Issuu on Google+


ความรูทั่วไปเกี่ยวกับ หนังสือเพลงซาโลมอน (1) ชือ่ หนังสือฉบับนีใ้ นภาษาฮีบรู “เพลงแหงเพลง” (Song of Songs) มีความหมายวา “ยอดเพลง” หรือ “เพลงไพเราะทีส่ ดุ ” ประกอบดวยบทประพันธ ชุดหนึง่ ซีง่ กลาวถึงความรักของหนมุ สาวครู กั ทีม่ าพบกัน แลวตองแยกจากกัน ตาง แสวงหากัน และในทีส่ ุดก็ไดพบกันอีก หนมุ ครู กั ไดชื่อเรียกวา “กษัตริย” ใน 1:4 และ 12 หรือไดชื่อวา “ซาโลมอน” ใน 3:7 และ 9 สวนหญิงสาวไดชื่อวา “สาว แหงชูเลม” ใน 7:1 ซึ่งเปนชื่อที่หลายคนคิดตางกันไปวามีความเกี่ยวของกับ กษัตริยซ าโลมอน หรืออาจหมายถึงนางอาบีชากแหงชูเนมซึง่ ปรากฏในเรือ่ งของ กษัตริยดาวิดและซาโลมอนใน 1 พกษ 1:3; 2:21-22 ในหนังสือพงษกษัตริย (1 พกษ 5:12) ธรรมประเพณีของชาวฮีบรูกลาววากษัตริยซ าโลมอนทรงประพันธ บทเพลงจำนวนหนึง่ ดังนัน้ “ยอดเพลง” หรือ “เพลงไพเราะทีส่ ดุ ” นีจ้ งึ นาจะเปน ผลงานของพระองค ดังนัน้ หนังสือฉบับนีจ้ งึ ไดชอื่ ภาษาไทยวา “เพลงซาโลมอน” (พซม 1:1) เหมือนกับทีห่ นังสือสุภาษิต ปญญาจารยและปรีชาญาณ ไดชอื่ วา เปนผลงานของกษัตริยซ าโลมอนในฐานะทีท่ รงเปน “ผมู ปี รีชา” คนหนึง่ ความ คิดที่วาหนังสือ “เพลงซาโลมอน” นี้เปนผลงานของกษัตริยซาโลมอนจึงทำให หนังสือฉบับนี้ถูกจัดไวในหมูหนังสือประเภท “ปรีชาญาณ” อยูถัดจากหนังสือ “ปญญาจารย” ในพระคัมภีรฉบับภาษากรีก (LXX) และอยูระหวางหนังสือ “ปญญาจารย” และ “ปรีชาญาณ” ซึง่ ถือกันวาเปนผลงานของกษัตริยซ าโลมอน ดวยในพระคัมภีรฉ บับ Vulgata ภาษาละติน สวนในพระคัมภีรภ าษาฮีบรูหนังสือ เพลงซาโลมอนถูกจัดไวในหมวด “ขอเขียน” (Ketubim หรือ “Writings”) ซึง่ เปนภาคสุดทายและลาสุดของสารบบพระคัมภีรของชาวยิว ใคร ๆ ที่อานหนังสือฉบับนี้จะตองรูสึกแปลกใจมากที่หนังสือถูกจัดไว ในสารบบพระคัมภีรซ งึ่ เปนหนังสือศักดิส์ ทิ ธิ์ ทัง้ ๆ ทีห่ นังสือฉบับนีไ้ มกลาวถึง 1


ความรูทั่วไปเกี่ยวกับหนังสือเพลงซาโลมอน

พระเจาเลยแมแตครั้งเดียว และยังใชภาษาที่กลาวถึงความรักระหวางหนุม สาวอยางโจงแจงอีกดวย อยางไรก็ดี ความของใจดังกลาวทีม่ อี ยใู นหมชู าวยิว ของคริสตศตวรรษที่ 1 ก็ถกู ขจัดไปโดยการอางถึงธรรมประเพณีทเี่ คยถือตอ ๆ กันมา หลังจากนัน้ บรรดาคริสตชนก็ใชเหตุผลเดียวกันยอมรับหนังสือฉบับนีเ้ ปน สวนหนึ่งของพระคัมภีรดวย ไมมหี นังสือฉบับใดเลยในพันธสัญญาเดิม ไดรบั การอธิบายความหมาย ทีแ่ ตกตางกันอยางมากมายเทากับหนังสือฉบับนี้ คำอธิบายลาสุดเสนอความคิด วาหนังสือเพลงซาโลมอนมีกำเนิดมาจากพิธีกรรมบูชาเทพีอิชทารและเทพ ทัมมุซของชาวสุเมเรียน ใน “พิธสี มรส” ของเทพเจาทัง้ สององคนพี้ ระมหากษัตริย ทรงประกอบพิธีในฐานะตัวแทนของเทพทัมมุซ นักวิชาการที่อธิบายในแนวนี้ ยังเสนอความคิดอีกวา ในสมัยโบราณ ชาวยิวยังไดยืมจารีตพิธีดังกลาวจาก ชาวคานาอันมาใชในพิธีกรรมบูชาพระยาหเวหดวย โดยวิธีนี้ หนังสือ “เพลง ซาโลมอน” อาจไดรบั การชำระและเรียบเรียงใหมใหเปนสวนหนึง่ ของหนังสือพิธี แสดงคารวะตอพระยาหเวห ทฤษฎีทวี่ า หนังสือเพลงซาโลมอนถือกำเนิดมาจาก ตำนานเทพ และจากพิธกี รรมตางศาสนาเชนวานีไ้ มมีหลักฐานพิสจู นนา เชือ่ ถือ ได นอกจากนัน้ ยังไมงา ยนักทีจ่ ะคิดวาชาวอิสราเอลซึง่ นับถือพระยาหเวหจะไป ยืมบทเพลงทีใ่ ชในพิธี “บูชาวอนขอความอุดมสมบูรณจากเทพเจา” มาเรียบเรียง ใหมใหเปนเพียง “เพลงรัก” ชุดหนึง่ เทานัน้ ไมวา บทเพลงบูชาเทพีอชิ ทารและ เทพทัมมุซจะมีขอความคลายคลึงกับบทประพันธของหนังสือเพลงซาโลมอน มากนอยเพียงไร ความคลายคลึงดังกลาวก็อธิบายไดไมยากจากความจริง ทีว่ า บทเพลงทัง้ สองกลมุ ใชภาษาเรือ่ งเกีย่ วกับ “ความรัก” ระหวางหนมุ สาวเทา นั้นเอง วิธีอธิบายความหมายแบบ “อุปมาในรายละเอียด” (allegorical interpretation) เปนวิธอี ธิบายทีเ่ กาแกทสี่ ดุ วิธอี ธิบายแบบนีเ้ ปนทีน่ ยิ มในหมู ชาวยิวตัง้ แตคริสตศตวรรษที่ 2 เปนตนมา ความรักทีพ่ ระเจาทรงมีตอ อิสราเอล และความรักทีอ่ สิ ราเอลมีตอ พระเจาไดรบั การเปรียบเทียบโดยใชภาพของความ 2


ความรูทั่วไปเกี่ยวกับหนังสือเพลงซาโลมอน

สัมพันธของสามีกบั ภรรยา ถาจะกลาวโดยสรุปแลว บรรดาประกาศกนับตัง้ แต โฮเชยาเปนตนมา ไดพฒ ั นาความคิดทีก่ ลาวถึงความสัมพันธของชีวติ สมรส และ นักเขียนชาวคริสตสว นมาก ซึง่ ไดรบั อิทธิพลจากโอริเจน ก็มกั จะมีความคิดตาม แนวของผอู ธิบายพระคัมภีรช าวยิวเทานัน้ จะมีกน็ อ ยคนทีต่ อ ตานการอธิบายแบบ นี้ เชน เทโอโดรแหงมบสุเอเชีย (Theodore of Mopsuetia) เพียงแตวา นัก อธิบายพระคัมภีรช าวคริสตคดิ วาบทเพลงเหลานีเ้ ปนสัญลักษณเปรียบเทียบถึง พิธสี มรสของพระคริสตเจากับพระศาสนจักร หรือหมายถึงความสัมพันธลกึ ซึง้ ของวิญญาณกับพระเจา การอธิบายแบบ “อุปมาในรายละเอียด” เชนนีม้ หี ลาย รูปแบบและยังมีนกั วิชาการหลายคนใชอธิบายความหมายอยอู กี ไมวา เพียงแต ยึดความคิดกวาง ๆ วาพระยาหเวหทรงเปนพระภัสดาของอิสราเอล หรือพยายาม อธิบายความรสู กึ ตาง ๆ ทีบ่ ทเพลงแสดงออกนัน้ วาเปน “การกลับใจ” “ความ รสู กึ ผิดหวัง” หรือ “ความหวัง” ของประชากรอิสราเอลทีพ่ ระเจาทรงเลือกสรร แตไดละทิง้ พระองคไปนับถือเทพเจาของชนตางชาติและถูกพระยาหเวหลงโทษ ความเชือ่ ทีว่ า หนังสือเพลงซาโลมอนไดรบั การดลใจจากพระเจาและอยใู นสารบบ พระคัมภีรท ำใหผอู ธิบายพระคัมภีรค ดิ วา หนังสือฉบับนีจ้ ำเปนตองกลาวถึงความ หมายอืน่ นอกเหนือจากเรือ่ งความรักตามธรรมดาประสามนุษย แตทวาเหตุผล ทีผ่ อู ธิบายพระคัมภีรย กมาเพือ่ สนับสนุนวิธอี ธิบายแบบ “อุปมาในรายละเอียด” ซึง่ ตัง้ อยบู นฐานของการใชขอ ความเหมือนกันกับขอความทีพ่ บไดในหนังสือฉบับอืน่ ในพระคัมภีรน นั้ ดูจะเปนการ “บีบเคนความหมาย” ของถอยคำตาง ๆ อยาง ไมเปนไปตามธรรมชาตินัก เพราะฉะนั้น ในปจจุบันนี้การอธิบายความหมายตามตัวอักษรจึงได รับความนิยมอยางกวางขวาง และคำอธิบายนี้ยังไดรับการสนับสนุนจาก ธรรมประเพณีโบราณทีส่ ดุ ดวย กอนคริสตกาลไมเคยมีหลักฐานเลยวา หนังสือ เพลงซาโลมอนไดรับการอธิบายความหมายแบบ “อุปมาในรายละเอียด” (allegory) และในเอกสารซึง่ พบไดทกี่ มุ ราน (Qumran) ก็ไมมรี อ งรอยของการ อธิบายความหมายแบบนีเ้ ลย ยิง่ กวานัน้ ไมวา นักวิชาการเคยกลาวไวอยางไร 3


