Issuu on Google+


ความรูทั่วไปเกี่ยวกับ หนังสือสุภาษิต (1) หนังสือสุภาษิตนับไดวาเปนผลงานสะทอนวรรณกรรมประเภท ปรีชาญาณของอิสราเอลไดดที สี่ ดุ (ดู “ความรทู วั่ ไปเกีย่ วกับวรรณกรรรมประเภท ปรีชาญาณ”) เนือ้ หาของหนังสือฉบับนีแ้ บงไดเปนตอนสำคัญสองตอน ตอนแรก คือ สภษ 10 - 22:16 ซึง่ ไดชอื่ วา “สุภาษิตของกษัตริยซ าโลมอน” (ประกอบ ดวยสุภาษิต 275 บท) ตอนทีส่ องคือบทที่ 25-29 มีขอ ความนำวา “สุภาษิตเพิม่ เติมของกษัตริยซาโลมอน ที่ขาราชสำนักของกษัตริยเฮเซคียาหคัดลอกไว” (ประกอบดวยสุภาษิต 128 บท) เนือ้ หาแตละตอนนีย้ งั มีกลมุ สุภาษิตผนวกเพิม่ เขามาอีกดวย เนือ้ หาตอนแรกมี “ถอยคำของผมู ปี รีชา” (22:17 - 24:22) และ “ตอไปนีย้ งั เปนขอเขียนของผมู ปี รีชาดวย” (24:23-34) สวนเนือ้ หาตอนทีส่ อง มีขอ ความเพิม่ เติมทีจ่ วั่ หนาวา “คำพูดของอากูร” (30:1-9) ตามดวย “สุภาษิต กลาวเปนตัวเลข” (30:15-33) และ “คำพูดของเลมูเอล” (31:1-9) และหนังสือ ทัง้ หมดมีภาคอารัมภบทยืดยาวนำหนา (บทที่ 1-9) ซึง่ เปนคำสอนทีบ่ ดิ าสอนบุตร ของตนใหแสวงหาปรีชาญาณ และปรีชาญาณก็เขามารวมตักเตือนดวย หนังสือ สุภาษิตจบดวยบทประพันธกลบทอักษรชมสรรเสริญยอดหญิงที่เปนภรรยา ลำดับทีส่ ว นกลางของหนังสือจัดเรียงสุภาษิตตาง ๆ นัน้ ไมสจู ะมีความ สำคัญมากนัก เราพบวาพระคัมภีรฉ บับภาษากรีกเรียงลำดับแตกตางจากฉบับ ภาษาฮีบรู และสุภาษิตในแตละตอนของหนังสือก็เรียงไวโดยไมมคี วามตอเนือ่ ง ทางความคิดแตประการใด หนังสือสุภาษิตจึงนับไดวา เปน “การรวบรวมขอความ ตาง ๆ ทีน่ ำมารวมกันไวแลว” (“Collection of Collections”) ภายในกรอบ ของ “อารัมภบท” และ “บทสรุป” หนังสือสุภาษิตนีจ้ งึ สะทอนวิวฒ ั นาการทาง วรรณกรรมทีเ่ รากลาวไวแลวใน “ความรทู วั่ ไปเกีย่ วกับวรรณกรรมประเภทปรีชา ญาณ” เนื้อหาของหนังสือทั้งสองตอนที่สำคัญเกือบทั้งหมดประกอบดวย 1


ความรูทั่วไปเกี่ยวกับหนังสือสุภาษิต

“mashal” ทีเ่ ขียนในรูปแบบดัง้ เดิมทีส่ ดุ เปนขอความสัน้ ๆ เพียง 2 ประโยค สวนใน “ภาคผนวก” เราพบรูปแบบที่มีการพัฒนามากขึ้น เชนบทประพันธ สัน้ ๆ ทีก่ ลาวถึงจำนวนเลขใน 30:15-33 (ดู 6:16-19) เพิม่ ความนาอานของ การแสดงความคิดซึง่ มีการทายปญหาเพิม่ เขามาในขอความทีเ่ ปนคำเตือนใจดวย วิธเี ขียนเชนนีเ้ คยมีใชแลวกอนหนานัน้ ดวย (ดู อมส 1) อารัมภบทในบทที่ 1-9 ประกอบดวยคำตักเตือนยืดยาวคัน่ ดวยคำเตือนของปรีชาญาณซึง่ แสดงตนเปน อาจารยสอน สวน “บทสรุป” ใน 31:10-31 เปนคำประพันธทเี่ รียบเรียงขึน้ อยาง เปนนักวิชาการ การพัฒนารูปแบบเชนนีส้ อดคลองกับชวงระยะเวลาตาง ๆ ของกิจกรรม ดานวรรณกรรม เนือ้ หาเกาแกทสี่ ดุ ประกอบดวยสุภาษิตชุดใหญสองชุด ชุดแรก คือบทที่ 10-22 ชุดทีส่ องคือบทที่ 25-29 ขอเขียนทัง้ สองชุดนีถ้ กู จัดใหเปนผลงาน ของกษัตริยซาโลมอนซึ่งตามขอความใน 1 พกษ 5:12 ทรงเปนผูประพันธ “สุภาษิตสามพันบท” และทรงไดรบั ความนับถือวาเปนผมู ปี รีชายิง่ ใหญทสี่ ดุ ของ อิสราเอล แตทวาสุภาษิตเหลานีม้ ไิ ดแสดงลักษณะเฉพาะสวนตัวใด ๆ เลยของ ผแู ตง จึงทำใหเราไมอาจกลาวไดวา สุภาษิตบทใดบางเปนผลงานของพระองค แต ก็ไมมเี หตุผลใดทีจ่ ะคิดวาการรวบรวมสุภาษิตเหลานีท้ งั้ หมดเกิดขึน้ ตัง้ แตในสมัย ของพระองค สุภาษิตชุดทีส่ องถูกกลาววามีอายุเกาแกอยแู ลวเมือ่ ขาราชสำนัก ของกษัตริยเ ฮเซคียาห ราวป 700 ก.ค.ศ. ไดคดั ลอกขอความเหลานีไ้ ว สุภาษิต ทั้งสองชุดนี้จึงเปน “แกน” ของหนังสือและใหชื่อผลงานนี้อยางเต็มยศวา “หนังสือสุภาษิตของกษัตริยซ าโลมอน” (1:1) ถึงกระนัน้ ชือ่ ของตอนยอยตาง ๆ แสดงวาเราตองไมเขาใจชือ่ ของหนังสือนีต้ ามตัวอักษรเกินไป พูดงาย ๆ ก็คอื ไมใชขอ ความทุกตอนเปนผลงานของกษัตริยซ าโลมอนทัง้ หมด เพราะขอความ ใน สภษ 22:17 - 24:34 ถูกกลาววาเปนผลงานของผมู ีปรีชาทีเ่ ราไมรจู ักชือ่ และยังมีคำสอนของอากูรแ ละของลามูเอลใน สภษ 30:1 - 31:9 อีกดวย ถึง แมวา ชือ่ ของผมู ปี รีชาชาวอาหรับทัง้ สองทานนีอ้ าจเปนชือ่ สมมติไมใชชนชาตินนั้ จริง ๆ ชือ่ เหลานีก้ ย็ งั บอกเราวาพระคัมภีรใ หความเคารพนับถือแกวรรณกรรม 2


ความรูทั่วไปเกี่ยวกับหนังสือสุภาษิต

ปรีชาญาณของชนตางชาติดว ย (ดู “ความรทู วั่ ไปเกีย่ วกับวรรณกรรมประเภท ปรีชาญาณ” ขอ 1) ขอพิสจู นชดั เจนในเรือ่ งนีย้ งั พบไดอกี ใน “ถอยคำของผมู ี ปรีชา” (สภษ 22:17 - 23:11) ซึง่ มีพนื้ ฐานจากสุภาษิตอียปิ ตของอาเมน-เอมโอฟส ทีเ่ ขียนบันทึกไวราวตนสหัสวรรษทีห่ นึง่ ก.ค.ศ. (2) คำปราศรัยใน สภษ บทที่ 1-9 มีลกั ษณะเหมือนกับ “คำแนะนำ สัง่ สอน” ตามแบบคลาสสิคของวรรณกรรมประเภทปรีชาญาณของชาวอียปิ ต และยังเหมือนกับ “คำแนะนำทีบ่ ดิ าใหแกบตุ ร” ซึง่ เพิง่ คนพบไดเมือ่ ไมนานมานี้ เปนงานเขียนภาษาอัคคาเดียนทีเ่ มืองอูการิต (Ugarit) ในประเทศซีเรีย การที่ ปรี ช าญาณแสดงตนเป น เหมื อ นบุ ค คลหนึ่ ง ที่ สั่ ง สอนศิ ษ ย นั บ ได ว า เป น รู ป แบบวรรณกรรมทีเ่ คยพบแลวในประเทศอียปิ ต ทีซ่ งึ่ “ความยุตธิ รรม-ความจริง” แสดงตนเปนเทพี “มาอัท” แตถงึ กระนัน้ การเอาอยางเชนนีก้ ไ็ มใชการเอาอยาง ทุกแงมมุ เต็มรอย เพราะหนังสือสุภาษิตยังคงรักษาเอกลักษณเฉพาะของนักคิด ชาวอิสราเอล ซึง่ ไดรบั อิทธิพลจากความเชือ่ ทีเ่ ขามีตอ พระยาหเวห สวนสำคัญ ที่เปนแกนของหนังสือ (บทที่ 10-29) จึงอาจกลาวไดวามีอายุตั้งแตสมัยกอน เนรเทศไปกรุงบาบิโลน เราไมอาจกำหนดไดแนวา บทที่ 30-31 เขียนขึน้ เมือ่ ไร สวนอารัมภบทในบทที่ 1-9 นัน้ เขียนขึน้ ในสมัยหลังอยางแนนอน เพราะมีลกั ษณะ ทางวรรณกรรมคลายกับงานเขียนสมัยหลังเนรเทศทีก่ รุงบาบิโลน จึงนาจะชวน ใหคดิ วาไดเรียบเรียงขึน้ ราวศตวรรษที่ 5 ก.ค.ศ. และในชวงเวลานีเ้ องทีห่ นังสือ สุภาษิตทั้งเลมไดรับรูปแบบตายตัวดังที่มีอยูในปจจุบัน เนือ่ งจากวาหนังสือสุภาษิตสะทอนความคิดของบรรดาผมู ปี รีชาตลอด หลายศตวรรษ จึงเห็นไดวา คำสอนในหนังสือก็พฒ ั นาไปดวย แนวความคิดเดน ชัดในสวนดัง้ เดิมทัง้ สองตอนของหนังสือจึงเปนแนวความคิดของปรีชาญาณแบบ มนุษยทวั่ ไป เกีย่ วกับโลกนี้ ทีอ่ าจสะดุดใจผอู า นทีเ่ ปนคริสตชน แมวา ในตอนนี้ สุภาษิตราวหนึ่งในเจ็ดขอยังมีความคิดเกี่ยวกับศาสนาอยูดวย แตคำสอน เกีย่ วกับศาสนานีก้ ไ็ มใชคำสอนทางทฤษฎี หากเปนเรือ่ งทางปฏิบตั ิ เชนสอนวา พระเจาประทานรางวัลแกผทู กี่ ลาวความจริง มีความรัก มีเจตนาบริสทุ ธิ์ มีความ 3


ความรูทั่วไปเกี่ยวกับหนังสือสุภาษิต

ถอมตน และทรงลงโทษผูประพฤติเลวที่ตรงกันขาม บอเกิดและที่รวมของ คุณธรรมตาง ๆ เหลานีก้ ค็ อื ปรีชาญาณหรือ “ความยำเกรงพระยาหเวห” นัน่ เอง (สภษ 15:16,33; 1:6; 22:4) พระองคเทานัน้ ทรงนาเชือ่ ถือ (20:22; 29:25) ขอความในบทตน ๆ ใหหลักการเหมือน ๆ กันเรือ่ งปรีชาญาณแบบมนุษยและ ปรีชาญาณเกี่ยวกับพระเจา คำสอนเหลานี้เนนถึงนิสัยเลวที่ผูมีปรีชาในสมัย แรก ๆ ไมกลาวถึง เชนเรื่องการผิดประเวณี (2:16ฯ; 5:2ฯ,15ฯ) บทสรุปยัง แสดงใหเห็นวามีการใหเกียรติแกสตรีมากขึน้ ดวย ทีส่ ำคัญก���านัน้ บทสรุปยังให คำสอนที่เรียงลำดับความคิดอยางตอเนื่องเปนครั้งแรกเกี่ยวกับปรีชาญาณ เกี่ยวกับคุณคาและบทบาทของปรีชาญาณในฐานะที่เปนผูแนะนำและควบคุม ความประพฤติของมนุษยดว ย ผปู ราศรัยก็คอื ปรีชาญาณ ซึง่ กลาวยกยองตนเอง และอธิบายถึงความสัมพันธทตี่ นมีกบั พระเจา ซึง่ ปรีชาญาณอยใู กลชดิ กับพระองค มาตั้งแตนิรันดร และปรีชาญาณไดชวยเหลือพระองคในการเนรมิตสรางโลก (สภษ 8:22-31) ขอความตอนนี้เปนขอความเกาแกที่สุดที่ปรีชาญาณกลาวถึง ตนเอง (ขอความทำนองนีย้ ังพบไดอกี ใน บสร บทที่ 24 และ ปชญ 7:22 - 6:1; ดู สภษ 8:22 เชิงอรรถ e ดวย) (3) ไมตอ งสงสัยเลยวา คำสอนของพระคริสตเจาซึง่ ทรงเปนพระปรีชา ญาณของพระเจานัน้ สมบูรณกวาคำสอนของหนังสือสุภาษิตมาก แตถงึ กระนัน้ สุภาษิตหลายบทก็กลาวนำคำสอนทางจริยธรรมของพระวรสารแลว เราตอง จำไวดวยวาการนับถือศาสนาเที่ยงแทนั้นพัฒนาขึ้นมาไดจากความประพฤติถูก ตองนานับถือของมนุษยเทานัน้ การทีพ่ นั ธสัญญาใหมใชหนังสือสุภาษิตบอย ๆ (มีการยกขอความมาใชถงึ สิบสีค่ รัง้ และกลาวพาดพิงถึงยีส่ บิ ครัง้ ) จึงเปนการ สั่งใหคริสตชนเคารพนับถือความคิดเหลานี้ของบรรดาผูมีปรีชาในอดีตของ อิสราเอลดวย

4


หนังสือสุภาษิต ชื่อและจุดประสงคของหนังสือ ดาวิด

1 1สุภาษิตของซาโลมอน กษัตริยแ หงอิสราเอล พระโอรสของกษัตริย สุภาษิตเหลานี้เขียนไวเพื่อใหรูจักปรีชาญาณและมีระเบียบ เพื่อเขาใจถอยคำที่มีความหมายลึกซึ้ง 3 เพื่อรับคำสั่งสอนใหประพฤติตนอยางเฉลียวฉลาด รจู กั ความชอบธรรม ความยุตธิ รรม และความเทีย่ งตรง 4 เพื่อใหคนขาดสติมีไหวพริบ ใหเยาวชนมีความรูและรูจักคิด 5 ผูมีปรีชาฟงแลวก็จะมีความรูเพิ่มขึ้น ผูที่มีความรูอยูแลวจะไดแนะนำผูอื่นตอไป 6 จะไดเขาใจสุภาษิตและอุปมา เขาใจคำพังเพยและปริศนาของผมู ีปรีชา 7 ความยำเกรงพระยาหเวหเปนบอเกิดของความรaู คนโงยอมดูหมิ่นปรีชาญาณและการสั่งสอน 2

1 a วลีในพระคัมภีรท วี่ า “ความยำเกรงพระยาหเวห” (ดู อพย 20:20 เชิงอรรถ i; ฉธบ 6:2 เชิงอรรถ a) มีความหมายถึงสภาพจิตใจคลาย ๆ กับทีเ่ ราเรียกวา “การนับถือศาสนา” หรือ “ความเลือ่ มใสศรัทธาตอพระเจา” ซึง่ เปนทัง้ จุดเริม่ ตน (9:10; 15:33; โยบ 28:28; สดด 111:10; บสร 1:18-20) และเปนจุดยอด (บสร 1;18; 19:20; 25:10-11; 40:26-27) ของปรีชาญาณที่ เกีย่ วของโดยตรงกับศาสนา สงเสริมใหมคี วามสัมพันธเปนสวนตัวกับพระเจาทีท่ รงกระทำพันธ สัญญากับมนุษย ในความสัมพันธเชนนี้ ความยำเกรงและความรัก ความเชือ่ ฟงและความไว วางใจ นับไดวา เปนสิง่ เดียวกัน - ดู สดด 25:12-14; 112:1; 128:1; ปญจ 12:13; บสร 1:2728; 2:7-9,15-18 ฯลฯ

22:17 ปญจ 9:17

9:10;15:33 โยบ 28:28 สดด 111:10 บสร 1:14


สภษ 1:8-16

I. อารัมภบท

คำยกยองชมเชยปรีชาญาณ ผมู ปี รีชาสอนใหหลีกเลีย่ งเพือ่ นไมดี 8 ลูกเอย จงฟงคำตักเตือนของพอ อยาดูหมิ่นคำสั่งสอนจากแมของลูก 9 เพราะคำสอนเหลานีเ้ ปนเหมือนมงกุฎประดับศีรษะ เปนสรอยประดับคอของลูก 10 ลูกเอย ถาคนบาปชักชวนลูกใหทำผิด ก็อยาทำตามเขา 11 ถาเขาพูดวา “มากับพวกเราเถิด เราจงคอยหลัง่ เลือด เราจงซุมดักทำรายผูบริสุทธิ์เลนกันเถิด 12 เราจงกลืนเขาทัง้ เปนอยางแดนผตู าย กลืนเขาทั้งตัวอยางคนที่ลงไปในขุมลึก 13 เราจะพบของประเสริฐทุกอยาง เราจะนำของทีร่ ิบไดมาไวในบานของเราใหเต็ม 14 จงมาจับฉลากรวมกับเราเถิด เราจะมีถุงเงินถุงเดียวกัน” 15 ลูกเอย อยาไปเดินในหนทางเดียวกับเขาเลย จงยับยั้งเทาของลูกใหหางจากวิถีทางของเขา 16 เพราะเทาของเขากำลังวิง่ ไปสคู วามชัว่ ราย เขารีบเรงไปหลั่งเลือดb

=6:20 4:9 3:22 บสร 6:24,29 สดด 1:1 สดด 10:8 บสร 11:32 กดว 16:33f

6:18 =อสย 59:7

เราไมพบขอ 16 นีใ้ นตนฉบับคัดลอกภาษากรีกฉบับทีด่ ที สี่ ดุ - นักวิชาการสวนมากคิดวาขอ นีผ้ คู ดั ลอกไดเสริมเขามาจาก อสย 59:7 b

2


สภษ 1:17-24

การขึงตาขายไวใหนกเห็นยอมไรประโยชนc 18 แตคนเหลานี้คอยหลั่งเลือดของตน เขาซุมดักชีวิตของตนเอง 19 ชะตากรรมของผูที่คิดแตจะปลนผูอื่นก็เปนเชนนี้ การปลนยอมคราชีวิตของผูปลนนั้นเอง 17

ปรีชาญาณพูดเตือนผูเบาปญญา 20 ปรีชาญาณรองตะโกนอยูที่ถนนd เปลงเสียงดังeที่ลานสาธารณะ 21 รองเรียกจากยอดกำแพงเมืองf ตะโกนสอนอยทู ี่ประตูเมืองวา 22 “คนขาดสติเอย ทานจะรักความไมเดียงสาไปอีกนานสักเทาใด คนเยยหยันผูอื่นจะยินดีเยยหยันผูอื่นไปอีกนานเทาใด คนโงจะเกลียดความรูไปอีกนานเทาใด 23 จงหันมาสนใจคำตักเตือนของดิฉันเถิด ดูซิ ดิฉนั จะถายทอดความคิดของดิฉนั ใหทา น ดิฉันจะบอกใหทานรูถอยคำของดิฉัน 24 เพราะดิฉนั เรียกทานแลว แตทา นปฏิเสธไมยอมฟง “การขึงตาขายไวใหนกเห็นยอมไรประโยชน” - ความหมายของขอนีเ้ ขาใจไดไมยาก - นกยอม ไมเขามาติดตาขายทีน่ ายพรานวางไว ถามันแลเห็นตาขายนัน้ - ดังนัน้ เยาวชนจึงรับคำเตือน วาอันตรายทีเ่ ปนเสมือนหลุมพรางของชีวติ อยทู ใี่ ด เขาจะไดหลีกเลีย่ งอันตรายนัน้ d “อยทู ถี่ นน” - แปลตามตนฉบับภาษากรีก - ตนฉบับภาษาฮีบรูวา “ขางนอก” e “เปลงเสียงดัง” เชนเดียวกับบรรดาประกาศก - ดู ยรม 5:1; 7:2 - ปรีชาญาณซึง่ มีลกั ษณะ เปนเสมือน “สตรี” คนหนึง่ (ดู 8:22 เชิงอรรถ f) เดินไปตามถนนในเมือง รอพบชาวเมืองเพือ่ สอนทุกคนใหเลิกเปนคนเบาปญญาทีร่ สู กึ ผิด ๆ วาตนปลอดภัย - ดู อมส 6:1; 9:10; 11; ศฟย 1:12 f “จากยอดกำแพงเมือง” - แปลตามตนฉบับภาษากรีก - ตนฉบับภาษาฮีบรูไมชดั เจน c

3

15:27

8:1-3;9:3 บสร 24 ยน 7:37

สดด 94:8

สดด 107:11


สภษ 1:25-2:1 อสย 65:2,12; 66:4 ยรม 7:13 ฉธบ 28:63 ยรม 23:19

ยรม 11:11+ ฮชย 5:6+ ยน 7:34

ยรม 6:19

8:36 ยรม 5:12-13 อมส 6:1

ดิฉนั กวักมือเรียกทานแลว แตไมมผี ใู ดสนใจ 25 ทานไมยอมรับรคู ำแนะนำ และไมยอมฟงคำตักเตือนของดิฉันเลย 26 ดิฉันก็จะหัวเราะเยาะเยยเคราะหรายของทานเชนเดียวกัน จะเยยหยันเมื่อทานตองเผชิญความหวาดกลัว 27 เมื่อความหวาดกลัวโถมใสทานเหมือนพายุ เมื่อเคราะหรายมาถึงอยางลมบาหมู เมื่อความทุกขและความกังวลใจมาจูโจมทาน 28 เวลานัน้ เขาทัง้ หลายจะเรียก แตดฉิ นั จะไมตอบ เขาจะแสวงหา แตจะไมพบดิฉนั 29 เพราะเขาเกลียดความรู และไมเลือกความยำเกรงพระยาหเวห 30 เขาไมยอมรับคำแนะนำของดิฉัน กลับดูหมิ่นคำตักเตือนทั้งหมด 31 เขาจะกินผลความประพฤติของตน จะอิ่มดวยกลอุบายของตนเอง 32 การหลงทางของคนขาดสติจะฆาเขา ความพึงพอใจของคนโงจะทำลายเขา 33 แตผูฟงดิฉันจะมีชีวิตอยูอยางปลอดภัย เขาจะอยอู ยางสงบสุข ไมตอ งกลัวความชัว่ รายใด ๆ” ปรีชาญาณปกปองใหพน เพือ่ นไมดี 2 1ลูกเอย ถาลูกยอมรับถอยคำของพอa 2 a ปรีชาญาณยอมมาจากพระเจาทัง้ สิน้ (ขอ 6) แตผรู บั ปรีชาญาณตองมีคณ ุ สมบัตทิ เี่ หมาะ สมดวย คือมีจติ ใจทีแ่ สวงหาความรู (ขอ 3-4) และมีความพรอมทีจ่ ะเรียนรจู ากคำสอนของผู อาวุโส (ขอ 1-2 ฯลฯ) 4


สภษ 2:2-14

และรักษาบทบัญญัติของพอเปนทรัพยสมบัติไวกับตน 2 เงี่ยหูรับฟงปรีชาญาณ และเอียงใจแสวงหาความเขาใจ 3 ถูกแลว ถาลูกเรียกหาความรู และเปลงเสียงหาความเขาใจ 4 ถาลูกแสวงหาปรีชาญาณเหมือนหาเงิน และเสาะหาปรีชาญาณเหมือนขุดหาขุมทรัพยที่ซอนอยู 5 ลูกก็จะเขาใจความยำเกรงพระยาหเว��� และจะพบความรจู ักพระเจา 6 เพราะพระยาหเวหประทานปรีชาญาณ ความรูและความเขาใจออกมาจากพระโอษฐ 7 พระองคทรงสงวนคำแนะนำไวสำหรับคนเที่ยงตรง ทรงเปนโลแกผูดำเนินชีวิตไรตำหนิ 8 ทรงปกปองผูเดินตามความยุติธรรม ทรงรักษาหนทางของผูจงรักภักดีตอพระองค 9 แลวลูกจะเขาใจความชอบธรรม ความยุตธิ รรม และความซือ่ ตรง ซึง่ เปนหนทางนำไปสคู วามสุข 10 เพราะปรีชาญาณจะเขามาในใจของลูก และความรูจะทำใหจิตใจของลูกมีความยินดี 11 ความคิดรอบคอบจะเฝาดูแลลูก ความเขาใจจะคอยระวังลูกไว 12 เพื่อชวยลูกใหพนจากหนทางของคนชั่วราย พนจากคนที่พูดตลบตะแลง 13 พนจากผูที่ละทิ้งวิถีทางของคนเที่ยงตรง เพื่อเดินตามหนทางแหงความมืด 14 คือผูที่ยินดีในการทำความชั่ว 5

3:14;8:19; 16:16 มธ 13:44-46

โยบ 32:8 ปชญ 9:10 บสร 1:1

10:23


สภษ 2:15-22

ชื่นชมในแผนการตลบตะแลงและชั่วราย 15 ที่วิถีชีวติ ของเขาคดเคี้ยว มีความประพฤติไมซื่อตรง 16 ลูกจะไดรอดพนจากหญิงมีชbู จากหญิงแปลกหนาทีพ่ ูดจาพะเนาพะนอ 17 เธอละทิ้งคูชีวิตที่อยูดวยกันตั้งแตวัยสาว และลืมพันธสัญญากับพระเจาของตน 18 บานของเธอนำไปสูความตาย วิถีทางของเธอนำไปสูแดนผูตาย 19 ผูที่ไปหาเธอจะไมกลับมาอีก เขาจะไปไมถึงหนทางของผูมีชีวิตอีกเลย 20 เพราะฉะนัน้ ลูกจะตองเดินในหนทางของคนดี และรักษาวิถีทางของผูชอบธรรม 21 เพราะคนซือ่ ตรงจะอาศัยอยใู นแผนดิน และผูไรมลทินจะดำรงอยูที่นั่น 22 แตคนชั่วรายจะถูกตัดออกไปจากแผนดิน คนทรยศจะถูกถอนรากออกไป

5:2-20; 6:24-7:27 บสร 9:9 อพย 20:14

สดด 37:9,29 มธ 5:4 10:30

“หญิงมีช”ู คือ “ภรรยาของผอู นื่ ” - ภาคตนของหนังสือสุภาษิต (บทที่ 1-9) เปนเนือ้ หาสุด ทายทีถ่ กู รวบรวมไวในหนังสือ มักจะเตือนบอย ๆ ใหละเวนการมีชหู รือผิดประเวณี (2:16-19; 5:2-23; 6:24 - 7:27) - พระคัมภีรก ลาวถึงการมีชวู า เปนเรือ่ งเดียวกันกับการละทิง้ พันธสัญญา ตอพระเจา 2:17 - ดู 5:15 เชิงอรรถ b ดวย - ความผิดประการนีน้ ำไปสแู ดนผตู าย (2:18; 5:5,6; 7:26-27) - ในขอความตาง ๆ เหลานี้ มีเพียงครัง้ เดียวทีเ่ ทาความถึงการขายตัวเปน โสเภณี (6:26) ซึง่ สุภาษิตโบราณกลาววาเปนการผิดประเวณีดว ย - ดู 23:27; 31:3 - เทียบ 29:3 - เพราะความสัมพันธกบั โสเภณีทำใหกษัตริยป ระพฤติผดิ และทำใหนกั รบหมดกำลัง b

