Issuu on Google+

⌫⌫  ⌫   



 ⌫  ⌫          ⌫ ⌫ วาทะพระอัครสังฆราช ฟรังซิสเซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช โอกาสฉลองนักบุญเทเรซาแห่งพระกุมารเยซู อารามคาร์แมล กรุงเทพฯ วันพฤหัสบดีท่ี 1 ตุลาคม 2009

นักบุญเทเรซา

แห่งพระกุมารเยซู กับพันธกิจแพร่ธรรม น. ธรรมเนียม

การสวดสายประคำ ตามบ้าน

น.

พระเยซูคริสตเจ้า ต้นแบบสำหรับ คริสตชน น.

3 4 8

สัมภาษณ์ คุณสุพรรณี บุญยะรัตน์ ผูป้ ระสานงาน แผนกองค์กรคริสตชนฆราวาส ฝ่ายธรรมทูต

องค์กรคริสตชนฆราวาสมีความเป็นมาอย่างไร

แผนกองค์กรคริสตชนฆราวาส ฝ่ายธรรมทูต เดิมชื่อ แผนกกิจการฆราวาส แพร่ธรรม ปัจจุบนั มีคณ ุ พ่ออภิเดช สุภาจักร์ เป็นผูจ้ ดั การแผนก ปีแรกๆ ทีไ่ ด้เข้ามา ทำงาน ประมาณปี ค.ศ.1993 มีคณ ุ พ่อวีระศักดิ์ วนาโรจน์สวุ ชิ เป็นผูจ้ ดั การแผนก ต่อมาเป็นคุณพ่อชวลิต กิจเจริญ คุณพ่อวิทยา แก้วแหวน คุณพ่อปิยะชาติ มะกรครรภ์ คุณพ่อวิชชุกรณ์ เกตุภาพ คุณพ่อพจนารถ นิรมลทินวงศ์ และคุณพ่ออภิเดช สุภาจักร์ เป็นผูจ้ ดั การคนปัจจุบนั แผนกฯ นี้ ประกอบไปด้วย คณะต่างๆ ได้แก่คณะ วินเซนต์เดอปอล, คณะคูรซ์ ลิ โลแห่งพระคริสต์ศาสนา, คณะพลมารี, คณะอัศวินแห่ง ศีลมหาสนิท, คณะเทเรเซียน, คณะแพร่ธรรมแห่งแม่พระฟาติมา, คณะเซอร์ร่า ฯลฯ

องค์กรคริสตชนฆราวาส มีบทบาทหน้าทีใ่ นการทำงานแพร่ธรรมในอัครสังฆมณฑล กรุงเทพฯ อย่างไร

เป็นผูป้ ระสานงานและอำนวยความสะดวก สนับสนุนการทำงานของกลุม่ กิจการ ฆราวาสแพร่ธรรมทุกกลุ่ม ในอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายเรื่อง การแพร่ธรรมตามจิตตารมณ์องค์กร และให้เป็นไปตามนโยบายของฝ่ายธรรมทูต นอกจากนี ้ แ ล้ ว ยั ง เป็ น ที ่ ป รึ ก ษาและร่ ว มแก้ ป ั ญ หาเรื ่ อ งงานปฏิ บ ั ต ิ ง านเกี ่ ย วกั บ การแพร่ธรรมขององค์กร อีกทั้งเป็นศูนย์กลางรวบรวมพลังความคิด พลังการทำงาน ให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียว และมีทิศทางเดียวกันในการทำงานแพร่ธรรม รวมถึงปลุกจิต สำนึกของฆราวาสให้มีบทบาทมากยิ่งขึ้นในการแพร่ธรรม การประกาศข่าวดีโดยการ เป็นพยานและแบบอย่างทีด่ ี แผนกจัดทำโครงการสนับสนุนองค์กรและสมาชิก


ยังได้มโี ครงการเพิม่ เติม อาทิ โครงการผลิตอุปกรณ์เพือ่ งานแพร่ธรรม โครงการร่วมมือกันเผยแพร่พระวาจาพระเจ้าทางไปรษณีย์ โครงการเสริมสร้างความรู้ทางพระคัมภีร์ และคำสอนพระศาสนจักรให้กับสมาชิกในองค์กร โครงการสร้างสำนึกฆราวาสเป็น ผู้แพร่ธรรมก็ดี และโครงการสร้างเอกภาพระหว่างองค์กรในงานแพร่ธรรม

งานแพร่ธรรมขององค์กร ได้ตอบสนองทิศทางงานอภิบาลของอัครสังฆมณฑลฯ อย่างไรบ้าง

ตอบสนองโดยตรง เพราะทางแผนกฯ ยึดกฤษฎีกา สมัชชาอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ค.ศ.2005 บทที่ 1,4,5,10 และนโยบาย ตามสายงานที่เกี่ยวข้องตามแผนงานฝ่ายธรรมทูต และของอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ การดำเนินงานจึงเป็นดังนี้ ทางแผนกได้ เสริมสร้างจิตสำนึกการแพร่ธรรมของสัตบุรุษตามวัดผ่านทางองค์กร พระสงฆ์หัวหน้าเขต และคุณพ่อเจ้าอาวาส สนับสนุน กระแสเรียกการเป็นคริสตชน และกระแสเรียกพิเศษ อีกทั้งยังได้มีการส่งเสริมให้มีอาสาสมัครเข้าทำงานในกระแสเรียกพิเศษ ขององค์กรต่างๆ มากยิ่งขึ้น และได้พัฒนาคุณภาพของสมาชิกในองค์กรคริสตชนฆราวาส ให้มีคุณภาพตามจิตตารมณ์ ของคณะ และแนวทางที่พระศาสนจักรกำหนด และส่งเสริมให้เกิดความเป็นหนึ่งเดียวใจเดียวกันในระหว่างสมาชิกและองค์กร และปฏิบัติภารกิจที่พระคริสตเจ้าทรงมอบหมายให้กระทำอย่างเต็มใจ แต่สิ่งสำคัญประการหนึ่งที่จะลืมเสียมิได้คือ การทำงาน ร่วมกันกับแผนกและหน่วยงานอืน่ ทีเ่ กีย่ วข้อง แบบประสานงานกันตามสายงาน เพือ่ ให้การทำงานเกิดความเป็นเอกภาพ