ความรูทั่วไปเกี่ยวกับหนังสือเพลงซาโลมอน

ในอดีต พันธสัญญาใหมกม็ ไิ ดสนับสนุนการอธิบายตีความแบบนีเ้ ลย ชาวยิวใน คริสตศตวรรษที่หนึ่งเคยใชบทเพลงในหนังสือเพลงซาโลมอนนี้ในการฉลองพิธี สมรส และยังคงปฏิบตั กิ นั ตอมาทัง้ ๆ ทีถ่ กู หามจากรับบีอากีบา (Aqiba) นอก จากนัน้ หนังสือเพลงซาโลมอนเองก็ไมแสดงใหเห็นวามีเจตนาใหไดรบั การอธิบาย ความหมายแบบอุปมาในรายละเอียดเชนนี้ ตางจากหนังสือของบรรดาประกาศก ซึง่ กลาวอธิบายความหมายไวอยางชัดเจนเมือ่ ใชภาษาอุปมาในรายละเอียด ดัง จะเห็นไดใน อสย 5:7 (เรือ่ งสวนองนุ ); อสค 16:2; 17:12; 23:4; 31:2; 32:2 ฯลฯ ไมมเี ครือ่ งหมายใด ๆ เลยบอกวาจำเปนตองมี “กุญแจ” เพือ่ ไขความหมาย ของหนังสือเพลงซาโลมอน หรือมีขอ ความใดทีต่ อ งเขาใจเปนอยางอืน่ นอกเหนือ จากความหมายโดยตรงของตัวบท หนังสือนีร้ วบรวมบทเพลงทีเ่ ฉลิมฉลองความ รักซือ่ สัตยทชี่ ายหนมุ หญิงสาวมีตอ กันกอนจะประกอบพิธสี มรส บทเพลงเหลา นีย้ นื ยันความถูกตองและยกยองคุณคาความรักของมนุษยเรา และเรือ่ งนีก้ ม็ ใิ ช เรือ่ งทางโลกทีไ่ มเกีย่ วของอะไรเลยกับพระเจา เพราะพระเจาทรงอวยพระพรการ แตงงานซึง่ ในทีน่ มี้ ไิ ดหมายความเพียงวาเปนกระบวนการเพือ่ ใหกำเนิดชีวติ ใหม เทานัน้ แตยงั เปนวิธกี ารทีท่ ำใหชายหญิงรวมชีวติ กันดวยความรักเปนการถาวร ตลอดไป (ดู ปฐก บทที่ 2) ชาวคานาอันทีอ่ ยโู ดยรอบคิดวา ความสัมพันธทาง เพศนัน้ เกีย่ วของกับความสัมพันธของเทพเจาซึง่ บันดาลความอุดมสมบูรณของ แผ น ดิ น แต ค วามเชื่ อ และความเคารพต อ พระยาห เ วห ทำให ตำนานเทพ ดังกลาวไมมีความสำคัญอีกตอไป และยังกลาวถึงความรักของชายหญิงอยาง งดงามตามความเปนจริง หนังสือฉบับอืน่ ๆ ในพันธสัญญาเดิมยังกลาวถึงความ รักประสามนุษยดว ย ตัวอยางเชนเรือ่ งในหนังสือปฐมกาลตอนตน ในเรือ่ งของ กษัตริยด าวิด ในหนังสือสุภาษิตและบุตรสิรา ซึง่ ตางก็กลาวถึงความรักนีต้ ามแบบ เดียวกัน และบางครั้งยังใชถอยคำคลายกับในหนังสือเพลงซาโลมอนอีกดวย ความคิดที่วาความรักเปนสิ่งงดงาม ทำใหบรรดาประกาศกใชภาษาความรัก เชนนีบ้ รรยายถึงความรักระหวางพระยาหเวหกบั ประชากรอิสราเอล จึงไมควร จะมีอุปสรรคใดที่หนังสือซึ่งกลาวถึงเรื่องความรักเชนนี้จะถูกรวมไวในสารบบ 4


ความรูทั่วไปเกี่ยวกับหนังสือเพลงซาโลมอน

พระคัมภีรดวย เราไมมีสิทธิใดเลยที่จะไปกำหนดขอบเขตของการดลใจจาก พระเจาได (2) หนังสือเพลงซาโลมอนนาจะมีทมี่ าจากงานฉลองการแตงงาน (เทียบ สดด บทที่ 45; ยรม 7:34; 16:9) และเคยมีหลายคนเปรียบเทียบขอความใน หนังสือเพลงซาโลมอน กับพิธฉี ลองและบทเพลงในงานแตงงานของชาวอาหรับ ในประเทศซีเรียและปาเลสไตน แตหนังสือเพลงซาโลมอนไมใชหนังสือรวม บทเพลงแบบชาวบาน แมวาผูนิพนธหนังสือเพลงซาโลมอนอาจรูจักบทเพลง โบราณตาง ๆ เหลานี้ แตเขาก็เปนนักประพันธทมี่ คี วามคิดเปนของตนและรจู กั วรรณกรรมเปนอยางดี ขอความทีม่ คี วามคลายคลึงกันอยางมากนัน้ ยังพบไดใน บทเพลงรักของชาวอียิปตโบราณ ซึ่งเปนงานวรรณกรรมดวย แตเราก็ไมอาจ พิสูจนไดวาผูนิพนธหนังสือเพลงซาโลมอนไดยืมความคิดของบทประพันธของ ตนมาจากบทเพลงเหลานีข้ องชาวอียปิ ต เชนเดียวกันกับชนชาติตา ง ๆ ทีอ่ ยโู ดย รอบ ชาวอิสราเอลคงตองมีเพลงรักทีเ่ ปนบทประพันธของตนเอง และในสภาพ แวดลอมคลาย ๆ กัน ภาษาความรักยอมตองใชภาพพจนและการเปรียบเทียบ ที่หวือหวาเกินจริงคลายกันดวย หนังสือเพลงซาโลมอนไมมโี ครงสรางทีช่ ดั เจนแตประการใด หนังสือนี้ เปนเพียงการรวบรวมบทเพลงตาง ๆ ทีม่ คี วามคิดเดียว คือเรือ่ งความรัก เขา ไวดว ยกัน การทีค่ ำแปลฉบับนีแ้ ยกขอความของหนังสือออกเปน “บทประพันธ” ตาง ๆ นั้นเปนเพียงการเสนอความคิดวาเนื้อหาของหนังสืออาจแบงออกเปน หนวยยอย ๆ ได แมเราอาจเห็นวาอารมณความรสู กึ ของบุคคลทีเ่ กีย่ วของนัน้ คอย ๆ มีการพัฒนาตั้งแตตนจนจบ แตก็ไมมีประโยชนใดเลยที่จะมองหาการ พัฒนาความคิดหรือการกระทำทีเ่ ห็นไดชดั เจนในบทประพันธเหลานี้ ผลงานรวบ รวมบทเพลงของชาวอียิปตที่ตกทอดมาถึงเราก็มีการเรียบเรียงคลาย ๆ กันนี้ ดวย ทำใหเราเลือกเรียงลำดับตามสภาพแวดลอมหรือผเู กีย่ วของไดตามใจชอบ และนีก่ อ็ ธิบายไดวา ทำไมคำประพันธเกีย่ วกับความคิดเดียวกันจึงมีความแตกตาง กันไป และทำไมจึงมีการกลาวซ้ำเรื่องเดียวกันบอย ๆ เหตุผลก็คือวา ผูแตง 5


ความรูทั่วไปเกี่ยวกับหนังสือเพลงซาโลมอน

บทเพลงตาง ๆ เหลานีไ้ มไดตงั้ ใจใหขบั รองหรืออานบทประพันธทกุ บทในโอกาส เดียวกัน ในเมือ่ เราไมเห็นดวยกับการอธิบายความหมายโดยใชวธิ ี “อุปมาในราย ละเอียด” และพรอมกันนั้นก็ไมคิดวา บทประพันธเหลานี้กลาวพาดพิงถึง เหตุการณในประวัตศิ าสตรของประชากรอิสราเอล จึงเปนการยากทีจ่ ะกำหนด ลงไปวาหนังสือฉบับนีเ้ ขียนขึน้ เมือ่ ใด นักวิชาการบางคนคิดวาหนังสือฉบับนีเ้ ขียน ขึน้ ในรัชสมัยของกษัตริยซ าโลมอนทีเดียว แตทวาภาษาทีใ่ ชมลี กั ษณะของภาษา อาราเมอิก และยังมีคำทีย่ มื มาจากภาษาเปอรเซียใน 4:13 และจากภาษากรีกใน 3:9 จึงชวนใหคดิ วาหนังสือฉบับนีเ้ ขียนขึน้ ในสมัยหลังกลับจากการเนรเทศทีก่ รุง บาบิโลน คือราวศตวรรษที่ 5 หรือ 4 ก.ค.ศ. สวนสถานทีเ่ ขียนขึน้ นัน้ ตองเปน ดินแดนปาเลสไตนแน ๆ นอกจากการที่แตเดิมถือกันวา หนังสือฉบับนี้เปนผลงานของกษัตริย ซาโลมอนผทู รงปรีชาแลว การอธิบายความหมายของหนังสือนีแ้ บบตามตัวอักษร ยังสนับสนุนดวยใหหนังสือฉบับนี้ถูกจัดอยูในหมวดหนังสือประเภทปรีชาญาณ เชนเดียวกับหนังสือฉบับอื่นในประเภทนี้ หนังสือเพลงซาโลมอนกลาวถึง ธรรมชาติของมนุษย และอันทีจ่ ริงกลาวถึงลักษณะดานหนึง่ ทีส่ ำคัญยิง่ ของมนุษย อีกดวย นัน่ คือเรือ่ งความรักและการแตงงาน หนังสือฉบับนีใ้ ชวธิ กี ารเฉพาะของ ตนเองสอนเกีย่ วกับความดีงามและศักดิศ์ รีของความรัก ซึง่ ดึงดูดชายหญิงใหมา รวมชีวติ กัน นอกจากนัน้ ยังชวยขจัดความเขาใจผิด ๆ ทีเ่ กีย่ วกับความรักใน สมัยโนน และแสดงใหเห็นความรักตามธรรมชาติทไี่ มตอ งกังวลวาเปนสิง่ เลวราย หรือตรงกันขาม กลับสอนวาความรักไมใชการปลอยตัวไดตามใจโดยไมมขี อบเขต จำกัด นอกเหนือจากการอธิบายความหมายตามตัวอักษรนี้แลว เรายังอาจใช หนังสือเพลงซาโลมอนนี้อธิบายถึงความสัมพันธระหวางพระคริสตเจากับพระ ศาสนจักรไดอีกดวย (ถึงกระนัน้ นักบุญเปาโลก็มิไดกระทำเชนนีใ้ น อฟ บทที่ 5) หรืออธิบายถึงความสนิทสัมพันธของคริสตชนแตละคนกับ “พระเจาแหงความ รัก” เปนการสนับสนุนรับรองวิธีการที่บรรดาผูบำเพ็ญฌานหลายทาน เชน นักบุญยอหนแหงไมกางเขน ใชหนังสือฉบับนี้ 6


หนังสือเพลงซาโลมอน ชื่อหนังสือและอารัมภบท 1 สาวคูรักb

เพลงไพเราะทีส่ ดุ ซึง่ เปนของกษัตริยซ าโลมอนa 2 ขอใหเขาจุมพิตดิฉันดวยการจุมพิตจากปาก เพราะความรักของเธอหวานกวาเหลาองุน 3 น้ำมันหอมของเธอมีกลิ่นหอมฟุง รางcของเธอหอมกรุนเหมือนน้ำมันหอม หญิงสาวทั้งหลายจึงรักเธอ 1

เพลงบทที่หนึ่ง

จงจูงดิฉนั ตามเธอไป ใหเรารีบไป พระราชาdไดนำดิฉนั เขาไปในหองของพระองค

4

1 a “ของกษัตริยซ าโลมอน” - การกลาววาหนังสือฉบับนีเ้ ปนผลงานของกษัตริยซ าโลมอน ดู “ความรทู วั่ ไปเกีย่ วกับหนังสือเพลงซาโลมอน” b ขอ 2-4 ทำหนาทีเ่ หมือน “อารัมภบท” บอกใหรกู วาง ๆ วาบทประพันธตา ง ๆ ทีจ่ ะตามมา นั้นเกี่ยวกับเรื่องอะไร และกลาวเจาะจงลงไปถึงอารมณรักรุนแรงซึ่งเปนความคิดหลักของ บทประพันธชดุ นี้ - การสับเปลีย่ นอยางฉับพลันจากการใชสรรพนามในบุรษุ ทีส่ ามเปนบุรษุ ที่ สองยังเปนลักษณะพิเศษของเพลงรักของชาวอียปิ ตอกี ดวย - “หนมุ ครู กั ” ไมอยตู อ หนา แต อยใู นใจของ “สาวครู กั ” ของเขา - สาวเจายังมีหญิงสาวอีกหลายคนอยเู คียงขางเปนเพือ่ น อีกดวย (ขอ 4ข) - เพือ่ นหญิงเหลานีค้ อื “ธิดาแหงเยรูซาเล็ม” ซึง่ กลาวถึงในขอ 5 - อารัมภบท นีม้ ขี อ ความบางตอนคลายกับบทเพลงในงานราชาภิเษกสมรสทีป่ รากฏใน สดด 45:8-9,15-16 c “ราง” - แปลตามตัวอักษรวา “นาม” - เปนการเลนคำในภาษาฮีบรูของคำวา “นาม” (shem) กับคำวา “น้ำมัน” (shemen) ในบรรทัดกอน d “พระราชา” ทีต่ รงนีไ้ มใช “พระยาหเวห” ดังทีผ่ อู ธิบายพระคัมภีรใ นแบบ “อุปมานิทศั น” (= allegory หรือ “อุปมาในรายละเอียด”) มักจะเขาใจ และไมใช “กษัตริยซ าโลมอน” ในบท ประพันธดั้งเดิมดวย - ในบทเพลงงานแตงงานของชาวซีเรีย หนุมสาวคูรักที่หมั้นหมายจะ แตงงานดวยกันมักถูกเรียกวา “พระราชา” และ “พระราชิน”ี - ขอความในบรรทัดนีอ้ าจเปน เพียงการกลาวพาดพิงถึง สดด 45:15