6


สภษ 3:1-10

คำแนะนำเพื่อไดรับปรีชาญาณ 3 1ลูกเอย อยาลืมคำสอนของพอ จงรักษาบทบัญญัติของพอไวในใจ 2 เพราะคำสอนและบทบัญญัติเหลานี้จะทำใหชีวิตของลูกยืนยาว และลูกจะมีความสุข 3 อยาใหความรักมั่นคงและความซื่อสัตยทอดทิ้งลูก จงผูกไวที่คอของลูก จงเขียนไวบนแผนจารึกในใจของลูก 4 แลวลูกจะไดรับความโปรดปรานและความสำเร็จ เฉพาะพระพักตรพระเจาและตอหนามนุษย 5 จงวางใจในพระยาหเวหสุดจิตใจ อยาเชื่อมั่นเพียงความรอบรูของตน 6 จงระลึกถึงพระองคในทุกทางของลูก และพระองคจะทรงทำใหทางเดินของลูกราบรื่น 7 อยาคิดวาตนมีปรีชา จงยำเกรงพระยาหเวห และหันเหจากความชัว่ ราย 8 ถาลูกทำเชนนี้ รางกายaของลูกจะมีสขุ ภาพดี กระดูกของลูกจะแข็งแรง จงใชทรัพยสินและผลิตผลแรกที่เก็บเกี่ยวไดของลูก มาถวายพระเกียรติแดพระยาหเวห 10 แลวยุงฉางของลูกจะมีขาวbเต็ม 9

ฉธบ 8:1;30:16 4:10;9:11 ฉธบ 4:40;8:3 นหม 9:29 บสร 1:20 =6:21;=7:3 ฉธบ 6:6-9 สดด 37:5 ลก 2:52 รม 12:17 28:26 16:3 บสร 2:6 สดด 34:9,14 รม 12:16

อพย 23:19 บสร 7:31 มลค 3:10-12 ฉธบ 26:1a 3 a “รางกาย” - แปลตามสำนวนแปลโบราณตาง ๆ - เทียบ 4:22 - ตนฉบับภาษาฮีบรูวา ฉธบ 28:8

“สะดือ” b “มีขา วเต็ม” - แปลตามตนฉบับภาษากรีก - ตนฉบับภาษาฮีบรูไมมคี ำวา “ขาว” บอกแต เพียงวา “เต็มจนลน” - การถวายผลิตผลแรก (ฉธบ 26:1 เชิงอรรถ a) เปนพิธกี รรมประการ เดียวทีห่ นังสือสุภาษิตกลาวถึงโดยเจาะจง - แตกลาวถึงการอธิษฐานภาวนาอยบู อ ย ๆ 7


สภษ 3:11-20 สดด 4:7 โยบ 5:17 ฮบ 12:5-6 ฉธบ 8:5 วว 3:19

2:4+ 8:11

บสร 4:12 สดด 8:18

11:30 ปฐก 2:9;3:22 วว 2:7 8:22-31

และถังเก็บเหลาของลูกจะมีเหลาองุนเต็มจนลน 11 ลูกเอย อยาดูหมิน่ พระดำรัสสอนของพระยาหเวห อยาเบื่อหนายพระดำรัสตักเตือนของพระองค 12 เพราะพระยาหเวหทรงตักเตือนผูที่ทรงรักใหแกไขความประพฤติ เหมือนบิดาตักเตือนบุตรที่เขารัก ปรีชาญาณนำความยินดีมาให 13 มนุษยทพี่ บปรีชาญาณ และคนทีไ่ ดรบั ความเขาใจ ยอมเปนสุข 14 เพราะการไดปรีชาญาณมายอมดีกวาการไดเงิน เปนกำไรมากกวาการมีทองคำ 15 ปรีชาญาณประเสริฐกวาไขมุก แมสิ่งที่ลูกปรารถนามากที่สุด ก็เทียบกับปรีชาญาณไมได 16 ชีวิตยืนยาวอยูในมือขวาของปรีชาญาณ ความมั่งคั่งและเกียรติยศอยูในมือซาย 17 หนทางของปรีชาญาณนำไปสูความยินดี วิถีทางทั้งหมดของปรีชาญาณนำไปสูสันติสุข 18 ปรีชาญาณเปนตนไมใหชีวิตแกผูที่ควาไวได ผูที่ยึดปรีชาญาณไวแนนยอมเปนสุข พระยาหเวหทรงวางฐานแผนดินดวยปรีชาญาณ ทรงจัดวางทองฟาดวยความเขาใจ 20 ความรูของพระองคเปดขุมลึก ทำใหเมฆหยาดน้ำคางลงมา 19

8


สภษ 3:21-30

ลูกเอย จงรักษาคำแนะนำและความรจู กั คิดเอาไว อยาใหทั้งสองสิ่งนี้คลาดสายตาของลูกไปเลย 22 คำแนะนำและความรูจักคิดจะเปนชีวิตแกลูก เปนความงามประดับคอของลูก 23 แลวลูกจะเดินตามทางอยางปลอดภัย เทาของลูกจะไมสะดุด 24 ถาลูกนอน ลูกจะไมมีความกลัว เมือ่ ลูกนอน ก็จะหลับอยางเปนสุข 25 อยากลัวเมื่อความตกใจมาถึงโดยฉับพลัน หรือกลัวหายนะจากคนชั่วราย 26 เพราะพระยาหเวหจะทรงใหความมั่นใจแกลูก จะทรงรักษาเทาของลูกใหพนจากบวงแรว 21

ถาลูกมีอำนาจจะทำได อยาปฏิเสธความดีแกผูที่ตองการ 28 ถาลูกมีสิ่งของที่เพื่อนบานcขอ อยาพูดกับเขาวา “กลับไปกอนเถิด พรงุ นีก้ ลับมาแลวฉันจะให” 29 อยาคิดแผนรายตอเพือ่ นบาน ที่อยูใกลลูกและไววางใจลูก 30 อยาทะเลาะวิวาทกับผใู ดอยางไรเหตุผล ถาเขาไมไดทำรายลูก 27

“เพือ่ นบาน” แตเดิมหมายถึงเพือ่ นหรือมิตรสหาย นัน่ คือบุคคลทีเ่ รามีความสัมพันธดว ยเปน พิเศษ แตใน สภษ คำนีม้ คี วามหมายกวางกวา คือหมายถึง “เพือ่ นมนุษย” ทุกคน - ดู 6:1,3,29; 25:9; 27:17 - จึงนับเปนกาวแรกของการขยายความกฎบัญญัตเิ รือ่ งความรัก - ลนต 19:18 - ซึง่ จะบรรลุถงึ รูปแบบสุดทายในพระบัญชาของพระเยซูเจาทีท่ รงสัง่ ใหเรารักแมกระทัง่ “ศัตรู” ดวย - มธ 5:43ฯ c

9

4:21 1:9 4:12;6:22 สดด 91:12 สดด 3:6 สดด 91:5 โยบ 5:19-27

บสร 4:3 มธ 7:12 มธ 5:43-48 ลก 10:25-37


สภษ 3:31-4:4

อยาอิจฉาคนที่ใชความรุนแรงd อยาเลียนแบบความประพฤติของเขาเลย 32 เพราะพระยาหเวหทรงรังเกียจคนตลบตะแลง มิตรภาพของพระองคอยูกับคนซื่อตรง 33 คำสาปแชงของพระยาหเวหอยูเหนือบานของคนชั่วราย พระองคทรงอวยพระพรทีอ่ าศัยของผชู อบธรรม 34 พระองคทรงเยยหยันคนที่เยยหยันผูอื่น แตทรงพระกรุณาผูถอมตน 35 ผูมีปรีชาจะไดเกียรติยศเปนมรดก คนโงจะไดรับeความอัปยศ 31

23:17 สดด 37:1 บสร 11:21

บสร 3:18,20 ยก 4:6 1 ปต 5:5

การเลือกปรีชาญาณ 4 1ลูกทัง้ หลายเอย จงฟงคำสัง่ สอนของพอ จงตั้งใจเพื่อจะเรียนรูความเขาใจ 2 เพราะพอใหคำสอนที่ดีแกลูก อยาทอดทิง้ คำสอนของพอ 3 พอเคยเปนลูกของบิดา เคยเปนแกวตาสุดที่รักของมารดา 4 บิดาสอนพอ พูดวา “ใจของลูกจงยึดคำสอนของพอไว จงรักษาบทบัญญัตขิ องพอ แลวลูกจะมีชวี ติ

=7:2;8:35

การทีค่ นซึง่ ไมเคารพนับถือพระเจา (“ใชความรุนแรง” - “ตลบตะแลง” - “ชัว่ ราย” - “ชอบ เยยหยันผอู นื่ ” - “โงเขลา” - คำตาง ๆ เหลานีใ้ ชกบั ผทู เี่ ปนอริกบั พระยาหเวห) ดูเหมือนจะมี ความเจริญรงุ เรืองเปนสภาพการณทคี่ กุ คามความซือ่ สัตยของชาวอิสราเอลตอพระยาหเวหอยู เสมอ - ดู 24:1,19; สดด 73 - และในสมัยตอมาจะเปนปญหาสำคัญทางเทววิทยาดวย (โยบ 21:7; ยรม 12:1 ฯลฯ e “ไดรบั (เปนมรดก)” - แปลโดยคาดคะเน - ตนฉบับภาษาฮีบรูวา “ยกขึน้ ” d

10


สภษ 4:5-15

จงแสวงหาทั้งปรีชาญาณและความเขาใจใหได อยาลืมและอยาหันเหไปจากคำทีพ่ อ พูด 6 อยาทอดทิง้ ปรีชาญาณ แลวปรีชาญาณจะรักษาลูกไว จงรักปรีชาญาณ แลวปรีชาญาณจะเฝาดูแลลูก 7 จุดเริ่มตนของปรีชาญาณคือจงแสวงหาปรีชาญาณaใหได แมลกู จะตองจายทุกสิง่ ทีล่ กู มี ก็จงแสวงหาความเขาใจใหได 8 จงยกยองbปรีชาญาณ แลวปรีชาญาณจะยกลูกใหสงู ขึน้ ถาลูกสวมกอดปรีชาญาณไว ปรีชาญาณจะใหเกียรติแกลกู 9 ปรีชาญาณจะวางพวงมาลัยบนศีรษะของลูก จะสวมมงกุฎงดงามใหลูก 5

ลูกเอย จงฟงและยอมรับถอยคำของพอ เพื่อชีวิตของลูกจะยืนยาว 11 พอไดสอนลูกใหรูหนทางของปรีชาญาณ ไดนำลูกใหเดินในหนทางของความซื่อตรง 12 เมือ่ ลูกเดิน ยางกาวของลูกจะไมถกู ขัดขวาง ถาลูกวิง่ ลูกจะไมสะดุด 13 จงยึดคำสัง่ สอนใหมนั่ ไว และอยาปลอยปรีชาญาณ จงปฏิบตั ติ าม และปรีชาญาณจะเปนชีวติ ของลูก 14 อยาเขาไปในวิถีทางของคนชั่วราย อยาเดินในหนทางของคนอธรรม 15 จงหลีกเลีย่ ง อยาเดินตามทางนัน้ 10

4 a การจะมีปรีชาญาณได กอนอืน่ หมดเราตองรสู ำนึกวาปรีชาญาณมีความสำคัญยิง่ และ ตองยอมสละทุกสิ่งเพื่อจะไดปรีชาญาณมา b “ยกยอง” - แปลโดยคาดคะเน - คำนีใ้ นภาษากรีกยังอาจแปลไดวา “ลอมรัว้ ” “ปกปอง” อีกดวย 11

มธ 13:44-46

1:9 ปชญ 5:16 3:1-2

สดด 23:3 3:23+


สภษ 4:16-27

จงอยหู า ง ๆ และเดินผานไป 16 คนชัว่ รายนอนไมหลับ ถาไมไดทำความผิด ถาเขาไมไดทำใหผใู ดสะดุดลม เขาก็หลับไมได 17 ความชั่วรายเปนอาหารของเขา การใชความรุนแรงเปนเหลาองุนที่เขาดื่ม สดด 1:1a ยน 8:12b

3:21

ฉธบ 5:32;28:14

แตวิถีทางของผูชอบธรรมเปนเหมือนแสงอรุณ ซึง่ สองสวางสุกใสยิง่ ๆ ขึน้ จนถึงเวลาเทีย่ งวัน 19 หนทางของคนชั่วรายเปนเหมือนความมืดทึบ เขาไมรูวาเขาจะสะดุดอะไร 18

ลูกเอย จงตัง้ ใจฟงถอยคำของพอ จงเงี่ยหูฟงคำพูดของพอ 21 อยาใหถอยคำเหลานี้คลาดสายตาของลูก จงรักษาไวในใจของลูก 22 เพราะถอยคำเหลานีเ้ ปนชีวติ แกผทู พี่ บ เปนยารักษาทุกคนใหมีสุขภาพดี 23 จงเอาใจใสรักษาใจของลูกไว เพราะบอเกิดของชีวิตอยทู ี่ใจ 24 จงขจัดคำพูดที่ไมตรงใหหางจากลูก จงละทิ้งวาจาตลบตะแลงใหไกลจากลูก 25 ตาของลูกจงมองตรงไป สายตาของลูกจงจองตรงไปขางหนา 26 จงระวังเทาของลูกเมื่อกาวเดิน แลวทางทั้งหลายของลูกจะมั่นคง 27 อยาหันเหไปทางขวาหรือทางซาย จงรักษาเทาของลูกใหอยูหางจากความชั่ว 20

12


สภษ 5:1-11

คำตักเตือนใหหลีกเลีย่ งหญิงมีชู 5 1ลูกเอย จงเอาใจใสตอ ปรีชาญาณของพอ จงเงี่ยหูฟงความเขาใจของพอเถิด 2 ลูกจะไดรักษาความรูจักคิด และพูดจาแสดงความรูa 3 ปากของหญิงมีชูพูดหวานปานน้ำผึ้ง ปากของนางพูดพะเนาพะนอ ลืน่ ยิง่ กวาน้ำมัน 4 แตในทีส่ ดุ นางจะขมเหมือนบอระเพ็ด และคมเหมือนดาบสองคม 5 เทาของนางกาวลงไปสูความตาย ยางกาวของนางนำไปสูแดนผูตาย 6 แทนที่นางจะเดินตามวิถีทางแหงชีวิต ทางของนางคดเคีย้ ว และนางก็ไมรวู า กำลังไปไหน ลูกทัง้ หลายเอย บัดนีจ้ งฟงพอเถิด อยาหันเหไปจากถอยคำทีพ่ อพูด 8 จงรักษาหนทางของลูกไวใหไกลจากนาง อยาเขาไปใกลประตูบานของนาง 9 ลูกจะไดไมตองเสียเกียรติแกผูอื่น และเสียชีวิตแกคนไรเมตตา 10 คนแปลกหนาจะไดไมกินทรัพยสินของลูกจนอิ่ม และแรงงานของลูกจะไดไมตกไปอยูในบานของคนตางดาว 11 ในบัน้ ปลายของชีวติ ลูกจะไดไมตอ งคร่ำครวญ เมื่อเนื้อและกายของลูกจะหมดกำลัง

2:16b

ปญจ 7:26 7:27 กดว 16:33f

7

5 a ตนฉบับภาษากรีกเพิม่ ขอความอีกบรรทัดหนึง่ ทีน่ วี่ า “อยาไปสนใจตอหญิงประพฤติชวั่ ” - ซึง่ ไมมใี นตนฉบับภาษาฮีบรู 13

29:3


สภษ 5:12-19

พูดวา “ทำไมฉันจึงไดเกลียดคำสัง่ สอน ทำไมจิตใจของฉันจึงดูหมิ่นคำตักเตือนใหปรับปรุงความประพฤติ 13 ทำไมฉันจึงไมเคยฟงเสียงของครู ไมเงี่ยหูฟงผูสั่งสอน 14 ฉันเกือบจะตองเผชิญกับเคราะหรายทุกอยาง ในหมูประชาชนที่มาชุมนุมกัน” 12

บสร 1:30

จงดื่มน้ำจากบอเก็บน้ำของลูก ดื่มน้ำที่ไหลมาจากพุน้ำของลูกb 16 อยาใหพุน้ำของลูกไหลออกไปขางนอก อยาใหธารน้ำนัน้ ไหลไปทีล่ านสาธารณะ 17 จงใหน้ำนี้เปนของลูกแตเพียงผูเดียว ไมใชเปนของคนแปลกหนารวมกับลูก 18 จงใหพุน้ำของลูกไดรับพระพร 15

31:10ฯ

จงยินดีอยูกับภรรยาที่ลูกไดมาตั้งแตวัยหนุม 19 จงใหนางเปนเหมือนกวางนารัก เหมือนเลียงผาทีง่ ามสงา

ปญจ 2:9;9

“พุน้ำ” ทีก่ ลาวถึงนีเ้ ปนการเปรียบเทียบ หมายถึง “ภรรยา” ทีอ่ ยดู ว ยกันอยางถูกตอง การ กลาวประณามการผิดประเวณีเปนชู (2:16 เชิงอรรถ b) ทีต่ รงนีจ้ ะไดรบั การเสริมโดยการชมเชย ความซือ่ สัตยของสามีภรรยาและชมเชยภรรยาทีถ่ กู ตอง - ขอ 15-18ก และ 18ข-19 - เรา ยังพบขอความชมเชยภรรยาทีด่ วี า เปนของขวัญทีพ่ ระเจาประทานให และเปนความบรรเทาใจ ของสามี - ดู 18:22; 19:14 (ตรงกันขาม ดู 11:22; 19:13; 21:9,19; 25:24; 27:15; 31:3) และโดยเฉพาะการยกยองชมเชยภรรยาทีด่ เี ลิศในบทสุดทายของหนังสือ (31:10-31) - บาง ทีทตี่ รงนีด้ ว ย (เชนเดียวกับใน 31:10-31) เบือ้ งหลังภาพของภรรยาทีด่ พี รอม เราควรจะเห็น ภาพที่เปนสัญลักษณของปรีชาญาณซึ่งถูกกลาวถึงเหมือนกับเปนสตรีคนหนึ่ง ในบริบทของ คำสอนในบทที่ 1 - 9 การผิดประเวณีและความซือ่ สัตยของสามีภรรยา อาจหมายถึงการละทิง้ ความเชือ่ ตอพระยาหเวหและความซือ่ สัตยตอ พระองคและตอธรรมบัญญัติ ซึง่ เปนบอเกิดของ ปรีชาญาณ ตามวิธพี ดู ของบรรดาประกาศก (ดู ฮชย 1:2 เชิงอรรถ b) b

14


สภษ 5:20-6:4

จงใหอกของนางเปนที่พอใจลูกอยูทุกเวลา จงดื่มด่ำอยูกับความรักของนางเสมอ 20 ลูกเอย ทำไมลูกจึงหลงใหลไปกับหญิงมีชู ทำไมลูกจึงไปโอบกอดหญิงแปลกหนา 21 เพราะพระยาหเวหทอดพระเนตรเห็นวิถีทางของมนุษย ทรงเห็นทางเดินทั้งหมดของเขา 22 คนชั่วรายถูกความชั่วของตนเปนกับดัก บาปเปนบวงแรวมัดเขาไว 23 เขาจะตายเพราะขาดระเบียบในชีวติ เขาจะหลงทางเพราะความโงเขลาอยางยิ่งของตนc การค้ำประกันโดยไมยงั้ คิดa 6 1ลูกเอย ถาลูกเปนผคู ้ำประกันเพือ่ นบาน ทำสัญญาแทนเขากับคนแปลกหนา 2 ถาลูกรับปากผูกมัดตนเอง และติดกับดักเพราะคำพูดของตน 3 ลูกเอย จงทำเชนนีแ้ ละชวยตนเองใหหลุดพน เพราะลูกตกอยูในกำมือของเพื่อนบานแลว จงถอมตนวอนขอเพื่อนบานเถิด 4 อยาใหดวงตาของลูกหลับลง อยาใหหนังตาของลูกพักผอน คำตักเตือนสีเ่ รือ่ งตอไปนี้ (6:1-5,6-11,12-15,16-19) เขามาแทรกถอยคำของผมู ปี รีชา ซึง่ จะดำเนินตอไปใน 6:20 c

6 a การค้ำประกันใหผอู นื่ เปนธรรมเนียมปฏิบตั กิ นั ในอิสราเอลตัง้ แตสมัยโบราณ สุภาษิตเกา ๆ หลายขอมีคำเตือนอยาใหฉวยโอกาสจากธรรมเนียมปฏิบตั นิ ี้ - แมวา ในสมัยหลัง บสร จะสง เสริมวาเปนกิจการแสดงความเมตตากรุณาตอพี่นองก็ตาม 15

11:15;17:18; 20:16;22:2627;=27:13 บสร 29:14-20


สภษ 6:5-11

จงชวยตนเองใหหลุดพนกับดักเหมือนละมั่งที่หลุดจากบวงแรวb เหมือนนกที่หลุดจากมือของนายพราน 5

คนเกียจครานและตัวอยางของมด 6 คนเกียจครานเอย จงไปดูมดเถิด จงพิจารณาดูวถิ ชี วี ติ ของมด แลวทานจะมีปรีชาc 7 มดไมมีหัวหนา ไมมีผูควบคุมหรือผูปกครอง 8 แตในฤดูรอนมันก็เตรียมอาหารไว ในฤดูเก็บเกี่ยวdมันก็สะสมเสบียง 9 คนเกียจครานเอย ทานจะนอนอีกนานเทาใด เมื่อใดทานจะตื่นขึ้นจากหลับ 10 หลับบาง เคลิม้ บาง กอดอกบางเพือ่ พักผอน 11 แลวความยากจนจะมาถึงทานอยางคนจรจัด ความขัดสนจะมาถึงทานอยางคนขอทานe

20:4,13;22:13; 24:30-34; 30:24-25

=24:33-34

“จากบวงแรว” - แปลตามตนฉบับภาษากรีก - ตนฉบับภาษาฮีบรูวา “จากมือ” (ทัง้ สอง บรรทัด) c ความรเู กีย่ วกับธรรมชาติเปนขุมทรัพยทางปญญาสวนหนึง่ ของผมู ปี รีชา - ดู 30:24-31; 1 พกษ 5:13 ฯลฯ d ตนฉบับภาษากรีกเสริมอีกวา “จงไปดูผงึ้ เถิด แลวทานจะเห็นวามันขยันอยางไร และทำงาน ไดนาชมเพียงใด ทัง้ บรรดากษัตริยและประชาชนธรรมดาใชผลิตผลของผึง้ เพือ่ บำรุงสุขภาพ ทุกคนแสวงหาและใหเกียรติแกผงึ้ ผึง้ อาจมีกำลังไมมาก แตกไ็ ดรับความเคารพ เพราะผึง้ ให เกียรติแกปรีชาญาณ” e “อยางคนขอทาน” - แปลโดยคาดคะเน - ตนฉบับภาษาฮีบรูวา “อยางคนถือโล(เปนอาวุธ)” แตถา อานคำนีโ้ ดยเปลีย่ นสระก็อาจแปลไดวา “อยางคนทีข่ อคาทิป” หรือ “อยางคนขอทาน” ซึง่ การแปลเชนนี้เขากับบริบทไดมากกวา b

16


สภษ 6:12-21

คนอันธพาล 12 คนอันธพาลเปนคนชั่วราย เที่ยวพูดตลบตะแลงทั่วไป 13 เขาขยิบตา ขยับเทา ชี้นิ้วเพื่อหลอกลวง 14 เขาวางแผนชั่วรายในใจ ยุแหยใหเกิดการทะเลาะวิวาทอยูตลอดเวลา 15 เพราะฉะนัน้ หายนะจะมาถึงเขาอยางฉับพลัน เขาจะถูกทำลายทันทีโดยไมมีทางแกไข สิง่ ทีพ่ ระเจาทรงเกลียดชังf 16 พระยาหเวหทรงเกลียดหกสิ่ง ยิง่ กวานัน้ มีเจ็ดสิง่ ทีพ่ ระองคทรงรังเกียจ 17 คือดวงตายโส ลิน้ มุสา มือที่หลั่งเลือดของผูบริสุทธิ์ 18 ใจที่คิดแผนการชั่วราย เทาที่รีบวิ่งไปสูความชั่ว 19 พยานเท็จซึง่ หายใจเปนคำมุสา และผูยุแหยใหเกิดการทะเลาะวิวาทในหมูพี่นอง คำตักเตือนเพิม่ เติมใหหลีกเลีย่ งหญิงมีชู 20 ลูกเอย จงรักษาบทบัญญัตขิ องพอ อยาดูหมิ่นคำสั่งสอนจากแมของลูก 21 จงผูกสิ่งเหลานี้ไวในใจของลูกเสมอ จงแขวนไวที่คอของลูก f

ขอ 16-19 เปนสุภาษิตใชตวั เลข - ดู 30:15 เชิงอรรถ e 17

สดด 36:1-4

10:10 บสร 27:22

1:16

=1:8 =3:3


สภษ 6:22-31

เมือ่ ลูกเดิน บทบัญญัตแิ ละคำสัง่ สอนนีจ้ ะนำลูก เมือ่ ลูกนอน สิง่ เหลานีจ้ ะเฝาดูแลลูก เมือ่ ลูกตืน่ ขึน้ สิง่ เหลานีจ้ ะพูดกับลูก 23 เพราะบทบัญญัติเปนประทีปและคำสัง่ สอนเปนแสงสวาง คำตักเตือนใหมีระเบียบเปนหนทางแหงชีวิต 24 เพื่อรักษาลูกไวจากหญิงชั่ว จากการพูดพะเนาพะนอของหญิงแปลกหนา 25 ใจของลูกอยาปรารถนาความงามของนาง อยาใหนางใชสายตาจับตัวลูกไว 26 เพราะหญิงแพศยาพอใจกับขนมปงเพียงกอนเดียว แตหญิงมีชูวางกับดักชีวิตทั้งหมดของชายg 27 ผชู ายจะสุมไฟไวที่อก โดยไมใหเสื้อผาไหมไดหรือ 28 ใครจะเดินบนถานที่ลุกอยู โดยไมใหเทาถูกไฟลวกไดหรือ 29 ผทู เี่ ปนชกู บั ภรรยาของเพื่อนบานก็เปนเชนนี้ ไมมีผูใดที่แตะตองนางแลวจะไมถูกลงโทษ 30 ไมมีผูใดดูหมิ่นขโมย ถาเขาขโมยเพื่อตอบสนองความอยากกินเมื่อเขาหิว 31 แตถา เขาถูกจับ เขาจะตองคืนเจ็ดเทา เขาจะตองใหสิ่งของทั้งหมดที่อยูในบานh 22

3:23-24

สดด 119:105 10:17 2:16-19; 5:2-20 มธ 5:28

อพย 22:1-8

หญิงมีชเู ปนอันตรายมากกวาหญิงแพศยาหรือโสเภณี เพราะหญิงแพศยาพอใจในเงินคาบริการ ทีไ่ ดรบั แตหญิงชเู รียกรองเอาชีวติ ทัง้ หมดของชายทีเ่ ปนชดู ว ย h แมจะอางความหิวเปนขอแกตวั ได แตขโมยก็ยงั ตองชดใชคา เสียหายพรอมทัง้ ดอกเบีย้ - อพย 22:1-8 กำหนดใหชดใชเปนสองเทา แตทนี่ ี่ การชดใช “เจ็ดเทา” เปนจำนวนทีค่ ดิ ขึน้ มาเอง เพือ่ เนนวาการชดใชเปนเรือ่ งลำบากมาก ๆ g

18


สภษ 6:32-7:9

แตชายชูไมมีสามัญสำนึก ผกู ระทำเชนนีม้ ีแตทำลายตนเอง 33 เขาจะไดรับบาดแผลและความอัปยศ จะลางความอับอายขายหนาไมไดเลย 34 เพราะความหึงหวงทำใหสามีของนางโกรธจัด ในวันทีเ่ ขาแกแคน เขาจะไมมเี มตตาเลย 35 เขาจะไมยอมรับคาชดเชยใด ๆ ทานจะใหของกำนัลมากเพียงใด เขาก็จะไมหายโกรธ 32

7 1ลูกเอย จงรักษาถอยคำของพอ จงเก็บบทบัญญัติของพอไวเปนทรัพยสมบัติของลูก 2 จงรักษาบทบัญญัตขิ องพอ แลวลูกจะมีชวี ติ คำสั่งสอนของพอจงเปนเหมือนแกวตาของลูก 3 จงผูกสิ่งเหลานี้ไวที่นิ้วมือ จงเขียนไวบนแผนจารึกในใจของลูก 4 จงพูดกับปรีชาญาณวา “เธอเปนพีส่ าวของฉัน” จงเรียกความเขาใจวา “เพือ่ นสนิท” 5 เพื่อปรีชาญาณจะรักษาลูกไวจากหญิงมีชู และจากหญิงแปลกหนาทีพ่ ูดจาพะเนาพะนอ 6 ขณะทีพ่ อ อยทู หี่ นาตางบาน พอมองออกไปตามบานเกล็ด 7 ก็เห็นหนุมไรสามัญสำนึกคนหนึ่งอยูในหมูคนขาดสติ สังเกตเห็นเขาในหมูคนหนุม 8 เขาเดินตามถนนใกลทางแยกไปบานของนาง เดินตามถนนไปสูบานของนาง 9 ในเวลาโพลเพลเมือ่ ใกลค่ำ 19

