Issuu on Google+

BOOK REVIEWS:

When God Writes Your Love Story

Inside DVD

Fix You

Coldplay

แบบอย่างคนรุ่นใหม่ที่ ไร้ขีดจำ�กัด เมธา เกรียงปริญญากิจ

หลากหลายบทบาทของ

ป​ที่ 5 ฉบับที่​20 // 30 บาท www.bridgecomm.org

วิทยากร & พิธีกร

“เบสท์” ใส่บาร์โค้ด ด้วยค่ะ

cover 4 pgs.indd 1

จับตาอนาคตญี่ปุ่น หลังธรณีวิปโยค 9 ริกเตอร์ สะเทือนถึงดวงดาว จับตา 10 อันดับผู้ครองอำ�นาจยาวนานสุดในโลก สร้างชนรุ่นใหม่ ให้เป็นผู้สร้างประวัติศาสตร์ 23/04/2011 01:22:41


cover 4 pgs.indd 2

23/04/2011 01:23:03


cover 4 pgs.indd 3

23/04/2011 01:23:08


Home-Made Ice Cream & Beverages äÍÈ¡ÃÕÁÃʪҵÔá»Å¡ãËÁ‹¾ÃŒÍÁàÊÔÏ¿´ŒÇÂàÁ¹ÙÊÌҧÊÃäÊØ´ÎÔ» ઋ¹ â¾Ã¿·à·Íâà Çѿ࿁ÅËÍÁ¹Ø‹ÁÍËÍ ¡Ñº äÍÈ¡ÃÕÁ¢¹ÁໂÂÐ䢋à¤çÁ ¨Ôº¡Òá¿ä·ÂÃʪҵÔÍÔ¹àµÍÏ ÍÔèÁ·ŒÍ§´ŒÇÂ᫹ÇÔª ¢ŒÒÇ˹ŒÒä¡‹ÊÙµÃâºÃÒ³ áÅТŒÒÇʵÙǏËÁÙ

cover 4 pgs.indd 4

23/04/2011 01:23:14


From The Editor บริดจ์ แม็กกาซีน ขอแสดงความเสียใจและ ให้กำ�ลังใจเป็นพิเศษแก่ชาวญี่ปุ่นและพี่น้อง ชาวไทยทางภาคใต้ท่ีกำ�ลังเผชิญความทุกข์ ลำ�บากในเวลานี้ ขอเป็นกำ�ลังทีท่ กุ ท่านจะพบ ความหวัง และมีกลังเรีย่ วแรงทัง้ กายและใจที่ จะฟันฝ่าและผ่านช่วงเวลานีไ้ ปได้ แต่ยง่ิ กว่านัน้ ทีท่ กุ ท่านจะพบทางรอด ไม่เพียงรอดจากภัย พิบตั เิ หล่านีเ้ ท่านัน้ แต่รอดจากการพิพากษา

นิรนั ดร์ไปสูช่ วี ติ นิรนั ดร์ อย่ามัวรอให้อะไรๆมันเกิด ขึน้ ก่อน เกรงว่าจะสายเกินไป เพราะหนทางข้าง หน้ายังมีความยากลำ�บากอีกมาก เชือ่ ว่าลึกๆในใจ คนส่วนใหญ่ในเวลานี้ คงพอจะรู้ (ถ้ากล้ายอมรับ) ว่า เหตุการณ์ในโลกนี้ คงไม่มที างดีขน้ึ แน่นอน มี แต่จะเลวร้ายลง ช้าหรือเร็วเท่านัน้ ขอเอาใจช่วย ทีท่ กุ คนจะพบทางนัน้ จากใจกองบ.ก.

COVER STORY

REPORT TESTIMONY

INSIDE DVD

Contents (April 2011) 02 MOVEMENT: ในประเทศ / ต่างประเทศ

07 ENDTIME: 2012 โลกจะแตกจริงหรือ?

25 TESTIMONY: แบบอย่างคนรุ่นใหม่ที่ไร้ขีดจำ�กัด เมธา เกรียงปริญญากิจ

30 RELAX: ทำ�ไมอิสราเอลจึงสำ�คัญมาก? 08 BOOK REVIEWS: When God Writes Your Love Story 33 PERSPECTIVES: ปลุกพลังคนรุ่นใหม่ให้พลิกโลกได้อย่างไร? 09 MUSIC REVIEWS: The Medicine 38 REVELATION: จับตา 10 อันดับผู้ครองอำ�นาจยาวนานสุดในโลก 10 MUSIC INSPIRATION: Fix You / Coldplay 41 SCOOP: 12 INSIDE DVD: ผมไม่ได้เปลี่ยนความเชื่อ Letters to God แต่เปลี่ยนหัวใจ 14 ENGLISH TIME: 3 อันดับภาษาอังกฤษผิดกันบ่อย 15 RETHINK: ใครวางยานํ้าพุแห่งความหนุ่มสาว 18 REFLECTION: WARM-UP ACT การอุ่นเครื่อง 21 COVER STORY: หลากหลายบทบาทของ วิทยากร & พิธีกร “เบสท์”

APRIL 11_ page 1-20.indd 1

42 RELATE: สร้างชนรุ่นใหม่ ให้เป็นผู้สร้างประวัติศาสตร์ 44 REPORT: จับตาอนาคตญี่ปุ่น หลังธรณีวิปโยค 9 ริกเตอร์ สะเทือนถึงดวงดาว 46 RECHECK: เช็คความเครียด

RETHINK

ผูพ ้ มิ พ์,ผู้โฆษณา,บรรณาธิการบริหาร,บรรณาธิการเล่ม พักตร์พริง้ อัครสวาท กองบก. ชุตมิ า ผิวเรืองนนท์, ภัทรียา กาญจนมุกดา, ชลธิชา อุตมะ, สมบูรณ์ อุดมวัจนศักดิ,์ ศุภมาศ รัชทาณิชย์, ธีนดิ า เรืองทองดี, โชษิตา แช่มประสพ นักเขียน ดร.ซูซาน วัทสัน, ศจ.ปีเตอร์ ดีวทิ , รัตนา พงศ์ทวิช, ชีวพันธ์ ฉัตรสุทธิพงษ์, ณัฐยา ตันติรงั สี ทีป่ รึกษากองบรรณาธิการ ชุตมิ า ผิวเรืองนนท์ ศิลปกรรม อัญชลี เนาวสัยศรี การตลาดและสมาชิก อัจฉรา เนาวสัยศรี, โชษิตา แช่มประสพ เจ้าของ บริษทั บริดจ์ คอมมิวนิเคชัน่ จำ�กัด 158 อาคารเอ็มมานูเอล ชัน้ 1 ถ.รัชดาภิเษก ห้วยขวาง กทม. 19320 โทร.02-645-4424-5 แฟกซ์ 02-246-7584 www.bridgecomm.org / Email: Info@bridgecomm.org

23/04/2011 01:29:01


cover 4 pgs.indd 2

23/04/2011 01:23:03


cover 4 pgs.indd 3

23/04/2011 01:23:08


Home-Made Ice Cream & Beverages äÍÈ¡ÃÕÁÃʪҵÔá»Å¡ãËÁ‹¾ÃŒÍÁàÊÔÏ¿´ŒÇÂàÁ¹ÙÊÌҧÊÃäÊØ´ÎÔ» ઋ¹ â¾Ã¿·à·Íâà Çѿ࿁ÅËÍÁ¹Ø‹ÁÍËÍ ¡Ñº äÍÈ¡ÃÕÁ¢¹ÁໂÂÐ䢋à¤çÁ ¨Ôº¡Òá¿ä·ÂÃʪҵÔÍÔ¹àµÍÏ ÍÔèÁ·ŒÍ§´ŒÇÂ᫹ÇÔª ¢ŒÒÇ˹ŒÒä¡‹ÊÙµÃâºÃÒ³ áÅТŒÒÇʵÙǏËÁÙ

cover 4 pgs.indd 4

23/04/2011 01:23:14


RELAX MOVEMENT ในประเทศ

ชิญชวนคริสเตียนไทย ร่วมเขียนประวัติศาสตร์ หน้าใหม่ ในงานคองเกรส 7.5 He Can…We Can และพบกับนักเทศน์จาก คริสตจักรที่มีอิทธิพล มากที่สุดแห่งหนึ่งในอเมริกา ด้วยความเร่งด่วนของนิมิต 2015 ที่ อยากเห็นคริสเตียนไทยเพิ่มขึ้นเป็นหนึ่ง ล้านคน และมีคริสตจักรในทุกอำ�เภอ มี กลุ่มคริสเตียนทุกตำ�บล และทุกหมู่บ้าน จึงเป็นทีม่ าของคองเกรส 7.5 ซึ่งจะจัดขึ้น ในวันที่ 10-13 พฤษภาคม 2011 นี้ ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนยรังสิต จ. ปทุมธานี จากการจัดงานคองเกรส 7 ในปี 2009 ที่ ยิ่ งใหญ่ อ ลั ง การซึ่ ง มี ผู้ รั บใช้ รวมทั้ ง คริสเตียนทั่วประเทศมาร่วมงานมากเป็น ประวัตกิ ารณ์ถงึ กว่า 3000 คน ทัง้ มีการ แสดงที่น่าตื่นตาตื่นใจและได้รับความร่วม มือจากศิลปินระดับชาติอย่างอุน่ หนาฝาคัง่ มาถึงคองเกรส 7.5 ก็จะเป็นงานทีย่ งิ่ ใหญ่ กว่า อ. ยุทธศักดิ์ ศิริกุล ผู้อำ�นวยการ องค์กรแคมปัส ครูเสด ประเทศไทย และ ประธานดำ�เนินงานกล่าวถึงเป้าหมายการ จัดงานครั้งนี้ว่า “เรามีเป้าหมายที่จะเห็น ผู้รับใช้และคริสเตียนเข้ามาร่วมถึง 5000 คนในปีนี้ เพื่อร่วมฟังรายงานแตลอดจน

รับการจุดไฟทีจ่ ะออกไปร่วมสานนิมติ ต่างๆ ให้สำ�เร็จไม่ว่าจะเป็นนิมิต 2015, 2020 หรือ 2030 ที่จะเห็นคนไทยพบความรอด 10% ของประชากรไทย จึงอยากเชิญ ชวนให้ทุกท่านมาร่วมเขียนประวัติศาสตร์ หน้าใหม่เพือ่ ประเทศไทยทีเ่ รารักยิง่ ด้วยกัน ในขณะทีโ่ ลกเกิดการเปลีย่ นแปลงมากมาย ภัยพิบัติเกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน สิ่งเหล่า นี้ได้สร้างความหวาดกลัวขึ้นในหัวใจผู้คน ทั่วโลก และเป็นเสมือนสัญญาณเตือน เราถึงวาระสุดท้ายที่จะมาถึง นอกจากนี้ สภาพการเมืองภายในประเทศและสังคมที่ แตกแยก ทำ�ให้คนไทยเบือ่ หน่าย ต้องการ ที่พึ่ง นี่จึงเป็นเวลาที่เหมาะที่สุด หาก คริสเตียนไทยยังไม่ลุกขึ้นทำ�อะไรตอนนี้ ก็ ไม่รจู้ ะคอยถึงเมือ่ ไร เราจำ�เป็นต้องเตรียม พร้อม เพราะการเปลีย่ นแปลงใหญ่ๆอาจ เกิดขึน้ ได้ทกุ เมือ่ ฉะนัน้ เป้าหมายเร่งด่วน ในเวลานี้คือที่เราจะขอพระเจ้า ภายใน 5 ปี ขอนำ� 6 แสน คนมาถึงพระองค์” และที่ขาดไม่ได้แน่นอนก็คือโปรแกรมการ แสดงอันตระการจากศิลปินทั้งระดับชาติ และนานาชาติอย่างคับคัง่ และยิง่ กว่านัน้ ท่านยังจะได้พบกับนักเทศน์ระดับประเทศ หลากหลายท่าน รวมถึง อ. บิล ไฮเบิล ซึ่งจะเป็นนักเทศน์หลักในงาน จากคริสตจักรวิลโล ครีก ซึง่ เป็นคริสตจักรใหญ่ทสี่ ดุ และมีอิทธิพลมากที่สุดแห่งหนึ่งของสหรัฐ อเมริกา อ. บิล ไฮเบิล ยังเป็นนักเขียน หนังสือหลายเล่ม ซึง่ เล่มหนึง่ ทีไ่ ด้แปลเป็น ภาษาไทยแล้ว (โดยสำ�นักพิมพ์กนกบรรณ สาร) คือ ลับหลังคนอื่นคุณเป็นอย่างไร คองเกรส 7.5 จึงเป็นการประชุมใหญ่ของ คริสเตียนไทยในปีนี้ที่ไม่ควรพลาด ในงาน ยังเป็นแหล่งรวมร้านค้าคริสเตียนที่ใหญ่ ที่สุด พร้อมทั้งโปรโมชั่นพิเศษมากมาย งานนี้พลาดไม่ได้จริงๆ

eed เปิดตัว เทพนิยายเป็นจริง ในงานมหกรรมหนังสือ จบกันไปหมาดๆกับมหกรรมหนังสือที่ยิ่ง ใหญ่ทสี่ ดุ ของประเทศ งานสัปดาห์หนังสือ แห่งชาติครัง้ ที่ 39 และงานสัปดาห์หนังสือ นานาชาติครัง้ ที่ 9 เปิดหนังสือคือเปิดโลก ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 6 เมษายน 2552 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในงานนี้บรรดาหนอนหนังสือทัง้ หลายก็ได้ จุใจกับหนังสือดีมีคุณภาพมากมายตลอด จนสื่ อ การเรี ย นรู้ ใ หม่ ๆ ทุ ก ประเภทจาก สำ�นักพิมพ์ชื่อดังต่างๆกว่า 1,000 แห่ง (สำ�นักพิมพ์ต่างประเทศ 25 แห่งจาก 15 ประเทศ จำ�นวน 90 บูธ สำ�นักพิมพ์ ไทย 400 กว่าแห่ง จำ�นวน 760 บูธ) ที่ พาเหรดกันมาร่วมออกบูธและพร้อมใจกัน จัดโปรโมชั่นลดราคาพิเศษสุดคุ้ม แถมยัง มีของแถมล่อใจอีกมากมาย เรียกว่าทัง้ ลด แลกแจกแถม นี่แหละเสน่ห์ของบุ๊ค แฟร์ แต่ละครั้ง นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมการ อ่านจากนานาประเทศ กระทบไหล่นกั เขียน คนดัง และการสัมนาประจำ�วันอีกมากมาย งานนี้สำ�นักพิมพ์ Seed publishing ภาย ใต้ บริดจ์ คอมมิวนิเคชัน่ ส์ ก็ได้ไปร่ว���เปิด ตัวหนังสือใหม่ล่าสุด สุดยอดคู่มือความ สั ม พั น ธ์ ช ายหญิ ง (ที่ รั ก ความบริ สุ ท ธิ์ ) “เทพนิ ย ายเป็ น จริ ง ” (When God Writes Your Love Story) ที่กำ�ลังเริ่ม เป็นที่ฮือฮาในหมู่อนุชนคริสตจักรต่างๆ

ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวและซึนามิที่ญี่ปุ่น

โรงเรียน ICS (International Community School) ซึ่งตั้งอยู่ในเขตบางนา ได้เชิญชวนเด็ก นักเรียนและพ่อแม่ผู้ปกครองบริจาคเงินผ่านองค์กรมูลนิธิศุภนิมิตหรือ World Vision เพื่อมอบ ให้แก่ผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวและซึนามิที่ญี่ปุ่น ซึ่งรวมยอดเงินบริจาคทั้งสิ้นกว่า 106,000 บาท พ่อแม่ผปู้ กครองเหล่านีย้ งั จะได้รณรงค์ให้มกี ารบริจาคเพือ่ พีน่ อ้ งภาคใต้ทปี่ ระสบกับอุทกภัยในเวลา นี้ในสัปดาห์ต่อๆไปด้วย BRIDGE // 2 APRIL 11_ page 1-20.indd 2

23/04/2011 01:29:02


ว่าโคราช ระพี ผ่องบุฟกิจเปิดงานคืนอัศจรรย์ 4 ชาวโคราชหายโรคนับพัน อัมพฤกษ์ ขาเดินไม่ได้ไปไหนๆ ต้องใช้รถ

กลั บ มาเป็ น ครั้ ง ที่ สี่ กั บ คื น อั ศ จรรย์ ที่ สำ � แดงความมหั ศ จรรย์ ม าแล้ ว ถึ ง สาม ครั้งที่บุรีรัมย์ สุรินทร์ และมหาสารคาม ตามลำ�ดับ คนนับหมื่นเข้าร่วมทุกปี และ คนนับพันหายโรคอัศจรรย์ ตาบอดมอง เห็น ง่อยเดินได้ ใบ้พูดได้ หูหนวกได้ยิน และทีโ่ คราชในปีนแี้ ม้กระทัง่ ตายแล้วยังฟืน้

เมือ่ วันที่ 18 มีนาคม 2511 เวลา 17.30 น. ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดโคราช คุณระพี ผ่ องบุฟกิ จ ได้ให้เกียรติกล่าวเปิดงาน “คืนอัศจรรย์ 4” ซึ่งจัดขึ้นที่สนามกีฬา เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จ.นครรราชสีมา ระหว่างวันที1่ 8-20 มีค.ทีผ่ า่ นมาเป็น ภาษาท้องถิน่ อย่างน่าประทับใจ โดยความ ตอนหนึ่งกล่าวว่า “ โคราชเป็นเมืองใหญ่ มีประชากร 2 ล้านคน และมีคริสเตียนนับ ว่ายังน้อยมาก อยากให้คนมาเชื่อพระเจ้า เยอะๆ ถ้าคนมาอยูใ่ นทางของพระเจ้ามาก เป็ น คนดี มี ศี ล ธรรม ก็ ไ ม่ จำ � เป็ น ต้ อ งมี ผู้ว่าฯ” ซึ่งก็เรียกเสียงฮาจากผู้ร่วมงาน ทั่วทั้งสนาม “คืนอัศจรรย์ 4” จัดขึ้นโดยพันธกิจผู้นำ� คริสเตียน จ.นครราชสีมา ซึง่ มี ศจ.ทัศนพงศ์ ล.สุวรัตน์ เป็นประธานร่วมกับคริสตจักร วิคตอรี่ Christ For All Cities ยูเครน โดยส่ง อ.เฮ็นรี่ มาดาวามาเป็นผู้เทศนา ทุกปีและล่ามโดย ศจ.เกียรติศักดิ์ รุ่งระวิ-

วรรณ นอกจากนี้ ในปีนยี้ งั ได้เชิญคุณมนตรี ศรไพศาล ประธานเจ้าหน้าทีบ่ ริหารบริษทั ตลาดหลักทรัพย์กิมเอ็ง (ประเทศไทย) มหาชน จำ�กัด, คุณสุมลมาลย์ โรจน์นริ นั ดร์ นักธุรกิจหญิง และภรรยาศิษยาภิบาล, ดร.กำ�จร เชาวน์รตั น์ อดีตวุฒสิ มาชิกหลาย สมัย ที่ปรึกษานายก ฯลฯ, พลเรือเอกชัย สุวรรณภพ ร่วมเป็นพยานถึงประสบการณ์ ชีวิตทั้งก่อนและหลังรู้จักกับพระเจ้า โดย มีคณ ุ มอริส เค เป็นพิธกี รตลอดงาน งาน นี้มีผู้ร่วมงานจากจังหวัดต่างๆ เฉลี่ยกว่า 4,000 คนต่อคืนโดยในคืนสุดท้าย จำ�นวน ผู้ร่วมงานได้เพิ่มขึ้นถึงสองเท่าท่ามกลาง อากาศที่เย็นสบาย ผิดฤดูกาล และมีการ ถ่ายทอดสดไปยังประเทศรัสเซีย, อินเดีย และปากีสถาน อ.ผกามาศ เมธีอคั รกุล ศิษยาภิบาลคริสตจักรพิมายเล่าว่า “ข้าพเจ้าดีใจมากที่มีคน จากทุกอำ�เภอมาในงานคืนอัศจรรย์ ศิษยาภิบาลทุกคนต่างชื่นชมยินดี คริสตจักร ในโคราชพากันตื่นตัวลุกขึ้นร่วมกันรับใช้ พระเจ้า ส่วนตัวก็ได้พบว่าพระเจ้าตอบคำ� อธิษฐานของเราทุกประการเลย ในแต่ละ คืน มีผู้รับเชื่อพระเยซูคริสต์และผู้ที่ได้ รับการรักษาให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บอย่าง มหัศจรรย์เป็นจำ�นวนนับพัน เช่น นายบุญ บำ�รุงนา อายุ 73 ปี อยู่บ้านรังกาใหญ่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา เดิมป่วยเป็น

โยก ตามองไม่ค่อยเห็น เมื่อมางานคืน อัศจรรย์ เดีย๋ วนีเ้ ดินได้ไม่ตอ้ งใช้รถโยก ไม่ ต้องใช้ไม้เท้า และตามองเห็นชัดขึ้น อ่าน พระคัมภีร์ได้” อีกรายหนึง่ เป็นเด็กสาวมาจากชัยภูมิ เธอ พูดไม่ได้ตั้งแต่เกิด และวันนี้เธอสามารถ เปล่งเสียงได้แล้ว ในคืนสุดท้ายจึงได้นำ�พี่ น้องญาติๆ กว่า 20 คนมาร่วมงาน เธอ กับคุณแม่ได้กอดกันร่ำ�ไห้ขณะเป็นพยาน บนเวทีอย่างตืน้ ตันใจในการอัศจรรย์ทเี่ กิด ขึ้นกับตน อ.เฮ็นรี่จึงกล่าวว่า “เพราะ น้ำ�ตาที่ท่านได้เห็นนี่เองจึงทำ�ให้มีภาระใจ ต้ อ งมาเมื อ งไทยทุ ก ปี เ พื่ อ ประกาศถึ ง พระเจ้าผู้ทรงสามารถทำ�การอัศจรรย์และ นำ�การปลดปล่อยมาสู่ผู้ทุกข์ยาก” นอกจากนี้ ยังมีรายงานมาตามสายจาก ยูเครนถึง อ.เฮนรีว่ า่ การอัศจรรย์มากมาย ในแต่ละคืนนั้นไม่เพียงเกิดขึ้นแค่กับผู้เจ็บ ป่วยที่โคราชเท่านั้น แต่ได้เกิดขึ้นกับพี่ น้องขณะรับชมการถ่ายทอดสดในประเทศ ยูเครนซึง่ หายจากโรคภัยไข้เจ็บด้วยเช่นกัน ก่อนจบในคืนสุดท้ายมีเด็กคนหนึง่ ตกลงมา จากอัฒจรรย์ และคุณยายบอกว่าหลาน ของเธอหัวใจหยุดเต้นและเสียชีวติ ก่อนนำ� ส่งโรงพยาบาล ทีมอธิษฐานอธิษฐานเผื่อ อย่างร้อนรน และเมือ่ ถึงโรงพยาบาล เด็ก คนนี้กลับฟื้นขึ้นมาอีกครั้งอย่างอัศจรรย์ BRIDGE // 3

APRIL 11_ page 1-20.indd 3

23/04/2011 01:29:02


RELAX MOVEMENT ต่างประเทศ ชายแดนมาขายแก่ผู้ทใี่ ห้ราคาสูงสุด บ้างว่า ถ้าต้นฉบับเหล่านี้มีเนื้อหาเหมือนในหนังสือ ม้ ว นทะเลตายของคริ ส เตี ย นเป็ น ของแท้ ก็ อาจเป็นแบบเดียวกันก็ได้ ซึ่งคงต้องพิสูจน์ กันต่อไป

แห่งนั้นโดยตรง” โทนีมันเขียน

64 ปีก่อนเมื่อมีการประกาศการค้นพบที่ทะเล ตายครัง้ แรก ตอนนัน้ ก็คดิ กันว่า เป็นเรือ่ งเหลือ เชื่อเกินจริง จู่ๆ ก็มีหนังสือม้วนอายุ 2000 ปี โผล่ออกมา ถ้ำ�ซึ่งเป็นที่เก็บหนังสือม้วนเหล่านี้ ครั้งแรกสื่อมวลชนอังกฤษรายงานเรื่องการ ก็ไม่ได้ถูกค้นพบจนกระทั่งภายหลัง แต่การ ค้นพบแผ่นจารึกโบราณที่ทำ�ด้วยตะกั่ว 70 วิเคราะห์ของผูเ้ ชีย่ วชาญโดยวิลเลีย่ ม เอฟ. อัลแผ่นนี้ เป็นแผ่นโลหะขนาดไม่นา่ ใหญ่กว่าบัตร ไบรท์ยืนยันว่า หนังสือม้วนเหล่านั้นเป็นของแท้ เครดิต มีแถบตะกั่วมัดไว้ด้วยกัน เขียนเป็น เอกสารคล้ายคลึงกันจากคริสเตียนยุคแรกๆ ภาษาฮีบรูและกรีกโบราณ ทัง้ ยังประกอบด้วย อาจเป็นการค้นพบที่สำ�คัญ แต่ตอนนี้โอกาส สัญลักษณ์ของคริสเตียนและยิวด้วย ที่ ก ารค้ น พบนี้ จ ะมี ค วามสำ � คั ญ ขนาดนั้ น ดู จ ะ

eaven Is for Real (สวรรค์มี จริง) ทำ�สถิติใหม่ติดอันดับหนึ่งหนังสือขายดี แผ่นจารึกเหล่านี้ปัจจุบันอยู่ในครอบครอง น้อยเต็มที ของนิวยอร์กไทม์ตลอด 11 สัปดาห์ ยอดขาย กว่า 1.25 ล้านเล่ม นับแต่เปิดตัวหนังสือเมือ่ 16 สัปดาห์ก่อน การเคลื่อนไหวด้านยอดขาย ของ Heaven Is for Real โดย ท๊อด เบอร์โป กับลินน์ วินเซนต์ยังคงทำ�สถิติเกินคาด จนถึง วันนี้ Heaven Is for Real ทำ�สถิติใหม่ให้ สำ�นักพิมพ์โทมัส เนลสัน โดยติดอันดับหนึ่ง หนังสือขายดีสูงสุดของนิวยอร์กไทม์ในหมวด “nonfiction ทัง้ ปกอ่อนและปกแข็ง” Heaven Is for Real ยังติดอันดับ 6 ของหนังสือขายดี ทุกประเภทในชาร์ตของ USA Today อันดับ 4 หมวด nonfiction ปกอ่อนของ Publisher’s Weekly อันดับ 4 (หมวด nonfiction ปก อ่อน) ของ National Public Radio อันดับ 3 ของหนังสือทุกประเภทของ Evangelical Christtians Publishers Association และ จองอันดับ 1 ใน 50 รายการหนังสือขายดี ของ CBA ติดต่อกันสองเดือน

กอร์ดอน โกเวียร์ | โพสต์เมื่อ 4/01/2011 เวลา 17:20 น.

กวิชาการไม่แน่ ใจความน่าเชื่อถือ ของแผ่นจารึกโลหะที่เพิ่งค้นพบ

“สำ�คัญกว่าหนังสือม้วนจากทะเลตายหรือ”? คงเป็นไปได้ยาก ท่ามกลางความโกลาหลในตะวันออกกลาง มี การค้นพบต้นฉบับโบราณชิ้นใหม่ที่ถูกนำ�ข้าม

ของชาวอิสราเอลเชื้อสายเบดูอินผู้กล่าวว่า จารึกเหล่านี้อยู่ในครอบครัวเขามาเป็น 100 ปี อย่างไรก็ตาม รายงานยังแจ้งว่า แผ่น จารึกเหล่านีถ้ กู ค้นพบเมือ่ สองสามปีกอ่ นในถ้�ำ ห่างไกลแห่งหนึ่งทางตะวันตกเฉียงเหนือของ จอร์แดน ซึ่งใกล้ๆกับบริเวณที่คริสเตียนยุค แรกหนีไปอยูต่ อนเยรูซาเล็มถูกชาวโรมันโจมตี

รัฐบาลจอร์แดนกำ�ลังพยายามนำ�แผ่นจารึก เหล่านี้กลับคืนไป “แผ่นจารึกเหล่านี้ตรงกับ หนังสือม้วนทะเลตายจริงๆ และบางทีอาจ มีความสำ�คัญกว่าก็ได้” ซีอาด อัล ซาด ผู้อำ�นวยการกระทรวงโบราณวัตถุของจอร์อลลีวูดหวังพึ่งตลาดหนังญี่ปุ่น แดนกล่าวแก่บีบีซี ฟื้น เปิดตัว กังฟูแพนดา 2 เลือนลาง ส่วนเฮอร์ทาโด ศาสตราจารย์ภาษาพันธ- แคมปัส ครูเสด (ญี่ปุ่น) ฉวยโอกาส สัญญาใหม่ วรรณกรรมและศาสนศาสตร์ ฉายดีวีดีเยซู สร้างขวัญกำ�ลังใจแทน และผู้อำ�นวยการศูนย์การศึกษาต้นกำ �เนิด ในยุคโลกาภิวัฒน์นี้ ภัยธรรมชาติในที่หนึ่งๆไม่ คริสเตียนที่มหาวิทยาลัยเอดินเบิร์กกล่าวว่า เพียงส่งผลต่อทั้งเศรษฐกิจ สังคม และความ “ผมหงุดหงิดจริงๆ กับคนที่ไปหาสื่อและอ้าง เป็นอยู่ทุกๆ ด้านของประเทศนั้นๆเท่านั้น แต่ ว่า ตนมีบางสิ่งมีค่าทางวิชาการมาก แต่ไม่ ยังส่งผลถึงประเทศรอบข้าง และโดยเฉพาะ ยอมให้วัตถุนั้นเพื่อการวิเคราะห์ทางวิชาการ ประเทศคู่ค้าด้วย อย่างอิสระ การควบคุมการเข้าถึงข้อมูลไม่ใช่ ล่าสุดจากเหตุแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่นได้สั่นคลอน วิธีการที่เราทำ�งานวิชาการกัน” รากฐานความเป็นอยู่ของชาวญี่ปุ่นอย่างแรง นักวิชาการพระคัมภีร์และนักโบราณคดีอื่นๆ จนอาจต้องใช้เวลาสักพักใหญ่กว่าจะฟืน้ ตัวกลับ ต่างก็สงสัยไม่แพ้กัน จนกระทั่งเมื่อวันที่ 1 มาเหมือนเดิม ด้านหนึ่งที่ได้รับผลกระทบมาก เม.ย. อาจารย์ปเี ตอร์ โทนีมนั แห่งมหาวิทยา- คือ รายได้ทฮี่ อลลีวดู เคยได้เป็นกอบเป็นกำ�จาก ลัยออกซ์ฟอร์ดโพสต์บนบล็อคปาเลโอจูเดคา แฟนภาพยนตร์ชาวญี่ปุ่น จากบทความที่ลง ว่า ต้นฉบับจากแผ่นจารึกแผ่นหนึ่งมีเนื้อ ในแอล. เอ. ไทม์ เมื่อต้นเดือนนี้ ญี่ปุ่นถือเป็น ความที่ลอกมาจากจารึกบนศิลาหน้าหลุมศพ ตลาดภาพยนตร์อนั ดับหนึง่ ของฮอลลีวดู ในต่าง โบราณที่โชว์อยู่ที่พิพิธภัณฑ์อัมมานมาครึ่ง ประเทศซึ่งสร้างรายได้ให้แก่บอกซ์ ออฟฟิศถึง ศตวรรษแล้ว “คำ�อธิบายเดียวที่เป็นไปได้ 2.5 พันล้านเหรียญเมื่อปีก่อน รายได้นำ�หน้า ในเรื่องนี้ คือ ต้นฉบับบนแผ่นทองสัมฤทธิ์ ฝรั่งเศสซึ่งเป็นตลาดรองลงมาถึง 700 ล้าน นี้คัดลอกมาจากเนื้อหาที่จารึกไว้ที่พิพิธภัณฑ์ เหรียญ บทความนี้ยังรายงานว่า “แน่นอนว่า

BRIDGE // 4 APRIL 11_ page 1-20.indd 4

23/04/2011 01:29:03


สตูดิโอที่ฮอลลีวูดก็หวังพึ่งตลาดในญี่ปุ่นให้ มีบทบาทสำ�คัญในความสำ�เร็จของโครงการ ภาพยนตร์ฤดูร้อนที่ได้ทุ่มงบประมาณก้อน ใหญ่ไปกับกังฟู แพนดา 2, Green Lantem, และ Trans-formers:Dark of the Moon” บทความยังกล่าวอีกว่า ขณะนี้ผู้บริหารของ ฮอลลีวูดกำ�ลังพิจารณาแผนการเปิดตัวใหม่ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าญี่ปุ่นจะฟื้นตัวเร็วขนาดไหน การฟื้นตัวอาจต้องใช้เวลาสักพักใหญ่ และ ระหว่างนัน้ ชาวญีป่ นุ่ อาจสนใจหรือไม่สนใจไป โรงภาพยนตร์ก็ได้ เพราะดูเหมือนการไปชม ภาพยนตร์อาจเป็นสิง่ สุดท้ายทีค่ ณ ุ อยากทำ�ถ้า คุณสูญเสียคนที่รักไป สูญเสียบ้าน และอื่นๆ ในทางกลับกัน มีแนวโน้มที่ชี้ว่า บางครั้งคนก็ แห่ไปดูภาพยนตร์เพือ่ หนีจากความเป็นจริงอัน เลวร้ายของชีวติ จึงยากทีจ่ ะพูดว่าเพือ่ นๆของ เราทีญ ่ ปี่ นุ่ จะมีปฏิกริ ยิ าอย่างไรในสัปดาห์หรือ เดือนข้างหน้านี้ และบางทีอาจจะเป็นปีก็ได้

งาน เบอร์โทรศัพท์ และเบอร์อีเมล์ กูเกิ้ลมิ ได้กล่าวว่า จะแสดงข้อมูลส่วนตัวอะไรเมือ่ ระบบ จำ�หน้าผู้นั้นได้แล้ว “เรายอมรับว่ากูเกิ้ลต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เมื่อพูดถึงประเด็นส่วนตัวเหล่านี้” เนเวน บอก ซีเอ็นเอ็นในการสัมภาษณ์พเิ ศษ “เราจะนำ�เรือ่ ง การจำ�ใบหน้านี้มาใช้เมื่อจัดการเรื่องรูปแบบ ข้อมูลส่วนตัวให้เป็นที่ยอมรับกันได้เรียบร้อย” ซึ่งก็ยังไม่มีกำ�หนดเวลาที่แน่นอน

he Voyage of the Dawn Treader เตรียมจ่อออกแผ่น บลูเรย์ และดีวีดี 8 เมย.นี้ 20 เซ็นจูรี่ ฟอกส์ โฮม เอนเทอร์เทนเมนท์ เตรียมจ่อเอา The Chronicles of Narnia: The Voyage of the Dawn Treader ภาค 3 ของซีรีส์ “Chronicles of Narnia” ลง แผ่นบลูเรย์และดีวีดี 8 เมษานี้ที่อเมริกา จินตนาการจะเริม่ มีชวี ติ ขึน้ ด้วยเอฟเฟ็กพิเศษ น่าตื่นตาตื่นใจ มหาสมุทรอันเวิ้งว้างและผืน แผ่นดินที่แผ่ไพศาลพลันมีชีวิตขึ้น การเปิด ตัวในรูปแบบบลูเรย์และดีวีดีครั้งนี้จะทันรับ ช่วงอีสเตอร์พอดี ซึ่งจะเป็นเครื่องมือเรียน รู้ สั่งสอน และหนุนใจถึงเรื่องราวและบท สนทนาแห่งความเชื่อกับสมาชิกในครอบครัว ในโรงเรียน และคริสตจักรทั่วไป เกิ้ล

ในระหว่างนี้ อย่างน้อยที่สุดผู้จัดจำ�หน่าย ภาพยนตร์อเมริกันรายหนึ่งกำ�ลังมีแผนฉาย ภาพยนตร์เรื่องหนึ่งในญี่ปุ่น นั่นคือ แคมปัส ครูเสด ฟอร์ ไครสท์ ซึ่งฉายภาพยนตร์เรื่อง พระเยซูแก่ผู้ชมนับพันล้านคนทั่วโลกมาแล้ว ทีมแคมปัส ครูเสดที่ญี่ปุ่นอยู่ในพื้นที่โดยมี เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครคอยแจกจ่ายความ ช่วยเหลือทั้งอาหารและสิ่งอื่นๆ แก่ชาวบ้าน ที่ไร้ที่อยู่และได้รับความเสียหาย ทีมพันธกิจ ชาวญี่ปุ่นกำ�ลังขอดีวีดีภาพยนตร์เรื่องเยซู 50,000 แผ่น (แน่นอนว่าต้องเป็นภาษา ญี่ปุน) เพื่อฉายให้แก่ชาวญี่ปุ่นด้วยกันดู กำ�ลังซุ่มทำ� แม้บางคนอาจมองว่า ช่างใจดำ�ไปหน่อยมั้ย เพราะตอนนี้สิ่งที่จำ�เป็นที่สุดคืออาหาร ที่อยู่ ความอบอุ่น เวชภัณฑ์ และกำ�ลังใจ แต่กลับ เอาภาพยนตร์พระเยซูไปฉายให้พวกเขาดู จะ ว่าไปก็มีคนจำ�นวนมากที่ไม่มีที่ไป ไม่มีอะไรจะ ทำ� วันๆได้แต่นงั่ รอคอยความช่วยเหลือมาถึง

แอพพลิเคฃั่นมือถือ ที่ผู้ใช้สามารถ ถ่ายภาพหน้า คนเพื่อเข้าถึง ข้อมูลส่วนตัว ของผู้นั้นได้ ผู้อำ�นวยการ โครงการดังกล่าวได้เปิดเผยว่า การทีซ่ อฟท์แวร์จะจำ�หน้าได้ คนนัน้ จะต้องทำ�เครือ่ งหมาย ในช่องทีย่ นิ ยอมให้กเู กิลเข้าถึงภาพและประวัติ ย่อของผู้นั้น ฮาร์ตมุท เนเวน ผู้อำ�นวยการ ด้านวิศวกรรมการพัฒนาความจำ�กล่าว

และดังที่กล่าวไว้ก่อนหน้า บ่อยครั้งคนที่เจ็บ ปวดก็มักอยากหลบหนีไปดูภาพยนตร์ ไหนๆ ก็ไหนๆ ทำ�ไมไม่ฉายภาพยนตร์ที่ให้ความหวัง ที่สุดให้พวกเขาดูเสียเลยล่ะ ก็เป็นความคิด ที่ไม่เลว คริสเตียนชาวไทยที่สนใจจะร่วม บริจาคดีวีดีนี้แก่ทีมที่ญี่ปุ่นเพื่อการนี้ ก็เชิญ ติดต่อได้ทสี่ �ำ นักงานแคมปัส ครูเสด ประเทศ ไทย สินค้าด้านโปรไฟล์ของกูเกิ้ลรวมถึง ชื่อผู้ใช้