จะแพร่ธรรมอย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพ

อย่างแรกคือ สร้างผู้นำการดำเนินชีวิตตามแบบอย่างแม่พระ โดยยึดหลักคำสอนของพระเยซูเจ้า การขยายจำนวนสมาชิก ในองค์กร แต่ละองค์กรจำเป็นต้องให้สมาชิกเข้าถึงจิตตารมณ์ของตนเองอย่างดี เชิญชวนสมาชิกองค์กร ประกาศพระวรสาร แก่ตนเอง ทีผ่ า่ นมาเกิดผลดีขน้ึ เรือ่ ยๆ ตามวัตถุประสงค์ มีอาสาสมัครเข้าร่วมงานแผนกจำนวนหลายสิบคน มีความเป็นน้ำหนึง่ ใจเดียวกัน โดยอาศัย ศีลมหาสนิท พระวาจา การภาวนา และรูปแบบการดำเนินชีวิตของแม่พระ ผลจากการสร้างกลุ่มผู้นำ ทำให้มีเนื้องาน ตามวัดต่างๆ องค์กรต่างๆ ร่วมมือร่วมใจอาศัยคุณพ่อเจ้าอาวาสและสภาอภิบาล ทำให้งานแพร่ธรรมเกิด ประสิทธิภาพขึ้นเรื่อยๆ

คริสตชนจะมีสว่ นร่วมกับงานแพร่ธรรมในองค์กรฆราวาสแพร่ธรรมได้อย่างไรบ้าง

องค์กรต่างๆ ของวัดจะมีสว่ นเสริมสร้างชีวติ คริสตชน ในแต่ละองค์กรมีจติ ตารมณ์ทเ่ี หมาะกับแต่ละคน เพียงแต่เราแต่ละคน ไม่เมินเฉยต่อการเข้าร่วมในกลุ่มองค์กรตามวัดที่ท่านร่วมพิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณเป็นประจำ ท่านก็จะเป็นคนหนึ่งที่มี ส่วนร่วมสนับสนุน ส่งเสริมงานแพร่ธรรมได้ จึงขอเชิญชวนทุกท่านหันกลับมาทบทวนและให้ความใส่ใจกับการเป็นสมาชิก ในองค์กรวัดของท่าน อย่างน้อยเพือ่ ตนเองและครอบครัว เพราะองค์กรแพร่ธรรม เป็นเพือ่ นร่วมทุกข์ ร่วมสุข ทีแ่ ท้จริงของท่าน นักบุญเปาโลได้ เขียนไว้ว่า “พระพรพิเศษมีหลายประการ แต่มีพระจิตองค์เดียว มีหน้าที่หลายอย่างต่างกัน แต่ม ีองค์พระผู้เป็นเจ้าเพียงองค์เดียว กิจการมีหลายอย่าง แต่ม ีพระเจ้าองค์เดียวผู้กระทำทุกอย่างในทุกคน พระจิตเจ้าทรงแสดงพระองค์ในแต่ละคนเพื่อประโยชน์ส่วนรวม” (1 คร 12:4-7) พระวาจาของพระเจ้าแผ่ขยายมากขึ้นและผู้มีความเชื่อก็เพิ่มจำนวนขึ้นด้วย (กจ 12:24)