27:4

4:4;8:35 ฉธบ 6:8 =3:3 6:20 =2:16b


สภษ 7:10-22 ปฐก 38:19

5:6 23:27-28 5:3

พซม 3:2ฯ

ในเวลาค่ำคืนและในความมืด 10 แลวพอก็เห็นหญิงคนหนึ่งมาพบเขา แตงตัวอยางหญิงแพศยา มีใจเจาเลห 11 นางจัดจานและหนาดาน เก็บเทาไวในบานไมได 12 ประเดีย๋ วอยใู นถนน ประเดีย๋ วอยทู ลี่ านเมือง คอยซุมอยูทุกมุม 13 นางจับตัวเขาไวและจูบเขา นางพูดกับเขาอยางหนาดานวา 14 “ดิฉันตองถวายศานติบูชา วันนี้ดิฉันแกบนแลว 15 ดิฉันจึงออกมาหาเธอ ดิฉนั เสาะหาเธอ และพบเธอแลว 16 ดิฉันใชผาคลุมประดับเตียง เปนผาปานหลายสีจากอียปิ ต 17 ดิฉนั ไดใชมดยอบ กฤษณาและอบเชย อบทีน่ อนใหหอมฟงุ 18 มาเถอะ ใหเรามาดืม่ ด่ำความรักตอกันจนรงุ เชา ใหเรารวมรักกันใหมีความสุข 19 เพราะสามีของดิฉันไมอยบู าน เขาเดินทางไปไกล 20 เขาเอาถุงเงินไปดวย เขาจะไมกลับมาจนถึงวันเพ็ญ” 21 นางพูดจาออนหวานหวานลอมเขา ใชคำพูดพะเนาพะนอทำใหเขาหลง 22 เขาจึงตามนางไปทันที 20


สภษ 7:23-8:3

เหมือนโคเพศผถู กู นำไปฆา เหมือนกวางติดบวงแรวa 23 จนลูกธนูปกเขาไปถึงตับ เหมือนนกพุงเขาไปติดบวงแรว โดยไมรูวามีอันตรายถึงชีวิต 24 ลูกเอย บัดนีจ้ งฟงพอเถิด จงตั้งใจฟงถอยคำจากปากของพอ 25 ใจของลูกอยาหันไปตามทางของนาง อยาหลงไปในทางเดินของนาง 26 เพราะนางทำใหหลายคนถูกแทงจนตาย ทุกคนที่ถูกฆานั้นยังเปนคนแข็งแรง 27 บานของนางเปนทางไปสแู ดนผตู าย ลงไปถึงที่พำนักของความตาย คำปราศรัยของปรีชาญาณa 8 1ปรีชาญาณรองเชิญใหฟง ความเขาใจเปลงเสียงเรียก 2 ปรีชาญาณยืนอยบู นทีส่ ูงตามถนน อยูตามสี่แยก 3 ขางประตูหนาเมือง 7 a “เหมือนกวางติดบวงแรว” - แปลโดยคาดคะเน - ตนฉบับภาษาฮีบรูวา “เหมือนขือ่ คาจอง จำคนโง” - สวนตนฉบับภาษากรีก ขอ 22ค อานวา “เหมือนสุนขั ถูกบวงรัด” และขอ 23ก อานวา “เหมือนกวางถูกลูกธนูยงิ ทีต่ บั ” 8 a บทที่ 8-9 เปนยอดคำสอนเกีย่ วกับปรีชาญาณในหนังสือสุภาษิต - ดู 8:22 เชิงอรรถ e คำสอนเรือ่ งนีจ้ ะพัฒนาขึน้ ในสมัยตอมาใน บสร 1:1-20; บทที่ 24; ปชญ บทที่ 6-9 (ดู โยบ บทที่ 28 ดวย) 21

ป���จ 7:26;9:12

1:20-33


สภษ 8:4-13

ทีป่ ากทางเขา ปรีชาญาณรองเสียงดังวาb 4 “ชายทัง้ หลายเอย ดิฉนั เรียกทาน เสียงเรียกของดิฉันมุงถึงมนุษยทุกคน 5 คนขาดสติเอย จงเรียนรใู หมไี หวพริบเถิด คนโงเอย จงหาความเขาใจเถิดc 6 จงฟงเถิด ดิฉนั จะพูดถึงเรือ่ งสำคัญ ริมฝปากของดิฉันจะกลาวถึงความถูกตอง 7 เพราะปากของดิฉันพูดความจริง ริมฝปากของดิฉันเกลียดความชั่ว 8 ถอยคำทั้งหลายจากปากของดิฉันนั้นถูกตอง ไมมีคำใดไมตรงหรือมุงราย 9 คำทั้งหลายของดิฉันตรงสำหรับผูที่เขาใจ ถูกตองสำหรับผูที่มีความรู 10 จงรับคำสั่งสอนของดิฉันแทนที่จะรับเงิน จงรับความรูแทนที่จะรับทองคำบริสุทธิ์ 11 เพราะปรีชาญาณมีคามากกวาไขมุก ไมมสี ิ่งใดนาปรารถนาเทากับปรีชาญาณ”

ยน 7:37

3:14;16:16 3:15 โยบ 28:15-19

ปรีชาญาณยกยองตนเอง แนะนำบรรดากษัตริย 12 “ดิฉนั คือปรีชาญาณ พำนักอยกู บั ความรอบคอบ ดิฉันพบความรูและความรูจักคิด 13 ความยำเกรงพระยาหเวหคือการเกลียดชังความชั่วราย ดิฉันเกลียดความเยอหยิ่งและความจองหอง

บสร 24

โยบ 28:28 บสร 15:8

“รองเสียงดัง” - คงจะเหมือนกับพอคาเรรอ งตะโกนกลาวถึงคุณภาพของสินคาทีต่ นนำมา เสนอขาย เพือ่ ดึงดูดความสนใจของผซู อื้ c “ความเขาใจ” - แปลตามตัวอักษรวา “เขาใจหัวใจ” b

22


สภษ 8:14-21

เกลียดความประพฤติชั่วรายและวาจาตลบตะแลง 14 ดิฉันมีคำแนะนำและสามัญสำนึก ดิฉันมีความเขาใจและมีพลัง 15 อาศัยดิฉนั บรรดากษัตริยท รงครองราชย และผูปกครองออกกฎหมายที่ยุติธรรม 16 อาศัยดิฉนั บรรดาเจานายปกครอง รวมทั้งบรรดาหัวหนาและผูพิพากษาของแผนดินd 17 ดิฉันรักผูที่รักดิฉัน ผูที่แสวงหาก็จะพบดิฉัน 18 ความร่ำรวยและเกียรติยศอยูกับดิฉัน รวมทั้งความมั่งคั่งถาวรและความรุงเรือง 19 ผลของดิฉนั ดีกวาทองคำ แมทองนพคุณดวย ผลกำไรของดิฉันดีกวาเงินบริสุทธิ์ 20 ดิฉันเดินในหนทางแหงความชอบธรรม ในวิถีทางแหงความยุติธรรม 21 เพื่อใหทรัพยสมบัติแกผูที่รักดิฉัน ทำใหคลังสมบัติของเขาเต็มเปยม”

“ผพู พิ ากษาของแผนดิน” - แปลตามตนฉบับภาษากรีก - ตนฉบับภาษาฮีบรูไมมคี ำวา “ของ แผนดิน” - บางคนเสนอแนะใหอา นขอ 17 กอนขอ 15 เพราะคิดวาเรียงลำดับความคิดได ดีกวา d

23

1พกษ 3:4-15 อสย 11:2-5 ยรม 23:5 บสร 10:4 ปชญ 6:12 มธ 7:7-11 ยน 14:21 3:16 บสร 1:16ฯ


สภษ 8:22

ปรีชาญาณรวมเนรมิตสรางจักรวาลกับพระเจาe

ยน 1:1-3;1a

ความคิดทีว่ า ปรีชาญาณมีบคุ ลิกเฉพาะของตนเปนบุคคลหนึง่ (ซึง่ ใน สภษ 14:1 เปนเพียง สำนวนพูดทางวรรณกรรม) ไดรบั การพัฒนาขึน้ ในสมัยหลังกลับจากการเนรเทศทีก่ รุงบาบิโลน ในเวลานั้นลัทธิพหุเทวนิยม (Polytheism) ไมเปนการคุกคามตอศาสนาเที่ยงแทที่เชื่อใน พระเจาเพียงพระองคเดียว (Monotheism) อีกตอไปแลว - โยบ บทที่ 28 และ บรค 3:9 4:4 กลาวถึงปรีชาญาณวาเปนสิ่งหนึ่งที่แตกตางจากพระเจาหรือมนุษย เปนสิ่งนาปรารถนา ในตัวเอง - สภษ 1:20-23; 3:16-19; และบทที่ 8-9 กลาวถึงปรีชาญาณเปนเสมือนบุคคล หนึง่ - ทีต่ รงนี้ ปรีชาญาณเองเปดเผยตนกำเนิดของตน (วาถูกสรางขึน้ กอนสิง่ สรางทัง้ มวล - ขอ 22-26) กลาววาตนมีบทบาทรวมกับพระเจาในการเนรมิตสราง (ขอ 27-30) และมีบทบาท ในการนำมนุษยมาพบพระเจา (ขอ 35-36) - คำสอนเรือ่ งนีจ้ ะไดรบั การพัฒนาตอไปในหนังสือ บุตรสิรา บสร 1:1-10 ชวนใหเราคิดถึง โยบ บทที่ 28 - แต บสร 4:11-19; 14:20 - 15:10 และโดยเฉพาะ 24:1-29 (ดู บสร 24:1 เชิงอรรถ a) เปนคำสอนในแนวเดียวกันกับ สภษ บทที่ 8 นี้ - ขอความเหลานีก้ ลาวถึงปรีชาญาณเปนเสมือนบุคคลหนึง่ เหมือนกับพระวจนาตถ หรือพระจิตเจา จึงเปนการยากที่จะแยกแยะวาขอความสวนไหนเปนเพียงเทคนิคของ คำประพันธ สวนไหนเปนความคิดทางศาสนาแบบดัง้ เดิม และสวนไหนเปนความเขาใจถึงความ จริงใหมทเี่ พิง่ ไดรบั การเปดเผยจากพระเจา - ในทีส่ ดุ ปชญ 7:22 - 8:1 ใหความรสู กึ แกเราวา ปรีชาญาณเปน “การไหลลนของพระสิรริ งุ โรจนของพระเจา” มีสว นรวมในพระธรรมชาติของ พระเจา แมวา ถอยคำแบบนามธรรมทีใ่ ชนอี้ าจใชไดเชนเดียวกันกับคุณลักษณะของพระเจาใน ฐานะทีเ่ ปน “บุคคล” ทีแ่ ยกออกมาตางหากดวย - คำสอนเกีย่ วกับปรีชาญาณซึง่ มีกลาวถึง เปนแนวทางเชนนี้ในพันธสัญญาเดิมจะไดรับการกลาวถึงอีกในพันธสัญญาใหม และจะไดรับ ความสมบูรณใหมแทจริงโดยนำความคิดนีม้ าใชกบั พระบุคคลของพระคริสตเจา พันธสัญญาใหม กลาวถึงพระเยซูเจาวาทรงเปน “พระปรีชาญาณ” ในพระองคเอง ทรงเปน “พระปรีชาญาณ” ของพระเจา (มธ 11:19//; ลก 11:49 - เทียบ มธ 23:34-36; 1 คร 1:24-30) เชนเดียวกับ “พระปรีชาญาณ” พระคริสตเจาทรงมีสว นรวมกับพระเจาในการเนรมิตสรางและบำรุงรักษา โลกจักรวาล (คส 1:16-17) และในการปกปองชนชาติอสิ ราเอล (1 คร 10:4 - เทียบ ปชญ 10:17ฯ) - ในทีส่ ดุ ในอารัมภบทของพระวรสารฉบับทีส่ ี่ นักบุญยอหนนำคุณสมบัตขิ องปรีชา ญาณทีม่ สี ว นรวมในการเนรมิตสรางจักรวาลมาใชกบั “พระวจนาตถ” และตลอดพระวรสาร ฉบับนีก้ ก็ ลาวถึงพระคริสตเจาวาทรงเปน “พระปรีชาญาณ” ของพระเจา - ดู ยน 6:35 เชิงอรรถ k - เพราะฉะนัน้ ธรรมประเพณีของคริสตชนนับตัง้ แตนกั บุญจัสตินเปนตนมาจึงเห็นพระบุคคล ของพระคริสตเจาใน “ปรีชาญาณ” ของพันธสัญญาเดิม e

24


สภษ 8:22-28

“พระยาหเวหทรงสรางดิฉนั ตัง้ แตแรก กอนสรางสิง่ ใด ๆf ดิฉันเปนผลแรกในบรรดาพระราชกิจดั้งเดิมของพระองค 23 ดิฉันไดรับการสถาปนาไวตั้งแตนิรันดรg ตัง้ แตแรกเริม่ กอนทีแ่ ผนดินจะมีขนึ้ 24 ดิฉันถือกำเนิดมาเมื่อยังไมมีมหาสมุทรh เมือ่ ยังไมมพี นุ ้ำทีม่ นี ้ำมากมาย 25 ดิฉันถือกำเนิดมาแลวกอนที่ฐานของภูเขาจะถูกวาง และกอนเนินเขาทั้งหลาย 26 กอนที่พระเจาทรงสรางแผนดินและทองทุง กอนทรงสรางผงคลีแรกของโลก 27 เมือ่ ทรงจัดวางทองฟา ดิฉนั ก็อยทู นี่ นั่ แลว เมื่อทรงลากเสนรอบวงบนพื้นผิวมหาสมุทร 28 เมื่อทรงรวบรวมเมฆเบื้องบนใหอยูดวยกัน เมื่อทรงบันดาลใหน้ำพุขึ้นจากขุมลึกของมหาสมุทร 22

“ทรงสรางดิฉนั ” - สำนวนแปลโบราณภาษากรีก ซีเรียค และอาราเมอิก (Targum) แปล กริยาภาษาฮีบรู (qanani) วา “ทรงสรางดิฉนั ” - เทียบ บสร 1:4,9; 24:8,9 - สวนคำแปลวา “ไดดฉิ นั มา” หรือ “เปนเจาของของดิฉนั ” (ตามสำนวนแปลโบราณของ Aquila, Symmachus และ Theodotion) นัน้ เปนคำแปลทีน่ กั บุญเยโรมรับมาไวในสำนวนแปลภาษาละติน (Vg) การ ใชคำแปลเชนนีอ้ าจมีเจตนาเพือ่ หลีกเลีย่ งคำสอนผิดของ Arius ทีส่ อนวา “พระวจนาตถ” หรือ “พระปรีชาญาณ” ทรงเปนสิง่ สรางจากพระเจา - สำนวน “ตัง้ แตแรกกอนสิง่ สรางใด ๆ” (ตาม ตัวอักษรวา “ผลิตผลแรกของวิถที างของพระองค”) มีความเกีย่ วของกับตำแหนง “บุคคลแรก ในบรรดาสิง่ สรางทัง้ ปวง” (คส 1:15) และกับตำแหนง “ปฐมเหตุของทุกสิง่ ทีพ่ ระเจาทรงสราง” (วว 3:14) g “ไดรบั การสถาปนาไว” - คำกริยาภาษาฮีบรู (nasak) คำนีม้ คี วามหมายหลายอยาง บาง คนแปลวา “ไดรบั เจิม” บางคนแปลวา “ถูกเท” บางคนยังแปลอีกวา “ดิฉนั ถูกซอน” หรือ “ถูกสงวนไว” h “มหาสมุทร” คือหวงน้ำลึกใตโลกซึง่ ลอยอยเู หนือน้ำของมหาสมุทรนี้ รวมทัง้ น้ำทีอ่ ยเู บือ้ ง บนในทองฟาดวย - ดู ปฐก บทที่ 1; โยบ บทที่ 28; สดด บทที่ 104 f

25

ปชญ 9:9 บสร 1:4,9; 24:8-9 ยน 1:1

ปฐก 1:6 โยบ 28:23-27 ปชญ 9:9 บสร 24:5


สภษ 8:29-36

เมื่อทรงกำหนดเขตจำกัดใหแกทะเล เพื่อน้ำจะไมลวงล้ำเลยเขตที่ทรงกำหนดไว เมื่อพระองคทรงวางรากฐานของแผนดิน 30 เวลานัน้ ดิฉันอยเู คียงขางพระองคเหมือนนายชางi ทำใหพระองคทรงยินดีทุกวัน ดิฉันชื่นชมเฉพาะพระพักตรพระองคทุกเวลา 31 ราเริงอยูทั่วแผนดินที่มีคนอาศัย ปติยินดีที่จะอยูกับมวลมนุษย” 29

โยบ 38:8-11 สดด 104:7-9

ปชญ 1:6

ผเู ชือ่ ฟงปรีชาญาณยอมเปนสุข “ลูกทัง้ หลายเอย บัดนีจ้ งฟงดิฉนั เถิด ผูที่เดินตามหนทางของดิฉันยอมเปนสุข 33 จงฟงคำสัง่ สอน และจงฉลาด อยาละเลยคำสัง่ สอนนี้ 34 ผูใดฟงดิฉันยอมเปนสุข คือผทู เี่ ฝาอยทู ปี่ ระตูทกุ วัน และรอคอยจะเขาประตูบานของดิฉัน 35 เพราะผูใดพบดิฉนั ผนู ั้นก็พบชีวติ และไดรับความโปรดปรานจากพระยาหเวห 36 แตผูทำบาปผิดตอดิฉันก็ทำรายตนเอง ผูที่เกลียดดิฉันก็รักความตาย” 32

บสร 14:20-27

ปชญ 6:14 วว 3:20 3:1-2 1 ยน 5-12 ปชญ 1:12-16

“นายชาง” - คำนีใ้ นภาษาฮีบรู ( 'amon) ไมสจู ะพบไดบอ ยนัก ความหมายวา “นายชาง” (หรือ “ผคู วบคุมงาน”) พบไดใน ยรม 52:15; ปชญ 7:2 - ตรงกับคำแปลในภาษากรีกดวย เรือ่ งการทีป่ รีชาญาณรวมงานกับพระเจาในการเนรมิตสราง ดู ปชญ 7:22 - คำแปลอีกแบบ หนึ่ง (โดยเปลี่ยนสระเล็กนอย) มีความหมายวา “ลูกรัก” หรือ “ศิษยผูซื่อสัตย” ของพระ ผสู ราง i

26


สภษ 9:1-10

ปรีชาญาณเชิญมนุษยมารวมงานเลี้ยง 9 1ปรีชาญาณสรางบานของตน สกัดเสาไวเจ็ดตนa 2 ปรีชาญาณฆาสัตวเลี้ยง จัดเตรียมเหลาองนุ และจัดโตะไวรบั แขก 3 ปรีชาญาณสงสาวใชไปรองเรียก บนที่สูงสุดของเมืองวา 4 “ผใู ดเปนคนขาดสติ จงมาทีน่ เี่ ถิด” ปรีชาญาณพูดกับผูไรสามัญสำนึกวา 5 “มาเถิด จงมากินอาหารของดิฉนั จงดื่มเหลาองุนที่ดิฉันไดเตรียมไว 6 จงละทิง้ ความโงเขลาของตน แลวจะมีชวี ติ จงเดินในทางของความเขาใจเถิด” ผมู ปี รีชาและผดู ถู กู ความรูb 7 “ผูตักเตือนคนชอบเยาะเยยใหเปลี่ยนนิสัยจะถูกดูหมิ่น ผูตำหนิคนชั่วรายจะถูกดาทอ 8 อยาตำหนิคนชอบเยาะเยย เพราะเขาจะเกลียดทาน จงตักเตือนผมู ปี รีชา และเขาจะรักทาน 9 จงใหคำแนะนำแกผูมีปรีชาและเขาจะมีปรีชายิ่งขึ้น จงสอนผูชอบธรรมและเขาจะเรียนรูมากขึ้น 10 ความยำเกรงพระยาหเวหเปนบอเกิดของปรีชาญาณ การรูจักพระผูศักดิ์สิทธิ์คือความเขาใจ 9 a “สกัดเสาไวเจ็ดตน” - แสดงวาบานทีป่ รีชาญาณสรางนีเ้ ปนบานของคนร่ำรวย มีลานกวาง ภายใน - จำนวน “เจ็ด” ทีน่ เี่ ปนสัญลักษณของความครบครัน b คำพังเพยทีแ่ ทรกเขามาทีน่ เี่ ปนการอธิบายขยายความของขอ 6 27

มธ 22:1-14//

บสร 24:19-21 อสย 55:1-3 ยน 6:35k

15:12 19:25 1:7a


สภษ 9:11-18 3:1-2

อาศัยดิฉนั วันคืนของทานจะทวีขนึ้ ปชวี ิตของทานจะเพิม่ พูน 12 ถาทานมีปรีชา ทานก็มปี รีชาเพือ่ ตนเอง ถาทานชอบเยาะเยย ทานก็จะรับผลรายแตลำพัง”

9:1-6

ความโงเขลาเลียนแบบปรีชาญาณc 13 ความโงเขลาเปนหญิงจัดจาน โงเขลาและไมรูอะไรเลย 14 นางนัง่ ทีป่ ระตูบา น บนบัลลังกในที่สูงของเมือง 15 นางรองเรียกผผู า นไปมา ซึ่งเดินตรงไปตามทางของตน 16 พูดวา “ผใู ดเปนคนขาดสติ จงมาทีน่ เี่ ถิด” นางพูดกับผูไรสามัญสำนึกวา 17 “น้ำที่ขโมยมานั้นหวานดี อาหารที่แอบกินยอมอรอย” 18 แตเขาไมรูวาบรรดาผูตายอยูที่นั่น และผูรับเชิญของนางก็อยูแลวในขุมลึกของแดนผูตาย

11

กดว 16:33f

บัดนีผ้ ปู ระพันธจะกลาวถึง “ความโงเขลา” เหมือนกับวาเปนบุคคลดวย พฤติกรรมของความ โงจะตรงขามกับพฤติกรรมของปรีชาญาณ (9:1-6) - ความหมายของการเปรียบเทียบเชนนี้ เขาใจไดงา ย ๆ คือ มนุษยมที างเลือกจะเดินไดสองแบบ คือ เดินตามทางแหงคุณธรรม หรือ ตามทางแหงความชัว่ (4:18-19; ฉธบ 30:15-20; สดด 1 - ดู หนังสือ “Didache”, PseudoBarnabas และเอกสารจาก Qumran ดวย) - มนุษยไดรบั คำเชือ้ เชิญ 2 แบบ มีการเลีย้ ง 2 แบบทีเ่ ขาอาจไปรวมได เราจึงตองเลือกเองสำหรับตน - เทียบ รม 12:21; 2 คร 6:14ฯ; ทต 1:15 c

28


สภษ 10:1-7

II. สุภาษิตชุดแรกทีค่ ดิ วาเปนผลงานของกษัตริย ซาโลมอนa 10 1สุภาษิตของกษัตริยซ าโลมอน บุตรที่มีปรีชาทำใหบิดายินดี บุตรที่โงเขลาทำใหมารดาเศราโศก

=15:20; 17:25;19:13

2

ทรัพยสมบัติที่ไดมาอยางไมสุจริตไมเปนกำไร แตความชอบธรรมชวยใหพนจากความตาย

=11:4;12:28 บสร 5:8

3

พระยาหเวหไมทรงปลอยผูชอบธรรมใหหิวโหย แตไมทรงตอบสนองความปรารถนาของคนชั่วราย

สดด 34:9

4

มือที่เกียจครานทำใหยากจน มือที่ขยันทำใหร่ำรวย

15:19;19:15

5

ผูที่สะสมในฤดูรอนยอมเปนคนฉลาด ผทู ี่นอนหลับในฤดูเก็บเกีย่ วเปนคนนาอับอาย

20:4 6:9-11

พระพรอยบู นศีรษะของผชู อบธรรม ปากของคนชั่วรายซอนความรุนแรงไวb

10:16-24 11:18

ผูชอบธรรมยอมไดรับการระลึกถึงและคำอวยพร

10:27;12:7; 14:11

6

7

10 a สุภาษิตชุดนีอ้ าจเปนสวนเกาทีส่ ดุ ของหนังสือ - สุภาษิตเหลานีไ้ มมลี ำดับความคิดตอ เนือ่ งกัน นอกจากบางครัง้ อาจมีสภุ าษิตหรือคำพังเพยทีก่ ลาวถึงเรือ่ งราวใกลเคียงกันอยบู า ง b “ปากของคนชัว่ รายซอนความรุนแรงไว” - เหมือนกับสุภาษิตในขอ 11ข - ตนฉบับภาษา กรีกมีวา “การไวทกุ ขกอ นเวลาปดปากของผไู มนบั ถือพระเจา” 29


สภษ 10:8-15

แตชื่อของคนชั่วรายจะเสื่อมสลายไป

สดด 112:6

ผูมีปรีชายอมรับบทบัญญัติ ผทู พี่ ดู อยางโงเขลาจะประสบความพินาศ 8

มธ 7:24

ผูดำเนินชีวิตอยางสุจริตยอมเดินอยางปลอดภัย ผูที่เดินตามทางคดเคี้ยวยอมปรากฏแกทุกคน 9

23:18

ผูที่ขยิบตายอมกอใหเกิดความยุงยาก แตผูที่ตักเตือนอยางตรงไปตรงมายอมนำสันติสุขc

10

6:13 บสร 27:22

ปากของผูชอบธรรมเปนพุน้ำแหงชีวิต ปากของคนชั่วรายซอนความรุนแรง

11

ความเกลียดชังกอใหเกิดการทะเลาะวิวาท แตความรักใหอภัยการลวงละเมิดทุกอยาง 12

17:9 1 คร 13:7 ยก 5:20 1 ปต 4:8

ปรีชาญาณพบไดทรี่ ิมฝปากของผฉู ลาด แตไมเรียวเหมาะกับหลังของผูที่ขาดสามัญสำนึก 13

19:29;26:3

ผูมีปรีชายอมสะสมความรู แตปากของคนโงเขลาจะนำหายนะมาในไมชา 14

18:7 มธ 12:34-35

ทรัพยสมบัติของคนร่ำรวยเปนเมืองปอมสำหรับเขา แตความขัดสนของคนยากจนเปนความพินาศของเขา 15

=18:11 สดด 49:6 บสร 8:2

“ยอมนำสันติสขุ ” - แปลตามตนฉบับภาษากรีก - ตนฉบับภาษาฮีบรูวา “ผทู พี่ ดู โง ๆ จะประสบ ความพินาศ” - ดูขอ 8ข c

30


สภษ 10:16-24 16

ผชู อบธรรมทำงานเพือ่ ใชคา จางบำรุงชีวติ แตคนชัว่ รายใชคา จางเพือ่ ทำบาป

12:28 รม 6:21-22

ผูปฏิบัติตามคำสั่งสอนยอมอยูในวิถdี ไปสูชีวิต แตผูปฏิเสธคำตักเตือนยอมหลงทาง

6:23;15:32

17

ผูที่เสแสรงวาไมเกลียดชังเปนคนมุสา ผูที่ใสรายเปนคนโงเขลา 18

คนพูดมากมีโอกาสพูดผิด ผทู ี่ควบคุมปากของตนยอมเปนคนรอบคอบ 19

13:3;17:27 ปญจ 5:2 ยก 3:8

ลิ้นของผูชอบธรรมเปนเหมือนเงินเนื้อบริสุทธิ์ ความคิดของคนชั่วรายไมมีคาอะไร 20

ปากของผูชอบธรรมเลี้ยงดูคนจำนวนมาก แตคนโงเขลาตายเพราะขาดสามัญสำนึก 21

22

พระพรของพระยาหเวหทำใหร่ำรวย การทำงานหนักไมเพิ่มสิ่งใดแกพระพรนี้

สดด 127:1

23

คนโงเขลาสนุกสนานเมือ่ ทำผิด แตคนฉลาดสนุกสนานเมื่อไดปรีชาญาณ

2:14;15:21

คนชัว่ รายกลัวสิง่ ใด ก็จะไดรบั สิง่ นัน้ ผูชอบธรรมจะไดรับสิ่งที่ตนปรารถนา

โยบ 3:25 สดด 37:4

24

d

“อยใู นวิถ”ี - บางคนแปลโดยคาดคะเนวา “เดิน” 31


สภษ 10:25-11:1

เมื่อพายุผานไปก็จะไมมีคนชั่วหลงเหลืออยู แตผูชอบธรรมจะคงอยูอยางมั่นคงตลอดไป 25

12:3 มธ 7:24-27 1 ยน 2:16-17

น้ำ���มกับฟน ควันกับดวงตาเปนฉันใด คนเกียจครานeกับผูที่ใชงานเขาก็เปนฉันนั้น

26

13:17;25:13; 26:6

ความยำเกรงพระยาหเวหทำใหชีวิตยืนยาว แตปของคนชั่วรายจะสั้นลง 27

4:10

ผูชอบธรรมหวังจะไดรับความยินดี แตความหวังของคนชั่วรายจะสูญไป 28

โยบ 8:13 สดด 112:10

หนทางของพระยาหเวหเปนปอมปราการสำหรับผูไรมลทิน แตเปนหายนะสำหรับผูกระทำความชั่ว 29

ผูชอบธรรมจะไมมีวันหวั่นไหว แตแผนดินจะไมเปนที่อาศัยของคนชั่วราย

30

2:21-22

สดด 37:30

ปรีชาญาณออกมาจากปากของผชู อบธรรม แตลิ้นของคนตลบตะแลงจะถูกตัดออก

ปญจ 10:12

ปากของผูชอบธรรมรูวาคำพูดใดรื่นหู แตปากของคนชั่วรายพูดตลบตะแลง

31

32

11 1พระเจาทรงเกลียดตราชูฉอ โกง แตพอพระทัยเมื่อมีการชั่งน้ำหนักอยางถูกตอง

16:11;20:10,23 ฉธบ 25:13-16 ฮชย 12:8 อมส 8:5-6 e

“คนเกียจคราน” หมายถึงผทู รี่ บั งานมาทำอยางเสียไมได 32


สภษ 11:2-11

ความหยิ่งยโสนำความอับอายมาให แตความถอมตนนำปรีชาญาณ 2

มคา 6:10-11 =13:10

ความไรมลทินยอมนำทางผูชอบธรรม แตความคดโกงยอมทำลายคนทรยศ 3

ทรัพยสมบัติไมเปนประโยชนในวันแหงพระพิโรธ แตความชอบธรรมชวยใหพนความตาย 4

=10:2 โยบ 21:30 สดด 49:6-8

ความชอบธรรมของผูไรมลทินยอมรักษาทางของเขาใหตรง แตคนชั่วรายยอมลมลงเพราะความชั่วรายของตน 5