เทคโนโลยีนี้อาจไม่จำ�เป็นต้องออกมาเป็นแอพ พลิเคชัน่ ต่างหาก โฆษกของกูเกิล้ กล่าว ตรงกัน ข้ามการจำ�ใบหน้านี้อาจออกมาเป็นแบบอัพเดท เครื่องมือกูเกิ้ลที่มีอยู่แล้ว เช่น เครื่องมือค้นหา ภาพก็ได้ ซานต้า มอนิกา, แคลิฟอร์เนีย (ซีเอ็นเอ็น)

23 มีนาคม 2011 รอยเตอร์ โดย แอรอน ไคลน์

องรอยฝีมือโซรอสในการทิ้ง ระเบิดที่ลิเบีย ที่มา:ฟอกซ์นิวส์

อภิมหาเศรษฐีผู้ใจบุญอย่างจอร์จ โซรอสเป็น นายทุนใหญ่และผูส้ นับสนุนหลักของการจัดการ ระบบโลกทีส่ ง่ เสริมทฤษฎีการทหารทีค่ ณะบริหาร ของโอบามาใช้เพื่ออธิบายการโจมตีทางอากาศ เมื่อเร็วๆ นี้ที่มุ่งเป้าไปที่กองกำ�ลังทหารของ มูอัมมาร์ กัดดาฟีในลิเบีย โดยมีนักปฏิรูปการ ทหารผู้ก่อตั้งและคิดชื่อทฤษฎี “ความรับผิด ชอบในการปกป้อง” นั่งอยู่ในองค์กรสำ�คัญๆ หลายแห่งเคียงข้างโซรอส นอกจากนี้ กลุ่ม ต่างๆ ในโลกที่ได้รับทุนจากโซรอสซึ่งส่งเสริม ทฤษฎีความรับผิดชอบในการปกป้องนี้ยังเชื่อม โยงใกล้ชิดกับซาแมนต้า เพาเวอร์ ที่ปรึกษา พิเศษของประธานาธิบดีโอบามาจากสภาความ มั่นคงแห่งชาติในเรื่องสิทธิมนุษยชน เพาเวอร์ เป็นผู้ปกป้องทฤษฎีนี้และเกี่ยวข้องกับผู้ก่อตั้ง ทฤษฎีอย่างลึกซึ้ง จากรายงานต่างๆ เพาเวอร์ เป็นเครือ่ งมือในการหว่านล้อมให้โอบามาทำ�การ ต่อต้านลิเบีย ทฤษฎีความรับผิดชอบที่จะปกป้องถูกอธิบายจากผู้ก่อตั้ง และผู้สนับสนุน ทฤษฏีนี้ซึ่งรวมถึงโซรอสด้วยว่า เป็นการส่ง เสริมการปกครองโลกโดยอนุญาตให้ประชาคม โลกสามารถเข้าแทรกแซงกิจการภายในประเทศ ต่างๆ ได้ภายใต้เงื่อนไขบางอย่าง BRIDGE // 5

APRIL 11_ page 1-20.indd 5

23/04/2011 01:29:04


RELAX MOVEMENT ต่างประเทศ 3 สัปดาห์ แต่การเตรียมการสำ�หรับพระราชพิธีนี้เป็นไปอย่างราบรื่น ทั้งนี้หากการคาดคะเนของรัฐมนตรีกระทรวง วัฒนธรรมถูกต้อง ก็เท่ากับว่าพระราชพิธี อภิเษกสมรสของเจ้าชายวิลเลียม จะมีคน เฝ้าติดตามมากกว่าพิธีอภิเษกสมรสระหว่าง เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์และเจ้าหญิิงไดอานา พระบิดาและพระมารดาของเจ้าชายวิลเลียมในปี 1981 อย่างมาก โดยคราวนัน้ มีคนทัว่ โลกเฝ้า ติดตามราว 750 ล้านคน แม้ว่าตัวเลขเหล่า นี้ยากที่จะระบุได้อย่างชัดเจนก็ตาม

าด 2 พันล้านคนทั่วโลกติดตาม พิธอี ภิเษกสมรสปรินซ์วลิ เลียม-เคท เอเอฟพีรายงาน

คาดหมายว่าประชาชนราว 2 พันล้านคน ทั่ วโลกจะเฝ้ า ชมพระราชพิ ธี อ ภิ เ ษกสมรส ปลักษณ์ชนะเลิศ!! ระหว่างเจ้าชายวิลเลียมและเคท มิดเดิลตัน คนเปิดคลิปดู (ด่า) เป็นล้าน ณ มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ แอบบีย์ ในวัน ที่ 29 เมษายนนี้ รัฐมนตรีวัฒนธรรมของ คลิปโชว์เพลงของสาวน้อย รีเบ็กกา แบล็ค กลายเป็นทีโ่ จษขานลัน่ ทวิตเตอร์และมีคนเข้า อังกฤษระบุ ดูทางยูทูบถึง 29 ล้านครั้ง หลังถูกวิจารณ์ ในระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีประจำ� ว่าเป็นเพลงยอดแย่ทสี่ ดุ เท่าทีเ่ คยมีการบันทึก สัปดาห์ เฌเรมี ฮันต์ กล่าวว่าพระราชพิธี เสียงกันมา อภิเษกสมรสจะเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์สำ�คัญ ของโลกซึ่งมีผู้ติดตามชมทั่วโลกราว 2 พัน เพลง ‘ฟรายเดย์’ ของเด็กหญิงอเมริกันวัย ล้านคน พร้อมระบุว่าแม้เหลือเวลาอีกเพียง 13 ปี โด่งดังขนาดนั้นเพราะคนนับล้านรุม

ประณามว่าเนื้อเพลงห่วยแตกเหลือเชื่อ เช่น “yesterday was Thursday Thursday, today it is Friday Friday”, “gotta get down to the bus stop, gotta get my bus, i see my friends” และ “we we we so excited, we so excited” นอกจากเนื้ อ เพลงอั ป ลั ก ษณ์ เ กิ น ทนแล้ ว ประชาชนชาวเว็บยังวิจารณ์เสียงร้องและ ดนตรีที่ใช้เทคนิคปรับแต่งสุดฤทธิ์ รวมถึงลง มติว่าคลิปนี้เป็นคลิปยอดแย่อย่างยิ่ง อาร์ก มิวสิฟ แฟกตอรี่ ค่ายเพลงอิสระทีเ่ ป็น ผู้ผลิตเพลงนี้ ออกตัวในเว็บว่ามีเป้าหมาย หลักในการค้นหาดาวดวงใหม่ ขณะที่หน้า โปรไฟล์ของรีเบ็กกาบอกว่าเจ้าตัวเป็น ‘เด็ก หญิงร่าเริง’ “เธอชอบร้องเพลง เต้นรำ�และแสดง เธอ มองหาและทดลองสิง่ ใหม่ๆ เสมอ และเคยรับ บทนำ�ในละครเพลงเรื่องโอคลาโฮมา!” พ่อแม่มากมายยอมจ่ายไม่อั้นเพื่อปลุกปั้นลูก ให้ดังอย่างจัสติน บีเบอร์ ที่ถูกค้นพบทาง ยูทูบ และได้เซ็นสัญญากับอัชเชอร์ สำ�หรับกรณีนี้ แม้รีเบ็กกาถูกประณามไม่มี ชิ้นดี แต่ข้อความในทวิตเตอร์เมื่อเร็วๆ นี้ เธอบอกว่า “ตอนนี้เพลงฟรายเดย์ของหนูมี อยู่ใน iTunes แล้ว!!! ขอบคุณสำ�หรับการ สนับสนุนของทุกคนค่ะ” มิหนำ�ซ้�ำ ฟรายเดย์ยงั อยู่ในอันดับ Top 10 ชาร์ต ของ iTunes อีกด้วยนะ.. บีบีซีนิวส์รายงาน

K-OTIC ฟิตเอาใจแฟนใน “เถ้าแก่น้อย presents K-OTIC THE REAL TIME CONCERT” ปรากฏการณ์ความมันส์เต็มรูปแบบครั้งใหญ่ของ K-OTIC 4 รอบ 4 ภาค กรุงเทพฯ ขอนแก่น หาดใหญ่ เชียงใหม่ นับเป็นกลุ่มศิลปินบอยแบนด์ที่ประสบความสำ�เร็จมากที่สุดของเมืองไทยในขณะนี้ สำ�หรับ 5 หนุ่มต่างสัญชาติ K-OTIC (เคโอทิก) จากค่าย KAMIKAZE ที่มีสมาชิกคือ ป๊อปปี้, โทโมะ, เขื่อน, จงเบ และเคนตะ ซึ่งมีผลงานเพลงมาแล้ว 3 อัลบั้ม มีเพลง Hit ติดอันดับ Top Chart ทั่วประเทศ รวมถึงรางวัลการันตีความเป็นบอยแบนด์อันดับ 1 จากหลายสถาบัน

ครั้งแรกที่คุณจะได้มันส์สุดตัวกับ K-OTIC ตลอด 2 ชั่วโมงเต็ม สะกดทุกวินาทีด้วย แสง สี เสียง และ Special Effect มากมาย พร้อมแขกรับเชิญพิเศษ 4 รอบ 4 ภาค ไม่มีซ้ำ�! กรุงเทพฯ วันเสาร์ที่ 23 เม.ย. นี้ที่ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ขอนแก่น วันเสาร์ที่ 7 พ.ค. ที่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ขอนแก่น หาดใหญ่ วันเสาร์ที่ 14 พ.ค. ที่ ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี เชียงใหม่ วันเสาร์ที่ 28 พ.ค. ที่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่ แอร์พอร์ต ประตูเปิด 15.00 น. เริ่มแสดง 16.00 น. ราคาบัตร 500, 1000, 1500, 2000 บาท เปิดจองบัตร 26 มี.ค. นี้ที่ Thaiticketmajor ทุกสาขา www.thaiticketmajor.com Call Center 02-262-3456 จองบัตรก่อนใคร 23-24 มี.ค. ที่ www.ilovekamikaze.com ติดตามรายละเอียดที่ www.ilovekamikaze.com APRIL 11_ page 1-20.indd 6

23/04/2011 01:29:05


ENDTIME

โดย BRIDGE

โลกจะแตกจริงหรือ ? ท่านทั้งหลายจะได้ยินเสียงสงคราม และข่าวลือ เรื่องสงคราม คอยระวังอย่าตื่นตระหนกเลย ด้วยว่าบรรดาสิ่งเหล่านี้จำ�ต้องบังเกิดขึ้น แต่ที่สุดปลายยุคยังไม่มาถึง

ถามที่ผู้คนทั่วโลก ไม่เพียงแต่ใน ประเทศไทยสนใจและถามกั น มา ตลอดหลายปีและโดยเฉพาะในช่วงนี้ คงหนี ไม่พ้นคำ�ถามนี้ ยิ่งถ้าลองไปเสิร์ชคำ�ถามนี้ใน กูเกิ้ลดูทั้งในภาษาไทยและอังกฤษ จะเห็นว่า มีการสำ�แดงผลออกมามากกว่าล้านและถึง ขนาดร้อยล้านครั้งตามลำ�ดับ แน่นอนว่าลึกๆ ในใจมนุษย์ทั่วโลกปัจจุบัน เต็มไปด้วยความหวาดกลัว เพราะต่างก็ไม่รู้ อนาคต ไม่แน่ใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นกันแน่ใน วันข้างหน้า อีกทั้งภัยพิบัติตามธรรมชาติซึ่ง เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงสิบปีนี้ซึ่งนับวัน มีแต่ทวีความรุนแรงขึ้น และคร่าชีวิตผู้คน ครั้งละมากๆ โดยเฉพาะล่าสุดจากแผ่นดิน ไหวทีเ่ มืองไคร้สเชิรช์ ประเทศนิวซีแลนด์ และ โศกนาฎกรรมที่ประเทศญี่ปุ่น ที่ประเทศพม่า น้�ำ ท่วมภาคใต้ตลอดจนภูมอิ ากาศทีแ่ ปรปรวน จนประเทศไทยเราสามารถมีเดือนมีนาคมที่ หนาวเย็นได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ดู เหมือนจะเขย่าขวัญผู้คนจนดูเหมือนจะส่งผล ให้เริม่ คิดถึงกระแสวันสิน้ โลกในปี 2012 ทีจ่ ะ ถึงนีว้ า่ อาจเป็นจริงก็ได้ บางคนถึงกับเตรียม คิดหาทางเตรียมกักตุนอาหาร ข้าวของ บ้าง ก็เตรียมซือ้ ทีด่ นิ หนีน้ำ�ท่วมบ้าง บ้างก็ถอดใจ และเตรียมตัวตาย ดูเหมือนจะเป็นที่เข้าใจกันว่า กระแสการสิ้น ยุคนั้นแรกเริ่มเดิมทีมีที่มาจากคำ�พยากรณ์ใน คัมภีร์ไบเบิ้ล ฉะนั้น เรามาลองฟังความเห็น จากเจ้าตำ�รับ คือ ท่านประธานกรรมการ

ประสานงานคริสตจัก รโปรเตสแตนท์แห่ง คนส่วนใหญ่กลัวในสิ่งที่ตัวเองไม่รู้ ไม่รู้ว่าตัว ประเทศไทย อ.ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ เพื่อ เองจะไปไหน เราจึงกลัว แต่ถ้าเราไปที่ที่เรา ให้ความกระจ่างต่อคำ�ถามกันสักหน่อย รู้ และเราแน่ใจว่าเราไปถึงแน่นอน และเรา ถ้าพูดถึงปี 2012 เป็นเรื่องการคาด จะไปกับใคร ถ้าเรารู้ว่าที่ที่จะไปดีกว่าใน คะเนของคน นีไ่ ม่ใช่เรือ่ งใหม่ การคาด ปัจจุบนั ถ้าเพียงแต่คนจะรูว้ า่ มีสวรรค์ทดี่ กี ว่า คะเนหรือการทำ�นายทำ�นองนี้มีมาหลายครั้ง มีพระเจ้าแห่งความรักที่รักเขา และทุกคน ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 1999 สามารถไปถึงได้ หลายคนไม่รแู้ ละคิดว่าตัวหรือที่โด่งดังที่สุดช่วงใกล้ๆ คือ ช่วงปี 2000 เองต่ำ�ต้อยเกินไป เราจำ�เป็นต้องบอกความ ที่หลายคนคงจะยังจำ�กันได้ถึงกระแสวายทูเค จริงนี้ให้ทุกคนได้เตรียมพร้อม และสำ�หรับ หรือแม้แต่ร้อยปีก่อนหน้านี้ก็เคยพูดกันมา ปี 2012 นี้พระคัมภีร์บอกไว้ว่า “ระวังให้ แล้ว และอย่างที่เราก็รู้กันอยู่ว่า โลกก็ยัง ดี อย่าให้ผู้ใดล่อลวงท่านให้หลง ด้วยว่า ดำ�เนินอยู่จนถึงทุกวันนี้และไม่ได้เป็นไปตาม จะมีหลายคนมา ต่างอ้างนามของเราว่าตัว การคาดคะเนเหล่านั้น ทั้งนี้เพราะพระคัมภีร์ เขาเป็นพระคริสต์ เขาจะให้คนเป็นอันมาก กล่าวไว้ว่า “วันนั้นโมงนั้นที่พระองค์จะมาไม่มี หลงไป ท่านทั้งหลายจะได้ยินเสียงสงคราม ใครรู้ พระองค์จะมาได้ทุกนาที เหมือนอย่าง และข่าวลือเรื่องสงคราม คอยระวังอย่าตื่น ขโมย ปี 2012 ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่คนคาด ตระหนกเลย ด้วยว่าบรรดาสิ่งเหล่านี้จำ�ต้อง คะเนกัน ซึ่งเราก็ทำ�อะไรไม่ได้ แทนที่จะมัว บังเกิดขึน้ แต่ทสี่ ดุ ปลายยุคยังไม่มาถึง เพราะ กังวล เราควรจะใช้ปี 2011 ให้ดีที่สุดดีกว่า ประชาชาติต่อประชาชาติ ราชอาณาจักรต่อ ราชอาณาจักรจะต่อสู้กัน ทั้งจะเกิดกันดาร สิ่งที่เราควรทำ� คือ เตรียมพร้อม ถ้าวันนี้เรา อาหารและแผ่นดินไหวในที่ต่างๆ เหตุการณ์ พร้อม ก็จะไม่มีอะไรน่ากลัว เพราะสำ�หรับ ทัง้ ปวงนีเ้ ป็นขัน้ แรกแห่งความทุกข์ล�ำ บาก ซึง่ คริสเตียน การตายก็ได้กำ�ไร พ้นจากทุกข์ ต้องมีมาก่อนกำ�เนิดยุคใหม่” และความขมขื่น พ้นจากสภาพที่เสื่อมโทรม การตายไม่ใช่สิ่งน่ากลัว แต่การที่เราไม่ นี่ คื อ สิ่ ง ที่ ถู ก พยากรณ์ ไ ว้ ล่ ว งหน้ าในคั ม ภี ร์ อยากตายก็เพราะเราผูกพันกับเพื่อนๆ ญาติ ไบเบิ้ลกว่าสองพันปี และเป็นเหมือนสิ่งที่ พีน่ อ้ ง เราไม่อยากจากพวกเขาไป เราไม่อยาก ให้ความมัน่ ใจแก่ผเู้ ชือ่ ฉะนัน้ ไม่วา่ โลกจะแตก โศกเศร้า เราเพียงแต่เสียดาย อย่าให้เรามัว หรือไม่ในปี 2012 นี้เราก็ไม่กลัว เพราะเรา วิตกกังวล ตรงกันข้าม เราควรคอยช่วยเหลือ รูแ้ ล้วว่าข้างหน้าคืออะไร เราจะไปไหน และไป ผูค้ นทีย่ งั ไม่รใู้ ห้รคู้ วามจริงเพือ่ พวกเขาจะหาย กับใคร แล้วคุณล่ะ กลัว BRIDGE // 7

APRIL 11_ page 1-20.indd 7

23/04/2011 01:29:06


RELAX BOOK REVIEWS

โดย BOOM

When God writes your love story

..เทพนิยายเป็นจริง

นังสือเล่มนี้เขียนโดยผู้เขียนซึ่งเป็นสามีภรรยากัน แบ่งปันประสบการณ์ขณะที่ เป็นวัยรุ่น หนุ่มสาวต่างฝ่ายต่างพูดถึงอารมณ์แห่งการต่อสู้ในช่วงวัยที่ฮอร์โมนพลุ่ง พล่าน..อยากจะเชื่อฟังพระเจ้าแต่ก็ต้องต่อสู้กับความต้องการใครสักคน

หนังสือใหม่ ยอดขายถล่มทลาย ในอเมริกา

จากการสะบักสะบอมในการไขว่คว้า ตามหารักแท้ด้วยตัวเองบางทีถึงกับอะลุ้มอล่วย กับการเชื่อฟังพระเจ้า โดยการคิดแค่ว่านิดเดียวคงไม่เป็นไร...แต่สุดท้ายก็เจ็บปวด และรู้สึกว่าตัวเองอยู่ห่างไกลจากพระเจ้า จนกระทั่งทั้งคู่ตัดสินใจมอบความรักของตัวเองให้พระเจ้าเป็นผู้จัดการ ทั้งสองได้ พูดถึงการดำ�เนินชีวิตขณะที่กำ�ลังรอคอยคู่พระพรจากพระเจ้า (ดีมากกก อยาก ให้คนหนุ่มสาวได้อ่าน!) ด้วยการเล่าเรื่องอย่างตรงไปตรงมา พร้อมตัวอย่างโดน โดน ทำ�ให้หนังสือเล่มนี้ติดอันดับหนังสือขายดีถล่มทลายในอเมริกา และด้วยสไตล์ การเขียนแบบเราเข้าใจกัน ส่งผลให้ When God Writes Your Love Story ..เทพนิยายเป็นจริง เป็นทั้งเพื่อน และพี่เลี้ยงไปในตัว สามารถใช้สอนในชั้นเรียน รวีฯ เรื่องความสัมพันธ์ชายหญิง และเหมาะสำ�หรับศิษยาภิบาล ผู้นำ�คริสตจักร รวมทั้งผู้ปกครองเพื่อให้คำ�ปรึกษาแก่อนุชนหนุ่มสาว

ผู้เขียน: Eric&Leslie Ludy ผู้แปล: พักตร์พริ้ง อัครสวาท ราคา : 250 บาท ขนาด : 14.5 X 21 ซม. จำ�นวนหน้า : 265 หน้า

#1 New York Times Bestseller list for 9 weeks - 1 million copies in print!

A young boy emerges from life-saving surgery with remarkable stories of his visit to heaven.

Heaven is for Real

A Little Boy’s Astounding Story of His Trip to Heaven and Back By Todd Burpo, Sonja Burpo, Colton Burpo and Lynn Vincent

Format: Trade Paper Trim Size: 5 x 7.90 x 0.60 Page Count: 192 Retail Price: 630 บาท

eaven Is for Real is the true story of the four-year old son of a small town Nebraska pastor who during emergency surgery slips from consciousness and enters heaven. He survives and begins talking about being able to look down and see the doctor operating and his dad praying in the waiting room. The family didn’t know what to believe but soon the evidence was clear. Colton said he met his miscarried sister, whom no one had told him about, and his great grandfather who died 30 years before Colton was born, then shared impossible-to-know details about each. He describes the horse that only Jesus could ride, about how “reaaally big” God and his chair are, and how the Holy Spirit “shoots down power” from heaven to help us. Told by the father, but often in Colton’s own words, the disarmingly simple message is heaven is a real place, Jesus really loves children, and be ready, there is a coming last battle. สนใจสั่งซื้อ ติดต่อได้ที่ บ.บริดจ์ คอมมิวนิเคชั่น 02-6454424-26 หรือ Sales@bridgecomm.org

BRIDGE // 8 APRIL 11_ page 1-20.indd 8

23/04/2011 01:29:08


MUSIC REVIEWS

The Medicine

John Mark Mcmillan

โดย winelirious

John Mark Mcmillan ชื่อนี้คงไม่คุ้นหู แต่ถ้าพูดถึงเพลง How He Loves ที่โด่งดังจาก David Crowder Band และ Kim Walker เมื่อปีที่แล้ว เชื่อว่าคงมีหลายคนรู้จัก อัลบั้ม The Medicine เคยออกมาก่อนหน้านี้ในปี 2008 ในค่ายอิสระ แต่เมื่อได้เซ็นสัญญากับ Integrity จึงได้ทำ�ใหม่โดยรวมเพลง How He Loves เข้ามาไว้ด้วย ถ้าจะบอกว่าอัลบั้มนี้ เป็นเพลงนมัสการพระเจ้า ก็ถูก แต่ไม่ใช่อัลบั้มธรรมดาๆ เพราะดนตรีของ Mcmillan จะ ออกแนวแปลก มีเอกลักษณ์ เช่น เพลง Reckoning Day เป็นผสมร็อคยุค 90 เข้ากับ โซโลกีต้าร์สมัยใหม่ได้อย่างกลมกลืน เพลง Skeleton Bones นอกจากดนตรีจะเจ๋งแล้ว เนื้อ เพลงก็แปลกใหม่ เปรียบเทียบได้ดิบเหลือเกิน เช่นประโยค “โละกระดูกซี่โครงของเราอีกครั้ง และยืนข้างในหน้าอกของเรา เราแค่ต้องการความรักของคุณ” เพลง Carbon Ribs ที่มา ช้าๆ ในบรรยากาศหลอนเหมือนเนื้อหาเพลง แนะนำ�ให้หาไปฟังกันแล้วจะพบว่าเพลงนมัสการ ไม่จำ�เป็นต้องมีรูปแบบเดิมๆ อีกต่อไป

Real Life

Lincoln Brewster ผู้นำ�นมัสการและมือโซโลกีต้าร์ขั้นเทพในวงการเพลง

Lincoln Brewster คริสเตียน คงไม่ต้องพิสูจน์แล้วในเรื่องความสามารถ นี่เป็นอัลบั้มที่ 7 แล้ว และดูเหมือนทักษะการเขียนเพลงของ Lincoln จะพัฒนาขึ้นด้วย จากเดิม ที่เน้น Cover เพลงคนอื่น ในอัลบั้มนี้เพลงที่เด่นก็คือ Loved By You ที่ เป็นร็อคเนิบๆ ช้าๆ แต่ซาบซึ้งมาก โดยเฉพาะเสียงกีต้าร์ที่โซโลคลอตลอด เวลา และโดดเด่นขึ้นช่วงที่เพิ่มคีย์ของท่อน Chorus เพลง Real Life และ More Than Amazing เป็นเพลงช้าที่โดดเด่นอีกเช่นกัน เรียกว่าชุดนี้โชว์ โซโลในเพลงช้าเลยก็ว่าได้

Dark Is The Way, Light Is A Place

Anberlin วงร็อคที่เพิ่งมาแสดงสดในเมืองไทยไม่นานนี้ นี่เป็นอัลบั้มที่ 2 ในค่ายเพลงใหญ่ จุดเด่นของ Anberlin ที่ไม่เคยเปลี่ยนก็คือ เนื้อเพลง ที่มีเนื้อหาสร้างสรรค์ เพลงอย่าง You Belong Here ที่พูดถึงความผิด พลาดของตัวเอง และการแก้ไข หรือ Art of War ที่ตั้งคำ�ถามว่าความ รักเหมือนสงครามแค่นั้นหรือ และถ้าเธอเดินออกจากชีวิตไป เพลงรักที่ควร จะถูกเขียนก็ไม่สามารถเขียนได้ เพลง Art of War ถือว่าเป็นเพลงที่เด่น สุดในอัลบั้มทั้งด้านดนตรีและเนื้อหา อัลบั้มนี้ถือว่าเป็นร็อคที่ไม่หนักสะเปะ สะปะ มีหลายอารมณ์ ฟังได้นานๆ

Kaleidoscope Heart

Sara Bareilles ศิลปินสาวที่โด่งดังมาจากเพลง Love Song จากอัลบั้ม Little Voice การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดในอัลบั้มนี้คือ การที่เพลงมีดนตรี หลากหลายขึ้น เพลงอย่าง Uncharted ที่โชว์เปียโนสนุกๆ แต่กลับทำ�ให้ เรานึกถึงสไตล์ของ Regina Spektor ในเวอร์ชั่นป๊อป หรือ King of Anything ก็เด่นที่จังหวะเปียโน และการร้องที่ใช้คำ�อุทาน และมีจังหวะเร็ว ไปช้า ช้าไปเร็ว เปลี่ยนอารมณ์ได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนใครที่คิดถึงสไตล์แบบ อัลบั้มที่แล้วก็ต้องเพลง Say You’re Sorry เลย โดยรวมเป็นอัลบั้มที่ฟัง ได้เรื่อยๆ เพียงแต่ว่ามันอาจจะไม่ติดหูเท่าชุดก่อน

Light Up the Sky

The Afters วงอัลเทอร์เนทีฟร็อคที่ตั้งวงกันในสตาร์บัคส์ นี่เป็นอัลบั้มที่ 3 ของพวกเขา เพลงเปิดตัวคือ Light Up The Sky ที่เปลี่ยนแนวกันจนจำ� ไม่ได้ กลายเป็นเพลงป๊อปร็อค ที่มีจังหวะสนุกๆ ของกลอง มีการประสาน เสียงที่ฮุคใช้ได้ กลายเป็นเพลงที่เต้นได้เลย ซึ่งเพลงอื่นๆ ที่มาแนวนี้ก็เช่น Lift Me Up และ Say It Now หรือแม้แต่เพลง Start Over ก็ทำ�ให้ นึกถึง Jonas Brothers ได้ไม่ยาก สิ่งที่ขาดหายไปจาก The Afters ก็คือ เพลงช้าเนื้อหาซึ้งๆ หรือเพลงที่มีเนื้อหาลึกๆ และแตกต่างในแบบที่อัลบั้ม เก่าๆ เคยมี

Anberlin

Sara Bareilles

The Afters

BRIDGE // 9 APRIL 11_ page 1-20.indd 9

23/04/2011 01:29:14


Fix You

MUSIC INSPIRATION RELAX

โดย winelirious

ในยามที่คุณล้มเหลว เราพร้อมเสมอที่จะอยู่เคียงข้างคุณ งเกตกันหรือเปล่าว่า ช่วงนีข้ า่ วหน้า 1 ของ หนังสือพิมพ์ที่ปกติ จะมีแต่ข่าวอาญชกรรม การฆ่าคนตาย ข่าวอื้อฉาวต่างๆ นานา ได้ ลดความสำ�คัญลงไป เมื่อเทียบกับข่าวภัย พิบัติที่เทกระหน่ำ�กันเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย ไม่ว่า จะเป็นแผ่นดินไหวที่นิวซีแลนด์ สึนามิที่ญี่ปุ่น มีผู้ เสียชีวิตหลักหมื่น ใกล้ๆ ประเทศไทยมีแผ่นดินไหวที่ พม่า มีแรงสั่นสะเทือนไกลมาถึงกรุงเทพ นอกจากนี้ ยังมีภัยน้ำ�ท่วมทั้งที่อีสาน และภาคใต้ สภาพอากาศ แปรปรวนเหลือเกิน ใครจะไปคิดว่า เดือนมีนาคม

Coldplay วงร็อคชือ่ ดังจากเกาะอังกฤษ ประกอบด้วย Chris Martin (ร้องนำ�), Jonny Buckland (กีต้าร์), Guy Berryman (เบส) และ Will Champion (กลอง) พวกเขามีอลั บัม้ แบบสตูดโิ อ 4 อัลบัม้ ซึง่ กวาดยอดขายไปกว่า 50 ล้าน แผ่นทั่วโลก ได้ Grammy Awards มาแล้ว 7 ครั้งจากการเข้าชิง 20 ครั้ง โดยเฉพาะ Grammy ครั้งที่ 51 ได้มา 3 รางวัล จาก Song of the Year เพลง Viva la Vida และเพลงนี้ยังทำ�ให้ได้รางวัล Best Pop Performance by a Duo or Group with Vocals ซึ่งอัลบั้ม Viva la Vida or Death and All His Friends ก็ได้รางวัล Best Rock Album อีกด้วย ข้ามมายังฝั่งอังกฤษ พวกเขาได้ Brit Awards ไปแล้ว 6 ตัวจาก 17 ครั้งที่เข้าชิง ทำ�ให้ Coldplay กลายเป็นวงอังกฤษในยุคใหม่มีอิทธิพลมากที่สุดต่อจาก Radiohead หรือ U2

กรุงเทพจะมีอากาศหนาวต่ำ�กว่า 20 องศา จนหา เสื้อกันหนาวมาใส่กันแทบไม่ทัน

Fix You บรรจุอยู่ในอัลบั้ม X&Y วางขายในปี 2005 เขียนโดย Chris Martin (ร้องนำ�) ที่ตั้งใจจะใช้ออร์แกนในการบันทึกเสียง แต่เปลี่ยนใจมาใช้คีย์บอร์ดอัน เก่าของพ่อตาที่ได้ทิ้งไว้เป็นมรดกให้ภรรยาของเขา (Gwyneth) แทน Martin ได้เล่าให้ฟังว่า “พ่อตาของผม Bruce Paltrow ได้ซื้อคีย์บอร์ดใหญ่อันนี้ไว้ ก่อนตาย ไม่มีใครเคยเสียบปลั๊กใช้เลย เมื่อผมได้เสียบปลั๊ก เสียงของมันน่าฟัง เหลือเชื่อมากในแบบที่ผมไม่เคยได้ยินมาก่อน เพลงนี้ได้พลังเสียงออกมาจาก แหล่งเดียวเท่านั้น และยังมีบางสิ่งได้ให้แรงบันดาลใจแก่คุณ มันคือทั้งหมดนี้” และ Martin ถึงกับบอกว่า นี่อาจเป็นเพลงสำ�คัญที่สุดเท่าที่เคยเขียนมา ใน ส่วนของแรงบันดาลใจในการทำ�เพลงนี้ Guy Berryman ไม่ยอมรับว่า มีส่วน เล็กๆ มาจากเพลง “Many Rivers to Cross” ของ Jimmy Cliff

ตอนนี้อาจมีเพื่อนเรา หรือคนรู้จักกันห่างๆ ที่ได้รับ ผลกระทบบ้าง ไม่มากก็น้อย แต่ลึกๆ กลับรู้สึกว่า ภัยเหล่านี้มันใกล้ตัวเราเข้ามาทุกที ขณะที่วันนี้เรา ยังไม่เจออะไรหนักๆ กับตัวเราเอง เป็นโอกาสที่เรา จะสามารถให้กำ�ลังใจคนรอบข้างที่ประสบปัญหาจาก ภัยพิบัติต่างๆ ได้ เหมือนที่เพลง Fix You ของวง Coldplay ได้เขียนขึ้นเพื่อให้กำ�ลังใจคนเหล่านั้น BRIDGE // 10 APRIL 11_ page 1-20.indd 10

23/04/2011 01:29:14


Fix You Coldplay When you try your best, but you don’t succeed When you get what you want, but not what you need When you feel so tired, but you can’t sleep Stuck in reverse

พ่อตาของผม Bruce Paltrow ได้ซื้อคีย์บอร์ด ใหญ่อันนี้ ไว้ก่อนตาย ไม่มีใครเคยเสียบปลั๊กใช้เลย เมื่อผมได้เสียบปลั๊ก เสียงของมันน่าฟัง เหลือเชื่อมากในแบบที่ผมไม่เคยได้ยินมาก่อน

And the tears come streaming down your face When you lose something you can’t replace When you love someone, but it goes to waste Could it be worse? Lights will guide you home And ignite your bones And I will try to fix you And high up above or down below When you’re too in love to let it go But if you never try you’ll never know Just what you’re worth Lights will guide you home And ignite your bones And I will try to fix you Tears stream down on your face When you lose something you cannot replace Tears stream down on your face And on your face I... Tears stream down on your face I promise you I will learn from my mistakes Tears stream down on your face And on your face I... Lights will guide you home And ignite your bones And I will try to fix you มีเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับเพลงนี้ คือ เพลงนี้ได้ไปใช้ ในคอนเสิร์ตของ Young@Heart ที่แสดงโดยสมาชิก บ้านพักคนชราจาก New England ซึ่งมี Fred Knittle อดีตนักร้องประสานเสียงเป็นคนร้องนำ� ในเวลานั้นเขา เป็นโรคหัวใจล้มเหลว ต้องหายใจผ่านเครื่องให้ออกซิเจน แต่ละคนในวงก็สูงวัยกันทั้งนั้น คือ จะว่าเป็นช่วงสุดท้าย ของชีวิตก็ว่าได้ ตามความตั้งใจเดิม จะเป็นการร้องนำ�คู่ ระหว่าง Knittle กับ Bob Salvini แต่ Salvini กลับมา เสียชีวิตก่อนวันงานไม่กี่วัน ทำ�ให้ Knittle ต้องแสดงเดี่ยว เพื่อเป็นเกียรติให้กับเพื่อนของเขา เมื่อถึงวันแสดง เพียง

แค่ Knittle เริ่มร้องประโยคแรกของเพลงนี้ที่ว่า “When you try your best, but you don’t succeed” ก็โดนใจใครหลายๆ คนไปแล้ว การ แสดงนี้ได้ถูกบันทึกไว้และนำ�ไปฉายทาง Channel 4 ของอังกฤษ และ อัพโหลดขึ้น YouTube ซึ่งก็ได้รับการตอบรับอย่างดี จนได้มีเวอร์ชันที่ ยาวเป็นพิเศษของ Young@Heart ออกฉายในเทศกาล Los Angeles Film Festival ในปี 2007 แม้ว่าความหมายของเพลงนี้ Martin อาจจะไม่ได้ให้สัมภาษณ์มาอย่าง เจาะจง แต่ถ้าลองอ่านเนื้อเพลงดีๆ มันพูดถึง การที่เราผิดหวังจากเรื่อง ต่างๆ เช่น “ทำ�ดีที่สุดแล้ว แต่ก็ยังไม่สำ�เร็จ” “ได้สิ่งที่ต้องการ แต่กลับ พบว่า ไม่ใช่สิ่งที่จำ�เป็นสำ�หรับเรา” “เมื่อสูญเสียบางสิ่งที่ไม่อาจทดแทน ได้” “เมื่อรักใครสักคน แต่กลายเป็นเสียเวลาเปล่า” ประโยคเหล่านี้ เรา สามารถเข้าใจได้ในทันที เพราะทุกคนต่างเคยมีประสบการณ์การผิดหวัง แบบนี้ ด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งในเวลาเช่นนี้ บางครั้งถ้าเรามีใครสักคนอยู่ข้าง กายเรา พร้อมรับฟังความเจ็บปวดผิดหวังของเรา แม้ว่าเขาจะไม่สามารถ ช่วยแก้ไขอะไรๆให้ดีขึ้นได้ แต่อย่างน้อยกำ�ลังใจที่ได้รับ ก็ทำ�ให้เรามีพลัง กล้าเดินต่อไปได้ ไม่กลัวที่จะเผชิญความผิดหวังที่อาจเกิดขึ้นอีกก็ได้ ในวันนี้ถ้ามีเพื่อนเรากำ�ลังดำ�ดิ่งอยู่กับความล้มเหลวหรือผิดหวัง ให้เรา ลองเอ่ยปากด้วยความจริงใจ สอบถามเขาว่า มีอะไรให้เราช่วยเหลือได้ บ้าง เราพร้อมจะรับฟัง สิ่งเล็กๆแค่นี้ที่เราทำ� เชื่อเถอะว่ามันจะไม่สูญ เปล่าแน่นอน BRIDGE // 11

