Issuu on Google+


1 ศุกร

มีนาคม สัปดาหที่ 2 เทศกาลมหาพรต สดด 105:16-18,19, 20-22

·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 2 ÇѹÈØ¡ÃμŒ¹à´×͹

พระวรสาร

บทอานที่ 1

ปฐก 37:3-4,12-13ก,17ข-28

ยาโคบรักโยเซฟมากกวาบุตรคนอื่น ๆ... เมื่อพี่ชายเห็นวาบิดารักโยเซฟมากกวา บุตรคนอื่น ๆ ตางก็เกลียดชังเขามากจนไมยอมพูดดีดวย... พี่ชายเห็นโยเซฟแตไกล กอนที่โยเซฟจะมาถึง จึงวางแผนจะฆาเสีย...รูเบนไดยิน เขาก็หาทางจะชวยโยเซฟใหพนจากเงื้อมมือนอง ๆ ของตน จึงพูดวา... “อยาหลั่งเลือด เลย เพียงแตโยนมันทิ้งไวในบอ ในถิ่นทุรกันดารก็พอแลว อยาทํารายมันเลย”... เมื่อ โยเซฟมาถึง พี่ชายก็ชวยกันจับเขาถอดเสื้อยาวที่สวยเปนพิเศษซึ่งเขาสวมอยู แลวโยน เขาลงไปในบอ บอนั้นแหงไมมีนํ้า แลวพี่ชายทุกคนก็นั่งลงกินอาหาร ทันใดนั้น เขาเงยหนาขึ้น เห็นกองคาราวานของชาวอิชมาเอลกําลังเดินทางมาจาก แควนกิเลอาดจะไปประเทศอียิปต... ยูดาหจึงแนะนําพี่นองวา “...เราจงขายนองแกชาว อิชมาเอลดีกวา เราจะไดไมตอ งทํารายเขา...” พีน่ อ งทุกคนก็เห็นดวย... เขาดึงโยเซฟขึน้ จากบอ แลวขายใหแกชาวอิชมาเอลเปนราคาเงินหนักยี่สิบบาท พอคาเหลานี้จึงพา โยเซฟไปประเทศอียิปต

มธ 21:33-43,45-46

เวลานั้น พระเยซูเจาตรัสวา “ทานทั้งหลาย จงฟงอุปมาอีกเรื่องหนึ่งเถิด คหบดีผูหนึ่งปลูกองุนไวสวนหนึ่ง ทํารั้วลอม ขุดบอยํ่าองุน สรางหอเฝา ใหชาวสวนเชา แลวก็ออกเดินทางไปตางเมือง เมื่อใกลถึงฤดูเก็บผล เจาของสวนจึงใหผูรับใชไป พบคนเชาสวนเพื่อรับสวนแบงจากผลผลิต แตคนเชาสวนไดจับคนใช ทุบตีคนหนึ่ง ฆาอีกคนหนึ่ง เอาหินทุม อีกคนหนึ่ง เจาของสวนจึงสงผูรับใชจํานวนมากกวาพวกแรกไปอีก คนเชาสวนก็ทํากับพวกนี้เชนเดียวกัน ใน ที่สุด เจาของสวนไดสงบุตรชายของตนไปพบคนเชาสวน คิดวา ‘คนเชาสวนคงจะเกรงใจลูกของเราบาง’ แต เมือ่ คนเชาสวนเห็นบุตรเจาของสวนมา ก็พดู กันวา ‘คนนีเ้ ปนทายาท เราจงฆาเขาเสียเถิด เราจะไดมรดกของเขา’ เขาจึงจับบุตรเจาของสวน นําตัวออกไปนอกสวนแลวฆาเสีย ดังนี้ เมื่อเจาของสวนมา เขาจะทําอยางไร กับคนเชาสวนพวกนั้น” บรรดาผูฟงตอบวา “เจาของสวนจะกําจัดพวกใจอํามหิตนี้อยางโหดเหี้ยม และจะยก สวนใหคนอื่นเชา ซึ่งจะแบงผลคืนใหเขาตามกําหนดเวลา” พระเยซูเจาจึงตรัสวา “ทานมิไดอานในพระคัมภีร หรือวา หินที่ชางกอสรางทิ้งเสียนั้น ไดกลายเปนศิลาหัวมุม องคพระผูเปนเจาไดทรงกระทําเชนนั้นเปนที่นา อัศจรรยแกเรายิ่งนัก...”

ความอิจฉา เปนหนึ่งในบาปตนเจ็ดประการ เกิดขึ้นเมื่อเห็นคนอื่นไดดีกวา และไมสามารถยอมรับได หรือปลอยไวไมได ความอิจฉานําไปสูความเกลียดชัง ความโกรธ ความขัดแยง ความแตกแยก และหากยัง ไมสามารถยุติได อาจนําไปสูการทํารายรางกาย การฆา และสงครามในที่สุด ตรงกันขามกับความสุภาพ ที่สามารถยอมรับคนอื่นไดอยางที่เปน เมื่อเห็นคนอื่นไดดีกวาคนมีใจสุภาพ จะสามารถชื่นชมยินดีกับเขาได และเมื่อเห็นคนอื่นดอยกวา ก็ไมถือโอกาสเอาเปรียบตักตวงผลประโยชนใส ตนเอง แตยื่นมือเขาไปชวยเหลือ ไมดูถูกหรือเกลียดชัง เหตุวา “ผูใดที่ยกตนขึ้นจะถูกกดใหตํ่าลง ผูใดถอม ตนลง จะไดรับการยกยองใหสูงขึ้น” (มธ 23:12)

03.indd 74

8/11/2555 14:04:00


บทอานที่ 1

มคา 7:14-15,18-20

ขาแตพระเจา โปรดทรงใชไมขอของผูเลี้ยงแกะเลี้ยงดูประชากร คือฝูงแพะแกะที่ เปนมรดกของพระองค ซึ่งอาศัยโดดเดี่ยวอยูในปาที่มีแผนดินอุดมสมบูรณอยูโดยรอบ โปรดทรงใหเขาหากินอยูในแควนบาชานและกีเลอาด เหมือนในสมัยกอน โปรดทรง แสดงปาฏิหาริยแ กขา พเจาทัง้ หลาย เหมือนในสมัยทีท่ รงนําขาพเจาทัง้ หลายออกมาจาก แผนดินอียปิ ต. .. โปรดทรงเหยียบยํา่ ความผิดของขาพเจาทัง้ หลาย พระองคจะทรงเหวีย่ ง บาปของขาพเจาทัง้ หลายลงไปในทะเลลึก พระองคจะทรงแสดงความซือ่ สัตยแกยาโคบ ทรงแสดงความรักมั่นคงแกอับราฮัม ดังที่เคยทรงปฏิญาณตอบรรพบุรุษของขาพเจาทั้ง หลายตั้งแตนานมาแลว

พระวรสาร

ลก 15:1-3,11-32

2 เสาร

มีนาคม สัปดาหที่ 2 เทศกาลมหาพรต สดด 103:1-2,3-4, 9-10,11-12

·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 2 เวลานั้น บรรดาคนเก็บภาษีและคนบาปเขามาใกลเพื่อฟงพระเยซูเจา ชาวฟาริสี และธรรมาจารยตางบนวา “คนนี้ตอนรับคนบาปและกินอาหารรวมกับเขา” พระองคจึง ตรัสเรื่องอุปมานี้ใหเขาฟง “ชายผูหนึ่งมีบุตรสองคน บุตรคนเล็กพูดกับบิดาวา ‘พอครับ โปรดใหทรัพยสมบัติสวนที่เปนมรดกแก ลูกเถิด’ บิดาก็แบงทรัพยสมบัติใหแกลูกทั้งสองคน ตอมาไมนาน บุตรคนเล็กรวบรวมทุกสิ่งที่มีแลวเดินทาง ไปยังประเทศหางไกล ที่นั่นเขาประพฤติเสเพลผลาญเงินทองจนหมดสิ้น เมื่อเขาหมดตัว ก็เกิดกันดารอาหาร อยางหนักทั่วแถบนั้น และเขาเริ่มขัดสน จึงไปรับจางอยูกับชาวเมืองคนหนึ่ง คนนั้นใชเขาไปเลี้ยงหมูในทุงนา เขาอยากกินฝกถั่วที่หมูกินเพื่อระงับความหิว แตไมมีใครให เขาจึงรูสํานึก...เขาก็กลับไปหาบิดา ขณะทีเ่ ขายังอยูไ กล บิดามองเห็นเขา รูส กึ สงสาร จึงวิง่ ไปสวมกอดและจูบเขา บุตรจึงพูดกับบิดาวา “พอ ครับ ลูกทําบาปผิดตอสวรรคและตอพอ ลูกไมสมควรไดชื่อวาเปนลูกของพออีก” แตบิดาพูดกับผูรับใชวา “เร็วเขา จงไปนําเสื้อสวยที่สุดมาสวมใหลูกเรา นําแหวนมาสวมนิ้ว นํารองเทามาใสให จงนําลูกวัวที่ขุนอวน แลวไปฆา แลวกินเลีย้ งฉลองกันเถิด เพราะลูกของเราผูน ตี้ ายไปแลวกลับมีชวี ติ อีก หายไปแลว ไดพบกันอีก” แลวการฉลองก็เริ่มขึ้น สวนบุตรคนโตอยูในทุงนา เมื่อกลับมาใกลบาน ไดยินเสียงดนตรีและการรองรํา จึงเรียกผูรับใชคนหนึ่ง มาถามวาเกิดอะไรขึ้น... บุตรคนโตรูสึกโกรธ ไมยอมเขาไปในบาน บิดาจึงออกมาขอรองใหเขาไป... บิดาพูดวา “ลูกเอย ลูกอยูก บั พอเสมอมา ทุกสิง่ ทีพ่ อ มีกเ็ ปนของลูก แตจาํ เปนตองเลีย้ งฉลองและชืน่ ชมยินดี เพราะนอง ชายคนนี้ของลูกตายไปแลว กลับมีชีวิตอีก หายไปแลว ไดพบกันอีก”

บุตรคนเล็ก ประพฤติตนเสเพล เมื่อสิ้นเนื้อประดาตัว จึงคิดได กลับตัวกลับใจหันมาหาบิดาและได ทรัพยสิน ความเปนบุตร และไดศักดิ์ศรีกลับคืนมา บุตรคนโต ประพฤติตนดีมาตลอด เมื่อเห็นบิดาใจกวางกับบุตรคนเล็กถึงเพียงนี้ ยอมรับไมได ประชด ประชันบิดา ไมยอมกลับเขาบาน เปนฝายที่เดินหนีบิดาไป บุตรของพระเจา ใจกวาง ใหอภัย รัก เริม่ ตนใหม กลับตัวกลับใจ ไมเปรียบเทียบ ไมสรางความแตกแยก ไมพูดถึงความแตกตาง แตสรางความเปนหนึ่งเดียวกับทุกคน

03.indd 75

8/11/2555 14:04:03


3

อาทิตย มีนาคม สัปดาหที่ 3 เทศกาลมหาพรต ·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 3

บทอานจากหนังสืออพยพ

อพย 3:1-8ก,13-15

โมเสสเลี้ยงฝูงแพะแกะของเยโธร ผูเปนพอตาและสมณะแหงมีเดียน วันหนึ่งเขา ตอนฝูงแพะแกะขามทะเลทรายไปถึงโฮเรบ ภูเขาของพระเจา ทูตสวรรคขององคพระผู เปนเจามาปรากฏแกเขาเปนเปลวไฟลุกอยูก ลางพุม ไม โมเสสมองดูกเ็ ห็นวาพุม ไมนนั้ ลุก เปนไฟ แตไมมอดไหมไป จึงคิดวา “ฉันจะเขาไปดูเหตุการณแปลกประหลาดนี้ใกล ๆ ทําไมพุมไมนั้นไมมอดไหม” องคพระผูเปนเจาทอดพระเนตรเห็นเขาเขามาดูใกล ๆ จึง ตรัสเรียกเขาจากกลางพุมไมวา “โมเสส โมเสส” เขาตอบวา “ขาพเจาอยูที่นี่” พระองค ตรัสหามวา “อยาเขามาใกลกวานี้ จงถอดรองเทาเสีย เพราะสถานที่ที่ทานยืนอยูเปน สถานที่ศักดิ์สิทธิ์” พระองคยังตรัสอีกวา “เราเปนพระเจาของบรรพบุรุษของทาน เปน พระเจาของอับราฮัม พระเจาของอิสอัค และพระเจาของยาโคบ” โมเสสยกมือขึ้นปด หนา ไมกลามองดูพระเจา องคพระผูเปนเจาตรัสวา “เราสังเกตเห็นความทุกขยากของประชากรของเราใน อียิปต เราไดยินเสียงรองเพราะความทารุณของนายงาน เรารูดีถึงความทุกขทรมานของ เขา เราลงมาชวยเขาใหพนมือชาวอียิปต และนําเขาออกจากประเทศนั้น ไปสูแผนดินที่ อุดมสมบูรณและกวางใหญ ไปยังแผนดินที่มีนํ้านมและนํ้าผึ้งไหลบริบูรณ” โมเสสทูลพระเจาวา “เมื่อขาพเจาไปหาชาวอิสราเอลแลวบอกเขาวา พระเจาของ บรรพบุรษุ ของทานทรงสงขาพเจามาหาทาน” ถาเขาถามขาพเจาวา “พระองคทรงพระนาม วาอะไรเลา” ขาพเจาจะตอบเขาอยางไร พระเจาตรัสกับโมเสสวา “เราคือเราเปน” แลว ตรัสตอไปวา “ทานตองบอกชาวอิสราเอลดังนีว้ า “เราเปน” ทรงสงขาพเจามาหาทานทัง้ หลาย” พระเจาตรัสกับโมเสสอีกวา ทานตองบอกชาวอิสราเอลดังนี้วา “องคพระผูเปน เจา พระเจาของบรรพบุรษุ ของทาน พระเจาของอับราฮัม พระเจาของอิสอัค และพระเจา ของยาโคบ ทรงสงขาพเจามาหาทานทั้งหลาย นามนี้จะเปนนามของเราตลอดไป ชนรุน ตอ ๆ ไปจะตองเรียกเราดวยนามนี้”

เพลงสดุดี

สดด 103:1-2,3-4,6-7,8 และ 11

ก) วิญญาณของขาพเจาเอย จงถวายพระพรแดองคพระผูเปนเจาเถิด สวนลึกของขาพเจา จงถวายพระพรแดพระนามศักดิ์สิทธิ์ของพระองค วิญญาณของขาพเจาเอย จงถวายพระพรแดองคพระผูเปนเจาเถิด จงอยาลืมพระคุณตาง ๆ ที่พระองคประทานให ข) พระองคประทานอภัยความผิดทั้งหลายของทาน ทรงรักษาโรคภัยทั้งปวงของทาน ทรงชวยชีวิตของทานใหพนจากเหวลึก ประทานความรักมั่นคงและพระเมตตาเปนดังมงกุฎแกทาน ค) องคพระผูเปนเจาทรงปฏิบัติดวยความเที่ยงธรรม ประทานความยุติธรรมตอทุกคนที่ถูกขมเหง

03.indd 76

8/11/2555 14:04:04


บทอานจากจดหมายนักบุญเปาโลอัครสาวก ถึงชาวโครินทร ฉบับที่หนึ่ง 1 คร 10:1-6,10-12 พีน่ อ งทัง้ หลาย ขาพเจาตองการใหทา นรูว า บรรพบุรษุ ทุกคนของเราไดอยูใ ตเมฆ และทุกคนขามทะเล ไป ทุกคนรับการลางในเมฆและในทะเลเขารวมกับโมเสส ทุกคนกินอาหารฝายจิตอยางเดียวกัน ทุกคน ดื่มเครื่องดื่มฝายจิตอยางเดียวกัน เพราะพวกเขาดื่มนํ้าจากศิลาซึ่งติดตามพวกเขาไป ศิลานั้นคือพระ คริสตเจา แมกระนัน้ พระเจาก็มไิ ดพอพระทัยคนสวนใหญเหลานัน้ พวกเขาลมตายเกลือ่ นกลาดอยูใ นถิน่ ทุรกันดาร เหตุการณเหลานี้เกิดขึ้นเปนตัวอยางสําหรับเรา มิใหเราปรารถนาสิ่งชั่วรายดังที่เขาปรารถนา ทานทั้งหลายจงอยาบนดังที่พวกเขาบางคนบนแลวพินาศไปโดยนํ้ามือขององคผูทําลาย เหตุการณ เหลานีบ้ งั เกิดขึน้ กับพวกเขาเพือ่ เปนตัวอยาง และมีบนั ทึกไวเพือ่ เตือนสติเราซึง่ กําลังเผชิญกับวาระสุดทาย ของยุค ดังนั้น ผูที่คิดวาตนยืนหยัดมั่นคงอยู พึงระวังอยาใหลม

บทอานจากพระวรสารนักบุญลูกา

ลก 13:1-9

ในเวลานั้น คนบางคนเขามาทูลพระเยซูเจาถึงเรื่องชาวกาลิลีซึ่งถูกปลาตสั่งประหารชีวิตในขณะที่ เขากําลังถวายเครื่องบูชา พระองคจึงตรัสตอบเขาวา ‘ทานคิดวาชาวกาลิลีเหลานี้เปนคนบาปมากกวาชาว กาลิลีทุกคนหรือ จึงตองถูกฆาเชนนี้ มิได เราบอกทานทั้งหลายวาถาทานไมกลับใจเปลี่ยนชีวิต ทุกทาน จะพินาศไปเชนกัน แลวคนสิบแปดคนทีถ่ กู หอสิโลอัมพังทับเสียชีวติ เลา ทานคิดวาคนเหลานัน้ มีความผิด มากกวาคนอืน่ ทุกคนทีอ่ าศัยอยูใ นกรุงเยรูซาเล็มหรือ มิได เราบอกทานทัง้ หลายวาถาทานไมกลับใจเปลีย่ น ชีวิต ทุกทานจะพินาศไปเชนเดียวกัน’ พระเยซูเจาตรัสเปนอุปมาเรื่องนี้วา ‘ชายผูหนึ่งปลูกตนมะเดื่อเทศตนหนึ่งในสวนองุนของตน เขา มามองหาผลที่ตนนั้น แตไมพบ จึงพูดแกคนสวนวา “ดูซิ สามปแลวที่ฉันมองหาผลจากมะเดื่อเทศตนนี้ แตไมพบ จงโคนมันเสียเถิด เสียที่เปลา ๆ” แตคนสวนตอบวา “นายครับ ปลอยมันไวปนี้อีกสักปหนึ่ง เถิด ผมจะพรวนดินรอบตน ใสปุย ดูซิวาปหนามันจะออกผลหรือไม ถาไมออกผล ทานจะโคนทิ้งเสีย ก็ได”’

ชาวยิวจึงคิดวาผูที่เสียชีวิตจากเหตุการณตาง ๆ เหลานี้เปนคนบาปมากกวาคนอื่น ๆ ทั้งนี้เพราะ ชาวยิวมีแนวความคิดทีว่ า ความทุกขยากและความตาย เปนผลมาจากบาปอยางแยกกันไมออก คนรวย คนสุขภาพดี จึงเปนคนดี สวนคนจน คนพิการ กลายเปนคนบาปในสังคม ความทุกขยากตาง ๆ ในชีวิต จึงเปนกางเขนที่พระองคทรงใหแตละคนแบกและติดตามพระองคไป เพื่อชดเชยบาปของตนเองและผูอ่ืน แตสิ่งที่สําคัญมากที่สุดคือ ทุกคน ไมวาจะยากดีมีจน ทุกขสุข สบายเพียงไร จําเปนตองกลับใจและเปลี่ยนแปลงชีวิต มิฉะนั้นชีวิตจะพังพินาศไป ซึ่งเปรียบเสมือนกับตนมะเดื่อเทศที่ไรผล แตคนสวนยังใหโอกาส ไมโคนลงเสียทีเดียว เราแตละ คนก็เชนเดียวกัน พระเปนเจาทรงใหโอกาสเรากลับใจและเปลี่ยนแปลงชีวิตมากกวาเห็นเราพินาศไป

03.indd 77

8/11/2555 14:04:05


4

จันทร

บทอานที่ 1

2 พกษ 5:1-15ข

ในครั้งนั้น นาอามาน ผูบัญชาการกองทัพของกษัตริยแหงอารัม เปนคนสําคัญที่ กษัตริยทรงยกยองนับถืออยางยิ่ง เพราะองคพระผูเปนเจาประทานชัยชนะแกชาว อารัมโดยทางเขา แตชายฉกรรจผูนี้ปวยเปนโรคผิวหนังรายแรง... เขาจับเด็กหญิงคน มีนาคม หนึง่ มาดวย เด็กหญิงคนนัน้ มาเปนสาวใชของภรรยานาอามาน เธอบอกนายหญิงวา “ถา เจานายผูช ายเพียงแตไปหาประกาศกทีก่ รุงสะมาเรีย ประกาศกคงจะรักษาเจานายใหหาย จากโรคได” นาอามานไปเฝากษัตริย ทูลวาเด็กหญิงจากแผนดินอิสราเอลบอกอยางนี้ น.กาสิมีร กษัตริยแหงอารัมตรัสตอบวา “ไปเถิด เราจะสงสารไปถวายกษัตริยแหงอิสราเอล” สดด 42:1-2,43:3,4 นาอามานจึงออกเดินทางไป... เขานําสารไปถวายกษัตริยแหงอิสราเอล... เมื่อกษัตริย ·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 3 แหงอิสราเอลทรงอานสารนั้นแลว ก็ทรงฉีกฉลองพระองค... เมื่อเอลีชาคนของพระเจา ไดยินวากษัตริยทรงฉีกฉลองพระองค... ก็ใชคนไปบอกเขาวา “จงไปชําระตัวในแมนํ้า จอรแดนเจ็ดครั้ง แลวเนื้อหนังของทานจะหายจากโรคและสะอาดเหมือนเดิม” นาอา มานโกรธมากจึงจากไป... เขาหันหลังกลับไปดวยความโกรธ บรรดาผูรับใชของเขาเขามาเตือนวา “นายขอรับ ถาประกาศก บอกทานใหทําสิ่งยาก ทานก็คงจะทําตามไมใชหรือ บัดนี้ เขาบอกแตเพียงวา จงไปชําระตัว แลว ทานจะหายจากโรค” นาอามานจึงลงไปจุมตัวลงในแมนํ้าจอรแดนเจ็ดครั้งตามที่คนของพระเจาบอก แลวเนื้อ หนังของเขาก็หายจากโรค สะอาดเหมือนผิวของเด็กเล็ก ๆ นาอามานกับผูติดตามทุกคนกลับไปหาคนของพระเจา มายืนตอหนาเขา กลาววา “บัดนี้ ขาพเจารูแลว วาไมมีพระเจาอื่นใดทั่วแผนดิน นอกจากพระเจาของอิสราเอลเทานั้น...”