1:12;4:10 6:8


พซม 1:5-6

เธอจะทำใหเราราเริงและยินดีดวยกัน เราจะชื่นชมความรักของเธอยิ่งกวาเหลาองุน ที่เขาทั้งหลายรักเธอนั้นก็ชอบแลว สาวคูรัก

อสย 5:1a

ครู ักสนทนากัน ธิดาแหงเยรูซาเล็มเอยf ดิฉนั ผิวคล้ำe แตสวยงาม คล้ำเหมือนกระโจมของชาวเคดาร และเหมือนผามานของซาโลมอนg 6 อยาจองมองดิฉันที่มีผิวคล้ำ เพราะแสงแดดเผาดิฉัน บรรดาบุตรชายรวมมารดากับดิฉันโกรธดิฉัน ใชดิฉันไปดูแลสวนองุน แตสวนของตนเอง ดิฉนั ไมไดดแู ลh 5

ผิวคล้ำของหญิงสาวอาจเนือ่ งมาจากการทำงานในทงุ นาทีเ่ ธอจำเปนตองทำ (ขอ 6) เธอเปรียบ เทียบตนเองกับกระโจมสีดำ ซึง่ ทอจากขนแพะ (สีดำ) ของชนเผาเบดูอนิ ชาวอาหรับ - กวีชาว อาหรับมักเปรียบเทียบผิวขาว ๆ ของสาวผดู ที ี่อยูแตในบาน (“ธิดาแหงเยรูซาเล็ม”) กับผิว คล้ำของหญิงทาสหรือหญิงรับใช ซึง่ ตองทำงานกลางแจง f “ธิดาแหงเยรูซาเล็ม” หรือ “ธิดาแหงศิโยน” (3:11) หมายถึง “ลูกค”ู ซึง่ หนมุ สาวครู กั เรียก หาทีน่ แี่ ละใน 2:7; 3:5.11; 5:8,16; 8:4 - หรือทีเ่ ขามารวมวงเพือ่ นำความคิดใหมเขามา หรือ ทำใหความคิดของบทประพันธดำเนินไปรวดเร็วขึน้ (ขอ 8; 5:9; 6:1; 7:1) g “ซาโลมอน” - บางคนแปลโดยคาดคะเนวา “ซัลมาห” ซึง่ เปนชนเผาเรรอ นชาวอาหรับเชน เดียวกับชาวเคดาห h “แตสวนของตนเอง ดิฉนั ไมไดดแู ล” หมายความวาเธอไดมอบดวงใจของเธอทัง้ หมดใหหนมุ ที่เธอรักไปแลว e

2


พซม 1:7-11

หวานใจของดิฉนั เอย จงบอกดิฉนั ซิวา เธอตอนฝูงสัตวไปเลี้ยงอยูที่ไหนi เวลาเที่ยงวันเธอใหฝูงสัตวนอนพักที่ใด ดิฉันจะไดไมตองเปนเหมือนหญิงเรรอน เที่ยวตามหาฝูงสัตวของบรรดาเพื่อนของเธอ 7

ลูกคู

หนมุ ครู กั

เธอทีง่ ามกวาหญิงใด ๆ ถาเธอไมรู ก็จงเดินตามรอยฝูงแพะแกะไป จงเลี้ยงฝูงลูกแพะของเธอ ใกล ๆ กระโจมของบรรดาผเู ลีย้ งแกะเถิด 8

ทีร่ กั ของฉันเอย เธอสงางาม เหมือนอาชาเทียมราชรถของพระเจาฟาโรหj 10 แกมของเธองดงามระหวางตางหูทั้งสองขาง ลำคอของเธอก็ประดับสรอยเพชร 11 พวกเราจะทำตางหูทองคำ มีลูกปดเงินประดับ 9

“ตอนฝูงสัตวไปเลีย้ งอยทู ไี่ หน” อาจชวนใหคดิ ถึง ปฐก 37:36 - ในวรรณกรรมเรือ่ งความรัก ความคิดเรือ่ งการพลัดพรากจากกันและการแสวงหากันดูเหมือนจะพบไดบอ ยกวาความคิดเรือ่ ง การอยดู ว ยกันและการเปนเจาของ - ใน พซม ความคิดเรือ่ งนีย้ งั พบไดอกี ที่ 3:1-4; 4:8; 5:28; 6:1 - ทีต่ รงนี้ ฉากเหตุการณเปนภาพชีวติ ของคนเลีย้ งแพะแกะในทงุ - เทียบ เรือ่ งยาโคบ กับนางราเคลใน ปฐก 29:1-12 - แตใน พซม 5:2 ฉากหลังของเหตุการณจะเปลีย่ นไปไมเหมือน กัน - สถานการณทกี่ ลาวถึงนีไ้ มใชสถานการณจริง เปนเพียงจินตนาการเทานัน้ j “อาชาเทียมราชรถของพระเจาฟาโรห” - แปลตามตัวอักษรวา “เหมือนมาเพศเมียเทียมราช รถของพระเจาฟาโรห” - การเปรียบเทียบสาวครู กั กับมาเพศเมียเทียมราชรถดูออกจะแปลกอยู มาก แตการเปรียบเทียบเชนนี้เปนการชมความสงางามของสตรีอยางมาก ๆ ในหมูกวีชาว อาหรับโบราณ และ Theocritus (กวีชาวกรีก ราว 310-250 ก.ค.ศ.) ก็ยงั ใชภาพเปรียบเทียบ นีด้ ว ย i

ปฐก 37:16 สดด 23:1-3 อสค 34:1a ยน 10:1-16

ยรม 31:21


พซม 1:12-17

สาวคูรักk

ขณะทีพ่ ระราชาประทับบนพระแทนl น้ำมันหอมสมุนไพรของดิฉันก็สงกลิ่นหอมฟุง 13 ที่รักของดิฉันเปนเหมือนถุงมดยอบ หอยอยูระหวางทรวงอกของดิฉัน 14 ที่รักของดิฉันเปนเหมือนชอดอกเทียนขาว ในสวนองุนแหงเอนเกดีm

หนุมคูรัก

15

สาวคูรัก

ทีร่ กั ของดิฉนั เธอชางงดงาม จริงทีเดียว เธอชางนารักจริง ๆ ที่นอนของเราเขียวชอุม

หนุมคูรัก

17

1:3c

12

ทีร่ กั ของฉัน เธอสวยงาม เธอชางงดงามจริง ดวงตาของเธอเปนเหมือนนกพิราบ

16

ตนสนสีดารเปนขื่อบานของเรา

ขอความตัง้ แต 1:12 จนถึง 2:7 กลาวถึงการทีห่ นมุ สาวครู กั ทัง้ สองคนอยดู ว ยกัน บรรยากาศ อบอวลไปดวยเครือ่ งหอมตาง ๆ - น้ำมันหอมสมุนไพร - มดยอบ - ดอกเทียนขาว - ลวนเปน สัญลักษณหมายถึงความสุขของการอยูดวยกัน (ขอ 12-14) ตอจากนั้นมีการชมเชยโตตอบ กัน (ขอ 15-16; 2:1-3) แตเราไมรวู า สถานทีท่ ท่ี งั้ สองคนพบกันนัน้ เปนอะไรแน - เปนทงุ หญา เขียวชอมุ (ขอ 16) - เปนบาน (ขอ 17) - เปนหองเก็บเหลาองนุ (2:4) - (แต ดูเชิงอรรถ b ของบทที่ 2 ดวย) - อยางไรก็ตาม ทุกคนเห็นไดชดั เจนวาผลของการพบปะกันนีเ้ ปนอยางไร ครู กั ทัง้ สองคนสวมกอดอยดู ว ยกัน (2:6) และหนมุ ครู กั ขอรองอยาใหผใู ดมารบกวนสาวครู กั ของ ตน (2:7) ขอความนีจ้ ะถูกนำมาใชเปนบทสรอยรองรับอีกใน 3:5 และ 8:3-4 - การอธิบาย ความหมายเชนนีเ้ ขากันไดดที สี่ ดุ ถาเราคิดวา พซม เปนการรวบรวมเพลงรักสำหรับพิธแี ตง งาน โดยไมตองพยายามแสวงหาการพัฒนาความคิดตอเนื่องจากเพลงบทหนึ่งถึงอีกบทหนึ่ง - ดู “ความรทู วั่ ไปเกีย่ วกับหนังสือเพลงซาโลมอน” l “พระราชาประทับบนพระแทน” - ดู ขอ 4 m “เอนเกดี” - แปลวา “พุน้ำแพะ” - อยบู นฝง ตะวันตกของทะเลตาย เปนโอเอซิสทีร่ ม รืน่ มี ตนปาลมและตนไมหอมหลายชนิดขึ้นอยู k

4


พซม 2:1-6

ตนสนไซเปรสเปนเพดาน 2 สาวครู กั 1ดิฉันเปนเหมือนดอกไมในที่ราบชาโรน เปนเหมือนดอกลิลลี่ในหุบเขา หนมุ ครู กั

ดอกลิลลีอ่ ยใู นกอหนามฉันใด ที่รักของฉันก็โดดเดนในหมูหญิงสาวaฉันนั้น

สาวครู กั

ตนแอปเปล อยใู นหมไู มปา ฉันใด ที่รักของดิฉันก็อยูในหมูชายหนุมฉันนั้น ดิฉันปรารถนาจะนั่งใตรมเงาของเขา ผลของเขาชางมีรสหวานสำหรับดิฉัน 4 เขานำดิฉันเขาไปในหองเก็บเหลาองุนb ชูธงทีเ่ ขียนวา “ความรัก” ไวเหนือดิฉนั 5 จงชูกำลังของดิฉันดวยผลองุนแหงอัด ทำใหดิฉันสดชื่นดวยผลแอปเปล เพราะดิฉนั ปวยดวยความรักc 6 แขนซายของเขาชอนศีรษะของดิฉันไว

2

3

2 a สาวครู กั เปรียบเทียบวาเธอเปนดอกไมและดอกลิลลี่ - หนมุ ครู กั ก็สานคำชมตอโดยกลาว วาเธอเปนเหมือนดอกลิลลีใ่ นกอหนาม เขาไมรกั ใครนอกจากเธอเทานัน้ - ทีน่ ี่ เชนเดียวกับ ใน 4:13-14 ไมเปนการถูกตองทีจ่ ะไปสนใจกับรายละเอียดตาง ๆ ทางพฤกษศาสตรของพืช เพือ่ เจาะจงลงไปวาเปนพืชชนิดใด แทนทีจ่ ะคิดถึงความไพเราะของคำประพันธ b “หองเก็บเหลาองนุ ” - แปลตามตัวอักษรวา “บานเหลาองนุ ” - จึงยังอาจแปลไดอกี วา “หอง งานเลีย้ ง” (อสธ 7:8; ปญจ 7:2) และยังอาจหมายถึง “การเลีย้ งในงานสมรส” เหมือนใน ยรม 16:8-9 ก็ไดดว ย c “ปวยเพราะความรัก” - เหมือนกับอัมโนนทีป่ ว ยเพราะรักนางทามาร นองสาวตางมารดา (2 ซมอ 13:2) - ในพระคัมภีรม ขี อความเปรียบเทียบเชนนีท้ นี่ เี่ ทานัน้ - แตในเพลงรักของชาว อียิปตเราพบการเปรียบเทียบเชนนี้หลายครั้ง

