ 2.1 การอบรมหลักสูตรระบาด วิทยาสําหรับผู้สอบสวนหลัก (PI) (บังคับเฉพาะ สคร. 2, 6, 7, 9, 10, 11, 12) (สคร.อื่น Option)

SM1.1.3


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ ย.1

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

ผู้ปฏิบัติงานระบาดวิทยาที่มา พื้นที่เขตสคร.ทั้ง ใหม่ หรือผู้ปฏิบัติงานเดิมที่ 12 แห่ง ต้องการอบรมฟื้นฟู/ต่อยอด จํานวน 600 คน

กิจกรรม สํานัก 2.2 การจัดทําหลักสูตรระบาด วิทยาพื้นฐานแบบ E-learning (ม.ค.-มี.ค.56)

สคร 2.2 การอบรมหลักสูตรระบาด วิทยาก่อน ปฏิบัติการแก่ ผู้ปฏิบัติงานใหม่ หรืออบรมฟื้นฟู หรือ อบรมต่อยอด ระดับอําเภอ จังหวัด เขตสคร.ที่ 1-12 (บังคับ) 3. การจัดประชุม/สัมมนา 3.1 การสัมมนาวิชาการด้านระบาด วิทยา (ซึ่งอาจบูรณาการกับการ สัมมนาวิชาการอื่นๆของสคร.มี กิจกรรมอื่นๆร่วมด้วย เช่น การ ประกวดผลงานด้านระบาดวิทยา) สคร.ที่ 1-12 (Option)

เจ้าหน้าที่ระบาดวิทยาระดับ จังหวัดและเขต จํานวน 400 คน

พื้นที่เขตสคร.ทั้ง 12 แห่ง

3. การจัดประชุม/สัมมนา 3.1 การประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนา เครือข่ายระบาดวิทยาและ SRRT ระดับจังหวัดและเขตทั่วประเทศ (ม.ค.56)

หัวหน้ากลุ่มระบาดฯทุกสคร. จํานวน 12 คน

พื้นที่เขตสคร.ทั้ง 12 แห่ง

3.2 การประชุมหัวหน้ากลุ่มระบาด 3.2 การประชุมเจ้าหน้าที่ระบาด วิทยา สคร.ที่ 1-12 (ก.พ., พ.ค., วิทยาประจําจังหวัด (อาจใช้ VDO ส.ค. 56) Conference) ไตรมาสละ 1 ครั้ง (บังคับ)

Page 52 of 304

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ SM1.1.3


มาตรการหลัก/ โครงการ 2. การพัฒนาด้าน การพยากรณ์โรค และภัยสุขภาพ

เป้าหมาย รายงานผลการ พยากรณ์โรคฯ ที่ ได้มาตราฐาน อย่างน้อย สํานักระบาด วิทยา ... เรื่อง สคร. แห่งละ ... เรื่อง

ยุทธศาสตร์ กรมฯ ย.5

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

กิจกรรม

สํานัก แพทย์และนักวิชาการในสํานัก สํานักวิชาการใน 1. จัดตั้งศูนย์พยากรณ์โรคและภัย วิชาการส่วนกลางและสคร. ที่ ส่วนกลาง สุขภาพ ปรับปรุงฐานข้อมูล และ 1 – 12 จํานวน 50 คนจํานวน และสคร.ที่ 1 – 12 จัดหา software ที่จําเป็น รวม 20 แห่ง 2. แต่งตั้งที่ปรึกษา/ผู้วิพากษ์ผล การศึกษาในแต่ละโรค 3. จัดอบรมให้ความรู้ด้านเทคนิค และวิธีการพยากรณ์โรคแก่บุคลากร ส่วนกลางและทีมพยากรณ์โรคจาก ทุก สคร. 4. จัดประชุมนําเสนอผลการ พยากรณ์โรคฯและเปิดเวทีในการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ในระดับกรมฯ 5. จัดทํารูปเล่มรวมผลการพยากรณ์ โรค พร้อมเผยแพร่ ในภาพกรมฯ 6. ติดตามและประเมินผลการ ดําเนินงาน

Page 53 of 304

สคร 1. จัดอบรมให้ความรู้ด้านเทคนิค และวิธีการพยากรณ์โรคให้แก่ บุคลากรฝ่ายต่างๆของ สคร. และ ภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในระดับ เขต 2. จัดประชุมนําเสนอผลการ พยากรณ์โรคและภัยสุขภาพ ใน ระดับเขต/ จังหวัด 3. จัดทํารูปเล่มรวมผลการพยากรณ์ โรค พร้อมเผยแพร่ในระดับเขต 4. ติดตามและประเมินผลการ ดําเนินงาน(Option)

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ SM5.1.1


มาตรการหลัก/ โครงการ 3. การพัฒนาระบบ เฝ้าระวัง 5 ระบบโรค

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ ย.2

กลุ่มเป้าหมาย แพทย์ และนักวิชาการ ใน สํานักวิชาการส่วนกลาง และสคร. ที่ 1 – 12 จํานวน 50 คน

กิจกรรม

พื้นที่เป้าหมาย สํานักวิชาการใน ส่วนกลาง และสคร.ที่ 1 – 12 รวม 13 แห่ง

สํานัก

สคร

สํารวจบุคลากรที่รับผิดชอบงาน 5 ระบบ ในส่วนกลางและในระดับเขตเกี่ยวกับ - จํานวนบุคคลากร/ ศักยภาพ/ Training need

1. สํารวจบุคคลากรที่รับผิดชอบงาน 5 ระบบในแต่ละเขต เกี่ยวกับ - จํานวนบุคคลากร/ ศักยภาพ/ Training need

พัฒนาสมรรถนะหลัก (Core capacity) ที่จําเป็นในการดําเนินงานเฝ้าระวัง (ไตร มาสที่ 2 และ 3) 2.1 Monitoring: การวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อกํากับ ติดตาม การดําเนินงานเฝ้า ระวังของจังหวัด 2.2 Intelligence: การใช้ประโยชน์ ข้อมูลการเตือนภัยข่าวกรองและการ พยากรณ์โรค 2.3 Evaluation: การประเมินระบบเฝ้า ระวังทางระบาดวิทยา(ปรับปรุงการ ดําเนินงานเฝ้าระวังของโรคที่สําคัญและ ประเมินBurden of diseaseของโรคที่ สําคัญ) 2.4 จัดหลักสูตรแบบบูรณาการพิจารณา จากผลการสํารวจบุคลากรในระดับเขต

พัฒนาสมรรถนะหลัก (Core capacity) ที่จําเป็นในการดําเนินงานเฝ้าระวัง (ไตร มาสที่ 2 และ 3) 2.1 Monitoring: การวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อกํากับ ติดตาม การดําเนินงานเฝ้า ระวังของจังหวัด 2.2 Intelligence: การใช้ประโยชน์ข้อมูล การเตือนภัย ข่าวกรอง และการ พยากรณ์โรค 2.3 Evaluation: การประเมินระบบเฝ้า ระวังทางระบาดวิทยา (ปรับปรุงการ ดําเนินงานเฝ้าระวังของโรคที่สําคัญ และ ประเมิน Burden of disease ของโรคที่ สําคัญ)

Page 54 of 304

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ SM2.1.1


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

กิจกรรม สํานัก 3. พัฒนากลไกการประเมินระบบ เฝ้าระวังทางระบาดวิทยาและการ ประเมินภาระโรคในระดับภาคและ ประเทศ (ไตรมาสที่ 2 และ 3) 3.1 ระดับประเทศ 1 โรค (สํานัก ระบาดวิทยา) ระดับเขต 1 โรค (สคร.) โดยการ 1. Coaching 2. On the job training 3. ผลงานวิชาการ

Page 55 of 304

สคร 3.พัฒนากลไกการประเมินระบบเฝ้า ระวังทางระบาดวิทยาและการ ประเมินภาระโรคในระดับภาคและ ประเทศ (ไตรมาสที่ 2 และ 3) 3.1 ดําเนินการโดย 1. Coaching 2. On the job training 3. ผลงานวิชาการ 4. มีการช่วยกันประเมินข้ามเขต / ข้ามระบบโรค

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์


06 พัฒนางานด้านกฎอนามัยระหว่างประเทศ • การพัฒนาสมรรถนะช่องทางเข้าออกระหว่างประเทศ ตามกฎอนามัยระหว่างประเทศ พ.ศ.2548 1. สถานการณ์ ประเทศไทยมีด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ๓ ประเภท คือ ท่าอากาศยาน ท่าเรือ และพรมแดน ทั้งหมดจํานวน ๕๓ ด่านซึ่งอยู่ในความดูแลของกรมควบคุมโรคจํานวน ๔๓ ด่าน และสํานักงานสาธารณสุขจังหวัด จํานวน ๑๐ ด่าน โดยทุกด่านต้องปฏิบัติงานตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. ๒๕๒๓ และกฎอนามัยระหว่าง ประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์ในการสกัดกั้นโรคติดต่อระหว่างประเทศไม่ให้เข้ามาแพร่กระจายภายในราชอาณาจักร บทบาทหน้าที่หลักของเจ้าพนักงานสาธารณสุขประจําด่านที่ต้องดําเนินการได้แก่ การเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุม โรคติดต่อระหว่างประเทศ รวมถึงการเฝ้าระหว่างและควบคุมพาหะนําโรค การเฝ้าระวังด้านสุขาภิบาล (ยานพาหนะ น้ํา-อาหาร และสิ่งแวดล้อม) ปัจจุบันองค์การอนามัยโลกได้ประกาศใช้กฎอนามัยระหว่างประเทศฉบับใหม่และ ประเทศไทยได้ประกาศใช้เมื่อวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๐ โรคติดต่ออันตรายที่ต้องเฝ้าระวัง จาก ๓ โรค (โรคไข้ทรพิษ โรคไข้เหลือง โรคกาฬโรค) มาเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ (PHEIC: Public Health Emergency of International Concern) ซึ่งจะแบ่งโรคติดต่อต่างๆ เป็นกลุ่มตามภาคผนวก ๒ ของกฎอนามัย ระหว่างประเทศ งานสุขาภิบาลเน้นเรื่องการตรวจตราและดําเนินการดูแลควบคุมยานพาหนะที่มาจากพื้นที่ที่ได้รับ ผลกระทบ รวมทั้งการรับมือกับภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ ซึ่งเจ้าพนักงานสาธารณสุขประจําด่าน ต้องมีภาระหน้าที่เพิ่มในเรื่องการเฝ้าระวังโรคและการตรวจจับโรคติดต่อระหว่างประเทศตามภาคผนวก ๒ การเฝ้า ระวัง ตรวจตรา และดูแลสภาพแวดล้อมภายในช่องทางเข้าออกประเทศให้ปลอดภัยและได้มาตรฐานตามที่กฎอนามัย ระหว่างประเทศกําหนด และความรู้ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้ประโยชน์ในการดูแล กํากับ การดําเนินงานควบคุมโรค ตรวจสอบคุณภาพของน้ํา อากาศ การทําลายเชื้อ กําจัดแมลง ซึ่งเจ้าพนักงานด่านฯ จําเป็นต้องมีความรู้ ทักษะในการ ควบคุมดูแลและให้คําแนะนํากับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานให้ดําเนินการได้ถูกต้องตามหลักวิชาการที่กําหนด ดังนั้นหน่วยงานส่วนกลางที่รับผิดชอบงานควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ต้องจัดทําแผนพัฒนา ด่าน ควบคุม โรคติ ด ต่ อ ระหว่ า งประเทศ เพื่ อ ให้เ จ้ า พนั ก งานสาธารณสุ ข ประจํ าด่ า นฯ มี ค วามรู้ ทั ก ษะ และสามารถ ปฏิบัติงานได้ตามข้อกําหนดของกฎอนามัยระหว่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถตรวจจับและปฏิบัติการ รับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหว่างประเทศตามกฎอนามัยระหว่างประเทศฉบับ ๒๕๔๘ เพื่อป้องกัน หรือสกัดกั้นโรคติดต่อระหว่างประเทศไม่ให้เข้ามาแพร่กระจายในราชอาณาจักรไทย

Page 56 of 304


2. เป้าหมายการลดโรค ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ทั่วประเทศ มีการพัฒนาตามแนวทางของกฎอนามัยระหว่างประเทศ พ.ศ.2548 3. สภาพปัญหา ประเทศไทยมีการพัฒนาด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ตามแนวทางของกฎอนามัยระหว่างประเทศ พ.ศ.2548 ไปแล้ว ๑๘ ด่าน แต่ด่านควบคุมโรคฯ มีจํานวนทั้งสิ้น ๖๔ ด่าน และอาจมีจํานวนเพิ่มขึ้นตามที่ประเทศได้ พัฒ นาตามข้อ ตกลงด้ า นเศรษฐกิ จต่ า งๆ ดั ง นั้น จึ ง มี ค วามจํ า เป็ น ที่จ ะต้ อ งดํ า เนิ น การพั ฒ นาด่ า นฯ ทั้ ง หมดให้ มี มาตรฐานตามที่องค์การอนามัยโลกกําหนด 4. เป้าหมายหลักในการดําเนินงานเมื่อสิ้นปี พ.ศ. 2559 ปี 2556 = ครึ่งหนึง่ ของด่านที่อยูใ่ น 18 IHR ports ผ่านเกณฑ์ประเมินฯ* ร้อยละ 80 ปี 2557 = ด่านทัง้ 18 IHR ports ผ่านเกณฑ์ประเมินฯ* ร้อยละ 80 = ด่านที่เหลือ (ที่ไม่ใช้ IHR ports) ผ่านเกณฑ์ประเมินฯ* ร้อยละ 50 ปี 2558 = ด่านทัง้ หมดผ่านเกณฑ์การประเมิน ร้อยละ 80 ปี 2559 = ด่านทัง้ หมดผ่านเกณฑ์การประเมิน ร้อยละ 80 เกณฑ์ประเมิน ฯ* กลุ่ม ตป.จะปรับจากเครื่องมือการประเมินช่องทางเข้าออกประเทศตามกฎอนามัยระหว่างประเทศ พ.ศ.2548

5. พื้นที่เป้าหมาย (จังหวัด /อําเภอ/ตําบล) : กลุ่มเป้าหมาย/ Setting เป้าหมาย - เจ้าพนักงานสาธารณสุขประจําด่านควบคุมโรคฯ ทุกแห่ง - เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของสํานักงานป้องกันควบคุมโรคเขตที่รับผิดชอบดูแลด่านควบคุมโรคฯ 6. มาตรการดําเนินงานที่ส่งผลต่อเป้าหมาย 1) สนับสนุน พัฒนา และผลักดันการดําเนินงานโรคติดต่อระหว่างประเทศ เพื่อให้เกิดการดําเนินการร่วมกันของ หน่วยงานภายในช่องทางทั้งภาวะปกติและภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศตามข้อกําหนดของกฎอนามัย ระหว่างประเทศ พ.ศ.๒๕๔๘ 2) พัฒนาระบบการติดตามและประเมินการดําเนินงานด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศและช่องทาง เข้า ออกประเทศตามบริบทของประเทศไทยโดยประยุกต์จากแนวทางขององค์การอนามัยโลก 3) พัฒนาความรู้ ทักษะ และสมรรถนะหลักในการปฏิบัติงานให้กับเจ้าพนักงานสาธารณสุขประจําด่าน ควบคุมโรคฯ และจัดทําเอกสารวิชาการ คู่มือการปฏิบัติงานของด่านควบคุมโรคฯ

• การพัฒนากระบวนการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทางระบาดวิทยา การสอบสวนโรค และการปฏิบัติตามกฎ อนามัยระหว่างประเทศ (IHR) (ระบาดวิทยา) 1. พัฒนางานด้านกฎอนามัยระหว่างประเทศ 2. พัฒนาภาคีเครือข่ายทางระบาดวิทยาในด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศ 3. พัฒนาระบบเฝ้าระวังเหตุการณ์การระบาด กระบวนการตรวจสอบข่าวการระบาด และการสอบสวนโรค และภัยสุขภาพ

Page 57 of 304


สรุปจุดเน้นการดําเนินงาน ปีงบประมาณ 2556 จุดเน้น : สํานักโรคติดต่อทั่วไป มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

กิจกรรม

พื้นที่เป้าหมาย

สํานัก

การพัฒนาสมรรถนะช่องทางเข้าออกระหว่างประเทศ ตามกฎอนามัยระหว่างประเทศ พ.ศ.2548 เป้าหมายการลดโรค : ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ทั่วประเทศ มีการพัฒนาตามแนวทางของกฎอนามัยระหว่างประเทศ พ.ศ.2548 1. พัฒนาสมรรถนะ ครึ่งหนึ่งของด่าน ย.1 1)คณะอนุกรรมการ 18 IHR ports ที่ 1) การประชุม 5 รายการ ดังนี้ - คณะอนุกรรมการยุทธศาสตร์ด้าน IHR Port ที่อยู่ใน หลักในการ ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนา อยู่ในความ การ พัฒนาช่องทางเข้าออกประเทศ ปฏิบัติงานของเจ้า ความรับผิดชอบ ช่องทางฯ รับผิดชอบของ พนักงานสาธารณสุข ผ่านเกณฑ์ 2) ผู้เชี่ยวชาญ/ ผู้ทรงคุณวุฒิ สํานักโรคติดต่อ - ผู้เชี่ยวชาญจัดทําหลักสูตรพัฒนาเจ้า ประจําด่านและ มาตรฐานร้อยละ จัดทํา National Port Health ทั่วไป และ สคร. พนักงานสาธารณสุขประจําด่าน ช่องทาง เข้าออก 80 Control Program และ 3, 6, 7, 9, 10, 11 ควบคุมโรค - ประชุมผู้เชี่ยวชาญเพื่อทบทวน ประเทศให้เป็นไป หลักสูตรพัฒนาบุคลากรด่านฯ และ 12 ระเบียบข้อบัง คับที่เกี่ยวกับการ ตามข้อกําหนดของ 3) ผู้ประสานงานด่านฯ และ ทํางานของด่านควบคุมโรค กฎอนามัยระหว่าง เจ้าหน้าที่ด่านประจําท่า - ประชุมคณะทํางานพัฒนาช่อง ประเทศ พ.ศ. 2548 อากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าเรือ ทางเข้าออกประเทศท่าอากาศยาน กรุงเทพ สคร. 3, 6, 7, 9, 10, สุวรรณภูมิและท่าเรือกรุงเทพฯ 11 และ 12 -ประชุมเจ้าหน้าที่ด่าน ทั่วประเทศ เพื่อชี้แจงการดําเนินงานพัฒนา ช่องทางฯตามIHR2005 เพื่อขยายให้ ครอบคลุมด่านทั่วประเทศ

Page 58 of 304

สคร

1) ประชุมคณะทํางานพัฒนาช่อง ทางเข้าออกประเทศและ จัดทํา MOU/ข้อตกลงกับหน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์

จํานวน MOU/ ข้อตกลงกับ หน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ ย.1

ย.1

กลุ่มเป้าหมาย

กิจกรรม

พื้นที่เป้าหมาย

สํานัก สคร ผู้ประสานงานด่านฯ และ 2) อบรมสมรรถนะหลักของ พื้นที่ส่วนกลาง 2) จัดอบรม 4 รายการดังนี้ เจ้าหน้าที่ด่านฯ สังกัดกรม และ สคร.3, 6, 7, - เจ้าหน้าที่ด่านฯ ใหม่/ฟื้นฟู เจ้าหน้าที่ ด่านฯ ในความรับผิดชอบ ควบคุมโรค ทั้งส่วนกลางและ 10, 11 และ 12 - การตรวจเรือและการออกเอกสาร ให้เป็นไปตาม IHR2005 ส่วนภูมิภาค รับรองการควบคุมสุขาภิบาลเรือ - การพัฒนาสมรรถนะ การ ปฏิบัติงานให้กับเจ้าหน้าที่ด่าน ควบคุมโรคท่าอากาศยานสุวรรณ ภูมิและเจ้าหน้าที่ช่องทางที่เกี่ยวข้อง - การอบรมหน่วยงานในช่อง ทางเข้าออกประเทศท่าเรือกรุงเทพ เรื่องสิ่งแวดล้อมปลอดภัย ผู้ประสานงานด่านฯ และ 18 IHR ports เจ้าหน้าที่ด่านประจําท่า อากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าเรือ กรุงเทพ สคร. 3, 6, 7, 9, 10, 11 และ 12 รวมถึงเจ้าหน้าที่ ช่องทางที่เกี่ยวข้อง

3) ซ้อมแผนฯ /ทบทวนแผน/การ ถอดบทเรียนฯ สุวรรณภูมิและ ท่าเรือกรุงเทพ

Page 59 of 304

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ จํานวนเจ้า พนักงาน สาธารณสุข ประจําด่าน ควบคุมโรคที่ ได้รับการพัฒนา สมรรถนะหลัก ตามข้อกําหนด ของกฎอนามัย ระหว่างประเทศ พ.ศ. 2548

ซ้อมแผนฯ /ทบทวนแผน/การถอด จํานวน บทเรียนฯ ด่านฯIHR เครือข่ายที่ร่วม ดําเนินการซ้อม แผนฯ / ทบทวนแผน/ การถอด บทเรียนฯ


มาตรการหลัก/ โครงการ 2. จัดทําและพัฒนา คู่มือ เอกสารวิชาการ ระบบฐานข้อมูล หลักสูตรการอบรม ในการเผยแพร่/ สนับสนุนการ ปฏิบัติงานของด่าน ควบคุมโรคติดต่อ ระหว่างประเทศ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ ย.2

กลุ่มเป้าหมาย

กิจกรรม

พื้นที่เป้าหมาย

สํานัก สคร เจ้าหน้าที่ด่านฯสํานัก ด่านที่อยู่ในความ 1) จัดทําคู่มือปฏิบัติงานประจําด่าน ด่านฯ ภายใต้ความรับผิดชอบของ โรคติดต่อทั่วไป และ สคร. 3, รับผิดชอบของ ตามแนวทางมาตรฐานการ สคร.จัดทําคู่มือปฏิบัติงานฯ 4, 5, 6, 7, 9, 10, 11 และ 12 สํานักโรคติดต่อ ดําเนินงานของด่านควบคุมโรค ทั่วไป และ สคร. ระหว่างประเทศ (ท่าอากาศยาน 3, 4, 5, 6, 7, 9, สุวรรณภูมิ และท่าเรือกรุงเทพ) 10, 11 และ 12 ส่วนกลาง

2) ประชุมคณะกรรมการและ คณะทํางานเวชศาสตร์การเดินทาง และท่องเที่ยวและจัดทําฐานข้อมูล เกี่ยวกับเวชศาสตร์การเดินทาง 3) การสํารวจหนูที่เป็นรังโรคและ อัตราการติดเชื้อโรคในหนู

Page 60 of 304

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ 1) สัดส่วนของ ผลิตภัณฑ์ที่ ดําเนินการตาม มาตรฐานสากล 2) สัดส่วนของ ผลิตภัณฑ์ ของ หน่วยงานที่ เข้าถึงเครือข่าย และองค์กรที่ เกี่ยวข้อง


มาตรการหลัก/ โครงการ 3. ติดตาม กํากับ และสนับสนุนการ ดําเนินงานตาม ข้อกําหนดของกฎ อนามัยระหว่าง ประเทศของด่าน ควบคุมโรคติดต่อ ระหว่างประเทศ

4. การสนับสนุนการ ดําเนินงานป้องกัน ควบคุมโรคติดต่อ ระหว่างประเทศ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ ย.5

ย.4

กลุ่มเป้าหมาย

กิจกรรม

พื้นที่เป้าหมาย

- ผู้เชี่ยวชาญจัดทําแนวทาง ส่วนกลาง มาตรฐาน - เจ้าหน้าที่สคร.ผู้รับผิดชอบ งานด่านฯ

สํานัก 1) ประชุม 2 รายการ ได้แก่ - ผู้เชี่ยวชาญจัดทําแนวทางมาตรฐาน การประเมินด่านฯ - ประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่องแนวทาง การประเมินด่านฯ

เจ้าหน้าที่สคร.ผู้รับผิดชอบ งานด่านฯ

61 ด่านทั่วประเทศ 2) ติดตามสนับสนุนการพัฒนาด่าน

คณะทํางานพัฒนาช่องทางฯ ทั้ง 18 ช่องทาง

ส่วนกลาง

3) การสัมมนาติดตามความก้าวหน้า การดําเนินงานพัฒนาช่องทางเข้าออก ประเทศตาม IHR 2005

ชาวไทยมุสลิมที่เดินทางไป แสวงบุญ ณ ประเทศ ซาอุดิอาระเบีย

ส่วนกลางและ สคร.12

1) กิจกรรมป้องกันและสร้างเสริม ภูมิคุ้มกันโรคติดต่อแก่ชาวไทยมุสลิมที่ เดินทางไปแสวงบุญ ณ ประเทศ ซาอุดิอาระเบีย 2) จัดพิมพ์และสนับสนุนเอกสาร รับรองการฉีดวัคซีน/แบบฟอร์มที่ใช้ ตามกฎหมาย/กฎระเบียบระหว่าง ประเทศ

ควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ

Page 61 of 304

สคร

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์

ครึ่งหนึ่งของ ด่านที่อยู่ใน 18 IHR ports ผ่านเกณฑ์ ประเมินฯ ติดตาม กํากับ ประเมินด่านฯ ในความ ร้อยละ 80 รับผิดชอบตามแนวทางที่กําหนด (59 ด่าน)

1) กิจกรรมป้องกันและสร้างเสริม ภูมิคุ้มกันโรคติดต่อ แก่ชาวไทยมุสลิมที่ เดินทางไปแสวงบุญ ณ ประเทศ ซาอุดิอาระเบีย สคร 12 สงขลา (ตอบ SDA 307)

จํานวน ประชาชน กลุ่มเป้าหมาย ได้รับบริการเฝ้า ระวังป้องกัน ควบคุมโรคที่ เป็นปัญหา


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

กิจกรรม

พื้นที่เป้าหมาย

สํานัก สคร การพัฒนากระบวนการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทางระบาดวิทยา การสอบสวนโรค และการปฏิบัติตามกฎอนามัยระหว่างประเทศ (IHR) (ระบาดวิทยา) การพัฒนา ย.4 ทีม SRRT สํานักระบาดวิทยา - นักระบาดวิทยา 1. การพัฒนาด้านกฎอนามัย 1. การพัฒนาด้านกฎอนามัย กระบวนการตอบโต้ สํานักวิชาการส่วนกลาง และ - สํานักวิชาการ ระหว่างประเทศ ระหว่างประเทศ - จัดอบรมเชิงปฏิบัติการการแจ้ง ภาวะฉุกเฉินทาง สคร. ที่ 1-12 จํานวน 80-100 ส่วนกลาง - พัฒนาศักยภาพของเจ้าหน้าที่ ระบาดวิทยา การ คน ข่าวการระบาดสําหรับด่านระหว่าง - สคร. ที่ 1-12 สํานักระบาดวิทยา สํานักฯ สอบสวนโรค และ ส่วนกลาง และ สคร. เกี่ยวกับ ประเทศ (โดยเน้นด่านต่างๆที่อยู่ใน การปฏิบัติตามกฎ มาตรฐาน IHR และเกณฑ์ที่ ระดับเขต ให้แก่ทีมระดับปฏิบัติงาน) อนามัยระหว่าง เกี่ยวข้อง (เช่น PHEIC) (สคร. ที่ 3, 4, 5, 6, 7, 9, 10, 11, ประเทศ (IHR) (ไตรมาสที่ 2-4 ) 12) (Option) - แพทย์ และนักวิชาการใน สํานักระบาดวิทยา, สํานัก วิชาการส่วนกลาง และ สคร.ที่ 1-12 จํานวน 15-20 คน

- สํานักระบาด วิทยา - สํานักวิชาการ ส่วนกลาง - พื้นที่เขตสคร.ทั้ง 12 แห่ง

2. พัฒนาระบบเฝ้าระวังเหตุการณ์ กระบวนการตรวจสอบข่าวการ ระบาด และประสานการสอบสวน โรคและภัยสุขภาพ 2.1. จัดทําหลักสูตรฝึกทักษะด้าน การเฝ้าระวังเหตุการณ์ การ ตรวจสอบข่าวการระบาด และ ประสานการสอบสวนโรค/ภัย

Page 62 of 304

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ SM4.1.1


07 โรคไข้เลือดออก 1. สถานการณ์ สถานการณ์ทั่วไป ; จากรายงาน 506 ของสํานักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ณ วันที่ 7 มิถุนายน 2555 มีผู้ป่วย โรคไข้เลือดออกสะสมรวม 12,494 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 19.56 ต่อแสนประชากร จํานวนผู้ป่วยลดลงจาก ปี 2554 ณ ช่วงเวลาเดียวกัน ร้อยละ 13.98 จํานวนผู้ป่วยตาย 8 ราย คิดเป็นอัตราป่วยตาย ร้อยละ 0.06 ระดับภาค อัตราป่วยสะสมในระดับภาค พบว่า ภาคใต้ มีอัตราป่วยสูงที่สุด 34.63 ต่อแสนประชากร จํานวน ผู้ป่วย 3,080 ราย รองลงมา คือ ภาคกลาง พบมีอัตราป่วย 25.80 ต่อแสนประชากร จํานวนผู้ป่วย 5,579 ราย ภาคเหนือ พบมีอัตราป่วย 12.73 ต่อแสนประชากร จํานวนผู้ป่วย 1,501 ราย และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบมีอัตรา ป่วย 10.82 ต่อแสนประชากร จํานวนผู้ป่วย 2,334 ราย ตามลําดับ 2. สภาพปัญหา 1. การเพิ่มขึ้นของชุมชนเมือง และแหล่งท่องเที่ยว 2. การเคลื่อนย้ายของประชากร 3. ขาดการมีส่วนร่วมในการจัดการแหล่งรังโรค 4. ระบบการใช้ข้อมูลในการพยากรณ์โรคยังไม่ครอบคลุม 5. ขาดนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ ในการป้องกันควบคุมโรค 6. ศูนย์บริการวิชาการทางด้านโรคติดต่อนําโดยแมลงยังไม่ครอบคลุมทุกเขต 7. หลังการเกิดอุทกภัยมีแหล่งรังโรคเพิ่มขึ้น 3. เป้าหมายการลดโรค 4 ปี (Impact) เมื่อสิ้นปี 2559 1. ลดอัตราป่วยโรคไข้เลือดออก ไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 ของค่ามัธยฐาน 5 ปีที่ผ่านมา 2. ลดอัตราป่วยตาย ไม่เกินร้อยละ 0.12 4. กลุ่มเป้าหมาย ประชากรในโรงเรืยน โรงแรม วัด ชุมชนแออัด 5. พื้นที่เป้าหมาย จํานวนทั้งหมด 77 จังหวัด พื้นที่เสี่ยงสูง : ระยอง สงขลา ราชบุรี สมุทรปราการ จันทบุรี กาญจนบุรี สมุทรสาคร พิจิตร กาฬสินธุ์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี อํานาจเจริญ นครพนม มุกดาหาร นครสวรรค์ อุทัยธานี กําแพงเพชร ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ พื้นที่เสีย่ งปานกลาง : ชุมพร กระบี่ พังงา ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี ชุมพร สงขลา ยะลา กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี อยุธยา อ่างทอง ลพบุรี ชัยนาท สระบุรี นครนายก ชลบุรี ตราด ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี สระแก้ว สุพรรณบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรขี ันธ์ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ มหาสารคาม ขอนแก่น หนองคาย ร้อยเอ็ด ชัยภูมิ หนองบัวลําภู พื้นที่เสีย่ งต่ํา : พิษณุโลก เพชรบูรณ์ แพร่ เชียงใหม่ ลําพูน ลําปาง พะเยา เชียงราย แม่ฮ่องสอน นครศรีธรรมราช ระนอง สตูล ตรัง พัทลุง ปัตตานี เลย สกลนคร ยโสธร อุดรธานี สิงห์บุรี น่าน Page 63 of 304


6. มาตรการทีจ่ ะดําเนินการในระยะ 4 ปี 1. ส่งเสริม สนับสนุนองค์ความรู้ และการใช้เทคโนโลยีการควบคุมโรคไข้เลือดออก 2. พัฒนาภาคีเครือข่ายเพื่อการเฝ้าระวัง ป้องกันควบคุมและตอบโต้ภาวการณ์ระบาดโรคไข้เลือดออกทั้งใน และนอกประเทศ 3. ส่งเสริมการบริหารจัดการ และพัฒนาบุคคลากรในการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุม ตอบโต้ ถ่ายทอด ความรู้ด้านโรคไข้เลือดออกให้มีมาตรฐานสากล 4. การเร่งรัดการดําเนินงานอําเภอเข้มแข็งอย่างยั่งยืนเพื่อป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออก 5. พัฒนากลไกระบบการติดตามประเมินผลที่มีประสิทธิภาพ 6. การควบคุมพาหะนําโรคโดยใช้กระบวนการจัดการพาหะนําโรคแบบผสมผสาน (IVM) 7. เร่งรัดการสื่อสารเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย

Page 64 of 304


สรุปจุดเน้นการดําเนินงาน ปีงบประมาณ 2556 จุดเน้น : โรคไข้เลือดออก เป้าหมายการลดโรค : 1. ลดอัตราป่วยโรคไข้เลือดออก ไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 ของค่ามัธยฐาน 5 ปีที่ผ่านมา 2. ลดอัตราป่วยตาย ไม่เกินร้อยละ 0.12 มาตรการหลัก/ โครงการ 1. โครงการพัฒนา อําเภอเข้มแข็ง ป้องกันควบคุมโรค ไข้เลือดออก

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

ย.1/ ย.2/ ย.5 อบต. อปท. อําเภอ สถาน 1. มีการ ขับเคลื่อนให้เกิด ประกอบการในแหล่งท่องเที่ยว ระบบเฝ้าระวัง ในอําเภอเสี่ยงสูงโรค ป้องกันควบคุม ไข้เลือดออก โรคในอําเภอ เป้าหมาย 190 อําเภอ 2. รายงานผล การขับเคลื่อนให้ เกิดระบบเฝ้า ระวังป้องกัน ควบคุมโรค อําเภอเป้าหมาย 1 ฉบับ

พื้นที่เป้าหมาย 190 อําเภอ สคร.1 = 13 อําเภอ สคร.2 = 6 อําเภอ สคร.3 = 34 อําเภอ สคร.4 = 26 อําเภอ สคร.5 = 19 อําเภอ สคร.6 = 30 อําเภอ สคร.7 = 16 อําเภอ สคร.8 = 14 อําเภอ สคร.9 = 12 อําเภอ สคร.10 = 11 อําเภอ สคร.11 = 6 อําเภอ สคร.12 = 3 อําเภอ

Page 65 of 304

กิจกรรม สํานัก

สคร

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์


มาตรการหลัก/ โครงการ 1.1 เครือข่ายระดับ ท้องถิ่น (อบต./ อปท.) ดําเนินการนํา การจัดการพาหะนํา โรคแบบผสมผสาน (IVM) ไปใช้ในการ ควบคุมยุงพาหะ

เป้าหมาย 3. ร้อยละ 70 อําเภอเป้าหมาย ได้รับการ ขับเคลื่อนให้ ดําเนินการเฝ้า ระวังป้องกัน ควบคุมโรค ไข้เลือดออก ปี 2556

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

ย.1/ ย.2 อบต. อปท.

พื้นที่เป้าหมาย

กิจกรรม

สํานัก 190 อําเภอ 1. ถ่ายทอดแนวทางการดําเนินงาน สคร.1 = 13 อําเภอ 2. สนับสนุนแนวทางการดําเนินงาน สคร.2 = 6 อําเภอ ให้กับท้องถิ่น สคร.3 = 34 อําเภอ 3. สนับสนุนวิทยากร สคร.4 = 26 อําเภอ 4. ติดตามประเมินผล สคร.5 = 19 อําเภอ สคร.6 = 30 อําเภอ สคร.7 = 16 อําเภอ สคร.8 = 14 อําเภอ สคร.9 = 12 อําเภอ สคร.10 = 11 อําเภอ สคร.11 = 6 อําเภอ สคร.12 = 3 อําเภอ

Page 66 of 304

สคร 1.ประชุมถ่ายทอดแนวทางการ จัดการพาหะนําโรคแบบผสมผสาน สู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 2.สนับสนุนแนวทางการดําเนินงาน ให้กับท้องถิ่น 3. สนับสนุนวิทยากร (สํานักฯ หรือ สคร.) 4. สคร. ประสาน กระตุ้นเครือข่าย ดําเนินการนําการจัดการพาหะนํา โรคแบบผสมผสาน (IVM) ไปใช้ใน การควบคุมยุงพาหะ 5. ติดตามประเมินผล

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ - ร้อยละ 60 ของ เครือข่าย เป้าหมายร่วมมือ ดําเนินการนํา IVM ไปใช้ในการ ควบคุมยุงพาหะ ปี 56 60% ,ปี 57 70%, ปี 58 80%, ปี 59 90%) - SM211 - รูปแบบ IVM นําไปประยุกต์ใช้ ได้ในระดับพื้นที่ จํานวน 1 รูปแบบ


มาตรการหลัก/ โครงการ 1.2 เครือข่ายระดับ ท้องถิ่น (อบต./ อปท.) นํา พรบ. สาธารณสุขมาใช้ลด แหล่งเพาะพันธุ์ พาหะนําโรค ไข้เลือดออก

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ ย.1

กลุ่มเป้าหมาย อบต. อปท.

พื้นที่เป้าหมาย

กิจกรรม

สํานัก 190 อําเภอ 1. ถ่ายทอดแนวทางการดําเนินงาน สคร.1 = 13 อําเภอ 2. สนับสนุนแนวทางออกข้อบัญญัติ สคร.2 = 6 อําเภอ และการนําไปบังคับใช้ให้กับท้องถิ่น สคร.3 = 34 อําเภอ 3. ติดตามประเมินผล สคร.4 = 26 อําเภอ สคร.5 = 19 อําเภอ สคร.6 = 30 อําเภอ สคร.7 = 16 อําเภอ สคร.8 = 14 อําเภอ สคร.9 = 12 อําเภอ สคร.10 = 11 อําเภอ สคร.11 = 6 อําเภอ สคร.12 = 3 อําเภอ

Page 67 of 304

สคร 1. สนับสนุนแนวทางออกข้อบัญญัติ และการนําไปบังคับใช้ให้กับท้องถิ่น 2. สคร. ประสานและสนับสนุนให้ อบต. ในพื้นที่มีการขยายการออก ข้อกําหนดการลดแหล่งเพาะพันธุ์ ยุงพาหะนําโรคไข้เลือดออกตาม พรบ. สาธารณสุข พ.ศ. 2535 ตาม แนวทางที่สํานักฯ นําร่องไว้ในปี 2553 – 2554 3. สคร. ติดตามและประเมินผล

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ - ร้อยละ 60 ของ เครือข่ายระดับ ท้องถิ่นนําพรบ. สาธารณสุขมาใช้ ลดแหล่ง เพาะพันธุ์พาหะนํา โรคไข้เลือดออก - รูปแบบการนํา พรบ. สาธารณสุข มาใช้ลดแหล่ง พาหนะนําโรค ไข้เลือดออก จํานวน 1 รูปแบบ


มาตรการหลัก/ โครงการ 1.3 เร่งรัดอําเภอ ดําเนินงานเฝ้าระวัง ป้องกันควบคุมโรค ไข้เลือดออก

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ ย.2

กลุ่มเป้าหมาย อําเภอ (สสอ. อปท. รพ.สต.)

พื้นที่เป้าหมาย 190 อําเภอ

กิจกรรม สํานัก 1. วิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงต่อโรค ไข้เลือดออก (ระดับอําเภอ) 2. ถ่ายทอดแนวทางการดําเนินงาน และระบบการจัดเก็บฐานข้อมูล ให้แก่ สคร. 3. กํากับ ติดตาม และประเมินผล ระหว่างดําเนินการ 4. สํานักฯ และ สคร. จัดทํา แนวทางในการขับเคลื่อนการ ดําเนินงานเฝ้าระวังป้องกันควบคุม โรคไข้เลือดออก ในระดับอําเภอ พร้อมสรุปบทเรียนรายงานผล ข้อเสนอแนะให้กรมควบคุมโรค รับทราบ

Page 68 of 304

สคร 1. ถ่ายทอดแนวทางการดําเนินงาน แก่จังหวัดและอําเภอ 2. ประเมินค่าดัชนีลูกน้ํายุงลาย โดย สคร. ศตม. และ นคม. 3. สคร. และ สสจ. บริหารจัดการ เร่งรัดการปฏิบัติงานเชิงรุก และ พฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดโรค 4. กํากับ ติดตาม และประเมินผล ระหว่างดําเนินการ 5. ร่วมกับสํานักฯ จัดทําแนวทางใน การขับเคลื่อนการดําเนินงานเฝ้า ระวังป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออก ในระดับอําเภอ พร้อมสรุปบทเรียน รายงานผล ข้อเสนอแนะให้กรม ควบคุมโรครับทราบ

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ - SM212, SM213 - ระดับ ความสําเร็จการ เฝ้าระวัง ป้องกันควบคุม โรคไข้เลือดออก - รายงานการ ประชุมฯ 1 ฉบับ - รายงานการ ประเมินค่าดัชนี ลูกน้ํายุงลายฯ 1 ฉบับ


มาตรการหลัก/ โครงการ 1.4 เครือข่าย ผู้ประกอบการใน แหล่งท่องเที่ยว ปลอดลูกน้ํายุงลาย

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

ย.1/ ย.2/ สถานประกอบการในแหล่ง ย.5 ท่องเที่ยว

พื้นที่เป้าหมาย

กิจกรรม

สํานัก 1. สํานักฯ ชี้แจงแนวทางในการลด 190 อําเภอ สคร.1 = 13 อําเภอ โรคไข้เลือดออกในแหล่งท่องเที่ยว สคร.2 = 6 อําเภอ (องค์ความรู้ ผลิตและสนับสนุนสื่อที่ สคร.3 = 34 อําเภอ ตรงกับกลุ่มเป้าหมายให้ สคร) สคร.4 = 26 อําเภอ 2. ติดตามประเมินผล สคร.5 = 19 อําเภอ สคร.6 = 30 อําเภอ สคร.7 = 16 อําเภอ สคร.8 = 14 อําเภอ สคร.9 = 12 อําเภอ สคร.10 = 11 อําเภอ สคร.11 = 6 อําเภอ สคร.12 = 3 อําเภอ

Page 69 of 304

สคร 1. สคร. คิดหาแนวทางการลดโรค ไข้เลือดออกในแหล่งท่องเที่ยวโดย ใช้เครื่องมือ องค์ความรู้ในการลด โรคตามความเหมาะสม 2. สคร. ประสาน หน่วยงาน สาธารณสุข อปท. อบต. แจ้งข่าว ประชาสัมพันธ์ผู้ประกอบการใน แหล่งท่องเที่ยว 3. สคร. ขับเคลื่อนให้มีการจัดทํา MOU กับผู้ประกอบการและกํากับ ดูแลให้ดําเนินการตามแนวทางที่ กําหนด 4. ติดตามประเมินผล

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ SM113


มาตรการหลัก/ โครงการ 1.5 การมีส่วนร่วม ของชุมชนแบบยั่งยืน (PAR)

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ ย.2

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

รพ.สต. อปท. แกนนําหมู่บ้าน 190 อําเภอ สคร.1 = 13 อําเภอ ผู้นําชุมชน สคร.2 = 6 อําเภอ สคร.3 = 34 อําเภอ สคร.4 = 26 อําเภอ สคร.5 = 19 อําเภอ สคร.6 = 30 อําเภอ สคร.7 = 16 อําเภอ สคร.8 = 14 อําเภอ สคร.9 = 12 อําเภอ สคร.10 = 11 อําเภอ สคร.11 = 6 อําเภอ สคร.12 = 3 อําเภอ

Page 70 of 304

กิจกรรม สํานัก

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์

สคร 1. รับการพัฒนาศักยภาพจากสํานักฯ - สคร. นําPAR 2. ประสานเครือข่าย รพ.สต. อปท ไปประยุกต์ใช้ แกนนําหมู่บ้าน ผู้นําชุมชน ฯลฯ ในการป้องกัน 3. ติดอาวุธทางปัญญา ให้ข้อมูล ควบคุมโรค ความรู้ ไข้เลือดออก 4. สนับสนุนช่วยเหลือเป็นวิทยากร จํานวนอย่าง พี่เลี้ยงให้แก่หน่วยงานเครือข่าย น้อย 1 แห่ง และชาวบ้านอย่างใกล้ชิด - SM212 5. แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับ หน่วยงานเครือข่ายและชาวบ้าน 6. ติดตามประเมินผล


มาตรการหลัก/ โครงการ 2. โครงการสร้าง ความตระหนักให้ ประชาชนมีส่วนร่วม ในการป้องกัน ควบคุมโรค ไข้เลือดออก

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

ย.1/ ย.2/ - ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงสูง ย.3 - กลุ่มประชาชนผู้ดูแลบ้าน - กระทรวง สธ. มท. ศธ. กรุงเทพมหานคร - สสจ. สสอ รพ.สต. อปท.

พื้นที่เป้าหมาย

กิจกรรม

สคร อําเภอที่เป็นพื้นที่ 1. จัดรณรงค์ 1. สื่อสารความเสี่ยงเพื่อสร้างความ เสี่ยงสูง - ในภาพของประเทศ Asian ตระหนักให้แก่ประชาชนมีส่วนร่วม Dengue Day (15 มิ.ย.) ในรูปแบบที่เหมาะสมตาม 2. ขับเคลื่อน 5 หน่วยงานหลักที่ลง กลุ่มเป้าหมาย ตามช่วงเวลาที่ นามใน MOU ให้ดําเนินงานตาม เหมาะสม แนวทางที่กําหนด 2. จัดรณรงค์ 3. จัดทํา Talking point และ Key - ในภาพของพื้นที่ โดย สคร. message ร่วมกับ สสจ. จัดรณรงค์ในพื้นที่ 4. พัฒนาสื่อต้นแบบให้ตรงกับ โดยพร้อมเพรียงกัน (15 มิ.ย.) กลุ่มเป้าหมายและประเด็นในการ 3. ประเมินผล สื่อสาร รวมทั้งต้นแบบสื่อ ASEAN 4. สรุปรายงานประเมินผล Dengue Day 5. ประชาสัมพันธ์ผ่าน Social Media และ Mass Media ให้ภาค ประชาชนมีส่วนร่วมในกิจกรรม 6. ประเมินผลเพื่อพัฒนารูปแบบ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของ กลุ่มเป้าหมาย

Page 71 of 304

สํานัก

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ - รายงานการ จัดรณรงค์ 13 แห่ง - หน่วยงาน หลักที่ลงนามใน MOU 5 แห่ง - รูปแบบการ ปรับเปลี่ยน พฤติกรรมฯ 1 รูปแบบ - SM311


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

กิจกรรม

พื้นที่เป้าหมาย

3. โครงการพัฒนา ศูนย์ข้อมูลข่าวกรอง พยากรณ์และเตือน ภัยโรคไข้เลือดออก

ย.2/ ย.4 สคร. ศตม.นคม. สํานักอนามัย สํานักโรคติดต่อนํา กรุงเทพฯ สสจ. สสอ รพ.สต. โดยแมลง

3.1 พัฒนาศูนย์ ข้อมูลข่าวกรอง ระบบการจัดการ ข้อมูล เพื่อการเฝ้า ระวัง ป้องกันควบคุม โรคติดต่อนําโดย แมลง สําหรับ วิเคราะห์ความเสี่ยง ต่อการเกิดโรค ไข้เลือดออก

ย.2/ ย.4

สํานัก

จัดทําฐานข้อมูล/ ทบทวนปัจจัยที่ เกี่ยวข้อง/ วิเคราะห์ระดับความ เสี่ยงการเกิดโรคไข้เลือดออก (Risk matrix)/ รายงานผลการวิเคราะห์ฯ ให้พื้นที่เป้าหมายและนําไปกําหนด วิธีการแก้ไขปัญหา

Page 72 of 304

สคร

สคร. ดําเนินการตามความพร้อม และรูปแบบที่เหมาะสมตามบริบท ของ สคร. หรือภายใต้รูปแบบของ สํานักระบาดเป็นเจ้าภาพ

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์

- รายงานการ วิเคราะห์ สถานการณ์ และ/ หรือ ข่าวกรอง โรคติดต่อนําโดย แมลงจํานวน 1 เรื่อง (โรค ไข้เลือดออก)


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

3.2 พัฒนาระบบ พยากรณ์และเตือน ภัยโรคไข้เลือดออก ในระดับพื้นที่เสี่ยง

ย.5

4. โครงการพัฒนา กลไกและขั้นตอน การเตรียมความ พร้อมตอบโต้ภาวะ ฉุกเฉินโรคติดต่อนํา โดยแมลง 4.1 พัฒนากลไกเพื่อ ตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน

ย.4

กลุ่มเป้าหมาย

สคร. ศตม. นคม.

พื้นที่เป้าหมาย

กิจกรรม สํานัก ทบทวนข้อมูลที่เกี่ยวข้อง/ จัดทํา กรอบแนวทางการดําเนินงาน/ ประชุมผู้เชี่ยวชาญ/ ติดตาม กํากับ ประเมินผลการใช้ประโยชน์ข้อมูล/ เผยแพร่ผลการพยากรณ์จัดทํา รายงานและเผยแพร่สถานการณ์โรค ข่าวกรองและการพยากรณ์โรค ระดับภาคและระดับประเทศ

พื้นที่เสี่ยงภัย คุกคาม และพื้นที่ ประสบภัย

สคร

SM511

ให้ดําเนินการโดยบูรณาการกับงาน PHER

1. ประชุมทบทวนปรับปรุง คณะทํางาน 2. ซ้อมแผน 3. ถอดบทเรียน 4. นําเสนอข้อมูลการเตือนภัยผ่าน ช่องทางต่าง ๆ

Page 73 of 304

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์

1. ประชุมทบทวนปรับปรุง คณะทํางาน 2. ซ้อมแผน 3. ถอดบทเรียน 4. นําเสนอข้อมูลการเตือนภัยผ่าน ช่องทางต่าง ๆ

- SM411 - SM412


มาตรการหลัก/ โครงการ 4.2 เตรียมความ พร้อมตอบโต้ภาวะ ฉุกเฉิน

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

กิจกรรม สํานัก 1. พัฒนาบุคลากรในการตอบโต้ ภาวะฉุกเฉิน (ทีม SRRT) 2. จัดทําแผนปฏิบัติการตอบโต้ ภาวะฉุกเฉินประจําปี 3. จัดทําแผนประคองกิจการ 4. จัดทําคู่มือ /แนวทาง 5. สนับสนุนวัสดุ อุปกรณ์

สคร 1. พัฒนาบุคลากรในการตอบโต้ ภาวะฉุกเฉิน (ทีม SRRT) 2. จัดทําแผนปฏิบัติการตอบโต้ ภาวะฉุกเฉินประจําปี 3. จัดทําแผนประคองกิจการ 4. จัดทําคู่มือ /แนวทาง 5. สนับสนุนวัสดุ อุปกรณ์

4.3 สอบสวนโรค

1. ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการสอบสวน 1. ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการสอบสวน โรค ทั้งผู้ป่วย ตัวเชื้อโรค กีฏวิทยา โรค ทั้งผู้ป่วย ตัวเชื้อโรค กีฏวิทยา สิ่งแวดล้อม สัตว์รังโรค สิ่งแวดล้อม สัตว์รังโรค

4.4 ปฏิบัติการตอบ โต้ภาวะฉุกเฉินและ สร้างภาพลักษณ์

1. ปฏิบัติงานภาคสนามตอบโต้ตาม 1. ปฏิบัตงิ านภาคสนามตอบโต้ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยร่วมกับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยร่วมกับ เครือข่ายในพื้นที่ เครือข่ายในพื้นที่

Page 74 of 304

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

5. โครงการพัฒนา องค์ความรู้/ เทคโนโลยีที่ทันสมัย ในการเฝ้าระวัง ป้องกันควบคุมโรค ไข้เลือดออกโดย

ย.2

- โรงแรม นักวิชาการสาธารณสุขชาว ไทยและชาวต่างชาติ 600 คน ต่างจังหวัด - อาจารย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, มหาวิทยาลัยมหิดล, มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ - นักวิชาการกระทรวง ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฯลฯ

6. โครงการพัฒนา ศูนย์ความเป็นเลิศ ทางวิชาการ โรคติดต่อนําโดย

ย.2

เจ้าหน้าที่สคร. และศตม.

กิจกรรม สํานัก 1. จัดประชุมวิชาการโรค ไข้เลือดออก นานาชาติ ครั้งที่ 3 2. ศึกษา ค้นคว้า วิจัย 3. ทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง 4. รวบรวมองค์ความรู้ นวัตกรรม ใหม่ๆ มาจัดทํานโยบาย มาตรฐาน แนวทาง ฯลฯ - การพัฒนาองค์ความรู้เพื่อศึกษา ผลกระทบและการปรับตัวด้าน สุขภาพอันเนื่องจากการ เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของ ประเทศไทย

สคร. 1-12 = 12 แห่ง ศตม. 39 แห่ง

Page 75 of 304

สคร สคร. ดําเนินการตามความพร้อม และรูปแบบที่เหมาะสมตามบริบท ของ สคร. (ศึกษา ค้นคว้า วิจัย ทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง รวบรวมองค์ความรู้ นวัตกรรมใหม่ๆ มาจัดทํานโยบาย มาตรฐาน แนวทาง ฯลฯ)

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ - SM211 - รายงานผล การประชุม ไข้เลือดออก นานาชาติ ครั้งที่ 3 จํานวน 1 เรื่อง - รายงาน สรุปผลการ รวบรวมองค์ ความรู้ จํานวน 1 เรื่อง SM211


มาตรการหลัก/ โครงการ 6.1 ศูนย์วิชาการ 6.1.1. ถ่ายทอดองค์ ความรู้ในด้านพาหะ นําโรคและวิธีการ ควบคุม 6.1.2. ฟื้นฟูการ อบรมด้านแมลง

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

กิจกรรม สํานัก - ประชุมราชการคณะทํางาน พัฒนางานป้องกันควบคุมโรคสู่ ความเป็นเลิศทางวิชาการด้าน โรคติดต่อนําโดยแมลง - จัดทําหลักสูตรพัฒนาศักยภาพ บุคลากรด้านแมลงพาหะนําโรคและ การควบคุมสําหรับสคร. สํานักฯจัดทําหลักสูตรและถ่ายทอด ให้ สคร. - จัดทําหลักสูตรพัฒนาศักยภาพ บุคลากรด้านพาหะนําโรค การ ควบคุมแมลงนําโรค และเทคโนโลยี การควบคุมสําหรับ สคร. - พัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับการ ควบคุมยุงลายและยุงรําคาญโดย การพ่นสารเคมี (เพาะเลี้ยงยุงเพื่อ การทดสอบ/ เก็บตัวอย่างยุง ภาคสนาม ฯลฯ)

Page 76 of 304

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์

สคร - ร่วมจัดทําหลักสูตรพัฒนา - ร่างคู่มือการ ศักยภาพบุคลากรด้านแมลงพาหะ ปฏิบัติงาน นําโรคและการควบคุมสําหรับสคร. โรคติดต่อนํา - ถ่ายทอดต่อให้ สสจ. และ อปท. โดยแมลง สําหรับ เจ้าหน้าที่ ปฏิบัติงานกีฏ วิทยาของ สคร. จํานวน 1 ฉบับ - รายงานผล การเฝ้าระวัง ความต้านทาน สารเคมีกําจัด แมลง - จํานวน หลักสูตร 2 หลักสูตร


มาตรการหลัก/ โครงการ 6.1.3. การเฝ้าระวัง ด้านพาหะนําโรค

6.1.4. การ ประเมินผลทาง กีฏ วิทยา

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

กิจกรรม สํานัก - จัดทําคู่มือการปฏิบัติงาน โรคติดต่อนําโดยแมลง สําหรับ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานกีฎวิทยา ของสคร. - เฝ้าระวังความต้านทานสารเคมี กําจัดแมลงของยุงพาหะนําโรค สํานักฯเก็บตัวอย่างยุง 5 พื้นที่/ เลี้ยงสัตว์ทดลอง/ จัดหาวัสดุวิทย์/ บริหารจัดการ - จัดทําและทดสอบ Standard checklist

Page 77 of 304

สคร - สํารวจเฝ้าระวังพาหะนําโรค - เฝ้าระวังความต้านทานสารเคมี กําจัดแมลงของยุงพาหะนําโรค สคร. เก็บตัวอย่างทดสอบ และวัสดุ ห้องเลี้ยงแมลง

- การประเมินประสิทธิภาพของ ผลิตภัณฑ์กําจัดลูกน้ําในพื้นที่ (Bio-assay test, สุ่มตรวจ วิเคราะห์ทางห้อง LAB ฯลฯ) - การประเมินมาตรฐานการพ่น สารเคมีกําจัดแมลง (ในพื้นที่) (Bio-assay test, ทดสอบคนพ่น ฯลฯ) - ประเมินผลการดําเนินงาน

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

6.1.5. ศึกษาวิชาการ ด้านกีฏวิทยาและการ ควบคุมแมลงนําโรค 6.2 ศูนย์เครื่องพ่น 6.2.1. เป็นศูนย์ ปฏิบัติการอ้าง ถ่ายทอดองค์ความรู้ ด้านการใช้สารเคมี และเครื่องพ่นเคมี กําจัดแมลง

6.2.2. ศึกษา จํานวน ...... เรื่อง วิเคราะห์ วิจัยและ พัฒนาองค์ความรู้ ด้านการควบคุมแมลง นําโรคโดยการใช้ สารเคมี

สคร., ศตม.

สคร. 1-12

กิจกรรม สํานัก - ประชุมทํา Road Map งาน ศึกษาวิจัยด้านพาหะนําโรคและการ ควบคุม - จัดทําคู่มือการใช้สารเคมี เครื่อง พ่นเคมี และการบํารุงรักษาในงาน ควบคุมโรคติดต่อนําโดยแมลง - จัดทําคู่มือ เทคนิคการซ่อม เครื่องพ่นในงานสาธารณสุข

- จัดทํา Standard Protocol - อบรมสถิติการวิจัย การวิเคราะห์ ข้อมูลโดยโปรแกรมต่างๆ

Page 78 of 304

สคร

- เตรียมความพร้อมเป็นศูนย์ ตรวจสอบมาตรฐานและถ่ายทอด ความรู้ให้หน่วยงานเครือข่าย เรื่อง การใช้สารเคมี เครื่องพ่น และการ ดูแลรักษา - ประเมินคุณภาพ การใช้เครื่อง พ่นและสารเคมี การดูแลรักษา

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์

ศูนย์ปฏิบัติการ อ้างอิง ถ่ายทอด องค์ความรู้ด้าน การใช้สารเคมีและ เครื่องพ่นเคมี กําจัดแมลงที่ได้ มาตรฐานใน ส่วนกลางและ ภูมิภาค จํานวน 13 ศูนย์ ภายใน ระยะเวลา 4 ปี


มาตรการหลัก/ โครงการ 6.3 ศูนย์อ้างอิงทาง ห้องปฏิบัติการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย สคร.

กิจกรรม

พื้นที่เป้าหมาย

สํานัก

สคร สคร. 3, สคร. 7, - การสร้างและพัฒนาศูนย์เลิศของ - การสร้างและพัฒนาศูนย์เลิศของ สคร. 10 , สคร. 11 ส่วนกลางและสคร 3, 7, 10, 11 ปีที่ 4 ส่วนกลางและ สคร 3, 7, 10, 11 ปี เพื่อรับการตรวจประเมินคุณภาพของ ที่ 4 เพื่อรับการตรวจประเมิน ห้อง LAB PCR ให้ได้ตาม คุณภาพของห้อง LAB PCR ให้ได้ มาตรฐานสากล ( Road Map 5 ปี) ตามมาตรฐานสากล ( Road Map 5 - การให้บริการทดสอบชุดน้ํายา ปี) ตรวจหาไข้เลือดออก อย่างรวดเร็ว - จัดทําคู่มือการควบคุมคุณภาพ ภายในห้องปฏิบัติการ (Internal Quality Control) - การสนับสนุนงานเฝ้าระวัง โรคติดต่อนําโดยแมลง โดยวิธี PCR ทั้งส่วนกลางและภูมิภาค(รับตรวจ ตัวอย่างโรค/ พัฒนาวิธีการวิเคราะห์ ตัวอย่างส่งตรวจ) - การควบคุมคุณภาพทาง ห้องปฏิบัติการโรคติดต่อนําโดยแมลง ด้วยการตรวจสอบซ้ํา(Re – checking) และการประกันคุณภาพโดย มาตรฐานสากล ISO/IEC 15189:2007

Page 79 of 304

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ - ศูนย์ความเป็น เลิศฯ ทางด้าน งานควบคุม คุณภาพและ ตรวจยืนยันผล การชันสูตรฯ ใน ระดับที่ 4 ปีที่ 4 จํานวน 1 แห่ง - ศูนย์ความเป็น เลิศฯ พื้นที่ เป้าหมาย ทางด้านงาน ควบคุมคุณภาพ และตรวจยืนยัน ผลการชันสูตรฯ ระดับ 3 ปีที่ 4 จํานวน 4 แห่ง


มาตรการหลัก/ โครงการ 6.4 พัฒนาบทบาท ภารกิจของศตม.

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย ศตม.