APRIL 11_ page 1-20.indd 11

23/04/2011 01:29:15


Inside DVD

โดย Nuchy

etters to God อิงจากเรือ่ งจริงของไทเลอร์ โดตี้ เด็กชาย ความปรารถนาที่บอกใครไม่ได้กับพระองค์ ต่อมาไม่นานเบน อายุ 3 ขวบผู้ป่วยเป็นมะเร็งชนิด Medulloblastoma ก็ได้รับคำ�ตอบจากพระเจ้าเพราะจดหมายฉบับนั้น ซึ่งเกิดขึ้นกับคนจำ�นวนไม่มากนัก แพทริค โดตี้ พ่อของ จดหมายถึงพระเจ้าของไทเลอร์ยงั เป็นแรงบันดาลใจให้กบั เบรดี ไทเลอร์เป็นผู้เขียนบทภาพยนตร์เรื่องนี้ขึ้นมา บุรษุ ไปรษณียข์ เี้ มาผูอ้ มทุกข์และแสวงหาทางออกให้กบั ชีวติ โดย Letters to God ดำ�เนินเรื่องราวให้เห็นชีวิตของไทเลอร์, แมด การดืม่ เหล้า เขารับจดหมายของไทเลอร์ไว้ทกุ วันโดยไม่รเู้ ลยว่า ดี ผู้เป็นแม่, แกรนนา ผู้เป็นยาย, เบน พี่ชายของไทเลอร์, จะไปส่งต่อให้พระเจ้าได้ที่ตู้ปณ.ไหน จึงเอาไปวางทิ้งไว้ที่โบสถ์ แซมเพื่อนรักของไทเลอร์, อเลกซ์เพื่อนที่โรงเรียน และเบรดี เพราะคิดว่าพระเจ้าคงอยู่ที่นั่น แต่โบสถ์แนะว่าจดหมายพวก บุรษุ ไปรษณีย์ ..หนังแสดงให้เห็นถึงชีวติ ของทุกคนทีโ่ คจรรอบๆ นี้อยู่ในมือของเบรดีแล้ว ให้เขาถามพระเจ้าเอาเถิดว่าพระองค์ ชีวติ ของไทเลอร์เด็กน้อยอายุ 8 ขวบผูต้ อ้ งต่อสูก้ บั โรคมะเร็งใน ต้องการให้เขาจัดการกับจดหมายพวกนี้อย่างไร เบรดีจ�ำ ต้อง สมองซึ่งเป็นโรคที่รุนแรงสำ�หรับเด็กตัวเล็กๆ แต่ด้วยความรัก เก็บจดหมายเหล่านัน้ ไว้ และได้���า่ นมัน ทำ�ให้เขาได้รจู้ กั ไทเลอร์ และความเชือ่ ทีเ่ ขามีตอ่ พระเจ้าไทเลอร์เขียนจดหมายถึงพระเจ้า จนเป็นเพื่อนรักกันในที่สุด เขาได้รู้ถึงความปรารถนาของเด็ก พับใส่ซอง ติดแสตมป์ 1 ดวง และส่งให้บุรษไปรษณีย์ที่เดิน น้อย และได้เป็นกำ�ลังใจให้ตัวเขาเองด้วยในการต่อสู้เพื่อความ รับส่งจดหมายตามบ้านทุกๆวัน เมือ่ พระเจ้าตอบคำ�อธิษฐานของ เชื่อของตัวเอง ให้เขาได้รู้จักกับพระเจ้าและพลิกชีวิตที่ไร้จุด เขา ไทเลอร์แนะนำ�แซมเพื่อนรักว่า “ใส่ซองแล้วติดแสตมป์สิ หมายของเขาให้กลับมีชวี ติ ทีจ่ ะอยูเ่ พือ่ ทำ�สิง่ ดีๆให้กบั ผูอ้ นื่ ต่อไป แซม ฉันก็ทำ�อย่างนั้นล่ะ ได้ผลดีเชียว” หนังยังสื่อถึงความน่ารักของแซม เพื่อนรักของไทเลอร์ แม้จะ แม้ไทเลอร์เป็นเด็กที่เข้มแข็งและไม่ได้แสดงความกลัวออกมา เป็นเด็กผู้หญิงแต่แซมกับไทเลอร์ก็อยู่ทีมฟุตบอลของโรงเรียน แต่แมดดีผู้เป็นแม่ก็ไม่ได้สบายใจขึ้นเลย ทั้งอยู่ในสภาวะกดดัน ด้วยกันและเป็นเพือ่ นทีส่ นิททีส่ ดุ ของกันและกัน เมือ่ ไทเลอร์รบั ทั้งเรื่องเวลาที่ต้องให้กับการทำ�งานเลี้ยงครอบครัว อีกทั้งต้อง การรักษาด้วยคีโม ผมและคิว้ จึงร่วงไปทัง้ หมด เมือ่ ไทเลอร์กลับ ดูแลลูกชายตัวน้อย เมือ่ แมดดีมเี วลาว่าง ก็จะให้เวลาและความ ไปเยี่ยมโรงเรียน อเลกซ์ล้อเลียนไทเลอร์จึงโดนแซมเล่นงาน ใส่ใจทั้งหมดกับไทเลอร์ โดยหลงลืมไปว่ายังมีเบน ลูกชายอีก เพราะไม่ยอมให้ใครมาว่าเพื่อนรัก แต่สิ่งที่ไทเลอร์แสดงออก คนที่ยังต้องการแม่ และคิดถึงแม่คนเดิมก่อนที่ไทเลอร์จะป่วย คือเขียนจดหมายให้อเลกซ์ว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นไทเลอร์ไม่ เบนจึงโทษไทเลอร์ว่าเป็นต้นเหตุของเรื่องแย่ๆที่เกิดขึ้นทั้งหมด ได้โกรธ ในภายหลังทั้งแซมและอเลกซ์จึงได้รับแรงบันดาลใจ เมื่อไทเลอร์รู้ก็แนะนำ�ให้เบนเขียนจดหมายถึงพระเจ้าระบาย ในการเขียนจดหมายถึงพระเจ้า แซมและอเลกซ์ยังได้เปิดใจรับ พระเจ้าเข้ามาในชีวิตของพวกเขา BRIDGE // 12 APRIL 11_ page 1-20.indd 12

23/04/2011 01:29:16


สำ�หรับชีวิตของไทเลอร์ ความตั้งมั่นใน ความเชื่อ ความหวัง และความรักของ เขาได้เปิดทางให้หลายๆ คนได้มารู้จักกับ พระเจ้า และมีความเชื่อที่เข้มแข็ง แม้เขาจาก ไปตั้งแต่อายุยังน้อย แต่หน้าที่ของเขา บนโลกนี้ ได้เสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว รัก ความเชื่อ และความหวัง เขาทำ�ให้ผมรู้ว่าชีวิตนี้ยังมีอะไร อะไรทีม่ ากกว่าเรือ่ งเงินเรือ่ งทองและการงาน แต่เป็นเรือ่ งของ ครอบครัวและชีวติ นิรนั ดร์กบั พระคริสต์ ชีวติ ของผม ผมจะต่อสู้ กับมันเพื่อใช้เป็นข้อความสื่อไปถึงโลกนี้ เพื่อพระเจ้า และเพื่อ ลูกน้อยที่ได้จากไปอยู่กับพระเจ้าแล้ว”

etters to God สื่อให้เห็นถึงความมั่นคงในพระเจ้าของ เด็กตัวเล็กๆ คนหนึ่งซึ่งส่งผลไปถึงทุกคนที่อยู่รอบตัว เขา ให้ความเชือ่ ทีจ่ บั ต้องไม่ได้กลายมาเป็นความจริงที่ จับต้องได้ในชีวติ ของทุกคนทีอ่ ยูร่ อบๆ แม้แมดดีจะโกรธพระเจ้า โดยเข้าใจว่าพระเจ้าอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ทั้งหมด และต่อสู้กับ พระเจ้าเพราะไม่ยอมให้มาเอาชีวิตของไทเลอร์ไป แต่ก็ไม่ได้ทำ� ให้ความเชือ่ ของไทเลอร์ลดน้อยลง ชีวติ ของไทเลอร์จดุ ประกาย ให้ผู้คนมากมายหันมาสื่อสารกับพระเจ้าโดยการเขียนจดหมาย ทำ�ให้ความเชื่อในพระเจ้าของหลายๆ คนมีเพิ่มมากขึ้น

หนังเรื่องนี้ถูกสร้างขึ้นหลังจากไทเลอร์ได้จากโลกนี้ไปแล้ว แพทริคมีอาชีพเป็นช่างไม้ เขาตัดสินใจจะเขียนหนังสือถ่ายทอด เรื่องราวขึ้นมาแต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี จึงอธิษฐานขอให้ พระเจ้าช่วยนำ�ทางให้เขา สองวันต่อจากนั้น เพื่อนคนหนึ่งของ เขาซึ่งไม่ได้เจอกันมานานมาหาที่บ้านพร้อมยื่นหนังสือที่มีชื่อว่า Walking Taylor Home ให้เขา หนังสือเล่มนีเ้ ขียนโดยพ่อคน หนึ่งเกี่ยวกับลูกของตนที่เป็นลูคีเมีย แพทริคได้รับแรงบันดาล ใจจึงเริม่ เขียนหนังสือ แต่มนั ทำ�ให้เขาตกอยูใ่ นความเครียดและ ภาวะซึมเศร้า จึงได้เข้าคอร์สเรียนเขียนบทภาพยนตร์แทนการ เขียนหนังสือ ภายในเวลา 2 สัปดาห์เขาเขียนบทภาพยนตร์ เรื่อง Letters to God เสร็จและนี่เป็นจุดเริ่มต้นของแพทริค ในสายงานเขียนบทภาพยนตร์

มาถึงตอนท้ายของหนัง แม้จะดำ�เนินเรื่องมาโดยตลอดให้คนดู สัมผัสถึงความหวังในชีวิตของหนูน้อยไทเลอร์ แต่ไทเลอร์ก็ถูก คร่าโดยเจ้ามะเร็งร้ายในที่สุด ความตายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต แต่สิ่งที่สำ�คัญที่สุดคือเมื่อตอนเรามีชีวิตอยู่ เราได้ใช้ชีวิตให้ บรรลุจุดประสงค์ของการเกิดมาแล้วหรือยัง สำ�หรับชีวิตของ ไทเลอร์ ความตั้งมั่นในความเชื่อ ความหวัง และความรักของ เขาได้เปิดทางให้หลายๆ คนได้มารู้จักกับพระเจ้า และมีความ เชื่อที่เข้มแข็ง แม้เขาจากไปตั้งแต่อายุยังน้อย แต่หน้าที่ของ เขาบนโลกนี้ได้เสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว

ในเวลาเพียงสั้นๆ จากช่างไม้กลายเป็นนักเขียนบทภาพยนตร์ พระเจ้าได้ช่วยให้บทภาพยนตร์ Letters to God ออกมาเป็น ภาพยนตร์ทสี่ มบูรณ์แบบได้อย่างรวดเร็ว โดยปกติแล้วบทหนัง เรื่องหนึ่งจะใช้เวลาเวียนว่ายอยู่ใน Hollywood กว่า 7-10 ปี กว่าจะเป็นภาพยนตร์พร้อมฉาย แต่สำ�หรับ Letters to God ใช้เวลาเพียง 3 ปีเท่านัน้ ยังมี Letters to God เวอร์ชนั่ หนังสือ ออกมาในเดือนกุมภาพันธ์ 2010 และในส่วนของภาพยนตร์ ได้เข้าฉายในเดือนเมษายนตร์ปีเดียวกันในกว่า 900 โรงทั่ว ประเทศอเมริกา

กว่าจะมาเป็น Letters to God

‘You are a letter...written not with ink but with the Spirit of the living God….not on tablets of stone but on tablets of human hearts.’ (2 Corinthians 3:3)

หนูนอ้ ยไทเลอร์ตวั จริงซึง่ ป่วยเป็นมะเร็ง ได้จดุ ประกายให้ผเู้ ขียน บทหนังเรื่องนี้ได้เห็นถึงการต่อสู้ท่ามกลางความเชื่อ เมื่อหนู น้อยไทเลอร์จากโลกนี้ไป แพทริค พ่อของเขาป่วยเป็นลูคีเมีย แต่เมื่อลูกสู้ได้ พ่อก็ต้องสู้ได้ “จะให้ผมบ่นได้อย่างไร เมื่อครั้ง ลูกชายของผมเป็นมะเร็ง ผมเห็นความกล้าหาญของเขา ชีวิต ของเขาเป็นเสมือนจดหมายถึงพระเจ้า ซึ่งแสดงออกถึงความ

“ท่านปรากฏเป็นจดหมาย และได้เขียนไว้ มิใช่ด้วยน้ำ�หมึก แต่ ด้วยพระวิญญาณของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์ และมิได้เขียนไว้ ที่แผ่นศิลา แต่เขียนไว้ที่แผ่นดวงใจมนุษย์” (2 โครินธ์ 3:3) BRIDGE // 13

APRIL 11_ page 1-20.indd 13

23/04/2011 01:29:18


ENGLISH TIME

โดย Nuchy

อัCommon นดับภาษาอั ง กฤษ ผิ ด กั น บ่ อ ย Mistakes in English Usage อันดับ 1

I’m bored. & I’m boring.

ก่อนอื่นขอให้จำ�ไว้ก่อนว่า รู้สึก + Verb ช่อง3 น่า + Verb + ing ตัวอย่างเช่น John is boring. จอห์นเป็นคนน่าเบื่อ Jane is bored. เจนรู้สึกเบื่อ John is annoying. จอห์นเป็นคนน่ารำ�คาญ Jane is annoyed. เจนรู้สึกรำ�คาญ * เวลาเห็นคนแชทกับเพือ่ นต่างชาติ แอบชำ�เลืองดูกจ็ ะ พบคำ�ผิดเช่นนีอ้ ยูเ่ สมอ เช่นอยากจะบอกว่า ฉันเบือ่ จัง แต่ดนั ไปบอกเขาว่า I’m so boring. (ฉันเป็นคนน่า เบือ่ สุดๆไปเลย) แล้วเขาจะอยากคุยด้วยไหมล่ะ ทีน้ี เฮ้อ

อันดับ 3

Like & To Be Like

Like เป็น verb (กริยา) แปลว่า ชอบ แต่ในขณะ เดียวกันก็เป็นทัง้ adjective (คุณศัพท์) ขยายคำ� นาม ซึง่ แปลว่า เหมือน ทีนเ้ี ราจะรูไ้ ด้อย่างไรล่ะว่า like ตัวไหนแปลว่าอะไรใน ประโยค? คำ�ตอบคือ มันจะอยูค่ นละตำ�แหน่ง และ ทำ�หน้าทีต่ า่ งกันในประโยค ตัวอย่างเช่น * I like pizza. g Like ตรงนี้เป็น verb วาง ไว้หลังประธานได้เลย ประโยคนีแ้ ปลว่า ฉันชอบพิซซ่า * I am like my brother. g Like นี้เป็น adjective ซึ่งจะอยู่หลัง verb to be หรือ verb อื่นที่ทำ�หน้าที่เหมือน verb to be ได้ดว้ ยเช่น feel, get หรือ look (เรียกว่า Linking Verb) เป็นต้��� ประโยคนี้จึงแปลว่า ฉันเหมือนพี่ชายของฉัน

อันดับ 2

เสียง Sh และ Ch

* การออกเสียง sh นั้น เหมือนเวลาเราบอกเพื่อนให้ เงียบๆหน่อยโดยใช้เสียงว่า “ชู่ๆ” นั่นแหละ ความสำ�คัญ คือ คราใดที่ออกเสียงนี้ในภาษาอังกฤษ ลมที่เปล่งออกมา จะต้องไม่ถูกกักด้วยลิ้น และเสียงที่ได้ออกมาจะเป็นเสียง ที่ยาวกว่าเสียง ch โดยอัตโนมัติ * ส่วนเสียง ch นั้น เราจะต้องเอาลิ้นกักลมไว้ก่อนเสมอ แล้วค่อยปล่อยลมออกมา เวลากักลมลิ้นจะอยู่ในตำ�แหน่ง เดียวกับเวลาจะออกเสียงตัว T นั่นแหละ และออกเสียงชู่ (เหมือนด้านบน) ตามมา เพียงแต่ไม่ต้องออกเสียงตัว T เพียงเท่านี้ก็ perfect แล้วค่ะ ตัวอย่างเช่น Wash (ล้าง) & Watch (ดู) Wash เสียงจะยาวกว่า และ ไม่มีการกักลมตรงท้าย พยางค์ Watch เสียงที่ออกมาจะสั้น เพราะท้ายพยางค์จะมีการ ปิดโดยการกักลม Wash เสียงจะยาวกว่า และ ไม่มีการ กักลมตรงท้ายพยางค์

ทีนี้ลองมาดูว่าประโยคด้านล่างนี้ว่าผิดตรงไหนบ้าง I am boring when I wash football on TV. I’m not like football but John does. ประโยคนี้หากจะกล้ำ�กลืนฝืนทนแปล คงได้ออกมาว่า ฉันเป็นคนน่าเบื่อเมื่อฉันล้างลูกฟุตบอลบนทีวี ฉันเนี่ยไม่เหมือนลูกฟุตบอลหรอก แต่จอห์นน่ะใช่ g เป็นไงคะ แปลอย่างนี้คุณผู้อ่านคงเหงื่อตกเลยใช่ไหมล่ะคะ ว่าการใช้คำ� หรือ ออกเสียงผิดเพียงเล็กน้อย ความหมาย มันจะเพี้ยนเป็นภาษามนุษย์ต่างดาวที่ฟังดูก็ไม่รู้เรื่องว่า ผู้พูดต้องการจะสื่ออะไรได้ถึงเพียงนี้ ตามที่อธิบายทั้งหมด คุณผู้อ่านก็ลองช่วยผู้เขียนแก้ ประโยคด้านบนให้พอฟังพออ่านรู้เรื่องเป็นภาษาที่มนุษย์จะ เข้าใจได้หน่อยก็แล้วกันนะคะ

BRIDGE // 14 APRIL 11_ page 1-20.indd 14

23/04/2011 01:29:19


RETHINK

โดย Peter Dewit

วางยานํ้าพุแห่ง ความหนุ่มสาว

วามคิดทั้งหมดของการเป็นหนุ่มสาวตลอดกาลนี้ถูกตีค่าสูงเกินไปมากๆ ลอง คิดถึงภาพยนตร์เรื่อง ‘Bicentennial Man’ (มนุษย์สองร้อยปี) สิ แล้วดูสิ ว่าเขาเศร้าขนาดไหนทีต่ อ้ งเฝ้าดูคนอืน่ ๆในชีวติ ตายจากไป ส่วนตัวเองถูกทิง้ ไว้ คนเดียว แม้ผมจะอยากดูหนุม่ ขึน้ แต่ทางเดียวทีค่ ณ ุ จะเกลีย้ กล่อมให้ผมยอมกลับไปเป็น หนุม่ อายุ 19 อีกได้ ก็ตอ่ เมือ่ ผมรูว้ า่ ผมสามารถมีความรูท้ มี่ อี ยูใ่ นตอนนีแ้ ละประสบการณ์ ที่ผ่านมาแล้วได้ด้วย แต่เราก็รู้ว่า มันเป็นไปไม่ได้

“ฉันพยายามไม่หัวเราะหรือยิ้มค่ะ”

อย่างที่บอก ผมรู้ แต่ผมสงสัยว่าแล้วเกิด อะไรขึ้นกับเราถึงยอมให้ภาพลวงตาของความ งามในวัยหนุม่ สาวนีม้ อี �ำ นาจเหนือเรามากขนาด นัน้ มันเหมือนเราพยายามกำ�เมฆไว้ในอุง้ มือ และยังพบตัวเองตกใจสุดขีดทีส่ ดุ ท้ายพบว่าตัว เราปฏิเสธไม่ได้วา่ สังคมได้ให้คณ ุ ค่าความหนุม่ สาวและความงามมากจนเกินพอดี ความ เองคว้าน้ำ�เหลว จริง คือ น้ำ�พุแห่งความหนุ่มสาวกำ�ลังคร่าชีวิตเรา แท้จริงแล้ว น้ำ�พุนี้กำ�ลังเป็นพิษ ความปรารถนาอันไร้เหตุผลที่จะเป็นหนุ่มสาว การเริ่มแก่ตัวลงกลายเป็นสิ่งทีไม่อยากคิดถึงไปเสียตั้งแต่เมื่อไหร่ ผมรู้แล้ว รู้จริงๆ คน ตลอดไปนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ที่แน่ๆ คือมัน ใกล้ชดิ ผมทีส่ ดุ อาจบอกคุณถึงสงคราม “อันแยบยล” ของผมกับสัญญาณทีบ่ ง่ บอกชัดว่า ออกจะต่างไปจากเดิมที่เคยเป็น ในสมัยอียิปต์ เหยียบ 50 แล้ว ผมต่อสู้กับขนคิ้ว ขนหูที่ดื้อด้าน ตลอดจนบรรดาผมหงอกที่มีแต่ โบราณ อายุขัยของคนไม่เกิน 36 ปี พวกเขา ทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ...ไม่ว่าผมจะทั้งถอน เล็ม หรือย้อมสีแล้วก็ตาม ผมก็ยังไม่อาจหยุดยั้ง ผลิตยาแก้ผมหงอก เป็นขี้ผึงทำ�ด้วยเลือดจาก สัญญาณความชราภาพเหล่านี้ได้ ไม่มีใครทำ�ได้ กระนั้น เราก็ยังพยายามกันใหญ่ เมื่อ เขาวัวกระทิงดำ� ผมร่วงก็หวังกันว่าจะหยุดยั้ง เร็วๆ นี้ ผมได้พดู คุยกับเพือ่ นคนหนึง่ ทีด่ หู น้าตาอ่อนกว่าวัยอย่างน่าประหลาด ผมถามเธอ ได้โดยใช้สว่ นผสมของน้�ำ ผึง้ กับไขมันจากจระเข้ ว่า เธอไปทำ�อะไรผิวพรรณมา ทำ�ไมถึงยังดูตงึ เปรีย๊ ะ คำ�ตอบของเธอทำ�ให้ผมแทบเป็นลม สิงโต ฮิปโป แมว งู และแพะ ถ้าคุณอยู่ใน BRIDGE // 15 APRIL 11_ page 1-20.indd 15

23/04/2011 01:29:20


RELAX RETHINK เพราะวัยรุ่นมักจะถือว่า ความไม่สมบูรณ์แบบทุกอย่าง (ทั้งจริงหรือที่คิดเอาเอง) เป็นเรื่องร้ายแรง ความแตกต่างทาง ร่างกาย ไม่ว่าจะเล็กน้อยเพียงใด ก็อาจมีอิทธิพลต่อสิ่ง ที่วัยรุ่นคิดเกี่ยวกับตัวเอง และพฤติกรรมของพวกเขาได้ (ซาแมนต้า ซมิธสไตน์, PsyD.)

หมู่ชาวกรีกและชาวโรมันโบราณ พวกเขาจะ ดื่มเลือดนักสู้ที่เพิ่งถูกฆ่า เพราะเชื่อว่าจะให้ กำ�ลังวังชาและชีวติ ยืนยาวนาน ดูเหมือนสมัย นั้น (ก็เหมือนสมัยนี้) การต่อสู้เพื่อรักษาความ หนุ่มสาวไว้จริงๆแล้วอาจกลายเป็นสาเหตุให้ ตายก่อนวัยอันควรก็ได้ น่าเศร้ามากเมื่อเราลงเอยด้วยการคร่าชีวิต ตนเองในการแสวงหาความงามและความหนุม่ สาว มีสาวๆ อายุน้อยๆ ราว 16 ปีที่เข้า รับการเสริมโบท็อกซ์มากขึ้นเรื่อยๆ หญิงสาว วัย 23 ปีตายจากอาการแทรกซ้อนหลังจาก ผ่าตัดเสริมหน้าอกครั้งที่หก แม้เรารู้ว่า ชาย หญิงวัยกลางคนหมกมุ่นมากแค่ไหนกับความ เปลี่ยนแปลงที่พวกเขาเห็น – และยอมทำ�จน สุดโต่งเพือ่ ท้าทายอำ�นาจของมัน – เราอาจจะ ไม่ตระหนักว่า ความกลัวนี้ได้ค่อยๆ ถ่ายทอด ลงมาถึงคนหนุ่มสาว ที่สำ�คัญกว่านั้น เราจะ ต้องรอจนกว่าจะมีคนตายเพราะศัลยกรรม การผ่าตัดเสริมความงามเพิ่มอีกกี่คน หรือ ต้องเห็นผลอันน่าอัปลักษณ์จากการใช้ขั้นตอน เสริมความงามอย่าง โบท็อกซ์ มากเกินไปหรือ กว่าจะรู้ตัวว่า วัฒนธรรมของเรามีปัญหามาก

สิ่งที่ผมอยากรู้คือว่า ใครบอกว่าเราควรต่อสู้กับเจ้าศัตรูที่ไม่มีวันพ่ายแพ้นี้ ใครทำ�ให้ ความชรากลายเป็นศัตรูของเราตั้งแต่แรก เราทุกคนต่างชอบงานเลี้ยงวันเกิดกันทั้งนั้น แต่กลับเกลียดชังสิง่ ทีเ่ ป็นเครือ่ งพิสจู น์วา่ เรายังมีชวี ติ อยู.่ ..และสิง่ พิสจู น์นนั้ ก็คอื การแก่ตวั ลง ส่วนที่เศร้าที่สุดในเรื่องนี้ก็คือว่า แม้แต่หนุ่มสาวก็แสวงหาน้ำ�พุแห่งความหนุ่มสาวกัน ความเป็นหนุ่มเป็นสาวไม่พอหรือ ทำ�ไมล่ะทีน่ ติ ยสารความงามถึงทำ�ให้เรารูส้ กึ ตัวเองน่าเกลียด คุณเห็นมัย้ มันไม่ใช่แค่เรือ่ ง มีใบหน้าเรียบใสกิ๊ก แต่ปัญหาคือเมื่อการมีใบหน้าเรียบใสกิ๊กนี้กลายเป็นสิ่งที่ให้คุณค่าแก่ ตัวเรา หรือภาพลักษณ์ของเรา เราตัดสินใจว่า ความงามทำ�ให้ได้สิ่งที่น่าพึงใจ เราจึง วางมาตรฐานความงามไว้บนบรรทัดฐานที่น่าขันที่สุด บรรทัดฐานที่เป็นภาพลวงตา จอม ปลอม เป็นความงามแบบโฟโต้ช็อปที่ผ่านกรรมวิธีตกแต่ง และคัดสรรมาแล้ว “เพราะวัยรุ่นมักจะถือว่าความไม่สมบูรณ์แบบทุกอย่าง (ทั้งจริงหรือที่คิดเอาเอง) เป็น เรื่องร้ายแรง ความแตกต่างทางร่างกาย ไม่ว่าจะเล็กน้อยเพียงใด ก็อาจมีอิทธิพลต่อสิ่ง ที่ วั ย รุ่ น คิ ด เกี่ ย วกั บ ตั ว เอง และพฤติ ก รรมของพวกเขาได้ ” (ซาแมนต้ า ซมิ ธ สไตน์ , PsyD.)

คำ�พูดใดๆที่พูดถึงคนทั้งรุ่นย่อมไม่ได้หมายความว่า ทุกคนในชั่วอายุนั้นเป็นแบบนั้นหมด แต่จากการศึกษาระบุว่า แม้แต่หนุ่มสาว ทั้งๆที่มีเวลาและความงามเป็นต่ออยู่แล้ว ก็ยัง ต้องต่อกรกับภาพลักษณ์ที่ไม่ดีของตัวเองและความชรา ถ้าแม้แต่หนุ่มสาวยังไม่มีความ สุข ก็แสดงว่ามีการต่อสู้ที่ลึกซึ้งกว่ากำ�ลังเกิดขึ้นที่นี่ ผมกับภรรยาและลูกสาวชอบนั่งดูไอดอลชาวอเมริกันด้วยกัน ดูเหมือนฤดูกาลนี้จะมีช่วง ที่สะเทือนอ���รมณ์มาก และก็ใช่ว่าผู้ทำ�รายการจะจัดฉากแบบนี้ขึ้น มีหนุ่มน้อยคนหนึ่ง

BRIDGE // 16 APRIL 11_ page 1-20.indd 16

23/04/2011 01:29:20


ที่ผ มประทับใจเป็น พิเศษ เขาเติบโตมา พร้อมกับปัญหาการ นับถือตัวเองอย่าง รุ น แรงเพราะกลุ่ ม อาการผิดปกติทาง สมอง ใบหน้าเขา บิดเบี้ยวจนควบคุม ไม่ได้ เขาเติบโตมา โดยไม่ เ คยรู้ จั ก พ่ อ ของตัวเอง ทุกๆวัน เจอแต่การถูกรังแก และเหยี ย ดหยาม จนเป็ น ส่ ว นหนึ่ งใน ชีวิต เมื่อถึงคิวเขา ทดสอบการแสดง เขาประหม่า และไม่ พร้ อ มจะรั บ ความ คิ ด เห็ น ของกรรมการ แต่เมื่อกรรมการได้ชมเชยความ สามารถของเขา หนุ่มน้อยผู้นั้นร้องไห้โฮออกมาต่อหน้าคนทั้งประเทศ ผม คิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้น คือ เขารู้สึกปลดปล่อยจากการที่ต้องต่อสู้กับทุกสิ่งที่ เขาเปลี่ยนแปลงมันไม่ได้ และผ่อนคลายในความงามเฉพาะตัวของเขาได้ นฐานะวิทยากรอนุชน ผมพบว่าทุกครั้งที่ผมคุยเรื่องภาพลักษณ์ของ ตัวเอง หนุ่มสาวต่างพากันตั้งใจฟัง ผมมักจะพยายามยืนยันแก่พวก เขาสี่อย่างด้วยกัน • คุณแต่ละคนมีความงามเฉพาะตัว หัดยอมรับและพัฒนาสิ่งนั้น ตัวจริง ของคุณนั้นสุดยอด เชื่อสิ! • การนับถือตัวเองจะช่วยให้คุณกล้าลองสิ่งใหม่และเรียนรู้จักคนใหม่ๆ ที่ น่าสนใจ อย่าให้ชีวิตผ่านไปโดยคอยแต่หลบเลี่ยงประสบการณ์ใหม่ๆ และ รู้สึกว่าตัวเองไม่เป็นที่ ต้องการ ให้มองจุดเด่นและความสามารถที่พระเจ้า มอบให้คุณ • เช็คสเปียร์กล่าวว่า “เรียนรูจ้ กั ตัวตนของตัวเอง และเป็นตัวจริง” การ เป็นคนซื่อตรง จะช่วยคุณในอนาคตได้มากกว่าครีมเสริมความงามและ เครื่องเพราะกล้ามทั้งหลายแหล่ • ชีวิตของคุณเป็นสิ่งมหัศจรรย์ ทุกๆ วันคุณจะเห็นและพบความงาม รอบตัว และถ้า... คุณหาทางขอบคุณและดำ�เนินชีวติ ในความมหัศจรรย์นนั้ ได้ แม้ในวัยชรา คุณจะยังคงมีเสน่ห์ตราตรึงอยู่เสมอ

QUOTES I am a little pencil in the hand of a writing God who is sending a love letter to the world. ~Mother Teresa (Agnes Gonxha Bojarhiu)

ฉันเป็นดินสอแท่งเล็กๆ ในพระหัตถ์ของพระเจ้า ผู้เป็นนักประพันธ์ ผู้กำ�ลังส่งสารรักไปยังโลกใบนี้ แม่ชีเทเรซา

What we have done for ourselves alone dies with us; what we have done for others and the world remains and is immortal. ~Albert Pike

สิ่งที่ทำ�เพื่อตัวเองคนเดียว ก็ตายไปพร้อมกับเรา แต่สิ่งที่เราทำ�เพื่อผู้อื่นและโลกนี้ จะคงอยู่และไม่มีวันตาย อัลเบิร์ต ไพค์

APRIL 11_ page 1-20.indd 17

23/04/2011 01:29:21


RELAX REFLECTION

โดย แจนนี่

T C A P U M R A W การอุ่นเครื่อง ou will enjoy the new insights that Rick Warren has, with his wife now having cancer and him having ‘wealth’ from the book sales.. This is an absolutely incredible short interview with Rick Warren, ‘Purpose Driven Life ‘ author and pastor of Saddleback Church in California.. In the interview by Paul Bradshaw with Rick Warren, Rick said:

คุณจะชอบความเข้าใจใหม่อันลึกซึ้งของริค วอร์เร็นขณะนี้ซึ่ง ภรรยาของเขากำ�ลังเผชิญกับมะเร็งร้าย ส่วนเขาก็มี “ความ มั่งคั่ง” จากรายได้การขายหนังสือ... นี่เป็นบทสัมภาษณ์ สั้นๆ กับริค วอร์เร็น ผู้เขียนหนังสือ “ชีวิตที่เคลื่อนไปด้วย วัตถุประสงค์” (Purpose Driven Life) และศิษยาภิบาล คริสตจักร แซดเดิลแบ๊ค ในคาลิฟอร์เนีย...ในการสัมภาษณ์ โดยพอล แบรดชอว์ ริค กล่าวดังนี้

People ask me, What is the purpose of life? And I respond: In a nutshell, life is preparation for eternity. We were not made to last forever, and God wants us to be with Him in Heaven.

มีคนถามผมว่า วัตถุประสงค์ในชีวิตคืออะไร แล้วผมตอบว่า โดยสรุปแล้ว ชีวิตเป็นการเตรียมตัวสำ�หรับ นิรันดร์กาล เราไม่ได้ถูกสร้างมาให้คงอยู่ชั่วนิรันดร์ และ พระเจ้าก็อยากให้เราไปอยู่กับพระองค์ในสวรรค์

One day my heart is going to stop, and that will be the วันหนึ่งหัวใจผมจะหยุดเต้น และนั่นจะเป็นจุดจบของร่างกายนี้ end of my body-- but not the end of me. แต่ไม่ใช่จุดจบของผม I may live 60 to 100 years on earth, but I am going to spend trillions of years in eternity. This is the warm-up act - the dress rehearsal. God wants us to practice on earth what we will do forever in eternity.

ผมอาจมีอายุยืน 60 หรือถึง 100 ปีในโลกนี้ แต่ผมจะไป ใช้เวลานับหมื่นล้านๆ ปีในนิรันดร์กาล นี่จึงเป็นการแสดง อุ่นเครื่อง เป็นการซ้อมใหญ่ พระเจ้าอยากให้เราฝึกในโลกนี้ สิ่งที่เราจะทำ�ตลอดไปในนิรันดร์กาล

We were made by God and for God, and until you figure เราถูกสร้างมาโดยพระเจ้าและเพื่อพระเจ้า และตราบใดที่คุณ that out, life isn’t going to make sense. ไม่เข้าใจสิ่งนี้ ชีวิตก็จะไร้ความหมาย Life is a series of problems: Either you are in one now, ชีวิตคือปัญหาที่ต่อเนื่องกัน คือ ถ้าคุณไม่ได้ก�ำ ลังอยู่ในปัญหา you’re just coming out of one, or you’re getting ready to เวลานี้ คุณก็เพิ่งหลุดออกมาจากปัญหา หรือไม่ก็กำ�ลังจะเจอ go into another one. ปัญหาเข้าแล้ว BRIDGE // 18 APRIL 11_ page 1-20.indd 18

23/04/2011 01:29:21


The reason for this is that God is more interested in your เหตุผลในเรื่องนี้ก็เพราะพระเจ้าทรงสนใจในลักษณะนิสัยของ character than your comfort; God is more interested in คุณมากกว่าความสะดวกสบายของคุณ พระเจ้าทรงสนใจจะ making your life holy than He is in making your life happy. ทำ�ให้ชีวิตคุณบริสุทธิ์มากกว่าจะสนใจทำ�ให้ชีวิตคุณมีความสุข We can be reasonably happy here on earth, but that’s เราอาจมีความสุขพอควรทีน่ ีบ่ นโลกนี้ แต่นัน่ มิใช่เป้าหมายของ not the goal of life. The goal is to grow in character, in ชีวิต เป้าหมายคือการเติบโตในด้านคุณลักษณะชีวิต ในความ Christ likeness. เป็นเหมือนพระคริสต์ This past year has been the greatest year of my life but ปีที่ผ่านมานี้เป็นปีที่ยอดเยี่ยมที่สุดในชีวิตผม แต่ก็เป็นปีที่ยาก also the toughest, with my wife, Kay, getting cancer. ที่สุดด้วย เพราะเคย์ ภรรยาของผมเป็นมะเร็ง I used to think that life was hills and valleys - you go ผมเคยคิดว่า ชีวิตเป็นเหมือนขึ้นเขาและลงเหว – คือ คุณ through a dark time, then you go to the mountaintop, back ผ่านช่วงเวลามืดมิด จากนั้นคุณก็จะไปถึงยอดเขา แล้วกลับ and forth. I don’t believe that anymore. ไปกลับมา แต่เดี๋ยวนี้ผมไม่เชื่ออย่างนั้นแล้ว Rather than life being hills and valleys, I believe that it’s แทนที่ชีวิตจะขึ้นเขาลงห้วย ผมเชื่อว่า มันเหมือนรางรถไฟคู่ kind of like two rails on a railroad track, and at all times บนทางรถไฟมากกว่า และคุณจะมีบางสิ่งดีและบางสิ่งแย่เกิด you have something good and something bad in your life. ขึ้นในชีวิตตลอดเวลา No matter how good things are in your life, there is always ไม่ว่าจะมีอะไรดีๆ เกิดขึ้นในชีวิตแค่ไหน ก็จะมีบางสิ่งเลวร้าย something bad that needs to be worked on. ที่ต้องแก้ไขอยู่เสมอ And no matter how bad things are in your life, there is always something good you can thank God for.

และไม่ว่าอะไรๆ จะเลวร้ายขนาดไหนในชีวิต คุณ ก็ยังมีบางสิ่งดีๆ ที่คุณขอบคุณพระเจ้า ได้เสมอ

You can focus on your purposes, or you can focus on your problems:

คุณอาจเน้นที่เป้าหมาย หรือคุณจะมัวเน้น ปัญหาของคุณก็ได้

If you focus on your problems, you’re going into self-centeredness, which is my problem, my issues, my pain.’ But one of the easiest ways to get rid of pain is to get your focus off yourself and onto God and others.

ถ้าคุณจดจ่อที่ปัญหา คุณก็จะกลายเป็นคนมี ตัวเองเป็นศูนย์กลาง ซึ่งคือ ปัญหาของผม เรื่องของผม ความเจ็บปวดของผม แต่วิธี ง่ายที่สุดวิธีหนึ่งในการกำ�จัดความเจ็บปวด คือ เลิกจดจ่อที่ตัวเองและเน้นจดจ่อที่พระเจ้า และคนอื่นๆ

We discovered quickly that in spite of the prayers of hundreds of thousands of people, God was not going to heal Kay or make it easy for her- It has been very difficult for her, and yet God has strengthened her character, given her a ministry of helping other people, given her a testimony, drawn her closer to Him and to people.