  ⌫⌫  ⌫   


บทความ  

นักบุญเทเรซาแห่งพระกุมารเยซู เกิดเมื่อวันที่ 2 มกราคม ค.ศ.1873 ที่อลังซอง ประเทศฝรัง่ เศส ท่านเป็นบุตรีคนสุดท้องของบุญราศีหลุยส์ มาร์แต็ง และบุญราศีอาเซลี-มารี เกแร็ง (เป็นบุญราศีเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ค.ศ. 2008) ท่านมีชีวิตในวัยเด็กที่อบอุ่นและศรัทธา ครั้งหนึ่ง ท่านเคยกล่าวว่า “ตั้งแต่ 3 ขวบฉันไม่เคยปฏิเสธสิ่งใดๆ ต่อพระเจ้าเลย และฉันไม่เคย ให้ ส ิ ่ ง ใดแก่ พ ระองค์ น อกจากความรั ก ” พี่น้องที่รัก เราจะเห็นว่าครอบครัวเป็นสถานที่ สร้างนักบุญอย่างแท้จริง ตัวอย่างและคำสอนที่ดีของบิดามารดา ก็จะแสดงออกในชีวิตของลูกๆ พ่อเชือ่ ว่าการแพร่ธรรมทีด่ ที ส่ี ดุ เริม่ ต้นจากในบ้าน วันที่ 9 เมษายน ค.ศ. 1888 นักบุญเทเรซาแห่งพระกุมารเยซูได้เข้าอารามคาร์แมลทีเ่ มืองลีซเิ ออซ์ เมือ่ ท่านอายุเพียง 15 ปี แม้ท่านจะอายุน้อย แต่ชีวิตของท่านก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักต่อพระเจ้า ท่านปฏิญาณตนในวันที่ 8 กันยายน ค.ศ.1890 สองสามวันก่อนถึงวันปฏิญาณตน ท่านได้เขียนจดหมายถึงคุณแม่อกั แนส แห่งพระเยซูเจ้า หรือซิสเตอร์โปลีน พีส่ าวคนทีส่ อง ของท่านว่า “ก่อนวันปฏิญาณตน พระเยซูเจ้าได้ถามลูกว่า จะเลือกดำเนินชีวติ อย่างไร? และจะเดินทางไปยังประเทศไหน” ลูกตอบ พระองค์วา่ “ลูกปรารถนาเพียงสิง่ เดียว คือ การเดินทางให้ถงึ ยอดเขาแห่งความรัก” ท่านยังเคยกล่าวว่า “ความรักพิสจู น์ตวั ด้วยการกระทำ วิธเี ดียวทีฉ่ นั สามารถพิสจู น์ความรักของฉัน คือ การโปรยดอกไม้ และดอกไม้เหล่านีค้ อื การพลีกรรม เล็กๆ น้อยๆ ทุกชนิด ไม่วา่ การมอง การพูดจา หรือการกระทำเล็กๆ น้อยๆ ทีฉ่ นั สามารถแสดงความรัก” นักบุญเทเรซา เป็นแบบอย่างแก่เราในการทำกิจการเล็กๆ น้อยๆ ในชีวติ ของท่านอย่างดี และด้วยความรักทีย่ ง่ิ ใหญ่ตอ่ พระเจ้าและเพือ่ นมนุษย์ ท่านรักพระเจ้าจวบจนวาระสุดท้ายในชีวติ ของท่าน เมือ่ ใกล้จะสิน้ ใจ นักบุญเทเรซากอดไม้กางเขนไว้กบั ทรวงอก ช้อนตามองขึน้ ไปยังเบื้องบน พลางอธิษฐานว่า “พระเจ้าข้า ลูกรักพระองค์...ลูกรักพระองค์อย่างที่สุด” ท่านได้ถึงแก่มรณภาพในวันที่ 30 กันยายน ค.ศ. 1897 อีกสิ่งหนึ่งที่นักบุญเทเรซาแห่งพระกุมารเยซูทำอยู่เสมอ คือ สวดภาวนาให้กับพระสงฆ์ ธรรมทูตผู้แพร่ธรรม ท่านตระหนักดีว่าพวกเขาต้องการคำภาวนาเท่ากับคนอื่นๆ เช่นกัน ด้วยแบบอย่างที่ดีในชีวิตของท่าน ด้วยความรักใน งานแพร่ธรรม และด้วยคำภาวนาทีท่ า่ นสวดเพือ่ งานธรรมทูต อย่างสม่ำเสมอ หลังจากที่ท่านมรณภาพได้ 30 ปี ในวันที่ 4 ธันวาคม ค.ศ. 1927 พระสันตะปาปาปีโอที่ 11 ประกาศ ให้นักบุญเทเรซาแห่งพระกุมารเยซูเป็นองค์อุปถัมภ์ของ บรรดาธรรมทูต พร้อมกับนักบุญฟรังซิสเซเวียร์ พี่น้องที่รัก จากชีวิตของนักบุญเทเรซาแห่งพระกุมารเยซู ทำให้พวกเราตระหนักว่า พวกเราทุกคนมีหน้าที่ต้องแพร่ธรรม ตามพระกระแสเรียกของเราแต่ละคน แม้เราจะไม่ได้เป็นธรรมทูต แต่เราก็สามารถสวดภาวนาให้กบั พระสงฆ์และธรรมทูตผูแ้ พร่ธรรมได้ นอกจากนัน้ เรายังสามารถเป็นพยานถึงความรักของพระเจ้าต่อผูอ้ น่ื ได้ ด้วยกิจการต่างๆ ในชีวติ ของเรา โดยเฉพาะกิจการเล็กๆ น้อยๆ ทีเ่ ราทำด้วยดวงใจทีเ่ ปีย่ มด้วยความรักต่อพระเจ้า และเพือ่ นมนุษย์


เจาะลึกพิเศษ โดย...ทีมสารอัครสังฆมณฑลฯ และข้อมูลบางส่วน โดย “สายธาร”

“นอกจากมิสซาแล้ว ไม่มบี ทสวดใดจะสำคัญเท่ากับการสวดลูกประคำ” (สมเด็จพระสันตะปาปาปีโอที่ 10)

สมเด็จพระสันตะปาปา ปีโอที่ 9 เคยประทานโอวาท แก่คณะถือบุญยาตรา แห่งสังฆมณฑลอายัคซีโอว่า “สิง่ หนึง่ คือลูกจงสวดพร้อมกันทีบ่ า้ น และทุกคืนจงสวดลูกประคำ เท่าทีส่ ามารถ เพราะกิจการนีเ้ ป็นการสรุปคำสัง่ สอน และ บทภาวนาแห่งพระศาสนจักร” พระแม่มารีอา เมือ่ ประจักษ์แก่ “แบร์นาแด็ท” ที่เมือง ลูร์ด ประเทศฝรั่งเศส เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี ค.ศ.1858 ก็ตรัสกับแบร์นาแด็ท ให้สวดลูกประคำ และในปี ค.ศ.1917 แม่พระได้ประจักษ์ที่ตำบลฟาติมา ในประเทศโปรตุเกส ก็แนะนำยาชินทาให้สวดลูกประคำ เช่นกัน สำหรับพระศาสนจักรในประเทศไทย มีบทวันทามารีอา ที่คุณพ่อวรยุทธ กิจบำรุง นำมาเขียนลงไว้ในอุดมศานต์ ฉบับเดือนกันยายน ปี 2001 ท่านเขียนไว้ว่า จากหนังสือ ทีร่ ะลึกในพิธบี รรจุศพของพระคุณเจ้า ยอแซฟ ยวง นิตโย เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 1998 ได้พิมพ์ “บทวัน ทามารี อ า” ที่พระคุณเจ้าได้ ร วบรวมไว้ ต ั ้ ง แต่ ส มั ย ที ่ ไ ปเรี ย นที ่ บ ้ า น เณรใหญ่ กรุงโรม มีทง้ั หมด 57 ภาษา เริม่ แรกทีแ่ ปลเป็น ภาษาไทย เริม่ ในสมัยอยุธยา ในสมัยพระสังฆราช หลุยส์ ลาโน (ค.ศ.1674-1696) และมี ก ารปรั บ บทสวด วันทามารีอา ในสมัยพระสังฆราชยวง บัปติส ปัลเลอกัว (ค.ศ.1841-1862) สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 4 ต่อมา สมัยพระสังฆราชเรอเน แปร์รอส (ค.ศ.1909-1947) และมีการปรับอีกครัง้ สมัยพระสังฆราช หลุยส์ โชแรง (ค.ศ.1974-1965) และยังใช้มาจนถึงปัจจุบนั นี้ ธรรมเนียมการสวดสายประคำตามบ้าน ไม่มีหลักฐาน ปรากฏชัดเจนว่า เริม่ ต้นสวดกันในสมัยใด หรือเริม่ ต้นวัดใด จากการสอบถามคุณพ่อทีผ่ มรูจ้ กั (ท่านใช้นามปากกาว่า “สายธาร”) เชือ่ กันว่า การสวดสายประคำนัน้ คงเริม่ ต้นในอารามฤาษี ซึง่ ได้ มีการสวดทำวัตรเป็นหมูค่ ณะ โดยใช้บทสวดจากบทเพลงสดุดี 150 บท แต่มฤี าษีบางคนความรูน้ อ้ ย ไม่สามารถอ่านหนังสือ   ⌫⌫  ⌫   