พื้นที่เป้าหมาย ศตม. 39 แห่ง ภายใต้ (สคร. 1-12)

Page 80 of 304

กิจกรรม สํานัก

สคร - ปฏิบัติภารกิจพื้นฐาน ด้านการ ติดตามงานและร่วมประชุม - ปฏิบัติงานห้องเลี้ยงแมลง และ ทดสอบสารเคมี - ปฏิบัติภารกิจเฝ้าระวังทางกีฏ วิทยา - ปฏิบัติภารกิจทดสอบเครื่องพ่น - ปฏิบัติภารกิจมาตรฐานวินิจฉัย มาลาเรีย - ปฏิบัติภารกิจอบรม ถ่ายทอด ความรู้และสื่อสารประชาสัมพันธ์ - ปฏิบัติภารกิจตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน โรคติดต่อนําโดยแมลง

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์


Po 55เอกสารแนบ 1 จุดเน้นโรคไข้เลือดออก

มาตรการ

กิจกรรมย่อย สํานักโรคติดต่อนําโดยแมลง

สํานักงานป้องกันควบคุมโรค

1. โครงการอําเภอเข้มแข็งป้องกันควบคุม โรคไข้เลือดออก 1.1 เครือข่ายระดับท้องถิ่น (อบต./ อปท.) 1. สร้างความร่วมมือเชิงนโยบายกับหน่วยงานที่เกีย่ วข้องใน ดําเนินการนําการจัดการพาหะนําโรคแบบ ส่วนกลาง เช่น หน่วยงานสาธารณสุข มหาดไทย กระทรวงศึกษา ผสมผสาน (IVM) ไปใช้ในการควบคุมยุงพาหะ กระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตร เป็นต้น 2. กําหนดแนวทางร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและขอความ ร่วมมือให้ดําเนินการ IVM 3. ดําเนินการตาม MOU หากมีให้สามารถเป็นไปได้อย่างเป็น รูปธรรม และแสวงหาการทํา MOU กับหน่วยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพิ่มเติม 4. สนับสนุนวิทยากร 5. ติดตามประเมินผล

Page 81 of 304

1. สนับสนุนแนวทางการดําเนินงานให้กับท้องถิ่น 2. สนับสนุนวิทยากร 3. สร้างความร่วมมือกับเครือข่ายในพื้นที่ให้ดําเนินงาน IVM และ นําแนวทางการดําเนินงานลงสูห่ น่วยงานระดับล่างของแต่ละ สคร. 4. สคร. และ ศตม. ผลักดัน IVM สู่การปฏิบัติให้เป็นโครงการระดับ ตําบล โดยมี อบต./ อปท. รพสต. โรงเรียน ฯลฯ เป็นเจ้าภาพ ดําเนินงาน ซึง่ สคร. และ ศตม. ทําหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงและผู้ ประสานงานระดับพื้นที่ 5. กําหนดแนวทางร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังกล่าวในข้อ 3 และขอความร่วมมือให้ดําเนินการ IVM 6. ผลักดันการทํา MOU ที่เป็นผลแล้วให้สามารถดําเนินการได้ อย่างเป็นรูปธรรมหากมี และแสวงหาการทํา MOU กับหน่วยอื่น ๆ ที่เกีย่ วข้องเพิ่มเติม


Po 55เอกสารแนบ 1 จุดเน้นโรคไข้เลือดออก

กิจกรรมย่อย สํานักโรคติดต่อนําโดยแมลง 1.2 เครือข่ายระดับท้องถิ่น (อบต./ อปท.) นํา 1. สํานักฯ ส่งเสริม สคร.ดําเนินการให้ทอ้ งถิ่นออกข้อกําหนดการ พรบ.สาธารณสุขมาใช้ลดแหล่งเพาะพันธุ์ ลดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงพาหะนําโรคไข้เลือดออกตาม พรบ. พาหะนําโรคไข้เลือดออก สาธารณสุข พ.ศ. 2535 (แนวทางออกข้อบัญญัติและการนําไป บังคับใช้) มาตรการ

1.3 เร่งรัดอําเภอดําเนินงานเฝ้าระวังป้องกัน ควบคุมโรคไข้เลือดออก (190 อําเภอ อําเภอ ละ 19,960 บาท)

1. สนับสนุนแนวทางหลักการวิเคราะห์พื้นทีเ่ สี่ยง (Risk Assessment) และระบบการจัดเก็บฐานข้อมูลเฝ้าระวังดัชนีลกู น้ํา ยุงลาย 2. กํากับ ติดตาม ประเมินผล 3. จัดทําแนวทางในการขับเคลื่อนการดําเนินงานเฝ้าระวังป้องกัน ควบคุมโรคไข้เลือดออก ในระดับอําเภอ พร้อมสรุปบทเรียน รายงานผล ข้อเสนอแนะให้กรมควบคุมโรครับทราบ

Page 82 of 304

สํานักงานป้องกันควบคุมโรค 1.จัดทําโครงการและของบประมาณในส่วนของ สคร. (ตามความ พร้อมและปัญหาโรคไข้เลือดออกของสคร.) 2. สคร.ประสานและสนับสนุนให้ อบต. ในพื้นที่มีการขยายการออก ข้อกําหนดการลดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงพาหะนําโรคไข้เลือดออกตาม พรบ. สาธารณสุข พ.ศ. 2535 ตามแนวทางที่สาํ นักฯ นําร่องไว้ในปี 2553 – 2554 1. สุ่มสํารวจลูกน้ําและประเมินสถานการณ์ในพื้นที่ ดังนี้ - พิจารณากลุ่มเป้าหมายอําเภอในจังหวัดเสี่ยงทีเ่ ป็นพื้นที่ ดําเนินการของ สคร. (สคร.เป็นผู้พิจารณาเลือกเอง) - เน้นพื้นที่ดําเนิน 3 ร คือ โรงเรือน (ชุมชน) โรงพยาบาล และ โรงเรียน - สํารวจลูกน้ํายุงลายเพื่อประเมินค่า CI, HI (ดําเนินการโดย ศตม.) - ระยะเวลาดําเนินการ 3 รอบ - สคร. และสสจ.มีหน้าที่บริหารจัดการเร่งรัดการปฏิบัติงานเชิงรุก - จัดทํารายงานผลการประเมินค่าดัชนีลูกน้ํายุงลายส่งสํานักฯ ตาม เวลาที่กําหนด 2. สํานักงานป้องกันควบคุมโรค รายงานผลและการแปรผลการ ประเมิน ส่งผลการรายงาน ไปที่ - ระดับอําเภอ : รพสต. อบต. สสอ. - ระดับจังหวัด : สสจ. ผู้ว่าราชการจังหวัด


Po 55เอกสารแนบ 1 จุดเน้นโรคไข้เลือดออก

มาตรการ

กิจกรรมย่อย สํานักโรคติดต่อนําโดยแมลง

สํานักงานป้องกันควบคุมโรค - ส่วนกลาง : สํานักโรคติดต่อนําโดยแมลง 3. ผลักดันกลไกการควบคุมโรคในระดับอําเภอ 4. ติดตามการดําเนินงานในพื้นที่เสี่ยงตามเหตุการณ์ต่างๆ เช่น การ ทํา Big cleaning day การทําประชาคม 5. ส่งรายงานผลให้สํานักฯ 6. สรุปผลการดําเนินงานในภาพของ สคร. 1.4 เครือข่ายผูป้ ระกอบการในแหล่งท่องเทีย่ ว 1. สํานักฯ ชี้แจงแนวทางในการลดโรคไข้เลือดออกในแหล่ง 1. สคร. คิดหาแนวทางการลดโรคไข้เลือดออกในแหล่งท่องเที่ยว ปลอดลูกน้ํายุงลาย ท่องเที่ยว (องค์ความรู้ ผลิตและสนับสนุนสื่อที่ตรงกับ โดยใช้เครือ่ งมือ องค์ความรูใ้ นการลดโรคตามความเหมาะสม กลุ่มเป้าหมายให้ สคร ) 2. สคร. ประสาน หน่วยงานสาธารณสุข อปท. อบต. แจ้งข่าว 2. ติดตามประเมินผล ประชาสัมพันธ์ผู้ประกอบการในแหล่งท่องเทีย่ ว 3. สคร. ขับเคลือ่ นให้มกี ารจัดทํา MOU กับผู้ประกอบการและ กํากับดูแลให้ดําเนินการตามแนวทางที่กําหนด 4. ติดตามประเมินผล 1.5 การมีส่วนร่วมของชุมชนแบบยั่งยืน (PAR) 1. จัดประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ในเรื่องจิต 1. รับการพัฒนาศักยภาพจากสํานักฯ ปัญญา งานวิจยั PAR 2. ประสานเครือข่าย รพ.สต. อปท แกนนําหมู่บ้าน ผู้นําชุมชน 2. ประสานงานให้ความร่วมมือในการดําเนินงานป้องกันควบคุมโรค ฯลฯ กับเครือข่าย และหน่วยงานทีเ่ กี่ยวข้อง 3. ติดอาวุธทางปัญญา ให้ข้อมูลความรู้ 3. อํานวยความสะดวกและสนับสนุนในด้านบริหารและวิชาการที่ 3. สนับสนุนช่วยเหลือเป็นวิทยากร พีเ่ ลี้ยงให้แก่หน่วยงานเครือข่าย เกี่ยวข้องกับ การสื่อสารสาธารณะโดยเป็นที่ปรึกษาและเป็น และชาวบ้านอย่างใกล้ชิด วิทยากร 4. แลกเปลี่ยนเรียนรูร้ ่วมกับหน่วยงานเครือข่ายและชาวบ้าน

Page 83 of 304


Po 55เอกสารแนบ 1 จุดเน้นโรคไข้เลือดออก

กิจกรรมย่อย สํานักโรคติดต่อนําโดยแมลง 4. นิเทศ ติดตาม ควบคุมกํากับให้การสื่อสารสาธารณะดําเนินไป ด้วยความเรียบร้อย และร่วมรณรงค์ โรคไข้เลือดออก มาลาเรีย และโรคเท้าช้าง 2. โครงการสร้างความตระหนักให้ประชาชน 1. ระยะเตรียมงาน เวลาดําเนินการเดือนพฤศจิกายน- มกราคม มีส่วนร่วมในการป้องกัน ควบคุมโรค 2556 ไข้เลือดออก - ประสานขอความร่วมมือกับสํานักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1-12 และสํานักงานสาธารณสุขจังหวัด ให้ร่วมจัดรณรงค์วันไข้เลือดออก อาเซียน (ASEAN Dengue Day) - ประสานขอความร่วมมือเครือข่ายต่างกระทรวงทีท่ ํา MOU ว่า ด้วยการป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออก ดําเนินงานตามกิจกรรมที่มีมติร่วมกัน 2. ระยะประชาสัมพันธ์ เวลาดําเนินการเดือนกุมภาพันธ์- 14 มิถุนายน 2556 - เผยแพร่ข่าวสารผ่านสื่อมวลชนผ่านช่องทางต่างๆ - ผลักดันการสร้างแรงจูงใจในการดูแลสิ่งแวดล้อมไม่ให้เป็นแหล่ง เพาะพันธุ์ยงุ ลาย ให้กับเครือข่ายสํานักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 112 ไปดําเนินการกับภาคประชาชน - ประเมินผลการประกวดตัวแทนภูมิภาคเพื่อตัดสินในส่วนกลาง - ประเมินแบบสื่อเพื่อพัฒนาเนื้อหาสําหรับการสื่อสารทีต่ รงกับ กลุ่มเป้าหมาย มาตรการ

Page 84 of 304

สํานักงานป้องกันควบคุมโรค 5. ติดตามประเมินผล (สคร. พิจารณาดําเนินการในพืน้ ที่นําร่อง อย่างน้อย 1 แห่งๆ ละ 30,000 บาท) 1. ประสานงานจัดรณรงค์ 2. สคร. ร่วมกับ สสจ.จัดรณรงค์ในพื้นที่ 3. ประเมินผลการรณรงค์ 4. พัฒนาการสือ่ สารโดยวิเคราะห์ผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วน เสีย เพื่อให้ได้ Talking point วิธีการป้องกัน Key message และ ช่องทางในการสื่อสาร (ให้ สคร. ของบประมาณตามบริบทของ พื้นที่)


Po 55เอกสารแนบ 1 จุดเน้นโรคไข้เลือดออก

มาตรการ

กิจกรรมย่อย สํานักโรคติดต่อนําโดยแมลง สํานักงานป้องกันควบคุมโรค - ผลิตโปสเตอร์และสื่อส่งพิมพ์อื่นๆ เพื่อประชาสัมพันธ์ และ สนับสนุนเครือข่ายในส่วนภูมภิ าค - ประสานขอความร่วมมือสํานักงานเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ เผยแพร่การจัดงานรณรงค์ ASEAN Dengue Day ผ่านเครือข่าย สื่อมวลชน 3. ระยะจัดงาน 3.1 เวลาดําเนินการวันไข้เลือดออกอาเซียน (ASEAN Dengue Day) วันที่ 15 มิถุนายน 2556 - จัดจ้าง Organizer เพื่อดําเนินการตามข้อกําหนดคุณลักษณะ ของคณะกรรมการ 3.2 พื้นที่นิทรรศการ - จัดบอร์ดนิทรรศการให้ความรู้เรือ่ ง โรค และการป้องกันควบคุม โรค มีเจ้าหน้าทีป่ ระจํา - แสดงผลงานของหน่วยงาน/องค์กรที่มีนวัตกรรมเด่นหรือความ เข้มแข็งของชุมชนในการป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออกที่ได้ผล 3.3 พื้นที่จัดกิจกรรม - เป็นพื้นทีท่ ี่ใช้ในการจัดกิจกรรมสําหรับผู้เข้าชมนิทรรศการฯ ที่ สนใจเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ทีจ่ ัดเตรียม ได้แก่ตอบคําถาม เล่นเกมส์ ชิงรางวัล มีเจ้าหน้าที่ประจําตลอด ช่วงเวลาการจัดกิจกรรม

Page 85 of 304


Po 55เอกสารแนบ 1 จุดเน้นโรคไข้เลือดออก

มาตรการ

3. โครงการพัฒนาศูนย์ข้อมูลข่าวกรองเพือ่ การพยากรณ์และเตือนภัยโรคไข้เลือดออก 3.1 พัฒนาศูนย์ข้อมูลข่าวกรอง ระบบการ จัดการข้อมูล เพื่อการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคติดต่อนําโดยแมลง สําหรับ วิเคราะห์ความเสี่ยงต่อการเกิดโรค ไข้เลือดออก

กิจกรรมย่อย สํานักโรคติดต่อนําโดยแมลง 3.4 การทําข่าว/การสื่อสารความเสี่ยง - จัดทําข่าวประชาสัมพันธ์ล่วงหน้าก่อนการดําเนินงานในวันที่ 15 มิถุนายน 2556 - จัดทําข่าวในวันจัดกิจกรรม ASEAN Dengue Day ในวันที่ 15 มิถุนายน 2556 ณ สถานที่จดั งาน - เผยแพร่ข่าวสารกิจกรรมความร่วมมือเครือข่าย ตามบันทึก ข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) 4. ระยะหลังจัดงาน 4.1 ประเมินผลความรู้และการเปลี่ยนพฤติกรรมที่เปลี่ยนจากการ รับรูข้ ้อความสื่อสารและการรณรงค์ 4.2 สรุปการประเมินผล

สํานักงานป้องกันควบคุมโรค

1. จัดทําฐานข้อมูล 2. ทบทวนปัจจัยที่เกี่ยวข้อง 3. วิเคราะห์ระดับความเสี่ยงการเกิดโรคไข้เลือดออก (Risk matrix) 4. รายงานผลการวิเคราะห์ฯ ให้พื้นที่เป้าหมายและนําไปกําหนด วิธีการแก้ไขปัญหา เพื่อเฝ้าระวังและเตือยภัย 5. ติดตามและประเมินผลการใช้ประโยชน์ขอ้ มูลของเครือข่าย

Page 86 of 304


Po 55เอกสารแนบ 1 จุดเน้นโรคไข้เลือดออก

มาตรการ 3.2 พัฒนาระบบพยากรณ์และเตือนภัยโรค ไข้เลือดออกในระดับพื้นทีเ่ สี่ยง

4. โครงการพัฒนากลไกและขั้นตอนการ เตรียมความพร้อมตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน โรคติดต่อนําโดยแมลง

กิจกรรมย่อย สํานักโรคติดต่อนําโดยแมลง 1. การประชุมคณะทํางาน เพื่อกําหนดแนวทางการจัดทําฐานข้อมูล และการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อการจัดทํารายงานสถานการณ์และข่าว กรองโรค 2. การพัฒนาศูนย์ข้อมูลข่าวกรอง ระบบการจัดการข้อมูล เพือ่ การ เฝ้าระวัง ป้องกันควบคุมโรคติดต่อนําโดยแมลงและการเตือนภัย 2.1 การปรับปรุงและบํารุงรักษา website: www.thaivbd.org 2.2 การพัฒนาระบบฐานข้อมูลเพื่อการวิเคราะห์สถานการณ์โรค และการเตือนภัย 3. การพัฒนามาตรฐานระบบข้อมูลและการใช้ประโยชน์ข้อมูลเฝ้า ระวังโรคติดต่อนําโดยแมลง การติดตามและประเมินผลการใช้ประโยชน์ขอ้ มูลของเครือข่าย 3.1 การประชุมคณะทํางานเพื่อการใช้ประโยชน์ข้อมูล 3.2 การติดตาม กํากับและประเมินผลการใช้ประโยชน์ข้อมูล 3.3 จัดทํารายงานและเผยแพร่สถานการณ์โรค ข่าวกรองและการ พยากรณ์โรค พัฒนากลไก - จัดประชุม/ทบทวน/ปรับปรุง คําสั่งแต่งตั้งคณะทํางาน โครงสร้างระบบบัญชาการให้ทนั สมัยแผนประคองกิจการวิเคราะห์ และประเมินความเสี่ยงภัยธรรมชาติและโรคคุกคามหลังเกิดภัย - ซ้อมแผนตอบโต้

Page 87 of 304

สํานักงานป้องกันควบคุมโรค

-

1. จัดประชุม/ทบทวน/ปรับปรุง/คําสั่งแต่งตั้งคณะทํางาน โครงสร้างระบบบัญชาการให้ทนั สมัย แผนประคองกิจการ วิเคราะห์และประเมินความเสีย่ งภัยธรรมชาติและโรคคุกคามหลัก เกิดภัยจัดทําแผนตอบโต้ ซักซ้อมแผนตอบโต้ ถอดบทเรียน ฯลฯ 2. สอบสวนโรคติดต่อนําโดยแมลงในภาวะฉุกเฉิน


Po 55เอกสารแนบ 1 จุดเน้นโรคไข้เลือดออก

กิจกรรมย่อย สํานักโรคติดต่อนําโดยแมลง - ถอดบทเรียน เตรียมความพร้อม - จัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับโรคและการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน โรคติดต่อนําโดยแมลงสําหรับทีมงาน SRRT ของสคร./ศตม./นคม. และสํานักโรคติดต่อนําโดยแมลง - จัดทําแผนตอบโต้ - สอบสวนโรค - จัดทําคู่มือ /แนวทาง - สนับสนุนวัสดุ อุปกรณ์ - ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินและสร้างภาพลักษณ์ 5. โครงการพัฒนาองค์ความรู/้ เทคโนโลยีที่ 1. ระยะเตรียมการจัดประชุม ทันสมัยในการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรค - ประชุมคณะกรรมการอํานวยการ คณะกรรมการ คณะทํางาน ไข้เลือดออกโดย และคณะอนุกรรมการฝ่ายต่าง ๆ - จัดจ้างเลขานุการโครงการ - จัดจ้าง Organizer เพื่อบริหารจัดการประชุม ด้านพิธีเปิด การ ลงทะเบียน การประชาสัมพันธ์ 2. ระยะดําเนินการจัดการประชุม - รูปแบบการประชุม ประกอบด้วยการบรรยาย การอภิปราย การ จัดนิทรรศการ และการเสนอผลงานวิชาการ 3. สรุปผลความก้าวหน้าโครงการ และนําเสนอผู้บริหาร มาตรการ

Page 88 of 304

สํานักงานป้องกันควบคุมโรค 3. ปฏิบัติการควบคุมแมลงนําโรคลงพื้นทีด่ ําเนินการ ให้ภาวะ ฉุกเฉินและการสร้างภาพลักษณ์องค์กร

-


Po 55เอกสารแนบ 1 จุดเน้นโรคไข้เลือดออก

มาตรการ 6. โครงการพัฒนาศูนย์ความเป็นเลิศทาง วิชาการโรคติดต่อนําโดยแมลง 6.1 ศูนย์วิชาการ

6.2 ศูนย์เครื่องพ่น

กิจกรรมย่อย สํานักโรคติดต่อนําโดยแมลง

สํานักงานป้องกันควบคุมโรค

- จัดทําคู่มือการปฏิบัติงานโรคติดต่อนําโดยแมลง - ประชุมราชการคณะทํางานฯ - เฝ้าระวังความต้านทานสารเคมีกําจัดแมลงของยุงพาหะนําโรค - เฝ้าระวังพาหะนําโรค (ยุงก้นปล่อง ยุงลาย พาหะอื่นๆ) - จัดทําและทดสอบ Standard Checklist - ประชุมทํา road map งานศึกษาวิจัยด้านพาหะนําโรคและการ ควบคุม - พัฒนาหลักสูตรเรื่องและการควบคุมพาหะนําโรค (จัดทํา หลักสูตร/ อบรมถ่ายทอด) - ประเมินประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์กําจัดลูกน้ําในพื้นที่ - ประเมินมาตรฐานการพ่นสารเคมีกําจัดแมลง (ในพื้นที่) - จัดทําคู่มือการใช้สารเคมี เครือ่ งพ่น และการบํารุงรักษาในงาน ควบคุมโรคติดต่อนําโดยแมลง - จัดทําคู่มือเทคนิคการซ่อมเครื่องพ่นในงานสาธารณสุข - จัดทํา Standard protocol - อบรมการใช้สถิติในการศึกษาวิจัย การวิเคราะห์ข้อมูลโดย โปรแกรมต่างๆ - ประชุมราชการเพื่อเตรียมความพร้อมเป็นศูนย์ตรวจสอบ

Page 89 of 304

- เฝ้าระวังความต้านทานสารเคมีกําจัดแมลงของยุงพาหะนําโรค - สํารวจเฝ้าระวังพาหะนําโรค - ดําเนินการถ่ายทอดหลักสูตรให้กับ สสจ. และ อปท. - ประเมินประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์กําจัดลูกน้ําในพื้นที่ - ประเมินมาตรฐานการพ่นสารเคมีกําจัดแมลงในพื้นที่

1. ตรวจสอบมาตรฐาน 2. ถ่ายทอดความรู้ให้หน่วยงานเครือข่าย เรือ่ ง การใช้สารเคมี เครื่องพ่น และการดูแลรักษา


Po 55เอกสารแนบ 1 จุดเน้นโรคไข้เลือดออก

มาตรการ

6.3 ศูนย์อ้างอิงทางห้องปฏิบัติการ

กิจกรรมย่อย สํานักโรคติดต่อนําโดยแมลง มาตรฐานและถ่ายทอดความรู้ให้หน่วยงานเครือข่าย เรื่องการใช้ สารเคมี เครื่องพ่น และการดูแลรักษา - ประเมินคุณภาพ การใช้เครือ่ งพ่นและสารเคมี การดูแลรักษา - สร้างและพัฒนาศูนย์เลิศของส่วนกลางและ สคร 3, 7, 10, 11 ปี ที่ 4 ( Road Map 5 ปี) ให้ 4 สคร.ละ 630,400 บาท - ให้บริการทดสอบชุดน้ํายาตรวจหาไข้เลือดออก อย่างรวดเร็ว (RDT DHF Provider) - จัดทําคู่มือการควบคุมคุณภาพภายในห้องปฏิบัติการ (Internal Quality Control) - สนับสนุนงานเฝ้าระวังโรคติดต่อนําโดยแมลง โดยวิธี PCR ทัง้ ส่วนกลางและภูมิภาค (สคร 3,7,10 และ 11 ) - ควบคุมคุณภาพทางห้องปฏิบตั ิการโรคติดต่อนําโดยแมลงด้วยการ ตรวจสอบซ้ํา (Re - checking) และการประกันคุณภาพโดย มาตรฐานสากล ISO/IEC 15189:2007

Page 90 of 304

สํานักงานป้องกันควบคุมโรค

1. ประชุมคณะกรรมการสรุปผลการดําเนินงานและหาแนวทาง พัฒนาห้องปฏิบัติการ ในปีที่ 3 ทางด้านการดําเนินการ ตรวจยืนยัน ผลโรคติดต่อนําโดยแมลง โดยวิธี PCR 2. จัดทําสถานที่ได้มาตรฐาน 3. ฝึกอบรมบุคลากรในการตรวจสอบยืนยันผล และพัฒนาวิธีการ ตรวจทาง PCR 4. จัดทําคู่มือการดําเนนการมาตรฐานตามระบบ ISO 15189 หรือ มาตรฐานเทคนิคการแพทย์ 5. การจัดซื้อวัสดุและอุปกรณ์ 6. กิจกรรมจ้างเหมาตรวจยืนยันผล และพัฒนาวิธีการตรวจทาง PCR 7. การรับการตรวจประเมินคุณภาพของห้องปฏิบัติการโดย ผู้เชี่ยวชาญ 8. ทํารายงานวิเคราะห์และสรุปผลการดําเนินงาน


Po 55เอกสารแนบ 1 จุดเน้นโรคไข้เลือดออก

มาตรการ 6.4 พัฒนาบทบาทภารกิจของศตม.

กิจกรรมย่อย สํานักโรคติดต่อนําโดยแมลง -

สํานักงานป้องกันควบคุมโรค 1. ปฏิบัติภารกิจพื้นฐาน : ด้านการติดตามงานและร่วมประชุม 2. ปฏิบัติงานห้องเลี้ยงแมลง และทดสอบสารเคมี : โดยการเลีย้ ง แมลงที่มีความสําคัญทางการแพทย์ และทดสอบสารเคมีทใี่ ช้ใน การควบคุมแมลงนําโรค 3. ปฏิบัติภารกิจเฝ้าระวังทางกีฏวิทยา : เฝ้าระวังการ เปลี่ยนแปลงชนิดยุงพาหะนําโรคและการต้านทานของยุงต่อ สารเคมีกําจัดแมลง 4. ปฏิบัติภารกิจทดสอบเครื่องพ่น : ทดสอบมาตรฐานเครื่องพ่น สารเคมีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 5. ปฏิบัติภารกิจมาตรฐานวินิจฉัยมาลาเรีย : เป็นศูนย์อ้างอิงด้าน การวินจิ ฉัยเชื้อมาลาเรีย 6. ปฏิบัติภารกิจอบรม ถ่ายทอดความรู้และสื่อสารประชาสัมพันธ์ : ฝึกอบรม สาธิต และฝึกปฏิบัติให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 7. ปฏิบัติภารกิจตอบโต้ภาวะฉุกเฉินโรคติดต่อนําโดยแมลง : ควบคุมการระบาดของโรคติดต่อนําโดยแมลงในพื้นที่

Page 91 of 304


เอกสารแนบ 2 พื้นที่เป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย ปี 2556 190 อําเภอ สคร. สคร. 1 กรุงเทพฯ (รวม 13 อําเภอ 3 จังหวัด)

สคร. 2 สระบุรี (รวม 6 อําเภอ 3 จังหวัด)

เขต/อําเภอ

จังหวัด

อําเภอบางกรวย

จังหวัดนนทบุรี

อําเภอบางบัวทอง

จังหวัดนนทบุรี

อําเภอบางใหญ่

จังหวัดนนทบุรี

อําเภอปากเกร็ด

จังหวัดนนทบุรี

อําเภอเมืองนนทบุรี

จังหวัดนนทบุรี

อําเภอคลองหลวง

จังหวัดปทุมธานี

อําเภอธัญบุรี

จังหวัดปทุมธานี

อําเภอลําลูกกา

จังหวัดปทุมธานี

อําเภอบางบาล

จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

อําเภอบางปะอิน

จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

อําเภอพระนครศรีอยุธยา

จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

อําเภอเสนา อําเภออุทยั

จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

อําเภอเมืองลพบุรี

จังหวัดลพบุรี

อําเภอเมืองสระบุรี

จังหวัดสระบุรี

อําเภอบ้านหมอ

จังหวัดสระบุรี

อําเภอดอนพุด

จังหวัดสระบุรี

อําเภอเมืองอ่างทอง

จังหวัดอ่างทอง

อําเภอป่าโมก

จังหวัดอ่างทอง

สคร. 3 ชลบุรี อําเภอเมืองจันทบุรี (รวม 34 อําเภอ อําเภอโป่งน้ําร้อน 9 จังหวัด) อําเภอแหลมสิงห์

จังหวัดจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี

กิ่งอําเภอเขาคิชฌกูฏ

จังหวัดจันทบุรี

อําเภอเมืองฉะเชิงเทรา

จังหวัดฉะเชิงเทรา

อําเภอบางปะกง

จังหวัดฉะเชิงเทรา

อําเภอพนมสารคาม

จังหวัดฉะเชิงเทรา

อําเภอบางคล้า

จังหวัดฉะเชิงเทรา Page 92 of 304


เอกสารแนบ 2 พื้นที่เป้าหมาย

สคร.

เขต/อําเภอ

จังหวัด

อําเภอบางน้ําเปรี้ยว

จังหวัดฉะเชิงเทรา

อําเภอพนัสนิคม

จังหวัดชลบุรี

อําเภอเมืองชลบุรี

จังหวัดชลบุรี

อําเภอบางละมุง

จังหวัดชลบุรี

อําเภอพานทอง

จังหวัดชลบุรี

อําเภอศรีราชา

จังหวัดชลบุรี

อําเภอสัตหีบ

จังหวัดชลบุรี

กิ่งอําเภอเกาะช้าง

จังหวัดตราด

อําเภอบ้านนา

จังหวัดนครนายก

อําเภอองครักษ์

จังหวัดนครนายก

อําเภอกบินทร์บุรี

จังหวัดปราจีนบุรี

อําเภอนาดี

จังหวัดปราจีนบุรี

อําเภอเมืองระยอง

จังหวัดระยอง

อําเภอแกลง

จังหวัดระยอง

อําเภอบ้านค่าย

จังหวัดระยอง

กิ่งอําเภอนิคมพัฒนา

จังหวัดระยอง

อําเภอเมือง

จังหวัดสมุทรปราการ

อําเภอบางบ่อ

จังหวัดสมุทรปราการ

อําเภอบางพลี

จังหวัดสมุทรปราการ

อําเภอพระประแดง

จังหวัดสมุทรปราการ

อําเภอพระสมุทรเจดีย์

จังหวัดสมุทรปราการ

กิ่งอําเภอบางเสาธง

จังหวัดสมุทรปราการ

อําเภอเมืองสระแก้ว

จังหวัดสระแก้ว

อําเภอตาพระยา

จังหวัดสระแก้ว

อําเภออรัญประเทศ กิ่งอําเภอโคกสูง

จังหวัดสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว

Page 93 of 304


เอกสารแนบ 2 พื้นที่เป้าหมาย

สคร. เขต/อําเภอ สคร. 4 ราชบุรี อําเภอเมืองกาญจนบุรี (รวม 26 อําเภอ อําเภอไทรโยค 8 จังหวัด) อําเภอท่ามะกา

จังหวัด จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี

อําเภอท่าม่วง

จังหวัดกาญจนบุรี

อําเภอเมืองนครปฐม

จังหวัดนครปฐม

อําเภอนครชัยศรี

จังหวัดนครปฐม

อําเภอสามพราน

จังหวัดนครปฐม

อําเภอกําแพงแสน

จังหวัดนครปฐม

อําเภอบางเลน

จังหวัดนครปฐม

อําเภอพุทธมณฑล

จังหวัดนครปฐม

อําเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์

จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

อําเภอบางสะพาน

จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

อําเภอเมืองเพชรบุรี

จังหวัดเพชรบุรี

อําเภอชะอํา

จังหวัดเพชรบุรี

อําเภอท่ายาง

จังหวัดเพชรบุรี

อําเภอบ้านโป่ง

จังหวัดราชบุรี

อําเภอเมืองราชบุรี

จังหวัดราชบุรี

อําเภอบางแพ

จังหวัดราชบุรี

อําเภอโพธาราม

จังหวัดราชบุรี

อําเภอดําเนินสะดวก

จังหวัดราชบุรี

อําเภอเมืองสมุทรสงคราม

จังหวัดสมุทรสงคราม

อําเภอเมืองสมุทรสาคร

จังหวัดสมุทรสาคร

อําเภอกระทุ่มแบน

จังหวัดสมุทรสาคร

อําเภอบ้านแพ้ว

จังหวัดสมุทรสาคร

อําเภอสองพี่นอ้ ง อําเภอเมืองสุพรรณบุรี

จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี

Page 94 of 304


เอกสารแนบ 2 พื้นที่เป้าหมาย

สคร. สคร. 5 นคราช สีมา (รวม 19 อําเภอ 4 จังหวัด)

สคร. 6 ขอนแก่น (รวม 30 อําเภอ 8 จังหวัด)

เขต/อําเภอ

จังหวัด

อําเภอเกษตรสมบูรณ์

จังหวัดชัยภูมิ

อําเภอภักดีชุมพล

จังหวัดชัยภูมิ

อําเภอภูเขียว

จังหวัดชัยภูมิ

อําเภอเมืองชัยภูมิ อําเภอโชคชัย

จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดนครราชสีมา

อําเภอด่านขุนทด

จังหวัดนครราชสีมา

อําเภอปากช่อง

จังหวัดนครราชสีมา

อําเภอพิมาย

จังหวัดนครราชสีมา

อําเภอเมืองนครราชสีมา

จังหวัดนครราชสีมา

อําเภอนางรอง

จังหวัดบุรรี ัมย์

อําเภอเมืองบุรรี มั ย์

จังหวัดบุรรี ัมย์

อําเภอลําปลายมาศ

จังหวัดบุรรี ัมย์

อําเภอสตึก

จังหวัดบุรรี ัมย์

อําเภอจอมพระ

จังหวัดสุรินทร์

อําเภอชุมพลบุรี

จังหวัดสุรินทร์

อําเภอปราสาท

จังหวัดสุรินทร์

อําเภอเมืองสุรนิ ทร์

จังหวัดสุรินทร์

อําเภอศีขรภูมิ อําเภอสําโรงทาบ

จังหวัดสุรินทร์

อําเภอเมืองกาฬสินธุ์

จังหวัดกาฬสินธุ์

อําเภอยางตลาด

จังหวัดกาฬสินธุ์

อําเภอเขาวง

จังหวัดกาฬสินธุ์

อําเภอสมเด็จ

จังหวัดกาฬสินธุ์

อําเภอเมืองขอนแก่น

จังหวัดขอนแก่น

อําเภอชุมแพ

จังหวัดขอนแก่น

อําเภอน้ําพอง

จังหวัดขอนแก่น

อําเภอบ้านไผ่

จังหวัดขอนแก่น

อําเภอแกดํา

จังหวัดมหาสารคาม

จังหวัดสุรินทร์

Page 95 of 304


เอกสารแนบ 2 พื้นที่เป้าหมาย

สคร.

เขต/อําเภอ

จังหวัด

อําเภอโกสุมพิสยั

จังหวัดมหาสารคาม

อําเภอบรบือ

จังหวัดมหาสารคาม

อําเภอวาปีปทุม

จังหวัดมหาสารคาม

อําเภอโพนทอง อําเภอเสลภูมิ

จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด

อําเภอเมืองร้อยเอ็ด

จังหวัดร้อยเอ็ด

อําเภอพนมไพร

จังหวัดร้อยเอ็ด

อําเภอสุวรรณภูมิ

จังหวัดร้อยเอ็ด

อําเภอจังหาร

จังหวัดร้อยเอ็ด

กิ่งอําเภอทุง่ เขาหลวง

จังหวัดร้อยเอ็ด

อําเภอวังสะพุง

จังหวัดเลย

อําเภอเมืองหนองคาย

จังหวัดหนองคาย

อําเภอโพนพิสัย

จังหวัดหนองคาย

อําเภอเมืองหนองบัวลําภู

จังหวัดหนองบัวลําภู

อําเภอศรีบุญเรือง

จังหวัดหนองบัวลําภู

อําเภอเมืองอุดรธานี

จังหวัดอุดรธานี

อําเภอกุมภวาปี

จังหวัดอุดรธานี

อําเภอหนองหาน

จังหวัดอุดรธานี

อําเภอบ้านดุง

จังหวัดอุดรธานี

อําเภอบ้านผือ อําเภอเพ็ญ

จังหวัดอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี

สคร. 7 อําเภอเมืองยโสธร อุบลราชธานี อําเภอเลิงนกทา (รวม 16 อําเภอ อําเภอเมืองศรีสะเกษ 5 จังหวัด) อําเภอเมืองจันทร์

จังหวัดยโสธร จังหวัดยโสธร จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ

กิ่งอําเภอศิลาลาด

จังหวัดศรีสะเกษ

อําเภอเมืองสกลนคร

จังหวัดสกลนคร

อําเภอวานรนิวาส

จังหวัดสกลนคร Page 96 of 304


เอกสารแนบ 2 พื้นที่เป้าหมาย

สคร.

เขต/อําเภอ

จังหวัด

อําเภอสว่างแดนดิน

จังหวัดสกลนคร

อําเภอภูพาน

จังหวัดสกลนคร

อําเภอเมืองอํานาจเจริญ

จังหวัดอํานาจเจริญ

อําเภอเมืองอุบลราชธานี อําเภอเขือ่ งใน

จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี

อําเภอเดชอุดม

จังหวัดอุบลราชธานี

อําเภอตระการพืชผล

จังหวัดอุบลราชธานี

อําเภอวารินชําราบ อําเภอพิบูลมังสาหาร

จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี

สคร. 8 อําเภอเมืองกําแพงเพชร นครสวรรค์ อําเภอขาณุวรลักษบุรี (รวม 14 อําเภอ อําเภอเมืองนครสวรรค์ 4 จังหวัด) อําเภอโกรกพระ

สคร. 9 พิษณุโลก (รวม 12 อําเภอ 4 จังหวัด)

จังหวัดกําแพงเพชร จังหวัดกําแพงเพชร จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์

อําเภอตาคลี

จังหวัดนครสวรรค์

อําเภอท่าตะโก

จังหวัดนครสวรรค์

อําเภอไพศาลี

จังหวัดนครสวรรค์

อําเภอพยุหะคีรี

จังหวัดนครสวรรค์

อําเภอลาดยาว

จังหวัดนครสวรรค์

อําเภอเมืองพิจติ ร

จังหวัดพิจิตร

กิ่งอําเภอสากเหล็ก

จังหวัดพิจิตร

อําเภอเมืองอุทยั ธานี

จังหวัดอุทยั ธานี

อําเภอสว่างอารมณ์

จังหวัดอุทยั ธานี

อําเภอบ้านไร่

จังหวัดอุทยั ธานี

อําเภอแม่สอด

จังหวัดตาก

กิ่งอําเภอวังเจ้า

จังหวัดตาก

อําเภอเมืองพิษณุโลก

จังหวัดพิษณุโลก

อําเภอวัดโบสถ์

จังหวัดพิษณุโลก

อําเภอวังทอง

จังหวัดพิษณุโลก Page 97 of 304


เอกสารแนบ 2 พื้นที่เป้าหมาย

สคร.

สคร. 10 เชียงใหม่ (รวม 11 อําเภอ 6 จังหวัด)

เขต/อําเภอ

จังหวัด

อําเภอเมืองเพชรบูรณ์

จังหวัดเพชรบูรณ์

อําเภอวิเชียรบุรี

จังหวัดเพชรบูรณ์

อําเภอหนองไผ่

จังหวัดเพชรบูรณ์

อําเภอเมืองอุตรดิตถ์ อําเภอน้ําปาด

จังหวัดอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์

อําเภอบ้านโคก

จังหวัดอุตรดิตถ์

อําเภอลับแล

จังหวัดอุตรดิตถ์

อําเภอพาน

จังหวัดเชียงราย

อําเภอแม่จัน

จังหวัดเชียงราย

อําเภอเมืองเชียงใหม่

จังหวัดเชียงใหม่

อําเภอจอมทอง

จังหวัดเชียงใหม่

อําเภอแม่ริม

จังหวัดเชียงใหม่

อําเภอเมืองแพร่

จังหวัดแพร่

อําเภอขุนยวม

จังหวัดแม่ฮ่องสอน

อําเภอปาย

จังหวัดแม่ฮ่องสอน

อําเภอเมืองลําปาง

จังหวัดลําปาง

อําเภอเมืองลําพูน

จังหวัดลําพูน

อําเภอป่าซาง

จังหวัดลําพูน

สคร. 11 อําเภอเมืองกระบี่ นครศรีธรรมราช อําเภอเมืองชุมพร (รวม 6 อําเภอ อําเภอพระพรหม 4 จังหวัด) อําเภอเมืองนครศรีธรรมราช

จังหวัดกระบี่ จังหวัดชุมพร จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช

อําเภอทุง่ สง

จังหวัดนครศรีธรรมราช

อําเภอเกาะสมุย

จังหวัดสุราษฎร์ธานี

สคร. 12 สงขลา อําเภอเมืองปัตตานี (รวม 3 อําเภอ อําเภอเมืองสงขลา 2 จังหวัด) อําเภอหาดใหญ่ รวม 190 อําเภอ

จังหวัดปัตตานี จังหวัดสงขลา จังหวัดสงขลา 60 จังหวัด Page 98 of 304


Page 99 of 304

1

ลําดับ ที่

2.พื้นฟูการอบรมด้าน แมลง

1.ถ่ายทอดองค์ความรู้ใน ด้านการพาหะนําโรค และวิธีการควบคุมพาหะ

สํานักฯแมลง

-

4. ปรับปรุง พัฒนาหลักสูตร

1. พัฒนาศักยภาพ สคร.ด้านพาหะนําโรค การควบคุม เทคโนโลยีการควบคุม

-

3. ประเมินหลักสูตรที่ได้จัดการอบรม

สํานักฯแมลง

-

สคร 1-12

สคร 1-12

2. ถ่ายทอดโดยการอบรม (หลักสูตรกลาง ของแต่ละหลักสูตร)

สคร 1-12

-

1.พัฒนาหลักสูตรกลางเรื่องแมลงพาหะนํา สํานักฯแมลง (ศูนย์อบรมฯ) โรค และการควบคุมพาหะ - สําหรับสสจ (เน้นเรื่องความรู้เรื่องการ จัดการ และการนําไปใช้) - สําหรับอปท

สํานักฯแมลง

-

สคร 1-12

สคร 1-12

-

หมายเหตุ

สํานักฯแมลง(ศูนย์ อบรมฯ) สํานักฯแมลง ชื่อโครงการอบรมของแต่ละปีจะ เปลี่ยนไปตามความต้องการของผู้เข้า รับการอบรม แต่อยู่ภายใต้การอบรม เพื่อพื้นฟู ผู้ปฏิบัติงานด้านแมลงพาหะ นําโรค เพื่อพัฒนาศักยภาพในการ

-

-

-

Road Map การพัฒนาสคร. สู่ความเป็นเลิศด้านโรคติดต่อนําโดยแมลง ปี 2556 - 2559 (ศูนย์วิชาการด้านแมลงนําโรค) Road Map ภารกิจ กิจกรรม ปี 2556 ปี 2557 ปี 2558 ปี 2559

เอกสารแนบ 3 road map ศูนย์วิชาการ


เอกสารแนบ 3 road map ศูนย์วิชาการ ลําดับ ที่ 2

ภารกิจ

Road Map กิจกรรม

ปี 2556

สํานักฯแมลง 1 การเฝ้าระวังด้านพาหะ 1. ดําเนินการเฝ้าระวังความต้านทานยุง และ สคร 1-12 นําโรค พาหะ(ยุงก้นปล่อง ยุงลาย ยุงรําคาญ) และจัดทําแนวทางการเลือกใช้สารเคมีฯให้ เหมาะสมกับพื้นที่ในแต่ละปี

2 สนับสนุนวัสดุอุปกรณ์และกระดาษ สําหรับการทดสอบความไวให้กับ สคร

สํานักฯแมลง

3. จัดทําคู่มือการปฏิบัติงานโรคติดต่อนํา สํานักฯแมลง โดยแมลง สําหรับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานกีฏ วิทยา 4. ดําเนินการเฝ้าระวังแมลงพาหะนําโรค สคร 1-12 - พาหะนําโรคโรคใหม่ๆที่อาจจะเกิดขึ้น/ หรือแมลงอื่นเป็นปัญหา เช่น WNV, scrub typhus, bedbug - พาหะนําโรคที่อาจจะกลับมาใหม่ เช่น ลิ สมาเนียซิส ฯลฯ 5. การนําข้อมูลมาใช้ในด้านสารสนเทศ ทางภูมิศาสตร์ (GIS) เกี่ยวกับยุงพาหะนํา โรค

ปี 2557

ปี 2558

ปี 2559

หมายเหตุ

สํานักฯแมลง สํานักฯแมลง สํานักฯแมลงและ - ดําเนินการต่อเนื่องทุกปี เป้าหมาย เปลี่ยนไปตามข้อมูลที่ได้จากปีที่ผ่านมา และ สคร 1- และ สคร 1- สคร 1-12 - การดําเนินงานอยู่ภายใต้แนว 12 12 ทางการดําเนินงานเดียวกันทั้งประเทศ - การดําเนินการทดสอบใช้วิธีการ ทดสอบความไวตามาตรฐานของ WHO สํานักฯแมลง สํานักฯแมลง สํานักฯแมลง

-

-

สคร 1-12

-

Page 100 of 304

-

สคร 1-12

สํานักฯแมลง

สคร 1-12

-

- ดําเนินงานต่อเนื่องทุกปี เป้าหมาย เปลี่ยนไปตามสถานการณ์ของโรคและ พื้นที่ - การดําเนินงานอยู่ภายใต้แนว ทางการดําเนินงานเดียวกันทั้งประเทศ (standard protocol)


เอกสารแนบ 3 road map ศูนย์วิชาการ ลําดับ ที่ 3

ภารกิจ การประเมินผลทางกีฏ วิทยา

Road Map กิจกรรม

ปี 2556

ปี 2557

ปี 2558

ปี 2559

1. ประเมินประสิทธิภาพของผลิตภัณ์สาร กําจัดลูกน้ําที่ใช้ในพื้นที่

สคร 1-12

สคร 1-12

สคร 1-12

สคร 1-12

2. จัดทํา standard checklist สําหรับ การประเมินมาตรฐานของการพ่นสารเคมี ควบคุมยุงในพื้น 3. ทดสอบ standard checklist

สํานักฯแมลง (คณะทํางานฯ)

-

-

-

สํานักฯแมลง และ สคร 1-12

-

-

-

4. .ประเมินมาตรฐานการพ่นสารเคมี กําจัดแมลง (ในพื้นที่)

สคร 1-12

สคร 1-12

สคร 1-12

สคร 1-12

5.วิเคราะห์สถานการณ์การดําเนินงาน เพื่อปรับปรุงการดําเนินงานในแต่ละ กิจกรรม

สคร 1-12

สคร 1-12

สคร 1-12

สคร 1-12

Page 101 of 304

หมายเหตุ - การดําเนินงานควรทําอย่างต่อเนื่อง - วิธีการดําเนินการปฏิบัติตาม standard protocol

- การดําเนินงานตามแผนที่กําหนดไว้ ในแต่ละปี โดยขึ้นกับสภาพ/สถาน การณืของพื้นที่ที่เป็นผลมาจาการ วิเคราะห์ในกิจกรรมที่ 5 - วิธีการดําเนินการปฏิบัติตาม standard protocol - เพื่อนําผลการวิเคราะห์ไปใช้ในการ วางแผนการดําเนินงานในปีต่อไปของ กิจกรรมข้อที่ 4


เอกสารแนบ 3 road map ศูนย์วิชาการ ลําดับ ที่ 4

5

ภารกิจ

Road Map กิจกรรม

ปี 2556

ศึกษาวิชาการด้านกีฏ วิทยาและการควบคุม แมลงนําโรค

1.จัดทํา road map งานวิชาการทางกีฏ วิทยา ที่จะดําเนินการในปี 2556 – 2559

สํานักฯแมลง (คณะทํางานฯ)

-

-

-

2. การศึกษาวิจัยทางกีฏวิทยาด้าน

-

study on the bionomic of malaria vectors in the modified environmen t areas

malaria epidemiology and vector spices complex

หน่วยงานได้รับการ รับรองมาตรฐานสากล

1 ดําเนินการขอรับการรับรองหน่วยงาน

-

-

- study on the bionomic of malaria vectors in the modified environment areas - malaria epidemiolog y and vector spices complex สํานักฯแมลง (คณะทํางานฯ)

2. เป็นหน่วยงานที่ได้รับการับรอง มาตรฐานสากล ด้านวิชาการแมลงนําโรค

-

-

-

สํานักฯแมลง (คณะทํางานฯ)

ปี 2557

Page 102 of 304

ปี 2558

ปี 2559

-

หมายเหตุ


เอกสารแนบ 4 road map ศูนย์เครื่องพ่น Road Map การพัฒนาสคร. สู่ความเป็นเลิศด้านโรคติดต่อนําโดยแมลง ปี 2556 - 2559 (ศูนย์เรียนรู้เครื่องพ่นและสารเคมี) ลําดับ ที่ 1

ภารกิจ เป็นศูนย์ปฏิบัติการ อ้างอิง ถ่ายทอดองค์ ความรู้ด้านการใช้ สารเคมีและเครื่องพ่น เคมีกําจัดแมลง

กิจกรรมหลัก 1.1 พัฒนาศูนย์ตรวจสอบมาตรฐาน และถ่ายทอดความรู้ให้หน่วยงาน เครือข่าย เรื่องการใช้สารเคมี เครื่อง พ่น และการดูแลรักษา

ปี 2556 สคร 1-12

สคร 1-12 2) ดําเนินการ - สามารถถ่ายทอดความรู้พื้นฐาน ด้านเครื่องพ่นและสารเคมี - ฝึกปฏิบัติเรื่องการพ่น การซ่อม เครื่องพ่นและการใช้สารเคมีได้ - ประเมินมาตรฐานการปฏิบัติงาน และคุณภาพของเครื่องพ่นได้ 1.2 จัดพิมพ์คู่มือการใช้สารเคมี สํานักฯแมลง เครื่องพ่น และการดูแลรักษา ครัง้ ที่ 2 1.3 การจัดทําคู่มือ เทคนิคการซ่อม สํานักฯแมลง(ศูนย์ เครื่องพ่นในงานสาธารณสุข อบรมฯ) 1.4 ประเมินคู่มือการใช้สารเคมี เครื่องพ่น และการดูแลรักษา และ ปรับปรุง

Road Map ปี 2557 ปี 2558 -

-

สคร 1-12

สคร 1-12

สคร 1-12

-

-

-

-

-

-

สคร 1-12

-

-

Page 103 of 304

ปี 2559

หมายเหตุ


เอกสารแนบ 4 road map ศูนย์เครื่องพ่น ลําดับ ที่

ภารกิจ

กิจกรรมหลัก 1.5 โครงการจัดทําแนวทางกําหนด คุณลักษณะของเครื่องพ่นและ สารเคมี 1.6 โครงการจัดทําแนวทางการใช้ สารเคมีทางสาธารณสุข (Public Health Pesticides Management)

2

งานพัฒนาระบบ และ กําหนดมาตรฐานการ ควบคุมแมลงพาหะนํา โรคโดยใช้สารเคมี

1.7 โครงการอบรมฟื้นฟูการใช้ เครื่องพ่นและสารเคมีในงาน สาธารณสุข 2.1 พัฒนาระบบการจัดเก็บข้อมูล การใช้สารเคมีในการควบคุมยุง พาหะโรคติดต่อนําโดยแมลงในะดับ ประเทศ 2.2 ดําเนินการประเมินผล ประสิทธิภาพเครื่องพ่น ที่ใช้ควบคุมยุงพาหะในภาคสนาม ของแต่ละพื้นที่

ปี 2556 สํานักฯแมลง

Road Map ปี 2557 ปี 2558 สํานักฯแมลง -

-

-

-

สํานักฯแมลง

-

-

ส.แมลง/(ศูนย์ อบรม)

-

ส.แมลง/(ศูนย์ อบรม)

สํานักฯแมลง สํานักฯแมลง สคร 1-12

สํานักฯแมลง สคร 1-12

สํานักฯแมลง สคร 1-12

สํานักฯแมลง สคร 1-12

สํานักฯแมลง สคร 1-12

-

-

-

-

สํานักฯแมลง สคร 1-12

สํานักฯแมลง สคร 1-12

สํานักฯแมลง สคร 1-12

Page 104 of 304

ปี 2559

หมายเหตุ ปี 2556 ฉบับร่าง ปี 2557 ฉบับสมบูรณ์


เอกสารแนบ 4 road map ศูนย์เครื่องพ่น ลําดับ ภารกิจ กิจกรรมหลัก ที่ ศึกษา วิเคราะห์ วิจัยและ 3.1 การจัดทํา Standard 3 Protocol/ พัฒนาองค์ความรู้ด้าน การควบคุมแมลงนําโรค โดยการใช้สารเคมี 3.2 จัดอบรมสถิติการวิจัย การ วิเคราะห์ข้อมูลโดยโปรแกรมต่างๆ

Road Map ปี 2557 ปี 2558

ปี 2556 ส.แมลง

3.3 สนับสนุนการจัดประชุมนําเสนอ ส.แมลง/(ศูนย์ ข้อมูล ระดับเขต ในและต่างประเทศ อบรม)

ส.แมลง/(ศูนย์ อบรม)

Page 105 of 304

ส.แมลง/(ศูนย์ อบรม)

ปี 2559

หมายเหตุ ปี 2556 ฉบับร่าง ปี 2557 ฉบับสมบูรณ์

งบประมาณจากหน่วยงานต่างๆ ที่สนับสนุน


เอกสารแนบ 5 road map ห้องปฏิบัติการ Road Map การพัฒนาสคร. สู่ความเป็นเลิศด้านโรคติดต่อนําโดยแมลง ปี 2556 - 2559 (ศูนย์อ้างอิงและห้องปฏิบัติการด้านแมลงนําโรค) หน่วยงานที่ รับผิดชอบ ปี 2556 ส่วนกลาง 4ห้องปฏิบัติการ มีสถานที่ทีได้มาตรฐาน มีบุคลากรที่พร้อมปฏิบัติงานให้บริการ ลูกค้า มีการประยุกต์ใช้ คู่มือการ ดําเนินการมาตรฐานตามระบบ ISO 15189 หรือ มาตรฐานเทคนิคการแพทย์ และมีวัสดุและอุปกรณ์ พร้อม - ในส่วนของ PCR จัดส่ง kit PCR และ ผลิตตัวอย่างผลบวกมาตรฐานให้ สคร เครือข่าย - การปะชุมติดตามผลการปฏิบัติงาน การ สอบเทียบเครื่องมือ ข้อกําหนด ISO สําหรับผู้ที่ยังไม่เคยผ่านการอบรม - การนิเทศงาน และ on-the job training - การรับตรวจประเมินผลงาน โดย ผู้เชี่ยวชาญ

Road Map ภารกิจและกิจกรรม ปี 2557 ปี 2558 5ห้องปฏิบัติการ มีสถานที่ทีได้ 5ห้องปฏิบัติการ มีสถานที่ทีได้มาตรฐาน ได้รับการรับรองตามระบบ ISO 15189 มาตรฐาน ได้รับการรับรองตามระบบ หรือ มาตรฐานเทคนิคการแพทย์ ISO 15189 หรือ มาตรฐานเทคนิค ปฏิบัติงานให้บริการลูกค้าอย่างเป็นรูปธรรม การแพทย์ ปฏิบัติงานให้บริการลูกค้า และมีวัสดุและอุปกรณ์ พร้อม อย่างเป็นรูปธรรม และมีวัสดุและ อุปกรณ์ พร้อม

Page 106 of 304

ปี 2559

หมายเหตุ


เอกสารแนบ 5 road map ห้องปฏิบัติการ หน่วยงานที่ รับผิดชอบ ปี 2556 สคร 3 4ห้องปฏิบัติการ มีสถานที่ทีได้มาตรฐาน มีบุคลากรที่พร้อมปฏิบัติงานให้บริการ ลูกค้า มีการประยุกต์ใช้ คู่มือการ ดําเนินการมาตรฐานตามระบบ ISO 15189 หรือ มาตรฐานเทคนิคการแพทย์ และมีวัสดุและอุปกรณ์ พร้อม-- ในส่วน ของ PCR มีการประยุกต์ใช้ชุด kit PCR และประสานกับส่วนกลาง เพื่อจัดทํา ชุด kit ได้ด้วยตนเอง - การรับตรวจประเมินผลงาน โดย ผู้เชี่ยวชาญ สคร 7 4ห้องปฏิบัติการ มีสถานที่ทีได้มาตรฐาน มีบุคลากรที่พร้อมปฏิบัติงานให้บริการ ลูกค้า มีการประยุกต์ใช้ คู่มือการ ดําเนินการมาตรฐานตามระบบ ISO 15189 หรือ มาตรฐานเทคนิคการแพทย์ และมีวัสดุและอุปกรณ์ พร้อม-- ในส่วน ของ PCR มีการประยุกต์ใช้ชุด kit PCR และประสานกับส่วนกลาง เพื่อจัดทํา ชุด kit ได้ด้วยตนเอง - การรับตรวจประเมินผลงาน โดย ผู้เชี่ยวชาญ

Road Map ภารกิจและกิจกรรม ปี 2557 ปี 2558 4ห้องปฏิบัติการ มีสถานที่ทีได้มาตรฐาน มี 5ห้องปฏิบัติการ มีสถานที่ทีได้ บุคลากรที่พร้อมปฏิบัติงานให้บริการลูกค้า มาตรฐาน ได้รับการรับรองตามระบบ มีการประยุกต์ใช้ คู่มือการดําเนินการ ISO 15189 หรือ มาตรฐานเทคนิค มาตรฐานตามระบบ ISO 15189 หรือ การแพทย์ ปฏิบัติงานให้บริการลูกค้า มาตรฐานเทคนิคการแพทย์ อย่างเป็นรูปธรรม และมีวัสดุและ และมีวัสดุและอุปกรณ์ พร้อม อุปกรณ์ พร้อม -- ในส่วนของ PCR มีการประยุกต์ใช้ชุด kit PCR และประสานกับส่วนกลาง เพื่อจัดทํา ชุด kit ได้ด้วยตนเอง - การรับตรวจประเมินผลงาน โดย ผู้เชี่ยวชาญ 4ห้องปฏิบัติการ มีสถานที่ทีได้มาตรฐาน มี 5ห้องปฏิบัติการ มีสถานที่ทีได้ บุคลากรที่พร้อมปฏิบัติงานให้บริการลูกค้า มาตรฐาน ได้รับการรับรองตามระบบ มีการประยุกต์ใช้ คู่มือการดําเนินการ ISO 15189 หรือ มาตรฐานเทคนิค มาตรฐานตามระบบ ISO 15189 หรือ การแพทย์ ปฏิบัติงานให้บริการลูกค้า มาตรฐานเทคนิคการแพทย์ อย่างเป็นรูปธรรม และมีวัสดุและ และมีวัสดุและอุปกรณ์ พร้อม อุปกรณ์ พร้อม -- ในส่วนของ PCR มีการประยุกต์ใช้ชุด kit PCR และประสานกับส่วนกลาง เพื่อจัดทํา ชุด kit ได้ด้วยตนเอง - การรับตรวจประเมินผลงาน โดย ผู้เชี่ยวชาญ

Page 107 of 304

ปี 2559

หมายเหตุ


เอกสารแนบ 5 road map ห้องปฏิบัติการ หน่วยงานที่ รับผิดชอบ ปี 2556 สคร 10 4ห้องปฏิบัติการ มีสถานที่ทีได้มาตรฐาน มีบุคลากรที่พร้อมปฏิบัติงานให้บริการ ลูกค้า มีการประยุกต์ใช้ คู่มือการ ดําเนินการมาตรฐานตามระบบ ISO 15189 หรือ มาตรฐานเทคนิคการแพทย์ และมีวัสดุและอุปกรณ์ พร้อม-- ในส่วน ของ PCR มีการประยุกต์ใช้ชุด kit PCR และประสานกับส่วนกลาง เพื่อจัดทํา ชุด kit ได้ด้วยตนเอง - การรับตรวจประเมินผลงาน โดย ผู้เชี่ยวชาญ สคร 11 4ห้องปฏิบัติการ มีสถานที่ทีได้มาตรฐาน มีบุคลากรที่พร้อมปฏิบัติงานให้บริการ ลูกค้า มีการประยุกต์ใช้ คู่มือการ ดําเนินการมาตรฐานตามระบบ ISO 15189 หรือ มาตรฐานเทคนิคการแพทย์ และมีวัสดุและอุปกรณ์ พร้อม-- ในส่วน ของ PCR มีการประยุกต์ใช้ชุด kit PCR และประสานกับส่วนกลาง เพื่อจัดทํา ชุด kit ได้ด้วยตนเอง - การรับตรวจประเมินผลงาน โดย ผู้เชี่ยวชาญ

Road Map ภารกิจและกิจกรรม ปี 2557 ปี 2558 4ห้องปฏิบัติการ มีสถานที่ทีได้มาตรฐาน มี 5ห้องปฏิบัติการ มีสถานที่ทีได้ บุคลากรที่พร้อมปฏิบัติงานให้บริการลูกค้า มาตรฐาน ได้รับการรับรองตามระบบ มีการประยุกต์ใช้ คู่มือการดําเนินการ ISO 15189 หรือ มาตรฐานเทคนิค มาตรฐานตามระบบ ISO 15189 หรือ การแพทย์ ปฏิบัติงานให้บริการลูกค้า มาตรฐานเทคนิคการแพทย์ อย่างเป็นรูปธรรม และมีวัสดุและ และมีวัสดุและอุปกรณ์ พร้อม อุปกรณ์ พร้อม -- ในส่วนของ PCR มีการประยุกต์ใช้ชุด kit PCR และประสานกับส่วนกลาง เพื่อจัดทํา ชุด kit ได้ด้วยตนเอง - การรับตรวจประเมินผลงาน โดย ผู้เชี่ยวชาญ 4ห้องปฏิบัติการ มีสถานที่ทีได้มาตรฐาน มี 5ห้องปฏิบัติการ มีสถานที่ทีได้ บุคลากรที่พร้อมปฏิบัติงานให้บริการลูกค้า มาตรฐาน ได้รับการรับรองตามระบบ มีการประยุกต์ใช้ คู่มือการดําเนินการ ISO 15189 หรือ มาตรฐานเทคนิค มาตรฐานตามระบบ ISO 15189 หรือ การแพทย์ ปฏิบัติงานให้บริการลูกค้า มาตรฐานเทคนิคการแพทย์ อย่างเป็นรูปธรรม และมีวัสดุและ และมีวัสดุและอุปกรณ์ พร้อม อุปกรณ์ พร้อม -- ในส่วนของ PCR มีการประยุกต์ใช้ชุด kit PCR และประสานกับส่วนกลาง เพื่อจัดทํา ชุด kit ได้ด้วยตนเอง - การรับตรวจประเมินผลงาน โดย ผู้เชี่ยวชาญ

Page 108 of 304

ปี 2559

หมายเหตุ


08 การพัฒนาศูนย์เด็กเล็ก 1.สถานการณ์ ในปัจจุบันมีเด็กอายุต่ํากว่า 5 ปี มากกว่าร้อยละ 60 เป็นเด็กก่อนวัยเรียน เด็กก่อนวัยเรียนจํานวนกว่า 700,000 คน (ประชากรเด็กอายุต่ํากว่า 5 ปี ประมาณ 3.9 ล้านคน เด็ก 1-4 ปี ประมาณ 3.2 ล้านคน) ต้อ งถูกฝากเลี้ยงไว้ใน ศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาล ซึ่งเป็นสถานที่ที่เด็กอยู่รวมกันเป็นจํานวนมาก เมื่อเจ็บป่วยจะสามารถแพร่เชื้อโรคติดต่อ สู่กันได้ง่าย ในเด็กเล็กมีภูมิต้านทานต่ําจะป่วยได้บ่อย โรคที่พบบ่อย ได้แก่ โรคติดเชื้อทางเดินหายใจ โรคมือ เท้า ปาก โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน เป็นต้น ส่งผลกระทบ ต่อพัฒนาการและสุขภาพโดยรวมของเด็ก การระบาดของโรคมือ เท้า ปาก อาจต้อ งปิด โรงเรีย น ค่า ใช้จ่า ยใน การรักษาพยาบาล ผู้ปกครองต้องหยุดงานเพื่อดูแลเด็กที่บ้าน ทําให้ขาดรายได้ จึงจําเป็นต้องให้ความสําคัญกับ การดําเนินงานด้านการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคในศูนย์เด็กเล็กให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งนอกจากจะช่วยลดการ เกิด โรคติด เชื้อ เฉีย บพลัน ระบบหายใจในเด็ก โรคมือ เท้า ปาก และโรคอุจ จาระร่ว งเฉีย บพลัน แล้ว ยังเป็นการ เตรียมความพร้อมรับมือกับการระบาดของโรคติดเชื้อซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต กรมอนามัยเริ่มดําเนินโครงการศูนย์เด็กเล็กน่าอยู่ในปี 2546 ได้จัดทําเกณฑ์มาตรฐานในการประเมินศูนย์ เด็กเล็ก ร่วมจัดทําโดยหลายหน่วยงาน ได้แก่ กรมอนามัย ศูนย์ฯเขต กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น และ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้มีการอบรมผู้ดูแลเด็ก โดยศูนย์ฯเขตแต่ละเขตดําเนินการ และมีการประเมินผล 2 ปีต่อ ครั้ง โดยคณะกรรมการประเมินผลระดับอําเภอ ระดับจังหวัด และระดับเขต ตามลําดับ และประเมินโดยต้นสังกัด คือ กรม ส่ง เสริม การปกครองส่ว นท้อ งถิ่น ในปี 2550 ศูน ย์เ ด็ก เล็ก ทั้ง หมดที่เ ข้า ร่ว มโครงการ 17,345 แห่ง ผ่านเกณฑ์ ระดับพื้นฐาน 6,762 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 38 ระดับดี 5,317 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 30 ระดับดีมาก 2,627 แห่ง คิดเป็น ร้อยละ 15 ต้องปรับปรุง 2,639 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 15 ศูนย์เด็กเล็กที่ได้มาตรฐานตามเกณฑ์ของกรมอนามัย เน้นในเรื่องการเลี้ยงดูให้เด็กมีความสมบูรณ์ทางกาย จิต สังคม และสติปัญญา สภาพแวดล้อมสะอาด ปลอดภัย ส่งเสริมสุขภาพ และพัฒนาการอย่างเหมาะสม สําหรับกรมควบคุมโรค ได้เห็นความสําคัญของเด็กในศูนย์เด็กเล็กจึงได้สานต่อและกําหนดมาตรการในการ ดํา เนินการครอบคลุม ไปถึงการเฝ้าระวัง ป้องกันควบคุมโรค เพื่อป้องกันและควบคุมไม่ให้มีการแพร่กระจายของ โรคติดต่อ และลดการป่วยของเด็ก โดยได้ทําการศึกษาพัฒนารูปแบบการป้องกันควบคุมโรคติดเชื้อเฉียบพลันระบบ หายใจในเด็ก โรคมือ เท้า ปาก และโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลันในศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาล เป็นโครงการนํา ร่องในปี 2552 - 2553 ใน 4 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย อุบลราชธานี พระนครศรีอยุธยา และสุราษฎร์ธานี โดยจัด ให้มีการอบรมให้ความรู้ครูผู้ดูแลเด็ก ผู้บริหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อ ง ตลอดจนกํา หนดแนวทาง/มาตรการ ในการป้อ งกัน ควบคุม โรคติด เชื้อ เฉีย บพลัน ระบบหายใจในเด็ก โรคมือ เท้า ปาก และโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลันในศูนย์ เด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาล ซึ่งจากผลการดําเนินการดังกล่าว พบว่า ศูนย์เด็กเล็กหรือโรงเรียนอนุบาลที่ปฏิบัติได้ตาม มาตรการป้องกันควบคุมโรคฯ 6 ข้อใน 9 ข้อ ถือว่าผ่านเกณฑ์ตามที่กําหนดในปี 2552 จํานวน 11 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 61.1 ของศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาลทั้งหมด (14 ศูนย์เด็กเล็ก 4 โรงเรียนอนุบาล) ซึ่งแนวโน้มอัตราป่วยโรคหวัด ลดลงจาก24.8 ครั้งต่อ 100 คน เหลือ 6.4 ครั้งต่อ ๑๐๐ คน สําหรับอัตราป่วยโรคมือ เท้า ปาก ในศูนย์เด็กเล็กที่มี มาตรการป้องกันควบคุมโรค พบเพียง 0.25 ครั้งต่อ 100 คน ซึ่งเป็นการป่วยที่พบจากการตรวจคัดกรองของครูพี่ เลี้ยงเด็กและแนะนําให้หยุดเรียนและให้ผู้ปกครองพาไปพบแพทย์ ทํา ให้ ไ ม่ มี ก ารระบาดในศู น ย์ เ ด็ ก เล็ ก และโรงเรี ย น

Page 109 of 304


อนุ บ าล ส่วนโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน ในศูนย์เด็กเล็กที่มีมาตรการป้องกันควบคุมโรคอัตราป่วยเท่ากับ 1.0 ครั้งต่อ 100 คน จากผลการศึกษาดังกล่าว สํานักโรคติดต่อทั่วไป เห็นความสําคัญของการเฝ้าระวัง ป้องกันควบคุมโรคติดต่อ และลดการป่วยของเด็ก จึงได้จัดทําโครงการศูนย์เด็กเล็กปลอดโรค (ปี 2554 -2556) โดยการจัดทําข้อกําหนดของ ศูนย์เด็กเล็กปลอดโรค ซึ่งประกอบด้วย 4 ด้าน ได้แก่ ด้านบริหารจัดการภายในศูนย์เด็กเล็ก ด้านบุคลากรของศูนย์เด็ก เล็ก ด้านอาคารสถานที่ สุขาภิบาล และอนามัยสิ่งแวดล้อม และด้านวัสดุอุปกรณ์ ในการดูแลป้องกันควบคุมโรค ซึ่ง ได้ดําเนินการถ่ายทอดเครื่องมือ แนวทางการดําเนินงาน และการประเมินผลการดําเนินงาน เพื่อผลักดันให้ศูนย์เด็ก เล็กในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้มีการพัฒนาคุณภาพในการดําเนินงานเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคติดต่อใน ศูนย์เด็กเล็ก โดยการเข้าร่วมโครงการศูนย์เด็กเล็กปลอดโรค ให้ครอบคลุมทุกแห่งภายในปี 2556 และผ่านการรับรอง ตามเกณฑ์ศูนย์เด็กเล็กปลอดโรคต่อไป โดยอาศัยความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกกระทรวง สาธารณสุข 2.เป้าหมายการลดโรค เด็กในศูนย์เด็กเล็กมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่พบการระบาดของโรคติดต่อในศูนย์เด็กเล็ก เช่น โรคติดเชื้อทางเดิน หายใจในเด็ก โรคมือ เท้า ปาก โรคอุจจาระร่วง เป็นต้น 3. สภาพปัญหา ศูนย์เด็กเล็กเป็นสถานที่มีเด็กอยู่รวมกันเป็นจํานวนมาก หากเด็กเกิดการเจ็บป่วยจะส่งผลกระทบต่อพัฒนาการ ด้านต่างๆของเด็ก รวมถึงภาระที่จะเกิดตามมาของผู้ปกครอง และเมื่อมีเด็กที่ป่วยด้วยโรคติดต่อที่พบบ่อย เช่น หวัด ปอดบวม อุจจาระร่วง มือ เท้า ปาก หัด อีสุก อีใ ส รวมทั้ง โรคติด ต่อ ที่ป้อ งกัน ได้ด้ว ยวัค ซีน อื่น ๆ ทําให้เกิดการ ระบาดได้ในศูนย์เด็กเล็ก ดังนั้นการป้องกันควบคุมโรคที่ดีและมีประสิทธิภาพ จะมีส่วนช่วยให้เด็กที่อยู่ในศูนย์เด็ก เล็กไม่เจ็บป่วยด้วยโรคติดต่อที่พบได้บ่อย กรมควบคุม โรคเล็ง เห็น ถึง ความสํา คัญ ของผลกระทบดัง กล่า ว จึง ได้ ดําเนินการป้องกันควบคุมโรคติดต่อ เพื่อให้เด็กที่อยู่ภายในศูนย์เด็กเล็กมีสุขภาพร่างกายที่ดี มีการพัฒนาการอย่าง สมวัย ไม่เจ็บป่วยด้วยโรคติดต่อที่สามารถป้องกันได้ และไม่พบการระบาดของโรคติดต่อในศูนย์เด็กเล็ก เช่น โรคติด เชื้อ-ทางเดินหายใจในเด็ก โรคมือ เท้า ปาก โรคอุจจาระร่วง เป็นต้น โดยมีเป้าหมายภายในปี ๒๕๕๖ ร้อยละ 90 ของ ศูนย์เด็กเล็กทั่วประเทศเป็นศูนย์เด็กเล็กปลอดโรค ในปี ๒๕๕๔ จึงได้เริ่มดําเนินการป้องกันควบคุมโรคติดต่อที่พบบ่อย ในศูนย์เด็กเล็กสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผลการดําเนินงาน พบว่า มีศูนย์เด็กเล็กสมัครเข้าร่วมโครงการศูนย์เด็กเล็กปลอดโรค จํานวน 11,586 แห่งจาก จํานวนทั้งหมด 19,157 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 60.5 ของศูนย์เด็กเล็กทั้งหมด ซึ่งศูนย์เด็กเล็กที่เข้าร่วมโครงการฯได้รับการ ประเมินผลแล้ว จํานวน 3,375 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 29.1 ของศูนย์เด็กเล็กที่เข้าร่วมโครงการฯ และผ่านเกณฑ์การประเมิน ศูนย์เด็กเล็กปลอดโรค จํานวน 2,435 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 21 ของศูนย์เด็กเล็กที่เข้าร่วมโครงการฯทั้งหมด 4.เป้าหมายหลักในการดําเนินงานเมื่อสิ้นปี 2556 - ร้อยละ 90 ของศูนย์เด็กเล็กสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่เข้าร่วมโครงการ - ร้อยละ 50 ของศูนย์เด็กเล็กที่เข้าร่วมโครงการ ผ่านเกณฑ์ประเมินศูนย์เด็กเล็กปลอดโรค 5.พื้นที่เป้าหมาย (จังหวัด /อําเภอ/ตําบล) : กลุ่มเป้าหมาย/ Setting เป้าหมาย ศูนย์เด็กเล็กที่สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ Page 110 of 304


6.มาตรการดําเนินงานที่ส่งผลต่อเป้าหมาย 1) สร้างเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการดําเนินงานป้องกันควบคุมโรคในศูนย์เด็กเล็ก 2) ขับเคลื่อนการดําเนินงานของ อปท. ในการป้องกันควบคุมโรคในศูนย์เด็กเล็ก เพื่อการพัฒนาให้เป็น “ศูนย์เด็กเล็กปลอดโรค” 3) ติดตามประเมินผลการดําเนินงานศูนย์เด็กเล็กปลอดโรค 4) ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสร้างแรงจูงใจในการพัฒนาศูนย์เด็กเล็กให้เป็น“ศูนย์เด็กเล็กปลอดโรค”

Page 111 of 304


สรุปจุดเน้นการดําเนินงาน ปีงบประมาณ 2556 จุดเน้น : สํานักโรคติดต่อทั่วไป มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

กิจกรรม สํานัก

สคร

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์

ศูนย์เด็กเล็กปลอดโรค เป้าหมายการลดโรค : เด็กในศูนย์เด็กเล็กมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่พบการระบาดของโรคติดต่อในศูนย์เด็กเล็ก เช่น โรคติดเชื้อทางเดินหายใจในเด็ก โรคมือ เท้า ปาก โรคอุจจาระร่วง เป็นต้น ย.1 สคร. และ สสจ. ทั่วประเทศ กรุงเทพ /ปริมณฑล 1) จัดประชุมชี้แจง และถ่ายทอด 1) ถ่ายทอดแนวทางการดําเนินงาน ศูนย์เด็กเล็กใน 1. ร้อยละ 90 1. ขับเคลื่อนการ (240 คน) องค์ความรู้/แนวทาง ในการ ในพื้นที่/อบรมครู ผู้ดูแลเด็ก สังกัดองค์กร ของศูนย์เด็กเล็ก ดําเนินงานของ ดําเนินงานให้แก่ สคร. และสสจ. 2) ประสานและร่วมขับเคลื่อนการ ปกครองส่วน องค์กรปกครอง ส่วน สังกัด อปท. ใน ทั่วประเทศ ดําเนินงานกับเครือข่ายระดับพื้นที่ ท้องถิ่นเข้าร่วม พื้นที่รับผิดชอบ ท้องถิ่นในการ 2) ประสานความร่วมมือกับกรม เช่น สสจ. อบต. ศูนย์เด็กเล็ก เป็น โครงการศูนย์ ป้องกันควบคุมโรค เข้าร่วมโครงการ อนามัยและองค์กรปกครองส่วน ต้น เด็กเล็กปลอด ในศูนย์เด็กเล็ก เพื่อ 2. ร้อยละ 50 ท้องถิ่นในการ บูรณาการงานร่วมกัน โรค ร้อยละ 90 การพัฒนาให้เป็นศูนย์ ของศูนย์เด็กเล็กที่ เด็กเล็กปลอดโรค เข้าร่วมโครงการ ศูนย์เด็กเล็กสังกัด อปท.ที่เข้า ศูนย์เด็กเล็ก 1) ผลิตและสนับสนุนสื่อการเรียน สนับสนุนสื่อฯที่ได้รับจากส่วนกลาง ผ่านเกณฑ์ ร่วมโครงการเพิ่มเติมในปี สังกัด อปท. การสอนเพื่อใช้ในการดําเนินงาน ให้กับพื้นที่ที่รับผิดชอบ ประเมินศูนย์เด็ก 2556 จํานวน 6,000 แห่ง ศูนย์เด็กเล็กปลอดโรค เล็กปลอดโรค (ปัจจุบันมีศูนย์เด็กเล็ก รวม (ผ่าน สคร.และ สสจ.) ทั้งสิ้น 19,157 แห่ง ผ่าน 2) ผลิตป้ายศูนย์เด็กเล็กปลอดโรค เกณฑ์แล้ว 29.1%) (ผ่านสสจ.)