เราค้นพบอย่างรวดเร็วว่า แม้จะมีคนอธิษฐาน เผื่อเราเป็นร้อยเป็นพัน พระเจ้าก็จะไม่รักษาเคย์ หรือทำ�ให้เธอสบายขึ้น – มันออกจะยากมากสำ�หรับเธอมา ตลอด กระนัน้ พระเจ้าก็ได้ให้เธอเข้มแข็งขึน้ ในด้านคุณลักษณะ ชีวิต ได้ให้พันธกิจการช่วยเหลือผู้อื่นแก่เธอ ให้เธอได้เป็น พยาน นำ�เธอใกล้ชิดพระองค์และคนของพระองค์มากขึ้น

You have to learn to deal with both the good and the bad คุณต้องหัดรับมือกับทั้งสิ่งดีและร้ายในชีวิต of life. Actually, sometimes learning to deal with the good is harder. จริ ง ๆแล้ ว บางครั้ ง การหั ด รั บ มื อ กั บ สิ่ ง ดี ๆ กลั บ ยากกว่ า For instance, this past year, all of a sudden, when the book ตัวอย่างเช่น ปีที่ผ่านมา จู่ๆ เมื่อหนังสือขายได้ 15 ล้านเล่ม sold 15 million copies, it made me instantly very wealthy. ก็ทำ�ให้ผมร่ำ�รวยขึ้นมาทันที BRIDGE // 19 APRIL 11_ page 1-20.indd 19

23/04/2011 01:29:22


It also brought a lot of notoriety that I had never had to แล้วยังนำ�มาซึ่งชื่อเสียงมากมายที่ผมไม่เคยต้องรับมือกับมัน deal with before. I don’t think God gives you money or มาก่อน ผมไม่คิดว่าพระเจ้าให้เงินทองหรือชีื่อเสียงมาเพื่อ notoriety for your own ego or for you to live a life of ease. สนองอีโก้ของเราหรือให้เราดำ�เนินชีวิตสบายๆ So I began to ask God what He wanted me to do with this money, notoriety and influence. He gave me two different passages that helped me decide what to do, II Corinthians 9 and Psalm 72.

ผมจึงเริ่มถามพระเจ้าว่า พระองค์อยากให้ผมทำ�อะไรกับเงิน ชื่อเสียง และอิทธิพลนี้ พระองค์ให้้ข้อพระคัมภีร์สองตอน แก่ผมที่ช่วยผมตัดสินใจว่าจะทำ�อย่างไรดี 2 โครินธ์ 9 และ สดุดี 72

First, in spite of all the money coming in, we would not อย่างแรก แม้จะมีเงินทองเข้ามา เราก็ไม่ได้เปลี่ยนวิถีชีวิตของ change our lifestyle one bit... We made no major purchases. เราแม้สักนิด...เราไม่ได้ซื้อข้าวของใหญ่โตอะไร Second, about midway through last year, I stopped taking ประการที่สอง ราวๆกลางปีที่แล้ว ผมก็เลิกรับเงินเดือนจาก a salary from the church. ที่โบสถ์ Third, we set up foundations to fund an initiative we call ประการทีส่ าม เราจัดตัง้ มูลนิธขิ นึ้ เพือ่ เป็นทุนการเริม่ ต้นดำ�เนิน The Peace Plan to plant churches, equip leaders, assist the งานที่เราเรียกว่า แผนสันติภาพในการสร้างคริสตจักร เตรียม ผู้นำ� ช่วยเหลือผู้ยากไร้ ดูแลเอาใจใส่ผู้ poor, care for the sick, and educate the next generation. เจ็บป่วย และให้การศึกษาแก่ชนร่นุ ต่อไป Fourth, I added up all that the church had paid me in the 24 years since I started the church, and I gave it all back. It was liberating to be able to serve God for free.

ประการทีส่ ี่ ผมคำ�นวณดูตวั เลขทัง้ หมด ที่คริสตจักรได้จ่ายผมใน 24 ปีที่ผ่าน มานั บ แต่ ผ มก่ อ ตั้ งโบสถ์ ขึ้ น และผม คืนเงินให้หมด นี่คือเสรีภาพแท้จริงที่ สามารถรับใช้พระเจ้าฟรีๆได้

We need to ask ourselves: Am I going to live for possessions? Popularity?

เราต้องถามตัวเองว่า ฉันจะมีชีวิตอยู่ เพื่อทรัพย์สิ่งของหรือเพื่อชื่อเสียงหรือ

Am I going to be driven by pressures? Guilt? Bitterness? Materialism? Or am I going to be driven by God’s purposes (for mylife)?

ฉันจะถูกขับเคลื่อนด้วยแรงกดดันหรือ หรือความรู้สึกผิด หรือความขมขื่นใจ หรือความนิยมชมชอบในวัตถุสิ่งของ หรือฉันจะถูกขับเคลื่อนโดยวัตถุประสงค์ของพระเจ้า (ที่มีต่อชีวิตฉัน) เมื่อผมตื่นขึ้นในตอนเช้า ผมนั่งอยู่ข้างเตียงแล้วบอกพระเจ้า ว่า พระเจ้า ถ้าวันนี้ผมไม่ได้ทำ�อะไรสักอย่างเป็นชิ้นเป็นอัน อย่างน้อยก็ขอให้ผมรู้จักพระองค์มากขึ้นและรักพระองค์ดีขึ้น พระเจ้าไม่ได้เอาผมมาอยู่ในโลกนี้เพียงเพื่อทำ�ตามรายการที่ ต้องทำ�ให้สำ�เร็จ พระองค์สนใจว่าผมเป็นอะไรมากกว่าว่าผม ทำ�อะไร

When I get up in the morning, I sit on the side of my bed and say, God, if I don’t get anything else done today, I want to know You more and love You better. God didn’t put me on earth just to fulfill a to-do list. He’s more interested in what I am than what I do.

That’s why we’re called human beings, not human เพราะเหตุนี้เราจึงถูกเรียกว่า human beings (เป็นมนุษย์) doings. ไม่ใช่ human doing (การทำ�มนุษย์) Happy moments, PRAISE GOD. Difficult moments, SEEK GOD. Quiet moments, WORSHIP GOD. Painful moments, TRUST GOD. Every moment, THANK GOD.

ในยามสุข สรรเสริญพระเจ้า ในยามทุกข์ แสวงหาพระเจ้า ในยามสงบ นมัสการพระเจ้า ในยามเจ็บปวด ไว้วางใจพระเจ้า ในทุกๆยาม ขอบคุณพระเจ้า

BRIDGE // 20 APRIL 11_ page 1-20.indd 20

23/04/2011 01:29:22


COVER STORY

หลากหลาย บทบาทของ

วิทยากร & พิธีกร

“เบสท์”

“Be ผู้เขีย ณร st it U นพอค รฐพ p! ค เก็ต งษ์ น M บุ๊ค ผู้ภัก E ดี” ดีวง ศ์

BRIDGE // 21 Page 21-28.indd 21

23/04/2011 01:33:30


“ถ้าถามว่าผมมีอาชีพอะไร ผม ว่าผมไม่ ได้มีชีวิตที่เป็นอาชีพ เจาะจง ผมอยากเป็นนักสร้าง แรงบันดาลใจ คือเป็นอะไรก็ ได้ที่ ตอบโจทย์ตรงนี้ของเรา เพราะ ฉะนั้นทุกงานที่ทำ� ผมว่ามันกลับ มาตอบโจทย์ตรงนี้ ได้หมด” เบสท์” ณรรฐพงษ์ ผูภ้ กั ดีวงศ์ ทีห่ ลายคนอาจ คุ้นหน้าจากบทบาทพิธีกรหนุ่มอารมณ์ดีประจำ� รายการโทรทัศน์ของทรูวิชั่นส์ ได้มีโอกาสพูด คุยกับบริดจ์ แมกกาซีนฟอร์ไลฟ์วันนี้ และเปิดเผยถึงเรื่องราว ชีวิตที่เต็มไปด้วยสีสันกับบทบาทอันหลากหลายในหน้าที่การงาน และมุมมองชีวิตที่สร้างสรรค์ตามแบบฉบับเบสท์ เบสท์สมชื่อ

7 ปี กับปริญญา 4 ใบ

เบสท์ย้อนเรื่องราววัยเรียนกับใบปริญญาที่ได้มา 4 ใบ ให้ฟัง ว่า “ผมก็ไม่ได้มีดีอะไรมากไปกว่าคนอื่น อาจจะมีโอกาสมากกว่า กระมัง ผมอาจจะมีพื้นฐานชีวิตที่ดีมาระดับหนึ่ง แต่ไม่ได้หมาย ถึงว่าเกิดมารวย มีทุกอย่างเพียบพร้อม ก็ต้องสู้อะไรด้วยตัวเอง หลายๆ อย่าง เยอะมากในชีวติ แต่ขอบคุณพระเจ้าผมมีผสู้ นับสนุน ที่ดีในช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อ ทำ�ให้ผมผ่านมันมาได้... สมัยเรียนมัธยมผมต้องไปอยู่ต่างประเทศกับครอบครัวพักหนึ่ง พอกลับมาอยูเ่ มืองไทย ตอนนัน้ ทางบ้านอยากให้เรียนบริหารธุรกิจ เลยลงเรียนที่เอแบคให้ ไม่มีปัญหาผมเรียนได้ แต่อีกใจก็อยาก เรียนนิเทศศาสตร์ด้วย เลยไปลงเรียนมนุษย์ศาสตร์ สื่อสารฯ ที่มหาวิทยาลัยรามคำ�แหง เราก็บอกทางบ้านว่า ถ้าเราเรียน เพิ่มและเรียนได้จะทำ�ได้ไหม ถ้าเรียนจบปริญญาตรี ขอผมไป ต่อโทฯ นิเทศศาสตร์นะ เลยได้ต่อปริญญาโท ที่นิเทศศาสตร์ จุฬาฯ สุดท้ายก็ได้เรียนทุกอย่าง แล้วก็มาเรียนต่อจิตวิทยา ที่รามคำ�แหงอีกทีหลัง ทั้งหมดประมาณ 7 ปีครับ”

8 ปี บนหน้าจอสี่เหลี่ยมและงานที่หลากหลาย งานพิธีกรรายการโทรทัศน์

“งานพิธีกรในปัจจุบันเป็นงานที่ผมรัก งานในวงการนี้ค่อนข้าง หลากหลายนะ ถามว่าทำ�ไมไม่เป็นนักร้อง นักแสดง แต่ผมว่า พิธีกรนี่ใช่ที่สุดสำ�หรับผม เพราะไม่ต้องแสดงเป็นใคร ผมเป็น ตัวของตัวเอง สามารถแสดงความคิดของตัวเองให้คนฟัง คนดู ได้ เป็นกระบอกเสียงให้กับสังคม ตรงนี้ตอบโจทย์ชีวิตผม เรา สามารถสื่อสารความคิดได้อย่างชัดเจนจากสิ่งที่เราถูกสร้างและ หล่อหลอมมา ตัวตนของผมกับสิง่ ทีอ่ อกหน้าจอทีวเี ลยไม่แตกต่าง กัน ผมรู้สึกว่าสิ่งที่เราเป็นอยู่แล้วมันสามารถเอาไปออกหน้าจอ ได้ เราไม่ได้เที่ยวกลางคืน ไม่สูบบุหรี่ ไม่กินเหล้า ไม่พูดหยาบ

คาย เลยไม่มีข้อจำ�กัดใดๆ เพราะฉะนั้นมันก็ง่ายที่จะทำ�งานตรงนี้ ผมว่านี่เป็นพระพรของพระเจ้านะ”

งานวิทยากร

“ผมเป็นวิทยากรเกี่ยวกับหลักสูตรพัฒนาภาวะผู้นำ�และคุณลักษณะชีวิตของคนครับ จริง ๆ แล้วตอนแรกเริ่มจากเพื่อน สนิทของผมได้แนะนำ�ผมให้กับบริษัทหนึ่งที่เขากำ�ลังจะจัดแคมป์ เกี่ยวกับ 7 Habits ซึ่งผมต้องไปเรียนรู้เนื้อหาเรื่องนี้ก่อน เลย ไปเข้าเวิร์คช็อปและก็ปิ๊งมากเลยเพราะเป็นอะไรที่สอดคล้องกับ หลักการพระคัมภีรแ์ ละเราก็แฮปปีม้ าก ผมก็เลยขอเลือ่ นตำ�แหน่ง จากนักกิจกรรมทำ�แคมป์มาเป็นวิทยากร ขอเป็นคนสอนเองเลย เพราะชอบอยู่แล้ว แต่ว่าเราต้องผ่านกระบวนการรับรองของ ทางอเมริกาก่อน เพราะเป็นหลักสูตรลิขสิทธิ์ สุดท้ายก็ได้มา เป็นผู้สอนจริงๆ “

งานนักเขียน...

เบสท์เล่าถึงที่มาของหนังสือ Best it Up! คน ME ดี ผลงาน ล่าสุด ซึ่งเปรียบเหมือน The 7 Habits for Teens เวอร์ชั่นไทย ว่า “หนังสือออกมาประมาณ 2 ปีแล้วครับ จริงๆ ก็เป็นเรื่อง ราวต่อยอดกันมา หนังสือนีเ้ ริม่ มาจากงานวิทยากรก่อน คือ ตอน ที่ผมไปเรียนจิตวิทยา ผมค่อนข้างสนใจเรื่องคนมากขึ้น พระเจ้า สร้างมนุษย์ได้อย่างน่าอัศจรรย์นะ และการที่เรามีส่วนทำ�ให้ชีวิต คนๆ หนึง่ ดีขนึ้ เป็นพระพรทีย่ งิ่ ใหญ่มากจากพระเจ้า คิดว่าเราเป็น วิทยากรในห้องเรียนหนึง่ เต็มทีม่ แี ค่ 30-40 คนซึง่ เราถ่ายทอดให้ เขาได้ มันช้านะ เลยคิดว่าจะต่อยอดด้วยการเขียนหนังสือเพื่อให้ ถึงมือเด็กได้เยอะที่สุด แต่ตอนนั้นเราไม่เคยเขียนหนังสือมาก่อน หนังสือลักษณะนี้ส่วนใหญ่ก็มีแต่หนังสือแปล ซึ่งบางบริบทก็ไม่ ค่อยเหมาะกับเด็กไทยเท่าไหร่ ผมเลยเขียนอีเมล์ส่งไปถึงผู้เขียน The 7 Habits for Teens ขออนุญาตเขาว่า ผมมีแนวทางจะ ทำ�หนังสือแบบนี้ ซึ่งอิงอยู่บนหลักการของเขาว่า เขาเห็นด้วย ไหม เขาก็ให้ทำ�นำ�ร่องไปบทหนึ่งเพื่อให้พิจารณา เราก็แปลเป็น ภาษาอังกฤษ���่งไปให้เขาก่อน ปรากฎว่าเขาโอเค เลยเป็นที่มา ของหนังสือเล่มนีแ้ ล้วก็เขียนต่อจนจบเล่ม เป็นหนังสืออ่านง่ายๆ ไม่เครียดครับ อ่านชิลๆ ขำ�ๆ ผมคิดว่างานเขียนก็สอื่ แรงบันดาล ใจให้คนได้มากมายเหมือนกัน“

BRIDGE // 22 Page 21-28.indd 22

23/04/2011 01:33:44


อื่นๆ อีกมากมาย และอะไรอีกที่อยากทำ�

“งานอื่นๆ ที่ผมทำ�ก็ส่งเสริมกันน่ะครับ อย่างงานถ่ายแบบ ถ่าย โฆษณา พิธีกรงานอีเว้นท์ ผมผ่านมาหมดแล้วครับ ผมเป็น หัวหน้าทัวร์ด้วยนะ เพราะผมชอบเดินทาง ทุกปีจะออกเดินทาง มีทริปแต่อาจจะน้อยนิดหนึ่ง และในปีนี้ก็มีโอกาสได้เล่นละครเวที ด้วย และทีผ่ มตัง้ ใจจะทำ�ต่อไปคือ อยากมีรายการโทรทัศน์ของตัว เอง ตอนนี้อยู่ในกระบวนการนำ�เสนอทางสถานีอยู่ครับ ซึ่งมัน เป็นเหมือนแรงบันดาลใจในชีวิตอีกอย่างหนึ่งที่อยากทำ�”

ใครจะคิดบ้างว่า เบสท์อยากเป็น “ตำ�รวจ”!

พระเจ้าสร้างมนุษย์ ได้อย่าง น่าอัศจรรย์นะ และการที่เรามีส่วนทำ�ให้ชีวิต คนๆ หนึ่งดีขึ้น เป็นพระพรที่ยิ่งใหญ่มาก

“เคยคิดครับ พอดีว่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมไปถ่ายซีรี่ส์หนังเรื่อง หนึ่งเป็นหนังที่สร้างจากบทภาพยนตร์ของโปรเจกต์ทางไทยพีบี เอส เขามีคัดเลือกประกวดบทภาพยนตร์ เขาคัดเลือกมาและก็ หาผู้ผลิต พอดีมีพี่น้องคริสเตียนที่ผมรู้จักได้ไปทำ�เรื่องแรกของ โครงการนี้ มาชวน ถามว่าผมช่วยได้ไหม ตอนแรกเขาอยากให้ผม เล่นเป็นบทผูส้ อื่ ข่าวเพราะมันตรงกับชีวติ ของเรา ผมบอกว่า โอโห เบื่อแล้ว เป็นอยู่ทุกวัน มีอย่างอื่นอีกไหม ผมน่ะเคยอธิษฐานไว้ ว่าอยากใส่ชุดตำ�รวจมานานแล้ว ไม่มีใครรู้ เป็นความชอบส่วน ตัวน่ะครับ คือ เราคิดว่าชีวิตเราคงไม่มีโอกาสได้แต่งตัวอย่างนี้ อยากแต่งบ้าง แล้วพระเจ้าก็ตอบผ่านงานนี้ ก็เลยได้ไปถ่าย แค่ครึ่งวันประมาณ 4 ฉากเองครับ ฉะนั้นถ้าเกิดไม่ดูดีๆ ก็อาจ ก็ค่อยปะติดปะต่อจนมันแน่นหนา สมบูรณ์มาก น่าจะเกือบครี่ง ปีได้ ต่อให้เป็นยังไง สุดท้ายความเป็นจริงของพระเจ้าก็ทำ�ให้เรา จะไม่เจอผมในหนังเรื่องนี้ก็ได้” ต้องเชื่ออยู่ดี พระเจ้ารู้จักเราและรู้ว่าเป็นยังไง มันเป็นเวลาที่พอ 10 กว่าปีบนทางเดินแห่งความจริง เหมาะพอดีจริงๆ ”

จุดเปลี่ยนของชีวิต

เบสท์ได้สะท้อนจุดหักเหชีวิตในวันหนึ่งให้ฟังว่า “จริงๆ เรื่อง พระเจ้าผมได้ยินมาตั้งแต่เด็ก เรียนมาก็รู้เป็นข้อมูล แม้กระทั่ง ตอนที่แม่ผมไปอยู่ที่ประเทศนอร์เวย์ ผมก็ตามไปอยู่ได้พักหนึ่ง ไปเรียนที่นั่นเขาก็จะมีวิชาคริสเตียนศึกษาเลยนะ เพราะเป็น ประเทศที่นับถือคริสต์ ผมก็เข้าเรียนด้วยและก็ได้คะแนนดีกว่า เพื่อนๆ หลายคนที่นั่นซะอีก แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร แค่รู้เป็นข้อมูล เหมือนเดิม อยากจะบอกว่านี่เป็นการจัดเตรียมของพระเจ้าให้ เรารู้และเข้าใจอะไรบางอย่าง กว่าผมจะมารับเชื่อพระเจ้าเนี่ย ยากมากเพราะผมเป็นคนที่ค่อนข้างคิดอะไรด้วยตนเองมาตลอด เป็นคนไม่พึ่งพาใคร จนกลับมาเมืองไทยเพื่อนก็ชวนไปเข้ากลุ่ม คริสเตียนของโรงเรียน เราก็ไปป่วนเขามากเลย และพอได้เข้า มาเรียนที่เอแบค ในเทอมที่สองก็มีเพื่อนคนหนึ่งเป็นคริสเตียน อยู่ในห้องเรียนเดียวกัน เขาก็เริ่มชวนผมไปเข้าร่วมกิจกรรมที่ คริสตจักร ทีช่ มรม ทีซ่ มุ้ มีหลายคนถามว่ามาเชือ่ พระเจ้าอย่างไร หรือตอนไหน ผมก็ตอบไม่ได้เพราะมันเป็นธรรมชาติมาก คือ เรา มาคลุกคลีอยู่กับพี่ๆ เพื่อนๆ จนค่อยๆ ซึมซับ เปลี่ยนความคิด เปลี่ยนชีวิตเราไปเรื่อยๆ มารู้อีกทีผมก็เชื่อพระเจ้าแล้วนะ มี หลายคนถามว่าผมเชื่อพระเจ้าเพราะอะไร ผมตอบได้เลยว่า ผม มาเชื่อพระเจ้าเพราะผมปฏิเสธไม่ได้ว่า พระเจ้าเป็นความจริง ผมหาคำ�ตอบมาหลายอย่างแล้ว พยายามค้นหา แสวงหาว่าสิ่ง ที่เขาเชื่อกันหรือว่าสิ่งที่เรากำ�ลังจะเชื่อเนี่ยมันจริงยังไง แล้วเรา

จุดเปลี่ยนของครอบครัว

“ตอนทีผ่ มเป็นคริสเตียน ครอบครัวยังไม่รู้ แต่ทบี่ า้ นผมนีด้ อี ย่าง หนึ่ง คือ คุณแม่จะเป็นคนค่อนข้างเปิด เลี้ยงลูกด้วยความเข้าใจ และมีเหตุผลมาตลอด เขาจะสอนให้คิด ฉะนั้นเมื่อเรามีเหตุผล เขาก็ฟังเรา ซึ่งผมว่ามันเป็นพื้นฐานที่ดีมาก แรกๆ แม่ก็ไม่ค่อย มั่นใจนักว่ากลุ่มเพื่อนๆ ผมที่โบสถ์เป็นยังไง จะมาหลอกเราหรือ เปล่า อาจจะด้วยความที่แม่อยู่ต่างประเทศเลยไม่ค่อยวางใจนัก ผมก็บอกแม่เลยว่าถ้าแม่กลับมาเมืองไทยผมจะพาไปโบสถ์เลยละ กัน ไปดูให้รใู้ ห้เห็น ปรากฎว่าแม่ได้ไปแล้วประทับใจมาก ไม่นาน แม่ก็มาเชื่อพระเจ้าเช่นกัน เมื่อกลับไปที่นอร์เวย์ แม่ได้อธิษฐาน อ่านพระคัมภีร์ พาคนมารู้จักพระเจ้า แม่พัฒนาความเชื่อเติบโต ขึ้นมาก จนผมงงมาก ผมใช้เวลาอธิษฐานเผื่อแม่ 2 ปี กว่า เขาจะมารับเชือ่ แต่สดุ ท้ายก็คมุ้ ค่ามาก ชีวติ แม่เปลีย่ นเลยนะ แต่ ก่อนสภาพทีบ่ า้ นผมจะไม่คอ่ ยดีนกั สุขภาพจิตของแม่กพ็ ลอยไม่ดี ไปด้วย แต่เมือ่ มาถึงจุดเปลีย่ น ทุกวันนีบ้ อกได้เลยว่า แม่เป็นคน ร่าเริงและชื่นชมยินดีมาก อยู่กับแม่จะคุยสนุกตลอดเวลา ไม่มี เรื่องให้เครียด อารมณ์ดี ซึ่งแตกต่างจากแต่ก่อนพอสมควร เมื่อแม่มาพบพระเจ้า นั่นคือ พระพรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตผม”

ความจริงที่ทำ�ให้ชีวิตเปลี่ยนแปลง

“พระเจ้าเปลีย่ นชีวติ ผมทีเ่ ห็นได้ชดั เจนมากก็คอื ผมรักคนอืน่ มาก ขึ้น ผมเองเป็นคนที่ไม่ใช่จะรักใครได้ง่ายๆ ตั้งแต่เด็กแล้ว คือ ที่ BRIDGE // 23

Page 21-28.indd 23

23/04/2011 01:33:51


บ้านผมจะผ่านอะไรมาเยอะ โดนคนโกงหรือว่าโดนอะไรทำ�นองนี้ เรารับรู้ตั้งแต่เด็กมา มันเลยเหมือน ว่าเราจะไว้ใจใครไม่ได้งา่ ยๆ ต้องระมัดระวังตัวเอง อย่าไปพึง่ พาคนอืน่ อะไรทีท่ ำ�เองได้กใ็ ห้ท�ำ ด้วยตนเอง ก่อน ผมถูกปลูกฝังมาในลักษณะนี้โดยปริยายมาเรื่อยๆ พอมารู้จักพระเจ้า ความคิดหลายๆ อย่าง ถูกเปลี่ยนอย่างน่าตกใจ อย่างที่ว่า รักศัตรูให้ได้ รักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง หรือว่าไม่มีเงื่อนไขใน ความรัก ผมรูส้ กึ ว่า เฮ้ย ผมจะทำ�ได้ยังไงนะ มันเป็นมาตรฐานทีส่ งู มาก แต่ผมก็ได้คำ�ตอบว่า พอเรารัก พระเจ้ามากขึน้ ทุกอย่างมันก็จะดีขนึ้ เอง เราไม่ตอ้ งโฟกัสทีศ่ ตั รูหรอก ไม่ตอ้ งโฟกัสทีใ่ คร แต่ถา้ เราโฟกัส ทีค่ วามรักของพระเจ้า พระเจ้าใหญ่กว่า ความรักของเราก็จะใหญ่ตามไปด้วย แล้วมันก็จะค่อยๆ เปลีย่ น เอง ผมว่าเรื่องนี้มีผลต่อชีวิตผมมาก ในทุกมุม ทุกมิติเลยนะ แล้วก็เป็นรากฐานของทุกๆ อย่างด้วย” “ถ้ามองย้อนกลับไป มุมมองเรื่องนี้ผมเปลี่ยนไปเยอะมาก ผมรักคนที่ไม่น่ารักได้ ผมรักคนที่พูดไม่ดีกับ ผมได้ ผมรักคนที่ไม่ปรารถนาดีกับผมก็ได้ เมื่อก่อนถ้าใครทำ�ไม่ดีกับเรา เราก็จะเอาคืน แค้น เกลียด โกรธ แต่เดี๋ยวนี้กลายเป็นว่าเรารู้สึกสงสารเขา เราไม่อยากไปทำ�ร้ายเขา แต่อยากให้เขาหลุดจากสิ่งที่ อยู่ตรงนี้ดีกว่า มันเป็นความคิดที่อัศจรรย์มาก พอคิดได้แบบนี้มันมีอิสรภาพมากในขีวิต พระเจ้าสอน ให้มองจุดดีในชีวิตของเขา และให้โอกาสคน ชีวิตเราเปลี่ยนจริงๆ นะครับ มุมมองโลกทัศน์ความคิด มันเปลี่ยน แล้วสุดท้ายสันติสุขก็เกิดขึ้นกับเรา อันนี้คือสุดยอดแล้วครับ”

ความรับผิดชอบและชีวิตที่สมดุล

“ผมเป็นคนที่พยายามรักษาสมดุลให้ชีวิตนะ ผมจะมีทฤษฎีของตัวเอง ผมว่าทุกคนมีความรับผิดชอบ มากกว่าหนึ่งอย่าง อันแรกคือ ความรับผิดชอบต่อตัวเอง ดูแลตัวเอง การออกกำ�ลังกาย พักผ่อนให้ เพียงพอ รับประททานอาหารที่มีประโยชน์ การพัฒนาตัวเองในทุกรูปแบบ ศึกษาหาความรู้ใหม่ ลับ สมอง นี่คือตัวเองต้องอย่าละเลย ความรับผิดชอบต่อมา คือ หน้าที่การงาน เรื่องนี้ทุกคนมีอยู่แล้วในชีวิต สำ�หรับผมจะทำ�งานอย่างดี เลิศ ทำ�งานให้คนเห็นพระเจ้าในชีวติ เรา ผมว่าสำ�คัญทีส่ ดุ ไม่เช่นนัน้ สุดท้ายค่าของการทำ�งานของเราก็ จะเท่ากับแค่มูลค่าเงินที่เราใช้ในชีวิตประจำ�วัน มันไม่คุ้มนะ เงินเป็นแค่อุปกรณ์ที่เราใช้ แต่งานที่เรา ทำ�ควรจะมากกว่าเงินที่เราได้ทุกเดือน มันควรจะมีมูลค่าต่ออาณาจักรพระเจ้าด้วย ให้คนเห็นพระเจ้า ของเราในทุกๆ แง่มุมชีวิต ผมว่าอันนี้สำ�คัญที่สุดที่จะบอกความเป็นตัวตนของเราได้ดีที่สุด ความรับผิดชอบที่สามคือ เรื่องครอบครัว ตอนนี้ผมเป็นลูก สมดุลตรงนี้คืออะไร คุณมีเวลาให้ที่บ้าน บ้างไหม เราทำ�งานหนักไม่มีใครว่า แต่ถ้าทำ�งานหนักแล้วละเลยที่บ้าน คงจะไม่ดีกระมัง ผมก็ต้องหา เวลาตรงนี้เสมอกับครอบครัว คุณพ่อคุณแม่ เราไปเที่ยวด้วยกัน ไปกินข้าวบ้าง วันพิเศษหรือโอกาส พิเศษเราก็จะไม่ลืม สุดท้ายเป็นสิ่งที่ผมเรียกว่า Passion หรือแรงขับเคลื่อนในชีวิตของเรา เป็นบทบาทความรับผิดชอบที่ คนส่วนใหญ่มักละเลยไปกับชีวิตตนเอง สิ่งนี้จะเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงคุณค่าของการมีชีวิตอยู่ สำ�หรับผม ซึ่งเป็นคริสเตียนที่รู้จักกับพระเจ้า Passion ของผมก็คือ การรับใช้พระเจ้าตามบทบาทที่ได้รับมา ตาม ของประทานที่พระเจ้าให้ ในหนึ่งสัปดาห์หรือหนึ่งวัน ผมก็จะพยายามหาสมดุลของทั้งสี่อย่างนี้ไปด้วย กัน และพยายามให้สมดุลที่สุด” ประสบการณ์ชีวิตในวัยหนุ่มสาวให้บทเรียนแก่ผู้คนมากมาย ไม่ว่าคุณ จะเลือกเดินบนเส้นทางไหน ก็คงหนีไม่พ้นคำ�ถามที่ว่า เหนือการตัดสินใจนั้นเราจะให้ใครมีบทบาทกับ ชีวิตของเราบ้าง บทสนทนาที่เต็มไปด้วยแง่คิดกับพิธีกรหนุ่มที่ชื่อ “เบสท์” ในวันนี้ จึงจบลงด้วย ข้อคิดอีกเช่นเคย... “ผมว่าชีวิตของทุกคนมีทางเลือกนะ เราตัดสินใจเองได้ แต่ถามว่าเราได้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับชีวิตของ เรา และคนรอบข้างหรือเปล่า เราเท่านั้นที่จะตอบได้ เพราะทุกการเลือกและตัดสินใจนั้นนำ�มาซึ่งผล กระทบทีเ่ ราต้องรับผิดชอบทัง้ สิน้ ทุกคนมีพลังในการเลือก ผมเชือ่ ว่าลึกทีส่ ดุ ของมนุษย์ทกุ คนไม่วา่ จะเป็น เด็ก หรือผูใ้ หญ่ เราต่างมีจติ สำ�นึกผิดชอบ สิง่ ทีเ่ รารูว้ า่ ถูกว่าควร ซึง่ พระเจ้าใส่ให้มากับเราทุกคนอยูแ่ ล้ว อยู่ที่ว่าเราจะเอาตัวเราเองเข้าไปอยู่ในที่ดีๆ ซึ่งควรจะอยู่ หรือพัฒนาตัวเองในทางที่ควรจะเป็นแค่ไหน สำ�หรับผมแล้ว ความสำ�เร็จทีแ่ ท้จริง คงไม่ใช่วา่ เราโด่งดังได้มากขนาดไหน แต่จะคอยถามตัวเองเสมอว่า ในวันนีเ้ รามีสนั ติสขุ กับการใช้ชวี ติ ทีพ่ ระเจ้าประทานให้ และมีชวี ติ อยูเ่ พือ่ คนอืน่ มากแค่ไหนมากกว่าครับ” BRIDGE // 24 Page 21-28.indd 24

23/04/2011 01:33:59


TESTIMONY

แบบอย่างคนรุ่นใหม่ที่ ไร้ขีดจำ�กัด

เมธา เกรียงปริญญากิจ

าเอ่ยชื่ออัญชลี จงคดีกิจ บอย โกสิยพงษ์์ โต๋ ศักดิส์ ทิ ธิ์ ทาทา ยัง ในวันนีค้ งไม่มใี ครไม่รจู้ กั แต่หาก ถามว่า แล้วใครเล่นดนตรีในห้องอัดเสียงให้นัก ร้องเหล่านี้ หรือช่วยร่วมเรียบเรียงเสียงประสาน ร่วมแต่งทำ�นองและเนือ้ เพลงให้ศลิ ปินเหล่านี้ คงมีนอ้ ยคน ที่รู้ว่า เมธา เกรียงปริญญากิจเป็นผู้หนึ่งที่อยู่เบื้องหลัง เมธาไม่เพียงได้ใช้ความรู้ความสามารถด้านดนตรี (ขั้นเทพ) ที่ฝึกปรือมาแต่เล็ก ทำ�งานสนับสนุนศิลปินเหล่านี้ รวมถึงศิลปินอีกหลายคนในเครือจีเอ็มเอ็ม แกรมมี หรืออะคาเดมี แฟนตาเซียเท่านัน้ แต่ยงั ได้มสี ว่ นและมีอทิ ธิพลอย่างมากต่อวงการ เพลง (นมัสการ) ในแวดวงโบสถ์คริสเตียนอย่างมากด้วย ทว่า นั่นเป็น passion และความสามารถเพียงด้านเดียวของเมธา นักดนตรีผู้ มากความสามารถและเจ้าของรางวัลอันทรงเกียรติมากมาย ผู้ซึ่งปัจจุบันได้ผัน ตัวเองมาสนใจงานด้าน Social Media และการอุทิศตัวเพื่อเป็นแบบอย่างให้ กับคนรุ่นใหม่ ทั้งในด้านงานโบสถ์ นักคิดนักเขียน และผู้เชี่ยวชาญด้านภาษา รายละเอียดเป็นอย่างไร ให้เรามาทำ�ความรู้จักตัวตนของเขาด้วยกัน แต่ไหนๆ มีโอกาสสัมภาษณ์หนึ่งในกูรู Social Media ทั้งที จะใช้วิธีแบบธรรมดาๆก็คง ไม่ได้ เราจึงนัดสัมภาษณ์เมธา หรือโป๋ทางออนไลน์ของ Facebook เพื่อให้ได้ บรรยากาศ Social Network เต็มที่ บริดจ์ : ขอเรียกโป๋แล้วกัน ตอนนี้โป๋อายุเท่าไหร่ เมธา : 33 ปีครับ (อายุน้อยกว่าคนสัมภาษณ์ตั้งรอบนึง) บริดจ์ : ได้ขา่ วว่าโป๋สวมหมวกหลายใบมาก เล่าให้ฟงั หน่อยว่าปัจจุบนั ทำ�อะไรบ้าง เมธา : ที่จริงๆจังๆ เท่าที่เวลาจะอำ�นวยก็มีหลักๆ 2 อย่างครับ อย่างแรกก็คือ งานด้าน Social Media เจาะจงไปที่การให้ความรู้ในการใช้ Facebook สำ�หรับ การตลาด มีเว็บไซต์ facebookgoo.com แล้วก็มีโอกาสได้รับเชิญไปบรรยาย

อยู่เรื่อยๆ อีกด้านหนึ่งก็คืองานในคริสตจักรซึ่ง หลักๆ ก็เป็นงานล่ามกับดนตรี บริดจ์ : พอพูดถึงโป๋ เมธา หลายคนที่รู้จักจะ นึกถึงภาพนักดนตรีมากกว่า ทำ�ไมถึงผันตัวเอง ไปอยู่ในจุดของ Social Media โดยเฉพาะ ในด้าน Marketing ดูมันคนละสายเลย และ ระหว่างงาน Social Media กับงานดนตรี งานด้านไหนที่ถือเป็น passion จริงๆ เมธา : โดยพื้นฐาน ความเป็นนักดนตรีของ ผมมันอยู่ในหัวใจอยู่แล้วครับ แต่เอาเข้าจริงๆ ผมเป็ น คนที่ ทำ � อะไรอย่ า งเดี ย วตลอดแล้ ว ก็ มีอารมณ์เลี่ยนบ้างเหมือนกัน ก็เลยหาอะไร ทำ�สลับๆดู มีช่วงหนึ่งที่เรียกได้ว่าพักจากงาน เพลงไปเลย แล้วก็ไปลองศึกษาอย่างอื่นดูบ้าง เหมือนกับว่ามันถึงจุดอิ่มตัวของความเป็นนัก ดนตรี ผมคิดว่าคนในแต่ละอาชีพ คงเคยมี ประสบการณ์แบบนี้ ช่วงที่พักเบรคจากงาน เพลงตอนนัน้ ก็ลองไปศึกษาอย่างอืน่ เพิม่ เติมไป เรื่อยๆ เช่นพวกการตลาด หรือเทคโนโลยีอื่นๆ การทำ�เว็บไซต์ เขียนบล็อกอะไรพวกนี้ และ เว็บไซต์ facebookgoo ก็เป็นผลพลอยได้มา จากการศึกษาศาสตร์อื่นๆด้วยตัวเอง บริดจ์ : เว็บ facebookgoo มีเป้าหมายอะไร เมธา : สมัยนี้ Social Media มีบทบาทในชีวติ ประจำ�วันมากขึ้นเรื่อยๆ และมีพลังอย่างมากใน การเข้าถึงคนรุน่ ใหม่ หลายๆคนยังนึกถึงภาพสือ่ BRIDGE // 25