ทำวัตรได้ พวกท่านจึงใช้การสวดบท “วันทามารีอา” 150 บท แทนการสวดบทเพลงสดุดี 150 บท ต่อจากนั้นการสวด สายประคำได้มีพัฒนามาเรื่อยๆ จนกระทั่งปี ค.ศ.1214 ที่แม่พระได้ประทานลูกประคำแก่นักบุญดอมีนิก ผู้ก่อตั้ง คณะดอมีนกี นั เพือ่ จะได้ใช้เป็นเครือ่ งมือต่อสูก้ บั พวกเฮเรติก อัลบีเยน โดยแม่พระได้ประจักษ์มา พร้อมกับเทวดา 3 องค์ แม่พระได้ตรัสกับท่านนักบุญว่า ถ้าท่านนักบุญต้องการ ให้พวกเฮเรติกกลับใจ จะต้องเผยแพร่การสวดสายประคำ ท่านนักบุญจึงได้เผยแพร่การสวดสายประคำ และสามารถ ทำให้ผู้หลงผิดเหล่านั้นกลับใจในที่สุด ตรงกับสิ่งที่ผมได้ ลองหาข้อมูล พระศาสนจักรได้ประกาศยอมรับการสวด สายประคำอย่ า งเป็ น ทางการ ในสมั ย ของสมเด็ จ พระ สันตะปาปาปีโอที่ 5 (ค.ศ.1566-1572) ผูท้ รงออกประกาศ และในปี ค.ศ.1569 สองปีหลังจากนั้น คือวันที่ 7 ตุลาคม ค.ศ.1571 กองกำลังคริสตชนแห่งสหพันธ์ผศู้ กั ดิส์ ทิ ธิ์ ภายใต้ การนำของนายกองชาวสเปน ชือ่ ดอน ยอห์นแห่ง ออสเตรีย ได้สยบกองกำลังเติ๊ก ในสงคราม เลปังโต ชัยชนะที่ได้นั้น เกิดจากพลังของการสวดสายประคำ พระศาสนจักรสากล จึงได้จดั วันฉลองแม่พระลูกประคำขึน้ ในวันที่ 7 ตุลาคม โดยพระสันตะปาปา เคลเม็นต์ที่ 11 (ค.ศ.1667-1669) ทรงเป็นผูอ้ อกประกาศอย่างเป็นทางการ แต่ถ้าพูดถึงความศรัทธาที่มีต่อการสวดสายประคำ สืบกันมาตัง้ แต่สมัยรุน่ วัยเยาว์ของรุน่ ปูย่ า่ ตายายแล้ว เล่าขาน กันว่า เวลาทีจ่ ะไปสวดตามบ้านใด ก็นำแม่พระแห่ทางเรือ ไปยังบ้านนัน้ ๆ ปัจจุบนั นีก้ แ็ ห่ทางรถ สมัยทีผ่ มยังเป็นเด็ก ยังจำได้ถึงความตื่นเต้น เวลาจะมีสวดสายประคำตามบ้าน ในช่วงเดือนตุลาคมของทุกปี สิง่ ทีผ่ มต้องเตรียมคือ ทำความ สะอาดบ้าน เตรียมพระแท่นไว้อย่างสวยงาม ประดับ ประดา ด้วยไฟระยิบระยับ เพือ่ ต้อนรับแม่พระทีจ่ ะเสด็จ มายังบ้านของเรา และสิ่งที่เด็กๆ อย่างผมชื่นชอบมาก