พระวรสาร

ลก 4:24-30

เวลานัน้ พระเยซูเจาเสด็จมาถึงเมืองนาซาเร็ธ พระองคตรัสกับประชาชนในศาลาธรรมวา “เราบอกความ จริงแกทานทั้งหลายวา ไมมีประกาศกคนใดไดรับการตอนรับอยางดีในบานเมืองของตน เราบอกความจริงอีกวาในสมัยประกาศกเอลียาห เมื่อฝนไมตกเปนเวลาสามปหกเดือน และเกิดความ อดอยากครั้งใหญทั่วแผนดิน มีหญิงมายหลายคนในอิสราเอล แตพระเจามิไดทรงสงประกาศกเอลียาหไปหา หญิงมายเหลานี้ นอกจากหญิงมายที่เมืองศาเรฟทในเขตเมืองไซดอน ในสมัยประกาศกเอลีชา มีคนโรคเรื้อน หลายคนในอิสราเอล แตไมมีใครไดรับการรักษาใหหายจากโรค นอกจากนาอามานชาวซีเรียเทานั้น” เมือ่ คนทีอ่ ยูใ นศาลาธรรมไดยนิ เชนนี้ ทุกคนโกรธเคืองยิง่ นัก จึงลุกขึน้ ขับไลพระองคออกไปจากเมือง นํา ไปที่หนาผาของเนินเขาที่เมืองตั้งอยู ตั้งใจจะผลักพระองคลงไป แตพระองคทรงดําเนินฝากลุมคนเหลานั้น แลวเสด็จจากไป

หลายครั้งที่เราตัดสินคนอื่นจากการศึกษา ครอบครัว ฐานะทางสังคม ความสําเร็จ หนาที่การงาน ชื่อ เสียง ทรัพยสินเงินทอง รถยนต ฯลฯ ซึ่งผิวเผินและหลายครั้งไมตรงกับความเปนจริง ทําใหเราไมเปดใจรับ ฟงสิ่งที่เขาพูด ปฏิเสธสิ่งที่เขาทํา และขัดแยงในสิ่งที่เขาคิด เพียงเพราะอคติที่เรามีอยูในใจ ทําใหหลาย ครัง้ เราสูญเสียสิง่ ดีงามใกลตวั ของเราไป นัน่ ก็คอื ปรีชาญาณของพระเจาทีท่ าํ งานในเพือ่ นพีน่ อ งของเรา พระ เยซูเจาจึงบอกวา “ใครมีหูก็จงฟงเถิด” (มธ 15:13)

03.indd 78

8/11/2555 14:04:06


บทอานที่ 1

ดนล 3:25,34-43

อาซาริยาหยนื อธิษฐานภาวนาเสียงดังอยูก ลางไฟวาดังนี้ “ขออยาทรงละทิง้ ขาพเจา ทั้งหลายตลอดไป เพราะเห็นแกพระนามของพระองค ขออยาทรงทําลายพันธสัญญา ของพระองคเลย ขออยาทรงเพิกถอนพระกรุณาไปจากขาพเจาทั้งหลาย... ขาแตองคพระผูเ ปนเจา บัดนีข้ า พเจาทัง้ หลายกลายเปนชนชาติเล็กนอยทีส่ ดุ บัดนี้ ขาพเจาทั้งหลายตองอับอายทั่วแผนดินเพราะบาปของขาพเจาทั้งหลาย... ขอทรงพระ กรุณารับขาพเจาทั้งหลายเปนเครื่องบูชาเฉพาะพระพักตรในวันนี้ แลวขาพเจาทั้งหลาย จะติดตามพระองคตอ ไป เพราะผูท วี่ างใจในพระองคยอ มไมไดรบั ความอับอาย แตโปรด ทํากับขาพเจาทัง้ หลายตามพระกรุณา และตามพระเมตตายิง่ ใหญของพระองคเถิด โปรด ทรงชวยขาพเจาทั้งหลายใหรอดพนดวยกิจการอัศจรรยของพระองค...”

พระวรสาร

5

อังคาร มีนาคม สัปดาหที่ 3 เทศกาลมหาพรต สดด 25:4-6,7,8-9

·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 3

มธ 18:21-35

เวลานั้น เปโตรเขามาทูลถามพระเยซูเจาวา “พระเจาขา ถาพี่นองทําผิดตอขาพเจา ขาพเจาตองยกโทษ ใหเขาสักกี่ครั้ง ถึงเจ็ดครั้งหรือไม” พระเยซูเจาตรัสตอบวา “เราไมไดบอกทานวาตองยกโทษใหเจ็ดครัง้ แตตอ งยกโทษใหเจ็ดคูณเจ็ดสิบครัง้ ” “อาณาจักรสวรรคเปรียบไดกบั กษัตริยพ ระองคหนึ่ง ทรงประสงคจะตรวจบัญชีหนี้สินของผูรับใช ขณะที่ ทรงเริ่มตรวจบัญชีนั้น มีผูนําชายผูหนึ่งเขามา ชายผูนี้เปนหนี้อยูเปนพันลานบาท เขาไมมีสิ่งใดจะชําระหนี้ได กษัตริยจ งึ ตรัสสัง่ ใหขายทัง้ ตัวเขา บุตรภรรยาและทรัพยสนิ ทัง้ หมดเพือ่ ใชหนี้ ผูร บั ใชกราบพระบาททูลออนวอน วา ‘ขอทรงพระกรุณาผลัดหนี้ไวกอนเถิด แลวขาพเจาจะชําระหนี้ใหทั้งหมด’ กษัตริยทรงสงสารจึงทรงปลอย เขาไปและทรงยกหนีใ้ ห ขณะทีผ่ รู บั ใชออกไป ก็พบเพือ่ นผูร บั ใชดว ยกันซึง่ เปนหนีเ้ ขาอยูไ มกพี่ นั บาท เขาเขาไป ควาคอบีบไวแนน พูดวา “เจาเปนหนี้ขาอยูเทาไร จงจายใหหมด” เพื่อนคนนั้นคุกเขาลงออนวอนวา “กรุณาผลัดหนี้ไวกอนเถิด แลวขาพเจาจะชําระหนี้ให” แตเขาไมยอม ฟง นําลูกหนีไ้ ปขังไวจนกวาจะชําระหนีใ้ หหมด เพือ่ นผูร บั ใชอนื่ ๆ เห็นดังนัน้ ตางสลดใจมาก จึงนําความทัง้ หมด ไปทูลกษัตริย พระองคจึงทรงเรียกชายผูนั้นมา ตรัสวา “เจาคนสารเลว ขายกหนี้สินของเจาทั้งหมดเพราะเจา ขอรอง เจาตองเมตตาเพื่อนผูรับใชดวยกัน เหมือนกับที่ขาไดเมตตาเจามิใชหรือ” กษัตริยกริ้วมาก ตรัสสั่งให นําผูร บั ใชนนั้ ไปทรมานจนกวาจะชําระหนีห้ มดสิน้ พระบิดาของเราผูส ถิตในสวรรคจะทรงกระทําตอทานทํานอง เดียวกัน ถาทานแตละคนไมยอมยกโทษใหพี่นองจากใจจริง”

เมื่อมนุษยทําผิด มักมีขออาง ขอแกตัว มีเหตุผล ตองการใหคนอื่นใหอภัยและลืมความผิดของตน แม ตนเองทําผิดแคไหนก็บอกวาไมผดิ และเปนสาเหตุหนึง่ ทีท่ าํ ใหไมไปสารภาพบาปกับพระสงฆในทีส่ ารภาพบาป ไมรูวาจะแกบาปอะไร เพราะทําอะไรก็ไมผิด ทําอะไรก็ไมบาป แตเมือ่ คนอืน่ ทําผิด ทําใหเราขุน เคืองใจ เรามักจดจําไวฝง ใจ ไมใหอภัย ไมฟง เหตุผล ตองการการขอโทษ และใชเวลานานกวาจะลืมความผิดของคนอื่น ในบทขาแตพระบิดาเราจึงภาวนาวา “โปรดอภัยแกขาพเจา เหมือนขาพเจาใหอภัยแกผูอื่น”

03.indd 79

8/11/2555 14:04:07


6 พุธ

มีนาคม สัปดาหที่ 3 เทศกาลมหาพรต สดด 147:12-13, 15-16,19-20

·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 3

บทอานทีื่ 1

ฉธบ 4:1,5-9

โมเสสกลาวกับประชาชนวา “บัดนี้ ชาวอิสราเอลเอย จงฟงขอกําหนดและ กฎเกณฑที่ขาพเจาสอนทานทั้งหลายใหปฏิบัติ แลวทานจะมีชีวิต และเขายึดครอง แผนดินซึ่งองคพระผูเปนเจา พระเจาของบรรพบุรุษของทานทรงมอบใหทาน ดูซิ ขาพเจาสอนทานใหรจู กั ขอกําหนดและกฎเกณฑดงั ทีอ่ งคพระผูเ ปนเจา พระเจา ของขาพเจาทรงบัญชา เพือ่ ทานจะไดปฏิบตั ิตามในแผนดินทีท่ านกําลังจะเขาไปยึดครอง ทานจะตองปฏิบตั ติ ามอยางซือ่ สัตย เพือ่ ชนชาติอนื่ ๆ จะไดเห็นวาทานมีความเขาใจและ ปรีชาญาณ เมือ่ เขาไดยนิ คําพูดถึงขอกําหนดเหลานี้ เขาจะพูดวา “ชนชาติยงิ่ ใหญนเี้ ทานัน้ เปนประชากรที่มีความเขาใจและปรีชาญาณ” เพราะไมมีชนชาติใดแมยิ่งใหญเพียงใด ก็ตามจะมีพระเจาอยูใกลชิด ดังที่องคพระผูเปนเจา พระเจาของเราทรงสถิตอยูใกลชิด เรา ทุกครั้งที่เรารองทูลพระองค ไมมีชนชาติยิ่งใหญชาติใดมีขอกําหนดและกฎเกณฑ เที่ยงธรรมเทากับธรรมบัญญัตินี้ที่ขาพเจากําลังสอนทานอยูในวันนี้ จงจําใสใจ จงทําทุกอยางเพือ่ จะไมลมื เหตุการณที่ทานไดเห็นกับตาตราบที่ทานยังมี ชีวติ อยู อยาใหเหตุการณเหลานีเ้ ลือนไปจากใจ ทานจะตองเลาใหบตุ รหลานของทานฟง

พระวรสาร

มธ 5:17-20

เวลานั้น พระเยซูเจาตรัสกับบรรดาศิษยวา “จงอยาคิดวาเรามาเพื่อลบลางธรรมบัญญัติหรือคําสอนของบรรดาประกาศก เรา มิไดมาเพื่อลบลาง แตมาเพื่อปรับปรุงใหสมบูรณ เราบอกความจริงแกทานทั้งหลายวา ตราบใดที่ฟาและดินยังไมสูญสิ้นไป แมแตตัวอักษรหรือจุดเดียวจะไมขาดหายไปจาก ธรรมบัญญัติจนกวาทุกอยางจะสําเร็จไป ดังนั้น ผูใดละเมิดธรรมบัญญัติเพียงขอเดียว แมเล็กนอยที่สุดและสอนผูอื่นให ละเมิดดวย จะไดชื่อวาเปนผูตํ่าตอยที่สุดในอาณาจักรสวรรค สวนผูที่ปฏิบัติและสอนผู อื่นใหปฏิบัติดวย จะไดชื่อวาเปนผูยิ่งใหญในอาณาจักรสวรรค เราบอกทานทั้งหลายว��� ถาความชอบธรรมของทานไมดไี ปกวาความชอบธรรมของ บรรดาธรรมาจารยและชาวฟาริสีแลว ทานจะเขาอาณาจักรสวรรคไมไดเลย”

พระเยซูเจาไมเคยทําผิดกฎของโมเสส พระองคเขาใจวากฎนั้นมีความหมายและ มีคุณคาตอมนุษยอยางไร เพราะกฎระเบียบมีไวเพื่อความดีของมนุษย มิใชมนุษยมีไว เพื่อความถูกตองของกฎระเบียบ ชาวยิวเครงครัดเพียงแคการทําตามกฎถือวาเปนคน ดีแลว แตพระเยซูเจาบอกวายังไมพอ จะตองใสความรัก ความเมตตา ลงไปในภาค ปฏิบัติดวย โดยกฎตาง ๆ สรุปไดวา “ทานอยากใหเขาทํากับทานอยางไร ก็จงทํากับ เขาอยางนั้นเถิด” (มธ 7:12)

03.indd 80

8/11/2555 14:04:08


บทอานที่ 1

ยรม 7:23-28

7

พฤหัสบดี

พระเจาตรัสดังนี้วา “เราไดสั่งเขาดังนี้ ‘จงฟงเสียงของเรา แลวเราจะเปนพระเจา ของทาน และทานจะเปนประชากรของเรา จงเดินตามทางที่เราจะสั่งทานไว แลวทานจะ ไดอยูอยางเปนสุข’ แตเขาทั้งหลายมิไดเชื่อฟงหรือเงี่ยหูฟง กลับดําเนินตามแผนการใน มีนาคม ความดื้อกระดางของใจชั่วของตน หันหลังใหเราแทนที่จะหันหนา ตั้งแตวันที่บรรพบุรุษ ของทานทั้งหลายออกจากแผนดินอียิปตจนทุกวันนี้ เราไดสง ประกาศกผูร บั ใชทกุ คนของเราไปหาทานทัง้ หลายครัง้ แลวครัง้ เลาเสมอมา ระลึกถึง น.แปรเปตูอา และ น.เฟลีซีตัส แตเขาทัง้ หลายมิไดเชือ่ ฟงหรือเงีย่ หูฟง กลับดือ้ ดึงทําความชัว่ มากกวาบรรพบุรษุ เสียอีก มรณสักขี ทานจงไปบอกถอยคําเหลานี้ทั้งหมดแกเขา แตเขาจะไมฟงทาน ทานจะเรียกเขา แตเขาจะไมตอบ ทานจงบอกเขาวา ‘นี่คือชนชาติที่ไมเชื่อฟงพระสุรเสียงขององคพระผู สดด 95:1-2,6-7, 8-9 เปนเจา พระเจาของตน และไมยอมรับคําสั่งสอน ความซื่อสัตยไมมีอีกแลว หายไปจาก ปากของเขาแลว’” ·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 3

พระวรสาร

ลก 11:14-23

เวลานัน้ พระเยซูเจากําลังทรงขับไลปศ าจซึง่ ทําใหคนเปนใบ เมือ่ ปศาจออกไปแลว คนใบกพ็ ดู ได ประชาชน ตางประหลาดใจ บางคนกลาววา “เขาขับไลปศาจดวยอํานาจของเบเอลเซบูล เจาแหงปศาจนั่นเอง” บางคนตองการจับผิดพระองค จึงขอใหพระองคทรงแสดงเครื่องหมายจากสวรรค พระเยซูเจาทรงทราบ ความคิดของเขาจึงตรัสวา “อาณาจักรใดแตกแยกภายใน อาณาจักรนั้นยอมพินาศ บานเรือนยอมพังทลายทับ กัน ถาซาตานแตกแยกกันเอง อาณาจักรของมันจะตั้งอยูไดอยางไร เพราะทานบอกวา เราขับไลปศาจดวย อํานาจของเบเอลเซบูล ถาเราขับไลปศาจดวยอํานาจของเบเอลเซบูล พวกพองของทานขับไลมันดวยอํานาจ ของใครเลา พวกพองของทานจะเปนผูตัดสินลงโทษทาน แตถาเราขับไลปศาจดวยอํานาจของพระเจา ก็ หมายความวาพระอาณาจักรของพระเจามาถึงทานแลว เมื่อคนแข็งแรงมีอาวุธครบมือเฝาบานของตน ทรัพย สมบัติของเขาก็ปลอดภัย แตถาผูใดแข็งแรงกวาเขามาโจมตีและเอาชนะเขาได ก็ยอมริบอาวุธที่เขามั่นใจนั้น และแบงปนขาวของทีป่ ลนได ผูใ ดไมอยูก บั เรา ยอมเปนปฏิปก ษกบั เรา ใครไมรวบรวมสิง่ ตาง ๆ ไวกบั เรา ยอม ทําใหสิ่งเหลานั้นกระจัดกระจายไป”

โดยปกติคนที่เกิดมาเปนใบมักจะหูหนวกดวย นี่คือปรีชาญาณของพระเปนเจาในสิ่งสรางของพระองค คนเปนใบพดู ไมได สือ่ สารกับคนอืน่ ไมได มีความยากลําบากในชีวติ อึดอัด คับของใจ อยูท า มกลางคนมากมาย ก็เหมือนอยูคนเดียว คนหูหนวก ไมไดยิน คนอื่นพูดอะไรก็ฟงไมรูเรื่อง จําเปนที่จะตองดูริมฝปากคนอื่นแลว คาดเดาความหมายเอาเอง บางครั้งก็ถูก บางครั้งก็ผิด จิตใจที่หนวกใบ คือ จิตใจที่ไมยอมเปดรับฟงพระ วาจาของพระเจา พระวาจาที่อยูในพระวรสาร อยูในจิตใจของเขา และอยูในตัวของเพื่อนพี่นอง ทําใหเกิด ความสับสนในตนเอง ทําใหเกิดความแตกแยกในหมูคณะ และไมสามารถเขาใจปรีชาญาณของพระเจาได

03.indd 81

8/11/2555 14:04:09


8 ศุกร

มีนาคม น.ยอหน แหงพระเจา นักบวช สดด 81:5-6,7ค-8, 9-10,13-14,16

·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 3 ÇѹÊμÃÕÊÒ¡Å

พระวรสาร

บทอานที่ 1

ฮชย 14:2-10

อิสราเอลเอย จงกลับมาเฝาองคพระผูเปนเจา พระเจาของทานเถิด ทานสะดุดลม ลงเพราะความผิดของทาน จงเตรียมถอยคําที่จะพูดมาดวย และกลับมาเฝาองคพระผู เปนเจา ทูลพระองควา “โปรดทรงลบลางความผิดทั้งหมด และทรงรับสิ่งที่ดี ขาพเจา ทั้งหลายจะนําคําสรรเสริญจากปากมาถวายแทนโคเพศผู อัสซีเรียจะไมชวยขาพเจาทั้ง หลายใหรอดพน ขาพเจาทัง้ หลายจะไมขมี่ า อีก จะไมเรียกสิง่ ทีม่ อื ของขาพเจาไดสรางขึน้ อีกตอไปวา ‘พระเจาของขาพเจาทั้งหลาย’ เพราะลูกกําพราพบพระกรุณาในพระองค” องคพระผูเปนเจาตรัสวา เราจะรักษาเขาใหหายจากความไมซื่อสัตยของเขา เราจะ รักเขาดวยใจจริง เพราะเราจะไมโกรธเขาอีกแลว เราจะเปนเหมือนนํ้าคางสําหรับ อิสราเอล เขาจะผลิดอกเหมือนดอกลิลลี่ เขาจะหยั่งรากเหมือนตนสนสีดารแหง เลบานอน กิ่งกานของเขาจะแผขยาย เขาจะงดงามเหมือนตนมะกอกเทศ... เราเองจะ ตอบและดูแลเขา เราเปนเหมือนตนไซเปรสใบเขียวสดอยูเสมอ ทานจะไดรับผลของ ทานจากเรา ผูมีปรีชาพึงเขาใจเรื่องเหลานี้ ผูใดฉลาดก็จงรู เพราะหนทางทั้งหลายของ องคพระผูเปนเจาลวนเที่ยงธรรม ผูชอบธรรมยอมเดินตามทางนี้ แตผูลวงละเมิดจะ สะดุดลม