Page 21-28.indd 25

23/04/2011 01:34:01


แบบเดิมๆอยู่ ซึ่งต้องใช้ทั้งเงินทุน เวลา การเรียนรู้มากมาย แต่ปัจจุบันนี้ด้วย Social Media คุณสามารถสร้างสื่อและเผยแพร่ออกมาได้ง่ายกว่าเดิมมาก โดยแทบไม่ต้อง ลงทุนอะไร องค์กรธุรกิจต่างๆ ใช้ประโยชน์จากตรงนี้เยอะมาก แต่หลายๆ คนยังไม่รู้ จักการเข้ามาใช้สื่อนี้ให้มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะ NGO หรือคนที่ทำ�งานในเชิงสังคม ซึ่งไม่ได้มีทุนมาก ก็สามารถใช้ประโยชน์จากตรงนี้ได้เยอะมาก บริดจ์ : เห็นออกหนังสือ Marketing on Facebook ได้รับการตอบรับดีมั้ย เมธา : กระแสตอบรับดีเกินคาดครับ กำ�ลังวางแผนสำ�หรับภาค 2 อยู่ บริดจ์ : เป็นทั้งนักเขียน แล้วยังเป็นนักแปล เป็นล่าม เก่งหลายอย่างแบบนี้ เป็น เพราะการเลี้ยงดูของคุณพ่อคุณแม่ หรือโป๋เองอยู่ในจุดที่มีโอกาสมากกว่าคนอื่น เมธา : เรื่องนักเขียน บอกตรงๆว่า ผมไม่เคยคิดว่าจะเขียนหนังสือนะ ไม่เคยมอง ตัวเองเป็นนักเขียนแม้แต่นิดเดียว จนกระทั่งเมื่อหนังสือออกตีพิมพ์และได้รับกระแส ตอบรับดี ก็รู้สึกมั่นใจขึ้���มานิดนึง เรื่องภาษา ถ้าผมมองตัวเอง ผมไม่รู้สึกว่าตัวเอง มีความสามารถอะไรมากนะครับ เรียนโรงเรียนไทยมาตลอด ไม่ได้รับการส่งเสริมอะไร มากกว่าคนอืน่ แต่ดว้ ยความทีค่ ณ ุ พ่อเก่งภาษามาก ผมก็ได้รบั อิทธิพลจากตรงนัน้ และ ด้วยความที่ผมเป็นคนชอบอ่าน ชอบสังเกตุ ผมอ่านหนังสือภาษาอังกฤษค่อนข้างเยอะ แต่ทั้งนี้ผมพบว่าเรื่องการฝึกฝนก็สำ�คัญมากครับ บริดจ์ : มีทั้งพรสวรรค์และพรแสวง แล้วโป๋พัฒนาตัวเองอย่างไร เมธา : ช่วงปีสองปีที่ผ่านมา ผมมีโอกาสทำ�งานด้านแปลเยอะมาก ก็เลยมีโอกาส สะสมชั่วโมงบินได้เรื่อยๆ ส่วนคำ�ถามที่ว่าผมพัฒนาตัวเองยังไง ตอบได้เลยว่าผมไม่ ได้มีแผนการพัฒนาตัวเองชัดเจนมากนะครับ เคยพยายามเหมือนกัน แต่ผมเป็นคนที่ วางแผนแล้วไม่ชอบยึดติดอยูก่ บั แผนตัวเอง เลยไม่คอ่ ยสำ�เร็จ แต่วา่ ผมเป็นคนทีไ่ ม่ชอบ อยูน่ งิ่ ชอบศึกษาอะไรใหม่ไปเรือ่ ยๆ เคยมีชว่ งหนึง่ ตอนทีเ่ รียนมหาวิทยาลัย บอกกับตัว เองไว้ว่าจะต้องเรียนรู้อะไรใหม่ๆ เพิ่มขึ้นอย่างน้อยสัปดาห์ละหนึ่งอย่าง ไม่ว่าเรื่องเล็ก หรือใหญ่ ผมว่าการเรียนรู้ที่ดีที่สุดสำ�หรับผมเอง มาจากการอ่าน การฟัง การเรียน รู้จากประสบการณ์ของคนอื่น ชอบนั่งคุยกับคนที่มีประสบการณ์เยอะๆ เรื่องอะไรก็ได้ คุยแล้วอิ่ม คุยแล้วได้คิด แต่เท่านั้นไม่พอ ต้องรู้จักสังเกต แล้วเอามาประยุกต์กับชีวิต ตัวเองด้วย บริดจ์ : คำ�ถามนี้ไม่ถามไม่ได้ โป๋มารู้จักพระเจ้าได้อย่างไร เมธา : จริงๆ ก็โตมาในครอบครัวคริสเตียน แต่เป็นแบบคริสตามซะมากกว่า ไม่ ได้สนใจจริงจัง ผมมี bible ของตัวเองเล่มแรกคืออายุ 17 ตอน ม. 6 มันไม่ใช่ เหตุการณ์ที่ชัดเจนมาก แต่เหมือนกับว่าอยู่ดีๆ วันหนึ่ง ทั้งหมดที่เราเคยได้เรียนรู้ อยู่ในสมองมาตั้งแต่เด็ก ก็กลายเป็นเรื่องสำ�คัญสำ�หรับเราขึ้นมาเฉยๆ เหมือนกับว่า software ทั้งหมดถูกใส่เอาไว้แล้ว แต่ว่าไม่เคยเปิดใช้งาน ช่วงมัธยมผมอยู่กับเพื่อน ที่โรงเรียนซัก 90% การมาร่วมคริสตจักรเป็นเรื่องรองมากๆ แต่ว่าก็มีประสบการณ์ กับพระเจ้าบ้าง เวลาไปค่าย หรือมีงานพิเศษ แต่ก็เป็นแบบชั่วครู่ชั่วคราว วันรุ่งขึ้นก็ กลับไปเหมือนเดิม ตอนนั้นจำ�ไม่ได้ด้วยซ้ำ�ว่าตัวเองเคยอธิษฐานต้อนรับพระเยซูเข้ามา ในหัวใจหรือเปล่า จนช่วงม.6 ก่อนเข้ามหาวิทยาลัย เป็นช่วงทีใ่ ช้เวลากับเพือ่ นทีร่ ร.น้อย ลง เพราะแต่ละคนก็เตรียมสอบเอ็นทรานซ์ ก็เลยเริ่มได้กลับมามีโอกาสอยู่กับเพื่อนที่ โบสถ์มากขึ้น มีโอกาสได้ไปค่ายกับเพื่อนๆที่โบสถ์ครั้งแรกตั้งแต่เป็นวัยรุ่นมาก็ตอนนี้ แหละ แล้วก็ในค่ายนั้นเองที่ได้มีประสบการณ์ได้รู้จักกับพระเจ้ามากขึ้น เหมือนกับว่า พระเจ้าใช้จุดนั้นเป็นจุดเริ่มต้นค่อยๆ พากลับมา

บริดจ์ : เหมือนกับว่าพ่อแม่ได้หว่านเมล็ด พันธุ์ของความเชื่อในพระเจ้าเอาไว้ในโป๋ ตั้งแต่เด็กๆ พอเมล็ดมันโตก็เริ่มหยั่งราก แตกใบอ่อน ก็เริ่มจะอยู่ในกระถางไม่ได้ ต้องลงไปหยั่งรากในดิน อะไรประมาณ นั้นหรือเปล่า เมธา : ใช่เลยครับ สิง่ ทีเ่ รารูส้ กึ ว่าเราไม่ สนใจเลยตั้งแต่เด็ก แต่จริงๆ มันมีเมล็ด อยู่ตรงนั้น รอวันที่จะโตขึ้นมาในเวลาที่ เหมาะสม บริดจ์ : โป๋มีเป้าหมายอะไรในชีวิตบ้าง เมธา : อยากจะทิง้ มรดกอะไรซักอย่างไว้ ในโลกนี้ให้คนรุ่นหลัง อยากให้สิ่งที่เราคิด สิ่งที่เราทำ� มันมีค่ามากกว่าที่จะจบลงเมื่อ เราจากโลกนีไ้ ป อยากให้คนอืน่ รับอิทธิพล ผลกระทบที่ดีจากสิ่งที่ผมทำ�บ้าง ไม่ว่าจะ เรื่องเล็กๆ หรือเรื่องใหญ่ๆก็ตาม บริดจ์ : ทำ � ให้ นึ ก ถึ ง คำ � พู ด ของโป๋ บ น เว็บไซต์ที่บอกว่า “สิ่งที่รักที่จะทำ�คือการ ได้ช่วยเหลือและพัฒนาผู้นำ�รุ่นใหม่ให้ได้ ค้นพบและทำ�ตามเป้าหมายของพระเจ้า สำ�หรับชีวิตของพวกเขา” จากคำ�พูดตรง นี้ขอถามต่อว่า คิดยังไงกับคนรุ่นใหม่ เมธา : ผมมองว่าคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ วัยรุน่ เป็นวัยทีม่ พี ลังมาก และวัยนีจ้ ะผ่าน ไปเร็วมากเช่นกัน ถ้าเราไม่รีบดึงพลังของ พวกเขาออกมาตั้งแต่ตอนนี้ โอกาสที่มัน จะไม่ได้ใช้ หรือเอาไปใช้ในทางที่ผิดมันมี เยอะมาก ทั้งหมดนี้ก็เป็นชีวิตผมเองด้วย ตอนเป็นวัยรุ่น หรือว่าตอนเรียนจบใหม่ๆ มีเวลา มีพลัง แต่ไม่มีคนชี้แนะเพียงพอ ชีวิตก็ไปเรื่อยๆ ไม่ค่อยมีจุดหมาย มา รู้ตัวเองว่าต้องรีบแล้วนะ เราเสียเวลาไป เยอะแล้ว ก็อายุเกือบๆ 30 มองย้อนกลับ ไปเสียดายเวลาและโอกาสหลายๆอย่าง มาก รู้สึกว่าถ้าเราได้มีจุดประสงค์ในชีวิต ทีช่ ดั เจนเร็วกว่านี้ หรือมีใครซักคนทีจ่ ะช่วย ให้เราได้รู้จักกับตัวเองเร็วขึ้น เราน่าจะไป ได้ไกลกว่านี้ มี impact มากกว่านี้

BRIDGE // 26 Page 21-28.indd 26

23/04/2011 01:34:03


บริดจ์ : ในฐานะที่มีโอกาสทำ�งานกับคนรุ่นใหม่ คิดว่าถ้าเราจะสร้างคนรุ่นใหม่ให้เข้ม แข็งอย่างไร คิดว่าสังคม และพ่อแม่ต้องทำ�อย่างไร เมธา : ผมว่าสิ่งสำ�คัญที่สุด คือ ครอบครัว ยิ่งทุกวันนี้ผมมีลูก ยิ่งรู้เลยว่าพ่อแม่มี ส่วนในชีวิตลูกขนาดไหนในการวางรากฐาน ในการให้ค่านิยม และความเชื่อ แต่ถ้าจะ แก้เรื่องนี้คงต้องใช้เวลาและพลังเยอะน่าดู แต่ยังไงก็ต้องทำ� บริดจ์ : ใครคือผู้ที่มีอิทธิพลกับชีวิตโป๋มากที่สุด เมธา : ผมมีคนที่มีอิทธิพลในชีวิตหลายคนในแต่ละด้าน ไม่มีใครเป็นที่สุด ผมเป็น คนที่ไม่ยกย่องหรือเดินตามมนุษย์คนไหนแบบสุดขั้วครับ คือทุกคนมีส่วนที่ดีและส่วนที่ บกพร่อง เราเลือกที่จะรับในส่วนที่ดีของแต่ละคน ในด้านดนตรี ผมก็มีนักดนตรีบางคน ที่ยกย่องมาก เห็นแล้วมือสั่นตัวสั่น (หัวเราะ) แต่ถามว่าให้มีชีวิตอย่างเขาเอามั้ย มัน ก็ไม่ใช่ แม้แต่ผู้นำ�คริสเตียน แต่ละคนที่มีอิทธิพลต่อชีวิตของผม ยิ่งเราได้ใกล้ชิดเขา มากขึ้นเรื่อยๆ เราก็จะเห็นทั้งด้านดีและความไม่สมบูรณ์ของพวกเขา แต่ทั้งหมดนั้นเรา ให้เกียรติเขา และเลือกเรียนรู้และรับการถ่ายทอด (แหม พูดได้ถูกใจคนสัมภาษณ์ กด like ให้ 2 ครั้งเลย) บริดจ์ : แสดงว่าไม่มีคนที่เป็น idol ของตัวเองเหมือนคนอีกมากมาย แล้วคิดยังไงกับ วัยรุ่นที่แห่ตาม หรือ กรี๊ด idol

บริดจ์ : โป๋ชอบดนตรีและหนังสือแนว ไหนมากที่สุด เมธา : ดนตรีผมชอบ Jazz, Classic, R&B, Pop ชอบดนตรี ที่ ฟั ง แล้ วได้ ใ ช้ สมอง ผมเป็นคนที่ฟังเพลงไปด้วยทำ�งาน ไปด้วยไม่ได้ เพราะเสียงดนตรีจะดึงให้ผม คิดตลอด ตอนนอนก็จะเปิดเพลงกล่อมไม่ ได้ สมองมันจะวิง่ (ตรงข้ามกับเราเลยเปิด เพลงปุ๊ปหลับปั๊ปไม่คิดมาก) ส่วนหนังสือ ผมชอบอ่านอะไรทีเ่ ป็นประสบการณ์ อะไร ที่เขียนจากชีวิตจริง ได้ทั้งนั้น เหมือนเรา ได้ คุ ย กั บ คนหลายๆคน ส่ ว นเรื่ อ งแต่ ง หรือนิยายไม่ค่อยชอบ อย่างคัมภีร์ไบเบิ้ล ผมชอบอ่านส่วนประวัติศาสตร์มากที่สุด เพราะเป็นชีวิตจริงที่ผมติดตามได้ บริดจ์ : โป๋มกั จะมีสว่ นร่วมในงานดนตรีที่ เป็น theme ใหญ่ๆหลายงาน คิดว่างาน ไหนที่มี impact ต่อผู้อื่นมากที่สุด

ความเป็นมาด้านงานเว็บไซต์ การเขียนหนังสือ และงานอบรม • เป็นผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ facebookgoo.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์แนะนำ�การใช้งาน facebook แห่งแรกของไทย ซึ่งปัจจุบันมีคนเข้าชมกว่า 1 แสนครั้งต่อเดือน • เป็นผู้เริ่มต้นหลักสูตรและเปิดอบรมการใช้งาน facebook สำ�หรับมือใหม่และการใช้ facebook สำ�หรับ ธุรกิจและองค์กรเป็นแห่งแรก ซึ่งมีผู้เข้าอบรมมาจากหน่วยงานราชกา���, บริษัทและสถาบันหลายแห่ง เช่น CP, ปูนซีเมนต์ไทย, มาสด้าซิตี้, ธนาคารไทยพาณิชย์, กองทัพเรือ ฯลฯ • วิทยากรพิเศษ ทำ�การอบรมภายใน (In house) ในด้านการใช้ social media ให้กับพนักงานในบริษัท ต่างๆ เช่น DTAC, Sabina, Honda, Q House, Toshiba, มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, มหาวิทยาลัย เทคโนโลยีสุรนารี และ “การวางแผนธุรกิจสื่อสารมวลชนในยุค Social Network” คณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, สำ�นักงานวิจัยแห่งชาติ, สถาบันคริสตศาสนศาสตร์ BBCS ฯลฯ • เป็นผู้เขียนหนังสือ Marketing on Facebook ซึ่งวางจำ�หน่ายในเดือนธันวาคม 2553 และได้รับการเอ่ย ถึงในสื่อต่างๆ ทั้งรายการวิทยุ (MCOT dot net fm 100.5, สังคม OK fm 102), หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 27 ธันวาคม 2553

เมธา : ไม่แปลกหรอกครับ เพราะว่าเขายังไม่เจอ identity ของตัวเอง เขาเลย พยายามจะเอาตัวเองไปผูกกับอะไรบางอย่าง และนั่นก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ผมเองก็ยังเรียนรู้ อยู่ ทุกวันนี้รู้จักกับตัวเองมากขึ้น แน่นอนว่าการที่รู้จักพระเจ้า ช่วยให้รู้จักตัวเองขึ้น เยอะมากๆ บริดจ์ : โป๋มีคติประจำ�ตัวไหม? เมธา : คติประจำ�ตัว ไม่เคยคิดเหมือนกัน ถามวันนี้แล้วพรุ่งนี้มาถามใหม่ก็อาจจะไม่ เหมือนเดิม แต่ถ้าจะให้นึกสดๆตอนนี้ ผมนึกถึงคำ�พูดของบรู๊ซ ลี เขาเป็นอีกคนหนึ่งที่ ผมชอบบางอย่างของเขานะ เขาบอกว่า “จงเป็นเหมือนน้ำ� น้ำ�อยู่ที่ไหนก็เป็นอย่างนั้น อยูใ่ นถ้วยก็เป็นถ้วย อยูใ่ นเหยือกก็เป็นเหยือก แต่น้ำ�ก็เรียนรู้ว่าเมือ่ ไหร่ทคี่ วรจะลืน่ ไหล หรือควรจะกระแทก” แต่ทั้งหมดนี้ไม่ได้หมายความว่าเรากลายเป็นคนไม่มีจุดยืน เพียง แต่เรารู้ว่าบางจังหวะ ความเป็นน้ำ�ของเราก็มีไว้กระแทกใส่คนอื่นบ้าง

เมธา : สำ�หรับผม impact คือสิ่งที่เกิด ขึ้นแล้วมันคงอยู่ ไม่ใช่กลับบ้านไปแล้วก็ หาย ยังงั้นเรียกว่า impress เพราะฉะนั้น งานดนตรีที่ผมคิดว่า impact ส่วนใหญ่ เป็นงานเพลงคริสเตียน อาจจะเป็นแค่ เพลงง่ายๆ มีเครือ่ งดนตรีไม่กชี่ นิ้ แต่คนที่ ฟังได้อะไรบางอย่าง ได้เปลี่ยนมุมมอง ได้ สัมผัสกับความรักของพระเจ้า นั่นแหละที่ ผมว่า impact สำ�หรับผมเสียงคนปรบมือ เป็นพันๆ หมืน่ ๆ ไม่ได้ให้ความรูส้ กึ ดีไปกว่า คนๆ หนึ่งที่จะมากระซิบว่าชีวิตของเขาได้ รับการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้างจากสิ่งที่ ผมทำ� (กดให้อีก 1 like ถูกใจจริงๆ) BRIDGE // 27

Page 21-28.indd 27

23/04/2011 01:34:04


ประวัติและผลงานทางด้านดนตรีของนายเมธา เกรียงปริญญากิจ

บริดจ์ : ถ้ามีน้องๆ รุ่นหลังอยากเดินตามรอยพี่โป๋ในเส้นทางเหล่านี้ มีคำ�แนะนำ�มั้ย เมธา : ถ้าเส้นทางของนักดนตรี ก็คงบอกว่าทำ�ให้ดีที่สุด แต่อย่าบูชาความเป็นนักดนตรี ให้กลับมาทีค่ วามสมดุล มีอาจารย์ทสี่ อนผมตอนมหาวิทยาลัยอีกคนนึงทีม่ อี ทิ ธิพล ด้วยคำ�พูดประโยคเดียวว่า “อย่าตกร่อง” เป็นอะไรก็เป็นได้ ทำ�อะไรก็ทำ�ได้ แต่เงยหน้า มาดูคนอื่นบ้าง นักดนตรี ศิลปิน บางครั้งมีโลกส่วนตัวสูงไปหน่อย หรือว่ามีกรอบของ ตัวเองค่อนข้างเยอะ ส่วนการเป็นนักเขียน ผมก็ยังเชื่อในการทำ�อะไรให้ดีที่สุด แต่ว่าใน บางเวลา ก็ถอยๆ ออกมาดูห่างๆ บ้าง มันจะให้มุมมองที่รอบด้านขึ้น ทุกอย่างที่เราคิด และเขียนออกไปมันส่งผลกับคนอื่น ไม่ว่าจะบวกหรือลบ เพราะฉะนั้นคิดให้ดีๆ ก่อนเขียน อะไรออกไปครับ เดี๋ยวนี้บน facebook ทุกคนเป็นนักคิดนักเขียนหมด เราได้รู้จักตัวตน กันมากขึ้นก็บน facebook นี่แหละครับ เพราะชีวิตเริ่มต้นออกมาจากใจ บริดจ์ : พูดถึงครอบครัวหน่อย ภรรยามีส่วนผลักดันและเป็นกำ�ลังใจมากมั้ย เมธา : มากที่สุด ทุกอย่างที่ทำ� ถ้าครอบครัวไม่เห็นด้วย ก็ทำ�ไม่ได้ครับ อันที่จริงเขา การศึกษาด้านดนตรี เริ่มเรียนดนตรีครั้งแรกในปี พ.ศ. 2532 โดยเล่นฟลูตในวงโยธวาทิตของ โรงเรียนวัดสุทธิวราราม จากนั้นศึกษาต่อที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะ ศิลปกรรมศาสตร์ สาขาดนตรีตะวันตก เอกวิชาการประพันธ์เพลง ภายใต้ การดูแลของ ดร.ณรงค์ฤทธิ์ ธรรมบุตร ระหว่างที่ศึกษามีโอกาสร่วมงาน และรับการอบรมจากศิลปินระดับนานาชาติหลายครั้ง และมีโอกาสศึกษา การเล่นแซกโซโฟนและเปียโนเป็นเครื่องดนตรีรอง จบการศึกษาปริญญาตรี (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง เหรียญทอง) จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กิจกรรมและผลงานด้านดนตรี ปี 2534 - 2537 เข้าร่วมการประกวดวงโยธวาทิตแห่งประเทศไทย ได้รับรางวัลชนะเลิศถ้วย พระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ วั / เข้าร่วมการประกวดวงโยธวาทิต ระดับนานาชาติที่เมือง Kerkrade ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในปีพ.ศ. 2536 ได้รบั รางวัลเหรียญทอง / ผ่านการทดสอบเป็นตัวแทนนักดนตรีไทยเข้าร่วม Second ASEAN Youth Symphonic Band Workshop ที่ประเทศไทย เป็นเจ้าภาพ / ได้รบั คัดเลือกเป็นสมาชิกวงเยาวชนไทย Symphonic Band ตามโครงการ “เพลงเกียรติยศ โดย เยาวชนไทย” เพื่อทำ�การบันทึกเสียง เพลงประจำ�ชาติลง CD / ร่วมแสดงคอนเสิร์ตกับ อ.บรูซ แกสตันใน คอนเสิร์ตหลายครั้ง ปี 2538 - 2541 ร่วมบรรเลงในคอนเสิร์ตประจำ�ปี CU Concert โดยวงซิมโฟนีออเคสตร้า แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / เป็นส่วนหนึ่งของนักดนตรีไทยเข้าสัมมนา และร่วมบรรเลงในงาน ACL (Asian Composer League) ซึ่งจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยเป็นเจ้าภาพ / นำ�ผลงานเพลงที่ประพันธ์ขึ้นเองออกแสดงใน คอนเสิร์ต CU Chamber ซึ่งร่วมกันจัดโดยคณะศิลปกรรมศาสตร์และคณะ

BRIDGE // 28 Page 21-28.indd 28

ก็ไม่ได้เห็นด้วยตลอดนะ ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ดี ที่ จะคอยตักเตือนเราได้ แต่สุดท้ายแล้วเขา ให้เกียรติเราในการตัดสินใจ แต่ไม่ควบคุม (กดให้ภรรยา 1 like) บริดจ์ : คำ � ถามสุ ด ท้ า ย ทราบว่ าโป๋ จ ะ มีโอกาสร่วมงานกับ Joshua Mills อีก ครั้งในงาน “Supernatural Life in the Kingdom” ทั้งในด้านดนตรีและล่าม พูด ถึง Joshua หน่อยได้มั้ย เมธา : Joshua เป็นตัวอย่างที่ทำ�ให้ผม เห็นว่า อายุไม่ใช่เรื่องสำ�คัญในการที่จะ ก้าวขึ้นมามีอิทธิพลระดับนานาชาติ โดย เฉพาะอย่างยิ่งสำ�หรับคริสเตียน ถ้าคุณรู้ ว่าพระเจ้ามีแผนการอะไรสำ�หรับชีวิตของ คุณ แล้วก้าวเข้าไปในนั้นด้วยความเชื่อ จะ ไม่มอี ะไรทีจ่ �ำ กัดคุณได้เลย Joshua เป็นแบบ อย่างสำ�หรับผม สำ�หรับคนที่ดำ�เนินชีวิต ตามสิง่ ทีพ่ ระเจ้าเรียกให้ท�ำ อย่างไม่มเี งือ่ นไข จบการสั ม ภาษณ์ อ ย่ า งปลาบปลื้ ม ใจ ที่ เห็นคนรุ่นใหม่เช่นนี้มีความคิดความอ่านที่ สะท้อนถึงภาวะผู้นำ� ในขณะเดียวกันก็ถ่อม ใจและพร้อมยอมรับการเรียนรู้จากผู้อื่นอยู่ เสมอ และนี่คือส่วนหนึ่งของเมธา คนรุ่น ใหม่ที่ไร้ขีดจำ�กัด--

ครุศาสตร์ / เป็นทีมงานด้านดนตรีใน ASIAN GAMES ซึ่งประเทศไทย เป็นเจ้าภาพและเป็นผู้เรียบเรียงเสียงประสาน (Orchestration) ให้กับวง Bangkok Symphony Orchestra ในเพลงประกอบการแสดงชุด “สวัสดีไชโย” ปี 2542 – 2549 เป็นผู้ควบคุมดนตรีให้กับทีมดนตรีของคริสตจักรใจสมาน และนักดนตรีรับ เชิญในคอนเสิร์ตของคริสเตียนหลายงาน / เป็นนักดนตรีในห้องบันทึกเสียง ให้กับศิลปินหลายๆท่าน เช่น อัญชลี จงคดีกิจ, อัยย์ (Sony Music) รวมถึง GMM Grammy เช่น ตุ้ย ธีรภัทร์, พลอย, Academy Fantasia 2 ฯลฯ ร่วมแต่งทำ�นองและเรียบเรียงเพลงอัลบั้มการกุศล “All Stars for Care” ขององค์การแคร์ /ร่วมแต่งทำ�นองและเรียบเรียงเพลงอัลบัม้ “The Winter Song” กับ “สุรักษ์ สุขเสวี” นักเขียนเพลงชื่อดัง / ร่วมประพันธ์เพลง ประกอบภาพยนตร์ “Sakai United” เพลงไตเติ้ลรายการ “เงาะถอดรูป” (ช่อง 3) /เพลงไตเติ้ลละครโทรทัศน์ “เจ้าหนูเทควนโด้” (ช่อง 3) /เรียบ เรียงเพลงให้กับสถาบันต่างๆ เช่น ธนาคารกสิกรไทย, ปูนซีเมนต์ไทย, พรรค มหาชน, กระทรวงแรงงาน / ศิลปินวง “Coupe” ในสังกัด Love Is/เป็น ผู้ร่วมเรียบเรียงเสียงประสานให้กับนักแต่งเพลงและศิลปินต่างๆ เช่น บอยด์ โกสิยพงษ์, อัญชลี จงคดีกิจ, ทาทา ยัง, โต๋ ศักดิ์สิทธิ์, ลิปตา, แชมป์, Academy Fantasia ฯลฯ /ทำ�งานเป็นนักดนตรีและนักแต่งเพลงอิสระ นอกจากนี้ยังเป็นผู้แปลและแต่งเพลงคริสเตียนที่เป็นที่รู้จักอีกหลายเพลง สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ www.kingdomworshipper.com ด้านการสอนดนตรี เคยเป็นอาจารย์สอนวิชาฟลูตที่สถาบันดนตรีของมหาวิทยาลัยมหิดล เสรี เซ็นเตอร์ / ได้รับเชิญเป็นอาจารย์พิเศษสอนวิชาดนตรีที่สถาบันพระคริสตธรรมเพนเทคอส และสถาบันคริสตศาสนศาสตร์แห่งประเทศไทย

23/04/2011 01:34:04


page 29-48.indd 29

23/04/2011 01:39:08


RELAX RELAX

โดย BRIDGE

อิสราเอล จึงสำ�คัญมาก?

‘‘

ความจริงคือพระเยซูไม่อาจสิ้นพระชนม์ที่อื่นใดได้นอกจากที่เยรูซาเล็มแห่งเดียวเท่านั้น (ลก.13:33) ที่โลหิตประเสริฐของพระองค์จะหลั่งออกเพื่อความรอดของมนุษยชาติทุกคน บนภูเขาเก่าแก่นี้และบนไม้กางเขนแสนหยาบกระด้างนี้ที่พระองค์ ได้ ไถ่เรา

‘‘

(แปลจาก Why is Jerusalem So Important? โดย จิม เกอร์ริช)

เป็นคำ�ถามที่ ดร. เดวิด เยเรมีย์ นั ก เขี ย นติ ด อั น ดั บ ขายดี ข องนิ ว ยอร์คไทม์ถามไว้ในหนังสือ What in the World is Going On? ทั้งๆที่เป็น ประเทศเล็กนิดเดียวในตะวันออกกลาง และ มีประชากรแค่เจ็ดล้านกว่าๆ แต่อิสราเอล ก็ เ ป็ น ข่ า วพาดหั ว หนั ง สื อ พิ ม พ์ ไ ด้ ต ลอด ทำ�ไมหรือ จากหนังสือของดร.เยเรมีย์ “จากหลักฐานที่น่าเชื่อถือทั้งหลาย การ มีประเทศอิสราเอลอยู่ทุกวันนี้เป็นเครื่อง พิสูจน์ชัดว่า คำ�พยากรณ์ของพระคัมภีร์ เกี่ยวกับอนาคตข้างหน้าของเราจะเป็นจริง นีห่ มายความว่า ไม่เพียงอนาคตของประเทศ อิสราเอลเท่านั้น แต่ของโลก ของประเทศ เรา ตลอดจนอนาคตของคุณและผมด้วย” เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 1948 สหประชาชาติ ประกาศตั้งอิสราเอลขึ้นเป็นประเทศ และ ประธานาธิบดีแฮรี่ ทรูแมนเป็นผู้ลงคะแนน เสียงชี้ขาด ดร. เยเรมีย์ยืนยันว่า ทรูแมน รู้ดีถึงความสำ�คัญทางประวัติศาสตร์และ ความสำ�คัญในอนาคตของประเทศอิสราเอลใหม่นี้ จากชีวประวัติของทรูแมน ผู้นำ�

รับบีของอิสราเอลบอกแก่ประธานาธิบดี ว่า “พระเจ้าให้คุณมาเกิดก็เพื่อคุณจะเป็น เครื่องมือที่ช่วยให้ชนชาติอิสราเอลได้เกิด ใหม่หลังจากสองพันปีผ่านไป” ประโยคนี้ จากเฮอร์ซอกทำ�ให้ประธานาธิบดีทรูแมน ถึงกับน้ำ�ตาคลอ คะแนนเสียงของเขาได้ ทำ�ให้คำ�พยากรณ์เก่าแก่ 2500 ปีในพระคัมภีร์สำ�เร็จ ชนชาติอิสราเอลโบราณนี้เริ่มจากคนๆเดียว พระเจ้าอวยพรอับราฮัมเพราะความเชือ่ ของ เขา และสัญญาว่าลูกหลานของอับราฮัมจะ ก่อสร้างชนชาติที่ยิ่งใหญ่ขึ้น พระเจ้าทรง สัตย์ซื่อตามพระสัญญาของพระองค์ และ ตลอดช่วงเวลาราว 1200 ปี (จาก 2100 กคศ. จนถึง 931 กคศ.) ลูกหลานของอับราฮัม คือ ชาวอิสราเอลได้ตั้งรกรากใน “แผ่นดินพระสัญญา” และกลายเป็นประเทศ ที่น่าเกรงขามและมั่งคั่งภายใต้การนำ�ของ กษัตริย์ดาวิด และโซโลมอน (ลูกชาย) ผู้ สืบทอดบัลลังก์ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ชาว ยิวหันหลังให้พระเจ้าและเริ่มบูชารูปเคารพ ของประเทศเพื่อนบ้าน พระเจ้าเตือนพวก

เขาผ่านผู้พยากรณ์ว่า พระองค์จะให้พวก เขากระจัดกระจายออกไปจากแผ่นดินของ ตนถ้ายังไม่เลิกบูชารูปเคารพ แต่อิสราเอล ก็ปฏิเสธคำ�ของพระเจ้าและไม่นำ�พาต่อคำ� เตือนนั้น พระเจ้าจึงอนุญาตให้ อัสซีเรีย และบาบิโลนมาปราบอิสราเอลจนพ่ายไป ชาวยิวถูกจับไปเป็นเชลยในปี 586 กคศ. และถูกปราบอีกหลายครั้ง ไปอยู่ใต้การ กดขี่ของเปอร์เชีย กรีซ และโรม ปี ค.ศ. 1516 แผ่ น ดิ น อิ ส ราเอลกลายเป็ น ส่ ว น หนึ่งของอาณาจักรออตโตมาน จนกระทั่ง สงครามโลกครั้งที่ 1 เมื่ออังกฤษได้มาเป็น เจ้าของ อังกฤษออกแถลงการณ์บาลโฟ ใน ปี 1917 ประกาศให้ “ปาเลสไตน์เป็น “ประเทศบ้านเกิดของยิว” ทัง้ ในพันธสัญญา เก่าและใหม่ได้พยากรณ์ว่า พระเจ้าจะรวบ รวมคนยิวที่ถูกกระจัดกระจายไปยังประเทศ ต่างๆกลับมาอีกครั้ง หลังจากสงครามโลก ครั้งที่สอง มีคนยิวพลัดถิ่นกว่าล้านคนได้ ย้ายเข้าไปอยู่ในปาเลสไตน์ และแล้วภายใน แค่ชั่วข้ามคืนในปี ค.ศ. 1948 ก็เกิดเป็น ประเทศอิสราเอลขึ้นใหม่อีกครั้ง

BRIDGE // 30 page 29-48.indd 30

23/04/2011 01:39:10


แผ่ น ดิ น นี้ ใ ห้ บ รรพบุ รุ ษ ของพวกเขา คื อ อับราฮัมเพื่อยกให้แก่ลูกหลานที่อยู่ที่นั่น ดู ปฐมกาล 13:14-17 “พระเยโฮวาห์ตรัส แก่อับรามว่า “จงเงยหน้าขึ้นแลดูและมอง ดูจากสถานที่ที่เจ้าอยู่นี้ไปทางทิศเหนือ ทิศ ใต้ ทิศตะวันออกและทิศตะวันตก เพราะว่า แผ่นดินทั้งหมดซึ่งเจ้าเห็นนี้เราจะยกให้เจ้า และเชื้อสายของเจ้าตลอดไปเป็นนิตย์ เรา (แปลจาก Why Israel is So Important? จะทำ�ให้เชื้อสายของเจ้าเหมือนกับผงคลีดิน โดยมารีแอน เดวิส) ดังนั้นถ้าผู้ใดสามารถนับผงคลีดินได้ก็จะนับ อิสราเอลไม่ได้พยายามทำ�ตัวให้ตกเป็นข้อ เชื้อสายของเจ้าได้เช่นกัน จงลุกขึ้นเดินไป พิพาทของโลก อิสราเอลเป็นประเทศที่ ทัว่ แผ่นดินทางด้านยาวด้านกว้าง เพราะเรา มั่งคั่งตามประวัติศาสตร์ เป็นบ้านเกิดของ จะยกให้เจ้า” (แปลจาก History of Israel http:// บุคคลที่โลกโต้เถียงกันมากที่สุดตลอดกาล www.allabouthistory.org/history-of-israel-faq.htm) นั่นคือพระเยซูคริสต์ เป็นแหล่งกำ�เนิดของ ทำ�ไมเยรูซาเล็มจึงสำ�คัญยิ่ง สามศาสนาใหญ่ที่สุดของโลกคือศาสนายิว เยรูซาเล็มเป็นเมืองที่มีประชากรไม่ถึงเจ็ด คริสเตียน และอิสลาม กล่าวกันว่าอับราฮัม แสนคน ซึ่งแน่นอนว่าเทียบกับไคโร ใน ผู้เป็นบรรพบุรุษของอิสราเอลเป็นบิดาของ ประเทศอียิปต์ซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกล และ ทั้งสามศาสนา ซึ่งมีความเชื่อที่แตกต่างกัน อ้างว่ามีประชากรถึง 16 ล้านคนไม่ได้เลย และนำ�มาซึ่งความคิดเห็นที่แตกต่างกันว่า แต่ก็แปลกมากที่เรามักได้ยินข่าวคราวของ ใครถูกและอับราฮัมรับใช้พระเจ้าองค์ไหนแน่ เยรูซาเล็มและแทบไม่เคยได้ยินแต่ข่าวกรุง การถกเถียงนี้ก็เป็นสาเหตุของสงครามและ ไคโรเลย เมืองเยรูซาเล็มเล็กๆ แห่งนีย้ งั คง ความขัดแย้งมาตลอดประวัติศาสตร์ รวม เป็นเมืองที่มีคนไปถ่ายรูปมากที่สุดในโลก ถึงสงครามโลกครั้งที่สองอันแสนโหดร้าย และมีหนังสือเขียนเกี่ยวกับเยรูซ าเล็มถึง ทารุณที่สุด ทุกวันนี้หลายประเทศทั่วโลก 50,000-60,000 เล่ม ความสำ�คัญของ ยังคงต่อสูก้ บั ปัญหาของอิสราเอล อิสราเอล เยรู ซ าเล็ ม นั้ น เด่ น ชั ด ยิ่ ง ขึ้ น เมื่ อ เรามองดู เป็นประเทศยิว แต่ในฐานะต้นกำ�เนิดของ จากพระคัมภีร์ เราเห็นว่าเยรูซาเล็มถูกเอ่ย คริสเตียนและแหล่งกำ�เนิดสถานทีศ่ กั ดิส์ ทิ ธิ์ ถึงมากกว่า 800 ครั้ง ขณะที่คริสตจักรถูก สำ�คัญๆ ของอิสลาม (โดมออฟเดอะร็อค ซึง่ เอ่ยถึงน้อยกว่า 80 ครั้ง แน่นอนว่าเมือง ตัง้ อยูบ่ นทำ�เลทีต่ งั้ วิหารของพระเจ้าของชาว เยรูซาเล็มยังมีชื่อมากมาย ไม่น้อยกว่า 70 ยิว) อิสราเอลยังคงเป็นหัวข้อโต้แย้งทีส่ �ำ คัญ ชื่อตามคำ�บอกเล่าของรับบีต่างๆ

ถึงข้อสังเกตจากงานเขียนของ มิลตัน บี. ลินด์เบิร์กว่า “ถ้าไม่มีประเทศอิสราเอลอยู่ เราจะไม่สามารถพูดได้เต็มปากว่า เราอยู่ ในยุคสุดท้าย เหตุการณ์นี้อย่างเดียวที่เป็น หมายสำ�คัญเด่นชัดยิ่งกว่าเหตุการณ์ใดๆ ว่า เรากำ�ลังอยู่ในวาระสุดท้ายก่อนพระเยซู กลับมา! คนฮีบรูถูกเรียกขานมาตลอดว่า เป็นเครื่องบอกเวลาแห่งยุคของพระเจ้า”