ก็คอื หลังจากสวดสายประคำเสร็จแล้ว ผมจะได้กนิ ขนมอร่อยๆ พร้อมทั้งลูกอม ที่ผู้ใหญ่เตรียมไว้แจกเด็กๆ ซึ่งตอนนั้น ผมยังเด็ก ไม่เข้าใจหรอกครับว่า ทำไมถึงต้องมีสวดสายประคำ ตามบ้าน เริ่มจากบ้านโน้น มาบ้านนี้ และปิดท้ายเดือน ตุลาคมด้วยการแห่แม่พระรอบๆ หมูบ่ า้ น นั่นคงเป็นชุมชนวัดของผมในต่างจังหวัด แต่สำหรับ ธรรมเนียมการสวดสายประคำตามบ้านของแต่ละวัด น่ า จะมี ค วามแตกต่ า งกั น ไป คงขึ ้ น อยู ่ ก ั บ ชุ ม ชนวั ด แต่ละแห่ง จากที่ผมได้สอบถาม พูดคุยกับหลายๆ คน ถึงการสวดสายประคำตามบ้าน บ้างก็บอกว่า ไม่ได้สวดแบบ เป็นทางการหรอก มีพระสงฆ์มาบ้าง มีกลุ่มคนที่รักแม่พระ บ้างรวมตัวกันมาสวดในบ้านของเรา บ้างก็บอกว่า ไม่ได้ สวดตามบ้ า นแบบทั ้ ง สาย เพราะมี ห ลายบ้ า นที ่ ร ั บ พระ ในวันนั้น สวดคล้ายๆ กับวันคริสต์มาสรับพระกุมารนั่นล่ะ หรือชุมชนคริสตชน บางแห่งมีขนาดกลุ่มคริสตชนที่รวมกัน อยูก่ นั หลายครัวเรือน ก็จะแยกกันไปสวด เหตุผลก็เพราะว่า ในเดือนตุลาคม มีระยะเวลาเพียง 31 วัน เท่านัน้ ไม่เพียงพอ กับทุกหลังคาเรือน หรือบางท่านก็บอกผมว่า บ้านของเขาเป็น ชุมชนคริสตชนที่แวดล้อมไปด้วย กลุ่มคริสตชนปะปนด้วย คนต่างศาสนาบ้าง แต่ยังคงมีการสวดสายประคำ และตั้ง พระแท่นหน้าบ้านเวลาที่ปิดเดือนแม่พระ ส่วนคริสตชน บางกลุม่ ซึง่ อยูใ่ นสังคมเมืองอาจมีหลงเหลือให้สวดสายประคำ ตามบ้านบ้าง แต่ไม่ชดั เจนเท่ากับชุมชนในต่างจังหวัดซึง่ ยังคง ยึดถือเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นฤดูกาลของการสวดสายประคำ ตามบ้าน บางคืนจะใช้เวลาสวด 1 ถึง 3 บ้านต่อวันด้วยซ้ำไป ผมจึงเห็นว่า ธรรมเนียมการสวดสายประคำจากอดีต สู่ปัจจุบัน มีการเปลี่ยนแปลงไปบ้างตามกาลสมัย ชุมชนวัด บางแห่งยังคงยึดถือธรรมเนียมปฏิบตั ติ ามนี้ แต่บางแห่งเปลีย่ น จากบ้านมาเป็นสวดสายประคำในเดือนตุลาคมทีว่ ดั โดยแจ้ง ไว้วา่ ใครจะเป็นเจ้าภาพในวันนัน้ ๆ ก็เป็นอีกหนึง่ รูปแบบของ การรวมตัวกันสวดสายประคำในเดือนตุลาคมเช่นกัน “สายประคำ” ตรงกับคำว่า “โรซารี” ในภาษาลาติน ซึ่งหมายความว่าพวงมาลัยกุหลาบ เพราะฉะนั้นทุกครั้ง ที่เราสวดสายประคำครบสามสาย เราจะร้อยกุหลาบ สีขาว 153 ดอก ซึง่ หมายถึงบทวันทามารีอา 153 บท และร้ อ ยกุ ห ลาบสี แ ดงอี ก 16 ดอก ซึ ่ ง หมายถึ ง บทข้าแต่พระบิดา 16 บท มาลัยสวรรค์นี้จะไม่มีวัน เหีย่ วเฉาไป แต่จะเป็นเสมือนเกียรติมงคลทีเ่ ราได้ถวาย แด่พระแม่เจ้าแห่งสวรรค์

ถ้าผมจะถามทุกท่านว่า วันนี้ท่านได้สวดสายประคำ หรือยังครับ ถ้าวันนี้ยังไม่ได้สวด เดือนตุลาคมนี้ท่านได้สวด สายประคำบ้างหรือยังครับ และถ้ายังไม่ได้สวดอีก ตลอด 365 วัน ท่านพอมีเวลาสวดสายประคำกับแม่พระบ้างไหมครับ 1 สายก็ดี 30 ทศ ก็ดี 10 ทศก็ดี หรือเพียง 1 เม็ดก็ยงั ดี จาก ประวัตอิ นั ยาวนานของการสวดสายประคำ เป็นทีป่ ระจักษ์วา่ การสวดสายประคำได้ช่วยนำและแก้ไขปัญหาครอบครัวได้ อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยทำให้สมาชิกในครอบครัวมีความ สามัคคีกลมเกลียวกัน เพราะเมื่อสมาชิกทุกคนหันมามองดู พระเยซูเจ้า จะช่วยทำให้สมาชิกแต่ละคนหันสายตามา มองกันง่ายขึ้น สามารถสื่อสารกันรู้เรื่องมากขึ้น สร้างความ เป็นหนึ่งเดียวกัน ให้อภัยกันและกัน และผูกพันกันด้วย สายสัมพันธ์ของความรักขององค์พระจิตเจ้า และสำหรับในเดือนตุลาคมนี้ ซึง่ เป็นเดือนทีเ่ ราระลึกถึง แม่พระลูกประคำ เป็นพิเศษจะมีการสวดสายประคำทั่วโลก ภายใต้ชอ่ื ทัว่ โลกพร้อมเพรียงไม่สน้ิ เสียงสายประคำ world wide day of rosary ปีนจ้ี ดั ขึน้ เป็นปีท่ี 4 แล้ว ณ วัดแม่พระ ลูกประคำ กาลหว่าร์ ในวันเสาร์ท่ี 17 ตุลาคม 2009 จะมีสวด สายประคำตลอดทัง้ วันตัง้ แต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป และ ปิดท้ายด้วยการร่วมในพิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณ ในเวลา 15.00 น. โดยพระสังฆราชยอแซฟ พิบูลย์ วิสิฐนนทชัย จึงขอเชิญชวนทุกท่านครับ  ⌫⌫  ⌫    