มก 12:28-34

เวลานั้น ธรรมาจารยคนหนึ่งเขามาเฝาพระเยซูเจา ไดฟงการโตเถียงเรื่องนี้ และเห็นวาพระองคทรงตอบ ไดดี จึงทูลถามพระองควา “บทบัญญัติขอใดเปนเอกกวาบทบัญญัติขออื่น ๆ” พระเยซูเจาตรัสตอบวา “บทบัญญัติเอกก็คือ อิสราเอลเอย จงฟงเถิด องคพระผูเปนเจา พระเจาของ เราทรงเปนองคพระผูเ ปนเจาแตเพียงพระองคเดียว ทานจะตองรักองคพระผูเ ปนเจา พระเจาของทานสุดจิตใจ สุดวิญญาณ สุดสติปญญาและสุดกําลังของทาน บทบัญญัติประการที่สองก็คือ ทานจะตองรักเพื่อนมนุษย เหมือนรักตนเอง ไมมีบทบัญญัติขอใดยิ่งใหญกวาบทบัญญัติสองประการนี้” ธรรมาจารยคนนัน้ ทูลวา “พระอาจารย ทานตอบไดดี จริงทีเดียวทีท่ า นกลาววา พระเจามีแตเพียงพระองค เดียวและนอกจากพระองคแลวไมมีพระเจาอื่นเลย การจะรักพระองคสุดจิตใจ สุดความเขาใจและสุดกําลัง และรักเพื่อนมนุษยเหมือนรักตนเองนี้มีคุณคามากกวาเครื่องเผาบูชา หรือเครื่องสักการบูชาใด ๆ ทั้งสิ้น” พระเยซูเจาทรงเห็นวาเขาพูดอยางเฉลียวฉลาด จึงตรัสวา “ทานอยูไ มไกลจากพระอาณาจักรของพระเจา” หลังจากนั้น ไมมีผูใดกลาทูลถามพระองคอีกเลย

เราไดเดินทางในเทศกาลมหาพรตมาถึงครึ่งทางแลว การกลับใจเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราเกิดขึ้นมาก นอยเพียงใด ถาเราอยากเปนคนดีครบบริบูรณ เราตองหมั่นปรับปรุงแกไขความประพฤติที่บกพรองของเรา บอยๆ เอาจริงเอาจังกับการดําเนินชีวิต ในการรักพระเจาสุดจิตใจ สุดวิญญาณ สุดสติปญญาและสุดกําลัง ของเรา ซึง่ แสดงออกมาใหเห็นในการสวดภาวนาและการรวมบูชามิสซา และรักเพือ่ นมนุษยเหมือนรักตนเอง โดยแสดงออกมาใหเห็นไดในการรักและรับใชซึ่งกันและกัน

03.indd 82

8/11/2555 14:04:10


บทอานที่ 1

ฮชย 5:15ค,6:1-6

พระเจาตรัสดังนี้วา เมื่อเขามีความทุกข เขาจะกระตือรือรนแสวงหาเรา “มาเถิด พวกเราจงกลับไปหาองคพระผูเปนเจา พระองคทรงฉีก และจะทรงรักษาเราใหหาย พระองคทรงโบยตี และจะทรงพันบาดแผลใหเรา อีกสองวันพระองคจะทรงใหเราฟน วันที่สามจะทรงทําใหเราลุกขึ้น แลวเราจะมีชีวิตอยูเฉพาะพระพักตร พวกเราจงรูจัก จง รีบรูจักองคพระผูเปนเจาเถิด พระองคจะเสด็จมาอยางแนนอนเหมือนรุงอรุณ จะเสด็จ มาหาเราเหมือนฝน เหมือนฝนตนฤดูใบไมผลิที่รดพื้นแผนดิน” “เอฟราอิมเอย เราจะทําอยางไรดีกับทาน ยูดาหเอย เราจะทําอยางไรดีกับทาน ความรักของทานเปนเหมือนเมฆในยามเชา เหมือนนํ้าคางที่หายไปตั้งแตเชาตรู ดังนั้น เราจึงใชบรรดาประกาศกใหทุบเขาทั้งหลายจนแหลกลาญ เราใชคําพูดจากปากของเรา ฆาเขา คําพิพากษาของเราจะออกมาเหมือนแสงสวาง เพราะเราตองการความรักมั่นคง ไมประสงคการถวายบูชา เราตองการการรูจักพระเจา มากกวาเครื่องเผาบูชา”

พระวรสาร

9 เสาร

มีนาคม น.ฟรังซิสกา ชาวโรม นักบวช สดด 51:1-2,16-17, 18-19

·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 3

ลก 18:9-14

เวลานั้น พระเยซูเจาตรัสเลาเรื่องอุปมานี้ใหบางคนที่ภูมิใจวาตนเปนผูชอบธรรม และดูหมิ่นผูอื่นฟงวา “มีชายสองคนขึน้ ไปอธิษฐานภาวนาในพระวิหาร คนหนึง่ เปนชาวฟาริสี อีกคนหนึง่ เปนคนเก็บภาษี ชาวฟาริสยี นื อธิษฐานภาวนาในใจวา ‘ขาแตพระเจา ขาพเจาขอบพระคุณ พระองคที่ขาพเจาไมเปนเหมือนมนุษยคนอื่น ที่เปนขโมย อยุติธรรม ลวงประเวณี หรือ เหมือนคนเก็บภาษีคนนี้ ขาพเจาจําศีลอดอาหารสัปดาหละสองวัน และถวายหนึ่งในสิบ ของรายไดทั้งหมดของขาพเจา’ สวนคนเก็บภาษียืนอยูหางออกไป ไมกลาแมแตจะเงยหนาขึ้นมองทองฟา ไดแต ขอนอก พูดวา ‘ขาแตพระเจา โปรดทรงพระกรุณาตอขาพเจาคนบาปดวยเถิด’ เราบอกทานทั้งหลายวาคนเก็บภาษีกลับไปบาน ไดรับความชอบธรรม แตชาว ฟาริสีไมไดรับ เพราะวาผูใดที่ยกตนขึ้นจะถูกกดใหตํ่าลง ผูใดที่ถอมตนลงจะไดรับการ ยกยองใหสูงขึ้น”

พระเจามิไดรักเราเพียงเพราะเราเปนคนดี คนชอบธรรม และสวดภาวนามากกวาคนอื่น พระองคยัง ทรงรักคนบาป คนชั่ว และคนที่ไมมีเวลาสวดภาวนายกใจขึ้นหาพระองคเลย แตพระองคทรงรักคนดีและคน ชั่วเพราะพระองคทรงเปนพระเจาที่เปยมลนไปดวยความเมตตากรุณา และทําไมเราตองไปตัดสินคนอื่นจาก การกระทําที่เราเห็นภายนอก เราหันกลับมาพิจารณาความประพฤติของเราเองมิดีกวาหรือ ปลอยใหการ ตัดสินเปนหนาทีข่ องพระเจาเถิด เพราะพระองคตรัสวา “อยาตัดสินเขา และทานจะไมถกู ตัดสิน” (มธ 7:1)

03.indd 83

8/11/2555 14:04:11


10 อาทิตย มีนาคม

สัปดาหที่ 4 เทศกาลมหาพรต ·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 4

บทอานจากหนังสือโยชูวา

ยชว 5:9ก,10-12

องคพระผูเปนเจาตรัสกับโยชูวาวา ‘วันนี้ เราจะยกเอาความอับอายขายหนาของ อียิปตไปจากพวกทาน’ ชาวอิสราเอลตัง้ คายทีก่ ลิ กาล และทําพิธปี ส กาในตอนเย็นของวันทีส่ บิ สีข่ องเดือน ณ บริเวณทีร่ าบเยริโค วันถัดมาจากวันปสกา พวกเขาไดรบั ประทานผลิตผลของแผนดิน ขนมปงไรเชือ้ และรวงขาวยาง มานนาไดหมดลงทันทีทพี่ วกเขาไดรบั ประทานผลผลิตจาก แผนดิน ตัง้ แตปน นั้ เปนตนมา ชาวอิสราเอลไดรบั ประทานจากผลิตผลของคานาอัน และ ไมรับประทานมานนาอีกเลย

เพลงสดุดี

สดด 34:1-2,3-4,5-7

ก) ขาพเจาจะถวายพรแดองคพระผูเปนเจาตลอดกาล คําสรรเสริญพระองคจะติดอยูกับริมฝปากของขาพเจาเสมอ จิตใจขาพเจาจะภูมิใจในองคพระผูเปนเจา ผูตํ่าตอยจงฟงและชื่นชมเถิด ข) จงประกาศความยิ่งใหญขององคพระผูเปนเจารวมกับขาพเจาเถิด เราจงโหรองถวายชัยแดพระนามของพระองคพรอมกัน ขาพเจาแสวงหาองคพระผูเปนเจา และพระองคทรงตอบขาพเจา ทรงชวยขาพเจาใหพนจากความกลัวทั้งมวล จงจับตาดูพระองค แลวใบหนาของทานจะสดใส ไมมีวันจะตองอับอายเลย

บทอานจากจดหมายนักบุญเปาโลอัครสาวก ถึงชาวโครินทร ฉบับที่สอง 2 คร 5:17-21 พี่นอง ถาผูใดอยูในพระคริสตเจา ผูนั้นก็เปนสิ่งสรางใหม สภาพเกาผานพนไป สภาพใหมเกิดขึน้ แลว ทุกสิง่ มาจากพระเจา พระองคทรงทําใหเราคืนดีกบั พระองคเดชะ พระคริสตเจา และทรงมอบภารกิจการคืนดีนี้ใหกับเรา กลาวคือ พระเจาทรงทําใหโลก คืนดีกับพระองคในองคพระคริสตเจา พระองคมิไดทรงเอาผิดกับมนุษย แตทรงมอบให เราประกาศสารแหงการคืนดีนี้ ดังนั้น เราจึงเปนทูตแทนพระคริสตเจา ประหนึ่งวาพระเจาทรงใชเราใหเชิญชวน ทานทั้งหลาย เราจึงขอรองแทนพระคริสตเจาวา จงยอมคืนดีกับพระเจาเถิด เพราะเห็น แกเราพระเจาทรงทําใหพระองคผูไมรูจักบาปเปนผูรับบาป เพื่อวาในพระองคเราจะได กลายเปนผูชอบธรรมของพระเจา

บทอานจากพระวรสารนักบุญลูกา

ลก 15:1-3,11-32

เวลานั้น บรรดาคนเก็บภาษีและคนบาปเขามาใกลเพื่อฟงพระเยซูเจา ชาวฟาริสี

03.indd 84

8/11/2555 14:04:13


และธรรมาจารยตา งบนวา ‘คนนีต้ อ นรับคนบาปและกินอาหารรวมกับเขา’ พระองคจงึ ตรัสเรือ่ งอุปมานีใ้ ห เขาฟง พระองคยังตรัสอีกวา ‘ชายผูหนึ่งมีบุตรสองคน บุตรคนเล็กพูดกับบิดาวา “พอครับ โปรดใหทรัพย สมบัติสวนที่เปนมรดกแกลูกเถิด” บิดาก็แบงทรัพยสมบัติใหแกลูกทั้งสองคน ตอมาไมนาน บุตรคนเล็ก รวบรวมทุกสิ่งที่มีแลวเดินทางไปยังประเทศหางไกล ที่นั่นเขาประพฤติเสเพลผลาญเงินทองจนหมดสิ้น เมื่อเขาหมดตัว ก็เกิดกันดารอาหารอยางหนักทั่วแถบนั้น และเขาเริ่มขัดสน จึงไปรับจางอยูกับชาว เมืองคนหนึ่ง คนนั้นใชเขาไปเลี้ยงหมูในทุงนา เขาอยากกินฝกถั่วที่หมูกินเพื่อระงับความหิว แตไมมีใคร ให เขาจึงรูสํานึกและคิดวา “คนรับใชของพอฉันมีอาหารกินอุดมสมบูรณ สวนฉันอยูที่นี่ หิวจะตายอยู แลว ฉันจะกลับไปหาพอ พูดกับพอวา “พอครับ ลูกทําบาปผิดตอสวรรคและตอพอ ลูกไมสมควรไดชื่อ วาเปนลูกของพออีก โปรดนับวาลูกเปนผูรับใชคนหนึ่งของพอเถิด” เขาก็กลับไปหาบิดา ขณะที่เขายังอยูไกล บิดามองเห็นเขา รูสึกสงสาร จึงวิ่งไปสวมกอดและจูบ บุตรจึงพูดกับบิดาวา “พอครับ ลูกทําบาปผิดตอสวรรคและตอพอ ลูกไมสมควรไดชอื่ วาเปนลูกของพออีก” แตบดิ าพูดกับผูร บั ใชวา “เร็วเขา จงไปนําเสื้อสวยที่สุดมาสวมใหลูกเรา นําแหวนมาสวมนิ้ว นํารองเทามาใสให จงนําลูกวัว ที่ขุนอวนแลวไปฆา แลวกินเลี้ยงฉลองกันเถิด เพราะลูกของเราผูนี้ตายไปแลวกลับมีชีวิตอีก หายไปแลว ไดพบกันอีก” แลวการฉลองก็เริ่มขึ้น สวนบุตรคนโต อยูในทุงนา เมื่อกลับมาใกลบาน ไดยินเสียงดนตรีและการรองรํา จึงเรียกผูรับใชคน หนึ่งมาถามวาเกิดอะไรขึ้น ผูรับใชบอกเขาวา “นองชายของทานกลับมาแลว บิดาสั่งใหฆาลูกวัวที่ขุนอวน แลว เพราะเขาไดลูกกลับคืนมาอยางปลอดภัย” บุตรคนโตรูสึกโกรธ ไมยอมเขาไปในบาน บิดาจึงออกมา ขอรองใหเขาไป แตเขาตอบบิดาวา “ลูกรับใชพอมานานหลายปแลว ไมเคยฝาฝนคําสั่งของพอเลย พอก็ ไมเคยใหลูกแพะแมแตตัวเดียวแกลูกเพื่อเลี้ยงฉลองกับเพื่อน ๆ แตพ���ลูกคนนี้ของพอกลับมา เขาคบ หญิงเสเพล ผลาญทรัพยสมบัติของพอจนหมด พอยังฆาลูกวัวที่ขุนอวนแลวใหเขาดวย” บิดาพูดวา “ลูกเอย ลูกอยูกับพอเสมอมา ทุกสิ่งที่พอมีก็เปนของลูก แตจําเปนตองเลี้ยงฉลองและ ชื่นชมยินดี เพราะนองชายคนนี้ของลูกตายไปแลว กลับมีชีวิตอีก หายไปแลว ไดพบกันอีก”’

เราทีด่ าํ เนินชีวติ อยูใ นโลก เราใชพระพรและพระหรรษทานทีพ่ ระเจาใหไวอยางไร ใชอยางสุรยุ สุรา ย ไรประโยชน หรือเอาไปทิ้งขวาง พอไมไดดั่งใจ เจ็บไขไดปวย ยากจน เราก็หันกลับมาสวดภาวนาวอนขอ ทรัพยสินฝายโลกหรือสิ่งที่เราตองการในเชิงบังคับจากพระองค พอไดสิ่งที่ตองการแลวก็เลิกสวดกันไป พอไมไดดั่งใจก็บนวาและเลิกศรัทธาตอพระองค อยางไรก็ดี พระเจายังทรงพระเมตตาอยางลนเหลือใน ชีวิตของเรา ไมวาเราจะสุรุยสุรายเพียงใด ทุกครั้งที่เรากลับมาหาพระองค พระองคจะสวมกอดเราและ คืนศักดิ์ศรีแหงการเปนบุตรของพระเจาใหกับเราเสมอ

03.indd 85

8/11/2555 14:04:14


11 จันทร

มีนาคม

สัปดาหที่ 4 เทศกาลมหาพรต สดด 30:1,3,4-5, 10-11,12

·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 4

บทอานที่ 1

อสย 65:17-21

พระเจาตรัสดังนีว้ า “ดูซิ เราจะสรางฟาใหมและแผนดินใหม จะไมมผี ใู ดคิดถึงและ จดจําเรื่องราวในอดีตอีก แตจงราเริงและยินดีเสมอในสิง่ ซึง่ เรากําลังจะสรางขึน้ เพราะเรา กําลังจะสรางกรุงเยรูซาเล็มใหเปนความยินดี และสรางประชากรของเมืองนั้นใหเปน ความชื่นบาน เราจะยินดีเพราะกรุงเยรูซาเล็ม และราเริงเพราะประชากรของเรา จะไมมี ผูใ ดไดยนิ เสียงรองไห และเสียงครํา่ ครวญในเมืองนัน้ อีก ทีน่ นั่ จะไมมที ารกทีม่ ชี วี ติ เพียง สองสามวัน หรือคนชราที่ตายกอนถึงกําหนด เพราะคนหนุมที่สุดจะตายเมื่อมีอายุหนึ่ง รอยป ผูท มี่ อี ายุไมถงึ หนึง่ รอยปจะนับไดวา เปนผูถ กู สาปแชง เขาจะสรางบานและจะเขา มาอาศัย จะปลูกสวนองุนและจะกินผล

พระวรสาร

ยน 4:43-54

หลังจากนัน้ สองวัน พระเยซูเจาทรงออกเดินทางตอไปยังแควนกาลิลี พระองคเคย ทรงประกาศไววา ประกาศกมักไมไดรบั เกียรติในบานเมืองของตน แตเมือ่ พระองคเสด็จ มาถึงแควนกาลิลี ชาวกาลิลีตอนรับพระองคอยางดี เพราะเห็นการกระทําตาง ๆ ของ พระองคที่กรุงเยรูซาเล็มในระหวางวันฉลองที่เขาไปรวมดวย พระเยซูเจาเสด็จกลับมาที่หมูบานคานาในแควนกาลิลีอีกครั้งหนึ่ง พระองคเคยทรงเปลี่ยนนํ้าเปนเหลา องุนที่นั่น ขาราชการคนหนึ่งมีบุตรปวยหนักอยูที่เมืองคาเปอรนาอุม เขาไดยินวาพระเยซูเจาเสด็จจากแควนยู เดียมายังแควนกาลิลีแลว จึงมาเฝาพระองคและทูลขอใหเสด็จไปรักษาบุตรของเขา ซึ่งใกลจะสิ้นชีวิต พระเยซูเจาตรัสแกเขาวา “ถาทานทั้งหลายไมเห็นเครื่องหมายอัศจรรยและปาฏิหาริยแลว ทานจะไมเชื่อ เลย” ขาราชการผูนั้นทูลวา “พระเจาขา โปรดเสด็จไปกอนที่บุตรของขาพเจาจะสิ้นใจเถิด” พระเยซูเจาตรัสแกเขาวา “ไปเถิด บุตรของทานพนอันตรายแลว” ชายผูนั้นเชื่อพระวาจาที่พระเยซูเจาตรัสแกเขา จึงเดินทางจากไป ขณะที่เขากําลังเดินทางกลับ คนรับใช ของเขาออกมาพบ บอกวาบุตรของเขาพนอันตรายแลว เขาซักถามถึงเวลาที่บุตรของเขามีอาการดีขึ้น คนรับ ใชตอบวา “เมื่อวานนี้เวลาบายโมงอาการไขก็หาย” บิดาจึงรูวา นั่นเปนเวลาที่พระเยซูเจาตรัสวา “บุตรของ ทานพนอันตรายแลว” เขากับทุกคนในครอบครัวจึงมีความเชื่อ... พระเยซูเจาทรงกระทําเครื่องหมายอัศจรรย ครั้งที่สองนี้ หลังจากเสด็จกลับจากแควนยูเดียมายังแควนกาลิลี

การเจ็บไขไดปวยและความตายอยูเคียงขางกับมนุษยชาติ แมพระเยซูเจาจะทรงรักษาใหหายได แตก็ ไมใชทกุ ครัง้ ทีเ่ ราจะไดรบั ตามคําภาวนาของเราเสมอ การเจ็บไขไดปว ยและความตาย จึงเปนเครือ่ งหมายถึง ความออนแอของมนุษย และเตือนใหเรารูวา เราไมไดเปนนายเหนือรางกายของเราและวันหนึ่งเราจะตอง ตาย เราไมสามารถสั่งหรือมีอํานาจเหนือรางกายของเราไดซึ่งรวมถึงจิตใจและวิญญาณดวย แตผูที่เปน เจาของอยางแทจริงคือพระเจา ผูที่เราควรไววางใจพระองคมากที่สุดมากกวาไววางใจตัวของเราเองและสิ่ง ที่เปนของโลกนี้

03.indd 86

8/11/2555 14:04:14


บทอานที่ 1

อสค 47:1-9,12

ในครั้งนั้น เขานําขาพเจากลับมาที่ประตูพระวิหาร ขาพเจาเห็นนํ้าไหลออกมาจาก ใตธรณีประตูพระวิหารดานตะวันออก เพราะพระวิหารหันหนาไปทางทิศตะวันออก นํ้า นีไ้ หลลงมาจากใตดา นขวาของพระวิหาร ทางทิศใตของพระแทนบูชา เขานําขาพเจาออก ไปทางประตูดา นเหนือ และพาขาพเจาออมภายนอกจนถึงประตูชนั้ นอกซึง่ หันหนาไปทาง ทิศตะวันออก ขาพเจาเห็นวานํา้ นีไ้ หลออกมาทางดานขวา ชายผูน นั้ เดินออกไปทางตะวัน ออก ถือเชือกวัดและวัดระยะทางหนึ่งพันศอก เขานําขาพเจาลุยนํ้าขามไป นํ้าลึกเพียง ตาตุม เขาวัดระยะทางอีกหนึ่งพันศอกแลวนําขาพเจาลุยนํ้าขามไป นํ้าลึกถึงเขา เขาวัด ระยะทางอีกหนึ่งพันศอกแลวนําขาพเจาลุยนํ้าขามไป นํ้านั้นลึกถึงบั้นเอว เขาวัดระยะ ทางอีกหนึ่งพันศอก บัดนี้เปนแมนํ้าที่ขาพเจาลุยขามไมได เพราะนํ้าสูงขึ้นเปนนํ้าที่ตอง วายขาม เปนแมนาํ้ ทีล่ ยุ ขามไมได เขาถามขาพเจาวา “บุตรแหงมนุษยเอย ทานเห็นไหม” เขาจึงนําขาพเจากลับมาที่ฝงแมนํ้า เมื่อขาพเจากลับมาแลว ขาพเจาก็เห็นตนไมจํานวน มากบนฝงแมนํ้าทั้งสองฟาก เขาบอกขาพเจาวา “นํ้านี้ไหลไปทางทิศตะวันออก ลงไปถึง ลุมแมนํ้าจอรแดน เขาไปในทะเล เมื่อไหลเขาไปในทะเล ก็ทําใหนํ้าทะเลจืด แมนํ้านี้ไป ถึงที่ใด สิ่งมีชีวิตที่เคลื่อนไหวในนั้นก็จะมีชีวิต...”