ความชอบธรรมของคนซื่อตรงยอมชวยเขาใหรอดพน แตความโลภเปนกับดักผูทรยศ 6

ความหวังของคนชั่วรายพินาศไปพรอมกับความตาย ความหวังในทรัพยสมบัติก็สูญเปลา 7

11:3 10:28 สดด 112:10

ผูชอบธรรมจะพนความทุกขยาก คนชั่วรายจะเขาไปรับทุกขแทน 8

9

ผไู มนบั ถือพระเจาใชคำพูดทำลายเพือ่ นบาน แตผูชอบธรรมจะพนภัยเพราะความรู

29:5

เมือ่ ผชู อบธรรมรงุ เรือง บานเมืองก็ยนิ ดี เมือ่ คนชัว่ รายพินาศ ก็มเี สียงโหรอ งดวยความยินดี

28:12

10

พระพรของคนซื่อตรงนำเกียรติมาสูเมือง

11

33

14:1


สภษ 11:12-19

แตปากของคนชั่วรายทำลายเมือง 14:21

ผูที่ดูถูกเพื่อนบานยอมขาดสามัญสำนึก ผูเฉลียวฉลาดยอมเงียบ

10:19;17:27ฯ; 20:19

ผชู อบซุบซิบนินทายอมเปดเผยความลับ แตผูที่ไววางใจไดยอมเก็บความลับ

15:22;=24:6 ปชญ 6:24 6:1a

5:15b; 31:10ฯ

12

13

ประชาชนทีไ่ มมผี นู ำยอมพินาศ มีที่ปรึกษาจำนวนมากทำใหมีความปลอดภัย 14

ผูค้ำประกันคนแปลกหนาจะตองทนทุกข แตผูที่เกลียดการค้ำประกันยอมปลอดภัย 15

สตรีงามสงายอมไดรับเกียรติa บุรุษเขมแข็งยอมมั่งคั่ง 16

ผูมีใจกรุณายอมไดประโยชน ผใู จรายยอมทำรายตนเอง 17

บสร 14:6

คนชั่วรายไดผลประโยชนจอมปลอม แตผูหวานความชอบธรรมจะไดบำเหน็จที่แนนอน 18

2 คร 9:6 กท 6:8

ผูตั้งมั่นbในความชอบธรรมจะมีชีวิต แตผูติดตามความชั่วรายเดินไปสูความตาย

19

11 a ตนฉบับภาษากรีกอานขอนีว้ า “สตรีงามนำเกียรติมาใหสามี สตรีทเี่ กลียดคุณธรรมเปน บัลลังกของความนาอาย คนเกียจครานยอมขัดสนทรัพยสนิ ผอู ตุ สาหะยอมไดทรัพยสมบัต”ิ b “ผตู งั้ มัน่ ” - แปลโดยคาดคะเน (kan) - ตนฉบับภาษาฮีบรูวา “ดังนัน้ ” (ken) 34


สภษ 11:20-27 20

ความคิดตลบตะแลงเปนที่รังเกียจแดพระยาหเวห พระองคพอพระทัยผปู ระพฤติตนไรมลทิน

12:22;15:9

จงแนใจเถิดc คนชัว่ รายจะไมพน โทษ แตเชื้อสายของผูชอบธรรมจะพนอันตราย

12:21;16:5

21

สตรีงามที่ขาดสามัญสำนึก เปนเหมือนหวงทองคำที่จมูกหมู 22

ความปรารถนาของผูชอบธรรมจะประสบความดี แตความหวังของคนชั่วรายจะบรรลุถึงพระพิโรธ 23

บางคนยิ่งจำหนายก็ยิ่งร่ำรวย บางคนยิ่งอดออมเกินจำเปนก็ยิ่งขัดสน 24

ผูมีใจกวางยอมร่ำรวย ผูใหน้ำดับกระหายผูอื่นยอมไดรับน้ำดับความกระหายของตน 25

อสย 58:7-11 มธ 7:2;10:42

ประชาชนสาปแชงผูกักตุนขาว แตอวยพรผูที่เต็มใจขายขาว 26

ผูพยายามทำความดียอมไดรับความโปรดปรานd ผูแสวงหาความชั่วจะพบความชั่ว 27

“จงแนใจเถิด” - แปลตามตัวอักษรวา “มือตอมือ” - อาจมาจากธรรมเนียมการจับมือเมือ่ มี การตกลงกันแลว d “ไดรบั ความโปรดปราน” - อาจเปนความโปรดปรานจากพระยาหเวหผปู ระทานบำเหน็จรางวัล ตอบแทนผชู อบธรรม (เทียบ 12:2) - หรืออาจเปนความโปรดปรานจากเพือ่ นพีน่ อ งก็ได c

35

12:2 5:22


สภษ 11:28-12:4

ผูวางใจในทรัพยสมบัติของตนจะลมละลาย แตผูชอบธรรมจะรุงเรืองเหมือนใบไมเขียว

28

สดด 1:3;52:7-8 มก 10:23

ผูสรางความวุนวายในบานของตนจะรับลมเปนมรดก คนโงเขลาจะเปนผรู ับใชของผมู ีปรีชา 29

ผลของผูชอบธรรมคือตนไมแหงชีวิต ผมู ีปรีชายอมชนะใจผอู นื่ e

30

สดด 1

1 ปต 4:18

ถาผูชอบธรรมไดรับผลตอบแทนความดีบนแผนดิน คนชั่วรายและคนบาปก็ยิ่งจะไดรับผลตอบแทนความชั่วรายมากกวา นัน้

13:18;15:5 บสร 21:6

12 1ผรู กั คำตักเตือนยอมรักความรู แตผูเกลียดคำตักเตือนใหแกไขเปนคนโงเขลา

31

11:27

พระยาหเวหโปรดปรานคนดี แตทรงลงโทษผูที่วางแผนชั่วราย

10:25

ความชั่วรายทำใหมนุษยตั้งมั่นอยูไมได แตรากของผูชอบธรรมจะไมมีวันถูกเคลื่อนยาย

2

3

ภรรยาที่ดีเปนมงกุฎของสามี แตภรรยาที่นำความอับอายมาใหสามี เปนเหมือนความเนาเปอยในกระดูกของเขา 4

31:10ฯ

“ยอมชนะใจผอู นื่ ” - แปลตามตนฉบับภาษากรีก - ตนฉบับภาษาฮีบรูวา “ผมู ปี รีชาเอาวิญญาณ ไป”

e

36


สภษ 12:5-14

แผนการของผูชอบธรรมยอมยุติธรรม แตคำแนะนำของคนชั่วรายยอมหลอกลวง

5

ถอยคำของคนชั่วรายซุมคอยหลั่งเลือด แตปากของผูชอบธรรมชวยใหรอดพน 6

เมือ่ คนชัว่ รายลมลงแลว เขาก็หายไป แตบานของผูชอบธรรมจะมั่นคง

7

14:3 มธ 7:24-27

ผูมีสามัญสำนึกจะไดรับคำสรรเสริญ ผูมีใจคดจะถูกดูหมิ่น

8

ผตู ่ำตอยทีม่ ีพอกิน ยอมดีกวาผทู ะนงตน แตไมมอี าหารกิน

9

บสร 10:27

10

ผูชอบธรรมยอมเอาใจใสดูแลสัตวเลี้ยงของตน แตคนชั่วรายมักมีใจโหดเหี้ยม

27:23

ผูเพาะปลูกในที่ดินของตนยอมมีอาหารอุดมสมบูรณ แตผูมีเพียงความเพอฝนยอมไมมีสามัญสำนึก

=28:19

11

ความปรารถนาของคนชั่วรายคือการหาวิธีทำความชั่ว แตรากของผูชอบธรรมบังเกิดผล 12

คนชั่วยอมติดบวงโดยคำพูดที่ลวงละเมิด แตผูชอบธรรมจะพนจากความยุงยาก 13

แตละคนจะกินผลจากคำพูดของตนจนอิ่ม

14

37

10:19;18:7 24:16 13:2;18:20


สภษ 12:15-23 ลก 6:37-38

แตละคนจะไดรับผลตอบแทนจากการงานที่ตนทำ คนโงเขลาคิดวาความประพฤติของตนถูกตอง แตผมู ีปรีชายอมฟงคำแนะนำของผอู นื่ 15

คนโงเขลาแสดงความโกรธออกมาทันที แตคนฉลาดไมสนใจการถูกสบประมาท 16

2 ซมอ 13:20ฯ, 32 14:25

15:4

ผูพูดความจริงสงเสริมความชอบธรรม แตพยานเท็จสงเสริมการหลอกลวง 17

ถอยคำของผพู ดู พลอย ๆ เปนเหมือนดาบทีท่ มิ่ แทง แตถอยคำของผมู ีปรีชาเปนการบำบัดรักษา 18

ผูที่พูดความจริงจะคงอยูตลอดไป แตผูพูดเท็จอยูไดเพียงชั่วคราว 19

ความหลอกลวงอยูในใจของผูคิดแผนการชั่วราย ความชื่นชมยินดีอยูในใจของผูแนะนำสันติภาพ 20

มธ 5:9 11:21 สดด 91:10 11:20

10:19;13:16

ผูชอบธรรมจะไมประสบอันตราย แตคนชั่วรายจะพบเหตุรายมากมาย 21

พระยาหเวหทรงรังเกียจการพูดเท็จ พระองคพอพระทัยทุกคนทีป่ ระพฤติซื่อสัตย 22

คนฉลาดยอมซอนความรู แตคนโงเขลาประกาศความโงของตน 23

38


สภษ 12:24-13:2

ผูทำงานอยางขยันขันแข็งจะไดเปนผูสั่งงาน แตคนเกียจครานจะตองถูกบังคับใหทำงาน

24

ความกระวนกระวายทำใหคนทอใจ แตคำพูดที่ดีทำใหมีความยินดี 25

15:13

ผชู อบธรร���ชีท้ างใหเพือ่ นa แตหนทางของคนชั่วรายนำใหหลง 26

คนเกียจครานไมมีเหยื่อมาใหปงb แตความขยันเปนทรัพยสินประเสริฐยิ่งของมนุษย 27

ชีวิตอยูในหนทางของความชอบธรรม ไมมีความตายอยูในหนทางนั้นเลย 28

10:16 รม 6:21-23

13 1บุตรทีม่ ปี รีชายอมฟงaคำสัง่ สอนของบิดา คนชอบเยาะเยยไมฟง คำตำหนิ มนุษยกินผลดีจากปากของตน แตผูทรยศใชความรุนแรงเลี้ยงชีวิต 2

12 a “ชีท้ างใหแกเพือ่ น” - แปลโดยคาดคะเน - คำกริยาภาษาฮีบรูในรูปนีพ้ บไดทนี่ เี่ ทานัน้ นาจะมาจากรากคำทีแ่ ปลวา “สำรวจ” b “ไมมเี หยือ่ มาใหปง ” เพราะลาสัตวมาเปนเหยือ่ ไมได 13 a “ฟง” - ขอความในบรรทัดแรกนีไ้ มมกี ริยา แตตอ งเสริมเขามาเพือ่ ใหคลองจองกับขอ ความในบรรทัดทีส่ อง 39

12:14;18:20


สภษ 13:3-10

ผูควบคุมปากของตนจะรักษาชีวิตไวไดb ผพู ดู พลามจะพบความพินาศ 3

21:23 บสร 28:25-26 ยก 3:2-12

คนเกียจครานอยากกิน แตไมมอี ะไรกิน สวนคนขยันจะมีกินจนอิ่ม 4

6:6-11

ผูชอบธรรมเกลียดคำพูดเท็จ แตคนชัว่ รายทำใหผอู ื่นเสียชื่อเสียงและอับอาย 5

ความชอบธรรมรักษาผูดำเนินชีวิตไรมลทิน แตบาปทำลายคนชัว่ รายc 6

บางคนทะนงตนวาร่ำรวย แตไมมอี ะไร บางคนเสแสรงวาเปนคนจน แตมที รัพยสมบัตมิ ากมาย

7

วว 3:17 ลก 12:21,33

ทรัพยสมบัติเปนคาไถของชีวิตมนุษย แตคนยากจนไมกลัวการถูกคุกคาม 8

15:16

ความสวางของผูชอบธรรมสองแสงเจิดจา แตประทีปของคนชั่วรายจะดับมืด 9

สดด 97:11

การพูดยกตนขมผูอื่นยอมกอใหเกิดการทะเลาะวิวาท แตปรีชาญาณอยกู บั ผยู อมรับคำแนะนำ 10

=11:2

“รักษาชีวติ ไวได” - ทีน่ มี่ กี ารเลนคำ เพราะคำวา “ชีวติ ” (nephes) ยังอาจแปลไดอกี วา “ลำคอ” หรือ “วิญญาณ” c “คนชัว่ ราย” - แปลโดยคาดคะเน - ตนฉบับภาษาฮีบรูวา “ความชัว่ ราย” b

40


สภษ 13:11-18 11

ความร่ำรวยทีไ่ ดมาอยางรวดเร็วdจะลดนอยลงเรือ่ ย ๆ แตผูสะสมทีละเล็กทีละนอยจะไดทรัพยสมบัติเพิ่มพูนขึ้น

20:21

ความหวังที่ยังไมสมหวังยอมทรมานใจ แตความปรารถนาที่ไดรับการตอบสนองเปนตนไมแหงชีวิต

3:28

12

13:19

ผดู ูหมิน่ พระวาจายอมทำลายตนเอง แตผูปฏิบัติตามบทบัญญัติจะไดรับบำเหน็จ 13

คำสอนของผมู ีปรีชาเปนพุน้ำแหงชีวติ เพื่อหลีกเลี่ยงบวงแรวของความตาย 14

=14:27

สามัญสำนึกยอมไดรับความโปรดปราน แตหนทางของผูทรยศนำไปสูความพินาศ 15

ผูใดฉลาดยอมคิดกอนจะทำ แตคนโงแสดงความโงเขลาของตน 16

ผูสื่อสารไมดีกอใหเกิดeเหตุราย แตทูตที่ซื่อสัตยยอมนำสุขภาพ

12:23 ปญจ 10:3

17

ผทู ี่เพิกเฉยตอคำตักเตือนจะยากจนและไดรับความอับอาย แตผูเชื่อฟงคำตักเตือนใหแกไขยอมไดรับเกียรติ

18

“อยางรวดเร็ว” - แปลตามตนฉบับภาษากรีก - ตนฉบับภาษาฮีบรูวา “ความอนิจจัง” หรือ “ความวางเปลา” (hebel) e “กอใหเกิดเหตุรา ย” - แปลโดยคาดคะเนใหสอดคลองกับบรรทัดทีส่ อง - ตนฉบับภาษาฮีบรู วา “ตกในเคราะหรา ย” d

41

25:13 12:1


สภษ 13:19-14:1

ความปรารถนาที่ไดรับการตอบสนองทำใหพอใจ แตคนโงเขลาไมตองการปลีกตัวจากความชั่วรายf 19

13:12 29:27

ผูเดินกับผูมีปรีชาก็จะเปนผูมีปรีชาดวย แตผูคบหากับคนโงเขลาจะไดรับผลราย 20

บสร 6:33-34 14:7

เคราะหรายยอมไลตามคนบาป แตความเจริญรุงเรืองจะเปนบำเหน็จของผูชอบธรรม 21

คนดียอมละมรดกไวใหบุตรหลาน แตคนบาปจะตองละทรัพยสมบัติไวใหผูชอบธรรม 22

28:8 โยบ 27:16-17 ปญจ 2:26h

แมทุงนาของคนจนจะมีผลผลิตมากมาย แตบางคนตองพินาศเพราะความอยุติธรรมg 23

ผูไมใชไมเรียวยอมไมรักบุตร แตผูรักบุตรยอมตักเตือนใหเขาแกไขความประพฤติ

24

3:12+;22:15; 23:13-14; 29:15-17 อฟ 6:4

ผูชอบธรรมยอมกินจนอิ่ม แตทองของคนชั่วรายยอมหิว 25

14 1สตรีทมี่ ปี รีชาaสรางบานของตน แตสตรีที่โงเขลาทำลายบานดวยมือของตน

8:22e;9:1;24:3

ดูเหมือนวาขอความในแตละบรรทัดของขอนีไ้ มเกีย่ วของกันเลย - ตนฉบับอาจไมสมบูรณ ตนฉบับของขอนีก้ อ็ าจไมสมบูรณดว ยเชนกัน - ตนฉบับภาษากรีกวา “ผชู อบธรรมมีชวี ติ เพือ่ ใชทรัพยสมบัตไิ ดหลายป แตคนชัว่ จะพินาศในไมชา ”

f

g

14 a “สตรีทมี่ ปี รีชา” อาจหมายถึง “ปรีชาญาณ” - ในตนฉบับภาษาฮีบรู คำนีอ้ ยใู นรูปพหูพจน แตมีกริยาเปนเอกพจน 42


สภษ 14:2-10

ผูดำเนินชีวิตสุจริตยอมยำเกรงพระยาหเวห ผูหันเหจากหนทางของพระองคยอมดูหมิ่นพระองค 2

ความจองหองงอกขึ้นในปากของคนโง แตปากของผูมีปรีชาจะปกปองเขาไวb 3

ที่ใดไมมีโคเพศผูก็จะไมมีขาวในยุง พืชผลอุดมขึ้นกับกำลังของโคเพศผู 4

พยานทีซ่ ื่อสัตยไมกลาวคำเท็จ แตพยานเท็จcหายใจออกมาเปนคำมุสา 5

คนชอบเยาะเยยแสวงหาปรีชาญาณ แตไมพบ ผูมีความเขาใจยอมพบความรูไดโดยงาย

6

จงไปใหพนหนาคนโงเขลา เพราะทานจะไมพบถอยคำทีม่ คี วามรู 7

ปรีชาญาณของคนฉลาดคือการเขาใจพฤติกรรมของตน ความโงเขลาของคนโงเปนการหลอกลวง 8

คนโงเขลาเยาะเยยความผิด แตความโปรดปรานอยูกับผูซื่อสัตยสุจริต 9

จิตใจรูความขมขื่นของตน

10

ตนฉบับของขอนีไ้ มชดั เจน จึงแปลโดยคาดคะเน เกีย่ วกับ “พยานเท็จ” - ดู 6:19; 12:17; 14:25; 19:5,9; 21:28; 24:28; 25:18 และอาจดู 10:11; 11:9; 12:6 ดวย - นอกจากนัน้ ใหดู อพย 20:16; 23;1; ฉธบ 19:15-21 อีกดวย b c

43

13:20


สภษ 14:11-19

คนแปลกหนาจะรวมยินดีกับใจของทานไมได บานของคนชัว่ รายจะถูกทำลาย แตกระโจมของคนสุจริตจะรุงเรือง 11

โยบ 8:22

บางคนอาจคิดวาหนทางสายหนึ่งตรง แตในที่สุดทางสายนั้นก็นำไปสูความตาย

=16:25

12

ปญจ 2:1-2; 7:2-6 ลก 6:25

13

แมใจของผูที่หัวเราะก็เศราได ความยินดีอาจจบลงดวยความทุกข คนใจคดจะเก็บผลจากความประพฤติของตน คนดีจะไดรางวัลจากการกระทำของตนd

14

คนขาดสติเชื่อทุกคำทีผ่ อู ื่นพูด แตคนฉลาดระวังกาวเดินของตน 15

ผูมีปรีชากลัวและหันหนีจากความชั่ว แตคนโงเขลาทะนงตนและสะเพรา

16

คนใจรอนประพฤติโงเขลา ผูวางแผนรายเปนคนนารังเกียจ

17

14:29;29:22

คนขาดสติไดความโงเปนมรดก แตคนรอบคอบจะไดความรูเปนมงกุฎ

18

14:24

คนชั่วกมลงตอหนาคนดี

19 d

“จากการกระทำของตน” - แปลโดยคาดคะเน - ตนฉบับภาษาฮีบรูวา “เหนือเขา” 44


สภษ 14:20-28

คนชั่วรายกมลงที่ประตูเมืองของผูชอบธรรม 20

คนยากจนเปนที่รังเกียจแมแกเพื่อนบาน คนจำนวนมากรักคนร่ำรวย

19:4-7 บสร 6:8-12

ผดู หู มิน่ เพือ่ นบานก็ทำบาป ผูมีเมตตาตอคนยากจนยอมเปนสุข

11:21 สดด 41:1

21

ผูคิดแผนชั่วยอมหลงทาง ผูคิดการดียอมไดรับความรักมั่นคงและความจริงใจ 22

ความอุตสาหะยอมนำกำไรมาใหเสมอ การพูดพลามจะนำมาแตความขาดแคลน 23

24

มงกุฎของผูมีปรีชาคือความร่ำรวย ความโงเขลาของคนโงกอใหเกิดแตความโง

14:18

25

พยานซื่อสัตยชวยชีวิตใหรอดพน ผูกลาวคำเท็จเปนคนหลอกลวงe

12:17

ความยำเกรงพระยาหเวหเปนหลักประกันที่มั่นคง พระองคทรงเปนที่หลบภัยของลูกหลาน

19:23

26

ความยำเกรงพระยาหเวหเปนพุน้ำแหงชีวิต เพื่อหลีกเลี่ยงบวงแรวของความตาย 27

ประชากรจำนวนมากเปนความรุงโรจนของกษัตริย

28 e

“คนหลอกลวง” - แปลโดยคาดคะเน - ตนฉบับภาษาฮีบรูวา “ความมีเลหเ หลีย่ ม” 45

=13:14


สภษ 14:29-15:1

ถาไมมปี ระชาชน เจานายก็ประสบหายนะ ผูระงับความโกรธไดยอมมีความเขาใจลึกซึ้ง แตผูโกรธงายยอมแสดงความโงเขลา

29

14:17;15:18; 19:11

ใจสงบเปนชีวิตสำหรับรางกาย แตค���ามอิจฉาทำใหกระดูกผุ 30

17:22

ผูขมเหงคนยากจนดูหมิ่นพระผูทรงสรางเขา แตผูมีเมตตาคนขัดสนยอมถวายพระเกียรติแดพระองค 31

17:5

คนชั่วรายจะลมคว่ำเพราะการกระทำชั่วรายของตน แตผูชอบธรรมจะพบทีล่ ภี้ ัยเมือ่ เขาตายf 32

ปรีชาญาณอยใู นใจของผมู ีความเขาใจ แตหาไมพบgในใจของคนโงเขลา 33

ความชอบธรรมเปนที่เชิดชูของชาติ แตบาปนำความอับอายมาใหประชากร 34

ปฐก 41:37-44 บสร 8:8 มธ 24:45

กษัตริยโปรดปรานขาราชบริพารที่มีไหวพริบ แตกริว้ ขาราชบริพารทีป่ ระพฤตินาอับอาย

1 ซมอ 25:32-33 1 พกษ 12:12-19

15 1คำตอบออนโยนทำใหความโกรธสงบลง แตคำพูดทิ่มแทงกอใหเกิดความโกรธ

35

f g

“เมือ่ เขาตาย” - สำนวนแปลโบราณภาษากรีกและซีเรียควา “ในความดีบริบรู ณของเขา” “หาไมพบ” - แปลตามตนฉบับภาษากรีก - ตนฉบับภาษาฮีบรูขาดคำปฏิเสธ “ไม” 46


สภษ 15:2-10 2

ลิ้นของผมู ีปรีชาทำใหความรเู ปนทีน่ าปรารถนา แตปากของคนโงเขลาพนความโงออกมา

ปญจ 10:12

พระยาหเวหทรงเห็นทุกแหง ทรงเฝาดูคนชั่วและคนดี

5:21;15:11;16:2 สดด 7:9;139:1ฯ ศคย 4:10 12:18

3

คำพูดออนหวานเปนตนไมแหงชีวิต แตคำพูดตลบตะแลงทำใหจิตใจแตกสลายa 4

คนโงเขลาดูหมิ่นคำตักเตือนของบิดา แตผูปฏิบัติตามคำตักเตือนยอมรอบคอบ

5

12:1;13:8

ในบานของผูชอบธรรมมีทรัพยสมบัติมาก แตรายไดของคนชั่วรายไมแนนอน 6

ปากของผูมีปรีชากระจายความรู แตความคิดของคนโงเขลาไมเปนเชนนั้น 7

8

การถวายบูชาของคนชั่วรายเปนที่นารังเกียจสำหรับพระยาหเวห แตคำอธิษฐานของคนเทีย่ งตรงเปนทีพ่ อพระทัย

=21:27 1 ซมอ 15:22d

ความประพฤติของคนชั่วรายเปนที่นารังเกียจของพระยาหเวห แตพระองคทรงรักผูปฏิบัติความชอบธรรม

11:20;12:22

9

ผูละทิ้งความประพฤติดีจะถูกตำหนิอยางรุนแรง ผูเกลียดคำตักเตือนจะตาย 10

15 a “คำพูดตลบตะแลงทำใหจติ ใจแตกสลาย” - แปลตามตัวอักษรวา “ความคดโกงทีล่ นิ้ เปนการทำใหจิตใจแตกสลาย” 47

12:1;15:32


สภษ 15:11-20

แดนผตู ายและผทู ำลายลางอยเู ฉพาะพระพักตรพระยาหเวห ใจของมนุษยจะปรากฏแจงแกพระองคยิ่งกวานั้นสักเพียงใด 11

11:20+ ยน 2:25 9:8

12:25 บสร 13:25 18:15

คนชอบเยาะเยยรังเกียจที่จะรับการตักเตือน เขาจะไมคบหากับผมู ีปรีชา 12

ใจยินดีทำใหใบหนาเบิกบาน แตความเสียใจทำใหจิตซึมเศรา 13

ความคิดของผูมีความเขาใจแสวงหาความรู แตปากของคนโงเขลากินความโงเปนอาหาร 14

ทุกวันของผูมีความทุกขเปนวันราย แตเปนวันฉลองเสมอสำหรับผูมีใจราเริง 15

บสร 30:25 13:8;16:8;17:1 สดด 37:16 17:1

14:29;28:25; มธ 5:9

มีทรัพยนอยแตมีความยำเกรงพระยาหเวห ยอมดีกวามีทรัพยสมบัตมิ าก แตมคี วามกังวลใจ 16

กินแตผักเมื่อมีความรัก ยอมดีกวากินเนื้อโคขุนเมื่อมีความเกลียดชัง

17

คนใจรอนกอการทะเลาะวิวาท แตผูโกรธชายอมทำใหความขัดแยงสงบลง 18

ทางของคนเกียจครานเปนเหมือนรั้วตนหนาม แตวิถีทางของคนซื่อตรงเปนทางหลวงราบเรียบ 19

=10:1;17:25; 23:22

บุตรที่มีปรีชาทำใหบิดายินดี

20

48


สภษ 15:21-28

แตคนโงเขลาดูหมิ่นมารดาของตน ความโงเขลาเปนความยินดีสำหรับผูไรสามัญสำนึก แตผูที่มีความเขาใจยอมเดินตรงไป 21