บอกข่าวเล่าสาร     

กตัญญุตา 36 ปี บิดาอันเป็น ที่รักยิ่งของพวกลูก วันเสาร์ท่ี 26 กันยายน 2009 เวลา 10.00 น. พระคาร์ ด ิ น ั ล ไมเกิล้ มีชยั กิจบุญชู เป็นประธาน ในพิ ธ ี ม ิ ส ซาบู ช าขอบพระคุ ณ โอกาสฉลองศาสนนามมีคาแอล และแสดงกตัญญุตา 36 ปี บิดาอัน เป็นที่รักยิ่งของพวกลูกที่โรงเรียน ยอแซฟอุปถัมภ์ สามพราน

พิธีประกาศเกียรติคุณ เมือ่ วันเสาร์ท่ี 5 กันยายน 2009 เวลา 10.00 น. สมาคมคาทอลิกแห่งประเทศไทย จัดพิธีมิสซา บูชาขอบคุณ และพิธีมอบประกาศเกียรติคุณ “แม่ ค ริ ส ตชนคาทอลิ ก ตั ว อย่ า ง และลู ก คริ ส ตชนคาทอลิ ก ตั ว อย่ า ง” ทั ่ ว ประเทศ โดยมีพระคาร์ดินัล ไมเกิ้ล มีชัย กิจบุญชู เป็ น ประธานในพิ ธ ี ม ิ ส ซาบู ช าขอบพระคุ ณ ซึ่งมีแม่ดีเด่นคริสตชนเข้ารับประกาศเกียรติคุณ จำนวนทัง้ สิน้ 26 ท่าน และลูกคริสตชนคาทอลิก ตัวอย่าง จำนวน 18 ท่าน

เปิดเสกบ้านอับราฮัม เมือ่ วันพุธที่ 16 กันยายน 2009 เวลา 11.00 น. พระคาร์ดนิ ลั ไมเกิล้ มีชยั กิจบุญชู เป็นประธาน เปิด-เสกบ้านอับราฮัม บ้านพักพระสงฆ์เกษียณ พร้ อ มด้ ว ยพระสั ง ฆราชยอแซฟ สั ง วาลย์ ศุ ร ะศรางค์ บรรดาพระสงฆ์อาวุโส ของอัคร สังฆมณฑลกรุงเทพฯ และบรรดาพระสงฆ์เขต 5

อภิเษกพระสังฆราชองค์ใหม่ สังฆมณฑลนครสวรรค์ วันเสาร์ท่ี 12 กันยายน 2009 เวลา 10.00 น. สังฆมณฑลนครสวรรค์ ร่วมใจกันเฉลิมฉลอง พิธอี ภิเษกพระสังฆราชยอแซฟ พิบลู ย์ วิสฐิ นนทชัย ประมุของค์ท่ี 5 แห่งสังฆมณฑลนครสวรรค์ ณ สนามกีฬากลาง จ.นครสวรรค์ C-GAMES แผนกเยาวชนอั ค รสั ง ฆมณฑลกรุ ง เทพฯ จั ด งาน “C-GAMES” ขึน้ ณ วัดพระแม่สกลสงเคราะห์ บางบัวทอง นำโดย คุณพ่อสราวุธ อมรดิษฐ์ ผูจ้ ดั การแผนกเยาวชน อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ร่วมกับ คุณพ่อจิตตาธิการเยาวชน ทั้ง 6 เขต โดยมีพระอัครสังฆราช ฟรังซิสเซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช เป็นประธานพิธีมิสซาบูชา ขอบพระคุณ เมือ่ วันเสาร์ท่ี 19 กันยายน 2009

  ⌫⌫  ⌫   


ฉลองนักบุญเทเรซาแห่งพระกุมารเยซู เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม 2009 เวลา 16.30 น. พระอัครสังฆราชฟรังซิสเซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช เป็นประธานในพิธมี สิ ซา บูชาขอบพระคุณ พร้อมด้วยคณะสงฆ์กว่า 20 องค์ โดยภาคเช้า พระสังฆราชฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รตั น์ เป็นประธาน เวลา 07.00 น.

ฉลองวัดอัครเทวดามีคาแอล สะพานใหม่ เมือ่ วันเสาร์ท่ี 3 ตุลาคม 2009 เวลา 10.00 น. พระอัครสังฆราชฟรังซิสเซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช เป็นประธานในพิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณ โอกาสฉลองวัดอัครเทวดามีคาแอล สะพานใหม่ ร่วมกับพระสงฆ์ และบรรดาสัตบุรษุ จำนวนมาก

ร่วมแสดงความยินดี วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2009 เวลา 09.00 น. คุ ณ พ่ อ ชัชวาล ศุภลักษณ์ เจ้าอาวาส สภาภิบาล และคริ ส ตชนชุ ม ชน วัดพระเยซูเจ้าเสด็จขึน้ สวรรค์ ให้การต้อนรับ พระคุณเจ้า พิบูลย์ วิสฐิ นนทชัย พระสังฆราชสังฆมณฑลนครสวรรค์ เพื่อร่วมใจกันโมทนาขอบพระคุณพระเป็นเจ้า มีบรรดาสัตบุรุษมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก

สัมมนาฟืน้ ฟูชวี ติ ครอบครัวขัน้ ที่ 1 รุน่ ที่ 122 แผนกส่ ง เสริ ม ชี ว ิ ต ครอบครั ว (สชค.) อั ค ร สังฆมณฑลกรุงเทพฯ จัดสัมมนาฟืน้ ฟูชวี ติ ครอบครัว ขัน้ ที่ 1 (ฟฟ.1) รุน่ ที่ 122 เมือ่ วันที่ 18-20 กันยายน 2009 ที ่ บ ้ า นสวนยอแซฟ สามพราน นครปฐม มีผู้เข้าร่วมสัมมนาฯ จำนวน 9 คู่ (เป็นคาทอลิก 2 คู่, พุทธ 4 คู่ และต่างคนต่างถือ 3 คู่) สัมมนาฯ รุ่นต่อไป (รุ่น 123) จะจัดในวันที่ 20-22 พฤศจิกายน 2009 ซึง่ จะฉลอง 20 ปีของการจัดสัมมนาฯ นี้ โครงการแลกเปลีย่ นประสบการณ์ระหว่าง ผู้รับผิดชอบองค์กร คุณพ่อสราวุธ อมรดิษฐ์ ผู้จัดการแผนก เยาวชน อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ จัดโครงการ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างผู้รับผิดชอบ องค์กร ในวันศุกร์ที่ 11 กันยายน 2009 เวลา 08.30-15.30 น. ณ ห้องประชุมใหญ่ อาคาร คาทอลิกแพร่ธรรม

ปฏิทนิ กิจกรรม เดือนตุลาคม 2009 6-9 ต.ค. 9-16 ต.ค. 12-14 ต.ค. 12-15 ต.ค. 13-21 ต.ค. 17-21 ต.ค. 19-21 ต.ค. 19-23 ต.ค. 22-24 ต.ค. 31 ต.ค.