พระวรสาร

12 อังคาร

มีนาคม

สัปดาหที่ 4 เทศกาลมหาพรต สดด 46:1-2,3-4, 5-6,7-8

·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 4

ยน 5:1-3ก,5-16

หลังจากเหตุการณเหลานี้ ก็มาถึงวันฉลองวันหนึง่ ของชาวยิว พระเยซูเจาเสด็จขึน้ ไปยังกรุงเยรูซาเล็ม ที่ กรุงเยรูซาเล็ม ใกลกบั ประตูแกะ มีสระชือ่ เปนภาษาฮีบรูวา เบเธสดา มีระเบียงลอมรอบอยูห า ดาน ตามระเบียง เหลานี้ มีผูเจ็บปวยนอนอยูเปนจํานวนมาก เชน คนตาบอด คนงอย และคนเปนอัมพาต ที่นั่นมีชายคนหนึ่ง ปวยมาสามสิบแปดปแลว พระเยซูเจาทอดพระเนตรเห็นเขานอนอยู และทรงทราบวาเขาปวยมานาน จึงตรัส แกเขาวา “ทานอยากจะหายปวยไหม” ผูปวยนั้นตอบวา “ทานขอรับ ไมมีใครชวยจุมขาพเจาลงในสระเมื่อนํ้า กระเพื่อม พอขาพเจามาถึง คนอื่นก็ลงไปกอนแลว” พระเยซูเจาจึงตรัสแกเขาวา “จงลุกขึ้น ยกแครที่นอน และเดินไปเถิด” ชายผูนั้นก็หายเปนปกติทันที เขายกแครที่นอน และเริ่มเดินไป วันนั้นเปนวันสับบาโต ชาวยิวจึงพูดกับชายที่หายปวยนั้นวา “วันนี้เปนวันสับบาโต ทานแบกแครที่นอน ไมได” เขาจึงตอบวา “คนที่รักษาขาพเจาใหหายปวยบอกขาพเจาวา ‘จงยกแครที่นอน และเดินไปเถิด’” เขา เหลานั้นถามวา “คนนั้นเปนใคร คนที่บอกทานใหยกแครที่นอน และเดินไป” แตชายที่หายปวยไมรูวาเปนใคร เพราะพระเยซูเจาเสด็จเขาไปในหมูประชาชนที่อยูที่นั่นแลว...

เมื่อเรารับศีลลางบาป เราประกาศละทิ้งปศาจและกิจการของมันอยางสิ้นเชิง บาปกําเนิดถูกชําระลาง หมดสิ้นไป วิญญาณของเราขาวสะอาดดุจดังผาขาวที่เราไดรับ เรายังรับเทียนซึ่งเปนแสงสวางแทขององค พระเยซูคริสตเจา...ชีวติ ทุกวันนีข้ องเรา เราใหใครเขามาครอบครอง พระเยซูเจาหรือปศาจ จิตวิญญาณของ เรายังขาวสะอาดอยูห รือไม และใจของเรายังสวางไสวดวยแสงแหงความจริงหรือเปลา หรือวามืดมนไปดวย อิทธิพลของโลกนี้ มหาพรตนี้ อะไรทีไ่ มดจี งพยายามถอดถอนออกไปจากชีวติ ของเรา แมในเรือ่ งเล็กนอย เรา จะไดหายจากโรคฝายวิญญาณเสียที

03.indd 87

8/11/2555 14:04:15


13 พุธ

มีนาคม

สัปดาหที่ 4 เทศกาลมหาพรต สดด 145:8-9,13คง14,16-19

·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 4

บทอานที่ 1

อสย 49:8-15

องคพระผูเปนเจาตรัสดังนี้ “ในเวลาแหงความโปรดปราน เราจะตอบทาน ในวัน แหงความรอดพน เราจะชวยเหลือทาน เราจะปกปองทาน และใหทานเปนพันธสัญญา ของประชากร เพื่อทําใหแผนดินกลับเปนเหมือนเดิม... ทองฟาเอย จงโหรองดวยความยินดี แผนดินเอย จงชื่นชมเถิด ภูเขาทั้งหลาย จง โหรอ งดวยความยินดี เพราะองคพระผูเ ปนเจาทรงปลอบโยนประชากรของพระองค และ ทรงสงสารผูมีความทุกข แตศิโยนพูดวา “องคพระผูเปนเจาทรงละทิ้งขาพเจา องคพระ ผูเปนเจาของขาพเจาทรงลืมขาพเจาเสียแลว” “หญิงคนหนึ่งจะลืมบุตรที่ยังกินนม และ จะไมสงสารบุตรที่เกิดจากครรภของนางไดหรือ” แมหญิงเหลานี้จะลืมได เราจะไมมีวัน ลืมเจาเลย”

พระวรสาร

ยน 5:17-30

เวลานัน้ พระเยซูเจาทรงยืนยันวา “พระบิดาของเราทรงทํางานอยูเ สมอ เราก็ทาํ งาน ดวยเชนกัน” เพราะคํายืนยันนี้ ชาวยิวยิ่งพยายามจะฆาพระองคใหได... พระเยซูเจาตรัสแกเขาวา “เราบอกความจริงแกทา นทัง้ หลายวา พระบุตรไมทาํ สิง่ ใดตามใจของตน แตทาํ เฉพาะสิ่งที่ไดเห็นพระบิดาทรงกระทําเทานั้น เพราะสิ่งใดที่พระบิดาทรงกระทํา พระบุตรก็ยอมกระทําเชน เดียวกัน เพราะพระบิดาทรงรักพระบุตร และทรงแสดงใหพระบุตรเห็นทุกสิ่งที่ทรงกระทํา และจะทรงแสดง ใหพระบุตรเห็นการกระทําที่ยิ่งใหญกวานี้อีก เพื่อใหทานทั้งหลายรูสึกประหลาดใจ พระบิดาทรงทําใหผูตาย กลับคืนชีวิต และประทานชีวิตใหฉันใด พระบุตรก็ประทานชีวิตใหแกผูที่พอพระทัยฉันนั้น เพราะพระบิดาไม ทรงพิพากษาผูใด แตทรงมอบการพิพากษาทั้งหมดใหพระบุตร เพื่อทุกคนจะไดถวายพระเกียรติแดพระบุตร ดังทีเ่ ขาถวายพระเกียรติแดพระบิดา ผูท ไี่ มถวายพระเกียรติแดพระบุตร ก็ไมถวายพระเกียรติแดพระบิดาผูท รง สงพระบุตรมา เราบอกความจริงแกทานทั้งหลายวา ผูที่ฟงวาจาของเรา และมีความเชื่อในพระองคผูทรงสง เรามา ก็ยอมมีชีวิตนิรันดร และไมตองถูกพิพากษา แตเขาไดผานจากความตายเขาสูชีวิตแลว เราบอกความจริงแกทา นทัง้ หลายวา เวลานัน้ กําลังจะมาถึง และขณะนีก้ ก็ าํ ลังเริม่ แลว เมือ่ ผูต ายจะไดยนิ พระสุรเสียงของพระบุตรพระเจา และผูที่ไดยินแลวจะมีชีวิต เพราะพระบิดาทรงมีชีวิตในพระองคฉันใด พระองคก็ประทานใหพระบุตรมีชีวิตในพระองคเองฉันนั้น... เพราะเรามิไดแสวงหาที่จะทําตามใจของเรา แต ทําตามพระประสงคของพระองคผูทรงสงเรามา

การบังเกิดมาของพระเยซูเจานําพระเจาลงมาใกลชิดกับมนุษย สวนการสิ้นพระชนมของพระองคนํา มนุษยขนึ้ ไปใกลชดิ กับพระเจา พระเยซูเจาทรงเปนภาพลักษณของพระเปนเจาในพันธสัญญาเดิม เปนผูส งู สง ทรงอํานาจ นาเกรงขาม ใครจะละเมิดหรือแตะตองมิได ในพันธสัญญาใหม พระองคมาเปนพระเจาผูทรง พระทัยดี เปยมลนไปดวยพระเมตตา การที่จะถวายเกียรติแดพระบิดานั้น ทําไดโดยการดําเนินชีวิตตามพระ วาจา การปฏิบัติตามพระประสงคของพระองค และอดทนในความยากลําบากดวยใจยินดี

03.indd 88

8/11/2555 14:04:16


บทอานที่ 1

อพย 32:7-14

องคพระผูเปนเจาตรัสแกโมเสสวา “จงรีบลงไปขางลางเถิด เพราะประชาชนของ ทานซึ่งทานไดนําออกมาจากแผนดินอียิปตไดทําผิดอยางสาหัส เขาเปลี่ยนวิถีทางอยาง รวดเร็วออกจากทางที่เราไดสั่งใหเขาเดิน เขาหลอรูปลูกโคขึ้น แลวกราบนมัสการ ทั้งยัง ถวายบูชาแกรูปนั้น... เราจะทําลายเขาเสีย เราจะทําใหทานเปนชนชาติใหญ” โมเสสออนวอนองคพระผูเ ปนเจา พระเจาของตนวา “ขาแตองคพระผูเ ปนเจา ทําไม พระองคทรงปลอยใหพระพิโรธเผาผลาญประชากรของพระองคทพี่ ระองคไดทรงนําออก มาจากแผนดินอียิปตดวยอานุภาพอันยิ่งใหญและดวยพระหัตถอันทรงฤทธิ์เลา”... ขอ ทรงเปลี่ยนพระทัยอยาทํารายประชากรของพระองคเลย ขอทรงระลึกถึงอับราฮัม อิสอัค และยาโคบ ผูรับใชของพระองคเถิด...” องคพระผูเปนเจาจึงทรงเปลี่ยนพระทัย ไมทรงลงโทษประชากรของพระองค

พระวรสาร

14 พฤหัสบดี มีนาคม

สัปดาหที่ 4 เทศกาลมหาพรต สดด106:19-20, 21-22,23

·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 4

ยน 5:31-47

เวลานั้น พระเยซูเจาตรัสกับชาวยิววา “ถาเราเปนพยานยืนยันใหตนเอง คํายืนยันของเราก็ใชไมได แต ยังมีอีกผูหนึ่งที่เปนพยานยืนยันใหเรา และเรารูวา คํายืนยันของเขาถึงเรานั้นเปนความจริง ทานทั้งหลายไดสงคนไปถามยอหน และยอหนก็ไดเปนพยานยืนยันถึงความจริง เราไมตองการคํายืนยัน จากมนุษย แตเรากลาวเชนนัน้ เพือ่ ทานทัง้ หลายจะไดรอดพน ยอหนเปนเหมือนตะเกียงสวางไสวทีจ่ ดุ อยู ทาน ทัง้ หลายก็พอใจทีจ่ ะชืน่ ชมกับแสงสวางของเขาอยูช วั่ ระยะหนึง่ เทานัน้ แตเรามีคาํ ยืนยันทีย่ งิ่ ใหญกวาคํายืนยัน ของยอหน คืองานที่พระบิดาทรงมอบหมายใหเรากระทําจนสําเร็จ งานที่เรากําลังกระทําอยูนี้ เปนพยานถึงเรา วาพระบิดาทรงสงเรามา พระบิดาผูท รงสงเรามา ยังทรงเปนพยานถึงเราอีกดวย ทานทัง้ หลายไมเคยไดยนิ พระ สุรเสียงของพระองค ทัง้ ไมเคยเห็นพระพักตรของพระองค และพระวาจาของพระองคไมเคยอยูใ นทาน เพราะ ทานไมมีความเชื่อในผูที่พระองคทรงสงมา... เรามาในพระนามของพระบิดา แตทานทั้งหลายมิไดตอนรับเรา ถาผูอ นื่ มาในนามของตน ทานทัง้ หลายก็ตอ นรับเขา แลวทานจะมีความเชือ่ ไดอยางไร เมือ่ ทานแสวงหาเกียรติ จากกันและกัน แตไมแสวงหาเกียรติทมี่ าจากพระเจาพระองคเดียว ทานทัง้ หลายอยาคิดวา เราจะกลาวหาทาน เฉพาะพระพักตรของพระบิดา ผูที่กลาวหาทานมีอยูแลว คือโมเสส ซึ่งทานไววางใจ ถาทานเชื่อโมเสสจริง ๆ แลว ทานก็คงจะเชื่อเราดวย เพราะโมเสสไดเขียนถึงเรา แตถาทานไมเชื่อขอเขียนของโมเสสแลว ทานจะเชื่อ วาจาของเราไดอยางไร”

ความเชื่อที่ปราศจากกิจการ เปนความเชื่อที่ตายแลว บุคคลที่บอกวาตนเปนผูมีความเชื่อ แตดําเนิน ชีวิตในหนทางแหงบาปและความตาย ยังโกรธเกลียดพี่นองของตน ยังไมใหอภัย ไมเคยหยิบยื่นความชวย เหลือใหกับคนอี่น ก็เทากับเปนการหลอกลวงตนเองและผูอื่น แตไมสามารถหลอกลวงพระเจาได เพราะ พระองคเปนพระเจาแหงความสวาง ในโลกนีไ้ มมที มี่ ดื สําหรับพระองค เพราะพระองคทรงรอบรู ทรงมองเห็น ทะลุทะลวงเขาไ���ในจิตใจของมนุษยทกุ ซอกทุกมุม ดังนัน้ การเปนพยานยืนยันถึงองคความสวาง จําเปนตอง ดําเนินชีวิตในความสวาง ถึงจะมีชีวิตนิรันดรได

03.indd 89

8/11/2555 14:04:17


15 ศุกร

บทอานที่ 1

ปชญ 2:1ก,12-22

ผูไมยําเกรงพระเจาใชเหตุผลผิด ๆ คิดวา “เราจงดักซุม ทํารายผูช อบธรรม เพราะเขาทําใหเรารําคาญใจ เขาตอตานกิจการของ เรา เขาตําหนิเราวาฝาฝนธรรมบัญญัติ กลาวหาวาเราไมปฏิบตั ติ ามการอบรมทีไ่ ดรบั เขา มีนาคม อางวาเขารูจ กั พระเจา เรียกตนเองวาเปนบุตรขององคพระผูเ ปนเจา ชีวติ ของเขาเปนการ ติเตียนความรูส กึ นึกคิดของเรา เพียงแตเห็นเขา เราก็ทนไมได เพราะชีวติ ของเขาไมเหมือน กับผูอื่น ความประพฤติของเขาก็ตางกับของเรามาก เขาคิดวาเราเปนคนไรคา เขาหลีก สัปดาหที่ 4 เลี่ยงวิถชี วี ิตของเราประหนึง่ วาเปนสิง่ ปฏิกลู เขาประกาศวาผูชอบธรรมจะมีความสุขใน เทศกาลมหาพรต วาระสุดทาย อวดอางวาพระเจาทรงเปนพระบิดาของเขา เราจงดูเถิดวาคําพูดของเขาจะ สดด 34:16-18, จริงหรือไม เราจงพิสูจนวาอะไรจะเกิดขึ้นแกเขาในวาระสุดทาย ถาผูชอบธรรมเปนบุตร 19-20,22 ของพระเจา พระองคกจ็ ะทรงปกปองเขา และทรงชวยเขาใหพน เงือ้ มมือของศัตรู เราจง ·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 4 สาปแชงและทรมานลองใจเขา ใหรูวาเขาออนโยนเพียงใด และจงทดสอบวาเขาอดทน เพียงใด เราจงตัดสินลงโทษใหเขาตายอยางอัปยศ ถาเปนจริงอยางที่เขาพูด พระเจาจะ ทรงคอยดูแลเขา” ผูไมยําเกรงพระเจาคิดเชนนี้ แตเขาคิดผิด ความชั่วรายทําใหเขาตาบอด เขาไมรูแผนการเรนลับของ พระเจา เขาไมหวังวาพระเจาจะทรงตอบแทนความศักดิส์ ทิ ธิ์ เขาไมเชือ่ วาพระองคจะประทานรางวัลแกผดู าํ เนิน ชีวิตไรตําหนิ

พระวรสาร

ยน 7:1-2,10,25-30

หลังจากนั้น พระเยซูเจาเสด็จไปทั่วแควนกาลิลี พระองคไมทรงพระประสงคจะเสด็จไปทั่วแควนยูเดีย เพราะชาวยิวกําลังพยายามจะฆาพระองค งานฉลองเทศกาลอยูเพิงของชาวยิวใกลเขามาแลว อยางไรก็ตาม หลังจากที่บรรดาพี่นองของพระองคขึ้นไปรวมงานฉลองแลว พระองคก็เสด็จขึ้นไปดวยอยางเงียบ ๆ ไมทรง ประสงคจะใหผูใดเห็น ชาวเยรูซาเล็มบางคนพูดวา “คนนี้มิใชหรือที่เขาพยายามจะฆา ดูซิ คนนี้กําลังพูดคุย อยางเปดเผย และไมมีใครหามปรามเขา หรือบางทีบรรดาหัวหนาอาจยอมรับวาเขาเปนพระคริสต พวกเรารู วาคนนี้มาจากไหน พระคริสตนั้นเมื่อเสด็จมา ไมมีใครรูวาพระองคเสด็จมาจากไหน” ขณะที่พระเยซูเจาทรงสอนในพระวิหาร พระองคตรัสเสียงดังวา “ทานทั้งหลายรูจักเรา และรูวาเรามา จากไหน เราไมไดมาตามใจตนเอง พระองคผูทรงสงเรามาทรงสัจจะ ทานไมรจู ักพระองค แตเรารูจักพระองค เพราะเรามาจากพระองค และพระองคทรงสงเรามา”...

เทศกาลมหาพรตใกลจะจบสิ้นลงแลว พระวรสารกําลังอยูในชวงที่เขมขน พระเยซูเจาเสด็จเขากรุง เยรูซาเล็มแลว ทรงเทศนาอยางเปดเผยในพระวิหาร แตไมมใี ครกลาจับกุมพระองค เพราะไมรวู า แทจริงแลว พระองคคอื ใคร แลวเราทีเ่ ปนคริสตชนรูจ กั พระองคดแี ลวหรือ คนทีจ่ ะรูจ กั พระองคจริงๆ ได ก็ตอ เมือ่ ดําเนิน ชีวิตตามพระวาจา เลือกพระประสงคของพระเจามากกวาทําตามใจของตนเอง ละทิ้งความเห็นแกตัว ละทิ้ง พระเท็จเทียมตางๆ ในตัวเอง เปลีย่ นแปลงชีวติ อยางสิน้ เชิง สวดภาวนา และทําพลีกรรมชดเชยบาปของตน อยางเอาจริงเอาจัง

03.indd 90

8/11/2555 14:04:18


บทอานที่ 1

ยรม 11:18-20

องคพระผูเปนเจาทรงแจงเรื่องนี้แกขาพเจา และขาพเจาก็รู พระองคทรงเปดเผย แผนรายของเขาทั้งหลายแกขาพเจา แตขาพเจาเปนเหมือนลูกแกะวางายซึ่งถูกนํามายัง ที่ฆา ขาพเจาไมรูเลยวาเขากําลังวางแผนรายตอขาพเจา พูดวา “เราจงทําลายตนไมที่ กําลังงอกงาม เราจงกําจัดเขาออกจากแผนดินของผูเปน ชื่อของเขาจะไดไมมีผูใดระลึก ถึงอีกเลย” บัดนี้ ขาแตองคพระผูเปนเจาจอมจักรวาล พระองคทรงพิพากษาอยางเที่ยงธรรม ทรงทดสอบทัง้ ความรูส กึ และจิตใจของมนุษย โปรดใหขา พเจาเห็นวาพระองคทรงลงโทษ เขา เพราะขาพเจาไดมอบคดีของขาพเจาไวกับพระองคแลว

พระวรสาร

ยน 7:40-53

16 เสาร

มีนาคม

สัปดาหที่ 4 เทศกาลมหาพรต สดด 7:1-2,8-9, 10-11

·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 4

เมื่อประชาชนบางคนไดยินพระเยซูเจาตรัสพระวาจานี้ จึงพูดวา “คนนี้เปน ประกาศกจริง ๆ” บางคนพูดวา “คนนี้เปนพระคริสตเจา” บางคนพูดวา “พระคริสตเจา จะมาจากแควนกาลิลีไดหรือ พระคัมภีรมิไดกลาวหรือวา พระคริสตเจาจะตองมาจาก ราชวงศของกษัตริยด าวิดและจากเมืองเบธเลเฮม เมืองทีก่ ษัตริยด าวิดเคยอยู” ประชาชน จึงมีความคิดเห็นแตกตางกันเกี่ยวกับพระองค บางคนตองการจับกุมพระองค แตไมมี ใครลงมือจับกุม ทหารยามรักษาพระวิหารกลับมาหาบรรดาหัวหนาสมณะและชาวฟาริสี ซึง่ ถามเขา วา “ทําไมทานทัง้ หลายไมนําเขามาดวยเลา” ทหารยามตอบวา “ไมมีคนใดพูดจาเหมือน กับชายผูนี้เลย” ชาวฟาริสีถามวา “ทานทั้งหลายถูกเขาหลอกลวงไปแลวหรือ มีหัวหนา หรือชาวฟาริสีคนใดบางที่เชื่อเขา แตประชาชนเหลานี้ที่ไมรูเรื่องธรรมบัญญัติ ก็ถูกสาป แชงอยูแลว” ชาวฟาริสีคนหนึ่งชื่อนิโคเดมัส ที่เคยไปหาพระเยซูเจากอนหนานั้นกลาวกับเขาวา “ธรรมบัญญัติของพวกเราไมตัดสินลงโทษผูใด โดยที่มิไดฟงคําใหการของผูนั้นและไมรู กอนวาเขาทําอะไรเสียกอน” เขาเหลานัน้ จึงตอบวา “ทานก็มาจากแควนกาลิลดี ว ยหรือ จงคนดูจากพระคัมภีรเ ถิด แลวจะเห็นวาไมมีประกาศกคนใดมาจากแควนกาลิลีเลย” แลวทุกคนก็กลับบาน