Page 112 of 304


มาตรการหลัก/ โครงการ 2. ติดตาม ประเมินผลการ ดําเนินงานศูนย์เด็ก เล็กปลอดโรค

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ ย.5

กลุ่มเป้าหมาย 1) เจ้าหน้าที่สาธารณสุข/ทีม ประเมินระดับเขต จังหวัด อําเภอ และตําบล 2) เจ้าหน้าที่เทศบาล/อบต. และศูนย์เด็กเล็ก

สํานัก ต. และ สคร. (30 คน) 3. ส่งเสริมการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสร้างแรงจูงใจใน การพัฒนาศูนย์เด็ก เล็กให้เป็น “ศูนย์เด็ก เล็กปลอดโรค”

ย.1

พื้นที่เป้าหมาย

กิจกรรม สํานัก สคร 1) นิเทศ ติดตาม การดําเนินงานใน 1) สคร. ร่วมกับ สสจ.นิเทศ/ พื้นที่ 12 เขต ร่วมกับ สคร. และ ติดตามแนะนําการดําเนินงานแก่ สสจ. ศูนย์เด็กเล็ก - ติดตาม ประเมิน คัดเลือกศูนย์เด็ก เล็ก ในพื้นที่ - คัดเลือกศูนย์เด็กเล็กในพื้นที่เข้า รับรางวัล

1) จังหวัดที่สคร. คัดเลือก เขตละ 2 จังหวัด 2) ศูนย์เด็กเล็กที่ สมัครเข้าร่วม โครงการฯ ทั้งที่ ผ่านและไม่ผ่าน เกณฑ์ กรุงเทพ/ปริมณฑล 2) จัดประชุมถอดบทเรียนการ 2) สรุปผลการดําเนินงานในพื้นที่ ดําเนินงานโครงการศูนย์เด็กเล็ก รับผิดชอบ ปลอดโรคร่วมกับ สคร. ทั้ง 12 แห่ง

สคร. 12 แห่ง สสจ. 76 แห่ง กรุงเทพ/ปริมณฑล จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนา ศูนย์เด็กเล็กปลอดโรคมอบเกียรติ อปท.และศูนย์เด็กเล็กที่ได้รับ บัตรและรางวัลให้แก่ศูนย์เด็กเล็กที่ รางวัล 24 แห่ง (รวม 300 คน) ผ่านเกณฑ์/ข้อกําหนด เป็นศูนย์เด็ก เล็กปลอดโรค

Page 113 of 304

1) ประสานกับ สสจ.และรวบรวม รายชื่อศูนย์เด็กเล็กดีเด่น และศูนย์ เด็กเล็กที่ผ่านเกณฑ์ฯส่งมายังสํานัก 2) ร่วมจัดบูธให้กับศูนย์เด็กเล็กใน เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ของสํานักฯ

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ ศูนย์เด็กเล็กที่ เข้าร่วม โครงการฯ ผ่าน เกณฑ์การ ประเมิน ร้อยละ 50

ร้อยละของ เครือข่ายมีความพึง พอใจต่อการสร้าง เสริมศักยภาพและ ความเข้มแข็งใน การจัดการระบบ เฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคและภัย สุขภาพ(ร้อยละ 80)


09 การควบคุมโรคหนอนพยาธิในนักเรียนและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร อันเนื่องมาจากพระราชดําริฯ 1. สถานการณ์ โครงการตามพระราชดําริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กําหนดพื้นที่ในการพัฒนา 2 แผนพัฒนา ได้แก่ แผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร (กพด.) มีพื้นที่ดําเนินการ 52 จังหวัด ครอบคลุม 771 โรงเรียน กลุ่มเป้าหมายเป็นนักเรียนและเยาวชน และพื้นที่ในแผนภูฟ้าพัฒนาจังหวัดน่านครอบคลุม ๓2 โรงเรียน ๖๑ ชุมชน มีเป้าหมายพัฒนาทั้งนักเรียนและประชาชน โดยสํานักพระราชวังฯ บรรจุอยู่ในแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่น ทุรกันดารตามพระราชดําริฯ ฉบับที่ 4 เป็นแผนระยะยาว 10 ปี เพื่อผลักดันการพัฒนาได้ต่อเนื่องเป็นรูปธรรมมากขึ้นเริ่ม จาก ปี 2550 ถึงปี 2559 มีเป้าหมายสูงสุดของการพัฒนาเด็ก เยาวชนและประชาชนในพื้นที่ถิ่นทุรกันดาร และพื้นที่ ภู ฟ้ า พั ฒ นาให้ มี โ อกาสที่ ดี ขึ้ น มี สุ ข ภาพแข็ ง แรงสามารถดู แ ลตนเองได้ อย่ างสมดุ ลทั้ งร่ างกายและจิ ตใจ กระทรวง สาธารณสุขเป็นหน่วยร่วมของสํานักพระราชวังฯ รับผิดชอบกรอบการดําเนินงานควบคุมโรคหนอนพยาธิให้บรรลุตัวชี้วัดที่ 21 ลดความชุกโรคหนอนพยาธิในนักเรียนให้ไม่เป็นปัญหาสาธารณสุข (ร้อยละ 5) และระดับความรุนแรงของโรค หนอนพยาธิอยู่ในระดับต่ําตามเกณฑ์องค์การอนามัยโลก ซึ่งสํานักพระราชวังฯ กําหนดการประเมินผลความสําเร็จ ของโครงการฯในปี 2559 กระทรวงสาธารณสุ ข มอบหมายให้ ก รมควบคุ ม โรค โดยสํ า นั ก โรคติ ด ต่ อ ทั่ ว ไป รั บ ผิ ด ชอบในกรอบการ ดําเนินงานให้เกิดกิจกรรมการตรวจและรักษาโรคหนอนพยาธิ ตามมาตรฐานทางวิชาการ เพื่อลดความชุกความรุนแรงของ ปัญหา และการป้องกันโรคที่พบในท้องถิ่น สนับสนุนให้มีการจัดกระบวนการเพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อ ป้อ งกัน ตนเองจากการติด เชื้อ โดยการร่ว มมือ ของชุม ชน ดัง นั้น เพื่อ เป็น การสนองพระปณิธ านของสมเด็จ พระเทพรั ต นราชสุด าฯ ที่กํ าหนดเป้ า หมายสูง สุด ของแนวทางการพัฒ นาให้เ ด็ก เยาวชน และประชาชน ในถิ่ น ทุรกันดารมีโอกาสที่ดีขึ้น มีสุขภาพแข็งแรงสามารถดูแลตนเองได้อย่างสมดุลทั้งร่างกายและจิตใจ มีความรอบรู้ เป็นคนที่มี คุณ ภาพและมีส ่ว นร่ว มในการพัฒ นาชุม ชน และประเทศชาติไ ด้ สํา นัก โรคติด ต่อ ทั ่ว ไปจึง จํ า เป็น ต้อ งมี ก าร ดําเนินการควบคุมโรคหนอนพยาธิในโครงการพระราชดําริฯ ต่อเนื่อง ถึง ปี 2559

Page 114 of 304


2. เป้าหมายการลดโรค - ความชุกโรคหนอนพยาธิในพื้นที่ถิ่นทุรกันดาร (กพด.) ให้ลดเหลือร้อยละ 12 ในปี 2556 และร้อยละ 5 ใน ปี 2559 - อัตราความชุกของโรคหนอนพยาธิในพื้นที่ภูฟ้าพัฒนา จังหวัดน่าน ให้ลดเหลือไม่เกินร้อยละ 20 ในปี 2556 และไม่เกินร้อยละ 10 ในปี 2559 - ความรุนแรงของโรคพยาธิปากขอ โรคพยาธิใบไม้ตับ และโรคพยาธิไส้เดือน ให้อยู่ในระดับต่ําตามเกณฑ์ ขององค์การอนามัยโลก 3. สภาพปัญหา เด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารและพื้นที่ในแผนภูฟ้าพัฒนา เป็นกลุ่มประชากรและพื้นที่เป้าหมายในการพัฒนาตามแนว พระราชดําริ ของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยมีเป้าหมายการพัฒนา แบบองค์รวมและใช้ กระบวนการเรียนรู้เป็นหลัก ในการพัฒนา ซึ่ง มีครูเป็นแกนสําคัญในการถ่ายทอดความรู้และนําการพัฒนาสู่เด็ก นักเรียน ครอบครัว และชุมชน ทั้งนี้ สํานักพระราชวังฯ ได้บรรจุอยู่ในแผนพัฒนาเด็ก และเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ฉบับที่ 4 ดําเนินงานต่อเนื่อง จากปี 2550 ถึง ปี 2559 โดยมีตัวชี้วัดให้บรรลุวัตถุประสงค์ กําหนดให้อัตราความชุก ของโรคหนอนพยาธิ ใ นเด็ ก นั ก เรี ย นลดลง ไม่ เ ป็ น ปั ญ หาสาธารณสุ ข ในปี 2559 และลดความรุ น แรงของโรค หนอนพยาธิ ใ ห้ อ ยู่ ใ นระดั บ ต่ํ า รวมถึ ง การมี พ ฤติ ก รรมสุ ข ภาพที่ ถู ก ต้ อ งในการป้ อ งกั น การแพร่ โ รคหนอนพยาธิ ซึ่ ง บทบาทกระทรวงสาธารณสุ ข ในส่ ว นของกรมควบคุ ม โรค โดยสํ า นั ก โรคติ ด ต่ อ ทั่ ว ไป เป็ น หน่ ว ยร่ ว มในการ ดําเนินงานตามโครงการพระราชดําริฯรับผิดชอบในกรอบการดําเนินงาน ให้เกิดกิจกรรมการตรวจและรักษาโรค หนอนพยาธิ ตามมาตรฐานทางวิชาการ เพื่อลดความชุก ความรุนแรงของปัญหา และการป้องกันโรคที่พบในท้องถิ่น สนับสนุนให้มีการจัดกระบวนการเรียนรู้ ในโรงเรียนให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อป้องกันตนเองจากการติด โรคหนอนพยาธิ โดยการร่วมมือของชุมชน ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมายในการดําเนินการในพื้นที่ถิ่นทุรกันดาร 739 โรงเรียน ใน 52 จังหวัด สําหรับ ในพื้นที่ตามแผนภูฟ้าพัฒนา จังหวัดน่าน จํานวน 32 โรงเรียน ประชาชน 61 หมู่บ้าน กลุ่มเป้าหมายรวม 771 โรงเรียน 61 ชุมชน จํานวน 131,000 คน 4. เป้าหมายหลักในการดําเนินงานเมื่อสิ้นปี พ.ศ. 2559 - ความชุกโรคหนอนพยาธิในพื้นที่ถิ่นทุรกันดาร (กพด.) ให้ลดเหลือร้อยละ 5 ในปี 2559 - อัตราความชุกของโรคหนอนพยาธิในพื้นที่ภูฟ้าพัฒนา จังหวัดน่าน ให้ลดเหลือไม่เกินร้อยละ 10 ในปี 2559 - ความรุนแรงของโรคหนอนพยาธิอยู่ในระดับต่ําตามเกณฑ์องค์การอนามัยโลก - สนับสนุนให้จังหวัดมีการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อป้องกันตนเองจากการ ติดโรคหนอนพยาธิ ตามหลักการใช้โรงเรียนเป็นฐานคิด อย่างน้อยร้อยละ 80 ในปี 2559 - เกิ ด การลดโรคในพื้ น ที่ ทุ ร กั น ดารด้ ว ยการเรี ย นรู้ เ รื่ อ งโรคและเกิ ด โรงเรี ย นปลอดโรคหนอนพยาธิ เป็นต้นแบบที่ดีจากโรงเรียนขยายสู่ชุมชน อย่างน้อยร้อยละ 80 ในปี 2559 5. พื้นที่เป้าหมาย (จังหวัด /อําเภอ/ตําบล) : กลุ่มเป้าหมาย/ Setting เป้าหมาย พื้นที่ถิ่นทุรกันดาร ห่างไกลและชายแดน (กพด.) จํานวน 739 โรงเรียน ใน 52 จังหวัด และพื้นที่ ในแผนภูฟ้า พัฒนาฯ จังหวัดน่าน จํานวน 32 โรงเรียน รวมโรงเรียนเป้าหมาย 2 พื้นที่ 771 แห่ง และประชาชนในพื้นที่ชุมชนที่ เป็นที่ตั้งของโรงเรียน จํานวน 61 ชุมชน โดยจําแนกดังนี้ Page 115 of 304


พื้นที่ กพด. 52 จังหวัด และราชประชานุเคราะห์จํานวน 739 แห่ง ได้แก่ 1.1 โรงเรียนตํารวจตระเวนชายแดนและศูนย์การเรียนตํารวจตระเวนชายแดน ในสังกัดกองบัญชาการตํารวจ ตระเวนชายแดน จํานวน 180 แห่ง 1.2 โรงเรียนในสังกัดสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จํานวน 180 แห่ง 1.3 ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” ในสังกัดสํานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัย พื้นที่ กพด. จํานวน 234 แห่ง 1.4 โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามในสังกัดสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน จํานวน 15 แห่ง 1.5 โรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษาสังกัดสํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จํานวน 48 แห่ง 1.6 โรงเรียนในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จํานวน 8 แห่ง 1.7 ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาเด็กวัยเตาะแตะในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จํานวน 30 แห่ง จํานวน 44 แห่ง 1.8 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หวั พื้นที่ภูฟ้าพัฒนา จังหวัดน่าน จํานวน 32 แห่ง ได้แก่ 2.1 ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” ในสังกัดสํานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัย จํานวน 32 แห่ง 2.2 ประชาชนในหมู่บ้านที่เป็นที่ตั้งของโรงเรียนในพื้นที่ภูฟ้าพัฒนาจังหวัดน่าน จํานวน 61 ชุมชน  

Page 116 of 304


สรุปจุดเน้นการดําเนินงาน ปีงบประมาณ 2556 จุดเน้น : สํานักโรคติดต่อทั่วไป มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

กิจกรรม สํานัก

สคร

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์

การควบคุมโรคหนอนพยาธิในนักเรียนและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร อันเนื่องมาจากพระราชดําริฯ เป้าหมายการลดโรค : 1. ความชุกโรคหนอนพยาธิในพื้นที่ถิ่นทุรกันดาร (กพด.) ให้ลดเหลือร้อยละ 12 ในปี 2556 และร้อยละ 5 ในปี 2559 2. อัตราความชุกของโรคหนอนพยาธิในพื้นที่ภูฟ้าพัฒนา จังหวัดน่าน ให้ลดเหลือไม่เกินร้อยละ 20 ในปี 2556 และไม่เกินร้อยละ 10 ในปี 2559 3. ความรุนแรงของโรคพยาธิปากขอ โรคพยาธิใบไม้ตับ และโรคพยาธิไส้เดือน ให้อยู่ในระดับต่ําตามเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลก 1. การพัฒนา ศักยภาพภาคี เครือข่ายเพื่อการ ควบคุมโรค หนอนพยาธิในพื้นที่ โครงการฯ

ย.1

1) เจ้าหน้าที่ สคร.(24 คน) 2) เจ้าหน้าที่ของจังหวัดใน พื้นที่ภูฟ้าพัฒนาฯ จังหวัดน่าน และพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง

1) สคร. 1-12 จัดอบรมวิทยากร ระดับเขตและ 2) 6 จังหวัด ได้แก่ ระดับจังหวัด (Trainer) น่าน แพร่ ลําปาง พังงาแม่ฮ่องสอน นราธิวาส

Page 117 of 304

จัดอบรมหลักสูตรพนักงานจุลทัศ นกรสําหรับเจ้าหน้าที่จังหวัด ใน พื้นที่ภูฟ้าพัฒนาจังหวัดน่าน และ พื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง (~30 คน)

จํานวนภาคี เครือข่ายที่ ได้รับการ พัฒนาศักยภาพ การดําเนินงาน ด้านการควบคุม โรคหนอนพยาธิ


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

2. จัดทําชุดความรู้ สื่อผสมประกอบ ความรู้โรค หนอนพยาธิให้เกิด การสร้างค่านิยมและ ปรับเปลี่ยน พฤติกรรมสุขภาพใน นักเรียนผ่านครู

ย.2

คณะผู้เชี่ยวชาญจาก กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ(สพฐ.) มหาวิทยาลัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จํานวน 20 คน

กรุงเทพฯและ ปริมณฑล

3. พัฒนาศักยภาพครู สุขศึกษาหรือครู อนามัยในโรงเรียนพื้นที่ โครงการพระราชดําริ เพื่อสร้างกระบวนการ เรียนรู้และปรับเปลี่ยน พฤติกรรมสุขภาพใน นักเรียน

ย.1

ครูสุขศึกษา หรือครูอนามัย จํานวน 771 คน (จํานวนที่พัฒนาตามความ เหมาะสม)

52 จังหวัด ทั่วประเทศ จํานวน 771 โรงเรียน

กิจกรรม สํานัก ประชุมจัดทําชุดความรู้สื่อผสม ประกอบความรู้เรื่องโรค

สคร เข้าร่วมประชุม และให้ข้อคิดเห็น

จัดอบรมกระบวนการเรียนรู้แบบ บูรณาการโรคที่สําคัญในท้องถิ่น สําหรับครูสุขศึกษาหรือครูอนามัย (ตามหลักการใช้โรงเรียนเป็น ศูนย์กลาง)

1) สคร.ร่วมดําเนินการจัดอบรมใน แต่ละภาค 2) เป็นวิทยากรร่วม 3) ประเมินผลความรู้หลังอบรม 4) ติดตามประเมินผลหลังอบรมแล้ว 1 ปี

Page 118 of 304

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ 1) สัดส่วนของ ผลิตภัณฑ์ที่ ดําเนินการตาม มาตรฐานสากล 2) สัดส่วนของ ผลิตภัณฑ์ของ หน่วยงานที่เข้าถึง เครือข่ายและ องค์กรที่เกี่ยวข้อง

ครูสุขศึกษามี ความรู้เรื่องโรค หนอนพยาธิ ผ่านเกณฑ์ กรม ควบคุมโรค ได้ คะแนนร้อยละ 60 ขึ้นไปหลัง การอบรม


มาตรการหลัก/ โครงการ 4. นิเทศงาน ประเมินผล ตรวจสอบคุณภาพ เทคนิคตรวจตาม มาตรฐานกรมควบคุม โรคเพื่อยืนยันการลด โรคในนักเรียนพื้นที่ โครงการพระราชดําริฯ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ ย.5

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

กิจกรรม

สํานัก สคร 1) ครูในโรงเรียนพื้นที่เป้าหมาย 1) โรงเรียนในพื้นที่ 1) นิเทศ 4 ภาค (ภาคละ 1 ครั้ง) 1) นิเทศงานในโรงเรียน โดย สคร. เป้าหมาย โดยสุ่มโรงเรียนในพื้นที่เป้าหมายที่ สุ่มพื้นที่เป้าหมายที่พบปัญหาซึ่งไม่ พบปัญหา ซ้ํากับส่วนกลาง และร่วมนิเทศงาน กับสํานักฯ

2) พนักงานจุลทัศนกร

2) พื้นที่ที่มีความ 2) ตรวจยืนยันคุณภาพผลการตรวจ ชุกต่ํากว่าร้อยละ 5 ของพนักงานจุลทัศนกรในพื้นที่ที่มี ความชุกต่ํากว่าร้อยละ 5 ตาม มาตรฐานกรมควบคุมโรค

Page 119 of 304

2) ตรวจสอบคุณภาพเทคนิคการ ตรวจของพนักงานจุลทัศนกรระดับ จังหวัด ในพื้นที่ที่มี ความชุกต่ํากว่า ร้อยละ 5

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ 1) ความชุกโรค หนอนพยาธิใน พื้นที่ถิ่น ทุรกันดาร (กพด.) ให้ลด เหลือร้อยละ 12 2) อัตราความ ชุกของโรค หนอนพยาธิใน พื้นที่ภูฟ้า พัฒนาจังหวัด น่านให้ลดเหลือ ไม่เกินร้อยละ 20


10 การกําจัดโรคพิษสุนัขบ้า 1.สถานการณ์ โรคพิษสุนัขบ้าเป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คนที่ร้ายแรงโรคหนึ่ง พบได้ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด สาเหตุเกิด จากเชื้อไวรัสพิษสุนัขบ้าที่ทําให้เกิดอาการทางระบบประสาท เมื่อคนหรือสัตว์ได้รับเชื้อและแสดงอาการแล้วไม่มีทาง รักษาจะต้องเสียชีวิตทุกราย และยังมีสัตว์หลายชนิดที่เป็นพาหนะนําโรคโดยเฉพาะสุนัขและแมว ซึ่งมีความใกล้ชิดกับ คนมาก สําหรับประเทศไทยสถานการณ์โรคพิษสุนัขบ้าในคนและในสัตว์ มีแนวโน้มลดลงเป็นลําดับ ผู้เสียชีวิตจาก จํานวน 74 ราย ปี พ.ศ.2538 เหลือ 8 ราย ในปี พ.ศ.2554 รวมถึงอัตราตรวจพบเชื้อไวรัสโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์ตัวอย่าง ที่ส่งตรวจลดลง จากร้อยละ 46.6 ในปี 2538 และปี 2555 ตรวจพบเชื้อในหัวสัตว์ จํานวน 18 ตัวอย่าง (ข้อมูล ณ กุมภาพันธ์ 2555) อย่างไรก็ตาม ยังพบว่าสุนัขเป็นพาหนะนําโรคที่สําคัญในหลายพื้นที่และหลายจังหวัดทุกภาคของ ประเทศ ทําให้โรคนี้เป็นปัญหาที่สําคัญทางสาธารณสุข เนื่องจากเป็นสาเหตุทําให้มีผู้เสียชีวิตและสัตว์ตายด้วยโรคนี้ ทุกปี ประกอบกับองค์การอนามัยโลก (WHO) องค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ (OIE) ได้กําหนดเป้าหมายให้ ทุกประเทศกําจัดโรคพิษสุนัขบ้าให้หมดไปภายในปี ค.ศ.2020 (Delet.et.al; 2007)

ผลการดําเนินงานที่ผ่านมา ในปี.2552 กรมควบคุมโรค ร่วมกับกรมปศุสัตว์ ร่วมมือกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง จัดทําแผนยุทธศาสตร์การกําจัดโรคพิษสุนัขบ้าให้หมดไปภายในปี พ.ศ.2563 และจัดทําหลักเกณฑ์การสร้างพื้นที่ปลอด โรคพิษสุนัขบ้า และถ่ายทอดให้กับจังหวัดนําร่อง 12 จังหวัด เพื่อให้เครือข่ายโรคติดต่อระหว่างสัตว์และคน จาก หน่วยงานสาธารณสุข ปศุสัตว์ และองค์กรปครองส่วนท้องถิ่นร่วมมือกันสร้างพื้นที่ ปลอดโรคพิษสุนัขบ้า (Rabies Free Zone) และจัดทําแผนปฏิบัติการและดําเนินการร่วมกันในการกําจัดโรค พิษสุนัขบ้า ในปี 2555 ได้มีการจัดทํา บันทึกความร่วมมือการกําจัดโรคพิษสุนัขบ้า ระหว่าง 6 หน่วยงาน ได้แก่ กรมควบคุมโรค กรมปศุสัตว์ กรมการ ปกครองส่วนท้องถิ่น สมาคมองค์การบริหารส่วนตําบลแห่งประเทศไทย สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศ ไทย และสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย เพื่อบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเร่งรัดกําจัดโรคพิษสุนัข บ้า ดังนั้น เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนการดําเนินงานเร่งรัดการสร้างพื้นที่ปลอดโรคพิษสุนัขบ้า สํานักโรคติดต่อทั่วไปจึง ได้พัฒนาความร่วมมือของเครือข่ายในการดําเนินงานสร้างพื้นที่ปลอดโรคพิษสุนัขบ้า และฟื้นฟูความรู้ ความเข้าใจ ด้านเวชปฏิบัติโรค พิษสุนัขบ้าสําหรับแพทย์และบุคลากรสาธารณสุขพัฒนาระบบรายงานผู้สัมผัสโรคพิษสุนัขบ้า และ ติดตามประเมินการดําเนินงานควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า รวมทั้งการส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของประชาชน เพื่อให้บรรลุผลสําเร็จตามแผนยุทธศาสตร์การกําจัดโรคพิษสุนัขบ้า ให้หมดไปภายในปี พ.ศ. 2563 Page 120 of 304


2.เป้าหมายการลดโรค : ไม่มีผู้เสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้า ในปี 2558 3. สภาพปัญหา 3.1 การดําเนินงานป้องกันควบคุมโรคพิษสุนัขบ้าปัญหาที่พบในปัจจุบัน • ความครอบคลุมของการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในสุนัขยังไม่ถึงร้อยละ 80 ของทุกพื้นที่ • ยังไม่มีความควบคุมการเคลื่อนย้ายหรือการนําสัตว์จากพื้นที่อนื่ เข้ามาในพื้นทีท่ ี่มีการควบคุม โรคดีแล้ว ทําให้มีการแพร่โรคพิษสุนัขบ้าไปได้ไกล • การตัดหัวสัตว์สง่ ตรวจน้อยลง ทําให้ระบบการเฝ้าระวังควบคุมโรคในสัตว์เสียไป ปกติแล้วเมื่อมีหวั สัตว์พบเชื้อ เจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์จะไปดําเนินการควบคุมโรคในรัศมี 3 กิโลเมตร และเฝ้าระวังโรคในสัตว์ในพื้นที่ ต่อไปอีก 6 เดือน • คนที่มีความเสี่ยงเมื่อถูกสัตว์ที่อาจเป็นโรคพิษสุนัขบ้ากัด หรือข่วน แล้วไม่ได้พบแพทย์โดยเร็ว 3.2 เจ้าของสุนัขไม่มีความรับผิดชอบ เช่น • ไม่นําสุนัขไปฉีดวัคซีน การเลี้ยงไม่มีระเบียบวินยั • ไม่คุมกําเนิดจํานวนสุนัข ปล่อยจนมีจํานวนมากเกินไป • เลี้ยงแบบปล่อยปะละเลย มีโอกาสสัมผัสกับสัตว์ที่เป็นโรคพิษสุนัขบ้า • ทําความเดือดร้อนให้ผู้อื่น 4. เป้าหมายหลักในการดําเนินงานเมื่อสิ้นปี พ.ศ. 2559 ทุก อปท.มีโครงการสร้างพื้นที่ปลอดโรคพิษสุนขั บ้า 5.พื้นที่เป้าหมาย (จังหวัด /อําเภอ/ตําบล) : กลุ่มเป้าหมาย/ Setting เป้าหมาย - ผู้รับผิดชอบงานโรคพิษสุนขั บ้า สคร.ที่ 1-12 / ปศข.1-93 / อปท.เป้าหมาย และจังหวัดพื้นที่เสี่ยง - แพทย์และบุคลากรสาธารณสุขพื้นทีจ่ ังหวัดเสีย่ ง สสจ. รพศ./รพท./รพช. สคร. - ประชาชน จํานวน อปท. (แห่ง) เป้าหมายปี 2556 หน่วยงาน ร้อยละ 50 ของ อปท. มีโครงการสร้างพื้นที่ ปลอดโรคพิษสุนัขบ้า (3,928 แห่ง)

สํานักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 กรุงเทพฯ สํานักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 2 สระบุรี สํานักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 3 ชลบุรี สํานักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 4 ราชบุรี สํานักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5 นครราชสีมา สํานักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 6 ขอนแก่น สํานักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 อุบลฯ สํานักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 8 นครสวรรค์ สํานักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 พิษณุโลก สํานักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 เชียงใหม่ สํานักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 11 นครศรีฯ สํานักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 สงขลา

Page 121 of 304

135 201 316 349 430 600 454 200 236 412 283

แห่ง แห่ง แห่ง แห่ง แห่ง แห่ง แห่ง แห่ง แห่ง แห่ง แห่ง 312 แห่ง


6.มาตรการดําเนินงานที่ส่งผลต่อเป้าหมาย 1) สนับสนุนความร่วมมือเครือข่ายในการขับเคลื่อนการดําเนินงานเร่งรัดการสร้างพื้นที่ปลอดโรคพิษ สุนัขบ้าโดยเน้น • การสร้างพื้นที่ปลอดโรคพิษสุนัขบ้า (พื้นที่ที่ไม่ปรากฏโรคพิษสุนัขบ้าในคนและสัตว์ทุกชนิด มีการเฝ้า ระวังค้นหาโรคและมีมาตรการอื่นๆ อย่างต่อเนื่องจนผลตรวจทางห้องปฏิบัติการไม่พบคนและสัตว์เป็นโรคพิษสุนัขบ้า ตลอดระยะเวลา 2 ปีติดต่อ กัน) โดยอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับ ชุมชนซึ่งมี อบต. และเทศบาลเป็นหน่วยงานหลักที่ดําเนินการและประสานงานกับสาธารณสุขและปศุสัตว์ตามหลักเกณฑ์การสร้าง พื้นที่ปลอดโรคพิษสุนัขบ้า โดยเน้นการประเมินและจัดระดับพื้นที่เสี่ยงเพื่อให้ทราบถึงความรุนแรงของสภาพปัญหา ในพื้นที่นั้น และดําเนินการให้เหมาะสมกับสภาพปัญหา ซึ่งกําหนดเป็นพื้นที่ที่ยังไม่ปลอดโรคพิษสุนัขบ้าแบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับ A พื้นที่ที่ไม่พบรายงานโรคพิษสุนัขบ้าในคนและสัตว์ ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา ระดับ B พื้นที่ทไี่ ม่มีคนเสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้าแต่ยังพบโรคในสัตว์ ระดับ C พื้นทีท่ ี่มีคนเสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้าและพบโรคในสัตว์ • นํายุทธศาสตร์การกําจัดโรคพิษสุนัขบ้าให้หมดไปภายในปี พ.ศ.2563 เป็นกรอบการดําเนินงานร่วมกับ เครือข่าย และติดตามประเมินผล ทั้งนี้ โดยสรุป 5 ยุทธศาสตร์การกําจัดโรคพิษสุนัขบ้าให้หมดไปภายในปี พ.ศ.2563 ดังนี้ ยุทธศาสตร์ที่ 1 การบริหารจัดการและบูรณาการการป้องกันควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า ยุทธศาสตร์ที่ 2 สร้างเสริมบทบาทองค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ ในการป้องกันควบคุมโรคพิษสุนัขบ้าในระดับท้องถิ่น ยุทธศาสตร์ที่ 3 การเฝ้าระวัง ป้องกันควบคุมโรคพิษสุนัขบ้าในคนและสัตว์ ยุทธศาสตร์ที่ 4. การสร้างเสริมการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วนและประชาชน ยุทธศาสตร์ที่ 5 เสริมสร้างความรู้ ทักษะ และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการป้องกันควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า 2) อบรมฟื้นฟูเวชปฏิบัติโรคพิษสุนัขบ้าสําหรับแพทย์และบุคลากรสาธารณสุข (ขยายพื้นที่ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ) 3) พัฒนาระบบรายงานผู้สัมผัสโรคพิษสุนัขบ้า - พัฒนาโปรแกรมระบบรายงานผู้สัมผัสโรคพิษสุนัขบ้า (ร.36) - อบรมพัฒนาศักยภาพบุคลากรใช้ระบบรายงานผู้สัมผัสโรคพิษสุนัขบ้า (ร.36) 4) ติดตามประเมินการดําเนินงานควบคุมโรคพิษสุนัขบ้าระดับเขต 5) ประสาน สนับสนุน และดําเนินการจัดรณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนขั บ้าในสุนัข และรณรงค์วัน ป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าโลก (World Rabies Day) เพื่อสร้างกระแสการป้องกันโรคพิษสุนขั บ้า

Page 122 of 304


สรุปจุดเน้นการดําเนินงาน ปีงบประมาณ 2556 จุดเน้น : สํานักโรคติดต่อทั่วไป มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

กิจกรรม

พื้นที่เป้าหมาย

สํานัก

สคร

1) ประชุมหารือกับกรมปศุสัตว์วาง แนวทางการดําเนินงานเร่งรัดกําจัด โรคพิษสุนัขบ้า ปี 2556 2) จัดทํา Road map ระดับประเทศ

1) ประชุมหารือกับปศุสัตว์เขตวาง แนวทางการดําเนินงานเร่งรัดกําจัด โรคพิษสุนัขบ้า ปี 2556 2) จัดทําRoad map ระดับเขต/ภาค

ผู้รับผิดชอบงานโรคพิษสุนัขบ้า สคร.ที่ 1-12 - สคร.ที่ 1-12 - ปศข. 1-9

1) ประชุมเครือข่ายระดับประเทศ (จัดสัมมนาการเร่งรัดกําจัดโรคพิษ สุนัขบ้า ปี 2556) 2) รวบรวม/วิเคราะห์ผลงานจัด ระดับพื้นที่เสี่ยงโรคพิษสุนัขบ้า ระดับภาค/เขต

1) ประชุมเครือข่ายระดับเขตและ ภาค 2) รวบรวม/วิเคราะห์ผลงานจัด ระดับพื้นที่ของ อปท. จังหวัดที่ รับผิดชอบ และคัดเลือก อปท. ที่ต้องเร่งรัด

แพทย์และบุคลากรสาธารณสุข พื้นที่จังหวัดเสี่ยง - สคร. /สสจ. (ภาคใต้) - รพศ./รพท./รพช.

อบรมฟื้นฟูเวชปฏิบัติโรคพิษสุนัข บ้าสําหรับแพทย์และบุคลากร สาธารณสุข

ผู้รับผิดชอบงานโรคพิษสุนัขบ้า กรุงเทพหรือ ใน 12 สคร. และพื้นที่จังหวัด ปริมณฑล เสี่ยง

อบรมพัฒนาศักยภาพบุคลากรใช้ เข้าร่วมการประชุม และให้ ระบบรายงานผู้สัมผัสโรคพิษสุนัขบ้า คําปรึกษาแก่ผู้รับผิดชอบงานใน (ร.36) พื้นที่ในการใช้งานระบบฯ

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์

การกําจัดโรคพิษสุนัขบ้าให้หมดไปจากประเทศไทย เป้าหมายการลดโรค : ไม่มีผู้เสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้า ในปี 2558 1. การขับเคลื่อนการ ร้อยละ 50 ของ ย.1 ผู้รับผิดชอบงานโรคพิษสุนัขบ้า ส่วนกลาง ดําเนินงานเร่งรัดการ อปท.ในพื้นที่ - สคร.ที่ 1-12 และส่วนภูมิภาค รั บ ผิ ด ชอบ มี สร้างพื้นที่ปลอดโรค - ปศข. 1-9 โครงการสร้างพื้นที่ พิษสุนัขบ้า - อปท.เป้าหมาย ปลอดโรคพิษสุนัขบ้า

2 เสริมสร้างความ (3,928 แห่ง : สคร เข้มแข็งของเครือข่าย 1=135 แห่ง, ระดับเขต/ภาค สคร 2=201 แห่ง, สคร 3=316 แห่ง, สคร 4=349 แห่ง, สคร 5=430 แห่ง, สคร 6=600 แห่ง, สคร 7=454 แห่ง, สคร 8=200 แห่ง, สคร 9=236 แห่ง, สคร10=412แห่ง, สคร11=283แห่ง, สคร12=312แห่ง)

ย.1

Page 123 of 304

ร้อยละ 50 ของ อปท. มี โครงการสร้าง พื้นที่ปลอดโรค พิษสุนัขบ้า

จํานวนบุคลากร เครือข่ายที่ ได้รับการ พัฒนาศักยภาพ การดําเนินงานฯ


มาตรการหลัก/ โครงการ 3. ส่งเสริมการ ดําเนินงานการสร้าง พื้นที่ปลอดโรคพิษ สุนัขบ้า

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

ย.1

- สคร.ที่ 1-12 - ปศข. 1-9 - อปท.เป้าหมาย

ทั่วประเทศ

ย.3

ประชาชนทั่วไป

ทั่วประเทศ

กิจกรรม สํานัก 1) ผลักดันให้ทุกจังหวัดจัดทํา Roadmap การกําจัดโรคพิษสุนัข บ้าให้หมดไป 2) สนับสนุนให้มีการตั้ง คณะกรรมการเร่งรัดการสร้างพื้นที่ ปลอดโรคพิษสุนัขบ้าทุกระดับ

2) ผลิตสปอร์ตวิทยุประชาสัมพันธ์ เพื่อรณรงค์การฉีดวัคซีนฯ ในสุนัข และลดความเสี่ยงจากการถูกสุนัขกัด

3) กรมควบคุมโรคเป็นเจ้าภาพจัด รณรงค์ World Rabies Day

Page 124 of 304

สคร 1) ให้คําปรึกษาแนะนําจังหวัด อําเภอ ในการจัดทํา Road map กําจัดโรค พิษสุนัขบ้า 2) แต่งตั้งคณะกรรมการประเมินพื้นที่ ปลอดโรคระดับ อปท.ประกอบด้วย สคร.ปศข. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 3) จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการเร่งรัด กําจัดโรคพิษสุนัขบ้า ปี 2556 ให้ อปท. เป้าหมายที่ต้องเร่งรัดขับเคลื่อน เป็นโครงการร่วมกับปศุสัตว์เขตที่ คัดเลือก

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ ร้อยละ 50 ของ อปท. มี โครงการสร้าง พื้นที่ปลอดโรค พิษสุนัขบ้า

ร้อยละของ ประชาชน กลุ่มเป้าหมาย รับทราบและมี ความรู้เรื่องโรค สคร.ร่วมกับปศุสัตว์เขตจัดกิจกรรม และภัยสุขภาพ ที่สําคัญของ รณรงค์ กรมฯ


11 วัณโรค 1. สถานการณ์ 1.1 ความชุกและอุบัติการณ์วัณโรคยังสูงสําหรับประเทศไทย วัณโรคเป็นปัญหาสาธารณสุขของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 เป็นต้นมา องค์การ อนามัยโลกได้จัดให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งใน 22 ประเทศที่มีปัญหาวัณโรครุนแรง (High TB burden countries) เนื่องจาก 80% ของผู้ป่วยวัณโรครายใหม่ของโลกอาศัยอยู่ในประเทศเหล่านี้ โดยในปี 2554 องค์การอนามัยโลกได้ คาดประมาณสถานการณ์วัณโรคของประเทศไทย มีความชุก (Prevalence) คือ 182/100,000 ประชากร หรือ ประมาณ 130,000 ราย มีอัตราอุบัติการณ์ (Incidence) คือ 137/100,000 ประชากร หรือประมาณ 94,000 ราย และอัตราตาย (Mortality) 16/100,000 ประชากร หรือประมาณ 11,000 ราย ทั้งนี้ผลการดําเนินงานของผู้ป่วยวัณ โรครายใหม่เสมหะพบเชื้อในปี 2553 มีอัตราความสําเร็จในการรักษา (Treatment success rate) ร้อยละ 87 (26,527/30,317) และพบปัญหาขาดการรักษาร้อยละ 3 และ การเสียชีวิตร้อยละ 7 ซึ่งผู้ที่เสียชีวิตมีการติดเชื้อเอช ไอ วี ร่วมด้วยคิดเป็นร้อยละ 24 (539/2,236) นอกจากนั้นผลการศึกษาวิจัยของโครงการเฝ้าระวังวัณโรคเชิงรุก ระหว่ า งปี 2547-2549 พบว่ า ผู้ ที่ เ สี ย ชี วิ ต ที่ ไ ม่ ติ ด เชื้ อ เอช ไอ วี เ ป็ น ผู้ สู ง อายุ (มากกว่ า 65 ปี ) สู ง ถึ ง ร้ อ ยละ 44 (194/441) 1.2 ผลกระทบของเอชไอวีต่อวัณโรค การแพร่ระบาดของการติดเชื้อเอช ไอ วี ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสถานการณ์วัณโรค เนื่องจากผู้ที่เจ็บป่วย ทั้งสองโรคพร้อมกันมีอาการรุนแรงมากขึ้น และส่งผลให้มีผู้ป่วยวัณโรคเสียชีวิต โดยในปี 2554 พบว่า ผู้ป่วยวัณโรค ร้อยละ 90 (50,927/56,327) ได้รับการตรวจเอช ไอ วี ด้วยความสมัครใจ มีผู้ป่วยวัณโรคที่ติดเชื้อเอช ไอ วีร่วมด้วย ร้อยละ 14 (7,432/50,927) โดยร้อยละ 60 (4,432/7,432) ได้รับยาต้านไวรัสขณะรักษาวัณโรค ส่วนการค้นหาวัณ โรคในผู้ติดเชื้อเอช ไอ วี รายใหม่ พบผู้ป่วยวัณโรค ร้อยละ 13 (2,963/22,150) 1.3 วัณโรคกับการดื้อยาหลายขนาน สถานการณ์วัณโรคดื้อยาไรแฟมพิซินและไอโสไนอาสิด หรือเรียกว่าการดื้อยาหลายขนาน (Multi-drug Resistant TB: MDR) พบว่า มีข้อจํากัดในการดําเนินงานเนื่องจากองค์การอนามัยโลกคาดประมาณผู้ป่วยวัณโรคดื้อ ยาหลายขนานในแต่ละปีของประเทศไทย มีจํานวน 1,920 ราย แต่ในปี 2554 กลุ่มปฏิบัติการอ้างอิงชันสูตรวัณโรค แห่งชาติ สํานักวัณโรค ได้รายงานการพบผู้ป่วยที่มีผลตรวจยืนยันว่ามีเชื้อวัณโรคดื้อยาหลายขนานจํานวน 510 ราย และระบบรายงานปกติที่สํานักวัณโรคได้รับจากโรงพยาบาลต่างๆ พบผู้ป่วยที่ดื้อยาหลายขนานที่ได้รับการรักษาเพียง 82 ราย จํานวนผู้ป่วยวัณโรคดื้อยาหลายขนานที่ต่ํากว่าการคาดประมาณขององค์การอนามัยโลกนี้จะส่งผลกระทบใน อนาคตเนื่องจากผู้ป่วยที่ไม่ได้รับการวินิจฉัย หรือ ผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยแล้วแต่ไม่ได้รับการรักษาสามารถแพร่เชื้อ วัณโรคที่ดื้อยาหลายขนานให้ผู้ที่ใกล้ชิดได้

Page 125 of 304


1.4 วัณโรคในกลุ่มประชากรด้อยโอกาส 1.4.1) ผู้ป่วยวัณโรคที่เป็นประชากรข้ามชาติ ข้อมูลของระบบรายงานปกติที่แยกประชากรข้ามชาติจากผู้ป่วยวัณโรคที่เป็นคนไทย พบว่า ในปี 2553 มีอัตราความสําเร็จในการรักษาของผู้ป่วยใหม่เสมหะพบเชื้อ (Treatment success rate) ร้อยละ 77 (849/1,097) และพบปัญหาขาดการรักษาร้อยละ 11 และ การเสียชีวิตร้อยละ 4 ส่วนผลการดําเนินงานด้านวัณโรค และโรคเอดส์ในประชากรกลุ่มนี้พบว่าในปี 2554 มีผู้ป่วยวัณโรค 1,812 ราย โดยร้อยละ 87 ได้รับการตรวจเอช ไอ วี ด้วยความสมัครใจ ซึ่งพบการติดเชื้อเอช ไอ วี ร่วมด้วยร้อยละ 10 (163/1,575) และร้อยละ 20 (33/163) ได้รับยา ต้านไวรัสขณะรักษาวัณโรค 1.4.2) ผู้ป่วยวัณโรคในเรือนจํา การดําเนินงานป้องกันและรักษาวัณโรคดําเนินการอย่างเคร่งครัดในเรือนจําทุกแห่งของประเทศ ไทย (141 แห่ง) อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2542 ซึ่งองค์การอนามัยโลกได้ยกย่องให้การดําเนินงานดังกล่าวเป็นตัวอย่างที่ ดีในระดับนานาชาติ โดยระบบรายงานปกติได้แยกข้อมูลของผู้ต้องขังจากผู้ป่วยวัณโรคที่เป็นคนไทยเช่นกัน ซึ่งในปี 2553 ผลการรักษาของผู้ป่วยวัณโรครายใหม่เสมหะพบเชื้อจํานวน 858 ราย พบว่า อัตราความสําเร็จในการรักษา (Treatment success rate) ร้อยละ 84 และพบปัญหาการโอนออกและไม่ทราบผลการรักษาเนื่องจากพ้นโทษร้อย ละ 8 และเสียชีวิตร้อยละ 7 นอกจากนั้นในปี 2554 พบว่ามีผู้ป่วยวัณโรคทุกประเภทในเรือนจําทั้งหมดจํานวน 1,710 ราย ซึ่งร้อยละ 81 ได้รับการตรวจเอช ไอ วี ด้วยความสมัครใจ พบร้อยละ 35 เป็นผู้ป่วยวัณโรคที่ติดเชื้อเอช ไอ วี ร่วมด้วย และร้อยละ 46 (221/478) ได้รับยาต้านไวรัสขณะรักษาวัณโรค ส่วนการดื้อยาหลายขนานในเรือนจํา ระหว่างปี 2551-2553 พบในผู้ป่วยรายใหม่ และผู้ป่วยที่รักษาซ้ํา สูงถึงร้อยละ 4 (15/347) และ ร้อยละ 24 (28/114) ตามลําดับ 2. เป้าหมายการลดโรค (Impact indicators and targets) 1. ลดความชุกของวัณโรค (Prevalence) ในปี 2558 ให้ได้ร้อยละ 50 ของสถานการณ์ปี 2533 จากรายงานการควบคุมวัณโรคระดับโลก (Global TB Control 2011) ปี 2554 หน้า 215 โดยองค์การ อนามัยโลกประมาณการณ์ความชุกวัณโรคประเทศไทย ในปี 2533 เท่ากับ 204 ต่อ 100,000 ประชากร (รวมผู้ป่วย วัณโรคที่ติดเชื้อเอชไอวี) 2. ลดอัตราตายจากวัณโรคในปี 2558 ให้ได้ร้อยละ 50 ของสถานการณ์ปี 2533 จากรายงานการควบคุมวัณโรคระดับโลก (Global TB Control 2009) ปี 2552 หน้า 272 โดยองค์การ อนามัยโลกประมาณการณ์อัตราตายจากวัณโรคประเทศไทย ในปี 2533 เท่ากับ 30 ต่อ100,000 ประชากร (รวม ผู้ป่วยวัณโรคที่ติดเชื้อเอชไอวี) 3. สภาพปัญหา การดําเนินงานวัณโรคที่ผ่านมาเกิดความสําเร็จต่างๆ และพบความท้าทายสําคัญ ดังนี้ 3.1 การเสียชีวิตสูงในผู้ป่วยวัณโรค 3.1.1) การเสียชีวิตสูงในผู้ป่วยวัณโรคที่ติดเชื้อเอชไอวี การเสียชีวิตของผู้ป่วยวัณโรคที่ติดเชื้อเอช ไอ วี ร่วมด้วยไม่มีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยในปี 2553 พบ ร้อยละ 25 (23/89) ในผู้ป่วยชนิดรักษาซ้ําหลังขาดยา ร้อยละ 21 (42/199) ในผู้ป่วยชนิดกลับเป็นซ้ํา ร้อยละ 20 Page 126 of 304


(533/2,639) ในผู้ป่วยชนิดรายใหม่เสมหะไม่พบเชื้อและร้อยละ 17 (539/3,092) ในผู้ป่วยชนิดรายใหม่เสมหะพบเชื้อ ในขณะที่ผู้ป่วยเหล่านี้ที่ไม่ติดเชื้อเอช ไอ วี เสียชีวิตเพียงร้อยละ 4 (19/407) ในผู้ป่วยชนิดรักษาซ้ําหลังขาดยา ร้อย ละ 5 (58/1,127) ในผู้ป่วยชนิดกลับเป็นซ้ํา ร้อยละ 1 (106/11,602) ในผู้ป่วยชนิดรายใหม่เสมหะไม่พบเชื้อ และ ร้อยละ 5 (1,138/22,275) ตามลําดับ ซึ่งปัจจุบันการเร่งรัดค้นหาวัณโรคในผู้ติดเชื้อเอช ไอ วี ดําเนินการอย่างจริงจัง ในผู้ติดเชื้อรายใหม่ เนื่องจากต้องตรวจร่างกายพื้นฐานโดยรวมการเอกซเรย์ปอด เพื่อประกอบการพิจารณาการเริ่มให้ ยาต้านไวรัส ในขณะที่ผู้ติดเชื้อเอช ไอ วีรายเก่า (Known HIV positive cases) ไม่ได้มีรูปแบบการดําเนินงานและ การติดตามกํากับอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งข้อจํากัดเหล่านี้เป็นเหตุผลสําคัญที่ทําให้เกิดการวินิจฉัยล่าช้าและส่งผลให้ เสียชีวิตได้ในที่สุด 3.1.2) การเสียชีวิตสูงในผู้ป่วยวัณโรคกลุ่มผู้สูงอายุ ในพื้นที่ซึ่งไม่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของการติดเชื้อเอช ไอ วี ยังพบปัญหาการเสียชีวิต ขณะป่วยด้วยวัณโรค ตัวอย่างเช่นในกลุ่มผู้ป่วยวัณโรคใหม่เสมหะพบเชื้ออยู่ในช่วงร้อยละ 5 (สคร.5) ร้อยละ 6 (สคร. 6 และ 7) และร้อยละ 9 (สคร. 11 และ 12) ถึงแม้ปัจจุบันข้อมูลของระบบรายงานปกติไม่ได้รวบรวมผลการรักษา จําแนกตามอายุ แต่ผลการศึกษาการเสียชีวิตของผู้ป่วยวัณโรคที่ไม่ติดเชื้อเอช ไอ วีของโครงการเฝ้าระวังวัณโรคเชิงรุก โดยศูนย์ความร่วมมือไทย สหรัฐ ด้านสาธารณสุข ระหว่างปี 2547-2549 ในจังหวัดภูเก็ต อุบลราชธานี เชียงราย และ กรุงเทพฯ พบว่า ผู้ป่วยที่สูงอายุ (มากกว่า 64 ปี) มีความสัมพันธ์กับการเสียชีวิตขณะรักษาวัณโรคคิดเป็น 5 เท่าของ ผู้ป่วยที่อายุระหว่าง 15-44 ปี (aRR 5.0, CI 3.9-9.5) เนื่องจากผู้สูงอายุส่วนใหญ่มีการเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรังอื่นร่วม ด้วย และการล่าช้าในการวินิจฉัยวัณโรคซึ่งส่งผลให้ผู้สูงอายุมีอาการรุนแรง นอกจากนั้นยังพบว่าการเสียชีวิตเกิดใน ช่วงแรกของการรักษา โดยมีค่ามัธยฐาน (Median) ประมาณ 41 วัน 3.2 ระบบการค้นหาวัณโรคดื้อยาหลายขนานล่าช้าและการรายงานไม่ครบถ้วน 3.2.1) ความล่าช้าในการตรวจพบวัณโรคดื้อยาหลายขนาน ความท้าทายอีกประการในการดําเนินงานด้านวัณโรคคือ ความล่าช้าในการตรวจวินิจฉัยวัณโรคดื้อ ยาหลายขนาน โดยรายงานปกติพบผู้ป่วยวัณโรคดื้อยาหลายขนาน (Confirmed MDR-TB cases) ที่ได้รับการรักษา ดังนี้ ปี 2552 จํานวน 356 ราย ปี 2553 จํานวน 110 ราย และ ปี 2554 จํานวน 82 ราย ซึ่งจํานวนดังกล่าวต่ํากว่า การคาดประมาณขององค์การอนามัยโลกมาก (1,920 รายต่อปี) ซึ่งกลุ่มผู้ป่วยที่มีโอกาสเกิดการดื้อยามากที่สุดคือ ผู้ป่วยที่รักษาซ้ํา (Re-treatment) โดยแผนงานวัณโรคแห่งชาติและสํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้กําหนดนโยบายให้ผู้ป่วยวัณโรคที่รักษาซ้ําทุกรายที่เสมหะพบเชื้อต้องได้รับการตรวจเสมหะด้วยการเพาะเลี้ยงเชื้อ และทดสอบความไวต่อยา ซึ่งเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับหลักสากล แต่ในทางปฏิบัติพบข้อจํากัดหลายประการที่เป็น อุปสรรคต่อการตรวจวินิจฉัยวัณโรคดื้อยาหลายขนาน เช่น (ก) การสื่อสารแนวทางการปฏิบัติงานด้านการส่งตรวจ ตามระเบี ย บของ สปสช. ไม่ ไ ด้ ถู ก ถ่ า ยทอดอย่ า งมี ป ระสิ ท ธิ ภ าพจากระดั บ นโยบายสู่ ร ะดั บ ปฏิ บั ติ ซึ่ ง ส่ ง ผลให้ โรงพยาบาลชุมชนถูกเรียกเก็บเงินค่าใช้จ่ายของการตรวจดังกล่าวในภายหลังเนื่องจากส่งเสมหะให้ห้องปฏิบัติการที่ ไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนของระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (ข) ห้องปฏิบัติการที่ได้รับการขึ้นทะเบียนฯมีจํานวน ไม่เพียงพอ คือ มีห้องปฏิบัติการจํานวน 11 แห่งที่สามารถเพาะเลี้ยงเชื้อและทดสอบความไวต่อยา (โดยมีเพียง 6 ใน 11 แห่งที่สามารถตรวจ ด้วยเทคนิค Solid media เช่น BACTEC MGIT960 หรือ Bac T Alert) และจํานวน 7 แห่งที่ สามารถเพาะเลี้ยงเชื้อแต่ไม่สามารถทดสอบความไวต่อยาได้ และ (ค) การกระจายตัวของห้องปฏิบัติการตามภาค ต่างๆมีความแตกต่างมาก โดยพบว่าห้องปฏิบัติการจํานวน 5 ใน 11 แห่งที่สามารถทดสอบความไวต่อยาตั้งอยู่ใน Page 127 of 304


กรุงเทพฯ โดยภาคกลาง (สคร. 1 2 3 และ 4) และภาคใต้ (สคร. 11 และ 12) ไม่มีห้องปฏิบัติการที่สามารถทดสอบ ความไวต่อยาได้เลย ซึ่งจํานวนห้องปฏิบัติการที่ไม่เพียงพอส่งผลให้ระยะเวลาที่โรงพยาบาลทราบผลการตรวจ (Turn around time) ใช้เวลาอย่างน้อยถึง 5 เดือน ซึ่งข้อจํากัดเหล่านี้ทําให้โรงพยาบาลต่างๆ ไม่ได้รับความสะดวก และไม่ ส่งเสมหะเพื่อตรวจวินิจฉัยวัณโรคดื้อยาหลายขนานในที่สุด 3.2.2) การรายงานวัณโรคดื้อยาหลายขนานไม่ครบถ้วน ระบบรายงานวัณโรคดื้อยาหลายขนานของประเทศไทยเริ่มดําเนินการในปี 2552 เป็นต้นมา โดยใช้ การรายงานเป็นแบบกลุ่มผู้ป่วย (Aggregated report) แทนการรายงานเป็นรายบุคคล (Individual record) ซึ่ง ในช่วงเวลาที่ผ่านมาองค์ความรู้และเทคโนโลยีทางห้องปฏิบัติการด้านวัณโรคดื้อยาหลายขนานได้เปลี่ยนแปลงอย่าง รวดเร็ว รวมทั้งองค์การอนามัยโลกได้ปรับปรุงแนวทางการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสูตรยา และระบบ รายงาน ซึ่ง แผนงานวั ณ โรคแห่ง ชาติ ได้ ปรั บ ปรุ ง แนวทางแห่ ง ชาติสํ า หรับ การรัก ษาวั ณ โรคดื้ อ ยาหลายขนานให้ สอดคล้องกับการปฏิบัติในระดับสากล การปรับปรุงดังกล่าวที่ยังดําเนินการไม่แล้วเสร็จ เป็นข้อจํากัดต่อการพัฒนา ศักยภาพเจ้าหน้าที่ (โดยเฉพาะการอบรม) และการนิเทศงาน และส่งผลให้การจัดทํารายงานไม่ครบถ้วนในที่สุด ปัจจุบันโรงพยาบาลต่างๆใช้โปรแกรมหลายชนิดในการรวบรวมข้อมูลวัณโรคอิเลคโทรนิกส์เป็น รายบุคคล ดังนี้ ก) SMART-TB on line ข) SMART-TB off line ค) UCHA web application ในโรงพยาบาล ของสคร. 5 และ ง) TBCM (TB Clinic Management) โดย สคร. 10 ซึ่งสํานักวัณโรคและ สปสช. ได้ส่งเสริม การ รวมข้อมูลวัณโรคของโปรแกรมต่างๆสู่ระบบฐานข้อมูลเดียว (Multi-software, single database) เพื่อให้ โรงพยาบาลมีอิสระในการเลือกใช้โปรแกรมได้ แต่การดําเนินงานที่ผ่านมาพบว่า ระบบฐานข้อมูลของ สปสช. มีความ ไม่ครบถ้วนจากสาเหตุ ก) โรงพยาบาลบางแห่งไม่ได้นําเข้าข้อมูลวัณโรคในระบบฐานข้อมูลของ สปสช. เนื่องจาก ไม่ ต้องการงบประมาณที่ได้รับจากการนําเข้าข้อมูล ข) โรงพยาบาลบางแห่งนําเข้าข้อมูลวัณโรคเฉพาะผู้ป่วยภายใต้สิทธิ หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และไม่นําเข้าข้อมูลของผู้ป่วยสิทธิประกันสุขภาพอื่นๆ เช่น ประกันสังคม หรือ ไม่มี ประกันสุขภาพ หรือ ค) โรงพยาบาลไม่สามารถใช้ข้อมูลที่นําเข้าเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ หรือจัดทํารายงานวัณโรค ของตนเองได้ ดังนั้น หลักการสําคัญที่จะช่วยลดข้อจํากัดเหล่านี้ คือ การส่งเสริมให้ผู้รับผิดชอบงานวัณโรคของ โรงพยาบาลได้รับประโยชน์จากการบันทึกข้อมูล โดยเฉพาะการจัดทํารายงานปกติ การวิเคราะห์สถานการณ์ และ แก้ไขปัญหาในพื้นที่โดยมีข้อมูลอ้างอิง โดยวิธี Multi-software, single database ยังคงเป็นหลักการสําคัญ แต่ เพิ่มเติมความสามารถในการแปลงข้อมูล (Convert) ของโปรแกรมที่โรงพยาบาลต่างๆ เลือกใช้ ให้เป็นฐานข้อมูล เดียวกัน เพื่อให้ระดับต่างๆ สามารถจัดทํารายงานปกติ และนําข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนางานได้ 4. เป้าหมายหลักในการดําเนินงาน เมื่อสิ้นปี 2559 1. ผลการรักษาภายในปี 2559 1.1 อัตราการขาดยาเป็น 0 1.2 อัตราตายน้อยกว่าร้อยละ 5 1.3 อัตราความสําเร็จการรักษา (Success rate) มากกว่าร้อยละ 90 2. ผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายเก่าได้รับการสัมภาษณ์เพื่อคัดกรองวัณโรคครั้งล่าสุดที่มารับบริการร้อยละ 100 3. ผู้ป่วยรักษาซ้ําที่ได้รับการตรวจหาความไวต่อยาวัณโรคระบบที่ 1 ร้อยละ 100 4. มีระบบฐานข้อมูลวัณโรคอิเล็กทรอนิกส์ครอบคลุมทุกจังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบ สคร.ทุกแห่ง

Page 128 of 304


5. พื้นที่เป้าหมาย (จังหวัด /อําเภอ/ตําบล) : กลุ่มเป้าหมาย/ Setting เป้าหมายดําเนินการในทุกพื้นที่ ทั้งคนไทย และประชากรข้ามชาติ ผู้ต้องขังในเรือนจํา ดังนี้ 1. กลุ่มผู้ติดเชื้อเอชไอวี 2. กลุ่มผู้ป่วยวัณโรครักษาซ้ํา 6. มาตรการดําเนินงานที่ส่งผลต่อเป้าหมาย 1. เร่งรัดการลดอัตราตายในผู้ป่วยวัณโรค 2. เร่งรัดการค้นหาผู้ป่วยวัณโรคดื้อยาหลายขนาน 3. พัฒนาระบบรายงานและการกํากับติดตามประเมินผล

Page 129 of 304


สรุปจุดเน้นการดําเนินงาน ปีงบประมาณ 2556 จุดเน้น : วัณโรค (ค้นให้พบ จบด้วยหาย ตายน้อยกว่า 5 ขาดยาเป็น 0 ) เป้าหมายการลดโรค : 1 ผลการรักษาภายในปี 2559 1.1 อัตราการขาดยาน้อยกว่าร้อยละ 1 1.2 อัตราตายน้อยกว่าร้อยละ 5 1.3 อัตราความสําเร็จการรักษา (Success rate) มากกว่าร้อยละ 90 2 ผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายเก่าได้รับการสัมภาษณ์เพื่อคัดกรองวัณโรคครั้งล่าสุดที่มารับบริการร้อยละ 100 3 ผู้ป่วยรักษาซ้ําที่ได้รับการตรวจหาความไวต่อยาวัณโรคระบบที่ 1 ร้อยละ 100 4 มีระบบฐานข้อมูลวัณโรคอิเล็กทรอนิกส์ครอบคลุมทุกจังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบ สคร.ทุกแห่ง มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

1. เร่งรัดการลด 1. เครือข่าย อัตราตายในผู้ป่วยวัณ (สสจ./ TB โรค Clinic/ HIC Clinic/ เรือนจํา/ ชมรมผู้ติดเชื้อ HIV/ ชมรม ผู้สูงอายุ ฯลฯ) ได้รับการพัฒนา ศักยภาพในการ ค้นหาไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80

ยุทธศาสตร์ กรมฯ ย.2

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

กิจกรรม สํานัก

สคร

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์

1. วิเคราะห์สาเหตุการตายของผู้ป่วย 1.วิเคราะห์สาเหตุการตายในผู้ป่วยวัณ 1.รายงานผล 1. กลุ่มผู้ติดเชื้อเอชไอวี ครอบคลุม 12 2. กลุ่มผู้สูงอายุ สคร. (76 จังหวัด) วัณโรคในประชากรกลุ่มเสี่ยงพิเศษ โรคแต่ละพื้นที่ การวิเคราะห์ เช่น ผู้ต้องขัง ประชากรข้ามชาติ กลุ่ม 1.1 ศึกษาย้อนหลัง 3. กลุ่มผู้ป่วยวัณโรครักษาซ้ํา สาเหตุการตาย ผู้ติดเชื้อเอชไอวี กลุ่มผู้สูงอายุ เป็นต้น 1.2 เก็บข้อมูลไปข้างหน้า ในผู้ป่วยวัณโรค 1.1 พัฒนาโครงร่างการศึกษาและแบบ 2.ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และ 12 เรื่อง(สคร. เก็บข้อมูลศึกษาสาเหตุการตายย้อนหลัง สนับสนุนวิชาการแก่หน่วยบริการใน ละ 1 เรื่อง) 1.2 ใช้แบบเก็บข้อมูลศึกษาไปข้างหน้า พื้นที่ เช่น Case conference 2.แนวทางการ 1.3 ประชุมปรึกษา(consultation ค้นหารายป่วย meeting) ผู้เชี่ยวชาญ ความเป็นไปได้ วัณโรคใน เรื่อง low dose regimen ผู้สูงอายุ 1 เรื่อง

Page 130 of 304


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย 2. ลดอัตราตายใน TB/ HIV ร้อยละ 5 3. ผู้ป่วย TB/ HIV ได้รับยาร้อยละ 80

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

สคร. / สสจ. / TB Clinic / ครอบคลุม 12 HIV Clinic / เรือนจํา / ชมรม สคร. (76 จังหวัด) ย.1/ ย.5 ผู้ติดเชื้อเอชไอวี / ชมรม ผู้สูงอายุ ฯลฯ

ย.5

สคร. / สสจ. / TB Clinic / HIV Clinic

รพ.ในสังกัด กระทรวง สาธารณสุข

กิจกรรม สํานัก 2. จัดทําแนวทางการค้นหารายป่วย วัณโรคในกลุ่มผู้ติดเชื้อเอชไอวี 3.จัดทําแนวทางการค้นหารายป่วย วัณโรคในกลุ่มผู้สูงอายุ 4.สนับสนุนคู่มือมาตรฐานแนว ทางการดูแลรักษาวัณโรค 5. ถ่ายทอดแนวทางการค้นหาวัณ โรคในผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้สูงอายุ และสร้างความเชื่อมั่นของแพทย์ และจนท. ในการดูแล รักษาผู้ป่วย วัณโรคตามมาตรฐานการรักษา ผู้ป่วยวัณโรคแห่งชาติ

สคร

3.พัฒนาศักยภาพเครือข่าย(สสจ. / TB Clinic / HIV Clinic / เรือนจํา / ชมรมผู้ติดเชื้อเอชไอวี / ชมรม ผู้สูงอายุ ฯลฯ)ในการค้นหาวัณโรค ในผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้สูงอายุ (จัดอบรมแนวทางค้นหาผู้ป่วย)

6. ติดตามประเมินผลการ 4. ติดตามประเมินมาตรฐานการ ดําเนินงานและสนับสนุนแบบ ดําเนินงานวัณโรคสําหรับ ประเมินมาตรฐานการดําเนินงานวัณ โรงพยาบาล โรค

Page 131 of 304

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์

1. จํานวนเครือข่าย ในการค้นหาวัณโรค ในผู้ติดเชื้อเอชไอวี และผู้สูงอายุได้รับ การพัฒนาศักยภาพ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 2. ลดอัตราตายใน TB/HIV ร้อยละ 5 ต่อปี(เปรียบเทียบกับ ฐานข้อมูลเดิม) 3. ผู้ป่วย TB/HIV ได้รับยา ARV 80 %

รายงานผลการ ประเมินมาตรฐาน การดําเนินงานวัณ โรคสําหรับ โรงพยาบาล 12 เรื่อง(สคร.ละ 1 เรื่อง)


มาตรการหลัก/ โครงการ

2. เร่งรัดการค้นหา ผู้ป่วยวัณโรคดื้อยา หลายขนาน

เป้าหมาย

ห้อง Lab วัณโรค ได้รับการขึ้น ทะเบียนกับ สปสช. เพิ่มขึ้น 5 แห่ง/ปี

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

สํานัก 7. บูรณาการการคัดกรอง TB ร่วมกับการคัดกรอง NCD ใน ประชาชน 15+ ปี: เอกสารเผยแพร่ เพิ่มในกระบวนการคัดกรองใน ชุมชนและประสานนโยบาย/ ถ่ายทอดให้สคร. เพื่อส่งต่อถึง รพ.