PROVINCIAL COUNCIL ครัง้ ที1่ (6 สังฆมณฑล พระสงฆ์+ฆราวาส) เวลา 08.30-12.00 น. ณ หอประชุมเซนต์ไมเกิล้ บ้านผูห้ ว่าน แผนกเยาวชนอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ส่งเยาวชนกรุงเทพฯ ร่วมงานค่ายผูน้ ำระดับชาติ ครัง้ ที่ 26 ทีท่ า่ แร่-หนองแสง อบรมเชิงปฏิบตั กิ าร “การเขียนโครงการและประเมินโครงการ” ฝ่ายการศึกษาอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ณ ห้องประชุม 5 บ้านผูห้ ว่าน สัมมนาเชิงปฏิบตั กิ าร “จิตตารมณ์แห่งความร่วมมือของพระสงฆ์และสตรี” คุณพ่อไชโย กิจสกุล ณ ห้องประชุม 4 บ้านผูห้ ว่าน AMOR XV GENERAL PROGRAM ทีบ่ า้ นผูห้ ว่าน สามพราน (14 ตุลาคม เวลา 11.00 น. พระอัครสังฆราชฟรังซิสเซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช เป็นประธานพิธมี สิ ซาเปิด) ประชุมสือ่ มวลชนคาทอลิกโลก SIGNIS World Congress 2009 ณ โรงแรมดิเอ็มเพรส เชียงใหม่ ค่ายเยาวชนเขต 6 ณ บ้านมารีอา สัมมนาบุคลากรพระคัมภีร์ คุณพ่อสมเกียรติ ตรีนกิ ร เวลา 08.30-12.00 น. ณ ห้องประชุม 4 บ้านผูห้ ว่าน ค่ายเยาวชนเขต 2 ณ ค่ายลูกเสือสารสาสน์ เพชรบุรี เขตการปกครองวัด เขต 2 จัดงาน “ปีพระสงฆ์ เพือ่ สัตบุรษุ ” เวลา 09.30-15.00 น. ณ วัดมารียส์ วรรค์ ดอนเมือง พิธมี สิ ซาบูชาขอบพระคุณ เวลา 11.00 น. พระอัครสังฆราชฟรังซิสเซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช เป็นประธาน