ประชาชนบางก็สงสัย บางก็ไมแนใจ บางก็ตอตานพระเยซูเจา เพราะพระองคมิไดมาตามกรอบที่พวก เขารับรูแ ละวางไว คือตองมาจากเบธเลเฮม มิใชกาลิลี พวกเขาจึงตอตาน จนถึงกับมุง จะกําจัดพระเยซูเจา... แลวเราละ เราสงสัย ไมแนใจ หรือตอตานบางหรือไม เมื่อสถานการณไมเปนไปตามที่เราคาดหวัง หรือไมใช สิ่งที่ภาวนาขอ เราสงสัย...พระหรือไม เราเรียกรองใหพระตอบสนองคําภาวนาตามกรอบที่เราวางไว หรือ เราภาวนาใหเราตอบสนองความรักของพระ

03.indd 91

8/11/2555 14:04:19


17 อาทิตย มีนาคม

สัปดาหที่ 5 เทศกาลมหาพรต ·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 1

บทอานจากหนังสือประกาศกอิสยาห อสย 43:16-21 องคพระผูเปนเจาตรัสดังนี้ “พระองคผูทรงเบิกทางในทะเล ทรงสรางทางเดินใน นํ้าเชี่ยว พระองคทรงนํารถรบและมา ทรงนํากองทัพและนักรบที่กลาหาญออกมา เขา เหลานั้นลมลงแลวลุกขึ้นไมไดอีกเลย เขามอดดับเหมือนไสตะเกียงและสูญหาย พระองคตรัสวา “อยาจดจําเหตุการณที่ผานไปแลว อยาคิดถึงเรื่องราวในอดีตอีก ตอไป ดูเถิด เรากําลังจะทําสิ่งใหม โดยแทจริง เหตุการณนี้เกิดขึ้นแลว ทานไมรูดอก หรือ เราจะเบิกทางในถิน่ ทุรกันดาร เราจะทําใหเกิดแมนาํ้ ขึน้ ในทีแ่ หงแลง แมกระทัง่ สัตว ปาก็จะถวายเกียรติแกเรา คือหมาในและนกกระจอกเทศ เพราะเราใหนาํ้ ในถิน่ ทุรกันดาร และใหแมนาํ้ ในทีแ่ หงแลง เพือ่ ประชากรทีเ่ ราเลือกสรรจะไดมนี าํ้ ดืม่ ประชากรทีเ่ ราสราง ไวสําหรับเราจะรองสรรเสริญเรา”

เพลงสดุดี

สดด 126:1-2,3-4,5-6

ก) เมื่อองคพระผูเปนเจาทรงนําบรรดาเชลยกลับมาสูศิโยน เราเปนเสมือนผูอยูในความฝน ขณะนั้น ปากของเรากําลังหัวเราะ ลิ้นของเรามีแตเสียงโหรองยินดี ขณะนั้น นานาชาติก็พูดวา “องคพระผูเปนเจาทรงกระทํากิจการยิ่งใหญเพื่อเขาทั้งหลาย” ข) ถูกตองแลว องคพระผูเปนเจาทรงกระทํากิจการยิ่งใหญเพื่อเรา และเรามีความยินดี ขาแตองคพระผูเปนเจา โปรดทรงเปลี่ยนสภาพของขาพเจาทั้งหลาย ใหกลับดีเชนเดิม เหมือนธารนํ้าบริเวณเนเกบ ค) ผูที่หวานดวยนํ้าตา ยอมโหรองยินดีเมื่อเก็บเกี่ยว เขาเดินพลาง รองไหพลาง หอบเมล็ดพืชไปหวาน ยามกลับมา เขาโหรองดวยความยินดี นําฟอนขาวกลับมาดวย

บทอานจากจดหมายนักบุญเปาโลอัครสาวก ถึงชาวฟลิปป

ฟป 3:8-14

พี่นอง นับแตบัดนี้ขาพเจาเห็นวาทุกสิ่งไมมีประโยชนอีกเมื่อเปรียบกับประโยชน ลํ้าคาคือการรูจักพระคริสตเยซู องคพระผูเปนเจาของขาพเจา ขาพเจาจึงยอมสูญเสีย ทุกสิง่ ขาพเจาเห็นวาทุกสิง่ เปนปฏิกลู เพือ่ จะไดองคพระคริสตเจามาเปนกําไรและอยูใ น พระองค ขาพเจาไมมีความชอบธรรมที่มาจากธรรมบัญญัติ แตมีความชอบธรรมเพราะ ความเชือ่ ในพระคริสตเจา เปนความชอบธรรมซึง่ พระเจาประทานใหผมู คี วามเชือ่ ขาพเจา ตองการรูจ กั พระองค รูจ กั ฤทธานุภาพของการกลับคืนพระชนมชีพของพระองค ตองการ มีสวนรวมในพระทรมานของพระองคโดยมีสภาพเหมือนพระองคในความตาย จะได บรรลุถึงการกลับคืนชีพจากบรรดาผูตายดวย ขาพเจายังไมบรรลุเปาหมายหรือยังทําไม สําเร็จ ขาพเจายังมุงหนาวิ่งตอไป เพื่อจะชวงชิงรางวัลใหไดดังที่พระคริสตเยซูทรงชวง ชิงขาพเจาไวไดแลว พี่นองทั้งหลาย ขาพเจาไมคิดวา ขาพเจาชนะแลว ขาพเจาทําเพียง

03.indd 92

8/11/2555 14:04:21


อยางเดียวคือ ลืมสิ่งที่อยูเบื้องหลัง มุงสูเบื้องหนาอยาง สุดกําลัง ขาพเจากําลังวิ่งเขาสูเสนชัยไปหารางวัลที่ พระเจาทรงเรียกจากสวรรคใหขาพเจาเขาไปรับในพระ คริสตเยซู

บทอานจากพระวรสารนักบุญยอหน ยน 8:1-11 เวลานั้น พระเยซูเจาเสด็จไปยังภูเขามะกอกเทศ เช า ตรู วั น รุ ง ขึ้ น พระองค เ สด็ จ ไปในพระวิ ห ารอี ก ประชาชนเขามาหอมลอมพระองค พระองคประทับนั่ง แลวทรงเริ่มสั่งสอน บรรดาธรรมาจารยและชาวฟาริสนี าํ หญิงคนหนึง่ เขา มา หญิงคนนี้ถูกจับขณะลวงประเวณี เขาใหนางยืนตรง กลาง แลวทูลถามพระองควา “อาจารย หญิงคนนี้ถูกจับขณะลวงประเวณี ในธรรมบัญญัติ โมเสสสั่งเรา ใหทุมหินหญิงประเภทนี้จนตาย สวนทานจะวาอยางไร” เขาถามพระองคเชนนี้ เพื่อทดลองพระองค หวัง จะหาเหตุปรักปรําพระองค แตพระเยซูเจาทรงกมลง เอานิว้ พระหัตถขดี เขียนทีพ่ นื้ ดิน เมือ่ คนเหลานัน้ ยัง ทูลถามยํ้าอยูอีก พระองคทรงเงยพระพักตรขึ้น ตรัสวา “ทานผูใดไมมีบาป จงเอาหินทุมนางเปนคนแรก เถิด” แลวทรงกมลงขีดเขียนบนพื้นดินตอไป เมื่อคนเหลานั้นไดฟงดังนี้ ก็คอย ๆ ทยอยออกไปทีละคน เริ่มจากคนอาวุโส จนเหลือแตพระเยซูเจาตามลําพังกับหญิงคนนั้น ซึ่งยังคงยืนอยูที่เดิม พระเยซูเจาทรง เงยพระพักตรขึ้น ตรัสกับนางวา “นางเอย พวกนั้นไปไหนหมด ไมมีใครลงโทษทานเลยหรือ” หญิงคน นั้นทูลตอบวา “ไมมีใครเลย พระเจาขา” พระเยซูเจาตรัสวา “เราก็ไมลงโทษทานดวย ไปเถิด และตั้งแต นี้ไป อยาทําบาปอีก”

เมื่อเราพิจารณามโนธรรม เรามักจะพบขอบกพรองและบาปในชีวิต แลวเราก็จะมุงมั่นอยูที่การ สํานึกผิด พรอมกับขออภัยโทษจากพระเปนเจา แตพระเปนเจา มิใชบิดาที่จะนั่งบนบัลลังก แลวใชความ ยุติธรรมเพื่อตรวจชั่งนํ้าหนักวา ใครทําบุญทําบาปอะไรมาบาง ตรงขามพระเปนเจาทรงใชความรักมอง ดูเรา และอยากจะไดยินจากปากและหัวใจของเราวา “ลูกคนนี้ของพระองค มีทุกขมีสุขอยางไรในชีวิต” ใหเรามั่นใจเถิด พระบิดาของเรา มิไดอยากรูบาปบุญของเรา แตทรงอยากใหเราเปดหัวใจบอกพระองค วา เราทุกขสขุ อยางไรในชีวติ ...นีค่ อื ความรักของพระองคตอ เรา ใหเราสนทนาบอกถึงทุกขสขุ ในชีวติ ของ เรากับพระเปนเจาผูเปนบิดาของเราเถิด

03.indd 93

8/11/2555 14:04:22


18 จันทร

มีนาคม

น.ซีริล แหงกรุงเยรูซาเล็ม พระสังฆราช นักปราชญแหง พระศาสนจักร สดด 23:1-6

·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 1

พระวรสาร

บทอานที่ 1

ดนล 13:41ค-62

ในครัง้ นัน้ ทุกคนทีม่ าประชุมกันเชือ่ เขา... จึงตัดสินลงโทษใหประหารชีวติ นาง นาง สุสันนารองตะโกนดังสุดเสียงวา “ขาแตพระเจานิรันดร พระองคทรงทราบความลับทุก ประการ และทรงทราบทุกสิ่งกอนที่จะเกิดขึ้น...” องคพระผูเปนเจาทรงฟงเสียงของนาง ขณะที่เขากําลังนํานางไปประหารชีวิต พระเจาทรงดลใจชายหนุม คนหนึง่ ชือ่ ดาเนียล เขารองตะโกนเสียงดังวา “ขาพเจาไมยอม มีสวนรวมในความตายของหญิงผูนี้... จงแยกสองคนนี้ใหอยูคนละแหง แลวขาพเจาจะ สอบสวนเขา” เมื่อแยกทั้งสองคนจากกันแลว ดาเนียลก็เรียกคนหนึ่งมาถามวา “... ถา ทานเห็นหญิงคนนี้จริง ๆ จงบอกซิวา ทานเห็นเขาทั้งสองคนอยูดวยกันใตตนไมอะไร” เขาตอบวา “ใตตนยาง” ดาเนียลพูดวา “โดยแทจริงแลว.. ทานพูดเท็จกลาวโทษ ตนเอง...” ดาเนียลสงเขากลับไปยังทีข่ องตน สัง่ ใหนาํ อีกคนหนึง่ ออกมา พูดวา “...ทาน พบเขาทั้งสองคนอยูดวยกันใตตนไมอะไร” เขาตอบวา “ใตตนโอค” ดาเนียลจึงพูดวา “โดยแทจริงแลว ทานพูดเท็จกลาวโทษตนเอง ทูตสวรรคของพระเจาถือดาบคอยฟน ทานเปนสองทอน ทานทั้งสองคนจะตองตายแน” คนทั้งหลายที่ชุมนุมกันตางตะโกน เสียงดังดวยความยินดี ถวายพระพรแดพระเจาผูท รงชวยผูว างใจในพระองคใหรอดพน...

ยน 8:12-20

เวลานั้น พระเยซูเจาตรัสกับประชาชนอีกวา “เราเปนแสงสวางสองโลก ผูที่ตามเรามา จะไมเดินในความ มืด แตจะมีแสงสวางสองชีวิต” ชาวฟาริสกี ลาวกับพระองควา “ทานเปนพยานใหกบั ตนเอง คํายืนยันเปนพยานของทานจึงไมนา เชือ่ ถือ” พระเยซูเจาตรัสตอบวา “แมเราจะเปนพยานใหตนเอง คํายืนยันเปนพยานของเราก็นาเชื่อถือ เพราะเรา รูว า เรามาจากไหน และกําลังจะไปไหน แตทา นทัง้ หลายไมรวู า เรามาจากไหน และกําลังจะไปไหน ทานพิพากษา ตามมาตรการของมนุษย แตเราไมพิพากษาผูใด และถึงแมวาเราพิพากษาผูใด คําพิพากษาของเราก็นาเชื่อถือ เพราะเราไมอยูคนเดียว แตพระบิดาผูทรงสงเรามานั้นทรงอยูกับเราดวย ในธรรมบัญญัติของทานทั้งหลายมี เขียนไววา คํายืนยันเปนพยานของคนสองคนเปนที่นาเชื่อถือ เราเปนพยานใหตนเอง และพระบิดาผูทรงสง เรามาทรงเปนพยานใหเราดวย เขาเหลานั้นจึงทูลถามพระองควา “พระบิดาของทานอยูที่ใด” พระเยซูเจาตรัสวา “ทานทั้งหลายไมรูจัก ทั้งเรา ทั้งพระบิดาของเรา ถาทานรูจักเรา ทานคงรูจักพระบิดาของเราดวย”...

การพิพากษามักจะเปนไปตามพยานหลักฐาน เพื่อบอกวาใครถูกใครผิด หรือเพื่อบอกวาอะไรคือความ จริง อะไรคือความเท็จ แตการพิพากษาของพระเย���ูเจา มีขึ้นเพื่อใหการบอกยํ้าวา พระเจาทรงรักเรา และ พยานสําหรับคําพิพากษาวาพระเจาทรงรักเราก็คือ พยานดวยชีวิตของพระเยซูเจา ที่ทรงยอมรับความตาย แทนเรา เพือ่ ใหเราไดรอดพน พระบิดาเจาสวรรคกท็ รงใหหลักฐานยืนยันดวยเชนกัน โดยทรงละ(ทิง้ )พระเยซู เจาใหอยูบนกางเขน เพื่อทรงโอบอุมเรามนุษย…เพราะทรงรักเรา

03.indd 94

8/11/2555 14:04:22


บทอานที่ 1

2 ซมอ 7:4-5ก,12-14ก,16

ในคืนนั้น องคพระผูเปนเจาตรัสแกนาธันวา “จงไปบอกดาวิดผูรับใชของเราวา ‘องคพระผูเปนเจาตรัสดังนี้ เมื่อทานสิ้นชีวิตในวัยชรา และถูกฝงไวกับบรรพบุรุษแลว เราจะตั้งเชื้อสายคนหนึ่งของทาน ซึ่งเปนบุตรของทาน ใหเปนกษัตริยตอ จากทาน เราจะ พิทักษรักษาอาณาจักรของเขาใหมั่นคง เขาจะเปนผูสรางวิหารใหแกนามของเรา เราจะ ดูแลใหลูกหลานของเขาเปนกษัตริยครองราชยตลอดไป เราจะเปนบิดาของเขา และเขา จะเปนบุตรของเรา...’”

บทอานที่ 2

รม 4:13,16-18,22

19 อังคาร

มีนาคม

สมโภชนักบุญโยเซฟ ภัสดาของพระนาง มารียพรหมจารี

พระสัญญาที่ประทานใหอับราฮัมและลูกหลานที่วาเขาจะไดครอบครองโลกเปน สดด 89:1-2,3-4, มรดกนั้น ไมไดเกิดขึ้นโดยธรรมบัญญัติ แตเกิดขึ้นโดยความชอบธรรมอันเนื่องมาจาก 26,28 ความเชื่อ... ดังที่พระคัมภีรบันทึกไววา เราไดตั้งเจาใหเปนบิดาของประชาชาติจํานวน มาก อับราฮัมเปนบิดาของเราเฉพาะพระพักตรพระเจา ผูเ ปนพระเจาทีอ่ บั ราฮัมเชือ่ และ ทรงเปนผูนําคนตายใหคืนชีพ และทรงทําใหสิ่งที่ยังไมมีภาวะความเปนอยูไดมีภาวะความเปนอยู แมดเู หมือนจะไมมคี วามหวัง แตอบั ราฮัมก็หวังและเชือ่ วาเขาจะเปนบิดาของประชาชาติจาํ นวนมากสมจริง ตามพระสัญญาที่วา ลูกหลานของเจาจะมีจํานวนมากเชนนั้น นี่คือความเชื่อซึ่งนับไดวาเปนความชอบธรรม สําหรับเขา

พระวรสาร

ลก 2:41-51

โยเซฟพรอมกับพระมารดาของพระเยซูเจาเคยขึน้ ไปยังกรุงเยรูซาเล็มในเทศกาลปสกาทุกป เมื่อพระองค มีพระชนมายุสิบสองพรรษา โยเซฟพรอมกับพระมารดาก็ขึ้นไปกรุงเยรูซาเล็มตามธรรมเนียมของเทศกาลนั้น เมื่อวันฉลองสิ้นสุดลง ทุกคนก็เดินทางกลับ แตพระเยซูเจายังประทับอยูที่กรุงเยรูซาเล็มโดยที่บิดามารดาไมรู เพราะคิดวา พระองคทรงอยูในหมูผูรวมเดินทาง เมื่อเดินทางไปไดหนึ่งวันแลว โยเซฟพรอมกับพระนางมารีย ตามหาพระองคในหมูญาติและคนรูจัก เมื่อไมพบจึงกลับไปกรุงเยรูซาเล็ม เพื่อตามหาพระองคที่นั่น ในวันที่สาม โยเซฟพรอมกับพระนางมารียพบพระองคในพระวิหารประทับนั่งอยูในหมูอาจารย ทรงฟง และทรงไตถามพวกเขา ทุกคนทีไ่ ดฟง พระองคตา งประหลาดใจในพระปรีชาทีท่ รงแสดงในการตอบคําถาม เมือ่ โยเซฟพรอมกับพระนางมารียเห็นพระองคก็รูสึกแปลกใจ พระมารดาจึงตรัสถามพระองควา “ลูกเอย ทําไม จึงทํากับเราเชนนี้ ดูซิ พอกับแมตองกังวลใจตามหาลูก” พระองคตรัสตอบวา “พอกับแมตามหาลูกทําไม พอ แมไมรหู รือวา ลูกตองอยูใ นบานของพระบิดาของลูก” โยเซฟพรอมกับพระนางมารียไ มเขาใจทีพ่ ระองคตรัส...

อับราฮัม แมดูเหมือนจะไมมีความหวัง...โยเซฟพรอมกับพระนางมารีย แมจะไมเขาใจ...แตทานเหลานี้ก็ ยังเชื่อมั่นในพระเจา...เชนกัน ความเชื่อของเราจะผานการพิสูจนก็เฉพาะในภาวะที่เราไมมีความหวัง ไมมี ความเขาใจ แตเรายังเชื่อ จึงจะเรียกวาไดวา “เชื่อจริง ๆ ในพระเจา” แตในขณะที่เรามีความหวัง มีความ เขาใจ เราอาจจะเชื่อในเหตุผลความเขาใจของเรา ไมใช “เชื่อจริง ๆ ในพระเจา”...ลองตรองดู

03.indd 95

8/11/2555 14:04:23


20 พุธ

มีนาคม

สัปดาหที่ 5 เทศกาลมหาพรต ดนล 3:53-56

·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 1

พระวรสาร

บทอานที่ 1

ดนล 3:14-20,91-92,95

ในครั้งนั้น กษัตริยเนบูคัดเนสซารตรัสถามเขาวา “ชัดรัค เมชาค และอาเบดเนโก เปนความจริงหรือไม ทีท่ า นไมยอมรับใชเทพเจาของเรา และไมยอมนมัสการรูปปน ทองคํา ทีเ่ ราตัง้ ไว...” ชัดรัค เมชาค และอาเบดเนโกกราบทูลกษัตริยเ นบูคดั เนสซารวา “ขาพเจา ทั้งหลายไมจําเปนจะตองทูลตอบพระองคในเรื่องนี้ ขาแตพระราชา ขอทรงทราบเถิดวา พระเจาที่ขาพเจาทั้งหลายรับใชจะทรงชวยขาพเจาทั้งหลายใหพนจากเตาที่มีไฟลุกโพลง และใหพนพระอานุภาพของพระองคได...” กษัตริยเ นบูคดั เนสซารประหลาดพระทัยมาก ทรงลุกขึน้ ทันที ตรัสกับบรรดาขาราช บริพารวา “พวกเรามัดชายสามคนโยนลงไปในไฟมิใชหรือ...แตเราเห็นชายสีค่ นไมถกู มัด กําลังเดินอยูกลางเปลวไฟโดยไมไดรับอันตรายเลย ใบหนาของชายคนที่สี่นั้นคลายกับ ใบหนาของเทพบุตร” กษัตริยเนบูคัดเนสซารตรัสวา “ขอถวายพระพรแดพระเจาของชัดรัค เมชาค และ อาเบดเนโก พระองคทรงสงทูตสวรรคมาชวยกอบกูผูรับใชที่วางใจในพระองค เขายอม ละเมิดคําสัง่ ของเรา และยอมพลีรา งกายดีกวาทีจ่ ะรับใชและนมัสการเทพเจาอืน่ นอกจาก พระเจาของตน”

ยน 8:31-42

เวลานัน้ พระเยซูเจาตรัสกับชาวยิวทีเ่ ชือ่ ในพระองควา “ถาทานทัง้ หลายยึดมัน่ ในวาจาของเรา ทานก็เปน ศิษยของเราอยางแทจริง ทานจะรูค วามจริง และความจริงจะทําใหทา นเปนอิสระ” คนเหลานัน้ จึงตอบวา “พวก เราเปนเชื้อสายของอับราฮัม และไมเคยเปนทาสของใคร ทานพูดไดอยางไรวา “ทานทั้งหลายจะเปนอิสระ” พระเยซูเจาตรัสตอบเขาวา “เราบอกความจริงแกทา นทัง้ หลายวา ทุกคนทีท่ าํ บาปก็เปนทาสของบาป ทาส ยอมไมพํานักอยูใ นบานตลอดไป แตบุตรพํานักอยูต ลอดไป เพราะฉะนัน้ ถาพระบุตรทําใหทานเปนอิสระ ทาน ก็จะเปนอิสระอยางแทจริง เรารูว า ทานทัง้ หลายเปนเชือ้ สายของอับราฮัม แตทา นพยายามจะฆาเรา เพราะวาจา ของเราไมซึมซาบเขาไปในทาน เราบอกสิ่งที่เราไดเห็นเมื่อเราอยูเฉพาะพระพักตรพระบิดา ทานทั้งหลายก็ทํา ตามที่ทานไดยินจากบิดาของทานดวย” คนเหลานั้นตอบพระองควา “บิดาของพวกเราคืออับราฮัม” พระเยซูเจาตรัสกับเขาวา “ถาทานเปนบุตร ของอับราฮัม ทานจงทํากิจการของอับราฮัมเถิด... ทานไมกระทํากิจการของอับราฮัม แตกระทํากิจการของบิดา ของทาน” คนเหลานั้นเถียงวา “เราไมใชลูกไมมีพอ บิดาเดียวที่เรามีคือพระเจา”...