8:5

=8:3


พซม 2:7-10

แขนขวาของเขาสวมกอดดิฉัน ธิดาแหงเยรูซาเล็มเอย ดิฉันขอรองเธอทั้งหลายตอหนาละมั่งและแมกวางในทุงd อยาไดรบกวนหรือปลุกที่รกั ของดิฉัน จนกวาเขาจะพอใจตื่น 7

=3:5;5:8=8:4 5:2;8:5

สาวครู กั

e

เพลงบทที่สอง

ฟงซิ เสียงทีร่ กั ของดิฉนั เขากำลังมา กำลังกระโดดอยูบนภูเขา กำลังกระโดดขามเนินเขา 9 ที่รักของดิฉันเปนเหมือนละมั่งหรือเหมือนลูกกวาง ดูซิ เขากำลังยืนอยหู ลังกำแพงของเรา มองเขามาทางหนาตาง ลอบมองผานลูกกรงเขามา 10 ที่รักของดิฉันเริ่มพูดกับดิฉันวา “ทีร่ กั ของฉันเอย จงลุกขึน้ เถอะ คนสวยของฉันเอย จงมาเถิด 8

“ละมัง่ และแมกวาง” สะทอนชีวติ ของคนเลีย้ งสัตว เชนเดียวกับในขอ 9 และ 17 - ไมนา จะเปนไปไดทคี่ ำ “ละมัง่ ” (ภาษาฮีบรูวา tzebaot) และคำ “แมกวาง” (ฮบ 'ayyalot) ถูกเรียง ลำดับไวเชนนีจ้ ะเปนการเลีย่ งไมใหตอ งกลาววา 'elohe tzbaot ซึง่ เปนพระนามของพระเจา แหงอิสราเอล เพือ่ จะไมตอ งออกพระนามพระเจาในบทเพลงทางโลกเชนนี้ e มีการเปลีย่ นฉาก - สาวครู กั อยทู บี่ า นกับพอแมในเมือง - หนมุ ครู กั มาจากชนบท ปรากฏตัว ทีห่ นาตาง (ขอ 8-9 - เทียบ 5:2ฯ) - บทประพันธของชาวอียปิ ตและชาวกรีกมักจะมีการบน รำพันของครู กั ทีม่ ปี ระตูกนั้ อยู - ทีน่ หี่ นมุ ครู กั ชวนสาวครู กั ใหมาพบกับตน โดยรองเพลงแสดง ความราเริงยินดีของฤดูใบไมผลิ ซึง่ เปนฤดูแหงดอกไม นกตาง ๆ และความรัก (ขอ 10-14) ความรสู กึ เรือ่ งธรรมชาติ ความสดชืน่ ซึง่ สอดคลองกับความรสู กึ ในสมัยปจจุบนั อยางเยีย่ มยอด เชนนี้พบที่อื่นไมไดอีกเลยในพันธสัญญาเดิม d

6


พซม 2:11-16

ดูซิ ฤดูหนาวผานไปแลว ฝนก็วายและจบสิ้นไปแลว 11

6:11;7:13-14 ปญจ 12:5

“ดอกไมตา ง ๆ ปรากฏขึน้ มาบนแผนดิน เวลาสำหรับรองเพลงมาถึงแลว เสียงคูของนกเขาก็ไดยินในแผนดินของเรา 13 ตนมะเดื่อเทศกำลังผลิผล เถาองุนผลิดอกบานสงกลิ่นหอมฟุง ทีร่ กั ของฉันเอย จงลุกขึน้ เถอะ คนสวยของฉันเอย จงมาเถิด 12

“นกพิราบของฉันเอย เธอซอนตัวอยใู นซอกผา ในซอกลึกของหนาผา ขอใหฉันไดยินเสียงของเธอสักหนอยเถิด เพราะเสียงของเธอนัน้ ไพเราะ และใบหนาของเธอก็งดงาม” 15 จงจับสุนัขจิ้งจอกมาใหเราเถิด สุนขั จิง้ จอกตัวเล็ก ๆ ทีท่ ำลายสวนองนุ เพราะสวนองุนของเรามีดอกแลวf 16 ทีร่ กั ของดิฉนั เปนของดิฉนั และดิฉนั ก็เปนของเขาg 14

“สวนองุนของเรามีดอกแลว” นาจะเปนขอความโดด ๆ ที่เสริมเขามาที่นโี่ ดยอิทธิพลของ ขอ 13 ที่เลาถึงเถาองุนออกดอกหอมฟุง - ที่ตรงนี้ เถาองุนเปนภาพเปรียบเทียบหมายถึง ความงามของหญิงสาวซึง่ ปรารถนาจะขจัดหนมุ ๆ เจาชู (= สุนขั จิง้ จอกตัวเล็ก ๆ) ทีม่ าเกีย้ ว พาราสีเธอ g การย้ำถึงการทีค่ รู กั ทัง้ สองคนเปนเจาของของกันจะพบไดอกี เกือบจะคำตอคำใน 6:3 และ 7:11 และในแตละกรณี วลีนถี้ กู กลาวขณะทีค่ รู กั ไมอยกู บั ตน จึงแสดงถึงความรักทีม่ นั่ คง แต โดยธรรมชาติ ความรักยอมโหยหาการอยูรวมกัน และในแตละกรณีความเชื่อใจตอคูรัก จะแสดงออกมาพรอมกับการโหยหากัน หรือการทีค่ รู กั ชักชาอยมู าไมทนั เวลา - เชนในขอ 17 ทีน่ ี่ และใน 6:1; 7:12 f

=6:3


พซม 2:17-3:2

เขากำลังเลี้ยงฝูงสัตวอยูในหมูตนลิลลี่

2:1

ทีร่ กั ของดิฉนั เอย จงกลับมาเถิด กอนทีล่ มเย็นจะพัดมา และเงาจะหนีไปh จงเปนเหมือนละมั่ง หรือลูกกวางบนเทือกเขาเบเธอรiเถิด 17

8:14

3 1ยามค่ำคืนบนทีน่ อน ดิฉนั แสวงหาหวานใจของดิฉนั a ดิฉนั แสวงหาเขา แตไมพบ 2 บัดนี้ ดิฉนั จะลุกขึน้ จะเทีย่ วไปทัว่ เมือง

5:6 ยน 7:34n; 20:13

“ลมเย็นจะพัดมา และเงาจะหนีไป” - ดู ปฐก 3:8 - ในปาเลสไตน ลมจะพัดมาตอนเย็น กอนดวงอาทิตยจะตก เวลานัน้ เงาทีท่ อดยาวดูเหมือนกำลังจะ “หนี” ไป - เวลาเย็นเปนเวลา ทีห่ นมุ ครู กั จะกลับมาจากชนบท - เพลงบทนีจ้ งึ เริม่ ตนและจบลงดวยถอยคำคลาย ๆ กัน (เปน รูปแบบวรรณกรรมทีเ่ รียกวา “inclusio”) - ปลายของขอ 17 จึงซ้ำคำหลายคำในขอ 8-9ก i “เบเธอร” - หลายคนพยายามอธิบายความหมายของคำนีว้ า เปนสามัญนาม แตรสู กึ วาจะไม ประสบความสำเร็จ - คำนี้นาจะเปนวิสามัญนามมากกวา อาจเปนชื่อของสถานที่ที่มีอยู จริง ๆ “เบเธอร” อยทู างตะวันตกของกรุงเยรูซาเล็ม (ยชว 15:39) หรือเปนชือ่ ของสถานที่ ตามตำนาน คลายกันกับใน พซม 4:6 และ 8:14 ซึง่ กลาวถึง “ภูเขามดยอบและสมุนไพร” “เบเธอร” อาจเปนสถานทีใ่ นปาเลสไตนตรงกับ “ปุน” (Punt) ดินแดนแหงเครือ่ งเทศในตำนาน ของชาวอียปิ ต - เพลงรักบทหนึง่ ของอียปิ ตกลาววา “เมือ่ แขนของเขาโอบกอดดิฉนั ก็เหมือน กับวาดิฉนั กำลังอยใู นดินแดน ‘ปุน’” h

3 a ขอ 1-4 เปนเพลงบทหนึง่ ซึง่ มีสรอยทีล่ กู ครู อ งรับในขอ 5 เหมือนกันกับใน 2:7; 8:4 แม วาความคิดหลักของบทเพลงจะเปนการแสวงหากันอีกเหมือนใน 1:7-8; 5:2-8 แตคราวนีฉ้ าก สถานทีจ่ ะเปนในเมืองและเวลากลางคืน - ชือ่ ของบทเพลงนาจะเปน “ครู กั หายไปแลวไดพบกัน อีก” - สำหรับหญิงสาว การออกจากบานในเวลากลางคืนและการนำ “หวานใจ” ของ เธอเขามาในบานของมารดานัน้ ขัดกันอยางมากกับธรรมเนียมของชาวยิว ทำใหผอู ธิบายพระ คัมภีรบ างคนคิดวาเรือ่ งนีเ้ ปนเพียงการกลาวถึงความฝนของหญิงสาว แตกวีและครู กั มักจะชอบ คิดถึงสถานการณที่ไมนาจะเปนไปได ความกลาออกไปตามหาและความคิดถึงกันที่ไมยอมให ครู กั จากไป เปนขอพิสจู นวา เธอมีความรักตอครู กั อยางรอนแรง 8


พซม 3:3-5

ตามถนนและลานเมือง ดิฉันจะแสวงหาหวานใจของดิฉัน ดิฉนั แสวงหาเขา แตไมพบ บรรดายามที่เดินตรวจในเมืองbพบดิฉัน “ทานทั้งหลายไดเห็นหวานใจของดิฉันไหม” 3

ดิฉนั เพิง่ ผานยามมา ก็พบหวานใจของดิฉนั ดิฉนั สวมกอดเขาไวแนน และจะไมยอมปลอย พาเขาเขาไปในบานของมารดาดิฉนั ในหองของผูใหกำเนิดดิฉัน

5:7

4

ธิดาแหงเยรูซาเล็มเอย ดิฉันขอรองเธอทั้งหลายตอหนาละมั่งและแมกวางในทุง อยาไดรบกวนหรือปลุกที่รักของดิฉัน จนกวาเขาจะพอใจตื่น 5

“ยาม” ในเวลากลางคืน - ดู สดด 127:1; อสย 21:11-12 - จะกลับมาอีกใน พซม 5:7 - แต อาจเปนตัวแสดงในบทกวีแบบชาวบาน - เหมือนกับยามและตำรวจในบทเพลงสมัยกลางและ สมัยปจจุบัน

b

ยน 20:17 8:2,5

=2:7;8:4


พซม 3:4-10 6:10;8:5

เพลงบทที่สาม

กวีผปู ระพันธ สิง่ ใดกำลังขึน้ มาจากถิน่ ทุรกันดาร เหมือนเสาควัน สงกลิ่นหอมของมดยอบและกำยาน และกลิ่นหอมพิเศษที่หายาก c 6

ดูซิ เสลีย่ งของกษัตริยซ าโลมอน มีทหารชำนาญศึกหกสิบคนลอมอยู เปนนักรบกลาหาญที่สุดของอิสราเอล 8 ทุกคนเปนทหารถือดาบและชำนาญศึก แตละคนคาดดาบไวที่สะเอว เพื่อปองกันตนจากอันตรายเวลากลางคืน 7

กษัตริยซาโลมอนทรงสรางเสลี่ยงdสำหรับพระองค ดวยไมมาจากเลบานอน 10 พระองคทรงทำเสาเสลีย่ งดวยเงิน 9