ถาไมมกี ารปรึกษา แผนงานก็ลม เหลว แตแผนงานยอมสำเร็จเมื่อมีผูแนะนำหลายคน 22

11:14

ผูรูจักใหคำตอบยอมยินดี คำพูดที่ถูกกาลเทศะยอมดีมาก 23

ทางของผูรอบคอบนำขึน้ ไปสชู วี ติ เพื่อเขาจะไดหลีกเลี่ยงแดนผูตายที่อยูเบื้องลางb

24

พระยาหเวหทรงรื้อบานของคนเยอหยิ่ง แตทรงปกปองเขตที่ดินของหญิงมาย

ปญจ 3:21 กดว 16:33f

25

แผนการของคนชั่วรายเปนที่นารังเกียจของพระยาหเวห แตพระองคพอพระทัยถอยคำออนโยน 26

คนโลภหากำไรทุจริตนำความวุนวายมาสูบานของตน แตผูเกลียดสินบนจะมีชีวิต 27

ใจของผูชอบธรรมคิดกอนจะตอบ

28

วลี “ขึน้ ไป” และ “ทีอ่ ยเู บือ้ งลาง” ไมมใี นตนฉบับภาษากรีก จึงอาจเปนวลีทผี่ คู ัดลอกเสริม เขามาในภายหลัง - “ทางนำไปสชู วี ติ ” แตเดิมอาจหมายถึงการมีชวี ติ ยืนยาวในโลกนี้ (ตรง ขามกับ “ความตาย” หรือ “การลงไปสแู ดนผตู าย”) แลวตอมาในภายหลังจึงเขาใจวาเปน “ทาง ทีน่ ำไปสคู วามสุขในสวรรค” - แตคนในสมัยนัน้ คงยังไมเขาใจเชนนี้ b

49

22:28; 23:10-11 ฉธบ 19:14 ฮชย 5:10

1:19;17:23f


สภษ 15:29-16:3 =19:28

แตปากของคนชั่วรายเทสิ่งชั่วรายออกมา

อสย 59:2 ยน 9:31

พระยาหเวหทรงอยูหางจากคนชั่วราย แตทรงฟงคำอธิษฐานของผูชอบธรรม 29

ดวงตาสุกใสทำใหใจเปรมปรีดิ์ ขาวดีทำใหกระดูกมีกำลัง

30

25:12

10:17;15:10; 19:20 1:7 =18:12 16:9;19:21

=21:2

3:6 สดด 37:5

หูที่ฟงคำตักเตือนที่ใหชีวิต จะอยูในหมูผูมีปรีชา 31

ผูไมยอมรับคำตักเตือนก็ดูหมิ่นตนเอง แตผูยอมฟงคำตำหนิจะไดความเขาใจ 32

ความยำเกรงพระยาหเวหเปนการสอนใหเกิดปรีชาญาณ กอนจะมีเกียรติตองมีความถอมตน 33

16 1ใจของมนุษยวางแผน แตคำตอบaมาจากพระยาหเวห มนุษยคิดวากิจการของตนบริสุทธิ์ แตพระยาหเวหทรงสำรวจจิตใจ 2

จงมอบงานของทานไวกับพระยาหเวห และแผนงานของทานจะสำเร็จ 3

16 a สุภาษิตนีต้ รงกับคำพังเพยภาษาอังกฤษทีว่ า “Man proposes, God disposes” หรือ ภาษาไทยทีว่ า “มนุษยเสนอ พระเจาทรงตอบสนอง” 50


สภษ 16:4-11

พระยาหเวหทรงสรางทุกสิ่งใหมีจุดหมาย แมคนชั่วรายก็ถูกกำหนดไวสำหรับวันแหงหายนะb

รม 9:22

ผูหยิ่งยโสทุกคนเปนที่นารังเกียจของพระยาหเวห เขาจะไมพนโทษอยางแนนอน

11:21

4

5

ความเมตตากรุณาและความซื่อสัตยชดเชยความผิด ผูยำเกรงพระยาหเวหยอมหลีกหนีความชั่ว 6

เมื่อพระยาหเวหพอพระทัยความประพฤติของคนหนึ่ง พระองคก็ทรงทำใหเขาคืนดีแมกับศัตรู

ทบต 12:9

7

ปฐก 26:26ฯ; 31:1ฯ

8

มีทรัพยสมบัตินอยแตมีความชอบธรรม ยอมดีกวามีรายไดมากแตขาดความยุติธรรม

15:16+ ทบต 12:8

ใจมนุษยวางแผนวิถีชีวิตของตน แตพระยาหเวหทรงนำกาวเดินของเขา

19:21

9

พระดำรัสของกษัตริยเปนพระประสงคของพระเจาc การพิพากษาของพระองคยอมถูกตองเสมอ 10

ตราชูและตาชั่งเที่ยงตรงเปนของพระยาหเวห ลูกตุมน้ำหนักทุกลูกในถุงเปนพระราชกิจของพระองค 11

พระเจาทรงเนรมิตสรางมนุษยที่อาจเลือกทำความชั่วไดดวย เพื่อเปนบทเรียนใหเห็นพระ ยุติธรรมของพระองค c “พระดำรัสของกษัตริยเ ปนพระประสงคของพระเจา” - เพราะกษัตริยท รงตัดสินในพระนาม ของพระเจา (ดู 2 ซมอ 14:18-20; 1 พกษ 3:4-28) - สุภาษิตใน 16:10-15 (ยกเวนขอ 11) เปนสุภาษิตเกีย่ วกับกษัตริย b

51

11:1+


สภษ 16:12-21

การกระทำความชั่วรายเปนที่นารังเกียจของกษัตริยทุกพระองค เพราะความชอบธรรมทำใหราชบัลลังกมั่นคง 12

25:5;29:14 14:35;22:11

19:12;20:2

กษัตริยพอพระทัยถอยคำที่ชอบธรรม พระองคทรงรักถอยคำซื่อตรง 13

พระพิโรธของกษัตริยเปนผูสื่อสารความตาย แตผูมีปรีชาจะระงับพระพิโรธนั้น 14

สดด 4:6d 19:12

ถากษัตริยม ีพระพักตรแจมใส ก็มชี วี ติ ความพอพระทัยเปนเหมือนเมฆทีน่ ำฝนมาใหในฤดูใบไมผลิ

3:14;8:19

มีปรีชาญาณยอมดีกวามีทองคำ มีความเขาใจยอมดีกวามีเงิน

15

16

ทางหลวงของผูชอบธรรมหันออกจากความชั่วราย ผูที่ควบคุมความประพฤติของตนไดยอมรักษาชีวิต 17

11:2;15:33

ความเยอหยิ่งยอมนำหนาหายนะ ใจหยิ่งยโสยอมนำหนาการสะดุดลม

อสย 57:15

เปนคนมีใจถอมตนอยูกับคนยากจน ยอมดีกวาแบงของที่ปลนมาไดกับคนเยอหยิ่ง

13:13 สดด 2:12;40:4 16:23

18

19

ผยู อมฟงคำสัง่ สอนยอมพบความดี ผูวางใจในพระยาหเวหยอมเปนสุข 20

ผูตัดสินอยางมีปรีชานับไดวาเปนผูเฉลียวฉลาด

21

52


สภษ 16:22-29

ถอยคำออนหวานทำใหคำสั่งสอนมีน้ำหนักมากขึ้น ความรอบคอบเปนพุน้ำแหงชีวิตของผูมีปรีชา แตความโงเปนการลงโทษของคนโงเขลา 22

ใจของผมู ีปรีชาทำใหคำสอนของเขามีความรอบคอบ และทำใหคำสั่งสอนมีน้ำหนักมากขึ้น 23

16:21 ปญจ 10:12

ถอยคำออนหวานเปนเหมือนรวงผึ้ง เปนความหวานสำหรับจิตวิญญาณ และเปนสุขภาพสำหรับรางกาย 24

บางคนอาจคิดวาหนทางสายหนึ่งตรง แตในที่สุดทางสายนั้นก็นำไปสูความตาย 25

=14:12

ความหิวทำใหคนทำงานเพื่อระงับความหิว เพราะปากของเขากระตนุ ใหรีบทำงาน 26

คนสารเลวdวางแผนชั่วราย คำพูดของเขาเปนเหมือนไฟลุกลาม 27

คนตลบตะแลงกอใหเกิดการทะเลาะวิวาท ผูใสรายทำใหเพื่อนสนิทผิดใจกัน 28

ผูใชความรุนแรงลอลวงเพื่อนบาน

29

“คนสารเลว” - แปลตามตัวอักษรวา “คนของเบลีอัล” ซึ่งแปลวา “ความไมมีอะไร(ดี)” (“คนอันธพาล” - ดู 6:12) - แตบางคนในภายหลังคิดวา “เบลีอลั ” หมายถึงปศาจ - ดู 2 คร 6:15

d

53

ยก 3:6 17:9 บสร 28:13ฯ


สภษ 16:30-17:3

ชักชวนเขาใหเดินในทางไมดี ผูขยิบตาวางแผนตลบตะแลง ผูเมมปากกระทำความชั่วแลว 30

ผมหงอกเปนมงกุฎสงางาม ผูดำเนินชีวิตดวยความชอบธรรมจึงจะหาพบได 31

ปชญ 4:9 บสร 25:4-6

ผูโกรธชายอมดีกวานักรบชำนาญศึก ผูรูจักบังคับใจตนเองยอมดีกวาผูที่ยึดเมืองได 32

25:28

เขาทอดลูกบาศกที่อกเสื้อe แตการตัดสินทั้งสิ้นขึ้นกับพระยาหเวห 33

17 1กินขนมปงแหงชิน้ หนึง่ แตมคี วามสงบ ยอมดีกวาบานทีม่ กี ารเลีย้ งaเต็มที่ แตมกี ารทะเลาะวิวาท

15:16-17

ผูรับใชเฉลียวฉลาดยอมดีกวาบุตรที่ประพฤตินาอับอาย เขาจะไดสว นแบงมรดกเหมือนกับพีน่ อ งคนอืน่ ๆ 2

เบาหลอมมีไวสำหรับเงิน เตาถลุงมีไวสำหรับทองคำ แตพระยาหเวหทรงทดสอบจิตใจ

3

=27:21 ยรม 11:20+

“ทอดลูกบาศกทอี่ กเสือ้ ” เปนการกลาวพาดพิงถึงเสือ้ กัก๊ หรือ “เอโฟด” ทีม่ หาสมณะสวมที่ อก (อพย 28:6 เชิงอรรถ a) - แตทตี่ รงนีเ้ ปน “เอโฟด” อีกชนิดหนึง่ ทีใ่ ชในการเสีย่ งทายเพือ่ ทราบพระประสงคจากพระเจา (1 ซมอ 2:28 เชิงอรรถ l)

e

17 a “การเลีย้ ง” - แปลตามตัวอักษรวา “การถวายบูชา” - อาจเปนการกลาวพาดพิงถึง การนำเนื้อสัตวที่ถวายเปนศานติบูชาแลวมาทำอาหารเลีย้ งฉลองกัน 54


สภษ 17:4-11

ผูกระทำชั่วตั้งใจฟงคำพูดใสราย คนพูดเท็จตั้งใจฟงคำพูดที่มุงราย 4

ผูเยาะเยยคนยากจนก็ดูหมิ่นพระผูสรางเขา ผยู ินดีเมื่อผอู ื่นประสบเหตุรายจะไมพนโทษb

14:31

หลานเหลนเปนมงกุฎของผูชรา บิดาเปนเกียรติยศของลูกหลาน

สดด 128:3,6

5

6

ลนต 19:14 โยบ 31:29q บสร 3:10-11

วาจาสละสลวยไมเหมาะสมแกคนโงเขลา วาจามุสายิ่งไมเหมาะสมแกเจานาย 7

8

สินบนเปนเหมือนแกวสารพัดนึกของผูให ไมวาเขาจะหันไปทิศทางใดก็ประสบความสำเร็จ

18:16;21:14; 14:23f

ผูใหอภัยความผิดยอมสงเสริมความรัก แตผทู พี่ ูดย้ำความผิดยอมทำใหเพื่อนผิดใจกัน

10:12

9

คำตำหนิผูมีความเขาใจเพียงครั้งเดียว เกิดผลมากกวาการเฆี่ยนคนโงเขลาสักรอยครั้งc 10

11

คนชั่วคิดแตการกบฏ

เทียบสุภาษิตบทนีก้ บั สุภาษิตของอาเมน-เอม-โอฟส: “อยาหัวเราะเยาะคนตาบอด อยาลอ เลียนคนแคระ อยาทำรายคนออนแอ........ มนุษยเปนเพียงดินเหนียวและฟางขาว พระเจาทรง เปนผสู รางเขา” c การกลาวถึง “การเฆีย่ นรอยครัง้ ” อาจไดมาจากธรรมเนียมปฏิบตั ขิ องชาวอียปิ ต - กฎหมาย ของอิสราเอลหามไมใหเฆีย่ นเกิน 40 ครัง้ (ฉธบ 25:3) b

55

16:28


สภษ 17:5-19

ผูสื่อขาวโหดรายจะถูกสงไปหาเขาd พบแมหมีที่ถูกขโมยลูกไป ยังดีกวาพบคนโงเขลาทีท่ ำอะไรโง ๆ 12

ผทู ี่ทำชั่วตอบแทนความดี ความชั่วจะไมพนไปจากบานของเขา

13

สดด 109:4ฯ

การเริ่มโตเถียงเปนเหมือนปลอยน้ำออกจากเขื่อน ฉะนั้นจงเลิกโตเถียงกอนเกิดการทะเลาะวิวาท 14

มธ 5:25,40

การไมลงโทษผูกระทำผิดและลงโทษผูชอบธรรม ทั้งสองประการเปนการกระทำที่นารังเกียจสำหรับพระยาหเวห 15

อพย 23:7 ฉธบ 16:18-20

เงินในมือของคนโงเขลาจะมีประโยชนอยางใด เขาจะซือ้ ปรีชาญาณไมได เพราะไมมคี วามคิด 16

เพื่อนจะมีความรักตอกันตลอดไป จะเปนพีน่ องในยามเคราะหราย 17

1 ซมอ 20 บสร 6:7-10

ผทู ำสัญญาแทนผอู นื่ และเปนผคู ้ำประกันรับรองเขา ยอมขาดสามัญสำนึก

18

6:1a

ผชู อบทะเลาะวิวาทก็ชอบทำบาป

19

“ผสู อื่ ขาวโหดราย” อาจหมายถึง “ทูตสวรรคผทู ำลาย” - ดู อพย 12:13 เชิงอรรถ j - ตาม ความเขาใจของตนฉบับภาษากรีกทีว่ า “องคพระผเู ปนเจาจะทรงสงทูตสวรรคมาลงโทษเขาโดย ไมปรานี” d

56


สภษ 17:20-26

ผูหยิ่งยโสยอมแสวงหาความพินาศe ผูมีใจคดโกงจะไมพบความสุข ผูพูดตลบตะแลงจะประสบเคราะหราย 20

21

ผูใหกำเนิดคนโงเขลายอมมีความทุกข บิดาของคนโฉดเขลายอมไมมีความยินดี

10:1 บสร 22:3

22

ใจราเริงเปนยาขนานเอก จิตโศกเศราทำใหกระดูกแหง

14:30

คนชั่วรายรับสินบนจากใตอกเสื้อf เพื่อบิดเบือนวิถีทางแหงความยุติธรรม

อพย 23:8 ฉธบ 16:19; 27:25 1 ซมอ 8:3 อสย 1:23 อมส 5:12

23

ผมู ีความเขาใจมุงหนาไปหาปรีชาญาณ แตดวงตาของคนโงเขลาไปอยูที่สุดปลายแผนดินg 24

บุตรโงเขลาทำใหบิดาโศกเศรา เปนความขมขื่นของมารดาผูใหกำเนิด 25

การปรับผูชอบธรรมเปนความผิด การโบยตีคนดีก็ไมถูกตอง 26

“ผหู ยิง่ ยโส” - แปลตามตัวอักษรวา “ผทู ที่ ำประตูของตนใหสงู ” “รับสินบนจากใตอกเสือ้ ” หมายถึงสินบนทีผ่ พู พิ ากษาและพยานเท็จรับมาจากจำเลยคคู วาม (เทียบ 17:8; 18:16 และ 21:14 ซึง่ กลาวถึง “ของกำนัล” ในความหมายทัว่ ๆ ไป) g “ดวงตาของคนโงเขลาไปอยทู สี่ ดุ ปลายแผนดิน” หมายความวา “คนโงเขลาชอบสอดรสู อด เห็นเขาไปยุงเกี่ยวกับทุกเรื่อง” e f

57

10:1;29:15


สภษ 17:17-18:7 10:19

โยบ 13:5 บสร 20:5

ผูควบคุมคำพูดเปนผูมีความรู ผูมีจิตใจเยือกเย็นเปนคนฉลาด 27

ถาคนโงเขลาไมพดู คนอืน่ ก็คดิ วาเขาเปนผมู ปี รีชา ถาเขาหุบปาก คนอืน่ ก็คดิ วาเขาเปนผฉู ลาด

28

18 1ผเู ห็นแกตวั ทำตามใจตนเองเทานัน้ เขาไมพอใจคำแนะนำใด ๆ ทัง้ สิน้ a คนโงเขลาไมชอบแสวงหาความเขาใจ แตชอบแสดงความคิดเห็นของตน

2

12:23

การสบประมาทมาพรอมกับความชั่วราย ความอับอายมาพรอมกับการดูหมิ่น 3

20:5 บสร 21:13 ยน 7:38

ถอยคำจากปากมนุษยเปนเหมือนน้ำลึก พุน้ำแหงปรีชาญาณเปนเหมือนลำธารทีม่ นี ้ำลนฝง

17:15+; 24:23e สดด 82:2+

การลำเอียงเขาขางคนชั่วรายเปนสิ่งไมดี เพราะเปนการละเมิดสิทธิของผูชอบธรรมในการพิพากษา

4

5

ริมฝปากของคนโงเขลากอใหเกิดการทะเลาะวิวาท ปากของเขาเชื้อเชิญใหถูกโบยตี 6

10:14;12:13; 13:3

ปากของคนโงเขลาเปนหายนะสำหรับตน ริมฝปากของเขาเปนบวงแรวดักตนเอง 7

18 a “ผเู ห็นแกตวั ” - แปลโดยคาดคะเน ตนฉบับไมชดั เจน - บางคนแปลตามตัวอักษรวา “ผู อยูโดดเดีย่ ว” 58


สภษ 18:8-17

ถอยคำนินทาเปนเหมือนชิน้ อาหารอรอย ที่ลงลึกไปในทอง 8

=26:22

ผทู ำงานเฉือ่ ยชา เปนพีน่ อ งกับผทู ำลาย 9

10

พระนามของพระยาหเวหเปนเหมือนปอมปราการแข็งแรง ผูชอบธรรมวิ่งเขาไปที่นั่นก็จะปลอดภัย

สดด 61:3; 124:8

11

ทรัพยสมบัติของคนร่ำรวยเปนเมืองปอมสำหรับเขา เขาคิดวาทรัพยสมบัติเปนเหมือนกำแพงสูง

=10:15

12

ความเยอหยิ่งยอมนำหนาหายนะ ความถอมตนนำหนาเกียรติยศ

16:18 =15:33

13

การตอบ���อนจะฟงคำถาม เปนความโงเขลาและนาอับอาย 14 พลังจิตของมนุษยชวยใหทนความเจ็บปวย แตใครเลาจะปลุกจิตที่ทอแทขึ้นได

บสร 11:8

15

ใจฉลาดยอมไดความรู หูของผูมีปรีชาแสวงหาความรู

15:14

ของกำนัลของผูใดยอมเปดทางใหผูนั้น นำเขาไปอยตู อ หนาผมู อี ำนาจ

17:8;23+;21:14

16

ในการพิจารณาคดี ผพู ดู กอนดูเหมือนเปนฝายถูก จนกวาฝายตรงขามจะมาตอบโตเขา 17

59


สภษ 18:18-24

การจับฉลากทำใหการทะเลาะวิวาทยุติลง แมคูความจะมีกำลังก็ยังตัดสินไดb 18

16:33

การคืนดีกบั พีน่ อ งทีถ่ กู รังแกยอมยากกวาการยึดเมืองปอมทีแ่ ข็งแรง การทะเลาะวิวาทเปนเหมือนดาลประตูของปอมปราการc 19

ทองจะอิ่มจากผลของปากมนุษย เขาจะกินอิ่มจากผลของปาก

12:14;13:2

20

21:23 บสร 37:18 ยก 3:2-12

ความตายและชีวิตอยูใตอำนาจของลิ้น ผูที่รักสิ่งใดก็จะไดกินผลของสิ่งนั้น 21

ผูที่พบภรรยาก็พบความสุข และไดรับความโปรดปรานจากพระยาหเวห 22

5:15b;31:10ฯ บสร 26:1-4

คนยากจนใชถอยคำออนวอนขอรอง แตคนร่ำรวยตอบดวยถอยคำหวน ๆ 23

บสร 13:3

เพือ่ นบางคนdนำไปสหู ายนะ แตเพื่อนบางคนใกลชิดยิ่งกวาพี่นอง 24

17:17;27:10

“แมคคู วามจะมีกำลัง ก็ยงั ตัดสินได” - คำพังเพยนีอ้ าจไมใชการมองโลกในแงรา ยเกีย่ วกับ ความยุตธิ รรม - แตอาจเปนการกลาวพาดพิงถึง “การพิพากษาของพระเจา” - เทียบ 16:33 c ตัวบทของขอนีไ้ มชดั เจน - ตนฉบับภาษากรีกแตกตางกันมาก มีความวา “พีน่ อ งทีไ่ ดรบั ความ ชวยเหลือจากพี่นองเปนเหมือนเมืองแข็งแรงและสูง เขาแข็งแรงเหมือนปอมปราการของ กษัตริย” d “เพือ่ นบางคน” - บางคนแปลโดยคาดคะเนวา “มีเพือ่ น(ทีน่ ำไปสหู ายนะ)” [yesh] - ตน ฉบับภาษาฮีบรูวา “คน” ['ish] b

60


สภษ 19:1-9

19 1คนยากจนทีด่ ำเนินชีวติ สุจริต ยอมดีกวาคนพูดตลบตะแลงที่โงเขลา

=28:6

2

ความกระตือรือรนที่ขาดความรูเปนสิ่งไมดี ผูที่เรงฝเทามักสะดุดลม

21:5 รม 10:2

3

ความโงเขลาทำใหคนหลงผิด ใจของเขายังโกรธพระยาหเวหอีกดวย

บสร 15:11-20 ยก 1:13-14

4

ทรัพยสมบัตเิ พิม่ จำนวนเพือ่ น แตคนยากจนมีเพื่อนคนเดียวก็ยังถูกทอดทิ้ง

14:20 บสร 6:8-12

5

พยานเท็จจะไมพนโทษ ผูใดพูดเท็จจะหนีไมพน

=19:9;21:28

6

คนจำนวนมากประจบประแจงคนใจกวาง และทุกคนเปนมิตรกับคนที่ใหของกำนัล

บสร 13:5-6 ปญจ 5:10

แมพี่นองของคนยากจนก็ยังเกลียดเขา เพือ่ นก็ยงิ่ จะทอดทิง้ เขา เขายังพูดไมจบ แตไมมใี ครฟงเขาแลวa

บสร 13:21

7

ผูที่แสวงหาความรูยอมไดประโยชนแกตน ผูที่รักษาความเขาใจไวไดยอมพบความสุข

8

9

พยานเท็จจะไมพนโทษ

=19:5

19 a “เขายังพูดไมจบ แตไมมใี ครฟงเขาแลว” - สุภาษิตขอนีอ้ าจไมสมบูรณ เพราะขาดบรรทัด แรก 61


สภษ 19:10-17

ผใู ดพูดเท็จจะพินาศ ชีวิตหรูหราไมเหมาะกับคนโงเขลา ผรู ับใชยิ่งไมเหมาะทีจ่ ะปกครองเจานาย 10

30:22 ปญจ 10:6-7

สามัญสำนึกทำใหคนโกรธชา การมองขามการถูกรังแกยอมเปนเกียรติแกเขา 11

14:29

ความกริ้วของกษัตริยเปนเหมือนเสียงคำรามของสิงหหนุม แตความโปรดปรานของพระองคเปนเหมือนน้ำคางบนใบหญา

12

16:14-15; =20:2

บุตรโงเขลาเปนความพินาศของบิดา การทะเลาะวิวาทของภรรยาเปนเหมือนหยดน้ำที่ไมรูจักหยุด 13

17:25 =27:15

บานและทรัพยสมบัติเปนมรดกตกทอดจากบิดา แตภรรยาเฉลียวฉลาดเปนของประทานจากพระยาหเวห

14

18:22;31:10ฯ

ความเกียจครานกลอมใหหลับสนิท คนไมยอมทำงานจะตองหิว

15

10:4 ลก 10:28; 11:28

ผูรักษาบทบัญญัติจะรักษาชีวิตของตน ผูไมเอาใจใสความประพฤติของตนbจะเสียชีวิต

28:27 มธ 25:40

ผูมีใจกวางตอคนยากจนเปรียบเสมือนใหพระยาหเวหทรงขอยืม พระองคจะทรงตอบแทนการกระทำของเขา

16

17

“ผไู มเอาใจใสความประพฤติของตน” - ยังอาจแปลไดอกี วา “ผดู ถู กู บทบัญญัต”ิ ทีต่ อ งรักษา ตามคำแนะนำในบรรทัดแรก

b

62


สภษ 19:18-25

จงตีสอนบุตรขณะที่ยังมีความหวัง แตอยาโกรธจนทำใหเขาถึงตายc

18

ฉธบ 21:18-21

ผูโกรธอยางรุนแรงจะตองไดรับโทษ ถาทานไมลงโทษเขา เขาก็ยงิ่ จะใชความรุนแรงมากขึน้ d

19

20

จงฟงคำแนะนำและรับคำตักเตือน ทานจะมีปรีชาในอนาคต

15:32

ในใจมนุษยมีแผนการมากมาย แตพระประสงคของพระยาหเวหเทานั้นจะตั้งมั่นอยูอยางมั่นคง

16:1,9 สดด 33:11

21

สิ่งนาปรารถนาในตัวมนุษยคือความเมตตากรุณา คนยากจนยังดีกวาคนมุสา 22

23

ผูยำเกรงพระยาหเวหจะมีชีวิต เขาจะกินอิม่ นอนหลับ และไมมอี นั ตรายมากล้ำกราย

14:27

24

คนเกียจครานจุมมือลงในชาม แตไมยอมแมจะหยิบอาหารใสปาก

=26:15

จงตีผชู อบเยาะเยย คนขาดสติจะไดฉลาดขึน้ จงตักเตือนผทู มี่ คี วามเขาใจ และเขาจะไดความรู

9:8

25

“แตอยาโกรธจนทำใหเขาถึงตาย” อาจเปนการลดหยอนโทษทีธ่ รรมบัญญัตกิ ำหนดไว - ดู ฉธบ 21:18-21 - หรือเปนเพียงการตักเตือนอยาใหลงโทษเกินเหตุไปเพราะความโกรธ d “ถาทานไมลงโทษเขา เขาก็ยงิ่ จะใชความรุนแรงมากขึน้ ” - แปลโดยคาดคะเน - ความหมาย ของตนฉบับไมชดั เจน - ความหมายของสุภาษิตบทนีด้ เู หมือนจะเตือนวาการไมลงโทษผใู ชความ รุนแรงยิ่งทำใหเขาประพฤติเลวยิ่งขึ้น c

63


สภษ 19:26-20:4

ผทู ำรายบิดาและขับไลมารดา ก็เปนบุตรนาอับอายและนาตำหนิ 26

20:20;23:22; 30:17 อพย 21:17+

ลูกเอย ถาลูกเลิกฟงคำสัง่ สอนของพอ ลูกจะหลงไปจากถอยคำที่ใหความรeู

27

พยานสารเลวเยาะเยยความยุติธรรม ปากของคนชั่วรายกลืนความชั่ว

28

=15:28

คนชอบเยาะเยยจะถูกลงโทษ คนโงเขลาจะถูกโบยตี 29

10:13

20 1เหลาองนุ ทำใหคนกาวราว สุราทำใหเกิดการทะเลาะวิวาท ผูมีปรีชาไมยอมใหสิ่งเหลานี้ชวนใหหลง

23:29-35

ความกริ้วของกษัตริยเปนเหมือนเสียงคำรามของสิงหหนุม ผูยั่วยุพระองคใหกริ้วยอมเสี่ยงชีวิตของตน

2

=19:12

ผูละเวนการทะเลาะวิวาทยอมมีเกียรติ มีแตคนโงเขลาเทานัน้ ทีช่ อบทะเลาะวิวาทa 3

14:17,29

คนเกียจครานไมไถนาในฤดูทำนา ในฤดูเก็บเกีย่ วเขาจะแสวงหาผลผลิต แตจะไมพบอะไร 4

“ลูกเอย....หลงไปจากถอยคำทีใ่ หความร”ู - แปลโดยคาดคะเน - ตนฉบับไมชดั เจน - ตน ฉบับภาษากรีกวา “บุตรทีเ่ ลิกเอาใจใสคำสัง่ สอนของบิดาก็จะคิดถึงแตคำพูดชัว่ ” e