อับราฮัมไดเดินทางออกจากบานเมืองของทาน จากความปลอดภัยที่คุนเคย ทิ้งนํ้าใจของตนเอง เพื่อ ติดตามพระเจา...ในขณะที่ชาวอิสราเอลเดินกลับเขาไปหาความปลอดภัยของตนเอง ในชื่อของการเปนบุตร ของอับราฮัม ที่อางวาไมเคยเปนทาสใคร ที่รูสึกไดถึงนํ้าใจของตนเองที่แสวงหาจนพบความปลอดภัยแลว... สําหรับพระเยซูเจาแลว พระองคทรงเชื้อเชิญเราใหหลุดจากการเปนทาสของการถือ การทํา และการเต็ม ดวย “นํ้าใจ” ของตนเอง อันเปนอุปสรรคของการที่จะใหเนื้อที่ในหัวใจของเรา เพื่อรับ “พระบิดา และพระ บุตร และพระจิต”

03.indd 96

8/11/2555 14:04:25


บทอานที่ 1

ปฐก 17:3-9

ในครั้งนั้น อับรามจึงกราบลงกับพื้นดิน พระเจาตรัสกับเขาวา “นี่คือพันธสัญญาที่ เราใหไวกับทาน ทานจะเปนบิดาของชนชาติจํานวนมาก ทานจะไมชื่อวาอับรามอีกแลว ทานจะมีชื่อใหมวาอับราฮัม เพราะเราจ���ทําใหทานเปนบิดาของชนชาติจํานวนมาก เรา จะทําใหทานมีลูกหลานจํานวนมากยิ่ง ๆ ขึ้น จะใหทานเปนชนหลายชาติ และกษัตริย หลายองคจะเกิดจากทาน เราจะรักษาพันธสัญญาของเราไวกบั ทาน และกับลูกหลานของ ทานที่จะตามมารุนแลวรุนเลา เปนพันธสัญญาที่คงอยูตลอดไป เราจะเปนพระเจาของ ทาน และเปนพระเจาของลูกหลานของทานที่จะตามมา เราจะใหแผนดินที่ทานอาศัยอยู อยางคนแปลกหนาถิน่ นีค้ อื แผนดินคานาอันทัง้ หมดแกทา นและแกลกู หลานทีจ่ ะตามมา ภายหลังทานเปนกรรมสิทธิ์ตลอดไป และเราจะเปนพระเจาของเขาทั้งหลาย” พระเจาตรัสกับอับราฮัมวา “ทานและลูกหลานของทานที่จะตามมาทุกรุนจะตอง รักษาพันธสัญญาของเราไว นีค่ อื พันธสัญญาของเราซึง่ ทานจะตองรักษาไวคอื พันธสัญญา กับทานและกับลูกหลานของทานที่จะตามมาภายหลัง ผูชายทุกคนจะตองเขาสุหนัต”

พระวรสาร

21 พฤหัสบดี มีนาคม

สัปดาหที่ 5 เทศกาลมหาพรต สดด 105:4-5, 6,7-10

·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 1

ยน 8:51-59

เวลานั้น พระเยซูเจาตรัสกับชาวยิวที่เชื่อในพระองควา “เราบอกความจริงแกทานทั้งหลายวา ผูใ ดปฏิบตั ิ ตามวาจาของเรา ผูน น้ั จะไมพบความตายเลย” ชาวยิวพูดกับพระองควา “บัดนี้ เรารูแลววา ทานถูกปศาจสิง อับราฮัมตายไปแลว บรรดาประกาศกก็ตายไปแลวเชนกัน แตทานพูดวา ถาผูใดปฏิบัติตามวาจาของเรา ผูนั้น จะไมตองลิ้มรสความตายเลย” ทานยิ่งใหญกวาอับราฮัม บิดาของเรา ซึ่งตายไปแลวหรือ บรรดาประกาศกก็ ตายไปแลวดวย ทานอวดอางวาทานเปนใครกัน” พระเยซูเจาตรัสตอบวา “ถาเราใหเกียรติตนเอง เกียรติของเราก็ไมมคี า อะไร ผูท ใี่ หเกียรติเราคือพระบิดา ของเรา ผูที่ทานพูดวา “เปนบิดาของทาน” แตทานไมรูจักพระองค เรารูจักพระองค ถาเราจะพูดวา “เราไม รูจักพระองค” เราก็เปนคนพูดเท็จเหมือนกับทาน แตเรารูจักพระองค และปฏิบัติตามพระวาจาของพระองค อับราฮัมบิดาของทานไดยินดีที่จะเห็นวันของเรา เขาไดเห็นและไดยินดีแลว ชาวยิวจึงคานวา “ทานอายุยังไมถึงหาสิบป ไดเห็นอับราฮัมแลวหรือ” พระเยซูเจาตรัสตอบวา “เราบอกความจริงแกทานทั้งหลายวา กอนอับราฮัมจะเกิด เราเปน” คนเหลานั้นจึงหยิบกอนหินขึ้นจะขวางพระองค แตพระเยซูเจาเสด็จเลี่ยงออกไปจากพระวิหาร

ใครจะคาดคิดวา พระเยซูเจาทรงตรัสกับชาวยิวทีเ่ ชือ่ ในพระองค แตหลังจากพระองคตรัสแลว คนเหลา นั้นกลับหยิบกอนหินขึ้นจะขวางพระองค...พระเยซูเจาทรงยื่นความเชื่อใหเราเลือก ระหวางเชื่อในสิ่งที่เรา อยากจะเชื่อ กับเชื่อในสิ่งที่พระเยซูเจาทรงบอกเราวา พระเจาทรงรักเรา ซึ่งพระองคไดทรงยืนยันถึงสิ่งนั้น ดวยชีวิตของพระองคเอง ที่ทรงยอมรับ “ความตาย” และทรงพบกับ “การกลับคืนชีพ”...ความเชื่อของเรา ตองผานการพิสูจน

03.indd 97

8/11/2555 14:04:26


22 ศุกร

มีนาคม

สัปดาหที่ 5 เทศกาลมหาพรต สดด 18:1-2กข,2ค-3, 4-5,6

·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 1

พระวรสาร

บทอานที่ 1

ยรม 20:10-13

ขาพเจาไดยนิ เสียงหลายคนซุบซิบวา “ความหวาดกลัวอยูร อบดานมาแลว จงกลาว หาเขา พวกเราจงกลาวหาเขาเถิด” มิตรสหายทุกคนของขาพเจา คอยเฝาดูความลมจม ของขาพเจา พูดวา “เขาคงจะยอมถูกหลอกลวง แลวเราจะเอาชนะเขาได และจะแก แคนเขา” แตองคพระผูเปนเจาทรงอยูขางขาพเจาเหมือนนักรบทรงพลัง ดังนั้น ผูขมเหง ขาพเจาจะสะดุดลม จะเอาชนะขาพเจาไมได เขาจะตองอับอายมาก เพราะเอาชนะ ขาพเจาไมได ความอัปยศอดสูของเขาจะคงอยูตลอดไป ไมมีวันถูกลืม ขาแตองคพระผูเปนเจาจอมจักรวาล พระองคทรงทดสอบผูชอบธรรม ทรงสํารวจ ใจและจิต ขอโปรดใหขาพเจาเห็นวาพระองคทรงลงโทษเขา เพราะขาพเจาไดทูลเสนอ คดีของขาพเจาใหทรงทราบแลว จงรองเพลงถวายองคพระผูเปนเจา จงสรรเสริญองค พระผูเปนเจา เพราะพระองคทรงชวยชีวิตของผูขัดสน ใหพนมือของผูทําความชั่วราย

ยน 10:31-42

เวลานั้น ชาวยิวหยิบกอนหินขึ้นจะขวางพระองคอีก พระเยซูเจาจึงตรัสกับเขาวา “เราไดแสดงกิจการที่ ดีหลายอยางจากพระบิดา แลวทานจะเอากอนหินขวางเราเพราะกิจการใดเลา” ชาวยิวตอบวา “พวกเราจะเอาหินขวางทาน ไมใชเพราะกิจการที่ดี แตเพราะทานพูดดูหมิ่นพระเจา ทาน เปนเพียงมนุษย แตตั้งตนเปนพระเจา” พระเยซูเจาตรัสวา มีเขียนไวในธรรมบัญญัตขิ องทานทัง้ หลายวา “เราไดกลาววา ทานทัง้ หลายเปนพระเจา พระคัมภีรเ รียกผูร บั พระวาจาของพระเจาวา “เปนพระเจา” และพระคัมภีรจ ะลบลางไมได พระบิดาทรงบันดาล ใหเราศักดิ์สิทธิ์ และทรงสงเรามาในโลก แลวทําไมทานทั้งหลายจึงกลาวหาวาเราพูดดูหมิ่นพระเจา เมื่อเราพูด วา “เราเปนบุตรของพระเจา” ถาเราไมทํากิจการของพระบิดาของเรา ทานก็อยาเชื่อเราเลย แตถาเราทํา แมวา ทานทัง้ หลายไมเชือ่ เรา อยางนอยก็จงเชือ่ ในกิจการทีเ่ ราทํานัน้ เถิด แลวทานจะรูแ ละเขาใจวา พระบิดาสถิตอยู ในเรา และเราอยูในพระบิดา” คนทั้งหลายพยายามจะจับกุมพระองคอีก แตพระองคทรงเลี่ยงพนจากเงื้อมมือของพวกเขาไปได พระองคเสด็จขามแมนาํ้ จอรแดนอีกครัง้ หนึง่ กลับไปยังสถานทีซ่ งึ่ แตกอ นนัน้ ยอหนไดทาํ พิธลี า ง พระองค ทรงพํานักอยูที่นั่น ประชาชนมาเฝาพระองค พูดวา “ยอหนไมไดทําเครื่องหมายอัศจรรยอะไรเลย แตทุกสิ่ง ที่ยอหนกลาวถึงชายคนนี้ก็เปนความจริง” และที่นั่นหลายคนเชื่อในพระองค

พระเยซูเจาทรงเชื้อเชิญเราให “เชื่อ” แมในสถานการณที่ไมนาจะเชื่อ ซึ่งบางทีการดื้อดึงเชื่อตอไป ดู เหมือนจะทําใหเราเปนคนไรซึ่งเหตุผลหรือเหมือนเปนคนสิ้นคิด แต ณ ขณะนั้นแหละ ที่พระเยซูเจาทรงเฝา คอยความเชือ่ ของเรา.... เชือ่ ในพระบิดา เชือ่ ในความรักของพระองค เชือ่ ในตัวบุคคลของพระเยซูเจา บุคคล ที่ยืนยันวารักเรา ถึงกับยอมตายก็ได หากความตายนั้นจะทําใหเรายอมรับความรักของพระองค

03.indd 98

8/11/2555 14:04:27


บทอานที่ 1

อสค 37:21-28

พระเจาตรัสดังนี้วา “จงบอกเขาวา ‘องคพระผูเปนเจาตรัสดังนี้ ดูซิ เราจะนํา พงศพันธุอิสราเอลมาจากนานาชาติซึ่งเขาไปอาศัยอยูดวย เราจะรวบรวมเขามาจากทุก แหง และจะนําเขามายังแผนดินของเขา เราจะทําใหเขาเปนชนชาติเดียวในแผนดิน บน ภูเขาทั้งหลายแหงอิสราเอล จะมีกษัตริยพระองคเดียวปกครองเขาทั้งหลาย เขาจะไม เปนชนสองชาติ และจะไมแยกเปนสองอาณาจักรอีกตอไป... เราจะชวยเขาใหพนจาก การทรยศทีเ่ ขาไดทาํ บาป เราจะชําระเขา แลวเขาจะเปนประชากรของเรา และเราจะเปน พระเจาของเขา...เขาจะปฏิบตั ติ ามกฎเกณฑของเรา จะรักษาขอกําหนดของเราและปฏิบตั ิ ตาม เขาทั้ ง หลายจะอาศั ย อยู ใ นแผ นดิ นที่ เราให แ ก ย าโคบผู รั บ ใช ข องเรา เป น แผนดินที่บรรพบุรุษของเขาเคยอาศัยอยู เขาจะอาศัยอยูที่นั่นตลอดไป...’”

พระวรสาร

23 เสาร

มีนาคม

น.ตูรีบิโอ แหงมอนโกรเวโย พระสังฆราช ยรม 31:10, 11-12กข,13

ยน 11:45-57

·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 1 เวลานั้น ชาวยิวหลายคนที่มาเยี่ยมมารีย และเห็นสิ่งที่พระเยซูเจาทรงกระทํา ก็ เชือ่ ในพระองค แตบางคนไปพบชาวฟาริสเี ลาเรือ่ งทีพ่ ระเยซูเจาทรงกระทําใหฟง บรรดา หัวหนาสมณะและชาวฟาริสีจึงเรียกประชุมสภา ปรึกษากันวา “พวกเราจะทําอยางไรดี เพราะคนคนนี้ไดทําเครื่องหมายอัศจรรยหลายอยาง” ถาเราปลอยเขาไวอยางนี้ ทุกคน จะเชื่อเขา แลวชาวโรมันก็จะมาทําลายทั้งพระวิหารและชนชาติของเรา” คนหนึ่งในที่ประชุมชื่อคายาฟาส เปนมหาสมณะในปนั้นกลาววา “ทานทั้งหลายไมเขาใจอะไรเลย ทาน ไมคิดหรือวา ถาคนคนเดียวจะตายเพื่อประชาชน จะเปนประโยชนมากกวาที่ชนทั้งชาติจะตองพินาศไป” เขาไมไดพดู เชนนีต้ ามใจตนเอง แตในฐานะทีเ่ ปนมหาสมณะในปนนั้ เขาประกาศพระวาจาวา พระเยซูเจา จะตองสิ้นพระชนมเพื่อชนทั้งชาติ และไมใชเพื่อชนทั้งชาติเทานั้น แตเพื่อจะรวบรวมบรรดาบุตรของพระเจาที่ กระจัดกระจายอยูใ หกลับเปนหนึง่ เดียวกัน ตัง้ แตวนั นัน้ ทีป่ ระชุมไดตกลงกันทีจ่ ะประหารพระองค ดังนัน้ พระ เยซูเจาจึงไมเสด็จไปที่ใดอยางเปดเผยในหมูชาวยิวอีกตอไป แตเสด็จไปที่เมืองชื่อเอฟราอิม ในเขตแดนใกล ถิ่นทุรกันดาร และทรงพํานักอยูที่นั่นกับบรรดาศิษย วันปสกาของชาวยิวใกลจะมาถึง ประชาชนจํานวนมากเดินทางจากชนบทขึ้นไปกรุงเยรูซาเล็ม เพื่อชําระ ตนกอนวันฉลอง เขาเหลานัน้ เสาะหาพระเยซูเจา และขณะทีย่ นื อยูใ นพระวิหารก็ถามกันวา “ทานทัง้ หลายคิด อยางไร เขาจะมาในวันฉลองหรือไม” บรรดาหัวหนาสมณะและชาวฟาริสีไดออกคําสั่งวา ถาใครรูวาพระองค อยูที่ไหน ก็ใหมารายงาน เพื่อจะไดจับกุมพระองค

ดังชาวอิสราเอลที่เชื่อคําของพระเจาวา “เราจะเปนพระเจาของเขา เขาจะเปนประชากรของเรา ที่ พํานักของเราจะอยูใ นหมูเ ขา”...เราจะเชือ่ และพิสจู นดว ยชีวติ ของเราไดหรือไมวา “พระเจาทรงเปนบิดาของ เรา เราเปนบุตรของพระองค และเราจะอยูกับพระองคทั้งในยามสุขและยามทุกข ยามมีและยามจน ยาม สบายและยามปวยไข”...ดังที่พระเยซูเจาทรงเชื่อมั่นในพระบิดา ทั้งในยามที่ทรงทําอัศจรรยและในยามที่ พระองคจะตองตายอยางทรมานบนไมกางเขน

03.indd 99

8/11/2555 14:04:28


24 อาทิตย มีนาคม

อาทิตยมหาทรมาน ·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 2 áË‹ãºÅÒ¹

บทอานจากหนังสือประกาศกอิสยาห อสย 50:4-7 องคพระผูเปนเจาประทานใหขาพเจามีลิ้น เหมือนลิ้นของศิษยที่พระองคทรงสอน เพื่อขาพเจาจะไดรูจักพูดจาใหกําลังใจแกผูเหน็ดเหนื่อย ทุก ๆ เชา พระองคทรงปลุก ขาพเจา ทรงปลุกหูขาพเจาใหฟงเหมือนศิษยที่พระองคทรงสอน องคพระผูเปนเจาทรง เปดหูใหขาพเจา และขาพเจาก็ไมตอตาน ไมหันหลังหนีไป ขาพเจาหันหลังใหแกผูโบยตี ขาพเจา และหันแกมใหแกผูที่ดึงเคราขาพเจา ขาพเจาไมซอนหนาแกผูสบประมาทและ ถมนํ้าลายรด องคพระผูเปนเจาทรงชวยขาพเจา ดังนั้น ขาพเจาจึงไมตองละอาย ขาพเจาทําหนา ของขาพเจาใหดานเหมือนหิน ขาพเจารูวาขาพเจาจะไมอับอาย

เพลงสดุดี

สดด 22:7-8,16-17ก,18-19,22-23ก

ก) ผูใดเห็นขาพเจาก็เยาะเยย เขายิ้มหยันและสั่นศีรษะ พลางพูดวา “เขาวางใจในองคพระผูเปนเจา ก็ใหพระองคทรงชวยซิ ถาพระองคโปรดปราน ก็ใหพระองคทรงปลดปลอยเขา”

บทอานจากจดหมายนักบุญเปาโลอัครสาวก ถึงชาวฟลิปป ฟป 2:6-11 แมวา พระองคทรงมีธรรมชาติพระเจา พระองคกม็ ไิ ดทรงถือวาศักดิศ์ รีเสมอพระเจา นั้น เปนสมบัติที่จะตองหวงแหน แตทรงสละพระองคจนหมดสิ้น ทรงรับสภาพดุจทาส เปนมนุษยดุจเรา ทรงแสดงพระองคในธรรมชาติมนุษย ทรงถอมพระองคจนถึงกับทรง ยอมรับแมความตาย เปนความตายบนไมกางเขน เพราะเหตุนี้ พระเจาจึงทรงเทิดทูนพระองคขึ้นสูงสง และประทานพระนามใหแก พระองค พระนามนี้ประเสริฐกวานามอื่นใดทั้งสิ้น เพื่อทุกคนในสวรรคและบนแผนดิน รวมทั้งใตพื้นพิภพ จะยอเขาลงนมัสการพระนาม “เยซู” นี้ และเพื่อชนทุกภาษาจะได รองประกาศวา พระเยซูคริสตทรงเปนองคพระผูเปนเจา เพื่อพระสิริรุงโรจนแดพระเจา พระบิดา

พระทรมานของพระเยซูคริสตเจาตามพระวรสารนักบุญลูกา ลก 23:1-49 ทุกคนในที่ประชุมลุกขึ้น นําพระองคไปมอบใหปลาต เขาเหลานั้นตั้งขอกลาวหา พระองคโดยพูดวา “เราพบคนคนนีย้ ยุ งประชาชนของเรา หามเสียภาษีแกพระจักรพรรดิ และอางวาตนเปนพระคริสต กษัตริย” ปลาตจึงถามพระองควา ‘ทานเปนกษัตริยของ ชาวยิวหรือ’ พระองคตรัสตอบวา ‘ทานพูดเองนะ’ ปลาตจึงพูดกับบรรดาหัวหนาสมณะ และประชาชนวา ‘เราไมพบความผิดขอใดในคนคนนี้’ ...เมื่อทราบวาพระองคทรงอยูใน อํานาจของกษัตริยเฮโรด จึงสงพระองคไปใหกษัตริยเฮโรด ซึ่งในขณะนั้นประทับอยูที่ กรุงเยรูซาเล็ม เมื่อกษัตริยเฮโรดทอดพระเนตรเห็นพระเยซูเจา ก็ทรงยินดีมาก เพราะทรงไดยิน