ปั

จจุบันอิสราเอลจึงเป็นศูนย์กลาง โลก ทัง้ ทางภูมศิ าสตร์และการเ���ือง หมายความว่าอย่างไร ดร. เยเรมีย์ เขียนไว้ว่า “ความสำ�คัญในการปรากฏตัว ของชนชาติอิสราเอลขึ้นอีกครั้งในดินแดน บ้านเกิดแต่ครัง้ โบราณของพวกเขา คือ เพือ่ เตรียมพร้อมให้คำ�พยากรณ์ในพระคัมภีร์ สำ�เร็จเป็นครัง้ สุดท้าย” คือ คำ�พยากรณ์ถงึ การเสด็จกลับมาของพระคริสต์ ดร. เยเรมีย์อธิบายว่า “แท้จริง อิสราเอล ถูกโจมตีมาครั้งแล้วครั้งเล่านับแต่ก่อตั้งขึ้น ทัง้ จากสงครามเต็มรูปแบบและจากผูก้ อ่ การ ร้ายไม่หยุดหย่อน คนยิวรอดมาได้ แต่กโ็ หย หาสันติภาพมาตลอด ตามพระคัมภีร์ ผูน้ �ำ ใน อนาคตจะทำ�ให้พวกเขาสมปรารถนาโดยการ เป็นตัวแทนเจรจาสันติภาพเจ็ดปีกบั ศัตรูของ อิสราเอล แต่พระคัมภีร์ยังบอกเราว่า แผน สันติภาพนีจ้ ะถูกทำ�ลาย และอิสราเอลจะถูก โจมตีอีกครั้งอย่างที่ไม่เคยเกิดมาก่อน มี กองทัพนับไม่ถ้วนจะมารวมตัวกันต่อต้าน ประเทศที่ถูกปิดล้อมนี้อย่างเนืองแน่นโดย ไม่เหลือความหวังใดๆ ในความเป็นมนุษย์ ที่จะเอาชนะได้เลย มีแต่การกลับมาของ พระคริสต์ การพิพากษา และการครอบ ครองของพระองค์เท่านั้นที่จะนำ�สันติภาพ แท้จริงมาสู่อิสราเอลได้ในที่สุด”

นเชิงศาสนา อิสราเอลเป็นจุดเริ่มต้น ความเข้าใจของคริสเตียน เป็นจุดเริม่ ต้นศาสนาคริสเตียน สำ�หรับคริสเตียน อิสราเอลเป็นบ้านเกิดของศาสนาที่ ตนเชื่อ และคนอิสราเอลเป็นผู้ที่พระเจ้า เลือกไว้ คนยิวเป็นพี่น้องที่ยังไม่รู้ความจริง ว่าพระคริสต์เป็นพระเมสสิยาห์และพระผู้ ช่วยให้รอด คริสเตียนอธิษฐานเผื่อและ สนับสนุนอิสราเอลในหลายๆ ด้าน ด้วย หวังจะนำ�ชนชาติอสิ ราเอล และคนยิวมาพบ พระเยซูคริสต์ผู้เป็นพระเมสสิยาห์

มหานครแห่งจอมกษัตริย์

ในสดุดี 48:1-2 เราเห็นสิ่งที่ทำ�ให้เยรูซาเล็มโดดเด่นจากเมืองอื่นๆ สดุดีบทนี้กล่าว ว่า “ในนครแห่งพระเจ้าของเรา บนภูเขา แห่งความบริสุทธิ์ของพระองค์ มองขึ้นไป ก็ดูงาม เป็นความชื่นบานของแผ่นดินโลก ทั้ ง สิ้ น คื อ ภู เ ขาศิ โ ยน...ซึ่ ง เป็ น นครของ พระมหากษัตริย์” ใช่แล้ว เยรูซาเล็มหรือ ศิโยนเป็นเมืองของพระเจ้า ไม่ว่าโลกหรือ มารจะคิ ด อย่ า งไรก็ ต าม เยรู ซ าเล็ ม เป็ น สำ�นักงานใหญ่ฝ่ายวิญญาณของโลก เป็น ดร. เยเรมีย์เน้นว่า การที่อิสราเอลปรากฏ อิ ส ราเอลเป็ น แผ่ น ดิ น พระสั ญ ญาของยิ ว ที่วางพระบาทและพระบัลลังก์ของพระเจ้า เป็นประเทศขึน้ อีกครัง้ “ชีช้ ดั ” ว่าเราอยูช่ ว่ ง หมายความว่า แผ่นดินนีจ้ ะเป็นของยิวตลอด ผู้ทรงฤทธิ์ พระเจ้ายังบอกต่อไปอีกเกี่ยวกับ ไหนของประวัติศาสตร์มนุษยชาติ เขาอ้าง ไป เนื่องจากพวกเขาเชื่อว่า พระเจ้ามอบ ความสำ�คัญของเมืองของพระองค์ในสดุดี BRIDGE // 31 page 29-48.indd 31

23/04/2011 01:39:11


132:14 ว่า “นีเ่ ป็นทีพ่ �ำ นักของเราเป็นนิตย์ เราจะอยู่ที่นี่ เพราะปรารถนาเช่นนั้น” พระคัมภีร์พูดชัดว่า จริงๆ แล้วพระเจ้าประทับ อยู่ในเยรูซาเล็ม (สดด.9:11; 135:21) ใน เอเสเคียล 43:7 พระเจ้าเรียกเยรูซาเล็มว่า “บัลลังก์ของเราและสถานที่วางเท้าของเรา อยู่ที่นี่ เป็นที่ที่เราจะอยู่ท่ามกลางชนชาติ อิ ส ราเอลเป็ น นิ ต ย์ ” นี่ เ ป็ น เมื อ งเดี ย วที่ พระเจ้าสลักไว้ในฝ่าพระหัตถ์ เป็นเมืองเดียว ที่พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์เผ้าระวังกำ�แพง เมืองให้ตลอดเวลา (อสย.49:16) เนือ่ งจาก เยรูซาเล็มเป็นเมืองพิเศษของพระเจ้าและ เป็นที่ประทับของพระองค์ พระองค์จึงค่อน ข้างหวงแหนเยรูซาเล็ม จนถึงกับตรัสว่า “เราหวงแหนกรุงเยรูซาเล็มคือกรุงศิโยนยิง่ นัก” (ศคย.1:14)

เยรูซาเล็มเป็นสถานีแห่ง ความรอดของพระเจ้า

เยรูซาเล็มเป็นเหมือนสถานี ใหญ่ที่เป็นศูนย์กลางความรอด หลายปีก่อน อับราฮัม บิดาของ เราได้เรียนรู้เคล็ดลับนี้เกี่ยวกับ เยรูซาเล็ม เมื่อมาถึงภูเขาโมรี ยาห์ เพื่อถวายบุตรชายคืออิสอัค ให้พระเจ้า เรารู้ว่าทูตสวรรค์ยั้ง มือเขาไว้ไม่ให้ทำ�ร้ายลูก แล้วเขา ก็เหลือบเห็นลูกแกะติดอยู่ในพงไม้ จึงถวายลูกแกะนั้นเป็นเครื่องบูชา แทน พระคัมภีร์พูดว่า “อับราฮัม จึงเรียกสถานที่นั้นว่า เยโฮวาห์ยิเรห์ อย่าง ที่พูดกันทุกวันนี้ว่า “ที่ภูเขาของพระเยโฮวาห์นั้น พระองค์ทรงทอดพระเนตร” (ปฐก. 22:14) วันนัน้ อับราฮัมได้เห็นเสีย้ วหนึง่ ของ ลูกแกะของพระเจ้าที่จะมาในภายภาคหน้า และความรอดอันยิง่ ใหญ่ทพี่ ระองค์จดั เตรียม ไว้ให้เรา ปัจจุบนั เยรูซาเล็มเป็นโครงสร้าง พื้นฐานของความรอด... สดุดี 87:1 กล่าว ถึงเยรูซาเล็มว่าเป็น “รากฐานของพระองค์ อยู่บนภูเขาอันบริสุทธิ์” หลายศตวรรษหลัง จากอับราฮัม พระเยซูเดินทางขึ้นเขาลูกนี้ ด้วยพระพักตร์แน่วแน่ ความจริงคือพระเยซู ไม่อาจสิ้นพระชนม์ที่อื่นใดได้นอกจากที่เยรูซาเล็มแห่งเดียวเท่านัน้ (ลก.13:33) ทีโ่ ลหิต ประเสริฐของพระองค์จะหลั่งออกเพื่อความ รอดของมนุษยชาติทุกคน บนภูเขาเก่าแก่ นี้และบนไม้กางเขนแสนหยาบกระด้างนี้ที่

พระองค์ได้ไถ่เรา บนภูเขาเดียวกันนี้ สาม วันต่อมาพระองค์เป็นขึน้ จากความตาย สีส่ บิ วันต่อมา ที่นอกเมืองนี้เอง พระองค์เสด็จ ขึ้นสวรรค์ไปประทับ ณ เบื้องขวาพระหัตถ์ พระเจ้า และวันหนึ่งจะเสด็จกลับมายังเมือง เดียวกันนี้ด้วยชัยชนะ (กจ.1:11; ศคย. 14:4; สดด.24:7-9)

เป็นลานนวดข้าว และดูเหมือนพระเจ้ากำ�ลัง จะใช้สถานที่นี้นวดประชาชาติทั้งหลาย เรา แน่ใจได้ว่า การต่อสู้ในตะวันออกกลางใน ทีส่ ดุ จะมาจดจ่ออยูท่ ผี่ นื ดินเพียง 35 เอเคอร์ ที่เราเรียกกันว่า ภูเขาวิหาร แน่นอน เรา แน่ใจได้ว่า ประชาชาติทั้งหลายจะมาที่หุบ เขาเยโฮชาฟัทในเยรูซาเล็มและพระเจ้าจะ พิพากษาพวกเขาที่นั่น (โยเอล 3:2) ชื่อ ของหุบเขานี้หมายถึง “พระเจ้าพิพากษา” เมื่อหมอกควันจางหาย เยรูซาเล็มจะยังคง อยู่ในที่ของมัน และโปรแกรมการไถ่อันยิ่ง ใหญ่ของพระเจ้าก็จะยังดำ�เนินต่อไป

เยรูซาเล็มจึงเป็นที่มาแห่งความรอด ความ เชื่อ พระเมสสิยาห์ และการไถ่ของเรา ผู้ เขียนพระคัมภีร์ท่านหนึ่งเขียนถึงเยรูซาเล็ม ว่า “น้ำ�พุทั้งสิ้นของเราอยู่ในเธอ” (สดด. 87:7) ในอิสยาห์ 46:13 เราอ่านพบว่า “เราจะใส่ความรอดที่ศิโยนเพื่ออิสราเอล แล้วในที่สุด เราจะได้เห็นความมืดมิดและ ความโง่ เ ขลาของโลกนี้ ถู ก ขจั ดไปสิ้ น จาก สง่าราศีของเรา” เยรูซาเล็ม ในอิสยาห์ 25:7 “และบนภูเขา นี้พระองค์จะทรงฉีกผ้าคลุมหน้า ซึ่งคลุม หน้าบรรดาชนชาติทงั้ หลายและม่านซึง่ กาง อยู่เหนือบรรดาประชาชาติ” มารมัว ง่วนปิดตาใจคนทั้งหลายทุกแห่งมา ตลอดหลายศตวรรษเพื่อไม่ให้เห็น พระเยซู (2 คร.4:4) และแน่นอน ก็รวมถึงความลี้ลับของเยรูซาเล็ม ด้วย แต่แผนการนี้จะจบลงในไม่ ช้า เมื่อนั้น เราจะเห็นทั้งโลกระลึก ถึงและกลับมาหาพระเจ้า (สดด. 22:37) ดังที่อิสยาห์ 2:3 กล่าว “และชนชาติทั้งหลายเป็นอันมาก จะมากล่าวว่า ‘มาเถิด ให้เราขึ้น ไปยังภูเขาของพระเยโฮวาห์ ยัง พระนิเวศแห่งพระเจ้าของยาโคบ เพื่อพระสถานที่ที่เราจะค้นพบความลี้ลับ องค์จะทรงสอนวิถีของพระองค์แก่เรา และ ดึกดำ�บรรพ์ พระคัมภีร์กล่าวว่า เยรูซาเล็มเป็นแผ่นดิน เพือ่ เราจะเดินในมรรคาของพระองค์’ เพราะ ศักดิ์สิทธิ์ น่าเสียดายที่เยรูซาเล็มก็เป็นจุด ว่าพระราชบัญญัติจะออกมาจากศิโยน และ ศูนย์กลางของสงครามมหากาพย์ทจี่ ะเกิดขึน้ พระวจนะของพระเยโฮวาห์จะออกมาจาก ในโลกด้วย เราได้เห็นหลักฐานซึ่งแสดงถึง เยรูซาเล็ม” ความเกลียดชังรุนแรงมากมายแล้ว ซึ่งใน คำ�ถามที่ว่า “พระเจ้าเป็นผู้ใด” ก็จะได้รับ ที่สุดสิ่งเหล่านี้จะนำ�ประชาชาติทั้งหลายไป คำ�ตอบตลอดนิรันดร์ และจะได้รับคำ�ตอบ สูส่ งครามทีเ่ ยรูซาเล็ม ในอิหร่านซึง่ อยูห่ า่ ง บนภูเขาของเยรูซาเล็ม นี่คือจุดสำ�คัญของ จากอิสราเอลอย่างน้อยห้าร้อยไมล์ ทุกปี ปัญหาแท้จริงในตะวันออกลางและทั่วโลก พวกเขาจะโกรธแค้นเป็นฟืนเป็นไฟใน “วัน เศคาริยาห์ 14:4 และ 9 กล่าว “ในวันนั้น เยรูซาเล็ม” แท้จริงแล้ว ผู้นำ�ปัจจุบันของ พระบาทของพระองค์จะยืนอยูท่ ภี่ เู ขามะกอก พวกเขากำ�ลังข่มขูท่ จี่ ะลบอิสราเอลออกจาก เทศ ซึ่งอยู่หน้าเมืองเยรูซาเล็มด้านตะวันแผนที่โลก เห็นได้ชัดว่า ความเคียดแค้น ออก” และ “และพระเยโฮวาห์จะทรงเป็น อย่ า งบ้ า คลั่ ง เหมื อ นปี ศ าจของชนชาติ ทั้ ง กษัตริย์เหนือพิภพทั้งสิ้น ในวันนั้นพระเยโฮหลายนี้ในที่สุดจะนำ�พวกเขาไปยังอิสราเอล วาห์จะทรงเป็นเอก และพระนามของพระองค์ และเยรูซาเล็ม ในสมัยโบราณ ภูเขาวิหาร ก็เป็นเอก”

BRIDGE // 32 page 29-48.indd 32

23/04/2011 01:39:12

พ จ


RELAX

PERSPECTIVES

โดย BRIDGE

ปลุกพลังคนรุ่นใหม่ ให้พลิกโลกได้อย่างไร?

สองพันปีก่อน มีชายสิบสองคนเป็นชาวประมง คนเก็บภาษี และคน บ้านนอกคอกนาที่มารวมตัวกัน ติดตามเป็นสาวกพระเยซู และในวันนี้พวกเขาได้ ชื่อว่าเป็นผู้พลิกควํ่าโลก และเปลี่ยนประวัติศาสตร์โลกนี้ ไปตลอดกาล แล้วคน ในรุ่นปัจจุบันนี้ เราจะทำ�เช่นนั้นได้อีกไหม ลองมาฟังกันจากหลายๆ มุมมอง

จำ�ได้ว่าลูกสาวกลับมาจากโรงเรียนจะ หิว้ อะไรติดมือมากดๆ (โชคดีนวิ้ ไม่บวม มี บอกแม่ว่า อย่าพูดเลย หูหนูชาหมดแล้ว คอปวดคอเอียงบ้าง) ไม่มีที่ไหนเงียบเลย รำ�คาญเพื่อนๆจะแย่ เด็กเหล่านี้เติบโตมาในยุคที่ผู้หญิงเก่ง แล้ว อันที่จริงตัวเขาน่ะ พูดมากด้วย มากขึ้น ทำ�งานนอกบ้าน ส่วนผู้ชายด้อย เด็กรุ่นปัจจุบัน หรือที่เราเรียกว่าเจเน- ความสามารถลง แม่จึงต้องทั้งเลี้ยงลูก เรชั่น “แซด” นี้ (20 ปีลงมา) พูดเก่ง และทำ�งานนอกบ้านด้วย บางคนก็เลีย้ ง มาก หยุดพูดเมื่อไร หันไปมอง บอกได้ สามีด้วย ไปๆ มาๆ ทำ�ไม่ไหว ทำ�งาน เลยว่าหลับไปแล้ว นอกบ้านสนุกกว่าทั้งได้เงิน มีคนยกย่อง ทิ้งลูกอยู่คนเดียว หรือบางคนก็อยู่กับ ว่ากันว่าเด็กยุคนี้ พูดไม่เพราะ ไม่รู้จัก ปูย่ า่ ตายาย ซึง่ ก็ไม่มคี วามเข้าใจในความ เคารพผู้ใหญ่ ไม่มีระเบียบ รอไม่เป็น แตกต่างของเด็กสมัยใหม่และคิดว่าเด็ก ารจะสร้างคนรุน่ นีใ้ ห้เป็นผูท้ จี่ ะคว่�ำ ไม่นิ่ง ไม่รับผิดชอบ ไม่ช่วยงานบ้าน สมัยนี้สบาย จึงมักขี้บ่น ก่นด่า ขี้โมโห โลกได้ เราคงต้องมาทำ�ความรู้จัก คือ เอาแต่เล่นเกม มีแต่วัตถุ เกมกด ยึดแต่คำ�สอนเก่าๆ และคิดว่าตัวเองเก่ง แบ๊ลคเบอรรี่ ไอโฟน ไอแพด ฯลฯ (ไม่รู้ กว่า อาบน้ำ�ร้อนมาก่อน กับพวกเขาเสียก่อน ใครซื้อให้) อยู่แต่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ใส่แว่น หูเสีย ออกมานอกบ้านก็ต้อง

ย พญ. เมทินี ทับทิมไท ุ่น จิตแพทย์เด็กและวัยร

BRIDGE // 33 page 29-48.indd 33

23/04/2011 01:39:13


RELAX PERSPECTIVES อย่าคาดหวังจุกจิกกับลูกในเรื่องที่ไม่ใช่ กิจการทีพ่ ระเจ้าต้องการ หรืออย่าบังคับ ลูกมากไป อย่าให้ความสำ�คัญกับการ เรียนมากไป เพราะโรงเรียนในปัจจุบันได้ กลายเป็นเครือ่ งมือทำ�ลายเด็กทัง้ สุขภาพ กายและใจไปแล้ว ให้ละทิ้งความสำ�คัญ ของตัวเองในวัตถุ ลาภยศ คำ�ยกย่อง การยอมรับจากคนอื่น ถ่อมตัวแม้กับ ลูก คุยกับพระเจ้าทุกวัน อธิษฐานขอน้ำ� พระทัย และสติปญ ั ญาในการดำ�เนินชีวติ และการเลีย้ งดูเขาอย่างทีพ่ ระเจ้าอยากให้ เป็น ไม่ใช่อย่างที่เราอยากให้เป็น แล้ว ส่วนใหญ่พ่อแม่ไม่รู้ ไม่เข้าใจ ฉะนั้น จึง พ่อแม่ในยุคนี้ต้องอดทนกับลูก ระลึก เราจะอัศจรรย์ใจในสิ่งที่เขาเป็น ควรจะรับรู้ข่าวสารมากขึ้น และอธิษฐาน เสมอว่า อยากให้ลูกเป็นอย่างไร ก็ต้อง เผื่อลูก ครอบครัว และสังคม อย่าให้ ทำ�แบบนั้น ดูแลปู่ย่าตายายในแบบที่ พญ. เมทินี ทับทิมไทย เขาต้องการ นอกจากนี้สังคมปัจจุบันก็แสนโหดร้ าย เศรษฐกิจย่ำ�แย่ในทุกประเทศ เครื่องบิน ตก จี้ปล้นรุนแรง ภัยพิบัติมีให้สะดุ้งทุก ครั้งที่กำ�ลังจะลืม ภาพยนตร์ก็มีแต่โหด เหี้ยม หื่นกาม ข้าวของแพง โรคระบาด สงคราม เซ็ ก ส์ ผิ ด เพี้ ย น คอร์ รั ป ชั่ น มโหฬาร ปานว่าโลกนี้จะถล่ม

ความสำ�คัญกับการเรียน การสอบเอนทรานซ์มากไป เด็กสามารถเรียนด้วย ตัวเองได้โดยทางอินเตอร์เน็ท อย่าไป ทำ�ตามๆกัน ให้กล้าที่จะแตกต่าง ทำ�ให้ ครอบครัวมีความสุข ให้เวลาลูกมากๆ ปกป้องลูก หัดลูกให้ช่วยเหลือตนเอง พัฒนาตัวเองตามพระคัมภีร์ อยู่ข้างลูก อวยพรลูกทุกเช้า พูดจาชมเชย เป็น ในภาวะการณ์เช่นนี้ พ่อแม่จะป้องกัน ตัวอย่างที่ดี สื่อสาร แสดงความรักต่อ ลูกๆ จากสิ่งเหล่านี้และสร้างพวกเขาขึ้น ลูก พ่อแม่พี่น้อง ช่วยเหลือทุกคนที่มี เป็น world changer ได้ไหม โอกาสตามอัตภาพ

พิมสุภา กิตตHิคeaำ�รltณ Drink เจ้าของร้าน ังกฤhษy ครูสอนภาษาอ ลิน่า โจลี และอดีตล่ามใหไท้แยอนเจ ระหว่างเยือน

สำ�หรับพิม การจะไปเปลีย่ น แปลงอะไรได้ เราต้องเริ่มที่ ตัวเองก่อน” นี่เป็นสโลแกน ส่วนหนึง่ ของสาวใหญ่ไฟแรงทีม่ คี วามคิด เป็นของตัวเอง และพร้อมจะต่อสู้เพื่อให้ บรรลุเป้าหมายที่ตั้งใจไว้

หลังจบจากรัว้ จามจุรี พร้อมปริญญาบัตร ด้านเศรษฐศาสตร์ เธอก็บนิ ลัดฟ้าไปเก็บ เกี่ยวประสบการณ์มันๆที่โตรอนโต ประเทศแคนาดาถึงห้าปีเต็ม โดยใช้ช่วงนอก เวลาเรียนทำ�งานในร้านอาหารไทยบ้าง เป็นล่ามให้กับหญิงไทยในศาลไทยบ้าง และเป็ น ยามเฝ้ า หอพั ก มหาวิ ท ยาลั ย ระหว่างที่ดูหนังสือสอบไปด้วย เป็นต้น ตลอดเวลาช่วงนั้นเธอได้ต่อสู้และเรียน รู้หลายสิ่ง โดยเฉพาะมีเรื่องหนึ่งซึ่งเธอ รู้สึกเป็น concern มาก นั่นคือเรื่อง สิ่งแวดล้อม เธอเล่าให้ฟังว่า “เรื่อง นี้เป็นเรื่องที่ concern มากตั้งแต่ก่อน ไปเมืองนอก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแยกขยะ การใช้ถุงพลาสติกให้น้อย และเมื่อได้ไป อยู่แคนาดา ได้มีโอกาสเห็นวิถีชีวิตของ คุณยายซึ่งเธอไปอยู่ด้วยเป็นคนห่วงใย ในสิ่งแวดล้อมเช่นกัน ก็ยิ่งทำ�ให้มั่นใจ และรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ต้องจริงจังมากขึ้น” คุณพิมเล่าต่อว่า “กลับมาก็เริ่มรณรงค์ กับคนในครอบครัว โดยทำ�เป็นตัวอย่าง และคอยสอน คอยบอกคนในบ้านตลอด

เวลา ทั้งต้องให้แรงจูงใจด้วย กว่าจะ เปลีย่ นพฤติกรรมคนในบ้านให้หนั มาแยก ขยะ เลิกใช้ถุงพลาสติก และห่วงใยสิ่ง แวดล้อมได้ต้องใช้เวลาถึง 4-5 ปี แต่ ก็คุ้มนะ ตอนหลังๆ นี่เวลาหลานๆ ไป ซื้อของก็จะบอกกับร้านค้าว่า ไม่เอาถุง พลาสติกค่ะ” ความมุง่ มัน่ ของเธอในการ รักษาสิ่งแวดล้อมนี้บางครั้งก็ทำ�ให้ถึงกับ ต้องลงทุนอย่างมากซึ่งเธอก็ยินดี “พิม ลงทุนซื้อแก้วพลาสติกใบละ 50 บาทไว้ ใช้สำ�หรับลูกค้าที่มากินที่ร้าน Healthy Drink / Meal เพื่อให้ลูกค้านำ�ไปล้าง มาคืน” สิ่งนี้อาจเป็นเรื่องเล็กๆ ในสายตาคนอื่น และอาจจะไม่สามารถเปลี่ยน โลกได้ในเวลาสั้นๆ แต่สำ�หรับเธออย่าง น้อยเธอก็ไม่ทำ�ร้ายและทำ�ลายมันให้เลว ร้ายลง และยังช่วยลดปริมาณขยะมลพิษ ได้ส่วนหนึ่ง เพราะเธอเชื่อว่า “การที่ โลกเป็นแบบนี้ เกิดจากการที่มนุษย์ใช้ ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลือง เพราะการ กระทำ�ทุกอย่างของเราย่อมมีผลกระทบ ฉะนั้น คนรุ่นใหม่ควรจะได้รับการปลูกฝัง

BRIDGE // 34 page 29-48.indd 34

23/04/2011 01:39:13


ในเรื่องเหล่านี้เพื่อเปลี่ยนวิถีอนาคต” คติพจน์ประจำ�ใจสาวนักสู้ผู้พยายาม เปลี่ยนโลก (รอบข้าง) นี้อีกประการ คือ อย่าปล่อยโอกาสให้หลุดมือไป เพราะมันไม่ได้ผ่านมาบ่อยๆ และด้วย เหตุนี้ เธอจึงตัดสินใจยอมรับหน้าที่ ล่ามให้แก่ดาราเจ้าบทบาท แอนเจลินา่ โจลี เมื่อครั้งที่เธอมาเมืองไทยเมื่อ ราวสิบปีก่อน เธอตัดสินใจรับงาน อันท้าทายนี้ทั้งที่ก็ไม่แน่ใจว่าตัวเอง นักว่าจะทำ�ได้แค่ไหน “แต่ก็คอยบอก ตัวเองเสมอว่า I can do it” เธอ เล่าว่า “ก็มีการล่ามไปล่ามมา คือ จากไทยเป็นอังกฤษ จากอังกฤษเป็น ไทย ล่ามให้นักข่าวต่างๆ ฟัง ซึ่งก็ ยากพอควร” แต่ สุ ด ท้า ยทุ ก อย่ า ง ก็ผ่านไปด้วยดี จนทำ�ให้ได้งานอื่นๆ ตามมา และเธอยังมีโอกาส escort นางเอกสาวสุดฮ๊อตผู้นี้ระหว่างเยือน เมืองไทยรวมทั้งพาแอนเจลิน่าไปสัก ตัวด้วย นับเป็นอีกหนึ่งความทรงจำ� ที่เธอภาคภูมิใจที่ได้มีส่วน จากการเป็นคนที่อยากได้อะไร ต้อง พยายามจนได้ ไม่ใช่งอมืองอเท้า มัว รอคอยโชคชะตามาหล่นใส่ หรือรอ คนมาช่วย เธอมองว่าเด็กสมัยใหม่ บางครัง้ ก็ขาดตรงนีไ้ ปหน่อย ซึง่ อาจ เป็นเพราะพ่อแม่คอยประคบประหงม มากเกินไป จนไม่ค่อยได้ช่วยตัวเอง นอกจากนีย้ งั ถูกระบบการศึกษาบีบให้ แข่งขันตลอดเวลา ทำ�ให้ไม่รจู้ กั การให้ พ่อแม่ก็ไม่มีเวลาให้ เด็กส่วนใหญ่จึง เห็นแก่ตัว สิ่งเหล่านี้อาจต้องได้รับ ความร่วมมือจากพ่อแม่ทจี่ ะช่วยเพือ่ ให้ เด็กเหล่านีร้ สู้ กึ มัน่ ใจ และสามารถก้าว ต่อไปเป็นนักสู้เพื่อฝันของตัวเองได้ พิมสุภา กิตติคำ�รณ

สร้างผู้นำ�ให้เก่งกว่าเราไม่ ยาก ถ้าเรารู้ว่าเราเป็นใคร และมั่นคงในความเป็นเรา” นี่เป็นคำ�กล่าวของไมค์ บิคเคิล ประธาน องค์กร International House of Prayer ที่เมืองแคนซัสซิตี้ ผู้สร้างคนหนุ่มสาว มากมายให้มี passion เพื่อพระเยซู และเปลี่ยนชีวิตพวกเขาจากคนหนุ่มสาว ธรรมดาที่อาจไม่มีใครสนใจ หรือบาง คนไม่มีอนาคต ให้กลายเป็นผู้นำ�ที่มีไฟ มี passion รู้ว่าตัวเองเป็นใคร อยู่เพื่อ อะไรในโลกนี้ และสามารถมีอิทธิพลและ สร้างคนหน่มุ สาวร่นุ ต่อมาได้ ไมค์กล่าว ว่า “ตำ�แหน่งหรืองานรับใช้ งานพันธกิจ ต่างๆ ของผมล้วนเป็นแค่หน้าที่ที่ผมได้ รับมอบหมายมาให้ทำ� สิ่งเหล่านี้ไม่ควร จะกลายมาเป็นอัตลักษณ์หรือตัวตนของ เรา ไม่ใช่รางวัลชีวติ แท้จริง หมายความ ว่า ตำ�แหน่งหรืองานพันธกิจของผมอาจ จะยิ่งใหญ่ขึ้น หรือหดเล็กลง อาจมีคน มาแย่ง หรือถูกแบ่งสันปันส่วนไป ก็ย่อม ไม่มีผลกระทบต่อตัวตนของผม เพราะ สิง่ ทีผ่ มได้รบั มอบหมายมาในวันนีอ้ าจเป็น อย่างหนึง่ แต่พรุง่ นีอ้ าจเปลีย่ นไปได้ แต่ ตัวตนของผมไม่เปลี่ยน ตัวตนของผม นัน้ มัน่ คงเพราะสิง่ ทีผ่ มสนใจมากกว่า คือ ความสำ�เร็จในสามด้านนีต้ ามทีพ่ ระคัมภีร์ บอก ได้แก่ การทีร่ วู้ า่ ผมเป็นทีร่ กั ยิง่ ของ

ไมค์ บิคเคิ้ล ผู้อำ�นวยการ IHOP-KC พระเจ้าแห่งจักรวาล การที่ผมสามารถ รักพระองค์ตอบ (พึ่งพิงในพระองค์) ได้ และการเป็นผู้ที่พระเจ้าไว้ใจและเปิดเผย ความลับด้วยได้ สิ่งเหล่านี้ต่างหากที่ เป็นรางวัลชีวิตที่แท้จริง สำ�หรับผู้นำ�ส่วนใหญ่เมื่อได้ทุ่มเทให้กับ งานที่ทำ�มาตลอดจนถึงจุดหนึ่งก็หลงลืม ไปและคิดว่า งานหรือพันธกิจเหล่านั้น คือตัวตนของตน เป็นรางวัลและความ สำ�เร็จแท้จริง จึงไม่อาจเสี่ยงยอมให้สิ่ง ใดมาขวางกัน้ เพราะกลัวถูกขโมยเกียรติ ศักดิ์ศรี ถูกปล้นเอารางวัลอันหอมหวาน เหล่านัน้ ไป คนเหล่านีจ้ งึ ไม่มเี วลาสร้างผู้ นำ�หน่มุ สาว ไม่มเี วลาสร้างลูกหลาน หรือ ชนรุ่นต่อไปที่จะมารับไม้ผลัดต่อ หรือที่ จะให้พวกเขาก้าวไปไกลกว่าที่ตนเคยทำ� ได้ เมือ่ ผมรูว้ า่ อะไรเป็นรางวัลชีวติ ทีแ่ ท้จริง มันก็ปลดปล่อยผมให้มีเสรีภาพที่จะให้ หรือคิดถึงคนอืน่ ได้ ก็มแี ต่คนมัง่ มีเท่านัน้ ที่จะให้คนอื่นได้ อาจจะไม่จริงเสมอไป แต่ก็พูดเชิงสมมติฐาน เราจะให้ได้มาก เราก็ต้องมีมาก ชายหรือหญิงต้องรู้สึก ว่าตัวเองมั่งมีเสียก่อนจึงจะเป็นผู้ให้แก่ ผู้อื่นได้

BRIDGE // 35 page 29-48.indd 35

23/04/2011 01:39:13


PERSPECTIVES

� ประเด็นของผม คือ ถ้าผมรู้สึกอิ่ม รู้สึก ประสบความสำ�เร็จ ผมก็สามารถให้ออก ไปได้ ผมอาจเริ่มคิดถึงคนอื่นได้ด้วยซ้ำ� แต่ถา้ ผมรูส้ กึ ผมถูกทอดทิง้ ผมเป็นคนล้ม เหลว ผมก็ไม่รู้สึกว่าตัวเองจะให้อะไรใคร ได้ มันก็เริ่มจากจุดนี้แหละ เพราะถ้าคุณกลัวล้มเหลวเสียเต็มประดา เพราะคุณไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริงของคุณ คุณก็ไม่สามารถคิดว่าจะให้อะไรใครได้ มันจะไม่อยูใ่ นความคิดเลยด้วยซ้�ำ คุณก็ จะพยายามเกาะกุมทุกอย่างทีม่ อี ยูใ่ นชีวติ ไว้เพื่อช่วยตัวเองก่อน ผมคิดว่ามันต้อง เริ่มจากจุดนี้ที่จะปลดปล่อยจิตวิญญาณ ของคุณให้เป็นอิสระ แต่แค่นั้นยังไม่พอ คุ ณ จำ � เป็ น ต้ อ งได้ รั บ การเปิ ด เผยจาก พระเจ้าถึงคุณค่าของผู้อื่นด้วย เพราะเมื่อคุณรู้สึกว่า ตัวเองมีค่าแล้ว ภายในจิตใจก็สงบ และผมก็จะเริ่มหันไป สนใจว่าพระเจ้ากำ�ลังทำ�อะไรกับคนอื่นๆ เพือ่ นบ้าน หรือพีน่ อ้ งได้ แล้วผมก็จะบอก พระเจ้าว่า ขอให้ผมเห็นสิ่งที่พระเจ้าเห็น และรูส้ กึ อย่างทีพ่ ระเจ้ารูส้ กึ กับคนนัน้ คน นี้ นีเ่ ป็นคำ�อธิษฐานทีผ่ มอธิษฐานตลอด เวลา ขอให้ผมเห็นสิง่ ทีพ่ ระองค์เห็น รูส้ กึ อย่างทีพ่ ระองค์รสู้ กึ เกีย่ วกับพ่อแม่ เพือ่ น ฝูง รัฐบาล ทีท่ �ำ งาน โรงเรียน และ ฯลฯ

ฉะนั้น เมื่อในใจผมมีความสุขและรู้สึก ประสบความสำ�เร็จ ผมก็อธิษฐานแบบ นี้ได้ หรือคิดที่จะอธิษฐานแบบนี้ได้ แต่ ถ้าในใจผมโดดเดี่ยว ถูกปฏิเสธ และล้ม เหลว ผมก็จะไม่มีกะจิตกะใจจะไปคิดถึง ใครด้วยซ้�ำ ผมก็จะไม่ถามแบบนัน้ ด้วยซ้�ำ เพราะว่า เมือ่ ใดทีผ่ มถามพระเจ้าแบบนัน้ ผมก็จะได้รบั รูถ้ งึ ความในใจว่าพระเจ้ารูส้ กึ เกี่ยวกับคนนั้นและสิ่งนั้นๆ อย่างไร และ มันก็ทำ�ให้ผมตื่นเต้น เพราะผมอยากมี ส่วนทำ�ในสิง่ พระเจ้าทำ�อยูแ่ ล้ว นีค่ อื สอง ประเด็น ประเด็นแรกคือรูว้ ่าตัวเองมีคา่ นัน่ คือวิธที จี่ ะเป็นคนมัง่ คัง่ เมือ่ เรามัง่ คัง่ เราก็ให้คนอื่นได้ และนี่เองที่จะทำ�ให้เรา มีพนื้ ทีว่ า่ งในอารมณ์พอจะไปคิดถึงคนอืน่ ได้ จากนั้น เราก็จะมองเห็นอะไรชัดขึ้น แล้วเราก็ทำ�งานเป็นทีม เรารักกัน และ ประสบความสำ�เร็จร่วมกันได้มากกว่าเมือ่ เราต่างคนต่างทำ�เยอะมาก แม้จะฟังดู ง่ายๆ แต่เชื่อมั้ยว่า บางคนในใจนั้นสับ สนว้าว่นุ คิดนัน่ คิดนี่ คิดเล็กคิดน้อยเยอะ แยะ จราจรคับคั่งว่างั้นเถอะ จนไม่อาจ เข้าใจคนอื่น ไม่มีที่ว่างสำ�หรับคิดถึงคน อืน่ ได้ ทุกวันนีถ้ า้ ถามผม ผมก็พอใจมาก ที่เห็นคนรุ่นหนุ่มสาวที่ผมสร้างมาจากวัย ยี่สิบกว่าๆ เวลานี้อยู่ในวัยย่างสี่สิบและ กำ�ลังสร้างคนร่นุ ยีส่ บิ กว่าๆ ของเขาเอง” ไมค์ บิคเคิ้ล

เวส ฮอลล์ เป็นทีมผู้นำ�ที่ IHOP-KC และอาจารย์ประจำ� Forerunner School of Ministry วสเป็นนักกฎหมายจากอังกฤษ และประกอบอาชี พ ทนายอยู่ หลายปีในกรุงลอนดอนก่อนจะ ย้ายมาอยู่แคนซัส และเรียนรู้จาก ไมค์ บิคเคิล ปัจจุบันเป็นผู้บริหาร ระดับสูงของมหาวิทยาลัย IHOP วิธีการเป็นผู้นำ�ของไมค์ คือ เขาจะ ปล่อยให้เราลองผิดลองถูก ไม่ต้อง กลัวผิดพลาด และบางครัง้ ก็สง่ เสริม คนจนแทบจะเกินกว่าความสามารถ ของคนๆ นั้น เรียกว่าให้เรายืดเต็ม ที่ ผมจำ�ได้วา่ ครัง้ แรกทีไ่ มค์ขอให้ผม นำ�ประชุม ทั้งๆ ที่ผมไม่ได้มีพื้นเพมา ทางด้านนี้ ผมเป็นนักกฎหมาย ผม ออกจะงงๆ และรู้สึกว่านี่เป็นแนวคิด ที่พิลึกมาก ทั้งๆ ที่นี่เป็นพันธกิจของ

BRIDGE // 36 page 29-48.indd 36

23/04/2011 01:39:14


QUOTES We make a living by what we get but we make a life by what we give Winston Churchils