20 a “มีแตคนโงเขลาเทานั้นที่ชอบทะเลาะวิวาท” - แปลตามตัวอักษรวา “คนโงเขลาทุก คนแสดงความโกรธออกมา” 64


สภษ 20:5-13 5

ความคิดในใจมนุษยนั้นเหมือนน้ำลึก ผูมีความเขาใจจะตักตวงขึ้นมาได

18:4

คนจำนวนมากประกาศวาตนมีคุณธรรม แตใครจะพบคนที่ไวใจได

27:2 มธ 6:2,5,16

6

คนชอบธรรมดำเนินชีวิตดวยความสุจริต บุตรที่มีชีวิตตอจากเขายอมเปนสุข

7

กษัตริยผ ูประทับบนบัลลังกพิพากษา เพียงแตทอดพระเนตร ก็ทรงขจัดbความชัว่ ไดทงั้ หมด 8

ผใู ดจะพูดไดวา “ขาพเจาชำระจิตใจแลว ขาพเจาบริสุทธิพ์ นจากบาปแลว” 9

ลูกตุมที่ไมเที่ยงและเครื่องตวงที่ไมตรง ทั้งสองสิ่งนี้เปนที่นารังเกียจของพระยาหเวห

10

16:10 โยบ 4:17+ สดด 51 1 ยน 1:8-10

11:1+

แมแตเยาวชนก็ยังแสดงตนโดยความประพฤติ วาการกระทำของเขาบริสุทธิ์และซื่อตรงหรือไม

11

หูที่ฟงและดวงตาที่มองเห็น ทั้งสองสิ่งนี้พระยาหเวหทรงสรางขึ้นมา 12

อยารักการนอนหลับ จะไดไมเปนคนยากจน จงเปดตาใหกวาง แลวจะไดมอี าหารกินจนอิม่ 13

“ทรงขจัด” - ยังอาจแปลไดอกี วา “ทรงฝด” หรือ “ทรงรอน” ซึง่ หมายถึงการคัดแยกขอ พิพาททีถ่ กู ตองหรือไมถกู ตอง - เทียบ 20:26

b

65

อพย 4:11 สดด 94:9


สภ��� 20:14-22

ผซู อื้ พูดวา “ของไมดี ของไมด”ี แตเมือ่ เขาไปแลว เขาจึงภูมใิ จทีซ่ อื้ ไดของถูก

14

3:13-15

ทองคำและเพชรนิลจินดามีจำนวนมาก แตผูพูดที่มีความรูยอมมีคาประเสริฐยิ่งกวา 15

6:1a;=27:13

จงยึดเสื้อผาของผูใหประกันแกคนแปลกหนาไว ทานจะไดมีของประกันเมื่อตองใหประกันแกคนตางดาว

โยบ 20:12-14

อาหารที่ไดมาดวยการหลอกลวงยอมอรอย แตตอมาปากของเขาจะมีแตกอนกรวด

16

17

จงวางแผนงานใหดีดวยการปรึกษา จงรับคำแนะนำกอนจะทำสงคราม 18

24:6 11:13+

19:26+ อพย 20:12; 21:17+ 13:11

25:22+ รม 12:17 1 ธส 5:15

ผชู อบนินทายอมเปดเผยความลับ อยาคบคากับคนปากบอน

19

ผูใดสาปแชงบิดาหรือมารดา ชีวิตของเขาจะเปนเหมือนตะเกียงที่ดับในความมืดมิด 20

ทรัพยสมบัติที่ไดรับมาเร็วเกินไป จะไมเปนมงคลในที่สุด 21

อยาพูดวา “ฉันจะตองแกแคน” จงวางใจในพระยาหเวห แลวพระองคจะทรงชวยทานใหรอดพน

22

66


สภษ 20:23-30 23

พระยาหเวหทรงรังเกียจลูกตุมที่ไมเที่ยง ตราชูที่ไมตรงก็ไมดี

11:1+

24

พระยาหเวหทรงนำยางกาวของมนุษย มนุษยคนใดเลาจะเขาใจทางของตนได

16:9;19:21 สดด 37:23

ผทู รี่ ีบรอนบนบานถวายสิง่ ของแดพระเจา แลวมาคิดเสียดายในภายหลัง ยอมวางบวงแรวดักตนเอง

ฉธบ 23:22ฯ ปญจ 5:3-5 มธ 15:5//

25

กษัตริยผูทรงปรีชายอมคัดคนชั่วรายออกมา และทรงบดขยี้เขาเหมือนทรงใชลอนวดขาวc 26

27

จิตใจของมนุษยdเปนตะเกียงของพระยาหเวห พระองคทอดพระเนตรเห็นสวนลึกที่สุดของเขา

มธ 6:22 1 คร 2:11

ความรักมั่นคงและความซื่อสัตยเฝารักษากษัตริยไว พระบัลลังกตั้งมั่นอยูบนความรักมั่นคง

สดด 61:7 อสย 16:5

28

คนหนุมภูมิใจในกำลังของตน ผมหงอกเปนเครื่องประดับของคนชรา

29

การเฆี่ยนตีจนเลือดออกชำระความชั่ว

30

“ทรงใชลอ นวดขาว” - ในดินแดนตะวันออกกลาง แมกระทัง่ ในปจจุบนั เขายังใชเครือ่ งมือ คลายเลือ่ น ซึง่ บางทีตดิ ลูกลอดวย ลากไปบนขาวทีต่ อ งการนวด เพือ่ ใหเมล็ดขาวหลุดจากรวง - ดู อสย 28:28 d “จิตใจ” คือบอเกิดแหงชีวติ ทีพ่ ระเจาทรงเปาเขาไปในรางกายมนุษยทที่ รงปน ขึน้ มา - ดู ปฐก 2:7 c

67

16:31


สภษ 21:1-7

การโบยตีทำใหสวนลึกของมนุษยสะอาดe 21 1พระทัยของกษัตริยเ ปนเหมือนธารน้ำในพระหัตถของพระยาหเวห พระเจาจะทรงผันไปทางไหนก็ไดตามพระประสงค มนุษยเห็นวากิจการทั้งหมดของตนถูกตอง แตผูชั่งจิตใจคือพระยาหเวห

2

=16:2 ลก 16:15; 18:9-14

การปฏิบัติความชอบธรรมและความยุติธรรม เปนที่โปรดปรานของพระยาหเวหมากกวาการถวายเครื่องบูชาa 3

1 ซมอ 15:22d อมส 5:21-24, 21n

ดวงตายโส ใจเยอหยิง่ เปนเหมือนตะเกียงbของคนชัว่ ราย และเปนบาป 4

แผนงานของคนขยันนำความอุดมสมบูรณมาใหอยางแนนอน แตความรีบเรงเกินไปนำความขัดสนมาให 5

19:2

ทรัพยสมบัติที่ไดมาจากการพูดมุสา เปนเหมือนความเพอฝนของผูแสวงหาความตาย 6

7

ความรุนแรงของคนชั่วรายจะทำลายเขาจนสิ้นเชิง

“การโบยตีทำใหสว นลึกของมนุษยสะอาด” ดูเหมือนจะเปนการสงเสริมใหใชการลงโทษทาง รางกายตอผทู ำผิดเพือ่ เขาจะไดแกไขความประพฤติใหดขี นึ้ - แตตน ฉบับของสุภาษิตบทนีก้ ไ็ ม ชัดเจนดวย e

21 a การย้ำวาความจริงใจเปนเงือ่ นไขทีจ่ ำเปนสำหรับการประกอบศาสนพิธปี รากฏอยทู วั่ ไป ในพันธสัญญาเดิม - ดู อสย 1:11ฯ; ยรม 7:21-23; ฮชย 6:6; อมส 5:22ฯ b “เปนเหมือนตะเกียงของคนชัว่ รายและเปนบาป” - แปลโดยคาดคะเน - บางคนอานคำภาษา ฮีบรู “ตะเกียง” (ner) วา “การงาน” หรือ “รอยไถ” (nir) - ตนฉบับไมชดั เจน 68


สภษ 21:8-15

เพราะเขาปฏิเสธไมยอมทำสิง่ ทีถ่ ูกตอง หนทางของผูรายยอมคดเคี้ยว แตความประพฤติของผูบริสุทธิ์ยอมถูกตอง 8

การอยูที่จั่วบนหลังคาบาน ยังดีกวาการอยูในบานกับภรรยาที่ชอบทะเลาะวิวาท 9

19:13;21:19; =25:24 บสร 25:16

วิญญาณของคนชั่วรายปรารถนาความชั่ว ดวงตาของเขาไมมีความเมตตากรุณาตอเพื่อนบาน 10

เมือ่ คนชอบเยาะเยยถูกลงโทษ คนขาดสติกฉ็ ลาดขึน้ เมือ่ ผมู ปี รีชาไดรบั การสัง่ สอน เขาก็ไดความรมู ากขึน้

11

=19:25

พระเจาผูทรงเที่ยงธรรมcทรงสังเกตบานของคนชั่วราย และทรงเหวี่ยงคนชั่วรายใหพินาศ 12

13

ผูใดอุดหูไมฟงเสียงรองของคนยากจน เมื่อผูนั้นรองก็จะไมมีผูใดฟงเขา

มธ 6:15 ยก 2:13

ของกำนัลที่ใหอยางปดบังซอนเรนยอมทำใหความโกรธสงบลง สินบนจากใตอกเสื้อยอมทำใหความโกรธแคนอยางรุนแรงสงบ

17:8,23f

14

การกระทำความยุติธรรมทำใหผูชอบธรรมยินดี แตทำใหผูทำความชั่วหวาดกลัว 15

“พระเจาผทู รงเทีย่ งธรรม” - ตนฉบับไมมคี ำวา “พระเจา” มีแตคำวา “ผเู ทีย่ งธรรม” แต บริบทชวนใหคดิ วา “ผเู ทีย่ งธรรม” นีค้ อื “พระเจา” (จากวลี “ทรงเหวีย่ งคนชัว่ รายใหพนิ าศ”)

c

69


สภษ 21:16-23

ผูใดหันเหไปจากทางแหงความเฉลียวฉลาด ผนู ั้นจะพักอยใู นชุมชนของผตู าย

16

ผูที่รักความสุขสบายจะเปนคนยากจน ผูใดรักเหลาองุนและน้ำมันหอมdจะไมร่ำรวย 17

23:20-21

คนชั่วรายเปนคาไถสำหรับผูชอบธรรม ผูทรยศเปนคาไถสำหรับคนซื่อตรงe 18

การอยูในแผนดินทุรกันดาร ยังดีกวาการอยูกับภรรยาที่ชอบทะเลาะวิวาทและโกรธงาย

19

21:9+

ทรัพยสมบัตลิ ้ำคาและน้ำมันหอมอยูในบานของผมู ีปรีชา แตคนโงเขลาลางผลาญทุกสิ่ง 20

ผูแสวงหาความชอบธรรมและความเมตตากรุณา จะพบชีวติ ความชอบธรรม และเกียรติยศ 21

มธ 5:6

ผมู ีปรีชาเขายึดเมืองของผมู ีกำลัง และทำลายปอมปราการแข็งแรงที่ผูมีกำลังไววางใจ

22

ปญจ 9:13-15

ผูรักษาปากและลิ้นของตน ยอมปกปองตนเองจากความยากลำบาก 23

13:3

“เหลาองนุ และน้ำมันหอม” - แปลตามตัวอักษรวา “เหลาองนุ และน้ำมัน” ซึง่ เปนการหมาย ถึงความเปนอยูอยางสนุกสนานและสุขสบาย e เทียบ 11:8 - สุภาษิตบทนีด้ เู หมือนจะสอนวาในโลกนีม้ อี ตั ราสวนของความทุกขและความ สุข - พระเจาทรงปกปองผชู อบธรรมจากความทุกขทพี่ ระองคทรงใชลงโทษคนชัว่ - คนชัว่ ที่ ถูกพระองคทรงลงโทษจึงคลายกับเปน “คาไถ” ไมใหผชู อบธรรมตองไดรบั ความทุกข d

70


สภษ 21:24-31

คนจองหอง หยิง่ ยโส ไดชอื่ วา “คนชอบเยาะเยย” เขาประพฤติตนดวยความเยอหยิ่งจองหอง

24

25

ความปรารถนาของคนเกียจครานเปนความตายสำหรับเขา เพราะมือของเขาไมยอมทำงาน

13:4;20:4

26

ผูไมนับถือพระเจาfอยากไดมากขึ้นตลอดเวลา แตผูชอบธรรมใหโดยไมหวง

ลก 6:30,34-35

27

เครือ่ งบูชาของคนชัว่ รายเปนทีน่ าสะอิดสะเอียนg ถาเขาถวายดวยเจตนาไมดีก็ยิ่งนาสะอิดสะเอียนมากขึ้น

=15:8 บสร 7:9

พยานเท็จจะพินาศ แตผูยอมฟงผอู ื่นจะพูดไดเสมอ

19:5,9

28

คนชั่วรายยอมไมละอาย แตผูชอบธรรมยอมประพฤติมั่นคง 29

ไมมปี รีชาญาณ ความเขาใจ และคำปรึกษาใด ๆ จะเอาชนะพระยาหเวหไดh

30

31

ทานอาจเตรียมมาไวสำหรับวันสูรบ

“ผไู มนบั ถือพระเจาอยากไดมากขึน้ ” - แปลตามตนฉบับภาษากรีก - ตนฉบับภาษาฮีบรูวา “คนโลภมีความโลภ” g “นาสะอิดสะเอียน” - ตนฉบับภาษากรีกอานวา “นาสะอิดสะเอียนสำหรับพระยาหเวห” เหมือน ใน 15:8 h “ไมม.ี ....จะเอาชนะพระยาหเวหได” - แปลตามตัวอักษรวา “ไมอาจตัง้ อยเู ฉพาะพระพักตร” หรือ “ไมอาจตอสกู บั พระองคได” f

71

อสย 8:10

สดด 20:7 ฮชย 1:7+


สภษ 22:1-8

แตพระยาหเวหประทานชัยชนะ ปญจ 7:1 บสร 41:12

22 1ชือ่ เสียงดีมคี า กวาทรัพยสมบัตจิ ำนวนมาก ความโปรดปรานยอมดีกวาเงินและทอง

=29:13 โยบ 31:15 ปชญ 6:7 มธ 5:45 =27:12

คนรวยและคนยากจนมีลักษณะเหมือนกัน คือพระยาหเวหทรงสรางเขาทั้งสองคน 2

คนเฉลียวฉลาดเห็นอันตรายและซอนตัว แตคนขาดสติเดินตอไป และรับอันตรายนัน้ 3

ผูถอมตนยำเกรงพระยาหเวห จะไดรบั ความร่ำรวย เกียรติยศและชีวติ เปนบำเหน็จ 4

หนามและบวงแรวอยูในทางของคนตลบตะแลง ผูที่ระวังตนยอมอยูหางจากทางนั้น 5

บสร 6:18

จงฝกเยาวชนในทางที่เขาควรจะเดินa เมือ่ เขาชราแลว เขาจะไมหนั เหไปจากทางนัน้ 6

คนร่ำรวยจะเปนนายเหนือคนยากจน ผูยืมเงินจะเปนทาสของผูใหยืม 7

12:14 โยบ 4:8

ผูหวานความอยุติธรรมจะเก็บเกี่ยวหายนะ และความโกรธของเขาจะเปนเสมือนไมตะบองที่ไรประโยชนb 8

22 a “ในทางทีเ่ ขาควรจะเดิน” - แปลตามตัวอักษรวา “ทีป่ ากทางของเขา” - บางคนจึงเขา ใจวา “ตัง้ แตเขาเริม่ หัดเดิน” - ตนฉบับภาษากรีกละขอนีท้ งั้ ขอ b “ความโกรธของเขาจะเปนเสมือนไมตะบองทีไ่ รประโยชน” - แปลโดยคาดคะเน ตนฉบับไม ชัดเจน - ตนฉบับภาษากรีกวา “เขาจะชดใชโทษความผิดทีเ่ ขาทำ” 72


สภษ 22:9-16 9

ผูมีใจกวางมองเห็นความตองการของผูอื่นจะไดรับพร เพราะเขาแบงอาหารของตนแกคนยากจน

19:17;28:27 สดด 112:9 ลก 14:13-14

10

จงขับไลผชู อบเยาะเยยออกไป แลวการวิวาทจะสิน้ สุด การวิวาทและการดาทอจะหยุดลง

26:20

ผูรักใจบริสุทธิ์และพูดจาออนหวาน จะไดกษัตริยเปนมิตร

มธ 5:8 16:13

11

พระเนตรของพระยาหเวหปกปองความรู พระองคทรงคว่ำถอยคำของคนสับปลับ 12

13

คนเกียจครานพูดวา “มีสงิ โตอยขู า งนอก ขาพเจาอาจจะถูกฆากลางถนน”

=26:13

ปากของหญิงมีชูเปนเหมือนหลุมลึก ผูที่พระเจาทรงพระพิโรธจะตกลงในหลุมนั้น

5:2+

14

ความโงเขลาฝงลึกอยูในใจของเยาวชน แตไมเรียวที่ตีสอนจะขับไลความโงนั้นใหไปจากเขา 15

ผูขมเหงคนยากจนทำใหคนจนร่ำรวย ผูใหของกำนัลแกคนร่ำรวยจะทำใหตนยากจนc 16

สุภาษิตบทนีอ้ าจหมายความวา โดยธรรมชาติแลว ความทุกขยากจะเปนตัวเรงเราใหมนุษย เรามีความพยายามและประสบความสำเร็จ - หรือเปนความเชื่อทางศาสนาวาพระยาหเวห จะทรงสลับโชคชะตาของคนร่ำรวยและคนยากจน ใหคนร่ำรวยยากจน และใหคนยากจน ร่ำรวย c

73

13:24;29:15,17


สภษ 22:17-24

III. สุภาษิต 30 บทของผมู ปี รีชา จงเงี่ยหูฟงถอยคำของผูมีปรีชา จงใสใจตอความรูที่ขาพเจาจะสอน 18 ทานจะมีความสุขถาทานรักษาถอยคำเหลานี้ไวในใจ และพรอมทีจ่ ะพูดถอยคำเหลานีอ้ ยเู สมอ 19 ขาพเจาอยากใหทานมีความไวใจในพระยาหเวห ขาพเจาจึงสอนทานในวันนี้ 20 ขาพเจาไดเขียนสุภาษิตสามสิบบทdใหทาน ซึ่งเปนทั้งคำตักเตือนและความรู 21 เพื่อสอนใหทานรูถอยคำที่จริงและถูกตอง ทานจะไดใหคำตอบที่จริงแกผูสงทานมา 17

อสย 33:1

1. อยาปลนคนยากจน เพราะเขาเปนคนยากจน อยาขมเหงคนทุกขยากที่ประตูเมืองe 23 เพราะพระยาหเวหจะทรงเปนทนายแกตางใหเขา และจะทรงริบชีวิตของผูที่ปลนคนยากจน

บสร 8:15

2. อยาเปนมิตรกับคนโกรธงาย อยาคบหากับคนโมโหราย

22

อพย 23:6 23:11

24

“สุภาษิตสามสิบบท” - นาจะหมายถึงสุภาษิตสามสิบบททีอ่ าจรับมาจากหนังสือ “ปรีชาญาณ ของอาเมน-เอม-โอฟส” ชาวอียปิ ต และมีเนือ้ หาคลายกันมาก - เทียบ ANET p. 424 เชิงอรรถ 46 e “ทีป่ ระตูเมือง” - ประตูเมืองเปนสถานทีท่ ใี่ ชในการพิจารณาตัดสินคดีความตาง ๆ - ดู 24:7 d

74


สภษ 22:25-23:2

ทานจะไดไมเรียนรูพฤติกรรมของเขา และไมนำตัวทานเขาไปติดบวงแรว 25

3.

อยาจับมือใหสัญญา เปนประกันหนี้สินของผูอื่น 27 ถาทานไมมีอะไรชำระหนี้ เขาก็จะเอาเตียงนอนของทานไปf 26

อยายายหลักเขตดั้งเดิม ที่บรรพบุรุษไดปกไว

6:1a

4.

28

15:25+; =23:10 ฉธบ 19:14

5. 29 ทานเคยเห็นคนที่มีฝมือในงานของเขาหรือ เขาจะถวายงานรับใชกษัตริย จะไมทำงานรับใชคนไมมีชื่อเสียง 6. 23 เมือ่ ทานนัง่ กินอาหารกับผมู อี ำนาจ จงสังเกตใหดีวาผูใดอยูตอหนาทาน 2 ถาทานหิวมาก จงจอมีดไวที่คอของทานa 1

“เขาก็จะเอาเตียงนอนของทานไป” - แปลตามตนฉบับภาษากรีก - ตนฉบับภาษาฮีบรูวา “ทำไมเขาจะตองเอา....” f

23 a “จงจอมีดไวทคี่ อของทาน” ดูเหมือนจะหมายความวา “จงอยาตะกละ” - บางคนแปล วา “ความตะกละเปนเหมือนมีดจออยทู คี่ อของทาน” - นัน่ คือ “เปนอันตรายแกชวี ติ ” 75


สภษ 23:3-8

อยาปรารถนาอาหารอรอยของเขา เพราะเปนอาหารที่หลอกลวงb 3

=23:6

7. อยากระวนกระวายเพื่อจะร่ำรวย จงเลิกคิดเชนนี้ 5 เมือ่ ตาของทานเพงดูทรัพยสมบัตนิ นั้ ทรัพยสมบัตินั้นก็หายไป เพราะทรัพยสมบัติมีปกเหมือนนกอินทรี บินขึน้ ไปบนทองฟา 4

8.

อยากินอาหารของคนมุงราย อยาปรารถนาอาหารโอชะของเขา 7 เพราะเขาคิดคำนวณอยูในใจแลว เขาพูดวา “จงกินและดืม่ เถิด” แตเขาไมจริงใจกับทานc 8 ทานจะสำรอกอาหารทีไ่ ดกนิ และเสียถอยคำออนหวานของทานเปลา ๆ 6

23:3

สุภาษิตเกี่ยวกับอาหารบทนี้ยังพบไดอีกในขอเขียนของปทา-โฮเทป และในขอเขียนของ อาเมน-เอม-โอฟส - แสดงวาชาวอียปิ ตเอาใจใสมากเกีย่ วกับมารยาทในการกินอาหาร - ดู ปฐก 43:34 ดวย (เรือ่ งโยเซฟเลีย้ งอาหารแกพนี่ อ ง) c บรรทัดแรกของสุภาษิตบทนีม้ คี วามหมายไมชดั เจน - แปลตามตัวอักษรวา “เขาคิดในใจอยาง ไร เขาก็เปนเชนนัน้ ” - ดูเหมือนจะมีเจตนาชีใ้ หเห็นวาความรสู กึ แทจริงในใจมักไมตรงกับความ รูสึกที่แสดงออกมาภายนอก b

76


สภษ 23:9-15

9. อยาพูดถอยคำใหคนโงเขลาไดยิน เพราะเขาจะดูหมิ่นถอยคำที่มีไหวพริบของทาน 9

มธ 7:6

10.

อยายายหลักเขตดั้งเดิม หรือเขาไปยึดทุงนาของลูกกำพรา 11 เพราะพระผปู กปองสิทธิeของเขาทรงอำนาจ พระองคจะทรงเปนทนายสูความกับทาน 10

d

=22:28+ อพย 22:21-23 22:23

11.

จงใสใจรับคำตักเตือน จงเงี่ยหูรับฟงถอยคำที่ใหความรู 12

12. อยาละเลยทีจ่ ะตีสอนเยาวชน แมทา นจะใชไมเรียวตีเขา เขาก็จะไมตาย 14 ถาทานใชไมเรียวตีเขา ทานจะชวยชีวิตเขาใหรอดพนจากแดนผูตาย 13

13. 15 ลูกเอย ถาใจของลูกมีปรีชา ใจของพอก็จะยินดีดวย “อยายายหลักเขตดัง้ เดิม” - บางคนคิดวานาจะแกไขคำ “ดัง้ เดิม” (colam) เปน “ของหญิง มาย” (calmanah) - ดู 15:25 (“หลักเขตของหญิงมาย”) e “ผปู กปองสิทธิ” (go'el) - ดู กดว 35:19 เชิงอรรถ c - ในกรณีนี้ “ผปู กปองสิทธิ” คือ พระยาหเวห - เทียบ สภษ 22:23; ยรม 50:34 d

77

19:18 บสร 30:1-13


สภษ 23:16-25

จิตใจของพอจะชื่นชม เมื่อปากของลูกพูดถอยคำที่ถูกตอง 16

3:31;=24:14 สดด 37:1-4; 73:3

21:17

14. อยาใหใจของลูกอิจฉาคนบาป แตจงยำเกรงพระยาหเวหอยูเสมอ 18 ถาทำเชนนี้ ลูกจะมีอนาคตมัน่ คง และความหวังของลูกจะไมลมเหลว 17

15. 19 ลูกเอย จงฟงเถิด แลวลูกจะมีปรีชา จงนำใจของลูกไปตามทางที่ถูกตอง 20 อยาอยูในหมูคนเมา หรือในหมูคนที่กินเนื้ออยางตะกละ 21 เพราะคนเมาและคนตะกละจะยากจน และคนชอบนอนจะตองหมผาขี้ริ้ว 16.

19:26 ฉธบ 21:18-21

10:1 17:25

จงฟงพอที่ใหกำเนิดลูก อยาดูหมิ่นแมของลูกเมื่อแมแกชรา 23 ความจริงที่ลูกตองซื้อและอยาขาย คือปรีชาญาณ คำสัง่ สอน และความเขาใจ 24 บิดาของผูชอบธรรมจะชื่นชมยินดี และผูใหกำเนิดบุตรที่มีปรีชาจะยินดีพรอมกับเขา 25 พอและแมของลูกจะยินดี จงทำใหแมที่ใหกำเนิดลูกชื่นชมยินดีเถิด 22

78


สภษ 23:26-35

17.

ลูกเอย จงตัง้ ใจฟงพอเถิด จงจับตามองดูความประพฤติของพ���เปนตัวอยาง 27 หญิงมีชูเปนเหมือนหลุมลึก หญิงแปลกหนาเปนเหมือนบอแคบ 28 นางคอยซุมอยูเหมือนโจร ทำใหคนไมซื่อสัตยมีจำนวนมากขึ้น 26

18. ผใู ดเคราะหรา ย ผใู ดมีความทุกข ผใู ดทะเลาะวิวาท ผใู ดคร่ำครวญ ผูใดถูกทุบตีโดยไมมีเหตุผล ผูใดมีตาแดงก่ำ 30 ผูนั้นคือผูที่มีแตดื่มเหลา พรอมเสมอทีจ่ ะชิมเหลาตาง ๆ ผสมกัน 31 อยามองดูเหลาองุนเมื่อมีสีแดง เปนประกายในถวย และคอย ๆ ลงไปในคอ 32 ในที่สุดเหลานั้นจะกัดลูกเหมือนงู จะฉกลูกเหมือนงูพิษ 33 ดวงตาของลูกก็จะเห็นสิง่ แปลก ๆ และใจของลูกจะพูดตลบตะแลง 34 ลูกจะเปนเหมือนคนที่นอนอยูกลางทะเล เหมือนคนที่นอนอยูบนเสากระโดง 35 ลูกจะพูดวา “เขาตีฉนั แตฉนั ไมเจ็บ เขาโบยตีฉนั แตฉนั ไมรสู กึ เมื่อใดฉันจะตื่นขึ้น

22:14 7:12

29

79

อฟ 5:18-19

สดด 107:26-27


สภษ 24:1-7

ฉันจะไปหาเหลามาดื่มอีก” 19.

23:17

14:1

1 ซมอ 16:7 ลก 14:31 =11:14

24 1อยาอิจฉาคนชัว่ อยาปรารถนาอยรู วมกับเขา 2 เพราะใจของเขาคิดแตความรุนแรง ปากของเขาพูดถึงแตแผนราย 20. บานยอมสรางขึ้นดวยปรีชาญาณ ตั้งมั่นอยูไดดวยความเขาใจ 4 ความรทู ำใหหอ งตาง ๆ เต็มไปดวยสิ่งประเสริฐและงดงาม 3

21. ผูมีปรีชาทรงพลังมากกวาคนแข็งแรง ผูมีความรูทรงพลังมากกวาผูมีอำนาจ 6 เพราะการทำสงครามเรียกรองใหมีการวางแผน ชัยชนะขึ้นอยูกับการมีที่ปรึกษาจำนวนมาก 5

22. 7 ปรีชาญาณสูงเกินไปaสำหรับคนโง เขาไมกลาพูดทีป่ ระตูเมือง 24 a “ปรีชาญาณสูงเกินไปสำหรับคนโง” - ขอความนีเ้ ขาใจยาก - บางคนแปลวา “สำหรับ คนโง ปรีชาญาณเขาถึงไดยากเหมือนปอมปราการ” - บางคนยังแปลอีกวา “สำหรับคนโง ปรีชา ญาณเปนเหมือนปะการัง” - เทียบ โยบ 28:18; อสค 27:16 - เพราะปะการังเปนของหายาก และงดงาม แตคนโงไมรจู กั คาของมัน 80


สภษ 24:8-14

23.