ย.1

สป. / สํานัก NCD / สคร.

ย. 3

สคร. / สสจ. / TB Clinic / ทั่วประเทศ HIV Clinic / ประชาชนทั่วไป

ย.2

ห้องปฏิบัติการชันสูตรวัณโรค สคร. / รพ.แม่ข่าย 1.วิเคราะห์ช่องว่างด้าน สคร. / รพ.แม่ข่าย ที่เข้าร่วมโครงการ ห้องปฏิบัติการชันสูตรวัณโรคเพื่อ สนับสนุนการดําเนินงานด้านวัณ โรคดื้อยาหลายขนาน (ดําเนินการ ร่วมกับ สคร.) สคร. / สสจ. / TB Clinic / ทีม SRRT

สคร.

กิจกรรม สคร

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ ความ ครอบคลุม ประชากร (ใช้ ผลจากงานคัด กรอง NCD)

8. พัฒนาข่าวสารและช่องทางการ สื่อสารให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย

ครอบคลุม 12 2.จัดทําแนวทางบริหารจัดการ สคร. (76 จังหวัด) ผู้ป่วยวัณโรคดื้อยาหลายขนาน 3.จัดทําแนวทางการสอบสวนวัณ โรคดื้อยาหลายขนาน

Page 132 of 304

1. มีแผนพัฒนา ศักยภาพ ห้องปฏิบัติการ ชันสูตรวัณโรค เพื่อสนับสนุนการ ดําเนินงานด้านวัณ โรคดื้อยาหลาย ขนาน ระดับประเทศ และสคร. 2. แนวทางบริหาร จัดการผู้ป่วยและ การสอบสวนวัณ โรคดื้อยาหลาย ขนาน 1 เรื่อง


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ ย.1

กลุ่มเป้าหมาย

กิจกรรม

พื้นที่เป้าหมาย

สํานัก สคร ห้องปฏิบัติการชันสูตรวัณโรค สคร. / รพ.แม่ข่าย 4.พัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการ 1.ส่งเสริม ผลักดันให้ สคร. / รพ.แม่ข่าย ที่เข้าร่วมโครงการ เพาะเลี้ยงเชื้อและทดสอบความไว ห้องปฏิบัติการชันสูตรวัณโรคที่ ต่อยา สามารถเพาะเลี้ยงเชื้อหรือทดสอบ ความไวต่อยาขึ้นทะเบียนเป็นหน่วย ตรวจของ สปสช.

5. ถ่ายทอดแนวทางการส่งเสมหะ และทดสอบความไวต่อยาภายใต้ ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า เช่น จัดทําแนวทาง หรือ เว็บบอร์ด คําถามคําตอบ เป็นต้น

Page 133 of 304

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ จํานวน ห้องปฏิบัติการ ชันสูตรวัณโรค ได้รับการขึ้น ทะเบียนกับ สปสช. เพิ่มขึ้น 5 แห่ง ต่อปี (ข้อมูล พื้นฐานปี 2555 มี ห้องปฏิบัติการฯที่ สามารถเพาะเลี้ยง เชื้อได้จํานวน 65 แห่ง ขึ้นทะเบียน โดย สปสช. 18 แห่ง คิดเป็นร้อย ละ 27 และ ห้องปฏิบัติการฯ ที่สามารถทดสอบ ความไวต่อยาแนว ที่ 1 จํานวน 15 แห่ง ขึ้นทะเบียน โดย สปสช. 11 แห่ง คิดเป็นร้อย ละ 73)


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ ย.5

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

กิจกรรม สํานัก 6.ติดตามประเมินมาตรฐานการ ดําเนินงานวัณโรคดื้อยาหลายขนาน

7. พัฒนาระบบติดตามผลการส่ง เสมหะเพาะเลี้ยงเชื้อและทดสอบ ความไวต่อยาบนเครือข่าย อินเตอร์เน็ต (Web application)

Page 134 of 304

สคร

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ จํานวนจังหวัดที่ ทุกโรงพยาบาลมี ฐานข้อมูลวัณโรค อิเล็กทรอนิกส์ ดังนี้ 1.ปี 2556 ครอบคลุมทุก โรงพยาบาล ไม่ น้อยกว่า 1 จังหวัด 2.ปี 2557 ครอบคลุมทุก โรงพยาบาล สะสม ไม่น้อยกว่า 3 จังหวัด หรือ ไม่ น้อยกว่า 50% ของจังหวัดในพื้นที่ 3.ปี 2558 ครอบคลุม โรงพยาบาลทุก จังหวัด


มาตรการหลัก/ โครงการ 3. พัฒนาระบบ รายงานและการ กํากับติดตาม ประเมินผล

เป้าหมาย โรงพยาบาลมี ฐานข้อมูลวัณโรค ครบทุกแห่ง อย่างน้อยสคร.ละ 2 จังหวัด

ยุทธศาสตร์ กรมฯ ย.5

กลุ่มเป้าหมาย สคร. / สสจ. / TB Clinic

กิจกรรม

พื้นที่เป้าหมาย

สํานัก สคร สคร. ละ 2 จังหวัด 1. พัฒนาการใช้โปรแกรม ส่งเสริม 1. สนับสนุนการขยายความ และสนับสนุนให้ สคร. มีฐานข้อมูล ครอบคลุมการใช้ระบบฐานข้อมูล อิเล็กทรอนิกส์ผู้ป่วยวัณโรค อิเล็คโทรนิกส์ รายบุคคลครอบคลุมทุกโรงพยาบาล ในพื้นที่รับผิดชอบ

2.ส่งเสริมการใช้ประโยชน์จาก 2. จัดอบรมการใช้ประโยชน์จาก ฐานข้อมูล ในพื้นที่ที่รับผิดชอบ ฐานข้อมูล ได้แก่ อบรมการใช้ ประโยชน์จากข้อมูล จัดทําเว็บบอร์ด เพื่อช่วยในการสื่อสารการใช้งาน และแก้ไขปัญหา เป็นต้น (อบรม สคร.และพื้นที่นําร่อง)

3. นิเทศติดตามประเมินผล ความก้าวหน้าการดําเนินงานและ จัดทําสรุปรายงาน

Page 135 of 304

3. ติดตาม สนับสนุนพื้นที่ที่ใช้ ระบบข้อมูลอิเล็กโทรนิกส์

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ จํานวนจังหวัดที่ ทุกโรงพยาบาลมี ฐานข้อมูลวัณโรค อิเล็กทรอนิกส์ ดังนี้ 1.ปี 2556 ครอบคลุมทุก โรงพยาบาล ไม่ น้อยกว่า 1 จังหวัด 2.ปี 2557 ครอบคลุมทุก โรงพยาบาล สะสม ไม่น้อยกว่า 3 จังหวัด หรือ ไม่ น้อยกว่า 50% ของจังหวัดในพื้นที่ 3.ปี 2558 ครอบคลุม โรงพยาบาลทุก จังหวัด


12 โรคเอดส์   1. สถานการณ์ การคาดประมาณจํานวนผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ของประเทศไทย พ.ศ. 2555 – 2559 โดยใช้ Asian Epidemic Model.จําแนกตามช่องทางการรับและถ่ายทอดเชื้อฯ จํานวนรวม 43,040 คน เป็นการติดเชื้อฯ ผ่านการรับและถ่ายทอดเชื้อฯ จากการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างชาย ระหว่างพนักงานบริการและลูกค้า.และการ ใช้เข็มฉีดยาร่วมกันรวม ร้อยละ 62 รองลงมาเป็นการรับและถ่ายทอดเชื้อฯ ด้วยการมีเพศสัมพันธ์ในคู่อยู่กิน ร้อยละ 32 ปี พ.ศ.

เพศสัมพันธ์ระหว่างชาย

เพศสัมพันธ์กับคู่อยู่กิน เพศสัมพันธ์กับคู่

ระหว่างพนักงานบริการและ

ชั่วคราวและนอก

ลูกค้า และใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน

สมรส

รวม

2555 2556

5,608 5,461

3,231 2,920

634 579

9,473 8,959

2557 2558

5,331 5,221

2,674 2,475

530 488

8,535 8,184

2559

5,126

2,313

450

7,890

2555-2559

26,746

12,613

2,681

43,040

% ของผู้ติดเชื้อรายใหม่

62%

32%

6%

100%

2. เป้าหมายการลดโรค 2.1 สู่เป้าหมายไม่มีผู้ติดเชื้อฯรายใหม่ เป้าหมาย

ตัวชี้วัด 1. จํานวนผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ที่สามารถป้องกันได้ 2. ร้อยละของประชากรที่ติดเชือ้ เอชไอวี 2.1 พนักงานบริการหญิง 2.2 พนักงานบริการชาย 2.3 ชายมีเพศสัมพันธ์กับชาย 2.4 ผู้ใช้ยาด้วยวิธีฉีด 2.5 แรงงานข้ามชาติ 2.6 หญิงตัง้ ครรภ์อายุ 15-24 ปี 2.7 ทหารคัดเลือกใหม่เข้ากองประจําการ

Page 136 of 304

2555 1,916

2557 3,907

2559 4,952

2.0 16.0 11.1 22.1 2.1 0.3 0.5

1.5 15.1 10.5 22.0 2.0 0.3 0.4

1.1 13.9 9.6 21.5 1.9 0.2 0.4


2.2 สู่เป้าหมายไม่มีผู้เสียชีวติ จากเอดส์ เป้าหมาย

ตัวชี้วัด 1. ร้อยละของผูใ้ หญ่และเด็กทีต่ ิดเชื้อเอชไอวีในระยะที่เข้าเกณฑ์

ได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสฯ 2. อัตราตายของผู้ติดเชื้อฯหลังจากรักษาด้วยยาต้านไวรัสฯ 1 ปี 3. อัตราตายของผู้ติดเชื้อเอชไอวี ที่เป็นวัณโรค ภายหลังจากการ ขึ้นทะเบียน 1 ปี

2555 80.0

2557 85.0

2559 90.0

8.0 14.0

6.0 10.0

4.0 8.0

2557 TBD

2559 TBD

2.3 สู่เป้าหมายไม่การตีตราและเลือกปฏิบัติ เป้าหมาย

ตัวชี้วัด 1. ค่าเฉลี่ยการวัดการตีตราและเลือกปฏิบัติตอ่ ผู้ติดเชื้อฯและ

2555 TBD

ประชากรกลุ่มเป้าหมายหลัก TBD (To be determined) จะกําหนดภายหลัง

3. สภาพปัญหา • ความครอบคลุมของการป้องกันในกลุ่มชายมีเพศสัมพันธ์กับชาย พนักงานบริการ ผู้ใช้ยาด้วยวิธีฉีด และประชากรข้ามชาติ ยังจํากัด และใช้งบประมาณจากกองทุนโลกฯเป็นหลัก • อัตราการใช้ถุงยางอนามัยในทุกกลุ่มประชากรยังอยู่ในระดับต่ํา จากข้อมูล BSS ของสํานักระบาด วิทยาปี 2553 พบว่า สัดส่วนของกลุ่มนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 2,5 และ นักเรียนระดับอาชีวะศึกษาเพศชาย ที่ เคยมีเพศสัมพันธ์เพิ่มขึ้น ในขณะที่อัตราการใช้ถุงยางอนามัย กับพนักงานบริการหญิงเพียงร้อยละ 52.5 66.3 และ 68.6 กับชายเพศเดียวกัน ร้อยละ 51.1 52.3 และ 52.0 ตามลําดับ กลุ่มทหารคัดเลือกใหม่เข้ากอง ประจําการ มีอัตราการใช้ถุงยางอนามัยกับพนักงานบริการหญิง หญิงอื่นๆ และ กับชายด้วยกัน ร้อยละ 69.8 33.9 และ 46.2 ตามลําดับ กลุ่มพนักงานบริการหญิงมีอัตราการใช้ถุงยางอนามัยกับคู่เพียง ร้อยละ 40.0 • การสํารวจ IBBS โดยสํานักระบาดวิทยา ในปี 2553 ผู้ใช้ยาเสพติดด้วยวิธีฉีด ใช้เข็มและกระบอกฉีด ยาที่ปลอดเชื้อฯ ร้อยละ 77.8 • ความครอบคลุมของผู้ติดเชื้อฯที่ได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสฯเพิ่มขึ้นเป็นลําดับ (ร้อยละ 72 ในปี 2553, ร้อยละ 77 ในปี 2554) ซึ่งผู้ติดเชื้อฯที่รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพ ถ้วนหน้า มีสัดส่วนเป็น ร้อยละ 66 ของผู้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสฯทั้งหมด แม้ว่าความครอบคลุมจะเพิ่ม เป็นลําดับ แต่ผู้ติดเชื้อฯ เข้าสู่ระบบการรักษาล่าช้า ข้อมูลจากระบบติดตามของ สปสช. พบผู้ติดเชื้อฯ ที่มี ระดับ CD4 น้อยกว่า 100 เซลล์/ลบ.มม. ช่วงที่ตรวจวินิจฉัยว่าติดเชื้อฯ ถึงร้อยละ 47 ในปี 2554

Page 137 of 304


• การให้การปรึกษาและตรวจการติดเชื้อฯเอชไอวี ซึ่งถือว่าเป็นมาตรการหลักที่ทําให้ผู้ติดเชื้อฯ เข้าสู่ การรักษา ในขณะเดียวกันก็มีผลต่อการป้องกัน ด้วยหากผู้ติดเชื้อฯเข้าสู่การรักษาด้วยยาต้านไวรัสฯเร็วขึ้น (การศึกษา HPTN 052)

ข้อมูลจากการสํารวจ IBBS โดยสํานักระบาดวิทยา ในปี 2553 ประชากร

กลุ่มเป้าหมายหลักซึ่งควรตรวจการติดเชื้อฯอย่างน้อยปีละครั้ง ได้แก่ พนักงานบริการหญิง พนักงานบริการ ชาย ชายมีเพศสัมพันธ์กับชาย และผู้ใช้ยาด้วยวิธีฉีด ตรวจการติดเชื้อฯและรู้ผลการตรวจใน 12 เดือนที่ผ่านมา ร้อยละ 50.4, 51.4, 29.2 และ 40.8 ตามลําดับ 4. เป้าหมายหลักในการดําเนินงานเมื่อสิน้ ปี พ.ศ. 2559 เป้าหมายจุดเน้นในการดําเนินงานของกรมควบคุมโรค 4.1 สู่เป้าหมายไม่มีผู้ติดเชื้อฯรายใหม่ เป้าหมาย

ตัวชี้วัด

2556

2557

2558

2559

1. ร้อยละของประชากรกลุ่มเป้าหมายเข้าถึงถุงยางอนามัย 60.0 1.1 พนักงานบริการหญิง 60.0 1.2 พนักงานบริการชาย

65.0 65.0

70.0 70.0

75.0 75.0

2. ร้อยละขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่สนับสนุน

10

15

20

2557

2558

2559

90

95

100

61

81

100

30.0

20.0

10.0

5

ทรัพยากรเพื่อการดําเนินงานป้องกันการติดเชือ้ เอสไอวี และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (อบจ. เทศบาล อบต.)

4.2 สู่เป้าหมายไม่มีผู้เสียชีวติ จากเอดส์ ตัวชี้วัด

เป้าหมาย 2556

ตัวชี้วัด ผลผลิต ร้ อ ย ล ะ ข อ ง ส ถ า น บ ริ ก า ร ส า ธ า ร ณ สุ ข ที่ เ ข้ า สู่ กระบวนการพัฒนาคุณภาพการจัดบริการดูแลรักษาผู้ ติดเชื้อผู้ป่วยเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ 1.1 ร้ อ ยละของสถานบริ ก ารสาธารณสุ ข ที่ เ ข้ า สู่ 85 ขบวนการพัฒนาคุณภาพการจัดบริการดูแลรักษาผู้ติด เชื้อผู้ป่วยเอดส์ (เป้าหมาย 900 แห่ง) 1.2 ร้อยละของจังหวัดที่มีสถานบริการสาธารณสุขที่ 42 เข้าสู่ขบวนการพัฒนาคุ ณภาพการจัดบริการดู แลรักษา โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (เป้าหมาย 77 จังหวัด) ตัวชี้วัด ผลลัพธ์ ร้อยละของผู้ติดเชื้อเอชไอวี ที่ระดับ CD4 < 100 40.0 เซลล์/ลบ.มม. Page 138 of 304


5. พื้นทีเ่ ป้าหมาย (จังหวัด /อําเภอ/ตําบล) : กลุ่มเป้าหมาย/ Setting เป้าหมาย พื้นที่เป้าหมายการดําเนินงานประกอบด้วย 5.1 พื้นที่เป้าหมายเร่งรัด ตามยุทธศาสตร์ป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์แห่งชาติ พ.ศ.2555-2559 จํานวน 31 จังหวัด และเพิ่มเติมพื้นที่ในเขตความรับผิดชอบของ สคร.8 อีก 2 จังหวัด รวมเป็น 33 จังหวัด 5.2 พื้นที่สาธิตปฏิบัติการ 5 พื้นที่ ซึ่งรวมอยู่ใน 33 จังหวัดที่เป็นพื้นที่เป้าหมายเร่งรัด ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร จ.พะเยา ลพบุรี บุรีรัมย์ และสงขลา โดยเป็นพื้นที่ที่จะนําร่องในประเด็นยากๆ 5.3 พื้นที่อื่นๆ ตารางแสดงพื้นที่เป้าหมายเร่งรัด และพื้นที่ดําเนินงานป้องกันโครงการกองทุนโลกฯ ภาค ภาคกลาง

สคร. 1

จังหวัด

พื้นที่ดําเนินงานป้องกันโครงการกองทุนโลกฯ FSW x x x

MSM x x x

PWID x x x

Youth

กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี 2 ลพบุรี สระบุรี x x 3 ชลบุรี x x ระยอง x x ตราด ฉะเชิงเทรา x x x สมุทรปราการ x x x 4 ราชบุรี x x นครปฐม x สมุทรสาคร เพชรบุรี x x ภาคอิสาน 5 นครราชสีมา บุรีรัมย์ x x 6 ขอนแก่น อุดรธานี x x 7 ศรีสะเกษ x อุบลราชธานี x x ภาคเหนือ* 8* นครสวรรค์ พิจิตร 9 ตาก x x พิษณุโลก x x 10 เชียงใหม่ x x x พะเยา เชียงราย x x x ภาคใต้ 11 นครศรีธรรมราช x x x ภูเก็ต x x สุราษฎร์ธานี x x x ระนอง x 12 สงขลา x x x ตรัง x x x FSW: Female sex worker พนักงานบริการหญิง, MSM: Men who have sex with men, PWID: People who inject drugs * พื้นที่ สคร. 8 เป็นพื้นที่เพิ่มเติมจากพื้นที่ยุทธศาสตร์ฯเอดส์ชาติ

Page 139 of 304


กลุ่มประชากรเป้าหมาย • กลุ่มชายมีเพศสัมพันธ์กับชาย กลุ่มพนักงานบริการ และกลุ่มผูใ้ ช้ยาด้วยวิธีฉีด ผู้ต้องขัง และแรงงานข้ามชาติ • เยาวชนที่มีภาวะเปราะบาง รวมเด็กและเยาวชนในสถานพินิจ • คู่ผลเลือดต่าง 6. มาตรการดําเนินงานทีส่ ่งผลต่อเป้าหมาย 6.1 พื้นที่เป้าหมายเร่งรัด 33 จังหวัด เป็นการดําเนินการในลักษณะของ Area-based program ประกอบด้วย ผลลัพธ์หลัก (Key Result) 3 ประการ ดังนี้ Key Result 1: การเป็นเจ้าของร่วมของจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การสร้างการเป็นเจ้าของร่วมของจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ใช้มาตรการของการทําให้ จังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้รู้สถานการณ์ปัญหาเอดส์และสถานการณ์การดําเนินงานในพื้นที่ ของตนเอง (Know Your Epidemics และ Know Your Response) ซึ่งนําไปสู่ความตระหนักและรู้ประเด็นที่ จะต้องดําเนินงาน และนําเข้าสู่กระบวนการจัดทํายุทธศาสตร์ฯเอดส์ จังหวัด และบูรณาการในแผนพัฒนา จังหวัด รวมถึงการจัดทําแผนของ อปท. ในพื้นที่ที่จังหวัดสามารถจัดลําดับความสําคัญในการดําเนินงานจาก ข้อมูลที่มีได้อย่างเหมาะสม Key Result 2: ประชากรกลุ่มเป้าหมายเข้าถึงบริการป้องกัน ครอบคลุมและมีคุณภาพ การเร่งรัดการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในกลุ่มประชากรเป้าหมายหลักให้ ครอบคลุมและมีคุณภาพ เป็นการจัดบริการเชิงรุก ซึ่งส่วนใหญ่ดําเนินการโดยภาคประชาสังคม เชื่อมต่อ กับ บริ ก ารให้ ก ารปรึ ก ษาและตรวจการติ ด เชื้ อ เอชไอวี และบริ ก ารคั ด กรอง ตรวจและรั ก ษาโรคติ ด ต่ อ ทาง เพศสัมพันธ์ จะได้พิจารณางบประมาณสนับสนุน NGO ในการให้ความสําคัญกับการดําเนินงานในกลุ่ม ประชากรเป้าหมายหลักในพื้นที่เร่งรัด เพื่อทําให้เกิดความครอบคลุมมากพอที่จะทําให้เกิดผลกระทบต่อการลด การติดเชื้อฯรายใหม่ได้ Key Result 3: พื้นที่ใช้ข้อมูลในการปรับปรุงการทํางาน ศูนย์ประสานประชาคมเอดส์จังหวัด (Provincial Coordinating Mechanism: PCM) เป็นกลไกที่ทําให้ เกิดการใช้ข้อมูลในการปรับปรุงการทํางาน โดยมีสํานักงานสาธารณสุขจังหวัดทําหน้าที่เป็นแกนกลางในการ ประสานการสร้างระบบข้อมูลที่จะนํามาใช้ เป็นศูนย์กลางของฐานข้อมูลในจังหวัด และประมวล วิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลเพื่อนําไปใช้ประโยชน์ทั้งการปรับปรุงบริการ การดําเนินงาน และจัดทําข้อเสนอเชิงนโยบาย ต่อคณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์จังหวัด ระบบข้อมูลที่จะพัฒนา ประกอบด้วย 1) การคาดประมาณจํานวนประชากรกลุ่มเป้าหมายหลักในการ ดําเนินงานป้องกัน 2) ระบบข้อมูลบริการเอชไอวีที่บูรณาการ (Routine Integrated HIV Information system: RIHIS) ที่ครอบคลุมการทํางานของทั้งภาครัฐ ภาคประชาสังคม ตลอดจนเชื่อมต่อระหว่างการป้องกัน และการดูรักษา Page 140 of 304


สํานักงานป้องกันควบคุมโรค ประเมินกระบวนการบริหารและดําเนินงานป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีของ จังหวัด เพื่อทําให้เข้าใจสถานการณ์ของจังหวัดและนําข้อมูลมาวางแผนการสนับสนุนทางวิชาการให้เหมาะสม และมีความจําเพาะกับแต่ละจังหวัด 6.2 ทุกพื้นที่ 1. การป้องกันการระบาดของการติดเชื้อเอชไอวี 1.1 การสนับสนุนทางวิชาการในการป้องกันในกลุ่มประชากรเป้าหมายหลัก โดย สอวพ. เป็นแกนกลาง ในการจัดทํา National Guideline และ Standard Operating Procedure (SOP) แล้วจัดการอบรมเพื่อ นําไปประยุกต์ใช้ และจัดระบบการติดตามสนับสนุนการดําเนินงานในพื้นที่ ในปี 2556 จะพัฒนากระบวนการ ประกันคุณภาพของบริการทั้งในส่วนที่ดําเนินการโดยภาคประชาสังคม และโดยหน่วยงานภาครัฐ 1.2 การใช้ยุทธศาสตร์อําเภอเข้มแข็ง ในการกระตุ้นพื้นที่ที่มีสถานการณ์ปัญหาเอดส์สูง 1.3 การสร้างภาพลักษณ์ใหม่และการส่งเสริมการใช้ถุงยางอนามัย ด้วยกระบวนการสื่อสารสาธารณะที่ เชื่อมต่อกับการสื่อสารในระดับพื้นที่ เพื่อปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์และเจตนคติต่อถุงยางอนามัยให้เป็นอุปกรณ์ สุขอนามัย เพื่อความปลอดภัยและสุขภาวะทางเพศ รวมถึงการสร้างความร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทยใน การระดมความร่วมมือในบทบาทของ อปท. โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อบจ. ในการร่วมรับผิดชอบในการจัดหาถุงยาง อนามัยให้เพียงพอในแต่ละจังหวัด ซึ่ง สอวพ. เตรียมการในเรื่องการบริหารจัดการถุงยางอนามัย เพื่อสนับสนุน อปท.ในการดําเนินงาน 1.4 การพัฒนาระบบข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์และการติดตามประเมินผล ระดับจังหวัด เขต และประเทศ ตามแนวทางที่กําหนดในแผนพัฒนาระบบข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์และการติดตามประเมินผลการป้องกันและ แก้ไขปัญหาเอดส์ของประเทศ พ.ศ.2555-2559 2. การพัฒนาบริการดูแลรักษา 2.1 การส่งเสริมการรู้สถานภาพการติดเชื้อเอชไอวีและเข้าสู่การดูแลรักษาเร็วขึ้น ประกอบด้วย การ สื่อสารสาธารณะ การจัดบริการ National Call Center การพัฒนาบุคลากร การทบทวนและพัฒนารูปแบบ ใหม่ของการให้บริการปรึกษาและตรวจการติดเชื้อเอชไอวี ได้แก่ การจัดหน่วยบริการเคลื่อนที่ใน Drop-in center การจัดบริการ Provider-initiated Counseling and Testing (PICT) 2.2 การจัดการการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวีและวัณโรค ประกอบด้วย การพัฒนาความครอบคลุมของ การคัดกรองวัณโรคในผู้ติดเชื้อเอชไอวี การตรวจการติดเชื้อเอชไอวีในผู้ป่วยวัณโรค และการสร้างความมั่นใจ ให้แก่แพทย์ผู้ดูแลในการให้การดูแลรักษาทั้ง 2 โรค ตามมาตรฐาน

Page 141 of 304


3. การลดการตีตราและเลือกปฏิบัติ 3.1 การสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องการรับและถ่ายทอดเชื้อฯ ทั้งด้วยกระบวนการสื่อสารสาธารณะ และการดําเนินงานในระดับพื้นที่ รวมทั้งสนับสนุนการนําประกาศคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการป้องกัน และแก้ไขปัญหาเอดส์ เรื่องแนวปฏิบัติแห่งชาติว่าด้วยการป้องกันบริหารจัดการด้านเอดส์ในสถานที่ทํางาน ที่ ครอบคลุมหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน 3.2 การสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องความหลากหลายทางเพศ และสิทธิมนุษยชน ด้วยกระบวนการ สื่อสารสาธารณะ และการดําเนินงานในระดับพื้นที่ โดยมุ่งเน้นในกลุ่มผู้ให้บริการสุขภาพก่อน 3.3 การพัฒนาระบบการติดตามและประเมินผลการไม่เลือกปฏิบัติ เป็นกระบวนการพัฒนาโดยการ สนับสนุนทางวิชาการจากหน่วยงานระหว่างประเทศ ในปี 2556 เป็นการดําเนินการนําร่อง

Page 142 of 304


สรุปจุดเน้นการดําเนินงาน ปีงบประมาณ 2556 จุดเน้น : โรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เป้าหมายการลดโรค : 1. ไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2. ไม่มีผู้เสียชีวิต 3. ไม่มีการตีตราและเลือกปฏิบัติ มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

กิจกรรม

พื้นที่เป้าหมาย

สํานัก

สคร

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์

มาตรการที่ดําเนินการในพื้นที่เป้าหมายเร่งรัด 33 จังหวัด (สคร.1=3 จังหวัด, สคร.2=2 จังหวัด, สคร.3=5 จังหวัด, สคร.4=4 จังหวัด, สคร.5=2 จังหวัด, สคร.6=2 จังหวัด, สคร.7=2 จังหวัด, สคร.8=2 จังหวัด, สคร.9=2 จังหวัด, สคร.10=3 จังหวัด, สคร.11=4 จังหวัด, สคร.12=2 จังหวัด) 1) พัฒนาหลักสูตรการจัดทํายุทธศาสตร์ 1) พัฒนาหลักสูตรการจัดทํายุทธศาสตร์ 1 การสนับสนุน ย.1 สสจ. 18 จังหวัด SM113 ป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์ในหลักการ ป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์ในหลักการ จังหวัดจัดทํา ของการ Know your epidemic Know ของการ Know your epidemic Know ยุทธศาสตร์ป้องกัน your response your response และแก้ไขปัญหาเอดส์ 2) สร้างทีมวิทยากรส่วนกลางเรื่องการ 2) สร้างทีมวิทยากรส่วนกลางเรื่องการ และบูรณาการเข้า พัฒนาการใช้ประโยชน์ข้อมูลเชิง พัฒนาการใช้ประโยชน์ข้อมูลเชิง ในแผนพัฒนาจังหวัด ยุทธศาสตร์เพื่อจัดทํายุทธศาสตร์ฯ และ ยุทธศาสตร์เพื่อจัดทํายุทธศาสตร์ฯ และ เพื่อความยั่งยืน (ศบ. บูรณการเข้าไปในแผนพัฒนาจังหวัด บูรณการเข้าไปในแผนพัฒนาจังหวัด 3) สนับสนุนจังหวัดในการจัดทํา 3) สนับสนุนจังหวัดในการจัดทํา จอ.) ยุทธศาสตร์และการบูรณาการการ ดําเนินงานป้องกันและดูแลรักษาผู้ติดเชื้อ เอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์ไว้ในแผนพัฒนา จังหวัดเพื่อความยั่งยืน

Page 143 of 304

ยุทธศาสตร์และการบูรณาการการ ดําเนินงานป้องกันและดูแลรักษาผู้ติดเชื้อ เอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์ไว้ในแผนพัฒนา จังหวัดเพื่อความยั่งยืน (สคร. ใช้เงินนอก)


มาตรการหลัก/ โครงการ 2. การส่งเสริมอปท. จัดทําแผนป้องกัน และแก้ไขปัญหาเอดส์ (ศบ.จอ.)

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ ย.1

กลุ่มเป้าหมาย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

กิจกรรม

พื้นที่เป้าหมาย 33 จังหวัด

สํานัก 1) พัฒนากระบวนการทํางานกับอปท. ใน กลุ่ม Youth ให้มีคุณภาพ 1.1 ศึกษารูปแบบและกระบวนการการ พัฒนาแผนงาน อปท.ในกลุ่มyouth 2) พัฒนากระบวนการทํางานกับอปท.ในห ลุ่มKAPs 2.1 ประมวล และปรับปรุงหลักสูตรการ อบรม sensitization (รวบรวมจากหลักสูตร Gender และ sensitiZation ที่มีอยู่เดิม) 2.2 จัดอบรม อปท. 20 แห่ง 2.3 จัดทําสื่อเสริมการดําเนินงาน 3) พัฒนารูปแบบการทํางาน Harm Reduction ในพื้นที่นําร่อง (อปท 5 แห่งใน 1 จังหวัด) (ใช้งบ GF) 3.1 กําหนดแผนและแนวทางการทํางาน ร่วมกับพื้นที่ 3.2 พัฒนากรอบการดําเนินงาน Harm Reduction ร่วมกับอปท 3.3 สนับสนุนเขตในการพัฒนารูปบบการ ดําเนินงานกับอปท.นําร่อง 5 แห่ง (ใน1 จังหวัด) (บางส่วนใช้เงินนอก)

Page 144 of 304

สคร 1.สนับสนุนและวิเคราะห์การ ดําเนินงานแบบมีส่วนร่วมในระดับ ท้องถิ่น ของจังหวัดในเขต

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ SM113


มาตรการหลัก/ โครงการ 3.การเร่งรัดการ ป้องกันการติดเชื้อ เอชไอวีและ โรคติดต่อทาง เพศสัมพันธ์ในกลุ่ม ประชากรเป้าหมาย หลักให้ครอบคลุม และมีคุณภาพ (สอวพ)

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ ย.1

กลุ่มเป้าหมาย FSW/12,187 MSM/9,466 Others/4,298

ย.1/ ย.5 ภาคประชาสังคม

กิจกรรม

พื้นที่เป้าหมาย

สํานัก 36 จังหวัด (31 1) พัฒนาระบบการเข้าถึงบริการ จังหวัดเดิมและ ตรวจเชื้อเอชไอวีโดยสมัครใจและ เพิ่ม 5 จังหวัด การบริการดูแลสุขภาพด้าน ได้แก่ กําแพงเพชร โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เป็นมิตร มหาสารคาม และการติดตามประเมินผลการ อยุธยา สระแก้ว ดําเนินงาน และกาญจนบุรี) 33จังหวัด

2)สนับสนุนการจัดบริการเชิงรุก โดยภาคประชาสังคม เชื่อมต่อ กับ บริการให้การปรึกษาและตรวจการ ติดเชื้อเอชไอวี และบริการคัดกรอง ตรวจและรักษาโรคติดต่อทาง เพศสัมพันธ์ และการติดตาม ประเมินผลการดําเนินงาน (บางส่วนใช้เงินอุดหนุน)

Page 145 of 304

สคร 1) เสริมสร้างความเข้มเข็งของ ระบบงานบริการ การพัฒนา คุณภาพการดําเนินงาน และการ ติดตามประเมินผลการดําเนินงาน

2) สนับสนุนการจัดบริการเชิงรุก โดยภาคประชาสังคม เชื่อมต่อ กับ บริการให้การปรึกษาและตรวจการ ติดเชื้อเอชไอวี และบริการคัดกรอง ตรวจและรักษาโรคติดต่อทาง เพศสัมพันธ์และการติดตาม ประเมินผลการดําเนินงาน (บางส่วนใช้เงินอุดหนุน)

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ SM113

SM113/ SM512/ SM513


มาตรการหลัก/ โครงการ 4. การพัฒนากลไก การประสานงาน และระบบข้อมูลเชิง ยุทธศาสตร์และ ระบบการติดตาม และประเมินผลการ ป้องกันและแก้ไข ปัญหาเอดส์(ศบ.จอ.)

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ ย.1

กลุ่มเป้าหมาย สสจ

พื้นที่เป้าหมาย 33 จังหวัด

กิจกรรม สํานัก

สคร กลไกประสานงานระดับจังหวัด 1) ประเมินกระบวนการบริหารและ 1) จัดทําแนวทางการสร้างความเข้มแข็ง ดําเนินงานป้องกันการติดเชื้อเอชไอ ของกลไกประสานงานในจังหวัด วีของจังหวัด 2) ประชุมสคร. วางแผนการสนับสนุน 2) ประชุมจังหวัดเพื่อกําหนด การทํางานของจังหวัด เป้าหมายและแนวทางการดําเนินงาน 3) สนับสนุนงบประมาณในการพัฒนา ความเข้มแข็งของกลไกการประสานงาน 3) นิเทศติดตามการดําเนินงานของ ในจังหวัด (Provincial Coordinating กลไกการประสานงานในจังหวัด Mechanism: PCM) และเชื่อมต่อกับ (Provincial Coordinating ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหา Mechanism: PCM) ของจังหวัด เอดส์ระดับจังหวัด และ 4) ประชุมสรุปการดําเนินงานของ คณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหา จังหวัดในเขต เอดส์จังหวัด 4) สนับสนุนงบประมาณให้สํานักงาน ป้องกันควบคุมโรค เพื่อสนับสนุนการ ทํางานของจังหวัด และติดตาม ประเมินผลการทํางาน 5) นิเทศติดตามการดําเนินงานของ สํานักงานป้องกันควบคุมโรค และจังหวัด 6) สัมนนาสรุปบทเรียนการดําเนินงาน

Page 146 of 304

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ SM113


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

กิจกรรม

พื้นที่เป้าหมาย

สํานัก

สคร

พัฒนาระบบข้อมูล เชิงยุทธสาตร์ และ การติดตามและประเมินผล ในระดับ จังหวัด 1) พัฒนาศักยภาพการจัดทําข้อมูล การ คาดประมาณจํานวนประชากรในกลุ่ม KAPs ในระดับจังหวัด (ในปีแรก ดําเนินการ 15 จังหวัด ในพื้นที่ 33 จังหวัด ๆ ละ 1 อําเภอ ) 1.1 ประชุมวางกรอบการทํางานร่วมกับ พื้นที่ (เขต และ จังหวัด ) 1.2 อบรมวิธีการจัดทําการคาด ประมาณจํานวนประชากร (เขต และ จังหวัด ) (*2 รุ่น งบคร.) 1.3 สนับสนุนงบประมาณดําเนินการ จัดทําการคาดประมาณให้กับเขต เพื่อ ดําเนินการในพื้นที่ 15 จังหวัด (15จ. ให้ สคร .ดําเนินการ คือ งบเดียวกัน กับ ที่สคร.สนับสนุนจังหวัด) 1.4 ประชุมสรุปผลการดําเนินงานการ คาดประมาณ (ใช้เงินอุดหนุนและเงินนอก)

พัฒนาระบบข้อมูล เชิงยุทธสาตร์ และ การติดตามและประเมินผล ในระดับ จังหวัด 1) ร่วมดําเนินการศักยภาพการจัดทํา ข้อมูล การคาดประมาณจํานวนประชากร ในกลุ่ม KAPs ในระดับจังหวัด 15 จังหวัด 1.1 จัดทําแผนปฏฺบัติการดําเนินงานใน พื้นที่ร่วมกับจังหวัด ในพื้นที่ 1.2 สนับสนุนทรัพยากรในการ ดําเนินงานตามแผนปฏิบัติการฯ ให้ จังหวัด * 15 จังหวัด 1.3 ประชุมติดตามงาน และสรุปผล การดําเนินงาน ระดับเขต และจังหวัด 2) ร่วมดําเนินการพัฒนาระบบข้อมูลริการ เอชไอวีที่บูรณาการ (Routine Integrated HIV Information system: RIHIS) เพื่อติดตามงานตามแผนงานการ ป้องกันแก้ไขปัญหาเอดส์ระดับชาติ (บางส่วนใช้เงินนอก)

Page 147 of 304

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

กิจกรรม

พื้นที่เป้าหมาย

สํานัก

สคร

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์

มาตรการที่ดําเนินการในทุกพื้นที่ 1.การป้องกันการระบาดของการติดเชื้อเอชไอวี 1. การสนับสนุนทาง วิชาการในการ ป้องกันในกลุ่ม ประชากรเป้าหมาย หลัก (สอวพ.)

ย.2

สสจ.

77 จังหวัด

1. เป็นแกนกลางในการจัดทํา ส่งเสริมการใช้แนวทางระดับชาติ/ National Guideline และ แนวปฏิบัติมาตรฐานให้ครอบคลุม Standard Operating Procedure (SOP) แล้วจัดการอบรมเพื่อนําไป ประยุกต์ใช้ และจัดระบบการ ติดตามสนับสนุนการดําเนินงานใน พื้นที่ 2. พัฒนากระบวนการประกัน คุณภาพของบริการทั้งในส่วนที่ ดําเนินการโดยภาคประชาสังคม และโดยหน่วยงานภาครัฐ

Page 148 of 304

SM211/ SM213/ SM214


มาตรการหลัก/ โครงการ 2. การใช้ยุทธศาสตร์ อําเภอเข้มแข็ง ใน การกระตุ้นพื้นที่ที่มี สถานการณ์ปัญหา เอดส์สูง (สอวพ.)

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ ย.1

กลุ่มเป้าหมาย สสจ.

พื้นที่เป้าหมาย 77 จังหวัด

กิจกรรม สํานัก สคร 1.วิเคราะห์และสร้างสัมพันธภาพกับ 1.การสร้างเครือข่ายตามนโยบาย เครือข่ายที่มีศักยภาพในการร่วมมือ อําเภอควบคุมโรคเข้มแข็งแบบยั่งยืน ขับเคลื่อนสู่เป้าหมายของสํานักฯ โดยติดตามความก้าวหน้า รักษา ระดับความสัมพันธ์กับเครือข่ายเดิม 2. ดําเนินการอําเภอต้นแบบให้เป็น กลไกการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ต่อ ยอด ขยายวงจุดเด่นของแต่ละแห่ง ให้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของ ประชาชน(ควรเลือกการดําเนินงาน พื้นที่ต้นแบบในพื้นที่เร่งรัด และ พิจารณาเชื่อมโยงกับการสร้าง ศักยภาพ อปท).

Page 149 of 304

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ SM113


มาตรการหลัก/ โครงการ 3. การสร้าง ภาพลักษณ์ใหม่และ การส่งเสริมการใช้ ถุงยางอนามัย (สอวพ.)

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ ย.3

ย.1

กลุ่มเป้าหมาย สสจ.

พื้นที่เป้าหมาย 77 จังหวัด

กิจกรรม สํานัก 1.การสื่อสารสาธารณะที่เชื่อมต่อ กับการสื่อสารในระดับพื้นที่ เพื่อ ปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์และเจตนค ติต่อถุงยางอนามัยให้เป็นอุปกรณ์ สุขอนามัย

สคร 1.การสื่อสารสาธารณะที่เชื่อมต่อ กับการสื่อสารในระดับพื้นที่ เพื่อ ปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์และเจตนค ติต่อถุงยางอนามัยให้เป็นอุปกรณ์ สุขอนามัย

2.เตรียมการในเรื่องการบริหาร 2.การสร้างความร่วมมือกับ อปท. จัดการถุงยางอนามัย เพื่อสนับสนุน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อบจ. ในการ อปท.ในการดําเนินงาน ร่วมรับผิดชอบในการจัดหาถุงยาง อนามัยให้เพียงพอในแต่ละจังหวัด 3.การส่งเสริมการใช้ถุงยางอนามัย และการติดตามประเมินผล การ บริหารจัดการคลังถุงยางอนามัย และการตรวจสอบรายงานตอ. 100

Page 150 of 304

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ SM311/ SM312

SM113


มาตรการหลัก/ โครงการ 4.การพัฒนาระบบ ข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์ และการติดตาม ประเมินผล ระดับ จังหวัด เขต และ ประเทศ ตาม แนวทางที่กําหนดใน แผนพัฒนาระบบ ข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์ และการติดตาม ประเมินผลการ ป้องกันและแก้ไข ปัญหาเอดส์ของ ประเทศ พ.ศ. 2555-2559 (ศบ.จอ.)

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ ย.1

กลุ่มเป้าหมาย

กิจกรรม

พื้นที่เป้าหมาย 77จังหวัด

สํานัก

สคร

1) พัฒนาระบบข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์และ รพบบการติดตามและประเมินผลการ ป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์ระดับชาติ 1.1 พัฒนาระบบข้อมูลบริการเอชไอวีที่ บูรณาการ (Routine Integrated HIV Information system: RIHIS) เพื่อติดตาม งานตามแผนงานการป้องกันแก้ไขปัญหา เอดส์ระดับชาติ 1.1.1 พัฒนากรอบการติดตามระบบข้อมูล (RIHIS) ในแผนงานกลุ่มเยาวชน และเด็กที่ ได้รับผลกระทบ ที่เชื่อมโยงกับระบบการ ดูแลรักษา ตามแผนM&E ระดับชาติ (งบคร) - ประชุมคณะทํางาน เพื่อพัฒนากรอบการ ติดตาม - จัดทําหลักสุตร และคู่มือ 1.1.2 อบรมเพิ่มศักยภาพทีมวิทยากรการ บริหารจัดการและการวิเคราะห์ใช้ ข้อมูลใน การปรับปรุงแผนงานในกลุ่มประชากร KAPs, Youth , CABA ระดับเขต 2 ครั้ง (บางส่วนใช้เงินนอก)

1) พัฒนาระบบข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์และ รพบบการติดตามและประเมินผลการ ป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์ระดับชาติ 11. ร่วมดําเนินการพัฒนาระบบข้อมูล บริการเอชไอวีที่บูรณาการ (Routine Integrated HIV Information system: RIHIS) เพื่อติดตามงานตามแผนงานการ ป้องกันแก้ไขปัญหาเอดส์ระดับชาติ 1.1.1 ร่วมเป็นคณะทํางานในการพัฒนา กรอบการติดตามฯ 1.1.2 กําหนดแนวทางการทํางานฯ ร่วมกับจังหวัดในการพัฒนาระบบ ฯ ใน ระดับเขต 1.1.3 จัดอบรมการบริหารจัดการ และ การวิเคราะห์ใช้ข้อมูล ในระบบRIHIS ใน ระดับเขต 1ครั้ง

Page 151 of 304

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ SM113


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

กิจกรรม สํานัก 1.2 พัฒนาฐานข้อมูลและ สารสนเทศเพื่อการติดตามการ ดําเนินงานควบคุมป้องกันแก้ไข ระดับประเทศ โดยการบูรณาการ ในแผนงานป้องกันแบะแก้ไขปัญหา เอดส์ 1.3 ติดตาม การดําเนินงานในพื้นที่ 1.4 ประชุมสรุปผลการดําเนินงาน การขับเคลื่อนการพัฒนาระบบ RIHIS ระดับประเทศ รวมทุกจังหวัด 1.5 พัฒนาฐานข้อมุลเรื่องสิทธิ มนุษยชน

Page 152 of 304

สคร 1.1.4 สนับสนุนจังหวัดในการจัด อบรมการบริหารจัดการข้อมูล ให้ ระดับหน่วยบริการในพื้นที่ 1.1.5 ติดตามงานในพื้นที่ในเขต

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

2.การพัฒนาบริการดูแลรักษา 1 การส่งเสริมการรู้ สถานภาพการติดเชื้อ เอชไอวีและเข้าสู่การ ดูแลรักษาเร็วขึ้น (สอวพ.)

ยุทธศาสตร์ กรมฯ ย.3

ย.1

กลุ่มเป้าหมาย

สถานบริการสาธารณสุข

กิจกรรม

พื้นที่เป้าหมาย

77 จังหวัด

สํานัก 1).การสื่อสารสาธารณะ 1.1) สนับสนุนสื่อต้นแบบ message ให้กับพื้นที่ 1.2) ติดตามประเมินผลการสื่อสาร สาธารณะเพื่อนํามาปรับmessage และช่องทาง 2) การพัฒนาระบบและคุณภาพ บริการให้การปรึกษา 1.การส่งเสริมการเข้าถึงบริการปรึกษา และตรวจการติดเชื้อเอชไอวี 2.การพัฒนาการบริการปรึกษาเพื่อ ตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวี 3.พัฒนาเครือข่ายงานบริการปรึกษา ด้านวิชาการและบุคลากรผู้ให้การ ปรึกษา 4.การพัฒนากลไกประสานงานการ พัฒนาระบบบริการปรึกษาเรื่องโรค เอดส์ 5) เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ National call center 1663

Page 153 of 304

สคร

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์

1)การสื่อสารสาธารณะ ดําเนินการสื่อสารโดยใช้ช่องทาง สื่อสารสาธารณะที่อยู่ในพื้นที่ อาทิ วิทยุชุมชน สื่อท้องถิ่น

SM311

2) การพัฒนาระบบและคุณภาพ บริการให้การปรึกษา 1.ส่งเสริมการเข้าถึงบริการปรึกษา และตรวจระบบสุขภาพ 2.พัฒนาและสนับสนุนรูปแบบการ จัดบริการ VCT ในรูปแบบต่างๆ 3.สร้างเครือข่าย วิชาการ และ พัฒนาบุคลากรด้านการปรึกษา 4.ประเมินผล ติดตาม และพัฒนา คุณภาพระบบบริการปรึกษา (ใช้เงินนอก)

SM113


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

ย.1

2. การจัดการการ ดูแลรักษาผู้ติดเชื้อ เอชไอวีและวัณโรค (สอวพ.)

ย.1

สถานบริการสาธารณสุข

77 จังหวัด

กิจกรรม สํานัก 3) การทบทวนและพัฒนารูปแบบ ใหม่ของการให้บริการปรึกษาและ ตรวจการติดเชื้อเอชไอวี ได้แก่ การ จัดหน่วยบริการเคลื่อนที่ใน Drop-in center การจัดบริการ Provider-initiated Counseling and Testing (PICT) (ใช้เงินนอก) 1) จัดทํา SOP ในเรื่องการดูแล TB HIV ที่เป็นที่ยอมรับ และสามารถ ปฏิบัติได้จริง 2) ประสานการทํางานกับ" Regional AIDS Comittee" ที่ อนุมัติการใช้ยา เพื่อเพิ่มการ ประสานการดูแล TB HIV 3) ประสานกับแผนงานวัณโรค

Page 154 of 304

สคร

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ SM113

1).การประสานความร่วมมือให้เกิด การดําเนินงานในระดับพื้นที่ (สคร. ควรรู้ว่าพื้นที่ไหนที่มีปัญหา และหาสาเหตุและแก้ไขตาม ความจําเพาะแต่ละพื้นที่)

SM113


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

รพศ/รพทและรพชของรัฐ 765 77 จังหวัด แห่งที่เข้าสู่ขบวนการพัฒนา คุณภาพบริการการดูแลรักษา ผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ (คิด เป็นร้อยละ85 ของรพของ กระทรวงสาธารณสุขจํานวน 900แห่ง)

กิจกรรม สํานัก สคร 2) การประเมินและพัฒนาคุณภาพ 2) การประเมินและพัฒนาคุณภาพ การดูแลรักษา การดูแลรักษา (ใช้เงินนอก) (ใช้เงินนอก)

Page 155 of 304

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

3. การลดการตีตราและเลือกปฏิบัติ 1.การสร้างความรู้ ความเข้าใจเรื่องการ รับและถ่ายทอดเชื้อฯ (สอวพ.)

ยุทธศาสตร์ กรมฯ ย.3

กลุ่มเป้าหมาย

SW/ MSM/PWID

กิจกรรม

พื้นที่เป้าหมาย

77 จังหวัด

สํานัก

สคร

1.การสื่อสารสาธารณะ และการ ดําเนินงานในระดับพื้นที่ 1.1) จัดทําเนื้อหาและวิธีการที่ เหมาะสมกับประชากรแต่ละ กลุ่มเป้าหมาย 1.2) จัดทําสื่อต้นแบบให้เหมาะกับ แต่ละกลุ่มเป้าหมาย 1.3) กระจายข้อมูลข่าวสารด้วย ช่องทางที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย

1.การสื่อสารสาธารณะ และการ ดําเนินงานในระดับพื้นที่ 1.1) จัดทําเนื้อหาและวิธีการที่ เหมาะสมกับประชากรแต่ละ กลุ่มเป้าหมาย 1.2) จัดทําหรือปรับปรุงสื่อต้นแบบ ให้เหมาะกับพื้นที่ 1.3) กระจายข้อมูลข่าวสารด้วย ช่องทางที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย

Page 156 of 304

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ SM311/ SM312


มาตรการหลัก/ โครงการ

2.การสร้างความรู้ ความเข้าใจเรื่อง ความหลากหลายทาง เพศ และสิทธิ มนุษยชน (สอวพ.)

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

ย.1

หน่วยงานภาครัฐ และเอกชน 77 จังหวัด

ย.1

สถานบริการสาธารณสุข

77 จังหวัด

กิจกรรม สํานัก 1. เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการ แห่งชาติฯ เรื่องแนวปฏิบัติแห่งชาติ ว่าด้วยการป้องกันและบริหาร จัดการเอดส์ในสถานที่ทํางาน 2. สนับสนุนอุปกรณ์ สื่อ ให้กับ หน่วยงานต่างๆ 3. สัมมนาการดําเนินงานตามแนว ปฏิบัติแห่งชาติว่าด้วยการป้องกัน และบริหารจัดการเอดส์ในสถานที่ ทํางาน ของหน่วยงานภาครัฐ

สคร 1. เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการ แห่งชาติฯ เรื่องแนวปฏิบัติแห่งชาติ ว่าด้วยการป้องกันและบริหาร จัดการเอดส์ในสถานที่ทํางาน แก่ หน่วยงานในพื้นที่ 2. สนับสนุนอุปกรณ์ สื่อ ให้กับ หน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ 3. สัมมนาการดําเนินงานตามแนว ปฏิบัติแห่งชาติว่าด้วยการป้องกัน และบริหารจัดการเอดส์ในสถานที่ ทํางาน ของหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่

1)การสื่อสารสาธารณะ และการ 1)การสื่อสารสาธารณะ และการ ดําเนินงานในระดับพื้นที่ โดยมุ่งเน้น ดําเนินงานในระดับพื้นที่ โดยมุ่งเน้น ในกลุ่มผู้ให้บริการสุขภาพก่อน ในกลุ่มผูใ้ ห้บริการสุขภาพก่อน

Page 157 of 304

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ SM113

SM113


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

กิจกรรม สํานัก สคร 1) ทบทวนหลักสูตรความ 1) ร่วมเป็นทีมวิทยากรระดับภาคใน หลากหลายทางเพศที่ดําเนินการ การจัดอบรมผู้ดําเนินงาน โดยภาคประชาสังคม 2) บูรณาการประเด็นความเข้า ใจความหลากหลายทางเพศและ สิทธิมนุษยชน ในหลักสูตรการอบรม เรื่องการให้บริการทั้งในส่วนภาครัฐ และภาคประชาสังคม 3) จัดอบรมทีมวิทยากร ระดับประเทศและระดับภาคที่มี องค์ประกอบของภาครัฐ และภาค ประชาสังคม

Page 158 of 304

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์


13 โรคไม่ติดต่อและบาดเจ็บ สํา นั ก โรคไม่ ติ ด ต่ อ เป็ น หน่ ว ยงานที่มี บ ทบาทภารกิ จ ด้ า นการเฝ้ า ระวั ง ป้ อ งกั น ควบคุ ม โรคไม่ ติ ด ต่ อ และ การบาดเจ็บ โดยมีการดําเนินแผนงาน/โครงการ และมาตรการในการลดเสี่ยง ลดโรคอย่างต่อเนื่องตลอดมา ซึ่งใน ปีงบประมาณ 2556 ได้กําหนดจุดเน้น/มาตรการในการดําเนินงาน ดังนี้ 1. ลดการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) และ โรคความดันโลหิตสูง มาตรการดําเนินงาน 1.1 การพัฒนาระบบบริการการดูแลผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังโดยเน้น FAST TRACK , Stroke unit (อย่างน้อย 1 เครือข่ายต่อ 1 เขตตรวจราชการ) 1.2 พัฒนาเครื่องมือการประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง 1.3 การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่อการลดเสี่ยง ลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง 1.4 เพิ่มคุณภาพการบริการในสถานบริการสุขภาพ และเครือข่ายสถานบริการระดับต่างๆ 1.5 การพัฒนาศักยภาพชุมชน 1.6. พัฒนาและสร้างความร่วมมือกับเครือข่ายทุกระดับ 1.7 สื่อสารความเสี่ยงและสื่อสารเตือนภัย โดยเน้นสัญญาณอันตรายและการลดปัจจัยเสี่ยง 1.8 กํากับ ติดตามประเมินผล 2. เร่งรัดการดําเนินงานตามทศวรรษความปลอดภัยทางถนน ได้แก่ 1. ผลักดันนโยบายรัฐบาลโดยเน้นควบคุม 4 ปัจจัยเสี่ยงสําคัญ 4 เรื่องได้แก่ การสวมหมวกนิรภัย การคาดเข็มขัดนิรภัย เมาแล้วขับและการขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกําหนด 2. ดําเนินการรณรงค์ส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัยและ การคาดเข็มขัดนิรภัยในพื้นที่หน่วยงาน สังกัดกระทรวงสาธารณสุขทุกแห่ง มาตรการดําเนินงาน 2.1 มาตรการด้านการเฝ้าระวัง และการติดตามประเมินผล 2.2 มาตรการด้านการป้องกัน 2.3 มาตรการด้านการรักษาพยาบาล 3. การป้องกันเด็กจมน้ํา มาตรการดําเนินงาน 3.1 การผลักดันนโยบาย 3.2 การให้ ค วามรู้ และการประชาสั ม พั น ธ์ 3.3 การพัฒนาศักยภาพบุคลากร 3.4 สนับสนุนนโยบายและกฎระเบียบ รวมทั้งการบังคับใช้กฎหมายในเรื่องความปลอดภัยทางน้ํา 3.5 การสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน 3.6 การศึกษาวิจัยและประเมินผล

Page 159 of 304


1. ลดการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง(Stroke) และ โรคความดันโลหิตสูง 1. สถานการณ์โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง 1.1 สถานการณ์การตาย จากรายงานสถิติสาธารณสุข พ.ศ.2545 - 2554 พบว่า อัตราตายด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่สําคัญ ได้แก่ โรค ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจขาดเลือด และโรคเบาหวาน ในปี 2545-2553 มีแนวโน้มชะลอตัว แต่ในปี 2554 มีอัตรา เพิ่มขึ้นทุกโรคสําหรับโรคหลอดเลือดสมองใหญ่ พฤกษ์ (อัมพฤกษ์อัมพาต) กลับมามีอัตราเพิ่มขึ้นอีกครั้งตั้งแต่ปี 25522554 อย่างต่อเนื่อง ดังข้อมูลตามตารางที่ 1 และภาพที่ 1 ตารางที่ 1 แสดงอัตราตายต่อประชากร 100,000 คน ด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่สําคัญ (โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง และโรคเบาหวาน) ปี พ.ศ.2545 – 2554 โรค 2545 2546 2547 2548 2549 2550 2551 2552 2553 2554 HT 5.1 5.4 4.0 3.9 3.8 3.6 IHD 14.4 19.1 17.7 18.7 19.4 20.8 Stroke 21.5 29.1 30.8 25.3 20.6 20.8 DM 11.8 10.6 12.3 11.9 12.0 12.2 ที่มา : สํานักนโยบายและยุทธศาสตร์ สํานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข

3.9 21.2 20.8 12.2

3.6 20.7 21.0 11.1

3.9 20.5 27.5 10.8

5.7 22.5 30.0 11.9

ภาพที่ 1 แสดงอัตราตายต่อประชากร 100,000 คน ด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่สําคัญ (โรคความดันโลหิต สูง โรคหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง และโรคเบาหวาน) ปี พ.ศ.2545 – 2554 ฿35 ฿30 ฿25

HT

฿20

IHD

฿15

Stroke

฿10

DM

฿5 ฿0 2545 2546 2547 2548 2549 2550 2551 2552 2553 2554

Page 160 of 304


ตารางที่ 2 แสดงข้อมูล อัตราตาย ต่อประชากร 100,000 คนด้วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังและมะเร็งและเนื้องอกทุกชนิด (มะเร็งเต้านม มะเร็งตับ มะเร็งปากมดลูก มะเร็งหลอดคอ หลอดลมใหญ่และปอด) ในภาพรวมของประเทศ ปี พ.ศ.2545-2553 โรค 2545 2546 2547 2548 2549 2550 2551 2552 2553 ปอดอุดกั้นเรื้อรัง มะเร็งและเนื้องอกทุกชนิด มะเร็งเต้านม

1.70 73.3 -

2.29 78.9 -

1.42 81.3 -

1.36 81.4 -

1.31 83.1 6.3

1.47 84.9 6.8

1.69 87.7 7.3

1.71 88.3 7.3

1.76 91.2 7.7

มะเร็งตับ

-

-

-

-

21.2

21.3

22.3

21.6

22.0

มะเร็งปากมดลูก

-

-

-

-

5.2

5.2

5.4

5.3

5.4

มะเร็งหลอดคอ หลอดลมใหญ่ และปอด

-

-

-

-

12.8

13.3

13.5

14.1

14.6

ที่มา : สํานักนโยบายและยุทธศาสตร์ สํานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข หมายเหตุ มะเร็งและเนื้องอกทุกชนิด (รหัส C00-D48)

ตารางที่ 3 แสดงจังหวัดที่มีอัตราการตายต่อประชากรแสนคน ด้วยโรคไม่ติดต่อที่สําคัญสูงอยู่ใน 10 อันดับแรก ของ ประเทศ ความดันโลหิตสูง 2550 2551 นราธิวาส นราธิวาส (19.45) (23.33) ปัตตานี ปัตตานี (18.06) (14.38)

2552 นราธิวาส (24.31) ปัตตานี (13.49)

2553 นราธิวาส (23.89) ปัตตานี (11.67)

สตูล (10.95) ระนอง (10.54)

ระนอง (10.45) อุตรดิตถ์ (10.33)

ระนอง (10.97) พะเยา (8.00)

5

ยะลา (8.73)

ยะลา (8.24)

ลําปาง (7.96)

แม่ฮ่องสอน (9.91) สมุทร ปราการ (9.45) พะเยา (8.63)

6

ลําปาง (8.16) พะเยา (7.81) สิงห์บุรี (6.93) สุโขทัย (6.75) เชียงราย (6.04)

ลําปาง (8.19) อุบลฯ (7.71) สตูล (7.68) พะเยา (6.57) ระยอง (6.09)

อุบลราชธานี (7.50) ระยอง (6.77) ราชบุรี (6.70) ยะลา (6.70) อ่างทอง (6.32)

ลําปาง (8.12) อุบลฯ (7.74) อยุธยา (7.23) พัทลุง (6.88) ราชบุรี (6.69)

อัน ดับ 1 2 3 4

7 8 9 10

2554 พะเยา (25.70) นราธิวาส (23.02)