1:17

บทประพันธในขอ 6-11 ไมกลาวถึงความรัก - ไมใชคำพูดจากปากของ���นมุ หรือสาวครู กั และไมใชบทสรอยรองรับของ “ธิดาแหงศิโยน” ทีเ่ ปนลูกคู เพราะในขอ 11 “ธิดาแหงศิโยน” เปนผถู กู เรียกหา - กวีผปู ระพันธจงึ เปนผกู ลาวถอยคำเหลานี้ บรรยายถึงขบวนแหของกษัตริย ซึง่ ขอ 11 นำมากลาวใหเกีย่ วของกับพิธแี ตงงาน - เกีย่ วกับการแตงงานแบบนี้ ดู 1 มคบ 9:37-39 - พิธคี ลาย ๆ กันนีช้ าวซีเรียและชาวอาหรับในปาเลสไตนยงั คงปฏิบตั กิ ันเปนธรรม เนียมยอนกลับไปถึงสมัยโบราณ (สดด 45:15-16) - ขอ 6-10 บรรยายถึงขบวนแหและของ ขวัญตาง ๆ ทีเ่ จาบาวแหเปนขบวนนำมาพบเจาสาว ขอ 11 ชวนใหระลึกถึงการพบกันของ เจาบาวเจาสาว - บทประพันธสั้น ๆ บทนี้เปนอารัมภบทอยางดีสำหรับคำชมเชยความงาม ของเจาสาวในบทที่ 4 - การบรรยายเปนการกลาวเกินความจริง - เจาบาวเปน “กษัตริย” องคหนึง่ เหมือน “ซาโลมอน” - เทียบ 1:4,12 d “เสลีย่ ง” - ภาษาฮีบรูวา 'appiryon ซึง่ พบไดทนี่ เี่ ทานัน้ อาจเปนคำทีย่ มื มาจากภาษากรีกที่ วา “phoreion” ซึง่ แปลวา “เสลีย่ ง” (ทีน่ งั่ มีคานหาม) c

10


พซม 3:11-4:1

พนักพิงทำดวยทองคำ ที่ประทับลาดดวยผาสีมวงแดง ดานในเปนลวดลาย ที่บรรดาธิดาแหงเยรูซาเล็มปกไวดวยความรักe ธิดาแหงศิโยนเอย จงออกไปดูกษัตริยซาโลมอนเถิด พระองคทรงมงกุฎซึ่งพระชนนีทรงสวมให ในวันที่ทรงอภิเษกสมรสf ในวันที่พระทัยของพระองคชื่นชมยินดี 11

4 หนมุ ครู กั a 1ทีร่ กั ของฉัน เธอสวยงาม เธอชางงดงามจริง “บรรดาธิดาแหงเยรูซาเล็มปกไวดว ยความรัก” - บางคนแปลโดยคาดคะเนวา “ฝงลวดลาย ไมมะเกลือ” f การสวมมงกุฎเจาบาว - พบไดอกี ครัง้ เดียวใน อสย 61:10 แตใชคำไมเหมือนกัน e

4 a บทประพันธสนั้ ๆ ในขอ 1-7 เปนการชมความงามรางกายของสาวครู กั และบางสวน ของคำชมนีจ้ ะกลับมาอีกใน 6:5-7 - จะมีคำชมอีกชุดหนึง่ ใน 7:2-10 และคำชมความงามราง กายของหนมุ ครู กั ยังพบไดใน 5:10-16 - ภาพของภรรยาทีม่ คี ณ ุ ธรรมใน สภษ 31:10-31 อาจ เปนปฏิกริ ิยาของผมู ปี รีชาตอตานบทประพันธแบบนีท้ ชี่ มเพียงความงามทางรางกาย ซึง่ เปน ทีน่ ยิ มอยางแพรหลาย - หนังสือปฐมกาลนอกสารบบซึง่ พบไดทกี่ มุ ราน (Qumran) สอดแทรก ขอความชมความงามทัว่ ๆ ไปของนางซาราหไวใน ปฐก 12:15 - เพลงรักของอียปิ ตมกั จะมี การชมความงามแบบนี้ ซึง่ เปนทีน่ ยิ มกันมากในกวีนพิ นธของชาวอาหรับ ทีเ่ รียกวา “wasf” ถาเขาใจตามตัวอักษร การบรรยายความงามเชนนีค้ งจะใหภาพนาตลกทัง้ ของสาวและหนมุ คู รัก - การอธิบายความหมายแบบอุปมานิทศั น (หรืออุปมาในรายละเอียด) วาเปนการกลาว ถึงภูมศิ าสตรของแผนดินศักดิส์ ทิ ธิห์ รือพระวิหารทีก่ รุงเยรูซาเล็มก็ไมนา จะเปนไปได อันทีจ่ ริง คำชมเหลานีไ้ มได “บรรยาย” ความงาม แตนำคำเปรียบเทียบตาง ๆ มาเรียงไวดว ยกันทัง้ จากสิง่ ตาง ๆ ในธรรมชาติ สัตว พืช และกลาวถึงความประทับใจจากการสัมผัส การมองเห็น และไดกลิน่ เพือ่ สรางอารมณพศิ วง ความยินดี และความสุขทีส่ าว (หรือหนมุ ) ครู กั นำมาให

=1:15


พซม 4:2-6

ดวงตาของเธอเหมือนนกพิราบ เบือ้ งหลังผาคลุมใบหนาb ผมของเธอเหมือนฝูงแพะ ทีล่ งมาตามลาดเขากิเลอาด 2 ฟนของเธอเหมือนฝูงแกะที่กำลังจะตัดขน เพิ่งขึ้นมาจากการชำระลางc ทุกตัวเดินมาเปนคู ไมมีตัวใดขาดคูเลย 3 ริมฝปากของเธอเหมือนผาสีมวงแดง ปากของเธอก็งามชวนมอง แกมของเธอเหมือนผลทับทิมผาซีก เบือ้ งหลังผาคลุมใบหนา 4 ลำคอของเธอเหมือนหอคอยของกษัตริยดาวิด ที่สรางดวยกอนหินเรียงเปนระเบียบ มีโลนับพันแขวนไว ลวนเปนโลของทหารชำนาญศึก 5 ถันของเธอเหมือนลูกกวางสองตัว เหมือนลูกละมั่งฝาแฝด ที่กำลังหากินในหมูกอลิลลี่

4:3;6:7 =6:5-7

อสค 27:10-11 =7:4

กอนที่ลมเย็นจะพัดมา และเงาจะหนีไป ฉันจะไปยังภูเขามดยอบ 6

=2:17

(= 2:17)

“เบื้องหลังผาคลุมใบหนา” - เจาสาวมีผาคลุมหนาอยูเมื่อมีการสงตัวแกเจาบาวในพิธี แตงงาน (ปฐก 24:65) c “ขึน้ มาจากการชำระลาง” - แกะจะถูกชำระลางใหขาวสะอาดกอนจะถูกตัดขน b

12


พซม 4:7-9

และเนินเขากำยานd ทีร่ กั ของฉัน เธอชางงดงามจริง ในตัวเธอจะหาตำหนิไมไดเลยe 7

จงมากับฉันfจากเลบานอนเถิด เจาสาวgของฉัน จงมาจากเลบานอนเถิด จงลงมาจากยอดเขาอามานา จากยอดเขาเสนีร และยอดเขาเฮอรโมน จากถ้ำสิงโต และจากภูเขาของเสือดาวhเถิด

8

9

นองสาวiและเจาสาวของฉันเอย

ขอ 6 นีซ้ ้ำขอความใน 2:17 อาจจะไมสำคัญนัก - ถูกนำดวยคำสุดทายของขอ 5 (“ตน ลิลลี”่ ) คลายกับทีป่ ลายของ 2:16 e “หาตำหนิไมไดเลย” - จงเปรียบกับคำชมความงามของอับซาโลมใน 2 ซมอ 14:25 f “จงมากับฉัน” - ตนฉบับภาษาฮีบรูวา “กับฉัน” - สำนวนแปลโบราณตาง ๆ วา “จงมา” สำนวนแปลสมัยใหมสวนใหญจึงเอาทั้งสองความหมายมารวมกัน g “เจาสาว” - หนมุ ครู กั เรียกสาวครู กั วา “เจาสาว” ในเพลงบทนีเ้ ทานัน้ 4:8 - 5:1 ซึง่ จะมี คำนีถ้ งึ 6 ครัง้ h ขอความในขอนีอ้ ธิบายไดยาก อาจเปนสวนหนึง่ ของบทประพันธทยี่ าวกวา ถาพิจารณารวม กับขอตอ ๆ ไปซึง่ มีคำหลัก (“เจาสาว” 5 ครัง้ และ “เลบานอน” ในขอ 11 และ 15) เปนตัว เชือ่ ม - ขอความนีอ้ าจเปนการทีห่ นมุ ครู กั ขอรองใหสาวครู ักออกจากแผนดินทีม่ คี วามลำบาก และอันตรายมาอยูกับตน i “นองสาว” - จะพบไดอกี ในขอ 10,12; 5:1,2 - สำหรับเราชาวไทย การเรียกสาวครู กั วา “นองสาว” หรือเรียกเจาบาววา “พี่ชาย” ไมใชเรื่องแปลก เชนเดียวกับในเพลงรักของ ชาวอียปิ ต - พซม อาจยืมวิธพี ดู เชนนีม้ าจากอียปิ ต ซึง่ เรียกหนมุ ครู กั วา “พีช่ าย” (เหมือน ของไทย) ดวย แต พซม ไมเอาอยางในเรือ่ งนี้ (สาวครู กั จะไมเรียกหนมุ ครู กั วา “พีช่ าย”) - ดู 8:1 ดวย d

1:15


พซม 4:10-12

เธอไดปลนเอาดวงใจของฉันไป เธอไดปลนเอาดวงใจของฉันไปแลว ดวยการชายตามองเพียงแวบเดียว ดวยไขมุกเพียงเม็ดเดียวจากสรอยของเธอ 10 นองสาวและเจาสาวของฉันเอย ความรักของเธอชางหวานเสียนี่กระไร ความรักของเธอนั้นหวานกวาเหลาองุน น้ำมันหอมของเธอก็หอมกวาเครื่องหอมทั้งหลาย 11 เจาสาวของฉันเอย ริมฝปากของเธอหยาดน้ำผึง้ ปา น้ำผึ้งและน้ำนมอยูใตลิ้นของเธอ กลิ่นเสื้อผาของเธอหอมเหมือนกลิ่นหอมจากเลบานอนj

1:2,4

สภษ 5:3 ฮชย 14:7

นองสาวและเจาสาวของฉัน เธอเปนเหมือนสวนสวนตัวk เปนเหมือนสวนlที่หามเขา เปนเหมือนพุน้ำที่ถูกปดไว 12

6:2

สภษ 5:16

หนมุ ครู กั หลงใหลไปกับการชายตามองของสาวครู กั (ขอ 9) กับรสการจุมพิตของเธอ (ขอ 11) กับกลิน่ หอมของเสือ้ ผาทีเ่ ธอสวม (ขอ 10,11) k “สวนสวนตัว” - คลายกันกับ “สวนองนุ ” ใน 1:6; 2:15 - สวนทีม่ พี นุ ้ำและไมดอกสวยงาม เปนเหมือน “สวนอุทยานเอเดน” (ขอ 13 - เทียบ ปฐก 2:9-10) เปนภาพเปรียบเทียบหมาย ถึงความงามของสาวคูรัก - ความคิดเรื่อง “สาวงามชาวสวน” หรือ “สวนรัก” พบไดใน บทประพันธของอียปิ ต - แตสวนนีเ้ ปน “สวนปด” “สวนสวนตัว” (ขอ 12) จนกวาจะเปดให กับหนมุ ครู กั ของเธอ (ขอ 16) ในคืนแตงงาน (5:1) และไมเปดใหใครอืน่ เขามาไดดว ย - เทียบ สภษ 5:15-20 เรือ่ งความรักของสามีภรรยา l “สวน” (ฮบ = gan) แปลตามสำนวนแปลโบราณ - ตนฉบับภาษาฮีบรูวา “คลืน่ ” (ฮบ = gal) ในรูปเอกพจน (ซึง่ ไมนา จะเปนไปได เพราะคลืน่ ยอมไมมเี พียงลูกเดียว) นาจะเปนความผิดของ ผคู ดั ลอก j