ผูคิดแตแผนราย ไดชื่อวาคนเจาเลห 9 แผนของคนโงคือบาป คนชอบเยาะเยยเปนที่นารังเกียจของมนุษย 8

24. 10 ถาทานทอใจในวันเคราะหราย กำลังของทานก็นอยเหลือเกินb

โยบ 4:5

25. จงปลอยนักโทษที่ตองถูกประหารใหเปนอิสระ จงชวยผูที่กำลังจะถูกฆาใหรอดพนc 12 ถาทานพูดวา “ดูซิ พวกเราไมรเู รือ่ งนีเ้ ลย” พระองคผูทรงตรวจสอบจิตใจจะไมทรงลวงรูหรือ พระองคผูทรงเฝาดูชวี ิตของทานจะไมทรงทราบหรือ พระองคจะทรงตอบแทนแตละคนตามการกระทำของเขา 11

26. ลูกเอย จงกินน้ำผึง้ เพราะเปนของดี น้ำผึ้งที่หยดจากรวงนั้นมีรสหวาน 14 จงรูเถิดวาปรีชาญาณจะเปนเชนนั้นสำหรับชีวิตของลูก ถาลูกไดปรีชาญาณ ลูกก็จะมีอนาคต

16:2

13

“นอยเหลือเกิน” - แปลตามตัวอักษรวา “แคบ” (tzar) - เปนการเลนคำภาษาฮีบรูกบั คำ “เคราะหรา ย” (tzarah) c สุภาษิตบทนีอ้ ธิบายไดหลายแบบ - อาจพาดพิงไปถึงการชวยผบู ริสทุ ธิท์ ถี่ กู ตัดสินลงโทษอยาง อยุติธรรมใหพนจากโทษประหาร b

81

สดด 19:10 =23:18


สภษ 24:15-22

และความหวังของลูกจะไมลมเหลว 27. 15 คนชัว่ รายเอย อยาคอยซมุ โจมตีทอี่ าศัยของผชู อบธรรม อยาทำลายบานของเขา 16 ผชู อบธรรมลมลงเจ็ดครัง้ เขาก็ยงั ลุกขึน้ ไดอกี แตคนชั่วรายที่สะดุดลมจะจมอยูในหายนะ

โยบ 5:19

28. อยายินดีเมื่อศัตรูของทานลม ใจของทานอยายินดีเมื่อเขาสะดุดลม 18 เกรงวาพระยาหเวหจะทอดพระเนตรเห็นและไมพอพระทัย และจะไมทรงลงโทษเขา 17

โยบ 31:29

29. อยากระวนกระวายใจเพราะคนทำชั่ว อยาอิจฉาคนชัว่ ราย 20 เพราะคนชั่วไมมีอนาคต ตะเกียงของคนชั่วรายจะดับ 19

สดด 37:1

30. 21 ลูกเอย จงยำเกรงพระยาหเวหและกษัตริย อยาคบกับผเู ปนกบฏตอทัง้ สองพระองค 22 เพราะภัยพิบตั ิจากทัง้ สองพระองคจะมาถึงโดยฉับพลัน และไมมีใครรูวาหายนะใดจากทั้งสองพระองคจะมาสูเขาd

1 ปต 2:17

หลังจากสุภาษิตบทนี้ ตนฉบับภาษากรีกยังเพิม่ สุภาษิตอีก 5 ขอซึง่ เปนการขยายความของ ขอ 21-22 ดังนี้ d

82


สภษ 24:23-26

IV. สุภาษิตเพิม่ เติมของผมู ปี รีชา ตอไปนีเ้ ปนสุภาษิตอืน่ ๆ ของผมู ปี รีชา

23

ความลำเอียงเมื่อตัดสินคดีเปนสิ่งไมดeี 24 ผใู ดพูดแกคนชั่วรายวา “ทานไมมีความผิด” คนทุกชาติจะสาปแชงเขา และประชาชาติทงั้ หลายจะรังเกียจเขา 25 แตผูตัดสินลงโทษผูทำผิดยอมทำความดี เขาจะไดรับพระพรทีน่ ำความสุข ผูใหคำตอบที่ถูกตอง เปนเหมือนการจุมพิตริมฝปาก 26

บุตรทีเ่ ชือ่ ฟงถอยคำจะพนการถูกทำลาย ถาเขารับถอยคำนั้นอยางจริงจัง 22ข อยาทูลคำมุสาตอกษัตริย และพระองคจะไมตรัสพระวาจาเท็จตอทาน 22ค พระชิวหาของกษัตริยเ ปนดาบ ไมใชอวัยวะทีเ่ ปนเนือ้ ใคร ๆ ทีต่ กอยใู นอำนาจของพระชิวหาก็ถกู บดขยี้ 22ง ถาพระพิโรธถูกปลุกเราขึ้นมา พระองคยอ มทำลายมนุษยทงั้ ตัว รวมทัง้ เสนเอ็นดวย 22จ พระองคทรงกลืนมนุษย แมกระดูกของผคู น และเผาผลาญกระดูกเหลานั้นเหมือนเปลวไฟ จนลูกนกอินทรีก็กินไมได ตอจากนัน้ ตนฉบับภาษากรีกยังแทรก 30:1-14 ไวทนี่ กี่ อ นขอ 23 - สวนขอความของ 30:15 - 31:9 จะไปอยตู อ จาก 24:34 e ธรรมบัญญัตหิ า มมิใหผพู พิ ากษาลำเอียงในการพิจารณาตัดสินคดี (ลนต 19:15; ฉธบ 1:17; 16:19) - บรรดาประกาศกก็ย้ำถึงหนาทีเ่ รือ่ งนีบ้ อ ย ๆ เชนเดียวกันโดยใชถอ ยคำอีกแบบหนึง่ (อสย 10:2; ยรม 5:28; อสค 22:12; อมส 2:6; 5:7-10; มคา 3:9,11) - พระเมสสิยาหจะทรง พิพากษาตัดสินโดยไมลำเอียง (สดด 72:4,12,14; อสย 11:3-5; ยรม 23:5-6) เหมือนกับทีพ่ ระเจา ทรงตัดสิน - เทียบ กท 2:6 22ก

83

18:5;28:21; 31:5


สภษ 24:27-34

ทานจงจัดธุรกิจภายนอกใหเสร็จ และทำงานในทุงนาใหเรียบรอยกอน แลวจึงสรางบาน 27

บสร 7:15

อยาเปนพยานปรักปรำเพือ่ นบานของทานโดยไมมีหลักฐานf อยาพูดจาลอลวงผอู นื่ 28

อยาพูดวา “ฉันจะทำกับเขาอยางทีเ่ ขาไดทำกับฉัน ฉันจะตอบแทนแตละคนตามการกระทำของเขา”

29

มธ 6:12,14-15

ขาพเจาผานไปใกลทุงนาของคนเกียจคราน และใกลสวนองุนของคนที่ขาดสามัญสำนึก 31 ขาพเจาเห็นกอหนามขึ้นเต็มไปหมด ที่ดินมีขาวละมานขึ้นปกคลุม กำแพงหินผุพงั 32 ขาพเจาเห็นและพิจารณาดู ขาพเจามอง และไดรบั บทเรียนนี้ 33 “หลับบาง เคลิม้ บาง กอดอกบางเพือ่ พักผอน” 34 แลวความยากจนจะมาถึงทานอยางคนจรจัด ความขัดสนจะมาถึงทานอยางคนขอทานg 30

26:13-16

=6:10-11

“อยาเปนพยานปรักปรำเพือ่ นบานของทานโดยไมมหี ลักฐาน” - ตนฉบับภาษากรีกแปลสุภาษิต บทนีว้ า “อยาเปนพยานเท็จปรักปรำเพือ่ นรวมชาติของทาน” g “อยางคนขอทาน” - แปลโดยคาดคะเน - เทียบ 6:11 f

84


สภษ 25:1-8

V. สุภาษิตชุดทีส่ องซึง่ อาจเปนผลงานของกษัตริย ซาโลมอน 25 1ตอไปนีเ้ ปนสุภาษิตของกษัตริยซ าโลมอนดวย ขาราชบริพารของกษัตริยเฮเซคียาหแหงยูดาหไดคัดลอกไว การไมเปดเผยสิ่งเรนลับเปนพระสิริรุงโรจนของพระเจา การคนหาสิ่งเหลานั้นเปนพระเกียรติยศของบรรดากษัตริย 3 ทองฟาอยสู งู แผนดินอยลู กึ ฉันใด พระทัยของบรรดากษัตริยก็ลึกจนหยั่งไมถึงฉันนั้น 2

จงแยกขี้โลหะออกจากเงิน แลวนายชางจะใชเงินทำเปนภาชนะทีง่ ดงามa 5 จงขับไลคนชั่วรายไปจากพระพักตรกษัตริย แลวพระบัลลังกจะตั้งมั่นอยูบนความชอบธรรม

ฉธบ 29:28 ทบต 12:7 รม 11:33

4

อยาอวดตัวเฉพาะพระพักตรกษัตริย หรือยืนแทนที่ผูยิ่งใหญ 7 เพราะเมือ่ มีผมู าพูดกับทานวา “เชิญขึน้ มาทีน่ ”ี่ ยอมดีกวาไดรับความอับอายตอหนาเจานาย 6

สิ่งที่ดวงตาของทานเห็นb 8 ���ยารีบนำไปยังโรงศาล 25 a “ภาชนะที่งดงาม” - บางคนแปลตามตนฉบับภาษากรีกวา “เงินทั้งหมดก็จะออกมา บริสทุ ธิ”์ b “สิ่งที่ดวงตาของทานเห็น” - แปลตามสำนวนแปลโบราณตาง ๆ ซึ่งเริ่มประโยคใหม แตตน ฉบับภาษาฮีบรูเชือ่ มวลีนกี้ บั ประโยคกอนหนานัน้ วา “ซึง่ ดวงตาของทานเห็น” 85

16:12;29:14 บสร 7:4; 13:9-10 ลก 14:7-11


สภษ 25:9-16

เพราะเมือ่ เพือ่ นบานทำใหทา นตองอับอาย แลวในที่สุดทานจะทำอยางไร จงตกลงขอพิพาทกับเพือ่ นบาน และอยาเปดเผยความลับของผอู นื่ 10 เพราะผทู ไี่ ดยนิ อาจทำใหทา นตองอับอาย และทานจะเสียชื่อเสียงตลอดไปc 9

มธ 18:15

ถอยคำทีพ่ ดู ตามกาลเทศะ เปนเหมือนผลไมทองคำบนถาดเงิน 12 ผูมีปรีชาที่ตักเตือนผูตั้งใจฟง ก็เปนเหมือนแหวนทองคำหรือสรอยทองคำบริสุทธิ์

11

15:31

หิมะใหความเย็นในฤดูเก็บเกี่ยวฉันใด ผถู อื สารซือ่ สัตยยอ มทำใหจติ ใจของเจานายทีส่ ง เขาไปรสู กึ ชมุ ชืน่ ฉันนัน้

25:25 13:17

13

ยด 12

14

ผทู ี่อวดวาจะใหของกำนัล แตไมใหd ก็เปนเหมือนเมฆและลมที่ไมมีฝน ผูพากเพียรอาจชักชวนผูปกครองใหเห็นพองกับตนได คำพูดออนหวานอาจหักกระดูกได 15

ลก 18:1-8

ถาทานพบน้ำผึง้ จงกินแตพอควร ถาทานกินมากเกินไป ทานก็จะสำรอกออกมา

16

25:27;27:7

“เสียชือ่ เสียงตลอดไป” - เปนขอความทีเ่ ขาใจยาก ไมแนวา “ชือ่ เสียง” ทีเ่ สียไปนีเ้ ปนชือ่ เสียง ของใคร เปนของ “เพือ่ นบาน” หรือ “ของตน” ทีค่ อู ริไดทำลาย d “อวดวาจะใหของกำนัล แตไมให” - แปลตามตัวอักษรวา “อวดของกำนัลโกหก” c

86


สภษ 25:17-25

อยาเขาไปในบานของเพือ่ นบานบอยเกินไป เพราะเขาจะเบือ่ หนายและเกลียดชังทาน

17

ผทู เี่ ปนพยานเท็จปรักปรำเพือ่ นบาน ก็เปนเหมือนกระบองเหล็กe ดาบ หรือลูกธนูทคี่ ม 19 ผูประสบความยากลำบากเพราะวางใจคนไมซื่อสัตย ก็เปนเหมือนฟนผุหรือเทาทีเ่ คล็ด 20 และเหมือนผูถอดเสื้อออกในวันที่อากาศหนาว 18

ผูรองเพลงใหคนมีความทุกขฟง ก็เปนเหมือนเทน้ำสมบนบาดแผล ถาศัตรูของทานหิว จงใหอาหารแกเขา ถาเขากระหาย จงใหเขาดืม่ 22 เมือ่ ทำเชนนี้ ทานจะทำใหเขาสำนึกและละอายใจ และพระยาหเวหจะประทานบำเหน็จใหทาน 21

อพย 23:4-5+ มธ 5:44ฯ; 20:22 รม 12:20

ลมเหนือนำฝนมาฉันใด คำพูดนินทายอมกอใหเกิดความโกรธบนใบหนาฉันนั้น 23

24

การอยูที่จั่วบนหลังคาบาน ยังดีกวาอยใู นบานกับภรรยาทีช่ อบทะเลาะวิวาท

=21:9

ขาวดีจากเมืองไกล เปนเหมือนน้ำเย็นสำหรับผกู ระหายน้ำ

25:13

25

e

“กระบองเหล็ก” - แปลตามตนฉบับภาษากรีก - ตนฉบับภาษาฮีบรูไมสมบูรณ 87


สภษ 25:26-26:5

ผูชอบธรรมที่ยอมแพคนชั่วราย เปนเหมือนพุน้ำขุนหรือบอน้ำสกปรก 26

25:16

กินน้ำผึ้งมากเกินไปยอมไมดี การแสวงหาเกียรติยศมากเกินไปก็ไมดีเชนกันf

16:32

28

27

ผูไมรูจักควบคุมอารมณของตน ก็เปนเหมือนเมืองที่ถูกบุกรุกและไมมีกำแพง

26 1เกียรติยศไมเหมาะสำหรับคนโงเขลา เหมือนหิมะในฤดูรอนและฝนในฤดูเก็บเกี่ยว คำสาปแชงที่ไรเหตุผลยอมไมเกิดผล เหมือนนกกระจอกที่บินไปมาและนกนางแอนที่กำลังบิน 2

กดว 23:8 ฉธบ 23:5ฯ

แสมไี วสำหรับมา บังเหียนมีไวสำหรับลา ไมเรียวมีไวสำหรับหลังคนโงเขลา

3

10:13;19:29

อยาตอบคนโงเขลาตามความโงของเขา เพราะทานจะเปนเหมือนเขาดวย 4

จงตอบคนโงเขลาตามความโงของเขา เพราะเขาจะคิดวาตนมีปรีชาa 5

f

“เกียรติยศมากเกินไป” - แปลตามตัวอักษรวา “เกียรติยศของเขาเปนเกียรติยศ”

26 a สุภาษิตบทนีต้ รงกันขามกับสุภาษิตบทกอนหนานีโ้ ดยจงใจ เปนการย้ำความหมายสอง แบบของวลี “ตามความโงของเขา” - บทหนึง่ วา “อยาตอบ” - อีกบทหนึง่ วา “จงตอบ” 88


สภษ 26:6-14

ผูใชคนโงเขลาสงขาว ก็ตัดเทาของตนและดื่มยาพิษ 6

สุภาษิตที่อยูในปากของคนโงเขลา เปนเหมือนขาของคนงอยที่ไมอาจพยุงเขาใหทรงตัวไดb 7

=26:9

ผูใหเกียรติแกคนโงเขลา ก็เหมือนผูที่มัดกอนหินไวกับสลิงc

8

สุภาษิตที่อยูในปากของคนโงเขลา เปนเหมือนตนหนามทิ่มแทงมือของคนเมา 9

=26:7

ผูจางคนโงเขลาหรือคนเมา ก็เหมือนนักธนูซึ่งยิงทุกคนที่ผานมาd 10

คนโงเขลาที่ซ้ำความโงของตน ก็เหมือนสุนัขที่กลับมากินสิ่งที่มันสำรอกออกมา

11

2 ปต 2:22

12

ทานเคยเห็นคนที่คิดวาตนมีปรีชาไหม ยังมีหวังในคนโงเขลาไดมากกวาในคนเชนนั้น

3:7 =29:20

คนเกียจครานพูดวา “มีสตั วรา ยอยทู ถี่ นน มีสิงโตอยูตามลานเมือง”

=22:13

13

ประตูหันไปมาบนบานพับฉันใด

14

“เปนเหมือนขา.......ทรงตัวได” - แปลโดยคาดคะเน - ตนฉบับไมชดั เจน “มัดกอนหินไวกบั สลิง” - จึงยิงกอนหินทีเ่ ปนลูกกระสุนออกไปไมได d ขอนีแ้ ปลโดยคาดคะเน - ตนฉบับไมสมบูรณ b c

89


สภษ 26:15-24

คนเกียจครานก็พลิกตัวไปมาบนที่นอนฉันนั้น =19:24

คนเกียจครานจุมมือลงในชาม เขาเหนือ่ ยเกินไปทีจ่ ะนำมือกลับมาทีป่ ากของตน 15

คนเกียจครานคิดวาตนมีปรีชา มากกวาคนเจ็ดคนที่ตอบไดอยางหลักแหลม 16

ผทู ี่เขาไปยุงในการทะเลาะวิวาทซึ่งไมใชเรื่องของตน ก็เหมือนคนที่จับหูสุนัขจรจัดที่ผานมา 17

คนบาทีโ่ ยนดนุ ไฟ ลูกธนู และความตาย 19 ก็เหมือนกับคนที่ลอลวงเพื่อนบาน แลวพูดวา “ฉันเพียงแตลอ เลนเทานัน้ ” 18

ถาไมมฟี น ไฟก็ดบั ถาไมมผี ซู ุบซิบนินทา การทะเลาะวิวาทก็หยุด 20

22:10

ถานทำใหไฟคุกรนุ ฟนทำใหไฟลุกฉันใด ผูชอบทะเลาะวิวาทก็ยั่วยุใหมีการทะเลาะวิวาทมากขึ้นฉันนั้น 21

=18:8

มธ 23:25-28 1 ยน 3:18 บสร 12:10-11

ถอยคำของผซู บุ ซิบนินทาเปนเหมือนชิน้ อาหารอรอย ที่ลงลึกไปในทอง 22

ปากประจบประแจง แตใจชัว่ ราย ก็เหมือนขี้เงินที่เคลือบภาชนะดิน 24 ผูที่เกลียดผูอื่นมักเสแสรงดวยคำพูดประจบสอพลอ 23

90


สภษ 26:25-27:6

แตคิดหลอกลวงอยูในใจ 25 ถาเขาพูดออนหวาน ก็อยาเชือ่ เขา เพราะเขามีความชั่วรายรอยแปดอยูในใจ 26 แมเขาจะเสแสรงปดบังความเกลียดชังไว ความชั่วรายของเขาก็จะปรากฏแกทุกคน ผูใดขุดหลุมพรางก็จะตกลงไปเอง ผใู ดผลักกอนหินใหกลิง้ กอนหินนัน้ ก็จะกลับมาทับเขา 27

บสร 27:23 ยรม 9:4-8 สดด 28:3

สดด 7:15 ปญจ 10:8 บสร 27:25-27

ลิ้นมุสาเกลียดชังผูที่ถูกใสราย ปากทีป่ อยอก็กอใหเกิดความพินาศ 28

27 1อยาโออวดเรือ่ งของวันพรงุ นี้ เพราะทานไมรูแมแตวาวันนี้จะเกิดอะไร

ลก 12:19-20 ยก 4:13-14

จงใหผอู นื่ ไมใชปากของทาน สรรเสริญทาน จงใหคนตางถิน่ ไมใชรมิ ฝปากของทาน สรรเสริญทาน

2 คร 10:12-13

2

หินก็หนัก ทรายก็หนัก แตการยั่วยุของคนโงเขลาหนักยิ่งกวาทั้งสองสิ่งนี้ 3

ความโมโหก็ดรุ าย ความโกรธก็รุนแรง ใครเลาจะตอตานความอิจฉาริษยาได 4

พูดตำหนิกันตอหนา ดีกวามีความรัก แตไมแสดงออกมา 5

6

มิตรยอมซือ่ สัตย แมเมือ่ ทำใหเกิดบาดแผล 91

6:34-35


สภษ 27:7-14 26:24-26 มธ 26:49 25:16 ลก 15:16 บสร 29:21-28

ศัตรูยอ มหลอกลวงa แมเมือ่ จุมพิตทาน สำหรับผทู อี่ มิ่ แลว แมน้ำผึง้ ก็ชวนใหอาเจียน แตสำหรับผหู วิ ทุกสิง่ ทีข่ มก็กลับหวาน 7

ผทู ี่เรรอนไปจากเรือน ก็เหมือนนกที่บินไปไกลจากรัง 8

น้ำมันหอมและกำยานทำใหใจยินดี ความออนหวานของมิตรภาพยอมดีกวาการไวใจตนเอง 9

บสร 37:6 18:24

อยาทอดทิ้งมิตรของทานและมิตรของบิดา เมือ่ ทานมีความยากลำบาก อยาไปทีบ่ า นของพีน่ อ ง เพื่อนบานทีอ่ ยูใกลดีกวาพีน่ องทีอ่ ยูไกล 10

ลูกเอย จงมีปรีชา แล���ลูกจะทำใหใจของพอยินดี เพือ่ พอจะตอบผทู ดี่ ถู กู พอได

11

=22:3

6:1a;=20:16

คนเฉลียวฉลาดเห็นอันตรายและซอนตัว แตคนขาดสติเดินตอไปและรับอันตรายนั้น 12

จงยึดเสื้อผาของผูใหประกันแกคนแปลกหนาไว ทานจะไดมีของประกันเมื่อตองใหประกันแกคนตางดาวb 13

ผูตื่นแตเชาไปอวยพรเพื่อนบานดวยเสียงดัง

14

27 a “ยอมหลอกลวง” - แปลโดยคาดคะเน - ตนฉบับไมชดั เจน b “คนตางดาว” - แปลโดยคาดคะเน เทียบ 20:16 - ตนฉบับภาษาฮีบรูวา “หญิงตางดาว” 92


สภษ 27:15-21

จะถูกมองวาไปสาปแชงเขาc ภรรยาทีช่ อบทะเลาะวิวาท ก็เหมือนกับหยดน้ำที่ไมรูจักหยุดในวันฝนตก 16 ผูใดตองการยับยั้งนางก็เหมือนกับตองการยับยั้งลม หรือใชมือขวากอบน้ำมัน 15

19:13

เหล็กลับเหล็กใหคมขึ้นได คนหนึ่งก็ชวยเพื่อนใหฉลาดขึ้นไดดวย 17

ผูดูแลตนมะเดื่อเทศก็จะไดกินผล ผูที่ดูแลเจานายของตนก็จะไดรับเกียรติ 18

น้ำสะทอนใหเห็นใบหนาฉันใด ใจของมนุษยก็สะทอนความรูสึกฉันนั้นd 19

20

แดนผูตายและแดนผูทำลายลางไมรูจักอิ่ม ดวงตาของมนุษยก็ไมรูจักอิ่มเชนเดียวกันe

30:15-16 ปญจ 1:8;6:7

เบาหลอมมีไวสำหรับเงิน เตาถลุงมีไวสำหรับทองคำฉันใด คำสรรเสริญจากผูอื่นก็จะพิสูจนแตละคนฉันนั้น

=17:3

21

หนังสือ Talmud หามอวยพรทักทายผูใดกอนอธิษฐานภาวนาเวลาเชา การอวยพรกอน อธิษฐานภาวนาจึงเปนเสมือนการสาปแชง d ความหมายของสุภาษิตบทนีไ้ มชัดเจน ดูเหมือนจะหมายความวาเราเห็นความรสู กึ ของเรา ในผูอื่นเหมือนกับเห็นใบหนาที่สะทอนในน้ำ - แตตนฉบับภาษากรีกเขาใจไปอีกแบบหนึ่งวา “ใบหนาของแตละคนไมเหมือนกัน เชนเดียวกับทีใ่ จมนุษยกไ็ มเหมือนกัน” e “ดวงตา....ไมรจู กั อิม่ ” หมายความวา ดวงตายอมแสดงความอิจฉาริษยาใหปรากฏ c

93


สภษ 27:22-28:3

ถาทานใชสากตำคนโงเขลาในครกพรอมกับเมล็ดขาว ความโงของเขาก็ยังไมออกไป 22

จงเอาใจใสดูแลฝูงแพะแกะ จงตั้งใจดูแลสัตวเลี้ยงของทาน 24 เพราะทรัพยสมบัติจะไมคงอยตู ลอดไป มงกุฎก็ไมคงอยูไดทุกชั่วอายุคนf 25 เมือ่ เก็บฟางไปแลว หญาออนก็งอกขึน้ มาใหม หญาที่เปนอาหารสัตวก็ถูกเก็บเกี่ยวตามภูเขา 26 ลูกแกะจะใหเสื้อผาแกทาน แพะเพศผจู ะเปนคาทงุ นา 27 นมแพะจะเปนอาหารแกทานอยางอุดมสมบูรณ เปนอาหารสำหรับครอบครัวของทาน และเปนเครื่องยังชีพบรรดาทาสหญิงของทาน 23

12:10 บสร 7:22

28 1คนชัว่ รายยอมหนีแมเมือ่ ไมมใี ครไลตาม แตผูชอบธรรมยอมกลาหาญอยางสิงหหนุม

ลนต 26:17,36 สดด 118:6

เมือ่ คนในแผนดินเปนกบฏ เจานายก็มจี ำนวนมากขึน้ แตถา มีคนทีม่ คี วามเขาใจและมีความรู แผนดินก็จะมีความมัน่ คงa 2

3

คนยากจนbที่ขมเหงคนยากจนดวยกัน

“มงกุฎก็ไมคงอยไู ดทกุ ชัว่ อายุคน” - แปลตามตนฉบับภาษากรีก - ตนฉบับภาษาฮีบรูวา “มงกุฎ คงอยู.....” f

28 a ตนฉบับภาษากรีกอธิบายสุภาษิตบทนีอ้ กี แบบหนึง่ วา “เมือ่ มีการกบฏรุนแรง การถกเถียง กันก็เกิดขึน้ ผทู ฉี่ ลาดรวู า จะดับ(การถกเถียงนี)้ ไดอยางไร” b “คนยากจน” - ตนฉบับภาษากรีกวา “คนชัว่ ” หรือ “คนไมนบั ถือพระเจา” 94


สภษ 28:4-11

ก็เหมือนฝนหนักทีท่ ำลายพืชผล แลวจะขาดแคลนอาหาร ผูทอดทิ้งธรรมบัญญัติยอมสรรเสริญคนชั่วราย แตผูรักษาธรรมบัญญัติยอมตอตานเขา

4

5

คนชั่วไมเขาใจความยุติธรรม แตผูแสวงหาพระยาหเวหเขาใจทุกอยาง

ปชญ 3:9 ยน 10:26m 1 คร 2:14

6

คนยากจนที่ดำเนินชีวิตสุจริต ยอมดีกวาคนทีม่ คี วามประพฤติคดโกง แมเขาจะร่ำรวย

=19:1

7

ผูรักษาธรรมบัญญัติยอมเปนบุตรที่มีความเขาใจ แตผูเปนเพือ่ นกับคนตะกละนำความอับอายมาใหบิดา

23:19-22

การเพิ่มทรัพยสมบัติของตนโดยเรียกดอกเบี้ยเกินควร กลับเปนการสะสมทรัพยสมบัติไวสำหรับผูสงสารคนยากจนc

อพย 22:24+ 13:22

8

ผูใดไมยอมฟงธรรมบัญญัติ แมแตคำอธิษฐานภาวนาของเขาก็นาสะอิดสะเอียน

9

ผูหลอกลวงคนเที่ยงตรงใหเดินในทางชั่ว ก็จะตกลงในหลุมของตน แตผูไรมลทินจะไดความสุขเปนมรดก

15:8

10

คนร่ำรวยคิดวาตนมีปรีชา แตคนยากจนที่มีความเขาใจยอมรูจักเขาดี 11

ผลกำไรทีไ่ ดมาอยางไมสจุ ริตจะไมเปนประโยชนตลอดไป ในทีส่ ดุ ทรัพยสมบัตนิ นั้ จะตกเปน ของคนยากจน c