 ⌫⌫  ⌫    


เกร็ดความรู้คำสอน  

พีน่ อ้ งทีร่ กั ในพระคริสตเจ้า เดือนตุลาคมเป็นเดือนแม่พระลูกประคำ เราคริสตชน มีความศรัทธาต่อแม่พระและสายประคำมาก จนเป็น เอกลักษณ์ประการหนึง่ ของคริสตชนก็วา่ ได้เดือนนีแ้ ทบ ทุกวัดจะมีการรณรงค์สวดสายประคำเป็นพิเศษ ซึง่ ถือว่า เป็นธรรมเนียมทีด่ นี า่ รักษาไว้ เราแต่ละคนก็อย่าลืมทีจ่ ะ ร่วมสวดสายประคำเป็นทีพ่ เิ ศษตามทีว่ ดั ของเราจัดด้วย ท่ า มกลางความเชื ่ อ ที ่ เ รามี ต ่ อ พระเป็ น เจ้ า ความศรัทธาพิเศษทีเ่ รามีตอ่ แม่พระ เราก็ยงั พบว่ายังมี ปัญหาต่างๆ มากมายในชีวติ ของเราทีเ่ รายังประสบอยู่ ดูเหมือนว่าการสวดภาวนา ขอพระพรจากพระก็ยงั ไม่ อาจจะทำให้เราผ่านพ้นวิกฤตนั้นๆ ไปได้ หลายครั้ง เราอาจจะถามพระเป็นเจ้าว่าทำไม พระองค์ไม่ช่วย ทำไมพระองค์ปล่อยให้เหตุการณ์ทไ่ี ม่ดเี กิดขึน้ กับตัวเรา ครอบครัวของเรา คนที่เรารัก ทั้งๆ ที่เราเองก็มาวัด สวดภาวนาอย่างสม่ำเสมอ มีเรือ่ งเล่าน่าสนใจเรือ่ งหนึง่ มาเป็นตัวอย่าง มีหมูบ่ า้ น หนึง่ อยูต่ ดิ กับภูเขาสูงและชันมาก มีความเชือ่ ว่าถ้าใคร ปีนขึน้ ถึงยอดเขาได้ถอื ว่าเป็นผูท้ ป่ี ระสบความสำเร็จ ทุกคนยอมรับ มีชอ่ื เสียง มีคนพยายามหลายคน แต่ก็ ไม่สำเร็จ บางคนก็หายสาบสูญไปบนเขานั้น มีชาย คนหนึง่ เขาอยากให้คนยอมรับ อยากมีชอ่ื เสียง จึงคิด ที่จะพิชิตยอดเขานั้น เมื่อวันกำหนดมาถึงเขาเริ่ม ไต่เขา คืนนัน้ มืดมิดไม่มแี สงอะไรเลย เขาเริม่ ปีนสูงขึน้ ๆ ในความมืด คิดถึงเกียรติยศ ชือ่ เสียงทีจ่ ะได้รบั แต่แล้ว เขาเหยียบหินพลาด เขาลอยละลิว่ ลงสูห่ บุ เขา เขาคิดว่า ต้องตายแน่ สักพักร่างของเขาถูกรัง้ ขึน้ อย่างแรง โชคดี ทีเ่ ขาผูกเชือกทีเ่ อวกับสลักทีป่ กั ไว้บนหิน ร่างของเขา แกว่งอยูบ่ นอากาศ มือสองข้างจับเชือกไว้แน่น เขามอง ไม่เห็นอะไรเลย เขาเริม่ คิดถึงพระ “พระเจ้าข้าช่วย ข้าพเจ้าด้วยๆ” เขาวิงวอนด้วยความหวัง... สักครูม่ ี เสียงตอบในใจเขา “ตัดเชือกสิลูก” เขาคิดในใจว่า มันไม่ดกี ว่าหรือถ้าพระเจ้าจะช่วยให้เขามีแรงทีจ่ ะปีน ต่อไป เขายังคงจับเชือกไว้แน่น แน่นกว่าเดิมเสียอีก “ตัดเชือกสิลูก” เสียงนั้นย้ำมาอีกหลายต่อหลายครั้ง แต่เขาไม่สนใจจะฟังเสียงนัน้ อีกต่อไป รุง่ เช้ามีคนพบร่าง ไร้วญ ิ ญาณของเขา สองมือจับเชือกแน่น เขาตายเพราะ ความหนาว ที่น่าตกใจก็คือ ร่างของเขาห่างจากพื้น เพียงเมตรเดียว พีน่ อ้ งทีร่ กั เราอาจจะกำลังเป็นเหมือนชายคนนัน้ ก็ได้ ทีก่ ำลังปีนขึน้ ไปในความมืดมนของชีวติ แล้วเมือ่ มีปญ ั หา ก็คดิ จะแก้ไขตามความคิดของตัวเอง เรารูว้ า่ พระเจ้า ความเชือ่ สอนอย่างไร แต่ไม่อยากฟัง เราก็ พบว่าปัญหาหลายอย่างในชีวติ เป็นเราเองทีก่ อ่ ขึน้ มา รูท้ ง้ั รูว้ า่ จุดจบจะเป็นเช่นไร แต่กย็ งั คงยือ้ ทีจ่ ะทำตามใจ ไม่อยากเชื่อฟังพระเป็นเจ้า มือของเรายังคงกำสิ่งที่ เราก็รวู้ า่ มันกำลังทำร้ายวิญญาณของเรา ยินดีทจ่ี ะอยู่ กับมันไปเรือ่ ยๆ เหมือนคนทีส่ น้ิ หวัง รอความตาย ฟังดีดพ ี ระเจ้ากำลังตรัสอะไรกับเรา “ตัดเชือก สิลกู ” “ตัดเชือกสิลกู ”

แต่ละคนย่อมมีบุคคลต้นแบบในใจแตกต่างกันไป บางคนมีบุคคล ต้นแบบคือ ศิลปิน นักร้อง ดาราที่ชื่นชอบ ต้นแบบของหลายคนคือ นักธุรกิจ ทีป่ ระสบความสำเร็จในอาชีพ มีทรัพย์สนิ มากมายมหาศาล ต้นแบบของหลายคน คือ บุคคลที่ประสบความสำเร็จในเชิงวิชาการ สร้างผลงานวิจัยที่มีประโยชน์ ออกมามากมาย ฯลฯ เมือ่ หลายคนมีตน้ แบบในใจ ก็เหมือนมีจดุ หมายให้เดินตาม เพือ่ ทีจ่ ะเป็นอย่างบุคคลต้นแบบนัน้ สำหรับเราผู้ซึ่งเป็นคริสตชน บุคคลต้นแบบของเราจะเป็นใครไม่ได้ นอกจาก “พระบุตรแต่องค์เดียวของพระเป็นเจ้า” ผูท้ รงบังเกิดมาเป็นมนุษย์ และสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อไถ่บาปให้กับเรา พระองค์เป็นแบบอย่าง ให้กับเราในทุกๆ ด้าน และทุกๆ มิติของชีวิต เป็นต้นในด้านการน้อมรับ น้ำพระทัยของพระเป็นเจ้าเป็นที่ตั้ง ดังที่พระเยซูคริสตเจ้าตรัสว่า “เรามิได้ แสวงหาที่จะทำตามใจของเรา แต่ทำตามพระประสงค์ของพระองค์ ผูท้ รงส่งเรามา” (ยน 5:30) และ “อาหารของเราคือการทำตามพระประสงค์ ของพระผูท้ รงส่งเรามา และประกอบกิจของพระองค์ให้สำเร็จลุลว่ งไป” (ยน 4:34)

ในโอกาสปีพระสงฆ์ ทางศูนย์คริสตศาสนธรรมกรุงเทพฯ ได้จัดพิมพ์ หนังสือเรือ่ ง “พระเยซูคริสตเจ้าต้นแบบสำหรับพระสงฆ์” (Jesus model for the priest) ซึง่ เขียนโดย คุณพ่อ Joseph Frassinetti แปลโดย คุณครูประภา วีระศิลป์ และคุณครูกง่ิ แก้ว ปริกมั ศีล โดยทางศูนย์ฯ มีความคาดหวังว่า หนังสือ เล่มนี้จะเป็นประโยชน์ไม่ใช่แค่สำหรับพระสงฆ์เท่านั้น แต่จะเป็นประโยชน์ สำหรับทุกคนทีม่ ี “พระเยซูคริสตเจ้าเป็นต้นแบบ” ด้วย                  ⌫  ⌫                    ⌫ ⌦                         ⌫  ⌫              ⌫            


สารอัครสังฆฒณฑลกรุงเทพฯ ฉบับเดือนตุลาคม