14


พซม 4:13-16

หนอออนของเธอเปนเหมือนสวนmทับทิม ทีม่ ผี ลโอชา ตนเทียนขาวและสมุนไพรตาง ๆn 14 ตนสมุนไพรและหญาฝรั่น ตนตะไครและอบเชย ตนกำยานทุกชนิด ตนมดยอบและวานหางจระเข รวมทั้งเครื่องหอมชั้นเยี่ยมทั้งสิ้นo 15 เธอเปนเหมือนพุน้ำในสวน เหมือนบอที่มีน้ำไหล เหมือนลำธารที่ไหลมาจากเลบานอน 13

สาวคูรัก

ลมเหนือเอย จงตืน่ เถิด ลมใตเอย จงมาเถิด จงพัดมาในสวนของดิฉัน เพือ่ กลิน่ หอมจะไดฟุงออกไป ขอใหที่รักของดิฉันเขามาในสวนของเขา และกินผลไมรสโอชาเถิด 16

“สวน” - ภาษาฮีบรูใชวา “pardes” เหมือนใน นหม 2:8 และ ปญจ 2:5 - เปนคำภาษา เปอรเซียทีแ่ ปลวา “สวนอุทยาน” และเปนทีม่ าของคำวา “paradise” n “ตนเทียนขาวและสมุนไพรตาง ๆ” บางคนแปลโดยตัดวลีนอี้ อกไป เพราะคิดวาเปนขอความ เพิ่มเติมของผูคัดลอก o ตนไมตา ง ๆ ในขอ 13-14 มักไมขนึ้ อยดู ว ยกัน และนอกจากตนทับทิมแลว ยังไมใชตน ไมที่ พบไดในปาเลสไตน - สวนนีจ้ งึ เปนสวนในจินตนาการ มีตน ไมหอมหายากชนิดตาง ๆ - เปน ความคิดทีพ่ บไดบอ ย ๆ ในบทกวี 1:2-3,12-14; 3:6; 5:5.13 - เทียบกับคำพูดของปรีชาญาณ ใน บสร 24:12-21 m

สภษ 5:15-16


พซม 5:1-3

5 หนมุ ครู กั 1นองสาวและเจาสาวของฉัน ฉันเขามาในสวนของฉันแลว ฉันมาเก็บมดยอบและสมุนไพรของฉัน ฉันกินรวงผึ้งและน้ำผึ้งของฉัน ฉันดื่มเหลาองุนกับน้ำนมของฉัน อสย 55:1-2

2:7d วว 3:20

กวีผปู ระพันธ เพือ่ นทัง้ หลาย จงกินและดืม่ เถิด เพือ่ นทีร่ กั จงดืม่ ใหเต็มทีเ่ ถิดa สาวคูรักb

เพลงบทที่สี่

ดิฉนั หลับอยู แตใจของดิฉนั ยังตืน่ ดิฉันไดยินเสียงที่รักของดิฉันเคาะประตูพูดวา “นองสาวของฉัน ทีร่ กั ของฉัน นกพิราบของฉัน คนงามของฉัน จงเปดประตูใหฉันซิ หัวของฉันเปยกน้ำคาง ผมของฉันก็ชุมดวยละอองน้ำของกลางคืน”

2

ดิฉันถอดเสื้อออกแลว จะสวมอีกไดอยางไร ดิฉันลางเทาแลว 3

5 a “จงดืม่ ใหเต็มทีเ่ ถิด” - เปนคำเชิญชวนของผปู ระพันธตอ แขกทีม่ ารวมงานสมรส b เหตุการณนา ชืน่ ชมนีม้ สี ภาพแวดลอมเหมือนกับใน 3:1-4 - เหตุการณเกิดขึน้ ในเวลากลาง คืน มีการแสวงหาไปทัว่ เมือง มีคนยาม - แตบทบาทของผแู สดงสลับกัน - หนมุ ครู กั อยขู า ง นอก ตองการจะเขามาขางใน - เทียบ 2:9 - สาวครู กั ลอเลียนเขา แกตวั อยางขนุ ๆ ซึง่ ทีจ่ ริง เปนการเลนตัว ปกปดความจริงทีว่ า เธออยากเปดประตูรบั เขาเขามา - แตเมือ่ เธอเปดประตู ใหเขา ก็สายไปแลว 16


พซม 5:4-8

จะทำใหเทาเปอ นอีกไดอยางไร 4 ที่รักของดิฉันสอดมือเขามาตามชองc และใจดิฉันก็เตนแรงเพราะเขา 5 ดิฉันลุกขึ้นไปเปดประตูใหที่รกั ของดิฉัน มือของดิฉันหยาดน้ำมันมดยอบ มดยอบเปอนนิ้วดิฉันที่สลักประตูd ดิฉันเปดประตูใหที่รกั ของดิฉัน แตทรี่ กั ของดิฉนั จากไปแลว หายไปแลว ใจดิฉันหมดกำลังที่เขาจากไปe ดิฉนั แสวงหาเขา แตกห็ าไมพบ ดิฉนั รองเรียกเขา เขาก็ไมขานตอบ 6

7

บรรดายามที่เดินตรวจในเมืองพบดิฉัน เขาทุบตีดฉิ นั ทำใหดฉิ นั บาดเจ็บ บรรดายามทีเ่ ฝากำแพงเมืองf ฉกชิงเสื้อคลุมไปจากดิฉัน

3:3b

ธิดาแหงเยรูซาเล็มเอย ดิฉนั ขอรองเธอทัง้ หลาย ถาเธอพบที่รักของดิฉัน

=2:7;3:5

8

“สอดมือเขามาตามชอง” - หนมุ ครู กั พยายามเปดสลักประตูซงึ่ ตองใชกญ ุ แจไมสอดเขามา จากดานนอก (วนฉ 3:25; อสย 22:22) d “มดยอบเปอ นนิว้ ดิฉนั ทีส่ ลักประตู” - อาจเปนเพราะวาสาวครู กั ใชมดยอบชโลมมือและรีบ ไปเปดประตู หรือหนมุ ครู กั ใสน้ำมันมดยอบทีส่ ลักประตูเพือ่ จะเปดอยางเงียบ ๆ สาวครู กั จึงรู วาหนุมคูรักของเธอไดพยายามเปดประตูเขามา e “ทีเ่ ขาจากไป” - แปลโดยคาดคะเน - ตนฉบับภาษาฮีบรูวา “ทีเ่ ขาพูด” f “บรรดายาม” - เหมือนกับใน 3:3 - แตทนี่ มี่ บี ทบาทไมเหมือนกัน - เขาคิดวาเธอเปนหญิง โสเภณี จึงตบตีและชิงเอาเสือ้ คลุมไป - ดู สภษ 7:11-12 c

3:1a


พซม 5:9-13

เธอจะบอกอะไรแกเขา จงบอกเขาวา ดิฉนั ปวยเพราะความรัก 6:1

ลูกคู

เธอซึ่งงามที่สุดในหมูสตรีเอย ที่รักของเธอตางจากที่รักของคนอื่นอยางไร เธอจึงขอรองเราเชนนี้ ที่รักของเธอตางจากที่รักของคนอื่นอยางไร

สาวคูรักg

10

สดด 133:2

9

ทีร่ กั ของดิฉนั ผิวนวลอมแดงเรือ่ ๆ โดดเดนกวาคนนับหมื่น 11 ศีรษะของเขาเปนเหมือนทองคำบริสทุ ธิ์ ผมของเขาหยิกเหมือนพวงอินทผลัม และดำเหมือนนกกา 12 ดวงตาของเขาเหมือนนกพิราบที่ริมลำธาร ฟนของเขาดูเหมือนอาบน้ำนม ดูเหมือนเพชรพลอยทีเ่ รียงเปนระเบียบ 13 แกมhของเขาเปนเหมือนแปลงปลูกสมุนไพร สงกลิ่นหอมฟุง ริมฝปากของเขาเปนเหมือนดอกลิลลี่ หยาดมดยอบ

เกีย่ วกับรูปแบบวรรณกรรม ดู 4:1 เชิงอรรถ a - บางคนคิดวาขอความตอนนีเ้ ปนการบรรยาย ถึงพระวิหารทีก่ รุงเยรูซาเล็ม โดยเฉพาะในขอ 11,14-15 - รูปแบบทีใ่ ชอธิบายนีน้ า จะเปนรูป ตัง้ ทีท่ ำดวยงาชางและทองคำในดินแดนทางตะวันออกกลางสมัยโบราณ การบรรยายลักษณะ ของรูปตัง้ เชนนีเ้ ปนการบรรยายไดอยางดีเลิศถึงความงามของเพศชาย : มีรา งสูงสงา ผมดก ผิวงาม และกิรยิ ามารยาทนารัก - เทียบ การบรรยายลักษณะของซาอูลใน 1 ซมอ 9:2; 10:2324; ของดาวิดใน 1 ซมอ 16:12; ของอับซาโลมใน 2 ซมอ 14:25-26 - การกลาวเกินความ จริงเปนกฎของวรรณกรรมแบบนี้ - ดู การกลาวถึงซีโมนมหาสมณะใน บสร 50:5-12 h “แกม” - ซึง่ มีเครา (เหมือนแปลงปลูกพืชผัก) ทีช่ โลมน้ำมันหอม - ดู สดด 133:2 g

18


พซม 5:14-6:3

มือของเขาเปนเหมือนแหวนทองคำ ประดับดวยเพชรพลอยจากเมืองทารซสิ ทองของเขาเหมือนงาชาง ประดับดวยนิลสีน้ำเงิน 15 ขาของเขาเหมือนเสาหินขาว ตัง้ บนฐานทองคำบริสทุ ธิ์ ทรวดทรงของเขางามเหมือนเลบานอน เดนสงาเหมือนตนสนสีดาร 16 วาจาของเขาออนหวานที่สุด ทั่วทั้งตัวของเขานารักใคร ธิดาแหงเยรูซาเล็มเอย นีค่ อื ทีร่ กั ของดิฉนั นีค่ อื เพือ่ นของดิฉนั 14

6 ลูกคูa

เธอซึ่งงามที่สุดในหมูสตรีเอย ที่รักของเธอไปไหน ที่รักของเธอเดินไปทางไหน พวกเราจะแสวงหาเขาพรอมกับเธอ

สาวคูรัก

ที่รักของดิฉันลงไปในสวนของเขา ไปที่แปลงปลูกสมุนไพร เพื่อไปเลี้ยงฝูงสัตวในสวน และเก็บดอกลิลลี่

4:12-16

ดิฉันเปนของที่รกั ของดิฉัน

=2:16

1

2

3

6 a กลมุ ลูกคแู ทรกเขามาทีน่ เี่ พือ่ เตรียมขอสรุปในขอ 2-3 - ไมมคี วามจำเปนทีจ่ ะตองไปตามหา หนมุ ครู กั อีก เพราะเขาอยใู นใจของสาวครู กั แลว - เธอเปนเหมือน “สวน” ของเขา - ดู 4:12 เชิงอรรถ k - ขอ 3 กลาวถึงความรักตอกันทีม่ นั่ คง โดยใชคำพูดเกือบเหมือนกับใน 2:16


พซม 6:4-7

และที่รักของดิฉันก็เปนของดิฉัน เขากำลังเลี้ยงฝูงสัตวในหมูกอลิลลี่

=2:16

หนุมคูรัก

b

=4:1-3

เพลงบทที่หา

ทีร่ กั ของฉัน เธอชางงามเหมือนเมืองทีรซาห มีเสนหเหมือนกรุงเยรูซาเล็มc นาเกรงขามเหมือนกองทัพมีธงประจำd 5 จงเบือนนัยนตาไปจากฉันเถิด เพราะนัยนตาของเธอทำใหฉันหลงใหลe ผมของเธอเหมือนฝูงแพะ ทีล่ งมาตามลาดเขากิเลอาด 6 ฟนของเธอเหมือนฝูงแกะ เพิง่ ขึน้ มาจากการชำระลาง ทุกตัวเดินมาเปนคู ไมมีตัวใดขาดคูเลย 7 แกมของเธอเหมือนผลทับทิมผาซีก 4