หัวใจขาดเลือด 2550 2551 สิงห์บุรี อุตรดิตถ์ (47.62) (40.02) อยุธยา สิงห์บุรี (42.63) (39.89)

2552 สิงห์บุรี (45.96) อยุธยา (44.94)

2553 สระบุรี (41.95) สิงห์บุรี (40.93)

2554 อ่างทอง (49.91) นครนายก (46.19)

เชียงราย (18.86) ราชบุรี (18.08)

นครนายก (42.13) อุตรดิตถ์ (40.52)

นครนายก (39.26) อยุธยา (37.39)

นครนายก (42.19) สระบุรี (35.81)

อยุธยา (38.66) อุตรดิตถ์ (36.09)

สระบุรี (44.92) อยุธยา (40.13)

ราชบุรี (36.71)

อุทัยธานี (32.34)

อ่างทอง (33.00)

นครสวรรค์ (39.81)

อ่างทอง (34.08) อุทัยธานี (33.92) ลพบุรี (32.45) สระบุรี (32.33) นครศรีธรรมราช (31.12)

ชัยนาท (31.58) ลพบุรี (31.16) อ่างทอง (30.55) ราชบุรี (30.40) นครศรีธรรมราช (30.10)

นครนายก (32.91) ลพบุรี (29.66) นครสวรรค์ (29.63) ชัยนาท (29.54) ราชบุรี (28.91)

อุตรดิตถ์ (37.46) พัทลุง (35.67) ราชบุรี (34.84) กําแพงเพชร (34.55) สิงห์บุรี (33.16)

แม่ฮ่องสอน (17.67)

นครศรี ธรรมราช (35.00) กําแพงเพชร อ่างทอง (17.20) (34.84) เลย ราชบุรี (15.69) (33.49) นครสวรรค์ จันทบุรี (15.57) (32.39) ปัตตานี ชลบุรี (12.74) (31.36) ร้อยเอ็ด ปทุมธานี (12.62) (30.60)

Page 161 of 304


อัน หลอดเลือดสมองใหญ่ ดับ 2550 2551 1 พิษณุโลก ลพบุรี (38.43) (38.31) 2 อุตรดิตถ์ พิษณุโลก (36.67) (38.09)

เบาหวาน 2552 ลพบุรี (40.71) นครนายก (37.02)

2553 สระบุรี (65.36) ปราจีนบุรี (48.68)

2554 นครสวรรค์ (68.99) สระบุรี (66.08)

2550 กาฬสินธุ์ (32.56) หนองบัว ลําภู (31.18)

2551 กาฬสินธุ์ (32.51) ขอนแก่น (30.38)

2552 กาฬสินธุ์ (31.45) ร้อยเอ็ด (28.52)

2553 กาฬสินธุ์ (30.47) ขอนแก่น (27.37)

3

ลพบุรี (36.47)

สระบุรี (37.98)

สระบุรี (36.62)

นครนายก (45.20)

ชัยนาท (53.58)

ขอนแก่น (30.95)

ร้อยเอ็ด (28.52)

ขอนแก่น (27.80)

ร้อยเอ็ด (25.59)

4

นครสวรรค์ (35.07)

สิงห์บุรี (36.18)

พิษณุโลก (36.22)

จันทบุรี (44.45)

อุตรดิตถ์ (52.62)

ร้อยเอ็ด (25.97)

ยโสธร (26.52)

ชัยภูมิ (24.33)

5

สิงห์บุรี (34.21)

ฉะเชิงเทรา (35.35)

ชัยนาท (35.45)

พระนครศรี อยุธยา (44.05)

ปราจีนบุรี (51.48)

อุดรธานี (25.64)

หนองบัว ลําภู (27.08) มหาสารคาม (26.48)

หนองบัว ลําภู (24.19)

หนองบัว ลําภู(23.91)

6

ฉะเชิงเทรา (33.20)

อุตรดิตถ์ (33.57)

อุตรดิตถ์ (33.65)

แพร่ (43.78)

พิษณุโลก (48.44)

มหาสารคาม ชัยภูมิ (24.44) (25.06)

มหาสารคาม อุดรธานี (24.09) (22.31)

7

สระบุรี (32.96)

นครนายก (31.65)

ฉะเชิงเทรา (32.99)

อุตรดิตถ์ (42.57)

นครนายก (47.77)

ชัยภูมิ (24.12)

ยโสธร (24.84)

สกลนคร (23.18)

ยโสธร (20.40)

8

สุพรรณบุรี (32.61) จันทบุรี (32.19)

ชลบุรี (31.14) นครสวรรค์ (30.73)

นครสวรรค์ (32.51) พระนครศรี อยุธยา (32.12)

ชัยนาท (41.77) พิษณุโลก (41.65)

ราชบุรี (46.62) สิงห์บุรี (43.90)

สกลนคร (21.42) อุบลฯ (20.74)

อุดรธานี (24.46) อุบลฯ (23.85)

ชัยภูมิ (22.69) อุดรธานี (22.31)

เลย (19.76) มุกดาหาร (19.18)

ภูเก็ต (31.81)

จันทบุรี (30.04)

ลําปาง (30.81)

อ่างทอง (41.42)

จันทบุรี (43.82)

ยโสธร (19.81)

หนองคาย (21.11)

หนองคาย (20.84)

อุบลฯ (19.08)

9

10

1.2 สถานการณ์การป่วย จากรายงานสถิติสาธารณสุข พ.ศ. 2544 – 2553 พบว่า จํานวนและอัตราผู้ป่วยในด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่สําคัญ ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจขาดเลือด และโรคหลอดเลือดสมองใหญ่หรืออัมพฤกษ์ อัมพาต และโรคเบาหวาน พบว่า มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกโรคอย่างต่อเนื่องดังข้อมูลตามตารางที่ 4. และภาพที่ 2

Page 162 of 304

2554 ร้อยเอ็ด (43.06) มหาสาร คาม (38.60) กาฬสิน ธุ์ (32.38) เลย (29.78) ขอนแก่ น (29.43) อุดรธา นี (23.73) ยโสธร (23.37) ชัยภูมิ (22.71) หนอง บัว ลําภู (22.68) พะเยา (20.56)


ตารางที่ 4 จํานวนและอัตราผู้ป่วยในต่อประชากรแสนคน ด้วยโรคไม่ ติดต่อเรื้อรังที่ สําคัญ ได้แก่ โรคความดันโลหิ ตสูง โรคหัวใจขาดเลือด และโรคหลอดเลือดสมองใหญ่หรืออัมพฤกษ์ อัมพาต และโรคเบาหวาน ตามกลุ่มสาเหตุป่วย (75โรค) จาก สถานบริการสาธารณสุขของกระทรวงสาธารณสุข ปี พ.ศ.2544 – 2553 ทั้งประเทศ ยกเว้นกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2544 2545 2546

HT จํานวน 156,442 187,162 218,218

2547 2548 2549 2550 2551 2552 2553

265,636 307,671 375,600 445,300 494,809 780,629 859,583

อัตรา 287.5 341.0 389.8

IHD จํานวน 60,470 77,323 92,733

477.4 544.1 659.6 778.1 860.5 1,230.2 1,349.4

103,352 112,352 132,500 149,510 159,176 228,032 253,016

อัตรา 111.1 140.9 165.7

Stroke จํานวน 62,757 75,931 84,807

185.7 198.7 232.7 237.6 276.8 359.3 397.2

94,567 98,895 107,246 117,571 124,532 176,202 196,159

อัตรา 115.3 138.3 151.5

DM จํานวน 151,115 187,141 213,136

อัตรา 277.7 340.9 380.8

169.9 174.9 188.3 205.5 216.6 277.7 307.9

247,165 277,391 334,168 374,518 388,551 558,156 607,828

444.2 490.5 586.8 650.4 675.7 879.6 954.2

ที่มา : สํานักนโยบายและยุทธศาสตร์ สํานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข

ภาพที่ 2 แสดงอัตราผู้ป่วยในต่อประชากรแสนคน ด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ที่สําคัญได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจขาดเลือด และโรคหลอดเลือดสมองใหญ่หรืออัมพฤกษ์ อัมพาต และโรคเบาหวาน ตามกลุ่ม สาเหตุป่วย (75 โรค) จากสถานบริการสาธารณสุขของกระทรวงสาธารณสุข ปี พ.ศ.2544 - 2553 ทั้งประเทศ ยกเว้น กรุงเทพมหานคร 1600 1400 1200

HT

1000

IHD

800

Stroke

600

DM

400 200 0 2544

2545

2546

2547

2548

2549

2550

2551

2552

2553

จากตารางที่ 4 พบว่า โรคความดันโลหิตสูง อัตราการเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลจากการป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูง ในภาพรวมของประเทศเพิ่มขึ้นจาก 287.5 ต่อประชากร 100,000 คน ใน พ.ศ.2544 เป็น 1,349.4 ต่อประชากร 100,000 คน ใน พ.ศ.2553 หรือเพิ่มประมาณ 4.7 เท่า โรคหัวใจขาดเลือด อัตราการเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลจากการป่วยด้วยโรคหัวใจขาดเลือดใน ภาพรวมของประเทศเพิ่มขึ้นจาก 111.1 ต่อประชากร 100,000 คน ใน พ.ศ.2544 เป็น 397.2 ต่อประชากร 100,000 คน ใน พ.ศ.2553 หรือเพิ่มประมาณ 3.6 เท่า Page 163 of 304


โรคหลอดเลือดสมองใหญ่หรืออัมพฤกษ์ อัมพาต อัตราการเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล จากการ ป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมองใหญ่หรืออัมพฤกษ์ อัมพาต ในภาพรวมของประเทศเพิ่มขึ้นจาก 115.3 ต่อประชากร 100,000 คน ใน พ.ศ.2544 เป็น 307.9 ต่อประชากร 100,000 คน ใน พ.ศ.2553 หรือ เพิ่มประมาณ 2.7 เท่า โรคเบาหวาน อัตราการเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลจากการป่วยด้วยโรคเบาหวานในภาพรวมของ ประเทศเพิ่มขึ้นจาก 277.7 ต่อประชากร 100,000 คน ใน พ.ศ.2544 เป็น 954.2 ต่อประชากร 100,000 คน ใน พ.ศ.2553 หรือเพิ่มประมาณ 3.4 เท่า ตารางที่ 5 แสดงจังหวัดที่มอี ตั ราการป่วยต่อประชากรแสนคน ด้วยโรคไม่ติดต่อที่สําคัญสูงอยู่ใน 10 อันดับแรก ของประเทศ อันดั ความดันโลหิตสูง บ 2550 2551

2552

2553

2554

หัวใจขาดเลือด 2550 2551

2552

2553

อ่างทอง (861.1) ร้อยเอ็ด (701.8) สิงห์บุรี (694.4)

อ่างทอง (884.7) สิงห์บุรี (750.5) นนทบุรี (589)

สิงห์บุรี (1073.7) อ่างทอง (833.2) อุตรดิตถ์ (758.7)

สิงห์บุรี (1,232.2) อ่างทอง (1,073.1) อุตรดิตถ์ (825.2)

อุตรดิตถ์ (564.1) นนทบุรี (557.7) ชัยนาท (554)

ชัยนาท (581.2) นครปฐม (533.4) ราชบุรี (525.6)

ชัยนาท (627.7) กาญจนบุรี (570.9) ราชบุรี (565.4)

นนทบุรี (652.9) ชัยนาท (606) อยุธยา (602.7)

-

2554

อ่างทอง (1,963.2) ร้อยเอ็ด 2 (1,861.6) 3 สมุทร สงคราม (1,774.9) 4 สิงห์บุรี (1,644.9) 5 เชียงราย (1,416.2) 6 สุพรรณบุ รี (1,411.7) 7 ชุมพร (1,408.9)

อ่างทอง (2,132.3) สิงห์บุรี (1,796.3) สมุทร สงคราม (1,709.1) ตราด (1,707.2) นครปฐม (1,560.8) แพร่ (1,556.4)

สิงห์บุรี (2,709.9) อุตรดิตถ์ (2,265.9) อ่างทอง (2,242.8)

สิงห์บุรี (3,029.1) อ่างทอง (2,681.5) อุทัยธานี (2,540.6)

น่าน (2,140.2) สมุทรสงคราม (1,963.4) ตราด (1,914.7)

น่าน (2,323.8) อุตรดิตถ์ (2,319.9) อยุธยา (2,249.9)

-

ตรัง (1,506.0)

นครนายก (1,878.5)

-

กาญจนบุรี (533.4)

อุตรดิตถ์ (505.9)

นนทบุรี (557.5)

ราชบุรี (602.5)

-

8

น่าน (1,474.6) สุพรรณบุรี (1,443.1) เชียงราย (1,441.9)

สมุทรสาคร (1,813.3) พิษณุโลก (1,810.5) นครปฐม (1,758.9)

สมุทร สงคราม (2,246.6) สุพรรณ บุรี (1,960.8) นครนายก (1,942.8) ตราด (1,895.1)

-

ราชบุรี (514.2) สุพรรณบุรี (456) จันทบุรี (444)

จันทบุรี (468.2) แพร่ (457.3) สุพรรณบุรี (457)

อยุธยา (540.7) นครปฐม (523.9) สระบุรี (514.1)

กาญจนบุรี (589.2) ลพบุรี (563.2) สระบุรี (558.3)

-

2551 อ่างทอง (1,343.2) เลย (1,192.7) ยโสธร

2552 สิงห์บุรี (1,536.5) อ่างทอง (1,357.4) ขอนแก่น

2553 สิงห์บุรี (1,692.2) อ่างทอง (1,538.5) อุทัยธานี

1

9 10

อันดั บ 1 2 3

ตราด (1,362.6) แพร่ (1,356.8) ตรัง (1,895.1)

หลอดเลือดสมองใหญ่ 2550 2551 จันทบุรี จันทบุรี (458.3) (472.5) ร้อยเอ็ด ตรัง (453.8) (414) ตรัง นครปฐม

2552 สิงห์บุรี (570) นครนายก (507.5) อุตรดิตถ์

2553 สิงห์บุรี (550.3) นครสวรรค์ (531.9) นครนายก

-

-

-

2554 -

Page 164 of 304

เบาหวาน 2550 ร้อยเอ็ด (2,715.2) มหาสารคาม (1,357.1) จันทบุรี

-

-

-

2554 -


อันดั บ 4 5

6 7

8 9 10

หลอดเลือดสมองใหญ่ 2550 2551 (410.8) (407.9) สิงห์บุรี พิษณุโลก (384.6) (405.2) สุพรรณบุรี อ่างทอง (374) (4023)

2552 (488.8) จันทบุรี (457.6) นครสวรรค์ (440.2)

2553 (493.6) อุตรดิตถ์ (485.5) ปราจีนบุรี (483.8)

อ่างทอง (365.3) ภูเก็ต 362.20

นครนายก (367) สุพรรณบุรี 365.01

ปราจีนบุรี (420.7) สระบุรี 405.23

จันทบุรี (472.2) สระบุรี 471.35

-

พิษณุโลก 354.41 สระบุรี 348.07 ชัยนาท 329.21

สระบุรี 363.18 ราชบุรี 356.50 สิงห์บุรี 351.57

พิษณุโลก 402.59 อ่างทอง 401.66 ราชบุรี 393.28

อ่างทอง 467.90 ลําปาง 452.55 พิษณุโลก 438.64

-

2554 -

-

-

เบาหวาน 2550 (1,320.2) อ่างทอง (1,311.5) สมุทร สงคราม (1,194.8) อุบลราชธานี (1,151.3) สิงห์บุรี (1,115.1)

2551 (1,154.2) นครปฐม (1,151.7) สมุทร สงคราม (1,122.9) แพร่ (1,118.6) สมุทร สาคร (1,105.8)

เลย (1,068.7) สุพรรณบุรี (1,025.8) สุราษฎร์ธานี (1,021)

สิงห์บุรี (1,066.3) สุพรรณ บุรี (1,031) ตราด (993.7)

2552 (1,285.1) เลย (1,282) ยโสธร (1,277.4)

2553 (1,487.3) ขอนแก่น (1,480.5) อยุธยา (1,414.5)

นครปฐม (1,229.5) มหาสารคาม (1,228.5)

เลย (1,394.9) สมุทร สงคราม (1,362.4) สุพรรณบุรี (1,342.6) ยโสธร (1,326.4) มหา สารคาม (1,317.6)

สมุทรสาคร (1,197.6) นครนายก (1,197) สมุทร สงคราม (1,179.8)

1.3 สถานการณ์ปัจจัยเสีย่ งต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังจากผลการสํารวจพฤติกรรมเสี่ยงโรคไม่ติดต่อและ การบาดเจ็บ ใน 4 ปัจจัยเสี่ยงหลัก พ.ศ. 2548,2550 และ 2553 มีดังนี้ ปัจจัยเสี่ยง 2548 2550 2553 ออกกําลังกาย 30 นาที, 3 ครั้ง/สัปดาห์ รับประทานผักและผลไม้ (> 5 ถ้วยมาตรฐาน) ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่

30.9 17.3 37.4 22.5

37.5 22.5 36.1 21.5

47.7 21.7 29.5 18.7

ตารางที่ 6 เปรียบเทียบการสํารวจภาวะเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงในประชากรไทยอายุ 15 ปี ขึ้นไป (จากผลการสํารวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 3 และ 4) พบว่า ประเด็นการสํารวจ ครั้งที่ 3 ครั้งที่ 4 ความชุกของเบาหวานในประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป ร้อยละ 6.9 ร้อยละ 6.9 : ผูห้ ญิง ร้อยละ 7.3 ร้อยละ 7.7 : ผู้ชาย ร้อยละ 6.4 ร้อยละ 6.0 ความชุกของโรคความดันโลหิตสูง ในประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป ร้อยละ 22.0 ร้อยละ 21.4 : ผูห้ ญิง ร้อยละ 20.9 ร้อยละ 21.3 : ผู้ชาย ร้อยละ 23.3 ร้อยละ 21.5 ภาวะไขมันคอเลสเตอรอลในเลือดสูง ร้อยละ 15.5 ร้อยละ 19.4

Page 165 of 304

2554 -

-

-


ในระดับนานาชาติ การดําเนินการลดปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรังได้มีการลงนามความร่วมมือไว้และ ประเมินสถานการณ์ว่า ควรจะมีกระบวนการควบคุมป้องกันปัญหากลุ่มโรคเรื้อรังอื่นๆที่กําลังเพิ่มความสําคัญ ได้แก่ กลุ่มโรคทางจิตประสาท (ซึมเศร้า) โดยสรุป ในระยะแผน 2555-2559 โรคที่สําคัญที่ต้องมีโครงการและกระบวนการ ป้องกันควบคุมโรคเกิดขึ้นในระดับประเทศ คือ 1) กลุ่ ม โรคที่ ไ ด้ ดํ า เนิ น การอยู่ แ ล้ ว แต่ แ ผนงานโครงการยั ง ไม่ ค รบวงจรทั้ ง ด้ า นกระบวนการและปั จ จั ย ความสําเร็จ ในการดําเนินการป้องกันควบคุมให้ยั่งยืน ได้แก่ - โรคหลอดเลือดสมองใหญ่ (อัมพฤกษ์ อัมพาต) โรคหัวใจขาดเลือด โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคไตวายเรื้อรัง โรคมะเร็งตับ โรคมะเร็งปอด โรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งมดลูก การบาดเจ็บที่เกิดจากความ รุนแรง 2) กลุ่มโรคที่เป็นปัญหาระดับนานาชาติและระดับประเทศแต่ยังไม่ได้ดําเนินการเป็นแผนงานป้อ งกัน ควบคุมโรค ของประเทศ ได้แก่ - โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง กลุ่มของโรคไม่ติดต่อเรื้อรังข้างต้น กําลังเป็นปัญหาสาธารณสุขที่ท้าทายของโลก โดยมีผลมาจาก อิทธิพลกระแสโลกาภิวัฒน์ ระบบทุนนิยม ความเจริญทางเศรษฐกิจ และสังคมนิยม ส่งผลให้ประชาชนในปัจจุบันมี วิถีชีวิตที่ไม่เหมาะสม เช่น การบริโภคอาหารที่ไม่ถูกต้อง กินผักผลไม้น้อย ขาดการออกกําลังกาย สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า และความเครียด ทั้งนี้องค์การอนามัยโลกได้ระบุว่าในปี 2548 ทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตจากโรคในกลุ่มวิถีชีวิต 35 ล้านคน หรือร้อยละ 60 ของผู้เสียชีวิตทั้งหมด (58 ล้านคน) และหากไม่ได้แก้ไข คาดว่าในปี 2558 จะมีผู้เสียชีวิตจากโรค ดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 17 หรือประมาณ 41 ล้านคน ทั้งนี้ได้มีการดําเนินการในเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคในระดับประชากร และรายบุคคล รวมถึงการ ขับเคลื่อนทางสังคมในหลายๆด้าน แต่การดําเนินการดังกล่าวยังมีลักษณะแยกส่วน ขาดความเชื่อมโยงอย่างเป็น ระบบ ฉะนั้นทิศทางในการพัฒนาระบบบริการดูแลสุขภาพที่ตอบสนองต่อการป้องกันและจัดการโรค ควรเน้นการ ป้องกันในทุกระดับของการให้บริการ การเข้าถึงบริการ การสนับสนุนการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตและการจัดการตนเอง ตามแนวปฏิบัติทั้งการใช้ยาและไม่ใช้ยา แต่ใช้การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยง หรือวิถีชีวิตที่เสี่ยงต่อการเกิดโรค ดังกล่าว 2.เป้าหมายการลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง 2.1 อัตราตายโรคหลอดเลือดสมองและโรคหัวใจขาดเลือดลดลงร้อยละ 10 ภายในปี 2559 2.2 อัตราตายโรคมะเร็งตับ ปอด เต้านม และมะเร็งปากมดลูกมีแนวโน้มชะลอการเพิ่ม 2.3 อัตราความชุกภาวะความดันโลหิตสูงมีแนวโน้มลดลง 2.4 อัตราความชุกโรคเบาหวานมีแนวโน้มลดลง 2.5 ประชากรไทยกลุ่มอายุตั้งแต่ 15 ปี มีอัตราความชุกของภาวะน้ําหนักตัวเกินและโรคอ้วนน้อยกว่า ร้อยละ 10 ภายในปี 2562 2.6 ประชากรไทยต่ํากว่าอายุ 15 ปี มีอัตราความชุกของภาวะน้ําหนักตัวเกินและโรคอ้วน น้อยกว่าร้อยละ 25 ภายในปี 2562

Page 166 of 304


3. สภาพปัญหา 3.1 อัตราการเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลจากการป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดสมองใหญ่หรืออัมพฤกษ์ อัมพาต และโรคเบาหวาน) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกโรคอย่าง ต่อเนื่อง 3.2 อัตราตายด้วยโรคหลอดเลือดสมองใหญ่หรืออัมพฤกษ์ อัมพาต กลับมามีอัตราเพิ่มขึ้นอีกครั้งตั้งแต่ปี 2552 - 2554 4.เป้าหมายหลักในการดําเนินงานเมื่อสิ้นปี พ.ศ. 2559 อัตราตายโรคหลอดเลือดสมองและโรคหัวใจขาดเลือดลดลงร้อยละ 10 ภายในปี 2559 ปี 2555 ปี 2556 ปี 2557 ปี 2558 ปี 2559 ร้อยละ 0.5

ร้อยละ 1.2

ร้อยละ 3.0

ร้อยละ 6.0

ร้อยละ 10

5. มาตรการดําเนินงานที่ส่งผลต่อเป้าหมาย 5.1 การพัฒนาระบบบริการการดูแลผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังโดยเน้น FAST TRACK , Stroke unit (อย่างน้อย 1 เครือข่ายต่อ 1 เขตตรวจราชการ) 5.2 พัฒนาเครื่องมือการประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง 5.3 การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่อการลดเสี่ยง ลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง 5.4 เพิ่มคุณภาพการบริการในสถานบริการสุขภาพ และเครือข่ายสถานบริการระดับต่างๆ 5.5 การพัฒนาศักยภาพชุมชน 5.6 พัฒนาและสร้างความร่วมมือกับเครือข่ายทุกระดับ 5.7 สื่อสารความเสี่ยงและสื่อสารเตือนภัย โดยเน้นสัญญาณอันตรายและการลดปัจจัยเสี่ยง 5.8 กํากับ ติดตามประเมินผล

2. เร่งรัดการดําเนินงานตามทศวรรษความปลอดภัยทางถนน 1. สถานการณ์ อุบัติเหตุทางถนนเป็นปัญหาสําคัญที่คร่าชีวิตคนไทย จากข้อมูลของสํานักนโยบายและยุทธศาสตร์ พบว่าทุกๆ ชั่วโมงมีคนไทยต้องตายจากอบุติเหตุทางถนนกว่าวันละ 38 คน (ปี 2554 =14,033 คน) ต้องบาดเจ็บวันละ กว่า 3,600 คน (ปี 2553 = 1,325,471 คน) ต้องนอนโรงพยาบาลวันละ 400 กว่าคน(ปี 2551 = 146,955 คน) () พิการปีละเกือบ 7,000 คน (คิดเป็น 4.6% ของผู้บาดเจ็บที่ admit) 2 สูญเสียทางเศรษฐกิจปีละกว่า 2 แสนล้านบาท (โดยคิดมูลค่าความ สูญเสียกรณีเสียชีวิต 5,315,556 บาท/ราย พิการ 6,167,061 บาท/ราย บาดเจ็บ admit 147,023 บาท/ราย และ บาดเจ็บเล็กน้อย 34,761 บาท/ราย ) จากข้อมูลสํานักระบาดวิทยาพบว่าในปี 2548-2553 ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ บาดเจ็บสูงสุดร้อยละ 88.34–89.46 ไม่สวมหมวกนิรภัย ร้อยละ 87.6 ในผู้ขับขี่ และ ร้อยละ 93.9 ในผู้ซ้อนท้าย ผู้บาดเจ็บที่เป็นนักเรียนนักศึกษามีสัดสวนไม่สวมหมวกนิรภัยสูงกว่าทุกกลุ่มอาชีพ ร้อยละ 91.1 อวัยวะที่บาดเจ็บ สูงสุด คือ ศีรษะ ร้อยละ 42.7 ในผู้บาดเจ็บ และ ร้อยละ 70.8 ในผู้เสียชีวิต และเมื่อพิจารณาในภาพรวมแล้ว ผู้ป่วย ในจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์มีค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลเฉลี่ย 5 ปีสูงที่สุดถึง 2,368.78 ล้านบาท จากค่าใช้จ่าย

Page 167 of 304


อุบัติเหตุรถทุกประเภท 2,952.20 ล้านบาท การใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในผู้บาดเจ็บที่เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ มี สัดส่วนการดื่มแอลกอฮอล์ลดลงจากร้อยละ 46.4 ในปี 2548 เป็นร้อยละ 39.5 ในปี 2553 ความเร็วของ รถจั ก รยานยนต์ ก็ เ ป็ น เรื่ อ งที่ น่ า ให้ ค วามสํ า คั ญ เนื่ อ งจากผู้ ขั บ ขี่ ที่ บ าดเจ็ บ ในกลุ่ ม ที่ ส วมหมวกนิ ร ภั ย และไม่ ดื่ ม แอลกอฮอล์ เปรียบเทียบกันระหว่างกลุ่มอายุ <18 ปี และอายุ 18-89 ปี พบว่าอายุ <18 ปี มีการบาดเจ็บที่สมอง รุนแรงกว่ากลุ่มอายุที่มากกว่า และยังเป็นกลุ่มที่บาดเจ็บและตายสูงที่สุด สืบเนื่องจากนายกรัฐมนตรีมีนโยบายให้หน่วยงานภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน NGO ร่วมบูรณาการ การทํางานรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนร่วมกันทุกภาคส่วน อย่างจริงจัง และต่อเนื่อง ตลอดช่วงทศวรรษ แห่งความปลอดภัยทางถนน พ.ศ.2554-2563 โดยใช้ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2555 เป็นการเริ่มต้นทํางาน โดยเน้น ปัจจัยเสี่ยงสําคัญ 4 ประเด็น คือ การสวมหมวกนิรภัย การคาดเข็มขัดนิรภัย การเมาแล้วขับ และการขับรถเร็วเกิน กฎหมายกําหนด เพื่อเป็นการสนองตอบต่อนโยบายของนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่ากระทรวงสาธารณสุข จึง มี นโยบายให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทุกแห่งดําเนินการนําร่องในเรื่องการรณรงค์ส่งเสริมการสวมหมวก นิรภัยในหน่วยงานอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และผู้มารับบริการ ซึ่งกรมควบคุมโรค ได้ รั บ มอบหมายจากกระทรวงสาธารณสุ ข ให้ ดํ า เนิ น การในเรื่ อ งดั ง กล่ า วให้ เ ป็ น รู ป ธรรม และได้ มี ก ารแต่ ง ตั้ ง คณะกรรมการเร่งรัดการขับเคลื่อนความปลอดภัยทางถนน ซึ่งมีรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุ ข และผู้ บั ญ ชาการตํ า รวจแห่ ง ชาติ เ ป็ น รองประธาน อธิ บ ดี ก รมควบคุ ม โรคเป็ น เลขานุ ก าร คณะกรรมการ ประกอบกับศูนย์อํานวยการความปลอดภัยทางถนนได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการในคณะกรรมการศูนย์ อํานวยการความปลอดภัยทางถนนตาม จํานวน 6 คณะ เพื่อดําเนินการขับเคลื่อนนโยบาย ยุทธศาสตร์ มาตรการ แนวทาง และแผนงานเกี่ยวกับการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ กระทรวงสาธารณสุขรับผิดชอบเป็นประธานคณะอนุกรรมการ 2 คณะ คือ คณะอนุกรรมการด้านการช่วยเหลือหลังเกิดเหตุ และคณะอนุกรรมการบริหารจัดการข้อมูล และการติดตามประเมินผล โดยมีภารกิจสําคัญ ดังนี้ 1. เสริมสร้างความเข้มแข็งในการจัดระบบบริการการแพทย์ก่อนถึงโรงพยาบาล การรักษาผู้ป่วยฉุกเฉินใน สถานพยาบาล การฟื้นฟูสภาพผู้บาดเจ็บ โดยผ่านกระบวนการบูรณาการทั้งการออกกฎหมายที่เหมาะสม การอบรมและ พัฒนาบุคลากร การสร้างช่องทางการเข้าถึงบริการการแพทย์ฉุกเฉินให้ได้รวดเร็วและทั่วถึง เพื่อให้ผู้ป่วยที่จําเป็นทุกคนได้รับ บริการที่มีประสิทธิภาพและทันการณ์ 2. การพัฒนาและปรับปรุงระบบข้อมูลการบาดเจ็บในระดับชาติ ให้สามารถเปรียบเทียบกับข้อมูลในระดับนานาชาติ รวมทั้งการเก็บรวบรวมข้อมูลการบาดเจ็บ และเสียชีวิตที่ใช้คําจํากัดความสากล ว่าเป็นการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจร ภายใน 30 วันหลังจากเกิดอุบัติเหตุ พร้อมทั้งกระตุ้นให้มีการประสานความร่วมมือในการพัฒนาระบบข้อมูลที่น่าเชื่อถือใน ระดับสากล และรับผิดชอบในเรื่องการติดตาม ประเมินผลการดําเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลในการประเมินโครงการรณรงค์ส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัย 100 เปอร์เซ็นต์ ของรัฐบาล (ข้อมูล สาธารณสุขมีเรื่องการบาดเจ็บที่ศีรษะ) นอกจากภารกิจหลักที่กระทรวงสาธารณสุขต้องรับผิดชอบแล้วยังมีภารกิจรองที่กระทรวงสาธารณสุขเกี่ยวข้องอีกทั้ง เรื่องการเฝ้าระวัง การรณรงค์ป้องกัน โดยกระทรวงสาธารณสุขได้มีหนังสือสั่งการไปยัง สสจ.และโรงพยาบาลให้มีการ ดําเนินงาน ดังนี้

Page 168 of 304


- ด้านการเฝ้าระวังและการติดตามประเมินผล - ให้ สสจ./รพ. นําข้อมูลอุบัติเหตุทางถนนมาวิเคราะห์เพื่อจัดเตรียมข้อมูลสําหรับการประเมินผลการ ดําเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุในระดับจังหวัด และให้มีการนําข้อมูลมาใช้ประโยชน์ในการติดตาม กํากับ และ ผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อน มีการดําเนินงานแก้ไขปัญหาจุดเสี่ยงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ โดยให้มีการ นําเสนอข้อมูลในที่ประชุมราชการของจังหวัด/อําเภออย่างสม่ําเสมอ โดย ในระดับจังหวัด ให้ สสจ./รพ. และ ระดับ อําเภอ ให้ สสอ./รพช. มีคณะทํางาน เพื่อนําข้อมูลอุบัติเหตุทางถนนมาวิเคราะห์เพื่อใช้สําหรับการ ติดตาม กํากับ และประเมินผลการดําเนินงานป้องกันและลดอุบัติ เหตุในระดับอําเภอและระดับ จังหวัด เป็ นประจํา"ทุกเดือ น" โดยเฉพาะในประเด็น ข้อมูลการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน และข้อมูลการบาดเจ็บใน 4 พฤติกรรมเสี่ยงหลัก (ไม่ สวมหมวกนิรภัย เมาแล้วขับ ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย และขับรถเร็ว) - สสจ./รพ. ประสานทําความเข้าใจกับโรงพยาบาลในพื้นที่ ในเรื่องการใช้นิยามการตายจากอุบัติเหตุ ทางถนนที่เป็นสากล (นับตาย 30 วันหลังเกิดเหตุ) และกําชับให้มีการกรอกข้อมูลระบุรายละเอียดของสาเหตุการตาย ในหนังสือรับรองการตายให้ชัดเจน (แบบรายงาน ทร 4/1) - สสจ. / รพ. จัดทําข้อมูลเพื่อประเมินผลการรณรงค์หมวกนิรภัย โดยเฉพาะข้อมูลการบาดเจ็บและเสียชีวิตจาก การ “ไม่สวมหมวกนิรภัย” เพื่อเป็นการประเมินผลและสะท้อนปัญหา อย่างน้อยทุก 3 เดือน โดยให้ส่งข้อมูลมายังสํานักโรค ไม่ ติ ด ต่ อ ซึ่ ง ทํ า หน้ า ที่ เ ป็ น เลขานุ ก ารคณะอนุ ก รรมการด้ า นการบริ ห ารจั ด การข้ อ มู ล และประเมิ น ผล ของศู น ย์ อํานวยการความปลอดภัยทางถนน เพื่อดําเนินการต่อไป - สสจ. / รพ. มีการนําข้อมูลที่วิเคราะห์มานําเสนอในที่ประชุมหน่วยงานระดับอําเภอ/จังหวัด รวมทั้ง เผยแพร่สู่สาธารณะให้กับสื่อมวลชน และภาคีเครือข่าย เพื่อให้ทุกภาคส่วนเกิดความตระหนักและให้ความร่วมมือใน การป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนน - ในกรณีที่มีเหตุการณ์สําคัญ เช่น อุบัติเหตุหมู่ อุบัติเหตุรถสาธารณะ อุบัติเหตุทางถนนกับบุคลากร สาธารณสุข หรือ อุบัติเหตุกับกลุ่มเด็ก/เยาวชน ให้มีการสืบสวนสาเหตุ โดยทีม SRRT เพื่อนําผลจากการสืบสวนมาใช้ วางแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาต่อไป - ด้านการป้องกัน - สสจ./รพ. กําหนดให้พื้นที่ในหน่วยงานเป็นเขตสวมหมวกนิรภัยและการใช้เข็มขัดนิรภัย 100 % ตาม ประกาศกระทรวงสาธารณสุข โดยเริ่มดําเนินการในวันที่ 1 กรกฎาคม 2555 พร้อมทั้งทําการสํารวจอัตราการสวม หมวกนิรภัย/เข็มขัดนิรภัยของผู้ที่ผ่านเข้า-ออกในพื้นที่ของหน่วยงาน และรายงานมายังกรมควบคุมโรค ภายในวันที่ 15 กรกฎาคม 2555 เพื่อใช้เป็น base line ก่อนดําเนินการ และหลังจากดําเนินการแล้วให้รายงานทุก 3 เดือน - สสจ./รพ. /อสม. รณรงค์ ประชาสัมพันธ์ตลอดปี ผลักดันให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการแก้ไขปัญหา เน้นหนักใน 4 ประเด็น คือ หมวกนิรภัย เมา ขับรถเร็ว และ เข็มขัดนิรภัย รวมทั้งให้เจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวง สาธารณสุข / อสม. ปฏิบัติตามกฎหมายเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับประชาชน - สสจ./รพ./สอ. ทําการสํารวจและติดตั้งเข็มขัดนิรภัยในรถยนต์ของหน่วยงานทุกที่นั่ง โดยเฉพาะ “รถ ตู้” ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้บริหาร - สสจ. ผลักดันให้เกิดต้นแบบ "อําเภอควบคุมโรคเข้มแข็ง" ในด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหา อุบัติเหตุทางถนน อย่างน้อย 1 อําเภอ/จังหวัด โดยประสานความร่วมมือด้านวิชาการจากกรมควบคุมโรค และ สคร. Page 169 of 304


- สสจ. ในฐานะเลขานุ ก ารคณะกรรมการควบคุ ม เครื่ อ งดื่ ม แอลกอฮอล์ ร ะดั บ จั ง หวั ด ดํ า เนิ น การ ขับเคลื่อนให้มีการดําเนินงานตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 โดยเฉพาะกรณีการขายสุราให้กับ เด็กอายุต่ํากว่า 20 ปีรวมถึงการขายสุราในสถานที่และเวลาที่ห้ามขาย การเร่ขาย การโฆษณาหรือส่งเสริมการขาย (ลด แลก แจก แถม) - กรณีการเช่าเหมารถทัศนาจรให้คํานึงถึงเรื่องความปลอดภัย โดยปฏิบัติตามข้อแนะนําในการเช่าเหมา รถเป็น Check list - ด้านการช่วยเหลือหลังเกิดอุบัติเหตุ - รพ. พัฒนาระบบการดูแลรักษาผู้บาดเจ็บ ให้มีประสิทธิภาพ ทั้ง Pre-hospital care, In-hospital โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ER quality, Trauma center, Rehabilitation ซึ่งสํานักบริหารการสาธารณสุข สํานักงาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุขรับผิดชอบ 2. เป้าหมายการลดโรค 2.1 ลดการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนไม่เกิน 10 คนต่อประชากรแสนคน ภายในปี 2563 (ลดลงร้อยละ 5 ต่อปี) 2.2 เพิ่มอัตราการสวมหมวกนิรภัยร้อยละ 20 ต่อปี 2.3 พัฒนาระบบการจัดเก็บข้อมูลอุบัติเหตุทางถนนให้เป็นเอกภาพและใช้นิยามที่เป็นสากล สามารถนําไป เปรียบเทียบกับนานาประเทศได้ 3. สภาพปัญหา 3.1 อัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จาก 21.61 คนต่อประชากรแสนคน (13,766 ราย) ในปี2553 เป็น 21.87 ในปี 2554 (14,033 ราย) 3.2 อัตราการสวมหมวกนิรภัยในประชาชนทั่วไปยังต่ําอยู่ จากการสํารวจของมูลนิธิไทยโรดส์ในปี 2553 พบ อัตราการสวมหมวกมีเพียงร้อยละ 44 (ผู้ขับขี่ ร้อยละ 53 ผู้ซ้อนท้ายร้อยละ 19) และสํารวจในปี 2554 สวมเพิ่มขึ้น เพียงเล็กน้อยร้อยละ 46 (ผู้ขับขี่ ร้อยละ ผู้ซ้อนท้าย ร้อยละ ) 3.3 ยังไม่สามารถหาข้อมูลการเสียชีวิตที่เป็นทางการของประเทศไทยในปี 2553 และ 2554 ได้ เพื่อใช้เป็น base line ของทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนน เนื่องจากปัจจุบันมีข้อมูลจากหลายแหล่ง ใช้นิยามแตกต่างกัน และวัตถุประสงค์ในการใช้ก็แตกต่างกัน ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ใช้ข้อมูลจากสํานักงานตํารวจ แห่งชาติเป็นตัวชี้วัดร่วมการดําเนินงาน (joint KPI) ของ 3 หน่วยงานคือ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม และสํานักงานตํารวจแห่งชาติ โดยข้อมูลที่ใช้มีเฉพาะข้อมูลที่เป็นคดี ไม่ครอบคลุมการตายทั่วประเทศ แต่การรายงาน รวดเร็วทันเวลา ส่วนข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขก็มีมาจากหลายระบบ เช่น สนย. (12 แฟ้ม/18 แฟ้ม/ มรณ บัตร/ หนังสือรับรองการตาย) สํานักระบาดวิทยา (ระบบ IS/ รายงานการบาดเจ็บ 19 สาเหตุ) สํานักโรคไม่ติดต่อ (BRFSS) ข้อมูลแต่ละฐานมีข้อดีและข้อจํากัดแตกต่างกันไป ดังนั้นคณะอนุกรรมการด้านการบริหารจัดการข้อมูล และประเมินผล ของศูนย์อํานวยการความปลอดภัยทางถนน ซึ่งมีรองอธิบดีกรมควบคุมโรคเป็นประธาน จําเป็นต้อง พัฒนาระบบข้อมูลอุบัติเหตุทางถนนให้มีความเป็นสากล และเป็นเอกภาพ ทุกหน่วยงานต้องยอมรับและใช้ร่วมกัน

Page 170 of 304


4.เป้าหมายหลักในการดําเนินงานเมื่อสิ้นปี พ.ศ. 2559 4.1 ลดการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนไม่เกิน 15 คนต่อประชากรแสนคน ภายในปี 2559 (ลดลงร้อยละ 5 ต่อปี) ปี 2555

ปี 2556

ปี 2557

ปี 2558

ปี 2559

ร้อยละ 5

ร้อยละ 5

ร้อยละ 5

ร้อยละ 5

ร้อยละ 5

4.2 เพิ่มอัตราการสวมหมวกนิรภัยร้อยละ 20 ในแต่ละปี 4.3 ข้อมูลอุบัติเหตุทางถนนมีความเป็นเอกภาพ เป็นสากล และมีการนําไปใช้ประโยชน์ได้อย่างมี ประสิทธิภาพ 5. มาตรการดําเนินงานที่ส่งผลต่อเป้าหมาย 5.1.มาตรการด้านการเฝ้าระวัง และการติดตามประเมินผล 5.2 มาตรการด้านการป้องกัน 5.3 มาตรการด้านการรักษาพยาบาล

3. การป้องกันเด็กจมน้ํา 1. สถานการณ์ การจมน้ําเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของเด็กไทยอายุต่ํากว่า 15 ปี มากกว่าการเสียชีวิตจากโรคติดเชื้อ และไม่ติดเชื้อ โดยในแต่ละปีจะมีเด็กเสียชีวิตเกือบ 1,400-1,500 คนหรือ วัน ละเกือ บ 4 คน อัตราการเสียชีวิตต่อ ประชากรแสนคนจากการตกน้ํา จมน้ําของเด็ก (ปี 2545-2554) อยู่ในช่วง 8.6-11.5 โดยเพศชายเสีย ชีวิต สูง กว่า เพศหญิง 2 เท่าตัว เด็กอายุต่ํากว่า 10 ปีเป็นกลุ่มเสี่ยงหลัก โดยมักพบว่าเด็กจะจมน้ําเสียชีวิตพร้อมกันครั้งละหลายๆ คน เนื่องจาก เด็กไม่รู้วิธีการเอาชีวิตรอดในน้ําและวิธีการช่วยเหลือที่ถูกต้องจึงมักกระโดดลงไปช่วย และผลการ สํารวจพบเด็กไทยอายุต่ํากว่า 15 ปี ว่ายน้ําเป็นเพียงร้อยละ 16.3 ช่วงฤดูร้อนและปิดภาคการศึกษา (มีนาคมพฤษภาคม และตุลาคม) วันหยุดสุดสัปดาห์ (เสาร์-อาทิตย์) และช่วงเวลา 12.00 - 17.59 น. เป็นช่วงที่มีการเกิดเหตุสูงสุด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอัตราการเสียชีวิตสูงที่สุด แหล่งน้ําที่เกิดเหตุมากที่สุด คือ แหล่งน้ําธรรมชาติ (ร้อยละ 49.9) การดื่ม แอลกอฮอล์ก่อ นลงเล่น น้ํา เป็นปัจจัยเสี่ยงหนึ่งที่ก่อให้เกิดการตกน้ํา จมน้ํา อายุต่ําที่สุดพบคือ 7 ปี ปัจจัยเสี่ยงจากการจมน้ํามีความแตกต่างกันในแต่ละช่วงอายุ โดยเด็กเล็ก (อายุต่ํากว่า 5 ปี) มักพบเด็กจมน้ําสูง ในแหล่ง น้ําภายในบ้านหรือบริเวณรอบๆ บ้าน เช่น ถังน้ํา กะละมัง บ่อน้ํา เด็กอายุมากกว่า 5 ปี พบจมน้ําสูงในแหล่งน้ําขุดเพื่อ การเกษตร และแหล่งน้ําตามธรรมชาติ (แม่น้ํา คลอง บึง) กรมควบคุมโรค เป็นแกนหลักในการดําเนินการป้องกันการ จมน้ําของเด็กในประเทศไทย ซึ่งได้ดําเนินการมาตั้งแต่ปี 2550 โดยมีการดําเนินงานในมาตรการต่างๆ ทั้งในระดับ พื้นที่และระดับประเทศ จนทําให้อัตราการเสียชีวิตเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง

Page 171 of 304


จํานวนนและอัตราการรเสียชีวิตต่อประชากร 100,,000 คน ของงเด็กอายุต่ํากวว่า 15 ปี จากการตตกน้ํา จมน้ํา ในประเทศไทย ใ ยปี พ.ศ. 25422 – 2554

2.. เป้าหมายการลดโรค อุบัติการณ์การรเสียชีวิตจากกการจมน้ําในเด็กอายุ 0-14 ปปี น้อยกว่า 5 คนต่ ค อประชากรรแสนคน 3.. สภาพปัญหาา เนื่ อ งจากปั ญหาการจมน้ ญ ํ าของเด็ า ก เป็ น เรื่ อ งใหม่ ที่ เ ริ่ ม ดํ า เนิ น การรได้ ไ ม่ น าน หลลายภาคส่ ว น ยั ง ไม่ รู้ ถึ ง สถานการรณ์ปัญหาทําใหห้ไม่เห็นความสสําคัญ ผู้บริหารในระดั า บนโยยบายมีการเปลีลี่ยนแปลงบ่อยยมากทําให้การรดําเนินใน เรื่องการผผลักดันนโยบายไม่เกิดความตต่อเนื่องและเกิกิดความล่าช้า 4.. เป้าหมายหลัลักในการดําเนินินงานเมื่อสิ้นปี พ.ศ.2559 อุบัติการณ์การรเสียชีวิตจากกการจมน้ําในเด็กอายุต่ํากว่า 15 1 ปี ลดลงเหลืลือ 5 คนต่อปรระชากรแสนคนน ปี 2555 ปี 2556 2 ปี 2557 ปี 2558 ปี 25599 900 8000 700 6000 500 5.. มาตรการ 1. การผลักดันนโยบาย น การผลักดันให้ห้ผู้บริหารทุกระะดับและหน่วยงานที ย ่เกี่ยวข้องเห็ อ นความสําคัญของปัญหาาการจมน้ําของงเด็ก การ ดํ า เนิ น งาานผลั ก ดั น นโโยบายในด้ า นต่ น า งๆโดยกาารมี ส่ ว นร่ ว มขของพหุ ภ าคี ในรู ใ ป แบบขอองคณะกรรมกการทั้ ง ใน ระดับประะเทศและระดับจั บ งหวัด และผผลักดันให้เป็นวาระแห่ ว งชาติ 2. การให้ ค วามรู ว ้ และการรประชาสั ม พั น ธ์ การให้ ค วามมรู ้ การรณรงงค์ และประ ชาสั ม พั น ธ์ ใ นวงกว้ น า งเพื ่ อสร้ อ า งความตตระหนัก ในเรืรื ่อ งความ ม และสังคม ปลอดภัยทางน้ําในระดัับครอบครัว ชุมชน 3. การพัฒนาาศักยภาพบุคลากร ล การพัฒนาศักยภาพบุคลากรรทุกภาคส่วนใหห้มีความรู้ในเรืรื่องการป้องกันการจมน้ น ํา กาารปฐมพยาบาลลคนตกน้ํา จมน้ํา ทัักษะการเอาชีวิวิตรอดในน้ําแลละวิธีการช่วยเเหลือ Page 172 of 304


4. สนับสนุนนโยบายและกฎระเบียบ รวมทั้งการบังคับใช้กฎหมายในเรื่องความปลอดภัยทางน้ํา พัฒนาและสนับสนุนให้เกิดนโยบาย/กฎหมาย/กฎระเบียบ ในเรื่องของความปลอดภัยทางน้ํา เช่น กําหนดให้ คนทุกคนและทุกช่วงอายุควรสวมเสื้อชูชีพตลอดเวลาขณะที่มีกิจกรรมอยู่ในแหล่งน้ําหรือเดินทางทางน้ํา การติดฉลาก คําเตือนบนภาชนะใส่น้ํา การกําหนดให้สระว่ายน้ําทุกแห่งมีการจัดตั้งรั้วกั้นล้อมรอบสระว่ายน้ําทั้ง 4 ด้าน กําหนดให้ มีข้อบังคับเกี่ยวกับการดื่มแอลกอฮอล์และการทํากิจกรรมขณะที่อยู่ใกล้หรือในแหล่งน้ํา กําหนดให้หน่วยงานที่ เกี่ยวข้องของแต่ละท้องถิ่น มีการกําหนดมาตรฐานบริเวณแหล่งน้ํา และตรวจสอบความปลอดภัยของบริเวณแหล่ง น้ําที่มีอยู่ในท้องถิ่นนั้นๆ 5. การสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน การส่งเสริมและสนับสนุนให้ชุมชนและหน่วยงานภาคท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาและแก้ไขความเสี่ยง ที่อาจเกิดขึ้นกับเด็กในชุมชนและร่วมกันกําหนดกลยุทธ์ในการป้องกัน รวมทั้งจัดการสิ่งแวดล้อมในชุมชน 6. การศึกษาวิจัยและประเมินผล สนับ สนุน ให้มีก ารเฝ้า ระวัง และสอบสวนการจมน้ําในเด็ก และศึก ษาวิจัย ในเรื่อ งการสร้า งเสริม ความ ปลอดภัยและการป้องกันการจมน้ําในเด็ก รวมทั้งมีการติดตามประเมินผลมาตรการต่างๆ

Page 173 of 304


สรุปจุดเน้นการดําเนินงาน ปีงบประมาณ 2556 จุดเน้น : โรคไม่ติดต่อ มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

กิจกรรม สํานัก

สคร

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์

1. ลดการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง(storke)และโรคความดันโลหิตสูง เป้าหมายการลดโรค : 1. อัตราตายโรคหลอดเลือดสมองและโรคหัวใจขาดเลือดลดลงร้อยละ 10 ภายในปี 2559 2. อัตราตายโรคมะเร็งตับ ปอด เต้านม และมะเร็งปากมดลูกมีแนวโน้มชะลอการเพิ่ม

3. อัตราความชุกภาวะความดันโลหิตสูงมีแนวโน้มลดลง 4. อัตราความชุกโรคเบาหวานมีแนวโน้มลดลง 5. ประชากรไทยกลุ่มอายุตั้งแต่ 15 ปี มีอัตราความชุกของภาวะน้ําหนักตัวเกินและโรคอ้วนน้อยกว่าร้อยละ 10 ภายในปี 2562 6. ประชากรไทยต่ํากว่าอายุ 15 ปี มีอัตราความชุกของภาวะน้ําหนักตัวเกินและโรคอ้วน น้อยกว่าร้อยละ 25 ภายในปี 2562 การพัฒนาระบบเฝ้า - ระบบเฝ้าระวัง ย.1/ 2/ 4 ระดับสํานัก : 12 สคร 1.1 สํานักโรคไม่ 1.การพัฒนาระบบเฝ้าระวังโรคไม่ สคร. 1 : โครงการพัฒนาระบบเฝ้า ระวังโรคไม่ติดต่อ ที่มีคุณภาพ ระดับ สคร. 1 : เครือข่ายโรคไม่ ติดต่อ ติดต่อ ระวังโรคไม่ติดต่อ สํานักงาน ทางสาธารณสุขให้มี สคร. ... แห่ง ติดต่อสํานักงานป้องกันควบคุม 1.2 สํานักระบาด 1.1ประเมินระบบเฝ้าระวัง ป้องกันควบคุมโรคที่ 1 กรุงเทพฯ ประสิทธิภาพ - ระบบเฝ้าระวัง โรค ที่ 1 กรุงเทพฯ 1.2 พัฒนาระบบกลไกการเฝ้าระวัง 1 : ประเมินระบบเฝ้าระวัง วิทยา ที่มีคุณภาพ ระดับ 1.3 สร้างเครือข่าย (สคร./จังหวัด) - จัดประชุมเพื่อขอความร่วมมือใน 1.3 สคร สสจ. ... แห่ง 1.4 สสจ 1.4 พัฒนาศักยภาพบุคลากร การใช้ฐานข้อมูลในระบบผู้ป่วยนอก 1.5 ihpp 1.5 บูรณาการระบบเฝ้าระวังโรคไม่ และระบบผู้ป่วยใน 1.6 สปสช ติดต่อระดับประเทศ

Page 174 of 304

ระยะที่ 1 (1-2 ปี) : 1. มีระบบเฝ้า ระวังระดับ สคร สสจ 2. มีเครือข่าย (สคร./จังหวัด)


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

ย.1

กลุ่มเป้าหมาย

สสจ 5 แห่ง

พื้นที่เป้าหมาย

สสจ 5 แห่ง

Page 175 of 304

กิจกรรม สํานัก

สคร 2 : พัฒนาระบบกลไกการเฝ้าระวัง -ประชุมเพื่อจัดทําตัวชี้วัดในการเฝ้า ระวังโรคไม่ติดต่อระดับจังหวัด และสคร 3 : สร้างเครือข่ายโรคไม่ติดต่อ -จัดตั้งเครือข่ายเฝ้าระวังโรคไม่ ติดต่อในระดับจังหวัดและสคร 4 : พัฒนาบุคลากรอบรมบุคลากร เพื่อการใช้ข้อมูลจากการเฝ้าระวัง โรคไม่ติดต่อ สคร.2 พัฒนาจังหวัดต้นแบบการMonitor HT & stroke งบประมาณ 125,000 บาท(งบดําเนินการ จังหวัดละ 25000 บาท รวม 5 จังหวัด)

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ 3. มีหลักสูตร ระยะที่ 2 (3-5 ปี) : มีระบบเฝ้าระวัง โรคไม่ติดต่อ ระดับประเทศ

SM 1.1.3


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ ย.1

กลุ่มเป้าหมาย สสจ.

พื้นที่เป้าหมาย 9 จังหวัด

Page 176 of 304

กิจกรรม สํานัก

สคร สคร.3 1 ประเมินระบบเฝ้าระวัง -จัดประชุมจังหวัดเพื่อขอความ ร่วมมือในการใช้ฐานข้อมูลในระบบ ผู้ป่วยนอก 2 พัฒนาระบบกลไกการเฝ้าระวัง -ประชุมเพื่อจัดทําตัวชี้วัดในการเฝ้า ระวังฯในระดับจังหวัดและระดับ สคร. 3 สร้างเครือข่าย (สคร./จังหวัด) - จัดตั้งเครือข่ายเฝ้าระวังโรคไม่ ติดต่อในระดับจังหวัดและสคร. 4 พัฒนาศักยภาพบุคลากร -อบรมบุคลากรเพื่อการใช้ข้อมูล จากระบบเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรค ไม่ติดต่อ

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ SM 1.1.3


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ ย.1

กลุ่มเป้าหมาย สํานักงานสาธารณสุขจังหวัด จํานวน 40 คน

พื้นที่เป้าหมาย สํานักงาน สาธารณสุขจังหวัด จํานวน 8 จังหวัด

กิจกรรม สํานัก

สคร สคร.4 1.พัฒนาศักยภาพการดําเนินงาน ป้องกันควบคุมโรคไม่ติดต่อของ สํานักงานสาธารณสุขจังหวัด -ประชุมเชิงปฏิบัติการ system manager จํานวน 2 วัน* 2 รุ่นๆละ 20 คน 2. ติดตามความก้าวหน้าการ ดําเนินงาน(system manager) 8 จังหวัด สคร.5 -ประชุมเครือข่ายข้อมูลโรคไม่ติดต่อ - ประชุมเพื่อจัดทําตัวชี้วัดในการ เฝ้าระวังในระดับจังหวัดและสคร

Page 177 of 304

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ SM 1.1.3


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ ย.2

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย 9 จังหวัดในพื้นที่ รับผิดชอบ

Page 178 of 304

กิจกรรม สํานัก

สคร สคร.6 1 รวบรวมฐานข้อมูลการป่วยทั้ง 3 โรคในระบบผู้ป่วยนอกและระบบ ผู้ป่วยในของสนย. 2 รวบรวมพฤติกรรมเสี่ยงโรคไม่ ติดต่อเรื้อรังจากฐานข้อมูล BRFSS ของสํานัก NCD 3 วิเคราะห์ สังเคราะห์และจัดทํา รายงานสถานการณ์และแนวโน้ม 4 เผยแพร่ผ่าน Web ของกลุ่ม พัฒนาวิชาการ 5 โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อพัฒนาระบบเฝ้าระวังโรคไม่ ติดต่อเรื้อรัง

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ SM 211


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

กิจกรรม สํานัก

สคร สคร.7 1 พัฒนาระบฐานข้อมูลการเฝ้าระวัง โรคไม่ติดต่อและภัยสุขภาพในพื้นที่ 2 การสํารวจปัจจัยทางสังคมที่ กําหนดสุขภาพด้านโรคไม่ติดต่อ

คณะกรรมการNCD Board ระดับจังหวัด และอําเภอ 40 คน

5 จังหวัด

Page 179 of 304

สคร.9 ประชุมเพื่อพัฒนาระบบ กลไกการเฝ้าระวังและจัดทําตัวชี้วัด ในการเฝ้าระวังฯในระดับจังหวัด และระดับ สคร. สคร. 7 8 10 11 12 ไม่มีกิจกรรม และงบประมาณ

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์


มาตรการหลัก/ โครงการ จัดการเพื่อลดเสี่ยง

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ ย.1

กลุ่มเป้าหมาย สถานประกอบการจังหวัดละ 1แห่งรวม 77แห่ง

พื้นที่เป้าหมาย 77 จังหวัด

กิจกรรม สํานัก 2.ขับเคลื่อนสถานประกอบการ ปลอดโรค ปลอดภัย กายใจเป็นสุข ปี 2556 1 พัฒนาเกณฑ์ประเมินสถาน ประกอบการฯ / แนวทางการ ดําเนินงานฯ / คู่มือฯประเมินสถาน ประกอบการฯ 2 ร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสินการ ประเมินสถานประกอบการฯ 3 อบรมและชี้แจงการประเมิน สถานประกอบการฯ 4 ติดตาม ประเมินผลการ ดําเนินงานในภาพรวม

Page 180 of 304

สคร สคร.1,3,5,6,7,9,10,11,12 ดําเนินการ 1.ประสานความร่วมมือกับเครือข่าย ระดับจังหวัดในการประเมินสถาน ประกอบการในพื้นที่ที่คัดเลือก 2.ร่วมพัฒนาเกณฑ์ประเมินสถาน ประกอบการฯ / แนวทางการ ดําเนินงานฯ / คู่มือฯประเมินสถาน ประกอบการฯ 3.ร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสินการ ประเมินสถานประกอบการฯ 4. ร่วมติดตาม ประเมินผลการ ดําเนินงานในภาพรวม

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ SM1.1.3


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย สถานประกอบการจังหวัดละ 1แห่งในเขตความรับผิดชอบ จํานวน 5 จังหวัด

พื้นที่เป้าหมาย สสจ 5 แห่ง

Page 181 of 304

กิจกรรม สํานัก

สคร สคร.2 1.ประสานจังหวัดโครงการ ประกอบการปลอดโรค ปลอดภัย กายใจเป็นสุข ปี 2556 2.ประสานจังหวัดในการรับสมัคร สถานประกอบการปลอดโรค ปลอดภัย กายใจเป็นสุข ปี 2556 3.สคร.จัดประชุมชี้แจงจังหวัดและ สถานประกอบการ จํานวน 40 คน 1 วัน 4.ประสานจังหวัดในการคัดเลือก สถานประกอบการปลอดโรค ปลอดภัย กายใจเป็นสุข ปี 2556 5.ประเมินรับรองสถานประกอบการ

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย สถานประกอบการจังหวัดละ 1แห่งในเขตความรับผิดชอบ จํานวน 8 จังหวัด

พื้นที่เป้าหมาย สสจ 8 แห่ง

Page 182 of 304

กิจกรรม สํานัก

สคร สคร.4 1.ประสานจังหวัดโครงการ ประกอบการปลอดโรค ปลอดภัย กายใจเป็นสุข ปี 56 2.ประสานจังหวัดในการรับสมัคร สถานประกอบการปลอดโรค ปลอดภัย กายใจเป็นสุข ปี 2556 3.สคร.จัดประชุมชี้แจงจังหวัดและ สถานประกอบการ จํานวน 50 คน 1 วัน 4.ประสานจังหวัดในการคัดเลือก สถานประกอบการปลอดโรค ปลอดภัย กายใจเป็นสุข ปี 2556 5.ประเมินรับรองสถาน ประกอบการปลอดโรค ปลอดภัย กายใจเป็นสุข ปี 56

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

พนักงานในสถานประกอบการ สถานประกอบการ จํานวน 100 คน(1 แห่ง) 1แห่งใน จ. นครสวรรค์

Page 183 of 304

กิจกรรม สํานัก

สคร สคร.8 1.คัดกรองความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อ เรื้อรัง(เบาหวาน/ความดันโลหิตสูง/ โรคหลอดเลือดหัวใจ/หลอดเลือด สมอง) 2.จัดกิจกรรมลดเสี่ยง(รณรงค์/ให้ คําแนะนําพฤติกรรมสุขภาพที่ เหมาะสมเพื่อการลดเสี่ยงลดโรค)3. การสื่อสารความเสี่ยงโรคเรื้อรัง 4.วิเคราะห์สภาพปัญหาโรคไม่ติดต่อ เรื้อรังในเขตตรวจราชการที่18

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์


มาตรการหลัก/ โครงการ จัดบริการเพื่อลดเสี่ยง - การบริการลดเสี่ยง ในสถานบริการ สุขภาพ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ ย.1

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

กิจกรรม

สํานัก โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ สคร.ที่ 3. ขยายผลการพัฒนาศักยภาพ ตําบล (รพ.สต.) จํานวน 700 1,2,3,4,5,8,11, การดําเนินงานป้องกันควบคุมโรค แห่ง 12 จํานวน 8 เขต ไม่ติดต่อเรื้อรังของโรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพตําบล (รพ.สต.) ดําเนินการ อบรมพัฒนาศักยภาพ การดําเนินงานป้องกันควบคุมโรค ไม่ติดต่อเรื้อรังของโรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพตําบล(รพ.สต.)

สคร 1. สคร.ที่ 1,2,3,4,5,8,11,12 ประสานความร่วมมือกับเครือข่าย ระดับจังหวัดในการเข้าร่วมคัดเลือก รพสต.ในพื้นที่รับผิดชอบ 2. ร่วมพัฒนาและปรับปรุงคู่มือรพ.สต. สคร.4 -ประเมินความพร้อมของบุคลากร ระดับรพสต.ในการป้องกันความคุม โรคNCD จํานวน 40 แห่ง สคร.5 -สร้างความเข้าใจ -ออกปฏิบัติการในพื้นที่ -ประชุมสรุปบทเรียน -เวทีขยายผล สคร 10 ประเมินการนําผลการอบรมหลักสูตร พัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่รพ.สต.ขนาด ใหญ่ไปใช้ในการดําเนินงานการ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงแบบองค์รวม

Page 184 of 304

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ SM1.1.3


มาตรการหลัก/ โครงการ การจัดการเพื่อลด เสี่ยง

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ ย.5

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

สํานักงานป้องกันควบคุมโรคที่. สคร.ที่ 7,10,11 4,10,11 /สสจ./สสอ./รพ. จํานวน 3 เขต สต./สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ/ ศูนย์อนามัยเขต /อปท. ที่ ดําเนินการสํารวจและประเมิน ค่ากลาง (norm) ฯ จํานวน 9 หน่วยงาน เจ้าหน้าที่สถานบริการ สาธารณสุขจํานวน 30 คน

กิจกรรม สํานัก 4. ติดตามความก้าวหน้าของ สํานักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10,11 ในการสํารวจและประเมิน ค่ากลาง (norm) การป้องกัน ควบคุมโรคเบาหวานและความดัน โลหิตสูงในระดับพื้นที่

สคร สคร.ที่ 7 1 อบรมการจัดทําแผนที่ทางเดิน ยุทธศาสตร์และค่ากลาง 2 ติดตาม ควบคุม กํากับการ ดําเนินการจัดทํา การนําแผนที่ ทางเดินยุทธศาสตร์และค่ากลางไป ใช้ในพื้นที่ สคร.ที่ 10 ประเมินปัจจัยความสําเร็จของการ นําแผนที่ทางเดินยุทธศาสตร์(ค่า กลาง)ไปใช้ในการดําเนินป้องกัน ควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง สคร.ที่ 11 สํารวจและประเมินค่ากลาง (norm) การป้องกันควบคุมโรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูง

Page 185 of 304

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

ย.2

1. ผู้รับผิดชอบงานระดับ จังหวัด 9 จังหวัดๆ ละ 2 คน 2. ผู้รับผิดชอบงานระดับ อําเภอ (จากPCU ทุกแห่ง จํานวน 134 แห่งๆ ละ 1 คน

กิจกรรม สํานัก 5.พัฒนาเครื่องมือประเมินความ เสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด ในสถานบริการสาธารณสุข ดําเนินการ 1 ประชุมที่ปรึกษาฯ/คณะทํางาน และผู้เกี่ยวข้องในการพัฒนา เครื่องมือ 2 ทดสอบและประเมินการใช้ เครื่องมือฯในสถานบริการ สธ. ฯ 3.สรุปประเมินผลและปรับปรุง เครื่องมือฯ

9 จังหวัด ในพื้นที่ เขตสาธารณสุขที่ 10 และ 12

Page 186 of 304

สคร สคร.ที่ 1-12 ร่วมพัฒนา/ทดสอบ/ ประเมินเครื่องมือประเมินความ เสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดใน สถานบริการสาธารณสุข

สครที่ 6 โครงการติดตามประเมินเพื่อ ทดสอบการใช้เครื่องมือประเมิน ความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอด เลือด ในเขตสาธารณสุขที่ 10 และ 12

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ SM211


มาตรการหลัก/ โครงการ การจัดการเพื่อลด เสี่ยง - การประเมินความ เสี่ยง

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ ย.2

กลุ่มเป้าหมาย เจ้าหน้าที่สถานบริการ สาธารณสุข จํานวน 70 คน

พื้นที่เป้าหมาย

กิจกรรม

สํานัก 18 แห่ง (1 แห่ง/ 6.นําร่องการให้บริการปรึกษาเพื่อ เขตตรวจราชการ) ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพใน สถานบริการสาธารณสุข ดําเนินการ 1. จัดทําแนวทางในการให้บริการ ปรึกษาเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม สุขภาพในสถานบริการสาธารณสุข 2. พัฒนาศักยภาพการปรึกษาเพื่อ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ 3.สนับสนุนงบประมาณแก่สถาน บริการสาธารณสุขในการให้บริการ การปรึกษาฯ 4.ติดตามผลการดําเนินงานการ ให้บริการการปรึกษาสาธารณสุข

Page 187 of 304

สคร 1.ร่วมจัดทําแนวทางในการ ให้บริการปรึกษาฯ 2.ประสานกับสสจ.คัดเลือกสถาน บริการสาธารณสุข 1แห่ง/เขตตรวจ ราชการ เพื่อนําร่องการให้บริการ ปรึกษาฯ

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ SM211


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

ย.1

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

กิจกรรม สํานัก

สคร

จํานวน 3 วัน กลุ่มเป้าหมาย 40 คน

1 แห่ง

สคร.ที่ 2 1.สถานบริการสาธารณสุข 1แห่ง/ เขตตรวจราชการ เพื่อนําร่องการ ให้บริการปรึกษาฯ 2.จัดประชุมผู้รับผิดชอบในสถาน บริการที่ให้บริการปรึกษาเพื่อ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ

1. ผู้รับผิดชอบงานระดับ จังหวัด 9 จังหวัดๆ ละ 2 คน 2. ผู้รับผิดชอบงานระดับ อําเภอ (จากPCU ทุกแห่ง จํานวน 134 แห่งๆ ละ 1 คน) 200 คน

9 จังหวัด ในพื้นที่ เขตสาธารณสุขที่ 10 และ 12

สคร.ที่ 4 วิจัยเรื่องผลโปรแกรมการจัดบริการ ปรึกษาในกลุ่มเมตาโบลิก

7 จังหวัด

รพสต./รพช./รพท./รพศ. 60 คน

จํานวน 60 แห่ง / 5 จังหวัด

สคร.ที่ 7 สร้างนักจัดการสุขภาพในสถาน บริการ สคร.ที่ 9 พัฒนาศักยภาพการปรึกษาเพื่อ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพใน สถานบริการ

Page 188 of 304

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์

SM1.1.3


มาตรการหลัก/ โครงการ การจัดการเพื่อลด เสี่ยง -การบริการลดเสี่ยง ในสถานบริการ สุขภาพ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ ย.3

กลุ่มเป้าหมาย 1.บุคลากรสํานักโรคไม่ติดต่อ 2.บุคลากรสคร.ที่ 1-12 3. อสม.