คุณ เป็นเวทีของคุณแท้ๆ แล้วคุณมาขอ ให้ผมทำ�หน้าทีเ่ ป็นตัวแทนคุณต่อหน้าคน ตัง้ มากมาย คุณจะไม่อยากบอกผมหน่อย หรือว่า ผมต้องพูดอะไรและทำ�อย่างไร บ้าง มันก็นา่ สนใจมาก แต่ผมก็ชอบนะ สำ�หรับผมมันเป็นสิง่ ทีใ่ ห้อสิ ระมาก เพราะ ผมสามารถเป็นตัวของตัวเองได้ ไมค์ไม่ กลัวเหมือนผูน้ �ำ อืน่ ๆ ว่าผมจะทำ�ผิดพลาด จนทำ�ให้การประชุมเสียหาย ซึ่งแน่นอน ผมเองก็ผิดพลาด เพียงแต่ที่นี่เขาไม่มา มัวจับผิดเล็กๆ น้อยๆ หรือเน้นในเรื่อง แบบนี้ เรารักกัน แล้วก็พร้อมจะยกโทษ ให้กันในความผิดพลาดเหล่านั้น นอกจากนี้ ไมค์ยงั สอนพร้อมทัง้ เป็นแบบ อย่างแก่เราดีมากในเรื่องอัตลักษณ์ของ เราว่า สิง่ เหล่านีท้ เี่ ราทำ�นัน้ เป็นแค่ความ รับผิดชอบที่เราได้รับมอบหมายมา นี่ ไม่ใช่ตัวตนของเรา ไม่เหมือนในที่อื่นๆ ซึ่งส่วนใหญ่ตัวตนหรืออัตลักษณ์ของเรา มักผสมผเสปนเปกับงานที่เราได้รับมอบ

หมายมา หรือตำ�แหน่งที่คนเรียกเราจน แยกไม่ออก จึงไม่แปลกที่หลายคนจู่ๆ ก็ สูญเสียอัตลักษณ์ของตัวเองไป และไม่มี ความมั่นใจในตัวเองเมื่องานที่ได้รับมอบ หมายมา หรือหน้าที่ต่างๆ ที่เคยทำ�จบ ลง หรือถูกแย่งไปจากเขา ไมค์สอนเรา และเป็นแบบอย่างถึงความเป็นจริงนีจ้ าก แนวคิดในพระคัมภีร์เรื่องเพื่อนเจ้าบ่าว เจ้าสาวย่อ่ มเป็นของเจ้าบ่าว ความสนใจ ทั้งหมดควรอยู่ที่เจ้ าบ่าว เราเองเป็น เพียงเพื่อนเจ้าบ่าว ผู้คนที่เราปรนนิบัติ รับใช้เหล่านี้ไม่ใช่ของผม ตอนที่ผมมาใหม่ๆ ผมก็เตรียมจะไปตั้ง นิเวศน์อธิษฐานที่เมืองฟินิกซ์ ไมค์บอก เอาคนไปช่วยด้วยสิ เอาทีมนักร้องไป มั้ย อยากเอาใครไปด้วยก็ได้ ผมล่ะงง จริงๆ คนอื่นๆ เขามีแต่หวงทีมงานของ ตัวเอง แต่ไมค์กลับไม่รสู้ กึ ว่าต้องควบคุม คนเหล่านี้ไว้เลย เวส ฮอลล์

เรายังชีพจากสิ่งที่เราได้มา หากแต่เราสร้างชีวิต ให้มีความหมาย จากสิ่งที่เราให้ออกไป วินสตัน เชอร์ชิล

By serving others and putting others’ needs before oneself, only then can anyone truly impact the world with change. - Abraham Lincoln

เราจะสร้างผลกระทบ เพื่อเปลี่ยนแปลงโลกได้ ต่อเมื่อ เรายอมปรนนิบัติผู้อื่น และเห็นความจำ�เป็น ของผู้อื่นมาก่อนตน อับราฮัม ลิงคอล์น BRIDGE // 37

page 29-48.indd 37

23/04/2011 01:39:15


RELAX

REVELATION

โดย รัตนา พงศ์ทวิช

จั บ ต า 10 อันดับ ผู้นำ�ครองอำ�นาจยาวนานสุดในโลก

ารดำ�รงตำ�แหน่งของผู้นำ�ประเทศย่อมมีวาระ จะเป็น 4 ปีหรือ 5 ปีก็ตามแต่รัฐธรรมนูญของประเทศนั้นๆ กำ�หนดไว้ แต่ผู้นำ� ที่ครองประเทศยาวนานหลายทศวรรษซึ่งแม้ว่าหมดวาระแล้วก็ยังสามารถรั้งอำ�นาจไว้ได้นั้น ประวัติศาสตร์โลกได้นิยามผู้นำ� เหล่านี้ไว้ 2 ทาง ทางหนึ่งคือเป็นผู้นำ�ที่มีคุณธรรมจนสามารถครองใจประชาชนไว้ได้อย่างเหนียวแน่น กับอีกทางหนึ่งคือเป็น ผูน้ �ำ ภายใต้ระบอบการปกครองทีเ่ กือ้ หนุนให้ผนู้ �ำ ได้ครองอำ�นาจได้นานหลายสิบปี ซึง่ ก็คอื ระบอบเผด็จการนัน่ เอง ผูเ้ ขียนขอพา ท่านผู้อ่านไปทำ�ความรู้จัก 10 ผู้นำ�ที่ครองตำ�แหน่งนานที่สุดในโลก ซึ่งการจัดอันดับนี้ ไม่นับรวมพระราชวงศ์ และผู้นำ�ที่พ้นตำ�แหน่งไปแล้ว

1

ครองอำ�นาจ

41 ปี 6 เดือน

มูอัมมาร์ กัดดาฟี ผู้นำ�ลิเบีย

ซัดดัม ฮุสเซน อดีตผูน้ �ำ อิรกั หรือไม่ แต่ทแี่ น่ๆ ชาวลิเบียทัง้ ประเทศ กำ�ลังตกอยู่ในฝันร้าย เพราะจรวดโทมาฮอคจำ�นวนนับไม่ถ้วนที่กอง กำ�ลังพันธมิตรระดมยิงใส่ลิเบียในศึกครั้งนี้ ทำ�ให้พลเรือนล้มตาย และสร้างความเสียหายต่อสาธารณูปโภคของลิเบียอย่างชนิดที่ใคร ก็คาดไม่ถึง

2

ครองอำ�นาจ 32 ปี 3 เดือน อาลี อับดุลเลาะห์ ซอและห์ ประธานาธิบดีเยเมน

เส้นทางการขึน้ ครองอำ�นาจของกัดดาฟีเริม่ ต้นเมือ่ วันที่ 1 กันยายน พ.ศ.2512 เมื่อกลุ่มนายทหารเลือดใหม่ซึ่งนำ�โดยพันเอกกัดดาฟีได้ ก่อการรัฐประหารยึดอำ�นาจจากกษัตริย์อิดริส และขึ้นเถลิงอำ�นาจ เป็นผูน้ �ำ สูงสุดของประเทศทีอ่ ดุ มไปด้วยแหล่งน้�ำ มันในแอฟริกาเหนือ สืบมาจนถึงทุกวันนี้ กัดดาฟีซึ่งปัจจุบันอายุ 68 ปี สามารถรักษา อำ�นาจมาได้ยาวนานกว่า 40 ปี เพราะเขาวางตัวเองเป็นศูนย์กลาง ของเครือข่ายกลุ่มผลประโยชน์ที่มีความเกี่ยวพันกัน ตั้งแต่ชนเผ่า ต่างๆ ตระกูลที่มีอิทธิพล กองทัพ และรัฐบาล ซึ่งต่างมีส่วนกุม อำ�นาจในประเทศ แต่กัดดาฟีกำ�ลังกลายเป็นผู้นำ�เก้าอี้ร้อนที่สุดใน ขณะนี้ เมื่อเขาถูกประชาชนชาวลิเบียนับแสนคนลุกฮือขึ้นก่อการ ประท้วงขับไล่ แต่กัดดาฟีเจ้าของฉายาหมาบ้าทะเลทรายตัดสินใจ ใช้กำ�ลังสลายการชุมนุมและยืนกรานว่าจะขอสู้จนกระสุนนัดสุดท้าย และจะไม่ยอมแพ้ให้กับพลังมวลชนเหมือนกับฮอสนี มูบารัค ผู้นำ� อียิปต์เป็นอันขาด การใช้กำ�ลังและอาวุธหนักเข่นฆ่าประชาชนทำ�ให้ กัดดาฟีต้องกลายเป็นผู้นำ�ที่พาประเทศตนเองเข้าสู่สงครามอย่าง เต็มตัว เมื่อกองกำ�ลังชาติพันธมิตรนำ�โดยสหรัฐและนาโต้ ผนึก กำ�ลังโจมตีลเิ บียอย่างดุเดือดภายใต้ปฏิบตั กิ าร “Odyssey Dawn” ซึ่งแม้ขณะนี้ยังไม่รู้ว่าชะตากรรมของกัดดาฟีจะลงเอยแบบเดียวกับ

นายซอเละห์ เกิดเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2489 ปัจจุบันมีอายุ 65 ปี เขาก้าวขึ้นปกครองเยเมนเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ.2521 และ อยู่ในตำ�แหน่งนานเกือบ 12 ปี ก่อนที่จะได้รับการเลือกตั้งครั้งแรก เมือ่ วันที่ 1 ตุลาคม 2537 และกลายเป็นประธานาธิบดีคนแรกของ เยเมน ทัง้ นีเ้ ยเมนเป็นประเทศเดียวในกลุม่ อ่าวอาหรับทีป่ี กครองโดย ระบอบประชาธิปไตย ประธานาธิบดีมาจากการเลือกตัง้ โดยตรงและ มีวาระการดำ�รงตำ�แหน่งคราวละ 7 ปี ซึ่งนายซอและห์ได้รับการ เลือกตั้งติดต่อกันจนถึงปัจจุบันเป็นสมัยที่ 3 เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2549 โดยก่อนหน้านั้นเมื่อปี 2545 เขาประกาศว่า จะไม่ลงสมัคร รับเลือกตั้งอีกสมัย แต่เกิดเปลี่ยนใจและได้รับเลือกกลับมาดำ�รง ตำ�แหน่งผู้นำ�ประเทศต่อในที่สุด ประธานาธิบดีซอและห์ กลายเป็น ผูน้ �ำ เก้าอีร้ อ้ นอีกคนหนึง่ เมือ่ ประชาชนชาวเยเมนรวมตัวกันประท้วง ขับไล่เขาให้ลงจากตำ�แหน่ง เพราะไม่พอใจวิธกี ารบริหารประเทศ แต่ จนถึงขณะนี้ เขาก็ยังยืนยันว่าจะไม่ยอมลงจากตำ�แหน่ง

BRIDGE // 38 page 29-48.indd 38

23/04/2011 01:39:16


3

อังกฤษเมือ่ พ.ศ. 2523 มูกาเบดำ�รงตำ�แหน่งนายกรัฐมนตรีเมือ่ วัน ครองอำ�นาจ 31 ปี 7 เดือน ทีโอโดโร โอเบียง นูมา มบาโซโก ที่ 18 เมษายน 2523 และจากนัน้ ได้ขนึ้ ดำ�รงตำ�แหน่งประธานาธิบดี ประธานาธิบดี อิเควทอเรียล กินี คนแรกของซิมบับเว เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2530 และยึดเก้าอี้มา

โอเบียงเกิดเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ.2485 ปัจจุบนั มีอายุ 68 ปี เขา ก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดีของอิเควทอเรียล กินี เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ.2522 ด้วยการโค่นล้มอำ�นาจ นายมาเชียส นูมา ซึ่งเป็นประธานาธิบดีคนแรก ทั้งๆ ที่โอเบียงมีศักดิ์ เป็นหลานของมาเชียส ในปี 2534 ประธานาธิบดีโอเบียงได้สถาปนาระบบการเมืองหลายพรรคขึน้ โดย จัดให้มีการเลือกตั้งแบบหลายพรรคขึ้นครั้งแรกในปี 2539 แต่ใน ทางปฏิบตั แิ ล้ว พรรค PDGE ของโอเบียงยังคงเป็นพรรคการเมือง ที่ถือครองเสียงข้างมากเพียงพรรคเดียว นอกจากนี้ยังมีข่าววงใน เกี่ยวกับการจำ�กัดคู่แข่งทางการเมืองและความไม่โปร่งใสในการ เลือกตั้งมาโดยตลอด

4

ครองอำ�นาจ 31 ปี 6 เดือน โฆเซ่ เอดูอาโด ดอส ซานโตส ประธานาธิบดี แองโกลา

ดอส ซานโตส เป็นประธานาธิบดี คนทีส่ องของแองโกลา นับตัง้ แต่ ขึ้นดำ�รงตำ�แหน่งเมื่อวันที่ 21 กันยายน พ.ศ.2522 นอกจาก ตำ�แหน่งประธานาธิบดีแล้ว เขา ยังควบตำ�แหน่งผูบ้ ญ ั ชาการทหาร สูงสุดของกองกำ�ลังแองโกลา นับ ตั้งแต่ที่ดอส ซานโตสเข้ารับตำ�แหน่งประธานาธิบดี ประเทศที่อุดม ไปด้วยน้�ำ มันและเพชรแห่งนีก้ ก็ ลายเป็นประเทศทีป่ ระชากรส่วนใหญ่ ยากจน เพราะรายได้จากน้�ำ มันกระจุกอยูภ่ ายในเครือญาติและพรรค พวกของประธานาธิบดีเท่านั้น นอกจากนี้ การที่พรรค MPLA ของ ดอส ซานโตสชนะการเลือกตั้งในปี 2551 ยังส่งผลให้ฐานอำ�นาจ ทางการเมืองของดอส ซานโตสเข้มแข็งยิ่งขึ้น และยังเป็นการเปิด ทางให้เขาแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเพิ่มอำ�นาจให้ตนเอง เป็นที่คาด การณ์กันว่า ประธานาธิบดีดอส ซานโตส จะชนะการเลือกตั้งใน ปี 2555 และจะยังคงครองอำ�นาจต่อไปจนถึงปี 2565 หรืออาจ จะนานกว่านั้น โดย ดอส ซานโตส ซึ่งปัจจุบันอายุ 69 ปี มักหลีก เลี่ยงการเป็นจุดสนใจและแทบจะไม่ปรากฏตัวในที่สาธารณะ อีกทั้ง ยังปฏิเสธการขอสัมภาษณ์จากสื่อต่างชาติทั้งหมด

5

ครองอำ�นาจ 30 ปี 10 เดือน โรเบิร์ต มูกาเบ ประธานาธิบดี ซิมบับเว

มูกาเบ เกิดวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2467 ปัจจุบันอายุ 87 ปี เป็น ผู้ นำ � คนแรกและคนเดี ย วของ ซิมบับเวจนถึงปัจจุบัน ย้อนหลัง ไปเมือ่ ซิมบับเวได้รบั เอกราชจาก

อย่างเหนียวแน่นนับแต่นั้น แม้ในช่วงที่ซิมบับเวเผชิญวิกฤตการเงิน ครั้งใหญ่ที่ทำ�ให้อัตราเงินเฟ้อพุ่งรุนแรงในปี 2530 ก็ตาม แม้มูกาเบซึ่งเป็นผู้นำ�พรรค ZANU-PF เคยถูกบีบให้จัดตั้งรัฐบาล แห่งชาติรว่ มกับนายมอร์แกน ตัสวานกิไร ผูน้ �ำ พรรคฝ่านค้าน MDC เมือ่ วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2551 หลังจากทีผ่ ลการเลือกตัง้ ทีไ่ ม่ชขี้ าด ได้น�ำ ไปสูเ่ หตุการณ์รนุ แรงครัง้ ใหญ่ในประเทศ แต่หลังจากการจัดตัง้ รัฐบาลแห่งชาติเสร็จสิ้นแล้ว มูกาเบยังคงมีอำ�นาจทางการเมืองใน ซิมบับเว ในตำ�แหน่งประธานาธิบดีและประมุขของรัฐ และมีอำ�นาจ คุมกำ�ลังทหาร ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่าประธานาธิบดีมูกาเบจะอยู่ใน อำ�นาจต่อไปอีกนาน

6

ครองอำ�นาจ 28 ปี 4 เดือน พอล บิยา ประธานาธิบดีแคเมอรูน

ในการเลือกตั้งเมื่อ พ.ศ. 2527 นายบิยา ซึ่งเกิดเมื่อ วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2476 ชนะเลือกตั้งประธานาธิบดี โดยปราศจากคู่แข่ง ต่อมา ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2535 ประธานาธิบดีบิยาชนะการ เลือกตั้งอีกครั้งหนึ่ง และในการเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2547 นายบิยาก็สามารถคว้าชัยในการเลือกตั้งด้วย เสียงสนับสนุน 70.9% ประเทศแคเมอรูนซึ่งตั้งอยู่ทางตอนกลาง และตะวันตกของแอฟริกา และเป็นผู้ผลิตน้ำ�มันรายสำ�คัญ ได้มี กำ�หนดจัดการเลือกตั้งครั้งต่อไปในเดือนตุลาคม 2554 นี้ โดย ประธานาธิบดีมวี าระการดำ�รงตำ�แหน่งคราวละ 7 ปี ซึง่ รัฐธรรมนูญ กำ�หนดให้ดำ�รงตำ�แหน่งได้ไม่เกิน 2 วาระ อย่างไรก็ตาม ในเดือน เมษายน 2551 รัฐสภาลงมติรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญขยายเป็น 3 วาระ และคาดหมายกันว่าประธานาธิบดีบยิ าจะลงชิงตำ�แหน่งอีกสมัย

7

ครองอำ�นาจ 26

ปี 12 เดือน

เดนิส ซาซู นูเอสโซ ประธานาธิบดีสาธารณรัฐคองโก

เดนิส ซาซู นูเอสโซ ดำ�รง ตำ�แหน่งผู้นำ�คองโกเมื่อ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2522 ด้วยการปฏิวัติยึด อำ�นาจมาจากผูน้ �ำ คนก่อน พร้อมประกาศยกเลิกการ ปกครองภายใต้ ร ะบอบ ลัทธิมาร์กซ-เลนิน แต่ต่อมาในปี พ.ศ. 2535 เขาพ่ายแพ้การเลือก ทำ�ให้ต้องพ้นจากตำ�แหน่งประธานาธิบดีไปเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม BRIDGE // 39

page 29-48.indd 39

23/04/2011 01:39:18


2535 แต่เมื่อสงครามการเมืองของคองโกปะทุขึ้นในปี 2540 เมื่อ มีการปะทะกันระหว่างกองกำ�ลังรัฐบาลและกลุ่มผู้สนับสนุนนาย ซาซู นูเอสโซ จนในที่สุดกองกำ�ลังของซาซู นูเอสโซ เป็นฝ่ายชนะ ทำ�ให้เขาได้เข้าพิธสี าบานตนเข้ารับตำ�แหน่งประธานาธิบดีอกี ครัง้ ใน เดือนตุลาคม 2540 ประธานาธิบดีซาซู นูเอสโซ ได้ด�ำ รงตำ�แหน่ง วาระ 7 ปี อีกหนึ่งสมัย หลังจากชนะเลือกตั้งเมื่อปี 2547 และ ต่อมาในเดือนกรกฎาคม 2552 เขาชนะการเลือกตั้งอีกครั้ง เหตุ เพราะพรรคฝ่ายค้านคว่ำ�บาตรการเลือกตั้ง เขาจึงเข้าสาบานตน รับตำ�แหน่งประธานาธิบดีในวันที่ 14 สิงหาคม 2552 ซึ่งภายหลัง การเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งล่าสุดนี้แล้ว ซาซู นูเอสโซได้ออก คำ�สัง่ ยกเลิกตำ�แหน่งนายกรัฐมนตรี และรวบอำ�นาจบริหารประเทศ มาไว้ที่ประธานาธิบดีแต่เพียงผู้เดียว

8

ครองอำ�นาจ 26 ปี 2 เดือน ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา

ฮุน เซน เข้ารับตำ�แหน่ง นายกรั ฐ มนตรี กั ม พู ช าใน วันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2528 ในขณะที่มีอายุ 33 ปี ทำ�ให้เขากลายเป็นนายก รั ฐ มนตรี อ ายุ น้ อ ยที่ สุ ดใน โลก ฮุน เซนได้กอ่ ตัง้ พรรคประชาชนกัมพูชา (CPP) ลงแข่งขันเลือก ตัง้ กับพรรคสำ�คัญอีก 2 พรรคคือ พรรคฟุนซินเปคของสมเด็จพระนโรดม รณฤทธิ์ กับพรรคสม รังสี ของนายสม รังสี ซึ่งนับตั้งแต่ กัมพูชาเป็นอิสระจากเขมรแดงจนกระทัง่ ถึงปัจจุบนั นี้ ฮุน เซนก็ได้รบั ชัยชนะในการเลือกตัง้ ทุกครัง้ และได้จดั ตัง้ รัฐบาลบริหารประเทศมา ตลอด จึงกล่าวได้ว่าขณะที่พรรคฟุนซินเปกมีขนาดเล็กลงทุกทีนั้น พรรคประชาชนกัมพูชาของฮุนเซนได้สถาปนาการครองอำ�นาจแบบ เบ็ดเสร็จเรื่อยมาจนกระทั่งปัจจุบัน

ตามประเพณีของยูกันดาขึ้นมาใหม่ หลังผู้ดำ�รงตำ�แหน่งคนก่อนๆ สั่งห้ามระบบกษัตริย์ตามประเพณีในปี 2510 แต่มูเซเวนียืนกราน ว่ากษัตริยเ์ หล่านีจ้ ะต้องจำ�กัดพระองค์เองอยูก่ บั พระราชภารกิจทาง วัฒนธรรมเท่านั้นและห้ามยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ในเดือนพฤษภาคม 2539 รัฐบาลยูกันดาได้จัดการเลือกตั้งทั่วไป ขึ้นครั้งแรก และจากนั้นในปี 2549 รัฐบาลยูกันดาได้จัดการเลือก ตั้งแบบหลายพรรคเป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี โดยนายมูเซเวนีได้ รับชัยชนะในการเลือกตั้ง ด้วยคะแนนเสียงร้อยละ 59.26 และมี วาระในการดำ�รงตำ�แหน่ง 5 ปี ทั้งนี้ มูเซเวนีเพิ่งชนะการเลือก ตั้งสมัยที่ 4 ไปเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2554 ในการแข่งขันที่ สูสี ซึ่งผลการเลือกตั้งครั้งนี้อาจทำ�ให้ช่วงเวลาของเขาในตำ�แหน่ง ประธานาธิบดียูกันดาทอดยาวออกไปถึง 30 ปี

10 ครองอำ�นาจ 23 ปี 4 เดืเบลสอนกอมเปาโอเร

ประธานาธิบดีบูร์กินาฟาโซ

เบลส กอมเปาโอเร ก้าวขึ้นดำ�รง ตำ�แหน่งประธานาธิบดีเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2530 โดยสืบทอด อำ�นาจต่อจากอดีตประธานาธิบดี โทมั ส สั น การาที่ ถู ก สั ง หารใน ระหว่างการปฏิวตั ริ ฐั ประหาร จาก นัน้ กอมเปาโอเรได้รบั เลือกตัง้ กลับ เข้ามาเป็นประธานาธิบดีอีกถึง 4 สมัย คือในปี 2534, 2541, 2548 และล่าสุดในเดือนพฤศจิกายน 2553 ซึ่งเขาได้รับคะแนนเสียงถล่มทลายกว่า 80% อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์การเมืองบางคนเชื่อว่า กอมเปาโอเรกำ�ลังเตรียมการ แก้ไขรัฐธรรมนูญให้ยกเลิกข้อจำ�กัดเกี่ยวกับระยะเวลาการดำ�รง บรรดาศักดิ์เต็มๆ ของฮุน เซน คือ สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ตำ�แหน่งของประธานาธิบดี เพื่อปูทางให้ตนได้กลับมายืนอยู่ใน ฮุน เซน นายกรัฐมนตรี ได้รับพระราชทานยศ “สมเด็จ” จาก ตำ�แหน่งสูงสุดของประเทศได้อีกนานเท่านาน พระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหนุ ในปี 2536 ปัจจุบันฮุน เซน ถือเป็นผู้นำ�รัฐบาลที่ดำ�รงตำ�แหน่งยาวนานที่สุดในเอเชียตะวัน าพเจ้ามองเห็นคนรุ่นใหม่หลายคนที่มีศักยภาพและฉายแวว ออกเฉียงใต้ และผ่านการจัดตั้งรัฐบาลผสมมาหลายคณะนับตั้งแต่ การเป็นผู้นำ�ในอนาคต จึงขอใช้พื้นที่เล็กๆของคอลัมน์์นี้เป็น ขึ้นครองตำ�แหน่งนายกฯกัมพูชาเมื่อ 26 ปีที่แล้ว กระจกสะท้อนเส้นทางการก้าวขึ้นสู่อำ�นาจของผู้นำ�ในวิถีที่ต่างกัน หลายคนครองอำ�นาจมานานหลายทศวรรษ หลายคนก้าวขึ้น ครองอำ�นาจ 25 ปี พลเอกโยเวรี คากูตา มูเซเวนี เป็นผู้นำ�อย่างสง่างามจากการเป็นวีรบุรุษนักสู้ที่นำ�พาประเทศให้ ประธานาธิบดียูกันดา รอดพ้นจากเงื้อมือของนักล่าอาณานิคมตะวันตก หลายคนสถาปนา พลเอกมูเซเวนี เกิดเมื่อปีพ.ศ. ระบอบของตนเอง วางหมากค้ำ�ยันการสืบทอดอำ�นาจและลงหลัก 2487 ได้สถาปนาตนเองขึ้น ปักฐานไว้บนผลประโยชน์จากทรัพยากรของประเทศ ทั้งยังเจือจาน เป็นประธานาธิบดีเมื่อวันที่ 26 ความร่ำ�รวยให้กับกลุ่มก้อนทางการเมืองที่สนับสนุนตนเองประหนึ่ง มกราคม พ.ศ.2529 หลังจาก เป็นการค้าต่างตอบแทน ….แล้วท่านอยากเป็นผู้นำ�แบบไหนในยุค ยึดอำ�นาจจากผูน้ �ำ คนก่อน ย้อน ที่โลกมาถึงประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ที่ประชาชนพร้อมจะตรวจสอบ ไปเมื่อปี 2536 ประธานาธิบดี ผู้นำ�อย่างไม่อ่อนข้อเหมือนในอดีต มูเซเวนีได้รื้อฟื้นราชอาณาจักร

9

BRIDGE // 40 page 29-48.indd 40

23/04/2011 01:39:20


RELAX

SCOOP

โดย The Bridge

มเกิดในครอบครัวพราหมณ์และเป็น หลานของนักบวชผู้ที่ผมรักมาก ผม ได้รับการศึกษาอย่างดี และฐานะด้านอาชีพ การงานปัจจุบันก็บ่งบอกว่าผมมีสติปัญญา ฉลาดเฉลียวพอใช้ ฐานะการเงินและราย ได้เข้าขัน้ ชนชัน้ กลางค่อนไปทางสูง ผมเดาว่า ก็น่าจะทำ�ให้ผมอยู่ในวรรณะสูง ร่ำ�รวย และ ฉลาดได้ พูดอีกอย่าง คือ ผมไม่ใช่พวกชน เผ่า ยากจนข้นแค้น และสมองตื้อ กระนั้น ผมเลือกที่จะเป็นสาวกของพระเยซูคริสต์ โลกอาจเรียกผมว่าเป็นคนเปลี่ยนความเชื่อ มาเป็นคริสเตียน ผมไม่มีปัญหาเรื่องนี้ แม้ ผมจะมองความเชื่อของตัวเองว่าเป็นเรื่อง ความสัมพันธ์กับพระเจ้าผ่านทางพระเยซู คริสต์มากกว่าเป็นศาสนา และเพือ่ เป็นหลักฐานไว้ ผมสามารถอ้างอย่างจริงใจว่า ไม่มใี คร หลอกล่อ ขู่เข็ญ หรือล่อลวงผมให้เปลี่ยน ความเชื่อมาเป็นคริสเตียนเลย

ย้ อ นกลั บไปสู่ วั ย เด็ ก ของผมที่ เ ชนไน ซึ่ ง ก็คล้ายๆกับเด็กผู้ชายทมิฬลัทธิพราหมณ์ คนอื่นๆที่เหมือนผม ปู่ผมเป็นนักบวชทุก กระเบียดนิ้ว และมีอิทธิผลต่อผมมาก ผม ชืน่ ชมในตัวท่านและเมือ่ ยังเตาะแตะอยู่ ก็มกั เกาะแข้งเกาะขาท่านตลอดเวลา ท่านเองก็ รักผมมาก ไม่มอี ะไรทีผ่ มอยากได้แล้วปูจ่ ะไม่ รีบหาให้ แต่แม้ในวัยแรกเริม่ ทีก่ �ำ ลังก่อร่าง สร้างชีวิตนั้น ผมก็ไม่สามารถเข้าใจศาสนา ที่ปู่ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดนั้นได้ ต่อมา เมื่อเข้าโรงเรียน ครั้งหนึ่งผมไปเที่ยวช่วง วันหยุดฤดูร้อนกับปู่ในทริชี่ ความทรงจำ� เกี่ยวกับการเดินไปกับปู่ตอนรุ่งอรุณเพื่อไป ทำ�พิธีจุ่มในแม่น้ำ�คอเวรี่พร้อมวัวที่จูงมา ยัง คงแจ่มชัดในความทรงจำ�ราวกับเพิ่งเกิดขึ้น ผมเรียนรูบ้ ทสวดภาษาสันสกฤตหลายอย่าง บางอย่างก็ยงั จำ�ได้ถงึ ทุกวันนี้ แต่ผมไม่เคย เข้าใจอะไรพวกนัน้ เลย และสิง่ เหล่านัน้ ก็ไม่มี อะไรช่วยให้ผมเชื่อมโยงกับพระเจ้าได้เลย

เย็นวันนั้น ผมไม่ได้เปลี่ยนศาสนา เพราะใน ความเป็นจริง ผมไม่มศี าสนาเลย ฮินดูเป็น เอกลักษณ์ของผม ไม่ใช่ศาสนาของผม และ ก็ยังเป็นเช่นนั้นแม้กระทั่งทุกวันนี้ ศาสนาคริสต์ที่ผมไขว่คว้ามาในเย็นวันนั้นไม่ ใช่ศาสนา ตรงกันข้าม มันเป็นความสัมพันธ์ ทีส่ นิทสนมลึกซึง้ กับพระเยซู ตลอดสิบห้าปีที่ ผ่านมา ผมรูจ้ กั พระเยซูองค์นอี้ ย่างสนิทสนม มากยิ่งขึ้น ผมรู้จักพระองค์ว่าเป็นพระบุตร ผูบ้ ริสทุ ธิแ์ ละปราศจากบาปของพระเจ้าองค์ บริสุทธิ์ และผมรู้จักพระองค์ว่าเป็นเพื่อน สนิททีผ่ มอธิษฐานและคุยด้วยได้ทกุ วัน – ทัง้ เรื่องหน้าที่การงาน ความฝัน ความสำ�เร็จ ความล้มเหลว การเงิน และแม้แต่เรื่องเพศ ถ้าผมอ่านหนังสือดีๆสักเล่ม ดูหนังดีๆ (เรือ่ ง Rock On ก็ยอดเยี่ยมเลย) สักเรื่อง หรือ กินอาหารอร่อยๆสักมื้อที่ภัตตาคารใหม่สัก แห่ง ปกติแล้วผมก็จะไปเล่าให้เพื่อนๆฟัง

ผมไม่ ได้เปลี่ยนความเชื่อ แต่เปลี่ยนหัวใจ การเปลี่ยนความเชื่อของผม ไม่ใช่เป็นการเปลี่ยนศาสนา แต่เปลี่ยนหัวใจ ผมภาคภูมิใจในเอกลักษณ์ความเป็นชนชาติ อินเดียของตัวเองอย่างยิ่ง และผมสบายใจ กับเอกลักษณ์ด้านวัฒนธรรมในความเป็น ฮิ น ดู ข องผม ผมยั งใช้ ชื่ อ ที่ พ่ อ แม่ ตั้ งให้ ภรรยาผมซึ่งมีความเชื่อเดียวกัน ก็ยังใช้ชื่อ ฮินดูของเธอเช่นกัน เรามีลกู ด้วยกันสองคน และเราตั้งชื่อทั้งสองด้วยชื่อฮินดูอย่างชัด แจ้ง แท้จริงแล้ว เพื่อนๆที่ทำ�งานและคน คุน้ เคยมากมายทีอ่ าจบังเอิญอ่านบทความนี้ เข้าคงมีแนวโน้มจะประหลาดใจด้วยซ้�ำ เพราะ พวกเขาไม่ระแคะระคายใดๆเลยเรื่องความ เชือ่ ของผม เนือ่ งจากปกติผมก็ไม่ได้ไปเทีย่ ว โพนทะนากั บใคร แต่ ถ้า มี ใ ครถามผมถึ ง สาเหตุแห่งความชื่นชมยินดีและความหวัง ที่อยู่ในชีวิตผม ผมก็มักจะยินดีเล่าให้ฟัง ผมเขียนบทความนีเ้ พือ่ อธิบายเพียงประเด็น เดียว - ว่าการเปลีย่ นความเชือ่ ของผมไม่ใช่ เป็นการเปลี่ยนศาสนา แต่เป็นการเปลี่ยน หัวใจ การจะอธิบายเรื่องนี้ ผมจำ�เป็นต้อง

เมือ่ อายุ 19 ปี เพือ่ นคริสเตียนคนหนึง่ ซึง่ ผม เคยเล่นคริ๊กเก็ตด้วย เชิญผมไปอธิษฐานที่ บ้าน คือ ถ้าเขาเชิญผมไปผับหรืองานเลีย้ ง ผมก็คงไปเหมือนกัน ทีบ่ า้ นเขานีเ่ อง เขากับ พี่สาวอธิษฐานให้ผม เป็นการสนทนากับ พระเจ้าง่ายๆและน่าฟัง ซึ่งกินเวลาห้านาที เต็ม ผมจำ�คำ�พูดไม่ได้ แต่พวกเขาได้เอ่ย คำ�อธิษฐานอวยพรชีวิต อนาคต การงาน และครอบครัวของผม มันเป็นอะไรง่ายๆ ไม่มีการอัศจรรย์ ไม่มีทูตสวรรค์มาปรากฏ ทั้งสองก็เพียงแค่กล่าวคำ�ร้องมาจากส่วน ลึกในใจมนุษย์ไปถึงพระเจ้าผู้ทรงสร้าง และ พระบุตรองค์เดียว คือ พระเยซูคริสต์เท่านัน้ เมื่อพวกเขากล่าวคำ�ว่า “อาเมน” ในใจผม รู้สึกอยากติดตามพระเยซูทันที

เรียบเรียงจาก บทความในหนังสือพิมพ์ OUTLOOK INDIA. และ OutlookIndia.com ประจำ�วันที่ 27 ต.ค.2008

ในพระเยซู ผมได้พบเพื่อนแท้ ผู้ชี้ทาง ผู้นำ� พระผู้ช่วยให้รอด และพระเจ้าผู้อัศจรรย์ แท้จริง แล้วผมจะไม่บอกเพื่อนๆทั้งหลาย เกี่ยวกับพระองค์ได้อย่างไร แล้วถ้าใครฟัง และเชื่อในพระเยซูด้วย ผมก็ดีใจมาก โลก นี้จะเรียกสิ่งนี้ว่าการเปลี่ยนความเชื่อ แต่ ผมขอเรียกว่าการเปลี่ยนหัวใจ เหมือนผม!