ขอ 4-10 เปนบทประพันธสนั้ ๆ บทหนึง่ ดังจะเห็นไดจากปลายของขอ 4 และขอ 10 ซึง่ กลาวซ้ำขอความเดียวกัน - สวนขอ 5ข-7 เปนการกลาวซ้ำบางสวนของ 4:1-2,3ข และอาจ เปนขอความเสริม - หนมุ ครู กั กลาววาสาวครู กั เปนหญิงเพียงคนเดียวของเขาและมีความหมาย สำหรับเขามากกวาหญิงสาวจำนวนมากมายในฮาเร็มของกษัตริย - ขอ 8 - ดู 1 พกษ 11:3; 2 พศด 11:21; 13:21 c กรุงเยรูซาเล็มเปนเมืองที่ “งดงามทีส่ ดุ เปนความยินดีของจักรวาล” (พคค 2:15) - เมือง ทีรซาหเปนราชธานีในสมัยแรกของอาณาจักรเหนือ (1 พกษ 14:17) ถูกกลาวถึงคูกับกรุง เยรูซาเล็มเพราะชือ่ “ทีรซาห” แปลวา “นาชืน่ ชม” d “นาเกรงขามเหมือนกองทัพมีธงประจำ” - ความหมายของบรรทัดนีไ้ มแนวา แปลเชนนีถ้ กู ตอง e “นัยนตาของเธอทำใหฉนั หลงใหล” - หนมุ ครู กั จองมองดวงตาของสาวครู กั ซึง่ เจิดจามีเสนห เหมือนดวงอาทิตย จนเขาทนความเจิดจานัน้ ไมไหว b

20


พซม 6:8-12

เบือ้ งหลังผาคลุมใบหนา ราชินมี หี กสิบองค นางสนมมีแปดสิบคน หญิงสาวมีจำนวนนับไมถวนf 9 แตนกพิราบของฉันมีเพียงหนึ่ง เปนคนงามพรอมของฉัน เธอเปนคนเดียวสำหรับมารดาของเธอ เปนสุดที่รักของผูใหกำเนิดเธอ เมื่อบรรดาหญิงสาวเห็นเธอ ก็แสดงความยินดี บรรดาราชินีและนางสนมก็สรรเสริญเธอ 10 “หญิงสาวผูนี้เปนใครหนอที่ปรากฏขึ้นดังแสงอรุโณทัย งามเหมือนดวงจันทร เจิดจาดังดวงอาทิตยg นาเกรงขามเหมือนกองทัพมีธงประจำ” 8

ฉันลงไปในสวนมันฮอ เพือ่ จะดูหนอออนเขียวในหุบเขา เพื่อดูวาเถาองุนมีดอกตูมหรือยัง ดูวาตนทับทิมมีดอกแลวหรือยัง 12 ฉันยังไมทนั รู ความปรารถนาของฉันก็โยนฉัน 11

“หญิงสาวมีจำนวนนับไมถว น” - อาจเปนวลีทผี่ คู ัดลอกเสริมเขามา การเปรียบเทียบความงามกับดวงอาทิตยและดวงจันทร - ดู คำชมภรรยาใน บสร 26:1618 - ซีโมนมหาสมณะเปรียบไดกบั ดวงจันทรและดวงอาทิตย (บสร 50:6-7) เพลงรักของชาว อียปิ ตบทหนึง่ เปรียบเทียบวาครู กั โดดเดนไมมใี ครเทียบได (ดู ขอ 9) เหมือนกับดาว Sirius (= ดาวหมา?) ซึง่ สุกใสกวาดาวอืน่ ๆ f

g

สภษ 4:3

สภษ 31:28 3:6 วว 12:1 4:4 4:12k 2:11+;7:13-14


พซม 7:1

ขึ้นไปบนรถทรงของอามีนาดีบh 7 ลูกคูa

หญิงชาวชูเลมbเอย จงหันกลับมาเถิด จงหันกลับมา จงหันกลับมา จงหันกลับมาเถิด เพือ่ พวกเราจะไดชมเธอ เธอทั้งหลายชมอะไรในหญิงชาวชูเลม เมื่อหญิงนั้นกำลังเตนรำอยูระหวางผูเตนสองแถวc 1

ขอ 11-12 ไมเกีย่ วของกับบทประพันธทอี่ ยกู อ นหนานัน้ เลย และอธิบายความหมายไดยาก ไมแนวา ใครเปนผกู ลาวถอยคำเหลานี้ - หนมุ ครู กั เปนผกู ลาวถา “สวน” ในขอ 11 หมายถึง สาวครู ักเหมือนใน 4:12,16; 5:1 - แตสาวครู กั อาจเปนผกู ลาว ถาเราคิดวาเธอเปนผกู ลาว ครึง่ หลังของขอ 11 นีเ้ หมือนใน 7:13 - สวนขอ 12 เปนขอทีเ่ ขาใจยากทีส่ ดุ ในหนังสือ พซม และไมมคี ำอธิบายใดทีแ่ กปญ  หาไดทงั้ หมด - “อาบีนาดีบ” อาจเปนบุคคลในปาเลสไตนเหมือน กับ “เจาชายเมฮี” ซึง่ พบในบทเพลงของชาวอียปิ ตวา ทรงรถมาและชอบเขาไปยงุ เกีย่ วกับเรือ่ ง ความรักของคนอืน่ - แตบางคนคิดวาเปนวลีทแี่ ปลวา “เจานายประชากรของฉัน” h

7 a ลูกครู อ งเรียก และผปู ระพันธ (ไมนา จะเปนหนมุ ครู กั ) แทรกเขามาเพือ่ นำคำบรรยายถึง สาวครู กั ในรูปแบบใหมอกี แบบหนึง่ (ขอ 2-6) เปนการคานกันกับคำบรรยายใน 4:1-6 โดยใช องคประกอบเดียวกัน เชน ลูกกวางสองตัว หอคอย ฯลฯ แตเรียงลำดับกลับกัน และแสดง อารมณรกั มากกวา - ภาพเปรียบเทียบมีลกั ษณะคละกัน มีทงั้ สรอยเพชร ถวย ขาวสาลี ลูก กวาง หอคอย ตามดวยสถานทีท่ างภูมศิ าสตร b “ชูเลม” - ชือ่ นีพ้ บไดทนี่ เี่ ทานัน้ ไมมใี ครอธิบายไดวา อยทู ไี่ หน - บางคนเสนอวาหมายถึง อาบีชาก สาวงามชาวชูเนมทีถ่ กู เลือกใหมาปรนนิบตั ริ บั ใชกษัตริยด าวิดเมือ่ ทรงชรา (1 พกษ 1:2-4) - หรือเปนนามทีม่ รี ากเดียวกันกับนาม “ซาโลมอน” จึงหมายความถึง “นางทีเ่ ปนของ ซาโลมอน” ซึง่ หมายถึงสาวของหนมุ ครู กั ทีเ่ ปรียบเหมือนซาโลมอน - เทียบ พซม 3:7-11 c หลายคนคิดวาหญิงสาวชาวชูเลมกำลังเตนรำอยรู ะหวางลูกคสู องแถวซึง่ ตบมือเปนจังหวะให เธอเตนรำ พรอมกับรองไปดวยวา “จงหันกลับมา” - เปนแบบการเตนรำทีร่ จู กั กันดีในตะวัน ออกกลาง และไมจำกัดอยแู ตเพียงในแวดวงการแตงงาน ดังนัน้ ตอมาจึงมีการบรรยายถึงเทา ของผเู ตน - ขอความตอนนีอ้ าจเปนถอยคำของลูกคมู ากกวาจะเปนคำของหนมุ ครู กั ซึง่ แนนอน เปนผกู ลาวถอยคำตอไปในขอ 7-10 22


พซม 7:2-7

หนุมคูรัก

ธิดาของเจาชายเอย เทาสวมรองเทาสานของเธอนัน้ ชางงามจริงd สะโพกของเธอกลมกลึงเหมือนสรอยเพชร ซึง่ เปนผลงานของชางผชู ำนาญ 3 สะดือของเธอเปนเหมือนถวยกลม ที่ไมเคยขาดเหลาองุนผสมเครื่องหอม ทองของเธอเปนเหมือนกองขาวสาลี ที่มีดอกลิลลี่ลอมอยูโดยรอบ 4 ถันของเธอเหมือนลูกกวางสองตัว เหมือนลูกละมั่งฝาแฝด 5 ลำคอของเธอเปนเหมือนหอคอยงาชาง นัยนตาของเธอเปนเหมือนสระน้ำทีเ่ มืองเฮชโบน ใกลประตูบัทรับบิม จมูกของเธอเหมือนหอคอยแหงเลบานอน ซึ่งเฝามองกรุงดามัสกัส 6 ศีรษะของเธอตั้งตรงเหมือนภูเขาคารเมล ผมของเธอสีมว งแดงเขม ลอนผมของเธอทำใหกษัตริยห ลงใหลe 2

ทีร่ กั ความชืน่ ชมfของฉัน เธอชางสวยชวนมอง

7

ดูคำบรรยายความงามคลายกันนีใ้ น 4:1-5 ดวย “ลอนผมของเธอทำใหกษัตริยห ลงใหล” - ไมแนวา คำแปลเชนนีจ้ ะถูกตอง แตถา ถูกตอง ก็นา เปรียบเทียบกับเพลงรักของชาวอียปิ ตทวี่ า “เธอใชผมของเธอโยนตาขายมาคลุมฉันไว” - สำหรับ “กษัตริย” ในขอนี้ และ “ธิดาของเจาชาย” ในขอ 2 ดู 1:4,12 f “ความชืน่ ชมของฉัน” - แปลตามตัวอักษรวา “ในความชืน่ ชม” ** ขอ 7-10 แสดงถึงความ ปรารถนาของหนุมที่จะเปนเจาของรางกายของสาวคูรัก d e

=4:5


พซม 7:8-13

รูปทรงของเธอตั้งตรงเหมือนตนอินทผลัมg ถันของเธอเหมือนพวงผลอินทผลัม 9 ฉันจึงคิดวา ฉันจะปนขึน้ ตนอินทผลัม ไปจับพวงผลไว ถันของเธอจงเปนเหมือนพวงองุน ลมหายใจของเธอจงหอมเหมือนผลแอปเปลเถิด 10 ปากของเธอจงเปนเหมือนเหลาองุนยอดเยี่ยม h ซึ่งไหลตรงไปสูที่รักของฉัน เลื่อนไปตามริมฝปากและฟนi 8

สาวคูรัก ปฐก 3:16

ดิฉันเปนกรรมสิทธิ์ของที่รักของดิฉัน ความปรารถนาของเขาคือตัวดิฉันj

11

ทีร่ กั ของดิฉนั จงมาเถิด เราจงออกไปในทงุ นาk เราจงคางคืนอยตู ามหมบู าน 13 เราจะไดไปยังสวนองุนตั้งแตเชาตรู ดูวาเถาองุนออกดอกตูมแลวหรือยัง หรือวามีดอกบานแลว 12

ในพระคัมภีรม สี ตรีสามคน (ปฐก 38:6; 2 ซมอ 13:1; 14:27) ซึง่ มีชอื่ วา “ทามาร” ทีแ่ ปลวา “ตนอินทผลัม” ซึง่ เปนสัญลักษณหมายถึงความงามของสตรี h บางคนคิดวาสองบรรทัดสุดทายของขอนีเ้ ริม่ เปนคำพูดของสาวครู กั ซึง่ กลาวถึง “เหลาองนุ ” ที่หมายถึงความรักที่เธอมีตอหนุมคูรักยอดรักของเธอ i “ริมฝปากและฟน” - แปลตามตนฉบับภาษากรีก - ตนฉบับภาษาฮีบรูไมชดั เจน - บางสำนวน แปลโดยคาดคะเนวา “ริมฝปากทีก่ ำลังหลับอย”ู j “ความปรารถนาของเขาคือตัวดิฉนั ” - เปนการกลาวพาดพิงถึงขอความใน ปฐก 3:16 ซึง่ ใช คำ (teshuqah) ทีพ่ บไดนอ ยครัง้ มาก และหมายถึงความใฝหาทีห่ ญิงมีตอ สามีของตน k “ออกไปในทงุ นา” ชวนใหคดิ ถึงฤดูใบไมผลิเหมือนใน 2:10-14 แตทนี่ สี่ าวครู กั เปนผเู ชิญชวน - ชาวอียปิ ตชอบใชสวนเปนฉากความรักของหนมุ สาว g