กิจกรรม

พื้นที่เป้าหมาย

สํานัก

พื้นที่ในเขตสคร.ที่ 7.พัฒนากระบวนการสื่อสารป้องกันการ เกิดโรคความดันโลหิตสูงด้วยการลด ได้รับคัดเลือก อย่างน้อย 1 พื้นที่ การบริโภคเกลือ ดําเนินการ 1.ทบทวนสถานการณ์และวางแผนแนว ทางการพัฒนากระบวนการและรูปแบบ การสื่อสารเพื่อลดการบริโภคเกลือและ เพิ่มการบริโภคผัก 2.ทบทวนสถานการณ์การบริโภคเกลือ และประสิทธิภาพช่องทางในการสื่อสาร ความเสี่ยงของการบริโภคเกลือ 3. สัมมนาวิชาการเครือข่ายสื่อสารเพื่อ ทบทวนสถานการณ์การบริโภคเกลือและ ประสิทธิภาพของการสื่อสารต่อการลด การบริโภคเกลือและเพิ่มการบริโภคผัก 4.ประชาสัมพันธ์ สถานการณ์การบริโภค เกลือและผลต่อสุขภาพ 5. จัดรณรงค์และสัมมนา "ถอดรหัส ความสําเร็จ : ลดเกลือเพิ่มผัก ความดันดี ชีวีมีสุข"

Page 189 of 304

สคร

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ SM312


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

40 คน/1 วัน

กิจกรรม สํานัก

สคร สครที่ 2 1.ประสานความร่วมมือกับจังหวัดใน ความรับผิดชอบ คัดเลือกพื้นที่/ชุมชน ต้นแบบที่มีแบบอย่างที่ดี (Better Practice) จากการ "ถอดรหัสความสําเร็จ : ลดเกลือเพิ่มผัก ความดันดี ชีวีมีสุข" เพื่อเข้าร่วมการถอดบทเรียน 2.จัดประชุมถอดบทเรียนชุมชนต้นแบบที่ มีแบบอย่างที่ดี 3.จัดรณรงค์ในพื้นที่ อําเภอพระพุทธบาท ค่าโปสเตอร์+เอกสาร 4.สื่อสาร Key Massage : ลดเกลือเพิ่ม ผัก ความดันดี ชีวีมีสุข" ในพื้นที่ รับผิดชอบสคร.2 ผ่านวิทยุกระจายเสียง ในพื้นที่

สคร.ที่ 4 รณรงค์เพื่อลดระดับปัจจัยเสี่ยงต่อการ เกิดโรคNCDในรพสต.ที่มีอัตราป่วยโรค NCDสูง

Page 190 of 304

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

กิจกรรม สํานัก

สคร

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์

สคร.ที่ 7 1 ประชาสัมพันธ์ สถานการณ์การบริโภค เกลือและผลต่อสุขภาพ ในพื้นที่รับผิดชอบ 2 จัดรณรงค์และสัมมนา"ถอดรหัส ความสําเร็จ : ลดเกลือเพิ่มผัก ความดันดี ชีวีมีสุข" ในพื้นที่รับผิดชอบ

เน้น กลุ่มเด็กเล็ก กลุ่มวัย เรียน ระดับประถมและ มัธยมศึกษา

หมู่บ้าน ปรับเปลี่ยน พฤติกรรมในพื้นที่ 8 จังหวัด ภาคเหนือ

สคร.ที่ 10 สนับสนุนประชาสัมพันธ์ รณรงค์ การบริโภคผัก ผลไม้ในท้องถิ่นและ ลดเกลือ ในอาหารประจําวันที่ สอดคล้องกับวิถีชีวิตชุมชน

7 จังหวัด

การจัดการโรค

ย.1

76 จังหวัดไม่รวมกทม.

สคร.ที่ 12 รณรงค์ ประชาสัมพันธ์ “ลดเกลือ เพิ่มผัก ความดันดี ชีวีมีสุข” 76 จังหวัดไม่รวม 8. ส่งเสริมผลักดันให้จังหวัดนํา สํานักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1-12 กทม. เกณฑ์การประเมินตนเอง (Self ประสานจังหวัดในเขตรับผิดชอบ assessment) ไปใช้เพื่อประเมิน เพื่อส่งเสริมผลักดันให้จังหวัดนํา ศักยภาพตนเองในการดําเนินงาน เกณฑ์การประเมินตนเอง (Self โรคไม่ติดต่อเรื้อรังและการบาดเจ็บ assessment) ไปใช้เพื่อประเมิน ศักยภาพตนเองในการดําเนินงาน โรคไม่ติดต่อเรื้อรังและการบาดเจ็บ Page 191 of 304

SM1.1.3


มาตรการหลัก/ โครงการ วิจัย -การสอบสวนโรค

เป้าหมาย โครงร่างวิจัย เสนอคณะ กรรมการฯ - สํานัก ...เรื่อง - สคร. ... เรื่อง

ยุทธศาสตร์ กรมฯ ย.2

กลุ่มเป้าหมาย 12 สคร

พื้นที่เป้าหมาย

กิจกรรม

สํานัก 1.1 สํานักโรคไม่ 9. เตรียมความพร้อมในการ ติดต่อ สนับสนุนพื้นที่เพื่อดําเนินการวิจัย 1.2 สํานักระบาด หาสาเหตุแห่งการเข้ารับการรักษา วิทยา ตัวในโรงพยาบาล (Admission) 1.3 สคร โดยมีกิจกรรมดังนี้ 1.4 สสจ 1.ประเมินความต้องการของ สคร. 1.5 ihpp ที่จะดําเนินการวิจัยหาสาเหตุแห่ง 1.6 สปสช การเข้ารับการรักษาตัวใน โรงพยาบาล (Admission) 2.จัดทํากรอบแนวคิดเพื่อ ดําเนินการวิจัยหาสาเหตุแห่งการ เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล (Admission) ชี้แจงสคร.ที่มีความ ต้องการจะดําเนินการวิจัยโดย ประสานผ่านช่องทาง Internet/ โทรสาร

Page 192 of 304

สคร สคร. เขตที่มีความต้องการจะ ดําเนินการวิจัยฯในปี 2557 จัดทํา โครงร่างงานวิจัยเพื่อเข้าสู่ กระบวนการพิจารณาจาก คณะกรรมการจริยธรรม

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ จํานวนสคร.ที่ ตอบรับการ ดําเนินการและ จัดทําโครงร่าง วิจัยฯเสนอ คณะกรรมการฯ หมายเหตุ สคร. ที่ตอบรับจะต้อง เสนอโครงร่าง ในปีงบประมาณ 2557


มาตรการหลัก/ โครงการ กํากับ ติดตาม ประเมินผล

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ ย.5

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

กิจกรรม

สํานัก บุคลากรผู้รับผิดชอบงานเฝ้า สคร. 2,7,9 และ 11 10.ประเมินผลดําเนินงานเฝ้าระวัง ระวัง ป้องกัน และควบคุมโรค ป้องกัน และควบคุมโรคไม่ติดต่อ ไม่ติดต่อและการบาดเจ็บของ และการบาดเจ็บในระดับเขต และ สคร.ที่ 2,7,9 และ 11 และ ระดับประเทศ หน่วยงานสาธารณสุขที่อยู่ใน ความรับผิดชอบของ สคร. ทั้ง 4 เขต รวม 23 จังหวัด

ผู้รับผิดชอบงานจากสํานักงาน 7 จังหวัด สาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่ สคร.11 สสจ.,สสอ.,สถานบริการ 7 จังหวัด สาธารณสุข,สถานประกอบการ

Page 193 of 304

สคร สคร. 2,7,9 และ 11 ร่วมดําเนินการ เก็บข้อมูลเพื่อประเมินผลการ ดําเนินงานเฝ้าระวัง ป้องกัน และ ควบคุมโรคไม่ติดต่อและการบาดเจ็บ ในพื้นที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบ สคร.ที่ 5 ออกนิเทศติดตาม ประเมินผลการ ดําเนินงานโรคไม่ติดต่อและบาดเจ็บ สคร.ที่ 10 1.ร่วมดําเนินการ เก็บข้อมูลเพื่อ ประเมินผลการดําเนินงานเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคไม่ติดต่อและ การบาดเจ็บในพื้นที่ที่อยู่ในความ รับผิดชอบ สคร.ที่ 11 นิเทศ ติดตาม และประเมินผลการ ดําเนินงานโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง สคร.12 ติดตาม ประเมินผลการดําเนินงานเฝ้า ระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคไม่ติดต่อ

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ SM 513


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

กิจกรรม

พื้นที่เป้าหมาย

สํานัก

สคร

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์

2. เร่งรัดการดําเนินงานตามทศวรรษความปลอดภัยทางถนน เป้าหมายการลดโรค : 1. ลดการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนไม่เกิน 10 คนต่อประชากรแสนคน ภายในปี 2563 (ลดลงร้อยละ 5 ต่อปี) 2. เพิ่มอัตราการสวมหมวกนิรภัยร้อยละ 20 ต่อปี 3. พัฒนาระบบการจัดเก็บข้อมูลอุบัติเหตุทางถนนให้เป็นเอกภาพและใช้นิยามที่เป็นสากล สามารถนําไปเปรียบเทียบกับนานาประเทศได้ 1.มาตรการด้านการ - ข้อมูล เฝ้าระวัง และการ สถานการณ์ ติดตามประเมินผล อุบัติเหตุ บนท้อง ถนนจาก 45 จังหวัด - จํานวนจังหวัด ที่ได้รับการ พัฒนาศักยภาพ ในการนําข้อมูลไป ใช้ในการ ขับเคลื่อนงาน ป้องกันและลด อุบัติเหตุทางถนน

ย.1

1.คณะอนุกรรมการด้านการ กรุงเทพมหานคร บริหารจัดการข้อมูลและการ และ 75 จังหวัด ติดตามประเมินผล (30 คน) 2. คณะทํางานข้อมูลอุบัติเหตุทาง ถนนระดับจังหวัด 75 จังหวัด 3. เจ้าหน้าที่ที่อยู่ในทีมสนับสนุน ของสํานักงานประสานอุบัติเหตุ จราจร(สอจร.) ที่ได้รับงบประมาณ จาก สสส. 4.โรงพยาบาลศูนย์/ โรงพยาบาล ทั่วไป/สสจ./ สคร. ที่ 1-12 / หน่วยงานอื่นสังกัดกระทรวง สาธารณสุข /กรมป้องกันบรรเทา สาธารณภัยจังหวัด

1. วางระบบ/แนวทางในการจัดเก็บข้อมูล เพื่อการติดตามสถานการณ์ อุบัติเหตุ ตาย บาดเจ็บ เพื่อติดตามพฤติกรรมเสี่ยง (หมวก เมา เร็ว เข็มขัด) เพื่อติดตามผลกระทบด้าน เศรษฐศาสตร์และการเฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยง 2. พัฒนา / จัดทําข้อเสนอเพื่อการพัฒนา ศักยภาพบุคลากรในการจัดเก็บข้อมูลของ ภาคีเครือข่าย 3. พัฒนาศักยภาพ /ส่งเสริม ให้ทีมงานใน ระดับจังหวัดมีการนําข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ในการผลักดันมาตรการแก้ไขปัญหาต่างๆใน พื้นที่ 4. จัดทําข้อเสนอเชิงนโยบาย โดยใช้ข้อมูล เป็นฐานเพื่อนําเสนอต่อคณะกรรมการ ศปถ. ให้เกิดการผลักดันในระดับนโยบาย ใช้เป็น กลไกในการติดตามการดําเนินงานให้กับ ศปถ. และเพื่อให้อนุกรรมการฯทั้ง 5 เสาใช้ เป็นข้อมูลในการ monitor ติดตามกํากับ การทํางานของตนเอง

Page 194 of 304

1.ประสานความร่วมมือกับเครือข่าย ระดับจังหวัดในการดําเนินการเก็บข้อมูล อุบัติเหตุทางถนน โดยใช้นิยามการตายที่ เป็นสากล คือตาย ภายใน 30 วันหลังเกิด อุบัติเหตุ 2. กระตุ้นให้เกิดกลไกการขับเคลื่อนใน เรื่องข้อมูลในจังหวัด โดยให้ สสจ./รพ. นําข้อมูลมาใช้ประโยชน์ โดยนําข้อมูลมา วิเคราะห์หาสาเหตุ และนําเสนอต่อศูนย์ อํานวยการความปลอดภัยทางถนนในแต่ ละระดับ (จังหวัด/อําเภอ/ตําบล) เพื่อ แก้ไขปัญหาในพื้นที่ 3. สนับสนุนวิชาการในเรื่องการสอบสวน อุบัติเหตุทางถนนให้กับทีม SRRT ของ จังหวัด

1.เครือข่ายระดับ จังหวัดที่ร่วม ดําเนินการเก็บ ข้อมูลอุบัติเหตุ ทางถนนจํานวน 45 จังหวัด 2.จํานวนจังหวัดที่ ได้รับการพัฒนา ศักยภาพในการ นําข้อมูลไปใช้ใน การขับเคลื่อนงาน ป้องกันและลด อุบัติเหตุทางถนน


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

กิจกรรม สํานัก

สคร

ย.1

หน่วยงานอื่นสังกัดกระทรวง สาธารณสุข /กรมป้องกัน บรรเทาสาธารณภัยจังหวัด

9จังหวัด

สคร.3 สนับสนุนวิชาการในเรื่องการ สอบสวนอุบัติเหตุทางถนนให้กับทีม SRRT ของจังหวัด

ย.1

จนท.รพ.ที่เกี่ยวข้องกับis

4 จังหวัด

สคร.5 1 ประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่องการนํา ข้อมูลมาแปลงเป็นสารสนเทศและ การเขียน fact sheet 2 สร้างความเข้าใจ ออกปฏิบัติการ ในพื้นที่ ประชุมสรุปบทเรียน เวที ขยายผล

Page 195 of 304

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์

SM1.1.3


มาตรการหลัก/ โครงการ 2. มาตรการด้านการ ป้องกัน

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

กิจกรรม

พื้นที่เป้าหมาย

1.คณะกรรมการป้องกันและ กรุงเทพมหานคร ควบคุมการบาดเจ็บกระทรวง และ 75 จังหวัด สาธารณสุข 2. คณะกรรมการป้องกันและ ลดอุบัติเหตุทางถนน (Road safety) 3. หน่วยงานในสังกัด กระทรวงสาธารณสุขทุกระดับ

สํานัก

สคร

1.จัดทําโครงการรณรงค์ส่งเสริมการสวม หมวกนิรภัยและการใช้เข็มขัดนิรภัยใน พื้นที่หน่วยงานในสังกัดกระทรวง สาธารณสุข 2. ผลักดันให้เกิดต้นแบบ "อําเภอควบคุม โรคเข้มแข็ง" ในด้านการป้องกันและ แก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนน อย่างน้อย 1 อําเภอ/จังหวัด 3. ผลักดันให้เกิดการบังคับใช้กฎหมาย อย่างเข้มงวด จริงจังและต่อเนื่องตลอดปี 4. จัดทําข้อเสนอเพื่อผลักดันให้เกิดการ แก้ไข/ปรับปรุงกฎหมาย/กฎ/ระเบียบ ให้ เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน 5. พัฒนารูปแบบการดําเนินงานป้องกัน การบาดเจ็บจากอุบัติภัยทางถนนในเด็ก : การส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัยในเด็ก

1.ดําเนินการรณรงค์/ประสาน/ ติดตาม/ กํากับ/ประเมินผล การดําเนินงานรณรงค์ ส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัยในหน่วยงาน สังกัดกระทรวงสาธารณสุขทุกระดับใน พื้นที่รับผิดชอบ และคัดเลือกหน่วยงาน ในจังหวัดที่อัตราการสวมหมวกสูงสุดเพื่อ เสนอชื่อเข้าร่วมประกวดหน่วยงาน ปลอดภัยสวมหมวกนิรภัย 100% 2. สนับสนุนวิชาการเป็นพี่เลี้ยงให้กับ จังหวัด ในการดําเนินงานอําเภอความคุมโรค เข้มแข็ง 3.กระตุ้นให้ สสจ. ในฐานะเลขานุการ คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ระดับจังหวัดมีการขับเคลื่อน การดําเนินงานตามพระราชบัญญัติ ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 4. สคร. 4 ประสานความร่วมมือกับ จังหวัดนครปฐม (อําเภอบางเลน) เพื่อ พัฒนารูปแบบการดําเนินงานป้องกันการ บาดเจ็บจากอุบัติภัยทางถนนในเด็ก : การส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัยในเด็ก

Page 196 of 304

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ ย.3

ย.1

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

ผู้ขับขี่รถจักยานยนต์ที่มารับ พื้นที่เป้าหมาย บริการและเจ้าหน้าที่ สคร ที่ 1 สคร.1 กรุงเทพฯ ผู้ขบั ขี่รถจักยาน ยนต์ที่มารับ บริการและ เจ้าหน้าที่ ในรพศ/ รพท/รพช จํานวน 29 แห่ง

กิจกรรม สํานัก

สคร สคร.1 โครงการรณรงค์ส่งเสริมการสวม หมวกนิรภัยปี 2556 1 รณรงค์รณรงค์สวมหมวกนิรภัยใน พื้นที่ สครที่ 1 กรุงเทพ 2 ประเมินผลการดําเนินงานการสวม หมวกนิรภัย.ในพื้นที่รับผิดชอบ 1.รวบรวมข้อมูลพื้นฐานการสวม หมวกนิรภัย ของผู้ขับขี่รถจักยานยนต์ 2.สุ่มประเมินการสวมหมวกนิรภัยของ ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ 3.คัดเลือกหน่วยงานในจังหวัดที่อัตรา การสวมหมวกสูงสุดเพื่อเสนอชื่อเข้า ร่วมประกวดหน่วยงานปลอดภัยสวม หมวกนิรภัย 100% สคร.2 จัดประชุมแลกเปลี่ยนต้นแบบ "อําเภอ ควบคุมโรคเข้มแข็ง"ด้านการป้องกัน อุบัติเหตุทางถนนจํานวน 1 วัน 65 คน

Page 197 of 304

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย หน่วยงานในสังกัดกระทรวง สาธารณสุขทุกระดับ

พื้นที่เป้าหมาย 9จังหวัด

Page 198 of 304

กิจกรรม สํานัก

สคร สคร.3 1.ดําเนินการรณรงค์/ประสาน / ติดตาม/กํากับ/ประเมินผล การ ดําเนินงานรณรงค์ส่งเสริมการสวม หมวกนิรภัยในหน่วยงานสังกัด กระทรวงสาธารณสุขทุกระดับใน พื้นที่รับผิดชอบ และคัดเลือก หน่วยงานในจังหวัดที่อัตราการสวม หมวกสูงสุดเพื่อเสนอชื่อเข้าร่วม ประกวดหน่วยงานปลอดภัยสวม หมวกนิรภัย 100% 2. สนับสนุนวิชาการเป็นพี่เลี้ยง ให้กับจังหวัด ในการดําเนินงานอําเภอความคุม โรคเข้มแข็ง

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ ย.2

3. มาตรการด้านการ รักษา พยาบาล

กลุ่มเป้าหมาย 1.จนท.สคร.8 2.จนท.สธ.ในระดับพื้นที่ (4จังหวัด)

กิจกรรม

พื้นที่เป้าหมาย

สํานัก

1.สคร.8 2.หน่วยงานสธ.ใน พื้นที่ 4จังหวัด

สคร สคร.8 1.สวมหมวกนิรภัย 100 % (หน่วยงานต้นแบบ)

ย.3

2.รณรงค์ประชาสัมพันธ์การสวม หมวกนิรภัยในสถานที่ราชการ

ย.2

3.ประเมินสถานการณ์การสวม หมวกนิรภัย 1. ผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อน พัฒนาระบบการดูแลรักษา ผู้บาดเจ็บให้มีประสิทธิภาพทั้ง Pre-hospital care, In-hospital โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ER quality, Trauma center, Rehabilitation ภายใต้คณะกรรมการป้องกันและ ลดอุบัติเหตุทางถนนของกระทรวง สาธารณสุข

Page 199 of 304

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

กิจกรรม

พื้นที่เป้าหมาย

สํานัก

สคร

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์

3. การป้องกันเด็กจมน้ํา เป้าหมายการลดโรค : 1. การผลักดัน นโยบาย

อุบัติการณ์การเสียชีวิตจากการจมน้ําในเด็กอายุ 0-14 ปี น้อยกว่า 5 คนต่อประชากรแสนคน 1. ผลักดันให้ผู้บริหารทุกระดับและ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เห็น ความสําคัญของปัญหาการจมน้ํา ของเด็ก 2. การผลักดันนโยบายการป้องกัน เด็กจมน้ําด้านต่างๆในระดับพื้นที่

SM1.1.3

2 จังหวัด (อุดรธานี และ ขอนแก่น)

สคร.6 โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการภาคี เครือข่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อผลักดัน นโยบายการป้องกันเด็กจมน้ํา จังหวัดอุดรธานี และขอนแก่น

SM1.1.3

1.สคร.8 2.หน่วยงานสธ.ใน พื้นที่ 4จังหวัด

สคร.8 วิเคราะห์สถานการณ์/ปัญหาการ จมน้ําในเด็ก

ย.1

ผู้บริหารทุกระดับ

ทั่วประเทศ

ย.1

1. ผู้รับผิดชอบงานสํานักงาน สาธารณสุขจังหวัด 2. เครือข่าย อปท. 3. ผู้รับผิดชอบงานเขตพื้นที่ การศึกษา/ โรคเรียน

ย.2

1.จนท.สคร.8 2.จนท.สธ.ในระดับพื้นที่ (4จังหวัด)

1. ผลักดันให้ผู้บริหารทุกระดับและ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็น ความสําคัญของปัญหาการจมน้ํา ของเด็ก 2. การดําเนินงานผลักดันนโยบาย ในด้านต่างๆโดยการมีส่วนร่วมของ พหุภาคี ในรูปแบบของ คณะกรรมการโดยใช้หลัก การตลาด เชิงสังคม (Social Marketing)

Page 200 of 304


มาตรการหลัก/ โครงการ 2. การให้ความรู้ และการ ประชาสัมพันธ์

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ ย.3

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

กิจกรรม สํานัก 1. การจัดกิจกรรมวันรณรงค์ป้องกัน เด็กจมน้ําระดับประเทศในวัน รณรงค์ป้องกันเด็กจมน้ํา (วันเสาร์ แรกของเดือนมีนาคม) 2. ผลิตและเผยแพร่สื่อ ประชาสัมพันธ์/เอกสารเผยแพร่ ข้อมูล/สื่อการเรียนการสอนป้องกัน การจมน้ําในเด็กให้แก่ภาคีเครือข่าย และกลุ่มเป้าหมาย

สคร 1. การส่งเสริมและสนับสนุนให้มี การจัดกิจกรรมในวันรณรงค์ป้องกัน เด็กจมน้ํา ในระดับพื้นที่ 2. เผยแพร่และประชาสัมพันธ์การ ป้องกันเด็กจมน้ําผ่านช่องทางสื่อ ต่างๆในพื้นที่

สคร.1 1 จัดกิจกรรมรณรงค์การป้องกัน การจมน้ําในเด็กอายุต่ํากว่า 15 ปี 2 เผยแพร่ประชาสัมพันธ์การ ป้องกันการจมน้ําในเด็กอายุต่ํากว่า 15 ปีผ่านช่องทางต่างๆ

Page 201 of 304

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ SM312


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

กิจกรรม สํานัก

สคร

- สํานักงานป้องกันควบคุมโรค 9 จังหวัด - สํานักงานสาธารณสุขจังหวัด - สถานบริการสาธารณสุขทุกระดับ - ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก - ครู ผู้ปกครอง ผู้ดูแลเด็ก - ประชาชนทั่วไป

สคร.3 - การส่งเสริมและสนับสนุนให้มี การจัดกิจกรรมในวันรณรงค์ป้องกัน เด็กจมน้ํา ในระดับพื้นที่ - เผยแพร่และประชาสัมพันธ์การ ป้องกันเด็กจมน้ําผ่านช่องทางสื่อ ต่างๆในพื้นที่

ครู/อปท/นักเรียนกลุ่มเสี่ยง

สคร.4 โครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่าย และขยายผลการป้องกันเด็กจมน้ํา -ประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อขยายผล ในเครือข่าย -จัดกิจกรรมรณรงค์ ประกวด การ ช่วยเหลือเด็กจมน้ํา

1.จนท.สคร.8 2.จนท.สธ.ในระดับพื้นที่ (4จังหวัด)

1.สคร.8 2.หน่วยงานสธ.ใน พื้นที่ 4จังหวัด

Page 202 of 304

สคร.8 รณรงค์ประชาสัมพันธ์การป้องกัน การจมน้ําในเด็ก

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ SM312


มาตรการหลัก/ โครงการ 3. การพัฒนา ศักยภาพบุคลากร

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ ย.6

กลุ่มเป้าหมาย

กิจกรรม

พื้นที่เป้าหมาย

สํานัก

สคร

1. อบรมพัฒนาศักยภาพครูผู้สอน (ครู ก) ตามหลักสูตรว่ายน้ําเพื่อเอาชีวิต รอด (Survival Swimming) ในเขต กทม.และพื้นที่เป้าหมาย 2. ร่วมกับสํานักพัฒนาระบบบริการ การแพทย์ฉุกเฉินในการพัฒนา ศักยภาพบุคลากรเจ้าหน้าที่เวชกร ฉุกเฉินระดับต้น (EMT-B) ให้มีความรู้ ในเรื่องการป้องกันการจมน้ํา การปฐม พยาบาลคนตกน้ํา จมน้ํา ทักษะการ เอาชีวิตรอดในน้ําและวิธีการช่วยเหลือ คนตกน้ําในเบื้องต้น

1. สคร. 1 ร่วมดําเนินงานวัคซีน ป้องกันเด็กจมน้ําในเขตกทม. 2. ทุกสคร. อบรมพัฒนาศักยภาพ บุคลากรในแต่ละระดับเพื่อป้องกันเด็ก จมน้ําในพื้นที่

Page 203 of 304

สคร1 อบรมพัฒนาศักยภาพบุคลากร(สคร 1)ในแต่ละระดับเพื่อป้องกันเด็ก จมน้ําในพื้นที่ (หัวข้อ ความรู้เรื่องการป้องกัน จมน้ํา การปฐมพยาบาลคนตกน้ํา คนจมน้ํา ทักษะการเอาชีวิตรอดใน น้ํา และวิธีการช่วยเหลือคนตกน้ําใน เบื้องต้น

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

เครือข่ายในระดับตําบล

1อําเภอ 1 จังหวัด

ย.6

1. ผู้รับผิดชอบงานสํานักงาน สาธารณสุขจังหวัด 2. เครือข่าย อปท. 3. ผู้รับผิดชอบงานเขตพื้นที่ การศึกษา/ โรคเรียน

2 จังหวัด(อุดรธานี และขอนแก่น)

ย.1

ผู้รับผิดชอบงานของ สสจ.ใน พื้นที่ สคร.ที่ 11

7 จังหวัด

Page 204 of 304

กิจกรรม สํานัก

สคร

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์

สคร.5 อบรมพัฒนาศักยภาพครูผู้สอน ครู ก ตามหลักสูตรว่ายน้ําเพื่อเอาชีวิต รอด สคร.6 โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อ พัฒนา ศักยภาพเครือข่ายป้องกัน เด็กจมน้ํา ตามหลักสูตรว่ายน้ําเพื่อ เอาชีวิตรอด (Survival swimming)

SM 1.1.3

สคร.11 - จัดอบรม จนท.ที่รับผิดชอบงาน - ประเมินผลการอบรม - สรุปผลการจัดอบรม

SM 1.1.3

SM 1.1.3


มาตรการหลัก/ โครงการ 4. สนับสนุนนโยบาย และกฎระเบียบ รวมทั้งการกฎหมาย ในเรื่องความ ปลอดภัยทางน้ํา

5.การสร้างการมีส่วน ร่วมของชุมชน

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ ย.2

ย.1

กลุ่มเป้าหมาย - หน่วยงานภาคท้องถิ่น - สํานักงานคณะกรรมการ คุ้มครองผู้บริโภค - กรมเจ้าท่า

พื้นที่เป้าหมาย ทั่วประเทศ

กิจกรรม สํานัก 1. สนับสนุนให้เกิดนโยบาย/ กฎระเบียบ ในเรื่องของการสวมเสื้อ ชูชีพตลอดเวลาขณะที่มีกิจกรรมอยู่ ในแหล่งน้ําหรือเดินทางทางน้ํา 2. การติดฉลากคําเตือนบนภาชนะ ใส่น้ํา

สคร สนับสนุนและส่งเสริมให้เกิด นโยบาย/ กฎระเบียบ ในเรื่องของ การสวมเสื้อ ชูชีพขณะที่มี กิจกรรมอยู่ในแหล่งน้ําหรือเดินทาง ทางน้ํา

พื้นที่รับผิดชอบ 3 จังหวัด

สคร.1 สนับสนุนและส่งเสริมให้เกิด นโยบาย/กฎระเบียบในเรื่องการสวม เสื้อชูชีพขณะมีกิจกรรมขณะอยู่ใน แหล่งน้ําหรือเดินทางทางน้ํา

- หน่วยงานภาคท้องถิ่น พื้นที่ดําเนินการ - หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่

ส่งเสริมและสนับสนุนให้ชุมชนและ หน่วยงานภาคท้องถิ่นเข้ามามีส่วน ร่วมในการพัฒนาและแก้ไขความ เสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับเด็กในชุมชน และร่วมกันกําหนดกลยุทธ์ในการ ป้องกัน รวมทั้งจัดการสิ่งแวดล้อม ในชุมชน

Page 205 of 304

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์


มาตรการหลัก/ โครงการ

6. การศึกษาวิจัย และประเมินผล

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

กิจกรรม

พื้นที่เป้าหมาย

ย.1

หน่วยงานอปทในพื้นที่ รับผิดชอบ 3 จังหวัด

ย.5

- สํานักงานป้องกันควบคุมโรค พื้นที่ดําเนินการ - สํานักงานสาธารณสุขจังหวัด - สถานบริการสาธารณสุขทุก ระดับ - หน่วยงานภาคท้องถิ่น - หน่วยงานภาคการศึกษา - ครู ผู้ปกครอง ผู้ดูแลเด็ก - ประชาชนทั่วไป - หน่วยงาน/บุคคลที่เกี่ยวข้อง อื่นๆ

ย.5

พื้นที่รับผิดชอบ 3 จังหวัด

สํานัก

สคร

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์

สคร.1 ส่งเสริมและสนับสนุนให้ชุมชนและ หน่วยงานภาคท้องถิ่นเข้ามามีส่วน ร่วมในการพัฒนาและแก้ไขความ เสี่ยงจากการจมน้ําที่อาจเกิดขึ้นกับ เด็ก 1. ประเมินผลและติดตามการ ดําเนินงานป้องกันเด็กจมน้ํา

1. สนับสนุนให้มีการเฝ้าระวังและ สอบสวนการจมน้ําในเด็ก 2. ร่วมดําเนินการประเมินผลการ ดําเนินงานป้องกันเด็กจมน้ําในพื้นที่

สคร.1 1. การเฝ้าระวังและสอบสวนการ จมน้ําในเด็ก 2. ร่วมกับสํานักในการประเมินผล การดําเนินงานป้องกันการจมน้ําใน เด็กในพื้นที่ Page 206 of 304

SM513


14 การควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 1. สถานการณ์ ปัจจุบันประเทศไทยมีการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเป็นอันดับ ๓ ของทวีปเอเชีย โดยมีปริมาณการ บริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จํานวน 13.59 ลิตร/คน/ปี เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นปัจจัยสําคัญทําให้เกิดความเสี่ยงต่อ การเป็นโรคร้ายแรงต่างๆ และกว่าร้อยละ 70 ของอุบัติเหตุบนท้องถนนเกิดจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งสิ้น จากการ สํารวจของสํานักงานสถิติแห่งชาติครั้งล่าสุด ในปี 2554 พบว่าอายุเฉลี่ยการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในกลุ่ม เยาวชนทั้งเพศชายและเพศหญิงมีอายุเฉลี่ยที่เริ่มดื่มเร็วขึ้น โดยเพศชายมีอัตราการดื่มสูงกว่าเพศหญิง ประมาณ 5 เท่า และอายุเฉลี่ยที่เริ่มดื่มโดยรวมจะเริ่มดื่มที่อายุ 20.5 ปีโดยประมาณ ทั้งนี้เพศชายจะเริ่มดื่มที่อายุเฉลี่ย 19.4 ปี เพศหญิงเริ่มดื่มที่อายุเฉลี่ย 24.6 ปี จากการสํารวจพฤติกรรมการการดื่มสุราของประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป ในช่วงปี 2552-2554 พบว่าอัตราการดื่มสุราของประชากรเพศชายลดลง โดยเพศชายมีอัตราการดื่มสุราลดลงจากเดิมร้อยละ 54.5 ในปี 2552 เป็นร้อยละ 53.4 ในปี 2554 ขณะที่เพศหญิงมีอัตราการดื่มสุราเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 10.8 ในปี 2552 เป็นร้อยละ 10.9 ในปี 2554 และจากข้อมูลของศูนย์อํานวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน พบว่าในช่วง 7 วัน อันตรายในช่วงเทศกาลปีใหม่ ตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม 2554 ถึง 4 มกราคม ในปี 2555 มีจํานวนอุบัติเหตุที่เกิดจาก การเมาสุราลดลง ทั้งนี้ในปี 2554 มีจํานวนอุบัติเหตุที่เกิดจากการเมาสุราคิดเป็นร้อยละ 41.24 และในปี 2555 คิด เป็นร้อยละ 37.28 โดยจะพบว่าจํานวนอุบัติเหตุที่เกิดจากการเมาสุราในช่วงเทศกาลสําคัญมีแนวโน้มลดลงตามลําดับ อันเกิดจากการบังคับใช้กฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่ร่วมดําเนินการเฝ้า ระวัง ป้องกันการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับพื้นที่อย่างจริงจัง โดยประเภทสุราที่ดื่มมากที่สุดส่วนใหญ่ ได้แก่ เบียร์ คิดเป็นร้อยละ 42.7 รองลงมา ได้แก่ สุราขาว/สุรากลั่นชุมชน และสุราสี/สุราแดง คิดเป็นร้อยละ 27.3 และ 25.9 ตามลําดับ สําหรับสุราประเภทอื่นๆมีไม่มากนัก คิดเป็นร้อยละ 4.1 สําหรับสุราประเภทไวน์ ในเขต เทศบาลมีสัดส่วนของการดื่มสูงกว่านอกเขตเทศบาล ซึ่งตรงข้ามกับประเภทยาดองเหล้า สุราแช่พื้นบ้าน นอกเขต เทศบาลมีสัดส่วนของการดื่มสูงกว่าในเขตเทศบาล รอยละของผูดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอลใน 12 เดือน จําแนกตามภาค ร อยละ 74.4 73 80 65.5 63.8 57.4 54.7 60 52.5 45.3 44.1 38.9 36.8 35.7 40 33 30.4 25.1 17.5 17.3 15.5 20 ภาค

0 เหนือ

อีสาน

กลาง หญิง

Page 207 of 304

ใต

ชาย

กรุงเทพฯ

รวม

รวม


2. เป้าหมายการลดโรค 2.1 ลดปริมาณการบริโภคเครื่องดืม่ แอลกอฮอล์โดยรวมของประเทศ 2.2 ลดจํานวนนักดืม่ หน้าใหม่ 3. สภาพปัญหา 3.1 ดื่มมาก 3.2 ดื่มเร็ว ตั้งแต่อายุยังน้อย 3.3 ดื่มผิดที่ ผิดเวลา 3.4 ดื่มแล้วขับ 4. เป้าหมายหลักในการดําเนินงานเมื่อสิ้นปี พ.ศ. 2558 4.1 ปริมาณการบริโภคต่อประชากรผู้ใหญ่ (ลิตรของแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ตอ่ คนต่อปีไม่เกิน 7.71) 4.2 ความชุกของผู้บริโภคในประชากรผู้ใหญ่ไม่เกินร้อยละ 28.7 4.3 ความชุกของผู้บริโภคในประชากร 15-19 ปี ไม่เกินร้อยละ 12.7 4.4 สัดส่วนของผู้บริโภคประจําต่อผู้บริโภคทั้งหมดไม่เกินร้อยละ 40.67 5. พื้นที่เป้าหมาย (จังหวัด /อําเภอ/ตําบล) : กลุ่มเป้าหมาย/ Setting เป้าหมาย พื้นที่เป้าหมาย : จังหวัดที่มีข้อบ่งชี้ ดังนี้ 5.1 จังหวัดที่มีความชุกของผู้บริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประชากรผู้ใหญ่เกิน ร้อยละ 28.5 จํานวน 54 จังหวัด สคร. 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12

จังหวัดที่มีความชุกของนักดื่มหน้าใหม่ในผูใ้ หญ่เกินร้อยละ 28.5 ชัยนาท, ลพบุร,ี อ่างทอง, สระบุร,ี สิงห์บุรี ปราจีนบุร,ี สมุทรปราการ, ชลบุร,ี ระยอง, สระแก้ว, จันทบุร,ี ตราด กาญจนบุร,ี ราชบุร,ี สุพรรณบุร,ี สมุทรสาคร สุรินทร์, นครราชสีมา, บุรีรัมย์, ชัยภูมิ หนองคาย, เลย, อุดรธานี, หนองบัวลําภู, บึงกาฬ, ร้อยเอ็ด, ขอนแก่น, มหาสารคาม, กาฬสินธุ์ สกลนคร, นครพนม, มุกดาหาร, อํานาจเจริญ, ศรีสะเกษ, ยโสธร, อุบลราชธานี อุทัยธานี, นครสวรรค์, กําแพงเพชร, พิจิตร อุตรดิตถ์, พิษณุโลก, ตาก, สุโขทัย, เพชรบูรณ์ แม่ฮ่องสอน, ลําพูน, เชียงใหม่, ลําปาง, เชียงราย, พะเยา, แพร่, น่าน พัทลุง

Page 208 of 304


6. จังหวัดที่มีความชุกของนักดื่มหน้าใหม่อายุ 15 – 19 ปี เกินร้อยละ 12.7 จํานวน 35 จังหวัด สคร.

จังหวัดที่มีความชุกของนักดื่มหน้าใหม่อายุ 15-19 ปี เกินร้อยละ 12.7

1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12

สระบุรี, สิงห์บุรี สระแก้ว, จันทบุรี, ตราด สมุทรสาคร ชัยภูมิ หนองคาย, เลย, อุดรธานี, หนองบัวลําภู, บึงกาฬ, ร้อยเอ็ด, ขอนแก่น, มหาสารคาม, กาฬสินธุ์ นครพนม, มุกดาหาร, อํานาจเจริญ, ศรีสะเกษ, ยโสธร, อุบลราชธานี นครสวรรค์, กําแพงเพชร, พิจิตร พิษณุโลก, ตาก, สุโขทัย, เพชรบูรณ์ เชียงใหม่, ลําปาง, เชียงราย, พะเยา, แพร่, น่าน -

7. จังหวัดที่มกี ารกระทําผิดกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ : ทุกจังหวัด โดยมีกลุ่มเป้าหมาย ดังนี้ 7.1 พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย 7.2 เยาวชนในสถานศึกษา 7.3 เครือข่ายการดําเนินงานควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในจังหวัด เช่นเครือข่ายองค์กรงดเหล้า อัยการ ผู้พิพากษา 8. จุดเน้นการดําเนินงาน จุดเน้น 1. ควบคุมปริมาณการบริโภค ของสังคม

มาตรการหลัก *ภาษีและราคา * ควบคุมการเข้าถึง

2. ป้องกันนักดื่มหน้าใหม่และ ควบคุมความชุกของผู้บริโภค

* ควบคุมการโฆษณา * ภาษีและราคา ควบคุมการเข้าถึง * ควบคุมพฤติกรรมขับขี่ขณะมึนเมา * การดัดแปลงบริบทและเงื่อนไขการดื่ม * ภาษีและราคา * ควบคุมการเข้าถึง * การคัดกรองและบําบัดรักษา * ภาษีและราคา * ควบคุมการเข้าถึง

3. ลดความเสี่ยงของการ บริโภค

4. จํากัดและลดความรุนแรง ของปัญหา

มาตรการรอง * ควบคุมการโฆษณา * มาตรการระดับชุมชน * การปราบปรามเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์นอกระบบภาษี * การให้ความรู้ * การดัดแปลงบริบทและเงื่อนไข การดื่ม * มาตรการระดับชุมชน * ความร่วมมือของ ผู้ประกอบการ * ระบบบริการสุขภาพ * มาตรการระดับชุมชน

Page 209 of 304

มาตรการสนับสนุน * การรณรงค์สาธารณะ

* การรู้เท่าทันกลยุทธ์การตลาด ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ * การรณรงค์สาธารณะ * การปรับทัศนคติของสังคมต่อ ความมึนเมาและผลกระทบ * การรณรงค์สาธารณะ * การรณรงค์สาธารณะ


สรุปจุดเน้นการดําเนินงาน ปีงบประมาณ 2556 จุดเน้น : การควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป้าหมายการลดโรค : 1. การบริโภคต่อประชากรผู้ใหญ่ (ลิตรของแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ต่อคนต่อปีไม่เกิน7.71) 2. ความชุกของผู้บริโภคในประชากรผู้ใหญ่ไม่เกินร้อยละ 28.7 3. ความชุกของผู้บริโภคในประชากร 15-19 ปี ไม่เกินร้อยละ 12.7 4. สัดส่วนของผู้บริโภคประจําต่อผู้บริโภคทั้งหมดไม่เกินร้อยละ 40.67

มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

1. ควบคุมปริมาณ ร่างกฎหมาย 1 การบริโภคของสังคม ฉบับและจัดการ ถ่ายทอดแก่ พนักงาน เจ้าหน้าที่ 4 ภาค

ยุทธศาสตร์ กรมฯ ย.2

กลุ่มเป้าหมาย 1.คณะอนุกรรมการด้าน กฎหมาย 22 คน 2. หน่วยงานราชการหรือ เอกชนที่เกี่ยวข้อง 8 คน 3.เจ้าหน้าที่ สคอ. 10 คน รวม 40 คน

พื้นที่เป้าหมาย สํานักงาน คณะกรรมการ ควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์

กิจกรรม สํานัก 1.ร่างกฎหมายควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ให้สอดคล้องกับ สถานการณ์ และในทางปฏิบัติโดย เน้นการมีส่วนร่วม (1ฉบับ)

Page 210 of 304

สคร 1.ติดตามผลการดําเนินการตาม กฎหมายในพื้นที่รับผิดชอบ

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ SM211


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

2. ป้องกันนักดื่มหน้า จัดระเบียบร้าน ใหม่และควบคุม เหล้าใน ความชุกของผู้บริโภค สถานศึกษา 60 สถาบัน

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

ย.1

1.สคร.ละ 2คน รวม 24 คน 2.กทม.เขตละ 2 คน รวม 100 คน 3.ตํารวจจังหวัดละ 2 คน 4.ตํารวจกทม. 86 สน. นคร บาล10 คน 5.สสจ.ละ2 คน รวม 152 คน 6.สรรพากรจังหวัดละ 2 คน รวม 152 คน 7.อบจ.ละ 2 คน รวม 152 คน รวมทั้งสิ้น 828 คน

4 ภาค (ภาคกลาง, ภาคเหนือ, ภาค ตะวันออกเฉียง เหนือ, ภาคใต้)

ย.1

เยาวชนในสถานศึกษานําร่อง กทม. ในโครงการจัดระเบียบร้าน เหล้าในสถานศึกษาจํานวน 60 สถาบัน สถาบันละ 5 คน รวม 300 คน(ระยะเวลา 3 วัน) ดัง รายชื่อแนบท้าย

กิจกรรม สํานัก สคร 2.จัดประชุมเพื่อชี้แจงเจตนารมณ์ 2. จัดการประชุม และเข้าประชุม และแนวทางการปฏิบัติตาม 3. เป็นวิทยากรให้ความรู้ในพื้นที่ กฎหมายแก่พนักงานเจ้าหน้าที่และ รับผิดชอบ ผู้ที่เกี่ยวข้อง จํานวน 828 คน

3.ประชุมพัฒนาศักยภาพเครือข่าย เยาวชนในการเฝ้าระวังการฝ่าฝืน กฎหมายควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ ( 300 ราย) ระยะเวลา 3 วัน

Page 211 of 304

4.ติดตามการดําเนินงานของ เครือข่ายเยาวชนในพื้นที่รับผิดชอบ 5.จัดทําโครงการเพื่อพัฒนาและ สนับสนุนเครือข่ายเยาวชนในการลด ละ เลิกการบริโภคเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ตามบริบทของพื้นที่ (โดยบูรณาการร่วมกับงานอื่น)

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ SM211/ SM214

SM113


มาตรการหลัก/ โครงการ 3.ลดความเสี่ยงของ การบริโภคจํากัดและ ลดความรุนแรงของ ปัญหา

เป้าหมาย สร้าง MINI FBI 110 คน ให้มี ศักยภาพ ปฏิบัติงานได้

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

ย.1

1.สสจ. 76 คน 2.สครละ 2 คน รวม 24 คน 3.กทม 5 คน 4.สคอ. 5 คน รวม 110 คน

กทม.

ย.1

พนักงานเจ้าหน้าที่จํานวน 5-10 คน/ การออกตรวจ 1 ครั้ง

สํานักฯออกตรวจ ส่วนภูมิภาค 4 ครั้งและใน กทม. 8 ครั้ง รวมออก ตรวจ 12 ครั้ง สคร. ออกตรวจ จังหวัดในพื้นที่ รับผิดชอบ อย่าง น้อยจังหวัดละ 1 ครั้ง รวมออกตรวจ 76 ครั้ง

กิจกรรม สํานัก 4.อบรมพัฒนาศักยภาพของ พนักงานเจ้าหน้าที่ในการบังคับใช้ กฎหมายควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ (MINI FBI) จํานวน 110 คน (ระยะเวลา 5 วัน 4 คืน)

สคร 6. คัดเลือกพนักงานเข้าร่วมอบรมฯ และติดตามการดําเนินงานของ พนักงานเจ้าหน้าที่ 7. ติดตามการดําเนินงานของ พนักงานเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ 8. จัดการอบรมพนักงานเจ้าหน้าที่ฯ เพิ่มเติมตามความต้องการของพื้นที่

5.การดําเนินงานตรวจการฝ่าฝืน กฎหมายควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ (1 ครั้งประกอบด้วยทีม 10 คน)

9. ออกตรวจ เตือน ประชาสัมพันธ์ และดําเนินการตามกฎหมาย ตาม แผนของหน่วยงาน 10. สนับสนุนการดําเนินงานตรวจ เตือน ประชาสัมพันธ์ของสสจ. 11.ประสานจังหวัดเพื่อออกตรวจฯ ร่วมกับส่วนกลาง 12. ร่วมออกตรวจฯกับจังหวัดและ ส่วนกลาง

Page 212 of 304

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ SM113

SM113


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

4. จํากัดและลดความ ข้อเสนอเชิง นโยบาย/ เชิง รุนแรงของปัญหา จัดการ สํานัก 1 เรื่อง (ระดับชาติ) สคร. ละ 1 เรื่อง (ระดับจังหวัด)

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

ย.2

1.เจ้าหน้าที่ของหน่วยงาน 20 สํานักฯ : กทม. คน สคร : จังหวัดใน 2. เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่ พื้นที่รบั ผิดชอบ เกี่ยวข้อง 10 คน

ย.1

สสจ. ทุกจังหวัดและสํานัก อนามัย กทม.

ย.1

1.เจ้าหน้าที่จาก สคอ. 20 คน 77 จังหวัด 2.เจ้าหน้าที่จากสคร. 12 คน 3.เจ้าหน้าที่จาก สสจ. 76 คน 4.เจ้าหน้าที่จากสํานักอนามัย กทม. 1 คน

77 จังหวัด

กิจกรรม สํานัก สคร 6.จัดทําข้อเสนอเชิงนโยบาย / 13.จัดทําข้อเสนอเชิงนโยบาย / ข้อเสนอเชิงวิชาการเพื่อการควบคุม ข้อเสนอเชิงวิชาการเพื่อการควบคุม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (1เรื่อง) เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับจังหวัด (สคร.ละ 1เรื่อง)

7.สนับสนุนให้ มีการจัดประชุม คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์จังหวัดและกทม.รวมถึง การติดตามผลในภาพรวมของ ประเทศ

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ SM211

14.กระตุ้นเตือนให้จังหวัดจัด ประชุมคณะกรรมการควบคุม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์จังหวัดและ กทม. รวมถึงติดตามผล (ร้อยละ 80 ของจังหวัด)

SM113

8.ประเมินผลการดําเนินงานควบคุม 15.ติดตามผลการดําเนินการควบคุม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในภาพรวม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของจังหวัด ของประเทศ(โครงการ 3 ปี) และภาพรวมของเขต

SM113

Page 213 of 304


เอกสารแนบ 1 แผนการดําเนินงานควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปีงบประมาณ 2556 แผนการดําเนินงานควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปีงบประมาณ 2556 กิจกรรมตามมาตรการ

ยุทธศาสตร์กรม

1) จัดทําข้อเสนอเชิงนโยบาย /ข้อเสนอเชิงวิชาการ เพื่อการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (Highlight)

-ย.2 การพัฒนาเป็น ศูนย์กลางนโยบายฯ

2) การสํารวจความคิดเห็นของประชาชนต่อการห้าม -ย.2 การพัฒนาเป็น จําหน่ายและห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถาน ศูนย์กลางนโยบายฯ กีฬา 3) พัฒนากฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้ สอดคล้องกับสถานการณ์ และในทางปฏิบัติ โดย เน้นการมีส่วนร่วม(Highlight)

-ย.2 การพัฒนาเป็น ศูนย์กลางนโยบายฯ

4) พัฒนาระบบ กลไกการเฝ้าระวัง การรับเรื่อง ร้องเรียนการกระทําผิดกฎหมาย 5) จัดทําฐานข้อมูลที่จําเป็นต่อการควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์

-ย.1การพัฒนาและ ร่วมมือกับเครือข่าย -ย.6 การพัฒนา คุณภาพระบบบริหาร จัดการภาครัฐ 6) พัฒนาแนวทาง หลักเกณฑ์ วิธีการ มาตรการใน -ย.2 การพัฒนาเป็น การบําบัดและฟื้นฟูสภาพผู้ติดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ศูนย์กลางนโยบายฯ

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ และค่าเป้าหมาย -SM211 สัดส่วนของผลิตภัณฑ์ที่ดําเนินการได้ มาตรฐานสากล -SM212 สัดส่วนของผลิตภัณฑ์ที่นําไปกําหนดเป็นผลิตภัณฑ์ หลัก -SM211 สัดส่วนของผลิตภัณฑ์ที่ดําเนินการได้ มาตรฐานสากล -SM212 สัดส่วนของผลิตภัณฑ์ที่นําไปกําหนดเป็นผลิตภัณฑ์ หลัก -SM211 สัดส่วนของผลิตภัณฑ์ที่ดําเนินการได้มาตรฐานสากล -SM213 สัดส่วนของผลิตภัณฑ์ที่เข้าถึงเครือข่าย -SM214 สัดส่วนของเครือ ข่ายมีความพึงพอใจต่อผลิตภัณฑ์ -SM113 ระดับความสําเร็จของการดําเนินการสร้าง เครือข่าย -SM611 มีระบบบริหารจัดการองค์กร

-SM211 สัดส่วนของผลิตภัณฑ์ที่ดําเนินการได้มาตรฐานสากล -SM213 สัดส่วนของผลิตภัณฑ์ที่เข้าถึงเครือข่าย -SM214 สัดส่วนของเครือข่ายมีความพึงพอใจต่อผลิตภัณฑ์ -SM113 ระดับความสําเร็จของการดําเนินการสร้าง เครือข่าย

7) กระตุ้นเตือนให้มีการจัดประชุมคณะกรรมการ ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จังหวัดและ กรุงเทพมหานคร (Highlight) 8) จัดทําแนวทางการดําเนินงานควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ระดับจังหวัด (ประชุม 25 คน 4 ครั้ง)

-ย.1 การพัฒนาและ ร่วมมือกับเครือข่าย

9) พัฒนาศักยภาพพนักงานเจ้าหน้าที่ระดับจังหวัด และอําเภอในการดําเนินงานตามพระราชบัญญัติ ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 (Highlight) 10) พัฒนาศักยภาพเครือข่ายเยาวชนในการเฝ้า ระวังการฝ่าฝืนกฎหมายควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ระดับพื้นที่ ( ค่ายเยาวชน 3D ดี ดี้ ดี งด เหล้า บุหรี่ทั่วไทย) (Highlight)

-ย.1 การพัฒนาและ ร่วมมือกับเครือข่าย

SM211 สัดส่วนของผลิตภัณฑ์ที่ดําเนินการได้มาตรฐานสากล SM213 สัดส่วนของผลิตภัณฑ์ที่เข้าถึงเครือข่าย -SM214 สัดส่วนของเครือข่ายมีความพึงพอใจต่อผลิตภัณฑ์ -SM113 ระดับความสําเร็จของการดําเนินการสร้าง เครือข่าย

-ย.1 การพัฒนาและ ร่วมมือกับเครือข่าย

-SM113 ระดับความสําเร็จของการดําเนินการสร้าง เครือข่าย

ย.2 การพัฒนาเป็น ศูนย์กลางนโยบายฯ

Page 214 of 304


เอกสารแนบ 1 แผนการดําเนินงานควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปีงบประมาณ 2556 กิจกรรมตามมาตรการ

ยุทธศาสตร์กรม

ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ และค่าเป้าหมาย

11) การดําเนินงานตรวจการฝ่าฝืนกฎหมายควบคุม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ สงกรานต์ และวันพระใหญ่ จํานวน 6 ครั้ง (1 ครั้ง ประกอบด้วยทีม 10 คน ตรวจ 4 วัน) (Highlight) 12) สร้างและพัฒนาเครือข่ายการสื่อสารและ ประชาสัมพันธ์เพื่อควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 13) จัดทําประเด็นการสื่อสารและจัดทําสื่อ ประชาสัมพันธ์กฎหมายและโทษ พิษ ภัยของ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 14) จัดรณรงค์กิจกรรมหรือเทศกาลปลอดเหล้าเพื่อ สร้างค่านิยมใหม่และเพิ่มโอกาสในการไม่ดื่ม แอลกอฮอล์

-ย.1 การพัฒนาและ ร่วมมือกับเครือข่าย

-SM113 ระดับความสําเร็จของการดําเนินการสร้าง เครือข่าย

-ย.3 การสื่อสาร สาธารณะ -ย.3 การสื่อสาร สาธารณะ

-SM314 ระดับความสําเร็จในการดําเนินงานให้มีกลไกการ บริหารจัดการ -SM311 ร้อยละของประชาชนกลุ่มเป้าหมายรับทราบและมี ความรู้

-ย.3 การสื่อสาร สาธารณะ

- SM311 ร้อยละของประชาชนกลุ่มเป้าหมายรับทราบและ มีความรู้ - SM312 ร้อยละของกลุ่มเป้า หมายมีพฤติกรรมที่เหมาะสม -SM511 จํานวนรายงานการพยากรณ์โรค

15) การพัฒนากลไกเพื่อการพยากรณ์โรค

-ย.5 การติดตามและ ประเมินผล 16) ประเมินผลการดําเนินงานการควบคุมเครื่องดื่ม -ย.5 การติดตามและ แอลกอฮอล์ ประเมินผล

Page 215 of 304

-SM512 จํานวนหน่วยงานที่มีการติดตามการดําเนินงานฯ -SM513 จํานวนรายงานการประเมินผลฯ ตามมาตรฐานที่ ได้รับการยอมรับ


15 การคควบคุมการบริโิ ภคยาสูบ 1. สถานการณ์ การสูบบุหรี่เป็นปัจจั จ ยเสี่ยงที่สําคัญที ญ ่ทําให้เกิดภาาระโรคสูงเป็นอัันดับ 2 รองจากกปัจจัยเสี่ยงด้านนการดื่มแอลกออฮอล์ ร้อย ละ 10 ขอองผู้เสียชีวิตจาากโรคที่เนื่องมาจากการสูบบุหรี่ มีอายุไม่เกิน 44 ปี1ข้อมูลระดับโลกชี้วว่ากว่าครึ่งหนึ่งของผู้ที่ติด บุหรี่ระยะะยาวจะเสียชีวิตด้ ต วยโรคอันเนื่องมาจากการสู อ สูบบุหรี่ ผู้สูบบุหรี ห ่จะมีอายุสั้นลง20– ล 25 ปี ดัังนั้นการป้องกัันก่อนจะมี 2 อาการขอองโรค จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในกาารลดภาระโรคคที่เกิดจากการรสูบบุหรี่ และะจากผลการสําารวจการบริโภคยาสูบใน ผู้ใหญ่ระดัดับโลกของประะชากรอายุ 15 ปีขึ้นไปในปี 2554 เทียบกับปี 2552 แล้วพบว่า3

ผ ผลการศึ กษาภภาระโรคในปประเทศไทย 2552 2 1

กราฟแสดงร้ร้อยละของผู้ใใช้ผลิตภัณฑ์ยาสู ย บปัจจุบนั (ทั้งชนิดมีควันและไม่มมีีควัน) จําแนนกตามเพศ3 2552 2554

กราฟแสดดง ร้อยละของงผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ ณ ยาสูบปัจจุบนั กราาฟแสดงการได้รับควันมือสสอง ที่บ้าน ทีท่ ํางาน และสถานที่ สาธารณะตต่างๆในช่วง 30 วันก่อนกการสัมภาษณ์ ณ์3 ช ดมีควัน จําแนกตามกลลุ่มอายุและสถานะการใช้ยาสู ชนิ ย บ3

25554 25552

1

การศึกษาภภาระโรคจากปัจจัยเสี่ยงของประชาชนไไทยในปี พ.ศ. 25522 โครงการพัฒนากาารดําเนินการจัดทําตัวชี้วัดภาระโรคและะปัจจัยเสี่ยงของประเทศไทย (Burden of Disease) . สํานักงานพั ง ฒนานโยบายสสุขภาพระหว่างประเทศ กระทรวงสาธาารณสุข 2 Dean T. Jamison, Joel G. Breman, B Anthonyy R. Measham, George Alleyne, Mariam M Claeson, David B. Evans, PPrabhatJha, Annee Mills, Philip Musggrove, “Cost-Effeective strategies for f Noncommuniccable Diseases, Risk R Factors, and Behaviors.” B 2006. Priorities in Health,ed., 97 – 128. New York: Y Oxford Univeersity Press. DOI: 10.1596/978-0-82213-626204/Chpt-5. 3 เอกสารข้อเทท็จจริงโครงการสํารวจการบริ ร โภคยาสูบในผู บ ้ใหญ่ระดับโลกปประเทศไทย พ.ศ. 25552 และ 2554

Page 216 of 304


• จํานวนและอัตราการสูบบุหรี่ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มอายุ 15 – 17 ปี เพิ่มจากร้อยละ 19.8 เป็นร้อยละ 21.7 • อัตราการบริโภคยาสูบชนิดมีควัน ในปี 2554 พบชนบทสูบมากกว่าในเมือง (ร้อยละ 25.9 และร้อยละ 20.3 ) โดย แบ่งเป็นบุหรี่โรงงาน ร้อยละ 15.2 และบุหรี่มวนเอง ร้อยละ 14.4 • อัตราการสูบบุหรี่แบ่งตามรายภาคยังสูงโดยเฉพาะ1)ภาคใต้(ร้อยละ 29.9)2)ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ร้อย ละ 25.1)3)ภาคกลาง(ร้อยละ23.4)และ 4)ภาคเหนือ(ร้อยละ 21.7)ตามลําดับ • เยาวชนเริ่มสูบบุหรี่เป็นประจําที่อายุน้อยลง จาก 18.5 ปี เป็น 17.4 ปี • เยาวชนอายุน้อยกว่า 18 ปี ยังคงเข้าถึงและซื้อบุหรี่ซิกาแรตได้โดยง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากร้านขายของชํา ใกล้ที่พักอาศัย ซึ่งมีการซื้อบุหรี่แบบแบ่งมวนขายเพิ่มขึ้นจาก ร้อยละ 84.3 เป็นร้อยละ 88.3 • ผู้ที่สูบบุหรี่ นิยมซื้อบุหรี่ราคาถูกเพิ่มขึ้น จาก 2 ใน 10 เป็น 4 ใน 10 • ผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบปัจจุบันชนิดมีควันที่คิดจะเลิกสูบในปี 2554 โดยรวมร้อยละ 54.0 (ในเมืองร้อยละ 58.8 ชนบทร้อยละ 52.0) • บุหรี่เลี่ยงภาษี มีจํานวนเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 2.6 เป็นร้อยละ 4.8 โดยเฉพาะกทม.และภาคใต้ • สถานที่สาธารณะ 6 ลําดับแรกที่ได้รับควันบุหรี่สูงสุด ได้แก่ 1) ตลาด 2) สถานบันเทิง 3) มหาวิทยาลัย 4) ที่ทํางาน 5) ขนส่งสาธารณะ และ 6)ร้านอาหาร/ภัตตาคาร ( บ้าน เป็นสถานที่ที่ประชากรได้รับควันบุหรี่เพิ่มขึ้น จากร้อยละ 32.3 เป็นร้อยละ 36.0) 2. สภาพปัญหา 1) จังหวัดยังไม่เห็นความสําคัญของปัญหาการควบคุมยาสูบ 2) การบังคับใช้กฎหมายยังไม่มีประสิทธิภาพ 3) กลยุทธ์การตลาดของอุตสาหกรรมยาสูบเพิ่มมากขึ้น 4) กฎหมายทีใ่ ช้ปจั จุบันไม่ทันสมัย 5) การให้บริการเลิกบุหรีย่ ังไม่เป็นระบบ และครอบคลุมทุกระดับ 3. เป้าหมายการลดโรค 1) ลดอัตราการบริโภคยาสูบของประชาชน 2) ลดปริมาณการบริโภคยาสูบต่อหัวประชากร 3) การทําให้สงิ่ แวดล้อมปลอดควันบุหรี่ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน 4. เป้าหมายหลักในการดําเนินงานเมื่อสิ้นปี พ.ศ. 2557 1) อัตราการสูบบุหรี่ปัจจุบนั ของประชากรไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป โดยรวมและประชากรชาย ลดลงร้อยละ 10 จากปีพ.ศ. 2552 ขณะที่อัตราการสูบบุหรี่ปัจจุบันของประชากรหญิงอายุ 15 ปีขึ้นไป ไม่เพิ่มขึ้นจากฐานข้อมูลการ สํารวจปี พ.ศ. 2552 2) ปริมาณการบริโภคยาสูบต่อหัวประชากรต่อปี ลดลงไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 จากปี พ.ศ. 2552 3) ควบคุมมิให้อตั ราการบริโภคยาสูบชนิดอื่นๆ (บุหรี่ไร้ควัน) เพิ่มขึ้นจากฐานข้อมูลการสํารวจปี พ.ศ. 2552 4) อัตราการได้รับควันบุหรี่มือสองของประชาชนลดลงร้อยละ50 จากปี พ.ศ. 2552

Page 217 of 304


5. ความสอดคล้องของยุทธศาสตร์/มาตรการ แผนยุทธศาสตร์การควบคุมยาสูบ แห่งชาติพ.ศ. 2555 – 2557 และ WHO FCTC ยุทธศาสตร์ที่ 1 ด้านการป้องกันมิให้ ผู้บริโภคยาสูบรายใหม่ FCTC ข้อ12,16 ยุทธศาสตร์ที่ 2 ด้านการส่งเสริมให้ผู้บริโภคลด และเลิกใช้ยาสูบ FCTC ข้อ 14 ยุทธศาสตร์ที่ 3 ด้านการลดพิษภัย ผลิตภัณฑ์ยาสูบ FCTC ข้อ9&10 ยุทธศาสตร์ที่ 4 การสร้างสิง่ แวดล้อมให้ ปลอดควันบุหรี่ FCTC ข้อ 8 ยุทธศาสตร์ที่ 5 การสร้างเสริมความเข้มแข็งและ พัฒนาขีดความสามารถในการควบคุมยาสูบของ ประเทศ FCTC ข้อ 20 & 21 ยุทธศาสตร์ที่ 6 ด้านการควบคุมการค้า ผลิตภัณฑ์ยาสูบที่ผิดกฎหมาย FCTC ข้อ15 ยุทธศาสตร์ที่ 7 ด้านการแก้ปัญหาการควบคุม ยาสูบโดยใช้มาตรการทางภาษี FCTC ข้อ 6 ยุทธศาสตร์ที่ 8 ด้านการเฝ้าระวังและ ควบคุมอุตสาหกรรมยาสูบ FCTC ข้อ5.3 &19

นโยบาย MPOWER ขององค์การอนามัยโลก

ยุทธศาสตร์กรมควบคุม โรค

Warnการเตือนให้ตระหนักถึงพิษภัยของยาสูบ Enforceการบังคับใช้กฎหมาย ห้ามโฆษณา การส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์ยาสูบ Offerการให้ความช่วยเหลือในการเลิกยาสูบ

ยุทธศาสตร์ 1,3

ยุทธศาสตร์ 1,2,3 ยุทธศาสตร์ 2,3

Protectการปกป้องประชาชนจากควันบุหรี่

ยุทธศาสตร์ 1,2,3

Monitorการติดตาม กํากับการบริโภคยาสูบและ นโยบายป้องกันและควบคุมยาสูบ

ยุทธศาสตร์ 1,2,5

ยุทธศาสตร์ 3 Raise การขึ้นภาษียาสูบ

ยุทธศาสตร์ 3 ยุทธศาสตร์ 1,2,3

6. พื้นที่เป้าหมาย (จังหวัด /อําเภอ/ตําบล) : กลุ่มเป้าหมาย/ Setting เป้าหมาย กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ เด็ก เยาวชน และกลุ่มคนในชนบท พื้นที่เป้าหมายได้แก่ ภาคใต้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางและภาคเหนือ จังหวัดเป้าหมาย จังหวัดที่มีอัตราการบริโภคยาสูบสูงเกินร้อยละ 23.70 ตามรายงานสถานการณ์และ แนวโน้มการบริโภคยาสูบของประชากรไทย พ.ศ. 2534 – 2552 หน้า 127 – 129 ¾ภาคใต้ (2) ปัตตานี (3) สตูล (6) สุราษฎร์ธานี (7) ชุมพร(9) ตรัง (21) กระบี่ (23) พัทลุง (24) นครศรีธรรมราช ¾ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (4) มุกดาหาร (5) อุดรธานี (8) เลย (10) ชัยภูมิ (11) หนองบัวลําภู (12) ขอนแก่น (15) อํานาจเจริญ (19) สกลนคร (22) นครพนม (29) ยโสธร (30) หนองคาย ¾ภาคกลาง (13) ตราด (16) ระนอง (18) จันทบุรี (27) กาญจนบุรี (28) สระแก้ว ¾ภาคเหนือ (1) ตาก (14) พิษณุโลก (17) กําแพงเพชร (20) เพชรบูรณ์ (25) แม่ฮ่องสอน (26) ลําพูน

Page 218 of 304


โดยเน้นสถานที่สาธารณะปลอดบุหรี่ที่ได้รับควันบุหรี่สูง3 ได้แก่1) ตลาด2) สถานบันเทิง 3) มหาวิทยาลัย 4) ที่ทํางาน 5) ขนส่งสาธารณะ และ 6) ร้านอาหาร/ภัตตาคาร

7. มาตรการดําเนินงานที่ส่งผลต่อเป้าหมาย การควบคุมการบริโภคยาสูบต้องใช้หลาย ๆ มาตรการในการดําเนินการ จึงจะส่งผลต่อการลดอัตราการ บริโภคยาสูบของประชาชน 1) สร้างความร่วมมือการทํางานเชิงรุกในการเฝ้าระวังควบคุมยาสูบแบบมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน 2) พัฒนาการสื่อสารสาธารณะและประชาสัมพันธ์เพื่อควบคุมยาสูบแบบมีส่วนร่วม 3) พัฒนาระบบบริการเลิกบุหรีเ่ พือ่ ลดปริมาณการบริโภคยาสูบ 4) การปิดช่องว่างของกฎหมาย/กําหนดมาตรการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย 5) ขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์การควบคุมยาสูบแห่งชาติ พ.ศ. 2555 - 2557

Page 219 of 304


สรุปจุดเน้นการดําเนินงาน ปีงบประมาณ 2556 จุดเน้น : การดําเนินงานควบคุมการบริโภคยาสูบ เป้าหมายการลดโรค : 1) ลดการบริโภคยาสูบของประชาชน 2) การทําให้สิ่งแวดล้อมปลอดควันบุหรี่ มาตรการหลัก/ โครงการ 1. ขับเคลื่อนแผน ยุทธศาสตร์การ ควบคุมยาสูบแห่งชาติ พ.ศ. 2555-2557

เป้าหมาย 1. สํานัก : ไม่ น้อยกว่า 30 เครือข่ายมีการ ขับเคลื่อน ยุทธศาสตร์หลัก 2. สคร. : ไม่น้อย กว่า 10 เครือข่ายมีการ ขับเคลื่อน ยุทธศาสตร์พื้นที่

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

ย.2

คณะกรรมการที่แต่งตั้ง

ย.1

- หน่วยงานภาครัฐ 16 กระทรวงหลัก - หน่วยงานภาคเอกชน 20 องค์กร (รวม 50 คน)

พื้นที่เป้าหมาย

77 จังหวัด

กิจกรรม สํานัก 1. โครงการพัฒนานโยบาย ขับเคลื่อนและติดตามแผน ยุทธศาสตร์ การควบคุมยาสูบ แห่งชาติ พ.ศ. 2555 - 2557 - การประชุมคณะกรรมการต่างๆ เพื่อผลักดันนโยบาย มาตรการ กฎหมายฯ ประชุมเชิงนโยบายกับหน่วยงาน หลักเพื่อกําหนดแนวทางการ ขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ฯ

Page 220 of 304

สคร

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ สัดส่วนของ เครือข่ายที่ เกี่ยวข้องมี ความพึงพอใจ ร้อยละ 80

เครือข่ายมีการ ขับเคลื่อนแผน ยุทธศาสตร์ไม่ น้อยกว่า 30 เครือข่ายหลัก


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

กิจกรรม

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์

สํานัก สคร - ประชุมจังหวัดเพื่อขับเคลื่อนแผน - เข้าร่วมประชุม เครือข่ายมีการ ยุทธศาสตร์ฯสู่การปฏิบัติ - ประสานผู้รับผิดชอบของจังหวัด ขับเคลือ่ นแผน เข้าร่วมประชุม ยุทธศาสตร์ไม่ น้อยกว่า 30 เครือข่ายหลัก

ย.1

สคร. (ผอ.และผู้รับผิดชอบ 77 จังหวัด ยาสูบ) สสจ. ทั้ง 76 จังหวัด กทม. เครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้ง หน่วยงานภาครัฐ และเอกชน รวม 250 คน

ย.1

หน่วยงานภาครัฐ และเอกชน พื้นที่ของทั้ง 12 ในพื้นที่รับผิดชอบ สคร. ละ สคร. 50 คน

ประชุมจังหวัดในเขตรับผิดชอบ เครือข่ายมีการ จัดทําแผนปฏิบัติการควบคุมยาสูบ ขับเคลือ่ นแผน โดยเชื่อมโยงกับงานที่เกี่ยวข้อง ยุทธศาสตร์ใน พื้นที่ไม่น้อยกว่า 10 เครือข่าย

ย.2

พื้นที่นําร่อง 4 ภาค จัดทําคู่มือ/กรอบแนวทางการ - คณะกรรมการที่แต่งตั้ง - สคร./สสจ. นําร่อง 4 พื้นที่ (แห่ง) ติดตามประเมินผล (แห่ง)

- ร่วมจัดทํากรอบคู่มือแนวทาง สัดส่วนของ ประเมินผล เครือข่ายที่ - คัดเลือกพื้นที่นําร่อง 4 ภาค (แห่ง) เกี่ยวของมี ความพึงพอใจ ร้อยละ 80

Page 221 of 304


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ ย.5

กลุ่มเป้าหมาย

กิจกรรม

พื้นที่เป้าหมาย

สํานัก หน่วยงานภาครัฐ/ ภาคเอกชน คัดเลือกพื้นที่นํา - นําคู่มือ/กรอบแนวทางติดตาม ในพื้นที่ 4 ภาค (80 คน) ร่อง 4 ภาค (แห่ง) ประเมินผลไปใช้กับพื้นที่นําร่อง 4 ภาค

สคร - สคร.ประสานงานและร่วม ดําเนินการในพื้นที่นําร่อง 4 ภาค

ผู้รับผิดชอบงานยาสูบ สคร. ,สสจ.,กทม. (100 คน)

77 จังหวัด 12 สคร.

- พัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ใน ระดับจังหวัดเพื่อการติดตาม ประเมินผล 3 วัน

- เข้าร่วมพัฒนาศักยภาพฯและ ประสานแจ้งผู้รับผิดชอบงานยาสูบ ระดับจังหวัดเข้ารับการพัฒนา ศักยภาพฯ

ผู้รับผิดชอบงานยาสูบ สคร./ สสจ. ใน 4 พื้นที่

จํานวน 4 สคร. สคร.ละ 1 ครั้ง

- ติดตามประเมินผลโดยส่วนกลาง - สคร.ติดตามประเมินผลในพื้นที่ - จัดทําเล่มสรุปผลการดําเนินงาน (งบอยู่ที่ส่วนกลาง สคร.ละ 10,000 ในภาพรวม บาท จะโอนให้เมื่อคัดเลือก 4 พื้นที่นําร่องได้แล้ว)

Page 222 of 304

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ - จํานวนรายงาน การความก้าวหน้า ฯ 1 เรื่อง - หน่วยงาน เครือข่ายนํากลไก การติดตาม ประเมินผลไปใช้ ร้อยละ 70 ร้อยละ 80 ของ ผู้รับการพัฒนา ศักยภาพมีความรู้ ความเข้าใจในการ ติดตามประเมินผล


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ ย.2

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

กิจกรรม

สํานัก บุคลากรของ สรม. , สคส. กทม./ปริมณฑล/ 2. โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ สคอ. และ สคร. 1-12 สคร.ละ ต่างจังหวัด จัดทําแผนราชการแบบบูรณาการ 3 คน 100 คน ของสํานักโรคไม่ติดต่อ สํานัก ควบคุมการบริโภคยาสูบ และ สํานักงานคณะกรรมการควบคุม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ - จัดประชุมราชการ/เชิงปฏิบัติการ จัดทําแผนปฏิบัติราชการแบบ บูรณาการของสํานักโรคไม่ติดต่อ สํานักควบคุมการบริโภคยาสูบ และ สํานักงานคณะกรรมการควบคุม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

Page 223 of 304

สคร

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ สัดส่วนของ เครือข่ายที่ เกี่ยวของมี ความพึงพอใจ ร้อยละ 80


มาตรการหลัก/ โครงการ 2. การปิดช่องว่าง ของกฎหมาย/ กําหนดมาตรการเพื่อ เพิ่มประสิทธิภาพ การบังคับใช้กฎหมาย

เป้าหมาย สํานัก : 1. ร่างพรบ.ว่า ด้วยการควบคุม ยาสูบ พ.ศ. ... 2. อนุบัญญัติฯ สคร. : เทศ บัญญัติที่สอบ คล้องกับการ ควบคุมยาสูบ

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

ย.2

ผู้เชี่ยวชาญ คณะกรรมาธิการที่ กรุงเทพมหานคร เกี่ยวข้อง

ย.2

ประชาชน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั่วประเทศ ทุกภาคส่วน

ย.2

- คณะกรรมการที่แต่งตั้ง - หน่วยงานส่วนท้องถิ่น เทศบาล อบจ. อบต. - ประชาชนทั่วไป

77 จังหวัด

กิจกรรม สํานัก 3. โครงการพัฒนากฎหมายเพื่อ การควบคุมยาสูบ ปี 2556 ผลักดัน ร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยการ ควบคุมยาสูบ พ.ศ. .... โดย - ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อการพิจารณาร่าง พระราชบัญญัติรายมาตรา - วิจัยข้อมูลเกี่ยวกับกฎหมาย/ สํารวจความคิดเห็นของประชาชน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนที่มี ต่อร่าง พ.ร.บ.ฯ

สคร

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ สัดส่วนของ ผลิตภัณฑ์ที่ ดําเนินการตาม มาตรฐานสากล ร้อยละ 80

- สัดส่วนของ ผลิตภัณฑ์ที่ ดําเนินการตาม มาตรฐานสากล ร้อยละ 80 ออกอนุบัญญัติตาม พ.ร.บ.ควบคุม - กระตุ้นให้หน่วยงานในพื้นที่ ออก สัดส่วนของ ยาสูบทั้งสองฉบับ โดย มาตรการ เทศบัญญัติที่สอดคล้อง เครือข่ายที่ - ประชุมคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง กับกฎหมายเพื่อการควบคุมยาสูบ เกี่ยวข้องมี เพื่อปรับปรุงกฎหมาย ความพึงพอใจ - จัดประกวดภาพและข้อความคํา ร้อยละ 80 เตือน

Page 224 of 304


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

กิจกรรม สํานัก - ประชุม/สัมมนา เพื่อชี้แจงข้อ กฎหมายใหม่

ย.3

- พนักงานเจ้าหน้าที่ - ผู้ประกอบการตาม พ.ร.บ. ควบคุมยาสูบทั้ง 2 ฉบับ -ประชาชนทั่วไป (รวม 400 ราย)

77 จังหวัด

ย.2

นักวิชาการ ที่ปรึกษา และ ผู้เชี่ยวชาญภายนอกที่ เกี่ยวข้อง/หน่วยงานภาคี เครือข่าย

สํานักควบคุมการ 4. โครงการทบทวนปัจจัยกําหนด บริโภคยาสูบ กรม พฤติกรรมการบริโภคยาสูบของ ควบคุมโรค ประชากรไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป และข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ปี 2556 -วิเคราะห์/ทบทวนปัจจัยกําหนด พฤติกรรมการบริโภคยาสูบของ ประชากรไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป และ ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย

Page 225 of 304

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์

สคร - ประสานงานเชิญกลุ่มเป้าหมาย ร้อยละของ และร่วมประชุม/สัมมนา เพื่อชี้แจง กลุม่ เป้าหมาย ข้อกฎหมายใหม่ รับทราบ/มี ความรู้ในการ ดําเนินการ ร้อย ละ 80 สัดส่วนของ ผลิตภัณฑ์ที่ ดําเนินการตาม มาตรฐานสากล ร้อยละ 80


มาตรการหลัก/ โครงการ 3. สร้างความร่วมมือ การทํางานเชิงรุกใน การเฝ้าระวังควบคุม ยาสูบแบบมีส่วน ร่วมกับภาคีเครือข่าย ทุกภาคส่วน

เป้าหมาย 80% ของสถานที่ สาธารณะและ สถานที่ทํางานใน จัดหวัดเป้าหมาย ปลอดควันบุหรี่

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

ย.1 / ย.6 สคร.1-12, พนักงานเจ้าหน้าที่ พื้นที่ของทั้ง 12 ตาม พรบ.ควบคุมยาสูบ , สคร. พนักงานเจ้าหน้าที่ในระดับ พื้นที่ อําเภอ และตําบล ในแต่ ละจังหวัดที่ สคร.รับผิดชอบ (ส่วนกลาง 50 คน /สคร.ละ 35 คน) เครือข่ายที่ได้รับคัดเลือกเข้า ร่วมเป็นเครือข่ายเฝ้าระวังฯ ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เช่น เครือข่ายองค์กรงดเหล้า , เครือข่ายองค์กรศาสนา , เครือข่ายนักวิชาการ, เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ,อปท. อบต. , อสม., กํานัน ,ผู้ใหญ่บ้าน , กลุ่มแม่บ้าน เป็นต้น (ส่วนกลาง 50 คน / สคร.ละ 35 คน)

กิจกรรม สํานัก สคร 5. โครงการพัฒนาและดําเนินการ อบรมพัฒนาศักยภาพพนักงาน ระบบเฝ้าระวังเพื่อควบคุมยาสูบ เจ้าหน้าที่เกี่ยวกับกฎหมายควบคุม ระดับชาติ ปี 2556 ยาสูบในพืน้ ที่รับผิดชอบ ( 3 วัน) - อบรมพัฒนาศักยภาพพนักงาน เจ้าหน้าที่เกี่ยวกับกฎหมายควบคุม ยาสูบ ( 3 วัน)

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์

ร้อยละ 80 ของบุคลากร/ เจ้าหน้าที่และ ภาคีเครือข่ายที่ เกี่ยวข้อง มี ความรู้ความ เข้าใจเกี่ยวกับ กฎหมายและ อบรมพัฒนาศักยภาพของเครือข่าย อบรมพัฒนาศักยภาพของเครือข่าย การบังคับใช้ ภาคประชาชนในการมีส่วนร่วมเฝ้า ภาคประชาชนในการมีส่วนร่วมเฝ้า กฎหมาย ระวังเพื่อควบคุมยาสูบ ( 2 วัน) ระวังเพื่อควบคุมยาสูบในพื้นที่ ควบคุมยาสูบ รับผิดชอบ ( 3 วัน) และการเฝ้า ระวังยาสูบแบบ เบ็ดเสร็จ

Page 226 of 304


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ ย.1

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

กิจกรรม

สํานัก สคร สถานประกอบการ/ พื้นที่ของทั้ง 12 ตรวจเตือนเพื่อบังคับใช้กฎหมายที่ - ตรวจเตือนเพื่อบังคับใช้กฎหมาย ผู้ประกอบการ/สถานที่ สคร. สคร.ละ 3 เกี่ยวกับการควบคุมยาสูบทั้ง 2 ฉบับ โดยเน้นรอบ ๆ สถานศึกษา และ สาธารณะ เช่น ร้านขายของชํา ครั้ง ครั้งละไม่ สถานที่สาธารณะ/สถานที่ทํางาน ,ร้านอาหาร,ตลาด, คอนโด น้อยกว่า 12 แห่ง 1) ตลาด 2) สถานบันเทิง ,อพาร์ทเม้นท์,หอพัก,ร้าน 3) มหาวิทยาลัย 4) ที่ทํางาน สะดวกซื้อ ฯลฯ โดยเน้น 5) ขนส่งสาธารณะ และ รอบ ๆ สถานศึกษา และ 6) ร้านอาหาร/ภัตตาคาร สถานที่สาธารณะ/สถานที่ - ประสานจังหวัดในพื้นที่ ทํางาน รับผิดชอบร่วมออกตรวจ

Page 227 of 304

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ - ความสําเร็จ ของการสร้าง เครือข่ายฯไม่ น้อยกว่า 12 เครือข่าย77 จังหวัด - ร้อยละ80 ของสถานที่ สาธารณะและ สถานที่ทํางาน ในจังหวัด เป้าหมายปลอด ควันบุหรี่


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ ย.1

กลุ่มเป้าหมาย คณะอนุกรรมการฯ สถานประกอบการ/ ผู้ประกอบการ/สถานที่ สาธารณะ โดยเน้นรอบ ๆ สถานศึกษา และสถานที่สาธารณะ/ สถานที่ทํางาน

ย.1

พื้นที่เป้าหมาย

พื้นที่ของทั้ง 12 สคร.

เครือข่ายที่ได้รับคัดเลือกเข้า พื้นที่กรุงเทพฯ ร่วมเป็นเครือข่ายเฝ้าระวังฯ หรือปริมณฑล ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เช่น เครือข่ายองค์กรงดเหล้า , เครือข่ายองค์กรศาสนา , เครือข่ายนักวิชาการ, เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ,อปท. ประชาชนเป็นต้น(ส่วนกลาง 50 คน)ทั่วไป

กิจกรรม สํานัก ประชุมคณะอนุกรรมการ/ คณะทํางานเฝ้าระวังเพื่อควบคุมยาสูบ ปฏิบัติการเฝ้าระวังยาสูบโดย เครือข่ายของส่วนกลาง เพื่อติดตาม กํากับ การดําเนินงานเฝ้าระวังฯ ทั้ง 4 มิติ

สคร

ปฏิบัติการเฝ้าระวังยาสูบโดย เครือข่ายของ สคร. เพื่อติดตาม กํากับ การดําเนินงานเฝ้าระวังฯทั้ง 4 มิติ

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ - ความสําเร็จของ การสร้างเครือข่าย ฯ ไม่น้อยกว่า 12 เครือข่าย 77 จังหวัด - ร้อยละ 70 ของ การดําเนินงานมี การติดตาม กํากับ ผลการเฝ้าระวัง เพื่อควบคุมยาสูบ

แลกเปลี่ยนเรียนรู้ /ถอดบทเรียน จัดทํารายงานผลการดําเนินการเฝ้า รายงานสรุปผล และสรุปผลการดําเนินการเฝ้าระวัง ระวังเพื่อควบคุมยาสูบในพื้นที่ การดําเนินการ เพื่อควบคุมยาสูบ รับผิดชอบ เฝ้าระวังเพื่อ ควบคุมยาสูบ จํานวน 1 ฉบับ

Page 228 of 304


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย เครือข่ายที่เข้าร่วมเฝ้าระวัง

ย.1

พื้นที่เป้าหมาย พื้นที่ 12 สคร.

สคร./สสจ./สคส./สคอ./แกน พื้นที่ของทั้ง 12 นําหลักของ 12 พื้นที่เป้าหมาย สคร.

กิจกรรม สํานัก สคร นิเทศ ติดตามและประเมินผลการ นิเทศ ติดตามและประเมินผลการ ดําเนินงานการเฝ้าระวังเพื่อควบคุม ดําเนินงานการเฝ้าระวังเพื่อควบคุม ยาสูบ (โดยส่วนกลาง) ยาสูบในพื้นที่รับผิดชอบ (โดยสคร. 1-12) สคร. ละ 2 ครั้ง 6. โครงการเสริมสร้างศักยภาพ - คัดเลือกพื้นที่การดําเนินการ และความร่วมมือในการ สคร.ละ 1 แห่ง - ร่วมดําเนินการเพื่อเสริมสร้าง ดําเนินการอําเภอควบคุมยาสูบ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้มแข็ง ศักยภาพและความร่วมมือแก่ พื้นที่ - จัดทําสาระสําคัญ/ชี้แจง นําร่อง ในพืน้ ที่ สคร. 12 พื้นที่ สาระสําคัญ/แนวทางการ ดําเนินงาน/จัดเวทีแลกเปลี่ยน เรียนรู้เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและ ความร่วมมือในการสร้างอําเภอ ควบคุมยาสูบ และเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์เข้มแข็ง - ติดตามประเมินผลการดําเนินการ - ร่วมดําเนินการติดตามในพื้นที่ - สรุปผลการดําเนินงาน และ - สนับสนุนและเผยแพร่เพื่อการ เผยแพร่เพื่อการขยายผล ขยายผลในพื้นที่รับผิดชอบ

Page 229 of 304

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์

อําเภอมีการ ดําเนินงาน ควบคุมยาสูบ และเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์เข็ม แข็ง อย่างน้อย 4 พื้นที่เป้าหมาย


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

ย.2 / ย.3 กลุ่มประชาคมอาเชียน 10 ประเทศ

ย.3

พื้นที่เป้าหมาย ส่วนกลาง กรมควบคุมโรค

แหล่งท่องเที่ยว/ สนามบิน/ โรงแรม/ที่พัก

กิจกรรม สํานัก 7. โครงการเฝ้าระวังป้องกัน ควบคุมยาสูบเพื่อเตรียมความ พร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 - พัฒนาเว็บไซด์และฐานข้อมูล ความร่วมมือระหว่างประเทศในการ ดําเนินงานควบคุมยาสูบ

จัดทําคู่มือ แนวทางการควบคุม ยาสูบ รวมถึงสื่อ/เอกสาร ประชาสัมพันธ์เพื่อการควบคุมยาสูบ เป็นภาษาอังกฤษ / ภาษาต่างๆ ใน ประชาคมอาเซียน

Page 230 of 304

สคร

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ - สัดส่วนของ เครือข่ายที่เกี่ยว ของมีความพึง พอใจร้อยละ 80 - ร้อยละของ ประชาชน กลุ่มเป้าหมาย รับทราบ/มี ความรู้เกี่ยวกับ ยาสูบ ร้อยละ 80

- ร้อยละของ ประชาชน กลุ่มเป้าหมาย รับทราบ/มี ความรู้เกี่ยวกับ ยาสูบ ร้อยละ 80


มาตรการหลัก/ โครงการ 4. พัฒนาระบบ บริการเลิกบุหรี่เพื่อ ลดปริมาณการ บริโภคยาสูบ

เป้าหมาย - คู่มือ/ แนวทาง ปฏิบัติงานและ การจัดการ ถ่ายทอด - นําร่องพัฒนา ระบบใน 3 จังหวัด

ยุทธศาสตร์ กรมฯ ย.2

ย.3

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

สํานัก สสจ. สสอ. สถานบริการ 3 จังหวัดนําร่อง 8. โครงการพัฒนาระบบการ สาธารณสุขทุกระดับ และภาคี ในพื้นที่ของ สคร.ที่ ให้บริการบําบัดผู้เสพยาสูบและ เครือข่ายที่เกี่ยวข้อง 3,9,11 การส่งต่อแบบบูรณาการ จํานวน 400 คน - จัดทําคู่มือ /แนวทางการ (ฉะเชิงเทรา, พิษณุโลก,กระบี่) ปฏิบัติงานฯ

กิจกรรม สคร - ประสาน/เผยแพร่/ติดตามผล ความพึงพอใจเกี่ยวกับคู่มือ /แนว ทางการปฏิบัติงานฯ

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ ร้อยละของ เครือข่ายที่ เกี่ยวข้องมีความ พึงพอใจต่อคู่มือ /แนวทางการ ปฏิบัติงานฯ ร้อยละ 70

จัดประชุมสรุปผล/แลกเปลี่ยน ประสานงานในพื้นที่และร่วม - ร้อยละของ เรียนรู้การดําเนินการนําร่องระบบฯ ประชุมสรุปผล/แลกเปลี่ยนเรียนรู้ กลุม่ เป้าหมาย เพื่อพัฒนาระบบฯ และขยายผล การดําเนินการนําร่องระบบฯในพื้นที่ รับทราบ/มี ความรู้ในการ สสจ. สสอ. สถานบริการ 3 จังหวัดนําร่อง - ดําเนินการพัฒนาระบบฯ และ - ประสานงานและร่วมเตรียมการ/ ดําเนินการ ร้อย สาธารณสุขทุกระดับ และภาคี ในพื้นที่ของ สคร. เตรียมการ/ดําเนินการนําร่องขยาย ดําเนินการนําร่องขยายผลการ ละ 80 เครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ที่3,9,11( ผล ตามแนวทาง เพื่อการพัฒนา ปฏิบัติงานตามแนวทาง ฯ - ความสําเร็จ ฉะเชิงเทรา, ระบบการให้บริการบําบัดผู้เสพ ของการสร้าง พิษณุโลก,กระบี่) ยาสูบ แบบบูรณาการ เครือข่ายฯ ไม่ ติดตามประเมินผล สนับสนุนและติดตามประเมินผล น้อยกว่า พื้นที่ ละ 3 เครือข่าย การดําเนินการ

Page 231 of 304


มาตรการหลัก/ โครงการ 5. พัฒนาการสื่อสาร สาธารณะและ ประชาสัมพันธ์เพื่อ ควบคุมยาสูบแบบมี ส่วนร่วม

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

กิจกรรม

สํานัก ย.3 / ย.1 เด็ก เยาวชน โดยเฉพาะใน พื้นที่ของทั้ง 12 9. โครงการพัฒนาการสื่อสาร และรอบ ๆ สถานศึกษา และ สคร. โดยเน้น สาธารณะและประชาสัมพันธ์เพื่อ ประชาชนทั่วไปโดยเฉพาะ สถานที่สาธารณะ ควบคุมยาสูบ ปี 2556 กลุ่มคนในชนบท ปลอดบุหรี่ที่ได้รับ - พัฒนา/จัดทําประเด็นการสื่อสาร ควันบุหรี่สูงได้แก่ สื่อต้นแบบ สื่อเผยแพร่ และ ข้อมูล/ความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ 1) ตลาด 2) สถานบันเทิง โดยเฉพาะการดําเนินการให้สถานที่ 3) มหาวิทยาลัย สาธารณะปลอดบุหรี่ ตามกฎหมาย 4) ที่ทํางาน 5) ขนส่งสาธารณะ และ6) ร้านอาหาร/ ภัตตาคาร

Page 232 of 304

สคร - สื่อสารความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ โทษพิษภัยบุหรี่และการดําเนินการ ให้สถานที่สาธารณะปลอดบุหรี่ ตามกฎหมายแบบมีส่วนร่วม ใน พื้นที่รับผิดชอบ

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ - ร้อยละของ ประชาชน กลุ่มเป้าหมาย รับทราบ/มี ความรู้เกี่ยวกับ ยาสูบ ร้อยละ 80 - มีการ สนับสนุนสื่อให้ หน่วยงานที่ เกี่ยวข้องใน ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค อย่างน้อย 88 แห่ง


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

ย.3

เด็ก เยาวชน โดยเฉพาะใน พื้นที่ของทั้ง 12 และรอบ ๆ สถานศึกษา และ สคร. ประชาชนทั่วไปโดยเฉพาะ กลุ่มคนในชนบท

ย.3

เด็ก เยาวชน และประชาชน ทั่วไปโดยเฉพาะกลุ่มคนใน ชนบท

พื้นที่ของทั้ง 12 สคร.

กิจกรรม สํานัก - รณรงค์ ประชาสัมพันธ์/สร้าง ความเข้าใจในการปฏิบัติตัวตาม กฎหมาย การลด เลิกยาสูบ แก่ กลุ่มเป้าหมาย ร่วมกับภาคีเครือข่าย โดยเฉพาะการดําเนินการ/ สนับสนุนให้เกิดการรณรงค์ตาม Theme ของ WHO

สคร - ประสานงานกับสื่อท้องถิ่นในการ ประชาสัมพันธ์ และร่วมรณรงค์/ สร้างความเข้าใจเพื่อการควบคุม ยาสูบและการปฏิบัติตามกฎหมาย รวมทั้งสนับสนุน ให้เกิดการรณรงค์ ตามTheme ของ WHO ร่วมกับ ภาคีเครือข่ายในพื้นที่

สร้าง key massage และรณรงค์ให้ เกิดการตื่นตัวเลิกบุหรี่ ผ่านทางสื่อ หลัก สื่อท้องถิ่น รวมถึง social network ร่วมกับภาคีเครือข่าย

ประสาน/สนับสนุนสื่อท้องถิ่นใน การร่วมรณรงค์/สร้างความรู้ความ เข้าใจเพื่อให้เกิดการลด เลิกยาสูบ และการเป็นแบบอย่างที่ดีในชุมชน ในการไม่สูบบุหรี่

Page 233 of 304

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์

ร้อยละของ ประชาชน กลุ่มเป้าหมาย รับทราบ/มี ความรู้เกี่ยวกับ ยาสูบ ร้อยละ 80


16 โรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม • สํานักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม 1. การป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพจากการประกอบอาชีพในกลุ่มเกษตรกร (การพัฒนาการดูแลสุขภาพ เกษตรแบบครบวงจร) 1. สถานการณ์ จากข้อมูลของสํานักงานสถิติแห่งชาติ ปี พ.ศ. 2554 ประเทศไทยมีประชากรกลุ่มแรงงานภาคเกษตรกรรม จํานวน 15.1 ล้านคน ถือว่าเป็นกําลังแรงงานที่มีสัดส่วนสูงที่สุดของประเทศ ความเสี่ยงจากการทํางานของเกษตรกรที่ สําคัญ คือ อันตรายจากการใช้สารเคมีกําจัดศัตรูพืช สามารถเกิดอาการแสดงเฉียบพลันตั้งแต่ระดับเล็กน้อยจนรุนแรง ถึงแก่ชีวิต ขึ้นอยู่กับระดับความเข้มข้น ความเป็นพิษ และปริมาณที่ได้รับ สารเคมีกําจัดศัตรูพืชสามารถเข้าสู่ร่างกาย ได้หลายทาง โดยการสัมผัสทางผิวหนัง การสูดหายใจละอองที่ฟุ้งกระจายในอากาศ และการรับประทานอาหารและ น้ําดื่มที่มีสารเคมีปนเปื้อน พฤติกรรมการใช้สารเคมีที่ไม่ปลอดภัยทําให้เกษตรกร ผู้อาศัยในชุมชน และผู้บริโภคมี ความเสี่ยงจากการได้รับอันตรายจากสารเคมีเพิ่มขึ้น การนําเข้าสารเคมีกําจัดศัตรูพืชมีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปีและทั้งสาร กําจัดแมลงและสารกําจัดวัชพืช ปี พ.ศ. 2552 ปริมาณนําเข้าสารกําจัดแมลงเท่ากับ 19,709,000 กิโลกรัม ปริมาณ นําเข้าสารกําจัดวัชพืชเท่ากับ 85,821,000 กิโลกรัม ปริมาณนําเข้าสารกําจัดศัตรูพืชทุกชนิดเท่ากับ 118,152,000 กิโลกรัม จากการคํานวณค่าเฉลี่ยพบว่าคนไทย 63.5 ล้านคนมีความเสี่ยงต่อการได้รับสารกําจัดศัตรูพืชมากกว่า 1 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ปัจจุบันเกษตรกรและผู้บริโภคสามารถรับบริการตรวจคัดกรองผู้เสี่ยงต่อพิษสารกําจัดศัตรูพืชเบื้องต้น โดยใช้ ชุดตรวจคัดกรองภาคสนาม ซึ่งสามารถคัดกรองผู้มีสารกําจัดแมลงกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟตและคาร์บาเมต ซึ่งเป็นสาร กําจัดแมลงกลุ่มที่มีการนําเข้าสูงสุด จากข้อมูลผลตรวจคัดกรองที่สํานักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค ได้รับรายงานจากจังหวัดที่มีการรายงานระหว่างปี พ.ศ. 2540 – 2550 พบว่าสัดส่วนผู้มีความเสี่ยง และไม่ปลอดภัยสูงขึ้นจากเดิมร้อยละ 15.96 เป็นร้อยละ 38.52 การประเมินภาระโรคของพิษสารกําจัดศัตรูพืชทําได้ยากและอาจน้อยกว่าความเป็นจริง สาเหตุหนึ่งเนื่องจาก การรายงานผู้ป่วยที่ต่ํากว่าความเป็นจริง ผู้ป่วยอาการเรื้อรังบางรายไม่ทราบว่าการป่วยนั้นมีสาเหตุมาจากพิษสารกําจัด ศัตรูพืช จากฐานข้อมูลสํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปี พ.ศ. 2551 มีผู้ป่วยในที่ป่วยด้วยโรคพิษสารกําจัด ศัตรูพืชตามรหัสโรคกลุ่ม T600 รวมจํานวน 8,919 ราย มีค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลรวมเป็นจํานวนเงิน 47,318,819 บาท หรือเฉลี่ยรายละ 5,305 บาท นอกจากค่ารักษาแล้ว ผู้ป่วยและญาติผู้ป่วยยังขาดรายได้จากการ หยุดงานขณะที่รับการรักษาในโรงพยาบาลอีกด้วย 2. เป้าหมายการลดโรค / เป้าหมายหลักในการดําเนินงาน 2.1 ลดโรคพิษสารเคมีกําจัดศัตรูพืชและความเสี่ยงอันตรายจากการใช้สารเคมีกําจัดศัตรูพืชและสารกําจัด วัชพืชที่มีฤทธิ์ร้ายแรงของเกษตรกร 2.2 ลดปัญหาโรคกระดูกและกล้ามเนื้อจากการทํางานของเกษตรกร 2.3 เกษตรกรได้รับความรู้ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เหมาะสมในการทํางาน Page 234 of 304


2.4 มีการประเมินภาระโรคของพิษสารกําจัดศัตรูพืช และรายงานผู้ป่วยตามความเป็นจริง 3. สภาพปัญหา 3.1 จากข้อมูลเฝ้าระวังโรค ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 23 มิถุนายน 2555 พบผู้ป่วย 770 ราย จาก 61 จังหวัด คิดเป็นอัตราป่วย 1.21 ต่อแสนประชากร 3.2 สัดส่วนผู้มีความเสี่ยงและไม่ปลอดภัยจากสารเคมีกําจัดศัตรูพืช มีแนวโน้มสูงขึ้น 3.3 ปัญหาอันตรายจากการใช้สารเคมีกําจัดศัตรูพืชและสารกําจัดวัชพืชที่มีฤทธิ์ร้ายแรง เป็นปัญหา สําคัญที่เชื่อมโยงกับวิถีการใช้ชีวิตและการเจ็บป่วยของเกษตรกรไทย 3.4 พฤติกรรมการใช้สารเคมีที่ไม่ปลอดภัย ทําให้เกษตรกร ผู้อาศัยในชุมชน และผู้บริโภคมีความเสี่ยง จากการได้รับอันตรายจากสารเคมีเพิ่มขึ้น 3.5 การประเมินภาระโรคของพิษสารกําจัดศัตรูพืชทําได้ยากและอาจน้อยกว่าความเป็นจริง 3.6 ผู้ป่วยอาการเรื้อรังบางรายไม่ทราบว่าการป่วยนั้นมีสาเหตุมาจากพิษสารกําจัดศัตรูพืช 3.7 ผู้ประกอบอาชีพภาคเกษตรกรรม มีความเสี่ยงอันตรายจากท่าทางการทํางานที่ไม่เหมาะสม ทําให้ เกิดโรคปวด หลัง ปวดกล้ามเนื้อ เกิดอุบัติเหตุจากการทํางาน 4. เป้าหมายหลักในการดําเนินงานเมื่อสิ้นปี พ.ศ. 2559 เกษตรกรอย่างน้อย 10 จังหวัด ที่มีภาระโรคที่เกี่ยวข้องกับการประกอบอาชีพเกษตรกรรม ได้รับบริการ อาชีวอนามัยครอบคลุมปัญหาที่สําคัญครบถ้วน 5. พื้นที่เป้าหมาย (จังหวัด / อําเภอ / ตําบล) : กลุ่มเป้าหมาย / Setting เป้าหมาย กลุ่มเป้าหมาย : กลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ที่มีปัญหารวมอยู่ใน 10 ลําดับแรก ได้แก่ มีเกษตรกรที่มีปัญหา ความเสี่ยงและไม่ปลอดภัยจากการรับสัมผัสสารเคมีกําจัดศัตรูพืช ปัญหาการแพ้พิษสารเคมีกําจัดศัตรูพืช ปัญหาเรื่อง โรคตาต้อ ปัญหาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อและกระดูก ปัญหาลมแดด ปัญหาหูเสื่อมจากการได้ยิน และปัญหาโรคฉี่หนู พื้นที่เป้าหมาย / พื้นที่ดําเนินการ : สคร. 1 – 12 , รพช. , รพ.สต. และสํานักงานสาธารณสุขอําเภอ (สสอ.) ทั่วประเทศ (77 จังหวัด) 6. มาตรการดําเนินงานที่ส่งผลต่อเป้าหมาย 6.1 พัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยีในการป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพจากการประกอบอาชีพ เกษตรกรรม 6.2 สร้างเครื่องมือในการประเมินความเสี่ยง / จัดการความเสี่ยง และการพัฒนาผู้ใช้เครื่องมือ 6.3 พัฒนาระบบบริการอาชีวอนามัยในระดับหน่วยบริการปฐมภูมิ (รพ.สต.) 6.4 พัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายการเลิกใช้สารเคมีกาํ จัดศัตรูพืชที่มีพิษร้ายแรงที่ต้องเฝ้าระวัง 12 ชนิด 6.5 ให้ความรู้ สื่อสารความเสี่ยง และสร้างความตระหนักให้เกษตรกรมีพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม และปลอดภัยจากสารเคมีกําจัดศัตรูพืช และโรคที่เกี่ยวข้องกับกระดูกและกล้ามเนื้อ (ตามโครงการ “แรงงานไทย ปลอดภัยห่างไกลโรคกระดูกและกล้ามเนื้อ”

Page 235 of 304


2. การดูแลสุขภาพผู้ประกอบอาชีพในสถานประกอบกิจการ ตามโครงการ “วัยทํางาน ปลอดโรค ปลอดภัย กายใจเป็นสุข” 1. สถานการณ์ จากข้อมูลการสํารวจสํามะโนอุตสาหกรรมของสํา นั ก งานสถิ ติ แ ห่ ง ชาติ ปี พ.ศ. 2550 พบว่ า มี จํา นวน ผู้ ใ ช้ แ รงงานและจํา นวนสถานประกอบกิ จ การ (สถานประกอบกิจการอุตสาหกรรม และสถานประกอบกิจการ บริการ) แตกต่างกันไปตามภาคต่างๆ จํานวนสถานประกอบกิจการในประเทศมีทั้งสิ้นประมาณ 2.2 ล้านแห่ง ใน จํานวนนี้เป็นสถานประกอบกิจการที่ตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมากที่สุด คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 30.3 ของ จํานวนสถานประกอบกิจการทั้งหมด รองลงมา ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ ในสัดส่วนร้อยละ 18.2 , 15.5 และ 14.5 ตามลําดับ ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลนั้นมีจํานวนสถานประกอบกิจการอุตสาหกรรมร้อย ละ 13.5 และ 8.0 ตามลําดับ ในจํานวนสถานประกอบกิจการทั้งหมดนี้ เป็นสถานประกอบกิจการขนาดเล็ก (คนงาน 1 - 15 คน) ร้อยละ 97.1 สถานประกอบกิจการขนาดกลาง (คนงาน 16 - 200 คน) ร้ อ ยละ 2.4 สถาน ประกอบกิ จ การขนาดใหญ่ (คนงานมากกว่ า 200 คน) ร้ อ ยละ 0.5 พบว่ า มี ค นงานทํา งานในสถานประกอบ กิจการขนาดเล็ก ร้อยละ 43.3 รองลงมา คือ ทํางานในสถานประกอบกิจการขนาดใหญ่ และขนาดกลาง ร้อยละ 31.7 และร้อยละ 1.8 ตามลําดับ ด้านสุขภาพของผู้ใช้แรงงาน พบว่า มีปัญหาสุขภาพจากการประกอบอาชีพ ซึ่งสัมผัสกับสิ่งคุกคามในการ ทํางานหรือการประกอบอาชีพที่แตกต่างกันไป โดยเป็นโรคกระดูกและกล้ามเนื้อมากที่สุด จํานวน 3,884 ราย รองลงมา ได้แก่ โรคผิวหนัง จํานวน 1,130 ราย โรคพิษจากสัตว์ จํานวน 906 ราย โรคปอดและระบบทางเดินหายใจ จํานวน 172 ราย โรคพิษจากก๊าซ จํานวน 62 ราย โรคพิษจากสารเคมีการเกษตรและสารเคมีอื่นๆ จํานวน 50 ราย โรคพิษโลหะหนัก จํานวน 36 ราย โรคพิษจากพืช จํานวน 32 ราย โรคเหตุสภาวะทางกายภาพ จํานวน 18 ราย และโรคพิษเหตุสารระเหยและสารทําละลาย จํานวน 9 ราย เมื่อพิจารณาข้อมูลสาเหตุของการเจ็บป่วยและการ ประสบอันตราย พบว่า ส่วนใหญ่มาจากอุบัติเหตุ เช่น ตกจากที่สูง หกล้ม ลื่นล้ม วัตถุระเบิด วัตถุหรือสิ่งของตัด หนีบ ดึง กระเด็นเข้าตา รองลงมา ได้แก่ การสัมผัสสิ่งมีพิษหรือสารเคมี และโรคที่เกิดขึ้นจากการทํางาน ตามลําดับ เมื่อพิจารณาสิ่งที่ทําให้ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยนั้น พบว่า เนื่องมาจากวัตถุหรือสิ่งของ เครื่องมือ เครื่องจักร และ สภาพแวดล้อมการทํางานเป็นสําคัญ ปัญหาโรคจากการประกอบอาชีพของแรงงานที่เกิดจากปัจจัยเสี่ยง และพฤติกรรมสุขภาพที่เปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้แรงงานมีปัญหาด้านสุขภาพเพิ่มขึ้น ทั้งที่เกิดจากโรคติดต่อและโรคไม่ติดต่อ โดยเฉพาะโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคมะเร็ง ฯลฯ รวมทั้ง พฤติกรรมสุขภาพที่ไม่ถูกต้องเหมาะสม เช่น การสูบบุหรี่ ดื่มสุรา และไม่ออกกําลังกายและเครียด เป็นต้น 2. เป้าหมายการลดโรค / เป้าหมายการดําเนินงาน แรงงานไทยในสถานประกอบกิจการมีความเสี่ยงต่อโรคจากการทํางาน (ตามประกาศของกระทรวงแรงงานฯ) ลดลง 3. สภาพปัญหา ปัญหาโรคจากการประกอบอาชีพเกิดจากปัจจัยเสี่ยง และพฤติกรรมสุขภาพที่เปลี่ยนแปลงไปหลายด้าน ส่งผลให้ประชากรไทยวัยแรงงานมีปัญหาด้านสุขภาพเพิ่มขึ้น ทั้งที่เกิดจากโรคติดต่อและโรคไม่ติดต่อ โดยเฉพาะโรค ไม่ติดต่อเรื้อรัง

Page 236 of 304


4. เป้าหมายหลักในการดําเนินงานเมื่อสิ้นปี พ.ศ. 2557 สถานประกอบกิจการภาคอุตสาหกรรมอย่างน้อย 300 แห่งทั่วประเทศ ที่มีการประสบอันตรายสูง ตาม ข้อมูลของกองทุนเงินทดแทน (ครอบคลุมสถานประกอบกิจการขนาดใหญ่ , SMEs และวิสาหกิจชุมชน) 5. พื้นที่เป้าหมาย (จังหวัด / อําเภอ / ตําบล) : กลุ่มเป้าหมาย / Setting เป้าหมาย กลุ่มเป้าหมาย : แรงงานไทยในสถานประกอบกิจการที่มีการประสบอันตรายสูงตามข้อมูลของกองทุนเงิน ทดแทน แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้ กลุ่มที่ 1 สถานประกอบกิจการที่ดําเนินการได้ดีแล้ว ให้พัฒนาเป็นแม่ข่าย/พี่เลี้ยง กลุ่มที่ 2 สถานประกอบกิจการกลุ่มเสี่ยง กลุ่มที่ 3 วิสาหกิจชุมชน พื้นที่เป้าหมาย / พื้นที่ดําเนินการ : ทุกจังหวัดอย่างน้อยจังหวัดละ 3 แห่ง (กลุ่มเป้าหมาย 3 กลุ่มๆ ละ 1 แห่ง) 6. มาตรการดําเนินงานที่ส่งผลต่อเป้าหมาย 6.1 การประเมินสถานประกอบกิจการตามมาตรฐาน 6.2 ให้ความรู้ ความเข้าใจ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของแรงงานไทย 6.3 สร้างความตระหนักให้แรงงานไทยมีพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม 3. การเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพจากมลพิษสิ่งแวดล้อม 1. สถานการณ์ โรคและภัยสุขภาพจากสิ่งแวดล้อม หมายถึง การเกิดโรคหรือผลกระทบต่อสุขภาพที่เกิดจากปัญหามลพิษ สิ่งแวดล้อม ที่เกิดจากกิจกรรม การกระทําของมนุษย์ ที่ไม่รวมที่เกิดจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีปัญหาที่ เกิดขึ้นจากการพัฒนาประเทศด้านอุตสาหกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ในปีงบประมาณ 2554 สํานักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค ได้ดําเนินการผลักดัน เข้าสู่คุณลักษณะอําเภอควบคุมโรคเข้มแข็งแบบยั่งยืน ภายใต้ตัวชี้วดั ชือ่ “อําเภอที่มีปญ ั หามลพิษสิง่ แวดล้อมมีการ จัดบริการเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อมในพื้นที”่ โดยกําหนดพื้นทีท่ ี่มปี ัญหามลพิษสิ่งแวดล้อม 5 ประเภท อย่างใดอย่างหนึง่ คือ ปัญหาหมอกควัน ปัญหาสารตะกั่ว ปัญหาสารหนู ปัญหาสารแคดเมียม และปัญหาขยะอันตราย ปัญหาการปนเปื้อนของโลหะหนักในสิ่งแวดล้อม ได้แก่ ปัญหาการปนเปื้อนสารหนู การปนเปื้อนตะกั่ว และการปนเปื้อน แคดเมียมในสิ่งแวดล้อม ปัญหามลพิษทางอากาศ เช่น ปัญหาหมอกควันใน 8 จังหวัดภาคเหนือ ปัญหาการปนเปื้อน สารอินทรีย์ระเหยง่ายในสิ่งแวดล้อม ปัญหามลพิษทางเสียง ปัญหาผลกระทบต่อสุขภาพจาก ขยะอันตราย และ ปั ญ หาการรั บ สั ม ผั ส ตะกั่ ว ในเด็ ก ทั้ ง นี้ จึ ง ได้ มี ก ารพั ฒ นาองค์ ค วามรู้ โ ดยทบทวนงานศึ ก ษาวิ จั ย อย่ า งเป็ น ระบบ (Systematic review) โดยมุ่งเน้นการพัฒนาการจัดบริการเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อมให้กับหน่วยบริการสาธารณสุขในแต่ ละระดับ รวมทั้งพัฒนาเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกกระทรวงสาธารณสุข เพื่อสนับสนุนการดําเนินงาน จัดบริการเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อมในพื้นที่ที่เป็นปัญหาจากมลพิษสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นแนวทางการดําเนินงานด้านเวช ศาสตร์สิ่งแวดล้อมต่อไป

Page 237 of 304


2. เป้าหมายการลดโรค / เป้าหมายการดําเนินงาน 2.1 ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงหรือพื้นทีโ่ อกาสเสี่ยงต่อมลพิษสิ่งแวดล้อมได้รับบริการเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม และสามารถกําหนดกิจกรรมเพือ่ ดูแลสุขภาพของตนเอง 2.2 เด็กกลุ่มเสี่ยงสูงทุกคนได้รับการเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพจากการสัมผัสตะกั่วและติดตามดูแล รักษาอย่างต่อเนื่อง 2.3 หน่วยบริการสาธารณสุขในพื้นที่ที่มีปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อมทุกระดับมีการประสานงานเพื่อการ จัดบริการเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ 3. สภาพปัญหา 3.1 ปัญหาผลกระทบต่อสุขภาพจากมลพิษสิ่งแวดล้อม มีผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวมาอย่างต่อเนื่อง จนถึงปัจจุบัน 3.2 ปัญหาผลกระทบต่อสุขภาพจากมลพิษสิ่งแวดล้อม ได้แก่ พื้นที่เป้าหมายเก่า 3.2.1 ปัญหาหมอกควันไฟป่าใน 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน (จังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย ลําพูน ลําปาง น่าน แพร่ และพะเยา : สคร. 10) และปัญหาหมอกควันไฟป่าในพื้นที่ภาคใต้ เช่น ไฟไหม้ป่า พรุ จังหวัดนครศรีธรรมราช : สคร. 11 3.2.2 ปัญหาบ่อขยะ จังหวัดสระบุรี (สคร. 2) 3.2.3 ปัญหาสารตะกั่วปนเปื้อนห้วยคลิตี้ จังหวัดกาญจนบุรี (สคร. 4) 3.2.4 ปัญหาการปนเปื้อนแคดเมียม อําเภอแม่สอด จังหวัดตาก (สคร. 9) 3.2.5 ปัญหาผลกระทบต่อสุขภาพกรณีมาบตาพุด จังหวัดระยอง (สคร. 3) 3.2.6 ปัญหาการปนเปื้อนโลหะหนักและสารเคมีจากการทําเหมืองทองคํา จังหวัดเลย (สคร. 6) 3..2.7 ปัญหาการปนเปื้อนของสารหนูในพื้นที่การทําเหมืองแร่ดีบุกเก่า จังหวัดสุพรรณบุรี (สคร. 4) และ อุทัยธานี (สคร. 8) 3.2.8 ปัญหามลพิษจากโรงไฟฟ้า อําเภอจะนะ จังหวัดสงขลา (สคร. 12) และอําเภอแม่เมาะ จังหวัดลําปาง (สคร. 10) 3.2.9 ปัญหาขยะอันตรายจากกิจการค้าของเก่า จังหวัดกาฬสินธุ์ (สคร. 6) พื้นที่เป้าหมายใหม่ 3.2.10 ปัญหามลพิษจากกิจการเหมืองใน 5 พื้นที่นําร่อง : กองทุนเฝ้าระวังสุขภาพประชาชนรอบ เหมือง ได้แก่ จังหวัดสุพรรณบุรี (สคร. 4) นครศรีธรรมราช (สคร. 11) ชลบุรี (สคร. 3) สุรินทร์ (สคร. 7) และลําพูน (สคร. 10) 3.2.11 ปัญหาการปนเปื้อนโลหะหนักและสารเคมีจากการทําเหมืองทองคํา บริเวณรอยต่อ 3 จังหวัดได้แก่ จังหวัดพิษณุโลก เพชรบูรณ์ (สคร. 9) และพิจิตร (สคร. 8) 3.2.12 ปัญหามลพิษจากโรงไฟฟ้า อําเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช (สคร.11) 3.2.13 ปัญหาขยะอันตรายจากกิจการค้าของเก่า จังหวัดบุรีรัมย์ (สคร.5) 3.2.14 ปัญหาการสัมผัสสารตะกั่วในเด็ก จังหวัดระยอง (สคร.3) กาญจนบุรี (สคร.4) และตาก (สคร.9)

Page 238 of 304


4. เป้าหมายหลักในการดําเนินงานเมื่อสิ้นปี พ.ศ. 2559 4.1 ร้อยละ 10 ของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงหรือพื้นที่โอกาสเสี่ยงต่อมลพิษสิ่งแวดล้อม ได้รับบริการเวช ศาสตร์สิ่งแวดล้อมและสามารถกําหนดกิจกรรมเพื่อดูแลสุขภาพของตนเอง 4.2 ร้อยละ 10 ของเด็กในพื้นที่เสี่ยงหรือพื้นที่โอกาสเสี่ยงต่อการรับสัมผัสสารตะกั่วได้รับบริการเวช ศาสตร์สิ่งแวดล้อม 4.3 หน่วยบริการสาธารณสุขในพื้นที่ที่มีปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อมทุกระดับมีการประสานงานเพื่อการ จัดบริการ เวชศาสตร์สิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ 12 จังหวัด (ร้อยละ 50) 4.2.1 รพ.สต.ในพื้นที่เสี่ยงหรือพื้นที่โอกาสเสี่ยงต่อมลพิษสิ่งแวดล้อม มีการจัดบริการเวชศาสตร์ สิ่งแวดล้อมได้ตามแนวทางที่กําหนด อย่างน้อย 10 แห่ง 4.2.2 รพช. ในพื้นที่เสี่ยงหรือพื้นที่โอกาสเสี่ยงต่อมลพิษสิ่งแวดล้อม มีการจัดบริการเวชศาสตร์ สิ่งแวดล้อมได้ตามแนวทางที่กําหนด อย่างน้อย 10 แห่ง 4.2.3 รพศ./รพท.ในพื้นที่เสี่ยงหรือพื้นที่โอกาสเสี่ยงต่อมลพิษสิ่งแวดล้อม มีการจัดบริการเวช ศาสตร์สิ่งแวดล้อมได้ตามแนวทางที่กําหนด อย่างน้อย 10 แห่ง 5. พื้นที่เป้าหมาย (จังหวัด / อําเภอ / ตําบล) : กลุ่มเป้าหมาย / Setting เป้าหมาย กลุ่มเป้าหมาย : 1. ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบต่อสุขภาพในพื้นที่เสี่ยงหรือพื้นที่โอกาสเสี่ยงจากมลพิษสิ่งแวดล้อม 2. หน่วยบริการในพื้นที่เสี่ยงหรือพื้นที่โอกาสเสี่ยงจากมลพิษสิ่งแวดล้อม พื้นที่เป้าหมาย : จังหวัดที่มีพื้นที่ที่มีปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อม (ตามที่สํานักฯ กําหนด) 24 จังหวัด พื้นที่เป้าหมาย / พื้นที่ดําเนินการ : ได้แก่ 1. พื้นที่เป้าหมายในการพัฒนาหน่วยบริการเพื่อการจัดบริการเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม แบ่งเป็น (1.1) พื้นที่เป้าหมายเก่า ดําเนินการโดย สคร. (1.2) พื้นที่เป้าหมายใหม่ ดําเนินการร่วมกันระหว่าง สํานักฯ และ สคร. 2. รพศ. / รพท. / รพช. / รพ.สต. ในพื้นที่เป้าหมาย 6. มาตรการดําเนินงานที่ส่งผลต่อเป้าหมาย 6.1 ทบทวนองค์ความรู้เกี่ยวกับผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมที่มีแนวโน้มก่อปัญหาสุขภาพ 6.2 กําหนดกรอบการวิจัย / พัฒนาวิชาการ 6..3 จัดทําแผนความร่วมมือในการศึกษาวิจัย / การพัฒนาวิชาการกับสถาบันการศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 6.4 พัฒนาและสนับสนุนเครือข่ายการดําเนินงานจัดบริการเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม 6.5 พัฒนาความร่วมมือในการจัดบริการเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อมสําหรับพื้นที่ที่มีปัญหาผลกระทบด้านต่างๆ 6.6 สนับสนุนการดําเนินงานเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพจากมลพิษสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ที่ เป็นปัญหาหรือมีแนวโน้มเป็นปัญหา

Page 239 of 304


4. การป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพจากการทํางานของบุคลากรที่ปฏิบัติงานในสถานพยาบาล (Health Care Workers) 1. สถานการณ์ กลุ่มผู้ให้บริการทางการแพทย์และสาธารณสุข ประกอบด้วย บุคลากรที่อยู่ในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวง สาธารณสุข และบุคลากรที่อยู่ในโรงพยาบาลนอกสังกัดกระทรวงสาธารณสุข บุคลากรที่อยู่ในโรงพยาบาลสังกัด กระทรวงสาธารณสุขมีประมาณ 153,933 คนทั่วประเทศ ซึ่งมีความเสี่ยงทางสุขภาพที่เกิดจากการทํางานมากมาย และมีความแตกต่างกันไปตามลักษณะของแผนกการทํางาน และตัวชี้วัดของกลุ่มภารกิจด้านพัฒนาการสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุ ข กํ า หนดไว้ คื อ “ร้ อ ยละของโรงพยาบาลสั ง กั ด กระทรวงสาธารณสุ ข มี ก ระบวนการเป็ น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ” โดยที่กรมควบคุมโรค มีการดําเนินการรองรับตัวชี้วัดดังกล่าว คือ สนับสนุนให้ โรงพยาบาลมีการดําเนินงานประเมินความเสี่ยงจากการทํางานของบุคลากรในโรงพยาบาล โดยมีเป้าหมายให้ โรงพยาบาลค้นหาความเสี่ยงจากการทํางานและมีระบบการจัดการปัญหาความเสี่ยง ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ ซึ่งมี การตั้งเป้าหมายให้โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขผ่านเกณฑ์การประเมินผลการดําเนินงานประเมินความ เสี่ยงฯ ในระดับ 1 ขึ้นไป ร้อยละ 100 (873 แห่ง) ภายในปีงบประมาณ 2554 ผลการดําเนินงานตั้งแต่ปีงบประมาณ 2550 – 2554 มีโรงพยาบาลได้รับการประเมินผ่านเกณฑ์ที่กําหนดจํานวน ทั้งสิ้น 822 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 94.1 ของ โรงพยาบาลทั้งหมด และในปีงบประมาณ 2554 โรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการได้พัฒนาการดําเนินงานจนผ่านเกณฑ์ ประเมินระดับที่ 5 มีจํานวนทั้งสิ้น 67 แห่ง ผลลัพธ์การเฝ้าระวังที่ได้จากการดําเนินงานของโครงการฯ ทําให้ทราบว่าปัจจัยคุกคามสุขภาพของบุคลากรใน โรงพยาบาลสูงสุด ได้แก่ ปัจจัยทางด้านการยศาสตร์ ด้านกายภาพ และด้านชีวภาพ คิดเป็นร้อยละ 26.0, 25.2 และ 22.2 ตามลําดับ นอกจากนี้ยังพบว่า สภาวะสุขภาพของบุคลากรในโรงพยาบาลที่เข้ารับการตรวจสุขภาพประจําปีและ ตรวจสุขภาพตามความเสี่ยงในการทํางาน จํานวน 105,993 คน มีภาวะ BMI มากกว่า 22.9 Kg/m2 จํานวน 36,658 คน (คิดเป็นร้อยละ 34.6) มีภาวะไขมันกลุ่ม Cholesterol ในเลือดสูงมากกว่า 200 mg/dl จํานวน 17,846 ราย (คิด เป็นร้อยละ 16.8) บุคลากรได้รับการตรวจการได้ยิน จํานวน 9,714 ราย (คิดเป็นร้อยละ 22.9) โดยต้องมีการเฝ้าระวัง จํานวน 3,176 ราย (คิดเป็นร้อยละ 32.7) ด้านการเกิดอุบัติเหตุและการบาดเจ็บจากการทํางานของบุคลากรที่พบ ได้แก่ ความเครียดจากการทํางาน 2,875 คน (คิดเป็นร้อยละ 2.7) ความผิดปกติของกระดูกและกล้ามเนื้อ จํานวน 2,086 ราย (คิดเป็นร้อยละ 1.97) 2. เป้าหมายการลดโรค / เป้าหมายการดําเนินงาน 2.1 โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข และโรงพยาบาลเอกชน มีแผนงาน / โครงการทีจ่ ะดูแลสุขภาพ บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข 2.2 บุคลากรในโรงพยาบาลได้รับความรู้ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เหมาะสมในการทํางาน 3. สภาพปัญหา 3.1 กลุ่มผู้ให้บริการทางการแพทย์และสาธารณสุข มีความเสี่ยงทางสุขภาพที่เกิดจากการทํางานมากมาย และมีความแตกต่างกันไปตามลักษณะของแผนกการทํางาน

Page 240 of 304


3.2 ปัจจัยคุกคามสุขภาพของบุคลากรที่ปฏิบัตงิ านในโรงพยาบาลสูงสุด ได้แก่ ปัจจัยทางด้านการยศาสตร์ (โรคปวดหลังปวดกล้ามเนือ้ และกระดูก) อุบตั ิเหตุจากการทํางาน ด้านกายภาพ และด้านชีวภาพ การรับสัมผัสจากสาร อันตรายต่างๆเช่นสารคัดหลั่งจากผู้ป่วยสารดมยาสารฆ่าเชื้อและยังมีอันตรายแฝงเร้นเช่นคลืน่ แม่เหล็กไฟฟ้าระดับ ไมโครเวฟ สารเคมีที่ใช้รกั ษาโรคมะเร็ง สารเคมีผสมเองต่างๆ สารระเหย สารปรอท ฯลฯ 3.3 ปัจจุบัน โรงพยาบาลที่สังกัดกรมวิชาการกระทรวงสาธารณสุข เช่น กรมการแพทย์ กรมสุขภาพจิต และ โรงพยาบาลเอกชน ยัง ไม่ไ ด้เ ข้า ร่ว มโครงการพัฒ นาการป้อ งกัน ควบคุม โรคและภัย สุข ภาพจากการทํา งานของ บุคลากรในสถานพยาบาล 4. เป้าหมายหลักในการดําเนินงานเมื่อสิ้นปี พ.ศ. 2556 4.1 โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขอย่างน้อย 1 แห่ง มีแผนงาน / โครงการที่จะดูแลสุขภาพ บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข 4.2 โรงพยาบาลเอกชนอย่างน้อย 1 แห่ง มีแผนงาน / โครงการที่จะดูแลสุขภาพบุคลากรทางการแพทย์ และสาธารณสุข 5. พื้นที่เป้าหมาย (จังหวัด / อําเภอ / ตําบล) : กลุ่มเป้าหมาย / Setting เป้าหมาย กลุ่มเป้าหมาย : บุคลากรที่ปฏิบัติงานในสถานพยาบาล (Health Workers) ทั้งในสังกัดกรมวิชาการ กระทรวงสาธารณสุข และโรงพยาบาลเอกชน พื้นที่เป้าหมาย / พื้นที่ดําเนินการ : สคร. 1 – 12 , โรงพยาบาลสังกัดกรมวิชาการกระทรวงสาธารณสุข และโรงพยาบาลเอกชน ที่เข้าร่วมโครงการทั่วประเทศ (77 จังหวัด) 6. มาตรการดําเนินงานที่ส่งผลต่อเป้าหมาย 6.1 พัฒนาองค์ความรู้ สถานการณ์ความเสี่ยงต่อสุขภาพในกลุ่มบุคลากรการแพทย์และสาธารณสุข 6.2 สร้างเครือข่ายความร่วมมือในการเฝ้าระวังปัญหาโรคและภัยสุขภาพจากการทํางาน 6.3 ทําความตกลงด้านความร่วมมือทางวิชาการกับหน่วยงานเครือข่าย 6.4 ให้ความรู้ สื่อสารความเสี่ยง และสร้างความตระหนักให้บุคลากรการแพทย์และสาธารณสุขมี พฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมและปลอดภัยจากปัจจัยคุกคามสุขภาพ 5. การเตรียมความพร้อมและตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านโรคและภัยสุขภาพจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม 1. สถานการณ์ ปัญหาด้านภัยสุขภาพจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาที่เกิดจากสารเคมี นับว่ามีความสําคัญและรุนแรงมากยิ่งขึ้น ทั้งที่เกิดจากการกระทําของมนุษย์โดยตรงและผลจากภัยธรรมชาติ เช่น กรณีการเกิดสารเคมีรั่วไหลในนิคมอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์อุทกภัยช่วงเดือนสิงหาคมถึงตุลาคม 2554 ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว ส่งผลต่อสุขภาพของประชาชนที่อาศัยอยู่ในชุมชนใกล้โรงงานได้รับอันตรายจากการสูด ดมก๊าซพิษที่รั่วไหล หรือเหตุถังบรรจุ สารเคมีระเบิดในโรงงานอุตสาหกรรมแห่งหนึ่งในจังหวัดฉะเชิงเทรา ทําให้ พนักงานในโรงงานได้รับบาดเจ็บเป็นจํานวนมาก รวมทั้งกรณีรถขนส่งสารเคมีประสบอุบัติเหตุทําให้สารเคมีรั่วไหลสู่