03.indd 100

8/11/2555 14:04:29


เรือ่ งตาง ๆ เกีย่ วกับพระเยซูเจา มีพระประสงคจะเห็นพระองคมานานแลว และทรงหวังจะไดเห็นอัศจรรย จากพระเยซูเจาบาง กษัตริยเ ฮโรดตรัสถามพระเยซูเจาหลายเรือ่ ง แตพระเยซูเจามิไดทรงตอบแตประการ ใด... ปลาตตองการปลอยพระเยซูเจา จึงพูดกับประชาชนอีก แตคนเหลานั้นรองตะโกนกลับมาวา ‘เอา ไปตรึงกางเขน เอาไปตรึงกางเขน’ ปลาตพูดกับประชาชนเปนครั้งที่สามวา ‘เขาทําผิดอะไร เราไมพบวา เขาทําผิดอะไรที่ควรจะมีโทษถึงตาย ดังนั้น เราจะใหเฆี่ยนเขาและปลอยไป’ แตประชาชนยังคงตะโกน เสียงดังตอไป ขอใหเอาพระองคไปตรึงกางเขน และเสียงของประชาชนดังขึ้น ๆ ปลาตจึงตัดสินใหเปนไปตามคําเรียกรองของประชาชน ปลอยคนทีถ่ กู จําคุกเพราะกอการจลาจลและ ฆาคน และมอบพระเยซูเจาใหเขาจัดการตามความพอใจ ขณะที่บรรดาทหารนําพระองคออกไป พวกเขา เกณฑชายคนหนึง่ ชือ่ ซีโมนชาวไซรีนซึง่ กําลังกลับจากชนบท วางไมกางเขนบนบาของเขาใหแบกตามพระ เยซูเจา... บรรดาทหารนําผูรายสองคนไปประหารพรอมกับพระองคดวย เมื่อมาถึงสถานที่ที่เรียกวาเนินหัวกระโหลก บรรดาทหารตรึงพระองคที่นั่นพรอมกับผูรายสองคน คนหนึ่งอยูขางขวาและอีกคนหนึ่งอยูขางซาย พระเยซูเจาตรัสวา ‘พระบิดาเจาขา โปรดอภัยความผิดแก เขาเถิด เพราะเขาไมรูวากําลังทําอะไร’ ทหารนําเสื้อผาของพระองคไปจับสลากแบงกัน ประชาชนยืนดูอยูที่นั่น สวนบรรดาผูนําเยาะเยยพระองควา ‘เขาชวยคนอื่นใหรอดพนได ก็ใหเขา ชวยตนเองซิ ถาเขาเปนพระคริสตผูที่พระเจาทรงเลือกสรร’ แมแตบรรดาทหารก็เยาะเยยพระองคดวย เขานําเหลาองุน เปรีย้ วเขามาถวาย พลางกลาววา ‘ถาทานเปนกษัตริยข องชาวยิว ก็จงชวยตนเองใหรอดพน ซิ’ มีคําเขียนไวเหนือพระองควา ‘ผูนี้คือกษัตริยของชาวยิว’ ผูร า ยคนหนึง่ ทีถ่ กู ตรึงบนไมกางเขน พูดดูหมิน่ พระองควา ‘แกเปนพระคริสตไมใชหรือ จงชวยตนเอง และชวยเราใหรอดพนดวยซิ’ แตอกี คนหนึง่ ดุเขากลาววา ‘แกไมเกรงกลัวพระเจาหรือทีม่ ารับโทษเดียวกัน สําหรับพวกเราก็ยุติธรรมแลว เพราะเรารับโทษสมกับการกระทําของเรา แตทานผูนี้มิไดทําผิดเลย��� แลว เขาทูลวา ‘ขาแตพระเยซู โปรดระลึกถึงขาพเจาดวย เมื่อพระองคจะเสด็จสูพระอาณาจักรของพระองค’ พระองคตรัสตอบเขาวา ‘เราบอกความจริงกับทานวา วันนี้ ทานจะอยูกับเราในสวรรค’ ขณะนั้น เปนเวลาประมาณเที่ยงวัน ทั่วแผนดินมืดไปจนถึงเวลาบายสามโมงเพราะดวงอาทิตยมืด ลง มานในพระวิหารฉีกขาดตรงกลาง พระเยซูเจาทรงรองเสียงดังวา ‘พระบิดาเจาขา ขาพเจามอบจิตของ ขาพเจาไวในพระหัตถของพระองค’ เมื่อตรัสดังนี้แลว ก็สิ้นพระชนม...

พระเยซูเจาทรงสิ้นพระชนมในสภาพที่ไมเหลืออะไรเลย หมดสิ้นซึ่งเกียรติ ศักดิ์ศรี และความ สามารถ ไรซงึ่ คุณคาจนเทียบกับโจรคนหนึง่ ยังไมได (ประชาชนเลือกโจรบารรบั บัส และเมินพระเยซูเจา) ณ เชิงกางเขน แมเสื้อผาของพระองคก็ยังรักษาไวไมได พระองคไมเหลืออะไรจริง ๆ แต ณ จุดนั้น คือ จุดสูงสุดของความมัน่ คงในความเชือ่ และไวใจในพระเจา “ขาพเจามอบจิตของขาพเจาไวในพระหัตถของ พระองค” ...แลวเราละ เราเชื่อและไวใจพระ ณ จุดไหน ใชพิสูจนดวยจุดแหงชีวิตที่ไมเหลืออะไรเลยได หรือไม

03.indd 101

8/11/2555 14:04:30


25 จันทร

มีนาคม

วันจันทร สัปดาหศักดิ์สิทธิ์ สดด 27:1,7-8ก, 8ข-9กข,13-14

·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 2

พระวรสาร

บทอานที่ 1

อสย 42:1-7

องคพระผูเปนเจาตรัสวา “นี่คือผูรับใชของเรา ซึ่งเราเชิดชู เราเลือกเขาเพราะเรา พอใจเขา เราใหจติ ของเราแกเขา เขาจะนําความยุตธิ รรมไปใหแกนานาชาติ เขาจะไมรอ ง ตะโกนหรือเปลงเสียงดัง จะไมทาํ ใหใครไดยินเสียงของเขาตามถนน ไมออทีช่ าํ้ แลว เขา จะไมหกั และไสตะเกียงทีร่ บิ หรีอ่ ยู เขาจะไมดบั เขาจะประกาศความยุตธิ รรมดวยความ สัตยจริง เขาจะไมหมดหวังหรือทอใจ จนกวาจะไดสถาปนาความยุติธรรมไวบนแผนดิน ดินแดนชายทะเลจะรอคอยคําสอนของเขา” องคพระผูเปนเจา พระเจาผูทรงสรางทองฟากวางใหญ ทรงคลี่แผนดินและทุกสิ่ง ทีเ่ กิดจากทีน่ นั่ ประทานชีวติ แกประชากรบนแผนดิน และประทานลมหายใจแกผทู ดี่ าํ เนิน อยูท นี่ นั่ ตรัสวา “เราคือองคพระผูเ ปนเจา เราไดเรียกทานมาเพือ่ นําความชอบธรรม เรา จับมือของทานและรักษาทานไว เราใหทานเปนพันธสัญญาของประชากร และเปน แสงสวางสองนานาชาติ เพือ่ เปดตาคนตาบอด ปลดปลอยผูถ กู จองจําจากคุก ปลดปลอย ผูที่อยูในความมืดจากที่คุมขัง”

ยน 12:1-11

หกวันกอนฉลองปสกา พระเยซูเจาเสด็จไปที่หมูบานเบธานี ตําบลที่อยูของลาซารัสที่พระองคทรงทําให กลับคืนชีพจากบรรดาผูตาย ผูคนที่นั่นจัดงานเลี้ยงเปนเกียรติแดพระองค มารธาคอยรับใช ขณะที่ลาซารัส เปนคนหนึ่งที่รวมโตะกับพระองคดวย มารียใชนํ้ามันหอมสมุนไพรบริสุทธิ์ราคาแพงหนักหนึ่งปอนดชโลม พระบาทของพระเยซูเจา และใชผมเช็ดพระบาท กลิน่ นํา้ มันหอมอบอวลไปทัว่ บาน ยูดาส อิสคาริโอท ศิษยคน หนึ่งที่จะทรยศตอพระองคพูดวา “ทําไมไมเอานํ้ามันหอมนี้ไปขายราคาสามรอยเหรียญ แลวนําเงินไปแจกให คนยากจนเลา” ที่เขาพูดเชนนี้มิใชเพราะเขาหวงใยคนยากจน แตเพราะเขาเปนขโมย เขาเปนผูถือถุงเงินและ ยักยอกเงินในถุงนั้น พระเยซูเจาจึงตรัสวา “ชางเถิด ปลอยใหนางเก็บนํ้ามันหอมนี้ไวสําหรับวันฝงศพของเรา คนยากจนนั้น อยูกับทานทั้งหลายเสมอ แตเราจะไมอยูกับทานตลอดไป” ชาวยิวจํานวนมากรูวาพระองคประทับอยูที่นั่น จึงมา มิใชเพียงเพื่อเฝาพระเยซูเจา แตเพื่อมาดูลาซารัส ซึง่ พระองคไดทรงทําใหกลับคืนชีพจากบรรดาผูต าย บรรดาหัวหนาสมณะจึงตกลงกันจะฆาลาซารัสดวย เพราะ ลาซารัสทําใหชาวยิวจํานวนมากไปเฝาพระเยซูเจาและเชื่อในพระองค

พระเยซูเจา ขณะที่ทรงเดินไปเกือบสุดทางชีวิต พระองคยังคงหวงใยยูดาส ศิษยผูจะทรยศตอพระองค พระองคทรงสอนเขา ใหรูจักบอกกับตนเองวา “ชางเถิด ปลอยนํ้าใจของฉันเสีย” โดยทรงสอนผานทาง ประโยคของพระองคที่วา “ชางเถิด ปลอยใหนางทําไปเถอะ...” แลวพระเยซูเจาทรงยํ้าสอนดวยชีวิตของ พระองคเอง ทีก่ าํ ลังสละปลอยวางนํา้ ใจของพระองคอยางสิน้ เชิงตอหนาพระบิดา ขณะทีพ่ ระองคทรงถูกตรึง บนกางเขน

03.indd 102

8/11/2555 14:04:30


บทอานที่ 1

อสย 49:1-6

ดินแดนชายทะเลและเกาะทัง้ หลายเอย จงฟงขาพเจาเถิด ประชาชนทีอ่ ยูส ดุ แดน ไกล จงตั้งใจฟงเถิด องคพระผูเปนเจาทรงเรียกขาพเจากอนที่ขาพเจาเกิด ทรงขานชื่อ ขาพเจาตัง้ แตอยูใ นครรภมารดา พระองคทรงทําใหปากขาพเจาเปนเสมือนดาบคม ทรง ซอนขาพเจาไวในรมเงาพระหัตถของพระองค ทรงทําใหขา พเจาเปนเสมือนลูกศรแหลมคม และทรงซอนขาพเจาไวในแลงเก็บลูกศรของพระองค พระองคตรัสกับขาพเจาวา “อิสราเอลเอย ทานเปนผูรับใชของเรา... องคพระผู เปนเจาทรงสรางขาพเจามาในครรภมารดาใหเปนผูรับใชพระองค เพื่อนํายาโคบกลับมา หาพระองค และรวบรวมอิสราเอลมาอยูกับพระองค ...เราจะใหทานเปนแสงสวางสอง นานาชาติ เพื่อความรอดพนที่เรานํามาใหจะไดแผไปจนสุดปลายแผนดิน”

พระวรสาร

ยน 13:21-33,36-38

26 อังคาร

มีนาคม

วันอังคาร สัปดาหศักดิ์สิทธิ์ สดด 71:1-3ก, 3ข-5,6,16-18ก

·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 2

เมื่อตรัสดังนี้แลว พระเยซูเจาทรงรูสึกหวั่นไหวพระทัย จึงตรัสยืนยันวา “เราบอก ความจริงแกทานทั้งหลายวา ทานคนหนึ่งจะทรยศเรา” บรรดาศิษยตางมองหนากัน ไมรู วาพระองคทรงหมายถึงใคร ศิษยคนหนึง่ ทีพ่ ระเยซูเจาทรงรักนัง่ โตะติดกับพระองค ซีโมน เปโตรจึงทําสัญญาณ ใหเขาทูลถามวา “ผูที่พระองคกําลังตรัสถึงนี้เปนใคร” เขาจึงเอนกายชิดพระอุระของพระเยซูเจา ทูลถามวา “พระเจาขา เปนใครหรือ” พระเยซูเจาทรงตอบวา “เปนผูท เี่ ราจะจุม ขนมปงสงให” แลวทรงจุม ขนมปงชิน้ หนึง่ สงใหยูดาส บุตรของซีโมน อิสคาริโอท แตเมื่อยูดาสไดรับขนมปงชิ้นนี้แลว ซาตานก็เขาสิงในตัวเขา พระเยซู เจาจึงตรัสแกเขาวา “ทานทําอะไร ก็จงทําเสียโดยเร็วเถิด” ผูรวมโตะดวยกันไมมีใครเขาใจวาเหตุใดพระองค จึงตรัสเชนนี้ บางคนคิดวาเนื่องจากยูดาสเปนผูถือถุงเงิน... เมื่อยูดาสรับชิ้นขนมปงแลว ก็ออกไปทันที ขณะ นั้นเปนเวลากลางคืน เมื่อยูดาสออกไปแลว พระเยซูเจาตรัสวา “บัดนี้ บุตรแหงมนุษยไดรับพระสิริรุงโรจน และพระเจาทรงได รับพระสิริรุงโรจนในบุตรแหงมนุษยดวย ถาพระเจาทรงไดรับพระสิริรุงโรจนในบุตรแหงมนุษย พระเจาจะทรง ใหบุตรแหงมนุษยไดรับพระสิริรุงโรจนในพระองคดวย และจะทรงใหบุตรแหงมนุษยไดรับพระสิริรุงโรจนใน ทันที ลูกทัง้ หลายเอย เราจะอยูก บั ทานอีกไมนาน ทานจะแสวงหาเรา แตเราบอกทานบัดนี้ เหมือนกับทีเ่ ราเคย บอกชาวยิววา ที่ที่เราไปนั้น ทานไปไมได” ซีโมนเปโตรทูลวา “พระเจาขา พระองคกาํ ลังจะไปไหน” พระเยซูเจาทรงตอบวา “ทีท่ เ่ี ราไปนัน้ ทานยังตาม ไปเวลานีไ้ มได แตจะตามไปไดในภายหลัง” เปโตรทูลพระองควา “พระเจาขา ทําไมขาพเจาจึงตามพระองคไป เวลานี้ไมได ขาพเจาจะสละชีวิตเพื่อพระองค” พระเยซูเจา���รงตอบวา “ทานจะสละชีวิตเพื่อเราหรือ เราบอก ความจริงกับทานวา กอนไกขัน ทานจะบอกวาไมรูจักเราถึงสามครั้ง”

พระเยซูเจาทรงรูสึกสะเทือนใจที่ศิษยคนหนึ่งจะทรยศขายพระองค และอีกคนหนึ่งจะปฏิเสธพระองค พระองคเหมือนถูกทอดทิ้งแมจากศิษยผูใกลชิด แตพระเยซูเจาก็ยังทรงเดินตอไป เดินไปใหเขาจับ ทรมาน ตรึงกางเขน และสิ้นพระชนม โดยไมทรงใชความเปนพระเจา ที่จะทําอัศจรรยเพื่อเอาตัวรอด พระองคทรง ยอมเปนเหมือนเรา เพื่อจะไดรับบาปแทนเราได

03.indd 103

8/11/2555 14:04:31


27 พุธ

มีนาคม

วันพุธ สัปดาหศักดิ์สิทธิ์ สดด 69:7-9,20-21, 30,32-33

·íÒÇÑμÃÊÑ»´Òˏ·Õè 2

พระวรสาร

บทอานที่ 1

อสย 50:4-9

องคพระผูเปนเจาประทานใหขาพเจามีลิ้น เหมือนลิ้นของศิษยที่พระองคทรงสอน เพื่อขาพเจาจะไดรูจักพูดจาใหกําลังใจแกผูเหน็ดเหนื่อย ทุก ๆ เชา พระองคทรงปลุก ขาพเจา ทรงปลุกหูขาพเจาใหฟงเหมือนศิษยที่พระองคทรงสอน องคพระผูเปนเจาทรง เปดหูใหขาพเจา และขาพเจาก็ไมตอตาน ไมหันหลังหนีไป ขาพเจาหันหลังใหแกผูโบยตี ขาพเจา และหันแกมใหแกผูที่ดึงเคราขาพเจา ขาพเจาไมซอนหนาแกผูสบประมาทและ ถมนํา้ ลายรด องคพระผูเ ปนเจาทรงชวยขาพเจา ดังนัน้ ขาพเจาจึงไมตอ งละอาย ขาพเจา ทําหนาของขาพเจาใหดา นเหมือนหิน ขาพเจารูว า ขาพเจาจะไมอบั อาย พระองคผทู รงแก ตางใหขาพเจาทรงอยูใกลขาพเจา ใครจะสูคดีกับขาพเจา เราจงยืนขึ้นเผชิญหนากันเถิด ใครจะกลาวหาขาพเจา ก็จงเขามาใกลขา พเจาเถิด ดูซิ องคพระผูเ ปนเจาทรงชวยขาพเจา ใครจะกลาวโทษขาพเจาเลา ดูซิ เขาทุกคนจะผุพังเหมือนเสื้อผา แมลงกินผาจะกัดกิน เขาเหลานั้น

มธ 26:14-25

เวลานั้น คนหนึ่งในบรรดาอัครสาวกสิบสองคน ชื่อ ยูดาส อิสคาริโอท ไปพบบรรดาหัวหนาสมณะ ถาม วา “ถาขาพเจามอบเขาใหทาน ทานจะใหอะไรแกขาพเจา” บรรดาหัวหนาสมณะจายเงินสามสิบเหรียญใหแก ยูดาส ตั้งแตนั้นมา ยูดาสก็หาโอกาสที่จะมอบพระองค วันแรกของเทศกาลกินขนมปงไรเชื้อ บรรดาศิษยเขามาทูลถามพระเยซูเจาวา “พระองคมีพระประสงค ใหเราจัดเตรียมการเลี้ยงปสกาที่ไหน” พระองคตรัสวา “จงเขาไปในกรุง ไปพบชายคนหนึ่ง บอกเขาวา “พระ อาจารยบอกวาเวลากําหนดของเราใกลเขามาแลว เราจะกินปสกากับศิษยของเราที่บานของทาน” บรรดาศิษย ก็กระทําตามที่พระเยซูเจาทรงบัญชา และจัดเตรียมปสกา ครัน้ ถึงเวลาคํา่ พระองคประทับรวมโตะกับศิษยทงั้ สิบสองคน ขณะทีท่ กุ คนกําลังกินอาหารพรอมกับพระ เยซูเจาอยูนั้น พระองคตรัสวา “เราบอกความจริงแกทานทั้งหลายวา คนหนึ่งในที่นี้จะทรยศตอเรา” บรรดา อัครสาวกรูส กึ สลดใจและทูลถามพระองคทลี ะคนวา “เปนขาพเจาหรือ พระเจาขา” พระองคตรัสตอบวา “คน ทีจ่ มิ้ อาหารในชามเดียวกันกับเรานีแ่ หละ จะทรยศตอเรา บุตรแหงมนุษยจะจากไปตามทีม่ เี ขียนเกีย่ วกับพระองค ในพระคัมภีร วิบัติจงเกิดแกคนที่ทรยศตอบุตรแหงมนุษย ถาเขาไมไดเกิดมาก็จะดีกวา” ยูดาสผูทรยศตอ พระองคทูลถามวา “เปนขาพเจาหรือ พระอาจารย” พระองคตรัสตอบวา “ใชแลว”

พระเยซูเจาทรงเลือกเสนทางชีวิต ที่ใกลชิดจนเปนหนึ่งเดียวกับเราผูเปนมนุษย โดยพระองคทรงมา บังเกิดเปนมนุษย ยิ่งกวานั้นทรงรับสภาพมนุษยที่ผานประสบการณแหง...การถูกโบยตี ถูกดึงเครา ถูกสบ ประมาทและถมนํ้าลายรด...ถูกทรยศจากผูที่ใกลชิด...พระองคทรงเลือกทางนั้น เพราะทรงรักเรา จึงเลือกที่ จะเปนเชนเดียวกับชีวิตมนุษยเรา พระองคไมไดรักการถูกโบยตี ไมไดรักการถูกทรมาน ไมไดรักการถูกทรยศ แตพระองครักเรา จึงทําใหพระองคทําในสิ่งที่เรามนุษยไมคิดวา พระเจาจะทรงทําเชนนี้เพื่อเรา

03.indd 104

8/11/2555 14:04:32


บทอานที่ 1

อพย 12:1-8,11-14

องคพระผูเ ปนเจาตรัสแกโมเสสและอาโรนในแผนดินอียปิ ตวา “...วันทีส่ บิ เดือนนี้ แตละคนตองเลือกลูกแกะหรือลูกแพะตัวหนึง่ สําหรับครอบครัวของตน หนึง่ ตัวตอหนึง่ ครอบครัว... แลวใหชุมชนของชาวอิสราเอลทัง้ หมดฆาลูกแกะนัน้ ในตอนเย็น เอาเลือด ทากรอบดานขางและดานบนของประตูบานที่จะกินลูกแกะนั้น... เลือดที่กรอบประตูจะ เปนเครือ่ งหมายวาเปนบานทีท่ า นทัง้ หลายอาศัยอยู เมือ่ เราเห็นเลือด เราจะผานเลยไป...”