95

26:27+


สภษ 28:12-19

เมือ่ ผชู อบธรรมมีชยั ชนะ ทุกคนยอมยินดีมาก แตเมือ่ คนชัว่ รายมีอำนาจ ทุกคนยอมซอนตัว

11:10;29:2; =28:28

12

บสร 4:26 ลก 18:9-14 1 ยน 1:9

13

ผูซอนการลวงละเมิดของตนจะไมเจริญ แตผูสารภาพผิดdและเลิกลวงละเมิดจะไดรับความกรุณา

ผูมีความเกรงกลัวอยูเสมอยอมเปนสุข แตผูมีใจกระดางยอมไดรับความยากลำบาก 14

บสร 3:26

คนชั่วรายที่ปกครองประชาชนยากจน เปนเหมือนสิงโตคำรามและหมีหิวโหย 15

ผูปกครองที่ขาดความเขาใจยอมเรียกรองของกำนัลมากมาย แตผูเกลียดผลกำไรทุจริตยอมมีชีวิตยืนยาว 16

ฆาตกรที่มโนธรรมติเตียนยอมหลบหนีจนถึงวันตาย อยาใหใครชวยเหลือเขาเลย

17

ผูดำเนินชีวิตอยางไรตำหนิจะไดรับความรอดพน แตผูประพฤติไมซื่อตรงจะลมโดยฉับพลัน

18

10:9

ผูเพาะปลูกในที่ดินของตนยอมมีอาหารอุดมสมบูรณ แตผูมีเพียงความเพอฝนeจะยากจนยิ่งขึ้น 19

=12:11

“ผสู ารภาพผิด” เปนการกลาวพาดพิงถึงการสารภาพบาป - เทียบ ลนต 5:5; กดว 5:7; สดด 32:5; อสย 1:16-18; ฮชย 14:2-4 e “ความเพอฝน” หรือ “สิง่ ไรประโยชน” สำหรับผเู ขียนสุภาษิตเหลานี้ อาจหมายถึงธุรกิจการคา - สุภาษิตหลายบทยังคงยกยองการกสิกรรมวาเปนอาชีพตามอุดมการณในสมัยโบราณ d

96


สภษ 28:20-29:1

คนซื่อสัตยสุจริตจะไดรับพรมากมาย แตผูที่ร่ำรวยอยางรวดเร็วจะไมพนโทษ 20

การแสดงความลำเอียงยอมไมดี คนหนึ่งอาจทำผิดเพื่อขนมปงเพียงชิ้นเดียวก็ได 21

24:23 ฉธบ 16:19+

คนโลภรีบแสวงหาทรัพยสมบัติ เขาไมรูวาความขัดสนกำลังจะมาถึงเขา 22

ผูตำหนิผอู ื่นจะไดรับความชืน่ ชอบ มากกวาคนชอบประจบประแจง 23

27:5-6

ผขู โมยสิง่ ของของบิดาหรือมารดาแลวพูดวา “ไมผดิ ” ยอมเปนมิตรกับโจร

24

คนโลภกอใหเกิดการทะเลาะวิวาท แตผูวางใจในพระยาหเวหจะเจริญรุงเรือง 25

15:18

26

ผูวางใจตนเองยอมเปนคนโงเขลา แตผูดำเนินชีวิตอยางมีปรีชาจะไดรับความรอดพน

3:5-6 1 คร 3:18

27

ผูใหแกคนยากจนจะไมขาดสิ่งใด แตผูปดตาไมยอมชวยเหลือจะถูกสาปแชงอยางมาก

11:25;19:17; 22:9

เมือ่ คนชัว่ รายมีอำนาจ ทุกคนก็ซอ นตัว แตเมือ่ คนชัว่ รายพินาศ คนชอบธรรมจะมีจำนวนมากขึน้

=28:12

28

29 1ผไู ดรบั คำตักเตือนบอย ๆ แตยงั ไมยอมปรับปรุงความประพฤติ 97


สภษ 29:2-10

จะถูกทำลายโดยฉับพลัน และไมอาจแกไข 11:10;28:12,28

เมือ่ ผชู อบธรรมมีอำนาจ ทุกคนยอมยินดี เมือ่ คนชัว่ รายปกครอง ประชาชนยอมคร่ำครวญ

5:10;10:1;6:26 บสร 9:6 ลก 15:13

ผูรักปรีชาญาณยอมทำใหบิดายินดี แตผูหมกมุนกับหญิงแพศยายอมผลาญทรัพยสมบัติของตน

2

3

ถากษัตริยท รงตัดสินอยางยุตธิ รรม แผนดินยอมมัน่ คง ถาทรงคิดแตจะรับของกำนัล แผนดินยอมพินาศ

14:34 อสย 11:4-5

4

11:9

5

โยบ 18:7-10

6

โยบ 29:16

ผปู ระจบประแจงเพือ่ นบาน ยอมขึงตาขายไวดักเทาของเพื่อนบาน คนชั่วยอมติดกับดักอยูในความชั่วของตน แตผูชอบธรรมยอมราเริงและยินดี

ผูชอบธรรมเขาใจสิทธิของคนยากจน แตคนชั่วไมมีปญญาที่จะเขาใจa 7

ผชู อบเยาะเยยกอความวุนวายในเมือง แตผูมีปรีชาระงับความโกรธ 8

ถาผูมีปรีชาโตเถียงกับคนโงเขลา ไมวาคนโงจะโกรธหรือหัวเราะ การโตเถียงก็ไมจบ 9

คนกระหายเลือดยอมเกลียดชังคนไรตำหนิ

10

29 a “ไมมปี ญ  ญาทีจ่ ะเขาใจ” - แปลตามตัวอักษรวา “ไมเขาใจความร”ู 98


สภษ 29:11-18

แตคนซื่อตรงแสวงหาชีวิตของคนไรตำหนิ คนโงเขลายอมปลอยอารมณโกรธทั้งหมดออกมา แตผูมีปรีชารูจักระงับโทสะ 11

12:16

ถาผมู อี ำนาจปกครองเชือ่ ฟงคำเท็จ ขาราชการทุกคนคงตองเปนคนชั่วราย

12

13

คนยากจนและผูเบียดเบียนคนยากจนเปนเหมือนกัน คือพระยาหเวหประทานความสวางแกดวงตาของทั้งสองฝาย

=22:2 มธ 5:45

14

ถากษัตริยทรงพิพากษาคนยากจนอยางยุติธรรม พระบัลลังกยอมมั่นคงตลอดไป

16:12;20:28

ไมเรียวและคำตักเตือนทำใหเกิดปรีชาญาณ เยาวชนที่ไมมีผูอบรมสั่งสอนยอมทำใหมารดาอับอาย

10:1;22:15

15

เมือ่ คนชัว่ รายมีอำนาจปกครอง การลวงละเมิดก็จะทวีขนึ้ แตคนชอบธรรมจะเห็นความพินาศของเขา

16

จงแกไขความประพฤติของบุตรของทาน แลวเขาจะทำใหทา น สบายใจ เขาจะทำใหทานมีความยินดี

17

ทีใ่ ดไมมปี ระกาศกสัง่ สอน ประชาชนยอมไมมศี ลี ธรรม ผูที่รักษาธรรมบัญญัติยอมเปนสุขb

18

“ประกาศกสัง่ สอน” - แปลตามตัวอักษรวา “นิมติ ” - คำวา “ธรรมบัญญัต”ิ (Torah) ยังอาจ แปลไดอกี วา “คำสัง่ สอน” (ของประกาศก) b

99

13:24;19:18


สภษ 29:19-27

เพียงคำพูดไมอาจแกไขความประพฤติของผูรับใชได แมเขาจะเขาใจ เขาก็จะไมเชือ่ ฟง 19

บสร 33:25-30

ทานเคยเห็นคนพูดไมยั้งคิดไหม ยังมีหวังในคนโงเขลามากกวาในคนเชนนั้น 20

=26:12

ผูตามใจผูรับใชตั้งแตผูรับใชยังเปนเด็ก จะตองเสียใจc ในที่สุด 21

14:17 บสร 1:22

คนโกรธงายยอมกอใหเกิดการทะเลาะวิวาท คนฉุนเฉียวยอมทำผิดมากมาย

มธ 23:12//

ความหยิ่งจองหองทำใหมนุษยตกต่ำ แตผูมีใจถอมตนจะไดรับเกียรติ

22

23

ผูคบกับขโมยยอมทำรายตนเอง เขาไดยนิ คำสาปแชงd แตไมยอมบอกอะไร 24

การกลัวมนุษยเปนการวางกับดักตนเอง แตผูวางใจในพระยาหเวหยอมปลอดภัย

25

16:20;18:10

คนจำนวนมากแสวงหาความกรุณาจากผูมีอำนาจปกครอง แตมนุษยไดรับความยุติธรรมจากพระยาหเวห 26

คนอธรรมเปนที่สะอิดสะเอียนแกผูชอบธรรม

27

“จะตองเสียใจในทีส่ ดุ ” - แปลโดยคาดคะเน เราพบคำภาษาฮีบรูคำนี้ (manon) ทีน่ เี่ ทานัน้ ใน พระคัมภีร d “คำสาปแชง” เปนการสาปแชงผกู ระทำผิดทีย่ งั ไมปรากฏตัว หรือสาปแชงพยานทีไ่ มยอม ออกมาใหการเปนพยาน - เทียบ ลนต 5:1; วนฉ 17:2 c

100


สภษ 30:1-5

แตคนซื่อตรงเปนที่สะอิดสะเอียนแกคนชั่วราย

VI. สุภาษิตของอากูร 30 1ตอไปนีค้ อื สุภาษิตของอากูร บุตรของยาเคหชาวเมืองมัสสาa ชายคนนัน้ พูดวา “ขาแตพระเจา ขาพเจาเหนือ่ ย ขาแตพระเจา ขาพเจาเหนือ่ ยและหมดแรงb 2 ขาพเจาโงเขลามากกวาคนอืน่ ขาพเจาไมมีความเขาใจอยางมนุษย 3 ขาพเจาไมเคยเรียนรปู รีชาญาณ และขาดความรูของพระผูศักดิ์สิทธิ์c 4 ใครเลาขึ้นไปสวรรคแลวลงมา ใครเลารวบรวมลมไวในกำมือ ใครเลาเอาเสื้อคลุมหอหุมน้ำไว ใครเลากำหนดเขตสุดปลายแผนดินไว เขาชือ่ อะไร บุตรของเขาชือ่ อะไร ทานคงรลู ะซิ” 5

พระวาจาทุกคำของพระเจานั้นพิสูจนแลววาเปนความจริง

30 a “เมืองมัสสา” - ดู 31:1 เชิงอรรถ a - ตนฉบับภาษากรีกจัดขอความของ 30:1-14 ไวระหวาง 24:22 และ 24:23 - และจัดขอความของ 30:15 - 31:9 ไวหลัง 24:34 b “ขาแตพระเจา......ขาพเจาเหนือ่ ยและหมดแรง” - แปลโดยคาดคะเน - ตนฉบับไมสมบูรณ จึงมีคำแปลอยูหลายแบบ เชน ภาษาละตินแปลวา “นิมิตเลาโดยชายคนหนึ่งที่พระเจา ประทับอยดู ว ย และเขาไดรบั ความบรรเทา” - ตนฉบับภาษากรีกวา “นีเ่ ปนถอยคำทีช่ ายคนหนึง่ พูดกับผทู วี่ างใจในพระเจา และขาพเจาหยุด” - บางคนแปลวา “คำทำนายของชายผนู สี้ ำหรับ อิธีเอลและอูคาล” c “พระผูศักดิ์สิทธิ์” - คำนี้ในภาษาฮีบรูอยูในรูปพหูพจน แปลตามตัวอักษรวา “บรรดาผู ศักดิส์ ทิ ธิ”์ อาจเปนวิธกี ารกลาวถึงความศักดิส์ ทิ ธิท์ สี่ มบูรณ และหมายถึง “พระเจา” - แตบางคน แปลวา “บรรดาผมู ปี รีชา” 101

31:1

ยน 3:13 โยบ 38-39 บสร 1:2-3

2 ซมอ 22:31 =สดด 18:30


สภษ 30:6-14

พระองคทรงเปนโลสำหรับผลู ภี้ ัยในพระองค 6 อยาเพิม่ สิง่ ใดเขากับพระวาจาของพระองค มิฉะนั้นพระองคจะทรงตำหนิทาน และพิสูจนวาทานเปนคนมุสา ขาพเจาทูลขอสองสิง่ จากพระองค ตราบทีข่ า พเจายังมีชวี ติ อยู โปรดอยาทรงปฏิเสธคำขอนีเ้ ลย 8 ขอใหความมุสาและถอยคำเท็จอยูหางไกลจากขาพเจา อยาประทานความยากจนหรือความร่ำรวยแกขาพเจาเลย แตโปรดประทานอาหารเทาทีจ่ ำเปนแกขา พเจา 9 เพือ่ วาถาขาพเจาอิม่ ขาพเจาจะปฏิเสธพระองค พูดวา “พระยาหเวหเปนใครกัน” หรือเพือ่ วาถาขาพเจายากจน แลวจะไปขโมย กระทำใหพระนามพระเจาของขาพเจาถูกลบหลู 7

สดด 119:29 มธ 6:11 ฉธบ 6:12;32:15 ลนต 5:21

ฟม 8-20

อพย 21:17

โยบ 19:22 อสย 9:11

อยาใสความผูรับใชใหนายของเขาฟง ไมเชนนัน้ เขาจะสาปแชงทาน และทานจะตองรับโทษเพราะเรือ่ งนี้ 10

บางคนสาปแชงบิดา และไมอวยพรมารดา 12 บางคนคิดวาตนบริสุทธิ์ แตไมไดชำระความสกปรกของตน 13 บางคนชางหยิง่ ยโส ยกยองตนเอง และดูถูกผูอื่น 14 บางคนมีฟน เหมือนดาบ มีเขีย้ วเหมือนมีด เพื่อจะกัดกินคนยากจนใหหมดไปจากแผนดิน 11

102


สภษ 30:15-19

และกัดกินคนขัดสนใหหมดไปจากหมูมนุษยd

VII. สุภาษิตใชตวั เลขe ปลิงมีลกู สองตัวชือ่ “ใหฉนั ” กับ “ใหฉนั ” สามสิ่งไมเคยอิ่ม สีส่ งิ่ ไมเคยพูดวา “พอแลว” 16 คือแดนผตู าย ครรภของหญิงทีเ่ ปนหมัน แผนดินทีไ่ มอิ่มน้ำ และไฟทีไ่ มเคยพูดวา “พอแลว” 15

ดวงตาที่มองบิดาอยางเยยหยัน และดูถูกไมยอมฟงมารดา จะถูกกาในหุบเขาจิกออกมา และถูกลูกนกอินทรีกิน 17

สามสิ่งประหลาดเหนือความเขาใจของขาพเจา สีส่ ิ่งทีข่ าพเจาไมเขาใจ 19 คือทางบินของนกอินทรีในอากาศ รอยเลื้อยของงูบนกอนหิน รองรอยของเรือในทะเลลึก

27:20 ปฐก 30:1 กดว 16:33f 19:26+

18

“จากหมมู นุษย” - ไมแนวา วลีนหี้ มายถึงคนกลมุ หนึง่ ชนชาติหนึง่ หรือชนชัน้ หนึง่ ในสังคม “สุภาษิตใชตวั เลข” มีองคประกอบทัง้ ของ “คำคม” “ปริศนา” และ “การเปรียบเทียบ” รวมอยู ในแบบวรรณกรรมนี้ - รูปแบบวรรณกรรมเชนนีเ้ คยพบแลวกอนหนานี้ ในรูปแบบทีย่ งั ไมพฒ ั นา มากนักในวรรณกรรมภาษาฮีบรูของประกาศก เชน อสย 17:6; อมส 1:3,6,9,11,13; มคา 5:4 - เทียบ สดด 62:11ฯ - และพบไดทวั่ ไปในหนังสือประเภทปรีชาญาณหลายฉบับ เชน สภษ 6:16ฯ; 30:15-33; โยบ 5:19; 40:5; ปญจ 4:12(?); 11:2; บสร 23:16ฯ; 25:7; 26:5-7,28; 50:25; เทียบ 25:1,2 - สุภาษิตใชตวั เลขชุดเล็กชุดนี้ (30:15-33) แสดงใหเห็นความสนใจพิเศษ ตอสิง่ นาพิศวงในธรรมชาติและในพฤติกรรมของสัตวตา ง ๆ d e

103

ปชญ 5:10-12


สภษ 30:20-27

และวิถีทางของชายหนุมกับหญิงสาวf หญิงมีชูประพฤติดังตอไปนี้ คือกินและเช็ดปาก แลวพูดวา “ดิฉนั ไมไดทำอะไรผิด”g 20

สามสิ่งทำใหแผนดินสั่นสะเทือน สี่สิ่งที่แผนดินทนไมได 22 คือทาสที่ไดเปนกษัตริย คนโงเขลาที่มีทุกอยางที่เขาอยากกิน 23 หญิงนิสัยไมดีที่ทุกคนเกลียดชังไดสามี และหญิงรับใชที่ไดขึ้นเปนนายแทนนายหญิงของตน

21

ปญจ 10:5-7 19:10

ปฐก 16:3-6

สี่สิ่งเล็กมากในแผนดิน แตมีปรีชามากกวาผูมีปรีชาh 25 คือมด ซึง่ เปนสัตวไมแข็งแรง แตยังเตรียมอาหารไว���ในฤดูแลง 26 ตัวอนiเปนสัตวไมมีกำลัง แตยังสรางโพรงตามซอกหิน 27 ตั๊กแตนไมมีกษัตริย แตยังเดินแถวเปนขบวน 24

6:6-8

“วิถที างของชายหนมุ กับหญิงสาว” - ไมไดหมายถึงการเกีย้ วพาราสีเพือ่ ชนะใจหญิงสาว แต หมายถึงความลึกลับของการแตงงานและใหกำเนิดบุตร g “แลวพูดวา ‘ดิฉันไมไดทำอะไรผิด’” - ขอความในบรรทัดนี้ดูเหมือนจะเปนขอความที่ผู คัดลอกเสริมเขามา ไมสจู ะเขากับขอความในสองบรรทัดกอนหนานี้ h “มีปรีชามากกวาผมู ปี รีชา” - แปลตามสำนวนแปลโบราณตาง ๆ - ตนฉบับภาษาฮีบรูวา “ถูกสรางมาใหมปี รีชา” i “ตัวอน” - แปลโดยคาดคะเน - “ตัวอน” เปนสัตวเลีย้ งลูกดวยนมตัวเล็ก ๆ ทีอ่ าศัยอยตู าม ซอกหิน จึงจับตัวมันไดยาก - ดู ลนต 11:5; สดด 104:18 f

104


สภษ 30:28-31:1

จิง้ จก เราใชมอื จับได แตยังเขาไปอยูในพระราชวัง

28

สามสิ่งเดินอยางสงางาม สีส่ งิ่ ยางกาวอยางสงาผาเผย 30 คือสิงโต ซึง่ เปนสัตวมกี ำลังมากทีส่ ดุ เมื่อเผชิญหนากับสิ่งใดก็ไมยอมถอย 31 พอไกทเี่ ดินปออยู แพะเพศผู และกษัตริยที่เสด็จนำหนาประชากรj 29

ถาทานเปนคนโงเขลา ยกยองตนเอง หรือคิดแผนการชัว่ ราย ก็จงเอามือปดปากเถิด 33 เพราะเมือ่ กวนน้ำนม ก็ไดเนย เมือ่ บีบจมูก เลือดก็ออกมา เมือ่ กวนโทสะ ก็ไดการทะเลาะวิวาท 32

VIII. สุภาษิตของเลมูเอล 31 1ตอไปนีค้ อื สุภาษิตของเลมูเอล กษัตริยแ หงมัสสาa ตามคำสัง่ สอน “เสด็จนำหนาประชากร” - ตนฉบับภาษากรีกวา “ทรงปราศรัยกับประชาชน” - บรรทัดแรก ของขอนีก้ ไ็ มชดั เจนเชนกัน - “พอไก” - แปลตามสำนวนแปลภาษาอาหรับ - บางคนเสนอคำ แปลวา “จิง้ หรีด” (ตามสำนวนแปลภาษาอัคคาเดียน) - หรือแมกระทัง่ “มา”, “มาลาย” หรือ “สุนขั ลาเนือ้ ” ฯลฯ j

31 a “กษัตริยแ หงมัสสา” - คำ “มัสสา” ในภาษาฮีบรูยงั อาจแปลไดอกี วา “คำพยากรณ” เทียบ 30:1 - “มัสสา” เปนชือ่ ของชาวอิชมาเอลเผาหนึง่ ในคาบสมุทรอาราเบียตอนเหนือ (ปฐก 25:14) - ปรีชาญาณของ “บุตรของชนทางตะวันออก” (กดว 24:21 เชิงอรรถ k) เปนทีร่ จู กั กันทัว่ ไป - ดู 1 พกษ 5:10; โยบ 2:11 เชิงอรรถ d; ยรม 49:7 105


สภษ 31:2-9

ของพระชนนี อะไรเลา ลูกเอย อะไรเลา ลูกทีแ่ มใหกำเนิด อะไรเลา ลูกทีแ่ มเคยบนบานขอไว 3 อยาใหกำลังของลูกแกผหู ญิงตาง ๆ อยาใหชีวิตของลูกแกผูทำลายบรรดากษัตริยb 2

5:1-14 1 พกษ 11:1-4 บสร 9:2

เลมูเอลเอย กษัตริยไ มควร กษัตริยไมควรเสวยน้ำจัณฑc ผูมีอำนาจปกครองก็ไมควรปรารถนาdสุราเมรัย 5 เพราะเมือ่ ทรงดืม่ แลว พระองคจะทรงลืมกฎหมายทีเ่ คยทรงกำหนดไว ไมทรงปกปองสิทธิของคนยากจน

4

ปญจ 10:16-17

จงใหสุราเมรัยแกผูที่กำลังจะตาย และใหเหลาองุนแกผูที่มีความทุกขใจ 7 จงใหเขาดืม่ เขาจะไดลมื ความยากจนของเขา และจดจำความทุกขยากไมไดอีก 6

มธ 27:34

จงพูดแทนคนใบ เพื่อปกปองสิทธิของทุกคนที่ถูกทอดทิ้ง 9 จงพูดเพื่อตัดสินคดีอยางชอบธรรม และรักษาสิทธิของคนยากจนและคนขัดสน 8

สดด 72:2-4, 12-14

“ผทู ำลายบรรดากษัตริย” - แปลโดยคาดคะเน “น้ำจัณฑ” - การกลาวย้ำถึงอันตรายของสุราเมรัยเปนลักษณะเฉพาะของศีลธรรมในหมผู ู อาศัยตามทะเลทราย (เทียบเรื่องของชาวเรคาบใน ยรม 35 และคิดถึงชาวอาหรับในสมัย ปจจุบัน) d “ปรารถนา” - แปลโดยคาดคะเน b c

106


สภษ 31:10-15

IX. ภรรยาทีม่ คี ณ ุ ธรรมe อาเลฟ

ใครจะพบภรรยาที่มีคุณธรรมfได เธอประเสริฐกวาไขมุกยิ่งนัก

เบท

11

กีเมล

12

ดาเลท

13

เฮ

เธอเปนเหมือนเรือสินคา นำเสบียงอาหารมาจากแดนไกล

วาว

15

10

จิตใจของสามีก็วางใจเธอ เขาจะไมขาดกำไร เธอทำใหเขามีความสุข ไมกอความทุกขใหเขาเลยตลอดชีวิตของเธอ เธอไปหาขนแกะและปาน มาทอเปนผืนผาดวยมืออยางเต็มใจ

14

เธอลุกขึ้นตั้งแตยังมืดอยู จัดเตรียมอาหารใหครอบครัว และสัง่ งานตาง ๆ แกหญิงรับใชg

คำชมเชยภรรยาทีม่ คี ณ ุ ธรรม (ขอ 10-31) นีเ้ ปนบทประพันธกลบทอักษร ขอความแตละขอ เริม่ ดวยพยัญชนะภาษาฮีบรูเรียงกันตามลำดับ (เทียบ สดด 9-10; 25; 34; 37; 111; 112; 119; 145; พคค 1-4; บสร 51:13-29 [ในตนฉบับภาษาฮีบรู]; นฮม 1:2-8) - ดูคำอธิบาย บทประพันธบทนีใ้ นขอ 31 เชิงอรรถ I และ 5:15 เชิงอรรถ b - เทียบ 11;16; 12:4; 18:22; 19:14 และ บสร 7:19 f “ภรรยาทีม่ คี ณ ุ ธรรม” - วลีภาษาฮีบรูทตี่ น ฉบับภาษากรีกแปลตามตัวอักษรวา “หญิงทรงพลัง” ('eshet chayil = gyne andreia) หมายความถึงทัง้ ความสามารถและคุณธรรม พูดงาย ๆ คือ “แมบา นทีด่ พี รอม” g “สัง่ งานตาง ๆ แกหญิงรับใช” - บรรทัดทีส่ ามนีอ้ าจเปนขอความทีผ่ คู ดั ลอกเสริมเขามา e

107


สภษ 31:16-25

24:7

ซาอิน

16

เธอตรวจดูทุงนาแลวซื้อไว ดวยผลงานจากน้ำมือของเธอ แลวปลูกสวนองนุ

เคท

เธอคาดสะเอวทำงานอยางแข็งขัน แสดงกำลังแขนของเธอ

เตท

18

โยด

19

คัฟ

20

ลาเมด

21

เมม

เธอทำผาปูเตียงสำหรับตน เสือ้ ผาของเธอทำดวยผาปานเนือ้ ละเอียดและผาสีมว งแดง

นูน

สามีของเธอเปนทีเ่ คารพนับถือทีป่ ระตูเมือง เมื่อเขานั่งอยูในหมูผูอาวุโสของแผนดิน

ซาเมค

เธอทำเสือ้ ผาจากปานเนือ้ ละเอียดเอาไวขาย จัดสงผาคาดสะเอวใหแกพอคา

อายิน

25

17

เธอรูวาธุรกิจของเธอไดกำไร ตะเกียงของเธอไมดับตลอดคืน เธอยืน่ มือจับไนปน ดาย นิ้วมือของเธอหมุนเครื่องกรอดาย เธอเหยียดมือชวยเหลือคนยากจน ยื่นมือชวยเหลือคนขัดสน เมื่อหิมะตกเธอก็ไมตองกังวลกับคนในครอบครัว เพราะทุกคนในบานสวมเสือ้ ผาสองชัน้

22

23

24

เธอมีกำลังและความสงางามเปนอาภรณ 108


สภษ 31:26-31

ยิ้มรับอนาคตอยูเสมอh เป

เธอพูดดวยปรีชาญาณ พูดสั่งสอนดวยความกรุณา

ซาเด

เธอดูแลความเปนอยูในบาน อาหารที่กินไมไดมาจากความเกียจคราน

โฆฟ

28

เรช

29

ชิน

30

เตา

31

26

27

ลูก ๆ ลุกขึน้ พูดชมเชยเธอ สามีก็สรรเสริญเธอดวย

พูดวา “สตรีจำนวนมากเคยทำกิจการดีเลิศ แตเธอดีเลิศยิ่งกวาทุกคน” เสนหเ ปนสิง่ หลอกลวง ความสวยงามก็ไมจรี งั ยัง่ ยืน แตสตรีที่ยำเกรงพระเจาสมควรไดรับคำสรรเสริญi

จงใหเธอไดรับผลจากมือของเธอ การงานของเธอจงสรรเสริญเธอที่ประตูเมือง

“ยิม้ รับอนาคตอยเู สมอ” - หมายความวา เธอมองไปยังอนาคตดวยความมัน่ ใจ ไมวา จะเปน ชะตากรรมของครอบครัว หรือบำเหน็จรางวัลที่พระเจาจะประทานใหเธอสักวันหนึ่งเพื่อ ตอบแทนความเอาใจใสที่เธอมีตอสามีและครอบครัว i คำยกยองชมเชยภรรยาทีด่ พี รอมบทนีย้ งั อาจเขาใจไดอกี วา เปนการกลาวเปนอุปมาถึงลักษณะ ของปรีชาญาณทีเ่ ปนเสมือน “บุคคล” ดวย - ดู 8:22 เชิงอรรถ e - และคำขยายความในตน ฉบับภาษากรีก (“สตรีมปี รีชาจะไดรบั คำชมเชยสรรเสริญ - นัน่ คือ ความยำเกรงพระยาหเวห ตองไดรับการยกยอง”) และนี่คงเปนคำอธิบายไดวาทำไมบทประพันธบทนี้ - ซึ่งก็เปนบท ประพันธทไี่ พเราะดวย - ถูกจัดไวเปนขอความบทสุดทายของหนังสือสุภาษิต h

109



พระคัมภีร์คาทอลิกภาคพันธสัญญาเดิม "สุภาษิต"