24


พซม 7:14-8:3

ดูวาตนทับทิมมีดอกหรือยัง ดิฉันจะใหความรักแกเธอlที่นั่น 14 ทีร่ กั ของดิฉนั ตนมะเขือดูดาอิมสงกลิน่ หอมแลว ทีป่ ระตูบานของเรามีผลไมอร���ยนานาชนิด ทั้งสดและแหง ที่ดิฉันไดเก็บไวสำหรับเธอ

2:10-14 ปฐก 30:14a

8 1ดิฉนั อยากใหเธอเปนพีช่ าย ที่ไดดูดนมจากอกมารดาของดิฉันa เพือ่ จะจุมพิตเธอไดเมือ่ ดิฉนั พบเธอนอกบาน แลวใคร ๆ จะดูถูกดิฉันไมได 2 ดิฉันจะไดนำเธอเขามาในบานมารดาของดิฉนั เธอจะไดสอนดิฉัน ดิฉันจะใหเธอดื่มเหลาองุนผสมเครื่องหอม และดื่มน้ำทับทิมของดิฉัน แขนซายของเขาชอนศีรษะของดิฉันไว แขนขวาของเขาสวมกอดดิฉัน 3

“ความรัก” ทีต่ รงนีม้ คี วามหมายตรงตัวทีส่ ดุ (หมายถึงการมีเพศสัมพันธ) และจะเห็นความ หมายชัดเจนยิง่ ขึน้ ในบรรทัดตอมา - คนโบราณเชือ่ วามะเขือดูดาอิมเปนยาปลุกอารมณเพศ และชวยในการตัง้ ครรภ - ดู ปฐก 30:14-16 - ผลไมทสี่ าวครู กั เก็บไวใหหนมุ ครู กั ของเธอไม ชวนใหคดิ ถึงฤดูใบไมผลิอกี แตชวนใหคดิ ถึงฤดูใบไมรว งเมือ่ ครู กั ทัง้ สองไดรว มชีวติ ดวยกันแลว l

8 a บทประพันธสนั้ ๆ อีกบทหนึง่ เริม่ ขึน้ แตมฉี ากหลังไมเหมือนเดิม มีจนิ ตนาการอยางเขม ขนจนเกินความจริง - ความรักทีเ่ ริม่ ตัง้ แตวยั ทารกยังแบเบาะอยใู นเปล - “เหลาองนุ ” และ “น้ำทับทิม” ในขอ 2 มีความหมายเทากับ “ผลไม” ตาง ๆ ในบทประพันธบทกอนนั้น บทประพันธบทนีจ้ บดวยสรอยรับเหมือนใน 2:6-7

=2:6


พซม 8:4-6 =2:7;=3:5

3:6

2:7;3:5; 5:2;8:4

หนุมคูรัก

ธิดาแหงเยรูซาเล็มเอย ฉันขอรองเธอทั้งหลาย อยาไดรบกวนหรือปลุกที่รักของฉัน จนกวาเธอจะพอใจตื่น 4

บทสงทายb

ลูกคู

เธอผูนี้เปนใครที่ปรากฏขึ้นจากถิ่นทุรกันดาร พิงซบอยูกับคูรักของเธอ

สาวคูรักc

ดิฉันปลุกเธอเมื่อเธออยูใตตนแอปเปล ที่นั่นมารดาของเธอไดปฏิสนธิ์ ที่นั่นผูที่ปฏิสนธิ์ไดคลอดเธอ

5

จงวางดิฉันไวใหเปนตราผนึกในใจของเธอd เพราะความรักแข็งแรงเหมือนความตาย 6

ฉธบ 4:24;6:6, 8;11:18 สภษ 3:3 ยรม 31:33

บทประพันธ 2 บรรทัด และ 3 บรรทัดในขอ 5 ไมตอ เนือ่ งทัง้ กับขอความกอนหนานัน้ และ กับขอความทีต่ ามมา - บทประพันธนดี้ เู หมือนจะเปนบรรทัดเริม่ ตนของบทประพันธสองบทซึง่ อาจไมไดถกู คัดลอกมา - เชนเดียวกับขอ 13 ขางลางนี้ การทีข่ อ ความเหลานีไ้ มมบี ริบท จึง ทำใหเราไมอาจอธิบายความหมายไดชัดเจน c จนถึงบัดนี้ หนังสือ พซม ไมเคยใหคำนิยามเลยวา “ความรัก” คืออะไร - บัดนีส้ าวครู กั จะให คำนิยามโดยใชถอยคำเขมขน นาฟง ประกาศวาความรักทรงพลังที่ไมมีใครเอาชนะได มี ธรรมชาติทจี่ ำเปนตองเปนเชนนี้ และมีคา ทีค่ ำนวณเปนราคาไมได - ขอความหลังจากขอ 7 เปนขอความที่เสริมเขามาในภายหลัง d “ตราผนึก” เปนตัวแทนและเครือ่ งหมายแสดงกรรมสิทธิเ์ ปนเจาของ มักสวมหอยไวทคี่ อ (ปฐก 38:18,25) วางอยทู หี่ นาอก (ทีน่ วี่ า “ใจ”) หรือมิฉะนัน้ ก็สวมอยทู นี่ วิ้ มือ (ยรม 22:24; ฮกก 2:23 [ในภาษาฮีบรู “แขน” ทีต่ รงนีห้ มายรวมถึง “มือ” ดวย]) - เพลงของชาวอียปิ ตบทหนึง่ กลาววา “ฉันอยากเปนตราทีเ่ ธอสวมไวทนี่ วิ้ มือ” b

26


พซม 8:7

ความใครeยึดมั่นเหมือนแดนผูตายf ประกายของความรักคือประกายเพลิง เปนประกายเพลิงที่รุนแรงอยางยิ่งg 7 น้ำมากไมอาจดับความรัก หรือแมน้ำทั้งหลายไมอาจทวมความรักใหสำลักตายได ถาผใู ดใหทรัพยสมบัตทิ งั้ หมดในบานเพือ่ แลกเปลีย่ นกับความรัก ผูนั้นคงจะไดรับแตการดูหมิ่นเทานั้นอยางแนนอน

บทผนวก บทเพลงเรือ่ งกำแพงและสวนองนุ h “ความใคร” - คำภาษาฮีบรูคำนีย้ งั แปลไดอกี วา “ความอิจฉา” แตทตี่ รงนีไ้ มมคี วามหมาย เชนนี้ เพราะตองคลองรับกับ “ความรัก” ในบรรทัดกอนนัน้ - ทีน่ จี่ งึ หมายถึงความรักอยาง รุนแรง f “แดนผตู าย” เปนทีพ่ ำนักของผตู าย อยใู ตพนื้ โลก - ทีต่ รงนีม้ คี วามหมายเทากับ “ความตาย” ในบรรทัดกอน g “ประกายเพลิงทีร่ นุ แรงอยางยิง่ ” - แปลตามตัวอักษรวา “เปลวไฟของ(พระ)ยาห(เวห)” ความรักเปนเหมือนไฟจากทองฟา ซึง่ หมายถึง “ฟาผา” นัน่ เอง - โยบ 1:16 h ตอไปนีเ้ ปนบทเพลงสองบททีไ่ มมคี วามเกีย่ วของโดยตรงกับบทเพลงกอน ๆ ในหนังสือ พซม - ขอความในขอ 8-9 เปนการเทาความถึงทาทีของบรรดาพีช่ ายของหญิงสาว (1:6) ทีค่ ดิ จะให นองสาววัยเยาวไดแตงงาน เพือ่ เธอจะไดมผี คู อยดูแล แตเธอแยงวาเธอมีอายุเพียงพอจะดูแล ตนเองไดและมีครู กั อยแู ลว (ขอ 10) การกลาวพาดพิงถึงการแตงงานเปนเหตุผลทีท่ ำใหขอ ความ นีถ้ กู นำมาผนวกไวกบั หนังสือ พซม - ขอความในขอ 11-13 เปนเรือ่ งสวนองนุ ซึง่ เปนสัญลักษณ ของหญิงครู กั - ขอ 11 กลาวถึงสวนองนุ ของกษัตริยซ าโลมอนทีผ่ เู ชาตองจายเงินหนึง่ พันเหรียญ (ซึง่ เปนจำนวนเงินมากเกินควร) เปนคาเชาและคาผลผลิตทีเ่ ขาตองพยายามผลิตใหได - ในขอ 12 ชายหนมุ มีสวนองนุ ของตนเอง ซึง่ หมายความวาเขาพอใจในสาวครู กั คนเดียวของตน ไม ตองการมีหญิงอืน่ จำนวนมากมายเหมือนฮาเร็มของกษัตริยซ าโลมอน ทีท่ รงมีมเหสีเจ็ดรอยองค และนางสนมสามรอยคน (เทียบ 1 พกษ 11:3) และไมตอ งการมีขา ราชบริพารคอยเฝาดูแล สวนองุนนั้น - ขอ 13 ชายหนุมแสดงความปรารถนาที่จะไดยินเสียงของสาวคูรักเทานั้น สวนขอ 14 ทำหนาทีค่ ลายกับหนาทีข่ องขอ 2:17 และ 4:6 เปนการเชิญชวนหนมุ ครู กั ใหมา หาตน e

อสย 43:2


พซม 8:8-12

ลูกคู

พวกเรามีนอ งสาวเล็ก ๆ คนหนึง่ เธอยังไมมีถัน พวกเราจะทำอยางไรกับนองสาวของเรา เมื่อถึงวันที่คนมาสูขอเธอi 9 ถาเธอเปนเหมือนกำแพง พวกเราก็จะสรางปราการเงินไว และถาเธอเปนประตู พวกเราก็จะใชกระดานไมสนสีดารมาเสริมใหแข็งแรงj 8

หญิงสาว

ดิฉนั เปนกำแพง ถันของดิฉันเหมือนหอคอย คูรักของดิฉันคิดวาkดิฉันพบสันติแลว

ชายหนมุ

กษัตริยซ าโลมอนทรงเคยมีสวนองนุ แปลงหนึง่ ทีบ่ าอัล-ฮาโมนl พระองคทรงมอบสวนองุนนั้นแกผูรักษา แตละคนตองสงเงินพันเหรียญเปนคาผลไมจากสวนนั้น 12 สวนองนุ ของฉันเปนของฉัน อยตู อ หนาฉัน ขาแตกษัตริยซ าโลมอน เงินหนึง่ พันเหรียญเปนของพระองค สองรอยเหรียญนี้เปนของผูดูแลผลไมในสวน

10

11

“เขามาสขู อเธอ” - แปลตามตัวอักษรวา “เมือ่ เธอถูกกลาวถึง” “เสริมใหแข็งแรง” - แปลโดยคาดคะเน - ตนฉบับภาษาฮีบรูวา “หอมลอม” k “ครู กั .....คิดวา” - แปลตามตัวอักษรวา “ในสายตาของเขา” l “บาอัล-ฮาโมน” - เปนชือ่ สถานที่ เราไมรวู า เปนทีใ่ ด i j

28


พซม 8:13-14

เธอผูอาศัยอยูในสวนm พวกเพือ่ น ๆ กำลังคอยฟงเสียงของเธอ จงใหฉันไดยินเสียงของเธอเถิด 13

หญิงสาว

ทีร่ กั ของดิฉนั เอย จงรีบเถิด จงวิ่งเหมือนละมั่งหรือลูกกวาง บนภูเขาเครื่องหอมเถิด

14

“เธอผอู าศัยอยใู นสวน” - สาวครู กั เปรียบไดกบั ดอกไมตา ง ๆ (เทียบ 2:1) หรือเปนสวน สวยทีส่ ดุ (เทียบ 4:12 และ 6:2) m

2:17



พระคัมภีร์คาทอลิกภาคพันธสัญญาเดิม "เพลงซาโลมอน"