บทอานที่ 2

1 คร 11:23-26

28 พฤหัสบดี มีนาคม

วันพฤหัสฯ สัปดาหศักดิ์สิทธิ์

พี่นอง ขาพเจาไดรับสิ่งใดมาจากองคพระผูเปนเจา ขาพเจาก็ไดมอบสิ่งนั้นตอให สดด 116:12-13, ทาน คือในคืนทีท่ รงถูกทรยศนัน้ เอง พระเยซูองคพระผูเ ปนเจาทรงหยิบปง ขอบพระคุณ 14-16,17-18 แลวทรงบิออก ตรัสวา “นี่คือกายของเราเพื่อทานทั้งหลาย จงทําการนี้เพื่อระลึกถึงเรา àªŒÒ : ¾Ô¸ÕàÊ¡¹íéÒÁѹÈÑ¡´ÔìÊÔ·¸Ôì เถิด” เชนเดียวกัน หลังอาหารคํ่า ก็ทรงหยิบถวย ตรัสวา “ถวยนี้คือพันธสัญญาใหมใน ¤íèíÒ : ÃÐÅÖ¡¶Ö§¾ÃÐà«Ùà¨ŒÒ โลหิตของเรา ทุกครั้งที่ทานจะดื่ม จงทําการนี้เพื่อระลึกถึงเราเถิด” ทุกครั้งที่ทานกินปง ·Ã§μÑé§ÈÕÅÁËÒʹԷ นี้ และดืม่ จากถวยนี้ ทานก็ประกาศการสิน้ พระชนมขององคพระผูเ ปนเจาจนกวาพระองค จะเสด็จมา

พระวรสาร

ยน 13:1-15

กอนวันฉลองปสกา พระเยซูเจาทรงทราบวาถึงเวลาแลวทีจ่ ะทรงจากโลกนีไ้ ปเฝาพระบิดา... ระหวางการ เลี้ยงอาหารคํา่ ปศาจดลใจยูดาส อิสคาริโอท บุตรของซีโมนใหทรยศตอพระองค พระเยซูเจาทรงทราบวาพระ บิดาประทานทุกสิ่งไวในพระหัตถของพระองคแลว และทรงทราบวา พระองคทรงมาจากพระเจา และกําลัง เสด็จกลับไปหาพระเจา จึงทรงลุกขึ้นจากโตะ ทรงถอดเสื้อคลุมออกวางไว ทรงใชผาเช็ดตัวคาดสะเอว แลว ทรงเทนํ้าลงในอาง เริ่มลางเทาบรรดาศิษยและใชผาที่คาดสะเอวเช็ดให เมื่อเสด็จมาถึงซีโมน เปโตร เขาทูลพระองควา “พระเจาขา พระองคจะทรงลางเทาของขาพเจาหรือ” พระเยซูเจาตรัสตอบเขาวา “สิ่งที่เราทําอยูขณะนี้ ทานยังไมเขาใจ แตจะเขาใจในภายหลัง”... เมื่อทรงลางเทาของบรรดาศิษยเสร็จแลว พระเยซูเจาทรงสวมเสื้อคลุมอีกครั้งหนึ่ง เสด็จกลับไปที่โตะ ตรัสวา “ทานเขาใจไหมวาเราทําอะไรใหทาน ทานทั้งหลายเรียกเราวาอาจารยและองคพระผูเปนเจา ก็ถูกแลว เพราะเราเปนอยางนั้นจริง ๆ ในเมื่อเราซึ่งเปนทั้งองคพระผูเปนเจาและอาจารยยังลางเทาใหทาน ทานก็ตอง ลางเทาใหกันและกันดวย เราวางแบบอยางไวใหแลว ทานจะไดทําเหมือนกับที่เราทํากับทาน”

คนไทยคุนเคยกับสํานวนวา “แพะรับบาป” ซึ่งหมายถึง คนที่รับเคราะหกรรมแทนผูอื่น ทั้ง ๆ ที่ตนเอง ไมไดเกี่ยวของอะไรดวยเลย...นี่ชางตรงกับพระคัมภีรที่พระเยซูเจาทรงเปน “แกะรับบาป” จนกลายเปนคํา เรียกพระเยซูเจาวา “ลูกแกะพระเจา” ที่ความผิดบาปตาง ๆ นั้นมิใชของพระเยซูเจา แตพระองคก็ทรงยอม กลับกลายเปนผูรับผิดแทนเรา เพื่อไถบาปเรา...เพราะทรงรักเรา

03.indd 105

8/11/2555 14:04:34


29 ศุกร

มีนาคม

วันศุกรศักดิ์สิทธิ์

บทอานที่ 1

อสย 52:13-53:12

องคพระผูเปนเจาตรัสวา “ผูรับใชของเราจะเจร���ญรุงเรือง เขาจะไดรับการยกยอง เทิดทูนใหสูงยิ่ง คนจํานวนมากจะตกตะลึงเมื่อเห็นเขา...เขาแบกความทุกขทรมานของ พวกเรา เขารับความเจ็บปวดของพวกเราไว แลวเรากลับคิดวาเขาถูกพระเจาทรงลงโทษ... แตที่จริง เขาแบกบาปของคนทั้งปวง และวอนขอแทนบรรดาผูลวงละเมิด”

บทอานที่ 2

ฮบ 4:14-16,5:7-9

พีน่ อ ง ในเมือ่ เรามีมหาสมณะยิง่ ใหญผซู งึ่ ผานเขาสูส วรรคแลว คือพระเยซูเจาพระ บุตรของพระเจา เราจงยึดมั่นอยูในการแสดงความเชื่อของเราเถิด เพราะเหตุวาเราไมมี ¾ÃÐà«Ù਌ҷçÃѺ·ÃÁÒ¹ มหาสมณะทีร่ ว มทุกขกบั เราผูอ อ นแอไมได แตเรามีมหาสมณะผูท รงผานการทดลองทุก áÅÐÊÔé¹¾ÃЪ¹Áº¹äÁŒ¡Ò§à¢¹ อยางเหมือนกับเรา ยกเวนบาป... ถึงแมวาพระเยซูเจาทรงเปนพระบุตร ก็ยังทรงเรียนรูที่จะนอบนอมเชื่อฟงโดยการ (¶×ÍÈÕÅÍ´ÍÒËÒÃáÅÐÍ´à¹×éÍ) รับทรมาน และเมือ่ ทรงกระทําภารกิจของพระองคสาํ เร็จบริบรู ณแลว ก็ทรงเปนผูบ นั ดาล ความรอดพนนิรันดรแกทุกคนที่ยอมนอบนอมเชื่อฟงพระองค สดด 31:1,5,10ข-12 14-15,16,24

พระวรสาร

ยน 18:1-19:42

ยูดาสนํากองทหารและยามรักษาพระวิหารที่บรรดาหัวหนาสมณะและชาวฟาริสีจัดหาใหมาที่นั่น... พระ เยซูเจาจึงเสด็จออกไปตรัสถามเขาเหลานัน้ วา “ทานทัง้ หลายเสาะหาใคร” เขาตอบวา “หาเยซู ชาวนาซาเร็ธ”... พระเยซูเจาตรัสตอบวา “เราบอกทานทั้งหลายแลววา เราเปน ถาทานเสาะหาเรา ก็จงปลอยคนเหลานี้ไป”... ปลาตสั่งใหนําพระเยซูเจาไปเฆี่ยน บรรดาทหารนําหนามมาสานเปนมงกุฎสวมพระเศียร ใหพระองคทรง เสื้อคลุมสีแดง ทหารเขามาหาพระองคและพูดวา “กษัตริยของชาวยิว ขอทรงพระเจริญ” แลวตบพระพักตร พระองค”... เมือ่ บรรดาหัวหนาสมณะและยามรักษาพระวิหารเห็นพระองคกต็ ะโกนวา “เอาไปตรึงกางเขน เอาไปตรึง กางเขน”... บรรดาทหารนําพระเยซูเจาไปประหาร พระองคทรงแบกไมกางเขน เสด็จออกไปยังสถานที่ที่เรียก วา “เนินหัวกระโหลก” ภาษาฮีบรูวา “กลโกธา” เขาตรึงพระองคบนไมกางเขนที่นั่นพรอมกับนักโทษอีกสอง คน อยูค นละขาง หลังจากนัน้ พระเยซูเจาทรงทราบวาทุกสิง่ สําเร็จแลว จึงตรัสวา “สําเร็จบริบรู ณแลว” พระองค ทรงเอนพระเศียร สิ้นพระชนม

“เขาแบกความทุกขทรมานของพวกเรา เขารับความเจ็บปวดของพวกเราไว รอยแผลถูกโบยตีของเขา รักษาเราใหหายเปนปกติ...เขาแบกบาปของคนทัง้ ปวง และวอนขอแทนผูท ลี่ ว งละเมิด” พระเยซูเจาทรงกระทํา เชนนี้ ทั้ง ๆ ที่ทรงถูกปฏิเสธ (ประชาชนขอใหปลอยบารับบัส และปฏิเสธพระเยซูเจา) ถูกเฆี่ยนถูกตี ถูก สบประมาท ถูกตรึงกางเขน เพื่อรับบาปแทนเรา ไถบาปเรา....เพราะทรงรักเรา แลวเราจะอยูเฉยไดหรือ

03.indd 106

8/11/2555 14:04:35


บทอานที่ 1

รม 6:3-11

พี่นอง ทานทั้งหลายไมรูหรือวา เราทุกคนที่ไดรับศีลลางบาปเดชะพระคริสตเยซู ก็ไดรับศีลลางบาปเขารวมกับการสิ้นพระชนมของพระองคดวย ดังนั้น เราถูกฝงไวใน ความตายพรอมกับพระองค อาศัยศีลลางบาป เพือ่ วาพระคริสตเจาทรงกลับคืนพระชนม ชีพจากบรรดาผูต ายเดชะพระสิรริ ุงโรจนของพระบิดาฉันใด เราก็จะดําเนินชีวติ แบบใหม ดวยฉันนัน้ ถาเรารวมเปนหนึง่ เดียวกับพระองคในการสิน้ พระชนม เราก็จะรวมเปนหนึง่ เดียวกับพระองคในการกลับคืนพระชนมชีพดวยเชนกัน เรารูว า สภาพเดิมของความเปน มนุษยของเราถูกตรึงกางเขนไวกับพระองคแลว เพื่อวารางกายที่ใชทําบาปของเราจะถูก ทําลาย และเราจะไมเปนทาสของบาปอีกตอไป เพราะคนที่ตายแลว ก็ยอมพนจากบาป แตเราเชือ่ วา ถาเราตายพรอมกับพระคริสตเจาแลว เราก็จะมีชวี ติ พรอมกับพระองค ด ว ย เรารู ว า พระคริ ส ตเจ า ผู ท รงกลั บ คื น พระชนมชี พ จากบรรดาผู ต ายแล ว จะไม สิ้นพระชนมอีก ความตายไมมีอํานาจเหนือพระองคอีกตอไป เพราะเมื่อสิ้นพระชนม พระองคก็ทรงตายครั้งเดียวจากบาปตลอดไป เมื่อมีพระชนมชีพก็มีพระชนมชีพเพื่อ พระเจา ดังนี้ ทานทั้งหลายก็เชนกันตองถือวา ทานตายจากบาปแลว แตมีชีวิตอยูเพื่อ พระเจาในพระคริสตเยซู

พระวรสาร

30 เสาร

มีนาคม

วันเสารศักดิ์สิทธิ์ สดด 118:1-2, 16-17,22-23

¤×¹μ×è¹à½‡Ò»˜Ê¡Ò àÊ¡ä¿ áË‹à·Õ¹»˜Ê¡Ò àÊ¡¹íéíÒ

ลก 24:1-12

ตั้งแตเชาตรูวันตนสัปดาห บรรดาสตรีนําเครื่องหอมที่เตรียมไวมาที่พระคูหา เขาพบวากอนหินถูกกลิ้ง ออกไปจากพระคูหาแลว เมื่อเขาไปในพระคูหาก็ไมพบพระศพของพระเยซู องคพระผูเปนเจา ขณะที่บรรดา สตรีประหลาดใจกับเหตุการณนี้ บุรุษสองคนสวมเสื้อที่เปนประกายรุงโรจนยืนอยูใกล ๆ สตรีเหลานั้นตกใจ กลัวและกมหนาลงมองพื้นดิน แตบุรุษทั้งสองคนพูดวา ‘ทําไมทานมองหาผูเปนในหมูผูตายเลา พระองคมิได ประทับอยูที่นี่ พระองคทรงกลับคืนพระชนมชีพแลว จงระลึกถึงพระวาจาที่พระองคตรัสกับทานขณะที่ยัง ประทับอยูในแควนกาลิลีวา บุตรแหงมนุษยจําตองถูกมอบในเงื้อมมือของคนบาป จะตองถูกตรึงกางเขนและ จะกลับคืนพระชนมชีพในวันที่สาม’ บรรดาสตรีจึงระลึกถึงพระวาจาของพระองคได เมื่อกลับจากพระคูหาแลว บรรดาสตรีเลาเรื่องทั้งหมดนี้ใหอัครสาวกสิบเอ็ดคนและกับศิษยทุกคน สตรี เหลานีค้ อื มารียช าวมักดาลา โยอันนา และมารียม ารดาของยากอบ สตรีอื่น ๆ ที่ไปพรอมกันก็ไดเลาเรื่องนี้ให อัครสาวกฟงดวย แตเขาคิดวาถอยคําเหลานีเ้ ปนเรือ่ งเหลวไหลและไมเชือ่ เปโตรวิง่ ไปทีพ่ ระคูหา กมลงดู เห็น แตผาหอพระศพเทานั้น จึงกลับมาบานและประหลาดใจในเหตุการณที่เกิดขึ้น

ถาเรารวมเปนหนึ่งเดียวกับพระองคในการสิ้นพระชนม เราก็จะรวมเปนหนึ่งเดียวกับพระองคในการ กลับคืนชีพดวย...พระเยซูเจาเชือ้ เชิญใหเราติดตามพระองค เดินพรอมกับพระองค และในเมือ่ การตายตอตัว เอง เปนสิง่ ทีม่ นุษยทาํ ไดยากยิง่ พระเยซูเจาจึงทรงเดินบนเสนทางดังกลาวใหดเู ปนตัวอยาง และทีส่ ดุ พระองค ทรงกลับคืนพระชนมชีพ เพื่อมาเดินพรอมกับเรา เปนกําลังใจ และเปนความรักใหเรา ในขณะที่เราเดินบน เสนทางดังกลาวในชีวิตประจําวันของเรา

03.indd 107

8/11/2555 14:04:36


31 อาทิตย มีนาคม

สมโภชปสกา พระเยซูเจาทรง กลับคืนพระชนมชีพ

บทอานจากหนังสือกิจการอัครสาวก กจ 10:34ก,37-43 เปโตรเริ่มพูดวา “ทานทั้งหลายรูเหตุการณที่เกิดขึ้นทั่วแควนยูเดียเริ่มตนที่แควน กาลิลี หลังจากที่ยอหนไดเทศนสอนและทําพิธีลาง พระเจาทรงเจิมพระเยซูเจาชาว นาซาเร็ธดวยพระอานุภาพเดชะพระจิตเจา พระเยซูเจาเสด็จผานไปที่ใด ทรงกระทํา ความดีและทรงรักษาทุกคนที่อยูใตอํานาจของปศาจ เพราะพระเจาสถิตอยูกับพระองค เราทั้งหลายเปนพยานยืนยันถึงกิจการทั้งปวงที่พระองคทรงกระทําในเขตแดนของชาว ยิวและทีก่ รุงเยรูซาเล็ม เขาประหารพระองคโดยตรึงบนไมกางเขน แตพระเจาทรงบันดาล ใหพระเยซูเจากลับคืนพระชนมชีพในวันทีส่ าม และโปรดใหพระองคแสดงพระองค มิใช แกประชาชนทัง้ ปวง แตทรงแสดงพระองคแกบรรดาพยานทีพ่ ระเจาทรงเลือกสรรไวลว ง หนาแลว คือเราทั้งหลายที่ไดกินและไดดื่มรวมกับพระองค หลังจากที่ทรงกลับคืนพระ ชนมชีพจากบรรดาผูตาย พระเยซูเจาทรงบัญชาใหเราประกาศสอนประชาชนและเปน พยานยืนยันวาพระเจาทรงแตงตั้งพระองคใหเปนผูพิพากษามนุษยทุกคน ทั้งผูเปนและ ผูตาย บรรดาประกาศกทั้งปวงเปนพยานยืนยันถึงพระองควา “ทุกคนที่มีความเชื่อใน พระองคจะไดรับการอภัยบาปเดชะพระนามของพระองค”

เพลงสดุดี

สดด 118:1-2,16-17,22-23

ก) จงขอบพระคุณองคพระผูเปนเจา เพราะพระองคพระทัยดี ความรักมั่นคงของพระองคดํารงอยูเปนนิตย พงศพันธุของอิสราเอลจงกลาววา “ความรักมั่นคงของพระองคดํารงอยูเปนนิตย” ข) พระหัตถขวาขององคพระผูเปนเจาชูขึ้น พระหัตถขวาขององคพระผูเปนเจามีชัยชนะ ขาพเจาจะไมตาย ขาพเจาจะมีชีวิตอยู และจะประกาศพระราชกิจยิ่งใหญขององคพระผูเปนเจา ค) ศิลาซึ่งชางกอสรางทิ้งไป กลายเปนศิลาหัวมุม องคพระผูเปนเจาทรงกระทําการนี้ เปนสิ่งมหัศจรรยแกตาของเรา

บทอานจากจดหมายนักบุญเปาโลอัครสาวก ถึงชาวโคโลสี คส 3:1-4 พี่นอง ถาทานทั้งหลายกลับคืนชีพพรอมกับพระคริสตเจาแลว ก็จงใฝหาแตสิ่งที่ อยูเบื้องบนเถิด ณ ที่นั้นพระคริสตเจาประทับเบื้องขวาของพระเจา จงคิดถึงแตสิ่งที่อยู เบื้องบน อยาพะวงถึงสิ่งของบนแผนดินนี้ เพราะทานทั้งหลายตายไปแลวและชีวิตของ ทานก็ซอนอยูกับพระคริสตเจาในพระเจา เมื่อพระคริสตเจา องคชีวิตของทาน จะทรง สําแดงพระองค เมื่อนั้นทานจะปรากฏพรอมกับพระองคในพระสิริรุงโรจนดวย

03.indd 108

8/11/2555 14:04:37


บทอานจากพระวรสารนักบุญยอหน ยน 20:1-9 เชาตรูวันตนสัปดาห ขณะที่ยังมืด มารียชาวมักดา ลาออกไปทีพ่ ระคูหา ก็เห็นหินถูกเคลือ่ นออกไปจากพระ คูหาแลว นางจึงวิ่งไปหาซีโมนเปโตรกับศิษยอีกคนหนึ่ง ทีพ่ ระเยซูเจาทรงรักบอกวา “เขานําองคพระผูเ ปนเจาไป จากพระคูหาแลว พวกเราไมรูวาเขานําพระองคไปไว ที่ไหน” เปโตรกับศิษยคนนั้นจึงออกไป มุงไปยังพระคูหา ทั้งสองคนวิ่งไปดวยกัน แตศิษยคนนั้นวิ่งเร็วกวาเปโตร จึงมาถึงพระคูหากอน เขากมลงมองเห็นผาพันพระศพ วางอยูบนพื้น แตไมไดเขาไปขางใน ซีโมน เปโตรซึ่งตาม ไปติด ๆ ก็มาถึง เขาไปในพระคูหาและเห็นผาพันพระศพ วางอยูที่พื้น รวมทั้งผาพันพระเศียรซึ่งไมไดวางอยูกับผาพันพระศพ แตพับแยกวางไวอีกที่หนึ่ง ศิษยคน ที่มาถึงพระคูหากอนก็เขาไปขางในดวย เขาเห็นและมีความเชื่อ เขาทั้งสองคนยังไมเขาใจพระคัมภีรที่วา พระองคตองทรงกลับคืนพระชนมชีพจากบรรดาผูตาย

เปนการยากที่จะรับวา คนที่ประสบความตาย หลังจากที่เขาผูนั้นไดเจอกับความทุกขยากและถูก ทรมานจนสิ้นเรี่ยวแรง หมดสิ้นแมเลือดหยดสุดทายที่ปนมากับนํ้าในรางกาย รางที่หมดลมหายใจหรือ ศพของเขาผูนั้น ถูกหามไปฝงไวในหลุม แลวสามวันตอมา มีคนบอกวาเขาผูนั้นกลับมามีชีวิตเดินเหินได อีก...จะใหเชื่อไดอยางไร...นักบุญเปโตรและศิษยคนนั้น (นักบุญยอหน) แมยังไมเขาใจพระคัมภีรและแม ไมเขาใจดวยปญญา แตก็ไดเชื่อ และเพราะความเชื่อนั้น ชีวิตพระจึงเปนจริงในทาน “ทุกคนที่มีความ เชื่อในพระองค จะไดรับการอภัยบาป” โดยอาศัยความเชื่อ มิใชโดยอาศัยความรูความเขาใจ...ทุกวันนี้ เราแสวงหาชีวิตที่เชื่อพระ หรือชีวิตที่หาความรูเกี่ยวกับพระ

03.indd 109

8/11/2555 14:04:38



Bible Diary ไบเบิล ไดอารี่ เดือนมีนาคม 2013