แต่ผมจะไม่มีวันบีบบังคับใครให้ฟังผม ยิ่ง เอาเงินล่อ หว่านล้อม หรือหลอกล่อให้ใคร มาเชื่อยิ่งไม่ต้องพูดถึง สำ�หรับผมมันเปล่า ประโยชน์และค้านกับความเชือ่ ส่วนตัวอย่าง สิน้ เชิง กระนัน้ ผมก็มสี ทิ ธิต์ ามธรรมนูญทีจ่ ะ ปฏิบัติตามความเชื่อและสอนความเชื่อของ ผมโดยไม่หลอกลวง บังคับ หรือให้สินบน ใดๆ มันเจ็บปวดมากทีเ่ ห็นสิทธิมนุษยชนขัน้ นีเ่ ป็นการเผชิญหน้ากับพระเจ้าทางความเชือ่ พื้นฐานนี้กำ�ลังถูกล่วงละเมิดอย่างร้ายแรง ที่ผมจะไม่พยายามเข้าใจ หาเหตุผล หรือ ทุกๆวันในชนชาติฮินดูอันยิ่งใหญ่นี้ ขอพระเจ้าอวยพรอินเดีย อธิบายด้วยซ้�ำ ผมเพียงแค่ยอมรับมันว่าเป็น โดยอานันท์ มหาเทวัณ ความเชื่อของผม เป็นสิ่งที่ผมเลือกจะเชื่��� บรรณาธิการของ Outlook Business BRIDGE // 41

page 29-48.indd 41

23/04/2011 01:39:21


RELATE

โดย ดร. ซูซาน วัทสัน

สร้างชนรุ่นใหม่ ให้เป็นผู้สร้างประวัติศาสตร์ สร้างด้วย “สิ่งเดียว” นี่เป็นงานอันยิ่งใหญ่และน่าอัศจรรย์ ใจยิ่งในชีวิตที่ จะได้สร้างชนรุ่นหนึ่งขึ้นมาที่จะไปเปลี่ยนโลกนี้

นส่วนใหญ่อาจคิดว่า หัวข้ออย่างนี้ ความคิดที่เป็น ไปไม่ได้เช่นนี้ จะเขียนไปทำ�ไมกัน กระนั้น สำ�หรับ บริดจ์ แมกกาซีน เราอยากเห็นประเทศไทยได้ประสบ ความสำ�เร็จในการแข่งขันบนเวทีโลกมากขึ้น และเป็นที่ยกย่อง ของนานาประชาชาติมากกว่าที่เป็นอยู่ในวันนี้ เราอยากสร้าง ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้ประเทศไทย และเราเชื่อว่า เรามี ศักยภาพนี้อยู่ในชนรุ่นใหม่ของเรา เพียงแต่ว่าเราจะสร้างพวก เขาขึ้นมาอย่างไรต่างหาก มีคนกล่าวบ่อยๆว่า ทฤษฎีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอาจเขียนออกมาเป็น หนังสือได้หลายเล่ม แต่การทดสอบที่แท้จริงนั้นขึ้นอยู่กับว่า ทฤษฎีเหล่านีต้ อ้ งสรุปออกมาได้เป็นประโยคเดียว ฉันเชือ่ ว่าถ้า เราจะสร้างชนรุน่ หนึง่ ขึน้ มาทีจ่ ะสามารถทำ�สิง่ ทีไ่ ม่มใี ครเคยทำ�ได้ มาก่อน เป็นคนรุ่นที่มีความคิดสร้างสรรค์และความยืดหยุ่น พร้อมจะเคลือ่ นไปสูค่ วามสำ�เร็จทีย่ งิ่ ใหญ่กว่าทุกครัง้ ทีเ่ กิดวิกฤติ โลกขึ้น และคนรุ่นหนึ่งที่เป็นแบบอย่างเรื่องความซื่อสัตย์และ ความเป็นเลิศ ถ้าอย่างนั้นก็มีเพียงสิ่งเดียวหรือประโยคเดียว ที่จำ�เป็น กระนั้น เราต้องทำ�สิ่งเดียวนั้นให้ดีกว่าคนรุ่นไหนๆที่ ผ่านมา ด้วยความร่วมมือระหว่างคนชัว่ อายุตา่ งๆให้มากขึน้ และ เราต้องทำ�สิ่งเดียวนี้ในชีวิตทุกด้านของชนรุ่นต่อไปนี้

ทัว่ ไปขึน้ มา ฉะนัน้ เรามาดูเรือ่ งนีจ้ ากอีกมุมมองหนึง่ ดีกว่า “สิง่ เดียว” นี้มีห้ามิติด้วยกัน แต่ละมิติจะต่อยอดจากมิติก่อนหน้า ดังนั้น ก่อนอื่น ฉันจะกล่าวสั้นๆถึงทั้งห้ามิตินี้ จากนั้นเมื่อฉัน บอกว่า “สิง่ เดียว” นีค้ อื อะไร บางทีมนั อาจให้นยิ ามใหม่ทชี่ ดั เจน ทรงพลังและเปลีย่ นชีวติ ได้ เมือ่ นัน้ เราก็จะมีพมิ พ์เขียวสำ�หรับ สร้างชนรุ่นใหม่ที่จะออกไปพลิกโฉมโลกและสังคมนี้ มิติแรก คือ ไม่เป็นคนแบบโลกนี้ ฟังดูออกจะเป็นอะไรที่คิด ไม่ถึงใช่มั้ยล่ะ ถ้าเราสร้างชนรุ่นหนึ่งที่คิดแบบที่ชาวโลกคิด กัน รับรู้และมีวิจารณญาณแบบที่โลกนี้ทำ�กัน และเห็นคุณค่า ของสิ่งที่โลกนี้เห็นว่าสำ�คัญ ถ้าเช่นนั้น ผลสุดท้ายก็คือคนรุ่น ที่ไม่ต่างจากที่เป็นอยู่ เราไม่อาจคิดและเป็นอย่างสิ่งนั้นที่เรา อยากเปลีย่ นหรือพัฒนามันให้ดขี นึ้ ได้ เราจะสร้างชนรุน่ หนึง่ ให้ “แตกต่างจากคนในโลก” หรือไม่เป็นของโลกนี้ได้อย่างไร อีก สี่มิติต่อไปนี้จะนำ�เราไปทีละก้าว

มิติที่สอง คือ เป็นนักทวีท (ผู้ส่งเสียง) ความเมตตา ทุก คนที่เก่งเทคโนโลยีตา่ งรู้ว่า ทวีตเตอร์เป็นวิธีการสื่อสารที่เร็ว ถ้าเช่นนัน้ แล้วสิง่ เดียวนีค้ อื อะไร ฉันคิดว่า ถ้าจะบอกคุณถึง “สิง่ ที่สุด ภายในแค่เสี้ยววินาที รายละเอียดเล็กๆน้อยๆทุกอย่าง เดียว” นี้เลย มันก็อาจกระตุ้นกระบวนการคิดตามแบบสังคม ก็ถูกแบ่งปันกับเพื่อนฝูงได้ ผู้ที่เป็น “ทวีตเตอร์ความเมตตา” BRIDGE // 42 page 29-48.indd 42

23/04/2011 01:39:22


เป็นภาพสัญลักษณ์ของคนทีม่ แี รงดลใจคอยมองหาทางรีบสือ่ สาร ความเมตตาและความเอาใจใส่แก่ทุกคนตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็น คนรูจ้ กั หรือไม่กต็ าม เนือ่ งจากแรงจูงใจ คือ ความเมตตาสงสาร ผู้อื่น มิใช่การหมกมุ่นในตัวเอง จึงเปิดประตูให้เกิดรากฐานใหม่ ของการมองภาพลักษณ์ตัวเองและความมั่นใจ ซึ่งมั่นคงและไม่ เปลี่ยนแปลง ไม่ขึ้นๆลงๆตามคำ�พูดของคนอื่นหรือตามผลงาน ที่ตัวเองทำ� ไม่ต้องมัวถูกความรู้สึกเหล่านี้ขัดจังหวะหรือปิดกั้น แต่ให้วางตัวด้วยความมั่นใจในตัวเองอย่างต่อเนื่อง และพร้อม จะทะยานไป

ฉะนั้น เราจะสร้างคนรุ่นหนึ่งที่จะมาเปลี่ยนแปลงโลกนี้ได้อย่างไร ค่านิยมหลักของเราควรจะเป็นอะไร สอนพวกเขาให้เป็นคนที่ แตกต่างจากโลกนี้ เป็นผูท้ วีตความเมตตา ใจกล้า คอยฟังเสียง รอบข้าง และรูว้ า่ เมือ่ ไรต้องกดป่มุ เติมพลัง ห้ามิตนิ มี้ าจากเมล็ด พันธ์เุ มล็ดเดียวเท่านัน้ การสร้างผูท้ จี่ ะไปเปลีย่ นแปลงโลกได้เรา จำ�เป็นต้องทำ�เพียงสิ่งเดียว

กระเปร่าขึ้น และเติมไฟเป็นสิ่งจำ�เป็น ต้องใช้สติปัญญาและ ความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นที่จะรู้ว่าการพักผ่อนทำ�ให้เราเกิดผลมาก ขึ้น การเล่นหรือสันทนาการช่วยรักษาความคิดสร้างสรรค์ให้ โลดแล่น และขอบเขตทุกอย่างของการมีชวี ติ อยูจ่ ะได้รบั การเสริม กำ�ลังด้วยจิตวิญญาณที่เข้มแข็ง

ประเทศไทยสมควรจะบรรลุเป้าหมายที่เป็นลิขิตจากสวรรค์ และ การจะบรรลุเป้าหมายนี้อย่างยิ่งใหญ่ชนิดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ในประวัติศาสตร์ในชนรุ่นนี้ มีทางเดียวเท่านั้นที่จะสร้างและปั้น คนรุ่นหนึ่งที่จะทำ�งานอันอัศจรรย์และทรงเกียรติเช่นนี้ได้ นั่นคือ สร้างพวกเขาให้อยู่ในอำ�นาจความรักของพระเยซู

สิ่งเดียวนั้น คือ เราจำ�เป็นต้องรัก และถ้าเราจะสร้างชนรุ่นหนึ่ง ให้เป็นผู้พลิกโลกและผู้ที่จะผงาดขึ้นเหนือทุกสิ่ง ถ้าเช่นนั้น เรา จำ�เป็นต้องรักเขาให้มากอย่างที่ไม่เคยมีชนรุ่นไหนเคยรักเท่านี้มา มิติที่สาม คือ กล้าหาญ เมื่อคนเรามีชีวิตอยู่จากธารน้ำ�พุ ก่อน แปลกใจมั้ย ฟังดูง่ายเกินไปล่ะสิ สงสัยใช่มั้ยล่ะว่าแล้ว แห่งความเมตตา ไม่ใช่จากการหมกมุ่นในตัวเอง องค์ประกอบ เราจะสอนความรักแบบนี้ได้อย่างไร ทางสมองทีแ่ ตกต่างจะถูกกระตุน้ ด้วยวิธนี จี้ งึ เปิดช่องให้เกิดมิติ ประการแรก มาอธิบายให้กระจ่างก่อนว่า ความรักแบบนี้ที่จะ ความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆขึ้น การผสมผสานของความเมตตา เปลี่ยนโลกได้ไม่ใช่อะไรบ้าง ความรักแบบนี้ไม่ใช่ความอับอาย และความคิดสร้างสรรค์จะยกคุณค่า ความฝัน และทักษะในเชิง ความอับอายทำ�ให้อ่อนกำ�ลัง และปิดกั้นไม่ให้ชีวิตไหลไปสู่ด้านที่ นวัตกรรมของเราให้เหนือผู้อื่นๆ สิ่งนี้ส่งผลให้เกิดความมั่นใจ คนนัน้ จะกล้าฝัน จะบรรลุศกั ยภาพสูงสุดของเขา และทีจ่ ะคิดอย่าง และยุทธศาสตร์ที่ไม่เคยมีมาก่อน การผสมผสานระหว่างความ มั่นใจและสร้างสรรค์ ความรักแบบนี้ไม่อยู่บนพื้นฐานความกลัว เมตตา ความคิดสร้างสรรค์ และความมัน่ ใจจะเอาชนะความกลัว ความกลัวอาจเป็นแรงจูงใจช่วงสัน้ ๆ แต่มนั มิได้สร้างรากฐานทีเ่ รา ได้ การเสีย่ งในเวลานีอ้ าจดูไม่สมเหตุสมผล เพราะแรงจูงใจและ จะมีการเจิมให้กล้าเสีย่ งเพือ่ เปลีย่ นโลกนีไ้ ด้ ทัง้ ความอับอายและ ผลลัพธ์สดุ ท้ายคือการช่วยพัฒนาโลกนี้ ไม่มกี ารเสีย่ งใดทีย่ งิ่ ใหญ่ ความกลัวเป็นเหตุให้คนเราหมกมุ่นแต่กับตัวเอง มีชีวิตอยู่เพื่อ เกินไปเมื่อเป้าหมายของคุณสูงส่งและน่ายกย่องมาก เนื่องจาก หลีกเลีย่ งผลกระทบแง่รา้ ยทีเ่ ป็นไปได้ เมือ่ เราจดจ่อทีผ่ ลกระทบ แรงจูงใจนั้นแน่วแน่ จึงไม่มีผิดพลาด มีเพียงโอกาสเรียนรู้และมี แง่ลบที่อาจเป็นไปได้ เมื่อนั้นเสรีภาพในการคิดและความเมตตา ประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้น ก็ถูกปิดกั้นอย่างมาก ดั้งนั้น จึงจำ�กัดความสามารถพวกเขาใน การสร้างผลกระทบและเปลี่ยนแปลงโลกของพวกเขา มิตทิ สี่ ี่ คือ เฝ้าระวังเสียงรอบข้าง เวลาซือ้ ระบบโฮมเธี���เตอร์ หรือเวลาไปดูภาพยนตร์ กุญแจสำ�คัญคือเสียง เสียงรอบๆสร้าง การจะรักคนรุ่นหนึ่งให้เขากลายเป็นผู้ที่จะเปลี่ยนแปลงโลกได้ถือ บรรยากาศให้เหมือนอยู่ที่นั่นจริงๆในฉากนั้น คุณถูกห้อมล้อม เป็นเกียรติและพระพรอันสูงส่ง ซึง่ ต้องอาศัยทุกสิง่ ในตัวเราทีต่ อ้ ง และเต็มล้นด้วยเสียงทุกอย่าง ผูท้ จี่ ะพลิกโฉมโลกนีไ้ ด้จ�ำ เป็นต้อง เปลี่ยนก่อน เพื่อเราจะรักได้มากขึ้น และด้วยนิมิตที่กว้างไกลใน คอยระวังเสียงรอบข้างด้วย การถูกห้อมล้อมด้วยคนทีม่ ที ศั นคติ การปลดปล่อยหัวใจ ความคิด และจิตวิญญาณของพวกเขาให้ แง่ลบ คนที่ลังเล และขี้กลัวจะค่อยๆกัดกร่อนพลังความเมตตา เป็นอิสระ นี่เป็นความไว้วางใจที่พระเจ้ามอบหมายให้เรา อาจ ความคิดสร้างสรรค์ และความกล้าหาญแม้แต่จากผู้พลิกโลกที่ มีบางคนกล่าวว่า อนาคตอยู่ในมือของคนหนุ่มสาว แต่ความ เข้มแข็งที่สุด เราไม่จำ�เป็นต้องหลีกเลี่ยงคนที่มีทัศนคติเหล่านี้ จริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ อนาคตอยู่ในมือเราต่างหาก แต่ต้องไม่อนุญาตให้พวกเขาเป็นเสียงที่ดังและมั่นคงที่สุดในชีวิต นีเ่ ป็นงานอันยิง่ ใหญ่และน่าอัศจรรย์ใจยิง่ ในชีวติ ทีจ่ ะได้สร้างชนร่นุ เรา ตั้งเสียงรอบตัวให้เข้ากับค่านิยมและเป้าหมายในชีวิตคุณ หนึ่งขึ้นมาที่จะไปเปลี่ยนโลกนี้ แต่เราก็มิได้ทำ�งานนี้ตามลำ�พัง มิตทิ หี่ า้ คือ กดป่มุ เติมพลัง เนือ่ งจากผูท้ จี่ ะพลิกประวัตศิ าสตร์ ผู้พลิกประวัติศาสตร์โลกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล คือ พระเยซู โลกตัวจริงมีชีวิตอยู่เพื่ออะไรที่มากกว่าคนอื่นๆ และมีชีวิตเพื่อ คริสต์ เมื่อเราเข้ามามีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง และไม่อยู่นิ่งกับ เปลี่ยนโลกให้เป็นโลกสำ�หรับทุกคนมากขึ้น พวกเขาจำ�เป็นต้อง พระองค์ในจุดที่เราจะได้ยินเสียงของพระองค์และเดินในอำ�นาจ รักษาไฟอันเด็ดเดี่ยว ความปรารถนาอันแรงกล้า และแผนการ แห่งความรักของพระองค์แล้ว เมื่อนั้นการสร้างชนรุ่นที่จะไป นัน้ ให้ลกุ โชนอยูเ่ สมอ การหยุดทุกอย่างเพือ่ เติมพลัง ให้กระปร้-ี เปลี่ยนโลกก็จะเป็นไปอย่างธรรมชาติจากคนใหม่ที่อยู่ในเรา

BRIDGE // 43 page 29-48.indd 43

23/04/2011 01:39:23


RELAX REPORT

โดย รัตนา พงศ์ทวิช

� จับตาอนาคตญี ป่ นุ่ หลังธรณีวปิ โยค 9 ริกเตอร์ สะเทือนถึงดวงดาว บตั้งแต่ต้นปี 2011 จนถึงขณะ นี้ อาจเรียกได้ว่าโลกของเราเข้า สู่โหมดภัยพิบัติอย่างแท้จริง ไล่ เรียงกันตั้งแต่น้ำ�ท่วมหนักในรัฐ ควีนส์แลนด์ของออสเตรเลียเมือ่ เดือน ม.ค. แผ่นดินไหว 7 ริกเตอร์ที่เมืองไครสต์เชิร์ช ของนิวซีแลนด์เมื่อวันที่ 22 ก.พ. มาจนถึง แผ่นดินไหว 9 ริกเตอร์และคลื่นสึนามิที่ จังหวัดฟูกุชิม่าของญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 11 มี.ค. และล่าสุดคือแผ่นดินไหว 6.8 ริกเตอร์ในรัฐฉาน ของพม่าเมื่อค่ำ�วันที่ 24 มี.ค.ทีร่ บั รูแ้ รงสัน่ สะเทือน มาถึงพื้นที่ภาคเหนือของ ไทย ภั ย พิ บั ติ ทั้ ง หมดนี้ คร่าชีวิตประชาชนไปแล้ว กว่า 1 หมื่นคน และ ยั ง สร้ า งความเสี ย หาย ต่ อ ทรั พ ย์ สิ น อย่ า งเหลื อ คณานับ แต่ที่หนักหนา สาหัสและน่ า เห็นใจมาก ที่ สุ ด ก็ คื อ ญี่ ปุ่ น เพราะ วิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นกำ�ลังบานปลายกลาย เป็นปัญหาระดับโลก เมื่อสารกัมมันตรังสี จากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ฟูกุชิม่า ไดอิจิ ที่ ได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหว รั่วไหล และฟุ้งกระจายเป็นวงกว้าง จนปนเปื้อน แหล่งอาหารและน้ำ� สร้างความเดือดร้อน ให้กับชาวญี่ปุ่นตั้งแต่เกษตรไปจนถึงภาค ธุรกิจและลุกลามไปยังสารพัดอุตสาหกรรม

ทีญ ่ ปี่ นุ่ ต้องพึง่ พาเป็นรายได้หลัก โดยเฉพาะ อุตสาหกรรมรถยนต์ รายงาน “Global Auto Report” โดย สโกเทีย อิโคโนมิกส์ ระบุว่า ภัยพิบัติที่ ญี่ปุ่นกำ�ลังสร้างความเสียหายอย่างหนัก ต่ อ อุ ต สาหกรรมรถยนต์ ทั่ วโลก รวมถึ ง ระบบซัพพลายเชนชิ้นส่วนประกอบรถยนต์ การปิดโรงงานประกอบชิ้นส่วนรถยนต์ใน ญี่ปุ่นส่งผลให้มีการสูญเสียกำ�ลังการผลิต

ยานยนต์ราว 37,000 คัน/วันนับตั้งแต่ เกิดแผ่นดินไหว และเฉพาะการปิดโรงงาน ในญี่ ปุ่ น เพี ย งประเทศเดี ย วได้ ส่ ง ผลให้ กิจกรรมในภาคอุตสาหกรรมลดลงอย่าง น้อย 1% ในเดือนมีนาคม นอกจากนี้ ภัย พิบัติในญี่ปุ่นยังส่งผลกระทบรุนแรงที่สุด ต่ อ สิ น ค้ า อิ เ ล็ ก ทรอนิ ก ส์ เช่ น อุ ป กรณ์ เซมิ ค อนดั ก เตอร์ และระบบเทคโนโลยี

สารสนเทศเพื่อความบันเทิง รวมถึงสาร เคมีสังเคราะห์ที่ใช้ในการผลิตสีทารถเพราะ ญี่ปุ่นเป็นซัพพลายเออร์อุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ 21% ของซัพพลายเออร์ทั่วโลก และเป็นยักษ์ใหญ่ด้ านการผลิตแผงวงจร ไฟฟ้าและระบบเซ็นเซอร์สำ�หรับยานยนต์ อุตสาหกรรมรถยนต์สหรัฐได้รับผลกระทบ ครั้งนี้ไปเต็มๆ เพราะสหรัฐเป็นผู้นำ�เข้าชิ้น ส่วนประกอบรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของโลก ด้วยยอดนำ�เข้ากว่า 4.3 หมืน่ ล้านดอลลาร์ตอ่ ปี ซึง่ ในจำ�นวนนีม้ ยี อดนำ�เข้าชิน้ ส่วนประกอบรถยนต์จาก ญี่ปุ่นมูลค่า 7.6 พันล้าน ดอลลาร์ ทำ�ให้อุตสาหกรรมรถยนต์สหรัฐตกอยู่ ในความเสี่ ย งอย่ า งมาก ในขณะนี้ มากไปกว่านัน้ ญีป่ นุ่ ยังถูก ขนาบด้วยวิกฤตนิวเคลียร์ ที่สร้างความหวาดหวั่นไป ทัว่ โลก เมือ่ สำ�นักงานพลังงานปรมาณูสากล ยืนยันว่า การรั่วไหลของสารกัมมันตรังสีที่ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกุชิม่า ไดอิจินั้น หนัก หนาสาหัสเกินกว่าจะควบคุม ทำ�ให้หลาย ฝ่ายกังวลว่าอนาคตของญี่ปุ่นนับจากนี้จะ เป็นเช่นไร หายนะทีโ่ รงไฟฟ้านิวเคลียร์ญปี่ นุ่ ยังผลให้เกิดการตื่นตัวเรื่องความปลอดภัย ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั่วโลก จากที่เคย

BRIDGE // 44 page 29-48.indd 44

23/04/2011 01:39:26


วาดหวังกันว่าจะเป็นพลังงานทางเลือกใหม่ ทีม่ าทดแทนเชือ้ เพลิงชีวภาพทีก่ �ำ ลังเจอทาง ตัน เพราะความต้องการที่พุ่งพรวดทำ�ให้ อุ ต สาหกรรมพลั ง งานชี ว ภาพเข้ าไปแย่ ง วัตถุดิบจากอุตสาหกรรมอาหาร ทำ�ให้เชื้อ เพลิงชีวภาพกลายเป็นโจทก์ของสังคมอยู่ ในขณะนี้ วิกฤตสารกัมมันตรังสีเริ่มกระตุก ต่อมความตื่นตัวของรัฐบาลทั่วโลกให้หันมา ทบทวนความปลอดภัยของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ในประเทศตนเอง ทำ�เอาอุตสาหกรรมไฟฟ้า นิวเคลียร์ทั่วโลกหนาวๆร้อนๆไปตามๆกัน และมีรายงานว่าบริษทั ไฟฟ้านิวเคลียร์หลาย รายทีก่ �ำ ลังทำ�เรือ่ งขอกูเ้ งินเพือ่ ขยายกิจการ ก็ต้องถูกธนาคารเบรคเงินกู้กันแทบไม่ทัน

มานานถึง 11 ปี รายงานเท็จของเทปโก ทำ�ให้นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเรียกประชุมครม. ฉุกเฉินเพื่อหาทางออกให้กับเทปโก ซึ่งอาจ จะรวมถึงการโอนกิจการเทปโกมาอยู่ใต้ปีก ของรัฐ และนั่นหมายถึงรัฐบาลญี่ปุ่นจะต้อง เทเงินคงคลังออกมาชดใช้ความเสียหายมหาศาลให้กับผู้อยู่อาศัย ภาคธุรกิจและเกษตร ทีไ่ ด้รบั ผลกระทบจากสารกัมมันตรังสี ในขณะ ที่รัฐบาลเองก็อยู่ในสถานะการคลังที่ย่ำ�แย่ และน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง

ธนาคารโลกประเมินว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้จะ ทำ�ให้ญี่ปุ่นต้องแบกรับความเสียหายสูงถึง 2.35 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าต้นทุน ความเสียหาย 1 แสนล้านดอลลาร์จากเหตุ พูดถึงโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ก็คงต้องพูดถึง แผ่นดินไหวที่เมืองโกเบเมื่อปี 2538 และ โตเกียว อิเล็กทริก เพาเวอร์ โค (เทปโก) คาดว่าบริษทั ประกันในญีป่ นุ่ จะจ่ายเงินชดเชย เจ้าของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกุชิม่า ไดอิจิที่ ให้กับผู้ทำ�ประกันเป็นวงเงินสูงถึง 3.3 หมื่น กำ�ลังถูกสังคมซักฟอกอย่างหนักเมื่อมีการ ล้���นดอลลาร์ วิกฤตการณ์เช่นนี้จะทำ�ให้หนี้

แต่สิ่งที่ประชาชนอย่างเราและท่านควรทำ�คือ “เข้าโหมดให้กำ�ลังใจญี่ปุ่น” ให้พวกเขาเข้มแข็งและร่วมกันฟื้นฟูประเทศชาติ ให้กลับมามั่นคงได้อีกครั้ง

เปิดโปงรายงานบันลือโลกว่า เทปโกได้ยื่น ข้อมูลเท็จต่อหน่วยงานของรัฐ จากที่เคย บอกว่าบริษัทมีการตรวจสอบอุปกรณ์ทุก อย่างของเตาปฏิกรณ์นวิ เคลียร์อย่างดีเสมอ มา จนเมื่อถูกวิกฤตนิวเคลียร์ต้อนเข้ามุม ถึงได้ออกมายอมรับว่า บริษัทไม่ได้ทำ�การ ตรวจสอบแผงควบคุมอุณหภูมิเตาปฏิกรณ์

จะเกิด paradigm shift หรือโลกทัศน์ ใหม่ในญี่ปุ่น ที่จะนำ�ไปสู่การเปลี่ยนแปลง ขนานใหญ่ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม บ้างก็ว่าญี่ปุ่นคงมาถึงคราว หลุดจากบัลลังก์ประเทศยักษ์ใหญ่อันดับ 3 ของโลก แต่ไม่ว่าญี่ปุ่นจะเผชิญกับอะไร ในอนาคต สิ่งที่พวกเขาต้องการคือกำ�ลัง ใจและการฟืน้ ฟู จะว่าไปแล้ว ชาวญีป่ นุ่ เอง ได้ชอื่ ว่าเป็นคนทีม่ วี นิ ยั สูงและรักบ้านเมือง พวกเขาเคยร่วมกันกอบกูป้ ระเทศชาติจาก สงครามโลกครัง้ ทีส่ องและหายนะจากแผ่น ดินไหวที่เมืองโกเบเมื่อปี 2538 สังคม ญี่ปุ่นพิสูจน์มาแล้วจากประวัติศาสตร์ว่า คนญี่ปุ่นมีขีดความสามารถที่จะลุกขึ้นมา หลังจากล้มหรือทีฝ่ รัง่ เรียกว่ามี Resiliency คุณลักษณะที่สำ�คัญของคนญี่ปุ่น คือ การ เชือ่ ฟัง เคารพ และจงรักภักดีกบั ผูท้ มี่ สี ทิ ธิ อำ�นาจสูงกว่า พวกเขาให้ความสำ�คัญกับ ส่ ว นรวมหรื อ สั ง คมมากกว่ า ตั ว เองหรื อ ความเป็นปัจเจก สังคมจึงมีพลังทั้งในแง่ การระดมพล การบริหารจัดการและความ มีระเบียบ แม้กระแสโลกาภิวัตน์ได้ทำ�ให้ คุณลักษณะเช่นนีเ้ ปลีย่ นแปลงไปบ้างก็ตาม ท่ามกลางความสูญเสียจนเหลือจะประเมิน ค่าได้ในขณะนี้ ชาวญี่ปุ่นยังจูงมือกันออก

สาธารณะของญี่ปุ่นสูงถึง 228% ของจีดีพี ในปี 2554 ผลทีต่ ามมาคือญีป่ นุ่ อาจจะผิดนัด ชำ�ระหนี้ และนีย่ งั ไม่ได้รวมความเสียหายทีโ่ รง ไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกุชิม่า

ไปร่วมงานเทศกาลดอกซากุระบานเมื่อวัน ที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา แม้ภัยพิบัติที่ดินแดน ซากุระแห่งนี้จะสะทือนไปถึงดวงดาว แต่ สิ่งที่ประชาชนอย่างเราและท่านควรทำ�คือ “เข้าโหมดให้ก�ำ ลังใจญีป่ นุ่ ” ให้พวกเขาเข้ม หลายองค์กรได้ออกมาคาดเดาอนาคตของ แข็งและร่วมกันฟืน้ ฟูประเทศชาติให้กลับมา ญี่ปุ่นกันไปหลายทาง บ้างก็ว่าคงถึงเวลาที่ มั่นคงได้อีกครั้ง – จบ BRIDGE // 45

page 29-48.indd 45

23/04/2011 01:39:29


RECHECK

โดย Jhom

เช็ค “ความเครียด” เครียดกันไหมจ๊ะ เชื่อว่าใครๆ ก็ต้องมีความเครียดกันทั้งนั้น อยู่ ที่ว่าเครียดน้อยเครียดมาก เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเรามา “เช็ค ความเครียด” กันดีกว่า ว่าระดับความเครียดของเราน่ะประเภทไหน

1. พูดโดยรวมแล้ว คุณเป็นคนอืดอาด ชักช้า ใช่ (ทำ�ต่อข้อ 3) ไม่ใช่ ( ทำ�ต่อข้อ 2)

7.

2. หากมีการกำ�หนดส่งงานภายใน 1 เดือน คุณจะรีบทำ�จนเสร็จ ใช่ (ทำ�ต่อข้อ 5) ไม่ใช่ (ทำ�ต่อข้อ 6)

8. คุณชอบร่วมกิจกรรมสังคม ใช่ (ทำ�ต่อข้อ 12) ไม่ใช่ (ทำ�ต่อข้อ 7)

3.

9. คุณคิดว่าชีวิตตนเองสงบ ใช่ (ทำ�ต่อข้อ 13) ไม่ใช่ (ทำ�ต่อข้อ 10)

คนในบ้านคุณทะเลาะกันบ่อย บางครั้งเสียงดัง หนวกหูจนคุณแทบบ้า ใช่ (ทำ�ต่อข้อ 4) ไม่ใช่ (ทำ�ต่อข้อ 6)

ภายใน 1 สัปดาห์ มี 2 วัน วันที่คุณเข้านอน หลังเที่ยงคืน ใช่ (ทำ�ต่อข้อ 12) ไม่ใช่ (ทำ�ต่อข้อ 11)

4. คุณขยันกว่าใคร ใช่ (ทำ�ต่อข้อ 8) ไม่ใช่ (ทำ�ต่อข้อ 7)

10. ถ้านัดเพื่อนไว้ พอดีวันนั้นไม่อยากออกจากบ้าน คุณจะโทรเลื่อนวันนัดไหม ใช่ (ทำ�ต่อข้อ 13) ไม่ใช่ (ทำ�ต่อข้อ 14)

5. คุณชอบใช้เวลาอยู่กับบ้านในวันหยุดสุดสัปดาห์ ใช่ (ทำ�ต่อข้อ 9) ไม่ใช่ (ทำ�ต่อข้อ 6)

11. ทุกวันคุณต้องกินขนมขบเคี้ยว ใช่ (ทำ�ต่อข้อ 15) ไม่ใช่ (ทำ�ต่อข้อ 14)

6.

12. คุณต้องฟังคำ�สั่งคนอื่นบ่อย ๆ ใช่ (ทำ�ต่อข้อ 16) ไม่ใช่ (ทำ�ต่อข้อ 15)

ถึงแม้คุณกำ�ลังยุ่งแต่ถ้าเพื่อนโทรมาหา คุณจะรับสาย ใช่ (ทำ�ต่อข้อ 9) ไม่ใช่ (ทำ�ต่อข้อ 10)

BRIDGE // 46 page 29-48.indd 46

23/04/2011 01:39:32


13. คุณชอบออกกำ�ลังกาย ใช่ (ทำ�ต่อข้อ 17) ไม่ใช่ (ทำ�ต่อข้อ 18)

21. ถ้ามีคนสบประมาท คุณจะโกรธมาก ใช่ (ทำ�ต่อข้อ 28) ไม่ใช่ (ทำ�ต่อข้อ 25)

14.

22. คุณเขียนบันทึกเรื่องราวประจำ�วัน ใช่ (ทำ�ต่อข้อ 21) ไม่ใช่ (ทำ�ต่อข้อ 28)

หากชอบใครสักคน คุณจะเป็นฝ่ายเริ่มต้นพูด คุยก่อน ใช่ (ทำ�ต่อข้อ 13) ไม่ใช่ (ทำ�ต่อข้อ 18)

15. คุณมีอาชีพเสริมไหม ใช่ (ทำ�ต่อข้อ 20) ไม่ใช่ (ทำ�ต่อข้อ 19)

23.

16.

24. ห้องนอนคุณรกเหมือนรังหนู ใช่ (คุณเป็นคนประเภท D) ไม่ใช่ ( คุณเป็นคนประเภท C )

เพราะถูกกดดัน คุณจึงทำ�ในสิ่งที่ไม่เคยทำ�มา ก่อน ใช่ (ทำ�ต่อข้อ 20) ไม่ใช่ (ทำ�ต่อข้อ 15)

ไม่ว่ามีเสียงรบกวนแค่ไหนคุณยังมีสมาธิในการ ทำ�งาน ใช่ (ทำ�ต่อข้อ 28) ไม่ใช่ (ทำ�ต่อข้อ 20)

17. คุณรู้สึกพอใจกับท่าทีเปิดเผยของคุณ ใช่ (ทำ�ต่อข้อ 21) ไม่ใช่ (ทำ�ต่อข้อ 22)

25.

คุณมีเพื่อนสนิทคนหนึ่งไว้คอยระบายปัญหา คับข้องใจ ใช่ (คุณเป็นคนประเภท A) ไม่ใช่ (ทำ�ต่อข้อ 26)

18.

26.

คุณเคยมีเรื่องกังวลใจอย่างหนึ่งจนนอนไม่หลับ ทั้งที่เรื่องนั้นอยู่นอกเหนือความสามารถของคุณ ใช่ (คุณเป็นคนประเภท B) ไม่ใช่ (คุณเป็นคนประเภท A)

คุณบอกความลับกับเพื่อนแต่บางครั้งเพื่อนกลับ ปากโป้งเปิดเผยความลับของคุณ ใช่ (ทำ�ต่อข้อ 19) ไม่ใช่ (ทำ�ต่อข้อ 17)

19. คุณมีห้องนอนเป็นของตนเอง ใช่ (ทำ�ต่อข้อ 22) ไม่ใช่ (ทำ�ต่อข้อ 23)

27. งานของคุณต้องการความมีระเบียบวินัย ใช่ (ทำ�ต่อข้อ 28) ไม่ใช่ (ทำ�ต่อข้อ 24)

20. คุณมีเวลาดูทีวี 2 ชั่วโมงต่อวัน ใช่ (ทำ�ต่อข้อ 24) ไม่ใช่ (ทำ�ต่อข้อ 27)

28.

หากคะแนนความมั่นใจเต็ม 10 คุณคิดว่าตัวเอง จะไม่น้อยกว่า 5 ใช่ (คุณเป็นคนประเภท C) ไม่ใช่ (คุณเป็นคนประเภท B) BRIDGE // 47

page 29-48.indd 47

23/04/2011 01:39:35


พร้อมแล้ว มาดูคำ�เฉลยกันนะค่ะ

คนประเภท A วางตัวสบายๆ คุณจะรู้สึกว่าทุกอย่างจัดการได้ เมื่อผจญ วิกฤตการณ์ คุณไม่เคยสับสนหรือผิดพลาด รู้จักควบคุม ตัวเอง บางครั้งจึงดูอึดอาดไปบ้าง คุณมีความกดดันแต่ พอเหมาะเพื่อผลักดันตนเองไปสู่ความสำ�เร็จ ว่าแต่ว่า คุณอย่าตั้งเป้าหมายไว้ต่ำ�เกินไปแล้วกัน คนประเภท B ปล่อยวางได้ การรับมือกับความเครียดกำ�ลังดี มั่นใจและ เชื่อการตัดสินใจของตนเอง รู้ว่าต้องมีช่องว่างให้ตัวเอง เพื่อผ่อนคลาย รักษาความสมดุลอารมณ์ให้ดี อย่าให้ เกิดความเครียดแบบไร้สาระ แค่นี้ชีวิตก็มีความสุขแล้ว คนประเภท C เครียดจัด คุณรู้สึกท้อแท้กับแบบดสอบนี้ไหม และ สังเกตบ้างหรือเปล่า ก่อนจะฟังความคิดเห็นของ

e-m ai l:s al e s @ b r i d g e c o m m . o r g www. b r i d g e c o m m . o r g www. fa cebo o k . c o m / b r i d g e c o m m

ติดต่อฝ่ายการตลาด/ขาย โทร.02-6454424-6 แฟกซ์ 02-246-7584

สมัครสมาชิก BRIDGE: MAGAZINE FOR LIFE

ผู้อื่น คุณกล้าแสดงความเห็นขนาดไหน ความกดดันต่าง ๆ ในใจของคุณมาจากความไม่เชือ่ มัน่ ตนเอง คุณควรจัดการชีวิตให้ เป็นและแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าให้ได้ คำ�แนะนำ�คือ ก่อน อื่นจัดการภาระวุ่นวายให้เสร็จ อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง ถ้า อยากพักผ่อนก็ควรพัก แล้วคุณจะรู้ว่าคุณสามารถกุมชะตา ชีวิตตัวเองไว้ได้ คนประเภท D สัญญาณขอความช่วยเหลือความเครียดของคุณมากจน สมองจะระเบิด ต้องหยุดกดดันตัวเองบ้าง ชีวิตมีเรื่องราวให้ ทำ�มากก็จริงอยู่ แต่คุณเป็นมนุษย์ปุถุชนธรรมดา มีแค่ 2 มือ 2 ขาเท่านั้น หากมีกิจกรรมสังคมมากไป ก็เพลา ๆ ลงบ้าง เลือกทำ� แต่���ี่มีประโยชน์ ไร้สาระก็ควรตัดไปบ้าง หาเวลาว่างให้ ตัวเองผ่อนคลายความเครียด ความกดดันจะค่อย ๆ มลายหายไปเอง

��

(9 ฉบับ 270 บาท / 18 ฉบับ 540 บาท)

ชื่อ-นามสกุล....................................................................อายุ..........ปี ว/ด/ป เกิด...................... สถานภาพ m โสด m แต่งงานแล้ว m อื่นๆ ศาสนา......................................................................................................................................

m ค้าขาย m แพทย์/พยาบาล m รับจ้างอิสระ m แม่บ้าน m นักศึกษา m ครู/อาจารย์ m ธุรกิจส่วนตัว m ข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจ m รับจ้างบริษัทเอกชน m อื่นๆ.................................................

การศึกษา

m ม.3 / ม.6 m ปวช/ปวส ปริญญาตรี m กำ�ลังศึกษาปริญญาโท m ปริญญาโท

อาชีพ

m สูงกว่าปริญญาโท

บ้านเลขที่..............อาคาร/หมู่บ้าน.....................................ซอย........หมู่........ถนน.................................... แขวง (ตำ�บล)......................................เขต (อำ�เภอ)...................................จังหวัด................................... รหัสไปรษณีย์.......................... โทร.....................................................มือถือ......................................... ที่ทำ�งานเลขที่..............อาคาร/หมู่บ้าน..............................ซอย..........หมู่........ถนน................................... แขวง (ตำ�บล).....................................เขต (อำ�เภอ)....................................จังหวัด.................................. รหัสไปรษณีย์.......................... โทร.................................................แฟกซ์ ............................................

เงื่อนไขการชำ�ระเงิน

m โอนเงินเข้าบัญชี บริษัท บริดจ์ คอมมิวนิเคชั่น จำ�กัด บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 060-2-52063-4 ธนาคารไทยพาณิชย์

สาขารัชดาภิเษก (กรุณาแนบหลักฐานการโอนเงินมาพร้อมใบสมัคร หรือแฟกซ์มาที่ 02-2467584) m เช็คขีดคร่อม และขีดฆ่า “หรือผู้ถือ” สั่งจ่ายบริษัท บริดจ์ คอมมิวนิเคชั่น จำ�กัด m สั่งตั๋วแลกเงิน/ธนาณัติ สั่งจ่าย ป.ณ.สาขาไทยประกันชีวิต 10326 มาที่ 158 อาคารเอ็มมานูเอ็ล ชั้น 1 ถ.รัชดาภิเษก แขวง/เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320

page 29-48.indd 48

23/04/2011 01:39:37


Bridge Magazine No.20