Page 241 of 304


ชุมชน ดังนั้น จึงต้องมีการพัฒนาระบบกลไกการดําเนินงาน การบริหารจัดการการประสานงานกับเครือข่าย เพื่อให้ การดําเนินงานตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านโรคและภัยสุขภาพจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม เป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพและรวดเร็ว และทีมตอบโต้ฯ มีความปลอดภัยจากการทํางาน 2. เป้าหมายการลดโรค มีก ลไกการจัด การเตรีย มความพร้อ มและระบบการตอบโต้ภ าวะฉุก เฉิน ด้า นโรคและภัย สุข ภาพจาก สิ่งแวดล้อมที่ได้มาตรฐานสากล 3. สภาพปัญหา 3.1 ขาดข้อมูลความเสี่ยงของพื้นที่ และขาดฐานข้อมูลผลกระทบต่อสุขภาพจากสารเคมี 3.2 ขาดระบบการบริหารจัดการที่ดีในการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน เช่น ระบบ Logistic ที่ดี, ระบบรายงานที่ชัดเจน , ช่องทางการส่งต่อข้อมูลหรือรับรายงานการเกิดเหตุจากพื้นที่ , การประสานข้อมูลกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย ฯลฯ 4. เป้าหมายหลักในการดําเนินงานเมื่อสิ้นปี พ.ศ. 2559 4.1 มีทีมปฏิบัติการร่วมในการเตรียมความพร้อมและตอบโต้ภาวะฉุกเฉินที่เกี่ยวข้องอย่างมีประสิทธิภาพ 4.2 มีแผนการดําเนินงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 4.3 ทีมตอบโต้ในพื้นที่เสี่ยงมีศักยภาพ และมีการใช้ข้อมูลในการเตรียมการและดําเนินการตอบโต้ที่ สอดคล้องกับปัญหาในพื้นที่ 5. พื้นที่เป้าหมาย (จังหวัด / อําเภอ / ตําบล) : กลุ่มเป้าหมาย / Setting เป้าหมาย กลุ่มเป้าหมาย : - กลุ่มปฏิบัติการควบคุมโรคและตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข สคร. 1 - 12 - ทีม SRRT ของสํานักงานสาธารณสุขจังหวัดในจังหวัดที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ จังหวัดสมุทรปราการ ระยอง ชลบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี สมุทรสาคร และลําพูน - กลุ่มงานอาชีวเวชกรรมของ รพศ., รพท. พื้นที่เป้าหมาย / พื้นที่ดําเนินการ : 1. พื้นที่ที่คาดว่าจะเกิดปัญหาหรือมีแนวโน้มจะเกิดปัญหา 2. สํานักงานป้องกันควบคุมโรค ที่ 1 – 12 และสํานักงานสาธารณสุขจังหวัดที่มีความเสี่ยงสูง 6. มาตรการดําเนินงานที่ส่งผลต่อเป้าหมาย 6.1 หนุนเสริมกลไกทีมงาน / เครือข่ายในพื้นที่ให้สามารถเตรียมการรองรับอุบัติภัยด้านโรคและภัยจาก การประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อมได้ 6.2 พัฒนากระบวนการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 6.3 สนับสนุนองค์ความรู้และวิชาการให้กับหน่วยงานเครือข่าย

Page 242 of 304


6.4 พัฒนาศักยภาพทีมให้สามารถดําเนินการเตรียมความพร้อมและตอบโต้ด้านโรคและภัยสุขภาพจากการ ประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม 6.5 พัฒนากระบวนการสื่อสารความเสี่ยง 6.6 พัฒนากลไกและการบริหารจัดการการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินของสํานักฯ 6. การพัฒนาการจัดบริการอาชีวอนามัยในหน่วยบริการสาธารณสุขภาครัฐและเอกชน 1. สถานการณ์ การจัดบริการอาชีวอนามัยในหน่วยบริการสาธารณสุขภาครัฐและเอกชน ควรขยายการให้บริการแก่ผู้ ประกอบอาชีพทุกกลุ่มอาชีพให้ทั่วถึงเหมาะสม และมีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านการจัดบริการอาชีวอนามัย และเวช ศาสตร์สิ่งแวดล้อม รวมถึงโรงพยาบาลส่วนใหญ่ยังมีคลินิกโรค จากการทํางานไม่ครบทุกแห่ง ส่งผลให้ไม่สามารถ ให้บริการแก่ผู้ประกอบอาชีพเฉพาะด้านได้ ดังนั้น เพื่อให้การดําเนินงานการจัดบริการอาชีวอนามัยมีศักยภาพ และมี ความพร้อมในการให้บริการ จึงควรพัฒนาการจัดบริการอาชีวอนามัยในหน่วยบริการสาธารณสุขภาครัฐและเอกชน เพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ประกอบอาชีพ 2. เป้าหมายการลดโรค หน่วยบริการสาธารณสุขภาครัฐและเอกชน สามารถจัดบริการอาชีวอนามัยให้กับผู้ประกอบอาชีพทุก อาชีพ ตามมาตรฐานเกณฑ์การดําเนินงาน 3. สภาพปัญหา โรงพยาบาลส่วนใหญ่ยังมีคลินิกโรคจากการทํางานไม่ครบทุกแห่งส่งผลให้ไม่สามารถให้บริการแก่ผู้ ประกอบอาชีพเฉพาะด้านได้ 4. เป้าหมายหลักในการดําเนินงานเมื่อสิ้นปี พ.ศ. 2559 ปี 2557

ปี 2558

ปี 2559

1. โรงพยาบาลแม่ข่าย

1. โรงพยาบาลชุมชนใน

1. ร้อยละ 50 ของโรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไปผ่าน

คลินิกโรคจากการทํางาน เขตพืน้ ที่อตุ สาหกรรม

การประเมินมาตรฐานการจัดบริการอาชีวอนามัยในระดับดีมาก

ระดับภาคสามารถ

หนาแน่น มีการจัดบริการ 2. ร้อยละ 50 ของโรงพยาบาลชุมชนผ่านการประเมินมาตรฐาน

จัดบริการอาชีวอนามัย

คลินิกโรคจากการทํางาน การจัดบริการอาชีวอนามัยในระดับปานกลาง

ระดับตติยภูมิเฉพาะด้าน ครบทุกแห่ง

3. ร้อยละ 50 ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบล มีการประเมิน

อาชีวเวชกรรม ครบทุก

ตนเองตามแนวปฏิบัติการจัดบริการ อาชีวอนามัย

แห่ง

4. ร้อยละ 80 ของสถานพยาบาลภาครัฐในและนอกสังกัด กระทรวงสาธารณสุข มีการประเมินความเสี่ยงและสามารถ ดําเนินงานเฝ้าระวังโรคและภัยสุขภาพจากการทํางาน 5. โรงพยาบาลศูนย์ / ทั่วไป มีการจัดบริการคลินิกโรคจากการ Page 243 of 304


ปี 2557

ปี 2558

ปี 2559 ทํางานครบทุกแห่ง 6. ร้อยละ 50 ของจังหวัด มีทีมตรวจประเมินคุณภาพการ จัดบริการอาชีวอนามัยระดับจังหวัด 7. หน่ ว ยบริ ก ารอาชี ว อนามั ย ภาคเอกชนผ่ า นการประเมิ น มาตรฐานการจัดบริการอาชีว-อนามัย 5 แห่ง 8. พัฒนาศักยภาพศูนย์พัฒนาการจัดบริการอาชีวอนามัยจังหวัด สมุทรปราการ สํานักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม ให้เป็นหน่วยรับรองมาตรฐานการจัดบริการอาชีวอนามัย

5. พื้นที่เป้าหมาย (จังหวัด / อําเภอ / ตําบล) : กลุ่มเป้าหมาย / Setting เป้าหมาย กลุ่มเป้าหมาย : โรงพยาบาลศูนย์ , โรงพยาบาลทั่วไป , โรงพยาบาลชุมชน , โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบล ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข และนอกสังกัดกระทรวงสาธารณสุข และหน่วยบริการอาชีวอนามัยภาคเอกชน พื้นที่เป้าหมาย/พื้นที่ดําเนินการ : สํานักงานป้องกันควบคุมโรค ที่ 1 – 12 , สํานักงานสาธารณสุขจังหวัด และ โรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการฯ 6. มาตรการดําเนินงานที่ส่งผลต่อเป้าหมาย 6.1 ขับเคลื่อนการดําเนินงานมาตรฐานการจัดบริการอาชีวอนามัยของหน่วยบริการสาธารณสุขภาครัฐ สังกัดกระทรวงสาธารณสุข (รพศ./รพท./รพช., รพ.สต.) และหน่วยบริการภาคเอกชน 6.2 ขยายความครอบคลุมการจัดบริการอาชีวอนามัยของหน่วยบริการสาธารณสุข (คลินิกโรคจากการทํางาน) 6.3 พัฒนาโรงพยาบาลแม่ ข่ายคลิ นิกโรคจากการทํ างานระดั บภาคให้เป็นโรงพยาบาลตติยภู มิเฉพาะ ด้านอาชีวเวชกรรม 6.4 พัฒนาคุณภาพการจัดบริการอาชีวอนามัยหน่วยบริการภาคเอกชน 6.5 พัฒนาทีมตรวจประเมินคุณภาพการจัดบริการอาชีวอนามัย 6.6 พัฒนาหน่วยรับรองมาตรฐานการจัดบริการอาชีวอนามัย

Page 244 of 304


สรุปจุดเน้นการดําเนินงาน ปีงบประมาณ 2556 จุดเน้น : โรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

กิจกรรม

พื้นที่เป้าหมาย

สํานัก 1. การป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพจากการประกอบอาชีพในกลุ่มเกษตรกร (การพัฒนาการดูแลสุขภาพเกษตรกรแบบครบวงจร)

สคร

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์

เป้าหมายการลดโรค : 1. ลดโรคพิษสารเคมีจัดศัตรูพืชและความเสี่ยงอันตรายจากการใช้สารเคมีกําจัดศัตรูพืชและสารกําจัดวัชพืชที่มีฤทธิ์ร้ายแรงของเกษตรกร 2. ลดปัญหาโรคกระดูกและกล้ามเนื้อจากการทํางานของเกษตรกร 3. เกษตรกรได้รับความรู้ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เหมาะสมในการทํางาน 4. มีการประเมินภาระโรคของพิษสารกําจัดศัตรูพืช และรายงานผู้ป่วยตามความเป็นจริง 1. พัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยีใน 1. พัฒนาองค์ความรู้ - กี่ % ของรพ. สคร. 1 – 12 , ย.2 กลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ที่มี การป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ และเทคโนโลยีในการ สต. จัดบริหาร ปัญหารวมอยู่ใน 10 ลําดับแรก รพช. , รพ.สต. จากการประกอบอาชีพเกษตรกรรม ป้องกันควบคุมโรค คลินิกสุขภาพ ได้แก่ มีเกษตรกรที่มีปัญหา และสํานักงาน และภัยสุขภาพจาก เกษตรกรได้ตาม ความเสี่ยงและไม่ปลอดภัย สาธารณสุขอําเภอ 1.1 แนวทางการประเมินความเสี่ยง การประกอบอาชีพ แนวทางที่กรม จากการรับสัมผัสสารเคมี (สสอ.) ทั่วประเทศ ทางด้านการยศาสตร์ 1.2 องค์ความรู้ด้านการก่ออันตราย เกษตรกรรม กําจัดศัตรูพืช ปัญหาการแพ้ (77 จังหวัด) กําหนด ของสารกําจัดศัตรูพืชที่ต้องเฝ้าระวัง พิษสารเคมีกําจัดศัตรูพืช จังหวัดละ 1 อําเภอ - 70 % ของ 12 ชนิด 2. สร้างเครื่องมือใน เกษตรกรมี ปัญหาเรื่องโรคตาต้อ ปัญหา 1.3 องค์ความรู้ สถานการณ์ความ การประเมินความ การบาดเจ็บกล้ามเนื้อและ พฤติกรรม เสี่ยงต่อการรับสัมผัสสารเคมีกําจัด เสี่ยง / จัดการความ เหมาะสม กระดูก ปัญหาลมแดด ปัญหา ศัตรูพืชในกลุ่มผู้ทํานา สวน ไร่ เสี่ยง และการพัฒนา หูเสื่อมจากการได้ยิน และ 1.4 ชุดทดสอบการได้รับสัมผัส ผู้ใช้เครื่องมือ ปัญหาโรคฉี่หนู สารเคมีกําจัดศัตรูพืชและชุดทดสอบ การรับพิษสารเคมีกําจัดศัตรูพืช

Page 245 of 304

SM 211


มาตรการหลัก/ โครงการ 3. พัฒนาระบบ บริการอาชีวอนามัย ในระดับหน่วยบริการ ปฐมภูมิ (รพ.สต.)

4. พัฒนาข้อเสนอเชิง นโยบายการเลิกใช้ สารเคมีกําจัดศัตรูพืช ที่มีพิษร้ายแรงที่ต้อง เฝ้าระวัง 12 ชนิด

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ ย.1

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

กิจกรรม สํานัก 2. พัฒนาภาคีเครือข่ายความ ร่วมมือและสนับสนุนการ ดําเนินงานคลินิกสุขภาพเกษตรกร 2.1 จัดประชุมชี้แจงถ่ายทอด รูปแบบ/ แนวทางการดําเนินงานจัดบริการ คลินิกสุขภาพเกษตรกรให้แก่ สคร. 1 – 12 และสนับสนุนการ ดําเนินงานของ สคร. 1 – 12

Page 246 of 304

สคร 2. พัฒนาภาคีเครือข่ายความ ร่วมมือและสนับสนุนการ ดําเนินงานคลินิกสุขภาพเกษตรกร 2.1 ชี้แจงถ่ายทอดรูปแบบ / แนว ทางการดําเนิน งานจัดบริการคลินิก สุขภาพเกษตรกร และสนับสนุน การดําเนินงาน ให้แก่ รพ.สต. รพช. และ สสอ. ในพื้นที่รับผิดชอบ

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ สํานักฯ : สร้าง เครือข่ายฯ 1 เครือข่าย (สคร.) สคร. : สร้าง เครือข่ายฯ 3 เครือข่าย (รพ. สต. , รพช. , สสอ.) -รพ.สต. มีการ จัดบริการ คลินิกสุขภาพ เกษตรกรได้ ตามแนวทาง (ร้อยละ 10)


มาตรการหลัก/ โครงการ 5. ให้ความรู้ สื่อสาร ความเสี่ยง และสร้าง ความตระหนักให้ เกษตรกรมีพฤติกรรม สุขภาพที่เหมาะสม และปลอดภัยจาก สารเคมีกําจัดศัตรูพืช และโรคที่เกี่ยวข้อง กับกระดูกและ กล้ามเนื้อ (ตาม โครงการ “แรงงาน ไทยปลอดภัยห่างไกล โรคกระดูกและ กล้ามเนื้อ”

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ ย.3

กลุ่มเป้าหมาย

กิจกรรม

พื้นที่เป้าหมาย

สํานัก

สคร

3. ให้ความรู้ สื่อสารความเสี่ยง และ สร้างความตระหนักให้เกษตรกรมี พฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมและ ปลอดภัยจากโรคที่เกี่ยวข้องกับ กระดูกและกล้ามเนื้อ (ตามโครงการ “แรงงานไทยปลอดภัยห่างไกลโรค กระดูกและกล้ามเนื้อ” 3.1 จัดทําองค์ความรู้ เนื้อหาเอกสาร วิชาการ “โรคกระดูกและกล้ามเนื้อ” 3.2 ผลิตเอกสารวิชาการ สื่อสิ่งพิมพ์ (คู่มือการดูแลสุขภาพด้านการยศาสตร์ สําหรับประชาชน , แผ่นพับ , โปสเตอร์) 3.3 เผยแพร่เอกสารวิชาการลงสู่ กลุ่มเป้าหมาย (สคร. 1 – 12) 3.4 สื่อสารความเสี่ยงในภาพรวมของ ประเทศ และจัดกิจกรรมรณรงค์ Kick Off 4. ติดตามสนับสนุนการดําเนินงานของ สคร.

3. ให้ความรู้ สื่อสารความเสี่ยง และ สร้างความตระหนักให้เกษตรกรมี พฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมและ ปลอดภัยจากโรคที่เกี่ยวข้องกับ กระดูกและกล้ามเนื้อ (ตามโครงการ “แรงงานไทยปลอดภัยห่างไกลโรค กระดูกและกล้ามเนื้อ” 3.1 เผยแพร่เอกสารวิชาการลงสู่ กลุ่มเป้าหมาย (เกษตรกรในพื้นที่) 3.2 สนับสนุนการดําเนินงานรณรงค์ / ให้ความรู้ / สื่อสารความเสี่ยง เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ เรื่อง อันตราย จากสารเคมีกําจัดศัตรูพืช และโรคที่ เกี่ยวข้องกับกระดูกและกล้ามเนื้อ แก่ จังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบ

Page 247 of 304

4. ติดตามสนับสนุนการดําเนินงาน ของพื้นที่

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ - ร้อยละของ เกษตรกร กลุ่มเป้าหมาย รับทราบและมี ความรู้ (ร้อยละ 80) - ร้อยละของ เกษตรกร กลุ่มเป้าหมาย มีพฤติกรรม สุขภาพที่ เหมาะสม (ร้อย ละ 70)


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

กิจกรรม

พื้นที่เป้าหมาย

สํานัก

สคร

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์

2.การดูแลสุขภาพผู้ประกอบอาชีพในสถานประกอบกิจการ ตามโครงการ “วัยทํางาน ปลอดโรค ปลอดภัย กายใจเป็นสุข”

เป้าหมายการลดโรค : แรงงานไทยในสถานประกอบกิจการมีความเสี่ยงต่อโรคจากการทํางาน (ตามประกาศของกระทรวงแรงงานฯ) ลดลง 1. การประเมินสถาน ประกอบกิจการตาม มาตรฐาน

2. ให้ความรู้ ความ เข้าใจ และปรับเปลี่ยน พฤติกรรมสุขภาพของ แรงงานไทย

70 % ของแรงงาน ในสถาน ประกอบการมี พฤติกรรมเหมาะสม

ย.2

ย.1

แรงงานไทยในสถานประกอบ กิจการที่มีการประสบอันตราย สูงตามข้อมูลของกองทุนเงิน ทดแทน แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้ กลุ่มที่ 1 สถานประกอบกิจการ ที่ดําเนินการได้ดีแล้ว ให้พัฒนา เป็นแม่ข่าย/พี่เลี้ยง กลุ่มที่ 2 สถานประกอบกิจการ กลุ่มเสี่ยง กลุ่มที่ 3 วิสาหกิจชุมชน

ทุกจังหวัดอย่าง น้อยจังหวัดละ 3 แห่ง (กลุ่มเป้าหมาย 3 กลุ่มๆ ละ 1 แห่ง)

SM 211

1. พัฒนาเกณฑ์ / แนวทางการ ประเมิน สถานประกอบกิจการตาม มาตรฐาน โดยบูรณาการกับเกณฑ์ Healthy Workplace

2. สํานักฯ และ สคร .ดําเนินการ ประเมินสถานประกอบกิจการตาม โครงการฯ ดังนี้ 2.1 จัดตั้งคณะกรรมการพิจารณา คัดเลือกสถานประกอบกิจการ 2.2 จัดประชุมสรุปผลการประเมิน สถานประกอบกิจการเป้าหมาย และ มอบรางวัลแก่สถานประกอบกิจการ เป้าหมาย

Page 248 of 304

2. สํานักฯ และ สคร .ดําเนินการ ประเมินสถานประกอบกิจการตาม โครงการฯ ดังนี้ 2.1 ชี้แจงแก่สถานประกอบกิจการ เป้าหมาย 2.2 ออกตรวจประเมิน / ติดตาม การ ดําเนินงานในสถานประกอบกิจการ เป้าหมาย 2.3 ออกไปคัดเลือกและจัดลําดับ สถานประกอบกิจการที่ผ่านการ ประเมิน

ความสําเร็จของ การสร้าง เครือข่ายฯ 1 เครือข่าย (สถาน ประกอบกิจการ)


มาตรการหลัก/ โครงการ 3. สร้างความตระหนัก ให้แรงงานไทยมี พฤติกรรมสุขภาพที่ เหมาะสม

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ ย.3

กลุ่มเป้าหมาย

กิจกรรม

พื้นที่เป้าหมาย

สํานัก

สคร

3. ให้ความรู้ สื่อสารความเสี่ยง และสร้าง ความตระหนักให้แรงงานไทยในสถาน ประกอบกิจการมีพฤติกรรมสุขภาพที่ เหมาะสมและปลอดภัยจากโรคที่ เกี่ยวข้องกับกระดูกและกล้ามเนื้อ (ตาม โครงการ “แรงงานไทยปลอดภัยห่างไกล โรคกระดูกและกล้ามเนื้อ”) โดยเฉพาะ กลุ่มสถานประกอบกิจการกลุ่มเสี่ยง และ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน ดังนี้ 3.1 จัดทําองค์ความรู้ เนื้อหาเอกสาร วิชาการ “โรคกระดูกและกล้ามเนื้อ” 3.2 ผลิตเอกสารวิชาการ สื่อสิ่งพิมพ์ (คู่มือการดูแลสุขภาพด้านการยศาสตร์ สําหรับประชาชน , แผ่นพับ , โปสเตอร์) 3.3 เผยแพร่เอกสารวิชาการลงสู่ กลุ่มเป้าหมาย (สคร. 1 – 12) 3.4 สื่อสารความเสี่ยงในภาพรวมของ ประเทศ และจัดกิจกรรมรณรงค์ Kick Off

3. ให้ความรู้ สื่อสารความเสี่ยง และสร้าง ความตระหนักให้แรงงานไทยในสถาน ประกอบกิจการมีพฤติกรรมสุขภาพที่ เหมาะสมและปลอดภัยจากโรคที่ เกี่ยวข้องกับกระดูกและกล้ามเนื้อ (ตาม โครงการ “แรงงานไทยปลอดภัยห่างไกล โรคกระดูกและกล้ามเนื้อ”) โดยเฉพาะ กลุ่มสถานประกอบกิจการกลุ่มเสี่ยง และ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน ดังนี้ 3.1 เผยแพร่เอกสารวิชาการลง สู่กลุ่มเป้าหมาย (แรงงานไทยใน สถานประกอบกิจการในพื้นที่) 3.2 สนับสนุนการดําเนินงานรณรงค์ / ให้ความรู้ / สื่อสารความเสี่ยง เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ เรื่อง ปัจจัยคุกคาม สุขภาพ และโรคที่เกี่ยวข้องกับกระดูก และกล้ามเนื้อ ของกลุ่มแรงงานไทยใน สถานประกอบกิจการ แก่จังหวัดในพื้นที่ รับผิดชอบ

4. สุ่มตรวจประเมิน/นิเทศติดตาม ร่วมกับสํานักโรคไม่ติดต่อ

Page 249 of 304

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ -แรงงานไทยใน สถานประกอบ กิจการรับทราบ และมีความรู้ (ร้อยละ 80) - แรงงานไทยใน สถานประกอบ กิจการมี พฤติกรรมสุขภาพ ที่เหมาะสม (ร้อย ละ 70)


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

กิจกรรม

พื้นที่เป้าหมาย

สํานัก

สคร

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์

3. การเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพจากมลพิษสิ่งแวดล้อม

เป้าหมายการลดโรค : 1. ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงหรือพื้นที่โอกาสเสี่ยงต่อมลพิษสิ่งแวดล้อม ได้รับบริการเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อมและสามารถกําหนดกิจกรรมเพื่อดูแลสุขภาพของตนเอง 2. เด็กกลุ่มเสี่ยงสูงทุกคนได้รับการเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพจากการสัมผัสตะกั่วและติดตามดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง 3. หน่วยบริการสาธารณสุขในพื้นที่ที่มีปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อมทุกระดับมีการประสานงานเพื่อการ 1. ทบทวนองค์ความรู้ เกี่ยวกับผลกระทบจาก สิ่งแวดล้อมที่มีแนวโน้ม ก่อปัญหาสุขภาพ 2. กําหนดกรอบการ วิจัย / พัฒนาวิชาการ 3. จัดทําแผนความ ร่วมมือในการศึกษาวิจัย / การพัฒนาวิชาการ กับสถาบันการศึกษา และหน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง 4. พัฒนาและสนับสนุน เครือข่ายการ ดําเนินงานจัดบริการ เวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม

กี่ % แหล่งบริการ ในพื้นที่เสี่ยงและมี โอกาสเสี่ยง มีการ จัดบริการเวช ศาสตร์สิ่งแวดล้อม ได้ตามมาตรฐาน

ย.2

1. ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ ต่อสุขภาพในพื้นที่เสี่ยงหรือพื้นที่ โอกาสเสี่ยงจากมลพิษสิ่งแวดล้อม 2. หน่วยบริการในพื้นที่เสี่ยง หรือพื้นที่โอกาสเสี่ยงจากมลพิษ สิ่งแวดล้อม

1. พื้นที่เป้าหมายใน การพัฒนาหน่วยบริการ เพื่อการจัดบริการเวช ศาสตร์สิ่งแวดล้อม แบ่งเป็น (1.1) พื้นที่เป้าหมาย เก่าดําเนินการโดย สคร. ได้แก่ (1.1.1) ปัญหาหมอก ควันไฟป่าใน 8 จังหวัด ภาคเหนือตอนบน (เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย ลําพูน ลําปาง น่าน แพร่ และ พะเยา : สคร. 10) และปัญหาหมอกควัน ไฟป่าในพื้นที่ภาคใต้ เช่น ไฟไหม้ป่าพรุ จ. นครศรีธรรมราช : สคร. 11

1. ทบทวนและพัฒนาองค์ความรู้เรื่อง โรคมะเร็งจากมลพิษสิ่งแวดล้อม และ ผลกระทบจากการรับสัมผัสสารตะกั่ว ในเด็ก โดย 1.1 จัดตั้งคณะกรรมการ 1.2 รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลที่ เกี่ยวข้อง 1.3 จัดประชุมคณะกรรมการฯ เพื่อ กําหนดกรอบการดําเนินงาน 1.4 จัดประชุมเพื่อทบทวนงานศึกษา วิจัยอย่างเป็นระบบ (Systematic Review) 1.5 เก็บข้อมูล ประเมินผล การใช้องค์ ความรู้ในพื้นที่ 1.6 สรุปและจัดทําองค์ความรู้

Page 250 of 304

1. วิเคราะห์/ประเมินความเสี่ยงฯ จังหวัดในพื้นที่ และกําหนดพื้นที่ เป้าหมาย และพัฒนาวิชาการที่เป็น ปัญหาเฉพาะของแต่ละพื้นที่

SM 211


มาตรการหลัก/ โครงการ 5. พัฒนาความร่วมมือ ในการจัดบริการเวช ศาสตร์สิ่งแวดล้อม สําหรับพื้นที่ที่มีปัญหา ผลกระทบด้านต่างๆ

6. สนับสนุนการ ดําเนินงานเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรค และภัยสุขภาพจาก มลพิษสิ่งแวดล้อมใน พื้นที่ที่เป็นปัญหาหรือ มีแนวโน้มเป็นปัญหา

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ ย.1

กลุ่มเป้าหมาย

กิจกรรม

พื้นที่เป้าหมาย (1.1.2) ปัญหาบ่อขยะ จ.สระบุรี ( สคร. 2) (1.1.3) ปัญหาสาร ตะกั่ว ปนเปื้อนห้วยค ลิตี้ จ.กาญจนบุรี (สคร. 4) (1.1.4) ปัญหาการ ปนเปื้อนแคดเมียม อ. แม่สอด จ.ตาก (สคร. 9) (1.1.5) ปัญหา ผลกระทบต่อสุขภาพ กรณีมาบตาพุด จ. ระยอง (สคร. 3) (1.1.6) ปัญหาการ ปนเปื้อนโลหะหนัก และสารเคมีจากการทํา เหมืองทองคํา จ.เลย (สคร. 6)

สํานัก

สคร

2. พัฒนาและสนับสนุนเครือข่ายการ ดําเนินงานจัดบริการเวชศาสตร์ สิ่งแวดล้อม 2.1 จัดทําคู่มือการปฏิบัติงาน จัดบริการเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม 2.2 จัดประชุมเครือข่ายทุกระดับ เพื่อ เชิญชวน / อาสาสมัครเข้าร่วม ดําเนินงาน และถ่ายทอดองค์ความรู้แก่ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข 2.3 ชี้แจง และหรืออบรมให้ความรู้แก่ เจ้าหน้าที่ในพื้นที่เพื่อการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคฯ ติดตาม ประเมินผล เก็บข้อมูล และสนับสนุน การดําเนินงานของ สคร. ในพื้นที่ เป้าหมายใหม่

2. พัฒนาและสนับสนุนเครือข่ายการ ดําเนินงานจัดบริการเวชศาสตร์ สิ่งแวดล้อม 2.1 ทบทวน / วิเคราะห์สถานการณ์ ปัญหาในพื้นที่ พร้อมทั้งกําหนดหน่วย บริการเป้าหมาย 2.2 ชี้แจง และ/หรืออบรมให้ความรู้แก่ เจ้าหน้าที่ในพื้นที่เพื่อการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพ จากมลพิษสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ เป้าหมายเก่า 2.3 ติดตาม ประเมินผล เก็บข้อมูล และสนับสนุนการดําเนินงานของ จังหวัดและหน่วยงานเครือข่ายในพื้นที่ เป้าหมายเก่า

Page 251 of 304

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ ความสําเร็จของ การสร้าง เครือข่ายฯ 1 เครือข่าย (รพ.สต.)


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ ย.1

กลุ่มเป้าหมาย

กิจกรรม

พื้นที่เป้าหมาย (1.1.7) ปัญหาการ ปนเปื้อนของสารหนูใน พื้นที่การทําเหมืองแร่ ดีบุกเก่า จ.สุพรรณบุรี (สคร. 4) และอุทัยธานี (สคร. 8) (1.1.8) ปัญหามลพิษ จากโรงไฟฟ้า อ.จะนะ จ.สงขลา (สคร. 12) และ อ.แม่เมาะ จ. ลําปาง (สคร. 10) (1.1.9) ปัญหาขยะ อันตรายจากกิจการค้า ของเก่า จ.กาฬสินธุ์ (สคร. 6)

สํานัก 3. พัฒนาความร่วมมือในการจัดบริการ เวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม สําหรับพื้นที่ที่ มีปัญหาผลกระทบต่อสุขภาพจาก โรงไฟฟ้า 3.1 ทบทวน วิเคราะห์สถานการณ์ ปัญหา 3.2 จัดประชุมคณะกรรมการฯ และ ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อดําเนินงานจัดบริการ เวชศาสตร์สิ่งแวดล้อมสําหรับกิจการ พลังงาน 3.3 จัดประชุมในพื้นที่ 3.4 ประสาน ติดตามสนับสนุนการ ดําเนินงานในพื้นที่

Page 252 of 304

สคร

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ ความสําเร็จของ การสร้าง เครือข่ายฯ 1 เครือข่าย


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ ย.1

กลุ่มเป้าหมาย

กิจกรรม

พื้นที่เป้าหมาย (1.2) พื้นที่เป้าหมายใหม่ ดําเนินการร่วมกันระหว่าง สํานักฯ และ สคร. ได้แก่ (1.2.1) ปัญหามลพิษจาก กิจการเหมืองใน 5 พื้นที่ นําร่อง : กองทุนเฝ้าระวัง สุขภาพประชาชน รอบ เหมือง ได้แก่ สุพรรณบุรี (สคร. 4) นครศรีธรรมราช (สคร. 11) ชลบุรี (สคร. 3) สุรินทร์ (สคร. 7) และ ลําพูน (สคร. 10) (1.2.2) ปัญหาการ ปนเปื้อนโลหะหนักและ สารเคมีจากการทํา เหมืองทองคําบริเวณ รอยต่อ 3 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ (สคร. 9) และพิจิตร (สคร. 8) (12.3) ปัญหามลพิษจาก โรงไฟฟ้า อ.ขนอม จ. นครศรีธรรมราช (สคร.11)

สํานัก 4. สนับสนุนการดําเนินงานเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพ จากมลพิษสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ที่เป็น ปัญหาหรือมีแนวโน้มเป็นปัญหา 4.1 สนับสนุนการดําเนินงานในพื้นที่ เฉพาะ 4.1.1 จัดประชุมสนับสนุนวิชาการเพื่อ การดําเนินงานประเมิน เฝ้าระวัง และ จัดการปัญหาผลกระทบต่อสุขภาพ จากสิ่งแวดล้อม กรณีปัญหาพื้นที่เฉพาะ 4.1.2 ประสานและประชุมเครือข่ายฯ 4.1.3 ประสาน ติดตาม สนับสนุนการ ดําเนินงานในพื้นที่

Page 253 of 304

สคร

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ ความสําเร็จของ การสร้าง เครือข่ายฯ 1 เครือข่าย


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

กิจกรรม

พื้นที่เป้าหมาย

สํานัก

สคร

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์

(1.2.4) ปัญหาขยะ อันตรายจากกิจการค้า ของเก่า จ.บุรีรัมย์ (สคร.5) (1.2.5) ปัญหาการสัมผัส สารตะกั่วในเด็ก จ.ระยอง (สคร.3) กาญจนบุรี (สคร.4) และตาก (สคร.9) 2. รพศ. / รพท. / รพช. /รพ.สต. ในพื้นที่

4. การป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพจากการทํางานของบุคลากรที่ปฏิบัติงานในสถานพยาบาล (Health Care Workers)

เป้าหมายการลดโรค : 1. โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข และโรงพยาบาลเอกชน มีแผนงาน / โครงการที่จะดูแลสุขภาพบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข 2. บุคลากรในโรงพยาบาลได้รับความรู้ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เหมาะสมในการทํางาน 1. พัฒนาองค์ความรู้ สถานการณ์ความเสี่ยง ต่อสุขภาพในกลุ่ม บุคลากรการแพทย์ และสาธารณสุข

70 % ของผู้ ให้บริการทาง การแพทย์ในพื้นที่ มีพฤติกรรม เหมาะสม

ย.2

บุคลากรที่ปฏิบัติงานใน สถานพยาบาล (Health Workers) ทั้งในสังกัดกรม วิชาการกระทรวงสาธารณสุข และโรงพยาบาลเอกชน

สคร. 1 – 12 , โรงพยาบาลสังกัดกรม วิชาการกระทรวง สาธารณสุข และ โรงพยาบาลเอกชน ที่ เข้าร่วมโครงการทั่ว ประเทศ (77 จังหวัด)

SM 211 1. พัฒนาองค์ความรู้ สถานการณ์ความ 1.พัฒนาวิชาการและสนับสนุนการ เสี่ยงต่อการรับสัมผัสสารปรอทในกลุ่ม ดูแลสุขภาพในปัญหาสุขภาพที่สําคัญ ของบุคลากรใน รพ. ในพื้นที่รับผิดชอบ ผู้ให้บริการทางทันตกรรมของ สถานพยาบาลสาธารณสุข

2. ถอดบทเรียนการป้องกันและ จัดการปัญหาสุขภาพในการประเมิน ความเสี่ยงจากการทํางานของบุคลากร ในโรงพยาบาล

Page 254 of 304


มาตรการหลัก/ โครงการ 2. สร้างเครือข่ายความ ร่วมมือในการเฝ้าระวัง ปัญหาโรคและภัย สุขภาพจากการทํางาน 3. ทําความตกลงด้าน ความร่วมมือทาง วิชาการกับหน่วยงาน เครือข่าย 4. ให้ความรู้ สื่อสาร ความเสี่ยง และสร้าง ความตระหนักให้ บุคลากรการแพทย์ และสาธารณสุขมี พฤติกรรมสุขภาพที่ เหมาะสมและปลอดภัย จากปัจจัยคุกคาม สุขภาพ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ ย.1

กลุ่มเป้าหมาย

กิจกรรม สํานัก

สคร

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์

3. พัฒนาภาคีเครือข่ายความร่วมมือ และสนับสนุนการดําเนินงานป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพจากการ ทํางานกับกลุ่มโรงพยาบาลในสังกัด กรมวิชาการกระทรวงสาธารณสุข และกลุ่มโรงพยาบาลเอกชน 3.1 ตั้งคณะทํางานและจัดประชุมร่วม กับผู้ที่เกี่ยวข้อง 3.2 จัดประชุมเครือข่ายเพื่อถ่ายทอด องค์ความรู้และเทคโนโลยี ทําความตก ลงด้านความร่วมมือทางวิชาการ 3.3 ประสาน สนับสนุน และติดตาม ความ ก้าวหน้าในการดําเนินงานของ เครือข่าย รพ. ในสังกัดกรมวิชาการ กระทรวงสาธารณสุข และกลุ่ม รพ. เอกชน ทั่วประเทศ

2. พัฒนาภาคีเครือข่ายความร่วมมือ และสนับสนุนการดําเนินงานป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพจากการ ทํางานกับกลุ่มโรงพยาบาลในสังกัด กรมวิชาการกระทรวงสาธารณสุข และกลุ่มโรงพยาบาลเอกชน 2.1 ประสาน สนับสนุน และติดตาม ความก้าวหน้าในการดําเนินงานของ เครือข่ายโรงพยาบาลในสังกัดกรม วิชาการกระทรวงสาธารณสุข และกลุ่ม โรงพยาบาลเอกชน ในพื้นที่รับผิดชอบ

ความสําเร็จของ การสร้าง เครือข่ายฯ 2 เครือข่าย (กลุ่ม โรงพยาบาลใน สังกัดกรม วิชาการ กระทรวง สาธารณสุข และ กลุ่มโรงพยาบาล เอกชน)

พื้นที่เป้าหมาย

Page 255 of 304


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ ย.3

กลุ่มเป้าหมาย

กิจกรรม

พื้นที่เป้าหมาย

สํานัก

สคร

4. ให้ความรู้ สื่อสารความเสี่ยง และ สร้างความตระหนักให้บุคลากร ทางการแพทย์และสาธารณสุข มี พฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมและ ปลอดภัยจากโรคที่เกี่ยวข้องกับ กระดูกและกล้ามเนื้อ (ตามโครงการ “แรงงานไทยปลอดภัยห่างไกลโรค กระดูกและกล้ามเนื้อ” 4.1 จัดทําองค์ความรู้ เนื้อหาเอกสาร วิชาการ “โรคกระดูกและกล้ามเนื้อ” 4.2 ผลิตเอกสารวิชาการ สื่อสิ่งพิมพ์ (คู่มือการดูแลสุขภาพด้านการยศาสตร์ สําหรับประชาชน , แผ่นพับ , โปสเตอร์) 4.3 เผยแพร่เอกสารวิชาการลงสู่ กลุ่มเป้าหมาย (สคร. 1 – 12) 4.4 สื่อสารความเสี่ยงในภาพรวมของ ประเทศ และจัดกิจกรรมรณรงค์ Kick Off

3. ให้ความรู้ สื่อสารความเสี่ยง และสร้าง ความตระหนักให้บุคลากรทางการแพทย์ และสาธารณสุข มีพฤติกรรมสุขภาพที่ เหมาะสมและปลอดภัยจากโรคที่ เกี่ยวข้องกับกระดูกและกล้ามเนื้อ (ตาม โครงการ “แรงงานไทยปลอดภัยห่างไกล โรคกระดูกและกล้ามเนื้อ” 3.1 เผยแพร่เอกสารวิชาการลงสู่ กลุ่มเป้าหมาย (บุคลากรที่ปฏิบัติ งานใน สถานพยาบาลเป้าหมายในพื้นที่ของ สคร. ทั้งในสังกัดกรมวิชาการกระทรวง สาธารณสุข และโรงพยาบาลเอกชน) 3.2 สนับสนุนการดําเนินงานรณรงค์/ ให้ความรู้/ สื่อสารความเสี่ยง เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ เรื่อง ปัจจัยคุกคาม สุขภาพ และโรคที่เกี่ยวข้องกับกระดูก และกล้ามเนื้อของกลุ่มบุคลากรทาง การแพทย์และสาธารณสุข แก่จังหวัดใน พื้นที่รับผิดชอบ

Page 256 of 304

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ - ร้อยละของกลุ่ม ผู้ให้บริการ ทางการแพทย์ และสาธารณสุข รับทราบ และมี ความรู้ (ร้อยละ 80) - ร้อยละของกลุ่มผู้ ให้บริการทาง การแพทย์และ สาธารณสุขมี พฤติกรรมสุขภาพ ที่เหมาะสม (ร้อย ละ 70)


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

กิจกรรม

พื้นที่เป้าหมาย

สํานัก

สคร

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์

5. การเตรียมความพร้อมและตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านโรคและภัยสุขภาพจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม

เป้าหมายการลดโรค : มีกลไกการจัดการเตรียมความพร้อมและระบบการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านโรคและภัยสุขภาพจากสิ่งแวดล้อมที่ได้มาตรฐานสากล 1. หนุนเสริมกลไก ทีมงาน / เครือข่ายใน พื้นที่ให้สามารถ เตรียมการรองรับ อุบัติภัยด้านโรคและภัย จากการประกอบอาชีพ และสิ่งแวดล้อมได้

ย.4

1. กลุ่มปฏิบัติการควบคุมโรค และตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทาง สาธารณสุข สคร. 1 - 12 จํานวน 50 คน 2. ทีม SRRT ของสํานักงาน สาธารณสุขจังหวัดในจังหวัดที่มี ความเสี่ยงสูง ได้แก่ จังหวัด สมุทรปราการ ระยอง ชลบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี สมุทรสาคร และลําพูน 3. กลุ่มงานอาชีวเวชกรรมของ รพศ., รพท.

1. พื้นที่ที่คาดว่าจะเกิด ปัญหาหรือมีแนวโน้มจะ เกิดปัญหา 2. สํานักงานป้องกัน ควบคุมโรคที่ 1 – 12 และสํานักงาน สาธารณสุขจังหวัดที่มี ความเสี่ยงสูง

1. กําหนดทิศทางการดําเนินงานและ จัดทําองค์ความรู้ด้านการเตรียมความ พร้อมและตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านโรค และภัยสุขภาพจากการประกอบอาชีพ และสิ่งแวดล้อม

Page 257 of 304

- จํานวนของ หน่วยงานที่มี กลไกและ ขั้นตอนการ บริหารจัดการ ตามเกณฑ์ที่ กําหนด (13 หน่วยงาน : สํานักฯ และ สคร. 1 – 12)


มาตรการหลัก/ โครงการ 2. พัฒนากระบวนการ ประสานความร่วมมือ ระหว่างหน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง 3. สนับสนุนองค์ ความรู้และวิชาการ ให้กับหน่วยงาน เครือข่าย

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

กิจกรรม

พื้นที่เป้าหมาย

สํานัก

สคร

2. ถอดบทเรียนการดําเนินงานตอบโต้ ภาวะฉุกเฉิน และสอบสวนโรคและภัย สุขภาพจากการประกอบอาชีพและ สิ่งแวดล้อม 2.1 ถอดบทเรียนการดําเนินงานตอบ โต้ภาวะฉุกเฉิน และสอบสวนโรคและ ภัยสุขภาพจากการประกอบอาชีพและ สิ่งแวดล้อม

2. ถอดบทเรียนการดําเนินงานตอบโต้ ภาวะฉุกเฉิน และสอบสวนโรคและภัย สุขภาพจากการประกอบอาชีพและ สิ่งแวดล้อม 2.1 ร่วมถอดบทเรียนการดําเนิน งาน ตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน และสอบสวนโรค และภัยสุขภาพจากการประกอบอาชีพ และสิ่งแวดล้อม

4. พัฒนาศักยภาพทีม ให้สามารถดําเนินการ เตรียมความพร้อมและ ตอบโต้ด้านโรคและภัย สุขภาพจากการ ประกอบอาชีพและ สิ่งแวดล้อม

Page 258 of 304

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ - ร้อยละของ สถานการณ์ ฉุกเฉินและภัย พิบัติซึ่งมีปัญหา โรคและภัย สุขภาพจากการ ประกอบอาชีพ และสิ่งแวดล้อม ที่สามารถตอบโต้ ตามเกณฑ์ที่ กําหนด (ร้อยละ 80)


มาตรการหลัก/ โครงการ 5. พัฒนากระบวนการ สื่อสารความเสี่ยง

6. พัฒนากลไกและ การบริหารจัดการการ ตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน ของสํานักฯ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

กิจกรรม

พื้นที่เป้าหมาย

สํานัก 3. จัดทําและสังเคราะห์องค์ความรู้ เพื่อสนับสนุนการดําเนินงานตอบโต้ ภาวะฉุกเฉิน และสอบสวนโรคและภัย สุขภาพจากการประกอบอาชีพและ สิ่งแวดล้อม 3.1 จัดทําแนวทางการวิเคราะห์ สถานการณ์ 3.2 จัดทําเกณฑ์ / แนวทางการ ประเมินความเสี่ยง (Risk assessment) ด้านสารเคมีในพื้นที่ รับผิดชอบ 3.3 จัดทําเกณฑ์ / แนวทาง (SOP)

Page 259 of 304

สคร

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

กิจกรรม

พื้นที่เป้าหมาย

สํานัก

สคร

4. พัฒนาทีม / กลุ่มปฏิบัติการควบคุม โรคและตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทาง สาธารณสุข 4.1 พัฒนาทีม / กลุ่มปฏิบัติการ ควบคุมโรคและตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน ทางสาธารณสุข สคร. 1 - 12 ให้ สามารถวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหา และทําการประเมินความเสี่ยงด้าน สารเคมีในพื้นที่รับผิดชอบ

4. พัฒนาทีม / กลุ่มปฏิบัติการควบคุม โรคและตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทาง สาธารณสุข 4.1 พัฒนาทีม PHER ในพื้นที่ให้ สามารถวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหา และทําการประเมินความเสี่ยงด้าน สารเคมีในพื้นที่รับผิดชอบ โดย 4.1.1 จัดเวทีร่วมกับเครือข่ายเพื่อ วิเคราะห์สถานการณ์ในพื้นที่ 4.1.2 ดําเนินการประเมินความเสี่ยง ด้านสารเคมีในพื้นที่รับผิดชอบ 5. ดําเนินการสอบสวนโรค ตอบโต้ ภาวะฉุกเฉิน เก็บข้อมูล ติดตาม และ สนับสนุนการดําเนินงานในพื้นที่ เป้าหมายและเครือข่าย 5.1 ดําเนินการสอบสวนโรค ตอบโต้ ภาวะฉุกเฉิน เก็บข้อมูล ติดตาม และ สนับสนุนการดําเนินงานในพื้นที่ เป้าหมายและเครือข่าย (ปัญหาใหม่/ เร่งด่วน / ครอบคลุมหลายพื้นที่)

5. ดําเนินการสอบสวนโรค ตอบโต้ ภาวะฉุกเฉิน เก็บข้อมูล ติดตาม และ สนับสนุนการดําเนินงานในพื้นที่ เป้าหมายและเครือข่าย 5.1 ดําเนินการสอบสวนโรค ตอบโต้ ภาวะฉุกเฉิน เก็บข้อมูล ติดตาม และ สนับสนุนการดําเนินงานในพื้นที่ เป้าหมายและเครือข่าย (ปัญหาใหม่/ เร่งด่วน / ครอบคลุมหลายพื้นที่)

Page 260 of 304

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์


มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

กิจกรรม

พื้นที่เป้าหมาย

สํานัก

สคร

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์

6. การพัฒนาการจัดบริการอาชีวอนามัยในหน่วยบริการสาธารณสุขภาครัฐ เป้าหมายการลดโรค : หน่วยบริการสาธารณสุขภาครัฐและเอกชน สามารถจัดบริการอาชีวอนามัยให้กับผู้ประกอบอาชีพทุกอาชีพ ตามมาตรฐานเกณฑ์การดําเนินงาน 1. ขับเคลื่อนการ ดําเนินงานมาตรฐานการ จัดบริการอาชีวอนามัย ของหน่วยบริการ สาธารณสุขภาครัฐสังกัด กระทรวงสาธารณสุข (รพศ./รพท./รพช., รพ. สต.)

1. สถานบริการกี่ แห่งจัดบริการอาชี วอนามัยได้ มาตรฐานผ่านการ ประเมินระดับ 3 ขึ้น ไป 2. สถานบริการกี่ แห่งจัดบริการอาชี 2. ขยายความครอบคลุม วอนามัยได้ การจัดบริการอาชีวอนา มาตรฐานผ่านการ ประเมินระดับ 5 มัยของหน่วยบริการ สาธารณสุข (คลินิกโรค จากการทํางาน) 3. พัฒนาโรงพยาบาลแม่ ข่ายคลินิกโรคจากการ ทํางานระดับภาคให้เป็น โรงพยาบาลตติยภูมิ เฉพาะด้านอาชีวเวชกรรม

ย.1

-โรงพยาบาลศูนย์ และ โรงพยาบาลทั่วไป รวม 30 แห่ง , โรงพยาบาลชุมชน 10 แห่ง , โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ตําบลในสังกัดกระทรวง สาธารณสุข และนอกสังกัดกระทรวง สาธารณสุข -สถาบันราชประชาสมาสัย

สํานักงานป้องกัน ควบคุมโรคที่ 1 – 12 , สํานักงานสาธารณสุข จังหวัด และ โรงพยาบาลที่เข้าร่วม โครงการฯ

1. สนับสนุนการดําเนินงานจัดบริการอาชี วอนามัยและการประเมินความเสี่ยงจาก การทํางานของบุคลากรใน รพศ. รพท. และ รพช. 1.1 สนับสนุนและพัฒนาศักยภาพการ จัดบริการอาชีวอนามัยและการประเมิน ความเสี่ยงจากการทํางานของบุคลากรใน รพศ. รพท. และ รพช. 1.1.1 จัดประชุมชี้แจงแนวทางการ ดําเนินงานมาตรฐานการจัดบริการอาชี วอนามัยแก่ รพศ. รพท. และ รพช. 1.1.2 จัดอบรมทีมตรวจประเมินคุณภาพ ระดับจังหวัด 1.1.3 จัดประชุมพิจารณารับรองผลการ ประเมินคุณภาพระดับ 5 1.1.4 ทบทวนข้อมูลสถานการณ์สุขภาพ และความเสี่ยงของบุคลากรใน โรงพยาบาลที่ผ่านการประเมินระดับ 3 ขึ้นไป

Page 261 of 304

1. ร่วมสนับสนุนการดําเนินงานจัดบริการ อาชีวอนามัยและการประเมินความเสี่ยง จากการทํางานของบุคลากรใน รพศ. รพท. และ รพช. 1.1 ร่วมสนับสนุนการดําเนินงาน จัดบริการอาชีวอนามัยและการประเมิน ความเสี่ยงจากการทํางานของบุคลากรใน รพศ. รพท. และ รพช. และนิเทศติดตาม งานคลินิกโรคจากการทํางานใน รพศ. รพท. และ รพช. 1.1.1 ร่วมทีมตรวจประเมินคุณภาพ ระดับจังหวัด 1.1.2 ร่วมประชุมพิจารณารับรองผลการ ตรวจประเมินคุณภาพระดับ 5 1.1.3 ร่วมจัดทําข้อมูลสถานการณ์ สุขภาพและความเสี่ยงของบุคลากรใน โรงพยาบาลที่ผ่านการประเมินระดับ 3 ขึ้นไป ในพื้นที่

ความสําเร็จของ การสร้าง เครือข่ายฯ 5 เครือข่าย (รพศ. , รพท. , รพช. , รพ.สต.)


มาตรการหลัก/ โครงการ 4. พัฒนาทีมตรวจ ประเมินคุณภาพการ จัดบริการอาชีวอนามัย

5. พัฒนาหน่วยรับรอง มาตรฐานการ จัดบริการอาชีวอนามัย

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

กิจกรรม

พื้นที่เป้าหมาย

สํานัก

สคร

2. สนับสนุนการจัดตั้งคลินิกโรคจาก การทํางานใน รพศ. รพท. และ รพช. และสถาบันราชประชาฯ 2.1 ร่วมคัดเลือกโรงพยาบาลเป้าหมาย 2.2 เชิญชวนโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป ในเขตภาค เหนือ ภาคอีสานและภาคใต้ ที่ยังไม่ได้เข้า ร่วมโครงการฯ ให้มีการจัดตั้งคลินิก โรคจากการทํางาน 2.3 สนับสนุนสถาบันราชประชาใน การจัดบริการอาชีวอนามัยเชิงรุกและ เชิงรับ 3. พัฒนารูปแบบการจัดบริการอาชีวอ นามัยของ รพ.สต.

2. ร่วมสนับสนุนการจัดตั้งคลินิกโรค จากการทํางานใน รพศ. รพท. และ รพช. และสถาบันราชประชาฯ 2.1 ร่วมคัดเลือกโรงพยาบาลเป้าหมาย ในพื้นที่ของ สคร. 2.2 เชิญชวนโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป ในเขตภาค เหนือ ภาคอีสานและภาคใต้ ในพื้นที่ของ สคร. ที่รับผิดชอบ ซึ่ง ยังไม่ได้เข้าร่วมโครงการฯ ให้มีการ จัดตั้งคลินิกโรคจากการทํางาน

Page 262 of 304

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์


• โรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม (ราชประชา) 1. สถานการณ์ ปัจจุบันโรคเรื้อนได้ลดน้อยลงทั้งความชุกและการค้นพบผู้ป่วยรายใหม่มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง เป็น เหตุให้สถาบันราชประชาสมาสัย ต้องหันมาเพิ่มภารกิจด้านโรคจากการประกอบอาชีพ เนื่องจากสถาบันฯ มีพื้นที่อยู่ ในเขต จ.สมุทรปราการซึ่งเป็นแหล่งที่ตั้งของโรงงานอุตสาหกรรมจํานวนมากกว่า 7,000 โรง 2. เป้าหมายการลดโรค 1. บุคลากรต้องตระหนักถึงโรคและภัยสุขภาพที่เกิดจากการทํางาน 2. บุคลากรสามารถประเมินความเสี่ยงกับสิง่ คุกคามในทีท่ ํางานได้และมีวิธีการแก้ไขในกรณีทเี่ กิดความเสี่ยง ได้อย่างถูกต้อง 3. เป้าหมายหลักในการดําเนินงาน เมื่อสิ้นปี 2559 ดูแลสุขภาพอนามัยและความปลอดภัยของผู้ประกอบอาชีพ ภายใต้สิ่งแวดล้อมการทํางานที่ปลอดภัย ครอบคลุม ทั้ง 4 ด้าน ประกอบด้วยการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การรักษาพยาบาล และการฟื้นฟูสภาพ 4. พื้นที่เป้าหมาย (จังหวัด /อําเภอ/ตําบล) : กลุ่มเป้าหมาย/ Setting เป้าหมาย บุคลากรภายในสถาบันราชประชาสมาสัย 5. มาตรการดําเนินงานที่ส่งผลต่อเป้าหมาย 1. โครงการอบรมเชิงปฏิบัตกิ ารเรือ่ งโรคจากการประกอบอาชีพสําหรับบุคลากรสถาบันฯ 2. โครงการประสานเครือข่ายและพัฒนาฐานข้อมูลด้านโรคจากการประกอบอาชีพ

Page 263 of 304


สรุปจุดเน้นการดําเนินงาน ปีงบประมาณ 2556 จุดเน้น : สถาบันราชประชาสมาสัย มาตรการหลัก/ โครงการ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ

กลุ่มเป้าหมาย

กิจกรรม

พื้นที่เป้าหมาย

สํานัก

สคร

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์

จุดเน้น : โรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม เป้าหมายการลดโรค : 1. บุคลากรต้องตระหนักถึงโรคและภัยสุขภาพที่เกิดจากการทํางาน 2. บุคลากรสามารถประเมินความเสี่ยงกับสิ่งคุกคามในที่ทํางานได้และมีวิธีการแก้ไขในกรณีที่เกิดความเสี่ยงได้อย่างถูกต้อง 1. โครงการอบรมเชิง ปฏิบัติการเรื่องโรค จากการประกอบ อาชีพสําหรับ บุคลากรสถาบันฯ

ย.6

บุคลากรภายในสถาบันราช ประชาสมาสัย

เตรียมความพร้อมสู่ความเป็นเลิศ ด้านโรคจากการประกอบอาชีพ พี่ช่วยน้องเรื่องโรคจากการ ประกอบอาชีพ อบรมการยศาสตร์ของผู้ปฏิบัติงาน สถาบันราชประชาสมาสัย อบรมความรู้พื้นฐานสําหรับแพทย์ อาชีวอนามัยหลักสูตร 2 เดือนและ พยาบาลหลักสูตร 4 เดือน อบรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ความเสี่ยงโรค

Page 264 of 304

ร้อยละบุคลากร กรมฯ มี สมรรถนะ ตามที่กําหนดฯ


มาตรการหลัก/ โครงการ 2. โครงการประสาน เครือข่ายและพัฒนา ฐานข้อมูลด้านโรค จากการประกอบ อาชีพ

เป้าหมาย

ยุทธศาสตร์ กรมฯ ย.6

กลุ่มเป้าหมาย

พื้นที่เป้าหมาย

กิจกรรม สํานัก ประชุมวางแผนเพื่อเตรียมความ พร้อมในการประสานเครือข่ายโรค จากการประกอบอาชีพ จัดประชุมคณะทํางานและ ผู้เกี่ยวข้อง จัดประชุมสรุปผลการดําเนินงาน ของคณะทํางานและผู้เกี่ยวข้อง

Page 265 of 304

สคร

ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์ ร้อยละบุคลากร กรมฯ มี สมรรถนะ ตามที่กําหนดฯ


17 การค้นหาผู้ป่วยโรคเรื้อนและความพิการ 1. สถานการณ์ โครงการควบคุมโรคเรื้อนในประเทศไทยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ ทรงรับไว้เป็นโครงการในพระราชดําริ เป็นผลให้การควบคุมโรคเรื้อนประสบความสําเร็จ สามารถกําจัดโรคเรื้อนได้ไม่ เป็นปัญหาสาธารณสุข จนถึงปัจจุบันที่เรียกว่า “ระยะหลังการกําจัดโรคเรื้อน” สามารถลดอัตราความชุกโรคเรื้อน ระดับจังหวัดและอําเภอ และการค้นพบโรคเรื้อนรายใหม่ในแต่ละปีมีจํานวนค่อย ๆ ลดลง อย่างต่อเนื่อง ซึ่งองค์การ อนามัยโลกได้ตั้งเป้าหมายในการลดอัตราความพิการระดับ 2 (Grade 2 disability rate) ในผู้ป่วยโรคเรื้อนรายใหม่ลดลงร้อยละ 35 ภายในปี พ.ศ. 2558 เมื่อเทียบกับปี พ.ศ. 2553* โดยประเทศไทยได้ตั้งเป้าหมาย ในการลดอัตราความพิการระดับ 2 ในผู้ป่วยโรคเรื้อนรายใหม่ลดลงร้อย ละ 50 ภายในปี พ.ศ 2558 ซึ่งแสดงสถานการณ์ของโรคเรื้อนที่ผ่านมาไว้ในตารางดังนี้ ตารางสถานการณ์โรคเรื้อนปี 2549 – 2554 พ.ศ.

จํานวนผู้ป่วยใน จํานวนผู้ป่วย ทะเบียนรักษา ณ รายใหม่ สิ้นปี

ร้อยละผู้ป่วย ร้อยละผู้ป่วยรายใหม่ รายใหม่ที่พกิ าร อายุต่ํากว่า 15 ปี ระดับ 2

จํานวนอําเภอที่ ไม่มีรายงาน ผู้ป่วยรายใหม่

2549 2550 2551 2552 2553 2554

1,157 1,054 887 671 694 678

14.3 11.5 12.2 14.5 14.8 10.36

598(64.58%) 645(69.58%) 687(74.11%) 707(76.27%) 690(74.35%) 744(80.17%)

665 506 401 358 405 280

4.5 3.4 3.0 2.5 6.4 6.43

* Enhanced Global Strategy for Further Reducing the Disease Burden due to Leprosy (Plan Period: 2011-2015)

แม้ปัญหาโรคเรื้อนจะไม่รุนแรงเหมือนในอดีต มีผู้ป่วยรายใหม่แต่ละปีน้อยลง แต่ความล่าช้าในการค้นพบแสดง ให้เห็นจากการที่ผู้ป่วยรายใหม่ ร้อยละ 12-15 มีความพิการระดับ 2 (ความพิการที่มองเห็นได้) ถือเป็นปัญหาสําคัญ หากผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษาและดูแลป้องกันความพิการอย่างถูกต้องและเหมาะสมตั้งแต่เริ่มแรก อาจทําให้ เกิดความพิการที่มือ เท้า และตา อย่างต่อเนื่อง แม้ผู้ป่วยจะได้รับการรักษาจนครบถ้วนแล้วก็ตาม ส่งผลให้เกิดปัญหา ด้านจิตใจ สังคมและเศรษฐกิจต่อผู้ป่วยและครอบครัว ดังปรากฏให้เห็นจากการที่รัฐต้องรับภาระในการสงเคราะห์ ผู้ พิการโรคเรื้อนในนิคมโรคเรื้อนต่างๆและในชุมชนภายใต้การดูแลของกรมควบคุมโรคจึงเป็นปัญหาอีกด้านที่เกิดขึ้นใน ปัจจุบัน และในอนาคต ซึ่งสถานการณ์ในปัจจุบัน สรุปได้ดังนี้ 1. ความชุกโรคเรื้อนเมื่อสิ้นปี 2554 ลดลงเหลือ 678 คน (อัตราความชุก = 0.11 ต่อ ประชากร 10,000 คน) 2. ผู้ป่วยโรคเรื้อนรายใหม่ปี 2554 : 280 คน 3. แนวโน้มอัตราความพิการ ระดับ 2 ในผู้ป่วยใหม่ไม่ลดลง

Page 266 of 304


2. เป้าหมายการลดโรค เป้าหมาย 1. ลดอัตราความพิการระดับ 2 (Grade 2 disability rate) ใน ผู้ป่วยโรคเรื้อนรายใหม่ต่อแสนประชากร โดยเทียบกับปี 2553 2. ร้อยละของผูป้ ระสบปัญหาจากโรคเรือ้ น ที่ผา่ นการสํารวจ ได้รับการฟื้นฟูสภาพตามความจําเป็น (need)

หน่วยนับ ปี 56 ร้อยละ 35

ปี 57 45

ปี 58 50

ปี 59 50

ร้อยละ

55

60

65

50

3. สภาพปัญหา 1. ความล่าช้าในการค้นพบผู้ปว่ ยรายใหม่ 2. ฐานข้อมูลผูป้ ่วยเพื่อการฟื้นฟูสภาพไม่สมบูรณ์ 3. การฟื้นฟูสภาพผู้ประสบปัญหาจากโรคเรื้อนที่มีความต้องการจําเป็น (need) ยังไม่ครอบคลุม 4. เป้าหมายหลักในการดําเนินงาน เมื่อสิ้นปี 2559 1. ลดอัตราความพิการระดับ 2 (Grade 2 disability rate) ในผู้ป่วยโรคเรื้อนรายใหม่ต่อแสนประชากร ไม่ น้อยกว่าร้อยละ 50 โดยเทียบกับปี 2553 2. ร้อยละ 65 ของผู้ประสบปัญหาจากโรคเรือ้ น ที่ผ่านการสํารวจ ได้รับการฟื้นฟูสภาพตามความต้องการ จําเป็น (need) 5. พื้นที่เป้าหมาย (จังหวัด /อําเภอ/ตําบล) : กลุ่มเป้าหมาย/ Setting เป้าหมาย ดําเนินการในอําเภอที่มีขอ้ บ่งชีท้ างระบาดวิทยา (ใช้ข้อมูลย้อนหลัง 5 ปี) ปี 2556 คือ 40 จังหวัด 84 อําเภอ 511 หมูบ่ ้าน รายละเอียดดังนี้ สคร. ที่ จังหวัด อําเภอ หมู่บ้าน รับผิดชอบ 1) กรุงเทพฯ 2) นนทบุรี 3) ปทุมธานี 4) สระบุรี

5) สมุทรปราการ 6) ปราจีนบุรี 7) เพชรบุรี 8) สมุทรสาคร 9) นครราชสีมา

มีนบุรี ปากเกร็ด เมือง เมือง พระพุทธบาท มวกเหล็ก พระประแดง กบินทร์บุรี บ้านแหลม เมือง เมือง ครบุรี ประทาย พิมาย

หมู่ 5 ต.แสนแสบ หมู่ 5 ต.ปากเกร็ด หมู่ 3 ต.บ้านฉาง ไม่ทราบหมู่ ต.ปากเพรียว หมู่ 2 ต.ขุนโขลน หมู่ 4 ต.ลําพญากลาง หมู่ 13 ต.บางหัวเสือ หมู่ 11 ต.วังท่าช้าง หมู่ 8 ต.บางตะบูน หมู่ 8 ต.ครบุรี หมู่ 3 ต.ในเมือง

Page 267 of 304

1

2

3 4 5


จังหวัด

อําเภอ

หมู่บ้าน

10) บุรีรัมย์

เมือง กระสัง หนองกี่ ลําปลายมาศ สตึก ห้วยราช โนนดินแดง คอนสวรรค์ เกษตรสมบูรณ์ หนองบัวแดง จัตุรัส เทพสถิต ภูเขียว บ้านแท่น แก้งคร้อ เมือง ท่าตูม สังขะ เมือง บ้านฝาง ชุมแพ น้ําพอง บ้านไผ่ ภูเวียง โกสุมพิสัย นาดูน โซ่พิสัย หนองวัวซอ กุมภวาปี โนนสะอาด วังสามหมอ เมือง เมือง สุวรรณภูมิ โพนทราย

หมู่ 19 ต.กระสัง หมู่ 11 ต.โคกล่าม หมู่ 7 ต.ท่าม่วง , หมู่ 11 ต.สนามชัย หมู่ 6 ต.โคกเหลือ หมู่ 10 ต.โนนดินแดง หมู่ 6 ต.โนนกอก หมู่ 15 ต.โป่งนก หมู่ 5 ต.ตาตุม , หมู่ 7 ต.ตาตุม หมู่ 9 ต.โนนท่อน หมู่ 7 ต.โนนฆ้อง , หมู่ 4 ต.ป่ามะนาว หมู่ 10 ต.ชุมแพ หมู่ 8 ต.หนองบัว หมู่ 10 ต.ดงดวน หมู่ 4 ต.ถ้ําเจริญ หมู่ 9 ต.หมากหญ้า หมู่ 2 ต.สีออ หมู่ 8 ต.โนนสะอาด หมู่ 9 ต.วังสามหมอ หมู่ 9 ต.เมืองทอง หมู่ 15 ต.ศรีสว่าง

11) ชัยภูมิ

12) สุรินทร์

13) ขอนแก่น

14) มหาสารคาม 15) บึงกาฬ 16) อุดรธานี 16) อุดรธานี (ต่อ) 17) หนองบัวลําภู 18) ร้อยเอ็ด

Page 268 of 304

สคร. ที่ รับผิดชอบ 5

6

6


จังหวัด

อําเภอ

หมู่บ้าน

19) กาฬสินธุ์

กุฉินารายณ์ ยางตลาด สําโรง ลืออํานาจ คําเขื่อนแก้ว เมือง กันทรลักษณ์ บรรพตพิสัย เมือง โพทะเล ชาติตระการ กงไกรลาศ เมือง หนองไผ่ เชี